The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by eak atom, 2023-05-24 09:51:06

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

• สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพปัญหาด้านต่าง ๆ 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การระบุปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูล ที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น เข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (K) 2. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (P) 3. เห็นความสำคัญของการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (A) สาระการเรียนรู้ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่วิธีที่ดีที่สุด โดยใช้ ไดอะแกรมช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่ละขั้นตอนได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพมากขึ้น อีกทั้งทำให้ผู้อื่น เข้าใจวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายและเร็วขึ้นจากไดอะแกรมที่ออกแบบไว้ รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาต้องคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพคืออะไร (รถยนต์พลังงานไฟฟ้า) • จากภาพ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาใดได้บ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง) • นักเรียนคิดว่าในอนาคตจะมีนวัตกรรมนี้หรือไม่ (มี/ไม่มี) แผงโซลาร์เซลล์ เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ ช่องส าหรับชาร์จไฟฟ้า


2. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพถุงผ้า แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพคืออะไร (ถุงผ้า) • จากภาพสามารถช่วยแก้ไขปัญหาใดได้บ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ลดการใช้ถุงพลาสติก ช่วยลดปริมาณขยะ) • นักเรียนคิดว่าวิธีช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกมีวิธีใดอีกบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ การนำแก้วของตนเองไปใส่เครื่องดื่มแทนการใช้แก้วพลาสติกจากร้าน มีการจัดโพรโมชันเมื่อไม่ใช้ถุงพลาสติกจะได้รับคะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกสินค้า) 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาต้องคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ของการแก้ปัญหาและสามารถนำวิธีแก้ปัญหาไปใช้ ได้จริง) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนใช้วิธีใดในการออกแบบการแก้ปัญหา (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ไดอะแกรม (diagram)


• ประโยชน์ของไดอะแกรมในการออกแบบการแก้ปัญหาคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยให้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่ละขั้นตอนได้ง่าย และเห็นภาพมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผู้อื่นเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายและเร็วขึ้น) • เพราะเหตุใดจึงต้องเพิ่มน้ำหนักเข้าไปในแต่ละวิธี โดยการใส่คะแนน (เพราะต้องการเปรียบเทียบวิธีที่ดีที่สุด) • ควรวิเคราะห์สิ่งใดบ้างจากวิธีการแก้ปัญหา (ข้อดี ข้อเสียของวิธีการแก้ปัญหา และคะแนนเฉลี่ย) • นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีการแก้ปัญหาใดเหมาะสมที่สุด (ตัวอย่างคำตอบ ดูจากคะแนนเฉลี่ย) 6. นักเรียนร่วมกันออกแบบวิธีการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยส่งตัวแทนนักเรียนออกมาเขียนคำตอบ ลงในตาราง แล้วร่วมกันให้คะแนน ดังตัวอย่าง วิธีการแก้ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย คะแนนเฉลี่ย 1. ลดการใช้ยานพาหนะ ที่ก่อให้เกิดเขม่าควัน • การจราจรไม่ติดขัด • ลดอุบัติเหตุ • ประหยัดค่าน้ำมัน เชื้อเพลิง • ทำให้การเดินทาง ถึงจุดหมายล่าช้า 4.6 2. พ่นละอองน้ำเพื่อดักจับ ฝุ่นในอากาศ • อากาศเย็นสบาย • ทุกครัวเรือนสามารถ ติดตั้งระบบพ่น ละอองน้ำได้ • แก้ปัญหาได้เฉพาะ บางพื้นที่ • ต้องเปิดระบบน้ำ ตลอดเวลา • แก้ปัญหาได้แค่ ระยะเวลาหนึ่ง 3.0 3. รัฐบาลประกาศ ล้างถนนในพื้นที่เสี่ยง • ทำให้ถนนสะอาด ปลอดฝุ่น • แก้ปัญหาได้แค่ ระยะเวลาหนึ่ง • การจราจรติดขัด 4.0


7. นักเรียนร่วมกันออกแบบการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยใช้แผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ดังนี้ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา จะช่วยให้เลือกวิธีการที่ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดกับปัญหา โดยใช้ ไดอะแกรมหรือแผนภาพความคิด ทำให้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่ละขั้นตอนได้ง่าย และทำให้ผู้อื่นเข้าใจ วิธีการแก้ปัญหา การเพิ่มน้ำหนักคะแนนเข้าไปทำให้สามารถเปรียบเทียบวิธีการแก้ปัญหาได้ว่าวิธีใดเหมาะสม ที่สุด ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีการแก้ปัญหาของปัญหาที่เคยเลือกไว้ โดยใช้ข้อมูลจากการ ระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ผ่านมา มาออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ดัง ตัวอย่าง 1) ตารางการนำเสนอข้อดีข้อเสียของวิธีการแก้ปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเสีย วิธีการแก้ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย คะแนนเฉลี่ย 1. ใช้ EM Ball • ค่าใช้จ่ายน้อย • สามารถทำได้ ในปริมาณมาก ๆ • อาจไม่เกิดผลขอ ง การเปลี่ยนแปลง • ใช้ระยะเวลานาน ในการบำบัดน้ำ 3.0 2. ใช้กังหันน้ำในการ บำบัดน้ำเสีย • เห็นผลเร็ว • แก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่ • ค่าใช้จ่ายในการสร้าง สูง 3.6 รัฐบาลประกาศล้างถนน ในพ้นืที่เสี่ยง ลดฝุ่น PM2.5 ลดการใช้ยานพาหนะ ที่ก่อใหเ้กิดเขม่าควนั พ่นละอองน้า เพอื่ดกัจบั ฝุ่ นในอากาศ 4.6 4.0 3.0 การจราจรไม่ติดขัด ท าให้ถนนสะอาดปลอดฝุ่ น อากาศเย็นสบาย


• อาจไม่เกิดผลของ การเปลี่ยนแปลง 3. รณรงค์ลดการทิ้งขยะ ลงในลำคลอง • เห็นผลเร็ว • ขยะในลำคลองลดลง • ปลูกจิตสำนึก การทิ้งขยะให้เป็นที่ • บางคนอาจไม่ทราบ ข่าวสารของ การรณรงค์ 4.5 2) แสดงวิธีการแก้ปัญหา โดยใช้แผนภาพความคิด 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่วิธีที่ดีที่สุด โดยใช้ไดอะแกรมช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่ละขั้นตอนได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพมากขึ้น อีกทั้งทำให้ ผู้อื่นเข้าใจวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายและเร็วขึ้นจากไดอะแกรมที่ออกแบบไว้ ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ ใชก้งัหนัน้า ในการบา บดั น้า เสีย การแก้ปัญหาน ้าเสีย ในล าคลอง รณรงคล์ดการทิ้งขยะ ลงในล าคลอง ใช้ EM Ball 4.5 3.6 3.0 เห็นผลเร็ว แกป้ ัญหาไดทุ้กพ้นืที่ ค่าใช้จ่ายน้อย


12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 13. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อใช้ออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาที่เหมาะสม แล้วนำไปแก้ปัญหาในชุมชน หรือท้องถิ่นได้ถูกต้องและเหมาะสม 14. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 3. ภาพถุงผ้า 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน


แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูล ที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น เข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (K) 2. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาโดยการเขียนแผนปฏิบัติการ (P) 3. เห็นความสำคัญของการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (A) สาระการเรียนรู้ หลังจากการระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล และออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปเป็นการ วางแผนปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติ นิยมเขียนเป็นตารางใช้แสดง ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมที่ต้องทำและระยะเวลาในการดำเนินการ อาจจะมีการให้น้ำหนักความสำคัญของ กิจกรรมเพิ่มเข้าไปด้วยก็ได้ รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ต้องมีการวางแผน โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง การอ่านหนังสือ เตรียมสอบ กิจกรรม ในชีวิตประจ ำวัน ที่ต้องมีกำรวำงแผน การเดินทางไป ต่างจังหวัด การใช้จ่ายในแต่ละวัน การเล่นเกม การเดินทางไปโรงเรียน การจัดท ารายงาน หรือโครงงาน การออกก าลังกาย


2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา จากแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ต้องมีการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา แล้วได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับจุดประสงค์ ที่ตั้งไว้) 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องเขียนในแผนปฏิบัติการ โดยบันทึกคำตอบ เป็นแผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • การเขียนแผนปฏิบัติการนิยมเขียนในรูปแบบใด (ตาราง) • ประโยชน์ของการเขียนแผนปฏิบัติการคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้ทราบกิจกรรมที่ต้องทำและระยะเวลาในการดำเนินการ ส่งผลให้การทำ กิจกรรมเป็นขั้นตอน และทราบระยะเวลาสิ้นสุดในการทำงาน) • เพราะเหตุใดจึงต้องเพิ่มค่าน้ำหนักความสำคัญของกิจกรรมเข้าไปในแผนปฏิบัติการ (เพราะทำให้ทราบว่ากิจกรรมใดสำคัญมาก สำคัญน้อย และส่งผลต่อระยะเวลาดำเนินการอีกด้วย) • ขั้นตอนใดในกิจกรรมที่ต้องทำเป็นอันดับแรก (ประชุม วางแผน แบ่งงาน) • ขั้นตอนใดในกิจกรรมที่ควรทำเป็นลำดับสุดท้าย (แก้ไขปัญหา สรุปผล เตรียมนำเสนอ) 2. ซ้ืออุปกรณ์ 1. ประชุม วางแผน แบ่งงาน 4. ท าการทดสอบประเด็น 5. แก้ไขปัญหา สรุปผล เตรียมน าเสนอ 3. รวบรวมข้อมูล


6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ดังนี้ การเขียนแผนปฏิบัติการ จะช่วยให้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมที่ต้องทำ และระยะเวลาใน การดำเนินการ ทำให้การแก้ปัญหาเป็นระบบและมีขั้นตอนในการปฏิบัติที่แน่นอน และยังทราบระยะเวลา ดำเนินการ จึงทำให้การแก้ปัญหาเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติเขียนแผนปฏิบัติการของการแก้ปัญหาที่เลือกไว้ โดยใช้ข้อมูล จากการระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูล และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ที่ผ่านมา นำมาใช้เขียนแผนปฏิบัติการ ดังตัวอย่าง ลำดับ ที่ กิจกรรม ค่าน้ำหนักความสำคัญ ของกิจกรรม (ร้อยละ) ระยะเวลาดำเนินการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. 1 ประชุม วางแผน แบ่งงาน 30 2 ซื้ออุปกรณ์ 10 3 รวบรวมข้อมูล 15 4 ทำการทดสอบประเด็น 30 5 แก้ไขปัญหา สรุปผล เตรียมนำเสนอ 15 รวม 100 8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ หลังจากการระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล และออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปเป็น การวางแผนปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติ นิยมเขียนเป็นตารางใช้แสดง ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมที่ต้องทำและระยะเวลาในการดำเนินการ อาจจะมีการให้น้ำหนักความสำคัญ ของกิจกรรมเพิ่มเข้าไปด้วยก็ได้ ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแผนปฏิบัติการของตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน


ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 11. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อใช้ในการ ออกแบบแผนปฏิบัติการในการแก้ปัญหา และสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ถูกต้องและเหมาะสม 12. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน


แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบ เงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (K) 2. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (P) 3. เห็นความสำคัญของการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (A) สาระการเรียนรู้ การทำโครงงานหรือชิ้นงาน จะต้องมีการกำหนดประเด็นในการทดสอบขึ้นมาหลาย ๆ ประเด็น เพื่อประเมินผลของโครงงานหรือชิ้นงานนั้น ๆ เมื่อทดสอบและประเมินผลของโครงงานหรือชิ้นงานแล้ว จะทำให้ เห็นปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงและแก้ปัญหาของชิ้นงาน เพื่อให้ โครงงานหรือชิ้นงานได้ผลสัมฤทธิ์ตรงตามวัตถุประสงค์ รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ ขั้นการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องใด ในชีวิตประจำวันได้ บ้าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพเครื่องบำบัดน้ำเสีย แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพคืออะไร (เครื่องบำบัดน้ำเสีย) • เครื่องดังกล่าวช่วยแก้ปัญหาอะไร (ช่วยบำบัดน้ำเสียให้กลับมาใสสะอาดและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ)


• ถ้านักเรียนสร้างเครื่องดังภาพขึ้นมาเอง นักเรียนนำไปทดสอบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ นำไปทดสอบในบริเวณที่มีน้ำเน่าเสีย โดยใช้ระยะเวลาตามที่กำหนดไว้) • นักเรียนจะประเมินผลอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำและใช้เครื่องมือวัดคุณภาพของน้ำ) • เมื่อผลการประเมินยังไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ ควรทำอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ปรับปรุงแก้ไขเครื่องบำบัดน้ำเสียให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และแก้ไขจุดบกพร่อง) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข วิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นที่ใช้ในการทดสอบชิ้นงาน โดยบันทึกคำตอบเป็น แผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือ ชิ้นงาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เมื่อสร้างชิ้นงานเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาขึ้นมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ นำไปทดสอบแล้วประเมินผล) • ประเด็นการทดสอบชิ้นงานที่สามารถทำได้จริงควรเป็นอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ไม่ยากเกิดขีดจำกัด ความสามารถของผู้ทดสอบหรือคณะต้องมีหลักการ กฎเกณฑ์ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงหลักฐานต่าง ๆ มารองรับในการพิสูจน์ และใช้เวลา ในการทดสอบไม่มากเกินไป) • นักเรียนมีวิธีการทดสอบอย่างไรให้คุ้มค่า (ตัวอย่างคำตอบ จำลองสถานการณ์ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ใช้ เพื่อการทดสอบแทนวัสดุที่จะใช้จริงในชิ้นงานนั้น) คุ้มค่าที่จะทดสอบ ประเด็นที่ใช้ ในการทดสอบชิ้นงาน สามารถท าได้จริง ตรงกับวัตถุประสงค์ ของโครงงาน ต้องไม่เกิดผลกระทบในด้านลบ ต่อผู้อื่นหรือสิ่งแวดลอ้ม


• ข้อดีและข้อเสียของการจำลองสถานการณ์ผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ ข้อดี คือ เสียค่าใช้จ่ายน้อยและไม่สูญเสียวัสดุที่ใช้งานจริง ข้อเสีย คือ อาจได้ ผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำ เท่ากับการทดสอบด้วยสถานการณ์จริง) • นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของเรามีประสิทธิภาพ (ตัวอย่างคำตอบ ผลลัพธ์ตรงกับวัตถุประสงค์ และสามารถนำไปใช้ได้จริง) • นักเรียนมีวิธีการทดสอบวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ต่อผู้อื่น (ตัวอย่างคำตอบ ทดสอบในบริเวณโล่งกว้าง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อยู่ในเขตที่อยู่อาศัย และต้องมีการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ) • การปรับปรุงและแก้ปัญหาของชิ้นงานขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ วัสดุและอุปกรณ์ไม่สามารถทำได้ตามที่คำนวณไว้ ถูกรบกวนจากสิ่งที่ไม่สามารถ ควบคุมได้ ต้องการผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม และผู้ทำการทดสอบประเด็นไม่มีความพร้อม) • ถ้าผู้ทดสอบไม่ความชำนาญในการใช้เครื่องมือจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมยกตัวอย่าง (ตัวอย่างคำตอบ อาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น การทดสอบเพื่อวัดแรงอัดของอิฐ โดยใช้ เครื่องวัดแรงอัด ถ้าไม่มีความชำนาญ อาจทำให้เศษอิฐกระเด็นเข้าสู่ดวงตาได้) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • ขั้นตอนการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ กับเรื่องใดในชีวิตประจำวันได้บ้าง (ตัวอย่างคำตอบ การแก้ปัญหาการเดินทางไปโรงเรียน การปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน) 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข วิธีการ แก้ปัญหาหรือชิ้นงาน ดังนี้ การทดสอบวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานต้องคำนึงถึงว่าสามารถทำได้จริง คุ้มค่าที่จะทดสอบตรง กับวัตถุประสงค์ และต้องไม่เกิดผลกระทบในด้านลบต่อผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม เมื่อพบปัญหาหรืออุปสรรคจาก การทดสอบ ควรปรับปรุงและแก้ปัญหาของชิ้นงานให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตรงตามวัตถุประสงค์ ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของตนเองไปแก้ปัญหาที่เลือกไว้ในชุมชน โดยการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานให้ได้ผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนดไว้


8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การทำโครงงานหรือชิ้นงาน จะต้องมีการกำหนดประเด็นในการทดสอบขึ้นมาหลาย ๆ ประเด็น เพื่อประเมินผลของโครงงานหรือชิ้นงานนั้น ๆ เมื่อทดสอบและประเมินผลของโครงงานหรือชิ้นงานแล้วจะทำ ให้เห็นปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงและแก้ปัญหาของชิ้นงาน เพื่อให้โครงงานหรือชิ้นงานได้ผลสัมฤทธิ์ตรงตามวัตถุประสงค์ ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการ แก้ปัญหาหรือชิ้นงานหน้าชั้นเรียน และบอกปัญหาที่พบ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 11. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน ไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อใช้ในการออกแบบเครื่องมือในการทดสอบและประเมินผล และสามารถประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ถูกต้องและเหมาะสม 12. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพเครื่องบำบัดน้ำเสีย 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน


การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบ เงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (K) 2. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (P) 3. เห็นความสำคัญของการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (A) สาระการเรียนรู้ การนำเสนอผลงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบุคคลอื่น ๆ ที่มีความสนใจไม่ได้เป็นผู้ที่มี ส่วนร่วมในการทำโครงงานหรือชิ้นงาน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการนำเสนอผลงานให้ผู้อื่นเข้าใจถึงแนวคิด วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการทำงาน ปัญหาที่มี แนวทางการแก้ปัญหา รวมไปถึงเหตุผลปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งการนำเสนอ ผลงานมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้นำเสนอโครงงานหรือชิ้นงาน หรืออาจจะขึ้นอยู่กับกรรมการ ที่จะตัดสินโครงงานในกรณีของการจัดการแข่งขันทางวิชาการ รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือการนำเสนอชิ้นงาน มีประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น อย่างไรบ้าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพสื่อนำเสนอ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพ เป็นสื่อนำเสนอรูปแบบใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร (เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ มีชื่อเรียกว่า ภาพพลิก (flip chart)) • มีลักษณะการนำเสนอข้อมูลคล้ายกับสิ่งใดที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน (ตัวอย่างคำตอบ ปฏิทินตั้งโต๊ะ)


• จากภาพ เป็นสื่อนำเสนอรูปแบบใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร (เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ มีชื่อเรียกว่า โปสเตอร์ (poster)) • ยกตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างโปสเตอร์ (ตัวอย่างคำตอบ photoshop, illustrator, indesign) • นักเรียนสามารถพบเห็นโปสเตอร์จากที่ใดได้บ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ป้ายนิเทศในโรงเรียน บอร์ดประชาสัมพันธ์ในห้างสรรพสินค้า ป้ายโฆษณา ต่าง ๆ) • นักเรียนเคยสร้างหรือออกแบบโปสเตอร์หรือไม่ (เคย/ไม่เคย) • จากภาพ เป็นสื่อนำเสนอรูปแบบใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร (เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ มีชื่อเรียกว่า รายงาน (report)) • นักเรียนเคยทำรายงานหรือไม่ (เคย/ไม่เคย)


• จากภาพเรียกว่าอะไร (สตอรีบอร์ด (storyboard)) • นักเรียนเคยทำสตอรีบอร์ดหรือไม่ (เคย/ไม่เคย) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้บรรยายที่ดี โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพ ความคิด ดังตัวอย่าง มีบุคลิกที่น่าดึงดูด สบสายตากับผู้ฟัง แต่งกายสะอาด เรียบร้อย คุณสมบัติ ของผู้บรรยาย ที่ดี พูดดว้ยน้า เสียง ที่ชัดเจน มีภาษากายที่น่าสนใจ รับความคิดเห็น ของผู้ฟัง มีเทคนิคการ บรรยายที่น่าสนใจ


4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับคุณสมบัติของสื่อนำเสนอที่ดี โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพ ความคิด 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือการนำเสนอชิ้นงาน มีประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่นอย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ มีประโยชน์ต่อตนเอง คือ ช่วยให้ฝึกทักษะและบุคลิกภาพของผู้บรรยาย ทำให้การพูดสื่อสารชัดเจน ฝึกวิเคราะห์เกี่ยวกับการพูดอย่างไรให้น่าสนใจ สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ และ ยังฝึกทักษะการสร้างสื่อนำเสนอ และมีประโยชน์ต่อผู้อื่น คือ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจถึงแนวคิด วัตถุประสงค์ ขั้นตอน การทำงาน ปัญหาที่มี และแนวทางการแก้ปัญหา) 6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน แล้ว ตอบคำถาม ดังนี้ • การนำเสนอผลงานประกอบด้วยกี่ส่วน อะไรบ้าง (ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ที่ทำหน้าที่นำเสนอหรือผู้บรรยายและสื่อ) • รูปแบบของการนำเสนอผลงานมีอะไรบ้าง (เอกสารสิ่งพิมพ์ มัลติมีเดีย โปรแกรมการนำเสนอ สตอรีบอร์ด) • นักเรียนยกตัวอย่างเอกสารสิ่งพิมพ์ (ตัวอย่างคำตอบ ภาพพลิก โปสเตอร์ รายงาน แผ่นพับ) • มัลติมีเดียคืออะไร (เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่นำเสนอผลงานด้วยภาพเคลื่อนไหว ภาพกราฟิก เสียงประกอบ และข้อความ เข้าด้วยกัน) มีความน่าสนใจ ข้อความน าเสนอ ไม่เล็กเกินไป คุณสมบัติ ของสื่อน าเสนอ ที่ดี เป็นสื่อผสม ดูแล้วเข้าใจง่าย เน้ือหาอยใู่นกรอบ ของหัวข้อ มีการน า ภาพกราฟิ กมาใช้


• เอกสารสิ่งพิมพ์กับสื่อมัลติมีเดีย สื่อรูปแบบใดดีกว่ากัน เพราะเหตุใด (ตัวอย่างคำตอบ สื่อมัลติมีเดียดีกว่า เพราะสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพและเสียงทำให้เกิดความ น่าสนใจมากกว่า) • นักเรียนยกตัวอย่างโปรแกรมนำเสนอ (ตัวอย่างคำตอบ Microsoft Office PowerPoint, Prezi, PowToon) • องค์ประกอบของสื่อที่ดีจากการใช้โปรแกรมนำเสนอมีอะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ในหนึ่งเฟรมไม่ควรมีตัวอักษรมากเกินไป พื้นหลังสีอ่อน มีการใช้ภาพกราฟิก ประกอบ อาจใช้กราฟ ตาราง หรือแผนภูมิเข้ามาช่วยในการอธิบาย และไม่ควรใส่ภาพการ์ตูนมากเกินไป) • สตอรีบอร์ดนิยมใช้กับการนำเสนอสื่อประเภทใด เพราะเหตุใด (ใช้ในการทำโฆษณาทางโทรทัศน์ หรือทำภาพยนตร์ โครงงาน เพราะต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็น ลำดับขั้นตอน มีการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับภาพเป็นฉาก) 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือ ชิ้นงาน ดังนี้ การนำเสนอผลงานทำให้ผู้อื่นเข้าใจถึงแนวคิด วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการทำงาน ปัญหาที่มี แนวทางการแก้ปัญหา รวมไปถึงเหตุผลปัจจัยอื่น ๆ ควรเลือกใช้รูปแบบของการนำเสนอผลงานให้เหมาะสม เพื่อดึงดูดผู้ฟัง และทำให้การนำเสนอมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำสื่อนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของปัญหา ที่เลือกไว้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาในชุมชน โดยเลือกใช้รูปแบบของการนำเสนอที่เหมาะสม 9. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การนำเสนอผลงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบุคคลอื่น ๆ ที่มีความสนใจไม่ได้เป็นผู้ ที่มีส่วนร่วมในการทำโครงงานหรือชิ้นงาน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการนำเสนอผลงานให้ผู้อื่นเข้าใจถึงแนวคิด วัตถุประสงค์ ขั้นตอนการทำงาน ปัญหาที่มี แนวทางการแก้ปัญหา รวมไปถึงเหตุผลปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งการนำเสนอผลงานมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้นำเสนอโครงงานหรือชิ้นงาน หรืออาจจะขึ้นอยู่กับ กรรมการที่จะตัดสินโครงงานในกรณีของการจัดการแข่งขันทางวิชาการ ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของตนเอง หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูล ได้ชัดเจนและน่าสนใจ


11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 12. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อประยุกต์ใช้ในการบรรยายหรือการสัมภาษณ์งานต่าง ๆ ในอนาคต 13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพสื่อนำเสนอ 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน


แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง โครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูล ที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น เข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบ เงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับโครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (K) 2. วิเคราะห์เกี่ยวกับโครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการออกแบบเชิงวิศวกรรม (A) รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สาระการเรียนรู้ การทำโครงงานหรือชิ้นงาน ควรใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จะช่วยให้เห็นถึงขั้นตอน และวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยจัดระบบความคิดได้อย่างเป็น ขั้นตอน โดยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลและ แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือ ชิ้นงาน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ การใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการสร้างโครงงานหรือชิ้นงานมีประโยชน์อย่างไร


การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันระบุปัญหาที่พบในชุมชนของตนเอง โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพความคิด บนกระดาน ดังตัวอย่าง 2. ส่งตัวแทนนักเรียนออกมาเล่าปัญหาในชุมชนของตนเอง แล้วบอกสาเหตุของปัญหานั้น 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) 4. นักเรียนร่วมกันเลือกปัญหาในชุมชนที่ระบุไว้บนกระดาน 1 ปัญหาที่คิดว่าปัญหานั้น ส่งผล กระทบมากที่สุด 5. นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาที่เลือกลงในตาราง โดยใช้หลักการ 5W1H ดังตัวอย่าง หลักการ 5W1H ผลการระบุปัญหา Who ใครเป็นผู้ใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก What อะไรจะมาทดแทนถุงพลาสติก Where ขยะพลาสติกส่วนมากอยู่ที่ไหนบ้าง When เมื่อใดถึงจะมีการเลิกใช้ถุงหรือบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก Why ทำไมต้องใช้ถุงพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ How เราจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับปริมาณขยะพลาสติกได้อย่างไร ชุมชนแออัด ปัญหา ในชุมชน น้ำ เน่ำเสีย ไม่มีน้ำ ประปำ ไม่มีพลังงำนไฟฟ้ำ ยำเสพติด ทะเลำะวิวำท กำรจรำจรติดขัด เสียงดัง ขยะพลำสติก


6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาที่เลือกไว้ โดยบันทึกคำตอบเป็น แผนภาพก้างปลา ดังตัวอย่าง 7. นักเรียนร่วมกันระบุขอบเขตของปัญหาที่เกี่ยวกับปัญหาที่เลือกไว้ ดังตัวอย่าง • ระบุขอบเขตของปัญหาที่เกี่ยวกับขยะพลาสติก การแก้ปัญหานี้มุ่งประเด็นไปสำรวจบริเวณตลาด ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านกาแฟในย่านสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร โดยจะทำการสอบถามเกี่ยวกับ จำนวนถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกและจำนวนแก้วพลาสติกที่ใช้ในแต่ละวันของแต่ละที่ 8. นักเรียนร่วมกันบอกวิธีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เลือก ดังตัวอย่าง รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะพลาสติก 1) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับขยะพลาสติกทุกประเภท รวมไปถึงศึกษาเกี่ยวกับการกำจัดขยะ พลาสติกอย่างถูกวิธี การนำกลับมาใช้ซ้ำ แปรรูปมาใช้ใหม่ และการใช้สิ่งอื่นมาทดแทนพลาสติกจากเว็บไซต์ที่ เกี่ยวข้องผ่านทางอินเทอร์เน็ต 2) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับขยะพลาสติกที่มาจากร้านค้าและห้างสรรพสินค้า ย่านสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร 3) สัมภาษณ์โดยตรงกับผู้คนในย่านสยามสแควร์ที่เห็นการใช้ถุงพลาสติกจำนวน 100 คน เป็นอย่างน้อย เพื่อสอบถามความคิดเห็น รัฐบาล ไม่มีนโยบำยทำงด้ำน สิ่งแวดลอ้มที่ชดัเจน รัฐบำลไม่เห็นว่ำเป็นปัญหำ ที่ต้องเร่งรัดจัดกำร สาเหตุ ไม่มีกำรแยกขยะพลำสติกเพื่อให้ง่ำย ต่อกำรน ำไปรีไซเคิล (Recycle) งบประมำณที่ได้มำไม่เพียงพอ ต่อกำรจัดกำรขยะพลำสติก เจ้าหน้าที่ของเทศบาลในชุมชน ขยะพลาสติก มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ร้านค้า สะดวกในกำรใช้บรรจุ สิ่งของใหล้กูคำ้ทนทำน ต้นทุนสูงกว่ำวัสดุอื่น ๆ สะดวกในกำรใช้บรรจุสินค้ำ โดยไมต่อ้งจ่ำยเงินเพิ่ม ใชเ้พียงคร้ังเดียวไมน่ำ มำใชซ้้ำ (Reuse) ประชาชน


9. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาที่เลือก โดยบอกข้อดี ข้อเสีย ของวิธีการแก้ปัญหา นั้น แล้วร่วมกันให้คะแนน ดังตัวอย่าง วิธีการแก้ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย คะแนนเฉลี่ย 1. ใช้ถุงกระดาษ ถุงผ้า กล่องกระดาษ หลอดจากกระดาษ แก้วน้ำส่วนตัว หรือ นำบรรจุภัณฑ์จากบ้าน มาใช้ใส่อาหาร • ทำได้ง่าย ทุกคน สามารถมีส่วนร่วมได้ • หลายองค์กรมีการ สนับสนุน เช่น หากใช้ แก้วส่วนตัวมาซื้อ เครื่องดื่มจะมีการ ลดราคาลง • บางคนคิดว่าการพก ถุงผ้าไปซื้อของที่ ห้างสรรพสินค้า หรือนำแก้วส่วนตัว ไปซื้อเครื่องดื่ม เป็นภาระ 4.7 2. เก็บเงินจากค่าถุง พลาสติกจากคนที่ต้องการ ใช้ถุงพลาสติกหรือวัสดุ อุปกรณ์ที่ทำมาจาก พลาสติก • ลดการขอถุงพลาสติก เพื่อนำมาใส่สิ่งของ หรือสินค้าได้ ในระยะหนึ่ง • บางคนไม่สนใจ เพราะร้านค้าเก็บค่า ถุงพลาสติกในราคาถูก มาก 4.2 3. ลด ใช้ซ้ำ หรือแปรรูป พลาสติก เช่น นำแก้วพลาสติกมาเป็น ที่ใส่ปากกา หรือเป็น กระถางต้นไม้ • เป็นการลดจำนวนขยะ • ได้ของใช้ใหม่ โดยไม่ต้องเสียเงิน เพิ่มขึ้น • ต้องเป็นคนที่มี ความคิดสร้างสรรค์ ถึงจะประยุกต์ บรรจุภัณฑ์จาก พลาสติกไปเป็น ของใช้ใหม่ได้ 3.4 วิธีการแก้ปัญหา ข้อดี ข้อเสีย คะแนนเฉลี่ย 4. ภาครัฐควรออก กฎหมายสั่งห้ามการใช้ ถุงและบรรจุภัณฑ์ จากพลาสติก • เห็นผลเร็ว • ทำได้ทันทีโดยไม่ต้อง รอความร่วมมือ จากเอกชน • ประชาชนบางส่วน อาจจะปรับตัวไม่ทัน เกิดความลำบาก ในการดำเนินชีวิต 3.9


10. นักเรียนจัดลำดับวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเป็นแผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง 11. นักเรียนร่วมกันวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ดังตัวอย่าง แผนปฏิบัติการ ชื่อโครงการ การลดปริมาณขยะพลาสติก ลำดับที่ กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ (สัปดาห์) 1 2 3 1 ประชุม วางแผน แบ่งงาน 2 ซื้ออุปกรณ์ รวบรวมข้อมูล 3 สำรวจ สอบถามความคิดเห็น 4 ทำการทดสอบประเด็น 5 แก้ไขปัญหา สรุปผล เตรียมนำเสนอ 12. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับวิธีการทดสอบ และปรับปรุงวิธีการแก้ปัญหา ดังตัวอย่าง 1) แจกถุงผ้าหรือแก้วทัมเบลอร์ (Tumbler) ให้แก่กลุ่มตัวอย่างโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อให้ นำไปใช้แทนถุงพลาสติกหรือแก้วพลาสติก 2) ติดต่อ สอบถาม กลุ่มตัวอย่างจากข้อที่ 1 เกี่ยวกับการใช้ถุงผ้า (ลดการใช้ถุงพลาสติกจากทาง ร้านค้า) หรือนำแก้วส่วนตัวมาใช้เอง (ลดการใช้แก้วพลาสติกจากทางร้าน) พบว่ามีผู้ที่ทำได้ตามที่กล่าวมาเพียง ร้อยละ 40 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 60 ไม่สามารถทำได้ตลอด เนื่องจากเห็นว่าเป็นภาระและลืมพกพา 3) วิธีการแก้ปัญหาที่ได้จากข้อที่ 1 คือ อาจจะไปขอความร่วมมือจากร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า ให้สร้างแรงจูงใจให้ผู้คนตระหนักเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวัน เช่น ลดราคาเครื่องดื่มหากนำแก้วส่วนตัวมาเอง ได้แต้มสะสมเพื่อเป็นส่วนลด ในการซื้อสินค้าในครั้งต่อไป หากไม่ใช้ถุงพลาสติกจากทางร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า เก็บเงินค่ำถุง ลดการใช้ ถุงพลาสติก ใช้ถุงผ้ำ ใช้แก้วส่วนตัว รัฐบำลออกกฎหมำย แปรรูป 4.7 4.2 3.9 3.4 ปฏิบัติได้ง่ำย บำงร้ำนมีส่วนลด ลดกำรใช้ถุงพลำสติก แก้ปัญหำได้เร็ว ได้ของใช้ใหม่ ๆ


13. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนเลือกรูปแบบการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาและผลการแก้ปัญหาใด เพราะเหตุใด (ตัวอย่างคำตอบ เลือกรูปแบบการนำเสนอด้วยสตอรีบอร์ด (Storyboard) เพราะว่าสามารถ แสดงรายละเอียดภาพและขั้นตอนการทำงานได้เป็นขั้นตอน ทำให้เห็นถึงภาพรวมของโครงงาน ทำให้ผู้ที่มีความสนใจเข้าใจตรงกัน) 14. นักเรียนวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการสร้างโครงงานหรือชิ้นงานมีประโยชน์ อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยให้เห็นถึงขั้นตอนและวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและชัดเจน มากขึ้น และยังช่วยจัดระบบความคิดได้อย่างเป็นขั้นตอน จึงส่งผลให้การทำโครงงานหรือชิ้นงานง่ายขึ้น และบรรลุเป้าหมายอย่างรวดเร็ว) 15. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับโครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ดังนี้ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูล และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน และการนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน เมื่อการทำโครงงานหรือชิ้นงานนำกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ จะทำให้การแก้ปัญหาเป็นระบบชัดเจน ช่วยจัดระบบความคิดได้อย่างเป็นขั้นตอน ส่งผลทำให้ทำโครงงาน หรือชิ้นงานง่ายขึ้นและตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 16. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันคิดแก้ปัญหาสถานการณ์ที่กำหนดให้ โดยใช้ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แล้วบันทึกคำตอบลงในชิ้นงานที่ 2 เรื่อง การออกแบบเชิงวิศวกรรม สถานการณ์ ถ้านักเรียนอยู่ในสมัยที่ยังไม่มีการประดิษฐ์เครื่องมือที่ช่วยในการจุดไฟ นักเรียนจะแก้ปัญหาอย่างไร 17. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การทำโครงงานหรือชิ้นงาน ควรใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จะช่วยให้เห็นถึงขั้นตอน และวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยจัดระบบความคิดได้อย่างเป็น ขั้นตอน โดยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลและ แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ


ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือ ชิ้นงาน ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 18. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการแก้ปัญหาสถานการณ์ โดยใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็น ข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 19. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 20. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับโครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อ ประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและนำไปใช้จัดทำโครงงานหรือชิ้นงานในการแก้ปัญหาของชุมชน 21. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ห้องคอมพิวเตอร์ 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน


การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง โครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การออกแบบเชิงวิศวกรรม (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงาน เรื่อง การออกแบบเชิงวิศวกรรม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การแก้ปัญหา ด้วยกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ครบทุกขั้นตอน และถูกต้อง เลือกใช้เครื่องมือ ได้เหมาะสม และวาดภาพได้สวยงาม เข้าใจง่าย ตอบคำถาม ได้ถูกต้อง ละเอียด สามารถให้คำแนะนำ เพื่อนได้ ใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ครบทุกขั้นตอน และถูกต้อง เลือกใช้เครื่องมือ ได้เหมาะสม และวาดภาพได้สวยงาม ตอบคำถามได้ถูกต้อง ละเอียด ใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ครบทุกขั้นตอน เลือกใช้เครื่องมือได้ และวาดภาพได้ ตอบคำถามได้ถูกต้อง ใช้กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ครบทุกขั้นตอน เลือกใช้เครื่องมือได้ และวาดภาพได้ ตอบคำถามได้ถูกต้องบาง ข้อ


Click to View FlipBook Version