๘. ความคิดเหน็ (ผู้บรหิ าร / หรอื ผูท้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง.................................................แลว้ มีความเห็นดงั นี้
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเน้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี งั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................. ...................................................
.............................................................. .................................................................................... ............................................
ลงชอ่ื ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................................. .............................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์)
รองผูอ้ ำนวยการกลุม่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น
....................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ............................................................. .......................................
ลงชอื่ .............................................
(นายวีระ แก้วกัลยา)
ผูอ้ ำนวยการ
โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบุรี
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๕.๒
เรื่อง ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา เวลา ๒ ชั่วโมง ระดบั ชั้นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
__________________________________________________________________________
๑. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละ ส่งิ ทต่ี ้องรแู้ ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวัดผลและการ
ตวั ชวี้ ัด ประเมนิ ผล
ท ๑.๑ ม. ๑/๑ อ่าน ๑. อธิบายแนวทาง - อ่านและเขียน - ประเมินการอา่ น
ออกเสียงบทร้อยแกว้ และ การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว คำศัพท์
บทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
เหมาะสมกับเรือ่ งที่อา่ น
ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มี ๒. อา่ นออกเสยี งคำศพั ท์ - ประเมินการอ่าน
มารยาทในการอ่าน ยากจากเนื้อเรือ่ ง อ่านออกเสียง - ตรวจผลงาน
คำศัพท์ยากจากเน้ือเรอ่ื ง (P)
๓. จบั ใจความเร่อื ง
ราชาธิราช ตอน สมิงพระราม
อาสา (P)
๔. กระตอื รือรน้ ในการ - สังเกตพฤติกรรมของ
อ่านและการทำกจิ กรรมเพื่อให้ นกั เรียนในการเขา้ ร่วม
เขา้ ใจเนอื้ เรอ่ื ง (A) กจิ กรรม
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- หลกั การการอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว
- ความหมายคำศพั ท์
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- การอ่านออกเสยี งคำศัพท์ยากจากเนอ้ื เรื่อง
- การอา่ นจบั ใจความเรอื่ ง ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
- การฝึกมารยาทในการอา่ น
- การฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- กระตอื รือรน้ ในการอา่ นและการทำกจิ กรรมเพื่อให้เข้าใจเน้ือเรอื่ ง
- มีมารยาทในการเขียน
- มีมารยาทในการอา่ น
๔. หลกั ฐานการเรียนรู้ ช้นิ งานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหัด เรือ่ ง อ่านและเขยี นคำศัพท์
สงิ่ ที่วัดผล วิธีวัดผล เครอ่ื งมือวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) - ประเมนิ การอ่าน รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - แบบประเมินการ รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) - ประเมนิ การอ่าน อา่ น รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
สมรถนะของผู้เรียน (C) - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
อ่าน
- สังเกตพฤติกรรมของ
นกั เรียนในการเขา้ รว่ ม - แบบบนั ทกึ การ
กิจกรรม สงั เกตพฤตกิ รรม และ
ผลงานระหวา่ งเรยี น
- แบบสังเกต
พฤติกรรมของนกั เรียน
ในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
๕. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รปู แบบการ/จดั กิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลอื นกั เรียน
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนท่เี นน้ ให้ผูเ้ รียนมสี ว่ นร่วมและมี ปฏสิ มั พันธ์กับ
กิจกรรมการเรยี นรู้ผ่านการปฏบิ ตั ิที่หลากหลายรูปแบบ เชน่ การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปล่ียนความคิดเหน็ และการทำกรณีศึกษา เปน็ ต้น โดยกจิ กรรมทีน่ ำมาใชค้ วรชว่ ยพฒั นาทกั ษะการคิดวิเคราะห์
การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ การสอื่ สาร/นำเสนอ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผเู้ รียน
นอกจากการมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมดงั กลา่ วข้างต้นแล้ว ยังตอ้ งมปี ฏสิ ัมพนั ธก์ บั ผู้สอนและผเู้ รียนกับ ผ้เู รียนด้วยกนั ด้วย
๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๖.๑ ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ๑. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
การอา่ นแบบนกแก้วนกขุนทองเป็นอย่างไร
๖.๒ ขัน้ สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว แล้วร่วมกันสรุปความเข้าใจ
ครเู ป็นผูอ้ ธบิ ายเพมิ่ เติม
๖.๒.๒ ครูเล่าเนื้อเรื่องราชาธิราชก่อนถึงตอนสมิงพระรามอาสา และเรื่องย่อของตอนสมิงพระราม
อาสาใหน้ ักเรยี นฟงั
๖.๒.๓ ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม ๘ กลุม่ อ่านเร่อื ง ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา เพือ่ จบั ใจความ เน้ือเร่ืองใน
แต่ละชว่ ง ดงั นี้
กลมุ่ ท่ี ๑ ตงั้ แตพ่ ระเจา้ กรงุ จนี มพี ระราชประสงค์จะทอดพระเนตรทหารขมี่ ้าสกู้ ับ
กามะนีตวั ตอ่ ตวั จนถงึ พระเจ้ากรงุ จีนได้อ่านพระราชสาส์นตอบของ
พระเจ้าฝร่งั มงั ฆ้องว่าจะใหม้ ีกำหนดนัดหมายออกไปแจ้งภายในเจ็ดวนั
กลุม่ ที่ ๒ ตง้ั แต่พระเจ้ามณเฑยี รทองตรัสปรึกษาเหลา่ ข้าราชบรพิ ารทงั้ ปวงเกีย่ วกับ
การหาผู้รับอาสาขม่ี า้ แทงทวนสู้กับกามะนี จนถึงพระเจ้าฝรงั่ มังฆอ้ งตรสั ส่งั
เสนาบดีให้จัดหามา้ เชลยศักดทิ์ ง้ั ในพระนครและนอกพระนครเพ่อื ให้
สมิงพระรามเลอื ก
กลมุ่ ท่ี ๓ ตั้งแต่เสนาขา้ หลวงท่ีจดั หามา้ เชลยศักดิ์ไปพบมา้ สองตวั แมล่ ูกของหญงิ ม่าย
จนถึงพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องให้มังมหาราชานำพระราชสาส์นกำหนดนัดหมายพร้อมด้วยเครื่องราชบรรณาการไป
ถวายพระเจา้ กรุงจีน
กลุ่มที่ ๔ ตัง้ แตม่ ังมหาราชาถอื พระราชสาส์นกำหนดไปถวายพระเจา้ กรงุ จนี จนถึง
สมงิ พระรามตัดศีรษะกามะนีได้
กลมุ่ ที่ ๕ ตัง้ แตพ่ ระเจา้ กรงุ จีนให้ทหารนำศพกามะนมี าทำศีรษะต่อเข้าแล้วใส่หบี
ไปฝงั จนถึงพระเจ้ามณเฑียรทองตรัสแก่พระอัครมเหสวี า่ ทำไฉนจึงจะให้
สมงิ พระรามรบั ราชสมบัติอย่ดู ้วยได้
กลุ่มท่ี ๖ ตง้ั แตพ่ ระอคั รมเหสถี วายคำแนะนำต่อพระเจ้ามณเฑียรทอง จนถึงพระนาง
มีพระราชเสาวนยี ์ให้แต่งโภชนาหารเตรียมไว้
กลุ่มท่ี ๗ ต้ังแต่พระเจา้ มณเฑียรทองมีรับสั่งให้หาเจา้ สมิงพระรามเขา้ มากินเลยี้ ง
บนพระราชมนเทยี ร จนถึงสมิงพระรามไดอ้ ภิเษกกับพระราชธดิ าและได้รับ
ตำแหน่งมหาอุปราช
กลมุ่ ที่ ๘ ตั้งแต่พระราชธิดาทรงพระครรภ์ จนถึงสมงิ พระรามกลบั กรงุ หงสาวดแี ละ
ไดป้ กครองเมืองวาน
๖.๒.๔ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอใจความสำคัญ โดยเรียงลำดับตั้งแต่ กลุ่มที่ ๑ เพื่อให้ได้
ใจความที่ต่อเน่อื งกนั
๖.๒.๕ ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเนื้อเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ แล้วบันทึก เป็นแผนภาพ
ความคิด
๖.๒.๖ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาคำที่อ่านยากจากเนือ้ เรื่องที่ได้รับมอบหมาย แล้วออกมาช่วยกันเขียนคำ
บนกระดาน เช่น
พลพยหุ เสนา วสนั ตฤดู เครอ่ื งราช
เสนาพฤฒามาตยร์ าชปโุ รหติ สุปะเพยี ญชนบาหรราณร าการ
พระราชมนเทยี ร เยาวรปู สริ วิ ลิ าสลกั ษณ์ ตณั ฑุลา
กณั หสปั ปะชาติ กลั ปาวสาน
ทแกลว้ ทหาร ธรรมยทุ ธ์ นอระมาด
บาทบรจิ ารกิ า พนั ธนาการ พทิ ยาธร
เพลงโคมเวยี น เพลงผา่ หมาก มหายุทธนาการ
รชั นียารมณ์ วสิ ตู ร การ
วเิ สท สมเดจ็ อมรนิ ทร์
๖.๒.๗ ให้นกั เรยี นช่วยกนั อ่านออกเสยี งคำบนกระดานทลี ะคำให้ถูกตอ้ ง ครชู ่วยแนะนำและอธบิ ายเพิ่มเตมิ
๖.๓ ขัน้ สรุป (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๑ ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
แนวทางท่ีจะทำให้อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วทเ่ี ปน็ วรรณคดไี ด้ดีนั้น ต้องศึกษาเน้ือเร่ือง ให้เขา้ ใจ
สงั เกตถ้อยคำและข้อความทเ่ี ป็นใจความสำคัญเพ่ือเนน้ เสียง และฝกึ อ่านออกเสียงคำ
ที่อ่านยากใหถ้ ูกต้อง
๖.๔ สอ่ื การสอน/แหลง่ เรียนรู้
๖.๔.๑ ตารางปรศิ นาอักษรไขว้
๖.๔.๒ ฉลากหมายเลข
๗. บนั ทกึ ผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เรื่อง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่านักเรียน.........................................................
............................................................................................................................. ......................................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรอ่ื ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบว่านักเรียน..........................................................
............................................................................................................................. ........................................
๑.๓ ด้านเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่ือมโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรยี นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นกั เรยี น............................................................
........................................................................................................................................... .........................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ …………………………..
๑. นกั เรียนมผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอยู่ในระดบั ...................
๒. นักเรียนมีทักษะในระดบั ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรียนรู้
.................................................................................... ..........................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๔. ขอ้ ค้นพบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
...................................................................................... ............................................................................... ......................
............................................................................................................................. ..............................................................
๕. อน่ื ๆ............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................................................. .........................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๕.๓
เร่ือง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา เวลา ๒ ชั่วโมง ระดบั ชน้ั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑
__________________________________________________________________________
๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละ ส่งิ ทต่ี ้องรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวัดผลและการ
ตัวชี้วดั ประเมินผล
ท ๑.๑ ม. ๑/๑ อ่าน ๑. อธิบายวิธกี ารอา่ นออก - การอา่ นแบ่ง - ประเมินการอ่าน
ออกเสยี งบทร้อยแก้วและ เสยี งบทรอ้ ยแก้ว (K) วรรคตอนเนอ้ื เรื่อง
บทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ราชาธิราช ตอน สมิง
เหมาะสมกับเรอื่ งท่ีอา่ น พระรามอาสา
ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มี ๒. แบง่ วรรคตอนเนอ้ื เรื่อง - ประเมนิ การอา่ น
มารยาทในการอา่ น ราชาธิราช ตอน สมิงพระราม
อาสา (P)
๓. อ่านออกเสยี งเร่อื ง - ประเมนิ การอา่ น
ราชาธิราช ตอน สมงิ พระราม
อาสา (P)
๔. เหน็ ความสำคญั ของ - สงั เกตพฤติกรรมของ
การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว นกั เรยี นในการเขา้ ร่วม
อย่างถูกต้องชัดเจน (A) กจิ กรรม
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- หลกั การการอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้
- หลกั การอา่ นแบ่งวรรคตอนเนอ้ื เรื่องราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- การอ่านออกเสยี งคำศัพท์ยากจากเนื้อเร่ือง
- การอ่านแบ่งวรรคตอนเน้ือเร่ืองราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา
- การฝกึ มารยาทในการอ่าน
- การฝกึ กระบวนการคิดวเิ คราะห์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคญั ของการอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ อย่างถกู ต้องชัดเจน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลักฐานการเรียนรู้ ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝกึ หดั เรอื่ ง การอ่านแบง่ วรรคตอนเนื้อเร่ืองราชาธริ าช ตอน สมงิ พระรามอาสาความเป็นมาของเรอื่ ง
ราชาธิราช
ส่งิ ท่วี ัดผล วิธีวัดผล เคร่ืองมอื วัดผล เกณฑ์การประเมิน
ด้านความรู้ (K) - ประเมินการอ่าน รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
- แบบประเมินการ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - ประเมินการอ่าน อ่าน รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) - ประเมนิ การอ่าน - แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
อา่ น
สมรถนะของผ้เู รยี น (C) - สงั เกตพฤติกรรมของ รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
นักเรยี นในการเข้ารว่ ม - แบบประเมนิ การ
กิจกรรม อ่าน
- แบบสังเกต
พฤติกรรมของนักเรียน
ในการเข้าร่วมกิจกรรม
๕. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รปู แบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกจิ กรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลือนักเรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรยี นการสอนท่เี น้นให้ผูเ้ รยี นมสี ว่ นร่วมและมี ปฏสิ ัมพันธก์ ับ
กจิ กรรมการเรยี นรผู้ า่ นการปฏบิ ัติที่หลากหลายรปู แบบ เช่น การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การระดมสมอง การ
แลกเปลีย่ นความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เปน็ ตน้ โดยกจิ กรรมทนี่ ำมาใชค้ วรช่วยพัฒนาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ การส่อื สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผ้เู รยี น
นอกจากการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมดงั กลา่ วข้างต้นแล้ว ยงั ต้องมปี ฏสิ ัมพนั ธก์ ับผ้สู อนและผู้เรียนกบั ผเู้ รียนด้วยกนั ดว้ ย
๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นกั เรียนฟงั และสงั เกตการอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ จากแถบข้อความท่คี รตู ิดบนกระดาน ดงั น้ี
ครนั้ เวลาเช้าพระเจ้ามณเฑยี รทองจงึ มรี บั สงั่ ใหห้ าเจ้าสมงิ พระรามเขา้ มากินเล้ียง
บนพระราชมณเฑยี ร สมงิ พระรามรบั พระราชทานเคร่อื งเล้ยี งพอควรแล้ว กเ็ ขา้ มากราบถวาย
บงั คม เฝ้าอยู่โดยลาดบั พระเจ้ามณเฑยี รทองจงึ ตรสั ว่า เราเป็นกษตั รยิ อ์ นั ประเสรฐิ ไดอ้ อก
วาจาแลว้ ถงึ จะตายกห็ าเสยี ดายชวี ติ ไม่ เพราะรกั สตั ยย์ ง่ิ กว่ารกั ชวี ติ ไดร้ อ้ ยเทา่ ...
๖.๒ ข้นั สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาจากขอ้ สังเกตทฟี่ งั ครอู ่านในประเดน็ ต่อไปน้ี
การอ่านออกเสยี งคำตามอกั ขรวธิ ี เชน่ ความสน้ั ยาวของเสียงสระ ความสูงตำ่
ของเสียงวรรณยุกต์ คำทม่ี พี ยัญชนะควบกล้ำ คำท่มี ี ร ล
การแบง่ วรรคตอนของขอ้ ความ
การเนน้ เสียงถ้อยคำหรอื ข้อความทเ่ี ปน็ ใจความสำคัญ
การใช้น้ำเสียงใหส้ อดคล้องกับเนอ้ื หา
๖.๒.๒ ใหน้ ักเรยี นฝึกอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วในแถบข้อความพร้อมกัน ครสู งั เกต การ
อา่ นออกเสียงของนกั เรียนและให้คำแนะนำ
๖.๒.๓ ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ๘ กล่มุ ส่งตวั แทนออกมาเลอื กหมายเลขท่มี บี ทอา่ น กลมุ่ ละ ๑ หมายเลข
เมือ่ ไดร้ บั บทอา่ นแล้ว แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันอ่านสำรวจเพอื่ จับใจความ คน้ หาคำยาก และถ้อยคำหรือ
ขอ้ ความทค่ี วรเนน้ เสยี ง แบง่ วรรคตอน และฝึกฝนการอา่ นออกเสยี งให้ถกู ตอ้ ง คลอ่ งแคล่ว
ข้อความทแ่ี ต่ละกลมุ่ ไดร้ ับมีดงั น้ี
๑ เรายกพยุหเสนามาครัง้ น้ี ด้วยมีความปรารถนาสองประการ ๆ หน่ึงจะให้
พระเจา้ องั วะอย่ใู นอานาจออกมาถวายบงั คมเรา ประการหน่ึงจะใคร่ดทู หารขม่ี า้ ราทวนสู้
กนั ตวั ต่อตวั ชมเลน่ เป็นขวญั ตา แมน้ ทหารกรุงรตั นบุระองั วะแพก้ ใ็ หย้ อมถวายเมอื งแก่เรา
โดยดี อยา่ ใหส้ มณชพี ราหมณ์ อาณาประชาราษฎรไดค้ วามเดอื ดรอ้ นเลย ถา้ ทหารฝ่ายเรา
แพ้ก็จะเลิกทพั กลบั ไปยงั พระนคร และราษฎรในกรุงรตั นบุระองั วะนัน้ โดยต่าลงไปแต่
กระทอ่ มน้อยหลงั หน่งึ กม็ ใิ หเ้ ป็นอนั ตราย พระเจา้ องั วะจะคดิ ประการใดกเ็ ร่งบอกออกมา
๒ ซง่ึ พระเจา้ กรงุ จนี มพี ระทยั ปรารถนาจะใคร่ชมฝีมอื ทหารฝา่ ยพม่าขม่ี า้ ราทวนสูก้ นั
เป็นสงครามธรรมยุทธน์ นั้ เราเหน็ ชอบดว้ ยมคี วามยนิ ดยี ง่ิ นกั เพราะสมควรแกพ่ ระองค์
เป็นกษตั รยิ ผ์ ู้ใหญ่อนั ประเสรฐิ แต่การสงครามครงั้ น้ีเป็นมหายุทธนาการใหญ่หลวง จะ
ด่วนกระทาโดยเรว็ นนั้ มไิ ด้ ของดไวภ้ ายในเจด็ วนั อน่ึง พระองคก์ เ็ สดจ็ มาแต่ประเทศ
ไกล ไพร่พลทงั้ ปวงยงั เหน็ดเหน่ือยเม่อื ยล้าอยู่ ขอเชญิ พระองค์พกั พลทหารระงบั พระ
กายใหส้ าราญพระทยั ก่อนเถดิ แลว้ เราจงึ จะใหม้ กี าหนดนัด
ห๓มายออ.กไ.ปแ.จสง้ มงิ ตพารมะมรพีามระกร็เาขช้าสมาาสกน์ รมาาบนถนั้ วายบงั คมหน้าพระท่นี ัง่ พระเจ้าฝรงั่ มงั ฆ้อง
ทอดพระเนตรเหน็ สมงิ พระรามกม็ พี ระทยั ยนิ ดนี กั จงึ ตรสั ถามว่า ศกึ มาตดิ กรุงองั วะครงั้ น้ี
หาผใู้ ดทจ่ี ะอาสาออกสกู้ บั ทหารจนี มไิ ด้ ท่านจะรบั อาสาเราหรอื ประการใด สมงิ พระรามจงึ
กราบทูลว่า อนั การสงครามเพยี งน้ีมพิ อเป็นไรนัก ขา้ พเจ้าจะขอรบั อาสาพระองคอ์ อกไป
ต่อสดู้ ว้ ยกามะนสี นองพระเดชพระคณุ มใิ หอ้ ปั ยศแกพ่ ระเจา้ กรงุ จนี นนั้ พอจะไดอ้ ยู่
แต่ขา้ พเจา้ จะขอรบั พระราชทานมา้ ทด่ี มี ฝี ีเทา้ ตวั หน่ึง ถ้าไดส้ มคะเนแลว้ อย่าว่าแต่กามะนี
เลยเวน้ ไวแ้ ตเ่ ทพยดานอกกว่านนั้ ขา้ พเจา้ จะสไู้ ดส้ น้ิ
๔ ...สมงิ พระรามจงึ ทูลว่าลกั ษณะช้างดตี ่อเม่อื ขจ่ี งึ จะรู้ว่าดี มา้ ดไี ดต้ ้องเอามอื
ต้องหลงั ดกู ่อนจงึ จะรวู้ ่าดที แกลว้ ทหารกด็ ี ถ้าอาสาออกสงครามทาศกึ จงึ จะรวู้ ่าดี ทองนพ
คุณเล่า ขดี ลงหน้าศลิ าก่อนจงึ จะรวู้ ่าดี สตรรี ูปงามถ้าพรอ้ มดว้ ยลกั ษณะกริ ยิ ามารยาทตอ้ ง
อย่าง จงึ ควรนับว่างาม ถ้าจะให้รูร้ สอร่อยไดส้ มั ผสั ถูกต้องก่อนจงึ นับถอื ว่ามโี อชาอร่อย
ถา้ ใจดี ตอ้ งทดลองใหส้ น้ิ เชงิ ปญั ญากอ่ นจงึ จะนบั วา่ ด.ี ..
๕ ครนั้ สมงิ พระรามแลเหน็ กามะนีควบมา้ เต็มกาลงั แลว้ มทิ นั กแ็ สรง้ รอม้าไวห้ วงั จะ
ดูท่วงที เห็นกามะนียงั ไกลเชิงนักอยู่ สาคญั ได้ว่าเหง่อื ม้ากามะนีตกจนถงึ กีบ ก็รู้ว่าม้า
หย่อนกาลงั ลงแล้ว จงึ ชกั ม้าวกเป็นเพลงโคมเวยี น เขา้ รบั กามะนี ๆ ชกั ม้าเป็นเพลงผ่า
หมากแลกเปลย่ี นกนั ต่าง ๆ ฝา่ ยมา้ กามะนีหอบรวนหย่อนกาลงั ลงกลบั ตวั ตามเพลงไม่ทนั
สมงิ พระรามไดท้ กี ส็ อดทวนแทงถูกซอกรกั แรก้ ามะนี ๆ เอนตวั ลง สมงิ พระรามจงึ ชกั ดาบ
กระทบื มา้ เขา้ ฟนั ยอ้ นตามกลบี เกราะขน้ึ ไป ต้องศรี ษะกามะนีขาดออกตกลงมายงั มทิ นั ถงึ
ดนิ กเ็ อาขอเหลก็ สบั เอาศรี ษะกามะนีได้ ใสต่ ะกรวยแลว้ กช็ กั มา้ ฟ้อนราเป็นเพลงทวนเขา้
มาตรงหน้าพลบั พลาพระเจา้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ ง
๖ ...ซ่ึงข้าพเจ้าจะผูกจิตสมิงพระรามให้อยู่ด้วยยางรกั นัน้ ก็คอื จะให้ใจสมงิ
พระรามมาผูกรกั อยู่ดว้ ยสงิ่ น้ี อนั จะผูกดว้ ยมนตราคมและโซ่ตรวนเชอื กพวนสรรพเคร่อื ง
จองจาทงั้ สน้ิ นนั้ กพ็ ลนั ทจ่ี ะหลุดถอนเคล่อื นคลายไม่แน่นเหนียวเหมอื นยางรกั ถ้าผใู้ ดผกู
ตดิ อยดู่ ว้ ยยางรกั แลว้ ถงึ จะเอาเชอื กพวนเขา้ มาฉุดชกั กม็ อิ าจจะหลดุ เคลอ่ื นคลายได้ เหน็
สมงิ พระรามจะสวามภิ กั ดอิ ์ ย่ดู ว้ ยพระองคเ์ พราะสง่ิ น้เี ป็นมนั่ คง
๗ ...อน่ึงเราเกรงคนทงั้ ปวงจะครหานินทาได้ ท่านรับอาสากู้พระนครไว้มี
ความชอบเป็นอนั มาก มิได้รบั บาเหน็จรางวลั สิ่งใด นานไปเบ้ืองหน้าถ้าบ้านเมอื งเกดิ
จลาจลหรอื ข้าศึกมาย่ายีเหลือกาลัง ก็จะไม่มีผู้ใดรับอาสาอีกแล้ว เห็นเราจะได้ความ
ขดั ขวางเป็นมนั่ คง ตรสั แลว้ จงึ สงั่ ใหพ้ ระราชธดิ ายกพานพระศรมี าตงั้ ใหเ้ จา้ สมงิ พระราม
กนิ ต่อหน้าพระทน่ี งั่ พระราชธดิ ากอ็ ายพระทยั ยงิ่ นักดว้ ยเป็นราชบุตรกี ษตั รยิ ์ แต่ทรงพระ
เยาว์มาจนเจรญิ พระชนม์ ยงั ไม่เคยยกพานพระศรใี ห้ทหารและขุนนางผู้ใดกนิ แต่ขยบั
ขยนั้ ยงั้ พระองคอ์ ยู่มใิ คร่จะแหวกพระวสิ ูตรออกมาได้ พระเจา้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ งกต็ รสั เตอื นว่ามา
เรว็ ๆ พระราชธดิ าเกรงพระราชอาญา ขดั รบั สงั่ สมเดจ็ พระราชบดิ ามไิ ด้ กย็ กพานพระศรมี า
ตงั้ ลงเฉพาะหน้าสมงิ พระรามแต่ห่าง ๆ ชอ้ ยชาเลอื งดูสมงิ พระรามไม่ทนั จะเตม็ พระเนตร
ด๘ว้ ยควา.มอ.าย.กฝเ็ สา่ ดยจพ็ กรละรบั าเขชาก้ ไุมปา.รเ.ป็น.ทารกยงั ทรงพระเยาวไ์ ม่แจ้งความ กาดดั คะนองลุก
จากพระเพลา ยนื ขน้ึ ยุดพระองั สาพระเจา้ มณเฑยี รทองไวแ้ ลว้ เออ้ื มพระหตั ถข์ น้ึ ไปเล่นบน
ทส่ี ูง พระเจา้ มณเฑยี รทองผนั พระพกั ตร์มา ทอดพระเนตรเหน็ ดงั นัน้ กต็ รสั พลงั้ พระโอษฐ์
ออกไปว่าลูกอา้ ยเชลยน้ีกล้าหาญนัก นานไปเห็นองอาจแทนมงั รายกะยอฉะวาได้ สมงิ
พระรามไดย้ นิ พระเจา้ ฝรงั่ มงั ฆอ้ งดงั นัน้ กน็ ้อยใจ จงึ คดิ ว่าครงั้ น้ีสน้ิ วาสนากนั แลว้ เป็นผลท่ี
เราจะไดก้ ลบั ไปเมอื งหงสาวดดี ว้ ยความสตั ย์
๖.๒.๔ ให้นักเรียนออกมาอ่านออกเสียงหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม โดยออกมาอ่านพร้อมกันทุกคน กลุ่มท่ี
เปน็ ผฟู้ งั รว่ มกนั ประเมนิ การอ่าน ครเู สนอแนะเพ่ิมเติม
๖.๒.๕ ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ ต้องออกเสยี งคำใหถ้ กู ต้อง ชดั เจน ตามอักขรวธิ ี และแบง่ วรรคตอนให้
ถูกตอ้ ง เพือ่ ให้ผฟู้ งั เข้าใจเนอ้ื หาของเร่ือง
๖.๒.๖ ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
การแบ่งวรรคตอนบทรอ้ ยแก้วมีความสำคัญในการอ่านออกเสียงอยา่ งไร
๖.๓ ขัน้ สรุป (เวลา ๑๐ นาท)ี
๖.๓.๑ ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนทกุ คนไปเลอื กเนือ้ ความที่ชอบจากราชาธริ าชตอนน้ี ประมาณ ๔-๖ บรรทดั แล้ว
ฝึกฝนอา่ นออกเสยี งสำหรับประกวดในช่วั โมงตอ่ ไป
๖.๔ สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้
๖.๔.๑ แถบขอ้ ความ
๖.๔.๒ บทอา่ น
๗. บนั ทกึ ผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบว่านกั เรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน.........................................................
................................................................................................................................................. ..................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เร่ือง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรียนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ................และพบวา่ นักเรยี น..........................................................
.....................................................................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรยี นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอย่ใู นระดับ...................
๒. นกั เรียนมที ักษะในระดบั ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถา้ มี)
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๔. ขอ้ ค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................................................
๕. อน่ื ๆ............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... ......................................................................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
ข
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๕.๔
เร่ือง อา่ นคลอ่ ง ตอ้ งพฒั นา เวลา ๒ ชว่ั โมง ระดับชนั้ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
__________________________________________________________________________
๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละ ส่ิงทีต่ อ้ งรู้และปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวัดผลและการ
ตัวช้ีวัด ประเมนิ ผล
ท ๑.๑ ม. ๑/๑ อา่ น ๑. สรปุ แนวทางการอา่ น - การอา่ นออกเสยี ง - ประเมินการอ่าน
ออกเสียงบทร้อยแก้วและ ออกเสียงบทร้อยแกว้ (K) บทรอ้ ยแก้ว
บทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
เหมาะสมกับเรือ่ งที่อา่ น
ท ๑.๑ ม. ๑/๙ มี ๒. อ่านออกเสยี งบทร้อย - ประเมนิ การอ่าน
มารยาทในการอ่าน แก้ว (P)
๓. เห็นความสำคัญของ - สงั เกตพฤติกรรมของ
การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วท่ี นกั เรียนในการเขา้ รว่ ม
สามารถนำไปปฏิบัติใน กจิ กรรม
ชวี ติ ประจำวนั อยา่ งถูกตอ้ ง
เหมาะสม (A)
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- หลักการการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้
- หลักการอ่านแบ่งวรรคตอนเน้ือเรื่องราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- การอ่านออกเสียงคำศัพท์ยากจากเน้อื เร่ือง
- การอ่านแบง่ วรรคตอนเนื้อเร่ืองราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา
- การฝกึ มารยาทในการอ่าน
- การฝกึ กระบวนการคดิ วิเคราะห์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เหน็ ความสำคญั ของการอา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ อย่างถูกต้องชัดเจน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลกั ฐานการเรียนรู้ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหัด เร่อื ง อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว เนอื้ เร่ืองราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสาความเป็นมาของ
เรือ่ ง ราชาธริ าช
สิง่ ที่วดั ผล วิธวี ดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) - ประเมินการอ่าน รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - แบบประเมินการ รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) - ประเมินการอา่ น อ่าน รอ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป
สมรถนะของผเู้ รยี น (C) - สงั เกตพฤติกรรมของ - แบบประเมนิ การ รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
นักเรยี นในการเข้ารว่ ม อ่าน
กิจกรรม
- แบบสงั เกต
- สังเกตพฤติกรรมของ พฤติกรรมของนกั เรียน
นกั เรียนในการเข้าร่วม ในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
กิจกรรม
- แบบสงั เกต
พฤติกรรมของนกั เรยี น
ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๕. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นร้/ู แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลือนกั เรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ ใหผ้ ู้เรยี นมีสว่ นร่วมและมี ปฏสิ ัมพันธ์กับ
กจิ กรรมการเรียนรู้ผา่ นการปฏิบัติทหี่ ลากหลายรูปแบบ เชน่ การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปลยี่ นความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เปน็ ต้น โดยกจิ กรรมท่นี ำมาใชค้ วรชว่ ยพัฒนาทักษะการคดิ วเิ คราะห์
การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ การสอื่ สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผ้เู รยี น
นอกจากการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมดงั กลา่ วข้างตน้ แลว้ ยงั ต้องมปี ฏิสมั พนั ธ์กบั ผู้สอนและผู้เรยี นกับ ผ้เู รียนดว้ ยกนั ดว้ ย
๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๖.๑ ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรียน (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนแนวทางการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว แลว้ สรุปความรู้
๖.๑.๒ ให้นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับข้อบกพร่องหรือปญั หาท่ีพบจากการอา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วใน
ชั่วโมงทผ่ี า่ นมา จากน้ันเสนอแนะแนวทางการปรบั ปรุง
๖.๒ ข้นั สอน (เวลา ๔๐ นาที)
๖.๒.๑ ให้นกั เรยี นประกวดการอ่านออกเสียงเนื้อเร่อื ง ราชาธิราช ที่เลอื กไว้ ซ่ึงครูมอบหมายไปในช่วั โมงทแี่ ล้ว
โดยครูจบั ฉลากหมายเลขประจำตวั นักเรียนให้ออกมาอา่ นหน้าช้ันเรียนทลี ะคน นกั เรียนที่นง่ั ฟงั ช่วยกันสังเกตการอ่าน
ของเพือ่ น พรอ้ มทง้ั ประเมินประสทิ ธิภาพในการอา่ น เขยี นบนั ทึกไว้เพื่อใช้เป็นขอ้ มูลประกอบการคดั เลือกผทู้ ่ีอ่านออก
เสยี งได้ดี
๖.๒.๒ เมอื่ นักเรยี นทุกคนได้อา่ นออกเสยี งครบแลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั คดั เลือกผู้ทีอ่ ่านออกเสยี งได้ดีทีส่ ุด
๓ คน พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลในข้ันตอนน้ีให้ครูชว่ ยเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
๖.๒.๓ ใหน้ ักเรยี นทกุ คนรว่ มกันลงคะแนนตดั สินวา่ ผู้ท่ไี ดร้ ับการคัดเลอื ก ๓ คนนนั้ ใครคือ
ผทู้ อ่ี า่ นออกเสียงได้ดี เปน็ อันดบั ๑ อนั ดับ ๒ และอนั ดบั ๓ จากน้นั ครูกลา่ วช่ืนชมนักเรียนทกุ คน
๖.๒.๔ ใหน้ กั เรียนทีม่ ีความสามารถในการอ่านออกเสยี งทง้ั ๓ คน เป็นตวั แทนมาอา่ นออกเสียงข้อความทค่ี รู
เตรยี มไว้ใหเ้ พือ่ นฟงั โดยแตล่ ะคนไมไ่ ดเ้ ห็นข้อความนน้ั ลว่ งหน้า เม่ือเลอื กข้อความแลว้ ครูใหเ้ วลาอา่ นสำรวจ ๑ นาที
จากนน้ั อ่านออกเสียงให้เพื่อนฟงั
สำนกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภคขอแนะนำให้ผบู้ ริโภคพจิ ารณาตรวจสอบคุณภาพของสนิ ค้าให้ละเอียด
รอบคอบก่อนซ้ือ ไม่ควรคำนงึ ถงึ ของแถมหรอื สว่ นลด เพราะผูผ้ ลิตหรือผู้ขายได้เพ่ิมราคาไว้กบั ต้นทุนสนิ ค้าทีเ่ ราซ้ือแล้ว
ดังนน้ั ในความเป็นจรงิ เราอาจซื้อสนิ ค้าในราคาแพง ไมถ่ ูกตามทีโ่ ฆษณาไว้ และข้อสำคัญสินค้าทีม่ สี ว่ นลดหรอื ลดราคา
อาจเป็นสนิ คา้ ซ่ึง เหลอื คา้ งหรือเส่ือมคุณภาพแลว้ กไ็ ด้
ก่อนซื้อสนิ ค้าพจิ ารณาให้รอบคอบ
คำแถลงของสำนักงานคณะกรรมการคุม้ ครองผู้บรโิ ภค
อา่ นทางสถานีวิทยุกระจายเสยี งแหง่ ประเทศไทย
...เคลด็ ลับของการลดความอ้วนกค็ ือ การพยายามหลกี เล่ียงอาหารท่ีมีน้ำตาลไม่ว่าจะเป็น ขนม ของ
หวาน ผลไม้ นม เครอ่ื งด่ืมและนำ้ อดั ลม ฯลฯ และจำกัดอาหารจำพวกแป้งให้นอ้ ยลง รวมทัง้ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหม่ี วนุ้
เสน้ ขนมปงั ถ่ัว ฯลฯ คนทีป่ ระสงคจ์ ะลดความอ้วนได้เร็ว หรือคนท่ีลดยากอยู่แล้ว ก็อาจตอ้ งจำกัดอาหารแป้งให้เหลือ
น้อยทส่ี ุด และท่สี ำคัญคือพยายามไม่กนิ อาหารจุบจิบระหว่างมอื้ แต่คณุ กไ็ ม่จำเป็นตอ้ งทนท้องหิว หงดุ หงดิ เพราะคณุ
ควรไดก้ ินอาหารจำพวกผกั ให้มาก และควรไดส้ ารอาหารโปรตนี ทเ่ี พยี งพอด้วย
จากเรอ่ื ง วยั รุน่ ระวงั อว้ น
ของนายแพทย์ ดร.วิศาล เยาวพงศ์ศริ ิ
คณุ งามความดนี ั้น เปน็ ของดีมปี ระโยชน์ เป็นทน่ี า่ ชน่ื ใจเม่ือไดร้ บั การอบรมปลูกฝงั นำความสขุ มาให้
เม่ือไดล้ งมือปฏิบัติ แมใ้ ครจะเข้าใจผดิ หรอื มองผู้ประพฤติความดีไปในทางอ่ืน แต่คุณงามความดีจะไมเ่ ปล่ยี นไปตามความ
เข้าใจผิดของใคร ๆ เลย เปรยี บเหมือนทองคำธรรมชาติ ใครจะนำดินหรือโคลนมาพอกมาทาใหเ้ ห็นเป็นอยา่ งอ่นื แต่ก็ไม่
สามารถกลบั สภาพของทองคำนนั้ ใหก้ ลายเป็นดนิ หรือโคลนไปดว้ ยได้
จากเรอ่ื ง เชงิ ผาหมิ พานต์ ของ สชุ ีพ ปญุ ญานุภาพ
๖.๒.๕ ให้นักเรียนร่วมกนั ประเมินและแนะนำการอา่ นออกเสยี งของตัวแทนทง้ั ๓ คน ครชู ว่ ยเสนอแนะ
เพ่มิ เตมิ
๖.๒.๕ ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้
การอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วท่ีมักเกิดขึ้นในชวี ติ ประจำวนั จะเป็นการอ่านโดยไม่ได้เตรยี มตัว
ล่วงหนา้ ซึ่งผอู้ า่ นจะต้องใชท้ ักษะและความสามารถทเ่ี คยฝึกฝนมาเพ่ือให้การอ่านออกเสียงนนั้ มปี ระสิทธิภาพ
ดงั นัน้ ผทู้ ่จี ะอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ ไดด้ ี จงึ ต้องฝกึ ฝนและพฒั นาตนอยเู่ สมอ
๖.๓ ขน้ั สรปุ (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๑ ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย ดังน้ี
ในชวี ิตประจำวนั นกั เรยี นเคยอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วในโอกาสใดบ้าง
๖.๔ ส่ือการสอน/แหล่งเรยี นรู้
๖.๔.๑ สลาก
๖.๔.๒ แถบขอ้ ความ
๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นกั เรยี น.........................................................
...................................................................................................................................................................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เร่อื ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบวา่ นักเรยี น..........................................................
............................................................................................................................. ........................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอ่ื มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางที่ ๓ พบวา่ นกั เรยี นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นกั เรยี น............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอยู่ในระดบั ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดบั ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้าม)ี
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................................ ..................................................
๔. ข้อคน้ พบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
................................................................................................................................................................ ...........................
....................................................................................................... ............................................................... .....................
๕. อ่ืนๆ............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ..............................................................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
๘. ความคิดเห็น (ผู้บรหิ าร / หรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู อง.................................................แลว้ มีความเห็นดังนี้
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...................................................
..............................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชติ )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................................. .............................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น
....................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ............................................................. .......................................
ลงชอ่ื ...........................................
(นางสริ ิณิกญุ ช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผูอ้ ำนวยการ
รงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จงั หวัดเพชรบุรี
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๕.๕
เรอื่ ง การเขียนย่อความ เวลา ๒ ชั่วโมง ระดบั ช้ันช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
__________________________________________________________________________
๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้และ ส่ิงทต่ี ้องรู้และปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ช้ินงาน การวัดผลและการ
ตัวชีว้ ัด ประเมนิ ผล
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จบั ๑. อธิบายวธิ ีการ - การเขยี นย่อ - ประเมินการเขยี น
ใจความสำคัญจากเรือ่ งที่ องค์ประกอบ และรปู แบบการ ความ
อา่ น เขียนยอ่ ความ (K)
ท ๒.๑ ม. ๑/๕ เขยี น ๒. เขียนย่อความรูปแบบ - ตรวจผลงาน
ย่อความจากเร่อื งที่อ่าน ตา่ ง ๆ (P)
ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มี ๓. เห็นความสำคัญของ - สงั เกตพฤติกรรมของ
มารยาทในการเขียน การเขียนย่อความ (A) นักเรียนในการเขา้ ร่วม
กจิ กรรม
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- วิธกี าร องคป์ ระกอบ และรูปแบบการเขียนย่อความ
- หลักการเขยี นยอ่ ความในรปู แบบต่าง ๆ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- การเขียนย่อความรูปแบบต่าง ๆ
- การฝกึ กระบวนการคิดวเิ คราะห์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคัญของการเขยี นย่อความ
- มมี ารยาทในการเขียน
๔. หลักฐานการเรยี นรู้ ชิ้นงานหรือภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหดั เร่อื ง การเขียนยอ่ ความ
ส่งิ ที่วดั ผล วธิ ีวัดผล เครื่องมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) - ประเมินการเขียน รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) - แบบประเมินการ ร้อยละ ๗๐ ขนึ้ ไป
เจตคต/ิ คณุ ลักษณะ (A) - ประเมนิ ผลงาน เขียน รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
- สังเกตพฤติกรรมของ
สมรถนะของผูเ้ รียน (C) นักเรยี นในการเขา้ ร่วม - ตรวจผลงาน รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
กจิ กรรม
- สังเกตพฤติกรรมของ - แบบสังเกต
นกั เรยี นในการเข้ารว่ ม พฤติกรรมของนักเรียน
กิจกรรม ในการเข้าร่วมกิจกรรม
- แบบสงั เกต
พฤติกรรมของนกั เรยี น
ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๕. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้/แนวทางการเสรมิ แรงหรือชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรียนการสอนทเี่ น้นใหผ้ ูเ้ รียนมีสว่ นรว่ มและมี ปฏิสัมพันธก์ ับ
กจิ กรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏบิ ตั ิที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปล่ียนความคดิ เห็น และการทำกรณีศกึ ษา เปน็ ต้น โดยกิจกรรมทนี่ ำมาใช้ควรช่วยพฒั นาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผเู้ รยี น
นอกจากการมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมดังกลา่ วข้างตน้ แล้ว ยงั ต้องมปี ฏสิ มั พันธก์ บั ผูส้ อนและผเู้ รยี นกบั ผูเ้ รยี นด้วยกนั ดว้ ย
๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๖.๑ ข้ันนำเข้าสูบ่ ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี
ส่ิงสำคัญในการเขยี นย่อความคอื อะไร
๖.๒ ขน้ั สอน (เวลา ๔๐ นาที)
๖.๒.๑ ให้นกั เรยี นศกึ ษาเร่ือง การเขียนย่อความ โดยร่วมกนั สนทนาในประเดน็ ต่อไปนี้
การเขียนย่อความคืออะไร
การเขียนย่อความมีวิธกี ารอย่างไรบ้าง
องค์ประกอบสำคัญของการเขียนยอ่ ความมีอะไรบ้าง
การเขียนย่อความมีก่รี ูปแบบ
การเขยี นย่อความมีจดุ ประสงคใ์ ด
การเขียนย่อความมปี ระโยชน์อยา่ งไร
๖.๒.๒ ให้นักเรยี นบนั ทึกสาระสำคญั
๖.๒.๓ ครูนำตวั อยา่ งการเขียนยอ่ ความมาใหน้ ักเรียนร่วมกันศกึ ษาเปน็ แนวทาง ดงั น้ี
ตัวอยา่ งการเขยี นย่อความ
กษตั รยิ น์ ักบริหาร
การปฏิรูปการปกครองในสมยั รชั กาลที่ ๕ นบั เป็นภารกจิ อันย่ิงใหญ่และเป็นรากฐานแห่ง
ระบบการปกครอง ระเบียบการบริหาร มาตราบจนทุกวันนี้ รูปแบบของการปกครองแบบใหม่
โดยย่อคือ การยกเลิกการปกครองแบบจตุสดมภ์ โดยจัดระเบียบการบรหิ ารเปน็ ส่วนกลางและ
ส่วนภมู ิภาค ส่วนกลางได้จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมแบบตะวนั ตก
มีเสนาบดปี ระจำแต่ละกระทรวงรับผิดชอบและบงั คบั บัญชาการปฏบิ ัติราชการตามภาระหน้าที่
ซึ่งแตกต่างกันออกไป ส่วนการบริหารส่วนภูมิภาคนั้นได้จัดรูปแบบการปกครองแบบมณฑล
เทศาภิบาล มีเทศาภิบาล(เทียบเท่ากับผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก
สว่ นกลางไปปฏบิ ตั หิ น้าที่บังคับบญั ชา ระบบการบรหิ ารแบบใหม่น้ยี ่อมต้องอาศัยข้าราชการท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพเปน็ กำลงั สำคัญจึงจะบังเกดิ ผลสำเรจ็ ในการปกครอง พระบาทสมเดจ็
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคำนึงถึงปัญหาตัวบุคคลโดยตลอดมา หากแต่พระบรมราโชวาท
ที่รอบคอบ การปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะหัวหน้าคณะบริหารที่ทรงอุทิศเวลาให้กับงาน
อย่างเต็มที่ทั้งความเอาพระทัยใส่ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ยังผลให้
ระบบการบรหิ ารอยา่ งใหม่สำเรจ็ สมพระราชประสงคใ์ นทส่ี ดุ
ย่อความเร่ือง กษตั รยิ น์ ักบริหาร โดย อจั ฉราพร กมุทพสิ มัย ในหนังสือแนวพระราชดำริ
เกา้ รชั กาล จดั พมิ พ์เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๘ พมิ พท์ โ่ี รงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว หน้า ๑๓๓ ความวา่
การปฏิบตั ิระบบบริหารราชการแผ่นดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้า-เจ้าอยู่หวั เป็น
รากฐานของระบบราชการในปจั จุบัน โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ การแบง่ การบรหิ ารแบบใหม่เปน็ ส่วนกลางและส่วนภูมภิ าค
ด้วยเหตนุ ้ี พระองคจ์ งึ ทรงให้ความสำคัญกับการสรรหาบุคคลเพ่ือเขา้ รับราชการเปน็ อยา่ งยิง่
๖.๒.๔ ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม เขยี นย่อความท่ีกำหนดให้ ดังน้ี
กลุม่ ท่ี ๑ เขียนย่อความจากหนังสือหรือหนังสือพิมพ์ เช่น เร่ืองส้ัน ข่าว
กลมุ่ ที่ ๒ เขียนย่อความจากการฟัง เชน่ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ -
พระเจ้าอยหู่ ัว
กลุ่มท่ี ๓ การยอ่ ความจากการดู เช่น รายการโทรทัศน์
กลมุ่ ท่ี ๔ การย่อความจากขอ้ มูลอนื่ ๆ เชน่ ประกาศตา่ ง ๆ
โดยให้แตล่ ะกลมุ่ สืบค้นข้อมูลหรอื เร่ืองท่จี ะนำมาเขยี นย่อความจากหอ้ งสมุดหรือแหล่งข้อมลู
สารสนเทศของโรงเรียน
๖.๒.๖ แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น ให้นักเรียนรว่ มกันแสดง ความคดิ เหน็ และ
วิจารณ์ ครอู ธบิ ายสรุปเปน็ ความรูเ้ พิ่มเติม
๖.๓ ขัน้ สรุป (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๑ ใหน้ กั เรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี
การเขียนยอ่ ความเป็นการนำใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน ฟงั หรือดู มาเรยี บเรียงใหมใ่ ห้กระชบั
เขา้ ใจงา่ ย และได้ใจความถูกต้อง ครบถ้วนตามเรื่องเดิม
๖.๔ ส่อื การสอน/แหล่งเรยี นรู้
๖.๔.๑ ตวั อยา่ งการเขยี นย่อความ
๖.๔.๒ หนังสือหรือหนังสอื พิมพ์
๖.๔.๓ แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
๗. บนั ทกึ ผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบว่านกั เรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน.........................................................
................................................................................................................................................. ..................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เร่ือง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรียนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ................และพบวา่ นักเรยี น..........................................................
.....................................................................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรยี นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอย่ใู นระดับ...................
๒. นกั เรียนมที ักษะในระดบั ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๓. การปรบั เปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๔. ข้อค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
.............................................................................................................................................. .............................................
..................................................................................... ................................................................................. .....................
๕. อนื่ ๆ............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ..............................................................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
๘. ความคิดเห็น (ผู้บริหาร / หรือผูท้ ่ีได้รบั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดงั น้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
๘.๒ การจดั กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี ังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
๘.๓ เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................. .............................................................
ลงช่ือ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชติ )
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................. .............................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์)
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...................................................
.............................................................................................................................. ................................................................
ลงชอ่ื ...........................................
(นางสริ ณิ กิ ุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผอู้ ำนวยการ
รงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบุรี
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕.๖
เร่ือง การเขยี นย่อความ เวลา ๒ ชั่วโมง ระดบั ชนั้ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑
__________________________________________________________________________
๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้และ สงิ่ ท่ตี อ้ งรู้และปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ชิ้นงาน การวดั ผลและการ
ตัวชีว้ ดั ประเมินผล
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จบั ๑. สรปุ วธิ ีการเขยี น - การอ่านจบั - ประเมินการอ่าน
ใจความสำคัญจากเรอ่ื งที่ ยอ่ ความ (K) ใจความสำคญั จากเร่ือง
อ่าน ราชาธิราช ตอน สมิง
พระรามอาสา
ท ๒.๑ ม. ๑/๕เขียน ๒. จบั ใจความสำคญั - การเขยี นย่อ - ประเมนิ การเขยี น
ยอ่ ความจากเรอ่ื งทีอ่ า่ น จากเรื่อง ราชาธริ าช ตอน สมิง ความเรอื่ ง ราชาธริ าช
พระรามอาสา (P) ตอน สมงิ พระรามอาสา
ท ๒.๑ ม. ๑/๙ มี ๓. เขียนยอ่ ความเร่ือง - ตรวจผลงาน
มารยาทในการเขียน ราชาธริ าช ตอน สมิงพระราม
อาสา (P) - สังเกตพฤติกรรมของ
ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุป นักเรยี นในการเขา้ ร่วม
เนือ้ หาวรรณคดีและ ๔. เหน็ ความสำคญั กิจกรรม
วรรณกรรมทีอ่ ่าน ของการเขียนย่อความเพ่ือ
นำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน (A)
๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- การอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา
- การเขยี นยอ่ ความเรื่อง ราชาธริ าช ตอน สมิงพระรามอาสา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- อ่านจับใจความสำคญั จากเร่ือง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา
- เขยี นยอ่ ความเร่ือง ราชาธริ าช ตอน สมงิ พระรามอาสา
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เหน็ ความสำคญั ของการเขียนยอ่ ความเพ่ือนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
- มีมารยาทในการอ่าน
- มีมารยาทในการเขียน
๔. หลักฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหดั เรอื่ ง การเขียนสรุปความรู้
ส่ิงท่วี ดั ผล วิธวี ดั ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) - ประเมินการเขยี น ร้อยละ ๗๐ ขนึ้ ไป
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) - แบบประเมินการ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) - ประเมินการอา่ น เขียน ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
สมรถนะของผเู้ รียน (C) - สังเกตพฤติกรรมของ - แบบประเมินการ รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
นกั เรยี นในการเขา้ รว่ ม อ่าน
กิจกรรม
- แบบสังเกต
- สังเกตพฤติกรรมของ พฤติกรรมของนักเรยี น
นักเรยี นในการเขา้ ร่วม ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
กจิ กรรม
- แบบสังเกต
พฤติกรรมของนกั เรียน
ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
๕. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนทเี่ น้นใหผ้ ู้เรียนมสี ว่ นร่วมและมี ปฏิสมั พนั ธ์กับ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ผ่านการปฏบิ ตั ิที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปลีย่ นความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เป็นต้น โดยกจิ กรรมท่นี ำมาใชค้ วรชว่ ยพฒั นาทักษะการคิดวเิ คราะห์
การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ การส่อื สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผู้เรียน
นอกจากการมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมดงั กลา่ วข้างตน้ แล้ว ยงั ตอ้ งมปี ฏสิ มั พันธก์ ับผู้สอนและผ้เู รียนกบั ผ้เู รยี นด้วยกนั ดว้ ย
๖. กิจกรรมการเรยี นการสอน
๖.๑ ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
ผทู้ ีจ่ ะเขียนยอ่ ความได้ดีต้องฝกึ ฝนทักษะใดบา้ ง
๖.๒ ขัน้ สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ใหน้ ักเรียนทบทวนเรอ่ื ง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา โดยช่วยกันตอบคำถามต่อไปนี้
เหตใุ ดสมิงพระรามจึงตกเป็นเชลยของพม่า
เหตุใดพระเจา้ กรงุ จนี จึงยกทัพมาพม่า
เหตใุ ดจึงกล่าววา่ สงครามครัง้ นเี้ ปน็ ธรรมยทุ ธอ์ นั ย่ิงใหญ่
เหตผุ ลใดท่ีทำใหส้ มิงพระรามอาสารำทวนตอ่ สู้กับกามะนี
ม้าดีจะรู้เม่ือใด
พระเจ้ามณเฑยี รทองประกาศจะให้ส่งิ ใดตอบแทนผู้อาสารบชนะกามะนี
สมิงพระรามใช้วธิ ีใดหาจุดอ่อนกามะนี
คณุ ธรรมท่ีชดั เจนทีส่ ดุ ในการสู้รบระหว่างกามะนีกบั สมิงพระรามคือคุณธรรมใด
พระอัครมเหสใี ชว้ ิธีใดในการเกลย้ี กล่อมสมงิ พระราม
ความปรารถนา ๒ ประการ ของสมิงพระรามมีอะไรบ้าง
สมงิ พระรามหนีกลับเมอื งหงสาวดเี พราะสาเหตุใด
“สมเดจ็ พระราชบิดาปลกู เล้ียงให้เราทัง้ สองอยู่ครองกนั เป็นสขุ สถาพรแลว้
บดั นีพ้ ระองค์เสยี สัตย์ทำใหเ้ ราไดค้ วามอัปยศ” พฤติกรรมของสมเด็จพระราชบิดา
ตรงกับสำนวนใด
คุณธรรมท่ปี รากฏชดั เจนท่ีสุดจากการสังเกตพฤติกรรมตัวละครในเร่ือง ราชาธริ าช
ตอน สมงิ พระรามอาสา คือข้อใด
๖.๒.๒ ใหน้ ักเรียนทำใบงานที่ ๕ เรอ่ื ง การเขยี นย่อความสมิงพระรามอาสา โดยเขยี นให้ถูกต้องตามรูปแบบของ
การเขยี นย่อความ
๖.๒.๓ ครูคัดเลอื กผลงานทดี่ ีท่ีสดุ ๕ ตัวอยา่ ง ตดิ แสดงให้นักเรียนศึกษาเปน็ แนวทางและวจิ ารณร์ ว่ มกนั
๖.๓ ขัน้ สรุป (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๑ ให้นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ดงั น้ี
การเขียนย่อความจากเร่อื งท่อี ่านทำใหส้ รุปใจความสำคัญได้กระชับ จงึ เข้าใจเนอ้ื เรอ่ื งชดั เจน
๖.๔ ส่อื การสอน/แหล่งเรียนรู้
๖.๔.๑ ใบงาน
๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน เร่ือง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น.........................................................
...................................................................................................................................................................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เร่ือง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบว่านักเรียน..........................................................
.....................................................................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกบั มาตรฐานหลักสูตร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เร่ือง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางที่ ๓ พบวา่ นกั เรยี นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนอยู่ในระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดบั ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๔. ขอ้ ค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้
...................................................................................... ............................................................................... ......................
............................................................................................................................. ..............................................................
๕. อน่ื ๆ............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................................................. .........................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บรหิ าร / หรอื ผูท้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ.................................................แลว้ มีความเห็นดังนี้
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
๘.๒ การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ทีย่ งั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. .................................................................
ลงชือ่ ....................................................................
(นางสาวจารพุ รรณ ชวนชิต)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผอู้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................. ...................................................
..............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท)์
รองผ้อู ำนวยการกลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
ลงชอ่ื ...........................................
(นางสิริณิกญุ ช์ เพช็ น์สกุ ใส)
ผูอ้ ำนวยการ
รงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวัดเพชรบุรี
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕.๗
เร่อื ง วิเคราะหค์ ำ เพ่มิ ความรู้ เวลา ๒ ช่ัวโมง ระดับชั้นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑
__________________________________________________________________________
๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละ สง่ิ ทีต่ ้องรแู้ ละปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ชิน้ งาน การวัดผลและการ
ตัวช้ีวัด ประเมินผล
ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๑. อธบิ ายลกั ษณะ - ใบงาน เรื่อง การ - ประเมนิ การทำชน้ิ งาน
คำในภาษาไทย ของคำซ้อนและคำประสม (K) วเิ คราะหค์ ำ ระหวา่ งเรยี น
ท ๔.๑ ม. ๑/๓ ๒. จำแนกคำซอ้ นกับ - ประเมินการทำช้นิ งาน
วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ที่ คำประสม (P) ระหว่างเรยี น
ของคำในประโยค
๓. หาคำจากเรอ่ื ง - ประเมนิ การทำช้ินงาน
ราชาธริ าชมาสรา้ งคำซ้อน (P) ระหว่างเรียน
๔. วิเคราะหก์ ารใช้ - ประเมนิ การทำชนิ้ งาน
ลกั ษณนาม (P) ระหวา่ งเรยี น
๕. เห็นความสำคญั - สงั เกตพฤติกรรมของ
ของการเรยี นร้คู ำในภาษาไทย นกั เรยี นในการเข้ารว่ ม
เพ่ีอนำไปใช้อย่างถูกต้อง (A) กจิ กรรม
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ความหมายของคำซ้อนและคำประสม
- ลกั ษณะของคำซ้อนและคำประสม
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- จำแนกคำซ้อนกับคำประสม
- หาคำจากเรอ่ื งราชาธิราชมาสร้างคำซ้อน
- วเิ คราะห์การใชล้ กั ษณนาม
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคัญของการเรยี นร้คู ำในภาษาไทยเพอ่ี นำไปใช้อยา่ งถกู ต้อง
- มีมารยาทในการอ่าน
- มมี ารยาทในการเขียน
๔. หลักฐานการเรียนรู้ ช้ินงานหรือภาระงาน (Work)
- แบบฝกึ หัด เรอื่ ง การเขียนสรปุ ความรู้
สิง่ ทีว่ ดั ผล วธิ วี ดั ผล เครือ่ งมอื วัดผล เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตอบคำถาม - ตรวจคำตอบ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) - ตอบคำถาม - ตรวจคำตอบ ร้อยละ ๗๐ ขนึ้ ไป
สมรถนะของผูเ้ รียน (C) - สังเกตพฤติกรรมของ - แบบสงั เกต รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
นักเรียนในการเข้าร่วม พฤติกรรมของนักเรียน
กจิ กรรม ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
- สงั เกตพฤติกรรมของ - แบบสังเกต
นักเรียนในการเข้าร่วม พฤติกรรมของนกั เรยี น
กิจกรรม ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
๕. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รปู แบบการ/จดั กิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรียนรู/้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรียน
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรียนการสอนทเ่ี น้นให้ผเู้ รยี นมีส่วนรว่ มและมี ปฏสิ ัมพันธก์ ับ
กิจกรรมการเรยี นรผู้ ่านการปฏบิ ตั ิที่หลากหลายรปู แบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ และการทำกรณีศึกษา เปน็ ต้น โดยกจิ กรรมทีน่ ำมาใช้ควรช่วยพัฒนาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ การสอื่ สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผู้เรยี น
นอกจากการมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมดงั กล่าวข้างตน้ แล้ว ยงั ต้องมีปฏสิ ัมพันธก์ บั ผู้สอนและผู้เรยี นกับ ผูเ้ รยี นด้วยกันดว้ ย
๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
เพียงแคร่ ู้ความหมายของคำก็สามารถใช้ภาษาสือ่ สารได้จริงหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
๖.๒ ขั้นสอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๑.๒ ให้นกั เรียนทบทวนความรเู้ กีย่ วกบั คำซ้อน คำประสม และลกั ษณนาม
๖.๑.๓ ครูนำคำซ้อนและคำประสมจากเร่อื ง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา มาให้นกั เรียนจำแนก
แล้วนำไปเขียนลงในกรอบที่กำหนดให้ ดังน้ี
เยอ้ื งกราย ฝึกหดั เจา้ ของ เสยี แรง คุน้ เคย กลอบุ าย
ขวญั ตา หายใจ เกย่ี วพนั ฝีมอื
รบั สงั่ ห่างไกล ตา้ นทาน แกไ้ ข ขบกดั จนใจ
แผน่ ดนิ เวยี นวน รปู ร่าง จองจา
แปรปรวน ค่คู รอง ใจความ หา้ มปราม คอยทา่ นบั ถอื
เครอ่ื งประดบั ขา้ ราชการ ถอ้ ยคา ฟ้อนรา
ใหญห่ ลวง มนั่ คง ลว่ งเลย กราบทลู ขา้ ศกึ กลา้ หาญ
หน่วงเหน่ยี ว เสอ่ื มเสยี
บา้ นเมอื ง เปรยี บเทยี บ
คำซ้อน คคำำปปรระะสสมม
________________________ ________________________
________________________ ________________________
________________________ ________________________
________________________ ________________________
________________________ ________________________
________________________ ________________________
๖.๑.๔ ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
_____๖_.๑_._๕_ค_ร_นู ำ_ค_ำ_ต_อ่ ไ_ป_น_ี้ค_ือ_____ ________________________
________________________ ________________________
๑. หนา้ ________ ๒. สูง___________ ๓. ซือ้ ___________
_๔_. _ผ_ใู้ ห_ญ__่___________________๕_. _ย_าก____________________________________
มาให้นกั เรียนหาคำที่มคี วามหมายตรงข้ามกนั ตามที่ปรากฏในเรือ่ ง ราชาธิราช ตอน สมิงพระราม
อาสา มาซ้อนลงในคำทีก่ ำหนดให้
๖.๑.๖ ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
๖.๑.๗ ครยู กตวั อย่างคำซ้อน ๓ คำหรอื ๔ คำมาอธิบายใหน้ ักเรียนฟงั หรอื ให้นกั เรียนชว่ ยกนั
ยกตัวอย่างคำซ้อน ๓ คำหรอื ๔ คำที่ตนเองรจู้ กั มาแลกเปลี่ยนความรกู้ นั
๖.๑.๘ ครูเขียนคำที่ปรากฏในเรือ่ ง ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา แล้วใหน้ ักเรียนหาคำทีป่ รากฏ
ในเนื้อเร่อื งมาเติมให้เป็นคำซ้อน ๓ คำหรอื ๔ คำ ดงั นี้
๑. อยเู่ ย็น______________ ๖. สมณ_____________
๒. ตีฆอ้ ง_______________ ๗. ชาวบ้าน___________
๓. กำหนด______________ ๘. พระเดช___________
๔. ยศฐา________________ ๙. ลำบาก____________
๕. เหน็ดเหน่อื ย__________ ๑๐. นายทพั ____________
๖.๑.๙ ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง ให้
๖.๑.๑๐ ครนู ำข้อความหรอื ประโยคทีป่ รากฏในเนื้อเร่อื ง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา
นักเรียนหาลักษณนามมาเติมลงในชอ่ งวา่ ง ดังนี้
๑. แพรลายมังกรร้อย ___________________
๒. ฝนตก ___________ ใหญ่
๓. เครือ่ งยศประดบั หยก __________________ หนง่ึ
๔. กระทอ่ มนอ้ ย ______________ หนง่ึ
๕. ผา้ สกั หลาดยี่สิบ _____________
๖. นอระมาดห้าสิบ ____________
๗. น้ำดอกไม้เทศสามสิบ _____________
๘. ช้างพลายผูกเครื่องทอง_____________ หนง่ึ
๙. ต้นตาลมีผลสุกต้นละสี่ _____________ บ้าง ห้า ____________ บ้าง
๑๐. แล้วพุง่ ผลตาลสุกทั้งสามต้นหล่นลงทีละ ___________________
๖.๑.๑๑ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และให้นกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบวา่
ปัจจุบนั สิ่งตา่ ง ๆ ในข้อความจากเร่อื ง ราชาธิราช ตอน สมงิ พระรามอาสา ยังใชล้ ักษณนามเช่นเดิม
หรอื ไม่ แลว้ บนั ทึกเป็นความรู้
๖.๓ ขนั้ สรุป (เวลา ๑๐ นาท)ี
๖.๓.๑ ให้นักเรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
คำซอ้ น เป็นคำท่เี กิดจากการนำคำมูลทีม่ ีความหมายเหมือนกนั คล้ายคลงึ กนั หรอื
ตรงขา้ มกนั ตั้งแต่ ๒ คำมารวมกัน ทำให้เกิดคำใหมท่ ี่มีความหมายใหม่หรอื มีเค้าของความหมายเดิม
คำประสม เป็นคำทีเ่ กิดจากการนำคำที่มคี วามหมายตา่ งกนั ตั้งแต่ ๒ คำมารวมกนั เป็น
คำใหม่ที่มคี วามหมายใหม่ หรอื มีเค้าของความหมายเดิม
ลกั ษณนาม เป็นคำที่ใชบ้ อกลกั ษณะของส่งิ ตา่ ง ๆ เพื่อแสดงรูปร่าง ลักษณะ หรอื ปริมาณของ
สิ่งน้ัน
๖.๔ สื่อการสอน/แหล่งเรยี นรู้
๖.๔.๑ ใบงาน
๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี ๑ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน เรอ่ื ง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรุง (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบว่านักเรยี นผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบว่านักเรยี น.........................................................
................................................................................................................................................. ..................
๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เร่ือง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบว่านักเรียนผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ................และพบว่านกั เรียน..........................................................
..................................................................................................................................................... ................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่อื มโยงกบั มาตรฐานหลักสตู ร
ตารางท่ี ๓ แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เรอื่ ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)
ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)
พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)
ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรียนคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ …………………………..
๑. นักเรียนมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นอยูใ่ นระดบั ...................
๒. นักเรยี นมีทักษะในระดับ..................
๓. นักเรียนมีคุณลกั ษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถา้ ม)ี
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................
๔. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
...................................................................................... ............................................................................... ......................
............................................................................................................................. ..............................................................
๕. อ่นื ๆ............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................................................. .........................
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สงิ่ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงท่ีพัฒนา พัฒนา
รบั ทราบผลการดำเนินการ ลงชอ่ื .............................................ผูส้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งูพมิ าย)
ลงชอ่ื ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท)์
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...........................................
(นางสิรณิ ิกุญช์ เพ็ชนส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บรหิ าร / หรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ.................................................แลว้ มีความเหน็ ดงั น้ี
๘.๑ เป็นแผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
๘.๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ น้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
๘.๓ เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ
............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. .................................................................
ลงชือ่ ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชติ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................. ...................................................
..............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท)์
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
ลงช่อื ...........................................
(นางสิรณิ ิกญุ ช์ เพช็ นส์ ุกใส)
ผู้อำนวยการ
รงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบรุ ี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๕.๘
เรื่อง วเิ คราะห์ภาษาในราชาธริ าช เวลา ๒ ชวั่ โมง ระดับช้นั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
__________________________________________________________________________
๑. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้และ ส่ิงท่ีตอ้ งรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงาน / ชิ้นงาน การวดั ผลและการ
ตวั ชีว้ ดั ประเมินผล
ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๑. อธบิ ายลกั ษณะของคำ - ใบงาน เร่ือง คำ - ประเมนิ การทำชิ้นงาน
คำในภาษาไทย พอ้ ง (K) พอ้ ง ระหวา่ งเรยี น
ท ๔.๑ ม. ๑/๓ ๒. อธิบายความหมายของ - ประเมนิ การทำช้นิ งาน
วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ที่ คำที่เปน็ คำพ้อง (K) ระหว่างเรยี น
ของคำในประโยค
๓. วเิ คราะหช์ นดิ ของ - ประเมินการทำชิ้นงาน
คำพ้อง (P) ระหว่างเรียน
๔. เห็นความสำคญั ของ - สงั เกตพฤติกรรมของ
การเรยี นรคู้ ำพอ้ งที่ทำให้ นกั เรียนในการเขา้ ร่วม
ภาษาไทยไพเราะและสละสลวย กจิ กรรม
(A)
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ลักษณะของคำพ้อง
- ความหมายของคำทเ่ี ป็นคำพ้อง
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- วิเคราะหช์ นิดของคำพ้อง
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เหน็ ความสำคญั ของการเรยี นรคู้ ำพ้องท่ีทำใหภ้ าษาไทยไพเราะและสละสลวย
- มมี ารยาทในการอา่ น
- มมี ารยาทในการเขยี น
๔. หลกั ฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝกึ หดั เรอื่ ง คำพ้อง
สง่ิ ทวี่ ัดผล วิธวี ัดผล เครือ่ งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - ตอบคำถาม - ตรวจคำตอบ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) - ตอบคำถาม - ตรวจคำตอบ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
สมรถนะของผเู้ รียน (C) - สงั เกตพฤติกรรมของ - แบบสังเกต ร้อยละ ๗๐ ข้ึนไป
นกั เรยี นในการเขา้ รว่ ม พฤติกรรมของนักเรียน
กิจกรรม ในการเข้าร่วมกจิ กรรม
- สงั เกตพฤติกรรมของ - แบบสังเกต
นักเรียนในการเขา้ ร่วม พฤติกรรมของนักเรยี น
กจิ กรรม ในการเข้ารว่ มกจิ กรรม
๕. กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รปู แบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นกั เรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ใหผ้ ู้เรยี นมสี ว่ นร่วมและมี ปฏิสมั พันธก์ ับ
กจิ กรรมการเรยี นรผู้ า่ นการปฏบิ ัตทิ ีห่ ลากหลายรูปแบบ เช่น การวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปล่ียนความคิดเหน็ และการทำกรณีศกึ ษา เปน็ ต้น โดยกจิ กรรมทนี่ ำมาใชค้ วรช่วยพฒั นาทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การสือ่ สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผู้เรียน
นอกจากการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมดังกลา่ วข้างต้นแลว้ ยังต้องมปี ฏิสัมพนั ธก์ ับผู้สอนและผ้เู รียนกบั ผเู้ รียนด้วยกันดว้ ย
๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ข้ันนำเข้าส่บู ทเรียน (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
ความไพเราะคมคายของเรื่องราชาธิราชเกิดจากสิ่งใดบ้าง
๖.๒ ข้ันสอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ให้นกั เรียนศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง คำพ้อง แล้วร่วมกันอธิบายในประเดน็ ต่อไปนี้
คำพ้องมีลกั ษณะอย่างไรบ้าง
คำพ้องรูปและคำพ้องเสียงมลี กั ษณะต่างกนั อย่างไร
คำพ้องรปู พ้องเสียงเปน็ อย่างไร
การสังเกตความหมายของคำพ้องมีหลักการสำคัญอย่างไร
๖.๒.๒ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ยกตัวอยา่ งคำพ้องแต่ละชนิด พรอ้ มทั้งอธิบายความหมายของคำ ครบู ันทึกบน
กระดาน
๖.๒.๓ ให้นกั เรียนร่วมกันนำคำพ้องทีย่ กตวั อย่างมาแต่งประโยคหลาย ๆ แบบ เชน่ แต่งประโยคทีใ่ ชค้ ำ
พ้อง ๑ คำ แตง่ ประโยคทีใ่ ชค้ ำพ้อง ๒ คำ ครูบนั ทึกประโยคทีน่ กั เรียนแตง่ บนกระดานและช่วยปรบั ปรุงแก้ไข
๖.๒.๔ ให้นกั เรียนรว่ มกันทบทวนความรเู้ รือ่ ง ชนิดของคำ แล้วสรปุ ความเข้าใจ
๖.๒.๕ ให้นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะหค์ ำพ้องในประโยคที่อยูบ่ นกระดานว่าเปน็ คำชนิดใด ครชู ่วยอธิบาย
เพิม่ เติมและตรวจสอบความถกู ต้อง