การสง่ เสรมิ ผลิตภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูป
เพือ่ การสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์
เสนอ
อาจารยน์ ติ ยา งามย่ิงยง
จดั ทำโดย
นางสาวกรรณิการ์ ผิวผ่อง 624479001 62/88
นางสาวจิรสั ญา นลิ งาม 624479007 62/88
นายณฐั วฒุ ิ ทรัพย์แก้ว 624479011 62/88
นางสาวสิตาณัฏฐ์ อรยิ ะธนสิ กุล 624479035 62/88
นางสาวศศกิ านต์ ชีวงั กูล 624479042 62/88
นายสดายุ จานแก้ว 624479043 62/88
นางสาวสายสุนีย์ ดีผวิ 624479045 62/88
นายธนัช ธนะภาณุ 624479057 62/88
นางสาวจนั จิรา เอย่ี มใจดี 624479062 62/88
นางสาวอนันตญา มหาวยั 624479066 62/88
นางสาวนันทกิ า ชง่ั แต้ม 624479071 62/88
การส่งเสริมผลติ ภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนนึ่งขอองวิชา สัมมนาธุรกิจท้องถิ่นเพื่อธุรกิจระหว่างประเทศ
(3634901)สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่ง
คณะผู้จัดทำสัมมนาได้จัดโครงการนี้เพื่อการศึกษาในเรื่อง การส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อการ
ส่งออกไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์มีเนื้อหามุ่งเน้นการให้ความรู้ ข้อมูลทั่วไปของโกโก้ การแปรรูปโกโก้
และแนวทางการสง่ ออกโกโกแ้ ปรรูปโกโกไ้ ปยังประเทศเนเธอแลนด์
โดยผู้จัดทำขอขอบคุณอาจารย์ประจำสาขาวิชา อาจารย์นิตยา งามยิ่งยง และผู้เข้าร่วมสัมมนา
ทุกทา่ นที่เสียสละเวลาในการเข้าร่วมรับฟังการสมั มนาตลอดจนการดำเนนิ โครงการสัมมนาน้ีสำเร็จลุล่วง
ไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำสัมมนาหวังว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนา หากมี
ข้อผิดพลาดประการใดขออภยั มา ณ ท่ีนดี้ ว้ ย
คณผู้จัดทำ
นกั ศกึ ษาสาขาธรุ กจิ ระหว่างประเทศ
การสง่ เสริมผลติ ภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ ข
สารบญั
เรอ่ื ง หน้า
หลกั การและเหตผุ ล 1
ผู้รับผดิ ชอบโครงการ 2
วตั ถุประสงค์ 2
กลุ่มเปา้ หมาย 2
วทิ ยากร 3
สถานทแ่ี ละระยะเวลา 3
วธิ ีการสัมมนา 3
งบประมาณ 4
การประเมินผล 5
งานวิจัยที่เกยี่ วข้อง 12
รูปแบบการจดั Layout 22
กำหนดการ 24
Power Point ในการนำเสนอสัมมนา 25
เนือ้ หาสัมมนา 45
-ความร้ทู ว่ั ไปเก่ยี วกับโกโก้
-คณุ คา่ ทางอาหาร
-การแปรรปู จากโกโก้
-สถานการณโ์ กโกไ้ ทย
-การเติบโตของโกโก้ไทย
การสง่ เสรมิ ผลติ ภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ ค
สารบญั หน้า
เรอ่ื ง 83
-ปัจจัยท่มี สี ว่ นในการผลักดันสนิ ค้าโกโก้ 84
-มาตรฐานสินค้าเกยี่ วกบั ผลิตภัณฑ์โกโก้ 87
-การสง่ ออกโกโก้ไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 89
102
แนะนำสินคา้
วธิ ีการดำเนินงานและรายละเอียดในหัวขอ้ การสัมมนา
รายละเอยี ดและหัวข้อในการสมั มนา
ภาคผนวก
บรรณานกุ รม
การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 1
หลกั การและเหตผุ ล
ในปัจจุบันเกษตรกรในประเทศไทยให้ความสำคัญในการปลูกโกโก้เป็นจำนวนมากโดยแหล่ง
ปลูกโกโก้ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือคิดเป็นร้อยละ 43 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศโดยมีจังหวัดที่ปลูก
มาก ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก เชียงใหม่ ตาก รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 21 ได้แก่
อุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น นครราชสีมา ภาคตะวันออก ร้อยละ 15 ส่วนใหญ่ปลูกที่ จันทบุรี ตราด
ภาคใต้ ร้อยละ 12 ปลูกที่ สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช และภาคกลาง ร้อยละ 6 ปลูกท่ี
ประจวบคีรีขันธ์ สุโขทัย สิงห์บุรี ลพบุรี เป็นต้นเนื่องจากตลาดโกโก้ในประเทศไทยยังมีความต้องการ
เป็นจำนวนมากเพื่อให้พอต่อภาคอุตสาหกรรมซึ่งถือว่าตลาดโกโก้ในประเทศไทยมีโอกาสขยายตัวเป็น
อย่างมากในการพัฒนาสายพนั ธุโ์ กโก้ท่มี ีคุณภาพ
สถานการณ์ด้านการตลาดโกโก้ไทย มีการนำเข้าเมล็ดโกโก้ในช่วงปี 2558-2562 เพิ่มขึ้น ร้อย
ละ 18.72 ต่อปี และในปี 2562 มีปริมาณการนำเข้า 980.20 ตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศคองโก
และกิบี ด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์โกโก้ของไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 โดยปี 2562 นำเข้าปริมาณ 44,278
ตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ผลิตภัณฑ์โกโก้ที่ไทยนำเข้ามากที่สุด
คือ ช็อกโกแลต และอาหารปรุงแต่งที่มีโกโก้ รองลงมาคือ ผงโกโก้ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวาน
อ่ืนๆ โกโก้เพสต์ (Cacao Paste) และโกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter)
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2561 ไทยเป็นผู้ผลิตโกโก้ อันดับ 4 ของอาเซียน
ในช่วงปี 2559-2563 ไทยมีพื้นที่ปลูกต้นโกโก้เพ่ิมข้ึน ร้อยละ 98.39 คือเพิ่มขึ้นจาก 150 ไร่ ในปี 2559
เป็น 1,931 ไร่ ในปี 2563 พื้นที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 38.44 คือเพิ่มขึ้นจาก 36 ไร่ ในปี 2559 เป็น
115 ไร่ ในปี 2563 ปรมิ าณผลผลิตเพ่ิมขึ้น ร้อยละ 30.62 คอื เพมิ่ ข้ึนจาก 45ตนั ในปี 2559 เป็น 82 ตัน
การแปรรูปเมล็ดโกโก้เป็นการเพิ่มมูลค่าให้โกโก้ได้ เมล็ดโกโก้แห้งสามารถนำไปแปรรูปเป็น
ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ โกโก้เหลว (cocoa liquor) โกโก้บัตเตอร์ (cocoabutter) และ โกโก้ผง (cocoa
powder) และยังใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเครื่องสำอาง โดยความต้องการบริโภคช็อกโกแลตคนไทย
อยู่ที่ 120 กรัมต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับเบลเยียม 8กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าตลาดโกโก้ในไทยมี
โอกาสขยายตวั เพราะปจั จบุ ันโรงงานสว่ นใหญต่ อ้ งนำเข้าวตั ถุดบิ จากตา่ งประเทศ
ดังน้ันผู้จัดทำสัมมนาได้เล็งเห็นถึงช่องทางแนวทางการส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อการ
ส่งออกจึงได้จัดทำการสัมมนาครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปโกโก้เพื่อการส่งออก
แกผ่ ูท้ ่สี นใจเพอ่ื นำไปปรบั ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนอ์ ย่างสงู สดุ
การสง่ เสริมผลิตภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 2
ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
นักศึกษาสาขาธรุ กจิ กระหว่างประเทศ คณะวิทยาการจัดการ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครปฐม
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ
ลำดบั ที่ ชอ่ื -นามสกุล ตำแหนง่
ประธาน
1. นางสาวจนั จริ า เอยี่ มใจดี ฝ่ายสถานท่ี
ฝ่ายสถานที่
2. นางสาวนนั ทกิ า ชั่งแตม้ ฝ่ายลงทะเบียน
ฝา่ ยลงทะเบยี น
3. นางสาวสายสุนยี ์ ดผี วิ ฝา่ ยสวัสดิการ
ฝา่ ยสวสั ดกิ าร
4. นางสาวศศิกานต์ ชวี ังกลู ฝ่ายกจิ กรรม
วทิ ยากร
5. นางสาวจิรสั ญา นลิ งาม วิทยากร
พิธกี ร
6. นายธนชั ธนะภาณุ
7. นางสาวสิตาณฏั ฐ์ อริยะธนสิ กุล
8. นายณัฐวฒุ ิ ทรัพยแ์ ก้ว
9. นางสาวอนันตญา มหาวยั
10. นายสดายุ จานแก้ว
11. นางสาวกรรณิการ์ ผวิ ผ่อง
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือเพิม่ ความร้เู กี่ยวกบั ผลิตภัณฑท์ ่ไี ดจ้ ากการแปรรปู โกโกใ้ หแ้ ก่ผู้เข้าร่วมสมั มนา
2. เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรและผู้ที่เข้าร่วมประชุมสัมมนาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่
โกโก้
กลุ่มเปา้ หมาย
- เกษตรกรผู้เพาะปลกู โกโกแ้ ละผทู้ ่ีสนใจในการปลกู โกโกจ้ ำนวน 44 ทา่ น
การส่งเสรมิ ผลิตภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 3
วิทยาการ
- นายสดายุ จานแกว้ ( วทิ ยากร )
- นางสาวอนันตญา มหาวยั ( วิทยากร )
สถานท่ี และระยะเวลา
ณ ห้องประชุมขนาดกลาง (ห้อง 602 อาคารโลจิสติกส์) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัย
ราชภฏั นครปฐม ณ วนั ท่ี 5 ตุลาคม 2565 เวลา 12:30 น. – 15:30 น.
วิธีการสัมมนา
-การบรรยายใหค้ วามร้เู กย่ี วกับความรู้ทัว่ ไปของโกโก้ บรรยายถงึ คุณคา่ ทางอาการ ประโยชน์
และการแปรรูปจากโกโก้
-การบรรยายใหค้ วามรเู้ ก่ยี วกบั สถานการณ์โกโกไ้ ทยในปจั จบุ ัน การเติบโตของตลาดโกโก้ไทย
-การบรรยายใหค้ วามรูใ้ นหวั ขอ้ มาตรฐานสนิ ค้าทเ่ี กีย่ วกับโกโก้ ปจั จยั ทีม่ ีส่วนในการผลกั ดนั
โกโก้ไทยไปยังประเทศเนเธอแลนด์
-กจิ กรรมการตอบข้อสงสัยในการสัมมนาและการตอบคำถามเพื่อชิงรางวลั
งบประมาณ
แผนเบ็ดเสร็จซึ่งแสดงออกในรูปแบบตัวเงิน แสดงโครงการดำเนินงานทั้งหมดในระยะหน่ึง
รวมถึงการกะประมาณการบริหารกิจกรรม โครงการ และค่าใช้จ่ายตลอดจนทรัพยากรที่จำเป็นในการ
สนบั สนุน
การสง่ เสริมผลติ ภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพื่อนการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 4
ตารางท่ี 2 ตารางแสดงงบประมาณ
ของรางวัล
รายการ หน่วย ราคา/บาท
ผงโกโก้ (กระปกุ ) 2 240
โอวนั ตนิ 1 100
สบูโ่ กโก้ 3 100
ผงโกโก้ (ถุง) 2 200
ชาโกโก้ 3 100
ซุปโกโก้ 3 100
รวม 840
อาหารวา่ ง
รายการ ราคา/บาท
แก้ว/ฝา หนว่ ย 275
ของเบรก 55 550
วัตถดุ ิบทำน้ำโกโก้ 55 600
หลอด 1 20
ซองกระดาษ 1 300
รวม 100 1,745
รายการ สถานท่ี ราคา/บาท
ผ้าสนี ้ำตาล 2 x 5 หน่วย 250
ผ้ามุ้งสีขาว 2 x 5 2 250
ป้ายไวนลิ 2 250
ขาตง้ั ปา้ ยไวนิล 1 280
เทปกาว2หนา้ 1 75
รปู ภาพ 3 20
รวม 20 1,125
การส่งเสรมิ ผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพือ่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 5
เอกสาร
รายการ หนว่ ย ราคา/บาท
120 240
สตก๊ิ เกอรโ์ ลโก้ 11 20
ปา้ ยชอ่ื 55 275
ใบความรู้ 535
รวม 4,245
รวมท้ังหมด
การประเมนิ ผล
วิธกี ารเก็บข้อมูล
การเก็บตัวอย่างจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมชั้นปีที่ 4 สาขา
ธุรกิจระหว่างประเทศ จำนวน 55 ท่าน และอาจารย์ประจำวิชา จำนวน 1 ท่าน โดยวิธีสุ่มแบบเจาะจง
ในชว่ ง วนั พุธ ที่ 5 ตุลาคม พุทธศกั ราช 2565
โดยนักศึกษาในรายวิชาสัมมนาธุรกิจท้องถิ่นเพื่อธุรกิจระหว่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา 2565 เป็นผู้เก็บรวบรวมภายใต้การควบคุมของอาจารย์ นิตยา งามยิ่งยง อาจารย์ประจำ
รายวชิ า
การวเิ คราะหแ์ ละแปรผลขอ้ มูล
การวิเคราะห์ข้อมูลคุณลักษณะทางประชากรของผู้ตอบแบบสอบถามโดยหาค่าความถี่และค่า
ร้อยละ (%) แลว้ นำเสนอในรปู แบบตารางประกอบการบรรยาย
การวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจโดยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยแปรความหมายของค่าเฉล่ีย
มเี กณฑด์ ังน้ี
คะแนนเฉลยี่ 4.20 – 5.00 หมายถงึ มีความพึงพอใจมากทส่ี ุด
คะแนนเฉลย่ี 3.41 – 4.20 หมายถงึ มีความพงึ พอใจมาก
คะแนนเฉล่ีย 2.61 – 3.40 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจปานกลาง
คะแนนเฉลีย่ 1.81 – 2.60 หมายถงึ มีความพงึ พอใจนอ้ ย
คะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.80 หมายถงึ มีความพึงพอใจน้อยทสี่ ุด
การส่งเสริมผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพ่ือนการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 6
การวเิ คราะห์ ข้อเสนอแนะโดยการสรปุ เนื้อหา
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
จากการเก็บขอ้ มลู จากขอ้ มลู นกั ศกึ ษาในการสำรวจความพึงพอใจของนักศกึ ษาที่มตี ่อแบบ
ประเมนิ โครงการสมั มนาทางวชิ าการ เรือ่ ง การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑ์โกโก้แปรรปู เพื่อการส่งออกไปยงั
ประเทศเนเธอแลนด์ จำนวน 55 ท่านและอาจารย์ประจำรายวชิ า จำนวน 1 ทา่ น นำเสนอในรูปแบบ
ตารางประกอบการบรรยายได้ดงั นี้
ตอนท่ี 1 สถานภาพทวั่ ไปของผู้เข้าร่วมสมั มนาตอบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะจากนกั ศึกษา
ตอนที่ 1 สถานะภาพทว่ั ไปของผเู้ ขา้ รว่ มสมั มนาตอบแบบสอบถาม
แบบประเมินความพึงพอใจ / ความเข้าใจ / การนำไปใช้ โครงการ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์
โกโก้แปรรูปเพ่ือการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ โดยแบบสอบถามมลี ักษณะแบบเลือกตอบและใช้
เครื่องมือประเภทมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating Scale ) ในงานวิจัยซึ่งสามารถแบ่งระดับความ
คิดเห็นออกเปน็ 5 ระดับจากนอ้ ยไปมาก ( Liker Scale ) ดังนี้
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนและรอ้ ยละของกล่มุ ตัวอย่าง จำแนกตามปจั จัยบคุ คล (n = 55 )
5 คะแนน หมายถงึ มากทีส่ ุด
4 คะแนน หมายถึง มาก
3 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
2 คะแนน หมายถึง นอ้ ย
1 คะแนน หมายถงึ นอ้ ยท่ีสุด
การส่งเสริมผลิตภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพือ่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 7
ส่วนท่ี 1 สถานะภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ดงั ตาราง (n=36)
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงร้อยละของเพศผูต้ อบแบสอบถาม
รอ้ ยละ
เพศ จำนวน 19.4
ชาย 7 80.6
หญงิ 29 100.0
รวม 36
จากตารางที่ 1 แสดงจำนวนและร้อยละ ข้อมูลสถานะภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
จำแนกเพศ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็น เพศหญิง จำนวน 29 คน คคิดเป็นร้อยละ 80.6
รองลงมา คือ เพศชาย จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 19.4 ตามลำดบั
ตารางท่ี 2 ตารางแสดงร้อยละของวุฒิการศกึ ษาของผู้ตอบแบบสอบถาม
(n=36)
วฒุ กิ ารศกึ ษา จำนวน รอ้ ยละ
ตำ่ กวา่ ปริญญาตรี 8 22.2
28 77.8
ปรญิ ญาตรี
ปริญญาโท - -
ปริญญาเอก - -
36 100.0
รวม
จากตารางที่ 2 แสดงจำนวนและร้อยละ ข้อมูลสถานะภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
จำแนกตามวุฒิการศึกษา พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มี วุฒิการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 28
คน คิดเป็นร้อยละ 77.8 รองลงมา คือ มีวุฒิการศึกษาใรระดับต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 8 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 22.2 ตามลำดับ
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 8
ตารางที่ 3 ตารางแสดงร้อยละของอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม
(n=36)
อายุ จำนวน รอ้ ยละ
19 - 22 36 100.0
23 - 30 -
31 - 40 - -
41 - 50 - -
36 -
รวม 100.0
จากตารางท่ี 3 แสดงจำนวนและร้อยละข้อมลู สถานะภาพท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถามจำแนก
ตามอายุ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มอายุ 19 – 22 จำนวน 36 คนคิดเป็นร้อยละ 100.0
ตามลำดบั
ตารางท่ี 4 ตารางแสดงรอ้ ยละของตำแหน่งของผูต้ อบแบบสอบถาม
(n=36)
ตำแหนง่ จำนวน รอ้ ยละ
นกั ศึกษา 29 80.6
อาจารย์ -
ผเู้ ขา้ รว่ มสมั มนา 7 -
36 19.4
รวม 100.0
จากตารางที่ 4 แสดงจำนวนและร้อยละ ข้อมูลสถานะภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
จำแนกตามตำแหน่ง พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็น นักศึกษา จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ
80.6 รองลงมา คือ ผู้เข้ารว่ มสัมมนา จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 19.4 ตามลำดบั
ส่วนที่ 2 ระดบั ความพงึ พอใจ / ความรูค้ วามเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้ารว่ มโครงการ
ตารางที่ 5 ความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ ในด้าน
กจิ กรรม
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 9
ประเด็น ̅ S.D. (n=36)
ระดบั ความคดิ เหน็
1.หัวข้อบรรยายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 4.63 .48
มากทส่ี ดุ
ของการอบรม
มากทส่ี ดุ
2.ปริมาณเวลาท้งั หมดของการอบรม 4.61 .54 มากที่สดุ
3.เนื้อหาสาระในการอบรมตรงกับความ 4.77 .42 มากทส่ี ดุ
ตอ้ งการ
รวม 4.67 .40
จากตารางท่ี 5 แสดงผลการวเิ คราะห์ความพงึ พอใจ / ความรึความเข้าใจ / การนำไปใช้ ตอ่ การ
เข้าร่วมโครงการ ในด้านกิจกรรม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
( ̅ =4.67) และ (S.D.=.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ามีความพึงพอใจในด้านหัวข้อบรรยาย
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการอบรม อยู่ในระดับมากที่สุด( ̅ =4.63) และ (S.D. = .48) รองลงมา
คือ มีความพึงพอใจด้านปริมาณเวลาทั้งหมดของการอบรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.61) และ (S.D.
= .54) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจด้านเนื้อหาสาระในการอบรมตรงกับความต้องการ อยู่ในระดับ
มากท่สี ดุ ( ̅ =4.77) และ (S.D. = .42) ตามลำดับ
ตารางที่ 6 ความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ ในด้าน
วิทยากร
(n=36)
ประเดน็ ̅ S.D. ระดบั ความคดิ เหน็
มากที่สดุ
1.เทคนิคการนำเสนอของวทิ ยากร 4.58 .50 มากที่สดุ
มากทสี่ ดุ
2.การบรหิ ารเวลาของวิทยากร 4.55 .60 มากท่สี ุด
3.สอื่ ประกอบการนำเสนอของวทิ ยากร 4.58 .55 มากทส่ี ดุ
4.วิทยากรนำเสนอเนือ้ หาสาระครบถ้วนและ 4.77 .43
น่าสนใจ
รวม 4.61 .43
การส่งเสรมิ ผลิตภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพื่อนการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 10
จากตารางที่ 6 แสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / กรนำไปใช้ ต่อการ
เข้าร่วมโครงการ ในด้านวิทยากร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( ̅
=4.61) และ (S.D.= .43) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ามีความพึงพอใจในด้านเทคนิคการนำเสนอ
ของวิทยากร อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.58) และ (S.D. = .50) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจในด้าน
การบริหารเวลาของวิทยากร อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.55) และ (S.D. = .60) รองลงมา คือ มีความ
พึงพอใจในด้านสื่อประกอบการนำเสนอของวิทยากร อย่ใู นระดับมากท่ีสุด ( ̅ =4.58) และ (S.D. = .55)
รองลงมา คือ มีความพึงใจในด้านวิทยากรนำเสนอเนื้อหาสาระครบถ้วนและน่าสนใจ อยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด ( ̅ =4.77) และ (S.D. = .43 ) ตามลำดบั
ตารางที่ 7 ความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ ในด้าน
การบริการ
(n=36)
ประเด็น ̅ S.D. ระดบั ความคดิ เหน็
มากทส่ี ดุ
1.ภายในหอ้ งบรรยาย 4.72 .45 มากที่สดุ
มากทส่ี ดุ
2.โสตทศั นูปกรณ์ 4.63 .59 มากที่สดุ
3.อาหารและเครอ่ื งด่ืม 4.77 .48 มากทส่ี ดุ
4.การบริการ/อำนวยความสะดวกต่างๆของ 4.66 .58
เจ้าหน้าที่
รวม 4.70 .45
จากตารางที่ 7 แสดงผลการวเิ คราะห์ความพึงพอใจ / ความร้คู วามเขา้ ใจ / การนำไปใช้ ต่อการ
เข้าร่วมโครงการ ในด้านการบริการ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( ̅
=4.70) และ (S.D. = .45 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่ามีความพึงพอใจในด้านภายในห้อง
บรรยาย อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.72) และ (S.D. = .45) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจในด้าน
โสตทศั นปู กรณ์ อยใู่ นระดับมากท่ีสดุ ( ̅ =4.63) และ (S.D.= .59) รองลงมา คอื มคี วามพงึ พอใจในด้าน
อาหารและเครื่องดื่ม อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.77) และ (S.D. = .48) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจ
ในด้านการบริการ/อำนวยความสะดวกตา่ งๆของเจา้ หนา้ ที่ ( ̅ =4.66) และ ( S.D.= .58) ตามลำดบั
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 11
ตารางที่ 8 ความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ ในด้าน
ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการอบรม
(n=36)
ประเดน็ ̅ S.D. ระดบั ความคดิ เหน็
.50 มากทส่ี ุด
1.ท่านได้รบั ประโยชน์จากการอบรม 4.75 .45 มากท่สี ุด
.53 มากท่สี ดุ
2.ทา่ นมีความพงึ พอใจที่ได้เข้ารว่ มกจิ กรรม 4.72
.53 มากทส่ี ุด
3.ระยะเวลาการอบรมสอดคล้องกับเนื้อหา 4.66
.42 มากทส่ี ดุ
หลกั สตู ร
4.ท่านคาดว่าจะนำความรู้ความเข้าใจ 4.66
ทักษะที่ได้ในการสัมมนาครั้งนี้ไปประยุกตใ์ ช้
ในการปฏบิ ัตงิ านได้
รวม 4.70
จากตารางที่ 8 แสดงผลการวิเคราะหค์ วามพึงพอใจ / ความรูค้ วามเขา้ ใจ / การนำไปใช้ ตอ่ การ
เข้าร่วมโครงการ ในด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจใน
ระดับมากที่สุด ( ̅ =4.70) และ (S.D. =.42) เมื่อพิจารณาเปน็ รายด้าน พบว่า มีความพึงพอใจในด้าน
ท่านได้รับประโยชน์จากการอบรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.75) และ (S.D. = .50 ) รองลงมา คือ มี
ความพึงพอใจในด้านท่านมีความพึงพอใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅ =4.72) และ (
S.D = .45) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจในด้านระยะเวลาการอบรมสอดคล้องกับเนื้อหาหลักสูตร
( ̅ =4.66) และ (S.D.=.53) รองลงมา คือ มีความพึงพอใจในด้านท่านคาดว่าจะนำความรู้ความเข้าใจ
ทกั ษะท่ีได้ในการสมั มนาคร้ังนีไ้ ปประยุกต์ใช้ในการปฏิบตั งิ านได้ ( ̅ =4.66) และ (S.D.=.53) ตามลำดับ
ขอ้ เสนอแนะ
-------
การสง่ เสรมิ ผลิตภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพือ่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 12
งานวิจัยทเี่ กย่ี วข้อง
ภสั ชญภณ หมนื่ แจง้ (2017) ทำการวจิ ยั เรอ่ื ง การวจิ ัยและพฒั นาเกษตรอนิ ทรยี ์ศกึ ษาผลกระทบ
ของสิ่งแวดล้อมในการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มูลการเปลี่ยนแปลงสภาพ
พื้นที่ ระบบนิเวศน์ เทคโนโลยีในการผลิตไม้ผลและพืชผักอินทรีย์ เพื่อนำไปสนับสนุนการจัดทำ
มาตรฐาน จากการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากการผลิตเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ ประกอบดว้ ย 2
กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 ศึกษาผลกระทบของสิ่งแวดล้อมในการผลิตไม้ผลอินทรีย์ ดำเนินการใน
พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พืชลำไย และจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการในพืชมังคุด กิจกรรมที่ 2 ศึกษา
ผลกระทบของสิ่งแวดล้อมในการผลิตพืชผักอินทรีย์ ดำเนินการพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัด
สุพรรณบุรี และลพบุรี ระหว่างเดือนตุลาคม ทั้งสองกิจกรรมเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คุณสมบัติดนิ
(ธาตุอาหาร ความหนาแน่นดิน จุลินทรีย์ดิน โลหะหนัก) คุณสมบัติน้ำ (จุลินทรีย์ที่เป็นโทษ) ปริมาณ
ผลผลติ และสารพษิ ตกค้าง สำรวจแมลงศัตรพู ชื และแมลงศัตรูธรรมชาติ
ยงยุทธ ศรีเกียวฝัน (2555) ทำการวิจัยเรื่องการส่งเสริมการทําเกษตรอินทรีย์และการบริหาร
จัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ของเกษตรกรใน อําเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่การเกษตรอินทรีย์
คือการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติบนพื้นที่การเกษตรที่ไม่มีสารพิษตกค้างและหลีกเลี่ยงจากการ
ปนเปื้อนของสารเคมีทางดิน ทางนำและทางอากาศเพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความ
หลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศน์ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติโดยไม่ใช้
สารเคมีสังเคราะห์
อรษุ นวราช (2557) ทำการวิจยั เรือ่ งการยกระดับมูลค่าเพิ่มผักอินทรีย์ทีผ่ ลิตโดยเกษตรกรราย-
ย่อย การดำเนินงานวิจัย คณะนักวิจัยได้ออกแบบจัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดกรอบทิศ
ทางการ ศึกษาวิจัยเชิงกลยุทธ์และแนวทางพัฒนาเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายสู่การผลิตผักตามมาตรฐาน
เกษตรอินทรีย์ IFOAM ร่วมวางแนวทางการพฒั นาเกษตรกรกล่มุ เป้าหมายสูก่ ารรบั รองมาตรฐานเกษตร
อินทรีย์ IFOAM สนับสนุนเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน พัฒนาองค์ความรู้ในการทำผลิตผักอินทรีย์ระหว่าง
เครอื ขา่ ยเกษตรกร
เปรม เสนา บุญแสน เตียวนุกูลธรรม(2555) ทำการวิจัยเรื่องแนวทางการส่งเสริมการใช้ปุ๋ย
อินทรีย์ในนาข้าวของกลุ่มเกษตรกรทำนาโคกหม้อ ตำบลโคกหม้อศึกษาสภาพปัญหาการใช้ปุ๋ยอินทรีย์
ดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางทางการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในนาข้าว ของกลุ่มเกษตรกรทำนาโคกหม้อ
กลุ่มนี้โดยจะศึกษาสภาพปัญหาการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในนาข้าวของกลุ่มเกษตรกรตามองค์ประกอบแนวคิด
การส่งเสรมิ ผลิตภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 13
ในการพัฒนากลุ่ม “MAIR” 4 ด้าน คือ ด้านแรงจูงใจ ด้านความสามารถและประสบการณ์ ด้านแนวคิด
การตลาด ด้านทรัพยากร เพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในนาข้าว ของกลุ่มเกษตรกรทำ
นาโคกหม้อ ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวดั อุทัยธานี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตพนธ์ ชุมเกตุ(2560) ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิ
ปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืนของชุมชนไทยมุสลิม อำเภอชะอำ
จังหวัดเพชรบุรี ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการจัดการ
ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเลือกชุมชนไทยมุสลิมอันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งอยู่ในอำเภอชะอำ จังหวัด
เพชรบุรีมาเป็นกรณีศึกษา เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความแตกต่างจากชุมชนแวดล้อม ทั้งเอกลักษณ์ทาง
ศาสนาและวัฒนธรรม มีทนุ และทรัพยากรท้ังทจี่ บั ต้องได้และจับต้องไม่ได้ทสี่ ามารถนำไปสรา้ งมูลค่าเพิ่ม
ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สามารถต่อยอดไปถึงการสร้างรายได้รูปแบบอื่นภายในชุมชน
นอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้จากการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของ
ผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งหวังให้ชาวบ้านในชุมชน ช่วยกันสร้างให้เกิดมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ในชุมชนของ
ตนเองให้เป็น ที่ยอมรับขอนักท่องเที่ยว เพื่อก่อให้เกิดการสร้างกระแสนิยมการใช้สินค้าไทย ถือว่าเป็น
การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นำรายได้ให้กับคนในชุมชน เป็นการ
ช่วยบรรเทาปัญหาความยากจน ก่อให้เกิดความเข้มแข็งและส่งเสริมการพัฒนาชนบทในระดับรากหญ้า
อย่างย่ังยนื
พิชัย เหลี่ยวเรืองรัตน์ และคณะ (2554) ศึกษา การพัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องของผู้ประกอบการในชุมชนเพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยนักวิจัยได้
ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงพร้อมกันนั้นได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา และได้มีการ
เก็บแบบสอบถามที่ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) โดยการสัมภาษณ์
กลุ่มตัวอย่างผู้บริโภค 400 ตัวอย่าง เพื่อให้ทราบถึงแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องและ
พฤติกรรมในการบริโภคข้าวกล้อง การพัฒนาการบวนการผลิต ได้ทำการจับเวลา เพื่อคำนวณเวลา
มาตรฐาน ค่าประสทิ ธิภาพการผลิต และคัดเลือกขัน้ ตอนการผลิตที่มีประสิทธภิ าพต่ำกวา่ รอ้ ยละ 80 มา
ทำการปรับปรุง
เรวัต สุขสิกาญจน์ (2549: 80-81) การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสานท้องถิ่นน้ัน
จากการศึกษาเอกสารและวิจยั ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะใหค้ วามสำคัญกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท้องถ่นิ
ในส่วนของการแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท้องถิ่นนั้นเรวัต สุขสิกาญจน์ ได้กล่าวไว้ว่า ในส่วน
ของการแสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท้องถิ่น ทั้งในเรื่องของรูปแบบและวัสดุเป็นสิ่งที่ต้อง
การส่งเสริมผลิตภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 14
ทำการศึกษาและนำมาพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวถิ่นอีกขั้นหนึ่ง
วัสดุจึงเป็นสิ่งท่ีจะสะท้อนให้เห็นถึงการรู้จักสร้างสรรค์งานหัตถกรรมให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และการ
ใช้งาน ความสวยงาม ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลต่อกัน โดยเฉพาะวัสดุธรรมชาติเป็นภูมิปัญญาที่สืบสานใน
การออกแบบท่มี มี าชา้ นาน ความหลากหลายของทรพั ยากรในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยการเลือกใช้
อยา่ งเหมาะสม
วารสารวิทยาลัยดสุ ิตธานี (2561) ศึกษาการพัฒนาผลิตภณั ฑช์ มุ ชนเพอ่ื เขา้ ส่ตู ลาดธุรกจิ โรงแรม
จังหวดั เชียงราย การวจิ ยั ครง้ั น้ี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจและวเิ คราะห์ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชมุ ชน
เพื่อการพัฒนา เข้าสู่ตลาดธุรกิจโรงแรม จังหวัดเชียงราย 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วมของ ชุมชนเพื่อการพัฒนาเข้าสู่ตลาดธุรกิจโรงแรม จังหวัดเชียงราย และ 3) เพ่อื
ประเมินผลการนำผลิตภัณฑ์ ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาเข้าสู่ตลาดธุรกิจโรงแรม จังหวัดเชียงราย โดยนำ
แนวคิดและทฤษฎีการมีส่วนร่วม ของชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดธุรกิจโรงแรม มาเป็น
กรอบแนวคิด เป็นการวิจัยแบบผสมทั้ง เชิงคุณภาพและปริมาณ เครื่องที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2
ส่วน คือ 1) แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยทำการเก็บรวมรวมข้อมูลจากการสำรวจและการ
สัมภาษณ์เพื่อดำเนินการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informant Interview) ในชุมชนเพื่อวิเคราะห์
ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนและความต้องการของ ชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่ตลาดธุรกิจ
โรงแรม และ 2) แบบสอบถามเพื่อสำรวจความพึงพอใจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการพัฒนาเข้าสู่ตลาดธุรกิจโรงแรม จังหวัดเชียงราย และเพ่ือ
ประเมินผลการนำผลิตภณั ฑช์ มุ ชนทไี่ ด้รบั การพัฒนาเขา้ ส่ตู ลาดธุรกิจโรงแรม จังหวดั เชยี งราย
กรรณิการ์ สายเทพ และ พิชญา เพิ่มไทย (2560) ศึกษาปัญหาและศักยภาพของกลุ่มวิสาหกจิ
ชุมชนดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อค้นหาแนวทาง และรูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
ดอกไม้ประดิษฐ์เพื่อให้ได้มาตรฐานการส่งออก โดยทำการสำรวจ และสัมภาษณ์เชิงลึกได้แก่สมาชิกใน
กลุ่มพนักงาน และลูกค้า วิธีการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือแบบสอบถาม การสังเกตแบบมีส่วนร่วมควบคู่กับ
การสมั ภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบปญั หาที่มคี วามสำคัญ คือปจั จุบันมกี ารรวมตวั กันเปน็ กลุ่มเล็กๆ เพ่ือ
ประดษิ ฐ์ดอกไม้ สว่ นมากเปน็ ดอกไม้ที่ทำมาจากกระดาษสาและมีพ่อค้าคนกลางมารบั ซื้อภายในหมู่บ้าน
เพื่อนำไปขายต่อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจะเน้นการที่ประดิษฐ์ดอกไม้เพื่อประดับพวงหรีด เชิงเทียน มี
ปริมาณผลผลิตที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อของลูกค้า อีกทั้งยังไม่มีรูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง
เป็นรูปธรรม แนวทางการพัฒนาศักยภาพของกลุ่ม 1) ต้องมีการรวมกันเป็นเครือข่ายและจัดพบปะกัน
เป็นระยะ อาทิ เป็นรายเดือนหรือไตรมาส 2) ต้องมีการกำหนดมาตรฐาน สินค้าและการควบคุมระบบ
การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 15
การผลิตใหม้ ีความสม่ำเสมอ และ 3) ต้องมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการ ของลูกค้าและ
เพ่ือการส่งออก
จอมภคั คลังระหดั ศกึ ษาแนวทางการสร้างมลู ค่าเพ่มิ และช่องทางการจดั จำหนา่ ย ศึกษาปัญหา
และอุปสรรคในการเพิ่มมูลค่าและช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักและผลไม้ของ
ผู้ประกอบการการวิจัย เป็นการวิจยั เชิงคณุ ภาพโดยใชว้ ิธวี จิ ยั วทิ ยาการวิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยา เก็บ
ข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับ ผู้ประกอบการ พนักงาน และลูกค้า จำนวน 3 คน โดยเครื่องมือที่ใช้
ในการวิจัย คือ คำถามปลายเปิดที่ใช้ในการสัมภาษณ์ และมีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีพรรณนา
วิเคราะห์ผลการวิจัย ผู้ประกอบการได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดย 1. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผักและผลไม้ 2.
การสร้างตราสินค้า 3. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 4.การโฆษณาผลิตภัณฑ์ และมีช่องทางการจัดจำหน่าย
คือ 1.การจำหน่ายหน้าร้าน 2. สถานที่การจัดจำหน่าย 3. การใช้ตัวแทนจำหน่าย 4. การจำหน่ายทาง
สื่อสังคมออนไลน์ 5. การใช้วิธีการทางตลาดแบบปากต่อปาก ผลการวิจัยพบว่า บริษัท ไพรทิพย์ แบ
รนด์ จำกัด มปี ัญหาและอุปสรรค ในการเพ่มิ มลู ค่าเป็นปญั หาจากการแปรรูป คอื น้ำหนักของผลิตภัณฑ์
ลดลงจากการอบกรอบ และผลการวิจัยยังพบว่า บริษัท ไพรทิพ แบรนด์ จำกัด มีปัญหาและอุปสรรค
ของช่องทางการจัดจำหนา่ ยเป็นปัญหาด้านตัวแทนจำหน่าย คือการขนส่งมีตน้ ทุนสูงจึงจำเป็นต้องขนสง่
สินค้าในปริมาณค่อนข้างมากเนื่องจากต้นทุนสินค้ามีราคาสูง จึงเป็นการตัดช่องทางการจัดจำหน่ายอกี
ช่องทางหน่ึงของบรษิ ัท ไพรทพิ แบรนด์ จำกดั
Chaliewsak et al (2019) ประเทศไทยมุ่งสง่ เสรมิ และสรา้ งความเข้มแขง็ ทางด้านการแข่งขนั
เพ่ือทนั ตอ่ การแข่งขนั ในตลาดโลก และ ผลกั ดัน SMEs ส่สู ากล ดังจะเห็นได้จากยทุ ธศาสตรแ์ ห่งชาติ 20
ปีของประเทศไทย ตามยุทธศาสตรท์ ่ี 2 ด้านการสร้าง ความสามารถในการแขง่ ขนั ทมี่ ปี ระเด็นท่สี ำคญั ใน
การพัฒนาผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาทักษะ ผู้ประกอบการ ยกระดับผลิตภาพแรงงาน
และพัฒนา SMEs สู่สากล และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์ที่ 3
การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนา ศักยภาพของ
ผู้ประกอบการในทกุ ภาคส่วน และในด้านของวิสาหกิจชุมชนก็เป็นส่วนสำคญั อยา่ งยงิ่ ทีร่ ัฐให้ความสำคัญ
และพร้อมจะส่งเสริมช่วยเหลือ ดังจะเห็นจากการแถลงการณ์ของรัฐบาลที่ว่า ”รัฐบาลพร้อมส่งเสริม
วิสาหกิจชุมชนที่ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาเศรษฐกิจประเทศไทยให้เข้มแข็ง” (ข่าวทำเนียบรัฐบาล,
3 มีนาคม 2560) ในส่วนของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนควรให้ความสำคัญต่อการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มี
คุณค่า มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ความ เป็นไทยสู่การแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพ
สินค้าเป็นสินค้าที่เพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจชุมชนและประเทศชาติได้ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีการ
การสง่ เสริมผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 16
รวมกลุ่มกันของชุมชนในการปลูกโกโก้เพื่อการจัดจำหน่ายในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน กลุ่มที่มีการรวมตวั
กันเพื่อจัดตั้งกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนเพื่อขายสินค้ามากมายหลากหลายอย่างล้วนมาจากวิถีชีวิตการเป็น
เกษตรกรของกลุ่มชาวบ้าน อาทิเช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์บ้านสระกระเทียม ที่เป็น
กลุ่มวิสาหกิจที่มีศักยภาพและความสำคัญอย่างยิ่งที่ควรจะส่งเสริมสินค้าสู่การแข่งขันต่อตลาดโลกได้
จากการลงพื้นที่สำรวจ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์บ้านสระกระเทียม อำเภอเมือง จังหวดั
นครปฐม มีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าและจำหน่าย ในด้านของผลิตภัณฑ์ยังไม่มีการสร้างคุณค่าใน
ผลิตภัณฑใ์ หเ้ กดิ มูลค่าเพิ่ม กลุ่ม วิสาหกิจชมชนมีความต้องการที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์และต้องการเพม่ิ
มูลค่าให้กับสินค้า ซึ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการต้องมีการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความ
ต้องการของผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มี มูลค่าเพิ่ม (Kasornbua,2018) และในการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจำเป็นต้องตระหนักถึงคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์ (Chemsripong and
Petmee,2017) และจากงานวิจัยของ Naritsara (2020) ที่พบว่าการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ชุมชน
โดยยังคงอัตลักษณ์ตามท้องถิ่นและทำการประยุกต์ให้ร่วมสมัยกับปัจจุบันโดยพิจารณาจาก
ปรากฏการณ์ของ ผู้บริโภคและภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิมของชุมชน โดยมีแนวทางการเพิ่มมูลค่าสินค้าคือ
การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม ด้วยการเพิ่มลวดลายให้มีเอกลักษณ์และการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์
รูปแบบประยกุ ต์ใหท้ นั สมัย และศลิ ปะวฒั นธรรม ของทอ้ งถ่ิน ซึ่งการเพมิ่ มูลคา่ ผลติ ภัณฑ์ ควรใช้แนวคิด
ผู้บริโภคเปน็ ศนู ย์กลางทำให้ไดผ้ ลติ ภณั ฑท์ ตี่ อบสนองตอ่ ความต้องการของผบู้ ริโภค
Prayalaw and Manmart(2015) การส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน
และเพมิ่ ความเข้มแข็งเพื่อให้ชุมชนพงึ่ พาตนเองได้ และรับส่วนแบง่ ผลประโยชนท์ างเศรษฐกิจมากยิ่งข้ึน
ให้มีอำนาจในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนนั้น ประเด็นที่สำคัญอย่างมากคือการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์
ของโกโก้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนอย่างมากขึ้นและ
ยั่งยืน จากงานวิจัยของ Juruwan and Kositanon (2012) ทำการวิจัยเรื่องพฤติกรรมและปจั จัยสำคญั
จากการสื่อสารการตลาดจะเห็นได้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของ ผู้บริโภค
แล้วสินค้าและผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องประกอบด้วยภาพลักษณ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ตราสินค้า และ
บรรจุภัณฑ์ ที่ดีจะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจซื้อและเพ่ิมมูลค่าของสินค้าได้ ประกอบกับการพัฒนา
ผลติ ภณั ฑใ์ หม้ คี วามแปลกใหม่ ทนั สมัยพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของผูบ้ รโิ ภคตลอดเวลา
จันทนา จินดา (2537) ศึกษาเรื่องการหมักโกโก้ด้วยจุลินทรีย์ที่คัดเลือกได้จุลินทรีย์ที่มีบทบาท
สำคัญต่อการหมักโกโก้ ได้แก่ ยีสต์และแบคทีเรีย ดังนั้นการศึกษาจึงได้ทำการแยกและจำแนก
จุลินทรีย์ที่เกิดขึน้ ในระหว่างหมกั โกโก้แบบธรรมชาติมา 840 ไอโซเลทและพบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้จัดอยู่
การส่งเสริมผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 17
ใ น ว ง ศ ์ Acetobacter, Bacillus, Candida, Gluconobacter, Kluveromyces, Lactobacillus,
Micrococcus และ Saccharomyces การศึกษาครั้งนี้ยังได้นำยีสต์ แบคทีเรียอะซิติกอย่างละ 210 ไอ
โซเลท มาทำการศึกษาประสิทธิภาพการผลิต แอลกอฮอล์ เอนไซม์ เพคติเนส และกรดอะซิติก ซึ่งผล
การศึกษาไดเ้ ลอื กยสี ต์ผลิตแอลกอฮอล์ คือ Ku-Y77, KU-Y79, KU-U125 จุลนิ ทรียผ์ ลิตเอนไซม์เพคติเน
สคือ KU- y150 และ KU-B190 ส่วนแบคทีเรียอะซิติก คือ KU-A40, KU-A45, KU- A72, KU-A101,
KUA132, KU-A187 เมื่อนำจุลินทรีย์ที่คัดเลือกได้ไป ศึกษาการหมักโกโก้ ซึ่งจากค่าของ Cut test และ
ดัชนีการหมักบ่งชี้ว่า จุลินทรีย์ผสมที่เหมาะสมต่อการใช้เป็นกล้าเชื้อหมักโกโก้นี้ประกอบด้วย
Saccharomyces cerevisiea (KU-Y77), Saccharomyces chevalieri (KU-Y150) และ Acetobacter
aceti (KU-A72) โดยปริมาณที่ใช้แต่ละชนิดคือ 1.5, 2.0 และ 1.0% (น้ำหนักโกโก้) ตาม ลำดับ ผลการ
หมักด้วยจลุ ินทรียผ์ สมดังกล่าวทำใหเ้ วลาในการหมักโกโก้ลดลง จาก 6 วัน เหลือ 4 วัน โดยมีเมล็ดโกโก้
หมักสมบูรณ์ 79-87% ซึ่งจัดอยู่ใน โกโก้เกรด 1 ตามมาตรฐานโกโก้สากลด้วย จากการวิเคราะห์ชนิด
กรดอะมิ โนและกรดไขมันของเมล็ดโกโกห้ มัก พบว่ากรดแอสปาร์ตกิ และกลูตามกิ ซึ่ง เกี่ยวข้องกับการ
สังเคราะห์สารตั้งต้นกลิ่น-รส นั้นมีปริมาณลดลงมากกว่าในเมล็ดโกโก้หมักแบบธรรมชาติ ค่ากรด (Acid
Value) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว พบว่าในเมล็ดโกโกห้ มักด้วยกล้าเชื้อมีค่าเพิม่ ขึ้นน้อยกว่าเมล็ดโกโก้หมัก
ธรรมชาติ ส่วนปริมาณทรีโอโปรตีนในเมล็ดโกโก้หมักทั้งสองมีค่าลดลงใกล้ เคียงกับค่ามาตรฐาน ในการ
ตรวจสอบคุณภาพโกโก้หมักด้วยการชิมในรูป เครื่องดื่ม และในรูปช็อคโกแลต พบว่าคุณภาพโกโก้หมัก
ด้วยกลา้ เชอื้ ทค่ี ัดเลอื ก ไดน้ ั้นคลา้ ยกับโกโกเ้ ปรยี บเทยี บและดีกว่าโกโกห้ มกั แบบธรรมชาติ
เอมกิ า ซึ้งจติ ตวิสุทธ,ิ ม.ป.ป ช็อกโกแลต (Chocolate) เปน็ ผลผลติ ท่ีไดม้ าจากเมล็ดของตน้ โกโก้
เขตรอ้ น ชอ็ กโกแลตเปน็ สว่ นผสมของหวานหลายชนิดไมว่ ่าจะเปน็ ไอศกรีม ลูกอม คกุ กี้ เค้ก หรือว่าพาย
ช็อกโกแลตเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทขนมหวานที่ได้รับความนิยมในการบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก
ช็อกโกแลตทำจากการหมักคั่วและบดอย่างละเอียดของเมล็ดโกโก้ซึ่งได้มาจากต้นโกโก้เขตร้อน
(tropical cacao tree) ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอเมริกากลางและเม็กซิโกต้นโกโก้นั้นถูกค้นพบโดยชาว
อินเดยี นแดงและชาวอซั เดก (Aztecs) แต่ในปัจจุบันไดแ้ พร่กระจายและปลกู ไปท่วั เขตร้อน เมล็ดของตน้
โกโก้นั้นมีรสฝาดที่เข้มข้นมาก ผลผลิตของเมล็ดโกโก้รู้จักกันในนาม ช็อกโกแลต หรือ โกโก้ ในอเมริกา
อุตสาหกรรมช็อกโกแลตได้จำกัดความไว้ว่า โกโก้ (cocoa) คือเมล็ดพันธุ์ของต้นโกโก้เนยโกโก้ (cocoa
butter) คือไขมันเมล็ดโกโก้ช็อกโกแลตคือส่วนผสมของระหว่างเม็ดของต้นโกโก้ และเนยโกโก้
ช็อกโกแลต คือ ส่วนผสมระหว่างเมล็ดของฟักถั่วโกโก้และเนยโกโก้ ได้ผสมน้ำตาลและส่วนผสมอื่นๆ
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 18
และถูกทำให้อยู่ในรูปของแท่งและรูปอื่นๆ เมล็ดของต้นโกโก้นอกจากทำเป็นช็อกโกแลตได้และยัง
สามารถทำเปน็ เครื่องดื่มได้ด้วยเชน่ ช็อกโกแลตรอ้ น เป็นตน้
Wintgens (1991) รายงานวา่ ขนาดเมล็ดเปลือกหมุ้ เมล็ดเปอรเ์ ซ็นตไ์ ขมัน กลิน่ และเนยโกโก้
นั้นล้วนเกยี่ วขอ้ งกบั พนั ธ์กุ รรมท้ังสนิ้
Ang และ Shepard (1978) รายงานว่าลูกผสมเดียวกันจะให้ผลผลิตต่างกันเมื่อปลูกในพื้นที่
ต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของLass และ Wood (1985) ว่าลูกผสมของพวก Upper Amazonใน
บางสภาพแวดล้อมมกั จะเจริญเติบโตทางดา้ นทรงพ่มุ มากกวา่ การใหผ้ ลผลติ นอกจากนั้นยงั ไดร้ ายงานว่า
ลูกผสมของพวก Upper Amazon ในบางครั้งไม่สามารถให้ผลผลิตสูงเช่นที่เคยปรากฏได้เนื่องจาก
ปัญหาการผสมตรงข้ามระหว่างต้นไม้สามารถทําได้สมบูรณ์ซึ่งมักจะพบเห็นในแปลงปลูกขนาดใหญ่ที่
ปลูกลูกผสมเพยี งพันธเ์ุ ดยี ว
กรรณิการ์ จันจิรา (2565) ได้ทำการศึกษาเรื่อง การพิฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์โกโก้ เพื่อสร้าง
มูลค่าโดยกลุ่มวิสาหกิจชมุ ชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์ บ้านสระกะเทียม งานวิจัยนีม้ ีวตั ถุประสงค์เพือ่ ศึกษา
การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์โกโก้เพื่อสร้างมูลค่าโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์บ้านสระ
กระเทียม การวิจัยครั้งนี้เชิงคุณภาพและปริมาณ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบ
ผลิตภัณฑ์โกโก้เพื่อสร้างมูลค่าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์บ้านสระกระเที ยม อำเภอ
เมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานของกลุม่ วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์พืชอินทรีย์บา้ น
สระกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐมประเมินความคิดเห็นต่อรูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่ี
ออกแบบและพฒั นาขน้ึ การวิจยั ครง้ั นใี้ ชว้ ธิ ีผสมผสานระหว่างการวจิ ัยเชิงปริมาณและเชงิ คุณภาพ
Adams and McKelvie (1 9 5 5 ) who conducted research on cocoa shade crops in
West Africa.
The results of the research showed that forest trees yield about 5 0 0 0 kg/rai/year of
leaves, consisting of various minerals, namely nitrogen 79.kg, 4.5 kg of phosphorus and
decayed roots of these shade plants will allow air to pass through the soil Crowded
together is the result of an important economic shade plant. can control weeds said
shade plants The above can reduce weed growth. Especially the grass and also helps
cocoa bushes not collide quickly. This greatly reduces the cost of weeding and cocoa
pruning costs.
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 19
Adams และ McKelvie (1955) ซึ่งดําเนินงานวิจัยเรื่องพืชร่มเงาโกโก้ที่ประเทศอาฟริกา
ตะวันตก ผลการวิจัยพบว่าไม้ป่าจะให้ใบไม้ประมาณ 5000 กก./ไร่/ปีประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ คือ
ไนโตรเจน 79กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 4.5 กิโลกรัม และรากผุของพืชร่มเงาเหล่านี้จะทําให้อากาศระบาย
ผ่านเข้าไปในดินที่อัดแน่นกันอยู่ได้ผลของพืชร่มเงาทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญคือ สามารถควบคุมวัชพืช
พืชรม่ เงาท่กี ล่าวข้างต้นสามารถลดการเจรญิ เตบิ โตของวชั พชื โดยเฉพาะพวกหญา้ และยงั ชว่ ยให้พุ่มโกโก้
ไมม่ าชนกนั เรว็ เกินไป จงึ ลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการกาํ จดั วัชพืชและค่าใช้จา่ ยในการตดั แตง่ กิ่งโกโกไ้ ดด้ ี
John and Maliphant (1 9 5 8 ) studied the effects of chemical fertilizers and
concluded that the presence of competitive weeds and low humidity slowed cocoa
growth in the early stages. and will result in the expected yield not meeting the set
goals. Weeding by cutting is a widely practiced method as it is non-toxic and does not
harm other plants as it does. Pesticides While young cocoa sprouts are young, weeds in
the cacao plant should be gently hand-picked. remove the surrounding weeds Avoid
using knives or tools. Because it may miss the damage to the cocoa tree when the cocoa
is mature. A knife or cutting tool can be used to cut the area around the cocoa canopy
to clear the canopy. Weeding times should be during the rainy season and early winter.
Cocoa tin growing at the base of the tree is usually shaded. Weeds rarely grow, but
weeds should be carried out regularly.
Jone and Maliphant (1958) ได้ศึกษาผลของการใช้ปุ๋ยเคมีสรุปได้ว่าถ้ามีวัชพืชขึ้นแข่งขัน
และความชื้นน้อยจะทําให้โกโก้เติบโตช้าในช่วงแรกๆ และจะส่งผลทําให้การให้ผลผลิตที่คาดหวังไม่ได้
ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้การกําจัดวัชพืชโดยการตัดเป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากไมม่ ีพษิ
ตกค้างและไม่ทําอันตรายต้นพืชอื่นเหมือนกับการใช้สารเคมีกําจัดในขณะที่ต้นกล้าโกโก้ยังเล็กอยู่การ
กําจัดวัชพืชบริเวณต้นโกโก้ควรใช้มือค่อยๆ ถอนวัชพืชโดยรอบ หลีกเลี่ยงใช้มีดหรือเครื่องมือต่างๆ
เพราะอาจพลาดทําอันตรายแก่ต้นโกโก้ได้เมื่อโกโก้โตแล้ว สามารถใช้มีดหรือเครื่องมือตัดบริเวณ
โดยรอบทรงพุ่มโกโก้ไดเ้ พอ่ื ให้ทรงพมุ่ โล่งเตยี นระยะเวลาในการกาํ จดั วชั พืชควรเปน็ ช่วงฤดฝู นและต้นฤดู
หนาวโดยปกติตินโกโก้ที่โตบริเวณโคนต้นจะร่มทึบไม่ค่อยมีวัชพืชขึ้นมากนักแต่ก็ควรกําจัดวัชพืชอย่าง
สมำ่ เสมอด้วย
Wood, (1975) said that the cocoa harvest was the removal of the fresh pods from
the cocoa bean and the unwrap. Ripe to remove wet seeds When ripe cocoa pods
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 20
change color from green to yellow-orange pods. and the red sheath will Turn orange,
especially around the fruit groove, but not very clearly seen if planted with several
varieties in the plot. It may be difficult to select ripe cocoa fruit, however, the harvesting
time for cocoa is not as limited as other fruits. Harvesting cocoa can extend the harvesting
time 3-4 times longer. weeks, but if the pods are left on the plant longer, the seeds may
germinate in the pods. which this germination may occur in some conditions only usually
occurs during the dry season. The optimum harvesting period is 3-4 weeks.
Wood , (1975) กล่าวว่าการเกบ็ เกยี่ วผลโกโก้นัน้ เปน็ การปลดิ ฝักสดออกจากต้นโกโก้และแกะ
ฝักสุกเพื่อเอาเมล็ดเปียกออก เมื่อโกโก้สุกฝักจะเปลี่ยนสีจากฝักสีเขียวเป็นเหลืองส้ม และฝักสีแดงจะ
เปลี่ยนเป็นสีส้มโดยเฉพาะบริเวณร่องผลแต่มองเห็นไม่ชัดเจนนักถ้าหากปลูกผสมหลาย ๆ พันธ์ุในแปลง
เดียวกันอาจเปน็ การยากลําบากในการเลือกเก็บเก่ียวผลโกโก้สุกอย่างไรกต็ ามระยะเวลาในการเก็บเก่ยี ว
โกโก้จะไมจ่ าํ กัดเหมอื นผลไม้อ่ืน การเก็บเกี่ยวผลโกโกน้ น้ั สามารถยดื เวลาการเกบ็ เกี่ยวได้นานขนึ้ อีก 3-4
สัปดาห์ แต่ถ้าปล่อยให้ฝักอยู่บนต้นนานกว่านี้เมล็ดอาจจะงอกในฝัก ซึ่งการงอกนี้อาจจะเกิดในบาง
สภาวะเท่านั้น ปกติจะเกิดในช่วงฤดูแล้งที่แล้งจัดดังนั้น ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเหมาะสมจึงอยู่ในช่วง3 -4
สปั ดาห์น้ี
เทา่ น้ัน
Poonpassorn Santiitthikul and Surat Sukman (2 0 1 5 ) researched on the
development of soil quality database system. The development of soil quality. is the
system which is developed to collect data about farming. as manage the use of the soil
affects quality of agricultural soils. From the survey of selected quality monitoring data.
Design, data collection and dissemination of information on the Internet. To be used
together. It is a feature of Web Application Development using PHP programming
language with a database management system with My SQL. therefore have a web
application with a database. to assist in data collection. Browse and search for
information. Make the procedure more accurate and more convenient.
ปูรณภ์ ัสสร สนั ติอทิ ธิกุล และ สุรตั น์ สขุ มน่ั (2558) ทำการวิจยั เรือ่ งการพฒั นาระบบฐานข้อมูล
คุณภาพดินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณภาพดิน เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเก็บข้อมูลประวัติการ
การสง่ เสริมผลิตภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพอื่ นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 21
ทำเกษตร เป็นการจัดการข้อมูลในการใช้ประโยชน์จากดินที่มีผลการเปลี่ยนแปลงคุณภาพดินของ
เกษตรกรเริ่มตั้งแต่การสำรวจข้อมูล คัดเลือก ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล ออกแบบการจัดเก็บ รวบรวม
ข้อมูล และการเผยแพร่ข้อมูลบนทางอินเทอร์เน็ต ให้น าไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ได้มีการพัฒนาระบบ
เป็นลักษณะของWeb Application โดยใช้ภาษา PHP ในการเขียนโปรแกรมร่วมกับระบบการจัดการ
ฐานข้อมูลด้วย MySQL ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำเว็บแอพพลิเคชั่นในการจัดฐานข้อมูล เข้ามาช่วยในการ
รวบรวมข้อมูล แสดงผลข้อมูลและการค้นหาข้อมูล ทำให้มีแนวทางการดำเนินงานที่ถูกต้องและสะดวก
มากยิง่ ขน้ึ
Assistant Professor Suthipong Panpetch (2016) researched on Organic agriculture
with folk wisdom from research results showed that from local wisdom members and
those who were given the transmission of local wisdom nationally and locally. The study
revealed that the agricultural terrain in Chachoengsao is divided into two areas. The first
one is rolling plains which are suitable for crop farming and grazing. The second one is
plains with the Bangpakong River flowing, located in the western part of Chachoensao,
sited next to an irrigation system, and involving the agriculture which does not conform
to universal measures in organic agriculture but is safe and concerned about the
healthiness and the environment, based on traditional agriculture. It was found that
Chachoengsao has industrial plants which share water and the environment with the
agricultural sector. Thus, the universal measures in organic agriculture cannot be taken
into account. In addition, Thai governments have been encouraging farmers to do
monoculture farming and rely on such factors as chemical.
ผู้ช่วยศาสตร์จารย์สุทธิพงศ์ ปานเพ็ช (2559 ) ทำการวิจัยเรื่อง เกษตรอินทรีย์ภูมิปัญญา
ชาวบ้านจากการวิจัยผลการวิจัยพบว่า พื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดฉะเชิงเทรา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.
เป็นที่ราบลูกฟุกเหมาะแก่การทำไร่และการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ 2. เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำบาง ปะกง ตั้งอยู่
ทางด้านตะวันตกของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ติดกับระบบชลประทาน มีการประกอบ เกษตรกรรม
ที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบสากลแต่เป็นการเกษตรที่มีความปลอดภัยและ มุ่งเน้น
การดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามเกษตรวิถีแบบดั้งเดิม ทั้งนี้ พบว่า จังหวัดฉะเชิงเทรามีโรงงาน
อุตสาหกรรมที่มีพื้นที่การใช้น้ำและสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาคเกษตรกรรมจึงไมส่ ามารถที่จะพิจารณาไดใ้ น
เกษตร มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ และรัฐบาลทกุ สมัยสง่ เสริมให้เกษตรกรทำเกษตรเชงิ เดยี่ วโ
การสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 22
รูปแบบการจดั งาน Layout
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 23
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 24
กำหนดการ
การส่งเสรมิ ผลิตภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 25
PowerPoint ในการจัดสัมมนา
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 26
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 27
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 28
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 29
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 30
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 31
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 32
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 33
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 34
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 35
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 36
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 37
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 38
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 39
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 40
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 41
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 42
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 43
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 44