การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 45
เน้ือหาในการสัมมนา
ประวตั คิ วามเป็นมา
โกโก้มีแหล่งกำเนิดอยู่บริเวณเขตร้อนชื้นของทวีปอเมริกาโดยเฉพาะแถบลุ่มน้ำอเมซอน และ
บางส่วนในทวีปอเมริกากลาง ซึ่งพบว่าอินเดียนเป็นพวกแรกที่ทำการปลูกโกโก้ได้และนำเมล็ดมาทำ
เคร่อื งดื่มทีร่ จู้ กั กันว่าเป็นเคร่ืองด่ืมของพระเจ้า ทง้ั ยังใช้เมล็ดโกโกส้ ำหรับแลกเปลย่ี นเปน็ สินค้ายังชีพ
อื่น ๆ ระหว่างกัน พวกอินเดียน เรียกเมล็ดโกโก้ว่า "Cacahualt" ซึ่งต่อมาผันเป็นชื่อของ "Cacao"
ส่วนเครื่องดื่มที่ผลิตได้จากเมล็ดโกโก้ เรียกว่า "XOCOATL" ซึ่งต่อมามันเป็นชื่อว่า "Chocolate"
ส่วนชาวเสปนเป็นชาติแรกที่เริ่มทำเครื่องดื่มจากเมล็ดโกโก้เหล่านี้มาผสมกับน้ำตาลจากอ้อยทำเป็น
เครื่องดื่มซึ่งต่อมาเป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป จนสิ้นสดวรรษที่ 16 ชาวสเปนได้ดำเนินการ ให้มีการ
เพาะปลูกโกโก้ย่างจริงจังขึ้นในแถบร้อนชื้นของทวีปอเมริกา ในประเทศโคลัมเบีย เวเนซูเอล่า,
เม็กซิโก, รินิแดด และเอกวาดอร์ เป็นต้น และต่อมาได้มีการนำโกโก้เข้าไปปลูกตามแหล่งปลูกต่าง ๆ
ในอาณานคิ มของสเปน, ดัทชแ์ ละ โปรตเุ กส ตามทวปี ตา่ ง ๆ
สำหรับแถบเอเชียนั้น ชาวดัทซ์กับชาวสเปนได้นำโกโก้เข้ามาปลูกในอินโดนีเซีย และฟิลิปินส์
เป็นเวลานานแล้ว ส่วนในประเทศมาเลเซีย ได้ถูกนำเข้ามาครั้งแรกที่รัฐชาบาร์ บนเกาะบอร์เนียว
เหนือในปี ค.ศ 1895 โคยไดน้ ำพันธ์ุ Criollo เข้ามาจากประเทศศรีลงั กา
สำหรับในประเทศไทยมีรายงานว่าโกโก้มีการนำมาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2446
โดยหลวงราชคนิกร แต่ถูกละเลยเน่ืองจากไม่ทราบถึงการนำมาใช้ประโยชน์ ต่อมาในปี 2495 กรม
กสิกรรมโดย ดร.พิศ ปัญญาลักษณ์ ได้นำพันธ์ุใกโก้จากต่างประเทศมาปลูกที่สถานท่ีกสิกรรม
บางกอกน้อย, สถานีกสิกรรมพลิ้ว, สวนยางนาบอน และสถานียางคอหงษ์ แต่ก็มิได้มีความนิยม
แพร่หลายสำหรับการเริ่มต้นค้นคว้าวิจัยพืชโกโก้ได้อย่างจริงจังของไทยนั้นเริ่มเมื่อปี 2515 เป็นต้นน
มาโดยกองการยาง กรมกสกิ รรมได้นำเมลด็ พันธ์โุ กโกล้ ูกผสมรวมของอบั เปอร์ อเมซอน จากสถานคี น้
นคว้าโกโก้เมือง Tawau รัฐซาบาร์ ประเทศมาเลเซีย มาปลูกที่สถานีทดลองยาง จ. กระบี่ และในปี
2523 สังขทรัพย์ อดีต รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำพันธุ์โกโก้จากมาเลเซียซึ่งเป็น
ลูกผสมพันธ์การค้ามาปลูกท่ีสถานีทดลองพชื สวนสวี จ.ชุมพร ในขณะนน้ั รวมทั้งมกี ารนำเขา้ สายพันธ์ุ
แท้ในปี 2525
ในประเทศไทยนั้น โกโก้ได้เริ่มต้นปลูกกันในลักษณะของโครงการต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดย
ภาครัฐ ซึ่งได้มีการวิจัยเกี่ยวกับการนำโกโก้มาปลูกแซมในสวนมะพร้าว โดยทางกรมวิชาการเกษตร
ได้ดำเนินโครงการนี้ขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางในการช่วยเหลือชาวสวนมะพร้าวให้มีรายได้เพิ่มมากข้ึน
การสง่ เสริมผลติ ภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพือ่ นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 46
เนื่องจากผลผลิตมะพร้าวในขณะนั้นมีราคาดกต่ำ การพัฒนาโกโก้จึงได้เริ่มขึ้นและขยายพื้นที่ปลูก
เรอ่ื ยมาจนถึงปัจจบุ นั
ความสำคญั ของโกโก้
โกโก้ได้มกี ารนำมาใช้ประ โยชน์ในภาคอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ อย่างกวา้ งขวาง ดังต่อไปน้ี
1. อุตสาหกรรมผลิตช็อคโกแลตหวานและช็อกโกแลตนมโดยอุตสาหกรรมประเกทนี้ใช้
Chocolate liquor กับน้ำตาล เนยโกโก้และส่วนผสมอื่นๆ ผสมกันในอัตราส่วนตามสูตรการผลิต
ของแต่ละแหลง่ ผลิตช็อคโกแลต
2. อุตสาหกรรมลูกอมและลูกกวาด โดยการใช้ผงโกโก้และ Chocolate liquor ในการปรุง
แต่งรสและกลิน่ ของลกู อมและลกู กวาด
3. อุตสาหกรรมเครื่องดื่มรสช็อคโกแลต อุตสาหกรรมประเกทนี้จะใช้ผงโกโก้ผสมกับนม
น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่น ๆ เช่น สารให้ความหวาน สารปรุงแต่งรสมาผสมกันเป็นเครื่องดื่มรส
ช็อคโกแลต
4. อุตสาหกรรมเบเกอร่ี เพื่อปรงุ แตง่ รสผลติ ภัณฑ์ เชน่ โดนทั , คุกก้ี และอืน่ ๆอีกมากมาบ
5. อุตสาหกรรมยา โกโก้ที่ใช้จะเป็นรูปของน้ำเชื่อมโกโก้ ซึ่งเป็นสารผสมเพื่อให้รสทั้งยาเม็ด
ยาน้ำ และใช้เคลือบยาเม็ด เปน็ การลบความขม เช่น ยาควนิ นิ
6. อุตสาหกรรมยาสูบ โดยใช้โกโก้เป็นส่วนผสมในยาสูบ เนื่องจากโกโก้มีกลิ่นหอมกลมกลืน
กับกล่ินใบยา และ ขณะเกิดการผาไหมจ้ ะรวมตัวกบั น้ำตาล ทำให้กลิ่นหอมชวนสูบมากข้นึ
7. อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง นิยมใช้ cocoa butter ในการทำลิปสติก เพราะ cocoa
butter มคี ณุ สมบตั ลิ ะลายไดเ้ มอ่ื อุณภมู เิ ปล่ียนแปลงไป แต่คงสภาพอย่ไู ด้ไม่ละลายในสภาพอณุ หภูมิ
ปกติ
คณุ คา่ ทางอาหาร
โกโกเ้ ป็นพืชท่ีมีคุณประโยชนท์ างอาหารสงู โดยโกโก้ผง 100 กรมั ประกอบดว้ ย
โปรตนี 20.4กรมั
ไขมนั 25.6 กรัม
คารโ์ บไฮเดรด 35 กรัม
พลงั งาน 452 แคลอรี่
โซเดยี ม 650 มลิ ลิกรัม
โพแทสเซยี ม 534 มลิ ลกิ รมั
การส่งเสริมผลติ ภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 47
แคลเชียม 51.2 มิลลิกรัม
แมกนเี ซยี ม 192 มิลลิกรัม
เหล็ก 14.3 มิลลิกรมั
ทองแดง 3.4 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 385 มลิ ลิกรัม
กำมะถัน 160 มิลลิกรมั
คลอรนี 199 มิลลิกรมั
ลกั กษณะทางพฤกษศาสตร์
โกโก้เป็นพืชอยู่ในสกุล Sterculiaceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Theobroma cacao L.
ซึ่งเป็น Specie เตี่ยวในจำนวน 22 Species ของ Genus Theobroma นิยมปลูกกันกว้างขวาง
ในเชงิ การคา้
ลักษณะจำเพาะทางพฤกษศาสตร์
ลำตน้
โกโก้เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่สูงประมาณ 4-20 เมตร ในสภาพธรรมชาติ และ 3-6 เมตร เมื่อ
นำมาปลูกในลักษณะแปลงปลูก ปกติแล้วเมื่อยังเป็นกล้าโกโก้อยู่นั้นจะไม่มีกิ่งแขนง ลำต้นจะตั้งตรง
ลักษณะใบบนต้นจะเรียงตัวแบบบันใดเวียน (Spira) เมื่อเจริญเติบโตได้สูงประมาณ 1-2 เมตร ตาที่
ยอดจะพัฒนาเติบโตเป็นกิ่งข้าง 3-5 กิ่ง ซึ่งจุดที่เป็นจุดศูนย์รามของการแตกกิ่งข้าง เรียกว่า คาคบ
(Jorquette) นอกจากคาคบแลว้ บรเิ วณลำตน้ จะมตี าทส่ี ามารถเจรญิ เตบิ โตเปน็ กิ่งกระโดงไดอ้ กี ด้วย
ราก
รากแก้วของต้นกล้าโกโก้จะงอกลงไปในดินตามแนวดิ่งประมาณ 2 เมตร ส่วนรากแขนงยาว
ประมาณ 5 -6 เมตร ส่วนมากพบว่าจะเจริญเติบโตลึกจากผิวดินประมาณ 15-20 เซนติเมตร การ
เจริญเติบโตของรากโกโก้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ ดิน น้ำ อากาศ ดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี เช่น
ดินเหนียว ระดับน้ำสูง อากาศออกซิเจนน้อย รากแก้วของโกโก้จะลงไม่ลึกเกิน 45 เซนติเมตร แต่ถ้า
ดินรว่ น นำ้ นอ้ ย รากแก้วจะเจรญิ เติบโตลงลึกมาก
การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพอ่ื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 48
ใบ
ที่เกิดบริเวณกิ่งกระโดง (Chupon) จะมีลักขณะก้านใบยาว แต่ใบที่เกิดบริเวณกึ่งข้าง
(Fanbranch) จะมีก้านใบสั้นกว่า ใบที่เกิดบริเวณกึ่งข้างจะมีจำนวนพอ ๆ กัน ตาที่ปลายกึ่งข้างจะ
ผลิใบใหม่อีก การแตกใบใหม่ของโกโก้แต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้ธาตุอาหารเพิ่มขึ้นโดยดึงธาตุอาหาร
จากใบแก่ทำให้ใบแก่ร่วงหล่น โกโก้ที่ตันสมบูรณ์ในแก่จะล่วงหล่นน้อย แต่ถ้าต้นโกโก้ไม่สมบูรณ์การ
ผลิตใบอ่อนจะส่งผลให้ใบแก่ร่วงหล่นมาก ใบ โกโก้มีปากใบอยู่ใต้ใบ ความเข้มของแสงมีผลต่อขนาด
ของใบ และความหนาของใบโกโก้รามทง้ั ปรมิ าณคลอโรฟิลในใบโกโก้
ดอก
โกโก้ออกดอกตามต้น (Auiftower) หรือตามกิ่ง (Ram/flower) นับเป็นลักษณะพิเศษของ
โกโก้ ฐานรองดอกมี 5 แฉก เป็นสีชมพูและมีกลีบดอกสีขาวเหลืองเป็นรูปถุง 5 ถุง จากจำนวน
ละอองเกสร 10อัน มีอยู่ 5 อันที่เป็นละอองเกสรตัวผู้ที่ผสมได้ (Stamen) โดยมีอับละอองเกสรตัวผู้
ซึ่งอยู่ในถุงของกลีบดอกจากฐานรองดอก (Recepsacle) 5 แฉก มีเกสรตัวเมีย (Pistill) ยื่นมา
ข้างบน 1 อัน ที่ปลายมี 5 แฉกเป็นที่รับละอองเกสรตัวผู้ โดยทั่วไปการผสมเกสรจะเกิดจากแมลง
หรือลมพัดพาแต่จะมีจำนวนน้อยมาก แต่จากการที่อับละอองเกสรตัวผู้ (Anther) หลบอยู่ในถุงของ
กลบี ดอก จงึ ทำให้ไมม่ กี ารผสมตัวเองในดอกเกิดข้ึนสว่ นใหญเ่ กิดจากการผสมข้ามตน้ แต่การเป็นหมัน
จะมีมาก โดยฉพาะอย่างยิ่งโกโก้พันธ์ Upper Amazon การปลูกโกโก้ประเกทนี้จึงจำเป็นต้องปลูก
โกโกป้ ระเกทอื่นด้วยเพอ่ื ชว่ ยใหม้ กี ารผสมพันธุด์ ขี น้ึ สว่ นพันธุ์ Amelonado สามารถผสมพันธ์ตัวเอง
ได้ ในปีหนึ่ง 1 โกโก้สามารถออกดอกได้มากกว่า 10,000 ดอก แต่โดยเฉล่ียจะมีการผสมของคอก
เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ และ จากจำนวนนี้ที่ยังมีดอกที่ร่วงไปหรือดอกที่ผสมเกดิ ขึน้ เป็นผลแล้ว แห้งตาย
ไป ดงั นนั้ จำนวนผลสุกทีจ่ ะได้รวมแล้วจะลดลงเหลือเพียง 0.5-0.7 เปอรเ์ ซน็ ต์ เท่านน้ั
ผลโกโก้
หลังเกิดการผสมเกสร ผลโกโกก้จะเริ่มพัฒนาจนกระทั่งแก่ใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 เดือน
ผลเล็ก ๆ ของโกโก้ทีก่ ำลงั เจริญขึ้นมาเรยี กว่า "เชเรล" (Cherelle) ในชว่ งระหวา่ ง 2-3 เดอื นแรกของ
การเจริญของผล หากโกโก้ได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอผลอ่อนหรือเชเรลจะแห้งและ
เปลี่ยนเป็นสีดำ หลังจากผลเติบโตประมาณ 90 วัน ผลโกโก้ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ผลโกโก้จะ
ผลิตฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้เมล็ดโกโก้เจริญเติบโตและยับยั้งการเที่ยวของผลอ่อน (Cherelle
wit) ผลจะเจริญเติบโตจนกระทั่งผลแก่และเก็บเกี่ยว นอกเสียจากถูกทำลายโดยโรคหรือแมลง ผล
โกโก้แก่หรือที่เรียกว่า ฝักโกโก้ (Pod) มีหลายขนาดและหลายสี ขนาดความยาวของฝักต้ังแต่ 10-30
เชนตีเมตรตามปกติโดยพื้นฐานฝักจะมี 2 สี ฝักอ่อนมีสีเขียวเมื่อสุกจะมีสีเหลือง หรือฝักอ่อนสีแดง
เข้ม เมื่อสุกฝักจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม จำนวนเมล็ดนี้ได้ใน 1 ฝึกจะมีตั้งแต่ 20-40 เมล็ด เนื้อในเมล็ดมีสี
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 49
ขาวหรือม่วงแล้วแต่สายพันธุ์ ขณะฝักสุกเนื้อเยื่อบริเวณภายนอกของ Integument จะผลิตชั้นของ
Prismaic cell ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลและเมือก เมล็ดโกโก้แต่ละเมล็ดจะห่อหุ้มด้วยเยื่อและเมือก
(เมอื กเหลา่ นี้จะทำใหเ้ กดิ กลิน่ หอมของช็อคโกแลตหลงั จากหมกั เมลด็ โกโกเ้ สรจ็
พนั ธโ์ุ กโก้
ปจั จบุ นั ไดม้ ีการแบ่งพนั ธโ์ กโก้ออกเป็น 3 พวก ใหญ่ ๆ คือ
1. พันธุ์ครีโอลโล่ (Chiollo) โกโก้พันธุ์นี้มีผลค่อนข้างใหญ่สีแดงหรือสีเขียว เมื่อสุกเป็นสี
เหลือง เปลือกบางนิ่ม ก้นผลยาวแหลม ผิวของผลขรุขระเป็นร่องลึก เมล็ดกลมค่อนข้างใหญ่ สีขาว
หรือสีชมพู หรือ ม่วงอ่อน จำนวนเมล็ดต่อฝึก 20-40 เมล็ด มีกลิ่นหอมและรสชาติดี เป็นพันธุ์ที่ ใช้
กบั อุตสาหกรรมชอ็ คโกแลตท่มี ีคุณภาพสงู โกโกใ้ นกลุม่ นป้ี ลูกไมด่ วา้ งขวางนกั เพราะ การเจรญิ เตบิ โต
ไม่ค่อยดี ผลผลิตต่ำ อ่อนแอและมักถูกโรคแมลงรบกวนได้ง่าย พันธุ์นี้ที่มีพบเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่
อยู่ในประเทศ แม็กซโิ ก นิคารากวั โคลัมเบยี เป็นตน้
2. ฟนั ธ์ฟุ อรัสเทอร์โร่ (Forastero) แบง่ ย่อยเปน็ 2 กลุ่มคือ
2.1 พันธ์เวสท์อัฟริกันอมีโลนาโด (West Afican Ameionado) โกโก้พันธุ์นี้มีผลสี
เขียวเมื่อสุกมีสีเพลือง ผลยาวเปลือกหนา ก้นกลม เมล็ดแบนกว่าพันธ์ ครีโอลโล่ เนื้อเมล็ดมีสีแดง
เข้มหรือสีม่วงเข้มเป็นพันธุ์ที่สามารถผสมพันธ์ตัวเองได้ ผลผลิตสูง ทนทานต่อการรบกวนของโรค
และแมลงกว่าพวกครีโอลโล่ แต่ไม่ทนทานตอ่ โรคยอดแหง้ และกงิ่ แหง้
2.2 พันธ์อัพเปอร์อเมซอน (Upper Amazon) โกโก้พันธุ์นี้มีผลสีเขียว และเมื่อสุก
จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขนาดผลจะคล้ายกับพันธุ์เวสท์อัฟริกันอมีโลนาโด แต่เมล็ดมีขนาดเล็กกว่า
เนือ้ เมลด็ มีสีม่วงเขม้ การเจรญิ เตบิ โตดไี ห้ผลผลิตสงู แข็งแรงทนทานต่อการรบกวนของโรคและแมลง
บางชนดิ พวกนีไ้ ม่สามารถผสมพันธ์ตวั เองได้
3. พันธุ์ทรีนิตาริโอ (Tinitario) เป็นพันธุ์ที่เข้าใจว่าเกิดจากการผสมกันระหว่าง Criollo กับ
Forastero ในกลุ่ม Amelonado ลักษณะผลใหญ่ มีสีเขียวหรือสีแกมแดง ก้นแหลม ผิวขรุขระ ร่อง
ผลลกึ เมล็ดมขี นาดใหญ่ มสี มี ว่ งชัดจนถงึ สขี าว โกโกใ้ นกลุ่มนีม้ ีทัง้ ผพนั ธส์ มตวั องได้และผสมข้าม
การปลูกและการดแู ลรักษา
สภาพแวดล้อมในการปลกู โกโก้
ลักษณะภูมิอากาศ
การส่งเสริมผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 50
โกโก้เป็นพืชยืนต้นซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะกูมิอากาศประเทศร้อนซึ่งมีอุณหภูมิระหว่าง
18 - 32 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วโกโก้ต้องการปริมาณฝนตกที่สม่ำเสมอตลอดปีในอัตรา
ประมาณ 1000 - 3000 มิลลเิ มตร ช่วงท่ีโกโก้เตบิ โตใดด้ ีปรมิ ามน้ำฝนควรอยู่ในช่วง 1500-2000 มีล
ลิเมตร และฤดูแล้งไม่เกิน 3 เดือน ในบางแห่งที่มีระยะฤดูแล้งถึง 3-5 เดือน ก็อาจมีการให้น้ำช่วย
โกโก้ไมต่ อ้ งการแสงแดดมาก แตโ่ กโก้ก็สามารถเตบิ โต ไดด้ ี ในทท่ี ่ีแสงแดดจัดเช่นกนั
ลกั ษณะดนิ
ดินที่ปลูกโกโก้ควรมีชั้นดินลีกพอสมควร ระบายน้ำได้ดี ค่า Ph ต่ำกว่าเป็นกลางเล็กน้อย
ประมาณ 6.5 ดินที่มี Ph. ต่ำกว่า 5.5 ไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่ดินที่เป็นด่างมากเกินไปอาจทำให้เกิด
การขาดธาตุอาหารรอง (Micro elements) เช่น เหล็ก สังกะสี และทองแดง แต่โกโก้สามารถทนต่อ
ความเปน็ กรด หรือดินทีไ่ ม่อดุ มสมบูรณน์ กั ไห้ดีดี ผวิ ดินมีอินทรยี ์วัตถุมากพอสมควร
การขยายพนั ธ์
โกโก้สามารถชยายพันธุ์ใด้ 2 ทาง คือ การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และการขยายพันธุ์
แบบไม่อาศัยเพศโดยใช้ส่านต่าง ๆ ของต้น เช่น การชำ การติดตา การเสียบยอด การตอน แต่วิธีท่ี
นิยมปฏิบตั กิ นั มาก คอื การเพาะดว้ ยเมลด็
การขยายพนั ธ์ุด้วยเมล็ด
ขอ้ ดขี องการขยายพันธ์โุ ดยใชเ้ มลค็ คือ ขยายพนั ธใุ์ ดง้ ่าย สะดวก และ ใด้ปรมิ าณมาก แต่โกโก้
เป็นพืชที่มีการกลายพันธุ์ใด้ง่าย หากปลูกด้วยเมล็ดเพื่อทำพันธุ์ต้องแน่ใจว่าเมล็ดได้จากพ่อพันธุแม่
พันธ์เป็น
การขยายพันธุ์แบบไมใ่ ช้เพศ
การปักชำ ควรเลือกกิ่งที่เริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล โดยตัดจากกิ่งแขนงที่มีลักษณะ
การเติบโตเอียงไปข้างบนเล็กน้อย โดยต้นที่นำมาชำนี้ยังสามารถรักษาสภาพการเติบโตของทรงต้นน
ในระดับต่ำอยู่ได้เชน่ เติมและสามารถผลิใบได้เร็ว แต่ต้นโกโก้ที่ไดจ้ ากก่ึงข้างจะไมม่ ีการสร้างรากแกว้
และการเติบโตของตน้ จะมลี ักนณะเปน็ พมุ่ ใหญ่
การเลือกพืน้ ทีป่ ลกู
ในการปลูกโกโก้นอกจากต้องเลือกพื้นที่ที่สภาพภูมิอากาสและ สภาพดินเหมาะสมต่อการ
เจริญเติบโตของโกโก้แล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคอื การเตรียมร่มเงาสำหรับต้นโกโก้เนื่องจาก
โกโก้เป็นพืชเมืองร้อนที่ตามธรรมชาติมักขึ้นใต้รม่ เงาพืชอื่น ในอดีดโตได้เป็นไม้ป่าที่ชื่นรา่ มกับพืชอน่ื
ในป่าแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน การผลโกโก้ในอดีดต้องเก็บโกโก้จากป่าเพื่อนำมาแปรรูปโดยไม่มีการ
การสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพือ่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 51
บำรุงรักษาโกโก้ จึงให้ผลผลิตต่ำ ต่อมาเมื่อมีความต้องการของผู้บริโภคในเชิงการค้ามากขึ้นจึงมี
แนวคดิ ที่ จะปลกู ในลักษณะสวนโกโกภ้ ายใตร้ ่มเงาพืชอื่น การปลูกโกโกภ้ ายใตร้ ่มเงาพชื ขึน้ แบ่งใด้ 3
ลักษณะคือ
1. การปลูกโกโก้ภายใด้ร่มเงาของป่าธรรมชาติ การปลูกโกโก้ภายใด้ร่มเงาของป่าาธรรมชาติ
ซ่ึงจะเหน็ ไม้นานาชนดิ ขึ้นปะปนกันทั้งต้นเล็กและต้นใหญส่ ามารถพบไดโ้ ดยท่ัวไปในประเทศเถบอาฟ
ริกตะวันตกเเต่วิธีการปลูกแต่ละแห่งจะแปรผันตามสภาพดิน สภาพภูมิอากาศ และตามระยะทาง
จากแหล่งผลิดไปยงั ตลาดรับซื้อผลผลิต เช่น ในประเทศไนจีเรยี และประเทศกาน่า ในอดีตเกษตรกร
มักโค่นปา่ จนหมดสิน้ เพื่อปลูกโกโก้และพืชอื่น ต่อมาได้เรียนรูว้ ่าพ้ืนดนิ ท่ีแหง่ แล้งไม่เหมาะสมกับการ
เจริญเติบโตของพืชรม่ เงาและโกโกใ้ นช่วงฤดูแล้ง เกษตรกรจึงเหลอื พชื บางส่วนใชเ้ ป็นพืชรว่ มเงา
2. การปลูกโกโก้แซมระหว่างแถวพืช วิธีการปลูกโกโก้ที่ง่ายที่สุดควรปลูกได้พืชชนิดใคชนิด
หนึ่งที่ผ่านมาพบว่าพืชที่ให้ร่มเงาได้หมาะสมสำหรับโกโก้ คือ มะพร้าว เพราะมะพร้าวเป็นพืชซึ่งให้
ร่มเงาไม่ทึบแสง แดด สามารถส่องผ่านใบมะพร้าวได้เกิน 50% จึงสามารถปลูกโกโก้ไว้แซมในสวน
มะพร้าวไดน้ านหลายปีโดยไม่ ต้องโค่นมะพร้าวออกเหมือนพชื อื่น ๆ ตัวอย่างที่เห็นไดช้ ัดทีส่ ดุ คือการ
ปลกู โกโกใ้ นประเทศปาปวั นวิ กนิ ีท่ที ำ การปลูกโกโกแ้ ซมมะพร้าวและมีการขยายพ้นื ทอ่ี ย่างรวดเรว็
3. การปลูกโกโก้ใตพ้ ืชร่วมเงาที่ปลูกใหม่ พืชร่วมเงาที่ปลูกขึ้นใหม่สำหรับต้นโกโก้นั้นควรจะมี
ลักษณะ โปร่งใสไม่หนาทึบจนเกินไป ไม่แย่งอาหารหรือทำอันตรายแก่ต้นโกโก้ รวมทั้ง ไม่เป็นแหล่ง
อาศัยของโรคและแมลงศัตรูพืชของโกโก้ หากเป็นพืชที่เกื้อกูลและสนับสนุนให้โกโก้เติบโตดีได้ผล
ผลิตสูง เช่น พืชตระกูลถั่วหรือเป็นพืชที่เหมาะสมจะปลูกเป็นร่มเงาให้โกโก้มากที่สุด พืชร่มเงาโกโก้
อาจเป็นพืชอายุสั้น เพียง1-2 ปีก็ตาย เช่น กล้วย มันสำปะหลัง มะละ กอ ทำหน้าที่เป็นร่มเงาไว้
ในช่วงทีโ่ กโก้ยงั เป็นต้นเล็ก เมื่อโกโกเ้ จริญเตบิ โต พืชร่มเงาน้ันกต็ ายไปเองตามธรรมชาติ หรือจะเปน็
พืชที่มขี นาดใหญ่เช่น มะพร้าว เปน็ ต้น
การดแู ลรกั ษา
ในระยะที่ปลูกต้นโกโก้ใหม่ๆ ต้นกล้ายังไม่เข็งแรงพอควร นอกจากมีพืชร่มเงาบังแสงให้ต้น
กล้าโกโก้อยู่แล้ว เกษตรกรควรใช้ทางมะพรา้ วหรือวสั ดพุ รางแสงชว่ ย จนกว่าต้นโกโก้จะแข็งแรงแตก
ใบใหม่ จึงค่อยๆนำวัสดุพรางแสงออก ซึ่งกระบวนการหลัก ๆ ที่สำคญั ในการดูแลโกโก้จะอยูใ่ นช่วงท่ี
โกโกย้ งั เปน็ ต้นกล้าอยแู่ ละมวี ิธีการดูแลหลกั ๆ 3ข้อคอื
1. การให้น้ำ หลังจากปลูกโกโก้แล้วในช่างที่ฝนทิ้งช่วงนาน ควรมีการให้น้ำแก่ต้นกล้าโกโก้
ประมาณ 2 -3 วัน/ครั้ง และเมื่อข้าสู่ฤดูแล้งอากาศร้อนแห้งอาจทำไห้ต้นกล้าโกโก้ตายได้ ระยะน่ี
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 52
ควรจะคลุมดันโกโก้ดว้ ยทางหรือกาบมะพร้าวหรือใบไม้หนาๆ เพื่อรักษาความข้ึนของดินบริเวณ โคน
ต้นโกโก้ใหช้ ้ืนอยู่เสมอ
2. การใส่ปุ๋ย ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ดีนั้น การให้ปุ๋ยแก่ต้นโกโก้ในระยะแรกอาจไม่มี
ปญั หาอะไรมากนัก แตห่ ลังจากทต่ี น้ โกโก้เจริญเติบโตและมีการเกบ็ เกีย่ วทกุ ๆ ปจี ะทำให้ดนิ ลดความ
อุดมสมบูรณ์ไปเรือ่ ย จึงมีความจำเปน็ ตอ้ งให้ปุ๋ยแกด่ นิ เพ่อื รักษาความอุดมสมบรู ณ์แก่ดนิ ไว้
3.การกำจัดวัชพืช มีการสำรวจและคอยดูแลไม่ให้เกิดการแข่งขันการแย่งอาหารของต้นโกโก้
การมี วชั พชื ขน้ึ จะทำให้ โกโก้เติบโตช้าในช่วงแรก ๆ และจะส่งผลทำใหก้ ารให้ผลผลิตทีค่ าดหวังไมไ่ ด้
ตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ การกำจัดวัชพืชโดยการตัดเป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายเน่ืองจากไม่
มีพษิ หรือสารเคมตี กค้าง และไม่ทำอันตรายต่อพชื อ่นื เหมือนกับการใชส้ ารเคมกี ำจัดในขณะที่ต้นกล้า
โกโก้ยังเล็กอยู่การกำจัดวัชพืช บริเวณต้นโกโก้ควร ใช้มือค่อยๆ ถอนวัชพืชโดยรอบหลีกเลี่ยงใช้มีด
หรือเครื่องมือต่าง ๆ เพราะอาจพลาดทำ อันตรายแก่ต้นโกโก้ ได้ เมื่อโกโก้โตแลว้ สามารถใช้มีดหรือ
เคร่อื งมอื ตดั บริเวณโดยรอบทรงพุ่มโกโกไ้ ดเ้ พื่อให้ ทรงพุม่ โล่งเตียน ระยะเวลาในการกำจัดวัชพืชควร
เป็นชว่ งฤดฝู นและฤดูหนาว
สัตว์ศัตรโู กโก้
จากการศึกษาของยุวลักษณ์(2534) เกี่ยวกับสัตว์ศัตรูโกโก้ที่พบในประเทศไทย ซึ่งทําลาย
ผลผลิตของโกโกม้ ดี งั น้ี
1. กระรอก (Squirrel)
กระรอกอยู่ในวงศ์ Sciurdae และกระรอกเกือบทุกชนิดเป็นศัตรูสําคัญของทั้งมะพร้าวและ
โกโกไ้ ม้ผลต่าง ๆ และพืชอนื่ ๆ อกี หลายชนดิ ทีพ่ บมากมีอยู่ 2 ชนดิ คือ
1.1 กระรอกปลายหางดํา (Gray – bellied squirrel)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Callosciurus caniceps Gray, พบมากทางภาคใต้เช่น จังหวัดชุมพร สุ
ราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ เป็นต้น มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่าง ๆ กัน เช่น กระจ้อน กระแต
เป็นต้น ชอบกัดกินผลโกโก้สุก ผลไม้สุกและยังชอบกินแมลง เช่น ผีเสื้ออีกด้วยกระรอกชนิดนี้ทํารัง
อาศัยอยู่บนต้นมะพร้าว ตามคาคบของกิ่งสูงของต้นไม้อื่น ๆ หรือตามกอไผ่มีขนาดลําตัวยาว 21.6
ซม. หางยาว23.2 ขาหลังยาว 4.8 ซม. ของลําตัวมีสีเทาปนน้ำตาล ส่วนใต้ท้องขนสีเงินเทา ปลาย
หางกลุ่มขนเปน็ สีดําจํานวนลูกตอ่ ครอก 2 ตัว ตัวเมยี ออกลูกปลี ะคร้งั
1.2 กระรอกหลากสี (Variable squirrel)
มชี ือ่ วิทยาศาสตรว์ า่ Callosciurus finlaysoni Horsefield กระรอกชนิดนี้มคี วามหลากหลาย
ในเรื่องของสีขนและขนาดของรูปร่าง พบทั่วประเทศ เช่น จังหวัดสมุทรสงคราม,สมุทรสาคร,อ่าง-
ทอง,กรุงเทพมหานคร, จันทบุรีเป็นต้น ทํารังอยู่บนต้นมะพร้าว หรือต้นไม้ใหญ่หรือตามกอไผ่
การส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 53
พบอาศัยอยู่บนต้น มะพรา้ วและใช้ใยมะพรา้ วทําเปน็ รงั ชนดิ ทพ่ี บหางเป็นพวง มขี นสดี ํา และเหลือง
สลับเปน็ วงแหวนขนาดลาํ ตัวยาว21 ซม. หางยาว 22-24 ซม. ดา้ นหลัง 4.6 – 4.9 ซม. จํานวนลูกต่อ
ครอก 2 ตวั ในสภาพทอ่ี ดุ มสมบูรณ์ตัวเมยี สามารถให้ลกู ได้ 2 ครงั้ ตอ่ ปี
2. หนู (Rats)
หนูอยู่ใน วงศ์ Muridee เป็นศัตรูที่พบกัดกินผลผลิตของพืชหลายชนิดที่พบทําลายผลโกโก้
ไดแ้ ก่หนู ท้องขาวบ้าน หนพู ุกใหญ่หนูนาทอ้ งขาวใหญ่หนูฟานเหลอื งและหนปู ่าชนดิ อ่ืน ๆ เปน็
2.1 หนทู ้องขาวบ้านหรือหนสู วนหรอื หนหู ลังคา (Roof rat)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rattus rattus L. พบทําลายโกโก้ทั้งแก่และอ่อน พบมาก
ทวั่ ทกุ พ้ืนทขี่ นบนลําตัวมีสีน้ำตาลเขม้ ปนเหลืองขนใตท้ ้องและส่วนขามีสีขาว ตาโตหูใหญ่หางยาวกว่า
ลําตัวมาก ชอบปีนป่ายต้นไม้บางครั้งอยู่ทํารังอาศัยอยู่บนต้นมะพร้าวแต่โดยปกติจะขุดรูตามโคน
ตน้ ไมห้ รอื ตามพ้ืนดิน หรือทาํ รงั อาศัยอยู่ใตก้ องวสั ดุเหลอื ใชใ้ นสภาพทอ่ี ุดมสมบูรณ์หนูชนิดนี้สามารถ
ขยายพันธุ์ได้ตลอดทั้งปีจํานวนลูกต่อครอก 5 – 6 ตัวขนาดลําตัว 18.2 ซม. หางยาว 18.8 ซม. ขา
หลังยาว 3.3 ซม. หยู าว 2.3 ซม. น้ำหนักโดยเฉลี่ย 139 กรมั
2.2 หนูพุกใหญ่หรือ หนูแผง (Great bandicoot)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bandicota indica Bechstein. หนูในกลุ่มนี้จะมีขนตั้งชัน
ขึ้นมาเห็นได้ชัดตลอดส่วนหลัง ปกติหนูชนิดนี้เป็นศัตรูสําคัญในนาข้าวขุดรูอาศัยอยู่ตามคันดิน หรือ
โคก, กอไผ่ สวนโกโก้ มะพรา้ ว ทอ่ี ยู่ไกลพน้ื ทก่ี ารทาํ นา จะพบหนูชนดิ น้ีปกตหิ นพู ุกใหญ่ไม่ชอบปีน
ป่ายแต่ก็สามารถปีนขึ้นต้นโกโก้ที่ไม่สูงนักได้กัดขั้วผลโกโก้สุกหล่นลงมา แล้วจึงลงมากัดผลโกโก้และ
กินเยื่อหุ้มเมล็ดบนพื้นดิน เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 545 กรัม ตัวเมียอายุ
ประมาณ 4 เดือน กส็ ามารถตั้งท้องไดแ้ ละให้ลูกตลอดปจี าํ นวนลกู ตอ่ ครอก 6-7 ตวั
2.3 หนูนาท้องขาวใหญ่ (Ricefield rat)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rattus argentiventer Robinson and Kloss. เป็นศัตรูที่สําคัญในนา
ข้าวพบในสวนโกโก้และมะพร้าว ที่อยู่ใกล้พื้นที่การทํานา เช่นเดียวกับหนูพุกใหญ่และสามารถปีน
ป่ายได้ดีกวา่ หนูพุกใหญ่แตไ่ ม่ดเี ท่าหนทู ้องขาวบ้าน ขดุ รูอาศัยอยตู่ ามคนั ดิน หรือตามกอไผ่ลักษณะสี
ขนคล้ายหนูท้องขาวบ้าน แต่ส่วนบนของขาหลังมีแถบขนดําพาดกลาง ความยาวหางสั้นกว่าความ
ยาวของลําตัว หูมีขนาดเล็กกว่าหูของหนูท้องขาวบ้าน แต่ขนาดลําตัวใหญ่กว่า น้ำหนักโดยเฉลี่ย
ประมาณ 212 กรมั ตวั เมยี สามารถให้ลูกไดต้ ลอดทง้ั ปจี ํานวนลูกตอ่ ครอก 6-8 ตัว
3. ชะมด (Civet)
ชะมดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่งที่อยู่ใน อันดับ Canivora วงศ์ Vivereidae พบกัด
กินผล โกโก้แก่ เป็นศัตรูที่ไม่สําคัญ พบเฉพาะภาคใต้ชาวบ้านมักเรียกชะมดว่า มูสังชนิดที่พบได้แก่
การสง่ เสริมผลิตภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพือ่ นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 54
อีเห็นธรรมดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Paradoxurus hermaphroditus pallass. ชอบอาศัยตามแถบ
ทุ่งหญ้าสูงใกล้บ้านคนตามชายปา ทํารังอยู่บนต้นไม้สูง หากินอาหารบนต้นไม้กินท้ังสัตว์เลก็ ผลไม้สุก
และกล้วยสุกเปน็ ตน้
การป้องกันกาํ จัด
ใช้สารกําจัดหนูสําเร็จรูปชนิดก้อนขี้ผึ้ง ได้แก่คลีแร็ต และสะตอม ใช้ลดปริมาณประชากรของ
หนูได้เท่านั้น อัตราการใช้ 40-50 ก้อน/ไร่ จะใช้วิธีผูกกับกิ่งหรือวางยาบริเวณคาคบต้นโกโก้ 1 ก้อน
และ เวน้ ไป 4 ตน้ จงึ จะทาํ การวางยาใหม่อีกครงั้ ทําเชน่ นต้ี ลอดทงั้ สวน
ในกรณีที่บริเวณสวนรกรุงรังด้วยกองทางมะพร้าวและอื่น ๆ ให้เหวี่ยงเหยื่อพิษเข้าไปในกอง
ทางมะพร้าว 3-4 ก้อน ทําเช่นน้ี 6 ครั้งติดต่อ ๆ โดยใช้ระยะ 4 ครั้งแรกให้วางเหยื่อพิษห่างกัน 15
วันจากนั้นจึงวางเหยื่อพิษห่างกันประมาณ 1 เดือน ในกรณีที่มีปริมาณหนูมากให้วางเหยื่อพิษ
8-10 ครั้ง
ใช้วิธีกลได้แก่การใช้ปืนยิง หรือกับดักแบบต่าง ๆ วิธีนี้ใช้กําจัดกระรอกและหนูได้ดีพอสมควร
แต่ต้องเสียเวลาในการกําจัด ประมาณ เมษายน – พฤษภาคม เป็นช่วงที่ชาวสวนส่วนมากนิยมใช้
ปืนยิงทั้งกระรอกและหนู
การที่จะป้องกันกําจัดกระรอกและหนูไม่ให้ลงทําลายผลโกโก้เสียหายมากมายควรใช้วิธี
ท่ี 1 และวธิ ีทิ ่ี 2 ช่วยลดประชากรของกระรอกควบคู่ไปดว้ ยจงึ จะไดผ้ ลดี
โรคโกโก้
จากการศึกษาของยพุ นิ (2534) เกี่ยวกับโรคโกโกม้ รี ะบาดในประเทศไทยดังนี้
1. โรคก่งิ แห่งโกโก้ (Die-back)
ลักษณะอาการของโรคตน้ โกโก้ทเี่ ปน็ โรคกงิ่ แห่งจะแสดงออกให้เห็นได้หลายอาการดงั นี้
1. อาการภายนอกท่ีเห็นได้ทว่ั ไป
1.1 จะพบอาการผดิ ปกติบนก่ิงของโกโก้ตน้ โต หรือยอดของต้นกล้าโกโก้แสดงอาการ
ใบซดี ผดิ ปกติ (Chlorosis) บนใบท่ี3 หรอื 4 จากปลายยอด ซึ่งในอาการข้นั แรกน้ีอาจพบเพยี ง1 ถึง 2
ใบ
1.2 ในต้นกล้าหรือกิ่งโกโก้ที่เป็นโรค จะเจริญช้ากว่าปกติใบมีขนาดเล็กลง ใบเรียว
แหลมและแสดงอาการจุดกลมสีเขียวกระจายอยู่ทั่วไปบนใบที่แสดงอาการเหลือง ใบที่แสดงอาการ
เหล่านี้จะหลุดร่วงไปภายในไม่กี่วัน หรือเมื่อพบใบที่แสดงอาการดังกล่าวติดอยู่บนกิ่งเมื่อเอามือแตะ
หรือดึงเบา ๆ ใบจะหลุดร่วงได้อย่างง่ายดายผิดกับใบจุดชนิดอื่น ๆ ซึ่งมักยึดติดกบั ต้นได้แน่นกว่า ใน
สภาพอากาศเหมาะสมจะพบเสน้ ใยเชอ้ื ราเจริญออกมาจากจดุ ทใี่ บเป็นโรคหลุดรว่ ง (Scar)
การส่งเสริมผลติ ภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 55
1.3 ที่ปลายยอดของกิ่งที่เป็นโรคบางกิ่งจะมีอาการขาดธาตุแคลเซียม คือจะเห็น
อาการ แห่งตายระหว่างเส้นใบ และขอบใบ (interveinal leaf necrosis) ใบที่แสดงอาการคล้าย
ขาดธาตุแคลเซยี มนีจ้ ะมรี ูปรา่ งคล้ายใบโอ๊ค
14 บนกิ่งที่เป็นโรคอาจพบว่า ช่องว่างระหว่างเปลือกไม้ (Ienticel) ขยายขนาด
ใหญ่ขึ้น ทําให้เปลือกกิ่งโกโก้เป็นรอยปุ่มเล็กๆ กระจายตามเปลือกไม้นอกจากนี้อาจพบว่ากิ่งที่แสดง
อาการเชน่ นี้จะมตี าขา้ งงอกออกมามากมายแตไ่ ม่สามารถเจริญเปน็ กิ่งใหญ่ได้
2. อาการภายใน
2.1 ถ้าลอกเปลือกของกิ่งโกโก้ที่เป็นโรคออก พบว่าเปลือกด้านในของเนื้อไม้จะ
เปล่ยี นเป็นสีนำ้ ตาลออ่ นอยา่ งรวดเร็วเม่ือเปรยี บเทียบกับกิ่งปกตซิ ่ึงมสี คี ่อนขา้ งขาว
2.2 เมื่อผ่ากลางตามความยาวของกิ่งโกโก้ที่เป็นโรคจะพบเส้นสีน้ำตาลภายในเนื้อไม้
ซึง่ เกดิ จากเชอ้ื ราเขา้ ไปสะสมในระบบลําเลยี งนำ้ ของพชื
ในต้นโกโก้ที่เป็นโรคกิ่งแห่ง (VSD) อาจจะพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวหรือ
อาจพบอาการดังกล่าวมาหลายอย่างพร้อม ๆ กัน ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสภาพแวดล้อม
ทเ่ี หมาะสมตอ่ การเกดิ โรค
เช้ือสาเหตุ
เชือ้ รา Oncobasidium theobromae Talbot & Keane
การควบคมุ โรค
การตัดแต่งกิ่ง ทําการตัดแต่งกิ่งโกโก้อย่างน้อยที่สุดเดือนละครั้งเมื่อพบอาการของโรคบนก่ิง
โกโก้ให้ ผ่ากิ่งดูภายในท่อน้ำและตัดกิ่งห่างจากจุดที่สิ้นสุดอาการสีน้ำตาลอย่างน้อย 30 ซม. ใน
ปัจจุบันการตัดแต่งกิ่ง โกโก้ที่เป็นโรคเป็นการควบคุมการระบาดของโรคนี้ได้อย่างดีที่สุดโดยการตัด
แต่งกิ่งสามารถลดแหล่งกําเนิดของเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคได้ดีสําหรับกิ่งที่ตัดออกเหล่านี้ไม่
จําเป็นต้องนําออกนอกแปลงหรือเผาทิ้ง เนื่องจากเชื้อสาเหตุนี้จะตายอย่างรวดเร็วในพืชที่ไม่มีชีวิต
พันธ์ุต้านทาน จากงานวิจัยของคุณอาภรณ์ ธรรมเขต ปรากฏว่าพันธุ์ Sca6 x Sca6 และพันธุ์ UIT1
x NA32 มีแนวโน้มต้านทานกิ่งแห้งได้ดีสารเคมีการป้องกันกําจัดโดยใช้สารเคมีทําได้ยากเนื่องจาก
ตอ้ งทาํ การพ่นสารเคมที กุ คร้งั ที่โกโก้แตกยอดออ่ น
2. โรคผลเน่าดาํ (Black Pod Rot)
ลกั ษณะอาการของโรค
ผลโกโก้ที่เริ่มแสดงอาการโรคจะปรากฏอาการจุดฉ่ำน้ำบนผิวผล ซึ่งอาการจะปรากฏให้เห็น
หลงั จากเช้อื เข้าทาํ ลายเปน็ เวลา 2 วัน ภายใตส้ ภาพที่มคี วามชน้ื สงู ตอ่ มาจุดน้ีจะเปลีย่ นเปน็ สีน้ำตาล
แล้วกลายเป็นสีดําและขยายออกอย่างรวดเร็ว โดยขอบแผลมีรูปร่างไม่แน่นอน ขอบแผลจะขยาย
กว้างออกไปโดยเฉลี่ย12 มิลลิเมตร ทุก 24 ชั่วโมง ภายใน 14 วัน ผลอาจจะเปลี่ยนเป็นสีดําทั้งผล
การสง่ เสริมผลติ ภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 56
อาการของแผลพบบนทุกส่วนของผลโกโก้ทั้งที่ขั้วผลกลางผลและปลายผลแต่ส่วนมากมักพบที่ปลาย
ผล นอกจากน้ียงั พบว่าโรคน้ีพบได้ในผลโกโก้ทุกระยะตงั้ แต่เป็นผลอ่อนถงึ ผลแก่แตส่ ว่ นมากจะพบใน
ผลที่มีความยาว 4 นิ้วขึ้นไปการเกิดโรคในผลอ่อนจะ ทําให้ผลไม้สามารถเจริญพัฒนาเพื่อสร้างเมลด็
ภายในต่อไปได้โดยผลโกโก้จะเน่าตายก่อน ส่วนในผลแก่ที่เก็บ เกี่ยวได้แล้วถ้าเกิดโรคในระยะไม่
รุนแรงเชื้อจะเข้าทําลายไม่ถึงเมล็ดภายใน ก็สามารถนําเมล็ดมาหมักต่อไปได้แต่ถ้าเชื้อเข้าทําลายถึง
ภายในเมล็ดจะเกิดอาการเนา่ อย่างรุนแรงและทาํ ให้เมล็ดแห้งไมส่ ามรถนาํ มาหมักตอ่ ไป ไดโ้ รคผลเน่า
ดําโกโกม่ กั พบบนผลโกโกท้ ี่ตน้ โคนต้นโกโกใ้ นระยะสงู ไม่เกิน 2 เมตรจากพืน้ ดินเปน็ ส่วนมาก
เชอื้ สาเหตุ
เชอ้ื รา Phytophthora palmivora (Bult,Butler) พบทวั่ ไปรวมทัง้ ไทย
การควบคุมโรค
การเขตกรรม การให้น้ำโดยการรดโคนต้น หรือให้น้ำตามท่อหลีกเลี่ยงการให้น้ำโดยใช้
Sprinlterขนาด ซึ่งจะทําให้สภาพแวดล้อมภายในแปลงโกโก้มีความชื้นสูง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสม
ตอ่ การแพร่ระบาดของเช้ือโรคได้ดีขึ้น การตัดแต่งกิ่งโกโก้ให้โปร่งจะช่วยลดร่มเงาโกโก้ได้มากในโกโก้
ที่มีขนาดใหญ่ก็บเกี่ยวผลโกโก้ที่สุกแล้วเก็บผลและเปลือกโกโก้ที่เป็นโรคเผาทําลาย เพื่อเป็นการลด
แหล่งสะสมของเชอื้ โรค
สารเคมีฉีดพ่นโดยสารเคมีประเภทดูดซึม เช่น metalaxyl, fosetyl-Al สลับกับสารเคมีที่ไม่
ดดู ซึมทีม่ ที องแดงเปน็ องค์ประกอบ เพือ่ ป้องกันการดอื้ ตอ่ สารเคมขี องเชื้อรา
พันธ์ุต้านทาน ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรกําลังดําเนินการศึกษาถึงปฏิกิริยาโกโก้พันธ์ุ
ลกู ผสมเพอ่ื หาพันธทุ์ ่มี ีแนวโนม้ ต้านทานตอ่ โรคผลเนา่ ดําโกโก้
3. โรคผลเน่าสีน้ำตาล (Brown Pod Rot)
โรคผลเน่าสนี ำ้ ตาลป์นโรคทท่ี ําความเสียหายแก่สวนโกโก้ไม่มากนกั ส่วนมากจะพบในผลโกโก้
ที่ถูกทําลายโดย หนูแมลงกระรอก หรือ ชะมด ซึ่งทําให้ผลโกโก้แผลและเชื้อรา สาเหตุโรคนี้จะเข้า
ทาํ ลายโดยเขา้ ทางรอยแผลเหล่านนั้ และชว่ ยเพิม่ ความเสียหายแก่ผลโกโก้ให้รุนแรงขนึ้
ลกั ษณะอาการของโรค
ลักษณะแผลที่พบ มักพบในบริเวณที่ถูกสัตว์ฟันแทะทําลาย โดยแผลเริ่มแรกจะฉ่ำน้ำมีสี
น้ำตาลแผลจะขยายใหญ่ขึ้นในระยะต่อมาและมีสีเข้มขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเชื้อสามารถ
เจริญลุกลามได้รวดเร็ว ซึ่งทําให้โกโก้เน่าทั้งผลและเข้าทําลายถึงเมล็ดภายใน ในที่สุดนอกจากนี้อาจ
พบ Pycnidia สีดํา ปกคลุมอยู่ผิวโกโก้ที่เป็นโรคจํานวนมากภายใน Pycnedia จะสร้างconidia
แพร่กระจายตอ่ ไป
เช้ือสาเหตุ
เชอ้ื รา Botryodiplodia theobromae
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 57
การป้องกนั กำจดั
1. ป้องกนั การเข้าทําลายของแมลงและสตั วฟ์ นั แทะ
2. เกบ็ ผลทเี่ ปน็ โรคเผาท้งิ หรอื ลดแหล่งสะสมของเชอื้
4. โรคผลเน่าแอนแทรคโนส (Pod Antracnose)
โรคนย้ี ังไม่พบวา่ ทาํ ความเสียหายแกโ่ กโกใ้ นประเทศไทยมากนกั 5
ลกั ษณะอาการของโรค
เริ่มแรกจะพบแผลรูปไข่สีน้ำตาลนูนเล็กน้อยบนผล ต่อมาแผลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดําและยุบ
ลงไปเล็กน้อย เชื้อรานี้เข้าทําลายผลโกโก้ขณะที่ผลยังอ่อนทําให้ผลอ่อนแอ หลังจากนั้นอาจมีเชื้อรา
Botryodiplodia theobromae.,Fusarium spp. เข้าทําลายต่อเป็น secondary infection ทําให้
อาการเนา่ ลกุ ลามไปท่วั ผลไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ โดยเฉพาะในสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม
เช้อื สาเหตุ
เช้อื รา Colletotrichum sp.
การป้องกาํ จัดโรค
1. เก็บผลโกโกท้ เี่ ป็นโรคเผาทาํ ลาย
2. พน่ ดว้ ยสารปอ้ งกนั กาํ จัดโรคทม่ี ีทองแดงเปน็ องค์ประกอบ
5. โรค Thread Blight
โรคนจี้ ะพบระบาดท่ัวไปในแปลงโกโก้ซ่งึ ทาํ ให้ใบและก่งิ โกโกแ้ ห้งตายทําใหผ้ ลผลติ โกโก้ลดลง
ลักษณะอาการ
อาการเริ่มแรกจะพบเส้นใยสีขาวคล้ายเส้นด้ายมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเจริญกระจายคลุมกิ่ง
ก้านและ ใบที่ยังเขียวอยู่ เชื้อราจะเจริญลุกลามไปท่ัวจนกระทั่งใบโกโก้แห่งเป็นสีน้ำตาลและตายใน
ที่สุดเส้นใยเชื้อรานี้ สามารถเจริญปกคลุมกิ่งโกโก้และทําให้กิ่งแห้งตายได้เช่นกัน เส้นใยเชื้อราจะ
เจริญรวมกลุ่มกันและสร้างเปน็ ดอกเหด็ เล็ก ๆ ข้นึ ตามกิ่งใบโกโก้เมื่อพบสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสม
เช้อื สาเหตุ
เชือ้ รา Marasmius spp.
การป้องกนั กำจดั โรค
1. ตดั แตง่ กิ่งที่เป็นโรคเผาไฟทิ้ง
2. ในกรณีทมี่ ีการระบาดมากใชส้ ารเคมcี opperoxy chloride พน่ หลังกาตดั แตง่ กง่ิ
การสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 58
แมลงศัตรโู กโก้
จากการศึกษาแมลงศัตรูโกโก้ในประเทศไทยของจรัสศรี (2534) พบว่ามีมากกว่า 30 ชนิดแต่
แมลงทกุ ชนดิ ทพ่ี บจะทาํ ความเสียหายมากหรอื นอ้ ยแตกต่างกันไป
แมลงศัตรูโกโกท้ ี่ถือวา่ มคี วามสาํ คญั ในเชิงเศรษฐกิจหากมกี ารระบาดหรือเข้าทําลายแล้วส่งผล
กระทบตอ่ ผลผลติ ของสวนโกโกม้ ดี ังนี้
1. มวนโกโก้
ชื่ออนื่ ๆ มวนยุง (mosquitibug) , มวนชา (tea mosquito), Helopeltis
ชือ่ วิทยาศาสตร:์ Helopeltis collaris (Stal)
วงศ์: Miridae
อนั ดับ : Hemiptera
ความสําคญั และลักษณะการทาํ ลาย
ขณะนี้มวนโกโก้ Helopeltis collaris (Stal) เป็นแมลงศัตรูสําคัญที่สุดของโกโก้มีการระบาด
มาก ติดต่อกันเสมอในสวนโกโก้ที่มีสภาพร่มเงามากและความชื้นสูง ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อ
ผลผลิตที่มีรายงานในมาเลเซียถึง 85% (Tan,” 1974) ส่วนในประเทศได้มีการศึกษาพบว่าผลโกโก้
เสียหายเนื่องจากการทําลายของมวนโกโก้ประมาณ 42% และเกิดจาก Cherelle wilt ประมาณ
58% (จรัสศรี,2531) นอกจากนี้ยัง พบว่าปริมาณมวนโกโก้มีความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมท้ัง
ปริมาณผลโกโกซ้ ง่ึ เปน็ แหล่งอาหารและขยายพนั ธุ์ของมวนโกโก้ที่มีอยแู่ ปลงในชว่ งเดือนตา่ งๆ กัน
ลักษณะการทําลาย จากการศึกษาของ จรัสศรีและคณะ (2531) พบว่าขนาดของผลโกโก้ยาว
ประมาณ 5-7 ซม. เมื่อถูกมวนโกโก้ทําลายจะสามารถเจริญเป็นผลสุกได้และมีผลกระทบต่อน้ำหนัก
และการเจริญเติบโต ทางด้านยาวบ้างเล็กน้อย และไม่ทําให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิต และพบว่า
วัยของมวนโกโก้ทีม่ กี ารทําลายมากได้แก่ ตัวอ่อนวัยท่ี 5 และตัวเต็มวัยเพศผู้มีการทําลายมากกว่าตัว
เต็มวัยเพศเมียตลอดช่วงชีวิตของมวนโกโก้ตั้งแต่ตัวอ่อนจนเป็นตัวเต็มวัยทําให้เกิดรอยแผลจากการ
ดูดกนิ นำ้ เลยี้ งบนผลโกโกป้ ระมาณ 1,077 จุด
ผลที่ถูกมวนโกโก้ทําลายจะมีสีดําแห้งติดคาต้น หรือร่วงหล่นไปไม่สามารถเจริญเป็นผลสุกได้
มานโกโกใ้ ชป้ ากที่มีลักษณะแหลมแทงดูดเข้าไปในเนอื้ เยือ่ พืชแล้วปล่อยนาํ ลายเข้าไปก่อนท่ีจะดูดกิน
น้ำเลี้ยงพืช ซึ่งน้ำลายนี้อาจจะเป็นพิษต่อพืช ทําให้เเกิดรอยแผลเป็นจุดสีดํา บางครั้งลักษณะนูน
ขรุขระ หรือมียางเหนียว ๆ ไหลออกมา รอยแผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นทางเข้าของเชื้อรา
Botryodiplodia theobromae ขึ้นมาภายหลัง นอกจากนี้ยังพบทําลายส่วนยอดอ่อนในช่วงที่ผล
โกโก้มีน้อยหรือในขณะที่โกโก้มีการออกดอกแผลที่ถูกเจาะดูด น้ำเลี้ยงเป็นรูปวงสีดําเมื่อถูกทําลาย
มาก ๆ จะทําให้ยอดออ่ นเหีย่ วแห้งคลา้ ย ๆ อาการขาดนำ้
การส่งเสริมผลติ ภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 59
พชื อาหาร
พืชอาหารของมวนโกโก้ ได้แก่ ชาอาโวกาโด้ ฝรั่ง โกโก้ มะม่วงพิมพานต์ ชมพู่ มะม่วง
พริกไทย ผกั บงุ้ ทเุ รยี น นอ้ ยหนา่ และไม้ดอกไม้ประดบั เชน่ หปู ลาซ่อน กหุ ลาบ
ศัตรูธรรมชาติ
ส่วนใหญ่จะเป็นพวกแมลงตัวห้ำ เช่น มดแมงมุม มวนเพชฌมาต คอยจับกินตัวอ่อนของมวน
โกโก้และจากการสํารวจในปี 2534 พบแมลงเบียนตวั ออ่ นของมวนโกโก้ ชนดิ หน่งึ เปน็ พวกแตนเบียน
เข้าทําลายตัว อ่อนมวน จะวางไข่และฟักเป็นตัวเต็มวัยเมื่อมวนโกโก้โตขึ้น ดังนั้นมวนโกโก้จะ
ตายกอ่ นท่ีจะเป็นตัวเตม็ วยั โดยจะพบ parasite 1 ตัว ตอ่ มวนโกโก้ 1 ตัว
การป้องกันกำจดั
1. ลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่ขยายพันธ์ของมวนโกโก้ โดยการตัดแต่งกิ่ง ทรง
พมุ่ หลังฤดกู าลเกบ็ เกยี่ ว เพื่อให้มสี ภาพโปรง่ มีการระบายอากาศดี ลดความช้ืนท่ีอยใู่ นแปลง
2. ทาํ ลายผลโกโกท้ ีต่ กคา้ งอยใู่ นแปลงหลังฤดกู าลเก็บเก่ียวเพ่ือไม่ให้เปน็ แหล่งเพาะขยายพนั ธ์
และแหล่งทอี่ ยอู่ าศัยขา้ มฤดกู าลต่อไป
3.ไม่ควรปลูกพืชเป็นพืชอาหารของมวนโกโก้ในปริมาณใกล้ๆ กับแปลงโกโก้เพราะจะเป็นที่
หลบซ้อน ของมวนโกโก้ได้
4. การระบาดของมวนโกโก้มักเกิดขึ้นในหน้าฝนที่มีความชื้น การใช้สารฆ่าแมลงจึงมีความ
จําเป็นเพื่อลดปริมาณมวนโกโก้ได้รวดเร็วการพ่นสารฆ่าแมลงควรพ่นเมื่อพบว่ามีปริมาณมวนโกโก้
ในชว่ งฤดฝู น 1 ครงั้ และเวน้ ระยะห่างอกี 2 อาทติ ยอ์ ีก 2 ครั้ง
5. การพ่นสารฆ่าแมลงอาจไม่จําเป็นต้องพ่นทั้งต้น ควรเน้นเฉพาะบนผลโกโก้และยอดอ่อน
เพราะ เป็นแหล่งอาหารของตัวอ่อน ซึ่งระยะตัวอ่อนไม่สามมารถบินได้เหมือนตัวเต็มวัยจึงเป็น
ระยะทค่ี วบคุมได้ ง่ายกว่า
6. สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพดีในการควบคุมมวนโกโก้ซึ่งได้ทําการทดลองแล้วในอัตราที่
แนะนําดังตอ่ ไปน้ี
ชนดิ สารฆ่าแมลง อัตราทใี่ ช้ตอ่ น้ำ 20 ลติ ร
1. Permethrin (Ambush 10% Ec.) 20 ซซี .ี
2. Cyhalothrin L (karate 10% Ec.) 16 ซซี ี.
3. Endosulfan (thiodan 35 % w/v Ec.) 6 ซีซ.ี
4. Anphametrin pbo (SUPERCORD 30% Ec.) 7 ซซี .ี
5. Carbaryl (Sevin 85% WP.) 24 ซีซี.
6. Carbosulfan (Posse 21.6% Ec.) 93 ซซี ี.
7. ENT+ methyl parathion (Baricat) 7 ซีซี
การสง่ เสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 60
7. การพ่นสารฆ่าแมลงไม่ควรไม่ควรใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป
เพราะอาจจะทาํ ใหแ้ มลงสร้างความต้านทานขน้ึ มาได้
8. การพ่นสารฆ่าแมลงควรพ่นเมือ่ ปรมิ าณผลโกโก้ในแปลงมีขนาดเล็กกว่า 5-7 ซม. ประมาณ
70 % เพราะ เปน็ ขนาดทีผ่ ลโกโก้จะไดร้ ับความเสยี หายมากเมื่อถูกมวนโกโก้เขา้ ทําลาย
9. การใช้ศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมปริมาณมวนโกโก้ยังไม่มีบทบาทมากนัก สําหรับการปลูก
โกโก้ในประเทศไทย แต่มักพบว่ามดแดงบางชนิดจะขับไล่และจับตัวอ่อนมานโกโก้กิน แต่
ขณะเดียวกันจะ เป็นตัวคอยดูแลเพลี้ยที่ดูดกินน้ำเลี้ยงบนผลโกโก้ซึ่งเพลี้ยผลิตน้ำหวานเป็น
อาหารของมดและยังทําให้ผลโกโก้สกปรกจากราดําและได้รับความเสียหายบ้างกับผลโกโก้ที่มีขนาด
เล็ก
2. ด้วงทําลายใบโกโก้
จากการรวบรวมด้วงในแปลงปลูกโกโก้ของศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรและแปลงโกโก้ของ
เกษตรกรในเขตจังหวัดภาคใตพ้ บด้วงกนิ ใบโกโกอ้ ยู่ 14 ชนิด
แมลงที่พบทําอันตรายแก่ ต้นโกโก้อยู่เสมอได้แก่ Adoretus sp., Apogonia sp.
Astycuslateralis, Hypomeces squamosus Sepiomus sp.
ความสาํ คญั และลกั ษณะการทําลาย
การปลกู โกโกป้ ระสบปญั หามากโดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในสวนโกโกท้ ่ีเริ่มปลูกใหม่เพราะมีการเข้า
ทําลายของด้วงกินใบเป็นผลทําให้ต้นโกโก้ตาย ต้องทําการปลูกซ่อมแซมใหม่ สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
เพิ่มขึ้นในต่างประเทศมีรายงานว่า มีแมลง 2 พวก ที่ทําลายใบโกโก้ได้แก่แมลงในวงศ์ Scarabeidae
และ Curculionidae เช่นเดียวกับประเทศไทย และพบว่ายังมีด้วงกินใบอีกหลายชนิดกัดกินทําลาย
ใบโกโก้ในลักษณะที่แตกต่างกัน ออกไปตามชนิดของแมลง การเข้าทําลายของด้วงกินใบ ทําให้ต้น
โกโก้ชะงักการเจริญเติบโตอ่อนแอต่อการ เป็นโรค โดยเฉพาะต้นโกโก้ขนาดเล็กยังไม่แข็งแรง
เท่าที่ควร ผลิตใบไม่ทันพื้นที่ใบถูกทําลายมาก ถ้าตกอยู่ในสภาพนี้นาน ๆ ทําให้ต้นโกโก้ได้รับความ
เสียหายรุนแรง ส่วนใหญ่จะพบว่าแมลงในวงศ์ Scarabeidae ชอบ เข้ามาทําลายในตอนกลางคืน
สว่ นวงศ์ Curculionidae เขา้ ทาํ ลายใบโกโก้ทงั้ กลางวันและกลางคืน ซ่งึ ในตอนกลางวันมักแอบหลบ
ซ้อนตวั อยใู่ ตใ้ บ หรอื ท้ิงตัวลงบนพ้ืนดนิ เม่อื ได้ยนิ เสียงดังจากการศึกษาพบว่า ตําแหนง่ ของใบโกโก้ท่ี
ถูกด้วงกินใบทําลายมากที่สุดคือใบที่ 1 – 15 และมีแนวโน้มลดลงจากใบยอดไปสู่ใบล่าง หรือมีการ
ทําลายที่ใบยอดมากกว่าใบล่าง (ศว.ส.ชุมพร, 2533) นอกจากนี้ในบางครั้งจะพบว่ามีแมลงวงศ์
Cjrysomelidae มีการระบาดบ้างนาน ๆ ครั้งเป็นลักษณะ Accident outbreak จะมาเป็นกองทัพ
เข้าทําลายใบโกโก้ตรงบริเวณขอบ ๆ แปลงไม่นานก็จะหายไป แมลงพวกนี้บางชนิดมีสีสะท้อนแสง
ขนาดลําตัวปานกลางกดั กินยอด กิง่ กา้ น ใบโกโกแ้ ตท่ าํ ความเสียหายไมร่ นุ แรง
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 61
พชื อาหาร
มะม่วง ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ลําไย ฝ้าย โล้ติ้น เงาะ ทุเรียน หม่อน ปอแก้ว กระเจี๊ยบ พุทรา
มะขามเทศละหงุ่ นนุ่ มนั สำปะหลงั พรกิ ไทย มะม่วงหมิ พานต์
การป้องกันกำจดั
สามารถคาดคะเนการระบาดของด้วงกินใบโกโก้ไดล้ ่วงหน้า เพราะปรมิ าณด้วงและระดับ การ
ทาํ ลาย มคี วามสําคัญกับปรมิ าณน้ำฝนในแต่ละเดอื น
การพ่นสารฆ่าแมลงควรพ่นก่อนเข้าฤดูฝน 1 ครั้ง เพื่อเป็นการ ป้องกันก่อนการเข้าทําลาย
หลังจากนั้นพ่นทุก 20-30 วัน อีก 2 ครั้งถ้าหากมีการระบาดรุนแรงและควรใช้สารจับใบ เพื่อเพ่ิม
ประสิทธิภาพของสารฆา่ แมลง เน่ืองจากมกี ารชะล้างมากในหนา้ ฝน
การพ่นสารควรพ่นในตําแหน่งใบโกโก้บริเวณส่วนยอดตั้งแต่ใบท่ี 1-15 ให้มากเพราะแมลง
ชอบเขา้ ทําลายใบในสว่ นน้กี ว่าสว่ นอนื่ ๆ
สารฆ่าแมลงทีเ่ หมาะสมสําหรับควบคุมด้วงกนิ ใบโกโกโ้ ดยใชC้ arbofuran (Furadan 3 G)
5-10 กรัม รองก้นหลุมก่อนปลูกและอาจพ่นด้วย Carbaryl (Sevin 85 % wp.) ในอัตรา 25-30 ซซี ี.
ตอ่ นำ้ 20 ลติ ร เม่อื มกี ารระบาดรุนแรง
3. หนอนบุ้ง
ชื่ออืน่ ๆ : หนอนบุ้งหวั แดง
ช่อื วิทยาศาสตร:์ Dasychira mendose Hubn
วงศ์: Lymantriidae
อันดบั : Lepidoptera
ความสําคัญและลกั ษณะการทําลาย
หนอนบุ้งกินใบและผลโกโก้เท่าที่พบทําลายโกโก้ที่สําคัญมีอยู่ 1 ชนิดคือ Dasychira
mendosa Hubn แต่อีกชนิดหนึ่งพบบ้าง เป็นบางครั้งคือ D. Horsfieldii Saum ซึ่งได้ทำการศึกษา
รายละเอียดกับหนอนบุ้งชนิดแรก พบว่า มีอยู่ในแหล่งปลกู โกโก้โดยทั่ว ๆ ไป ตัวหนอนกัดกินใบและ
ยอดอ่อนรวมทั้งผลโกโก้บางครั้งมีการเพิ่มมากถึงขั้นระบาดทําความเสียหายแก่สวนโกโก้หลายแห่ง
จากการสํารวจในปี 2530 - 2531 พบว่าหนอนชนิดนี้มีปริมาณมากในช่วงฤดูฝน เช่นที่สวนโกโก้อ.
ปะทิวจ.ชุมพร พบว่ามีการระบาดในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม และต่อมา พบว่ามีการทําลายผล
และใบโกโกข้ องศนู ยว์ จิ ัยพืชสวนชมุ พรแต่ก็ไมไ่ ดร้ บั ความเสยี หายรนุ แรงมากนัก
พชื อาหาร
หนอนบุ้งชนิดนี้พบว่ามีการทําลายพืชต่าง ๆ อีกหลายชนิดคือ ชมพู่สาแหรก ละหุ่ง ทับทิม
น่นุ ชา กาแฟ มะขามเทศ แค ข้าวโพด มะม่วง กหุ ลาบ
การสง่ เสรมิ ผลิตภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 62
ศัตรธู รรมชาติ
จากการสํารวจพบว่า ศัตรูธรรมชาติมีประสิทธิภาพดีมาก ในการควบคุมปริมาณหนอนบุ้ง
ไดแ้ ก่แมลงเบียน 2 ชนิดคือ
- แมลงวันเบียน Carecelia iridopennis (tachinid)
- แตนเบียน Apanteles mendosa (braconid)
การป้องกนั กำจดั
เนื่องจากสถานการณ์ของแมลงชนิดนี้ไม่รุนแรงมากนัก เพราะมีศัตรูธรรมชาติที่มี
ประสทิ ธิภาพควบคมุ ให้อยใู่ นสภาพทสี่ มดุลจึงยังไม่จาํ เปน็ ในการใชส้ ารฆ่าแมลง
สารฆ่าแมลงที่แนะนําให้ใชเมื่อมีความจําเป็นในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงเกิดขึ้น ได้แก่
carbaryl (Sevin 85 % wp.) ในอัตรา20 ซวี ี/นำ้ 20 ลติ ร พน่ ทุก15 วนั ติดตอ่ กนั 2-3 ครั้ง
การพ่นสารแมลงเพื่อควบคุมหนอนบุ้งยังทําเมื่อมีการระบาดเกิดขึ้นรุนแรงและควรใช้ความ
สนใจกับพืชที่ปลูกอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วยเพราะมีพืชอาหารหลายชนิดที่สามารถใช้เป็นแหล่งหลบ
ซ้อนตัวของแมลงชนดิ น้ีได้
4. หนอนเจาะก่งิ โกโก้
ชือ่ อืน่ ๆ : หนอนกาแฟสีแดง
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Zeuzera coffeae Niether
วงศ์: Cossidae
อันดับ : Lepidoptera
ความเสียหายและลักษณะการทําลาย
หนอนเข้าทําลายกิ่งต้นโกโก้โดยเจาะเป็นรูเข้าไปภายในอาศัยและกัดกินเนื้อไม้อยู่ภายใน
ตั้งแต่หนอนวัยแรกจนเข้าดักแด้ทําให้ภายในกิ่งและต้นเป็นรูโพรง เมื่อถูกลมพัดแรง ๆ กิ่งก็จะหัก
และต้นโดนลม ล้มลงได้ ข้อสังเกตประการแรกคือถ้าเห็นว่ากิ่งใดกิ่งหนึ่งของต้นโกโก้หรือยอดเหี่ยว
ในระยะไกล ๆ ก็สันนิฐานได้ว่ามีหนอนชนิดนี้เข้าทําลายอยู่ภายใน ถ้าใช้ก็จะเห็นใต้ต้นมีขุยสีน้ำตาล
คล้ายขี้เลื่อย ซึ่งเป็นขี้หนอนกองอยู่บริเวณใต้ต้น และจะปรากฏว่ามีรูซึ่งเป็นช่องทางเข้าของหนอน
อยทู่ ี่ก่ิงหรือลาํ ตน้ ทอี่ ยเู่ หนือกองขห้ี นอนขึน้ ไป ลกั ษณะของขุยขีห้ นอนถา้ ยังใหม่อยู่จะมีสีน้ำตาลอ่อน
แต่ถ้าเก่าจะมีสีน้ำตาลเข้มกว่านอกจากนี้ยังพบว่าแมลงชนิดน้ี เป็นแมลงศัตรูที่สําคัญของกาแฟอีก
ดว้ ย
พืชอาหาร
กาแฟ ชาผลไม้ตา่ ง ๆ เชน่ น้อยหนา่ สักไม้ป่าอนื่ ๆ
การสง่ เสริมผลิตภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 63
ศัตรูธรรมชาติ
ท่ีพบและมีบทบาทมากได้แก่แมลงเบียน Iphiaulax sp. (Braconid) เข้าทําลายในระยะ
หนอนและออกเปน็ ตวั เต็มวยั เมือ่ หนอนเขา้ ดักแดน้ อกจากน้ียงั มีอกี หลายชนิดเชน่
Bracon sp. (braconid) เปน็ แมลงเบียน ระยะหนอน
Bracon Zeuzera (braconid) เปน็ แมลงเบียน ระยะหนอน
Glyptomorpha sp. (braconid) เปน็ แมลงเบียน ระยะหนอน
Microbracon sp. (braconid) เปน็ แมลงเบียน ระยะหนอน
Euearcelia kockiana (tachinid)
Strumia chatterjaens (tachinid)
การป้องกันกำจดั
- หม่นั ตรวจแปลงและสังเกตการณท์ าํ ลายอยเู่ สมอ
- ตดั แตง่ กิ่งทถ่ี ูกหนอนทาํ ลายท้งิ เสียและหาตวั หนอนให้พบแลว้ ทาํ ลาย
- ถ้ามีการระบาดมากสารฆ่าแมลงที่แนะนําให้ใช้ได้แก่ carbaryl (Sevin 85 % wp.)
อัตรา50 ซีซ.ี ตอ่ นำ้ 20 ลติ ร พ่นบรเิ วณกิง่ และโคนต้น เพือ่ เปน็ การป้องกันการเข้าทําลายของ
หนอน กอ่ นทีจ่ ะทําความเสยี หายรนุ แรง
5. หนอนปลอก
ชื่ออื่น ๆ : bag worm
ชือ่ วิทยาศาสตรม์ ี4 ชนดิ คือ
Claria cramerii
Clania wallacei
Mahasena sp.
Pagodiella hekmeyeri
วงศ์: Psychidae
อนั ดบั : Lepidoptera
ความสําคญั และลกั ษณะการทําลาย
ทําลายโดยกัดกินใบโกโก้เป็นรูกลม ๆ เมื่อถูกทําลายมากใบโกโก้ก็จะร่วงหล่นจนหมดกิ่ง แห้ง
เปน็ ผลทําให้ยอดชงกั การเจริญเตบิ โต
จากการสังเกตพบว่า แมลงชนิดนี้ส่วนใหญ่จะทําลายเสียหายมากในบริเวณที่ถูกแสงแดด
เต็มที่หรือการกินอาหารจะมีมากขึ้นเมื่อท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆ หรือในช่วงวันตั้งแต่10 โมงเช้าและ
3 - 4 โมงเย็น ถ้าหากวันไหนมีฝนกจ็ ะทาํ ใหก้ ารกนิ อาหารของแมลงชนิดน้นี ้อยลง
การสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 64
ศตั รธู รรมชาติ
จากรายงานเอกสารพบวา่ หนอนปลอกมแี มลงศตรูธรรมชาตหิ ลายชนดิ ได้แก
- แมลงวนั ก้นขน (tachinid) Exorista quadrimaculate
Tricholyga psychidarum
- แตนเบียน (braconid) Apanteles sp.
- มวนเพชรฆาต (redviid) Sycanus dichotomus
พชื อาศัย
หนอนปลอกมพี ืชอาศัยหลายชนิดจดั เป็นพวก polyphagous ไดแ้ ก่ ชา กาแฟ พรกิ ไทย โกโก้
มะพรา้ ว ปาลม์ น้ำมัน ชมพแู่ ละไม้ผลอืน่ ๆ
การป้องกนั กำจดั
เมื่อพบว่า เริ่มมีการทําลายของหนอนปลอก หรือตัดแต่งกิ่งที่ถูกหนอนทําลายมาทําลายเสีย
เพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกดิ การระบาดตอ่ ไป
ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงพ่นด้วย Carbaryl (Sevin 85 % wp.) อัตรา 60 กรัม ต่อน้ำ 20
ลิตรหรือ Trichlofon (Dipterex 95 % wp.) อตั รา 15-20 กรัม ต่อนำ้ 20 ลิตร
6. เพล้ียแป้ง
ชือ่ อนื่ ๆ : mealy bug
ช่ือวทิ ยาศาสตร:์ Planococcus citei (Risso)
Ferrisana virgata
วงศ์: Pseudococcidac
อนั ดับ : Homoptera
ความสาํ คญั และลกั ษณะการทาํ ลาย
เพลี้ยแป้งเป็นแมลงปากดูดชนิดหนึ่งพบเกาะกลุ่มดูดกินน้ำเล้ียงที่ใบยอด ตาดอกยอดอ่อน ก่ิง
แผล ผล สําหรบั ผลจะพบบรเิ วณข้วั ผล ทาํ ให้ผลอ่อนเหย่ี วแหง้ และผลไม่เจรญิ เตม็ ทีแ่ คระแกนได้
บริเวณที่เพลี้ยแป้งเกาะอยู่จะมีราสีดําขึ้นปกคลุมอีกด้วยถ้าแมลงชนิดนี้ระบาดรุนแรงในต้น
โกโก้จะทําให้ต้นโกโก้ทรุดโทรม อาจถึงตายได้แต่ในต้นโกโก้ใหญ่จะเข้าทําลายตาดอกจนตาไม่
สามารถผลิตดอกทสี่ มบรู ณ์ได้
พืชอาหาร
เป็น polyphagous จึงมีพืชอาหารหลายชนิดเช่น ส้มชนิดต่าง ๆ กาแฟ ชา โกโก้มะนาว
มะพรา้ ว กล้วย มะมว่ ง ชมพู่ พทุ รา ถั่ว องนุ่ เปน้ ต้น
การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 65
ศัตรูธรรมชาติ
ศัตรูธรรมชาติที่พบในสวนโกโก้มีหลายชนิดเช่น แมลงช้างปีกใส (Chrysopa sp.) และแตน
เบยี นเพลีย้ แปง้ ด้วงเตา่ พวก Coccinellids ทัง้ ตวั ออ่ นและตวั เตม็ วัย
การป้องกันกำจดั
ป้องกันกาํ จัดมดเชน่ ใช้สารคารบ์ ารลิ (เซฟวิน 85 % wp.) โรยตามต้นท่ีมีมดอยู่
7. เพลี้ยไฟ
ชอ่ื อน่ื ๆ : thrips
ชือ่ วิทยาศาสตร:์ มี2 ชนดิ คือ
Heliothrips haemorrhoidalis
Selenothrips ruduocinctus
วงศ์: -
อันดบั : Thysanoptera
ความสาํ คัญและลักษณะการทาํ ลาย
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบโกโก้ทําให้ผิวใบที่ถูกดูดกินมีจุดสีเหลือง
น้ำตาลใบย่น หรือม้วนลงเล็กน้อยใต้ใบมีจุดเป็นจุดเล็ก ๆ คล้ายเข็มตําและเป็นสีน้ำตาลและใบอาจ
หลุดรว่ งไปในท่ีสุด
การป้องกันกำจดั
เพล้ยี ไฟทงั้ สองชนดิ ยังไมม่ กี ารระบาดรนุ แรง แต่พบวา่ มอี ยทู่ วั่ ไปในแปลงปลูกโกโกแ้ ละมีอยู่
เกือบตลอดปีดังนั้นการใช้สารฆ่าแมลงยังไม่มีความจําเป็นแต่ถ้าหากเกิดมีการระบาดมากถึงขั้น
ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจก็ควรใช้สารฆ่าแมลงได้แก่malathion, carbosulfan และ
carbaryl เปน็ ตน้
8. เพล้ยี กระโดดโกโก้
ชอ่ื อน่ื ๆ : เพล้ยี กระโดดสีขาว white plant hopper
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร:์ Lawana conspersa Walk
วงศ์: Flatidae
อนั ดบั : Homoptera
ความสาํ คญั และลกั ษณะการทาํ ลาย
พบว่าความเสียหายที่เกิดจากแมลงชนิดนี้ทําลายไม่รุนแรงมากนัก นอกจากจะทําความ
สกปรกถ้ามีจํานวนมากแต่ถ้าทําลายบริเวณที่สําคัญ เช่น ก้านของผลอ่อน ซึ่งจะเป็นที่วางไข่ทําให้
การส่งเสริมผลิตภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 66
เกิดรอยแตกเมื่อเป็นตัว อ่อนก็จะดูดกินน้ำเลี้ยงผลอ่อน ทําให้ผลอ่อนได้รับความเสียหายไม่สามารถ
เจรญิ เตบิ โตเปน็ ผลแก่ไดอ้ ีกตอ่ ไป ถา้ วางไขบ่ ริเวณเสน้ แกนใบก็จะทาํ ให้ใบโกโกบ้ ิดงอหรือหกั ได้
พืชอาหาร
เปน็ ศัตรูของโกโกก้ าแฟ ยางพารา
ศัตรธู รรมชาติ
ในประเทศไทยพบว่ามีเชื้อราเขียว Metarhizium anisopliae ทําให้เกิดโรคแก่เพลี้ยกระโดด
สีขาวได้จากการสํารวจพบว่าในสภาพชื้นมากซึ่งเหมาะสมต่อการเจริญของเชื้อราเขียวชนิดนี้ทําให้
เพลี้ยกระโดดสีขาวทั้งตัวอ่อน (nymph) และตัวเต็มวัยเป็นโรคและตายเป็นจํานวนมาก ซึ่งจะเกาะ
แขง็ ตดิ กับกิ่งโกโก้
การป้องกนั กำจดั
เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ปลูกโกโก้ในประเทศไทย มีความชื้นอยู่เพียงพอแล้วการควบคุม
ประชาการเพลี้ยกระโดดสีขาวก็อยู่ในสภาพที่ค้อนข้างสมดุล จากการสํารวจพบว่าเพลี้ยกระโดดจะ
เพมิ่ ปรมิ าณในฤดูทีม่ ฝี นตกชกุ ซึง่ เป็นสภาพที่เหมาะตอ่ การเจริญเตบิ โตของเช้อื ราเขยี วท่ีทาํ ให้เกดิ โรค
ดว้ ยดังนนั้ จะเห็นไดว้ า่ ธรรมชาติมกี ารควบคุมกนั เอง
แต่ถ้าหากมีการระบาดมากเกินระดับที่จะทนได้ก็ควรใช้สารเคมีได้แก่ carbaryl,(Sevin 85
%wp.) อตั รา 25 - 30 ซีซี.ตอ่ นำ้ 20 ลติ ร
9. เพลยี้ อ่อน
ชอ่ื อน่ื ๆ : aphid เพลี้ยออ่ นสนี ำ้ ตาล
ชอื่ วิทยาศาสตร:์ Toxoptera aurantii Fons
วงศ์: Aphididae
อนั ดับ : Homoptera
ความสาํ คญั และลักษณะการทําลาย
เพลี้ยอ่อนเป็นศัตรูที่สําคัญของโกโก้ในขณะที่ต้นโกโก้ยังเล็กหรือในเรือนเพาะชํา โดยตังอ่อน
และตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงบนใบยอดอ่อนโดยเฉพาะใต้ใบ ถ้ามีการระบาดรุนแรงจะพบบริเวณตา
ดอกก้านผลอ่อน และบนผลโกโก้มักอยู่รวมเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังพบว่าเพลี้ยอ่อนชนิดนี้ถ่ายทอด
เชือ้ ไวรัสในส้มไดด้ ว้ ยแตย่ ังไมพ่ บว่ามีการถา่ ยทอดเชอื้ ในตน้ โกโก้
พชื อาหาร
สม้ โอ ส้มเขียวหวาน มะนาว มะกรดู และพชื ตระกลู ส้มอน่ื ๆ ลนิ้ จ่ี กาแฟ และชา
ศตั รธู รรมชาติ
การสง่ เสรมิ ผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพื่อนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 67
ด้วงเต่าลาย ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย เป็นตัวห้ำจากการสํารวจแปลงพบว่า ตัวอ่อนของด้วง
เตา่ ลายมปี ระสทิ ธภิ าพในการลา้ เพล้ียอ่อนได้ดี
การป้องกันกำจัด
ตัดแต่งกิ่งและต้นให้สะอาดไม่ให้มีแมลงชนิดนี้อาศัยอยู่โดยนํามาเผาทําลาย และกําจัดมดที่
เปน็ พาหนะในการแพรก่ ระจายเพลีย้ ออ่ นดว้ ย
ถ้าหากมีการระบาดมากและรุนแรงควรพ่นด้วยสาร dimethoate มีผู้กล่าวว่าการพ่นสารฆ่า
แมลงเมื่อเพลี้ยอ่อนมีปริมาณมากในแปลงจะไปกระตุ้นให้เพลี้ยอ่อนที่มีปีกได้เร็วขึ้น ซึ่งทําให้มีการ
กระจายเพลี้ยออ่ นมากยงิ่ ขึ้น
การแปรรปู โกโก้เพือ่ การเพิ่มมูลคา่
ผลโกโก้ (Cocoa Pod) ที่ได้จากต้นโกโก้จะมีลักษณะคล้ายแคนตาลูปยาวๆ เมื่อผ่าออกมาดู
จะเหน็ วา่ มีเนอื้ เยื่ออ่อนสีขาวๆ ซ่งึ ทำหนา้ ทหี่ ุม้ เมล็ดโกโก้อยู่จำนวน 20 – 30 ฝักต่อหนึ่งผล .
เมื่อผลโกโก้แก่จัด เราจะนำผลมาผ่าครึ่งแล้วแกะเอาแต่เมล็ดออก แล้วนำมาหมักไว้ในถังท่ี
ทำจากไม้และปิดด้วยใบต้นกล้วย หรือในปัจจุบันอาจจะใช้ภาชนะบรรจุลักษณะอื่น โดยมี
กระบวนการหมักไวป้ ระมาณ 2-7 วนั แลว้ แตส่ ายพนั ธ์ุ ซ่ึงระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการหมกั จะสง่ ผลถงึ ความ
หอม และรสชาติของโกโก้
หลังจากกระบวนการหมักเสร็จสิ้น เมล็ดโกโก้จะถูกนำมาทำแห้ง ซึ่งหากเป็นผู้ผลิตหรือ
เกษตรกรรายเล็กกม็ กั จะใช้วธิ ีการตากแดด แต่หากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ก็มักจะใช้เครื่องจกั รโดยใช้
ความร้อน ซึ่งในขั้นตอนนี้ ทางผู้ผลิตจะสามารถสังเกตกลิ่นชอคโกแลตได้ โดยปกติการตากแดดเพื่อ
การส่งเสริมผลติ ภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพอื่ นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 68
ทำแห้งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดระดับความชื้นจาก 60 เปอร์เซ็นต์ให้เหลือเพียง
ประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ และในขั้นตอนนี้เองที่สีของเมล็ดโกโก้จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น จนออกน้ำตาล
เข้ม
หลังจากการทำความสะอาด คัดคุณภาพ เมล็ดโกโก้แห้งจะถูกนำมาคัว่ ต้ังแต่ 10 - 30 นาที ท่ี
อุณหภูมิ 120-130 องศาเซลเซียส (บางกรณีอาจใช้อุณหภูมิต่ำกว่านี้เล็กน้อย) ขั้นตอนการคั่วเป็น
ขั้นตอนสำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อรสชาติสุดท้ายของโกโก้ เพราะฉะนั้นจึงต้องอาศัยทักษะการเช็คสี
กล่นิ และรสของนกั คว่ั
เมื่อคั่วเสร็จแกลบหรือเปลือกที่ห่อหุ้มเมลด็ โกโก้อยู่จะถูกกำจัดออกโดยการรอ่ นและใช้ลมเป่า
ที่เรียกว่า Winnowing หลังจากกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปแล้วเราจึงนำเมล็ดส่วนที่เหลือที่ถูก
เรียกวา่ Cacao Kernel หรือ Cacao Nib ท่ีมีสีน้ำตาลเข้มไปเข้ากระบวนการต่อ
Cacao Nib จะถกู นำไปบดดว้ ยความเร็วสูงและท่ีอุณหภูมสิ งู ดว้ ยลูกกลิ้งหล่อ เย็นขนาด
ใหญ่ ความร้อนจะชว่ ยส่งให้โกโก้นิบสเ์ หลวและกลายเปน็ น้ำหนดื ๆสนี ้ำตาลเขม้ จนเกือบดำ ทเ่ี รยี กวา่
Cocoa Liquor หรือ Cacao Paste ซง่ึ จะมไี ขมนั อยู่มากกวา่ 50%
Cocoa Liquor หรือ Cacao Paste นี้จะถูกนำไปเข้าเครื่องอัดรีดเพื่อแยก Cocoa Butter
(ไขมันโกโก)้ ซึง่ เปน็ สว่ นสขี าวออกจากส่วนที่เรียกว่า Cocoa Solid สนี ้ำตาลเข้ม โดยการใชเ้ ครื่องจักร
Hydraulic สง่ ความรอ้ นและแรงดัน ในขั้นตอนน้ี 75% ของ Cocoa Butter จะถกู แยกออก
Cocoa Butter (ไขมันโกโก้) ซึ่งมีกลิ่นหอม แต่ไม่มีกลิ่นช็อกโกแลตเท่ากับส่วนของ Cocoa
Solid ที่บ่งบอก “คาแร็คเตอร์” ของช็อกโกแลต จะถูกนำไปใช้ในโรงงานผลิตช็อคโกแลต เพื่อทำให้
ได้ความมันและทำให้ช็อคโกแลตแท่งละลายในปาก หรือใช้ในโรงงานทำเครื่องสำอาง หรือผลิตยา
การสง่ เสริมผลิตภัณฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 69
ในขณะที่ Cocoa Solid ที่ถูกนำมาใช้เป็นดัชนีวัดความเข้มข้นของโกโก้ เรียกว่ายิ่งมีตัวเลข
เปอร์เซ็นตม์ าก ก็ยิ่งมเี นื้อช็อกโกแลตมาก หลังจากถูกกดทับจะอยู่ลักษณะที่เป็นบล็อกสีเ่ หล่ียม หรือ
ทเ่ี รยี กว่า Press Cake ซงึ่ ไม่หวาน ไขมันตำ่ จะถกู นำไปใช้ในโรงงานผลิตอาหารหรือเบเกอรี่ หรือถูก
นำไปบดอีกรอบจนกลายเปน็ ผงโกโก้ (Cocoa Powder) เพื่อใช้ในการทำเครื่องดื่มหรอื เป็นส่วนผสม
ในการทำเบเกอรีต่ อ่ ไป
ความน่าสนใจของ โกโกบ้ ตั เตอร์ (Cocoa Butter)
โกโก้บัตเตอร์ (Cocoa Butter) หรือเนยโกโก้ เป็นไขมันธรรมชาติที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ปกติ
เมลด็ โกโกม้ ีสว่ นทเ่ี ปน็ เนื้อประมาณ 50% และเปน็ ไขมันตามธรรมชาติ 50% ทเ่ี รยี กว่า โกโก้บัตเตอร์
ซึ่งแทรกตัวอยู่ในเมล็ดและจะถูกขับออกมาเมื่อเมล็ดโกโก้ถูกบดและโดนความร้อน ปัจจุบันสามารถ
สกัดโกโก้บัตเตอร์ออกจากส่วนเนื้อได้ด้วยเครื่องสกัดไขมันโกโก้ หรือเครื่องโกโก้เพรส โดยโกโก้บัต
เตอร์ที่ได้จะมีสีครีมเหลืองเหมือนเนยทั่วไป แต่จะไม่มีรสชาติ และเนื้อสัมผัสคล้ายขี้ผึ้ง มีจุดหลอม
ละลายอยู่ที่ 34-38 องศาเซลเซียส จึงนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของช็อกโกแลต โดยเฉพาะใน
ช็อกโกแลตระดับพรีเมียมและคราฟต์ช็อกโกแลต ซึ่งจะให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนละลายในปากและยัง
ทำให้ช็อกโกแลตขึน้ รูปไดง้ า่ ยข้ึน
ไขมันโกโก้จัดเป็นไขมันที่แพงที่สุดในโลก ด้วยความที่เป็นไขมันที่มีจุดหลอมเหลวใกล้เคียง
กับอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์ เมื่อเข้าอยู่ในปาก ไขมันโกโก้ก็จะละลาย “วับ” หายไปในปาก ไหล
ลนื่ ลงสลู่ ำคอ เหลือท่ีแต่กลิ่นทีอ่ บอวลในชอ่ งปาก เป็นคณุ สมบตั ิท่ีทำใหช้ ็อกโกแลตเปน็ ท่ีชืน่ ชอบของ
คนทุกผู้ทุกวัย เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยความที่ไขมันโกโกน้ ั้นมีขนาดที่เล็ก เลยทำให้ไขมันโกโก้มีบทบาท
มากในวงการเครอื่ งสำอาง นำมาเปน็ สว่ นประกอบของโลชั่น ครมี ถนอมผิว ลิปสตกิ ฯลฯ
นอกจากนี้โกโก้บัตเตอร์ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ คือ มีวิตามินอี โปรตีน และกรดไขมัน
สูง จึงได้รับความสนใจจากวงการเครื่องสำอางและความงาม เนื่องจากสามารถให้ความชุ่มชื้น บำรุง
ผิวพรรณ ปรับความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ปกป้องผิวจากรังสียูวี และช่วยลดเลือนรอยแตกลายของผิวได้
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น โกโก้บัตเตอร์ยังมีสารพฤกษเคมี (Phytochemical) ชนิดฟลาโวนอยด์สูง
(Flavonoid) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วย
กระตุ้นการไหลเวยี นโลหติ และบำรงุ เซลล์ตา่ ง ๆ ในรา่ งกาย
ด้วยคุณสมบัติทีโ่ ดดเด่นนี้โกโก้บัตเตอร์จึงถกู นำมาใช้เป็นส่วนผสมของผลติ ภัณฑ์มากมายไม่
ว่าจะเป็นบอดี้โลชั่น แฮนด์ครีม ลิปมัน สบู่ มอยเจอร์ไรเซอร์ต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์อาหารอย่างช็อค
โกแลต เช่น ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) มิลค์ช็อกโกแลต (Milk Chocolate) และไวท์
ช็อกโกแลต (White Chocolate) หากเราสังเกตดี ๆ โกโก้บัตเตอร์จะเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 70
สามารถแยกคุณภาพช็อกโกแลตตามท้องตลาดเบื้องต้นได้ เนื่องจากช็อกโกแลตแท้ที่มีส่วนผสมของ
โกโกบ้ ตั เตอรจ์ ะมรี าคาสงู และใหร้ สชาตทิ ่ดี รี วมถึงคุณค่าทางโภชนาการทสี่ งู กวา่
ในอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะในโรงงานทำช็อคโกแลต Cocoa Liquor หรือ Cacao Paste ซึ่ง
ไม่ได้ถูกบีบแยก Cocoa Butter ออกจะถูกนำไปผสมน้ำตาลในสัดส่วนต่าง ๆ และเพิ่มความมันด้วย
การใส่ Cocoa Butter เพิ่มเข้าไป และนำไปบดอีกหลายรอบเพื่อให้น้ำตาลและไขมันโกโก้เข้าเป็น
เนื้อเดียวกันกับ Cocoa Liquor หรือ Cacao Paste จนได้เนื้อโกโก้ที่เหลวเนียน เราเรียกขั้นตอน
สุดท้ายนี้ว่า Refining and Conching เพื่อให้ได้ Chocolate Liquor ที่ใช้ขึ้นรูปทำช็อคโกแลตแท่ง
ตอ่ ไป
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 71
Cocoa powder
หรอื ผงโกโก้ทเี่ รานำมาชงดื่มหรอื ทำขนมกนั นน้ั จะมีไขมนั เป็นสว่ นประกอบหลงเหลืออย่นู ้อย
ได้ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 26% แบบแรกก็จะเป็นผงโกโก้ราคาถูก ส่วนแบบหลังราคาก็จะแพงขึ้น
เพราะไขมันเยอะ หากใครเคยละลายผงโกโก้จะเหน็ ได้ชัดเลยว่า มันจะละลายยากทีเดียว วิธีที่ดีที่สดุ
คือ ใชน้ ้ำอนุ่ ๆ เพ่อื ใหไ้ ขมันโกโกล้ ะลายจมตวั ลง แล้วค่อยใชแ้ รงในการคน ปน่ั ให้ผงโกโก้กระจายตวั
ผงโกโก้สามารถแบ่งได้เปน็ สองกลุ่มหลกั ๆ คือ Natural Cocoa Powder สีของผงโกโก้แบบ
ธรรมชาตินั้น จะเห็นเป็นสีน้ำตาล คล้ายกับสีดินแห้งๆ ข้อสำคัญที่คนทำเบเกอรี่ควรทราบก็คือ ผง
โกโก้แบบนี้จะมีความเป็นกรด หากเติมลงในสูตรอาหารควรจะต้องมีเบกกิงโซดาในการปรับสภาพ
ความเปน็ กรดสกั หนอ่ ยกอ่ น
ผงโกโก้แบบธรรมชาตินั้น เมื่อนำมาทำขนมรสจะขมกว่า นิยมใช้ในการทำบราวนี่ ซึ่งจะได้
รสช็อกโกแลตแบบเต็มๆ เลย และอีกแบบคือ Dutch-Process หรือบางทีจะเรียกว่า Dutched หรือ
อกี ชื่อกค็ ือ Alkalized Cocoa Powder ซ่ึงถูกคิดคน้ โดย Mr. Van Houten ทใี่ ชด้ ่างในการทำให้เมล็ด
โกโก้หมักที่เป็นกรดนั้นเป็นกลางเสียก่อนที่จะนำมาบีบอัดแยกไขมันและทำเป็นผงโกโก้ ผลที่ได้ก็คือ
ผงโกโกน้ ี้จะมีสนี ำ้ ตาลอมแดง ดูสวยมีเสน่ห์ และใหร้ สอร่อยกว่า ขมนอ้ ยกวา่ รสละมนุ กว่า
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 72
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 73
ทำไมโกโกไ้ ทยถงึ ถกู จับตามอง
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าประเทศไทยมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเหมาะสมในการปลูกโกโก้
เนื่องจากเป็นพืชเขตร้อนจึงเจริญเติบโตได้ดีในประเทศ แถบเส้นศูนย์สูตร โดยเริ่มปลูกในภาคใต้และ
กระจายไปยังภาคอื่นทั่วประเทศ โกโก้เป็นที่รู้จักและชื่นซอบของผู้คนทุกเพศทกุ วัยมานาน และด้วย
คุณประโยชน์ที่หลากหลาย ทำใหน้ ยิ มนำไปเปน็ ส่วนประกอบในอาหาร เครอื่ งด่ืม และผลิตภัณฑ์ตา่ ง
ๆ อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่รู้จักโกโก้ในรูปแบบ ช็อกโกแลต แต่กว่าจะมาเป็นช็อกโกแลต หรือ
กระบวนการที่เรียกว่า "Bean to bar" นั้น มีหลายขั้นตอนและเกี่ยวพันกับผู้มีส่วนร่วมในห่วงโซ
อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงร้านคาเฟ่ ซึ่ง อาศัยความเชี่ยวชาญและการมีส่วน
ร่วมเพ่ือให้ไดผ้ ลผลิตทีม่ คี ณุ ภาพตามตลาดต้องการ
สถานการณ์โกโก้ไทย และความได้เปรยี บของไทย ประกอบด้วย
- ต้นน้ำ (เกษตรกร) มีความได้เปรียบด้านพื้นที่ โดยสามารถปลูกได้ทุกภาค ซ่ึง
จำเป็นต้องคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และอาจต้องลงทุนระบบน้ำเพิ่มเติมในภาคเหนือ
และอีสาน ปัจจบุ ันมเี กษตรกรท่ีปลกู โกโกท้ ้งั สิ้นราว 1,300 ครัวเรือน
- กลางนำ้ ไปจนถงึ ปลายน้ำ (วิสาหกิจชุมชน/ผู้ผลติ ช็อกโกแลต/โรงงานแปรรูป ร้าน
คาเฟ่) บางกลมุ่ มีองคค์ วามรู้ในการเแปรรูปและสรา้ งผลติ ภณั ฑ์ ท่เี ป็นเอกลักษณ์
ระบบ Supply Chain ของโกโก้
ในช่วง 3 ปีมานี้ โกโก้ได้รับกระแสความนิยมมากขึ้นทำให้พื้นที่พาะปลูก เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เพื่อรองรับโอกาสในอนาคต ภาครัฐจึงมีแนวคิดในการส่งเสริม โกโก้ให้เป็นหนึ่งในพืชแห่งอนาคต
(Future Crop)
การส่งเสริมผลิตภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 74
อย่างไรก็ตาม ปัจจบุ นั ประเทศไทยยังผลิตโกโกไ้ ดน้ ้อย ไม่เพยี งพอต่อ ความตอ้ งการบริโภคใน
ประเทศและการส่งออกไปยงั ตา่ งประเทศ จึงจำเป็นตอ้ งอาศยั การนำเข้า
โกโกใ้ นตลาดโลก
- ผลผลิตโกโกข้ องโลกมปี ระมาณ 4.6 ล้านตนั ในปี 2563 โดยแหล่งเพาะปลกู สำคญั
อยู่ในกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ ไอวอรีโคสต์ 45% และ กาน่า 17% (ในประเทศกานา
การแปรรูปจากอุตสาหกรรมเมล็ดโกโก้จนไปสู่ไขมันโกโก้ และผงโกโก้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ( Value
Added) รวมกวา่ 3,600 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
- โกโก้มมี ลู ค่าทางเศรษฐกจิ สงู และเป็นทตี่ ้องการของบริษัทผผู้ ลิตช็อกโกแลตทั่วโลก
เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญในอาหาร เครื่องดื่มและขนม โดยมี ความต้องการน่าเข้ารวม 5. 1 หมื่น
ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้นำเข้ารายใหญ่ มูลค่าการนำข้าโกโก้ของโลก และ 5 อันดับผู้นำข้ารายใหญ่ ปี
2562 ของโลก ได้แก่ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา เนเธอรแ์ ลนด์ ฝรง่ั เศส และสหราช
โอกาสของโกโกไ้ ทย
โกโก้ไทยมีโอกาสเติบโตได้นับจากนี้ จากปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งนอกจากจะ
ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า จากต่างประเทศบางส่วนแล้วยังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการที่มี
ศกั ยภาพในการสง่ ออก
ความต้องการบริโภคยงั เตบิ โตไดต้ อ่ เน่ือง
- จำนวนรา้ นคาเฟ่ทจี่ ดทะเบยี นในไทย การเติบโตของร้านคาเฟแ่ ละขนม ทำใหค้ วาม
ต้องการนำโกโกไ้ ปเป็นวตั ถดุ ิบในการทำเครอื่ งดืม่ และขนมเตบิ โตตาม
- เทรนด์พฤติกรรมรักสุขภาพ เป็นโอกาสเติบโตของผลิตภัณฑ์จากโกโก้ และ
ช็อกโกแลตออร์แกนิคหรือพรีเมียม โดยโกโก้มีประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยลดความดันโลหิตสูง เพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพดา้ นความจำ ชว่ ยให้ อารมณด์ แี ละปอ้ งกันรกั ษาโรคซมึ เศรา้ ได้
- การเติบโตของห้างสรรพสินค้าและ E-commerce ทำให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึง
ผลิตภัณฑ์จากโกโก้และช็อกโกแลตไดง้ า่ ยและสะดวกขน้ึ
- โกโก้ไทยเริม่ เข้าสูเ่ วทีนานาชาติ โดยได้รบั รางวัลในงาน International Chocolate
Awards Asia-Pacific 2018 ทำใหเ้ พิม่ โอกาสสง่ ออกไปตลาดโลกได้ในอนาคต
- ตลาดผลิตภัณฑ์โกโก้โลกยังเติบโตได้กว่า 3% ในช่วงปี 2562-2569 (CAGR) จาก
ความต้องการบรโิ ภคท่ีเพิม่ สูงข้ึน
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 75
ปริมาณผลผลติ มีแนวโนม้ เพมิ่ ขน้ึ
ปรมิ าณผลผลติ มแี นวโน้มเพม่ิ ขึน้ จาก
- พื้นที่เพาะปลูกที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีนี้ และพื้นที่ที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ส่วนหนึ่ง
จากแผนการส่งเสริมของภาคเอกชน โดยโกโก้ช่วยสรา้ งรายได้ให้ เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจาก
สามารถเกบ็ ผลผลิตไดท้ ุก ๆ 15 วนั หรอื สรา้ งผลตอบแทนกรณปี ลูกเชิงเด่ียวปลี ะกว่า 30,000 บาท/
ไร่ ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งมีส่วนทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาในประเทศ และนำเข้าลดลง
ซ่งึ ช่วยเพิม่ แรงจูงใจให้ผู้เล่นกลางน้ำ-ปลายนำ้ ซ้อื ผลผลติ โกโกจ้ ากในประเทศแทนการนำเข้ามากขนึ้
ปัจจัยที่มีสว่ นในการพลักดนั การยกระดับสินคา้ โกโกแ้ ละผลติ ภัณฑ์ที่ได้จากโกโก้
เกษตรกร เป็นกญุ แจสำคญั สูค่ วามย่ังยนื
1 ศึกษาข้อมูลโกโก้ให้รอบต้านก่อนเริ่มเพาะปลูก ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ที่ดี การ
ปรับปรุงดนิ และการจัดการนำ้ เพอื่ ให้ได้ ผลผลิตที่มีคณุ ภาพและเปน็ ที่ต้องการของตลาด
2 เข้าใจ Contract Farming อย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาตรวจสอบการข้นึ
ทะเบียนบริษัทกับหน่วยงานภาครัฐ ศึกษาเงื่อนไพองสัญญาให้ละเอียดโดยเฉพาะคุณภาพผลผลิตที่
รับซ้อื และความเสยี หายหากมีการยกเลกิ สญั ญา
3 รวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปโกโก้ เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้
ช่วยลดต้นทนุ จากการประหยดั ตอ่ งนาด (Economy of scale) ทงั้ ยังต่อยอดไปสกู่ ารท่องเท่ียวเชงิ
เอกชน พลงั สำคัญในการขับเคล่ือน
1 เป็นตัวกลางแบ่งปันความรู้สู่เกษตรกรโดยเฉพาะเรื่องการเปรรูปเบื้องต้นเพื่อให้ได้
เมล็ดโกโกท้ ีม่ ีคุณภาพ เพื่อชว่ ยยกระดบั ศกั ยภาพของเกษตรกร ขณะเดยี วกนั เอกชนไดป้ ระโยชน์จาก
ตน้ ทนุ ท่ลี ดลงจากการลดขนั้ ตอนการแปรรูป
2 ร่วมมือกับหน่อยงานภาครัฐ ทั้งด้านฐานข้อมูล การวิจัยกล้าพันธุ์ และเทคโนโลยี
เพอื่ ให้มกี ารแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรบั การพัฒนาและตอ่ ยอดองค์ความรู้
3 เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ผ่านการสร้างเอกลักษณ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้
ตรงกับความตอ้ งการผบู้ ริโภคมากขน้ึ เช่น ผลติ ภัณฑ์ในเชงิ การแพทย์หรอื เครอ่ื งสำอาง
4 ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ยกระดับคุณภาพสินค้าสู่มาตรฐานสากลเพื่อขยาย
ฐานลกู ค้าให้มากขนึ้
ภาครัฐ ปูทางสคู่ วามสำเรจ็
1 ส่งเสริมความรู้ความข้าใจเกี่ยวกับโกโก้ที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่การ
เพาะปลูก การเแปรรปู และการตลาด เพอ่ื ใหท้ ราม ข้อมูลกอ่ นการตัดสินใจ
2 มีแผนส่งเสริมโกโก้ที่เป็นรูปธรรม โดยต้องดำเนินการตามแผนอย่างจริงจัง รวมท้ัง
บรู ณาการความรว่ มมือระหวา่ งผเู้ ทีย่ วข้อง
การส่งเสรมิ ผลิตภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอ่ื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 76
3 พัฒนาระบบฐานข้อมูลใหค้ รบงจร ตงั้ แต่ทะเบยี นสายพนั ธุ์ เน้อื ท่ี จำนวนเกษตรกร
บริษัทที่รับซื้อ/โรงาน ตลอดจนการนำข้า และส่งออก เพื่อเป็นข้อมูลให้เกษตรกรและเอกชนใช้วาง
เผนและตดั สินใจด้านการผลติ การตลาด และการลงทุน
4 รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์และส่งเสริมตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างแรงจูงใจ
ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้ มาตรฐาน พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการจัตุโรดโซว์ใน
ต่างประเทศ เพือ่ ใหไ้ โกไ้ ทยเป็นทีร่ ูจ้ กั ในระดบั สากสมากขึ้น
มาตรฐานสนิ ค้าเกี่ยวกบั ผลิตภัณฑ์โกโก้
GMP มาตรฐานความปลอดภัยสินค้าและโรงงาน ในกรณีที่มีการก่อตั้งโรงงานเพื่อทำการผลิต หรือ
แปรรูปสินค้าโก้โก้ก็ควรจะมีมาตราฐานนี้รับรองเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้มาตรฐานนี้ยังครอบคลุมถึง
โครงสร้างอาคาร กระบวนการผลิตที่ดีมีความปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน
นับตั้งแต่ขั้นตอน เริ่มต้นวางแผนการผลิต ระบบควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบระหว่างการผลิต ผลิตภัณฑ์
สำเร็จรูป การจัดเก็บ การควบคุมคุณภาพ และการขนส่งจนถึงผู้บริโภค มีระบบบันทึกข้อมูล
ตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงระบบการจัดการที่ดีในเรื่องสุขอนามัย เพื่อให้
ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีความปลอดภัยได้คุณภาพเป็นที่มั่นใจเมื่อถึงมือผู้บริโภค และ GMP ยังเป็น
ระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่น ๆ ที่สูงกว่าต่อไป เช่น ISO
9000 และ HACCP (Hazards Analysis and Critical Points)
การสง่ เสริมผลิตภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 77
GAP คือ แนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตาม
มาตรฐานที่กำหนด โดยขบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ปราศจากการ
ปนเปื้อนของสารเคมีไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้
ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน การผลิตตามมาตรฐาน GAP คือ การก่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร
สงิ่ แวดล้อม และเศรษฐกจิ มาตรฐาน GAP เปน็ มาตรฐานท่คี รอบคลมุ การผลิตสนิ คา้ เกษตรอย่างครบ
วงจร ตั้งแต่ ปัจจัยการผลิต การผลิต การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ
และการขนส่งการผลิต สำหรับการผลิตสินค้าเกษตร มาตรฐานจะเหมาะกับผู้ที่ทำการปลูกโกโก้
ชาวสวนโกโก้เปน็ ตน้
.
H.A.C.C.P. เป็นวิธีการป้องกันเพื่อความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา หมายถึง การ
วิเคราะห์อันตรายและจุดควบคุมวิกฤต มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุ ป้องกันและลดอันตรายที่อาจเกิดขนึ้
ในห่วงโซ่อาหารตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดจำหน่ายและการเก็บรักษา ในกรณีมีการเก็บสต้อกสินค้า
การมีคลังสินค้าสำหรับเก็บผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปของโกโก้ เพื่อความปลอดภัยควรได้รับการ
ประเมนิ และไดร้ บั มาตราฐานน้ี
การสง่ เสริมผลิตภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพื่อนการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 78
มอก. มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม สำหรับโกโก้บางชนิดที่ต้องเข้ากระบวนมาตรฐานสินค้า
อตุ สาหกรรม เช่น ผงโกโก้ ท่ีใชว้ ัสดุภรรจุภัณฑ์เป็นกระปอ๋ ง พลาสติกต่าง ๆ เป็นต้น
อย. คือ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) การคุ้มครอง
ผู้บริโภค ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ซึ่งผลิตภัณฑ์
สุขภาพ ส่วนใหญ่มักจะหมายถึง อาหาร ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางค์) โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เหล่านั้นต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้ วย
ข้อมูลวิชาการที่มีหลักฐาน เชื่อถือได้และมีความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคผลิตภัณฑ์
สุขภาพที่ปลอดภัยและสมประโยชน์ มาตรฐานนี้สำคัญมากในกรณีที่นำผลผลิตที่ได้จากการแปรรูป
ของโกโก้ ไปทำเปน็ อาหารหรอื เครือ่ งสำอางจำพวก เค้ก เครอ่ื งด่ืม โลชน่ั ครีม สบู่ เปน็ ต้น
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอ่ื นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 79
การส่งออกโกโกไ้ ปยงั ประเทศเนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศศูนย์กลางการค้าโกโก้ที่สำคัญของยุโรป เป็นผู้นำเข้าเมล็ดโกโก้
รายใหญ่ทสี่ ุดของโลก และเป็นประเทศผู้แปรรปู โกโก้ทีใ่ หญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก อีกทั้งยังเป็น
ประเทศผู้ ส่งออก (Re-export) เมล็ดโกโก้และผลิตภัณฑ์โกโก้กึ่งสำเร็จรูปที่สำคัญไปยังหลาย
ประเทศในยุโรป ในปี 2563 เนเธอร์แลนด์นำเข้าเมล็ดโกโก้สูงถึง 895,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อย
ละ 24 ของการนำเข้าเมล็ดโกโก้ทั่วโลก ซึ่งเนเธอร์แลนด์นำเข้าเมล็ดโกโก้ร้อยละ 99 โดยตรงจาก
ประเทศผู้ผลิต ปริมาณการนำเข้าเมล็ดโกโก้โดยรวม ของเนเธอร์แลนด์ระหว่างปี 2559 -2563 มี
อัตราการเติบโตต่อปีเฉลี่ยร้อยละ 2.3 เนื่องจากสถานการณ์การ แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงัก ทำให้ตัวเลขการนำเข้าเมล็ดโกโก้ ของเนเธอร์แลนด์ในปี
2563 ตำ่ กวา่ ในปกี อ่ นหน้า แตก่ ย็ งั คงสูงกวา่ ในปี 2559 เล็กน้อย
การส่งเสรมิ ผลิตภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 80
เนเธอร์แลนด์นำเข้าเมล็ดโกโก้ผ่านท่าเรืออัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นท่าเรือโกโก้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เนื่องจากท่าเรืออัมสเตอร์ดัมมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์เครื่องจักรครบครัน สะดวกในก ารนำเข้า
จัดเก็บ และ แปรรูปโกโก้รวมถึงมีบริษัทผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าโกโก้ (Cocoa Value
Chain) ในพื้นที่จำนวนมาก เนเธอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในการค้าเมล็ดโกโก้และผลิตภัณฑ์โกโก้
เนื่องจากความเชี่ยวชาญทางด้าน ท่าเรือและมีความพร้อมในภูมิภาค มีจุดแข็งในเรื่องสิ่งอำนวย
ความสะดวกและจำนวนบริษัทผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าโกโก้ การมุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืน
และความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยมีบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดเก็บเมล็ด
โกโก้ในเนเธอร์แลนด์ได้แก่ Commodity Centre Netherlands, CJ Hendriks Group และ C.
Steinweg Group
ทำไมต้องสง่ ออกไปเนเธอร์แลนด์
1. อุตสาหกรรมการบดหรือการผลิตผงโกโก้ของเนเธอร์แลนด์มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของ
โลก รองจาก Ivory Coast ในปี 2563 และปี 2564 อุตสาหกรรมการผลิตผงโกโก้ของเนเธอร์แลนด์
ใช้เมล็ดโกโก้ มากถึงประมาณ 600,000 ตัน ระหว่างปี 2561 – 2563 ปริมาณเมล็ดโกโก้ที่ใช้ใน
อุตสาหกรรมการผลิตผง โกโก้ของเนเธอร์แลนด์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก จากสถานการณ์การ
แพรร่ ะบาดของเชื้อไวรสั โควดิ -19 สง่ ผลกระทบตอ่ อตุ สาหกรรมการผลิตผงโกโก้ European Cocoa
Association (ECA) หรือ สมาคมการค้าโกโก้ยุโรป รายงานว่าปริมาณการผลิตผงโกโก้ท่ัวยุโรปลดลง
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 แต่ ผลการวิจยั ของธนาคาร Robobank แสดงใหเ้ ห็นวา่ ภาพรวมการ
ฟื้นตัวของอุตสากรรมการผลิตผงโกโก้ยังคง เป็นไปในเชิงบวก และคาดว่าอุตสาหกรรมการผลิตผง
โกโก้ของเนเธอร์แลนด์จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากยอดขายปลีกที่ยังเติบโตทั่วยุโรป
แมว้ า่ ปริมาณการผลติ ผงโกโกอ้ าจยังคงต่ำกว่าในปี 2562 เลก็ นอ้ ย
2. อุตสาหกรรมการผลิตผงโกโก้ของเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ใกล้บริเวณท่าเรืออัมสเตอร์ดัม ซึ่งก็
เป็น ที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติอย่าง Olam และ Cargill และบริษัทดัตช์ อาทิ Dutch Cocoa,
Daarnhouwer และ Theobroma (ECOM Group) บริษัทเหล่านี้มีบทบาทสำคัญทั้งในการนำเข้า
และการผลิตโกโก้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ผงโกโก้(Cocoa Powder) โกโก้บัตเตอร์หรือเนยโกโก้
(Cocoa Butter) โกโก้เพสต์ (Cocoa Paste) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 บริษัท Cargill ได้ลงทุนเป็น
เงินมูลค่าประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในโรงงาน แปรรูปโกโก้เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งการ
ลงทุนเพือ่ ขยายกำลงั การผลิตของบริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตผง โกโก้มีวัตถปุ ระสงค์หลักเพ่ือเพ่มิ
มูลค่าการส่งออก และเพื่อปกปอ้ งตลาดโกโกจ้ ากความผนั ผวนของเศรษฐกิจทว่ั โลก
การสง่ เสรมิ ผลิตภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 81
ตรารบั รองผลติ ภณั ฑ์ในตลาดโกโก้และช็อกโกแลต
ตรารับรองผลิตภณั ฑ์ที่ไดร้ บั ความ นิยมมากทีส่ ุดในตลาดชอ็ กโกแลตเนเธอร์แลนดไ์ ดแ้ ก่
1. UTZ เป็นองค์กรณ์ไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งในเนเธอร์แลนด์ในปี 2545 ที่ดูแลครอบครุมผลิตภัณฑ์
จำพวกชา กาแฟ โกโก้และเฮเซลนัท เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและยั่งยืนตั้งแต่กระบวนการปลูก
จนถึงผลผลิต
2. FAIR TRADE แฟร์เทรด คือขบวนการส่งเสริมการพัฒนาระบบการค้าที่เป็นธรรมอย่างยั่งยืน โดย
นำเสนอเงอ่ื นไขที่ดีกว่า ใหแ้ ก่ ผ้ผู ลติ ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค รวมท้งั แรงงาน โดยเฉพาะในประเทศกำลัง
พัฒนาท่ีผลิตสนิ ค้าทัง้ ใชเ้ องในประเทศ และ ส่งออก ใหไ้ ด้รบั ความเปน็ ธรรมในราคาสินคา้ ผลิตภัณฑ์
ส่วนใหญ่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบเป็นงานหัตถกรรม และสินค้าเกษตร เช่น ชา กาแฟ โกโก้
น้ำตาล กลว้ ย นำ้ ผง้ึ ผ้าฝา้ ย ไวน์ ฯลฯ
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่ือนการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 82
สรปุ
การนำเข้าเมล็ดโกโก้ยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะ
เนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุดของโลก และมีอุตสากรรมการผลิตผง
โกโก้ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก เนื่องจากโกโก้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการประกอบอาหาร เครื่องดื่ม และขนม
ต่าง ๆ รวมถึงเทรนด์ใน ปัจจุบันที่มีแนวโน้มความนิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตคุณภาพสูง และ
ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมที่ หลากหลายและมีรสชาติแปลกใหม่มากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์
ช็อกโกแลตแบบ Bean-to-Bar และ Craft Chocolate ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้บริโภคใน
ปัจจบุ นั
โกโก้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจใหม่และเป็นพืชที่เต็มไปด้วยโอกาส เนื่องจากความ
ต้องการ โกโก้ยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โกโก้เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกได้ทั้งแบบเชิงเดี่ยว
และแบบปลูกแซมพืชเศรษฐกิจอื่น ประเทศไทยมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเหมาะสมในการปลูก
โกโก้เนื่องจากโกโก้เป็นพืชเขตร้อน ในช่วงประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา โกโก้ได้รับกระแสนิยมมากขึ้นใน
ไทย ทำให้ไทยมีการเพาะปลูกโกโก้และแปรรูปโกโก้ รวมทั้งมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต
เพม่ิ ขน้ึ อย่างตอ่ เน่อื ง แม้วา่ ผลผลติ โกโก้ของไทยยังคงมี ปรมิ าณน้อยและไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการ
บริโภคในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศ แต่หากมีการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมและ
เทคโนโลยีในการเพาะปลูกและการผลิตให้ได้โกโก้ที่มีคุณภาพดีเทียบเท่ากับโกโก้ที่ปลูกในแทบ
แอฟริกาตะวันตกและลาตินอเมริกา และการแปรรูปเมล็ดโกโก้ให้เป็นผลิตภัณฑ์โกโก้หรือผลิตภัณฑ์
ช็อกโกแลตในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ก็จะเป็นโอกาสทาง
การตลาดของไทยในอนาคตที่จะสามารถขยายการส่งออกเมล็ดโกโก้ ผลิตภัณฑ์โกโก้ และผลิตภัณฑ์
ชอ็ กโกแลตในรูปแบบต่าง ๆ มายงั เนเธอรแ์ ลนดแ์ ละประเทศอ่นื ในยโุ รปได้มากขน้ึ
การสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพือ่ นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 83
แนะนำสนิ ค้า
- ผงโกโก้จากไร่บ้านสระกระเทียม กระปุกละ 120 บาท เป็นผงโกโก้ที่ทางไร่สระกระ
เที่ยมไดท้ ำการบดเอง
- สบจู่ ากไขมนั โกโก้ ก้อนละ 35 บาท 3 กอ้ น 100 บาท
- ชาโกโกจ้ ากไรบ่ ้านสระกระเที่ยม กิโลกรมั ละ 100 บาท ทำจากเปลอื กของเมล็ดโกโก้
- ซุปโก้โก้ ถุงละ 35 บาท 3 ถุง 100 เป็นซุปโกโก้ที่สามารถนำอาหารต่างๆได้ เช่นน้ำ
ซปุ กว๋ ยเตี๋ยว
- โกโก้บัตเตอร์หรือเนยโกโก้ กล่องละ 500 บาท ทำจากไขโกโก้ที่คัดออกมากจากเมลด็
โกโก้
- โอวันตินแบบซองละลายน้ำ ถุงละ 100 บาท
- เมลด็ กาแฟเคลอื บชอ็ คโกแลตคาเฟอ่ เมซอน ถงุ ละ 35 บาท
- ชอคโกแลต็ แบบแท่ง แทง่ ละ 45 บาท
- เมล็ดโกโก้สด กโิ ลกรรมละ 50 บาท
- ตน้ โกโก้ตน้ ละ 80 บาท
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพือ่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 84
วธิ กี ารดำเนนิ งาน
วัน เดอื น ปี รายละเอยี ด
20 ก.ค. 65 การตั้งหัวขอ้ เร่ือง
-การประชุมภายในกลุ่มเพื่อหาแนวทางในการตั้งหัวข้อเรือ่ งที่ตอ้ งมีทั้งความรู้ความ
เชียวชาญในเรื่องที่จะตั้งหัวข้อในการสัมมนา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นความจริง
น่าเชอื่ ถอื และน่าฟงั ผเู้ ข้ารว่ มสัมมนาจะไดร้ บั ความรู้และความเขา้ ใจอย่างแท้จริงใน
การเขา้ รว่ มสมั มนา
-การต้ังหัวข้อสัมมนาในครั้งนี้เป็นการตั้งหัวข้อสัมมนาที่ออกไปในทางวิชาการ
ประสบการณ์จริงจากผู้ที่ทำอาชีพ และธุรกิจนี้เพื่อไปนำข้อมูลมานำเสนอในการ
สมั มนาเพอ่ื ให้ไดข้ ้อมูลทเี่ ป็นประโยชนแ์ ละถูกต้องที่สุด
-ลกั ษณะหัวข้อท่ีได้เป็นการตง้ั ช่ือตามเนื้อหาสมั มนา
-ชื่อโครงการสัมมนาเรื่อง การส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อการส่งออกไปยัง
ประเทศเนเธอแลนด์
27 ก.ค.65 การเรยี นทฤษฎเี พื่อการปฏิบตั ิ
3 ส.ค. 65 -การเรียนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการแนะนำในการจัดรูปแบบของโต๊ะการประชุม
รูปแบบการวางโครงสร้างในการจัดงานให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ว่าการทำงานแต่ละ
ขนั้ ตอนควรปฏบิ ตั ิอยา่ งไร การวางแผนจดั งานให้เป็นระบบเพอ่ื ใหง้ านออกมาอย่าง
สมบูรณ์และรวดเร็วตามเวลาที่กำหนด การวางแผนงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ
มากที่สุด
-อาจารย์ที่ปรึกษารายวิชาได้ให้คำแนะนำในเรื่องการจัดรูปแบบที่เข้ากับงาน
สมั มนาของกลุม่ ผู้จดั สมั มนา พรอ้ มวางโครงสร้างในการหาหวั ขอ้ ในการสมั มนา
การวางโครงสรา้ งหัวข้อสมั มนา13 หวั ขอ้
-ในส่วนของหัวข้อสัมมนานี้เป็นการบ่งบอกถึงการวางแผนรูปแบบของการจัด
สัมมนาการสง่ เสริมผลติ ภัณฑโ์ กโก้แปรรปู เพ่อื การสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์
ควรเป็นไปในรูปแบบใด เพื่อให้ผู้จัดสัมมนามีความคิดที่ตรงกันและร่วมมือปฏิบัติ
เป็นไปนทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การจัดงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ บ่งบอกถึง
ศักยภาพของผู้จดั สัมมนา
10 ส.ค. 65 การวางแผน
การสง่ เสริมผลิตภณั ฑโ์ กโก้แปรรูปเพอ่ื นการส่งออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 85
17 ส.ค. 65 -การนำเสนอ 13 หัวข้อให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้วิเคราะห์ในเรื่องการจัดวางในด้าน
ตา่ งๆในเรอื่ งของการแบ่งความรับผิดชอบหนา้ ท่ภี ายในกลุ่มผจู้ ัดสัมมนา
24 ส.ค. 65 หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนา ประโยชน์ที่ผู้จัดสัมมนาจะ
7 ก.ย. 65 ได้รับ การประเมินผล การตรวจสอบในแบบสอบถาม สถานที่ งบประมาณ
ระยะเวลาและกำหนดการต่างๆ เพื่อไม่ให้แผนที่จะปฏิบัติในขั้นต่อไปมีความ
ผดิ พลาด
-ผู้จัดสัมมนาได้นำเรื่องที่ต้องแก้ไขปรับปรุง วางแผนให้เกิดประสิทธิภาพในการ
ทำงาน
การนำเสนอในรปู แบบ Layout
-ในการนำเสนอรปู แบบ Layout เพือ่ ใหร้ ูปแบบของการจัดวางของหอ้ งตอบโจทย์
กับผูท้ ีม่ าเข้ารว่ มสัมมนาและสะดวกในการเดนิ ทางเข้าออกทำธรุ ะสว่ นตัว
-ผจู้ ดั สัมมนาคำนึงถงึ ความเหมาะสมของธมี งานเพ่ือให้เข้ากับเนื้อหาทจี่ ะนำมา
สัมมนาเพือ่ ใหผ้ ูเ้ ข้ารว่ มสมั มนาได้รู้สกึ เขา้ ถงึ เอหาใรการสมั มนา
-ผูจ้ ัดทำสมั มนาคำนงึ ถงึ พื้นที่ในการจัดวางโชวแ์ สดงสินค้าทจี่ ะนำมาเสนอใหแ้ กผ่ ทู้ ่ี
เขา้ รว่ มสัมมนาเพอื่ ใหผ้ ู้เขา้ ร่วมสมั มนาไดเ้ ห็นสินคา้ ที่ชัดเจน
การนำเสนอ Layout
-การนำเสนอ Layout แกอ่ าจารยท์ ี่ปรึกษาเพื่อใหอ้ าจารยท์ ่ีปรึกษาไดใ้ หค้ ำแนะนำ
หรือ การตอบรับกลบั ว่าการจัดการวางแผนเปน็ ไปในทางท่ีตอบโจทยก์ บั งานที่ผ้จู ดั
สมั มนาหรอื ไม่ เพ่ือนำไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหเ้ กิดความเหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพ
การเริ่มปฏบิ ัติการ
-ขอ้ ตกลงรว่ มกนั ในการจัดสมั มนาการสง่ เสริมผลิตภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพ่ือการ
สง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ไดแ้ บง่ ออกเป็น 2 หน่วย โดยใชท้ ฤษฎี put the
right man on the right job โดยมี
1. หน่วยปฏิบตั กิ ารเชงิ วิชาการ จะดูในเรอ่ื งอขงการจดั วางรปู แบบงานทเ่ี สนอให้
ผ้เู ขา้ รว่ มสมั มนาทราบในการรวบรวมขอ้ มลู ขา่ วสารทเ่ี กีย่ วข้อง นำเสนออกมาใน
รูปแบบของ Power point เพอื่ ใหผ้ ู้เขา้ ร่วมสมั มนาเขา้ ใจวตั ถปุ ระสงคข์ องการมา
เขา้ ร่วมฟังสมั มนาในคร้ังน้ี
2. หนว่ ยปฏิบัตเิ ชงิ สรา้ งสรรค์ จะดูแลในเร่อื งของการจัดวางรูปแบบของงาน การ
เชค็ สถานท่ที ่จี ะจดั งาน ในรูปแบบของการจัดวางสินคา้ คดิ แผนการใหเ้ ขา้ กับ
เนือ้ หาทจ่ี ะสัมมนา เพอ่ื ให้งานท้งั สองอยา่ งออกมาสอดคล้องกัน มีประสทิ ธิภาพ
มากทสี่ ดุ
การสง่ เสริมผลติ ภณั ฑโ์ กโกแ้ ปรรูปเพ่อื นการส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 86
14 ก.ย. 65 -การวางตำแหนง่ ประจำให้กับบคุ ลากรภายนอกกลุ่มผู้จดั ทำอยา่ งชัดเจน เพ่อื ใหท้ กุ
คนไดป้ ฏบิ ัติตามหน้าทีข่ องตนเองและรับผิดชอบในส่วนทตี่ วั เองทำได้อย่างมาก
21 ก.ย. 65 ย่ิงขน้ึ
4 ก.ย. 65
5 ต.ค. 65 ปฏบิ ตั ิการครั้งที่ 1
-หน่วยงานปฏิบัติการเชิงวิชาการ เริ่มทำสคลิปในการนำเสนอให้แก่ผู้เข้าร่วม
สัมมนาเข้าใจเนอ้ื หาท่ีจะนำเสนอให้ไดม้ ากทสี่ ุด การวางแผนการจดั การ เรยี งลำดับ
การขึ้นลงของการนำเสนอหน้าเวทีสัมมนา ในการจัดเตรียมสคลิปพิธีกร การ
เรียงลำดบั พิธีการตา่ งๆของพิธกี ร
-หน่วยงานปฏิบัติเชิงสร้างสรรค์ จัดเตรียมของในเรื่องต่างๆให้ตรงกับสคลิปที่
วิทยากรได้นำเสนอให้ได้มากที่สุด การจัดหาอาหารว่างที่เหมาะสมให้กับผู้เข้าร่วม
สัมมนา การจัดวางรูปแบบของสถานที่ การติดต่อประสานงาน การใช้พื้นที่แต่ละ
จุด ต้งั แต่การสรรหาส่งิ ท่จี ะนำมาประดะบตกแตง่ เพ่ือความสวยงามและเข้ากับงาน
สัมมนาการส่งเสริมผลติ ภณั ฑแ์ ปรรปู โกโก้เพื่อการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์
ปฏบิ ัตกิ ารคร้ังที่ 2
-หน่วยปฏิบัติการเชิงวิชาการ นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอสัมมนาไปขอ
คำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษาพร้อมกับนำ Power point ที่ต้องการจะนำเสนอ
เพอ่ื ใหร้ ูปแบบของการนำเสนอหน้างานสัมมนาออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ
-หน่วยงานปฏิบัติเชิงสร้างสรรค์ ได้จัดการนำเสนอ Layout ที่เป็นส่วนประกอบใน
การจัดสถานที่ การเตรียมอาหารว่างและการประสานงานติดต่อกับบุคลากรใน
พ้นื ที่และขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรกึ ษา
ปฏบิ ัติการครั้งที่ 3
-หน่วยปฏิบัติการเชิงวิชาการ เตรียมตัวในการทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่จะ
นำเสนอ ทดลองการจัดลำดบั ข้นึ ลงในการจัดสมั มนาเพอ่ื ไมใ่ ห้เกิดขอ้ผิดพลาด
-หน่วยปฏิบัติการเชิงสร้างสรรค์ เตรียมสถานที่ อาหารว่าง จัดโต๊ะวางสินค้าที่จะ
นำมาโชว์ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห้นอย่างชัดเจน ติดต่อประสานงานเรื่องการใช้
เคร่อื งเสยี ง ทดสอบเสยี ง ทดสอบจอโปรเจคเตอร์ เพอื่ ไม่ใหเ้ กดิ ขอ้ ผดิ พลาด
การจัดงานโครงการสัมมนาหัวข้อ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อการ
ส่งออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์
การส่งเสริมผลติ ภณั ฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอ่ื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 87
รายละเอียดหัวขอ้ ในการสัมมนา
ในส่วนของการเลือกหัวข้อสัมมนา การส่งเสริมผลิตภัณฑ์โกโก้แปรรูปเพื่อการส่งออกไปยัง
ประเทศเนเธอแลนด์ เพือ่ ให้ผ้เู ขา้ ร่วมสัมมนาได้รับประโยชน์ ความรู้ ความเข้าใจ จากผทู้ ่ีมีความรู้ ความ
เชียวชาญ เพ่ือใหก้ ารเข้าร่วมสมั มนาเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
หวั ข้อ รายละเอยี ด
ประวัตคิ วามเปน็ มาของโกโก้ -แหลง่ กำเนดิ ของโกโก้
ความสำคญั ของโกโก้ -ชือ่ เรียกดั้งเดิม
ความรูท้ ่ัวไปเกย่ี วกับโกโก้ -การเร่มิ เพาะปลกู ในทวปี เอเชยี
-การเร่มิ เพาะปลกู ในไทย
การแปรรูปโกโก้เพอ่ื การเพ่ิมมูลคา่ -ประโยชน์ในภาคอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ
-คุณคา่ ทางด้านอาหาร
ทำไมโกโกไ้ ทยถงึ ถกู จับตามอง -คณุ คา่ ทางดา้ นยา
-ความหลากหลายทางด้านประโยชน์ของโกโก้
-ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
-ลกั ษณะจำเพาะทางพฤกษศาสตร์
-พันธโ์ุ กโก้
-การปลูกและการดูแลรกั ษา
-สภาพแวดล้อมในการปลกู โกโก้
-ลักษณะภมู อิ ากาศ
-การเลอื กพ้ืนทีป่ ลกู
-การดูแลรักษา
-โรคโกโก้
-การแปรรปู โกโก้จากส่วนตา่ งๆ
-ผงโกโก้
-โกโก้บตั เตอร์
-ความน่าสนใจของ โกโก้บัตเตอร์ (Cocoa
Butter)
- Cocoa powder
-สถานการณ์โกโก้ไทย และความได้เปรียบของ
ไทย ประกอบดว้ ย
การส่งเสรมิ ผลติ ภัณฑโ์ กโก้แปรรูปเพ่อื นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 88
-ระบบ Supply Chain ของโกโก้
-โอกาสของโกโก้ไทย
-โกโก้ในตลาดโลก
ปัจจัยที่มีส่วนในการพลักดันการยกระดับสินค้า -เกษตรกร เปน็ กุญแจสำคัญสูค่ วามยง่ั ยนื
โกโกแ้ ละผลติ ภณั ฑ์ท่ีไดจ้ ากโกโก้ -เอกชน พลงั สำคัญในการขบั เคลือ่ น
-ภาครัฐ ปูทางส่คู วามสำเรจ็
มาตรฐานสนิ ค้าเกีย่ วกบั ผลิตภณั ฑ์โกโก้ -ความสำคญั มาตรฐานตา่ งๆ
GMP,อ.ย,H.A.C.C.P,GAP,ม.อ.ก,
การส่งออกโกโก้ไปยงั ประเทศเนเธอร์แลนด์ -ทำไมตอ้ งส่งออกไปเนเธอร์แลนด์
-ตรารับรองผลิตภัณฑ์ในตลาดโกโก้และ
ช็อกโกแลต
การสง่ เสริมผลิตภัณฑ์โกโกแ้ ปรรูปเพอ่ื นการสง่ ออกไปยงั ประเทศเนเธอแลนด์ 89
ภาคผนวก
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 90
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 91
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 92
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 93
การส่งเสรมิ ผลติ ภณั ฑ์โกโก้แปรรูปเพอื่ นการสง่ ออกไปยังประเทศเนเธอแลนด์ 94