การศึกษาตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการลงทนุ เพาะเล้ียงปลาดกุ
นางสาวเกศรา นุ่นโฉม รหสั ประจาตวั 63202011206
นางสาวอาจรีย์ อากาเนดิ รหัสประจาตัว 63202011213
ระดับประกาศนียบัตรวชิ าชพี
สาขาวิชา การบญั ชี สาขางาน การบัญชี หอ้ ง 3/2
ครูทปี รึกษา
นางสาวชิตตนิ ันท์ แสงสว่าง
วิทยาลัยเทคนคิ พิจิตร อาชวี ศกึ ษาจังหวัดพิจิตร
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
ภาคเรยี นที 1 ปีการศกึ ษา 2565
ใบรับรองโครงงาน
รายวชิ า โครงงาน รหัสวชิ า 20201-8501 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ชอื่ โครงงาน การศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเลี้ยงปลาดุก
ผ้รู ับผิดชอบโครงงาน 1. นางสาวเกศรา น่นุ โฉม รหสั ประจาตัว 63202011206
2. นางสาวอาจรยี ์ อากาเนิด รหัสประจาตวั 63202011213
ครทู ป่ี รกึ ษา นางสาวชิตตินนั ท์ แสงสว่าง
ปีการศึกษา 2565
ได้รบั อนุมตั ิให้เป็นส่วนหนึงของการศกึ ษารายวิชาโครงงาน สาขาวชิ า การบญั ชี
หลกั สตู รประกาศวชิ าชพี พุทธศักราช 2562
คณะกรรมการสอบโครงงาน
ลงชือ..............................................ประธาน
(นางสาวจารุณี จุลบตุ ร)
ลงชอื ..............................................กรรมการ
(นางสาวชติ ตนิ นั ท์ แสงสวา่ ง)
ลงชอื ..............................................กรรมการและเลขานุการ
(นางสาวอรวลัญช์ นอ้ ยสมวงษ์)
ลงชือ..............................................หวั หนา้ แผนกวิชาการบญั ชี
(นางสกาวรตั น์ บญุ ศลิ ป์)
ลงชอื ..............................................รองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
(นายอศิ รา อยู่ยงิ )
ลงชอื ..............................................ผูอ้ านวยการวทิ ยาลยั
(นายชัยณรงค์ คชั มาตย)์
ชื่อผลงาน : การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเลีย้ งปลาดุก
ผจู้ ดั ทา : 1. นางสาวเกศรา นุ่นโฉม รหสั ประจาตัว 63202011206
2. นางสาวอาจรีย์ อากาเนดิ รหสั ประจาตวั 63202011213
ครทู ี่ปรกึ ษา : นางสาวชิตตนิ นั ท์ แสงสวา่ ง
สาขาวชิ า : การบัญชี
สาขางาน : การบัญชี
ปกี ารศึกษา : 2565
บทคัดยอ่
ในการวิจยั ครั้งนมี้ ีวตั ถุประสงคข์ องการวิจยั คือ 1. ทาให้ทราบตน้ ทนุ และผลตอบแทนจาก
การลงทนุ เพาะเลยี้ งปลาดกุ 2. ทาให้ทราบถงึ ผลกาไรขาดทุนจากการลงทนุ เพราะเล้ียงปลาดกุ 3. เพอื
ศกึ ษาความพงึ พอใจของผ้ลู งทนุ เพาะเล้ยี งปลาดุทีมีต่อการลงทุน
โดยมีสมมตฐิ านในการวจิ ยั คือประชากรทใี ช้ในการศึกษาโครงงานการลงทุนเพาะเล้ียง ปลา
ดุก ได้แก่ เกษตรกร หมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุม่ จังหวัดพษิ ณุโลก กาหนดกลุ่มตวั อย่าง
ทใี ชใ้ นการวิจัยครงั้ นี้ประกอบด้วย เกษตรกร หมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จงั หวัด
พษิ ณโุ ลก เครอื งมอื ทีใช้ในการวจิ ัย ไดแ้ ก่ แบบสอบถามเกียวกับการลงทนุ เพาะเล้ียงปลาดุก
โดยใช้แบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ลาดับ และนาขอ้ มลู มาวิเคราะห์
ค่าสถติ ทิ ใี ชใ้ นการวิจยั คอื โดยใชส้ ถิตพิ ื้นฐานแจกแจงความถี และคา่ ร้อยละ
ผลการวิจัย มีดังนี้
1. ตน้ ทุนในการลงทุนเพาะเลย้ี งปลาดกุ เฉลยี 361,900 บาทตอ่ รุ่น
2. ค่าใช้วัตถุดบิ ทีใช้ในการเลีย้ งปลาดุก 157,500 บาทต่อรุ่น และคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ
192,400 บาทตอ่ รุน่
ก
กิตติกรรมประกาศ
การจัดทาโครงงานคร้งั นี้ สาเร็จลลุ ่วงไดเ้ ป็นอย่างดีด้วยความอนเุ คราะห์ และความกรณุ าให้
คาปรึกษา ต้ังแต่ต้นจนจบเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนให้ความรู้และประสบการณ์ที่ดีแก่ข้าพเจ้าจาก
นางสาวอรวลัญช์ น้อยสมวงษ์ ครูผู้สอนวิชาโครงงาน ผู้จัดทาโครงงานขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมาก
ณ โอกาสน้ี
ขอกราบขอบพระคุณ นางสาวชิตตินันท์ แสงสว่าง ครูท่ีปรึกษาโครงงาน ที่กรุณาแนะนา
และให้คาปรึกษามาตลอดจนสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตั้งแต่แรกให้ความช่วยเหลือแก้ไขข้อบกพร่อง
ตา่ ง ๆ เพื่อจัดทาโครงงานฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ ผู้จดั ทาโครงงานขอขอบคุณคณะอาจารย์ทุกท่าน
ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา บ่มเพาะจนผู้ศึกษาสามารถนาหลักการมาประยุกต์ใช้และอ้างอิงในการ
จัดทาโครงงานคร้ังน้ี อีกทั้ง บิดา มารดา พี่น้องและเพ่ือน ๆ ของผู้จาทาโครงงาน ซึ่งให้กาลังใจ
และความช่วยเหลอื มาโดยตลอด
คุณค่าอันพึงมีจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยอิสระฉบับนี้ ขอมอบเพื่อบูชาคุณบิดา มารดา
ครูอาจารยแ์ ละผูม้ ีพระคุณทกุ ทา่ น
เกศรา นนุ่ โฉม
อาจรยี ์ อ่ากาเนิด
ข
สารบัญ หนา้
บทคัดยอ่ ก
กิตติกรรมประกาศ ข
สารบัญ ค
สารบญั ตาราง ง
สารบัญภาพ จ
บทท่ี
1. บทนา 1
2
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญ 2
1.2 จุดประสงค์ของโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
1.4 นิยามศัพยเ์ ฉพาะ 3
2. เอกสารงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 10
2.1 หลักการแนวคิดทเ่ี กย่ี วกบั ต้นทนุ 13
2.2 หลักการแนวคิดเกย่ี วกบั ผลตอบแทน 17
2.3 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและผลตอบแทน 18
2.4 สภาพปจั จุบนั ของเกษตรกร
2.5 เอกสารงานวิจยั ทเี่ ก่ยี วข้อง 20
3. วิธกี ารดาเนินงาน 20
3.1 กลุ่มเปา้ หมายทใ่ี ช้ในการศึกษา 21
3.2 เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการศึกษา 21
3.3 การเก็บรวบรวมข้อมลู 22
3.4 การวเิ คราะห์ข้อมูล
3.5 สถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ค
สารบัญตาราง
ตารางท่ี หน้า
4.1.1 แสดงการแบ่งประเภทต้นทนุ ทท่ี าการศึกษา 24
4.1.2 แสดงต้นทุนค่าวตั ถดุ ิบในการเล้ียงปลาดุกในบ่อเฉล่ียต่อรุ่น 25
4.1.3 แสดงต้นทุนค่าแรงงานในการเล้ียงปลาดุกในบ่อเฉล่ียต่อรุ่น 25
4.1.4 แสดงขอ้ มูลค่าเสื่อมราคาและอปุ กรณ์ 25
4.1.5 แสดงต้นทุนค่าใช้จา่ ยในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อเฉลี่ยต่อรุ่น 26
4.1.6 แสดงข้อมูลต้นทุนในการเลี้ยงปลาดุกในบอ่ เฉลี่ยต่อรุ่น 26
4.1.7 ขอ้ มลู เก่ยี วกบั ผลตอบแทนในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ 27
4.1.8 แสดงการคานวณหาอัตราผลตอบแทนจากการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ 27
4.2.1 แสดงจานวนค่าร้อยละของขอมลู สถานภาพและข้อมลู ทวั่ ไปจาแนกตามเพศ 28
4.2.2 แสดงจานวนค่าร้อยละของข้อมลู สถานภาพและขอ้ มูลทวั่ ไปจาแนกตามอายุ 28
4.2.3 แสดงจานวนค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและขอ้ มูลทว่ั ไปจาแนกตามการศึกษา 29
4.2.4 แสดงจานวนค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมลู ทว่ั ไปจาแนกตามแหล่งเงนิ 29
4.2.5 แสดงจานวนค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและขอ้ มลู ทวั่ ไปจาแนกตามภาระหนีส้ ิน 30
4.2.6 แสดงจานวนค่าร้อยละของขอ้ มูลค่าแรงงานในการเลี้ยงปลาดุก 30
4.2.7 แสดงจานวนค่าร้อยละของขอ้ มูลพนื้ ทใ่ี นการลงทุนเพาะเล้ียงปลาดุกแยกเป็นทด่ี ินของ 31
ตนเอง และทด่ี ินเช่า 31
4.2.8 แสดงจานวน ค่าร้อยละของประเภทบ่อทใี่ ช้ในการเล้ียง
ง
สารบัญภาพ หน้า
ภาพท่ี 37
45
1. ผู้ตอบแบบสอบถาม 45
2. การปล่อยพนั ธป์ุ ลาดุกลงในบอ่ 46
3. ยาปฎชิ ีวนะทใ่ี ช้ในการเล้ียงปลาดุก 46
4. อาหารปลาทใี่ ช้ในการเล้ียง 47
5. บอ่ ทใี่ ช้ในการเลี้ยงปลาดุก 47
6. การจบั ปลาดุกเพอื่ จาหน่าย 53
7. การจับปลาดุกเพอ่ื จาหนา่ ย
8. พบครูทป่ี รึกษาโครงงาน
จ
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปัญหำ
จังหวัดพิจิตรเป็นอีกจังหวัดหนึ่งท่ีมีผลกระทบในการขยายตัวภาคอุตสาหกรรม ส่งผล
กระทบต่อวถิ ีชวี ิตความเปน็ อยขู่ องเกษตรกรผเู้ ล้ียงปลาดกุ ซึง่ ปญั หาหลกั ๆ ทีเ่ กิดข้ึนสรุปเปน็ ประเด็น
ได้ดังนี้ 1) ด้านสังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไป มีการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกชุมชนเขา้ สู่
ภาคอุตสาหกรรม วัยแรงงานผันชีวิตตนเองไปเป็นกรรมกรในโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากข้ึนทาให้
แรงงานภาคการเกษตรกรเร่ิมขาดแคลนวิถีชีวิต ระบบเครือญาติ สถาบันครอบครัวและการร่วมมือ
กนั ในชมุ ชนผา่ นพธิ ีกรรมตามประเพณีเปล่ียนไป จากการชว่ ยเหลือเกือ้ กูลซึ่งกนั และกันมาเปน็ การใช้
เงินตราแทนท่ี 2) ด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรผู้เล้ียงปลาดุกต้องหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก
เพิ่มมากขึ้น ใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน 3) ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ มและ
ระบบนิเวศท่ีเคยเกื้อกูลกันมีความอุดมสมบูรณ์เปล่ียนแปลงไปสรรพส่ิงตามธรรมชาติเริ่มเสื่อมโทรม
ไปตามสภาพแวดลอ้ มทางการเกษตร
ท้งั นอี้ าจเนอื่ งจากเกษตรกรผ้เู ล้ียงปลาดุกยังมีปัญหาการยอมรับ และการนาความรู้ไปใช้ใน
การเลี้ยงปลาดุก จึงจาเป็นท่ีจะต้องค้นหาวิธีการส่งเสริมการเลี้ยงปลาดุกและนาไปปฏิบัติได้สะดวก
ยิ่งข้ึนและสามารถลดต้นทุนการเล้ียงปลาดุกได้ พร้อมกันนี้เพื่อให้ผลการศึกษาที่ได้สามารถนาไปใช้
ได้ในทางปฏิบัติในพ้ืนที่ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง การศึกษาคร้ังน้ีจึงเลือกพ้ืนที่ที่มีการเพาะเลี้ยง
ปลาดุกตลอดท้ังปีในพื้นที่ที่ต่อเนื่องกันใน ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
เป็นพื้นท่ีศึกษาเนื่องจากพ้ืนท่ีดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับพื้นที่เพาะเล้ียงปลาดุกในภาคกลางและ
ภาคเหนือตอนลา่ งซง่ึ เปน็ พ้นื ที่เพาะเล้ยี งปลาดุกที่สาคัญของประเทศไทย
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงสนใจวจิ ัยเรื่อง ภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาดุกเพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลติ
ขององค์กรเกษตรกรกลุ่มหมดงานสร้างเมือง จังหวัดพิจิตร เพ่ือนาไปต่อยอดเป็นองค์ความรู้ทาง
วิชาการท่ีเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงปลาดุกของเกษตรกรไปเป็นแนวทางในการปรับเปล่ียนวิธีคิดและ
วธิ กี ารผลติ ผา่ นกระบวนการเรียนรแู้ ละการแกไ้ ขปญั หาขององค์กรเกษตรกรต่อไป
2
1.2 วัตถุประสงค์
1.2.1 เพ่ือศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเลี้ยงปลาดุก ของเกษตรกรตาบล
ทา่ ตาล อาเภอบางกระทุ่ม จงั หวัดพิษณโุ ลก
1.2.2 เพ่ือวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเล้ียงปลาดุกของ
เกษตรกรตาบลทา่ ตาล อาเภอบางกระทมุ่ จังหวัดพิษณุโลก
1.3 ขอบเขตของกำรศกึ ษำ
1.3.1 ขอบเขตด้านเนือ้ หา
การศึกษาครง้ั นี้ เปน็ การศึกษาต้นทนุ และผลตอบแทนในการลงทนุ เลี้ยงปลาดุก
ของเกษตรกรตาบลทา่ ตาล อาเภอบางกระทมุ่ จังหวัดพจิ ติ ร
1) ศึกษาตน้ ทุนการเล้ยี งปลาดกุ ตงั้ แต่ขั้นตอนการอนุบาลลูกปลาดุก
สายพนั ธป์ ลาดกุ ท่ีเหมาะแก่สภาพแวดล้อม นา้ ทใี่ ช้ในการเล้ยี งปลาดุก และวิเคราะหโ์ ครงสรา้ ง
ตน้ ทนุ การเล้ียงปลาดุก
2) ศึกษาตน้ ทนุ และผลตอบแทนที่ได้รับจาการลงทุนเลย้ี งปลาดุก
3) ศกึ ษาต้นทนุ และผลตอบแทนในการลงทุนเลีย้ งปลาดุกของเกษตรกรรายย่อย
ท่มี ีขนาดพ้นื ที่ในการเล้ยี ง 10 – 30 ไร่
1.3.2 ชว่ งเวลา
พฤษภาคม – สิงหาคม 2565
1.4 นิยำมศพั ท์เฉพำะ
ต้นทนุ หมายถึง ตน้ ทุนทัง้ สิ้นท่ใี ช้ในการเลยี้ งปลาดุก และแปรสภาพให้เปน็ ปลาตากแห้ง
พรอ้ มจาหนา่ ย
ผลตอบแทน หมายถึง อัตรากาไรต่อต้นทุน อัตรากาไรต่อยอดขาย อัตราผลตอบแทน
จากเงินลงทนุ (ROI) และอตั ราผลตอบแทนจากสินทรพั ย์ (ROA)
เกษตรกร หมายถึง เกษตรกรตาบลท่าตาล อาเภอเมือง จงั หวดั พิษณุโลก ท่ีประกอบอาชีพ
เลยี้ งปลาดุก
บทที่ 2
เอกสารงานวจิ ัยท่เี ก่ยี วข้อง
การศึกษาคร้ังนี้ เป็นการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเล้ียงปลาดุกของ
เกษตรกร ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ผู้ศึกษาได้ศึกษาหลักการแนวคิด
ทฤษฎีและงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งดังนี้คือ
2.1 หลักการแนวคิดเกีย่ วกบั ตน้ ทนุ
2.2 หลกั การแนวคดิ เก่ียวกับผลตอบแทน
2.3 การวเิ คราะหต์ น้ ทุนและผลตอบแทน
2.4 สภาพปัจจบุ ันของเกษตรกร ตาบลทา่ ตาล อาเภอบางกระท่มุ จังหวดั พิษณโุ ลก
2.5 งานวิจัยทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
2.1 หลกั การ แนวคิด เกีย่ วกับตน้ ทุน
ต้นทุนมีความหมายสาหรับฝ่ายบริหารเป็นอย่างย่ิงในการตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิตหรือ
การซอื้ สินค้า การกาหนดราคาขาย การยกเลิกผลิตภัณฑ์ การเลือกกรรมวิธีการผลิต และประเภท
สินค้าดังนั้นข้อมูลเก่ียวกับต้นทุนสินค้าจะต้องแสดงต้นทุนอย่างละเอียด จึงจะช่วยผู้บริหารให้
สามารถวเิ คราะห์ทางเลอื กตา่ ง ๆ ได้อย่างถกู ตอ้ งและมปี ระสทิ ธภิ าพสูงสุด (เฉลมิ ขวัญ ครุฑบญุ ยงค์,
2554: 72)
2.1.1 ความหมายของต้นทนุ
อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ (2554) กล่าวถึงต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของ
ทรพั ยากรท่สี ูญเสียไปเพ่อื ให้ไดส้ ินคา้ หรือบรกิ าร โดยมูลค่านั้นจะต้องสามารถวดั ได้เปน็ หนว่ ยเงินตรา
ซ่ึงเป็นลักษณะของการลดลงในสินทรัพย์หรือเพ่ิมข้ึนในหน้สี ิน ต้นทุนท่ีเกิดข้ึนอาจจะให้ประโยชนใ์ น
ปัจจุบันหรอื ในอนาคตก็ได้ เมอื่ ตน้ ทนุ ใดท่เี กิดขน้ึ แล้ว และกิจการได้ใช้ประโยชน์ไปทั้งสิ้นแล้วต้นทุน
น้ันก็จะถือเป็น “ค่าใช้จ่าย” (Expenses) ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจึงหมายถึงต้นทุนท่ีได้ให้ประโยชน์และ
กิจการได้ใช้ประโยชน์ท้ังหมดไปแล้วในขณะน้ัน และสาหรับต้นทุนที่กิจการสูญเสียไป แต่จะให้
ประโยชน์แกก่ ิจการในอนาคตเรียกวา่ “สนิ ทรัพย์” (Assets)
4
อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ (2554) กล่าวถึงต้นทุน (Cost) หมายถึง เงินสด หรือสิ่งท่ีเทียบเท่าเงินสด
ท่ีใช้ไปเพ่ือให้ได้มาซ่ึงสินค้าและบริการ ก่อให้เกิดรายได้จากสินค้าและบริการ โดยมีมูลค่าที่วัดได้ใน
หน่วยเงินตราของสินทรัพย์หรือประโยชน์อ่ืน ๆ ต้นทุนน้ันอาจก่อให้เกิดประโยชน์ได้ในทันทีหรือเกิด
ภายหลังหากก่อให้เกิดประโยชน์ทันทีจะถือว่าต้นทุนน้ันเป็นค่าใช้จ่าย เช่น อุปกรณ์เคร่ืองจักร
โดยสินทรัพย์ท่ีถูกใช้ไปจะถือเป็นค่าใช้จ่ายในรูปแบบของค่าเส่ือมราคา ต้นทุนนั้นอาจเป็นได้ท้ัง
สินทรัพย์และค่าใช้จ่าย ในกรณีที่เป็นสินทรัพย์จะเกิดข้ึนเม่ือกิจการจ่ายออกไปเพื่อให้ได้สินค้าและ
บริการ มีไว้เพ่ือจาหน่ายหรือมีไว้เพ่ือใช้งาน เป็นต้นทุนที่ใช้แล้วยังมีประโยขน์ต่อไปในอนาคตและ
ตัดจ่ายต้นทุนในรูปของค่าเส่ือมราคาของสินทรัพย์ โดยจะนาไปแสดงไว้ในงบดุลส่วนกรณีท่ีเป็น
ค่าใช้จ่ายจะเป็นต้นทุนของสินค้าหรือบริการที่กิจการจ่ายออกไปเพื่อให้เกิดรายได้ และเม่ือใช้แล้ว
จะหมดประโยชน์ทันทีไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกต่อไป เชน่ คา่ โฆษณา ค่าขนสง่ ออก โดยจะนาไปแสดง
ไวใ้ นงบกาไรขาดทุน
2.1.2 การจาแนกประเภทของตน้ ทุน
ต้นทุนต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนา
ต้นทุนไปใช้ของฝ่ายบริการ ต้นทุนมีความหมายกว้างและครอบคลุมไปถึงการตัดสินใจของผู้บริหาร
ในด้านต่าง ๆ และมีมากมายหลายชนิด และแต่ละชนิดจะให้ความหมายที่แตกต่างกันไปข้ึนอยู่กับ
ลกั ษณะขององค์กรธุรกิจและวัตถุประสงคข์ องการใชต้ น้ ทุน ซ่งึ ในแต่ละลักษณะตา่ งก็ม่งุ เพ่ือทจี่ ะช่วย
ผู้บริหารให้ทาการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ต้นทุนที่เกิดขึ้นสามารถจาแนกประเภท
ตน้ ทนุ ตามวตั ถุประสงคท์ ่ีจะนาขอ้ มลู ไปใชไ้ ดห้ ลายประการ คอื
2.1.3 การจาแนกตน้ ทุนตามลักษณะสว่ นประกอบของผลติ ภัณฑ์
ส่วนประกอบของตน้ ทนุ ท่ใี ช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ แตล่ ะชนดิ (Cost of
a Manufactured Product) จะประกอบด้วยวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่าย
การผลิตถ้าพจิ ารณาในด้านทรพั ยากรท่ีเป็นส่วนประกอบของสินคา้ แล้ว ประกอบดว้ ย
1) วัตถุดิบ (Materials)
วัตถุดิบนับว่าเป็นส่วนประกอบสาคัญของการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์
สาเร็จรูปโดยทั่วไป ซ่ึงต้นทุนที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าอาจจะถูกแบ่งออกเป็น
2 ลักษณะ คือ
1.1) วัตถุดิบทางตรง (Direct material) หมายถึง วัตถุดิบหลักท่ีใช้ใน
การผลติ และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนวา่ ใชใ้ นการผลิตสินค้าชนดิ ใดชนดิ หน่ึงในปรมิ าณและต้นทุน
เท่าใด รวมท้ังจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชนิดน้ัน ๆ เช่น ไม้แปรรูป จัดเป็น
วัตถุดิบทางตรงของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าท่ีใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยางดิบท่ีใช้ในการผลิตยาง
รถยนต์ แรเ่ หลก็ ทใ่ี ช้ในอตุ สาหกรรมถลุงเหลก็ กระดาษท่ีใช้ในธุรกิจสิ่งพมิ พ์ เป็นต้น
5
1.2) วตั ถดุ ิบทางออ้ ม (Indirect materials)
วัตถุดิบทางอ้อม หมายถึง วัตถุดิบต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องโดยทางอ้อม
กับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษทรายที่ใช้
เป็นส่วนประกอบของการทาเครื่องหนังหรือเฟอร์นิเจอร์ น้ามันหล่อล่ืนเคร่ืองจักร เส้นด้ายที่ใช้ใน
การตัดเย็บเส้ือผ้า เป็นต้น โดยปกติแล้ววัตถุดิบทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซึ่งจะถือ
เปน็ ค่าใช้จา่ ยการผลิตชนดิ หนง่ึ
2) ค่าแรงงาน (Labor)
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนท่ีจ่ายให้แก่ลูกจ้าง หรือ
คนงานที่ทาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
คอื ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) และค่าแรงทางอ้อม (Indirect labor)
2.1) ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่าง ๆ
ที่จ่ายให้แก่คนงานหรือลูกจ้างที่ทาหน้าท่ีเก่ียวกับการผลิตสินค้าสาเร็จรูปโดยตรง รวมท้ังเป็น
ค่าแรงงานท่ีมีจานวนมากเม่ือเทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหนึ่ง และจัดเป็น
พนักงานทาความสะอาดเคร่ืองจักร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง
ตลอดจนต้นทุนท่ีเก่ียวข้องกับคนงาน เช่น ค่าภาษีที่ออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เป็นต้น
ซึ่งคา่ แรงงานทางออ้ มเหลา่ นจ้ี ะถือเปน็ สว่ นหน่งึ ของค่าใชจ้ ่ายการผลิต
2.2) ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานที่ไม่
เก่ียวข้องกับค่าแรงงานทางตรงที่ใชใ้ นการผลิตสนิ ค้า เช่น เงินเดือนผู้ควบคุม เงินเดือนพนักงานทา
ความสะอาดเครื่องจักร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง ตลอดจนต้นทนุ ท่ี
เก่ียวข้องกับคนงาน เช่น ค่าภาษีท่ีออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งค่าแรงงานทางอ้อม
เหล่านี้จะถือเป็นสว่ นหนง่ึ ของคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิต
3) คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ (Manufacturing Overhead)
ค่าใช้จ่ายในการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
กับการผลิตสินค้าซ่ึงนอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม
ค่าแรงงานทางอ้อม ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอ่ืน ๆ ได้แก่ ค่าน้า ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเส่ือมราคา
ค่าประกันภัย ค่าภาษี เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวกับ
การดาเนินการผลิตในโรงงานเท่าน้ัน ไม่รวมถึงเงินเดือน ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าเส่ือมราคา ที่เกิดขึ้น
จากการดาเนินงานในสานกั งาน
ดังน้นั ค่าใช้จ่ายในการผลติ จงึ ถือเป็นท่ีรวมของค่าใชจ้ ่ายในการผลิตทางอ้อมต่าง ๆ (Cost
pool of indirect manufacturing costs) ตน้ ทุนผลติ ทางอ้อม (Indirect Costs) เปน็ ต้น
6
2.1.4 การจาแนกต้นทนุ ตามความสัมพันธ์กบั ระดบั ของกจิ กรรม
การจาแนกต้นทุนความสัมพันธ์กับระดับของกิจกรรมน้ีบางคร้ังเราเรียกว่า
การจาแนกต้นทุนตามพฤติกรรมของต้นทุน (Cost Behavior) ซึ่งมีลักษณะที่สาคัญ คือ เป็นการ
วิเคราะห์จานวนของต้นทุนท่ีจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิตหรือระดับของกิจกรรมท่ี
เป็นตัวผลักดันให้เกิดต้นทุน (Cost Driver) ในการผลิตท้ังท่ีเกี่ยวกับการวางแผน การควบคุม
การประเมิน และวัดผลการดาเนินงาน การจาแนกต้นทุนตามความสัมพันธ์กับระดับของกิจกรรม
เราสามารถท่ีจะจาแนกต้นทุนได้ 3 ชนิด คือ ต้นทุนผันแปร ต้นทุนคงท่ี ต้นทุนผสม อย่างไรก็
ตามแนวคิดในการจาแนกต้นทุนใน 3 ชนิดนี้เป็นการจาแนกต้นทุนท่ีอยู่ในช่วงของต้นทุนที่มี
ความหมายต่อการตัดสินใจ (Relevant range) น่ันก็คือ เป็นช่วงทตี่ ้นทุนคงท่ีรวม และต้นทุนผัน
แปรต่อหน่วยยังมีลักษณะคงทหี่ รือไม่เปลี่ยนแปลง
1) ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) หมายถึง ต้นทุนที่จะมีต้นทุนรวม
เปล่ียนแปลงไปตามสัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงในระดับกิจกรรมหรือปริมาณการผลิตในขณะ
ท่ี ต้นทุนต่อหนว่ ยจะคงที่เท่ากนั ทุก ๆ หนว่ ย โดยทั่วไปแล้วต้นทนุ ผนั แปรนจี้ ะสามารถควบคุมได้โดย
แผนกหรือหน่วยงานที่ทาให้เกิดต้นทุนผันแปรนั้น ในเชิงการบริหารน้ัน ต้นทุนผันแปรจะเข้ามามี
บทบาทอย่างมากต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร เช่น การกาหนดราคาสินค้าของกิจการก็จะต้อง
กาหนดให้ครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงท่ีทั้งหมดในกรณีท่ีกิจการจะทาการ
ผลิตจาหน่ายสินค้าในส่วนที่นอกเหนือจากกาลังการผลิตปกติ แต่ไม่เกินกาลังการผลิตสูงสุดของ
กจิ การ การตดั สินใจกาหนดราคาสนิ คา้ ในใบส่ังซอ้ื พิเศษนี้ก็ไมค่ วรท่จี ะต่ากวา่ ต้นทนุ ผันแปรต่อหน่วย
2) ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) หมายถึง ต้นทุนรวมท่ีมิได้เปล่ียนแปลงตาม
ระดับของการผลิตในช่วงของการผลิตระดับหน่ึง แต่ต้นทุนคงท่ีต่อหน่วยก็จะเปล่ียนแปลงในทาง
ลดลงถา้ ปริมาณการผลิตเพมิ่ มากขึน้ นอกจากนีต้ ้นทนุ คงทีย่ ังแบง่ ออกเป็นต้นทุนคงท่ีอกี 2 ลักษณะ
คือ ต้นทุนคงท่ีระยะยาว (Committed Fixed Cost) เป็นต้นทุนคงท่ี ท่ีไม่สามารถเปล่ียนแปลง
ได้ในระยะสั้น เช่น สัญญาเช่าระยะยาว ค่าเส่ือมราคา เป็นต้น และต้นทุนคงที่ระยะสั้น
(Discretionary Fixed Cost) จัดเป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดข้ึนเป็นครั้งคราวจากการประชุมหรือการ
ตัดสนิ ใจของผู้บริหาร เช่น ค่าโฆษณา คา่ ใชจ้ า่ ยในการค้นควา้ และวจิ ัย เป็นต้น สาหรับในเชิงการ
บริหารแล้วตน้ ทุนคงท่สี ว่ นใหญม่ กั จะควบคมุ ไดด้ ว้ ยผบู้ ริหารระดบั สูงเท่านั้น
3) ต้นทุนผสม (Mixed Costs) หมายถึง ต้นทุนท่ีมีลักษณะของต้นทุนคงที่
และต้นทุนผันแปรรวมอยู่ด้วยกัน ในช่วงของการดาเนินกิจกรรมที่มีความหมายต่อการตัดสินใจโดย
ต้นทุนผสมน้จี ะแบง่ ออกเปน็ 2 ชนิด คอื ต้นทนุ ก่ึงผนั แปร และตน้ ทนุ ก่งึ คงท่ีหรอื ตน้ ทนุ เชงิ ข้นั
7
4) ต้นทุนกึ่งผันแปร (Semi variable cost) หมายถึง ต้นทุนที่จะมีต้นทุน
ส่วนหนึ่งคงที่ทุกระดับของกิจกรรม และมีต้นทุนอีกส่วนหน่ึงจะผันแปรไปตามระดับของกิจกรรม
เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรสาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในบางคร้ังก็เป็นการยากท่ีจะระบุได้ว่าต้นทนุ
ส่วนใดเป็นต้นทุนผันแปร ดังน้ัน จึงจาเป็นต้องใช้เทคนิคในการประมาณต้นทุนเข้ามาช่วยในการ
วิเคราะห์ซึ่งเทคนิคในการประมาณต้นทุนจะได้ศึกษาต่อไปในส่วนของการบัญชีต้นทุนที่เกี่ยวกับการ
ใชข้ อ้ มูลเพ่ือการตดั สนิ ใจ
5) ต้นทุนเชิงข้ัน (Step cost) หรือต้นทุนก่ึงคงที่ (Semi fixed cost)
หมายถึง ต้นทุนที่จะมีจานวนคงที่ ณ ระดับกิจกรรมหน่งึ และจะเปลี่ยนไปคงที่ในอีกระดับกิจการ
หน่งึ เช่น เงินเดือนผคู้ วบคมุ คนงาน ค่าเชา่ บางลักษณะเป็นตน้ (อนรุ กั ษ์ ทองสโุ ขวงศ์, 2554)
2.1.5 การจาแนกต้นทนุ ตามหนา้ ทีง่ านหรอื ตามแผนกทเ่ี กิดตน้ ทนุ การจาแนกต้นทนุ ตาม
หน้าที่งานหรือตามแผนกงานที่เกิดต้นทุน เป็นการจาแนกโดยพิจารณาต้นทุนท่ีเกิดข้ึนจากการ
ดาเนินงานหรือปฏบิ ตั งิ านของหน้าทง่ี านฝา่ ยตา่ ง ๆ ของแต่ละแผนกทที่ าตามงานที่ได้รับมอบหมายจึง
แบ่งต้นทุนส่วนประกอบทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ตน้ ทุนการผลติ สนิ ค้าและตน้ ทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต
1) ต้นทุนการผลิต หมายถึง ต้นทุนที่เก่ียวกับการผลิตสินค้าเพื่อแปรสภาพ
วัตถุดิบให้เป็นสินค้าสาเร็จรูปออกมาเพ่ือจาหน่าย ซึ่งก็คือต้นทุนผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยต้นทุน
วัตถุดิบทางตรง และต้นทุนค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตเป็นสินค้าสาเร็จรูป หรือ
ตน้ ทุนผลิตภัณฑ์นนั่ เอง
2) ต้นทุนท่ีไม่เก่ียวข้องกับการผลติ หมายถึง ต้นทุนที่เกิดจากการดาเนินงาน
ของสว่ นทไ่ี ด้ทาการผลิตสนิ ค้า เป็นตน้ ทุนทส่ี นับสนนุ ให้มีการขายสนิ ค้า แบง่ ได้ออกเป็นค่าใช้จ่ายใน
การดาเนนิ งานประกอบด้วย คา่ ใชจ้ ่ายในการขายและคา่ ใชจ้ ่ายในการบริหารท่ัวไป เชน่ คา่ โฆษณา
ค่านายหน้าพนักงานขาย เงินเดือนพนักงาน วัสดุสานักงาน ค่าเสื่อมอุปกรณ์สานักงานรวมถึง
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และต้นทุนทางการเงิน เช่น ต้นทุนจากการขาย
สินทรพั ยถ์ าวรและดอกเบ้ียเงินกู้ เป็นต้น
2.1.6 การจาแนกตน้ ทุนตามงวดบัญชีจากชว่ งเวลาท่ที ากาไร
การจาแนกต้นทุนตามงวดบญั ชีจากชว่ งเวลาท่ีทากาไร เป็นการวัดผลการดาเนนิ งาน
สาหรับงวดบัญชีหน่ึง โดยเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายของงวดบัญชีเดียวกัน จึงต้องมีการ
พิจารณาว่าต้นทุนจานวนใดได้ประโยชน์ และการหมดประโยชน์ต้องตัดเป็นค่าใช้จ่ายประจางวด
แต่หากจานวนใดยังไม่ได้ประโยชน์ถือเป็นสินทรัพย์ไปงวดหน้า จาแนกเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์
และต้นทนุ ตามงวดเวลา
8
1) ต้นทุนผลิตภัณฑ์ หมายถึง ต้นทุนท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์ท้ัง
ทางตรงและทางอ้อม เป็นต้น ทุนที่ใช้แล้วมิได้หมดไปแต่จะแสดงอยู่ในรูปของต้นทุนการผลิตหรือ
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ต้นทุนแรงงานทางตรง และต้นทุนค่าใช้จ่าย
การผลิต
2) ต้นทนุ ตามงวดเวลา หมายถงึ ต้นทุนท่ีไม่เกี่ยวข้องกับการผลติ เปน็ ตน้ ทนุ
หรือค่าใช้จ่ายท่ีมิได้เกิดขึ้นโดยตรงทางการผลิตสินค้า เป็นต้นทุนที่ใช้แล้วหมดไปในแต่ละงวดต้นทนุ
ส่วนนี้จะถือเป็นค่าใช้จ่ายเพ่ือนาไปหักออกจากรายได้ให้ได้กาไรสุทธิ เช่น เงินเดือนพนักงาน
ค่าโฆษณา ค่านายหนา้ คา่ ขนสง่ สินค้า และค่าเสื่อมราคา เปน็ ต้น
2.1.7 การจาแนกต้นทนุ ตามความสมั พนั ธ์กับการผลติ
การจาแนกต้นทุนตามวิธีนี้มีลักษณะคล้ายกับการจาแนกต้นทุนตามส่วนประกอบ
ของการผลิต ซ่ึงมีวัตถุประสงค์ในการจาแนกต้นทุนเพื่อใช้ในการวางแผนและการควบคุมมากกว่าท่ี
จะจาแนกเพื่อคานวณตน้ ทุนของสนิ คา้ คอื ต้นทุนขัน้ ต้นกบั ตน้ ทุนแปรสภาพ
1) ต้นทุนขั้นต้น หมายถึง ต้นทุนท่ีเป็นส่วนประกอบสาคัญของการผลิต
ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงและต้นทุนแรงงานทางตรง ซึ่งต้นทุนขั้นต้นจะมีความสัมพันธ์
โดยตรงกบั การผลิต
2) ต้นทุนแปรสภาพ หมายถึง ต้นทุนท่ีเกิดจากการแปรสภาพวัตถุดิบไปเป็น
สนิ ค้าสาเรจ็ รูปประกอบด้วยต้นทนุ แรงงานทางตรงและคา่ ใช้จ่ายในการผลติ
2.1.8 การจาแนกตน้ ทุนตามวตั ถปุ ระสงค์ของหนว่ ยตน้ ทนุ
การจาแนกต้นทุนตามวัตถุประสงค์ของหน่วยต้นทุน เป็นการแยกโดยพิจารณาถึง
ต้นทนุ ที่เกิดข้นึ วา่ สามารถระบุต้นทุนเขา้ หนว่ ยวดั ตน้ ทนุ ไดช้ ดั เจน เชน่ ผลติ ภัณฑห์ รอื สายผลิตภัณฑ์
หรือค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครอ่ื งจักรเป็นตน้ ทนุ ของแผนกลผลิตจาแนกได้เปน็
1) ตน้ ทุนทางตรง หมายถึง ต้นทุนที่สามารถระบตุ ้นทนุ หรือติดตามเข้าหน่วย
วัดต้นทุนได้ง่ายและชัดเจน เช่น ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง และค่าแรงงานทางตรงท่ีใชใ้ นการผลิตงาน
หน่วยใดหน่วยหน่ึง หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตของหน่วยงานน้ันโดยตรงอาจวัดเป็น
จานวนหน่วยหรือจานวนเงินได้ เช่น ในการผลิตเส้ือผ้าสาเร็จรูปสามารถติดตามต้นทุนค่าผ้าเป็น
ต้นทุนทางตรงของเส้อื ผ้าสาเรจ็ รูป
2) ตน้ ทนุ ทางอ้อม หมายถงึ ต้นทนุ ที่ไม่สามารถติดตามเข้าหน่วยวัดตันทุนได้
ง่ายหรือไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากการผลิตสินค้าชนิดใด หน่วยใด เนื่องจากต้นทุนเหล่าน้ี
เกิดจากหนว่ ยวดั ตน้ ทนุ หลายหน่วยให้ประโยชนแ์ ก่สินค้าหลายชนิด หลายหน่วยงาน เชน่ ค่าไฟฟ้า
โรงงาน เงินเดือนผู้ควบคุมงาน ค่าเสื่อมราคาอาคารโรงงาน ค่าเบี้ยประกันโรงงาน และค่ารักษา
9
ความปลอดภัยของโรงงาน ซ่ึงเป็นค่าใช้จ่ายรวม จึงไม่สามารถระบุได้ กรณีกิจการจะต้องหา
หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารทีเ่ หมาะสมมาปันสว่ นจัดสรรเข้าหน่วยวัดต่าง ๆ
2.1.9 การจาแนกตน้ ทนุ ตามลกั ษณะของความรบั ผดิ ชอบ
การจาแนกโดยวิธีนี้เป็นการจาแนกต้นทุนท่ีเกิดขึ้นในหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยมี
หัวหน้ารับผิดชอบในจานวนต้นทุนชนิดน้ี เช่น แผนกผลิต รับผิดชอบต้นทุนท่ีเกิดขึ้นจากการผลิต
สินคา้ ซง่ึ ได้แก่ ตน้ ทุนวตั ถดุ บิ ทางตรง แรงงานทางตรง และต้นทุนคา่ ใช้จา่ ยการผลิต
1) ต้นทุนที่ควบคุมได้ หมายถึง ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่สามารถระบุและ
กาหนดไดว้ ่าหนว่ ยงานใดหรือบคุ คลไดเ้ ปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบ และสามารถกาหนดส่งั การใหเ้ พิม่ ต้นทนุ ลงได้
จากการตัดสินใจของหน่วยงานหรือบุคคลน้ัน เช่น ผ้จู ัดการโรงงานสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตท่ี
เกดิ จากการใชว้ ตั ถุดิบ แรงงาน และคา่ ใช้จา่ ยการผลติ ได้ โดยการควบคุมไมใ่ ห้สงู กว่าหรอื มากกว่าที่
ไดก้ าหนดไว้
2) ต้นทุนท่ีควบคุมไม่ได้ หมายถึง ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายท่ีสามารถกาหนดได้
หรืออยู่ภายใต้อาอาจการส่งั การนั้นได้ และไม่สามารถควบคุมต้นทุนประเภทนี้ให้เพิ่มขึ้น หรือลดลง
ได้ เช่น ผู้ควบคุมตราประจาแผนก อาจจะควบคุมแผนกตนเองได้แต่ไม่สามารถควบคุมต้นทุนค่า
เสือ่ มราคาโรงงานทไี่ ดร้ ับจัดสรรปันสว่ นให้แผนกของตนเองได้
2.1.10 การจาแนกต้นทนุ ตามลกั ษณะการวิเคราะหป์ ัญหาเพื่อการตัดสนิ ใจ
การจาแนกต้นทุนโดยวิธีนี้เป็นการจาแนกต้นทุนของการวิเคราะห์ต้นทุนตาม
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนเพื่อการตัดสินใจ ซง่ึ เป็นหน้าที่ท่ีสาคัญอันหน่ึงของผู้บริหาร คอื การตัดสินใจในการ
ดาเนินงานของธุรกิจซึ่งบางครั้งอาจจะต้องประสบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน ทั้งปัญหาประจาวันหรือ
ปญั หาเฉพาะหน้า ผู้บรหิ ารจาเปน็ ต้องใช้ข้อมูลต้นทุนเป็นเคร่ืองมือในการตดั สนิ ใจเลือกทางเลือกท่ีดี
ที่สุดทาให้ธรุ กิจได้รบั ประโยชนส์ ูงสุด ในบางกรณีจะต้องคาดหวังหรือปรับปรุงต้นทุนที่เกดิ ข้นึ ในอดีต
มาปรับแก้ไขให้เข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน และยังต้องพิจารณาต้นทุนที่ใช้ในการตัดสินใจ
หรือต้นทนุ ท่เี ก่ยี วข้องกับปัญหาหรือทางเลือกท่ผี ้บู ริหารจาเปน็ ต้องพจิ ารณา เพอื่ การตัดสนิ ใจจาแนก
เป็นตน้ ทุนสว่ นต่าง ตน้ ทุนคา่ เสยี โอกาส ตน้ ทุนท่ีหลีกเลีย่ งได้และตน้ ทนุ จม
1) ต้นทุนส่วนต่าง หมายถึง ผลต่างของต้นทุนรวมระหวา่ งสองทางเลือกหรอื
ต้นทุนท่ีเปล่ียนแปลงไปจากต้นทุนเดิมตามแบบที่เคยปฏิบัติ โดยเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ
เน่ืองจากการตัดสินใจกระทาแทนการดาเนินการ ด้วยการเพิ่มลดหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ ๆ
อาจจะมีผลทาให้ธุรกิจมีผลกาไรเพ่ิมข้ึน จึงเป็นต้นทุนท่ีใช้สาหรับวิเคราะห์การเลือกปฏิบัติวธิ ีการจะ
เปน็ ต้นทนุ ที่ไม่มีความหมายต่อการตดั สนิ ใจเลอื กทางเลือกนัน้ ๆ
10
2) ต้นทุนค่าเสียโอกาส หมายถึง รายได้หรือผลประโยชน์ท่ีไม่ได้เกิดจากการ
เลือกทางเลือกใดทางหน่ึง และปฏิเสธทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง ทาให้สูญเสียรายได้ท่ีควรจะได้รับ
จากทางเลือกท่ีไม่ได้เลือก โดยปกติต้นทุนค่าเสียโอกาสจะไม่มีการบันทึกลงบัญชีของกิจการเพราะ
มิได้เป็นตน้ ทุนทเี่ กดิ ข้นึ จริง แต่เป็นตน้ ทนุ ทีส่ มมติขึ้นเพ่ือใชใ้ นการตดั สนิ ใจ
3) ต้นทุนท่ีหลีกเล่ียงได้ หมายถึง ต้นทุนท่ีสามารถหลีกเลี่ยงได้ จากการลด
ระดบั กจิ กรรมหรอื หยุดกจิ กรรม และสามารถประหยัดได้จากการตัดสินใจเลือกทางเลือกใดทางเลือก
หนึ่งซึ่งหากยกเลิกหรือหยุดกิจกรรมใดแล้ว สามารถยกเลิกต้นทุนนั้นได้ และต้นทุนจะเพ่ิมข้ึนเม่ือ
กจิ กรรมเพมิ่ ขึ้น
4) ต้นทุนจม หมายถึง ต้นทุนที่เกิดขึ้นเน่ืองจากผลการตัดสินใจในอดีต
ไม่มีผลต่อการตัดสินใจในปัจจุบันและอนาคต ไม่สามารถนามาพิจารณาในการตัดสินใจ ต้นทุนจม
เป็นต้นทุนท่ีเกิดข้ึนแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าการตัดสินใจจะเป็นอย่างไร ท้ังในปัจจุบันหรือใน
อนาคตส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น บริษัทได้ตัดสินใจซ้ือเคร่ืองจักรเมื่อ 5 ปี
ก่อนแต่หลังจากซ้ือแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ค่าเคร่ืองจักรท่ีซื้อจะกลายเป็นต้นทุนจมทันที
ถึงแม้ว่าต้นทุนจมจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจในปัจจุบัน แต่ควรตัดสินใจเลือกทางเลือกที่สามารถใช้
ประโยชนจ์ ากตน้ ทุนไดม้ ากทส่ี ุด
2.2 หลกั การ แนวคดิ เกีย่ วกับผลตอบแทน
สง่ิ ทผ่ี ้ลู งทุนมงุ่ หวังจะได้จากการลงทนุ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในธรุ กจิ ในหลกั ทรพั ยห์ รอื ใน
อสังหาริมทรัพย์ก็คือ ผลตอบแทนหรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนน้ัน ซ่ึงคาว่าอัตรา
ผลตอบแทนลงทุนนั้น ซึ่งคาว่าอัตราผลตอบแทนน้ีมีความหมายกว้างขวางมาก อาจหมายถึงอัตรา
ผลตอบแทนจากสินทรพั ยร์ วม อตั ราผลตอบแทนจากเงนิ ลงทนุ ระยะยาว อตั ราผลตอบแทนจากส่วน
ของผู้ถือหุ้นสามัญ และอัตราผลตอบแทนที่กินความหมายแคบลงไปอีกก็คืออัตราผลตอบแทนจาก
โครงการลงทุนเฉพาะโครงการ ซ่ึงแต่ละอย่างจะมีรูปแบบการวัดที่แตกต่างกันไปบ้าง และการใช้
ประโยชน์ก็แตกต่างกัน ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์เป็นสาคัญ อัตราส่วน
ผลตอบแทนนอกจากใช้ประโยชน์ในการประมินผลของโครงการปฏิบัติงาน ยังใช้ประโยชน์ช่วยใน
การตัดสินใจลงทนุ วางแผนควบคมุ และปรับปรุงการดาเนินงาน (เพชรี ขมุ ทรพั ย์. 2554: 279)
11
2.2.1 อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทนุ
อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน ( Return on Investment หรือ ROI)
เป็นเกณฑ์ในการวัดการปฏิบัติงานท่ีมีความสาคัญมาก เกณฑ์ในการวัดการปฏิบัติงานมีหลายอย่าง
เช่น วัดจากการเปล่ียนแปลงยอดขาย เปลี่ยนแปลงในกาไร หรือวัดจากผลผลิตที่ได้ การวัดแต่ละ
อย่างมิได้เป็นเกณฑ์วัดที่สมบูรณ์ ถ้ายอดขายเพิ่มแสดงว่าการปฏิบัติงานทาได้ดี แต่การเพ่ิมข้ึนของ
ยอดขายอาจเป็นผลให้เสียค่าใช้จ่ายสูง เช่น เสียส่วนลดสูง หรือเกิดจากการลดราคา ดังน้ัน
เกณฑ์การวัดท่ีดีควรวัดกาไร ซ่ึงเป็นปัญหาอีกว่ากาไรมากหรือน้อยเปรียบเทียบจากอะไรทางหนึ่งที่
ทาให้เราทราบถึงภาวะในการหกาไรของบริษัทก็คือ การเปรียบเทียบกาไรที่หาได้กับขนาดของเงินที่
ลงทุน ดังน้ัน วิธีการวัดการปฏิบัติงานของธุรกิจด้วยกาไรสุทธิต่อเงินลงทุนในสินทรัพย์ท่ีก่อให้เกิด
รายไดจ้ งึ เปน็ วิธที ่ีใชไ้ ดด้ ี และใช้กันอยา่ งกวา้ งขวาง
อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน ใช้ประโยชน์ในนการเปรียบเทียบเลือกทางเลือก
ในการลงทุนหากทางเลือกอ่ืน ๆ ให้ผลตอบแทนท่ีแตกต่างกัน แต่มีระดับความเส่ียงที่เท่ากัน
กรณีเช่นนี้จะเลือกทางเลือกที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนสูงสุดท่ีสุด แต่ตามข้อเท็จจริงการ
ลงทนุ ในสินทรัพย์แต่ละประเภทอัตราผลตอบแทนท่ไี ดไ้ มเ่ ท่ากนั ทั้งนี้ขนึ้ อยู่กับความเส่ยี งในสินทรัพย์
ลงทุนประเภทน้ัน ๆ เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนจะต่า เน่ืองจากความเส่ียง
น้อยมากหรือกล่าวได้ว่าไม่มีความเส่ียงเลย ผิดกับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งสินทรัพย์ประเภทท่ีมีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปีความเส่ียงจะสูงและอัตราผลตอบแทนที่
ต้องการเพ่ือให้คุ้มกับความเส่ียงจึงสูงด้วย ดังนั้นอัตราผลตอบแทนจึงใช้ประโยชน์ในการประเมินผล
การดาเนนิ งานว่าผลตอบแทนทีไ่ ด้เปน็ ไปตามเปา้ หมายทต่ี ้องการหรือไม่
สตู รในการคานวณหาอตั ราผลตอบแทนจากเงินลงทนุ มีดังนี้ (เพชรี ขมุ ทรพั ย,์ 2554:282)
อตั ราผลตอบแทนจากเงินนลงทุน = กาไรสุทธิ x 100
สนิ ทรพั ยร์ วม
เงินลงทุนในท่ีนี้มีได้หลายความหมาย การวัดผลตอบแทนจึงข้ึนอยู่กับจุดมุ่งหมาย
ในการวัดเป็นต้นว่า วัดผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม ผลตอบแทนจากเงินทุนระยะยาว (หน้ีสิน
ระยะยาวสว่ นของผู้ถือหุ้น) หรอื ผลตอบแทนจากส่วนของผูถ้ ือห้นุ เปน็ ต้น
1) สินทรัพย์รวม อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมเป็นวิธีวัดประสิทธิภาพการ
ดาเนินงานท่ีดีท่ีสุดของธุรกิจ เป็นการวัดผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั้งหมดท่ีมีอยู่ในธุรกิจอย่างไรก็
ตามการวดั ผลตอบแทนนี้ ผู้วเิ คราะห์อาจใหค้ วามสนใจหรือเน้นวัดเงนิ ทนุ เฉพาะส่วน หรอื คาดคะเน
12
การดาเนินงานสาหรบั สนิ ทรพั ยร์ วมนั้นอาจมีสินทรัพย์บางสว่ นท่มี ิได้ใช้ในการดาเนินงานตามปกติของ
ธุรกิจ เช่น โรงงานท่ีไม่ใช่ประโยชน์ ส่ิงอานวยความสะดวกท่ีอยู่ระหว่างก่อสร้างของคงเหลือที่มาก
เกนิ ความจาเปน็ เงนิ สดถอื ไว้มากเกนิ ความจาเป็น สินทรัพยไ์ มม่ ตี วั ตน และรายจ่ายรอการตัดบัญชี
ตามแนวคิดนี้ในการคานวณจะใช้สินทรัพย์ดาเนินงานจะไม่รวมสินทรัพย์ตามที่กล่าว ทั้งน้ีโดยมี
แนวคิดว่า ผู้บริหารไม่ควรต้องรับผิดชอบในการหาผลตอบแทน ให้กับสินทรัพย์ส่วนที่มิได้นามาใช้
ประโยชน์เพ่ือหารายได้โดยตรง แต่แนวคิดอีกลักษณะหน่ึงกลับเห็นกว่าสินค้าท่ีลงทุนมากเกินความ
จาเป็น หรือลงทุนในสินทรัพย์ถาวรมากเกินความจาเป็นย่ิง แสดงให้เห็นถึงการใช้สินทรัพย์ขั้นขาด
ประสิทธิภาพ กรณีเช่นน้ีควรที่จะนาสินทรัพย์ดังกล่าวรวมอยู่ในสินทรัพย์ดาเนินงานด้วยอย่างไรก็
ตามมีสนิ ทรัพยบ์ างรายการที่มิใชก่ ารลงทุนเพ่ือการดาเนินงสนตามปกติของธรุ กจิ นั้นโดยตรงแต่ลงทุน
ไว้เน่ืองจากมีเงินมากเกินความจาเป็นหรือเพ่ือต้องการควบคุมกิจการอ่ืน รายการเหล่านี้ ได้แก่เงิน
ลงทนุ ระยะยาว อตั ราผลตอบแทนจากสนิ ทรัพยด์ าเนินงาน จงึ มคิ วรรวมสินทรัพย์ดงั กลา่ ว
ในแง่ของการใช้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนเพื่อการบริหารภายใน ควรประเมนิ
การดาเนินงานดว้ ยสนิ ทรพั ย์กอ่ นหักค่าเส่อื มราคาสะสมด้วยเหตผุ ลดังนี้
ก) สนิ ทรัพยเ์ มื่อถกู ใช้งานผา่ นไป ยงั คงสามาตรใชง้ านตอ่ ไปได้ การคิดคา่ เสอื่ ม
ราคาในแต่ละปเี ปน็ เพียงการจัดสรรสินทรัพยถ์ ือเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย เพือ่ คานวณกาไรเทา่ นน้ั
ข) ถ้าสินทรัพย์ท่ีใช้เป็นสินทรัพย์สุทธิในปีต่อ ๆ ไปสินทรัพย์สุทธิจะลดลงทั้ง ๆ
ท่ีกาไรปีต่อไปยังคงเหมือนเดิม อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนสุทธิน้ีจะเพ่ิมข้ึน ๆ โดยไม่ต้องใช้
ความพยายามมากกวา่ เดมิ ซึง่ อาจทาใหเ้ กิดความเข้าใจผิดได้
2) เงินลงทนุ ระยะยาว (หนี้สนิ ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุน้ ) อตั ราผลตอบแทน
จากเงนิ ทุนระยะยาว ผทู้ ส่ี นใจในอัตราผลตอบแทนน้ีมีอยู่ 2 ฝา่ ย ซง่ึ ตา่ งกเ็ ปน็ ผูใ้ หเ้ งินทนุ ระยะยาว
ได้แก่ เจา้ หนรี้ ะยะยาว และผูถ้ อื หุ้น
3) สว่ นของผู้ถอื หนุ้ เปน็ อตั ราผลตอบแทนจากสว่ นของผู้ถือหุ้น ซึ่งอตั ราส่วน
น้ีผทู้ ีใ่ ชป้ ระโยชนก์ ค็ อื ผู้ถอื หุ้น เป็นเคร่ืองวดั ว่าผลู้ งทนุ จะไดผ้ ลตอบแทนจากเงินลงทนุ ส่วนนเ้ี ท่าไร
4) กาไรที่นามาใช้ในการคานวณควรเป็นกาไรจากการดาเนินงาน กาไรก่อน
ภาษีหรือกาไรสุทธิ ซึ่งจะใช้กาไรตัวใดนั้นขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการคานวณหา
ซ่งึ แบ่งเปน็ กรณดี ังน้ี
ก) ถา้ ต้องการคานวณหาอตั ราผลตอบแทนจากสนิ ทรัพย์รวม หรอื เงินกาไรท่ีใช้
ควรเป็นกาไรก่อนดอกเบ้ียและภาษี ท้ังน้ีมองในแง่ผลตอบแทนให้แก่ตอบแทนให้แก่เจ้าของเงินทุน
คอื เจา้ หนส้ี ่วนเงนิ ปนั ผลตอนแทนทใ่ี ห้แกท่ นุ ส่วนของผู้ถือห้นุ
13
ข) การคานวณอัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ กาไรท่ีจะต้องเป็น
กาไรหลังหักดอกเบี้ยและหลังหักภาษีเงินได้ นอกจากน้ีหากเป็นบริษัทที่มีหุ้นส่วนบุริมสิทธิ
เงินปนั ผลหนุ้ บรุ มิ สิทธิ จะตอ้ งนาหักออกดว้ ย เพ่ือหากาไรสว่ นของผู้ถือห้นุ สามัญ
5) เป้าหมายในการใช้อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน การปฏิบัติงานอย่าง
ประหยัดเป็นเป้าหมายแรกของธุรกิจท่ีจะต้องถือปฏิบัติ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการ
ดาเนนิ งานจะเป็นตัวกาหนดความอยรู่ อดทางการเงนิ ของธุรกิจนั้น จงึ เปน็ ตัวดงึ ดดู ใหเ้ จ้าของเงินจาก
แหล่งต่าง ๆ และให้ผลตอบแทนแก่เจ้าของเงินลงทุนเหล่านั้นอย่างเพียงพอ อัตราผลตอบแทน
จากเงินลงทุน จึงเป็นเครื่องวัดการดาเนินงานของธุรกิจและยังใช้ประโยชน์ท่ีสาคัญที่สุด
2 ประการ คอื
ก) ใช้เปน็ เครอื่ งมือชคี้ วามมปี ระสิทธภิ าพในการบริหารงานของฝา่ ยบริหารกาไร
ที่ได้เพียงพอหรือมากกว่าค่าของทุนในเงินที่จ่ายลงทุนในธุรกิจหรือไม่ ส่ิงสาคัญที่สุดข้ึนอยู่กับ
สินทรัพย์ท่ีมีอยู่ ความชานาญ ความซ่ือสัตย์ และแรงกระตุ้นจากฝ่ายบริหาร ดังนั้นการลงทุนท่ีให้
ผลตอบแทนจากเงินลงทุนเป็นระยะเวลายาว เป็นส่ิงท่ีผู้วิเคราะห์ต้องให้ความสนใจและให้
ผลตอบแทนจากเงินลงทุนในอนาคตได้ ตามวิธีนี้นอกจากใช้เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการคาดคะเน
กาไรแล้วยงั ใชเ้ ปน็ เครื่องมอื ทดสอบกาไรทค่ี าดคะเนไดจ้ ากวิธอี น่ื อกี สว่ นหนงึ่
2.2.2 อตั ราผลตอบแทนจากสนิ ทรพั ย์รวม
อัตราผลตอบแทนจากสินทรพั ย์รวม (Return on assets หรือ ROA) เปน็ การ
วั ด ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก สิ น ท รั พ ย์ ที่ มี อ ยู่ ว่ า ใ ช้ ไ ด้ ม า ก น้ อ ย เ พี ย ง ใ ด ซึ่ ง ค า น ว ณ จ า ก สู ต ร ดั ง นี้
(เพชรี ขุมทรพั ย์ .2554: 283)
อตั ราผลตอบแทนจากสินทรพั ยร์ วม (ROA) = กาไรสุทธิ x 100
สนิ ทรัพย์รวม
2.3 การวเิ คราะห์ต้นทนุ และผลตอบแทน
2.3.1 การวิเคราะห์ต้นทุน
การวิเคราะห์พฤติกรรมต้นทุน (cost behavior analysis) เป็นการวิเคราะห์ผล
ท่ีต้นทุนตอบสนองการเปลี่ยนแปลงปริมาณกิจกรรมการผลิต ณ ระดับต่าง ๆ เน่ืองจากต้นทุนต่อ
หน่วยจะมีการแปรไปได้เมื่อปริมาณการผลิตเปลี่ยนแปลง เพราะต้นทุนบางส่วนท่ีเป็นต้นทุนคงท่ีไม่
ว่าปริมาณการผลิตจะมากหรือน้อยเพียงใด ทาให้ต้นทุนต่อหน่วยเปลี่ยนแปลงไป ในท่ีน้ีต้อง
14
พิจารณาที่ต้นทุน (variable cost) ต้นทุนคงท่ี (fixed cost) ต้นทุนก่ึงคงที่ (semi-fixed cost)
(อดศิ ร เลาหวณชิ , 2552: 77)
1) ต้นทุนผันแปร (Variable cost) หมายถึง ต้นทุนท่ีแปรเปลี่ยนโดยตรงหรือ
เกือบโดยตรงกับระดับการผลิตที่แปรเปล่ียนไป ในกิจการที่ผลิตสินค้า ต้นทุนผันแปรจะได้แก่
วัตถุดิบ ทางตรง ค่าแรงทางตรง เพราะปริมาณการใช้วัตถุดิบทางตรง และค่าแรงทางตรงจะผัน
แปรตามปริมาณการผลิตอย่างแน่นอน สาหรับในกิจการท่ีซื้อสินค้าทาจาหน่าย ต้นทุนผันแปรจะ
ไดแ้ ก่ ต้นทุนขาย ซึ่งเกย่ี วขอ้ งโดยตรงกบั ตน้ ทนุ ของสนิ ค้าที่กิจการขายออกไป
2) ต้นทุนคงท่ี (Fixed cost) หมายถึง ต้นทุนท่ีไม่เปลี่ยนแปลงตามยอดผลิต
โดยตรง ไม่ว่าปริมาณการผลิตจะมากหรือน้อย เช่น การท่ีกิจการเช่าโรงงานและต้องเสียค่าเช่าไม่
ว่าการผลติ จะมากหรือน้อยกิจการกต็ ้องเสยี ค่าเช่าเทา่ เดิม ดงั น้นั ยงิ่ ผลติ สินค้ามากเทา่ ใด ต้นทนุ คงที่
ของสินคา้ ตอ่ หน่วยก็จะตา่ ลง ในทางตรงกันขา้ ม ถา้ ผลิตน้อยลงตน้ ทนุ ตอ่ หนว่ ยก็จะสงู ข้ึน
3) ต้นทุนก่งึ คงที่ (Semi-fixed cost) ต้นทุนคงท่นี น้ั แม้จะไมผ่ ันแปรตามปริมาณ
การผลติ แต่ก็เพียงระดับการผลิตชว่ งหน่ึงเท่าน้ัน ถา้ กิจการต้องเพ่ิมกาลังการผลิตมากขน้ึ กจิ การอาจ
ต้องเช่าโรงงานเพ่ิม มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยท่ีปริมาณการผลิตในโรงงานแห่งหน่ึงท่ีสองอาจไม่มากนัก
ทาใหต้ ้นทนุ ติอหน่วยเพ่มิ ข้นึ ได้
4) ต้นทุนรวม (Total cost) หมายถึง ต้นทุนผันแปรกับต้นทุนคงท่ีเป็นต้นทุน
ท้งั หมดท่ีเกดิ ขึน้ จรงิ
2.3.2 การวิเคราะต้นทุนปริมาณและกาไร หมายถึง การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ
ต้นทุนปริมาณและกาไรที่ได้จากการดาเนินงาน การวิเคราะห์มีประโยชน์ในแง่ของการนาผลที่ได้มา
ใช้ในการพิจารณาผลการดาเนินงาน ทราบราคาขาย ทราบจุดคุ้มทุนของการผลิตสินค้า
เพื่อจาหน่ายแตล่ ะคร้งั และทราบแนวทางในการกาหนดราคา ปรมิ าณจาหนา่ ยเพ่ือให้ได้กาไรตามที่
ต้ อ ง ก า ร ส่ิ ง เ ห ล่ า น้ี ผู้ วิ เ ค ร า ะ ห์ จ ะ ต้ อ ง พิ จ า ร ณ า ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ข อ ง ต้ น ทุ น ท่ี ผั น แ ป ร ต า ม ย อ ด ข า ย
ตน้ ทุนคงที่ ซงึ่ แปรเปล่ียนตามยอดขาย และปริมาณขาย โดยมีปัจจยั สาคญั ทค่ี วรทราบดังนี้
1) กาไรขั้นต้น (Contribution margin) หมายถึง ผลต่างของยอดขายสิทธิกับ
ต้นทนุ ผันแปร
2) กาไรขั้นต้น (Contribution margin per unit) หมายถงึ การพจิ ราณาผลตา่ ง
ของยอดขายสทุ ธกิ ับตน้ ทนุ ผนั แปร แต่คิดบนอัตราตอ่ หนว่ ย
15
2.3.3 การวเิ คราะหจ์ ุดคุม้ ทนุ
จุดคุ้มทุน (Break even point) หมายถึง จุดขายแสดงในรูปปริมาณหน่วยขาย
หรือราคาขายรวม ณ จุดที่ไม่เกิดกาไรหรือขาดทุน หากพิจารณาจะพบว่า ณ จุดคุ้มทุนผันแปรท่ี
เกิดข้ึนทุก ๆ หน่วยที่ขายจะต้องขายเพื่อให้ยอดขาย ณ จุดดังกล่าวครอบคลุมทั้งต้นทุนผันแปรท่ี
เกิดขึ้นทุก ๆ หน่วยท่ีขายและขายด้วยปริมาณมากพอที่กาไรที่เกิดข้ึนแต่ละหน่วยเมื่อรวมกันแล้วมี
มูลคา่ เท่ากับตน้ ทุนคงที่ทงั้ หมดจึงทาใหเ้ กิดการเสมอตัว ไมข่ าดทุนหรอื กาไร
การวิเคราะห์โดยใช้กาไรขั้นต้นต่อหน่วย เป็นการวิเคราะห์โดยใช้แนวคิดที่ว่า
จะต้องขายกห่ี น่วยเพอ่ื กาไรขน้ั ตน้ ต่อหน่วยครอบคุมต้นทนุ คงทีท่ ้งั หมด จะทาให้เข้าใจงา่ ยท่ีสุด ท้งั นี้
จะเป็นปริมาณขาย ณ จุดคุ้มค่าต้นทุนคงที่ และไม่เกิดกาไรหรือขาดทุน การคานวณหาจุดคุ้มทุน
สามารถคานวณไดส้ ูตรดังนี้ (เฉลิมขวญั ครุฑบญุ ยงค์ 2554: 259)
2.3.4 การวเิ คราะห์ผลตอบแทน
งบกาไรขาดทุนเป็นงบแสดงผลการดาเนินงานของธุรกิจสาหรับช่วงเวลาหนึ่ งการ
วิเคราะห์รายละเอียดของแต่ละรายการท่ีสาคัญ ๆ ในงบกาไรขาดทุนเป็นสิ่งสาคัญย่ิง เน่ืองจาก
ความสาเรจ็ ของธุรกจิ นน้ั ทามาหาได้
รายการสาคัญในงบกาไรขาดทุน ถ้าเราย้อนกลับไปดูงบกาไรขาดทุน
จะสังเกตเห็นว่ามีรายการสาคัญ ๆ ดังน้ี คือ ยอดขาย ต้นทุนขาย กาไรขาดทุน ค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนนิ งานกาไรจากดาเนินงานและกาไรสุทธิ (เพชรี ขุมทรัพย์ 2554:307)
ยอดขายที่ปรากฏในงบกาไรขาดทนุ เปน็ รายการแสดงรายได้ของธุรกิจทีเ่ กิดข้ึนใน
ช่วงเวลาน้ัน สะท้อนให้ถึงการเคลื่อนไหวข้ันฐานของธุรกิจ จากงบกาไรขาดทุน ผลต่างระหว่าง
ยอดขายกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายดาเนินงาน ก็คือกาไรขาดการดาเนินงาน (EBIT) โดยปกติเมื่อ
ยอดขายเพ่ิมขึ้นกาไรจากการดาเนินงานมักจะเพิ่มข้ึนด้วย อย่างไรก็ตามการที่ยอดขายของธุรกิจ
เพมิ่ ขึ้นกห็ มายความว่าธุรกิจนัน้ จะต้องมีกาไรจากการดาเนนิ งานเพิ่มข้ึนเสมอไป ถ้าอตั ราการเพ่ิมขึ้น
ของต้นทนุ และคา่ ใช้จ่ายดาเนินงานน้ันเพม่ิ ข้ึนในอตั ราเร็วกว่าอตั ราเพิม่ ของยอดขายแลว้ กาไรจากการ
ดาเนินงานแทนท่จี ะเพ่มิ ขึน้ กลับจะลดลง นอกจากนกี้ าไรจาการดาเนินงานที่ได้อาจไม่สามารถชดเชย
ดอกเบ้ียจ่ายในช่วงน้ัน ถ้าเป็นเช่นน้ีบริษัทก็จะเกิดผลขาดทุน ในทางตรงกันข้ามเมื่อยอดขายของ
ธุรกิจลดลงก็ไม่ได้หมายความว่ากาไรจากการดาเนินจะลดลงเสมอไป อย่างไรก็ตามยอดขายก็ยังเป็น
ตวั วดั สถานภาพของธรุ กจิ นนั้ ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ วา่ มีพลงั มากน้อยเพียงใด
16
อัตราส่วนต้นทุนขายต่อขายสุทธิ สะท้อนให้เห็นว่ายอดขายสุทธิ 100 บาท
เป็นตน้ ทนุ สินคา้ ท่ีขายเท่าใด (เพชรี ขุมทรัพย์, 2554: 309)
อตั ราส่วนต้นทนุ ขายต่อขายสุทธิ = ตน้ ทนุ ขาย X 100
ขายสทุ ธิ
1) การวิเคราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงของกาไรข้นั ต้น
การวิเเคราะห์การเปล่ียนแปลงของกาไรขั้นต้น เป็นการเน้นวิเคราะห์เฉพาะช่วง
ก่อนกาไรขั้นต้น ได้แก่ ยอดขาย และต้นทุนขาย ซึ่งปัจจัยท่ีก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงในกาไรขั้นต้น
น้ันอาจเน่ืองมาจากราคาขายต่อหน่วย จานวนหน่วยและต้นทุนต่อหน่วย เป็นต้น ถ้าบริษัทมีสินค้า
เพียงชนิดเดียว งบกาไรขาดทุนเฉพาะส่วนกาไรข้ันต้นจะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจาก
ขายราคาขาย และตน้ ทนุ สินค้านนั้ หรอื กลา่ วย่อ ๆ ว่า
ก) ยอดขายเปล่ียนแปลงเน่ืองมาจาก การเปลี่ยนแปลงจานวนหน่วยขาย
และราคาขายของสนิ ค้าน้ัน
ข) ต้นทนุ ขายเปลยี่ นแปลงเนอื่ งมาจากจานวนหนว่ ยขาย และต้นทนุ ของสนิ ค้าน้ัน
2) การวิเคราะหก์ าไรจากการดาเนนิ งาน
เป็นการวิเคราะห์กาไรขั้นต้นกับกาไรจากการดาเนินงาน รายการท่ีวิเคราะห์
ระหว่างช่วงน้ีก็คือ ค่าใช้จ่ายดาเนินงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายดาเนินงานน้ีประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการขาย
ค่าใชจ้ ่ายในการบรหิ าร และคา่ ใช้จ่ายทั่วไป เม่ือนากาไรข้ันต้นหักดว้ ยคา่ ใช้จา่ ยดาเนินงานดังกล่าวก็
จะไดก้ าไรจากงาน การวเิ คราะหใ์ นช่วงนส้ี ่ิงทผ่ี ู้วเิ คราะห์ต้องการทราบก็คือ กาไรจากการดาเนินงาน
ปีนี้เป็นเท่าไร เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปีก่อน ๆ มากน้อยเพียงใด และการท่ีกาไรจากการดาเนินงาน
เพมิ่ หรือลดเป็นสาเหตอุ ะไร
อัตราส่วนกาไรจากการดาเนินงานต่อขายสุทธิ อัตราส่วนนี้แสดงให้เห็นถึง
ความสามารถในการหากาไรเม่ือเทียบกับยอดขาย (เพชรี ขุมทรัพย์ , 2554:310)
สูตรทีใ่ ช้ในการคานวณอัตราส่วนกาไรจากการดาเนินงานต่อขายสทุ ธิ มีดังนี้
อัตราส่วนกาไรจากการดาเนินงานต่อขายสทุ ธิ = กาไรจากการดาเนนิ งาน x 100
ขายสุทธิ
17
3) การวิเคราะหค์ วามสามารถในการกาไร
อัตราส่วนวัดความสามารถในการทากาไร เป็นอัตราส่วนที่ใช้ประเมิน
ประสิทธภิ าพในการทารายไดใ้ หก้ บั ธรุ กิจ ประกอบด้วยอัตราสว่ นสาคัญ ดังน้ี
ก) อัตราส่วนกาไรชั้นต้น (Cross Profit Margin) เป็นอัตราส่วนที่เปรียบเทียบ
กาไรข้ันต้นกับยอดขายเป็นการประเมินถึงความสามารถข้ันตนของธุรกิจว่ามีความสามารถทากาไร
เบ้ืองต้นมากน้อยเพียงใด สูตรที่ใช้ในการคานวณอัตราส่วนกาไรจากการดาเนนิ งานต่อขายสุทธมิ ีดงั น้ี
(เฉลมิ ขวัญ ครธุ บญุ ยงค์, 2559: 93)
อตั ราส่วนกาไรขัน้ ต้น = กาไรจากการดาเนินงาน x 100
ขายสุทธิ
อัตราส่วนกาไรขัน้ ตน้ = กาไรสทุ ธิ x 100
ยอดขาย
อัตราส่วนกาไรสุทธิ (Net Profit Margin) เป็นการเปรียบเทียบระหว่างยอดขายกับ
กาไรสทุ ธิ เพื่อประเมนิ ผลกาไรที่หักค่าใชจ้ ่ายทุกรายการแล้ว 4 สภาพปจั จบุ นั ของเกษตรกร ตาบลท่า
ตาล อาเภอเมอื ง จงั หวดั พิษณโุ ลก
2.4 สภาพปจั จุบนั ของเกษตรกร หม่ทู ่ี 3 ตาบลทา่ ตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
หมู่บ้านท่าตาล ซ่ึงตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัด
พิษณุโลก อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกประมาณ 30 กิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ 961 ครัวเรือน
จานวน 1,890 คน มีพ้ืนท่ี 11,638 ไร่ (ระบบสถิติทางการทะเบียน : 2559 , สานักงานเกษตร
อาเภอเมืองพิษณุโลก : 2556) ประชาชนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะการ
เพาะเลี้ยงปลาดกุ ในอดีตเกษตรกรในหมบู่ า้ นจะเล้ียงปลาดุกได้เพียงปีละครัง้ เน่ืองจากต้องอาศัยน้า
ตามธรรมชาติในฤดูฝนเพื่อเพาะเลี้ยงเท่านั้นแต่ในปัจจุบันมีระบบชลประทานน้าพลังไฟฟ้า ทาให้
เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาดุกได้ 3 ครั้ง ในรอบ 2 ปี คือ เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเล้ียงปลาดุก
เน่ืองจากมีอายุการเพาะเลย้ี งที่จะจับขายส้ันกว่าการปลาชนิดอ่นื และใช้วิธีการเพาะเลี้ยงแบบบ่อดิน
มีการใช้อาหาร พ่ึงพาการใช้เครื่องจักรและการจ้างแรงงานในการทาทุกข้ันตอน ถึงแม้ว่าเกษตรกร
สว่ นใหญ่จะสามารถทาเพาะเลี้ยงปลาดุกได้ถึง 5 ครัง้ ในรอบ 2 ปี ซง่ึ น่าจะทาให้มรี ายได้ และความ
เป็นอยู่ท่ีดีข้ึน แต่จากการสังเกตกลับพบว่าเกษตรกรมีภาระหน้ีสินเพ่ิมข้ึน และจากการสัมภาษณ์
พดู คยุ กับเกษตรกรทาให้ไดเ้ ห็นปัญหาซึง่ เกษตรกรส่วนใหญป่ ระสบอยู่ อาทิเชน่ ไมม่ พี น้ื ที่เพาะเลี้ยง
18
เป็นของตนเอง อาหารราคาแพง น้ามันมีราคาแพง ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ขาดเงินทุน และขาด
แรงงานเป็นต้น ซึ่งหากพิจารณาปัญหาดังกล่าวข้างต้นท่ีเกษตรกรประสบอยู่ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่
ส่งผลทั้งทางตรงและทางออ้ มต่อตน้ ทนุ และกาไรสุทธจิ ากการประกอบอาชพี เพาะเลย้ี งปลาดุกท้ังสน้ิ
2.5 งานวจิ ยั ที่เก่ยี วข้อง
นีรนาท ศรีเจริญ และคณะ (2554) การพัฒนาบัญชีต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อวิเคราะห์
ผลตอบแทนของเกษตรท่ีมีท่ีนาเป็นชองตนเอง ตาบลบ้านวังยาว อาเภอโกสุมพิสัย จังหวัด
มหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพ่ือศึกษาต้นทุนการเลี้ยงปลาดุกสาหรับการวิเคราะห์
ผลตอบแทนของเกษตรกรที่มีท่ีบ่อเป็นของตนเอง (2) เพ่ือพัฒนาบัญชีต้นทุนของเกษตรกรสาหรับ
ผลิตข้าวการดาเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้สัมภาษณ์เชิง
ลึกกับเกษตรกร 10 คนและใช้แบบสอบถามจากเกษตรกร 5 หมูบ่ ้านจานวน 50 คน โดยส่มุ แบบกลุ่ม
(Cluster Sampling) ระยะท่ี 2 ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพ่ือจัดทาบัญชีต้นทุนการเพาะเล้ียงปลาดกุ
มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 30 คนวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
ต้นทุนรวมเฉล่ีย ต้นทุนคงท่ีเฉลี่ย ต้นทุนผันแปรเฉล่ีย และจุดคุ้มทุนผลการวิจัยมีดังนี้ 1) ผลการ
วิเคราะห์ต้นทุนพบว่า (1) ต้นทุนรวมท่ีเป็นบ่อดินเฉล่ียไร่ละ 3,671.65 บาท เฉลี่ยไร่ละ 3,242.74
บาท (2) มีรายได้จากการเพาะเลี้ยงบ่อปูนซีเมน เฉลี่ยไร่ละ 3,784.38 บาท และการเพาะเล้ียง
แบบบ่อดิน เฉลี่ยไร่ละ 4,175.78 บาท (3) ผลตอบแทนท่ีเป็นกาไร การเพาะเล้ียงแบบบ่อดิน
เฉล่ียไร่ละ 541.61 บาท และบ่อปูนซีเมน เฉลี่ยไร่ละ 504.13 บาท 2) ผลการพัฒนาบัญชีต้นทุน
ของเกษตรกรสาหรับการเพาะเล้ียงปลาดุกพบว่า (1) เกษตรกรให้ความสนใจเป็นอย่างมากมีความ
กระตือรือร้นในการซักถามในเนื้อหาท่ีไม่เข้าใจเพราะเป็นความรู้ใหม่ มีการแลกเปล่ียนความคิดเห็น
และตอบข้อซักถามกัน (2) ผลการฝึกทักษะในการบัญชีเพาะเล้ียงปลาดุก พบว่าส่วนใหญ่ฝึกการ
กรอกบัญชีได้อย่างเข้าใจทาได้ถูกต้อง มีส่วนน้อยท่ีเป็นผู้สูงอายุจะอ่านหนังสือไม่ได้แต่รู้จักตัวเลขจึง
ต้องอ่านให้ฟังและพากรอกข้อมูลแบบตัวต่อตัว (3) ผลการพัฒนาแบบฟอร์มบัญชีต้นทุนการผลิต
ข้าวภายหลังการปรับปรุงแบบฟอร์มและผ่านการตรวจสอบของผู้เช่ียวชาญ 2 คน แล้วได้เอกสาร
คมู่ ือจานวน 4 หน้าและ VCD โปรแกรม Microsoft Word
ศุภลักษณ์ มูลสมบัติ (2551) ได้ทาการศึกษาเร่ือง ต้นทุน และผลตอบแทนจากการปลกู งา
ของเกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนจากการปลูก
งาของเกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า การปลูกงาขาวแบบใช้สารเคมี กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดี
ท่ีสุดคือกลุ่มขนาดพื้นที่ 2-3 ไร่ โดยมีผลกาไรสุทธิเท่ากัน 897.42 บาท ต่อไร่อัตรากาไรต่อต้นทุน
อัตรากาไรสุทธิ อัตราผลตอบแทนของสินทรพั ยร์ วม และอตั ราผลตอบแทนตอ่ สว่ นของเจ้าของ เท่ากับ
19
ร้อยละ 87.74, 46.73, 17.11 และ 39.97 ตามลาดับการปลูกงาขาวแบบปลอดสารเคมี กลุ่มท่ีให้
ผลตอบแทนดีท่ีสุดคือกลุ่มขนาดพ้ืนที่ 1 ไร่ โดยมีผลกาไรสุทธิเท่ากับ 860.81 บาทต่อไร่ อัตรากาไร
ต่อต้นทุนอัตรากาไรสุทธิอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์รวม และอัตราผลตอบแทนต่อส่วน ของ
เจา้ ของเทา่ กบั ร้อยละ 80.97, 44.72, 50.90 และ 55.90 ตามลาดบั
ศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์ (2534) ได้ศึกษาเรื่องการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการการ
เล้ียงปลาดุก จังหวัดกาแพงเพชร การเพาะเลี้ยงรอบปี 2533 ในการศึกษาครั้งน้ีใช้แบบสัมภาษณ์
โดยสุ่มตัวอย่างจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก จานวน 32 ครัวเรือน คิดเป็นพ้ืนท่ีเพาะเลี้ยง 95 ไร่
จากการศึกษาพบว่า การเพาะเล้ียงปลาดุกในจังหวัดกาแพงเพชร มีต้นทุนการผลิตท้ังหมดเท่ากับ
4,385.25 บาทต่อไร่ ประกอบด้วยต้นทุนคงท่ี เท่ากับ 227.89 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.45 และ
ต้นทุนผันแปร เท่ากับ 1,157.36 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 83.55 สาหรับด้านผลตอบแทนจากการ
เพาะเลี้ยงปลาดุก โดยผลผลิตเฉล่ียต่อไร่ เท่ากับ 864.72 กิโลกรัมคิดเป็นผลตอบแทนจากรายได้ท่ี
ได้รับ เท่ากับ 1,725.58 บาทต่อไร่ มีกาไรสุทธิ เท่ากับ 340.33 บาทต่อไร่คิดเป็นร้อยละ 19.72
ตอ่ รายได้รวมและคิดเปน็ ร้อยละ 26.12 ตอ่ ปี สาหรับอัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน (ROI)
กาญจนา เจียวท่าไม้ (2535) ได้ศึกษาเรื่องการวิเคราะห์เศรษฐกิจการเพาะเล้ียงปลาดุกใน
อาเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ปีการเพาะเล้ียง 2534/2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสภาพ
โดยทว่ั ไป เกี่ยวกบั การผลติ ของเกษตรกร การประมาณฟงั ชั่นการผลิตผลตอบแทนตอ่ ขนาดการผลิต
ตลอดจนการเปรียบเทียบผลตอบแทน เครอ่ื งมือทีใ่ ช้คือแบบสัมภาษณ์กบั กลุ่มเกษตรกรจานวน 182
ครัวเรือน พบว่าปัจจัยการผลิต ได้แก่ มูลค่าของปุ๋ยเคมีและแรงงานคน เพ่ือให้ได้กาไรสูงสุดการ
เพาะเล้ียงปลาดุกทัง้ 2 ชนดิ การวิเคราะห์ต้นทนุ และผลตอบแทน พบว่าการเพาะเลยี้ งปลาดุก 105
มีต้นทุนการเพาะเลี้ยงตอ่ ไร่ เทา่ กบั 1,270.25 บาท สงู กวา่ การเพาะเลยี้ งปลาสายพันธ์อุ ืน่ ๆ มี
ต้นทุนการเพาะเล้ยี ง เทา่ กับ 1,234.66 บาท สาหรับกาไรสุทธิในการเพาะเลยี้ งปลาดุก 105 เท่ากบั
719.84 บาท และการเลี้ยงปลาสายพันธุ์อ่ืนเท่ากับ 490.33 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อกาไร
สทุ ธิ เท่ากับ 36.17% บาท และ 28.43%
บทท่ี 3
วิธีการดาเนนิ งานวจิ ยั
การดาเนินการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการเพาะเล้ียงปลาดุก
ของเกษตรกรหมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซ่ึงผู้วิจัยได้ดาเนินการ
ตามลาดบั ดังนี้
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
3.2 เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ยั
3.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.4 การวิเคราะหข์ อ้ มลู
3.5 สถติ ทิ ี่ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
3.1.1 ประชากรท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ เกษตรกร หมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม
จังหวัดพิษณุโลก ท่ีประกอบอาชีพเพาะเล้ยี งปลาดุก จานวน 750 คน
3.1.2 กลมุ่ ตัวอยา่ งทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย ได้แก่ เกษตรกร หมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม
จังหวัดพิษณุโลก ที่ประกอบอาชีพเพาะเล้ียงปลาดุก จานวน 20 คน กาหนดกลุ่มตัวอย่างโดยการ
เลือกแบบเจาะจงเน่ืองจากพิจารณาเห็นว่าเกษตรกรมีวิธีการจัดการเกี่ยวกับการเพาะเล้ียงปลาดุก
ไมแ่ ตกต่างกนั
3.2 เคร่ืองมือทีใ่ ชใ้ นการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มดี งั นี้
3.2.1 แบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเพาะเลี้ยงปลาดุกของเกษตรกรผู้เพาะเล้ียง
ปลาดุกหมู่ 3 ตาบล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(Check list) สอบถามข้อมูลเก่ียวกับ เพศ อายุ ระดับการศึกษา แหล่งเงินทุน ภาระหน้ีสิน
วิธีการเพาะเลี้ยงปลาดุก และแบบปลายเปิด (Open-ended) สอบถามเกี่ยวกับพ้ืนที่ในการ
เพาะเลี้ยงปลาดุก จานวนแรงงานท่ีใช้ในการเพาะเล้ียงปลาดุก ต้นทุน/ค่าใช้จ่าย การลงทุนใน
สนิ ทรัพย์ (เครื่องมอื และอุปกรณก์ ารเกษตร) และรายไดจ้ ากการจาหนา่ ยปลาดกุ
21
การสรา้ งเคร่อื งมอื ใช้ในการวจิ ัยดาเนินการดังนี้
1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีจากเอกสาร ตารา สืบค้นข้อมูลและงานวิจัยที่เก่ียวข้องกับ
การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน เพื่อสร้างและพัฒนาแบบสอบถามขึน้ โดยแบ่งเป็น 3 ตอน คอื
ตอนที่ 1 สอบถามสถานภาพและข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามข้อมลู เกยี่ วกบั การลงทนุ เลยี้ งปลาดกุ ของเกษตรกร
ตอนที่ 3 สอบถามข้อมูลเกีย่ วกับตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการลงทุนเลยี้ งปลาดุก
2) นาร่างแบบสอบถามเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพ่ือขอคาปรึกษา และตรวจสอบ
ขอ้ คาถามเพือ่ ใหไ้ ด้แบบสอบถาม และแบบสมั ภาษณ์ท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม
3) นาแบบสอบถามที่ปรับปรงุ แล้วเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาก่อนนาไปใชใ้ นการเก็บรวบรวม
ข้อมลู
3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมลู โดยดาเนินการตามข้นั ตอน ดังนี้
3.3.1 นาแบบสอบถามที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วไปทาการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างได้แก่
เกษตรกรหมู่ 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ท่ีประกอบอาชีพเพาะเล้ียง
ปลาดุก โดยผ้ศู ึกษาเลือกสอบถามเกษตรกรรายย่อยท่ีมีขนาดพนื้ ที่ในการเพาะเลี้ยงปลาดุก 10-30 ไร่
จานวน 20 คน
3.3.2 รวบรวมแบบสอบถามท่ีไดม้ าทาการวิเคราะหข์ ้อมลู
3.4 วธิ ีการวิเคราะห์ข้อมูล
ผวู้ จิ ยั ดาเนินการวิเคราะห์ขอ้ มลู ดงั นี้
3.4.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม
มาตรวจสอบความสมบรู ณ์ แปลงข้อมลู ลงรหสั และทาการประมวลผล
3.4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้ในการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบด้วย 4 ข้ันตอน
ไ ด้ แ ก่ ก า ร ตี ค ว า ม ข้ อ มู ล ( Interpretation) ก า ร เ ป รี ย บ ข้ อ มู ล ( Constant Comparison)
การสงั เคราะห์ขอ้ มูล (Data Synthesis) และการสรปุ ผล (Generalization)
22
3.5 สถติ ิท่ีใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู
1) การนาเสนอข้อมูลเชิงปริมาณ ซ่ึงข้อมูลเชิงปริมาณเป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบ
ผศู้ กึ ษาจึงวิเคราะหข์ อ้ มลู ด้วยค่าความท่ี (Frequency) และค่ารอ้ ยละ (Percentage)
2) การนาเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพ เพ่ือให้การนาเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพมีความชัดเจนเป็น
รูปธรรม ผ้ศู กึ ษาจงึ กาหนดการนาเสนอข้อมลู ด้วยวธิ ีการสรุปเปน็ ตวั เลข และข้อความ
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
การดาเนินการศึกษาครั้งน้ี เป็นการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนเลี้ยง
ปลาดกุ ของเกษตรกร ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เก็บรวบรวมข้อมลู โดยใช้
แบบสอบถาม
ผู้ศกึ ษานาเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ตามลาดบั ดังน้ี
4.1 ขอ้ มลู สถานภาพและข้อมลู ทั่วไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
4.2 ข้อมลู เกยี่ วกบั การเล้ียงปลาดุกของเกษตรกร
4.3 ศึกษาเกย่ี วกับตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการลงทนุ เลย้ี งปลาดุก
4.1 ข้อมลู เกยี่ วกับต้นทนุ และผลตอบแทนการเล้ียงปลาดกุ ในบ่อ
การศึกษาคร้ังนี้ ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นเกษตรกร หมู่ 3
ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จานวน 20 คน ซึ่งผู้ศึกษาได้นามาวิเคราะห์
ข้อมูลสถานภาพและข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามเก่ียวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษา
แหล่งเงนิ ทนุ และภาระหนีส้ ิน ดงั แสดงในตารางท่ี 4.1 – 4.5
ตารางที่ 4.1.1 แสดงการแบ่งประเภทตน้ ทุนทีท่ าการศกึ ษา
ค่าวัตถดุ ิบ คา่ แรงงาน ค่าใชจ้ ่ายการผลติ
1. ค่าพันธป์ุ ลาดกุ 1. ค่าแรงงาน 1. ค่ายา
2. ค่าไฟฟา้
3. คา่ อาหารรุ่นท่ี 1
4. ค่าอาหารรุ่นที่ 2
5. คา่ อาหารรนุ่ ที่ 3
6. ค่าเส่อื มราคาอุปรกณ์
24
ตารางท่ี 4.1.2 แสดงตน้ ทุนคา่ วัตถุดิบในการเลย้ี งปลาในบ่อ เฉลยี่ ตอ่ รนุ่
ที่ รายการ จานวน (หน่วย) จานวน (บาท)
1 ค่าพันธ์ปุ ลา 45,000 ตวั 157,500
157,500
ตน้ ทุนค่าวตั ถดุ บิ เฉลี่ยต่อรนุ่
จากตารางท่ี 4.1.2 แสดงผลการวิเคราะหข์ ้อมูลตน้ ทนุ วตั ถุดบิ ในการเล้ยี งปลาดุกในบ่อ
เฉลี่ยตอ่ รุ่น พบวา่ คา่ วัตถดุ บิ ในการผลติ เฉล่ีย 157,000 บาทต่อร่นุ
ตารางที่ 4.1.3 แสดงตน้ ทุนค่าแรงงานในการเลีย้ งปลาในบ่อ เฉล่ยี ตอ่ ร่นุ
ที่ รายการ จานวน (เดือน) จานวน (บาท)
1 ค่าแรงงาน 4 เดอื น 12,000
12,000
ตน้ ทนุ ค่าวัตถุดบิ เฉลยี่ ต่อรนุ่
หมายเหตุ กาหนดค่าแรงงานในการเลี้ยงปลาในบ่อ อัตราเก่ียวกับการจ้างแรงงานในท้องถ่ิน
จากตารางที่ 4.1.3 แสดงผลข้อมูลค่าแรงงานเฉล่ียต่อเดือนในการเล้ยี งปลาในบ่อ 3,000
บาทต่อเดือน
ตารางที่ 4.1.4 แสดงขอ้ มลู คา่ เสื่อมราคาและอปุ กรณ์
ท่ี รายการ อายุการใชง้ าน ค่าเส่อื มราคา
1 อวน 2 ปี 2,500
2 ถงั แกลอน 10 ปี 55,000
3 เหลก็ 8 ปี 400
4 ลฟิ ท์ (ใช้จับปลาและใส่อาหาร) 10 ปี 5,000
62,900
คา่ เสือ่ มราคารวม
จากตารางที่ 4.1.4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลค่าเส่ือมราคาและอุปกรณ์ พบว่าอันดับ
แรกคือ ถังแกลอน อายุการใช้งาน 10 ปี ค่าเสื่อมราคา 55,000 บาท รองลงมาคือ ลิฟท์ อายุการ
ใช้งาน 10 ปี ค่าเส่ือมราคา 5,000 บาท อวน อายใุ ชง้ าน 2 ปี คา่ เสอ่ื มราคา 2,500 บาท และเหล็ก
อายกุ ารใช้งาน 8 ปี ค่าเสอ่ื มราคา 400 จงึ ทาให้ค่าเส่ือมราคามตี ้นทนุ เฉล่ีย 62,900 บาทตอ่ รุน่
25
ตารางท่ี 4.1.5 แสดงต้นทุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการเลย้ี งปลาดุกในบอ่ เฉลยี่ ต่อรุ่น
ท่ี รายการ จานวน (หนว่ ย) จานวน (บาท)
1. ค่าไฟฟา้ 4 เดอื น 15,000
2. ค่าอาหารรุ่นที่ 1 10 ลูก 6,200
3. ค่าอาหารรุ่นที่ 2 15 ลกู 9,300
4. ค่าอาหารรุ่นท่ี 3 40 ลกู 24,000
5. ค่ายา 30 ถัง 75,000
6. ค่าเสื่อมราคา 62,900
194,000
ต้นทุนคา่ วัตถุดิบเฉลีย่ ต่อรุ่น
จากตารางที่ 4.1.5 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลค่าใช้จ่ายการผลิต พบว่าอันดับแรกคือ
ค่ายา 30 ถัง 75,000 บาท รองลงมาคือ ค่าเสื่อมราคา 62,900 บาท ค่าอาหารรุ่นท่ี 3 40 ลูก
24,000 บาท ค่าไฟฟ้า 4 เดือน 15,000 บาท ค่าอาหารรุน่ ที่ 2 15 ลกู 9,300 บาท และคา่ อาหาร
รนุ่ ที่ 1 10 ลกู 6,200 บาท จงึ ทาใหต้ น้ ทนุ ในการผลิตเฉล่ีย 192,400 บาท
ตารางท่ี 4.1.6 แสดงข้อมูลต้นทุนในการเลีย้ งปลาดุกในบ่อ เฉลย่ี ตอ่ รุน่
ที่ รายการ จานวน (บาท) ร้อยละ
1 คา่ วัตถดุ บิ 157,500 41.52
2 คา่ แรงงาน 12,000 3.32
3 ค่าใช้จา่ ยในการผลติ 192,400 53.16
361,900 100
ตน้ ทนุ คา่ วัตถดุ ิบเฉล่ียต่อรนุ่
จากตารางที่ 4.1.6 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการเล้ียงปลาดุกในบ่อ พบว่า
อันดับแรกคือ ค่าใช้จ่ายในการผลิต 192,400 บาทเป็นร้อยละ 53.16 รองลงมาคือ ค่าวัตถุดิบ
157,500 บาทคิดเปน็ รอ้ ยละ 43.52 และคา่ แรงงาน 12,000 บาทคดิ เป็นร้อยละ 3.32 จงึ ทาให้ตน้ ทุน
ในการผลิตเฉลยี่ 361,900 บาทตอ่ ร่นุ
26
4.1.7 ข้อมูลเก่ียวกับผลตอบแทนในการเลย้ี งปลาดกุ ในบ่อ
การศกึ ษาต้นทนุ และผลตอบแทนในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ ผศู้ ึกษาไดท้ าการศึกษา
จากกาไรขั้นต้น อัตรากาไรขน้ั ตน้ และอตั รากาไรตอ่ ยอดขาย ดงั ที่แสดงในตารางที่ 4.15 – 4.16
ตารางท่ี 4.1.7 แสดงกาไรจากการเลย้ี งปลาดกุ ในบอ่ เฉล่ยี ตอ่ รุ่น
รายการ 157,500 จานวนเงนิ
รายได้จากการจาหนา่ ยปลา 12,000 693,500
หัก ตน้ ทุนขาย 192,400
361,900
คา่ วตั ถุดิบ 331,600
คา่ แรงงาน
ค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ
กาไรขั้นต้น
จากตารางท่ี 4.1.7 แสดงผลการวิเคราะห์กาไรจากการเลย้ี งปลาดุกในบ่อ พบว่ามีรายได้
จากการจาหน่ายปลาดุก 693,500 บาทต่อรุ่น มีต้นทุนขายอันดับแรกคือ ค่าใช้จ่ายในการผลิต
192,400 บาท รองลงมาคือ ค่าวัตถุดิบ 157,500 บาท และค่าแรงงาน 12,000 บาท จึงทาให้
มีกาไรข้นั ต้น 331,600 บาทตอ่ รุ่น
ตารางที่ 4.1.8 แสดงการคานวณหาอัตราผลตอบแทนจากการเลีย้ งปลาดุกในบ่อเฉลย่ี ต่อรุ่น
อัตราสว่ น สตู รคานวณ แทนค่า ผลการคานวณ
1. อตั รากาไรขั้นต้น 91.63%
กาไรขนั้ ต้น 331,600 x 100
2. อตั รากาไรต่อยอดขาย ต้นทุน 361,900 47.82%
กาไรขน้ั ตน้ 331,600 x 100
รายได้ 693,500
จากตารางท่ี 4.1.8 แสดงผลการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการเลี้ยงปลาในบ่อ
เฉลีย่ ต่อรนุ่ พบว่ามีอัตรากาไรข้ันต้น 91.63% และอัตรากาไรตอ่ ยอดขาย 47.82%
27
4.2 ข้อมูลสถานภาพถ่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 4.2.1 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมูล
ทั่วไปจาแนกตามเพศ
รายการ จานวน รอ้ ยละ
ชาย 15 75
หญิง 5 25
20 100
รวม
จากตารางที่ 4.2.1 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและ
ข้อมูลทั่วไปจาแนกตามเพศพบว่า ผตู้ อบแบบสอบถามเป็นเพศชาย 15 คน และเป็นเพศหญิง 5 คน
ตารางที่ 4.2.2 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมูล
ทั่วไปจาแนกตามอายุ
รายการ จานวน รอ้ ยละ
ตา่ กวา่ 20 5 25
21 – 30 ปี 4 20
31 – 40 ปี 7 35
41 – 50 ปี 3 15
51 – 60 ปี 15
60 ปีขึน้ ไป --
20 100
รวม
จากตารางที่ 4.2.2 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพและขข้อมูลท่ัวไปจาแนกตาม
อายุ พบว่าเกษตรกรอายุ 31 - 40 ปี จานวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 35.00 อายุต่ากว่า 20 ปี
จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 25 อายุ 41 – 50 ปี จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.00 อายุ 21 –
30 ปี จานวน 4 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 20 อายุ 51 – 60 ปี จานวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยล 5.00
28
ตารางท่ี 4.2.3 แสดงจานวน (ค่าความถ)ี่ และคา่ ร้อยละของข้อมลู สถานภาพและขอ้ มลู
ทัว่ ไปจาแนกตามระดบั การศึกษา
รายการ จานวน ร้อยละ
ประถมศึกษา 2 10
มธั ยมศึกษาตอนต้น - -
ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ(ปวช.) 5 25
ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั สงู (ปวส.) 2 10
อื่น ๆ 11 55
20 100
รวม
จากตารางท่ี 4.2.3 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพและขข้อมูลท่ัวไปจาแนกตาม
ระดับการศึกษาพบว่า เกษตรกรส่วนมากมีระดับการศึกษาท่ีไม่ได้กล่าวมา จานวน 11 คน คิดเป็น
ร้อยละ 55.00 มีการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย (ม.6/ปวช.) จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00
มีระดับการศึกษาประถมศึกษา จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 และมีระดับการศึกษา
ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชัน้ สูง จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 10.00
ตารางที่ 4.2.4 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมูล
ทว่ั ไปจาแนกตามแหลง่ เงิน
รายการ จานวน รอ้ ยละ
เงนิ ทุนสว่ นตวั 15 75
ธนาคาร/สหกรณ์ 5 25
กองทนุ หมู่บ้าน --
ญาติพน่ี ้อง --
แหลง่ อน่ื ๆ --
20 100
รวม
จากตารางท่ี 4.2.4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพและข้อมูลท่ัวไปจาแนกตาม
แหล่งเงินพบว่า เกษตรกรส่วนมากมีแหล่งเงินทุนส่วนตัว จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00
และมีแหล่งเงนิ ทุนจากธนาคาร/สหกรณ์ จานวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.00
29
ตารางที่ 4.2.5 แสดงจานวน (ความถ่ี) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมูล
ทั่วไปจาแนกตามภาระหนี้สิน
รายการ จานวน รอ้ ยละ
ต่ากว่า 10,000 บาท 10 50
10,001 - 50,000 บาท 2 10
50,001 - 100,000 บาท 5 25
100,001 - 150,000 บาท 2 10
150,001 - 200,000 บาท --
มากกวา่ 200,000 บาท 15
20 100
รวม
จากตารางที่ 4.2.5 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพและข้อมูลท่ัวไปจาแนกตาม
ภาระหน้ีสินพบว่า เกษตรกรมีภาระหน้ีสินต่ากว่า 10,000 บาท จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ
50.00 ภาระหน้ีสิน 10,001 - 50,000 บาท จานวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 ภาระหน้ีสิน
50,001 - 100,000 บาท จานวน 5 คน ภาระหน้ีสิน 100,001 - 150,000 บาท จานวน 2 คน
และมากกว่า 200,000 บาท จานวน 1 คน
ตารางที่4.2.6 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่าร้อยละของข้อมูลคา่ แรงงานในการเล้ียง
ปลาดกุ
รายการ จานวน (คน) ร้อยละ
นอ้ ยกว่า 10 10 50
มากกวา่ 20 10 50
20 100
รวม
จากตารางที่ 4.2.6 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดพ้ืนที่ในการเลีย้ งปลา พบว่ามีการ
จ้างแรงงานน้อยกว่า 10 คน จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 และจ้างแรงงานมากกว่า 20 คน
จานวนวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 50.00
30
ตารางที่ 4.2.7 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่ารอ้ ยละของข้อมลู พ้นื ทใี่ นการลงทุน
เพาะเลย้ี งปลาดุก แยกเปน็ ที่ดินของตนเอง และท่ดี นิ เชา่
รายการ จานวน (คน) รอ้ ยละ
ทด่ี ินของตนเอง 19 95
ทด่ี นิ เช่าทา 1 5
20 100
รวม
จากตารางท่ี 4.7 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลการเล้ียงปลาพบว่า พื้นท่ีในการเล้ียงปลา
ของเกษตรกร เป็นท่ีดินของตนเอง จานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 95.00 และเป็นท่ีดินเช่า
จานวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 5.00
ตารางท่ี 4.2.8 แสดงจานวน (คา่ ความถ)ี่ และคา่ รอ้ ยละของประเภทบ่อทใี่ ช้ในการเล้ยี ง
รายการ จานวน (คน) ร้อยละ
บอ่ ดิน 20 100
บอ่ ปนู - -
20 100
รวม
จากตารางที่ 4.2.8 แสดงผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู การเลีย้ งปลาพบว่า เปน็ บอ่ ดนิ ทัง้ หมด
บทที่ 5
สรปุ อภปิ รายและข้อเสนอแนะ
การดาเนินการศึกษาครั้งน้ี เป็นการวิเคราะห์ศึกษาต้นทุนและและผลตอบแทนในการ
ลงทุนเพาะเล้ยี งปลาดุก มวี ตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือศกึ ษาตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการลงทนุ เพาะเลยี้ งปลาดุก
2. เพอ่ื ศกึ ษาคา่ ใช้จ่ายทปี่ ระหยดั ในการลงทนุ เพาะเล้ยี งปลาดุก
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน นักศึกษา ท่ีมีต่อการลงทุนเพาะเล้ียงปลาดุก
ที่กลุ่มเป้าหมายท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ เกษตรกรหมู่ท่ี 3 ตาบลท่าตาล อาเภอบางกระทุ่ม
จังหวดั พิษณุโลก จานวน 20 คน ไดม้ าโดยการเลอื กแบบเจาะจง
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ศึกษาได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองโดยนา
แบบสอบถามท่สี รา้ งเสรจ็ แล้วไปทาการเก็บรวบรวมข้อมลู ดว้ ยตนเองจากกลุ่มตัวอย่างจานวน 20 คน
รวบรวมแบบสอบถามท่ีได้จากการทาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพ้ืนฐานการแจ กแจงความถี่และ
ค่ารอ้ ยละและใช้ผลตอบแทนโดยการใช้อัตราส่วนทางการเงิน
5.1 สรปุ ผลการศึกษา
สรปุ ผลวเิ คราะห์ข้อมูล และผลการศึกษาต้นทนุ และผลตอบแทนในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ
ดังน้ี
5.1.1 จากผลการศึกษา พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายมีอายุ 31 - 40 ปี
จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ใช้เงินทุนส่วนตัวภาระหน้ีสินต่ากว่า 10,000 บาท ใช้พ้ืนที่
ของตนเองในการเพาะเล้ียงปลาดุกในบ่อ ซ้ือพันธ์ุปลาจากฟาร์มทั่วไป ไม่ได้ให้อาหารเสริมอย่างอื่น
ในการเล้ียงปลาในบ่อ ให้อาหารวันละ 4 ครั้ง ระยะเวลาในการเล้ียงปลาดุกในบ่อจนจาหน่ายได้
เป็นระยะเวลา 4 เดือน และการปลอ่ ยปลาลงเลยี้ งในบ่อจานวน 1500 ตวั
5.1.2 ตน้ ทุนและผลตอบแทนในการเลย้ี งปลาดกุ ในบอ่
1. ต้นทุนเฉลี่ยต่อรุ่นจากผลการศึกษา พบว่าในการเล้ียงปลาดุกในบ่อมีต้นทุน
รวมเฉล่ีย 361,900 บาทต่อรุ่น ประกอบด้วยค่าวัตถุดิบเฉล่ีย 157,500 บาทต่อรุ่น ค่าแรงงานเฉลยี่
12,000 บาทต่อรุ่น และคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต 192,000 บาทต่อรุ่น
32
2. ผลตอบแทนในการเลีย้ งปลาทับทิมในกระชังผลจากการศึกษา พบว่าการเลีย้ ง
ปลาดุกในบ่อมีรายได้ 693,500 บาทต่อรุ่น มีกาไรขั้นต้นเฉลี่ย 331,600 บาทต่อรุ่น อัตรากาไร
ต่อทุน 91.63% และอตั รากาไรตอ่ ยอดขาย 47.81%
5.2 อภิปรายผลการศกึ ษา
จากผลสรปุ การศึกษา มีประเดน็ สาคญั ท่คี วรนามาอภปิ ราย ดังน้ี
5.2.1 ต้นทนุ การเลี้ยงปลาดกุ ในบ่อประกอบด้วย 3 สว่ นท่ีสาคัญ ไดแ้ กค่ า่ วตั ถดุ ิบร้อยละ
43.52 ค่าแรงงานร้อยละ 3.32 และค่าใช้จ่ายในการผลิตร้อยละ 53.16 เห็นได้ว่าในการเลี้ยง
ปลาดุกในบ่อมีสัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่นค่าอาหาร และค่ายามากที่สุด ทั้งน้ีเนื่องจาก
คา่ อาหารและคา่ ยาสูง
5.2.2 ผลตอบแทนในการเล้ียงปลาดุกในบ่อให้กาไรข้ันต้นเฉล่ีย 331,600 บาทต่อรุ่น
อัตรากาไรต่อยอด 47.81% อัตรากาไรต่อต้นทุน 91.63% จะเห็นได้ว่ากาไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อรุ่น
ที่ได้สูง เมื่อเทียบกับต้นทุนท่ีต้องจ่าย ทั้งน้ีอาจเน่ืองมาจากเม่ือพิจารณาภาพรวมต้นทุนการเล้ียง
ปลาดกุ ในบอ่ ต่ำกวำ่ รำยได้ในสดั สว่ นที่คอ่ นข้ำงสงู
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
5.3.1 ข้อเสนอแนะในโครงงานครั้งน้ี
จากผลการศึกษา พบว่าเกษตรกรท่ีเลี้ยงปลาดุกในบ่อมีค่าใช้จ่ายในการผลิต
ท่ีสูงเกษตรกรจึงควรให้อาหารเสริมที่ทาข้ึนเองจากมูลไก่ หรือส่วนผสมท่ีมีในพ้ืนที่ให้ปลากิน
นอกเหนอื จากอาหารสาเร็จรปู เพื่อลดค่าใช้จา่ ยการผลติ ลงจากเดิม
5.3.2 ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาครงั้ ต่อไป
ควรศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาดุกตั้งแต่ช้ันอนุบาลพันธ์ุปลา เพื่อท่ีจะได้ทราบ
ตน้ ทนุ การอนบุ าลพันธป์ุ ลาวา่ ตน้ ทนุ จะแตกตา่ งจากการเล้ียงปลาในบ่อนัน้ หรอื ไม่
33
บรรณาณกุ รม
อาจารยอ์ นุรกั ษ์ ทองสุโขวงศ์ “ความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกบั การบัญชตี น้ ทุน”, [ออนไลน์]. สบื ค้นจาก
: dhttps://home.kku.ac.th/anuton/cost%20accounting/lecturer.htm
[สบื ค้นเมอื่ 12 กรกฎาคม 2565]
บทที่ 2 เอกสารงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ ง [ออนไลน์]. สืบค้นจาก :
http://arcbs.bsru.ac.th/journal/File68941.pdf [สบื ค้นเมื่อ 13 กรกฎคม 2565]
ศุภลักษณ์ มูลสมบัติ (2551) ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลี้ยงปลาดุกในบ่อของเกษตรกรจังหวัด
แมฮ่ อ่ งสอน : https://knowledgeportal.okmd.or.th/ebook/63074fbe51b4f
ศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน์ (2534) ได้ศึกษาเร่ืองการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการเล้ียงปลาดุกใน
จังหวัดกาแพงเพชร : https://repository.rmutr.ac.th
กาญจนา เจียวท่าไม้ (2535) ได้ศึกษาเรื่องการวิเคราะห์เศรษฐกิจการเพาะเล้ียงปลาดุกในอาเภอ
เสาไห้ จงั หวัดสระบุรี ปีการเพาะเลย้ี ง 2534/2535 : https://repository.rmutr.ac.th
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา
แบบสอบถามความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ปัจจัยท่มี ีผลการเพาะเล้ยี งปลาดกุ
36
แบบสอบถามฉบบั น้จี ัดทาข้ึนโดย นักศกึ ษากลมุ่ โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน
ในการเพาะเลย้ี งปลาดุก มีวัตถุประสงคเ์ พ่ือต้องการทราบข้อมูลเก่ยี วกบั การลงทนุ เพาะเลย้ี งปลาดกุ
ทาสแกน QR – CODE ทางดา้ นบนเพ่ือเข้าสู่เวป็ ไซต์ตอบแบบสอบถาม
หรอื เข้าไปท่เี ว็ปไซต์ https://forms.gle/S45dz7bxGRuTukoY6
37
ภาพที่ 1 การส่งเว็บไซตใ์ ห้นักศกึ ษาตอบแบบสอบถามออนไลน์
ภาพท่ี 2 การส่งเว็บไซตใ์ ห้นกั ศกึ ษาตอบแบบสอบถามออนไลน์
21/9/65 08:45 แบบสอบถามเกี่ยวกับการลงทุนเพาะเลี้ยงปลาดุก
แบบสอบถามเกี่ยวกับการลงทุนเพาะเลี้ยง
ปลาดุก
*จำเป็ น
1 เพศ *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
ชาย
หญิง
2 อายุ *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
ต่ำกว่า 20
21 - 30 ปี
31 - 40 ปี
41 - 50 ปี
51 - 60 ปี
มากกว่า 60 ปี
3 ระดับการศึกษา *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
ประถมศึกษา
มัธยมศึกษา
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
อื่น ๆ
https://docs.google.com/forms/d/14vZ4Df8EyxZvCihWGDrT0_gU5V8rTiGBKp4WBEaFYyo/edit 1/3
21/9/65 08:45 แบบสอบถามเกี่ยวกับการลงทุนเพาะเลี้ยงปลาดุก
4 แหล่งเงินทุน *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
เงินทุนส่วนตัว
ธนาคาร/สหกรณ์
กองทุนหมู่บ้าน
ญาติพี่น้อง
แหล่งอื่น ๆ
5 ภาระหนี้สิน *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
ต่ำกว่า 10,000 บาท
10,001 - 50,000 บาท
50,001 - 100,000 บาท
100,001 - 150,000 บาท
150,001 - 200,000 บาท
มากกว่า 200,000 บาท
ตอนที่ 2 สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเลี้ยงปลาดุกของเกษตกร
6 พื้นที่ในการเลี้ยงปลาดุก *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
เป็ นพื้นที่ของตนเอง
เป็ นที่ดินเช่า
https://docs.google.com/forms/d/14vZ4Df8EyxZvCihWGDrT0_gU5V8rTiGBKp4WBEaFYyo/edit 2/3
21/9/65 08:45 แบบสอบถามเกี่ยวกับการลงทุนเพาะเลี้ยงปลาดุก
7 วิธีการเพาะเลี้ยง *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
บ่อดิน
บ่อปูน
8 จำนวนแรงงานที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงปลาดุก *
ทำเครื่องหมายเพียงหนึ่งช่อง
น้อยกว่า 10
มากกว่า 20
ตอนที่ 3
9
เนื้อหานี้มิได้ถูกสร้างขึ้นหรือรับรองโดย Google
ฟอร์ม
https://docs.google.com/forms/d/14vZ4Df8EyxZvCihWGDrT0_gU5V8rTiGBKp4WBEaFYyo/edit 3/3
ประทบั เวลา เพศ อายุ ระดับการศึกษา แหลงเงนิ ทุน
31 - 40 ป
17/8/2022, 11:51:07 ชาย ตํา่ กวา 20 ประถมศกึ ษา เงนิ ทนุ สวนตวั
ตา่ํ กวา 20
17/8/2022, 16:08:34 หญิง 21 - 30 ป ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวชเ.)งินทุนสวนตัว
31 - 40 ป
21/8/2022, 18:11:09 หญิง ต่ํากวา 20 ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวชเ.)งนิ ทนุ สว นตวั
ตํ่ากวา 20
24/8/2022, 11:36:59 ชาย 21 - 30 ป อน่ื ๆ เงินทุนสวนตวั
21 - 30 ป
30/8/2022, 14:18:40 ชาย 31 - 40 ป ประถมศกึ ษา เงินทุนสวนตัว
31 - 40 ป
30/8/2022, 14:42:49 หญิง 31 - 40 ป ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (ปวชเ.)งินทนุ สว นตวั
41 - 50 ป
30/8/2022, 15:10:44 หญงิ 41 - 50 ป ประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวชเ.)งนิ ทุนสว นตวั
31 - 40 ป
30/8/2022, 15:11:12 ชาย ต่ํากวา 20 ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชนั้ สงู เ(งปนิ วทสุน.)สว นตวั
51 - 60 ป
30/8/2022, 15:12:03 ชาย 31 - 40 ป อื่น ๆ เงนิ ทุนสว นตวั
21 - 30 ป
30/8/2022, 15:13:37 ชาย 41 - 50 ป อน่ื ๆ เงนิ ทุนสวนตัว
31 - 40 ป
30/8/2022, 15:13:57 ชาย อื่น ๆ เงินทนุ สว นตัว
30/8/2022, 15:14:43 ชาย อ่ืน ๆ เงนิ ทนุ สวนตวั
30/8/2022, 15:15:13 ชาย อ่ืน ๆ ธนาคาร/สหกรณ
30/8/2022, 15:16:55 ชาย อน่ื ๆ ธนาคาร/สหกรณ
30/8/2022, 15:17:25 ชาย อ่นื ๆ ธนาคาร/สหกรณ
30/8/2022, 15:17:52 ชาย ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวชเ.)งนิ ทุนสว นตวั
30/8/2022, 15:19:01 ชาย อื่น ๆ เงนิ ทุนสว นตัว
30/8/2022, 15:19:30 ชาย อน่ื ๆ ธนาคาร/สหกรณ
30/8/2022, 15:19:53 หญิง ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้นั สงู ธ(นปาวคส.า)ร/สหกรณ
30/8/2022, 15:20:17 ชาย อื่น ๆ เงินทนุ สว นตวั
13/9/2022, 12:12:31 ชาย อื่น ๆ เงนิ ทุนสว นตัว
ภาระหนสี้ ิน พื้นที่ในการเล้ียงปลาดกุ วิธกี ารเพาะเลีย้ ง จาํ นวนแรงงานที่ใชในการเพาะเลีย้ งปลาดุก
50,001 - 100,000 บาท เปนพน้ื ท่ขี องตนเอง บอ ดิน นอ ยกวา 10
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปน พื้นทข่ี องตนเอง บอ ดนิ นอ ยกวา 10
ตํ่ากวา 10,000 บาท เปน พื้นที่ของตนเอง บอดนิ นอยกวา 10
10,001 - 50,000 บาท เปนพน้ื ทข่ี องตนเอง บอดนิ นอยกวา 10
50,001 - 100,000 บาท เปน พนื้ ทข่ี องตนเอง บอดิน นอยกวา 10
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปนพน้ื ที่ของตนเอง บอ ดิน นอ ยกวา 10
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปนพื้นที่ของตนเอง บอดิน มากกวา 20
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปนพื้นทข่ี องตนเอง บอ ดนิ มากกวา 20
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปน พื้นที่ของตนเอง บอ ดิน มากกวา 20
มากกวา 200,000 บาท เปนพน้ื ท่ขี องตนเอง บอ ดนิ มากกวา 20
10,001 - 50,000 บาท เปน พืน้ ทข่ี องตนเอง บอ ดิน มากกวา 20
100,001 - 150,000 บาท เปน พน้ื ทข่ี องตนเอง บอดนิ มากกวา 20
50,001 - 100,000 บาท เปน ท่ดี นิ เชา บอดนิ มากกวา 20
50,001 - 100,000 บาท เปน พน้ื ทข่ี องตนเอง บอ ดิน นอ ยกวา 10
50,001 - 100,000 บาท เปนพนื้ ทข่ี องตนเอง บอดิน นอยกวา 10
ตํ่ากวา 10,000 บาท เปนพื้นที่ของตนเอง บอ ดิน มากกวา 20
ตํ่ากวา 10,000 บาท เปน พนื้ ทข่ี องตนเอง บอ ดนิ มากกวา 20
100,001 - 150,000 บาท เปนพน้ื ท่ขี องตนเอง บอดิน มากกวา 20
ตํ่ากวา 10,000 บาท เปน พ้นื ที่ของตนเอง บอดนิ นอยกวา 10
ตํา่ กวา 10,000 บาท เปนพื้นที่ของตนเอง บอดิน นอยกวา 10
ตา่ํ กวา 10,000 บาท เปนพื้นที่ของตนเอง บอ ดิน นอยกวา 10
ภาคผนวก ข
แบบเสนอหวั ขอ้ และเคา้ โครง
โครงงานการศกึ ษาตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการลงทนุ เพาะเลี้ยงปลาดกุ