ใบรับรองโครงการ
วทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ติ ร
เร่ือง การศึกษาความเป็ นไปไดใ้ นการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ
โดย 1. นายภราดร ฉิมศิริ รหสั 6122011321
2. นางสาวสิราภรณ์ จนั ตะมะ รหสั 6122011327
ไดร้ ับอนุมตั ิให้นบั เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ
สาขาวชิ าการบญั ชี
……………….………………ครูผสู้ อน …………………………ครูที่ปรึกษาโครงการ
(นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ)์ (นางณฎั ฐา โกวาช)
……………………….
(นางสุขใจ ตอนปัญญา)
หวั หนา้ แผนกวชิ าการบญั ชี
…………..………….
(นายอิศรา อยยู่ งิ่ )
รองผอู้ านวยการฝ่ ายวชิ าการ
วนั ท่ี……เดือน……….พ.ศ…….
ช่ือโครงการ การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการผลิตสครับกากกาแฟ
ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ นายภราดร ฉิมศิริ
นางสาวสิราภรณ์ จนั ตะมะ
สาขาวชิ า การบญั ชี
คุณครูท่ีปรึกษา นางณฏั ฐา โกวาช
ครูผสู้ อน นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ์
ปี การศึกษา 2563
บทคัคย่อ
การศึกษาคร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อ 1) เพ่ือศึกษาตน้ ทุนในการผลิตสครับกากกาแฟ
2) เพื่อศึกษาค่าใช้จ่ายที่ประหยดั ในการผลิตสครับกากกาแฟ 3) เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของ
นกั ศึกษาท่ีมีตอ่ การใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั การผลิตสครับกากกาแฟ
ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาตามโครงการสบู่สครับกากกาแฟเพื่อจาหน่าย ได้แก่
นกั เรียนนกั ศึกษาวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร จานวน 50 คน กาหนดกลุ่มตวั อยา่ งโดยเลือกจากนกั เรียน
นกั ศึกษาท่ีสนใจสบู่สครับกากกาแฟ
เครื่องมือท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นกับปัจจยั ที่มีผลต่อ
พฤตติกรรมการบริโภคสครับกากกาแฟ โดยใช้แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ลาดบั และ
นาขอ้ มูลที่ไดม้ าวเิ คราะห์ขอ้ มูล โดยใชส้ ถิติพ้ืนฐานการแจกแจงความถ่ี และค่าร้อยละ
ผลการศึกษา พบวา่
1. ตน้ ทุนในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ เฉล่ีย 12.25 บาทต่อกอ้ น
2. คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีประหยดั ไดจ้ ากการผลิตสบู่สครับกากกาแฟต่อกอ้ น ในปริมาณ 50 กรัม
ในราคา 21.50 บาท และคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต 7.50 บาทตอ่ กอ้ น
ก
กติ ติกรรมประกาศ
การจดั ทารายงานโครงการคร้ังน้ี สาเร็จลุล่วง ไดอ้ ยา่ งดีดว้ ยความอนุเคราะห์และความ
กรุณา ให้คาปรึกษา ต้งั แต่ตน้ จนเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนให้ความรู้และประสบการณ์ท่ีดีแก่
ขา้ พเจา้ จาก นางสาวอรวลญั ช์ นอ้ ยสมวงษ์ ครูผสู้ อนวิชาโครงการ ผศู้ ึกษาขอขอบคุณเป็ นอยา่ ง
สูงไว้ ณ โอกาสน้ี
ขอกราบขอบพระคุณ นางณฏั ฐา โกวาช ครูท่ีปรึกษาโครงการท่ี ไดก้ รุณาใหค้ าแนะนา
และใหค้ าปรึกษาตลอดจนใหค้ วามช่วยเหลือแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ เพ่ือใหจ้ ดั ทาโครงการฉบบั น้ี
มีความสมบูรณ์ ผูจ้ ดั ทาโครงการขอกราบขอบพระคุณอยา่ งสูงและขอบขอบคุณคณะอาจารยท์ ุก
ท่านท่ีไดป้ ระสิทธ์ิประสาทวชิ า บม่ เพาะจนผศู้ ึกษาสามารถนาเอาหลกั การมาประยกุ ตใ์ ชแ้ ละอา้ งอิง
ในการจดั ทาโครงการคร้ังน้ี อีกท้งั บิดา มารดา ญาติ พ่ีนอ้ งและเพื่อน ๆ ของผูจ้ ดั ทาโครงการ
ซ่ึงใหก้ าลงั ใจและความช่วยเหลือ มาโดยตลอด
คุณค่าอนั พึงมีจากการศึกษาคน้ ควา้ อิสระฉบบั น้ี ขอมอบเพ่ือบูชาคุณพระบิดา มารดา
ครูอาจารย์ และผมู้ ีพระคุณทุกทา่ น
ภราดร ฉิมศิริ
สิราภรณ์ จนั ตะมะ
สารบัญ หน้า
ก
บทคดั ยอ่ ข
กิตติกรรมประกาศ ค
สารบญั ง
สารบญั (ต่อ) จ
สารบญั ตาราง ฉ
สารบญั ภาพ
บทที่ 1
1. บทนา 2
2
1.1 ความสาคญั และความเป็ นมาของปัญหา 3
1.2 วตั ถุประสงคใ์ นการศึกษา 3
1.3 ขอบเขตในการศึกษา
1.4 ประโยชน์ท่ีไดร้ ับ 4
1.5 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 10
2. เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 11
2.1 หลกั การและแนวคิดเกี่ยวกบั ตน้ ทุน 18
2.2 ความรู้เกี่ยวกบั คา่ ใชจ้ า่ ยในครัวเรือน
2.3 งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 19
2.4 กรอบแนวคิดในการจดั ทาโครงการ 19
3. วธิ ีดาเนินการศึกษา 20
3.1 กลุ่มเป้าหมายท่ีใชใ้ นการศึกษา 20
3.2 เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา 21
3.3 วธิ ีดาเนินการศึกษา 21
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
3.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.6 สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ค
สารบญั (ต่อ)
หน้า
4. ผลการศึกษา
4.1 ขอ้ มูลตน้ ทุนและผลตอบแทนของการประกอบกิจการสบู่สครับกากกาแฟ 22
4.2 ขอ้ มูลภาพทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม 27
4.3 ขอ้ มูลปัจจยั ท่ีมีผลต่อพฤติกรรมการใชส้ บู่สครับกากกาแฟ 30
5. สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรุปผลการศึกษา 32
5.2 อภิปรายผล 33
5.3 ขอ้ เสนอแนะท่ีใชไ้ ดจ้ ากการศึกษา 34
บรรณานุกรม 35
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบสอบถามความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั ที่มีผลตอ่ พฤติกรรม
ผบู้ ริโภคสบู่สรับกากกาแฟ 36
ข แบบเสนอหวั ขอ้ โครงการและเคา้ โครง โครงการศึกษาตน้ ทุนและ
ผลตอบแทนเพื่อการตดั สินใจประกอบกิจการจาหน่ายสบู่สครับกากกาแฟ 39
ค แสดงภาพการลงพ้ืนที่การเก็บขอ้ มูล ความคิดเห็นเก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีมีผล
ตอ่ พฤติกรรมการบริโภคสบู่สครับกากกาแฟและการผลิตสบูส่ ครับ 45
ง ภาพครูผสู้ อนและท่ีปรึกษาโครงการ 58
ประวตั ิผจู้ ดั ทาโครงการ 61
ง
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หน้า
1 เงินลงทุนเร่ิมแรกร้านสบู่สครับกากกาแฟแบบขายในวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร 22
2 ตน้ ทุนคา่ วตั ถุดิบในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ 23
3 แสดงตน้ ทุนค่าแรงงานในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ 23
4 แสดงตน้ ทุนคา่ ไฟฟ้าที่ใชใ้ นการทาสบูส่ ครับกากกาแฟ 24
5 แสดงขอ้ มูลสินทรัพย์ และค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 24
6 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายในการผลิต เฉล่ียต่อกอ้ น 25
7 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ เฉล่ียตอ่ กอ้ น 25
8 แสดงตน้ ทุนของราคาขายต่อกอ้ น ของผลิตภณั ฑส์ บู่สครับกากกาแฟ 26
9 แสดงกาไรข้นั ตน้ จากการขายสบู่สครับกากกาแฟ เฉลี่ยตอ่ กอ้ น 26
10 แสดงการคานวณหาอตั ราผลตอบแทนจากการทาสบูส่ ครับกากกาแฟ 27
11 แสดงจานวน (คา่ ความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพ
และขอ้ มูลทวั่ ไปจาแนกตามเพศ 27
12 แสดงจานวน (คา่ ความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพ
และขอ้ มูลทว่ั ไปจาแนกตามอายุ 28
13 แสดงจานวน (คา่ ความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพ
และขอ้ มูลทว่ั ไปจาแนกตามสถานภาพ 28
14 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และคา่ ร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพ
และขอ้ มูลทวั่ ไปจาแนกตามระดบั การศึกษา 29
15 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพ
และขอ้ มูลทว่ั ไปจาแนกตามแหล่งเงินทุน 29
16 แสดงคา่ เฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนแบบมาตรฐาน
ความพึงพอของลูกคา้ ที่มีต่อการใชส้ บูส่ ครับกากกาแฟ 30
จ
สารบัญรูปภาพ หน้า
18
ภาพท่ี 46
1 แสดงแนวคิดในการจดั ทาโครงการ 48
2 ภาพผตู้ อบแบบสอบถาม 50
3 ภาพวตั ถุดิบที่เป็นส่วนผสมในการทาสบู่สครับกากกาแฟ 55
4 ภาพการทาสบูส่ ครับกากกาแฟ 55
5 ภาพสบู่สครับกากกาแฟพร้อมจาหน่าย 59
6 ภาพการจาหน่ายสินคา้ 60
7 ภาพพบครูอาจารยผ์ สู้ อน
8 ภาพพบครูที่ปรึกษาโครงการ
ฉ
บทท่ี 1
บทนำ
1. ควำมเป็ นมำและควำมสำคัญของปัญหำ
กาแฟ เป็นเคร่ืองดื่มที่ทามาจากเมลด็ ซ่ึงไดจ้ ากตน้ กาแฟหรือท่ีมกั เรียกวา่ เมล็ดกาแฟคว่ั
ในปัจจุบนั มีการปลูกกาแฟมากกวา่ 70 ประเทศทวั่ โลก กาแฟเขียว ซ่ึงเป็ นกาแฟที่ไม่ผา่ นการคว่ั
ก็เป็ นอีกหน่ึงสินคา้ ทางการเกษตรที่มีการซ้ือขายกันมากท่ีสุดในโลก และในปัจจุบนั กาแฟได้
กลายเป็ นเคร่ืองดื่มที่ไดร้ ับความนิยมมากที่สุดดว้ ย เมื่อ “กาแฟ” เป็ นเครื่องดื่มยอดนิยมของผคู้ น
ทวั่ โลกจึงทาใหเ้ กิดสิ่งที่เรียกวา่ “กากกาแฟ” เป็ นจานวนมากตามไปดว้ ยส่วนใหญ่ก็จะทิ้งมนั ไป
อยา่ งไม่สนใจใยดี เพราะเขา้ ใจวา่ ไม่สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์อะไรไดอ้ ีกแลว้ แต่สาหรับเรามนั
คือส่ิงท่ีมีค่ามาก
ผงกาแฟมีประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ต่อผิวสามารถนาผงกาแฟที่มีคุณภาพผสมเขา้ กับ
ส่วนผสมธรรมชาติอื่น ๆ ทาเป็ นสครับกาแฟขดั ผิวเพ่ือผิวจะเห็นผลไดช้ ดั เจนทนั ทีและดียิ่งข้ึน
สครับกาแฟมีประโยชน์มากมายหลายอยา่ ง ท้งั ช่วยใหผ้ วิ ดูออ่ นเยาว,์ ป้องกนั การอกั เสบ, ลดเซลลูไลท์
ลดรอยแตกลาย, ช่วยการไหลเวียนของเลือด, ลดอาการบวมท่ีตา, ช่วยให้ผิวเรียบเนียนสม่าเสมอ
ประโยชนข์ องคาเฟอีนท่ีอยใู่ นสครับกาแฟนอกจากสครับกาแฟจะช่วยผลดั เซลลผ์ วิ เก่า เผยเซลล์ผิว
ใหม่ท่ีดีกวา่ แลว้ คาเฟอีนท่ีอยใู่ นกาแฟก็ถือวา่ เป็ นส่วนสาคญั ท่ีช่วยใหผ้ วิ ดีข้ึนอีกดว้ ยคาเฟอีนเป็ น
ส่วนประกอบท่ีพบไดใ้ น ใบชา เมล็ดกาแฟ ในทางการแพทย์ คาเฟอีนถูกนามาใชก้ ระตุน้ ระบบ
ประสาท เพื่อใหร้ ะบบประสาททางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพคนส่วนใหญ่จะทราบแค่วา่ การด่ืม
กาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนน้อยท่ีจะทราบว่ากาแฟมีผลต่อผิวพรรณของคนเรา
คาเฟอีนจะช่วยให้ผิวกระชบั นนั่ เป็ นเหตุทาให้ลดเซลลูไลทไ์ ด้ นอกจากน้ียงั ช่วยลดอาการบวม
และอกั เสบไดเ้ ป็นอยา่ งดี
จากขอ้ มูลดงั กล่าวขา้ งตน้ ผจู้ ดั ทาโครงการมีความรู้เกี่ยวกบั การทาสครับกากกาแฟผสม
เขา้ กบั ส่วนผสมธรรมชาติตา่ ง ๆ จนทาใหเ้ กิดสครับกากกาแฟหลากหลายสูตรใหเ้ ขา้ ถึงปัญหาผิวของ
ผใู้ ชใ้ นแต่ละคน จึงมีแนวคิดท่ีศึกษาตน้ ทุนของการทาสครับกากกาแฟ เพ่ือนาขอ้ มูลที่ไดพ้ ิจารณา
เปรียบเทียบตน้ ทุนในการจา่ ยซ้ือสครับกากกาแฟ
2. วตั ถุประสงค์ของกำรศึกษำ
1. เพื่อศึกษาตน้ ทุนในการผลิตสครับกากกาฟ
2. เพ่อื ศึกษาค่าใชจ้ า่ ยที่ประหยดั ในการผลิตสครับกากกาแฟ
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนกั ศึกษาที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกบั การผลิตสครับ
กากกาแฟ
3. ขอบเขตของกำรศึกษำ
3.1 ประชากรกลุ่มตวั อยา่ ง
3.1.1 ประชากรที่ใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่ นกั เรียนนกั ศึกษาวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร
3.1.2 กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษา นักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร
กาหนดกลุ่มตวั อย่างโดยเลือกแบบเจาะจง จากนักเรียนนักศึกษาท่ีเขา้ รับการอบรมผลิตสครับ
กากกาแฟ
3.2 สถานที่ดาเนินการ นกั เรียนนกั ศึกษาวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร
3.3 วธิ ีดาเนินการศึกษา
การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาเชิงทดลอง ( Experimental ) ใชข้ อ้ มูลสองลกั ษณะคือ
3.1 ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ เป็นการรวบรวมขอ้ มูล เพ่ืออธิบายสภาพทวั่ ไปทางเศรษฐกิจ
และสงั คมของวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตรโดยใชว้ ธิ ีการสมั ภาษณ์ และการใชเ้ อกสารที่เก่ียวขอ้ ง
3.2 ขอ้ มูลเชิงปริมาณ เป็ นการรวบรวมขอ้ มูลค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวขอ้ งกบั การผลิตและ
การใชส้ ครับกากกาแฟ
4. ประโยชน์ทคี่ ำดว่ำจะได้รับจำกกำรศึกษำ
1. สามารถทาใหน้ กั เรียนนกั ศึกษาเกิดรายไดเ้ พ่ิมมากข้ึน
2. ทาใหท้ ราบตน้ ทุนผลิตภณั ฑก์ ารผลิตสครับกากกาแฟ
3. ทาใหเ้ ป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพในอนาคต
4. ทาใหเ้ กิดความรู้เกี่ยวกบั การทาสบูส่ ครับกากกาแฟ
5. นิยำมศัพท์เฉพำะ
5.1 ตน้ ทุน หมายถึง ตน้ ทุนท้งั สิ้นของการผลิตสครับจากกากกาแฟ
5.2 ค่าใชจ้ ่ายที่ป็นรายได้ หมายถึง ผลตา่ งระหวา่ งตน้ ทุนการผลิตสครับกากกาแฟกบั
ค่าใชจ้ า่ ยเกี่ยวกบั การซ้ือและทาสครับกากกาแฟ
4
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วข้อง
การศึกษาคร้ังน้ี เป็ นการจัดทาโครงการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในการทา
สบู่สครับกากกาแฟ ผจู้ ดั ทาโครงการไดศ้ ึกษาหลกั แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งดงั น้ี
2.1 หลกั การและแนวคิดเกี่ยวกบั ตน้ ทุน
2.2 หลกั การและแนวคิดเก่ียวกบั ผลตอบแทน
2.3 ขอ้ มูลการทาสบูส่ ครับกากกาแฟของวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร
2.4 งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
2.5 กรอบแนวคิดในการจดั ทาโครงการ
2.1 หลกั การและแนวคิดเกยี่ วกบั ต้นทุน
2.1.1 ความหมายของตน้ ทุน
ตน้ ทุน คือ ทรัพยากรที่ตอ้ งเสียไปเพ่ือให้ไดม้ าซ่ึงประโยชน์ในรูปของสินทรัพย์
หรือบริการ และจะใชป้ ระโยชน์ในอนาคต เช่น ตน้ ทุนของอาคารที่ยงั เหลืออยหู่ ลงั จากหกั ในส่วน
ท่ีบริการคุม้ ครองแลว้ ในงวดปัจจุบนั สินคา้ คงเหลือท่ียงั ไมไ่ ดจ้ าหน่ายออกไป เป็ นตน้ ตน้ ทุนที่ยงั
ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน์เหล่าน้ี จะแสดงเป็ นสินทรัพยอ์ ยใู่ นงบดุล ณ วนั สิ้นงวด มูลค่าของทรัพยากร
ที่สูญเสียไปเพ่ือให้ไดส้ ินคา้ หรือบริการ โดยมูลค่าน้นั จะตอ้ งสามารถวดั ไดเ้ ป็ นหน่วยเงินตรา ซ่ึง
เป็ นลกั ษณะของการลดลงในสินทรัพยห์ รือเพ่ิมข้ึนในหน้ีสิน ตน้ ทุนท่ีเกิดข้ึนอาจจะให้ประโยชน์
ในปัจจุบนั หรือในอนาคตกไ็ ด้ เมื่อตน้ ทุนใดที่เกิดข้ึนแลว้ และกิจการไดใ้ ชป้ ระโยชน์ไปท้งั สิ้นแลว้
ตน้ ทุนน้นั กจ็ ะถือเป็น “คา่ ใชจ้ า่ ย” (Expenses) ดงั น้นั ค่าใชจ้ ่ายจึงหมายถึงตน้ ทุนท่ีไดใ้ ห้ประโยชน์
และกิจการไดใ้ ชป้ ระโยชน์ท้งั หมดไปแลว้ ในขณะน้นั และสาหรับตน้ ทุนท่ีกิจการสูญเสียไป แต่จะ
ใหป้ ระโยชน์แก่กิจการในอนาคตเรียกวา่ สินทรัพย์ (Assets)
5
2.1.2 ความสาคญั ของตน้ ทุน
การบญั ชีตน้ ทุน (Cost Accounting) จดั เป็ นวิธีการทางบญั ชีท่ีทาหนา้ ที่รวบรวม
ขอ้ มูลทางด้านตน้ ทุนของธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม โดยมีวตั ถุประสงคพ์ ้ืนฐานในการจดั ทา
รายงานทางการเงินตลอดจนวิเคราะห์ และจาแนกขอ้ มูลเพื่อใช้ในการบริหารตน้ ทุน (Cost
Management) ตามความตอ้ งการของผูบ้ ริหาร ในปัจจุบนั น้ีไม่ใช่แต่ธุรกิจประเภทอุตสาหกรรม
เทา่ น้นั ท่ีจะตอ้ งใชว้ ธิ ีการทางบญั ชีหรือขอ้ มูลของบญั ชีตน้ ทุน แตย่ งั มีธุรกิจอีกหลายประเภท เช่น
โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลยั ธนาคาร บริษทั เงินทุน บริษทั สายการบิน และ
กิจการอื่น ๆ อีกมากมายท่ีได้มีการนาวิธีการบญั ชีตน้ ทุนไปประยุกต์ใช้เพื่อการตดั สินใจของ
ผบู้ ริหาร อยา่ งไรกต็ ามวตั ถุประสงคท์ ่ีสาคญั ของขอ้ มูลทางบญั ชีตน้ ทุนพอสรุปไดด้ งั น้ี
2.1.3 การแบ่งประเภทของตน้ ทุน
1) การจาแนกตน้ ทุนตามลกั ษณะส่วนประกอบของผลิตภณั ฑ์
1.1) วตั ถุดิบ
1.1.1) วตั ถุดิบทางตรง (Direct materials) หมายถึง วตั ถุดิบทางตรงจะ
เป็ นส่วนประกอบหลกั ของผลิตภณั ฑ์ ปริมาณการใชง้ านจะแปรผนั กบั ปริมาณการผลิตโดยตรง
เช่น วตั ถุดิบทางตรงของยางรถยนต์ คือ ยางพารา, วตั ถุดิบทางตรงของน้าดื่มบรรจุขวด
คือ น้าเปล่าและขวดพลาสติก เป็นตน้ .
1.1.2) วตั ถุดิบทางออ้ ม (Indirect materials) วตั ถุดิบทางอ้อม เป็ น
วสั ดุประกอบการผลิตหรือสนบั สนุนการผลิต เช่น ผา้ เช็ดมือ, สกรู, น้ามนั หล่อเยน็ , น้ายาทา
ความสะอาดเป็นตน้ . ตน้ ทุนการผลิตวตั ถุดิบทางออ้ มจะไม่แปรผนั กบั การผลิตโดยตรง นอกจากน้ี
ตน้ ทุนการของวตั ถุดิบทางออ้ มบางคร้ังก็ถูกจดั ใหเ้ ป็ นค่าโสหุ้ยไดเ้ ช่นกนั ในบางคร้ังการจาแนก
ตน้ ทุนการผลิตของวตั ถุดิบระหวา่ งตน้ ทุนทางตรงและตน้ ทุนทางออ้ มอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
ตามนโยบายดา้ นตน้ ทุนของแต่ละบริษทั เช่น มีดกลึง บางคร้ังก็ถูกจดั ให้เป็ นตน้ ทุนทางตรง และ
บางคร้ังก็ถูกจดั ใหเ้ ป็นตน้ ทุนทางออ้ มได้
1.2) ค่าแรงงาน
1.2.1) ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่าง ๆ
ท่ีจ่ายให้แก่คนงานหรือลูกจา้ งท่ีทาหน้าท่ีเก่ียวกบั การผลิตสินคา้ สาเร็จรูปโดยตรง รวมท้งั เป็ น
ค่าแรงงานที่มีจานวนมากเมื่อเทียบกบั ค่าแรงงานทางออ้ มในการผลิตสินคา้ หน่วยหน่ึง ๆ และ
จดั เป็ นค่าแรงงานส่วนสาคญั ในการแปรรูปวตั ถุดิบให้เป็ นสินคา้ สาเร็จรูป เช่น คนงานที่ทางาน
เก่ียวกบั การควบคุมเคร่ืองจกั รที่ใช้ในการผลิตก็ควรถือเป็ นแรงงานทางตรง พนกั งานในสายการ
ประกอบ เป็นตน้
6
1.2.2) ค่าแรงงานทางออ้ ม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานท่ีไม่
เกี่ยวขอ้ งกบั ค่าแรงงานทางตรงท่ีใช้ในการผลิตสินคา้ เช่น เงินเดือนผคู้ วบคุมโรงงาน เงินเดือน
พนกั งานทาความสะอาดเครื่องจกั ร และ โรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง
ตลอดจนตน้ ทุนที่เกี่ยวขอ้ งกบั คนงาน เช่น ค่าภาษีท่ีออกให้ลูกจา้ ง สวสั ดิการต่าง ๆ เป็ นต้น
ซ่ึงค่าแรงงานทางออ้ มเหล่าน้ีจะถือเป็นส่วนหน่ึงของค่าใชจ้ า่ ยการผลิต
1.3) ค่าใช้จ่ายในการผลิต หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการผลิตเป็ นตน้ ทุนในการ
ผลิตสินค้าอย่างหน่ึงได้แก่ วตั ถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม ค่าประกันภัยโรงงาน
ค่าซ่อมแซมโรงงาน ค่าใช้จ่ายเหล่าน้ีไม่มีความสัมพนั ธ์โดยตรงกบั ผลิตภณั ฑ์ นอกจากน้นั ยงั มี
ค่าใชจ้ ่ายในการผลิตบางประเภทที่ไม่อาจคิดโดยตรงกบั แผนกต่าง ๆ ได้แก่เงินเดือนผูค้ วบคุม
โรงงาน ค่าเสื่อมราคาโรงงาน ค่าใชจ้ ่ายเหล่าน้ีตอ้ งนามาคิดเป็ นตน้ ทุนของผลิตภณั ฑโ์ ดยการปัน
ส่วน การคิดค่าใชจ้ ่ายในการผลิตเขา้ เป็ นตน้ ทุนผลิตภณั ฑ์มีปัญหายงุ่ ยากหลายอยา่ ง วิธีเดียวที่ใช้
สะดวกและง่าย คือ ใชอ้ ตั ราถวั เฉลี่ยซ่ึงเรียกวา่ เป็นอตั ราคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต
2) การจาแนกตน้ ทุนตามความสาคญั และลกั ษณ์ของตน้ ทุน
การคานวณหาตน้ ทุนที่แทจ้ ริงของผลิตภณั ฑม์ ีความสาคญั ในการบริหารงาน
ท้งั ดา้ นการตลาดและการผลิตและเพ่ือการต้งั ราคาขายผลิตภณั ฑ์หน่ึงผลิตภณั ฑ์ใดดว้ ย ผูบ้ ริหาร
จาเป็ นตอ้ งใชข้ อ้ มูลตน้ ทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆเพื่อการวางแผนธุรกิจและเพ่ือวดั ผลดาเนินการของ
กิจการวา่ มีกาไรหรือขาดทุน ดงั น้นั ขอ้ มูลตวั เลขของตน้ ทุนจึงใชใ้ นการประกอบการตดั สินใจของ
ผูบ้ ริหารหรือเจา้ ของกิจการดว้ ยการจาแนกประเภทของตน้ ทุนออกมาในหลายลกั ษณะท่ีต่างกนั
เพราะตน้ ทุนในแตล่ ะประเภทกจ็ ะมีวตั ถุประสงคก์ ารใชใ้ นการตดั สินใจแต่ละปัญหาท่ีต่างกนั ไปซ่ึง
จะส่งผลใหก้ ารจาแนกตน้ ทุนมีหลายมุมมองไดแ้ ละเกิดประโยชนใ์ นแต่ละมุมมองนนั่ เอง
2.1) ตน้ ทุนข้นั ตน้ (Prime Costs) หมายถึง ตน้ ทุนรวมระหวา่ งวตั ถุดิบ
ทางตรงและค่าแรงงานทางตรง ซ่ึงตามปกติเราจะถือว่า ตน้ ทุนข้นั ตน้ จะมีความสัมพนั ธ์โดยตรง
กบั การผลิต รวมท้งั เป็นตน้ ทุนที่มีจานวนมากเมื่อเทียบกบั ตน้ ทุนการผลิตท้งั หมด แต่อยา่ งไรก็ตาม
ในยคุ ปัจจุบนั การผลิตในธุรกิจบางแห่งมีการใชเ้ ครื่องจกั รมากข้ึน ทาใหต้ น้ ทุนค่าแรงงานทางตรง
ลดลง ในลกั ษณะเช่นน้ีตน้ ทุนข้นั ตน้ กจ็ ะมีความสาคญั ลดลงเม่ือเทียบกบั ตน้ ทุนแปรสภาพ
2.2) ตน้ ทุนแปรสภาพ (Conversion costs) หมายถึง ตน้ ทุนที่เกี่ยวขอ้ งกบั
การแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปแบบจากวตั ถุดิบทางตรงใหก้ ลายเป็ นสินคา้ สาเร็จรูป ซ่ึงตน้ ทุน
ดงั กล่าว ประกอบไปดว้ ยค่าแรงทางตรงและค่าจ่ายในการผลิต รวมท้งั ค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อม
บารุงเคร่ืองจกั รที่ใชใ้ นกระบวนการผลิต
7
3) การจาแนกตน้ ทุนตามความสมั พนั ธ์กบั ระดบั ของกิจกรรม
บางคร้ังเราก็เรียกว่า “การจาแนกตน้ ทุนตามพฤติกรรมของตน้ ทุน (Cost
Behavior) ซ่ึงมีลกั ษณะท่ีสาคญั คือ เป็นการวเิ คราะห์จานวนของตน้ ทุนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป
ตามปริมาณการผลิต หรือระดบั ของกิจกรรมท่ีเป็ นตวั ผลกั ดนั ใหเ้ กิดตน้ ทุน (Cost Driver) ในการ
ผลิตท้งั ท่ีเก่ียวกบั การวางแผน การควบคุม การประเมิน และวดั ผลการดาเนินงาน การจาแนก
ต้นทุนตามความสัมพนั ธ์กับระดับของกิจกรรม เราสามารถที่จะจาแนกต้นทุนได้ 3 ชนิด
คือ ตน้ ทุนผนั แปร ตน้ ทุนคงท่ี ตน้ ทุนผสม อยา่ งไรก็ตามแนวคิดในการจาแนกตน้ ทุนใน 3 ชนิด
น้ี เป็ นการจาแนกตน้ ทุนท่ีอยูใ่ นช่วงของตน้ ทุนที่มีความหมายต่อการตดั สินใจ (Relevant range)
นั่นก็คือ เป็ นช่วงที่ต้นทุนคงที่รวม และต้นทุนผนั แปรต่อหน่วย ยงั มีลักษณะคงท่ีหรือไม่
เปล่ียนแปลง
3.1) ตน้ ทุนผนั แปร (Variable Costs) หมายถึง ตน้ ทุนผนั แปร คือ ตน้ ทุน
ของกิจการประเภทหน่ึง ท่ีกิจการเสียทรัพยากรไปเพื่อให้ได้มาซ่ึงสินค้าหรือบริการ อันจะ
ก่อให้เกิดประโยชน์กบั กิจการในอนาคต ตน้ ทุนผนั แปร หรือ Variable Cost มีลกั ษณะแปรผนั
ไปตามจานวนสินคา้ ท่ีผลิต หรือเมื่อมีการเพ่ิมข้ึนหรือลดลงของการผลิต ตน้ ทุนก็จะเปลี่ยนแปลง
ตามไปดว้ ยนนั่ เอง ซ่ึงจะแตกตา่ งกบั ตน้ ทุนคงที่ อ่านเรื่องราวเก่ียวกบั ตน้ ทุนคงที่ได้
3.2) ตน้ ทุนคงท่ี (Fixed Costs) หมายถึง เป็ นตน้ ทุนซ่ึงจานวนรวมจะ
ไม่เปล่ียนแปลงไปกับการเปล่ียนแปลงของปริมาณการผลิตภายในช่วงท่ีพิจารณา หรือไม่ว่า
ปริมาณกิจกรรมจะเพ่ิมข้ึนหรือลดลง ตน้ ทุนคงที่รวมจะไม่เปล่ียนแปลง เช่น เงินเดือนผูค้ วบคุม
ตรวจตราโรงงาน คา่ เสื่อมราคาเคร่ืองจกั ร ค่าประกนั ภยั โรงงานเครื่องจกั ร ภาษีและค่าเช่า ตน้ ทุน
ก่ึงผนั แปร คือ ตน้ ทุนที่มีลกั ษณะผสมท้งั ท่ีเป็ นตน้ ทุนคงที่และตน้ ทุนผนั แปร นนั่ คือ จานวนรวม
ของต้นทุนจะเปล่ียนแปลงตามปริมาณของกิจกรรม แต่ไม่ได้แปรไปในอตั ราส่วนโดยตรงกับ
ปริมาณกิจกรรม เช่น ค่าโทรศพั ท์ ค่าเบ้ียประกนั ภยั ค่ากาลงั ไฟ ค่าตรวจสอบคุณภาพสินคา้
เป็ นตน้ ตน้ ทุนแผนกผลิต แผนกผลิตเป็ นแผนกท่ีทาการแปรสภาพวตั ถุดิบให้เป็ นสินคา้ สาเร็จรู ป
โดยใชแ้ รงงานคนหรือเครื่องจกั รา ตน้ ทุนของแผนกผลิตจะถือเป็ นตน้ ทุนของผลิตภณั ฑ์เพราะ
เกี่ยวขอ้ งกบั การผลิตโดยตรง เช่น แผนกตดั แผนกประกอบ แผนกตกแตง่ เป็นตน้
3.3) ตน้ ทุนผสม (Mixed Costs) หมายถึง ตน้ ทุนที่มีลกั ษณะของตน้ ทุน
คงท่ีและตน้ ทุนผนั แปรรวมอยู่ด้วยกัน ในช่วงของการดาเนินกิจกรรมท่ีมีความหมายต่อการ
ตดั สินใจ โดยตน้ ทุนผสมน้ีจะแบ่งออกเป็ น 2 ชนิด คือ ตน้ ทุนก่ึงผนั แปร และตน้ ทุนก่ึงคงที่หรือ
ตน้ ทุนเชิงข้นั
8
3.4) ตน้ ทุนก่ึงแปรผนั (Semi Variable Cost) หมายถึง ตน้ ทุนท่ีจะมี
ตน้ ทุนส่วนหน่ึงคงท่ีทุกระดบั ของกิจกรรม และ มีตน้ ทุนอีกส่วนหน่ึงจะผนั แปรไปตามระดบั ของ
กิจกรรม เช่น ค่าโทรศพั ท์ ค่าโทรสาร เป็ นตน้ อยา่ งไรก็ตาม ในบางคร้ังก็เป็ นการยากที่จะระบุ
ไดว้ า่ ตน้ ทุนส่วนใดเป็ นตน้ ทุนผนั แปร ดงั น้นั จึงจาเป็ นตอ้ งใชเ้ ทคนิคในการประมาณตน้ ทุนเขา้ มา
ช่วยในการวิเคราะห์ ซ่ึงเทคนิคในการประมาณตน้ ทุนจะได้ศึกษาต่อไปในส่วนของการบญั ชี
ตน้ ทุนที่เก่ียวกบั การใชข้ อ้ มูลเพอื่ การตดั สินใจ
3.5) ตน้ ทุนเชิงข้นั (step cost) หมายถึง ตน้ ทุนท่ีจะมีจานวนคงที่ ณ
ระดบั กิจกรรมหน่ึงและจะเปล่ียนไปคงท่ีในอีกระดบั กิจกรรมหน่ึง เช่น เงินเดือน ผูค้ วบคุม
คนงาน คา่ เช่าบางลกั ษณะ เป็นตน้
4) การจาแนกตน้ ทุนตามความสัมพนั ธ์กบั หน่วยตน้ ทุน
ในการจาแนกตน้ ทุนลกั ษณะน้ีเราสามารถท่ีจะจาแนกได้ 2 ชนิด คือ ตน้ ทุน
ทางตรง (Direct cost) และตน้ ทุนทางออ้ ม (Indirect cost) โดยพิจารณาตามความสามารถที่จะ
ระบุไดว้ า่ ตน้ ทุนใดเป็นตน้ ทุนของงานใด แผนกใด หรือเขตการขายใด เป็นตน้
4.1) ตน้ ทุนทางตรง (Direct cost) หมายถึง ตน้ ทุนท่ีฝ่ ายบริหารสามารถที่จะ
ระบุไดว้ า่ ตน้ ทุนใดเป็ นของหน่วยตน้ ทุน เช่น วตั ถุดิบทางตรงและค่าแรงงานทางตรงที่ใชใ้ นการ
ผลิตงานผลิตชิ้นใดชิ้นหน่ึง หรือค่าเส่ือมราคาเครื่องจกั รในแผนกประกอบ ก็คือ ตน้ ทุนทางตรง
ของแผนกประกอบนน่ั เอง
4.2) ตน้ ทุนทางออ้ ม (Indirecl cost) หมายถึง ตน้ ทุนร่วม (Common cost)
ท่ีเกิดข้ึนโดยไม่สามารถระบุไดว้ า่ เกิดจากหน่วยตน้ ทุนใด โดยปกติแลว้ ตน้ ทุนทางออ้ มน้ีจะถูกแบ่ง
สรรให้แก่หน่วยตน้ ทุนต่าง ๆ ดว้ ยเทคนิควิธีในการจดั สรรตน้ ทุน (Allocation techniques)
ซ่ึงโดยทว่ั ไปตน้ ทุนเกี่ยวกบั การผลิตน้นั ตน้ ทุนทางออ้ มก็หมายถึงค่าใชจ้ ่ายการผลิตของสินคา้
5) การจาแนกต้นทุนตามหน้าที่งานในสายการผลิต การคานวณหาตน้ ทุนที่
แทจ้ ริงของผลิตภณั ฑม์ ีความสาคญั ในการบริหารงาน ท้งั ดา้ นการตลาดและการผลิตและเพื่อการต้งั
ราคาขายผลิตภณั ฑ์หน่ึงผลิตภณั ฑ์ใดดว้ ย ผูบ้ ริหารจาเป็ นตอ้ งใชข้ อ้ มูลตน้ ทุนและค่าใชจ้ ่ายต่างๆ
เพ่ือการวางแผนธุรกิจและเพื่อวดั ผลดาเนินการของกิจการว่ามีกาไรหรือขาดทุน ดงั น้นั ขอ้ มูล
ตวั เลขของตน้ ทุนจึงใชใ้ นการประกอบการตดั สินใจของผบู้ ริหารหรือเจา้ ของกิจการดว้ ยการจาแนก
ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ต้ น ทุ น อ อ ก ม า ใ น ห ล า ย ลั ก ษ ณ ะ ที่ ต่ า ง กัน เ พ ร า ะ ต้ น ทุ น ใ น แ ต่ ล ะ ป ร ะ เ ภ ท
กจ็ ะมีวตั ถุประสงคก์ ารใชใ้ นการตดั สินใจแต่ละปัญหาที่ต่างกนั ไปซ่ึงจะส่งผลใหก้ ารจาแนกตน้ ทุน
มีหลายมุมมองไดแ้ ละเกิดประโยชนใ์ นแต่ละมุมมองนน่ั เอง
9
5.1) ตน้ ทุนแผนกผลิต (Cost of production departments) หมายถึง ตน้ ทุน
ต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกบั การทางานของเคร่ืองจกั ร คนงาน และค่าใชจ้ ่ายอื่น ๆ ท่ีเกิดข้ึนในแผนกผลิต
สินคา้ ของกิจการ เช่น แผนกตดั แผนกเช่ือม แผนกประกอบ แผนกบรรจุ
5.2) ตน้ ทุนแผนกบริการ (Cost of service departments) หมายถึง แผนก
บริ การเป็ นแผนกท่ีไม่ได้ผลิตสินค้าโดยตรงแต่ให้บริ การแก่แผนกอื่นท้ังท่ีเป็ นแผนกผลิต
และแผนกบริ การด้วยกัน เช่น แผนกบารุ งรักษา แผนกบุคคล แผนกบัญชี ฝ่ ายอาหาร
และ เคร่ืองด่ืม
6. การจาแนกตน้ ทุนตามความสมั พนั ธ์กบั เวลา
6.1 ตน้ ทุนในอดีต (Historical cost) หมายถึง ตน้ ทุนที่กิจการไดจ้ ่ายไปจริง
ตามหลกั ฐานอนั เท่ียงธรรมที่ปรากฏ จานวนเงินท่ีกิจการไดจ้ ่ายไปน้นั จึงถือเป็ นมูลค่าหรือตน้ ทุน
ของสินคา้ หรือสินทรัพยข์ องกิจการในอดีต แต่ตน้ ทุนในอดีตน้ีอาจจะไม่มีความเหมาะสมในการ
นามาใช้เพื่อการตดั สินใจของฝ่ ายบริหารในปัจจุบนั ท้งั น้ีเพราะค่าของเงินในอดีตกบั ในปัจจุบนั
ยอ่ มมีความแตกตา่ งอนั เน่ืองมากจากภาวะเงินเฟ้อ และความเจริญทางดา้ นเศรษฐกิจ
6.2 ตน้ ทุนทดแทน (Replacement cost) หมายถึง มูลค่า หรือราคาตลาด
ปัจจุบนั ของสินทรัพยป์ ระเภทเดียวกนั กบั ท่ีกิจการใชอ้ ยกู่ ล่าวอีกนยั หน่ึงก็คือสินทรัพยท์ ่ีกิจการเคย
ซ้ือมาในอดีต ถา้ ตอ้ งการท่ีจะซ้ือใหม่ในขณะน้ีจะตอ้ งจ่ายเงินในจานวนเท่าไร ซ่ึงโดยปกติมูลค่า
หรือราคาตน้ ทุนทดแทนยอ่ มมีมูลค่าสูงกวา่ ตน้ ทุนในอดีต ท้งั น้ีอาจจะเป็ นเพราะการเกิดภาวะเงิน
เฟ้อส่วนหน่ึงและจากการเปล่ียนแปลงในเทคโนโลยีของสินทรัพย์ เพ่ือให้มีประสิทธิภาพการ
ทางานท่ีสูงข้ึนส่วนหน่ึง
6.3 ตน้ ทุนในอนาคต (Future cost) หมายถึง ตน้ ทุน หรือค่าใชจ้ ่ายที่กิจการ
คาดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคต จากการตดั สินใจเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงของผูบ้ ริหาร ซ่ึงตน้ ทุนในอนาคต
น้นั อาจจะไดม้ าจากการประมาณการหรือการพยากรณ์ก็เป็ นได้ บ่อยคร้ังที่ตน้ ทุนในอนาคตจะถูก
นามาใช้ในการวางแผน ฉะน้นั การประมาณตน้ ทุนในอนาคตจึงตอ้ งทาดว้ ยความระมดั ระวงั และ
รอบคอบ
7. การจาแนกตน้ ทุนตามลกั ษณะของความรับผดิ ชอบ
7.1 ตน้ ทุนที่ควบคุมได้ (Controllable cost) หมายถึง ตน้ ทุน หรือ ค่าใชจ้ ่าย
ท่ีสามารถระบุหรือกาหนดไดว้ า่ หน่วยงานใดหรือบุคคลใดบุคคลหน่ึงเป็ นผูร้ ับผิดชอบโดยตรง
กล่าวอีกนยั หน่ึงก็คือ มีอานาจ หน้าที่ หรือ มีความสามารถท่ีจะทาให้ตน้ ทุนจานวนน้นั เพิ่มข้ึน
หรือลดลงจากการตดั สินใจของตน ซ่ึงถา้ จะพิจารณาให้มากข้ึนก็พอท่ีจะสรุปได้ว่า ต้นทุนท่ี
10
ควบคุมได้ในหน่วยงานหรือผูบ้ ริหารคนใดคนหน่ึง ก็อาจจะเป็ นตน้ ทุนที่ควบคุมไม่ได้ในอีก
หน่วยงานหรือผบู้ ริหารอีกคนหน่ึงก็ได้
7.2 ตน้ ทุนท่ีควบคุมไม่ได้ (Uncontrollable Cost) หมายถึง ตน้ ทุน หรือ
ค่าใชจ้ ่ายท่ีไม่อยู่ภายใตอ้ านาจหน้าท่ี ท่ีหน่วยงานหรือผูบ้ ริหารในระดบั น้นั ๆ จะควบคุมไวไ้ ด้
นน่ั คือไม่สามารถท่ีจะกาหนดตน้ ทุนประเภทน้ีให้เพิ่มข้ึนหรือลดลงได้ โดยปกติตน้ ทุนที่ควบคุม
ไม่ไดข้ องผบู้ ริหารระดบั ล่างกม็ กั จะเกิดจากการตดั สินใจของผบู้ ริหารระดบั สูง นน่ั เอง
2. ความรู้เกยี่ วกบั ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
(นายภุชพงค์ โนดไธสง. 2562: 62) ผูอ้ านวยการสานกั งานสถิติแห่งชาติ เปิ ดเผยผล
สารวจภาวะ เศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบวา่ ครัวเรือน
ทว่ั ประเทศ มีรายไดเ้ ฉล่ียเดือนละ 26,371 บาท ส่วนใหญ่เป็ นรายไดจ้ ากการทางาน ร้อยละ 71.2
ไดแ้ ก่ คา่ จา้ งและเงินเดือน ร้อยละ 45.4 กาไรสุทธิจากการทาธุรกิจ ร้อยละ 17.8 และกาไรสุทธิ
จากการ ทาการเกษตร ร้อยละ 8.0 และมีรายไดท้ ่ีไม่ไดเ้ กิดจากการทางาน เช่น เงินท่ีไดร้ ับความ
ช่วยเหลือ จากบุคคลอ่ืนนอกครัวเรือน/รัฐ ร้อยละ 12.7 รายได้จากทรัพยส์ ิน เช่น ดอกเบ้ีย
ร้อยละ 0.9 นอกจากน้นั ยงั มีรายไดท้ ่ีไม่เป็ นตวั เงินซ่ึงอยใู่ นรูปสวสั ดิการ/สินคา้ และบริการต่างๆ
ร้อยละ 14.1
ในส่วนค่าใช้จ่ายของครัวเรือนทวั่ ประเทศ เฉลี่ยเดือนละ 21,236 บาท โดยส่วนใหญ่
เป็ นค่าใชจ้ ่ายในการอุปโภค คิดเป็ นร้อยละ 86.6 ไดแ้ ก่ ค่าอาหาร เครื่องด่ืมและยาสูบ ร้อยละ
33.7 รองลงมาเป็ นค่า ที่อยู่อาศยั และเครื่องใช้ภายในบา้ น ร้อยละ 20.8 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกบั การ
เดินทางและยานพาหนะ ร้อยละ 17.4 ของใชส้ ่วนบุคคล/เครื่องนุ่งห่ม/รองเทา้ ร้อยละ 6.6 ใชใ้ น
การสื่อสาร ร้อยละ 3.6 ใช้เพื่อการศึกษา และค่าเวชภณั ฑ์/ค่ารักษาพยาบาล ร้อยละ 1.6 1.4
ตามลาดบั สาหรับการบนั เทิง/การจดั งานพิธี และกิจกรรมทางศาสนาเท่ากนั คือร้อยละ 1.0 ใน
ส่วนของคา่ ใชจ้ ่ายท่ีไม่เกี่ยวกบั การอุปโภคบริโภค พบวา่ มีการใชจ้ ่ายสูงถึงร้อยละ 13.4 ซ่ึงไดแ้ ก่
ค่าภาษี ของขวญั เบ้ียประกนั ภยั ซ้ือสลากกินแบ่ง/หวย ดอกเบ้ีย
สาหรับหน้ีสินของครัวเรือน พบวา่ ครัวเรือนที่มีหน้ีสินมีร้อยละ 46.3 โดยมีจานวน
หน้ีสินเฉลี่ย 167,913 บาท ต่อครัวเรือน ซ่ึงส่วนใหญ่เป็ นหน้ีเพ่ือใช้ในครัวเรือน (ร้อยละ 77 )
คือ ใชใ้ นการอุปโภคบริโภค ร้อยละ 38.4 ซ้ือ/เช่าซ้ือบา้ น/หรือที่ดิน ร้อยละ 37.3 และหน้ีเพื่อใช้
ในการศึกษามีเพียง ร้อยละ 1.3 เท่าน้นั สาหรับหน้ีเพื่อใชใ้ นการลงทุนและอ่ืน ๆ (ร้อยละ 23 )
พบว่า ส่วนใหญ่เป็ นหน้ีท่ีใช้ทาการเกษตร ร้อยละ 14.3 รองลงมาใช้ทาธุรกิจ ร้อยละ 8.1
และหน้ีอ่ืน ๆ อีก ร้อยละ 0.6
11
3. งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วข้อง
พรพิมล โรจน์สริ, ดุสิต งามรุ่งโรจน์ และ สาลินี อาจารีย.์ (2558: บทคดั ย่อ)
ศึกษาวจิ ยั เร่ืองผลิตภณั ฑข์ ดั ผวิ จากกากกาแฟจุดมุ่งหมายของงานวิจยั น้ีเพ่ือนาวสั ดุเหลือทิ้งมาใชใ้ ห้
เกิดประโยชน์โดยการนากากกาแฟที่เหลือจากการชงกาแฟสด มาเป็ นส่วนผสมในการพฒั นา
ผลิตภณั ฑ์ขดั ผิวจากกากกาแฟซ่ึงสามารถนามาใช้ประโยชน์ในการดูแลผิวพรรณ ตอบสนอง
ความตอ้ งการของกลุ่มประชาชนท่ีใส่ใจสุขภาพและยงั เป็ นการเพิ่มมูลค่าให้กบั ของที่เหลือทิ้ง
การศึกษาและพฒั นาผลิตภัณฑ์ขดั ผิวจากกากกาแฟทาการศึกษาอุณหภูมิท่ีเหมาะสมในการ
ลดความช้ืนของกากกาแฟเพ่ือมาพัฒนาเป็ นผลิตภัณฑ์ขัดผิวจากกากกาแฟจานวน 4 สูตร
ท่ีมีปริ มาณส่ วนผสมของกากกาแฟแตกต่างกัน และ ศึกษาคุณลักษณะทางกายภาพ
และ คุณลกั ษณะทางเคมี ไดแ้ ก่ คา่ ความเป็นกรด-ด่าง การแยกตวั คา่ ความหนาแน่น ค่าความหนืด
ของผลิตภณั ฑ์ขดั ผิวจากกากกาแฟ และ ทดสอบความพึงพอใจในการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์
เป็ น 5 ระดบั กบั กลุ่ม ตวั อยา่ งจานวน 31 คน ผลการศึกษาพบวา่ การอบกากกาแฟที่อุณหภูมิ
50 องศาเซลเซียส โดยใช้เคร่ืองอบลมร้อนทาให้ปริมาณความช้ืนลดลง ร้อยละ 6.75 และให้
ปริมาณคาเฟอีนออกมามากที่สุดคือร้อยละ 2.812 โดยผลิตภณั ฑข์ ดั ผวิ ท่ีกลุ่ม ตวั อยา่ งพึงพอใจ
มากท่ีสุดคือผลิตภณั ฑท์ ่ีมีกากกาแฟผสมอยูร่ ้อยละ 4 มีค่าเฉล่ียของความพึงพอใจด้านกลิ่นของ
ผลิตภณั ฑ์อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก ด้านสีของผลิตภณั ฑ์อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก
ดา้ นความขน้ หนืดของผลิตภณั ฑ์อยูใ่ น ระดบั ความพึงพอใจมาก ดา้ นการกระจายตวั ของเซลบน
ผวิ หนงั ของผลิตภณั ฑ์อยู่ในระดบั ความพึงพอใจมากที่สุด และ ความชอบโดยรวมของผลิตภณั ฑ์
อยู่ในระดบั ความพึงพอใจมาก (พรพิมล โรจน์สริ, ดุสิต งามรุ่งโรจน์ และ สาลินีอาจารีย.์
2559: ออนไลน์)
ปานทิพย์ รัตนศิลป์ กลั ชาญ, เกตุแกว้ จนั ทร์จารัส, ภรณ์ทิพย์ นราแหวว และ
อุมาภรณ์ ผอ่ งใส (2557: บทคดั ยอ่ ) ศึกษาวจิ ยั เรื่องสบู่เหลวสมุนไพรงานวิจยั คร้ังน้ีมีจุดประสงค์
เพื่อ ศึกษาคุณสมบตั ิในการตา้ นการเจริญเติบโตของเช้ือ MRSA ใน สมุนไพรไทย 4 ชนิด
(กระเทียม กระชาย ขมิ้นชัน และ หัวไชเท้า) และ นาไปผลิตเป็ นสบู่เหลวสมุนไพร
ทดสอบฤทธ์ิการตา้ นการเจริญเติบโตของเช้ือ MRSA โดยใชว้ ธิ ี agar well diffusion การทดสอบทาง
สถิติโดยใช้ one way ANOVA ท่ีนยั สาคญั ทางสถิติ p-value = 0.05 ผลการทดสอบพบวา่
สารสกดั จาก กระเทียมมีฤทธ์ิตา้ นการเจริญเติบโตของเช้ือ MRSA อยา่ งมีประสิทธิภาพมากท่ีสุด
โดยวดั เส้นผ่าน ศูนยก์ ลางในการตา้ นการเจริญเติบโตของเช้ือไดเ้ ท่ากบั 40 ± 0.1 มิลลิเมตร
ในขณะท่ีไม่พบฤทธ์ิตา้ นเช้ือ MRSA ในสารสกดั สมุนไพรอีก 3 ชนิดที่เหลือ สารสกดั สมุนไพร
ท้งั 4 ชนิดถูกนามาผสมในสบู่เหลวผลิต เป็ นสบู่เหลวสมุนไพรท้งั หมด 5 สูตร (สบู่เหลว
12
กระเทียม สบู่เหลวกระชาย สบู่เหลวขมิ้นชนั สบู่เหลวหวั ไชเทา้ และ สบู่เหลวสมุนไพรรวม)
การทดสอบการเกิดฟองในสบู่เหลวพบวา่ การเกิดฟองในสบู่เหลวแต่ละชนิดมีความแตกต่างกนั
อยา่ งไม่มีนยั สาคญั ทางสถิติ ส่วนสบู่เหลวขมิ้นชนั และ สบู่เหลวหวั ไชเทา้ มีประสิทธิภาพใน
การกาจดั (ศูนยด์ ชั นีการ อา้ งอิงวารสารไทย.2559:ออนไลน)์
ราไพ โครตบูรณ์ (2557: บทคดั ยอ่ ) ศึกษาวิจยั เร่ืองสบู่เหลวน้าจากข้ีเถา้ เปลือกกลว้ ย
มีจุดมุง่ หมายเพื่อลดปริมาณเปลือกกลว้ ย และ ปัญหาการล่ืนลม้ จากเปลือกกลว้ ย พวกเราจึงไดค้ ิด
นาเปลือกกล้วยท่ีมองแล้วไม่เกิ ดประโยชน์นามาแปรรู ปให้เกิ ดประโยชน์ในรู ปของสบู่เหลว
เพอื่ ศึกษาวา่ สบูเ่ หลวน้าข้ีเถา้ เปลือกกลว้ ยท้งั 3 ชนิด วา่ ชนิดใดมีประสิทธิภาพในการชาระลา้ งไดด้ ี
เหมือนกนั หรือไม่ โครงงานน้ีจะเนน้ ที่ ความประหยดั สามารถนาเปลือกกลว้ ยที่เรากินกลว้ ยแลว้ มา
ผลิตเป็ นสบู่เหลวลา้ งมือเพ่ือเพิ่มมูลค่าให้แก่ผูผ้ ลิต และสร้างรายไดใ้ ห้แก่ครอบครัวไดก้ ลว้ ยเป็ น
พชื ท่ีคนส่วนใหญร่ ู้จกั กนั ดีเพราะสามารถนาส่วนต่าง ๆ มาใชป้ ระโยชน์ เราจึงไดค้ ิดวา่ เรากินกลว้ ย
แลว้ เหลือเปลือกกลว้ ยอาจทิ้งไม่เป็ นที่ทาให้เราอาจเหยียบแล้วล่ืนลม้ ไดเ้ ราจึงไดค้ ิดวา่ เปลือกกลว้ ย
ที่ทุกคนมองว่าไม่มีประโยชน์แต่มนั กลบั มีประโยชน์อีกมากมายและช่วยเพิ่มมูลค่าให้เราได้อีก
เพราะในเปลือกกลว้ ยน้นั มีสารแทนเนินช่วยในการยบั ย้งั แบคทีเรียไดอ้ ีกดว้ ยวตั ถุประสงค์
เรณู อยูเ่ จริญ (2556: บทคดั ยอ่ ) ศึกษาวิจยั เรื่องการผลิตสบู่จากจารสกดั พืชสมุนไพร
ปัจจุบนั ผบู้ ริโภคมีความตื่นตวั ในการรักษาสุขภาพตนเองมากข้ึน ไดม้ ีการทาผลิตภณั ฑ์เพ่ือสุขภาพ
ข้ึนท้งั เพ่ืออุปโภคและบริโภคการใช้พืชสมุนไพรในการผลิตผลิตภณั ฑ์เพื่อสุขภาพมีมากข้ึน
โดยเฉพาะในระดบั ชุมชนท่ีมีการทา พืชสมุนไพรพ้ืนบา้ นมาพฒั นาเป็ นผลิตภณั ฑ์ประจาทอ้ งถ่ิน
น้นั ๆ สมุนไพรเป็ น ภูมิปัญญาชาวบา้ นท่ีสืบสอดหรือที่เรียกว่า “ หน่ึงตาบล หน่ึงผลิตภณั ฑ์ ”
ซ่ึงเป็ นโครงการท่ีรัฐบาลผลกั ดนั เพ่ือต้องการสร้างงานสร้างอาชีพให้กบั ชุมชน และ เพื่อสานต่อ
ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นใหค้ ง อยตู่ ลอดไป พืชสมุนไพร คือพชื ที่ใช้ ทาเป็นเครื่องยา สมุนไพรกาเนิดมาจาก
ธรรมชาติ และ มีความหมายต่อชีวิตมนุษย์โดยเฉพาะ ในทางสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพ
และ การรักษาโรค ความหมายของยาสมุนไพรในพระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ. 2510 ไดร้ ะบุวา่
ยาสมุนไพร หมายความว่ายาที่ไดจ้ ากพฤกษชาติสัตวห์ รือแร่ธาตุซ่ึงมิไดผ้ สมปรุงหรือแปรสภาพ
เช่น พืชก็ยงั เป็ นส่วนของราก ลาตน้ ใบ ดอก ผลฯลฯ ซ่ึงมิไดผ้ า่ นข้นั ตอนการแปรรูปใด ๆ
แต่ในทางการค้า สมุนไพรมกั จะถูกดดั แปลงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ถูกห่ันให้เป็ นชิ้นเล็กลง
บดเป็ นผงละเอียด จากการศึกษาขอ้ มูลพบวา่ สารสกดั จากพืชสมุนไพรพ้ืนบา้ นหลายชนิดมีฤทธ์ิ
มีความสามารถในการออกฤทธ์ิทางชีวภาพ เช่น ขมิ้นสามารถยบั ย้งั การเจริญเติบโตและฆ่าเช้ือรา
จากพวก dermatophytes, black mold, white mold และ yeast ไดห้ ลายชนิด (พิบูลย์ และ
ชยั สิทธ์ิ, 1976) สารสกดั แอลกอฮอล์ (Venkitraman,1978 ,Damrihanunt et al.,1990 , Misra
13
and Sahu ,1977) สารสกดั ดว้ ยคลอโรฟอร์ม ( Misra andSahu ,1977) และผงขมิ้นมี ฤทธ์ิฆ่าเช้ือรา
ท่ีเป็ นสาเหตุโรคผวิ หนงั สารสกดั นา้ (1:1 w/v) จากส่วนใบของขมิ้นมีฤทธ์ิยบั ย้งั การเจริเติบโต
ของเช้ือรา Epidermophyton floccosum, Trichophyton mentagrophytes และ Microsporum
gypseum ได้ 28.57%,25.60% และ 35.04% ตามลาดบั (Mishra et al.,1991) สารสกดั
คลอโรฟอร์ม และ 95% เอทานอลของขมิ้น สามารถตา้ นเช้ือรา M. gypseum,T. rubrum
และ E. floccosum และสารสกดั 95% เอทานอลยงั สามารถยบั ย้งั การ เจริญเติบโตของเช้ือ
Cryptococcus neoformans ได้ (เจริญ,1983) สาร 15 สกดั เมทานอล สารสกดั ได้ คลอโรมีเทน
และสารสกดั มีฤทธ์ิยบั ย้งั การ เจริญเติบโตของเช้ือรา E.floccosum, M. gypseum, T. mentagroph
และ T. rubrum เม่ือทดสอบดว้ ยวิธี paper disc diffusion (ดารง, 2543) กะเพราสามารถ
ใชใ้ นการไล่หรือฆ่ายุง แมลงวนั ทอง สารท่ีพบได้แก่ ocimol, eugenol, methyl eugenol,
linalool, chavinol (รุ่ง รัตน์, 2540) ไดม้ ีรายงานการศึกษาของ วิภา เพ่ิมผลนิรันดร์, สิริรัตน์
แสนยงค์ และ อนุสรณ์ วร สิงห์ (2545) รายงานวา่ สารสกดั จากใบกะเพราโดยใช้เมทานอล
เป็ นตวั ทาละลายที่ระดบั ความ เขม้ ขน้ 2,500, 5,000, 10,000, 20,000, 30,000, 37,500, 75,000
และ 112,500 ppm สามารถยบั ย้งั การเจริญเติบโตของเช้ือราสาเหตุโรคแอนแทรกโนสไดอ้ ยา่ งมี
นยั สาคญั ทางสถิติ คิดเป็ นเปอร์เซ็นต์ 40.0, 38.9, 58.9, 58.9, 100.0, 100.0 และ 100.0
ตามลาดบั น้ามนั ใบมะกรูด มีฤทธ์ิไล่ยุงไดน้ าน 3 ชวั่ โมง (Tawatsin et al., 2001) d-limonene
ซ่ึงเป็ นสารหลกั ในน้ามนั ผิวมะกรูด มีฤทธ์ิยบั ย้งั สารก่อมะเร็งในหนูถีบจกั ร (Wattenbergand,
1991) มะกรูด ส่วนใบมี รสปราหอม แกไ้ อแกอ้ าเจียนเป็นโลหิตชา้ ในและดบั กล่ินคาว สารที่พบ
ไดแ้ ก่ กรดซิตริกอยน้า ของผลมะกรูด ซ่ึงมีรายงานว่าเช้ือราท่ีถูกยบั ย้งั ดว้ ยสารสกดั จากมะกรูด
โดยยบั ย้งั การงอกของ สปอร์เช้ือรา และ ยบั ย้งั การเจริญของเช้ือรา ไดแ้ ก่ C. gloeosporiodes
และ Fusarium sp. ( กรรณิกา และ คณะ,2547) น้ามนั ดีปลีมีฤทธ์ิตา้ นเช้ือ Escherichia coli,
Shigella dysenteriae และ Staphylococcus aureus และ สาร sesamine ในผลดีปลีมีฤทธ์ิต่า
เช้ือ Mycobacterium tuberculosis และเช้ือไขหวดั (Qu, 1999) เม่ือให้สารสกดั แอลกอฮอลท์ าง
ปากหนูขาวในขนาด 0.25 กรัม/กิโลกรัม สามารถตา้ น การอกั เสบในหนูที่ทา ให้กระเพาะ
อาหาร เป็ นแผลด้วยแอลกอฮอลบ์ ริสุทธิหรือแอสไพริน หรือ น้าส้มสายชูไดผ้ ลดี (Qu, 1999)
จากการศึกษาพิษเฉียบพลนขั องน้ามนั ดีปลีชนิด unsaponification ในหนูถีบจกั ร พบวา่ คา LD50
เท่ากบั 49.73 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เม่ือให้โดยการป้อน และ เม่ือให้ ติดต่อกนั นาน 9 เดือน
ไม่พบ ความผิดปกติใด ๆ นอกจากน้ันเม่ือป้อนสารสกดั แอลกอฮอล์ในหนูถีบจกั ร พบว่า
คา่ LD50 เท่ากบั 4.97 กรัม/กิโลกรัม (Qu, 1999) ขจรศกั ด์ิ (2539) ไดท้ างการศึกษาผลของสาร
สกดั จากพืชสมุนไพร 8 ชนิด ไดแ้ ก่กานพลูวา่ นน้า โป๊ ยกก๊ั ดองดึง สารภีหนอนตายยาก น้ามนั
14
ดีปลี และ บวั บกตอการ เจริญ ของเช้ือราสาเหตุโรค พืช คือ Fusarium sp. Colletotrichum sp.,
Alternaria sp., Aspergillus niger และเช้ือราสาเหตุโรค ผิวหนงั ได้แก่ Epidermophyton
floccosum, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes และ T. rubrum พบวา่
กานพลูและว่านน้า ที่ระดบั ความเขม้ ขน้ ต้งั แต่ 10000 ppm มีประสิทธิภาพดี ที่สุดในการ
ยบั ย้งั การเจริญต่อ เช้ือรา สาเหตุโรคพืชและโรคผิวหนงั รองลงมา ได้แก่โป๊ ยกกั๊ ดีปลี สารภี
หนอนตายอยากดองดึง และ บวั บกเมื่อทดสอบกบั เช้ือราสาเหตุโรคพืช ส่วนพืชสมุนไพรท่ีมี
ประสิทธิภาพ ในการยบั ย้งั เช้ือราสาเหตุโรคผวิ หนงั รองลงมา ไดแ้ ก่ หนอนตายอยาก ดีปลีโป๊ ย
กกั๊ ดองดึงบวั บก และ สารภี ตามลาดบั ชยั ณรงค์ และ รณภพ (2541) ได้ทาการศึกษาโดยการ
ใชน้ ้ามนั หอมระเหยที่สกดั จากข่าโดย การกลน่ั ดว้ ยไอน้า สาร geraniol และสาร linalool ซ่ึง
เป็น องคป์ ระกอบของ น้ามนั หอมระเหยจาก พืช มาทดสอบประสิทธิภาพในการยบั ย้งั เช้ือราใน
ดิน Sclerotium rofsii โดยการผสมลงในอาหาร เล้ียวเช้ือผลการทดสอบประสิทธิภาพในการยบั ย้งั
ใย ของเช้ือรา S. rolfsii พบวา่ ที่ระดบั ความเขม้ ขน้ 100 ppm จะมีผลต่อการเจริญของเส้นใยเช้ือ
รา S. rolfsii ทาใหเ้ ส้นใยเช้ือราบางลง จานวน เมด็ สเคอโรเตียมที่เช้ือราสร้างข้ึนภายหลงั จากที่
ได้รับสารทดสอบมีจานวนลดลง 11.8 - 21.5 เปอร์เซ็นต์ พนิตนันท์ และ คณะ (2545)
ไดท้ าการศึกษาทดสอบสารสกดั จากใบกะเพรา มะรุม มะละกอ และจาปา ในการควบคุมโรคกุง้
แห้งของพริกในห้องปฏิบตั ิการ และ ศึกษาโรคกุง้ แห้ง หรือโรคแอนแทรกโนสของพริกเกิดจาก
เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum capsici น้ามาแยกเช้ือบริสุทธิแลว้ ทาการทดสอบประสิทธิภาพ ใน
การควบคุมโรคแอนแทรกโนสโดยวธิ ีการใชส้ ารสกดั จากพืช 4 ชนิด คือ ใบกะเพรา ใบมะรุม
ใบมะละกอ และ ก่ิงจาปา สารสกดั ท้งั 4 ชนิด ไดจ้ ากการสกดั แบบต่อเน่ืองโดยใช้เมทานอล
เป็น ตวั ทาละลาย พบวา่ สารสกดั จากใบกะเพราท่ีระดบั ความเขม้ ขน้ 100,000 และ 125,000 ppm
สามารถยบั ย้งั การเจริญของเช้ือรา C. capsici ไดอ้ ยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติคิดเป็ นเปอร์เซ็นต์ 100.0
และ 100.0 ตามลาดบั สารสกดั จากกิ่งจาปา และ ใบมะละกอท่ีระดบั ความเข้มขน้ 25,000
50,000 75,000 100,000 และ 125,000 ppm สารสกดั จากใบมะรุมที่ระดบั ความเขม้ ขน้ 31,250
62,500 125,000 250,000 และ 500,000 ppm ไม่สามารถยบั ย้งั การเจริญ ของเช้ือรา C. capsici
ได้ และ ไม่มีความแตกต่างอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกบั การ เจริญของเช้ือรา
บนอาหารเล้ียงเปรียบเทียบ สุกญั ญา, จินตนา และ ประพฤติ (2545) ไดท้ าการศึกษาคดั เลือก
สมุนไพรกลุ่มเคร่ืองเทศ บางชนิด ท่ีมีความสามารถในการยบั ย้งั การเจริญ และ การสร้างอะฟลา
ทอกซินของเช้ือรา Aspergillus flavus โดยการทดสอบเบ้ืองตน้ จะใชน้ ้า ค้นั จากสมุนไพร 8 ชนิด
คือ กระชาย กระเทียม กานพลู ขิง ขา่ ตะไคร่ หอม และอบเชย ผลการ ทดลองพบวา่ สมุนไพร
ทุกชนิด และ นอกจากน้ียงั เป็ นแนวทางในการพฒั นาเป็ น หน่ึงตาบลหน่ึง ผลิตภณั ฑ์ต่อไป
15
วตั ถุประสงค:์ 1 เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีความเขา้ ใจถึงกรรมวธิ ีและข้นั ตอนในการผลิต
สบู่จากสาร สกดั พืชสมุนไพร 2 เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายสามารถผลิตและพฒั นา แปรรูป
ผลิตภณั ฑ์ผลิตสบู่จากสารสกดั พืช สมุนไพร 3 เป็ นการเพ่ิมมูลค่าเพ่ิมให้กบั พืชสมุนไพรใน
ทอ้ งถิ่น (เรณู อยเู่ จริญ.2559:ออนไลน์)
สุจิตรา พลอยวิเลิศ (2556: บทคดั ยอ่ ) ศึกษาวิจยั เร่ือง การพฒั นาสบู่ก่อนจากถ่านไมไ้ ผ่
สบู่เป็นเครื่องสาอางชนิดหน่ึงที่ใชส้ าหรับทาความสะอาดร่างกาย เพราะในแต่ละวนั ทุกคน ตอ้ งทา
กิจกรรมตา่ ง ๆ และลว้ นตอ้ งเจอกบั ส่ิงสกปรกต่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็ นฝ่ ุนควนั หรือมลพิษต่าง ๆ ซ่ึงสิ่ง
สกปรกที่ติดอยตู่ ามร่างกายเหล่าน้ี อาจนามาซ่ึงเช้ือโรคต่าง ๆ และอาจก่อให้เกิดโรคบาง ชนิดได้
ปัจจุบันกระบวนการผลิตสบู่มีการเพิ่มส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้สบู่มีสรรพคุณตรงตามความ
ตอ้ งการของผูบ้ ริโภคมากข้ึน เช่น มีสีสันท่ีสวยงามน่าใช้ มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณทางยา
ในทางการค่ามีการใช้สารสังเคราะห์ทาให้ผลิตภณั ฑ์น่าใช้ แต่แฝงไปดว้ ยสารเคมีที่เป็ นอนั ตราย
มีพิษตกค้างและราคาสูง ปัจจุบนั จึงนิยมใช้ผลิตภณั ฑ์ที่มีอยู่ในธรรมชาติที่มีอยู่ในธรรมชาติ
มาเป็ นส่วนผสมแทนเพิ่มเติมในสบู่ แทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ สบู่จากเถ้าไม่ไผ่จึงเป็ น
ผลิตภณั ฑ์ ธรรมชาติ ท่ีไม่ไดม้ ีแค่เพียงเถา้ ไมไ้ ผอ่ ยา่ งเดียว แต่จะใชส้ ่วนผสมอ่ืน ๆ เพ่ิมเติมเขา้ ไป
เช่น มะขาม น้าผ้งึ ป่ า ซ่ึงพวกส่ิงเหล่าน้ีจะช่วยเพมิ่ ความหลากหลายและเพิ่มคุณสมบตั ิลงไปในสบู่
สบู่เถา้ ไผท่ ี่ ผลิตข้ึนจากผลิตข้ึนจากผลิตภณั ฑธ์ รรมชาติมีคุณลกั ษณะหลากหลาย จึงเป็ นบทพิสูจน์
ให้เห็นถึง คุณสมบตั ิและสรรพคุณของสบู่เถ้าไมไ้ ผ่ จากการศึกษาโครงงานสบู่สมุนไพรได้คิด
ทาสบู่แฟนซี (สีธรรมชาติ) ไดใ้ ชส้ ารสกดั จากธรรมชาติซ่ึงจะช่วยใหส้ บูน่ ้นั มีคุณสมบตั ิท่ีดีมากข้ึน
สรุปได้ดงั น้ีใช้ขมิ้นจะช่วยในการพลัดเซลล์ผิวทาให้ผิวดูขาวข้ึน ใช้ใบเตยจะช่วยในด้านการ
ดบั กล่ินกายใช้ ดอกอญั ชนั ทาให้สบู่ดูมีสีสันมากข้ึน ใชก้ ากกาแฟจะช่วยในการพลดั เซลล์ผวิ เก่า
ดงั เช่นขมิ้น (ผดุง ศกั ด์ิ รักชู และคณะ, 2552) และการศึกษาโครงงานสบู่เหลวจากน้าข้ีเถา้ เปลือก
มะพร้าวได้นาน้ า ข้ีเถ้าเปลือกมะพร้าวตวงใส่หม้อสแตนเลส ตามต้องการ ต้มให้เดือด
ผสมน้ามันปาล์ม น้ามันมะพร้าว และน้ามันถัวเหลือง น้าข้ีเถ้าเปลือกมะพร้าวน้ามันปาล์ม
น้ามันมะพร้าว และน้ ามันถัวเหลือง ใส่เกลือแกง เล็กน้อยยกลงจากไฟต้ังทิ้งไว้ให้เย็น
และตกตะกอนแยกช้นั ส่วนท่ีมีสีขาวข่นุ ก็จะเป็ นสบู่เหลว รินน้าส่วนท่ีเหลือทิ้ง จะไดส้ บู่เหลว
จากน้าข้ีเถา้ เปลือกมะพร้าว (ฉนั รักแปล. 2559: ออนไลน)์
ศศิธร แท่นทอง (2554: บทคดั ย่อ) การวิจยั คร้ังน้ีได้พฒั นาผลิตภณั ฑ์ประทินผิวจาก
มะขาม (สบู่ก่อนมะขาม สบู่เหลวมะขาม และ โลช้นั มะขาม) น้าเน้ือมะขามเปี ยกมาละลายน้า
กรองแยกกากออกระเหยน้าออกเก็บในตูเ้ ยน็ ไวใ้ ช้ เตรียมสบู่ก่อน สบู่เหลว และโลชนั จากการ
สารวจสบูก่ ่อนพบวา่ ในทอ้ งตลาดมีการผลิตสบู่ก่อนมะขามหลายชนิด แต่ละชนิดมีราคา ต่าง ๆ กนั
16
สบู่เหลวมะขามมีขายในทอ้ งตลาดยงั ไม่แพร่หลาย จากเตรียมสบู่เหลวมะขาม และ ศึกษาสมบตั ิ
ของสบู่เหลวมะขามท่ี เตรียมข้ึน 4 สูตร แลว้ ศึกษาทางกายภาพของสบู่เหลว มะขามพบวา่ สูตร
พ้ืนฐานไม่แยกช้นั เมื่อเก็บไวน้ าน โลชน่ั มะขาม เม่ือนา มาศึกษาลกั ษณะ พบวา่ ลกั ษณะเน้ือ
ของโลชน่ั เนียนละเอียด สีขาว กล่ินหอม ไม่มีการแยกช้นั โลชนั่ ไหลไดด้ ี ความรู้สึกเวลาทา
ทาง่ายไมเ่ หนอะหนะ สูตรที่ 4 การใส่น้ามะขามมากทาให้ มีความเหนอะหนะ บา้ งซึมเขา้ ผิวไดด้ ี
เมื่อนาไปทดสอบกบั อาสาสมคั รแลว้ ตอบคาถามผูต้ อบแบบสอบถามพึงพอ ใจความซึมซบั เขา้ สู่ผิวสี
กล่ินของสูตรท่ี 4 มากท่ีสุด ถา้ มีผลิตภณั ฑ์วางจาหน่ายจะซ้ือสูตรท่ี 4 มากท่ีสุดตน้ ทุนการผลิต
โลช้นั มะขาม รวมหลอดบรรจุพร้อมฉลากใชเ้ น้ือสารจานวน 19 กรัม ต่อหลอด 15.2 บาท
ตอ่ หลอด (ศศิธร แทน่ ทอง.2559: ออนไลน์)
วิไลพร ปองเพียร (2554: บทคัดย่อ) ศึกษาวิจัยเรื่องการพฒั นาสูตรสบู่แฟนซี
จากน้ามนั ท่ีใชแ้ ลว้ มีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาวธิ ีการบาบดั น้ามนั ที่ใชแ้ ลว้ พฒั นาสูตรสบู่แฟนซีจาก
น้ามนั ที่ใช้แลว้ โดยวิธีการบาบดั น้ามนั ที่ใช้แลว้ จะใช้วสั ดุท่ีมีในทอ้ งถ่ิน คือการกรองจะใช้ผา้
ขาวบางพบั หลาย ๆ ช้นั เพื่อกรองเอาสิ่งเจือปนจาก อณูของอินทรียวตั ถุออกจากน้ามนั จากน้นั
ใช้น้าส้มสายชูในอตั ราส่วน 1 : 1 หมกั ทิ้งไวเ้ พ่ือช่วยใน การดบั กล่ินเหม็นหืนของน้ามนั
และ ใชถ้ ่านดูดซบั กลิ่นและความช้ืนของน้ามนั ส่วนเกินออก ข้นั ตอนสุดทา้ ยจะใชน้ ้าสะอาดลงไป
ปริ มาตรเท่ากันกับน้ ามันเพ่ือล้างทาความสะอาด การทาสบู่แฟนซีมีรู ปแบบต่าง ๆ ได้
สบู่ ซีปลาโลมา สบู่แฟนซีรูปหวั ใจ สบู่แฟนซีวุน้ มะพร้าว สบู่แฟนซีรูปวงกลมหลายสีซ้อนกนั
และสบู่แฟนซีรูปส้ม จากการประเมินความชอบของผูป้ ระเมินท่ีมีต่อสบู่แฟนซีท่ีไดจ้ ากการวิจยั
พบวา่ คะแนนความชอบท่ีระดบั 4 และ 5 รวมกนั ซ่ึงหมายถึงชอบและชอบมากตามลาดบั ท้งั น้ี
คะแนนความชอบโดยรวมของสบู่แฟนซีจากน้ามนั ที่ใชแ้ ลว้ เท่ากบั 75.5 % และ ทดสอบ
คุณสมบัติทางกายภาพ และ ทางเคมีของผลิตภัณฑ์สบู่ก้อนใส โดยใช้วิธีการทดสอบตาม
มาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม มอก.29-2545 และมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ชุมชน มผช.94-2546
ผลิตภณั ฑ์สบู่ท่ีได้น้ันสามารถนามาใช้ชาระล้างขจดั คราบสกปรก (ณัฏฐณิชา บ่อทอง.2559:
ออนไลน)์
จาลอง ศิริสุข (2554: บทคดั ยอ่ ) ศึกษาวิจยั เร่ืองสบู่สมุนไพรจากกลีเซอรีนธรรมชาติน้ี
จดั ทาข้ึนเพื่อเรียนรู้วธิ ีการทาสบู่ เพราะสบู่เป็ นของใช้ที่จาเป็ นในชีวติ ประจาวนั ทุกวนั เราอาบน้า
ตอ้ งใช้สบู่เพื่อการขจดั สิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ซ่ึงคนส่วนมากมกั จะเลือกสบู่ที่สามารถทา
ความสะอาดได้ดีมาก ๆ จนไม่คานึงถึงผลเสียท่ีจะเกิดกบั ผิวในภายหลงั ปัจจุบนั สบู่มีมากมาย
ลายชนิดให้เราเลือกใช้ ตามความเหมาะสมและความชอบของแต่ละบุคคล บางชนิดก็ผสม
สมุนไพร บางชนิดก็ผสมสารเคมี เช่น Triclocarban เพ่ือฆ่าเช้ือแบคทีเรีย ซ่ึงผูใ้ ช้บางรายอาจ
17
เกิดอาการแพส้ ารเคมี หากใชบ้ ่อยเกินไปแต่เรารู้จกั สบู่เหล่าน้นั ดีเพียงไร และจะมีสักก่ีคนที่ใส่ใจ
ในรายละเอียดว่าสบู่แต่ละก้อนมีส่วนประกอบสาคญั อะไรบ้าง สบู่ที่ดีจะต้องมีส่วนประกอบ
สาคญั ที่จาเป็ นและมีประโยชน์ต่อผิว ซ่ึงนอกจากจะทาให้สบู่ที่ได้ทาความสะอาดผิวได้ดีแล้ว
ยงั สามารถบารุงผวิ ไดอ้ ีกดว้ ย ท้งั น้ีสบูเ่ ป็นส่ิงที่เราตอ้ งใชเ้ ป็นประจาทุกวนั หากเราคดั สรรสบู่ที่ดีมี
คุณภาพจะทาใหเ้ รามีสุขภาพผวิ ของที่ดีอยคู่ ู่กบั เราไปตลอดนานเท่านานสบูเ่ กิดจากการทา ปฏิกิริยา
เคมีของส่วนผสมพ้ืนฐาน คือน้าด่าง (โซเดียมไฮดรอกไซด์) กับน้ามัน ซ่ึงจะเป็ นน้ามัน
พืชหรือน้ามนั สัตวก์ ็ได้ ปฏิกิริยาเคมีเช่นน้ีเรียกว่า Saponification ซ่ึงจะได้ของแข็งลื่นมีฟอง
เป็ นส่วนผสมของสบู่ 5 ส่วนและกลีเซอรีน 1 ส่วนในโรงงานอุตสาหกรรมได้สกดั เอากลีเซอรี
นอกไปเราจึงได้ใช้เน้ือสบู่ลว้ น ๆ หรือมีส่วนผสมของกลีเซอรีนเพียงเล็กน้อยส่วนการผลิตสบู่
ธรรมชาติ เป็ นกระบวนการผลิตแบบเย็น ซ่ึงสารสกดั กลีเซอรีนยงั คงมีอยู่ในเน้ือสบู่ทาให้ผิวมี
ความชุ่มช้ืนเม่ือใช้สบู่ชนิดน้ีสบู่ที่เกิดจากกระบวนน้ีเองท่ีเราเรียกกนั ว่า สบู่ธรรมชาตินบั เป็ นสบู่
แทท้ ี่เราไม่ตอ้ งไปแตง่ เติมอะไรอีกเลย สบู่ธรรมชาติน้ี ก็มีคุณสมบตั ิของสบู่ที่ดีท่ีสุดสาหรับผวิ เรา
ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย การผลิตสบู่สมุนไพรใช้เองนาจะเป็ นแนวทางหน่ึงที่ลดค่าใช้จ่าย
ช่วยเหลือเศรษฐกิจประชาชนชุมชนไดม้ าก เพราะวตั ถุดิบหลกั ท่ีใช้เป็ นวสั ดุที่ผลิตเองในประเทศ
เกษตรกรสามารถปลูกพืชน้ามนั และสกดั น้ามนั โดยวิธรการง่าย ๆ นามาใช้เป็ นวตั ถุดิบหลัก
นอกจากน้ีในแหล่งชุมชนที่มีไขมนั สัตว์เหลือใช้ อีกท้ังสมุนไพรหาได้ในประเทศมากมาย
การผลิต สบู่ผสมสมุนไพรจึงเป็ นการสนบั สนุนการน่าสารจากวสั ดุธรรมชาติท่ีผลิตได้เองมาใช้
ประโยชน์ อยา่ งคุม้ ค่าราคาถูก ประหยดั และใช้ไดง้ ่าย จึงน่าท่ีจะผลิตสบู่สมุนไพรเพ่ือนามาใช้
ชาระล้างทาความสะอาดร่างกายและของใช้หรือใช้ซักเส้ือผา้ แทนผงซกั ฟอกได้ก่อนที่จะทาการ
ผลิตสบู่สมุนไพร จาเป็ นตอ้ งศึกษาวิธีการผลิตอย่างละเอียดก่อน เพ่ือความปลอดภยั และจะได้
สบู่ท่ีมีคุณภาพดี (จาลอง ศิริสุข.2559: ออนไลน์)
18
2.5 กรอบแนวคิดในการจดั ทาโครงการ
ตน้ ทุน ตน้ ทุนตามส่วนประกอบของการ
ผลตอบแทน ทาสบูส่ ครับกากกาแฟ
1. คา่ วตั ถุดิบ
2. คา่ แรงงาน
3. คา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
กาไร(ขาดทุน) จากการทาสบู่สครับกากกาแฟ
รายไดจ้ ากการขาย
หกั ตน้ ทุนในการทาสบู่สรับกากกาแฟ
กาไรข้นั ตน้
การวเิ คราะห์
ตน้ ทุนและผลตอบแทน
โครงสร้างตน้ ทุน อตั ราผลตอบแทน
การทาสบู่สครับกากกาแฟ
1. อตั รากาไรข้นั ตน้ ตอ่ ตน้ ทุน
2. อตั รากาไรข้นั ตน้ ต่อยอดขาย
ภาพท่ี 1 แสดงแนวคิดในการจดั ทาโครงการ
บทที่ 3
วธิ กี ารดาเนินการศึกษา
การดาเนินการศึกษาคร้ังน้ี เป็ นการศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการทาสบู่สครับ
กากกาแฟของนกั เรียนนกั ศึกษาวิทยาลยั เทคนิคพิจิตร ผูจ้ ดั ทาโครงการไดด้ าเนินการตามลาดบั
ข้นั ตอน ดงั น้ี
3.1 กลุ่มเป้าหมายท่ีใชใ้ นการศึกษา
3.2 เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา
3.3 วธิ ีการดาเนินการศึกษา
3.4 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
3.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.6 สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
3.1 กล่มุ เป้าหมายทใ่ี ช้ในการศึกษา
กลุ่มเป้าหมายท่ีใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่ นกั เรียนนกั ศึกษาวลิ ยั เทคนิคพจิ ิตรจานวน 1 คน
ไดม้ าโดนการเลือกแบบเจาะจง จากนกั เรียนนกั ศึกษาท่ีประกอบอาชีพเสริมดว้ ยการทาสบู่สครับ
กากกาแฟจาหน่าย
3.2 เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการศึกษา
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่ แบบสอบถามขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตน้ ทุนและผลตอบแทน
ในการทาสบู่สครับกากกาแฟของนกั เรียนนกั ศึกษา
20
3.3 วธิ ีการดาเนินการศึกษา
ผจู้ ดั ทาโครงการ ไดด้ าเนินการศึกษาตามข้นั ตอนต่าง ๆ ซ่ึงมีรายละเอียด ดงั น้ี
การสร้างแบบสอบถามขอ้ มูลเก่ียวกบั การลงทุนทาสบู่สครับกากกาแฟ ของนกั เรียน
นกั ศึกษา ดาเนินการ ดงั น้ี
3.3.1 ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีจากเอกสาร ตารา สืบคน้ ขอ้ มูลและงานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั
การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทน เพื่อสร้างและพฒั นาแบบสอบถามข้ึน โดยแบ่งเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 สอบถามสถานภาพและขอ้ มูลทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามขอ้ มูลเก่ียวกบั การทาสบู่สครับกากากาแฟ
ตอนที่ 3 สอบถามขอ้ มูลเก่ียวกบั ตน้ ทุนและผลตอบแทนทาสบูส่ ครับกากกาแฟ
3.3.2 นาร่างแบบสอบถามเสนอครูที่ปรึกษาโครงการ เพื่อขอคาปรึกษา และตรวจสอบ
ขอ้ คาถามเพ่อื ใหไ้ ดแ้ บบสอบถาม และแบบสมั ภาษณ์ที่ถูกตอ้ งเหมาะสม
3.3.3 นาแบบสอบถามที่ปรับปรุง แลว้ เสนอต่อครูท่ีปรึกษาโครงการอีกคร้ังก่อน
นาไปใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
3.4 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ผจู้ ดั ทาโครงการไดด้ าเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยการดาเนินการตามข้นั ตอน ดงั น้ี
3.4.1 นาแบบเสนอสอบถามเก็บขอ้ มูลจากนกั เรียนนกั ศึกษา ซ่ึงเป็ นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้
ในการศึกษา
3.4.2 นาขอ้ มูลที่ไดม้ าทาการวเิ คราะห์
21
3.5 การวเิ คราะห์ข้อมูล
ไดด้ าเนินการวเิ คราะห์ขอ้ มูลตามลาดบั ดงั น้ี
3.5.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชิงปริมาณ โดยการเก็บรวบรวมขอ้ มูลมาทาการประมวลผล
3.5.2 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ ในการวเิ คราะห์เน้ือหา ประกอบดว้ ย 4 ข้นั ตอน
ไดแ้ ก่ ตีขอ้ มูล (Interpretation) การเปรียบเทียบขอ้ มูล (Constant Comparison) การสังเคราะห์
ขอ้ มูล (Data Synthesis) และการสรุปผล (Generalization)
3.6 สถติ ทิ ใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผรู้ ายงานไดใ้ ชส้ ถิติวเิ คราะห์ขอ้ มูลต่าง ๆ ดงั น้ี
3.6.1 คา่ ความถ่ี (Frequency)
3.6.2 คา่ ร้อยละ (Percentage)
3.6.3 หาค่าเฉลี่ย (Mean)
22
บทที่ 4
ผลวเิ คราะห์ข้อมูล
การดาเนินการศึกษาคร้ังน้ี เป็ นการศึกษาตน้ ทุนและผลผลิตตอบแทนเพื่อการตดั สินใจ
ประกอบกิจการร้านสบู่สครับกากกาแฟ เป็ นการศึกษาและเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยใชแ้ บบบนั ทึก
ตน้ ทุนและแบบสอบถาม ผศู้ ึกษานาเสนอผลวเิ คราะ์ขขอ้ มูลตามลาดบั ดงั น้ี
1 ขอ้ มูลตน้ ทุนและผลตอบแทนของสบู่สครับจากกากกาแฟ
2 ขอ้ มูลสภาพทวั่ ไปของผตู้ รวจแบบสอบถาม
3 ขอ้ มูลพฤติกรรมการใชส้ บูส่ ครับกากกาแฟในวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร
4 ขอ้ มูลปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมการใชส้ บู่สรับกากกาแฟในวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร
1 ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนของการประกอบกจิ การจากร้านสบู่สครับกากกาแฟ
1.1 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตน้ ุทนการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ
การศึกษาคร้ังน้ี ผู้ศึกษาได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากการผลิตสบู่สครับ
ก า ก ก า แ ฟ โ ด ย ต้น ทุ น ใ น ก า รผ ลิ ต ส บู่ ส ค รั บ ก า ก ก า แ ฟ แ บ่ ง ต า ม ส่ ว น ป ร ะ ก อบ ข อง ผ ลิ ต ภัณ ฑข
ประกอบดว้ ย ค่าแรงงาน คา่ วตั ถุดิบ คา่ ใชจ้ ่าย ดงั ในตารางท่ี 4.1-4.7
ตารางที่ 4.1 เงินลงทุนเริ่มแรกร้านสบู่สครับกากกาแฟแบบขายในวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร
ค่าวตั ถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต
1. คา่ แรงงานตนเอง
1. กากกาแฟ 1. ค่าบรรจุภณั ฑข
2. เบสสบู่ 2. ค่าน้า คา่ ไฟฟ้า
3. น้าผ้งึ 3. เสื่อมราคา
4. ขมิน้
23
ตารางที่ 4.2 ต้นทุนค่าวตั ถุดิบในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ (สา์รับสบู่สครับ
กากกาแฟ 20 กอ้ น)
ผลิตภณั ฑข วตั ถุดิบ จานวน (์น่วย) ราคา (บาท)
สบู่สครับกากกาแฟ 100.00
เบสสบู่ 1 ถุง 70.00
50.00
กากกาแฟ 2 ถุง 25.00
245.00
น้าผ้งึ 1 ขวด
12.25
ขมิน้ 1 ถุง
รวม
ตน้ ทุนค่าวตั ถุดิบเฉลี่ยต่อกอ้ น
จากตารางท่ี 4.2 แสดงตน้ ทุนค่าวตั ถุดิบในการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ (สา์รับผลิตสบู่
20 ก้อน) วตั ถุดิบอนั ดับแรกคือ เบสสบู่ จานวน 1 ถุง ในราคา 100 บาท รองลงมาคือ
กากกาแฟ จานวน 2 ถุง ในราคา 70 บาท น้าผ้งึ จานวน 1 ขวด ในราคา 50 บาท และขมิ้น
จานวน 1 ถุง ในราคา 25 บาทจึงทาใ์ต้ น้ ทุนเฉล่ียต่อกอ้ น 12.25 บาท/กอ้ น
ตารางที่ 4.3 แสดงตน้ ทุนค่าแรงงานในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ (1 เดือนผลิตได้
20 กอ้ น)
ที่ รายการ จานวน (บาท/วนั )
1. ค่าแรงงาน 100.00
5.00
ค่าแรงงานเฉล่ียต่อกอ้ น
จากตารางที่ 4.3 แสดงผลการวเิ คราะ์ขขอ้ มูลค่าแรงงานในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ
เฉล่ียต่อกอ้ น กอ้ นละ 5 บาท คิดเป็นคา่ แรงงานต่อการผลิต 1 คร้ัง 100 บาท
24
ตารางที่ 4.4 แสดงตน้ ทุนค่าไฟฟ้าที่ใชใ้ นการทาสบู่สครับกากกาแฟ (สา์รับสบู่สครับ
กากกาแฟ 20 กอ้ น)
รายการ ระยะเวลา จานวน ราคา/์น่วย จานวน(บาท)
ค่าไฟฟ้า 100.00
ค่าน้า 1 เดือน 20 ์น่วย 5.00 5.00
105.00
1 เดือน 5 ์น่วย 1.00
5.25
รวมตน้ ทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้า
ค่าไฟฟ้าและคา่ น้าตน้ ทุนเฉล่ียต่อกอ้ น
จากตารางที่ 4.4 แสดงการวิเคราะ์ขตน้ ทุนค่าไฟฟ้าที่ใชใ้ นการทาสบู่สครับกากกาแฟ
พบวา่ อนั ดบั แรกคือ ตน้ ทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้า 105.00 บาท รองลงมาคือค่าไฟฟ้าและค่าน้า
ตน้ ทุนเฉล่ียต่อกอ้ น 5.25 บาท
ตารางท่ี 4.5 แสดงขอ้ มูลสินทรัพยข และคา่ เสื่อมราคาอุปกรณข
ท่ีz ท่ี รายการ ราคา อายกุ ารใชง้ าน (ปี ) ค่าเสื่อมต่อปี
1. เครื่องครัวต่าง ๆ 100.00 1 100.00
2. ไมโครเวฟ 200.00 1 200.00
ค่าเสื่อมราคาตอ่ ปี 300.00
ค่าเส่ือมราคาตอ่ เดือน 25.00
ค่าเส่ือมราคาตอ่ กอ้ น 1.25
จากตารางท่ี 4.5 แสดงการวเิ คราะ์ขขอ้ มูลสินทรัพยแข ละคา่ เส่ือมราคาอุปกรณขอนั ดบั แรก
พบวา่ ค่าเสื่อมราคาต่อปี 300.00 บาท รองลงมาคือค่าเสื่อมราคาต่อเดือน 25.00 บาท และ
ค่าเส่ือมราคาต่อกอ้ น 1.25 บาท
25
ตารางท่ี 4.6 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต เฉล่ียต่อกอ้ น
ใสที่ รายการ ราคา (บาท) ร้อยละ
1. ค่าไฟฟ้าและคา่ น้า 5.25 70.00
2. คา่ บรรจุภณั ฑข 1.00 13.33
3. คา่ เส่ือมราคาอุปกรณข 1.25 16.67
รวม 7.50 100.00
จากตารางที่ 4.6 แสดงผลการวเิ คราะ์ขขอ้ มูลตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายในการผลิต เฉลี่ยต่อกอ้ น
อนั ดบั แรกคือ ค่าไฟฟ้าและค่าน้า 5.25 บาท คิดเป็ นร้อยละ 70.00 รองลงมาคือ ค่าเส่ือราคา
อุปกรณข 1.25 บาท คิดเป็ นร้อยละ 16.67 และค่าบรรจุภณั ฑข 1.00 บาท คิดเป็ นร้อยละ 13.33
ตน้ ทุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิตเทา่ กบั 7.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 100
ตารางที่ 4.7 แสดงขอ้ มูลตน้ ทุนในการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ เฉลี่ยต่อกอ้ น
ท่ี รายการ ตน้ ทุนเฉลี่ยต่อกอ้ น ร้อยละ
1. คา่ วตั ถุดิบ 12.25 49.49
2. ค่าแรงงาน 5.00 20.20
3. ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต 7.50 30.31
ตน้ ทุนในการผลิตรวม 24.75 100.00
จากตารางที่ 4.7 แสดงผลการวิเคราะ์ขตน้ ทุนในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ เฉล่ีย
ต่อก้อน ซ่ึงอนั ดบั แรกคือ ค่าวตั ถุดิบ 12.25 บาทต่อก้อน คิดเป็ นร้อยละ 49.49 รองลงมาคือ
ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต 7.50 บาทต่อกอ้ น คิดเป็ นร้อยละ 30.31 และค่าแรงงาน 5.00 บาทต่อกอ้ น
คิดเป็นร้อยละ 20.20 ตน้ ทุนในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟเฉล่ีย 24.75 บาท คิดเป็ น ร้อยละ
100
26
1.2 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ผลตอบแทนในการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ
การศึกษาผลตอบแทนจากการผลิตสบ่สครับกากกาแฟ ผศู้ ึกษาไดท้ าการศึกษาจาก
ราคาขาย กาไรข้นั ตน้ อตั รากาไรตอ่ ตน้ ทุน และอตั รากาไรต่อยอดขายดงั แสดงในตารางที่ 4.8-4.10
ตารางท่ี 4.8 แสดงตน้ ทุนของราคาขายต่อกอ้ น ของผลิตภณั ฑสข บู่สครับกากกาแฟ
ชื่อผลิตภณั ฑข ราคาขายต่อกอ้ น (บาท)
สบู่สครับกากกาแฟ 29.00
29.00
รวม
จากตารางท่ี 4.8 แสดงผลการวิเคราะ์ขต้นทุนราคาขายต่อก้อน พบว่า สบู่สครับ
กากกาแฟราคาขาย 29 บาทตอ่ กอ้ น
ตารางท่ี 4.9 แสดงกาไรข้นั ตน้ จากการขายสบูส่ ครับกากกาแฟ เฉล่ียตอ่ กอ้ น
รายการ 12.25 จานวน (บาท)
รายไดจ้ ากการขายสบูส่ ครับกากกาแฟ 5.00 20.00
์กั ตน้ ทุนขาย 7.50
24.75
ค่าวตั ถุดิบ 4.75
ค่าแรงงาน
ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต
กาไรข้นั ตน้
จากตางรางท่ี 4.9 แสดงผลวิเคราะ์ขกาไรข้นั ตน้ พบวา่ มีรายไดจ้ ากการผลิตสบู่สครับ
กากกาแฟ 29 บาท/กอ้ น มีตน้ ทุนขายอนั ดบั แรกคือ ค่าวตั ถุดิบ 12.25 บาท ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต
7.50 บาท และค่าแรงงาน 5.00 บาท จึงทาใ์ม้ ีกาไรข้นั ตน้ 4.75 บาท ตอ่ กอ้ น
27
ตางรางท่ี 4.10 แสดงการคานวณ์าอตั ราผลตอบแทนจากการทาสบู่สครับกากกาแฟ
อตั ราส่วน สูตรการคานวณ แทนคา่ ผลการคานวณ
อตั รากาไรต่อตน้ ทุน กาไรข้นั ตน้ 4.75 x 100 19.19%
ตน้ ทุน
อตั รากาไรต่อยอดขาย กาไรข้นั ตน้ 24.75 16.37%
ราคาขาย 4.75 x 100
29
จากตารางที่ 4.10 แสดงผลวิเคราะ์ขอตั ราผลตอบแทนจากการทาสบู่สครับกากกาแฟ
เฉลี่ยตอ่ กอ้ น พบวา่ มีอตั รากาไรตอ่ ตน้ ทุน 19.19% และมีอตั รากาไรต่อยอดขาย 16.37%
4.2 ข้อมูลสภาพทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
การศึกษาคร้ังน้ี ผูศ้ ึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็ นผูบ้ ริโภคสบู่สครับ
กากกาแฟ ในวิทยาลยั เทคนิคพิจิตรจงั ์วดั พิจิตร จานวน 50 คน ซ่ึงผูศ้ ึกษาได้นามาวิเคราะ์ข
ขอ้ มูลสภาพทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถามเกี่ยวกับเพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ และรายได้
ดงั แสดงในตารางที่ 4.11- 4.16
ตารางที่ 4.11 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพและขอ้ มูล
ทวั่ ไปจาแนกตามเพศ
รายการ จานวน ร้อยละ
ชาย 20 30.00
์ญิง 30 70.00
50 100.00
รวม
จากตารางที่ 4.11 พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกเป็ นเพศผู์้ ญิง จานวน 20
คน คิดเป็นร้อยละ 30 และเพศชาย 30 คน คิดเป็นร้อยละ 70
28
ตารางท่ี 4.12 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพและขอ้ มูล
ทว่ั ไปจาแนกตามอายุ
ต่ากวา่ 15 ปี รายการ จานวน ร้อยละ
15-18 ปี รวม 0 00.00
18-20 ปี 30 60.00
20 ปี ข้ึนไป 15 30.00
5 10.00
50 100.00
จากตารางท่ี 4.12 ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดับแรกมีอายุ 15-18 ปี จานวน 30 คน
คิดเป็ นร้อยละ 60 รองลงมามีอายุ 18-20 ปี จานวน 15 คน คิดเป็ นร้อยละ 30 และอายุ 20 ปี
ข้ึนไป จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ตามลาดบั
ตารางท่ี 4.13 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพและขอ้ มูล
ทว่ั ไปจาแนกตามสถานภาพ
รายการ จานวน ร้อยละ
โสด 50 100.00
สมรส 0 00.00
50 100.00
รวม
จากตารางท่ี 4.13 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามมีสถานภาพโสด จานวน 50 คน คิดเป็ น
ร้อยละ 100
29
ตารางที่ 4.14 แสดงจานวน (ค่าความถ่ี) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพและขอ้ มูล
ทว่ั ไปจาแนกตามระดบั การศึกษา
รายการ จานวน ร้อยละ
นกั เรียน นกั ศึกษา 40 80.00
ขา้ ราชการ/พนกั งานรัฐวสิ า์กิจ 10 20.00
พอ่ บา้ น แมบ่ า้ น 0 00.00
อ่ืน ๆ 0 00.00
50 100.00
รวม
จากตาราง 4.14 พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกเป็ นนกั เรียนนกั ศึกษา จานวน
40 คน คิดเป็นร้อยละ 80 รองลงมาเป็น ขา้ ราชการ/พนกั งานรัฐวสิ า์กิจ จานวน 10 คน คิดเป็ น
ร้อยละ 20
ตารางท่ี 4.15 แสดงจานวน (ค่าความถี่) และค่าร้อยละของขอ้ มูลสถานภาพและขอ้ มูล
ทว่ั ไปจาแนกตามแ์ล่งเงินทุน
ต่ากวา่ 50 บาท รายการ จานวน ร้อยละ
50-100 บาท รวม 10 20.00
100-200 บาท 20 40.00
200 บาทข้ึนไป 15 30.00
5 10.00
50 100.00
จากตารางที่ 4.15 พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามอนั ดบั แรกมีรายได้อยู่ท่ี 50-100 บาท
จานวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 40 รองลงมา 100-200 จานวน 15 คน คิดเป็ นร้อยละ 30 ต่อมา
มีรายไดอ้ ยู่ที่ต่ากว่า 50 บาท จานวน 10 คน คิดเป็ นร้อยละ 20 และ 200 บาทข้ึนไป จานวน
5 คน คิดเป็นร้อยละ 10
30
4.3 ข้อมูลปัจจัยทมี่ ีผลต่อพฤตกิ รรมการบริโภคสบู่สครับกากกาแฟในวทิ ยาลยั เทคนิคพจิ ิตร
ผลการวิเคราะ์ขระดบั ความคิดเ์็นของผูบ้ ริโภคสบู่สครับกากกาแฟในวทิ ยาลยั เทคนิคพิจิตร
ท่ีเก่ียวกบั ปัจจยั ที่ผลกระทบตอ่ พฤติกรรมการบริโภคสบูส่ ครับกากกาแฟ
ตารางที่ 4.16 แสดงค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนแบบมาตรฐาน ความพึงพอของลูกคา้ ท่ีมีต่อ
การใชส้ บูส่ ครับกากกาแฟ
พฤตกิ รรมการใช้สบู่สครับกากกาแฟ ผลการวเิ คราะห์ระดับ ระดบั
ปัจจัยด้านผลติ ภัณฑ์ X S.D ความคดิ เหน็
1. กลิ่น
2. ความ์ลาก์ลายของชนิดสครับ 4.05 0.34 มาก
3. คุณภาพของผลิตภณั ฑข 4.30 0.45 ดีมาก
4. ขนาดและรูปแบบของบรรุภณั ฑข 3.90 0.41 มาก
ปัจจัยด้านราคา 4.10 0.41 มาก
1. ราคาเ์มาะกบั คุณภาพและปริมาณ 3.90 0.10 ดีมาก
2. ราคาถูกกวา่ ร้านอ่ืน 4.40 0.70 มาก
3. มีการแสดงราคาไวอ้ ยา่ งชดั เจน 4.50 0.70 มาก
ปัจจัยด้านสถานที่ 4.20 0.75 มาก
1. ช่ือร้าน์นา้ สนใจ 4.40 0.67 มาก
2. ความสะดวกในการเดินทาง 4.30 0.60 มาก
3. บริการเสริมที่ไดร้ ับท่ีไดร้ ับจากทางร้าน 4.40 0.67 ปานกลาง
ปัจจัยด้านบุคคลและส่ งเสริมการขาย 4.60 0.67 มาก
1. การโฆษณา ประชาสัมพนั ธข 4.60 0.90 ปานกลาง
2. ความน่าเชื่อถือในการชาระเงิน 4.03 0.60 มาก
3. อธั ยาศยั และการใ์บ้ ริการ 4.40 0.67 มาก
4.60 0.67 ดีมาก
รวม 4.60 0.90 ดีมาก
4.30 0.60 มาก
31
จากตารางท่ี 4.16 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเ์็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อ
พฤติกรรม การบริโภคสบู่สครับจากกากกาแฟท่ีมีค่าเฉล่ีย สูงสุด 3 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ น
ราคา (X=4.4,S.D=0.7) ปัจจัยด้านการขาย (X=4.3,S.D.=0.6) และปัจจัยด้านผลิตภัณฑข
(X=4.05,S.D=0.34) ตามลาดบั
32
บทท่ี 5
สรุปการศึกษา การอภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ
การศึกษาคร้ังน้ี เป็ นการวิเคราะห์ตน้ ทุนเพื่อการตดั สินใจในการทาสบู่สครับกากกาแฟ
มีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื
1) เพ่อื ศึกษาตน้ ทุนในการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟ
2) เพือ่ ศึกษาคา่ ใชจ้ ่ายที่ประหยดั ไดจ้ ากการผลิตสบูส่ ครับกากกาแฟใชเ้ องในครัวเรือน
3) เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของแมบ่ า้ นท่ีมีตอ่ การใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั สบู่สครับกากกาแฟ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาการบัญชี
วิทลยั เทคนิคพิจิตร จานวน 50 คน กาหนดกลุ่มตวั อย่างโดยเลือกแบบเจาะจง จากจากนกั เรียน
นกั ศึกษาที่ประกอบอาชีพเสริมดว้ ยการทาสบู่สรับกากกาแฟจาหน่าย
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการศึกษา ไดแ้ ก่ แบบสอบถามขอ้ มูลเก่ียวกบั ตน้ ทุนและผลตอบแทน
ในการทาสบู่สครับกากกาแฟของนกั เรียนนกั ศึกษา
ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยนา
แบบสอบถามท่ีสร้างเสร็จสมบูรณ์แลว้ ไปทาการเก็บขอ้ มูลดว้ ยตนเอง จากกลุ่มตวั อยา่ งจานวน 50
คนรวบรวมแบบสอบถามที่ไดม้ าทาการวเิ คราะห์ขอ้ มูล โดยใชส้ ถิติพ้ืนฐานแจกแจงความถี่และค่า
ร้อยละ และใชผ้ ลตอบแทนโดยใชอ้ ตั ราส่วนทางการเงิน
1. สรุปผลการศึกษา
จากผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล สรุปผลการศึกษาตน้ ทุนจากการสบูส่ ครับกากกาแฟ ดงั น้ี
1.1 ตน้ ทุนในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟตอ่ กอ้ น
จากผลการศึกษาพบว่า ในการทาสบู่สครับกากกาแฟ มีต้นทุนรวมเฉลี่ย
24.75 บาท ตอ่ กอ้ นประกอบดว้ ย ค่าวตั ถุดิบ 12.25 บาทต่อกอ้ น ค่าใชจ้ ่ายในการผลิตเฉลี่ย 7.50
บาท ตอ่ กอ้ น และค่าแรงงานเฉลี่ย 5.00 บาทต่อกอ้ น
33
1.2 สถานภาพและขอ้ มูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
จากผลการศึกษา พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนมากเป็ นเพศหญิง คิดเป็ นร้อยล่ะ
70 มีอายุ 15-18 ปี คิดเป็ นร้อยละ 60 มีสถานภาพ โสด คิดเป็ นร้อยละ 100 ส่วนมากเป็ น
นกั เรียน นกั ศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100 และมีรายไดต้ ่อวนั 50-100 คิดเป็นร้อยละ 40
1.3 ปัจจยั ที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสบูส่ ครับกากกาแฟ
จากการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นว่าปัจจัยที่มีผลต่อ
พฤติกรรมการบริโภคสบ่สครับกากกาแฟท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด 3 ลาดับแรก ได้แก่ ข้อ 1
ปัจจยั ดา้ นราคา ขอ้ 2 ปัจจยั ดา้ นบุคคลและส่งเสริมการขาย ขอ้ 3 ปัจจยั ดา้ นผลิตภณั ฑ์
2. อภปิ รายผล
จากสรุปผลการศึกษา มีประเดน็ สาคญั ที่ควรนามาอภิปรายผล ดงั น้ี
2.1 ต้นทุนการสบู่สครับกากกาแฟประกอบด้วย 3 ส่วนประกอบสาคัญ ได้แก่
ค่าวตั ถุดิบร้อยละ 49.49 ค่าแรงร้อยละ 20.20 และค่าใชจ้ ่ายในการผลิตร้อยละ 30.31 เห็นไดว้ ่า
ในการทาสบู่สครับกากกาแฟมีสัดส่วนของวตั ถุดิบมากท่ีสุด
2.2 ในการผลิตสบู่สครับกากกาแฟ พบวา่ การทาสบู่สครับกากกาแฟน้นั มีผตู้ อ้ งการใช้
สบู่สครับกากกาแฟเป็ นจานวนมาก และถ้าเราจะขายเราสามารถกาหนดราคาขายได้ต่ากว่า
ห้างสรรพสินค้าและท้องตลาดท่ัวไป เพราะผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพ พอที่วางขายตาม
ห้างสรรพสินคา้ และทอ้ งตลาดทว่ั ไป ดงั น้นั ผูจ้ ดั ทาโครงการจึงตดั สินใจผลิตสบู่สครับกากกาแฟ
ข้ึนมาเพอื่ ความสะดวกในการขดั ผวิ ทาใหผ้ วิ ขาวสดใส ซ่ึงมีผลตอ่ ผลกาไรและสู้คู่แข่งขนั ได้
34
3. ข้อเสนอแนะ
3.1 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคร้ังน้ี
จากผลการศึกษา พบวา่ การทาสบู่สครับกากกาแฟมีสัดส่วนของวตั ถุดิบสูงกว่า
ตน้ ทุนชนิดอื่น นกั เรียน นกั ศึกษา จึงควรพิจารณาหาวิธีการทาเครื่องมือ อุปกรณ์ท่ีจะช่วยเพ่ิม
ปริมาณการผลิตตอ่ คร้ังใหม้ ากข้ึน ซ่ึงจะทาให้มีอตั ราผลกาไรข้นั ตน้ เมื่อเปรียบเทียบกบั ตน้ ทุนขาย
สูงข้ึน
3.2 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคร้ังตอ่ ไป
ควรศึกษาแนวทางการพฒั นาคุณภาพและรูปแบบของการทาสบู่สครับกากกาแฟเพื่อ
เพม่ิ ปริมาณการผลิตตอ่ คร้ังและยอดขายใหส้ ูงข้ึน
35
บรรณานุกรม
“ตน้ ทุนการผลิต”, (ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://production-cost.blogspot.com, (สืบคน้ เม่ือ 10 สิงหาคม 2563)
พรพมิ ล โรจนส์ ริ, ดุสิต งามรุ่งโรจน์ และ สาลินี อาจารีย.์ 2558 “ผลิตภณั ฑข์ ดั ผวิ จากกากกาแฟ”
(ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://jirawatzaza.blogspot.com/2014 (สืบคน้ เม่ือ 10 สิงหาคม 2563)
ปานทิพย์ รัตนศิลป์ กลั ชาญ, เกตุแกว้ จนั ทร์จารัส, และ ภรณ์ทิพย์ นราแหวว 2557 “ศึกษาวิจยั
เร่ืองสบู่เหลวสมุนไพร” (ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://sites.google.com/site/sbuhelwcaknakh (สืบคน้ เม่ือ 10 สิงหาคม 2563)
ราไพ โครตบูรณ์ 2557 “ศึกษาวจิ ยั เรื่อง สบู่เหลวน้าจากข้ีเถา้ เปลือกกลว้ ย”
(ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.crdc.kmutt.ac.th/Data%202013/CRDC7 (สืบคน้ เมื่อ 10 สิงหาคม 2563)
เรณู อยเู่ จริญ 2556 “ศึกษาวจิ ยั เรื่อง การผลิตสบู่จากจารสกดั พืชสมุนไพร”
(ออนไลน์), เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.soap-mold.com/article/47 (สืบคน้ เมื่อ 10 สิงหาคม 2563)
สุจิตรา พลอยวเิ ลิศ 2556 “ศึกษาวจิ ยั เร่ือง การพฒั นาสบู่ก่อนจากถ่านไมไ้ ผ”่
(ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.tnrr.in.th/?page=result_search&record (สืบคน้ เมื่อ 10 สิงหาคม 2563)
ศศิธร แทน่ ทอง 2554 “ศึกษาวจิ ยั เรื่องการ พฒั นาผลิตภณั ฑป์ ระทินผวิ จากมะขาม”
(ออนไลน)์ , เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.tnrr.in.th/2558/?page=result (สืบคน้ เมื่อ 10 สิงหาคม 2563)
วไิ ลพร ปองเพยี ร 2554 “ศึกษาวจิ ยั เรื่องการพฒั นาสูตรสบู่แฟนซี จากน้ามนั ที่ใชแ้ ลว้ ”
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
เครื่องมือทใ่ี ช้ในการศึกษา
แบบสอบถามความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ปัจจัยทม่ี ีผลต่อพฤตกิ รรมผู้บริโภคสบู่สรับกากกาแฟ