ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง แนวปฏิบตั ิการเกบ็ บํารุงการศึกษา คา ธรรมเนียมการศึกษา
คา ธรรมเนียมการเรียน และคาธรรมเนียมอืน่
***************************
อนุสนธิประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเลื่อนเวลาเปดภาคเรียนที่ 1
ประจาํ ปการศึกษา 2564 ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันท่ี 19 พฤษภาคม พ.ศ.2564
อนั สบื เนอื่ งมาจากสถานการณก ารแพรร ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ไดกําหนดใหมีกาเลื่อนเวลาเปดภาคเรียนท่ี 1 ประจําปการศึกษา 2564 ของกระทรวง
ศึกษาธิการ และใหโรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัดและในกาํ กับของกระทรวงศึกษาธิการ
จัดการเรียนการสอนเฉพาะรูปแบบ On Site ไดจ ะตองผานเกณฑก ารประเมนิ ความพรอม
ของระบบ Thai StopCOVID Plus (TSC+) และไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
โรคตดิ ตอ จงั หวดั กอ นนนั้ ดว ยรปู แบบการจดั การเรยี นการสอนดงั กลา ว ประกอบกบั มโี รงเรยี น
หรือสถานศึกษาบางแหงไดมีการเรียกเก็บเงินบํารุงการศึกษา คาธรรมเนียมการศึกษา
คา ธรรมเนยี มการเรยี น และคาธรรมเนียมอนื่ จากผปู กครอง ดังนั้น เพ่ือเปนการลดภาระ
คา ใชจ า ยและบรรเทาความเดอื นรอ นของผปู กครองในสถานการณป จ จบุ นั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
จงึ กําหนดแนวปฏบิ ตั กิ ารเกบ็ เงนิ บํารงุ การศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการเรยี น
และคา ธรรมเนยี มอน่ื ใหโ รงเรยี นหรอื สถานศกึ ษาในสงั กดั หรอื ในกํากบั ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ถือปฏิบัติ ดงั ตอไปน้ี
1. ในกรณที ไี่ ดม กี ารเรยี กเกบ็ เงนิ บาํ รงุ การศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการศกึ ษา คา ธรรมเนยี ม
การเรียน และคาธรรมเนยี มอ่ืนไปแลว ใหคนื เงินบาํ รุงการศกึ ษาหรือคา ธรรมเนียมดังกลา ว
ในสวนท่ีไมไดจัดกิจกรรมการเรียนและคาธรรมเยียมอื่น เพ่ือใชจายในการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอนน้ันในระหวางที่เกิดสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19)
2. ในกรณที มี่ คี วามจําเปน ตอ งเรยี กเกบ็ เงนิ บํารงุ การศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการศกึ ษา
คา ธรรมเนยี มการเรยี น และคา ธรรมเนยี มอน่ื เพอื่ ใชจ า ยในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
อาจพิจารณาผอนผันหรือขยายระยะเวลาการเรียกเก็บเงินบาํ รุงการศึกษาหรือคาธรรมเนียม
ดงั กลาวตามความเหมาะสมเปน กรณไี ป
คูมือนักเรยี นและผูปกครอง 49
3. พิจารณาใหความชวยเหลือในกรณีที่ผูปกครองของนักเรียนนักศึกษาไดรับ
ผลกระทบจากสถานการณดงั กลา วตามความจาํ เปน เหมาะสม
4. ใหหนวยงานตนสังกัดหรือที่กํากับโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจงเวียนไปยัง
สถานศึกษาในสงั กดั หรือในกํากับใหป ฏบิ ตั ิตามประกาศนี้
ทงั้ นี้ ตง้ั แตป ก ารศกึ ษา 2564 เปน ตน ไป จนกวา จะมปี ระกาศเปลย่ี นแปลงอยา งอน่ื
ประกาศ ณ วนั ท่ี 27 พฤษภาคม พ.ศ.2564
(นางสาวตรีนุช เทยี นทอง)
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศกึ ษาธิการ
50 คมู อื นักเรียนและผปู กครอง
ประกาศโรงเรียนสตรีศรีสรุ ิโยทัย
เรื่อง การเกบ็ เงินบํารุงการศึกษาของสถานศึกษา และอัตราคา ธรรมเนียม
ประจําภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2565
***************************
ตามทกี่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดม ปี ระกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรือ่ ง แนวปฏบิ ัติการ
เกบ็ เงนิ บํารงุ การศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการศกึ ษา คา ธรรมเนยี มการเรยี นและคา ธรรมเนยี มอน่ื
ประกาศณวนั ที่27พฤษภาคม 2565 และประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ ง การเกบ็ เงนิ บาํ รงุ
การศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศ
ณ วนั ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2564 และตามหนงั สือสาํ นกั งานคณะกรรมการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
ดวนทส่ี ุด 04006/พิเศษ 22 ลงวันที่ 4 พฤศจกิ ายน 2564 นั้น
เพอ่ื ใหเ ปน ไปตามเจตนารมณข องกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และคณะกรรมการพจิ ารณา
การเกบ็ เงนิ บาํ รงุ การศกึ ษา ของคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน โรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั
ปก ารศกึ ษา 2565 ในคราวประชมุ ครง้ั ท่ี 3/2564 เมอ่ื วนั ท่ี 5 พฤศจกิ ายน 2564 มมี ตเิ หน็ ชอบ
การเก็บเงินบํารุงการศึกษา ป 2565 ตามหลักเกณฑเงินบาํ รุงการศึกษาของสถานศึกษา
ทโี่ รงเรยี นเสนอนั้น
โรงเรยี นสตรีศรสี รุ ิโยทยั จึงขอแจง การเกบ็ เงนิ บาํ รุงการศกึ ษาของสถานศึกษา และ
อตั ราคา ธรรมเนยี มการศกึ ษา ประจาํ ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565 ตามเอกสารทแี่ นบทา ย
ประกาศนี้
ประกาศ ณ วันท่ี 27 พฤษภาคม พ.ศ.2564
(นางสาวกรรณิกา ไผทฉันท)
ผอู ํานวยการโรงเรยนสตรีศรสี ิริโยทัย
คมู ือนักเรียนและผปู กครอง 51
โรงเรียนสตรศี รีสรุ โิ ยทัย
รายการเงินบํารงุ การศึกษา ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565
ที่ โครงการ จํานวนเงิน (บาท /คน) หมายเหตุ
ปกติ วิทย-คณิต EP
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน - - 24,000 ตอภาคเรยี น
เพอ่ื สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - 9,000 - ตอ ภาคเรยี น
ท่รี ัฐจดั ให
1.1 หองเรยี น EP ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 1/9 เรยี นกบั ครู
ชาวตา งประเทศเปน ภาษาองั กฤษรวม 18 ชว่ั โมง/สปั ดาห
1.2 หอ งเรียนพิเศษดานวิชาการ (วิทยาศาสตร- คณิตศาสตร)
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษา ปท ่ี 1/7 - 1/8
2 การจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถ
ของนกั เรียนทนี่ อกเหลอื หลกั สตู รการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
2.1 โครงการพัฒนาทกั ษะตามความถนดั ของนกั เรียน
นอกเวลาเรียน 600 600 600 ตอภาคเรยี น
2.2 คาจางครชู าวตา งชาติ 600 - - ตอ ภาคเรียน
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพม่ิ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑม าตรฐานทว่ั ไปทไี่ ดร บั งบประมาณจากรัฐ
3.1 คาจา งครทู ม่ี คี วามเชย่ี วชาญในสาขาเฉพาะ
(รวมบริการเสรมิ หอ งปฏบิ ัตกิ าร) 900 900 900 ตอภาคเรยี น
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น
เกินมาตรฐานที่รัฐจดั ให) 500 500 500 ตอ ภาคเรียน
3.3 คา ยธรรมศึกษาและสอบธรรมศึกษา ชัน้ ตรี โท เอก 150 150 150 ตอ ภาคเรยี น
4 การจัดใหการดแู ลดานสวสั ดกิ าร และสวัสดิภาพนกั เรยี น 200 200 200 ตอ ป
4.1 คาประกันอุบตั ิเหตนุ กั เรียน
4.2 คา จางบคุ ลากรทป่ี ฏิบัตงิ านในสถานศึกษา 500 500 500 ตอภาคเรียน
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบ ริการสาธารณสุขของรัฐ 100 100 100 ตอ ป
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน 100 100 100 ตอ ป
กรณโี รงเรยี นไดจัดทาํ เปนลกั ษณะพิเศษอยางคุณภาพ 140 140 140 ตอป
5.1 คา คมู ือนกั เรยี น 100 100 100 ตอ ป
5.2 คา ปฐมนิเทศนักเรยี น
5.3 คาวารสารโรงเรยี น
6 รายการอื่นท่นี อกเหนอื จกเงินบํารุงการศึกษา ตอป
6.1 คาบัตรนักเรียน (100 บาท) และคา บริการ (300 บาท) 400 400 400 ตอ ป
6.2 คา บํารุงสมาคมผปู กครองและครสู ตรีศรสี ริ ิโยทยั 500 500 500 ตอป
6.3 คา เรียนปรับพนื้ ฐาน 1,000 1,000 1,000
รวม 5,790 14,190 29,190
52 คูมือนกั เรียนและผปู กครอง
โรงเรยี นสตรศี รสี ุริโยทัย
รายการเงนิ บํารงุ การศกึ ษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565
ที่ โครงการ จํานวนเงิน (บาท /คน) หมายเหตุ
ปกติ วิทย- คณิต EP
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
เพอ่ื สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - - 24,000 ตอภาคเรียน
ทร่ี ัฐจัดให - 9,000 - ตอภาคเรยี น
1.1 หอ งเรยี น EP ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 2/9 เรยี นกบั ครู
ชาวตา งประเทศเปน ภาษาองั กฤษรวม 18 ชวั่ โมง/สปั ดาห 600 600 600 ตอภาคเรียน
1.2 หองเรยี นพเิ ศษดา นวิชาการ (วิทยาศาสตร- คณิตศาสตร) 600 - - ตอ ภาคเรยี น
ระดบั ช้ันมัธยมศึกษา ปท่ี 2/7 - 2/8
900 900 900 ตอ ภาคเรยี น
2 การจัดการเรียนการสอนเพื่อเพ่ิมศักยภาพและความสามารถ 500 500 500 ตอ ภาคเรียน
ของนกั เรยี นที่นอกเหลอื หลักสูตรการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 150 150 150 ตอ ภาคเรียน
2.1 โครงการพฒั นาทกั ษะตามความถนดั ของนักเรยี น
นอกเวลาเรยี น 200 200 200 ตอ ป
2.2 คาจา งครูชาวตา งชาติ 500 500 500 ตอภาคเรยี น
100 100 100 ตอ ป
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพม่ิ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑม าตรฐานทั่วไปที่ไดรับงบประมาณจากรฐั - -- --
3.1 คา จางครทู มี่ คี วามเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ - --
(รวมบรกิ ารเสรมิ หอ งปฏบิ ัติการ) 100 100 100 ตอ ป
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น
เกนิ มาตรฐานที่รฐั จดั ให) 300 300 300 ตอป
3.3 คา ยธรรมศกึ ษาและสอบธรรมศกึ ษา ชน้ั ตรี โท เอก 500 500 500 ตอ ป
4 การจดั ใหก ารดแู ลดานสวัสดกิ าร และสวสั ดิภาพนกั เรียน
4.1 คา ประกันอุบตั ิเหตุนักเรยี น
4.2 คา จางบุคลากรท่ีปฏบิ ตั ิงานในสถานศกึ ษา
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบ รกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
กรณีโรงเรยี นไดจ ัดทาํ เปน ลักษณะพเิ ศษอยางคณุ ภาพ
5.1 คา คูม ือนกั เรียน
5.2 คาปฐมนิเทศนักเรียน
5.3 คาวารสารโรงเรยี น
6 รายการอน่ื ทนี่ อกเหนือจกเงนิ บาํ รงุ การศึกษา
6.1 คาบรกิ ารบตั รนักเรียน
6.2 คา บาํ รงุ สมาคมผปู กครองและครูสตรีศรีสริ ิโยทัย
รวม 4,450 12,850 27,850
คมู อื นักเรยี นและผูปกครอง 53
โรงเรียนสตรศี รสี รุ ิโยทยั
รายการเงนิ บํารงุ การศึกษา ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศกึ ษา 2565
ที่ โครงการ จํานวนเงิน (บาท /คน) หมายเหตุ
ปกติ วิทย-คณิต EP
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน - - 24,000 ตอภาคเรยี น
เพอ่ื สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - 9,000 - ตอภาคเรยี น
ท่ีรฐั จัดให
1.1 หอ งเรียน EP ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3/9 เรยี นกบั ครู
ชาวตา งประเทศเปน ภาษาองั กฤษรวม 18 ชวั่ โมง/สปั ดาห
1.2 หองเรยี นพิเศษดานวิชาการ (วทิ ยาศาสตร-คณติ ศาสตร)
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษา ปท่ี 3/7 - 3/8
2 การจัดการเรียนการสอนเพ่ือเพิ่มศักยภาพและความสามารถ
ของนักเรียนท่ีนอกเหลือหลกั สูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2.1 โครงการพัฒนาทกั ษะตามความถนดั ของนักเรียน
นอกเวลาเรยี น 600 600 600 ตอ ภาคเรยี น
2.2 คาจางครชู าวตา งชาติ 600 - - ตอ ภาคเรียน
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพมิ่ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑม าตรฐานท่ัวไปที่ไดรับงบประมาณจากรฐั
3.1 คา จา งครทู ม่ี คี วามเช่ียวชาญในสาขาเฉพาะ
(รวมบรกิ ารเสริมหอ งปฏิบัตกิ าร) 900 900 900 ตอภาคเรยี น
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น
เกนิ มาตรฐานท่รี ฐั จดั ให) 500 500 500 ตอ ภาคเรยี น
3.3 คา ยธรรมศึกษาและสอบธรรมศกึ ษา ชนั้ ตรี โท เอก 150 150 150 ตอ ภาคเรยี น
4 การจดั ใหก ารดูแลดานสวัสดิการ และสวสั ดภิ าพนักเรียน 200 200 200 ตอ ป
4.1 คาประกันอุบัตเิ หตนุ กั เรียน
4.2 คา จา งบคุ ลากรท่ปี ฏิบัตงิ านในสถานศกึ ษา 500 500 500 ตอภาคเรียน
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบริการสาธารณสุขของรฐั 100 100 100 ตอป
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน - -- -
กรณีโรงเรียนไดจ ัดทาํ เปน ลกั ษณะพิเศษอยางคุณภาพ - -- -
5.1 คาคูมอื นกั เรยี น 100 100 100 ตอป
5.2 คาปฐมนิเทศนักเรยี น
5.3 คา วารสารโรงเรยี น
6 รายการอน่ื ท่ีนอกเหนอื จกเงนิ บํารุงการศกึ ษา 300 300 300 ตอป
6.1 คา บริการบตั รนกั เรยี น 500 500 500 ตอป
6.2 คา บํารงุ สมาคมผปู กครองและครสู ตรีศรสี ริ ิโยทยั
รวม 4,450 12,850 27,850
54 คมู ือนกั เรียนและผปู กครอง
โรงเรยี นสตรีศรีสรุ โิ ยทยั
รายการเงินบาํ รุงการศกึ ษา ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2565
ที่ โครงการ จาํ นวนเงิน (บาท /คน) หมายเหตุ
ศิลปคาํ นวณ ศลิ ปภ าษา วทิ ย- คณติ
วทิ ย- คณติ เขม
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน - 3,000 - ตอภาคเรียน
เพอ่ื สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - - 12,000 ตอภาคเรียน
ท่ีรฐั จดั ให
1.1 แผนการเรียนภาษาจีน/ญี่ปุน/เกาหลี กับครูชาวจีน/
ญ่ีปนุ /เกาหลี 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห
1.2 นกั เรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 4/8 เรยี นภาษาองั กฤษ
กับครูตางประเทศ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห
2 การจัดการเรียนการสอนเพ่ือเพิ่มศักยภาพและความสามารถ
ของนักเรียนทน่ี อกเหลอื หลกั สตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
2.1 โครงการพฒั นาทกั ษะตามความถนดั ของนกั เรยี น
นอกเวลาเรยี น 600 600 600 ตอภาคเรยี น
2.2 คา จางครูชาวตา งชาติ 600 600 - ตอ ภาคเรยี น
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพม่ิ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑมาตรฐานท่ัวไปทไี่ ดรบั งบประมาณจากรัฐ
3.1 คา จางครทู ่ีมีความเชย่ี วชาญในสาขาเฉพาะ
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น 900 900 900 ตอ ภาคเรียน
เกินมาตรฐานท่รี ฐั จัดให) 500 500 500 ตอภาคเรยี น
4 การจัดใหการดูแลดา นสวัสดกิ าร และสวัสดภิ าพนกั เรยี น
4.1 คา ประกันอุบัติเหตนุ กั เรียน 200 200 200 ตอ ป
4.2 คา จางบุคลากรทีป่ ฏิบตั งิ านในสถานศกึ ษา 500 500 500 ตอ ภาคเรียน
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบ รกิ ารสาธารณสขุ ของรัฐ 100 100 100 ตอ ป
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กรณีโรงเรยี นไดจดั ทําเปน ลักษณะพิเศษอยางคุณภาพ
5.1 คา คมู อื นกั เรียน 100 100 100 -
5.2 คาปฐมนเิ ทศนกั เรยี น 140 140 140 -
5.3 คา วารสารโรงเรยี น 100 100 100 ตอป
6 รายการอ่ืนทนี่ อกเหนือจกเงินบาํ รุงการศึกษา
6.1 คาบตั รนักเรียน (100 บาท) และคาบรกิ าร (300 บาท) 400 400 400 ตอ ป
6.2 คา บาํ รุงสมาคมผูป กครองและครสู ตรศี รสี ริ โิ ยทยั 500 500 500 ตอป
6.3 คา เรยี นปรบั พน้ื ฐาน 1,000 1,000 1,000 ตอ ป
รวม 5,640 8,640 17,040
คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง 55
โรงเรยี นสตรศี รีสุริโยทัย
รายการเงินบาํ รุงการศกึ ษา ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 5
ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565
ท่ี โครงการ จาํ นวนเงิน (บาท /คน) หมายเหตุ
ศลิ ปคาํ นวณ ศลิ ปภ าษา วทิ ย-คณิต
วิทย-คณติ เขม
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน - 3,000 - ตอภาคเรยี น
เพอื่ สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - - 12,000 ตอภาคเรียน
ท่ีรัฐจดั ให
1.1 แผนการเรยี นภาษาจีน/ญ่ีปุน /เกาหลี กับครูชาวจนี /
ญปี่ ุน/เกาหลี 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห
1.2 นักเรยี นระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5/8 เรียนภาษาอังกฤษ
กับครูตา งประเทศ 3 ชัว่ โมง/สัปดาห
2 การจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถ
ของนกั เรียนท่นี อกเหลอื หลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
2.1 โครงการพัฒนาทักษะตามความถนดั ของนักเรยี น
นอกเวลาเรยี น 600 600 600 ตอ ภาคเรียน
2.2 คาจา งครชู าวตา งชาติ 600 600 - ตอ ภาคเรียน
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพมิ่ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑม าตรฐานทั่วไปท่ไี ดรบั งบประมาณจากรฐั
3.1 คา จา งครูทมี่ ีความเช่ยี วชาญในสาขาเฉพาะ 900 900 900 ตอภาคเรยี น
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น
เกินมาตรฐานทร่ี ัฐจัดให) 500 500 500 ตอภาคเรยี น
4 การจัดใหการดแู ลดานสวัสดกิ าร และสวสั ดิภาพนกั เรยี น
4.1 คาประกนั อุบตั เิ หตนุ กั เรียน 200 200 200 ตอป
4.2 คาจา งบคุ ลากรทปี่ ฏบิ ตั งิ านในสถานศึกษา 500 500 500 ตอภาคเรียน
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบ รกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั 100 100 100 ตอป
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
กรณโี รงเรียนไดจดั ทาํ เปน ลักษณะพิเศษอยา งคุณภาพ
5.1 คา คมู อื นกั เรยี น --- -
5.2 คาปฐมนเิ ทศนกั เรียน --- -
5.3 คาวารสารโรงเรยี น 100 100 100 ตอป
6 รายการอ่นื ทนี่ อกเหนือจกเงินบํารุงการศกึ ษา 300 300 300 ตอป
6.1 คาบริการบตั รนักเรยี น 500 500 500 ตอป
6.2 คา บาํ รงุ สมาคมผูปกครองและครสู ตรศี รสี ริ โิ ยทยั
รวม 4,300 7,300 15,700
56 คูม อื นักเรยี นและผูปกครอง
โรงเรยี นสตรีศรีสรุ โิ ยทยั
รายการเงินบาํ รงุ การศึกษา ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 6
ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2565
ท่ี โครงการ จํานวนเงนิ (บาท /คน) หมายเหตุ
ศิลปค าํ นวณ ศลิ ปภาษา วทิ ย- คณติ
วิทย- คณิต เขม
1 การจดั การเรยี นการสอนนอกเหนอื หลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน - 3,000 - ตอ ภาคเรียน
เพอ่ื สง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาใหน กั เรยี นเกนิ มาตรฐาน - - 12,000 ตอภาคเรยี น
ทีร่ ัฐจัดให
1.1 แผนการเรยี นภาษาจนี /ญีป่ ุน/เกาหลี กับครชู าวจนี /
ญป่ี ุน /เกาหลี 6 ชั่วโมง/สปั ดาห
1.2 นักเรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 6/8 เรียนภาษาองั กฤษ
กับครูตางประเทศ 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห
2 การจัดการเรียนการสอนเพ่ือเพ่ิมศักยภาพและความสามารถ
ของนกั เรยี นทนี่ อกเหลือหลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
2.1 โครงการพัฒนาทกั ษะตามความถนดั ของนกั เรียน
นอกเวลาเรยี น 600 600 600 ตอภาคเรยี น
2.2 คา จางครูชาวตา งชาติ 600 600 - ตอภาคเรยี น
3 การจดั การเรยี นการสอนเสรมิ เพม่ิ เตมิ ใหก บั นกั เรยี นนอกเหนอื
จากเกณฑม าตรฐานทว่ั ไปท่ีไดรับงบประมาณจากรัฐ
3.1 คาจา งครูทมี่ ีความเชย่ี วชาญในสาขาเฉพาะ
3.2 คา สอนคอมพวิ เตอร (โรงเรยี นจดั คอมพวิ เตอรใ หน กั เรยี น 900 900 900 ตอ ภาคเรียน
เกนิ มาตรฐานท่รี ฐั จัดให) 500 500 500 ตอภาคเรยี น
4 การจดั ใหก ารดแู ลดา นสวัสดกิ าร และสวสั ดภิ าพนกั เรียน 200 200 200 ตอป
4.1 คา ประกนั อบุ ัติเหตนุ ักเรียน
4.2 คา จางบคุ ลากรทป่ี ฏิบัติงานในสถานศึกษา 500 500 500 ตอภาคเรียน
4.3 คา ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นเปน กรณพี เิ ศษนอกเหนอื จากการ
ใหบ ริการสาธารณสขุ ของรฐั 100 100 100 ตอ ป
5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กรณโี รงเรยี นไดจัดทําเปน ลักษณะพิเศษอยา งคณุ ภาพ
5.1 คาคมู อื นกั เรยี น --- -
5.2 คาปฐมนเิ ทศนกั เรยี น --- -
5.3 คาวารสารโรงเรยี น 100 100 100 ตอ ป
6 รายการอ่ืนทนี่ อกเหนือจกเงนิ บาํ รุงการศกึ ษา 300 300 300 ตอ ป
6.1 คา บริการบตั รนกั เรียน 500 500 500 ตอป
6.2 คา บาํ รุงสมาคมผูปกครองและครสู ตรีศรีสิรโิ ยทยั
รวม 4,300 7,300 15,700
คูมอื นักเรยี นและผปู กครอง 57
58 คมู อื นกั เรยี นและผูปกครอง
¡Å‹ÁØ ºÃËÔ ÒÃÇÔªÒ¡ÒÃ
คูมือนักเรียนและผปู กครอง 59
60 คมู อื นกั เรยี นและผูปกครอง แผนภมู ิการบรหิ ารกลมุ บรหิ ารวชิ าการ โรงเรยี นสตรศี รสี รุ ิโยทัย
คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ผูอํานวยการโรงเรียนสตรศี รีสุรโิ ยทยั สมาคมศิษยเกา สตรีศรีสุริโยทัย
สมาคมผปู กครองและครสู ตรีศรีสุรโิ ยทยั รองผูอาํ นวยการกลุมบรหิ ารวิชาการ คณะกรรมการเครือขายผปู กครอง
หัวหนา งานวิชาการ
คณะกรรมการบรหิ ารวิชาการ
กลุมงานพัฒนาวิชาการ กลุมงานพฒั นาวชิ าการ กลุมงานสนบั สนุนการศึกษา กลุมงานประเมินมาตรฐาน
การศกึ ษา
« งานกลมุ สาระการเรยี นรู « งานสํานักงานกลมุ บรหิ ารวิชาการ « งานพัฒนาสอื่ นวัตกรรมและ
« งานพฒั นาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา « งานแนะแนวการศกึ ษา เทคโนโลยีทางการศกึ ษา « งานทะเบยี นนกั เรยี นและดําเนนิ การ
« งานหองเรียนพเิ ศษ « งานหองสมดุ เทยี บโอนผลการเรยี น
« งานพฒั นาแหลงเรยี นรู « งานวิจนั เพื่อพฒั นาคณุ ภาพ
- วทิ ยาศาสตร - คณิตศาสตร « งานสวนพฤกษศาสตรโ รงเรียน การศึกษา « งานวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี น/
- ภาษาอังกฤษ, STEM « งานวิเทศสัมพนั ธ ดานคุณภาพผูเรยี น
« งานหอ งเรยี นภาษาตา งประเทศทสี่ อง « งานสง เสรมิ ความรสู ชู ุมชน « งานคอมพวิ เตอรและงานระบบ
- ภาษาองั กฤษ, ภาษาเกาหลี « งานสารสนเทศวชิ าการ เครือขาย
- ภาษาญป่ี นุ , ภาษาจนี « งานนเิ ทศเพอ่ื พฒั นาคุณภาพ
« งานกจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น « งานโสตทัศนศกึ ษา
« งานโรงเรยี นมาตรฐานสากล การศึกษา
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยไดจัดทําหลักสูตรสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1-6
ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง
พทุ ธศกั ราช 2561 ในปการศึกษา 2556 ไดพฒั นาหลักสตู รสูมาตรฐานสากลในทกุ ระดับชน้ั
โดยมงุ พฒั นาผเู รยี นใหม ศี กั ยภาพเปน พลโลก อยรู ว มกนั ในสงั คมอยา งมคี วามสขุ และมสี มรรถนะ
ตามหลกั การศกึ ษา 5 ประการ คือ
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
5. ความสามารถดา นทักษะชวี ิต
นอกจากนี้ผูเรียนทุกคนไดรับการพัฒนาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยมงุ เนน ใหผ เู รยี นมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานทก่ี าํ หนด ซงึ่ จะชว ยใหผ เู รยี นเกดิ สมรรถนะสาํ คญั
และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ดงั น้ี
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน มงุ ใหผ เู รยี น
เกดิ สมรรถนะสําคัญ 5 ประการ ดังนี้
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน มงุ พัฒนา
ผเู รยี นใหม คี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เพอื่ ใหส ามารถอยรู ว มกบั ผอู น่ื ในสงั คมไดอ ยา งมคี วามสขุ
ในฐานะเปน พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้
1. รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ
2. ซอื่ สตั ย สจุ ริต
3. มีวินยั
4. ใฝเรียนรู
5. อยอู ยางพอเพยี ง
คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง 61
6. มุง ม่นั ในการทํางาน
7. รกั ความเปน ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
หลกั สตู รในระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และ หลกั สตู รในระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ทางโรงเรียนจะจัดใหน กั เรยี นทกุ คนตอ งเรียนรทู ง้ั 8 กลมุ สาระการเรียนรู โดยมีรายละเอยี ด
โครงสรางเวลาเรยี นดังนี้
โครงสรา งหลกั สตู ร
ในการจดั การศกึ ษาทางโรงเรยี นไดม งุ เนน ใหผ เู รยี นมคี วามรู คคู ณุ ธรรม มที กั ษะทจ่ี าํ เปน
ในศตวรรษท่ี 21 มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาของโรงเรยี นของชาตแิ ละมาตรฐานสากล
จงึ กําหนดโครงสรางหลักสูตรดงั นี้
1. ระดับการศึกษา
โรงเรียนสตรสี ุรโิ ยทัยไดจัดการเรียนการสอน 2 ระดบั การศึกษา โดยจดั เวลาในแตล ะ
ระดับการศกึ ษาดังนี้
1. หลักสูตรในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน (ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1-3) โดยจะ
จัดเวลาเรียนไมเกินปล ะ 1,200 ช่วั โมง เฉลีย่ วันละ 6-7 ชว่ั โมง โดยกําหนดหอ งเรียนตาม
แผนการเรียนท่ีนักเรียนไดรับการคัดเลอื กดงั น้ี
- หองเรียนปกติ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษา และเปด
รายวิชาเพ่ิมเตมิ เพ่ือตอบสนองความตอ งการ ความถนัด และความสนใจของนกั เรียน
- หอ งเรยี นวทิ ยาศาสตร- คณติ ศาสตร จดั การเรยี นการสอนโดยสง เสรมิ ศกั ยภาพ
ทางวิทยาศาสตร และคณิตศาสตร และจัดสอนรายวิชาเพ่ิมเติมเนนดานวิทยาศาสตร
คณติ ศาสตร และเทคโนโลยจี ากรายวชิ าเพม่ิ พนู ประสบการณ และ/หรอื รายวชิ าเพม่ิ เตมิ พเิ ศษ
- หองเรียน EP (English Program) จัดการเรียนการสอนโดยใชหลักสูตร
เดยี วกบั หอ งเรยี นปกติ เนน การใชภ าษาองั กฤษเปน สอ่ื ในการเรยี นการสอน ซง่ึ จะชว ยใหน กั เรยี น
ทจ่ี บการศกึ ษา มศี กั ยภาพทางศกั ยภาพในการใชภ าษาองั กฤษเพอ่ื การสอื่ สารทง้ั ในและนอกหอ งเรยี น
และเปด รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เพอ่ื ตอบสนองความตอ งการ ความถนดั และความสนใจของนกั เรยี น
2. หลักสูตรในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 4-6) จะจัด
เวลาเรียนปล ะไมนอ ยกวา 1,200 ช่ัวโมง หรอื มีเวลาเรยี นรวม 3 ปไมน อ ยกวา 3,600 ช่ัวโมง
เฉลยี่ วนั ละ 7-8 ชว่ั โมง โดยกาํ หนดหอ งเรยี นตามแผนการเรยี นทนี่ กั เรยี นไดร บั การคดั เลอื กดงั นี้
62 คมู ือนักเรียนและผปู กครอง
- หองเรยี นเนน สาระภาษาตา งประเทศ (ภาษาเกาหล,ี ภาษาจีน, ภาษาญีป่ ุน)
จัดการเรียนการสอนโดยสงเสริมศักยภาพทางภาษาตางประเทศ และเปดรายวิชาเพิ่มเติม
เพอ่ื ตอบสนองความตองการความถนดั และความสนใจของนักเรียน
- หองเรียนเนนสาระคณิตศาสตร-ภาษาตางประเทศ จัดการเรียนการสอน
โดยสง เสรมิ ศกั ยภาพทางคณติ ศาสตรแ ละภาษาองั กฤษ และเปด รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เพอื่ ตอบสนอง
ความตอ งการ ความถนดั และความสนใจของนักเรยี น
โดยนกั เรยี นท่จี บชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 สายศลิ ป- ภาษา และสามารถเลอื กเรียนตอ
ในคณะและสาขาวชิ าเพอ่ื เพมิ่ พนู ทกั ษะความเปน เลศิ ในดา นภาษา ศลิ ปะ วชิ าการ สอ่ื สารมวลชน
หรอื สายวชิ าชพี ทางธรุ กจิ คณะและสาขาวชิ าทเี่ หมาะกบั นกั เรยี นจากสายศลิ ปม หี ลากหลาย
ซ่งึ หลักสูตรที่เหมาะสมกบั ผูเรียนก็จะแตกตา งกนั ไปในแตล ะมหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบันการ
ศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษาท่เี ปดสอน เชน
● คณะครุศาสตร /คณะศกึ ษาศาสตร
● คณะจติ วิทยา
● คณะนติ ิศาสตร
● คณะนเิ ทศศาสตร/ คณะวารสารศาสตร
● คณะบริหารธรุ กจิ /คณะพาณิชยศาสตรแ ละการบัญชี
● คณะรัฐศาสตร/ คณะรฐั ประศาสนศาสตร
● คณะศลิ ปกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม
● คณะเศรษฐศาสตร
● คณะสังคมศาสตร/คณะสังคมสงเคราะหศาสตร
● คณะสถาปตยกรรมศาสตร
● คณะอกั ษรศาสตร/คณะศลิ ปศาสตร/ คณะมนุษยศาสตร
● คณะสังคมวิทยาและมานษุ ยวทิ ยา เปน ตน
- หอ งเรยี นเนน สาระวทิ ยาศาสตร- คณติ ศาสตร จดั การเรยี นการสอนโดยสง เสรมิ
ศักยภาพทางวทิ ยาศาสตร และคณิตศาสตร และเปด รายวิชาเพิม่ เติมเพ่ือตอบสนองความ
ตองการ ความถนัด และความสนใจของนกั เรยี น
- หองเรียนพิเศษวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร จัดการเรียนการสอนโดยสงเสริม
ศกั ยภาพทางวทิ ยาศาสตร และคณติ ศาสตร และจดั สอนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ เนน ดา นวทิ ยาศาสตร
คณติ ศาสตร และเทคโนโลยจี ากรายวชิ าเพมิ่ พนู ประสบการณ และ/หรอื รายวชิ าเพมิ่ เตมิ พเิ ศษ
คมู ือนักเรียนและผูป กครอง 63
โดยการบูรณาการความรูทางวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร และเทคโนโลยี เพอ่ื ใหผ ูเ รยี นได
รบั การพฒั นาอยา งเตม็ ตามศกั ยภาพ พรอ มทง้ั ไดร บั การสง เสรมิ สนบั สนนุ ใหไ ปนาํ เสนอผลงาน
ทางวชิ าการในระดับจังหวดั ระดบั ภาค และระดับประเทศ เพื่อตอบสนองความตอ งการ
ความถนัด และความสนใจของนกั เรียน
โดยนกั เรียนทจี่ บมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 จากสายวทิ ยาศาสตร ทมี่ งุ มน่ั จะสอบเขาเรยี นตอ
ในมหาวทิ ยาลยั จําเปน ตองใชพ นื้ ฐานความรดู านวิทยาศาสตร และคณติ ศาสตรเ พ่ือการสอบ
เขา เรยี นตอ และศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ในระดบั เนอื้ หาทกี่ วา งและลกึ ซงึ้ มากยง่ิ ขนึ้ แตกตา งกนั ไป ทง้ั
วชิ าฟส กิ ส เคมี ชวี วทิ ยา คอมพวิ เตอร และคณติ ศาสตร มหาวทิ ยาลยั และสถาบนั การศกึ ษา
ระดับอุดมศึกษาทุกแหงมีคณะและสาขาวิชาทางสายวิทยาศาสตรใหไดเลือกเรียน
ตามความถนัดความสนใจ ซึ่งหลักสูตรท่ีเหมาะสมกับผูเรียนก็จะแตกตางกันไปในแตละ
มหาวทิ ยาลัย หรอื สถาบนั การศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษาทเี่ ปด สอน เชน
● คณะเกษตรศาสตร ● คณะครศุ าสตร/คณะศกึ ษาศาสตร
● คณะจิตวิทยา ● คณะทันตแพทยศาสตร
● คณะพยาบาลศาสตร ● คณะแพทยศาสตร
● คณะเภสชั ศาสตร ● คณะวทิ ยาศาสตร/เทคโนโลยี
● คณะวศิ วกรรมศาสตร ● คณะสถาปตยกรรมศาสตร
● คณะสหเวชศาสตร/ เทคนคิ การแพทย ● คณะสตั วแพทยศาสตร
● คณะสาธารณสขุ ศาสตร ● คณะอตุ สาหกรรมการเกษตร เปน ตน
2. สาระการเรยี นรู
กําหนดสาระการเรียนรูตามหลักสูตรซึ่งประกอบดวยองคความรู ทักษะหรือ
กระบวนการเรียนรูและคุณลักษณะหรือคานิยม คุณธรรม จริยธรรมของผูเรียน 8 กลุม
สาระการเรียนรู
1. ภาษาไทย
2. คณิตศาสตร
3. วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
4. สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
5. สุขศึกษาและพลศึกษา
64 คมู ือนกั เรยี นและผูป กครอง
6. ศิลปะ
7. การงานอาชพี
8. ภาษาตางประเทศ
กลมุ สาระการเรยี นรทู งั้ 8 กลมุ เปน พน้ื ฐานสาํ คญั ทผี่ เู รยี นทกุ คนตอ งเรยี นรู จดั แบง เปน
2 กลุม คอื
กลมุ แรก ประกอบดว ย ภาษาไทย คณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และสงั คมศกึ ษา ศาสนา
และวฒั นธรรม เปนสาระการเรียนรทู ่ีใชเปนหลกั ในการจัดการเรยี นการสอน เพอื่ สรางฐาน
ความคิด และเปนกลยุทธในการแกป ญหาและวิกฤตของชาติ
กลมุ ที่2 ประกอบดว ย สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ศลิ ปะ การงานอาชพี และภาษาตา งประเทศ
เปนสาระการเรียนรูที่เสริมสรางพ้ืนฐานความเปนมนุษยและสรางศักยภาพในการคิด และ
การทํางานอยางสรางสรรค
เรอื่ งสงิ่ แวดลอ มศกึ ษา ไดก าํ หนดสาระและมาตรฐานการเรยี นรไู วใ นกลมุ สาระการเรยี นรู
ตา งๆ โดยเฉพาะกลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม และ
สุขศึกษาและพลศึกษา
กลุมภาษาตางประเทศ กําหนดใหเรียนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษาตอนตน
สว นภาษาฝรงั่ เศส ภาษาจนี ภาษาญป่ี ุน จัดไวใ นระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
3. กจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น เปน กจิ กรรมทโี่ รงเรยี นจดั ใหผ เู รยี นในทกุ ระดบั ชน้ั เพอื่ มงุ ใหผ เู รยี น
ไดพ ฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ พฒั นาอยา งรอบดา นเพอื่ ความเปน มนษุ ยท สี่ มบรู ณ ทง้ั รา งกาย
สตปิ ญ ญา อารมณ และสงั คม เสรมิ สรา งใหเ ปน ผมู ศี ลี ธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลกู ฝง
และสรา งจติ สาํ นกึ ของการทาํ ประโยชนเ พอ่ื สงั คม สามารถจดั การตนเองได และอยรู ว มกบั ผอู น่ื
อยางมคี วามสขุ โดยมรี ูปแบบและวิธกี ารจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน ดังน้ี
1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง
รรู กั ษส ง่ิ แวดลอ ม สามารถคดิ ตดั สนิ ใจ คดิ แกป ญ หา กาํ หนดเปา หมาย วางแผนชวี ติ ทง้ั ดา นการเรยี น
และอาชีพ สามารถปรับตนไดอยา งเหมาะสม นอกจากนี้ยังชวยใหครูรจู กั และเขา ใจผูเรียน
ทงั้ ยังเปน กิจกรรมทีช่ วยเหลือและใหคําปรกึ ษาแกผปู กครองในการมีสว นรวมพฒั นาผูเรียน
คมู ือนกั เรยี นและผูปกครอง 65
2. กจิ กรรมนักเรยี น เปน กจิ กรรมท่มี งุ พฒั นาความมีระเบียบวนิ ยั ความเปนผูนาํ
ผูตามท่ดี ี ความรับผิดชอบ การทาํ งานรวมกัน การรูจ ักแกป ญ หา การตัดสนิ ใจทเี่ หมาะสม
ความมีเหตผุ ล การชวยเหลอื แบงปน กัน เอือ้ อาทร และสมานฉนั ท โดยจดั ใหสอดคลอ ง
กบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผเู รยี น ใหไ ดป ฏบิ ตั ดิ ว ยตนเองในทกุ ขน้ั ตอน
ไดแ ก การศกึ ษาวิเคราะหว างแผน ปฏบิ ัตติ ามแผน ประเมินและปรับปรุงการทาํ งาน เนน
การทาํ งานรว มกนั เปน กลมุ ตามความเหมาะสมและสอดคลอ งกบั วฒุ ภิ าวะของผเู รยี น บรบิ ท
ของสถานศึกษาและทอ งถ่นิ กจิ กรรมนักเรียนประกอบดวย
2.1 กิจกรรมเนตรนารี ยวุ กาชาด และผบู ําเพญ็ ประโยชน
2.2 กจิ กรรมชมุ ชน ชมรม
3. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน เปน กจิ กรรมทส่ี ง เสรมิ ใหผ เู รยี นบาํ เพญ็ ตน
ใหเปนประโยชนตอสังคม ชุมชน และทองถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
เพอื่ แสดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบ ความดงี าม ความเสยี สละตอ สงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน กจิ กรรม
อาสาพัฒนาตา งๆ กจิ กรรมสรางสรรคสังคม กจิ กรรม "ลดเวลาเรยี น เพม่ิ ความรู"
ตามทก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารมนี โยบาย ใหโ รงเรยี นจดั กจิ กรรม "ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร"ู
เพอื่ เตรียมนกั เรยี นใหพ รอ มเขาสกู ารเรียนรูใ นศตวรรษท่ี 21 โดยเนนใหผ เู รยี นเพ่มิ พนู ทกั ษะ
การคดิ วิเคราะห ความมนี ํ้าใจตอกนั การทํางานเปนทมี กระตุน ใหผูเรยี นไดคน หาศักยภาพ
และความชอบของตนเอง สามารถเรียนรู และปรับตัวตอการเปล่ียนแปลงไดตลอดเวลา
ตลอดจนไดรับการพัฒนาใหมีคุณภาพ และมีความสุขในการเรียนรูอยางแทจริง โดยจัด
กจิ กรรมการเรียนรูทค่ี รอบคลุมหลกั องค 4 แหง การ ไดแ ก
1. ดานพทุ ธศิ กึ ษา คือ ความรอบรวู ชิ าการทีจ่ าํ เปนสาํ หรับการดาํ รงชีวิตการศกึ ษา
และการเรยี นรู
2. ดานจรยิ ศึกษา คือ การมีศีลธรรมจรรยาทดี่ ี มคี วามซ่อื สตั ยตอ ตนเองและผอู ่นื
มีความรบั ผดิ ชอบตอ หนาทแ่ี ละมสี าํ นกึ ทดี่ ีตอสวนรวม
3. ดานหัตถศึกษา คือ ความรูและทักษะในการทํางาน มีความคิดสรางสรรค
มที ัศนคตทิ ด่ี ตี องาน และเห็นคุณคาของการทํางาน
4. ดานพลศึกษา คือ การมีสุขภาพแข็งแรง การกินอาหารท่ีถูกตอง และการ
ออกกําลังกายใหเหมาะสม รวมทงั้ ความสะอาดและสุขอนามัยดวย
66 คูมือนักเรยี นและผปู กครอง
โคโรคงรสงรสารงา เแงวลโหรละลงามเกัเรัธรสยียียตูนมนรสศโตรกึระรงษดเศี ารบั รตียมีสอนัธรุ นมยโิ ปยามตลทศราัยึกฐยษาานตสอานกตลน
คมู ือนกั เรียนและผปู กครอง 67
68 คมู อื นกั เรยี นและผูปกครอง โครงสรางหลกั สูตรโรงเรียนสตรีศรสี ุริโยทัย ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
(หองเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร-คณิตศาสตร)
โครงสรา งหลกั สตู รโรงเรียนสตรศี รสี ุรโิ ยทยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
(หอ งเรียนพเิ ศษ English Program)
คมู อื นักเรยี นและผปู กครอง 69
70 คมู อื นกั เรยี นและผูปกครอง โครงสรางหลกั สูตรโรงเรยี นสตรีศรสี ุรโิ ยทยั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(เนน สาระคณิตศาสตร - องั กฤษ)
โครงสรา งหลักสตู รโรงเรียนสตรีศรีสุรโิ ยทยั ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
(เนนสาระภาษาตา งประเทศ)
คมู อื นักเรยี นและผปู กครอง 71
72 คมู อื นกั เรยี นและผูปกครอง โครงสรา งหลกั สตู รโรงเรียนสตรีศรสี ุริโยทยั ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
(เนนสาระวทิ ยาศาสตร - คณติ ศาสตร )
โครงสรางหลกั สตู รโรงเรยี นสตรศี รีสุรโิ ยทยั ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
(หองเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร -คณิตศาสตร)
คมู อื นักเรยี นและผปู กครอง 73
งานทะเบยี น - วัดผล
นกั เรยี นจะขอลาพกั การเรยี นได ตอ งมเี หตสุ ดุ วสิ ยั ทเี่ ปน อปุ สรรคตอ การเรยี นไมส ามารถ
เรยี นตามปกตไิ ด เชน ปวยเรอื้ รัง อบุ ัติเหตุ หรอื ปญ หาทางครอบครัว ลาเขา รว มโครงการ
นักเรียนแลกเปล่ียนระหวางประเทศ ฯลฯ ใหผูปกครองย่ืนคํารองท่ีงานทะเบียน - วัดผล
พรอ มหลกั ฐาน ใบรบั รองแพทย
ถา ลาพกั การเรยี นภายใน 7 วนั นบั แตเ ปด ภาคเรยี นแตล ะภาคไมต อ งชําระเงนิ คา บํารงุ
การศกึ ษา
● การขอหนงั สือรับรองตางๆ
1. ยืน่ คํารอ ง
2. รูปถา ย 1.5 นว้ิ จํานวน 1 รูป
● การขอ Transcript
1. ยื่นคํารอง พรอมแนบสาํ เนาพาสปอรต
2. รูปถา ย 1.5 นิว้ จํานวนเทา กบั ฉบบั ทข่ี อ และสําเนาคฉู บบั อีกจํานวน 1 รูป
● การขอ ปพ. 1 ฉบับท่ี 2
1. ยืน่ คาํ รอง
2. รปู ถาย 1.5 นิ้ว จาํ นวน 2 รปู (สําหรับ ปพ.1 ฉบบั ที่ 2)
● การขอเปลยี่ นช่อื - สกลุ ของนักเรยี น บิดา, มารดา
1. ย่ืนคาํ รอง
2. หลักฐานใบสําคญั การเปลี่ยนชื่อสกลุ
3. สาํ เนาทะเบียนบา นที่ไดมีการแกไข ชือ่ - สกลุ แลว
● การขออนุญาตกลบั เขา เรยี น
1. ย่นื คํารอ ง
● การขออนญุ าตสอบกลางภาคหรือปลายภาคภายหลัง
1. ย่ืนคาํ รอ ง
2. แสดงหลกั ฐานหรอื เหตผุ ลท่ีขอเล่อื นสอบ
● การขอสอบแกตัวรายวิชาท่ีได “0”
1. ดู วัน เวลา สถานท่ีและคุณครทู โี่ รงเรียนกาํ หนดใหด ําเนนิ การสอบแกต ัว
● การเปลย่ี นรายวิชาเลอืิ ก
(กรณีทีน่ ักเรยี นมีสทิ ธิใ์ นการแกตัวหรือตองเรยี นซ้าํ ในรายวชิ าทไี่ มผา น)
1. ยน่ื คํารอ ง
● การขอลาออก
1. ผูปกครองตองเปน ผูย ืน่ คํารอ ง
2. รปู ถาย (ชุดนกั เรียน) ขนาด 1.5 น้ิว จํานวน 2 รปู
74 คูมอื นักเรียนและผปู กครอง
งานทะเบยี น - วดั ผล
1) ปพ.1 ระเบียนแสดงผลการเรียนรูของผูเรียนในรายวิชาตางๆ ตลอดชวงชั้นใชเปน
2) ปพ.2 หลกั ฐานทางการศกึ ษาของผูเรยี นแตล ะชวงชน้ั
3) ปพ.6 ประกาศนยี บตั ร เปนเอกสารแสดงวฒุ กิ ารศึกษาของผจู บการศกึ ษาภาคบงั คบั
3) ปพ.7 และจบการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
แบบรายงานการพฒั นาคณุ ภาพผเู รยี นรายบคุ คลเปน เอกสารบนั ทกึ และรายงาน
พฒั นาการและผลการเรยี นรขู องผูเรยี นใหผูป กครองทราบ
ใบรับรองผลการศกึ ษาของผูเ รยี น
ขน้ั ตอนการขอลาออกจากโรงเรียน
การขอลาออกจากสถานศกึ ษา มี 2 กรณี คอื ยา ยสถานศึกษาเพ่อื ศกึ ษาตอ ท่ีอืน่
และลาออกไปเพอื่ ไปประกอบอาชพี มขี น้ั ตอนดังน้ี
1. ผูปกครองนักเรียนยื่นคํารองขอลาออกท่ีงานทะเบียนโดยสงรูปถายนักเรียนขนาด
1.5 น้วิ จาํ นวน 2 รูป เพือ่ ใชตดิ ใบระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.1)
2. ในกรณที น่ี กั เรยี นขอยา ยสถานศกึ ษาในระหวา งภาคเรยี นเพอื่ ไปศกึ ษาตอ ทอ่ี นื่ ตอ ง
นําหลกั ฐานการเรียน คอื เวลาเรียนและคะแนนระหวา งภาคไปดวย และตอ งดาํ เนินการ
แก 0, ร, มส ในกรณที ่ียังตดิ คา งอยใู หเสร็จเรียบรอ ยเสียกอน หรือสถานศึกษาใหม ยินดี
ทีจ่ ะรับดาํ เนนิ การแกไ ขผลการเรียนให
หมายเหตุ กรณที น่ี กั เรียนอายยุ า งเขา 16 ปแ ละอยใู นระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ตอ งให
สถานศกึ ษาทน่ี ักเรยี นจะยา ยไปศึกษาน้ันยนื ยนั การตอบรบั ใหน ักเรยี นเขาศกึ ษาตอได
คูมือนักเรียนและผปู กครอง 75
แผนผังแสดงข้ันตอนการประเมนิ ผล
นกั เรยี น
76 คูมือนักเรียนและผูปกครอง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน (ม.1- ม.3)
การขอหลกั ฐานแสดงผลการเรยี น
ปพ. 7 (ใบรับรอง) ฉบับแรก โรงเรียนจะแจกใหนักเรียนกลางเดือนกุมภาพันธ
สวน ปพ.1 -บ ของผูจ บหลกั สูตรจะแจกปลายภาคเรยี นประมาณปลายเดือนมนี าคม
สาํ หรบั นกั เรยี นทจ่ี ะขอ ปพ.7(ใบรบั รอง) หรอื ปพ.1-บ (ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลกั สตู รการ
ศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน) เพม่ิ เตมิ จะตอ งยน่ื คาํ รอ งเปน ลายลกั ษณอ กั ษร ทง่ี านทะเบยี น-วดั ผล ลว งหนา 3-5 วนั
และยนื่ พรอ มกบั รปู ถา ยทถี่ กู ตอ งตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น คอื
- รปู สหี รือขาวดาํ ขนาด 1.5 นิว้ ครง่ึ ตัว หนาตรง
- ไมแ ตง หนา ไมดัดผม ไมซอยผม
- ไมสวมสรอยคอ ตางหู และแวนตาดาํ
- ผมสั้น ไมเปดหูท้ัง 2 ขาง ความยาววัดจากต่ิงหูลงมาประมาณ
2 ซม. แสกขางซายหรือขางขวาเทานั้น ใหรอยแสกอยูกลางค้ิว
ตดิ กบิ๊ ใหเ รยี บรอ ย ผมดา นหลังยาวไมแ ตะปกเสื้อท่ตี นคอ
ผมยาว ใหแสกขางซายหรือขางขวาเทานั้น แลวรวบผมไวดานหลัง
(ไมน าํ ปลายผมมาไวขางซายขางขวา หรือไวดานหนา) รูปจะตองเห็น
คว้ิ ทั้งสองขาง
- มองเห็นอักษรยอ ศ.ท. เครื่องหมายระดับช้ัน และเลขประจําตัว
ชัดเจนทุกตวั ตัวอกั ษรและตวั เลขเปนขนาดท่โี รงเรยี นกําหนดเทา นัน้
- คอซอง เมอื่ ผกู แลว ปลายตอ งเปน ลกั ษณะโบวท มี่ ขี นาดพองาม (ไมเ ลก็ )
ไมป ด ตวั อกั ษรยอ ศ.ท. และเลขประจาํ ตวั (ไมส งู หรอื ตาํ่ เกนิ ไป) ความยาว
พอดกี บั ระดับกระดมุ ตดิ เสอ้ื )
- ไมสวมเสอ้ื ยืดคอกลมเปนเสอ้ื ทับใน และตองไมเ หน็ เสื้อทับใน เหนือคอซองหรอื เหนือ
กระดมุ เส้อื
- รูปถา ยตอ งไมเ กิน 6 เดอื น
- หลังรูปถา ยเขยี นช่อื สกลุ เลขประจาํ ตัว ชั้น เลขท่ี ดา นหลังรูปใหชดั เจน
- ถา รปู ถา ยไมถ กู ตอ งตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร จะสง คนื นกั เรยี นซง่ึ อาจจะตอ งถา ยรปู ใหม
คา ธรรมเนียมการออกหลักฐานแสดงผลการเรียน
ฉบับแรกไมตอ งชําระเงนิ ฉบับตอ ไปเกบ็ ฉบับละ 20 บาท (ยืน่ คาํ รอ งพรอ มรปู ถาย 1 รปู
ตอ 1 ฉบับ และจะตองขอรูปเดยี วกับทสี่ งใหท าํ ปพ.7 และ ปพ.1)
ขอเปน ภาษาอังกฤษฉบบั ละ 20 บาท ตอ งขอลวงหนา เพอื่ ใหโ รงเรียนไดมเี วลาตรวจทาน
ความถกู ตอ ง เพื่อไมใ หเกดิ ปญ หาในการนําไปใช โดยตอ งถา ยสําเนาพาสปอรตมาดวย
คมู อื นักเรยี นและผปู กครอง 77
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4- ม.6)
การขอหลกั ฐานแสดงผลการเรยี น
ปพ. 7 (ใบรบั รอง) ฉบบั แรกโรงเรยี นจะแจกใหนกั เรยี นกลางเดือนกุมภาพันธ สวน ปพ.1
ของผจู บหลักสตู ร จะแจกปลายภาคเรียนประมาณปลายเดอื นมีนาคม
สาํ หรบั นกั เรยี นทจี่ ะขอ ปพ.7(ใบรบั รอง) หรอื ปพ. 1-พ เพมิ่ เตมิ (ระเบยี นแสดงผลการเรยี นหลกั สตู ร
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน) เพม่ิ เตมิ จะตอ งยน่ื คาํ รอ งเปน ลายลกั ษณอ กั ษร ทงี่ านทะเบยี น-วดั ผล ลว งหนา 3-5วนั
และยนื่ พรอ มกบั รปู ถา ยทถี่ กู ตอ งตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น คอื
- รปู สีหรือขาวดาํ ขนาด 1.5 นวิ้ ครงึ่ ตัว หนา ตรง
- ไมแตง หนา ไมเขยี นค้วิ ไมด ดั ผม ไมซ อยผม
- ไมสวมสรอ ยคอ ตา งหู และแวนตาดํา
- ผมสน้ั ไมเ ปด หทู ง้ั 2 ขา ง ความยาววดั จากตง่ิ หลู งมาประมาณ
2 ซม. แสกขา งซา ยหรอื ขา งขวาเทา นน้ั ใหร อยแสกอยกู ลางคว้ิ
ติดกบ๊ิ ใหเ รียบรอย ผมดา นหลงั ยาวไมแ ตะปกเส้อื ทต่ี น คอ
ผมยาว ใหแสกขางซายหรือขางขวาเทาน้ัน แลวรวบผมไว
ดา นหลงั (ไมน าํ ปลายผมมาไวข า งซา ยขา งขวา หรอื ไวด า นหนา )
รปู จะตองเห็นควิ้ ทัง้ สองขาง
- มองเหน็ อกั ษรยอ ศ.ท. เครอ่ื งหมายระดบั ชน้ั และเลขประจาํ ตวั
ชดั เจนทุกตวั ตัวอักษรและตวั เลขเปนขนาดท่ีโรงเรียนกําหนด
เทา นน้ั และตอ งตดิ เขม็ เครอื่ งหมายของโรงเรยี นบนหนา อกซา ย
แนวเดียวกบั ศ.ท. ดว ย
- ไมส วมเสอ้ื ยดื คอกลมเปนเสอ้ื ทับใน และตองไมเ หน็ เสื้อทับใน
เหนอื กระดุมเสอื้ เมด็ แรก
- รูปถา ยตอ งไมเ กนิ 6 เดอื น
- หลงั รูปถา ยเขียนช่ือ สกุล เลขประจําตวั ช้นั เลขท่ี ดา นหลังรูปใหชดั เจน
- ถา รูปถา ยไมถกู ตอ ง ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ จะสง คนื นักเรยี นซงึ่ อาจจะตอ ง
ถายรปู ใหม
คา ธรรมเนยี มการออกหลกั ฐานแสดงผลการเรียน
ฉบบั แรกไมตองชาํ ระเงิน ฉบับตอ ไปเกบ็ ฉบับละ 20 บาท (ยน่ื คาํ รองพรอมรปู ถา ย 1 รปู
ตอ 1 ฉบบั และจะตอ งขอเปน รูปเดยี วกบั ท่ีสง ใหท าํ ปพ.7 และ ปพ.1)
ขอเปนภาษาองั กฤษฉบบั ละ 20 บาท ตอ งขอลวงหนา เพอื่ ใหโรงเรยี นไดม เี วลาตรวจทาน
ความถูกตอ ง เพอื่ ไมใหเ กดิ ปญหาในการนาํ ไปใช โดยตองถายสําเนาพาสปอรตมาดวย
78 คมู ือนักเรยี นและผปู กครอง
เกณฑการวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตดั สิน การใหร ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุมสาระการเรียนรู การอาน คิดวิเคราะห
และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค และกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นนัน้ ผสู อนตองคาํ นึงถงึ
การพัฒนาผูเรียนแตละคนเปนหลัก และตองเก็บขอมูลของผูเรียนทุกดานอยางสม่ําเสมอ
และตอเน่ืองในแตล ะภาคเรียน รวมทง้ั สอนซอ มเสริมผูเรียนใหพ ัฒนาจนเต็มตามศกั ยภาพ
ระดับมธั ยมศึกษา
(1) ตดั สนิ ผลการเรียนเปน รายวชิ า ผเู รยี นตอ งมีเวลาเรียนตลอดภาคเรยี นไมน อ ย
กวารอยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมดในรายวชิ านัน้ ๆ
(2) ผูเรียนตองไดรับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผานตามเกณฑท่ีสถานศึกษา
กําหนด
(3) ผเู รียนตองไดรับการตดั สินผลการเรียนผา นทกุ รายวิชา
(4) ผเู รยี นตอ งไดร บั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผา นตามเกณฑท สี่ ถานศกึ ษา
กําหนด ในการอานคิดวเิ คราะห และเขียนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค และ
กิจกรรมพัฒนาผเู รียน
การพจิ ารณาเลอื่ นชน้ั ถา ผเู รยี นมขี อ บกพรอ งเพยี งเลก็ นอ ย และสถานศกึ ษาพจิ ารณา
เหน็ วา สามารถพัฒนาและสอนซอ มเสริมได ใหอยูในดุลยพนิ ิจของสถานศกึ ษาท่จี ะผอนผนั
ใหเล่ือนช้ันได แตหากผูเรียนไมผานรายวิชาจํานวนมาก และมีแนวโนมวาจะเปนปญหา
ตอ การเรียนในระดับชนั้ ท่ีสงู ข้ึน สถานศกึ ษาอาจตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ รียนซ้ําช้นั ได
ทง้ั นี้ใหคํานงึ ถึงวฒุ ภิ าวะและความรูค วามสามารถของผูเรยี นเปน สาํ คญั
การใหระดับผลการเรียน
ในการตัดสินเพ่ือใหระดับผลการเรียนรายวิชา ใหใชตัวเลขแสดงระดับผลการเรียน
เปน 8 ระดับ ดงั น้ี
คูมอื นักเรยี นและผปู กครอง 79
คะแนนรอยละ ระดบั ผลการเรยี น ความหมายของผลการประเมิน
80 - 100 4 ดีเยยี่ ม
ดีมาก
75 - 79 3.5
ดี
70 - 74 3 คอ นขางดี
ปานกลาง
65 - 69 2.5
พอใช
60 - 64 2 ผานเกณฑขน้ั ตํ่า
ตํา่ กวาเกณฑ
55 - 59 1.5 รอการตัดสิน และ ยงั ตดั สินผลการเรยี นไมไ ด
ไมม สี ิทธิเ์ ขา รบั การประเมนิ ผลการเรียน
50 - 54 1
0 - 49 0
-ร
- มส
การประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคน้ัน
ใหร ะดบั ผลการประเมนิ เปน ดีเยย่ี ม ดี ผา น และไมผาน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน จะตองพิจารณาท้ังเวลาการเขารวมกิจกรรม
การปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลงานของผูเรยี น ตามเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด และใหผ ลการ
เขารวมกิจกรรมเปน ผ และ มผ
ผลการเรยี น
1. การเปลยี่ นระดบั ผลการเรยี นจาก “0” ใหส ถานศกึ ษาจดั สอนซอ มเสรมิ ในจดุ ประสงค
ทผี่ ูเรียนสอบไมผา นกอนแลว จงึ ใหนกั เรียนสอบแกต วั ไดไ มเ กนิ 2 ครั้ง ทง้ั นต้ี อ งดําเนินการ
ใหเสรจ็ ส้ินภายในภาคเรยี น ถาผเู รียนไมม าดําเนนิ การสอบแกต ัวตามระยะเวลาท่กี าํ หนดไว
ใหอยูในดุลยพนิ จิ ของหัวหนา สถานศึกษาทจี่ ะพจิ ารณาขยายเวลาการแก “0” ออกไปอกี
1 ภาคเรยี น
การสอบแกต ัวใหไ ดรบั การเรยี นไมเ กนิ “1” ถา สอบแกตวั 2 ครงั้ แลวยังไดร บั
ผลการเรียน “0” อกี ใหปฏิบตั ดิ ังน้ี
80 คมู ือนกั เรียนและผูป กครอง
1.1 ถา เปน รายวชิ าพนื้ ฐานใหเ รยี นซอ มเสรมิ เปน กรณพี เิ ศษภายในปก ารศกึ ษาถดั ไป
เทานัน้
1.2 ถา เปน รายวชิ าอนื่ ๆ ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของหวั หนา สถานศกึ ษาทจ่ี ะใหเ รยี นซอ มเสรมิ
เปน กรณพี เิ ศษ,เรยี นซาํ้ หรอื เปลยี่ นรายวชิ าเรยี นใหม (เฉพาะรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ) ภายในปก ารศกึ ษา
ถัดไปเทานนั้
2. การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” แยกเปน 2 กรณีดังน้ี
2.1 ในกรณีที่ผูเรียนไดผ ลการเรียน “ร” เพราะเหตสุ ดุ วิสยั เมือ่ ผเู รียนไดเขาสอบ
หรือสงผลงานท่ีติดคางอยูเสร็จเรียบรอยหรือแกปญหาเสร็จส้ินแลวใหไดระดับผล
การเรียนปกติ (ตั้งแต 1-4)
2.2 ในกรณที ผ่ี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “ร” โดยหวั หนา สถานศกึ ษาพจิ ารณาแลว เหน็ วา ไมใ ช
เหตสุ ดุ วสิ ยั เมอ่ื ผเู รยี นไดเ ขา สอบ หรอื แกป ญ หาเสรจ็ สนิ้ แลว ใหไ ดร ะดบั ผลการเรยี นไมเ กนิ “1”
การเปลย่ี นผลการเรยี น “ร” ใหก ระทาํ ใหเ สรจ็ สน้ิ ภายในภาคเรยี นถดั ไป ถา ผเู รยี น
ไมม าดาํ เนนิ การแก “ร” ตามระยะเวลาท่สี ถานศกึ ษากาํ หนดไว ใหเรียนซํา้ ยกเวน มีเหตุ
สุดวิสัยใหอยใู นดลุ ยพนิ จิ ของหัวหนา สถานศึกษาที่จะขยายเวลาในการแก “ร” ออกไปอีก
1 ภาคเรียน แตเมื่อพนกําหนดน้ีแลวใหเรียนซํ้า หรือเปล่ียนรายวิชาใหมได ในกรณีท่ี
เปนรายวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติม กรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม ใหหมายเหตุในระเบียน
แสดงผลการเรยี นวา ใหเรียนแทนรายวชิ าใด
3. การเปล่ียนผลการเรยี น “มส” แยกเปน 2 กรณีดงั น้ี
3.1 กรณีผเู รยี นไดผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรยี นไมถ งึ รอยละ 80 แตมี
เวลาเรยี นไมน อ ยกวารอยละ 60 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด ใหสถานศกึ ษาจัดใหผ ูเรยี นเรยี น
เพิ่มเติมโดยใชชั่วโมงสอนซอมเสริม หรือเวลาวางหรือวันหยุดหรือมอบหมายงานใหทําจน
มเี วลาเรยี นครบตามทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั รายวชิ านนั้ แลว จงึ จดั สอบใหเ ปน กรณพี เิ ศษ ผลการแก
“มส” ใหไ ดรบั ผลการเรียนไมเ กิน “1”
การแก “มส” กรณผี เู รยี นจะตอ งทาํ ใหเ สรจ็ ภายในภาคเรยี นถดั ไป ถา ผเู รยี นไมม าดาํ เนนิ การ
แก “มส” ใหเ สรจ็ ตามระยะเวลาทก่ี าํ หนดไวน ใี้ หเ รยี นซาํ้ ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ
คูมอื นักเรียนและผปู กครอง 81
ของหวั หนาสถานศกึ ษาที่จะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอกี 1 ภาคเรยี น แตเมื่อพน
กาํ หนดนแ้ี ลว ใหเ รยี นซา้ํ หรอื ใหเ ปลย่ี นรายวชิ าใหมไ ดใ นกรณที เ่ี ปน รายวชิ าพน้ื ฐานและวชิ าเพม่ิ เตมิ
3.2 กรณผี ูเรยี นไดผ ลการเรยี น “มส” และมีเวลาเรียนไมนอยกวา รอ ยละ 60
ของเวลาเรียนทงั้ หมดใหส ถานศึกษา ปฏิบตั ดิ ังนี้
1. ถา เปน รายวชิ าพื้นฐานตอ งเรียนซํา้ ในรายวชิ านน้ั
2. ถา เปน วชิ าเพิ่มเติม ใหเ รียนซ้ําหรือเปล่ยี นวิชาเรยี นใหม อยูในดุลยพินจิ
หัวหนาสถานศึกษา
ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม ใหห มายเหตใุ นระเบียนแสดงผลการเรียนวา ใหเ รยี น
แทนรายวชิ าใด
4. การเรียนซ้ํา ใหอยูในดุลยพินิจของหัวหนาสถานศึกษาที่จะกําหนดชวงเวลา
การเรียนซํา้ ใหเ หมาะสม และตองประเมินผลตามท่รี ะเบยี บนก้ี าํ หนดไว
5. การเปลี่ยนผลการประเมิน “มผ” เปน “ผ” ใหผูเรียนทํากิจกรรมในสวนท่ี
ยงั ขาดอยูใหครบตามกําหนดของโครงสรางหลกั สตู ร
การเลอื่ นชั้น
ผูเรียนจะไดรับการตัดสินผลการเรียนทุกภาคเรียนและไดรับการเลื่อนชั้นเม่ือส้ินป
การศึกษา โดยมคี ุณสมบัติตามเกณฑ ดังน้ี
1) รายวิชาพ้ืนฐาน ไดรับการตัดสินผลการเรียนผานเกณฑข้ันตํ่าเปนอยางนอย
ทุกรายวชิ า
2) รายวชิ าเพิ่มเติม ไดรับการตัดสนิ ผลการเรยี นผา นเกณฑท ี่สถานศึกษากาํ หนด
3) ผูเรียนตองไดรับการตัดสินผลการเรียนผานเกณฑที่สถานศึกษากําหนด
ในการอา นคดิ วเิ คราะห และเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค และกจิ กรรม
พฒั นาผเู รยี น
4) ผูเรยี นตองไดระดบั ผลการเรยี นเฉลี่ยตลอดปก ารศกึ ษา ไมตํ่ากวา 1.00 หรือ
ไมม กี ารเรยี น0,ร,มส, ในรายวชิ าพน้ื ฐานเกนิ 3วชิ าหลงั การสอบแกต วั 2ครง้ั แลว
ทั้งน้ีรายวิชาใดท่ีไมผานเกณฑการประเมิน สถานศึกษาสามารถซอมเสริมผูเรียน
ใหไดรบั การแกไ ขในภาคเรียนถดั ไปได โดยอยูในดลุ ยพินิจของหัวหนา สถานศึกษา
82 คมู ือนักเรียนและผูปกครอง
การแกไขผลการเรยี น
สถานศึกษาจะจัดใหผ เู รยี นเรียนใน 2 กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 เรียนรายวชิ า ซง่ึ หากผเู รียนไดร บั การสอนซอ มเสริมและสอบแกตวั 2 ครง้ั
แลว ไมผา นเกณฑการประเมิน ใหเรียนซอมเสริมเปนกรณพี เิ ศษในรายวชิ าน้ัน ทง้ั นใ้ี หอ ยใู น
ดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดใหเรียนในชวงใดชวงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นวาเหมาะสม
เชน พักกลางวนั วันหยดุ ชัว่ โมงวา ง เลกิ เรียน ปดภาคเรียน เปนตน
กรณที ี่ 2 เรียนซ้าํ ชั้น ซง่ึ มี 2 ลักษณะ คือ
- ผูเรียนมีระดับผลการเรียนเฉล่ียในปการศึกษานั้นต่ํากวา 1.00 มีแนวโนมวา
จะเปน ปญหาตอ การเรียนในระดับชนั้ ท่ีสูงขน้ึ
- ผูเรียนมีผลการเรียน 0, ร, มส เกิน 5 รายวิชาที่เรียนในปการศึกษาน้ัน
ท้ังนี้ หากเกิดลักษณะใดลักษณะหน่ึง หรือ ทั้ง 2 ลักษณะ ใหสถานศึกษาแตงต้ัง
คณะกรรมการพิจารณา หากเห็นวาไมมีเหตุอันสมควรใหซ ํา้ ช้นั โดยยกเลิกผลการเรยี นเดิม
และใหใ ชผ ลการเรียนใหมแ ทน หากพจิ ารณาแลวไมต อ งเรยี นซ้ําช้ัน ใหอ ยูในดุลยพนิ จิ ของ
หวั หนา สถานศึกษา ในการแกไ ขผลการเรียน
การสอนซอ มเสริม
การสอนซอมเสริม เปนสวนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู และเปนการ
ใหโอกาสแกผูเรียนไดมีเวลาเรียนรูส่ิงตางๆ เพิ่มเติม จนสามารถบรรลุตามมาตรฐาน
การเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั ท่ีกําหนดไว การสอนซอมเสริมเปนการสอนกรณพี เิ ศษนอกเหนือไปจาก
การสอนตามแผนจัดการเรียนรูปกติเพ่ือแกไขขอบกพรองท่ีพบในผูเรียน โดยจัดกระบวน
การเรียนรทู ่หี ลากหลายและคํานึงถึงความแตกตางระหวา งบุคคลของผเู รียน
การสอนซอมเสริมสามารถดําเนินการไดในกรณดี งั ตอไปนี้
1) ผูเรียนมีความรู/ทักษะพ้ืนฐานไมเพียงพอท่ีจะศึกษาในแตละรายวิชาน้ันควรจัด
การสอนซอมเสริม ปรับความรู/ทักษะพ้นื ฐาน
2) การประเมินระหวา งเรยี น ผูเ รยี นไมสามารถแสดงความรู ทักษะกระบวนการหรือ
เจตคต/ิ คุณลักษณะท่กี ําหนดไวตามมาตรฐานการเรียนรู / ตัวชวี้ ัด
3) ผลการเรยี นไมถ งึ เกณฑ และ/หรือ ตํา่ กวา เกณฑการประเมนิ โดยผูเ รยี นไดระดบั
ผลการเรยี น “0” ตองจัดการสอนซอมเสริมกอ นจะใหผเู รยี นสอบแกตัว
คมู อื นกั เรียนและผปู กครอง 83
4) ผูเรียนมีผลการเรียนไมผาน สามารถจัดสอนซอมเสริมในภาคฤดูรอน ทั้งนี้ใหอยู
ในดุลยพินิจของสถานศึกษา
การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเปนการส่ือสารใหผูปกครองและผูเรียนทราบความกาวหนา
ในการเรียนรูของผูเรียน ซึ่งสถานศึกษาตองสรุปผลการประเมินและจัดทําเอกสารรายงาน
ใหผูปกครองทราบเปน ระยะๆ หรอื อยางนอ ยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปนระดับคุณภาพการปฏิบัติของผูเรียน
ท่ีสะทอ นมาตรฐานการเรียนรูกลุมสาระการเรยี นรู
2. เกณฑก ารจบการศึกษา
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน กาํ หนดเกณฑก ลางสาํ หรบั การจบการศกึ ษา
เปน 3 ระดบั คอื ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
2.1 เกณฑก ารจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน
(1) ผูเรยี นเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพมิ่ เติมโดยเปนวิชาพนื้ ฐาน 66 หนวยกติ
และรายวชิ าเพิม่ เติมตามที่สถานศกึ ษากาํ หนด
(2) ผูเรียนตอ งไดห นวยกิตตลอดหลกั สตู รไมนอยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน
รายวิชาพ้ืนฐาน 66 หนวยกิต และรายวิชาเพม่ิ เติมไมนอยกวา 11 หนวยกติ
(3) ผูเรียนมีผลการประเมิน การอาน คิดวิเคราะหและเขียน ในระดับผาน
เกณฑก ารประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด
(4) ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ในระดับผานเกณฑ
การประเมินตามท่สี ถานศึกษากําหนด
(5) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมินผานเกณฑ
การประเมินตามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด
หมายเหตุ ผูเรียนตองไดรับการประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ดั และผา นเกณฑต ามทสี่ ถานศึกษากาํ หนด
2.2 เกณฑก ารจบระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
(1) ผเู รยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพมิ่ เตมิ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว ยกติ
และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ตามทีส่ ถานศกึ ษากําหนด
84 คมู อื นกั เรยี นและผปู กครอง
(2) ผเู รยี นตอ งไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน อ ยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน
รายวชิ าพ้ืนฐาน 41 หนว ยกิต และรายวิชาเพ่ิมเติม ไมนอยกวา 36 หนว ยกติ
(3) ผูเรียนมีผลการประเมิน การอาน คิดวิเคราะหและเขียน ในระดับ
ผานเกณฑการประเมนิ ตามท่ีสถานศึกษากําหนด
(4) ผูเ รยี นมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ในระดบั ผา นเกณฑ
การประเมิน ตามทสี่ ถานศึกษากําหนด
(5) ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมินผานเกณฑ
การประเมิน ตามทสี่ ถานศกึ ษากําหนด
หมายเหตุ ผเู รยี นตองไดร ับการประเมินทกุ ตวั ชี้วดั และผา นเกณฑตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
สําหรับการจบการศึกษาสําหรับกลุมเปาหมายเฉพาะ เชน การศึกษาเฉพาะทาง
การศกึ ษาสาํ หรบั ผมู คี วามสามารถพเิ ศษ การศกึ ษาทางเลอื ก การศกึ ษาสาํ หรบั ผดู อ ยโอกาส
การศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหค ณะกรรมการของสถานศกึ ษา เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาและผทู เ่ี กยี่ วขอ ง
ดําเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรูตามหลักเกณฑในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผล
การเรยี นรขู องหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานสําหรับกลมุ เปา หมายเฉพาะ
แนวดาํ เนนิ การพฒั นาและประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะหแ ละเขยี น
การประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน เปนการประเมินศักยภาพของผูเรียน
ในการอา น การฟง การดู และการรับรู จากหนังสือ เอกสารและสื่อตา งๆ ไดอยางถกู ตอง
แลว นาํ มาวเิ คราะหเ นอื้ หาสาระทนี่ ําไปสกู ารแสดงความคดิ เหน็ การสงั เคราะห สรา งสรรคใ นเรอื่ งตา งๆ
และถายทอดความคิดนั้นดวยการเขียน ซ่ึงสะทอนถึงสติปญญาความรู ความเขาใจและ
ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห แกป ญ หา และสรา งสรรคจ นิ ตนาการอยา งเหมาะสม และ
มคี ุณคาแกต นเอง สังคมและประเทศชาติ พรอ มดวยประสบการณและทักษะในการเขยี น
ทม่ี สี าํ นวนภาษาถกู ตอ ง มเี หตผุ ลและลาํ ดบั ขน้ั ตอนในการนาํ เสนอ สามารถสรา งความเขา ใจ
แกผูอ า นไดอ ยางชดั เจน ตามระดบั ความสามารถในแตล ะระดับช้นั การประเมนิ การอาน
คดิ วเิ คราะห และเขยี นสรุปผลเปนรายภาค เพื่อวนิ ิจฉยั และใชเ ปนขอ มลู ในการประเมนิ
เลอ่ื นชัน้ เรยี นและจบการศึกษา
การประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น ระดบั ผลการประเมนิ คอื ผา น และไมผ า น
กรณีท่ีผานใหระดับผลการเรียนดีเย่ียม ดี และผาน ซ่ึงสถานศึกษาสามารถกําหนด
ความหมายของผลการประเมนิ ดีเยี่ยม ดี และผาน ไดด งั น้ี
คูมอื นกั เรียนและผปู กครอง 85
6. การประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน
ระดับผลการประเมิน
3 = ดเี ยย่ี ม หมายถึง มผี ลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห
และเขยี นทีม่ คี ุณภาพดีเลศิ อยเู สมอ
2 = ดี หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น
ที่มีคุณภาพเปน ทย่ี อมรบั
1 = ผาน หมายถึง มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอาน คิดวิเคราะห
และเขียน ท่มี คี ุณภาพเปน ทย่ี อมรบั แตยงั มขี อ บกพรอ งบางประการ
0 = ไมผ า น หมายถงึ ไมม ผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา น คดิ วเิ คราะห
และเขียน หรือถามีผลงาน ผลงานน้ันยังมีขอบกพรองที่ตองไดรับการปรับปรุงแกไข
หลายประการ
การประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค หมายถงึ ลกั ษณะทีต่ อ งการใหเ กดิ ขน้ึ กบั ผูเรียนอันเปน
คุณลักษณะทส่ี ังคมตองการ ในดานคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม สามารถอยูรวมกบั ผูอ่นื
ในสังคมไดอยางมคี วามสุข ท้ังในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ตามท่ีหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดซึ่งมอี ยู 8 คุณลกั ษณะ ไดแก รกั ชาติ - ศาสน- กษตั รยิ ซอ่ื สัตย
สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทํางาน รักความเปนไทย
มจี ิตสาธารณะ
การพฒั นาคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั อาศยั การบรหิ ารจดั การ
และการมสี ว นรว มจากทกุ ฝา ย ไดแ ก ผบู รหิ ารสถานศกึ ษา คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
ครปู ระจาํ ช้นั ครูผูสอน ผปู กครองและชมุ ชนทต่ี องมุงขดั เกลา บมเพาะปลกู ฝง คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงคใหเกิดข้ึนแกผูเรียน ซ่ึงบูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรูในกลุมสาระ
การเรยี นรตู า งๆ ในกจิ กรรมพัฒนาผูเ รียนและโครงการพเิ ศษตา งๆ ทส่ี ถานศกึ ษาจัดทําขึน้
เชน กจิ กรรมวนั พอ แหง ชาติ กจิ กรรมวนั แมแ หง ชาติ โครงการอนรุ กั ษพ ลงั งานและสงิ่ แวดลอ ม
กิจกรรมวันสิ่งแวดลอม กิจกรรมหลอเทียน - แหเทียนจํานําพรรษา และกิจกรรมตางๆ
ทโี่ รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ โดยมกี ารประเมนิ เปน ระยะๆ เพอื่ ใหม กี ารสง่ั สม และการพฒั นา
86 คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง
อยางตอเนอื่ ง โดยเฉพาะการนาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วนั และประเมนิ ผลสรปุ เมื่อจบปส ดุ ทา ย
ของแตล ะระดบั การศึกษา
เกณฑพจิ ารณาสรปุ ผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค
ระดับ เกณฑก ารประเมิน
ดีเยยี่ ม (3)
1) ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ยยี่ มจํานวน 5 - 8 คุณลกั ษณะ
ดี (2) และไมมคี ุณลกั ษณะใดไดผลการประเมนิ ตาํ่ กวาระดับดี
ผาน (1) 1) ไดผลการประเมนิ ระดบั ดีเยีย่ ม จาํ นวน 1 - 4 คณุ ลกั ษณะและ
ไมผาน (0) ไมม ีคุณลักษณะใดไดผลการประเมินต่าํ กวาระดับดี หรือ
2) ไดผ ลการประเมินระดบั ดีเยีย่ มจํานวน 4 คณุ ลักษณะ และ
ไมมีคณุ ลักษณะใด ไดผ ลการประเมินตํ่ากวา ระดับ ผาน หรอื
3) ไดผลการประเมนิ ระดบั ดี จํานวน 5 - 8 คณุ ลักษณะ และ
ไมมีคณุ ลักษณะใดไดผ ลการประเมินตํ่ากวา ระดบั ผา น
1) ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ผา นทุกคุณลักษณะ หรอื
2) ไดผลการประเมินระดับดี จาํ นวน 1 - 4 คณุ ลักษณะ และ
ไมมคี ุณลักษณะใดไดผลการประเมนิ ตาํ่ กวาระดบั ผา น
ไดผลการประเมินระดับไมผ า น ตั้งแต 1 คุณลกั ษณะขึ้นไป
การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนกิจกรรมท่ีสถานศึกษาตองจัดใหผูเรียนทุกระดับช้ัน
เพ่อื สง เสริมพฒั นาความสามารถของตนเองตามความถนัดและ ความสนใจ ใหเต็มศักยภาพ
โดยมงุ เนน การพฒั นาองคร วมของความเปน มนษุ ยท งั้ ดา นรา งกาย สตปิ ญ ญา อารมณแ ละสงั คม
สรา งเยาวชนของชาตใิ หเ ปน ผมู ศี ลี ธรรมจรยิ ธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลกู ฝง และสรา งจติ สาํ นกึ
ของการทาํ ประโยชนเ พอื่ สงั คมและสามารถบรหิ ารการจดั การตนเองได กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
แบง เปน 3 ลักษณะ ไดแก
1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหสอดคลองกับ
ความสามารถ ความถนดั และความสนใจ โดยคาํ นงึ ถงึ ความแตกตา งระหวา งบคุ คล ดว ยกระบวนการ
ทางจิตวิทยาการแนะแนว ใหสอดคลองครอบคลุมดา นการศึกษา อาชีพสว นตวั และสังคม
คมู อื นักเรียนและผูปกครอง 87
กจิ กรรมสําคัญในการปรับตวั ดาํ รงชวี ติ กจิ กรรมแสวงหาและใชข อมูลสารสนเทศ กิจกรรม
การตดั สนิ ใจและแกปญ หา เปน ตน
2. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมท่ีมุงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเปนผูนํา
ผูตามทด่ี ี ความรบั ผิดชอบ การทํางานรว มกัน การรูจ กั แกป ญ หา การตดั สนิ ใจที่เหมาะสม
ความมเี หตุผล การชว ยเหลอื แบง ปนกนั เอ้อื อาทรและสมานฉันท โดยจดั ใหสอดคลอ งกับ
ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน ใหผูเรียนไดปฏิบัติดวยตนเอง
ในทกุ ขน้ั ตอน ไดแ ก การศกึ ษาวิเคราะหว างแผน ปฏิบตั ิตามแผน ประเมินและปรับปรงุ
การทาํ งาน เนน การทาํ งานรวมกันเปน กลุมตามความเหมาะสม และสอดคลอ งกบั วฒุ ภิ าวะ
ของผูเรียน บริบทของสถานศกึ ษาและทองถิน่ กิจกรรมนกั เรยี นประกอบดวย
2.1 กิจกรรมเนตรนารี ยุวกาชาด ผูบําเพ็ญประโยชน เปนกิจกรรม
ที่มงุ พัฒนาความเปน ระเบียบวินยั ความเปนผนู าํ ผูตามท่ีดี ความรบั ผดิ ชอบ การทาํ งาน
รว มกนั การรจู กั แกป ญ หา การตดั สนิ ใจทเี่ หมาะสม ความมเี หตผุ ล การชว ยเหลอื แบง ปน กนั
การประนีประนอมเพื่อสงเสริมใหผูเรียนเจริญเติบโตเปนผูใหญท่ีมีความสมบูรณพรอมท้ัง
ดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สงั คมและสตปิ ญญา เปน ตน
2.2 กจิ กรรมชุมนมุ ชมรม เปนกิจกรรมที่สง เสรมิ และพฒั นาผูเรียนใหส อดคลอ ง
กบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเนนใหผ เู รยี นปฏบิ ัตดิ วยตนเอง ต้ังแต
การศกึ ษาวเิ คราะหว างแผน ปฏบิ ตั ติ ามแผน ประเมนิ และปรบั ปรงุ การทาํ งาน เนน การทาํ งาน
รว มกนั เปน กลุม กจิ กรรมสาํ คัญในการพฒั นา ไดแก ชุมนุมหรือชมรมตา งๆ ท่สี ถานศกึ ษา
กําหนดขึ้นตามความเหมาะสมและสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียนและบริบทของ
สถานศกึ ษาและทองถิ่น
3. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน เปน กจิ กรรมทส่ี ง เสรมิ ใหผ เู รยี นไดท าํ
ประโยชนต ามความสามารถ ความถนดั และความสนใจ ในรปู ลกั ษณะอาสาสมคั ร เพอ่ื แสดงถงึ
ความรบั ผดิ ชอบ ความดงี าม ความเสียสละตอ สังคม มจี ิตใจมุง ทําประโยชนตอ ครอบครัว
ชมุ นมุ และสังคม กิจกรรมสําคญั ไดแก กิจกรรมบาํ เพ็ญประโยชน กจิ กรรมสรา งสรรคส ังคม
กจิ กรรมดํารงรกั ษา สบื สานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กจิ กรรมพฒั นานวตั กรรมและ
เทคโนโลยีเพ่ือสังคม เปน ตน
เวลาเรียนสําหรับกิจกรรมพัฒนาผูเรียนท่ีกําหนดไวในหลักสูตรแกนกลางในระดับชั้น
มัธยมศึกษาปท ี่ 1-3 ปล ะ 120 ช่ัวโมง และชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 - 6 จาํ นวน 360 ชั่วโมง
เปนเวลาสําหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพ่ือสังคมและ
88 คมู ือนกั เรียนและผปู กครอง
สาธารณะประโยชน ในสว นกจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชนใ หส ถานศกึ ษาจดั สรร
เวลาใหผูเรยี นดงั นี้
ระดับมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1-3 รวม 3 ป จํานวน 45 ชัว่ โมง (เฉลย่ี ปล ะ 15 ช่วั โมง)
ระดับมัธยมศกึ ษาปท่ี 4-6 รวม 3 ป จํานวน 60 ชัว่ โมง (เฉลยี่ ปละ 20 ชวั่ โมง)
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน สามารถนําไปสอดแทรก หรือ
บรู ณาการ ในกิจกรรม เนตรนารี ยุวกาชาด ผูบาํ เพ็ญประโยชนไ ดตามความเหมาะสม
ทั้งน้ี การทํากิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชนใหผูเรียนรายงานแสดงการเขารวม
กจิ กรรมและมผี รู ับรองการเขารว มกิจกรรมดวย
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เปน เอกสารสาํ คญั ทบ่ี นั ทกึ ผลการเรยี น ขอ มลู และสารสนเทศ
ทเ่ี กี่ยวของกบั พัฒนาการของผเู รยี นในดานตา งๆ แบง ออกเปน 2 ประเภท ดงั นี้
1. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาํ หนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เปนเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผล
การเรยี นของผเู รยี นตามรายวชิ า ผลการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะหแ ละเขยี น ผลการประเมนิ
คุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน
สถานศึกษาจะตองบันทึกขอมูลและออกเอกสารน้ีใหผูเรียนเปนรายบุคคล เมื่อผูเรียนจบ
การศกึ ษาภาคบงั คบั (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3) จบการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6)
หรอื เมอ่ื ลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี
1.2 ประกาศนียบัตร เปนเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักด์ิและสิทธ์ิ
ของผจู บการศกึ ษาทส่ี ถานศกึ ษาใหไ วแ กผ จู บการศกึ ษาภาคบงั คบั (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3) และ
ผจู บการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน (ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6)
2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีสถานศึกษากําหนด
เปน เอกสารทส่ี ถานศกึ ษาจดั ทาํ ขน้ึ เพอ่ื บนั ทกึ พฒั นาการ ผลการเรยี นรู และขอ มลู สาํ คญั
เกย่ี วกบั ผเู รยี น เชน แบบรายงานประจาํ ตวั นกั เรยี น แบบบนั ทกึ ผลการเรยี นประจาํ รายวชิ า
ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอ่ืนๆ ตามวัตถุประสงคของการ
นาํ เอกสารไปใช
คมู อื นักเรียนและผปู กครอง 89
หลักเกณฑการพิจารณานกั เรยี นทีจ่ บ ม.3 ไดสิทธเิ รียนตอ ม.4
โดยพิจารณาจากผลการเรยี นเฉล่ียสะสม ม.1-ม.3 (5 ภาคเรยี น)
แผน ภาษาไทย คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร สังคมศึกษา ภาษาองั กฤษ ผลการเรียนเฉลี่ย
การเรียน 2.00 พน้ื ฐาน พนื้ ฐาน พื้นฐาน ทกุ วิชา
ภาษา 2.00
ตางประเทศ 2.00 2.00 2.25 2.50 ข้ึนไป
คณติ -องั กฤษ 2.00 2.75 2.00 2.00 2.25 2.75 ขนึ้ ไป
วทิ ย-คณติ 2.00 2.75 2.75 2.00 2.25 2.75 ขนึ้ ไป
โดยมีขอ ทีต่ อ งใชในการพิจารณาเพมิ่ เติมดังน้ี
1. ตอ งจบหลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาปท ่ี3กอ นวนั ที่25มนี าคม ของปก ารศกึ ษาทจ่ี บหลกั สตู ร
2. ตองมีความประพฤติเรยี บรอ ย และมีคะแนนพฤตกิ รรมต้งั แต 100 คะแนน ข้นึ ไป
90 คมู อื นักเรียนและผูปกครอง
งานแนะแนว
งานแนะแนว เปนงานบริการท่จี ดั ขน้ึ สาํ หรบั นักเรียนทกุ คน มุงสง เสรมิ และพฒั นา
นกั เรียนใหรจู กั ตนเอง รูรกั ษส ่ิงแวดลอม สามารถตดั สินใจ คิดแกปญหา กําหนดเปา หมาย
วางแผนชวี ิต ทง้ั ดา นการเรียน และอาชพี สามารถปรบั ตนไดอ ยางเหมาะสม และเปนงาน
ที่ชวยเหลือและใหคาํ ปรึกษาแกผูปกครองในการมีสวนรว มพฒั นานักเรียน
ขอบขา ยงานแนะแนว
ขอ มลู ผเู รียนรายบคุ คล
แนะแนวดา นการศึกษา แนะแนวดา นอาชีพ แนะแนวดา นชีวติ และสงั คม
1. การแนะแนวดานการศึกษา มุงหวังใหผูเรียนพัฒนาการเรียนไดเต็มศักยภาพ
รูจักแสวงหาความรูและแผนการเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพสามารถปรับตัวดานการเรียน
และมีนสิ ยั ใฝเ รียนรู
2. การแนะแนวดา นอาชพี ชว ยใหผ เู รยี นรจู กั ตนเองและโลกของงานอยา งหลากหลาย
มีเจตคติและนิสัยท่ีดีในการทํางาน มีโอกาสไดรับประสบการณและฝกงานตามความถนัด
ความสนใจ
3. การแนะแนวดานชีวิตและสังคม ชวยใหผูเรียนเขาใจตนเอง รักและเห็นคุณคา
ในตนเองและผูอื่น มีอารมณมั่นคง มีมนุษยสัมพันธที่ดี เขาใจสิ่งแวดลอมและสามารถ
ปรับตัวใหด าํ รงชวี ติ อยูในสังคมอยางเปนสุข
คูม อื นักเรยี นและผูปกครอง 91
งานแนะแนวประกอบดว ย 5 บริการหลกั ดังน้ี
บริการสารสนเทศ
บรกิ ารสํารวจขอ มูล บริการใหค ําปรกึ ษา บรกิ ารติดตาม
บรกิ ารจดั วางตัวบุคคล และประเมินผล
1. บริการรวบรวมขอ มลู สาํ รวจขอ มลู เกยี่ วกบั ตวั ผเู รียนดว ยวิธกี ารตางๆ โดยใช
ระบบแนะแนว 4.0 การบนั ทึกขอ มลู จาก
1.1 การสังเกต
1.2 การสมั ภาษณ
1.3 แบบสอบถาม แบบทดสอบ
1.4 การเขียนอัตชวี ประวัติ
1.5 สงั คมมิติ
1.6 การเยี่ยมบาน ฯลฯ
2. บริการสารสนเทศ
2.1 รวบรวมขอ มูลขาวสารทางดานการศกึ ษาและอาชีพ
2.2 จดั ปายนิเทศใหความรูแกน ักเรียนในดานตา งๆ
2.3 ตดิ ตอขอเอกสารและวดิ ิทัศนจ ากแหลงเรยี นรตู า งๆ
2.4 เชญิ วทิ ยากรมาบรรยายใหค วามรแู กน ักเรยี น
2.5 จดั นทิ รรศการแนะแนวการศึกษาตอและงานอาชีพ ฯลฯ
3. บริการใหค าํ ปรึกษา
3.1 ใหคาํ ปรกึ ษานักเรียนเปนรายบุคคลและเปนกลมุ
3.2 ใหบริการแกผปู กครองและครทู ่ีมาปรกึ ษาเก่ียวกับปญ หานักเรยี น
3.3 สงนักเรียนไปรับการบําบัดจากผูเชี่ยวชาญ ในกรณีที่นักเรียนมีปญหาพิเศษ
ที่เก่ยี วของทางดานจติ ใจ
92 คูมอื นักเรยี นและผูป กครอง
4. บริการจดั วางตัวบุคคล
4.1 จดั วางตัวครูและนักเรียน เพอ่ื นผูใ หค ําปรกึ ษา
4.2 จัดกิจกรรมแนะแนว
4.3 จัดวางตัวนักเรยี นงานทุนการศึกษา
4.4 จัดวางตวั นกั เรียนเกย่ี วกบั โควตา การเรียนตอ
4.5 บริการจดั หารายไดระหวา งเรียน และภาคฤดูรอน
5. บริการตดิ ตามและประเมินผล
5.1 ตดิ ตามผลนักเรยี นที่จบการศกึ ษาจากโรงเรยี น
5.2 ติดตามผลนักเรยี นทม่ี ารบั คําปรกึ ษา
5.3 ติดตามผลนักเรียนท่ไี ดร ับทุนการศกึ ษา
5.4 ตดิ ตามผลการดาํ เนนิ การบรกิ ารแนะแนว
การขอใชบริการแนะแนวทห่ี อ งแนะแนว
นักเรียน ครู ผูปกครองสามารถจะรับบริการแนะแนวท่ีหองแนะแนวอยูท่ีชั้น 1
อาคารเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระสรุ ิโยทัยไดในเวลาดังนี้
- ชวงเชากอ นเขา เรยี น
- เวลาพักกลางวัน
- หลงั เลิกเรียน
- เวลา 06.00-18.00 น.
- รบั บริการแนะแนวสว นตวั ไดต ลอด 24 ช่วั โมง
คูมือนักเรยี นและผปู กครอง 93
บริการของหองสมุด
การบริการเปนหัวใจสําคัญของหองสมุด ซึ่งจําเปนตองจัดขึ้นเพ่ือสงเสริมสนับสนุน
การเรยี นการสอน ใหน กั เรยี นรจู กั การศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเองและรกั การเรยี นรอู ยา งตอ เนอื่ ง
ตลอดชีวิต
งานบรกิ ารของหอ งสมดุ
สาํ หรับครู บรกิ ารสําหรบั นกั เรียน สาํ หรับชมุ ชน
การยมื - คนื หนงั สือ สาํ หรบั นกั เรยี น การเผยแพรขาวสาร/ความรู
ทที่ นั สมยั และในการดาํ เนนิ ชวี ติ
การสบื คน ขอ มลู ทางการศกึ ษา บรกิ ารพื้นฐาน ประจําวนั ใหก บั ชมุ ชนภายนอก
● การยมื - คนื หนังสือ
สื่อ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ● แนะนาํ หนังสอื ที่นาอนื่ กจิ กรรมกระเปา ความรสู ชู มุ ชน
การศึกษา ● ใหขอมูลการเขาใชหองสมุด และครอบครัว
เพื่อการคนควา
● กิจกรรมรักการอาน
บริการส่ือเทคโนโลยี
เพือ่ การศึกษาคนควา
● Internet
● ส่ือ / นวัตกรรมการเรยี นรู
94 คูมือนกั เรียนและผปู กครอง
¡ÅØ‹ÁºÃÔËÒçҹº¤Ø ¤Å
คมู อื นักเรยี นและผูปกครอง 95
แผนภูมโิ ครงสรางกลุม บริหารงานบุคคล
ผอู าํ นวยการโรงเรยี น
คณะกรรมการสถานศกึ ษา สมาคมผปู กครองและครู
คณะกรรมการเครือขา ยผูปกครอง สมาคมศิษยเ กา
รองผูอ าํ นวยการกลุมบริหารงานบุคคล
หัวหนา กลมุ บริหารงานบุคคล
งานสํานกั งานบริการบุคคล งานกลุมบรกิ ารงานครู งานกลุม บริการงาน
งานสํานักงาน และบุคลากรทางการศึกษา กิจการนักเรียน
กลมุ บรหิ ารงานบคุ คล งานวางแผน อัตากําลงั งานสง เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
งานแผนงาน ตดิ ตาม และกาํ หนดตาํ แหนง และสงเสรมิ ความเปนไทย
งานสรรหา บรรจุ และแตง ตัง้ งานโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.
และประเมินผล งานพัฒนาวิชาชีพครู งานโรงเรียนสุจริต
งานสารสนเทศ และบคุ ลากรทางการศึกษา งานสงเสริมระเบียบวินัย
และประชาสัมพันธ งานการศึกษาดงู าน อบรมสัมมนา งานปองกันและปราบปราม
งานควบคมุ ภายใน เพ่ิมศกั ยภาพท่เี ก่ยี วของอน่ื ๆ
และประกันคณุ ภาพ งานดําเนนิ การทางโทษ สิง่ เสพตดิ เอดส และอบายมขุ
งานอนื่ ท่ีไดร บั มอบหมาย งานสง เสริมประชาธิปไตย
และวินัย และสงเสริมกจิ กรรมนกั เรยี น
96 คมู ือนักเรยี นและผปู กครอง งานสรา งขวญั และกาํ ลังใจ
งานระบบดูแลชว ยเหลือนักเรยี น
งานทะเบียนประวตั ิ งานเงนิ ทุนและสวัสดกิ ารนกั เรยี น
และเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ งานสง เสรมิ ความรว มมือระหวา ง
งานสงเสรมิ การขอรับ บาน โรงเรยี น และชุมชน
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ งานคณะสี
งานระดบั ชัน้
งานสงเสริมความประพฤติ
ของนกั เรียน
ระเบยี บปฏิบตั สิ ําหรบั นกั เรียนโรงเรยี นสตรีศรีสรุ โิ ยทัย
ก. ระเบียบปฏบิ ตั ิทวั่ ไปของนกั เรียน
1. นักเรียนทุกคนตองแตงเครื่องแบบและไวทรงผม ตามระเบียบของโรงเรียน
สตรีศรีสุรโิ ยทัยวา ดวยเรอื่ งเคร่อื งแตงกายนักเรียน
2. ไมอ นุญาตใหซอยผม ตอ ผม ไวผ มหนามา ทําสีผม ดัดผม แตง หนา กนั คว้ิ
ไวเ ลบ็ ยาวทาสเี ลบ็ เจาะอวยั วะสว นตา งๆ ของรา งกาย และสกั ลวดลายแฟชนั่ บนรา งกาย หรอื
ใชเ ลนสต าแฟช่ันและกรอบแวน ตาแฟช่ันและนาฬก าแฟชน่ั
3. ประพฤติตนสุภาพเรียบรอย มีความสํารวมทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน
ไมก ลา ววาจาหยาบคาย สงเสยี งดงั หยอกลอ หรอื กอ การทะเลาะวิวาท
4. มาโรงเรียนใหทันเขา แถวเคารพธงชาติ
5. นาํ หนงั สอื อปุ กรณก ารเรยี น และกระเปา นกั เรยี น/เป กระเปา เคยี งของโรงเรยี น
มาโรงเรียนใหค รบตามท่โี รงเรียนกาํ หนด
6. เชือ่ ฟง อยใู นโอวาทของครทู ุกทาน
7. รกั ษาความสามคั คีในหมคู ณะ
8. ชวยกันดูแลรักษาทรัพยสมบัติของโรงเรียน ไมทําลายใหเสียหาย เม่ือพบวา
ชาํ รดุ ใหแจงครหู รือครูหวั หนา อาคาร
9. การติดประกาศ หรือแจกเอกสารใดๆ ตองไดรับอนุญาตจากรองผูอํานวยการ
กลุมบริหารทวั่ ไป และมีลายมอื ช่อื เปน หลักฐาน
10. เอกสารตา งๆ ท่ีผปู กครองตอ งลงชอ่ื ถาเปนลายมือชอื่ ปลอม โรงเรยี นจะไมรบั
พิจารณา หากพสิ ูจนไดวานกั เรยี นปลอมลายมือชือ่ จะตองถกู ลงโทษ
11. ชว ยกนั ประหยดั นา้ํ ประปา และไฟฟา ของโรงเรยี น ไมอ นญุ าตใหน าํ เครอื่ งใชไ ฟฟา
ทุกชนิดมาใชท ่โี รงเรียน
12. การนาํ บคุ ลากรภายนอกเขา มารว มกจิ กรรมใดๆ ตอ งไดร บั อนญุ าตจากรองผอู าํ นวยการ
กลมุ บริหารงานบุคคล
13. นกั เรยี นทกุ คนตอ งมบี ตั รประจาํ ตวั นกั เรยี น ซงึ่ แสดงประวตั ยิ อ และหลกั ฐานของ
ตัวนักเรียน พกติดตัวไวเสมอ ถาบัตรสูญหายตองแจงการทําบัตรใหมตอรองผูอํานวยการ
กลุม บรหิ ารงานบุคคล เพ่อื ขอทําบตั รใหม
14. ไมอ นญุ าตใหน กั เรยี นนาํ เครอื่ งมอื สอื่ สารใดๆ มาใชใ นขณะเรยี นในหอ งเรยี น หากพบวา
นักเรียนนํามาใช โรงเรียนจะยึดและใหผูปกครองมารับคืนไดหองกลุมบริหารงานบุคคล
ภายใน 7 วนั นับจากวันที่ถกู ยดึ
คมู อื นกั เรียนและผูปกครอง 97
15. หามนําของมีคาทุกชนิดมาโรงเรียน หากนํามา นักเรียนและผูปกครองตอง
รับผิดชอบตอ การชาํ รดุ และสูญหาย
16. ชว ยกนั สรางช่อื เสยี งใหแ กโรงเรียนในทุกๆ ดาน และไมทําความเส่อื มเสยี ใหแ กโรงเรยี น
17. ไมอ นญุ าตใหน กั เรยี นนาํ อาหารออกนอกบรเิ วณโรงอาหาร หา มนาํ อาหารขนึ้ อาคารเรยี น
โดยเด็ดขาดหามสั่งอาหารจากภายนอกโรงเรียน และหามนํา/รับอาหารมาขายในโรงเรยี น
ข. ระเบียบปฏบิ ัติในเรอ่ื งตา งๆ
1. การมาโรงเรียน
1.1 การมาโรงเรียนในวนั ที่มีการเรยี น
นักเรียนตองมาถงึ โรงเรียนกอ นเวลา 07.30 น. ถามาเกนิ เวลาถอื วา มาสาย และ
หามข้ึนบนอาคารเรยี นกอ นเวลา 07.00 น.
นกั เรยี นมาสายมี 2 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 มาโรงเรยี นไมทันเขาแถวเคารพธงชาติ
ประเภทท่ี 2 มาโรงเรียนหลงั เรม่ิ เรียนคาบเรยี นท่ี 1
ระเบยี บปฏิบตั สิ ําหรบั นกั เรียนมาโรงเรียนสาย
ประเภทที่ 1 มาโรงเรยี นไมทันเขา แถวเคารพธงชาติ (เวลา 07.30 - 07.45 น.)
1. เขาแถวบรเิ วณที่ครูเวรประจาํ วนั กําหนด
2. เคารพธงชาติ สวดมนต สงบนิง่ แผเมตตา ปฏญิ าณตน
3. นักเรียนที่มาโรงเรียนหลังจากจบการปฏิญาณตน จะตองถูกตัดคะแนน
ความประพฤติ 5 คะแนน
ประเภทท่ี 2 มาโรงเรียนหลังเริ่มเรียนคาบเรยี นท่ี 1 เปน ตน ไป
1. อนุญาตเฉพาะนักเรียนท่ีมีผูปกครองมาสงดวยตนเอง หรือมีจดหมาย
จากผูปกครองเปน ลายลกั ษณอ กั ษร, เอกสารทางการแพทย และอื่นๆ
2. ขอรบั บัตรเขาหอ งเรียน จากครเู วรกลุมบรหิ ารงานบุคคล พรอ มแนบจดหมาย
3. นําบัตรเขาหองเรียนใหครูประจําชั้น และครูผูสอนลงช่ือรับทราบ และ
ครูประจาํ ช้ันและครผู ูสอนเกบ็ ไวเ ปนหลักฐาน
4. นักเรียนที่มาโรงเรียนเมื่อเริ่มเรียนคาบท่ี 1 โดยไมมีเหตุจําเปนตามขอท่ี 1
จะตองถูกตดั คะแนนความประพฤติ 10 คะแนน
หมายเหตุ : นกั เรยี นมาสายตง้ั แต 3 ครงั้ ขน้ึ ไปในเวลา 1 เดอื น โดยไมม จี ดหมายผปู กครอง
หรือมีผูปกครองมาสง ดว ยตนเอง ครปู ระจาํ ชน้ั จะดาํ เนินการดงั ตอ ไปนี้
98 คมู อื นักเรียนและผูปกครอง