The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nareumoljib Khumtong, 2022-07-01 01:38:17

คู่มือนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

1. แจงผปู กครองรับทราบการมาสาย
2. เชิญผปู กครองมาพบ และ
3. ลงโทษตามระเบียบวาดวยการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ
อนั พึงประสงคนกั เรยี นโรงเรยี นสตรีศรสี รุ โิ ยทยั พ.ศ.2557

1.2 การมาโรงเรียนในวันท่ไี มม กี ารเรียน
1. การรวมกจิ กรรม หรือมาชว ยงานโรงเรยี น ตอ งปฏบิ ตั ิดงั น้ี

1.1 ตอ งมีจดหมายจากโรงเรยี นแจงใหผูปกครองทราบลว งหนา
1.2 แตง เคร่อื งแบบนกั เรียนใหเ รยี บรอ ย ตามระเบยี บ
1.3 ตอ งมีครูผรู บั ผดิ ชอบควบคมุ ทกุ ครง้ั
1.4 ไมอนุญาตใหนกั เรียนข้ึนอาคารเรยี น ในกรณที ี่ไมมคี รดู แู ล
2. นกั เรยี นทมี่ าตดิ ตอ ราชการ เชน ขอรับเอกสาร ยื่นคาํ รอง ฯลฯ
ตอ งแตงเครอ่ื งแบบนกั เรยี นใหเ รียบรอ ย

2. การทําความเคารพ
2.1 เม่อื พบครู ทง้ั ในและนอกโรงเรยี นใหทําความเคารพดว ยการไหวแ ละกลาว

คาํ วา “สวสั ดคี ะ ”
2.2 เมื่อเดินเขาประตูโรงเรียนในตอนเชา ใหวางกระเปาแลวทําความเคารพ

ครเู วรประจําวนั ดว ยการไหว
2.3 เม่อื เดินสวนทางกบั ครใู หทาํ ความเคารพดวยการยนื ตรงหรอื ไหว
2.4 เมอื่ จะเดนิ แซงออกหนา ครใู หข ออนญุ าตกอ น ถา ครหู ยดุ อยกู บั ท่ี เมอื่ เดนิ ผา น

ใหกม หลงั เลก็ นอย
2.5 ถา สวนทางกับครทู ่บี ันได ควรหยุดใหค รขู ้ึนหรือลงกอ น
2.6 การหยดุ เพื่อเจรจากับครทู ่ีบนั ไดใหย ืนที่บนั ไดขั้นตํา่ กวา ครู
2.7 ในกรณที พี่ บผทู ค่ี วรเคารพทา นอน่ื ๆ ภายในบรเิ วณโรงเรยี น ใหท าํ ความเคารพ

เชน เดียวกบั ท่ที าํ ความเคารพครู
2.8 การทาํ ความเคารพกอ นกลบั บา น ใหเ ดนิ เรยี งแถวคู เมอ่ื ผา นครเู วรประจาํ วนั

ใหว างกระเปาแลว ทาํ ความเคารพดว ยการไหว
3. การเขา แถวเคารพธงชาติ
3.1 นักเรียนทุกคนตองหยุดกิจกรรมทุกอยางเตรียมตัวเขาแถวเม่ือไดยินเสียงเพลง

โรงเรยี นและสัญญาณครงั้ ท่ี 1

คมู‹ ือนักเรยี นและผปูŒ กครอง 99

3.2 สัญญาณคร้ังท่ี 2 นักเรียนยืนประจําแถวตามลําดับไหลใหเรียบรอย ฟงคําสั่ง
จากครเู วรหนา เสาธง ทาํ พธิ เี ชญิ ธงชาตขิ นึ้ สยู อดเสา นกั เรยี นตอ งยนื ตรงรอ งเพลงชาติ สวดมนต
สงบนิ่ง แผเมตตา กลาวคาํ ปฏญิ าณของนักเรยี น คติธรรม ปรัชญาและวิสัยทศั น อัตลกั ษณ
ของโรงเรียน โรงเรียนสุจริต เอกลักษณของนักเรียนโดยพรอมเพรียงกันแลวยืนสํารวม
เพ่ือฟงการแจงขาวสารและฟงการอบรมดวยความตั้งใจจนกวาจะไดรับคําสั่งใหแยกแถว
จงึ เดินแถวเขา หองเรียนอยางมรี ะเบียบ

4. การเดนิ แถวขนึ้ หอ งเรียน
4.1 ใหน กั เรยี นเดนิ แถวเรยี งคขู น้ึ หอ งเรยี นอยา งมรี ะเบยี บตามลาํ ดบั ชนั้ ทโ่ี รงเรยี นได

กําหนดไว โดยเดินชดิ ขวา
4.2 หา มเดนิ แยกออกจากแถว เพอ่ื ไปทาํ กจิ กรรมอนื่ ใดโดยไมไ ดร บั อนญุ าตจากครู
4.3 ไมพดู คุยกนั ในขณะเดนิ แถว
4.4 ไมเดินลากเทา ใหเกดิ เสยี งดังรบกวน

5. การปฏบิ ัตติ นในเวลาเรียน
5.1 นกั เรยี นตอ งรกั ษาระเบยี บ ไมค ยุ ไมเ ลน ในหอ งเรยี นขณะครสู อนและตง้ั ใจ

ฟงคําอธบิ ายของครูดวยความเคารพ ไมลุกจากทน่ี ัง่ โดยไมไดรบั อนญุ าต
5.2 ไมท ํากจิ กรรมอ่ืนหรือนําวิชาอื่นขึ้นมาทํา โดยทคี่ รผู ูสอนไมอนญุ าต
5.3 ขณะทค่ี รสู อน ถา นกั เรยี นมปี ญ หา หรอื ตอ งการแสดงความคดิ เหน็ ใหย กมอื

ขออนุญาต
5.4 ถา เกนิ 5 นาทไี ปแลว ครผู สู อนยงั ไมเ ขา หอ งเรยี น ใหห วั หนา ชนั้ ไปสอบถาม

หรือรายงานหวั หนา กลุมสาระฯ เพ่อื จัดครูเขา สอนแทน
5.5 ในกรณที คี่ รไู มอ ยใู นหอ ง ใหท กุ คนอยใู นหอ งดว ยความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย

ไมสง เสยี งหรือกระทําการใดๆ อนั เปน การรบกวนหองเรยี นขา งเคียง ถามีความจาํ เปน ตอ ง
ออกนอกหองในขณะท่คี รไู มอ ยู ใหแจงหวั หนา หอ งทราบ

5.6 กรณีปวย หากอาการไมห นกั ใหล งไปขอรบั ยาไดเฉพาะเวลาพักระหวาง
ชว่ั โมงเรียนเทา นนั้ ถาปว ยมากใหครูผสู อนหรอื ครปู ระจาํ ช้ัน เขียนอนญุ าตแลวลงมานอนพัก
ในหอ งพยาบาล

5.7 ในระหวางท่ีมีชั่วโมงเรียนนักเรียนตองอยูในหองเรียน จะไปอยูหองสมุด
โรงอาหาร หรือท่อี ่ืนๆ ไมได

5.8 ถามีความจาํ เปน ตองออกจากหองเรียน ใหขออนุญาตครูผสู อน
5.9 การเปลี่ยนหองเรียนระหวางชั่วโมง ใหกระทําอยางเรียบรอยและรวดเร็ว
โดยเดินเรยี งเปน แถวชิดขวาตลอดทางเดินบนอาคาร และการขึ้นลงบันได

100 คม‹ู ือนักเรยี นและผปŒู กครอง

6. ขอควรปฏิบตั ิในหองเรียนและบนอาคารเรียน
6.1 จดั ท่ีนั่ง และโตะ เรยี นใหเปน ระเบยี บ
6.2 เม่อื ลุกจากทน่ี ั่งเพอ่ื ออกนอกหองเรยี น ใหส อดเกาอ้ีเขา ใตโตะทุกครง้ั
6.3 หามเคลื่อนยายโตะ เกาอ้ี ออกจากหองเรียนโดยไมไดรับอนุญาต

จากครูประจาํ ชัน้ หรือครผู สู อน
6.4 หามนําอาหารข้นึ ไปรับประทานบนอาคารเรยี น
6.5 ไมท ําเสยี งอกึ ทึก รบกวนการเรยี นการสอนของหองขา งเคยี ง
6.6 ไมว ่ิงหรอื เลน กีฬาทกุ ประเภทบนอาคารเรยี นหรอื ในหอ งเรียน
6.7 ไมปนหรือนั่งบนลูกกรงราวบันได ข้ันบันได ปนหลังคา ไตตามกันสาด

เพราะอาจเกดิ อุบัตเิ หตุขึ้นได
6.8 รกั ษาความสะอาดของโตะ เกา อี้ หอ งเรยี น และบรเิ วณอาคารเรยี นตลอดเวลา

เพ่อื รักษาอนามยั และสภาพแวดลอ มทีด่ ีของนกั เรียนเอง
6.9 เมอื่ ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี นหลงั เลกิ เรยี นแลว ทกุ คนตอ งออกจากหอ งเรยี น

ภายในเวลา 17.00 น. และตองลงจากอาคารเรียนทุกคน หากจําเปนตองอยูทํากิจกรรม
ใหครูผูดูแลรายงานรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานบุคคลทราบ โดยตองมีครูอยูดูแล
จนกวาจะเสรจ็ สิ้นกจิ กรรม

6.10 หา มเขยี นขอ ความ รปู ภาพ เสน หรอื ทาํ ใหเ กดิ รอยบนโตะ - เกา อต้ี ามฝาผนงั
อาคารเรยี นหองนาํ้ หอ งสมดุ หรอื เคร่ืองใชข องโรงเรียน

กรณที ที่ าํ ลายทรพั ยส นิ ของโรงเรยี นเสยี หาย นกั เรยี นตอ งรบั ผดิ ชอบชดใชค า เสยี หาย
และถกู ลงโทษ ตามระเบยี บวา ดว ยการพฒั นาคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
นกั เรยี นโรงเรยี นสตรศี รีสรุ ิโยทยั พ.ศ. 2557

7. การออกนอกบริเวณโรงเรียนกอนโรงเรียนเลิก
นกั เรยี นจะออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นไดเ ฉพาะรายทผี่ ปู กครองมารบั ดว ยตนเองเทา นนั้

(ตอ งเปน ผปู กครองทมี่ าทาํ ใบมอบตวั หรอื ผปู กครองคนที่ 2) โดยแจง ครปู ระจาํ วชิ าชวั่ โมงสอน
ครปู ระจาํ ชนั้ และหวั หนา ระดบั ชนั้ แลว ขออนญุ าตจากรองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คล
เพื่อทําแบบฟอรมและทาํ บัตรอนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรียน

8. การกลบั บา น
โรงเรียนอนุญาตใหนักเรียนกลับบานหลังเวลาเลิกเรียน ถาตองทํากิจกรรม

หลังเลกิ เรียนอนุญาตใหอ ยไู ดไ มเ กิน 17.00 น.
ถาทาํ กจิ กรรมหลงั จากเวลา 17.00 น. ตอ งปฏิบตั ติ ามระเบยี บขอ 6.9

คูม‹ ือนกั เรียนและผŒูปกครอง 101

9. การลากิจ ลาปว ย
9.1 การลาหยุดโรงเรียนทุกครั้ง นักเรียนจะตองย่ืนใบลากิจหรือลาปวย

(ตามตัวอยางใบลาในหนาที่ 128) ตอครูประจําช้ันตามเหตุผลท่ีเปนจริงเม่ือมาโรงเรียน
ในวันแรกและใบลากิจหรือลาปวยจะตองใหผูปกครองลงช่ือรับรอง (จะตองเปนลายมือ
ชอ่ื ผปู กครองที่มาทําใบมอบตัวหรอื ผปู กครองคนท่ี 2)

9.2 ถาปรากฎวานักเรียนคนใดปลอมลายมือชื่อผูปกครองตองถูกลงโทษ
ตามระเบียบวาดวยการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พึงประสงคนกั เรยี น
โรงเรยี นสตรีศรสี รุ ิโยทัย พ.ศ. 2557

9.3 หากนักเรียนขาดเรียนไปโดยไมสงใบลา หรือไมไดรับแจงจากผูปกครอง
เปนเวลา 3 วนั ติดตอ กัน โรงเรยี นจะดําเนินการตามข้ันตอนตอไปน้ี

9.3.1 ครปู ระจาํ ช้ันจะสง ใบแจงผปู กครองคร้ังที่ 1
9.3.2 หากไมไดรับการติดตอกลับมาภายใน 7 วัน โรงเรียนจะเชิญ

ผูป กครองมาพบ
9.3.3 หากผูปกครองไมมาติดตอคร้ังที่ 1 โรงเรียนจะสงจดหมาย

ลงทะเบยี นตามที่อยทู ่ีแจงไวก บั ทางโรงเรยี น
9.3.4 หากโรงเรยี นยงั ไมไ ดร บั การตดิ ตอ กลบั ครง้ั ท่ี 2 โรงเรยี นจะดาํ เนนิ การ

ตามระเบียบของงานทะเบียนและวัดผลโรงเรยี นสตรศี รสี ุริโยทัย

หมายเหตุ : ทุกคร้ังที่นักเรียนหยุดเรียน ผูปกครองสามารถแจงใหทางโรงเรียนทราบ
โดยโทรศัพทห มายเลข 0-2211-0383, 0-2211-9850 ตอ 115 รองผอู าํ นวยการ
กลมุ บรหิ ารงานบุคคล หรือครูประจาํ ชน้ั

ค. ระเบียบวา ดวยการแตง กายของนักเรยี น
ผม
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน
- การไวผมส้ัน ผมสนั้ ตัดตรงเสมอต่ิงหู หามซอยผม และหามไวผ มทรงหนา มา
- การไวผมยาว ม.1 ผมยาว ไวผมยาวเสมอกันทุกเสน หามไวผมทรงหนามา

ถกั เปย 2 ขา ง ยาวไมเกิน 25 ซม. ติด/ผกู โบวสีดาํ ไมม ลี วดลาย กวา ง 1 นว้ิ
- ม.2- ม.3 ไวผ มยาวเสมอกนั ทกุ เสน หา มไวผ มทรงหนา มา รวบใหเ รยี บรอ ย โดยรวบ

ใหค วามสงู ระดบั หู ความยาวของผมไมเ กิน 25 ซม.
- หามซอยผม และไวผมทรงหนา มา

102 คู‹มือนกั เรยี นและผŒูปกครอง

กรณที ีพ่ บวาซอยผมโรงเรียนจะไมอนุญาตใหไวผ มยาว
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

1. ผมสน้ั ตดั ตรงความยาวเสมอปกเส้ือ
2. ไมอนุญาตใหซอยผม (ซอยแบบส้ัน, ซอยแบบยาว) และไวผมทรงหนามา
3. ผมยาวตอ งรวบใหเ รยี บรอ ย โดยรวบผมใหค วามสงู ระดบั หู ความยาวของผม

ไมเกิน 25 ซม. จากตาํ แหนงท่ตี ิด/ผูกโบว
4. กรณีท่ีผูกผม ตองใชโบวติด/ผูกผมเนื้อเรียบไมมีลวดลายขนาดกวาง 1 นิ้ว
สีดาํ เทานน้ั
5. ไมอ นุญาตใหต ิดกิบ๊ ขนาดใหญหรือหวีสับ ก๊บิ ท่ีใชต ดิ ผมตองเปน ก๊บิ ลวดสดี าํ
6. หา มใสสาร นํ้ามันทีท่ าํ ใหผมแขง็ หา มโกรกหรอื กัดสีผม หามดัดผม/หรือ
กระทําการใดๆ ทจ่ี ะทาํ ใหผมหยกิ ผดิ จากธรรมชาติของตนเอง
เครื่องแบบ
1.1 เครือ่ งแบบปกติ
เส้ือ
ช้ันมัธยมศึกษาตอนตน ใชผาขาวไมมีลวดลายและไมบาง แบบเสื้อตามรูป
คอลึกพอใหส วมศรี ษะไดส ะดวก (ดงั รปู ตัวอยางท่แี นบมา) สาบตลบเขา ขางใน สวนบนของ
สาบใหใหญพอแบะคอแลวไมเ หน็ ตะเขบ็ ขา งในใหมขี นาดของสว นตา งๆ ดังนี้
1. ปกยาว 15 ซม. ใชผ า 2 ชนั้
2. แขนยาวเหนือขอพับแขน 5 ซม. ปลายแขนจีบ 6 จีบ (ขางละ 3 จีบ)

โดยหนั จบี ออกจากเสนกลางไหลเทา ๆ กนั ขอบแขนกวา ง 3 ซม. พรอ มตดิ
กระดุมใหเ รียบรอ ย
3. ความยาวของตัวเส้อื วัดเสมอขอ มอื ผสู วม
4. ชายเสือ้ ดานลางพับขอบเส้อื ไมเกิน 4 ซม.
5. กระเปา ติดดา นลา งทางขวามอื กวาง 12 ซม. ยาว 13 ซม.
(เม่อื เยบ็ เสร็จแลว ) ปากกระเปา พับริมกวาง 2 ซม.
6. คอซองใชส เี ดยี วกบั กระโปรง ชายสามเหลยี่ มกวา ง 6 ซม. ยาว 80 - 100 ซม.
ตวั คอซองเมอื่ ผกู แลว กวาง 6 ซม. ยาว 6 ซม. ตําแหนง ของโบจะตองตรงกบั
กระดุมแปก เมด็ บน (หรือใชค อซองสําเรจ็ รูปตามแบบท่ีโรงเรียนกาํ หนด)
7. ตวั เสื้อเผอื่ หลวม 15 ซม.

คมู‹ ือนักเรยี นและผปŒู กครอง 103

8. สวมเสอ้ื ทบั แบบเรยี บไมมีลวดลาย สขี าวเทานั้น
(หามสวมเส้อื ทบั แบบเส้อื กลา มและเสอ้ื สายเดย่ี วหรอื เกาะอก)

9. ปกเครอื่ งหมาย ★ ดว ยไหมสีน้ําเงนิ เหนือ ศ.ท. ดังน้ี
ม.1 ★
ม.2 ★ ★
ม.3 ★ ★ ★

10. เลขประจาํ ตัวใชเ ลขไทย ปกใตอ ักษรยอ ศ.ท. เคร่อื งหมายและตวั อกั ษร
ใชข นาดตามแบบของโรงเรียนเทาน้นั

ช้นั มัธยมศึกษาตอนปลาย
1. ใชผ า สขี าวไมม ลี วดลาย และไมบ างจนเกนิ ไป ปกเชต้ิ ผา อกตลอด สว นกวา ง
7 ซม. พับตลบเขา ขา งใน ตดิ กระดมุ สขี าว 4 เมด็ เสน ผาศูนยกลาง 1 ซม.
2. แขนเส้ือยาวไมเ กินขอ พบั ปลายแขนจีบ 6 จบี (ขา งละ 3 จีบ) โดยหันจบี
ออกจากเสนกลางไหลเทาๆ กัน ขอบแขนกวา ง 3 ซม.
3. ตวั เสื้อเผ่ือหลวม 15 ซม. สอดไวใ นกระโปรงพอเห็นเขม็ ขัด
4. สวมเสือ้ ทับแบบเรียบไมม ีลวดลาย สขี าวเทา นน้ั
(หา มสวมเสอื้ ทบั แบบเส้ือกลามและเส้อื สายเดย่ี วหรอื เกาะอก)
5. ปก เคร่ืองหมาย ▲ ดว ยไหมสนี ้าํ เงนิ เหนอื ศ.ท. ดังน้ี
ม.4 ▲
ม.5 ▲ ▲
ม.6 ▲ ▲ ▲
6. เลขประจาํ ตวั ใชเ ลขไทย ปก ใตอ กั ษรยอ ศ.ท. เครอื่ งหมายและตัวอักษร
ใชข นาดตามแบบของโรงเรยี นเทา นนั้ ตดิ เขม็ เครอ่ื งหมายโรงเรยี น ทอี่ กเสอ้ื
เบือ้ งซาย ระดบั เดียวกบั อกั ษร ศ.ท.

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
กระโปรง
ใชผ า สกี รมทา เกลยี้ งไมม ลี วดลาย หา มใชผ า เนอ้ื หนา ลายสอง เวสปอย ดา นหนา

และดานหลังจีบขางละ 3 จีบ จีบลึก 3 ซม. หันจีบออกดานนอก แลวเย็บเกล็ดทับจีบ
ตา่ํ จากขอบลงมา 6 ซม. ความถ่แี ตล ะจบี เวนระยะหา งพองาม ความยาวของกระโปรง
ใหคลมุ ใตเขา ลงไป 4 ซม. ขอบอยูเ สมอเอว

104 คูม‹ อื นักเรียนและผูปŒ กครอง

รองเทา
หนงั สดี าํ ไมม ลี วดลาย หมุ ปลายเทา หมุ สน หวั มน มสี ายรดั หลงั เทา แบบตายตวั

สนสูงไมเกนิ 5 ซม.
ถุงเทา
ถงุ เทาไนลอน ส้ันสีขาวแบบเรียบ ลอนเล็ก สวมแลว ตลบปลายพบั ลงท่ขี อ เทา

กวางประมาณ 4 ซม. หรือถุงเทาสีขาวลอนเล็กขอสั้นปดตาตุม หามใชถุงเทาไนลอน
ชนดิ บางลอนใหญห รือผา ลูกฟูกชนิดหนา

เขม็ ขดั
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย คาดเขม็ ขดั หนงั สดี าํ เกลย้ี งไมม ตี วั อกั ษรใดๆ ประทบั อยู

กวางประมาณ 4 ซม. หัวเข็มขัดรูปส่ีเหลี่ยมผืนผาชนิดหัวกลัดหุมหนังสีดํา มีปลอก
ขนาดกวาง 1.5 ซม. สาํ หรบั สอดปลายเข็มขัด

เครื่องแบบพลศึกษา
เสื้อพละ ทางโรงเรียนจัดจําหนายและปกสัญลักษณระดับชั้นเรียนและปกชื่อนักเรียน
ใตสญั ลักษณระดับชน้ั เรยี น
กางเกง โรงเรียนจัดจาํ หนา ย ใชกางเกงขายาว ผายดื เนื้อหนาสนี า้ํ ตาลเขม
รองเทา รองเทาผาใบลว นสขี าว แบบสภุ าพไมหุม ขอ รอยเชอื ก
ถุงเทา ใชเ ชน เดียวกับเครอ่ื งแตงกายนักเรียน
กระเปาใสหนังสือ ใหใชกระเปาหนังสีดําแบบธรรมดา มีฝาปด มีตัวล็อคดานหนา
หรอื กระเปาเปส ะพายของโรงเรียน กระเปาเคียงท่โี รงเรยี นจดั จําหนายเทาน้นั
เครือ่ งประดับ

ไมอ นุญาตใหน กั เรยี นสวมเครอ่ื งประดับใดๆ นอกเหนอื จากทร่ี ะบุไวคอื
1. นาฬก า ใหใ ชน าฬก าขอ มอื แบบสภุ าพ หนา ปด ขนาด 2-2.5 ซม. สายนาฬก า

ตองเปนโลหะหรอื หนังสดี าํ น้าํ ตาล ท่ไี มม ีลวดลาย
2. สรอยคอ ถาตองการแขวนพระหรือส่ิงศักดิ์สิทธิ์ท่ีนักเรียนนับถือใหใช

สายสรอ ยสแตนเลส (หา มใชเ ชอื ก/สายพลาสตกิ สดี าํ สนี าํ้ ตาล หรอื สอี นื่ ๆ)
ทมี่ คี วามยาวพอทีจ่ ะไมเ หน็ ออกมานอกเสอ้ื
3. แวนตา ใหใชแวนตาที่มีกรอบโลหะ สีเงิน สีทอง สีดํา สีน้ําตาล
กรอบพลาสติกสีดํา สีน้ําตาลแบบสุภาพไมมีลวดลาย หามใชแวนตา
กรอบแฟชนั่ ขนาดใหญ

คูม‹ ือนกั เรียนและผปูŒ กครอง 105

กฎกระทรวง

กําหนดความประพฤติของนกั เรียนและนักศึกษา
พ.ศ. 2548

***************************

อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคมุ ครองเด็ก
พ.ศ. 2546 อนั เปน กฎหมายทม่ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจาํ กดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบคุ คล
ซ่ึงมาตรา 50 ของรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บญั ญตั ิใหกระทําไดโ ดยอาศยั อํานาจ
ตามบทบัญญัติแหงกฎหมายรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวง ไวดังตอ
ไปนี้

ขอ 1 นกั เรียนและนักศกึ ษาตอ งไมป ระพฤตติ น ดงั ตอไปน้ี
(1) หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไมไดรบั อนญุ าตในชวงเวลาเรยี น
(2) เลนการพนัน จดั ใหม ีการเลน การพนนั หรือมัว่ สมุ ในวงการพนัน
(3) พกพาอาวุธหรือวตั ถุระเบดิ
(4) ซอื้ จาํ หนา ย แลกเปลยี่ น เสพสรุ าหรอื เครอื่ งดมื่ ทม่ี แี อลกอฮอลส งิ่ มนึ เมา
บหุ ร่ี หรือยาเสพตดิ
(5) ลักทรัพย กรรโชกทรัพย ขม ขู หรือบังคบั ขนื ใจเพ่อื เอาทรพั ยบ คุ คลอ่นื
(6) กอ เหตทุ ะเลาะววิ าท ทาํ รา ยรา งกายผอู นื่ เตรยี มการหรอื กระทาํ การใดๆ
อนั นา จะกอ ใหเ กดิ ความไมส งบเรยี บรอ ย หรอื ขดั ตอ ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน
(7) แสดงพฤติกรรมทางชูส าวซงึ่ ไมเ หมาะสมในทีส่ าธารณะ
(8) เกีย่ วของกบั การคาประเวณี
(9) ออกนอกสถานท่ีพักเวลากลางคืน เพื่อเท่ียวเตร หรือรวมกลุมอันเปน
การสรา งความเดอื ดรอ นใหแ กต นเองและผูอ่นื

106 คูม‹ อื นักเรียนและผปŒู กครอง

ขอ 2 ใหโรงเรียนหรือสถานศึกษา กําหนดระเบียบวาดวยความประพฤติของนักเรียน
และนกั ศกึ ษาไดเทาที่ไมไดข ัดแยงกับกฎกระทรวงนี้

ใหไ ว ณ วนั ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2548
จาตุรนต ฉายแสง

(นายจาตุรนต ฉายแสง)
รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยที่มาตรา 64 แหง
พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติใหนักเรียนและนักศึกษา
ตอ งประพฤติตนตามระเบยี บของโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษา และตามทกี่ าํ หนด
ในกฎกระทรวง จงึ จําเปนตอ งออกกฎกระทรวงนี้

คู‹มือนักเรยี นและผŒปู กครอง 107

ระเบียบโรงเรียนสตรีศรีสรุ ิโยทยั

วา ดวยการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค

ของนกั เรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทยั พ.ศ. 2556

***************************

โดยท่ีเห็นเปนการสมควรปรับปรุงระเบียบโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยวาดวยการพัฒนา

คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี นโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั พ.ศ. 2548

ใหเหมาะสมย่ิงข้ึนเพื่อใหสอดคลองกับพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครู และบุคลากร

ทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา

พ.ศ. 2548 วสิ ยั ทศั นแ ละนโยบายของโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

ของนักเรยี นโรงเรยี นสตรีศรีสุริโยทยั จึงวางระเบยี บไวด งั นี้

ขอ 1 ระเบยี บนเ้ี รยี กวา “ระเบยี บโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั วา ดว ยการพฒั นาคณุ ธรรม

จริยธรรม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคของนกั เรียนโรงเรยี นสตรศี รีสรุ ิโยทัย พ.ศ. 2557”

ขอ 2 ระเบียบนม้ี ผี ลบงั คับใชต ั้งแตป การศึกษา 2557 เปนตน ไป

ขอ 3 บรรดาระเบียบ ขอบังคับ หรือคําส่ังอื่นใดในสวนที่กําหนดไวแลวกอนหนา

ระเบยี บน้ี ซึ่งขดั แยงกับระเบยี บนใ้ี หใ ชระเบียบน้ีแทน

ขอ 4 ในระเบยี บน้ี

“ผูอาํ นวยการ” หมายความวา ผูอ ํานวยการโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั

“รองผอู ํานวยการ” หมายความวา รองผอู าํ นวยการโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั

“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการดแู ลคะแนน

ความประพฤตนิ กั เรียน

“ครูประเมินความประพฤติ” หมายความวา ครผู ปู ฏบิ ตั หิ นา ทใี่ นโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั

ทไ่ี ดร บั มอบหมายใหต ดิ ตามพฤตกิ รรม

ของนักเรยี น

“การลงโทษ” หมายความวา การลงโทษนักเรียนท่ีประพฤติผิดหรือ

ฝาฝนระเบียบขอบังคับของโรงเรียนหรือ

ของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารโดยมคี วามมงุ หมาย

เพ่ือสั่งสอนใหน กั เรียนมคี วามประพฤติดี

108 ค‹ูมือนักเรียนและผปŒู กครอง

“การกระทาํ ผดิ ” หมายความวา การที่นักเรียนประพฤติผิดหรือฝาฝน

ระเบียบขอบังคับของโรงเรียนหรือ

กระทรวงศกึ ษาธิการ

“คะแนน” หมายความวา คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี น

“ทาํ กิจกรรม” หมายความวา การใหน กั เรยี นทกี่ ระทาํ ผดิ ไดท าํ กจิ กรรม

หรอื บาํ เพญ็ ตนใหเ ปน ประโยชนต อ ตนเอง

โรงเรยี นหรือสังคม

“การติดตามพฤติกรรม” หมายความวา ดแู ลแกไ ข ปรบั ปรงุ นกั เรยี นผกู ระทาํ ผดิ

หรอื ทมี่ คี วามประพฤตเิ สยี หายเปน รายบคุ คล

ขอ 5 นบั แตว ันขนึ้ ทะเบียนเปน นกั เรยี น นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน มีคะแนน

ความประพฤติ 100 คะแนน นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย มีคะแนนความประพฤติ

100 คะแนน ใหร ักษาคะแนนความประพฤติไวเปนเวลา 3 ป ในแตล ะชวงช้นั

ขอ 6 การตดั คะแนนใหเปน ไปตามระเบียบน้ี เมื่อนกั เรียนกระทาํ การใดๆ เปน

การประพฤตผิ ดิ หรอื ฝาฝนระเบียบขอ บงั คบั ของโรงเรยี น หรอื ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

ขอ 7 ครทู ป่ี ฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี นโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั ทกุ คน มสี ทิ ธติ์ ดั คะแนนความประพฤติ

ตามความเหมาะสมของความผดิ แตล ะครงั้ แลว บนั ทกึ เสนอหวั หนา ระดบั เพอื่ บนั ทกึ ลงทะเบยี น

ประเมินความประพฤตินักเรียน และในฐานขอมูลของกลุมบริหารงานบุคคล ตามเกณฑ

ตอไปนี้

7.1 ครูตดั คะแนนความประพฤตไิ ดค รั้งละไมเกนิ 10 คะแนน

7.2 หัวหนา คณะ หัวหนาระดับ หัวหนากลมุ สาระฯ

ตัดคะแนนความประพฤตไิ ดครั้งละไมเ กิน 20 คะแนน

7.3 ผชู วยรองผอู าํ นวยการโรงเรียนกลุมบรหิ ารงานบุคคล

ตดั คะแนนความประพฤติไดครง้ั ละไมเ กนิ 30 คะแนน

7.4 รองผอู าํ นวยการโรงเรยี น

ตัดคะแนนความประพฤตไิ ดครงั้ ละไมเ กนิ 40 คะแนน

7.5 กรณคี วามผดิ ทตี่ ดั คะแนนความประพฤตเิ กนิ 40 คะแนนใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ

ของคณะกรรมการหรอื ผอู าํ นวยการโรงเรยี น

ขอ 8 การตัดคะแนนตามขอ 7.1 - 7.5 จะมผี ลบังคบั เม่ือไดร บั ความเห็นชอบจาก

ผอู าํ นวยการโรงเรยี น

คู‹มือนักเรยี นและผปูŒ กครอง 109

ขอ 9 คณะกรรมการดูแลคะแนนความประพฤตินกั เรยี น ประกอบดวย

9.1 รองผูอํานวยการโรงเรยี น กลมุ บริหารงานบคุ คล ประธานกรรมการ

9.2 หัวหนางานสงเสริมการมรี ะเบยี บวินยั ในตนเอง รองประธานกรรมการ

9.3 หวั หนาคณะ กรรมการ

9.5 หวั หนา ระดบั ชัน้ กรรมการ

9.6 หวั หนา งานระบบดแู ลชวยเหลอื นักเรียน กรรมการและเลขานกุ าร

ขอ 10 การลงโทษนักเรียนทีก่ ระทําผิดมี 4 สถาน ดังนี้

10.1 วากลา วตักเตือน

10.2 ทาํ ทณั ฑบ น

10.3 ตดั คะแนนความประพฤติ

10.4 ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม

ขอ 11 ลาํ ดับโทษท่ีใชล งโทษนกั เรียนแตละระดบั

นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ลาํ ดบั โทษวา กลา ว

ตกั เตอื น ทาํ ทณั ฑบ นตดั คะแนนความประพฤตแิ ละทาํ กจิ กรรมเพอื่ ใหป รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม

ขอ 12 ลําดับโทษท่ีนักเรียนกระทําผิดจะมีผลมาจากการที่นักเรียนผูน้ันไมปฏิบัติ

ตามระเบียบของโรงเรยี นดังน้ี

12.1 โทษวา กลา วตกั เตอื นใหบ นั ทกึ ไวเ ปน หลกั ฐาน และแจง บคุ ลากรทเี่ กยี่ วขอ ง

12.2 โทษทาํ ทณั ฑบ น ใหจ ดั ทาํ หลกั ฐานทณั ฑบ น และแจง บคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ ง

12.3 ตดั คะแนนความประพฤติ5-35คะแนน ใหด าํ เนนิ การตดั คะแนนความประพฤติ

บันทึกไวเปนหลักฐาน แจงผูปกครองและบุคลากรที่เกี่ยวของและ

ครปู ระจาํ ชน้ั ดแู ลการปรบั คะแนนพฤตกิ รรมใหเ สรจ็ สนิ้ ภายใน 7-15 วนั

12.4 ตดั คะแนนความประพฤติ 40-95 คะแนนเชญิ ผปู กครอง และครปู ระจาํ ชน้ั

รับทราบ ตัดคะแนนความประพฤติ บันทึกไวเปนหลักฐานและแจง

บคุ ลากรทเ่ี กย่ี วขอ งการแกไ ขปรบั คะแนนความพฤตกิ รรมนกั เรยี นตอ งทาํ

โครงการจิตอาสาบําเพ็ญประโยชนภายในสถานศึกษาที่ผานความเห็นชอบ

จากคณะกรรมการดแู ลคะแนนความประพฤตนิ ักเรียน

110 คู‹มือนักเรยี นและผูŒปกครอง

12.5 ตดั คะแนนความประพฤตคิ รบ 100 คะแนนในแตล ะปก ารศึกษาจะถูก
พจิ ารณาไมใ หเ ลอื่ นชนั้ หรอื เปลย่ี นสถานทเ่ี รยี น เนอื่ งจากขาดคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

ขอ 13 การลงโทษนกั เรยี น กลมุ บรหิ ารงานบคุ คลจะลงโทษกต็ อ เมอื่ ปรากฏขอ เทจ็ จรงิ
ชดั แจง วา นกั เรยี นผนู น้ั ไดก ระทาํ ผดิ และสมควรถกู ลงโทษ โดยมรี ายงานเสนอเปน ลายลกั ษณอ กั ษร
ตามลําดบั ชน้ั

การลงโทษตามขอ 12.2 ขอ 12.3 ขอ 12.4 และขอ 12.5 กอ นลงโทษใหผ เู กย่ี วขอ ง
เสนอความเห็นพรอมกับเหตุประกอบเสนอตอผูอํานวยการโรงเรียน เม่ือไดรับอนุญาตแลว
จึงใหลงโทษได

ผอู าํ นวยการมสี ทิ ธย์ิ บั ยงั้ ลด เพม่ิ การตดั คะแนน การเพม่ิ คะแนน การลงโทษ
ในทุกกรณี ตามท่เี หน็ สมควร

ขอ 14 เกณฑการตัดคะแนนความประพฤติ

กรณีความผดิ ไมเกิน หมายเหตุ

(คะแนน/ครัง้ )

หมวดที่ 1 การแตงกายเครื่องแบบ

นกั เรียน 10-20 เชิญผูป กครองเพือ่ รวมกนั แกไ ข

1.1 ตกแตงทรงผม ไวผ มทรงหนามา ค้วิ

(ยอ ม ถกั โกน กดั สผี ม ใสเ ยล พน สเปย กนั

โกนควิ้ เขยี นคว้ิ ตอ ผมโดยไมไ ดร บั อนญุ าต) 10-20 เชญิ ผปู กครองรบั ทราบเพอ่ื รว มกนั แกไ ข

1.2 สักลวดลายตางๆ บนรางกาย 5-20 แกไขและรายงานตัวเปนประจํา

1.3 แตง เครอ่ื งแบบนกั เรยี นเขา ไปในสถานท่ี ทุกสัปดาหใหแกไขทันทีหรือใหโอกาส

ทไ่ี มเหมาะสม แกไขไมเ กิน 1 วัน

10 เชิญผูปกครองรับทราบแกไ ข

1.4 สวมใสเส้ือนักเรียน เสื้อพลศึกษา

เสือ้ กจิ กรรมของบุคคลอ่ืน ทไ่ี มใชข องตนเอง 10 แกไขและรายงานตัวเปนประจําทุกสัปดาห

1.5 ทรงผมผดิ ระเบยี บแกไ ขไมไดโดยเรว็ 5 ใหโ อกาสแกไ ขไมเกิน 1 วัน

1.6 ทรงผมผิดระเบียบแกไขไดโดยเรว็ 5 ใหแกไ ขทนั ทหี รอื ใหโ อกาสแกไข

1.7 เสอื้ กระโปรง เขม็ ขดั ถงุ เทา รองเทา ไมเกิน 1 วัน

โบวผิดระเบยี บ (แหง ละ 5 คะแนน)

ไมสวมใสเ สือ้ ทบั ปลดกระดุมเส้ือเม็ดบน

คมู‹ อื นักเรยี นและผŒูปกครอง 111

กรณคี วามผดิ ไมเกนิ หมายเหตุ

(คะแนน/ครัง้ )

1.8 สวมเส้ือพละในวันท่ีไมมีการเรียนการสอน 5

พลศึกษา หรือไมสวมเสื้อพละในวันท่ีมี

การเรียนการสอนพลศึกษา เกิน 2 ครั้ง

หลังจากไดรบั การตกั เตอื น

1.9 สวมเสื้อนักเรียน เสื้อพลศึกษาโดยไมปก 5 ใหแกไ ขทันที

เครื่องหมายตา งๆ ครบตามระเบียบ

1.10 ไมสวมชุดกิจกรรมในวันท่ีมีการเรียน 5

การสอนวิชากิจกรรมโดยไมม ีสาเหตอุ ันสมควร

1.11 แตงกายไมเหมาะสมท้ังในและ 5 ใหโ อกาสแกไขไมเกิน 1 วัน

นอกสถานศกึ ษา

1.12 มีหรือใชเคร่ืองประดับมีคาหรือ 5 ยึดและเชิญผูปกครองมารับดวย

ส่ิงของมคี าไมเ หมาะสมตอการเปนนักเรยี น ตนเองภายใน 7 วัน

1.13 มีหรือใชเครื่องสําอางและน้ําหอมท่ีไม 5 ใหแ กไ ขทันที (ตามกรณ)ี

เหมาะสมตอการเปน นกั เรียน

1.14 สวมแวนตาที่มิใชแวนสายตา, ใชกรอบ 5 ยดึ และเชญิ ผปู กครองมารบั ดว ย

แวน แฟชั่น, ใชเ ลนสตาแฟชัน่ ตนเองภายใน 7 วนั

1.15 ไวเ ล็บยาว ทาเล็บ ตอ เล็บ 5 ใหแกไขทนั ที

1.16 ใชนาฬกาสีฉูดฉาดหรือมีราคาสูงเกินไป 5 ยึดและเชญิ ผปู กครองมารบั ดว ย

(ตามระเบียบคมู ือนกั เรยี น) ตนเองภายใน 7 วัน ใหแกไ ขทันที

หมวดที่ 2 การเรยี น หนเี รียน และ

การรวมกจิ กรรมในโรงเรียน

2.1 ทุจริตในการสอบ 50 พจิ ารณาใหร ับโทษขั้นสูง

2.2 หนโี รงเรยี น 20

2.3 มาโรงเรียนสายบอยคร้ัง (หลังเขาเรียน 10

คาบที่ 1) โดยไมม ผี ปู กครองมารับรอง

2.4 มาโรงเรียนสาย (กอ นเขาเรียนคาบที่ 1) 5

2.5 ไมเขา แถว/ไมเขา ประชมุ /ไมเขาเรยี น 5

ไมเขา รว มกจิ กรรมที่โรงเรียนจัด

2.6 เขา เรียน/เขา แถว/เขา ประชมุ 5

ชากวา ทโ่ี รงเรียนกําหนด

112 คูม‹ ือนกั เรียนและผŒูปกครอง

กรณีความผิด ไมเกิน หมายเหตุ

(คะแนน/ครัง้ )

2.7 ขาดเรยี นโดยไมม ีเหตผุ ลอนั ควร 5
2.8 ใชก ระเปานกั เรยี นผดิ ระเบียบ 5 ยดึ และเชิญผูปกครองมารับคืนดวย

2.9 ไมมสี มดุ แบบเรยี น หรืออปุ กรณการเรยี น ตนเองภายใน 7 วัน
5 ใหโ อกาสสง อีกไมเกนิ 1 วนั

หมวดท่ี 3 พฤตกิ รรมทางเพศและ
พฤติกรรมกาวราว
3.1 เผยแพรภ าพนิง่ และภาพเคลอ่ื นไหว 50 เชิญผูป กครองมารบั ทราบ
ทไ่ี มเ หมาะสมบน Social Network ทง้ั ผเู ผยแพร และหาทางแกไ ข
และผสู นบั สนนุ
3.2 ทํารา ยรางกายผูอ ืน่ จนเกิดบาดแผล 50 พิจารณาใหร บั โทษข้นั สูง
3.3 พกอาวุธหรอื เจตนาใชวัสดุอืน่ เปน อาวุธ 40 ยดึ อาวธุ ไวก อ นพจิ ารณาใหร บั โทษขนั้ สงู
3.4 ทะเลาะวิวาท กอเหตุหรือยุยงใหเกิดเหตุ 40 พจิ ารณาใหรบั โทษขั้นสูงสุด
ทะเลาะววิ าท
3.5 ทาํ รา ยรา งกายผอู ื่น 40 พจิ ารณาใหรบั โทษขัน้ สูง
3.6 มพี ฤตกิ รรมทางเพศทไ่ี มเหมาะสม 40 เชญิ ผปู กครองมารบั ทราบ
พจิ ารณาโทษขั้นสงู
3.7 การทาํ อนาจาร 30 พจิ ารณาใหรบั โทษข้นั สงู
3.8กลา วคาํ หยาบสอ เสยี ดดา ทอเหนบ็ แนมขม ขู 30 เชิญผูป กครองมารับทราบ
ดวยวาจาไมสุภาพ หรือดวยลายลักษณอักษร และหาทางแกไ ข
รวมทั้งบน Social Network ทั้งผูกระทําการ
และผูสง เสรมิ
3.9 กา วรา วตอบคุ คลอนื่ หรือบุพการีผอู นื่ 20 เชญิ ผูป กครองรับทราบ
ดว ยกริ ยิ าทา ทาง วาจา ไมส ภุ าพ/ดว ยการกระทาํ และหาทางแกไ ข
และลายลกั ษณอักษร
3.10 กาวรา ว กระดางกระเดื่อง 20 เชญิ ผูป กครองรบั ทราบ
ตอครู/ผปู กครอง และหาทางแกไข
3.11 หม่นิ ประมาทผูอ่นื ดวยวาจา 20 เชิญผูปกครองมารบั ทราบ
และลายลักษณอ กั ษร และหาทางแกไข
3.12 กลั่นแกลงลอ เลียน หรือชักจูงผอู ่ืน 20 เชญิ ผูปกครองมารบั ทราบ
ไปในทางเสื่อมเสยี และหาทางแกไ ข

ค‹ูมอื นกั เรยี นและผŒูปกครอง 113

กรณีความผดิ ไมเ กิน หมายเหตุ

(คะแนน/คร้ัง)

หมวดท่ี 4 อบายมขุ และความผิด
เก่ียวกบั ทรพั ยส ิน
4.1 ลักทรัพย ฉอโกงทรัพย กรรโชกทรพั ย 50 พจิ ารณาโทษข้ันสงู เชิญผปู กครอง
ปลนทรพั ยและหลอกลวงทรพั ย มารับทราบและหาทางแกไ ข
4.2 มีหรือเสพสงิ่ เสพตดิ /มอี ปุ กรณ 50 พิจารณาโทษข้นั สูงเชิญผูปกครอง
ในครอบครอง มารบั ทราบและหาทางแกไข
4.3 มสี ง่ิ เสพตดิ ไวเพือ่ การจําหนา ยจา ยแจก 50 พจิ ารณาโทษขนั้ สงู เชิญผปู กครอง
มารับทราบและหาทางแกไข
4.4 เลนการพนัน/มีอุปกรณการพนัน 40 พิจารณาโทษขนั้ สูงเชิญผูปกครอง
ไวในครอบครอง มารับทราบและหาทางแกไ ข
4.5 ทาํ ลายทรัพยส นิ ของทางราชการ 40 เชิญผูปกครองรบั ทราบและรวมมือแกไข
4.6 นาํ เครอ่ื งมอื สอ่ื สารและเครอื่ งใชไ ฟฟา 20-40 เชญิ ผปู กครองรับทราบและรว มมือแกไข
ทกุ ชนดิ มาใชในโรงเรยี น
4.7 นาํ รถยนต รถจกั รยานยนตม าโรงเรยี น 40 เชิญผูปกครองรับทราบและหาทางแกไข
4.8 ขีดเขยี น หรือพน สีเปนเหตใุ หท รพั ยส ิน 40 ชดใชคา เสยี หาย เชิญผปู กครอง
ของโรงเรยี น หรือของผอู ื่นเสียหาย รบั ทราบหาทางแกไขและพจิ ารณาโทษขัน้ สูง
4.9 เขาไปแหลงอบายมุขหรือสถานท่ี ทไ่ี ม 30 เชญิ ผปู กครองรบั ทราบและหาทางแกไข
เหมาะสมกับสภาพนักเรยี น
4.10 สบู บหุ รี่หรอื มีบหุ ร/่ี มีอุปกรณ 30 พจิ ารณาโทษข้นั สงู เชญิ ผปู กครอง
ในครอบครอง มารับทราบและหาทางแกไข
4.11 ดม่ื หรอื มสี รุ า หรือเครอ่ื งดมื่ 30
ท่ีผสมแอลกอฮอล
4.12 เปดไฟ เปดพัดลม เปดนํ้าท้ิงหลัง 10
การใชงาน

หมวดที่ 5 การรักษาความสะอาด

5.1 ทาํ ใหเ กดิ ความสกปรกภายในโรงเรยี น 20 ถาทําใหทรัพยส ินเสียหาย

ดวยวธิ ีตางๆ นอกเหนือจากขอ 5.2-5.9 ใหพ จิ ารณาใชเกณฑขอ 4.8
5.2 นาํ อปุ กรณก ารรบั ประทานอาหารออก 10 ถาเขาขายลกั ทรัพยพ ิจารณา

จากบรเิ วณโรงอาหารโดยไมไดร บั อนุญาต 10 ใชเ กณฑ ขอ 4.1

5.3 นาํ อาหารขน้ึ อาคารเรียน

114 คู‹มือนกั เรียนและผปูŒ กครอง

กรณีความผดิ ไมเ กิน หมายเหตุ

(คะแนน/คร้งั )

5.4 รบั ประทานอาหารในขณะทาํ กจิ กรรม 10
เชา หนาแถวเคารพธงชาติ ในหอ งเรียน/
หอ งปฏบิ ตั กิ ารหรอื นาํ อาหารขนึ้ บนอาคาร 10
5.5 รบั ประทานอาหารในเวลาเรียน 5
5.6 เดนิ รับประทานอาหาร 5
5.7 ท้งิ ขยะไมเ ปน ที่ 5
5.8 ไมท าํ เวรรักษาความสะอาดหองเรียน 5
5.9 ส่ังนาํ้ มูก หรือถมน้าํ ลายไมเปน ที่

หมวดที่ 6 เอกสารและความผดิ อน่ื

6.1 ประพฤติผิดนอกโรงเรียนโดยแตงกาย 50 พิจารณาโทษขั้นสงู เชิญผูปกครอง

เครอ่ื งแบบนกั เรยี นหรอื โดยประกาศเปน รับทราบและหาทางแกไ ข

นกั เรยี นโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั หรอื กระทาํ

การใดอันทําใหโ รงเรียนเสือ่ มเสยี

6.2 ใหบคุ คลภายนอกเขามาในโรงเรียน 40 พิจารณาโทษขั้นสูง เชิญผูปกครอง

โดยใหส วมใสเ สอื้ ของโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั รบั ทราบและหาทางแกไข

6.3 นาํ บคุ คลอน่ื มาแอบอา งเปน ผปู กครอง 40 พจิ ารณาโทษข้ันสูง เชญิ ผูปกครอง

รับทราบและหาทางแกไข

6.4 แอบอา งชือ่ บุคคลอนื่ มาเปน ช่ือตน 40 พจิ ารณาโทษขนั้ สงู เชิญผปู กครอง

รับทราบและหาทางแกไ ข

6.5 นําเอกสารของโรงเรียนไปใชในทาง 40 พิจารณาโทษขัน้ สงู เชิญผปู กครอง

ทไี่ มถ ูกตอ ง หรอื ไมเปนไปตามทโี่ รงเรยี น รบั ทราบและหาทางแกไ ข

มอบหมาย

6.6 แกไขเอกสารของโรงเรียน ผูปกครอง 40 พจิ ารณาโทษข้ันสูง เชญิ ผูป กครอง

หรอื บุคคลอื่น หรือใชเ อกสารปลอม รบั ทราบและหาทางแกไข

6.7 ปลอมลายเซน็ ผปู กครอง 40 พิจารณาโทษขนั้ สูง เชญิ ผปู กครอง

หรอื ลายเซ็นครู อ่ืนๆ รบั ทราบและหาทางแกไ ข

คูม‹ อื นกั เรยี นและผูŒปกครอง 115

กรณีความผิด ไมเกนิ หมายเหตุ
6.8 ใหก ารเทจ็
(คะแนน/ครง้ั )
6.9 ไมน ําหนงั สือเชิญผปู กครองไปให
ผูป กครองตามทไี่ ดรับมอบหมาย 40 พิจารณาโทษขน้ั สงู เชญิ ผปู กครอง
6.10 ไมพ กบัตรประจาํ ตัวนกั เรยี น
รบั ทราบและหาทางแกไ ข

10 พจิ ารณาโทษขั้นสงู เชญิ ผูป กครอง

รบั ทราบและหาทางแกไ ข

5

หมายเหตุ โทษขนั้ สงู คอื สถานศกึ ษาสามารถใหท าํ กจิ กรรมเพอ่ื ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
ไดตามความเหมาะสม

ขอ 15 การเพม่ิ คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี น ครทู กุ คนมสี ทิ ธเิ์ สนอเพมิ่ คะแนนใหน กั เรยี น
ทม่ี คี วามประพฤตดิ ไี ดต ามเกณฑก าํ หนดตามลาํ ดบั ขนั้ ตอน และนกั เรยี นผนู น้ั จะไดค ะแนนเพม่ิ
เม่ือคณะกรรมการเหน็ ชอบ

15.1 กระทําดตี อ ไปน้เี พิ่ม 5 คะแนน
15.1.1 ชว ยรกั ษาความสะอาดโรงเรยี นนอกเหนอื จากทาํ เวรประจาํ วนั
ของตนเองไมต ํา่ กวา 5 คร้งั
15.1.2 เก็บเงินหรือของตกไดมีมูลคาไมเกิน 100 บาท นําไป
แจงประกาศหาเจาของ
15.1.3 ชวยระงับยับยั้งการทะเลาะวิวาทของเพื่อนนักเรียนปรากฏ
เปน หลกั ฐานชดั เจน
15.1.4 ชว ยเหลือเพื่อนนกั เรียนทด่ี อ ยกวา ตนอยางสมา่ํ เสมอ
15.1.5 เขา รวมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจดั ขึน้ อยา งนอ ย 4 ชั่วโมง
15.1.6 ชว ยงานที่ครูมอบหมายอยา งนอ ย 4 ช่วั โมง
15.1.7 ไดรบั การแตงตงั้ ชื่อหรือเลอื กตั้งใหเ ปนหัวหนา หอง
15.1.8 ไดรับการแตง ตั้งชอ่ื หรอื เลอื กต้งั ใหเ ปนคณะกรรมการคณะสี
15.1.9 การทําความดีอน่ื ใดทเี่ ทยี บไดกบั ขอ 15.1.1-15.1.8

116 ค‹มู อื นกั เรยี นและผŒูปกครอง

15.2 กระทาํ ความดตี อไปนเี้ พม่ิ 10 คะแนน
15.2.1 ชว ยเหลอื กจิ กรรมของโรงเรยี นดว ยความตง้ั ใจจริง ไมต ํา่ กวา 5 คร้ัง
15.2.2 เกบ็ เงินหรอื ของตกไดม รี าคาตง้ั แต 101-300 บาท นาํ ไปแจง
เพอ่ื ประกาศหาเจา ของ
15.2.3 ชชี้ อ งทางหรอื แจง แแหลง อบายมขุ ใหค รอู าจารยท ราบเพอื่ การแกไ ข
ปองกนั ตอไป
15.2.4 แจงผูกระทําความผิดหรือกระทําความเสียหายใหกับโรงเรียน
หรือสวนรวมใหครทู ราบ
15.2.5 ใหขอเสนอแนะที่เปนประโยชนในการพัฒนาโรงเรียนโดยมี
เอกสารเปนลายลกั ษณอกั ษร
15.2.6 ใหขอมูลแกครูเพื่อการทบทวนแกปญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอน
15.2.7 ไดรับการแตงต้ังหรือเลือกต้ังใหเปนคณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการนักเรยี น
15.2.8 เปน ตวั แทนของโรงเรยี นเขา รว มแขง ขนั ทางวชิ าการหรอื กจิ กรรม
อนื่ ๆ ภายนอกโรงเรยี นโดยมีเอกสารหลักฐาน
15.2.9 กระทาํ ความดีอืน่ ใดที่เทียบไดกับ ขอ 15.2.1 -15.2.8

15.3 การกระทาํ ความดตี อ ไปน้ีเพ่มิ 15 คะแนน
15.3.1 ไดร บั รางวลั จากหนว ยงานภายนอกและนาํ ชอ่ื เสยี งมาสโู รงเรยี น
15.3.2 เก็บเงินหรือสิ่งของราคาต้ังแต 301 - 600 บาท นําไปแจง
ประกาศหาเจาของ
15.3.3 ไดร บั การแตง ตั้งหรอื เลอื กตั้งใหเ ปน ประธานคณะสี
15.3.4 ทาํ ความดอี ืน่ ใดท่ีเทียบไดก บั ความดี ขอ 15.3.1-15.3.2

15.4 กระทาํ ความดตี อ ไปนเ้ี พิ่ม 20 คะแนน
15.4.1 ทําชื่อเสียงใหโรงเรียนทําใหบุคคลภายนอกรูจักเช่ือถือ
นยิ มยกยอ งระดับเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาขึน้ ไป
15.4.2 เกบ็ เงินหรือสิง่ ของราคาตง้ั แต 601 บาท นาํ ไปแจงประกาศ
หาเจาของ
15.4.3 ไดรบั การแตงตง้ั หรอื เลอื กต้ังใหเ ปน ประธานนักเรยี น
15.4.4 ทําความดอี ่ืนใดทีเ่ ทยี บไดก ับความดี ขอ 15.4.1-15.4.3

ขอ 16 กรณีความผิดใดมิไดกําหนดไวตามขอ 14 และเหตุแหงการเพิ่มคะแนนมิได
กาํ หนดไวต ามขอ 15 และหรอื มคี วามจาํ เปน ตอ งการตคี วามในแตล ะกรณี ใหค ณะกรรมการ
พิจาณาเทยี บเคยี งและตีความ

คูม‹ ือนกั เรียนและผŒูปกครอง 117

ขอ 17 ครูผูประเมินนักเรียน มีอํานาจติดตามพฤติกรรม ทําไดตอเม่ือนักเรียนได
กระทาํ ความผดิ และไดร บั โทษตามขอ 10 แหง ระเบยี บนหี้ รอื ในกรณที ย่ี งั ไมป รากฏความผดิ แต
มเี หตอุ นั ควรทีจ่ ะนาํ ไปสกู ารกระทําความผิด ครูผปู ระเมนิ มอี าํ นาจในการตดิ ตามพฤตกิ รรม
ของนักเรียนผูประเมนิ ได

ขอ 18 กอนท่ีจะมีคําส่ังประเมินความประพฤตินักเรียนผูใด คณะกรรมการจะตอง
พจิ ารณาจากรายงานการสบื เสาะขอ เทจ็ จรงิ ของครผู ปู ระเมนิ ความประพฤติ วา นกั เรยี นผนู น้ั
มีลกั ษณะนิสัย ประวัติความประพฤติและสภาพแวดลอมอยางไร สมควรพจิ ารณากําหนด
เงือ่ นไขในการประเมนิ ความประพฤตเิ พื่อชว ยเหลอื แกไข ฟน ฟูใหก ลับตวั เปน คนดีอยางไร

ขอ 19 การส่ังประเมินความประพฤตินักเรียนโดยกําหนดเง่ือนไข จะมีครูผูประเมิน
ความประพฤติคอยสอดสองดูแลใหคําแนะนํา ชวยเหลือนักเรียนผูถูกประเมินประพฤติ
ใหก ลับตนเปนคนดี

เมอื่ นกั เรยี นผถู กู ประเมนิ ความประพฤตมิ พี ฤตกิ รรมเปลยี่ นแปลงจากการรายงานของ
ครูประเมินความประพฤติ และคณะกรรมการมีอาํ นาจแกไขเพิ่มเติม หรือเพิกถอนเง่อื นไข
ขอ ใดขอหนึ่งหรือทุกขอ กไ็ ด หรือกําหนดโทษเพ่มิ เติมกไ็ ด

ขอ 20 เง่ือนไขการประเมินความประพฤติจะกําหนดขอเดียวหรือหลายขอในคําส่ัง
ประเมนิ ความประพฤตไิ ด ดังนี้

20.1 หามมิใหนักเรียนเขาไปในสถานที่หรือทองท่ีใดอันจะจูงใจใหนักเรียน
ประพฤตผิ ดิ

20.2 หามมิใหนักเรียนออกนอกสถานที่อยูอาศัยในเวลากลางคืนเวนแตจะมี
เหตจุ ําเปน หรอื ไดร บั อนุญาตจากบิดา มารดา ผปู กครอง หรือบุคคลท่นี ักเรียนอาศัยอยดู ว ย
ทัง้ นี้ใหอ ยใู นความรบั ผิดชอบของบดิ า มารดา ผปู กครอง หรือบุคคลท่ีนกั เรียนอาศยั อยู

20.3 หามมิใหนักเรียนคบหาสมาคมกับบุคคลหรือประเภทบุคคลที่คณะ
กรรมการเหน็ ไมสมควร

20.4 หา มมใิ หน กั เรยี นกระทาํ การใดอนั เปน เหตจุ งู ใจ ใหน กั เรยี นผอู นื่ ประพฤตผิ ดิ
20.5 ใหน กั เรยี นไปรายงานตวั ตอ คณะกรรมการ หรอื ครคู มุ ประพฤตทิ โี่ รงเรยี น
มอบหมายตามท่กี ําหนด
20.6 ใหน กั เรยี นละเวน การคบหาสมาคมหรอื การประพฤตใิ ดอนั เปน เหตนุ าํ ไป
สกู ารกระทาํ ผิดในทํานองเดียวกันอีก
20.7 ใหน กั เรยี นไปรบั การบาํ บดั รกั ษาการตดิ ยาเสพตดิ ใหโ ทษ ความบกพรอ ง
ทางรางกายหรือจิตใจ หรืออาการเจ็บปวยอยางอื่น ณ สถานท่ีและตามระยะเวลาที่
คณะกรรมการกาํ หนด

118 คม‹ู ือนักเรยี นและผูปŒ กครอง

20.8 ใหน กั เรยี นเขา รบั การฝก อบรม ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพอื่ ปรบั เปลยี่ น
พฤตกิ รรม โดยผูปกครองเปนผูรบั ผดิ ชอบการเขา รับการอบรม และคา ใชจ า ยทั้งหมด

20.9 เงอื่ นไขอน่ื ๆ ตามทคี่ ณะกรรมการเหน็ สมควรกาํ หนด เพอ่ื แกไ ขฟน ฟหู รอื
ปอ งกัน มิใหนกั เรียนกระทําหรือมีโอกาสกระทาํ ผิดข้ึนอีก

ขอ 21 อํานาจและหนาทขี่ องครผู ูป ระเมินความประพฤติ ตามระเบยี บน้ี
21.1 สืบเสาะและพนิ จิ ขอเท็จจรงิ และสิ่งแวดลอมเก่ยี วกบั อายุ ประวตั ิความ

ประพฤติ สติปญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหง จติ นสิ ัยของนักเรียนผูกระทาํ ผดิ
หรอื ทถี่ ูกกลาวหาวากระทาํ ผดิ และของบดิ า มารดา ผปู กครองหรอื บคุ คลซ่งึ นักเรยี นผูน ั้น
อาศยั อยูรวมทงั้ สาเหตแุ หง การกระทําผิด เพ่อื รายงานตอคณะกรรมการ

21.2 เรยี กบุคคล ไดแก นกั เรยี น ผปู กครองและครู ซึง่ สามารถใหข อเทจ็
จริงมาพบเพ่ือใหถอ ยคาํ

21.3 สงั่ ใหน กั เรยี นทเี่ ปน เจา ของ หรอื นกั เรยี นทคี่ รอบครองวตั ถุ หรอื เอกสาร
อนั จะใชเ ปน พยานหลักฐานไดส งมอบวตั ถุ หรือเอกสารนั้น

21.4 ประเมินความประพฤตนิ กั เรียนตามคาํ สั่งคณะกรรมการ ตลอดจนดูแล
อบรมสงั่ สอนนักเรยี นระหวางคุมประพฤติ

21.5 สอดสองใหนักเรียนปฏิบัติตามเง่ือนไขการประเมินความประพฤติตามที่
คณะกรรมการกําหนด

21.6 ใหค ําแนะนําแกบ ิดา มารดา หรอื ผูปกครอง หรอื บคุ คลซง่ึ นกั เรียนผู
น้นั อาศยั อยูในการเล้ียงดู อบรมและสงั่ สอนนักเรยี น

21.7 ทํารายงาน และความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเง่ือนไข ขอ 21.1
ขอ 21.2 ขอ 21.3 ขอ 21.4 ขอ 21.5 และขอ 21.6 เพ่ือเสนอตอ คณะกรรมการ

21.8 ปฏบิ ตั หิ นา ทอี่ นื่ ตามทไี่ ดร บั มอบหมาย จากคณะกรรมการหรอื โรงเรยี น
ขอ 22 ใหก ลมุ บรหิ ารวชิ าการใชค ะแนนความประพฤตขิ องนกั เรยี น เปน ขอ มลู ในการ
พิจารณาตัดสินการผานหรือไมผาน คุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียนในการจบการ
ศกึ ษาในแตล ะชว งชั้น
ขอ 23 ใหรองผูอํานวยการโรงเรียนกลุมบริหารวิชาการ และกลุมบริหารงานบุคคล
รักษาการตามระเบยี บนี้

ทัง้ นี้ มีผลบังคับใชต ง้ั แตป การศกึ ษา 2562
ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562

(นางสาวกรรณกิ า ไผทฉันท)
ผอู าํ นวยการโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั

ค‹ูมอื นกั เรียนและผปŒู กครอง 119

แนวปฏิบัติสาํ หรบั นักเรียนที่จะจบหลกั สูตร
มธั ยมศึกษาตอนตน และมธั ยมศึกษาตอนปลาย

(คะแนนความประพฤต)ิ

ตามระเบียบโรงเรียนสตรีศรีสรุ ิโยทัยวาดว ยการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม
และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคนกั เรียนโรงเรียนสตรีศรีสรุ ิโยทัย พ.ศ. 2559

***************************

1. นกั เรยี นท่ีจบหลกั สตู รจะตองมีคะแนนความประพฤตไิ มตา่ํ กวา 100 คะแนน
2. นกั เรยี นทม่ี คี ะแนนความประพฤติ 100 คะแนนและประพฤตติ ามเกณฑท ก่ี าํ หนด

ไวในระเบียบโรงเรยี นสตรีศรสี ุรโิ ยทัยวา ดว ยการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรมและ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคนักเรยี นโรงเรียนสตรศี รีสรุ โิ ยทัย พ.ศ. 2559 ใหเพมิ่
คะแนนความประพฤตใิ หกับนกั เรียน
3. นักเรียนท่ีถกู ตัดคะแนนความประพฤตติ ้งั แต 5 คะแนน - 35 คะแนน นกั เรยี น
ตอ งปรบั พฤตกิ รรมโดยใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาตนเองภายในโรงเรยี นและมี
ครปู ระจําชนั้ ผูดูแล ควบคมุ การทํากิจกรรม ลงลายมือชื่อรบั รองในสมุดบันทกึ ความดี

นกั เรยี นทถ่ี กู ตดั คะแนนความประพฤตติ งั้ แต 40 คะแนนขนึ้ ไป นกั เรยี น
ตองปรับพฤติกรรม โดยใหนักเรียนทํากิจกรรมพัฒนาตนเองภายในโรงเรียน
ดวยการนาํ เสนอโครงงาน ซ่งึ มคี ณะกรรมการกลมุ บรหิ ารงานบุคคล เปน ผูดูแล
ควบคุมการทํากิจกรรม
4. นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ทําใหคะแนนความประพฤติ ไมครบ
100 คะแนน ในแตละปก ารศึกษา จะถูกพิจารณาไมไ ดเลือ่ นช้นั ไมไดรับ
การพิจารณาทุนการศึกษาหรือเปลี่ยนสถานท่ีเรียนเนื่องจากขาดคุณลักษณะ
อันพึงประสงค

120 คู‹มอื นกั เรยี นและผูปŒ กครอง

เครือ่ งแบบของนักเรยี น ม.ตŒน

ไมกันคว้ิ และเขยี นคิว้ ผมทรงนกั เรยี น ตดั สนั้ ตรง ความยาววดั จาก
ไมแตงหนา ทาปาก ต่งิ หลู งมาไมเ กนิ 5 ซม. ปลายผมดานขา ง
และดานหลังเสมอกันไมดัดหรือซอย
ปกเครอื่ งหมาย  ติดกบ๊ิ ลวดสีดํา
ดวยไหมสีนา้ํ เงนิ เหนือ ศ.ท. กรณไี วผ มยาว
ม.1 ไวผ มยาวเสมอกนั ทกุ เสน ถกั เปย
ปก อกั ษรยอโรงเรยี นเหนือ
เลขประจาํ ตัว โดยใชเลขไทย 2 ขาง ยาวไมเกนิ 25 ซม.
ม.2 - ม.3 ไวผ มยาวเสมอกนั ทกุ เสน รวบ
ตดิ กระเปา 1 ใบ
ที่ชายเสอ้ื ดา นขวา ใหค วามสงู ระดบั หู ความยาว
ของผมไมเ กนิ 25 ซม.
คอซองใชส เี ดียวกบั กระโปรง
ชายสามเหลย่ี ม กวา ง 6 ซม.
ยาว 80 - 100 ซม. คอซองเมอื่ ผูกแลว
กวาง 6 ซม. ยาว 6 ซม. ตําแหนง
ของคอซองจะตองตรงกับกระดุมแปก
เมด็ บน (หรอื ใชค อซองสําเรจ็ รปู ตาม
แบบทีโ่ รงเรียนกาํ หนด)

ตวั เส้ือไมค บั หรือตวั ใหญเกินไป

ถงุ เทาไนลอ น สน้ั สขี าวแบบเรียบ กระโปรงผาสีกรมทา เกลี้ยงไมมี
ลอนเลก็ สวมแลว ตลบปลายพับลง ลวดลาย มีจีบดานหนาและดาน
ทข่ี อเทา กวา งประมาณ 4 ซม. หลงั จีบขา งละ 3 จบี จบี ลึก 3 ซม.
หรือถงุ เทาขอสนั้ ปดตาตมุ หนั จีบออกดา นนอก แลวเยบ็ เกลด็
ทบั จีบตํา่ จากขอบลงมา 6 ซม.
ความถ่ีแตละจีบ เวนระยะหางพอ
งาม ความยาวของกระโปรงคลมุ ใต
เขาลงไป 4 ซม. ขอบอยูเสมอเอว

หมายเหตุ เคร่ืองหมายระดบั ชั้น รองเทานักเรยี นหนงั สีดํา ไมม ีลวดลาย
ม.1 ปก  1 ดวง หมุ ปลายเทา หมุ สน หวั มน มสี ายรดั หลังเทา
ม.2 ปก 2 ดวง แบบตายตัว สน สูงไมเ กนิ 5 ซม.
ม.3 ปก  3 ดวง
ค‹มู อื นกั เรียนและผูŒปกครอง 121

เครอื่ งแบบของนักเรยี น ม.ปลาย

ผมหา มใสส ารทีท่ ําใหผมแขง็ ผมทรงนักเรียน ต้ัดสั้นตรงเสมอปกเส้ือ
หามใสน ้าํ มันหรือหา มโกรกและ ถายาวตองรวบใหเรียบรอย โดยรวบให
กดั สผี มและหา มตัดผม ความสูงระดบั หู ความยาวของผมไมเ กนิ
25 ซม. จากตาํ แหนงท่ผี ูกโบว
เสื้อปกเช้ิตผาตลอดสวนกวาง 7 ซม.
พับตลบเขา ขางในติดกระดุมสขี าว 4 เม็ด หามกันควิ้ และเขยี นคว้ิ
เสน ผาศูนยกลาง 1 ซม.
ไมแตงหนา ทาปาก

ปก เคร่ืองหมาย ▲ ดว ยไหม ตดิ เขม็ เคร่อื งหมายโรงเรียน
สีนํ้าเงนิ เหนือ ศ.ท.
ตัวเส้ือพอดีตัว ใสชายเส้ือไวใน
ปกอักษรยอ โรงเรยี นเหนอื เลข กระโปรง รมิ เสอ้ื ไมน าํ มาปด
ประจาํ ตวั โดยใชเ ลยไทย ทบั หัวเขม็ ขัด

เขม็ ขัดหนังสดี าํ เกล้ียงไมม อี ักษร กระโปรงผา สีกรมทา เกล้ียง
ใดๆ ประทบั อยู กวา งประมาณ ไมมีลวดลาย มีจีบดานหนา
4 ซม. หวั เขม็ ขัดรปู สีเ่ หลี่ยม และดา นหลงั จบี ขา งละ 3 จบี
ผนื ผา ชนดิ หัวกลดั หมุ หนังสีดาํ จบี ลกึ 1 น้วิ หนั จบี ออกดาน
มปี ลอกขนาดกวา ง 1.5 ซม. นอก แลว เย็บเกล็ดทบั จบี
สาํ หรบั สอดปลายเขม็ ขดั ต่าํ จากขอบลงมา 6 ซม.
ความถ่ีของแตละจีบ เวน
ถุงเทา ไนลอน ส้ันสีขาวแบบเรียบ ระยะหางพองามความยาว
ลอนเลก็ สวมแลวตลบปลายพบั ลง ของกระโปรงคลมุ ใตเ ขา ลงไป
ท่ีขอเทา กวา งประมาณ 4 ซม. 4 ซม. ขอบอยเู สมอเอว

หมายเหตุ เคร่ืองหมายระดบั ชน้ั รองเทา นกั เรยี นหนงั สดี ํา ไมมีลวดลาย
ม.4 ปก ▲ 1 ดวง หุมปลายเทาหมุ สน หัวมน มีสายรัดหลังเทา
ม.5 ปก ▲ ▲ 2 ดวง แบบตายตวั สนสูงไมเกนิ 5 ซม.
ม.6 ปก ▲ ▲ ▲ 3 ดวง

122 คมู‹ ือนกั เรยี นและผูŒปกครอง

เคร่ืองแบบพลศกึ ษา

ดŒานหนŒา ดาŒ นขาŒ ง

กระเปา‰ นักเรียน

กระเปาเคยี ง กระเปา เป กระเปาหนงั สดี าํ

ค‹มู อื นักเรยี นและผŒปู กครอง 123

เครอื่ งแบบการเรียนวิชากจิ กรรม

เคร่ือยงุวแบกบาชกาิจดกรรม เครอื่ งแบบกิจกรรม เคร่อื งแบบกิจกรรม
ผบŒู าํ เพ็ญประโยชน เนตรนารี

124 คูม‹ อื นักเรยี นและผปูŒ กครอง

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

วาดวยการลงโทษนักเรียนและนกั ศึกษา
พ.ศ. 2548

***************************

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัติคมุ ครองเดก็
พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร จงึ วางระเบียบวา ดวยการลงโทษนักเรยี น
และนกั ศึกษาไวด งั ตอ ไปน้ี

ขอ 1 ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการลงโทษนักเรียน
และนักศกึ ษา พ.ศ. 2548”

ขอ 2 ระเบียบนี้ใหใ ชบงั คับตง้ั แตวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปนตนไป
ขอ 3 ใหย กเลกิ ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษา
พ.ศ. 2543
ขอ 4 ในระเบียบนี้

“ผบู ริหารโรงเรียนหรอื สถานศึกษา” หมายความวา ครใู หญ อาจารยใหญ
ผูอํานวยการ อธิการบดี หรือหัวหนาของโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือตําแหนงที่เรียกชื่อ
อยางอื่นของโรงเรยี นหรอื สถานศึกษานน้ั

“กระทาํ ความผดิ ” หมายความวา การทนี่ กั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษาประพฤตฝิ า ฝน
ระเบยี บขอบงั คบั ของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรือกฎกระทรวงวา ดว ย
ความประพฤติของนกั เรียนและนักศกึ ษา

“การลงโทษ” หมายความวา การลงโทษนกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษาทกี่ ระทาํ ความผดิ
โดยมคี วามมุงหมายเพ่อื การอบรมส่ังสอน

ขอ 5 โทษทจี่ ะลงโทษแกน กั เรียนหรือนักศกึ ษาทก่ี ระทําความผิด มี 4 สถาน ดังนี้
(1) วากลาวตักเตอื น
(2) ทําทณั ฑบน
(3) ตดั คะแนนความประพฤติ
(4) ทํากจิ กรรมเพอ่ื ใหป รับเปล่ียนพฤตกิ รรม

คูม‹ ือนกั เรียนและผŒูปกครอง 125

ขอ 6 หามลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาดวยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกลง หรือ
ลงโทษดว ยความโกรธ หรอื ดว ยความพยาบาท โดยใหค าํ นงึ ถงึ อายขุ องนกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษา
และความรา ยแรงของพฤติการณประกอบการลงโทษดวย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาใหเปนไปเพื่อเจตนาท่ีจะแกนิสัยและความประพฤติ
ไมดีของนกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษาใหรสู ํานึกในความผดิ และกลบั ประพฤตติ นในทางท่ีดตี อ ไป

ใหผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผูท่ีผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา
มอบหมายเปน ผมู ีอาํ นาจในการลงโทษนักเรียน นกั ศกึ ษา

ขอ 7 การวา กลา วตกั เตอื นใชใ นกรณนี กั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษากระทาํ ความผดิ ไมร า ยแรง
ขอ 8 การทําทัณฑบนใชในกรณีนักเรียนหรอื นกั ศึกษาทปี่ ระพฤติตนไมเหมาะสมกับ
สภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงวาดวยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา
หรือกรณีทําใหเสื่อมเสียช่ือเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝาฝนระเบียบของ
สถานศึกษา หรอื ไดร บั โทษวา กลาวตกั เตอื นแลว แตย งั ไมเข็ดหลาบ
การทาํ ทณั ฑบ นใหท าํ เปน หนงั สอื และเชญิ บดิ ามารดาหรอื ผปู กครองมาบนั ทกึ รบั ทราบ
ความผิดและรับรองการทําทัณฑบนไวด วย
ขอ 9 การตดั คะแนนความประพฤติ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บปฏบิ ตั วิ า ดว ยการตดั คะแนน
ความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแตละสถานศึกษากําหนด และใหทําบันทึกขอมูล
ไวเปนหลกั ฐาน
ขอ 10 ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใชในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษา
กระทําความผิดทีส่ มควรตองปรับเปลีย่ นพฤติกรรม
การจัดกจิ กรรมใหเ ปนไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกาํ หนด
ขอ 11 ใหป ลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รกั ษาการใหเ ปน ไปตามระเบยี บนแ้ี ละใหม อี าํ นาจ
ตคี วามและวินิจฉยั ปญหาเกยี่ วกับการปฏิบัติตามระเบยี บน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548

(นายอดศิ ยั โพธารามิก)
รฐั มนตรวี าการกระทรวงศึกษาธิการ

126 คมู‹ อื นักเรยี นและผูปŒ กครอง

ตัวอย‹างใบลา

เขยี นท.่ี ..........................................................
วันที่................เดือน................................................................................
เร่อื ง ขออนุญาต (ลากิจ, ลาปว ย)..................................................
เรียน ครูประจําช้ัน ม.............../...............

เนื่องดวยดิฉัน (ด.ญ., น.ส.)........................................ นกั เรียนช้นั ม........../..........
มีกิจธุระ..................................................................................................................................
ปวยเปน..................................................................................................................................
ไมสามารถมาเรียนได จงึ ขอลาหยุดเรียนตัง้ แตว ันท่.ี ......... เดอื น.................... พ.ศ................
ถึงวันท่ี.......... เดอื น.............................. พ.ศ.....................

จงึ เรยี นมาเพอ่ื ขออนญุ าต (ลากจิ , ลาปวย)....................เปน เวลา....................วัน

ดวยความเคารพอยา งสูง
ลงช่ือ........................................
(..................................................)

คาํ รับรองของผปู กครอง
ขอรับรองวา ด.ญ., น.ส...................................................(มีกจิ ธุระ, ปว ย)..............................
และตองหยดุ เรยี นเปน เวลา........................................วนั จริง

ลงช่อื ........................................
(..................................................)
เรยี น รองผูอํานวยการกลุมบรหิ ารงานบุคคล
เพ่อื กรุณาทราบ
ลงช่ือ........................................
(..................................................)
ครปู ระจําชั้นระดับชั้น ม........./...........
วันที.่ ........เดอื น.......................พ.ศ............

คมู‹ อื นักเรยี นและผปŒู กครอง 127

ตวั อยา‹ งบตั รขออนุญาตเขŒาหอŒ งเรยี น

เลม ท่ี................. (สวนท่ี 1) เลม ท.่ี ................ (สว นท่ี 2)
เลขท่ี....................... เลขท่.ี ......................

บัตรขออนุญาตเขา หองเรียน บัตรขออนญุ าตเขาหองเรยี น

วนั ที่............................เดอื น........................................พ.ศ..................... วันท่ี............................เดอื น........................................พ.ศ.....................
ชื่อ...................................................................ช้นั ม............./................. ช่อื ...................................................................ชัน้ ม............./.................
มาสาย เพราะ...............................................................................  มาสาย เพราะ...............................................................................
ไดข ออนญุ าตเปนพิเศษ..................................................................... ไดข ออนุญาตเปนพเิ ศษ.....................................................................

เวลา......................................น. เวลา......................................น.

....................................ผูอนุญาต ....................................ผูอนญุ าต
(.................................................) (.................................................)
.................................ครปู ระจาํ ช้ัน
กลุมบริหารงานบคุ คล (.................................................)
เวลา.............................น.

สว นนี้นําสง ครูประจาํ ชัน้

เลมท.ี่ ................ (สว นที่ 3) เลขที่....................... ตวั อยา งบัตรอนญุ าตออกนอกหองเรยี น

บตั รขออนุญาตเขา หอ งเรยี น โรงเรียนสตรีศรสี รุ โิ ยทยั

วันท.ี่ ...........................เดอื น........................................พ.ศ..................... บตั รอนญุ าตออกนอกหอ งเรยี น
ชอื่ ...................................................................ช้นั ม............./.................
 มาสาย เพราะ............................................................................... 1. บัตรน้ีใชเม่ือนักเรียนมีความจําเปนตองออกนอกหองเรียนใน
ไดขออนุญาตเปน พิเศษ..................................................................... คาบเรยี นเทานนั้

เวลา......................................น. 2. นกั เรียนตอ งติดบัตรท่ีหนา อกเส้ือ ใหเ หน็ ชัดเจน
3. นกั เรยี นตองคนื บตั รทันที ทีเ่ ขา หอ งเรียน
....................................ผูอนุญาต
(.................................................) ผูอนญุ าต ครู.........................................
.................................ครูประจําชน้ั (.............................................)
(.................................................)
กลุม สาระฯ.............................................
เวลา.............................น.
สว นน้นี ําสงครูประจาํ ชัน้

(สว นท่ี 1) (สว นที่ 2)

เลม ที่................. เลขที่....................... เลมท.่ี ................ เลขที่.......................

บัตรขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียน บตั รขออนุญาตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น

โรงเรยี นสตรีศรีสรุ ิโยทัย โรงเรยี นสตรศี รสี รุ ิโยทยั

อนญุ าตให (น.ส., ด.ญ.)............................................................ อนุญาตให (น.ส., ด.ญ.)............................................................
ชั้น................ เลขประจําตวั ......................................................... ช้ัน................ เลขประจาํ ตวั .........................................................
ออกนอกบรเิ วณเพ่ือ................................................................... ออกนอกบริเวณเพอื่ ...................................................................
ระหวา ง.........................น. ถงึ ..................น. ระหวาง.........................น. ถงึ ..................น.
วันท่.ี ..................../................./.................... วนั ที.่ ..................../................./....................
ลงชื่อ.....................รองผอู าํ นวยการกลุมบริหารงานบุคคล ลงชอ่ื .....................รองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารงานบุคคล

128 คู‹มอื นกั เรียนและผปŒู กครอง

งานทุนและสวัสดกิ ารนักเรียน

งานทุนการศึกษา
1. ทนุ สงเสริมนักเรยี นเรียนดี
เปนทุนสงเสริมนักเรียนที่เรียนดีไดคะแนนยอดเย่ียมในแตละระดับช้ันเพื่อเปน
กําลังใจและเปนเกียรติแกนักเรียนท่ีมีความขยันหมั่นเพียรสมํ่าเสมอ เพ่ือเปนแบบอยาง
ทดี่ แี กน กั เรยี นทวั่ ไป ทนุ สง เสรมิ นกั เรยี นเรยี นดแี บง เปน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และระดบั
ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
ทุนการศึกษาใหแกนกั เรียนทม่ี คี ะแนนยอดเยย่ี มเปนอนั ดับที่ 1 ท่ี 2 ที่ 3 ของแตล ะ
ระดบั ชนั้ ในปก ารศกึ ษาน้ันๆ
ผทู ไี่ ดรบั คะแนนยอดเยยี่ มอนั ดับ 1 ทุนละ 3,000 บาท
ผทู ่ีไดร ับคะแนนยอดเยย่ี มอนั ดับ 2 ทนุ ละ 2,500 บาท
ผทู ีไ่ ดรับคะแนนยอดเย่ียมอนั ดบั 3 ทุนละ 2,000 บาท
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ทนุ การศึกษาใหแกนกั เรียนทม่ี คี ะแนนยอดเยยี่ มของแตล ะแผนการเรยี นโดยพจิ ารณา
จากผลการเรียน ทง้ั 2 ภาคเรยี น และนกั เรียนจะตอ งไดรบั ระดับคะแนนเฉล่ีย 3.0 ขนึ้ ไปดังนี้
กลุมสาระการเรียนรทู ีเ่ นน ภาษา
ผทู ่ไี ดรับคะแนนยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ทนุ ละ 3,000 บาท
ผูทไี่ ดรบั คะแนนยอดเยีย่ มอันดับท่ี 2 ทุนละ 2,500 บาท

กลุมสาระการเรยี นรูท เี่ นน ภาษาองั กฤษ -คณติ ศาสตร
ผูที่ไดร บั คะแนนยอดเยีย่ มอนั ดบั ท่ี 1 ทนุ ละ 3,000 บาท
ผูท่ไี ดร บั คะแนนยอดเยยี่ มอนั ดับที่ 2 ทนุ ละ 2,500 บาท

กลมุ สาระการเรียนท่ีเนน วทิ ยาศาสตร - คณิตศาสตร
ผูท่ีไดรบั คะแนนยอดเย่ียมอันดบั ท่ี 1 ทนุ ละ 3,000 บาท
ผูท่ไี ดร ับคะแนนยอดเยยี่ มอันดับท่ี 2 ทนุ ละ 2,500 บาท
ผทู ่ีไดร ับคะแนนยอดเยยี่ มอนั ดับท่ี 3 ทุนละ 2,000 บาท

คูม‹ อื นักเรยี นและผูŒปกครอง 129

2. ทนุ การศกึ ษานักเรยี น

เปน ทนุ ทโ่ี รงเรยี นไดร บั บรจิ าคจากผมู จี ติ ศรทั ธาบรจิ าคเงนิ เปน ทนุ การศกึ ษาจากอดตี

ผูบริหารโรงเรียน ครูเกา ศิษยเกา ครูปจจุบัน ผูปกครองนักเรียน สมาคมผูปกครอง

และครูสตรีศรีสุริโยทัย ศรีสุริโยทัยสมาคม มูลนิธิตางๆ และบุคคลทั่วไป เพ่ือนํามา

จดั สรรเงนิ ทนุ ชว ยเหลอื นกั เรยี นทม่ี คี วามประพฤตดิ แี ตข าดแคลนทนุ ทรพั ยท างดา นการศกึ ษา
}2. ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ทุนละ 4,000 บาท
จาํ นวนทุนประมาณปละ 300 ทนุ กําหนดเงินทุน
1. ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ทุนละ 3,000 บาท หรือขึ้นอยกู บั เจา ของทุน
เปน ผูเ จาะจง

คณุ สมบตั ิของผูรับทนุ

1. เปน ผูท ข่ี าดแคลนทุนทรัพยใ นการศึกษา

2. ไมเปนผทู ีไ่ ดร ับทุนอดุ หนนุ ประเภทอืน่ ๆ อยกู อนแลว

3. มคี วามประพฤตดิ ี ปฏิบัติตนตามระเบียบขอ บังคบั ของโรงเรียนอยางเครงครดั

4. เปนผทู ม่ี ีความสนใจทางดา นการเรยี น มีความมานะพยายาม

5. เปนผมู คี วามกตญั ู มีนํา้ ใจ บาํ เพ็ญตนใหเปนประโยชนตอผูอนื่

6. เปน ผูท ําช่ือเสยี งและคุณงามความดใี หกับโรงเรยี น

ข้ันตอนในการขอทุนการศึกษา

1. นกั เรยี นขอใบสมคั รทนุ การศกึ ษาทง่ี านทนุ และสวสั ดกิ ารนกั เรยี น หรอื ครปู ระจาํ ชน้ั

2. นักเรยี นย่นื ใบสมัครขอรบั ทนุ การศึกษาทงี่ านทนุ และสวัสดิการนกั เรียน

3. คณะกรรมการพจิ ารณาทนุ การศกึ ษาจะสมั ภาษณแ ละเยยี่ มบา นนกั เรยี นทข่ี อรบั ทนุ

การศึกษาเพ่ือพจิ ารณาผสู มควรไดรับทนุ การศึกษา

4. ประกาศชอ่ื นกั เรียนทีไ่ ดร บั ทุนการศึกษา

5. โรงเรยี นจัดพธิ มี อบทุนการศกึ ษา กับนักเรียนทไี่ ดร บั ทุนการศึกษา

6. จดั สง นกั เรยี นเขา รบั ทนุ การศกึ ษาภายนอกโรงเรยี นจากหนว ยงานตา งๆ ทม่ี อบทนุ

การศกึ ษากบั นกั เรียนโรงเรยี นสตรศี รสี รุ ิโยทัย

ขอ ปฏิบัติของนกั เรียนทนุ

1. นกั เรยี นทผ่ี า นการพจิ ารณาไดร บั ทนุ การศกึ ษา โรงเรยี นจะนาํ เงนิ ทนุ การศกึ ษา

ฝากเขา บัญชธี นาคารในนามของนกั เรียน

130 ค‹มู อื นักเรียนและผปŒู กครอง

2. ครูประจาํ ช้ันจะดแู ลสมดุ ธนาคารของนักเรยี นท่ีไดร บั ทุนการศกึ ษา
3. เม่ือนักเรียนมคี วามจําเปนตอ งการใชเ งินทุนขอใหนกั เรยี นติดตอ ครปู ระจําช้นั
4. รบั ใบเบิกทุนการศกึ ษานาํ ไปกรอกขอ มูลใหผูปกครองรับทราบ ย่ืนเบกิ เงนิ กับ

ครูประจําชัน้
5. นกั เรยี นตอ งเขยี นจดหมายขอบคณุ เจา ของทนุ และรายงานผลการเรยี นของนกั เรยี น

ใหเจา ของทนุ ไดร บั ทราบในโอกาสตางๆ เชน วนั ข้นึ ปใหม ฯลฯ
3. ทุนอาหารกลางวนั

ทนุ อาหารกลางวนั เปน ทนุ สาํ หรบั นกั เรยี นทไ่ี มม อี าหารกลางวนั รบั ประทาน ไดร บั ประทาน
อาหารกลางวนั จะไดม สี ขุ ภาพรา งกายทแี่ ขง็ แรง ผลการเรยี นดขี นึ้ ทนุ อาหารกลางวนั โรงเรยี น
ไดร บั ความอนเุ คราะหจ ากเงนิ อดุ หนนุ โครงการ ปจ จยั พนื้ ฐาน และไดร บั บรจิ าคจากผมู เี มตตาจติ
เฉพาะนักเรยี นระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน

นักเรียนทีผ่ า นการพจิ ารณาใหไดรับทุนอาหารกลางวนั จะไดร ับทุนวนั ละ 30 บาท
4. กองทุนเงนิ ใหกยู ืมเพอื่ การศึกษา (กยศ.)

เปนกองทุนเงินใหกูยืมเพ่ือการศึกษาแกนักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย
(ม.4 - ม.6) ทม่ี าจากครอบครวั ที่มีรายไดน อย (รายไดบ ดิ า มารดา ของนักเรียนรวมกัน
ไมเ กนิ 120,000-200,000 บาทตอ ป) และจะตอ งมชี วั่ โมงจติ อาสาอยา งนอ ยปล ะ 40 ชว่ั โมง
ทงั้ ปกอนหนา ทจี่ ะขอทนุ และทุกปท ่ีอยูในชวงการรับทุน กยศ.

งานสวสั ดกิ ารนกั เรยี น
1. การขอหนังสอื รับรอง

นักเรียนกรอกขอมูลสวนตัวท่ีงานบริหารบุคคล เพ่ือจัดทําเอกสารรับรอง
ความประพฤติ

2. การทาํ บตั รประจาํ ตวั นักเรยี น
2.1 ยน่ื คํารอง
2.2 คา ธรรมเนียมทําบัตรใหม 100 บาท
2.3 คา บรกิ ารระบบปละ 300 บาท

คม‹ู ือนักเรียนและผŒปู กครอง 131

ใบรับรองความประพฤติ

โรงเรยี น สตรีศรีสุรโิ ยทัย
อําเภอ / เขต สาทร จงั หวัด กรงุ เทพมหานคร
ขอรบั รองวา นางสาว............................................................................................................
เลขประจาํ ตวั ...........................เกิดวนั ที.่ ...........เดือน..................................พ.ศ. .................
ช่อื -ชอื่ สกลุ บดิ า...................................ชือ่ - ช่ือสกลุ มารดา....................................................

กาํ ลงั ศกึ ษาอยใู นระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท .่ี ....................................ปก ารศกึ ษา........................
เปน ผูม คี วามประพฤตเิ รยี บรอ ย

ออกให ณ วนั ท.่ี ..................................................................................................

(ลงชื่อ)
(นางสาวกรรณกิ า ไผทฉนั ท)

ผูอาํ นวยการโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทัย

(ใบรบั รองฉบับน้ีมีอายุ 60 วนั นับต้งั แตวนั ทอ่ี อกให)

132 คู‹มอื นกั เรียนและผŒปู กครอง

งานระบบดูแลช‹วยเหลอื นักเรยี น

ระบบดูแลชวยเหลือนักเรียนเปนกระบวนการดําเนินงานดูแลชวยเหลือนักเรียนอยาง
มขี น้ั ตอน พรอ มดว ยวธิ กี ารและเครอ่ื งมอื การทาํ งานทช่ี ดั เจน โดยมคี รปู ระจาํ ชนั้ เปน บคุ ลากร
หลกั ในการดาํ เนนิ การดงั กลา ว และมกี ารประสานความรว มมอื อยา งใกลช ดิ กบั ครทู เี่ กยี่ วขอ ง
หรอื บุคลากรภายนอก รวมท้งั การสนับสนนุ สงเสรมิ จากโรงเรียน

งานระบบดูแลชว ยเหลือนกั เรียน หมายถงึ การสงเสรมิ การปองกนั และการแกไ ข
ปญหาโดยมีวิธีการและเคร่ืองมือสําหรับครูประจาํ ชั้นและบุคลากรที่เก่ียวของเพื่อใชในการ
ดาํ เนนิ งานพฒั นานกั เรยี นใหม คี ณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคแ ละปลอดจากสารเสพตดิ มกี ระบวนการ
ดาํ เนินงานโดยครูท่ีปรึกษาเปนบุคลากรหลักในการปฏิบัติงาน มีองคประกอบสาํ คัญ
5 ประการคอื

1. การรูจักนักเรียนเปนบุคคล ซึ่งครอบคลุม ดานความสามารถ (ดานการเรียน
ความสามารถดา นอ่ืนๆ) ดา นสุขภาพ (รางกาย จติ ใจ อารมณ) ดา นครอบครัว (เศรฐกจิ
การคุมครองนกั เรียน) ดา นอนื่ ๆ (สารเสพติด ความสมั พันธทางเพศ)

2. การคดั กรองนกั เรยี น โดยจดั กลมุ นกั เรยี นออกเปน 3 กลมุ คอื กลมุ ปกติ กลมุ เสย่ี ง
และกลมุ มปี ญหา

3. การสงเสริมพัฒนานักเรียนทุกคนท่ีอยูในการดูแล โดยการจัดกิจกรรมโฮมรูม
(Homeroom) กิจกรรมประชมุ ผปู กครองในชั้นเรียน (Classroom Meeting)

4. การปองกันและแกไขปญหาของนักเรียนกลุมเส่ียงและกลุมมีปญหาดวยวิธีการ
การใหค าํ ปรกึ ษาแนะนาํ ชว ยเหลอื การจดั กจิ กรรมตา งๆ เพอ่ื ปอ งกนั และแกไ ขปญ หานกั เรยี น
โดยใชกิจกรรมในชั้นเรียน กิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมซอมเสริม กิจกรรมส่ือสาร
กับผปู กครอง เปนตน

5. การสง ตอ นกั เรยี น ในกรณที ปี่ ญ หาบางอยา งทคี่ รปู ระจาํ ชนั้ ไมส ามารถแกไ ขปญ หา
จะบันทึกสงตอ ครแู นะแนว กลุม บรหิ ารงานบคุ คล หรือสงตอ ผูเชยี่ วชาญภายนอก

ค‹ูมอื นักเรียนและผูŒปกครอง 133

แผนภูมิแสดงกระบวนการดาํ เนินงาน

ตามระบบดแู ลช‹วยเหลือนกั เรยี น

รจู ักนกั เรียนเปนรายบคุ คล

คัดกรองนักเรียน

กลมุ ปกติ กลุม เสย่ี ง/มปี ญหา

การสง เสรมิ นกั เรียน ปองกันและแกไ ขปญ หา

พฤตกิ รรม
ดขี น้ึ หรอื ไม

ไมด ขี น้ึ /ยากตอ
การชว ยเหลอื
สงตอ (ภายในโรงเรยี น)

134 คมู‹ ือนกั เรยี นและผปูŒ กครอง

คณะกรรมการบริหารเครอื ข‹ายผปŒู กครอง
โรงเรยี นสตรีศรสี ุริโยทยั

ประธาน

รองประธาน
เลขานกุ าร

คณะกรรมการระดบั คณะกรรมการระดับ คณะกรรมการระดับ
หองเรียนระดับ หองเรียนระดบั หองเรียนระดับ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5

คณะกรรมการระดับ คณะกรรมการระดับ คณะกรรมการระดับ
หอ งเรียนระดับ หอ งเรยี นระดบั หองเรยี นระดบั

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 2 ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6

คณะกรรมการเครือขายผูปกครองประกอบดว ย

1. คณะกรรมการระดบั หอ งเรยี น จาํ นวนไมน อ ยกวา 5 คน ประกอบดว ย ประธาน รองประธาน
เลขานุการ นายทะเบียน ประชาสมั พนั ธ โดยการคัดเลือกจากผูปกครองของแตล ะหองเรยี น

2. คณะกรรมการระดบั ชน้ั เรยี น ประกอบดว ย ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร นายทะเบยี น
และประชาสมั พนั ธ โดยการคดั เลอื กจากคณะกรรมการระดบั หอ งเรยี นของระดบั ชน้ั เรยี น
นั้นๆ หองละ 2 คน ผูแทนของระดับช้ันเรียนประกอบดวยประธานและเลขานุการ
ของกรรมการ ระดับหอ งเรยี น

3. คณะกรรมการระดบั โรงเรยี น ประกอบไปดวย คณะกรรมการเครือขา ยผูป กครองท้งั สิ้น
จํานวน 13 คน คณะกรรมการระดับโรงเรียน ไดมาโดยการคัดเลอื กมาจากประธานและ
เลขานุการของแตละระดับช้ันเรียนทั้งหมด จํานวน 12 คน ประกอบดวย ประธาน
รองประธานคนท่ี 1 รองประธานคนที่ 2 เลขานกุ าร ผชู ว ยเลขานกุ าร ประชาสัมพนั ธ
ผชู วยประชาสมั พันธ นายทะเบียน ปฏคิ ม และกรรมการท่ีเหลอื เปนกรรมการกลาง
กรณที ผี่ แู ทนของระดบั ชน้ั ใด ไดร บั การคดั เลอื กเปน ประธานเครอื ขา ยผปู กครอง ใหเ ลอื ก
ผแู ทนของระดับชั้นข้นึ มาแทนตําแหนง ทีว่ าง เพื่อใหค รบจาํ นวน 13 คน

ค‹มู อื นักเรยี นและผŒูปกครอง 135

ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
วาดวยเครือขา ยผปู กครอง
พุทธศกั ราช 2551

***************************

เพ่ือใหการบริหารและการจัดการเก่ียวของกับเครือขายผูปกครองเปนไปอยาง
มปี ระสทิ ธภิ าพสอดคลอ งกบั พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไ ขเพม่ิ เตมิ
(ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา 30 วรรค 3 แหง พระราชบญั ญัติ
ระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 และขอ 1 (3) (7) ของกฎกระทรวง
แบง สวนราชการสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษา พ.ศ. 2546
จงึ กาํ หนดวางระเบยี บ เพอื่ เปน แนวทางในการบรหิ ารและจดั การรว มกนั ระหวา งสถานศกึ ษา
กับผูป กครอง ไวดงั น้ี

ขอ 1 ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
วา ดว ยเครือขา ยผปู กครอง พ.ศ. 2551”

ขอ 2 ระเบียบน้ใี หใชบ งั คบั ตั้งแตว นั ถดั จากวันประกาศเปน ตน ไป
ขอ 3 บรรดาระเบยี บ ขอ บงั คบั ประกาศ และคาํ สง่ั อนื่ ใด ทข่ี ดั หรอื แยง กบั ระเบยี บน้ี
ใหใ ชร ะเบยี บนแี้ ทน
ขอ 4 ระเบียบนี้ ใชบังคับสําหรับสถานศึกษาสังกัด สํานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานทจ่ี ดั การศกึ ษา ชว งชน้ั ท่ี 3-4 สาํ หรบั สถานศกึ ษาทจี่ ดั การศกึ ษาแตกตา ง
ไปจากนี้ หากจะดําเนนิ การเครือขา ยผูปกครองใหถ อื บงั คบั ใชร ะเบียบนโ้ี ดยอนุโลม
ขอ 5 นยิ ามศพั ท ในระเบยี บน้ี

“เครอื ขา ยผปู กครอง” หมายความวา การรวมกนั ระหวา งผปู กครองนกั เรยี น
ในสถานศกึ ษาเดยี วกนั เพอ่ื รว มมอื กบั สถานศกึ ษาในการประกอบกจิ กรรมดา นการพฒั นาการ
การเรยี นรแู ละพฤติกรรมของนกั เรียน

“ผปู กครอง” หมายความวา บดิ า มารดา หรอื มารดา ซง่ึ เปน ผใู ชอ าํ นาจปกครอง
หรือผูปกครองตามกฎหมายแพงและพาณิชย และหมายความรวมถึงบุคคลท่ีนักเรียน
อยูด วยเปน ประจาํ หรือนักเรียนอยรู ับใชการงาน

“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการเครอื ขา ยผปู กครองในสถานศกึ ษา

136 คม‹ู อื นักเรยี นและผปŒู กครอง

ขอ 6 วัตถุประสงคของเครอื ขา ยผปู กครอง
เพือ่ การดําเนนิ งานสรางความสัมพนั ธอันดรี ะหวางสถานศกึ ษากบั ผปู กครอง
เพ่ือใหผูปกครองมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรูและพฤติกรรม

ของนกั เรยี น
เพอ่ื ใหม กี ารแลกเปลยี่ นความรู ประสบการณแ ละแนวคดิ ระหวา งผปู กครอง ครู

และนักเรยี นในสถานศึกษา
ขอ 7 คณะกรรมการ
คุณสมบัตขิ องคณะกรรมการเครือขายผปู กครอง
(1) เปน บดิ า มารดา หรอื ผปู กครองของนกั เรียนปจจุบนั
(2) ผูปกครองตองเปนผูท่ีบรรลุนิติภาวะและตองดูแลอุปการะนักเรียน

ท่ีแทจริง โครงสรา ง องคป ระกอบ และจํานวนของคณะกรรมการใหสถานศกึ ษากาํ หนด
ไดตามความเหมาะสม

การพนจากตําแหนง ของกรรมการ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัตติ ามท่ีไดก าํ หนดไวในขอ 7
(4) มติท่ีประชุมของคณะกรรมการรวมกับผูบริหารสถานศึกษาพิจารณา
ใหพนจากสภาพเปนคณะกรรมการ กรณีที่พบวาคณะกรรมการไดกระทําการสอไปในทาง
เจตนาแสวงหา หรอื ไดมาซง่ึ ผลประโยชนแ ละสิทธิประโยชนต า งๆ เพอื่ ตนเอง หรือผูอ่ืน
(5) สิ้นสุดวาระ

วาระการดาํ รงตําแหนงของคณะกรรมการ ใหมีวาระคราวละ 1 ป
ขอ 8 บทบาทและหนาทข่ี องคณะกรรมการ

(1) รวมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา ดานพัฒนาการเรียนรูและ
พฤติกรรมของนักเรยี น โดยผานความเห็นชอบจากผบู ริหารสถานศกึ ษา

(2) รว มสรางความสมั พันธอ ันดี ระหวา งครูและผูปกครอง
(3) สนับสนนุ การพัฒนาการเรยี นการสอนของสถานศึกษา
(4) เสนอขอคิด ขอเสนอแนะในการพัฒนาที่จะเปนประโยชนแกนักเรียน
และสถานศึกษา
(5) รวมกับสถานศึกษา จัดใหมีการประชุม ระหวางคณะกรรมการกับ
ผูปกครองตามความเหมาะสม อยา งนอยปล ะ 2 คร้งั

ค‹มู อื นกั เรียนและผูปŒ กครอง 137

(6) สรุปและรายงานผลการดําเนินงานของคณะกรรมการ อยางนอยปละ
1 ครัง้ ในทีป่ ระชุมใหญของผปู กครองนักเรยี น

ขอ 9 ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั ครเู ปน ผปู ระสานงานกบั คณะกรรมการตามความเหมาะสม
ขอ 10 ใหส ถานศกึ ษาดาํ เนนิ การใหไ ดค ณะกรรมการโดยเรว็ อยา งชา ภายในภาคเรยี นท่ี1
ของทกุ ป
ขอ 11 ใหผบู ริหารสถานศึกษาเปนผแู ตงต้งั คณะกรรมการ
ขอ 12 ใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสนับสนุนและพัฒนาการดําเนินการของ
คณะกรรมการ
ขอ 13 คณะกรรมการทสี่ ถานศกึ ษาจดั ตง้ั ขนึ้ หรอื มอี ยกู อ นระเบยี บนใี้ ชบ งั คบั ใหด าํ เนนิ การ
ตอไปจนกวาจะสิ้นสดุ วาระ
ขอ 14 ใหผ บู รหิ ารสถานศกึ ษากาํ หนดระเบยี บ วธิ กี าร เพมิ่ เตมิ ไดต ามความเหมาะสม
แตตองไมขดั หรอื แยงกับระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
กษมา วรวรรณ ณ อยธุ ยา

(คุณหญงิ กษมา วรวรรณ ณ อยธุ ยา)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน

138 คม‹ู อื นักเรียนและผŒูปกครอง

ระเบียบโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย
วาดวยเครือขา ยผปู กครอง
พทุ ธศกั ราช 2562

***************************

เพอ่ื ใหก ารบรหิ ารและการจดั การเกย่ี วกบั เครอื ขา ยผปู กครองเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สอดคลอ งกบั พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 และท่แี กไขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 30 วรรค 3 แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 และขอ 1 (3) (7) ของกฎกระทรวง แบง สว นราชการ
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2546 และระเบยี บสาํ นกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานวา ดว ยเครอื ขา ยผปู กครองพ.ศ.2551 จงึ กาํ หนดวางระเบยี บ
เพ่ือเปนแนวทางในการบริหารและจัดการรวมกันระหวางสถานศึกษากับผูปกครอง
ของโรงเรยี นสตรีศรีสุริโยทยั ไวด งั นี้

ขอ 1 ระเบยี บนเี้ รยี กวา “ระเบยี บโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั วา ดว ยเครอื ขา ยผปู กครอง
พ.ศ. 2554”

ขอ 2 ระเบยี บนีใ้ หใชบ ังคบั ตัง้ แตว ันถดั ไปจากวนั ประกาศเปนตนไป
ขอ 3 ใหย กเลกิ ระเบยี บแนวปฏบิ ตั โิ รงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั วา ดว ยเครอื ขา ยผปู กครอง
พ.ศ.2546 และระเบยี บ ขอ บงั คับ ประกาศ และคําสั่งอื่นในสว นทก่ี ําหนดไวในระเบียบน้ี
หรอื ซงึ่ ขดั แยง กับระเบียบนี้ใหใชร ะเบยี บนีแ้ ทน
ขอ 4 นยิ ามศัพท ในระเบียบนี้
“เครอื ขา ยผปู กครอง” หมายความวา การรว มกนั ระหวา งผปู กครองนกั เรยี นในสถานศกึ ษา
เดียวกันเพื่อรวมมือกับสถานศึกษาในการประกอบกิจกรรมดานการพัฒนาการเรียนรูและ
พฤติกรรมของนักเรยี น
“ผปู กครอง” หมายความวา บดิ า มารดา หรอื บดิ าหรอื มารดา ซ่ึงเปน ผใู ชอาํ นาจ
ปกครองหรือผูปกครองตามประมวลกฎหมายแพงพาณิชย และหมายความรวมถึงบุคคล
ทน่ี ักเรียนอยูดว ยเปน ประจําหรือทีน่ กั เรยี นอยูรบั ใชก ารงาน

คูม‹ อื นักเรยี นและผŒูปกครอง 139

“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการเครอื ขา ยผูป กครอง
ขอ 5 วัตถุประสงคของเครือขายผปู กครอง

(1) เพอื่ การดาํ เนนิ การสรา งความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา งสถานศกึ ษากบั ผปู กครอง
(2) เพื่อใหผูปกครองมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรูและ
พฤติกรรมของนกั เรียน
(3) เพอื่ ใหม กี ารแลกเปลยี่ นความรู ประสบการณแ ละแนวคดิ ระหวา งผปู กครอง
ครแู ละนกั เรียนในสถานศกึ ษา
(4) เพื่อจัดกิจกรรมตา งๆ ใหเ กิด ความรูเ ปนประสบการณสาํ หรบั นักเรยี น
สามารถชวยเหลือตนเองได ดํารงไวซ ึ่งวฒั นธรรมประเพณี และการละเวนอบายมขุ ท้ังปวง
เพื่อสงเสรมิ ความสามัคคี ชวยเหลือเกอื้ กลู กนั และกันตลอดถงึ การอนรุ กั ษส่งิ แวดลอ ม
(5) เพ่ือใหม กี ารติดตอสอื่ สารกบั ผูป กครองอยางรวดเร็วและมีประสทิ ธิภาพ
ขอ 6 ระเบยี บและหนาทีข่ องคณะกรรมการเครือขา ยผปู กครอง
(1) คณะกรรมการระดับหองเรยี นมีจาํ นวนไมน อยกวา 5 คน ประกอบดว ย
ประธาน รองประธาน เลขานุการ นายทะเบียนและประชาสัมพนั ธ โดยการคัดเลอื กจาก
ผปู กครองของแตละหองเรียน
(2) คณะกรรมการระดบั ชนั้ เรยี นประกอบดว ย ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร
นายทะเบยี นและประชาสมั พนั ธ โดยคดั เลอื กจากคณะกรรมการระดบั หอ งเรยี นของชนั้ เรยี น
นัน้ ๆ ระดับหองละ 2 คน ผูแ ทนของระดบั ชน้ั เรยี นประกอบดว ยประธานและเลขานุการของ
กรรมการระดับหอ งเรยี น
(3) คณะกรรมการระดับโรงเรียนประกอบไปดวยคณะกรรมการเครือขาย
ผปู กครองทง้ั สิ้น จํานวน 13 คน
(4) การไดมาซึ่งคณะกรรมการระดบั โรงเรียน ไดมาโดยการคัดเลือกมาจาก
ประธาน และเลขานกุ ารของแตล ะระดับช้ันเรยี นทงั้ หมด จาํ นวน 12 คน ประกอบดว ย
ประธาน รองประธานคนที่ 1 รองประธานคนที่ 2 เลขานกุ าร ผชู ว ยเลขานกุ าร ประชาสมั พนั ธ
ผูชว ยประชาสัมพันธ นายทะเบยี น ปฏคิ ม เหรญั ญกิ ตาํ แหนงอน่ื ตามความเหมาะสมและ
กรรมการที่เหลือเปน กรรมการกลาง โดยรองผูอ ํานวยการกลุม บรหิ ารงานบุคคล หวั หนา
งานสง เสรมิ ความรว มมอื ระหวา งบา น โรงเรยี นและชมุ ชนหวั หนา ระดบั ครใู นระดบั ชน้ั เรยี นละ
3 คน เปน กรรมการระดบั โรงเรียน โดยตาํ แหนง
(5) กรณีท่ีคณะกรรมการของระดับใดไดรับการคัดเลือกเปนประธาน
คณะกรรมการระดบั โรงเรยี นใหเ ลอื กผแู ทนของระดบั ชน้ั นนั้ โดยคณะกรรมการระดบั ชนั้ นนั้
เปนผูสรรหาขึน้ มาแทนตําแหนงทว่ี างลง

140 คู‹มือนักเรยี นและผูปŒ กครอง

ขอ 7 คณะกรรมการ
คณุ สมบตั ขิ องคณะกรรมการ

1. เปนบิดา มารดา หรอื ผปู กครองของนักเรียนปจ จุบัน
2. ผปู กครองตอ งเปน ผทู บ่ี รรลนุ ติ ภิ าวะและตอ งดแู ลอปุ การะนกั เรยี นทแี่ ทจ รงิ
และมีสถานภาพเปนผปู กครองนักเรียนในปจจุบันในสถานศกึ ษา โดยชอบธรรมตามกฎหมาย
3. ประกอบอาชพี สุจริต มที อี่ ยูอาศยั เปนหลักแหลง แนนอน
4. ไมเปน โรคติดตอรายแรงหรือโรคที่สังคมรังเกยี จ
การพน จากตําแหนงของคณะกรรมการ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคณุ สมบตั ิตามทไี่ ดกาํ หนดไวในขอ 7
(4) มตทิ ป่ี ระชมุ ของคณะกรรมการการรว มกบั ผบู รหิ ารสถานศกึ ษาพจิ ารณา
ใหพนจากสภาพเปนคณะกรรมการ กรณีที่พบวาคณะกรรมการไดกระทําการสอไปในทาง
เจตนาแสวงหาหรือไดมาซึง่ ผลประโยชนแ ละสทิ ธปิ ระโยชนต า งๆ เพ่อื ตนเองหรือผูอ ่ืน
(5) สิน้ สุดวาระ
วาระการดาํ รงตาํ แหนงของคณะกรรมการ ใหมวี าระคราวละ 1 ป นบั ตง้ั แตวาระท่ไี ดรับ
การคดั เลือกสน้ิ สุดในวนั ท่เี ครือขายผูป กครองชุดใหม ไดรบั การคัดเลือก
ขอ 8 บทบาทและหนาทีข่ องคณะกรรมการ
(1) รว มสนบั สนนุ กจิ กรรมของสถานศกึ ษา ดา นพฒั นาการเรยี นรู และพฤตกิ รรม
ของนกั เรียนโดยความเหน็ ชอบ จากผูบริหารสถานศึกษา
(2) รวมสรา งความสัมพันธอ นั ดี ระหวา งครูและผปู กครอง
(3) สนบั สนนุ การพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษา
(4) เสนอขอ คดิ ขอ เสนอแนะในการพฒั นาทจ่ี ะเปน ประโยชนแ กน กั เรยี นและ
สถานศึกษา
(5) รว มกบั สถานศกึ ษา จดั ใหม กี ารประชมุ ระหวา งคณะกรรมการกบั ผปู กครอง
ตามความเหมาะสมอยางนอ ยปละ 2 ครงั้
(6) เครอื ขา ยผปู กครองระดบั หอ งเรยี นจดั ทาํ ทาํ เนยี บนกั เรยี นและผปู กครอง
โดยละเอยี ด และสง มอบสําเนาใหเลขานกุ ารเครือขา ยผูป กครองในระดบั ชัน้ เรยี นและระดับ
โรงเรียนใหเ ปน ปจจุบัน

ค‹ูมือนกั เรียนและผปูŒ กครอง 141

(7) เครือขายผูปกครองในระดับโรงเรียนจะตองรวบรวมขอมูลและกิจกรรม
ของแตล ะระดบั ชน้ั เพอ่ื กาํ หนดกรอบแผนงานโครงการนาํ เสนอโรงเรยี น เพอื่ ดาํ เนนิ การตอ ไป

(8) ใหเครือขายผูปกครองทุกระดับดําเนินกิจกรรมตางๆ ตามที่โรงเรียน
ขอความรวมมือหรือตามท่ีเครือขายเสนอ และโครงการอนุมัติจากผูบริหารสถานศึกษา
โดยยดึ ถอื แนวปฏบิ ัติของสถานศึกษาเปนหลกั

(9) ใหเครือขายผูปกครองระดับโรงเรียนสรุปและรายงานผลการดําเนินงาน
ของคณะกรรมการ อยา งนอยปล ะ 1 คร้งั ในทปี่ ระชมุ ใหญข องผปู กครองนักเรียน

ขอ 9 ใหสถานศกึ ษาแตงตง้ั ครูเปน ผปู ระสานงานกับเครอื ขา ยผปู กครองในทุกระดับ
ขอ 10 การแกไ ขระเบยี บนส้ี ามารถกระทาํ ไดต ามความเหมาะสม ตามสมยั แหง กาลเวลา
โดยใหผูเสนอขอแกไข ยื่นญัตติ ขอแกไขระเบียบตอคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง
ระดบั โรงเรยี นพจิ ารณาและตอ งไดร บั มตใิ หแ กไ ขดว ยเสยี ง 3 ใน 4 ของจาํ นวนคณะกรรมการ
ครบองคป ระชมุ ทมี่ าประชมุ องคป ระชมุ ใหถ อื จาํ นวนกง่ึ หนง่ึ ของคณะกรรมการ โดยมกี าํ หนด
เงือ่ นไข การแกไขดังน้ี

(1) การแกไขระเบียบนใี้ หสามารถกระทําได 1 ป ตอ ครง้ั หรอื กรณีมเี หตุ
แหง ความจาํ เปน โดยเรงดวนและท่ปี ระชมุ คณะกรรมการมีมติเปนเอกฉนั ท ใหทาํ การแกไข

(2) การแกไ ขระเบยี บแตล ะคร้ังตองแลว เสรจ็ ภายใน 60 วัน
ขอ 11 ใหส ถานศกึ ษาดาํ เนนิ การใหไ ดค ณะกรรมการ โดยเรว็ อยา งชา ภายในภาคเรยี นที่1
ของทุกป
ขอ 12 ใหผบู ริหารสถานศกึ ษาเปนผแู ตง ตัง้ คณะกรรมการ
ขอ 13 ใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สนับสนุนและพัฒนาการดําเนินงานของ
คณะกรรมการ
ขอ 14 ใหผูบริหารสถานศึกษากํากับดูแลใหเปนไปตามระเบียบนี้ และเปนผูลงนาม
ประกาศแตงตงั้ คณะกรรมการเครอื ขา ยผูปกครองไดกรณสี ิ้นสดุ วาระ ตามขอ 7 (5)

ประกาศ ณ วันท่ี 1 พฤษภาคม 2562

(นางสาวกรรณิกา ไผทฉนั ท)
ผูอํานวยการโรงเรยี นสตรีศรสี รุ ิโยทัย

142 ค‹ูมอื นกั เรียนและผูปŒ กครอง

งานสบ‹งŒาเสนรมิโรคงวเราียมนรแ‹วลมะชมุมือชรนะหวา‹ ง

1. ประสานสมั พนั ธแ ละสรา งความคนุ เคยเพอ่ื ใหช มุ ชนบรเิ วณใกลเ คยี งเขา มามสี ว นรว ม
ในการจดั การศึกษาของโรงเรยี น

2. สงเสริมความเขมแข็งใหกับชุมชนและสรางความสัมพันธกับสถานศึกษาองคกรตางๆ
ท้งั ของภาครฐั และเอกชน

3. จัดกจิ กรรมเพ่อื สงเสรมิ ใหคนในชมุ ชนมีสุขอนามัยและสงิ่ แวดลอ มท่ีดี
4. ใหบรกิ ารสถานที่ อุปกรณแ ละความรว มมือในการจดั กิจกรรมเพือ่ ชมุ ชน
5. ใหค วามรเู กี่ยวกบั การรณรงค เรือ่ งโรคเอดส สารเสพติด ฯลฯ แกช มุ ชน
6. รว มมอื กบั ชมุ ชนโดยสง ครู - อาจารยแ ละนกั เรยี นไปรว มกจิ กรรม ปฏบิ ตั งิ านสาํ คญั

ตา งๆ ท้งั ภาครัฐและเอกชน
7. สง เสรมิ ทกั ษะอาชพี ใหกบั ผูปกครอง นกั เรียน และชมุ ชน

ค‹ูมอื นักเรยี นและผŒูปกครอง 143

ระเบียบโรงเรียนสตรีศรีสรุ ิโยทัย

วา ดว ย สภานักเรียน พ.ศ.2563

***************************

ดว ยโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั เหน็ ควรใหม สี ภานกั เรยี นเพอื่ เปน การสง เสรมิ การปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนพระประมุขและใหนักเรียนมีสวนรวม
ในการประกอบกิจกรรมของโรงเรียน รวมทั้งเปนการฝกฝนการทํางานเปนหมูคณะ จึงได
ออกระเบียบไวด งั นี้

หมวดที่ 1

บททัว่ ไป

ขอ 1 ระเบยี บนเี้ รยี กวา "ระเบยี บโรงเรยี นสตรศี รสี รุ โิ ยทยั วา ดว ยสภานกั เรยี น พ.ศ. 2563"
ขอ 2 ระเบยี บน้ีมีผลบงั คับใชตง้ั แตวนั ประกาศเปนตนไป
ขอ 3 "โรงเรียน" หมายถงึ โรงเรยี นสตรศี รสี รุ ิโยทัย
ขอ 4 "สภานกั เรยี น" หมายถงึ คณะกรรมการสภานกั เรยี น หวั หนา หอ ง หรอื ผแู ทนหอ งเรยี น
ทีไ่ ดรับการแตงต้งั จากโรงเรยี นใหท าํ หนา ที่ดําเนนิ กิจกรรมนกั เรียน ท่โี รงเรียนเหน็ สมควร
ขอ 5 "คณะกรรมการทปี่ รกึ ษาสภานกั เรยี น" หมายถงึ คณะครทู ไ่ี ดร บั การแตง ตง้ั จากโรงเรยี น
ใหทาํ หนา ทเ่ี ปน ท่ปี รึกษาสภานกั เรียน

หมวดที่ 2

วตั ถปุ ระสงค

ขอ 6 คณะกรรมการสภานกั เรยี นมวี ตั ถปุ ระสงคเพือ่
(1) เพอื่ ปลกู ฝง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ  ทรงเปน ประมขุ
(2) เพอ่ื ใหนักเรียนรจู กั บทบาท หนา ทขี่ องตนเอง และผอู ่นื
(3) เพอื่ สง เสริมใหน กั เรยี นรูจักการทํางานอยา งเปนระบบ
(4) เพ่ือใหนกั เรยี นมสี วนรว มในการจดั กจิ กรรมของโรงเรียน
(5) เพือ่ ใหน ักเรยี นมสี วนรวมในการพัฒนาโรงเรยี นในดา นตางๆ

144 คูม‹ อื นกั เรยี นและผูปŒ กครอง

(6) เพอื่ เปน ตวั แทนของนกั เรยี นและโรงเรยี นในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหรอื ภารกจิ ตา งๆ
ของโรงเรยี น

(7) เพ่ือใหเกดิ ความรว มมือในการแกไ ขปญ หาของนักเรียนและโรงเรียน

หมวดท่ี 3

โครงสรางบคุ คลากรสภนักเรียน
ขอ 7 คณะกรรมการสภานกั เรยี น ประกอบดว ย

(1) คณะกรรมการสภานกั เรยี นทม่ี าจากการเลอื กตง้ั ของนกั เรยี นทกุ คน จาํ นวน 5 คน
(2) คณะกรรมการสภานักเรยี นปก ารศึกษากอ นหนา จาํ นวน 20 คน
(3) คณะกรรมการสภานกั เรยี นที่มาจากการสรรหา จํานวน 15 คน
(4) คณะอนกุ รรมการสภานกั เรียน จํานวน 20 คน
(5) หวั หนา หอ งหรอื ผแู ทนหอ งทมี่ าจากการเลอื กตงั้ จากสมาชกิ ในหอ ง (จาํ นวน 52 คน)
ขอ 8 คณะกรรมการสภานกั เรยี นอาจตง้ั อนกุ รรมการไดอ กี ตามความเหมาะสมและความจาํ เปน
ในกรณที มี่ ีกิจกรรมพเิ ศษ ซ่งึ คณะกรรมการสภานักเรียนเห็นวาเปนผมู คี วามสามารถ

หมวดท่ี 4

คณุ สมบัติของคณะกรรมการสภานกั เรียน
ขอ 9 คณะกรรมการสภานกั เรยี นตองมีคณุ สมบตั ิดังตอไปนี้

(1) เปน คณะกรรมการสภานกั เรยี น คณะอนกุ รรมการนกั เรยี นในปก ารศกึ ษานน้ั และ
อดีตคณะกรรมการสภานกั เรียน

(2) เปนหัวหนา หอ งหรอื ผูแ ทนนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 1-6 ของปการศกึ ษานนั้
(3) เปนผูมีความประพฤติเรียบรอย โดยผานการรับรองจากครูท่ีปรึกษาครูหัวหนา
ระดบั ชัน้ และคณะกรรมการกลุมบรหิ ารงานบคุ คล

หมวดท่ี 5

วิธดี ําเนนิ การจัดตัง้ คณะกรรมการสภานักเรยี น
ขอ 10 ประธานคณะกรรมการสภานกั เรยี น เปน ประธานคณะกรรมการสภานกั เรยี นโดยตาํ แหนง

(1) ประธานคณะกรรมการสภานกั เรยี น จะตอ งเปน ผทู ไี่ ดค ะแนนเสยี งสว นใหญใ นการ
ลงมตขิ องประธานคณะสที งั้ 5 คน ซง่ึ ยดึ ตามบทบญั ญตั กิ ารแตง ตง้ั นายกรฐั มนตรี
รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตราท่ี 158 วรรค 3

คู‹มอื นักเรยี นและผŒูปกครอง 145

(2) ประธานคณะกรรมการสภานกั เรียน จะตองเปน 1 ใน ประธานสี 5 คน ที่ไดร ับ
การเลอื กต้ังจากนักเรียนโรงเรียนสตรศี รสี ุริโยทัย

ขอ 11 รองประธานคณะกรรมการสภานนกั เรยี นคนที่ 1 (ม.5) เปน รองประธานคณะกรรมการ
สภานกั เรียนโดยตาํ แหนง
ขอ 12 รองประธานคณะกรรมการสภานกั เรียนคนที่ 2 (ม.5) เปน เลขานกุ ารคณะกรรมการ
สภานักเรยี นโดยตาํ แหนง
ขอ 13 ตาํ แหนง คณะกรรมการสภานกั เรียน ตาํ แหนง อ่ืน ใหใชว ธิ ีการ ตามขอ 7

หมวดท่ี 6

วาระคณะกรรมการสภานักเรียน
ขอ 14 ใหคณะกรรมการสภานกั เรียนอยูในวาระคราวละ 1 ปการศกึ ษา
ขอ 15 ใหจ ัดการประชุมตามวาระที่ดาํ นงตําแหนง ทุกวนั ศกุ รส ดุ ทา ยของเดือน

หมวดท่ี 7

ทีป่ รึกษาคณะกรรมการสภานกั เรียน
ขอ 16 ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมการสภานกั เรยี น ไดแ ก คร-ู อาจารยท ไ่ี ดร บั การแตง ตง้ั จากทางโรงเรยี น
ขอ 17 ท่ปี รกึ ษาคณะกรรมการสภานักเรียนอยใู นวาระคราวละ 1 ปก ารศกึ ษา
ขอ 18 ทปี่ รกึ ษาคณะกรรมการสภานกั เรยี นใหม าจากการเลอื กสรรของรองผอู าํ นวยการกลมุ
บรหิ ารงานบคุ คล
ขอ 19 หวั หนา สถานศกึ ษา รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารวชิ าการ รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารทว่ั ไป
รองผอู าํ วยการกลมุ บรหิ ารงบประมาณ และรองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลเปน ทปี่ รกึ ษา
โดยตาํ แหนง
ขอ 20 คณะกรรมการทปี่ รกึ ษาสภานกั เรยี นมหี นา ทใี่ หค าํ ปรกึ ษา แนะนาํ รว มกนั แกไ ขปญ หา
และดาํ เนนิ งานรว มกบั คณะกรรมการสภานกั เรยี น และงานอน่ื ๆ ทไี่ ดร บั มอบหมายจากโรงเรยี น

หมวดท่ี 8

บทบาทของสภานักเรียน
ขอ 21 ใหคณะกรรมการสภานักเรยี นปฏิบัตหิ นาที่ดงั น้ี

(1) เปนผูนําในการปฏิบัติกจิ กรรมเพือ่ สวนรวมตามหลกั ธรรมาภบิ าล
(2) ปกปองคุมครองสิทธิเสรีภาพของตนเองและเพื่อนนักเรียน โดยใชกระบวนการ

ประชาธปิ ไตยและแนวทางสันตวิ ิธี
146 ค‹ูมอื นกั เรียนและผปŒู กครอง

(3) สง เสรมิ สนบั สนนุ และมสี ว นรว มในทกุ กจิ กรรมทเี่ ปน ประโยชนต อ นกั เรยี นและสว นรว ม
(4) สบื สานความรู ภมู ิปญ ญา อนรุ กั ษว ัฒนธรรมและเอกลกั ษณข องชาติ
(5) เปนผนู าํ เพอ่ื การมีสวนรวมในกจิ กรรมของชมุ ชนและสงั คม
(6) ประสานและปฏบิ ัติงานรวมกบั ทุกหนว ยงาน องคก รชมุ ชนตา งๆ
(7) รณรงคใ หน ักเรียนทําความดเี พื่อเปน ประโยชนต อ โรงเรยี น
(8) ปฏบิ ตั ติ ามคานยิ มหลัก 12 ประการของรฐั บาล

หมวดที่ 9

หนาทข่ี องคณะกรรมการสภานักเรยี น
ขอ 22 ใหค ณะกรรมการสภานกั เรยี นปฏิบตั หิ นาที่ดงั น้ี

(1) ดแู ลทุกข สขุ ของนกั เรยี น และรว มแกไขปญหาท่ีเกดิ ขึน้ ในโรงเรยี น
(2) ประสานงานกบั บุคลากร และหนว ยงานทเ่ี กี่ยวของในดา นตา งๆ เพอื่ ประโยชน

และความกาวหนา ทีน่ กั เรยี นควรไดร บั
(3) รับผดิ ชอบงานและกิจกรรมตางๆ ตามท่ไี ดรับมอบหมายจากโรงเรียน
(4) คดิ รเิ รม่ิ โครงการทเี่ ปน ประโยชน สามรถปฏบิ ตั ไิ ดจ รงิ และสง ผลตอ การพฒั นาโรงเรยี น
(5) ดแู ลสอดสอ ง และบรหิ ารจดั การทรพั ยากรทมี่ อี ยใู นโรงเรยี นใหเ กดิ ประโยชนอ ยา งคมุ คา
(6) ประชาสมั พนั ธข อ มลู ขา วสารทเ่ี ปน ประโยชน ทนั ตอ เหตกุ ารณ และตรงไปตรงมา
(7) เสนอความคดิ เหน็ ตอ โรงเรยี น ในการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นการสอนเพอ่ื พฒั นา

โรงเรียนในดานตา งๆ
(8) วางแผนดําเนินงานกิจกรรมตา งๆ รวมกบั ครูทปี่ รึกษา
(9) ปฏิบัติงานโดยไมขัดหรือแยงกับระเบียบ หรือขอบังคับอื่นใดของทางราชการ

พรอ มทงั้ ตอ งรกั ษาไวซ ง่ึ ศลี ธรรม วฒั นธรรม และขนบธรรมเนยี มประเพณอี นั ดงี าม

คม‹ู ือนกั เรยี นและผŒปู กครอง 147

หมวดที่ 10

การพนจากตําแหนงของสภานักเรยี น
ขอ 23 ใหสภานกั เรยี นพนจากตําแหนงหนา ท่ดี งั นี้

(1) ครบวาระ 1 ป
(2) ลาออก
(3) เสียชวี ติ
(4) ยายโรงเรียน
(5) ทีป่ ระชมุ สภานักเรียนลงมติ 2 ใน 3 ใหลาออก
(6) ประธานลาออกจากตาํ แหนง ใหร องประธานคนที่ 1 รักษาการจนครบวาระ

หมวดท่ี 11

บทเฉพาะกาล
ขอ 24 ระเบียบการเลือกต้ังคณะกรรมการสภานักเรียน ใหใชตามระเบียบของสํานักงาน
คณะกรรมการการเลอื กตงั้ และรฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
ขอ 25 การเปล่ียนแปลงแกไ ขระเบียบนี้ จะทําไดใ นกรณตี อ ไปน้ี

(1) หัวหนา สถานศกึ ษามีอํานาจแกไ ข หากพจิ ารณาเห็นสมควรปรับปรุง ระเบียบ
ใหส อดคลอ งกับสภาพปจ จบุ ัน และปญ หาความขัดขอ ง ที่อาจเกิดขึ้น

(2) ในการปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บนหี้ ากเกดิ ปญ หาขอ ขดั ขอ งประการใดใหค ณะกรรมการ
สภานกั เรยี น คณะกรรมการทปี่ รกึ ษา คณะกรรมการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลของโรงเรยี นรว มประชมุ
ปรึกษาหารือเสนอแนวทางแกไขตอ ทางโรงเรียนเพอื่ อนุมัติใหด ําเนินการแกไ ขตอไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 9 มนี าคม 2563

(นางสาวกรรณกิ า ไผทฉนั ท)
ผอู าํ นวยการโรงเรียนสตรศี รีสรุ ิโยทยั

148 ค‹ูมือนกั เรยี นและผูŒปกครอง


Click to View FlipBook Version