The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมุดบันทึกการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 109 จินตนา อุปการ, 2023-03-21 03:28:04

สมุดบันทึกการเรียนรู้

สมุดบันทึกการเรียนรู้

สสมุมุมุ ด มุ ดบับั บั นบั นทึทึ ทึกทึก กกาารรเเรีรี รียรียนนรู้รู้รู้รู้ Educational Measurement and Evaluation and Learning


สมุดบันทึกการเรียนรู้


คำ นำ บันทึกการเรียนรู้ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้รหัสวิชา 21042103 ภาค เรียนที่1 ปีการศึกษา 2565 จัดทำขึ้น เพื่อสรุปองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการวัดและการประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้รวมถึง เกร็ดความรู้ต่างๆเพื่อใช้ในการทบทวนองค์ความรู้ที่ได้รับในห้องเรียนให้เกิดความรู้และความเข้าใจในเนื้อหาวิชามากยิ่งขึ้น ผู้จัดทำขอขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ดร.สำราญ กำจัดภัย อาจารย์ผู้สอนที่มอบความรู้และแนวทางการศึกษาเกี่ยว กับการวัดและการประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้ผู้จัดทำอาจารย์ผู้สอนที่มอบความรู้และแนวทางการศึกษาเกี่ยวกับการวัดและ การประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบันทึกการเรียนรู้ฉบับนี้จะสามารถให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้ อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อยหากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


Profile


ออาาจจาารรย์ย์ ย์ ผู้ย์ ผู้ผู้สผู้สออนน รองศาสตราจารย์.ดร. สำราญ กำจัดภัย อาจารย์ผู้สอนรายวิชา การวัดผลและประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่1 แแนนววคิคิ คิ ดคิ ดเเกี่กี่ กี่ยกี่ยววกักั กั บกั บคคววาามมรู้รู้รู้รู้


พฤติกรรม ความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจ (Comprehension) การนำ ไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ (Analysis ) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมิน (Evaluation ) การวิเคราะห์หลักการ การเปลี่ยนแปลง การได้รับประสบการณ์ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ การตีความ การขยายความ การสัมผัส การได้กลิ่น การลิ้มรส แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ ค่อนข้างถาวร ทำ ให้ลักษณะแตกต่างไป จากเดิมทำ ให้ลักษณะแตกต่าง ไปจากเดิม กิริยาอาการที่เกิดขึ้น เมื่อได้เผชิญกับสิ่งเร้า มีความคงทนหรือคง อยู่ยาวนาน การได้ทำ การได้ทำ สิ่งต่างๆ ด้วยตนเองผ่านประสาทสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน ด้านพุทธิพิสัย ความจำ ความเข้าใจ ด้านจิตพิสัย ความเชื่อ เจตคติ ค่านิยม ด้านทักษะพิสัย การเคลื่อนไหว การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เกิดจากพลังความสามารถของสมองได้จำ แนกออก พลังความสามารถของสมองได้จำ แนกออกเป็น 6 ระดับ การแปลความ การวิเคราะห์ส่วนประกอบ ขั้นรับรู้ ขั้นตอบสนอง ขั้นเห็นคุณค่า ขั้นจัดระบบค่านิยม ขั้นสร้างลักษณะนิสัยจากค่านิยม รับรู้และเลียนแบบ ลงมือปฏิบัติและทำ ตามได้ ลดความผิดพลาดจนสามารถทำ ได้ถูกต้อง ปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลำ ดับขั้นตอนของ Dave มี 5 ขั้นตอน 1. 2. 3. 4. 5. รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 การเตรียมความพร้อม 3 ด้าน ด้าน สมอง ด้านร่างกาย และด้านอารมณ์ การตอบสนองตามแนวชี้แนะ การปฏิบัติได้ด้วยตนเอง การตอบสนองที่ซับซ้อน การดัดแปลง การริเริ่ม ลำ ดับขั้นตอนของ Simpson มี 7 ขั้นตอน 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.


การเรียนรู้ (Learning)หมายถึง “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวรอันเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์” สำ หรับ“พฤติกรรม” ตามทรรศนะของ Bloom หมายถึง พฤติกรรมการเรียนรู้ 3 ด้านใหญ่ ๆ ได้แก่ 1 ) พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย (Cognitive) เช่นความจำ ความเข้าใจ การคิดในรูปแบบต่าง ๆ ความรู้ป็นความสามารถในการละลึกถึงเรื่องราวต่างๆออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ความเข้าใจ เป็นความสามารถทางสมองของบุคคลในการจับใจความสำ คัญของสิ่งเร้าต่างๆและความสามารถแสดงออกมาในรูปแบบของการแปลความตีความหรือขยายความจากสิ่งเร้าที่ได้รับสัมผัสมานั้น การนำ ไปใช้ เป็นความสามารถทางสมองของบุคคลในการประยุกต์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ เทคนิค แนวคิดทฤษฎีต่าง ๆ กฎเกณฑ์ หรือหลักความรู้ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ การวิเคราะห์เป็นความสามารถของบุคคลในการแยกแยะเรื่องราวที่สมบูรณ์ให้กระจายออกเป็นส่วนย่อยย่อยได้อย่างชัดเจนระบุรายละเอียดและความสำ คัญ การสังเคราะห์เป็นความสามารถของบุคคลในการผสมผสานส่วนย่อยเข้าเป็นเรื่องราวเดียวกันเกิดสิ่งใหม่ขึ้นหรือดัดแปลงปรับปรุงของเก่าให้ดีขึ้นมีคุณภาพสูงขึ้น การประเมินค่า เป็นความสามารถของบุคคลในการใช้ดุลพินิจตัดสินคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหาคุณค่าของสิ่งนั้นว่าเป็นคุณหรือเป็นโทษ 2 ) พฤติกรรมด้านจิตพิสัย (Affective) เช่นความรู้สึก ความเชื่อ เจตคติ ค่านิยม เป็นรากฐานที่กรอกเกิดบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยของบุคคลดังแสดงเป็นลำ ดับขั้นได้ดังนี้ 1 ) ขั้นรับรู้ เป็นขั้นที่บุคคลรับรู้สิ่งเร้าหรือปลากดการต่างๆที่กระทบประสาทสัมผัสจนเกิดความรู้สึกสนใจสิ่งนั้น 2) ขั้นตอบสนองหลังจากที่รับรู้ในขั้นแรกแล้วบุคคลจะมีพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าในลักษณะที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจ 3) ขั้นเห็นคุณค่าหลังจากบุคลิกบุคคลมีพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าในลักษณะเต็มใจ และยินดี พอใจ แล้วจะเกิดความรู้สึกในคุณค่าของสิ่งนั้น 4)ขั้นจัดระบบค่านิยมเมื่อบุคคลมีค่านิยมหลาย ๆ อย่าง ซึ่งเป็นค่านิยมย่อย ๆ ก็จะเกิดการจัดระบบค่านิยมโดยการจัดลำ ดับความสำ คัญของค่านิยม 5) ขั้นสร้างลักษณะนิสัยจากค่านิยมหลังจากนิยมต่างๆสามารถสัมพันธ์กันเป็นระบบแล้วก็จะมีการพัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน 3 ) พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย (Psychomotor ) เช่นการวาดภาพ การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง การร้องเพลง การพูดอภิปราย การเต้นตามจังหวะดนตรี ลำ ดับขั้นการเกิดทักษะปฏิบัติของเดฟ 5 ขั้น 1 ) รับรู้และเลียนแบบ 2 ) ลงมือปฏิบัติและทำ ตามได้ 3) ลดความผิดพลาดจนสามารถทำ ได้ 4)ปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 5 )ปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลำ ลำ ดับขั้นการเกิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์สันมี 7 ขั้นดังนี้ 1 ) การรับรู้ ผ่านทางประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่นหูตา จมูก ลิ้นผิวหนัง 2) การเตรียมความพร้อม 3) การตอบสนองตามแนวชี้แนะ 4) การปฏิบัติได้ด้วยตนเอง 5) การตอบสนองที่ซับซ้อน 6) การดัดแปลง 7) การริเริ่ม การเรียนรู้ของผู้เรียน หมายถึง การ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนที่คงทนถาวรหรือค่อนข้างถาวรทั้งที่เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นได้ชัดหรือพฤติกรรมที่แฝงอยู่ในตัวพร้อมที่จะแสดงออกได้ทุกเมื่อซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเป็นคนเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์ที่ เผชิญหรือได้กระทำ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนที่คงทนถาวรหรือค่อนข้างถาวรทั้งที่เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกให้เห็นได้ชัดหรือพฤติกรรมที่แฝงอยู่ในตัวพร้อมที่จะแสดงออกได้ทุกเมื่อซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องเป็นคนเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์ที่เผชิญหรือได้กระทำ สิ่งต่างๆในธรรมชาติรอบกายด้วยตนเองผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้ารวมถึงประสบการณ์ต่างๆที่ครูผู้สอนเป็นผู้จัดให้ส่วนการเปลี่ยนแปลงจากสาเหตุอื่นเช่นการเจริญเติบโตหรือวุฒิภาวะหรือเนื่องมาจากฤทธิ์ของยาหรือความเจ็บป่วยไม่ถือเป็นการเรียนรู้ สสรุรุ รุ ป รุ ปอองงค์ค์ ค์ ค ค์ คววาามมรู้รู้รู้รู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่2 แแนนววคิคิ คิ ดคิ ดเเบื้บื้ บื้อบื้องงต้ต้ ต้ นต้ นเเกี่กี่ กี่ยกี่ยววกักั กั บกั บกกาารรวัวั วั ดวั ดแแลละะ กกาารรปปรระะเเมิมิ มิ นมิ นผผลลกกาารรเเรีรี รียรียนนรู้รู้รู้รู้


แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยว กับการวัดและประเมิน ผลการเรียนรู้ การวัดผลทางตรง วัดสิ่งที่ต้องการวัดได้โดยตรงจริงๆมีลักษณะเป็นรูป ธรรม เป็นการวัดทางกายภาพ วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการวัด การวัดผลทางอ้อม ไม่สามารถวัดสิ่งที่ต้องการวัดได้โดยตรง มีลักษณะเป็นนามธรรม ต้องอาศัยวัดจากสิ่งอื่นแทนโดยที่ สิ่งนั้นหรือสิ่งเหล่านั้นต้องเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีของสิ่งที่ต้องการวัด แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินผล การประเมินผลการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าหรือ คุณภาพเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยมีการเก็บรวบรวมและจัด กระทำ ข้อมูลเพื่อตัดสินระดับคุณภาพตามเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ได้ตั้ง ไว้อย่างชัดเจน. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำ หรือ การเก็บ รวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำ หรือวิเคราะห์ข้อมูลมีการ ใช้ทั้งในขณะดำ เนินการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อ เนื่องและช่วงท้ายการจัดการเรียนการสอนเพื่อหาข้อสรุป แนวคิดเกี่ยวกับการวัดผล การวัดผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่ครูผู้สอนนำ เครื่องมือ อย่างใดอย่างหนึ่งไปใช้กับผู้เรียนมี. มุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน ตอบสนองหรือแสดงพฤติกรรมการเรียนรู้ออกมาพฤติกรรมที่ คาดว่าเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างถาวร องค์ประกอบสำ คัญองค์ประกอบสำ คัญ สิ่งที่ต้องการวัด ข้อมูลซึ่งเป็นตัวเลขหรือสัญลักษณ์แทนปริมาณหรือคุณภาพของพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ได้จากการวัดผล ระดับที่ 1 มาตรฐานการวัดผลระดับนามบัญญัติ ระดับที่ 2 มาตรฐานการวัดผลระดับเรียงอันดับ ระดับที่ 3 มาตรฐานการวัดผลระดับอัตราภาค ระดับที่ 4 มาตรฐานการวัดผลระดับอัตราส่วน แนวทางการนำ ผลการประเมิน การเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ Assessment Evaluation 1. การใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนการจัดการเรียนรู้ มีการตรวจสอบความพร้อมและความรู้พื้นฐานของผู้เรียน 2. การใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงพัฒนา ทบทวนการจัด การเรียนรู้และใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุง พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. การใช้ผลการประเมินเพื่อสรุปและตัดสินผลการเรียนรู้ ผลการประเมินในช่วงหลังการเรียนรู้ครูจะต้องนำ ผลการ ประเมินในช่วงหลังการเรียนรู้ครูจะต้องนำ มาประมวลสรุปเพื่อ นำ ไปสู่การตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน 4. การใช้ผลการประเมินเพื่อการรายงานต่อผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง ผลการจัดศึกษาในภาพรวมซึ่งจะนำ ไปสู่การตัดสินใจเพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีคุณภาพคุณภาพ


สิ่งที่ต้องการวัด ระดับที่ 4 มาตรฐานการวัดผลระดับอัตราส่วน การเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำ หรือ การเก็บ รวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำ หรือวิเคราะห์ข้อมูลมีการ ใช้ทั้งในขณะดำ เนินการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อ เนื่องและช่วงท้ายการจัดการเรียนการสอนเพื่อหาข้อสรุป สรุปองค์ความรู้ เรื่อง แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับ การวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ แนวคิดเกี่ยวกับการวัดผล การวัดผลการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการที่ครูผู้สอนนำ เครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งไปใช้กับผู้เรียนมี. มุ่งหมาย เพื่อให้ผู้เรียนตอบสนองหรือแสดงพฤติกรรมการเรียนรู้ ออกมาพฤติกรรมที่คาดว่าเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างถาวร อันเป็นผลเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์ที่ครูจัดให้ โดยการกำ หนดตัวเลขหรือสัญลักษณ์แทนปริมาณหรือ คุณภาพของพฤติกรรมการเรียนรู้นั้น แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินผล การประเมินผลการเรียนรู้ หมายถึง กระบวนการตัดสิน คุณค่าหรือคุณภาพเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยมีการ เก็บรวบรวมและจัดกระทำ ข้อมูลเพื่อตัดสินระดับคุณภาพ ตามเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ได้ตั้งไว้อย่างชัดเจน. มุ่งหมาย ของการประเมินผลอยู่ที่การตัดสินคุณค่าเกี่ยวกับการเรียน รู้ของผู้เรียนและผู้ตัดสินคุณค่านี้ต้องเป็นผู้ประเมินหรือครู ผู้สอน แนวทางการนำ ผลการประเมิน การเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ การวัดผลทางตรง วัดสิ่งที่ต้องการวัดได้โดยตรงจริงๆมีลักษณะ เป็นรูปธรรม เป็นการวัดทางกายภาพ การวัดผลทางอ้อม ไม่สามารถวัดสิ่งที่ต้องการวัดได้โดยตรง มีลักษณะเป็นนามธรรม ต้องอาศัยวัดจากสิ่งอื่น แทนโดยที่สิ่งนั้นหรือสิ่งเหล่านั้นต้องเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีของสิ่งที่ต้องการวัด องค์ประกอบสำ คัญองค์ประกอบสำ คัญ วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการวัด ข้อมูลซึ่งเป็นตัวเลขหรือสัญลักษณ์แทนปริมาณหรือ คุณภาพของพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ได้จากการวัดผล ระดับที่ 1 มาตรฐานการวัดผลระดับนามบัญญัติ ระดับที่ 2 มาตรฐานการวัดผลระดับเรียงอันดับ ระดับที่ 3 มาตรฐานการวัดผลระดับอัตราภาค Assessment Evaluation 1. การใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนการจัดการเรียนรู้ มีการตรวจสอบความพร้อมและความรู้พื้นฐานของผู้เรียน 2. การใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงพัฒนา ทบทวนการจัด การเรียนรู้และใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุง พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. การใช้ผลการประเมินเพื่อสรุปและตัดสินผลการเรียนรู้ ผลการประเมินในช่วงหลังการเรียนรู้ครูจะต้องนำ ผลการ ประเมินในช่วงหลังการเรียนรู้ครูจะต้องนำ มาประมวลสรุปเพื่อ นำ ไปสู่การตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน 4. การใช้ผลการประเมินเพื่อการรายงานต่อผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง ผลการจัดศึกษาในภาพรวมซึ่งจะนำ ไปสู่การตัดสินใจเพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีคุณภาพคุณภาพ


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่3 คคววาามมสำสำสำสำคัคั คัคัญญ ปปรระะเเภภทท หหลัลั ลัลักกกกาารร แแลละะจุจุจุจุ ดดมุ่มุ่มุ่มุ่งงหหมมาายย ขขอองงกกาารรวัวั วัวัดดแแลละะปปรระะเเมิมิ มิมินนผผลลกกาารรเเรีรี รีรียยนนรู้รู้รู้รู้


ความสำ คัญ ประเภท หลักการ และจุดมุ่งหมาย ของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ความสำ คัญ ประเภท จุดมุ่งหมาย หลักการ การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ จำ แนกการวัดและการประเมินผลการ เรียนรู้จำ แนกตามวิธีการแปลความ หมายผลการเรียนรู้หรือตามการอ้างอิง 3 ประเภท ผู้สอน ตรวจสอบการพัฒนา ความก้าวหน้าของตนเอง ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาส่วนที่ยังบกพร่องการตั้งเป้า หมายและพัฒนาตนเองในอนาคต หลังจบบทเรียน เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนรู้ สามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอด หลังจบรายวิชา ตัดสินผลการเรียน ให้พัฒนาตนเองใน ช่วงเวลาถัดไป การวัดและประเมินผลเพื่อสรุปผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้จำ แนกตามขั้นตอน การจัดการเรียนการสอน ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลัง เรียนมี 4 ประเภท การวัดและประเมินผลแบบอิงกลุ่ม การวัดและประเมินผลแบบอิงเกณฑ์ สถานศึกษาจัดทำ สถานศึกษาจัดทำ และออกเอกสารหลักฐาน การศึกษาเพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้ ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับชั้นเรียน ระดับชาติ 1) บทบาทเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการศึกษา 2) บทบาทเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ 3) บทบาทเป็นเครื่องมือประกันคุณภาพการศึกษา 4) บทบาททำ หน้าที่ตรวจสอบผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลเพื่อจัดวางตำ แหน่ง สถานศึกษาผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ การวัดการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐาน การเรียนรู้ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำ หนดให้ใน หลักสูตรสถานศึกษา ต้องดำ เนินการต้องดำ เนินการด้วยวิธีการที่ หลากหลายเพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้ เรียนได้อย่างรอบด้าน มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียน การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ผู้เรียน ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน นำ นำ มาใช้ประกอบการพิจารณาวางแผนการ จัดการในการสอนในภาพรวมทั้งรายวิชา ได้ทราบว่าผู้เรียนแต่ละคนมีพัฒนาการเรียนรู้ทั้ง ในด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึง ประสงค์เป็นอย่างไร ข้อมูลสารสนเทศทั้งที่เป็นจุดเด่นและจุดที่ควร ปรับปรุง ผู้เรียนแต่ละคนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่ระบุ ไว้ในบทเรียนหรือหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ 1. 2. 3. 4. การวัดและประเมินผลเพื่อวินิจฉัย การวัดและประเมินผลเพื่อการพัฒนา การวัดและประเมินผลแบบอิงตน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วน เกี่ยวข้องตรวจสอบ ผลการประเมินผลการเรียนรู้ มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและระหว่าง รูปแบบการศึกษาต่างๆ


สรุรุ รุ ป รุ ปองค์ค์ ค์ ค ค์ ความรู้รู้ รู้รู้ ความสำ คัญของการวัดและการประเมินผลผู้เกี่ยวข้องที่สำ คัญที่สุดคือผู้เรียนและผู้สอน ประเมินผลการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน ความสำ คัญต่อผู้เรียน การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน ตรวจสอบพัฒนาการหรือความก้าวหน้าของตนเอง การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ระหว่างการจัดการเรียนการสอน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งข้อมูล เชิงปริมาณหรือข้อมูลเชิงคุณภาพจัดกระทำ ให้ได้ทั้งจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุง ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน การวัดและการประเมินผลเพื่อสรุปผลการเรียนรู้ มี 2 แบบคือ 1) หลังเรียนจบบทเรียนใช้เป็นสาระสนเทศที่เป็น ประโยชน์ต่อการตัดสินผลพัฒนาการของผู้เรียนคือคะแนนส่วนหนึ่งประกอบการพิจารณาตัดสินผลการเรียน 2)หลังเรียนจบรายวิชาเพื่อตัดสินให้ระดับผลการเรียน ความสำ คัญต่อผู้สอน วัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ก่อนเรียน นำ มาใช้ประกอบการพิจารณาการวางแผนการจัดการเรียนการสอนในภาพรวมทั้งรายวิชา การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ในระหว่างการจัดการเรียนการสอนผู้เรียนแต่ละคนมีพัฒนาการ การเรียนรู้ทั้งในด้านความรู้ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นอย่างไรและที่สำ คัญที่สุดคือได้ข้อมูลสาระสนเทศทั้งเป็นจุดเด่นและจุดที่ควรปรับปรุง การวัดและการประเมินผลเพื่อสรุปผลการเรียนรู้ ผู้เรียนแต่ละคนบรรลุเป้า หมายการเรียนรู้ที่ระบุไว้ในบทเรียนหรือหน่วยการเรียนรู้นั้นนั้นผู้สอนสามารถนำ ไปผู้เรียนแต่ละคนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่ระบุไว้ในบทเรียนหรือหน่วยการเรียนรู้นั้นนั้นผู้สอนสามารถนำ ไปใช้ประโยชน์อีกอื่นได้อีกเช่นปรับปรุง แก้ไขซ่อมเสริมผู้เรียนบางคนที่มีผลการเรียนรู้ผ่านเกมก่อนจะเริ่มบทเรียนหรือหน่วยการเรียนรู้ใหม่ การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้จำ แนกตามขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนก่อนเรียนระหว่างเรียนและหลังเรียนมี 4ประเภท เพื่อจัดวางตำ แหน่ง พิจารณาดูว่าผู้เรียนมีความพร้อมความสนใจระดับความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำ เป็นต่อพิจารณาดูว่าผู้เรียนมีความพร้อมความสนใจระดับความรู้และทักษะพื้นฐานที่จำ เป็นต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับใดของกลุ่ม เพื่อ วินิจฉัย เป็นการวัดและการประเมินก่อนเรียนเพื่อให้ผู้สอนนำ ข้อมูลที่ได้ไปใช้กำ หนดวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้วางแผนและออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนต่อไป เพื่อการพัฒนา ดำ เนินการอย่างต่อ เนื่องตลอดการเรียนการสอนโดยไม่ใช่ใช้แต่การทดสอบระหว่างเรียนเป็นระยะระยะอย่างเดียวทำ ภาระงานตามที่กำ หนดและวิเคราะห์ข้อมูลว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือไม่ เพื่อสรุปผลการเรียนรู้ ตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตาม เป้าหมายการเรียนรู้ที่ตั้งไว้การเปรียบเทียบกับการวัดและการประเมินผลก่อนเรียนทราบพัฒนาการของผู้เรียนข้อมูลในการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์โดยปกติมักดำ เนินการตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายการเรียนรู้ที่ตั้งไว้ หลักการ สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนตัดสินผลการเรียนการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียน รู้ที่กำ หนดสถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนตัดสินผลการเรียนการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการ เรียนรู้ที่กำ หนดให้ในหลักสูตรสถานศึกษาต้องดำ เนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลายเพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านการประเมินผู้เรียนพิจารณาจากการพัฒนาการของผู้เรียนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบ ผลการประเมินผลการเรียนรู้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่างๆให้สถานศึกษาจัดทำ และ ผลการประเมินผลการเรียนรู้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถาน ศึกษาและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่างๆให้สถานศึกษาจัดทำ และออกเอกสารหลักฐานการศึกษาเพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้จุ รู้จุ ดมุ่งหมายของการวัดและการประเมินผลการเรียนรูู้ บทบาทเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบ การศึกษา บทบาทเป็นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน บทบาทเป็นเครื่องมือประกันคุณภาพการศึกษา บทบาทที่ตรวจสอบผลการเรียนรู้ให้ข้อมูลเพื่อพัฒนา


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่4 แแบบบบททดดสสออบบคคววาามมเเรีรี รียรียงง หหรืรื รือรือ แแบบบบททดดสสออบบอัอั อั ตอั ตนันั นั ยนั ย


จำ แนกตาม จุดมุ่งหมายในการ สร้าง จำ แนกตาม ลักษณะการตอบ แนวทางการให้ คะแนนข้อสอบ ความเรียง แบบทดสอบความ เรียงหรือแบบ ทดสอบอัตนัย แบบทดสอบปรนัย แบบทดสอบอัตนัยหรือแบบ ทดสอบความเรียง จำ แนกตามการอ้างอิง แบบทดสอบอิงขอบข่าย แบบทดสอบอิงเกณฑ์ แบบทดสอบอิงกลุ่ม แบบทดสอบด้วยวาจา แบบทดสอบภาคปฏิบัติ แบบทดสอบเขียนตอบ ควรระมัดระวังความลำ เอียงหรืออคติ ควรตรวจให้คะแนนคำ ตอบควรตรวจ ให้คะแนนคำ ตอบของผู้เรียนทุกคน ให้สิทธิ์ทีละข้อในเวลาที่ต่อเนื่องกัน สร้างเกณฑ์การให้คะแนน ในกรณีที่จำ เป็นในกรณีที่จำ เป็นต้องใช้ ผู้ตรวจหลายคนเป็นข้อสอบให้ผู้ตรวจ คนละหนึ่งข้อหรือสองข้อตรวจให้คะแนน คำ ตอบข้อนั้นนั้นของผู้เรียนทุกคนค่อย นำ คะแนนของแต่ละข้อมา หลักการ 1) เลือกและกำ หนดเลือกและกำ หนดผลการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สติปัญญาขั้นสูง 2) กำ หนดจำ นวนข้อคำ ถามในแต่ละผลการเรียนรู้ที่เลือกไว้โดยเลือกใช้ข้อความที่มีคำ ตอบไม่ยาวนัก 3) เขียนข้อคำำ ถามโดยใช้ถ้อยคำ ที่ชัดเจนสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่ต้องการวัด 4) ระบุน้ำ หนักคะแนน ความยาวของคำ ตอบ และช่วงระยะเวลา 5) ตั้งปลุกเกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบความเรียงใช้เกณฑ์เดียวกันในทุกข้อคำ ถาม 6) สอบถามเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้เพื่อทบทวนและวิพากษ์ความชัดเจนของข้อคำ ถาม 7) หลักการนำ หลักการนำ ข้อสอบไปใช้ควรมีการทบทวนแนวหรือขอบข่ายคำ ตอบของผู้ เรียนในแต่ละข้อ


แบบทดสอบความเรียงหรือแบบทดสอบอัตนัย เป็นชุดของข้อคำ ถามเป็นชุดของข้อคำ ถามที่ผู้สอนกำ หนดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนเขียนเรียบเรียงคำ ตอบอย่างอิสระโดยใช้ความรู้ ความสามารถการคิดระดับสูง หลักการในการสร้างแบบทดสอบความเรียง เลือกและกำ หนดเลือกและกำ หนดของการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สติปัญญาขั้นสูง กำ หนดจำ นวนข้อคำ ถามในแต่ละผลการเรียนรู้ที่เลือกไว้โดยควรเลือกใช้คำ ถามที่มี คำ ตอบไม่ยาวนักเขียนข้อคำ ถามโดยใช้ถ้อยคำ ที่ชัดเจนสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่ต้องการวัด เขียนข้อสอบทำ เขียนข้อสอบทำ ได้ 2 ลักษณะคือเขียนเป็นประโยค คำ ถาม โดยตรง กับ เขียนเป็นประโยคคำ สั่ง ระบุน้ำ หนัก ระบุน้ำ หนักคะแนน ความยาวของคำ ตอบ และช่วงระยะเวลา ระบุเกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบความเรียงให้ คะแนนเดียวกันในทุกข้อคำ ถามก็ได้ ตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นของข้อสอบแต่ละข้อก่อนนำ ไปใช้ตรวจสอบด้วยตนเองการ ลองตอบคำ ถามจากมุมมองของผู้เรียนทั่วไป สอบถามเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้ ทดสอบวิพากษ์ความชัดเจนของข้อคำ ถาม หลักการนำ ข้อสอบไปใช้ ควรมีการทบทวนแนวหรือขอบข่ายคำ ตอบของผู้เรียนในแต่ละข้อ แนวทางการตรวจให้คะแนนข้อสอบความเรียง สร้างเกณฑ์การให้คะแนนอย่างละเอียดชัดเจนควรระมัดระวังเกี่ยวกับความลำ เอียงหรืออคติควรตรวจสอบให้คะแนนคำ ตอบของผู้เรียนทุกคนให้สิทธิ์ที่รักข้อคำ ถามในเวลา ที่ต่อเนื่องกันในกรณีที่จำ เป็นต้องให้ผู้ตรวจหลายคนเป็นข้อสอบให้ผู้ตรวจคนละหนึ่งหรือสองข้อตรวจให้คะแนนคำ ตอบข้อนั้นนั้นของผู้เรียนทุกคนค่อยนำ คะแนนของ แต่ละข้อมารวมกันจะช่ภวยลดอิทธิพลอันเนื่องมาจากมาตรฐานการให้คะแนนของผู้ตรวจแต่ละคนไม่เท่ากันควรเก็บรวบรวมบันทึกข้อผิดพลาดต่างๆที่ผู้ตรวจได้มีการหัก คะแนนไว้จะช่วยให้ผู้ตรวจรักษาความคงเส้นคงวาการตรวจให้คะแนนได้ไม่ควรนำ ไม่ควรนำ เอาประเด็นความถูกต้องเกี่ยวกับพยากรณ์หรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการสะกด คำ มาเป็นเกณฑ์ในการตรวจให้คะแนนคำ ตอบของผู้เรียนเว้นเสียแต่ว่าทักษะการเขียนเหล่านี้ได้กำ หนดไว้ในวัตถุประสงค์ของรายวิชาที่ต้องการวัดและประเมินผล สรุปองค์ความรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่5 แแบบบบททดดสสออบบปปรรนันั นั ยนั ยชชนินิ นิ ดนิ ดถูถูถู ก ถู กผิผิ ผิ ดผิ ด


แบบทดสอบ ปรนัยชนิดถูกผิด ในแต่ละข้อคำ ถามในแต่ละข้อคำ ถามควรให้ข้อมูลสาระสนเทศพื้นฐานที่เพียงพอเพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจ ได้ว่าข้อความนั้นถูกหรือผิด หลีกเลี่ยงการรอข้อความจากหนังสือเรียนหรือจากสมุดจดคำ บรรยายหลีกเลี่ยงการรอข้อความจากหนังสือเรียนหรือ จากสมุดจดคำ บรรยายหรือจากแหล่งอื่นๆมาเป็นข้อความที่ถาม แนวทางในการสร้างแบบทดสอบปรนัย ชนิดถูกผิด ความหมายและลักษณะของแบบทดสอบปรนัยชนิดถูกผิด สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นและระบุข้อเท็จจริงเหล่านั้น ได้ว่าถูกหรือผิดตามหลักวิชาการของศาสตร์นั้นนั้นหรือหลักความจริงทั่วไป เขียนคำ เขียนคำ ชี้แจงในการทำ แบบทดสอบให้ชัดเจน ข้อความที่เป็นสถานการณ์ของข้อคำ ถามข้อความที่เป็นสถานการณ์ของข้อคำ ถามจะต้อง ถูกหรือผิดอย่างแท้จริงอย่างไรอย่างหนึ่งเท่านั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ในแต่ละข้อคำ ถามควรมีเพียงประเด็นเดียว ข้อคำ ถามในเรื่อข้อคำ ถามโดยทั่วไปนิยมเขียนอยู่ในรูปประโยคบอกเล่าธรรมดาแต่ถ้า จำ เป็นต้องเขียนอยู่ในรูปของประโยคปฎิเสธให้ขีดเส้นใต้คำ ปฏิเสธนั้นอย่างชัดเจน ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำ ศัพท์ที่ผู้เรียนไม่คุ้นเคย ควรหลีกเลี่ยงคำ ควรหลีกเลี่ยงคำ บางคำ ที่เป็นเครื่องชี้คำ ตอบหรือช่วยให้คำ ตอบถูกหรือผิดเด่นชัดขึ้น คำ คำ ตอบของข้อคำ ถามควรถูกหรือผิดตามหลักวิชาไม่ใช่ถูก หรือผิดตามความคิดเห็น สิ่งที่กำ หนดสิ่งที่กำ หนดว่าถูกหรือผิดควรเป็นส่วนสำ คัญ ของข้อความ ควรให้มีจำ นวนควรให้มีจำ นวนข้อถูกข้อผิดใกล้เคียงกัน ขอคำ ถามข้อคำ ถามแต่ละข้อควรเป็นอิสระแก้กัน ข้อถูกและข้อผิดควรอยู่กระจายกันออกไป ในกรณีที่ข้อสอบหลายประเทศอยู่ในฉบับเดียวกัน ควรจัดข้อสอบแบบถูกผิดไว้ตอนต้นต้นของข้อสอบ เขียนข้อความที่เป็นสถานการณ์ของข้อคำ ถามเขียนข้อความที่เป็น สถานการณ์ของข้อคำ ถามด้วยภาษาที่เรียบง่ายและชัดเจนที่สุดเท่าที่จะ เป็นไปได้ ไม่ควรใช้ข้อความปฏิเสธซ้อน


สรุปองค์ความรู้ แบบทดสอบปรนัยชนิดถูกผิดเป็นชุดของข้อความซึ่งอาจเขียนอยู่ในรูปประโยคบอกเล่าธรรมดาหรือประโยคคำ ถามก็ได้ เพื่อให้ผู้เรียนพิจารณาว่าข้อความนั้น ๆถูกหรือผิดตามหลักวิชาโดยอาจเลือกตอบจากสองทางเลือกระหว่าง ถูกผิด หรือ จริง ไม่จริง หรือ ใช้ไม่ใช่ หลักการหรือแนวทางในการสร้างแบบทดสอบปรนัยชนิดถูกผิดการเขียนข้อความสำ หรับก็ถูกปิดให้ดี อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักผู้สอนจึงควรรู้และเข้าใจหลักการสำ คัญหรือแนวทางในการเขียนข้อสอบของแบบทดสอบปรนัยถูกผิด


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่6 แแบบบบททดดสสออบบปปรรนันั นั ยนั ยชชนินิ นิ ดนิ ดจัจั จั บจั บคู่คู่คู่คู่


แบบทดสอบปรนัยชนิดจับคู่ แนวทาง การสร้างสอบ ปรนัยชนิดจับคู่ เป็นรูปแบบหนึ่งของแบบทดสอบปรนัยซึ่งลักษณะโดยทั่วไปมักจะวางกลุ่มของคำ เป็นรูปแบบหนึ่งของแบบทดสอบปรนัยซึ่งลักษณะโดยทั่วไปมักจะวางกลุ่มของคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์ไว้เป็นสอง คอลัมน์คอลัมน์ซ้ายและขวาลงขวาโดยที่คอลัมน์ซ้ายจะวางคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์เป็นข้อๆเรียกว่ากลุ่มข้อคำ ถามส่วนคอลัมน์ขวาจะวางคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์ตามลำ ดับตัวอักษรเรียกว่ากลุ่มคำ ตอบ 1) คำ วลี ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งอยู่ในคอลัมน์ข้อคำ ถามและขอธรรม ขอคำ ตอบควรเป็นเรื่องราวหรือเนื้อหา เดียวกัน 2) เขียนคำ เขียนคำ ชี้แจงในการจับคู่ ระหว่างชุดรายการข้อคำ ถามกับชุด รายการคำ ตอบให้ชัดเจน 3) ควรทบทวนรายการข้อคำ ถามควร ทบทวนรายการข้อคำ ถามและข้อคำ ตอบ ของชุดข้อสอบจับคู่อย่างรอบคอบ 4) ควรเพิ่มจำ นวนรายการขอคำ ตอบ คอลัมน์ B ซึ่งอยู่ในคอลัมน์ทางขวามือ ให้มากกว่าจำ นวนรายการข้อคำ ถาม คอลัมน์ A ที่อยู่ทางซ้ายมือ 5) ชุดข้อสอบจับคู่ชุดหนึ่งหนึ่งควรกำ หนดชุด ข้อสอบจับคู่ชุดหนึ่งหนึ่งควรกำ หนดจำ นวนรายการ ข้อคำ ถามถามที่อยู่ทางซ้ายมือให้เหมาะสมไม่ควรมี น้อยหรือมากก็เกินไป 6) การเรียงลำ ดับการเรียงลำ ดับก่อนหลังของ รายการขอคำ ตอบที่อยู่ทางขวามือควรจัดเลี้ยงให้สม เหตุสมผลเพื่อความสะดวกในการค้นหา 7) รายข้อคำ ถามและรายการข้อคำ ตอบ ทั้งหมดในชุดหนึ่งหนึ่งของข้อสอบจับคู่แต่ละ ชุดควรจัดให้อยู่ในกระดาษหน้าเดียวกัน


แบบทดสอบจับคู่ เป็นรูปแบบหนึ่งของแบบทดสอบปรนัยซึ่งลักษณะโดยทั่วไปมักจะวางกลุ่มของคำ แบบทดสอบจับคู่เป็นรูปแบบหนึ่งของแบบทดสอบปรนัยซึ่งลักษณะโดยทั่วไปมัก จะวางกลุ่มของคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์ไว้เป็นสองคอลัมน์คอลัมน์ซ้ายและคอลัมน์ขวาโดยที่คอลัมน์ซ้ายจะวางคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์เป็นข้อๆเรียกว่ากลุ่มข้อคำ ถามส่วนคอลัมน์ ขวาจะวางคำ วลีตัวเลขหรือสัญลักษณ์ตามลำ ดับตัวอักษรเรียกว่ากลุ่มคำ ตอบ แนวทางการสร้างแบบทดสอบปรนัยชนิดจับคู่ 1) คำ วลี ตัวเลขหรือสัญลักษณ์ต่างๆที่อยู่ในคอลัมน์ข้อความหรือคอลัมน์คำ ตอบควรเป็นเรื่องราวหรือเนื้อหาเดียวกัน 2) เขียนคำ เขียนคำ ชี้แจงในการจับคู่ระหว่างชุดรายการข้อคำ ถามกับชุดรายการข้อคำ ตอบให้ชัดเจน 3) ควรทบทวนรายการข้อคำ ถามควรทบทวนรายการข้อคำ ถามและข้อคำ ตอบของชุดข้อสอบจับคู่อย่างรอบคอบ 4) ควรเพิ่มจำ นวนรายการขอคำ ตอบคอลัมน์ B ซึ่งอยู่ในคอลัมน์ทางขวามือให้มากกว่าจำ นวนรายการข้อคำ ถามคอลัมน์ A ที่อยู่ทางซ้ายมือ 5) ชุดข้อสอบจับคู่ชุดหนึ่งหนึ่งควรกำ หนดชุดข้อสอบจับคู่ชุดหนึ่งหนึ่งควรกำ หนดจำ นวนรายการข้อคำ ถามถามที่อยู่ทางซ้ายมือให้เหมาะสมไม่ควรมีน้อยหรือมากก็เกินไป 6) การเรียงลำ ดับการเรียงลำ ดับก่อนหลังของรายการขอคำ ตอบที่อยู่ทางขวามือควรจัดเลี้ยงให้สมเหตุสมผลเพื่อความสะดวกในการค้นหา 7) รายข้อคำ ถามและรายการข้อคำ ตอบทั้งหมดในชุดหนึ่งหนึ่งของข้อสอบจับคู่แต่ละชุดควรจัดให้อยู่ในกระดาษหน้าเดียวกัน สรุปองค์ความรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่7 แแบบบบททดดสสออบบปปรรนันั นั ยนั ยชชนินิ นิ ดนิ ดเเติติ ติมติมคำคำคำคำแแลละะ ชชนินิ นิ ดนิ ดตตออบบสั้สั้สั้ นสั้ น


1) ให้ข้อเสนอแนะนำ ในการตอบข้อสอบอย่างชัดเจนโดยระบุรายละเอียดของของคำ ตอบให้ข้อเสนอแนะในการตอบ ข้อสอบอย่างชัดเจนโดยระบุไรละเอียดของคำ ตอบว่าควรเป็นอย่างไร แบบทดสอบปรนัยชนิดและชนิดแบบตอบสั้น แบบทดสอบชนิดเติมคำ เป็นแบบทดสอบชนิดหนึ่งที่มุ่งให้ผู้เรียนคิดหาคำ ตอบด้วยตนเองซึ่งอาจเป็น คำ วลีหรือประโยคแล้วเขียนคำ ตอบนั้นลงในช่องว่างต่อจากข้อความที่ได้เขียนค้างไว้ เพื่อเป็นข้อความที่ถูกต้องสมบูรณ์สมเหตุสมผล แนวทางการสร้างแบบ ทดสอบปรนัยชนิดเติมคำ 2) เขียนประโยคข้อความที่เป็นข้อความให้ชัดเจนและสมบูรณ์เพียงพอ 3) ประโยคข้อความที่เป็นข้อคำ ถามควรสร้างขึ้นใหม่ไม่ควรนำ ข้อความจากบทเรียนหนังสือตำ ราเพราะเป็นการสนับสนุน ให้ผู้เรียนจำ ข้อความจากบทเรียน 4) ควรเว้นช่องสำ หรับควรเว้นช่องสำ หรับเติมคำ ตอบให้มีความยาวเพียงพอในการเขียนคำ ตอบที่คาดหวังไว้ 5) ข้อคำ ถามควรข้อคำ ถามควรเป็นเรื่องที่สำ คัญของบทเรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้แต่ละข้อควรมีช่องว่างให้ เติมคำ ตอบเพียงช่องเดียว แนวทางการสร้างแบบทดสอบ ปรนัยชนิดตอบแบบสั้น 1) ให้ข้อแนะนำ ในการตอบข้อสอบอย่างชัดเจนโดยระบุรายละเอียดของคำ ตอบว่าควรเป็นอย่างไรคำ ตอบที่มีควรความหมาย เหมือนกันกับที่เสนอไว้จะให้ถูกต้องด้วยหรือไม่รวมถึงคำ ตอบถูกแต่สะกดคำ ผิดจะมีผลต่อการให้คะแนนหรือไม่ 2) เขียนข้อคำ ถามให้ชัดเขียนข้อคำ ถามให้ชัดเจนอยู่ในรูปของประโยคคำ ถามหรือประโยคคำ สั่งซึ่งข้อคำ ถามของข้อสอบชนิด นี้จะต่างกับข้อสอบแบบความเรียงหรือข้อสอบอัตนัย 3) ข้อคำ ถามข้อคำ ถามควรให้มีคำ ตอบถูกต้องเพียงคำ ตอบเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้และตรงกับคำ ตอบที่ผู้สอนคาดหวังให้ผู้ เรียนตอบ 4) โดยปกติข้อสอบชนิดเขียนตอบแบบสั้นสั้นมักจะวัดความสามารถด้านเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆอย่างไรก็ตาม ผู้สอนควรประยุกต์ข้อคำ ถามให้โดยปกติข้อสอบชนิดเขียนตอบแบบสั้น ๆ มักจะวัดความสามารถด้านเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับ ข้อเท็จจริงต่างๆอย่างไรก็ตามผู้สอนควรประยุกต์ข้อคำ ถามให้วัดสติปัญญาในระดับสูงกว่าความรู้ความจำ


สรุปองค์ความรู้ แบบทดสอบชนิดเติมคำ เป็นแบบทดสอบชนิดหนึ่งที่มุ่งให้ผู้เรียนคิดหาคำ ตอบด้วยตนเองซึ่งอาจเป็น คำ วลีหรือ ประโยคแล้วเขียนคำ ตอบนั้นลงในช่องว่างต่อจากข้อความที่ได้เขียนค้างไว้เพื่อเป็นข้อความที่ถูกต้องสมบูรณ์สม เหตุสมผลหรือตรงตามข้อเท็จจริงข้อสอบประเภทนี้เหมาะสำ หรับการวัดด้านเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ ส่วนจุดอ่อนมักอยู่ที่ความชัดเจนของโครงสร้างประโยคทำ ให้ผู้เรียนเกิดความสับสนในการตอบ แนวทางการสร้างข้อสอบแบบเติมคำ และตอบสั้น มีความคล้ายกัน แต่ตอบสั้น มักจะวัดความสามารถด้านเนื้อหา ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆด้านสติปัญญาในระดับสูงกว่าความรู้ความจำ มักจะวัดความสามารถด้านเนื้อหาความรู้ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆด้านสติปัญญาในระดับสูงกว่าความรู้ความจำ ส่วนแบบทดสอบเติมคำ ส่วนมากวัดความจำ ความเข้าใจ


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่8 แแบบบบททดดสสออบบปปรรนันั นั ยนั ยชชนินิ นิ ดนิ ดเเลืลื ลือลือกกตตออบบ


แบบคำ ถามเดี่ยว แบบตัวเลือกคงที่ แบบสถานการณ์ แบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ แบบทดสอบชนิดเลือกตอบ เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดหนึ่งที่มีการกำ หนดคำ ตอบไว้หลายตัว เลือกในข้อสอบแต่ละข้อสำ หรับให้ผู้เรียนได้เลือกตอบตามต้องการ ซึ่งตัวเลือกมี 2 ชนิดคือตัว เลือกที่เป็นคำ ตอบถูกและตัวเลือกที่เป็นคำ ตอบผิดหรือตัว แนวทางการสร้างแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 1) ควรเขียนข้อคำ ถามควรเขียนข้อความ ข้อคำ ถามให้ชัดเจน กระชับ รัดกุม มีข้อมูลเพียงพอสำ หลับการ ตอบคำ ถามได้ใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายไม่คุมเครือและควรอยู่ในรูปแบบของประโยคคำ ถามโดยตรง 2) ข้อสอบแต่ละข้อควรมีจำ นวนข้อสอบแต่ละข้อควรมีจำ นวนตัวเลือกอยู่ในช่วงสามถึงห้าตัวเลือกทั้งนี้ให้ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนด้วย 3) ในส่วนที่เป็นคำ ถามในส่วนที่เป็นคำ ถามนำ ของข้อสอบนิยมเขียนให้มีรายละเอียดเนื้อหาไว้อย่าง ชัดเจนอยู่แล้วดังนั้นในส่วนของตัวเลือกควรเขียนให้สั้นและกระชับ 4) หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความต่างๆที่คัดลอกจากหนังสือหรือตำ ราเรียนเพราะจะเป็นข้อคำ ถามที่เน้นการจำ เกินไป 5) ข้อคำ ถามประเภทให้เลือกคำ ตอบที่ดีที่สุดเป็นข้อคำ ถามที่มีประโยชน์มากสำ คัญมากการวัดกระบวนการ คิดขั้นสูงซึ่งในตัวข้อคำ ถามก็ต้องระบุคำ ที่แสดงให้เห็นว่าต้องการคำ ตอบในลักษณะดังกล่าวด้วย 6) หลีกเลี่ยงการสร้างข้อคำ ถามที่หลีกเลี่ยงการสร้างข้อคำ ถามที่เป็นเชิงลบหรือปฏิเสธ 7) ต้องแน่ใจว่าข้อสอบข้อหนึ่งหนึ่งมีตัวเลือกซึ่งเป็นคำ ตอบที่ต้องแน่ใจว่าข้อสอบข้อหนึ่ง ๆ มีตัวเลือกซึ่ง เป็นคำ ตอบที่ถูกต้องหรือคำ ตอบที่ดีที่สุดเพียงตัวเลือกเดียว 8) หลีกเลี่ยงการใช้คำ หลีกเลี่ยงการใช้คำ ข้อความหรือสัญลักษณ์ใดใดที่เป็นการชี้แนะคำ ตอบที่ถูกต้อง ทั้งที่เป็นส่วนของข้อคำ ถามและส่วนที่เป็น 9) ต้องมั่นใจว่าตัวได้ทั้งหมดมีความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ซึ่งสอดคล้องสัมพันธ์กับข้อคำ ถามนั้น ๆ 10) ต้องมั่นใจว่าไม่มีข้อสอบข้อใดข้อหนึ่งไปชี้แนะหรือเปิดเผยคำ ตอบต้องมั่นใจว่าไม่มีข้อสอบข้อใดข้อ หนึ่งไปชี้แนะหรือเปิดเผยคำ ตอบในการตอบคำ ถามคนอื่นดังนั้นข้อคำ ถามของข้อสอบข้อหนึ่งหนึ่งไม่ควร ใส่ข้อมูลต่างๆที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำ ไปใช้ในการตอบคำ ถามข้ออื่นได้ 11) ข้อสอบแต่ละข้อตัวรวงหรือตัวเลือกที่ไม่ใช่คำ ตอบที่ข้อสอบแต่ละข้อตัวรวงหรือตัวเลือกที่ไม่ใช่คำ ตอบ ที่ถูกต้องควรเป็นตัวรวงที่มีประสิทธิภาพ 12) แบบทดสอบชุดหนึ่งหนึ่งตำ แหน่งแบบทดสอบชุดหนึ่งหนึ่งตำ แหน่งตัวเลือกที่ถูกต้องของข้อสอบจะ ข้อหนึ่งถึงข้อสุดท้ายจะต้องเป็นไปอย่างสุ่ม 13) หลีกเลี่ยงการสร้างข้อสอบที่มีตัวเลือกเป็นผิดทุกข้อหรือถูกทุกข้อ 14) ถ้าไม่ต้องการวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจในภาษาคนเล็กติ้งการใช้คำ ที่ถ้าไม่ต้องการ วัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจในภาษาคนเล็กติ้งการใช้คำ ที่คลุมเครือ 15) หลีกเลี่ยงการใช้คำ หลีกเลี่ยงการใช้คำ ขยายบางคำ ที่ไม่เหมาะสมในตัวเลือกเพราะอาจเป็นการชี้นำ คำ ตอบ


แบบทดสอบชนิดเลือกตอบ เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดหนึ่งที่มีการกำ หนดคำ ตอบไว้หลายตัวเลือกในข้อสอบแต่ละข้อสำ หรับให้ผู้เรียนได้เลือกตอบตามต้องการซึ่งข้อสอบแต่ละข้อจะประกอบด้วย 2 ส่วนได้แก่ส่วนของคำ ถามนำ หรือคำ ถามหลัก ซึ่งสามารถเขียนได้ 2 รูปแบบ คือเขียนเป็นคำ ถามโดยตรงกับเขียนเป็นประโยคข้อความที่ไม่สมบูรณ์ส่วนของตัวเลือกหรือคำ ตอบทั้งหมดที่กำ หนดให้เป็นตัวเลือกในการตอบคำ ถามข้อนั้น ๆ ซึ่งตัวเลือกมี 2 ชนิด คือตัวเลือกที่เป็นคำ ตอบถูกและตัวเลือกที่เป็นคำ ตอบผิด แนวทางการสร้างแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 1) ควรเขียนข้อคำ ถามควรเขียนข้อความ ข้อคำ ถามให้ชัดเจน กระชับ รัดกุม มีข้อมูลเพียงพอสำ หลับการตอบคำ ถามได้ใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายไม่คุมเครือและควรอยู่ในรูปแบบของประโยคคำ ถามโดยตรง 2) ข้อสอบแต่ละข้อควรมีจำ นวนข้อสอบแต่ละข้อควรมีจำ นวนตัวเลือกอยู่ในช่วงสามถึงห้าตัวเลือกทั้งนี้ให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนด้วย 3) ในส่วนที่เป็นคำ ถามในส่วนที่เป็นคำ ถามนำ ของข้อสอบนิยมเขียนให้มีรายละเอียดเนื้อหาไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้วดังนั้นในส่วนของตัวเลือกควรเขียนให้สั้นและกระชับ 4) หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความต่างๆที่คัดลอกจากหนังสือหรือตำ ราเรียนเพราะจะเป็นข้อคำ ถามที่เน้นการจำ เกินไป 5) ข้อคำ ถามประเภทให้เลือกคำ ตอบที่ดีที่สุดเป็นข้อคำ ถามที่มีประโยชน์มากสำ คัญมากการวัดกระบวนการคิดขั้นสูงซึ่งในตัวข้อคำ ถามก็ต้องระบุคำ ที่แสดงให้เห็นว่าต้องการคำ ตอบในลักษณะดังกล่าวด้วย 6) หลีกเลี่ยงการสร้างข้อคำ ถามที่หลีกเลี่ยงการสร้างข้อคำ ถามที่เป็นเชิงลบหรือปฏิเสธ 7) ต้องแน่ใจว่าข้อสอบข้อหนึ่งหนึ่งมีตัวเลือกซึ่งเป็นคำ ตอบที่ต้องแน่ใจว่าข้อสอบข้อหนึ่ง ๆ มีตัวเลือกซึ่งเป็นคำ ตอบที่ถูกต้องหรือคำ ตอบที่ดีที่สุดเพียงตัวเลือกเดียว 8) หลีกเลี่ยงการใช้คำ หลีกเลี่ยงการใช้คำ ข้อความหรือสัญลักษณ์ใดใดที่เป็นการชี้แนะคำ ตอบที่ถูกต้องทั้งที่เป็นส่วนของข้อคำ ถามและส่วนที่เป็น 9) ต้องมั่นใจว่าตัวได้ทั้งหมดมีความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ซึ่งสอดคล้องสัมพันธ์กับข้อคำ ถามนั้น ๆ 10) ต้องมั่นใจว่าไม่มีข้อสอบข้อใดข้อหนึ่งไปชี้แนะหรือเปิดเผยคำ ตอบต้องมั่นใจว่าไม่มีข้อสอบข้อใดข้อหนึ่งไปชี้แนะหรือเปิดเผยคำ ตอบในการตอบคำ ถามคนอื่นดังนั้นข้อคำ ถามของข้อสอบข้อหนึ่งหนึ่งไม่ควรใส่ข้อมูลต่างๆที่ช่วย ให้ผู้เรียนสามารถนำ ไปใช้ในการตอบคำ ถามข้ออื่นได้ 11) ข้อสอบแต่ละข้อตัวรวงหรือตัวเลือกที่ไม่ใช่คำ ตอบที่ข้อสอบแต่ละข้อตัวรวงหรือตัวเลือกที่ไม่ใช่คำ ตอบที่ถูกต้องควรเป็นตัวรวงที่มีประสิทธิภาพ 12) แบบทดสอบชุดหนึ่งหนึ่งตำ แหน่งแบบทดสอบชุดหนึ่งหนึ่งตำ แหน่งตัวเลือกที่ถูกต้องของข้อสอบจะข้อหนึ่งถึงข้อสุดท้ายจะต้องเป็นไปอย่างสุ่ม 13) หลีกเลี่ยงการสร้างข้อสอบที่มีตัวเลือกเป็นผิดทุกข้อหรือถูกทุกข้อ 14) ถ้าไม่ต้องการวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจในภาษาคนเล็กติ้งการใช้คำ ที่ถ้าไม่ต้องการวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจในภาษาคนเล็กติ้งการใช้คำ ที่คลุมเครือ 15) หลีกเลี่ยงการใช้คำ หลีกเลี่ยงการใช้คำ ขยายบางคำ ที่ไม่เหมาะสมในตัวเลือกเพราะอาจเป็นการชี้นำ คำ ตอบ สรุปองค์ความรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่9 กกาารรตตรรววจจสสออบบคุคุคุ ณ คุ ณภภาาพพขขอองงแแบบบบ ทดสอบ


ความเที่ยงตรง ความเป็นปรนัย ความยาก อำ นาจจำ แนก ความเชื่อมั่น 1) ความเที่ยงตรงตามเนื้อหา 2) ความเที่ยงตรงตามโครงสร้าง 3) ความเที่ยงตรงเกณฑ์สัมพันธ์ ความเที่ยงตรงตามสภาพ ความเที่ยงตรงตามพยากรณ์ กรณีให้คะแนนเป็น 0 กับ 1 กรณีให้คะแนนไม่ใช่ 0 กับ 1 กรณีแบบทดสอบอิงกลุ่ม กรณีให้คะแนนเป็น 0 กับ 1 กรณีให้คะแนนไม่ใช่ 0 กับ 1 กรณีแบบทดสอบอิงเกณฑ์ กรณีแบบทดสอบอิงกลุ่ม กรณีให้คะแนนเป็น 0 กับ 1 กรณีให้คะแนนไม่ใช่ 0 กับ 1 กรณีแบบทดสอบอิงเกณฑ์ การตรวจสอบคุณภาพของแบบทดสอบ ข้อสอบที่มีค่า P เข้าใกล้ 1 จะง่าย แต่ถ้าเข้าใกล้ 0 จะยาก และข้อสอบที่มีค่า P เข้าใกล้ 0.50 จะดีมาก จะต้องมีค่าดัชนีความยากตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.80 เกณฑ์การคัดเลือกข้อสอบรวมทั้งการแปลความหมายระดับความยากของ ข้อสอบจะเหมือนกันกับข้อสอบที่มีการให้คะแนนเป็น 0 กับ 1 เกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าเป็นข้อสอบที่มีอำ นาจเกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่า เป็นข้อสอบที่มีอำ นาจจำ แนกเหมาะสมชายได้จะต้องมีค่าดัชนี อำ นาจจำ แนกรายข้อตั้งแต่ 0.20ถึง 1.00 เป็นลักษณะที่ดีอย่างหนึ่งของแบบทดสอบทั้งฉบับที่ผมบอกว่าแบบ ทดสอบชุดนี้มีความชัดเจนในการเขียนคำ เป็นลักษณะที่ดีอย่างหนึ่งของ แบบทดสอบทั้งฉบับที่ผมบอกว่าแบบทดสอบชุดนี้มีความชัดเจนในการ เขียนคำ ชี้แจงและข้อคำ ถามแต่ละข้อรวมถึงตัวเลือกต่างๆในกรณีที่เป็น ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบและแบบจับคู่รวมทั้งมีความสอดคล้องตรงกัน ของการตรวจให้คะแนนและการแปลความหมายของคะแนน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ ยอมรับได้ควรมีค่าความเชื่อมั่นไม่ต่ำ กว่า 0.70


สรุปองค์ความรู้ เกณฑ์หรือคุณลักษณะใช้ประเมินคุณภาพของแบบทดสอบมีหลายประการสำ คัญเกณฑ์หรือคุณลักษณะใช้ประเมินคุณภาพของแบบทดสอบมีหลายประการสำ คัญ 5 ประการ ได้แก่ ความเที่ยงตรง = ระดับคุณภาพของเครื่องมือวัดผลที่บ่งบอกว่าข้อมูลที่ได้จากการวัดตัวแปรคุณลักษณะหรือสิ่งที่ต้องการวัดด้วยเครื่องมือนั้นนั้นมีความถูกต้องหรือไม่ ความเที่ยงตรงของ แบบทดสอบ สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทที่แตกต่างกัน ได้ดังนี้ ความเที่ยงตรงตามเนื้อหา เป็นคุณภาพของแบบทดสอบที่บ่งบอกว่าตัวอย่างของข้อสอบทั้งหมดของแบบทดสอบฉบับ นั้นวัดได้ถูกต้องสอดคล้องและครบถ้วนตามขอบเขตเนื้อหาที่ต้องการวัดหรือไม่ ความเที่ยงตรงตามโครงสร้างเป็นคุณภาพของแบบทดสอบที่บ่งบอกว่าข้อสอบทั้งหมดในแบบทดสอบฉบับ นั้นสามารถวัดตัวแปรที่ต้องการวัดได้ถูกต้องสอดคล้องและครบถ้วนตามนิยามหรือโครงสร้างเชิงทฤษฎีของตัวแปรที่ต้องการวัดนั้นหรือไม่ ความเที่ยงตรงเกณฑ์สัมพันธ์ เป็นความเที่ยง ตรงของแบบทดสอบที่เกิดจากการเอาผลหรือคะแนนที่ได้จากการวัดด้วยแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปสัมพันธ์กับเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการศึกษา แบ่งออก 2 ประเภท คือ ความเที่ยงตรงตามสภาพ ความเที่ยงตรงตามพยากรณ์ ความเป็นปรนัย = เป็นลักษณะที่ดีอย่างหนึ่งของแบบทดสอบทั้งฉบับที่ผมบอกว่าแบบทดสอบชุดนี้มีความชัดเจนในการเขียนคำ เป็นลักษณะที่ดีอย่างหนึ่งของแบบทดสอบทั้งฉบับที่ผม บอกว่าแบบทดสอบชุดนี้มีความชัดเจนในการเขียนคำ ชี้แจงและข้อคำ ถามแต่ละข้อรวมถึงตัวเลือกต่างๆในกรณีที่เป็นข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบและแบบจับคู่รวมทั้งมีความสอดคล้อง ตรงกันของการตรวจให้คะแนนและการแปลความหมายของคะแนน ความยาก = ข้อสอบที่มีค่า P เข้าใกล้ 1 จะง่าย แต่ถ้าเข้าใกล้ 0 จะยาก และข้อสอบที่มีค่า P เข้าใกล้ 0.50 จะดีมาก จะต้องมีค่าดัชนีความยากตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.80 อำ นาจจำ แนก = เกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าเป็นข้อสอบที่มีอำ นาจเกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าเป็นข้อสอบที่มีอำ นาจจำ แนกเหมาะสมชายได้จะต้องมีค่าดัชนีอำ นาจจำ แนกรายข้อตั้งแต่ 0.20ถึง 1.00 และความเชื่อมั่น = ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 1 ถ้าแบบทดสอบฉบับใดมีค่าความเชื่อมั่นเข้าใกล้หนึ่งแสดงถึงแบบทดสอบฉบับนั้น มีค่าเข้าใกล้ 1 มีความเชื่อมั่นสูง มากแต่ถ้าเข้าใกล้ 0 จะถือว่าขาดความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ยอมรับได้ควรมีค่าความเชื่อมั่นไม่ต่ำ กว่า 0.70


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่10 กกาารรวิวิ วิเวิเคครราาะะห์ห์ ห์ ตัห์ ตั ตั วตั วชี้ชี้ชี้วัชี้วั วั ดวั ดสู่สู่สู่กสู่กาารรออออกกแแบบบบ หหน่น่ น่ วน่ วยยกกาารรเเรีรี รียรียนนรู้รู้รู้รู้


ความหมาย ประเภท การกำ หนดหลักฐาน การเรียนรู้ วิธีการวิเคราะห์ตัวชี้ วัด ผลผลิต เช่น สิ่งประดิษฐ์ แบบจำ ลอง แผนภูมิคำ ตอบจากการประเมิน รายงาน โครงงาน ผลการปฏิบัติ เช่น การสาธิต การนำ เสนอ การอภิปราย การแสดง ขั้นที่ 1 ค้นหาคำ สำ คัญ ขั้นที่ 2 กำ หนด ขั้นที่สองกำ หนดหลักฐานการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 กำ หนดวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 กำ หนดเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 กำ หนดกิจกรรมการเรียนรู้หรือวิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้ เรียนได้แสดงหลักฐานการเรียนต่างๆตามที่ได้ระบุไว้ใน มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด ตัวชี้วัดด้านจิตนิสัย มาตรฐานการเรียนรู้ หมายถึง สิ่งที่ผู้เรียน เพิ่งรู้และปฏิบัติมีคุณธรรมจริยธรรมและค่า นิยมที่พึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้ เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัด หมายถึงสิ่ง ที่ผู้เรียนเพิ่งรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้มีความเฉพาะ เจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม ตัวชี้วัดด้านการคิดอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัดด้านทักษะการปฎิบัติ ตัวชี้วัดด้านความรู้ความเข้าใจ ตัวชี้วัดด้านผลผลิต


มาตรฐานการเรียนรู้หมายถึงสิ่งที่ผู้เรียนเพิ่งรู้และปฏิบัติมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวชี้วัดหมายถึงสิ่งที่ผู้เรียน เพิ่งรู้และปฏิบัติได้รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมนำ ไปใช้ในตัวชี้วัดหมายถึงสิ่งที่ผู้เรียน เพิ่งรู้และปฏิบัติได้รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรมนำ ไปใช้ในการกำ หนดเนื้อหาจัดทำ หน่วยการเรียนรู้จัดการเรียนการสอนและเป็นเกณฑ์สำ คัญสำ หรับการวัดและการประเมินผลเป็นเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ประเภทของตัวชี้วัดแบ่งเป็น 5 ประเภท 1. ตัวชี้วัดด้านความรู้ความเข้าใจ เป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา 2. ตัวชี้วัดด้านการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับความสามารถในการคิดโดยกำ หนดให้ต้องนำ ความรู้มาแก้ปัญหาความรู้นี้จะได้มาจากการคิดอย่างลึกซึ้งด้วยรูปแบบต่างๆ 3. ตัวชี้วัดด้านทักษะการปฎิบัติ เป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติหรือใช้วิธีการต่างๆได้ดีเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน 4. ตัวชี้วัดด้านผลผลิต เป็นตัวชี้วัดเกี่ยวกับความสามารถในการใช้ความรู้ การคิด ทักษะ เพื่อสร้างผลผลิตสุดท้ายที่มีคุณภาพและเป็นรูปธรรม 5. ตัวชี้วัดด้านจิตนิสัย เป็นตัวชี้วัดที่ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางการทางวิชาการ แต่เป็นสถานะทางอารมณ์ ความรู้สึก กำ หนดหลักฐานการเรียนรู้จำ แนกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ผลผลิตและผลการปฏิบัติ วิธีการวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ค้นหาคำ สำ คัญ ขั้นที่ 2 กำ หนด ขั้นที่สองกำ หนดหลักฐานการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 กำ หนดวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 กำ หนดเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 กำ หนดกิจกรรมการเรียนรู้หรือวิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงหลักฐานการเรียนต่างๆตามที่ได้ระบุไว้ใน สรุปองค์ความรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่11 กกาารรออออกกแแบบบบหหน่น่ น่ วน่ วยยกกาารรเเรีรี รียรียนนรู้รู้รู้อิรู้อิ อิงอิง มมาาตตรรฐฐาานนโโดดยยใใช้ช้ช้ กช้ กรระะบบววนนกกาารรออออกกแแบบบบ ย้ย้ ย้ อย้ อนนกกลัลั ลั บลั บ


ความหมาย การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ขั้นตอนการออกแบบ เป็นการวางแผนและจัดทำ หน่วยเป็นการวางแผน และจัดทำ หน่วยการเรียนรู้ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้ ย่อยของรายวิชาโดยมีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายสำ คัญของย่อยของรายวิชาโดยมี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายสำ คัญ ของการเรียนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานและตัวชี้วัด สาระสำ คัญ สาระสำ คัญสาระการเรียนรู้ ชิ้นงาน วิธีการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ เวลาเรียนและน้ำ หนักคะแนนประจำ หน่วยการเรียนรู้ กระบวนการออกแบบย้อนกลับ ควรประกอบด้วย 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. ขั้นตอนที่ 1 ระบุผลลัพธ์ที่ต้องการหรือขั้นกำ หนด เป้าหมาย ขั้นตอนที่ 2 กำ หนดหลักฐานการเรียนรู้ที่ยอมรับได้ มีหลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่พึง ประสงค์ที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 3 วางแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้หรือ การเรียนการสอนเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมการ เรียนรู้ที่จะให้ผู้เรียนได้ทำ ในระหว่างการจัดการ เรียนการสอน การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน โดยใช้กระบวนการออกแบบย้อนกลับ


ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานและตัวชี้วัด สาระสำ คัญ สาระสำ คัญสาระการเรียนรู้ ชิ้นงาน วิธีการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ เวลาเรียนและน้ำ หนักคะแนนประจำ หน่วยการเรียนรู้ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานเป็นการวางแผนและจัดทำ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานเป็นการวางแผนและจัดทำ หน่วยการเรียนรู้ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้ย่อย ของรายวิชาโดยมีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายสำ คัญของการเรียนรู้ซึ่งในการออกแบบจะต้องมีการวิเคราะห์เชื่อมโยงมาตรฐานและตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้วิธีการจัดการ เรียนรู้วิธีการ วัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างสัมพันธ์กันเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ที่กำ หนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้นั้นนั้น การออกแบบการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ควรประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 ระบุผลลัพธ์ที่ต้องการหรือขั้นกำ หนดเป้าหมาย ขั้นตอนที่ 2 กำ หนดหลักฐานการเรียนรู้ที่ยอมรับได้มีหลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนได้บรรลุเป้าหมายที่พึงประสงค์ที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 3 วางแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้หรือการเรียนการสอนเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะให้ผู้เรียนได้ทำ ในระหว่างการจัดการเรียนการสอน สรุปองค์ความรู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่12 กกาารรปปรระะเเมิมิ มิ นมิ นจจาากกกกาารรสื่สื่สื่อสื่อสสาารร รระะหหว่ว่ ว่ าว่ างงบุบุบุ ค บุ คคคลล


การประเมิมิ มิ น มิ นจากการสื่สื่ สื่ อ สื่ อสารระหว่ว่ ว่ า ว่ างบุบุ บุ ค บุ คคล ผู้ส่งสาร สาร สื่อ หรือช่องทาง ผู้รับสาร องค์ประกอบของ การสื่อสารระหว่างบุคคล 1. 2. 3. 4. วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้จากการสอบปาก เปล่า การวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการสื่อสารระหว่าง บุคคล หมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ ตีความ บันทึกข้อมูลที่ได้จากการติดต่อสื่อสาร โดยใช้เครื่องมือที่ หลากหลาย นำ ผลที่ได้มาเปรียบเทียบตีความแล้วให้ ข้อมูลย้อนกลับ วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้จากการถาม ตอบในชั้นเรียน วิธีการหลากหลายของการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้จาก การสื่อสารระหว่างบุคคล วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ จากการพบปะ พูดคุยกับผู้เรียน วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ จากการ พูดคุย กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ จากการ จาก การอภิปรายในชั้นเรียน วิธีการวัดและประเมิน ผลการเรียนรู้จากการ บันทึกเหตุการณ์ของผู้ เรียน วิธีการวัดและประเมินผล การเรียนรู้จากการตรวจ การบ้านหรือแบบฝึกหัด ประจำ วัน


ผู้ส่งสาร สาร สื่อ หรือช่องทาง ผู้รับสาร การวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการสื่อสารระหว่างบุคคล หมายถึง กระบวนการเก็บรวบรวมวิเคราะห์ตีความบันทึกข้อมูลที่ได้จากการติดต่อสื่อสารโดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายเหมาะกับวัยของผู้เรียน นำ ผลที่ได้มาตี ความเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำ หนดไว้ข้อมูลที่ได้นำ ไปใช้ในการให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับความก้าวหน้าจุดเด่นจุดที่ต้องปรับปรุงให้แก่ผู้เรียน องค์ประกอบของ การสื่อสารระหว่างบุคคล 1. 2. 3. 4. 5. วิธีการหลากหลายของการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้จากการสื่อสารระหว่างบุคคล วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการถามตอบในชั้นเรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จากการพบปะพูดคุยกับผู้เรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จากการ พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จากการ จากการอภิปรายในชั้นเรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการสอบปากเปล่า วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการ บันทึกเหตุการณ์ของผู้เรียน วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้จากการตรวจการบ้านหรือแบบฝึกหัดประจำ วัน สสรุรุ รุ ป รุ ปอองงค์ค์ ค์ ค ค์ คววาามมรู้รู้รู้รู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่13 กกาารรปปรระะเเมิมิ มิ นมิ นกกาารรปปฏิฏิ ฏิ บัฏิ บั บั ติบั ติ ติติ


ความหมาย ลักษณะสำ คัญของการ ประเมินการปฏิบัติ จุดแข็งและจุดอ่อนของการ ประเมินการปฏิบัติ ขั้นตอนการประเมินการปฏิบัติ ขั้นที่ 1 กำ หนดจุดมุ่งหมายของการประเมินการปฏิบัติ ขั้นที่ 2 กำ กำ หนดรายการทั้งความสามารถความรู้และการประยุกต์ใช้รวมถึงคุณลักษณะต่างๆที่คาดหวัง ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ขั้นที่ 3 ออกแบบงานหรือภาระงานให้ผู้เรียนปฏิบัติ ขั้นที่ 4 พัฒนาเกณฑ์การประเมินการปฎิบัติงานแต่ละงานที่มอบหมายอย่างชัดเจน ขั้นที่ 5 เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่ใช้ ขั้นที่ 6 จัดทำ ใบงานเพื่อชี้แจงการปฎิบัติงานอย่างชัดเจนและถูกต้อง ขั้นที่ 7 วางแผนและดำ เนินการลดความคาดเคลื่อนในการให้คะแนน การประเมิมิมิ มิ น มิ น มิ นการปฎิฎิฎิ ฎิ บั ฎิ บั ฎิ บั บั ติ บั ติ บั ติ ติติติ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติตามภาระงานที่ผู้สอน ได้ออกแบบไว้แล้วนำ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติ ตามภาระงานที่ผู้สอนได้ออกแบบไว้แล้วนำ ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้ได้สาระสนเทศสำ หรับพัฒนาผู้เรียนหรือ ตัดสินผลการเรียนรู้ กำ หนดภาระงานให้ผู้เรียนได้ปฎิบัติจริง การประเมินการปฏิบัติสามารถประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ได้ทั้งที่เป็นทักษะพิสัยทักษะทางสมองคุณลักษณะนิสัย สามารถประเมินได้จากการกระบวนการปฏิบัติงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติ สามารถใช้ได้สอดคล้องตามแนวปฏิบัติการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ 2 จุดมุ่งหมาย คือ 1) การวัดและการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ เรียน 2) การวัดและประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ การประเมินการปฏิบัติมักมีความเป็นอัตนัยในการประเมินซึ่งตรงข้ามกับการประเมินที่ใช้แบบทดสอบทั้งประเภทเลือกตอบ ถูกผิดจับคู่ หรือเขียนตอบสั้นสั้นจะมีความเป็นปรนัยในการวัดสูง เน้นการประเมินกระบวนการปฏิบัติงานผู้สอนจะต้องเฝ้าสังเกตุดูว่าผู้เรียนสามารถที่จะดำ เนิน เน้นการประเมินกระบวนการปฏิบัติงานผู้ สอนจะต้องเฝ้าสังเกตุดูว่าผู้เรียนสามารถที่จะดำ เนินการปฎิบัติงานที่กำ หนดได้หรือไม่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. การประเมินการปฏิบัติสามารถวัดความสามารถที่ไม่อาจวัด โดยวิธีอื่นได้ ผู้เรียนจำ เป็นต้องบูรณาการข้อมูลสาระสนเทศใหม่กับ ความรู้ที่มีอยู่และได้ลงมือปฏิบัติภาระงานที่ซับซ้อนและ สะท้อนการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงอย่างกระตือรือร้น อาจส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนได้ดีกว่าการใช้วิธีการ ทดสอบเพียงอย่างเดียว การประเมินการปฏิบัติสามารถประเมินได้ทั้งกระบวนการ และผลผลิตหรือผลงาน การใช้การประเมินการปฏิบัติเป็นการขยายวิธีการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีความหลากหลาย จุดแข็ง 1. 2. 3. 4. 5. มีความเชื่อมั่นในการให้คะแนนค่อนข้างทำ ได้ เป็นการยากในการสรุปอ้างอิงเกี่ยวกับทักษะและความรู้ ที่ผู้เรียนมีอยู่รวมถึงการทำ เป็นการยากในการสรุปอ้างอิง เกี่ยวกับทักษะและความรู้ที่ผู้เรียนมีอยู่รวมถึงการทำ นา ยการปฎิบัติงานอื่นๆ ค่อนข้างใช้เวลานานและยากในการพัฒนาการปฏิบัติ งานให้สมบูรณ์ อาจมีข้อจำ กัดเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการ ประเมินการปฏิบัติ จุดอ่อน 1. 2. 3. 4.


กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงตามภาระ งานที่ผู้สอนได้ออกแบบไว้แล้วนำ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงตามภาระงานที่ผู้สอนได้ออกแบบไว้แล้วนำ ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้ได้สาระ สนเทศสำ คัญพัฒนาผู้เรียนหรือตัดสินคุณภาพการเรียนรู้ซึ่งพฤติกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งประเมินโดยทั่วไป มักเป็นทักษะต่างๆที่ทั้งทักษะการปฎิบัติและทักษะทางสมองหรือทางสติปัญญาและบางงานที่ปฏิบัติอาจ ประเมินรวมไปถึงคุณลักษณะนิสัยในการทำ งานหรือเจตคติต่อการทำ งาน ขั้นตอนที่สำ คัญของการวางแผนประเมินการปฎิบัติงาน ขั้นที่ 1 กำ หนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ต้องการประเมิน ขั้นที่ 2 ออกไปภาระงานให้ผู้เรียนปฏิบัติ ขั้นที่ 3 พัฒนาเกณฑ์การประเมินการปฎิบัติงาน ขั้นที่ 4 จัดทำ ใบงานเพื่อชี้แจงการปฎิบัติงานอย่างชัดเจน ขั้นที่ 5 เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือที่ใช้ สสรุรุ รุ ป รุ ปอองงค์ค์ ค์ ค ค์ คววาามมรู้รู้รู้รู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่14 กกาารรปปรระะเเมิมิ มิ นมิ นตตาามมสสภภาาพพจจริริ ริงริง ใในนชั้ชั้ชั้ นชั้ นเเรีรี รียรียนน


แนวคิด และ การประเมินตามสภาพจริงในชั้นเรียน ความหมาย ลักษณะสำ คัญ ข้อแตกต่างระหว่างการประเมินการปฎิบัติ กับการประเมินตามสภาพจริง แนวทางการประเมินตามสภาพจริงในการ จัดการเรียนการสอน ขั้นตอนการประเมินตามสภาพจริงใน การจัดการเรียนการสอน การประเมินตามสภาพจริงเป็นทางเลือกใหม่ของการวัดและการ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีจุดเด่นหลายประการที่การ วัดและการประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวดั้งเดิมทำ ไม่ได้ ความหมาย กระบวนการวัดและประเมินศักยภาพของผู้เรียนแบบองค์รวม ทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย ผ่านการลงมือ ปฎิบัติงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริงและมีความหมายต่อผู้เรียนส่ง เสริมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นสำ คัญ มุ่งประเมินความสามารถของผู้เรียนแบบองค์รวม ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการคิดขั้นสูง เน้นการประเมินที่ให้ผู้เรียนได้ตอบสนองหรือแสดงออกอย่างหลากหลาย เป็นการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีการให้ผู้เรียนประเมินผลงานตนเองซึ่งจะช่วยให้มองเห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง ก็มีการใช้เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่ง เป็นการประเมินแบบอิงเกรที่ตัดสินการปฎิบัติงานของผู้เรียนตามระดับคุณภาพ สามารถดำ เนินการ สามารถดำ เนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอนปกติทั้งในและนอก ห้องเรียน ทำ ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนที่มีความสอดคล้องหรือตรงตามสภาพการเรียนรู้ที่แท้จริงของผู้ เรียน ใช้การประเมินในแง่ของ Assessment การประเมินตามสภาพจริงยังมีขีดจำ กัดอาจใช้ได้ไม่เหมาะสมกับทุกกรณี การประเมินแบบดั้งเดิมยังคงใช้ร่วมกับการประเมินตามสภาพจริงได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และ ผลลัพธ์ที่คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. การประเมินการปฏิบัติจะมุ่งตรวจสอบการตอบสนองของ ผู้เรียนในขณะที่การประเมินตามสภาพจริงให้ความ สนใจบริบทสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนอง 1. ในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้อย่างมีความหมายเพื่อมุ่งเน้น การเรียนรู้ของผู้เรียนผู้สอนควรดำ เนิน ประการแรก ให้ระบุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง ประการสอง กำ หนดหลักฐานการเรียนรู้ที่ยอมรับได้ ประการสุดท้าย ดำ เนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้ เครื่องมือและแหล่งที่มาที่หลากหลาย 2. ใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสมอย่างหลากหลายและเน้นการมี ส่วนร่วมซึ่งการประเมินจำ เป็นต้อง ใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสมอ ย่างหลากหลาย 3. ผู้เรียนจะต้องรับรู้และเห็นด้วยกับเกณฑ์หรือรายการประเมิน 4. ต้องมีการทดลองมช้รูบริกส์ที่ครูสอนและผู้เรียนร่วมกันสร้าง 5. ต้องมองการประเมินเหมือนเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนรู้ของ ผู้เรียน 6. ให้ผู้เรียนได้มีทางเลือกในการสร้างชิ้นงานที่พวกเขาพอใจ 7. ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเห็นข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องในงาน 8. สิ่งสำ คัญ คือการให้ข้อมูลย้อนกลับ กำ หนดงานหรือภาระงาน กำ หนดขอบเขตของสิ่งประเมินให้ชัดเจน กำ หนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการ ประเมิน กำ หนดผู้ประเมินโดยผู้สอนกับผู้เรียนร่วมกัน พิจารณาว่าในการประเมินการปฎิบัติงานหรือภาระ งานที่ได้รับมอบหมายจะมีผู้ประเมินเป็นใครบ้าง เรื่องวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและการ ประเมินผลการเรียนรู้ 1. 2. 3. 4. 5. 5.1 การสังเกตตามสภาพจริง 5.2 การสัมภาษณ์ 5.3 การสอบถาม 5.4 การทดสอบ 5.5 การตรวจผลงานหรือชิ้นงาน 5.6 การใช้บันทึกจากผู้ที่เกี่ยวข้อง 5.7การใช้แฟ้มสะสมผลงาน


การประเมินตามสภาพจริงกระบวนการวัดและประเมินศักยภาพของผู้เรียนแบบองค์รวมทั้งด้านพุทธิพิสัยทักษะ พิสัยและจิตตะพิสัยผ่านการลงมือปฎิบัติงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริงและมีความหมายต่อผู้เรียนผู้เรียนได้ตอบ สนองหรือแสดงออกอย่างหลากหลายได้ใช้ทั้งความเข้าใจที่ลุ่มลึกเจตคติทักษะในการแก้ปัญหาและทักษะทาง สังคมมีโอกาสได้ประเมินการปฎิบัติงานของตนเองผู้สอนใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลายสำ หรับการประเมิน ตามสภาพจริงกระบวนการวัดและประเมินศักยภาพของผู้เรียนแบบองค์รวมทั้งด้านพุทธิพิสัยทักษะพิสัยและจิต ตะพิสัยผ่านการลงมือปฎิบัติงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริงและมีความหมายต่อผู้เรียนผู้เรียนได้ตอบสนองหรือ แสดงออกอย่างหลากหลายได้ใช้ทั้งความเข้าใจที่ลุ่มลึกเจตคติทักษะในการแก้ปัญหาและทักษะทางสังคมมี โอกาสได้ประเมินการปฎิบัติงานของตนเองผู้สอนใช้วิธีการและเครื่องมือที่หลากหลายสำ หรับใช้ในการวัดและ ประเมินการปฎิบัติงานของผู้เรียนเพื่อให้ผลการประเมินสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้มีความถูกต้องแม่นยำ สอดคล้อง ความสามารถที่จริง ของผู้เรียนสำ หรับใช้เป็นสาระสนเทศในการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาการเรียนรู้หรือเพื่อ สรุปหรือตัดสินผลการเรียน สสรุรุ รุ ป รุ ปอองงค์ค์ ค์ ค ค์ คววาามมรู้รู้รู้รู้


ใใบบคคววาามมรู้รู้รู้ที่รู้ที่ ที่ที่15 กกาารรใใช้ช้ช้ รูช้ รูรู บ รู บริริ ริกริกส์ส์ส์ส์ ใในนกกาารรวัวั วั ดวั ดแแลละะปปรระะเเมิมิ มิ นมิ นผผลลกกาารรเเรีรี รียรียนนรู้รู้รู้รู้


เกณฑ์การประเมิน ระดับความสามารถ การบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับ Holistic rubrics รูบริกส์แบบองค์รวม การใช้รูบริกส์ในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ การใช้รูบริกส์ในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ ความหมาย การแบ่งประเภท แนวทางและขั้นตอนการสร้าง เป็นชุดของเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ออกแบบอย่างสอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ สำ หรับใช้เป็นแนวทางในการให้คะแนนคุณภาพการปฎิบัติงานของผู้เรียนทั้งในส่วน ที่เป็นผลการปฏิบัติ ผลผลิตที่เกิดขึ้นรวมถึงพฤติกรรมการทำ งานโดย ผลผลิตที่เกิด ขึ้นรวมถึงพฤติกรรมการทำ งานโดยมีการแยกแยะและอธิบายคุณภาพของเกณฑ์หรือ มาตรฐานการปฏิบัติประเมินไว้อย่างชัดเจนในแต่ละระดับความสำ เร็จ Analytic rubrics รูบริกส์แบบแยกส่วน General rubrics รูบริกส์แบบทั่วไป Task specific rubrics รูบริกส์แบบเฉพาะงาน 1. กำ หนดงานที่ต้องการประเมิน 2. กำ หนดประเภทของรูบริกส์ที่ใช้ประเมินงาน 3. กำ หนดเกณฑ์หรือประเด็นที่จะประเมิน 4. กำ หนดจำ นวนระดับคุณภาพ 5. เขียนบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับ 6. ทดลองและฝึกใช้Rubrics 7. จัดทำ เป็นเครื่องมือการใช้การให้คะแนนที่สมบูรณ์ องค์ประกอบ


เป็นชุดของเกณฑ์หรือมาตรฐานที่ออกแบบอย่างสอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้สำ หรับ ใช้เป็นแนวทางในการให้คะแนนคุณ ภาพการปฎิบัติงานของผู้เรียนทั้งในส่วนที่เป็นผลการปฏิบัติ ผลผลิตที่เกิดขึ้นรวมถึงพฤติกรรมการทำ งานโดย ผลผลิตที่เกิดขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการทำ งานโดยมีการแยกแยะและอธิบายคุณภาพของเกณฑ์หรือมาตรฐานการปฏิบัติประเมินไว้อย่างชัดเจนใน แต่ละระดับความสำ เร็จ มีองค์ประกอบคือเกณฑ์การประเมินระดับความสามารถและการบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับนอกจากองค์ประกอบทั้งสาม ส่วนนี้ในการนำ มี 3 องค์ประกอบ คือ เกณฑ์การประเมิน ระดับความสามารถและการบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับ นอกจาก องค์ประกอบทั้งสามส่วนนี้ในการนำ รูบริกส์ไปใช้ถ้ากรณีเป็น Analytics rubrics จะต้องกำ หนดน้ำ หนักคะแนนให้แต่ละ ประเด็นที่จะประเมินจากนั้นสร้างเกณฑ์ตัดสินคุณภาพรวม Holistic rubrics สร้างขึ้นสำ หรับให้คะแนนการปฎิบัติงานหรือ ผลผลิตจากการปฎิบัติงานของผู้เรียนในภาพรวม Analytics rubrics สร้างขึ้นสำ หรับสร้างขึ้นสำ หรับให้คะแนนการปฎิบัติงาน หรือผลผลิตจากการปฎิบัติงานของผู้เรียนแยกแยะตามประเด็นที่จะประเมินซึ่งโดยทั่วไปนิยมกำ หนดจำ นวนระดับคุณภาพเท่า กันทุกประเด็นที่จะประเมิน General rubrics สร้างขึ้นโดยใช้เกณฑ์หรือประเด็นที่จะประเมินกล้องกว้างเพื่อให้สามารถใช้ใน การประเมินการปฎิบัติงานหรือผลผลิตจากการปฎิบัติงานของผู้เรียนได้หลายงาน Task specific rubrics สร้างขึ้นโดยมีเป้า หมายเพื่อประเมินเฉพาะงานใดงานหนึ่งที่มอบหมายให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติเท่านั้น สสรุรุ รุ ป รุ ปอองงค์ค์ ค์ ค ค์ คววาามมรู้รู้รู้รู้


Click to View FlipBook Version