The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารวิชาการ เรื่อง”กระบวนการนโยบายสาธารณะ ” ฉบับ นี้ ผู้เขียนได้เก็บรวบรวม จากการทบทวน
วรรณกรรม จากผลงานเขียนในอดีต ที่เป็นไปทั้ง ในลักษณะที่เป็นเอกสารตำราวิชาการงานวิจัย บทความ
เอกสารประกอบการสอน การฝึ กอบรม รวมทั้ง คำบรรยาย ตามสถาบันอุดม ศึกษาต่างๆ แม้ข้อมูลบางส่วนในเอกสารฉบับนีค่อนข้างจะเก่าไปบ้าง
แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ยังไ ม่ถึงกับล้าสมัย ยังสามารถใช้ประโยชน์ไ ด้สำหรับ ผู้ที่สนใจ ทั้ง นี้เนื้อ หาสาระในฉบับ จะประกอบด้วย 4 ส่วนใหญ่ๆ
โดยในแต่ละส่วน นอกจากจะกล่าวถึงกระบวนการนโยบายสาธารณะในลักษณะต่างๆแล้ว ยังได้รวมสาระ
ทางด้านสุขภ าพไว้เ ป็น กรณีศึกษาด้วย (คำว่า สุขภ าพ ในที่นี้บางครั้ง อาจใช้คำว่า สาธารณสุข แทน ผู้เขียน
จึงขอทำความเข้าใจเบื้องต้น สำหรับ ผู้สนใจที่จะอ่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย) ทั้งนี้เนื้อ สาระในฉบับ ประกอบด้วย
1)กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ
2)กระบวนการนำนโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบัติ
3)การควบคุมกำกับ การ และการติดตามประเมินผลนโยบายสาธารณะ
และ4) ในส่วนนี้จะเป็นผลงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการนโยบายสาธารณะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanpisit Sa-nguansakul, 2021-01-03 10:29:34

กระบวนการนโยบายสาธารณะ

เอกสารวิชาการ เรื่อง”กระบวนการนโยบายสาธารณะ ” ฉบับ นี้ ผู้เขียนได้เก็บรวบรวม จากการทบทวน
วรรณกรรม จากผลงานเขียนในอดีต ที่เป็นไปทั้ง ในลักษณะที่เป็นเอกสารตำราวิชาการงานวิจัย บทความ
เอกสารประกอบการสอน การฝึ กอบรม รวมทั้ง คำบรรยาย ตามสถาบันอุดม ศึกษาต่างๆ แม้ข้อมูลบางส่วนในเอกสารฉบับนีค่อนข้างจะเก่าไปบ้าง
แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ยังไ ม่ถึงกับล้าสมัย ยังสามารถใช้ประโยชน์ไ ด้สำหรับ ผู้ที่สนใจ ทั้ง นี้เนื้อ หาสาระในฉบับ จะประกอบด้วย 4 ส่วนใหญ่ๆ
โดยในแต่ละส่วน นอกจากจะกล่าวถึงกระบวนการนโยบายสาธารณะในลักษณะต่างๆแล้ว ยังได้รวมสาระ
ทางด้านสุขภ าพไว้เ ป็น กรณีศึกษาด้วย (คำว่า สุขภ าพ ในที่นี้บางครั้ง อาจใช้คำว่า สาธารณสุข แทน ผู้เขียน
จึงขอทำความเข้าใจเบื้องต้น สำหรับ ผู้สนใจที่จะอ่านไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย) ทั้งนี้เนื้อ สาระในฉบับ ประกอบด้วย
1)กระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ
2)กระบวนการนำนโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบัติ
3)การควบคุมกำกับ การ และการติดตามประเมินผลนโยบายสาธารณะ
และ4) ในส่วนนี้จะเป็นผลงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการนโยบายสาธารณะ

Keywords: กระบวนการกํา หนดนโยบายสาธารณะ,กระบวนการนํานโยบายสาธารณะไปสู่การปฏิบ ัติ,การพัฒนาระบบการสนับสนุนการนําน โยบายไปปฏิบัติ

146

แตใ่ นทางปฏบิ ตั จิ รงิ ลกั ษณะการบรหิ ารจดั การในบางครงั้ บางกรณี ยงั เป็นไปในลกั ษณะการ
บรหิ ารเชิงดง่ิ (Vertical Management) เป็นผลใหก้ ารประสานการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั ขิ าด
การบรู ณาการเท่าท่ีควร
2. แมว้ า่ กระทรวงสาธารณสขุ จะมีความพยายามท่ีจะกระจายอาํ นาจ แตข่ อ้ มลู เชงิ

ประจกั ษ์ พบวา่ ความพยายามดงั กลา่ วนนั้ เป็นไปเพียงการกระจายอาํ นาจสรู่ าชการบรหิ ารสว่ น
ภมู ิภาคเทา่ นนั้ หาไดก้ ระจายไปสรู่ าชการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่ินแตอ่ ยา่ งใดไม่ ดงั นนั้ ประชาชนใน
ทอ้ งถ่นิ จงึ ขาดการมีสว่ นรว่ มในการนาํ นโยบายดา้ นสขุ ภาพไปสกู่ ารปฏิบตั ิ ยงั ผลใหผ้ นู้ าํ ของ
ทอ้ งถ่นิ ขาดประสบการณ์ และแนวคิดในการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิอยา่ งสนิ้ เชงิ
3. คา่ นิยมทางการบรหิ ารของราชการบรหิ ารสว่ นภมู ภิ าคและทอ้ งถ่นิ ยงั ตดิ ยดึ กบั การรวม
ศนู ยอ์ าํ นาจในสว่ นกลางเป็นสาํ คญั ทาํ ใหน้ โยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพในบางกรณีและบาง
ลกั ษณะ ขาดการประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั สภาพของพืน้ ท่ียงั ผลใหก้ ระจายการนาํ
นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิไมส่ มั ฤทธิผลเทา่ ท่ีพงึ จะเป็น
4. กลไกการสนบั สนนุ ดา้ นทรพั ยากร (ทงั้ ในเร่อื งของกาํ ลงั คน งบประมาณ และ
เทคโนโลยี) ยงั ไมเ่ อือ้ ตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิใหเ้ กิดสมั ฤทธิผลอยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ เท่าท่ีควร
5. ปัจจบุ นั แมว้ า่ ราชการบรหิ ารสว่ นกลางจะมีความพยายามท่ีจะกระจายอาํ นาจไปสู่
สว่ นทอ้ งถ่ิน แตโ่ ดยขอ้ เท็จจรงิ ทอ้ งถ่ินยงั ขาดวสิ ยั ทศั น์ ทกั ษะ และประสบการณท์ ่ีจะบรหิ ารจดั การ
ใหส้ มั ฤทธิผลอย่างมีประสทิ ธิภาพไดด้ ว้ ยตนเอง อนั เน่ืองดว้ ยขอ้ จาํ กดั ทงั้ ในดา้ นโครงสรา้ ง
องคก์ าร และทรพั ยากรสนบั สนนุ (กาํ ลงั คน เทคโนโลยี และงบประมาณ)

โอกาส
1. โดยรฐั ธรรมนญู ปี พ.ศ.2540 ฉบบั ปัจจบุ นั ไดเ้ นน้ หนกั ในระบบการดลุ ยห์ รอื การคาน
อาํ นาจ การตรวจสอบอาํ นาจ รวมทงั้ การถอดถอนอาํ นาจ ยงั ผลใหก้ ลไกภาครฐั มีการต่นื ตวั และ
ปรบั ปรุงกลไกการบรหิ าร อนั เป็นผลใหเ้ ออื้ ตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพไปสู่
การปฏบิ ตั มิ ากขนึ้
2. โดยรฐั ธรรมนญู ปี พ.ศ.2540 ดงั กลา่ ว ไดเ้ นน้ ถงึ การกระจายอาํ นาจการปกครองสสู่ ว่ น
ทอ้ งถ่ิน โดยไดม้ ี พ.ร.บ.กาํ หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอาํ นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ น
ทอ้ งถ่นิ ไวด้ ว้ ย ซง่ึ สาระสาํ คญั ของ พ.ร.บ.ดงั กลา่ ว นอกเหนือจากการกาํ หนดแผนและขนั้ ตอนท่ีจะ
กระจายอาํ นาจแลว้ ยงั ระบถุ ึงการจดั สรรทรพั ยากรใหท้ อ้ งถ่นิ สามารถบรหิ ารจดั การหรอื สามารถ

147

นาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั ิไดด้ ว้ ย กลา่ วคอื ในปี พ.ศ. 2544 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่นิ จะไดร้ บั
การจดั สรรงบประมาณไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 20 ของรายไดภ้ าครฐั ขณะท่ีปี พ.ศ. 2549 ทอ้ งถ่ินจะ
ไดร้ บั การจดั สรรถึงรอ้ ยละ 35 ของรายไดข้ องรฐั เป็นตน้
3. โดยแผนการปฏริ ูปบทบาทภาครฐั ซง่ึ ไดเ้ นน้ ถึงการปฏิรูปดา้ นตา่ งๆ เป็นตน้ วา่ การ

ทบทวนบทบาทและภารกิจภาครฐั การปฏิรูประบบการบรหิ ารงานบคุ คล การปฏริ ูประบบ
งบประมาณ การปฏริ ูปกฎหมาย และการปฏริ ูปคา่ นิยมและวฒั นธรรมองคก์ าร ซง่ึ แผนการปฏริ ูป
ดงั กลา่ วจะยงั ผลใหก้ ลไกภาครฐั มีการปรบั ตวั ซง่ึ จะเอือ้ ตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ การปรบั ระบบงบประมาณจากการเนน้ เป็นรายกิจกรรมมาเป็นระบบ
งบประมาณท่มี ่งุ เนน้ ผลผลติ และผลลพั ธ์ (Result – based Budgeting)
4. โดยระเบยี บสาํ นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการบรหิ ารจดั การบา้ นเมืองท่ีดี (Good
Governance) ไดม้ ีหลกั การสาํ คญั เก่ียวกบั การบรหิ ารจดั การใหเ้ ป็นไปแบบโปรง่ ใสและเปิดเผย
รวมทงั้ สง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มของประชาชน รวมตลอดถงึ การเนน้ ในความรบั ผดิ ชอบดว้ ย ซง่ึ จะเป็น
องคป์ ระกอบสาํ คญั ในกระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
5. โดยกระบวนการจดั ทาํ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี 9 ไดเ้ ปิดโอกาสใหท้ กุ ฝ่ายโดยเฉพาะอยา่ ง
ย่งิ ภาคประชาสงั คมใหเ้ ขา้ มามีสว่ นรว่ มจดั ทาํ แผนปฏิบตั กิ ารในทกุ ระดบั การบรหิ าร ซง่ึ ภายใต้
กระบวนการมสี ว่ นรว่ มในการจดั ทาํ แผนปฏิบตั ิการดงั กลา่ ว จะเอือ้ ตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายไปสู่
การปฏิบตั ิ รวมตลอดถงึ การควบคมุ กาํ กบั และประเมนิ ผลนโยบายดว้ ย

อุปสรรค
1. โดยสถานการณป์ ัจจบุ นั แมว้ า่ กฎหมายรฐั ธรรมนญู และกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู
ฉบบั ตา่ งๆ รวมทงั้ ระเบยี บปฏิบตั ขิ องกลไกภาครฐั จะระบถุ ึงการมีสว่ นรว่ มของประชาชน

กระบวนการทางนโยบายสาธารณะตามขนั้ ตอนตา่ งๆ ก็ตาม แตโ่ ดยขอ้ เท็จจรงิ ยงั ขาดรูปธรรมใน
เชิงการปฏิบตั ิจรงิ อย่มู าก อทิ ธิพลของหนว่ ยงานกลางโดยเฉพาะอยา่ งย่ิง สาํ นกั งานคณะกรรมการ
พฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ก็ดี สาํ นกั งบประมาณ ก็ดี หรอื สาํ นกั งานคณะกรรมการ

ขา้ ราชการพลเรอื น ลว้ นแลว้ แตย่ งั มีบทบาทคอ่ นขา้ งสงู
2. อทิ ธิพลทางการเมืองบางระดบั ในบางกรณีอาจสง่ ผลกระทบตอ่ ทิศทางการกาํ หนด
นโยบาย รวมตลอดถึงทิศทางการสนบั สนนุ ทรพั ยากร (ทงั้ กาํ ลงั คน งบประมาณ และเทคโนโลยี)
ยงั ผลใหก้ ารนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั อิ าจมีทศิ ทางท่ีเบย่ี งเบนไดด้ ว้ ย

148

3. ภาวะวกิ ฤติทางเศรษฐกิจไดส้ ง่ ผลกระทบในเชิงลบตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ าร
ปฏิบตั เิ ป็นอยา่ งย่งิ โดยเฉพาะทาํ ใหเ้ กดิ ขอ้ จาํ กดั ในการสนบั สนนุ ทรพั ยากรทงั้ ทางดา้ นกาํ ลงั คน
และงบประมาณ
4. โดยโครงสรา้ งองคก์ ารภาครฐั ท่ีใหญ่โตและเทอะทะ มีกระบวนการและขนั้ ตอน

มากมาย เป็นเหตใุ หข้ าดการผนกึ กาํ ลงั สาํ หรบั กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั อิ ย่างมี
เอกภาพรวมตลอดถงึ อาจจะไม่ยืดหยนุ่ และยากตอ่ การปรบั ตวั สาํ หรบั การนาํ นโยบายและแผน
ไปสกู่ ารปฏิบตั ทิ ่ีมีประสิทธิภาพอยา่ งแทจ้ รงิ
5. โดยท่ีทรพั ยากรดา้ นงบประมาณนบั เป็นองคป์ ระกอบหรอื ตวั แปรสาํ คญั ของ
กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ แตห่ ากวเิ คราะห์ พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2502 ปรากฎวา่ ยงั
ไมเ่ ปิดโอกาสใหห้ นว่ ยงานผปู้ ฏบิ ตั ิสามารถบรหิ ารจดั การหรอื ใชง้ บประมาณไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพและแมว้ า่ พ.ร.บ.กาํ หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอาํ นาจใหแ้ ก่องคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน พ.ศ. 2542 จะไดก้ าํ หนดใหท้ อ้ งถ่ินสามารถบรหิ ารจดั การตามศกั ยภาพและ
ความพรอ้ มกจ็ รงิ แตย่ งั ปรากฎวา่ ไม่สามารถเกิดรูปธรรมในทางปฏิบตั ิจรงิ
6. กลไกภาคประชาชนยงั ขาดควาเขม้ แข็งและเอาจรงิ เอาจงั ตอ่ กระบวนการนโยบายทงั้ ใน
ขนั้ ตอนของการกาํ หนดนโยบาย การนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั ิ และโดยเฉพาะอย่างย่ิงการ
ติดตามตรวจสอบผลแหง่ การปฏบิ ตั ิตามนโยบายนนั้

ค. การควบคุม กาํ กบั ประเมินผล นโยบายสาธารณะ

จุดแข็ง
1. มีหนว่ ยงานหรอื สถาบนั ตา่ งๆ รบั ผดิ ชอบในการควบคมุ กาํ กบั และติดตามประเมนิ ผล
นโยบาย ซง่ึ นอกเหนือจากฝ่ายนิติบญั ญตั ิท่ีทาํ หนา้ ท่ีควบคมุ และตรวจสอบนโยบายแลว้ ใน
สถาบนั ทางการบรหิ ารยงั มหี นว่ ยงานท่ีรบั ผดิ ชอบในระดบั ตา่ งๆ ดงั นี้

- ระดบั ชาติ ไดแ้ ก่ สาํ นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
สาํ นกั งบประมาณ สาํ นกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น สาํ นกั งานคณะกรรมการการวจิ ยั
แหง่ ชาติ เป็นตน้

- ระดบั กระทรวง ไดแ้ ก่ สาํ นกั นโยบายและแผนสาธารณสขุ และมีกองแผนงานหรอื
กองวิชาการหรอื ศนู ยป์ ระสานวิชาการทาํ หนา้ ท่ีในการวางแผนและประเมนิ ผลของกรมวชิ าการ
ตา่ งๆ ดว้ ย

149

- ระดบั จงั หวดั ไดแ้ ก่ คณะกรรมการวางแผนและประเมนิ ผล สาํ นกั งานสาธารณสขุ
จงั หวดั โดยมีงานแผนงานเป็นเลขานกุ าร

2. มีความพยายามท่ีจะพฒั นาเคร่อื งมือสาํ หรบั ช่วยในการควบคมุ กาํ กบั และประเมนิ ผล
ตามนโยบาย เชน่ การพฒั นาเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ รวมทงั้ ความพยายามท่ีจะพฒั นาระบบขอ้ มลู
และเคร่อื งชีว้ ดั ในการควบคมุ กาํ กบั ติดตามและประเมนิ ผลนโยบายดว้ ย

3. มีความพยายามท่ีจะดาํ เนินการ ควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลนโยบายในทกุ
ระดบั การบรหิ าร (ทงั้ ในระดบั ชาติ กระทรวง และในราชการบรหิ ารสว่ นภมู ภิ าค)

จุดออ่ น
1. แมว้ า่ จะมีหนว่ ยงานหรอื สถาบนั ตา่ งๆ ทาํ หนา้ ท่ีในการควบคมุ กาํ กบั ติดตามและ
ประเมนิ ผลนโยบายก็ตาม แตข่ อ้ มลู เชงิ ประจกั ษพ์ บวา่ กลไกการดาํ เนินงานดงั กลา่ วยงั ไมเ่ ขม้ แข็ง
เป็นระบบ ตอ่ เน่ือง และมีประสิทธิภาพเท่าท่ีควร
2. ขาดความสนใจและเอาจรงิ เอาจงั ในการควบคมุ กาํ กบั ติดตามและประเมนิ ผล
นโยบาย ทงั้ จากฝ่ายการเมืองและฝ่ายบรหิ าร รวมทงั้ ประชาชน ยงั ผลใหร้ ะบบการสนบั สนนุ
กระบวนการควบคมุ กาํ กบั ติดตามและประเมนิ ผลนโยบายไมเ่ พียงพอและมปี ระสทิ ธิภาพ
เทา่ ท่ีควร โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ การสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณ กลา่ วคือ งบประมาณท่ีใชใ้ นการ
ควบคมุ กาํ กบั ติดตาม และประเมนิ ผล แผนงาน/โครงการตา่ งๆ ของรฐั ยงั ไดร้ บั การจดั สรรใน
สดั สว่ นท่ีนอ้ ยมาก
3. การควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลท่ีผา่ นมายงั ไมเ่ ป็นระบบและตอ่ เน่ือง สว่ น
ใหญ่เป็นการประเมนิ ผลเพยี งบางงานหรอื บางกิจกรรม และเป็นไปในลกั ษณะแยกสว่ น นอกจากนี้
ลกั ษณะของการประเมินผลสว่ นใหญ่ยงั เป็นไปในลกั ษณะของการประเมนิ ความกา้ วหนา้ เป็น
สาํ คญั ยงั ไมค่ รอบคลมุ ถงึ การประเมนิ ผลลพั ธห์ รอื ผลกระทบ
4. ผลลพั ธจ์ ากกระบวนการควบคมุ กาํ กบั และตดิ ตามประเมินผล ยงั ไมถ่ กู นาํ ไปใชใ้ หเ้ กิด
ประโยชนต์ อ่ การกาํ หนดนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพเทา่ ท่ีควร ทงั้ นีอ้ าจจะดว้ ยเหตผุ ลดา้ นตา่ งๆ
หลายประการ อาทิ ขาดเกณฑแ์ ละเคร่อื งชีว้ ดั ท่ีชดั เจน รวมทงั้ ขอ้ มลู อาจจะไมท่ นั ตอ่ สถานการณ์
จงึ ทาํ ใหข้ อ้ มลู ข่าวสารท่ีไดร้ บั ขาดความแม่นตรงและความนา่ เช่ือถือ นอกจากนีใ้ นบางกรณี
อาจจะมีปัจจยั แวดลอ้ มทงั้ จากภายในและภายนอกองคก์ ารเขา้ มามอี ิทธิพลตอ่ กระบวนการ
ควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลนโยบาย ยงั ผลใหเ้ กิดการหกั เหหรอื เบ่ียงเบนและไม่
สอดคลอ้ งเหมาะสมในผลลพั ธข์ องกระบวนการได้

150

โอกาส
1. รฐั ธรรมนญู พ.ศ.2540 ฉบบั ปัจจบุ นั ไดเ้ ปิดโอกาสใหป้ ระชาชนมีสว่ นรวมในทาง
การเมืองและการบรหิ ารมากขนึ้ กลา่ วคอื มีระบบคานอาํ นาจ ตรวจสอบอาํ นาจ และถอดถอน
อาํ นาจ ยงั ผลใหบ้ ทบาทของประชาชนท่จี ะมีสว่ นรว่ มในกระบวนการควบคมุ กาํ กบั ติดตามและ
ประเมนิ ผลนโยบาย สาธารณะดา้ นสขุ ภาพมีเพ่มิ ขนึ้ อยา่ งชดั เจน

2. บทบาทขององคก์ รอิสระตามรฐั ธรรมนญู ไดส้ ง่ ผลใหก้ ระบวนการควบคมุ กาํ กบั และ
ติดตามประเมนิ ผลนโยบายมีความเขม้ แขง็ มากขนึ้ และมีทที า่ จะเอาจรงิ เอาจงั ในผลการ
ดาํ เนินการมากขนึ้ ดว้ ย เป็นตน้ วา่ คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามทจุ รติ แหง่ ชาติ
คณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ผตู้ รวจการแผน่ ดินของรฐั สภา คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชน
แหง่ ชาติ ศาลปกครอง รวมทงั้ พ.ร.บ.ขอ้ มลู ขา่ วสาร
3. ทศิ ทาง อนาคตของการปฏิรูปองคก์ ารภาครฐั ท่ีจะมกี ารปรบั ปรุงบทบาท ภารกิจ ของ
องคก์ าร ซง่ึ จะยงั ผลใหอ้ งคก์ ารมีขนาดเลก็ กระทดั รดั และมีความคลอ่ งตวั ในการปฏิบตั งิ าน และ
เนน้ บทบาทหลกั เฉพาะท่ีจาํ เป็นเท่านนั้ ซง่ึ ไดแ้ ก่ การกาํ หนดนโยบาย การกาํ หนดกตกิ ามาตรฐาน
และโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ องคก์ ารภาครฐั จะเนน้ บทบาทดา้ นการควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามและ
ประเมนิ ผลนโยบายเป็นสาํ คญั
4. ภายใตก้ ระแสโลกาภิวฒั นไ์ ดส้ ง่ ผลใหม้ ีขอ้ มลู ขา่ วสาร และสารสนเทศเช่ือมโยงตดิ ตอ่
ซง่ึ กนั และกนั มากขนึ้ ซง่ึ จะเป็นเคร่อื งมือชว่ ยใหร้ ะบบและกระบวนการ ควบคมุ กาํ กบั ติดตามและ
ประเมนิ ผลนโยบายมีความครอบคลมุ ขา่ วสารนโยบายดา้ นตา่ งๆ รวมตลอดจนทาํ ใหก้ ลไกดงั กลา่ ว

มีประสิทธิภาพมากขนึ้ ดว้ ย

อุปสรรค
1. ทศั นคตแิ ละพฤติกรรมของขา้ ราชการโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงผบู้ รหิ ารระดบั ตา่ งๆ ยงั ไมไ่ ด้
ใหค้ วามสนใจตอ่ หลกั การของธรรมาภิบาล (Good governance) เท่าท่ีควร โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง
การมีสว่ นรว่ มและการตรวจสอบ รวมตลอดถึงความรบั ผดิ ชอบของกระบวนการนโยบายสาธารณะ
2. ประชาสงั คมในระดบั ตา่ งๆ ยงั ไมเ่ ขม้ แข็ง และมบี ทบาทรว่ มในกระบวนการควบคมุ
ตรวจสอบ เทา่ ท่ีควร

151

บทท่ี 4
การอภปิ รายผลการศกึ ษาและข้อเสนอแนะ

ก. สรุปผลการศึกษา

1. ภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ฒั นแ์ ละสภาวะวกิ ฤติทางเศรษฐกจิ ของประเทศ ไดส้ ง่ ผลให้
องคก์ ารภาครฐั จกั ตอ้ งมีการเปล่ยี นแปลงดว้ ยการปรบั บทบาท และภารกิจขององคก์ ารให้
สอดคลอ้ งเหมาะสม กบั สถานการณม์ ากขนึ้ ทศิ ทางของการปรบั ตวั จะเป็นไปในลกั ษณะท่ีเนน้ การ
ดาํ เนนิ งานเพยี งเฉพาะบทบาทท่ีพงึ จะมีพงึ จะเป็นเท่านนั้ ซง่ึ ไดแ้ กก่ ารกาํ หนดทศิ ทางของนโยบาย
การกาํ หนดกติกามาตรฐานดา้ นตา่ งๆ รวมตลอดถึงการควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามประเมนิ ผลนโยบาย
สว่ นบทบาทและ ภารกิจอ่นื นนั้ จกั ตอ้ งมีการมอบใหอ้ งคก์ ารภาคเอกชนและองคก์ รชมุ ชน รวมทงั้
มีการถา่ ยโอนใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินเป็นผดู้ าํ เนนิ การแทน
2. หากวเิ คราะหก์ ระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ ซง่ึ ประกอบดว้ ย การ
กาํ หนดนโยบาย การนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏิบตั ิ และการควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามประเมนิ ผล
นโยบาย จะพบวา่ มีประเดน็ และสาระสาํ คญั ท่ีนา่ สนใจ คอื องคก์ ารภาครฐั โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิง กระทรวงสาธารณสขุ จะเป็นกลไกสาํ คญั ของกระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ
ซง่ึ แมว้ า่ จะมีโครงสรา้ งองคก์ รและทรพั ยากรกาํ ลงั คนท่ีเออื้ ตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะ
ดา้ นสขุ ภาพ แตป่ รากฎวา่ ยงั มีขอ้ จาํ กดั ท่ีเป็นจดุ ออ่ นรวมหลายประการ ไดแ้ ก่
2.1 การกาํ หนดนโยบายสว่ นใหญ่ยงั เป็นไปในลกั ษณะการดาํ เนนิ งานจากเบือ้ งบนสู่
เบือ้ งลา่ ง (Top-down) การมีสว่ นรว่ มขององคก์ รชมุ ชน องคก์ รทอ้ งถ่ิน และภาคเอกชน ยงั มีนอ้ ย

ขณะเดียวกนั การประสานเช่ือมโยงกนั กบั หนว่ ยงานภาครฐั อ่นื ก็มีจาํ กดั ขาดความเป็นปึกแผ่น ทาํ
ใหก้ ารพฒั นาเชงิ ความคดิ ในการกาํ หนดนโยบาย การนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ รวมตลอดจนการ
ควบคมุ กาํ กบั ติดตามและประเมินผลนโยบายอย่ใู นกรอบท่ีจาํ กดั ยงั ผลใหผ้ ลประโยชนท์ ่ี
ประชาชนพงึ จะไดร้ บั จากกระบวนนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ ไม่ครอบคลมุ และมี
ประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผล เทา่ ท่ีพงึ จะเป็น
2.2 ปัจจยั แวดลอ้ มทงั้ จากภายนอกและภายในองคก์ ารกระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ ี
อิทธิพลหรอื สง่ ผลกระทบตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพคอ่ นขา้ งมาก ยงั ผลให้
ปัญหาสขุ ภาพของประชาชน ยงั คงมีอยู่ และยงั ไม่มที า่ ทีท่ีจะสงบไปแตป่ ระการใด ในทางตรงกนั

ขา้ มกลบั มีแนวโนม้ ท่ีจะเพ่มิ ขนาดของความรุนแรงมากขนึ้ ทกุ ขณะ ในกรณีการกาํ หนดนโยบาย
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน นา่ จะสะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ ทศิ ทางของนโยบายท่ไี ม่สอดคลอ้ ง

152

เหมาะสมกบั สภาพปัญหาและความตอ้ งการจรงิ ของพืน้ ท่ี ซง่ึ แมว้ า่ ในชว่ งอดตี ท่ีผ่านมาความ
พยายามของรฐั ท่ีจะใชค้ วามจาํ เป็นพืน้ ฐาน (จปฐ.) เป็นเคร่อื งมือในการวเิ คราะหส์ ถานการณ์
ปัจจบุ นั วเิ คราะหส์ ภาพปัญหาและความตอ้ งการของหมบู่ า้ น เพ่ือใชเ้ ป็นกรอบแนวทางในการ
กาํ หนดกลยทุ ธการพฒั นากต็ าม แตโ่ ดยขอ้ เท็จจรงิ ในทางปฏิบตั ผิ นู้ าํ ทอ้ งถ่นิ ยงั ขาดวิสยั ทศั นแ์ ละ

ไมต่ ระหนกั ถงึ ความจาํ เป็นและประโยชนท์ ่ีจะไดร้ บั ของการใช้ จปฐ. เป็นกรอบแนวนโยบายการ
บรหิ ารการพฒั นาทอ้ งถ่ิน ยงั ผลใหป้ ัญหาดา้ นสขุ ภาพอนามยั ของประชาชนไมถ่ กู จดั อย่ใู นระดบั
ความสาํ คญั แรกๆของทอ้ งถ่นิ นนั้ ๆ
2.3เครอ่ื งมือท่จี ะช่วยในกระบวนการนโยบายสาธารณะยงั ไม่มีประสทิ ธิภาพ
และประสิทธิผลมากพอ เป็นตน้ วา่ ขาดการศกึ ษาวิจยั และประเมินผลเชงิ นโยบาย ทาํ
ใหก้ ระบวนการพฒั นานโยบายไม่สมั ฤทธิผลเท่าท่ีพงึ จะเป็นและอาจกลา่ วไดว้ า่ เกณฑแ์ ละ
เครอ่ื งชีว้ ดั ยงั ไมไ่ วหรอื เหมาะสมมากพอท่ีจะนาํ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ท่าท่ีควร
2.4 โดยท่ีองคก์ ารภาครฐั ในกระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ น
สขุ ภาพมีลกั ษณะโครงสรา้ งท่ีใหญ่โต และแยกสว่ น มีขนั้ ตอนการปฏบิ ตั คิ อ่ นขา้ งมากมายหลาย
ขนั้ ตอน ยงั ผลใหก้ ระบวนการนโยบายสาธารณะ (ทงั้ ในดา้ นการกาํ หนดนโยบาย การนาํ นโยบาย
ไปสกู่ ารปฏิบตั ิ การควบคมุ กาํ กบั ตดิ ตามและประเมินผลนโยบาย) ขาดการประสานและผนกึ
กาํ ลงั อยา่ งมีพลงั มากพอ ท่ีจะทาํ ใหเ้ กิดสมั ฤทธิผล ในการแกไ้ ขปัญหา และความตอ้ งการดา้ น
สขุ ภาพของประชาชนอย่างแทจ้ รงิ
3. สงั คมไทยในปัจจบุ นั มีสถานการณท์ ่ีเออื้ ตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะ
ดา้ นสขุ ภาพรวมหลายประการท่ีสาํ คญั ไดแ้ ก่
3.1 โดยรฐั ธรรมนญู ปีพ.ศ. 2540 ฉบบั ปัจจบุ นั โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง

ในมาตรา 76 ท่ีกาํ หนดไวว้ า่ รฐั บาลตอ้ งสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการ
กาํ หนดนโยบาย การตดั สินใจทางการเมือง การวางแผนพฒั นาทางเศรษฐกิจ สงั คม และการเมือง
รวมทงั้ การตรวจสอบการใชอ้ าํ นาจรฐั ทกุ ระดบั
3.2 ปัจจบุ นั สงั คมโลกยคุ โลกาภวิ ตั น์ เป็นเหตใุ หป้ ระชาชนมกี ารต่ืนตวั และ
มีความตอ้ งการท่ีจะพิทกั ษส์ ทิ ธิประโยชน์ รวมทงั้ มีความตอ้ งการ ท่ีจะเขา้ มามีสว่ นรว่ ม
ในกระบวนการนโยบายสาธารณะมากขนึ้
3.3 กระแสการกระจายอาํ นาจสอู่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน เรม่ิ มี
ทศิ ทางท่ีเปิดโอกาสใหท้ อ้ งถ่นิ มีบทบาทในกระบวนการนโยบายสาธารณะของทอ้ งถ่นิ ตนเอง
มากขนึ้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกฎหมายรฐั ธรรมนญู ปี พ.ศ.2540 ฉบบั ปัจจบุ นั ตงั้ แตม่ าตรา 282-

153

290 รวมทงั้ มกี ฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู คือ พ.ร.บ.กาํ หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอาํ นาจ
ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน พ.ศ.2542
อนง่ึ ผบู้ รหิ ารขององคก์ รการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่ิน (นายกเทศมนตรี และ
ผบู้ รหิ ารองคก์ ารบรหิ ารตาํ บล) บางแหง่ มที ศั นคติ รวมทงั้ เอาจรงิ เอาจงั ท่ีจะมีสว่ นรว่ มใน

กระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพมากขนึ้ ดว้ ย
3.4 โดยแผนการปฏิรูปบทบาทภาครฐั ซง่ึ ไดเ้ นน้ ถึงการปฏิรูปในดา้ น
ตา่ งๆ เป็นตน้ วา่ การทบทวนบทบาทและภารกิจภาครฐั การปฏริ ูประบบบรหิ ารงานบคุ คล การ
ปฏิรูประบบงบประมาณ การปฏริ ูปกฎหมาย และการปฏิรูปคา่ นิยม และวฒั นธรรมของ
องคก์ าร ซง่ึ แผนการปฏิรูปดงั กลา่ วจะเอือ้ ตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพมากขนึ้
3.5 โดยระเบยี บสาํ นกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการบรหิ ารจดั การบา้ นเมืองท่ีดี
(Good governance) ไดม้ ีหลกั การสาํ คญั ท่ีเอือ้ ตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะ เชน่ หลกั ของ
ความเสมอภาคและการมีสว่ นรว่ มของประชาชน หลกั ของการบรหิ ารแบบเปิดเผยและโปรง่ ใส
รวมทงั้ หลกั ของความรบั ผิดชอบดว้ ย
3.6 โดยกระบวนการจดั ทาํ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี 9 ไดเ้ ปิดโอกาสให้
ทกุ ฝ่ายโดยเฉพาะอย่างย่งิ ภาคประชาสงั คม ไดเ้ ขา้ มามีสว่ นรว่ มในการจดั ทาํ แผนปฏิบตั ิการใน
ทกุ ระดบั ของการบรหิ าร ซง่ึ นอกจากจะเออื้ ตอ่ กระบวนการกาํ หนดนโยบายดว้ ยการจดั ทาํ
แผนปฏิบตั ิการแลว้ ยงั จะเอือ้ ตอ่ กระบวนการนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ รวมทงั้ การควบคมุ
กาํ กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลนโยบาย ดงั กลา่ วดว้ ย
4. อยา่ งไรก็ดี แมว้ า่ องคก์ ารภาครฐั โดยเฉพาะอย่างยง่ิ กระทรวงสาธารณสขุ ท่ี
เป็นกลไกสาํ คญั ของ กระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ จะมีโครงสรา้ งองคก์ ารและ

ทรพั ยากรกาํ ลงั คนท่ีมีศกั ยภาพและความพรอ้ ม รวมทงั้ มีสถานการณท์ ่ีเอือ้ อาํ นวยตอ่
กระบวนการนโยบายสาธารณะ รวมหลายประการดงั กลา่ วแลว้ ก็ตาม ปั ญหาและอปุ สรรค
สาํ คญั ท่พี บก็มีหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างย่งิ กลไกภาคประชาชนยงั ไมต่ ่ืนตวั และขาดความ
เขม้ แขง็ เอาจรงิ เอาจงั ในการมีสว่ นรว่ มตอ่ กระบวนการนโยบายสาธารณะดงั กลา่ ว (ทงั้ ในดา้ น
การกาํ หนดนโยบาย การนาํ นโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ และการควบคมุ กาํ กบั การ ติดตาม
และประเมินผลนโยบาย) ขณะท่ีทรพั ยากร (โดยเฉพาะดา้ นงบประมาณ) นบั เป็นตวั แปรหรอื
อปุ สรรคสาํ คญั ของกระบวนการนโยบายสาธารณะ กลา่ วคือ โดยระเบยี บและวิธีการ
งบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 ปรากฏวา่ ยงั ไมไ่ ดเ้ ปิดโอกาสให้
หนว่ ยงานผปู้ ฏบิ ตั ิ สามารถบรหิ ารจดั การหรอื ใชง้ บประมาณอยา่ งมีประสิทธิภาพได้ และ

154

ถงึ แมว้ า่ พ.ร.บ.กาํ หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอาํ นาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
พ.ศ.2542 จะเปิดโอกาสใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ สามารถบรหิ ารจดั การในทอ้ งถ่ินตนเองตาม
ศกั ยภาพและความพรอ้ มก็จรงิ แตร่ ูปธรรมในทางปฏบิ ตั กิ ็ยงั ไม่สมั ฤทธิผลเทาท่ีควร

ข. ข้อเสนอแนะ
1. การนาํ เสนอนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพไม่ควรจาํ กดั อย่เู พียงเฉพาะองคก์ รภาครฐั

เพียงเทา่ นนั้ รฐั ควรจะมีมาตรการท่ีจะกระตนุ้ และสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหห้ น่วยงาน สถาบนั กลมุ่
ผลประโยชน์ พรรคการเมอื ง และองคก์ รภาคเอกชนตา่ งๆมีการแข่งขนั และแยง่ ชิงการนาํ เสนอ
นโยบายสาธารณะดา้ น สขุ ภาพ เพ่ือใหไ้ ดม้ าซง่ึ นโยบายท่ีดี ครอบคลมุ เนือ้ หาสาระท่ีเป็น
ประโยชน์ สอดคลอ้ งและสามารถตอบสนองตอ่ การแกไ้ ขปัญหาและความตอ้ งการดา้ นสขุ ภาพของ
ประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ
2. ทิศทางการปรบั ปรุงบทบาท ภารกิจขององคก์ ารภาครฐั ควรมีความเขม้ ขน้
และเอาจรงิ เอาจงั มากขนึ้ โดยเนน้ การดาํ เนนิ งานเพียงเฉพาะบทบาทและภารกิจท่ีจาํ เป็น
โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในราชการบรหิ ารสว่ นกลาง ควรเนน้ เพียงเฉพาะบทบาทในการกาํ หนดทิศทาง
นโยบาย การกาํ หนดกตกิ ามาตรฐาน การควบคมุ กาํ กบั และติดตามประเมนิ ผลนโยบาย
สาธารณะดา้ นสขุ ภาพเพียงเท่านนั้ สว่ นบทบาทและภารกิจในการดาํ เนินงานดา้ นอ่นื ๆ ควรจะตอ้ ง
มอบใหเ้ ป็นภาระหนา้ ท่ีของภาคเอกชน หรอื องคก์ รชมุ ชนและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่ิน เป็น
ผดู้ าํ เนินการแทน
อน่งึ องคก์ ารภาครฐั ท่ีจะทาํ หนา้ ท่ีในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พงึ
จะตอ้ งมีการประสานและผนกึ กาํ ลงั กนั อยา่ งมีเอกภาพในทกุ สว่ น (ทงั้ ภายนอกและภายใน
กระทรวงสาธารณสขุ ) ขณะเดียวกนั พงึ ตอบสนองตอ่ หลกั การการกระจายอาํ นาจ กลา่ วคือไม่ควร
จะมีลกั ษณะของการส่งั การจากเบือ้ งบนสเู่ บอื้ งลา่ งเพยี งเท่านนั้ ทงั้ นีค้ วรเปิดโอกาสใหท้ อ้ งถ่ินมี
สว่ นรว่ มในกระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพอยา่ งจรงิ จงั ดว้ ย
3. ควรพฒั นาเครอ่ื งมือชว่ ยในกระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ
เพ่ือใหเ้ กิดสมั ฤทธิผลในการแกไ้ ขปัญหาและความตอ้ งการดา้ นสขุ ภาพของประชาชนไดอ้ ย่าง
แทจ้ รงิ และมปี ระสิทธิภาพ ไดแ้ ก่

3.1 สนบั สนนุ ใหม้ ีการศกึ ษา คน้ ควา้ วิจยั เก่ียวกบั นโยบายสาธารณะดา้ น
สขุ ภาพมากขนึ้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในระดบั องคก์ รการบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่ิน

155

3.2 พฒั นาเกณฑเ์ ครอ่ื งชีว้ ดั และเครอื ขา่ ยขอ้ มลู ข่าวสารเพ่ือให้
สามารถใชป้ ระโยชนใ์ นกระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

3.3 พฒั นาระบบการสนบั สนนุ ทรพั ยากรดา้ นงบประมาณ กาํ ลงั คน
และเทคโนโลยีใหไ้ ดอ้ ย่างเพียงพอ มีประสทิ ธิภาพ และสอดคลอ้ งเหมาะสมหรอื ตอบสนองต่อ
หลกั การการกระจายอาํ นาจอยา่ งแทจ้ รงิ โดยเฉพาะอย่างย่งิ ควรสนบั สนนุ ทรพั ยากรในการ
ควบคมุ กาํ กบั และตดิ ตามประเมนิ ผลนโยบายในทกุ ระดบั การบรหิ าร

4. ควรเพ่มิ ความเขม้ แข็งของประชาสงั คมในการมีสว่ นรว่ มในทกุ ขนั้ ตอนของ
กระบวนการนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพ

5. เนือ้ หาสาระของนโยบายสาธารณะดา้ นสขุ ภาพท่ีดี ควรจะครอบคลมุ
ลกั ษณะตา่ งๆ คือ

5.1ควรจะครอบคลมุ ปัญหาสขุ ภาพแบบองคร์ วม (ไมแ่ ยกสว่ น)
5.2สอดคลอ้ งและตอบสนองตอ่ ปัญหาและความตอ้ งการท่ีแทจ้ รงิ ของ
ประชาชน
5.3 สอดคลอ้ งกบั หลกั การการบรหิ ารจดั การบา้ นเมืองท่ีดี (ธรรมาภิบาล :
Good governance)

5.4 มีความยืดหยนุ่ และไวพอตอ่ การเฝา้ ระวงั และแกไ้ ขปัญหาสาธารณสขุ ท่ีมี
ลกั ษณะเป็นพลวตั ร (dynamicity) ตลอดเวลา

5.5 สอดคลอ้ งกบั หลกั การแหง่ ความคมุ้ คา่ (value for money) กลา่ วคือเกิด
ประโยชนแ์ ละประหยดั สงู สดุ

5.6คาํ นงึ ถงึ ผลกระทบเชงิ ลบรว่ มดว้ ยทกุ ครงั้
5.7มีความเป็นไปไดใ้ นเชิงปฏิบตั จิ รงิ



156

บรรณานุกรม

การสาธารณสขุ ไทย พ.ศ. 2540-2541 ; กรงุ เทพฯ : กระทรวงสาธารณสขุ , 2542.
เคร่ืองช้ีวดั การประเมินผลการพฒั นาดา้ นสาธารณสุขในช่วงแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่ง

ชาติฉบบั ท่ี 8 (พ.ศ. 2540-2544) , กรุงเทพฯ : สาํ นกั นโยบายและแผนสาธารณสุข ,
2541.
ดาํ รงค์ บุญยนื , มติ ทิ างสาธารณสขุ ของ การพฒั นานโยบายและแผนสงั คม , กรงุ เทพฯ :

โครงการเอกสารและตาํ รา กองแผนงานสาธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ .
ประยงค์ เตม็ ชวาลา และคณะ , การกระจายอาํ นาจดา้ นการบรหิ ารสาธารณสขุ สภู่ มู ภิ าคและ

ทอ้ งถนิ่ : บทสรุปการศกึ ษาวจิ ยั , เอกสารโรเนยี วเยบ็ เล่ม , 10 ตลุ าคม 2539.
ประยงค์ เตม็ ชวาลา , รายงานการวจิ ยั เรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจ : ยทุ ธศาสตรก์ ารปฏริ ปู

ระบบงานสาธารณสขุ ไทย , 2540.
ประยงค์ เตม็ ชวาลา , บทบาทภาครฐั กบั ทศิ ทางการปฏริ ปู ระบบงานสาธารณสขุ ไทย , กรงุ เทพฯ

: เอกสารผลงานวจิ ยั เสนอตอ่ สาํ นกั งานคณะกรรมการปฏริ ปู ระบบราชการ
สาํ นกั งาน ก.พ. , 2542.
การศกึ ษาวเิ คราะหน์ โยบายและแนวทางการกระจายอาํ นาจดา้ นการบรหิ ารงานสาธารณสขุ
ภมู ภิ าคและทอ้ งถนิ่ , สถาบนั ทป่ี รกึ ษาเพอ่ื พฒั นาประสทิ ธภิ าพระบบราชการ (สปร.)
เอกสารโรเนยี วเยบ็ เลม่ , 2540.
อนุสรณ์สาธารณสขุ ครบ 40 ปี แหง่ การสถาปนากระทรวงสาธารณสขุ , (กรุงเทพฯ : สหประชา
พาณชิ ย์ , 2525).

157

ผศ.ดร.นายแพทย ประยงค เต็มชวาลา
บคุ คลตวั อยางสาขา การบริหารพัฒนา ประจำป พ.ศ. 2542
ตำแหนงทางวชิ าการ ผชู ว ยศาสตราจารย สาขา รฐั ประศาสนศาสตร( พ.ศ. 2552)

การศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี วิทยาศาสตรแ ละแพทยศาสตรบ ัณฑิต (มหาวทิ ยาลัยมหิดล)
ปริญญาโท Master degree of Public Health (M.P.H.) Tulane University, U.S.A.
ปรญิ ญาเอก พัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิต (การบริหารการพัฒนา) คณะรัฐประศาสนศาสตร สถาบัน
บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร และ Doctoral Exchange Student (Public Administration),
Indiana University, U.S.A.

การฝก อบรม
เคยไดรับการฝกอบรมในหลักสูตร Rural Development (Australian National University) เมื่อป

2526 และหลักสูตร Medicine and Society (Karolinska Institute), Stockholm Sweden (2531), หลักสูตรนัก
บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข (2535) และของสำนักงานก.พ. (2540) และหลักสูตรการเมืองการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยของผูบ รหิ ารระดับสูง(ปปร. 7) ของสถาบนั พระปกเกลา (2547)

ประสบการณการทำงานภาคราชการ(กระทรวงสาธารณสุข)
นักวางแผนอาวุโส, นายแพทยสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย, พะเยา,และปราจีนบุรี, ผูอำนวยการกองการ

ประกอบโรคศิลปะ, ผูชวยปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สาธารณสุขนิเทศก: นายแพทย 10 และที่ปรึกษากระทรวง
สาธารณสขุ

ประสบการณอ ่นื ๆ
นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลและกรรมการบริหารศูนยกลางนิสิตนักศึกษาแหงประเทศไทยป

2516, ท่ีปรึกษา ผชู ำนาญการ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการสภาผูแทนราษฎร หลายคณะ (2535 – 2539), ท่ี
ปรึกษาประธานวุฒิสภา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวุฒิสภา หลายคณะ (2543 –
2547), กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการปฏิรูประบบราชการ วุฒิสภา (1 มีค. 2545 – 1 กค.
2545), กรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิรูประบบราชการ วุฒิสภา (14 กพ. 2546 – 6 สค.
2547), ประธานคณะทำงาน (ราง) พรบ.การมีสวนรวมของประชาชน สนช.(2550), ประธานอนุกรรมการจริยธรรม
แพทยสภา ชุดท่ี 11 (8 มีค. 2550 – ปจจุบัน), ผูอำนวยการสถาบันวิชาการ 14 ตุลา (14 ตค. 2547 – 30 เมย.
2548) และกรรมการบริหารสถาบันฯ, ผูทรงคุณวุฒิประจำศาลรัฐธรรมนูญ (10 มค. 2549 – 19 กย. 2549), รอง
อธิการบดีฝายบริหารและผูอำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สาขาการบริหารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย
มหาวิทยาลัยปทุมธานี) (1 เมย. 2548 – 1 ธค. 2548), ผูอำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาผูนำทาง
สังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต (1กุมภาพันธ 2550-2555 ), ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร

158

สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต(สาขาภาวะผูนำ และนวัตกรรมการจัดการสุขภาพ), อาจารยผูรับผิดชอบหลักสูตรทวิ
ปรญิ ญาโททางรัฐประศาสนศาตร และบริหารธรุ กิจ(ปจจุบัน)

ผลงานการวจิ ัย
2528: ปจจัยท่ีมีผลกระทบตอทัศนคติของนักศึกษาแพทยเก่ียวกับการปฏิบัติงานในชนบท, 2529: ความจำเปน
พ้ืนฐานกับการพัฒนาชนบทไทย, 2531: องคการระบบราชการกับการพัฒนาชนบทไทย, 2538: การวิเคราะห
นโยบายและแนวทางการกระจายอำนาจดานการบริหารงานสาธารณสุขสูภูมิภาคและทองถิ่น (รวมวิจัย), 2539:
การกระจายอำนาจ: ยุทธศาสตรการปฏิรูปงานสาธารณสุขไทย, 2540: ยุทธศาสตรการพัฒนาพฤติกรรมขา ราชการ
ไทย, 2541: บทบาทภาครัฐกับทิศทางการปฏิรูประบบงานสาธารณสุขไทย, การพัฒนาศักยภาพชุมชนเพ่ือพัฒนา
งานสาธารณสุขแบบบูรณาการ, 2542: วิสัยทัศนและกรอบแนวคิดในการปฏิรูประบบราชการ, 2543: การปรับ
บทบาทภาครัฐเปนเอกชน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลของรัฐ , 2543: การสาธารณสุขภาคประชาชน: การวิจัย
ปฏิบัติการเสริมสรางศักยภาพชุมชนในการควบคุม และเฝาระวังโรคติดตอตามแนว, 2543:ทิศทางการปฏิรูป
บทบาทองคการภาครัฐในกระบวนการนโยบายสาธารณะดานสุขภาพ, 2546: ทัศนคติและความพึงพอใจเกี่ยวกับ
การปฏิรูประบบราชการ, 2547: การติดตามและประเมินผลการปฏรูประบบราชการ, 2548: การปฏิรูปโครงสราง
และระบบงานของตำรวจไทย, 2548: การมีสวนรวมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะตามรัฐธรรมนูญ
มาตรา 76 ศึกษาเฉพาะกรณี นโยบายการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ (ผูวา CEO), 2550 : รูปแบบโครงสราง
องคกรเพ่ือรองรับการกระจายอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข, 2552: โครงการพัฒนาองคการปกครองสวน
ทองถิ่นเพื่อรองรับการกระจายอำนาจการคุมครองผูบริโภคดานผลิตภัณฑสุขภาพ , 2555 : ปญหาและผลกระทบ
จากการรวมศูนยอำนาจดานสาธารณสุข เสนอ สกว., 2558: ยุทธศาสตรการปฏิรูปเพ่ือธรรมาภิบาลในองคการ
ปกครองทองถ่ินไทย(รวมวิจัย), 2558: ขีดความสามารถในการแขงขันของไทยในบริบทของอาเซียน: ศึกษากรณี
ภาคอุตสาหกรรมไทย” (รวมวิจัยกับศูนยอาเซียนและเอเชียศึกษา, NIDA), 2560: บทบาทของจีนที่มีตออาเซียน
ในทศวรรษหนา: ศึกษาในบริบทการลงทุนโครงสรางพ้ืนฐาน” (รวมวิจัยกับศูนยอาเซียนและเอเชียศึกษา, NIDA),
2562 : การวิจัยเชิงคุณภาพชุด “บทบาทองคกรเอกชนที่มีผลตอการขยายการลงทุนดานโครงสรางพ้ืนฐานท้ังทาง
บกและทางน้ำของจนี ตามนโยบาย “จีนลงใต” :


Click to View FlipBook Version