๘๖ ตารางที่๔.๒๗ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูในภาพรวมผลต่างน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึก ษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ,ปวช. อนุ ปริญญา ,ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญา ตรี ประถมศึกษา - ๘.๒๙*๑๔.๕๕*๑๔.๐๙* .๓๖ .๔๙ มัธยมศึกษาตอนต้น - ๖.๒๕*๕.๘๐* -๗.๙๓* -๗.๘๐* มัธยมศึกษาตอน ปลาย, ปวช. - -.๔๕ -๑๔.๑๘* -๑๔.๐๕* อนุปริญญา, ปวส. - -๑๓.๗๓* -๑๓.๖๐* ปริญญาตร - .ี๑๓ สูงกว่าปริญญาตรี - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๗ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๑๑ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง ประถมศึกษา มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. มีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษา ระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง อนุปริญญา, ปวส. มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๘๗ ตารางที่๔.๒๘ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึก ษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ,ปวช. อนุ ปริญญา ,ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญา ตรี ประถมศึกษา - ๒.๒๖*๔.๐๖*๔.๐๙* .๐๑ -.๓๓ มัธยมศึกษาตอนต้น - ๑.๘๐*๑.๘๓* -๒.๒๕* -๒.๕๙* มัธยมศึกษาตอน ปลาย, ปวช. - .๐๓ -๔.๐๕* -๔.๓๙* อนุปริญญา, ปวส. - -๔.๐๘* -๔.๔๒* ปริญญาตร - -.ี๓๔ สูงกว่าปริญญาตรี - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๘ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในภาพรวม จําแนก ตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๑๑ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง ประถมศึกษา มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. มีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษา ระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง อนุปริญญา, ปวส. มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๘๘ ตารางที่๔.๒๙ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึก ษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ,ปวช. อนุ ปริญญา ,ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๒.๑๑*๓.๘๑*๓.๙๕* -.๐๓ .๓๘ มัธยมศึกษาตอนต้น - ๑.๗๐*๑.๘๔* -๒.๑๔* -๑.๗๓* มัธยมศึกษาตอน ปลาย, ปวช. - .๑๕ -๓.๘๔* -๓.๔๓* อนุปริญญา, ปวส. - -๓.๙๙* -๓.๕๗* ปริญญาตร - .ี๔๑ สูงกว่าปริญญาตรี - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๙ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ใน ภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๑๑ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง ประถมศึกษา มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. มีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษา ระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง อนุปริญญา, ปวส. มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๘๙ ตารางที่๔.๓๐ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนก ตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ,ปวช. อนุ ปริญญา ,ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญา ตรี ประถมศึกษา - ๒.๓๒*๓.๓๑*๓.๔๔* .๑๒ -.๐๑ มัธยมศึกษาตอนต้น - .๙๙ ๑.๑๒ -๒.๒๑* -๒.๓๓* มัธยมศึกษาตอน ปลาย, ปวช. - .๑๓ -๓.๑๙* -๓.๓๒* อนุปริญญา, ปวส. - -๓.๓๒* -๓.๔๕* ปริญญาตร - -.ี๑๓ สูงกว่าปริญญาตรี - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๐ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง ประถมศึกษา มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. มีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษา ระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง อนุปริญญา, ปวส. มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๐ ตารางที่๔.๓๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการให้ความรู้ทางการเมือง ผลต่างนัยสําคัญน้อย ที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึก ษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ,ปวช. อนุ ปริญญา ,ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๑.๖๐*๓.๓๗*๒.๖๑* .๒๗ .๔๕ มัธยมศึกษาตอนต้น - ๑.๗๗*๑.๐๑ -๑.๓๓* -๑.๑๕ มัธยมศึกษาตอน ปลาย, ปวช. - -.๗๖ -๓.๑๐* -๒.๙๒* อนุปริญญา, ปวส. - -๒.๓๔* -๒.๑๖* ปริญญาตร - .ี๑๘ สูงกว่าปริญญาตรี - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๑ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง ประถมศึกษา มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนต้น มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช และปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. มีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีการศึกษา ระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรีประชาชนที่มีระดับการศึกษาระหว่าง อนุปริญญา, ปวส. มี พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชน ที่มีการศึกษาระหว่าง ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๑ สมมติฐานที่๔ ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างกัน การเปรียบเทียบใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความแปรปรวน แบบทางเดียวเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่มากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความเชื่อมั่น ๙๕% จะยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕ ตารางที่๔.๓๒ ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูจําแนกตามอาชีพ พฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชน แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๒๕๕.๘๔ ๕๘๓๕.๙๑ ๖๐๙๑.๗๕ ๓ ๓๙๖ ๓๙๙ ๘๕.๒๘ ๑๔.๗๔ ๕.๗๙ ๐.๐๐* ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๓๖๘.๐๖ ๔๗๓๐.๗๐ ๕๐๙๘.๗๖ ๓ ๓๙๖ ๓๙๙ ๑๒๒.๖๙ ๑๑.๙๕ ๑๐.๒๗ ๐.๐๐* ด้านการมีส่วนร่วมทาง การเมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๓๐๕.๗๘ ๕๐๕๐.๒๙ ๕๓๕๖.๐๘ ๓ ๓๙๖ ๓๙๙ ๑๐๑.๙๓ ๑๒.๗๕ ๗.๙๙ ๐.๐๐* ด้านการให้ความรู้ทางการ เมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๑๘๗.๑๗ ๕๓๘๓.๓๐ ๕๕๗๐.๔๘ ๓ ๓๙๖ ๓๙๙ ๖๒.๓๙ ๑๓.๕๙ ๔.๕๙ ๐.๐๐* *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๒ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอาชีพ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรม ทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง และด้านการให้ความรู้ทางการเมือง แตกต่างอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่คุพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ในภาพรวม และ ๔ ด้านด้วยวิธีผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่๔.๓๒-๔.๓๕
๙๒ ตารางที่๔.๓๓ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพร่วมนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอาชีพ อาชีพ อาชีพ พนักงาน บริษัทเอกชน ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ พนักงานบริษัทเอกชน - ๑.๖๔ ๗.๙๐*๑.๑๑ ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ - ๖.๒๗* -.๕๓ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) - -๖.๘๐* ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๓ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอาชีพแตกต่างกันอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร (ทําไร่ทํานา) มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๓ ตารางที่๔.๓๔ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งต่าง นัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอาชีพ อาชีพ อาชีพ พนักงาน บริษัทเอกชน ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร (ทํา ไร่ทํานา) ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ พนักงานบริษัทเอกชน - .๑๖ ๑.๗๗* -.๐๑ ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ - ๑.๖๑* -.๑๘ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) - -๑.๗๙* ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๔ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในภาพรวม จําแนกตาม อายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร (ทําไร่ทํานา) มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๔ ตารางที่๔.๓๕ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมืองต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จํา แนกตามอาชีพ อาชีพ อาชีพ พนักงาน บริษัทเอกชน ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร (ทํา ไร่ทํานา) ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ พนักงานบริษัทเอกชน - .๑๙ ๒.๑๙* .๒๑ ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ - ๒.๐๐* .๐๑ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) - -๑.๙๙* ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๕พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการติดตามข่าวสารทางการเมืองในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร (ทําไร่ทํานา) มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๕ ตารางที่๔.๓๖ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอาชีพ อาชีพ อาชีพ พนักงานบริษัท เอกชน ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร (ทํา ไร่ทํานา) ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ พนักงานบริษัทเอกชน - .๔๓ ๒.๑๒* .๓๖ ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ - ๑.๖๙* -.๐๘ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) - -๑.๗๗* ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่ ๔.๓๖ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร (ทําไร่ทํานา) มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๖ ตารางที่๔.๓๗ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการให้ความรู้ทางการเมืองนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตาม อาชีพ อาชีพ อาชีพ พนักงาน บริษัทเอกชน ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร (ทํา ไร่ทํานา) ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ พนักงานบริษัทเอกชน - .๘๕ ๑.๘๒* .๕๖ ข้าราชการ, พนักงาน รัฐวิสาหกิจ - .๙๗* -.๒๙ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) - -๑.๒๖* ค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๗ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการให้ความรู้ทางการเมืองในภาพรวม จําแนก ตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ เกษตรกร (ทําไร่ ทํานา) ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร (ทําไร่ทํานา) มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพค้าขาย รับจ้าง และอื่น ๆ นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน สมมติฐานที่๕ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างกัน การเปรียบเทียบใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความแปรปรวน แบบทางเดียวเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่มากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความเชื่อมั่น ๙๕% จะยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕
๙๗ ตารางที่๔.๓๘ ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูจําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชน แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๑๕๕๘.๒๕ ๔๕๓๓.๕๑ ๖๐๙๑.๗๕ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๓๘๙.๕๖ ๑๑.๔๘ ๑๖๐.๖๔ ๐.๐๐* ด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๑๓๐๖.๐๑ ๓๗๙๒.๗๕ ๕๐๙๘.๗๖ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๓๒๖.๕๐ ๙.๖๐ ๑๒.๔๘ ๐.๐๐* ด้านการมีส่วนร่วมทาง การเมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๙๒๗.๙๗ ๔๔๒๘.๑๑ ๕๓๕๖.๐๘ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๒๓๑.๙๙ ๑๑.๒๑ ๑๖๐.๖๔ ๐.๐๐* ด้านการให้ความรู้ทาง การเมือง ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๖๔๒.๕๗ ๔๙๒๗.๙๑ ๕๕๗๐.๔๙ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๖๐.๖๔ ๑๒.๔๘ ๑๒.๔๘ ๐.๐๐* รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๑๑๐๘.๗ ๔๔๒๐.๕๗ ๕๕๒๙.๒๗ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๒๗๗.๑๗ ๑๑.๑๙ ๘๖.๕๖ ๐.๐๐* *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๘ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างอย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรม ทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ด้านการ ติดตามข่าวสารทางการเมือง ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง และด้านการให้ความรู้ทางการเมือง แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ในภาพรวม และ ๔ ด้านด้วยวิธีผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่๔.๓๘-๔.๔๒
๙๘ ตารางที่๔.๓๙ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในภาพรวมผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อ เดือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๑๒.๓๔* -๕.๓๔* -๖.๙๙*๑๖.๑๓* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๗.๐๐*๕.๓๖*๒๘.๔๗* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๑.๖๔ ๒๑.๔๗* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๒๓.๑๒* ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๙ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่าง กันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๙๙ ตารางที่๔.๔๐ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตาม รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๓.๗๔* -๑.๕๘* -๒.๐๙*๔.๘๑* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๒.๑๖*๑.๖๕*๘.๕๕* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -.๕๐ ๖.๓๙* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๖.๙๐* ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๐ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๑๐๐ ตารางที่๔.๔๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมืองผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้น ไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๓.๘๑* -๑.๘๓* -๒.๒๐*๓.๙๑* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๑.๙๘*๑.๖๑*๗.๗๑* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -.๓๗ ๕.๗๓* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๖.๑๑* ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๑ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๑๐๑ ตารางที่๔.๔๒ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนก ตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็น ต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๒.๖๔* -๑.๑๒ -๑.๔๗*๔.๐๓* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๑.๕๑*๑.๑๗*๖.๖๗* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -.๓๕ ๕.๑๖* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๕.๕๑ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๒ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองใน ภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๗ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๑๐๒ ตารางที่๔.๔๓ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่พฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชน ด้านการให้ความรู้ทางการเมืองต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนก ตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน รายได้เฉลี่ยตอเด่ ือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็น ต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๒.๑๖* -.๘๑ -๑.๒๓ ๓.๓๘* ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๑.๓๕* .๙๓*๕.๕๔* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -.๔๒ ๔.๑๙* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๔.๖๐* ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๓ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการให้ความรู้ทางการเมือง ใน ภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๗ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท มีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่ แตกต่างกัน
๑๐๓ ๔.๓ ข้อเสนอแนะพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู ๔.๓.๑ การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอ เมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูมีดังนี้ ๑. ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้ สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน๑ ควรเพื่อทําหน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับ ของประเทศ๒ ควรส่งเสริมให้ประชาชนการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนในเขตอําเภอเมืองจังหวัด หนองบังลําภู ๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการเลือกตั้งให้เป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย๔ ควรเพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลเข้าไปทําหน้าที่ในการปกครองเสริมให้ประชาชนมีความ ตั้งใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งระดับท้องถิ่น๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิในการเลือกตั้งโดยไม่เห็นแก่ อามิสสินจ้าง๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนชักชวนเพื่อนบ้านไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ควร ส่งเสริมให้ประชาชนและสนับสนุนให้เพื่อนบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ๗ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการ ประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ๘ ควรส่งเสริม ให้ประชาชนมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีกล่าวคือ ต้องเปิดกว้าง ให้อิสระในการตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียงทั้งนี้ ๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการ เลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์และยุติธรรมไม่มีการชี้นําหรือบังคับให้เลือก๑๐ ควรส่งเสริมให้ประชาชน ๑ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔๑๐ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๔ ควรทําการศึกษาเกี่ยวกับด้านนโยบายในการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ๑๑ ส่งเสริมให้ประชาชน ควรทําการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการ ครอบงํา๑๒ สรุป ควรส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทน เพื่อทํา หน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับของประเทศส่งเสริมให้ประชาชนมีการประชาสัมพันธ์ หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการ เลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีกล่าวคือ ต้องเปิดกว้างให้อิสระในการ ตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียงทั้งนี้ ๒. ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้งจากป้ายโฆษณาและรถแห่หาเสียง๑๓ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้งจากการดูโทรทัศน์และสื่อ ออนไลน์ ๑๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการ เลือกตั้งกับบุคคลอื่น ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นในการติดตามข่าวสารทางการเมือง และการเลือกตั้ง ๑๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการอ่านบทความ บทวิเคราะห์และข่าวการเลือกตั้ง จากหนังสือพิมพ์นิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์ ๑๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจติดตามข่าวสาร บ้านเมืองอยู่เสมอเพื่อจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองทั้งในประทศและ นอกประเทศและนําข้อมูลต่าง ๆ มาพิจารณาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตประจําวัน๑๗ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนมีการแบ่งเวลาติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างพอดี ๑๘ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการ เคารพความคิดเห็นแบบประชาธิปไตย ที่มีความแตกต่างหลากหลายได้โดยไม่ดูข่าว หรือรับข้อมูล ๑๑ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๓ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๔ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๕ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๖ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๗ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๘ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๕ ข่าวสารเพียงด้านเดียว๑๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และติดตาม ข่าวสารอย่างสม่ําเสมอ โดยใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เพราะผู้ที่มีขอบเขตความรู้อย่างกว้างขวาง ย่อมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้เป็นอย่างดี ๒๐ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีการใช้อดีตให้เป็นประโยชน์นําบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตมาปรับใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นซ้ําอีก หรือเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์นั้นอย่างมี ประสิทธิภาพ๒๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราว ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น๒๒ การเลือกรับข้อมูลใด ๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ จําเป็นต้องมีการตรวจสอบ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อน๒๓ และพิจารณาความถูกต้องของข้อมูล โดยเปรียบเทียบจาก แหล่งข้อมูลอื่น เพื่อตรวจสอบว่ามีความถูกต้องตรงกันหรือไม่ ๒๔ สรุป ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้งจากป้ายโฆษณา และรถแห่หาเสียง ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้งจากการดู โทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องการเลือกตั้งกับบุคคลอื่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นในการติดตามข่าวสารทางการ เมืองและการเลือกตั้ง ๓. ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการแสดงออกทางการเมืองด้วยความสมัครใจทั้งที่ถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย โดยมีเป้าหมายและกระบวนการทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีอิทธิพล ต่อการดําเนินงานของรัฐบาล๒๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น การเลือกตั้ง ร่วมกันบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยคํานึงถึงหน้าที่และไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก๒๖ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถปฏิบัติงานทางการเมืองร่วมกันกับบุคคลหรือหน่วยงานที่ ๑๙ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๐ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๑ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔๒๒ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๓ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๔ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๕ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๖ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๖ เกี่ยวข้องได้อย่างราบรื่น๒๗ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการช่วยเหลือเกื้อกูล ให้เกียรติและไว้วางใจ กัน๒๘ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการได้รับการสนับสนุนและให้คําแนะนําเกี่ยวกับการเลือกตั้งและ กิจกรรมทางการเมืองจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง๒๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการเข้าร่วม กิจกรรมที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือกิจกรรมทางการเมืองมีโอกาสพบปะสังสรรค์เพื่อสร้าง มนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน๓๐ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการประสานงาน สนับสนุน และช่วยเหลือ เกี่ยวกับการเลือกตั้งจากหน่วยงานที่สนับสนุนเป็นอย่างดี ๓๑ ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมี โอกาสเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง๓๒ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนใน สังคมไทยเข้ามามีบทบาทในการเมือง๓๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย๓๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทาง การเมืองตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน๓๕ และควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระ ปราศจากการ ครอบงํา๓๖ สรุป ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการแสดงออกทางการเมืองด้วย ความสมัครใจทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยมีเป้าหมายและกระบวนการทางการเมืองโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการดําเนินงานของรัฐบาล ๒๗ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๘ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๙ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๐ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.๓๑ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๒ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๓ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๔ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๕ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๖ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๗ ๔. ด้านการให้ความรู้ทางการเมือง พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง๓๗ ควรส่งเสริมให้ความรู้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน๓๘ ควร ส่งเสริมให้ความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน เช่น การเลือกตั้ง เป็นต้น๓๙ ควรส่งเสริมให้มีการจัด กิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจทางการเมือง มีการให้ความรู้ทางการเมืองกับบุคคลในครอบครัว๔๐ ควร มีการให้ความรู้ทางการเมืองกับบุคคลกับบุคคลในชุมชน๔๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการพูด อธิบาย หรือบรรยายถึงสิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน การค้นคว้าหรือประสบการณ์ ๔๒ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและคิดว่าความสําคัญกับตนเอง๔๓ ควรส่งเสริมให้ความรู้การไปใช้ สิทธิเลือกตั้งของประชาชน๔๔ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นเป้าหมายและ กระบวนการทางการเมือง๔๕ ควรส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการพัฒนา ระบบการปกครองให้ตอบสนองต่อเป้าหมายที่ประชาชนต้องการตามอุดมการณ์ประชาธิปไตย๔๖ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและคิดว่าความสําคัญกับตนเอง๔๗ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนเห็นถึงความสําคัญต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น๔๘ สรุป ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เป็นการแสดงออกถึง พฤติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเน้นในต้านการจําโดยความรู้นั้นจะเป็นการรวบรวมสาระข้อมูลต่าง ๆ นําเข้าสู่ ๓๗ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๘ สัมภาษณ์นายหนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๙ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๐ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๑ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู,๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๒ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๓ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๔ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๕ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๖ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๗ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๘ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๘ กระบวนการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ส่งเสริมให้ความรู้ทางการเมืองแก่ ประชาชน เช่น การเมือง การเลือกตั้ง เป็นต้น ๔.๓.๒ การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอ เมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ มีดังนี้ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนประชุมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน๔๙ เพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง และที่เป็นประโยชน์ในการสร้าง ความเข้าใจที่ดีต่อกัน๕๐ การประชุมเป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันการประชุมกันบ่อย ๆ คุยกันบ่อย ๆ ๕๑ นั้นเป็นการระดมมันสมอง รวมความสามารถที่ทุกคนมี ๕๒ แล้วนํามาแก้ไขปรับปรุง ข้อบกพร่องส่งเสริมกับหมู่คณะให้มีความเจริญในด้านต่าง ๆ๕๓ การประชุมกันเนืองนิตย์นั้นก็คือมี ความสอดคล้องกับ หลักการมีส่วนร่วม ของหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี ๕๔ ควรเข้าร่วมรับฟังการประชุมภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๕ ควรมีการประชุมปรึกษาหารือ กับบุคลากรภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๖ ควรมีการพูดคุยสื่อสารประสานงานกับบุคลากร ภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๗ ควรมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคลากร ภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๘ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและต้องแสดงความ คิดเห็นอย่างสุจริตและตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการ พบปะประชุมปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ๔๙ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๐ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๑ สัมภาษณ์ประยูรอรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๒ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๓ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๔ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๕ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๖ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๗ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๘ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๐๙ ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์จะต้องมีการพบปะประชุมเพื่อความเข้าใจที่ดีต่อกันของทุก คนในสังคม เช่น ในครอบครัว พ่อ แม่ลูก มีอะไรพูดกันปรึกษากัน ลูกก็จะอบอุ่น ปัญหาลูกไปติดยา เสพติด ก็จะไม่เกิดขึ้น ในสถานที่ทํางาน หัวหน้ามีการประชุมปรึกษากับผู้ร่วมงานทุกครั้ง งานก็จะ ราบรื่น หากมีข้อผิดพลาด ทุกคนก็จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น๕๙ การประชุมพบปะปรึกษาหารือกันใน กิจการงานต่าง ๆ อย่างสม่ําเสมอ เพื่อแก้ปัญหาในการสื่อสาร๖๐ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อ เป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง และที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน การประชุม เป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันการประชุมกันบ่อย ๆ คุยกันบ่อย ๆ ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดย พร้อมเพียงกัน๖๑ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนง แคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ ๖๒ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอก เห็นใจผู้อื่นให้ความสําคัญของคําว่าทีม๖๓ควรพร้อมเพียงกันประชุมซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักการ บริหารขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น๖๔ คือหลักธรรมมาภิบาลในข้อหลักการมีส่วนร่วม และหลักนิติ ธรรมในการประชุมระหว่างทั้งองค์กร และในภาคส่วนราชกองต่าง ๆ๖๕ หัวหน้าที่ดีจึงต้องรักษาเวลา ทั้งการเริ่มและเลิกประชุม การทํากิจต่าง ๆ ตามมติที่ประชุม เป็นการเสียสละ๖๖ ควรมีส่วนร่วมการ ประชุมกําหนดมาตรฐานต่าง ๆ ในการทํางาน๖๗ ควรวางระบบให้ทํางานอย่างพร้อมเพรียงกันได้อย่าง หนึ่ง เมื่อมีการประชุมควรเข้าร่วมการประชุมก่อนเวลาหรือตรงเวลา๖๘ เมื่อมีการประชุมไม่ควรละทิ้ง การประชุมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ควรเข้าร่วมทํากิจกรรม เช่น ลงมติเห็นชอบในการประชุมต่าง ๆ ๕๙ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๐ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๑ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๒ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๓ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๔ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๕ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๖ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๗ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๘ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๐ โดยพร้อมเพียงกัน๖๙ ควรมีส่วนร่วมในการประชุม/โครงการ/กิจกรรมกับทางองค์กรและชุมชน โดย พร้อมเพียงกัน๗๐ ควรมีส่วนร่วมในการออกกฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับ สําหรับการเข้าร่วมประชุม ขณะประชุม ควรจัดให้มีการการลงชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมทุกครั้งและจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และ ตรวจสอบ ในการประชุมทุกครั้ง รวมทั้งการเลิกประชุม๗๑ ควรมีการลงมติเห็นชอบร่วมกันซึ่งเป็นการ มีส่วนร่วมภายในองค์กรและชุมชน ทําให้เกิดความสามัคคีภายในองค์กรและชุมชน๗๒ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิดความ ยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จ ได้การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่นให้ความสําคัญของคําว่าทีม ๓. ถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติพบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา๗๓ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ๗๔ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการ ของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง๗๕ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง ๗๖ ไม่ บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความถูกต้อง๗๗ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดย ไม่คํานึงถึงความชอบธรรม๗๘ ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบ และข้อบังคับของชุมชนอย่าง เคร่งครัด และสม่ําเสมอ๗๙ ดูแลรักษาสาธารณสมบัติที่เป็นของส่วนรวม เช่น สนามเด็กเล่น โรงเรียน ที่ทําการไปรษณีย์ฯลฯ๘๐ ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของชุมชน เช่น ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยข้ามถนน ๖๙ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๐ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๑ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๒ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๓ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๔ สัมภาษณ์หนูนาคํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๕ สัมภาษณ์ประยูรอรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๖ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๗ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๘ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๙ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๐ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๑ ตรงทางม้าลายหรือสะพานลอยไม่วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถ ไม่ทิ้งขยะลงในที่สาธารณะ๘๑ ไม่ทําลาย สิ่งของที่เป็นของสาธารณะและทรัพย์สินส่วนตัวของผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายเพราะความสนุกสนาน ของตนเอง๘๒ และส่งเสริมให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ๘๓ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน ตระหนักถึงความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมการในการบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น๘๔ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็น สากลและทันกับการพัฒนา ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคลใดบุคคล หนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ไม่บัญญัติ ระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่ คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความชอบธรรม ๔. ให้เกียรติเคารพนับถือ พบว่า ควรส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา หรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา๘๕ ให้ความเคารพและรับฟังความ คิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน๘๖ ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความ เคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามาก๘๗ การอยู่ ร่วมกันในหมู่คณะจําเป็นต้องมีผู้นําและผู้ตาม เราต้องเคารพนับถือผู้เป็นใหญ่เป็นประธาน เคารพ ผู้บริหารหมู่คณะ๘๘ ถ้าเราให้การเคารพและเชื่อฟังผู้นําหมู่คณะสังคมก็จะไม่วุ่นวาย ประชาชนควรรับ ฟังคําวิพากษ์วิจารณ์จากผู้บังคับบัญชา ความสงบ หลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์หรือโต้เถียง๘๙ ส่งเสริม ให้ประชาชนมีการเสนอข้อคิดเห็นด้วยความสุภาพอ่อนน้อม เมื่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนถาม ๘๑ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๒ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๓ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๔ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๕ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๖ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๗ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๘ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๙ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๒ ความเห็น๙๐ ประชาชนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และคําสั่งขององค์กร เพื่อเป็นการให้เกียรติและยอมรับ ผู้บังคับบัญชา๙๑ ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไป ตามวัตถุประสงค์ของชุมชนและองค์กร๙๒ ควรส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือ ผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไปตามนโยบายขององค์กรและชุมชน๙๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตาม คําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุไปตามพันธกิจขององค์กร๙๔ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต๙๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชน ปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความขยันหมั่นเพียร๙๖ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วย ความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชาให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของ ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟัง ความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือ ผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ๕. ให้เกียรติและคุ้มครอง พบว่า ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเคารพ สิทธิของกันและกันโดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นสามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การ แสดงความคิดเห็นการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น๙๗ ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและ ชุมชนรู้จักใช้สิทธิของตนเองและแนะนําให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของตนเอง๙๘ ควรส่งเสริมให้ประชาชนใน องค์กรและชุมชนเรียนรู้และทําความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิเสรีภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ๙๐ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๑ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๒ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๓ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๔ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๕ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔๙๖ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๗ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๘ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๓ เช่น สิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์สิทธิเสรีภาพในเคหสถาน๙๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนปฏิบัติตามหน้าที่ของชาวไทยตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น การออกไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง ๑๐๐ ควรส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้มีส่วนร่วมในการทํางานทางการเมือง๑๐๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง๑๐๒ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ในหมู่บ้าน๑๐๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนใน ชุมชน องค์กรได้เปิดโอกาสให้สตรีได้มีส่วนร่วมภายในองค์กร๑๐๔ ส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนองค์กร ได้เปิดโอกาสให้สตรีได้บริหาร ภายในองค์กร๑๐๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดได้ โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ภายในองค์กร๑๐๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชน ได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล๑๐๗ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรีได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย๑๐๘ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเคารพสิทธิของกันและกันโดยไม่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นสามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดงความคิดเห็นการ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนรู้จักใช้สิทธิของตนเองและ แนะนําให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเรียนรู้และทําความ เข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิเสรีภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ ๙๙ สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๐ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๑ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๒ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๓ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทองอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๔ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๕ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๖ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๗ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๘ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๔ ๖. ด้านการส่งเสริม รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม พบว่า ควรส่งเสริมให้ ประชาชนปลูกฝังจิตสํานึก ให้ประชาชนรักท้องถิ่นของตนเอง๑๐๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต๑๑๐ ควรปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ความรักความสามัคคีปรองดองเอื้ออาทรบนพื้นฐานค่านิยมความเป็นไทย๑๑๑ ควรพัฒนาและเปิด ทางวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลปะ หอสมุดแห่งชาติหอจดหมายเหตุแห่งชาติศูนย์ วัฒนธรรม และโรงละคร๑๑๒ การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างกันด้านวัฒนธรรม๑๑๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนเข้าร่วมงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น๑๑๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนรักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีของ ท้องถิ่น๑๑๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมปลูกฝังจิตสํานึกให้ประชาชนรักท้องถิ่นของตนเอง วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นควรรักษาไว้ ๑๑๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษา วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น๑๑๗ ควรส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง๑๑๘ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนพอใจในวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง๑๑๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น๑๒๐ ๑๐๙ สัมภาษณ์วัชร สีสาร, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๐ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๑ สัมภาษณ์ประยูรอรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๒ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๓ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๔ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๕ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๖ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๗ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทองอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๘ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๙ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๐ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๕ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝัง ส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและ รักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ๗. การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยการปลูกฝังจิตสํานึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทาง พระพุทธศาสนา๑๒๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนํา หลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม๑๒๒ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต๑๒๓ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม๑๒๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ กิจพระศาสนา บํารุงวัดวาอาราม๑๒๕ ควรมีส่วนร่วมในการเผยแผ่หลักธรรมในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะ เป็นการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรในการศึกษาพระปริยัติธรรมตามรอยคําสอนของ พระสัมมาสัมพุทธ๑๒๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในโครงการ ต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างศาลาการเปรียญ๑๒๗ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสถานที่และ ช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ในชุมชนท้องถิ่น๑๒๘ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้การส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา๑๒๙ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ กิจกรรมงานคณะสงฆ์ภายในชุมชนท้องถิ่น๑๓๐ ควรส่งเสริมคุ้มครองดูแลพระภิกษุสงฆ์อํานวยความ ๑๒๑ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์, รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๒ สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร, เจ้าอาวาสวัดสายทองอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๓ สัมภาษณ์กรกฎ เชาว์เจริญชล, ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๔ สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์, สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๕ สัมภาษณ์ประยูรอรัญรุท, นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๖ สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี, ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๗ สัมภาษณ์สนอง ละโคตร, กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๘ สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม, กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๒๙ สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ, ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๓๐ สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์, ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๖ สะดวกด้วยปัจจัย ๔๑๓๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดํารงรักษาพระพุทธศาสนาโดย สนับสนุนการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน๑๓๒ สรุป ชาวพุทธหรือเหล่าพุทธบริษัท ๔ มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองพระศาสนาให้มั่นคง โดย ปกป้องพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์รวมทั้งวัฒนธรรม ที่เป็นหลักธรรมคําสอนของพระพุทธศาสนา อยู่เสมอและนําไปปฏิบัติให้ถูต้อง ทั้งการรักษาศีล การปฏิบัติธรรม และการเจริญสมาธิพร้อมทั้งมีการ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา แล้วนําหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในชีวิตประจําวันมากขึ้น การอุปถัมภ์และส่งเสริม พระพุทธศาสนา หน่วยงานของรัฐจะต้องให้การสนับสนุนทรัพยากร ทั้งจากรัฐ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น บุคคล ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ ทั้งในและต่างประเทศ โดย ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจด้วยมาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีให้แก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน พระพุทธศาสนา ตามความเหมาะสมและความจําเป็น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด ๔.๔ องค์ความรู้ที่ได้จาการวิจัย จากการวิจัยเรื่อง พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูผู้วิจัยได้รับองค์ความรู้จากการวิจัยในครั้งนี้ ๑) ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ส่วนระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ๒)ผลการเปรียบเทียบ พบว่า ประชาชนที่มีอายุระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ย ต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูใน ภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ส่วนประชาชนที่มีเพศต่างกันมี พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูไม่แตกต่างกัน ๓) ข้อเสนอแนะโดยการนํามาใช้ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้นําท้องถิ่นควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองและ มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง ส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือก ตัวแทนเพื่อทําหน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับของประเทศส่งเสริมให้ประชาชนมีการ ประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสามารถสรุป เป็นแผนภาพได้ดังนี้ ๑๓๑ สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๓๒ สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา, ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.
๑๑๗ แผนภาพที่๔.๑ สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย
บทที่๕ สรุปผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู” สามารถสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ตามลําดับ ดังนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑.๑ ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูประชาชน ในเขตอําเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลําภูส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จํานวน ๒๕๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๕๐ มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีจํานวน ๑๓๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๐๐ มีระดับการศึกษาใน ระดับปริญญาตรีจํานวน ๑๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๒๐ มีอาชีพเกษตรกรรม (ทําไร่ทํานา) จํานวน ๑๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๕๐ มีรายได้๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๒๔ คน คิด เป็นร้อยละ ๓๑.๐๐ ๕.๑.๒ ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู ผลการวิจัยพบว่า ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูทั้ง ๔ ด้าน คือ คือ ๑) ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ๒) ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ๓) ด้านการมีส่วน ร่วมทางการเมือง ๔) ด้านการให้ความรู้ทางการเมือง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (xത = ๓.๙๒) เมื่อ พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับ โดยเรียงค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาต่ําสุด พบว่า พฤติกรรมทา การเมืองด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (xത = ๓.๙๔) รองลงมา คือ พฤติกรรมทางการเมือง ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง (xത = ๓.๙๓) พฤติกรรมทางการเมืองด้านการให้ความรู้ทางการเมือง (xത = ๓.๙๒) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ พฤติกรรมทางการเมืองด้านการติดตามข่าวสาร ทางการเมือง (xത = ๓.๘๘) ตามลําดับ
๑๑๙ ๕.๑.๓ ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิจัยพบว่า ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตาม หลักอปริหานิยธรรม ๗ ทั้ง ๗ ด้าน คือ ๑) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์๒) พร้อมเพรียงกันประชุม ๓) ถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติ๔) ให้เกียรติเคารพนับถือ ๕) ให้เกียรติและคุ้มครอง ๖) เคารพศาสน สถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๗) จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง โดยภาพรวมอยู่ ในระดับ (xത = ๓.๙๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลําดับจากมากไปหาน้อย สาม ลําดับแรก พบว่า ด้านถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติ (xത = ๔.๐๕) ด้านให้เกียรติและคุ้มครอง (xത = ๔.๐๕) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านจัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง (xത = ๔.๐๔) ด้าน พร้อมเพรียงกันประชุม (xത = ๓.๙๔) ด้านให้เกียรติเคารพนับถือ (xത = ๓.๙๔) และด้านการเคารพ ศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม (xത = ๓.๙๔)ตามลําดับ ๕.๑.๔ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู จําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิจัยพบว่า ๑) ประชาชนที่มีเพศต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๒) ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๓) ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๔) ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๕) ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๕.๑.๕ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู สรุปได้ดังนี้ ๑. ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ควรส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิของตนเองลงคะแนน เสียงเลือกตัวแทนเพื่อทําหน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับของประเทศส่งเสริมให้ ประชาชนมีการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรี กล่าวคือ ต้องเปิดกว้างให้อิสระในการตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียง
๑๒๐ ๒. ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ ข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้งจากป้ายโฆษณาและรถแห่หาเสียง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ ข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้งจากการดูโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการ พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งกับบุคคลอื่น ส่งเสริมให้ประชาชนมี ความกระตือรือร้นในการติดตามข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้ง ๓. ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการ เมืองเป็นการแสดงออกทาง การเมืองด้วยความสมัครใจทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยมี เป้าหมายและกระบวนการทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการดําเนินงานของ รัฐบาล ๔. ด้านการให้ความรู้ทางการเมือง ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ทางการเมือง เป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเน้นในต้านการจําโดยความรู้นั้นจะเป็นการ รวบรวมสาระข้อมูลต่าง ๆ นําเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ส่งเสริมให้ความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน เช่น การเมือง การเลือกตั้ง เป็นต้น ๕.๑.๖ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ สรุปได้ดังนี้ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ควรส่งเสริมให้ประชาชนประชุมแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นซึ่งกันและกันเพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องและที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความ เข้าใจที่ดีต่อกันการประชุมเป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันการประชุมกันบ่อย ๆ คุยกัน บ่อย ๆ ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม ควรส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจกรรมโดยพร้อมเพียง กันเพื่อเป็นการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คณะ ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไร ก็สําเร็จได้ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่นให้ความสําคัญของ คําว่าทีม ๓. ถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนาไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตาม ความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของกลุ่ม คนใดกลุ่มคนหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึง ความชอบธรรม ๔. ให้เกียรติเคารพนับถือ ควรส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา หรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟังและให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความ คิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความ เคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตาม คาสํ ั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
๑๒๑ ๕. ให้เกียรติและคุ้มครอง ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเคารพสิทธิ ของกันและกันโดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นสามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดง ความคิดเห็นการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนรู้จักใช้สิทธิ ของตนเองและแนะนําให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเรียนรู้ และทําความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิเสรีภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิเสรีภาพของ ความเป็นมนุษย์ ๖. การเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่น นั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มี ความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรม ประเพณอีันดีงามของท้องถิ่น ๗. จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ คุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยการปลูกฝังจิตสํานึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อ เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนํา หลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย การอภิปรายผลในครั้งนี้ผู้วิจัยจะได้นําประเด็นที่มีความสําคัญพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูมีประเด็นที่น่าสนใจสามารถนํามาอภิปรายผลได้ ดังนี้ ๕.๒.๑ ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู จากการศึกษาพบว่า พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิของ ตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทนเพื่อทําหน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับของประเทศ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนน เสียงเลือกตั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรี กล่าวคือ ต้องเปิดกว้างให้อิสระในการตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียง ส่งเสริมให้ ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารการเมืองและการเลือกตั้งจากป้ายโฆษณาและรถแห่หาเสียง ส่งเสริมให้ ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้งจากการดูโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ส่งเสริม ให้ประชาชนมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งกับบุคคลอื่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นในการติดตามข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้ง ส่งเสริม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการแสดงออกทาง การเมืองด้วยความสมัครใจทั้งที่ถูก
๑๒๒ กฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยมีเป้าหมายและกระบวนการทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มี อิทธิพลต่อการดําเนินงานของรัฐบาล ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เป็นการ แสดงออกถึงพฤติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเน้นในต้านการจําโดยความรู้นั้นจะเป็นการรวบรวมสาระข้อมูล ต่าง ๆ นําเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ส่งเสริมให้ความรู้ ทางการเมืองแก่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ประเดิม แพทย์รังษีได้วิจัยเรื่อง “การมีส่วน ร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น : ศึกษากรณีเทศบาลตําบลท่าหลวง อําเภอมะขาม จังหวัด จันทบุรี” ผลการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น : ศึกษากรณีเทศบาล ตําบลท่าหลวง อําเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับงานวิจัย ของ นิมิต สุขแยง ได้วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานองค์การบริหาร ส่วนตําบล : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตําบลแม่ก๊า อําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่” ผล การศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานองค์การบริหารส่วนตําบล : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตําบลแม่ก๊า อําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ไม่สอดคล้องกัน เม่อพื ิจารณาเป็นรายด้าน สามารถอภิปรายได้ดังนี้ ๑. ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง จากผลการศึกษาพบว่า ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ประชาชนไปใช้สิทธิของตนเองลงคะแนนเสียงเลือกตัวแทนเพื่อ ทําหน้าที่แทนตนในการปกครองในแต่ละระดับของประเทศส่งเสริมให้ประชาชนมีการประชาสัมพันธ์ หรือเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการ เลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยนั้นต้องเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีกล่าวคือ ต้องเปิดกว้างให้อิสระในการ ตัดสินใจทั้งในแง่ของผู้สมัครและผู้ออกเสียง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จินตนา กะตากูล ได้ทําการ วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณีหมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช”ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมการ เลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณีหมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระ พรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ของ ภูสิทธ์ขันติกุล ได้ทําการวิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีส่วนร่วมทางการเมือง ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง อยู่ในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับ มานพ เข็มเมือง ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลหนองแวงอําเภอ ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของ ประชาชนในเขตเทศบาลตําบลหนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ด้านการใช้สิทธิการ เลือกตั้ง อยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับ นุกูล ชิ้นฟัก และคณะได้ทําการวิจัยเรื่อง “พฤติกรรม ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีต่อการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในตําบลเขาพระอําเภอรัตภูมิจังหวัด สงขลา” ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีต่อการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ในตําบลเขาพระอําเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้ง อยู่ในระดับมาก
๑๒๓ ๒. ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง จากผลการศึกษาพบว่า ระดับพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารการเมือง และการเลือกตั้งจากป้ายโฆษณาและรถแห่หาเสียง ส่งเสริมให้ประชาชนมีการรับรู้ข่าวสารทาง การเมืองและการเลือกตั้งจากการดูโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ส่งเสริมให้ประชาชนมีการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งกับบุคคลอื่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีความ กระตือรือร้นในการติดตามข่าวสารทางการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จินตนา กะตากูล ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน ศึกษาเฉพาะกรณีหมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช”ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณีหมู่ที่๔ ตําบลช้าง ซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับปาน กลางซึ่งสอดคล้องกับ ภูสิทธ์ขันติกุล ได้ทําการวิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีส่วน ร่วมทางการเมือง ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับ รัฐ กันภัยได้ทําการวิจัยเรื่อง “การรับรู้ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ส่งผลต่อการพัฒนา ท้องถิ่นในเขตองค์การบริหารส่วนตําบล จังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชน ในองค์การบริหารส่วนตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง ด้านการรับรู้ข่าวสาร อยู่ในระดับมาก ที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับ พรรณวดีขําจริง และคณะ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การรับรู้ข้อมูลข่าวสารทาง การเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน” ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ข้อมูล ข่าวสารทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อยู่ในระดับปานกลาง ๓. ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง จากผลการศึกษาพบว่า ระดับพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการ แสดงออกทาง การเมืองด้วยความสมัครใจทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย โดยมีเป้าหมายและ กระบวนการทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีอิทธิพลต่อการดําเนินงานของรัฐบาล ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัยของ โพธิ์คิน ขวาอุ่นหล้า และคณะ ได้ทําการศึกษาเรื่อง “การมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับงานวิจัยของ เทิด ศักดิ์ยอแสงรัตน์ ได้ทําการศึกษาเรื่อง “ทัศนคติการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต” ผลการวิจัยพบว่า ทัศนคติการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ๔. ด้านการให้ความรู้ทางการเมือง จากผลการศึกษาพบว่า ระดับพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูด้านการให้ความรู้ทางการเมือง โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเน้นในต้านการจําโดยความรู้นั้นจะเป็นการรวบรวมสาระ ข้อมูลต่าง ๆ นําเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ส่งเสริมให้
๑๒๔ ความรู้ทางการเมืองแก่ประชาชน เช่น การเมือง การเลือกตั้ง เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องแนวคิดของ กัลย์ ปิ่นเกษร ได้กล่าวว่า การแบ่งปันความรู้เป็นองค์ประกอบสําคัญของการจัดการความรู้ในองค์การ นอกจากนั้นการแบ่งปันความรู้ยังเป็นพื้นฐานสําคัญของการสร้างองค์ความรู้ใหม่การสร้างนวัตกรรม และการเพิ่มผลการดําเนินงานให้แก่องค์การ ปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรได้เล็งเห็นความสําคัญของการ แบ่งปันความรู้และใช้การแบ่งปันความรู้เป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ให้แก่องค์กร ๕.๒.๒ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ จากการศึกษาพบว่า ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ประชาชนประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ ถูกต้อง และที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันการประชุมเป็นการหาแนวทางแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันการประชุมกันบ่อย ๆ คุยกันบ่อย ๆ ส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดย พร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนง แคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็น ใจผู้อื่นให้ความสําคัญของคําว่าทีม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนาไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคลใด บุคคลหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งไม่บัญญัติ ระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่ คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความชอบธรรม ส่งเสริมให้ ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติ ผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็น ผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเคารพสิทธิของกันและกันโดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น สามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดงความคิดเห็นการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนรู้จักใช้สิทธิของตนเองและแนะนําให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของ ตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเรียนรู้และทําความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรัก วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของ ท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยการปลูกฝังจิตสํานึกการมี ส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา
๑๒๕ โดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ บุศรา โพธิสุข ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วม ทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน: ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด้านหลักอปริหานิยธรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ประยงค์พรมมา ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นต่อการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ๕.๒.๓ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู จากการเปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูโดยจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๕ ด้าน คือ เพศ อายุระดับการศึกษา อาชีพ และ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕.๒.๓.๑ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามเพศ พบว่า ประชาชนที่มเพศตี ่างกันมีพฤติกรรมทางการเมือง ของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ประชาชนไม่ว่าจะมีเพศใดก็ตามต่างก็มีทรรศนะหรือความ คิดเห็นที่ไม่แตกต่างกันออก ดังนั้น พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูจึงมีทิศทางในรูปแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของ นิภา อิศรานันทศิริได้ทําการวิจัยเรื่อง “บทบาทของสื่อกับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขต เทศบาลเมืองแสนสุขอําเภอเมืองจังหวัดชลบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองแสน สุขที่มีอายุแตกต่างกันจะมีพฤติกรรมทางการเมืองที่แตกต่างกัน และไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของ ประทุม ฤกษ์กลางได้ทําการวิจัยเรื่อง “การเปิดรับข่าวสารภาพลักษณ์นักการเมืองทัศนคติและการมี ส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกันมีการเปิดรับข่าวสารภาพลักษณ์นักการเมือง ทัศนคติและการมีส่วนร่วม ทางการเมืองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแตกต่างกัน ๕.๒.๓.๒ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอายุพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า อายุซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อกระบวนการความคิด ทํา ให้ความคิดเห็นแตกต่างกันออกไปตามแต่ละช่วงของอายุซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ รัฐนันท์เหม รัตน์ได้ทําการวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมทางการเมืองของนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัย รามคําแหง” ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหงที่มีอายุต่างกัน พฤติกรรมทางการเมืองของนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหงแตกต่างกัน และไม่ สอดคล้องกับ ธีรวัตพล เลารุจิราลัย ได้ทําการวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน
๑๒๖ เทศบาลเมืองสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนในเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีอายุต่างกันพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีไม่แตกต่างกัน ๕.๒.๓.๓ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ระดับการศึกษาเกิดจากการเรียนร จากการกลั่นกรองและเก็บเกี่ยวความรู้ด้านต่าง ๆ จะส่งผลต่อวิธีคิด วิธีปฏิบัติความเชื่อ บุคลิกภาพ ทางความคิด ตลอดจนแนวทางแก้ปัญหาต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ อรสา รัตนสินชัยบุญ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การวิเคราะห์เอกลักษณ์ของเขตเลือกตั้งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกเสียง เลือกตั้ง : กรณีศึกษาการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร”ผลการวิจัยพบว่า หลัก เหตุผลบางประการในด้านพฤติกรรมทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง และนโยบายของพรรค การเมือง ซึ่งมีความแตกต่างกันตามระดับการศึกษา ทําให้การตัดสินใจใช้สิทธิของผู้มีสิทธิออกเสียง เลือกตั้งในการใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งแตกต่างกัน ๕.๒.๓.๔ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามอาชีพ พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันมีพฤติกรรมทาง การเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ประชาชนในแต่ละสาขาอาชีพย่อมมีความใกล้ชิดกับงาน ในแต่ละงานของตนเองแตกต่างกัน ทําให้ประสบการณ์และ พฤติกรรมทางการเมืองที่แสดงออกมา แตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะมีพฤติกรรมทางการเมืองมากกว่า กลุ่มอาชีพอื่น ด้วยเหตุว่าข้าราชการและ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ การเมืองโดยตรงมีบทบาทในการที่จะขับเคลื่อนการบริหารงานในท้องถิ่นไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลตาม แนวนโยบายของฝ่ายการเมืองดังนั้นจึงมีพฤติกรรมทางการเมืองมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของ ธีรวัตพล เลารุจิราลัย ได้ทําการวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนใน เทศบาลเมืองสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนในเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีอาชีพต่างกันพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีแตกต่างกัน ๕.๒.๓.๕ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือนต่างกันมีพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดย ภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ประชาชนที่มีรายได้น้อย มักให้ความสําคัญกับการหาเลี้ยงชีพ มากกว่าที่จะให้ความสนใจกับเรื่องการเมือง ซึ่งประชาชนที่มีราย ได้น้อยมองว่า การเมืองเป็นเรื่องของคนเพียงบางกลุ่มหรือเป็นเรื่องของอํานาจที่บางครั้งมีการผูกขาด ตามฐานคะแนนนิยม ผู้ที่จะดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิพล มีฐานะที่มั่นคงและ เป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในสังคมซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนทั่วไปที่มีรายได้น้อย ซึ่ง
๑๒๗ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ณรงค์พึ่งพานิช และคณะ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการ เมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตาก” ผลการวิจัยพบว่า ประชานที่มีรายได้เฉลี่ย ต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตาก แตกต่างกัน ๕.๒.๔ เปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ๕.๒.๔.๑ เปรียบเทียบพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ จําแนกตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ในภาพรวม พบว่า ระดับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูตามหลัก อปริหานิยธรรม ๗ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (xത = ๓.๙๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับ มาก เรียงลําดับจากมากไปหาน้อย สามลําดับแรก พบว่า ด้านถือปฏิบัติมั่นอยู่ในบทบัญญัติ (xത = ๔.๐๕) ด้านให้เกียรติและคุ้มครอง (xത = ๔.๐๕) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านจัดให้ความ อารักขา บํารุง คุ้มครอง (xത = ๔.๐๔) ด้านพร้อมเพรียงกันประชุม (xത = ๓.๙๔) ด้านให้เกียรติเคารพ นับถือ (xത = ๓.๙๔) และด้านการเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม (xത = ๓.๙๔)ตามลําดับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ประชาชนประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกัน และกัน เพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง และที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน การประชุมเป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันการประชุมกันบ่อย ๆ คุยกันบ่อย ๆ ส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ การตรงต่อเวลา เป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่นให้ความสําคัญของคําว่าทีม ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนาไม่บัญญัติ ระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใด อิทธิพลหนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความถูกต้อง ไม่บัญญัติระเบียบ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความชอบธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา หรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความ คิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความ เคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตาม คําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชน เคารพสิทธิของกันและกันโดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นสามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดงความคิดเห็นการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชน รู้จักใช้สิทธิของตนเองและแนะนําให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและ ชุมชนเรียนรู้และทําความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิเสรีภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิ เสรีภาพของความเป็นมนุษย์ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝัง
๑๒๘ ส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและ รักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ คุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยการปลูกฝังจิตสํานึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อ เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนํา หลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ บุศรา โพธิสุข ได้ทําการ วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ด้านหลักอปริหานิยธรรมส่งเสริมการ มีส่วนร่วมอยู่ในระดับปานกลาง และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ประยงค์พรมมา ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นต่อการบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ๕.๓ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑. จากผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ควรมีการนําอปริหานิยธรรม ๗ ไปประยุกต์ใช้กับ พื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดหนองบัวลําภู ๒. จากผลการศึกษาพบว่า หากมีการนําหลักอปริยานิยธรรมมาใช้จะสมมารถทําให้ พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนบทความที่ใช้ในการวิจัยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกําหนด นโยบายควรมีการนําหลักอปริหานิยธรรมมาประยุกต์ใช้ในการกําหนดนโยบายด้วย ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ๑. ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ ไปประยุกต์ใช้กับการมี ส่วนร่วมทางการเมือง ๒. ควรมีการส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ ไป ประยุกต์ใช้กับการมีส่วนร่วมทางการเมือง ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งต่อไป ผลการศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภูผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อ ดังนี้
๑๒๙ ๑. ควรมีการศึกษาข้อมูลเชิงลึก พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตอําเภอ เมือง จังหวัดหนองบัวลําภู ๒. ควรศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมอื่น เช่น สัปปุริสธรรม ๗ สังคหวัตถุ๔ เป็น ต้น การประยุกต์ใช้หลักธรรมหมวดใด อันเป็นแนวทางให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมทางการเมืองของ ประชาชนในเขตอําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู
๑๓๐ บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (๑) หนังสือ: จักรพันธุ์วงษ์บูรณาวาทย์. ความรู้เบื้องต้นทางรัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่๓. เชียงใหม่: คณะ สังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๓. จิรโชค วีระสย. สังคมวิทยาการเมือง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๔๓. ชูศรีวงศ์รัตนะ. เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่๗. กรุงเทพมหานคร: เทพเนรมิตร, ๒๕๔๑. เชิดชัย โชติสุทธิ์. การวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่๒. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๔๓. ณรงค์สินสวัสดิ์. การเมืองไทย : การวิเคราะห์เชิงจิตวิทยา. กรุงเทพมหานคร: บริษัท วัชรรินทร์การ พิมพ์จํากัด, ๒๕๓๙. ดิเรก ฤกษ์หร่าย. การพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรุงสยามการพิมพ์, ๒๕๒๗. ถวิล ธาราโภชน์. พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพมหานคร: ทิพยวิสุทธิ์, ๒๕๔๓. ทวีทอง หงส์วิวัฒน์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ศักดิ์โสภา การพิมพ์, ๒๕๒๗ บวรศักดิ์อุวรรณโณ และ ถวิลวดีบุรีกุล. ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม Participatory Democracy. กรุงเทพมหานคร: สถาบันประปกเกล้า, ๒๕๔๘. บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่๗. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น, ๒๕๔๕. เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ. “หน่วยที่๙ การวิจัยการมีส่วนร่วมทางส่งเสริมการเกษตร”. ประมวลสาระ ประชุมวิชาการวิจัยเพื่อการพัฒนาการส่งเอริมการเกษตร. นนทบุรี: สาขาวิชาส่งเสริม การเกษตรและสหกรณ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๔. ประจิตร มหาหิง. สังคมวิทยาการเมืองแนวคิดทฤษฎีและแนวทางการศึกษา. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ๒๕๒๙. ประภาเพ็ญ สุวรรณ. ทัศนคติการวัดการเปลยนแปลงและพฤต ี่ิกรรมอนามัย. กรุงเทพมหานคร: ไทย วัฒนาพานิช, ๒๕๓๘. ประหยัด หงษ์ทองคํา. การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพาณิช, ๒๕๒๖.
๑๓๑ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์จันทร์เพ็ญ, ๒๕๕๐. ________. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่๒๗. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. พันธุ์ทิพย์รามสูตร. แนวคิดและทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาพฤติกรรม. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาสุข ศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๔๐. ภูสิทธ์ขันติกุล. “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, ๒๕๕๓. ยุวัฒน์วุฒิเมธี. หลักการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: ไทยอนุเคราะห์ไทย, ๒๕๒๖. วิชัย ตันศิริ. วัฒนธรรมทางการเมืองและการปฏิรูป. พิมพ์ครั้งที่๒. กรุงเทพมหานคร: สถาบัน นโยบายการศึกษา, ๒๕๔๗. ศันสนีย์ตันติวิท. จิตวิทยาทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่๗. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๓. สงวน สุทธิเลิศอรุณ. พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน. กรุงเทพมหานคร: อักษรพิพัฒน์, ๒๕๔๓. สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส. สารานุกรมพระพุทธศาสนา. พิมพ์ครั้งที่๒. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. สมยศ ทุ่งหว้า. การพัฒนาชนบท. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร, ๒๕๒๗. สิทธิพันธ์พุทธหุน. ทฤษฎีพัฒนาการเมือง. พิมพ์ครั้งที่๖. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัย รามคําแหง, ๒๕๓๘. สุชา จันทน์เอม. จิตวิทยาพัฒนาการ. พิมพ์ครั้งที่๓. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๓๖. สุรพล พรมกุล. ระเบียบวิจัยทางรัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่๑. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๔. เสน่ห์จามริก. นโยบายกลวิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณะสุข มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๒๗. อคิน รพีพัฒน์. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพฒนาชนบทในสภาพส ังคมและวั ัฒนธรรมปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภาการพิมพ์, ๒๕๒๗. (๒) ดุษฎีนิพนธ/์วิทยานพนธิ /์สารนิพนธ:์ ฉลอง ดิษสี. “การมีส่วนร่วมขององค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ต่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๔๑. เทิดศักดิ์ยอแสงรัตน์. “ทัศนคติการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฎ ภูเก็ต, ๒๕๖๐. ธนา นวลปลอด. “ความคิดทางการเมืองในสุตตันตปิฎก”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๖.
๑๓๒ นันทนา วรรธนะกูติ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของข้าราชการ: ศึกษาเฉพาะกรณีสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๓๙. นิภา อิศรานันทศิริ. “บทบาทของสื่อกับพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลเมือง แสนสุข อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๗. นิมิตร สุขแยง. “การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานองค์การบริหารส่วนตําบล : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตําบลแม่ก๊า อําเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๙. นิลุบล ไทยรัตน์. “พฤติกรรมของมารดาในการป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจใน เด็กอายุต่ํากว่า ๕ ปีอําเภอแมริม จังหวัดเชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์ป ริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๒. ประเดิม แพทย์รังษี. “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น : ศึกษากรณีเทศบาลตําบล ท่าหลวง อําเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี”. ภาคนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี, ๒๕๕๖. ประยงค์พรมมา. “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การ บริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗. ประเสริฐ สุนทร. “การมีส่วนร่วมชองประชาชนในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม: ศึกษาเฉพาะ กรณีกองบังคับการตํารวจนครบาล ๖”. วิทยานิพนธ์สงคมสงเคราะหั ์ศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๓. ปริวรรต วรวิวัฒน์กุล. “การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการหมู่บ้านในการพัฒนาชนบท: ศึกษาเฉพาะ กรณีอําเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์”. วิทยานิพนธ์พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๓๘. ปารวีเจริญยศ. “กลยุทธ์เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการระดมทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษา ของสถาน ศึกษาชั้นพื้นฐานสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต ๒”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๘. พรทิพย์บุญนิพัทธ์. “พฤติกรรมการเปีครับสื่อ ความรู้ทัศนคติและพฤติกรรมการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สามาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่๑๗ พ.ย. ๒๕๓๙ ของนักศึกษามหาวิทยาลัย รามคําแหง”. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๙. รัฐนันท์เหมรัตน์. “พฤติกรรมทางการเมืองของนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหง”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๕๓.
๑๓๓ วัลลภ วิบูลย์กูล. “การรับรู้ข่าวสารและพฤติกรรมทางการเมืองของครูสังกัดสํานักงานการ ประถมศึกษาจังหวัดหนองบัวลําภู”. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๔๔. วิธีแจ่มกระทึก. “ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารจานด่วนของนักเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลาย โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา กรุงเทพมหานคร”. ปริญญานิพนธ์จิตวิทยา มหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนคริน ทรวิโรฒ ประสานมิตร, ๒๕๔๑. สังคม ตัดโส. “ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ยาบ้า : ศึกษา จากผู้ต้องขัง ในทัณฑสถานบําบัดพิเศษกลาง”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๔๑. สุดาวรรณ ขันธมิตร. “พฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่. ๖ สังกัด สํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติในภาคกลาง”. วิทยานิพนธ์ครุศาสต รมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๘. สุนทร กองทรัพย์. “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดําเนินงานขององค์การบริหารส่วนตําบล กรณีศึกษาตําบลท่าอิฐ อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหา บัณฑิต.สาขาวิชาพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม. คณะพัฒนาสังคม: สถาบันบัณฑิต พัฒนาบริหารศาสตร์, ๒๕๔๘. (๓) รายงานวจิัย: ธีรวัตพล เลารุจิราลัย. “พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในเทศบาลเมืองสองพี่น้องจังหวัด สุพรรณบุรี”. รายงานการวิจัย. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๕๔. อรสา รัตนสนชิ ัยบุญ. “การวิเคราะห์เอกลักษณ์ของเขตเลือกตั้งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการออกเสียง เลือกตั้ง: กรณีศึกษาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๔๔. บุศรา โพธิสุข. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”. รายงานการวิจัย. วิทยาเขตเชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘. คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม. “แนวทางการเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย. พ.ศ. ๒๕๔๐: ปัญหา อุปสรรคและทางออก”. รายงานวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สถาบัน พระปกเกล้า, ๒๕๔๕. (๔) บทความ: กรุณา มธุลาภรังสรรค์. “ปัจจัยและเงื่อนไขความขัดแย้งในสังคมไทย”. วารสารสถาบันวิจัยญาณ สังวร. ปีที่๑๒ ฉบับที่๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๖๔): ๑๒๐-๑๓๐.
๑๓๔ จินตนา กะตากูล. “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณี หมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช”. วารสารมหาจุฬานาค รทรรศน์. ปีที่๖ ฉบับที่๖ (สิงหาคม ๒๕๖๒): ๒๘๖๐-๒๘๗๔. ณรงค์พึ่งพานิช และคณะ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนใน จังหวัดตาก”. วารสารวิชาการสถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค. ปีที่๕ ฉบับที่๑ (๒๕๖๒): ๑๗๐-๑๘๓. นุกูล ชิ้นฟัก. วรลักษณ์ลลิตศศิวิมล และจิราพร ปลอดนุ้ย. “พฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีต่อการ เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในตําบลเขาพระอําเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา”. การ ประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติครั้งที่๙ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. (๒๕๖๑): ๑๗๔๑-๑๗๕๓. บุศรา โพธิสุข. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”. พิฆเนศวร์สาร. ปีที่๑๒. ฉบับที่๑ มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๙: ๑๕๑-๑๖๔. ประทุม ฤกษ์กลาง. “การเปิดรับข่าวสารภาพลักษณ์นักการเมือง ทัศนคติและการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล”. BU ACADEMIC REVIEW. ปีที่๑๒ ฉบับที่๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๖): ๓๔-๔๕. พรรณวดีขําจริง และคณะ. “การรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน”. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่๓๓ ฉบับ ที่๔ (ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๓): ๑๐๓-๑๑๓. โพธิ์คิน ขวาอุ่นหล้า และคณะ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. ปีที่๑๒ ฉบับที่๒ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๖๓): ๓๕๔-๓๖๗. มานพ เข็มเมือง. “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตําบล หนองแวงอําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ บุรีรัมย์. ปีที่๕ ฉบับที่๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๖): ๑๐๗-๑๒๔. รัฐ กันภัย. “การรับรู้ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นในเขต องค์การบริหารส่วนตําบล จังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง”. Veridian E-Journal. Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์และศิลปะ. ปีที่๘ ฉบับที่๑ (มกราคม–เมษายน ๒๕๕๘) ๑๐๗๕-๑๐๘๘. (๕) เอกสารทไมี่่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่และเอกสารอนื่ๆ : “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๖๐”. ราชกิจจานุเบกษา. ๑๓๔. ตอนที่๔๐ ก (๖ เมษายน ๒๕๖๐): ๑๒. สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. ประจําจังหวัดหนองบัวลําภู. สถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เมษายน ๒๕๖๔.
๑๓๕ ที่ว่าการอําเภอเมืองหนองบัวลําภูถนนวิไสยอุดรกิจ ตําบลหนองบัว อําเภอเมืองหนองบัวลําภูจังหวัด หนองบัวลําภู. สถิติประชากรจากทะเบียนบ้าน ตรวจสอบข้อมูลแยกรายพื้นที่ระดับ สํานักทะเบียน, เมษายน ๒๕๖๔. (๖) สื่ออิเล็กทรอนิกส: ์ สัมภาษณ์วัชร สีสาร. ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจําจังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์คําแสน แสงค้อม. กํานันตําบลโนนขมิ้น อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์ทวีทรัพย์หาญยะ. ผู้ใหญ่บ้านหนองผํา อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สัมภาษณ์พระครูวชิรปัญญาภรณ์. รองเจ้าคณะอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์พระมหาประทวน อาภสฺสโร. เจ้าอาวาสวัดสายทอง อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์สนอง ละโคตร. กํานันตําบลหนองหว้า อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์สังวาลย์เรืองศักดิ์. ผู้ใหญ่บ้านหนองสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์วาสนา แสงมุกดา. ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านหนองผําโคกสวรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์สุรชาติชัยทองดี. ปลัดอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์หนูนา คํามณีจันทร์. สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองบัวลําภู, ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์ประยูร อรัญรุท. นายอําเภอเมืองหนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. สัมภาษณ์อดุลย์แสงมุกดา.ผู้อํานวยการโรงเรียนหนองหว้าวิทยาสรรค์อําเภอเมือง จังหวัด หนองบัวลําภู, ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒. ภาษาอังกฤษ United Nations. Popular Participation in Decision Making of Development New York: United Nations Publication, 1975.