The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by julong.r88, 2023-09-11 00:13:23

ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ปีการศึกษา 2565

ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ปีการศึกษา 2565

๙๒ - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๖.๒ ข เด็กมีทักษะในการดูรูปภาพ สัญลักษณ์ การใช้หนังสือ รู้จักตัวอักษร การคิด เขียนค า และการอ่านเบื้องต้นได้สมวัยและตามล าดับพัฒนาการ - เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ - เด็กเกิดการเรียนรู้สามารถปฏิบัติกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมายได้ เกิดเป็นผลงาน - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา


๙๓ ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๖.๓ ข เด็กมีทักษะการวาด การขีดเขียนตามล าดับขั้นตอนพัฒนาการสมวัย น าไปสู่ การขีดเขียนค าที่คุ้นเคย และสนใจ - เด็กมีทักษะดีขึ้นตามล าดับ กิจกรรมการวาดภาพระบายสี ก่อนและหลัง การจัดประสบการณ์ - เด็กมีทักษะตามล าดับขั้น การเขียนตามรอยประ การเขียนเป็นตัวหนังสือและการเขียนเป็นค า - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา


๙๔ ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๖.๔ ข เด็กมีทักษะในการสื่อสารอย่างเหมาะสมตามวัย โดยใช้ภาษาไทย เป็นหลัก และมีความคุ้นเคยกับภาษาอื่นด้วย - เด็กได้รับการจัดประการณ์การเรียนรู้ตัวอักษรและค าศัพท์เบื้องต้น ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๗ ข เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม คุณธรรม มีวินัย และความเป็นพลเมืองดี ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๗.๑ ข เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างสมวัย และแสดงออกถึงการยอมรับความ แตกต่าง ระหว่างบุคคล - เด็กแสดงการมีปฏิสัมพันธ์ การแสดงออกกับบุคคลอื่นและเพื่อนร่วมชั้นอย่างเหมาะสมกับวัย - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสังคม


๙๕ ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๗.๒ ข เด็กมีความเมตตา กรุณา มีวินัย ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อตนเองและ ส่วนรวม และมีค่านิยมที่พึงประสงค์สมวัย - เด็กมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนร่วม - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสังคม ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๗.๓ ข เด็กสามารถเล่น และท างานร่วมกับผู้อื่นเป็นกลุ่ม เป็นได้ทั้งผู้น า และผู้ตาม แก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ - เด็กสามารถเล่นและท างานร่วมกับผู้อื่นได้


๙๖ - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสังคม ตัวบ่งชี้ย่อย ๓.๗.๔ ข เด็กภาคภูมิใจที่เป็นสมาชิกที่ดีในครอบครัว ชุมชน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และตระหนักถึงความเป็นพลเมืองดีของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน - เด็กสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง ชอบและรัก การมาเรียน มีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง - เด็กได้รับการประเมินพัฒนาการด้านสังคม


๙๗ สรุปผลการด าเนินงาน/ผลการประเมิน การพัฒนาคุณภาพของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ผลการด าเนินงานการบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มาตรฐานด้านที่ ๓ คุณภาพของเด็กปฐมวัย ตัวบ่งชี้มาตรฐาน รวมคะแนน การประเมิน ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ ข เด็กมีการเจริญเติบโตสมวัยและมีสุขนิสัยที่เหมาะสม *ส าหรับเด็ก อายุ ๓ ปี - อายุ ๖ ปี (ก่อนเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑) ๓.๑.๑ ข เด็กมีน้ าหนักตัวเหมาะสมกับวัยและสูงดีสมส่วน ซึ่งมีบันทึกเป็นรายบุคคล ๙ ๓.๑.๒ ข เด็กมีสุขนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพตนเองตามวัย ๓.๑.๓ ข เด็กมีสุขภาพช่องปากดี ไม่มีฟันผุ ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๒ ข เด็กมีพัฒนาการสมวัย ๓ ๓.๒.๑ ข เด็กมีพัฒนาการสมวัยโดยรวม ๕ ด้าน ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๓ ข เด็กมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ๖ ๓.๓.๑ ข เด็กมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ สามารถเคลื่อนไหว และทรงตัวได้ ตามวัย ๓.๓.๒ ข เด็กมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานงานระหว่างตากับ มือ ตามวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๔ ข เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ ๙ ๓.๔.๑ ข เด็กแสดงออก ร่าเริง แจ่มใส รู้สึกมั่นคงปลอดภัย แสดงความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและ ผู้อื่นได้สมวัย ๓.๔.๒ ข เด็กมีความสนใจ และร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างสมวัย ซึ่งรวมการเล่น การท างาน ศิลปะ ดนตรี กีฬา ๓.๔.๓ ข เด็กสามารถอดทน รอคอย ควบคุมตนเอง ยับยั้งชั่งใจ ท าตามข้อตกลง ค านึงถึง ความรู้สึกของผู้อื่น มีกาลเทศะ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ได้สมวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๕ ข เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา เรียนรู้และสร้างสรรค์ ๑๕ ๓.๕.๑ ข เด็กบอกเกี่ยวกับตัวเด็ก บุคคล สถานที่แวดล้อมธรรมชาติ และสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก ได้สมวัย ๓.๕.๒ ข เด็กมีพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ สามารถสังเกต จ าแนก และเปรียบเทียบ จ านวน มิติ สัมพันธ์ (พื้นที่/ระยะ) เวลา ได้สมวัย ๓.๕.๓ ข เด็กสามารถคิดอย่างมีเหตุผล แก้ปัญหาได้สมวัย ๓.๕.๔ ข เด็กมีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ที่แสดงออกได้สมวัย ๓.๕.๕ ข เด็กมีความพยายาม มุ่งมั่นตั้งใจ ท ากิจกรรมให้ส าเร็จสมวัย


๙๘ ตัวบ่งชี้มาตรฐาน(ต่อ) รวมคะแนน การประเมิน ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๖ ข เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร ๑๒ ๓.๖.๑ ข เด็กสามารถฟัง พูด จับใจความ เล่า สนทนา และสื่อสารได้สมวัย ๓.๖.๒ ข เด็กมีทักษะในการดูรูปภาพ สัญลักษณ์ การใช้หนังสือ รู้จักตัวอักษร การคิด เขียนค า และการอ่านเบื้องต้นได้สมวัยและตามล าดับพัฒนาการ ๓.๖.๓ ข เด็กมีทักษะการวาด การขีดเขียนตามล าดับขั้นตอนพัฒนาการสมวัย น าไปสู่ การขีดเขียนค าที่คุ้นเคย และสนใจ ๓.๖.๔ ข เด็กมีทักษะในการสื่อสารอย่างเหมาะสมตามวัย โดยใช้ภาษาไทยเป็นหลัก และมีความคุ้นเคยกับภาษาอื่นด้วย ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๗ ข เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม คุณธรรม มีวินัย และความเป็น พลเมือง ๑๒ ๓.๗.๑ ข เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างสมวัย และแสดงออกถึงการยอมรับความ แตกต่าง ระหว่างบุคคล ๓.๗.๒ ข เด็กมีความเมตตา กรุณา มีวินัย ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม และมีค่านิยมที่พึงประสงค์สมวัย ๓.๗.๓ ข เด็กสามารถเล่น และท างานร่วมกับผู้อื่นเป็นกลุ่ม เป็นได้ทั้งผู้น าและผู้ตาม แก้ไข ข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ๓.๗.๔ ข เด็กภาคภูมิใจที่เป็นสมาชิกที่ดีในครอบครัว ชุมชน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และตระหนักถึงความเป็นพลเมืองดีของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน มาตรฐานด้านที่ ๓ข มีคะแนนรวม ๖๖ มาตรฐานด้านที่ ๓ข มีคะแนนรวม คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ มาตรฐานที่ ๓ข มีจ านวนตัวบ่งชี้ ที่ต้องปรับปรุง - จุดเด่น ๑ เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญาอย่างสมดุลตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมีพัฒนาการสมวัย จุดควรพัฒนา ๑ ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ให้เด็กสามารถฝึกทักษะการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กผ่านการจัดกิจกรรมและเสริมทักษะ ผ่านการเล่นและเรียนรู้ต่าง ๆ ๒ ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเข้าใจภาษา สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้เข้าใจโดยให้เด็กได้รับรู้และ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ เด็กเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไป


๙๙ แนวทางการพัฒนา ๑ ส่งเสริมให้เด็กได้มีออกก าลังกาย เล่นและเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจากการปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรู้ต่าง ๆ ๒ ส่งเสริมการจัดประสบการณ์ การจัดเรียนรู้ที่เน้นการสื่อสาร การอ่าน เขียน หลากหลายรูปแบบด้วยสื่อที่ ทันสมัยและใช้งานง่าย เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีความสนใจอยากเรียนรู้ สรุปผลการประเมินในภาพรวม ผลการประเมินตนเองในปีการศึกษา ๒๕๖๕ อยู่ระดับคุณภาพ ดีมาก สถานศึกษาด าเนินการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ แสดงถึงหลักการ วิธีการ ขั้นตอน เทคนิค หรือกลยุทธ์ที่เป็นกระบวนการการบริหารและ การจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาอย่างเป็น รูปธรรมและเป็นระบบที่ครอบคลุมเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธ์กิจที่สถานศึกษาก าหนด การวางแผนพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษา การด าเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนรอบด้านทุกกลุ่มเป้าหมาย การวาง แผนพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ การวางแผนบริหารและการจัดการข้อมูลสารสนเทศ การ วางแผนและจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่อการจัดการศึกษา การก ากับ ติดตาม ประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา สถานศึกษา ด าเนินการส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมประจ าวัน กิจกรรมพัฒนาและจัดท าหน่วยการเรียนรู้ตามแผนการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้และเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ๑. กิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ ๒. กิจกรรมสร้างสรรค์ ๓. กิจกรรมเสรี ๔. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ๕. กิจกรรม กลางแจ้ง ๖. กิจกรรมเกมการศึกษา มีก าหนดการส่งแผนการจัดประสบการณ์ประจ าเดือน สถานศึกษามีปฏิทิน และคู่มือปฏิบัติงานให้ครูปฏิบัติงานโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการการเล่นปนเรียน ส่งเสริมให้เด็กมี พัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาก าหนดให้ครูประเมิน พัฒนาการเด็กตามสภาพจริง ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก โดยมีการน าผลการประเมินพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สถานศึกษาได้ด าเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพโดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากเทศบาลเมืองพนัสนิคมมาตรวจสุขภาพ ให้เด็กปฐมวัยปีที่ ๑ - ๓ และเจ้าหน้าที่ทันตกรรมจากโรงพยาบาลพนัสนิคมมาตรวจสุขภาพปากและฟันพร้อมทั้งท า การเคลือบฟลูออไรด์ให้แก่เด็กอนุบาลปีที่ ๑ - ๓ การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแลสุขภาพด้วยโครงการ อาหารกลางวันและโครงการเสริมนม พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ ปลูกฝังคุณธรรมให้เด็กใฝ่ดี มี วินัย ซื่อสัตย์ รู้จักสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบของพลเมืองดี รักครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติด้วยวิธีที่ เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการจากกิจกรรมหน้าเสาธงและสวดมนต์ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ตรง เพราะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเด็กท าให้มีพัฒนาการพร้อมในทุก ๆ ด้าน สถานศึกษาด าเนินการส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นเด็กเป็นส าคัญและมีการประเมินก ากับ ติดตามด้วยวิธีการนิเทศห้องเรียนและการจัดการประสบการณ์ภาคเรียนละ ๒ ครั้ง สถานศึกษาด าเนินการส่งเสริมให้ ครูจัดกิจกรรมประจ าวัน กิจกรรมพัฒนาและจัดท าหน่วยการเรียนรู้ตามแผนการจัดประสบการณ์ ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา มีก าหนดการส่งแผนการจัดประสบการณ์ประจ าเดือน สถานศึกษามีปฏิทินและคู่มือปฏิบัติงานให้ครูปฏิบัติงานโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการการเล่นปน เรียน มุ่งให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติและการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ให้เด็กได้ท ากิจกรรมการทดลองทาง วิทยาศาสตร์ ครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพตามระยะเวลาและ ก าหนดการที่สถานศึกษาก าหนด สถานศึกษาจัดหางบประมาณให้ครูได้จัดโครงการกิจกรรมที่สร้างโอกาสให้เด็ก ได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข สถานศึกษาจัดหางบประมาณและเทคโนโลยีให้ได้ครูจัด


๑๐๐ บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมตามวัย สถานศึกษาก าหนดให้ครูประเมินพัฒนาการ เด็กตามสภาพจริงและน าผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็ก มีการเฝ้า ระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM) สถานศึกษาได้ด าเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพโดยมีเจ้าหน้าที่จากกองสาธรณสุขเทศบาลเมืองพนัสนิคม มาตรวจสุขภาพให้เด็กปฐมวัยปีที่ ๑ - ๓ และเจ้าหน้าที่ทันตกรรมจากโรงพยาบาลพนัสนิคมมาตรวจสุขภาพปากและ ฟันพร้อมทั้งท าการเคลือบฟลูออไรด์ให้แก่เด็กอนุบาลปีที่ ๑ - ๓ การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแลสุขภาพ ด้วยโครงการอาหารกลางวันและโครงการเสริมนม พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ ปลูกฝังคุณธรรม ให้เด็กใฝ่ดี มีวินัย ซื่อสัตย์ รู้จักสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบของพลเมืองดี รักครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และ ประเทศชาติด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการจากกิจกรรมหน้าเสาธงและสวดมนต์ กิจกรรมจูงน้องเข้าวัด ได้ก าหนดกิจกรรม ๓ กิจกรรม และครอบคลุมประสบการณ์ส าคัญ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ตรง เพราะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเด็กท าให้มีพัฒนาการพร้อมในทุก ๆ ด้านและเป็นกระบวนการที่ท าให้เด็กรู้จักคิด ลงมือท าและน าไปสู่ผลลัพธ์จากตัวของเด็กเอง สถานศึกษาได้ด าเนินการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายโดยให้เด็กทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันและ อาหารเสริมนมทุกวันท าการ ครูประจ าชั้นบันทึกการเจริญเติบโตของร่างกายโดยการชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง ตรวจ สุขอนามัยของเด็กทุกคนตามรายการตรวจ ได้แก่ เล็บ ผม หู ช่องปาก ผิวหนัง บันทึกผลการตรวจ มีการบันทึกผล การชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง ภาคเรียนละ ๒ ครั้ง ลงในบัตรสุขภาพตามมาตรฐานของกรมอนามัย นอกจากนี้มีการ ประเมินภาวะโภชนาการ ตรวจสุขภาพ และติดตามภาวะโภชนาการอย่างต่อเนื่องโดยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาล มี การตรวจเพื่อคัดกรองพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กเป็นรายกรณี ครูจัดกิจกรรมประจ าวันให้เด็กสามารถช่วยเหลือ ตนเองได้ เช่น การล้างหน้า การแปรงฟัน การล้างมือ การรับประทานอาหาร เป็นต้น สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูผู้สอน จัดกิจกรรมพัฒนาประสบการณ์ตามแผนการจัดประสบการณ์ประจ าวันที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายได้ดี คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูผู้สอนจัดกิจกรรมให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่กับที่และการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ให้เด็กได้มีการบริหารกล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็กตามหน่วยการเรียนรู้ กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูผู้สอนจัด กิจกรรมให้เด็กได้มีการฝึกพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กันจากการท างาน ด้านศิลปะ การประดิษฐ์ เป็นต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ครูผู้สอน จัดกิจกรรมให้เด็กได้มีการออกก าลังกายเคลื่อนไหวทุก ส่วนของร่างกายและเล่นอิสระกลางแจ้งกิจกรรมเสรี ครูผู้สอนจัดมุมประสบการณ์ต่าง ๆ ให้เด็กได้มีโอกาสในการ เล่น หยิบ จับ เครื่องเล่นสัมผัส ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า และจัดให้เด็กได้นอนหลับพักผ่อนตามตาราง กิจกรรมประจ าวันๆ ละ ๒ ชั่วโมง โดยประมาณ นอกจากนี้สถานศึกษาได้เปิดโอกาสให้เด็กปฐมวัยได้โอกาสเข้าร่วม กิจกรรมการแข่งขันกีฬาในระดับเทศบาล เพื่อให้เด็กได้แสดงความสามารถและศักยภาพด้านร่างกาย ในแต่ละภาค เรียนครูผู้สอนจะท าการประเมินพัฒนาการด้านร่างกายตามหลักสูตรสถานศึกษา มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เครื่องมือและเกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก าหนด พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สถานศึกษาได้ด าเนินการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาอารมณ์ จิตใจให้เด็ก มีสมาธิโดยให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมยามเช้า ให้เด็กได้สวดมนต์และนั่งสมาธิ ครูผู้สอนจัดกิจกรรมพัฒนา ประสบการณ์ตามแผนการจัดประสบการณ์ประจ าวันซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม เคลื่อนไหวและจังหวะให้เด็กได้เคลื่อนไหวตามเสียงเพลง ดนตรี เกิดความเพลิดเพลิน กิจกรรมเสริมประสบการณ์โดย ครูผู้สอนจัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟัง ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้พูดความรู้สึกของตนเองซึ่งครูท าการสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนในขณะจัดประสบการณ์และมีการประเมินพฤติกรรมลงในบันทึกหลังสอน กิจกรรมสร้างสรรค์โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เช่น การวาดภาพระบายสี การ ละเลงสี เป็นต้น กิจกรรมเสรีโดยครูผู้สอนจัดมุมประสบการณ์ ให้เด็กเลือกเล่นตามความสนใจ กิจกรรมกลางแจ้ง โดยครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมให้เด็กได้เล่นนอกห้องเรียน เล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ และกิจกรรมเกมการศึกษา


๑๐๑ โดยครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถของตนเอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการ ด้านอารมณ์ จิตใจ ครูสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่อบอุ่นและเป็นมิตรส่งเสริมให้ นักเรียนได้เรียนรู้ สนับสนุนให้เด็กได้แสดงความสามารถตามความถนัดในทางที่สร้างสรรค์ และน าเด็กเข้าร่วม โครงการกิจกรรมต่าง ได้น าเด็กศึกษาแหล่งเรียนรู้ในและนอกสถานที่เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกสนาน เพลินเพลิด ครู จัดสื่อ/ของเล่น ที่หลากหลายเหมาะสมกับวัย จัดมุมประสบการณ์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ มี การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา ส่งเสริมให้เด็กมั่นใจ กล้าแสดงออก ในโอกาสและวันส าคัญต่าง ๆ ในแต่ละภาคเรียน ครูผู้สอนจะท าการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ตามหลักสูตรสถานศึกษา มาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ เครื่องมือ และเกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก าหนด พัฒนาการด้านสังคม สถานศึกษาให้ครูจัดประจ าวันให้เหมาะสมกับวัย ตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อเด็กมา โรงเรียน โดยมีครูเวรประจ าวันดูแลรับเด็ก คอยดูแลให้เด็กเล่นและปฏิบัติกิจกรรมอย่างปลอดภัย ครูประจ าชั้น ส่งเสริมให้เด็กได้ปฏิบัติตามข้อตกลง สามารถช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจ าวันได้ เช่น การเก็บของใช้ส่วนตัวเข้าที่ การเก็บของเล่น เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ฝึกให้เด็กสามารถช่วยเหลือมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกห้องเรียนโดยจัดให้มีเวรประจ าวัน จัดให้เด็กได้ท ากิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม ทั้งกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ เพื่อให้ เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งกิจกรรมประจ าวันและกิจกรรมในวัน ส าคัญต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมน้องเคารพพี่ เพื่อจัดให้เด็กได้แสดงปฏิสัมพันธ์ แสดงออกถึงมารยาทและ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ในสังคมของโรงเรียน กิจกรรมจูงมือน้องเข้าวัดวันพระ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้ใกล้ชิดวัดซึ่ง เป็นสถานที่ แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรม ประเพณีของไทยในการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้ปฏิบัติตามแบบที่ดี กิจกรรมชั่วโมงส่งเสริมคุณธรรมให้มีการสวดมนต์เพื่อส่งเสริมและพัฒนา เด็กให้สามารถปฏิบัติตนตามแบบผู้น า ผู้ตามที่ดีได้ รวมถึงการอดทน รอคอยได้ เมื่ออยู่ในที่ประชุมและกิจกรรมกลุ่ม ใหญ่ ๆ ได้ ในแต่ละภาคเรียนครูผู้สอนจะท าการประเมินพัฒนาการด้านสังคมตามหลักสูตรสถานศึกษา มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เครื่องมือและเกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก าหนด พัฒนาการด้านสติปัญญา สถานศึกษาได้ด าเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้และกิจกรรมประจ าวัน ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยการจัดกิจกรรมบูรณาการทักษะ และประสบการณ์ที่ส าคัญ จัดกิจกรรมหลัก ๖ กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ โดยครูผู้สอนให้เด็ก แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์ โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรมตาม หน่วยการเรียนรู้ให้เด็กได้ฟัง พูด อ่าน เขียนสังเกต ส ารวจ รับรู้สิ่งต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์ โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรม ให้เด็กได้แสดงความคิดสร้างสรรค์จากการประเมินผลงานกิจกรรมเสรี โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรมให้เด็กสร้างสรรค์ ชิ้นงานจากการเล่น กิจกรรมกลางแจ้ง โดยครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเล่นเกมให้เด็กปฏิบัติตามกฎ ข้อตกลง ให้เด็กได้ ตัดสินใจและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และกิจกรรมเกมการศึกษาโดยครูจัดกิจกรรมให้เด็กได้มีการคาดคะเน สังเกต เปรียบเทียบ อธิบาย เชื่อมโยงสิ่งของหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ สถานศึกษาจัดท าหลักสูตรการมีงานท า เพื่อพัฒนา กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดโครงการอัจฉริยะ สร้างได้เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการทดลองปฏิบัติกิจกรรมการท าอาหารง่าย ๆ ในแต่ละ ภาคเรียนครูผู้สอนจะท าการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาตามหลักสูตรสถานศึกษา มาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์เครื่องมือและเกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก าหนด การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย อายุ ๓-๖ ปี สถานศึกษาได้ด าเนินการ จัดกิจกรรมตามแนวทางการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM) โดยเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กว่าล่าช้าหรือไม่ และด าเนินการกระตุ้นพัฒนาการ ประสานกับพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการเพื่อด าเนินการแก้ไขพัฒนาการที่ล่าช้า ไม่สมวัย หากพัฒนาการเด็กสมวัยก็จะเน้นการฝึกให้เด็กมีทักษะความสามารถในด้านการเคลื่อนไหวด้านการใช้กล้ามเนื้อมัด


๑๐๒ เล็กและสติปัญญา ด้านการเข้าใจภาษา ด้านการใช้ภาษา ด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม เพื่อส่งเสริมให้เด็กมี สุขภาพดี มีพัฒนาการสมวัย ฉลาดทั้งปัญญา (IQ) และสติปัญญา (EQ) สรุปผลการพัฒนา จุดเด่น ๑. สถานศึกษามีสภาพแวดล้อมภายนอกอาคารมีความปลอดภัย เครื่องเล่นสนามมีความเหมาะสมตาม พัฒนาการของเด็กตามวัย ๒. สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้รับประเมินพัฒนาการ การเจริญเติบโต อย่างถูกวิธี มีการบันทึกข้อมูลน้ าหนัก ส่วนสูงเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการด้านร่างกายแข็งแรงสมวัย ๓. สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้ครูด าเนินการตรวจสุขภาพอนามัยเด็กเป็นประจ าทุกเช้า ๔. สถานศึกษาจัดให้มีบริเวณห้องเรียน พื้นที่ มุมประสบการณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่มีอุปกรณ์และในห้อง ห้องเรียนอย่างเหมาะสม ๕. สถานศึกษาจัดให้เด็กมีอุปกรณ์ภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัวส่วนหรับเด็กทุกคน ๖. สถานศึกษามีหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัยที่เหมาะสมกับเด็กและสอดคล้องกับบริบทของชุมชน และท้องถิ่นของตนเอง ๗. ครูมีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจและมุ่งเน้นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ สามารถจัดการเรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ๘. มีการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่หลากหลาย และจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ๙. เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญาอย่างสมดุลตามมาตรฐานคุณลักษณะที่ พึงประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมีพัฒนาการสมวัย จุดควรพัฒนา ๑. ควรจัดกิจกรรมรับมือเหตุฉุกเฉิน ป้องกันอัคคีภัย/ภัยพิบัติตามความเสี่ยงของพื้นที่ แบบพื้นฐานให้ เด็กได้ทราบ ๒. ควรมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาปฐมวัย ให้มีความเข้มแข็ง และมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษาและขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา ๓.ควรเชิญผู้ปกครองและชุมชนแสดงความคิดเห็นในการจัดการศึกษา ส่งเสริม การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและคุณภาพการจัดการ เพื่อเป็นการพัฒนาเด็กให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๔. ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ให้เด็กสามารถฝึกทักษะ การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กผ่านการจัดกิจกรรมและเสริมทักษะ ผ่านการเล่นและเรียนรู้ต่าง ๆ ๕. ควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการเข้าใจภาษา สามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นได้เข้าใจโดยให้เด็กได้รับรู้ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปแนวทางการพัฒนา ๑. จัดท าโครงการ/จัดกิจกรรมที่ให้ชุมชน/ผู้ปกครอง/ครอบครัว มีส่วนร่วมเพื่อพัฒนา ความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นส าหรับเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมส่งเสริมพัฒนาการปฐมวัยทั้ง ๔ ด้าน ๒. เผยแพร่ผลงานของสถานศึกษา เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้จากสถานศึกษาอื่น เพื่อสร้างเครือข่ายและขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ๓. ผู้ปกครองและชุมชนการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสถานศึกษา และมีส่วนร่วมในการจัดการ ศึกษาเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล


๑๐๓ ๔. ส่งเสริมให้เด็กได้มีออกก าลังกาย เล่นและเคลื่อนไหวอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจากการปฏิบัติกิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ๕. ส่งเสริมการจัดประสบการณ์ การจัดเรียนรู้ที่เน้นการสื่อสาร การอ่าน เขียน หลากหลายรูปแบบด้วยสื่อที่ ทันสมัยและใช้งานง่าย เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีความสนใจอยากเรียนรู้ ความต้องการช่วยเหลือ สถานศึกษาขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์ สื่อ วัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้ใน การจัดการเรียน ส าหรับเด็กปฐมวัย การปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างที่ดี หรือดีเลิศ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม


๑๐๔ ๑.2 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ระดับคุณภาพ ดีเลิศ มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ค่าร้อยละ สรุปผลการ ค่าเป้าหมาย ผลการ ด าเนินงาน ด าเนินงาน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน ประเด็นพิจารณาที่ 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิด ค านวณ 1.1 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 60.00 มี ความสามารถในการอ่านและการเขียนเมื่อมีการทดสอบ เพื่อประเมิน ความสามารถในการอ่านและการเขียน (Reading Test : RT) เมื่อเทียบ กับระดับประเทศ 60.00 91.62 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 1.2 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 60.00 มี ความสามารถในการสื่อสารในการทดสอบความสามารถพื้นฐาน ระดับชาติ เพื่อวัดความรู้และความคิดรวบยอด (National Test : NT) เมื่อเทียบกับระดับประเทศ 60.00 76.89 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 1.3 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 60.00 มี ความสามารถในการคิดค านวณ ในการทดสอบความสามารถพื้นฐาน ระดับชาติ เพื่อวัดความรู้และความคิดรวบยอด (Ordinary National Test : O-NET) เมื่อเทียบกับระดับประเทศ 60.00 76.90 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา 1) ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 70.00 78.07 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 1 ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมการ เรียนรู้ตามศักยภาพ และระดับความสามารถ จากการสร้างชิ้นงาน ไม่ น้อยกว่าปีการศึกษาละ 2 ชิ้นงาน 60.00 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 4) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1) ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารอย่างเหมาะสม จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามหลักสูตรของสถานศึกษา 60.00 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 5) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 5.1 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ร้อยละ 60.00 มี คะแนนเฉลี่ยในระดับดีขึ้นไปในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร สถานศึกษา 60.00 78.07 สูงกว่าค่าเป้าหมาย


๑๐๕ มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ค่าร้อยละ สรุปผลการ ค่าเป้าหมาย ด าเนินงาน ผลการ ด าเนินงาน 6) มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ 1) ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดี ต่องานอาชีพ 60.00 91.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 2) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 60.00 96.29 สูงกว่าค่าเป้าหมาย ประเด็นพิจารณาที่ 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษาก าหนด 1) ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีคุณลักษณะ และค่านิยมที่ดี ตามที่สถานศึกษาก าหนด 70.00 92.50 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 2) มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 1) ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทย 70.00 90.67 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3) ผู้เรียนยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และ หลากหลาย สถานศึกษาก าหนดมาตรฐาน 1) ผู้เรียนร้อยละ 70.00 ยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความ แตกต่าง และหลากหลาย 70.00 92.42 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม 1) ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีสุขภาวะทางร่างกาย และจิต สังคม 70.00 94.21 สูงกว่าค่าเป้าหมาย วิธีด าเนินงาน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน สถานศึกษามีกระบวนการจัดท าแผนพัฒนาการศึกษา ก าหนดโครงการพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียน และโครงการรักการอ่าน เพื่อการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายส่งเสริมให้ครู จัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษา ด าเนินการจัดท าโครงการพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ด าเนินการจัดกิจกรรม Pre – Test เพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบ การอ่าน และการเขียน (RT) และการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่ หลากหลายส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียนและเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ของหลักสูตร นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้รับการประเมินการทดสอบการอ่าน และการเขียน (RT) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ได้รับการประเมินการทดสอบด้านภาษาไทย และด้านคณิตศาสตร์ (NT) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ได้รับการประเมินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O - NET) สถานศึกษามีการด าเนินการจัดกิจกรรม การทดสอบความสามารถ 3 วิชาหลัก เพื่อเตรียมความพร้อม ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง สถานศึกษามีการด าเนินการจัดท า โครงการการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน สถานศึกษามีการด าเนินการจัดกิจกรรม ในการสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้ตามศักยภาพ และระดับความสามารถ จากการสร้างชิ้นงาน และจัดท าแฟ้มสะสมผลงานนักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ๖ ได้รับการประเมินวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สถานศึกษามีการ ด าเนินการจัดท าโครงการพัฒนายกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน สถานศึกษามีการด าเนินการจัด


๑๐๖ กิจกรรม การทดสอบความสามารถ รายวิชาหลักกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียม ความพร้อมในการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง จัดกิจกรรมบูรณาการใน โครงการพัฒนา 8 กลุ่มสาระ เพื่อส่งเสริมผู้เรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ให้เป็นไป ตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร ครูผู้สอนออกแบบการจัดการ เรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ Active Learning เพื่อวัดและประเมินผลทักษะพื้นฐาน และ เจตคติที่ดีต่องานอาชีพ และการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน สถานศึกษาด าเนินการจัดท าโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาด าเนินการจัดกิจกรรม ส่งเสริม ผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัด ของหลักสูตรและการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพ ของผู้เรียนและเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร ครูผู้สอนออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม กับผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ Active Learning เพื่อวัดและประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน กิจกรรมบูรณาการใน โครงการอนุรักษ์ ศิลปะ วัฒนธรรมและประเพณีไทย เพื่อส่งเสริมผู้เรียนรักความเป็นไทย เช่น การแต่งกายในชุดผ้าไทยเป็นประจ าในวันอังคาร ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เป็นไป ตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร ครูผู้สอนออกแบบการจัดการ เรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนโดยใช้กระบวนการ Active Learning เพื่อวัดและประเมินผลคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของผู้เรียน จัดกิจกรรมบูรณาการในโครงการพัฒนา 8 กลุ่มสาระ เพื่อส่งเสริมผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตาม มาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร สถานศึกษามีกระบวนการจัดท าแผนพัฒนาการศึกษา ก าหนดโครงการ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ด้วยวิธีการที่หลากหลายส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพ ของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตร จัดท าโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพนักเรียน จัดท าโครงการเยี่ยมบ้าน และจัดกิจกรรมบูรณาการในโครงการพัฒนา 8 กลุ่มสาระ เพื่อส่งเสริมผู้เรียนมี สุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยประสานผู้ปกครองนักเรียน ในการชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูงและตรวจ สุขภาพร่างกายโดยผู้ปกครอง ให้เป็นไปตามศักยภาพของผู้เรียน และเป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของ หลักสูตร ผลการด าเนินงาน จากวิธีการพัฒนาข้างต้นนี้ ก่อให้เกิดผลดีต่อสถานศึกษา ดังนี้ ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ผลการด าเนินผลการด าเนินการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สูงกว่าเป้าหมาย จ านวน 1๓ ประเด็น พิจารณา เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมของการด าเนินงานแล้วสูงกว่าเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่ 1.1.1 ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดค านวณ คิดเป็น ร้อยละ ๘๑.๘๐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.1.2 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น และแก้ปัญหา จากการประเมินสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ด้านความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๐๗ ซึ่งสูงกว่า เป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.1.3 ผู้เรียนมีความสามารถในการรวบรวมความรู้ได้ด้วยตนเอง และทุกคนสามารถสร้าง ชิ้นงานที่น่าภาคภูมิใจไม่น้อยกว่า 2 ชิ้นงาน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด


๑๐๗ 1.1.4 ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อพัฒนาตนเอง และสังคมในด้านการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และใช้ในชีวิตประจ าวัน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งสูงกว่า เป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.1.5 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๗๘.0๗ ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.1.6 ผู้มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ โดยผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ทุกคนได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และมีความรู้และทักษะพื้นฐานต่องานอาชีพค้าขาย การจักสาน มีทัศนคติ ที่ดีต่ออาชีพสุจริต สามารถน าความรู้ที่ได้จากการจักสานมาใช้เพื่อสร้างเป็นอาชีพได้ คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๖๕ ซึ่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.2 ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ผลการด าเนินการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สูงกว่า เป้าหมาย จ านวน ๔ ประเด็นพิจารณา เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมของการด าเนินงานแล้วสูงกว่าเป้าหมาย เป็น ส่วนใหญ่ 1.2.1 ผู้เรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษาก าหนด ด าเนินชีวิตอย่าง พอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้ดีตามหลักการประชาธิปไตย กล้าแสดงออก และแสดงความคิดเห็น ยอมรับกฎ กติกาของสถานศึกษา ของสังคม คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๕๐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.2.2 ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย คิด เป็นร้อยละ ๙๐.๖๗ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.2.3 ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่หลากหลายและแตกต่าง คิด เป็นร้อยละ ๙๒.๔๒ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.2.4 ผู้เรียนมีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคมที่ดี คิดเป็นร้อยละ 9๔.๒๑ ซึ่งสูงกว่า เป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนผลการประเมินตนเอง - ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน( Reading Test : RT) ป.๑ - ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) ป.๓ - ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานผู้เรียน (Ordinary National Education Test : O – NET) ป.6 - แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายวิชา (ปถ.๐๕) - โครงการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน - แผนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี - ใบงานกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี - สรุปผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ในปีการศึกษา ๒๖๖๕ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ - โครงการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น - โครงการแนะแนวอาชีพ และการศึกษาต่อ - สรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปถ. 0๕) - สรุปผลการประเมินการจัดโครงการโรงเรียนรักษาศีล ๕ และภาพถ่าย


๑๐๘ - ภาพจากโครงการจัดงานวันส าคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ - รายงานผลการด าเนินการโครงการเข้าค่ายลูกเสือ – เนตรนารี และภาพถ่าย - รายงานผลการด าเนินการโครงการประเพณีลอยกระทง - โครงการเยี่ยมบ้านของนักเรียนระดับชั้น ป.1 - 6 - แบบบันทึกการการชั่งน้ าหนัก วัดสวนสูง - โครงการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ “ครูแด” และภาพถ่าย - โครงการกีฬาสีภายในโรงเรียน และภาพถ่าย - โครงการอาหารกลางวัน - โครงการอาหารเสริมนม - โครงการรณรงค์ป้องกันยาเสพติด - โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน จุดเด่น ๑ . ครูจัดป ระสบก า รณ์ที่ส่งเส ริมให้ผู้เ รียนมีพัฒน าก า รต ามสภ าพจ ริงด้วยวิธีที่หล ากหล าย และอย่างสมดุลเต็มตามศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล ๒. สถานศึกษามีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมให้ครูผู้สอนใช้สื่อ และเทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้อย่างเพียงพอ ๓. สถานศึกษามีการด าเนินงานโครงการ/กิจกรรม/มาตรการการส่งเสริมด้านวิชาการอย่างเข้มข้นและ ต่อเนื่อง จุดควรพัฒนา ๑. ครูควรจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ๒. ครูควรสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม ลงมือท าและสร้างองค์ ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข ๓. สถานศึกษาสร้างจุดแข็งในการนิเทศติดตามผล และปรับปรุงผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ : ระดับยอดเยี่ยม มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ระดับคุณภาพ สรุปผลการ เป้าหมาย ผลการ ด าเนินงาน ด าเนินงาน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ประเด็นพิจารณาที่ 2.1 การมีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ สถานศึกษาก าหนดชัดเจน ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.1.1 สถานศึกษามีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษา ก าหนดชัดเจน ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.1.2 สถานศึกษามีแผนพัฒนาการศึกษา ที่ได้รับความเห็นชอบของ คณะกรรมการสถานศึกษาและสามารถตรวจสอบได้ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย


๑๐๙ มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ระดับคุณภาพ สรุปผล เป้าหมาย ผลการ การด าเนินงาน ด าเนินงาน ประเด็นพิจารณาที่ 2.2 มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของ สถานศึกษา ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.2.1 สถานศึกษามีและด าเนินงานพัฒนาคุณภาพการบริหารและการ จัดการศึกษาที่มีความเหมาะสม คลอบคลุมงานวิชาการที่เน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ พัฒนาครูบุคลากรของโรงเรียนและบริหารจัดการข้อมูล สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ๒.๒.๒ สถานศึกษามีระบบการนิเทศภายในของสถานศึกษา ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ประเด็นพิจารณาที่ ๒.3 ด าเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพ ผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ๒.๓.๑ สถานศึกษามีการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาเทียบเคียง มาตรฐานสากล และพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ๒.๓.๒ สถานศึกษามีหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ๒.๓.๓ สถานศึกษามีหลักสูตรที่สอดคล้องตามนโยบายของชาติ จังหวัดและท้องถิ่น ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ประเด็นพิจารณาที่ 4 พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทาง อาชีพ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.๔.1 สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการ พัฒนาตนเองไม่น้อยว่าปีการศึกษาละ 18 ชั่วโมง ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ๒.๔.๒ สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาการ ท างานร่วมกันของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ และครูใน ระดับชั้น ไม่น้อยกว่า ปีการศึกษาละ 50 ชั่วโมง ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ประเด็นพิจารณาที่ 5. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อ ต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.๕.1 สถานศึกษามีอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้อง สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เพียงพอและได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.๕.2 สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่ เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.๕.3 สถานศึกษาจัดแหล่งการเรียนรู้ภายในและภายนอกห้องเรียน ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย ประเด็นพิจารณาที่ 6. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุน การบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย 2.๖.1 สถานศึกษามีระบบการจัดหา ปรับปรุง พัฒนาและการบริการ เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับสภาพของสถานศึกษา ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย


๑๑๐ มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ระดับคุณภาพ สรุปผลการ ด าเนินงาน เป้าหมาย ผลการ ด าเนินงาน 2.๖.2 สถานศึกษามีการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศให้สามารถเข้าถึงได้ ง่าย ดีเลิศ ยอดเยี่ยม สูงกว่าเป้าหมาย มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ : ระดับยอดเยี่ยม วิธีด าเนินการ สถานศึกษาจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทน ผู้ปกครองผู้เรียน ตัวแทนครูในการก าหนดวิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา สามารถปฏิบัติได้จริง ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาล และเพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม สถานศึกษามีกระบวนการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยการน าระบบประกัน คุณภาพการศึกษาบริหารจัดการโรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา ซึ่งใช้การบริหารจัดการใน การด าเนินการ ๓ ด้าน ได้แก่ด้านการบริหารจัดการ ด้านครูและด้านผู้เรียน โดยใช้โครงการรักษาศีล ๕ ซึ่งเป็น โครงการที่มีอยู่ในแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน มาใช้ในการบริหารจัดการ จัดประชุมระดมความคิดเห็นจาก ผู้บริหาร ครูและบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อจัดท าแผนพัฒนาการศึกษา แผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ แผนปฏิบัติการประจ าปีการศึกษา ให้มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจของสถานศึกษา ซึ่งได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน น าแผนไปปฏิบัติตามกรอบระยะเวลาและกิจกรรมโครงการที่ ก าหนดไว้มีการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยได้ด าเนินการจัด โครงการ กิจกรรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID -19) มีระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน โดยครูประจ าชั้นเยี่ยมบ้านผู้เรียนรายบุคคลทั้งที่บ้านของผู้เรียนและเยี่ยมบ้าน มีการมอบ ทุนการศึกษาในวันส าคัญต่าง ๆ มีการจัดประชุมผู้ปกครองเพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามการ เรียนการสอนของผู้เรียน สอบถามปัญหาต่างๆ ในการเรียนเพื่อจะได้แก้ปัญหาร่วมกัน มีระบบการนิเทศการสอน ภายในโรงเรียนโดยการมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา และหัวหน้าฝ่ายวิชาการ มีระบบการนิเทศจาก ภายนอกโรงเรียนโดยผู้อ านวยการกองการศึกษา มีการจัดท าโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา โดยการประชุมชี้แจง การประเมินแต่ละมาตรฐานและตัวชี้วัด มีการเก็บรวบรวมข้อมูล เอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่เป็นร่องรอยการด าเนินการประกันคุณภาพ สถานศึกษามีการบริหารเกี่ยวกับงานวิชาการ ด้านการพัฒนาหลักสูตร โดยด าเนินการปรับปรุงและพัฒนา หลักสูตรทุกปี น าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสอดแทรกคุณธรรมในหลักสูตรสถานศึกษา จัดกิจกรรม เสริมหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนรอบด้าน คณะผู้บริหารและบุคลากรภายในสถานศึกษาได้ร่วมกันจัดท าหลักสูตร สถานศึกษา การจัดโครงการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา โดยการจัดอบรมครู โครงการตามรอยวิถีแห่ง ความพอเพียง โครงการรักษาศีล ๕ ในทุกกลุ่มระดับชั้นและสาระการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักแยกแยะ พฤติกรรม ดีไม่ดีส่งผลท าให้โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาครบทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และ ๑ กลุ่มพัฒนา ผู้เรียน


๑๑๑ สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน และสภาพแวดล้อมทาง สังคม ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และมีความปลอดภัย โดยการจัดโครงการสิ่งแวดล้อม โครงการประกวด ห้องเรียน โครงการนิเทศภายใน จัดมุมความรู้ ป้ายนิเทศ บรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนให้เอื้อต่อ การเรียนรู้ สถานศึกษามีการจัดระบบการจัดหา การพัฒนา และการบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ในการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา มีการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศรายชั้นเรียน ให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้สามารถน าข้อมูลสารสนเทศไปใช้อย่างเป็นระบบ โดยการ จัดโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ โครงการประชาสัมพันธ์โรงเรียน จดหมายข่าวของสถานศึกษา สื่อดิจิทัล Facebook ของสถานศึกษาและสื่อดิจิทัล Line กลุ่มผู้ปกครองของสถานศึกษา ผลการด าเนินงาน ผลการด าเนินงานด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ เป็นไปตามเป้าหมาย ทุกประเด็นพิจารณา ผลการ ประเมิน มีดังนี้ 2.1 สถานศึกษามีเป้าหมาย วิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาล และ การเปลี่ยนแปลงของสังคม มีการก าหนดหน้าที่/ภาระงานบุคลากรไว้อย่างชัดเจน ซึ่งระบุไว้ในแผนปฏิบัติการ ประจ าปี ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 2.2 สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มีการน าข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุง พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 2.3 สถานศึกษาด าเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุก กลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับยอดยี่ยม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษา ก าหนด 2.4 สถานศึกษาพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน ครู และบุคลากรทุกคนเข้ารับการพัฒนาตนเองในปีการศึกษาไม่ต่ ากว่า ๑๘ ชั่วโมง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 2.5 สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และมี ความปลอดภัย ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 2.6 สถานศึกษาจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับสภาพของสถานศึกษา มีข้อมูลสารสนเทศที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ผลการ ด าเนินงานอยู่ในระดับยอดเยี่ยมซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด ข้อมูล หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนผลการประเมินตนเอง - แผนพัฒนาการศึกษา ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๕) - แผนปฏิบัติการประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕


๑๑๒ - แผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ - คู่มือปฏิบัติงานประจ าปี - รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน - รายงานผลโครงการพัฒนาการจัดท าแผนพัฒนาการศึกษา - บันทึกประชุมครู - เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ - รายงานผลโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา - รายงานผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน - รายงานการประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษา - รายงานผลโครงการนิเทศภายใน - รายงานผลโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา - หลักสูตรสถานศึกษา - หลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ - หลักสูตรท้องถิ่น - หลักสูตรสถานศึกษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - คู่มือครูปฏิบัติงานพนักงานครูเทศบาลประจ าปี ๒๕๖๕ - รายงานผลการเข้ารับการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน - รายงานผลการด าเนินงานชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) - รายงานผลการประกวดห้องเรียน - รายงานผลโครงการสิ่งแวดล้อม - สรุปผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของโรงเรียน - รายงานผลโครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง - รายงานผลโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ - รายงานผลโครงการประชาสัมพันธ์โรงเรียน - จดหมายข่าวของสถานศึกษา - สื่อดิจิทัล facebook สถานศึกษา https://www.facebook.com/profile.php?id=100006318030261 - สื่อดิจิทัล Line กลุ่มผู้ปกครองของสถานศึกษา https://line.me/ti/g/RGTtKvrYBX จุดเด่น ๑. สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาตนเองให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒. สถานศึกษาเป็นโรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม จุดที่ควรพัฒนา - เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง และชุมชนได้มีส่วนร่วมในการก าหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจ และจัดท า แผนพัฒนาการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น


๑๑๓ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ระดับคุณภาพ : ระดับยอดเยี่ยม มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ร้อยละ ค่า ผลการด าเนินงาน เป้าหมาย ผลการ ด าเนินงาน มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ประเด็นพิจารณาที่ 3.1 จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ จริง และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต 80.00 87.5๐ สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.1.1 ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยผ่าน กระบวนการคิดและปฏิบัติจริง 80.00 90.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.1.2 ครูผู้สอนมีการฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะแสดงออก แสดงความคิดเห็น สรุปองค์ความรู้ น าเสนอผลงานและสามารถน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ 80.00 85.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.2 ใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู่ที่เอื้อต้อการเรียนรู้ 80.00 85.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.2.1 ครูผู้สอนมีการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและ แหล่งเรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยสร้างโอกาสให้ ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่อที่หลากหลาย 80.00 85.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.2.2 ครูผู้สอนมีการน าภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ใช้ได้แบบสอบ ถามความคิดเห็นของผู้ปกครองเหมาะสม 80.00 85.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.3 มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 80.00 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.3.1 ครูผู้สอนมีการบริหารจัดการชั้นเรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิง บวก ให้ผู้เรียนรักครู ครูรักผู้เรียน และผู้เรียนรัก ผู้เรียน ผู้เรียนรักที่จะ เรียนรู้ สามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข 80.00 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และน าผล มาพัฒนาผู้เรียน 80.00 91.66 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.4.1 ครูผู้สอนมีและใช้แผนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ 80.00 95.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.4.2 ครูผู้สอนมีเครื่องมือวัดและประเมินผลตามสภาพจริง 80.00 90.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.4.3 ครูผู้สอนมีการท าวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนา ผู้เรียน ไม่น้อยกว่า ภาคเรียนละ ๑ เรื่อง 80.00 90.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ 3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ 80.00 96.66 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.5.1 ครูผู้สอนให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อน าไปใช้ ในการ พัฒนาการเรียนรู้ 80.00 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย 3.5.2 ครูผู้สอนมีพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย ชุมชนแห่งการ เรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนาการท างานร่วมกันของครูในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ทุก กลุ่มสาระ และครูในระดับชั้น อย่างน้อยปีการศึกษาละ ๕๐ ชั่วโมง 80.00 90.00 สูงกว่าค่าเป้าหมาย


๑๑๔ มาตรฐาน/ประเด็นพิจารณา ร้อยละ ค่า ผลการด าเนินงาน เป้าหมาย ผลการ ด าเนินงาน 3.5.3 ครูผู้สอนได้รับการนิเทศการจัดการรู้ เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และ ให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการปรับปรุงและ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ ไม่น้อย กว่าปีการศึกษาละ ๒ ครั้ง ๘0 100 สูงกว่าค่าเป้าหมาย มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ระดับคุณภาพ : ระดับยอดเยี่ยม วิธีด าเนินการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถน าไปจัดกิจกรรมการสอนได้จริง ครูมี การน าสื่อหรือเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยครูได้ผลิตสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อ น ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ คลิปการสอน เกมการศึกษา บทเรียนออนไลน์ สื่อ PowerPoint ใบ งาน แบบฝึกทักษะ หนังสือเรียน บัตรค า แผนที่ นิทาน เพลง คลิปจาก Youtube เป็นต้น มีสื่อการสอนที่ หลากหลายและน่าสนใจ ครูจัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนทุกคน ได้เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่างน้อยปี การศึกษาละ ๑ ครั้ง โดยเชิญปราชญ์ชาวบ้านเป็นวิทยากรในการท าจักสาน เช่น จักสานแก้วเยติ จักสานโคมไฟ จักสานแจกัน เป็นต้น การสอดแทรกภูมิปัญหาท้องถิ่นในการจัดการเรียนการสอน ครูได้ช่วยเหลือผู้เรียนเพื่อให้ เกิดแรงบันดาลใจเชิงบวกในการเรียน ด้วยวิธีการสร้างสื่อการเรียนการสอนและรูปแบบการสอนที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนรู้จักการคิดเป็น ท าเป็นและแก้ปัญหาเป็นได้ด้วยตนเอง อีกทั้งสถานศึกษามีการประสานความเข้าใจใน การจัดการชั้นเรียนโดยมีการสร้างไลน์กลุ่มห้องเรียนเพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร ร่วมส่งเสริม ช่วยเหลือ และแก้ปัญหา ทางการเรียนและพฤติกรรมของผู้เรียน สถานศึกษาได้มีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และน า ผลการประเมินมาพัฒนาผู้เรียน โดยมีการประเมินการเรียนรู้ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน โดยใช้ แบบทดสอบ แบบสังเกตพฤติกรรมและแบบสอบถาม จัดโครงการประชุมผู้ปกครอง ภาคเรียนละ 1 ครั้ง เพื่อ เป็นการสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดการเรียนการสอนให้เกิดผลบรรลุตามตัวชี้วัดของแต่ละรายวิชา ซึ่งกรณี ผู้เรียนคนใดที่ขาดโอกาสทางการเรียน ครูจะลงพื้นที่ในการเยี่ยมบ้าน และนอกจากนี้ครูทุกคนมีการจัดท าวิจัยใน ชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนภาคเรียนละ ๑ ครั้ง จากการแก้ปัญหาดังกล่าวพบว่าผู้เรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นและ ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาจัดโครงการนิเทศการสอน เพื่อติดตามจัดการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระจาก ครูผู้สอนทุกระดับชั้นตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 โดยจัดการนิเทศการสอนภาคเรียนละ 1 ครั้ง นิเทศโดย ผู้อ านวยการสถานศึกษา รองผู้อ านวยการสถานศึกษา หัวหน้างานวิชาการ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาความรู้ ทักษะ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การ จัดกิจกรรมเชิงรุก (Active learning) โดยการจัดตั้งกลุ่ม PLC ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ส่งผลให้ครูเกิดการ พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาที่สอนร่วมกัน เกิดการแลกเปลี่ยนปัญหาที่เกิดขึ้นในการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง และได้มาปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น ผลการด าเนินงาน ผลการประเมินด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ สูงกว่าเป้าหมาย จ านวน ๕ ประเด็นพิจารณา เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมของการด าเนินงานแล้ว สูงกว่าเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่ 1.1 ครูสามารถจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถน าไปประยุกต์ใช้


๑๑๕ ในชีวิตได้คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๕๐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.2 ครูสามารถใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ ๘๕ ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.3 ครูมีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษา ก าหนด 1.4 ครูทุกคนสามารถตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และน าผลมาพัฒนาผู้เรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๖๖ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด 1.5 ครูทุกคนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๖๖ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด ข้อมูลอ้างอิง หลักฐาน เอกสารเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนการประเมินตนเอง - หลักสูตรท้องถิ่น - หลักสูตรสถานศึกษาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - รายงานผลโครงการโรงเรียนรักษาศีล ๕ - รายงานผลโครงการนิเทศภายใน - รายงานผลโครงการการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน - เว็บเพจ/เว็บไซด์ของสถานศึกษา - สถิติการศึกษาเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น - แผนการจัดการเรียนรู้ - สรุปผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของโรงเรียน - รายงานผลการประชุมกลุ่ม PLC - รายงานผลโครงการวิจัยในชั้นเรียน - ปพ.๑ - ปถ.๐๕ - เครื่องมือวัดและประเมินผล (ข้อสอบ) - รายงานผลการด าเนินการเยี่ยมบ้าน - สรุปผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของโรงเรียน - ภาพถ่ายกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง จุดเด่น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสเข้าถึง การเรียน ตามความพร้อมของผู้เรียน มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยส่งเสริมให้ผู้เรียนท าชิ้นงานหรือ ผลงานตามสภาพจริง เน้นการคิดเป็น ท าเป็นและแก้ปัญหาเป็น ท าให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์ มีการวัดผลที่ หลากหลาย จุดที่ควรพัฒนา ๑. ส่งเสริมครูสร้างสื่อการสอนหรือใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ๒. ควรมีระบบการจัดการข้อมูลผลการเรียนของนักเรียนในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้สามารถรายงานผลการ เรียนรู้ของนักเรียนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น


๑๑๖ สรุปผลการประเมินในภาพรวม ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับ.........ยอดเยี่ยม................ จากผลการด าเนินงานโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประสบผลส าเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ในแต่ละมาตรฐาน จากผลการประเมินสรุปว่า อยู่ในระดับคุณภาพยอดเยี่ยม ทั้งนี้ เพราะมาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน อยู่ในระดับคุณภาพดีเลิศ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและ จัดการ อยู่ในระดับคุณภาพยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญอยู่ ในระดับยอดเยี่ยม ทั้งนี้สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายที่เป็นไปตามปัญหาและความ ต้องการพัฒนาตามสภาพของผู้เรียนสอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษาและสภาพของชุมชนท้องถิ่น จนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดีขึ้น ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษาก าหนด พัฒนาการของค่าเฉลี่ยผลการ ทดสอบระดับชาติสูงขึ้น ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านและการเขียนการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความสามารถในการคิดค านวณการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดีและมีความประพฤติด้านคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมและคุณลักษณะตามที่สถานศึกษาก าหนดปรากฏอย่างชัดเจน ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการ สร้างชิ้นงาน ใช้ชิ้นงาน อีกทั้งผู้เรียนมีการค้นพบความถนัดและความสามารถตนเอง สามารถเลือกศึกษาต่อหรือ ประกอบอาชีพได้ตามความถนัด ความต้องการและความสนใจ ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ดังที่ปรากฏผล ประเมินใน มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก อยู่ในระดับคุณภาพมาตรฐานระดับดีเลิศ สถานศึกษามีการวางแผนก าหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจที่ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทและจุดเน้น ของสถานศึกษาและบริบทของท้องถิ่น ผ่านแผนพัฒนาการศึกษา ด าเนินการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรทุกปี ติดตามตรวจสอบการด าเนินการ และจัดท ารายงานการด าเนินกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ เพื่อน าผลการประเมินมา ใช้ในการปรับปรุงแก้ไขในปีการศึกษาต่อไป นอกจากนี้มีการน าเสนอผลการบริหารจัดการของสถานศึกษาให้ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ โดยการประชุมชี้แจงผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และเว็บ เพจของโรงเรียน ส่งผลให้ผลการประเมินในมาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการอยู่ในระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม สถานศึกษาได้ส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาตนเองตามความต้องการ ความถนัดและความสนใจ ครูจัด กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย จากการนิเทศการสอนโดยผู้บริหาร หัวหน้าวิชาการ มีการ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเรียนการสอนแบบโครงงาน มีการประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง โดยใช้เครื่องมือ และวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย โดยด าเนินการแจ้งผลการประเมินชิ้นงาน ภาระงาน อย่างเป็นปัจจุบัน ในระบบเอกสาร ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น และร่วมมือในการ ช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนเป็นรายบุคคล ส่งผลให้ผลการประเมินมาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ มีผลประเมินอยู่ในระดับยอดเยี่ยม


ส่วนที่ 3 สรุปผล แนวทางการพัฒนา และความต้องการการช่วยเหลือ ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศส าคัญที่สถานศึกษาจะต้องน าไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสรุปน าไปสู่การเชื่อมโยงหรือสะท้อนภาพความส าเร็จกับแผนพัฒนาคุณภาพการ จัดการศึกษาของ สถานศึกษา และน าไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนั้น จากผลการด าเนินงาน ของสถานศึกษา สามารถสรุปผลการประเมินในภาพรวมของจุดเด่น จุดควรพัฒนาของแต่ละมาตรฐานพร้อมทั้ง แนวทางการพัฒนาในอนาคตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้นและความต้องการช่วยเหลือ ดังนี้ ระดับการศึกษาปฐมวัย สรุปผล จุดเด่น จุดควรพัฒนา การบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 1. โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์มีการจัดท า หลักสูตรที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับบริบทของ ท้องถิ่นและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยและท าการประเมินหลักสูตร จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเสมอ 2. ห้องเรียนปฐมวัยมีการจัดครูประจ าชั้นที่จบวิชาเอก การศึกษาปฐมวัยโดยตรงทุกห้อง มีความเข้าใจในการจัดการ เรียนการสอนในระดับปฐมวัยเป็นอย่างดี 3. มีการพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างดี มีระบบบริหารงานประกัน คุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม การบริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน มี สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว การบริหารบุคลากร เรื่องสุขภาพ ควรมี การส่งเสริมการตรวจ สุขภาพการประเมินความเครียดด้วยตนเอง ครู/ผู้ดูแลเด็ก และให้การดูแลจัดประสบการณ์เรียนรู้และ การเล่น เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ครูมีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่นเพื่อ พัฒนาเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา มีการ อบรมพัฒนาตนเองในการจัดประสบการณ์เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและมีคุณภาพแก่ผู้เรียนมีสื่อและเทคโนโลยีที่ หลากหลายในการจัดประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ผู้เรียน และมีการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง การท าโครงการ การท า กิจกรรมกลุ่ม มีกิจกรรมให้เด็กได้ออกไปเรียนรู้รับ ประสบการณ์นอกห้องเรียน มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาหาร วิถีความเป็นอยู่ของชุมชนที่ ตนอาศัยอยู่ในกิจกรรมหลักสูตรท้องถิ่น มีการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในกิจกรรมโตไปไม่โกง เพื่อให้เด็กได้พัฒนาตนเอง อย่างรอบด้าน อย่างมีคุณภพ ครู/ผู้ดูแลเด็ก และให้การดูแลจัดประสบการณ์ เรียนรู้และการเล่น เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ครูยังขาดสื่อและวัสดุอุปกรณ์ การใช้สื่อและ เทคโนโลยี


๑๑๘ จุดเด่น จุดควรพัฒนา คุณภาพของเด็กปฐมวัย เด็กปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์มี พัฒนาการทั้ง 4 ด้านเหมาะสมกับวัย ด้านร่างกาย เด็กมี ร่างกายแข็งแรง สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ได้ คล่องแคล่ว มีสุขอนามัยที่ดี ด้านอารมณ์ เด็กแสดงความรู้สึก ได้ตามสถานการณ์ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้เหมาะสมกับวัย ด้านสังคม เด็กสามารถเล่นและท างานร่วมกับเพื่อนได้อย่างมี ความสุข ด้านสติปัญญา เด็กสนใจเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว ชอบ ซักถามและคิดแก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัยมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ที่จะสรรค์สร้างผลงานของตนเองและ สามารถนาเสนอผลงานอย่างภาคภูมิใจ คุณภาพของเด็กปฐมวัย ควรพัฒนาด้านภาษา การสื่อสาร เด็ก บางส่วนเป็นเด็กชนชาติพันธุ์จะมีปัญหาในการ เรียนรู้ทักษะในการพูดและการสื่อสาร และ ทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร แผนการพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น 1. มีการส่งเสริมให้ครูและบุคลากรได้ตรวจประเมินสุขภาพและความเครียด ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง 2. จัดให้มีระบบรับเหตุฉุกเฉินป้องกันภัยพิบัติตามความเสี่ยงของพื้นที่ อัคคีภัยมีการฝึกซ้อมอพยพหนีภัย (ไฟ ไหม้/แผ่นดินไหว) 3. มีการปรับภูมิทัศน์จัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้มีสภาพอากาศที่ถ่ายเท เย็นสบาย ไม่ร้อน 4. จัดให้ครูได้รับการอบรมการใช้สื่อและเทคโนโลยีในการสอนในรูปแบบออนไลน์ในสถานการณ์ต่างๆ 5. มีการน าหลักสูตร ลูกเสื้อน้อย มาจัดกิจกรรมให้เด็กๆ เพื่อพัฒนาการทั้ง ๔ ด้านและส่งเสริมให้เด็กมี ระเบียบวินัย มีคุณธรรม 6. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะทาง วิทยาศาสตร์ 7. ส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพและพลศึกษาเพื่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย 8. ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมโดยผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น 2. พัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศตามความถนัดและความสนใจโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการเรียนรู้ 3. พัฒนาครูสู่ความเป็นมืออาชีพและพัฒนาเครือข่าย PLC ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพอย่างยั่งยืน 4. พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ความต้องการและการช่วยเหลือ 1. ด้านวิทยากรและงบประมาณการพัฒนาครูและบุคลากร 2. ด้านวิทยากรและงบประมาณในการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศตามความถนัดและความสนใจ 3. ด้านทรัพยากรและงบประมาณในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในสถานศึกษา ๔. วิทยากรและงบประมาณในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติธรรมชาติ


๑๑๙ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สรุปผล จุดเด่น จุดควรพัฒนา คุณภาพของผู้เรียน ๑ . ค รูจัดป ระสบก ารณ์ ที่ส่งเส ริมให้ ผู้เรียนมี พัฒนาการตามสภาพจริงด้วยวิธีที่หลากหลาย และอย่างสมดุลเต็มตามศักยภ าพของผู้เรียน รายบุคคล ๒. สถานศึกษามีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และ ส่งเสริมให้ครูผู้สอนใช้สื่อ และเทคโนโลยีในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้อย่างเพียงพอ ๓. สถานศึกษามีการด าเนินงานโครงการ/ กิจกรรม/มาตรการการส่งเสริมด้านวิชาการอย่าง เข้มข้นและต่อเนื่อง กระบวนการบริหารและการจัดการ ๑. สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาตนเอง ให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒. สถานศึกษาเป็นโรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรม และจริยธรรม การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสเข้าถึง การเรียน ตามความพร้อมของผู้เรียน มีการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนโดยส่งเสริมให้ผู้เรียนท า ชิ้นงานหรือผลงานตามสภาพจริง เน้นการคิดเป็น ท า เป็นและแก้ปัญหาเป็น ท าให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์ มีการวัดผลที่หลากหลาย คุณภาพของผู้เรียน ๑. ครูควรจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมใน ห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ๒ . ค รู ค ว ร ส ร้ างโอ ก า ส ให้ ผู้ เรี ย น ได้ รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติกิจกรรม ลงมือท า และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข ๓. สถานศึกษาสร้างจุดแข็งในการนิเทศติดตาม ผล และปรับปรุงผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง กระบวนการบริหารและการจัดการ - เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง และชุมชนได้มีส่วนร่วม ในการก าหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจ และจัดท า แผนพัฒนาการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ๑. ส่งเสริมครูสร้างสื่อการสอนหรือใช้เทคโนโลยีใน การจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ๒. ควรมีระบบการจัดการข้อมูลผลการเรียน ของนักเรียนในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้สามารถ รายงานผลการเรียนรู้ของนักเรียนได้สะดวกและ รวดเร็วยิ่งขึ้น แผนการพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานให้สูงขึ้น 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ รักการอ่าน และแสวงหาความรู้ 2. พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3. พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 4. ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนด้านกีฬา ๕. ส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนกับโรงเรียนในการสร้างภาคีเครือข่าย


๑๒๐ แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต 1. จัดโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ และพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ตามความถนัดและ ความสนใจของผู้เรียน ๒. พัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดจ าแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ความต้องการและการช่วยเหลือ 1. การจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อสื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยและมีจ านวนเพียงพอ 2. การจัดสรรงบประมาณในการในเข้ารับการพัฒนา อบรม ศึกษาดูงานของครู


๑๒๑ ส่วนที่ ๔ การปฏิบัติที่เป็นเลิศของสถานศึกษา แบบรายงาน “วิธีหรือแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ” ส าหรับสถานศึกษา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ชื่อผลงาน (Best Practices) ตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง ตามโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency School : LSS) ๑. บทน า กระบวนการ/วิธีการด าเนินงานในอดีตพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้ก าหนดแนวทางการจัดการศึกษาไว้ในมาตรา ๒๓ สรุป ความได้ว่า การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้น ความส าคัญในการความรู้ คุณธรรม การจัดกระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมนักเรียนต้องมี ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและการด ารงชีวิตอย่างมีความสุข สอดคล้องกับนโยบายแผนการศึกษา แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ของแผนฯ มีความว่า “สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”จากแนวทางการจัดการศึกษาข้างต้น สอดคล้องกับแนวทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ดังวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ว่า “โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ มุ่งเน้นการ เรียนรู้ตลอดชีวิต ตามมาตรฐานการศึกษา โดยยึดหลักความพอเพียง ” สอดคล้องกับการสนับสนุนการจัดการ เรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ว่า “ โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ มุ่งเน้น การเรียนรู้ตลอดชีวิตตามมาตรฐานการศึกษา โดยยึดหลักความพอเพียง” และให้นักเรียนน าประสบการณ์ตรง โดยการลงมือปฏิบัติจริงทั้งด้านทักษะชีวิตและประสบการณ์อาชีพไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน สามารถ ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขด้วยวิถีแห่งความพอเพียง โดยน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ ๙ เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ได้เห็นความส าคัญตามหลักการดังกล่าว จึงได้จัดท า โครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ อีกทั้งตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น โดยการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ พุทธศักราช ๒๕๕๔ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดย จัดการเรียนการสอนอย่างพอประมาณ (มีความพอประมาณ) มีเป้าหมายที่ชัดเจน (มีเหตุผล) และศึกษาข้อมูล ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด (มีภูมิคุ้มกัน) เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (มีความรู้) บนพื้นฐาน ของการมีคุณธรรมจริยธรรม (มีคุณธรรม) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


๑๒๒ ชื่อโครงการ โครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง โครงการด้าน ด้านการเกษตร ด้านวัฒนธรรม ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน ผู้ที่เกี่ยวข้อง นักเรียนในโรงเรียน, คณะครู, ผู้บริหารโรงเรียน, คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง หลักการและเหตุผล การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้ส่งผลกระทบให้สังคมมี การเปลี่ยนแปลงอย่างมากและรวดเร็ว การศึกษาเป็นกระบวนการส าคัญ ในการพัฒนาคนให้เป็นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ และด าเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข บนพื้นฐานของความเป็นไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๒ ให้ สถานศึกษาจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียน ส าคัญที่สุดการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองและเต็มศักยภาพ โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ได้เล็งเห็นความส าคัญตามหลักการดังกล่าวจึงได้จัดท า โครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยการลงมือปฏิบัติจริงทั้งด้านทักษะชีวิตและประสบการณ์อาชีพ เพื่อเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพอย่าง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ “อยู่อย่างพอเพียง” ๒. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. เพื่อสร้างรายได้และปลูกฝังวินัยการออม และการสร้างอาชีพแบบพึ่งพาตนเองได้ อันเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีใน อนาคต ๑. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นงานจักสาน ให้ยาวนาน ยั่งยืน เป้าหมาย ปริมาณ นักเรียนในโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์คณะครู ผู้บริหาร บุคลากร ผู้ปกครองและ ชุมชน คุณภาพ นักเรียนในโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์คณะครู ผู้บริหาร บุคลากร ผู้ปกครองและ ชุมชน เห็นคุณค่าการท าเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นตอนการด าเนินงาน ๑. วางแผน (Plan) ๑.๑ ผู้บริหารสถานศึกษาประกาศนโยบายการขับเคลื่อนการน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาบูรณาการในสถานศึกษา ๑.๒ แต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงานเพื่อศึกษาสภาพปัญหา แนวทางการพัฒนาและจัดท า แผนการปฏิบัติงาน ๑.๓ ประชุมครูเพื่อชี้แจงนโยบาย และร่วมวางแผน ร่วมด าเนินงาน และร่วมตรวจสอบ


๑๒๓ ๑.๔ ประชุมนักเรียนเพื่อทราบนโยบายและร่วมการด าเนินงาน โดยคณะกรรมการสภานักเรียนและ นักเรียนทั้งโรงเรียน ๑.๕ เตรียมเอกสารการด าเนินงาน ประสานบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการ ๑.๖ จัดเตรียมสถานที่ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จ าเป็นในการด าเนินงาน ๒. ด าเนินงาน (Do) 2.1 ร่วมกันวางแผนการด าเนินโครงการ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการด าเนินงาน 2.2 ประชุมวางแผนการด าเนินงาน ตามปฏิทินการปฏิบัติงาน 2.3 ก าหนดกิจกรรมเกษตรพอเพียงตามศาสตร์ของพระราชา ดังนี้ - การปลูกพืชผักสวนครัว - การขยายพันธุ์พืช - การท าเกษตรอินทรีย์ - การดูแลไม้ดอก ไม้ประดับในโรงเรียน - การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการปรับปรุงภูมิทัศน์ในโรงเรียน 2.4 ให้ความรู้และส่งเสริมการท าเกษตรในรูปแบบต่างๆ 2.5 ส่งเสริมการท าบัญชีครัวเรือน/บัญชีรายรับรายจ่าย 2.6 ให้ความรู้ในการค านวณต้นทุน/ก าไร และหลักการออม 2.7 ขยายผลโดยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรภายในโรงเรียน และชุมชน 2.8 ก าหนดกิจกรรมการงานอาชีพการน าแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้ ดังนี้ - กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชุมนุมจักสาน - ชมรมจักสานโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ 2.9 ขยายผลโดยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ด้านการอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านจักสาน ภายในโรงเรียน และชุมชน ๓. ตรวจสอบ (Check) ๓.๑ ติดตามผล ประเมินผลการด าเนินงาน ๓.๒ รายงานผลการด าเนินโครงการ ๔. ปรับปรุง (Action) ๔.๑ วิเคราะห์ผลการด าเนินโครงการ ๔.๒ ปรับปรุง พัฒนา เพื่อการด าเนินงานในปีการศึกษาต่อไป งบประมาณ ๕๐,๐๐๐บาท สถานที่ โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์การน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เงื่อนไขความรู้ - ความรู้ด้านการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ - ความรู้ด้านการงานอาชีพการจักสาน - ความรู้ด้านการท ารายรับ-รายจ่าย/การค านวณต้นทุน-ก าไร - ความรู้ด้านการติดต่อประสานงานกับบุคคล และหน่วยงานภายนอก - ความรู้ด้านการสรุปและการประเมินโครงการ


๑๒๔ เงื่อนไขคุณธรรม - ประหยัด ขยันอดทน รักการท างาน พอเพียง - ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การท างานเป็นทีม การท างานร่วมกับผู้อื่น - ใฝ่เรียนใฝ่รู้ รักการแสวงหาความรู้ เรียนรู้ด้วยตนเอง รักการท างาน หลักความพอประมาณ - พอประมาณกับเวลา สถานที่ งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการด าเนินการ หลักการมีเหตุผล - การท าเกษตรสามารถสร้างอาชีพแบบพึ่งพาตนเองได้ - นักเรียน บุคลากรทุกคน สามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ได้ - นักเรียน บุคลากรทุกคน สามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการการงานอาชีพ งานจักสาน ในการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์งานจักสาน ในรูปแบบต่างๆ ได้ หลักภูมิคุ้มกัน - มีการศึกษาข้อมูลก่อนลงมือปฏิบัติ - มีการประสานบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการ - มีการแต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงานเพื่อร่วมประชุมวางแผน - นักเรียนร่วมวิเคราะห์ปัญหาและร่วมวางแผนด าเนินการ - นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียนจากการท าเกษตรเชิงสร้างสรรค์ - มีการติดตามผล ประเมินผลเพื่อการปรับปรุงแก้ไข การประยุกต์ใช้กับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ดังนี้ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ๔Cs: ประการแรก Creativity นักเรียนคิดสร้างสรรค์ ในวิธีการน าความรู้ ด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางการเป็นชุมชนอุตสาหกรรม นักเรียน มีส่วน ร่วมในการคิด แสดงความคิดเห็นในการท างาน การดูแลพื้นที่การเกษตร ได้รับความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ใน การให้ความรู้ด้านการท าเกษตร ประการที่สอง Collaboration นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะการท างานเป็นกลุ่ม ที่มีกระบวนการ ขั้นตอนที่ ก าหนดไว้อย่างเป็นระบบ ได้แก่ การวางแผนการด าเนินงาน การแก้ไขปัญหา การรับฟังความคิดเห็น ที่แตกต่างของสมาชิกในกลุ่ม การสรุปผลและรายงานผลการด าเนินงาน มีการอภิปรายถึงปัจจัยที่ท าให้เกิด ผลส าเร็จ เป็นต้น ประการที่สาม Critical Thinking ในขั้นตอนการด าเนินงาน นักเรียนได้บูรณาการองค์ความรู้ทั้งในด้านวัตถุ (การหารายได้) สังคมวัฒนธรรม (ความรับผิดชอบในการดูแลพื้นที่การเกษตร) สิ่งแวดล้อม (การเพิ่มพื้นที่สีเขียว) ด้านคณิตศาสตร์ (การค านวณต้นทุน/ก าไร) ด้านภาษาไทย (การน าเสนองาน) ได้ฝึกทักษะการพูด และกล้าแสดง ความคิดเห็นในสิ่งที่ดี ด้านการงานอาชีพ (การฝึกทักษะการจักสานภูมิปัญญาท้องถิ่น) ร่วมสังคมวัฒนธรรม (อนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสานให้ยาวนาน และยั่งยืน) ประการที่สี่ Communication นักเรียนได้ฝึกฝนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ตามกาละและเทศะ ที่ เหมาะสม บุคคลในโรงเรียนเห็นความส าคัญของการท าเกษตร และเห็นความส าคัญของการอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิ ปัญญาท้องถิ่นการจักสานให้ยาวนาน และยั่งยืน คุณค่าอันเป็นพื้นฐานในการสร้างอาชีพโดยพึ่งพาตนเองได้ สามารถให้ความรู้ มีภูมิคุ้มกันในการใช้จ่าย มีจิตสาธารณะต่อส่วนรวม เพื่อสร้างให้โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น น่าอยู่อย่างยั่งยืน


๑๒๕ การเชื่อมโยงสู่ ๔ มิติ มิติวัตถุ - การสร้างรายได้จากการท าเกษตรในรูปแบบต่างๆ - นักเรียนมีรายได้จากการจ าหน่ายพืชผัก และผลผลิตทางการเกษตร - นักเรียนมีรายได้จากการจ าหน่ายผลิตภัณฑ์งานจักสาน เช่น การจักสานแก้วเยติ แจกัน โคมไฟ และกล่อง ใส่กระดาษทิชชูจักสาน เมืองพนัสนิคม มิติสังคม - การสร้างเครือข่ายในการพัฒนาสังคมอย่างสร้างสรรค์ - การสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาและ อนุรักษ์การเกษตรมากขึ้น - การสร้างแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาและ อนุรักษ์สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืนมากขึ้น - การสร้างความสามัคคีให้แก่ชุมชน ชุมชนเข้มแข็ง มิติสิ่งแวดล้อม - โรงเรียนมีพื้นที่สีเขียว สภาพแวดล้อมร่มรื่น สวยงาม มิติวัฒนธรรม - การท างานร่วมกับผู้อื่นด้วยวัฒนธรรมที่เอื้ออารี รักการท างาน การท างานให้ส าเร็จ ขยันอดทน ประหยัด ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ พอเพียง รักท้องถิ่น ผลที่เกิดจากการด าเนินโครงการ ผลที่เกิดกับนักเรียน ๑. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการท าเกษตร การพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม ๒. นักเรียนมีนิสัยรักการแสวงหาความรู้ การเรียนรู้ด้วยตนเอง รักการท างาน ขยันอดทน และการ ท างานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ๓ . นักเรียนมีทักษะกระบวนการท างานอย่างเป็นระบบตั้งแต่การวางแผน การลงมือปฏิบัติ การ ตัดสินใจและการแก้ปัญหา และการท างานให้ส าเร็จ ๔ . นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานจากการท าเกษตรในรูปแบบต่างๆ ๕. นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เชิงเกษตร เกิดความส านึกรักท้องถิ่นมากขึ้น ๖. นักเรียนมีรายได้จากการจ าหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ๗. นักเรียนมีความตระหนักและมีจิตอาสาในการดูแลไม้ดอกไม้ประดับ และต้นไม้ในโรงเรียน ๘. นักเรียนได้น าความรู้ ทักษะ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและสังคมด้าน การท างานเพื่อสังคมส่วนรวม ในการสร้างรูปแบบการจัดการขยะ ๙. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการการงานอาชีพด้านการจักสาน และการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญา ท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน การพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม ๑๐ . นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานจากการท างานการงานอาชีพด้านการจักสาน สร้างผลิตภัณฑ์ ออกสร้างชิ้นงานจักสาน เช่น แก้วเยติ แจกัน โคมไฟ และกล่องใส่กระดาษทิชชู ในรูปแบบต่างๆ ๑๑. นักเรียนได้น าความรู้ ทักษะ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและสังคมด้าน การท างานเพื่อสังคมส่วนรวม ในการสร้างรูปแบบการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสาน ให้ ยาวนาน และยั่งยืน การพัฒนาส่งเสริมวัฒนธรรม การพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม


๑๒๖ ผลที่เกิดกับโรงเรียน ๑. โรงเรียนร่มรื่น มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ๒. โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ทั้งต่อนักเรียน และบริการชุมชน เช่น สวนเกษตรพอเพียง สวนสมุนไพร สวนวรรณคดี สวนวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 3.. โรงเรียนได้รับการยอมรับ ในด้านการส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีให้เกิดแก่นักเรียนเพื่อการพัฒนาตนเอง พัฒนาโรงเรียน พัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยการส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเป็นจ านวนมาก ผลที่เกิดกับชุมชน/สังคม โรงเรียนให้บริการด้านการศึกษาด้านการท าเกษตร และด้านวัฒนธรรม ร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญา ท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อการศึกษาดูงานจาก หน่วยงานภายนอก แบ่งปันความรู้โดยภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากนั้นนักเรียนยังได้รับความรู้ควบคู่คุณธรรมไปใช้ในการด าเนินชีวิตที่ดีต่อไป โดยสรุปเป็นราย ด้านได้ดังนี้ 1) ด้านผู้เรียน - นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพเบื้องต้น - นักเรียนมีรายได้จากการท าผลผลิตต่างๆ จากงานอาชีพ - นักเรียนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ และมีทักษะเบื้องต้น - นักเรียนมีพื้นฐานของความพอเพียง 2) ด้านครู - ครูมีผลงานด้านอาชีพเป็นที่ประจักษ์ - ครูสามารถน าไปท าเป็นผลงานทางวิชาการได้ - ครูมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว นักเรียน และชุมชน - ครูมีพื้นฐานของความพอเพียง 3) ด้านชุมชนและสังคม - ชุมชนมีความเข้าใจอันดีกับโรงเรียน และสานต่องานอาชีพต่างๆ สู่ชุมชน - ครอบครัวในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น - ลดปัญหาของเด็กและเยาวชนในเรื่องยาเสพติด - ชุมชนมีแนวทางในการหารายได้มากขึ้น โดยสรุปแล้ว โครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง นับว่ามีประโยชน์ที่หลากหลายตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่งผลให้โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปและสามารถเป็นแบบอย่างที่ดี ได้ ความประทับใจของนักเรียน ทางโรงเรียนได้คิดค้นโครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง เพื่อให้นักเรียนรู้จักการปลูกผัก และ ดูแลรักษารดน้ า พรวนดิน ใส่ปุ๋ยของผักสวนครัว ทางโรงเรียนท าให้พวกหนูได้รู้จักเพาะช าต้นมะนาว และได้ เรียนรู้อะไร ๆ ตั้งหลายอย่างแล้วสามารถน ามาใช้ประยุกต์ได้ในชีวิตประจ าวันต่าง ๆ พวกหนูจะท าเศรษฐกิจ พอเพียงและการปลูกผักไปเรื่อยๆ พวกหนูจะดูแลผักสวนครัวให้งอกงาม โครงการนี้ท าให้พวกหนูได้เรียนรู้เรื่อง ต่าง ๆ พวกหนูจะรักษาโครงการนี้ไปเรื่อย ๆ และให้โครงการนี้อยู่ตลอดไป พวกหนูต้องขอขอบคุณคุณครูทุกท่าน ที่ท าให้พวกหนูสามัคคีกันและอดทนเข้มแข็ง พวกหนูรักการเกษตรและเศรษฐกิจพอเพียง พวกหนูอยากให้ โครงการนี้อยู่ตลอดไป (ด.ญ.รมิตา คงวุ่น ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) โครงการโครงการตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง นี้ดีมีประโยชน์ มีค่า ถ้าปฏิบัติตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความสุข หนูมีความภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ซึ่งท าให้หนูได้มีกิจกรรมที่


๑๒๗ ดี เช่น การเพาะช ามะนาว การปลูกผัก การปลูกพืชสมุนไพรและสามารถน าไปขายเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ ตัวเรา ท าให้โรงเรียนของหนูน่าอยู่ ทางโรงเรียนได้ปลูกฝัง ส่งเสริมและสนับสนุนปลูกฝังให้ด้านวัฒนธรรม ร่วม อนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้ ร่วมเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยหนูได้รั่บการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางด้านวิชาการ ประเภท โครงงานการงานอาชีพ และได้รับรางวัล ในระดับเทศบาล ระดับภาค ระดับประเทศ และระดับเขตพื้นที่ การศึกษาฯ เพื่อการศึกษาดูงานจากหน่วยงานภายนอก แบ่งปันความรู้โดยภูมิปัญญาท้องถิ่น และเห็นคุณค่า ของสิ่งแวดล้อม พวกหนูต้องขอขอบคุณโครงการนี้ที่ท าให้หนูได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ยังท าให้พวกหนูมีความสามัคคี กันมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดทุกชนิด พวกหนูจะสืบทอดโครงการนี้ให้รุ่นลูก รุ่นหลานต่อไป (ด.ช.ธรรมรัตน์ รักอิสระ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ซึ่ง เนื่องมาจากโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ท่านได้ทรงจัดโครงการนี้เพื่อให้คนไทยทุก คนรู้จักการพอเพียงและใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่า ทางโรงเรียนจึงจัดโครงการนี้ขึ้นและได้มีการ ปลูกผักในยาง รถยนต์ ปลูกพืชสมุนไพรในขอบบ่อ เพาะช ามะนาว ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้เราสามารถน าไปเป็นรายได้ เพื่อ หาเงินเข้าโรงเรียนหรือประกอบอาหารให้เด็กภายในโรงเรียนได้รับประทาน การที่โรงเรียนปลูกผักในยางรถยนต์ปลูกพืชสมุนไพรในขอบบ่อ และอื่นๆ หลายอย่าง เพื่อเป็นการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท าให้โรงเรียนของพวกเราน่าอยู่ และยังน าของที่ปลูกมาเป็นรายได้ให้เรา หนูดีใจมากที่ได้ ร่วมท ากิจกรรมนี้ ผลประโยชน์ที่ได้จากโครงการนี้คือทางโรงเรียนได้ท าการเพาะเห็ดนางฟ้าเพื่อเป็นการต่อยอด รายได้ของโรงเรียน การที่โรงเรียนท าแบบนี้หนูว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราสามารถน าไปเป็นสินค้าที่จะประกอบ อาชีพตอนโตได้ นอกจากการเพาะเห็ดนางฟ้าแล้วเรายังมีอีกหลายอย่าง เช่น การปลูกผักไร้ดินเอาไว้ขาย และ รับประทานและยังเป็นผักที่สดสะอาดปลอดสารพิษ สารเคมีอีกด้วย และหนูมีความภาคภูมิใจได้รั่บการ คัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางด้านวิชาการ ประเภทโครงงานการงานอาชีพ และได้รับรางวัล ในระดับ เทศบาล ระดับภาค ระดับประเทศ และระดับเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้มีส่วนทางกร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิ ปัญญาท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน ตลอดไป (ด.ญ.ญาณิศา ทองไพจิตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ความประทับใจของครู ข้าพเจ้านางสาวน้ าฝน ราชสมบัติ ครูโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ มีความภาคภูมิใจ มากที่ได้มีส่วนร่วมในการท าโครงการนี้ เพราะเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นให้บุคคลสามารถประกอบอาชีพได้ อย่างยั่งยืน และใช้จ่ายเงินให้ได้มาอย่างพอเพียงและประหยัดตามก าลังของเงินของบุคคลนั้น โดยปราศจาก การกู้หนี้ยืมสิน และถ้ามีเงินเหลือก็แบ่งเก็บออมไว้บางส่วน ช่วยเหลือผู้อื่นบางส่วนและอาจจะใช้จ่ายมาเพื่อ ปัจจัยเสริมอีกบางส่วน และการอยู่อย่างพอเพียงเป็นสิ่งที่มีความสุขแล้ว อีกอย่างเศรษฐกิจพอเพียงนี้ยังสอน ให้คนไทยรู้จักการมีความรัก การแบ่งปัน ความมีน้ าใจให้กันและกัน รวมถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขไม่ เอาเปรียบซึ่งกันและกันเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนเป็นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดกับนักเรียน นักเรียนสามารถเรียนรู้ในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข ในฐานะที่ข้าพเจ้าได้ท าโครงการนี้ขึ้นร่วมกับผู้บริหาร ครู และนักเรียน ทุกคนมีส่วนในการสนับสนุน และลงแรงกัน เห็นเด็กๆได้เรียนรู้และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเราก็มีความสุขที่ได้ท าสิ่งนี้ และโครงการนี้ สอนให้นักเรียนมีความรู้ด้านการเกษตร เช่น การปลูกผักสวนครัว การปลูกสมุนไพร การเพาะช าต้นมะนาวและ อื่นๆ หลายอย่าง สิ่งต่าง ๆ นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการการงานอาชีพด้านการจักสาน และการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน การพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อม มีความคิด สร้างสรรค์ในการสร้างผลงานทางด้านทักษะแข่งขันวิชาการ จากการท างานการงานอาชีพด้านการจักสาน สร้างผลิตภัณฑ์ ออกสร้างชิ้นงานจักสาน เช่น แก้วเยติ แจกัน โคมไฟ และกล่องใส่กระดาษทิชชู ในรูปแบบ


๑๒๘ ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นการท าให้นักเรียนตระหนัก เห็นคุณค่า และกระตุ้นให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง ยั่งยืนอีกทั้งนักเรียนยังสามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันของตนเองภายใต้โครงการตามรอยวิถีแห่งความ พอเพียง นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงและน าไปใช้ได้จริง สามารถสร้างรายได้จริง แล้วครอบครัว ชุมชนก็มี ความสุข (นางสาวน้ าฝน ราชสมบัติ ครูที่ปรึกษาโครงการ) ความประทับใจของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ได้จัดท าโครงการ “โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น” ให้กับ นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ นับเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ที่โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้ว นครสวรรค์ ได้ด าเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด เนื่องจากเป็นโครงการที่ฝึกให้นักเรียนเกิดความพอเพียง มีความพอประมาณ ในการน าวัตถุดิบต่างๆ มาจัดท าผลงานด้านอาชีพ มีเหตุผลในการเรียนด้านอาชีพว่ามี ประโยชน์อย่างไร มีภูมิคุ้มกัน สามารถน าอาชีพที่ได้รับการฝึกปฏิบัติไปใช้ในการหารายได้ ท าวิสาหกิจครัวเรือน ท าให้ครอบครัวมีรายได้ แก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และนักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ปลอดภัยจาก อบายมุขและสิ่งเสพติดโดยสรุปแล้ว โครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น นับว่ามีประโยชน์ที่หลากหลายตามที่ได้ กล่าวมาแล้ว ส่งผลให้โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปและสามารถเป็น แบบอย่างที่ดีได้(นางธัญญ์นภัส วิรัตน์เกษม ผู้อ านวยการสถานศึกษา) ความประทับใจของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ก าหนดให้มีโครงการ “โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (local sufficiency school : lss)” และโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ สังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม ได้ เข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วยถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และมีประโยชน์ เมื่อผมเข้าไปในโรงเรียนได้เห็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนได้ด าเนินการ เช่น การปลูกผักสวนครัว การปลูกสมุนไพร การ เพาะช ามะนาว และอื่นๆ หลายอย่าง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อนักเรียน เนื่องจากเด็กที่ก าลังอยู่ในวัย ศึกษาควรได้รับการบ่มเพาะ และปลูกฝังวิธีคิด เพราะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกฝังให้นักเรียน อนุรักษ์ สืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นการจักสาน ให้ยาวนาน และยั่งยืน การพัฒนาส่งเสริมวัฒนธรรม การพัฒนา และรักษาสิ่งแวดล้อม สอนให้ทุกคนมีทักษะในการด ารงชีวิตอย่างพอเพียงมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถ น ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้บนหลักของความพอประมาณ มีเหตุผล มีถูมิคุ้มกัน มีความรู้ ซึ่งนักเรียน สามารถน าความรู้ที่ได้จากกิจกรรมเหล่านี้ ไปเป็นพื้นฐานในการด าเนินชีวิต หรือการประกอบอาชีพในอนาคต และสามารถพึ่งพาตนเองได้(นายวิจัย อัมราลิขิต นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพนัสนิคม) ปัจจัยเกื้อหนุน/ปัจจัยแห่งความส าเร็จ ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้เกิดความส าเร็จ เกิดจากความร่วมมือของคณะครู บุคลากร คณะผู้บริหาร สถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะผู้บริหารเทศบาลนครแหลมฉบัง ที่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ที่หลากหลาย เกิดทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง คณะครูสามารถจัดการเรียนการสอน และถอด บทเรียนจากการเรียนรู้ร่วมกันกับผู้เรียนได้อย่างสมดุล แนวทางการพัฒนาให้ยั่งยืน เนื่องจากโรงเรียนได้ผ่านการประเมินและการรับรองจากต้นสังกัดให้เป็นโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency School : LSS)ซึ่งถือว่าเป็นขั้นแรกของวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ โรงเรียนได้วางแนว ทางการพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยการเตรียมความพร้อม ในการประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ และบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) ซึ่งเป็น การพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น อันเป็นการพัฒนาการบริหารจัดการทั้งระบบ ซึ่งส่งผลดีต่อผู้เรียน โรงเรียน และ ชุมชนต่อไป


๑๒๙ การเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น /การขยายผล และ/หรือรางวัลที่ได้รับ ผลจากการด าเนินงาน ท าให้ได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานต้นสังกัด คือ เทศบาลเมืองพนัสนิคมใน การร่วมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเป็นการขยายผลและประชาสัมพันธ์วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ แก่หน่วยงาน ภายนอกและสาธารณชน ดังนี้ ๑. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม จัดนิทรรศการ ต้อนรับคณะดูงานของนักศึกษา อาเซียน การจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ ณ โรงเรียนเทศบาล ๑ ศรีกิตติวรรณนุสรณ์ ๒. ได้รับมอบหมายจากเทศบาลเมืองพนัสนิคม ร่วมจัดนิทรรศการ ต้อนรับคณะดูงานของหน่วยงาน ท้องถิ่นระดับประเทศ ณ โรงเรียนเทศบาล ๑ ศรีกิตติวรรณนุสรณ์ ๓. ได้รับมอบหมายจากเทศบาลเมืองพนัสนิคม จัดนิทรรศการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น ในโครงการวัน อ าลา ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ าเภอพนัสนิคม ๔. ได้รับมอบหมายจากเทศบาลเมืองพนัสนิคม ร่วมจัดนิทรรศการ ไตรภาคีสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียน เทศบาล ๑ ศรีกิตติวรรณนุสรณ์ ๕. เข้าร่วมการประชุม ณ ศูนย์จักสานใหญ่ที่สุดในโลก ในการประชุมการสืบสานวัฒนธรรมกับศูนย์ วัฒนธรรม จ.ชลบุรี โดยนายสามารถ เที่ยงพูนวงศ์วัฒนธรรมจังหวัดเป็นประธาน นักเรียนได้เรียนรู้ฝึกทักษะ งานจักสานและนักเรียนน าเสนอผลงานจากการเรียนรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษาและรับรางวัล ทางด้านวิชาการ เพื่อร่วมเผยแพร่และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งเป็นที่ยอมรับของชุมชน หน่วยงานต้น สังกัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๖. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม จัดนิทรรศการ ต้อนรับคณะรัฐมนตรีกระทรวง วัฒนธรรม ในงานบ้านสาน ณ เทศบาลเมืองพนัสนิคม ๗. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมศึกษาเรียนรู้แหล่งรู้งานด้านภูมิปัญญา ท้องถิ่นงานจักสาน เพื่อฝึกทักษะการจักสาน ณ ศูนย์สัมมาอาชีพ วัดเกาะแก้วคลองหลวง (วัดเหนือ) ต าบลไร่หลัก ทอง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับภาคตะวันออก ประเภทโครงงาน การงานอาชีพ ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ๘. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับเทศบาล เมืองพนัสนิคม ประเภทโครงงานการงานอาชีพ ณ โรงเรียนเทศบาล ๔ เจริญอุปถัมภ์ปัญญาธร ได้รับรางวัลระดับ เหรียญทอง รางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันวิชาการระดับภาคตะวันออก ๙. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับภาค ตะวันออก ประเภทโครงงานการงานอาชีพ ณ เทศบาลวังน้ าเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันวิชาการระดับประเทศ ๑๐. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับประเทศ ประเภทโครงงานการงานอาชีพ ณ เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง รางวัลชมเชย อันดับ ๑ ๑๑. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการ ศิลปหัตถกรรม ระดับเขตพื้นที่การศึกษาฯ เขต ๒ ประเภทโครงงานการงานอาชีพ ณ โรงเรียนอนุบาลพนัสศึกษา ลัย จังหวัดชลบุรี ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ ๑๒. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมจัดนิทรรศการงานวิชการ ณ โรงเรียน เทศบาล ๔ เจริญอุปถัมภ์ปัญญาธร ๑๓. ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดเทศบาลเมืองพนัสนิคม เข้าร่วมศึกษาเรียนรู้แหล่งรู้งานจักสานไม่ไผ่ (ดิ้วจักสาน) ณ บริษัท โอเซกิ โรสวูด จ ากัด ต าบลบ้านช้าง อ าเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อขอความ อนุเคราะห์วัตถุดิบในการใช้ในชมรมจักสาน และได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดียิ่ง เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้


๑๓๐ และฝึกทักษะการจักสาน ในโครงการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของสถานศึกษา สร้างผลิตภัณฑ์ ออกสร้างชิ้นงาน จักสาน เช่น แก้วเยติ แจกัน โคมไฟ และกล่องใส่กระดาษทิชชู ในรูปแบบต่าง ๆ ในการเข้าร่วมแข่งขันทักษะ ทางด้านวิชาการในล าดับต่อไป


๑๓๑ ผลงาน (Best Practices) รูปภาพ best practice ตามรอยวิถีแห่งความพอเพียง ตามโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น (Local Sufficiency School : LSS) โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์


ภาคผนวก


๑๓๓ ภาคผนวก ก ตัวอย่างประกาศมาตรฐานและประกาศก าหนดค่าเป้าหมาย มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวัยและดับขั้นพื้นฐาน


๑๓๔


๑๓๕


แนบท้ายประกาศโรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ เรื่อง ก าหนดค่าเป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565 ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565 มาตรฐาน/ประเด็นการพิจารณา มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ระดับดี ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสารและการคิดค านวณ ข้อ 1 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการอ่าน และการเขียนเมื่อ ในการทดสอบ เพื่อประเมินความสามารถในการอ่าน และการเขียน (Reading Test : RT) เมื่อเทียบกับระดับประเทศ ข้อ 2 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการสื่อสาร ในการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติเพื่อวัดความรู้ และความคิดรวบยอด (National Test : NT) เมื่อเทียบกับระดับประเทศ ข้อ 3 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการคิด ค านวณ ในการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติเพื่อวัดความรู้ และความคิดรวบยอด (Ordinary National Educational Test : O-NET) เมื่อ เทียบกับระดับประเทศ ๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นและแก้ปัญหา ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหา จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตาม หลักสูตรของสถานศึกษา ๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ตามศักยภาพ และระดับความสามารถ จากการสร้างชิ้นงาน ไม่น้อยกว่าปีการศึกษาละ 2 ชิ้นงาน ๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่างเหมาะสม จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรของสถานศึกษา ๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ข้อ 1 ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ร้อยละ 60 มีคะแนนเฉลี่ยในระดับดีขึ้นไป ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา ๖) มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ๑๓๖


ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 60.00 มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ข้อ 2 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น มาตรฐาน/ประเด็นการพิจารณา มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ระดับดี ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษาก าหนด ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษาก าหนด ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 70.00 ยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ข้อ 1 ผู้เรียนร้อยละ 70.00 มีสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับดีเลิศ ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษาก าหนดชัดเจน ข้อ 1 สถานศึกษามีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษาก าหนดชัดเจน ข้อ 2 สถานศึกษามีแผนพัฒนาการศึกษา ที่ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา และสามารถตรวจสอบได้ ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ข้อ 1 สถานศึกษามีและด าเนินงานพัฒนาคุณภาพการบริหารและการจัดการศึกษาที่มีความ เหมาะสม คลอบคลุมงานวิชาการที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ พัฒนาครูบุคลากรของโรงเรียน และบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อ 2 สถานศึกษามีระบบการนิเทศภายในของสถานศึกษา ๒.๓ ด าเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย ข้อ 1 สถานศึกษามีการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล และ พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลกปีการศึกษาละ 1 ครั้ง ข้อ 2 สถานศึกษามีหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ ข้อ 3 สถานศึกษามีหลักสูตรที่สอดคล้องตามนโยบายของชาติจังหวัดและท้องถิ่น ๑๓๗


๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ข้อ 1 สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการพัฒนาตนเองไม่น้อยว่า ปีการศึกษาละ 18 ชั่วโมง ข้อ 2 สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนาการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้และพัฒนาการท างานร่วมกันของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ และครูในระดับชั้น ไม่น้อยกว่า ปีการศึกษาละ 50 ชั่วโมง มาตรฐาน/ประเด็นการพิจารณา มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับดีเลิศ ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ข้อ 1 สถานศึกษามีอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องสนับสนุนการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่เพียงพอและได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ข้อ 2 สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการจัดการ เรียนรู้ ข้อ 3 สถานศึกษาจัดแหล่งการเรียนรู้ภายในและภายนอกห้องเรียน มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ระดับดีเลิศ ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ข้อ 1 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิด และปฏิบัติจริง ข้อ 2 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีการฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะแสดงออก แสดงความคิดเห็น สรุป องค์ความรู้น าเสนอผลงานและสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ข้อ 1 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้รวมทั้ง ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ ด้วยตนเองจากสื่อที่หลากหลาย ข้อ 2 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีการน าภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ใช้ได้เหมาะสม ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ข้อ 1 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีครูมีการบริหารจัดการชั้นเรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ เชิงบวก ให้ผู้เรียนรักครูครูรักผู้เรียน และผู้เรียนรักผู้เรียน ผู้เรียนรักที่จะเรียนรู้สามารถ เรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข ๑๓๘


๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและน าผลมาพัฒนาผู้เรียน ข้อ 1 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีและใช้แผนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ข้อ 2 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีเครื่องมือวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ข้อ 3 ครูผู้สอน ร้อยละ 80.00 มีการท าวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ไม่น้อยกว่า ภาคเรียนละ 1 เรื่อง ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ข้อ 1 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อน าไปใช้ในการพัฒนา การเรียนรู้ มาตรฐาน/ประเด็นการพิจารณา มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ระดับดีเลิศ ข้อ 2 ครูผู้สอนร้อยละ 80.00 มีพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community : PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการท างานร่วมกัน ของครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ และครูในระดับชั้น อย่างน้อยปีการศึกษาละ 50 ชั่วโมง ข้อ 3 ครูผู้สอนร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศการจัดการรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูล ป้อนกลับเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ไม่น้อยกว่าปีการศึกษาละ 2 ครั้ง ๑๓๙


ภาคผนวก ข ค าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดเกาะแก้วนครสวรรค์ ค าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินภายในคุณภาพการศึกษาส าหรับจัดท ารายงานผลการประเมินตนเอง (Self Assessment Report : SAR)


๑๔๑


Click to View FlipBook Version