The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัมมนา เรื่อง....ดอกไม้กินได้ กับคุณประโยชน์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ชุติมา นุตพงษ์, 2023-04-06 10:03:16

สัมมนา เรื่อง....ดอกไม้กินได้ กับคุณประโยชน์

สัมมนา เรื่อง....ดอกไม้กินได้ กับคุณประโยชน์

86 รูปภาพที่ 3.38 ดอกหมากผู้หมากเมีย (ที่มา :https://www.samunpri.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cordyline fruticosa (L.) A.Chev. ชื่อวงศ์ : LOMANDROIDEAE ชื่อสามัญ : Cordyline, Dracaena Palm ชื่ออื่นๆ : ปูหมาก (เชียงใหม่), หมากผู้ (ภาคเหนือ), มะผู้มะเมีย (ภาคกลาง), ทิฉิ่ว ทิฉิ่วเฮียะ (จีนแต้จิ๋ว), เที่ยซู่ (จีนกลาง) ลักษณะ : หมากผู้หมากเมียเป็นไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตรใบสีม่วงแดง แดง หรือเขียว ออกที่ส่วนบนแตกเป็นวง สลับกันรอ ๆ ลําต้น ดอกออกเป็นช่อที่ยอดคล้ายจั่นหมาก มีช่อตอกเล็กๆ สีขาวประมาณ 5-10 ดอก รสชาติ: รสจืด การขยายพันธุ์: ป๎กชํา สรรพคุณ ใช้ห้ามเลือด บิด ลําไส้อักเสบ ต ารับยา – ใช้ดอกแห้งประมาณ 15-30 ใบ นํามาต้มเอาน้ํากิน – ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 15-30 กรัม นํามาต้มเอาน้ํากิน


87 บทที่ 4 ชาดอกไม้ และดอกไม้ให้สี 1.1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับชาดอกไม้ ชา เป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันมานาแล้ว การดื่มชาจะช่วยไห้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า และสรรพคุณที่เด่น ของชาก็คือ ฤทธิ์ที่กระตุ้นระบบประสาท ทําให้ไม่ง่วงนอน ป๎จจุบันนอกจากใบชาแล้ว ยังมีการนํา สมุนไพร ชนิดต่างๆ มาชงดื่มในลักษณะเดียวกันกับชาเราจึงเรียกชาเหล่านี้ว่า ชาสมุนไพร หรือบางอย่างก็อาจนําไปทํา เป็นเครื่องดื่มดับกระหายก็ได้ เพราะสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยผ่อนคลายความร้อน แก้กระหายน้ํา รวมทั้ง ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้อีกด้วย “ชาดอกไม้” เครื่องดื่มประเภทชาสมุนไพรที่สกัดมาจากดอกไม้นานาชนิด ไม่มีสารคาเฟอีนเหมือนชาหรือ กาแฟที่เราดื่มกันทั่วไปในป๎จจุบัน ชาดอกไม้เป็นการทํา Herbal Infusion นั่นคือการนําเอากลีบดอกไม้ตาก แห้งแช่ในน้ําร้อนจัดทิ้งไว้ระยะหนึ่ง จะทําให้มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน โดยเฉพาะดอกไม้ปลูกเองที่ไร้ สารเคมี ในการเตรียมดอกไม้เพื่อนํามาชงชานั้น หลังจากเก็บดอกไม้จากสวนของคุณแล้ว ให้ล้างดอกไม้ให้ สะอาด จากนั้นผึ่งในตะแกรงโปร่งให้แห้ง เด็ดดอกไม้ให้เป็นกลีบตากทิ้งไว้ในที่โปร่ง ระบายอากาศได้ดี แสงแดดส่องทั่วถึงโดยไม่ร้อนจนเกินไป ทิ้งไว้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง และควรมีผ้าบางๆคลุมตะแกรงด้วยเพื่อ ไม่ให้น้ํามันหอมระเหยในดอกไม้สูญเสียไป เมื่อแห้งแล้วแนะนําให้เก็บในภาชนะที่มิดชิด เช่น ขวดโหล เป็นต้น ดอกไม้ที่ใช้ทําเครื่องดื่มหรือชา ส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ถ้านําเอามาชงเป็นเครื่องดื่ม ก็จะได้ เครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมชื่นใจ ดอกไม้ที่ใช้ทําเครื่องดื่มหรือชา ได้แก่ (ชาดอกไม้.)


88 ดอกกระดังงา รูปภาพที่ 4.1 ดอกกระดังงา (ที่มา :https://sukkaphap-d.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata Lam. Hook. f. & Thomson ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE ชื่อสามัญ : กระดังงา ชื่ออื่นๆ : สะบันงา สะบานงา (ภาคเหนือ), กระดังงาใบใหญ่ (กลาง), กระดังงาใหญ่ กระดังงอ (ยะลา) ลักษณะ : กระดังงาเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 15-20 เมตร เรือนยอดทรงพุ่มแน่น ใบเดี่ยวสีเขียวเป็นมันดก หนาทึบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ผิวใบเรียบบางนิ่มใบอ่อนมีขนทั้งสองด้าน ส่วนใบแก่มักมีขนมากตาม เส้นทางใบดอกออกตามกิ่งหรือซอกใบ เป็นช่อขนาดใหญ่ ในหนึ่งช่อจะมีดอกประมาณ 3-6 ดอก ดอกอ่อนจะมี สีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมเขียวหรือเหลืองอ่อน กลีบดอกยาว 4-5 นิ้ว หยักเป็นคลื่นห้อยลงมี ประมาณ 6 กลีบ กลิ่นหอมฉุน ออกตลอดปี รสชาติ: รสหอมสุขุม การขยายพันธุ์: การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง สรรพคุณ ช่วยบํารุงหัวใจให้แข็งแรง ช่วยบํารุงธาตุ และบํารุงโลหิต ดอกกระดังงาแก่จัด ใช้แก้ลม แก้แน่น หน้าอก แก้จุกเสียด แก้อ่อนเพลีย ใช้แก้โรคตา วิธีบริโภค ใช้ดอกแก่จัดมารมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียน เพื่อให้ต่อมน้ําหอมในกลีบระเทยออกมา จากนั้นนํา ไปเสียบไม้ลอยน้ําในภาชนะที่ปิดสนิททิ้งไว้ 1 คืน เก็บดอกทิ้ง นําน้ําที่ได้ไปใช้คั้นกะทิ หรือทําน้ําเชื่อมปรุง ขนมหวาน ชากลีบดอกกระดังงา นําดอกแก่จัดมารมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียน เพื่อให้ต่อมน้ําหอมในกลีบระเหยออกมา แล้วนํา ไปชงน้ําดื่มรับประทานแทนชา ให้กลิ่นหอมสดชื่น ช่วยบํารุงหัวใจ


89 ดอกกานพลู รูปภาพที่ 4.2 ดอกกานพลู (ที่มา :https://www.thaikasetsart.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ :Syzygium aromaticum (L.) Merr.& L.M.Perry ชื่อวงศ์ : Myrtaceae ชื่อสามัญ : Clove Tree ชื่อพ้อง : Caryophyllus aromatica L. ; Eugenia aromatica (L.) Baill; E.Caryophylla (Spreng.) Bullock et Harrison; E.caryophyllata Thunb. ชื่ออื่นๆ : ดอกจันทน์ (เชียงใหม่) จันจี่ (เหนือ) ลักษณะ : กานพลูเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 912 เมตร ใบยาวรีสีเขียวเข้มเรียบมันค่อนข้างหนาดอก สีเขียวอมแดงเลือดหมู หรือขาวอมเขียวอกเป็นช่อๆ ละ 15-20 ดอกคล้ายดอกขจร รสชาติ: ดอกมีรสเผ็ด การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง สรรพคุณ ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด แก้โรคเหน็บชา แก้หืด แก้ไอ ขับเสมหะ ดับ กลิ่นปาก แก้โรคเลือดออกตามไรฟ๎น แก้ปวดฟ๎น แก้พิษน้ําเหลือง น้ําคาวปลา บํารุงธาตุ


90 ดอกแก้ว รูปภาพที่ 4.3 ดอกแก้ว (ที่มา :https://sukkaphap-d.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Murraya paniculata (L.) Jack ชื่อวงศ์ : Rutaceae ชื่อสามัญ : ดอกแก้ว ชื่ออื่นๆ : แก้ว, แก้วขาว (ภาคกลาง), แก้วขี้ไก่ (ยะลา), แก้วพริก, ตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ) วิธีบริโภคต ารับยา 1. แก้อาการท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมผู้ใหญ่ใช้ดอกกานพลู 46 ดอก ทุบให้ช้ํา ชงน้ําดื่มครั้งละ ครึ่งแก้ว เด็ก ใช้ดอกกานพลู 1 ดอก ทุบให้ช้ําใส่ลงในชวดนมเด็ก เด็กเล็ก ใช้ดอกกานพลู 1 ดอก ทุบให้ช้ํา ใส่ในกระติกน้ําที่ใช้ชงนม 2. แก้ปวดฟ๎น ใช้ดอกตูม 2-3 ดอก เคี้ยวแล้วอมไว้บริเวณที่ปวดฟ๎น หรือนําไปตําพอแหลกผสมเหล้า ขาวเล็กน้อย พอใช้จิ้มอุดฟ๎นที่ปวด 3. ระงับกลิ่นปาก ใช้ดอกตูม 2-3 ดอก อมไว้ในปาก ชาดอกกานพลู ใช้ดอกกานพลู 4-6 ดอก ทุบให้ช้ําชงน้ําดื่มครั้งละครึ่งแก้ว ช่วยรักษาอาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม แก้ปวด ท้องสํารับยา


91 ลักษณะ : เป็นไม้ทรงพุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูงปริมาณ 5-10 เมตร ใบออกเป็นช่อติดเรียงเวียนสลับมีใบย่อย 3- 4 ใบ รูปร่างรี ปลายแหลม โคนดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามซอกโคนใบที่อยู่บริเวณปลายยอด ก้าน ช่อดอกสั้น แต่ละช่อ 4 ดอกย่อย 3-18 ดอก กลีบดอกหลุดร่วงง่าย รสชาติ: รสร้อนเผ็ดขม การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง สรรพคุณ ช่วยย่อยอาหาร แก้ไขข้อ อักเสบ แก้ไอ แก้วิงเวียนศีรษะ ดอกเก๊กฮวย รูปภาพที่ 4.4 ดอกเก๊กฮวย (ที่มา :https://puechkaset.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysanthemum ชื่อวงศ์ : Asteraceae ชื่อสามัญ : Wild Chrysanthemum, Mother Chrysanthemum, Winter Aster. ชื่ออื่นๆ : เบญจมาศสวน ชาดอกแก้ว นําดอกแก้วไปตากแห้ง แล้วใช้ชงแทนชาดื่ม


92 ลักษณะ : เก๊กฮวยเป็นไม้พุ่มล้มลุก สูงประมาณ 30-45 เซนติเมตร ใบและกิ่งก้านมีขนอ่อน ใบออกเป็นคู่ๆ เรียงเวียนรอบต้น รูปใบมนรีริมใบมีจักไม่เป็นระเบียบดอกสีขาวกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามยอด กลีบดอกซ้อน หลายชั้น ดอกกว้างประมาณ 3-4 เชนติเมตร รสชาติ: รสหวาน การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด แยกหน่อ สรรพคุณ ดอกเก๊กฮวยมีกลิ่นหอมหมอโบราณในเมืองกวางตุ้งใช้ต้มน้ําชงแทนใบชา รักษาโรคกษัย ใช้เป็น ยาบํารุงหัวใจ การท าให้แห้ง หลังจากเก็บดอกเก๊กฮวยมาแล้ว เกษตรกรจะนําดอกมาผึ่งไว้ในร่มประมาณ 1 วัน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะจะทําให้สีดอกเก๊กฮวยซีดจางลง หลังจากนั้น จึงเข้าสู่กระบวนการทําแห้ง 2 กระบวนการ คือ 1. การนึ่ง หลังจากที่ผึ่งดอกเก๊กฮวยแล้ว 1 วัน จึงนําดอกเก๊กฮวยมานึ่งไอน้ํา ด้วยการใส่ดอกเก๊กฮวย ไม่ให้แน่นเกินไป และควรหงายดอกขึ้น นําไปนึ่งที่น้ําเดือด นาน 4-5 นาที ทั้งนี้ พึงระวังอย่าให้น้ํา ร้อนสัมผัสกับดอกเก๊กฮวย เพราะจะทําให้สีดอกเก๊กฮวยเปลี่ยน สีไม่สวย 2. การทําให้หรือไล่ความชื้นออก ขั้นตอนนี้ทําได้ 2 วิธี คือ การตากแดด และการอบแห้ง หากเป็นการ ตากแดดจะทําเมื่อมีแดดออก ด้วยการนําดอกเก๊กฮวยที่นึ่งแล้วมาเทลงถาดหรือเสื่อ พร้อมเกลี่ยเบาๆ ให้ดอกกระจายกันดี ซึ่งจะตากแดดจนให้นาน 5-7 วัน วิธีบริโภค ใช้ดอกสดปรุงเป็นสลัดรับประทาน ชาดอกแก้วดอกเก๊กฮวย นําดอกเก๊กฮวยแห้งมาล้างน้ําให้สะอาด ต้มน้ําให้เดือด แล้วใส่ดอกเก๊กฮวยต้มประมาณ 5-10 นาที ดื่ม แทนซา หรือจะใส่น้ําตาลทรายเพิ่มความหวานก็ได้สารสีเหลืองแต่งสีอาหาร นําดอกเก๊กฮวยมาต้มกับน้ํา ประมาณ 5-10 นาที จะได้สีเหลืองอ่อน


93 ดอกกุหลาบมอญ รูปภาพที่ 4.5 ดอกกุหลาบมอญ (ที่มา :https://www.tibdglobal.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ :Rosa damascena Mill. ชื่อวงศ์ : Rosaceae. ชื่อสามัญ : Rose, Damask rose. ชื่ออื่นๆ : กุหลาบออน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) , ยี่สุ่น (กรุงเทพฯ) ลักษณะ : ลําต้นมีกิ่งและหนาม ใบเป็นใบประกอบขอบหยักรูปรีกุหลาบมอญเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 เมตร หรือไข่ ดอกมีกลิ่นหอมออกดอกตลอดปีที่ปลายกิ่ง 3-5ดอก มีหลายสี เช่น ชมพูอ่อน ชมพูแก่ แดง เหลือง ส้ม ขาว ออกตลอดปี รสชาติ: รสฝาด การขยายพันธุ์: ป๎กชํา สรรพคุณ ดอกแห้ง ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆแก้อาการอ่อนเพลีย บํารุงหัวใจ ส่วนของดอกสดกลั่นให้น้ํามัน กุหลาบ แต่งกลิ่นยาและเครื่องสําอาง วิธีบริโภค โดยตรงทั้งแบบสดและแห้งและใช้กลิ่นแต่งอาหาร เช่น กุหลาบมอญสามารถบริโภคได้ ทั้งรับประทาน นําดอกสดไปชุบแป้งทอด นําไปยํากับกุ้งหรือหมู หรือนําไปลอยน้ําปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ 1 คืน ใช้น้ําคั้นกะทิ หรือทําน้ําเชื่อม ชาดอกกุหลาบ นําดอกกุหลาบมอญไปตากแห้ง ชงน้ําดื่มแทนชา จะได้ซาดอกกุหลาบที่มีกลิ่นหอมช่วยบํารุงหัวใจ และ ยาระบายอ่อนๆ


94 ดอกค าฝอย รูปภาพที่ 4.6 ดอกคําฝอย (ที่มา :https://health.kapook.com/view106577.html ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carthamus tinctorius L. ชื่อวงศ์ : Compositae ชื่อสามัญ : Safflower, False Saffron, Saffron Thistle. ชื่ออื่นๆ : คํา คําฝอย ดอกคํา (เหนือ) คํายอง (ลําปาง) ลักษณะ : คําฝอยเป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว สูงประมาณ 1 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนานแกมรูปไข่หรือรูปรี มีหนามแหลมที่ริมใบ ดอกออกรวมกันเป็นช่อที่ปลายกิ่งกลีบดอกสีเหลือง หรือสีเหลืองเข้ม หรือสีขาว หรือสี ส้มรอบกลีบดอกมีกลีบเลี้ยงซึ่งมีหนามเป็นชั้นๆ จํานวนมาก รสชาติ: รสหวาน การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด สรรพคุณ – บํารุงโลหิตระดู แก้น้ําเหลืองเสีย แก้แสบร้อนตามผิวหนัง – บํารุงโลหิต บํารุงหัวใจ บํารุงประสาท ขับระดู แก้ดีพิการ – โรคผิวหนัง ฟอกโลหิต – ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน


95 ดอกดาวเรืองฝรั่ง รูปภาพที่ 4.7 ดอกดาวเรืองฝรั่ง (ที่มา : http://www.m-group.in.th/article ) ชื่อวิทยาศาสตร์ :Tagetes erecta L. ชื่อวงศ์ : Asteraceae ชื่อสามัญ : French marigold. ชื่ออื่นๆ : ดาวเรืองน้อย, คําปู้จู้น้อย, โพชีโทงซะ, โพทองชา, ยี่สุ่น, ดาวเรืองหม้อ ลักษณะ : ดาวเรืองฝรั่งเป็นไม้ล้มลุกปีเดียว ลําต้นตรงแตกกิ่งก้านสาขามากที่โคนต้นสูงประมาณ 0.3-0.5 เมตรใบเดี่ยวไม่มีก้านปลายมนมีติ่งเล็กน้อย ขอบใบเป็นคลื่นดอกออกเป็นกระจุกตรงส่วนยอดของต้น กลีบ ดอกเรียงช้อนกันเป็นวงกลมหลายวง กลีบดอกวงนอกเป็นเพศเมียมีสีครีม เหลือง และส้ม ส่วนกลีบดอกวงใน เป็นเพศผู้มีสีเหลืองหรือสีน้ําตาล รสชาติ: รสขมจางๆ ชาดอกค าฝอย น้ําร้อนครึ่งแก้ว ดื่มแทนชา เป็นยาระบายอ่อนๆ ถ้าใช้ใช้ดอกแห้ง 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) ชงกับ1-2 กรัม จะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด สารสีเหลืองแต่งอาหาร นําดอกคําฝอยแก่จัดไปตากแห้ง นํามาต้มน้ําให้เดือด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที กรองเอาน้ําไปผสมกับขนม ต่างๆ


96 การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด สรรพคุณ น้ําที่กลั่นจากดอกดาวเรืองฝรั่ง ใช้แก้อาการอักเสบของตา หรือจะนําไปชงแก้ไข้ ขับเหงื่อ หรือต้ม แก้โรคหัด ไข้ทรพิษ หรือนําดอกไปถูบริเวณที่แมลงกัดต่อย ปวดบวมช้ําก็ได้ ดอกตะลิงปลิง รูปภาพที่ 4.8 ดอกตะลิงปลิง (ที่มา : https://puechkaset.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Averrhoa bilimbi L. ชื่อวงศ์ : Averrhoaceae อยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะเฟือง ชื่อสามัญ : Bilimbi ชื่ออื่นๆ : มูงมัง กะลิงปริง ลิงปลิง ปลีมิง เฟืองเทศ มะเฟืองตรน ลักษณะ : ตะลิงปลิงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 6 เมตร กิ่งมีขนนุ่ม เปลือกสีชมพู ใบรวม ก้านหนึ่งมี ใบย่อย 11-37 ใบเรียงจากเล็กไปขนาดใหญ่ ดอกมีกลิ่นหอมหวาน ออกเป็นช่อตามลําต้นหรือกิ่ง กลีบดอก 5 กลีบ สีแดงเข้ม กลีบเลี้ยงสีเขียวอมชมพู รสชาติ: รสเปรี้ยว การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ชาดอกดาวเรืองฝรั่ง นํากลีบดอกตากแห้งไปชงกับน้ําร้อน มีกลิ่นหอมบรรเทาอาการไข้


97 สรรพคุณ ช่วยแก้ไอ ลดอาการคันคอ และอาการอักเสบบริเวณหลอดคอ 1.1.1 การเตรียมเครื่องดื่มสมุนไพร ดอกบัวหลวง รูปภาพที่ 4.9 ดอกบัวหลวง (ที่มา : http://otop.dss.go.th/index.php/knowledge/interesting-articles/194-2018-09-11-03-52-48 ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nelumbo nucifera Gaertn. ชื่อวงศ์ : Nelumbonaceae ชื่อสามัญ : Lotus ชื่ออื่นๆ : โกกระณต บัว บัวอุบล บัวฉัตรขาว บัวฉัตรชมพู บัวฉัตรสีชมพู บุณฑริก ปุณฑริก ปทุม ป๎ทมา สัตตบงกช สัตตบุษย์ หรือเขมรเรียก โช้ค ลักษณะ : บัวหลวงเป็นไม้น้ําในระดับความลึกไม่เกิน 2-5 เมตร ใบกลมใหญ่ มีก้านยาวชูขึ้นเหนือผิวน้ํา ดอก เดี่ยวกลีบช้อนกันหลายชั้นกลิ่นหอมอ่อนๆ มีสีขาวและสีชมพูอมม่วง ออกตลอดปี แต่มีมากในฤดูร้อนและฝน รสชาติ: รสหวาน เย็น มันเล็กน้อย การขยายพันธุ์: ด้วยเมล็ดหรือไหล สรรพคุณ เกสรตัวผู้ นิยมเข้ายาไทยปรุงเป็นยาหอมบํารุงหัวใจ บํารุงประสาท ชูกําลัง แก้ลมวิงเวียน ทําให้ ต ารับยา นําดอกมา 1-2 กํามือ มาตําบดให้ละเอียด ก่อนใช้พอกหน้า ช่วยรักษาสิว ลดรอยกะ รอยฟ้า และรอย ด่างดําได้ ชาดอกตะลิงปลิง ใช้ดอกชงเป็นชารักษาอาการไอ


98 จิตใจชุ่มชื่น กลีบดอกเป็นยาฝาดสมาน ชาวมาเลเซียใช้กลีบดอกชั้นในตําพอกแก้ซิฟิลิส ชาวชวาใช้เป็นยา แก้ท้องร่วง 1.1.2 การเตรียมเครื่องดื่มสมุนไพร ดอกประยงค์ รูปภาพที่ 4.10 ดอกประยงค์ (ที่มา : https://www.disthai.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaia odorata Lour. ชื่อวงศ์ : MELIACEAE ชื่อสามัญ : Chinese rice flower, Chinese perfume plant, Mock lemon ชื่ออื่นๆ : ประยงค์บ้าน, ประยงค์ใบใหญ่ (ภาคกลาง), ขะยง, ยม, ขะยม (ภาคเหนือ), หอมไกล (ภาคใต้) ลักษณะ : ประยงค์เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูงประมาณ 3-6 เมตรใบเป็นใบประกอบแบบขนนก บนก้านใบมีจุด เป็น หนามเล็กๆ สีดํา ดอกขนาดเล็กสีเหลืองส่งกลิ่นหอมในเวลาเย็น ออกเป็นช่อยาวตามปลายกิ่งหรือยอด มีกลีบ ดอก 5 กลีบซ้อนกันแน่น รสชาติ: รสชาติออกขมเฝื่อนเล็กน้อย การขยายพันธุ์: การตอน เพาะเมล็ด วิธีบริโภค นํากลีบดอกตูมชุบแป้งทอดจิ้มน้ําพริก หรือเมี่ยง ชาดอกบัวหลวง นําเกสรสดหรือแห้ง 1 หยิบมือชงกับน้ําร้อน 1 แก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ 10-15 นาที ดื่มขณะอุ่นวันละ 3 ครั้ง ช่วยให้ร่างกายสดชื่น


99 สรรพคุณ ช่วยเร่งการคลอด ฟอกปอด แก้อาการเมาค้าง ทําให้ตาสว่าง แก้ร้อนดับกระหาย อึดอัดแน่น หน้าอก ไอ วิงเวียนศีรษะ ทําให้จิตใจปลอดโปร่ง นอกจากนี้ความหอมของดอกประยงค์แห้งยังใช้ประโยชน์ ในด้านการอบเสื้อผ้า บุหรี่และแต่งกลิ่นชาได้อีกด้วย ข้อควรระวัง สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ดอกพิกุล รูปภาพที่ 4.11 ดอกพิกุล (ที่มา :https://www.bloggang.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mimusops elengi ชื่อวงศ์ : Sapotaceae ชื่อสามัญ : Spanish Cherry, Tanjong tree, Bullet wood. ชื่ออื่นๆ : กุน (ภาคใต้), แก้ว (ภาคเหนือ), ซางดง (ลําปาง), พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน (นครศรีธรรมราช), พิกุลป่า (สตูล) ตันหยง มะเมา ลักษณะ : พิกุลเป็นไม้พุ่มยืนต้น สูงประมาณ 8-15 เมตรใบเดี่ยวรูปไข่ออกเรียงสลับเวียนกัน ดอกเล็กสีขาว นวลกลิ่นหอมบานตอนใกล้รุ่ง ออกเป็นกระจุกตามง่ามใบและยอด พิกุลมีดอกที่หอมมากแม้ร่วงหล่นแล้ว กลิ่น ก็ยังหอมทน ออกดอกตลอดทั้งปี ต ารับยา ใช้ดอกแห้ง 3-10 กรัม ต้มน้ําดื่ม ชากลีบดอกประยงค์ ใช้ดอกแห้ง ชงน้ําดื่มแทนชา เป็นยาเย็น แก้ไข้


100 รสชาติ: รสหวานอมฝาด การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด สรรพคุณ แต่งกลิ่น เข้าเครื่องยาไทย รักษาลม ขับเสมหะ ทําให้ดอกใช้เป็นยาบํารุงหัวใจ เข้ายาหอม ดอกล าดวน รูปภาพที่ 4.11 ดอกลําดวน (ที่มา :https://medthai.com ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melodorum fruticosum ชื่อวงศ์ : Annonaceae ชื่อสามัญ : White cheesewood. ชื่ออื่นๆ : หอมนวล (ภาคเหนือ) ลักษณะ : ลําดวนเป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 3-10 เมตรใบเดี่ยวออกเรียงสลับตาข้อ ลําต้นและกิ่ง ดอกสีเหลือง ขนาดเล็ก มีกลิ่นหอมเย็นกระจายไปได้ไกล ออกตามส่วนยอดและง่ามใบ มีกลีบดอก 6 กลีบ ซ้อนกันเป็นชั้น รสชาติ: รสฝาด การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง ชากลีบดอกพิกุล นําดอกพิกุลแห้งชงน้ําร้อนดื่ม รับประทานแบบชา ช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น


101 สรรพคุณ เกสรดอกเป็นยาชูกําลัง บํารุงหัวใจ ดอกว่านกาบหอย รูปภาพที่ 4.12 ดอกว่านกาบหอย (ที่มา :https://www.thailandplus.tv/archives/307737 ) ชื่อวิทยาศาสตร์ :Tradescantia spathacea ชื่อวงศ์ : Commelinaceae ชื่อสามัญ : Boat lily, Moses-In-The-Boat , Rheo, Oyster plant. ชื่ออื่นๆ : ว่านกาบหอย ว่านหอยแครง ลักษณะ : ว่านกาบหอยเป็นไม้ล้มลุก ใบเลี้ยงเดี่ยวท้องใบสีม่วงแดง ขึ้นเป็นกอ สูงประมาณ 50 เชนติเมตร ดอกสีขาวมี 3 กลีบ รสชาติ: รสชุ่มชื่น การขยายพันธุ์: แยกกอ สรรพคุณ ใช้ขับเสมหะ แก้ไอแห้งๆ อาจียนเป็นเลือด เลือดกําเดาออก ห้ามเลือด ป๎สสาวะเป็นเลือด ชากลีบดอกล าดวน นําดอกลําดวนชงกินกับน้ําร้อน รับประทาน แบบชา ช่วยให้จิตใจสดชื่น


102 1.1.2 การเตรียมเครื่องดื่มสมุนไพร ตารางที่ 4.1 การเตรียมเครื่องดื่มสมุนไพร วิธีการ การเตรียม การเลือกสมุนไพร การใช้สมุนไพรแห้ง ควรเลือกสมุนไพรที่มีความใหม่ สะอาด สิ่ง สําคัญคือต้องระวังเรื่องเชื้อร่าที่อาจปะปนมาได้ การใช้สมุนไพรแก่ มาเตรียม จะทําให้คุณภาพของเครื่องดื่มที่ได้ลดลง สีสันจะไม่สวย และสดใสเท่ากับน้ําสมุนไพรที่เตรียมจากพืชใหม่ๆ ส่วนการใช้ สมุนไพรสตควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ปลอดภัย คือ ไม่มีการใช้สาร เคมีเพื่อให้ได้เครื่องดื่มที่มีความปลอดภัยจริงๆ หรือสมุนไพร บางอย่างที่หาได้ง่ายๆ เราก็ควรปลูกเอาไว้เอง เพราะจะทําให้ได้ วัตถุดิบที่มีความสะอาดและปลอดภัย อีกทั้งยังได้คุณค่าอาหารและ สารที่บํารุงสุขภาพอย่างเต็มที่ด้วย ความสะอาด ภาชนะที่เตรียมและที่ใช้บรรจุจะต้องมีความสะอาด ไม่เช่นนั้น อาจทําให้ผู้ดื่มท้องเสีย และไม่สามารถเก็บน้ําสมุนไพนั้นๆ ไว้ได้ นานอีกด้วย สมุนไพรที่ใช้ทําเครื่องดื่มนั้น ถ้าเป็นชนิดแห้งควรล้าง 1-2 ครั้ง ถ้าเป็นสมุนไพรสดควรล้าง 2.3 ครั้ง เพื่อให้สะอาดและ ช่วยลดปริมาณสารปนเปื้อนที่อาจตกค้างลงได้ ภาชนะที่ใช้ ภาชนะที่ใช้บรรจุควรเป็นขวดแก้วเพราะจะช่วยให้สะดวกในการ นึ่งหรือลวก ก่อนทําการบรรจุเครื่องดื่มนอกจากน้ําสมุนไพรจะไม่ ทําปฏิกิริยากับขวดแก้วแล้ว ก็ยังทําให้ดูใสสะอาดน่าดื่มมากยิ่งขึ้น การนึ่งฆ่าเชื้อ ขวดหรือภาชนะที่บรรจุจะต้องล้างให้สะอาด แล้วลวกหรือต้ม ด้วยน้ําเดือด แล้วผึ่งให้แห้ง และเมื่อบรรจุน้ําสมุนไพรแล้วต้องนึ่ง ต ารับยา ดอกเก็บเมื่อโตเต็มที่ ตากแท้ง หรืออบไอน้ํา 10 นาทีแล้วจึงนําไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้ ปริมาณที่ใช้ดอก แห้ง 10-15 กรัม ดอกสด 30-60 กรัม ต้มกับเนื้อหมูรับประทาน ชากลีบดอกว่านกาบหอย ใช้ดอกแห้ง 20-30 ดอก ต้มน้ําดื่มเป็นชา แก้หวัด ไอมีเสมหะปนเลือด เลือดกําเดาออก


103 ฆ่าชื้ออีกไม่น้อยกว่า 20-30 นที เมื่อเย็นแล้วจึงเก็บเข้าตู้เย็น เพราะ เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้ใส่สารกันบูด น้ําตลที่ใส่เพียงเล็กน้อย ไม่สมา รถป้องกันการบูดหรือรขึ้นได้ จึงต้องทําความสะอาดเป็นหลักใหญ่ ซึ่งจะช่วยให้เก็บไว้ได้นาน 2-3 สัปดาห์โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด การกรอกน้ําสมุนไพรร้อนๆ ลงขวด ให้ค่อยๆ เทน้ําสมุนไพรร้อนๆ จํานวนเล็กน้อยลงในยาดแก้ว กรอกไปมาให้ถั่ว เพื่อให้ยวดได้รับความร้อนทั่วๆ กัน เมื่อใส่เติม ต่อไป ขวดจะไม่แตก (คมสัน หุตะแพทย์. 2546 : 9) 1.2 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับดอกไม้ให้สี สารสําคัญบางอย่างจําพวกฟลาโวนอยด์ เป็นสารมีสีที่พบในส่วนต่างๆของพืช เช่น กลีบดอก กลีบเลี้ยง ใบไม้ ผลไม้สารเหล่านี้แบ่งออกได้เป็นหลายชนิด เช่น ในดอกไม้สีเหลือง มักจะพบสารจําพวกฟลาโวน (Iavone) ฟลาโวนอล (lavonol) ซาสโดน(chalcone) หรือออโรน (aurone)ในดอกไม้สีแดง ม่วง น้ําเงิน มักจะพบสารจําพวกแอนโธชยานิน (anthocyanin) สาวสําคัญเหล่านี้ สามารถสกัดออกมาได้เป็นสีผสม อาหารได้ นอกจากจะช่วยให้มีสีสวยงามแล้วยังช่วยแต่งกลิ่นอาหารให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน (คมสัน หุตะ แพทย์. 2546 : 10) สีสันเป็นส่วนสําคัญของความสร้างสรรค์ ทุกๆสิ่งที่เรามองเห็นรอบๆตัวนั้น ล้วนแต่มีสีสันเข้าไปประกอบ อยู่ด้วย โดยเฉพาะสีสันจากธรรมชาติที่สามารถดึงเอามาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เราคิด สีจากดอกไม้ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่มนุษย์เราสามารถหยิบเอาประโยชน์ที่ธรรมชาติได้มอบให้ มาแต่งเติม ชีวิตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของการนําไปประกอบอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงการนําไปใช้กับงานศิลปะ แขนงต่างๆ เป็นต้น ซึ่งดอกไม้ให้สี มีดังนี้


104 ดอกโสน รูปภาพที่ 4.13 ดอกโสน (ที่มา :https://www.doctor.or.th/article/detail/10269 ) ชื่อวิทยาศาสตร์ :Sesbania javaica Miq. ชื่อวงศ์ : Fabaceae (Papilionaceae) ชื่อสามัญ : Sesbania ชื่ออื่นๆ : โสนหิน โสนกินดอก (ภาคกลาง) ผักฮองแฮง (ภาคเหนือ) สีปรีหลา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ลักษณะ : โสนเป็นไม้พุ่มล้มลุกมีอายุปีเดียว ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 10-30 คู่ ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ ช่อละ 5-12 ดอก ดอกออกมากในช่วงปลายฤดูฝนกันยายน-ตุลาคม รสชาติ: รสจืด การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ป๎กชํา สรรพคุณ ดอกทั้งตูมและบานมีรสจืด มัน อมขมเล็กน้อย ใช้รับประทานได้ ดอก 100 กรัม ให้พลังงาน 40 กิโลแคลอรี แคลเชียม 51 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 56มิลลิกรัม เหล็ก 8.2 มิลลิกรัม วิตามินเอ 3338 IUวิตามิน บีหนึ่ง 0.26 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.40มิลลิกรัม ไนอาชิน 2.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 24 มิลลิกรัม


105 ดอกอัญชัน รูปภาพที่ 4.14 ดอกอัญชัน (ที่มา :https://home.kapook.com/view184894.html ) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clitoria ternatea L. ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE. ชื่อสามัญ : Blue Pea, Butterfly Pea. ชื่ออื่นๆ : แดงชัน (เชียงใหม่); อัญชัน (ภาคกลาง); เอื้องชัน (ภาคเหนือ) ลักษณะ : อัญชันเป็นไม้เลื้อย ลําต้นมีขนคลุมอยู่ทั่วไปใบประกอบแบบขนนก ดอกมีหลายสี เช่น ม่วงน้ําเงิน เข้มม่วงอ่อน และสีขาว ออกตามซอกใบเป็นดอกเดี่ยว มีทั้งกลีบชั้นเดียวและกลีบช้อน ออกดอกตลอดปี รสชาติ: รสจืด วิธีบริโภค ดอกใช้ปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่น นึ่งหรือลวกทานกับน้ําพริก ผัดกับน้ํามันแล้วราดด้วยกะทิ ผสมไข่ทอด หรือนําไปทําแกงส้มปลาช่อน หรือดองเก็บไว้ทานกับน้ําพริกกะปี น้ําพริกปลาร้าหรือปลาทู สารสีเหลือง ดอกมีสารจําพวกแค่โทนอยด์ ให้สีเหลือง ใช้แต่งสีขนม เช่น ขนมขี้หนู ขนมบัวลอย โดยนําดอกสด ที่โตเต็มที่และใกล้บานมาโม่รวมกับแป้งที่จะใช้ทําขนม จะได้เป้งสีเหลืองมีกลิ่นหอม


106 การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด สรรพคุณ ดอกสีน้ําเงิน ใช้เป็นสีแต่งอาหาร ขนมใช้กลีบดอกสด ตําเติมน้ําเล็กน้อย กรองด้วยผ้าขาวบาง คั้น เอาน้ําออก จะได้น้ําสีน้ําเงิน (Anthocyanin) ใช้เป็น indicator แทน lithmus ถ้าเติมน้ํามะนาวลงไปเล็กน้อย จะกลายเป็นสีม่วง ใช้แต่งสีอาหารตามต้องการ มักนิยมใช้แต่งสีน้ําเงินของขนมเรไร ขนมน้ําดอกไม้ ขนมขี้หนู รากต้นอัญชันดอกสีขาวใช้เป็นยาขับป๎สสาวะ ยาระบาย วิธีบริโภค ดอกสดชุบแป้งทอด ทําชา หรือคั้นเอาสีผสมอาหาร ชาดอกอัญชัน ต้มน้ําให้เดือดจัด นําดอกอัญชันสะอาดใส่ลงไปตามความชอบทิ้งไว้สักครู่ กรองเอากากออก อาจเติม น้ําตาลเพิ่มความหวานได้ แช่เย็นหรือรับประทานเป็นชาร้อนชื่นใจ สารสีม่วง ใช้ดอกอัญชันสีม่วงเข้ม ตําหรือบดเติมน้ําเล็กน้อย กรองผ้าขาวบาง สีที่ได้จะเป็นสีน้ําเงิน ให้เติมน้ํา มะนาวลงไปจะได้สีม่วงตามต้องการ ใช้แต่งสีขนมต่างๆ เช่น ขนมช่อม่วง เล็บมือนาง ขนมชั้น ขนมดอก อัญชัน เป็นต้น


107 บทสรุป เราอาจจะเห็นเทรนด์กินดอกไม้เฟื่องฟูอยู่ในร้านอาหารของเชฟระดับมิชลินหรือไฟน์ไดนิ่งสุดหรู จน หลงลืมไปว่าคนไทยเรากินดอกไม้กันในชีวิตประจําวันอยู่แล้ว และกินกันมาแสนนาน เพราะบ้านเราเป็นเมือง ร้อน พืชพรรณหลากหลาย ดอกไม้ก็หลากหลายตามไปด้วย ซึ่งคนโบราณก็ไม่มองข้ามที่จะเด็ดดอกไม้ท้องถิ่น ใกล้ตัวมาใช้ประกอบอาหาร ทั้งคั้นเอาสีมาทําขนม ทั้งตากแห้งมาทําเป็นชาดอกไม้ โดยมีทั้งดอกที่มาจากผัก ดอกจากผลไม้ ดอกของสมุนไพร และดอกจากไม้ดอกไม้ประดับ ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นว่าแต่ละภูมิภาคของไทยมีเมนูอาหารที่มีดอกไม้เป็นส่วนประกอบหลักอยู่ไม่น้อย ภาคเหนือมีแกงดอกผักป๎๋ง หรือกินดอกแคนากับน้ําพริกข่า ส่วนภาคกลางมีแกงส้มใส่ดอกแค หรือกินน้ําพริก กับดอกขจร ภาคใต้ก็มีข้าวยําดอกดาหลา หรือต่อให้ไม่แบ่งตามภูมิภาคก็ยังมีดอกหรือยอดผักอีกหลายชนิดที่ คนไทยแทบทุกภาคเอามาทําอาหาร จิ้มน้ําพริก บ้างก็เอามาทอดกินด้วย สําหรับวงการอาหารและเชฟ เป็นที่รู้กันดีว่าต้องคัดสรรดอกที่มีหน้าตา รส และกลิ่น ที่ไปด้วยกันกับเมนู สุดพิเศษของพวกเขาได้ โดยแบ่งรสและกลิ่นของดอกไม้กินได้ ได้คร่าวๆ คือ รสหวาน รสเปรี้ยว รสเผ็ด รสขม รสที่เจือๆ เกลิ่นหอมสมุนไพร ดอกไม้ไทยเราไม่ค่อยจะมีกลิ่นหรือรสสักเท่าไหร่ แต่จะออกแนวจืดๆ เหมือนผักมากกว่า เลยไม่ค่อยเข้า ตากรรมการระดับร้านหรูมากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเชฟคนไหนสนใจดอกไม้ไทยนะ เพราะเชฟไทยรุ่นใหม่สาย ท้องถิ่นก็เริ่มหันมาเลือกเอาดอกไม้ท้องถิ่นของไทยไปใช้ตกแต่ง ให้สีสันในอาหารหรือทําเป็นเครื่องดื่ม ใช้เพิ่ม กลิ่นให้อาหาร หรือประยุกต์ลงไปในส่วนประกอบของอาหารให้ออกมาน่าสนใจไม่แพ้กัน ดอกไม้ในเครื่องดื่มในวัฒนธรรมการดื่มชาในบ้านเราจะไม่ได้แพร่หลายมากนัก แต่ ชาดอกไม้ กลับเป็น ประเภทเดียวที่มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ไม่เหมือนกับประเภทที่มีส่วนผสม ของใบชาเป็นหลักตามแบบฉบับของชาดั้งเดิม อย่างเช่น ชาดํา ชาเขียว และชาขาว ที่ส่วนใหญ่จะมีกลุ่มลูกค้า ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง หากไม่ได้เป็นคนรักการลิ้มรสใบชาอันเข้มข้น ก็ต้องเป็นคนที่หลงใหลในเรื่องราวของใบ ชาแต่ละสายพันธุ์นั่นเอง ชาดอกไม้ เป็นชาที่ไม่มีคาเฟอีน ไม่มีฤทธิ์กดหรือกระตุ้นระบบประสาทแถมดีต่อ สุขภาพ ส่วนหนึ่งที่ทําให้ชาดอกไม้กลายเป็นเครื่องดื่มที่คนเข้าถึงได้ง่าย ก็คือรสชาติอันบางเบา เป็น เอกลักษณ์ และมีความหอมโดดเด่น ดอกไม้บางชนิดมีกลิ่นที่หาใบชาจากที่ใดเปรียบไม่ได้เลย การเก็บเกี่ยวใน ช่วงเวลาต่างกันก็ให้กลิ่นที่ต่างกัน กระบวนการแปรรูปที่ไม่เหมือนกันก็ยังให้กลิ่นที่ต่างกันไปอีก เรียกได้ว่าชา


108 จากดอกไม้นั้นมีลูกเล่นให้รังสรรค์ได้หลายมิติทีเดียว ยิ่งถ้านําดอกไม้หลายสายพันธุ์มาผสมกัน ก็ยิ่งเพิ่มความ น่าสนใจให้กับชาถ้วยนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ สําหรับคนที่ดื่มชาแล้วนอนไม่หลับ ดื่มชาแล้วมวนท้อง หรือรู้สึกเวียนหัว ก็จะนิยมดื่มชาดอกไม้มากกว่า เพราะเป็นชาที่ไม่มีคาเฟอีน ไม่มีฤทธิ์กดหรือกระตุ้นระบบ ประสาท แม้จะชงดื่มก่อนนอนก็ไม่มีผลรบกวนการนอนในเวลาต่อมา ดื่มร่วมกับการทานขนม หรือดื่มตอน ท้องว่างก็ได้ ทําเป็นเครื่องดื่มแบบร้อนหรือแบบเย็นก็ไม่เสียรสชาติที่ดีไป ถือว่าเป็นชาที่มีความยืดหยุ่นในการ ดื่มสูงมากทีเดียว สิ่งที่เราควรรู้ก่อนนําดอกไม้มาใช้ 1.รู้จักพืช เก็บให้ถูกต้น ศึกษาข้อมูลความเป็นพิษ สืบประวัติการใช้ เรียนรู้วิธีการปรุงและกรรมวิธีการขจัดสารพิษ เราต้องเรียนรู้และรู้จักสืบกันข้อมูลการ ใช้ ต้องรู้จักชื่อและลักษณะของพืชที่ให้ดอก เก็บมาต้องถูกต้นถูกดอก รวมทั้งช่วงเวลาที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ เราต้องศึกษาประวัติการนําไปใช้เป็นอาหาร วิธีการปรุง การขจัดพิษและการรับประทานที่ถูกต้อง แหล่งของ ข้อมูลสําหรับการสืบก้นมีหลากหลาย ได้แก่ หนังสือ ตําราอาหาร สื่อโทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการ สอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์การ 2. รู้จักส่วนของดอกที่นํามาใช้ทําเป็นอาหารและส่วนที่ต้องกําจัดทิ้ง ดอกไม้บางชนิดต้องเด็ดบางส่วนของดอกทิ้งไปเพื่อกําจัดรสสัมผัสที่แข็งหยาบกระค้างและรสชาติที่ไม่พึง ประสงค์ ตัวอย่างเช่น ดอกงิ้วมักเด็ดเอาส่วนกลีบเลี้ยง กลีบดอกและเกสรเพศเมียออกก่อนแล้วเอาเฉพาะเกสร เพศผู้ไปทําเป็นอาหารหรือนําไปผึ่งให้แห้งได้เป็นเกสรเพศผู้แห้งหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ดอกงิ้วแห้ง ซึ่งนํามาใช้ เป็นวัตถุดิบในน้ําเงี้ยว 3. รู้จักแหล่งเพาะปลูก วิธีการเพาะปลูก และหลีกเลี่ยงสิ่งปนเปื้อนต่างๆ แหล่งเพาะปลูกต้องไม่มีป๎ญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนสารกําจัดแมลง โลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์ก่อ โรค แหล่งน้ําที่นํามาใช้รดพืชควรเป็นแหล่งน้ําที่สะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ประโยชน์จากดอกไม้ 1. ใช้เป็นอาหาร ดอกไม้โดยเฉพาะกลีบของมัน คือ ใบไม้ที่ได้กลายรูปไปเป็นพิเศษ เพื่อเป็นอุปกรณ์ อย่างหนึ่งในการผสมพันธุ์และการแพร่ขยายพันธุ์ของพืช ดังนั้นรสของดอกไม้ต้นใดต้นหนึ่งจึง คล้ายคลึงกับใบไม้ของต้นไม้นั้นๆ ต้นไม้ชนิดใดที่สามารถกินใบได้ ดอกของมันก็มักจะนําเอามา รับประทานได้ด้วย แต่ดอกไม้มักจะมีรสมากกว่าใบไม้ เนื่องจากทําหน้าที่ให้แก่ต้นไม้มากกว่า


109 2. ใช้เป็นยา การใช้ดอกไม้เป็นยานั้น มีการใช้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง การใช้สดมีข้อดีตรงที่สะดวกใช้ ง่าย แต่ฤทธิ์ของยาจะไม่คงที่ ดังนั้นการใช้สมุนไพร จึงนิยมใช้แบบแห้ง เพราะจะได้คุณภาพยาที่คงที่ ในกระบวนการแปรสภาพยาสมุนไพร ที่เหมาะสมนั้น จะต้องผ่านกระบนการคัดเลือก การล้างและใช้ ความร้อนในการทําให้แห้ง เพื่อสะดวกในการเก็บรักษา สําหรับดอกไม้นั้น สามารถทําแห้งได้หลายวิธี เช่น ตากแดดให้แห้งอบให้แห้ง และผึ่งให้แห้งในร่ม แต่อุณหภูมิที่ทําให้แห้งนั้นจะต้องไม่เกิน 20-30 องศาเซลเซียส เพราะจะไม่ทําให้สาระสําคัญในดอกไม้สลายตัวไป 3. ใช้เป็นเครื่องดื่มหรือชา ส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ถ้านําเอามาชงเป็นเครื่องดื่ม ก็จะได้ เครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมชื่นใจ ดอกไม้ที่ใช้ทําเป็นเครื่องดื่มหรือชา 4. ใช้เป็นสีผสมอาหาร สารสําคัญบางอย่างจําพวกฟลาโวนอยด์ เป็นสารมีสีที่พบในส่วนต่างๆของพืช เช่น กลีบดอก กลีบเลี้ยง ใบไม้ ผลไม้ สารเหล่านี้แบ่งออกได้เป็นหลายชนิดในดอกไม้สีเหลือง มักจะ พบสารจําพวกฟลาโวน (lavone) ฟลาโวนอล (iavonol) ชาลโคน(chalcone) หรือออโรน (aurone)ในดอกไม้สีแดง ม่วง น้ําเงิน มักจะพบสารจําพวกแอนโธไซยานิน (anthocyanin)สารสําคัญ เหล่านี้ สามารถสกัดออกมาใช้เป็นสีผสมอาหารได้ นอกจากจะช่วยให้มีสีสวยงามแล้วยังช่วยแต่งกลิ่น อาหารให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน และบางอย่างสามารถช่วยในการบําบัดรักษาโรคได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ ดอกไม้กินได้ยังมีประโยชน์สําคัญในแง่ที่เราอาจคิดไม่ถึง นั่นคือประโยชน์ต่อการสร้างสมดุลใน ระบบนิเวศ โดยเฉพาะกับฟาร์มหรือไร่ที่ปลูกพืชผักด้วยวิถีอินทรีย์ซึ่งต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ สิ่งแวดล้อมเกษตรกรอินทรีย์เจ้าของฟาร์ม Morganic เล่าว่า ดอกไม้คือเครื่องบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของ ฟาร์มอินทรีย์ได้ดีที่สุด เพราะถ้าไม่มีดอกไม้ ก็ไม่มีผีเสื้อ ไม่มีผึ้ง ไม่มีแมลง ซึ่งธรรมชาติได้สร้างแมลงตัวดีที่จะ มาคอยช่วยดูแลและสร้างสมดุลอยู่แล้ว เช่น ตัวห้ําตัวเบียน เต่าทอง ที่จะช่วยมากินเพลี้ยอ่อน “การปลูก ดอกไม้อินทรีย์ต้องใช้ความอ่อนโยนมากกว่าหลายเท่าตัว แต่ละดอกบานไม่เท่ากัน ชอบอากาศคนละแบบกัน เราต้องเอาใจใส่ให้มากพอ ขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่ไปจัดการทุกอย่างในธรรมชาติ ต้องยอมให้เว้าแหว่งบ้าง โดนกินบ้าง มันทําให้เรารู้จักเคารพธรรมชาติ”


110 อ้างอิง กะหล่ าดอก. (2564). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.kasettambon.com (2566, กุมภาพันธ์ 17). กาญจนา จันทร์สิงห์. (2563). กระเจี๊ยบแดง. [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1450&code_db=610010&code_ type=01(2566, มีนาคม 25). กุ่มน้ า งานวิจัยและสรรพคุณ 24 ข้อ. (ม.ป.ป.). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.disthai.com/17198502/%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8 %A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3 (2566, กุมภาพันธ์ 18). กลุ่มยาลดความดันโลหิตสูงมะขาม. (ม.ป.ป.). [Online]. เข้าถึงได้จาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_16_3.htm (2566, มีนาคม 25). ข้อมูลพืชสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. (ม.ป.ป.). [Online]. เข้าถึงได้ จาก :https://pharmacy.su.ac.th/herbmed/herb/text/herb_detail.php?herbID=260 (2566, กุมภาพันธ์ 16). คมสัน หุตะแพทย์. (2546). ดอกไม้กินได้ คุณค่าที่มากกว่าความงาม. กรุงเทพฯ : กอง บรรณาธิการวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ จิดาภา และคณะ (2551). [Online]. เข้าถึงได้จาก :https://puechkaset.com (2566, กุมภาพันธ์ 16). ชาดอกไม้. (ม.ป.ป.). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://sivasatciftligi.com/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD% E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/ (2566, เมษายน 1).


111 โชติอนันต์และคณะ. (2551). สมุนไพรไทย ส าหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน. กรุงเทพฯ : ดวงกมลพับลิชชิ่ง ดอกคูณ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะ. (2562). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://prayod.com (2566, มีนาคม 26). ดอกมะยม. (2560). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://prayod.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%A1 (2566, มีนาคม 29). ดอกไม้กินได้. (2565). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.barramepirun.com/edible-flower/ (2566, กุมภาพันธ์ 5). ดอกไม้จีน สรรพคุณและประโยชน์ของดอกไม้จีน. 2565. [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://skm.ssru.ac.th/news/view/a638 (2566, มีนาคม 25). 8 สรรพคุณดอกค าฝอย ดีต่อใจ ลดไขมันในเลือด. (ม.ป.ป.). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://health.kapook.com/view106577.html (2566, เมษายน 1). พงษ์พรรณ บุญเลิศ. (2566). ดอกไม้กินได้’ เพิ่มมูลค่า มากกว่าความงามและการตกแต่ง. [Online]. เข้าถึงได้จาก :https://www.dailynews.co.th/articles/1941800/ (2566, เมษายน 4). เมดไทย. (2563). จมูกปลาหลด สรรพคุณและประโยชน์ของต้นจมูกปลาหลด 16 ข้อ. [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://medthai.com/%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8 %9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94/ (2566, มีนาคม 25). ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง. (ม.ป.ป.). บานเย็น. [Online]. เข้าถึงได้จาก : http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/new-fragrant/mirabilis.html (2566, มีนาคม 28).


112 ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2551). [Online]. เข้าถึง ได้จาก : https://www.phtnet.org/news51/view-news.asp?nID=312 (2566, กุมภาพันธ์ 17). สิทธิโชค ศรีโช. ดอกลั่นทมทอด[Video]. 30 สิงหาคม 2561 [16 กุมภาพันธ์ 2566วันที่อ้าง]. สืบค้นจาก https://fb.watch/iJZLXdXFYr/ ๑๐๘ พรรณไม้ไทย. (2566). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://www.panmai.com/Flower/Flower.shtml (2566, กุมภาพันธ์ 4). หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง. (ม.ป.ป.). ผักตบไทย. [Online]. เข้าถึงได้จาก : http://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/weed/monochoria.html (2566, มีนาคม 25). ADMIN. (2563). กะเม็ง. [Online]. เข้าถึงได้จาก :https://thaiherbs.thdata.co/page/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9 %87%E0%B8%87/ (2566, มีนาคม 25). Edible flower. (2565). [Online]. เข้าถึงได้จาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Edible_flower (2566, กุมภาพันธ์ 16). puechkaset. (ม.ป.ป.). เก็กฮวย/เก๊กฮวย น้ าเก็กฮวย และสรรพคุณเก็กฮวย. [Online]. เข้าถึงได้จาก :https://puechkaset.com (2566, เมษายน 1). Toomtam. (2562). ผักปลัง ผักริมรั้ว พืชท้องถิ่นใกล้บ้าน มากประโยชน์มากสรรพคุณ – ACuisine. [Online]. เข้าถึงได้จาก :https://goodlifeupdate.com/healthyfood/122322.html (2566, มีนาคม 29).


Click to View FlipBook Version