บทสรุปผูบริหาร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบหมายใหสํานักงานพระสอนศีลธรรม รับผิดชอบ
โครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน บริหารจัดการใหเปนไปสอดรับกับการสงเสริมพระพุทธศาสนาและ
บริการวิชาการแกส ังคมและชุมชน ตามพนั ธกิจและยทุ ธศาสตรขอ ที่ ๓ ในแผนพัฒนามหาวิทยาลยั ฯ และตาม
มติของคณะกรรมการดําเนินงานโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ในคราวประชุมครั้งท่ี ๑ /๒๕๕๙
เห็นชอบใหจัดทําแผนยุทธศาสตรพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ระยะ ๕ ป
(๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ใหเช่ือมโยงกับกับวิสัยทัศน พันธกิจ กรอบแนวคิดในการจัดทําแผนพัฒนามหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ระยะท่ี ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)
ปงบประมาณ ๒๕๖๓ จึงทบทวนแผนดังกลาว โดยวิเคราะหผลการดําเนินงานในระยะ ๓ ปท่ีผานมา
และทิศทางแนวนโยบายการพัฒนาการศึกษาแหงชาติ กิจการคณะสงฆ และเปาหมายการสงเสริมคุณธรรม
ศีลธรรมในระดับตาง ๆ ตามกระแสสังคมและกระแสโลกท่ีเปล่ียนแปลงไป เพื่อยกระดับสํานักงานพระสอน
ศีลธรรมใหมีเปาหมายท่ีทาทายมากข้ึน พรอมกับใหตรงกับวัตถุประสงคของการดําเนินงาน จึงปรับแก
ปรบั เปลยี่ น และเพม่ิ เนื้อหาบางสวน สําเร็จเปนแผนแมบ ทสํานักงานพระสอนศีลธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
มีวสิ ัยทศั นว า “เปน พลังขบั เคลื่อนศลี ธรรมในสถานศกึ ษา” มี ๔ ยุทธศาสตร ๗ กลยทุ ธ ๑๒ ตัวชว้ี ัด
กรอบความคดิ การจัดทําแผนแมบทสํานกั งานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
บทสรปุ ผบู ริหาร แผนแมบ ทสํานักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๙ ๑
รายละเอียดเปาประสงค ตัวชวี้ ดั กลยทุ ธ โครงการ
กลยุทธ ตัวช้ีวดั
ยทุ ธศาสตรท ่ี ๑ พัฒนาและวางระบบบริหารโครงการพระสอนศีลธรรมใหทนั สมัย โปรงใส ตรวจสอบได
๑.๑ พฒั นาระบบการบริหาร ๑.๑.๑ รอยละความสําเร็จของการ ๑.๑.๑ โครงการพฒั นาระบบบริหารโครงการแบบมี
อัตรากําลัง โครงสรา งใหเพยี งพอ พัฒนาระบบการบริหาร โครงการ สว นรวม
และยดึ หยุน
๑.๒ พัฒนาสารสนเทศโครงการพระ ๑.๒.๑ รอ ยละความสําเร็จของการ ๑.๒.๑ โครงการจดั ทาํ ฐานขอ มลู โครงการพระสอน
พฒั นาระบบ (IT) ศีลธรรมในโรงเรยี น (Big Data)
สอนศลี ธรรมในโรงเรียน
๑.๒.๒ ระดบั ความพงึ พอใจผูใชบ รกิ าร
ระบบสารสนเทศ (IT)
บทสรุปผบู รหิ าร แผนแมบทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๙ ๒
ยุทธศาสตรที่ ๒ สรา งองคก รแหง การเรยี นรเู ชงิ พุทธ
๒.๑ ยกระดบั การบริหารความรู ๒.๑.๑ รอยละแนวปฏบิ ัตทิ ด่ี ี ๒.๑.๑ โครงการจดั การความรู (Knowledge
องคก ร (Best Practice) ที่นาํ ไปปฏิบตั ิ Management)
๒.๑.๒ รอ ยละองคความรูทีเ่ ผยแพรตอ
สาธารณะตอ บคุ ลากรทง้ั หมด
๒.๑.๓ รอยละองคความรูทีเ่ ผยแพรต อ
สาธารณะตอ พระสอนศีลธรรมท้งั หมด
ยทุ ธศาสตรที่ ๓ เสริมและจดั การสมรรถนะพระสอนศลี ธรรมและบุคลากรใหม ีความเปนมอื อาชีพวถิ ีพทุ ธ
๓.๑ พัฒนาพระสอนศลี ธรรม ๓.๑.๑ จาํ นวนพระสอนศลี ธรรมทม่ี ี ๓.๑.๑ โครงการพฒั นาสมรรถนะพระสอนศลี ธรรม
สมรรถนะสูง
๓.๑.๒ รอยละความสําเร็จตาม
แผนพฒั นาพระสอนศีลธรรม
๓.๒ ยกระดบั บคุ ลากรสคู วามเปนมอื ๓.๒.๑ รอยละบุคลากรมีความสามารถ ๓.๒.๑ โครงการพัฒนาบคุ ลากรมอื อาชีพวถิ ีพทุ ธ
อาชพี ตามทอี่ งคกรกาํ หนด
ยุทธศาสตรท่ี ๔ เพม่ิ คณุ คาและความผูกพันใหกับผูมสี วนไดสว นเสียทุกกลุม (พระสอนศีลธรรม, บคุ ลากร, สถานศึกษา,
คณะสงฆ)
๔.๑ เสรมิ สรางคุณคาและความ ๔.๑.๑ จาํ นวนสถานศึกษาที่ผา นการ ๔.๑.๑ โครงการเสรมิ สรางคณุ คาและความผูกพัน
ผกู พนั ประเมนิ อตั ลักษณว ิถีพุทธ
๔.๒ สรางแรงจูงใจสูว สิ ยั ทัศนอ งคก ร ๔.๒.๑ จํานวนพระสอนศลี ธรรม ๔.๒.๑ โครงการพระสอนศลี ธรรมตน แบบ
ตนแบบ ๔.๒.๒ โครงการเผยแผผลงานพระสอนศลี ธรรม
๔.๒.๒ รอยละความสาํ เรจ็ ของการมีกจิ กรรม
รวมกนั กับเครอื ขา ย
การขับเคล่อื นแผนแมบทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ ๓ ระดบั คือ
๑. ระดับสวนกลาง โดยคณะกรรมการอํานวยการและคณะกรรมการดําเนินงาน กําหนดนโยบาย
และทศิ ทางของโครงการพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น สือ่ สารขับเคลอ่ื นแผนแมบทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม
สูการปฏิบตั ิ จัดทําคูมอื การปฏิบตั ิงาน จดั สรรงบประมาณและติดตามประเมินผล
๒. ระดับสวนภูมิภาค จัดทําแผนปฏิบัติการประจําหนวย ดําเนินงานตามแผน นําเสนอและรายงาน
ผลการดําเนินงานตามระยะเวลาท่กี าํ หนด
๓. ระดบั บุคคล เรยี นรูและพัฒนาตนเองอยางตอเน่ือง รกั ษาระเบยี บวินยั ปฏิบตั หิ นาท่ีตามภารกจิ ท่ี
ไดรบั มอบหมายเพือ่ ใหเ ปนไปตามเปาหมายที่กาํ หนดไวอยางเต็มความสามารถ
บทสรปุ ผบู รหิ าร แผนแมบทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๙ ๓
บทสรุปผบู รหิ าร แผนแมบ ทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๙ ๔
สารบัญ
หนา
บทสรปุ ผูบรหิ าร
สว นที่ ๑ บทนาํ ๑
๑.๑ ความเปนมา ๑
๑.๒ วัตถุประสงค ๑
๑.๓ เปา หมาย ๑
สว นที่ ๒ การวิเคราะหส ภาพแวดลอมองคกร ๒
๒.๑ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในรชั กาลที่ ๙ ๒
๒.๒ พระบรมราโชวาทดานการศกึ ษาพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั รัชกาลท่ี ๑๐ ๓
๒.๓ นโยบายการศึกษาและการเรียนรู การทะนุบํารงุ ศาสนา ศลิ ปะและวัฒนธรรม พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔
๒.๔ นโยบายและจุดเนนของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๑๑
๒.๕ วสิ ัยทัศนม หาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ๑๔
๒.๖ พนั ธกจิ มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ๑๔
๒.๗ นโยบายการบริหารมหาวิทยาลัย ๑๔
๒.๘ แผนพฒั นามหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย ระยะท่ี ๑๒ ๑๕
๒.๙ เอกลักษณ อัตลักษณของมหาวทิ ยาลัย และอตั ลักษณบณั ฑิต ๑๖
๒.๑๐ ผลการประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน มหาวทิ ยาลยั ดา นการบริการวชิ าการแกสงั คม
และชุมชนประจาํ ปการศกึ ษา ๒๕๖๑ ๑๗
๒.๑๑ โครงสรา งองคกร มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ๑๘
๒.๑๒ สายโซค ุณคา มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั ๑๙
๒.๑๓ การวิเคราะหขอ มลู สภาพแวดลอม (SWOT) ๒๐
สว นที่ ๓ แผนแมบทสํานกั งานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ ๒๓
๓.๑ วิสัยทัศน แผนแมบทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ ๒๓
๓.๒ แผนท่ยี ทุ ธศาสตร แผนแมบ ทสาํ นักงานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ ๒๓
๓.๓ ยทุ ธศาสตร กลยุทธ ตัวชว้ี ดั และโครงการ ๒๔
๓.๔ ยทุ ธศาสตร กลยทุ ธ ตัวชวี้ ดั แผนงาน/โครงการ/กจิ กรรม ๒๕
๓.๕ สรุปยุทธศาสตร กลยุทธ ตัวชี้วัด แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ๒๙
สวนที่ ๔ การนาํ แผนแมบทสํานกั งานพระสอนศลี ธรรมสูการปฏบิ ัติ ๓๐
๔.๑ การบรหิ าร ๓๐
๔.๒ การขบั เคลือ่ นแผนแมบ ทสํานักงานพระสอนศลี ธรรม ในระดบั ตา ง ๆ ๓๐
๔.๓ แนวทางการตดิ ตามประเมินผล ๓๑
๔.๔ คมู ือการเก็บตวั ชี้วัด แผนแมบ ทสาํ นกั งานพระสอนศีลธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙ ๓๒
สวนที่ ๕ แผนปฏบิ ัติการประจาํ ป ๒๕๖๓ ๔๗
๕.๑ สอดคลอ งเชอ่ื มโยม ๔๗
๕.๒ แผนงาน /แผนปฏิบัติการประจําป ๒๕๖๓ ๔๘
๕.๓ ปฏิทินปฏบิ ตั งิ านประจาํ ปสาํ นกั งานพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒ ๕๖๓ ๕๘
ภาคผนวก
๑. คณะกรรมการบรหิ ารโครงการพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน
๑.๑ คณะกรรมการอํานวยการ ฯ
๑.๒ คณะกรรมการดาํ เนนิ งาน ฯ
๒. การประชมุ ทบทวน ปรับปรุง เพิมเนื้อหาสาระสําคัญ แผนแมบ ทสาํ นักงานพระสอนศีลธรรม
๓. มตคิ ณะกรรมการบริหารโครงการพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น
๓.๑ คณะกรรมการดําเนนิ งาน ฯ คร้งั ที่ ๒/๖๒ (๒๕.พ.ย.๖๒)
๔. การบริหารโครงการพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
๗. โครงสรา งหนวยงาน และโครงสรา งการบรหิ าร
๗.๑ โครงสรา งหนว ยงาน
๗.๒ โครงสรา งการบริหาร
๗.๓ คณะกรรมการอํานวยการ โครงการฯ
๗.๔ คณะกรรมการดําเนินการ โครงการฯ
๗.๕ ผบู รหิ ารและเจา หนาที่สํานกั งานพระสอนศลี ธรรม
๗.๖ ผรู ับผดิ ชอบพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นประจาํ จังหวดั สว นกลาง
๗.๗ ผูบ รหิ ารและเจาหนาท่ศี ูนยอํานวยการโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น
สว่ นที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ควำมเป็นมำ
มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย โดยสำนักงำนพระสอนศีลธรรม สำนักงำนอธิกำรบดี
ดำเนินกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน โดยคำนึงถึงประสิทธิภำพควำมคุ้มทุนอย่ำงสูงสุดต่อ
งบประมำณท่ีได้รับจัดสรรมำ และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริกำรในกำรส่งเสริมสนับสนุนกำรปลูกฝั่ง
ศีลธรรมแก่นักเรียนในสถำนศึกษำ เพื่อให้กำรปฏิบัติงำนเป็นไปด้วยควำมเรียบร้อย มีประสิทธิภำพ บรรลุ
วัตถุประสงค์ และนโยบำยของมหำวิทยำลัย จึงได้จัดทำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม ภำยใต้
แผนพัฒนำมหำวิทยำลัย ระยะท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ตำมประเด็นยุทธศำสตร์ข้อท่ี ๓ พัฒนางาน
บริการวิชาการแก่สังคมให้มีคุณภาพ เป็นท่ียอมรับในระดับชาติและนานาชาติ และสอดรับกับแผนกำร
ศกึ ษำแหง่ ชำติ พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๙
๑.๒ วตั ถุประสงค์
เพ่ือให้กำรดำเนินงำนของสำนักงำนพระสอนศีลธรรม ที่รับผิดชอบโครงกำรพระสอนศีลธรรมใน
โรงเรียน เป็นไปสอดคล้องเช่ือมโยงกับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ทิศทำงกำรพัฒนำตำมแผนพัฒนำมหำวิทยำลัย
มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย ระยะท่ี ๑๒ พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ และสอดรับกับแผนกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.
๒๕๖๐ – ๒๕๗๙
๑.๓ เปำ้ หมำย
สำนกั งำนพระสอนศีลธรรม มีกระบวนกำรบรหิ ำรจัดกำรทเ่ี ปน็ ระบบตำมหลักธรรมำภิบำล บุคลำกร
มีสมรรถนะสูง พระสอนศีลธรรมมีควำมเช่ียวชำญในกำรสอนศีลธรรม เพื่อให้นักเรียนมีควำมรู้ทำง
พระพุทธศำสนำ มีพฤติกรรมเปล่ียนแปลงไปในทำงที่ดีขึ้น โรงเรียนมีกำรบริหำรตำมหลักธรรมำภิบำล บรรลุ
วิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ เปำ้ ประสงค์ ตำมแผนแมบ่ ทฯ ทีไ่ ดก้ ำหนดไว้
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑
สว่ นที่ ๒
กำรวเิ ครำะห์สภำพแวดล้อมองค์กร
กำรจัดทำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย มีข้อมูล
นโยบำย เอกสำรทีเ่ ช่ือมโยงเกย่ี วข้องและนำมำทบทวน ดงั น้ี
๑. หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงในรัชกำลที่ ๙
๒. พระบรมรำโชวำทดำ้ นกำรศึกษำพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวรชั กำลที่ ๑๐
๓. นโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารสง่ เสรมิ คุณธรรมของประเทศไทย
๔. นโยบำยและจุดเน้นของกระทรวงศกึ ษำธิกำร
๕. วสิ ัยทศั นม์ หำวิทยำลยั มหำจฬุ ำลงกรณรำชวิทยำลยั
๖. พันธกจิ มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลัย
๗. นโยบำยกำรบริหำรมหำวิทยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลยั
๘. แผนพัฒนำมหำวทิ ยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลัย ระยะที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)
๙. เอกลกั ษณ์ อตั ลกั ษณ์ของมหำวทิ ยำลัย และอัตลักษณบ์ ัณฑิต
๑๐.ขอ้ เสนอแนะกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศกึ ษำมหำวทิ ยำลยั มหำจฬุ ำลงกรณรำชวิทยำลยั
๑๑.โครงสรำ้ งองค์กรมหำวทิ ยำลัยมหำจฬุ ำลงกรณรำชวทิ ยำลัย
๑๒.สำยโซ่คณุ คำ่ มหำวิทยำลัยมหำจฬุ ำลงกรณรำชวิทยำลยั
๑๓.วิเครำะหส์ ภำพแวดลอ้ ม (SWOT ANALYSIS)
๒.๑ หลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงในรชั กำลท่ี ๙
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดารสั ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ
พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี ๙ เป็นหลักพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สามารถดาเนินชีวิตอย่าง
ม่นั คงบนพื้นฐานของการพึง่ พาตนเอง พอมี พอกิน การรจู้ กั พอประมาณ และการคานึงถงึ ความมเี หตุผลโดย
ยดึ หลกั ทางสายกลาง
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยนาย
โคฟี อันนัน (Kofi Annan) ในฐานะเลขาธกิ ารองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล The Human
Development Lifetime Achievement Award แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ
ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ เมื่อวันท่ี ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ และได้มีปาฐกถาถึงหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นปรัชญาท่ีสามารถเริ่มได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันความประพฤติ ของตนเอง
โดยท่ีองค์การสหประชาชาติไดส้ นับสนุนให้ประเทศตา่ ง ๆ ท่ีเป็นสมาชิก ๑๖๖ ประเทศ ยึดเป็นแนวทางสู่การ
พัฒนาประเทศแบบยั่งยืน นอกจากน้ัน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังได้รับการยกย่องจากต่างประเทศว่าเป็น
มาตรการป้องกนั การทุจรติ คอรร์ ัปช่ันทไ่ี ด้ผล เน่ืองจากสามารถหยุดความโลภได้
แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ น้ี เป็นปรัชญาที่ช้ีแนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนด้วยวิถีชีวิต
ความรู้ควบคู่คุณธรรม มีความอดทน อดกล้ัน อดออม ดารงไว้ซ่ึงความซ่ือสัตย์สุจริต โดยมีพื้นฐานมาจาก
ชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบท่ีมีการ
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒
เปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ้งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการ
พฒั นา และนับว่าเป็นแนวคิดสาคัญที่สุดในการสอนคน สามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบตั ิตนไดท้ ุกระดับ
โดยเน้นการปฏบิ ัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเปน็ ข้นั ตอน๑
๒.๒ พระบรมรำโชวำทดำ้ นกำรศึกษำพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวรชั กำลที่ ๑๐
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกำลที่ ๑๐ เสด็จขึ้นครองรำชย์วันที่ ๑ ธันวำคม พ.ศ.
๒๕๕๙ และเม่อื วนั ที่ ๒๓ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๖๐ รัชกำลที่ ๑๐ ท่ำนรับส่งั ให้รฐั มนตรเี ข้ำเฝ้ำแลว้ ก็ฝำกไว้อยำ่ งน้ี
กำรศึกษำต้องม่งุ สรำ้ งพ้ืนฐำนใหแ้ กผ่ เู้ รียน ๔ ดำ้ น๒
๑. ทัศนะคติที่ถูกต้องบ้ำนเมือง มีควำมรู้ควำมเข้ำใจต่อชำติบ้ำนเมือง ภูมิลำเนำของตน ยึดม่ันใน
ศำสนำ ปฏิบัติธรรม ม่ันคงในสถำบันพระมหำกษัตริย์ มีควำมเอื้ออำทรต่อครอบครัวและชุมชนของตนเอง
ท่ำนช่วยคิดตำมไปด้วยกัน ถ้ำเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมในข้อน้ีและข้อย่อยของข้อนี้จะแปลงเป็นอย่ำงไร
เช่น เณรอยู่ในเถรวำท จะต้องรู้ประวตั ิพระพุทธศำสนำ มีกำรสอบพุทธประวัติ ต้องรู้พุทธประวัติท้ังในอินเดีย
ในลังกำทวีป ในประเทศไทย ในพุกกำม มันเช่ือมโยงอย่ำงไร พุทธประวัติใน ๔ ภำคของประเทศไทยมีควำม
เชื่อมโยงอยำ่ งไร
๒. มีพ้ืนฐำนชวี ิตที่มั่นคง มีคุณธรรม รู้จักแยกแยะผิดชอบช่ัวดี อะไรชอบอะไรดีต้องปฏิบัติ อะไรช่ัว
อะไรผิดต้องปฏิเสธ ชว่ ยกนั สร้ำงคนดใี หก้ บั บ้ำนเมือง
๓. มีงำนทำ – มีอำชีพ และทำงำนเป็นด้วยจะได้มีอำชีพ ที่บ้ำนต้องกำรอย่ำงไร ท่ีวัดต้องกำรอย่ำงไร
ให้วัดช่วยสอนเด็กธรรมดำ นำเด็กโรงเรียนข้ำง ๆ วัดนั้นมำฝึกเรื่องศำสนำพิธีมีอะไรบ้ำง กรำบพระอย่ำงไรให้
ถกู จดุ ธูปอย่ำงไร จดุ เทยี นหมำยควำมว่ำอยำ่ งไร ให้ฝึกอบรมทำงด้ำนกำรปฏิบตั ิธรรม ทีโ่ รงเรยี นน้ันฝึกอบรม
งำนอำชีพของชมุ ชน ฝกึ อบรมงำนช่ำงตำ่ ง ๆ ฝกึ อบรมพน้ื ฐำนอำชพี
๔. เปน็ พลเมืองดี ถำ้ เรยี นเกง่ แต่ออกไปเป็นพลเมอื งช่ัว มนั จะไมไ่ ด้ เรอื่ งประเทศก็ขำดทนุ
หำกครูตั้งใจสร้ำงศษิ ยใ์ ห้ไดผ้ ลตำมพระบรมรำโชบำยทง้ั ๔ ขอ้ นก้ี ็จะทำให้ชำติบ้ำนเมอื งเจริญ ไม่มคี น
ทน่ี ่ิงดดู ำยปล่อยให้เกิดควำมชั่ว ควำมไม่ดีในบ้ำนเมอื ง ท่ีสำคญั ประกำรหน่งึ คือ กำรร้จู ักแยกแยะส่งิ ทถ่ี กู ที่ผิด
สิ่งที่ดีท่ีชั่ว และเลือกรับเลือกทำแต่ทำงที่ถูกที่ดี เด็กไทยควรรู้จักใช้วิจำรณญำณของตน ไม่ตำมแฟช่ันตำม
สังคมโดยไร้สติ อีกประกำรหนง่ึ ทค่ี วรนอ้ มนำมำใสเ่ กลำ้ ฯ คือ พระบรมรำโชบำยท่วี ่ำ
“เหน็ อะไรทค่ี วรทำเพ่ือบ้ำนเมืองกต็ ้องทำ
คนไทยเหน็ อะไรทีค่ วรทำเพ่ือบ้ำนเมอื งกต็ อ้ งลงมือทำ
ไม่ปลอ่ ยใหผ้ ำ่ นไปดว้ ยควำมคิดวำ่ ธุระไมใ่ ช่”
๑ สำนักงำน ก.พ. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและกำรประยุกต์ใช้, สำนักงำน ก.พ.
สงวนไว้ซ่งึ สทิ ธทิ ้งั หมด.๒๐๑๖, หนำ้ ๑๕-๑๗.
๒ บทบำทและแนวทำงกำรบริหำรจัดกำรศึกษำโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสำมญั ศึกษำ, โดยศำสตรำจำรยเ์ กียรติ
คณุ นำยแพทยเ์ กษม วัฒนชัย,โครงกำรยกระดับผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรยี น B-Net :(กำรสรำ้ งข้อสอบแบบครูมืออำชีพ โรงเรียน
พระปริยตั ธิ รรม แผนกสำมญั ศกึ ษำ) ปกี ำรศึกษำ ๒๕๖๑ ระหว่ำงวนั ที่ ๒๙ กนั ยำยน – ๓ ตุลำคม ๒๕๖๑ สถำบนั ทดสอบทำง
กำรศกึ ษำแห่งชำติ (องคก์ ำรมหำชน) ร่วมกันสำนกั งำนพระพุทธศำสนำแหง่ ชำติ, หน้ำ ๑๕.
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓
๒.๓ นโยบำยกำรศึกษำและกำรเรยี นรู้ กำรทะนบุ ำรุงศำสนำ ศิลปะและวฒั นธรรม พ.ศ. ๒๕๕๗
รัฐบำลจัดให้มีกำรปฏิรูปกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ โดยให้ควำมสำคัญทั้งกำรศึกษำในระบบและ
กำรศึกษำทำงเลือกไปพร้อมกัน๓ เพื่อสร้ำงคุณภำพของคนไทยให้สำมำรถเรียนรู้ พัฒนำตนเองได้เต็มตำม
ศักยภำพ ประกอบอำชีพและดำรงชีวิตได้โดยมีควำมใฝ่รู้และทักษะท่ีเหมำะสม เป็นคนดีมีคุณธรรม โดยเน้น
กำรเรียนรู้เพ่ือสร้ำงสัมมำชีพในพื้นที่ ลดควำมเหลื่อมล้ำ และพัฒนำกำลังคนให้เป็นท่ีต้องกำรเหมำะสมกับ
พ้ืนท่ี ท้ังในกำรเกษตร อุตสำหกรรม และธุรกิจบริกำรระยะเฉพำะหน้ำ จะจัดเปล่ียนกำรจัดสรรงบประมำณ
สนับสนุนกำรศึกษำให้สอดคล้องกับควำมจำเป็นของผู้เรียนและลักษณะพ้ืนท่ีของสถำนกำรศึกษำ จัดระบบ
สนับสนุนให้เยำวชนและประชำชนทว่ั ไปมีสิทธเิ ลือกรับบริกำรกำรศึกษำท้ังในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน
โดยจะพิจำรณำจัดให้มีคูปองกำรศึกษำเป็นแนวทำงหนึ่งให้องค์กรภำคประชำสังคม ภำคเอกชน องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นและประชำชนทั่วไปมีโอกำสร่วมจัดกำรศึกษำที่มีคุณภำพและท่ัวถึง ละร่วมในกำรปฏิรูป
กำรศึกษำและกำรเรยี นรู้ กำรกระจำยอำนำจกำรบรหิ ำรจัดกำรศึกษำสูส่ ถำนศึกษำ โดยให้สถำนศึกษำสำมำรถ
เป็นนติ บิ คุ คลและบริหำรจัดกำรได้อยำ่ งอสิ ระและคลอ่ งตวั ขนึ้
พัฒนำระบบกำรผลิตและพัฒนำครูที่มีคุณภำพและมีจิตวิญญำณของควำมเป็นครู เน้นครูผู้สอนให้มี
วุฒิตรงตำมวิชำที่สอน นำเทคโนโลยีสำรสนเทศและเครื่องมือที่เหมำะสมมำใช้ในกำรเรียนกำรสอนเพ่ือเป็น
เครอื่ งมือช่วยครหู รอื เพ่อื กำรเรยี นรูด้ ว้ ยตวั เอง เช่น กำรเรยี นทำงไกล รวมทั้งกระบวนกำรประเมินสมรรถนะที่
สะท้อนประสิทธิภำพกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและพัฒนำคุณภำพผู้เรียนเป็นสำคัญ ทะนุบำรุงและอุปถัมภ์
พระพุทธศำสนำและศำสนำอื่นๆ สนับสนุนให้องค์กรทำงศำสนำมีบทบำทสำคัญในกำรปลูกฝังคุณธรรม
จริยธรรม ตลอดจนพฒั นำคุณภำพชีวิต สรำ้ งสันตสิ ขุ และควำมปรองดองสมำนฉนั ทใ์ นสังคมไทยอยำ่ งย่งั ยนื
รัฐบำลให้ควำมสำคัญในเรื่อง กำรปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่คนในชำติ เพื่อให้เกิดเป็นสังคมที่
เขม็ แข็งอย่ำงมีคุณภำพและคณุ ธรรมควบคู่กันโดยสนับสนุนใหอ้ งคก์ รทำงศำสนำมบี ทบำทสำคัญในกำรปลูกฝัง
คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนพัฒนำคุณภำพชีวิต สร้ำงสันติสุขและควำมปรองดองสมำนฉันท์ในสังคมไทย
อย่ำงยัง่ ยนื มีสำระสำคัญ ดงั นี้
๑. จัดระเบียบสังคม สร้ำงมำตรฐำนด้ำนคุณธรรม จรยิ ธรรม และธรรมำภิบำลให้แก่เจ้ำหน้ำท่ีของรัฐ
และประชำชนทว่ั ไป โดยใชค้ ่ำนยิ มหลกั ๑๒ ประกำร ตำมนโยบำยของคณะรักษำควำมสงบแหง่ ชำติ
๒. พัฒนำคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต บูรณำกำรควำมรู้และคุณธรรมเข้ำด้วยกัน
เพ่ือให้สำมำรถมีควำมรู้และทักษะใหม่ที่สำมำรถประกอบอำชีพได้หลำกหลำยตำมแนวโน้มกำรจ้ำงงำนใน
อนำคต ปรับกระบวนกำรเรียนรู้ปรับหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับภูมิสังคม บูรณำกำรควำมรู้และคุณธรรมเข้ำ
ด้วยกันเพื่อให้เอื้อต่อกำรพัฒนำผู้เรียนท้ังในด้ำนควำมรู้ ทักษะ กำรใฝ่เรียนรู้ กำรแก้ปัญหำ กำรรับฟัง
ควำมเห็นผู้อื่น กำรมีคุณธรรม จริยธรรม และควำมเป็นพลเมืองดี โดยเน้นควำมร่วมมือระหว่ำงผู้เก่ียวข้องทั้ง
ในและนองโรงเรยี น
๓ พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชำ นำยกรฐั มนตรี แถลงต่อรฐั สภำนิตบิ ญั ญัตแิ หง่ ชำติ วนั ศุกรท์ ี่ ๑๒ กันยำยน ๒๕๕๗
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๔
๓. ทะนุบำรงุ และอุปถมั ภ์พระพุทธศำสนำ และศำสนำอ่ืนๆ ตลอดจนสร้ำงสนั ติสขุ และควำมปรองดอง
ให้สมำนฉันทใ์ นสงั คมไทยอย่ำงย่ังยนื
๔. ปลูกฝังค่ำนิยมและจิตสำนึกที่ดี โดยกำรผลิตสื่อคุณภำพและเปิดพื้นที่สำธำรณะให้ประชำชนได้มี
โอกำสแสดงออกอยำ่ งสรำ้ งสรรค์
ค่ำนิยมหลกั ของคนไทย ๑๒ ประกำร ไดแ้ ก่
๑. มคี วำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์
๒. ซือ่ สัตย์ เสียสละ อดทน มอี ดุ มกำรณ์ในส่งิ ทด่ี ีงำมเพือ่ สว่ นรวม
๓. กตญั ญูต่อพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครบู ำอำจำรย์
๔. ใฝ่หำควำมรู้ หมน่ั ศึกษำเลำ่ เรียนท้งั ทำงตรง และทำงออ้ ม
๕. รกั ษำวัฒนธรรมประเพณไี ทยอันงดงำม
๖. มศี ีลธรรม รกั ษำควำมสตั ย์ หวงั ดีต่อผูอ้ น่ื เผ่ือแผแ่ ละแบ่งปนั
๗. เขำ้ ใจเรียนรูก้ ำรเปน็ ประชำธิปไตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเปน็ ประมุขท่ีถูกตอ้ ง
๘. มีระเบยี บวนิ ัย เคำรพกฎหมำย ผนู้ อ้ ยรู้จักกำรเคำรพผใู้ หญ่
๙. มสี ติรู้ตัว ร้คู ิด ร้ทู ำ ร้ปู ฏิบัติตำมพระรำชดำรัสของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว
๑๐. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง รู้จกั อดออมไว้ใช้เม่ือยำมจำเป็น มีไว้พอกิน
พอใช้ ถำ้ เหลือก็แจกจ่ำยจำหนำ่ ย และพร้อมท่จี ะขยำยกจิ กำรเมอ่ื มีควำมพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกนั ทด่ี ี
๑๑. มีควำมเข้มแข็งท้ังร่ำงกำย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนำจฝ่ำยต่ำหรือกิเลส มีควำมละอำยเกรง
กลวั ต่อบำปตำมหลกั ของศำสนำ
๑๒. คำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชำตมิ ำกกวำ่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
นโยบำยกำรทะนบุ ำรุงศำสนำ ศิลปะและวฒั นธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒
รัฐบำลให้ควำมสำคัญกับกำรส่งเสรมิ ใหส้ ถำบันทำงสังคมรว่ มปลูกฝังค่ำนิยมและวัฒนธรรมท่ีดีรวมท้ัง
กำรทำนุบำรุงศำสนำ กำรอนุรกั ษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมไทย และกำรยอมรับประเพณี วัฒนธรรมท่ีดีที่มีควำม
หลำกหลำย เพือ่ สร้ำงสงั คมให้มีคุณภำพ คณุ ธรรม และอยรู่ ่วมกันได้อย่ำงมีควำมสุข๔ ดังนี้
๑. ส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชำติ โดยอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ประวัติศำสตร์
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภูมิปัญญำ ภำษำไทยและภำษำถ่ินที่มีอัตลักษณ์และควำมหลำกหลำย
ผ่ำนช่องทำงต่ำงๆ เพ่ือให้เกิดควำมภำคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชำติ พร้อมทั้งสนับสนุนกำรสร้ำงสรรค์
ศลิ ปวัฒนธรรมและภูมิปัญญำไทยเพ่ือกระตุ้นกระแสนิยมวัฒนธรรมไทย พัฒนำต่อยอดและสร้ำงมูลค่ำเพิ่มใน
ภำคธรุ กจิ และอตุ สำหกรรมอย่ำงเหมำะสม
๒. ปลูกฝังค่ำนิยมและวัฒนธรรมท่ีดีด้ำนคุณธรรม จริยธรรม กตัญญู ควำมซ่ือสัตย์ กำรวินัย
เคำรพกฎหมำย มีจิตสำธำรณะและกำรมีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้ประเทศ และเป็นพลเมืองท่ีดี โดยกำร
สง่ เสริมให้สถำบันกำรศึกษำ ภำคประชำสังคมและชุมชนเป็นฐำนในกำรบ่มเพำะ ส่งเสริมให้ภำคเอกชนดำเนิน
๔ พลเอกประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชำ นำยกรฐั มนตรี แถลงต่อรัฐสภำ วนั พฤหัสบดที ่ี ๒๕ กรกฎำคม ๒๕๖๒
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๕
ธุรกิจอย่ำงมีธรรมำภิบำล ให้ส่ือมีบทบำทกระตุ้นและสร้ำงควำมตระหนักในค่ำนิยมท่ีดี รวมถึงผลิตสื่อท่ีมี
คณุ ภำพและควำมรบั ผดิ ชอบและเปดิ พ้ืนท่ีสำธำรณะใหป้ ระชำชนได้แสดงออกอย่ำงสร้ำงสรรค์
๓. ทำนุบำรุงศำสนำใหม้ ีควำมเข้มแข็ง ส่งเสริมสถำบันศำสนำทกุ ศำสนำให้มีบทบำทในกำรเผยแพร่
คำสอนท่ีดีงำม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและเสริมสร้ำงควำมร่วมมือในกำรพัฒนำคุณภำพชีวิต จิตใจ และ
พัฒนำสังคมให้มีควำมสำมัคคี ปรองดอง และย่ังยืน และให้พุทธศำสนิกชนเข้ำถึงแก่นแท้คำสอนของ
พระพทุ ธเจ้ำและสำมำรถนำมำปฏบิ ตั ใิ นชีวติ ประจำวันได้
๔. สร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้ำน
ยอมรับเคำรพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชำติพันธ์ุและชำวต่ำงชำติท่ีมีควำมหลำกหลำย ในลักษณะ
พหุสังคมท่ีอยู่ร่วมกัน โดยสนับสนุนกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศควบคู่กับกำรส่งเสริม สร้ำงสรรค์งำน
ศิลปวฒั นธรรมทเ่ี ป็นสำกล เพอ่ื กำรเปน็ สว่ นหนึ่งของประชำคมโลก
รฐั ธรรมนญู แห่งรำชอำณำจักรไทย๕ มีควำมสำคญั ต่อประชำชนเปน็ อย่ำงมำก เพรำะเปน็ กฎหมำยที่
มีไว้รับรองสิทธิเสรีภำพ ผลประโยชน์ประชำชน และเป็นกฎหมำยที่บัญญัติข้ึนเพ่ือคุ้มครองสิทธิเสรีภำพ
ผลประโยชนข์ องประชำชนด้วย นอกจำกน้ันรัฐธรรมนญู ยังกำหนดขอบเขตอำนำจหนำ้ ที่ของผู้ปกครอง ซง่ึ เป็น
หลักประกันไม่ให้ผู้ปกครองล่วงละเมิดในสิทธิอันชอบธรรมของประชำชน รัฐธรรมนูญยังเป็นเครื่องกำหนด
ทิศทำงในกำรดำเนินกำรบริหำรประเทศของรัฐบำล ซ่ึงจะทำให้รัฐบำลสำมำรถท่ีจะดำเนินงำนให้บรรลุ
เปำ้ หมำยที่วำงไวเ้ พ่อื สนองควำมตอ้ งกำรของประชำชน
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เน้นกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ให้มีคุณภำพตำมศักยภำพของแต่ละคนท่ี
แตกต่ำงกัน และมีคุณธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับคุณลักษณะของประชำกรในอนำคตท่ีต้องมี มีกำรบัญญัติ
เร่อื งมำตรฐำนด้ำนคุณธรรมและจริยธรรมของภำคส่วนต่ำง ๆ ไม่วำ่ จะเปน็ ภำคกำรเมือง รำชกำร เอกชน หรือ
ภำควิชำชีพต่ำง ๆ ไว้ในฐำนะที่เป็นเร่ืองสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชำติ ลดปัญหำกำรทุจริต
คอร์รปั ชนั ได้
หมวดที่ ๕ หน้ำท่ีของรัฐ ตำมมำตรำที่ ๕๔ รัฐต้องดำเนินกำรให้เด็กทุกคนได้รับกำรศึกษำเป็นเวลำ
สบิ สองปี ต้ังแตก่ ่อนวัยเรียนจบจนกำรศึกษำภำคบังคบั อย่ำงมคี ุณภำพโดยไม่เกบ็ คำ่ ใช้จำ่ ย
รัฐต้องดำเนินกำรให้เด็กเล็กได้รับกำรดูแลและพัฒนำก่อนเข้ำรับกำรศึกษำตำมวรรคหน่ึงเพื่อ พัฒนำ
ร่ำงกำย จิตใจ วนิ ัย อำรมณ์ สังคม และสติปัญญำให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นและภำคเอกชนเขำ้ มำมีส่วนรว่ มในกำรดำเนินกำรด้วย
รัฐต้องดำเนินกำรให้ประชำชนได้รับกำรศึกษำตำมควำมต้องกำรในระบบต่ำง ๆ รวมท้ังส่งเสริมให้มี
กำรเรยี นรตู้ ลอดชีวติ และจดั ให้มกี ำรรว่ มมือกันระหว่ำงรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และภำคเอกชนในกำร
จัดกำรศึกษำทุกระดับ โดยรัฐมีหน้ำที่ดำเนินกำร กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้กำรจัดกำรศึกษำดังกล่ำวมี
คุณภำพและได้มำตรฐำนสำกล ทั้งนี้ ตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรศกึ ษำซง่ึ อย่ำงน้อยต้องมีบทบญั ญัตเิ กย่ี วกับกำร
๕ รัฐธรรมนูญแหง่ รำชอำณำจักรไทย เลน่ ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก หน้ำ ๑๔-๑๗, ตรำไว้ ณ วนั ที่ ๖ เมษำยน ๒๕๖๐
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๖
จัดทำแผนกำรศึกษำแห่งชำติ และกำรดำเนินกำรและตรวจสอบกำรดำเนินกำรให้เป็นไปตำมแผนกำรศึกษำ
แห่งชำติดว้ ย
กำรศึกษำทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนำผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชำติ สำมำรถเชี่ยวชำญได้ตำม
ควำมถนัดของตน และมีควำมรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชำติ และหมวดท่ี ๖
แนวนโยบำยแหง่ รัฐ มำตรท่ี ๖๗ รัฐพงึ อปุ ถมั ภ์และคมุ้ ครองพระพทุ ธศำสนำและศำสนำอ่นื
ในกำรอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศำสนำอันเป็นศำสนำที่ประชำชนชำวไทยส่วนใหญ่นับถือมำช้ำ
นำน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนกำรศึกษำและกำรเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศำสนำเถรวำทเพื่อให้
เกิดกำรพัฒนำจิตใจและปัญญำ และต้องมีมำตรกำรและกลไกกำรป้องกันมิให้มีกำรบ่อนทำลำย
พระพุทธศำสนำไม่ว่ำในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศำสนิกชนมีส่วนร่วมในกำรดำเนินมำตรกำรหรือ
กลไกดงั กลำ่ วดว้ ย
ยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เป็นยุทธศำสตร์ชำติฉบับแรกของประเทศไทยตำม
รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย ซ่ึงจะนำไปสู่กำรปฏิบัติเพ่ือให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมี
ควำมม่ันคง ม่ังค่ัง ยง่ั ยืน เป็นประเทศพัฒนำแลว้ ดว้ ยกำรพัฒนำตำมหลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง” เพ่ือ
ควำมสุขของคนไทยทุกคน
ยทุ ธศำสตรช์ ำตดิ ำ้ นกำรพัฒนำและเสรมิ สรำ้ งศักยภำพทรัพยำกรมนษุ ย์
ยทุ ธศำสตร์ด้ำนกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนษุ ยม์ ีเปำ้ หมำยกำรพัฒนำท่ีสำคญั เพื่อ
พัฒนำคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภำพ โดยคนไทยมีควำมพร้อมท้ังกำย ใจ
สติปญั ญำ มพี ัฒนำกำรท่ดี ีรอบด้ำนและมสี ุขภำวะที่ดใี นทุกชว่ งวัย มีจิตสำธำรณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน
มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอำรี มวี ินัย รักษำศลี ธรรม และเป็นพลเมืองที่ดขี องชำติ มีหลักคิดท่ีถูกต้อง มีทกั ษะท่ี
จำเป็นในศตวรรษท่ี ๒๑ มีทักษะกำรส่ือสำรภำษำอังกฤษและภำษำท่ี ๓ และอนุรักษ์ภำษำท้องถิ่น มีนิสัยรัก
กำรเรียนรู้และกำรพัฒนำตนเองอย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่กำรเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด
ผปู้ ระกอบกำร เกษตรยุคใหม่ และอนื่ ๆ โดยสัมมำชีพตำมควำมถนัดของตนเอง
เปำ้ หมำยของกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพและทรัพยำกรมนุษย์ ๒ เป้ำหมำย
๑. คนไทยเปน็ คนดี คนเก่ง มคี ุณภำพ พร้อมสำหรับวถิ ชี วี ิตในศตวรรษท่ี ๒๑
๒. สังคมไทยมสี ภำพแวดล้อมที่เอื้อและสนบั สนุนต่อกำรพฒั นำคนตลอดชว่ งชีวติ
ตัวช้ีวดั ประกอบด้วย
๑) กำรพัฒนำคณุ ภำพชีวิต สขุ ภำวะ และควำมเปน็ อยทู่ ่ดี ขี องคนไทย
๒) ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรศึกษำและกำรเรยี นรูต้ ลอดชวี ิต และ
๓) กำรพัฒนำสังคมและครอบครวั ไทย
โดยประเด็นยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ ประกอบด้วย
ประเดน็ ดังต่อไปน้ี
๑. กำรปรบั เปล่ยี นค่ำนยิ มและวัฒนธรรม
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๗
๒. กำรพัฒนำศกั ยภำพคนตลอดชว่ งชวี ติ
๓. ปฏิรูปกระบวนกำรเรยี นรูท้ ีต่ อบสนองตอ่ กำรเปลยี่ นแปลงในศตวรรษที่ ๒๑
๔. กำรตระหนกั ถึงพหปุ ญั ญำของมนุษย์ทีห่ ลำกหลำย
๕. กำรเสรมิ สร้ำงให้คนไทยมสี ุขภำวะทด่ี ี ครอบคลุมท้งั ดำ้ นกำย ใจ สตปิ ัญญำ และสังคม
แผนกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ กำรเติบโตทำงเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งผลให้
ทรัพยำกรธรรมชำติถูกทำลำยและเสื่อมโทรมอย่ำงรวดเร็ว รวมท้ังระบบกำรศึกษำท่ียังมีปัญหำหลำยประกำร
นับต้งั แตป่ ัญหำคุณภำพของคนไทยทกุ ช่วงวัย ปัญหำคุณภำพและมำตรฐำนกำรจัดกำรศึกษำทกุ ระดับ จดุ ออ่ น
ของระบบกำรศึกษำและกำรพัฒนำบุคลำกรด้ำนวิทยำศำสตร์ ภำษำอังกฤษ เทคโนโลยี แบะกำรบริหำรจัด
กำรศึกษำของสถำนศึกษำท่ียังไม่เหมำะสม ขำดควำมคล่องตัว ยังมีควำมเหล่ือมล้ำในด้ำนโอกำสและควำม
เสมอภำคทำงกำรศึกษำ รวมทั้งปัญหำด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และกำรขำดควำมตระหนกั ถึงควำมสำคัญของ
กำรมวี ินยั ควำมซื่อสัตย์สุจริต และกำรมีจิตสำธำรณะของคนไทยส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อระบบกำรศึกษำ ท่ี
ต้องปรับเปลี่ยนให้สนองและรองรับควำมท้ำทำยดังกล่ำว มีควำมจำเป็นท่ีประเทศไทยต้องปฏิรูปกำรศึกษำ
เพื่อให้ระบบกำรศึกษำเป็นกลไกหลักของกำรขับเคลื่อนประเทศ ภำยใต้รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย
ฉบับใหม่ กรอบยุทธ์ศำสตร์ชำติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๗๙) และกรอบทิศทำงของแผนพัฒนำ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) เพื่อให้สำมำรถนำพำประเทศไปสู่ควำม
มั่นคง ม่งั คง่ั และยงั่ ยนื ในอกี ๒๐ ปขี ำ้ งหน้ำ๖
วิสยั ทศั น์ “คนไทยทุกคนได้รบั กำรศกึ ษำและเรียนรูต้ ลอดชีวิตอยำ่ งมีคุณภำพ ดำรงชีวิตอย่ำงเป็นสุข
สอดคล้องกับหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง และกำรเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษท่ี ๒๑” โดยวัตถุประสงค์
ของกำรจดั กำรศึกษำท่ี ๓ ได้แก่ เพื่อพัฒนำสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งกำรเรียนรู้ และคุณธรรมจริยธรรม รู้รัก
สำมัคคี และร่วมมอื ผนกึ กำลงั มุง่ สกู่ ำรพฒั นำประเทศอยำ่ งย่ังยืน ตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพียง
เป้ำหมำยด้ำนผู้เรียน “โดยมุ่งพัฒนำผู้เรียนทุกคนให้มคี ุณลักษณะและทักษะกำรเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี
๒๑ (3r8c)”
ยุทธศำสตร์ท่ี ๕ กำรจัดกำรศึกษำเพื่อเสริมสร้ำงคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม มีเป้ำหมำย
ดังนี้
๕.๑ คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์ส่ิงแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตำมหลัก
ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ มีตัวช้ีวัดท่ีสำคัญ เช่น ครู/บุคลำกรทำงกำรศึกษำ ได้รับกำรอบรม
พัฒนำในเร่ืองกำรสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพ่ิมข้ึน ผู้เรียนทุกระดับกำรศึกษำมี
พฤติกรรมที่แสดงออกถึงควำมตระหนักในควำมสำคัญของกำรดำเนินชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ควำมมี
คุณธรรม จริยธรรม และกำรประยุกต์ใช้หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงในกำรดำเนินชีวิตเพ่ิมข้ึน และ
สถำบันอุดมศกึ ษำทีต่ ิดอนั ดับมหำวิทยำลยั สีเขยี วของโลกเพิ่มขึ้น เป็นต้น
๖ แผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙, หนำ้ .ฉ
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๘
๕.๒ หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อกำรเรียนรู้ท่ีส่งเสริมคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม
คุณธรรม จริยธรรม และกำรนำแนวคิดตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติ มีตัวชี้วัดท่ีสำคัญ
เช่น สถำนศกึ ษำ/สถำบันกำรศึกษำกำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบะกจิ กรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จรยิ ธรรม และ
กำรนำแนวคิดตำมหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงสู่กำรปฏิบัติเพิ่มข้ึน และสื่อสำรมวลชนที่เผยแพร่หรือให้
ควำมรูเ้ กีย่ วกับกำรสรำ้ งเสริมคณุ ภำพชีวิตท่ีเปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มเพ่ิมขึน้ เป็นตน้
๕.๓ กำรวิจัยเพ่ือพัฒนำองค์ควำมรู้และนวัตกรรมกำรสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับ
ส่งิ แวดล้อม มีตัวช้ีวดั ท่ีสำคญั เชน่ มีฐำนขอ้ มูลด้ำนกำรศึกษำทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับกำรเปลีย่ นแปลงภมู ิอำกำศในสำขำ
ต่ำงๆ เพ่ิมข้ึน เป็นต้น โดยได้กำหนดแนวทำงกำรพัฒนำ คือ ส่งเสริม สนับสนุนกำรสร้ำงจิตสำนึกรักษ์
สิง่ แวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตำมหลักปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพียงสู่กำรปฏิบัตใิ นกำรดำเนิน
ชีวิต ส่งเสริมและพัฒนำหลักสูตร กระบวนกำรเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และส่ือกำรเรียนรู้ต่ำงๆ และพัฒนำอง ค์
ควำมรู้ งำนวิจัย และนวัตกรรมด้ำนกำรสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และมีแผนงำนและ
โครงกำรสำคัญ เช่น โครงกำรน้อมนำศำสตร์พระรำชำสู่กำรพัฒนำและเพิ่มศักยภำพคนทุกช่วงวัย โครงกำร
โรงเรียนคุณธรรม โครงกำรโรงเรียนสเี ขยี ว เป็นตน้
แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) สำนกั งำนคณะกรรมกำร
พัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ (สศช.) กล่ำวถึงสภำพของสังคมไทยด้ำนธรรมำภิบำลไว้ว่ำ ประเทศ
ไทยจะต้องให้ควำมสำคัญกับเรื่องธรรมำภิบำลอย่ำงเร่งด่วน จำกกำรประเมินผ่ำนดัชนีควำมอยู่เย็นเป็นสุข
ร่วมกนั ในสังคมไทย ชีว้ ่ำ สังคมไทยในภำพรวมมีควำมอย่เู ย็นเปน็ สุขรว่ มกันอยู่ในระดับปำนกลำง ในปี ๒๕๕๖
แต่องค์ประกอบด้ำนสังคมประชำธิปไตย ที่มีธรรมำภิบำลอยู่ในระดับท่ีต้องเร่งแก้ไขสถำนกำรณ์ดังกล่ำว ถือ
เป็นควำมจำเป็นของประเทศไทยที่จะต้องให้ความสาคัญกับเรื่องธรรมาภิบาลอย่างเร่งด่วนเน่ืองจำก
สถานการณ์วิกฤตคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภบิ าลของสังคมไทยในขณะนี้ ไดม้ ีกำรสะสมตัวและลุกลำม
สู่ทุกภำคส่วน ได้แก่ ภำคกำรเมืองทั้งระดับชำติและระดับท้องถิ่นท่ีมีกำรซ้ือสิทธิ์ ขำยเสียง มีกำรทุจริตเพื่อให้
ได้รับกำรเลือกตัง้ มีผลประโยชน์ส่วนตนทบั ซ้อนกับผลประโยชน์รัฐหน่วยงำนภำครัฐ มีระบบกำรบริกำรงำนที่
ไมเ่ ป็นธรรมำภบิ ำล มกี ำรใชอ้ ำนำจหน้ำทโี่ ดยมิชอบ หำผลประโยชนใ์ ห้ตนเองและพวกพ้อง ภำคธุรกจิ บำงสว่ น
มีกำรรว่ มมือกันกับนักกำรเมืองและข้ำรำชกำร กระทำกำรทุจริตเพ่ือให้ได้งำนจำกภำครัฐ ปดิ งำนอยำ่ งรวดเร็ว
ผูกขำดทำงธุรกิจหลีกเหลี่ยงภำษี ขำดควำมรับผิดชอบต่อผบู้ ริโภค ภำคประชำชนมีแนวโน้มยอมรับกำรทุจริต
ต่ำง ๆ ที่ตนเองได้รับประโยชน์มำกข้ึน สถำบันทำงศำสนำบำงส่วนประพฤติผิดคุณธรรม จริยธรรมเสียงเอง
มีปัญหำกำรบรหิ ำรจัดกำรทรัพยส์ ินของส่วนรวม ขำดควำมโปร่งใสปล่อยให้คนบำงกล่มุ ใช้ศำสนำเปน็ เครื่องมือ
แสวงหำผลประโยชน์ ส่ือมวลชนหลำยสำนักวำงตัวไม่เป็นกลำง ไม่แสดงบทบำทในกำรต่อต้ำนกำรทุจริตหรือ
ปกปิดข้อเท็จจริง รับผลประโยชน์จำกกลุ่มนำยทุนและนักธุรกิจกำรเมืองจนไม่สำมำรถรักษำจริยธรรมหรือ
จรรยำบรรณของวชิ ำชพี ได้ (สำนกั งำนคณะกรรมกำรพฒั นำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ (สศช.), ๒๕๕๘)
โดยยุทธศำสตร์ที่ ๑ กำรเสริมสร้ำงและพัฒนำศักยภำพของมนุษย์ เห็นว่ำกำรเปลี่ยนแปลง
โครงสร้ำงประชำกรไทยที่จะเข้ำสู่สังคมสูงวัยอย่ำงสมบูรณ์เมื่อส้ินสุดแผนพัฒนำฯฉบับท่ี ๑๒ โดยที่สัดส่วน
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๙
ผ้สู ูงอำยจุ ะเพิ่มข้นึ เปน็ รอ้ ยละ ๑๙.๘ ของจำนวนประชำกรท้งั หมด ในขณะที่จำนวนประชำกรวัยแรงงำนได้เริ่ม
ลดลงมำตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นมำ ส่งผลให้เกิดกำรขำดแคลนแรงงำนในภำวะที่ผลิตภำพแรงงำนไทยก็ยังต่ำ
เนื่องจำกปัญหำคุณภำพแรงงำน ควำมล่ำช้ำในกำรพัฒนำเทคโนโลยี และปัญหำกำรบริหำรจัดกำรจึงเป็น
ข้อจำกัดในกำรเพ่ิมขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันและศักยภำพกำรเจริญเติบโตทำงเศรษฐกิจของประเทศ
รวมท้ังกำรสร้ำงรำยไดแ้ ละกำรยกระดบั คุณภำพชีวติ ของประชำชนด้วย ทง้ั น้ี เมอ่ื พิจำรณำคณุ ภำพคนพบว่ำยัง
มีปัญหำในแต่ละช่วงวัยและส่งผลกระทบต่อเน่ืองถึงกันตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่พัฒนำกำรไม่สมวยั ในเด็กปฐมวัย
ผลลัพธ์ทำงกำรศึกษำของเด็กวัยเรยี นค่อนข้ำงตำ่ กำรพัฒนำควำมรู้และทักษะของแรงงำนไมต่ รงกับตลำดงำน
ขณะที่ผู้สูงอำยุมีปัญหำสุขภำพและมีแนวโน้มอยู่คนเดียวสูงข้ึน ครอบครัวมีรูปแบบท่ีหลำกหลำยและ
เปรำะบำงสูงส่งผลต่อกำรบ่มเพำะให้เด็กเติบโตอย่ำงมีคุณภำพ ประกอบกับ กำรเล่ือนไหลของวัฒนธรรม
ต่ำงชำติท่ีเข้ำมำในประเทศไทยผำ่ นสังคมยุคดิจทิ ัล ในขณะท่ีคนไทยจำนวน ไม่น้อยยังไม่สำมำรถคดั กรองและ
เลือกรับวัฒนธรรมได้อย่ำงเหมำะสม ส่งผลต่อวิกฤตค่ำนิยม ทัศนคติ และพฤติกรรมในกำรดำเนินชีวิต กำร
พัฒนำในระยะต่อไปจึงต้องให้ควำมสำคัญกับกำรวำงรำกฐำนกำรพัฒนำคนให้มีควำมสมบูรณ์ เริ่มต้ังแต่กลุ่ม
เด็กปฐมวยั ที่ต้องพัฒนำให้มีสุขภำพกำยและใจที่ดี มีทักษะทำงสมอง ทักษะกำรเรียนรู้ และทักษะชีวิต เพ่ือให้
เตบิ โตอย่ำงมคี ุณภำพ ควบคู่กบั กำรพัฒนำคนไทยในทกุ ช่วงวัยให้เป็นคนดมี ีสุขภำวะที่ดีมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มี
ระเบียบวินัย มีจิตสำนึกท่ีดีต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะควำมรู้และควำมสำมำรถปรับตัวเท่ำทันกับกำร
เปลี่ยนแปลงรอบตัวท่ีรวดเร็ว บนพ้ืนฐำนของกำรมีสถำบันทำงสังคมที่เข้มแข็งท้ังสถำบันครอบครัว
สถำบันกำรศึกษำ สถำบันศำสนำ สถำบันชุมชน และภำคเอกชนท่ีร่วมกันพัฒนำทุนมนุษย์ให้มีคุณภำพสูง อีก
ทงั้ ยังเปน็ ทุนทำงสังคมสำคัญในกำรขบั เคลือ่ นกำรพัฒนำประเทศ มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำ ๕ ประเด็น ดงั นี้๗
๑. คนไทยส่วนใหญม่ ที ัศนคตแิ ละพฤติกรรมตำมบรรทัดฐำนท่ดี ีของสงั คมเพิ่มข้ึน
๒. คนในสงั คมไทยทกุ ช่วงวยั มที กั ษะ ควำมรู้ และควำมสำมำรถทเี่ พ่ิมขนึ้
๓. คนไทยได้รับกำรศึกษำท่ีมีคุณภำพสู.ตำมมำตรฐำนสำกล และสำมำรถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่ำง
ต่อเนอ่ื ง
๔. คนไทยมีสุขภำวะท่ีดขี ึ้น
๕. สถำบันทำงสังคมมีควำมเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำประเทศเพ่ิมขึ้น โดยเฉพำะสถำบัน
ครอบครัว สถำบันกำรศกึ ษำ สถำบันทำงศำสนำ ชุมชน ส่อื มวลชน และภำคเอกชน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชำติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) คณะรัฐมนตรีได้ประชุม
ปรึกษำเม่ือวันท่ี ๑๒ กรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงมติเห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชำติ ฉบับท่ี ๑
(พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๔) เป็นแผนแม่บทระดับชำติ เพ่ือให้ทุกหน่วยงำนใช้ เป็นกรอบแนวคิดและทิศทำงในกำร
ปฏิบัติกำรในกำรส่งเสริมคุณธรรมของคนในชำติ โดยใช้หลักปรัชญำของเศรษฐิกพอเพียง หลักธรรมทำง
๗ แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔, หน้ำ ๖๕.
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๐
ศำสนำ และวิถีวัฒนธรรมไทยอันดีงำม สร้ำงคนให้ “พอเพียง มีวินัย สุจริต จิตอาสา” โดยนำกลไกประชำ
รัฐมำใช้เปน็ แนวทำงในกำรขับเคลอ่ื นแผนแมบ่ ท๘
๑. คนไทยได้ตระหนักในควำมสำคัญของชำติ ยึดมั่นในหลักธรรมทำงศำสนำที่ตนนับถือ และ
จงรักภักดีตอ่ สถำบนั พระมหำกษตั ริย์ ให้คงอยคู่ ู่สังคมไทย อยำ่ งม่ันคงและยั่งยนื
๒. เกิดสังคมคุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยควำมสมำนฉันท์ภำยใต้หลักธรรมทำงศำสนำ ปรัชญำของ
เศรษฐกิจพอเพียง และมีวิถีวัฒนธรรมอันดีงำมตำมแผนยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี และโมเดลประเทศไทย ๔.๐
ด้วยกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งจำกภำยใน เพ่อื วำงรำกฐำนกำรพัฒนำประเทศในระยะยำว
๓. แก้ไขปัญหำวิกฤตคุณธรรมของคนในชำติ ให้ “คุณธรรมนำกำรพัฒนำ”ด้วยกำรบูรณำกำรของ
ทกุ ภำคสว่ นอยำ่ งเปน็ ระบบและต่อเน่ือง
ในแผนแมบ่ ทฯ น้ี ประกอบด้วยวิสัยทัศน์ เปำ้ ประสงค์ พนั ธกิจ ดงั นี้
วสิ ัยทศั น์
“สังคมไทยมีคุณธรรมเป็นรำกฐำนที่สำคัญในกำรดำรงชีวิต สืบสำนควำมเป็นไทยอยู่ร่วมกันด้วย
ควำมสันตสิ ขุ ในประเทศไทย ประชำคมอำเซียนและประชำคมโลกอยำ่ งยง่ั ยนื ”
เป้ำประสงค์
“สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม คนไทยปฏิบัติตนตำมหลักคำสอนทำงศำสนำที่ตนนับถือน้อมนำ
หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำปฏิบัติ ธำรงรกั ษำไวซ้ ึ่งวัฒนธรรมอนั ดีงำมของไทยและอย่รู ่วมกนั ดว้ ยสันติสุข
ในประเทศไทย ประชำคมอำเซยี นและประชำคมโลกอย่ำงยง่ั ยืน”
พันธกิจ
๑. พัฒนำคนให้มคี ุณธรรมตำมหลักธรรมทำงศำสนำ น้อมนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี งมำเป็น
หลกั ในกำรพัฒนำคณุ ภำพชีวิต และดำรงชีวติ ตำมวิถีวฒั นธรรมไทยทดี่ งี ำม
๒. พฒั นำระบบกำรบริหำรจดั กำรดำ้ นกำรสง่ เสริมคณุ ธรรมให้มีประสทิ ธิภำพในมติ ติ ่ำง ๆ
๓. ส่งเสริมให้ทุกภำคส่วนของสังคม ตระหนักและร่วมกันเป็นเครือข่ำยมีส่วนร่วมในกระบวนกำร
ส่งเสริมคุณธรรม เพื่อสร้ำงสังคมคุณธรรมท่ีอยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุข มีธรรมำภิบำลมีควำมสมำนฉันท์และมี
ควำมย่งั ยนื
๔. สง่ เสริมให้ประเทศไทยเปน็ แบบอย่ำงด้ำนคุณธรรมในประชำคมอำเซียนและประชำคมโลก
๒.๔ นโยบำยและจดุ เน้นของกระทรวงศึกษำธกิ ำร๙
เพื่อให้กำรดำเนินกำรจัดกำรศึกษำและกำรบริหำรจัดกำรกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำร ใน
ปีงบประมำณ พ.ศ.๒๕๖๓ มีควำมสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ เป้ำหมำยของแผนแม่บทภำยใต้ ยุทธศำสตร์
๘ แผนแมบ่ ทสง่ เสริมคุณธรรมแหง่ ชำติ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๔.
๙ ประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เร่ือง นโยบำยและจุดเน้นของกระทรวงศึกษำธิกำร ณ วันที่ ๒๑ สิงหำคม พ.ศ.
๒๕๖๒.
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๑
ชำติ วัตถุประสงค์ของแผนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกำรศึกษำ และนโยบำยของรัฐบำล โดยเฉพำะ นโยบำย
เรง่ ดว่ น เรอ่ื งกำรเตรยี มคนสู่ศตวรรษท่ี ๒๑
อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ ๘ และมำตรำ ๑๒ แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำร รำชกำร
กระทรวงศึกษำธิกำร พ.ศ.๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรจึงประกำศนโยบำยและจุดเน้น ของ
กระทรวงศกึ ษำธิกำร ปงี บประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ดงั น้ี
หลักกำร
๑. ให้ควำมสำคัญกับประเด็นคุณภำพและประสิทธิภำพในทุกมิติ ทั้งผู้เรียน ครูและ บุคลำกร
ทำงกำรศึกษำ ข้ำรำชกำรพลเรือน และผู้บริหำรทุกระดับ ตลอดจนสถำนศึกษำทุกระดับทุกประเภท
และเป็นกำรศกึ ษำตลอดชวี ิต
๒. บูรณำกำรกำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงส่วนรำชกำรหลัก องค์กำรมหำชนในกำกับ ของ
รฐั มนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรให้มีควำมคล่องตัว รวมทั้งหน่วยงำนสังกัดกระทรวงศกึ ษำธิกำร ในพ้ืนท่ี
ภมู ิภำคให้สำมำรถปฏิบัติงำนร่วมกันได้ เพื่อดำเนินกำรปฏิรูปกำรศึกษำร่วมกับภำครัฐ ภำคเอกชน และภำค
ประชำชน ตำมนโยบำยประชำรัฐ
ระดับก่อนอนุบำล
เน้นประสำนงำนกับสว่ นรำชกำร และชุมชน ในกำรเตรยี มควำมพร้อมผู้เรียน ในด้ำนสุขภำพและ
โภชนำกำร และจดั ประสบกำรณก์ ำรเรยี นรู้ท่ีเชอ่ื มโยงกบั ระบบโรงเรยี นปกติ
ระดับอนบุ ำล
เนน้ สร้ำงควำมร่วมมือกับพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อออกแบบกิจกรรมกำรพัฒนำ ทักษะที่
สำคัญด้ำนต่ำงๆ เช่น ทักษะทำงสมอง ทักษะควำมคิดควำมจำ ทักษะกำรควบคุมอำรมณ์ ทักษะกำรรู้จักและ
ประเมนิ ตนเอง
ระดบั ประถมศึกษำ
มุ่งคำนงึ ถึงพหุปญั ญำของผู้เรียนรำยบคุ คลที่หลำกหลำยตำมศักยภำพ ดว้ ยจดุ เนน้ ดงั นี้
๑. ปลูกฝังควำมมีระเบยี บวนิ ยั ทัศนคตทิ ถ่ี ูกต้อง โดยใชก้ ระบวนกำรลกู เสือ และยุวกำชำด
๒. เรยี นภำษำไทย เนน้ เพอ่ื ใช้เปน็ เครอื่ งมอื ในกำรเรียนรวู้ ิชำอืน่
๓. เรียนภำษำอังกฤษและภำษำพืน้ ถน่ิ (ภำษำแม)่ เน้นเพอ่ื กำรส่อื สำร
๔. เรียนรู้ด้วยวิธีกำร Active Learning เพ่ือพัฒนำกระบวนกำรคิด กำรเรียนรู้ จำก
ประสบกำรณ์จรงิ หรือจำกสถำนกำรณ์จำลองผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติ และเปิดโลกทัศน์มุมมองร่วมกันของผู้เรียน
และครดู ้วยกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนในเชงิ แสดงควำมคดิ เหน็ ใหม้ ำกข้ึน
๕. สรำ้ งแพลตฟอร์มดจิ ทิ ัลเพอื่ กำรเรียนรู้ และใชด้ ิจทิ ัลเปน็ เครอ่ื งมือกำรเรยี นรู้
๖. จดั กำรเรยี นกำรสอนเพือ่ ฝกึ ทักษะกำรคิดแบบมเี หตผุ ลและเปน็ ขนั้ ตอน (Coding)
๗. พัฒนำครใู หม้ ีควำมชำนำญในกำรสอนภำษำองั กฤษ และภำษำคอมพวิ เตอร์ (Coding)
๘. จัดให้มีโครงกำร ๑ ตำบล ๑ โรงเรียนคุณภำพ โดยเน้นปรับสภำพแวดล้อมทั้งภำยใน และ
ภำยนอกบริเวณโรงเรียนใหเ้ ออื้ ตอ่ กำรสร้ำงคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจิตสำธำรณะ
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๒
ระดบั มัธยมศกึ ษำ
มุ่งตอ่ ยอดระดับประถมศึกษำ ด้วยจุดเน้น ดงั นี้
๑. จัดกำรเรียนรู้ด้วยวิธีกำรทำงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศำสตร์ (STEM) และ
ภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำทีส่ ำม)
๒. จัดกำรเรียนรู้ท่ีหลำกหลำย เพ่ือสร้ำงทักษะพ้ืนฐำนท่ีเช่ือมโยงสู่กำรสร้ำงอำชีพ และกำรมี
งำนทำ เชน่ ทกั ษะดำ้ นกฬี ำทส่ี ำมำรถพัฒนำไปสนู่ กั กีฬำอำชพี ทักษะภำษำเพอื่ เป็นมคั คเุ ทศก์
ระดับอำชีวศึกษำ
มุ่งจัดกำรศึกษำเพ่ือกำรมีงำนทำและสร้ำงนวัตกรรมตำมควำมต้องกำรของพื้นท่ีชุมชน ภูมิภำค
หรอื ประเทศ รวมทั้งกำรเปน็ ผู้ประกอบกำรเอง ด้วยจดุ เนน้ ดังน้ี
๑. จดั กำรศึกษำในระบบทวภิ ำคี ให้ผ้เู รียนมที กั ษะและควำมเชย่ี วชำญเฉพำะดำ้ น
๒. เรียนภำษำอังกฤษ เพ่อื เพ่ิมทกั ษะสำหรับใช้ในกำรประกอบอำชีพ
๓. เรยี นรู้กำรใชด้ ิจทิ ลั เพือ่ ใช้เป็นเครื่องมอื สำหรบั ในกำรสรำ้ งอำชีพ
๔. จดั ต้ังศูนย์ประสำนงำนกำรผลติ และพัฒนำกำลังคนอำชวี ศึกษำในภูมภิ ำค
กำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอัธยำศยั
มุ่งสร้ำงโอกำสใหป้ ระชำชนผเู้ รยี นทสี่ ำเรจ็ หลักสตู ร สำมำรถมีงำนทำ ดว้ ยจดุ เนน้ ดงั นี้
๑. เรยี นร้กู ำรใชด้ ิจทิ ลั เพ่อื ใช้เปน็ เคร่ืองมือสำหรับหำชอ่ งทำงในกำรสร้ำงอำชีพ
๒. จดั ทำหลักสตู รพฒั นำอำชีพทีเ่ หมำะสมสำหรับผ้ทู เ่ี ขำ้ ส่สู ังคมสูงวัย
กำรขบั เคล่ือนสู่กำรปฏบิ ัติ
๑. ทุกหนว่ ยงำนในสังกัดกระทรวงศึกษำธิกำร ต้องปรับปรุงแผนปฏิบัติรำชกำร ให้สอดคล้องกับ
นโยบำยของรัฐบำล และวำงแผนกำรใช้งบประมำณเป็นรำยไตรมำส รวมทั้งใช้จ่ำยงบประมำณให้เป็นไปตำม
กฎหมำย ระเบียบ ขอ้ บังคับทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
๒. จดั ทำฐำนขอ้ มลู (Big Data) ของกระทรวงศกึ ษำธิกำร ให้ครบถว้ น ถูกต้อง ทันสมยั
๓. ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเป็นเครื่องมือในกำรพัฒนำงำนท้ังระบบ เน้นกำรเรียนรู้และกำร
บรหิ ำรจดั กำร
๔. ปรับปรุงโครงสร้ำงของกระทรวงศึกษำธิกำรให้เกิดควำมคล่องตัว หำกติดขัดในเรื่อง
ข้อกฎหมำย ใหผ้ ้บู รหิ ำรระดบั สงู ร่วมหำแนวทำงกำรแกไ้ ขรว่ มกนั
๕. ให้หน่วยงำนระดับกรมกำหนดแผนงำนสนับสนุนทรัพยำกร งบประมำณ อัตรำกำลัง ตำม
ควำมตอ้ งกำรจำเปน็ ใหแ้ กห่ นว่ ยงำนในพน้ื ท่ีภูมภิ ำค
๖. ใชก้ ลไกกองทุนเพอื่ ควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ มำบูรณำกำรกำรดำเนินงำนร่วมกับ หน่วย
จัดกำรศกึ ษำ
๗. เร่งทบทวน (ร่ำง) พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. .... โดยปรับปรุงสำระสำคัญ ให้
เอ้อื ตอ่ กำรขับเคล่อื นนโยบำยของรฐั บำล
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๓
๘. ในระดับพื้นท่ีหำกเกิดปัญหำข้อติดขัดกำรปฏิบัติงำน ต้องศึกษำ ตรวจสอบข้อมูล /
ข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึน เช่น จำนวนเด็กในพ้ืนที่น้อยลง ซึ่งจำเป็นต้องมีกำรควบรวมโรงเรียน ให้พิจำรณำสื่อสำร
อธบิ ำยทำควำมเขำ้ ใจทีช่ ัดเจนกบั ชุมชน
๙. วำงแผนกำรใช้อัตรำกำลังครู โดยเฉพำะครูระดับอนุบำล และครูระดับอำชีวศึกษำ ให้มี
ประสิทธิภำพ และจัดทำแผนกำรประเมินครูอย่ำงเป็นระบบ รวมท้ังจัดทำหลักสูตรกำรพัฒนำครู ให้มีองค์
ควำมรแู้ ละทกั ษะในดำ้ นพหุปญั ญำของผู้เรียน
๑๐. ให้ศึกษำธิกำรจังหวัดจัดทำแผนกำรจัดกำรศึกษำของแต่ละจังหวัด นำเสนอต่อ
คณะกรรมกำรศกึ ษำธิกำรจังหวดั และขับเคลอื่ นส่กู ำรปฏิบัตอิ ยำ่ งเป็นรปู ธรรม
๑๑. ให้ผู้ตรวจรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร และศึกษำธิกำรภำค มีบทบำทหน้ำที่ ตรวจรำชกำร
ตดิ ตำม ประเมินผลในระดับนโยบำย และจัดทำรำยงำนเสนอตอ่ รัฐมนตรีวำ่ กำร กระทรวงศึกษำธิกำร
อน่ึง สำหรับภำรกิจของส่วนรำชกำรหลักและหนว่ ยงำนที่ปฏิบัติงำนตำมปกติ (Function) งำนในเชิง
ยุทธศำสตร์ (Agenda) และงำนในเชิงพ้ืนท่ี (Area) ซึ่งได้ดำเนินกำรอยู่ก่อนน้ัน หำกรัฐบำลหรือ
กระทรวงศึกษำธิกำรมีนโยบำยสำคัญเพิ่มเติมในปีงบประมำณ พ.ศ.๒๕๖๓ นอกเหนือจำกที่กำหนด
หำกมีควำมสอดคล้องกับหลักกำรในข้ำงต้น ให้ถือเป็นหน้ำท่ีของส่วนรำชกำรหลักและหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้อง
จะต้องเร่งรัด กำกับ ติดตำม ตรวจสอบให้กำรดำเนินกำรเกิดผลสำเร็จและมีประสิทธิภำพอย่ำงเป็นรูปธรรม
ด้วยเชน่ กนั
๒.๕ วิสยั ทศั น์มหำวิทยำลัยมหำจฬุ ำลงกรณรำชวทิ ยำลัย
มหำวิทยำลัยพระพทุ ธศำสนำระดบั โลก World University of Buddhism
๒.๖ พนั ธกจิ มหำวทิ ยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย
๑. พัฒนำบัณฑติ ให้มีคณุ ภำพ
๒. พฒั นำงำนวิจัยและนวตั กรรมใหม้ ีคณุ ภำพทัง้ ในระดบั ชำตแิ ละนำนำชำติ
๓. พฒั นำงำนบริกำรวิชำกำรแกส่ ังคมใหม้ ีคุณภำพ เป็นทยี่ อมรบั ในระดับชำติและนำนำชำติ
๔. พัฒนำงำนส่งเสริมพระพุทธศำสนำและทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมให้มีคุณภำพ เป็นท่ียอมรับทั้งใน
ระดบั ชำติและนำนำชำติ
๕. พฒั นำกำรบรหิ ำรจัดกำรองค์กรเชงิ พุทธบูรณำกำร
๒.๗ นโยบำยกำรบริหำรมหำวิทยำลัยจำกอธกิ ำรบดี
๒.๗.๑ จดุ เน้นในทศวรรษหน้ำของมหำวิทยำลัย
๑. MCU Learning Community กำรผลิตบณั ฑิตและกำรวิจัยด้วยกระบวนกำรชุมชนแหง่ กำรเรยี นรู้
๒. Academic Service กำรบรหิ ำรวชิ ำกำร
๓. Buddhist innovation for Mental and Social Development พุทธนวตั กรรมเพ่ือกำรพฒั นำ
จิตใจและสังคม
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๔
๒.๗.๒ จุดเน้นในกำรขบั เคลอ่ื นโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น
๑. พัฒนำคุณภำพพระสอนศีลธรรม เติมเต็มควำมรู้ วิธีกำรวิเครำะห์ วิธีกำรขบธรรมะ หลักธรรมท่ี
สำคัญทำงพระพุทธศำสนำ จัดกิจกรรมทบทวนหลักธรรมทำงพระพุทธศำสนำให้พระสอนศีลธรรมมีควำม
แมน่ ยำในพระปริยตั ธิ รรม
๒. พัฒนำทักษะกำรจัดกำรเรียนกำรสอนดว้ ยวธิ ี Active Learning ให้พระสอนศีลธรรม
๓. ศกึ ษำหำแนวทำงกำรปรบั เพม่ิ คำ่ ตอบแทนประจำเดอื นให้พระสอนศีลธรรมให้มำกกว่ำที่ไดร้ บั อยู่
๒.๗.๓ กำรดำเนนิ งำนสถำนศึกษำวถิ ีพุทธ
๑. ด้ำนกำยภำพ กำรเป็นสถำนศึกษำวถิ ีพุทธ ต้องสะท้อนเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ออกมำให้เห็นชัดเจน
เทยี บเคียงกบั องค์ประกอบพระพุทธศำสนำทส่ี ำคัญทสี่ ะท้อนควำมเปน็ พระพุทธศำสนำ ๔ ประกำร คือ
๑) ศำสนบุคคล รปู รำ่ งหนำ้ ตำ กำรแต่งองค์ทรงเคร่อื ง
๒) ศำสนสถำน ภมู ิทศั น์
๓) ศำสนวตั ถุ วสั ดอุ ุปกรณ์
๔) ศำสนพธิ ี กจิ กรรมพิธีกรรม
๒. ด้ำนจินตภำพ เอำหลักสำมไตรของหลวงพ่อสมเดจ็ พระพทุ ธโฆษำจำรย์ (ป.อ.ปยุตโต) มำใช้ คือ
๑) ไตรรตั น์ ใหเ้ กดิ ศรัทธำเลอ่ื มใสในพระรัตนไตร
๒) ไตรลกั ษณ์ ใหเ้ ขำ้ ใจควำมเปน็ ไปของชวี ติ
๓) ไตรสิกขำ ใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ำมหลักไตรสิกขำ ศีล สมำธิ ปญั ญำ
๒.๘ แผนพัฒนำมหำวทิ ยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย ระยะท่ี ๑๒๑๐ (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)
๒.๘.๑ ยุทธศำสตร์ เป้ำประสงค์ในแผนพัฒนำมหำวทิ ยำลัยฯ ระยะท่ี ๑๒
ยทุ ธศำสตร์ เป้ำประสงค์
๑ พัฒนำบัณฑติ ใหม้ ีคุณภำพ ๑.๑ บัณฑิตมีคุณลักษณะตำมนวลักษณ์ และกรอบมำตรฐำนคุณวุฒิ
ระดบั อุดมศกึ ษำแหง่ ชำติ (TQF:HEd)
๑.๒ หลักสูตรมีกำรบูรณำกำรหลักพุทธศำสนำกับศำสตร์สมัยใหม่ที่
เป็นนวตั กรรมเพือ่ พัฒนำจติ ใจและกำรอยู่ร่วมกันอยำ่ งสนั ติสขุ
๑.๓ อำจำรย์มคี วำมรู้ควำมเชย่ี วชำญในศำสตร์และมีทักษะในกำรจัด
กระบวนกำรเรยี นรู้ท่ีทันสมัย
๑.๔ ทรัพยำกรกำรเรยี นรู้เพียงพอและเหมำะสม
๑๐ แผนพัฒนำมหำวิทยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลัย ระยะท่ี ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๕
๒ พัฒนำงำนวิจัยและนวัตกรรมให้มี ๒.๑ ผลงำนวิจัย งำนสร้ำงสรรค์และนวัตกรรมทำงพระพุทธศำสนำ
คณุ ภำพท้ังในระดับชำตแิ ละนำนำชำติ เชิงบูรณำกำรสง่ ผลต่อกำรพัฒนำจิตใจและสังคมอยำ่ งยั่งยนื
๒.๒ ผลงำนวิจัย งำนสร้ำงสรรค์และนวัตกรรมได้รับกำรตีพิมพ์
เผยแพร่ ท้งั ในระดบั ชำตแิ ละนำนำชำติ
๒.๓ ผลงำนวิจัย งำนสร้ำงสรรค์และนวัตกรรมได้รับกำรอ้ำงอิงหรือ
นำไปใช้ประโยชน์ในกำรพัฒนำจิตใจและสังคมทั้งในระดับชำติและ
นำนำชำติ
๓ พัฒนำงำนบริกำรวิชำกำรแก่สังคม ๓.๑ ผลงำนบริกำรวิชำกำรแก่สังคมมีคุณภำพ เป็นท่ียอมรับใน
ให้ มี คุ ณ ภ ำ พ เป็ น ที่ ย อ ม รั บ ใน ระดับชำตแิ ละนำนำชำติ
ระดบั ชำติและนำนำชำติ ๓.๒ งำนบริกำรวิชำกำรแกส่ ังคมบูรณำกำรกับกำรเรียนกำรสอน กำร
วิจยั และทะนบุ ำรงุ ศลิ ปวฒั นธรรม
๔ พัฒนำงำนส่งเสริมพระพุทธศำสนำ ๔.๑ ผลงำนดำ้ นพระพุทธศำสนำและศิลปวัฒนธรรมมีคุณภำพ เป็นท่ี
และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมให้มี ยอมรับในระดบั ชำติและนำนำชำติ
คุณภำพเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชำติ ๔.๒ นวัตกรรมด้ำนพระพุทธศำสนำและศิลปวัฒนธรรมที่เกิดจำก
และนำนำชำติ กำรบูรณ ำกำรงำนส่งเสริมพ ระพุทธศำสนำและทะนุบำรุง
ศลิ ปวัฒนธรรมกับกำรเรยี นกำรสอน กำรวิจัยและกำรบริกำรวิชำกำร
แกส่ งั คม
๕ พัฒนำกำรบริหำรจัดกำรองค์กรเชิง ๕.๑ กำรบริหำรจัดกำรองค์กรโดยใช้หลักพระพุทธศำสนำบูรณำกำร
พทุ ธบรู ณำกำร กับกำรบรหิ ำรจดั กำรสมัยใหม่
๒.๙ เอกลกั ษณ์ อัตลกั ษณข์ องมหำวิทยำลัย และอตั ลกั ษณบ์ ณั ฑิต๑๑
เอกลกั ษณ์ของมหำวิทยำลยั
“บรกิ ำรวชิ ำกำรด้ำนพระพุทธศำสนำ”
อตั ลกั ษณ์ของมหำวทิ ยำลยั
“ประยกุ ตพ์ ระพุทธศำสนำเพื่อพัฒนำจิตใจและสังคม”
อัตลักษณ์บัณฑติ ของมหำวิทยำลยั
“มีศรัทธำอทุ ศิ ตนเพื่อพระพทุ ธศำสนำ”
๑๑ มตอิ นุมตั ใิ ห้กำหนดเอกลกั ษณ์มหำวทิ ยำลัย อัตลกั ษณ์มหำวิทยำลยั และอตั ลักษณ์บณั ฑติ มหำวทิ ยำลัยมหำจุฬำ
ลงกรณรำชวทิ ยำลัย ในครำวประชมุ สภำมหำวิทยำลยั ครัง้ ที่ ๗/๒๕๕๔ เมอื่ วนั ที่ ๒๘ ธนั วำคม ๒๕๕๔
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๖
๒.๑๐ ผลกำรประเมินคณุ ภำพกำรศึกษำภำยใน มหำวิทยำลัยดำ้ นกำรบริกำรวิชำกำรแกส่ ังคมและชุมชน
ประจำปีกำรศึกษำ ๒๕๖๑
๑. มหำวิทยำลัยมีโครงกำรบริกำรวิชำกำรตำมแผนปฏิบัติกำรเป็นจำนวนมำก เป็นโครงกำรที่
สะท้อน ปรชั ญำท่ีกล่ำวถึง “กำรจัดกำรศึกษำพระพุทธศำสนำ บูรณำกำรกับศำสตร์สมัยใหม่ พัฒนำจิตใจและ
สังคม” เป็นโครงกำรท่ีดำเนินกำรอย่ำงต่อเน่ืองและมีกำรพัฒนำงำน แต่ควำมเช่ือมโยงกับภำรกิจอ่ืน ๆ ยังไม่
ชัดเจน ท้ังนี้ หำกได้มีกำรทบทวนและจัดระบบโครงกำรบริกำรวิชำกำร โดยยึดหลักกำรบูรณำกำรใน ๒
ลกั ษณะ ก็จะ ทำให้งำนบริกำรวิชำกำรเกิดผลเป็นอย่ำงมำก คอื (๑) บูรณำกำรกับภำรกิจด้ำนอ่นื ๆ อย่ำงน้อย
๑ ดำ้ น (๒) บรู ณำกำรกำรทำงำนระหวำ่ งศำสตร์ตำ่ ง ๆ ผำ่ นบุคลำกรท่เี ป็นผู้เช่ียวชำญท้งั ภำยในและภำยนอก
๒. โครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเป็นโครงกำรท่ีต่อเน่ืองถึง ๑๐ ปี ครอบคลุม ๗๗
จังหวัด มี พระสอนศีลธรรมท่ัวประเทศถึง ๑๘,๐๐๐ รูป มีเครือข่ำยกำรทำงำนระดับชำติให้กำรสนับสนุนทั้ง
ด้ำนวิชำกำร กำรขับเคลื่อนงำนและงบประมำณ ที่สำคัญคือมคี วำมมุ่งมัน่ พยำยำมในกำรขับเคล่อื นและพัฒนำ
งำนสู่กำร พฒั นำพระผูส้ อนและกลยทุ ธก์ ำรสอน เพ่ือให้ผู้เรยี นมีควำมเขำ้ ใจหลักธรรมและเชือ่ มโยงหลกั ธรรมสู่
กำรใช้ แก้ปัญหำและพัฒนำชีวิตให้เหมำะสมยิ่งข้นึ ท้ังน้ี หำกได้ปรับระบบและกระบวนกำรดำเนินกำรก็จะทำ
ให้ โครงกำรนี้เกดิ ผลยงิ่ ขึน้ ดงั น้ี
แนวทำงเสรมิ จดุ แขง็ / แนวทำงกำรดำเนนิ งำน ตัวชวี้ ัดควำมสำเสร็จ/ ผ้รู บั ผิดชอบ
ขอ้ เสนอแนะในกำรปรบั ปรุง คำ่ เปำ้ หมำย/
ระยะเวลำ
๑) จัดระบบเทคโนโลยสี ำรสนเทศ ๑ . จั ด ร ะ บ บ เ ท ค โ น ยี ตวั ชวี ดั ผรู้ ับผดิ ชอบ
ท่ีสำมำรถสืบค้นข้อมูลกำรทำงำน สำรสนเทศท่ีสำมำรถสืบค้น ควำมสำเรจ็ : นโยบำย
ผลงำนและปัญหำของครูพระสอน ข้อมูกำรทำงำนผลงำนและ รอ้ ยละของพระสอน รองอธกิ ำรบดี
ศีลธรรมเพ่ือจะได้นำมำใช้งำนใน ปั ญ ห ำ ข อ ง ค รู พ ร ะ ส อ น ศีลธรรมท่ีมีคุณภำพ ฝ่ำยบรหิ ำร
กำรตัดสินใจบริหำรโครงกำร ศีลธรรม เพ่ือจะได้นำมำใช้ใน ตำมเกณฑ์
แก้ไข ช่วยเหลือและพัฒนำงำนได้ กำรตัดสินใจบริหำรโครงกำร ผูร้ บั ผิดชอบ
ดขี น้ึ แก้ไขช่วยเหลือและพัฒนำ ค่ำเป้ำหมำย : ปฏิบตั ิกำร
งำนได้ดีขนึ้ รอ้ ยละ ๘๐ สำนกั งำนพระ
๒) จัดทำตัวช้ีวัด แสดงบทบำท ๒ . จั ด ท ำ ตั ว ช้ี วั ด แ ส ด ง สอนศลี ธรรม
ภำรกิจในกำรทำงำน จัดกำรเรียน บทบำทภำรกิจในกำรทำงำน ระยะเวลำ :
กำรสอนและเกณฑ์คุณ ภำพที่ จัดกำรเรียนกำรสอนและ พฤศจิกำยน ๒๕๖๑ –
ชัดเจนของพระสอนศีลธรรม โดย เกณฑ์คุณภำพที่ชัดเจนของ พฤษภำคม ๒๕๖๒
แ ย ก ร ะ ห ว่ ำ ง ก ำ ร ท ำ งำ น ใน พระสอนศีลธรรม โดยแยก
โรงเรียนท่ัวไปและโรงเรียนวิถี ระหวำ่ งกำรทำงำนในโรงเรยี น
พุทธ เพ่ือใช้ประโยชน์ในกำร ทั่วไปและโรงเรียนวิถีพุทธ
พัฒนำตนเองสู่เกณฑ์คุณภำพกำร เพ่ือใช้ประโยชน์ในกำรพัฒนำ
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๗
แนวทำงเสริมจุดแข็ง/ แนวทำงกำรดำเนนิ งำน ตวั ชว้ี ดั ควำมสำเสร็จ/ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ขอ้ เสนอแนะในกำรปรบั ปรุง คำ่ เป้ำหมำย/
ระยะเวลำ
ประเมินตนเองและกำรประเมิน ตนเองสู่เกณฑ์คุณภำพ กำร
ผเู้ ก่ียวข้อง ประเมินตนเองและกำรและ
กำรของผู้เกย่ี วขอ้ ง
๓) จัดระบบพัฒนำครูพระสอน ๓. จัดระบบพัฒนำครูพระ
ศีลธรรม เน้นไปสู่กำรจัดกำร ส อ น ศี ล ธ ร รม เน้ น สู่ ก ำร
เรียนร้เู พ่ือให้ผู้เรียนมีควำมรู้ควำม จัดกำรเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมี
เข้ ำ ใจ ห ลั ก ธ ร รม ที่ เชื่ อ ม โย ง ควำมร้คู วำมเขำ้ ใจหลักธรรมท่ี
หลักธรรมสู่กำรแก้ไขปัญหำรและ เชื่อมโยมหลักธรรมสู่กำร
กำรพัฒ นำชีวิต โดยเน้นส่ือที่ แก้ไขปัญหำและกำรพัฒนำ
น่ำสนใจ ส่ือเทคโนโลยี กิจกรรม ชวี ติ โดยเน้นส่ือทีน่ ำ่ สนใจ สื่อ
กำรเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อกำร เท ค โน โล ยี กิ จ ก รรม ก ำร
เรียนรู้และกำรนำไปใช้โดยอำจจะ เรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อกำร
ต้องจัดระบบท่ีชัดเจน กำรเรียนรู้ เรียนรู้และกำรนำไปใช้ โดย
จำกกันและกัน ระบบพ่ี เลี้ยง อำจจะต้องจัดระบบท่ีชัดเจน
ระบบกำรสร้ำงเครอื ข่ำย ก ำ ร เรี ย น รู้ จ ำ ก กั น แ ล ะ กั น
ระบบพี่เล้ียง ระบบกำรสร้ำง
เครือขำ่ ย
๔) เพ่ิมงบประมำณในกำรบริหำร ๔. เพิ่มงบประมำณในกำร
จัดกำรวิชำกำรและกำรพัฒนำ บริหำรจัดกำรวิชำกำรและ
บุคลำกรให้มำกขึ้น เนื่องจำกใน กำรพฒั นำบคุ ลำกรให้มำกข้ึน
ปัจจุบันใช้งบประมำณในส่วนน้ี
เพียงรอ้ ยละ ๘.๔๓
๒.๑๑ โครงสร้ำงองคก์ ร มหำวิทยำลัยมหำจฬุ ำลงกรณรำชวิทยำลัย
มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลัยสถำปนำขนึ้ ตำมพระรำชปณิธำนของล้นเกลำ้ รัชกำลท่ี ๕
มงุ่ ให้เป็นสถำนศกึ ษำพระไตรปฎิ กและวิชำช้ันสูงสำหรับพรรพชิตและคฤหสั ถ์ และมหำวิทยำลัยใช้เปน็ ปณิธำน
กำรดำเนินภำรกิจจวบจนปัจจุบัน ตลอดถึงกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับท่ีเกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนว
ทำงกำรจัดทำแผนพัฒนำมหำวิทยำลัย เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจที่ได้ประกำศไว้ ซ่ึงนำใช้ประกอบกำร
พิจำรณำจดั ทำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม ดังแสดงในแผนภำพท่ี ๒.๑
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๘
แผนภำพที่ ๒.๑ โครงสร้ำงองคก์ รมหำวทิ ยำลัยมหำจุฬำลงกรณรำชวทิ ยำลัย
๒.๑๒ สำยโซค่ ุณค่ำ มหำวิทยำลัยมหำจฬุ ำลงกรณรำชวิทยำลยั
กระบวนกำรบริหำรจัดกำรภำยใน ท่ีช่วยส่งเสริมพันธกิจของมหำวิทยำลัย ในกำรขับเคล่ือนไปสู่
วิสัยทัศน์ของมหำวิทยำลัยในกำรที่จะเป็น “มหำวิทยำลัยพระพุทธศำสนำระดับโลก” กระบวนกำรส่งเสริม
พระพุทธศำสนำและบริกำรวิชำกำรแก่สังคมและชุมชนเป็นกระบวนกำรสำคัญอย่ำงหนึ่งท่ีช่วยขับเคล่ือน
พนั ธกิจของมหำวิทยำลยั ให้เป็นไปในทิศทำงเดยี วกนั ดังแสดงในแผนภำพที่ ๒.๒
มหาวิทยาลยั
แผนภำพที่ ๒.๒ สำยโซ่คุณคำ่ มหำวทิ ยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๑๙
๒.๑๓ กำรวิเครำะหข์ อ้ มลู สภำพแวดลอ้ ม (SWOT)
กำรจัดทำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) มีควำมจำเป็นต้องคำนึงถึง
บรบิ ทของสภำพแวดล้อม ท่ีจะส่งผลต่อกำรกำหนดยุทธศำสตร์ และศักยภำพในกำรขับเคลื่อนกำรดำเนินงำน
ให้เกิดประสิทธิผล ฉะน้ัน คณะทำงำนจัดทำแผนแม่บทฯ จึงได้วิเครำะห์สภำพแวดล้อมและศักยภำพจำก
รำยงำนผลกำรดำเนินงำนโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนในระยะที่ผ่ำนมำ ทบทวนกฎหมำย กฎ
ระเบียบ ข้อบังคับท่ีเกี่ยวข้องทั้งภำครัฐ และคณะสงฆ์ สัมภำษณ์ผู้บริหำรระดับสูงของมหำวิทยำลัย ระหว่ำง
วันที่ ๗ พฤษภำคม ถึงวันท่ี ๖ กรกฎำคม ๒๕๕๙ และทบทวนอีกวำระหนึ่งวันที่ ๙ – ๑๐ ตุลำคม ๒๕๖๒ ใน
๔ ดำ้ น คอื จดุ แข็ง จดุ ออ่ น โอกำส และภำวะคกุ คำม โดยมรี ำยละเอยี ดดงั ปรำกฎในตำรำงท่ี ๒.๑
จุดแขง็ (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses)
๑. พระสอนศีลธรรมมีจิตสำธำรณะ มุ่งมั่น ตั้งใจเผยแผ่ ๑. งบประมำณสำหรับบริหำรเชิงวิชำกำรมีสัดส่วนท่ีน้อย
พระพุทธศำสนำในสถำนศึกษำโดยไม่เห็นแก่ควำม และค่ำตอบแทนพระสอนศีลธรรมประจำเดือนต่อรูปเป็น
ยำกลำบำก จำนวนเงินทีน่ ้อย
๒. มีระบบกำรกระจำยภำระงำนพร้อมทั้งงบประมำณให้ ๒. แผนพัฒนำสมรรถนะพระสอนศีลธรรมที่กำหนดค่ำ
หน่วยจัดกำรศึกษำของมหำวิทยำลัยระดับภูมิภำครับไป เปำ้ หมำย ตวั ช้ีวัดเชงิ คณุ ภำพดำ้ นระดบั สมรรถนะของพระ
ดำเนินกำรขบั เคล่อื นใหเ้ กดิ ผลในพ้ืนท่ี สอนศีลธรรมเพือ่ กำรวดั ประเมนิ ผล
๓. มีระบบจัดกำรฐำนข้อมูลพระสอนศีลธรรมด้วยเทคโนโลยี ๓. ไม่มีแผนพัฒนำบุคลำกรท่ีเป็นระบบ ไม่มีระบบกำรสร้ำง
ที่ ส ำม ำรถ เช่ื อ ม โย งกั บ ห น่ วย จั ด ก ำรศึ ก ษ ำข อ ง แรงจูงใจเพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธิภำพกำรทำงำน ระบบสวสั ดกิ ำร
มหำวทิ ยำลยั ในระดับภูมภิ ำค บุคลำกรระดับภูมิภำค ไม่เอ้ือต่อกำรสร้ำงแจงจูงใจ หรือ
ควำมมน่ั คงในอำชพี
๔. กระบวนกำรเผยแผ่ผลงำนกำรจัดกำรควำมรู้ที่เป็นระบบ
และกำรพฒั นำองค์ควำมรทู้ ีจ่ ดั เก็บรวบรวมให้ใหมอ่ ยเู่ สมอ
โอกำส (Opportunities) ภำวะคกุ คำม (Threats)
๑. รัฐให้กำรสนับสนุน มีนโยบำยส่งเสริมให้พระเข้ำไปมี ๑. ประชำกรพระสงฆล์ ดจำนวนลง สง่ ผลให้ขำดบุคลำกรทีจ่ ะ
บทบำทในกำรช่วยสอนศีลธรรมในสถำนศึกษำอย่ำง เข้ำมำรับบทบำทเป็นพระสอนศีลธรรม (อ้ำงอิงสถิติ
ต่อเนื่อง คณะสงฆ์ให้ควำมสำคัญกับพระสอนศีลธรรม มี พระภิกษุจำพรรษำ ของกรมกำรศำสนำ ๕ ปียอ้ นหลัง)
นโยบำยส่งเสรมิ กำรปฏบิ ัติหน้ำท่ีของพระสอนศลี ธรรม
๒. กำรขับเคล่ือนศีลธรรมเป็นงำนที่สร้ำงคุณค่ำที่เกิด ๒. กำรเปลีย่ นแปลงทำงเศรษฐกจิ กำรเมือง และสังคมเปน็ ไป
ประโยชน์ให้กับสังคมทุก ๆ ระดับ เป็นควำมคำดหวังของ อย่ำงรวดเร็ว ทำให้กำรบริหำรจัดกำรของมหำวิทยำลัย
สงั คมท่ีจะช่วยสร้ำงสันติสุข ตอ้ งปรับให้ทนั ต่อกำรเปล่ยี นแปลง
๓. มีหน่วยงำนเครือข่ำยร่วมขับเคล่ือนทั้งภำยในและ ๓. ศำสนำอื่น ๆ เข้ำมำมีบทบำทในกำรกำหนดระเบียบ
ภำยนอก เช่น ภำคบริหำรกำรศึกษำ คณะครุศำสตร์, ข้อบังคับต่ำง ๆ เชิงนโยบำยระดับสูง โดยเฉพำะด้ำน
ป.ป.ส., ป.ป.ช., สำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ, กำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำนของชำติ
กรมกำรศำสนำ กระทรวงวัฒ นธรรม , สำนักงำน
คณะกรรมกำรศึกษำขึ้นพื้นฐำน และมหำวิทยำลัยมหำม
กฏุ รำชวิทยำลยั
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๐
๔. สถำนศึกษำมีควำมต้องกำรพระสอนศีลธรรม ให้เข้ำไป
ช่วยสอนศลี ธรรมจำนวนมำก
ตำรำงที่ ๒.๑ วิเครำะห์องค์กร
คณะทำงำนจัดทำแผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม ได้วิเครำะห์สภำพแวดลอ้ มท่ีมีต่อโครงกำร
พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน (SWOT Analysis) วิเครำะห์ให้เห็นถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกำส และอุปสรรค
จำกนั้นนำข้อมูลท้ังหมดมำวิเครำะห์ในรูปแบบควำมสัมพันธ์ โดยใช้เครื่องมือ TOWS Matrix เพ่ือให้ทรำบถึง
สภำวกำรณ์ในปัจจุบัน และนำผลกำรวิเครำะห์ท่ีได้ไปจัดทำเป็นแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม โดย
วิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ของข้อมูลในแต่ละคู่สัมพันธ์ ทำให้เกิดกลยุทธ์สำคัญ คือ กลยุทธ์เชิงรุก (SO) กลยุทธ์
เชิงป้องกัน (WO) กลยุทธ์เชิงแก้ไข (ST) กลยุทธ์เชิงรับ (WT) สำมำรถกำหนดเป็นยุทธศำสตร์ เป้ำประสงค์
ตวั ช้ีวดั กลยุทธ์ และโครงกำร/กจิ กรรม ให้สำมำรถดำเนินงำนได้เปน็ ไปตำมวสิ ยั ทัศน์ได้ตงั้ ไว้
SO Strategies กลยุทธเ์ ชงิ รุก WO Strategies กลยทุ ธเ์ ชงิ ป้องกัน
๑.ยกระดบั ควำมพงึ พอใจ / ควำมเชอื่ มัน่ ในโครงกำร ๑.พัฒนำสมรรถนะพระสอนศลี ธรรมและบคุ ลำกร
๒.ยกระดบั ควำมรว่ มมือเครือข่ำยสง่ เสริมศลี ธรรม ๒.ยกระดบั ระบบบริหำร โครงสรำ้ ง อัตรำกำลังให้มี
ประสิทธภิ ำพตำมหลกั ธรรมำธบิ ำล
ST Strategies กลยุทธ์เชิงแกไ้ ข WT Strategies กลยุทธ์เชิงรับ
๑.ยกระดบั กระบวนกำรกำรสรรหำ คดั เลือกพระสอนศลี ธรรมให้มี ๑.สง่ เสรมิ แนวทำงกำรสรำ้ งขวัญกำลงั ใจพระสอนศลี ธรรม
ประสิทธภิ ำพ และบุคลำกร
๒.พฒั นำควำมรว่ มมอื กับกระทรวงศึกษำธกิ ำร ๒.ยกระดับกระบวนกำรจัดกำรควำมรู้ให้มปี ระสทิ ธิภำพ
ตำรำงที่ ๒.๒ วเิ ครำะห์ควำมสมั พนั ธท์ ำงเลือกในกำรจัดทำแผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม
สรุปผลวิเครำะห์สภำพแวดล้อม (SWOT Analysis) โดยวิเครำะห์ให้เห็นถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกำส
และอุปสรรค และวิเครำะห์ในรูปแบบควำมสัมพันธ์แบบเมตริกซ์ โดยใช้ TOWS Matrix หรือ TOWS
Analysis เพื่อให้ทรำบถึงสภำวกำรณ์ในปัจจุบัน ดังกล่ำวข้ำงต้นแล้วนำผลกำรวิเครำะห์ ที่ได้จัดทำเป็นแนว
ทำงกำรจดั ทำแผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มหำวิทยำลยั มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลยั ดงั นี้
๑. พฒั นำและวำงระบบบริหำรโครงกำรพระสอนศีลธรรม ใหท้ ันสมัย โปรง่ ใส ตรวจสอบได้
๒. สร้ำงองค์กรแห่งกำรเรยี นรเู้ ชงิ พุทธ
๓. เสริมและจดั กำรสมมรรถนะพระสอนศีลธรรมและบุคลำกรให้มีควำมเปน็ มืออำชีพวถิ ีพทุ ธ
๔. เพ่ิมคุณค่ำและควำมผูกพันให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (พระสอนศีลธรรม, บุคลำกร,
สถำนศึกษำ, คณะสงฆ์)
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๑
แผนผังกรอบแนวคดิ กำรจดั ทำแผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศีลธรรม (พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙)
ดังแสดงในแผนภำพที่ ๒.๓
หลกั ปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพยี งในรชั กำลที่ ๙ แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม
พระบรมรำโชวำทด้ำนกำรศึกษำในรชั กำลที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๕๖๓ - ๒๕๖๙)
นโยบำยของรฐั บำล (๒๕๖๒) คณะกรรมกำรบรหิ ำรโครงกำร
ยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) พระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น
แผนกำรศกึ ษำแหง่ ชำติ (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) พิจำรณำให้ควำมเห็นชอบ
นโยบำยและจุดเนน้ ของ ศธ. (พ.ศ.๒๕๖๓)
วเิ ครำะห์ / สังเครำะห์
แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชำติ คณะทำงำนจัดทำแผนแม่บทสำนกั งำน
ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)
พระสอนศลี ธรรม
แผนแมบ่ ทสง่ เสริมคุณธรรมแหง่ ชำติ สัมภำษณผ์ ู้บรหิ ำรมหำวิทยำลยั
ฉบบั ที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) และผ้มู สี ว่ นไดส้ ่วนเสีย
แผนพัฒนำมหำวทิ ยำลัย สรุปผลกำรดำเนินงำน
ระยะท่ี ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) โครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น
ระยะ ๓ ปยี อ้ นหลัง
แผนภำพท่ี ๒.๓ แผนผงั กรอบแนวคิดกำรจัดทำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๒
ส่วนท่ี ๓
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศีลธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
๓.๑ วิสยั ทศั น์ แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
“เปน็ พลงั ขับเคลื่อนศลี ธรรมในสถำนศึกษำ”
๓.๒ แผนที่ยุทธศำสตร์ แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๓
๓.๓ ยุทธศำสตร์ กลยทุ ธ์ ตัวชว้ี ดั และโครงกำร
กลยทุ ธ์ ตัวชี้วัด โครงกำร
ยุทธศำสตร์ที่ ๑ พัฒนำและวำงระบบบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมใหท้ นั สมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้
๑.๑ พฒั นำระบบกำรบรหิ ำร ๑.๑.๑ ร้อยละควำมสำเรจ็ ของกำร ๑.๑.๑ โครงกำรพัฒนำระบบบริหำรโครงกำรแบบมี
อตั รำกำลัง โครงสร้ำงให้เพียงพอ พฒั นำระบบกำรบริหำร โครงกำร ส่วนร่วม
และยดึ หยุ่น
๑.๒ พฒั นำสำรสนเทศโครงกำรพระ ๑.๒.๑ รอ้ ยละความสาเร็จของการ ๑.๒.๑ โครงการจดั ทาฐานขอ้ มลู โครงการพระสอน
ศีลธรรมในโรงเรยี น (Big Data)
สอนศีลธรรมในโรงเรยี น พฒั นาระบบสารสนเทศ (IT)
๑.๒.๒ ระดับความพงึ พอใจผู้ใช้บริการ
ระบบสารสนเทศ (IT)
ยทุ ธศำสตรท์ ่ี ๒ สร้ำงองค์กรแหง่ กำรเรยี นรเู้ ชิงพุทธ
๒.๑ ยกระดบั กำรบริหำรควำมรู้ ๒.๑.๑ ร้อยละแนวปฏบิ ัตทิ ่ีดี ๒.๑.๑ โครงกำรจดั กำรควำมรู้ (Knowledge
องคก์ ร (Best Practice) ท่ีนำไปปฏบิ ัติ Management)
๒.๑.๒ ร้อยละองคค์ วำมรทู้ ี่เผยแพร่ตอ่
สำธำรณะต่อบคุ ลำกรท้งั หมด
๒.๑.๓ ร้อยละองค์ควำมรทู้ ่ีเผยแพรต่ อ่
สำธำรณะตอ่ พระสอนศลี ธรรมทงั้ หมด
ยทุ ธศำสตรท์ ี่ ๓ เสรมิ และจัดกำรสมรรถนะพระสอนศลี ธรรมและบุคลำกรให้มีควำมเปน็ มอื อำชพี วถิ ีพุทธ
๓.๑ พัฒนำพระสอนศลี ธรรม ๓.๑.๑ จำนวนพระสอนศลี ธรรมทมี่ ี ๓.๑.๑ โครงกำรพัฒนำสมรรถนะพระสอนศลี ธรรม
สมรรถนะสงู
๓.๑.๒ รอ้ ยละควำมสำเร็จตำม
แผนพฒั นำพระสอนศลี ธรรม
๓.๒ ยกระดบั บุคลำกรสคู่ วำมเปน็ มือ ๓.๒.๑ รอ้ ยละบคุ ลำกรมคี วำมสำมำรถ ๓.๒.๑ โครงกำรพัฒนำบุคลำกรมอื อำชพี วิถีพทุ ธ
อำชพี เปน็ มอื อำชพี
ยุทธศำสตรท์ ่ี ๔ เพ่มิ คุณค่ำและควำมผูกพันให้กับผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทุกกลุ่ม (พระสอนศีลธรรม, บุคลำกร, สถำนศึกษำ,
คณะสงฆ,์ พลงั บ ว ร)
๔.๑ เสรมิ สรำ้ งคณุ ค่ำและควำม ๔.๑.๑ จำนวนสถำนศึกษำทผ่ี ่ำนกำร ๔.๑.๑ โครงกำรเสรมิ สร้ำงคุณคำ่ และควำมผกู พัน
ผูกพนั ประเมินอตั ลักษณว์ ิถพี ทุ ธ
๔.๒ สร้ำงแรงจงู ใจสู่วสิ ยั ทัศนอ์ งคก์ ร ๔.๒.๑ จำนวนพระสอนศลี ธรรม ๔.๒.๑ โครงกำรพระสอนศลี ธรรมต้นแบบ
ต้นแบบ
๔.๒.๒ ร้อยละควำมสำเร็จของกำรมีกจิ กรรม ๔.๒.๒ โครงกำรเผยแผผ่ ลงำนพระสอนศลี ธรรม
รว่ มกันกับเครือขำ่ ย
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๔
๓.๔ ยทุ ธศำสตร์ กลยุทธ์ ตัวชีว้ ดั แผนงำน/โครงกำร/กิจกรรม
โครงกำร/กจิ กรรม และแผนกำรดำเนนิ งำนในแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศ
ยุทธศำสตร์ที่ ๑ พฒั นำและวำงระบบบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรม ใหท้ นั ส
กลยทุ ธ์ที่ รหสั ตัวช้วี ัดที่ เป้ำหม
ตวั ชีว้ ัด ๖๓ ๖๔ ๖๕ ๖
๑.๑ พัฒนำระบบกำรบริหำร ๑๒SP ๑.๑.๑ ร้อยละควำมสำเร็จของ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑
อัตรำกำลัง โครงสร้ำงให้ ๐๑ กำรพัฒนำระบบกำรบริหำร
เพียงพอ และยึดหยนุ่ โครงกำร
๑ .๒ พั ฒ น ำ ส ำ รส น เท ศ ๑๒SP ๑.๒.๑ ร้อยละควำมสำเร็จของ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑
โครงกำรพระสอนศีลธรรมใน ๐๒ กำรพฒั นำระบบสำรสนเทศ (IT)
โรงเรยี น
๑๒SP ๑.๒.๒ ระดับความพึงพอใจ ๗๕ ๗๕ ๗๕ ๗
๐๓ ผูใ้ ชบ้ รกิ ารระบบสารสนเทศ (IT)
ตำรำงท่ี ๓.๒ ยุทธศำสตรท์ ่ี ๑ พัฒนำและวำงระบบบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรม ใหท้ ันสมัย โปร่งใส
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร
ศีลธรรม พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
สมยั โปรง่ ใส ตรวจสอบได้
มำย (พ.ศ.) แผนงำน/โครงกำร/ ผ้รู ับผิดชอบ
๖๖ ๖๗ ๖๘ ๖๙ กิจกรรม
๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ โครงกำรพัฒนำระบบบริหำรโครงกำร กลมุ่ งำนบรหิ ำร
แบบมีส่วนรว่ ม ศอก.ส่วนภูมภิ ำค
๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ โครงกำรจัดทำฐำนข้อมูลโครงกำรพระ กล่มุ งำนแผนงำนและประเมนิ ผล
สอนศีลธรรมในโรงเรียน (Big Data) ศอก.ส่วนภูมภิ ำค
๗๕ ๗๕ ๗๕ ๗๕
ตรวจสอบได้
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๕
ยุทธศำสตรท์ ี่ ๒ สร้ำงองคก์ รแห่งกำรเรียนรู้เชงิ พุทธ
กลยทุ ธท์ ่ี รหัส ตัวชี้วัดท่ี เปำ้ หม
ตวั ชีว้ ดั ๖๓ ๖๔ ๖๕ ๖
๒.๑ ยกระดับกำรบริหำร ๑๒SP ๒.๑.๑ ร้อยละแนวปฏิบัติที่ดี ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑
ควำมรอู้ งคก์ ร ๐๔ (Best Practice) ที่นำไปปฏบิ ัติ
๑๒SP ๒.๑.๒ ร้อยละองค์ควำมรู้ที่ ๕ ๕๕
๐๕ เผ ย แ พ ร่ต่ อ ส ำ ธ ำ รณ ะ ต่ อ
บคุ ลำกรทั้งหมด
๑๒SP ๒.๑.๓ ร้อยละองค์ควำมรู้ที่ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑
๐๖ เผยแพร่ต่อสำธำรณะต่อพระ
สอนศลี ธรรมทง้ั หมด
ตำรำงที่ ๓.๓ ยุทธศำสตร์ท่ี ๒ สรำ้ งองค์กรแหง่ กำรเรียนรเู้ ชงิ พทุ ธ
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร
มำย (พ.ศ.) แผนงำน/โครงกำร/ ผู้รับผิดชอบ
๖๖ ๖๗ ๖๘ ๖๙ กจิ กรรม
๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ โครงกำรจดั กำรควำมรู้ (Knowledge สนง.พระสอนศีลธรรม
Management) ศอก.ส่วนภมู ภิ ำค
๕๕๕๕
๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๖
ยุทธศำสตรท์ ี่ ๓ เสริมและจดั กำรสมมรรถนะพระสอนศลี ธรรมและบคุ ลำกรใหม้
เป้ำประสงค์ที่ รหัส ตวั ชี้วัดที่ เป้ำหม
ตวั ชี้วดั ๖๓ ๖๔ ๖๕
๓.๑ พัฒนำพระสอนศีลธรรม ๑๒SP ๓.๑.๑ จำนวนพระสอนศีลธรรม ๒๓๑ ๒๓๑ ๒๓๑ ๒
๐๗ ที่มสี มรรถนะสูง
๑๒SP ๓.๑.๒ รอ้ ยละควำมสำเรจ็ ตำม ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑
๐๘ แผนพัฒนำพระสอนศลี ธรรม
๓.๒ ยกระดบั บุคลำกรสู่ ๑๒SP ๓.๒.๑ รอ้ ยละบคุ ลำกรมี ๒๕ ๒๕ ๒๕
ควำมเปน็ มอื อำชพี ๐๙ ควำมสำมำรถตำมทีอ่ งค์กร
ต้องกำร
ตำรำงท่ี ๓.๔ ยทุ ธศำสตรท์ ี่ ๓ เสรมิ และจดั กำรสมมรรถนะพระสอนศลี ธรรมและบุคลำกรให้มีควำมเป็นมอื
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร
มีควำมเป็นมอื อำชพี วถิ ีพุทธ แผนงำน/โครงกำร/ ผ้รู บั ผิดชอบ
มำย (พ.ศ.) กลุม่ งำนพฒั นำพระสอนศลี ธรรม
ศอก.สว่ นภมู ภิ ำค
๖๖ ๖๗ ๖๘ ๖๙ กิจกรรม
๒๓๑ ๒๓๑ ๒๓๑ ๒๓๑ โครงกำรพัฒนำสมรรถนะพระสอน
ศลี ธรรม
๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐
๒๕ ๒๕ ๒๕ ๒๕ โครงกำรพัฒนำบุคลำกรมืออำชพี วิถี กลมุ่ งำนบรหิ ำร
พุทธ ศอก.สว่ นภูมภิ ำค
ออำชีพวิถพี ทุ ธ
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๗
ยทุ ธศำสตรท์ ่ี ๔ เพมิ่ คณุ คำ่ และควำมผูกพันให้กับผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียทุกกลมุ่ (พ
เป้ำประสงค์ท่ี รหสั ตวั ช้ีวดั ที่ เปำ้ หม
ตวั ชว้ี ัด ๖๓ ๖๔ ๖๕
๔.๑ เสรมิ สรำ้ งคณุ ค่ำและ ๑๒SP ๔.๑.๑ จำนวนสถำนศกึ ษำที่ผ่ำน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑
ควำมผกู พัน ๑๐ กำรประเมนิ อตั ลกั ษณ์วถิ ีพทุ ธ
๔.๒ สร้ำงแรงจงู ใจสู่ ๑๒SP ๔.๒.๑ จำนวนพระสอนศีลธรรม ๔๐ ๕๐ ๖๐
วสิ ยั ทัศน์องค์กร ๑๑ ต้นแบบ
๑๒SP ๔.๒.๒ ร้อยละควำมสำเรจ็ ของ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑
๑๒ กำรมกี จิ กรรมร่วมกันกบั
เครอื ข่ำย
ตำรำงท่ี ๓.๕ ยทุ ธศำสตร์ที่ ๔ เพิ่มคุณคำ่ และควำมผกู พันใหก้ ับผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียทกุ กลุ่ม (พระสอนศลี ธร
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร
พระสอนศีลธรรม, บคุ ลำกร, สถำนศกึ ษำ, คณะสงฆ์)
มำย (พ.ศ.) แผนงำน/โครงกำร/ ผรู้ บั ผิดชอบ
๖๖ ๖๗ ๖๘ ๖๙ กจิ กรรม
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ โครงกำรเสรมิ สร้ำงคุณค่ำและควำม สนง.พระสอนศลี ธรรม
ผูกพัน ศอก.สว่ นภูมภิ ำค
- สถำนศึกษำวถิ พี ุทธ
- โครงงำนอัตลักษณว์ ถิ พี ุทธ กลมุ่ งำนพฒั นำพระสอนศลี ธรรม
ศอก.สว่ นภูมภิ ำค
๗๐ ๘๐ ๙๐ ๑๐๐ โครงกำรประเมนิ คัดเลือกพระสอน
ศีลธรรมตน้ แบบ
๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ โครงกำรเผยแผ่ผลงำนพระสอนศลี ธรรม สนง.พระสอนศีลธรรม
- สมัชชำวิถีพุทธ ศอก.สว่ นภูมภิ ำค
- มหกรรมสง่ เสรมิ ศีลธรรมฯ
รรม, บุคลำกร, สถำนศกึ ษำ, คณะสงฆ์)
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๘
สรปุ ยทุ ธศำสตร์ กลยุทธ์ ตวั
ดังแสดงในตำรำงที่ ๓.๖
รำยกำร
๑.แผนยทุ ธศำสตร์
๒.กลยทุ ธ์
๓.ตวั ช้วี ัด
๔.แผนงำน โครงกำร กจิ กรรม
ตำรำงท่ี ๓.๖ สรปุ ยุทธศำสตร์ เปำ้ ประสงค์ ตัวชีว้ ดั กลยทุ ธ์ แผนงำน/โครงกำร/กิจกรรม
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร
วชี้วดั แผนงำน/โครงกำร/กิจกรรม
จำนวน หมำยเหตุ
๔ ยทุ ธศำสตร์
๗ กลยทุ ธ์
๑๒ ตวั ชวี้ ดั
๘ แผนงำนกิจกรรม/โครงกำร
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๒๙
แผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร
ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๐
สว่ นที่ ๔
กำรนำแผนแมบ่ ทสำนกั งำนพระสอนศีลธรรมส่กู ำรปฏบิ ัติ
กำรนำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม ไปปฏบิ ัติให้บรรลุเป้ำหมำยท่ีกำหนดเป็นขั้นตอนสำคัญ
ต้องเกิดจำกควำมร่วมมือจำกทุกภำคส่วนท่ีเก่ียวข้องทั้งในระดับนโยบำยและระดับกำรปฏิบัติกำร เพ่ือให้แผน
แม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรมมีควำมสอดคลอ้ งกันในระดบั นโยบำยจนถงึ ระดับปฏิบตั ิกำร ตลอดจนมีแนว
ทำงกำรดำเนนิ งำนทีส่ นับสนุนซึง่ กนั และกนั ควรดำเนินกำร ดงั น้ี
๔.๑ กำรบริหำร
๑. ระดับนโยบำย มีคณะกรรมกำรบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น ทำหน้ำท่ีกำกับดูแล
นโยบำยท่ีเกี่ยวข้องกบั กำรบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน พิจำรณำกำหนดนโยบำยส่งเสรมิ และ
พฒั นำโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น เพ่ือใหเ้ กิดผลในทำงปฏิบัติ
๒. ระดับขับเคล่ือนแผน มีสำนักงำนพระสอนศีลธรรม/ศูนย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมใน
โรงเรียน ส่วนภูมิภำค ทำหน้ำท่ีในกำรนำนโยบำยท่ีเก่ียวข้องกับกำรส่งเสริมและพัฒนำโครงกำรพระสอน
ศีลธรรมในโรงเรียน รวมท้ังติดตำมควำมก้ำวหน้ำ และนำเสนอข้อแนะนำ รวมท้ังปัญหำอุปสรรคในกำรนำ
นโยบำยไปสูก่ ำรปฏบิ ัตเิ สนอตอ่ คณะกรรมกำรบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน
๓. ระดับปฏิบัติกำร บุคลำกรทุกระดับจะต้องรับทรำบนโยบำยกำรส่งเสริมและพัฒนำโครงกำรพระ
สอนศีลธรรมในโรงเรยี น และนำไปปฏิบตั ิในส่วนทีต่ นมีควำมเกีย่ วขอ้ ง
๔.๒ กำรขบั เคลือ่ นแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม ในระดับตำ่ ง ๆ
๑. ระดบั สว่ นกลาง
- กาหนดนโยบายและทศิ ทางของโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น
- สอ่ื สารขับเคลอื่ นแผนแม่บทสานกั งานพระสอนศลี ธรรมส่กู ารปฏบิ ตั ิ
- จัดทาคู่มือการปฏิบัติงาน
- จดั สรรงบประมาณและตดิ ตามประเมินผล
๒. ระดบั สว่ นภูมภิ าค
- จัดทาแผนปฏิบัติการประจาหนว่ ย
- ดาเนินงานตามแผนแผนปฏบิ ัติการประจาหน่วย
- นาเสนอและรายงานผลการดาเนนิ งานตามระยะเวลาทีก่ าหนด
๓. ระดบั บคุ คล
- เรยี นรู้และพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง
- รกั ษาระเบียบวินัย
- ปฏบิ ัติหน้าทต่ี ามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเพ่ือให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กาหนดไวอ้ ย่างเต็ม
ความสามารถ
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๑
๔.๓ แนวทำงกำรตดิ ตำมประเมินผล
๑. มีคณะกรรมกำรบรหิ ำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน กำกบั ติดตำมกำรดำเนินงำน
๒. มกี ำรประเมนิ ผลตำมเปำ้ หมำยรำยยุทธศำสตรข์ องแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรม
๓. ให้วิทยำเขต/วิทยำลัยสงฆ์/ห้องเรียน/หน่วยวิทยบริกำร ท่ีเป็นศูนย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอน
ศีลธรรมในโรงเรียน นำแผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศีลธรรมไปบูรณำกำรร่วมกับกำรจัดทำแผนปฏิบัติกำร
ประจำปีของวิทยำเขต/ วิทยำลยั สงฆ์/ หอ้ งเรยี น/ หนว่ ยวิทยบริกำร
๔. มีกำรพัฒนำระบบฐำนข้อมลู สำหรับกำรประเมินผลกำรดำเนนิ งำนของส่วนงำนในระดับปฏิบัติกำร
ตำมระยะเวลำท่ีกำหนดให้มีกำรประเมินแผนฯ เพื่อนำผลกำรประเมินมำปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับ
สถำนกำรณป์ ัจจุบนั
๕. ทบทวนแผนแม่บทฯ เพือ่ ตดิ ตำมควำมก้ำวหนำ้ ในกำรดำเนินงำนและปรบั ปรุงแผนฯ
ปจั จยั แหง่ ควำมสำเรจ็
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๒
๔.๔ คมู่ อื กำรเก็บตวั ช้ีวดั แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม พ.ศ.๒๕๖๓ – ๒๕๖๙
ระดบั ของเคร่ืองช้วี ัด ระดับวสิ ัยทัศน์ √ ระดับกลยุทธ์
ชอื่ ตวั ชว้ี ัดภำษำไทย ๑. ร้อยละควำมสำเร็จของกำรพฒั นำระบบกำรบริหำร โครงกำร
ภำษำอังกฤษ (ถ้ำมี)
ควำมหมำยตัวช้วี ัด ระบบบรหิ ำร โครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน มจร เกยี่ วกับ
(คำจำกัดควำม) ๑. วธิ ีงบประมำณ กำรเงิน บัญชี พสั ดุ
๒. โครงสร้ำงอัตรำกำลัง และสมรรถนะบคุ ลำกร
๓. ระบบปฏบิ ตั ิกำรงำนประจำ
หลกั กำรและเหตผุ ล เพื่อยกระดับประสิทธภิ ำพกำรบริหำรโครงกำร
มมุ มองตำม BSC ประสิทธผิ ล Financial Perspective
คุณภำพกำรบริกำร Customer Perspective
ประสทิ ธภิ ำพ Internal work process Perspective
√ พัฒนำองค์กร Learning and Growth Perspective
มิตคิ ุณภำพของตัวชีว้ ัด ๑. กำรเตบิ โต Growth ๒. ต้นทุน Cost ๓. ระยะเวลำ Delivery
√ ๕. ประสทิ ธผิ ล Effectiveness ๖. ควำมปลอดภยั Safety
√ ๔. ประสทิ ธิภำพ Efficiency
๗. ควำมพึงพอใจ Satisfaction ๘. ควำมสำมำรถ Competency ๙. ขวญั กำลงั ใจ Moral
√ ๑๐. ควำมโปรง่ ใส Transparency
ควำมถกี่ ำรเกบ็ ข้อมลู ทุกเดือน ทกุ ๓ เดอื น ทกุ ๖ เดอื น √ ทุกปี
สูตรกำร ตวั ตงั้ จำนวนระบบบรหิ ำรโครงกำรทีพ่ ฒั นำสำเร็จ X ๑๐๐
คำนวณ ตวั หำร จำนวนระบบบริหำรโครงกำรท่ตี อ้ งกำรพัฒนำ
หน่วยวดั รอ้ ยละ
แหล่งข้อมลู : ตัวตั้ง สนง.พระสอนศีลธรม / ศนู ยอ์ ำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ส่วนภมู ภิ ำค
แหลง่ ข้อมลู : ตวั หำร สนง.พระสอนศีลธรม / ศูนย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน ส่วนภมู ภิ ำค
เป้ำหมำย ร้อยละ ๑๐๐
Benchmark ขอ้ มลู (ถ้ำมี) -
วิธวี เิ ครำะหข์ ้อมูล -
นิยำมศพั ท์/คำอธิบำยเพม่ิ -
ผู้รำยงำน กลุ่มงำนแผนงำนและประเมินผล สนง.พระสอนศีลธรรม
สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นกำรรำยงำย -
ระดบั ผลลพั ธ์ทต่ี ้องกำร ระดบั ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ ระดับ ๕
๘๐ ๘๕ ๙๐ ๙๕ ๑๐๐
แผนแม่บทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๓
ระดับของเครื่องช้วี ดั ระดับวสิ ยั ทัศน์ √ ระดับกลยุทธ์
ชอ่ื ตัวชว้ี ดั ภำษำไทย ๒. รอ้ ยละควำมสำเร็จของกำรพัฒนำระบบสำรสนเทศ (IT)
ภำษำอังกฤษ (ถำ้ มี)
ควำมหมำยตัวช้วี ดั ระบบสำรสนเทศเปน็ ฐำนขอ้ มูลสำคญั ๆ ที่จำเปน็ ต่อกำรบรหิ ำรและกำรตดั สนิ ใจ เก่ยี วกับ
(คำจำกัดควำม) ๑. ฐำนข้อมูลพระสอนศีลธรรม เช่ือมโยงกับขอ้ มูลศำสนบุคคลของคณะสงฆ์
๒. ฐำนข้อมลู สถำนศึกษำ (ท่ีมพี ระสอนศีลธรรมเข้ำไปสอน)
๓. ฐำนขอ้ มูลนักเรยี น (ทเี่ รียนกับพระสอนศีลธรรม)
๔. ฐำนข้อมูลกำรใช้จำ่ ยงบประมำณ
๕. ฐำนขอ้ มลู องค์ควำมรเู้ พื่อกำรขบั เคล่ือนศลี ธรรม
หลักกำรและเหตผุ ล เพอ่ื ยกระดับกำรบริหำรองคก์ รดว้ ยขอ้ มลู ทแ่ี ม่นยำ ถกู ต้อง เป็นจริง ครบถ้วน รวดเรว็ ทันเวลำ
มมุ มองตำม BSC ประสทิ ธผิ ล Financial Perspective
คณุ ภำพกำรบริกำร Customer Perspective
ประสิทธภิ ำพ Internal work process Perspective
√ พัฒนำองค์กร Learning and Growth Perspective
มิติคุณภำพของตัวช้ีวัด ๑. กำรเติบโต Growth ๒. ต้นทุน Cost ๓. ระยะเวลำ Delivery
√ ๕. ประสทิ ธผิ ล Effectiveness ๖. ควำมปลอดภัย Safety
√ ๔. ประสทิ ธภิ ำพ Efficiency
๗. ควำมพึงพอใจ Satisfaction ๘. ควำมสำมำรถ Competency ๙. ขวญั กำลังใจ Moral
√ ๑๐. ควำมโปร่งใส Transparency
ควำมถีก่ ำรเกบ็ ข้อมลู ทุกเดือน ทกุ ๓ เดอื น ทุก ๖ เดือน √ ทกุ ปี
สตู รกำร ตวั ต้ัง จำนวนสำรสนเทศที่พัฒนำสำเรจ็ X ๑๐๐
คำนวณ ตัวหำร จำนวนสำรสนเทศท่ีต้องกำรพฒั นำ
หน่วยวัด รอ้ ยละ
แหลง่ ข้อมลู : ตวั ต้ัง สนง.พระสอนศลี ธรม / ศูนย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน สว่ นภูมภิ ำค
แหล่งขอ้ มูล : ตวั หำร สนง.พระสอนศีลธรม / ศนู ย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน สว่ นภูมภิ ำค
เป้ำหมำย ร้อยละ ๑๐๐
Benchmark ข้อมูล (ถ้ำมี) -
วธิ วี ิเครำะหข์ อ้ มลู -
นิยำมศพั ท/์ คำอธิบำยเพม่ิ -
ผ้รู ำยงำน กลุม่ งำนแผนงำนและประเมนิ ผล สนง.พระสอนศีลธรรม
สถิตทิ ่ีใช้ในกำรรำยงำย -
ระดับผลลัพธท์ ี่ต้องกำร ระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ ระดับ ๕
๘๐ ๘๕ ๙๐ ๙๕ ๑๐๐
แผนแมบ่ ทสำนักงำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๔
ระดับของเครื่องชีว้ ดั ระดบั วิสยั ทศั น์ √ ระดับกลยุทธ์
ชอ่ื ตัวชีว้ ดั ภำษำไทย ๓. ระดับควำมพึงพอใจผู้ใชบ้ ริกำรระบบสำรสนเทศ (IT)
ภำษำองั กฤษ (ถ้ำมี)
ควำมหมำยตวั ชี้วัด เปน็ ควำมพงึ พอใจของกลุ่มผูใ้ ชบ้ รกิ ำร
(คำจำกัดควำม) ๑) ผ้บู รหิ ำร เจ้ำหน้ำที่ ๒) พระสอนศีลธรรม ๓) บคุ คลทว่ั ไป (คร/ู นักเรียน)
หลกั กำรและเหตุผล เพ่ือมขี ้อมูลสะทอ้ นกลับจำกผ้ใู ช้บรกิ ำรทกุ กล่ม จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ กำรปรับปรุง พฒั นำ
มมุ มองตำม BSC ประสิทธิผล Financial Perspective
√ คุณภำพกำรบริกำร Customer Perspective
ประสิทธิภำพ Internal work process Perspective
พฒั นำองคก์ ร Learning and Growth Perspective
มิติคณุ ภำพของตัวช้ีวดั ๑. กำรเติบโต Growth ๒. ต้นทนุ Cost ๓. ระยะเวลำ Delivery
๔. ประสทิ ธิภำพ Efficiency ๕. ประสทิ ธผิ ล Effectiveness ๖. ควำมปลอดภัย Safety
√ ๗. ควำมพงึ พอใจ Satisfaction ๘. ควำมสำมำรถ Competency ๙. ขวัญกำลงั ใจ Moral
๑๐. ควำมโปร่งใส Transparency
ควำมถี่กำรเก็บข้อมูล ทกุ เดือน √ ทุก ๓ เดอื น ทกุ ๖ เดือน ทกุ ปี
สูตรกำร ตวั ตัง้ -
คำนวณ ตัวหำร -
หนว่ ยวดั ระดับ
แหลง่ ขอ้ มลู : ตวั ต้งั สนง.พระสอนศลี ธรม / ศนู ย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี น สว่ นภมู ภิ ำค
แหล่งขอ้ มลู : ตวั หำร สนง.พระสอนศีลธรม / ศนู ย์อำนวยกำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น ส่วนภูมิภำค
เปำ้ หมำย ระดบั ๗๕
Benchmark ขอ้ มูล (ถ้ำมี) -
วิธีวิเครำะห์ขอ้ มลู จำกข้อมลู แบบสอบถำม
นิยำมศพั ท/์ คำอธบิ ำยเพ่มิ -
ผรู้ ำยงำน กลุ่มงำนแผนงำนและประเมินผล สนง.พระสอนศลี ธรรม
สถิติท่ีใช้ในกำรรำยงำย ค่ำรอ้ ยละ (percentage) ค่ำเฉลย่ี (mean) และส่วนเบ่ียงเบนมำตรฐำน (standard deviation)
ระดับผลลพั ธ์ทตี่ ้องกำร ระดบั ๑ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ ระดับ ๕
๖๐ ๖๕ ๗๐ ๗๕ ๘๐
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๕
ระดับของเคร่ืองช้วี ัด ระดบั วสิ ัยทศั น์ √ ระดบั กลยทุ ธ์
ชอ่ื ตัวชวี้ ดั ภำษำไทย ๔. ร้อยละแนวปฏบิ ตั ิทด่ี ี (Best Practice) ทนี่ ำไปปฏบิ ัติ
ภำษำอังกฤษ (ถำ้ มี)
ควำมหมำยตัวชวี้ ัด แนวปฏิบัติท่ีดี คือ องค์ควำมรู้ว่ำด้วยกำรสอนของพระสอนศีลธรรม หรือกำรปฏิบัติงำนของ
(คำจำกัดควำม) บุคลำกรท่ีได้รับกำรเผยแผ่ต่อสำธำรณะ และเป็นองค์ควำมรู้ที่ได้รับกำรยอมรับให้เป็นแนวปฏิบัติ
ทท่ี ำใหเ้ กิดผลลพั ธไ์ ด้ดกี วำ่ แนวปฏิบัติอ่ืน ๆ ในเรือ่ งเดียวกัน
หลกั กำรและเหตุผล เพือ่ ยกระดับประสทิ ธภิ ำพกำรบรหิ ำรโครงกำร
มมุ มองตำม BSC ประสิทธผิ ล Financial Perspective
คุณภำพกำรบรกิ ำร Customer Perspective
ประสิทธภิ ำพ Internal work process Perspective
√ พัฒนำองค์กร Learning and Growth Perspective
มติ ิคุณภำพของตวั ชีว้ ดั ๑. กำรเตบิ โต Growth ๒. ตน้ ทุน Cost ๓. ระยะเวลำ Delivery
๔. ประสทิ ธิภำพ Efficiency ๕. ประสิทธิผล Effectiveness ๖. ควำมปลอดภยั Safety
๗. ควำมพึงพอใจ Satisfaction √ ๘. ควำมสำมำรถ Competency ๙. ขวญั กำลงั ใจ Moral
๑๐. ควำมโปร่งใส Transparency
ควำมถีก่ ำรเกบ็ ข้อมูล ทุกเดือน ทกุ ๓ เดอื น ทุก ๖ เดอื น √ ทุกปี
สูตรกำร ตวั ต้งั จำนวนแนวปฏิบัติทดี่ ี (Best Practice) ทนี่ ำไปปฏบิ ตั ิ X ๑๐๐
คำนวณ ตวั หำร จำนวนแนวปฏบิ ตั ิท่ดี ี (Best Practice) ทงั้ หมด
หนว่ ยวดั รอ้ ยละ
แหลง่ ขอ้ มูล : ตวั ตง้ั สนง.พระสอนศีลธรม / ศนู ยอ์ ำนวยกำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น สว่ นภูมภิ ำค
แหล่งขอ้ มูล : ตวั หำร สนง.พระสอนศลี ธรม / ศนู ยอ์ ำนวยกำรโครงกำรพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน สว่ นภมู ภิ ำค
เปำ้ หมำย รอ้ ยละ ๑๐
Benchmark ข้อมลู (ถ้ำมี) -
วิธวี เิ ครำะห์ขอ้ มูล -
นิยำมศพั ท/์ คำอธิบำยเพิ่ม -
ผรู้ ำยงำน กลมุ่ งำนแผนงำนและประเมินผล สนง.พระสอนศลี ธรรม
สถติ ทิ ่ีใช้ในกำรรำยงำย -
ระดับผลลัพธท์ ต่ี ้องกำร ระดบั ๑ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ ระดับ ๕
๒ ๔ ๖ ๘ ๑๐
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๖
ระดบั ของเคร่ืองชีว้ ดั ระดบั วสิ ยั ทศั น์ √ ระดบั กลยทุ ธ์
ชอ่ื ตวั ชีว้ ดั ภำษำไทย ๕. รอ้ ยละองค์ควำมรู้ท่เี ผยแพร่ตอ่ สำธำรณะต่อบุคลำกรทั้งหมด
ภำษำอังกฤษ (ถำ้ มี)
ควำมหมำยตวั ช้ีวัด องค์ควำมรู้ (Knowledge) หรือ วิธีปฏิบัติงำนที่ดี (Practice) ของบุคลำกรได้ผ่ำนกำรจัดกำร
(คำจำกัดควำม) (Management) รวบรวม จดั เก็บไวใ้ นท่สี ำธำรณะซ่ึงผ้คู นเข้ำถงึ และนำไปใชป้ ระโยชน์ได้ง่ำย
หลักกำรและเหตผุ ล เพือ่ รวบรวมองคค์ วำมรูบ้ ุคลำกรท่เี ป็นต้นแบบ เป็นตัวอย่ำงทดี่ ใี นกำรทำงำนทไี่ ดผ้ ลดี มคี ณุ ภำพ มี
ปริมำณตำมที่กำหนด และเสรจ็ ทนั เวลำพร้อมใช้งำน ไว้ให้บุคลำกรอนื่ ๆ ไดห้ ยิบนำไปใชง้ ำน
มุมมองตำม BSC ประสิทธิผล Financial Perspective
คุณภำพกำรบริกำร Customer Perspective
ประสิทธิภำพ Internal work process Perspective
√ พัฒนำองค์กร Learning and Growth Perspective
มติ ิคุณภำพของตวั ชวี้ ดั ๑. กำรเติบโต Growth ๒. ต้นทุน Cost ๓. ระยะเวลำ Delivery
๔. ประสทิ ธิภำพ Efficiency ๕. ประสทิ ธผิ ล Effectiveness ๖. ควำมปลอดภัย Safety
๗. ควำมพงึ พอใจ Satisfaction √ ๘. ควำมสำมำรถ Competency ๙. ขวญั กำลงั ใจ Moral
๑๐. ควำมโปร่งใส Transparency
ควำมถกี่ ำรเก็บข้อมูล ทุกเดอื น √ ทุก ๓ เดอื น ทกุ ๖ เดอื น ทุกปี
สตู รกำร ตัวตงั้ จำนวนองคค์ วำมรขู้ องบคุ ลำกรท่เี ผยแพรต่ ่อสำธำรณะ X ๑๐๐
คำนวณ ตัวหำร จำนวนบคุ ลำกรทง้ั หมด
หน่วยวดั รอ้ ยละ
แหลง่ ขอ้ มลู : ตัวตั้ง สนง.พระสอนศีลธรม / ศนู ยอ์ ำนวยกำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน ส่วนภูมภิ ำค
แหล่งขอ้ มูล : ตัวหำร สนง.พระสอนศีลธรม / ศูนยอ์ ำนวยกำรโครงกำรพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี น ส่วนภูมิภำค
เป้ำหมำย รอ้ ยละ ๕
Benchmark ขอ้ มลู (ถำ้ มี) -
วธิ วี ิเครำะหข์ อ้ มลู -
นิยำมศพั ท/์ คำอธิบำยเพมิ่ -
ผู้รำยงำน กลมุ่ งำนแผนงำนและประเมนิ ผล สนง.พระสอนศีลธรรม
สถติ ิทใี่ ชใ้ นกำรรำยงำย -
ระดบั ผลลพั ธท์ ี่ต้องกำร ระดบั ๑ ระดับ ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ ระดบั ๕
๑๒๓๔๕
แผนแม่บทสำนกั งำนพระสอนศลี ธรรม มจร ปีงบประมำณ ๒๕๖๓-๒๕๖๙
๓๗