รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรียนการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรหอ้ งเรียนการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
คำนำ
รายงานผลการดำเนินการหลักสูตรสถานศึกษาห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการ
ประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ในปีการศึกษา 2561 ของโรงเรียนองค์การบริหาร
ส่วนจังหวดั เชยี งราย มวี ตั ถปุ ระสงคค์ ือ 1) เพือ่ ศกึ ษาสภาพปัจจบุ นั และปญั หาของการจัดการศึกษาตา
หลักสูตรห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
กรณีโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย 2) เพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาหลักสูตร
ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ประจำปี
การศึกษา 2561 กรณีโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย 3) เพื่อหาแนวทางการพัฒนา
ปรับปรุง การจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart
Chef Program : SCP) ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กรณีโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เชียงรายให้มีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งในปีการศึกษา 2561 จากการถอดบทเรียนพบว่าการบริหาร
จัดการหลักสูตรห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program :
SCP) ของโรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชียงราย ประสบผลสำเร็จและเป็นที่พึงพอใจท้ังผู้เรียน
และผู้สอน ถงึ แม้ว่าจะยังมีปัญหาและข้อจำกดั อยู่บ้างบางประการผู้ถอดบทเรยี นได้สะท้อนถึงปัญหา
และแนวทางการแกป้ ัญหาอนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ การพฒั นาหลักสูตรใหส้ มบูรณย์ ิง่ ข้ึน
รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งหากได้รับคำแนะนำเพื่อการปรับปรุงจากผู้สนใจและ
ผู้เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรนี้เพื่อให้เป็นผู้เรียนที่ดี เก่ง และมีความสุขตาม
เจตนารมณข์ องพระราชบญั ญัติการศกึ ษา
ผู้จัดทำ
มีนาคม 2562
โรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รหอ้ งเรียนการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
สารบัญ
สารบญั ……….....................................................................................................................
คำนำ .................................................................................................................................
บทท่ี 1 บทนำ ..........................................................................................................
ความเปน็ มาและความสำคัญ...............................................................................
วตั ถปุ ระสงค์ของการดำเนินการ .........................................................................
ขอบเขตของการดำเนินการ..................................................................................
กรอบแนวคดิ ในการดำเนนิ การ............................................................................
นิยามศัพทเ์ ฉพาะ.................................................................................................
ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รับ...................................................................................
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วข้อง.......................................................................
การดำเนนิ การถอดบทเรยี น…………………………….................................................
ข้อพงึ ระวงั ในการถอดบทเรียน……………………………………………………..……………..
พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 (แกไ้ ขเพ่ิมเติม พ.ศ.2553)..........
การจดั การศกึ ษาตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
แกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ.2553.....................................................................
หลักสูตรและองค์ประกอบของหลักสตู ร...............................................................
ความสำคัญของหลักสูตร......................................................................................
องคป์ ระกอบของหลักสูตร………………………………….............................................
โครงสรา้ งหลกั สูตร……………………………………......................................................
รปู แบบหลักสตู ร………………………………...............................................................
ลกั ษณะของหลักสูตรท่ดี ี………………………............................................................
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551……………………………
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เชียงราย…………………..
ขอ้ มลู พน้ื ฐานโรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั เชยี งราย…………………………….
การจดั การเรียนรู้..................................................................................................
รูปแบบการจัดการเรยี นรู้……………………………………………………………………………
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสตู รหอ้ งเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
สารบญั (ตอ่ )
บทที่ 3 การดำเนินงาน...............................................................................................
การวางแผนการดำเนนิ งาน.................................................................................
การปฏิบัติตามแผนที่วางไว้.................................................................................
บทท่ี 4 ผลการดำเนนิ งาน ........................................................................................
สภาพปจั จบุ นั และปัญหาของการจัดการศกึ ษาตามหลักสตู ร ห้องเรียนการจดั
การครวั และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)....................
การแก้ไขปญั หาของการจดั การศกึ ษา..................................................................
ผลสัมฤทธ์ิด้านผูเ้ รยี น….......................................................................................
คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์....................................................................................
บทท่ี 5 บทสรปุ และข้อเสนอแนะเพ่อื การพฒั นา ........................................................
ผลการศึกษาสภาพปจั จุบนั และปัญหาของการจดั การศึกษาตามหลกั สตู ร
ห้องเรียนการจดั การครวั และศิลปะการประกอบอาหาร(Smart Chef
Program : SCP).................................................................................................
ผลการจัดการศกึ ษาหลกั สูตร หอ้ งเรยี นการจดั การครวั และศิลปะ
การประกอบอาหารปกี ารศกึ ษา 2561
กรณีโรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั เชยี งราย..............................................
แนวทางการพัฒนา ปรับปรงุ การจัดการศึกษาหลักสูตร…...................................
บรรณานุกรม ……………………………………………………………………………………………………..
ภาคผนวก …..……………………………………………………..……………………………………………
โรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคญั
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการจัดการศึกษา
และการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา อันเนื่องมาจากนโยบายกระจายอำนาจการจัดการศึกษา
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้กำหนดไว้ในกฎหมายสำคัญหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่ างย่ิง
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2550 กำหนดให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นมีสิทธิ
ที่จะจัดการศึกษาและเข้าไปมีส่วนร่วมจัดการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช
2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 กำหนดให้การจัดระบบโครงสร้างและ
กระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ จัดการศึกษาระดับใด
ระดับหนึ่ง หรือทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการภายในท้องถ่ิน
ของตนเอง อีกทั้งให้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย
ของรัฐและไดม้ าตรฐานการศกึ ษา
ต่อมาได้มีการประกาศใช้แผนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพุทธศักราช
2542 นอกจากนี้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช 2542 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ ได้แก่ เทศบาล
เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และกรุงเทพมหานคร มีอำนาจ
หน้าที่ในการจัดการศึกษา และให้มีการถ่ายโอนภารกิจการศึกษาให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พร้อมทั้งได้กำหนดให้สร้างความพร้อมเพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจ บุคลากร งบประมาณและ
ทรัพย์สิน รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้หน่วยงานของรัฐที่
ถ่ายโอนภารกิจให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำและปรึกษาทางเทคนิค วิชาการและ
การดำเนินงานให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความเหมาะสม และดำเนินการฝึกอบรมต่าง ๆ
รวมทั้งกฎหมาย กฎและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ รัฐยังได้กำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจน
ว่าให้เตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปี 2558 มีองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ินจำนวนมากถึง 7,853 แหง่ ซ่งึ ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 แห่ง
เทศบาล 2,440 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 5,335 แห่ง กรุงเทพมหานคร 1 แห่ง และเมืองพัทยา
1 แห่ง (กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถิ่น, 2559) ซงึ่ ในปัจจุบนั มอี งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ีมีอำนาจ
หน้าที่จัดการศึกษาในระบบอยู่แล้วตามกฎหมายเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละ
รูปแบบ คือ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด กรุงเทพมหานครและ
เมืองพทั ยา โดยมีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินทจ่ี ดั การศึกษาที่มโี รงเรยี นในสงั กดั 1,481 แหง่ แยกเป็น
สังกัดเทศบาล 658 โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล 52 โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด 326
โรงเรยี นองค์การบริหารส่วนจงั หวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
โรงเรียน สังกัดเมืองพัทยา 10 โรงเรียน และสังกัดกรุงเทพมหานคร 435 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่
จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่จัดการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา และเทศบาล
นครนครปฐมท่จี ัดการศึกษาถึงระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชัน้ สงู (ปวส.) อย่างไรก็ตามในสว่ นองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้จัดการศึกษาในระบบโดยตรงก็ได้ให้ความสำคัญในการจัดการศึกษา
นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น จัดศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก จัดฝึกอบรมวิชาชีพ และ
จัดแหลง่ เรียนรตู้ ลอดชวี ิตในรูปแบบตา่ ง ๆ รวมทัง้ เข้าไปมีส่วนรว่ มสง่ เสรมิ สนบั สนุนการจัดการศึกษา
ในสถานศึกษาของรัฐ และจะมีการจัดการศึกษาในระบบต่อไปเมื่อผ่านการประเมินความพร้อมและ
ความสมัครใจของสถานศึกษาในทอ้ งถนิ่ ของตนเอง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาและ
การมีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษามาตั้งแตใ่ นอดีตจนถึงปัจจบุ ัน และยิ่งจะมีบทบาทมากข้ึนในอนาคต
อันเนื่องมาจากนโยบายการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ซงึ่ ไดก้ ำหนดไว้ในกฎหมายสำคัญหลายฉบับดังกล่าวแลว้ ข้างต้น ปจั จุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
มีการจัดการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา
ตามอัธยาศัย รวมทั้งมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐ โดยมีองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนไม่น้อยที่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิต
ของชมุ ชนและท้องถิน่ จนเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์และยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน
จากการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2550 : 43)
พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการศึกษาหลายประการ
เชน่ ผบู้ รหิ ารองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ขาดความรคู้ วามเข้าใจในการศึกษา หรือไมเ่ หน็ ความสำคัญ
ด้านการศึกษา ขาดความต่อเนื่องทางการเมืองเนื่องจากผู้บริหารมีวาระในการดำรงตำแหน่งครู
ขาดขวัญกำลังใจและความก้าวหน้าทางวิชาชีพเมื่อเปรียบเทียบกับสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ไม่เพียงพอในการบริหารจัดการท้องถิ่นของตน ยังต้องพึ่งพิง
งบประมาณจากส่วนกลาง ทำให้ไม่มีความคล่องตัวในการบริหาร และที่สำคัญผู้บริหารสถานศึกษา
ขาดความรู้ความเข้าใจและความมุ่งมั่นในการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง ส่งผลให้คุณภาพ
ของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่เป็นท่ียอมรับจากชุมชนและผู้ปกครอง
ในการสง่ บตุ รหลานเพื่อเขา้ เรยี นสถานศกึ ษาในสังกดั เป็นต้น
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ระดับจังหวัด
มีโรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 ในระดับอนุบาล 1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6
เป็นแหลง่ การเรียนรู้ทีส่ ำคัญยิ่งในการพัฒนาผูเ้ รียนและผลติ กำลังคนในจังหวัดเชียงรายให้มีศักยภาพ
ที่จะช่วยพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี
กับนานาประเทศได้ ดังนั้น การมี “โรงเรียนคุณภาพ” ในสังกัดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญ
ในการเป็นกลไกให้เกิดการพัฒนาการจัดการศึกษาให้มคี ุณภาพ มีความเป็นเลิศ และมคี วามเสมอภาค
ในการให้บริการทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันในมาตรฐานวิชาการ มีความยึดหยุ่นและหลากหลาย
ในทางปฏิบัติ การจัดการศึกษาเพื่อสู่ความเป็นเลิศ จึงเป็นเป้าหมายในการพัฒนาสถานศึกษา
โรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรียนการจดั การครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ให้มีศักยภาพและความพรอ้ มในการพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ีคณุ ภาพ มาตรฐานเปน็ ต้นแบบการพฒั นาอย่าง
เป็นรูปธรรม ความสำเร็จของ “โรงเรียนคุณภาพ” ของสถานศึกษาในสังกัดจะส่งผลให้บรรลุตาม
มาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมี
สิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ... ”
นอกจากนี้ยังจะช่วยขจัดปัญหาวิกฤตทางการศึกษาต่าง ๆ ได้ อาทิเช่น คุณภาพสถานศึกษา
ทแี่ ตกตา่ งกัน คณุ ภาพผู้เรียนที่จะพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ และความเหลื่อมล้ำในการเข้ารับ
การบริการทางการศึกษา การบริหารจัดการศึกษาที่ทำให้โรงเรียนมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
ความเป็นอิสระและความคล่องตัว สามารถบริหารตนเองได้อย่างมีคุณภาพจากการมีส่วนร่วมของผ้มู ี
ส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นแกนนำที่สำคัญในการเป็นผู้นำให้คณะกรรมการ
สถานศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครองและชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร ซึ่งในประเทศ
สหรัฐอเมริกาได้มี การพัฒนาหลักการและกระบวนการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานให้เป็นกลไก
ในการปฏิรูปการศึกษา และแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐเกาหลี
สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย และได้พบว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นนั้นต้องปรับรื้อและ
พฒั นาระบบการบรหิ ารโรงเรยี น โดยมุ่งปรับระบบโครงสรา้ งการบรหิ ารโรงเรยี นใหม่ ให้มีการกระจาย
อำนาจการบริหารและจัดการศึกษาไปยังโรงเรียนมากขึ้น และให้โรงเรียนบริหารแบบมีส่วนรว่ มมาก
ขึ้น
จึงเป็นความมุ่งมั่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยการนำของผู้บริหาร
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
กับการศึกษาที่จะขับเคล่ือนในการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา เพื่อยกระดับและคุณภาพของทรัพยากร
มนุษย์ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคนดี คนเก่ง และสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอันมีภารกิจหลักในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาและดูแลการบริการ
สาธารณะทั้งปวงที่มีอยู่ในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล และจังหวัดของตนเอง เดิมทีให้ความสนใจ
ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเสียเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก
ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาคนมากยิ่งขึ้น อันเกิดจากวิกฤตการศึกษาสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของประเทศ ตลอดถึง ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ซึ่งจะต้องมีการเตรียมคนให้ทัน
ตอ่ กระแสการเปลีย่ นแปลงของโลก และเตรียมคนเข้าสู่การแข่งขันในเวทนี านาชาตดิ ว้ ยกระบวนการ
ทางการศึกษา
ในสภาพความเป็นจริงปรากฏว่า มปี ญั หาอกี มากท่ีเกดิ จากการบริหารจัดการศึกษาไม่เป็นไป
ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา ส่งผลให้การบริหารจัดการศึกษาเกิดปัญหาและอุปสรรคไม่บรรลุ
ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ หรือสำเร็จอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดังเช่น ชุมชนอยากมีโอกาสในการมี
ส่วนร่วม แต่โรงเรียนขาดวิสัยทัศน์หรือยึดติดระบบราชการ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
2547 : 61) หรือผลการประเมินของสำนักงานรบั รองมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
รอบแรก พ.ศ. 2544-2548 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา 6,389 คน จาก 32,000 คน ไม่ได้มาตรฐาน
และโดยภาพรวมมาตรฐานจากการประเมินที่ไม่ได้รับรองมากที่สุด คือ มาตรฐานผู้เรียนด้านการคิด
วิเคราะห์ การใฝ่รู้ใฝ่เรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งสาเหตุเบื้องต้นเกิดขึ้นจากการบริหาร
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดเชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
วิชาการหรือการจัดการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
คุณภาพการศึกษา. 2551 : 15) แสดงให้เห็นถึงปัญหาการขาดการบริหารจัดการศึกษาไม่เป็นไปตาม
แนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่บริหารจัดการเชิงกระจายอำนาจและการบริหารโดยใช้โรงเรียน
เป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาสำหรับสถานศึกษาที่มีผลการประเมินรอบแรก
และรอบที่สอง อยู่ในระดับปรับปรุงและระดับพอใช้ นอกจากนั้นรายงานการศึกษาหลายชิ้นระบุว่า
ความล้มเหลวของ การปฏิรูปการศึกษาหรือการจัดการศึกษานั้นเกิดจากผู้บริหารสถานศึกษา
ซึ่งการจัดการศึกษาในโรงเรียนจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตั วแปรที่สำคัญที่สุด
คอื สถานศกึ ษา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษา
ของสถานศึกษาในสังกัด ให้เป็นไปตามคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษา จึงมีความสำคัญและจำเป็น
ในการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ และเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก
และเยาวชนในจังหวัดเชียงราย โดยมีหลักการบริหารที่สำคัญคือ “ให้โอกาส เพิ่มคุณภาพ
เพือ่ อนาคตท่ีดีกว่า” การจดั จัดการศกึ ษาของโรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย ได้
จัดหลักสูตรไว้ 3 หลักสูตรดังนี้ หลักสูตร English Program หลักสูตรปกติและหลักสูตรกีฬา ภายใต้
ปรชั ญาการศึกษา “วิชาการเดน่ เป็นเลศิ ภาษา นำกีฬาสสู่ ากล พัฒนาความเปน็ มนุษย์ใหส้ มบรู ณ์”
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายโดยผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญในการ
จัดการศึกษา กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดการศึกษา คือ การให้ความรักก่อนให้ความรู้ สร้างคนดี
ก่อนคนเก่ง 1 โรงเรียน 3 หลักสูตร 4 ช่วงชั้น 14 โปรแกรมรายวิชา ห้องเรียนการจัดการครัวและ
ศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) เปน็ หนงึ่ ในหลักสูตรปกตทิ เ่ี ปดิ ข้ึนเพื่อการ
พัฒนาผู้เรียนที่ผู้ปกครอง หรือสถานศึกษาอื่น ๆ เห็นว่าเป็นนักเรียนท่ีไม่พร้อมที่จะเรียน ให้มีโอกาส
มาเข้าเรียนในสถานศึกษา การจัดการศึกษาของหลักสูตรสถานศึกษามีเป้าหมายสำคัญเพื่อนำไปสู่
ความสำเร็จในการพัฒนาตนเองของผู้เรียนซ่ึงจะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
อนั ใกล้ อันจะส่งผลถงึ คุณภาพชีวิตประชากรในจังหวดั เชยี งราย ทอ้ งถนิ่ ชมุ ชน สงั คมอยู่ร่วมกันอย่าง
สนั ติสุข ยงั ประโยชน์ถงึ ส่วนรวม บา้ นเมอื ง ประชาชนและประเทศชาติไดอ้ ยา่ งยั่งยนื
จากการที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนการจดั การ
ครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ในปีการศึกษา 2561 แล้วอาจมี
ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งนี้สืบเนื่องจากปัจจัยหลายประการ โรงเรียนองค์การบริหาร
ส่วนจังหวดั เชียงรายโดยองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดเชยี งรายจึงได้ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ห้องเรียน
การจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ขึ้น โดยมุ่งหวังว่าผล
การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้อง ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากยิ่งขึ้น
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรห้องเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
วัตถปุ ระสงคข์ องการดำเนนิ การ
1. เพ่อื ศึกษาสภาพปจั จบุ นั และปัญหาของการจัดการศึกษาตาหลักสูตรห้องเรยี นการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) กรณีโรงเรียนองค์การบริหารส่วน
จังหวัดเชยี งราย
2. เพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบ
อาหาร (Smart Chef Program : SCP) ประจำปีการศึกษา 2561 กรณีโรงเรียนองค์การบริหารส่วน
จังหวัดเชยี งราย
3. เพื่อหาแนวทางการพัฒนา ปรับปรุง การจัดการศึกษาหลกั สตู รห้องเรยี นการจัดการครัวและ
ศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กรณี
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดเชยี งรายใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
ขอบเขตของการดำเนนิ การ
1. ขอบเขตด้านเนอ้ื หา
การดำเนนิ การครงั้ น้ี ผดู้ ำเนนิ การรวมรวมเนอื้ หาดังนี้
1) ผลการจัดการเรียนรู้หลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบ
อาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั เชยี งราย
2) ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้หลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการ
จัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั เชยี งราย
2. ประชากร
1) ประชากร ได้แก่
1. ผ้บู รหิ ารสถานศึกษาจำนวน 4 คน
2. นักเรียนที่กำลังศึกษาห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
(Smart Chef Program : SCP) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เชยี งรายจำนวน 12 คน
3. ครูผู้สอนที่จัดการเรียนรู้ในห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบ
อาหาร (Smart Chef Program : SCP) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนองค์การบริหารสว่ น
จังหวัดเชียงรายจำนวน 11 คน
4. ผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาในห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการ
ประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนองค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชยี งรายจำนวน 12 คน
โรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสูตรหอ้ งเรยี นการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
3. ตวั แปร
3.1 ตัวแปรต้น ไดแ้ ก่ จดั การเรยี นรู้หลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการจดั การครัวและศิลปะ
การประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรยี นองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชยี งราย
3.2 ตัวแปรตาม ได้แก่
1) ผลการจัดการเรียนรู้หลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะ
การประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย
2) ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้หลักสูตรสถานศึกษา
หอ้ งเรยี นการจดั การครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียน
องค์การบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
กรอบแนวคดิ ในการดำเนินการ ตัวแปรตาม
1) ผลการจัดการเรียนรู้หลักสูตรสถานศึกษา
ตวั แปรต้น ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
การจัดการเรียนรู้หลักสูตร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การบริหาร
สถานศึกษา ห้องเรียนการ สว่ นจังหวดั เชยี งราย
จัดการครัวและศิลปะการ 2) ปัญหา อุปสรรคในการจัดการเรียนรู้หลักสูตร
ประกอบอาหาร (Smart สถานศึกษา ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบ
Chef Program : SCP) อาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวัดเชยี งราย
3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการ
หลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการ
ประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียน
องค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย
โรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสูตรห้องเรียนการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
1. การจัดการเรียนรู้ หมายถึง การจัดสถานการณ์ สภาพการณ์ หรือกิจกรรมการเรียนรู้ให้
ผ้เู รยี นได้มปี ระสบการณ์ อันกอ่ ใหเ้ กิดการเรียนรู้ได้ง่าย ซง่ึ จะส่งผลใหผ้ ้เู รียนมีความเจรญิ งอกงามและ
พัฒนาการท้ังทางกายและทางสมอง อารมณ์และสังคม
2. หลักสูตรสถานศึกษาห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart
Chef Program : SCP) หมายถึง แนวการจัดประสบการณ์ ที่มีการจัดทำเป็นแผนการจัดสภาพการ
เรียนรู้หรือโครงการพัฒนาการศึกษา โดยมีการกำหนดวิธีการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดผลการ
เรียนรู้ตามจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ ให้กับนักเรียนห้องเรียนการจัดการ
ครัวและศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา
2561 โรงเรยี นองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย
ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รับ
ผลของการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นข้อมูลให้สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา สังกัดองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบสภาพปัญหา และผลการจัดการศึกษา
ตามหลักสูตรหอ้ งเรียนการจัดการครวั และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
และ ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารให้มีประสิทธิภาพมาก
ย่ิงขึ้น
โรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สูตรหอ้ งเรียนการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง
รายงานผลการดำเนินการหลักสูตรสถานศึกษา ห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการ
ประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจงั หวัดเชียงราย มี
วัตถปุ ระสงค์ คือ (1) เพ่ือรายงานผลการจัดการศึกษาตามหลักสตู รปกติ หอ้ งเรียนการจัดการครัวและ
ศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด
เชียงราย 2) เพื่อรายงานปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้หลักสูตรปกติ
หอ้ งเรยี นการจัดการครวั และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP) ของโรงเรียน
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชียงราย ผ้ดู ำเนนิ การไดศ้ ึกษาแนวคิด หลกั การ และงานศึกษาท่ีเก่ียวข้อง
เอกสารทเ่ี กี่ยวข้องดงั นี้
1. การดำเนนิ การถอดบทเรยี น
2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ
2545 กับการนำหลักสตู รการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานพุทธศักราช 2544 ไปใช้ในสถานศึกษา
3. หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานพทุ ธศักราช 2551
4. หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย
5. แนวทางการบรหิ ารจดั การหลกั สตู รสถานศึกษาของสถานศึกษา
6. ข้อมลู โรงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชียงราย
7. การจัดการเรียนรู้
8. โครงสร้างเวลาเรยี นหอ้ งเรียนการจดั การครวั และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef
Program : SCP)
9. โครงสร้างเวลาเรียนรายชั้นปีห้องเรียนการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
(Smart Chef Program : SCP)
การดำเนินการถอดบทเรียน
การดำเนินการถอดบทเรียนเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดในการถอดบทเรียน ผลที่ได้จากการ
ดำเนนิ กจิ กรรมน้ีจะทำใหท้ ีมงานถอดบทเรยี นและผูร้ ่วมถอดบทเรียนเกิดการเรียนรจู้ ากประสบการณ์
ในการปฏิบัติงานของผู้ร่วมถอดบทเรียน และได้แนวคิดใหม่ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานต่อไป
การดำเนินการถอดบทเรียนมขี ัน้ ตอนดงั น้ี
ขนั้ ที่ 1 การถอดบทเรยี น ทมี งานถอดบทเรียนควรแจง้ กำหนดการ ระยะเวลาและสถานท่ีจะ
ดำเนินการถอดบทเรยี นให้กลุ่มเป้าหมายให้ทราบล่วงหน้า เพอ่ื ใหก้ ลุ่มเป้าหมายได้เตรียมความพร้อม
และเข้ารว่ มการถอดบทเรียนครบทุกคน การถอดบทเรียนมีขัน้ ตอนท่ีสำคัญ 5 ข้นั ตอน ดังนี้ (ศุภวัลย์
พลายนอ้ ย, 2556:74)
โรงเรียนองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสตู รห้องเรียนการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
1. การสร้างบรรยากาศในการถอดบทเรียน
2. การกำหนดกติกาในการถอดบทเรยี น
3. การจัดกจิ กรรมอนุ่ เครอื่ ง
4. การเข้าสปู่ ระเด็นสำคญั ของการถอดบทเรียน
5. การสรปุ ผลการถอดบทเรยี น
ซึ่งสามารถอธบิ ายรายละเอียดข้ันตอนในการถอดบทเรยี นได้ดงั น้ี
1. การสร้างบรรยากาศในการถอดบทเรียนการสร้างบรรยากาศให้ผู้ร่วมถอด
บทเรียนเกิดความผ่อนคลายและมีความเป็นกันเองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเริ่มต้นการถอด
บทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการต้องดำเนินการสร้างบรรยากาศดังกล่าวให้เกิดขึ้นเมื่อทีมงานถอด
บทเรียนและผู้เขา้ รว่ มถอดบทเรียนอยู่พร้อมหน้าการเร่ิมตน้ สร้างบรรยากาศในการถอดบทเรียน ควร
ใช้เกมหรือเพลงประกอบท่าทางในการละลายพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนและทีมงานถอด
บทเรียน เพื่อให้ทุกคนเกิดความสนุกสนานและได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมขั้นตอนต่อไป ผู้อำนวย
กระบวนการต้องอธิบายให้ผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนทราบว่าทุกคนที่เข้าร่วมถอดบทเรียนมีความเสมอ
ภาคกนั หมายความว่าต่อไปนี้จะไม่มใี ครเปน็ หัวหน้า เปน็ ผูบ้ รหิ าร เป็นลกู นอ้ ง เป็นนายก อบต. หรือ
เป็นชาวบ้าน แต่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันทั้งหมดหากผู้อำนวยกระบวนการสามารถทำให้ผู้ร่วมถอด
บทเรียนทุกคนกลับไปเป็นเด็กได้จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เกิดบรรยากาศมีความเป็นอิสระมาก
ขึน้ และลดบรรยากาศทเี่ ป็นทางการ ซึ่งจะส่งผลให้ผรู้ ว่ มถอดบทเรยี นเกดิ ความคิดสรา้ งสรรค์ในการต้ัง
คำถามแปลกๆเกดิ ขนึ้ ในระหว่างการถอดบทเรียนนอกจากน้กี ารเรยี กเฉพาะชื่อของผู้รว่ มถอดบทเรียน
จะช่วยให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายมากกว่าการเรียกตำแหน่งของผู้ร่วมถอดบทเรียน อีกทั้งเป็นการ
กระตุน้ ใหผ้ รู้ ว่ มถอดบทเรียนมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมมากขึน้
2. การกำหนดกติกาในการถอดบทเรียนการกำหนดกติกาในการถอดบทเรียนมี
เป้าหมายเพื่อใหผ้ ู้ร่วมถอดบทเรียนเขา้ ใจในหน้าที่ของตนเอง สร้างบรรยากาศท่ดี ีในการถอดบทเรียน
และทำให้การถอดบทเรียนเกิดความราบรื่นวิธีการกำหนดกติกาในการถอดบทเรียน ผู้อำนวย
กระบวนการควรให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาเพื่อให้ทุกคนเกิดความสบายใจ
ในระหวา่ งการถอดบทเรยี นประเดน็ สำคัญทคี่ วรกำหนดในกตกิ าการถอดบทเรยี น ได้แก่
2.1 เป้าหมายการถอดบทเรียน เพื่อให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนเกิดการเรียนรู้
จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมทผ่ี ่านมา
2.2 วิธีการถอดบทเรียน ใช้การระดมความคิดของผู้ร่วมถอดบทเรียน
เนน้ การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น ไมเ่ นน้ การโต้เถียงหรือการทะเลาะวิวาท
2.3 หน้าที่ของผู้ร่วมถอดบทเรียน ทุกคนต้องให้ข้อเสนอแนะที่เป็น
ประโยชน์ในการปฏิบัติงานทุกคนต้องยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและเสนอแนะแนวทางการ
ปรบั ปรุงวธิ กี ารปฏบิ ัตงิ านใหด้ ีขึ้น
2.4 ข้อพึงระวังในการถอดบทเรียน ต้องไม่มีการตำหนิบุคคลใดๆทีเ่ ข้าร่วม
ถอดบทเรียนและไม่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ร่วมถอดบทเรียนเมื่อผู้ร่วมถอดบทเรียนได้
โรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รห้องเรียนการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
รว่ มกันกำหนดกติกาเรยี บร้อย ผูอ้ ำนวยกระบวนการควรบนั ทึกกตกิ าดังกล่าวลงในกระดาษฟลิปชาร์ท
และติดไวบ้ นผนังห้องใหผ้ ้รู ่วมถอดบทเรียนมองเหน็ ท่ัวทกุ คน
3. การจัดกิจกรรมอุ่นเครื่องผู้อำนวยกระบวนการต้องชี้แจงให้ผู้ร่วมถอดบทเรียน
เกิดความเข้าใจในวัตถุประสงค์และวิธกี ารดำเนินกิจกรรม เพื่อให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนได้ทบทวนความ
ทรงจำจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผ่านมาวิธีการจัดกิจกรรมอุ่นเครื่อง ผู้อำนวยกระบวนการควร
เตรียมการเขียนวัตถุประสงค์และวิธีการดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นขั้นตอนลงในกระดาษฟลิปชาร์ทไว้
ลว่ งหน้า และนำมาใช้ประกอบการชีแ้ จงให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนได้เกิดความเข้าใจ ซึง่ จะนำไปสู่ผลลัพธ์
ทต่ี ้องการจากการถอดบทเรยี น
4. เขา้ สู่ประเด็นสำคญั ของการถอดบทเรียนในการเร่ิมตน้ การถอดบทเรยี น ผู้อำนวย
กระบวนการต้องอธิบายขั้นตอนการสกัดความรู้จากผู้ร่วมถอดบทเรียน และเป้าหมายของการถอด
บทเรียนคือรายงานผลการปฏิบัติงานและบทเรียนจากการปฏิบัติงานของผู้ร่วมถอดบทเรียน และ
กระตนุ้ ใหผ้ ู้รว่ มถอดบทเรยี นได้ร่วมถอดบทเรียนตามลำดับขน้ั ตอนต่อไปน้ี
4.1 การเลา่ ประสบการณจ์ ากวธิ ีการปฏบิ ตั ิงานของผรู้ ่วมถอดบทเรียน
4.2 การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวิธีการปฏิบัติงานที่กำหนด
ในแผนปฏบิ ัตงิ านกบั วธิ ีการปฏบิ ตั ิงานจริง
4.3 การวเิ คราะห์ผลการปฏบิ ตั งิ านที่ทำไดเ้ ปน็ อย่างดีของผูร้ ่วมถอดบทเรียน
4.4 การใหข้ ้อเสนอแนะวิธกี ารปฏบิ ัติงานต่อไปให้ดีข้นึ ของผู้รว่ มถอดบทเรยี น
4.5 การวิเคราะหอ์ ุปสรรคท่เี กิดขนึ้ ระหว่างการปฏิบตั งิ านผ้รู ว่ มถอดบทเรียน
4.6 การให้ข้อเสนอแนะวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงานของ
ผ้รู ่วมถอดบทเรียน
4.7 ข้อเสนอแนะในสิง่ ทค่ี วรทำเพ่มิ เติมในการปฏิบัติงานท่ผี ่านมาของผ้รู ่วม
ถอดบทเรยี น
4.8 การประเมินความพึงพอใจผลการปฏบิ ตั ิงานทีผ่ า่ นมาของผูร้ ว่ มถอดบทเรียน
หน้าที่ของผู้จดบันทึกในระหว่างการถอดบทเรียนทั้ง 8 ขั้นตอน ผู้จดบันทึกต้องดำเนินการจดบันทึก
รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดของผู้รว่ มถอดบทเรียน บันทึกเสียงการถอดบทเรียนทุกขั้นตอนและสังเกต
บรรยากาศในระหว่างการถอดบทเรียนพร้อมจดบันทกึ ไว้ประกอบการจดั ทำรายงานการถอดบทเรียน
วธิ ีการดำเนินงานในขน้ั ตอนการถอดบทเรียน มรี ายละเอียดดังนี้
4.1 การเลา่ ประสบการณจ์ ากวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านของผู้รว่ มถอดบทเรยี น
ผู้อำนวยกระบวนการเริ่มเปิดประเด็นให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนเล่าประสบการณ์จากวิธีการปฏิบัติงาน
ซึ่งควรใช้วิธีการแสวงหาอาสาสมัครที่จะเริ่มต้นเล่าประสบการณ์เป็นคนแรก ถ้าไม่มีใครสมัครใจ
ผู้อำนวยกระบวนการรีบดำเนินการปรับแผนโดยการต้องระบุชื่อผู้ร่วมถอดบทเรียนซึ่งอาจจะใช้ชื่อที่
เร่ิมต้นด้วยพยัญชนะ ก เป็นผู้เล่าประสบการณ์เป็นคนแรก หรืออาจจะเลือกผู้ที่มีอายุมากเป็น
ผู้เริ่มต้นเล่าประสบการณ์ เป็นต้นระหว่างการเล่าประสบการณ์ของผู้ร่วมถอดบทเรียน ผู้อำนวย
กระบวนการควรเปิดโอกาสให้ผู้เล่าประสบการณ์มีความอิสระในการเล่าประสบการณ์ หากมีความ
คิดเห็นหรือข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สามารถสอดแทรกประเด็นดังกล่าวได้ในระหว่าง
โรงเรยี นองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรยี นการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
การเล่าประสบการณ์หากผู้เล่าประสบการณ์ในลำดับต่อมากล่าวว่า ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน
ของตนเองเหมือนกับประสบการณ์ของคนก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยกระบวนการต้องตั้งคำถามทัน ทีว่า
ประสบการณ์ที่เหมือนกันมีเรื่องอะไรบ้าง การตั้งคำถามดังกล่าวทำให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนได้มีโอกาส
เลา่ ประสบการณ์ของตนเอง ซง่ึ สอดคลอ้ งกับกติกาท่กี ำหนดไวใ้ นขั้นต้น
4.2 การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างวิธีการปฏิบัติงานที่กำหนดใน
แผนปฏิบัติงานกับวิธีการปฏิบัติงานจริงก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนนี้ ผู้อำนวยกระบวนการต้อง
เขียนขั้นตอนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานลงในกระดาษฟลิปชาร์ทไว้ล่วงหน้าผู้อำนวย
กระบวนการสรุปขั้นตอนการดำเนินงานของผู้ร่วมถอดบทเรียนจากการเล่าประสบก ารณ์ที่ผ่านมาลง
ในกระดาษฟลิปชาร์ทติดไว้บนกระดานดา้ นหน้า เพอ่ื ให้ผ้รู ว่ มถอดบทเรียนสามารถมองเห็นได้ทุกคนผู้
อำนวยกระบวนการนำกระดาษฟลปิ ชาร์ทซ่ึงมีรายละเอยี ดขั้นตอนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน
นำมาติดใกลก้ ับกระดาษ ฟลปิ ชาร์ทท่สี รปุ ขัน้ ตอนการดำเนินงานของผูร้ ว่ มถอดบทเรยี น เพ่ือให้ผู้ร่วม
ถอดบทเรยี นได้ศึกษารายละเอยี ดข้ันตอนการดำเนินงานท้ัง 2 ส่วนผูอ้ ำนวยกระบวนการเปิดประเด็น
การสนทนาให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งขั้นตอนการดำเนินงาน
ตามแผนปฏิบัติงานและขัน้ ตอนการดำเนนิ งานของผู้ร่วมถอดบทเรียนผู้อำนวยกระบวนการควรสร้าง
บรรยากาศท่ีดใี ห้ผู้ร่วมถอดบทเรยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับขนั้ ตอนการดำเนินงานอย่างอสิ ระ
4.3 การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานที่ทำได้เป็นอย่างดีของผู้ร่วมถอด
บทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการนำข้อมูลขั้นตอนการดำเนินงานของผู้ร่วมถอดบทเรียนที่เขียนใน
กระดาษฟลปิ ชาร์ทมานำเสนออีกคร้ัง เพอื่ ให้ผูร้ ว่ มถอดบทเรียนไดว้ ิเคราะหผ์ ลการปฏบิ ัติงานท่ีทำได้ดี
และค้นหาสาเหตหุ รือปัจจัยท่ีทำให้การปฏิบตั ิงานประสบผลสำเร็จผู้อำนวยกระบวนการสรุปประเดน็
จากการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานที่ทำได้ดีและสาเหตุที่ทำให้การปฏิบัติงาน ประสบผลสำเร็จลงใน
กระดาษฟลิปชาร์ท
4.4 การให้ข้อเสนอแนะวิธีการปฏิบัติงานต่อไปให้ดีขึ้นของผู้ร่วมถอด
บทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการนำข้อมูลสรุปประเด็นจากการวิเคราะห์ผลการปฏบิ ตั งิ านท่ีทำได้ดีและ
สาเหตุท่ีทำให้การปฏิบตั ิงานประสบผลสำเร็จท่ีเขยี นลงในกระดาษฟลปิ ชาร์ทให้ผ้รู ่วมถอดบทเรียนได้
ศึกษาและค้นหาวิธีการปฏิบัติงานต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิมผลลัพธ์ที่สำคัญในขั้นตอนนี้คือ ต้องได้
ข้อเสนอแนะหรือข้อสรุปแบบเฉพาะเจาะจงซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์กำหนดแนวทางการ
ปฏบิ ตั ิงานทีเ่ ปน็ ประโยชน์ในอนาคต
4.5 การวิเคราะห์อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานผู้ร่วมถอด
บทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการนำข้อมูลขั้นตอนการดำเนินงานของผู้ร่วมถอดบทเรียนที่เขียนไว้ใน
กระดาษฟลปิ ชาร์ทมานำเสนออีกครั้ง เพอื่ ใหผ้ ูร้ ว่ มถอดบทเรยี นไดว้ ิเคราะห์อุปสรรคที่เกิดข้ึนระหว่าง
การปฏิบัติงานและค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติงานไม่บรรลุเป้าหมายผู้อำนว ย
กระบวนการสรุปประเดน็ จากการวิเคราะห์อุปสรรคที่เกดิ ขึน้ ระหว่างการปฏบิ ัติงานและค้นหาสาเหตุ
หรอื ปจั จยั ที่ทำให้การปฏิบัติงานไม่บรรลเุ ปา้ หมายลงในกระดาษฟลปิ ชาร์ท
4.6 การให้ข้อเสนอแนะวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
ของผู้ร่วมถอดบทเรียนผู้อำนวยกระบวนนำข้อมูลสรุปประเด็นจากการวิเคราะห์อุปสรรคที่เกิดขึ้น
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสตู รห้องเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ระหว่างการปฏิบัติงานและค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติงานไม่บรรลุเป้าหมายที่เขียนใน
กระดาษฟลิปชาร์ตให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนได้ศึกษาและค้นหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคในการ
ปฏิบัติงานผลลัพธ์ที่สำคัญในขั้นตอนนี้คือ ต้องได้ข้อเสนอแนะหรือข้อสรุปแบบเฉพาะเจาะจงซึ่ง
สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์กำหนดแนวทางการปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกดิ อปุ สรรคในการปฏบิ ัติงานในอนาคต
4.7 ข้อเสนอแนะในส่งิ ทีค่ วรทำเพ่มิ เตมิ ในการปฏิบัติงานท่ีผา่ นมาของผู้ร่วม
ถอดบทเรียนผู้อำนวยกระบวนการเริ่มเปิดประเด็นและกระตุ้นให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนให้ข้อเสนอแนะ
เพิ่มเติมในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ถ้าไม่มีข้อเสนอแนะใดๆจากผู้ร่วมถอดบทเรียนก็สามารถข้าม
ขั้นตอนนี้ได้
4.8 การประเมินความพึงพอใจผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของผู้ร่วมถอด
บทเรียนการถอดบทเรียนในขั้นตอนสุดท้าย ผู้อำนวยกระบวนการต้องจัดเตรียมบัตรคำเพื่อให้ผู้ร่วม
ถอดบทเรยี นทกุ คนได้ประเมินความพงึ พอใจในการปฏบิ ตั ิงานท่ีผา่ นมาการกำหนดค่าคะแนนความพึง
พอใจ ค่าคะแนนความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ มีเท่ากับ 1และค่าคะแนนความพึงพอใจมากที่สุดมีค่าเท่ากับ
10 ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้
ขอ้ พึงระวงั ในการถอดบทเรยี น
ก่อนการถอดบทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการควรจัดแบ่งเวลาการถอดบทเรียนในแต่ละ
ขั้นตอนให้ความเหมาะสมในระหว่างการถอดบทเรียน ผู้อำนวยกระบวนการต้องหมั่นสังเกต
พฤติกรรมของผู้เข้าร่วมถอดบทเรียนตลอดเวลา หากบรรยากาศในการถอดบทเรียนเริ่มเกิดความตึง
เครียด ให้ยุติการถอดบทเรียนทันที ซึ่งระยะเวลาในการผ่อนคลายของผู้ร่วมถอดบทเรียนควรอยู่
ระหวา่ ง 10-15 นาทคี วรจดั อาหารว่างและเครอื่ งด่มื ให้แกผ่ ู้รว่ มถอดบทเรียนและทมี งานถอดบทเรยี น
ขัน้ ท่ี 2 การบนั ทึกบทเรียน
การบันทึกบทเรียนเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของผูจ้ ดบนั ทึก ในขั้นตอนนี้ผู้จดบนั ทึกต้องมีการ
ปฏิบัติงานรวม 3 ขนั้ คือ การเตรยี มตวั กอ่ นการบันทกึ การบนั ทึกข้อมูลการถอดบทเรยี นและการสรุป
รายงานการถอดบทเรียน โดยมีรายละเอียดดงั นี้
1. การเตรียมตัวก่อนการบันทึกบทเรียน ผู้จดบันทึกควรเตรียมความพร้อมก่อนดำเนนิ การ
ถอดบทเรียนใน 4 ประเด็นคือศึกษารายละเอียดโครงการ ศึกษารายละเอียดการถอดบทเรียน
จัดเตรียมอุปกรณ์ในการบันทึกการถอดบทเรียน และเตรียมความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งมี
รายละเอียดดังน้ี
1.1 การศึกษารายละเอียดโครงการในการศึกษารายละเอียดโครงการ ผู้จดบันทึก
ควรนำรายละเอียดโครงการมาศึกษาให้เกิดความเขา้ ใจและดำเนินการจดบนั ทึกรายละเอียดโครงการ
ให้แล้วเสร็จ จะทำให้เกิดความเข้าใจเพิ่มขึ้นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียนรายงานการ
ถอดบทเรียน
1.2 การศึกษารายละเอียดการถอดบทเรียนข้อมูลที่ใช้จะเกี่ยวข้องกับการศึกษา
กรอบแนวคิดการถอดบทเรียน ขั้นตอนการถอดบทเรียน และประเด็นคำถามในการถอดบทเรียน มี
โรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสตู รห้องเรียนการจัดการครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
รายละเอียดดังนี้การศึกษากรอบแนวคิดการถอดบทเรียน ผู้จดบันทึกควรนำกรอบแนวคิดการถอด
บทเรียนมาศึกษาให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของการถอดบทเรียนทั้งหมด วัตถุประสงค์ของการ
ถอดบทเรียน และสามารถนำหัวข้อและประเด็นที่ปรากฏในกรอบแนวคิดการถอดบทเรียนเขียน
บรรยายเป็นเนื้อเรื่องในเชิงพรรณนาและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียนรายงานการถอด
บทเรียนการศึกษาขั้นตอนการถอดบทเรียน ผู้จดบันทึกควรนำขั้นตอนการถอดบทเรียนมาศึกษาให้
เกดิ ความเข้าใจในแตล่ ะข้นั ตอนมีวิธกี ารดำเนินงานอยา่ งไรบา้ ง เพื่อวางแผนการจดบนั ทึกข้อมูลสำคัญ
ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนการศึกษาประเด็นคำถามในการถอดบทเรียน จากประเด็นคำถามซ่ึง
ทีมงานถอดบทเรียนกำหนดไว้ ผู้จดบันทึกสามารถนำข้อมูลประเด็นคำถามดังกลา่ วไปใชป้ ระโยชนใ์ น
การจดั ทำแบบฟอร์มบันทกึ บทเรียน
1.3 การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการบันทึกการถอดบทเรียนอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ใน
การบันทึกการถอดบทเรียน ได้แก่ แบบฟอร์มบันทึกบทเรียน เครื่องบันทึกเสียง แถบบันทึกเสียง
แบตเตอร่ี และสมดุ บันทึก
1) การจัดทำแบบฟอร์มบันทึกบทเรียนผู้จดบันทึกสามารถนำข้อมูล
ประเดน็ คำถามใช้ในการจัดทำแบบฟอร์มบันทึกบทเรยี น ซ่ึงจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้จดบันทึก
ในระหว่างการถอดบทเรยี น
แบบฟอรม์ บันทกึ บทเรียน มรี ายละเอยี ดดังน้ี
แบบบนั ทึกบทเรียนในโครงการ….........................................................................
หน่วยงานรับผดิ ชอบ.............................................................................................
วนั เดอื นปที ี่ถอดบทเรียน.......................................................................................
รายชอื่ ผ้รู ว่ มถอดบทเรยี น......................................................................................
รายช่ือทีมงานถอดบทเรียน................................................ ...................................
รายชื่อผู้อำนวยกระบวนการ..................................................................................
วัตถปุ ระสงค์ของการถอดบทเรียน.........................................................
รายละเอยี ดของโครงการ.....................................................................................
วธิ ีปฏิบตั ิงานของผู้รว่ มถอดบทเรยี น.............................................................
วิธปี ฏิบตั ิงานทกี่ ำหนดในแผนปฏิบัติงานของโครงการ................................................
เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของวธิ ีปฏบิ ตั งิ านของผูร้ ว่ มถอดบทเรยี นกบั วิธี
ปฏิบตั งิ านท่ีกำหนดในแผนปฏบิ ตั ิงานของโครงการ.....................................
สิง่ ที่ทำไดด้ จี ากการปฏิบัตงิ านของผ้รู ่วมถอดบทเรยี น..........................................
สาเหตุทีท่ ำไดด้ ี...............................................................................................
ขอ้ เสนอแนะวธิ ปี ฏบิ ัตงิ านตอ่ ไปให้ดีขน้ึ .......................................................
อปุ สรรคในการปฏบิ ัตงิ าน...................................................................
สาเหตขุ องการเกดิ อุปสรรคในการปฏบิ ตั งิ าน..........................................
ขอ้ เสนอแนะวิธปี ้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ อปุ สรรคในการปฏิบตั งิ าน......................
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสูตรห้องเรียนการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ขอ้ เสนอแนะสิง่ ทีค่ วรกระทำเพมิ่ เติมในการปฏิบตั งิ านทีผ่ า่ นมา.................................
วธิ ีการปฏบิ ัติงานทจ่ี ะทำให้คะแนนความพึงพอใจเพ่ิมขน้ึ ในการปฏบิ ตั งิ านต่อไป
2) การจัดเตรียมเครื่องบันทึกเสียงและอุปกรณ์ผู้จดบันทึกควรจัดหาเครื่อง
บันทึกเสียงที่มีคุณภาพดี ใช้งานสะดวก ผู้จดบันทึกควรทดลองใช้งานเครื่องบันทึกเสียงก่อนวันที่จะ
ดำเนินการถอดบทเรียน เพื่อทดสอบคุณภาพของเครื่องบันทึกเสียงว่าสามารถใช้งานได้จริงและได้
ทดลองใช้งานจริงทำให้เกิดความคล่องตัวในการใช้เครื่องบันทึกเสียงเครื่องบันทึกเสียงที่ต้องใช้แถบ
บันทึกเสียง ผู้จดบันทึกควรจัดเตรียมแถบบันทึกเสียงให้มีปริมาณเพียงพอกับระยะเวลาที่ต้อง
บันทึกเสียงระหว่างการถอดบทเรยี น ส่วนเครื่องบันทึกเสียงทีไ่ ม่ต้องใช้แถบบันทึกเสียง ได้แก่ เครื่อง
MP3 หรือ MP4 ผู้จดบันทกึ ต้องคดั ลอกหรอื ลบไฟล์ข้อมูลในเครื่องบันทึกเสียงเพ่ือให้มีพน้ื ท่ีว่างในการ
บันทกึ เสียงเพยี งพอกับระยะเวลาทตี่ ้องบนั ทึกเสยี งในกรณีท่เี คร่ืองบนั ทึกเสียงไม่สามารถใช้ไฟฟ้าและ
ต้องใช้เฉพาะแบตเตอรี่เท่านั้น ผู้จดบันทึกควรจัดเตรียมแบตเตอรี่สำรองให้เพียงพอกับระยะเวลาที่
ต้องบนั ทกึ เสียงในระหว่างการถอดบทเรียน
3) การจัดเตรียมสมุดบันทึกสมุดบันทึกเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการปฏิบัติงานของผู้
จดบันทึก การจัดเตรียมสมุดบันทึกที่ดีควรมีจำนวนหน้าเพียงพอต่อการจดบันทึกข้อมูลระหว่างการ
ถอดบทเรียนการเตรียมสมุดบันทึกไว้พร้อมใชง้ านทำให้การปฏบิ ัตงิ านของผจู้ ดบันทึกมีความคล่องตัว
เมอื่ จดบนั ทึกขอ้ มลู เสร็จแล้วสามารถนำไปเก็บไว้ไดเ้ ป็นระเบยี บและเกิดความสะดวกในการคน้ หา
1.4 การเตรียมความพร้อมทางร่างกายและจิตใจในการเตรียมความพร้อมทาง
ร่างกาย ผู้จดบันทึกควรออกกำลังกายให้ร่างกายเกิดความกระฉับกระเฉง สมองเกิดวามตื่นตัว และ
ควรบริหารมอื ใหม้ ีความพรอ้ มในการจดบันทกึ
นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดและควรนอน
หลับพักผ่อนในช่วงกลางคืนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนที่จะดำเนินการถอดบทเรียนใน
วันรุ่งขึ้นส่วนการเตรียมความพร้อมทางจิตใจ ควรฝึกสมาธิให้มีความมั่นคง ทำจิตใจให้เบิกบาน มอง
โลกในแง่ดีและเห็นคุณค่าของการจดบันทึกข้อมูลจากการถอดบทเรียน ซึ่งมีผลทำให้ทีมงานถอด
บทเรียน ผู้ร่วมถอดบทเรียน และผู้สนใจเกิดได้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการเรียนรูห้ ลังจาก
เสรจ็ ส้นิ การถอดบทเรยี น
2. การบันทกึ ข้อมูลการถอดบทเรยี น สง่ิ ทีต่ ้องดำเนนิ การ เมื่อเรมิ่ ต้นการถอดบทเรียนผู้จด
บันทึกควรเปิดเครื่องบันทึกเสียงและดำเนินการบันทึกเสียงตั้งแต่การสร้างบรรยากาศในการถอด
บทเรยี น การกำหนดกติกาในการถอดบทเรยี น การจัดกิจกรรมอนุ่ เครื่อง และการถอดบทเรียนข้อมูล
ที่ตอ้ งจดบันทกึ ระหวา่ งการถอดบทเรียน มดี งั น้ี
2.1 ข้อมูลขั้นตอนและวิธีการจัดกิจกรรมถอดบทเรียน โดยเริ่มต้นจากการสร้าง
บรรยากาศในการถอดบทเรียน การกำหนดกติกาในการถอดบทเรียน การจัดกิจกรรมอุ่นเครื่อง และ
การถอดบทเรียนซึง่ เปน็ กจิ กรรมสุดทา้ ย
2.2 ข้อมูลจากการเล่าเรื่อง การวิเคราะห์ และการอภิปรายของผู้ร่วมถอดบทเรียน
ในข้นั ตอนการถอดบทเรยี น ซงึ่ ผูจ้ ดบันทึกควรนำแบบฟอรม์ การถอดบทเรียนมาใช้ประโยชน์ในการจด
บันทึกขอ้ มลู ตามประเดน็ ที่กำหนดไว้
โรงเรียนองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สูตรห้องเรียนการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
2.3 ข้อมูลบรรยากาศระหว่างการถอดบทเรียน ซึ่งเริ่มตั้งแต่การสร้างบรรยากาศใน
การถอดบทเรียน การกำหนดกติกาในการถอดบทเรียน การจัดกิจกรรมอุ่นเครื่อง และการถอด
บทเรียนเมื่อสิ้นสุดการถอดบทเรียน ผู้จดบันทึกต้องตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลอีก
ครง้ั
3. การสรุปรายงานการถอดบทเรียนเมื่อเสร็จสิ้นการถอดบทเรียน ผู้จดบันทึกจะต้องอ่าน
รายงานการถอดบทเรียนให้ผู้ร่วมถอดบทเรียนและทีมงานถอดบทเรียนได้รับทราบข้อมูลที่ได้จด
บันทึกทั้งหมด หากมีข้อมูลในขั้นตอนใดที่ไม่ชัดเจนหรือไม่สมบูรณ์ ผู้จดบันทึกสามารถเพิ่มเติม
รายละเอียดของข้อมูลดังกล่าวตามข้อเสนอแนะของผู้ร่วมถอดบทเรียนและทีมงานถอดบทเรียน
เพ่อื ใหข้ อ้ มูลมคี วามสมบูรณ์
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพ่ิมเตมิ พ.ศ.2553)
1. หมวด 1 บททวั่ ไป ความมุง่ หมายและหลกั การ
พระราชบัญญัติฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือ
พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม
และวฒั นธรรมในการดำรงชวี ิตสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นไดอ้ ย่างมคี วามสุข
2. การจัดการศกึ ษา ให้ยดึ หลกั ดงั น้ี
1) เป็นการศกึ ษาตลอดชวี ิตสำหรับประชาชน
2) ใหส้ งั คมมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศกึ ษา
3) การพฒั นาสาระและกระบวนการเรยี นรู้ให้เป็นไปอย่างตอ่ เน่อื ง
3. สำหรบั เร่ืองการจดั ระบบ โครงสร้างและกระบวนการจดั การศกึ ษา ให้ยดึ หลักดังนี้
1) มีเอกภาพดา้ นนโยบายและมคี วามหลากหลายในการปฏิบตั ิ
2) มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่น
3) มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุก
ระดบั และประเภท
4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
5) ระดมทรัพยากรจากแหลง่ ต่าง ๆ มาใช้ในการจดั การศกึ ษา
6) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ เอกชน องคก์ รเอกชน องค์กรวิชาชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สงั คม
โรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรหอ้ งเรยี นการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
4. หมวด 2 สิทธแิ ละหนา้ ท่ีทางการศึกษา
1) บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบ
สองปี ท่ีรฐั ต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมคี ณุ ภาพโดยไมเ่ กบ็ คา่ ใช้จ่าย
2) บุคคล ซึ่งมีความบกพร่องทางด้านต่าง ๆ หรือมีร่างกายพิการ หรือมีความ
ต้องการเป็นพเิ ศษ หรอื ผดู้ ้อยโอกาสมีสิทธิและโอกาสได้รบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานเป็นพเิ ศษ
3) บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลในความดูแลได้รับ
การศกึ ษาทงั้ ภาคบงั คบั และนอกเหนอื จากภาคบังคับตามความพร้อมของครอบครัว
4) บิดามารดา บุคคล ชุมชน องค์กร และสถาบันต่าง ๆ ทางสังคมที่สนับสนุนหรือ
จดั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน มสี ทิ ธิไดร้ บั สทิ ธิประโยชนต์ ามควรแกก่ รณีดงั นี้
- การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้
การศกึ ษาแก่บุตรหรือผูซ้ ึ่งอยู่ในความดแู ล รวมทัง้ เงนิ อุดหนนุ สำหรบั การจัดการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
- การลดหยอ่ นหรือยกเว้นภาษีสำหรบั คา่ ใชจ้ า่ ยการศึกษา
5. หมวด 3 ระบบการศกึ ษา
1) การจดั การศึกษามีสามรูปแบบ คอื
- การศกึ ษาในระบบ - การศกึ ษานอกระบบ - การศึกษาตามอัธยาศัย
สถานศึกษาจัดได้ทั้งสามรูปแบบ และให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ระหวา่ งรปู แบบ
เดยี วกนั หรอื ตา่ งรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเปน็ ผลการเรยี นจากสถานศกึ ษาเดยี วกันหรือไม่ก็ตาม
2) การศึกษาในระบบมสี องระดับ คือ
- การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานซึง่ จดั ไม่นอ้ ยกวา่ 12 ปี กอ่ นระดับอุดมศกึ ษา
- ระดับอุดมศกึ ษาแบง่ เปน็ 2 คือ ระดับตำ่ กวา่ ปรญิ ญาและระดบั ปรญิ ญา
3) ให้มีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี นับจากอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด จนอายุย่างเข้าปีที่สิบหกหรือ
เม่อื สอบไดช้ น้ั ปที ่เี กา้ ของการศกึ ษาภาคบังคับ
4) สำหรบั เรอื่ งสถานศึกษานน้ั การศึกษาปฐมวยั และการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ใหจ้ ัดใน
1) สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
2) โรงเรยี น ไดแ้ ก่ โรงเรียนของรัฐ เอกชน และโรงเรยี นที่สงั กดั สถาบันศาสนา
3) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล
ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน
ศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบนั สังคมอ่ืน
เปน็ ผจู้ ดั
6. หมวด 4 แนวการจัดการศกึ ษา
- การจัดการศึกษาต้องยึดหลกั ว่าผู้เรียนมคี วามสำคัญท่ีสดุ ผู้เรยี นทุกคน สามารถเรียนรู้และ
พัฒนาตนเองได้ ดังนั้นกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตามธรรมชาติและ
เต็มตามศกั ยภาพ
โรงเรยี นองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรียนการจัดการครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
- การจดั การศึกษาท้งั สามรปู แบบในหมวด 3 ต้องเน้นท้งั ความรู้ คณุ ธรรม และ กระบวนการ
เรียนรู้ ในเร่ืองสาระความรู้
7. หมวด 5 การบรหิ ารและการจดั การศกึ ษา
ส่วนที่ 1 การบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐ
- แบ่งเป็นสามระดับ คือ ระดับชาติ ระดับเขตพื้นทีก่ ารศึกษาและระดับสถานศึกษา
เพอ่ื เป็นการกระจายอำนาจลงไปสทู่ อ้ งถน่ิ และสถานศึกษาให้มากท่ีสดุ
1.1 ระดับชาติ ให้มีกระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแล
การศึกษาทุกระดับและทุกประเภทรวมทั้ง การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กำหนดนโยบาย แผน
และมาตรฐานการศึกษาสนับสนุนทรัพยากรรวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัด
การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กระทรวง มีองค์กรหลักที่เป็นคณะ บุคคลในรูปสภาหรือ
คณะกรรมการสี่องค์กร คือ สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พ้นื ฐาน
คณะกรรมการการอดุ มศึกษา คณะกรรมการการศาสนาและวัฒนธรรม
1.2 ระดับเขตพ้นื ที่การศึกษา การบริหารและการจัดการศึกษาข้ันพน้ื ฐานและการอุดมศึกษา
ระดบั ต่ำ กวา่ ปรญิ ญา ใหย้ ึดเขตพ้นื ที่การศึกษาโดยคำนึงถึงปริมาณสถานศึกษา และจำนวนประชากร
เปน็ หลัก
1.3 ระดับสถานศึกษา ให้แต่ละสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถานศึกษาอุดมศึกษาระดับ ต่ำ
กว่าปริญญา มีคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของ
สถานศึกษาและจัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญา
ท้องถิน่ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คณะกรรมการสถานศึกษาประกอบดว้ ย ผแู้ ทน ผู้ปกครอง ผู้แทน
ครู ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา และ
ผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ให้
กระทรวงกระจายอำนาจ ทั้งดา้ นวิชาการ งบประมาณ การบรหิ ารงานบคุ คล และการบริหารท่วั ไป ไป
ยงั คณะกรรมการและสำนักงานการศึกษาฯ เขตพ้นื ที่การศึกษา และสถานศกึ ษาในเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
โดยตรง
8. หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา
- ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วยระบบการประกัน
คณุ ภาพภายใน ระบบการประกนั คณุ ภาพภายนอก
- หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษา จัดให้มีระบบการประกับคุณภาพภายใน
ซ่งึ เปน็ ส่วนหนง่ึ ของการบรหิ าร และจดั ทำรายงานประจำปีเสนอต่อหนว่ ยงานท่ีเกีย่ วข้องและเปิดเผย
ตอ่ สาธารณชน
- ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ทกุ หา้ ปี โดยสำนักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศึกษา ซงึ่ เปน็ องคก์ ารมหาชน
โรงเรยี นองค์การบริหารส่วนจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรียนการจัดการครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
9. หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา
- ให้มอี งคก์ รวิชาชีพครู ตามมาตรา 53 ทำใหเ้ กิด พรบ. สภาครูและบคุ ลากรทางการ
ศึกษา 2546
- ให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู ตามมาตรา 54 ทำให้เกิด
พรบ. ระเบียบข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
- ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศกึ ษาและบคุ ลากรทางการศึกษาอืน่ ทัง้ ของ
รัฐและเอกชน ต้องมใี บอนุญาตประกอบวชิ าชีพ
ทั้งนี้ ยกเว้น ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย จัดการศึกษาในศูนย์การเรียน วิทยากรพิเศษ
และผบู้ ริหารการศกึ ษาระดบั เหนอื เขตพื้นท่ีการศึกษา
10. หมวด 8 ทรพั ยากรและการลงทนุ เพอื่ การศกึ ษา
- ให้มกี ารระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณ การเงนิ และทรัพย์สิน ทั้ง
จากรัฐ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน
องค์กรวิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอนื่ และต่างประเทศมาใช้จดั การศึกษา
- สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้
และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอ่ืน
รวมทั้งหารายได้จากบริการของสถานศึกษาที่ไม่ขัดกับภารกิจหลักอสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของ
รัฐได้มา ทั้งจากผู้อุทิศให้หรือซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ
สถานศกึ ษา บรรดารายได้และผลประโยชนต์ ่าง ๆ ของสถานศกึ ษาของรฐั ดังกล่าว ไมเ่ ปน็ รายได้ท่ีต้อง
ส่งกระทรวงการคลงั
11. หมวด 9 เทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา
- รัฐจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการส่ง
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อประโยชน์สำหรั บ
การศกึ ษา การทะนุบำรุง ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น
- รัฐสง่ เสรมิ สนับสนุนให้มกี ารศึกษาและพัฒนา การผลติ และพัฒนาแบบเรียน ตำรา
สื่อส่งิ พมิ พ์อนื่ วัสดอุ ปุ กรณ์และเทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษาอน่ื โดยจดั ใหม้ เี งนิ สนบั สนุนและเปิดให้มีการ
แข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพ่ือ
การศึกษา
- ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้
ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ อันจะนำไปสู่
การแสวงหาความรู้ได้ดว้ ยตนเองอยา่ งตอ่ เนือ่ งตลอดชวี ติ
- ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จากเงิน
อุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทานและผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการ ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยี
สารสนเทศ และโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชน
โรงเรียนองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสตู รหอ้ งเรียนการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
รวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยี ให้มีหน่วยงานกลาง ทำหน้าท่ี
พิจารณาเสนอนโยบาย แผน ส่งเสริม และประสานการศึกษา การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการ
ประเมินคณุ ภาพและประสิทธิภาพของการผลติ และการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา
การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3)
พ.ศ.2553
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ถือว่าเป็นความพยายามที่จะทำการปฏิรูป
การศกึ ษาคร้ังสำคญั ซ่ึงดำเนนิ การจดั ทำข้นึ ดว้ ยความร่วมมือจากหลายฝา่ ย ไมว่ า่ จะเป็นฝ่ายการเมือง
ฝ่ายข้าราชการ ครู อาจารย์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชน องค์กร และสถาบันต่างๆ มี
การศึกษาปัญหา ประมวลองค์ความรู้ตา่ งๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ มีการระดมผ้รู ู้ นักปราชญ์
มาชว่ ยกนั คิด ชว่ ยกันสร้างเปา้ หมายของการศกึ ษาไทย
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขหรือ
แก้ปัญหาทางการศึกษา และถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา อาจสรุปหลักการ
สำคญั ได้ 7 ด้าน ดงั นี้
1. ด้านความเสมอภาคของโอกาสทางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ปรากฏตามนยั มาตรา 10 วรรค
1 คือ การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่
น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย มาตรา 8 (1) การ
จดั การศึกษาให้ยึดหลกั ว่าเปน็ การศึกษาตลอดชีวติ สำหรบั ประชาชน
2. ด้านมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ปรากฏตาม มาตรา 9 (3) กำหนดมาตรฐานการศึกษา
และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา และ มาตรา 47 ให้มีระบบ
ประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบ
ประกันคณุ ภาพภายในและระบบประกันคุณภาพภายนอก
3. ด้านระบบบริหารและการสนับสนุนทางการศึกษา ปรากฏตาม มาตรา 9 (2) การจดั ระบบ
โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้ (1) มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลาย
ในการปฏิบัติ (2) มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น (3) ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้จัดการศึกษา (4) การมีส่วนร่วมของบุคคล
ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน
ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สงั คมอืน่ ๆ
มาตรา 43 การบรหิ ารและการจัดการศึกษาของเอกชน ใหม้ ีความเปน็ อิสระ โดยมกี ารกำกับ
ติดตาม การประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากรัฐ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การ
ประเมนิ คณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกบั การศึกษาของรฐั
4. ด้านครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ปรากฏตาม มาตรา 9 (4) มีหลักการ
ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาครู คณาจารย์
และบคุ ลากรทางการศึกษาอยา่ งต่อเนอ่ื ง
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรยี นการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
มาตรา 52 ให้กระทรวงส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์ และ
บุคลากรทางการศกึ ษาให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวชิ าชีพช้ันสูง โดยการกำกับ
และประสานให้สถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาให้มี
ความพร้อมและมีความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากรใหม่และการพัฒนาบุคลากรประจำการอย่าง
ต่อเนื่อง รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
อยา่ งเพียงพอ
5. ดา้ นหลกั สูตร ปรากฏตาม มาตรา 8 (3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนร้ใู ห้เป็นไป
อย่างต่อเนอ่ื ง มาตรา 27 ใหค้ ณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานกำหนดหลักสูตรภาคบงั คับ การศกึ ษา
ขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ
ตลอดจนเพอ่ื การศึกษาตอ่ ให้สถานศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานมหี น้าท่จี ัดทำสาระของหลกั สตู รตามวัตถุประสงค์
ในวรรคหนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึง
ประสงคเ์ พือ่ เปน็ สมาชิกทด่ี ีของครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
มาตรา 28 หลักสูตรสถานศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับบุคคลพิการ
ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของบุคคลใหเ้ หมาะสมแก่วยั และศกั ยภาพ
สาระของหลักสูตรทั้งที่เป็นวิชาการและวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้าน
ความรู้ ความคดิ ความสามารถ ความดีงาม และความรบั ผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่งและวรรคสอง
แล้ว ยังมคี วามมุ่งหมายเฉพาะท่ีจะพัฒนาวิชาการ วชิ าชีพช้ันสูง และดา้ นการคน้ คว้า วจิ ัย เพ่ือพัฒนา
องค์ความรแู้ ละพฒั นาทางสงั คม
มาตรา 24 (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัด โดย
คำนึงถงึ ความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. ดา้ นกระบวนการเรียนรู้ ปรากฏตาม มาตรา 22 การจดั การศกึ ษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุก
คนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการ
จัดการศกึ ษาตอ้ งส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ใหส้ ถานศึกษาและหนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องดำเนินการ
ดังนี้ (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย
คำนงึ ถงึ ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล (2) ฝึกทักษะ กระบวนการคดิ การจดั การ การเผชิญสถานการณ์
และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา (3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้คิดได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้ง
ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา (5) ส่งเสริมสนับสนุนให้
ครูสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมสื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้
และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเปน็ ส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ ทั้งนี้ครูและ
ผูเ้ รยี นอาจเรยี นรูไ้ ปพรอ้ มกัน จากสื่อการเรยี นการสอนและแหล่งวทิ ยาการประเภทตา่ งๆ (6) จัดการ
โรงเรยี นองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรยี นการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
เรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และ
บุคคลในชุมชนทกุ ฝ่าย เพื่อรว่ มกันพฒั นาผู้เรียนตามศกั ยภาพ
มาตรา 25 รัฐต้องเร่งส่งเสริมการดำเนินงาน และการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุก
รูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์
อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้
อ่นื อยา่ งพอเพียงและมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน
ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปใน
กระบวนการเรยี นการสอนตามความเหมาะสมของแตล่ ะระดบั และรปู แบบการศึกษา
มาตรา 8 (1) และ (3) การจัดการศึกษายึดหลักดังนี้ (1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับ
ประชาชน (3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ใหเ้ ป็นไปอยา่ งต่อเน่ือง
7. ดา้ นทรัพยากรและการลงทนุ เพ่ือการศึกษา ปรากฏตาม มาตรา 9 (5) การจัดระบบ โครงสรา้ งและ
กระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้ (5) ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัด
การศึกษา
มาตรา 58 ให้มีการระดมทรัพยากรการลงทุนด้านงบประมาณ การเงิน และทรัพย์สิน ท้ัง
จากรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน
องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่น และต่างประเทศ มาใช้ในการจัด
การศึกษา
มาตรา 60 ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษา ในฐานะที่มีความสำคัญสูงสุด
ต่อความม่ันคงยัง่ ยนื ของประเทศ โดยจัดสรรเปน็ เงนิ งบประมาณเพ่ือการศึกษา
จากหลักการสำคัญดังกล่าวข้างต้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็น
สำคญั คือ
1. ด้านหลักสูตร กล่าวถึงการปฏิรูปหลักสูตรให้ต่อเนื่อง เชื่อมโยง มีความสมดุลในเนื้อหา
สาระ ทั้งที่เป็นวิชาการ วิชาชีพ และวิชาว่าด้วยความเป็นมนุษย์ และให้มีการบูรณาการเนื้อหา
หลากหลายทม่ี ีประโยชนต์ ่อการดำรงชวี ิต ไดแ้ ก่
1.1 เนื้อหาเก่ยี วกับตนเองและความสัมพันธร์ ะหว่างตนเองกับสังคม
1.2 เนื้อหาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบำรุงรักษา ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ ม
1.3 เนอ้ื หาเกยี่ วกับศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม ภูมิปัญญาไทย
1.4 เนื้อหาความรู้และทกั ษะด้านคณิตศาสตรแ์ ละภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถกู ตอ้ ง
1.5 เน้ือหาความร้แู ละทกั ษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวติ อย่างมีความสขุ
2. ด้านกระบวนการเรียนรู้ กล่าวถึง กระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ
เรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองได้ โดยถือวา่ ผ้เู รยี นมีความสำคัญทีส่ ุด กระบวนการจดั การศึกษาต้องส่งเสริม
ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอด
ชีวิต ดังข้อมูลที่ระบุไว้เป็นหัวใจของการปฏิรูปการศึกษาที่สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สูตรห้องเรยี นการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
และวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (2543) ได้สรุปถึงลักษณะกระบวนการจัดการ
เรียนรใู้ นสาระของพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ ไว้ดังนี้
2.1 มกี ารจัดเน้ือหาทสี่ อดคลอ้ งกับความสนใจ ความถนดั ของผู้เรยี น
2.2 ใหม้ ีการเรียนรู้จากประสบการณ์และฝกึ นสิ ยั รกั การอา่ น
2.3 จัดให้มีการฝึกทักษะกระบวนการและการจัดการ
2.4 มีการผสมผสานเน้อื หาสาระดา้ นตา่ งๆ อยา่ งสมดุล ปลกู ฝังคณุ ธรรม
2.5 จัดการส่งเสรมิ บรรยากาศการเรียนเพอ่ื ใหเ้ กิดการเรียนรแู้ ละรอบรู้
2.6 จัดใหม้ ีการเรียนรูไ้ ดท้ กุ เวลา ทกุ สถานท่ี และให้ชมุ ชนมสี ว่ นร่วมในการจัดการเรียนรู้ดว้ ย
3. ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้โดยผู้เรียน
เป็นสำคัญ จะต้องประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง โดยการใช้วิธีการประเมินผู้เรียนหลายๆ วิธี ได้แก่
การสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นและการร่วมกิจกรรม การใชแ้ ฟ้มสะสมงาน การทดสอบ การสัมภาษณ์
ควบคไู่ ปกบั กระบวนการเรียนการสอน ผู้เรียนจะมีโอกาสแสดงผลการเรียนรู้ได้หลายแบบ ไม่เพียงแต่
ความสามารถทางผลสัมฤทธ์ิการเรยี นซงึ่ วัดได้โดยแบบทดสอบเทา่ นั้น การวดั และการประเมินผลการ
เรียนรู้แบบนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างอันเกิดจากผลการพัฒนาตนเองของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ได้
ชดั เจนมากข้ึน
หลกั สูตรและองค์ประกอบของหลักสูตร
ความหมายของหลักสูตร
ในแวดวงนักศึกษาผู้ให้ความหมายของหลักสูตรไว้มากมาย โดยไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็น
พ้องกับความหมายใดเพียงความหมายเดียว เพราะหลักสูตรเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาแต่
อาจแบ่งกลุ่มความหมายของหลักสูตรได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มความหมายที่เน้นถึงเนื้อหาสาระที่
จะตอ้ งเรยี นรู้ 2) กล่มุ ความหมายท่เี น้นความหมายสำคัญของจดุ หมายที่ต้องการใหเ้ กิดกบั ผ้เู รียน และ
3) กลุม่ ความหมายท่เี นน้ กระบวนการทจี่ ะพฒั นาผเู้ รียน
กาญจนา คุณารักษ์ (2535 : 1-4) ได้รวบรวมความหมายหลกั สตู รไว้ดงั นี้
1. หลกั สูตร คือ รายวชิ าหรือรายการเนอ้ื หาทส่ี อนโรงเรียน
2. หลกั สูตร คอื ประสบการณท์ ่ีจดั ใหแ้ ก่ผู้เรียน
3. หลักสตู ร คือ กิจกรรมการเรียนการสอนและวสั ดุอุปกรณ์
4. หลักสูตร คือ สิ่งที่โรงเรียน ผู้ปกครอง คาดหมายหรือมุ่งหวังจะให้ผู้เรียนได้รับหรือมี
คุณสมบตั ใิ นสิ่งนน้ั ๆ
5. หลักสตู ร คอื พาหนะที่จะนำผูเ้ รียนไปสคู่ วามสำเรจ็ ตามเปา้ หมายของการศกึ ษา
6. หลกั สตู ร คือ สิ่งแวดล้อมตา่ ง ๆ ทางการเรียน และส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น
7. หลกั สูตร คอื กระบวนการปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งครู นกั เรียน และส่ิงแวดล้อมการเรียน
8. หลกั สูตร คือ แผนหรือแนวทาง หรอื ข้อกำหนดในการจัดการศึกษาของโรงเรยี น
9. หลักสตู ร คือ เอกสาร หนงั สอื หลักสูตร และเอกสารประกอบหลักสูตรใด ๆ เช่น แผนการ
สอน คูม่ ือครู แบบเรยี น เปน็ ต้น
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรหอ้ งเรยี นการจัดการครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
10.หลกั สูตร คือ วชิ าความร้สู าขาหน่งึ ทวี่ ่าดว้ ยทฤษฎี หลกั การ และแนวปฏิบตั ิในการพัฒนา
หลกั สตู ร
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2537 : 12) ได้ให้แนวคดิ ว่า หลักสูตร คือ มวลประสอบการณท์ ัง้ ปวงท่จี ัดให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ครบถ้วนตามมาตราฐานคุณภาพสากล มาตรฐานความเป็นชาติไทยและ
มาตรฐานที่ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ตอ้ งการ
สงัด อทุ รานนั ท์ (2538 : 6) กล่าว หลักสูตร หมายถงึ ลักษณะใดลกั ษณะหนึ่งต่อไปนี้
1. หลักสูตร คือ สิ่งที่สร้างขึ้นในลักษณะของรายวิชา ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสาระที่จัด
เรยี งลำดับความยากง่าย หรือเป็นข้นั ตอนอย่างดีแลว้
2. หลักสูตร ประกอบด้วยประสบการณ์ทางเรียนซึ่งได้วางแผนล่วงหนา้ เพื่อมุ่งหวังจะให้เดก็
ไดเ้ ปลย่ี นแปลงพฤติกรรมในทางทตี่ ้องการ
3. หลักสูตร เปน็ สิง่ ท่ีสังคมสรา้ งข้นึ สำหรบั ใหป้ ระสบการณ์ทางการศึกษาแกเ่ ด็กในโรงเรียน
4. หลักสูตร ประกอบด้วยมวลประสบการณ์ทั้งหมดของผู้เรียน ซึ่งเขาได้ทำได้รับรู้ และได้
ตอบสนองตอ่ การแนะแนวของโรงเรียน
ใจทิพย์ เชื้อรตั นพงษ์ (2539 : 9) ให้ความหมายหลักสตู รว่า คอื SOPEA ประกอบด้วย
S คือ Subject matter ได้แก่ เนอ้ื หาทีใ่ ช้ในการเรยี นการสอน
O คือ Object ไดแ้ ก่ วัตถปุ ระสงค์
P คือ plans ได้แก่ แผนสำหรบั จดั โอกาสการเรยี นรูห้ รือประสอบการณ์แก่นกั เรียนที่คาดหวงั
E คอื learner’s experience ได้แก่ ประสบการณ์ท้ังปวงของผเู้ รยี นมาจัดโดยโรงเรยี น
A คือ education activities ไดแ้ ก่ กิจกรรมทางการศึกษาทีจ่ ัดใหก้ ับผู้เรียน
ชมพันธุ์ กุญชน ณ อยุธยา (2540 :3-5) ได้อธิบายความหมายของ “หลักสูตร” ว่ามีความ
แตกต่างกันไปตั้งแต่ความหมายที่แคบสุดจนจนถึงกว้างสุด แต่จำแนกความคิดเห็นของนักศึกษาที่ได้
ให้นิยามความหมายของหลักสตู ร ออกเป็น 2 ใหญ่ ๆ ดังน้ี
1. หลักสูตร หมายถึง แผนประสบการณ์การเรยี น นักการศึกษาที่มีความคิดเห็นว่าหลักสูตร
หมายถึง แผนประสบการณ์การเรียนนั้น มองหลักสูตรในลักษณะที่เป็นเอกสาร หรือโครงการ
การศึกษาที่สถาบันการศึกษาได้วางแผนไว้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาตามแผนหรือโครงการที่กำหนดไว้
หลักสูตรตามความหมายนีห้ มายถึงรวมถึง แผนการเรียนหรือรายวชิ าต่าง ๆ ที่กำหนดให้เรียนรวมท้งั
เนื้อหาวิชาของรายวิชาต่าง ๆ กิจกรรมการเรียนการสอนและการประเมินผล ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผน
ความคิดเหน็ ของนักศึกษากลมุ่ นไ้ี มร่ วมถงึ การนำหลักสตู รไปใช้หรือการเรยี นการสอนท่ปี ฏิบัติจริง แต่
ทั้งแผนประสบการณก์ ารเรยี นกับการสอนท่ปี ฏบิ ตั ิจรงิ มีความสัมพนั ธ์กันอย่างใกลช้ ิด
2. หลักสูตร หมายถึง ประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่สถาบันการศึกษาจัดให้ซึ่งหมาย
รวมถึงประสบการณ์การเรียนและการนำหลักสูตรไปใช้ด้วย แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวคิดของทั้งทา
บาและ ไทเลอร์ที่เห็นว่า หลักสูตรประกอบด้วยจุดมุ่งหมายประสอบการณ์ทางการศึกษาหรือเนื้อหา
การจัดประสบการณ์ทางการศึกษาหรือจัดการเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนและการ
ประเมนิ ผล
โรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ธำรง บัวศรี (2542 : 7) กล่าวว่า หลักสูตร คือ แผนซึ่งได้ออกแบบจัดทำขึ้นเพื่อแสดง
จุดมุ่งหมายการจัดเนื้อหาสาระกิจกรรมและมวลประสบการณ์ในแต่ละโปรแกรมการศึกษา เพื่อให้
ผู้เรยี นมีพฒั นาการในด้านต่าง ๆ ตามจดุ หมายทไี่ ดก้ ำหนดไว้
มาเรียม นิลพันธุ์ (2543 : 6) กล่าวว่า หลักสูตร หมายถึง เอกสารข้อกำหนดเกี่ยวกับมวล
ประสบการณ์ เพื่อให้ผู้เรียนมีพัฒนาไปในแนวทางที่ต้องการ ทั้งนี้ นักการศึกษาและนักพัฒนา
หลักสูตรประเทศ ไดใ้ หค้ วามหมายและคำจำกัดความของหลักสูตรไว้ โดยสรุปดังน้ี
คาสเวลและแคมเบล (Caswell and Cambell 1935 : 66) ไดใ้ หจ้ ำกดั ความวา่ หลกั สูตรเป็น
สิง่ ทีป่ ระกอบด้วยประสบการณ์ท้ังมวลของเด็ก ภายใตก้ ารแนะแนวของครู
ไทเลอร์ (Tyler. 1949 : 79) ได้สรุปว่าหลักสูตรเป็นสิ่งที่เด็กจะต้องเรียนรู้ทั้งหมด โดยมี
โรงเรียนเป็นผวู้ างแผนและกำกับเพือ่ ให้บรรลถุ ึงจดุ หมายของการศกึ ษา
ทาบา (Taba. 1962 : 11) ให้คำสรุปเกี่ยวกับหลักสูตรอย่างสั้น ๆ ว่าหลักสูตรเป็นแผนการ
เกี่ยวกับการเรียนรู้
กู๊ด (Good. 1973 : 157) ไดใ้ ห้ความหมายของหลักสตู รไว้ 3 ประการ ดงั นี้ คอื
1. หลักสูตร หมายถึง เนื้อหาวิชาที่จัดไว้เป็นระบบให้ผู้เรียนได้ศึกษา เพื่อสำเร็จหรือรับ
ประกาศนยี บตั รในสาขาวชิ าหนึง่
2. หลักสูตร หมายถึง เค้าโครงสรา้ งท่ัวไปของเนื้อหาหรอื สิ่งเฉพาะที่จะต้องสอน ซึ่งโรงเรยี น
จดั ใหแ้ กเ่ ดก็ เพอื่ ใหส้ ำเรจ็ การศกึ ษาและสามารถเขา้ ศึกษาต่อในทางอาชีพต่อไป
3. หลักสูตร หมายถึง กลุ่มวิชาและการจัดประสบการณ์ที่กำหนดไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนภายใต้
การแนะนำของโรงเรยี นและสถานศกึ ษา
โอลิวา (Oliva. 1992 : 8-9) ได้ให้นิยามความหมายของหลักสูตรโดยแบ่งเป็นการให้นิยาม
โดยยึดจดุ ประสงค์ บรบิ ทหรอื สภาพแวดลอ้ ม และวธิ ีดำเนนิ การหรอื ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1. การให้นิยามโดยยึดจุดประสงค์ (Purpose) หลักสูตรจึงมีภาระหน้าที่ที่จะทำให้ผู้เรียน
ควรจะเป็นอย่างไร หรือมีลักษณะอย่างไร หลักสูตรในแนวคิดนี้จึงมีความหมายในลักษณะที่เป็น
วิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จตามจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายนั้น ๆ เช่น หลักสูตร คือ การถ่ายทอด
มรดกทางวัฒนธรรม หลกั สูตร คอื การพฒั นาทกั ษะการคิดผเู้ รยี น เปน็ ตน้
2.การให้นิยามโดยยดึ บรบิ ทหรือสภาพแวดล้อม (Contexts) นยิ ามของหลกั สูตร ในลักษณะ
นี้จึงเป็นการอธบิ ายถึงลกั ษณะทัว่ ไปของหลักสูตรซ่ึงแลว้ แต่ว่าเนื้อหาสาระของหลักสูตรน้ันมีลกั ษณะ
เป็นอย่างไร เช่น หลักสตู รทีย่ ดึ เนือ้ หาวิชา หรือหลักสตู รท่ียึดผูเ้ รียนเปน็ ศนู ย์กลาง หรอื หลักสูตรทเ่ี นน้
การปฏิรูปสังคม เปน็ ตน้
3. การให้นิยามโดยยดึ วิธีดำเนินการการหรอื ยุทธศาสตร์ (Strategies) เป็นการนิยามในเชงิ
วิธีดำเนินการที่เป็นกระบวนการ ยุทธศาสตร์หรือเทคนิควิธีการในการจัดการเรียนการสอน เช่น
หลักสูตร คือ กระบวนการแก้ปัญหา หลักสูตร คือ การอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม การทำงานกลุ่ม หลักสูตร
คอื การเรียนรู้เป็นรายบคุ คล หลักสตู ร คือ โครงการหรอื แผนการจัดการเรียนการสอน เปน็ ต้น
โอลิวา ได้สรุปความหมายของหลักสูตรไว้ว่า หลักสูตร คือ แผนงานหรือโครงการที่จัด
ประสบการณ์ทั้งหมดให้แก่ผู้เรียน ภายใต้การดำเนินงานของโรงเรียน และในทางปฏิบัติหลักสูตร
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรยี นการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ประกอบด้วยจำนวนของแผนการตา่ ง ๆ ทเ่ี ขียนเป็นลายลกั ษณ์อักษร และมีขอบเขตกว้างหลายหลาย
เปน็ แนวทางของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ตี ้องการ ดงั นนั้ หลักสตู รอาจเป็นหนว่ ย (Unit) เป็น
รายวิชา (course) หรือเป็นรายวิชาย่อยต่าง ๆ (sequence of courses) แผนงานหรือโครงการทาง
การศึกษาดังกล่าวนอี้ าจจดั ขึน้ ไดท้ ง้ั ในและนอกช้นั เรยี นหรือโรงเรียนกไ็ ด้
จากที่กล่าวมาแล้วสามารถสรุปได้ว่า หลักสูตร หมายถึงมวลประสบการณ์ความรู้ต่าง ๆ ท่ี
จัดใหผ้ เู้ รยี นทั้งในและนอกหอ้ งเรียน ซึง่ มลี กั ษณะเปน็ กจิ กรรม โครงการหรอื แผน เพื่อเป็นแนวทางใน
การจดั การเรยี นการสอนให้ผเู้ รยี น ไดพ้ ฒั นาและมคี ณุ ลักษณะตามความมงุ่ หมายท่ีไดก้ ำหนดไว้
ความสำคญั ของหลักสูตร
นกั การศึกษาหลายท่านไดแ้ สดงทัศนะและความคิดเห็นท่ีเกีย่ วกับความสำคัญของหลักสูตรว่า
หลักสูตรมีความสำคัญอย่างไรต่อการจัดการศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าหลักสูตรมีความสำคัญ
ต่อการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพการเรียนรู้ของผูเ้ รียน ทั้งน้ี เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนในแต่ละวัยแต่
ละระดบั การศึกษาได้รับการศึกษาท่ีมคี ุณภาพทัดเทยี มกันหรือไม่ อย่างไร ซ่งึ จะมีผลกระทบต่อผู้เรียน
ว่าควรเรียนรู้สาระการเรียนรู้อะไร มีเนื้อหาสาระมากน้อยเพียงใด จาการศึกษาเอกสารพบว่ามีผู้ที่
กล่าวถึงความสำคัญของหลักสูตรไวโ้ ดยสรุป ดังนี้
สนั ต์ ธรรมบำรุง (2527 : 152) สรปุ ความสำคัญของหลักสตู รไว้ 9 ประการ คือ
1. หลักสูตร เป็นแผนปฏิบัติงานหรือเครื่องชี้แนวทางปฏิบัติงานของครู เพราะหลักสูตรจะ
กำหนดจดุ มุ่งหมาย เนื้อหาสาระ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนและการประเมนิ ผลไว้เป็นแนวทาง
2. หลักสตู รเป็นข้อกำหนดแผนการเรียนการสอน อนั เปน็ ส่วนรวมของประเทศ เพ่ือนำไปสู่
ความม่งุ หมายตามแผนการศกึ ษาชาติ
3. หลกั สตู รเปน็ เอกสารของทางราชการ เปน็ บญั ญัติของรฐั บาล หรอื เปน็ ธรรมนูญในการจัด
การศกึ ษา เพ่อื ให้บุคคลท่ีเกีย่ วข้องกบั การศึกษาปฏิบัตติ าม
4. หลักสูตรเป็นเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา เพื่อควบคุมการเรียนการสอนในสถานศึกษา
ระดบั ต่างๆ และยงั เปน็ เกณฑ์มาตรฐานอย่างหนึ่งในการจัดสรรงบประมาณ บุคลากร อาคาร สถานที่
วัสดอุ ปุ กรณ์ ฯลฯ ของการศึกษาของรัฐแก่สถานศึกษาอีกดว้ ย
5. หลักสูตรเป็นแผนการดำเนินงานของผู้บริหารการศึกษา ที่จะอำนวยความสะดวกและ
ควบคุม ดูแลติดตามให้เปน็ ไปตามนโยบายการจัดการศกึ ษาของรฐั บาลดว้ ย
6. หลักสูตรจะกำหนดแนวทางในการส่งเสริมความเจริญงอกงามและพัฒนาการของเด็ก
ตามจุดมุ่งหมายของการศกึ ษา
7. หลกั สตู รจะกำหนดและลักษณะรปู ร่างของสงั คมในอนาคตได้ว่า จะเป็นไปในรูปใด
8. หลักสูตรจะกำหนดแนวทางให้ความรู้ ทักษะ ความสามารถ ความประพฤติที่จะเป็น
ประโยชน์ต่อสังคม อันเป็นการพัฒนากำลังซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบะสังคมแห่งชาติที่
ไดผ้ ล
โรงเรยี นองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
9. หลักสตู รจะเปน็ ส่ิงทบ่ี ง่ ช้ถี งึ ความเจรญิ ของประเทศ เพราะการศกึ ษาเป็นเครื่องมือในการ
พฒั นาคน ประเทศใดจดั การศึกษาโดยมหี ลักสูตรท่เี หมาะสม ทนั สมยั มปี ระสิทธิภาพทนั ตอ่ เหตุการณ์
และการเปลย่ี นแปลงยอ่ มได้กำลังท่ีมปี ระสทิ ธิภาพสงู
พงษ์ศกั ด์ิ ภกู าบขาว (2540 : 18-19) กล่าวถึงความสำคัญของหลกั สตู รไว้ดงั นี้
1. หลักสตู รยอ่ มเปน็ แนวทางในการปฏิบตั งิ านของครู
2. หลักสูตรย่อมเป็นแนวทางในการสง่ เสรมิ ความเจริญงอกงามและพัฒนาการของเด็กตาม
จดุ มุง่ หมายของการศกึ ษา
3. หลักสูตรย่อมกำหนดแนวทางในการจัดประสบการณ์ว่าเด็กควรได้รับสิ่งใดบ้างที่เป็น
ประโยชนแ์ ก่เด็กโดยตรงและแกส่ งั คม
4. หลักสูตรย่อมกำหนดว่า เนื้อหาวิชาอะไรบ้างที่จะช่วยให้เด็กมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่าง
ราบรนื่ เปน็ พลเมอื งดีของประเทศชาติและบำเพญ็ ประโยชน์แกส่ ังคม
5. หลกั สูตรย่อมกำหนดวิธีการดำเนนิ ชวี ติ ของเด็กให้เป็นไปดว้ ยความราบร่นื และผาสขุ
6. หลักสูตรย่อมกำหนดแนวทางความรู้ ความสามรถ ความประพฤติ ทักษะและเจตคติใน
อันท่จี ะอยู่รว่ มกนั ในสงั คม และบำเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและประเทศ
จากที่กลา่ วมาแลว้ สรปุ ได้ว่า หลักสูตรเป็นสิ่งสำคญั ในการจัดการศกึ ษา 3 ระดับ คือ
1. ระดับประเทศ เป็นการชี้ให้เห็นถึงแนวทางการจัดการศึกษาโดยภาพและเป็นตัวบ่ง
ชี้ใหเ้ หน็ แนวโนม้ สังคมกับการจดั การศกึ ษาในอนาคต
2. ระดับสถานศึกษา ซึ่งนับได้ว่าหลักสูตรเป็นหัวใจและจดุ เด่นของการจัดการเรียนการสอน
ในสถานศกึ ษานั้น ๆ
3. ระดบั ห้องเรียนซึง่ มคี วามสำคัญตอ่ การนำไปสกู่ ารปฏิบัติ เพ่อื จดั การเรียนรทู้ ่ีเกดิ กับผู้เรียน
โดยตรง โดยมรี ายละเอียดและเอกสารประกอบท่กี ำหนดแนวทางว่าจะสอนใคร เร่อื งใด เพอื่ อะไร
องค์ประกอบของหลกั สูตร
องค์ประกอบของหลักสูตร นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ความหมายของหลักสูตรสมบูรณ์
และสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน การประเมินผล และการปรับปรุงการเรียน
การสอนหรือการพัฒนาหลักสูตรได้
องค์ประกอบของหลกั สูตร โดยทวั่ ไปมี 4 องค์ประกอบ
1. ความมุ่งหมาย (objectives) คือ เป็นเสมอื นการกำหนดทิศทางของการจัดการศึกษา การ
จัดการเรียนการสอน เพื่อมุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาไปในลักษณะต่าง ๆที่พึงประสงค์อันก่อให้เกิด
ประโยชน์ในสงั คมนน้ั การกำหนดความมงุ่ หมายของหลักสูตรต้องคำนงึ ถึงข้อมูลพ้ืนฐานของสังคม เพ่ือ
ประโยชน์ ในการแก้ปัญหา และสนองความต้องการของสงั คมและผูเ้ รียน และต้องสอดคล้องสัมพันธ์
กับนโยบายการจัดการศึกษาของชาติด้วย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดองค์ประกอบ
ของหลักสูตรส่วนนี้ เป็น 2 ลักษณะ คือ “หลักการของหลักสูตร” หมายถึง แนวทางหรือทิศทางใน
การจัดการศึกษาซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการจัดการศึกษาระดับนั้น ๆ จะได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
“จดุ หมายของหลกั สูตร” หมายถึง พฤตกิ รรมตา่ ง ๆหรือคณุ สมบตั ิต่าง ๆที่ตอ้ งการใหเ้ กิดขึน้ แก่ผู้เรียน
เม่อื ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามท่ีกำหนดไวใ้ นหลักสตู รน้นั แลว้
2. เนื้อหาวิชา (Content) เป็นสาระสำคัญทีก่ ำหนดไว้ในหลักสตู รให้ชัดเจน โดยมุ่งให้ผู้เรียน
ได้มีประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาไปสู่ความมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหาสาระที่ได้กำหนดไว้
ต้องสมบรู ณ์ ตอ้ งผนวกความรู้ ประสบการณ์ ค่านยิ ม แนวคิด และทัศนคตเิ ขา้ ด้วยกันเพ่ือให้ผู้เรียนได้
พัฒนาทัง้ ในดา้ นความรู้ ความทัศนคติ และพฤตกิ รรมต่าง ๆ อันพงึ ประสงค์
3. การนำหลักสูตรไปใช้ (Curriculum implementation) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง
เพราะเป็นกิจกรรมท่ีจะแปลงหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติกิจกรรมนั้นมีหลายลักษณะ แตก่ จิ กรรมท่ีสำคัญ
ที่สุด คือ กิจกรรมการเรียนการสอน หรือ อาจกล่าวได้ว่า “การสอนเป็นหัวใจของการนำหลักสูตรไป
ใช้” ดังนั้น ครูผู้สอนจึงเป็นผูท้ ี่มีบทบาทสำคัญในฐานะเปน็ ผู้จัดการเรียนรู้ การกำหนดวิธีการที่จะนำ
ผู้เรียนไปสคู่ วามมงุ่ หมายของหลักสตู ร ประกอบด้วย
3.1 วธิ กี ารจดั การเรียนรู้ การกำหนดวธิ กี ารจัดการเรียนรหู้ ลกั สูตรจะเน้นแบบยึดครู
เป็นสำคัญหรือยึดผู้เรียนเป็นสำคัญนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปรัชญาการศึกษา หรือแนวความคิด ความเชื่อ
ในการจัดการศึกษาที่พึงประสงค์ และขึ้นอยู่กับจุดหมายของหลักสูตรนั้นเป็นสำคัญ สำหรับวิธีการ
จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรในปัจจุบันเน้นแบบยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ หรือเน้น “การสอนคนมากกว่า
การสอนหนงั สือ” โดยมีแนวทางการจดั การเรียนรู้ เช่น กระบวนการเรียนหรือวิธีการเรียนสำคัญพอๆ
กับเนื้อหาวิชาให้ผู้เรียนเป็นผู้แสดงและครูเป็นผู้กำกับการแสดงชี้แนะแนวทาง ผู้เรียนค้นหาความรู้
สรุป และ ตดั สนิ ใจเอง สอนปฏิบตั คิ วบคู่ไปกับทฤษฎี เป็นต้น
3.2 วสั ดุประกอบหลักสูตร หมายถึง วัสดุ เอกสาร รวมทงั้ สอื่ การเรยี นการสอน
ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ครูใช้หลักสูตรได้โดยง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แบ่งออกเป็น 2
ประเภท คือ
3.2.1 วัสดปุ ระกอบหลกั สูตรสำหรับครู เช่น แผนการจัดการเรยี นรู้ คู่มือครู
คู่มือการใช้หลักสูตร คู่มือการประเมินผล คู่มือการแนะแนว คู่มือการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็น
ตน้
3.2.2 วัสดุประกอบหลักสูตรสำหรับนักเรียน เช่น หนังสือเรียน หนังสือ
แบบฝกึ หัด บตั รงาน หนงั สอื อา่ นเพมิ่ เตมิ แบบคดั ลายมือ เปน็ ต้น
3.3 การประเมินผล (evaluation) เป็นองค์ประกอบที่ชี้ให้เห็นว่าการนำหลักสูตร
แปลงไปสู่การปฏิบัตินั้น บรรลุจุดมุ่งหมายหรือไม่ หลักสูตรเกิดสัมฤทธ์ิผลมากน้อยเพียงใด
ข้อมลู จาการประเมินผลนี้จะเปน็ แนวทางไปส่กู ารปรบั ปรุงและพฒั นาหลกั สตู รต่อไป
ธำรง บวั ศรี (2538 : 7-8) ทกี่ ลา่ วเน้นว่า หลักสตู รประกอบดว้ ย 1) จดุ มุ่งหมายของหลักสูตร
2) จุดประสงค์ของการเรียนการสอน 3) เนื้อหาสาระและประสบการณ์ 4) วัสดุอุปกรณ์และสื่อการ
เรยี นการสอน 5) ประเมินผล
จากแนวคดิ ตา่ ง ๆทกี่ ลา่ วมาทงั้ หมด สรปุ ไดว้ ่าองค์ประกอบสำคญั ของหลกั สตู ร คือ
1. จุดมุ่งหมายของหลักสูตร เป็นผลส่วนรวมที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนหลังจากเรียนจบ
หลักสตู รไปแลว้
โรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรยี นการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
2. โครงสร้างเนื้อหาสาระ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ทักษะและความสามารถที่ต้องการให้มี
รวมท้ังประสบการณท์ ีต่ ้องการใหไ้ ด้รบั
3. อัตราเวลาเรียน เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ครบกระบวนการและมี
ประสทิ ธภิ าพ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนและสื่อ ทั้งนี้เพื่อให้แนวทางในการนำหลักสูตรไปใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน
5. การวัดและการประเมินผล เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของ
หลกั สตู รก่อนและหลังการนำไปใช้
องค์ประกอบหลักสูตรเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลถึงลักษณะ โครงสร้าง รูปแบบของ
หลักสูตรวา่ จะเป็นอย่างไร โดยมอี งคป์ ระกอบที่สำคัญของ หลักสูตร คอื ความมงุ่ หมาย (objectives)
เนื้อหาวิชา (Content) การนำหลักสูตรไปใช้ (Curriculum implementation) การประเมินผล
(evaluation)
โครงสร้างหลกั สูตร
โครงสร้างของหลักสูตร หมายถึง การกำหนดรูปแบบของการจัดเนื้อหาสาระ การกำหนด
ขอบเขตหรือจำนวนความมากน้อยของสาระ รวมท้งั เวลาเรียน เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายของหลกั สตู ร
การกำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี นพ้นื ฐาน และเพ่ิมเตมิ สถานศึกษาสามารถดำเนนิ การ ดังน้ี
- ระดับประถมศึกษา สามารถปรับเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้ตาม
ความเหมาะสม ทั้งน้ี ต้องมีเวลาเรียนรวมตามทีก่ ำหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพืน้ ฐาน และผู้เรยี น
ต้องมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชี้วดั ที่กำหนด
- ระดับมัธยมศึกษา ต้องจัดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานให้เป็นไปตามที่กำหนดและ
สอดคล้องกบั เกณฑ์การจบหลักสูตร
สำหรับเวลาเรียนเพิ่มเติม ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ให้จัดเป็นรายวิชา
เพ่มิ เตมิ หรือกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน โดยพจิ ารณาให้สอดคล้องกับความพร้อม จดุ เนน้ ของสถานศึกษา
และเกณฑ์การจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 สถานศึกษาอาจจัดให้เป็นเวลา
สำหรบั สาระการเรยี นรพู้ ้นื ฐานในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนทกี่ ำหนดไวใ้ นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ถึงช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปลี ะ 120
ช่ัวโมง และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 360 ช่ัวโมงนัน้ เป็นเวลาสำหรบั ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ใหส้ ถานศึกษาจัดสรรเวลาใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏิบตั กิ จิ กรรม ดังน้ี
ระดับประถมศกึ ษา (ป.1-6) รวม 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) รวม 3 ปี จำนวน 45 ชว่ั โมง
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม 3 ปี จำนวน 60 ช่ัวโมง
โรงเรยี นองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รหอ้ งเรียนการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
รูปแบบหลักสตู ร
หลักสูตรแต่ละรูปแบบจะแตกต่างกันในประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ คือแนวความคิดหรือ
ปรัชญาในการจัดการศึกษาแตกต่างกันจุดเน้นของความมุ่งหมายแตกต่างกนั เป็นต้น จากหลักเกณฑ์
ความแตกต่างของหลกั สูตรดังกล่าวข้างต้น อาจจำแนกรูปแบบของหลักสตู รได้ 8 รูปแบบ ดงั นี้
3.1 หลักสูตรแบบเนื้อหาวิชาหรือแบบรายวิชา เป็นหลักสูตรแบบดั้งเดิมหรือหลักสูตรเก่าที่
เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาวิชาเป็นหลัก ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาความรู้ต่างๆจะจัดไว้เพ่ือ
ถา่ ยทอดอยา่ งมรี ะเบียบตามทผ่ี ้รู ใู้ นแตล่ ะวิชาได้กำหนดไว้
3.2 หลกั สูตรแบบสัมพนั ธ์วิชา เปน็ หลกั สตู รท่ีมพี ื้นฐานมาจากหลักสูตรแบบรายวชิ าเน่ืองจาก
เมื่อนำหลักสูตรรายวิชาไปใช้การเรียนรู้ของผู้เรียนในแตล่ ะวิชาแตกแยกกันมากขึ้น ผู้เรียนนำความรู้
ไปใช้ประโยชน์ได้น้อย เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงนำเนื้อหาวิชาต่างๆที่มีลักษณะคล้ายคลึง และมีส่วน
เก่ยี วข้องสัมพนั ธก์ นั จัดไว้ดว้ ยกัน
3.3 หลักสูตรแบบหมวดวิชา หรือสหสัมพันธ์ หลักสูตรลักษณะแบบนี้จุดมุ่งหมายจะ
ผสมผสานเนื้อหาวิชาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หรือสาขาเดียวกัน ให้มีความสัมพันธ์ระหว่างวิชามาก
ขึ้น ในลักษณะหมวดวิชา เช่น หมวดวิชาสังคมศึกษา ประกอบด้วยวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
หนา้ ที่พลเมอื ง ศลี ธรรม เปน็ ต้น
3.4 หลักสูตรกิจกรรมและประสบการณ์ หลักสูตรลักษณะแบบนี้ต้องการแก้ไขข้อบกพร่อง
ของหลักสูตรแบบรายวชิ า ที่ไม่คำนึงถึงความต้องการและความสนใจของผู้เรียน หลักสูตรนี้จึงยึดเอา
กิจกรรม ความสนใจและประสบการณ์แวดล้อมมาเป็นแนวทางในการจัดลำดับประสบการณ์การ
เรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตจริง โดยยึดปรัชญาพิพัฒนาการเป็นแนวทาง
ด้านการวัดผลให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนมากกว่าปริมาณความรู้ความจำ โดยมีข้อดี คือ
สนองความต้องการ และความสนใจของผู้เรยี นเปน็ การเรยี นอยา่ งมีความหมาย เป็นต้น
3.5 หลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม หลักสูตรนี้ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดปรัชญาพิพัฒนาการ
นยิ ม ของ จอหน์ ดิวอ้ี ซ่งึ เชอื่ ว่าการเรยี นร้เู กิดจากประสบการณ์ และประสบการณ์จะทำใหพ้ ฤติกรรม
เปลี่ยนแปลง หลักสูตรนี้จะยึดเอาสังคมและชีวิตของเด็กเป็นหลัก เช่น การมีส่วนร่วมในวัฒนธรรม
ประเพณีของสังคมที่แวดล้อมอยู่โดยพยายามให้เนื้อหามีส่วนสัมพันธ์กับชีวิตเพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้
ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ เป็นต้น
3.6 หลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรแบบนี้มีลักษณะผสมผสานเนื้อหาวิชาเพื่อที่จะตอบสนอง
ความต้องการและความสนใจของผู้เรยี น ส่งเสริมการเรียนที่มคี วามสัมพันธ์กับประสบการณ์ชีวิตของ
ผู้เรียนของผู้เรียน หลักสูตรประกอบดว้ ยสิ่งที่ผู้เรียนต้องเรยี นเป็นความรูห้ นึ่ง และส่วนที่ใช้เลือกส่วน
หน่ึง หลกั สำคัญอยทู่ กี่ ารจดั การเวลาเรียน และการจัดเนอ้ื หาใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผู้เรียน
และขณะเดียวกันเน้นการเรียนรู้ทางวิชาการอย่างมีระบบ โดยมีข้อดี คือ มีการผสมผสานทางด้าน
การเรียนรู้และเนื้อหาวิชา มีความเกี่ยวพันกับชีวิตและความสนใจของผู้เรียน สนองความสนใจและ
ความถนดั ของแต่ละบุคคล เปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาคน้ คว้าหาความรูเ้ พ่ิมเตมิ ด้วยตนเอง
โรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรียนการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
3.7 หลักสูตรแบบเอกัตภาพ หลักสูตรแบบนี้จัดเนื้อหาสาระของหลักสูตรไปตามความ
เหมาะสมและความต้องการของผู้เรียนแต่ละบุคคล การจัดหลักสูตรแบบนี้ขึ้นอยู่ดุลยพินิจของ
ครูผู้สอนที่จะวิเคราะห์ความต้องการ ระดับสติปริญญา และความสามารถของผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง
จัดการเรียนการสอนอยู่ในรูปของการจัดชุดการเรียนใหผ้ ู้เรียนได้ศึกษาและพัฒนาความสามารถของ
ตนไปตามลำดับ มี ข้อดีคือ ผู้เรียนสามารถได้เรียนได้ด้วยตนเอง โดยมีครูคอยให้คำแนะนำปรึกษา
ผ้เู รียนยึดแนวการสอนที่จดั ทำไว้ โดยไม่ตอ้ งพบผูส้ อนเปน็ ประจำ ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถสูงสามารถ
พัฒนาตนเองได้เตม็ ความสามารถ แตม่ ีข้อจำกัดทีว่ ่าความสมั พนั ธ์ในการรวมกลุ่มมนี ้อย ผู้เรยี นท่ี ขาด
ความรับผิดชอบและไม่มีความซื่อสัตย์อาจจะไม่ได้ผลเต็มที่ การแก้ปัญหาต่าง ๆ กระทำได้น้อยและ
ควรจะมาจากความคดิ เหน็ ของกลุ่มมากกวา่ คนเดยี ว
3.8 หลักสูตรบูรณาการ เป็นการผสมผสานเนื้อหาเข้าด้วยกัน ไม่แยกเป็นรายวิชาโดย
พยายามรวมประสบการณ์ต่าง ๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยจะคัดเลือกตัดตอนมาจากหลาย ๆ
สาขา แล้วมาจัดเป็นกลุ่มหมวดหมู่เพื่อให้นักเรียนได้ประสบการณ์ที่ต่อเนื่อง มีคุณค่าต่อการดำเนิน
ชีวิตและพัฒนาตนเอง การบูรณาการเนื้อหาวิขาต่าง ๆ จะเน้นที่ตัวเด็กและปัญหาสังคมเป็นสำคัญ
การจัดการเรียนสอน มุ่งให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน จัด
กิจกรรมใหส้ อดคล้องกับความสนใจและความต้องการ การวัดผลจะเนน้ พัฒนาการทุกด้านโดยเฉพาะ
ด้านความสามารถในการแก้ปัญหามีข้อดี คือ ช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ต่อเนื่อง มีประโยชน์
โดยตรงต่อการดำรงชวี ติ เป็นหลกั สตู รท่ีมกี ารผสมผสานกันอย่างดี
จากที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า การกำหนดรูปแบบของหลักสูตรเป็นการพิจารณาเลือกและ
จัดเนื้อหาวิชาของวิชาของหลักสูตรให้สอดคล้องกับความมุ่งหมายของหลักสูตร โดยหลักสูตรแต่ละ
รปู แบบจะมีจดุ มงุ่ หมายโครงสรา้ งหลักสูตรทแ่ี ตกต่างกนั ออกไป เน่ืองจากการสร้างหลักสูตรแต่ละคร้ัง
ตา่ งยุคตา่ งสมัย จึงต้องคำนงึ ถึงพืน้ ฐานทีต่ ่างกันดว้ ย
ลักษณะของหลักสตู รทดี่ ี
หลักสูตรที่ดีย่อมส่งผลดีต่อการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน กล่าวคือ
หลักสูตรที่ดีจะเป็นแนวทางให้ผู้บริหารโรงเรียนนำไปปฏิบัติได้ดี มีประสิทธิภาพทางด้านครูสามารถ
นำไปใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนให้เกดิ ผลดตี อ่ ผ้เู รียน หลักสตู รท่ดี คี วรมลี ักษณะดงั น้ี คอื
1. หลักสูตรควรมีความคล่องตัว และสามารถปรับปรุงและยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับ
สภาพการณต์ ่างๆที่เปลี่ยนแปลงได้เปน็ อยา่ งดี
2. หลักสูตรควรเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การเรียนการสอนได้บรรลุตามความมุ่งหมายที่
กำหนดไว้
3. หลกั สตู รควรได้รบั การจัดทำหรือพัฒนาจากคณะบคุ คลหลายฝ่าย
4. หลักสตู รจะตอ้ งจดั ได้ตรงตามความมุ่งหมายของการศึกษาแห่งชาติ
5. หลักสูตรควรจะมีกิจกรรมกระบวนการและเนื้อหาสาระของเรื่องที่สอนบริบูรณ์เพียง
พอท่จี ะช่วยใหผ้ ู้เรียนคิดเปน็ ทำเปน็ แกป้ ญั หาเป็น และพัฒนาการเรียนผู้เรียนในทกุ ๆด้าน
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รห้องเรียนการจัดการครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
6. หลักสูตรควรบอกแนวทาง ด้านสื่อการสอน การใช้สื่อ การวัดและประเมินผลไว้อย่าง
ชัดเจน
7. หลักสตู รควรจะมลี กั ษณะท่ีสนองความตอ้ งการและความสนใจ ทงั้ ของนกั เรยี นและสังคม
8. หลกั สูตรควรส่งเสริมความเจริญงอกงามในตวั ผเู้ รยี นทุกด้าน รวมท้งั ส่งเสรมิ ความคิดริเร่ิม
สรา้ งสรรค์
9. หลกั สตู รควรชีแ้ นะแนวทางกระบวนการเรียนรู้ เพ่ือให้ผเู้ รียนไดเ้ พ่ิมพูนความรู้ ทักษะและ
เจตคตไิ ด้ดว้ ยตนเอง จากสือ่ ต่างๆทอี่ ยู่รอบตัว
10. หลักสตู รควรจัดทำมาจากการศึกษาขอ้ มูลพ้นื ฐานดา้ นต่างๆอย่างรอบคอบ
11. เป็นหลกั สตู รที่ยดึ ผเู้ รียนเป็นสำคญั เนอื้ หาและกิจกรรมต้องเหมาะสมกับธรรมชาติ
12. เนือ้ หาและประสบการณต์ ้องสอดคล้องกบั สภาพการดำรงชวี ิตของผู้เรยี น ประสบการณ์
ต้องเปน็ สิง่ ทใี่ กล้ตัว และสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
สรปุ หลกั สตู ร หมายถึง มวลประสบการณ์ความรู้ต่างๆท่ีจัดใหผ้ ูเ้ รียนท้ังในและนอกห้องเรียน
ซึ่งมีลักษณะเป็นกิจกรรม โครงการหรือแผน ซึ่งประกอบด้วย ความมุ่งหมายของการสอน เพื่อเป็น
แนวทางในการจัดการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนได้พัฒนาและมีคุณลักษณะตามความมุ่งหมายที่ได้
กำหนดไว้ หลักสูตรเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการศึกษา ที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการจัดการศึกษาของ
ประเทศ หรือกล่าวอีกในหนึ่งได้ว่าหลักสูตรเป็นหวั ใจของการจดั การเรียนการสอน ที่กำหนดแนวทาง
ว่าจะสอนใคร เรอ่ื งใด เพ่ืออะไร
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
กระทรวงศึกษาธิการ (2551: 3) ได้ระบุหลักการ และจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ดังน้ี
1. หลักการ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน มีหลักการทส่ี ำคัญดังน้ี
1.1 เป็นการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของ
ความเปน็ ควบคู่ความเปน็ สากล
1.2 เป็นการศึกษาเพือ่ ปวงชน ที่ประชาชนทุกคนจะได้รบั การศึกษาอย่างสมำ่ เสมอภาค
และมีคณุ ภาพ
1.3 เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด
การศกึ ษาให้สอดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถน่ิ
1.4 เป็นหลกั สูตรที่มโี ครงสร้างยดื หยุ่นท้ังด้านสาระ เวลา และการจัดการการเรียนรู้
1.5 เปน็ หลักสูตรทเี่ น้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ
1.6 เป็นหลักสูตรที่จัดการศึกษาสำหรับ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตาม
อธั ยาศยั ครอบคลุมทุกกลุม่ เป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรแู้ ละประสบการณ์
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรห้องเรียนการจดั การครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
2. จดุ มงุ่ หมาย
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ทีส่ มบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มี
ความสุข และมีความเป็นไทย มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดจุดหมาย
เพือ่ ใหเ้ กิดกบั ผเู้ รยี น เม่อื จบการศึกษาข้ันพื้นฐาน ดังนี้
2.1 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
2.2 มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยแี ละมที กั ษะชวี ติ
2.3 มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ทีด่ ี มีสขุ นสิ ัย และรักการออกกำลงั กาย
2.4 มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
2.5 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
สิง่ แวดลอ้ ม มีจิตสาธารณะทม่ี ุ่งทำประโยชน์และสร้างส่ิงท่ีดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่าง
มคี วามสุข
3. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน มุ่งให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้
ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณอ์ นั จะเปน็ ประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทง้ั การเจรจาต่อรอง
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ
ความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วิธกี ารสอื่ สาร ที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเอง
และสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรือสารสนเทศเพื่อการตดั สนิ ใจเกีย่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มา
ใช้ในการป้องกันและแกไ้ ขปญั หา และมีการตัดสินใจทีม่ ีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบทีเ่ กดิ ข้ึน
ตอ่ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่
ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความ
โรงเรียนองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสตู รห้องเรยี นการจัดการครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรูจ้ ักหลีกเลีย่ งพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ท่สี ่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ืน่
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้าน
ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้
การส่อื สาร การทำงาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
4. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยูร่ ว่ มกับผ้อู น่ื ในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซ่อื สตั ย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้องตาม
บรบิ ทและจดุ เนน้ ของตนเอง
5. มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน จึงกำหนดให้ผเู้ รียนเรียนรู้ 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดงั น้ี
1. ภาษาไทย
2. คณติ ศาสตร์
3. วทิ ยาศาสตร์
4. สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
6. ศลิ ปะ
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสตู รหอ้ งเรียนการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชียงราย
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้การพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ทันต่อการ
เปลยี่ นแปลงของสงั คมในศตวรรษท่ี 21 เปน็ 3 หลักสูตรคือ
1. หลักสูตร (พิเศษ) ภาษาอังกฤษ (English Program : EP) เป็นหลักสูตรที่จัด
กระบวนการเรียนการสอน โดยครูต่างชาติเจ้าของภาษา ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนในระดับปฐมวัย และ
ประถมศึกษา มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นประชากรใน
ประชาคมอาเซียน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับสูงข้ึน
ภายใตห้ ลกั การต้นทนุ ตำ่ ๆคณุ ภาพสูง
2. หลกั สูตรปกติ ประกอบด้วยหอ้ งเรียน ได้แก่
1. หอ้ งเรียน (พเิ ศษ) เตรยี มแพทย์-วศิ วะ (Genius Science-Math : GSM)
เป็นห้องเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ได้รับการเรียนรู้
จากการปฏิบัติจริง รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยด้านแพทยศาสตร์
และวศิ วกรรมศาสตรไ์ ด้
2. ห้องเรียน (พิเศษ) วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (Talented Science-
Math : TSM) เปน็ ห้องเรียนทีเ่ น้นใหผ้ เู้ รยี นเข้าเรยี นในสาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เพื่อเตรียม
ความพร้อมให้ผู้เรียนที่มีความประสงค์เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ใน
ขัน้ สูงต่อไป
3. ห้องเรยี น (พิเศษ) เตรยี มความพร้อมสู่สีเ่ หลา่ ทัพ (Pre – Cadet : PCD)
เป็นห้องเรียนที่เน้นผู้เรียนที่มีความต้องการ ใฝ่ฝันอยากมีวิชาชีพรับราชการ อาทิ ตำรวจ ทหาร
นักบิน หรือวิชาชีพที่ต้องมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบสูง สามารถเป็นผูน้ ำองค์กรต่าง ๆ ได้อย่าง
มีคณุ ภาพ
4. ห้องเรียน (พิเศษ) ความเป็นเลิศทางด้านภาษาอังกฤษ (Talented
English Program : TEP) เป็นห้องเรียนที่เน้นภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้สามารถเลือกเรียน
ต่อ และทำงานอย่างหลากหลาย โดยมีความถนัดโดดเด่นด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษและเรียนจาก
ประสบการณ์จริงในต่างประเทศได้ตามความถนดั อย่างมีคณุ ภาพ
5. หอ้ งเรียน (พิเศษ) ความเป็นเลศิ ทางดา้ นภาษาจีน (Talented Chinese
Program : TCP) เป็นห้องเรียนที่เน้นภาษาจีน เพื่อเตรียมผู้เรียนให้สามารถเลือกเรียนต่อ และ
ทำงานอย่างหลากหลาย โดยมีความถนัดโดดเด่นด้านการสื่อสารภาษาจนี และแลกเปล่ยี นต่างประเทศ
ได้ตามความถนัดอยา่ งมีคุณภาพ
7. ห้องเรียนทั่วไป (Talented General : TGP) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้
ผู้เรียนได้รับความรู้และเติมเต็มในส่วนที่นักเรียนสนใจ เพื่อเตรียมผู้เรียนสำหรับการเรียนต่อ
หลากหลายสาขาตามความถนัดและศักยภาพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรยี นค้นพบอัจฉริยภาพของตนเองและ
ส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้พฒั นาไดเ้ ตม็ ศักยภาพ
8. ห้องเรียนผู้นำแห่งการพัฒนา (Citizen Empowerment Program :
CEP) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนได้รับโอกาสและพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จ โรงเรียนให้
โรงเรียนองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรียนการจัดการครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ความรักความสำคัญกับผู้เรียน สร้างทางเลือกที่หลากหลายกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กับ
ผู้เรียน ก้าวสู่เป้าหมายของชีวิตอย่างมีความสุข ให้ได้เรียนและจัดการศึกษาสร้างผู้นำแห่งการพัฒนา
ในอนาคต
9. ห้องเรียนความเป็นเลิศด้านธุรกิจค้าปลีก (Retail Mangement
Program : RMP) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีสมรรถนะในการ
ประกอบอาชพี มคี วามรู้ มีรายได้ระหว่างเรียน และเขา้ ใจในชวี ติ มที างเลือกในอนาคต สามารถทำงาน
ในเครือ CP หรือเรยี นตอ่ ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท พร้อมทุนเรยี นฟรีตามเง่ือนไขที่กำหนด
10. ห้องเรียนความเป็นเลิศด้านดนตรี ศิลปะ และการแสดง (Performing
Arts Program : PAP) เป็นห้องเรียนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความเป็นเลิศในด้านดนตรี ศิลปะ และการ
แสดงสามารถปฏิบตั ิได้จรงิ กลา้ แสดงออก และนำความสามารถสร้างรายไดร้ ะหว่างเรยี น ภายใตห้ ลัก
คดิ ไดค้ วามรู้ ไดเ้ กรด ได้งาน
11. หอ้ งเรียนเตรียมความพร้อมสู่นักบริหารธรุ กิจ (Pre – Mini Master of
Business Administration : Pre – Mini MBA) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนค้นหาความสามารถ
ความถนัดของตัวเองในด้านการประกอบธุรกิจ รวมทั้งหารายได้ระหว่างเรียน เพื่อเป็นผู้ประกอบการ
ธรุ กิจในอนาคต มีเจตคตทิ ด่ี ีตอ่ อาชีพสจุ รติ
12. ห้องเรียนเตรียมคุรุทายาท (Pre – Educator Program : PEP) เป็น
ห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนที่มีความสนใจ และรักที่จะประกอบอาชีพครูซึ่งจะได้รับการปลูกฝัง
“จิตวิญญาณความเป็นครู” ตั้งแต่อยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจัดการเรียนการสอนเน้น
ทางด้านวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ เพ่ือเตรียมผู้เรียนที่มีความประสงค์เข้าเรียนในสาขาการศึกษา
ในวิชาเอกที่นักเรียนสนใจ เรียนรู้จริง ฝึกประสบการณ์จริง มีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย มี
กจิ กรรม โครงการที่ผู้เรยี นมสี ่วนรว่ ม เป็นการสานฝันใหเ้ ป็นจรงิ และกา้ วสู่ “ครมู อื อาชีพ” ในอนาคต
ตอ่ ไป
13. หอ้ งเรยี นเตรียมพาณชิ ยน์ าวี (Merchant Marine Program : MMP)
ห้องเรียนเตรียมพาณิชย์นาวี เป็นห้องเรียนที่ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมของผู้เรียนในด้านทักษะ
การเดินเรือทางทะเล โดยแยกเป็น 2 สาขาคือ สาขานายประจำเรือ และสาขาพนักงานประจำเรือ
พาณิชย์/เรอื สำราญ
14. หอ้ งเรียนการจดั การครัวและศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef
Program : SCP) เป็นหลักสูตรที่มุ่งหวังให้ผู้เรียน มีความรู้พื้นฐานตามแบบผู้เรียนในระดับ
มัธยมศึกษา และมีความรู้ด้านการประกอบอาหารมีทักษะในการประกอบอาหาร และบริการ อีกท้ัง
ยังมีการฝึกประสบการณ์จริงกับสถานประกอบการและผู้ประกอบการในจังหวัด เพื่อเป็นการศึกษา
เรยี นรู้จากผ้มู คี วามร้ดู า้ นอาหารอย่างจรงิ จัง
3. หลักสูตรอัจฉริยภาพทางด้านกีฬา (Excellent Sport : E – Sport) ประกอบด้วย
ห้องเรียน ได้แก่
1. ห้องเรียนอัจฉริยภาพทางด้านกีฬา (Excellent Sport : E – Sport) เป็น
ห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนพัฒนาความเป็นอัจฉริยภาพด้านกีฬา พัฒนาผู้เรียนให้มีความเป็นเลิศด้าน
โรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สูตรห้องเรียนการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
กีฬาต้นแบบ 4 ประเภท คือ ฟุตบอล แฮนด์บอล กรีฑา และวอลเล่ย์บอล เพื่อพัฒนาให้เป็นนักกีฬา
ระดับจงั หวดั ระดับภาค ระดับประเทศ (ทีมชาติ) และก้าวไปสูก่ ารเป็นนักกีฬาอาชพี มีรายได้ระดับสูง
โดยมโี ค้ชหรือผฝู้ กึ สอนระดับประเทศ
(วิชัย วงษ์ใหญ่ 2552 : 1) ได้กล่าวไว้ว่าแนวคิดหลักการบริหารหลักสูตรควรมีการทำความ
เข้าใจและใหค้ วามสำคัญกับการบรหิ ารหลักสูตรสถานศึกษาอย่างชัดเจนและถูกต้องถือเป็นเครื่องมอื
ที่สำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ โดยมีหลักและแนวคิดที่สำคัญ 9
ประการ ดงั นี้
1. การวางแผนงานหลักสูตร ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านของการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน ทุกโรงเรียนจะมีทั้งหลักสูตรใหม่และหลักสูตรเก่า หลักสำคัญในการบริหารหลักสูตรคือ
จะต้องทำให้ผู้เรียนสูญเสียประโยชน์น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นจะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนหลักสูตรให้
น้อยและสั้นที่สุด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี ต้องจัดระบบให้ดี มีข้อมูลที่ชัดเจน และ
ตระเตรยี มทุกอยา่ งใหพ้ ร้อมรับการเปลยี่ นแปลง
2. การจัดระบบข้อมูลโรงเรียน นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งในการบริหารหลักสูตร
ระบบขอ้ มลู โรงเรียนประกอบดว้ ยขอ้ มลู ต่างๆ ดังนี้
1. หลกั สตู ร - ระบบการสร้างหลักสตู ร การบรหิ ารหลักสูตร และการประเมนิ ผล
2. การบริหารจดั การ - มีขอ้ มูลดา้ นผู้เรียน ผสู้ อน วา่ มีความพรอ้ มหรือไม่เพยี งใด
3. ระบบขอ้ มูล - ครอู าจารย์ นกั เรียน บคุ ลากร ผู้รูใ้ นชมุ ชน อาชพี ในพื้นที่
4. การวางแผนกลยทุ ธ์ 3-5 ปี - แสดงถึงวิสยั ทัศน์ จุดมุ่งหมาย และขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ าน
5. ระบบงบประมาณ - การบริหารงบประมาณจะต้องมีความชัดเจนตรวจสอบได้ มุ่งผลงาน
และเพ่อื พัฒนาการศึกษาเปน็ สำคัญ
6. การพัฒนาการเรียนรู้ - สอื่ และข้อมลู เกี่ยวกับนวตั กรรมการเรียนการสอน การประเมินผล
การศึกษาอบรมของครู
7. ระบบช่วยเหลือ - มีข้อมูลผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำแนกเด็กเก่ง เด็กปกติ และเด็กด้อย
โอกาส เพือ่ ใหก้ ารสนบั สนุนช่วยเหลืออย่างสอดคลอ้ งกับความจำเปน็ ตอ้ งการของเด็กแต่ละกลุม่
8. บริหารบคุ คล - ข้อมลู เก่ียวกบั ครอู าจารย์ ทงั้ ในดา้ นการศึกษา การอบรม การจัดหา บรรจุ
และเลิกจา้ ง เพ่อื ชว่ ยในการพฒั นาครูใหเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั หลกั สูตรใหม่
9. การประเมินภายใน - จัดเตรียมข้อมูลการพัฒนาหลักสูตร บุคลากร และผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศกึ ษาของเด็กและโรงเรยี น
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รหอ้ งเรยี นการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
ขอ้ มูลพน้ื ฐานโรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เชียงราย
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ถือกำเนิดจากนโยบาย ในการจัดการศึกษา
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนและประชาชนในจังหวัดเชียงราย ตามท่ี
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย แถลงไว้ต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และ
ผา่ นการประเมินความพร้อม จากสำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาเชียงรายเขตหนึง่ กระทรวงศึกษาธกิ าร
ให้องค์การบริหารส่วนจงั หวัดเชียงราย สามารถจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ (โรงเรียนองค์การบริหาร
ส่วนจงั หวัดเชยี งราย, 2554:3)
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชียงราย จัดตงั้ ขน้ึ จากนโยบายในการจัดการศึกษา เพื่อ
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน และประชาชนในจังหวัดเชียงราย ตามที่นาง
รตั นา จงสุทธนามณี นายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เชียงรายในขณะนั้น แถลงไว้ต่อสภาองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และผ่านการประเมินความพร้อมจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เชียงรายเขต 1 กระทรวงศึกษาธิการให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย สามารถจัดการศึกษาข้นั
พื้นฐานได้
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเปิดทำการเรียนการสอนในระดั บมัธยมศึกษา
ปีที่ 1 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 มีครูจำนวน 12 คน มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 126 คน
มีผู้บริหารสถานศึกษาคือ นายศราวุธ สุตะวงค์ โดยใช้อาคารศูนย์ส่งเสริมสาธิตและจำหน่ายสินค้า
พื้นเมือง (ข้างโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย) เป็นอาคารเรียนชั่วคราว ในปี พ.ศ. 2550 ได้ย้าย
สถานที่ตั้งโรงเรียนมาอยู่ในบริเวณศูนย์บูรณาการการเรียนรู้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
(สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย) เปิดสอนในระดับชั้น อนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดการเรียน
การสอน 3 โปรแกรมหลกั สูตร คอื โปรแกรมวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ และโปรแกรมกฬี า – ภาษา
ปัจจุบันโรงเรียนองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชยี งรายไดด้ ำเนินการจดั การศกึ ษาตามแนวทางดงั น้ี
วสิ ยั ทศั น์
“โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มตามศักยภาพให้
เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษากำหนด รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ใช้เทคโนโลยีเป็น สื่อสาร
ภาษาต่างประเทศได้ มีจติ สาธารณะ บนวิถีชีวิตท้องถน่ิ ล้านนา และก้าวสู่ความเป็นสากลโลก”
พนั ธกจิ
1. จัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ระดับปฐมวัย – มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
2. พัฒนาผู้เรยี นอยา่ งเตม็ ตามศักยภาพเปน็ ไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
3. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ใช้
เทคโนโลยเี ปน็ และสามารถส่อื สารภาษาต่างประเทศได้
4. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ตระหนักรู้ความเป็นท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม
ประเพณี วฒั นธรรม และกา้ วสกู่ ารแข่งขันบนเวทโี ลกหรอื ความเปน็ สากล
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรห้องเรียนการจดั การครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
5. พัฒนาผู้เรียนเพื่อความเป็นเลิศเฉพาะทาง ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น อาทิ
ภาษาต่างประเทศ วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และกฬี าอาชีพ เปน็ ตน้
ยุทธศาสตร์การพัฒนา 4 ยทุ ธศาสตร์ คือ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 1. การพฒั นาผูเ้ รยี นสู่มาตรฐานการศึกษา และความเปน็ สากล
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2. การพัฒนาครสู ่คู รมู อื อาชีพ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 3. การพฒั นาการบรหิ ารจัดการศึกษา
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4. การพัฒนาสถานศกึ ษาให้เปน็ ทยี่ อมรับและส่มู าตรฐานสากล
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5. การพัฒนาดา้ นการศึกษาและการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์
อตั ลกั ษณ์
“วิชาการเด่น เปน็ เลศิ ภาษา นำกฬี าสู่สากล พฒั นาความเป็นมนษุ ย์ใหส้ มบรู ณ์”
เอกลกั ษณ์
ใหค้ วามรักกอ่ นให้ความรู้
สร้างคนดกี อ่ นคนเก่ง
ให้โอกาส เพิม่ คณุ ภาพ เพอื่ อนาคตที่ดกี ว่า
1 โรงเรยี น 3 หลักสตู ร 4 ชว่ งชนั้ 12 โปรแกรมรายวชิ า
แนวทางการจดั การศึกษา
1. ให้ความรักก่อนให้ความรู้
2. สรา้ งคนดกี ่อนคนเกง่
3. ใหโ้ อกาส เพ่มิ คุณภาพ เพอ่ื อนาคตทด่ี ีกว่า
4. สร้างคน สรา้ งชมุ ชน สรา้ งชาติ
การจัดการเรียนรู้
การเรียนรู้ (Learning) นกั การศึกษาได้ให้ความหมายของการเรยี นรู้ ไวด้ งั น้ี
สุรางค์ โคว้ ตระกุล (2550:186)ได้ให้ความหมายของการเรยี นรู้ว่า หมายถึงการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือจากการฝึกหัด
รวมทั้งการเปลยี่ นแปลงความรู้ของผู้เรียน
สรุ างค์ โคว้ ตระกลุ (2550:186)ได้ให้ความหมายของการเรียนรวู้ ่า หมายถึงการเปลยี่ นแปลง
พฤติกรรมซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือจากการฝึกหัด
รวมทัง้ การเปลี่ยนแปลงความรู้ของผเู้ รียน
สริ อิ ร วิชชาวธุ (2554:2) ไดก้ ลา่ ววา่ การเรียนรู้มอี งคป์ ระกอบ 3 อย่างคือมนษุ ย์ตอ้ งเกิดการ
เปลี่ยนแปลงจากไมร่ ู้ เป็นรู้ ทำไม่ได้ เป็นได้ ไม่เคยทำ เป็นทำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนัน้ เปน็ ไป
โรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เชยี งราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรียนการจัดการครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
อย่างถาวรการเปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมน้ัน เกดิ จากประสบการณ์การฝกึ ฝนและการฝกึ หัดจะเห็นได้ว่า
การเรียนรู้นั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวรของบุคคล อันเป็นผลมาจาก
ประสบการณ์ในอดีต ทั้งจากการฝึกฝน การปฏิสัมพันธ์กับประสบการณ์รอบตัวและมีปริมาณองค์
ความรูท้ ี่เพิ่มมากข้ึน
แนวคดิ ตามทฤษฎกี ารเรยี นร้ขู อง เบญจมนิ บลูม (Bloom Taxonomy)
อติญาน์ ศรเกษตริน (2543 : 72-74 อ้างในบุญชม ศรีสะอาด 2537 :Bloom : 18)ได้กล่าว
ว่า จุดประสงค์สำคัญของการเรียนการสอน คือการให้บุคคลเปลี่ยนแปลงไปในทางที่พึงประสงค์
พฤติกรรมเหล่านี้จำแนกและจัดลำดับหมวดหมู่และระดับความยากง่าย หมวดหมูเหล่านี้เรียกว่า
จดุ มงุ่ หมายของการศึกษาของ บลมู (Taxonomy of Educational objective) : ซง่ึ Benjamin
Bloom (Bloom.1976) ได้แบง่ เป็น 3 หมวดดงั น้ี
พฤติกรรมดา้ นพทุ ธพิสัย (Cognitive Domain) เปน็ ความสามารถทางด้านสติปญั ญาแบง่ การ
เรยี นรอู้ อกเป็น 6 ระดบั ดังนี้
1. ความสามารถในการจดจำความรู้ตา่ งๆทไ่ี ด้เรยี นรมู้ า (Knowledge)
2. ความสามารถในการแปลความ ขยายความ ในสิง่ ที่ไดเ้ รียนร้มู า (Comprehensive)
3. ความสามารถในการส่ิงที่เรยี นร้มู าให้เกิดประโยชน์ (Application)
4. ความสามารถในการแยกแยะความรู้ออกเป็นส่วนๆและทำความเข้าใจในแต่ละส่วนว่า
สัมพันธห์ รอื ตา่ งกนั อย่างไร (Analysis)
5. ความสามารถในการรวบรวมความรู้ต่างๆหรือประสบการณ์ต่างๆให้เกิดเป็นสิ่งใหม่
(Synthesis)
6. ความสามารถในการตดั สินคณุ ค่าของความร้อู ยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล (Evaluation)
ต่อมา Anderson and Krathwont (2001) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกศิษย์ของ Bloom ได้ปรับปรุง พัฒนาให้
เหมาะสม โดยเปลี่ยนแปลงข้นั ตอนพฤตกิ รรมพุทธพสิ ยั ดังน้ี
- ข้ันความร้คู วามจำ เปลีย่ นเป็น จำ
- ขั้นความเข้าใจ เปล่ียนเป็น เขา้ ใจ
- ขน้ั การนำไปใช้ เปลี่ยนเป็น ประยุกต์
- ขั้นการวเิ คราะห์ เปล่ยี นเปน็ วิเคราะห์
- ข้ันการสงั เคราะห์ เปล่ียนเปน็ ประเมินคา่
- ขั้นการประเมินค่า เปลี่ยนเป็น ริเร่มิ สร้างสรรค์
พฤติกรรมด้านจติ พิสัย (Affective Domain) เป็นพฤติกรรมท่ีเกิดจากความรู้สึกนึกคิดใน
จิตใจ ความเช่ือ ความซาบซงึ้ ประกอบดว้ ยพฤตกิ รรม 5 ระดบั ดังน้ี
1. ความต้ังใจ สนใจในสง่ิ เร้า หรอื รับรู้ (Receive)
2. การมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมที่เกิดขน้ึ หรอื ตอบสนองสงิ่ เรา้ (Respond)
3. ความร้สู ึกซาบซงึ้ ยินดี มเี จตคตทิ ี่ดี หรอื คา่ นิยม (Value)
โรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รหอ้ งเรียนการจดั การครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
4. เห็นความแตกต่างในคุณค่า แก้ไขข้อบกพร่อง/ขัดแย้ง สร้างปรัชญา/เป้าหมายให้แก่
ตนเอง หรอื การจัดระบบ (Organize)
5. ทำให้เกดิ เป็นคณุ ลกั ษณะหน่ึงของชีวติ ตนเองหรือ บุคลิกภาพ (Characterize)
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) เป็นความสามารถในการปฏิบัติ
ประกอบดว้ ยพฤติกรรม 5 ระดับดังนี้
1. ความสามารถในการสังเกตและรบั รู้ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ หรอื ขั้นรบั รู้ (Imitation)
2. ความสามารถในการทำตามข้นั ตอนหรือรูปแบบ ทีไ่ ด้รับการแนะนำ (Manipulation)
3. ความสามารถในการทำงานด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมีผู้ชี้แนะและพัฒนาการทำงานด้วย
ตนเองให้มีประสิทธภิ าพสูงขน้ึ (Precision)
4. ความสามารถในการเลอื กรูปแบบท่ีตนเองพฒั นาจนมปี ระสิทธิภาพ และฝกึ ฝนจนเกดิ
ความคล่องแคล่วเปน็ อตั โนมัติชดั เจนต่อเนอ่ื งจน ชำนาญการ (Articulation)
5. ความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝนจนเกิดเปน็ ความเช่ียวชาญในงานน้ันเป็นการเฉพาะและ
เป็นธรรมชาติ ข้ัน เชี่ยวชาญ (Naturalization)
การจัดการเรียนรู้ (Learning Management)
นกั การศกึ ษาไดใ้ ห้ความหมายของการจดั การเรยี นรู้ ไว้ดังนี้
สมุ น อมรวิวฒั น์ 2533:460) ไดใ้ หค้ วามหมายของการจดั การเรียนรู้คือสถานการณ์อย่างหน่ึง
ทม่ี สี ่ิงต่อไปนี้เกิดขึ้น ไดแ้ ก่ มคี วามสมั พันธ์และมปี ฏิสมั พันธ์เกิดขึน้ ระหว่างผสู้ อนกับ ผู้เรียน ผู้เรียน
กับผู้เรียน ผู้เรียนกับสิ่งแวดล้อม และผู้สอนกับสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์และการมีปฏิสัมพันธ์
ก่อใหเ้ กดิ การเรยี นร้แู ละประสบการณ์ใหม่ ผูเ้ รยี นสามารถนำประสบการณใ์ หม่นน้ั ไปใชไ้ ด้
วิชัย ประสิทธว์ ฒุ ิเวชช์ (2542 :255) ได้กล่าววา่ การจัดการเรยี นรู้เปน็ กระบวนการที่มีระบบ
ระเบยี บคลอบคลุมการดำเนนิ การ ตงั้ แตก่ ารวางแผน การจดั การเรยี นรู้ จนถงึ การประเมนิ ผล
ฮู และ ดันแคน (Hough and Duncan 1970: 144) อธิบายความหมายของการจัดการ
เรียนรู้ว่าหมายถึง กิจกรรมที่บุคคลได้ใช้ความรู้ของตนเองอย่างสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้อื่นเกิด
การเรยี นรู้ และมคี วามผาสขุ ดงั นนั้ การจัดการเรยี นรูจ้ งึ เป็นกิจกรรมในแง่มุมตา่ งๆ 4 ด้านดังน้ี
1. การจัดการหลกั สูตร (Curriculum)
2. การจดั การเรยี นการสอน (Instruction)
3. การวัดผล (Measuring)
4. การประเมินผลการเรยี นรู้ (Evaluation) หลังการเรียนการสอน
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรยี นการจดั การครวั
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
องคป์ ระกอบของการจดั การเรยี นรู้
ผู้สอน จำเป็นจะต้องศึกษาจากข้อมูลหลายประการ เพื่อนำมาช่วยเสริมสร้างการจัดการ
เรียนรูข้ องตน และการเรียนรู้ของผู้เรยี น การจัดการเรยี นรู้ไม่วา่ ระดับใด จะขนึ้ อยู่กับองค์ประกอบ 3
ประการดงั ต่อไปน้ี
1. ผเู้ รยี น
2. บรรยากาศทางจติ วทิ ยาท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้
3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผูเ้ รียน บรรยากาศทางจติ วทิ ยาในช้นั เรยี น ผูเ้ รยี น ธรรมชาติของ
ผู้เรียน เป็นสิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เกี่ยวกับความสามารถของสมอง
ความถนัด ความสนใจ พัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ ความต้องการพื้นฐานหรือเรียกอีก
อยา่ งหน่ึงวา่ ศกั ยภาพผเู้ รียน
บรรยากาศทางจิตวทิ ยาทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้
บรรยากาศใฝ่รู้ใฝ่เรียนถือเป็นบรรยากาศทางจิตวทิ ยาทีส่ ำคัญทีเ่ อือ้ ต่อการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
ครูผู้สอนต้องมีทักษะ ประสบการณ์และจติ วิทยาในการสร้างบรรยากาศดังกลา่ วได้โดยเลอื ก รูปแบบ
(Model) วธิ ีการ (Innovation) เครอ่ื งมือ (Media) ตลอดจนเทคโนโลยี(Technology) เพ่ิมเสรมิ สร้าง
บรรยากาศที่เร้าให้ผู้เรียน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มากยิ่งขึ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับบรรยากาศทาง
จิตวิทยาในห้องเรียน ครูผู้สอนควรสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนทุกกลุ่มที่มีศักยภาพแตกต่างกัน ด้วย
ความเอื้ออาทรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจที่จะเรียนรู้ของผู้เรียน ที่จะก้าวอย่างมั่นคงเต็ม
ศักยภาพของผู้เรียนแตล่ ะบุคคลใหส้ ูงย่งิ ขนึ้ และอย่าลมื วา่
ผูเ้ รียนท่มี ศี ักยภาพต่ำต้องการความชว่ ยเหลอื จากครผู สู้ อนและเพอ่ื นนักเรียนในการเรียนรู้ให้
ประสพผลสำเรจ็
ผเู้ รียนทม่ี ีศกั ยภาพปานกลาง ตอ้ งการเรียนรไู้ ดด้ ว้ ยตนเองภายใต้การประคับประคองและให้
กำลังใจของครู
ผู้เรียนที่มีศักยภาพสูงต้องการเรียนรู้ด้วยตนเอง ภายใต้การให้กำลังใจและอำนวยความ
สะดวกในการเรียนรู้จากครูผู้สอน ให้โอกาส ผู้เรียนใช้ความฝัน จินตนาการ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ประกอบการเรียนรู้
โรงเรียนองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสูตรหอ้ งเรยี นการจดั การครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
หลักการพื้นฐานในการจดั การเรยี นรู้
ในการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่ ผู้สอนจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถหลายอย่างในการ
จดั การเรยี นรใู้ หม้ ปี ระสิทธิภาพและเกิดประสิทธผิ ลสงู สุด ดังน้ี
1. หลักการรูจ้ กั ผเู้ รียน ถือเป็นสง่ิ แรกที่ผ้สู อนต้องสามารถวิเคราะหศ์ ักยภาพผู้เรียนได้ว่าเป็น
อย่างไร มีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้อย่างไร มากน้อยเพียงใด ปกติสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม
ดงั นี้
1.1 กลุ่มสตปิ ญั ญาค่อนข้างออ่ น/เรยี นรู้ช้า กลมุ่ นีส้ ามารถเรยี นรู้ได้ต่อเมอื่ ได้รับการช่วยเหลือ
หรือสอนจากครูอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงจะเรียนรู้สำเร็จเป้าหมายการเรียนรู้เพียงช่วยเหลือตนเองได้
โดยไม่ตอ้ งเปน็ ภาระแก่ผู้อนื่ ในการดำรงชวี ติ
1.2 กลุ่มสติปัญญาปานกลาง กลุ่มนี้มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง แต่ต้องได้
รับคำชี้แนะ รูปแบบ วิธีการ จากครูผู้สอนภายใต้การให้กำลังใจการเรียนรู้จึงจะประสบผลสำเร็จ
ความต้องการเรยี นรู้เพ่อื ประยุกตใ์ ช้องค์ความรใู้ ห้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและเอ้อื แก่ผ้อู ืน่ รอบข้างได้
1.3 กลุ่มสติปัญญาสูง กลุ่มนี้เป็นความหวังของสังคมประเทศชาติในการช่วยให้เกิดความ
เจริญก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพในอนาคต กลุ่มนี้มีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดย
ต่อยอดจากการเรยี นรจู้ ากครแู ต่ต้องการความเปน็ อสิ ระในการเรียนรู้ การใชค้ วามคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
จินตนาการ ฉะนั้นจึงต้องการโอกาสและการให้ความสะดวกในการเรียนรู้อย่างหลากหลายรูปแบบไม่
มีขีดจำกัด กลุ่มนี้มีเป้าหมายการเรียนที่ทำให้เกิดประโยชน์กับตนเองแล้วยังเพื่อผู้อื่นประเทศชาติ
ตลอดจนสิ่งแวดลอ้ ม ใชอ้ งคค์ วามร้เู พอ่ื สร้างมูลค่าเพม่ิ เปน็ ความหวังของทกุ สงั คม
2. หลักการวางแผนและเตรียมจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องมีความรู้ความสามารถในการวาง
แผนการจดั การเรยี นรู้และวิธกี ารเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย ให้เหมาะสมกับกลุ่มผเู้ รยี นแต่ละศกั ยภาพ ท้ังนี้
กระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องต่อการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มผู้เรียน
เปน็ ปัจจัยสำคัญต่อการเลอื กวธิ ีการจดั การเรียนรู้ดว้ ย
3. หลักการใชจ้ ิตวทิ ยาการเรยี นรู้ การจะจดั การเรียนรูอ้ ยา่ งไรกับกลุม่ ผเู้ รียนใด ครผู สู้ อนต้อง
มีพื้นฐานความรู้ทางด้านจิตวทิ ยาการเรียนรู้ จิตวิทยาพัฒนาการ ทฤษฎีสมอง จิตวิทยาแนะแนวและ
การให้คำปรึกษา เพอ่ื ประกอบการตัดสน้ิ ใจในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ งๆได้อยา่ งเหมาะสม
4. หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การที่ครูผู้สอนจะเลือกรูปแบบการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้รูปแบบใด ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการวัดและประเมินผลว่ามี
วัตถปุ ระสงค์อยา่ งไร เชน่
3.1 ตอ้ งการวัดองคค์ วามรู้และทักษะปฏิบัติเบ้ืองต้นวา่ มีเทา่ ใด ควรใชร้ ปู แบบการวดั (Test)
3.2 ต้องการรู้ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากน้อยแค่ไหนจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง ใช้การ
ประเมิน (Assessment) เทยี บกับเกณฑ์ทกี ำหนด
3.3 ต้องการทราบว่าผู้เรียนได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จนเกิด
ประโยชนด์ ว้ ยการประเมินแบบมีสว่ นร่วมจากการยอมรบั ชน่ื ชมและให้รางวลั
โรงเรยี นองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั เชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลกั สตู รห้องเรยี นการจดั การครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
รูปแบบการจดั การเรียนรู้
รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ จำแนกตามวธิ ีการจดั การเรยี นรู้ได้ 3 รปู แบบดงั นี้
1. การถ่ายทอดความรู้ (Transmission Approach) เป็นการจดั การเรียนการสอนที่ใช้กันมา
นานเป้าหมายเพื่อสืบทอดความรู้ อารยะธรรม วัฒนธรรมประเพณี ทักษะฝีมือเพื่อให้คงอยู่ต่อไป
ประกอบกับต้องการกำลังคนในระบบอุตสาหกรรมจึงเนน้ ความเก่ง คนเก่ง การถ่ายทอดใช้รูปแบบวิธี
สอน (Teaching) การฝึกฝน (train) การกล่อมเกลาให้เกิดศรัทธาและเชื่อฟัง(Tame) ครูจะเป็น
ศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้ (Teacher Centered Development) สำนักไหน โรงเรียนไหน หรือครู
คนไหนเก่ง นักเรียนจะหลั่งไหลไปเรียน เกิดการแข่งขันการเข้าเรียนในโรงเรียนดัง เป็นค่านิยมของ
สงั คมมานาน
2. การสร้างองค์ความรู้ (Trans formational Approach) หรอื (Constructionist) เป็นการ
จัดการเรียนรู้ที่คาดหวังว่าจะยกระดับศักยภาพของประชาชนให้พึ่งพาตนเองได้หลังจากที่พึ่งพาผูอ้ ื่น
โดยเฉพาะเจ้าของกิจการ รัฐบาล ฯลฯ มานานจนเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน การ
ว่างงาน เกดิ ปัญหาสขุ ภาพ ฯลฯ โดยพยายามจะให้ผู้เรียนลดการเรียนรู้ทต่ี ้องพ่ึงพาครู โรงเรียน หรือ
สถาบันไปสู่การพึ่งพาตนเองในการแสวงหาความรู้ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่าน สื่อ (Media) นวัตกรรม
(Innovation)และเทคโนโลยี ( Technology)การเรียนรู้จะเน้นการเรียนรู้ด้วยตัวผู้เรียนเอง ภายใต้
การอำนวยความสะดวกของครูผ่านสื่อและนวัตกรรมแต่อำนาจการจัดการยังเป็นอำนาจของครูแต่
เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นมบี ทบาทและสว่ นร่วมมากขึ้น
3. การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่สู่ปัญญาภิวัฒน์ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลาย
(Transactional Approach) ผลการเปลยี่ นแปลงทางเทคโนโลยสี ารสนเทศและดิจติ อลทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์และวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างยิ่งและรวดเร็ว ศักยภาพของ
ประชาชนต้องได้รับการพัฒนาทักษะและวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ ในสังคมแห่งชีวะคุณธรรม (Bio-
Ethic) การศึกษาถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยน มุมมอง วิธีคิด รูปแบบการให้การศึกษาแนวใหม่ ที่เปิด
โอกาสใหผ้ ้เู รียนไดพ้ ฒั นาศักยภาพของตนสูข่ ีดจำกัดของแต่ละบคุ คล โดยเฉพาะผูเ้ รียนท่ีมีศักยภาพสูง
เพื่อเป็นที่พึ่งของสังคมให้มีโอกาสเรียนรู้เต็มศักยภาพ โดยรูปแบบที่พัฒนาเน้นการใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยีสสู่ งั คม 4.0
โรงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดเชียงราย
รายงานการดาเนินงานหลักสูตรห้องเรยี นการจัดการครัว
และศลิ ปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
โครงสร้างเวลาเรยี นหอ้ งเรียนการจดั การครวั และศิลปะการประกอบอาหาร
(Smart Chef Program : SCP)
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียน ดงั น้ี
กลุม่ สาระการเรียนรู้/ ม.4 เวลาเรียน หนว่ ยกติ
กิจกรรม เวลาเรียนทง้ั ปี หนว่ ยกิต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ม.5 ม.6
รายวิชาพ้นื ฐาน เวลาเรยี นทง้ั ปี หนว่ ยกิต เวลาเรียนทั้งปี
ภาษาไทย 80 2.0 80 2.0 80 2.0
คณติ ศาสตร์ 80 2.0 80 2.0 80 2.0
วทิ ยาศาสตร์ 60 1.5 120 3.0 60 1.5
สังคมศึกษา 80 2.0 80 2.0 80 2.0
ประวัตศิ าสตร์ 40 1.0 40 1.0 - -
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 40 1.0 40 1.0 40 1.0
ศิลปะ 40 1.0 40 1.0 40 1.0
การงานอาชีพ 40 1.0 40 1.0 40 1.0
ภาษาอังกฤษ 80 2.0 80 2.0 80 2.0
รายวชิ าเพ่มิ เติม
หน้าทพ่ี ลเมือง 40 1.0 40 1.0 - -
ทอ้ งถนิ่ ของเรา 80 2.0 80 2.0 80 2.0
อาเซียนศกึ ษา 80 2.0 80 2.0 80 2.0
ภาษาองั กฤษ สำหรับ 80 2.0 80 2.0 80 2.0
chef
ภาษาจนี สำหรบั chef 80 2.0 80 2.0 80 2.0
ทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิการ 280 7.0 280 7.0 280 7.0
อาหาร
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
แนะแนว 40 - 40 - 40 -
ชุมนุม 40 - 40 - 40 -
กจิ กรรมจติ อาสา 40 - 40 - 40 -
ฝึกประสบการณว์ ิชาชพี 80 - 80 - 80 -
รวมเวลาเรยี นท้งั ปี 1380 29.5 1440 31.0 1300 27.5
โรงเรียนองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลกั สตู รห้องเรียนการจดั การครวั
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
โครงสร้างเวลาเรยี นรายชน้ั ปี หอ้ งเรยี นการจัดการครวั และศลิ ปะการประกอบอาหาร
(Smart Chef Program : SCP) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2
รหัสวชิ า รายวิชา ช่ัวโมง/ น.ก. รหัสวิชา รายวชิ า ชั่วโมง/ น.ก.
ภาคเรียน ภาคเรยี น
พ้ืนฐาน พนื้ ฐาน
ภาษาไทย 1
ท31101 คณติ ศาสตร์ 1 40 1.0 ท31102 ภาษาไทย 2 40 1.0
ค31101 สงั คมศกึ ษา 1 40 1.0
ส31101 ประวัติศาสตร์ 1 40 1.0 ค31102 คณิตศาสตร์ 2 40 1.0
ส31102 สขุ ศกึ ษา 1 20 0.5
พ31101 ศลิ ปะ 1 20 0.5 ว30101 วทิ ยาศาสตร์ 1 (ชีววทิ ยา) 40 1.0
ศ31101 งานบ้าน 20 0.5
ง31101 ภาษาองั กฤษ 1 20 0.5 ว30105 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1 20 0.5
อ31101 40 1.0 ส31103 สังคมศกึ ษา 2 40 1.0
ส31104 ประวัตศิ าสตร์ 2 20 0.5
พ31102 พลศึกษา 1 20 0.5
ศ31102 ศลิ ปะ 2 20 0.5
ง31102 งานประดษิ ฐ์ 20 0.5
อ31102 ภาษาองั กฤษ 2 40 1.0
เพมิ่ เติม เพม่ิ เติม
หน้าท่ีพลเมือง 1
ส30231 ประวตั ศิ าสตร์ลา้ นนา 20 0.5 ส30232 หน้าทพ่ี ลเมือง 2 20 0.5
ส31261 ศลิ ปะล้านนา 40 1.0
ศ31221 ภาษาอังกฤษสำหรบั Chef 1 40 1.0 ส31262 ความรู้เกย่ี วกบั อาเซยี น 40 1.0
อ31207 ภาษาจนี สำหรับ Chef 1 40 1.0
จ31207 ทฤษฎอี าหาร 1 40 1.0 ศ31222 ศลิ ปะอาเซียน 40 1.0
ง31201 ปฏบิ ตั ิการอาหาร 1 40 1.0
ง31203 100 2.5 อ31208 ภาษาองั กฤษสำหรับ Chef 2 40 1.0
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
ก31901 แนะแนว 20 - จ31208 ภาษาจีนสำหรบั Chef 2 40 1.0
ก31903 ชมุ นมุ 20 -
ก31905 กจิ กรรมจติ อาสา 20 - ง31202 ทฤษฎอี าหาร 2 40 1.0
รวมทัง้ สนิ้ 620 14.0
ง31204 ปฏบิ ตั กิ ารอาหาร 2 100 2.5
กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
ก31902 แนะแนว 20 -
ก31904 ชมุ นมุ 20 -
ก31906 กจิ กรรมจิตอาสา 20 -
รวมท้ังสิน้ 680 15.5
โครงสรา้ งเวลาเรียนรายช้นั ปี หอ้ งเรยี นการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
โรงเรียนองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดเชยี งราย
รายงานการดาเนนิ งานหลักสูตรหอ้ งเรยี นการจัดการครัว
และศิลปะการประกอบอาหาร (Smart Chef Program : SCP)
(Smart Chef Program : SCP) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
รหัสวิชา รายวิชา ชว่ั โมง/ภาค น.ก. รหสั วชิ า รายวิชา ช่วั โมง/ น.ก.
เรยี น ภาคเรยี น
พน้ื ฐาน พ้ืนฐาน
ภาษาไทย 3
ท32101 คณติ ศาสตร์ 3 40 1.0 ท32102 ภาษาไทย 4 40 1.0
ค32101 วิทยาศาสตร์ 2 (เคม)ี 40 1.0
ว30102 40 1.0 ค32102 คณิตศาสตร์ 4 40 1.0
ว30106 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 2 20 0.5
ส32101 สังคมศึกษา 3 40 1.0 ว30103 วิทยาศาสตร์ 3 (ฟิสิกส)์ 40 1.0
ส32102 ประวตั ศิ าสตร์ 3 20 0.5
พ32101 สุขศึกษา 2 20 0.5 ว30107 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 3 20 0.5
ศ32101 ศลิ ปะ 3 20 0.5
ง32101 ช่างอตุ สาหกรรม 20 0.5 ส32103 สังคมศกึ ษา 4 40 1.0
อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 40 1.0
ส32104 ประวตั ศิ าสตร์ 4 20 0.5
ส30233 เพิม่ เติม 20 0.5
ส32231 หนา้ ที่พลเมือง 3 40 1.0 พ32102 พลศึกษา 2 20 0.5
ส32281 ปญั หาสงั คมท้องถิ่น 40 1.0
อ32207 ภูมศิ าสตร์เศรษฐกิจเชียงราย 40 1.0 ศ32102 ศลิ ปะ 4 20 0.5
จ32207 ภาษาองั กฤษสำหรับ Chef 3 40 1.0
ง32201 ภาษาจีนสำหรบั Chef 3 40 1.0 ง32102 งานเกษตรพชื -สตั ว์ 20 0.5
ง32203 ทฤษฎีอาหาร 3 100 2.5
ปฏบิ ัตกิ ารอาหาร 3 อ32102 ภาษาองั กฤษ 4 40 1.0
ก32901 20 -
ก32903 กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น 20 - ส30234 เพมิ่ เติม 20 0.5
ก32905 20 - ส32263 หนา้ ท่พี ลเมือง 4 40 1.0
แนะแนว 680 15.5 ส32282 สถานการณ์อาเซียน 40 1.0
ชมุ นุม อ32208 ภมู ศิ าสตรเ์ ศรษฐกิจอาเซยี น 40 1.0
กจิ กรรมจติ อาสา จ32208 ภาษาอังกฤษสำหรับ Chef 4 40 1.0
รวมท้ังสน้ิ ง32202 ภาษาจนี สำหรับ Chef 4 40 1.0
ง32204 ทฤษฎอี าหาร 4 100 2.5
ปฏบิ ตั ิการอาหาร 4
ก32902 20 -
ก32904 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 20 -
ก32906 20 -
แนะแนว 680 15.5
ชมุ นมุ
กจิ กรรมจติ อาสา
รวมทง้ั สนิ้
โรงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจังหวัดเชียงราย