The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tanyanart Ypb, 2023-07-24 22:32:09

ยุทธศาสตร์ของคณะระบบรางและการขนส่ง ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569)

ร่าง ยุทธศาตร์ FRT (24July2023)

คำนำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินการพัฒนามหาวิทยาลัย ซึ่งสอดรับ กับนโยบายและเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และแผนอุดมศึกษาระยะยาว 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ(พ.ศ.2560-2570) และแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากาลังคนของประเทศ (พ.ศ.2564-2570) สำหรับแผนยุทธศาสตร์ของคณะระบบรางและการขนส่ง ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) เป็น แผนยุทธศาสตร์ที่สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์มีคณะกรรมการร่างแผนยุทธศาสตร์ รวมรวม ข้อมูลจากคณะกรรมการบริหารของคณะ พร้อมทั้งข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ ประจำคณะ บุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ทิศทางการ พัฒนาเกิดจากการกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกทิศทาง ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์ของคณะระบบรางและ การขนส่งให้ความสำคัญกับข้อมูลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก และกลั่นกรองเป็น ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด เพื่อให้เป็นกรอบการดำเนินงานขับเคลื่อนตามพันธกิจของ คณะระบบรางและการขนส่งไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ คณะฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนยุทธศาสตร์ของคณะระบบรางและการขนส่ง ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) นี้ จะเป็นกรอบการดำเนินงานสู่การขับเคลื่อนตามพันธกิจของคณะอย่างเป็น รูปธรรม และช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางในการพัฒนาคณะ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จ ของแผนยุทธศาสตร์นี้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างดียิ่งของบุคลากรทุกคนที่จะนำแผนไปกรอบการ ปฏิบัติงานอย่างจริงจัง อันจะส่งผลให้คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ ฝ่ายแผนยุทธศาสตร์และวิเทศสัมพันธ์ คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน


สารบัญ บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน ................................................................................................................ 1 1.1 ข้อมูลพื้นฐานของคณะระบบรางและการขนส่ง ......................................................1 1.1.1 ข้อมูลพื้นฐาน................................................................................................1 1.1.2 การจัดตั้งคณะระบบรางและการขนส่ง.........................................................2 1.2 ข้อมูลอาคาร สิ่งก่อสร้าง และครุภัณฑ์....................................................................9 1.3 ข้อมูลบุคลากร......................................................................................................12 1.4 ข้อมูลงบประมาณที่ได้รับจัดสรร...........................................................................13 บทที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์สถานการณ์ ........................................................... 14 2.1 บริบทที่เกี่ยวข้อง..................................................................................................14 2.1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)..................................................14 2.1.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) .....................16 2.1.3 แผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2566-2570)...19 2.1.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ....................................................................................22 2.2 การวิเคราะห์สถานการณ์......................................................................................25 บทที่ 3 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ........................................................................... 28 3.1 ปรัชญา (Philosophy) .........................................................................................28 3.2 ปณิธาน (Determination)...................................................................................28 3.3 วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) .............................................................28 3.4 ค่านิยมหลัก (Core Values).................................................................................28 3.5 วิสัยทัศน์ (Vision) ................................................................................................28 3.6 พันธกิจ (Mission)................................................................................................29 3.7 ภาพรวมแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569)...................29 3.8 รายละเอียดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา................................................................31


สารบัญ (ต่อ) ภาคผนวก .................................................................................................................................. 41 คำอธิบายตัวชี้วัด.............................................................................................................................42 คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำและประเมินแผนยุทธศาสตร์ฯ......................................................74 ภาพกิจกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคณะระบบรางและการขนส่ง..............................76 ประชาพิจารณ์ยุทธศาสตร์ฯ โดย บุคลากรคณะระบบรางและการขนส่ง ณ ห้องประชุมสาธร 1 อาคารอธิการบดี ชั้น 2 ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง.......................................................77 มติคณะกรรมการบริหารคณะระบบรางและการขนส่ง ....................................................................78


บทสรุปสำหรับผู้บริหาร จากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานสู่ความเป็นเลิศอย่าง ยั่งยืน ฉบับที่ 4 ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-พ.ศ.2569) จัดทำขึ้นเพื่อการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลอีสาน ให้สอดคล้องกับทิศทาง การเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก บริบทประเทศ ซึ่งได้กำหนด ทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยฯ ไว้อย่างชัดเจน และเพื่อให้การบริหารจัดการการดำเนินงานเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม คณะระบบรางและการขนส่งจึงได้จัดทำ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาคณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2565-2569) ขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมีการ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดำเนินการ ทั้งนี้ในแต่ละกระบวนการดำเนินการผ่าน กลไกการรวบรวมข้อมูล การระดมความคิดเห็นจาก ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคลากรสายวิชาการ สายสนับสนุน นักศึกษามีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็นในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฯ และกำหนดทิศทางการพัฒนามีรูปแบบของ ความสัมพันธ์ในเชิงเหตุและผล พร้อมได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ที่แสดงให้ เห็นถึงยุทธศาสตร์ของคณะฯ ที่มีความสอดคล้องตอบสนองต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยและประเทศชาติไว้เป็นกรอบการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อนำคณะฯ ไปสู่ความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ดังนั้นแผนพัฒนาคณะฯ ฉบับนี้ เป็นทิศทางที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของ ทุกฝ่าย อันเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการขับเคลื่อนคณะระบบรางและการขนส่ง ให้บรรลุเป้าหมาย อย่างแท้จริง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลอีสานสู่ความเป็นเลิศ อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะจุดเน้น Clusterที่ 1) Logistic & Tourism ประกอบด้วย ระบบการจัดการการขนส่ง โลจิสติกส์ ระบบขนส่งทางราง ระบบขนส่งทางอากาศ ใน การสร้างและพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมด้านระบบขนส่งทางราง อากาศยาน และการขนส่ง สู่การ พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตาม 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ดังรูป ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 มุ่งเน้นการเรียนการสอนควบคู่กับการฝึกทักษะการปฏิบัติ พัฒนา สมรรถนะพร้อมทำงานและต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 บูรณาการงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่า ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพหุภาคีทั้งในประเทศและ ต่างประเทศนำไปสู่การพัฒนากำลังคน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสู่องค์กรดิจิทัล


1 บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน 1.1 ข้อมูลพื้นฐานของคณะระบบรางและการขนส่ง 1.1.1 ข้อมูลพื้นฐาน คณะระบบรางและการขนส่ง ชื่อย่อคือ ครข. เรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า Faculty of Railway systems and Transportation ชื่อย่อภาษาอังกฤษคือ FRT มีพันธกิจหลักที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิต ด้านระบบราง อากาศยานและการขนส่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงการผลิตและพัฒนาผลงานวิจัย นวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ใหม่และเทคโนโลยีใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยัง มุ่งเน้นการให้บริการวิชาการที่หลากหลาย และเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านระบบราง อากาศยานและการขนส่ง ตลอดจนสนับสนุนการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ของสังคมไทย และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม คณะระบบรางและการขนส่ง มีตราประจำคณะเป็นอักษรย่อ FRT ที่มีการจัดวางให้แสดงถูก รูปลักษณ์ของรถไฟและการขนส่ง โดยอักษรตัว F ใช้สีแสด เพื่อแสดงความเป็นหน่วยงานภายในของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และอักษร RT ใช้สีกรมท่า ซึ่งเป็นสีประจำคณะ ใช้เป็น ตัวแทนของระบบรางและการขนส่ง รูปที่ 1 ตราประจำคณะระบบรางและการขนส่ง


2 1.1.2 การจัดตั้งคณะระบบรางและการขนส่ง คณะระบบรางและการขนส่ง เป็นส่วนงานภายในมีฐานะเทียบเท่าคณะ ของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์กลางนครราชสีมา โดยเป็นคณะที่จัดตั้งตามประกาศมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เรื่อง การจัดตั้งคณะระบบรางและการขนส่ง ในการประชุมสภา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ครั้งที่ 10/2565 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ในการนี้ มติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ออกข้อบังคับมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ว่าด้วยการบริหารและการดำเนินงานของคณะระบบรางและการขนส่ง พ.ศ.2565 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ครั้งที่ 12/2565 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 และมติสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณบดี คนแรกของคณะระบบรางและการขนส่ง ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชิต คำภาหล้า ในการประชุม สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2565 คณะระบบรางและการขนส่ง เป็นคณะที่เกิดจากการรวมตัวกันของ 2 หน่วยงานเดิมในสังกัด ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้แก่ สถาบันระบบรางแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลอีสาน และสถาบันอุตสาหกรรมการบินแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในการนี้ บุคลากรและครุภัณฑ์ของทั้งสองหน่วยงานถือเป็นส่วนหนึ่งของคณะระบบรางและการขนส่งไปด้วย โครงสร้างหน่วยงานของคณะระบบรางและการขนส่ง ซึ่งส่วนงานภายในมีฐานะเทียบเท่า คณะที่จัดตั้งตามประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (รูปที่ 2) โดยมีการแบ่งหน่วยงาน ภายในคณะฯ เป็น “สำนักงานคณบดี” มีฐานะเทียบเท่ากอง และให้แบ่งหน่วยงานภายในสำนักงาน คณบดี มีฐานะเทียบเท่างาน ได้แก่ (1) งานบริหารงานทั่วไป แผนยุทธศาสตร์ และประกันคุณภาพ และ (2) งานวิชาการ และพัฒนานักศึกษา ในขณะเดียวกัน มีการแบ่งหน่วยงานภายในคณะฯ มีฐานะ เทียบเท่าสาขา ได้แก่ (1) สาขาระบบราง (2) สาขาอากาศยาน และ (3) สาขาการขนส่ง (รูปที่ 3) การบริหารและการดำเนินงานของคณะระบบรางและการขนส่ง มีคณะกรรมการประจำ คณะฯ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะ แผนพัฒนาคณะและพันธกิจให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคณะและสอดคล้องกับนโยบายที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยโครงสร้างของ คณะกรรมการประจำคณะฯ แสดงดังรูปที่ 4 สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายในคณะ ทั้งด้าน การบริหาร ด้านแผนยุทธศาสตร์ และด้านวิชาการ คณะระบบรางและการขนส่งมีคณะกรรมการ บริหารคณะฯ (รูปที่ 5) และคณะกรรมการอนุวิชาการของคณะฯ (รูปที่ 6) สำหรับโครงสร้างการ ดำเนินงานคณะระบบรางและการขนส่ง แสดงดังรูปที่ 7


โครงสร้างหน่ว รูปที่ 2 โครงสร้างหน่วยงานในมหาวิทย


3 ยงาน าลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน


โครงสร้างองค รูปที่ 3 โครงสร้างหน่วยงานในคณ


4 ค์กร ะระบบรางและการขนส่ง


คณะกรรมการประจำคณะระบ รูปที่ 4 โครงสร้างคณะกรรมการประจำ


5 บบรางและการขนส่ง ำคณะระบบรางและการขนส่ง


คณะกรรมการบริหารคณะระบ รูปที่ 5 โครงสร้างคณะกรรมการบริหาร


6 บบรางและการขนส่ง รคณะระบบรางและการขนส่ง


คณะกรรมการอนุวิชาการคณะร รูปที่ 6 โครงสร้างคณะกรรมการอนุวิชาก


7 ระบบรางและการขนส่ง การคณะระบบรางและการขนส่ง


โครงสร้างการดำเนินงานคณะร รูปที่ 7 โครงสร้างการดำเนินงานคณ


8 ะบบรางและการขนส่ง ณะระบบรางและการขนส่ง


9 1.2 ข้อมูลอาคาร สิ่งก่อสร้าง และครุภัณฑ์ คณะระบบรางและการขนส่งมีอาคารปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการและครุภัณฑ์ ของสถาบัน ระบบรางฯ และสถาบันอุตสาหกรรมการบินฯ เดิม โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สำหรับอาคารปฏิบัติการ แสดงดังรูปที่ 8 และตารางที่ 1 ห้องปฏิบัติการ แสดงดังตารางที่ 2 ส่วนตารางที่ 3 แสดงรายการครุภัณฑ์ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้รับอนุมติงบประมาณสำหรับการสร้างอาคาร ศูนย์ปฏิบัติการศึกษาด้านระบบรางและอากาศยาน (รูปที่ 9) ซึ่งในอนาคตจะเป็นอาคารปฏิบัติการที่มี ครุภัณฑ์ด้านระบบรางและอากาศยานสำหรับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ ที่ ทันสมัย ครบวงจร และใหญ่ที่สุดในประเทศ รูปที่ 8 อาคารปฏิบัติการ ภายในศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน รูปที่ 9 อาคารศูนย์ปฏิบัติการศึกษาด้านระบบรางและอากาศยาน (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง)


10 ตารางที่ 1 อาคารปฏิบัติการ คณะระบบรางและการขนส่ง ลำดับ อาคาร หลักสูตร 1 อาคารเรียน C ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง วิศวกรรมระบบราง วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 2 อาคารจำลองสถานีรถไฟความเร็วสูงอัจฉริยะ (Smart Railway) การจัดการการปฏิบัติการรถไฟ ตารางที่ 2 ห้องปฏิบัติการ คณะระบบรางและการขนส่ง ลำดับ ห้องปฏิบัติการ ความจุ (คน) หลักสูตร 1 ห้องปฏิบัติการการควบคุมและการเดินรถไฟจำลอง 30 วิศวกรรมระบบราง 2 ห้องปฏิบัติการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าทางราง 30 วิศวกรรมระบบราง 3 ห้องปฏิบัติการระบบส่งกำลังด้วยมอเตอร์ 30 วิศวกรรมระบบราง 4 ห้องปฏิบัติการระบบห้ามล้อและขอพ่วง 30 วิศวกรรมระบบราง 5 ห้องปฏิบัติการการสั่นสะเทือนของล้อรถไฟ 30 วิศวกรรมระบบราง 6 ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ 30 วิศวกรรมระบบราง 7 ห้องปฏิบัติการเครื่องยนต์อากาศยาน 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 8 ห้องปฏิบัติการฐานล้อและระบบเชื้อเพลิงอากาศยาน 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 9 ห้องปฏิบัติการอากาศยาน 30 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 10 ห้องปฏิบัติการวัสดุคอมโพสิต 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 11 ห้องปฏิบัติการเครื่องมือวัดอากาศยาน 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 12 ห้องปฏิบัติการไฟฟ้าอากาศยาน 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 13 ห้องปฏิบัติการแบบไม่ทำลาย 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 14 ห้องปฏิบัติการจำลองการบินเครื่องบินแบบ C172 และแบตเตอรี่อากาศยาน 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 15 ห้องปฏิบัติการจำลองการบินเครื่องบิน แบบ Boeing737 และ Airbus A320 15 วิศวกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน 16 ห้องปฏิบัติการวิทยาการสารสนเทศเมืองขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์และการท่องเที่ยว 20 นวัตกรรมการพัฒนาเมืองและ พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน 17 ห้องปฏิบัติการ Smart Railway ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง 35 การจัดการการปฏิบัติการรถไฟ


11 ตารางที่ 3 ครุภัณฑ์คณะระบบรางและการขนส่ง ลำดับ รายการ 1 ชุดฝึกปฏิบัติหน้าสัมผัสล้อและบังใบ 2 ชุดฝึกปฏิบัติการรางและระบบสับรางรถไฟ 3 ชุดเบรกรถไฟฟ้า 4 ชุดฝึกปฏิบัติตรวจเช็คและซ่อมรถยนต์ 5 ชุดฝึกระบบการขนส่งและการควบคุมรถไฟฟ้าความเร็วสูง 6 ชุดฝึกปฏิบัติการระบบต่อพ่วง 7 ชุดฝึกโบกี้รถไฟฟ้า 8 ชุดซ่อมบำรุงรถไฟประจำศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูง 9 ชุดปฏิบัติการวิทยาการสารสนเทศเมืองขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ 10 ชุดปฏิบัติการ Smart Railway ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง 11 ชุดฝึกปฏิบัติการระบบทำงานฐานล้อเครื่องบิน 12 ชุดฝึกช่างซ่อมบำรุงอากาศยานพื้นฐาน 13 ชุดระบบนำทางและการติดต่อสื่อสาร 14 ชุดปฏิบัติการระบบสื่อสารการบินและอิเล็กทรอนิกส์การบิน 15 ชุดปฏิบัติการตรวจสอบโดยไม่ทำลายชิ้นงาน 16 ชุดปฏิบัติการฟิสิกส์สำหรับอากาศยาน 17 ชุดฝึก Autopilot/Automatic Flight Controls Trainer 18 ชุดปฏิบัติการซ่อมบำรุงแบตเตอรี่อากาศยาน 19 ชุดฝึกระบบบัสข้อมูลในอากาศยาน 20 ชุดฝึก Integrated Glass Cockpit Trainer 21 ชุดฝึกการซ่อมบำรุงเครื่องบินพาณิชย์ด้วยเครื่องบินพาณิชย์เสมือนจริง 22 ชุดฝึกปฏิบัติในการถอด-ประกอบ ชิ้นส่วนอากาศยาน 23 ชุดฝึกปฏิบัติการเครื่องยนต์ลูกสูบในอากาศยานแบบสตาร์ท 24 ชุดฝึกปฏิบัติในการแข่งขันแน่นและการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์วัดแรงบิด 25 ชุดฝึกปฏิบัติงานเครื่องยนต์ Turboprop และ Tear Down Reciprocating 26 ชุดฝึกปฏิบัติวัสดุผสมสำหรับอากาศยาน 27 ชุดสาธิตระบบปรับอากาศในอากาศยาน 28 ชุดห้องฝึกปฏิบัติการระบบ BRAKE และ BATTERY การถอดประกอบ และ CUTAWAY ของเครื่องบินพาณิชย์


12 1.3 ข้อมูลบุคลากร ปัจจุบันคณะระบบรางและการขนส่ง มีบุคลากรทั้งสิ้น 36 อัตรา โดยแบ่งเป็นบุคลากรสาย วิชาการ ซึ่งอยู่ในสังกัดของสาขาระบบราง สาขาอากาศยาน และสาขาการขนส่ง จำนวน 30 อัตรา และสายสนับสนุน อยู่ในสังกัดของสำนักงานคณบดี จำนวน 6 อัตรา ข้อมูลบุคลากรปัจจุบัน (กรกฎาคม 2566) สรุปได้ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 ข้อมูลบุคลากรของคณะระบบรางและการขนส่ง ลำดับ ชื่อ-สกุล ประเภท หน่วยงานต้นสังกัด 1 ดร.ไพลิน หาญขุนทด บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 2 ดร.จัตุพล ป้องกัน บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 3 ดร.กฤษดา มงคลดี บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 4 ดร.ธนกฤต นนท์ชนะ บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 5 ดร.ฆนัท วิญญูวิทธิ์รักษ์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 6 อ.ภานุมาส เรืองทิพย์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 7 อ.ปริญญา กิตติสุทธิ์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 8 อ.กฤษฎิ์ ต.ศิริวัฒนา บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 9 อ.ธันยวรา อันอาตม์งาม บุคลากรสายวิชาการ สาขาระบบราง 10 ดร.มติ นรารมย์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 11 ดร.ณัฐพงศ์ กลขุนทด บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 12 ดร.กัมพล อรนนท์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 13 อ.วิษณุพงศ์ ตะเคียน บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 14 อ.ธัญนุกรณ์ ไชยเมือง บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 15 อ.พุธิตา พรหมภู่ บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 16 อ.กมลทิพย์ นวมโคกสูง บุคลากรสายวิชาการ สาขาอากาศยาน 17 ดร.สฤษดิ์ ติยะวงศ์สุวรรณ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 18 รศ.ดร.อภิชิต คำภาหล้า บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 19 รศ.ดร.จิระยุทธ สืบสุข บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 20 ดร.ติณณ์ ถิรกุลโตมร บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 21 ดร.ธัญนาฎ ญาณพิบูลย์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 22 ดร.ณัฐพงษ์ เพชรละออ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 23 ดร.ดิสกุล ชลศาลาสินธุ์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 24 ดร.อธิวัฒน์ ภิญโญยาง บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 25 ดร.วิลาวัณย์ ประสมทรัพย์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 26 อ.กุสุมาลย์ ประหา บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง


13 ลำดับ ชื่อ-สกุล ประเภท หน่วยงานต้นสังกัด 27 อ.ฐานิตา ขำวิลัย บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 28 อ.พันทิวา ศรีศิลป์ บุคลากรสายวิชาการ สาขาการขนส่ง 29 อัตราว่าง ปริญญาเอก บุคลากรสายวิชาการ - 30 อัตราว่าง ปริญญาโท บุคลากรสายวิชาการ - 31 นายสามารถ เรืองจอหอ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 32 นส.ร้อยบุปผา จิราพงษ์ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 33 นส.นณษ์ปภัชค์ แสงสุรินทร์ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 34 นส.ผกามาศ เชิดชู บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 35 นส.พิกุล สุภธีระ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 36 นายพิริยะ จ่างโพธิ์ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานคณบดี 1.4 ข้อมูลงบประมาณที่ได้รับจัดสรร คณะระบบรางและการขนส่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2566 เป็นปีแรก งบประมาณ ปีงบประมาณ 2566 ปีงบประมาณ 2567 งบประมาณเงินแผ่นดิน (ตามแผน) งบประมาณเงินรายได้ (ตามแผน) งบประมาณเงินรายได้บริหารสินทรัพย์ (ตามแผน) งบประมาณเงินรายได้ (นอกแผน) รวมทั้งสิ้น


14 บทที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์สถานการณ์ 2.1 บริบทที่เกี่ยวข้อง 2.1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็น เป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผน ต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยให้ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และต่อมาได้มีการตรา พระราชบัญญัติ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดย กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดวิธีการ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ ในการติดตาม การ ตรวจสอบ และการประเมินผล รวมทั้งกำหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทุกภาค ส่วนดำเนินการ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” ภายในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน ยุทธศาสตร์หลักสำคัญ 6 ข้อ มีดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 1.1 การรักษาความสงบภายในประเทศ 1.2 การพัฒนาศักยภาพในการป้องกันประเทศ พร้อมรับมือกับภัยคุกคามทั้งทาง ทหารและภัยคุกคามอื่น ๆ 1.3 บูรณาการความร่วมมือกับต่างประเทศ ที่เอื้อให้เกิดความมั่นคง ความมั่งคั่งทาง เศรษฐกิจ ป้องกันภัยคุกคามข้ามชาติและคุณภาพชีวิตของคนในชาติ 1.4 การรักษาความมั่นคง และผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติ และทางทะเล 1.5 การบริหารจัดการความมั่นคงให้สอดคล้องกับแผนงานพัฒนาอื่น ๆ เพื่อ ช่วยเหลือประชาชน และร่วมพัฒนาประเทศ


15 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 2.1 การพัฒนาภาคการผลิต และบริการ 2.2 การพัฒนาสังคมผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Society) 2.3 การพัฒนาปัจจัยสนับสนุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 การวางรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพคน แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้ 3.1 การปรับเปลี่ยนค่านิยม และวัฒนธรรม (Transformation of Culture) เพื่อ สร้างคนไทยที่มีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย 3.2 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 3.3 การปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม (Transformation of Learning) 3.4 การพัฒนา และรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ (Talents) 3.5 การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 3.6 การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 4.1 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความมั่นคงในชีวิต และทรัพย์สิน 4.2 การสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางสังคมอย่างทั่วถึง 4.3 การเสริมสร้างพลังทางสังคม 4.4 การสร้างความสมานฉันท์ในสังคม 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อ ม แบ่ง ออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้ 5.1 จัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 5.2 วางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้มีประสิทธิภาพใน 25 ลุ่มน้ำ 5.3 พัฒนา และใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกภาคเศรษฐกิจ 5.4 พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5.5 ร่วมลดปัญหาโลกร้อน และปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 5.6 ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ และนโยบายการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้ 6.1 การวางระบบบริหารงานราชการแบบบูรณาการ 6.2 การยกระดับงานบริการประชาชน และการอำนวยความสะดวกสู่ความเป็นเลิศ


16 6.3 การปรับปรุงบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐ 6.4 การพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคน และพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ในการ ปฏิบัติราชการและมีความเป็นมืออาชีพ 6.5 การต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ 6.6 การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับให้มีความชัดเจน ทันสมัย เป็นธรรม และสอดคล้องกับข้อบังคับสากลหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ 2.1.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มีจุดมุ่งหมายสูงสุดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้สามารถ บรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยมุ่งหวังให้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ทำหน้าที่เป็นกลไกในการชี้ประเด็นที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อการ พัฒนาประเทศในระยะ 5 ปีและเพื่อผลักดันให้ประเทศสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ เพื่อ ขับเคลื่อนสู่ความเจริญเติบโตที่ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนาบนพื้นฐานของหลักการและแนวคิดที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสืบสาน รักษา ต่อยอดการพัฒนาตามหลัก ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้าง ภูมิคุ้มกันที่ดีควบคู่กับการใช้เงื่อนไข 2 ประการเพื่อกำกับการกำหนดทิศทางและประเด็นการพัฒนา ในส่วนต่าง ๆ ได้แก่ เงื่อนไขความรู้โดยการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการที่รอบด้าน และเงื่อนไขคุณธรรม โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและความเป็นธรรมในทุกมิติของสังคม 2. แนวคิด Resilience ซึ่งเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการลดความเปราะบางต่อความเปลี่ยนแปลง อันประกอบด้วยการพัฒนาความสามารถใน 3 ระดับ ได้แก่ (1) การพร้อมรับ (Cope) หมายถึง ความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะวิกฤติ ให้สามารถยืนหยัดและต้านทานความ ยากลำบาก รวมถึงฟื้นคืนกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว (2) การปรับตัว (Adapt) หมายถึง การ ปรับทิศทาง รูปแบบ และแนวทางการพัฒนาให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมกระจายความ เสี่ยงและปรับตัวอย่างเท่าทันเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น และ (3) การเปลี่ยนแปลงเพื่อ พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน (Transform) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและปัจจัยพื้นฐานให้ สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง 3. เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติซึ่งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด “ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง” โดยมุ่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งในมิติของการมีปัจจัยที่ จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ การมีสภาพแวดล้อมที่ดี การมีปัจจัยสนับสนุนให้มี


17 สุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การมีโอกาสที่จะใช้ศักยภาพของตนในการสร้างความ เป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการมุ่งส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีไปยังคนรุ่นต่อไป 4. โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 รูปแบบควบคู่กัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โดยอาศัยฐานศักยภาพและความเข้มแข็ง ของประเทศอันประกอบด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อม กับการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้าง มูลค่าเพิ่มเพื่อผลักดันให้ประเทศมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และสามารถกระจาย รายได้ โอกาส และความมั่งคั่งได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ การจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ยังคำนึงถึงเงื่อนไขและข้อจำกัดของการพัฒนา ประเทศที่สืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรง และทางอ้อมซึ่งจะส่งผลให้บริบทของประเทศและของโลกเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนา การวางกรอบการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี ภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มีความมุ่ง หมายที่จะเร่งเพิ่มศักยภาพของประเทศในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงและ เสริมสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและ ทันท่วงที การกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อ พลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ซึ่งหมายถึงการสร้าง การเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าว ทันพลวัตของโลก และเกื้อหนุนให้คนไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มี ความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูง และคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ข้างต้น แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ได้กำหนดเป้าหมายห ลักจำนวน 5 ประการ ประกอบด้วย 1. การปรับโครงสร้างการผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยยกระดับขีดความสามารถในการ แข่งขันของภาคการผลิตและบริการสำคัญให้สูงขึ้น และสามารถตอบโจทย์การพัฒนาของเทคโนโลยี และสังคมยุคใหม่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อย กับห่วงโซ่มูลค่าของภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย รวมถึงพัฒนาระบบนิเวศที่ส่งเสริมการค้าการ ลงทุนและนวัตกรรม 2. การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ โดยพัฒนาให้คนไทยมีทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสม กับโลกยุคใหม่ ทั้งทักษะในด้านความรู้ทักษะทางพฤติกรรม และคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของ สังคมเตรียมพร้อมกำลังคนที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เอื้อต่อการปรับ


18 โครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคการผลิตและบริการเป้าหมายที่มีศักยภาพและผลิตภาพสูงขึ้น รวมทั้ง พัฒนาหลักประกันและความคุ้มครองทางสังคมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงในชีวิต 3. การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม โดยลดความเหลื่อมล้ำทั้งในเชิงรายได้ ความ มั่งคั่ง และโอกาสในการแข่งขันของภาคธุรกิจ สนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้มี โอกาสในการ เลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงจัดให้มีบริการสาธารณะที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 4. การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน โดยปรับปรุงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตและ บริโภคให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ แก้ไขปัญหา มลพิษสำคัญด้วยวิธีการที่ยั่งยืน โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ ขยะ และมลพิษทางน้ำ และลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในครึ่งแรกของศตวรรษนี้ 5. การเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยง ภายใต้บริบทโลกใหม่ โดยการสร้างความพร้อมในการรับมือและแสวงหาโอกาสจากการเป็นสังคมสูง วัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยโรคระบาด และภัยคุกคามทางไซเบอร์ พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานและกลไกทางสถาบันที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างและระบบ การบริหารงานของภาครัฐให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีได้อย่างทันเวลา มีประสิทธิภาพ และมีธรรมาภิบาล หมุดหมายการพัฒนา เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายหลักไปสู่ภาพของการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระการ พัฒนาที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนา ใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จึงได้กำหนดหมุดหมาย การพัฒนา จำนวน 13 ประการ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” มุ่งหวังจะ “มี” หรือต้องการจะ “ขจัด” เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อการพลิกโฉม ประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” และการบรรลุเป้าหมายหลักในช่วง ระยะเวลา 5 ปี ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยหมุดหมายการพัฒนาทั้ง 13 ประการมีที่มาจากการ ประเมินโอกาสและความเสี่ยงของไทยในการพัฒนา ประเทศภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งได้มี การพิจารณาถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงผลการพัฒนาในประเทศในระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งนี้ หมุดหมายการพัฒนาที่กำหนดขึ้นเป็น ประเด็นที่มีลักษณะเชิงบูรณาการ ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน ทำให้หมุดหมายแต่ละประการสามารถสนับสนุน เป้าหมายหลักได้มากกว่าหนึ่งข้อ โดยหมุดหมายทั้ง 13 ประการ แบ่งออกได้เป็น 4 มิติ ดังนี้ 1. มิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง


19 หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สำคัญของโลก 2. มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถ แข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคม ที่เพียงพอ เหมาะสม 3. มิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน 2.1.3 แผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อบรรลุซึ่งเป้าหมายของกรอบนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ กำหนด วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์แผนงานสำคัญตามจุดมุ่งเน้นนโยบาย เป้าประสงค์ของ ยุทธศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ของยุทธศาสตร์ และแผนงานภายใต้ยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “สานพลังการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย พลิกโฉมให้ประเทศมีการ พัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และ พร้อมก้าวสู่อนาคต” เป้าประสงค์ 1. คนไทยมีสมรรถนะและทักษะสูง เพียงพอในการพลิกโฉมประเทศให้ยกระดับ ความสามารถในการ แข่งขันทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน


20 2. เศรษฐกิจไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจ สร้างสรรค์เพิ่ม ความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก และพึ่งพาตนเองได้ ยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต 3. สังคมไทย มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนสามารถแก้ปัญหาท้าทายของสังคมและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวได้ทัน ต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุทธศาสตร์แผนงานสำคัญตามจุดมุ่งเน้นนโยบาย เป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ ของ ยุทธศาสตร์ และแผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มี ความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไข ปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนว หน้าที่ ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคน สถาบันอุดมศึกษา และสถาบันวิจัยให้เป็นฐานการ ขับเคลื่อน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน แผนงานสำคัญ (Flagship) ตามจุดมุ่งเน้นนโยบาย 1. พัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 และเป็นศูนย์กลางด้านวัคซีนในระดับอาเซียน โดย มี เป้าหมายว่า ประเทศไทยสามารถพัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้เองภายใน 2 ปี และ เป็นศูนย์กลาง ด้านวัคซีนในระดับอาเซียน ภายใน 5 ปี 2. พัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products) ให้เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ด้าน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงภายใน 5 ปี 3. พัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เน้นคุณค่า สร้าง ความยั่งยืน และเพิ่มรายได้ของประเทศ สามารถเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการมา เยือนซ้ำ โดยมีเป้าหมายว่า - นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มาเยือนซ้ำมีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างมี นัยสำคัญ ภายใน 5 ปี - รายได้จากการท่องเที่ยวบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจ BCG เพิ่มสูงขึ้นและ กระจายสู่เมืองรอง ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายใน 5 ปี 4. ยกระดับการผลิตและการส่งออก Functional Ingredients, Functional Food, Novel Food ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชั้นนำของโลก โดยมี


21 เป้าหมายว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกชั้นนำของโลกที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก 5. เร่งพัฒนาการผลิตและการส่งออกอาหารและผลไม้ไทยคุณค่าสูง ให้ไทยเป็นผู้นำของโลก โดย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและประเทศที่สั่งซื้อ โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำของโลกใน การผลิตและ ส่งออกอาหารและผลไม้ไทยคุณค่าสูง โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นและจำนวน ประเทศที่สั่งซื้อมากขึ้น หนึ่ง เท่าตัว 6. เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญที่ก้าวหน้า และ ล้ำยุคสู่อนาคต ให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตราย ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การ ประกอบแบตเตอรี่และชิ้นส่วน สำคัญ ที่ก้าวหน้า และล้ำยุคสู่อนาคต ภายใน 5 ปี 7. พัฒนาและส่งเสริมให้ประเทศเพิ่มธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise: IDE) ขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทยมีธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise: IDE) ที่มีรายได้ 1,000 ล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ราย 8. เพิ่มศักยภาพและโอกาสสำหรับผู้สูงวัย ให้ประเทศมีผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งตนเองได้ สร้าง คุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม ในสัดส่วนสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายว่า ผู้สูงอายุไทยที่สามารถพึ่งตนเอง ได้ และ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคม มีสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายใน 5 ปี 9. พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้า ล้ำยุคสู่อนาคต และเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อต่อ ยอดสู่ อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต รวมทั้งการสร้างดาวเทียมส่งไปสำรวจดวงจันทร์ โดยมีเป้าหมาย ว่า ประเทศ ไทยสามารถสร้างดาวเทียมที่วิจัย/พัฒนาโดยคนไทยและส่งไปโคจรสำรวจรอบดวงจันทร์ ภายใน 6 ปี 10. พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talent) ของอาเซียน โดยมี เป้าหมายว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talent) ของอาเซียน ภายใน 5 ปี 11. พัฒนาการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ของอาเซียน รวมถึงด้าน ศาสตร์ โลกตะวันออก โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ( Hub of Knowledge) ของอาเซียน รวมถึงด้านศาสตร์โลกตะวันออก ภายใน 5 ปี 12. ผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงเฉพาะทางที่ตรงตามความต้องการของ อุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญเร่งด่วนของประเทศและการพัฒนาแห่งอนาคต และสอดรับกับปรัชญา การอุดมศึกษาไทยใหม่ โดยพลิกโฉมระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต และร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและ นานาชาติ โดยมีเป้าหมายว่า ประเทศไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูงเฉพาะทาง ตรงตามความต้องการ ทั้งหมด ของอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ เร่งด่วนของประเทศและการพัฒนาแห่งอนาคต สอดรับกับ


22 ปรัชญาการอุดมศึกษาไทยใหม่ โดยพลิกโฉมระบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และร่วมมือกับ ภาคอุตสาหกรรมและนานาชาติภายใน 5 ปี 13. พัฒนากำลังคนที่ผลิตโดยระบบอุดมศึกษา ให้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ที่จำเป็น ควบคู่กับการมีสมรรถนะสูงด้านวิชาชีพและวิชาการ โดยมีเป้าหมายว่า กำลังคนที่ ผลิตโดย ระบบอุดมศึกษาทุกคน มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่จำเป็นควบคู่ กับการมีสมรรถนะสูงด้านวิชาชีพและวิชาการ ภายใน 5 ปี 2.1.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565- 2569) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานได้ดำเนินการจัดทำ Re-positioning เพื่อให้การ ปรับเปลี่ยน ทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2560-2564) ที่ผ่านมาโดยมุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนการ สอน การวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนจุดเน้น (Cluster) 3 Cluster ดังแสดงใน รูปที่ 10 ซึ่งประกอบไปด้วย Clusterที่ 1) Logistics & Tourism ประกอบด้วย ระบบการจัดการการขนส่ง โลจิสติกส์ ระบบขนส่งทางราง ระบบขนส่งทางอากาศ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กำหนดให้ผู้รับผิดชอบ หลัก คือ นครราชสีมา วิทยาเขตขอนแก่น และ มีวิทยาเขตที่สนับสนุน คือ วิทยาเขตสุรินทร์ วิทยาเขต สกลนคร และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ Clusterที่ 2) Agriculture Technology ประกอบด้วย การเกษตรอินทรีย์ การเกษตรนอก ฤดูเพาะปลูก การบริหารจัดการน้ำ และ พลังงานทดแทน กำหนดให้ผู้รับผิดชอบหลัก คือ วิทยาเขต สุรินทร์ และ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ มีวิทยาเขตที่สนับสนุน คือ นครราชสีมา วิทยาเขตขอนแก่น และ วิทยาเขตสกลนคร Clusterที่ 3) Food & Health ประกอบด้วย อาหาร สุขภาพ และ สังคมผู้สูงวัย กำหนดให้ ผู้รับผิดชอบหลัก คือ วิทยาเขตสกลนคร และมีวิทยาเขตที่สนับสนุน คือ นครราชสีมา วิทยาเขต สุรินทร์ วิทยาเขตขอนแก่น และ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้


23 รูปที่ 10 จุดเน้น (Cluster) 3 Cluster ตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสานใหม่ ฉบับที่ 4 ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2569) มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียน การสอน การวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ เพื่อขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของ ประเทศ บนพื้นฐาน BCG Economy มีจุดมุ่งเน้นใน 3 Clusters รายละเอียดดังนี้ 1. มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ เพื่อ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่านจุดเน้น (Cluster) 3 Cluster คือ Cluster ที่ 1) Logistics ประกอบด้วย ระบบราง (Rail System), อากาศยาน (Aviation), โลจิสติกส์ (Logistics), ยานยนต์ไฟฟ้า/ พลังงานที่ยั่งยืน (EV/Sustainable Energy) และ หุ่นยนต์/ ระบบอัตโนมัติ/เอไอ (Robotics/Automation/AI) Cluster ที่ 2) Agriculture Technology & Food Security ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ (Climate Change (Carbon Neutrality, Net Zero GHG Emission)), วิกฤตทาง อาหาร (Food Crisis (Organic Food, Functional Food, Future Food)) และ เกษตรสมัยใหม่ (Agriculture (Organic, Smart Farm, Offseason, Water Management)) Clusterที่ 3) Health & Tourism ประกอบด้วย สุขภาพแบบองค์รวม (Wellness (Herbal Product, Cosmetic Spa, Alternative Medicine for Aging Society, Medical Tools)) และ การท่องเที่ยว (Tourism) 2. พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานและระบบการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ยุทธศาสตร์ตามจุดเน้น (Cluster) ประสบผลสำเร็จ ดังนี้


24 2.1 พัฒนาระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ภายใต้มาตรฐาน Green University เพื่อสร้าง บรรยากาศในการสนับสนุนส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการผ่าน Co-working Space และ Show Room 2.2 พัฒนาโครงสร้างและระบบภายใต้มาตรฐาน Digital University 2.3 พัฒนาโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการกลาง (Central Lab.) เพื่อ ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสมัยใหม่ 2.4 พัฒนาโครงสร้างและระบบรองรับความเป็นสากล (Internationalization) 2.5 ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง 2.6 ปรับปรุงระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เน้นประสิทธิภาพ 2.7 ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการด้านการเงินสมัยใหม่


2.2 การวิเคราะห์สถานการณ์ การวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อกา


25 ารดำเนินงานของคณะฯ (SWOT Analysis)


การวิเคราะห์กลยุทธ์จากสถานการณ์และสภาพแวดล้อมปัจจุบันของคณะฯ (TOWS ปัจจัยแวดล้อมภายใน ปัจจัยแวดล้อมภายนอก จุดแข็ง (S: Stren S1 บุคลากรสายวิชาการมีองค์ควา S2 บุคลากรสายวิชาการมีอายุเฉลี่ย S3 หลักสูตรเฉพาะทางด้านระบบร S4 ครุภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเฉ และการบิน โอกาส (O: Opportunities) O1 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ O2 มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี O3 มีกฎหมาย ข้อบังคับ มาตรฐานวิชาชีพเฉพาะทางด้าน ระบบรางและการขนส่ง O4 มีหน่วยงาน/เครือข่ายทางระบบรางและการขนส่ง เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ กลยุทธ์ SO (กลยุทธ์เชิงรุก ใช้จุ SO1 พัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒน ปฏิบัติที่มีสมรรถนะและทักษะด้าน เน้นการเรียนการสอนควบคู่กั ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ SO2 พัฒนาหลักสูตรที่ได้มาตรฐานรับ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของ SO3 พัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นทักษะก เทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสมรรถ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนา SO4 พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดช และเทียบโอนสู่ระบบการศึกษา เพื ผู้เรียน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนไ SO5 บูรณาการหลักสูตรเข้ากับการบริ Sandbox) รูปแบบ Informal และ เพื่อสร้างและพัฒนากำลังคนสู่สถาน


26 Matrix Analysis) ngths) มรู้แบบสหวิชาการ ยอยู่ในกลุ่ม Gen-Y รางและการบิน ฉพาะทางด้านระบบราง จุดอ่อน (W: Weaknesses) W1 คณะฯ ไม่เป็นที่รู้จักทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก W2 บุคลากรมีประสบการณ์ในงานน้อย W3 คณะฯ ตั้งอยู่คนละที่กับหน่วยงานหลักในมหาวิทยาลัย W4 ครุภัณฑ์และห้องปฏิบัติการขาดการบริหารจัดการที่ดี W5 สัดส่วนรายได้จากการวิจัยและบริการวิชาการมีน้อย จุดแข็งร่วมกับโอกาส) นานักศึกษาเป็นบัณฑิตนัก นวิชาชีพ (Hands-on) โดย ับการฝึกปฏิบัติและการ ร บรองสมรรถนะด้านวิชาชีพ งประเทศและนานาชาติ การเรียนรู้นวัตกรรมและ นะของบัณฑิตนักปฏิบัติให้ าคต ชีวิต สามารถเก็บหน่วยกิต พื่อตอบสนองความต้องการ ได้ส่วนเสีย ริการวิชาการ (Education ะ Non-formal Education นประกอบการ กลยุทธ์ WO (กลยุทธ์เชิงแก้ไข ใช้โอกาสลดจุดอ่อน) WO1 สร้าง Community Center เครือข่ายความร่วมมือด้านการ วิจัยและนวัตกรรมกับภาครัฐ เอกชน และพันธมิตร ภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่ คุณค่าด้านการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมที่ครบวงจร (Research and Innovation Value Chain) WO2 สร้างกลุ่มวิจัยและบริการวิชาการแบบบูรณาการพหุวิทยาการ (Multidisciplinary) หรือ สหวิทยาการ (Interdisciplinary) เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในสังคมและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ WO3 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานวิจัยให้สามารถตีพิมพ์ เผยแพร่ในวารสารวิชาการและวิจัยที่มีฐานข้อมูลสูงขึ้น WO4ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานวิจัย พร้อมผลักดันให้เกิดผล ลัพธ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และภาค ธุรกิจ/อุตสาหกรรม


SO6 สร้างเครือข่ายความร่วมมือจาก ประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒน สอน การวิจัย และการบริการวิชาก SO7 ถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี ง สร้างและพัฒนาสมรรถนะแรงงา ประกอบการ ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส อุปสรรค (T: Threats) T1 สภาพเศรษฐกิจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าเรียน T2 นักศึกษาใหม่เข้าสู่ระบบน้อย จากโครงสร้างประชากร วัยเรียนในภาพรวมลดลง T3 นักศึกษาใหม่ขาดทักษะด้านคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ T4 สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนด้านระบบรางและ การขนส่งมีเพิ่มมากขึ้น T5 ความไม่แน่นอนของนโยบายทางการศึกษาทำให้ขาด ความต่อเนื่องของการบริหารจัดการ กลยุทธ์ ST (กลยุทธ์เชิงป้องกัน ใช้ ST1 ส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ เทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่กา นวัตกรรมต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอ ST2 ปรับปรุงหลักสูตร โดยการส่งเส ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาต ST3 พัฒนาหลักสูตร โดยมุ่งเน้นทักษะ เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสมรรถน ของสถานประกอบการ และให้ทันต อนาคต


27 กภาครัฐและเอกชน ทั้งใน นาและส่งเสริมการเรียนการ การ งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อ านแก่ชุนชน สังคม สถาน ส่วนเสีย WO5 ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาระบบสนับสนุนการบริหาร จัดการของคณะฯ ด้านต่างๆ WO6 ส่งเสริม และเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล (Digital Media) ทั้งระหว่างบุคคลและหน่วยงานภายในคณะ และ ระหว่างคณะกับหน่วยงานภายนอก ช้จุดแข็งรับมืออุปสรรค) รู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ ารสร้างสรรค์ผลงานและ อบการ สริมการพัฒนาทักษะด้าน ต่างประเทศอื่นๆ การเรียนรู้นวัตกรรม และ นะตอบโจทย์ความต้องการ ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก กลยุทธ์ WT (กลยุทธ์เชิงรับ แก้จุดอ่อน เลี่ยงอุปสรรค) WT1 พัฒนาระบบฐานข้อมูล ในการติดตาม วิเคราะห์ทบทวนและ ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อก้าวสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ WT2 พัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการเรียนรู้ แบบปรับเปลี่ยนได้ (Hybrid Learning) WT3 พัฒนาหลักสูตรความร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างกำลังคนตอบโจทย์ความ ต้องการของสถานประกอบการและอุตสาหกรรมเป้าหมาย WT4 ยกระดับกลไกการบูรณาการระหว่างคณะและองค์กรเครือข่าย ในการพัฒนาด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการ วิชาการ เพื่อก่อให้เกิดรายได้ WT5 เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการคณะฯ ตามแนวทาง EdPEx


28 บทที่ 3 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะระบบรางและการขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) 3.1 ปรัชญา (Philosophy) คุณธรรมนำหน้า ปัญญานำทาง สรรค์สร้างนวัตกรรม 3.2 ปณิธาน (Determination) สร้างคนสู่งาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี 3.3 วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) “3W” Walk - Work Together - Wellness 3.4 ค่านิยมหลัก (Core Values) คณะฯ ได้กำหนดค่านิยมขององค์กร คือ FRTDNA เพื่อให้บุคลากรทุกคนในคณะฯ ได้ใช้เป็น หลักแนวคิดและปฏิบัติในการพัฒนาตนเองซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้บรรลุถึงเป้าหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังรายละเอียด ดังนี้ F: Focus on Success หมายถึง การมุ่งเน้นความสำเร็จในการมุ่งสู่วิสัยทัศน์ R: Realistic หมายถึง นำวิสัยทัศน์ มุ่งสู่การปฏิบัติจริง T: Team หมายถึง การทำงานเป็นทีม และการร่วมกันบูรณาการข้ามศาสตร์ และการใช้นวัตกรรม D: Dynamics หมายถึง ไม่หยุดนิ่ง เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ ที่ใช้งานได้จริง N: Norm หมายถึง ปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานสากล A: Agile หมายถึง ความคล่องตัวในการดำเนินการอย่างเป็นระบบ และ เรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น พร้อมปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3.5 วิสัยทัศน์ (Vision) ผู้นำในการสร้างและพัฒนากำลังคนด้านระบบรางและการขนส่งที่มีทักษะสูงสู่การพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน


29 3.6 พันธกิจ (Mission) 1. สร้างและพัฒนาศักยภาพกำลังคนที่เน้นการเรียนการสอนควบคู่กับการฝึกทักษะการ ปฏิบัติเพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะพร้อมทำงาน มีองค์ความรู้ที่เป็นวิทยาการและเทคโนโลยี สมัยใหม่สามารถนำสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต และรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. สร้างและพัฒนาบุคลากรให้เป็นนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมด้านระบบราง อากาศยาน และการขนส่งที่มีศักยภาพ นำไปสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ และประโยชน์สาธารณะ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 3. ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ทั้งในและ ต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการบริการวิชาการ การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐาน ด้าน ระบบราง อากาศยาน และการขนส่ง 3.7 ภาพรวมแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 1 : มุ่งเน้นการเรียนการสอนควบคู่กับการฝึกทักษะการปฏิบัติ พัฒนา สมรรถนะพร้อมทำงานและต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการ กลยุทธ์ 1.1 สร้างองค์ความรู้และทักษะปฏิบัติวิชาชีพ กลยุทธ์ 1.2 เสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ 1.3 มีกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 2 : บูรณาการงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่า กลยุทธ์ 2.1 สร้างระบบนิเวศการวิจัยการวิจัยและนวัตกรรม กลยุทธ์ 2.2 ยกระดับงานวิจัย ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3 : สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพหุภาคีทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนากำลังคน กลยุทธ์ 3.1 มีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลยุทธ์ 3.2 บูรณาการข้ามศาสตร์ของเครือข่ายความร่วมมือ กลยุทธ์ 3.3 การบริการจิตอาสาพัฒนากำลังคนเพื่อความยั่งยืน ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 4 : การบริหารจัดการที่เป็นเลิศ กลยุทธ์ 4.1 พัฒนาระบบกลไลสนับสนุนการบริหาร การจัดการของคณะด้วยเทคโนโลยี ดิจิทัล


30 กลยุทธ์ 4.2 ปฏิรูปการบริหารองค์กรสู่ยุคดิจิทัลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชื่อมโยงสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน ภาพรวมแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) คณะระบบรางและการขนส่ง


3.8 รายละเอียดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ ตัว กลยุทธ์ ตัว ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 มุ่งเน้นการเรียนการสอนควบคู่กับการฝึกทักษะการปฏิบัติ พัฒนาสมรรถน เป้าประสงค์ ผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะและทักษะที่พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมและมีความเป็นนวัตกร กลยุทธ์ 1.1 สร้างองค์ความรู้และทักษะปฏิบัติวิชาชีพ 1. พัฒนาหลักสูตรที่มีกระบวนการจัดกิจกรรมนักศึกษาให้ ตอบสนองต่อการเป็นบัณฑิตนักปฏิบัติ (Hands-on) เน้นการ เรียนการสอนควบคู่กับการฝึกปฏิบัติและการปฏิบัติงานจริงจาก สถานประกอบการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาสมรรถนะ และทักษะด้านวิชาชีพ 2. พัฒนาหลักสูตรด้วยมาตรฐานรับรองสมรรถนะด้านวิชาชีพเพื่อ ตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและนานาชาติ กลยุทธ์ 1.2 เสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 3. พัฒนาหลักสูตรให้มีการจัดการศึกษาเพื่อเน้นทักษะการเรียนรู้ และนวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา สมรรถนะตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการและ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 1. ร้อยละของบัณฑิตปริ ประกอบอาชีพอิสระภาย 2. ร้อยละของจำนวนนัก เป็นผู้ประกอบการ 3. จำนวนผู้เข้าร่วมฝึกอบ ด้านระบบราง 4. ร้อยละของหลักสูตรที สร้างบัณฑิตตามคุณลักษ มหาวิทยาลัย 5. ร้อยละของบัณฑิตที่ผ ภาษาอังกฤษตามมาตรฐ B1 ขึ้นไป 6. ร้อยละของจำนวนรา ใหม่ที่เป็นนักศึกษาหรือบ ในระดับชาติและนานาช


31 วชี้วัด ค่าเป้าหมาย และผู้รับผิดชอบ วชี้วัด ค่าเป้าหมาย (ปี 2565 – 2569) ผู้รับผิดชอบ 2565 2566 2567 2568 2569 นะพร้อมทำงานและต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการ รและการเป็นผู้ประกอบการ ริญญาตรีที่ได้งานทำและ ยใน 1 ปี n/a n/a 90 90 90 ฝ่ายวิชาการ และวิจัย/ งานพัฒนา นักศึกษา กศึกษา/บัณฑิตศึกษาที่ n/a n/a 6.0 6.5 7.0 บรมหลักสูตรระยะสั้น - 300 300 300 300 ที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาที่ ษณะบัณฑิตของ - 60 70 80 90 ผ่านเกณฑ์การทดสอบ ฐาน CEFR ตั้งแต่ระดับ n/a n/a 30 45 60 งวัลสำหรับผู้ประกอบการ บัณฑิตที่ได้รับการยอมรับ ชาติ n/a 1 2 3 4


4. ส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี องค์ความรู้เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรมต่อยอดสู่ การเป็นผู้ประกอบการ 5. ปรับปรุงหลักสูตรและส่งเสริมการพัฒนาภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ กลยุทธ์ 1.3 มีกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต 6. พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถเก็บหน่วยกิต และเทียบโอนสู่ระบบการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการ ผู้เรียน ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7. บูรณาการหลักสูตรเข้ากับการบริการวิชาการ Education Sandbox ในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ใน รูปแบบ Informal Education และ Non-formal Education เพื่อผลิตกำลังคนให้ตอบความต้องการของสถานประกอบการ และตามจุดเน้น (Cluster) ของยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยและ ประเทศชาติ 7. ร้อยละของจำนวนหลั ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรม ผู้ประกอบการตามจุดเน้ ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย 8. ร้อยละของอาจารย์ป ฐานสมรรถนะตามจุดเน้ ยุทธศาสตร์ 9. ร้อยละของบุคลากรส 10. ร้อยละของจำนวนร วิชาชีพ ต่อจำนวนรายก 11. ระดับความพึงพอใจ มีต่อการใช้บัณฑิต 12. จำนวนหลักสูตรระย โจทย์อุตสาหกรรมเป้าห


32 ลักสูตร/โปรแกรมเฉพาะที่ เพื่อพัฒนาความเป็น น้น (Cluster) ของ ย n/a 50 60 70 80 ระจำที่ได้รับการพัฒนา ้น (Cluster) ของ n/a 47 49 51 53 ฝ่ายบริหาร สายวิชาการที่มีคุณภาพสูง n/a 49 51 53 55 รางวัลการแข่งขันทักษะ/ ารที่เข้าร่วมการแข่งขัน n/a 10 15 20 25 ฝ่ายวิชาการ และวิจัย/ งานพัฒนา นักศึกษา จจากสถานประกอบการที่ n/a n/a 3.50 3.75 4.00 ยะสั้นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบ มายฯ n/a 4 4 5 6


กลยุทธ์ ตัวชี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 บูรณาการงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่า เป้าประสงค์ เสริมสร้างเครือข่ายและพัฒนาศักยภาพการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อการ กลยุทธ์ 2.1 สร้างระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรม 1. สร้าง Community Center เครือข่ายความร่วมมือด้านการ วิจัยและนวัตกรรมกับภาครัฐ เอกชน และพันธมิตร ภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศในการขับเคลื่อนการ พัฒนาและสนับสนุนการวิจัยที่ครบวงจร Research and Innovation Value Chain พร้อมห้องปฏิบัติการและ เครื่องมือสนับสนุน 2. สร้างกลุ่มวิจัยและบริการวิชาการบูรณาการสหวิทยาการเพื่อ นำไปสู่การใช้ประโยชน์ ในสังคมและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ กลยุทธ์ 2.2 ยกระดับงานวิจัย 3. ส่งเสริม สนับสนุนงานวิจัยของคณะฯ ให้สามารถตีพิมพ์ใน ฐานข้อมูลที่สูงขึ้น 4. ส่งเสริมงานวิจัยที่เกิดการบูรณาการสหวิทยาการและผลักดัน ให้เกิดการวิจัยที่ให้ผลลัพธ์ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชนใน ชุมชน สังคมและภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม 13. จำนวนผลงานวิจัยที่ตี ระดับชาติ 14. จำนวนผลงานวิจัยที่ตี นานาชาติ 15. จำนวนนวัตกรรมหรือ 16. จำนวนผลงานวิจัย/น ถูกนำไปสู่การใช้ประโยชน มูลค่าเชิงพาณิชย์ 17. จำนวนโครงการวิจัย ได้รับทุนสนับสนุนจากหน 18. จำนวนเงินที่โครงการ วิชาการได้รับทุนสนับสนุน (หน่วย: ล้านบาท) 19. จำนวนเงินรายได้จาก บริการวิชาการได้รับทุนส ภายนอก (หน่วย: ล้านบา


Click to View FlipBook Version