สาขาวิชา : การบัญชี ใบเฉลยใบทดสอบ
ชอื่ วิชา : การบัญชีตน้ ทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003 หนา้ ท่ี
แผน่ ท่ี 1/1 32
งาน : ระบบบัญชตี ้นทุน
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบมอบหมายงาน
ชอ่ื วิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003 หน้าท่ี
แผ่นที่ 1/1 33
งาน : ระบบบัญชีต้นทุน
จุดประสงคก์ ารมอบงาน
1. เพื่อใหผ้ ู้เรียนรู้จกั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
2. เพ่อื ให้ผเู้ รียนได้คน้ ควา้ หาความรู้เพิ่มเติม
3. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรับผดิ ชอบต่อตนเอง
แนวทางการปฏิบัติงาน
ครมู อบหมายงาน นักเรียนค้นควา้ นกั เรียนนำเสนอ นกั เรยี นสง่ ผลงาน
เปน็ การบา้ น งานตนเอง ครูให้คะแนน
แหล่งคน้ คว้า
หนงั สอื เรยี น ตำราเรยี น
คำถาม/ปญั หา
1. ในการค้นคว้างานนักเรยี นพบปัญหาอะไรบ้าง
2. นกั เรยี นแก้ปญั หาอย่างไร
3. นักเรยี นได้อะไรจากการไปค้นคว้างาน
กำหนดเวลาสง่ งาน
ก่อนครูสอนคาบต่อไป
34
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย การบญั ชีเก่ียวกบั วตั ถุดบิ รวม 12 ชัว่ โมง
สอนคร้งั ที่ 7-9
เรื่อง การบัญชีเก่ยี วกบั วัตถุดบิ จำนวน 12 ช่วั โมง
1. สาระสำคญั
วัตถุดิบ เป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลติ ท่ีถกู แปรสภาพให้เป็นสินคา้ สำเร็จรูป วตั ถดุ ิบที่
ใชใ้ นการผลติ มเี ปน็ จำนวนมากมายหลายชนิด วตั ถุดบิ บางชนดิ ใช้ในการผลิตสินค้าหลายอย่าง บางชนดิ ใช้
ผลิตสนิ คา้ ใดสินค้าหนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากน้ียังมวี ตั ถุดบิ บางชนิดท่ีนำไปใช้ทั้งในการผลิตโดยตรงและ
นำไปใช้ซอ่ มแซมเครื่องจกั รและโรงงาน
เม่ือกจิ การซ้ือวัตถุดิบมาจะบนั ทึกไว้ในบญั ชคี ุมยอดวตั ถดุ ิบถือเปน็ บัญชีประเภทสินทรพั ย์ ถา้ มี
ค่าขนส่งเข้า ส่งคืนวัตถดุ ิบให้ผู้ขาย หรอื ได้รับส่วนลดจากการชำระหน้ีจะถือเปน็ ตน้ ทุนของวัตถุดบิ ซง่ึ
การบนั ทึกบัญชีเกยี่ วกับวัตถุดิบมีวิธีการบนั ทึก 2 วธิ ี คือ วธิ ีบันทึกวตั ถุดิบคงเหลือเม่ือส้นิ งวดและการ
บนั ทึกบญั ชวี ัตถดุ ิบคงเหลือแบบตอ่ เน่ือง
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
บอกความหมายและวตั ถุดิบในการผลติ ได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (มาตรฐานการเรยี นรู้)
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1 อธบิ ายความหมายของวัตถุดิบได้
3.1.2 คำนวณตน้ ทุนในการจดั หาวตั ถดุ บิ ได้
3.1.3 อธิบายวธิ ีควบคุมวัตถดุ ิบ โดยใช้แบบฟอร์มต่างๆ ได้
3.1.4 คำนวณตน้ ทนุ วัตถุดิบเบกิ ใชแ้ ละวตั ถุดิบคงเหลือปลายงวดโดยวธิ ีตา่ งๆ ได้
3.1.5 ตรี าคาวัตถดุ ิบคงเหลอื วิธีราคาทนุ หรือมลู ค่าสุทธิ ท่จี ะไดร้ บั ทต่ี ่ำกวา่ ได้
3.1.6 บนั ทกึ รายการเกย่ี วกบั วตั ถุดบิ ในสมุดรายวันท่ัวไปได้
3.2 ด้านทกั ษะ
3.2.1 บอกความหมายและวตั ถดุ บิ ในการผลติ ได้
3.2.2 บอกวธิ ีคำนวณตน้ ทุนในการจดั หาวตั ถดุ บิ
3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
3.3.1 นักศกึ ษาเหน็ ความสำคัญและเขา้ ใจถงึ เหตุผลของการทำบญั ชี
3.3.2 นกั ศึกษามคี วามรบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่
35
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 3
ชอื่ หนว่ ย การบญั ชีเกีย่ วกบั วตั ถดุ บิ รวม 12 ชัว่ โมง
สอนคร้ังท่ี 7-9
เรือ่ ง การบญั ชีเกี่ยวกับวัตถุดบิ จำนวน 12 ช่วั โมง
3.4 การประยุกต์ 3D และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.4.1 ผเู้ รยี นมีการทำเปน็ ขัน้ ตอน การทำตามลำดบั ขั้น
3.4.2 ผเู้ รยี นมวี นิ ัย มีความประหยดั
3.4.3 ผสู้ อนสอดแทรกปรัชญาเก่ยี วกับความประหยัดอดออม
4. เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
4.1 ความหมายของวตั ถดุ บิ
4.2 ต้นทนุ ในการจดั หาวตั ถุดิบ
4.3 การควบคุมวัตถุดบิ
4.4 การคำนวณตน้ ทนุ วัตถุดิบเบกิ ใชแ้ ละตน้ ทนุ วตั ถุดบิ คงเหลอื
4.5 การตีราคาวตั ถุดิบคงเหลือวธิ รี าคาทุนหรือมูลค่าสทุ ธิทจี่ ะไดร้ บั ท่ีตำ่ กวา่
4.6 วธิ กี ารบันทึกบญั ชเี กี่ยวกบั วตั ถุดิบ
4.7 การบนั ทึกบญั ชีกรณี วัตถดุ บิ คงเหลอื ท่ตี รวจนับได้ไม่ตรงกบั ยอดตามบัญชี
5 กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น(M)
นำเขา้ สบู่ ทเรียนโดยกล่าวถงึ การบัญชีเกีย่ วกับวัตถดุ ิบ
5.2 ขัน้ การจดั เรยี นรู้(I)
5.2.1 ทำแบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี น
5.2.2 ผู้สอนและผูเ้ รียนรว่ มกนั อภิปรายเร่ืองเก่ยี วกับการบัญชีเกี่ยวกับวตั ถุดบิ
5.2.3 ผู้เรียนศึกษาใบความรู้
5.3 ข้นั สรปุ (A)
5.3.1 แบง่ กลมุ่ ผเู้ รียนมารายงานหนา้ ชั้นเรียน
5.4 การวดั ผลและประเมนิ ผล(P)
5.4.1 การสงั เกต
ความตั้งใจและสนใจของผู้เรยี น
ความร่วมมือในการอภิปราย
การแสดงความคิดเห็นอยา่ งมเี หตผุ ล
36
แผนการจัดการเรียนรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 3
ชื่อหน่วย การบัญชีเกี่ยวกับวัตถุดบิ รวม 12 ชั่วโมง
สอนคร้ังที่ 7-9
เรอ่ื ง การบญั ชีเกี่ยวกบั วัตถุดบิ จำนวน 12 ชั่วโมง
5.4.2 การตรวจผลงานภาคปฏบิ ัติ
กจิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
แบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลงั การเรยี นรู้
5.4.3 การทดสอบด้วยวาจาและข้อเขยี น
ตรวจแบบทดสอบ ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60
ต้งั คำถามให้ตอบและอธิบาย ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80
5.4 การวัดผลและประเมนิ ผล(P)
5.4.1 การสงั เกต
ความต้ังใจและสนใจของผเู้ รยี น
ความรว่ มมือในการอภิปราย
การแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล
5.4.2 การตรวจผลงานภาคปฏิบัติ
กจิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
แบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลังการเรียนรู้
5.4.3 การทดสอบดว้ ยวาจาและข้อเขียน
ตรวจแบบทดสอบ ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60
ตัง้ คำถามให้ตอบและอธบิ าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
6. ส่อื การการเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
6.1 สื่อส่งิ พิมพ์
หนังสือเรียนวชิ าการบัญชตี น้ ทนุ 1 : ของสำนกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
เอกสารประกอบการสอนการบญั ชีต้นทนุ 1 : ของรชต สายสวัสดิ์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
อดุ รธานี
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้
7.2 ใบทดสอบ
7.3 ใบสงั่ งาน
37
แผนการจดั การเรียนรมู้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 3
ชื่อหนว่ ย การบัญชีเกย่ี วกับวตั ถดุ บิ รวม 12 ชว่ั โมง
สอนครง้ั ท่ี 7-9
เร่อื ง การบัญชีเก่ียวกับวตั ถุดิบ จำนวน 12 ชั่วโมง
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวิชาอ่นื
8.1 วชิ าภาษาไทย เก่ียวกับการใช้ภาษาด้านการพูด การอ่าน และการเขยี น
8.2 วชิ าคณติ ศาสตร์ เกี่ยวกบั การคำนวณ
8.3 วชิ าภาษาอังกฤษ ดา้ นคำศัพท์ทางบัญชี
9. การวดั ผลและประเมินผล
9.1 วธิ ีการ ดำเนนิ การวดั ผลในชว่ งเวลา
(1) ก่อนเรยี น โดยใชแ้ บบทดสอบก่อนเรียน
(2) ระหว่างเรียน โดยการถามตอบและการสังเกตการณ์ปฏบิ ัติงาน
(3) หลงั เสร็จส้นิ การเรียน โดยทำแบบทดสอบ
9.2 เกณฑ์การประเมิน
(1) ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80
(2) ผูเ้ รียนมีคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนรอ้ ยละ 80
(3) ผู้เรียนบนั ทกึ บัญชกี ารซื้อขายสินคา้ สมบรู ณแ์ ละถูกต้องทกุ คร้ัง
38
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย การบญั ชีเกย่ี วกบั วตั ถดุ ิบ รวม 12 ชั่วโมง
สอนครง้ั ท่ี 7-9
เรือ่ ง การบัญชีเกีย่ วกับวตั ถุดิบ จำนวน 12 ช่ัวโมง
10. บนั ทึกหลงั การเรยี นรู้
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
1. เนื้อหาสอดคล้องกับจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
2. สามารถนำไปใช้ปฏบิ ตั ิการสอนได้ครบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี
10.2 ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
1. นักศึกษาส่วนใหญ่มคี วามสนใจใฝร่ ู้ เขา้ ใจในบทเรยี นร่วมกัน อภปิ ราย ตอบคำถาม
ในกล่มุ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น
2. นักศึกษากระตอื รือร้นและรับผดิ ชอบในการทำงานกลมุ่ เพ่ือให้งานสำเร็จทนั เวลา
ทกี่ ำหนด
10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรู้
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลักสตู ร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลุมเนือ้ หาการสอนทำใหผ้ ้สู อนสอนได้อยา่ งม่ันใจ
3. สอนได้ทนั ตามเวลาทกี่ ำหนด
………………………………………………
ผ้บู นั ทึกการสอน
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ท่ี
แผ่นที่ 1/6 39
ช่ือวิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเก่ยี วกับวัตถุดิบ
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายของวตั ถุดิบได้
2. คำนวณตน้ ทนุ ในการจดั หาวัตถดุ บิ ได้
3. อธิบายวธิ ีควบคุมวตั ถดุ ิบ โดยใช้แบบฟอร์มต่างๆ ได้
4. คำนวณตน้ ทนุ วัตถดุ ิบเบิกใช้และวตั ถดุ ิบคงเหลือปลายงวดโดยวธิ ตี ่างๆ ได้
5. ตีราคาวตั ถดุ ิบคงเหลือวธิ ีราคาทนุ หรอื มูลคา่ สุทธิ ที่จะได้รบั ทตี่ ่ำกว่าได้
6. บันทกึ รายการเก่ยี วกับวัตถดุ ิบในสมดุ รายวนั ท่วั ไปได้
เน้ือหาสาระ
1 ความหมายของวัตถุดิบ
วัตถุดิบ มีความหมายตามศัพทบ์ ัญชี ซึง่ บัญญตั โิ ดยสมาคมนักบญั ชรี บั ใบอนุญาตแหง่ ประเทศไทยวา่ หมายถงึ ของท่ี
ซ้อื มาเพ่ือใช้เปน็ ส่วนผสมหรือส่วนประกอบอนั สำคญั ในการผลติ สนิ คา้ สำเรจ็ รปู แบ่งออกเปน็
วัตถุดบิ ทางตรง (Direct Materials) หมายถงึ มลู ค่าของวตั ถุดิบทใ่ี ชใ้ นการผลติ สนิ ค้าโดยตรง และเป็นส่วน
สำคัญท่คี ดิ เป็นตน้ ทนุ ของหน่วยทผ่ี ลติ เชน่ เม็ดพลาสติก เปน็ วตั ถดุ บิ ทางตรงทีใ่ ชใ้ นการผลิตถงุ พลาสตกิ
วัตถดุ บิ ทางอ้อม (Indirect Materials) หมายถงึ วตั ถุดบิ ท่นี ำมาใชใ้ นการผลติ สินคา้ มีจำนวนน้อยถือเปน็
ค่าใช้จ่ายในการผลิตซงึ่ เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายโรงงาน ท่ีเรยี กวา่ วสั ดโุ รงงาน
2 ต้นทนุ ในการจัดหาวัตถุดิบ
สำหรับคา่ ใช้จ่ายอนื่ ๆ ทเ่ี กีย่ วกบั การจัดหาวตั ถุดิบ (Material Handling Charges or Acquisition Costs) เปน็
ค่าใช้จา่ ยทเ่ี กดิ ขึน้ ในแผนกตา่ งๆ ท่ีตอ้ งมกี ารจดั หาวตั ถุดิบ เช่นแผนกจัดซอื้ แผนกตรวจรับของ แผนกคลงั สนิ ค้า และ
แผนกบญั ชี เป็นตน้ ซงึ่ แผนกดังกล่าวถือว่าเป็นแผนกบรกิ าร ตน้ ทุนหรือคา่ ใช้จา่ ยทเ่ี กิดขึ้นในแผนกเหลา่ น้ี ถือวา่ เป็น
คา่ ใช้จ่ายท่เี กดิ ข้นึ ในแผนกบริการ จำเปน็ ตอ้ งมีการจดั สรรหรอื ปันสว่ นคา่ ใชจ้ า่ ยเหล่านี้ให้กบั แผนกผลติ ท่ีมีการใช้
ค่าใช้จ่ายในการจดั หาวตั ถดุ ิบ โดยใชเ้ กณฑท์ เ่ี หมาะสม ซงึ่ การบันทึกบญั ชจี ะรวมไว้บญั ชเี ดียวกนั คือ บญั ชคี า่ ใชจ้ า่ ยใน
การจัดหาวตั ถดุ ิบ ซง่ึ จะเปน็ สว่ นหนึง่ ของบญั ชคี ุมยอด คา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ หรอื โอนเข้าบัญชีคุมยอดค่าใชจ้ ่ายการผลติ ซึ่ง
จะเปน็ ตน้ ทนุ การผลิตของแผนกผลติ ใดนั้น ขึน้ อยูก่ บั วา่ จะปันส่วนใหก้ บั แผนกผลิตนน้ั จำนวนเทา่ ใด ให้พิจารณาจาก
เกณฑ์ทีใ่ ชใ้ นการปนั สว่ นคา่ ใช้จ่ายการผลติ ของบริษทั น้นั
3. การควบคมุ วตั ถุดิบ
ตน้ ทนุ วัตถดุ บิ เปน็ สว่ นประกอบหนง่ึ ของตน้ ทนุ ข้ันตน้ ซง่ึ เปน็ ส่วนหน่ึงของต้นทนุ ของการผลิตของกิจการอตุ สาหกรรม
ดงั นัน้ การบัญชีทเี่ หมาะสม สำหรบั การควบคมุ จึงต้องครอบคลมุ ทั้งในเร่อื งของการจดั ซือ้ การเบกิ ใช้ และสนิ ค้าคงเหลือ
ซึ่งถอื เป็นสง่ิ สำคญั ในการบริหารจดั การวตั ถดุ บิ ใหเ้ ปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ลตามต้องการ หลกั การ
พืน้ ฐานของการควบคุมวตั ถดุ บิ มวี ตั ถุประสงค์รวมถงึ การจดั ซ้ือวัตถุดบิ การเกบ็ รกั ษาวตั ถุดบิ การใชแ้ ละการเบกิ ใชใ้ ห้
เปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ท่ี
แผน่ ท่ี 2/6 40
ชือ่ วิชา : การบัญชตี ้นทุน 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกี่ยวกับวัตถุดิบ
การควบคมุ วตั ถดุ ิบประกอบดว้ ยการควบคุมการทำงานในสว่ นทเี่ กี่ยวขอ้ งกับวตั ถุดิบ 2 ส่วนคอื ประการแรก เป็นการ
ควบคุมปรมิ าณ และประการทส่ี องเปน็ การควบคุมต้นทุน เป็นตน้ วา่ ผ้จู ดั การฝ่ายงานผลติ ในกจิ การอตุ สาหกรรมมี
เป้าหมายทจ่ี ะตอ้ งทำการควบคมุ ในเรือ่ งของปรมิ าณวตั ถดุ บิ ให้มกี ารเบิกใชใ้ นจำนวนท่ีนอ้ ยกว่า และใช้ในปริมาณที่นอ้ ย
กวา่ ควรจะตอ้ งใชจ้ รงิ ต่อหนง่ึ หนว่ ยการผลิตสนิ ค้าสำเรจ็ รูป
ในการควบคุมตน้ ทุนวตั ถุดิบให้เป็นไปอย่างสมดลุ นั้น มีองคป์ ระกอบสำคัญทต่ี ้องใหค้ วามสนใจอยู่ 2 ประการ
ประการแรกคอื การรักษาระดับเงนิ ลงทุนในวัตถุดิบ เพ่อื ใหไ้ ดว้ ัตถดุ บิ ทเ่ี พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการทจ่ี ะนำมาใช้เพอื่ การผลิต
ประการทสี่ องการรักษาระดับเงินลงทุนทต่ี ้องใช้เพื่อการสำรองวตั ถดุ บิ คงเหลอื ให้อยใู่ นระดับท่ตี ่ำที่สดุ
4. การคำนวณต้นทุนวัตถุดบิ เบกิ ใชแ้ ละต้นทนุ วตั ถดุ บิ คงเหลือ
การคำนวณหาวัตถดุ ิบทใ่ี ช้ไปในการผลิต สำหรับระบบบญั ชแี บบส้นิ งวดยอดวตั ถดุ ิบทใ่ี ชไ้ ปในการผลิตคำนวณได้จาก
สูตร วตั ถดุ บิ ใช้ไปในการผลติ = วตั ถดุ ิบตน้ งวด+ซ้ือวัตถุดบิ สุทธิ-วัตถดุ บิ ปลายงวด
ซื้อวตั ถดุ ิบสุทธิ = ซอ้ื วตั ถดุ ิบ+ ค่าขนส่งเข้า-ส่งคนื วัตถดุ ิบ-ส่วนลดรบั
การคำนวณตน้ ทนุ ผลติ และตน้ ทุนขายของธรุ กิจอุตสาหกรรม มสี ตู รดงั น้ี
ตน้ ทนุ การผลติ = วัตถุดบิ ทางตรง + คา่ แรงทางตรง + คา่ ใช้จ่ายในการผลติ
ต้นทุนสินค้าทผี่ ลิต = ตน้ ทนุ การผลติ + งานระหว่างทำตน้ งวด – งานระหว่างทำปลายงวด
ตน้ ทุนขาย = ตน้ ทุนสินคา้ สำเรจ็ รปู + สนิ คา้ สำเรจ็ รปู ต้นงวด – สินค้าสำเร็จรปู ปลายงวด
ซื้อ = ซอ้ื วัตถดุ บิ + ค่าขนส่งเข้า – สง่ คืน – ส่วนลดรบั
วัตถุดิบใช้ไป = วตั ถุดิบตน้ งวด+ ซือ้ วัตถุดิบสทุ ธิ – วัตถดุ ิบปลายงวด
วตั ถดุ ิบทางตรงใช้ไป = วัตถดุ ิบตน้ งวด+ ซือ้ วตั ถุดิบสทุ ธิ – วตั ถดุ บิ ปลายงวด – วัตถดุ ิบทางอ้อมใช้ไป
กำไรจากการดำเนินงาน = ขาย – ต้นทุนขาย – คา่ ใชจ้ ่ายขายและบริการ
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบความรู้ หน้าที่
แผ่นท่ี 3/6 41
ช่อื วิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกย่ี วกับวตั ถุดิบ
5. การตีราคาวัตถุดบิ คงเหลือวิธีราคาทนุ หรอื มลู ค่าสทุ ธิที่จะได้รบั ที่ต่ำกว่า
ในทางทฤษฎีราคาทนุ ของวัตถุดบิ ท่ีนามาใชต้ มี ลู ค่าของวตั ถดุ ิบคงเหลอื มดี ังนค้ี ือ ราคาทุน (Cost Method)
ราคาทนุ หรอื ราคาตลาดแลว้ แตร่ าคาใดจะตำ่ กวา่ (Lower of Cost or Market Method : LCM) และราคามาตรฐาน
(Standard Cost Method)
5.1 วิธรี าคาทนุ
ราคาทนุ (Cost) หมายถงึ ราคาทซี่ อ้ื วัตถุดิบมาใชใ้ นการผลติ รวมถงึ ค่าใชจ้ า่ ยต่างๆ ทีจ่ ่ายไปเพอื่ ใหว้ ัตถดุ ิบน้นั อยู่
ในสภาพพรอ้ มท่ีจะผลติ ได้ เช่นกจิ การต้องจา่ ยค่าใช้จ่ายในการจดั ซื้อ คา่ ขนสง่ ในการซอ้ื วัตถดุ ิบ คา่ ขนของขน้ึ ลง ค่า
ประกนั ภยั สินคา้ คา่ ใช้จ่ายในการตรวจรบั ของ และคา่ ใชจ้ า่ ยในการเกบ็ รกั ษาวตั ถุดบิ ใหอ้ ยู่ในสภาพดพี รอ้ มที่จะนำไปผลิต
ได้ ในกรณที ีก่ ิจการได้รบั สว่ นลดจากผู้ขาย หรอื ที่เรียกวา่ ส่วนลดรับ ก็ต้องนำมาพิจารณาหักออกจากตน้ ทุนวตั ถุดิบทีซ่ ้อื
ออกไปดว้ ย เพราะทำใหต้ ้นทนุ วัตถุดบิ ลดลง ซึ่งวธิ กี ารคำนวณตน้ ทนุ วตั ถดุ บิ ดว้ ยราคาทนุ สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 6 วธิ ี ดังนี้
5.1.1 วิธรี าคาทแ่ี ท้จริง (Specific Identification Method)
5.1.2 วธิ ีถวั เฉลีย่ อย่างง่าย (Simple Average Method)
5.1.3 วิธีถวั เฉลี่ยถว่ งนา้ หนัก (Weighted Average Method)
5.1.4 วธิ ถี วั เฉล่ียแบบเคลื่อนที่ (Moving Average Method)
5.1.5 วิธีซือ้ กอ่ น – ใช้ก่อน (First – In, First – Out Method)
5.1.6 วิธซี ้ือหลงั – ใช้ก่อน (Last – In, First – Out Method)
6. วิธกี ารบนั ทกึ บัญชีเก่ยี วกบั วัตถดุ บิ
วตั ถดุ ิบเป็นสินค้าคงเหลือรายการหนึ่งในกิจการอตุ สาหกรรม ดงั นนั้ วธิ ีการบนั ทึกบญั ชีวตั ถดุ บิ จึงทำได้ 2 วธิ ใี น
ลกั ษณะเดยี วกันกบั ทางเลือกของการบันทึกบญั ชีสินคา้ คงเหลือ กลา่ วคือ
6.1 วธิ ีบนั ทกึ บญั ชีแบบตรวจนับวตั ถุดิบคงเหลือเมือ่ วนั ส้ินงวด (Periodical Inventory Method) จะต้องตรวจนบั
และตรี าคาวตั ถดุ ิบคงเหลอื ณ วันสิน้ งวดบญั ชี เพื่อใหท้ ราบจำนวนของวตั ถดุ บิ คงเหลือ เพ่อื เปรยี บเทยี บจำนวนวตั ถดุ ิบที่
ตรวจนบั ได้ กบั ใบทะเบยี น เพือ่ ปอ้ งกนั การทุจรติ
6.2 วธิ ีบันทึกบัญชแี บบต่อเน่ือง(Perpetual Inventory Method) วธิ นี เี้ ปน็ ระบบที่บันทึกการเปลย่ี นแปลงความ
เคล่อื นไหวขึ้นลงของวัตถดุ บิ คงเหลือตลอดเวลา กิจการจะบันทึกการรับ-จ่ายวตั ถุดบิ
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ท่ี
แผ่นท่ี 4/6 42
ชื่อวิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกยี่ วกบั วัตถุดบิ
เปรียบเทยี บหลกั การบนั ทกึ บญั ชสี ินค้าคงเหลอื แบบสิ้นงวด
7. การบนั ทกึ บัญชีกรณวี ัตถดุ บิ คงเหลอื ทต่ี รวจนบั ได้ไมต่ รงกบั ยอดตามบัญชี
7.1 สินค้าคงเหลือในบัญชีมมี ากกวา่ ข้อเทจ็ จรงิ (สินค้าขาดจากรายงาน)
1) ไมร่ บั รรู้ ายไดต้ ามขอ้ เทจ็ จริง และ/หรอื
2) บันทกึ รายไดแ้ ตม่ ไิ ด้บนั ทกึ ตน้ ทุนขายทันที (กรณีวธิ ีบันทึกบัญชีแบบต่อเนื่อง - Perpetual Inventory
Method) หรอื
3) การบนั ทึกสินคา้ คงเหลือปลายงวดตามวธิ ีบนั ทกึ บัญชแี บบสิน้ งวด - Periodic Inventory Method มไิ ด้
เปน็ ไปตามขอ้ เท็จจริง
4) สนิ ค้าสญู หาย
7.1.1 การแก้ไข ให้ปรับปรงุ ตามสินคา้ คงเหลอื ทมี่ อี ยู่จรงิ ตามที่ตรวจนบั ได้ หรือตามระบบสนิ ค้าคงเหลือของ
แผนกคลงั สินคา้ และกจิ การต้องตรวจสอบวา่ มเี อกสารการขายทไี่ มไ่ ดล้ งบญั ชีในอดีตหรอื ไม่
การปรับปรุงยอ้ นหลังในงบการเงินสาหรบั รายการ ณ วนั ตน้ งวด (กรณีสามารถสบื ทราบไดว้ า่ ผลต่างในปัจจุบนั
เกดิ ขนึ้ จากรายการในอดตี )
1) บนั ทึกรายการรายไดใ้ หค้ รบถว้ น โดยปรับปรุงเข้ากำไรสะสม
เดบติ เงินสด/ธนาคาร/ลูกหนก้ี ารคา้ /ลกู หนเี้ งนิ ยมื กรรมการ
เครดิต กำไรสะสม
2) บันทกึ ตัดรายการสนิ คา้ คงเหลือให้ถูกต้องตามขอ้ เทจ็ จริง
วิธบี นั ทกึ บัญชแี บบตอ่ เนื่อง (Perpetual Inventory Method)
เดบิต กำไรสะสม
เครดิต สินคา้ คงเหลอื
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผน่ ท่ี 5/6 43
ช่ือวิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกย่ี วกับวตั ถุดิบ
วธิ ีบันทึกบญั ชีแบบส้ินงวด (Periodic Inventory Method)
เดบิต กำไรสะสม
เครดิต สินค้าคงเหลอื (ตน้ งวด)
และปรับปรุงรายการเกย่ี วเนอื่ งในปปี จั จบุ ัน ดงั น้ี
เดบิต สนิ ค้าคงเหลอื (ต้นงวด)
เครดิต ต้นทุนขาย/กาไรขาดทุน (ตามช่ือบญั ชขี องแต่ละกิจการ)
และปรับปรงุ มลู ค่าสนิ คา้ คงเหลือปลายงวดใหมอ่ กี คร้ังดว้ ยยอดท่ถี ูกต้องจากการตรวจนบั
7.1.2 การปรบั ปรงุ สำหรบั ปีปจั จบุ ัน (กรณสี ามารถสืบทราบไดว้ า่ ผลต่างของสนิ คา้ ณ ปลายงวดปัจจุบนั
เกิดข้ึนจากรายการในปปี ัจจบุ นั หรือไมส่ ามารถสืบทราบวา่ เป็นผลตา่ งทเี่ กดิ ขึ้นต้งั แตป่ ใี ด)
1) บนั ทกึ รายการรายไดใ้ หค้ รบถ้วน
เดบิต เงนิ สด/ธนาคาร/ลูกหนี้การคา้ /ลกู หนเี้ งนิ ยืมกรรมการ (แล้วแต่กรณี)
เครดิต รายได้จากการขาย
2) บันทกึ ตดั รายการสนิ คา้ คงเหลอื ให้ถูกต้องตามขอ้ เท็จจรงิ
วธิ บี นั ทึกบญั ชแี บบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method)
เดบติ ต้นทุนขาย/ขาดทุนจากสนิ คา้ สญู หาย
เครดิต สินค้าคงเหลือ
วิธีบนั ทึกบัญชแี บบส้นิ งวด (Periodic Inventory Method) ปรับปรงุ มูลคา่ สนิ ค้าคงเหลือปลาย
งวดใหมอ่ ีกคร้งั ดว้ ยยอดทถี่ กู ตอ้ งจากการตรวจนบั
7.2 สินคา้ คงเหลอื ในบัญชมี ีน้อยกวา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ (สินค้าเกนิ จากรายงาน)
1. ไมบ่ ันทกึ รายการซอื้ สนิ คา้ ตามขอ้ เทจ็ จริง
2. สินคา้ เกนิ เนือ่ งจากการนบั สต๊อคสินค้า
7.2.1 การแกไ้ ข ปรับปรุงตามสนิ ค้าคงเหลอื ทม่ี อี ยจู่ รงิ ตามทต่ี รวจนับได้ หรอื ตามระบบสนิ คา้ คงเหลอื ของ
แผนกคลังสนิ ค้า และกจิ การตอ้ งตรวจสอบวา่ มเี อกสารการซ้ือทไี่ ม่ไดล้ งบญั ชหี รือไม่
การปรบั ปรงุ ยอ้ นหลงั ในงบการเงินสาหรับรายการ ณ วนั ต้นงวด (กรณสี ามารถสืบทราบได้วา่ ผลตา่ งใน
ปัจจบุ นั เกิดขน้ึ จากรายการในอดีต) โดยต้องปรบั ปรงุ เขา้ รายการกาไรสะสม และปรบั มูลคา่ สินคา้ คงเหลือปลายงวด ดังน้ี
วิธบี ันทกึ บญั ชแี บบตอ่ เนอ่ื ง (Perpetual Inventory Method)
เดบติ สนิ คา้ คงเหลอื
ภาษีซือ้ ต้องห้าม
เครดิต เจ้าหนก้ี ารคา้ (กรณยี งั ไม่บันทกึ ซือ้ แตย่ ังมีภาระทีต่ อ้ งจ่ายชาระเจา้ หน้ีคา่ สนิ ค้า) หรือ
กาไรสะสม (กรณนี บั สตอ๊ คสนิ ค้าแล้วพบสนิ ค้าเกินในปีกอ่ นแตม่ ไิ ด้ปรบั ปรงุ )
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผ่นท่ี 6/6 44
ช่ือวิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบัญชีเกย่ี วกับวตั ถุดบิ
วธิ บี ันทึกบญั ชีแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method)
เดบติ กาไรสะสม
ภาษีซือ้ ตอ้ งหา้ ม
เครดติ เจ้าหนกี้ ารคา้ (กรณที ี่ยงั ไมบ่ ันทกึ ซ้อื แต่ทย่ี งั มภี าระตอ้ งจ่ายชาระเจ้าหนี้ค่าสนิ ค้า)
เดบติ สินคา้ คงเหลอื (ตน้ งวด)
เครดิต กาไรสะสม
และปรับปรุงรายการเกีย่ วเนอ่ื งในปปี จั จุบนั ดังน้ี
เดบติ กาไรขาดทนุ /ต้นทุนขาย (ตามวิธกี ารลงบัญชขี องแต่ละกิจการ)
เครดติ สนิ คา้ คงเหลอื (ต้นงวด)
และปรบั ปรงุ มลู ค่าสนิ คา้ คงเหลือปลายงวดใหมอ่ กี ครัง้ ดว้ ยยอดที่ถูกตอ้ งจากการตรวจนับ
7.2.2 การปรับปรงุ สาหรบั ปีปจั จุบัน (กรณีสามารถสบื ทราบได้ว่าผลตา่ งของสนิ ค้า ณ ปลายงวดปจั จบุ นั
เกดิ ขนึ้ จากรายการในปปี ัจจบุ ัน หรอื ไมส่ ามารถสืบทราบวา่ เปน็ ผลตา่ งท่เี กดิ ขึน้ ตงั้ แตป่ ีใด) ใหบ้ ันทึกรายการให้ถกู ตอ้ งและ
ปรับมลู ค่าสนิ คา้ คงเหลอื ปลายงวดตามขอ้ เทจ็ จรงิ
วิธบี ันทกึ บญั ชีแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method)
เดบิต สินค้าคงเหลอื
ภาษีซ้ือ(ต้องห้าม)
เครดติ เจ้าหนีก้ ารค้า (กรณีทย่ี งั ไมบ่ ันทึกซ้ือแตย่ ังมีภาระท่ีตอ้ งจา่ ยชาระค่าสนิ คา้ )
ตน้ ทุนขาย (กรณีนับสตอ๊ คสนิ ค้าแลว้ พบสินค้าเกิน)
วิธบี ันทกึ บญั ชีแบบสนิ้ งวด (Periodic Inventory Method)
เดบติ ซ้อื สินคา้
ภาษซี ื้อ(ต้องหา้ ม)
เครดติ เจ้าหนี้การคา้ (กรณที ่ียังไมไ่ ดบ้ นั ทกึ ซื้อแต่ยังมีภาระที่ต้องจ่ายชาระค่าสินคา้ )
และปรับปรุงมลู คา่ สินคา้ คงเหลอื ปลายงวดใหมอ่ ีกครั้งด้วยยอดท่ีถูกต้องจากการตรวจนบั
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบทดสอบ หนา้ ที่
45
ชอ่ื วิชา : การบัญชีต้นทนุ 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบัญชีเก่ียวกบั วตั ถุดิบ แผน่ ที่ 1/2
คำช้แี จง จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว แล้วทำเครอื่ งหมาย ลงในกระ
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบทดสอบ หนา้ ที่
แผน่ ที่ 2/2 46
ชอื่ วิชา : การบัญชตี ้นทุน 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบญั ชีเก่ยี วกบั วัตถุดิบ
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบเฉลยใบทดสอบ
ช่ือวิชา : การบัญชีต้นทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003 หนา้ ที่
แผน่ ท่ี 1/1 47
งาน : การบญั ชีเกย่ี วกับวัตถุดบิ
สาขาวชิ า : การบญั ชี ใบมอบหมายงาน
ชอื่ วิชา : การบัญชีตน้ ทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003 หนา้ ที่
แผ่นที่ 1/1 48
งาน : การบญั ชีเก่ยี วกับวัตถุดิบ
จุดประสงคก์ ารมอบงาน
1. เพือ่ ให้ผู้เรียนรจู้ ักใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์
2. เพ่ือให้ผู้เรียนได้คน้ ควา้ หาความรูเ้ พิ่มเตมิ
3. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี นมีความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง
แนวทางการปฏิบัตงิ าน
ครมู อบหมายงาน นักเรยี นค้นควา้ นกั เรยี นนำเสนอ นักเรยี นสง่ ผลงาน
เป็นการบ้าน งานตนเอง ครใู ห้คะแนน
แหลง่ ค้นควา้
หนังสอื เรยี น ตำราเรียน
คำถาม/ปัญหา
1. ในการค้นคว้างานนักเรียนพบปัญหาอะไรบ้าง
2. นกั เรียนแกป้ ญั หาอย่างไร
3. นกั เรียนได้อะไรจากการไปคน้ ควา้ งาน
กำหนดเวลาสง่ งาน
ก่อนครูสอนคาบต่อไป
49
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ่งุ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 4
ช่ือหนว่ ย การบญั ชีเกย่ี วกับค่าแรง รวม 12 ช่ัวโมง
สอนครัง้ ที่ 10-12
เรือ่ ง การบัญชีเกยี่ วกบั ค่าแรง จำนวน 12 ชั่วโมง
1. สาระสำคัญ
ในการผลติ สินค้านนั้ จะเป็นการแปรสภาพวตั ถุดิบใหเ้ ป็นสินค้าสำเร็จรูปซึง่ ปจั จัยในการแปรสภาพ
วัตถุดบิ อยา่ งหน่ึงกค็ ือค่าแรงงาน อันเปน็ ส่วนประกอบที่สำคญั หนึง่ ในกระบวนการผลติ โดยทั่วไป
กิจการอุตสาหกรรมมีการแบ่งค่าแรงงานเป็นค่าแรงงานที่ใช้ในการผลติ สนิ คา้ โดยตรง และคา่ แรงงานท่ี
ไม่ได้ใชใ้ นการผลิตสนิ คา้ โดยตรง ซ่งึ กจิ การจะแบ่งแยกคา่ แรงงานเป็นแผนกต่าง ๆ ตามหนา้ ท่แี ละความ
ชำนาญงาน โดยใช้พนกั งานทำงานในแผนกต่าง ๆ ท่มี ีเปน็ จำนวนมากจงึ ต้องมีการบรหิ ารงานและ
ควบคมุ แรงงานใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพสงู สดุ
2. สมรรถนะประจำหน่วย
บอกความหมายและจำแนกค่าแรงเพือ่ ทำบญั ชีได้
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (มาตรฐานการเรยี นรู้)
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1 อธบิ ายความหมายของคา่ แรงและการควบคมุ เก่ยี วกับคา่ แรงได้
3.1.2 คำนวณตน้ ทนุ คา่ แรงได้
3.1.3 วิเคราะห์และจำแนกประเภทของคา่ แรงได้
3.1.4 บันทกึ บัญชีเกีย่ วกบั คา่ แรงได้
3.1.5 อธิบายเงินพเิ ศษตา่ งๆ และ สวสั ดกิ าร และบนั ทกึ บัญชีได้
3.2 ด้านทกั ษะ
3.2.1 อธิบายความหมายและการแบ่งประเภทค่าแรงงานได้
3.2.2 คำนวณจำแนกประเภทและการจ่ายค่าแรงงานได้
3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
3.3.1 นักศึกษาเห็นความสำคญั และเขา้ ใจถึงเหตผุ ลของการทำบญั ชี
3.3.2 นกั ศึกษามคี วามรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
3.4 การประยกุ ต์ 3D และนอ้ มนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.4.1 ผเู้ รยี นมีการทำเป็นข้นั ตอน การทำตามลำดับขั้น
3.4.2 ผูเ้ รียนมวี นิ ัย มีความประหยดั
3.4.3 ผ้สู อนสอดแทรกปรัชญาเกย่ี วกับความประหยดั อดออม
50
แผนการจัดการเรยี นรมู้ งุ่ เน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 1
ชือ่ หนว่ ย การบญั ชีเก่ยี วกับค่าแรง รวม 12 ชว่ั โมง
สอนคร้ังท่ี 1-3
เรอื่ ง การบญั ชเี ก่ยี วกับคา่ แรง จำนวน 12 ชั่วโมง
4. เน้ือหาสาระการเรียนรู้
4.1 ความหมายของคา่ แรง
4.2 การควบคุมเกี่ยวกับค่าแรง
4.3 การคำนวณตน้ ทนุ ค่าแรง
4.4 การวเิ คราะหแ์ ละจำแนกประเภทของคา่ แรง
4.5 การบนั ทกึ บญั ชเี ก่ยี วกับค่าแรง
4.6 เงินพิเศษต่างๆ และ สวัสดิการ
5 กิจกรรมการเรียนการสอน
5.1 ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น(M)
นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยกล่าวถึงการบัญชเี กย่ี วกบั ค่าแรง
5.2 ขนั้ การจัดเรียนรู(้ I)
5.2.1 ทำแบบประเมินผลก่อนการเรียน
5.2.2 ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกันอภิปรายเรื่องเกย่ี วกบั การบญั ชีเกี่ยวกับค่าแรง
5.2.3 ผู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้
5.3 ข้นั สรปุ (A)
5.3.1 แบง่ กลมุ่ ผ้เู รยี นมารายงานหนา้ ชน้ั เรียน
5.4 การวัดผลและประเมินผล(P)
5.4.1 การสังเกต
ความตงั้ ใจและสนใจของผู้เรยี น
ความร่วมมือในการอภิปราย
การแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล
5.4.2 การตรวจผลงานภาคปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
แบบทดสอบเพ่ือประเมินผลหลังการเรยี นรู้
5.4.3 การทดสอบด้วยวาจาและข้อเขยี น
ตรวจแบบทดสอบ ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
ต้ังคำถามให้ตอบและอธบิ าย ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80
51
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 1
ชือ่ หน่วย การบัญชีเกี่ยวกบั คา่ แรง รวม 12 ชัว่ โมง
สอนคร้งั ท่ี 1-3
เร่อื ง การบัญชีเกี่ยวกับคา่ แรง จำนวน 12 ชว่ั โมง
6. ส่อื การการเรียนร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้
6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
หนังสอื เรียนวิชาการบัญชีต้นทุน 1 : ของสำนกั พิมพ์เอมพันธ์
เอกสารประกอบการสอนการบัญชตี ้นทนุ 1 : ของรชต สายสวัสด์ิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั
อุดรธานี
7. เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้
7.2 ใบทดสอบ
7.3 ใบสง่ั งาน
8. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั วิชาอนื่
8.1 วชิ าภาษาไทย เกี่ยวกับการใชภ้ าษาดา้ นการพูด การอ่าน และการเขยี น
8.2 วชิ าคณิตศาสตร์ เก่ยี วกบั การคำนวณ
8.3 วชิ าภาษาอังกฤษ ด้านคำศัพท์ทางบัญชี
9. การวดั ผลและประเมนิ ผล
9.1 วธิ กี าร ดำเนินการวดั ผลในชว่ งเวลา
(1) กอ่ นเรยี น โดยใชแ้ บบทดสอบก่อนเรียน
(2) ระหวา่ งเรียน โดยการถามตอบและการสงั เกตการณ์ปฏบิ ตั งิ าน
(3) หลังเสร็จสิน้ การเรียน โดยทำแบบทดสอบ
9.2 เกณฑก์ ารประเมนิ
(1) ผเู้ รยี นมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
(2) ผู้เรียนมีคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนรอ้ ยละ 80
(3) ผูเ้ รยี นบนั ทกึ บญั ชกี ารซ้ือขายสินค้าสมบูรณแ์ ละถูกต้องทกุ คร้ัง
52
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 1
ช่อื หน่วย การบัญชเี ก่ียวกบั ค่าแรง รวม 12 ชั่วโมง
สอนครั้งท่ี 1-3
เร่อื ง การบัญชีเก่ยี วกับค่าแรง จำนวน 12 ช่ัวโมง
10. บนั ทึกหลงั การเรียนรู้
10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
1. เน้อื หาสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ครบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
10.2 ผลการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
1. นักศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝร่ ู้ เข้าใจในบทเรียนร่วมกนั อภิปราย ตอบคำถาม
ในกล่มุ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น
2. นักศึกษากระตือรือรน้ และรับผิดชอบในการทำงานกลุ่มเพ่ือใหง้ านสำเร็จทนั เวลา
ที่กำหนด
10.3 แนวทางการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้
1. สอนเนอ้ื หาไดค้ รบตามหลักสูตร
2. แผนการสอนและวิธกี ารสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทำใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งม่ันใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาที่กำหนด
………………………………………………
ผบู้ ันทกึ การสอน
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หน้าที่
แผ่นท่ี 1/5 53
ช่อื วิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบัญชีเกยี่ วกับคา่ แรง
จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายของค่าแรงและการควบคุมเกยี่ วกับคา่ แรงได้
2. คำนวณตน้ ทนุ คา่ แรงได้
3. วิเคราะหแ์ ละจำแนกประเภทของค่าแรงได้
4. บนั ทกึ บญั ชเี กีย่ วกบั ค่าแรงได้
5. อธิบายเงนิ พเิ ศษตา่ งๆ และ สวัสดกิ าร และบนั ทกึ บัญชไี ด้
เนื้อหาสาระ
1. ความหมายของคา่ แรง
ค่าแรงงาน หมายถึง คา่ จ้าง (Wages) และเงินเดอื น (Salaries) ทีก่ ิจการจ่ายใหแ้ ก่ลกู จา้ ง ในการจา่ ยค่าจ้างอาจจ่าย
เป็นรายช่ัวโมง (Hourly) รายวัน (Daily) หรือตามหน่วยทผี่ ลติ ได้ (Piecework) สว่ นเงินเดอื นมักจะจ่ายเดือนละครั้ง
ลกั ษณะของค่าแรงงาน แบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือค่าแรงงานทางตรงและค่าแรงงานทางอ้อม
1.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง คา่ แรงงานตา่ ง ๆ ทจ่ี ่ายให้แกค่ นงานหรอื ลูกจา้ งที่ทำหน้าท่ีเกีย่ วกบั
การผลติ สนิ คา้ สำเรจ็ รปู โดยตรง รวมทงั้ เปน็ ค่าแรงงานทม่ี จี ำนวนมากเม่อื เทียบกับค่าแรงงานทางออ้ มในการผลติ สนิ คา้
หน่วยหน่งึ ๆ และจดั เปน็ ค่าแรงงานส่วนสำคญั ในการแปรรูปวตั ถดุ ิบใหเ้ ป็นสนิ ค้าสำเรจ็ รูป เชน่ คนงานทท่ี ำงานเกี่ยวกับ
การควบคมุ เครอื่ งจกั รที่ใชใ้ นการผลิตกค็ วรถือเปน็ แรงงานทางตรง พนักงานในสายการประกอบ เปน็ ตน้
1.2 ค่าแรงงานทางออ้ ม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานท่ีไม่เกีย่ วขอ้ งกบั คา่ แรงงานทางตรงท่ีใชใ้ นการผลติ
สนิ คา้ เช่น เงินเดอื นผคู้ วบคมุ โรงงาน เงนิ เดือนพนกั งานทำความสะอาดเครือ่ งจักร และโรงงาน พนกั งานตรวจสอบ
คุณภาพ ช่างซอ่ มบำรงุ ตลอดจนตน้ ทนุ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั คนงาน เชน่ คา่ ภาษีท่ีออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการตา่ ง ๆ เปน็ ต้น ซึง่
ค่าแรงงานทางอ้อมเหลา่ นจี้ ะถือเปน็ สว่ นหนงึ่ ของคา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ
ในการพจิ ารณาค่าแรงงานวา่ เป็นคา่ แรงงานทางตรงหรือคา่ แรงงานทางอ้อม อีกประเด็นหนงึ่ ก็คอื คา่ แรงงานทางตรง
จะมีลักษณะสำคญั คือ เป็นตน้ ทุนทีเ่ ป็นส่วนประกอบสำคญั ของกระบวนการการผลติ สนิ ค้าโดยตรง และ สามารถระบไุ ด้
อย่างชดั เจนวา่ เปน็ ของสนิ ค้าชนิดใด มจี านวนช่ัวโมงในการผลิตกช่ี ั่วโมงและสามารถคำนวณค่าแรงงานให้กบั พนกั งานได้
ชัดเจน สามารถระบไุ ดว้ า่ เปน็ ตน้ ทุนของสินค้าชนิดใดชนดิ หน่ึงจานวนเท่าใด
2. การควบคุมเกี่ยวกับคา่ แรง
การควบคุมค่าแรง สำหรบั ขนั้ ตอนเกี่ยวกับค่าแรงงานน้ัน จะมหี นว่ ยงานภายในทีเ่ ก่ียวขอ้ งดงั นี้
1. แผนกบุคคล (Personal Department) มีหน้าทตี่ ดั หาแรงงาน การเก็บเวลาการทำงาน กำหนดอตั รา
ค่าจ้างของพนักงาน นอกจากนีแ้ ผนกบุคคลยงั มีหน้าทีใ่ นการควบคมุ การทำงานของพนักงาน รวบรวมเวลาทำงานของ
พนักงานในแตล่ ะวัน
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ที่
แผ่นท่ี 2/5 54
ชอื่ วิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกย่ี วกับคา่ แรง
2. แผนกบัญชี (Accounting Department) มหี น้าทใ่ี นการคำนวณ จำแนก และบันทึกบญั ชีคา่ แรงงาน
โดยนำขอ้ มลู จากแผนกบุคคลมาบนั ทกึ รายการบญั ชี และจดั ทำรายละเอียดท่เี กย่ี วข้อง แบ่งหน้าท่ีออกเปน็ 3 ฝ่าย ดังน้ี
ฝา่ ยบัญชเี งนิ เดอื นและคา่ แรง
เมื่อไดร้ บั รายงานการปฏิบตั งิ านจากแผนกบคุ คลแล้วจะคำนวณค่าจา้ ง ภาษเี งินได้หัก ณ ทจ่ี า่ ย
เงินประกนั สังคม รายการอ่ืนๆ รวมทัง้ บันทึกรายการและจำนวนเงนิ ตา่ งๆ ลงในสมดุ เงินเดอื นและคา่ แรงแล้วผา่ น
รายการจากสมดุ เงนิ เดือนและคา่ แรงไปยงั บญั ชเี งนิ ไดข้ องพนักงานแต่ละคน นอกจากนย้ี งั ส่งสมดุ เงินเดอื นและคา่ แรง
ใหแ้ ก่ฝา่ ยบัญชีเจ้าหน้ดี ว้ ย
ฝา่ ยบัญชีเจา้ หนี้
เม่ือไดร้ ับสมุดเงนิ เดือนและคา่ แรงจากฝ่ายบญั ชเี งนิ เดือนและคา่ แรงแล้ว จะทำใบสำคญั จ่ายข้ึน
2 ฉบับ คอื ใบท่ี 1 นำส่งให้ฝ่ายการเงนิ พร้อมสมุดเงินเดอื นและคา่ แรงเพอื่ รอจ่ายเงนิ และใบท่ี 2 สำหรับเกบ็ เขา้ แฟ้ม
ไวท้ ่ีแผนกของตน
ฝา่ ยบญั ชตี น้ ทุน
เม่ือไดร้ ับรายงานจากแผนกบคุ คลก็จะทำการแยกค่าแรงแตล่ ะประเภทของกระบวนการผลิตเพื่อ
คำนวณตน้ ทนุ การผลิต
แนวทางการลดต้นทนุ คา่ แรงงาน
เพอ่ื ใหก้ ารบรหิ ารต้นทนุ ค่าแรงงานมีประสทิ ธิภาพสูงสุด กจิ การต้องดำเนนิ มาตรการหลายด้านพร้อมๆกัน
ตอ่ ไปนเ้ี ปน็ แนวทางทีอ่ าจนำมาใชเ้ พือ่ ลดต้นทนุ คา่ แรงงานในกรณีทยี่ ังสูงกว่าเกณฑเ์ ฉลีย่
- การควบคมุ อตั ราการเพ่มิ เงนิ เดือนอย่างเหมาะสม
- เพิม่ ประสทิ ธภิ าพการผลิตของพนักงาน
- ควบคุมการเพิม่ จำนวนพนักงาน
- การฝกึ อบรมและพฒั นาบุคลากรใหม้ ีความรูค้ วามสามารถเพ่มิ ข้นึ
- การจ้างแรงงานชวั่ คราวในชว่ งความตอ้ งการผลผลติ สงู
- การให้พนักงานรายวนั พักงานในช่วงผลผลิตตำ่
- การปรบั ปรุงกระบวนการการผลติ เพื่อลดต้นทนุ คา่ แรงงาน
- การยา้ ยฐานการผลติ ไปยังประเทศทม่ี ีคา่ แรงต่ำ
- การลดขนาดองค์กรใหเ้ หมาะสมกบั สภาวะการแข่งขนั ทางธุรกจิ
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ที่
แผ่นท่ี 3/5 55
ชอื่ วิชา : การบัญชีตน้ ทุน 1 รหัสวชิ า 3201-2003
งาน : การบญั ชเี กยี่ วกบั คา่ แรง
3. การคำนวณต้นทนุ ค่าแรง
การคำนวณค่าแรง จะแยกการคำนวณเปน็ 2 ขนั้ ตอน คือ
3.1 ค่าแรงงานขนั้ ตน้ (Gross payrolls)
เมอ่ื พนกั งานบญั ชรี วบรวมค่าแรงงานของพนกั งานจากบตั รลงเวลาทำงานก็จะทำการคำนวณคา่ แรงงานตา่ งๆ
ซึง่ พจิ ารณาจากชั่วโมงการทำงาน หรือตามช้นิ งาน การคำนวณค่าแรงงานดังกลา่ วจะประกอบด้วยคา่ แรงงานปกติ และ
คา่ แรงงานล่วงเวลา
คา่ แรงงานปกติ มีสตู รในการคำนวณ ดังนี้
- คำนวณคา่ แรงตามชว่ั โมงการทำงาน
คา่ แรงงานปกติ = จำนวนช่ัวโมงการทำงาน X อัตราคา่ แรงงานรายชัว่ โมง
- คำนวณค่าแรงตามชน้ิ งาน
ค่าแรงงานปกติ = จำนวนชิน้ งานทผี่ ลิตได้ X อตั ราคา่ แรงงานตามชิน้ งาน
คา่ แรงงานลว่ งเวลา
คา่ แรงงานล่วงเวลาเกิดจากการทีพ่ นักงานทำงานเกนิ ช่วั โมงทำงานปกตซิ ง่ึ ตามพระราชบญั ญัตคิ ุม้ ครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541 ได้บัญญตั ิเกย่ี วกับชัว่ โมงทำงานปกตขิ องกจิ การอตุ สาหกรรมวา่ นายจา้ งจะต้องกำหนดชวั่ โมงการ
ทำงานปกตไิ วเ้ ท่าใดกไ็ ดแ้ ตต่ อ้ งไมเ่ กินสัปดาหล์ ะ 48 ช่ัวโมง
ดงั นน้ั
คา่ แรงงานข้ันต้น = ค่าแรงงานปกติ + คา่ แรงงานลว่ งเวลา
3.2 ค่าแรงงานสุทธิ (Net Payrolls)
การคำนวณคา่ แรงงานของพนักงาน ไมว่ ่าจะจ่ายตามชว่ั โมงการทำงาน รายช้ินงานท่ผี ลิต
หรือเงนิ เดือน นายจา้ งจำเปน็ ต้องหกั ภาษี ณ ที่จ่าย จากคา่ จ้างทีจ่ ่ายใหแ้ กพ่ นักงานเพอ่ื นำสง่
กรมสรรพากร ซ่ึงภาษีหัก ณ ท่จี า่ ยของลูกจา้ งแตล่ ะคนจะมีจำนวนทีแ่ ตกต่างกนั ไปตามจำนวนรายได้
สถานภาพ และกิจกรรมต่างๆที่จะไดร้ บั สิทธิ เช่น คู่สมรส บตุ ร บพุ การี ประกนั ชวี ิต กองทนุ สำรอง
เลย้ี งชพี ประกันสงั คม เงนิ บรจิ าค เป็นต้น ดงั น้นั ค่าแรงงานสุทธิ คือ คา่ แรงงานขนั้ ตน้ หกั ภาษีหัก ณ ท่ี
จา่ ย, เงินประกันสังคม ฯลฯ
คา่ แรงงานสทุ ธิ = ค่าแรงงานขัน้ ต้น – (ภาษีเงินได้หกั ณ ท่ีจา่ ย + เงินประกนั สังคม + เงนิ กองทุนสำรอง
เลยี้ งชีพ + รายการหกั อนื่ ๆ)
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ที่
แผน่ ท่ี 4/5 56
ช่อื วิชา : การบัญชตี น้ ทุน 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชเี ก่ียวกับคา่ แรง
4. การวิเคราะห์และจำแนกประเภทของค่าแรง
เมอื่ พนกั งานแผนกเงนิ เดือนและคา่ แรงงานทำการคำนวณเงินเดอื นและคา่ แรงงานของพนักงานเรยี บร้อยแล้ว จะส่ง
ทะเบียนเงนิ เดอื นและคา่ แรงงานให้กับพนักงานแผนกบัญชี เพอ่ื ทำการจำแนกประเภทของค่าแรงงานวา่ เป็นค่าแรงงานใน
ลกั ษณะใด เป็นคา่ แรงงานทางตรงหรือคา่ แรงงานทางออ้ ม เพอ่ื ให้พนกั งานแผนกบัญชีได้ทำการบนั ทกึ บัญชเี ก่ยี วกับ
ค่าแรงงานไดถ้ ูกตอ้ งตามหลักการบญั ชี และนำไปคำนวณหาตน้ ทนุ การผลิตอยา่ งถูกตอ้ ง หรอื ให้มีความใกล้เคยี งกบั
ความเปน็ จริงมากท่สี ดุ
การจำแนกประเภทค่าแรงงาน สามารถพิจารณาจากบตั รบันทกึ เวลาทำงานของพนกั งานแตล่ ะคน โดยการวเิ คราะห์
ว่าพนักงานทำงานในลกั ษณะใด แผนกใด เชน่
- ทำงานในแผนกผลิตหรอื แผนกบริการ คา่ แรงงานที่จ่ายให้ถือวา่ เปน็ คา่ แรงงานทางตรง
- ทำงานในแผนกบริการหรอื ถ้าเปน็ เงินเดือนของหัวหน้างานในโรงงาน ถือวา่ เป็นคา่ แรงงานทางออ้ ม
5. การบันทึกบัญชเี ก่ียวกับค่าแรง
การบนั ทกึ บญั ชเี กยี่ วกบั ค่าแรงงาน จะแบง่ ไปตามขัน้ ตอนท่เี กยี่ วข้อง กับค่าแรงงาน เริ่มตั้งแตก่ ารคำนวณ
คา่ แรงงานขน้ั ต้น คำนวณรายการหักต่างๆ เพือ่ หาวา่ เงินได้สทุ ธเิ ทา่ กับเทา่ ใด และจำแนกประเภทค่าแรงงานเพื่อหาวา่
เป็นค่าแรงงานทางตรง หรือค่าแรงงานทางอ้อม และทำการจ่ายค่าแรงงาน และนำข้อมูลต่างๆ เหล่าน้ีไปทำการบนั ทึก
บัญชี โดยแตล่ ะข้ันตอนมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
1. บันทึกค่าแรงงานข้ันตน้ รายการหกั ตา่ งๆ และคา่ แรงหรอื เงินได้สทุ ธิ
การบันทึกบัญชคี ่าแรงงาน สามารถบนั ทึกบัญชไี ด้ดงั นี้
เดบิต คา่ แรงงาน xxx
เครดติ เงินสด หรอื คา่ แรงงานคา้ งจ่าย xxx
ภาษเี งินไดห้ กั ณ ทจ่ี ่าย xxx
เงนิ กองทนุ ประกนั สังคม xxx
(รายการหักอนื่ ๆ ถา้ มี) xxx
2. บนั ทกึ การจำแนกประเภทค่าแรงงาน
เดบติ งานระหวา่ งทำ xxx
คา่ ใช้จ่ายการผลิต xxx
เครดิต คา่ แรงงาน
xxx
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผ่นที่ 5/5 57
ชือ่ วิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003
งาน : การบญั ชเี กี่ยวกบั คา่ แรง
3. บนั ทกึ การจ่ายค่าแรงงานให้กบั พนักงาน
เดบติ คา่ แรงงานคา้ งจา่ ย xxx
เครดิต เงนิ สด หรือ เงนิ ฝากธนาคาร xxx
ในกรณีทีก่ ิจการมีการใชร้ ะบบใบสำคญั จา่ ยกบั คา่ ใช้จา่ ยต่างๆ ท่ีเกดิ ขึน้ บนั ทึกบญั ชีได้ดงั น้ี
เดบิต ค่าแรงงาน xxx
เครดติ ค่าแรงงานค้างจา่ ย xxx
ภาษีเงินไดห้ ัก ณ ที่จา่ ย xxx
เงินกองทนุ ประกนั สงั คม xxx
เงินสำรองเลีย้ งชีพ xxx
6. เงนิ พิเศษต่างๆ และสวสั ดกิ าร
6.1 ค่าแรงงานลว่ งเวลา (Overtime)
6.1.1 เป็นไปตามแผนงานทีก่ ำหนดไวล้ ว่ งหนา้ จดั เป็น “งานระหว่างผลติ ”
6.1.2 ไมเ่ ปน็ ไปตามแผนที่ได้กำหนดขึ้นล่วงหนา้ จัดเป็น “คา่ ใช้จา่ ยการผลติ ”
6.2 เงินโบนสั ใหแ้ กพ่ นกั งาน(Bonus) จัดเป็น “คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ ”
6.3 วันหยดุ พกั ผอ่ นประจำปี(Vacation Pay) จัดเปน็ “ค่าใชจ้ ่ายการผลติ ”
6.4 สวสั ดกิ ารต่างๆ (Welfare) เชน่ ค่าอาหารกลางวนั , คา่ รกั ษาพยาบาล จัดเป็น“ค่าใชจ้ ่ายการผลติ ”
6.5 เงนิ ชดเชยเมือ่ ออกจากงาน(Severance Pay) จดั เปน็ “ค่าใชจ้ า่ ยการผลติ ”
สาขาวชิ า : การบญั ชี ใบทดสอบ หนา้ ที่
58
ชือ่ วิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกีย่ วกับคา่ แรง แผน่ ท่ี 1/2
คำช้แี จง จงเลอื กคำตอบท่ถี กู ตอ้ งท่สี ุดเพยี งคำตอบเดยี ว แล้วทำเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคำตอบ
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบทดสอบ หนา้ ที่
แผน่ ที่ 2/2 59
ชอ่ื วิชา : การบัญชตี ้นทุน 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบัญชเี ก่ยี วกับค่าแรง
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบเฉลยใบทดสอบ
ชื่อวิชา : การบัญชีต้นทุน 1 รหัสวิชา 3201-2003 หนา้ ท่ี
แผน่ ท่ี 1/1 60
งาน : การบัญชเี ก่ียวกบั คา่ แรง
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบมอบหมายงาน
ช่อื วิชา : การบัญชีตน้ ทนุ 1 รหัสวชิ า 3201-2003 หนา้ ท่ี
แผ่นที่ 1/1 61
งาน : การบัญชเี ก่ียวกับคา่ แรง
จุดประสงคก์ ารมอบงาน
1. เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นรจู้ กั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
2. เพอื่ ใหผ้ ้เู รียนไดค้ ้นคว้าหาความรูเ้ พ่ิมเติม
3. เพือ่ ให้ผู้เรียนมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง
แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน
ครมู อบหมายงาน นกั เรยี นคน้ ควา้ นกั เรยี นนำเสนอ นกั เรียนสง่ ผลงาน
เปน็ การบา้ น งานตนเอง ครใู หค้ ะแนน
แหล่งค้นควา้
หนงั สือเรยี น ตำราเรยี น
คำถาม/ปญั หา
1. ในการคน้ คว้างานนักเรยี นพบปัญหาอะไรบ้าง
2. นกั เรียนแกป้ ญั หาอย่างไร
3. นกั เรียนได้อะไรจากการไปค้นควา้ งาน
กำหนดเวลาสง่ งาน
ก่อนครูสอนคาบต่อไป
62
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุง่ เน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 5
ชอ่ื หนว่ ย การบญั ชเี กย่ี วกบั ค่าใช้จ่ายในการผลิต รวม 12 ชวั่ โมง
สอนครง้ั ที่ 13-15
เร่ือง การบัญชีเกี่ยวกับคา่ ใช้จา่ ยในการผลติ จำนวน 12 ชวั่ โมง
1. สาระสำคญั
คา่ ใชจ้ ่ายในการผลิตเป็นส่วนประกอบทสี่ ำคญั อกี อยา่ งหนึง่ ของตน้ ทนุ ในการผลติ สนิ ค้า ต้นทุนที่คิด
เขา้ เป็นคา่ ใช้จ่ายในการผลิตมีหลายประเภท เช่น วตั ถดุ ิบทางอ้อม คา่ แรงงานทางอ้อม และค่าใช้จ่ายใน
การผลิตอนื่ ๆ อีก ได้แก่ ค่าสาธารณปู โภค คา่ ซอ่ มแซมบำรงุ รักษา คา่ เบย้ี ประกัน ค่าเส่ือมราคาของ
สินทรพั ย์ในโรงงาน เปน็ ตน้
การคำนวณค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตเข้าเปน็ ต้นทุนการผลิตโดยใช้ระบบตน้ ทนุ จริงเปน็ การคำนวณ
ค่าใช้จา่ ยในการผลิตที่เกดิ ขึน้ จรงิ ในงวดนัน้ ๆ ซงึ่ ตอ้ งรอจนส้ินปีจึงทำใหเ้ กิดการคำนวณตน้ ทนุ ล่าล้า
ดงั นน้ั เพื่อให้ทราบตน้ ทุนการผลติ สินค้าไดท้ ันตามความต้องการ กิจการโดยทัว่ ไปจึงนิยมกำหนดเปน็ อัตรา
คา่ ใช้จ่ายในการผลติ คิดเข้างานขึน้ ลว่ งหน้า เพอ่ื ช่วยแกป้ ัญหาในการคำนวณต้นทุนลา่ ช้า
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
บอกความหมายของค่าใช้จา่ ยในการผลิตได้
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (มาตรฐานการเรยี นรู้)
3.1 ดา้ นความรู้
3.1.1 อธบิ ายความหมายและลักษณะของคา่ ใช้จ่ายในการผลิตได้
3.1.2 อธิบายลกั ษณะการเกดิ คา่ ใช้จ่ายในการผลติ จรงิ ได้
3.1.3 บันทกึ บัญชีค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ ที่เกดิ ขนึ้ จรงิ ได้
3.1.4 คำนวณอัตราคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิตคดิ เข้างานได้
3.1.5 คำนวณและบนั ทกึ บญั ชี เกย่ี วกับค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ คดิ เขา้ งานได้
3.1.6 ปนั ส่วนคา่ ใชจ้ ่ายของแผนกบริการให้แผนกผลิตได้
3.2 ดา้ นทักษะ
3.2.1 บอกความหมายและการแบง่ แยกประเภทคา่ ใช้จา่ ยในการผลิตได้
3.2.2 บันทึกบัญชีค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ ได้
3.2.3 บอกคา่ ใช้จ่ายในการผลิตท่ีเกดิ ขึ้นจริงและค่าใชจ้ ่ายในการผลิตจัดสรรได้
3.3 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
3.3.1 นกั ศกึ ษาเห็นความสำคัญและเข้าใจถึงเหตุผลของการทำบญั ชี
3.3.2 นักศกึ ษามีความรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
63
แผนการจัดการเรียนรมู้ งุ่ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 5
ชื่อหนว่ ย การบญั ชีเกี่ยวกับคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ รวม 12 ชว่ั โมง
สอนคร้งั ท่ี 13-15
เรอ่ื ง การบญั ชีเก่ียวกบั ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต จำนวน 12 ช่ัวโมง
3.4 การประยุกต์ 3D และนอ้ มนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.4.1 ผูเ้ รยี นมีการทำเปน็ ขั้นตอน การทำตามลำดบั ขน้ั
3.4.2 ผูเ้ รียนมวี นิ ัย มคี วามประหยัด
3.4.3 ผู้สอนสอดแทรกปรัชญาเกี่ยวกับความประหยัดอดออม
4. เนื้อหาสาระการเรียนรู้
4.1 ความหมายของค่าใช้จา่ ยในการผลิต
4.2 คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ ของแผนกผลติ
4.3 ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตของแผนกบริการ
4.4 ลกั ษณะการเกดิ ค่าใชจ้ ่ายในการผลติ จริงและวิธีการบันทึกบัญชี
4.5 ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตคดิ เขา้ งาน
4.6 การคำนวณและการบันทกึ บญั ชีเก่ยี วกับค่าใช้จ่ายในการผลติ คดิ เขา้ งาน
4.7 การปนั สว่ นคา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กิดขึน้ จริงจากแผนกบรกิ ารเข้าสแู่ ผนกผลิต
5 กิจกรรมการเรยี นการสอน
5.1 ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น(M)
นำเข้าสูบ่ ทเรยี นโดยกลา่ วถึงการบัญชเี กยี่ วกับคา่ ใช้จา่ ยในการผลิต
5.2 ขั้นการจัดเรยี นรู้(I)
5.2.1 ทำแบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี น
5.2.2 ผูส้ อนและผเู้ รยี นร่วมกนั อภิปรายเรื่องเก่ียวกับการบัญชีเกีย่ วกับคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
5.2.3 ผูเ้ รยี นศึกษาใบความรู้
5.3 ขัน้ สรุป(A)
5.3.1 แบง่ กลุ่มผเู้ รยี นมารายงานหน้าช้ันเรียน
5.4 การวัดผลและประเมินผล(P)
5.4.1 การสังเกต
ความตงั้ ใจและสนใจของผเู้ รียน
ความรว่ มมือในการอภิปราย
การแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล
64
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 5
ช่อื หนว่ ย การบญั ชเี กี่ยวกบั ค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ รวม 12 ชว่ั โมง
สอนครงั้ ที่ 13-15
เรื่อง การบัญชีเกี่ยวกับค่าใช้จา่ ยในการผลติ จำนวน 12 ชั่วโมง
5.4.2 การตรวจผลงานภาคปฏิบตั ิ
กิจกรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ
แบบทดสอบเพื่อประเมินผลหลงั การเรยี นรู้
5.4.3 การทดสอบดว้ ยวาจาและข้อเขยี น
ตรวจแบบทดสอบ ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60
ตั้งคำถามใหต้ อบและอธบิ าย ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
6. สอ่ื การการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้
6.1 สอื่ สงิ่ พิมพ์
หนังสือเรยี นวิชาการบัญชีต้นทุน 1 : ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์
เอกสารประกอบการสอนการบัญชตี น้ ทุน 1 : ของรชต สายสวสั ด์ิ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
อุดรธานี
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้
7.2 ใบทดสอบ
7.3 ใบสัง่ งาน
8. การบูรณาการ/ความสัมพันธก์ ับวชิ าอืน่
8.1 วชิ าภาษาไทย เก่ียวกับการใช้ภาษาด้านการพูด การอ่าน และการเขยี น
8.2 วชิ าคณิตศาสตร์ เก่ยี วกบั การคำนวณ
8.3 วชิ าภาษาองั กฤษ ด้านคำศัพทท์ างบญั ชี
9. การวดั ผลและประเมินผล
9.1 วธิ ีการ ดำเนนิ การวดั ผลในชว่ งเวลา
(1) ก่อนเรยี น โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน
(2) ระหว่างเรียน โดยการถามตอบและการสงั เกตการณ์ปฏิบตั ิงาน
(3) หลังเสร็จสนิ้ การเรยี น โดยทำแบบทดสอบ
65
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 5
ชอ่ื หนว่ ย การบัญชเี กีย่ วกับคา่ ใช้จ่ายในการผลิต รวม 12 ชั่วโมง
สอนครั้งท่ี 13-15
เร่อื ง การบัญชเี กีย่ วกับค่าใช้จ่ายในการผลติ จำนวน 12 ชว่ั โมง
9.2 เกณฑ์การประเมิน
(1) ผเู้ รยี นมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 80
(2) ผู้เรยี นมีคะแนนจากแบบทดสอบหลงั เรียนร้อยละ 80
(3) ผู้เรยี นบนั ทกึ บัญชกี ารซื้อขายสนิ คา้ สมบูรณแ์ ละถกู ต้องทกุ ครั้ง
10. บนั ทกึ หลงั การเรยี นรู้
10.1 ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
1. เนอื้ หาสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
2. สามารถนำไปใชป้ ฏบิ ตั กิ ารสอนได้ครบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. ส่อื การสอนเหมาะสมดี
10.2 ผลการเรยี นรู้ของผูเ้ รยี น
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝร่ ู้ เขา้ ใจในบทเรียนรว่ มกนั อภิปราย ตอบคำถาม
ในกลมุ่ และร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทำงานกล่มุ เพื่อใหง้ านสำเร็จทนั เวลา
ทก่ี ำหนด
10.3 แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรู้
1. สอนเนื้อหาได้ครบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเนื้อหาการสอนทำใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมั่นใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาทก่ี ำหนด
………………………………………………
ผ้บู นั ทึกการสอน
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หน้าที่
แผน่ ที่ 1/6 66
ชอื่ วิชา : การบัญชีต้นทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบัญชเี กยี่ วกบั คา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายและลกั ษณะของค่าใช้จ่ายในการผลติ ได้
2. อธิบายลกั ษณะการเกดิ คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ จรงิ ได้
3. บนั ทึกบัญชีคา่ ใช้จ่ายในการผลติ ทเี่ กิดขน้ึ จรงิ ได้
4. คำนวณอตั ราคา่ ใช้จ่ายในการผลติ คิดเข้างานได้
5. คำนวณและบนั ทกึ บญั ชี เก่ียวกบั ค่าใช้จ่ายในการผลติ คดิ เข้างานได้
6. ปนั ส่วนคา่ ใชจ้ ่ายของแผนกบรกิ ารใหแ้ ผนกผลิตได้
เนอื้ หาสาระ
1. ความหมายของค่าใชจ้ ่ายในการผลติ
คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ (Manufacturing Overhead) หมายถงึ คา่ ใช้จา่ ย(Expenses) ทีเ่ กย่ี วข้องกบั การผลติ สนิ ค้า
ทั้งทางตรงและทางออ้ ม โดยไม่รวมคา่ วตั ถดุ ิบทางตรง และค่าแรงงานทางตรง ค่าใช้จ่ายการผลิตอาจเรยี กในอกี ช่อื วา่
คา่ ใชจ้ ่ายโรงงาน (Factory Expenses) คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ จำแนกออกเป็น 3 กลมุ่ คอื วัตถุดบิ ทางออ้ ม (Indirect
Material) แรงงานทางอ้อม (Indirect Labor) และคา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ อ่ืน (Other Manufacturing Overhead)
ค่าใชจ้ ่ายการผลิตทั้งสามรายการมลี ักษณะเปน็ ต้นทนุ การผลิตทางอ้อม (Indirect Manufacturing Costs) ต่างกบั ค่า
วัตถุดิบทางตรงและคา่ แรงงานทางตรงซ่ึงเปน็ ตน้ ทุนการผลติ ทางตรง (Direct Manufacturing Costs) สำหรับกจิ การที่
ทำการผลติ สินคา้ เราสามารถทจี่ ะจำแนกแผนกตา่ ง ๆ ออกเป็น 2 ลกั ษณะใหญ่ ๆ คอื
(1) ค่าใชจ้ า่ ยแผนกผลติ (Production departments Expense) หมายถึง ค่าใช้จ่ายทเ่ี ก่ียวกบั การทำงานของ
เครื่องจักร คนงาน และค่าใชจ้ ่ายอ่ืน ๆ ท่ีเกดิ ข้นึ ในแผนกผลิตสินค้า
(2) ค่าใชจ้ ่ายแผนกบรกิ าร (Service departments Expense) หมายถึง คา่ ใชจ้ า่ ยทไี่ มเ่ กยี่ วข้องกับการผลติ
โดยตรงโดยแผนกตา่ ง ๆ เหล่านจ้ี ะทำหน้าทใี่ นด้านการบริการให้แกแ่ ผนกอน่ื โดยปกติแลว้ ต้นทนุ ในแผนกบริการ
สว่ นทเ่ี ก่ยี วกับการผลติ ก็จะถูกจดั สรรเขา้ แผนกผลติ ตา่ ง ๆ เพื่อทำการคำนวณหาต้นทนุ ผลติ ทเี่ หมาะสม อย่างไรกต็ ามการ
จดั สรรตน้ ทุนจากแผนกบริการใหแ้ กแ่ ผนกผลติ กจ็ ะตอ้ งคำนึงถงึ การทแี่ ผนกผลิตไดใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากแผนกบรกิ ารนน้ั ๆ
2. ค่าใช้จ่ายในการผลิตของแผนกผลติ
ค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ ของแผนกผลติ (Production departments Expense) เป็นค่าใชจ้ ่ายทเ่ี กดิ ข้นึ ถอื เปน็ ต้นทนุ
ของแผนกผลติ นน้ั ๆ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายทางตรง(Direct Departments Expense) และค่าใช้จา่ ยทางอ้อม
(Indirect Departments Expense) ซึง่ ลกั ษณะการเกดิ ค่าใชจ้ า่ ยการผลิตจะเกดิ ได้ 3 ลกั ษณะ คอื
(1) เกดิ จากการจ่ายเงนิ เชน่ การจา่ ยค่าเชา่ โรงงาน การจ่ายคา่ ไฟฟ้าโรงงาน
(2) เกดิ จากการโอนบญั ชเี ชน่ การโอนวตั ถดุ ิบทางออู ม การ โอนค่าแรงงานทางออู ม
(3) เกดิ จากการปรบั ปรงุ บัญชี เชน่ การคิดคา่ เสื่อมราคาอาคารโรงงาน การคิดค่าเสื่อมราคาเคร่ืองจักร
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผน่ ที่ 2/6 67
ชือ่ วิชา : การบัญชีต้นทุน 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบัญชเี กย่ี วกบั ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิต
3. คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ ของแผนกบริการ
ตน้ ทุนแผนกบรกิ าร (Cost of service departments) หมายถึง ต้นทุนต่าง ๆ ท่ีไมเ่ กี่ยวข้องกบั การผลิตโดยตรง
โดยแผนกต่าง ๆ เหลา่ นจี้ ะทำหนา้ ท่ีในด้านการบริการใหแ้ กแ่ ผนกอนื่ ๆ เช่น แผนกเงินเดอื นและคา่ จา้ ง แผนกบคุ คล
แผนกซ่อมบำรุง แผนกธรุ การโรงงาน เปน็ ต้น โดยปกติแลว้ ต้นทนุ ในแผนกบรกิ ารสว่ นทเี่ กี่ยวกบั การผลิตก็จะถูกจดั สรร
เข้าแผนกผลติ ต่าง ๆ เพื่อทำการคำนวณหาต้นทนุ ผลติ ทีเ่ หมาะสม อยา่ งไรก็ตามการจัดสรรตน้ ทุนจากแผนกบริการให้แก่
แผนกผลิตกจ็ ะตอ้ งคำนงึ ถึงการที่แผนกผลติ ไดใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากแผนกบริการนน้ั ๆ
4. ลักษณะการเกิดค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตจรงิ และวิธีการบันทกึ บญั ชี
ค่าใชจ้ า่ ยการผลิตจะเปน็ ค่าใช้จ่ายทางอ้อม ประกอบด้วยต้นทุนหลายประเภทซ่ึงจะเกิดได้ 3 แบบ คอื
จากการจา่ ยเงิน, จากการโอนบัญชแี ละจากการปรับปรุงบัญชีเมือ่ ส้ินงวด
Dr. Factory overhead 3
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หนา้ ท่ี
แผ่นที่ 3/6 68
ชอ่ื วิชา : การบัญชตี ้นทุน 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบัญชเี ก่ยี วกับคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต
5. ค่าใชจ้ ่ายในการผลิตคิดเขา้ งาน
ตน้ ทุนผลิตภณั ฑ์ประกอบดว้ ย วตั ถดุ ิบทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และค่าใชจ้ า่ ยการผลิต แต่เนอ่ื งจากคา่ ใช้จา่ ย
การผลิตประกอบค่าใชจ้ ่ายตา่ งๆ ทม่ี ีลักษณะแตกตา่ งกนั ตน้ ทนุ บางชนิดเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตฝนั แปร(ค่าเสอ่ื มราคา(ช.ม.
เคร่ืองจักร) ,คา่ น้ำมนั เชื้อเพลิง) ต้นทนุ บางชนิดเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตคงที่ (ค่าเสอื่ มราคาเครื่องจกั ร(เส้นตรง), ค่าเช่า
โรงงาน) ต้นทุนบางชนิดเป็นคา่ ใช้จ่ายท่ตี ้องรอให้ถงึ ส้ินงวดกอ่ นกิจการจงึ จะสามารถบนั ทึกคา่ ใช้จ่ายการผลติ ได้ครบถ้วน
(ค่าน้ำคา่ ไฟโรงงาน,คา่ เสื่อมราคา)
ปัญหาดงั กลา่ วจึงทำใหม้ ีการกำหนดวธิ กี ารคำนวณต้นทนุ ตามวธิ ปี กติ (Normal costing) ใช้แทนต้นทนุ จรงิ (Actual
costing) ซึ่งการคำนวณต้นทนุ ตามวิธปี กตจิ ะประกอบด้วย วัตถดุ ิบทางตรง (จริง) ค่าแรงงานทางตรง (จรงิ ) และ
ค่าใช้จา่ ยการผลติ คดิ เขา้ งาน (เปน็ ค่าใชจ้ ่ายการผลิตทปี่ ระมาณขึ้นลว่ งหนา้ โดยคำนวณไดจ้ ากฐานต่างๆกนั )
ค่าใช้จ่ายการผลติ คดิ เขา้ งาน (Manufacturing overhead application)
อตั ราคา่ ใช้จา่ ยการผลิตคดิ เขา้ งาน = งบประมาณคา่ ใช้จ่ายการผลติ
กิจกรรม
จากสูตรดังกล่าวทำใหก้ จิ การตอ้ งทราบงบประมาณค่าใชจ้ ่ายการผลติ ณ ระดบั กิจกรรมหนงึ่ ที่
เหมาะสม และทราบหน่วยของกิจกรรมทีจ่ ะใช้เป็นเกณฑใ์ นการกำหนดอัตราคา่ ใชจ้ ่ายการผลิตคดิ เข้างาน จึงตอ้ งมีการ
พจิ ารณาถึงสิง่ ตา่ งๆ ตอ่ ไปนี้
1. งบประมาณค่าใชจ้ ่ายการผลติ จะประมาณจากปริมาณการผลติ ซง่ึ หากกจิ การประมาณ
ปริมาณการผลติ ไดใ้ กล้เคยี งกับความเป็นจริง จะทำให้งบประมาณคา่ ใช้จ่ายการผลติ ใกลเ้ คยี งกบั ความเปน็ จรงิ ดว้ ย
2. กจิ กรรม มี 5 เกณฑ์ คือต้นทุนวตั ถดุ ิบทางตรง (Direct material), ตน้ ทุนค่าแรงงานทางตรง
(Direct labor), หน่วยผลติ เสร็จ (Unit of production), ช่วั โมงแรงงานทางตรง (Direct labor hours), ชว่ั โมง
เครื่องจักร (Machine hours)
สาขาวชิ า : การบัญชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผ่นท่ี 4/6 69
ชื่อวิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชเี กีย่ วกบั คา่ ใช้จา่ ยในการผลิต
6. การคำนวณและการบนั ทกึ บญั ชเี ก่ยี วกบั คา่ ใช้จ่ายในการผลติ คดิ เขา้ งาน
ตัวอย่างที่ 1 กจิ การผลติ สินคา้ แห่งหน่ึงได้ประมาณคา่ ใชจ้ ่ายการผลติ และมีข้อมลู เกย่ี วกบั การผลิตสำหรบั งวด 1 ปี
เป็นดงั น้ี
งบประมาณค่าใช้จ่ายการผลติ 500,000 บาท
ตน้ ทนุ วัตถุดบิ ทางตรง 800,000 บาท
ตน้ ทุนคา่ แรงงานทางตรง 400,000 บาท
หน่วยทผี่ ลติ เสรจ็ 200,000 หนว่ ย
ช่วั โมงแรงงานทางตรง 100,000 ชัว่ โมง
ช่วั โมงเคร่อื งจักร 250,000 ชวั่ โมง
1. ตน้ ทนุ วตั ถดุ บิ ทางตรง
อตั ราค่าใช้จ่ายการผลิตคดิ เข้างาน = งบประมาณค่าใช้จา่ ยการผลติ
ตน้ ทุนวัตถุดบิ ทางตรง
= 500,000 x 100
800,000
= 62.50 % ของตน้ ทนุ วัตถดุ บิ ทางตรง
เหมาะสำหรบั กจิ การทม่ี คี ่าใชจ้ า่ ยการผลิตสัมพนั ธก์ ับต้นทนุ วัตถุดบิ ทางตรง
2. ต้นทนุ คา่ แรงงานทางตรง
อัตราคา่ ใช้จ่ายการผลิตคดิ เข้างาน = งบประมาณค่าใช้จ่ายการผลติ
ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง
= 500,000 x 100
400,000
= 125% ของตน้ ทุนค่าแรงงานทางตรง
เหมาะสำหรบั กิจการทมี่ คี ่าใชจ้ า่ ยการผลิตความสัมพนั ธ์กับค่าแรงงานทางตรง
3. หนว่ ยผลิตเสรจ็
อัตราคา่ ใช้จา่ ยการผลิตคดิ เขา้ งาน = งบประมาณค่าใช้จา่ ยการผลิต
หน่วยทผี่ ลิตเสรจ็
= 500,000 x 100
200,000
= 2.50 บาท/หนว่ ย
เหมาะสำหรับกจิ การทผี่ ลติ สนิ คา้ เพยี งชนิดเดยี วเพราะทุกหนว่ ยผลติ เทา่ กนั ทุกหน่วย
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบความรู้ หนา้ ท่ี
แผ่นท่ี 5/6 70
ชอ่ื วิชา : การบัญชีตน้ ทุน 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชีเกยี่ วกบั คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ
4. ชั่วโมง แรงงานทางตรง
อตั ราคา่ ใช้จา่ ยการผลิตคดิ เข้างาน = งบประมาณค่าใช้จ่ายการผลิต
ชั่วโมงแรงงานทางตรง
= 500,000
100,000
= 5 บาทตอ่ ช.ม.แรงงานทางตรง
เหมาะสำหรับกิจการทใ่ี ชแ้ รงงานคนหรอื เวลาการทำงานของคนเปน็ หลกั
5. ชวั่ โมงเครื่องจักร
อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตคิดเข้างาน = งบประมาณค่าใชจ้ า่ ยการผลติ
ชัว่ โมงเคครอื่ งจักร
= 500,000
250,000
= 2 บาทตอ่ ช.ม.เครอื่ งจักร
เหมาะสำหรบั กจิ การที่ใชเ้ คร่อื งจักรเปน็ จำนวนมากๆ
* อตั ราค่าใชจ้ ่ายการผลติ อาจใชอ้ ตั ราเดียวทัง้ โรงงาน หรืออาจมหี ลายอตั ราแตกต่างกันไปตามแผนกผลติ
เมือ่ กจิ การทราบถงึ อัตราคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตคดิ เข้างานแลว้ กส็ ามารถคำนวณหาค่าใชจ้ ่ายการผลติ คิดเขา้ งานไดด้ ังน้ี
สตู รในการคำนวณค่าใชจ้ า่ ยการผลิตคดิ เขา้ งาน
คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ คดิ เข้างาน = อตั ราคา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ คิดเขา้ งาน X กิจกรรมจรงิ
การบันทึกคา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ คิดเขา้ งาน เป็นดงั นี้
เดบติ งานระหว่างผลติ XX
เครดติ คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ คิดเขา้ งาน XX
7. การปันสว่ นค่าใชจ้ า่ ยท่ีเกดิ ขน้ึ จริงจากแผนกบรกิ ารเขา้ สูแ่ ผนกผลิต
การปันส่วนงบประมาณตน้ ทุนของแผนกบรกิ ารไปยงั แผนกผลิตมี 3 วิธี คอื
การปันส่วนโดยตรง(Direct method) เปน็ การปันสว่ นจากแผนกบริการไปหาแผนกผลิตโดยตรงตามสัดสว่ นของ
กิจกรรมที่ใช้ วธิ ีนเี้ ป็นวธิ ที ่ีง่าย
แผนกบริการ แผนกผลติ
A ตดั ตอ่
B ประกอบ
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หน้าที่
แผ่นท่ี 6/6 71
ช่อื วิชา : การบัญชตี น้ ทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบญั ชเี กี่ยวกับคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
การปนั สว่ นแผนกบริการไปยงั แผนกผลติ มหี ลักเกณฑด์ ังนี้
1. ปันส่วนแผนกซ่อมบำรงุ ไปยังแผนกผลติ โดยใช้จำนวนพ้ืนท่ตี อ่ ตารางฟุตของแผนกผลติ แต่
ละแผนกเป็นเกณฑ์
2. ปันสว่ นแผนกบริการท่ัวไป ไปยังแผนกผลติ โดยใช้จำนวนพนักงานของแผนกผลติ แตล่ ะ
แผนกเป็นเกณฑ์
การปันสว่ นเปน็ ขนั้ (Step method) เปน็ การปนั ส่วนจากแผนกบริการหน่งึ ไปหาแผนกบรกิ ารอืน่ ตามสดั ส่วนของ
กจิ กรรมท่ีใช้ จากน้ันจึงจะปนั สว่ นจากแผนกบรกิ ารไปยังแผนกผลติ ตามสดั ส่วนของกิจกรรมทใ่ี ช้
แผนกบริการ แผนกผลิต
A ตัดต่อ
B ประกอบ
การปันส่วนแบบพชี คณติ (Algebraic method)เป็นการปันสว่ นระหว่างแผนกบริการดว้ ยกันก่อนตามสดั สว่ นของ
กจิ กรรมท่ีใช้ จากนน้ั จึงจะปันส่วนจากแผนกบรกิ ารไปยงั แผนกผลติ ตามสัดส่วนของกจิ กรรมทใ่ี ช้ วธิ ีนจ้ี งึ เป็นวธิ ที ่ี
เหมาะสมทส่ี ดุ ในสภาพความเป็นจริง
แผนกบริการ แผนกผลติ
A ตดั ต่อ
B ประกอบ
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบทดสอบ หนา้ ท่ี
72
ช่ือวิชา : การบัญชตี ้นทนุ 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบัญชเี กีย่ วกบั คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ แผน่ ที่ 1/2
คำช้แี จง จงเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคำตอบเดยี ว แล้วทำเคร่ืองหมาย ลงในกระดาษคำตอบ
สาขาวชิ า : การบญั ชี ใบทดสอบ หนา้ ท่ี
แผน่ ที่ 2/2 73
ช่ือวิชา : การบัญชีตน้ ทนุ 1 รหัสวิชา 3201-2003
งาน : การบัญชเี ก่ยี วกับค่าใช้จา่ ยในการผลิต
สาขาวชิ า : การบญั ชี รหสั วชิ า ใบเฉลยใบทดสอบ
ช่ือวิชา : หน้าท่ี
แผ่นที่ 1/1 74
งาน :
สาขาวชิ า : การบญั ชี ใบมอบหมายงาน
ชอื่ วิชา : รหสั วิชา หน้าท่ี
แผ่นท่ี 1/1 75
งาน :
จุดประสงค์การมอบงาน
1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนรจู้ กั ใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
2. เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นได้คน้ ควา้ หาความรูเ้ พ่ิมเติม
3. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีความรบั ผิดชอบต่อตนเอง
แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
ครูมอบหมายงาน นักเรยี นคน้ คว้า นักเรยี นนำเสนอ นกั เรียนสง่ ผลงาน
เปน็ การบา้ น งานตนเอง ครูใหค้ ะแนน
แหล่งคน้ ควา้
หนงั สอื เรยี น ตำราเรียน
คำถาม/ปญั หา
1. ในการคน้ ควา้ งานนักเรียนพบปญั หาอะไรบ้าง
2. นกั เรียนแก้ปญั หาอย่างไร
3. นักเรียนได้อะไรจากการไปค้นควา้ งาน
กำหนดเวลาส่งงาน
กอ่ นครูสอนคาบต่อไป
76
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 6
ช่อื หน่วย การบญั ชตี ้นทนุ งานสัง่ ทำ รวม 8 ชว่ั โมง
สอนครัง้ ที่ 16-17
เรือ่ ง การบัญชีตน้ ทนุ งานสัง่ ทำ จำนวน 8 ชวั่ โมง
1. สาระสำคัญ
วธิ ีการบญั ชตี ้นทุนงานเป็นวิธเี กบ็ รวบรวมและสะสมต้นทนุ การผลติ ของงานตามคำส่ังผลติ ของลกู คา้
ลักษณะของคำสง่ั ผลิตแต่ละงานแตกตา่ งกนั จงึ มีการรวบรวมและสะสมต้นทุนแยกตามคำสง่ั หรือแตล่ ะ
งานซึง่ จะทำให้ทราบตน้ ทุนการผลติ ของแต่ละงานทนั ที อันเปน็ ประโยชน์ต่อการบริหาร การควบคมุ
ตน้ ทนุ การผลติ แลการกำหนดราคาขายของแต่ละงานได้ทันที
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
บอกลักษณะของบัญชตี น้ ทุนส่ังทำได้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (มาตรฐานการเรยี นรู้)
3.1 ด้านความรู้
3.1.1 อธบิ ายลกั ษณะของตน้ ทนุ งานสั่งทำได้
3.1.2 บนั ทกึ บญั ชีตามวงจรต้นทนุ งานสั่งทำได้
3.1.3 อธบิ ายความหมายของเศษวสั ดขุ องเสยี และสินคา้ มตี ำหนิได้
3.1.4 บันทกึ บัญชีเกย่ี วกับเศษวัสดขุ องเสยี และสินคา้ มีตำหนิได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ
3.2.1 อธบิ ายลกั ษณะของระบบบญั ชตี น้ ทุนงานสั่งทำได้
3.2.2 อธบิ ายการใช้บัญชีคมุ ยอดและบัญชียอ่ ยในระบบบัญชีตน้ ทนุ งานสง่ั ทำได้
3.2.3 บันทกึ ต้นทุนการผลติ ตามวิธกี ารบัญชีต้นทุนงานสง่ั ทำได้
3.3 คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
3.3.1 นกั ศกึ ษาเห็นความสำคัญและเขา้ ใจถึงเหตุผลของการทำบัญชี
3.3.2 นกั ศกึ ษามคี วามรบั ผิดชอบต่อหน้าท่ี
3.4 การประยุกต์ 3D และนอ้ มนำหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.4.1 ผ้เู รียนมีการทำเป็นขน้ั ตอน การทำตามลำดบั ขัน้
3.4.2 ผเู้ รยี นมวี นิ ยั มคี วามประหยดั
3.4.3 ผสู้ อนสอดแทรกปรชั ญาเกี่ยวกับความประหยัดอดออม
77
แผนการจัดการเรียนรมู้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6
ชือ่ หน่วย การบญั ชตี ้นทุนงานส่ังทำ รวม 8 ชวั่ โมง
สอนครัง้ ท่ี 16-17
เร่อื ง การบัญชตี น้ ทนุ งานสั่งทำ จำนวน 8 ชว่ั โมง
4. เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
4.1 ลักษณะของบัญชตี ้นทนุ งานสัง่ ทำ
4.2 การบนั ทึกบญั ชตี ามระบบต้นทุนงานสั่งทำ
4.3 การบัญชเี ก่ียวกบั เศษวสั ดุ
4.4 การบญั ชีเกีย่ วกับของเสยี
4.5 การบัญชเี กีย่ วกบั สินคา้ มตี ำหนิ
5 กิจกรรมการเรยี นการสอน
5.1 ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน(M)
นำเข้าสูบ่ ทเรยี นโดยกลา่ วถึงการบัญชีต้นทุนงานสัง่ ทำ
5.2 ข้ันการจดั เรยี นร(ู้ I)
5.2.1 ทำแบบประเมนิ ผลก่อนการเรยี น
5.2.2 ผูส้ อนและผู้เรยี นรว่ มกันอภิปรายเรื่องเกยี่ วกับการบญั ชตี น้ ทนุ งานสง่ั ทำ
5.2.3 ผู้เรียนศึกษาใบความรู้
5.3 ขั้นสรุป(A)
5.3.1 แบ่งกลมุ่ ผูเ้ รียนมารายงานหนา้ ช้นั เรยี น
5.4 การวดั ผลและประเมนิ ผล(P)
5.4.1 การสงั เกต
ความตง้ั ใจและสนใจของผเู้ รียน
ความร่วมมือในการอภปิ ราย
การแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ล
5.4.2 การตรวจผลงานภาคปฏิบัติ
กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ
แบบทดสอบเพ่ือประเมินผลหลงั การเรียนรู้
5.4.3 การทดสอบดว้ ยวาจาและข้อเขยี น
ตรวจแบบทดสอบ ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 60
ต้ังคำถามให้ตอบและอธิบาย ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80
78
แผนการจดั การเรียนรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 6
ช่อื หน่วย การบัญชตี น้ ทุนงานส่งั ทำ รวม 8 ชว่ั โมง
สอนครงั้ ท่ี 16-17
เร่อื ง การบัญชตี ้นทุนงานสั่งทำ จำนวน 8 ชวั่ โมง
6. สอื่ การการเรียนร้/ู แหล่งการเรยี นรู้
6.1 ส่อื สิง่ พมิ พ์
หนังสือเรียนวิชาการบัญชีตน้ ทุน 1 : ของสำนกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
เอกสารประกอบการสอนการบญั ชตี น้ ทุน 1 : ของรชต สายสวัสดิ์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
อดุ รธานี
7. เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
7.1 ใบความรู้
7.2 ใบทดสอบ
7.3 ใบสั่งงาน
8. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั วชิ าอน่ื
8.1 วชิ าภาษาไทย เกี่ยวกบั การใช้ภาษาดา้ นการพูด การอา่ น และการเขยี น
8.2 วชิ าคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับการคำนวณ
8.3 วชิ าภาษาอังกฤษ ดา้ นคำศัพท์ทางบญั ชี
9. การวดั ผลและประเมินผล
9.1 วธิ กี าร ดำเนนิ การวัดผลในชว่ งเวลา
(1) กอ่ นเรียน โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรยี น
(2) ระหว่างเรียน โดยการถามตอบและการสังเกตการณ์ปฏิบัตงิ าน
(3) หลงั เสร็จสนิ้ การเรียน โดยทำแบบทดสอบ
9.2 เกณฑ์การประเมนิ
(1) ผู้เรียนมีเวลาเรยี นไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80
(2) ผูเ้ รียนมีคะแนนจากแบบทดสอบหลงั เรียนร้อยละ 80
(3) ผเู้ รียนบนั ทึกบัญชีการซ้ือขายสนิ คา้ สมบรู ณแ์ ละถูกต้องทุกครั้ง
79
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ 6
ชือ่ หนว่ ย การบัญชีต้นทนุ งานสั่งทำ รวม 8 ชว่ั โมง
สอนครัง้ ที่ 16-17
เรอ่ื ง การบัญชีตน้ ทุนงานสัง่ ทำ จำนวน 8 ช่วั โมง
10. บนั ทึกหลงั การเรียนรู้
10.1 ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
1. เนอ้ื หาสอดคล้องกับจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนำไปใชป้ ฏิบัตกิ ารสอนได้ครบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
10.2 ผลการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝร่ ู้ เข้าใจในบทเรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย ตอบคำถาม
ในกล่มุ และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็
2. นกั ศกึ ษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทำงานกล่มุ เพื่อให้งานสำเร็จทันเวลา
ท่ีกำหนด
10.3 แนวทางการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้
1. สอนเนือ้ หาได้ครบตามหลกั สตู ร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเนือ้ หาการสอนทำใหผ้ ู้สอนสอนได้อยา่ งมั่นใจ
3. สอนได้ทันตามเวลาท่กี ำหนด
………………………………………………
ผ้บู ันทึกการสอน
สาขาวิชา : การบัญชี ใบความรู้ หน้าที่
แผน่ ท่ี 1/9 80
ชือ่ วิชา : การบัญชีตน้ ทนุ 1 รหสั วิชา 3201-2003
งาน : การบัญชีตน้ ทนุ งานส่ังทำ
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายลักษณะของตน้ ทนุ งานสั่งทำได้
2. บนั ทกึ บญั ชีตามวงจรตน้ ทุนงานสง่ั ทำได้
3. อธบิ ายความหมายของเศษวสั ดขุ องเสยี และสนิ คา้ มีตำหนไิ ด้
4. บนั ทึกบัญชีเกีย่ วกับเศษวัสดุของเสียและสนิ คา้ มตี ำหนไิ ด้
เนอ้ื หาสาระ
1. ลักษณะของบญั ชีต้นทนุ งานสัง่ ทำ
ตน้ ทุนงานสงั่ ทำ (Job order costing ) ระบบนี้ใชส้ ำหรับการคำนวณต้นทนุ ที่กจิ การมีการผลติ สนิ คา้ หลายชนดิ
และมปี ริมาณการผลติ นอ้ ยในแตล่ ะคร้ัง หรือผลิตตามคำส่งั ของลกู คา้ แต่ละราย เชน่ โรงพมิ พ์ งานกอ่ สรา้ ง การทำ
โฆษณา เป็นต้น ตน้ ทนุ การผลติ ของสนิ คา้ แต่ชนดิ จะมปี ริมาณการใชค้ วามแตกตา่ งกนั แตอ่ งคป์ ระกอบหลกั ของตน้ ทนุ
ผลิตภณั ฑ์ยงั คงเหมอื นเดมิ ไดแ้ ก่ 1) วัตถุดบิ ทางตรง 2) คา่ แรงงานทางตรง 3) คา่ ใช้จา่ ยการผลิต ตน้ ทุนท้งั 3 ชนดิ นีจ้ ะ
โอนต้นทุนเขา้ ไปยังงานระหวา่ งผลติ สว่ นงานทผ่ี ลติ เสร็จจะโอนตน้ ทนุ ไปยงั สนิ ค้าสำเร็จรปู ดังน้ันตน้ ทนุ ต่อหนว่ ยของ
สินค้าสำเร็จรปู แตล่ ะชนิดจะมตี ้นทนุ รวมทไ่ี มเ่ ท่ากนั
ในการบันทกึ ตน้ ทุนการผลิตทเี่ กดิ ขน้ึ ในแตล่ ะงานนนั้ ผู้ผลิตจะมีบตั รต้นทนุ งาน(Job order cost sheet) เปน็
เคร่อื งมอื ชว่ ยในการแสดงรายละเอยี ดต่างๆทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการผลติ เชน่ ช่อื ผ้จู า้ งทำ ลกั ษณะของงาน วันทเ่ี รมิ่ ผลติ วันที่
ผลิตเสร็จ ต้นทนุ ที่เกิดข้นึ จากการผลติ และผลกำไรจากการผลติ ในบางกจิ การมีแผนกผลติ มากกวา่ 1 แผนก ในบตั ร
ต้นทุนงานกจ็ ะแบ่งแยกออกเปน็ แต่ละแผนกๆ เพอ่ื จดบนั ทกึ ตน้ ทนุ ทเี่ กิดข้นึ แยกออกจากกัน
2. การบันทึกบญั ชตี ามระบบต้นทุนงานสั่งทำ
ตัวอยา่ งท่ี 1 บรษิ ทั โครโนสเฟอรน์ เิ จอร์ จำกดั เปน็ ผ้ผู ลติ เฟอรน์ ิเจอร์ตามคำส่งั จากลูกค้า บรษิ ทั ใช้ระบบตน้ ทนุ งานส่งั
ทำ (Job order costing) และระบบการบนั ทึกสนิ ค้าแบบต่อเน่ือง (Perpetual Inventory System) ในการสะสม
ต้นทุน ในเดือนมนี าคม 25X1 นายการณุ ไดม้ าสั่งผลติ เฟอร์นเิ จอรไ์ มส้ กั รนุ่ โบราณ จำนวน 2 ชดุ ในราคา 70,000 บาท
ในงานสง่ั ทำนี้กจิ การไดก้ ำหนดเลขทีง่ านนีค้ ือ 033 ซึง่ มีขอ้ มลู เกยี่ วกับการผลติ ดังน้ี
1. เมอ่ื ซ้ือวตั ถดุ บิ
แผนกจดั ซื้อไดส้ ่ังซอ้ื วตั ถดุ บิ เปน็ เงินเชือ่ 44,100 บาท เพื่อใช้ในการผลิตงานเลขท่ี 033 และงานอืน่ ๆ ดงั น้ี
ไม้สกั 50 แผน่ @ 800 บาท = 40,000 บาท
สี 12 กระปอ๋ ง @ 100 บาท = 1,200 บาท
ตะปู 3 กล่อง @ 500 บาท = 1,500 บาท
กาว 7 กล่อง @ 200 บาท = 1,400 บาท
รวม = 44,100 บาท
สาขาวิชา : การบญั ชี ใบความรู้ หน้าท่ี
แผ่นที่ 2/9 81
ชอ่ื วิชา : การบัญชีต้นทุน 1 รหสั วชิ า 3201-2003
งาน : การบัญชีต้นทุนงานสง่ั ทำ
2. เม่อื เบิกวตั ถดุ ิบไปใช้(20 ม.ี ค)
พนกั ในแผนกผลติ ไดเ้ บกิ วัตถุดบิ ไปใช้ในงานเลขที่ 033 ดงั น้ี
ไม้สัก 20 แผ่น @ 800 บาท = 16,000 บาท
สี 9 กระป๋อง @ 100 บาท = 900 บาท
ตะปู 2 กล่อง @ 500 บาท = 1,000 บาท
กาว 4 กลอ่ ง @ 200 บาท = 800 บาท
รวม = 18,700 บาท
3. การจ่ายค่าแรงงาน
ในเดือนมนี าคม มคี ่าแรงงานทีเ่ กิดขึน้ ในแผนกดงั นี้
คา่ แรงงานทางตรง (งานเลขที่ 033) 7,000 บาท
ค่าแรงงานทางอ้อม 1,000 บาท
รวม 8,000 บาท
สมมตุ กิ ิจการจะต้องหักภาษี ณ ทีจ่ า่ ย 1,000 บาท ประกันสังคม 500 บาท)
4. ค่าใช้จา่ ยการผลติ ทเี่ กดิ ข้นึ จริง
ในเดอื นมนี าคม มคี ่าใช้จ่ายการผลิตทเ่ี กดิ ขน้ึ จริงดงั น้ี (ไมร่ วมวัตถุดบิ ทางออ้ ม และค่าแรงงานทางอ้อม)
คา่ เสอ่ื มราคา – อปุ กรณ์ในโรงงาน 3,500 บาท
ค่าเส่ือมราคา – โรงงาน 2,000 บาท
คา่ สาธารณูปโภคในโรงงาน(จา่ ยเงนิ สด) 1,000 บาท
ค่าใชจ้ า่ ยเบด็ เตลด็ (จ่ายเงินสด) 1,100 บาท
รวม 7,600 บาท
สำหรบั คา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตคิดเข้างานทกี่ ิจการประมาณไว้ลว่ งหนา้ คอื 40% ของคา่ แรงงานทางตรงในงานเลขที่ 033
5. สินค้าสำเรจ็ รปู เมื่อส้นิ เดือนมนี าคม แผนกผลิตไดผ้ ลติ งานเลขท่ี 033 เสร็จตามคำสงั่ ลกู ค้า และนำสนิ คา้
ดังกล่าวส่งไปยงั แผนกคลงั สินค้าเพ่ือรอจดั สง่ ให้แก่ลกู คา้
6. สิน้ เดอื นมนี าคมได้ขายสนิ คา้ ดังกลา่ วและได้สง่ มอบสนิ คา้ ให้ลูกคา้ (ขายเช่ือ)
7. ปดิ คา่ ใชจ้ า่ ยการผลิต และบันทึกผลตา่ งเขา้ บญั ชีตน้ ทุนขาย
8. มคี ่าใชจ้ ่ายดำเนนิ งานโดยประมาณ 10%ของราคาขายสนิ คา้
การบันทกึ บัญชีเป็นดังนี้
1. เมื่อซ้ือวตั ถดุ ิบ
เดบติ วตั ถดุ บิ 44,100
เครดติ เจา้ หน้ี 44,100
-----------------------------------------------