เนอ้ื เรื่อง
.ทั้งผหู้ ญงิ ร้ายและผ้ชู ายชั่วกข็ อให้อยา่ ไดร้ จู้ ักคบหากนั ขอใหส้ มดงั หวงั
แมแ้ ตช่ าตหิ นา้ ก็ขอใหเ้ ปน็ ดงั หวัง
เน้อื เร่อื ง
พอกราบพระปะดอกปทุมชาติ
พบพระธาตุสถติ ในเกสร
สมถวลิ ยินดชี ลุ ีกร
ประคองช้อนเชญิ องค์ลงนาวา
เนือ้ เร่อื ง
พอก้มลงกราบพระพุทธรูปเงยข้นึ มากเ็ หน็ ดอกบวั และกเ็ ห็นพระบรม
สารีริกธาตอุ ย่ใู นเกสรก็ดีใจมากและชอ้ นประคองลงเรือ
เน้อื เรื่อง
กับหนูพดั มสั การสาเร็จแล้ว
ใสข่ วดแกว้ วางไว้ใกล้เกศา
มานอนกรุงรุ่งข้ึนจะบูชา
ไมป่ ะตาตันอกย่งิ ตกใจ
เน้ือเรอ่ื ง
พอหนูพดั กราบไว้เสร็จแลว้ กใ็ สพ่ ระบรมสารรี กิ ธาตุไว้ในขวดแกว้ แล้วกว็ างไว้
ใกลศ้ รี ษะเมื่อนอน ไปนอนที่กรงุ ศรอี ยุธยาและร่งุ เชา้ จะบูชาพระบรม
สารรี ิกธาตแุ ต่พอตนื่ มามองไม่เห็นพระบรมสารีรกิ ธาตกุ ต็ กใจอย่างมากทั้งท่ี
วางไว้ใกล้ศรี ษะ
เน้อื เรื่อง
แสนเสยี ดายหมายจะชมบรมธาตุ
ใจจะขาดคิดมานา้ ตาไหล
โอ้บญุ นอ้ ยลอยลับครรไลไกล
เสยี นา้ ใจเจยี นจะดิ้นสิ้นชวี นั
เน้อื เรอ่ื ง
.สุนทรภ่วู ่าเปน็ เพราะบญุ ตนน้อยทาให้พระธาตลุ อยไปไกล
เน้อื เรื่อง
สดุ จะอยดู่ ูอื่นในฝืนโศก
กาเรบิ โรครอ้ นฤทยั เฝ้าใฝ่ฝัน
พอตรู่ตรสู่ รุ ิยฉ์ ายข้ึนพรายพรรณ
ให้ลอ่ งวันหนงึ่ มาถงึ ธานี
เนอื้ เรื่อง
สุนทรภ่คู ดิ ว่าไมส่ ามารถอยู่ท่เี จดยี ภ์ เู ขาทองตอ่ ไดเ้ พราะจะยิง่ เศร้าโศกและ
รอ้ นใจยงิ่ ข้นึ พอเชา้ ตร่พู ระอาทติ ยข์ ้นึ สอ่ งฉาย ก็ลอ่ งเรือถึงกรงุ เทพฯโดยใช้
เวลาเดนิ ทาง ๑ วัน
เน้อื เร่อื ง
ประทับทา่ หน้าอรุณอารามหลวง
ค่อยสรา่ งทรวงทรงศีลพระชนิ สหี ์
นิราศเรือ่ งเมอื งเกา่ ของเรานี้
ไวเ้ ปน็ ที่โสมนสั ทัศนา
เนือ้ เรอ่ื ง
ถึงหนา้ วดั อรุณก็คอ่ ยสร่างจากความเศรา้ เพราะไดก้ ราบพระพทุ ธรูป นริ าศ
ภเู ขาทองของสุนทรภู่เรอ่ื งนไ้ี วเ้ ปน็ ทอ่ี า่ นเมื่อเศรา้ จะได้มีความสขุ
เน้อื เรื่อง
ด้วยไดไ้ ปเคารพพระพุทธรูป
ทั้งสถูปบรมธาตพุ ระศาสนา
เป็นนิสยั ไวเ้ หมอื นเตอื นศรทั ธา
ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ
เนื้อเรือ่ ง
.เพราะได้ไปกราบไว้พระพทุ ธรูป ทัง้ กราบไว้พระบรมสารีรกิ ธาตุ เพราะคน
ทนี่ ับถือศาสนาพุทธเม่อื ไม่สบายใจก็จะกราบไหวพ้ ระพทุ ธรปู เพือ่ ใหส้ บายใจ
เน้อื เรื่อง
ใชจ่ ะมที ีร่ กั สมัครมาด
แรมนริ าศร้างมิตรพิสมัย
ซึ่งครวญครา่ ทาทพี ิร้พี ไิ ร
ตามนสิ ยั กาพย์กลอนแต่กอ่ นมา
เนื้อเรอื่ ง
ตอนนี้สุนทรภู่ใช่วา่ จะมีคนรักหรอื พ่งึ จะจากรักมา แตท่ ่ีกลา่ วถงึ ผ้หู ญงิ กเ็ พราะ
เปน็ ธรรมเนียมการแต่งนริ าศแตโ่ บราณ
เน้อื เร่อื ง
เหมือนแม่ครัวควั่ แกงพะแนงผดั
สารพัดเพยี ญชนังเคร่อื งมงั สา
อันพริกไทยใบผักชเี หมือนสกี า
ตอ้ งโรยหนา้ เสยี สักหน่อยอรอ่ ยใจ
เนือ้ เร่อื ง
เหมอื นแม่ครวั จะปรงุ อาหารประเภทพะแนงนอกจากจะใส่เครอ่ื งปรุงและ
เนอ้ื สตั ว์แล้วยงั ต้องใสพ่ ริกไทยใบผักชเี พอ่ื เพิ่มความนา่ รับประทานแกอ่ าหาร
และผู้หญิงกเ็ หมือนพรกิ ไทยใบผักชีเพ่อื ให้นริ าศน้ีนา่ อา่ น
เน้อื เร่อื ง
จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสน้ิ
อยา่ นึกนนิ ทาแถลงแหนงไฉน
นกั เลงกลอนนอนเปลา่ ก็เศรา้ ใจ
จงึ รา่ ไรเรอ่ื งรา้ งเลน่ บ้างเอย
เนอื้ เรื่อง
ขอใหท้ ราบความจรงิ ทุกๆอยา่ งว่าสนุ ทรภไู่ มไ่ ดม้ ผี ู้หญิงเลยขออย่าได้นินทา
ใหเ้ สียหาย เพราะคนทม่ี ีความสามรถในเชงิ กลอนจะนั่งๆนอนๆเฉยๆกจ็ ะนา่
เบ่อื และเศร้าใจ จึงจะต้องแต่งกลอนเพื่อคลายเหงาและคลายความเศร้าใจ
และใหไ้ ดผ้ ลงานเป็นที่ประจักษ์
บทวเิ คราะห์
คณุ คา่ ด้านเน้อื หา
๑) สะทอ้ นวถิ ชี วี ิตและวฒั นธรรม มีเนอ้ื หาท่ี
แสดงให้เหน็ ถึงสภาพบา้ นเมือง สังคม
วฒั นธรรม และวิถชี ีวติ ของผู้คนโดยเฉพาะรมิ ฝ่งั
แม่นา้ เจา้ พระยาในชว่ งสมัยรตั นโกสนิ ทร์ตอนต้น
ไดเ้ ป็นอย่างดี อาทิ
๑.๑) การตดิ ต่อคา้ ขาย สุนทรภูม่ กั ถา่ ยทอด
สภาพสงั คมสองฝง่ั แม่น้าเจ้าพระยา ไว้ในบท
ประพันธ์เรือ่ งต่าง ๆ ท่ตี นเองแตง่ อยเู่ สมอ
เช่นเดยี วกบั ในนริ าศภเู ขาทองทีส่ ุนทรภู่ได้
บรรยายสภาพบา้ นเมืองและวถิ ีชวี ิตของผูค้ น
ตลอดจนบรรยากาศของสถานท่ี
อาทิ ภาพการคา้ ขายที่ดาเนนิ ไปอยา่ งคึกคัก
มกี ารนาสินค้าหลากหลายประเภทที่บรรทกุ มา
กับเรอื สาเภามาวางขายในแพที่จอดเรียงราย
อยู่ตามริมนา้
๑.๒) ชมุ ชนชาวต่างชาติ การตง้ั บ้านเรอื น
ของชาวต่างชาตมิ มี านานแล้ว จนชาวต่างชาติ
สว่ นใหญไ่ ด้กลายเปน็ สว่ นหนึง่ ของสงั คมไทยและ
ไดซ้ มึ ซบั ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และคติ
ความเช่อื ต่าง ๆ เขา้ ไปผสมผสานกับวฒั นธรรม
และวิถกี ารดาเนนิ ชวี ิตท่ตี ิดตัวมาแต่เดมิ
๑.๓) การละเล่นและงานมหรสพ สนุ ทรภู่
ได้กลา่ วถึงการละเล่นและงานมหรสพพื้นบา้ น
ซึง่ เปน็ ที่นยิ มกนั ในสมยั นั้นและจัดขน้ึ ในช่วง
เทศกาลสาคญั ประจาปี อาทิ งานฉลองผ้าป่า
ทว่ี ัดพระเมรุ มกี ารประดบั ประดาโคมไฟ
และยังมีการขับเสภา และรอ้ งเพลงเรอื เกีย้ วกนั
ระหว่างหน่มุ สาวชาวบา้ น
๒) ตานานสถานท่ี เนื่องจากเน้อื หาของนริ าศ
ส่วนใหญ่ ได้แก่ การพรรณนา การเดนิ ทาง
ดังนัน้ เมื่อกวลี ่องเรอื ผา่ นสถานทใ่ี ด
กม็ กั จะกล่าวถงึ สถานทีน่ ้ัน
อาทิ วัดประโคนปกั
สุนทรภ่ไู ดบ้ อกเล่าเรอื่ งราวอันเปน็ ท่มี าของช่ือวดั
แหง่ น้ี ไวว้ ่าเหตทุ ีว่ ัดมชี ือ่ วา่ ประโคนปัก
เนือ่ งจากมีการเลา่ สบื ต่อกันมาวา่ บริเวณน้ีเปน็ ท่ี
ปักเสาประโคน เพ่อื ปนั เขตแดน
๓) ความเชื่อของคนไทย สุนทรภ่ไู ดส้ อดแทรก
คติความเช่อื ของคนไทย ซ่งึ สว่ นใหญ่มัก
เกี่ยวเนือ่ งในพระพทุ ธศาสนา
โดยเฉพาะเรอื่ งนรก-สวรรค์
อาทิ ความเชือ่ ทว่ี า่ หากใครคบชู้ คือ
ประพฤติตนผิดศลี ข้อ ๓ ตามหลักศีล ๕
เมื่อตายไปผู้นน้ั จะตกนรกและต้องปนี ตน้ งว้ิ
ซ่งึ มหี นามยาว และแหลมคม
๔) แง่คิดเก่ียวกับความจริงของชวี ิต
บทประพันธข์ องสุนทรภูม่ ักได้รบั การยกยอ่ ง
อยเู่ สมอมาวา่ มเี นอื้ หาที่สอดแทรกข้อคดิ คติ
การดาเนินชีวิต และชว่ ยยกระดับจติ ใจของผอู้ า่ น
ให้ปฏิบัตติ นไปตามกฎทางทเ่ี หมาะสม
๔) แง่คิดเก่ียวกับความจริงของชวี ิต
บทประพันธข์ องสุนทรภูม่ ักได้รบั การยกยอ่ ง
อยเู่ สมอมาวา่ มเี นอื้ หาที่สอดแทรกข้อคดิ คติ
การดาเนินชีวิต และชว่ ยยกระดับจติ ใจของผอู้ า่ น
ให้ปฏิบัตติ นไปตามกฎทางทเ่ี หมาะสม
คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์
๑) การเลน่ เสยี ง บทประพันธ์ของสุนทรภู่
ถอื ไดว้ ่ามคี วามดเี ดน่ เร่ืองการเล่นเสยี ง
โดยเฉพาะการเลน่ เสยี งสมั ผัสภายในวรรค
ทง้ั สมั ผัสสระและสัมผัสอักษร ทาใหก้ ลอนนริ าศ
ภูเขาทอง มคี วามไพเราะเป็นอย่างมาก เชน่
ดนู า้ วงิ่ กลิง้ เชียวเป็นเกลยี วกลอก
กลับกระฉอกฉาดจดั ฉวดั เฉวยี น
บ้างพลุ่งพลงุ่ รุ้งวงเหมือนกงเกวียน
ดเู วยี นเวยี นควา้ งคว้างเปน็ หวา่ งวน
สมั ผัสในวรรค เชน่ วิง่ - กลิ่ง
เช่ยี ว - เกลยี ว ฉอก - ฉาด - ฉดั
ฉวดั - เฉวยี น เป็นต้น
๒) ความเปรียบลึกซ้งึ กินใจ สนุ ทรภู่เลอื กใช้
ถอ้ ยคาเปรยี บเปรยทสี่ รา้ งอารมณ์ สะเทือนใจ
ใหแ้ ก่ผูอ้ ่าน เช่น
เมือ่ เคราะห์ร้ายกายเราก็เท่าน้ี
ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคบั แคบใจ
ไมม่ ีทพ่ี สธุ าจะอาศยั
เหมอื นนกไร้รงั เร่อยเู่ อกา
บทกลอนขนีม้ ีเนอ้ื ความแสดงถงึ การครํ่าครวญ
โศกเศรา้ ซ่ึงตรงกบั รสวรรณคดี ทเ่ี รียกว่า
"สลั ลาปงั คพสิ ยั " โดยทาใหเ้ ห็นภาพพจนท์ วี่ า่
คนเรามีรา่ งกายเลก็ มากหากเทยี บกบั พืน้ แผ่นดนิ
ซึง่ กว้างใหญ่ แตเ่ มอ่ื ถงึ คราวตกอับ
กลบั ไม่มีพื้นที่จะอาศัย
๓) การใชค้ าเพือ่ สรา้ งจินตภาพ เป็นการ
พรรณนาความด้วยถ้อยคาท่เี รียบงา่ ย
แต่เห็นภาพชดั เจน ดังเช่น
จนแจม่ แจง้ แสงตะวันเหน็ พันธ์ุผกั
เหล่าบัวเผอื่ นแลสล้างรมิ ทางจร
ดูน่ารกั บรรจงสง่ เกสร
กา้ มกงุ้ ซ้อนเสยี ดสาหร่ายใต้คงคา
บทกลอนตอนนีส้ ุนทรภูไ่ ด้พรรณนาภาพ
บรรยากาศธรรมชาติระหว่างการเดนิ ทาง
ทาให้ผู้อา่ นจนิ ตนาการเห็นถึงภาพท้องน้า
ยามรงุ่ เชา้ ทล่ี ะลานตาไปด้วยพชื นา้ นานาชนิด
ท่ชี ชู ่อประชันกนั และยงั ทาใหเ้ หน็ วา่ สายนา้ นนั้
มีความใสสะอาดจนสามารถมองเหน็ พืช
ทข่ี ึ้นอยู่ใตน้ ้าได้