วารสาร ISSN 2651-0987
โรค
http://www.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/index
ปท่ี 33 ฉบับท่ี 2 ตงั้ แตเ ดอื นกมุ ภาพันธ - พฤษภาคม 2564
การวางแผนบนั้ ปลายชวตในผปู ว ยวณั โรค
การศึกษาลำดับพนั ธกุ รรมทางอณชู วโมเลกุลของเชอ้ หนองใน ในกลุมบางรกั โรคติดตอ
ทางเพศสัมพันธดว ยวธ Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing
(NG-MAST)
ปจจัยทำนายคณุ ภาพชวตของผตู ิดเชอ้ เอชไอวและผูปวยเอดสท่ีเขา รบั บรการ
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวัดตรัง
ผลการจดั บรการปอ งกนั การติดเช้อเอชไอวในกลุมผูใชย าเสพติดดวยวธฉีด
ภายใตนโยบายลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ
การพัฒนาชดุ กิจกรรมการอบรมตามหลักการ GE-TICA เร่อง โรคเอดสแ ละ
โรคตดิ ตอทางเพศสัมพันธ สำหรบั นักศกึ ษา มหาวทยาลยั การกฬี าแหงชาติ
ปท ี่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564
ปท ่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.-พ.ค. 2564
ÊÒúÑÞ
หนา
การวางแผนบน้ั ปลายชีวิตในผปู ว ยวณั โรค 36
ปยะวดี สุมาลัย วรุณยพุ า สกล อารีรัตน นิลาวรรณ
การศกึ ษาลําดบั พันธุกรรมทางอณชู วี โมเลกุลของเชอื้ หนองใน ในกลมุ บางรัก โรคติดตอ 47
ทางเพศสัมพันธดวยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
นรศิ รา อยูจ ยุ
ปจ จัยทํานายคณุ ภาพชีวิตของผูต ิดเช้อื เอชไอวแี ละผูปวยเอดสท่ีเขารบั บรกิ าร 58
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวัดตรงั
สุดคนึง ณ ระนอง
ผลการจัดบริการปองกนั การตดิ เช้ือเอชไอวีในกลมุ ผูใชยาเสพตดิ ดว ยวธิ ฉี ดี 73
ภายใตน โยบายลดอันตรายจากยาเสพติด
จุฑามาศ มากกญุ ชร
การพัฒนาชุดกิจกรรมการอบรมตามหลักการ GE-TICA เรื่อง โรคเอดสและโรคติดตอ 92
ทางเพศสมั พันธ สาํ หรับนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั การกฬี าแหงชาติ
ทนงศรี ภูริศรี
Thai AIDS Journal Page
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
36
Thai AIDS Journal
Volume 33 No. 2 Feb-May 2021
END OF LIFE PLAN FOR TUBERCULOSIS PATIENTS
Piyawadee Sumalai Warunyupa Sakol Areerat Nilawan
STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE 47
IN BANGRAK STIS CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN
SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
Narissara Yuchui
FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED 58
AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
Sutkanung Na Ranong
EFFECT OF HIV PREVENTION SERVICES AMONG PEOPLE WHO INJECT 73
DRUGS OF HARM REDUCTION POLICY
Juthamat Makkunchorn
DEVELOPMENT OF TRAINING ACTIVITIES PACKAGE BY USING GE- TICA 92
MODEL ON AIDS AND STIs AMONG THE STUDENTS
OF THAILAND NATIONAL SPORTS UNIVERSITY
Thanongsri Phoorisri
ปท่ี 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564
ÇÒÃÊÒÃâäàÍ´Ê
วารสารโรคเอดส เปนวารสารทางวิชาการ เผยแพรโดยกองโรคเอดสและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสขุ
วตั ถปุ ระสงค
เพอ่ื สง เสรมิ ใหผ ปู ฏบิ ตั งิ าน บคุ ลากรทางดา นสาธารณสขุ และนกั วจิ ยั ไดม โี อกาสเผยแพรผ ลงานวชิ าการและองคค วามรทู เี่ กยี่ วขอ ง
กบั โรคเอดส วณั โรค โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ และโรคไวรสั ตบั อกั เสบบแี ละซี อนั เปน แหลง คน ควา อา งองิ ทางวชิ าการตอ ไป ซง่ึ เนอ้ื หา
บทความ/ผลงานวจิ ยั ทลี่ งพมิ พน าํ เสนอขอ มลู ขา วสาร วทิ ยาการความกา วหนา ทางการแพทยส าธารณสขุ และสง เสรมิ สนบั สนนุ องคค วามรู
ใหก บั บคุ ลากรทางการแพทยแ ละสาธารณสขุ ใหส ามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชใ นการบรกิ ารประชาชน ในการปอ งกนั และแกไ ขปญ หาเอดสแ ละ
โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธไ ดเ กดิ ประโยชนส งู สดุ
บรรณาธกิ าร นายแพทยว ิวัฒน โรจนพทิ ยากร คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลัยมหิดล
กองบรรณาธกิ าร นายแพทยท วที รพั ย ศิรประภาศริ ิ กรมควบคุมโรค
กรมควบคุมโรค
นายแพทยว ิศลั ย มลู ศาสตร กรมควบคมุ โรค
นายแพทยพ รศักดิ์ อยเู จรญิ กรมควบคุมโรค
นายแพทยวีรวฒั น มโนสทุ ธิ กรมควบคุมโรค
นายแพทยสเุ มธ องควรรณดี กรมควบคมุ โรค
แพทยห ญิงรสพร กิติเยาวมาลย กรมควบคมุ โรค
แพทยหญงิ มณฑินี วสันตอิ ปุ โภคากร กรมควบคมุ โรค
นางสาวปารชิ าติ จนั ทรจรสั กรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
ดร.สริ พิ รรณ แสงอรุณ คณะแพทยศ าสตร มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
รศ.พญ.วฒั นา สขุ ไี พศาลเจริญ คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล
รศ.ดร.สคุ นธา คงศีล คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล
รศ.ดร.มณีรัตน ธรี ะววิ ัฒน คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหดิ ล
อ.นนั ทวัน ยนั ตะดลิ ก สถาบันวิจัยประชากรและสงั คม มหาวทิ ยาลยั มหิดล
ผศ.ดร.ดสุ ิตา พง่ึ สาํ ราญ คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
รศ.ดร.สริ ิมา มงคลสัมฤทธ์ิ คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
ผศ.ดร.รณภมู ิ สามคั คีคารมย สถาบนั รบั รองคณุ ภาพสถานพยาบาล (องคการมหาชน)
แพทยหญิงเอกจติ รา สุขกุล นักวิชาการอสิ ระ
ผศ. ศกั ดิช์ ยั เดชตรัยรตั น นกั วชิ าการอิสระ
นายแพทยสมบตั ิ แทนประเสริฐสขุ
ผจู ัดการ ผูอ าํ นวยการกองโรคเอดสและโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ
สํานักงานผจู ดั การ กองโรคเอดสแ ละโรคติดตอ ทางเพศสมั พนั ธ กรมควบคุมโรค กระทรงสาธารณสขุ
อาคาร 2 ตึกกรมควบคมุ โรค ชั้น 4
เลขที่ 88/21 ม.4 ซ.บําราศนราดูร ถ.ติวานนท ต.ตลาดขวญั อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000
โทรศัพท/ โทรสาร 0 2590 3289, 3291
ผอู อกแบบปก นายบุญยะฤทธิ์ มาบกลาง
ผูประสานงาน นางสาวผกามาศ แตงคูหา โทร. 0 2590 3289, 3291
E-mail: [email protected]
ระบบรับ-สงบทความวารสารอเี ลก็ โทรนิกส https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/index
กาํ หนดออก: ตุลาคม-มกราคม, กมุ ภาพันธ- พฤษภาคม, มถิ นุ ายน-กนั ยายน
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
Thai AIDS Journal
Thai AIDS Journal is an academic journal Published by Division of AIDS and STIs, Department of Disease Control,
Ministry of Public Health.
Objective
To encourage workers Public health personnel and researchers have the opportunity to disseminate academic and
knowledge works Associated with AIDS, tuberculosis, sexually transmitted diseases. And hepatitis B and C As a research source
Further academic reference, Which content articles / research results That is published and presents information Advances in
Health Sciences And to promote knowledge support for medical and public health personnel So that it can be applied to the
public service In the prevention and treatment of AIDS and sexually transmitted diseases is the most beneficial.
Editor in chief: Wiwat Rojanapithayakorn Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital,
Mahidol University
Editorial boards: Taweesap Siraprapasiri Department of Disease Control
Visal Moolasart Department of Disease Control
Pornsak Yoocharoen Department of Disease Control
Weerawat Manosuthi Department of Disease Control
Sumet Ongwandee Department of Disease Control
Rossaphorn Kittiyaowamarn Department of Disease Control
Monthinee Vasantiuppapokakorn Department of Disease Control
Parichart Chantcharas Department of Disease Control
Siriphan Saengaroon Department of Medical Sciences
Assoc. Prof. Wattana Sukeepaisarnjaroen Faculty of Medicine, Khon Kaen University
Assoc. Prof. Dr. Sukhontha Kongsin Faculty of Public Health, Mahidol University
Assoc. Prof. Dr. Manirat Therawiwat Faculty of Public Health, Mahidol University
Nunthawan Yuntadilok Faculty of Public Health, Mahidol University
Asst. Prof. Dr. Dusita Phuengsamran Institute for Population and Social Research,
Mahidol University
Asst. Prof. Dr. Sirima Mongkolsomlit Faculty of Public Health, Thammasat University
Asst. Prof. Dr. Ronnapoom Samakkeekarom Faculty of Public Health, Thammasat University
Akechittra Sukkul The Healthcare Accreditation Institute
(Public Organization) (HA)
Asst. Prof. Sakchai Dettrairat Academician
Sombat Thanprasertsuk Academician
Journal manager: Director, Division of AIDS and STIs
Manager office: Division of AIDS and STIs, Department of Disease Control, Ministry of Public Health
Department of Disease Control 2nd Building, 4th Floor,
88/21 Moo 4 Tumbol Talat Khwan, Amphoe Mueang Nonthaburi, Nonthaburi, Thailand. 11000
Tel. (+66) 2590 3289, 3291
Cover designer: Boonyarit Mabklang
Journal Coordinator: Phakamat Tangkuha E-mail: [email protected] Tel. (+66) 2590 3289, 3291
Submit your articles: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/index
Publication schedule: October-January, February-May, June-September.
ปที่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 Thai AIDS Journal Vol 33 No. 2 Feb-May 2021
วารสารโรคเอดส ปที่ 33 ฉบับ 2 ก.พ.-พ.ค. 2564
¤Òí á¹Ð¹Òí ÊÒí ËÃѺ¼àŒÙ ¢Õ¹
วารสารโรคเอดสยินดีรับบทความวิชาการหรือรายงานผลการวิจัยที่เก่ียวกับโรคเอดส วัณโรค โรคติดตอ
ทางเพศสัมพันธ และโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ตลอดจนผลงานที่เก่ียวของ โดยเรื่องท่ีสงมาจะตองไมเคยตีพิมพ
ในวารสารฉบับอ่นื มากอน
หลกั เกณฑและคาํ แนะนําสําหรับสงเรอื่ งลงพมิ พ
1. ประเภทของบทความท่ีเผยแพรโ ดยวารสารโรคเอดส
นิพนธตนฉบับ ควรเขียนลําดับเปนขอๆ ไดแก บทคัดยอ บทนําสั้นๆ (เหตุผลที่ทําการศึกษารวมท้ัง
วตั ถปุ ระสงค) วสั ดุ (หรอื ผูปวย) และวิธกี ารศกึ ษา ผลการศกึ ษา วจิ ารณผล สรปุ กิตตกิ รรมประกาศ และเอกสาร
อางอิง ความยาวของเรอ่ื งไมเ กนิ 12 หนา โดยใสเ ลขหนา บนมมุ ขวากํากบั ทุกหนา
รายงานผลการปฏิบตั งิ าน ประกอบดวย บทคดั ยอ บทนาํ วธิ ีการดาํ เนนิ งาน ผลการดาํ เนนิ งาน วจิ ารณ
กติ ติกรรมประกาศ และเอกสารอางอิง
บทความพ้ืนวิชา ควรเปนบทความท่ีใหความรูใหม รวบรวมสิ่งที่ตรวจพบใหม หรือเรื่องที่นาสนใจ
ทผ่ี อู า นนําไปประยุกตไดห รอื เปน บทความวเิ คราะหสถานการณโ รคตาง ๆ ประกอบดว ย บทคดั ยอ บทนํา ความรู
หรอื ขอ มูลเกี่ยวกบั เรอ่ื งทนี่ ํามาเขียน วจิ ารณ หรือวเิ คราะหสรปุ โดยมีการอางอิงเอกสารทีเ่ ปนปจจบุ นั ทันสมยั
ยอ เอกสาร อาจยอบทความภาษาตา งประเทศหรือภาษาไทย ทต่ี พี มิ พไ มเ กิน 2 ป
รายงานผปู ว ย บทนาํ รายงานผูปวย บทวจิ ารณ ขอคิดเห็น และสรปุ
2. การเตรียมตน ฉบับ
ชอ่ื เรอื่ ง ควรส้นั ไดใจความตรงกับวัตถปุ ระสงคและเนอ้ื เรอ่ื ง ชือ่ เรื่องควรมที งั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
ช่ือผูเขียน ใหมีท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ไมใชคํายอ) และสังกัดหนวยงานท้ังภาษาไทยและภาษา
องั กฤษ ในกรณที ม่ี ีผเู ขียนหลายคนควรระบุช่ือตามการมีสว นรว มในบทความ และมกี ารใสเครื่องหมายดอกจนั ใน
รูปแบบ ตวั ยกหลังนามสกลุ ของผเู ขียนทุกคน ซง่ึ เชื่อมโยงกบั หนว ยงาน สถาบัน หรอื สังกัด ของผเู ขียนแตล ะคน
เนื้อเรือ่ ง ควรเปน ภาษาไทยใหม ากทสี่ ุดและภาษาทใี่ ชค วรเขา ใจงา ย กระชบั และชัดเจน เพ่ือชว ยใหผ ูอาน
เขาใจ หากมีการใชต วั ยอ ควรใชค ําทีส่ มบูรณเ ปน ครัง้ แรกในขอ ความหลกั
บทคัดยอ คือการยอเน้ือหาสําคัญ ไมอธิบายยาว ไมวิจารณละเอียด เอาแตเน้ือหาที่จําเปนเทาน้ัน
ระบุตัวเลขทางสถิติท่ีสําคัญใชภาษารัดกุม เปนประโยคสมบูรณความยาวไมเกิน 300 คํา และเขียนเปนรอยแกว
มสี วนประกอบดงั น้ี ช่ือผูแตง ชอื่ เร่ือง วัตถุประสงค วิธีการ ผล บทสรุปและวิจารณ (อยางยอ) ตอ งไมม กี ารเอกสาร
อา งองิ อยใู นบทคัดยอ โดยบทคัดยอตองมที ้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
บทนํา อธิบายความเปนมาและความสําคัญของปญหาท่ีทําการวิจัยศึกษาคนควาของผูท่ีเกี่ยวของ
และวตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ยั
วสั ดแุ ละวธิ กี ารศกึ ษา อธบิ ายวธิ กี ารดาํ เนนิ การวจิ ยั โดยกลา วถงึ แหลง ทมี่ าของขอ มลู วธิ กี ารรวบรวมขอ มลู
วิธีการเลือกสุมตัวอยาง และการใชเคร่ืองมือชวยในการวิจัย ตลอดจนวิธีการวิเคราะหขอมูลหรือใชหลักสถิติมา
ประยกุ ต
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
ผลการศกึ ษา อธบิ ายสง่ิ ทไ่ี ดจ ากการวจิ ยั โดยเสนอหลกั ฐานและขอ มลู อยา งเปน ระเบยี บพรอ มทง้ั แปลความ
หมายของผลทคี่ นพบหรือวเิ คราะห
วจิ ารณ ควรเขยี นอภิปรายผลการวจิ ัยวา เปน ไปตามวตั ถุประสงคทตี่ ัง้ ไวห รอื ไมเ พยี งใด และควรอา งอิงถึง
ทฤษฎี หรือผลการศึกษาของผูท่เี กย่ี วขอ งประกอบดว ย
สรปุ (ถา ม)ี ควรเขยี นสรปุ เกยี่ วกบั การวจิ ยั (ใหต รงประเดน็ ) และขอ เสนอแนะทนี่ าํ ผลไปใช หรอื ประโยชน
สําหรบั การวิจัยคร้งั ตอไป
เอกสารอา งอิง
1. ผเู ขยี นตอ งรบั ผดิ ชอบในความถกู ตอ งของเอกสารอา งองิ โดยการอา งองิ เอกสารใชร ะบบ Vancouver
2. การอางอิงเอกสาร ใหใชเ คร่อื งหมายเชงิ อรรถเปนหมายเลข โดยใชห มายเลข 1 สาํ หรับเอกสารอา งอิง
อันดบั แรก และเรยี งตอตามลาํ ดบั แตถาตอ งการอางอิงซํา้ ใหใชหมายเลขเดมิ
3. หากเปนการอา งอิงวารสารภาษาองั กฤษ ใหใ ชช ื่อยอวารสารตามหนงั สอื Index Medicus
หมายเหตุ: การใชเอกสารอางอิงไมถูกแบบ จะทําใหเร่ืองที่สงมาเกิดความลาชาในการพิมพ เพราะตอง
มีการตดิ ตอผเู ขียนเพ่อื ขอขอมลู เพม่ิ เติมใหครบตามหลกั เกณฑ
3. รูปแบบการอางอิง (โปรดสังเกตเครอื่ งหมายวรรคตอนในทุกตวั อยาง)
การอางอิงเอกสารสําหรับวารสารโรคเอดส ผูเขียนควรอางอิงเปนภาษาอังกฤษ ในกรณีที่เอกสารอางอิง
เปน ภาษาไทย ใหผูเขยี นใสว งเลบ็ หลังการอางองิ วา In Thai (in Thai)
3.1 บทความวารสาร (Articles in Journals)
ลําดบั ท่.ี ช่ือผแู ตง (Author). ช่ือบทความ (Title of the article). ชอื่ วารสาร (Title of the Journal)
ปพิมพ (Year); เลมทขี่ องวารสาร (Volume): หนา แรก-หนาสดุ ทา ย (Page).
ในกรณีทม่ี ีผูแ ตง มากกวา 6 คน จะมรี ายชอ่ื ผูแ ตง 6 คนแรก คนั่ ดวยเครอ่ื งหมายจลุ ภาค
(comma-,) ตามดว ย et al.
ตวั อยา ง
1. Mitchell SL, Teno JM, Kiely DK, Shaffer ML, Jones RN, Prigerson HG, et al. The clinical
course of advanced dementia. N Engl J Med 2009; 361:1529-38.
2. จริ าภรณ จันทรจ ร. การใชโ ปรแกรม EndNote: จัดการเอกสารอา งอิงทางการแพทย. จุฬาลงกรณ
เวชสาร 2551;52:241-53.
3.2 การอา งองิ หนังสือหรือตาํ รา แบง เปน 2 ลกั ษณะ
ก. การอางองิ ท้ังเลม
ลําดับท.่ี ชื่อผแู ตง (Author). ชื่อหนงั สอื (Title of the book). ครงั้ ทพี่ มิ พ (Edition). เมอื งท่ีพมิ พ
(Place of Publication): สํานักพมิ พ (Publisher); ป (Year).
ตวั อยาง
1. Janeway CA, Travers P, Walport M, Shlomchik M. Immunobiology. 5th ed. New York:
Garland Publishing; 2001.
ปที่ 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564
2. รังสรรค ปญ ญาธัญญะ. โรคติดเชอ้ื ของระบบประสาทกลางในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: เรือนแกว การ
พมิ พ; 2536.
ข.การอางองิ บทหน่งึ ของหนังสอื ท่มี ีผูเขียนเฉพาะบทและบรรณาธกิ ารของหนังสอื (Chapter in a book)
ลาํ ดบั ที่. ช่อื ผูเขียน (Author). ชื่อบท (Title of a chapter). ใน/In: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธกิ าร
/editor(s).ช่ือหนังสือ (Title of the book). ครั้งทพี่ มิ พ (Edition). เมอื งที่พมิ พ (Place of
publication): สาํ นักพมิ พ (Publisher); ปพ ิมพ (Year). หนา/p. หนา แรก-หนา สดุ ทา ย.
ตัวอยาง
1. Esclamado R, Cummings CW. Management of the impaired airway in adults. In: Cummings CW,
Fredrickson JM, Harker LA, Krause CJ, Schuller DE, editors. Otolaryngology - head and neck
surgery. 2nd ed. St. Louis, MO: Mosby Year Book; 1993. p. 2001-19.
2. เกรียงศักดิ จีระแพทย. การใหสารน้ําและเกลือแร. ใน: มนตรี ตูจินดา, วินัย สุวัตถี, อรุณ
วงษจ ริ าษฎร,ประอร ชวลติ ธาํ รง, พิภพ จิรภญิ โญ, บรรณาธกิ าร. กมุ ารเวชศาสตร. พิมพครงั้ ที่ 2.
กรงุ เทพฯ: เรือนแกวการพิมพ; 2540. หนา 424-78.
3.3 เอกสารอา งองิ ทเ่ี ปน หนงั สอื ประกอบการประชมุ หรอื รายงานการประชมุ (Conference proceeding)
ลาํ ดบั ท.่ี ชอื่ บรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ช่อื เรือ่ ง. ชอื่ การประชุม; วนั เดือน ปท่ีประชุม; สถานท่จี ัด
ประชมุ . เมืองท่ีพมิ พ: สาํ นกั พิมพ; ปพมิ พ.
ตัวอยาง
1. Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology.Proceedings of the
10th International Congress of EMG and Clinical Neurophysiology; 1995 Oct 15-19; Kyoto,
Japan. Amsterdam: Elsevier; 1996.
3.4 การอางองิ บทความที่นาํ เสนอในการประชุมหรอื สรปุ ผลการประชุม (Conference paper)
ลาํ ดับที่. ช่อื ผูเขียน. ชอ่ื เร่ือง. ใน/In: ชอื่ บรรณาธกิ าร, บรรณาธิการ/editor. ชอ่ื การประชมุ ; วัน เดอื น ป
ทป่ี ระชมุ ; สถานทจ่ี ดั ประชมุ . เมอื งทพ่ี มิ พ: สาํ นกั พมิ พ; ปท พ่ี มิ พ. หนา /p. หนา แรก-หนา สดุ ทา ย.
ตวั อยาง
1. Bengtsson S, Solheim BG.. Enforcement of data protection, privacy and security in medical
informatics. In: Lun KC, Degoulet P, Piemme TE, Rienhoff O, editors. MEDINFO 92.
Proceedings of the 7th World Congress on Medical Informatics; 1992 Sep 6-10; Geneva,
Switzerland. Amsterdam: North-Holland; 1992. p. 1561-5.
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
3.5 เอกสารอา งองิ ที่เปน วิทยานิพนธ (Thesis/Dissertation)
ลาํ ดบั ที่. ชื่อผนู พิ นธ. ชื่อเรื่อง [ประเภท/ระดับปริญญา]. เมอื งทพ่ี มิ พ: มหาวิทยาลัย; ป ท่ไี ดป ริญญา.
ตัวอยา ง
1. Kaplan SJ. Post-hospital home health care: the elderly’s access and utilization [dissertation].
St. Louis, MO: Washington University; 1995.
2. อังคาร ศรีชัยรัตนกูล. การศึกษาเปรยี บเทียบคุณภาพชีวติ ของผูป วยโรคซึมเศราชนดิ เฉียบพลนั และ
ชนดิ เรอื้ รงั [วทิ ยานพิ นธป รญิ ญาวทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ ]. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั ; 2543.
3.6 การอางองิ เอกสารอิเล็กทรอนิกส (Electronic Material)
ลาํ ดบั ท่.ี ชือ่ ผแู ตง (Author). ชอ่ื บทความ (Title of the article) [ประเภทของส่อื /วัสดุ]. ป พมิ พ
[เขา ถงึ เมอ่ื /cited ป เดอื น วนั ท]่ี . เขา ถงึ ไดจาก/ Available from: http://….
ตัวอยาง
1. Fanti S, Farsad M, Mansi L. Atlas of PET/CT: a quick guide to image interpretation [Internet].
2009 [cited 2011 Jun 15]. Available from: http://www.amazon.com/Atlas-PETCT-
Quick-In terpretation/dp/3540777717#reader_3540777717
2. จริ าภรณ จนั ทรจ ร. การเขยี นรายการอา งองิ ในเอกสารวชิ าการทางการแพทย [อนิ เทอรเน็ต]. 2551
[เขา ถงึ เมือ่ 18 ต.ค. 2554]. เขาถงึ ไดจาก: http://liblog.dpu.ac.th/analyresource/wp-content/
uploads/2010/06/reference08.pdf
ในกรณีทเี่ ปน บทความวารสารบนอินเทอรเน็ต (Journal article on the Internet)
ลาํ ดับท่ี. ชื่อผูแตง (Author). ช่ือบทความ (Title of the article). ชอื่ วารสาร (Title of the Journal)
[ประเภทของส่ือ]. ปพ มิ พ [เขา ถึงเมื่อ/cited ป เดอื น วนั ท่ี];ปท ่:ี [หนา/about screen]. เขา ถึงได
จาก/Available from: http://….
ตวั อยาง
1. Annas GJ. Resurrection of a stem-cell funding barrier--Dickey-Wicker in court. N Engl J Med
[Internet]. 2010 [cited 2011 Jun 15];363:1687-9. Available from: http://www.nejm.org/
doi/pdf/10.1056/NEJMp1010466
4.การสง ตน ฉบบั
4.1 การพมิ พ
พิมพโดยใชโ ปรแกรม MS-Word แบบอักษรควรเปน TH Sarabun New ขนาด 16
การใชท ศนยิ ม สามารถใชท ศนยิ มหน่งึ หรอื สองตําแหนง ได และใชใ หเหมือนกนั ทง้ั เอกสาร
ขอ มลู อา งองิ ควรเปน ภาษาองั กฤษ
ภาพประกอบ แผนภาพ หรือรปู ภาพควรเปนภาพทม่ี คี วามคมชดั สงู คาํ อธบิ ายควรเขียนแยกกนั ไม
ควรเขยี นไวบ นภาพ
รูปแบบตารางตอ งสรางขน้ึ ใหมใ นโปรแกรม MS-Word ไมควรใชเปน ตารางทีเ่ ปน รูปภาพ
ปท ่ี 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564
4.2 การสง
ผเู ขียนดําเนนิ การสงบทความฯ ของตนเอง ผา นระบบ ThaiJO 2.0 วารสารโรคเอดส https://he02.
tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/index
ดาํ เนินการลงทะเบียน สมคั รสมาชกิ (Register)
ดําเนินการ log in เขา สูร ะบบ เลอื ก “สงบทความใหม” กรอกขอมูลใหครบถวนทกุ ขน้ั ตอน ทง้ั ภาษา
ไทยและภาษาองั กฤษ (ถาม)ี
ผูเขียนจะไดรับ Email ยืนยัน การสงตน ฉบบั จากระบบ ThaiJO 2.0 วารสารโรคเอดส
5. การรับเรอ่ื งตน ฉบบั
5.1 ตนฉบับทีผ่ ูเขยี นสงมา วารสารโรคเอดสจะดําเนินการสง ตอ ให Peer reviewer อยา งนอ ย 2 ทาน
รวมพจิ ารณา
5.2 วารสารโรคเอดส จะดาํ เนนิ การแจง ผลการพจิ ารณา ตอบรบั หรอื มขี อ เสนอแนะใหแ กไ ขปรบั ปรงุ /
ปฏิเสธ การเผยแพรบทความฯ ในวารสารโรคเอดส ผา นระบบ ThaiJO 2.0 วารสารโรคเอดส
5.3 เรอ่ื งทผี่ า นการพจิ ารณา และตอบรบั การเผยแพรบ ทความฯ วารสารโรคเอดสจ ะแจง และเผยแพร
ไฟลบทความฯ ในรูปแบบไฟลอิเล็กทรอนิกส ใหแกผูเขียนและผูสนใจสามารถดาวนโหลดได ระบบ ThaiJO
2.0 วารสารโรคเอดส (รายฉบบั )
ความรบั ผิดชอบ
บทความท่ีเผยแพรใ นวารสารโรคเอดส ถอื วา เปน ผลงานทางวิชาการ การวจิ ัย และการวิเคราะห ตลอดจน
เปนความเห็นสวนตัวของผูเขียน ไมใชความเห็นของกองโรคเอดสและโรคติดตอทางเพศสัมพันธ หรือกอง
บรรณาธกิ ารแตประการใด ผูเขยี นจาํ ตองรับผิดชอบตอ บทความของตน
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ¡ÒÃμ¾Õ ÔÁ¾ (Publication Ethics)
จริยธรรมการตพี มิ พ
จรรยาบรรณการเผยแพรวารสารโรคเอดส
วารสารโรคเอดส (Thai AIDS Journal) ไดรับการเผยแพร โดยมวี ัตถุประสงคเพอื่ แบง ปน และเผยแพร
ความกาวหนาในการเฝาระวัง ปองกันและควบคุมโรคเอดส โรคติดตอทางเพศสัมพันธ โรคไวรัสตับอักเสบ และ
ภัยคุกคามตอสุขภาพท่ีเก่ียวของจากโรคเอดส โรคติดตอทางเพศสัมพันธและโรคไวรัสตับอักเสบ และใชเปนเวที
ในการแบงปนและแลกเปลี่ยนความรูและประสบการณระหวางบุคคลที่สนใจ นักวิชาการและผูที่มีสวนรวมใน
การควบคมุ โรค
บทบาทและหนาที่ของบรรณาธิการ
1. การตัดสินใจของบรรณาธิการตอ การ “ตอบรบั ” หรอื “ปฏิเสธ” การเผยแพรบ ทความ ควรขน้ึ อยกู ับ
เน้อื หาบทความทสี่ อดคลอ งกับเปาหมาย คุณภาพ ความสําคัญ ความใหม และความชดั เจนของบทความ ตลอดจน
ความเก่ียวของกับขอบเขตของวารสารโรคเอดส และมีการตรวจสอบการคัดลอกผลงานผูอื่น (plagiarism)
อยา งจรงิ จงั โดยใชโ ปรแกรมทเ่ี ชอ่ื ถอื ไดเ พอ่ื ใหแ นใ จวา บทความทเี่ ผยแพรใ นวารสารไมม กี ารคดั ลอกผลงานของผอู น่ื
และหากตรวจพบการคัดลอกผลงานของผูอื่นตองดําเนินการหยุดกระบวนการประเมินบทความ และติดตอผูเขียน
บทความทันที เพ่ือขอคาํ ชี้แจงประกอบการประเมินบทความนัน้ ๆ
2. บรรณาธิการมีหนาท่ีพิจารณาเผยแพรผลงานวิจัยท่ีมีระเบียบวิธีการศึกษาท่ีถูกตอง และใหผล
ทนี่ า เช่อื ถอื สมควร เผยแพรในวารสารโรคเอดสห รอื ไม
3. บรรณาธิการตองใชเหตุผลทางวิชาการในการพิจารณาบทความ โดยปราศจากอคติที่มีตอบทความ
และผูเ ขยี นในดานเชอื้ ชาติ เพศ ศาสนา วฒั นธรรม การเมอื ง และสงั กดั ของผเู ขียน
4. บรรณาธิการตองไมมีสวนไดสวนเสียหรือผลประโยชนทับซอนกับผูเขียนหรือผูประเมินบทความ และ
ไมนาํ บทความหรอื วารสารไปใชป ระโยชนในเชงิ ธุรกจิ หรอื นาํ ไปเปนผลงานทางวชิ าการของตนเอง
5. บรรณาธิการตองไมแกไขหรือเปล่ียนแปลงเนื้อหาบทความและผลประเมินของผูประเมินบทความ
รวมถึงไมปดกนั้ หรอื แทรกแซงขอมูลทใ่ี ชแ ลกเปลยี่ นระหวา งผปู ระเมินบทความและผเู ขียน
6. บรรณาธิการจะตองไมเปด เผยตัวตนของผูเขยี นและผปู ระเมนิ บทความแกบ ุคคลอ่ืน ๆ ทไ่ี มเก่ียวขอ ง
ในชว งเวลาของการประเมนิ บทความ
7. บรรณาธิการตองปฏบิ ัตติ ามกระบวนการและขนั้ ตอนตาง ๆ ของวารสารโรคเอดสอ ยางเครงครดั
8. บรรณาธิการตองรักษามาตรฐานของวารสารโรคเอดส รวมถึงพัฒนาวารสารใหมีคุณภาพและมีความ
ทนั สมยั เสมอ
9. ทาํ การชแี้ จง การแกไ ขดว ยความเตม็ ใจ การทาํ ใหเ กดิ ความกระจา ง การถอน และการขออภยั หากจาํ เปน
บทบาทและหนาท่ขี องผเู ขียน
1. ผูเขียนตองไมสงบทความท่ีไดรับการตีพิมพเผยแพรท่ีใดมากอน และไมสงตนฉบับบทความซํ้าซอน
กับวารสารอื่น และผูเขียนตองไมนําผลงานไปเผยแพรหรือตีพิมพกับแหลงอ่ืน ๆ หลังจากที่ไดรับการเผยแพร
ในวารสารโรคเอดสแลว
ปท ่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564
2. ผูเขียนจะตองระบุชื่อแหลงทุนท่ีใหการสนับสนุนในการทําวิจัย (ถามี) และจะตองระบุผลประโยชน
ทบั ซอน (ถา ม)ี
3. ช่ือคณะผูเขียนท่ีปรากฏในบทความตองเปนผูท่ีมีสวนรวมในผลงานน้ีจริง ไดแก การกําหนด
กรอบแนวคิดการออกแบบการศึกษา/วิจัย การดําเนินการ และการวิเคราะห ตีความผลการศึกษา/วิจัย ท่ีนําไปสู
บทความ
4. หากบทความทเ่ี สนอพจิ ารณาเผยแพรใ นวารสารโรคเอดสม คี วามเกยี่ วกบั ในเรอ่ื งมนษุ ย ผเู ขยี นจะตอ ง
ระบหุ ลกั ฐานวา โครงรางการวิจัยดังกลาวไดร ับการอนมุ ัตจิ ากคณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั ที่เกยี่ วของแลว
5. ผูเขียนไมละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผูอ่ืน และตองมีการอางอิงทุกครั้งเมื่อนําผลงานของผูอื่น
มานาํ เสนอ หรืออางอิงในเน้ือหาบทความของตนเอง
6. ผูเขียนจะตองอางอิงผลงาน ภาพหรือตาราง หากมีการนํามาใชในบทความของตนเอง โดยตองระบุ
การไดร บั อนญุ าตใหใ ชใ นเน้ือหา “ที่มา” เพ่ือปอ งกนั การละเมิดลขิ สิทธ์ิ (หากมีการฟอ งรอ งจะเปน ความรบั ผิดชอบ
ของผเู ขยี นแตเพียงผเู ดยี ว ทางวารสารโรคเอดส จะไมร บั ผิดชอบใด ๆ ทัง้ สน้ิ )
7. ในบทความ ผเู ขยี นจะตอ งไมร ายงานขอ มลู ทคี่ ลาดเคลอื่ นจากความเปน จรงิ ไมว า จะเปน การสรา งขอ มลู
เทจ็ หรือการปลอมแปลง บิดเบอื น รวมไปถึงการตกแตง หรือเลอื กแสดงขอมูลเฉพาะท่ีสอดคลอ งกับขอ สรปุ
8. หากเปนไปได ผูเขียนจะตองขออนุญาต จากผูท่ีมีสวนรวมในการศึกษา กอนที่จะระบุช่ือ
ไวใ นกติ ติกรรมประกาศ
บทบาทและหนาทขี่ องผูป ระเมนิ บทความ
1. ผูประเมินบทความตองคํานึงถึงคุณภาพของบทความเปนหลัก โดยพิจารณาบทความภายใตหลักการ
และเหตุผลทางวชิ าการ โดยปราศจากอคตหิ รอื ความคิดเหน็ สว นตวั และไมมีสวนไดสว นเสยี กบั ผนู ิพนธใ ด ๆ ท้ัง
สิ้น หากผูประเมนิ บทความตระหนกั วา ตนเองอาจมผี ลประโยชนท ับซอ นกบั ผนู ิพนธท ที่ ําใหไมสามารถใหขอ คิดเห็น
และขอเสนอแนะอยางอิสระได ผูประเมินบทความควรแจงใหบรรณาธิการวารสารโรคเอดสทราบ และปฏิเสธการ
ประเมนิ บทความน้ัน ๆ
2. ผปู ระเมนิ บทความตอ งไมแ สวงหาประโยชนจ ากผลงานทางวชิ าการทตี่ นเองไดท าํ การพจิ ารณาประเมนิ
บทความและไมน ําขอ มลู บางสว นหรอื ทุกสวนของบทความไปเปนผลงานของตนเอง
3. ผูประเมินบทความควรมีความเช่ียวชาญในสาขาวิชาท่ีตนประเมินบทความ โดยพิจารณาความสําคัญ
ของเนื้อหาในบทความทีม่ ตี อสาขาวชิ าน้ัน ๆ คุณภาพของการวิเคราะหและความเขมขน ของผลงานหรอื ระบุผลงาน
วิจัยท่สี ําคัญ ๆ และสอดคลองกับบทความทกี่ าํ ลังประเมิน และผูประเมินไมควรใชค วามคดิ เห็นสว นตวั ทไี่ มมขี อมูล
รองรับมาเปนเกณฑใ นการตดั สนิ บทความ
4. เม่อื ผูประเมินบทความพบวา มีสวนใดของบทความทม่ี คี วามเหมอื นหรอื ซา้ํ ซอ นกับผลงานชนิ้ อ่นื ๆ
ผปู ระเมนิ บทความตอ งดาํ เนินการแจงใหบรรณาธิการทราบโดยทันที
5. ผปู ระเมนิ บทความตองรกั ษาระยะเวลาประเมินตามกรอบเวลาประเมนิ ทีว่ ารสารโรคเอดสกาํ หนด
6. ผปู ระเมนิ บทความตอ งรกั ษาความลบั และไมเ ปด เผยขอ มลู ของบทความทส่ี ง มาเพอื่ พจิ ารณาแกบ คุ คล
ทไี่ มเ กยี่ วขอ ง ในชว งระยะเวลาของการประเมินบทความ
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 End of life plan for Tuberculosis Patients
วารสารโรคเอดส ปท่ี 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.-พ.ค. 2564
Thai AIDS Journal Vol. 33 No. 2 Feb-May 2021
นพิ นธต น ฉบบั Original Article
การวางแผนบนั้ ปลายชวี ิตในผปู ว ยวณั โรค
END OF LIFE PLAN FOR TUBERCULOSIS PATIENTS
ปย ะวดี สุมาลัย Piyawadee Sumalai,
วรุณยุพา สกล Warunyupa Sakol,
อารีรัตน นิลาวรรณ Areerat Nilawan
สถาบันบําราศนราดรู Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute
Received: 11/01/2021
Revised: 02/02/2021
Accepted: 24/03/2021
บทคดั ยอ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาการวางแผนบ้ันปลายชีวิตผูปวยวัณโรคและความเขาใจของผูปวย
เกย่ี วกบั การดแู ลแบบประคบั ประคอง ดาํ เนนิ การวจิ ยั ระหวา งวนั ท่ี 26 มนี าคม 2562-2 มนี าคม 2563 กลมุ ตวั อยา ง
คือ ผูปวยวัณโรคจํานวน 28 ราย เครื่องมือที่ใชในการวิจัยคือแบบประเมินวางแผนบั้นปลายชีวิตของโรงพยาบาล
บางดว น จงั หวัดสมุทรปราการ วิเคราะหขอมลู โดยการวเิ คราะหเนือ้ หา การแจกแจงความถี่ รอยละ และ คาเฉลี่ย
ผลการศกึ ษาพบวา กลมุ ตวั อยาง 28 ราย เปน ผปู ว ยทไ่ี ดร ับการวินจิ ฉยั วาเปนวัณโรค เปน เพศชาย 20 ราย
(รอยละ 71.43) เพศหญงิ 8 ราย (รอ ยละ 28.57) โดยมีอายุเฉลยี่ 55.32 ป (SD=18.09) จากขอ คําถามใน
แบบประเมินพบวา กลุมตัวอยางสวนมากมีความสุขนอย (รอยละ 92.90) สิ่งสําคัญที่สุดในชีวิตของผูปวยคือ
ครอบครัว (รอ ยละ 60.70) ไมต อ งการความทุกขท รมาน (รอ ยละ 82.20) คิดวาโรคที่เปนอยไู มแนใ จวาจะหาย
หรอื จะไมหาย (รอ ยละ 75.00) ถา เลอื กไดอนาคตมีชีวติ อยอู ีก 5 ป (รอ ยละ 46.40) และ มสี ่ิงที่เปน หว งยังจดั การ
ไมเรียบรอยคือเร่ืองครอบครัว (รอยละ 42.90) และถาอยูจนครบเวลาตองการจากไปแบบจะสูกับโรคและ
อยใู หน านทส่ี ดุ เทา ที่จะทําไดแมจะทุกขท รมานแคไหนกต็ าม ในอนาคตถาอาการทรดุ หนัก ใหแ พทยชวยใหย ารักษา
อาการท่ัวไป เพ่ือใหไมทุกขทรมาน สําหรับความเขาใจของกลุมตัวอยางเกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคอง คือ
เม่ือเจ็บปวยไดใหยารักษา ไมทุกขทรมาน และการมีชีวิตอยูโดยไมเปนภาระแกคนท่ีรัก ตองการไดรับการยอมรับ
ไมถูกมองวาเปนภาระของญาติมิตรหรือบุคลากรทางการแพทย สามารถไดรับการอธิบายถึงอาการที่เปนอยูและ
มีสวนรวมในการตัดสนิ ใจ
การศึกษาครั้งน้ีสามารถนําขอมูลท่ีไดเปนแนวทางในการใหกําลังใจแกผูปวยรายอื่น (ในประเด็นที่
กลมุ ตัวอยา งมที ศั นคตวิ าจะตอ สกู ับโรค) เปน แนวทางในการตัดสินใจ
Abstract
This study aims to study the use of assessment forms for end of life plan of tuberculosis patients and
their understanding of palliative care. The study was conducted during 26 March 2019 - 2 March 2020.
The sample consisted of 28 TB patients. The research instrument was the end of life plan assessment
36
ปท ี่ 33 ฉบับท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การวางแผนบ้ันปลายชีวิตในผูป วยวณั โรค
Conducted by Bangduan Hospital, Samutprakan. The data were analyzed by content analysis distribution,
frequency, percentage and average.
The result shown that among 28 study subjects who were diagnosed with tuberculosis, 20 males
(71.43%), 8 females (28.57%), with an average age of 55.32 years (SD =18.09). From the question in
the assessment, it was found that most of the sample were less happy (92.90%).The most important thing
in a patient’s life is the family (60.70%) and do not want them suffer (82.20%). Most of the subjects
thought that the existing disease is uncertain whether it can be heal or not (75.00%). If possible, they
expected to live longer for another 5 years (46.40%). And 42.90% of them were worried about the
unsettling family issues. If they can stay until the end of time they want to live for fighting with the disease
and stay as long as possible, no matter how much suffering. In the future, if symptoms subside they need help
from a doctor to provide medication for treating the common symptoms. The patient needs adequate care, beloved
and accepted without any negative attitude such as a burden of caregivers or health care providers. The
palliative care’s subjects understand that when sickness has given medicine not suffering and living without
being a burden to loved ones. Want to be recognized not seen as a burden of relatives or medical personnel be able
to describe symptoms and be involved in decision-making.
This study can use information that has been shown to provide encouragement to other patients
(the issue of the sample group’s attitude to fight disease) as a guideline for decision making.
คาํ สาํ คัญ Keywords
วางแผน บ้นั ปลายชวี ิต ผปู ว ยวัณโรค Plan, End of life, Tuberculosis patient
บทนาํ พบมากข้ึน อวัยวะที่พบบอย ไดแก ตอมนํ้าเหลือง
วัณโรคเปนปญหาสาธารณสุขของประเทศไทย (พบมากท่ีสุด) กระดูก (มักพบท่ีกระดูกสันหลัง)
องคการอนามัยโลกจัดใหประเทศไทยเปน 1 ใน 14 เยอ่ื หมุ ปอด ระบบทางเดินปสสาวะ ลําไส เย่อื หุม สมอง
ประเทศของโลกที่มีภาระวัณโรค วัณโรคท่ีสัมพันธกับ เยอ่ื หมุ หวั ใจ ผวิ หนงั การตดิ เชอ้ื เอชไอวี ทาํ ใหภ มู ติ า นทาน
การติดเช้ือเอชไอวี และวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง ของรางกายลดลง เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหผูติดเช้ือ
จากการคาดประมาณขององคการอนามัยโลก ป 2559 มีโอกาสเสี่ยงตอการปวยเปนวัณโรคมากกวาคนท่ีมี
ประเทศไทยมีอุบัติการณผูปวยวัณโรครายใหมและ ภูมิคุมกนั ปกติ ประมาณ 20-30 เทา โดยพบการปวย
กลับมาเปนซ้ํา 119,000 ราย ผูปวยวัณโรคท่ีสัมพันธ เปนวัณโรคไดทุกระยะของการติดเช้ือเอชไอวีและ
กับการติดเชื้อเอชไอวี 10,000 ราย และผูปวยวัณโรค ทุกระดับ CD4 นอกจากนี้วัณโรคยังทําใหเช้ือเอชไอวี
ด้ือยา RR/MDR-TB 4,700 ราย วัณโรคเปนไดทุก เพม่ิ จาํ นวนมากขน้ึ สง ผลใหผ ทู ตี่ ดิ เชอื้ เอชไอวดี าํ เนนิ โรค
อวัยวะ แตที่พบมากท่ีสุดคือปอด (pulmonary TB) เปนโรคเอดสเร็วขึ้น และวัณโรคเปนสาเหตุหลักของ
ประมาณรอ ยละ 80.00 ของวณั โรคทง้ั หมด และสามารถ การเสยี ชวี ติ ในผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวี (ประมาณ รอ ยละ 24.00)
แพรเชื้อไปสูผูอื่น วัณโรคนอกปอด (extrapulmonary เบาหวานเปน โรคทเ่ี กยี่ วกบั ระดบั ฮอรโ มนและความบกพรอ ง
TB) พบไดป ระมาณรอ ยละ 20.00 แตใ นผปู ว ยทตี่ ดิ เชอ้ื ของภูมิคุมกันอีกโรคหน่ึงท่ีมีความสัมพันธกับวัณโรค
เอชไอวีรวมดวยสัดสวนของวัณโรคนอกปอดมักจะ ผูปวยเบาหวานมีความเส่ียงตอการปวยเปนวัณโรค
37
Thai AIDS Journal End of life plan for Tuberculosis Patients
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
มากกวา ผูท่ีไมป ว ยเปน เบาหวาน 3 เทา เน่ืองจากผปู ว ย หลอดเลอื ด รอ ยละ 38.50 โรคมะเรง็ รอ ยละ 34.00
เบาหวานมีระบบภูมิคมุ กันของรางกายลดลง นอกจากน้ี โรคดา นระบบทางเดนิ หายใจ รอ ยละ 10.30 โรคเอดส
ยังพบวาผูปวยวัณโรคท่ีมีเบาหวานเสียชีวิตในระหวาง รอ ยละ 5.00 โรคเบาหวาน รอยละ 4.60 นอกจากนี้
การรักษาวัณโรคคอนขางมาก และมีโอกาสกลับเปน ยงั มกี ลมุ โรคอนื่ ๆ ทตี่ อ งการการดแู ลแบบ Palliative care
ซ้าํ สงู ดังนนั้ ภมู คิ ุม กันรางกายท่ีไมแขง็ แรง เชน ผตู ดิ เชอื้ ดวยเชนกัน อาทิ ไตวาย โรคตับเร้ือรัง โรคปลอก
เอชไอวี ผทู มี่ ีภาวะขาดสารอาหาร (malnutrition) หรอื ประสาทเส่ือม พารกินสัน โรคขออักเสบ รูมาตอยด
ผสู งู อายทุ ม่ี โี รครว ม จงึ มคี วามเสย่ี งทจ่ี ะทาํ ใหเ สยี ชวี ติ ได กลุมโรคความผิดปกติทางระบบประสาท สมองเส่ือม
งายจากโรควัณโรค(1) บางคนไมไดมีโอกาสท่ีจะวางแผน ความพกิ ารแตก าํ เนดิ วณั โรคด้ือยา(2) การรักษาท่ีมุงให
บ้ันปลายชีวิต ไมมีโอกาสท่ีจะทําส่ิงที่ตนเองตองการ ผปู ว ยปราศจากความทกุ ขท รมาน อนั เนอ่ื งจาก โรคหรอื
เนอ่ื งจากมกี ารเจ็บปว ยเร้ือรงั การเจบ็ ปว ย (Compassionate Palliative Care) หมายถึง
การดูแลรักษาที่มุงใหผูปวยมีความสุขสบายมากท่ีสุด
ในป พ.ศ. 2533 องคการอนามัยโลกได เทาท่ีจะสามารถทําไดในชวงสุดทายของโรค ซึ่งไดแก
ใหคําจํากัดความของ Palliative Care วาเปน “วิธีการ การหลกี เลย่ี งการรกั ษาทมี่ งุ เนน เพอื่ ใหผ ปู ว ยหายจากโรค
ดูแลผูปวยที่เปนโรคท่ีรักษาไมหาย โดยใหการปองกัน แตท าํ ใหผ ปู ว ยไดร บั ความทกุ ขท รมาน และการใหย าเพอ่ื
และบรรเทาอาการ ตลอดจนความทกุ ขท รมานดา นตา งๆ ลดความทุกขทรมานจากโรค แตการดแู ลผปู ว ยดังกลาว
ที่อาจจะเกิดขึ้น เปนการดูแลแบบองครวม ครอบคลุม ใหค รอบคลมุ ทกุ ดา น (เชน ดา นจติ ใจ อารมณ ความรสู กึ )
ทกุ มติ ขิ องสขุ ภาพอนั ไดแ ก กาย ใจ สงั คม และจติ วญิ ญาณ มีความสําคัญมากกวา รายละเอียดปลีกยอยอื่นๆ
ของผูปวย มีเปาหมายหลักของการดูแลเพ่ือลดความ ซึ่งการตั้งเปาหมายการรักษาท่ีเหมาะสมสําหรับผูปวย
ทรมานของผูปวย เพิ่มคุณภาพชีวิตของผูปวยและ รายหนึ่งได(4) อยางไรก็ตามความตองการนี้อาจมีการ
ครอบครัว และทําใหผูปวยไดเสียชีวิตอยางสงบหรือ เปลยี่ นแปลงได โดยเฉพาะในชว งทผี่ ปู ว ยอาการหนกั และ
ตายดี” ปจจุบันทางองคการอนามัยโลกไดใหคําจํากัด ครอบครวั เปน ผตู ดั สนิ ใจแทนผปู ว ย ดงั นน้ั การดแู ลผปู ว ย
ความใหมของ Palliative Care ไววาเปน “วิธีการดูแล เสียชีวิตที่บานเปนเรื่องที่ผูดูแลตองเปนผูมีความรู
ท่ีเปนการเพ่ิมคุณภาพชีวิตของผูปวย ท่ีปวยดวยโรค ประสบการณ และผา นการฝก ทกั ษะมาเปน อยา งดเี พอ่ื ให
ที่คุกคามตอชีวิต โดยใหการปองกันและบรรเทา สามารถฃตอบสนองความตอ งการของผปู ว ย ใหก ารดแู ล
ความทกุ ขท รมานตา ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั ผปู ว ยและครอบครวั ทเี่ อือ้ ตอ การเสยี ชวี ิตอยางสงบท่ีบา นได( 6-7)
ดวยการเขาไปดูแลปญหาสุขภาพที่เกิดข้ึนต้ังแต
ในระยะแรกๆ ของโรค รวมท้ังทําการประเมินปญหา สําหรับกลุมผูปวยวัณโรคท่ีตองการการดูแล
สุขภาพ ทั้งทางดาน กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ แบบประคับประคองสวนใหญมีความส้ินหวัง ไมอยาก
อยา งละเอียดครบถว น” โดยเนนทีก่ ารดูแลรกั ษาอาการ มีชีวิตอยู มักจะเขามานอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
ที่ทําใหทุกขทรมาน ท้ังอาการเจ็บปวยทางกาย ปญหา บอ ยๆ ประกอบกับมีโรคประจําตวั รวม เชน โรคมะเรง็
ทางจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ แบบองครวมและ โรคติดเชื้อเอชไอวี จึงจําเปนตองการดูแลแบบประคับ
ควรใหการรักษาดังกลาวต้ังแตระยะแรกที่เร่ิมวินิจฉัยวา ประคอง มงุ ใหค วามสขุ สบายแกผ ปู ว ย ชว ยลดความทกุ ข
ผปู ว ยเปน โรคระยะสดุ ทา ย (Terminal illness) จนกระทง่ั ทรมานจากความปวดครอบคลุมถึงจิตวิญญาณ และ
ผูปวยเสียชีวิต และรวมถึงการดูแลครอบครัวของผูปวย ตระหนกั ถงึ การตายอยา งสมศกั ดศิ์ รขี องความเปน มนษุ ย
หลังจากการสูญเสีย(2-4) ทั้งน้ีองคการอนามัยโลก (dignified death) รวมถงึ ครอบครวั ทม่ี ผี ปู ว ยอยใู นระยะ
ระบตุ วั เลขผปู ว ยทต่ี อ งการเขา รบั บรกิ ารแบบ Palliative care สุดทาย และหลังเสียชีวิตแลว ปญหาอาการเจ็บปวย
ทั่วโลก แบงเปนประเภทของโรค ดังนี้ โรคหัวใจและ การเขา โรงพยาบาลบอ ยครง้ั รวมถงึ การไมอ ยากมชี วี ติ อยู
38
ปท่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การวางแผนบ้ันปลายชวี ติ ในผปู ว ยวณั โรค
ตอไป ซึ่งจะทําอยางไรใหผูดูแลหรือญาติผูปวยทราบ จากการคาํ นวณกลุมตวั อยา ง จากสถติ ิผูปว ยที่
ถงึ ปญ หาหรอื ความตอ งการของผปู ว ย วา เมอ่ื ไรตอ งดแู ล ไดร บั การดแู ลแบบประคบั ประคองในปง บประมาณ 2561
ผูปวยแบบประคับประคอง ทีมผูวิจัยจึงมีความสนใจ จํานวน 31 ราย เปดตารางสําเร็จรูปของเครซี่และ
การวางแผนบ้ันปลายชีวิตของผูปวยกลุมนี้ เพ่ือเปน มอรแ กน(9) ทําใหไดก ลุม ตัวอยา ง 28 ราย
การประเมินและเตรียมความพรอมในการดูแลผูปวย เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั
ตอไป
แบบประเมินการวางแผน บั้นปลายชีวิตของ
วัตถปุ ระสงคข องการวจิ ยั โรงพยาบาลบางดว น จงั หวดั สมทุ รปราการ(10) เปนหน่ึงใน
ชุดเคร่ืองมือของสมุทรปราการโมเดลท่ีเกิดจากแนวคิด
1.เพ่ือศึกษาการวางแผนบ้ันปลายชีวิตผูปวย การพฒั นาระบบงานเยย่ี มบา นในชมุ ชนของทมี โรงพยาบาล
วณั โรค สมทุ รปราการ โดยมกี ลมุ ประชาชนในชมุ ชนคอื กลมุ ผปู ว ย
โรคเรอ้ื รงั ผสู ูงอายุ ผูพกิ าร ผดู แู ล และผปู ว ยระยะสดุ ทา ย
2.เพอื่ ศกึ ษาความเขา ใจของผปู ว ยเกยี่ วกบั การ เพอ่ื จะแกป ญ หาในการดแู ล ผูปว ยในชมุ ชน โดยประกอบ
ดูแลแบบประคับประคอง ดว ยขอคาํ ถาม 5 ขอ ดงั นี้ (รูปที่ 2)
การตรวจสอบคุณภาพ
วธิ กี ารวจิ ัย
เคร่ืองมือชุดนี้ผานการตรวจสอบเน้ือหาจาก
รูปแบบการศึกษาครั้งนี้ใชการศึกษาวิจัย ทมี วชิ าการของสาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สมทุ รปราการ
แบบพรรณนา แบบตัดขวาง (Cross-sectional ซงึ่ นาํ ไปใชก บั กลมุ ผปู ว ยโรคเรอ้ื รงั ในชมุ ชนจาํ นวน 30 ราย
Descriptive Studies) วิเคราะหโดยการใชสัมประสิทธ์ิอัลฟาของครอนบาค(8)
ไดค า ความเชอื่ มนั่ (reliability) อยูท ี่ 0.91
ประชากร คอื ผปู ว ยวณั โรคทมี่ ารบั บรกิ ารทต่ี กึ การเก็บรวบรวมขอ มูล
วัณโรค (ตึกอายุรกรรม 4) ในสถาบันบําราศนราดูร
ระหวา งวันท่ี 26 มนี าคม 2562-2 มีนาคม 2563 ทีมผูวิจัยดําเนินการเก็บขอมูล โดยทําการ
กลมุ ตวั อยาง อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคขอความยนิ ยอมและแจกแบบสอบถาม
ใหกลุมตัวอยางตอบดวยตนเองหลังจากขอรับรองการ
Inclusion Criteria พจิ ารณาโครงรา งวจิ ยั จากคณะกรรมการวจิ ยั ของสถาบนั
- ผูปว ยทุกเพศ บาํ ราศนราดรู (รหสั N001h/61_ExPD) และขออนญุ าต
- มอี ายมุ ากกวา 18 ปขึ้นไป ผูอาํ นวยการสถาบนั บําราศนราดูร
- ผปู วยท่ไี ดรบั การวนิ จิ ฉยั วา เปนโรควัณโรค การวเิ คราะหข อ มลู รอ ยละ คา เฉล่ยี
- ผปู ว ยทไี่ ดร บั การประเมนิ โดยใชแ บบประเมนิ
ระดับผูปวยที่ไดรับการดูแลแบบประคับประคอง ฉบับ
สวนดอก(8)(รปู ท1ี่ )ทม่ี คี า คะแนนรอ ยละ0-50(ประเมิน
โดยทีมผูวจิ ัย)
- ผูปว ยยินยอมเขา รว มโครงการ
Exclusion Criteria
- ผปู ว ยไมใหค วามยนิ ยอมเขาโครงการ
- ผปู ว ยไมร สู ึกตัว
39
Thai AIDS Journal End of life plan for Tuberculosis Patients
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
รูปที่ 1 แบบประเมนิ ระดบั ผปู วยท่ไี ดร บั การดแู ลแบบประคับประคอง ฉบับสวนดอก
40
ปท ่ี 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การวางแผนบ้ันปลายชีวิตในผูปว ยวณั โรค
รูปท่ี 2 แบบประเมินวางแผนบ้นั ปลายชีวิตของโรงพยาบาลบางดวน
ผลการวิจัย 71.43) เพศหญิง 8 ราย (รอยละ 28.57) โดยมีอายุ
ขอ มูลสว นบคุ คล นอยท่สี ดุ 28 ป อายมุ ากที่สดุ 88 ป อายเุ ฉลยี่ 55.32 ป
กลุมตัวอยาง 28 ราย เปนผูปวยที่ไดรับการ (SD=18.09) รายละเอียดดงั ตารางที่ 1
วินิจฉัยวาเปนวัณโรค เปนเพศชาย 20 ราย (รอยละ
ตารางท่ี 1 ขอ มูลสว นบคุ คล
ขอ มูลสวนบุคคล จํานวน รอ ยละ
เพศ
20 71.43
ชาย 8 28.57
หญิง
อาย(ุ ป) x =55.32 SD=18.09
อายนุ อ ยทสี่ ดุ 28 ป
อายุมากที่สดุ 88 ป
จากตารางท่ี 2 ขอมูลแบบประเมินวางแผน ทเ่ี ปน อยรู กั ษาไมห ายกลมุ ตวั อยา ง สว นใหญค ดิ วา ไมอ ยาก
บน้ั ปลายชวี ติ ผปู ว ยวณั โรค กลมุ ตวั อยา งสว นใหญม คี วาม ทุกขทรมานยอมรับได 13 ราย (รอยละ 46.40)
สขุ นอ ย 26 ราย (รอ ยละ 92.90) สิ่งสําคญั ทส่ี ดุ ในชวี ติ
ของกลุมตัวอยางสวนใหญคือ ครอบครัว 17 ราย สําหรับเร่ืองการวางแผนเก่ียวกับโรคและ
(รอยละ 60.70) ถาใหเลือกอะไรสําคัญกวาระหวาง การรักษาในอนาคตไววา กลุมตัวอยางสวนใหญเลือก
ไมทุกขทรมานไมเปนภาระ กับการมีชีวิตท่ียืนยาว ทจ่ี ะมชี วี ติ อกี 5 ป 13 ราย (รอ ยละ 46.40) กลมุ ตวั อยา ง
กลมุ ตัวอยา งสวนใหญ เลือก ไมท กุ ขทรมานไมเ ปน ภาระ สวนใหญ อยากหาย 10 ราย (รอ ยละ 35.80) จะทาํ ให
23 ราย (รอ ยละ 82.20) ในดา นโรคและภาวะสขุ ภาพ ชวี ติ ทเี่ หลอื อยมู คี วามสขุ กลมุ ตวั อยา งสว นใหญ ยงั มคี วาม
กลมุ ตวั อยา งสว นใหญค ดิ วา โรค/อาการทเ่ี ปน ไมแ นใ จวา เปน หว งครอบครวั 12 ราย ( รอ ยละ 42.90) กลมุ ตวั อยา ง
จะสามารถหายได 21 ราย (รอ ยละ 75.00) ถา โรค/อาการ สวนใหญ จะพยายามสูกับโรคดูกอน แตถาเริ่มทุกข
ทรมานจนทนไมไหวกห็ ยุด 14 ราย (รอยละ 50.00)
41
Thai AIDS Journal End of life plan for Tuberculosis Patients
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
ตารางท่ี 2 แสดงขอ มลู จากขอ คาํ ถามแบบประเมนิ วางแผนบนั้ ปลายชวี ติ ผปู วยวัณโรค
ขอ คําถาม จาํ นวน รอยละ
ชีวติ ในตอนน้มี คี วามสขุ มากแคไ หน
26 92.90
มคี วามสขุ นอ ย 2 7.10
มคี วามสุขปานกลาง
อะไรเปน ส่ิงสาํ คัญท่สี ดุ ในชีวติ ของผูปวย 17 60.70
ครอบครวั 5 17.90
การมชี ีวิตยืนยาว 4 14.30
การไมตอ งเปน ภาระใหก บั คนท่ีรกั 2 7.20
การไมทุกขทรมานจากโรค
ถา ใหเ ลือกอะไรสําคญั 23 82.20
ไมท ุกขท รมาน 5 17.90
การมีชวี ติ ยนื ยาว
คิดอยางไรเก่ยี วกับโรค/ภาวะสุขภาพท่ีเปน อย?ู 4 14.30
หายได 3 10.70
หายไมได 21 75.00
ไมแนใจ
ถาโรค/อาการที่เปนอยรู ักษาไมหายคิดวาอยา งไร 2 7.20
ต้งั ใจรักษา 1 3.60
อยูก บั ครอบครวั 1 3.60
ไมเ ปนภาระ 13 46.40
ไมอยากทกุ ขท รมานยอมรับได 3 10.70
แลวแตชะตาชวี ิต 8 28.60
อยากหาย อยากไปทํางาน
วางแผนเก่ยี วกบั โรคและการรกั ษาในอนาคตไวอยา งไรบา ง? 6 21.40
ถา เลอื กไดอนาคตมชี ีวติ อยอู ีกก่ีป. 13 46.40
1 ป
5 ป 10 35.80
อยากใชช วี ิตทเ่ี หลืออยา งไรใหมีความสุข 8 28.60
อยากหาย 6 21.50
ไมเ ปนภาระ 4 16.40
อยูกับความครอบครัว
มีแรงทาํ งาน 6 21.50
มีอะไรในชีวิตท่ีเปน หว งยงั จัดการไมเรียบรอ ยหรอื ไม 12 42.90
ไมม ี 10 30.60
เร่ืองครอบครัว
หวงลูก 8 28.60
ถาอยจู นครบเวลาอยากจากไปแบบไหน 14 50.00
จะสูกับโรคและอยูใหนานที่สดุ เทาทีจ่ ะทาํ ไดแ มจ ะทกุ ขทรมานแคไ หนก็ตาม 6 21.40
จะพยายามสกู ับโรคดูกอน แตถ าเร่มิ ทุกขท รมานจนทนไมไหวก็หยุด
ไมอ ยากทกุ ขท รมาน ยอมรับไดถ า จะมีชวี ติ ท่ีสนั้ ลง
42
ปที่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การวางแผนบนั้ ปลายชีวิตในผูปว ยวณั โรค
จะเห็นไดจากการใชแ บบประเมินนน้ั เปน แนว สรปุ ผลการวจิ ัย
คําถามชวยใหผูปวยไดตอบคําถามเกี่ยวการวางแผน การวางแผนบ้ันปลายชีวิตผูปวยวัณโรค
บั้นปลายชีวิต ซึ่งทําใหผูปวยสามารถตอบคําถามไดงาย จากแนวคําถามตามแบบประเมินวางแผนบ้ันปลายชีวิต
ขน้ึ และ กลมุ ตวั อยา งบางคนไดต อบเพม่ิ จากทกี่ าํ หนดไว กลุมตัวอยางจะมีการวางแผนบ้ันปลายชีวิตของตนเอง
ดังตอไปน้ี (โดยกลุมตัวอยางไดเขียนเพิ่มลงในแบบ เมอ่ื เรมิ่ เจบ็ ปว ยบอ ยขนึ้ ดงั นนั้ เพอ่ื จะไดท าํ ในสง่ิ ทต่ี นเอง
ประเมนิ เอง) ตองการ จึงมีการวางแผนเก่ียวกับครอบครัวเพ่ือจะได
1. ชีวิตในตอนนีม้ คี วามสขุ มากแคไหน ไมเปนภาระ สําหรับเร่ืองโรคน้ันถาหากไดรับขอมูล
ความสุขของแตล ะคนไมเหมือนกัน มกี ารวัดที่ จากทีมที่รักษาเพียงพอก็จะชวยในการวางแผนและ
ตางกนั ไป แตเมอ่ื มอี าการเจบ็ ปว ยความสขุ ก็จะลดนอย ตัดสินใจไดมากข้ึน จะไดไมทุกขทรมานและเปนภาระ
ลงไป ประกอบกับความกังวลของแตละบุคคลก็จะแตก แกคนรอบขางไดนอ ยลง
ตา งกนั ไป ทงั้ กงั วลเกย่ี วกบั สขุ ภาพการเจบ็ ปว ย และกงั วล ความเขาใจของผูปวยเก่ียวกับการดูแลแบบ
ทจี่ ะเปน ภาระของครอบครวั ประคับประคอง สําหรับความเขาใจของกลุมตัวอยาง
2. อะไรเปน สงิ่ สําคัญท่ีสุดในชวี ติ ของผปู ว ย เกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคอง ผูปวยและญาติ
การมีชีวิตท่ียืนยาวเปนสิ่งที่ทุกคนตองการ มีความเขาใจเก่ียวกับการดูแลแบบประคับประคอง
แตถาทุกคนสามารถรูวันที่จะจากไปก็นาจะดีจะไดทํา มากข้ึนคือเมื่อเจ็บปวยไดใหยารักษา ใหน้ําเกลือ
ในสิ่งที่อยากทํา จะไดไมคางคาในใจ และทุกคนคิดวา ใหยาแกปวด ยาฆา เชือ้ ไมทุกขทรมาน และการมีชีวติ อยู
ครอบครัว เปนสิ่งสําคัญ ถาหากกําหนดไดก็คือการ โดยไมเปนภาระแกคนที่รัก ผูปวยตองการไดรับการ
ไมทกุ ขท รมานจากโรคและการไมเ ปน ภาระแกค นอื่น ยอมรับ สามารถใหและไดรับความรัก ไมถูกมองวา
3. คดิ อยา งไรเกยี่ วกบั โรค/ภาวะสขุ ภาพทเ่ี ปน อยู เปนภาระของญาติมิตรหรือบุคลากรทางการแพทย
สําหรับอาการปวยน้ันถาหากไดขอมูลเก่ียวกับ สามารถไดรับการอธิบายถึงอาการที่เปนอยูและมีสวน
โรคเพียงพอก็จะชวยในการวางแผนชีวิตไดดวย และ รวมในการตดั สินใจ
จะทําใหเปนภาระแกคนรอบขางไดนอยลง สําหรับ
ความม่ันใจวาจะหายจากโรคน้ันนอยมาก ตองทําใจ อภิปรายผล
ยอมรับ การรักษาจะทําใหหายไดเพ่ือจะไดดีขึ้นและ ในการวิจัยคร้ังน้ี การวางแผนบ้ันปลายชีวิต
มีชีวติ ยืนนานท่ีสดุ ของผูปวยวัณโรค กลุมตัวอยางมีความคิดในการดูแล
4. วางแผนเก่ียวกับโรคและการรักษาใน สขุ ภาพของ รวมถงึ การเตรยี มการวางแผนทง้ั ดา นสงั คม
อนาคตไวอ ยา งไรบา ง เศรษฐกิจ และสุขภาพท่ีตองการปองกันและบรรเทา
ถาเลือกไดอนาคตมีชีวิตอยูอีกกี่ป ถาหายก็ อาการตลอดจนความทุกขทรมานดานตางๆ ที่อาจจะ
อยากจะอยูใหได 5 ปจะไดมีเวลาจัดการส่ิงตางๆ ท่ียัง เกดิ ขนึ้ เพราะการเจบ็ ปว ยทาํ ใหผ ปู ว ยตอ งแยกจากครอบครวั
ไมไ ดทาํ มาอยูโรงพยาบาล ถูกตัดขาดจากสังคม สถานท่ีทํางาน
5. ในอนาคตถาอาการทรุดหนัก อยากให หรอื สง่ิ แวดลอ มทค่ี นุ เคย ยงิ่ รบั รวู า ตนเองเปน โรคทรี่ กั ษา
แพทยช วยแคไหน ไมหายและกําลงั จะตายจงึ รสู กึ เศรา โดดเดยี่ ว และทอแท
ทุกคนบอกวาใหยารักษาอาการท่ัวไป ใหนํ้า ยอมตองการความรักและความสัมพันธท่ีดีจากทั้งญาติ
เกลอื ใหยาแกปวด ยาฆา เชื้อ เพอ่ื ใหไ มท กุ ขทรมาน
43
Thai AIDS Journal End of life plan for Tuberculosis Patients
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
และแพทย พยาบาลผูดูแล เชนเดียวกับการศึกษา ถูกทอดทิ้ง มีคนพูดคุยดวย โดยประเมินวาผูปวย
ของการศึกษาของ ธนวรรณ สินประเสิรฐ(11) ที่ศึกษา อยากพูด อยากฟงอะไร ใหความมั่นใจวาเขาจะไดรับ
การเรียนรูเพื่อการจัดการวาระสุดทายของชีวิตพบวา การดแู ลดที ส่ี ดุ การใหก าํ ลงั ใจ ใหค วามรกั ความเออ้ื อาทร
ผูสูงอายุกวาคร่ึงกลัวการเจ็บปวยหนัก สวนใหญไมกลัว จะทําใหผูปวยมีสภาพของจิตใจพรอมที่จะตอสูกับ
การเผชญิ ความตาย เชือ่ วา ความตายเปน เรื่องธรรมชาติ โรครายอยูเสมอ) ดานสังคม (โดยจะตองประเมินใน
ทงั้ หมดเชอ่ื วา การเตรยี มตวั กอ นตายเปน สงิ่ ทดี่ ี กวา ครงึ่ เร่ืองตอไปนี้ คือ บทบาทของผูปวยในครอบครัว
มีการเตรียมตัวกอนตายดานการจัดการทรัพยสิน เพราะบทบาทจะสง ผลกระทบตอ สภาวะจติ ใจของสมาชกิ
มีการทําฌาปนกิจสงเคราะห เน่ืองจากเปนส่ิงที่กังวล ในครอบครัวหรือศักยภาพในการจัดการปญหาตางๆ)
โดยเรยี นรูจากประสบการณท ่ีผา นมา หากปว ยหนกั และ และจติ วิญญาณ (ความตองการท่ีจะปฏิบตั ิกจิ กรรมดาน
เสียชีวิต ผูสูงอายุท้ังหมดตองการไดรับความชวยเหลือ ศาสนาที่ตนเองนับถือ เปนส่ิงท่ีจําเปนที่จะคงไวในเรื่อง
จากบุตรหลาน สวนใหญไมตองการทุกขทรมานจาก ความผกู พนั กบั พระเจา ของแตล ะบคุ คล เพอื่ ใหไ ดร บั การ
อุปกรณการแพทย ไมตองการใหบุตรหลานเสียเวลา ใหอ ภยั ความรกั ความหวงั ความไวว างใจ ความหมาย
เสยี ทรพั ยส นิ แตส ว นใหญไ มไ ดแ จง ความตอ งการใหบ ตุ ร และเปาหมายสูงสุดหรือความตองการที่จะปฏิบัติใน
หลานทราบและเกือบทั้งหมดไมมีความรูดานการแสดง ส่ิงท่ีตนเองคิดวาดีและหลีกเล่ียงส่ิงท่ีช่ัว) รวมถึงความ
เจตนาความตองการคร้งั สดุ ทาย ตองการที่จะปฏิบัติกิจกรรมดานศาสนาที่ตนเองนับถือ
เปน สงิ่ ทจี่ าํ เปน ทจ่ี ะคงไวใ นเรอื่ ง ความผกู พนั กบั พระเจา
ฉะน้ันทุกคนตองการอยูอยางมีความหมาย ของแตละบุคคล เพื่อใหไดรับการใหอภัย ความรัก
ห รื อ อ ยู อ ย า ง มี คุ ณ ค า ต อ บุ ค ค ล ที่ ต น เ อ ง รั ก ห รื อ ความหวงั ความไวว างใจ ความหมายและเปา หมายสงู สดุ
ทําประโยชนใหตนเองและสังคมที่ดํารงอยู ความ หรือความตองการท่ีจะปฏิบัติในส่ิงท่ีตนเองคิดวาดีและ
เอื้ออาทร ความรักความผูกพันของบุคคลในครอบครัว หลกี เลย่ี งสง่ิ ทช่ี วั่ (13) คลา ยกบั การศกึ ษาของเกวดี ฐามณ,ี
หรอื มติ รสหาย เปนกําลังสําคัญในการดําเนนิ ชีวิตทัง้ ใน อัจฉรยิ า ปทมุ วัน และ จอนผะจง เพง็ จาด(14) ท่ีไดศ กึ ษา
ยามปกติและยามเจ็บปวย มนุษยที่มีจิตวิญญาณท่ี ความตองการการดูแลแบบประคับประคองของผูปวย
เขมแขง็ จะสนใจศาสนาหรือมีปรัชญาในการดาํ เนนิ ชีวติ เด็กโรคมะเร็งและครอบครัวตามการรับรูของผูดูแล
ซ่ึงแสดงออกในรูปพฤติกรรมคือ การดําเนินชีวิตโดย ในครอบครัวพบวาความตองการการดูแลแบบประคับ
ยดึ ถอื คา นยิ มของตนเอง และแสดงออกถงึ ความตอ งการ ประคองของผูปวยเด็กโรคมะเร็งและครอบครัวตาม
มีสวนรวมในกิจกรรมทางศาสนา เมื่อยามเจ็บปวยจะใช การรับรูของผูดูแลในครอบครัว มี 6 ดาน คือ ขอมูล
วกิ ฤตใิ นชวี ติ ครงั้ นค้ี น หาความหมายของชวี ติ วา จะใชเ วลา เกี่ยวกับการดูแลรักษา การดูแลอาการเจ็บปวยของ
ที่เหลืออยูอยางไรกอนตาย(5) คลายกับการศึกษาของ ผปู ว ยเดก็ การดแู ลดา นจติ สงั คม การดแู ลดา นจติ วญิ ญาณ
อารยา ทิพยวงศและ บําเพ็ญจิต แสงชาติ(12) ท่ีศึกษา และในระยะเสียชีวิต ความชวยเหลือเกี่ยวกับการดูแล
วฒั นธรรมการดแู ลผสู งู อายรุ ะยะทา ยในชมุ ชน ซงึ่ ผลการ และการดูแลภายหลังเสยี ชีวิต
วิจัยสะทอนวัฒนธรรมการดูแลผูสูงอายุระยะทาย
ในชุมชน เปน 3 ลักษณะ ไดแก 1. การดูแลใหอยูดี ขอ เสนอแนะ
2. การดูแลรักษาดี และ 3. การดแู ลใหต ายดี ดังนน้ั จงึ
ตองมีการการประเมินผูปวยระยะสุดทายใหครอบคลุม 1. ขอเสนอแนะจากผลการวิจัย
ท้ังทางดานรางกาย (จะประเมินจากอาการไมสุขสบาย 1.1 นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดไ ปพฒั นาระบบการดแู ลแบบ
ความสามารถในการทํากิจกรรมของผูปวย) ดานจิตใจ
(การดูแลดานจิตใจมีความสําคัญ อยาใหผูปวยรูสึกวา ประคบั ประคองในสถาบันบําราศนราดูรได
44
ปท ่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การวางแผนบัน้ ปลายชีวิตในผปู ว ยวัณโรค
1.2 สามารถนาํ แบบประเมนิ วางแผนบน้ั ปลาย 5. The National Health Commission office. Guide
ชีวิตของโรงพยาบาลบางดวน จังหวัดสมุทรปราการ for the People, Palliative Care of the Elderly. 1st
ไปใชก ับผปู วยระยะสุดทายทุกกลมุ โรค edition, Bangkok: Pimdee company (TH);
1.3 เพอื่ เปน แนวทางในการใหก าํ ลงั ใจแกผ ปู ว ย 2018. (in Thai)
รายอื่น (ในประเด็นที่กลุมตัวอยางมีทัศนคติวาจะ 6. Tassanee Tongprateep. Spirituality : A dimension
ตอ สกู ับโรค) เปนแนวทางในการตดั สนิ ใจ of nursing. 1st edition, Bangkok: Chulalongkorn
2. ขอ เสนอแนะในการวิจยั ครงั้ ตอไป University Press (TH); 2011. (in Thai)
2.1 ในการศึกษาครั้งตอไปอาจหาเครื่องมือ 7. Office of Nursing, Office of the Permanent
อื่นๆมาประเมนิ และเตรียมวางแผนระยะทา ยของชวี ติ Secretary, Ministry of Public Health. Palliative
2.2 ในการศึกษาคร้ังตอไปถาหากมีกลุม nursing service system. Bangkok: Publishing of
ตัวอยางมากพอ ขอใหมีการวิเคราะหทัศนคติหรือ Suetawan (TH); 2016. (in Thai)
ความคิดเห็นที่แตกตางกันระหวาง เพศหญิง-เพศชาย 8. The Suandok Palliative care center, Maharaj
และเพศทางเลือก อายุ เพ่ือใหมีแนวทางการดูแล Nakorn Chaing Mai hospital. Palliative Perfor-
ทเ่ี หมาะสม mance Score (PPS). [Internet]. [cited 2019 Mar
2.3 ควรมีการศึกษาเก่ียวกับทัศนคติของ 15]. Available from https://w2.med.cmu.ac.th/
ผูรับบรกิ ารเกีย่ วกบั การดูแลแบบประคับประคอง spc/index.php?lang=en
2.4 ควรศึกษาทัศนคติของผูใหบริการ หรือ 9. Pragai Jirojanakul. Nursing Research: Concepts,
ผดู แู ล เพือ่ คน หาปจ จัยทีอ่ าจจะมผี ลตอการดแู ล Principles and Practices. 2nd edition, Nonthaburi:
Academic Welfare Program Royal, Institute of
เอกสารอา งองิ Thailand Office of the Permanent Secretary,
1. Division of Tuberculosis, Department of Disease Ministry of Public Health (TH); 2007. (in Thai)
Control. The TB situation in Thailand. [Internet]. 10.Bangduan Samutprakan Hospital. End-of-Life
[cited 2019 Jan 20]. Available from https:// Planning Assessment Form. Samut Prakan Model
www.tbthailand.org. Document Samut Prakan Provincial Public Health
2. World Health Organization. Palliative Care. Office (Document not published), 2016.
[Internet]. [cited 2019 Feb 10]. Available from 11.Tanawan Sinprasert. Learning to manage the
https://www.who.int/health-topics/palliative end of life. [dissertation]. [Nakhon Pathom]:
-care. Silapakorn University; 2013.
3. Darin Jaturapatporn. Happiness, love and under- 12.Araya Tipwong, Bumpenchit Sangchart. Cultural
standing in the end of life. 1st edition, Bangkok: care for older persons with end of life in commu-
Amarin Printing and Publishing Public Company nity. Thai Journal of Nursing. 2019 Jan; 68(1),
Limited (TH); 2018. (in Thai) 11-19.
4. Department of Medical Services, Ministry of
Public Health. Guidelines for the care of the
terminally ill patients. 1st edition, Bangkok:
2017. (in Thai).
45
Thai AIDS Journal End of life plan for Tuberculosis Patients
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021
13.Suphaphon Daodi, Choerchai Loetchitlekha, 14.Gewadee Thamanee, Autchareeya Patoomwan,
Wirot Suplinwong. Palliative care: a Christian Johnphajong Phengjard. Palliative Care Needs of
perspective. 1st edition, Bangkok: Saint Louis Children with Cancer and Their Families as
College (TH); 2010. (in Thai) Perceived by Family Caregivers. Rama Nurs J.
2018 September-December. 24(3): 295-312.
46
ปท ี่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศกึ ษาลําดบั พันธุกรรมทางอณูชีวโมเลกลุ ของเชือ้ หนองใน ในกลุมบางรกั โรคติดตอทาง
วารสารโรคเอดส ปท ี่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ. 25เ6พ3ศ-สพัม.พคัน.ธ2ด5ว6ยว4ิธี Neisseria TgohnaoirrAhIoDeaSeJmoulrtniaanltiVgeonl.s3eq3ueNncoe. t2ypFinegb-(MNGa-yM2A0S2T1)
นิพนธต นฉบบั Original Article
การศึกษาลําดบั พันธุกรรมทางอณชู วี โมเลกุลของเช้อื หนองใน ในกลุมบางรัก
โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธด ว ยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing
(NG-MAST)
STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE
IN BANGRAK STIS CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN
SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
นรศิ รา อยูจุย Narissara Yuchui
กลมุ บางรักโรคติดตอทางเพศสัมพนั ธ Bangrak STIs Center,
กองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ Division of AIDS and STIs,
กรมควบคมุ โรค Department of Disease Control,
Received: 03/03/2021
Revised: 12/03/2021
Accepted: 23/03/2021
บทคดั ยอ
โรคหนองในมสี าเหตมุ าจากเชอ้ื แบคทเี รยี ทชี่ อื่ วา “Neisseria gonorrhoeae” ซง่ึ เปน 1 ใน 5 ของโรคตดิ ตอ
ทางเพศสมั พนั ธท พี่ บมากและจดั เปน ปญ หาสาํ คญั ในหลายประเทศทว่ั โลก จากรายงานของ WHO ป 2018 พบผปู ว ย
รายใหมใ นประเทศสหรัฐอเมรกิ า จาํ นวน 870,000 รายตอป เพิม่ ขึ้นจากป 2015 รอยละ 5.70 ในประเทศไทย
มีการรายงานพบโรคหนองในมีแนวโนมเพ่ิมสูงขึ้น เร่ิมมีการรักษาโรคหนองในโดยใชยาปฏิชีวนะตั้งแตป 1935
ปจ จบุ ันใชยาในกลุม 3rd generation Cephalosporin แตก็มแี นวโนมความไวของยาในกลุม นีล้ ดลง การศึกษาน้ีไดรับ
ความอนเุ คราะหเ ชอื้ จากกองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ โดยใชต วั อยา งทเี่ หลอื จากการทดสอบทอี่ ยใู น
ชว ง เดือนตลุ าคม ถึง พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2559 จาํ นวน 98 ตวั อยาง ทดสอบความไวของยาปฏชิ วี นะ และตรวจสอบ
ลาํ ดบั พนั ธกุ รรม (Sequence type: ST) ดว ยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
จากการทดลองพบวา ยา Ciprofloxacin, Tetracycline และ Penicillin มีคา ความไวของยาลดลงไปจนถึงด้ือตอยา
ปฏชิ ีวนะ สว นยา Azithromycin, Cefixime และ Ceftriaxone พบวา ยงั ไมมีการดือ้ ยา แตพ บ 1 ตัวอยางที่มีแนวโนม
คาความไวตอ ยาปฏิชวี นะลดลงท้ัง 3 ชนิด ผลทดสอบ NG-MAST ได ST ตางกันท้งั หมด 28 ตัวอยาง คดิ เปน
รอ ยละ 46.00 ทง้ั นยี้ งั ไมพ บ ST ทมี่ รี ายงานวา เปน สายพนั ธดุ อื้ ยาทพ่ี บในหลายประเทศทวั่ โลก จากการศกึ ษา ST น้ี
สามารถชวยแสดงลําดับพันธุกรรมท่ีมีแนวโนมท่ีอาจพบการดื้อยาของเช้ือได โดยเฉพาะในกลุมเส่ียง หรือ
กลุม ท่ีเปนนักเดนิ ทางทอ งเทย่ี วชาวตางชาติ เพื่อเฝาระวงั การแพรก ระจายของเช้ือด้ือยาในกลมุ นี้
47
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE IN BANGRAK STIS
CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
Abstract
Gonorrhea has been caused from “Neisseria gonorrhoeae” which is one of five common sexually
transmitted diseases and a major issue in many countries around the world. According to the report of WHO
2018, there are new patients in United State of America 87,000 cases per year which had increased more
than 5.70% since 2015. Similarly, in Thailand, the trend of gonorrhea was increased during the same
period. In 1935, Antibiotic have been used for gonorrhea treatment. Nowadays third-generation of
Cephalosporin has used in patient but there were a decrease of susceptibility in 3rd Cephalosporin. This study
was supported bacteria by Division of AIDS and STD those provide samples which stored during October to
November 2016 to use in the experiment. A total samples of 98 gonococcal isolates were analyzed for
antibiotic susceptibility test and examine the genetic (Sequence type: ST) for Neisseria gonorrhoeae
multiantigen sequence typing (NG-MAST). As the result, the experiments showed that Ciprofloxacin,
Tetracycline and Penicillin were decreasing susceptibility until resistance, while Azithromycin, Cefixime and
Ceftriaxone were not resistance but there found 1 sample present a decrease in susceptible trend. The result
of NG-MAST was 28 different result, representing 46.00%. By NG-MAST method, STs relation was not
found which reported drug resistance in any countries. This study of ST could be benefit for sequence typing
for the trend of multidrug resistance. Especially, the risk groups or tourist should be monitored for the spread
drug resistance control.
คําสาํ คญั Keywords
การศึกษาความหลากหลายของแอนตเิ จน Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence
ทางพันธกุ รรมของเชอ้ื หนองใน ลําดบั สารพันธุกรรม typing (NG-MAST), Sequence type (ST)
บทนาํ 2018 จํานวน 870,000 รายตอป เพ่ิมข้ึนรอยละ 5.70
จากป 2015 ที่มีผูติดเช้อื ใหมจํานวน 820,000 รายตอ
โรคติดตอทางเพศสัมพันธที่พบปญหาการ ป( 3, 4) โดย รอยละ 70 ของผูที่ตดิ โรคหนองในรายใหม
ตดิ เชอื้ มากทสี่ ดุ ชนดิ หนง่ึ เปน เชอื้ แบคทเี รยี คอื Neisseria มอี ายเุ พยี ง 15-24 ป( 5)ในประเทศไทยมกี ารรายงานพบ
gonorrhoeae ซ่ึงไดแก โรคหนองใน (gonorrhoeae) โรคหนองในมีแนวโนมเพิ่มสูงข้ึน ขอมูลจากฐานขอมูล
โดยจะติดตอจากคนสูคนเทาน้ัน(1) เปนแบคทีเรีย ของสํานักระบาดวิทยารายงาน 506 พบผูปวยโรค
แกรมลบ ลกั ษณะรูปรางคลา ยเมล็ดกาแฟ หรือเมลด็ ถัว่ หนองในสูงเปนอันดับ 1 ในกลุมโรคติดตอทางเพศ
โดยเรียงตัวเปนคูชิดติดกัน เมื่อนํามายอมสีแกรม สัมพนั ธ 5 โรคหลกั โดยพบกลุม ทมี่ ีความเสี่ยงสงู มกี าร
จากตัวอยางของผูปวยพบเช้ือไดทั้งในและนอกเซลล แลกเปลยี่ นเชอื้ กนั เฉพาะกลมุ ไดแ ก กลมุ ผขู ายบรกิ ารทาง
เม็ดเลือดขาว มักพบอยูในเซลลเม็ดเลือดขาวชนิด เพศ (Sex worker: SW) หรอื กลมุ ชายทมี่ เี พศสมั พันธ
neutrophil ไมส ามารถเคลอื่ นทไ่ี ดแ ตม พี ไิ ล ไมส รา งสปอร กับชาย (Men who have Sex with Men: MSM)(4)
จะเจริญเติบโตไดในสภาวะท่ีมีกาซคารบอนไดออกไซด เน่ืองจากพบอัตราการติดเชื้อหนองในเพ่ิมมากข้ึน
อยรู อ ยละ 5.00 การตดิ เชอ้ื จะแพรก ระจายเขา สเู ยอ่ื เมอื ก สาธารณสุขท่ัวโลกจึงไดใหความสําคัญ และตระหนักถึง
โดยเกาะติดกับเซลลเย่ือบุ columnar มีการรายงานวา กลมุ เสยี่ งทอ่ี าจเกดิ การแพรเ ชอื้ สผู อู นื่ โดยไมป อ งกนั รวม
พบผปู ว ยทว่ั โลกมากกวา 106 ลา นคนตอ ป( 2) เปน ผปู ว ย ถึงการจายยารักษาโรคหนองในท่ีทําใหมีประสิทธิภาพ
รายใหมท่ีพบในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณในป
48
ปที่ 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศึกษาลําดับพนั ธุกรรมทางอณูชีวโมเลกลุ ของเชือ้ หนองใน ในกลุมบางรักโรคติดตอ ทาง
เพศสัมพันธดวยวิธี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
สูงสุด เกดิ การดือ้ ยาต่าํ ที่สุด มีการเร่ิมรกั ษาโรคหนองใน วิธกี ารศกึ ษา
โดยใชย าปฏชิ ีวนะตง้ั แต ป 1935(6) ในปจ จุบันการใชย า
ปฏชิ วี นะรกั ษาจะอยใู นกลมุ 3rd generation Cephalosporin เชือ้ ตวั อยาง Neisseria gonorrhoeae ที่แยกได
แตก ็มแี นวโนมความไวของยาในกลมุ นี้ลดลง เพราะเชอ้ื จากทอปสสาวะ ปากมดลูก ตา คอ และทวารหนักของ
หนองในมีกลไกการด้ือยาปฏิชีวนะที่ปรับโครงสราง ผปู ว ยโรคหนองในไดร บั ความอนเุ คราะหจ ากงานจลุ ชวี วทิ ยา
ภายในตัวเอง เพื่อหลบจากการทําลายดวยยาปฏิชีวนะ กลุมบางรักโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กองโรคเอดสแ ละ
รวมถงึ ความสามารถรบั และสง ผา นคณุ สมบตั เิ หลา นน้ั ให โรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ กรมควบคมุ โรค โดยใชตวั อยาง
กบั เชอ้ื ตวั อนื่ ทอี่ ยทู งั้ ในสปช สี เ ดยี วกนั และตา งสปช สี ก นั ที่เหลือจาการทดสอบท่ีอยูระหวางเดือนตุลาคม ถึง
ได ซงึ่ เปน ปญ หาทท่ี าํ ใหเ ชอื้ ทด่ี อื้ ยายงั คงแพรก ระจายอยู พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เปนชวงท่ีมีความชุกสูง
จงึ จาํ เปน ทตี่ อ งมกี ารศกึ ษาขอ มลู การแพรก ระจายของเชอ้ื ที่สุดในกลุมประเทศที่กําลังพัฒนา(12) จํานวน 98
ท่ีดื้อยาเพ่ิมเติม จะพบวาการทดสอบความไวตอยา ตัวอยาง โดยตัวอยางคือผูปวยที่ตรวจพบเช้ือหนองใน
ปฏิชีวนะท่ีใชในหองปฏิบัติการสามารถทราบไดเพียง เขามารับบริการ และรักษา ณ กลุมบางรักโรคติดตอ
ระดับของยาปฏิชีวนะท่ีเปล่ียนแปลงไปเทานั้น หาก ทางเพศสัมพันธ
ตองการศึกษาถึงกลไกการด้ือยาโดยการเปล่ียนแปลง
สารพันธุกรรม จําเปนตองใชเทคนิคในระดับโมเลกุล การเพาะเลี้ยง และทดสอบคุณสมบัติทาง
ซ่ึงมีหลายวิธีดวยกันโดยควรเลือกตามความเหมาะสม ชีวเคมขี อง Neisseria gonorrhoeae
ตอการใชงานไดมีการนําเสนอวิธี N. gonorrhoeae
multiantigen sequence typing (NG-MAST) ซง่ึ หาขอ มลู 1. การเพาะเล้ียงเชื้อ ทําใน chocolate agar
ในฐานขอมูลออนไลนไดใ นเวบ็ ไซต www.ng-mast.net (CA) บมท่ีอุณหภูมิ 35+1 องศาเซลเซียส ในสภาวะ
และมีผลการรายงาน sequence type (ST) จากหลาย ที่มีกาซคารบอนไดออกไซด (CO ) รอยละ 5-10
ประเทศ ไดแก สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิตาลี
ออสเตรเลีย ญี่ปุน และไตหวัน(7-11) เปนตน ผลการ 2
ศึกษาดวย วิธี NG-MAST น้ีสามารถจําแนกความ
หลากหลายของแตละสายพันธุ(6) ของเช้ือหนองใน นาน 24-48 ชว่ั โมง
และหาลักษณะ ST ของเช้ือหนองในที่พบในกลุม บางรัก 2. Beta-lactamase detection ทดสอบเช้ือ
โรคติดตอทางเพศสัมพันธ (โรงพยาบาลบางรัก:
Bangrak STIs Center) ได รวมทง้ั สามารถเฝาระวัง และ ตวั อยา งโดยใช Cefinase (Nitrocefin discs for detection
สามารถใชติดตามการด้ือยาของเชื้อหนองในทั่วโลก of beta-lactamase) ของเช้ือ Penicillinase producing
ทําใหม ขี อมลู ที่ทนั ตอสถานการณปจ จุบันได Neisseria gonorrhoeae (PPNG) โดยมี non PPNG เปน
negativecontrol(13) โดยหยดนา้ํ กลนั่ ลงไปทแี่ ผน ทดสอบกอ น
วัตถุประสงคข องการศกึ ษา แลว ปา ยเชอื้ ตวั อยา ง นาน 3-5 วนิ าที อา นผลการทดสอบ
ถาพบเปนเชื้อหนองในสายพันธุท่ีสรางเอนไซม
ศึกษาลําดับพันธุกรรมทางอณูชีวโมเลกุลของ beta-lactamase จะเปล่ียนเปนสีชมพูแดง ในขณะ
เชื้อหนองในในกลุมผูปวยท่ีมารับบริการที่กลุมบางรัก สายพันธุท่ีไมสรา งเอนไซมจะไมเปลยี่ นสี
โรคติดตอทางเพศสมั พันธดว ยเทคนิค NG-MAST
3. การทดสอบ oxidase test ทดสอบโดยการ
หยด 1% oxidase ลงบนโคโลนีทตี่ อ งการทดสอบ ทิ้งไว
ประมาณ 10-15 วินาที ถาเปนเชื้อหนองในสีจะ
เปล่ียนเปนสีมวงเขมเกือบดํา เปนการทดสอบเพ่ือหา
cytochrome C oxidase ของเช้ือ การท่เี ปลี่ยนเปนสีมว ง
เกอื บดาํ สามารถแยก Neisseria spp. ออกจากแบคทเี รยี
ตวั อื่นได(14)
49
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE IN BANGRAK STIS
CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
4. การทดสอบ Superoxol test (30% H O ) N. gonorrhoeae ATCC 49226 ยาปฏิชวี นะที่ใชในการ
22 ทดสอบ มีดังนี้ คือ Azithromycin, Ciprofloxacin,
Cefixime, Ceftriaxone, Tetracycline และ Penicillin
ทดสอบโดยการเข่ียเชื้อมาปายบนสไลด หรือภาชนะ
ทเ่ี ตรยี มไว หลงั จากนน้ั นาํ 30% H O มาหยดลงบนเชอ้ื การทํา N. gonorrhoeae multi-antigen
sequence typing (NG-MAST)(6)
22
1. เตรียมสกดั ดเี อ็นเอ (DNA) โดยนําเชอ้ื ท่ี
ถาเปนเชื้อหนองในจะเกิดฟองฟูข้ึนมา ลักษณะฟองจะ culture ไปใส broth แลว ละลาย วดั ความขนุ ใหไ ด 2.0-4.0
ละเอียด เปนการทดสอบความสามารถในการสราง McFarland ดูดใส microcentrifuge tube 1.0 ml นําไป
เอนไซม Catalase เพื่อยอย H O (14) ตม 10 นาทที อี่ ณุ หภมู ิ 95-100 องศาเซลเซยี ส หลงั จากนน้ั
นาํ ไปปน 12,000 g 4 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที ดูด
22 สวนใสใส tube 500 ไมโครลิตร (μl) เติม absolute
alcohol 1 ml หลงั จากนั้นผสมเพอื่ ใหต กตะกอน DNA
5. การทดสอบ Carbohydrate utilization test ท่ี -20 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที แลวนําไปปน
ทดสอบเพ่ือดูความสามารถในการใชนํ้าตาลของเช้ือ 12,000 g 4 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที เท absolute
หนองใน นํ้าตาลท่ีใชคือ กลูโคส มอลโตส และซูโครส alcohol ท้งิ แลวซับใหแหงหลงั จากนัน้ เตมิ รอ ยละ 70
เช้ือหนองในจะใชนํ้าตาลกลูโคสเพียงชนิดเดียว โดยจะ ethanol 1 มลิ ลลิ ติ ร เพอ่ื ลา งแลว ปน 12,000 g 4 องศา
เปล่ยี นสอี าหารเลย้ี งเชอ้ื จากสีสม แดงเปนสเี หลือง เซลเซียส นาน 2 นาที 2 รอบ แลวเท ethanol ท้ิง
ซบั ใหแ หง ปน ภายใตส ญุ ญากาศ (speed vac) 15 นาที
การทดสอบความไวตอยา (Antimicrobial เพ่อื ใหต ะกอนแหงเรว็ ข้ึน แลว เติม TE buffer 50 μl
susceptibility test: AST) [Minimal inhibitory concen-
tration: MIC หนว ยเปน ไมโครกรมั ตอ มลิ ลลิ ติ ร (μg/ml), 2. การทดสอบวธิ ี NG-MAST เปน วธิ ที ใ่ี ชส ว น
Epsilometer test: E-test หนวยเปน มิลลเิ มตร (mm)] internal fragments ของยนี porB และ ยีน tbpB ซึ่งเปน
สวนของที่มีความแปรปรวนมากท่ีสุดของเช้ือ ลําดับ
เตรียมตัวอยางเช้ือ N. gonorrhoeae ทดสอบ นวิ คลโี อไทดทงั้ 2 ยีน คอื porB (por seq. strain MS11;
โดยเพาะเล้ียงเชื้อหนองในบน chocolate agar (CA) GenBank accession number M21289)(7) ใชไพรเมอร
ทีบ่ ม นาน 20-24 ชัว่ โมง โดยวิธี direct colony suspen- ดงั น้ี F-5-350CAA GAA GAC CTC GGC AA366-3
sion คอื การใช loop ทป่ี ราศจากเชอื้ แตะเชอ้ื 3-5 โคโลนี และ R-5-1086CCG ACA ACC ACT TGG T1071-3
ลงใน Mueller-Hinton broth (MHB) 3 มลิ ลิลิตร (ml) ขนาด 737 คเู บส ยีน tbpB (tbpB seq. strain UU1008;
ปรับใหมีความขุนเทากับ 0.5 McFarland standard GenBank accession number 2286066)(7)
ควรลงเชื้อบนอาหารทดสอบทันที หรือภายใน 15 นาที ใชไพรเมอรดังน้ี F-5-1098CGT TGT CGG CAG
หลงั เตรยี มเสรจ็ เพอ่ื ปอ งกนั เชอื้ เพม่ิ จาํ นวนมากขนึ้ กวา เดมิ CGC GAA AAC1118-3 และ R-5-1686TTC ATC
ทาํ การทดสอบโดยใช sterile swab จุมเชอ้ื ทีเ่ ทียบความ GGT GCG CTC GCC TTG1666-3 ขนาด 589 คเู บส
ขนุ แลว ปายบน GC agar base (GC agar base + 1% โดยทําปฏิกิริยาลูกโซพอลิเมอเรส (Polymerase chain
defined growth supplement ความหนาของอาหาร 4 mm reaction: PCR) เตรียม master mix ของยีนทงั้ 2 คู ดังน้ี
หรือ 25 ml) ผ่ึงผิวหนาอาหารใหแหง โดยลากเสน Taq buffer 2.5 μl, DNA dNTP 0.5 μl, Forward
ผานก่ึงกลางจานเพาะเช้ือแลวปายเปนเสนตั้งฉากถ่ีๆ primer 2.5 μl, Reverse primer 2.5 μl, MgCl 1.0 μl
ใหท วั่ ผวิ หนา ของวนุ หมนุ จานเพาะเชอื้ ประมาณ 60 องศา
แลวทําเชนเดียวกันจนครบ 3 คร้ัง เพ่ือใหแบคทีเรีย 2
กระจายตัวสมํ่าเสมอท่ัวผิวของอาหารเลี้ยงเชื้อต้ังไว
ประมาณ 3-5 นาที เพ่ือใหผิวหนาอาหารแหง จึงวาง (ใช condition นี้ทั้ง 2 ยีนยกเวน MgCl ของ tbpB
แผน ยา ตามวิธี Epsilometer test (E-test) ใช sterile 2
forceps คีบแผน ยา วางบนผวิ วนุ ทปี่ ายเช้อื แลว กดเบาๆ
เพ่ือใหแผนยาแนบกับวุน บมนาน 20-24 ชั่วโมง
แลวอานผลโดยเช้ือควบคุมคุณภาพของหนองในด้ือยา
50
ปที่ 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศึกษาลําดบั พนั ธกุ รรมทางอณชู ีวโมเลกุลของเชอื้ หนองใน ในกลมุ บางรักโรคติดตอทาง
เพศสัมพันธดวยวิธี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
ใช 1.5 μl), Taq DNA polymerase 0.3 μl และ DNA สรปุ ผลการศกึ ษา
template 5 μl หลงั จากนนั้ เติมนํา้ ใหไดป รมิ าตร 22 μl
ท้งั 2 ยีนส (บริษัท Thermo Scientific) และcondition เชอ้ื ทแ่ี ยกไดบ น CA มลี กั ษณะโคโลนขี นาดเลก็
PCR ใชจํานวนรอบ 25 รอบ Predenature 95 องศา
เซลเซยี ส 4 นาที Denature 95 องศาเซลเซยี ส 30 วินาที กลม สีเทา นูน ขอบเรียบ ขนาดเสนผานศูนยกลาง
Annealing 57 องศาเซลเซยี ส สาํ หรบั ยนี PorB และ 68.4
องศาเซลเซียส สําหรับยีน tbpB 30 วินาที Extension ประมาณ 0.6-1 mm เชื้อตัวอยางท้ังหมด มจี าํ นวน 98
72 องศาเซลเซยี ส 1 นาท(ี 7) แลว จงึ นาํ ไปทาํ อเิ ลก็ โตรโฟรซี สิ
(electrophoresis) ดูผลการทดสอบ และ สง PCR ตัวอยา ง
product ไปวเิ คราะหห าลําดับเบส ST ทบี่ รษิ ัทเอกชนที่
ใหบริการ (บริษัทไบโอแอคทีฟ จํากัด) รายงานผลทดสอบความไวตอ ยา Ciprofloxacin
(MIC ≤0.06 μg/ml, E-test ≤41 mm), Tetracycline
3. ทําการวิเคราะหข อ มลู ลําดับเบส ST ใสใน (MIC ≤0.25 μg/ml, E-test ≤38 mm) และ Penicillin
โปรแกรม edit sequence เปรียบเทียบลําดับลําดับเบส (MIC ≤0.06 μg/ml) พบวา คา ความไวของยาลดลงไป
ของ N. gonorrhoeae และ ตรวจสอบหาความจาํ เพาะของ จนถึงเกิดการด้อื ตอยาปฏิชีวนะ สว นอีกกลุม ไดแ ก ยา
เชื้อท่ีสงไปทดสอบ เม่ือไดผลวาเปน N. gonorrhoeae Azithromycin (MIC ≤1.0 μg/ml), Cefixime (MIC
และจึงนําไปวิเคราะห ในเว็บไซต www.ng-mast.net ≤0.25 μg/ml) และ Ceftriaxone (MIC ≤0.25 μg/ml)
เพือ่ หา ST ของเชอื้ แตล ะตัวอยา ง พบวายังไมมีการดื้อยา แตพบวามี 1 ตัวอยางที่ยา
Azithromycin, Cefixime และ Ceftriaxone มีแนวโนม
ท่ีคาความไวตอยาปฏิชีวนะลดลงทั้ง 3 ชนิด ดังการ
ทดสอบดว ยวธิ ี E-test (ภาพที่ 1)
ภาพที่ 1 ตัวอยางวิธีการทดสอบหาความไวตอยาปฏชิ ีวนะดว ยวธิ ี E-test
51
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE IN BANGRAK STIS
CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
3. ผลการทดสอบหาความเขม ขนของ MgCl
2
ผลการทดสอบหาสภาวะท่ีเหมาะสมของ ที่เหมาะสมของปฏิกิริยาลูกโซพอลิเมอเรสโดยใช
ปฏิกิริยาลูกโซพอลิเมอเรส เม่ือใชไพรเมอร 2 คูไดแก ไพรเมอร 2 คู tbpB-F, tbpB-R, PorB-Fและ PorB-R
ไพรเมอร PorB-F และ PorB -R และไพรเมอร tbpB-F โดยใหม ีความเขมขนของ MgCl แตกตางกัน 4 ระดบั
2
และ tbpB -R ดงั นี้ ไดแก 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 การทดสอบในชวง
1. ผลการทดสอบหาสภาวะอุณหภูมิชวง อณุ หภมู ิ annealing ทใ่ี หผ ลผลติ ยนี tbpB ทชี่ ดั เจน ไดแ ก
annealing (annealing temperature; Ta) ทเ่ี หมาะสมของ 68.4 องศาเซลเซียส และจากผลการทดลองพบวา ความ
ปฏกิ ริ ยิ าลกู โซพ อลเิ มอเรส โดยใชไ พรเมอร PorB-F และ เขม ขน ของ MgCl ทเี่ หมาะสม คอื 1.5 μl ทส่ี ภาวะดงั กลา ว
2
PorB-R โดยมีการแบง ออกเปน 8 ระดับ ไดแก 57.0, จะทําใหเช้ือหนองในเกิดผลผลิต tbpB-F และ
57.5, 58.3, 59.4, 60.7, 61.8, 62.6 และ 63.0 องศา tbpB-R มขี นาด 589 คเู บส ที่ชัดเจนทสี่ ดุ เมื่อพิจารณา
เซลเซียส ซึ่งพบวาอุณหภูมิชวงการเกิด annealing เปรียบเทียบกับความเขมขนอ่ืนๆ ที่มีผลผลิตไมชัดเจน
ทเ่ี หมาะสม โดยพบวา เชอื้ N. gonorrhoeae จะใหผ ลผลติ ทาํ การทดสอบในชว งอณุ หภมู ิ annealing ทใ่ี หผ ลผลติ ยนี
ยีน PorB ชัดเจนท่ีอุณหภูมิ 57.0 องศาเซลเซยี ส ขนาด PorB ที่ชัดเจน ไดแก 57.0 องศาเซลเซียสและจาก
737 คูเ บสท่ชี ดั เจน ในขณะที่เมื่อพิจารณาอุณหภูมอิ น่ื ๆ ผลการทดลองพบวา ความเขม ขน ของ MgCl ทเ่ี หมาะสม
2
ต้งั แต 57.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป ผลผลติ ไมชดั เจน คือ 1.0 μl ท่ี สภาวะดังกลาวจะทําใหเช้ือหนองใน
2. ผลการทดสอบหาสภาวะอุณหภูมิชวง เกดิ ผลผลติ ของยนี PorB-FและPorB-Rมขี นาด737คเู บส
annealing (annealing temperature; Ta) ทเ่ี หมาะสมของ ท่ีชดั เจนที่สุด เมือ่ พจิ ารณาเปรยี บเทยี บกับความเขม ขน
ปฏิกริ ยิ าลกู โซพอลเิ มอเรส ดวยไพรเมอร tbpB-F และ อนื่ ๆ ทม่ี ผี ลผลิตไมชดั เจน
tbpB-R การทดสอบแบง ออกเปน 8 ระดบั ไดแก 66.0, 4. ผลการทดสอบสภาวะอณุ หภมู ชิ ว ง annealing
66.5, 67.3, 68.4, 69.8, 70.9, 71.6 และ 72.0 องศา และหาความเขม ขน ของ MgCl ทเี่ หมาะสมของปฏกิ ริ ยิ า
2
เซลเซียส ซ่ึงพบวาอุณหภูมิชวงการเกิด annealing ลูกโซพอลิเมอเรสโดยใชไพรเมอร 2 คู PorB-F,
ทเี่ หมาะสม โดยพบวา เชอ้ื N. gonorrhoeae จะใหผ ลผลติ PorB-R, tbpB-F และ tbpB-R (ภาพที่ 2) โดยยนี PorB
ยนี tbpB ท่ีอณุ หภมู ิ 68.4 องศาเซลเซียส ขนาด 589 (A) และ tbpB (B) ไดสภาวะอณุ หภูมิชวง annealing ที่
คเู บสทช่ี ดั เจนทส่ี ดุ เมอื่ พจิ ารณาเปรยี บเทยี บกบั อณุ หภมู ิ เหมาะสม คือ 57.0 และ 68.4 องศาเซลเซยี สตามลาํ ดบั
อ่นื ๆ จะมีผลผลิตไมช ัดเจน และความเขม ขนของ MgCl ทเ่ี หมาะสม คอื 1.0 μl และ
2
1.5 μl ตามลําดับ
52
ปท่ี 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศึกษาลาํ ดับพันธกุ รรมทางอณชู ีวโมเลกลุ ของเชอ้ื หนองใน ในกลุม บางรกั โรคตดิ ตอทาง
เพศสัมพนั ธด วยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
ภาพท่ี 2 แสดงผลการทดสอบสภาวะอณุ หภมู ชิ วง annealing และหาความเขม ขน ของ MgCl ที่เหมาะสมของปฏิกริ ิยาลูกโซ
2
พอลิเมอเรสโดยใชไพรเมอร 2 คู คอื (A) : PorB-F, PorB-R และ (B) : tbpB-F และ tbpB-R
รายงานผลการทดสอบวิธี NG-MAST โดย ST ที่เหมือนกันมีดังน้ี ST5447 (n=2, 2.1%),
จากจํานวนตัวอยางเช้ือทั้งหมด 98 ตัวอยาง ไดคา ST ST16101 (n=2, 2.1%), ST8426 (n=3, 3.1%),
ท่ีไมเหมือนกันท้งั หมด 28 ตวั อยา ง คดิ เปน รอยละ 46 ST11371 (n=7, 7.1%), ST12176 (n=3, 3.1%),
ได ST ดงั นี้ ST12331, ST5447, ST16101, ST4003, ST12563 (n=2, 2.1%), ST14792 (n=4, 4.1%),
ST5446, ST8426, ST16326, ST11371, ST12176, ST11421 (n=2, 2.1%) และ ST12578 (n=2, 2.1%)
ST9918, ST12563, ST1498, ST10806, ST15764, และ ST ท่ีไมพบขอมูลในฐานขอมูลของ NG-MAST
ST14792, ST368, ST16407, ST10191, ST13568, (Not found) มีท้ังหมด 52 ตัวอยาง คิดเปนรอยละ
ST11421, ST12578, ST16039, ST505, ST1582, 53.10 ดงั แสดงผลในแผนภูมิวงกลม (ภาพที่ 3)
ST15675, ST13382, ST12844 และ ST5060 ST
53
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE IN BANGRAK STIS
CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
ภาพท่ี 3 แสดงแผนภมู วิ งกลมผลการทดสอบวิธี NG-MAST จากตวั อยา งเชอ้ื หนองในจาํ นวนท้ังหมด 98 ตัวอยา ง
อภิปรายผล ไดแก The National Surveillance Program (NSP)
ที่เฝา ระวงั การด้ือยา พบวา ยา Azithromycin มีอัตราการ
จากผลการทดลอง สง่ิ ทสี่ งั เกตไดค อื อาจเนอื่ งจาก ดอื้ ยาทเี่ พม่ิ ขน้ึ ในป 2011 จาก รอ ยละ 0.40 เปน รอ ยละ
ยา Ciprofloxacin, Tetracycline และ Penicillin มีคา 2.30 ในป 2014(15) และกลุมประเทศในเอเชียองคก รที่
ความไวของยาลดลง และพบการด้อื ยา จึงไมมีการใชยา เฝาระวังการด้ือยา ไดแก Western Pacific Region
Ciprofloxacin, Tetracycline และ Penicillin เพอ่ื ทาํ การ (WPR) และ South East Asian Region (SEAR) พบ
รักษาโรคหนองใน สวนยาที่นํามาใชในการรักษา ไดแก วามีการด้อื ยา Quinolone และ ยา Azithromycin ที่มคี า
ยา Azithromycin, Cefixime และ Ceftriaxone จะพบวา คอนขางกวาง (จากการศึกษาตัวอยางเชื้อหนองใน
คาความไวของยา Azithromycin ไมมีแนวโนมลดลง 9,744 ตัวอยาง พบการด้ือยา Quinolone ในหลาย
แตยา Cefixime และ Ceftriaxone มีแนวโนมคาความไว ประเทศ และพบการด้ือยามากกวา รอยละ 90.00 ใน
ตอยาลดลงในเช้ือหนองในบางตัวอยางท่ีนํามาทดสอบ 11 ประเทศ และพบการด้ือยา Azithromycin ในหลาย
จึงเปนสิ่งท่ีตองเฝาระวังอยางเปนอยางมาก เพราะยา ประเทศท่ีมีเปอรเซน็ แตกตางกันมาก คอื พบการดอื้ ยา
ท้ัง 2 ชนิดน้ีเปนยาหลักที่ใชในการรักษาผูปวย Azithromycin ตั้งแต 0 ถึง รอ ยละ 1 ในประเทศกัมพชู า
โรคหนองในในประเทศไทยจากขอมูลที่ไดศึกษาคนควา และประเทศอนิ เดยี , รอ ยละ 34.00 ในประเทศมองโกเลยี )
ของตางประเทศ พบวาประเทศสหรัฐอเมริกามีองคกร และในหลายๆ ประเทศของเอเชียพบความไวของยา
The Gonococcal Isolate Surveillance Project (GISP) Ceftriaxone ลดลง(15) ในกลุมของยุโรป จะมีองคกร
ที่เฝาระวังการด้ือยาพบคาความไวของยาปฏิชีวนะ ท่ี เฝาระวังการดื้อยา ไดแก The European GASP
ในกลุม Cephalosporin ลดลง(15) ในประเทศแคนาดา
54
ปท ่ี 33 ฉบับท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศกึ ษาลาํ ดับพนั ธกุ รรมทางอณูชวี โมเลกุลของเชอ้ื หนองใน ในกลมุ บางรักโรคตดิ ตอ ทาง
เพศสัมพนั ธด วยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
(Euro-GASP) ดําเนินการโดย The European CDC ยกเวน ST12563 ที่พบวา มีคาความไวของยา Cefixime
(ECDC) จากการรายงานป 2017 พบวา ยา Ciprofloxacin และ Ceftriazone คอื 0.125 μg/ml และ 0.126 μg/ml
กบั ยา Azithromycin มคี วามไวลดลง รอ ยละ 53.00 และ ตามลาํ ดบั ดังนน้ั จงึ อาจพยากรณไดวาถาพบ ST12563
รอยละ 5.00 ตามลาํ ดบั และพบวายา Cefixime มอี ัตรา มแี นวโนม ทจี่ ะมคี า ความไวของยาในกลมุ Cephalosporin
การดื้อยาสูงกวาประเทศสหรัฐอมริกา ในออสเตรเลีย ลดลงได
มีหนวยงานท่ีเฝาระวังการดื้อยา คือ The Australian
Gonococcal Surveillance Program (AGSP) ทาํ ใหตอง ขอเสนอแนะ
มีการเฝาระวังในผูปวยท่ีมีโอกาสเกิดการด้ือยากันขาม การศึกษาทางดานระบาดวิทยา สามารถชวย
กลมุ ในแตล ะภมู ภิ าคของประเทศ เพราะมคี วามแตกตา ง พยากรณแนวโนม หรือปจจัยท่ีอาจทําใหเกิดการด้ือยา
กันทางภูมิภาคได เพ่ือใหสามารถทราบถึงแนวโนมใน ของเช้ือได เพื่อเฝาระวังการแพรกระจายในกลุมเสี่ยง
การดอ้ื ยา จึงตอ งมีการศกึ ษาวิจยั ในระดับอณชู วี โมเลกุล ในอนาคต การใชว ธิ กี ารทดสอบของ NG-MAST มคี วาม
วิธีที่เปนที่ยอมรับ และสามารถหาขอมูลไดงาย คือ สะดวกในการหาขอมูล ST เพราะมีเว็บไซตออนไลน
N. gonorrhoeae multiantigen sequence typing ท่ใี หผ สู นใจไดทําการสบื คน และหาขอ มูลได นอกจากนี้
(NG-MAST) มาชว ยในการดแู นวโนม ทจ่ี ะเกดิ การดอ้ื ยา อีกวธิ ีหนึ่งท่เี ปน gold standard ของ ST คอื วิธี Pulsed-
ขน้ึ เพราะวธิ นี สี้ ามารถจาํ แนกความหลากหลายของแตล ะ field gel electrophoresis (PFGE) นิยมใชศึกษาการ
สายพันธุ(6) เม่ือทําการหาลําดับนิวคลีโอไทดของยีน ระบาดของเช้ือแบคทีเรีย(6) รวมท้ังเช้ือหนองในซ่ึงใช
ทั้งสองชนดิ นี้ จะสามารถนาํ ผลมาเปรียบเทียบกบั ขอ มลู ศกึ ษาในประเทศตา งๆ(16-20) และยงั พบวา ในประเทศไทย
บนฐานขอมูล เพ่ือหาความสัมพันธกับเชื้อท่ีได มีการ ใชในดานนิติเวชดวย(16) โดยวิธีนี้ใชเอ็นไซมในการตัด
ศกึ ษาไวก อ นจากหลายประเทศทว่ั โลก วธิ นี เี้ หมาะสาํ หรบั ตัวอยาง DNA ซ่ึงสามารถศึกษาไดทั้งขนาดจีโนม(21)
การศกึ ษาเชอื้ หนองในดอ้ื ยาทีม่ กี ารระบาด หรือเกิดการ แตข อ เสยี ของวธิ นี คี้ อื จะตอ งมผี เู ชยี่ วชาญในการแปลผล
กระจายตัวอยูในประเทศ หรือกลุมท่ีมีความเส่ียงสูง ของแถบสารพันธุกรรมจากการ run gel electrophoresis
ทางพฤติกรรมทางเพศ ดังน้ันวิธีนี้จึงมีความเหมาะสม จึงไมส ามารถทาํ ไดครั้งละมากๆ รวมท้งั ตอ งใชเ วลานาน
และแมนยํามาก สามารถทําไดเม่ือมีเชื้อเปรียบเทียบ ในการทดสอบแตล ะคร้งั ดว ย(18)
หลายตวั อยา งอีกท้ังยังมี online database เพ่ือใชในการ
เปรยี บเทยี บขอ มูล จากผลการทดลอง พบ ST ทอ่ี ยูใ น กติ ติกรรมประกาศ
ฐานขอ มลู ของทว่ั โลก 28 ตวั อยา ง และ ST ทไี่ มพ บขอ มลู ขอขอบพระคุณ กลุมบางรักโรคติดตอทาง
ในฐานขอมลู ของ NG-MAST (Not found) มที งั้ หมด เพศสมั พนั ธ กองโรคเอดสแ ละโรคตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ
52 ตัวอยาง ซึ่ง ST ที่ไมพบขอมูลอาจเกิดจาก กรมควบคมุ โรค และ Enhanced Gonococcal Antimicrobial
เช้ือหนองในท่ีมีหลากหลายสายพันธุ สายพันธุของไทย Surveillance Program (E-GASP) in Thailand ที่กรณุ า
ยงั ระบหุ มายเลขไมไ ดจ งึ ยงั ไมส ามารถคน พบในระบบได อนเุ คราะหเ ชอ้ื ตวั อยา ง ในงานวจิ ยั ครง้ั น้ี รวมถงึ เจา หนา ท่ี
แตถามีการศึกษาท่ีเพ่ิมมากข้ึนก็อาจจะมีการคนพบ กลุมงานวิจัยและพัฒนาทางชันสูตร กลุมบางรักโรค
หมายเลขสายพันธุใหมข น้ึ ได สวน 28 ตัวอยางท่พี บเปน ตดิ ตอ ทางเพศสมั พนั ธ ทใี่ หค วามชว ยเหลอื ในดา นตา งๆ
ST ทั่วไปท่ีไมมีขอมูลการระบาดของเชื้อหนองในดื้อยา เปนอยา งดี
55
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 STUDY MOLECULAR SEQUENCE TYPING OF NEISSERIA GONORRHOEAE IN BANGRAK STIS
CENTER WITH Neisseria gonorrhoeae MULTIANTIGEN SEQUENCE TYPING (NG-MAST) METHOD
เอกสารอางองิ Francisco, California. Microb Drug Resist.
2012; 18(5): 510-7.
1. Bureau of AIDS, TB and STIs. Guidelines for 9. Starnino S, Dal Conte I, Matteelli A, Galluppi E,
the treatment of sexually transmitted diseases Cusini M, Di Carlo A, et al. Trend of ciproflox-
2015. Nonthaburi: Graphic and Design Alphabet acin resistance in Neisseria gonorrhoeae strains
Publishing Co., Ltd.(TH); 2015. (in Thai) isolated in Italy and analysis of the molecular
determinants. Diagn Microbiol Infect Dis. 2010;
2. Ezewudo MN, Joseph SJ, Castillo-Ramirez S, 67(4): 350-4.
Dean D, del Rio C, Didelot X, et al. Population 10.Shimuta K, Unemo M, Nakayama S,
structure of Neisseria gonorrhoeae based on Morita-Ishihara T, Dorin M, Kawahata T, et al.
whole genome data and its relationship with Antimicrobial resistance and molecular typing of
antibiotic resistance. Peer J. 2015;3:e806. Neisseria gonorrhoeae isolates in Kyoto and
Osaka, Japan, 2010 to 2012: intensified
3. WHO. Report on global sexually transmitted surveillance after identification of the first strain
infection surveillance 2018. (H041) with high-level ceftriaxone resistance. J
Antimicrob Chemother. 2013; 57(11): 5225-
4. CDC. Sexually Transmitted Diseases Treatment 32.
Guidelines, 2015. U.S. Department of Health 11.Cheng C-W, Li L-H, Su C-Y, Li S-Y, Yen
and Human Services 2015. [cited 2021 Mar M-Y. Changes in the six most common sequence
17]. Available from: https://www.cdc.gov/std/ types of Neisseria gonorrhoeae, including
tg2015/default.htm. ST4378, identified by surveillance of antimi-
crobial resistance in northern Taiwan from 2006
5. CDC. Incidence, Prevalence, and Cost of Sexually to 2013. JMII. 2014; 49(5): 708-16.
Transmitted Infections in the United States 2013. 12.Lawung R, Charoenwatanachokchai A, Cherdtr-
[cited 2021 Mar 17]. Available from: http:// akulkiat R, Thammapiwan S, Mungniponpan T,
www.cdc.gov/std/stats/sti-estimates-fact- Bulow L, et al. Antibiograms and randomly
sheet-feb-2013.pdf. amplified polymorphic DNA-polymerase chain
reactions (RAPD-PCR) as epidemiological
6. Goire N, Lahra MM, Chen M, Donovan B, Fairley markers of gonorrhea. J Clin Lab Anal. 2010;
CK, Guy R, et al. Molecular approaches to 24(1): 31-7.
enhance surveillance of gonococcal antimicrobial 13.Lawung R, Buatiang A, Jittawoutipoka T,
resistance. Nat Rev Microbiol. 2014; 12(3): Rittiroongrad S, Prachayasittikul V. Increasing
223-9. trend of multiple resistance and genomic mobili-
ty of Neisseria gonorrhoeae to penicillin and
7. Martin IMC, Ison CA, Aanensen DM, Fenton quinolone. EXCLI Journal. 2005; 4: 130-40.
KA, Spratt BG. Rapid Sequence-Based Identifi-
cation of Gonococcal Transmission Clusters in a
Large Metropolitan Area. J Infec Dis. 2004;
189(8): 1497-505.
8. Buono S, Wu A, Hess DC, Carlson JS, Rauch L,
Philip SS, et al. Using the Neisseria gonorrhoeae
multiantigen sequence-typing method to assess
strain diversity and antibiotic resistance in San
56
ปท ี่ 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 การศึกษาลาํ ดบั พนั ธกุ รรมทางอณูชวี โมเลกลุ ของเชื้อหนองใน ในกลุม บางรักโรคตดิ ตอ ทาง
เพศสมั พนั ธดว ยวธิ ี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST)
14.Buasakul P. Identification of Multigrug- 19.Dal Conte I, Fianchino B, Delmonte S, Robbiano
resistance Neisseria gonorrhoeae Clinical Isolates F, D’Antuono A, Mirone E, et al. Phenotypic
by MALDI-TOF MS. Thammasat Medical and genotypic characterization of Neisseria gon-
Jonrnal. 2015; 15(3): 406-15. orrhoeae in parts of Italy: detection of a multire-
15.Costa-Lourenço APRd, Barros dos Santos KT, sistant cluster circulating in a heterosexual
Moreira BM, Fracalanzza SEL, Bonelli RR. network. Clin Microbiol Infect. 2008; 14(10):
Antimicrobial resistance in Neisseria gonorrhoeae: 949-54.
history, molecular mechanisms and epidemio- 20.Hsueh PR, Tseng SP, Teng LJ, Ho SW. High
logical aspects of an emerging global threat. Braz prevalence of ciprofloxacin-resistant Neisseria
J Microbiol. 2017; 48(4): 617-28. gonorrhoeae in Northern Taiwan. Clin Infect Dis.
16.Yoo J, Yoo C, Cho Y, Park H, Oh HB, Seong 2005; 40(1): 188-92.
WK. Antimicrobial resistance patterns (1999- 21.Sathirareuangchai S, Phuangphung P, Leelaporn
2002) and characterization of ciprofloxacin- A, Boon-yasidhi V. The usefulness of Neisseria
resistant Neisseria gonorrhoeae in Korea. Sex gonorrhoeae strain typing by Pulse-Field Gel
Transm Dis. 2004; 31(5): 305-10. Electrophoresis (PFGE) and DNA detection as
17.Uehara AA, Amorin EL, Ferreira Mde F, the forensic evidence in child sexual abuse cases:
Andrade CF, Clementino MB, de Filippis I, et al. a case series. J Leg Med. 2015; 129(1): 153-
Molecular characterization of quinolone-resistant 7.
Neisseria gonorrhoeae isolates from Brazil. J
Clin Microbiol. 2011; 49(12): 4208-12.
18.Lundback D, Fredlund H, Berglund T, Wretlind
B, Unemo M. Molecular epidemiology of
Neisseria gonorrhoeae- identification of the first
presumed Swedish transmission chain of an
azithromycin-resistant strain. APMIS. 2006;
114 (1): 67-71.
57
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
วารสารโรคเอดส ปท่ี 33 ฉบับท่ี 2 ก.พ.-พ.ค. 2564
AND AIDS PTAhTaIiEANITDSSINJoHuUrAnIaYl OVTolH. O3S3PINTAo.L2, TFReAbN-GMPaRyO2V0IN2C1E
นพิ นธตน ฉบบั Original Article
ปจจยั ทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผูตดิ เช้ือเอชไอวีและผปู ว ยเอดสที่เขา รับบริการ
ในโรงพยาบาลหวยยอด จังหวดั ตรัง
FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
สุดคนงึ ณ ระนอง Sutkanung Na Ranong
สาขาศึกษาทั่วไป Department of General Education
คณะวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยกี ารประมง Faculty of Science and Technology
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ิชยั วิทยาเขตตรัง Rajamangala University of Technology Srivijaya,
Trang Campus
Received: 03/03/2021
Revised: 04/04/2021
Accepted: 23/04/2021
บทคัดยอ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดส ศึกษาความสัมพันธ
ระหวา งปจ จยั สวนบุคคล ปจจัยดา นภาวะสุขภาพ และปจ จัยดา นการสนับสนุนทางสังคมกบั คณุ ภาพชีวติ และศึกษา
ปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด จังหวัดตรัง
กลุมตัวอยางคือ ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีข้ึนทะเบียนผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส คลินิกพิเศษ
โรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวดั ตรงั จาํ นวน 188 คน เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ นการเกบ็ ขอ มลู เปน แบบสอบถามปจ จยั สว นบคุ คล
ปจจัยดานภาวะสุขภาพ ปจจัยดานการสนับสนุนทางสังคม และคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส
ผานการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือไดคาความเชื่อม่ันเทากับ 0.902 วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนา
หาความสัมพันธของตวั แปรดวยสมั ประสทิ ธสิ์ หสัมพนั ธข องเพยี รสัน คาสัมประสทิ ธ์อิ ตี า และวเิ คราะหป จจัยทํานาย
คุณภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชือ้ เอชไอวีและผปู วยเอดสด วยการวเิ คราะหการถดถอยเชงิ เสน แบบพหคุ ูณดวยวิธี Enter
ผลการศึกษาพบวา กลุมตัวอยางผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสที่เขารับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด
จังหวัดตรัง มีคุณภาพชีวิตโดยรวมอยูในระดับปานกลาง ปจจัยสวนบุคคล ไดแก เพศ อาชีพ และรายได
มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกกบั คณุ ภาพชวี ติ ในระดบั สงู สว นระดบั การศกึ ษา สถานภาพสมรส มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกกบั
คุณภาพชีวิตในระดับปานกลาง และตัวแปรเพศ การสนับสนุนดานทรัพยากร และการสนับสนุนดานการ
เปน สว นหนง่ึ ของสงั คม เปน ปจ จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลสามารถรว มกนั ทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดสไ ด
รอยละ 47.90 อยางมีนยั สําคัญทางสถิติ
58
ปที่ 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จัยทํานายคณุ ภาพชีวติ ของผูตดิ เช้อื เอชไอวแี ละผปู วยเอดสท่ีเขารบั บรกิ าร
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จังหวดั ตรงั
Abstract
This research aimed to study the quality of life of HIV infected and AIDS. Study the relationship
between personal factors, health factors, social support with quality of life and study the factors predicting
the quality of life of HIV infected and AIDS patients in Huai Yot hospital, Trang province. The sample
consisted of 188 HIV and AIDS patients registered with HIV and AIDS at special clinic in Huai Yot
hospital, Trang province. The data were collected with questionnaires: personal factor, health factors, social
support factor and quality of life of HIV and AIDS patients with reliability value 0.902. Descriptive statistics,
Pearson’s correlation coefficient, Eta coefficient and multiple linear regression with enter were used in the
analysis.
The results showed that the overall of quality of life with HIV infected and AIDS patients were
rated at moderate level. Personal factors: gender, occupation, income were positively associated with quality
of life at high level and education, marital status were positively associated with quality of life at moderate
level. Furthermore, the factors affecting to quality of life showed that gender, resource support and social
support were statistical significant factor that predicted the quality of life 47.90% with HIV infected and
AIDS patients.
คําสาํ คัญ Keywords
คณุ ภาพชีวิต ผูตดิ เชอ้ื เอชไอวี ผูปว ยเอดส Quality of life, HIV infected, AIDS patients
บทนาํ จากการตดิ เชอื้ โรคฉวยโอกาส ลดความเสย่ี งใน
การแพรระบาดของโรคเอดสยังคงเปนปญหา การแพรเ ชื้อ มชี วี ติ ยนื ยาวขนึ้ สงผลใหมีคุณภาพชวี ติ ทด่ี ี
สังคมที่สําคัญท่ีสุดในทุกประเทศ โรคเอดสหรือโรค และสามารถดํารงชีวิตไดอยางมีความสุขจากรายงาน
ภูมิคุมกันบกพรอง (Acquired Immune Deficiency สถานการณผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสในป
Syndrome: AIDS) เปนกลุมอาการเจ็บปวยที่เกิดขึ้น พ.ศ. 2563 พบวามีผูติดเช้ือเอชไอวีทั่วโลกสะสมถึง
เนื่องจากรางกายไดรับเช้ือไวรัสชนิดหน่ึงท่ีเรียกวา 83 ลา นคน เปน ผตู ดิ เชือ้ เอชไอวีรายใหม 1.70 ลา นคน
“Human Immunodeficiency Virus” หรอื HIV ซึ่งจะไป และมีผูเสียชีวิตเน่ืองจากโรคเอดส 690,000 คน
ทาํ ลายเซลลเ มด็ เลอื ดขาวทเ่ี ปน แหลง สรา งภมู คิ มุ กนั โรค สวนในประเทศไทยมีจํานวนผูติดเชื้อท่ียังมีชีวิตอยู
ทําใหภูมิคุมกันโรคลดนอยลง สงผลใหรางกายมีอาการ ประมาณ 472,376 คน เปนผูติดเชื้อรายใหม 4,855
ภูมิคุมกันบกพรอง โรคเอดสเปนโรคท่ีมีความเจ็บปวย ราย/ป (เฉลี่ย 33 ราย/วัน) และจํานวนผูติดเชื้อ
เร้ือรังท่ีสงผลกระทบซับซอนและรุนแรงมากกวาการ ทเี่ สียชีวิตจากเอชไอวี 11,882 ราย/ป (เฉลย่ี 32 ราย/
เจ็บปวยดวยโรคเรื้อรังอื่นๆ การตรวจพบผูติดเช้ือ วนั )(1) ขอมูลจากศนู ยร วมขอมูลสารสนเทศตา นเอชไอวี
เอชไอวเี รว็ และเรม่ิ รกั ษาอยา งรวดเรว็ โดยใหย าตา นไวรสั ของประเทศไทย(2) พบวา ชองทางการติดเช้ือเอชไอวี
เปน การปอ งกนั การแพรก ระจายเชอ้ื ไดอ ยา งดี การรกั ษา รายใหมใ นผใู หญส งู สดุ เกดิ จากการมเี พศสมั พนั ธร ะหวา ง
ดวยยาตานไวรัสเอดสเพ่ือหยุดการเพิ่มจํานวนไวรัส ชายกับชายรอยละ 49.00 เกิดจากการรับและถายทอด
เอชไอวีในผูปวย ทําใหสุขภาพรางกายแข็งแรงขึ้น เช้ือจากการมีเพศสัมพันธกับคูครองรอยละ 30.00
มภี ูมคิ มุ กันเพ่ิมขน้ึ ไมม อี าการ เกิดจากการรับและถายทอดเช้ือ ดวยการมีเพศสัมพันธ
59
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
กับคูนอนชั่วคราวและนอกสมรส รอยละ 13.00 โรคแทรกซอ นตา งๆ ไดอ ยา งรวดเรว็ และพบวา ระยะเวลา
เกิดจากการมีเพศสัมพันธจากการซ้ือขายบริการ เฉล่ียต้ังแตไดรับเชื้อจนกระท่ังเสียชีวิตจากโรคเอดส
รอ ยละ 5.00 และเกิดจากการตดิ เช้อื จากการใชเ ขม็ และ โดยไมไดรับยาตานไวรัสของคนไทย มีระยะเวลาโดย
กระบอกฉีดไมสะอาดรวมกัน รอยละ 3.00 ตามลําดับ เฉลี่ย 7.50 ป( 5) จากอดีตถงึ ปจจุบัน การติดเช้ือเอชไอวี
สวนสถานการณผูปวยเอดสของจังหวัดตรัง ต้ังแตป เปนความผิดปกติท่ีคุกคามและกอใหเกิดความทุกข
พ.ศ. 2533 ถึง วนั ท่ี 30 กนั ยายน 2562 จากรายงาน ท่ีมีผลกระทบรุนแรงและซับซอนมากกวาการปวยจาก
ของงานควบคุมโรคติดตอ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด โรคเรื้อรังประเภทอื่นๆ เนื่องจากโรคเอดสเปนโรคที่ไม
ตรงั พบวา จงั หวดั ตรงั มรี ายงานผปู ว ยเอดสส ะสมจาํ นวน สามารถรักษาใหหายขาดได ประกอบกับมีการรักษา
4,779 ราย เสียชีวิตแลว 1,667 ราย คิดเปนรอยละ ที่มีการพัฒนาใหมอยางตอเนื่องโดยเฉพาะยาตานไวรัส
35.09(3) สวนจํานวนผูปวยเอดสที่เขารับการบริการ ในปจจุบันมีการใชยาตานไวรัสเอชไอวีซึ่งเปนสูตรยา
ในสถานพยาบาลตา ง ๆ ในภาครฐั จาํ แนกตามรายอาํ เภอ ท่ีมีประสิทธิภาพ แตผูที่ไดรับยาตานไวรัสเอดสบางคน
พบวา ในอําเภอหวยยอดต้ังแตป พ.ศ. 2533-2562 อาจเกิดอาการไมพึงประสงคที่รุนแรง ทําใหผูติดเชื้อ
มจี าํ นวนผปู ว ยเอดสส ะสมทงั้ สนิ้ 492 ราย เสยี ชวี ติ จาํ นวน บางสวนเลือกท่ีจะไมรักษาดวยยาตานไวรัส นอกจากนี้
228 ราย และยังมีชีวิตอยู 264 ราย และยังมแี นวโนม เม่ือตนเองรับรูวาไดรับเชื้อเอชไอวี ผูปวยจะรูสึกเปน
สงู ขนึ้ ในอนาคต ภาวะวิกฤติในชีวิตสงผลกระทบโดยตรงตอคุณภาพชีวิต
ของผูติดเชื้อและผูปวยเอดสท้ังทางดานรางกาย จิตใจ
แมว า ในปจ จบุ นั จะมกี ารรกั ษาโรคเอดสด ว ยยา ครอบครวั สังคม และเศรษฐกิจ
ตานไวรัสประสิทธิผลสูง อยางไรก็ตามยังไมมีวิธีการใด
ที่จะรักษาโรคเอดสใหหายขาดได ผูติดเช้ือเอชไอวีและ การศกึ ษาคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละ
ผูปวยเอดสจํานวนไมนอยยังตองเผชิญกับความทุกข ผปู ว ยเอดสจ งึ เปน สงิ่ สาํ คญั อยา งยงิ่ ถา ผตู ดิ เชอ้ื และผปู ว ย
ทรมานท้ังทางดานรางกาย ดานจิตใจ และดานสังคม เอดสมีคุณภาพชีวิตท่ีดี ก็จะสามารถมีชีวิตอยูยืนยาวได
ผลกระทบทางดานรางกาย พบวา ผูปวยสวนใหญมักมี เชน เดยี วกบั คนปกตเิ ปน ระยะเวลาหลายป หากไดร บั การ
อาการเบอ่ื อาหาร รบั ประทานอาหารไมไ ด มคี วามเจบ็ ปวด ดูแลอยางเปนระบบท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ
ในชองปาก กลืนลําบากจากการติดเชื้อรา และมีความ สังคม ดังนั้นการสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดคุณภาพ
สามารถในการดูแลตนเองลดลง สวนผลกระทบทาง ชีวิตท่ีดีแกผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสจึงมีความ
ดา นจติ ใจ พบวา ผปู ว ยจะมคี วามเครยี ดตง้ั แตเ รมิ่ แรกทรี่ วู า จําเปนที่จะตองทําการศึกษาและทําความเขาใจถึงขอมูล
ตดิ เชอ้ื เอชไอวีมคี วามวติ กกงั วลรสู กึ กลวั ตายกลวั ถกู ปฏเิ สธ และสภาพปญหาใหชัดเจนและถูกตองใกลเคียงกับ
กลัวขาดรายไดเนื่องจากไมมีงานทํา รูสึกทอแทสิ้นหวัง ความเปนจริงมากที่สุด เพื่อสามารถนําไปวางแผน
ในชีวิต ซึ่งจะสงผลใหเกิดภาวะซึมเศราได(4) สวนผล จดั ระบบการบริการหรอื ชว ยเหลือสนับสนุนและสง เสรมิ
กระทบทางสงั คมพบวา เมอื่ ตดิ เชอ้ื เอชไอวี รอ ยละ 88.00 คุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสได
มีความตองการการชวยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว อยางแทจริง จากการศึกษาเอกสารและทบทวน
และเพื่อนสนิท ผูติดเชื้อสวนใหญจะปดบังการติดเชื้อ วรรณกรรมท่ีเกี่ยวของกับคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อ
ของตนเอง แยกตัวออกจากสังคม เนื่องจากเกรงวา เอชไอวีและผูปวยเอดสพบวา ระดับคุณภาพชีวิตของ
ถา สถานะของตนเองถกู เปด เผยจะถกู รงั เกยี จจากคสู มรส ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสมีความแตกตางกัน
ลูกหลาน หรือสมาชิกคนอ่ืนๆ ในครอบครัว ทําให ขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการทั้งปจจัยสวนบุคคล ไดแก
เสียโอกาสในการดูแลรักษาดวยวิธีท่ีเหมาะสม สงผล เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา สถานภาพสมรส ความเพยี งพอ
ใหเกิดการเจ็บปวยและเสียชีวิตจากโรคเอดสหรือ ของรายได(6) รวมถึงปจจัยทางดานภาวะสุขภาพ
60
ปท ่ี 33 ฉบับที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จัยทํานายคุณภาพชวี ิตของผตู ดิ เชอื้ เอชไอวีและผปู วยเอดสทเ่ี ขา รับบรกิ าร
ในโรงพยาบาลหวยยอด จังหวัดตรัง
และแรงสนับสนุนทางสังคม พบวา มีความสัมพันธกับ 2. เพ่ือศึกษาความสัมพันธระหวางปจจัย
คณุ ภาพชวี ติ และพฤตกิ รรมการดแู ลตนเองของผตู ดิ เชอื้ สวนบุคคล ปจจัยดานภาวะสุขภาพ และปจจัยดานการ
เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดส( 7) ดงั นน้ั การวจิ ยั นเ้ี ปน การศกึ ษา สนบั สนนุ ทางสังคมกับคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวี
ปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและ และผูปว ยเอดสทเี่ ขารับบริการในโรงพยาบาล
ผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด หว ยยอด จงั หวัดตรัง
จังหวดั ตรงั ทัง้ ปจจยั สว นบคุ คล ปจ จยั ดานภาวะสขุ ภาพ
และปจ จยั ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คมทส่ี ง ผลตอ คณุ ภาพ 3. เพื่อศึกษาปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของ
ชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสในดานรางกาย ผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการใน
ดา นจติ ใจ ดา นสงั คม และดา นสง่ิ แวดลอ ม เพอื่ นาํ ผลจาก โรงพยาบาลหว ยยอด จังหวัดตรงั
การศึกษาไปใชประโยชนและเปนขอมูลพ้ืนฐานใหแก
หนวยงานผูรับผิดชอบดานการพยาบาลผูปวยติดเช้ือ กรอบแนวคิด
เอชไอวใี นการดแู ลและสง เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ เพอ่ื วางแผน
และพัฒนาระบบการบริการดูแลผูติดเชื้อเอชไอวีและ การวจิ ยั นกี้ าํ หนดกรอบแนวคดิ ของการวจิ ยั เพอ่ื
ผูปวยเอดสใหมีสุขภาพที่ดีทั้งทางดานรางกายและจิตใจ ศึกษาความสัมพนั ธระหวางปจจัยสวนบคุ คล ไดแก เพศ
สามารถดํารงชีวิตอยูในครอบครัวไดอยางมีคุณคาและ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชีพ รายได
มีคุณภาพชีวิตทดี่ ีตอ ไป ปจจัยดานภาวะสุขภาพ ไดแก ระยะเวลาที่เปนโรค
ปรมิ าณเมด็ เลอื ดขาว CD4 ระยะเวลาทไ่ี ดร บั ยาตา นไวรสั
วัตถปุ ระสงคข องการวิจยั และภาวะซมึ เศรา และปจ จยั ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คม
ไดแก ดานอารมณ ดานการยอมรับ ดานขอมูลขาวสาร
1. เพอ่ื ศกึ ษาคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอื้ เอชไอวี และดา นการเปน สว นหนงึ่ ของสงั คมกบั คณุ ภาพชวี ติ ของ
และผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด ผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสที่เขารับบริการใน
จังหวัดตรัง โรงพยาบาลหวยยอด อําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง
(ภาพท่ี 1)
ปจจยั สว นบคุ คล คุณภาพชีวติ ของผูติดเชอื้
-เพศ - อายุ เอชไอวีและผปู วยเอดส
- อาชพี - รายได - ดา นรา งกาย
- ระดบั การศกึ ษา - สถานภาพสมรส - ดา นจิตใจ
- ดา นสังคม
ปจจัยดา นภาวะสุขภาพ - ดา นสิง่ แวดลอม
- ระยะเวลาท่ีเปนโรค
- ปริมาณเมด็ เลอื ดขาว CD4
- ระยะเวลาท่ไี ดรบั ยาตา นไวรัส
- ภาวะซมึ เศรา
ปจ จัยดา นการสนับสนนุ ทางสังคม
- ดา นอารมณ
- ดานการยอมรบั
- ดา นทรัพยากร
- ดานขอมูลขา วสาร
- ดา นการเปน สวนหน่ึงของสงั คม
ภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ
61
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
วิธีการวิจัย ดังน้ัน กลุมตัวอยางท่ีใชในการศึกษาครั้งนี้
จาํ นวน 188 ราย กาํ หนดเกณฑก ารคดั เลอื กกลมุ ตวั อยา ง
การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงพยากรณ แบบเจาะจง (Purposive Sampling) และไดกําหนด
(Predictive Research) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของ คุณสมบัติของกลุมตัวอยางท่ีมีอายุตั้งแต 20-60 ป
ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการใน รูสกึ ตัวดี และมสี ติสมั ปชัญญะ สามารถส่อื สารอานออก
โรงพยาบาลหวยยอด อําเภอหวยยอดจังหวัดตรัง เขยี นไดด ว ยภาษาไทย ไมม ปี ญ หาการไดย นิ การมองเหน็
ตามปจ จยั สว นบคุ คล ปจ จยั ดา นภาวะสขุ ภาพ ปจ จยั ดา น การพูด และยินยอมใหความรวมมือในการวิจัยครั้งน้ี
การสนับสนุนทางอารมณที่สงผลตอคุณภาพชีวิต ดวยความสมัครใจ
ของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสในดานรางกาย
ดา นจติ ใจ ดา นสงั คม และดา นสงิ่ แวดลอ ม โดยเกบ็ ขอ มลู 2. เคร่อื งมือทใ่ี ชใ นการวิจยั
จากผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีขึ้นทะเบียน เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการวจิ ยั ครงั้ นเี้ ปน แบบสอบถาม
ผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดส คลินิกพิเศษ ท่ีสรางข้ึนจากการศึกษารายละเอียดตามแนวคิด ทฤษฎี
โรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวดั ตรงั มขี น้ั ตอนดาํ เนนิ ศกึ ษา และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวของ เพอ่ื ศกึ ษาปจ จัยทํานายคุณภาพ
ดงั น้ี ชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการ
ในโรงพยาบาลหวยยอด อําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง
1. ประชากรและกลมุ ตัวอยาง มรี ายละเอียด ดงั นี้
ประชากรในการศึกษาวจิ ยั คร้งั นี้ คอื ผตู ดิ เชอื้ สวนที่ 1 ขอมูลสวนบุคคล ไดแก เพศ อายุ
เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดสท ข่ี นึ้ ทะเบยี นผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชพี รายได จํานวน
ผูปวยเอดส คลินิกพิเศษ โรงพยาบาลหวยยอด 6 ขอ เปน การเลอื กตอบและเติมขอความลงในชองวา ง
อาํ เภอหวยยอด จงั หวดั ตรัง จํานวน 264 คน สว นท่ี 2 ขอมลู ดานภาวะสขุ ภาพ ไดแ ก ระยะ
กลุมตัวอยาง คือ ผูติดเช้ือเอชไอวีและ เวลาที่เปนโรค ปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 คร้ังลาสุด
ผปู ว ยเอดสท ข่ี น้ึ ทะเบยี นผตู ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดส ระยะเวลาท่ีไดรับยาตานไวรัส และการประเมินเพ่ือคัด
คลินิกพิเศษ โรงพยาบาลหวยยอด จังหวัดตรัง โดยใช กรองภาวะซึมเศรา (9Q) ของกรมสขุ ภาพจิต กระทรวง
การคํานวณขนาดตวั อยา ง (Sample Size) จากสตู รของ สาธารณสุข ซึ่งผานการตรวจสอบคุณภาพและเปน
Cochran(8) ดงั นี้ เคร่ืองมือมาตรฐานที่นํามาใชในระบบเฝาระวังโรค
โดยที่ ซึมเศราในประเทศไทย มีคา ความเช่ือมั่น (Reliability)
โดยใชค า สมั ประสทิ ธแิ์ อลฟาของครอนบาค (Cronbach’s
N คอื ขนาดประชากร จํานวน 264 คน Alpha Coefficient) เทากับ 0.820 ประกอบดวย
n คือ ขนาดตวั อยาง ขอ คาํ ถามจาํ นวน 9 ขอ เพอื่ ประเมนิ ความรสู กึ ของตนเอง
Z คอื คา มาตรฐานของการกระจายปกตทิ ร่ี ะดบั ในชวง 2 สัปดาหที่ผานมา โดยมีคาคะแนน 4 ระดับ
นัยสาํ คัญ 0.05 โดยคา Z เทา กบั 1.96 (0 = ไมเ ปน เลย, 1 = เปนบางวนั , 2 = เปน บอ ย และ 3
2 คือ คาความแปรปรวนคุณภาพชีวิตของ = เปน ทกุ วนั ) การแปลผลคะแนนแบง เปน 4 ระดบั โดย
ประชากร(9) มคี า เทา กบั 0.017 ใชค า จดุ ตดั (Cut off) เทา กบั 7 คะแนนเปน จดุ ตดั ทแ่ี บง
E คอื คา ความคลาดเคลอ่ื นในการประมาณคา ระดบั การวนิ จิ ฉยั หรอื จาํ แนกคนทปี่ ว ยออกจากคนไมป ว ย
เฉล่ียคณุ ภาพชวี ิตของประชากร(9) มีคา เทา กับ 0.01 แบง เปน ระดบั ดงั น้ี
62
ปท ี่ 33 ฉบับท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จยั ทํานายคณุ ภาพชีวิตของผตู ิดเชอ้ื เอชไอวีและผูป ว ยเอดสท ี่เขา รบั บริการ
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จังหวดั ตรงั
คะแนนรวมนอยกวา 7 คะแนน หมายถงึ ความชัดเจนของขอคําถาม และหาคาความเช่ือม่ัน
ไมมีอาการซึมเศรา หรอื มีนอยมาก (Reliability) โดยคํานวณคาสัมประสิทธ์ิแอลฟาของ
คะแนนรวม 7 -12 คะแนน หมายถงึ มอี าการ ครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ของ
ซมึ เศราระดับนอย แบบสอบถามไดคาความเชอ่ื ม่ันเทากับ 0.902
คะแนนรวม 13-18 คะแนน หมายถึง 3. การพทิ กั ษสิทธกิ ลุมตัวอยาง
มอี าการซึมเศรา ระดับปานกลาง การศึกษาคร้ังนี้ไดผานการพิจารณารับรอง
คะแนนรวมมากกวา 18 คะแนน หมายถึง จริยธรรมการวิจัยในมนุษย มหาวิทยาลัยราชภัฏ
มอี าการซึมเศรา ระดับรุนแรง นครราชสีมา หมายเลขรับรองจริยธรรมการวิจัย
สวนท่ี 3 ขอมูลการสนับสนุนทางสังคม เปน HE-RDI-NRRU.070/2563 กลุมตัวอยางไดรับ
แบบสอบถามท่ีสรางมาจากแนวคิดของ House(10) และ คําอธิบายวัตถุประสงคของการวิจัยและเขารวมวิจัย
Weiss(11) ประกอบดว ย ขอคําถามจาํ นวน 17 ขอ เพอ่ื ดวยความสมัครใจโดยในระหวางการวิจัยสามารถยุติ
ประเมินการสนับสนุนทางสังคมใน 5 ดาน ไดแก การตอบแบบสอบถามไดตามความตอ งการ ผูว ิจยั รกั ษา
ดา นอารมณ ดานการยอมรับ ดานทรพั ยากร ดานขอมลู ความลบั ของขอ มลู สว นบคุ คลของผตู อบ และเมอ่ื เสรจ็ สนิ้
ขา วสาร และดา นการเปน สว นหนง่ึ ของสงั คม การแปลผล การวิจัยแลวจะทําลายเอกสารแบบสอบถามท้ังหมด
ระดบั คะแนนการสนับสนนุ ทางสังคม แบง เปนดงั นี้ โดยขอมูลจากการวิจัยท้ังหมดจะนําเสนอในภาพรวม
4.21-5.00 หมายถงึ ไดรับการสนบั สนนุ ทาง เพอื่ ประโยชนท างวิชาการเทานั้น
สงั คมมากทีส่ ดุ 4. การเกบ็ รวบรวมขอมูล
3.41-4.20 หมายถงึ ไดร บั การสนับสนุนทาง ผูวิจัยดําเนินการศึกษาวิจัยโดยขออนุญาต
สงั คมมาก หัวหนากลุมการพยาบาลและหัวหนางานคลินิกพิเศษ
2.61-3.40 หมายถงึ ไดร ับการสนับสนุนทาง โรงพยาบาลหวยยอด จังหวัดตรัง เพ่ือขออนุญาตเก็บ
สงั คมปานกลาง ขอ มลู โดยชแ้ี จงใหท ราบถงึ ลกั ษณะงานวจิ ยั วตั ถปุ ระสงค
1.81-2.60 หมายถึง ไดร บั การสนบั สนุนทาง ของการวจิ ยั และขอคาํ แนะนาํ จากทป่ี รกึ ษาโครงการวจิ ยั
สังคมนอ ย เพ่ือคัดเลือกกลุมตัวอยางผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวย
1.00-1.80 หมายถึง ไดรับการสนบั สนุนทาง เอดสท่ีเขารับบริการและขอรับคําปรึกษาในคลินิกพิเศษ
สังคมนอ ยท่ีสุด ของโรงพยาบาลหวยยอดท่ีมีลักษณะตรงตามคุณสมบัติ
สวนที่ 4 ขอมูลคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือ ท่ีกําหนดไว ในการเก็บขอมูลดวยแบบสอบถาม ผูวิจัย
เอชไอวีและผูปวยเอดส เปนแบบสอบถามเกี่ยวกับ แนะนําตัว ช้ีแจงวัตถุประสงค ข้ันตอนของการศึกษา
คุณภาพชีวิตโดยปรับปรุงจากแบบประเมินคุณภาพชีวิต พรอมท้ังอธิบายวิธีการตอบแบบสอบถามอยางละเอียด
ฉบับยอขององคการอนามัยโลกฉบับภาษาไทย(12) โดยสอบถามความสมัครใจในการเขารวมโครงการวิจัย
ประกอบดวยขอคําถาม จํานวน 18 ขอ เพ่ือประเมิน และเปดโอกาสใหซักถามปญหาหรือขอสงสัยตางๆ
คุณภาพชีวิตใน 4 ดาน ไดแก ดานรางกาย ดานจิตใจ ผูวิจัยเก็บขอมูลดวยวิธีการสัมภาษณกลุมตัวอยาง
ดา นสงั คม และดานส่ิงแวดลอม เพื่อสอบถามขอมูลสวนบุคคล ขอมูลดานภาวะสุขภาพ
ผวู จิ ยั นาํ แบบสอบถามไปทดลองใช (Try Out) ขอมูลการสนับสนุนทางสังคม และขอมูลคุณภาพชีวิต
กับผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการใน โดยใชร ะยะเวลาประมาณคนละ 30 นาที หากกลมุ ตวั อยา ง
โรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวดั ตรงั เพอ่ื ทดสอบความเขา ใจ รูสึกอึดอัดใจไมสบายใจท่ีจะตองตอบคําถาม สามารถ
ในภาษาที่ใช ความเขาใจในการตอบคําถาม ตรวจสอบ หยดุ หรือเลิกตอบไดทนั ที และในระหวางการเกบ็ ขอ มูล
63
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
จะไมมีการบันทึกภาพถายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเก็บขอมูล สว นใหญจ บการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษาคดิ เปน รอ ยละ
เรียบรอยแลว ผูวิจัยทําการตรวจสอบความสมบูรณ 46.30 มสี ถานภาพโสด คดิ เปน รอ ยละ 25.00 ประกอบ
ครบถวนของขอมูลเพ่ือนําไปวิเคราะหขอมูลทางสถิติ อาชพี รบั จา ง คดิ เปน รอ ยละ 37.80 รายไดเ ฉลย่ี ตอ เดอื น
ตอไป ตํ่ากวา 5,000 บาท คดิ เปน รอยละ 32.40 ปจ จัยดาน
5. การวิเคราะหขอ มูล ภาวะสุขภาพของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสท่ีเขา
วิเคราะหขอมูลดวยโปรแกรมสําเร็จรูป รับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด พบวา กลุมตัวอยาง
ทางสถิติ โดยขอมูลปจจัยสวนบุคคล และขอมูลปจจัย ทราบวา ไดร บั เชอื้ เอชไอวมี าแลว เปน ระยะเวลา 10-12 ป
ดานภาวะสุขภาพ วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนา คดิ เปน รอ ยละ 23.94 ระยะเวลาทที่ ราบวา ตดิ เชอื้ เอชไอวี
ดวยการหาความถี่ คาตํ่าสุด คาสูงสุด รอยละ คาเฉลี่ย ตํ่าสุด 1 เดือน และระยะเวลาสูงสุด 24 ป สวนใหญ
และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และวเิ คราะหความสัมพนั ธ มีปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 ครั้งลาสุด มากกวา 550
เซลลตอลูกบาศกมิลลิเมตร โดยมีปริมาณเม็ดเลือดขาว
ระหวา งปจ จยั สวนบคุ คล ปจจัยดานภาวะสุขภาพ ปจ จยั
CD4 ตา่ํ สดุ 22 เซลลต อ ลกู บาศกม ลิ ลเิ มตร สงู สดุ 1,370
ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คมกบั คณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอ้ื
เซลลต อ ลกู บาศกม ลิ ลเิ มตร ระยะเวลาทไ่ี ดร บั ยาตา นไวรสั
เอชไอวีและผูปวยเอดส โดยใชสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ
7-9 ป คิดเปน รอ ยละ 23.10 โดยมีระยะเวลาตา นไวรสั
ของเพียรส ัน (Pearson’s Product Moment Correlation ต่าํ สดุ 1 เดอื น และสูงสดุ 19 ป และในชวงปท ี่ผานมา
Coefficient) คาสัมประสทิ ธ์ิ Eta (Eta Coefficient) และ กลุมตัวอยางผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสมีอาการ
วิเคราะหปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวี ผิดปกติโดยมีอาการออนเพลียมากที่สุด คิดเปนรอยละ
และผูปวยเอดสดวยการวิเคราะหการถดถอยเชิงเสน 46.37 รองลงมาคือมีผืน่ คันตามรา งกาย คิดเปนรอยละ
แบบพหุคูณ (Multiple Linear Regression Analysis) 26.26 ตามลาํ ดบั และเมอ่ื ประเมนิ คดั กรองภาวะซมึ เศรา
วิธี Enter ดว ยแบบประเมนิ ของกรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสขุ
พบวา ผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสสวนใหญไมมี
ผลการวจิ ัย อาการของภาวะซึมเศราหรือมีอาการนอยมาก คิดเปน
ขอมูลท่ัวไปสวนบุคคลของกลุมตัวอยางผูติด รอยละ 80.85 รองลงมาคือ มีภาวะซึมเศราระดับนอย
เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดสท เ่ี ขา รบั บรกิ ารในโรงพยาบาล คิดเปนรอยละ 18.09 มีภาวะซึมเศราระดับปานกลาง
หวยยอด อาํ เภอหวยยอด จงั หวดั ตรงั จาํ นวน 188 คน คิดเปนรอยละ 1.06 และไมมีผูติดเชื้อเอชไอวีและ
พบวา เปนเพศชาย คิดเปนรอยละ 46.80 อายุเฉลี่ย ผูปวยเอดสที่มีอาการของภาวะซึมเศราในระดับรุนแรง
44.27±10.31 ป อายุต่ําสุด 19 ป อายุสูงสุด 73 ป ตามลาํ ดบั (ตารางท่ี 1)
64
ปท ่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จัยทาํ นายคุณภาพชวี ติ ของผูติดเชื้อเอชไอวแี ละผปู วยเอดสท ี่เขารับบรกิ าร
ในโรงพยาบาลหวยยอด จงั หวัดตรงั
ตารางท่ี 1 ขอมูลภาวะสขุ ภาพของผูติดเชอ้ื เอชไอวีและผูปว ยเอดส
ขอมลู จาํ นวน รอ ยละ
ระยะเวลาท่ีทราบวาไดร ับเช้ือเอชไอวี (ป)
22 11.70
ตา่ํ กวา 3 ป 42 22.34
3-6 ป 27 14.36
7-9 ป 45 23.94
10-12 ป 31 16.49
13-15 ป 21 11.17
15 ป ข้ึนไป
n = 188 Min = 1 เดือน Max = 24 ป Mean = 9.39 SD = 4.835 16 8.99
ปริมาณเมด็ เลือดขาว CD4 (เซลลตอลูกบาศกมลิ ลเิ มตร) คร้งั ลาสุด 20 11.24
ตํ่ากวา 200 12 6.74
200-350 29 16.29
351-400 101 56.74
401-550
มากกวา 550 29 15.59
n = 178 Min = 22 Max = 1,370 Mean = 591.37 SD = 288.96 40 21.51
ระยะเวลาทไี่ ดร ับยาตา นไวรสั (ป) 43 23.12
ตา่ํ กวา 3 ป 39 20.97
3-6 ป 31 16.67
7 -9 ป 4 2.15
10 -12 ป
13 -15 ป 83 46.37
15 ป ขึ้นไป 47 26.26
n = 186 Min = 1 เดอื น Max = 19 ป Mean = 8.35 SD = 4.096 15 8.38
อาการผิดปกตใิ นชว งปท่ีผา นมา* 13 7.26
ออนเพลีย เหนือ่ ยงา ย ปวดศีรษะ 8 4.47
ผืน่ คันตามรา งกาย 8 4.47
เปนเชอ้ื ราในชองปาก หลอดอาหาร หรือชองคลอด 5 2.79
ลาํ ไสแ ปรปรวน
เปนวัณโรคท่ีปอดหรอื นอกปอด 152 80.85
จอประสาทตาอักเสบ 34 18.09
อนื่ ๆ (ชาปลายมือ/ตาลาย/หอบ) 2 1.06
* ตอบไดมากกวา 1 คาํ ตอบ (n = 179) 0 0.00
ระดบั ภาวะซึมเศรา
ไมม ีอาการซึมเศรา หรือมีนอยมาก (< 7 คะแนน)
ซมึ เศราระดับนอย (7-12 คะแนน)
ซึมเศราระดับปานกลาง (13-18 คะแนน)
ซึมเศรา ระดับรนุ แรง (>18 คะแนน)
65
Thai AIDS Journal
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
ปจ จยั ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คมของผตู ดิ เชอ้ื (x= 3.59, SD = 1.094) และการไดรบั การสนบั สนุน
เอชไอวีและผูปวยเอดสในภาพรวมอยูในระดับมาก ดานการยอมรบั (x= 3.59, SD = 1.109) การไดร ับ
(x= 3.60, SD = 1.033) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน รายดา น การสนบั สนนุ ดา นการเปน สว นหนง่ึ ของสงั คม (x= 3.55,
พบวา อยใู นระดบั มากทกุ ดา น โดยการไดร บั การสนบั สนนุ SD = 1.043) และการไดร บั การสนบั สนนุ ดา นทรพั ยากร
ดานขอ มลู ขา วสารมากทสี่ ดุ (x= 3.82, SD = 0.863) (x= 3.43, SD = 1.055) ตามลาํ ดบั (ตารางท่ี 2)
รองลงมาคือ การไดรับการสนับสนุนดานอารมณ
ตารางที่ 2 คา เฉล่ียและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานดา นการสนับสนุนทางสังคม
การสนับสนุนทางสังคม คาเฉลีย่ สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ระดบั
การไดร บั การสนับสนนุ ดา นอารมณ 3.59 1.094 มาก
การไดร ับการสนับสนุนดา นการยอมรบั 3.59 1.109 มาก
การไดรับการสนบั สนนุ ดา นทรพั ยากร 3.43 1.055 มาก
การไดรบั การสนับสนนุ ดา นขอ มูลขาวสาร 3.82 0.863 มาก
การไดรับการสนบั สนนุ ดา นการเปนสวนหน่ึงของสงั คม 3.55 1.043 มาก
3.60 1.033 มาก
ภาพรวม
คุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวย คดิ เปน รอ ยละ 56.91 คณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ดี คดิ เปน
เอดสท เ่ี ขา รบั บรกิ ารในโรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวดั ตรงั รอยละ 39.89 และคุณภาพชีวิตอยูในระดับท่ีไมดี
ในภาพรวมสว นใหญม คี ณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ปานกลาง คิดเปนรอยละ 3.19 ดานสังคมผูติดเชื้อเอชไอวีและ
คดิ เปน รอ ยละ 62.23 คณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ดี คดิ เปน ผปู ว ยเอดสส ว นใหญม คี ณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ดี คดิ เปน
รอยละ 37.77 และไมมผี ูตดิ เชือ้ เอชไอวแี ละผูป วยเอดส รอยละ 53.19 คุณภาพชีวิตอยูในระดับปานกลาง
ทีม่ คี ุณภาพชีวิตอยูในระดับทไี่ มดี และเมอื่ แยกประเด็น คิดเปนรอยละ 43.62 และคุณภาพชีวิตอยูในระดับ
เปนรายดาน พบวา ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส ทไี่ มด ี คดิ เปน รอ ยละ 3.19 และดา นสงิ่ แวดลอ มผตู ดิ เชอ้ื
สว นใหญม คี ณุ ภาพชวี ติ ดา นรา งกายอยใู นระดบั ปานกลาง เอชไอวีและผูปวยเอดสสวนใหญมีคุณภาพชีวิตอยูใน
คดิ เปน รอ ยละ 57.45 คณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ดี คดิ เปน ระดับปานกลาง คดิ เปนรอยละ 63.83 คุณภาพชีวติ อยู
รอยละ 40.43 และคุณภาพชีวิตอยูในระดับท่ีไมดี ในระดบั ดี คดิ เปน รอ ยละ 34.57 และคณุ ภาพชวี ติ อยใู น
คดิ เปน รอ ยละ 2.13 สว นดา นจติ ใจผตู ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละ ระดบั ทไี่ มด ี คดิ เปน รอ ยละ 1.60 ตามลาํ ดบั (ตารางที่ 3)
ผปู ว ยเอดสส ว นใหญม คี ณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ปานกลาง
ตารางที่ 3 จาํ นวนและรอยละของผตู ดิ เช้ือเอชไอวแี ละผูปวยเอดสในแตล ะดานจาํ แนกตามระดบั คุณภาพชวี ิต
องคประกอบ ระดบั คณุ ภาพชีวิต
คุณภาพชวี ิต ไมดี ปานกลาง ดี
จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ จํานวน รอยละ
ดา นรางกาย 4 2.13 108 57.45 76 40.43
ดา นจิตใจ 6 3.19 107 56.91 75 39.89
ดานสงั คม 6 3.19 82 43.62 100 53.19
ดานส่ิงแวดลอ ม 3 1.60 120 63.83 65 34.57
ภาพรวม 0 0.00 117 62.23 71 37.77
66
ปท ี่ 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จัยทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ิดเชือ้ เอชไอวีและผปู วยเอดสท ่ีเขา รับบริการ
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวัดตรงั
ความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคล ปจจัย ทางสังคม พบวา การไดรับการสนับสนุนดานอารมณ
ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คมกบั คณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอ้ื มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั ปานกลางกบั คณุ ภาพชวี ติ
เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดส พบวา ปจ จยั สว นบคุ คล ดา นเพศ ในภาพรวม (r = 0.489) การไดร บั การสนับสนนุ ดา น
มีความสัมพันธเชิงบวกในระดับสูงกับคุณภาพชีวิต การยอมรบั มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั ปานกลางกบั
ในภาพรวม (Eta = 0.567) ระดับการศึกษามีความ คุณภาพชีวิตในภาพรวม (r = 0.450) การไดรับการ
สัมพันธเชิงบวกในระดับปานกลางกับคุณภาพชีวิต สนบั สนนุ ดา นทรพั ยากรมคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั
ในภาพรวม (Eta = 0.431) สถานภาพสมรสมีความ สูงกับคุณภาพชีวติ ในภาพรวม (r = 0.543) การไดร บั
สัมพันธเชิงบวกในระดับปานกลางกับคุณภาพชีวิต การสนับสนุนดานขอมูลขาวสารมีความสัมพันธเชิงบวก
ในภาพรวม (Eta = 0.448) อาชพี มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวก ในระดับปานกลางกับคุณภาพชีวิตในภาพรวม (r =
ในระดับสูงกบั คณุ ภาพชวี ิตในภาพรวม (Eta = 0.570) 0.477) การไดร บั การสนบั สนนุ ดา นการเปน สว นหนง่ึ ของ
รายไดม คี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั สงู กบั คณุ ภาพชวี ติ สงั คมมคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั สงู กบั คณุ ภาพชวี ติ
ในภาพรวม (Eta = 0.641) สว นปจ จยั ดา นการสนบั สนนุ ในภาพรวม (r = 0.590) (ตารางที่ 4)
ตารางที่ 4 ความสมั พนั ธของปจ จยั กับคณุ ภาพชวี ิตของผูติดเช้อื เอชไอวแี ละผปู วยเอดส
ตวั แปร คณุ ภาพชีวิต
Eta p-value
เพศ 0.567 0.007
ระดับการศกึ ษา 0.431 0.291
สถานภาพสมรส 0.448 0.858
อาชพี 0.570 0.095
รายได 0.641 0.022
r p-value
ตัวแปร 0.489 <0.001
การสนบั สนนุ ดานอารมณ 0.450 <0.001
การสนบั สนุนดา นการยอมรบั 0.543 <0.001
การสนับสนุนดา นทรพั ยากร 0.477 <0.001
การสนับสนุนดานขอ มลู ขา วสาร 0.590 <0.001
การสนับสนนุ ดานการเปนสวนหนึ่งของสังคม
การวเิ คราะหป จ จยั ทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ ของตวั แปรมีคาอยูร ะหวาง 0.205-0.854 และคา VIF
เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดส ผวู จิ ยั ไดท าํ การแปลงตวั แปร มีคาอยรู ะหวา ง 1.247-4.872 แสดงวา ตวั แปรทํานาย
ทาํ นายของปจ จยั สว นบคุ คลใหเ ปน ตวั แปรหนุ (Dummy ทุกตัวแปรไมเกิดปญหาความสัมพันธเชิงเสนพหุ
Variable) แลวทําการตรวจสอบขอตกลงเบื้องตน (Multicollinearity)
(Assumption) ของการวเิ คราะหก ารถดถอยเชงิ เสน แบบ ผลการวิเคราะหปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของ
พหคุ ณู คอื ตัวแปรอิสระแตล ะตวั ตอ งไมมีความสมั พนั ธ ผูติดเชอ้ื เอชไอวีและผูปวยเอดส พบวา ปจจยั ทม่ี อี ิทธพิ ล
กัน (Multicollinearity) ดวยการพิจารณาจากคา สามารถรวมกันทํานายคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวี
Tolerance และคา Variance Inflation Factor (VIF) และผปู ว ยเอดส มจี าํ นวน 3 ตวั แปร ไดแ ก เพศ การสนบั สนนุ
ตามเกณฑของ Hair(13) ท่ีกําหนดไววาคา Tolerance ดานทรัพยากร และการสนับสนุนดานการเปนสวนหนึ่ง
ตอ งมคี ามากกวา 0.10 และคา VIF ตอ งมคี า ไมเขาใกล ของสังคม สามารถรวมกันทํานายคุณภาพชีวิตของ
หรือเกนิ 10 ผลการวิเคราะหข อ มลู พบวา คา Tolerance ผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสไดรอยละ 47.90
67
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (R2 = 0.479, p-value ของผตู ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดส (ตารางท่ี 5) ไดด งั นี้
<0.001) โดยมีคาสัมประสิทธ์ิการถดถอยของตัวแปร Y (คณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู ว ย
ทํานาย ดังนี้ การสนับสนุนดานการเปนสวนหน่ึง
ของสังคม (b = 0.271) การสนับสนุนดานทรัพยากร เอดส) = 1.696 + 0.271 (การสนับสนุนดานการเปน
(b = 0.110) เพศ (-0.218) และมคี าคงที่ (Constant) สวนหน่ึงของสังคม) + 0.110 (การสนับสนุนดาน
เทา กบั 1.696 สามารถสรา งสมการทํานายคุณภาพชวี ิต ทรัพยากร)-0.218 (เพศ)
ตารางที่ 5 ปจจัยทาํ นายคุณภาพชีวิตของผูต ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู วยเอดส
ตัวแปรทํานาย b Beta t p-value Tolerance VIF
ปจจัยสว นบุคคล
-0.218 -0.223 -3.216 0.002 0.703 1.423
เพศ 0.251 0.079 1.210 0.228 0.802 1.247
ระดับการศึกษา 0.116 0.099 1.579 0.116 0.854 1.171
สถานภาพสมรส -0.039 -0.029 -0.391 0.696 0.631 1.585
อาชีพ 0.045 0.028 0.378 0.706 0.628 1.592
รายได
ปจจยั ดา นภาวะสุขภาพ -0.033 -0.101 -0.785 0.434 0.205 4.872
ระยะเวลาท่เี ปน โรค 0.013 0.033 0.480 0.632 0.695 1.439
ปรมิ าณเมด็ เลอื ดขาว CD4 0.004 0.012 0.098 0.922 0.230 4.356
ระยะเวลาท่ีไดร บั ยาตานไวรัส
ปจจัยดานการสนับสนุนทางสังคม 0.075 0.143 1.385 0.168 0.317 3.151
การสนบั สนุนดา นอารมณ -0.017 -0.034 -0.299 0.765 0.260 3.842
การสนบั สนุนดา นการยอมรับ 0.110 0.184 1.835 0.048 0.338 2.962
การสนับสนุนดานทรัพยากร 0.056 0.083 1.022 0.308 0.509 1.963
การสนับสนุนดานขอ มลู ขา วสาร 0.271 0.434 5.564 0.001 0.556 1.797
การสนับสนุนดานการเปน
สว นหนึ่งของสงั คม Constant = 1.696 F = 10.903 p-value <0.001
R = 0.692 R2 = 0.479
อภปิ รายผล อยางท่ัวถึง และไดรับการยอมรับจากสังคมภายนอก
มากขึ้น แตคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือก็ยังคงอยูในระดับ
การศึกษาครั้งน้ี พบวา ผูติดเช้ือเอชไอวีและ ที่ไมสูงมากนัก ท้ังนี้อาจเปนเพราะคุณภาพชีวิตเปน
ผูปวยเอดสท่ีเขารับบริการในโรงพยาบาลหวยยอด การประเมินจากการรับรูของบุคคลหรือความรูสึก
จงั หวดั ตรงั มคี ณุ ภาพชวี ติ โดยรวมอยใู นระดบั ปานกลาง พึงพอใจตอความเปนอยูในขณะนั้นรวมถึงเปนความสุข
และเมอื่ พจิ ารณารายดา น พบวา คณุ ภาพชวี ติ ดา นรา งกาย ในการดํารงชีวิต แตเนื่องจากโรคเอดสเปนโรคท่ีไม
ดานจิตใจ และดานสิ่งแวดลอมอยูในระดับปานกลาง หายขาด ตองปกปดบุคคลอื่น ยังไมไดรับการยอมรับ
สวนคุณภาพชีวิตดานสังคมอยูในระดับดี สอดคลองกับ ในสังคมมากนกั อีกทัง้ มโี อกาสติดเช้ือฉวยโอกาส และ
การศกึ ษาของวษิ ณุ อนลิ บล(14) เกษรวี ละมา ยสกลุ (6) และ อาจมีอาการผิดปกติเกิดภาวะแทรกซอนของโรคท่ีอาจ
ประทีป ดวงงาม(15) พบวา ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวย สงผลกระทบทัง้ ทางตรงและทางออ ม ดังนัน้ แมวาผปู ว ย
เอดสส ว นใหญม คี ณุ ภาพชวี ติ อยใู นระดบั ปานกลาง ทง้ั ๆ สว นใหญจ ะไดร บั การรกั ษาดแู ลจากสถานพยาบาลในชมุ ชน
ทใี่ นปจ จบุ นั ผตู ดิ เชอื้ สามารถเขา ถงึ บรกิ ารยาตา นไวรสั ได
68
ปท่ี 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจจัยทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ิดเชื้อเอชไอวแี ละผูปว ยเอดสท่เี ขา รับบรกิ าร
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จังหวดั ตรัง
และไดร บั ยาตา นไวรสั อยา งสมาํ่ เสมอ แตก ย็ งั ไมส ามารถ ตอไปในอนาคต สวนระดับการศึกษา สถานภาพสมรส
ทาํ ใหผ ปู ว ยและผตู ดิ เชอื้ มคี วามพงึ พอใจตอ ความเปน อยู มคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกในระดบั ปานกลางกบั คณุ ภาพชวี ติ
ของตนไดอยางเต็มที่ สงผลใหคุณภาพชีวิตในภาพรวม จากการศึกษาของเปรมจิตร ตันบุญยืน และคณะ(18)
ของผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดสยังคงอยูในระดับ พบวา สถานภาพสมรสมีความสัมพันธกับคุณภาพชีวิต
ปานกลาง และเมื่อพจิ ารณาคณุ ภาพชวี ติ รายดา น พบวา ของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส อําเภอบานบึง
คุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดส จังหวัดชลบุรี โดยพบวา ผูติดเช้ือท่ีมีคูสมรส รวมถึง
ดา นรา งกาย ดา นจิตใจ และดานสิง่ แวดลอ ม อยูใ นระดบั ผทู ีเ่ ปน หมา ย หยาราง หรือแยกกนั อยมู คี ุณภาพชวี ติ ทดี่ ี
ปานกลาง และคุณภาพชีวิตดานสังคมอยูในระดับดี กวา ผทู เ่ี ปน โสด เนอื่ งจากการมคี สู มรสชว ยใหผ ปู ว ยมกี าร
สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของปญ จพจน วมิ ลรตั นชยั ศริ (ิ 16) สนบั สนนุ ทางสงั คมทจี่ ะชว ยเหลอื ใหด าํ เนนิ ชวี ติ ไดด กี วา
ณัฐพร ลีนวิภาต และคณะ(17) พบวา คุณภาพชีวิต และสอดคลอ งกบั การศกึ ษาของสเุ ทพ รกั เมอื ง(19) พบวา
ดานสุขภาพกาย ดานจิตใจ และดานสังคมอยูในระดับ สถานภาพสมรสมีความสัมพันธกับคุณภาพชีวิตของ
ปานกลาง และระดบั ดี อาจเนอ่ื งจากผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละ ผปู ว ยเอดสท ร่ี บั ยาตา นไวรสั โดยผทู ส่ี มรสแลว มคี ณุ ภาพ
ผูปวยเอดสไดรับยาตานไวรัสจากโรงพยาบาลและไดรับ ชีวิตในระดับดีสูงกวากลุมอื่น ซ่ึงสามารถอธิบายไดวา
การตรวจรางกายจากแพทย รวมถึงไดรับความรู ผูติดเช้ือหรือผูปวยเอดสที่มีคูสมรสเปนบุคคลใกลชิด
คาํ แนะนาํ ตา งๆ เกยี่ วกบั โรคทเ่ี ปน อยู การรบั ประทานยา ทสี่ ามารถพดู คยุ ใหก าํ ลงั ใจและดแู ลกนั ได ทาํ ใหผ ปู ว ยได
และการปฏิบัติตนในชีวิตประจําวันจากพยาบาลหรือ รบั ความรกั การดแู ลเอาใจใส สว นผทู อี่ ยใู นสถานภาพโสด
เจาหนาที่สาธารณสุข ทําใหผูปวยสามารถทํากิจกรรม มกั มแี นวโนม ทจ่ี ะไมม คี วามสขุ เนอ่ื งจากไมม ผี ดู แู ลซง่ึ อาจ
ตางๆ ใชชีวิตประจําวัน การเขาสังคม รวมถึงประกอบ ทาํ ใหก ระทบตอ จติ ใจหรอื คณุ ภาพชวี ติ ได สว นรายไดไ มม ี
อาชพี ไดตามปกติ ความสัมพันธกับคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและ
ผปู ว ยเอดส อาจเนอ่ื งจากการรกั ษาในปจ จบุ นั ผปู ว ยเอดส
ความสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคล ปจจัย ไดรับยาตานไวรัสเอดสฟรี โดยไมตองเสียคาใชจายจึง
ดา นภาวะสขุ ภาพ และปจ จยั ดา นการสนบั สนนุ ทางสงั คม ทาํ ใหไ มม คี วามรสู กึ กงั วลใจในการใชจ า ยคา รกั ษาพยาบาล
กับคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวยเอดส ในสว นนี้
พบวา ปจ จยั สวนบุคคล ไดแ ก เพศ อาชพี และรายได
มีความสัมพันธเชิงบวกกับคุณภาพชีวิตในระดับสูง นอกจากนี้ ปจ จยั การสนบั สนนุ ทางสงั คมในดา น
สวนระดับการศึกษา สถานภาพสมรส มีความสัมพันธ ทรัพยากรและดานการเปนสวนหนึ่งของสังคม มีความ
เชงิ บวกกบั คณุ ภาพชวี ติ ในระดบั ปานกลาง และตวั แปรเพศ สัมพันธกับคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและ
การสนับสนุนดานทรัพยากร และการสนับสนุนดานการ ผปู ว ยเอดส สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ ประทปี ดวงงาม(15)
เปนสวนหนึ่งของสังคม เปนปจจัยที่มีอิทธิพลสามารถ และมลิวรรณ ชูดํา(20) พบวา การสนับสนุนทางสังคม
รวมกันทํานายคุณภาพชีวิตของผูติดเช้ือเอชไอวีและ มีความสัมพันธกับคุณภาพชีวิตและความผาสุกของ
ผูปวยเอดสไ ด รอ ยละ 47.90 อยา งมนี ยั สําคัญทางสถติ ิ ผูติดเช้ือเอชไอวี ท้ังน้ีเนื่องจากระบบสังคมไทยและ
ซึ่งจากการศึกษาของเกษรวี ละมายสกุล(6) พบวา วัฒนธรรมไทยมีการสนับสนุนชวยเหลือเกื้อกูลกัน
เพศมคี วามสมั พนั ธเ ชงิ บวกกบั คณุ ภาพชวี ติ ในมติ สิ ขุ ภาพ โดยเฉพาะกับผูที่ออนแอหรือเกิดการเจ็บปวยดวย
ของผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสที่ไดรับยาตานไวรัส โรครา ยคกุ คามชวี ติ สมาชกิ ในสงั คมจะใหค วามชว ยเหลอื
ในระดับตํ่า ทั้งนี้อาจเน่ืองจากเพศชายและเพศหญิง คอยใหก าํ ลงั ใจในการตอ สกู บั ภาวะการเจบ็ ปว ยทเี่ กดิ ขน้ึ
เมื่อตองเผชิญกับการติดเช้ือเอชไอวีซึ่งเปนโรคท่ีรักษา ทําใหเกิดความรูสึกเห็นคุณคาในตนเองเพิ่มมากขึ้น
ไมหายขาดจึงทําใหมีผลตอจิตใจและการดํารงชีวิตอยู ดงั นน้ั การไดร บั การสนบั สนนุ จากสงั คมจงึ เปน ปจ จยั ทมี่ ี
69
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
ความสําคัญตอคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและ 4. การวิจัยคร้ังน้ีกําหนดคุณสมบัติของ
ผปู ว ยเอดส หากสมาชกิ ในครอบครวั คสู มรส หรอื บคุ คล กลมุ ตวั อยา งในการเกบ็ ขอ มลู เฉพาะผตู ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละ
ใกลชิดคอยใหการชวยเหลือสนับสนุนในเรื่องตางๆ ผูปวยเอดสที่รูสึกตัวดี มีสติสัมปชัญญะ และมีภาวะ
ใหการยอมรับ มีโอกาสเขารวมกิจกรรมทางสังคม สุขภาพโดยท่ัวไปที่สามารถชวยเหลือตัวเองได ดังนั้น
ไดรับขอมูลขาวสารท่ีเปนประโยชน ไดรับการสนับสนุน คณุ ภาพชวี ติ ทไี่ ดอ าจแตกตา งจากผปู ว ยทมี่ อี าการรนุ แรง
ทรัพยากรในการดํารงชีวิตยอมสงผลใหมีคุณภาพชีวิต ในการศกึ ษาคณุ ภาพชวี ติ ของผตู ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละผปู ว ย
ที่ดียง่ิ ขึน้ เอดสค รงั้ ตอ ไปอาจเพมิ่ เตมิ การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพดว ยการ
ศึกษาแบบปรากฏการณวิทยา (Phenomenological
ขอเสนอแนะ Study) เพอื่ ไดท ราบขอ มลู ทจี่ ะเปน ประโยชนต อ การดแู ล
และสงเสริมคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อเอชไอวีและผูปวย
1. การศึกษาปจจัยทํานายคุณภาพชีวิตของ เอดสท่ดี ียง่ิ ขึ้นตอ ไป
ผูติดเช้ือเอชไอวีและผูปวยเอดสที่เขารับบริการใน
โรงพยาบาลหว ยยอด จงั หวดั ตรงั เปน การศกึ ษาคณุ ภาพ กติ ตกิ รรมประกาศ
ชวี ติ ของผตู ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดสใ นภาพรวมและ
รายดาน ผลจากการศึกษาคร้ังน้ีสามารถนําไปใชเปน งานวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนทุนวิจัยงบ
ขอ มลู ในการวางแผนจดั ระบบการบรกิ าร และเปน ขอ มลู ประมาณเงนิ รายไดข องมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
พ้ืนฐานใหแกหนวยงานผูรับผิดชอบดานการพยาบาล ศรีวิชยั ผวู จิ ยั ขอขอบคุณความกรณุ าจาก คณุ มยุรี ลคั นา
ผูปวยติดเชื้อเอชไอวีในการใหการดูแลและสงเสริม ศโิ รรตั น คณุ นนั ทวนั ณ ระนอง และคณุ ฉนั ทนา สงั ขท อง
คุณภาพชีวิตเพื่อวางแผนปรับปรุงและพัฒนาการจัด พยาบาลวิชาชีพชํานาญการโรงพยาบาลหวยยอด
บริการสงเสริมสุขภาพระบบบริการดูแลรักษาผูติดเช้ือ ผูทรงคุณวุฒิท่ีปรึกษาโครงการวิจัย และผูท่ีเกี่ยวของ
เอชไอวีและผูปว ยเอดสต อ ไป ทุกฝายที่ใหคําแนะนํา แกไข ใหขอเสนอแนะในการ
ดําเนนิ งานวิจัยจนสาํ เรจ็ ดว ยความเรยี บรอย ขอขอบคุณ
2. ในการสงเสริมคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อ ผูใหขอมูลที่ยินดีเขารวมการวิจัยและใหความรวมมือ
เอชไอวีและผูปวยเอดส ควรมีการจัดบริการสุขภาพ ในการใหข อ มลู ในการศกึ ษาครง้ั นจ้ี นงานวจิ ยั สาํ เรจ็ ลลุ ว ง
เชิงรุก ในการพัฒนารูปแบบการสรางเสริมสุขภาพของ ไปไดดวยดี
ผูปวย ทั้งการใหความรู การจัดกิจกรรมกลุมเพ่ือ
แลกเปล่ียนความคิดเห็นดานการรักษา กิจกรรมการ เอกสารอา งอิง
ออกกําลงกาย การดูแลดานโภชนาการ การสรางอาชีพ
การสรา งความคดิ เชงิ บวกใหผ ปู ว ยเหน็ คณุ คา ของตนเอง 1. National News Bureau of Thailand (TH). AIDS
และเสรมิ สรา งความรู ความเขา ใจกบั บคุ คลในครอบครวั coexistence is not stigmatized. [Internet]. 2020
ญาตมิ ติ ร และบคุ คลใกลช ดิ ใหม คี วามรคู วามเขา ใจถงึ การ [cited 2021 Jan 5]. Available from https://
อยรู วมกันไดอ ยางปลอดภัย thainews.prd.go.th/th/news/detail/
TCATG201201094219016
3. ควรมีการศึกษาคุณภาพชีวิตของผูติดเชื้อ
เอชไอวแี ละผปู ว ยเอดสโ ดยการตดิ ตามผลอยา งตอ เนอ่ื ง 2. HIV INFO HUB. Channels for receiving and
เปน ระยะ ๆ เพอ่ื ใหเ หน็ ถงึ การเปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ และ transmitting HIV infection. [Internet]. 2020
อาจมงุ เนน การศกึ ษารปู แบบของกจิ กรรมตา งๆ ทส่ี ง เสรมิ [cited 2021 Jan 5]. Available from https://
คณุ ภาพชวี ติ ของผูตดิ เชื้อเอชไอวีและผปู ว ยเอดส hivhub.ddc.moph.go.th/epidemic.php. (in Thai)
70
ปท ่ี 33 ฉบบั ท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ปจ จยั ทาํ นายคณุ ภาพชวี ติ ของผูตดิ เชอื้ เอชไอวีและผูปว ยเอดสที่เขารับบริการ
ในโรงพยาบาลหว ยยอด จังหวดั ตรงั
3. Nantapong Pongsuwan. Factors Affecting 11.Weiss, R.S. The provisions of social relation-
Antiretroviral Treatment Therapy in HIV Infect-
ed People Rew AIDS Patients Trang Hospital. ships. In Z. Rubin. 1st Ed. Doing unto others.
Thai AIDS Journal. 2020; 32(2): 68 - 78. (in
Thai) Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall;
4. Kanisorn Kaewdang, Sumalee Rachaniyom. 1974.
Nurses and Holistic Nursing Care in AIDS
Patient. Journal of Phrapokklao Nursing College. 12.Suwat Mahatnirunkul, Wirawan Tantipiwattana-
2015; 26(1 Suppl): 128 - 135. (in Thai)
sakun, Wanida Pumphaisanchai. Quality of Life
5. Kiat Rakrungtham. Evolution in the care of
infected people [Internet]. 2012 [cited 2020 Indicators of the World Health Organization Thai
Dec 20]. Available from https://www.redcross.
or.th/article/15421. (in Thai) version (WHOQOL-BREF-THAI). Project to
6. Gesrawee Lamaisakul. Health-Related Quality make a ready-made program In the 2002 area
of Life Amongst Persons Living with HIV/AIDS
Receiving Antiretroviral Drug at the Secondary mental health survey, Suan Prung Hospital,
Level Hospital in Samut Sakhon Province.
[master’s thesis]. [Bangkok]: Christian University; Chiang Mai; 2002. (in Thai)
2012. (in Thai)
13.Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J. Multivariate
7. Basavaraj, K.H., Navya, M.A., Rashmi, R.
Quality of life in HIV/AIDS. India Journal of Data Analysis: A Global Perspective. 7th Ed.
Sexually Transmitted Diseases and AIDS 2010;
31(2): 75-80. (in Thai) Pearson Education; 2010.
8. Cochran, W.G. Wiley: Sampling Techniques. 3rd 14.Wissanu Aninlabon, Araya Prasertchai, Pornthip
ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
Geerapong. A Comparison of Quality of Life
9. Yuwadee Leelukkanaveera. Economic evaluation
of routine offer of HIV counseling and testing of among HIV/AIDS Patients Attending Govern-
out patients at community hospitals in Thailand.
[dissertation]. [Bangkok]: Chulalongkorn Uni- ment Hospitals. Journal of the Department of
versity; 2009. (in Thai)
Medical services. 2019; 44(3): 120 - 129. (in
10.House, J.S. The nature of social support. In M.A.
Reading. 4th Ed. Work stress and social support Thai)
Philadelphia: Addison Wesley; 1981.
15.Pratheep Duangngam. Factors Affecting Quality
of Life of HIV-infected and AIDS Patients
Receiving ARVs. HIV in Trang Community
Hospital. [master’s thesis]. [Songkhla]: Thaksin
University; 2012. (in Thai)
16.Panjapoj Wimonratanachaisiri, Suchitra Nilert.
Factors Influencing Quality of Life of People
with HIV, Sam Chuk District, Suphanburi Prov-
ince. Medical Journal of Udon Thani Hospital
2016; 25(1): 9 - 18. (in Thai)
17.Nuttaporn Leenwiphat, Thawarat Khotphuwiang.
Quality of life among people living with HIV
received antiretroviral drugs in Khon Kaen prov-
ince. Journal of the Office of Disease Prevention
and Control 7 Khon Kaen. 2020; 27(1): 1 -
11. (in Thai)
71
Thai AIDS Journal FACTORS PREDICTING QUALITY OF LIFE OF HIV INFECTED
Vol. 33 No.2 Feb - May 2021 AND AIDS PATIENTS IN HUAI YOT HOSPITAL, TRANG PROVINCE
18.Premchit Tanboonyuen, Yuwadee Lee Lucknaw- 20.Maliwan Choodam. Quality of Life among
ira, Pornnapa Homsin. Factors Predicting Quali- Patients with HIV/AIDS in Pa-phayom District,
ty of Life of People with HIV and AIDS. Journal Phatthalung Province. Journal of Health Science,
of Public Health Nursing. 2015; 29(1): 80 - Thaksin University. 2019; 1(1): 1 - 6. (in Thai)
97. (in Thai)
19.Suthep Rukmoung. Quality of life among AIDS
patient receiving antiretroviral therapy in Region
11. [master’s thesis]. [Bangkok]: Chulalongkorn
University; 2003. (in Thai)
72
ปที่ 33 ฉบับท่ี 2 ก.พ.- พ.ค. 2564 ผลการจัดบริการปองกนั การติดเช้ือเอชไอวีในกลมุ ผูใ ชยาเสพติดดวยวธิ ีฉดี
วารสารโรคเอดส ปท่ี 33 ฉบบั ที่ 2 ก.พ.-พ.ค. 2564 Thai AIDS JouภrnายalใตVนoโlย. บ3า3ยลNดoอ. นั2ตFราeยb-จาMกaยyาเ2ส0พ2ตดิ1
นิพนธตน ฉบับ Original Article
ผลการจดั บริการปอ งกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวใี นกลุมผใู ชยาเสพติดดวยวธิ ฉี ีด
ภายใตน โยบายลดอันตรายจากยาเสพติด
EFFECT OF HIV PREVENTION SERVICES AMONG PEOPLE WHO INJECT
DRUGS OF HARM REDUCTION POLICY
จฑุ ามาศ มากกุญชร Juthamat Makkunchorn
กองโรคเอดสและโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ Division of AIDS and STIs
กรมควบคุมโรค Department of Disease Control
Received: 12/12/2020
Revised: 13/01/2021
Accepted: 03/05/2021
บทคดั ยอ
ผลการจัดบริการปองกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุมผูใชยาเสพติดดวยวิธีฉีด ภายใตนโยบายลดอันตราย
จากยาเสพตดิ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ประเมนิ ผลการจดั บรกิ ารปอ งกนั การตดิ เชอื้ เอชไอวใี นกลมุ ผใู ชย าเสพตดิ ดว ยวธิ ฉี ดี
ภายใตนโยบายลดอันตรายจากยาเสพติด ใชรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการทบทวนเอกสารท่ีเกี่ยวของและ
เก็บขอมูลดวยการสนทนากลุม 4 กลุม ในกลุมตัวอยางท่ีเปนผูปฏิบัติงานภาครัฐและภาคประชาสังคมท่ีใหบริการ
กลุมผูใชยาเสพติดดวยวิธีฉีด รวมจํานวน 37 คน จากการศึกษาผลการจัดบริการปองกันการติดเชื้อเอชไอวี
มีการจัดบริการใน 4 ประเด็น ไดแก (1) การใหความรู พบวา ชุดความรูในการใหคําแนะนําของภาครัฐและ
ภาคประชาสังคมยังมีความแตกตางกันในประเด็นเนื้อหาและยังไมมีสื่อความรูสําหรับผูใชยาเสพติดดวยวิธีฉีด
ในการปองกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวี (2) การใหคําปรึกษา และตรวจการติดเช้อื เอชไอวีโดยสมัครใจ มีการดําเนินการ
ตามบทบาทหนาที่ แตยังขาดการเชื่อมโยงขอมูลระหวางภาครัฐและภาคประชาสังคม และระหวางภาครัฐดวยกัน
(3) การสนับสนุนใหใชเข็มและอุปกรณฉีดท่ีสะอาด มีขอจํากัดทางดานกฎหมายที่ยังไมเอื้อตอการดําเนินงาน
รวมทงั้ ทศั นคตแิ ละความเขา ใจของผปู ฏบิ ตั งิ านในทกุ ระดบั และ (4) การสนบั สนนุ ใหใ ชถ งุ ยางอนามยั มกี ารดาํ เนนิ
งานไดท กุ หนวยงาน ทง้ั นพี้ บวา ขอจาํ กัดหรอื ปญหาอุปสรรคในการจัดบริการ คอื เน้ือหาชุดความรู สอ่ื และชองทาง
เผยแพรขอมูลไมเหมาะสมกับกลุมเปาหมาย การสนับสนุนการใชเข็มและอุปกรณฉีดท่ีสะอาดยังผิดกฎหมาย
รวมถึงทัศนคติเชิงลบและชองวางในการดําเนินงานรวมกันของบุคลากรดานสาธารณสุขและหนวยงานที่เก่ียวของ
ดงั นัน้ การจดั บริการนี้ควรมีการสรางทัศนคติ ความเขา ใจ และความรวมมอื ในทุกระดบั และมีการเชื่อมโยงขอมูล
การบริการและการดูแลรักษาผูใชยาเสพติดดวยวิธีฉีดอยางครอบคลุมรอบดาน รวมท้ังการแกไขขอกฎหมาย
ในประเด็นการสนับสนุนใหใ ชเ ข็มและอปุ กรณฉ ีดทีส่ ะอาด
73