The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน : การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิป
โดย : นางสาวรริชา พร้อมประดิษฐ
รหัส : 63370100630 หมู่ที่ 6
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต(วิชาชีพครู)
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru'Bammmmmmmmmmmmmmmm, 2022-01-26 19:07:00

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิป

วิจัยในชั้นเรียน : การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิป
โดย : นางสาวรริชา พร้อมประดิษฐ
รหัส : 63370100630 หมู่ที่ 6
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต(วิชาชีพครู)
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

42

บทท่ี 3
วิธีการดาเนินการวจิ ยั

การวจิ ยั เร่ือง การพฒั นาความคิดสร้างสรรคใ์ นรายวิชาทศั นศิลป์ ของนกั เรียนระดบั ช้ัน
มยั มศึกษาปีท่ี 3 โดยใช้การจัดการเรียนร้แู บบซิปปา เป็นงานวจิ ยั เชิงทดลองประเภทการทดลอง
ก่งึ ทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบแผนการวิจยั แบบกล่มุ เดยี วทดสอบก่อนและ
สอบหลัง (The One Group Pretest-Posttest Design) ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/4
โรงเรียนแก่นนครวทิ ยาลยั ผ้วู ิจัยได้ดาเนินตามลาดบั ข้ันตอน ดังน้ี

1. วิธีวจิ ัย / รูปแบบการวิจัย
การวิจยั เชิงก่อนทดลอง ซ่งึ มีกลุ่มทดลองเพียงกล่มุ เดียว มีการวัดผลกอ่ นการทดลอง

(O1) หลงั จากการจดั กระทาตามโปรแกรม (X) แล้ว มกี ารวดั ผลหลังการทดลอง (O2)
2. แหล่งขอ้ มูล
นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3/4 โรงเรยี นแกน่ นครวิทยาลัย อาเภอเมืองขอนแก่น
จงั หวัดขอนแกน่

ใช้ระยะเวลาในการทดลองใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ 7 วนั ดังน้ี
วันท่ี 9 สิงหาคม 2564แบบทดสอบความคดิ สร้างสรรค์ก่อนเรยี น

จานวน 1 ช่วั โมง
วนั ท่ี 16 สิงหาคม 2564 จานวน 1 คาบเรียน คาบเรียนละ 1 ช่วั โมง
วันท่ี 23 สิงหาคม 2564 จานวน 1 คาบเรยี น คาบเรยี นละ 1 ช่วั โมง
วันท่ี 30 สิงหาคม 2564 จานวน 1 คาบเรยี น คาบเรยี นละ 1ช่วั โมง
วันท่ี 6 กนั ยายน 2564 จานวน 1 คาบเรยี น คาบเรียนละ 1 ช่วั โมง
วันท่ี 13 กนั ยายน 2564จานวน 1 คาบเรียน คาบเรยี นละ 1 ช่วั โมง
วนั ท่ี 20 กนั ยายน 2564แบบทดสอบความคดิ สร้างสรรค์หลังเรียนจานวน

1 ช่วั โมง

3. ประชากร
นกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นแก่นนครวิทยาลยั อาเภอเมืองขอนแก่น

จงั หวัดขอนแก่น ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 จานวน 696 คน
4. กลมุ่ ตวั อย่าง

นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3/4 โรงเรยี นแก่นนครวิทยาลัย อาเภอเมอื งขอนแก่น
จังหวดั ขอนแกน่ ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 จานวน 45 คน จากวิธีการเลอื กแบบ
เจาะจง ( Purposive sampling )

43

7. เครื่องมอื ท่ใี ชแ้ ละการพฒั นาเคร่ืองมอื
1. แผนการจดั การเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA Model) เพ่อื พัฒนาความคิดสร้างสรรคใ์ น
รายวิชาทศั นศลิ ป์ ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3

1.1 ศึกษาหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
1.2 ศกึ ษาขอบขา่ ยเน้อื หา เก่ยี วกับการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ ประกอบด้วย
1) จิตรกรรม 2) ประตมิ ากรรม 3) ภาพพมิ พ์ รวมท้งั เอกสารและงานวิจัยท่เี ก่ยี วข้อง แล้วนามา
เขียนแผนการจดั การเรียนรู้
1.3 สร้างแผนการจดั การเรยี นรู้แบบซิปปาตามข้นั ตอนของทศิ นา แขมมณี
(2558) เพ่อื พัฒนาความคดิ สร้างสรรค์ จานวน 3 แผน 7 คาบ มีรายละเอยี ดดังน้ี
- แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่ือง การสร้างสรรคผ์ ลงานจติ รกรรม
- แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เร่ือง การสร้างสรรค์ผลงานประตมิ ากรรม
- แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่ือง การสร้างสรรคผ์ ลงานภาพพมิ พ์
1.4 นาแผนการสอนให้ผ้เู ช่ยี วชาญตรวจสอบ

1.4.1 ความชดั เจนและความถูกต้องของจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.4.2 ความสอดคล้องของเน้อื หา กิจกรรม และส่อื การสอน
1.4.3 ความสอดคล้องของจุดประสงคก์ ารเรียนรู้กบั การวดั และ
ประเมินผล
1.5 นาแผนการจดั การเรียนรู้ไปปรบั ปรุงแก้ไข
1.6 นาแผนการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาเพ่อื พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไป
ทดลองใช้กบั กล่มุ ตวั อย่าง

2. แบบทดสอบความคิดสร้างสรรคใ์ นรายวชิ าทศั นศิลป์

2.1 ศกึ ษาแนวทางการสร้างแบบประเมนิ วัดระดับความคดิ สร้างสรรค์
2.2 สร้างแบบประเมนิ วัดระดบั ความคิดสร้างสรรค์ทางการเรยี น เร่ือง การ
สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ แบบอัตนยั จานวน 1 ข้อ เพ่อื ใช้ในการทดสอบกอ่ นเรยี นและ
หลงั เรียน
2.3 นาแบบประเมินวัดระดับความคดิ สร้างสรรค์ให้ผู้เช่ยี วชาญตรวจสอบ
2.4 นาแบบประเมนิ วดั ระดับความคิดสร้างสรรค์มาปรบั ปรุงแก้ไข แล้วนาไป
ทดสอบกบั กล่มุ ตัวอย่าง

6. วธิ ีการเกบ็ ขอ้ มูล
1. ประเมนิ วดั ระดับความคิดสร้างสรรค์กอ่ นเรียนโดยใช้แบบทดสอบอัตนัยในการ
สร้างสรรค์ผลงานศลิ ปะ จานวน 1 ข้อ

44

2. สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา จานวน 3 แผนการจดั การเรยี นรู้ จานวน
7 คาบ ประเมินความคิดสร้างสรรค์จากช้นิ งานของนกั เรียนในแต่ละแผนการจดั การเรยี นรู้

3. หลงั จากสอนครบท้งั 3 แผนแล้ว ประเมินวดั ระดับความคิดสร้างสรรค์หลังเรยี นโดย
ใช้แบบทดสอบอัตนัยในการสร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปะ จานวน 1 ข้อ

7. สถิติท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั
1. การวิเคราะห์ระดับความคิดสร้างสรรคจ์ ากการประเมนิ ผลงานและวเิ คราะหผ์ ลคะแนน
จากแบบทดสอบความคดิ สร้างสรรค์ โดยใช้สถติ พิ ้นื ฐาน ได้แก่ ค่าเฉล่ยี ค่าร้อยละ และค่า
เบ่ียงเบนมาตรฐาน
2. การวเิ คราะหเ์ ปรียบเทยี บคะแนนก่อน-หลังเรียน โดยใช้คะแนน T – Score

45

บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

การวิจัยเร่ือง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ ของนักเรียนระดับช้ัน
มยั มศึกษาปี ท่ี 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปา เป็นงานวิจัยเชิงทดลองประเภทการทดลอง
ก่ึงทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและ
สอบหลัง (The One Group Pretest-Posttest Design) เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3/4 โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จานวน 30 คน ซ่ึงได้มาจากวิธีการ
เลือกกล่มุ ตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มวี ัตถุประสงค์การวจิ ัยเพ่อื 1) เพ่อื พัฒนา
ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงาน รายวิชาทศั นศิลป์ ของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 3
ท่เี รียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ยั คร้ังน้ไี ด้แก่ 1) แผนการจดั การ
เรียนรู้รูปแบบซิปปา 2) แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ ก่อนเรียนและ
หลงั เรียน 3) แบบประเมนิ พัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละแผน ผ้วู จิ ัยขอนาเสนอผล
การวเิ คราะหข์ ้อมลู โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ตามลาดบั ดังน้ี

ตอนท่ี 1 ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ในรายวชิ าทศั นศลิ ป์ โดยใช้การจดั การเรียนการสอนแบบซปิ ปา

ตอนท่ี 2 ผลการทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ ก่อนเรียนและหลัง
เรียน

ตอนที่ 1 ผลการจัดการเรียนรูด้ ว้ ยแผนการจัดการเรียนรูเ้ พื่อพฒั นาความคิดสร้างสรรคใ์ น
รายวิชาทศั นศลิ ป์ โดยใชก้ ารจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา

ผ้ ูวิจัยได้ ทาการ ส ร้ างแล ะใช้ แผนการ จัดการ เรียนร้ ู เพ่ื อพัฒ นาค วามคิดส ร้ า งส รรค์ใน
รายวชิ าทศั นศิลป์ เร่ือง การสร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ ของนักเรียนระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 โดย
ใช้การจดั การเรยี นการสอนแบบซิปปา ทง้ั หมด 3 แผนการจัดการเรียนรู้ รวม 7 คาบ ดงั น้ี

แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง การสร้างงานจติ รกรรม จานวน 2 คาบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง การสร้างงานประติมากรรม จานวน 2 คาบ
แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง การสร้างงานภาพพมิ พ์ จานวน 1 คาบ
ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้ประเมินพัฒนาการด้านความคิดสร้างสรรค์ของ
นักเรียนจากผลงาน 3 ผลงาน คะแนนแต่ละผลงานเต็ม 10 คะแนน ซ่ึงมีคะแนนความคิด
สร้างสรรค์ ดงั ตารางท่ี 5

46

ตารางท่ี 5 คะแนนประเมินความคิดสร้างสรรค์จากผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใช้การจัดการเรียนการ
สอนแบบซิปปาของนักเรยี นระหว่างได้รับการสอน (รายบุคคล)

ผลงานช้นิ ท่ี 1 ผลงานช้นิ ท่ี 2 ผลงานช้นิ ท่ี 3

คนท่ี

คะแนน ระดับ คะแนน ระดบั คะแนน ระดับ

1 10 พอใช้ 12 ดี 17 ดีมาก

2 12 ดี 13 ดี 16 ดมี าก

3 13 ดี 17 ดมี าก 19 ดีมาก

4 12 ดี 14 ดี 18 ดมี าก

5 11 ดี 12 ดี 16 ดมี าก

6 10 พอใช้ 12 ดี 15 ดี

7 9 พอใช้ 14 ดี 13 ดี

8 7 พอใช้ 10 พอใช้ 12 ดี

9 10 พอใช้ 15 ดี 17 ดีมาก

10 11 ดี 16 ดมี าก 17 ดมี าก

11 14 ดี 18 ดีมาก 20 ดีมาก

12 13 ดี 17 ดมี าก 20 ดีมาก

13 12 ดี 16 ดีมาก 20 ดีมาก

14 11 ดี 17 ดมี าก 20 ดมี าก

15 11 ดี 17 ดมี าก 18 ดมี าก

16 14 ดี 19 ดีมาก 19 ดีมาก

17 13 ดี 16 ดีมาก 17 ดมี าก

18 12 ดี 16 ดมี าก 18 ดมี าก

19 11 ดี 15 ดี 15 ดี

20 12 ดี 14 ดี 16 ดีมาก

47

ผลงานช้นิ ท่ี 1 ผลงานช้นิ ท่ี 2 ผลงานช้นิ ท่ี 3

คนท่ี

คะแนน ระดับ คะแนน ระดับ คะแนน ระดับ

21 10 ดี 15 ดี 16 ดมี าก

22 6 พอใช้ 11 ดี 13 ดี

23 7 พอใช้ 13 ดี 15 ดี

24 7 พอใช้ 13 ดี 14 ดี

25 12 ดี 16 ดมี าก 18 ดมี าก

26 11 ดี 13 ดี 17 ดมี าก

27 10 พอใช้ 12 ดี 16 ดมี าก

28 9 พอใช้ 10 พอใช้ 14 ดี

29 9 พอใช้ 14 ดี 16 ดมี าก

30 8 พอใช้ 10 พอใช้ 11 ดี

จากตารางท่ี 5 พบว่า นักเรียนมีผลการประเมินความคิดสร้างสรรค์จากการสร้างสรรค์
ผลงานทศั นศลิ ป์ ท้งั 3 ผลงาน รายบุคคล ได้แก่ 1) ผลงานประเภทจิตรกรรม 2) ผลงานประเภท
ประติมากรรม และ 3) ผลงานประเภทส่ือผสม อยู่ระดับ พอใช้ถึงดีมาก โดยนักเรียนมีคะแนน
พัฒนาการความคิดสร้างสรรค์สงู ข้ึนตามลาดับ ซ่งึ สามารถวิเคราะห์คะแนนการประเมนิ ความคิด
สร้างสรรค์จากการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา ดัง
ตารางท่ี 6

ตารางท่ี 6 การวิเคราะห์คะแนนการประเมินความคิดสร้างสรรค์จากการสร้างสรรค์ผลงาน

ทศั นศลิ ป์ โดยใช้การจดั การเรยี นการสอนแบบซปิ ปา

รายการ จานวน คะแนน ระดบั
นกั เรียน เต็ม S.D. ความคดิ

สรา้ งสรรค์

ผลงานประเภทจิตรกรรม 30 20 10.57 2.11 ดี

ผลงานประเภทประติมากรรม 30 20 14.23 2.46 ดี

ผลงานประเภทส่ือผสม 30 20 16.43 2.40 ดีมาก

48

จากตารางท่ี 6 พบวา่ นกั เรยี นมีคะแนนเฉล่ยี ความคิดสร้างสรรคใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน
ทศั นศิลป์ จากผลงานช้นิ ท่ี 1 มีระดบั ความคดิ สร้างสรรคอ์ ยู่ในระดับ ดี ( = 10.57) ผลงานช้นิ
ท่ี 2 มีระดบั ความคดิ สร้างสรรคอ์ ย่ใู นระดับ ดี ( = 14.23) และ ผลงานช้นิ ท่ี 3 มีระดบั
ความคดิ สร้างสรรค์อย่ใู นระดบั ดมี าก ( = 16.43) แสดงว่าคะแนนเฉล่ยี ความคดิ สร้างสรรค์
ผลงานช้นิ ท่ี 1 ถึงผลงานช้นิ ท่ี 3 สูงข้นึ ตามลาดบั

ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทยี บความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นรายวิชาทศั นศลิ ป์ ก่อนเรียนและหลงั เรียน
ผู้วิจัยได้ทาการเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทศั นศิลป์ ก่อนเรียนและหลัง

เรียน เร่ือง การสร้างสรรค์ผลงานทศั นศิลป์ จานวน 30 คน โดยใช้แบบทดสอบอัตนัย 1 ข้อ ผล
ปรากฏดงั ตารางท่ี 6

ตารางท่ี 7 เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทศั นศิลป์ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี

3/4 ก่อนเรยี นและหลงั เรยี นด้วยรูปแบบซปิ ปา

ผลการประเมิน n คะแนน คะแนน สว่ น t-test P
เฉลย่ี เบยี่ งเบน
ความคดิ สรา้ งสรรค์ เต็ม ( มาตรฐาน
(S.D.)

ก่อนเรียน 30 20 9.23 2.76 -14.73* .000
หลงั เรียน
15.86 2.02

* P-value  .05

จากตารางท่ี 7 สรปุ ได้ว่า คะแนนผลการประเมินความคิดสร้างสรรคใ์ นรายวิชาทศั นศลิ ป์

เร่ือง การสร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ป์ ของนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3/4 ทเ่ี รยี นด้วยรู้แบบซิป
ปาหลังเรยี นสงู กว่าก่อนเรียนอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05 (t = 14.73; P  .05) โดยมี

ค่าคะแนนเฉล่ยี หลงั เรยี น ( = 15.86, S.D. = 2.02) สงู กว่าคะแนนเฉล่ยี ก่อนเรยี น ( =

9.23, S.D. = 2.76) ซ่งึ เป็นไปตามสมมติฐานการ วจิ ัย

49

บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

การวิจัยเร่ือง การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทัศนศิลป์ ของนักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปี ท่ี 3 โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา มีวตั ถุประสงค์เพ่ือพัฒนาความคิด
สร้างสรรค์ในรายวิชาทศั นศลิ ป์ ของนกั เรยี นระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใช้การจัดการเรยี นการ
สอนแบบซิปปา กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3/4 โรงเรียน
แก่นนครวิทยาลัย ท่กี าลังศึกษาอยู่ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564 จานวน 30 คน เคร่ืองมือท่ี
ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา 2) แบบทดสอบวัดความคิด
สร้างสรรค์ในรายวชิ าทศั นศิลป์ ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แบบประเมินพัฒนาการด้านความคิด
สร้างสรรค์ในแต่ละแผน ท้ังน้ีผู้ศึกษาได้นาข้อมูลท่ไี ด้จากการวิเคราะห์มาสรุปและอภิปรายผล
ดงั น้ี

สรุปผลการวิจยั
จากการวิจยั สามารถสรปุ ผลได้ว่า นักเรยี นท่ไี ด้เรยี นตามแผนการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนา

ความคดิ สร้างสรรค์ในรายวิชาทศั นศิลป์ โดยใช้การจดั การเรียนรู้แบบซปิ ปา มคี วามคดิ สร้างสรรค์
ในการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ เพ่ิมสูงข้นึ ระหว่างรบั การทดลองแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ท้งั 3
แผน และมีคะแนนผลการประเมินความคิดสร้างสรรคเ์ ปรยี บเทียบก่อนเรยี นและหลังเรียน พบว่า
คะแนนหลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรยี น ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานทต่ี ้งั ไว้

อภปิ รายผลการวจิ ยั
จากผลการวิจัยดังกล่าวมปี ระเดน็ สาคัญท่สี ามารถนามาอภปิ รายได้ดังน้ี
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในรายวิชาทศั นศิลป์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปา

เป็นการสอนตามแนวคิดของ ทศิ นา แขมมณี (2545) ทาให้พัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์
ของนักเรียนสูงข้นึ จะเหน็ ว่าคะแนนเฉล่ยี ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ ของ
นักเรียนสูงตามลาดับ จากผลงานช้ินท่ี 1 มรี ะดับความคิดสร้างสรรคอ์ ยู่ในระดับ ดี ( = 10.57)
ผลงานช้ินท่ี 2 มีระดับความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับ ดี ( = 14.23) และ ผลงานช้ินท่ี 3 มี
ระดับความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับ ดีมาก ( = 16.43) และจากคะแนนผลการประเมิน
ความคิดสร้างสรรค์ในรายวชิ าทศั นศิลป์ เร่ือง การสร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศิลป์ ท่เี รยี นด้วยรู้แบบ
ซิปปาท่ีมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ท้ังน้ีอาจ
เน่อื งมาจาก

1. เน่ืองจากข้ันท่ี 1 การทบทวนความรู้เดิม ครูผู้สอนใช้กิจกรรมท่สี ามารถดึงประสบการณ์
หรอื ความรู้เดมิ ของนกั เรียน โดยคาถามน่าสนใจ สามารถดึงความร้ขู องนักเรียนในเร่ืองท่ี

50

จะเรียน ช่วยให้นักเรียนได้ศึกษา คิด วิเคราะห์ สอดคล้องกับ แนวคิดการส่งเสริม
พัฒนาการใช้คาถามกระตุ้นการคิด (Provocative question) ของ Parson (1965 อ้างถึง
ใน สานักงาน ก.พ., 2559) ซ่ึงได้เสนอให้กระตุ้นความคิดด้วยการต้ังคาถาม 5W1H
(What, When, Where, Why, Who, How) ซ่ึงจะทาให้บุคคลกล้าตอบ เน่ืองจากเป็ น
คาถามปลายเปิด ไม่มคี าตอบทถ่ี ูกต้องเพียงคาตอบเดียว
2. ข้นั ตอนการแลกเปล่ียนความรู้ความเข้าใจกับกล่มุ เป็นข้ันท่นี ักเรียนได้ตรวจสอบความรู้
ความเข้าใจ และแลกเปล่ียนแนวคิดใหม่ ๆ อย่างไม่ถูกจากัดจากครู และมีอิสระในการ
แสวงหาความรู้ร่วมกับกลุ่มจนเกิดกระบวนการระดมสมอง สอดคล้องกับ แนวคิดของ
Osborn (1963) ได้กล่าวว่าเทคนิคการระดมสมองเป็ นวิธีการท่ีส่งเสริมให้บุคคลมี
ความคิดหลายทิศทาง คิดคล่องแคล่วได้ปริมาณมากในช่วงเวลาจากัด แต่เน้นปริมาณ
ความคิด คิดให้ได้มากและแปลก หลังจากได้รวบรวมความคิดแล้วจึงค่อยเลือกความคิด
ท่ดี ีทส่ี ดุ มาใช้ในการแก้ปัญหาและจดั ลาดบั ทางเลอื กหรอื ทางแก้ไขปัญหารอง ๆ ไว้
3. การสร้างสรรค์ผลงานมีความเป็นอิสระ ทาให้นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานแต่ละ
ประเภทได้อย่างอิสระตามจินตนาการ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ส่ือผสม ซ่ึงนักเรียน
สามารถผสมผสานเทคนิคท่ีหลากหลายตามความถนัด ทาให้ผลงานของนักเรียนมี
คะแนนเฉล่ียความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับดีมาก สอดคล้องกับ ทิศนา แขมมณี
(2545) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนแบบซิปปาเป็นการยึดผู้เรียนเป็ นสาคัญ
หลังจากท่ีผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ร่วมกัน เกิดการแลกเปล่ียนข้อมูล แต่เป็ น
กระบวนการท่ีเปิ ดโอกาสให้ผู้เรียนได้ผลิตผลงานซ่ึงมีความคิดสร้างสรรค์ท่หี ลากหมาย
และสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั
4. ในข้ันการแสดงผลงาน เป็ นการเปิ ดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงผลงานของตนเองและ
สงั เกตเรยี นรู้กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานของเพ่อื น รวมท้งั มีการวพิ ากษง์ านทศั นศิลป์
ในเชิงสร้างสรรค์ ทาให้นกั เรียนมีแรงบันดาลใจและทศั นคตเิ ชิงบวกในการทจ่ี ะสร้างสรรค์
ผลงานท่มี ีความคิดริเร่ิมแปลกใหม่มากย่ิงข้ึน สอดคล้องกับแนวคิดของทศิ นา แขมมณี
(2545) ท่ีเสนอว่า ข้ันตอนน้ีเป็นข้ันท่ีช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานการสร้าง
ความรู้ของตนให้ผู้อ่นื รบั รู้ เป็นการช่วยให้ผ้เู รียนได้ตอกยา้ หรือตรวจสอบความเข้าใจของ
ตนและช่วยส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นใช้ความคดิ สร้างสรรค์อีกด้วย
นอกจากน้ี จากการวิเคราะห์ผลคะแนนเฉล่ียจากผลงานประเภทจิตรกรรม พบว่า มีค่า
ระดับคะแนนความคดิ สร้างสรรคน์ ้อยกว่าประเภทอ่นื อาจเน่ืองมาจากนักเรยี นบางส่วนมีทัศนคติ
เชิงลบต่อการวาดภาพลงในกระดาษ และขาดความม่ันใจในฝี มือของตนเอง สอดคล้องกับ
งานวิจัยของ ชนกนาถ จริตซ่ือ (2549) พบว่า เดก็ ทม่ี คี วามคดิ สร้างสรรค์สูง จะมคี วามเช่อื ม่นั ใน
ตนเองสูง มีความสามารถแก้ปัญหา กล้าแสดงความคดิ เหน็ ใหม่ๆ ดังน้นั การท่ผี ู้เรียนรู้ศกึ มีความ
ม่ันใจในตนเองและฝีมือของตนเองกม็ ีส่วนทาให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน และนักเรียน

51

บางส่วนมีข้อจากัดด้านอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่เม่ือนักเรียนได้สร้างสรรค์งาน
ทศั นศลิ ป์ ประเภทงานประติมากรรมในแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ซ่ึงได้ออกแบบผลงานจากดิน
นา้ มนั ทาให้เกดิ การวางแผน ปรับแก้รปู แบบทป่ี ้ันได้ ทาให้ผลงานมคี วามยดื หย่นุ ในด้านความคิด
และต่อยอดเป็นผลงานทส่ี ร้างสรรค์มากกว่าการวาดใส่กระดาษธรรมดา

ดังน้นั สรุปได้ว่าการจัดการเรยี นการสอนแบบซิปปา ช่วยพัฒนาความคดิ สร้างสรรคใ์ นการ
สร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศิลป์ ของนกั เรียนให้สงู ข้นึ ได้

ขอ้ เสนอแนะการวิจยั
1. ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการวจิ ัยไปใช้
1.1 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาน้ัน ควร
เลือกให้เหมาะสมกับเน้อื หารายวิชาและจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ท้งั น้หี วั ข้อท่กี าหนดให้
นักเรียนต้องเปิ ดกว้างทางความคิด
1.2 ในช้ันเรยี นควรสร้างบรรยากาศทผ่ี ่อนคลาย เป็นกันเอง เพ่อื ให้นักเรียนกล้า
ท่จี ะแสดงความคิดสร้างสรรค์ สบายใจ ไม่ควรมีการตาหนิหรือพูดในเชิงลบอันเป็น
การบ่ันทอนความม่นั ใจในการสร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์
2. ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การทาวจิ ยั คร้งั ต่อไป
2.1 ควรมีการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ท่สี อดคล้องกบั รปู แบบการเรยี นท่ี
หลากหลาย เช่น การเรียนรปู แบบออนไลน์
2.2 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบผลการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้การ
จัดการเรยี นรู้แบบซปิ ปากบั รูปแบบอ่นื ๆ
2.3 ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนา ดังน้ัน
รปู แบบการวจิ ัยควรใช้รปู แบบวจิ ัยเชิงปฏิบตั ิการในช้นั เรยี น (Action Research) โดย
ประเมินผลแบบวงจร PAOR เพ่ือให้ทราบพัฒนาการ ข้อควรปรับปรุงในแผนการ
จัดการเรยี นรู้ และอาจทาให้ความสามารถในการคดิ สร้างสรรคม์ ่งั คงย่ิงข้นึ

52

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.กรุงเทพฯ:
โรงพิมพค์ รุ สุ ภา.

กรมวชิ าการ. (2544). การจดั สาระการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะตามหลกั สูตร
กระทรวงศกึ ษาธิการ.กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กรมวชิ าการ. (2546). พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม
(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 และพระราชบญั ญตั ิการศึกษาภาคบงั คบั พ.ศ. 2545.
กรงุ เทพฯ: อักษรไทย.

ปกรณ์ รตั นทา. (2561). การพฒั นากจิ กรรมการเรียนรูผ้ สมผสานตามรูปแบบซิปปา ท่ี
สง่ เสรมิ ความคดิ สรา้ งสรรคส์ าหรบั นกั ศึกษาปรญิ ญาตร.ี วิทยานิพนธ์ปริญญา
ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าคอมพวิ เตอร์ศึกษา. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม.

กุหลาบ ว่องไว. (2563). ผลการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง จิตรกรรมสือ่ ผสมสรา้ งสรรค์ ของ
นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 โดยการจดั การเรียนรูร้ ูปแบบ CIPPA. วทิ ยานิพนธ์
ปริญญาศึกษาศาตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาหลักสตู รและการสอน. บณั ฑติ วทิ ยาลยั .
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น.

สุชลี า เพชรแก้ว. (2555). การเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ความคิดสร้างสรรคแ์ ละ
ความพึงพอใจต่อวิชาศิลปะพ้ืนฐาน ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แบบซปิ ปากบั แบบ
ปกติ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1. วารสารมหาวทิ ยาลยั นครพนม. 2(1), 72-79.

ประวิทย์ ฤทธบิ ูลย์ . (2560).การพฒั นาความสามารถในการสร้างสรรคผ์ ลงานทางด้านนาฏศลิ ป์
ไทย โดยใช้โมเดลซิปปา. วารสารสถาบนั วฒั นธรรมและศิลปะ มหาวทิ ยาลยั ศรนี คริน
ทรวโิ รฒ. 7(2), 72-79.

สายฝน สิงห์เชิดชวู งศ์. (2555).การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์
ทางศิลปะ เร่ืองการวาดภาพ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ตามรปู แบบซินเนคติกสแ์ ละรปู แบบซิปปา. วารสารการบรหิ ารและพฒั นา
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. 4(3), 163-178.

ทศิ นา แขมมณ.ี (2542). การจดั การเรียนการสอนโดยยึดผเู้ รียนเป็ นศูนยก์ ลาง โมเดลซิปปา
(CIPPA Model). ครุ ศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

ทศิ นา แชมมณี. (2558). ศาสตรก์ ารสอน องคค์ วามรูเ้ พอื่ การจัดกระบวนการเรยี นรูท้ ม่ี ี
ประสิทธิภาพ. พมิ พค์ ร้ังท่ี 19 . กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
(สพจ.).

53

วฒั นาพร ระงับทกุ ข. (2542). แผนการสอนท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็ นศูนยก์ ลาง. กรุงเทพฯ : หจก.
ภาพพิมพ.์

วิจารณ์ พานิช. (2555). วถิ สี รา้ งการเรียนรูเ้ พอื่ ศิษยใ์ นศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสด
ศรี - สฤษด์วิ งศ์.

จตุรตั น์ กีรตวิ ุฒิพงศ์. (2553). ทศั นศิลป์ .นครศรีธรรมราช : อกั ษรการพมิ พ์.
ศราวธุ ดวงจาปา. (2563). ทศั นศลิ ป์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3. กรุงเทพฯ: สานักพมิ พ์ บรษิ ทั

พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จากัด.
ปรดี ี. (2554). รูปแบบของงานทศั นศลิ ป์ . สบื ค้น 10 กรกฎาคม

2564, จาก https://preede.wordpress.com/2011/09/11/รูปแบบของงานทศั นศิลป์ /
ศิลปะลทั ธิแสดงพลงั อารมณ.์ (2554). สบื ค้น 10 กรกฎาคม
2564, จาก https://kitzmidnight.wordpress.com/2011/09/26/ศลิ ปะลทั ธิแสดง
พลังอารม/
ศริ ินาถ อุสาพรหม, วถิ ีไทยศตวรรษที่ 21 : จากจิตรกรรมไทยสูศ่ ิลปะเทคนิคผสม
(วิทยานพิ นธป์ ริญญามหาบณั ฑติ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, 2557),
หน้า79.
กลุ เชษฐ์ ขาวไชยมหา, การเปลย่ี นแปลงของรูปทรงธรรมชาติ (วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต
คณะมณั ฑนศลิ ป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555), หน้า 50.
กิตตธิ ชั กล่ินมาลยั , จิตรกรรมทวิ ทศั นข์ องสมวงศ์ ทพั พรตั น์ (วิทยานพิ นธ์ปริญญาศลิ ปบณั ฑิต
คณะจิตรกรรม ประตมิ ากรรมและภาพพมิ พ์ มหาวิทยาลยั ศิลปากร, 2558), หน้า 18-
19.
อดลุ ย์ บญุ ฉ่า. (2559). ความรูเ้ กีย่ วกบั ประติมากรรม. เอกสารประกอบการสอน
รายวชิ า 0605 205 :ประติมากรรม1(Sculpture 1), มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัย
มหาสารคาม.
บ้านจอมยุทธ. (2543).วฒั นธรรมและประเพณไี ทย. สบื ค้น 10 กรกฎาคม
2564, จาก https://www.baanjomyut.com/library/thai_culture3/05.html
บ้านจอมยุทธ. (2543). คาจากดั ความของประติมากรรม. สืบค้น 10 กรกฎาคม
2564, จาก https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-
1/sculpture/02.html
สรไกร เรอื งร่งุ และสชุ าติ เถาทอง. ร่ืนรมย์สาราญ: การหาดลุ ยภาพของความหมายระหว่าง
ประติมากรรม กับสิง่ แวดล้อม. วารสารศิลปกรรมศาสตรม์ หาวิทยาลยั บูรพา. 19,2
(กรกฎาคม 2560): 4.
สมศิริ อรโุ ณทยั , “ การวาดเส้นสร้างสรรค:์ ภาพพมิ พ์,” วารสารวไลยอลงกรณป์ รทิ ศั น คณะ
มนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ 6,3 (กันยายน 2559): 162-172.

54

การคิดเชิงสรา้ งสรรค์. (2559). สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สืบค้นจาก https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/document/ocsc-2017-eb13.pdf

ชนกนาถ จริตซ่อื . (2549). การเปรียบเทยี บพฤติกรรมความเชื่อมนั่ ในตนเองของเด็กปฐมวยั
ที่ไดร้ บั การจัดประสบการณแบบไฮสโคป. วิทยานพิ นธครศุ าสตรมหาบัณฑติ (หลักสตู ร
และการสอน). พระนครศรีอยธุ ยา : บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
พระนครศรอี ยุธยา.

ทศิ นา แขมณ.ี (2545). ศาสตรก์ ารสอน : องคค์ วามรูเ้ พอื่ การจัดกระบวนการเรียนรูท้ มี่ ี
ประสทิ ธิภาพ. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

สานักงาน ก.พ.. (2559). หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ การคดิ เชิงสรา้ งสรรค.์ กรงุ เทพฯ : สานกั .
Osborn, A.F. (1963). Creative Imagination. 3rd ed. New York : Charles
Scridners Sons.

55

ภาคผนวก ก
การหาประสทิ ธภิ าพเคร่ืองมอื

56

สรุปแบบประเมินคณุ ภาพและความเหมาะสมขององคป์ ระกอบแผนการจดั การเรยี นรู้
โดยการจดั การเรียนรแู้ บบซิปปา สาหรบั ผเู้ ชีย่ วชาญ

ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

ความคดิ เหน็ ของผู้เช่ยี วชาญทง้ั 3 ทา่ น โดยแสดงค่าร้อยละ

รายการ ความคดิ เห็นผเู้ ชีย่ วชาญ
432
5 1

1. สาระสาคญั 100

1.1 สาระสาคญั ครอบคลมุ จุดประสงค์และเน้ือหาสาระ

ท่กี าหนด

1.2 เขียนสาระสาคัญด้วยถ้อยคาทก่ี ะทดั รัด ได้ความ 100

ชัดเจนสมบรู ณ์

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 100

2.1 ระบคุ วามสามารถของนักเรยี นทต่ี ้องการพฒั นาได้

ชัดเจน

2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้สอดคล้องกับการวัด 100

ประเมนิ ผล

2.3 มกี ารเรยี งลาดบั จุดประสงคจ์ ากพฤตกิ รรมข้นั ต้น 100

ไปสพู่ ฤติกรรมข้ันสูง

3. สาระการเรียนรู้ 100

3.1 สาระการเรยี นรู้สอดคล้องกบั จุดประสงคก์ าร

เรียนรู้

3.2 บอกขอบข่ายเน้อื หาท่จี ะจัดการเรยี นรู้ให้แก่ 100

นกั เรยี นในช่ัวโมงน้นั ๆได้อย่างชัดเจน

4. กิจกรรมการเรยี นรู้ 100

4.1 กิจกรรมการเรยี นรู้มีลาดบั ข้ันตอนตาม

กระบวนการเรยี นรู้

4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกบั จุดประสงค์ 100

การเรยี นรู้

4.3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกบั เน้อื หา 100

4.4 กจิ กรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับวยั ของผู้เรียน 100

4.5 กิจกรรมการเรยี นรู้เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏบิ ตั ิ 100

จริง

57

รายการ ความคดิ เห็นผเู้ ชี่ยวชาญ
432
5 1

4.6 ใช้เทคนิควธิ กี ารจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี หมาะสม 100

กบั เน้อื หาได้อย่างหลากหลาย

4.7 กจิ กรรมการเรยี นรู้ช่วยให้นักเรียนได้พฒั นา 100

ความรู้ด้วยตนเอง (เน้นกระบวนการ)

5. สอื่ การเรยี นรู้ 100

5.1 ส่อื การเรียนรู้สอดคล้องกับกจิ กรรมการเรียนรู้

5.2 ส่อื การเรียนรู้ช่วยส่งเสรมิ กระบวนการทางานกล่มุ 100

ของนกั เรียน

5.3 ส่อื การเรียนรู้เหมาะสมกบั ช่วงวัยของนกั เรียน 100

5.4 ส่อื การเรยี นรู้สามารถนาไปใช้แล้วช่วยให้บรรลุ 100

ตามจุดประสงค์การเรยี นรู้

6. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรูต้ ามจุดประสงค์ 100

ในแผนการจัดการเรียนรู้

6.1 มกี ารกาหนดสง่ิ ทต่ี ้องการวัด วิธกี ารวดั และ

เคร่ืองมือท่ใี ช้วดั อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกัน

6.2 มีการกาหนดพฤตกิ รรมท่จี ะประเมินได้อย่าง 100

ชดั เจน

6.3 มีการกาหนดเกณฑผ์ ่านได้อย่างเหมาะสม 100

สอดคล้องกับสง่ิ ทต่ี ้องการวดั

6.4 การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้สอดคล้องกับ 100

จุดประสงค์ในแผนการจัดการเรียนรู้

จากตารางพบว่า ความคดิ เหน็ ของผ้เู ช่ยี วชาญประเมินว่าแผนการจัดการเรยี นรู้ โดยการ
จัดการเรียนรู้แบบซปิ ปา มีคณุ ภาพและเหมาะสมในการนาไปจดั กิจกรรมการเรียนรู้

58

การตรวจสอบความตรงตามเน้ อื หาโดยพจิ ารณาความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ สอบกบั
จุดประสงค์

สาระวิชาทศั นศลิ ป์ ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3

คาช้ ีแจง ให้ผู้เช่ยี วชาญพจิ ารณาข้อสอบหรือข้อคาถามแต่ละข้อว่าสอดคล้องกบั จุดประสงค์
หรือไม่ โดยพจิ ารณาข้อสอบแต่ละข้อตามเกณฑด์ ังน้ี

+1 เม่อื แน่ใจว่าข้อสอบข้อน้นั มีความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
0 เม่อื ไม่แน่ใจว่าข้อสอบข้อน้นั มีความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
-1 เม่อื แน่ใจว่าข้อสอบข้อน้นั ไม่มีความสอดคล้องกบั จุดประสงค์
แล้วทาเคร่ืองหมาย / ลงในช่องทต่ี รงกบั การพิจารณา

เน้อื หา จุดประสงค์ ข้อสอบ/ข้อคาถาม ผลการพจิ ารณา
-1 0 1
การสร้างงาน ม.3/4 มที กั ษะ (ก่อนเรยี น)
ทศั นศิลป์ ในการ 1. งานทศั นศลิ ป์ คอื อะไร /
สร้างสรรค์งาน 2. ให้นักเรยี นยกตวั อย่างงาน /
ทศั นศลิ ป์ ผลงานทศั นศลิ ป์ คนละ 1
ผลงาน /
(หลังเรียน)
1. ให้นักเรียนสร้างสรรคง์ าน
ทศั นศลิ ป์ โดยเลอื ก เพียง 1 วธิ ี
จากประเภทการสร้างงาน
ทศั นศลิ ป์ ต่อไปน้ี

1) จติ รกรรม
2) ประตมิ ากรรม
3) ภาพพิมพ์

ผเู้ ช่ยี วชาญตรวจสอบ
...............................................
อาจารย์ โฆษติ พรประเสริฐ

นางสพุ าสน์ แสงสรุ ินทร์
นางมยรุ ี จนั ทรา

59

ภาคผนวก ข

เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจยั

60

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1

กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ รายวชิ าทศั นศลิ ป์ 5 รหสั วิชา ศ23101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 การสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ จานวน 2 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี เรื่อง การสรา้ งงานจิตรกรรม เวลา 50 นาที

ภาคเรียนที่ 1 ปี การศกึ ษา 2564 ผูส้ อน : นางสาวรริชา พรอ้ มประดษิ ฐ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์

วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณค์ ุณค่างานทศั นศิลป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคิดต่องานศิลปะอย่าง
อสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั
2. ตวั ช้ ีวดั

ม.3/4 มีทกั ษะในการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ อย่างน้อย 3 ประเภท

3. สาระสาคญั
จิตรกรรม เป็นผลงานทศั นศลิ ป์ แขนงหน่ึง ท่เี ก่ียวข้องสมั พันธก์ ับการวาดเขยี นและระบาย

สี มลี กั ษณะทว่ั ไปเป็นผลงานบนแผ่นพ้นื 2 มติ ิ แต่ใช้กระบวนการเพ่อื สร้างภาพลวงตาให้เกดิ
เป็นน 3 มิติ โดยใช้สีชนิดต่าง ๆ เช่น สนี า้ สีนา้ มนั สีฝ่นุ ฯลฯ เป็นส่อื กลางในการแสดงออกถงึ
เจตนาในการสร้างสรรค์

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายวิธกี ารสร้างงานจิตรกรรมได้ ( K )
2. นกั เรยี นสามารถสร้างงานจิตรกรรมได้ ( P )
3. นักเรยี นเหน็ ความสาคัญของงานจติ รกรรม ( A )

5. สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ( K )
1. ความหมายของงานจติ รกรรม
2. วธิ ีสร้างงานจิตรกรรม
3. ตัวอย่างงานจิตรกรรม
ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางาน ( P )
1. ทกั ษะกระบวนการทางานและการแลกเปล่ยี นความรู้
2. ทกั ษะการสร้างสรรค์งานทศั นศลิ ป์
3. ทกั ษะการแก้ปัญหา

61

ดา้ นเจตคติ ( A )
1. ความสาคญั ของงานจิตรกรรม

6. สมรรถนะทสี่ าคญั
1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการส่อื สาร
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้ ( 50 นาที ) โดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้ รูปแบบการสอนแบบซิปปา
(CIPPA Teaching Model)

1. ข้นั ท่ี 1 การทบทวนความรูเ้ ดิม (คาบท่ี1) นกั เรยี นทบทวนเน้ือหาเดิมเร่ืองประเภท
ของงานทศั นศลิ ป์ และความรู้พ้นื ฐานทเ่ี ก่ยี วข้องกับการสร้างทศั นศลิ ป์ โดยครมู ีการต้งั ประเดน็
คาถามดงั ต่อไปน้ี

- งานทศั นศิลป์ คอื อะไร
- งานทศั นศิลป์ มีก่ีประเภท
- ให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างผลงานทศั นศิลป์ ประเภทงานจิตรกรรมท่รี ู้จกั มาอย่าง
น้อย 1 ผลงาน
โดยแสดงความคิดเหน็ ผ่านแอพพลิเคช่นั Padlet
2. ข้นั ที่ 2 การแสวงหาความรูใ้ หม่ ครนู าภาพตวั อย่างผลงานประเภทจติ รกรรม 5-6
ภาพ เพ่อื ให้นกั เรียนเกิดความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น พยายามแสวงหาคาตอบด้วยตัวเอง
โดยทค่ี รูให้นกั เรียนทุกคนได้มีสว่ นร่วมในการวิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ ว่ารูปภาพผลงาน
จติ รกรรมดงั กล่าว เป็นภาพเก่ยี วกบั เร่ืองราวอะไรและจดั อย่ใู นรูปแบบใดของงานจิตรกรรม และ
ครูผ้สู อนจะช่วยอธิบาย ขยายความเพ่มิ เติมในส่วนของผลงานแต่ละภาพ เม่อื นกั เรียนแสดงความ
คิดเห็น
ข้นั ท่ี 3 การแลกเปล่ียนความรูค้ วามเขา้ ใจกบั กลมุ่ ครผู ้สู อนให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ โดย
ยึดจากหวั ข้อ รูปแบบของงานจติ รกรรม (มีท้งั หมด 5กล่มุ ) เพ่อื แบ่งกนั ศกึ ษาในแต่ละหัวข้อ โดย
สมาชิกแต่ละกล่มุ จะต้องร่วมกนั ศึกษาหาความหมาย และสามารถช่วยกันอภปิ รายได้ว่า รปู แบบ

62

งานจติ รกรรมทก่ี ล่มุ ตนเองได้ไปคืออะไร มีรปู แบบอย่างไร และสามารถอภปิ ราย ยกตัวอย่างให้
เพ่อื นกล่มุ อ่นื ๆ ได้เข้าใจร่วมกนั และมกี ารแลกเปล่ยี นความคิดระหว่างนักเรยี นในกล่มุ และ
เพ่ือนๆในช้นั เรยี น จากน้นั ครผู ้สู อนให้นกั เรยี นนาหวั ข้อ รปู แบบจติ รกรรมทแ่ี ต่ละกล่มุ ได้รับไป
สร้างสรรค์เป็นช้นิ งาน(งานเด่ียว)

ข้นั ท่ี 4 การปฏิบตั ิ และ/หรอื การแสดงผลงาน (คาบที่ 2) นกั เรยี นนาผลงานท่ตี นเอง
สร้างสรรค์(ผลงานเด่ยี ว) มานาเสนอในช้นั เรียน เพ่อื ให้เพ่อื นๆ ได้มสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผล
งานและแลกเปล่ยี นความคิดเห็นร่วมกันโดยมีครผู ้สู อนคอยช้ีแนะ และแนะนาในสว่ นทต่ี ้อง
เพ่มิ เติม

ข้นั ท่ี 5 การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ให้ผ้เู รยี นนาความรู้ความเข้าใจทไ่ี ด้จากการฟังเพ่อื น
นาเสนอผลงานจิตรกรรมในรูปแบบแต่ละหัวข้อ มาเขียนสรุปเป็นผังความคิดการสร้างงาน
ทศั นศลิ ป์ จิตรกรรมในรปู แบบต่าง ๆ ตามท่ตี นเองเข้าใจ ส่งท้ายคาบ

9. สื่อการเรยี นรู้ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
1. ภาพตัวอย่างผลงานทศั นศลิ ป์ (จิตรกรรม)
2. แอพพลิเคช่นั Padlet
แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นทศั นศิลป์ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 สานักพิมพส์ ถาบนั พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ

(พว.)
2. อนิ เทอร์เนต็ สบื ค้นเก่ยี วกับเร่ือง จิตรกรรม

10. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงค์ - การต้งั คาถาม ร้อยละ 70

ดา้ นพุทธิพิสยั (K)
นกั เรยี นสามารถอธิบายวธิ ีการสร้างงานจติ รกรรมได้

ดา้ นทกั ษะพสิ ยั (P) - แบบประเมนิ ร้อยละ 70
นักเรียนสามารถสร้างงานจิตรกรรมได้

ดา้ นจิตพิสยั (A) - แบบสังเกต ร้อยละ 70
นักเรียนเหน็ ความสาคัญของงานจติ รกรรม - กาต้งั คาถาม

63

11. แบบประเมนิ ความรู้ (K) นกั เรยี นท่ีตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง
ลาดบั รายการคาถาม

1 งานทศั นศลิ ป์ คืออะไร

2 งานทศั นศิลป์ มีก่ปี ระเภท
3 ให้นกั เรยี นช่วยกันยกตัวอย่างผลงานทศั นศลิ ป์

ประเภทงานจติ รกรรมท่รี ู้จักมาอย่างน้อย 1 ผลงาน

11.2 แบบประเมนิ ทกั ษะ (P)

ช่อื นกั เรยี น…………………………………………………………………….…….ระดับช้ัน………………เลขท่…ี ……………..

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมินต่อไปน้ี แล้วให้ระดับคะแนนท่ีตรงกบั การปฏิบัติ

ของนกั เรยี นตามคะแนนความเป็นจริง

ขอ้ ท่ี ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คะแนน รวม
21 5

1 ความคดิ สร้างสรรค์ ( 2 คะแนน )

2 ความสวยงาม ( 2 คะแนน )

3 ความรับผิดชอบ ( 1 คะแนน )

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม

คะแนนรวม 5 ดมี าก

คะแนนรวม 3 - 4 พอใช้

คะแนนรวม 1 - 2 ควรปรบั ปรงุ

64

11.3 แบบประเมนิ การร่วมกิจกรรมกลุ่ม ดีมาก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดี
ระดับคะแนน 4 หมายถงึ พอใช้
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ควร ปรับปรงุ
ระดับคะแนน 2 หมายถึง
ระดับคะแนน 1 หมายถงึ

ประเด็นการประเมนิ ประเดน็ การพจิ ารณา ระดบั คะแนน
21
1. ความคิดสรา้ งสรรค์ 1. ผลงานมีความแปลกใหม่ มที ุกองค์ประกอบ มี 1

( 2 คะแนน ) 2. ใช้เทคนิคท่หี ลากหลาย องคป์ ระกอบ
มที กุ องค์ประกอบ
2. ความสวยงาม 1. มกี ารจัดองค์ประกอบท่เี หมาะสม เช่น
- สมาชกิ ทุกคนมี
( 2 คะแนน ) ความสมดลุ เอกภาพ และจุดเด่นของผลงาน ส่วนร่วม

2. ผลงานแสดงถงึ รายละเอียดของสัตว์ได้

3. ความรบั ผิดชอบ 3. สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วม

( 1 คะแนน )

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม

คะแนนรวม 16 – 20 หมายถึง ดมี าก

คะแนนรวม 11 – 15 หมายถงึ ดี

คะแนนรวม 6 – 10 หมายถึง พอใช้

คะแนนรวม 1 – 5 หมายถงึ ควรปรับปรุง

พฤติกรรม

ลาดบั ชื่อ - สกลุ ใหค้ วาม การแสดง การรบั ฟัง ความต้งั ใจ การมีส่วน
ท่ี สมาชิกกลุ่ม ร่วมมอื ความ ความ ในการ ร่วมในการ รวม
คิดเห็น คิดเห็น ทางาน อภิปราย

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

65

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม หมายถึง ดีมาก
คะแนนรวม 16 – 20 หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 11 – 15 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวม 6 – 10 หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
คะแนนรวม 1 – 5

11.4 แบบประเมินเจตคติ (A)

ช่อื นกั เรียน…………………………………………………………………….…….ระดบั ช้ัน………………เลขท่…ี ……………..

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนท่ตี รงกับการปฏิบตั ขิ อง

นกั เรียนตามคะแนนความเป็นจรงิ

ขอ้ ที่ ประเด็นการประเมนิ ระดบั คะแนน รวม
321 6

1 เหน็ ความสาคญั ของงานจิตรกรรม

2 เหน็ คุณค่าของงานศิลปะ

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม

คะแนนรวม 5 - 6 ดมี าก

คะแนนรวม 3 - 4 พอใช้

คะแนนรวม 1 - 2 ควรปรบั ปรงุ

จุดคาถามประกอบการพิจารณาในการประเมนิ เจตคติ นกั เรยี นท่ตี อบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง
ลาดบั รายการคาถาม

1 งานจติ รกรรมมคี วามสาคญั อย่างไร

2 การสร้างงานจติ รกรรมสามารถสร้างด้วยวธิ ีการใดได้
บ้าง

3 งานจิตรกรรมมคี วามเก่ยี วข้องกบั สิง่ ใดบ้าง
4 นอกจากการวาดและการเขียน มีวิธใี ดท่จี ะสามารถสร้าง

จติ รกรรมได้บ้าง

66

11.5 แบบประเมินสมรรถนะ

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดับคะแนนทต่ี รงกับการปฏิบตั ิของ

นักเรียนตามคะแนนความเป็ นจริง

ระดับคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี

ระดับคะแนน 2 หมายถงึ พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถึง ควร ปรับปรุง

รายการประเมนิ
การ การคดิ การ การใช้ รวม
ลาดบั รายชือ่
แกป้ ัญหา (4) ส่อื สาร เทคโนโลยี (16)
(4) (4) (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวม 13 – 16 หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 9 – 12 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวม 5 – 8 หมายถงึ ควรปรับปรุง
คะแนนรวม 1 – 4

67

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสมรรถนะ คะแนน
1.ความสามารถในการแกป้ ัญหา

ลาดบั รายการประเมนิ

1 นกั เรยี นสามารถแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้ โดยวธิ ีการท่หี ลากหลาย ไม่ส่งผลกระทบ 4
หรือขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่นื / กล่มุ อ่นื 3
2
2 นักเรียนสามารถแก้ปัญหาท่เี กิดข้นึ ได้ โดยวธิ กี ารท่ไี ม่หลากหลาย แต่ไม่ส่งผล
กระทบหรอื ขอความช่วยเหลอื จากผ้อู ่ืน / กล่มุ อ่นื

3 นักเรียนสามารถแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้ โดยต้องขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่ืน /
กล่มุ อ่นื เป็นบางคร้ัง

4 นักเรียนสามารถแก้ปัญหาท่เี กิดข้ึนได้ โดยขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่นื / กล่มุ 1
อ่นื อยู่ตลอดเวลา

2.ความสามารถในการคิด คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงานอย่าง 4
เป็นข้ันตอนตามหลกั การ มกี ารวางแผนและดาเนนิ การอย่างเป็นระบบ ผลงาน 3
มคี วามสวยงามสมบูรณ์ สามารถนาผลงานไปเป็นตัวอย่างได้ 2
1
2 นกั เรียนมีการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงาน
อย่างเป็นช้นั ตอนตามหลกั การ มกี ารวางแผน ผลงานมีความสวยงาม สมบรู ณ์

3 นกั เรยี นมีการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงาน
อย่างเป็นข้นั ตอนตามหลักการ มกี ารวางแผน แต่อาจไม่เป็นไปตามแผน
ผลงานเสรจ็ แต่ไม่สมบูรณ์นัก

4 นักเรยี นมีการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ผลงาน
อย่างเป็นข้นั ตอนตามหลักการ ไม่มกี ารวางแผนอย่างเป็นระบบ มกั มีปัญหา
ระหว่างการทางานผลงานไม่เสรจ็ สมบรู ณ์

68

3.ความสามารถในการส่ือสาร คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ 4
3
1 สามารถส่อื สารด้วยวิธีการท่หี ลากหลาย มีการอธิบายเพ่มิ เติม พร้อมแสดง 2
ตวั อย่างทาให้ผู้อ่นื เข้าใจอย่างชัดเจน
1
2 นักเรยี นสามารถส่อื สารด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย มีการอธบิ ายเพ่มิ เติม ทาให้
ผ้ชู ม / ผ้สู ่งส่วนมากเข้าใจอย่างชดั เจน

3 นกั เรียนสามารถส่อื สารด้วยวธิ ีการท่หี ลากหลาย แต่ไม่มีการอธิบายเพ่มิ เติม ทา
ให้ผ้ชู ม /ผ้ฟู ังส่วนมากไม่เข้าใจ หรอื เกดิ ข้อสงสยั

4 นักเรียนสามารถส่ือสารด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย แต่ไม่มีการอธิบายเพ่มิ เติม ทา
ให้ผ้อู ่ืนไม่เข้าใจและเกดิ ข้อสงสยั

4.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 นกั เรียนสามารถนาเคร่ืองมอื หรืออุปกรณท์ างเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์ 4
ผลงานอยู่เสมอ มกี ารใช้เพ่อื สืบคันข้อมูล และใช้ในการแก้ปัญหาทเ่ี กิดข้นึ ได้ 3
อย่างดีย่งิ 2

2 นกั เรียนสามารถนาเคร่ืองมอื หรอื อุปกรณท์ างเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์
ผลงานอยู่เสมอ มีการใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมลู และใช้ในการแก้ปัญหาท่เี กิดข้นึ ได้เป็น
สว่ นมาก

3 นักเรียนสามารถนาเคร่ืองมอื หรืออุปกรณท์ างเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์
ผลงาน มีการใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมูลและแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้ในบางคร้ัง

4 นกั เรยี นนาเคร่ืองมือหรืออุปกรณท์ างเทคโนโลยมี าใช้ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน 1
บ้างในบางคร้ัง มีการใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมลู และแก้ปัญหาทเ่ี กดิ ข้นึ แต่แก้ปัญหาได้
เป็นสว่ นน้อยหรือแก้ไม่ได้

69

11.6 แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาช้ ีแจง ให้พจิ ารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนท่ตี รงกบั การปฏิบตั ขิ อง

นักเรยี นตามคะแนนความเป็นจริง

ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ดีมาก

ระดบั คะแนน 3 หมายถึง ดี

ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถงึ ควร ปรบั ปรงุ

ลาดบั รายชือ่ รายการประเมนิ รวม
มีวนิ ยั ใฝ่ เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการ 12
1 (4) (4) ทางาน
2
3 (4)
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวม 10 – 12 หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 7 – 9 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 4 – 6 หมายถึง ควรปรับปรุง
คะแนนรวม 1 – 3

70

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนน
1. มวี ินยั 4
3
ลาดบั รายการประเมนิ 2

1 นกั เรยี นปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคับของห้องเรยี นและการ 1
ปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ด้วยดีและสม่าเสมอ

2 นักเรียนปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคบั ของห้องเรยี นและการ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ เป็นสว่ นมาก

3 นักเรียนปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คบั ของห้องเรียนและการ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ เป็นส่วนน้อย

4 นกั เรยี นไม่ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คบั ของห้องเรยี นและ
การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ หรือให้ความร่วมมือเป็นส่วนน้อย

2. ใฝ่ เรียนรู้

ลาดบั รายการประเมนิ คะแนน

1 นักเรยี นมีความกระตอื รือร้น และให้ความสนใจกับการเรียนและการทากิจกรรม 4
ด้วยดีและสม่าเสมอ 3
2
2 นักเรยี นมีความกระตือรือร้น และให้ความสนใจกับการเรยี นและการทากิจกรรม
เป็นสว่ นมาก

3 นกั เรยี นมีความกระตอื รือร้น และให้ความสนใจกบั การเรียนและการทากิจกรรม
เป็นสว่ นน้อย

4 นกั เรยี นไม่มีความกระตือรือร้น และให้ความสนใจกบั การเรยี นและการทา 1
กิจกรรม หรอื ให้ความร่วมมอื เป็นสว่ นน้อย

71

3. มุ่งมนั่ ในการทางาน รายการประเมนิ คะแนน
ลาดบั 4
3
1 เรียนมีความม่งุ ม่นั ต้ังใจ และเอาใจใสใ่ นการทางาน ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์ มี 2
สวยงาม และส่งตรงตามเวลาท่กี าหนด
1
2 นกั เรยี นมีความม่งุ ม่นั ต้งั ใจ และเอาใจใส่ในการทางาน ผลงานเสรจ็ สมบูรณ์ มี
ความสวยงาม และสง่ ตรงตามเวลาท่กี าหนดเป็นสว่ นมาก

3 นกั เรยี นมีความมุ่งม่นั ต้งั ใจ และเอาใจใสในการทางาน ผลงานเสรจ็ แต่ไม่
สมบรู ณ์ และสง่ ตรงตามเวลาทก่ี าหนดเป็นส่วนน้อย

4 นกั เรียนไม่มีความม่งุ ม่ันต้งั ใจ ไม่ใส่ใจในการทางาน ผลงานไม่เสรจ็ เรยี บร้อย
และส่งงานไม่ตรงตามเวลาท่กี าหนด

11.7 แบบประเมินความคดิ สรา้ งสรรค์

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนท่ตี รงกับการปฏิบตั ิของ

นักเรยี นตามคะแนนความเป็นจรงิ

ระดับคะแนน 4 หมายถึง ดมี าก

ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ดี

ระดับคะแนน 2 หมายถึง พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถึง ควรปรับปรุง

ขอ้ ท่ี ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน 72 รวม
1 ความคิดรเิ ร่มิ
4 3 2 1 10
2 ความคิดคล่องแคล่ว
3 ความคิดยืดหยุ่น พฒั นาข้นึ งาน พฒั นาข้นึ งาน พฒั นาข้นึ งาน พัฒนาข้นึ งาน

4 ความคิดละเอียดลออ หรือวธิ ีการ หรอื วธิ กี าร หรือวิธกี าร หรอื วิธีการ

รวม แก้ปัญหาด้วย แก้ปัญหา แก้ปัญหาด้วย แก้ปัญหาโดย
เฉล่ยี
ความคิดท่แี ปลก ด้วยความคดิ การ ไม่มี

ใหม่เหมาะสมต่อ ทแ่ี ปลกใหม่ ผสมผสาน ความคิดท่ี

การใช้จริง และตัดแปลง แปลกใหม่

จากความคิด

เดมิ

มีการคดั หา มกี ารคัดหา มกี ารคดั หา ไม่สามารถคดั

วิธีการแก้ปัญหา วธิ ีการ วธิ ีการ หาวิธกี าร

ได้มากกว่า 2 วิธี แก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้

ในเวลาทก่ี าหนด 2 วิธีในเวลาท่ี เพยี ง 1 วิธี ในเวลาท่ี

กาหนด ในเวลาท่ี กาหนด

กาหนด

มกี ารคดิ หาวิธี มีการคิดหา มีการคิดหา ไม่สามารถคดิ

แก้ปัญหาโดย วิธแี ก้ปัญหา วธิ ี หาวิธี

ตัดแปลงสงิ่ ท่มี ี โดยตัดแปลง แก้ปัญหาโดย แก้ปัญหาโดย

อยู่ หรือนา้ สงิ่ อ่นื สิง่ ท่มี ีอยู่ ตัดแปลงสงิ่ ท่ี ตัดแปลง

มาทดแทนสิ่งท่ี หรือนา มอี ย่หู รือนา สิ่งท่มี ีอยู่

ขาดได้อย่าง ส่งิ อ่นื มา สิ่งอ่นื มา หรือนาส่งิ อ่นื

หลากหลาย ทดแทนสง่ิ ทดแทนสง่ิ ท่ี มาทดแทนสงิ่

ทข่ี าดได้ ขาดได้ ท่ขี าดได้

แต่ยงั ไม่

เหมาะสมกบั

งาน

มกี ารคดิ แจกแจง มีการคิดการ มกี ารคดิ การ ไม่มกี ารมกี าร

รายละเอยี ดของ แจกแจง แจกแจง คิดการ

วธิ กี ารแก้ปัญหา รายละเอยี ด รายละเอียด แจกแจง

หรอื ขยาย ของวธิ ีการ ของวธิ กี าร รายละเอยี ด

ความคดิ ได้ แก้ปัญหาหรือ แก้ปัญหาหรอื ของวธิ ีการ

อย่างครบถ้วน ขยาย ขยาย แก้ปัญหาหรือ

และมี ความคิดได้ ความคิด ขยาย

รายละเอียดท่ี แต่ขาดความ ความคดิ

สมบูรณ์ ชัดเจน

73

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2

กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะรายวชิ าทศั นศิลป์ 5 รหสั วิชา ศ23101 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การสรา้ งงานทศั นศิลป์ จานวน 2 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี เร่ือง การสรา้ งงานประติมากรรม เวลา 50 นาที

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564 ผูส้ อน : นางสาวรรชิ า พรอ้ มประดิษฐ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์

วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่าง
อิสระ ช่นื ชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน
2. ตวั ช้ ีวดั

ม.3/4 มที กั ษะในการสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ อย่างน้อย 3 ประเภท

3. สาระสาคญั
ประติมากรรม เป็นงานทศั นศลิ ป์ ท่มี ีลักษณะเป็น 3 มิติ คือ กว้าง ยาว และหนา สามารถ

สร้างโดยวิธีแกะสลัก หล่อ เช่อื ม มกี ารจดั วางองค์ประกอบโดยใช้ทศั นธาตุและหลักองค์ประกอบ
ศิลป์ ให้เกิดความงามและเร่ืองราวท่ศี ิลปิ นต้องการส่ือออกมา การสร้างงานประติมากรรม มี 3
ลักษณะ คือ ประติมากรรมนูนต่า นูนสูง และลอยตวั ซ่งึ วัสดทุ ่นี ามาสร้างผลงานประตมิ ากรรม มี
ท้งั ดิน ไม้ โลหะ ฯลฯ ตามลักษะของผลงานและเร่ืองราวท่ศี ิลปิ นต้องการส่ือออกมา เช่น สร้าง
งานประติมากรรมเพ่อื ใช้เป็นสัญลักษณ์ทางด้านต่าง ๆ เช่น การเมืองการปกครอง ประวัตศิ าสตร์
ศาสนา สงั คม เศรษฐกิจ และเหตุการณ์สาคัญ

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายวธิ ีการสร้างงานประติมากรรมได้ ( K )
2. นกั เรียนสามารถสร้างงานประติมากรรมได้ ( P )
3. นักเรยี นเหน็ ความสาคัญของงานประตมิ ากรรม ( A )

5. สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ( K )
1. ความหมายของงานประตมิ ากรรม
2. วิธสี ร้างงานประติมากรรม
3. ตัวอย่างงานประติมากรรม

74

ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางาน ( P )
1. ทกั ษะกระบวนการทางานและการแลกเปล่ยี นความรู้
2. ทกั ษะการสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
3. ทกั ษะการแก้ปัญหา

ดา้ นเจตคติ ( A )
1. ความสาคญั ของงานประตมิ ากรรม

6. สมรรถนะทสี่ าคญั
1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการส่อื สาร
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้ ( 50 นาที ) โดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้ รูปแบบการสอนแบบซิปปา
(CIPPA Teaching Model)

1. ข้นั ท่ี 1 การทบทวนความรูเ้ ดมิ นกั เรยี นทบทวนเน้ือหาเดิมเร่ืองประเภทของงาน
ทศั นศิลป์ และความรู้พ้นื ฐานท่เี ก่ยี วข้องกับการสร้างทศั นศลิ ป์ โดยครมู ีการต้งั ประเดน็ คาถาม
ดงั ต่อไปน้ี

- งานประติมากรรม ตามความเข้าใจของนักเรยี นคืออะไร
- งานจติ รกรรมกับงานประติมากรรมแตกต่างกันอย่างไร
- ให้นกั เรียนช่วยกันยกตัวอย่างผลงานทศั นศิลป์ ประเภทงานประติมากรรมท่รี ู้จกั มา
อย่างน้อย 1 ผลงาน โดยตอบคาถามแสดงความคดิ เหน็ ผ่านแอพพลเิ คช่นั Google MEET
2. ข้นั ที่ 2 การแสวงหาความรูใ้ หม่ ครนู าภาพตัวอย่างผลงานประเภทประติมากรรม 3
- 4 ภาพ เพ่อื ให้นักเรยี นร่วมกันวเิ คราะห์ และตอบคาถามร่วมกัน ด้วยการแสวงหาคาตอบว่า
รูปภาพผลงานประตมิ ากรรมดงั กล่าวทไ่ี ด้หยบิ ยกมาน้นั มีเทคนิควธิ ีการใดบ้างในการสร้างสรรค์
งานประตมิ ากรรมช้นิ น้ี หลงั จากท่นี กั เรียนได้ฟังครูผ้สู อนบรรยายเน้อื หาพอสังเขปแล้ว
ข้นั ท่ี 3 การแลกเปล่ียนความรูค้ วามเขา้ ใจกบั กลุ่ม ครูผ้สู อนให้นักเรียนแบ่งกล่มุ โดย
ยดึ จากหัวข้อ วธิ ีการสร้างงานประตากรรม (มีทง้ั หมด 4 กล่มุ ) เพ่อื แบ่งกนั ศกึ ษาในแต่ละหวั ข้อ

75

โดยสมาชิกแต่ละกล่มุ จะต้องร่วมกันศึกษาหาความหมาย และสามารถช่วยกันอภิปรายได้ว่า
วิธกี ารสร้างงานประตมิ ากรรมท่กี ล่มุ ตนเองได้ไปคอื อะไร มกี ระบวนการแบบไหนในการสร้างงาน
และสามารถอภิปราย ยกตัวอย่างให้เพ่อื นกล่มุ อ่ืน ๆ ได้เข้าใจร่วมกนั และมีการแลกเปล่ยี น
ความคิดระหว่างนกั เรียนในกล่มุ และเพ่ือนๆในช้ันเรยี น จากน้ันครผู ้สู อนให้นักเรียนนาหัวข้อ
วธิ ีการสร้างงานประติมากรรมท่แี ต่ละกล่มุ ได้รบั ไปสร้างสรรคเ์ ป็นช้นิ งาน (งานเด่ยี ว)

ข้นั ท่ี 4 การปฏิบตั ิ และ/หรอื การแสดงผลงาน (คาบท่ี 2) นักเรยี นนาผลงานทต่ี นเอง
สร้างสรรค(์ ผลงานเด่ยี ว) มานาเสนอในช้นั เรยี น เพ่อื ให้เพ่ือนๆ ได้มีส่วนร่วมในการประเมนิ ผล
งานและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ร่วมกันโดยมีครูผ้สู อนคอยช้ีแนะ และแนะนาในสว่ นทต่ี ้อง
เพ่มิ เติม

ข้นั ท่ี 5 การประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ ให้ผ้เู รียนนาความรู้ความเข้าใจทไ่ี ด้จากการฟังเพ่อื น
นาเสนอผลงานประตมิ ากรรมในวธิ ีการต่าง ๆ แต่ละหวั ข้อ มาเขียนสรุปส้ัน ๆ ว่า การสร้างสรรค์
งานประเภทประตมิ ากรรม มกี ่วี ธิ ี อะไรบ้าง สง่ ท้ายคาบ

9. สอ่ื การเรยี นรู้ / อุปกรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ การเรียนรู้
1. สไลดเ์ น้อื หา พร้อมภาพตวั อย่างผลงานทศั นศิลป์ (ประตมิ ากรรม) ผ่านโปรแกรม
Canva
2. แอพพลเิ คช่นั ควซิ ซิส (Quizzizz)
แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นทศั นศิลป์ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 สานกั พิมพ์สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ

(พว.)
2. อินเทอรเ์ นต็ สบื ค้นเก่ยี วกับเร่ือง ประติมากรรม

76

10. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงค์ - การต้งั คาถาม ร้อยละ 70

ดา้ นพทุ ธิพิสยั (K) - แบบประเมิน ร้อยละ 70
นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวธิ ีการสร้างงานประตมิ ากรรม
ได้
ดา้ นทกั ษะพิสยั (P)
นกั เรยี นสามารถสร้างงานประติมากรรมได้

ดา้ นจิตพิสยั (A) - แบบสงั เกต ร้อยละ 70
นักเรยี นเหน็ ความสาคัญของงานประติมากรรม - กาต้งั คาถาม

11. แบบประเมินความรู้ (K) นกั เรยี นท่ีตอบคาถามได้
ถูกตอ้ ง
ลาดบั รายการคาถาม

1 งานประติมากรรม ตามความเข้าใจของนักเรยี นคืออะไร
2 งานจิตรกรรมกับงานประตมิ ากรรมแตกต่างกันอย่างไร
3 ให้นักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างผลงานทศั นศิลป์ ประเภท

งานประติมากรรมท่รี ู้จักมาอย่างน้อย 1 ผลงาน

77

11.2 แบบประเมินทกั ษะ (P)
ช่อื นักเรียน…………………………………………………………………….…….ระดับช้นั ………………เลขท่…ี ……………..

คาช้ ีแจง ให้พจิ ารณารายการประเมินต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนท่ตี รงกบั การปฏิบัติ
ของนกั เรียนตามคะแนนความเป็นจริง

ประเด็นการประเมนิ ประเด็นการพิจารณา ระดบั คะแนน
21

1. ความคดิ สรา้ งสรรค์ 1. ผลงานมีความแปลกใหม่ มีทุกองคป์ ระกอบ มี 1 องค์ประกอบ

( 2 คะแนน ) 2. ใช้เทคนิคท่หี ลากหลาย

2. ความสวยงาม 1. มกี ารจัดองค์ประกอบท่เี หมาะสม เช่น มีทกุ องค์ประกอบ

( 2 คะแนน ) ความ

สมดลุ เอกภาพ และจุดเด่นของผลงาน

2. ผลงานแสดงถึงรายละเอียดของสตั ว์

ได้

3. ความรบั ผิดชอบ 3. สมาชิกทุกคนมสี ่วนร่วม - สมาชกิ ทกุ คนมี

( 1 คะแนน ) ส่วนร่วม

ขอ้ ท่ี ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน รวม
21 5

1 ความคดิ สร้างสรรค์ ( 2 คะแนน )

2 ความสวยงาม ( 2 คะแนน )

3 ความรบั ผิดชอบ ( 1 คะแนน )

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม

คะแนนรวม 5 ดมี าก
พอใช้
คะแนนรวม 3-4 ควรปรับปรงุ

คะแนนรวม 1-2

78

11.3 แบบประเมินการร่วมกิจกรรมกลุม่

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ระดับคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก

ระดบั คะแนน 3 หมายถึง ดี

ระดับคะแนน 2 หมายถึง พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง

พฤติกรรม

ลาดบั ชื่อ - สกุล ใหค้ วาม การแสดง การรบั ฟัง ความต้งั ใจ การมสี ว่ น
ท่ี สมาชิกกลมุ่ ร่วมมือ ความ ความ ในการ ร่วมในการ รวม
คิดเห็น คดิ เห็น ทางาน อภิปราย

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวม 16 – 20 หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 11 – 15 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 6 – 10 หมายถึง ควรปรบั ปรุง
คะแนนรวม 1 – 5

11.4 แบบประเมนิ เจตคติ (A)
ช่อื นักเรยี น…………………………………………………………………….…….ระดับช้นั ………………เลขท่…ี ……………..
คาช้ ีแจง ให้พจิ ารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดับคะแนนทต่ี รงกบั การปฏิบตั ิของ
นกั เรยี นตามคะแนนความเป็นจริง

79

ขอ้ ที่ ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คะแนน รวม
321 6

1 เหน็ ความสาคญั ของงานประติมากรรม ดีมาก
พอใช้
2 เหน็ คณุ ค่าของงานศลิ ปะ ควรปรบั ปรุง

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม

คะแนนรวม 5-6

คะแนนรวม 3-4

คะแนนรวม 1-2

จุดคาถามประกอบการพจิ ารณาในการประเมนิ เจตคติ นกั เรียนทตี่ อบ
คาถามไดถ้ ูกตอ้ ง
ลาดบั รายการคาถาม

1 งานประตมิ ากรรมมคี วามสาคัญอย่างไร
2 การสร้างงานประติมากรรมสามารถสร้างด้วยวธิ ีการใดได้บ้าง
3 งานประติมากรรมมคี วามเก่ยี วข้องกับส่ิงใดบ้าง
4 นอกจากการป้ันและการแกะสลัก มวี ธิ ีใดท่จี ะสามารถสร้าง

ประติมากรรมได้บ้าง

11.5 แบบประเมินสมรรถนะ

คาช้ ีแจง ให้พจิ ารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดับคะแนนท่ตี รงกับการปฏิบตั ิของ

นกั เรียนตามคะแนนความเป็นจรงิ

ระดบั คะแนน 4 หมายถึง ดมี าก

ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดี

ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถึง ควรปรับปรุง

80

รายการประเมนิ
การ การคิด การ การใช้ รวม
ลาดบั รายชื่อ
แกป้ ัญหา (4) สอ่ื สาร เทคโนโลยี (16)
(4) (4) (4)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ จากคะแนนรวม หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวม 13 – 16 หมายถงึ ดี
คะแนนรวม 9 – 12 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 5 – 8 หมายถึง ควรปรับปรุง
คะแนนรวม 1 – 4

81

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสมรรถนะ คะแนน
1.ความสามารถในการแกป้ ัญหา

ลาดบั รายการประเมนิ

1 นักเรยี นสามารถแก้ปัญหาท่ีเกดิ ข้นึ ได้ โดยวิธีการท่หี ลากหลาย ไม่สง่ ผลกระทบ 4
หรือขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่นื / กล่มุ อ่นื 3
2
2 นักเรียนสามารถแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้ โดยวธิ ีการทไ่ี ม่หลากหลาย แต่ไม่ส่งผล
กระทบหรือขอความช่วยเหลอื จากผ้อู ่ืน / กล่มุ อ่นื

3 นกั เรยี นสามารถแก้ปัญหาท่เี กิดข้ึนได้ โดยต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อ่นื / กล่มุ
อ่นื เป็นบางคร้ัง

4 นักเรยี นสามารถแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้ โดยขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่นื / กล่มุ อ่นื 1
อยู่ตลอดเวลา

2.ความสามารถในการคิด คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงานอย่าง 4
เป็นข้ันตอนตามหลักการ มกี ารวางแผนและดาเนนิ การอย่างเป็นระบบ ผลงานมี 3
ความสวยงามสมบูรณ์ สามารถนาผลงานไปเป็นตวั อย่างได้ 2
1
2 นกั เรียนมีการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ผลงาน
อย่างเป็นช้นั ตอนตามหลกั การ มกี ารวางแผน ผลงานมคี วามสวยงาม สมบรู ณ์

3 นกั เรียนมีการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ผลงาน
อย่างเป็นข้นั ตอนตามหลักการ มีการวางแผน แต่อาจไม่เป็นไปตามแผน ผลงาน
เสรจ็ แต่ไม่สมบูรณ์นัก

4 นกั เรียนมีการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรคผ์ ลงาน
อย่างเป็นข้นั ตอนตามหลักการ ไม่มกี ารวางแผนอย่างเป็นระบบ มักมีปัญหา
ระหว่างการทางานผลงานไม่เสรจ็ สมบูรณ์

82

3.ความสามารถในการส่ือสาร คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 สามารถส่อื สารด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย มกี ารอธิบายเพ่มิ เตมิ พร้อมแสดง 4
ตัวอย่างทาให้ผู้อ่ืนเข้าใจอย่างชัดเจน 3
2
2 นักเรียนสามารถส่อื สารด้วยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย มีการอธิบายเพ่มิ เติม ทาให้ผ้ชู ม
/ ผ้สู ง่ ส่วนมากเข้าใจอย่างชัดเจน

3 นกั เรียนสามารถส่อื สารด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย แต่ไม่มีการอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ทา
ให้ผ้ชู ม /ผ้ฟู ังส่วนมากไม่เข้าใจ หรือเกิดข้อสงสัย

4 นักเรียนสามารถส่อื สารด้วยวธิ ีการทห่ี ลากหลาย แต่ไม่มกี ารอธบิ ายเพ่มิ เติม ทา 1
ให้ผ้อู ่นื ไม่เข้าใจและเกดิ ข้อสงสยั

4.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 นกั เรียนสามารถนาเคร่ืองมอื หรอื อปุ กรณท์ างเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์ 4
ผลงานอยู่เสมอ มกี ารใช้เพ่อื สืบคันข้อมูล และใช้ในการแก้ปัญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ได้ 3
อย่างดีย่งิ 2

2 นกั เรียนสามารถนาเคร่ืองมือหรืออุปกรณท์ างเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์
ผลงานอยู่เสมอ มีการใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมลู และใช้ในการแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ได้เป็น
ส่วนมาก

3 นักเรียนสามารถนาเคร่ืองมอื หรอื อปุ กรณท์ างเทคโนโลยมี าใช้ในการสร้างสรรค์
ผลงาน มีการใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมูลและแก้ปัญหาทเ่ี กิดข้นึ ได้ในบางคร้ัง

4 นักเรยี นนาเคร่ืองมือหรอื อปุ กรณ์ทางเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานบ้าง 1

ในบางคร้ัง มกี ารใช้เพ่อื สบื ค้นข้อมลู และแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้ึน แต่แก้ปัญหาได้เป็น

ส่วนน้อยหรอื แก้ไม่ได้

11.6 แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนท่ตี รงกับการปฏิบตั ิของ

นักเรียนตามคะแนนความเป็ นจริง

ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ ดีมาก

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี

ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้

ระดบั คะแนน 1 หมายถงึ ควรปรับปรงุ

83

ลาดบั รายชือ่ รายการประเมนิ รวม
มวี ินยั ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการ 12
1 (4) (4) ทางาน
2
3 (4)
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวม 10 – 12 หมายถึง ดี
คะแนนรวม 7 – 9 หมายถึง พอใช้
คะแนนรวม 4 – 6 หมายถงึ ควรปรับปรุง
คะแนนรวม 1 – 3

84

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั

ลาดบั รายการประเมนิ คะแนน

1 นักเรียนปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คบั ของห้องเรียนและการ 4
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ด้วยดีและสม่าเสมอ 3
2
2 นักเรียนปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบังคบั ของห้องเรียนและการ
ปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ เป็นสว่ นมาก

3 นักเรียนปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคบั ของห้องเรียนและการ
ปฏิบัติกจิ กรรมต่าง ๆ เป็นส่วนน้อย

4 นกั เรียนไม่ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คบั ของห้องเรียนและ 1
การปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ หรือให้ความร่วมมือเป็นส่วนน้อย

2. ใฝ่ เรยี นรู้

ลาดบั รายการประเมนิ คะแนน

1 นักเรยี นมีความกระตอื รือร้น และให้ความสนใจกับการเรียนและการทากิจกรรม 4
ด้วยดแี ละสม่าเสมอ 3
2
2 นกั เรียนมีความกระตอื รอื ร้น และให้ความสนใจกับการเรยี นและการทากิจกรรม
เป็ นส่วนมาก

3 นกั เรียนมีความกระตอื รือร้น และให้ความสนใจกบั การเรียนและการทากิจกรรม
เป็นสว่ นน้อย

4 นกั เรียนไม่มีความกระตอื รือร้น และให้ความสนใจกับการเรียนและการทา 1
กิจกรรม หรือให้ความร่วมมือเป็นส่วนน้อย

85

3. มุ่งมนั่ ในการทางาน คะแนน
ลาดบั รายการประเมนิ

1 เรียนมคี วามม่งุ ม่นั ต้งั ใจ และเอาใจใสใ่ นการทางาน ผลงานเสรจ็ สมบูรณ์ มี 4
สวยงาม และสง่ ตรงตามเวลาท่กี าหนด 3
2
2 นักเรียนมีความม่งุ ม่นั ต้งั ใจ และเอาใจใส่ในการทางาน ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์
มีความสวยงาม และสง่ ตรงตามเวลาทก่ี าหนดเป็นส่วนมาก

3 นกั เรียนมีความมุ่งม่นั ต้งั ใจ และเอาใจใสในการทางาน ผลงานเสรจ็ แต่ไม่
สมบูรณ์ และส่งตรงตามเวลาท่กี าหนดเป็นสว่ นน้อย

4 นกั เรียนไม่มีความม่งุ ม่ันต้งั ใจ ไม่ใสใ่ จในการทางาน ผลงานไม่เสรจ็ 1
เรียบร้อยและส่งงานไม่ตรงตามเวลาท่กี าหนด

11.7 แบบประเมินความคดิ สรา้ งสรรค์

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมนิ ต่อไปน้ี แล้วให้ระดบั คะแนนทต่ี รงกับการปฏิบัติของ

นกั เรียนตามคะแนนความเป็นจริง

ระดับคะแนน 4 หมายถึง ดมี าก

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี

ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้

ระดับคะแนน 1 หมายถึง ควรปรบั ปรุง

ขอ้ ท่ี ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน 86 รวม
1 ความคิดรเิ ร่มิ
4 3 2 1 10
2 ความคิดคล่องแคล่ว
3 ความคิดยืดหย่นุ พฒั นาข้นึ งาน พฒั นาข้นึ งาน พฒั นาข้นึ งาน พัฒนาข้นึ งาน

4 ความคดิ ละเอียดลออ หรือวธิ ีการ หรอื วธิ กี าร หรอื วิธกี าร หรอื วธิ ีการ

รวม แก้ปัญหาด้วย แก้ปัญหา แก้ปัญหาด้วย แก้ปัญหาโดย
เฉล่ยี
ความคดิ ท่แี ปลก ด้วยความคดิ การ ไม่มี

ใหม่เหมาะสมต่อ ท่แี ปลกใหม่ ผสมผสาน ความคิดท่ี

การใช้จริง และตดั แปลง แปลกใหม่

จากความคิด

เดิม

มีการคัดหา มกี ารคัดหา มกี ารคัดหา ไม่สามารถคดั

วิธีการแก้ปัญหา วธิ ีการ วธิ กี าร หาวธิ ีการ

ได้มากกว่า 2 วิธี แก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้

ในเวลาทก่ี าหนด 2 วิธีในเวลาท่ี เพียง 1 วธิ ี ในเวลาท่ี

กาหนด ในเวลาท่ี กาหนด

กาหนด

มกี ารคดิ หาวิธี มีการคิดหา มีการคดิ หา ไม่สามารถคดิ

แก้ปัญหาโดย วิธแี ก้ปัญหา วธิ ี หาวธิ ี

ตัดแปลงสงิ่ ท่มี ี โดยตัดแปลง แก้ปัญหาโดย แก้ปัญหาโดย

อยู่ หรือนา้ สงิ่ อ่นื สิง่ ท่มี อี ยู่ ตัดแปลงสิ่งท่ี ตดั แปลง

มาทดแทนสิ่งท่ี หรือนา มอี ยู่หรือนา สิ่งทม่ี ีอยู่

ขาดได้อย่าง ส่งิ อ่ืนมา สิ่งอ่นื มา หรือนาส่งิ อ่นื

หลากหลาย ทดแทนสงิ่ ทดแทนสง่ิ ท่ี มาทดแทนสิง่

ทข่ี าดได้ ขาดได้ ท่ขี าดได้

แต่ยงั ไม่

เหมาะสมกับ

งาน

มกี ารคดิ แจกแจง มีการคิดการ มกี ารคิดการ ไม่มกี ารมีการ

รายละเอยี ดของ แจกแจง แจกแจง คดิ การ

วธิ กี ารแก้ปัญหา รายละเอียด รายละเอียด แจกแจง

หรอื ขยาย ของวธิ ีการ ของวธิ กี าร รายละเอยี ด

ความคดิ ได้ แก้ปัญหาหรือ แก้ปัญหาหรอื ของวธิ ีการ

อย่างครบถ้วน ขยาย ขยาย แก้ปัญหาหรอื

และมี ความคิดได้ ความคดิ ขยาย

รายละเอียดท่ี แต่ขาดความ ความคดิ

สมบูรณ์ ชัดเจน

87

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3

กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ รายวิชาทศั นศิลป์ 5 รหสั วชิ า ศ23101 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 การสรา้ งงานทศั นศิลป์ จานวน 1 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ เรอ่ื ง การสรา้ งงานภาพพิมพ์ เวลา 50 นาที

ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2564 ผูส้ อน : นางสาวรรชิ า พรอ้ มประดษิ ฐ

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์

วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศิลปะอย่าง
อิสระ ช่นื ชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั
2. ตวั ช้ ีวดั

ม.3/4 มีทกั ษะในการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ อย่างน้อย 3 ประเภท

3. สาระสาคญั
ภาพพิมพ์ เป็นงานทัศนศิลป์ ท่ีมีลักษณะเป็น 2 มิติ สามารถสร้างโดยวิธีการพิมพ์ใน

ลกั ษณะต่าง ๆ โดยอาศัยแม่พิมพ์ เช่น แม่พิมพไ์ ม้โลหะ พิมพ์กระดาษ มาสร้างสแี ละลวดลายลง
บนวัสดุ ผ่านการจัดวางองค์ประกอบโดยใช้ทัศนธาตแุ ละหลักองค์ประกอบศลิ ป์ ให้เกิดความงาม
และเร่ืองราวท่ีศิลปิ นต้องการส่ือออกมา การสร้างงานภาพพิมพ์ มี 4 ประเภทตามลักษณะของ
แม่พิมพ์ คอื ภาพพมิ พ์จากแม่พมิ พน์ ูน แม่พิมพร์ ่องลกึ แม่พิมพ์พ้นื ราบ และแม่พิมพ์ฉลุ
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวธิ กี ารสร้างงานภาพพิมพ์ได้ ( K )
2. นักเรยี นสามารถสร้างงานภาพพิมพ์ได้ ( P )
3. นกั เรยี นเหน็ ความสาคัญของงานภาพพิมพ์ ( A )

5. สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ( K )
1. ความหมายของงานภาพพิมพ์
2. วิธีสร้างงานภาพพมิ พ์
3. ตวั อย่างงานภาพพมิ พ์
ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางาน ( P )
1. ทกั ษะกระบวนการทางานและการแลกเปล่ยี นความรู้
2. ทกั ษะการสร้างสรรค์งานทศั นศิลป์
3. ทกั ษะการแก้ปัญหา

88

ดา้ นเจตคติ ( A )
1. ความสาคญั ของงานภาพพิมพ์

6. สมรรถนะที่สาคญั
1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการส่อื สาร
4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้ ( 50 นาที ) โดยใชก้ ารจัดการเรียนรู้ รูปแบบการสอนแบบซิปปา
(CIPPA Teaching Model)

1. ข้นั ท่ี 1 การทบทวนความรูเ้ ดิม นกั เรยี นทบทวนเน้อื หาเดมิ เร่ืองประเภทของงาน
ทศั นศิลป์ และความรู้พ้นื ฐานท่เี ก่ยี วข้องกับการสร้างทัศนศลิ ป์ โดยครูมกี ารต้งั ประเดน็ คาถาม
ดังต่อไปน้ี

- ภาพพิมพ์ ตามความเข้าใจของนกั เรยี นคอื อะไร
- วัสดุใดบ้าง ทส่ี ามารถนามาประยุกต์ใช้สร้างงานภาพพมิ พ์
- ให้นักเรียนช่วยกนั ยกตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์ ประเภทงานภาพพมิ พ์ท่รี ู้จกั มาอย่าง
น้อย 1 ผลงาน
2. ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาความรูใ้ หม่ ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั แลกเปล่ยี นความรู้จาก
ประสบการณ์ทม่ี ีอยู่ และส่งิ ท่พี พบเหน็ ในชีวิตประจาวัน พร้อมเปิดวีดโี อตัวอย่างการสร้างสรรค์
งานภาพพมิ พ์จาก Youtube จากน้นั ให้นกั เรยี นลองสารวจวัสดรุ อบ ๆ ตัว ว่าวัสดใุ ดบ้างทส่ี ามารถ
นามาสร้างสรรคเ์ ป็นผลงานภาพพิมพไ์ ด้บ้าง
ข้นั ที่ 3 การแลกเปล่ียนความรูค้ วามเขา้ ใจกบั กลุ่ม ครูผู้สอนให้นักเรียนแบ่งกลุ่มโดย
ยึดจากหัวข้อ ประเภทของงานภาพพิมพ์ (มีท้ังหมด 4กลุ่ม) เพ่ือแบ่งกันศึกษาในแต่ละหัวข้อ
โดยสมาชิกแต่ละกลุ่มจะต้องร่วมกันศึกษาหาความหมาย และสามารถช่วยกันอภิปรายได้ ว่า
ประเภทของงานภาพพิมพ์ท่กี ล่มุ ตนเองได้ไปคืออะไร และสามารถอภิปราย ยกตัวอย่างให้เพ่ือน
กล่มุ อ่นื ๆ ได้เข้าใจร่วมกัน และมีการแลกเปล่ยี นความคดิ ระหว่างนักเรียนในกล่มุ และเพ่ือนๆใน

89

ช้ันเรียน จากน้ันครูผู้สอนให้นักเรียนนาหัวข้อ ประเภทของงานภาพพิมพ์ท่ีแต่ละกลุ่มได้รับไป
สร้างสรรคเ์ ป็นช้นิ งาน (งานเด่ยี ว) โดยการประยกุ ตน์ าเอาวสั ดุใกล้ ๆ ตวั ท่มี อี ยู่

ข้นั ท่ี 4 การปฏิบตั ิ และ/หรือการแสดงผลงาน นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ สร้างสรรค์
ผลงานภาพพิมพต์ ามหัวข้อทไ่ี ด้ภายในคาบเรียน และร่วมกันประเมินผลงานและแลกเปล่ยี นความ
คิดเหน็ ร่วมกนั โดยมคี รผู ้สู อนคอยช้แี นะ และแนะนาในสว่ นท่ตี ้องเพ่มิ เตมิ

ข้นั ท่ี 5 การประยุกต์ใชค้ วามรู้ ให้ผู้เรียนนาความรู้ความเข้าใจท่ีได้จากการฟังเพ่ือน
นาเสนอผลงานภาพพิมพ์ในประเภทต่าง ๆ มาแลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็นกันผ่านกล่อง
ข้อความใน Google MEET

9. ส่อื การเรยี นรู้ / อุปกรณ์ / แหล่งการเรียนรู้
ส่ือการเรยี นรู้
3. สไลดเ์ น้อื หา พร้อมภาพตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์ (ภาพพิมพ)์ ผา่ นโปรแกรม
Canva
4. คลิปวดี ีโอตัวอย่างวิธกี ารสร้างงานภาพพิมพจ์ าก Youtube
แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนทศั นศลิ ป์ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 สานกั พมิ พ์สถาบันพฒั นาคณุ ภาพวิชาการ

(พว.)
2. อินเทอรเ์ นต็ สืบค้นเก่ยี วกบั เร่ือง ภาพพมิ พ์

10. การวดั และประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงค์ - การต้งั คาถาม ร้อยละ 70

ดา้ นพทุ ธิพสิ ยั (K) - แบบประเมนิ ร้อยละ 70
นักเรียนสามารถอธิบายวธิ ีการสร้างงานภาพพิมพ์ได้
- แบบสงั เกต ร้อยละ 70
ดา้ นทกั ษะพสิ ยั (P) - กาต้งั คาถาม
นักเรียนสามารถสร้างงานภาพพมิ พ์ได้

ดา้ นจิตพสิ ยั (A)
นักเรียนเหน็ ความสาคญั ของงานภาพพิมพ์

90

11. แบบประเมนิ ความรู้ (K) นกั เรียนท่ีตอบคาถามไดถ้ ูกตอ้ ง
ลาดบั รายการคาถาม

1 ภาพพมิ พ์ ตามความเข้าใจของนักเรียนคืออะไร

2 วสั ดใุ ดบ้าง ทส่ี ามารถนามาประยุกต์ใช้สร้างงาน
ภาพพมิ พ์

3 ให้นักเรียนช่วยกันยกตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์
ประเภทงานภาพพิมพ์ทร่ี ู้จักมาอย่างน้อย 1
ผลงาน

11.2 แบบประเมนิ ทกั ษะ (P)

ช่อื นักเรียน…………………………………………………………………….…….ระดับช้นั ………………เลขท่…ี ……………..

คาช้ ีแจง ให้พิจารณารายการประเมินต่อไปน้ี แล้วให้ระดับคะแนนท่ตี รงกบั การปฏิบัติ

ของนักเรยี นตามคะแนนความเป็นจรงิ

ขอ้ ที่ ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน รวม
21 5

1 ความคิดสร้างสรรค์ ( 2 คะแนน )

2 ความสวยงาม ( 2 คะแนน )

3 ความรบั ผดิ ชอบ ( 1 คะแนน )

รวม

เฉล่ยี

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม

คะแนนรวม 5 ดีมาก

คะแนนรวม 3 - 4 พอใช้

คะแนนรวม 1 - 2 ควรปรับปรงุ

11.3 แบบประเมนิ การร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ดมี าก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดี
ระดับคะแนน 4 หมายถึง พอใช้
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ
ระดบั คะแนน 1 หมายถึง

91

พฤติกรรม

ลาดบั ชือ่ - สกุล ใหค้ วาม การแสดง การรบั ฟัง ความต้งั ใจ การมสี ่วน
ท่ี สมาชิกกลุ่ม ร่วมมือ ความ ความ ในการ ร่วมในการ รวม
คิดเห็น คิดเห็น ทางาน อภิปราย

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

ประเดน็ การประเมนิ ประเด็นการพจิ ารณา ระดบั คะแนน
21
1. ความคิดสรา้ งสรรค์ 1. ผลงานมคี วามแปลกใหม่ มที ุกองคป์ ระกอบ มี 1

( 2 คะแนน ) 2. ใช้เทคนิคทห่ี ลากหลาย องค์ประกอบ
มีทุกองคป์ ระกอบ
2. ความสวยงาม 1. มกี ารจัดองค์ประกอบท่เี หมาะสม เช่น
- สมาชิกทุกคนมี
( 2 คะแนน ) ความ สว่ นร่วม

สมดลุ เอกภาพ และจุดเด่นของผลงาน

2. ผลงานแสดงถึงรายละเอียดของสตั ว์ได้

3. ความรบั ผดิ ชอบ 3. สมาชกิ ทกุ คนมสี ่วนร่วม

( 1 คะแนน )

เกณฑก์ ารประเมินจากคะแนนรวม หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวม 16 – 20 หมายถึง ดี
คะแนนรวม 11 – 15 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวม 6 – 10 หมายถงึ ควรปรับปรุง
คะแนนรวม 1 – 5


Click to View FlipBook Version