The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tpso10 Network, 2024-05-31 05:09:02

KM การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ

การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ

Keywords: KM

- ก - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ คำนำ การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ใน ตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กร สามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถเชิงแข่งขัน สูงสุด โดยเป้าหมายที่สำคัญของการจัดการความรู้มุ่งพัฒนาใน 4 ประเด็น ได้แก่ พัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาองค์กรไปสู่การเป็น องค์กรแห่งการเรียนรู้และความเป็นชุมชน เป็นหมู่คณะ มีความ เอื้ออาทรระหว่างกัน ในที่ทำงาน การจัดการความรู้เป็นกระบวนการ ที่ดำเนินการร่วมกันโดยผู้ปฏิบัติงานในองค์กรหรือหน่วยงานย่อย ขององค์กร เพื่อสร้างและใช้ความรู้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ดีขึ้นกว่าเดิม (วิจารณ์ พาณิช) สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เป็นองค์กร หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการด้านการพัฒนาสังคมแก่ ภาคีเครือข่าย ศึกษา วิเคราะห์ สถานการณ์เพื่อคาดการณ์แนวโน้ม สถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบ การถ่ายทอดความรู้ด้านการ พัฒนาสังคมในระดับพื้นที่ รวมถึงเป็นศูนย์บริการวิชาการในระดับพื้นที่ กลุ่มจังหวัด โดยมีพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในปี 2567 ได้จัดการความรู้ เรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือน เปราะบางแบบบูรณาการร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ด้วยวิธี


- ข - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ การถอดบทเรียนเครือข่ายการทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครัวเรือนเปราะบาง ที่ได้ให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้สามารถพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน และพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ให้ในการ ทำงานชุมชน โดยใช้กรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรม 2 รูปแบบ คือ รูปแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการจากชุมชน... สู่ภาครัฐ และรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง แบบบูรณาการจากภาครัฐ...สู่ชุมชน จำนวน 3 กรณี ที่ประสบปัญหา แตกต่างกัน ได้แก่ มิติความเป็นอยู่ มิติอาชีพ รายได้ และมิติการเข้าถึง บริการภาครัฐ พร้อมทั้งต่อยอดเป็นคู่มือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ เพื่อให้บุคลากร และภาคีเครือข่าย นำไปเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่ระดับฐานรากให้มั่นคงอย่างต่อเนื่องและ เจริญก้าวหน้าไปสู่ระดับการพัฒนาที่สูงและซับซ้อนขึ้น “อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน” กลุ่มการวิจัยและการพัฒนาระบบเครือข่าย พฤษภาคม 2567


- ค - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ค ส่วนที่ 1 บทนำ 1 1) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 6 2) นโยบายสำคัญของกระทรวง พม. 9 3) วิกฤตประชากร 12 4) แนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง 14 - การจัดการรายกรณี(Case Management : CM) 14 - สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive welfare) 16 5) ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO-Logbook 19 ส่วนที่ 2 กรณีศึกษา : การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือน เปราะบางแบบบูรณาการ 21 1) ชุมชน...สู่ภาครัฐ 23 2) ภาครัฐ...สู่ชุมชน 45 ส่วนที่ 3 ผลการถอดบทเรียน 55 1) ปัจจัยสู่ความสำเร็จ 57 2) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 59 3) ปัญหาและความท้าทาย 60 4) แนวทางการพัฒนาและข้อเสนอแนะ 60 เอกสารอ้างอิง 62 ขอขอบคุณ 64 คณะผู้จัดทำ 66


- 1 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 1) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 2) นโยบายสำคัญของกระทรวง พม. 3) วิกฤตประชากร 4) แนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง - การจัดการรายกรณี(Case Management : CM) - สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive welfare) 5) ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO-logbook


- 2 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 - 2580) เป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ “ประเทศ ไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ครอบคลุม 6 ประเด็น ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ คือยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมทั้งการมีพันธกิจในการ พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพเต็มศักยภาพ มีภูมิคุ้มกัน ต่อการ เปลี่ยนแปลง สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วม พัฒนาสังคม จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต โดยให้ ความสำคัญกับกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง อย่างยั่งยืน


- 3 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ประเทศไทยได้ลงนามและมีคำมั่นร่วมกับนานาประเทศ ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2558 รัฐบาลไทยประกาศความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อบรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2573 เรื่อง การขจัดความยากจนเป็นเป้าหมายที่ 1 ภายใต้หลักการ “End poverty in all its forms very where” โดยมี 5 เป้าหมายย่อย ประกอบด้วย 1. การเพิ่มรายได้ของผู้คนให้มากกว่า $1.25 หรือประมาณ 40 บาท ไทยต่อวัน 2. ลดสัดส่วนชาย หญิง และเด็กในทุกช่วงวัยที่อยู่ภายใต้ความยากจน ในทุกมิติ(ตามนิยามของแต่ละประเทศ) ให้ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ภายในปี พ.ศ. 2573 3. สร้างระบบ และมาตรการคุ้มครองทางสังคมครอบคลุมถึง กลุ่มคนยากจน 4. มีหลักประกันว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร ต่าง ๆ 5. สร้างการป้องกันจากภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อมให้กับผู้ยากจนในสังคม ที่มา : https://www.sdgmove.com


- 4 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ บูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ระหว่าง 12 กระทรวง และกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.)กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กระทรวงแรงงาน (รง.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการ ความร่วมมือช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวม กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพ ชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคง มีความสุข สามารถ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และมีฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ระดับประเทศที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน เมื่อวันพุธที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบ รัฐบาล โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สักขีพยาน


- 5 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ สาระสำคัญ : บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) คือ การร่วมมือในการสนับสนุนข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เพื่อการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลรายครัวเรือน รวมถึงการวางแผน การให้ความช่วยเหลือและพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือ ให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการโดยเชื่อมโยงการทำงานระดับพื้นที่ ด้วยกลไกสหวิชาชีพ ร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (อพม.) 1 คน ที่จะรับผิดชอบ 10 ครอบครัว ติดตาม ครอบครัวกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลง มีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนาม เป็นต้นไป โดยมีกำหนดระยะเวลา ความร่วมมือ5 ปี (พ.ศ. 2564 - 2568) ที่มา : https://www.dop.go.th


- 6 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 1) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางให้หลุดพ้น จากความเปราะบาง ตลอดจนยกระดับการทำงานจากการดูแลและ การช่วยเหลือรายบุคคลเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง รายครัวเรือนใน 5 มิติไปพร้อมกัน ทั้งมิติสุขภาพ ความเป็นอยู่ การศึกษา รายได้ และมิติการเข้าถึงบริการรัฐ โดยมิติที่เกี่ยวข้อง กับภารกิจกระทรวง พม. คือมิติความเป็นอยู่และมิติการเข้าถึงบริการ ภาครัฐ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการ การทำงานจากทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บรรเทาภาวะของความเปราะบาง และสามารถ ดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน มีการดำเนินงาน 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเตรียมความพร้อม โดยประสานความร่วมมือหน่วยงาน ในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และประชาชน รวมทั้งองค์กรกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) หน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) หน่วยงาน พม. และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (อพม.) บูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงาน เสริมพลัง (Empower) และสนับสนุนคู่มือ รวมทั้งเครื่องมือให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน


- 7 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 2. สร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานทุกระดับ ทั้งผู้ว่าราชการ จังหวัด เจ้าหน้าที่ ทีม พม. หนึ่งเดียวจังหวัด อาสาสมัครพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ และสภาเด็กและเยาวชน โดยแต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการในระดับจังหวัด เพื่อเยี่ยมบ้าน ค้นหาความต้องการ สร้างผู้นำเครือข่ายการทำงาน และ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ คน บ้าน วัด โรงเรียน 3. การกรองข้อมูล เพื่อค้นหากลุ่มเปราะบาง โดยใช้ข้อมูลจาก แหล่งต่าง ๆ อาทิ ฐานข้อมูลในระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analysis Platform : TPMAP) ฐานข้อมูลในระบบของกระทรวง พม. ฐานข้อมูล ผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ 4. การเยี่ยมบ้าน โดยเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ สภาเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสอบ ข้อเท็จจริง รับฟังปัญหา และบันทึกข้อมูลในสมุดพกครอบครัว อิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) 5. วิเคราะห์ข้อมูลรายครัวเรือน เพื่อแยกประเภทกลุ่มความยากจน สาเหตุที่ทำให้เกิดความยากจน ความต้องการของครัวเรือน และ แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือน 6. จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตรายครัวเรือน เพื่อจัดประเภท การพัฒนาครัวเรือนตามลำดับความเร่งด่วนของกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องช่วยเหลือ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (ระยะสั้น) ระยะกลาง และระยะยาว


- 8 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 7. การบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตกลุ่มเปราะบาง ทั้งด้านข้อมูล สังคม การศึกษา ที่อยู่อาศัย อาชีพและการมีงานทำ และด้านการท่องเที่ยวและชุมชน 8. การติดตามประเมินผล เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแผน การดำเนินงาน 9. สรุป และถอดบทเรียน องค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงาน และ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์


- 9 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 2) นโยบายการขับเคลื่อนงานของ รมว.พม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบนโยบาย "พม. พอใจ ให้ทุกวัยพึงใจใน พม.” มีหัวใจสำคัญ 3 ข้อหลัก ได้แก่ การทำงาน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท การเป็นนักบริหาร และทำได้จริง เกิดประโยชน์ โดยขับเคลื่อนไปข้างหน้า (ปฏิบัตินิยม) ด้วยวิธีทำงาน "PSS" แม่นยำ (Precision) รวดเร็ว (Speed) และสร้างความเปลี่ยนแปลง (Impactful Scale)


- 10 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ โดยมีกรอบการทำงานของกระทรวง พม.เป็นผู้นำและ เป็นที่พึ่งของประชาชนทุกกลุ่มให้เข้าถึงโอกาสและการคุ้มครอง ทางสังคมที่นำไปสู่หลักประกันและความมั่นคงในชีวิต ประกอบด้วย 5 นโยบายสำคัญ ดังนี้ 1. นโยบายเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กจนถึงอายุ 3 ปี โดยสนับสนุนให้ ท้องถิ่นมีบทบาทในการคุ้มครองเด็กมากขึ้น ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บริหารจัดการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท ให้ครอบคลุม ทั่วถึง และยกระดับศูนย์อนุบาลพัฒนา เด็กเล็กชุมชน เป็นต้น 2. นโยบายเด็กและเยาวชน สนับสนุนการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพของครอบครัวอุปถัมภ์ (Foster Care) เป็นที่พึ่งให้กลุ่มเปราะบางได้จริง 3. นโยบายคนทำงาน พัฒนาโครงการ ที่อยู่อาศัยทั้งการ ถือครองกรรมสิทธิ์และการเช่า ผลักดันโครงการบ้านตั้งต้น สำหรับผู้เริ่มทำงานใหม่ (First Jobber) พัฒนาเยาวชนสู่การ เป็นผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ขับเคลื่อน โครงการเตรียมพร้อมสูงวัยก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ (Pre-aging) และโครงการสร้างรายได้สมาชิกนิคมสร้างตนเอง เป็นต้น 4. นโยบายผู้สูงอายุ การพัฒนาสวัสดิการสังคมต่าง ๆ สำหรับ ผู้สูงอายุ จัดตั้งศูนย์พักฟื้นและเสริมพลังชีวิต (Rejuvenation Center) ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุชุมชน/ตำบลศูนย์บริการจัดหางาน ผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาชุมชนเพื่อผู้สูงอายุ สนับสนุนเงิน กู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ เพื่อความมั่นคงในชีวิต เป็นต้น


- 11 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 5. นโยบายคนพิการและคนไร้ที่พึ่ง สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด คือ การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ พ.ศ. 2550 อีกทั้งยกระดับศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ร่วมกับองค์กรด้านคนพิการ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง คนพิการกับคนไม่พิการ ปรับปรุงกองทุนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ และขับเคลื่อนโครงการฝึกอบรมแรงงาน หรือระบบการจับคู่งานกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการ ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น 6. การสื่อสารต่อประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง โดยเสียงของ พี่น้องประชาชนที่ติดต่อมาจะได้ถูกรับฟัง และพัฒนาระบบ 1300 ให้ดีขึ้น ไวขึ้น เพื่อให้คนทุกวัยพึงใจใน พม. ที่มา : https://www.m-society.go.th


- 12 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 3) วิกฤตประชากร ประเทศไทยในปัจจุบันเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบบพลิกโฉมในหลายมิติรวมถึงวิกฤตจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ทางประชากรอันเกิดจากภาวการณ์เกิดลดลง สู่ระดับต ่ามาก จนจำนวน ประชากรในวัยเด็กและวัยทำงานลดลงมาก และจำนวนประชากรรวม ของประเทศมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้จากการคาดประมาณประชากรโดย วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าหากภาวะ การเกิดยังอยู่ในระดับต ่าเช่นปัจจุบัน คาดว่าประชากรไทยอาจจะลดจาก 66.05 ล้านคน ในปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 58.26 ล้านคนในอีก 25 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย แบบสุดยอด อย่างรวดเร็วและเร่งขึ้น จากการที่ประชากรรุ่นสึนามิที่เป็นรุ่นที่เกิดมา มากกว่าล้านคนต่อปีซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงอายุราว 40 ปีขึ้นไปกลายเป็น คลื่นประชากรลูกใหญ่ที่กำลังถาโถมเข้าสู่วัยสูงอายุ วิกฤตทางประชากรดังกล่าวจะทำให้โอกาสที่ประเทศ จะก้าวจากกับดักรายได้ปานกลางเป็นไปได้ยากเพราะตลาดเล็กลง ผู้ผลิตและผู้บริโภคน้อยลงมาก ทั้งยังอาจนำไปสู่การถดถอยลง ของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม และจะส่งผลสำคัญต่อคุณภาพ ชีวิตของประชากรไทย ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องหาทาง รับมือทันที กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การกำกับของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้ตระหนักถึงผลกระทบของวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อ “ครอบครัวไทย” จึงได้ริเริ่มให้มีการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากรและ สังคมสูงวัย โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่


- 13 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ การดำเนินงานแบบองค์รวมเพื่อให้ทุกองคาพยพในสังคมมีส่วนร่วมในการ ขับเคลื่อนการพัฒนาความมั่นคงของครอบครัวไทยสู่ความมั่นคงของม นุษย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการในระยะสั้น 5 – 10 ปีข้างหน้า 5 ข้อสำคัญ ดังนี้ นโยบายที่ต้องเร่งทำทันทีตั้งแต่วันนี้ 1. เสริมพลังวัยทำงาน : “ตั้งตัวได้ สร้างและดูแลครอบครัวได้ และพร้อมที่จะสูงอายุอย่างมีคุณภาพในอนาคต” 2. เพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน : “เด็กน้อย แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ” 3. สร้างพลังผู้สูงอายุ ผ่อนหนักให้เป็นเบา พลิกวิกฤตทางประชากร ให้เป็นโอกาส 4. เพิ่มโอกาสและสร้างเสริมคุณค่าของคนพิการ และกลุ่มเปราะบาง หรือขาดโอกาส 5. สร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความมั่นคง ของครอบครัว ที่มา : ข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากรและสังคมสูงวัย กระทรวง พม.


- 14 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 4) แนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง ➢ การจัดการรายกรณี(Case Management : CM) การจัดการรายกรณี(Case Management : CM) คือ การบูรณาการ ให้บริการความช่วยเหลือโดยผู้จัดการ (เจ้าภาพ)ประเมินความต้องการ จำเป็น ของผู้ใช้บริการและครอบครัว ประสานความร่วมมือ ติดตาม ประเมินผล พิทักษ์สิทธิ์เพื่อให้ได้มาซึ่งบริการ หรือทรัพยากรที่จำเป็นต่อ การคลี่คลายปัญหาอันซับซ้อนของผู้ใช้บริการ ในปัจจุบันได้มีการ ขยายความให้ชัดเจนขึ้นเป็นการจัดการครอบครัวรายกรณี(Family Case Management : FCM) เป็นชุดของระบบและบริการที่ช่วยให้การดูแล ครอบครัวเปราะบางได้รับการช่วยเหลืออย่างบูรณาการ หรือ เปรียบเสมือนสะพานใยแมงมุมประสานเชื่อมโยงครอบครัวเข้ากับระบบ บริการอย่างไร้รอยต่อทุกมิติชีวิต ได้แก่ การเข้าถึงบริการของรัฐ รายได้ สุขภาพการศึกษา และความเป็นอยู่ และความสัมพันธ์ของครอบครัว เป็นต้น


- 15 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ หลักของการจัดบริการครอบครัวรายกรณี (Family Case Management : FCM) ครอบครัวเป็นศูนย์กลางของการให้บริการ จุดให้บริการเป็นหนึ่งเดียวโดยมีผู้จัดการรายกรณีรับผิดชอบ ครอบครัวแต่ละครอบครัวด้วยการประสานงานการช่วยเหลือ ให้เป็นไปตามแผน ให้บริการเป็นรายครอบครัวและเป็นบริการต่อเนื่องจนกว่า ครอบครัวจะสามารถยืนหยัดด้วยตนเองได้ มีการวางแผนการให้บริการร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวในทุกมิติ ชีวิต มีหน่วยงานบริการสนับสนุนเพื่อลดช่องว่างและความซ ้าซ้อน ของหน่วยงานตามภาระหน้าที่ ที่มา : โสภา อ่อนโอภาส


- 16 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ➢ สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive welfare) สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive Welfare) คือ สวัสดิการที่ทำแล้วไม่เกิดการสูญเปล่า แต่ก่อให้เกิด ผลผลิตในรูปแบบต่างๆ ทำให้ผู้ใช้บริการ ครอบครัว ชุมชนและสังคม ได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีหลักประกันทางสังคม และเกิดการพัฒนา จนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิที่ประชาชนจะได้รับการมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ มุ่งหวังที่จะเห็นกลุ่มเป้าหมายกลับกลายเป็นผู้ให้ในสังคม เป็นการใช้ งบประมาณอย่างคุ้มค่าและสามารถลดภาระในการใช้จ่ายของรัฐ ทั้งนี้สวัสดิการเพื่อการพัฒนาและพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (Productive Welfare) เป็นรูปแบบการจัดสวัสดิการที่ต้องการให้เกิด ความ “เป็นธรรม” เพราะ “ทำเป็น” ควบคู่ไปกับระบบสวัสดิการที่มีอยู่เดิม จึงได้กำหนดรูปแบบ (Model) เพื่อขับเคลื่อนภายใต้การเชื่อมโยง ใน 3 ประเด็น คือ ลดภาระ ชุมชนขับเคลื่อน และสร้างมูลค่าศักยภาพ ผู้ใช้บริการ โดยนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ตามแนวทางการพัฒนา ประเทศ “Thailand 4.0” คือ “ทำน้อย ได้มาก” ดังนี้ 1. วางแผนให้ความช่วยเหลือด้วยการใช้ฐานข้อมูล Big Data และ MSO-Logbook นำไปสู่การวางแผนช่วยเหลือ 2. สนับสนุนความช่วยเหลือและองค์ความรู้จาก CSR และ SE เน้นการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมของผู้รับบริการ 3. ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการความช่วยเหลือรายกรณี ด้วยการใช้ระบบข้อมูลร่วมกันของเครือข่าย ทีม Case Management (CM) บน Mobile Application


- 17 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 4. นวัตกรรมในการประเมินตนเอง (Self-Assessment) เพื่อให้ ผู้ใช้บริการได้รู้จักสถานการณ์ตนเองและมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ในการรับสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตรงตามเป้าหมาย “Productive Welfare” มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. Civic Responsibility ใช้เครือข่ายชุมชนและทุกภาคส่วนในการ ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคม เช่น องค์กรส่งเสริม ความรับผิดชอบทางสังคมภาคธุรกิจ Corporate Social Responsibility (CSR) โดยการ Matching ระหว่างความต้องการ จำเป็นของผู้ประสบปัญหา กับความต้องการช่วยเหลือสังคม ของภาคธุรกิจ 2. Real Opportunity เป็นการจัดสวัสดิการที่ตรงกับสภาพปัญหา และความต้องการจำเป็น 3. Empowerment เน้นการเสริมพลังผู้ประสบปัญหาทางสังคม เช่น การสร้างโอกาสทางการศึกษา/อาชีพ


- 18 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 4. Case Management ใช้กระบวนการจัดการรายกรณี (CM) โดยทีมสหวิชาชีพ (Interdisciplinary) เช่น แพทย์ นักสังคม สงเคราะห์ นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด เป็นต้น 5. Innovation / IT ได้จัดทำและพัฒนา Application ในการ ช่วยเหลือและการติดตามการให้ความช่วยเหลือ .


- 19 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 5) ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO-logbook ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO-Logbook เป็นเครื่องมือการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือน ครอบครัว บุคคล เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ผ่านการเก็บข้อมูลร่วมกับ อพม. และเจ้าหน้าที่ พม. เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลให้ความช่วยเหลือ โดยแบ่งเป็น 5 มิติ ได้แก่ มิติรายได้ความเป็นอยู่ สุขภาพ การศึกษา และมิติการ เข้าถึงบริการภาครัฐ และสนับสนุนการวางแผนและติดตามการให้ความ ช่วยเหลือตามระดับความเปราะบาง และประเด็นปัญหาในแต่ละพื้นที่ ดังนี้ 1. หน้าหลัก (Home) มีการแบ่งส่วนเป็น 4 องค์ประกอบ ได้แก่ Banner ภาพรวมโครงการ สถิติการใช้งานระบบ และประกาศ/ ข่าวสาร 2. การเข้าใช้งานระบบ ด้วยรหัส username และ password ตามลักษณะของ user 5 ระดับ ได้แก่ VT (อพม.) CM (เจ้าหน้าที่ พม.) HCM (หัวหน้าหน่วยงาน) OH (คณะกรรมการ) และ Excusive (ผู้บริหาร)


- 20 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 3. การเพิ่มข้อมูล ประกอบด้วย ข้อมูลครัวเรือน ครอบครัว และ สมาชิก โดยมีข้อมูลพื้นฐาน รายได้ สุขภาพ สวัสดิการ และ สภาพปัญหา การวางแผนการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา ทางสังคม รวมถึงการติดตามการให้ความช่วยเหลือ 4. การเรียกดูรายงาน สามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการ ดูข้อมูล การรายงานสรุปปัญหา ติดตามการดำเนินงานและการ แก้ไขปัญหาของผู้ประสบปัญหารายบุคคล รวมถึงเรียกดูรายงาน การปฏิบัติงานรายเดือนของเจ้าหน้าที่ พม. 5. การดู Dashboard สามารถดูข้อมูลครัวเรือนเปราะบาง จำนวน ครัวเรือนที่อยู่ในระดับเปราะบางระดับ 0, 1, 2, และ 3 แยกตามมิติ รายได้ ความเป็นอยู่ การศึกษา สุขภาพ และมิติการเข้าถึงบริการ ภาครัฐ ของทั้งประเทศ สสว. จังหวัด อำเภอ ตำบล ลงไปถึงระดับ หมู่บ้านได้ ที่มา : คู่มือการใช้งานระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO-Logbook


- 21 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบาง แบบบูรณาการ 1) ชุมชน...สู่ภาครัฐ ❖บ้านเกาะแรต ❖บ้านบางเบิด 2) ภาครัฐ...สู่ชุมชน ❖บ้านทุ่งนางเภา


- 22 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ตั้งแต่ปี2564 - 2567 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง ให้หลุดพ้นจากความเปราะบางและสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมี ครัวเรือนตัวอย่างที่สามารถพึ่งพาตนเองได้จากการบูรณาการหน่วยงาน ภาคีในพื้นที่ จำนวน 3 ครัวเรือน ในรูปแบบการพัฒนาจากชุมชนสู่ภาครัฐ และจากภาครัฐสู่ชุมชน จึงได้ถอดบทเรียน เพื่อให้กับบุคลากรและภาคี เครือข่ายนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ตามกรอบแนวทาง ดังนี้


- 23 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 1) ชุมชน...สู่ภาครัฐ บ้านเกาะแรต ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิสุทธิ์ แซ่ผัวะ อายุ 58 ปี มีปัญหาตาบอดข้างซ้าย ส่วนข้างขวาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัดเจน ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถทำงานหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว อาศัยอยู่กับภรรยา มีอาชีพรับจ้างถักอวน ผูกแห มีรายได้ไม่แน่นอน และไม่เพียงพอกับ ค่าใช้จ่ายของครอบครัว รวมทั้งบุตรสาว กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 เดินทางข้ามเกาะมาเรียนในตำบลมีค่าใช้จ่ายรถรับ - ส่ง เป็นรถพ่วงข้าง วันละ 40 บาท อาศัยร่วมกันในบ้านที่มีความชำรุด ทรุดโทรมมาก ฝาผนังบ้านมีสภาพผุพัง ต้องใช้ป้ายไวนิล มากั้น เพื่อบังแดดและฝน หลังคาส่วนที่เป็นไม้มีปลวกกัดกินจนไม่สามารถ กันแดดฝนได้เท่าที่ควร กระเบื้องหลังคาแตกเสียหาย เวลาฝนตก จะมีน ้าฝนรั่วจากหลังคา คนในบ้านต้องย้ายที่นอนเพื่อหนีรอยรั่ว ของน ้าฝน และพร้อมที่จะทรุดตัวลงมาอยู่ตลอดเวลา ภายในบ้าน ไม่มีห้องนอน ไม่มีห้องครัว ไม่มีห้องน ้า เวลาจะเข้าห้องน ้าต้องอาศัย ไปที่ชายทะเล กลางคืนต้องปลุกลูกสาวให้ไปปลดทุกข์ที่ชายทะเล อาบน ้า นอกบ้าน ซึ่งไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อตัวของบุตรที่กำลังโต เป็นสาวมากนัก


- 24 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ปี 2566 สภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองดอนสักได้รับงบประมาณ โครงการบ้านพอเพียงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดย อาจารย์ชัยวัฒน์ แก้วบัวทอง ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาล เมืองดอนสัก ได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนให้มีการสำรวจ ผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย และนำเข้าคณะกรรมการ ชุมชนพิจารณา โดยสภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองดอนสัก ประเมินสภาพปัญหาเบื้องต้น เห็นว่าบ้านทรุดโทรมมากงบประมาณ 20,000 บาท ไม่เพียงพอในการซ่อมแซม เนื่องจากแทบจะต้องสร้างใหม่ ทั้งหมด จึงได้ประชาสัมพันธ์หมู่บ้านคนรู้จัก รับบริจาคทุนทรัพย์ หลังคา กระเบื้อง อิฐ ไม้ อุปกรณ์ที่เหลือใช้มาสร้างบ้าน เริ่มต้นที่คณะกรรมการ ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น เพื่อนลูกชายผู้ใหญ่ร่วมสมทบ กองทุน สวัสดิการชุมชน มูลนิธิพระกิตติมงคลพิพัฒน์ (หลวงพ่อจ้อย) ลูกชายนายวิสุทธิ์ที่ได้แยกครอบครัวแล้ว แต่ยังขาดค่าแรงงาน ดังนั้น อาจารย์ชัยวัฒน์ แก้วบัวทอง ในฐานะอดีตเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ดอนสักผดุงวิทย์ จึงได้ประสานเด็กนักเรียนช่างมาเป็นแรงงาน ซึ่งทาง โรงเรียนมีความยินดีจึงได้บูรณาการโครงการที่ทางโรงเรียน ของบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการ ส่งเสริมให้นักเรียนได้บูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกับ ชุมชน และฝึกประสบการณ์จริง เป็นเวลา 5 วัน จนกระทั่งซ่อมบ้าน แล้วเสร็จ มีห้องน ้า ห้องครัว และห้องนอนเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ภรรยานายวิสุทธิ์ดีใจมาก ขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือและ พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่าดีใจที่สุดที่มีห้องน ้าให้ลูกสาว มีความสุข และ รู้สึกมั่นคงปลอดภัย


- 25 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ “เมื่อก่อน เวลากลางคืนมาถึง มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องคอยปลุก ลูกสาวให้ไปปลดทุกข์ที่ชายทะเล ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความเป็นห่วง ใจหนึ่งก็กลัวว่า ลูกจะไม่ปลอดภัยในความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว อีกใจก็ห่วงว่า ลูกจะหนาวเย็นเพราะลมทะเลที่พัดมาอย่างแรง ตอนนี้มีบ้านที่มั่นคงปลอดภัยรู้สึกอบอุ่นใจ มีห้องน ้าใช้แล้ว ไม่ตกกังวลกับความไม่แน่นอนหรืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น... ความรู้สึกเต็มไปด้วยความสบายใจและความสุข ที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาได้” ...ภรรยาของนายวิสุทธิ์กล่าว ปัจจุบัน หลังจากนายวิสุทธิ์ได้รับการช่วยเหลือเรื่องที่อยู่ อาศัยการมีห้องนอน ห้องครัว และห้องน ้า บ้านได้ถูกแบ่งสัดส่วน ที่เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ บ้านมีสภาพดีขึ้นจากเดิมมาก สร้างความ มั่นใจและความสุขในการใช้ชีวิต ทำให้ครอบครัวนายวิสุทธิ์ มีโอกาส ในการสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วยการใช้พื้นที่บริเวณหน้าบ้านขายสินค้า ที่เป็นอาหารทะเลแปรรูปต่าง ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่สามารถขายได้ นอกจากนี้ บุตรสาวเองช่วยขาย ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยอีกทางหนึ่ง และการแสดงรำออกงาน กับคุณครูที่โรงเรียน ไม่ว่าการรำมโนราห์ การแสดงบนเวที และกิจกรรม การแสดงออกต่าง ๆ ทำให้มีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากเป็นเด็กที่เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย จึงได้รับ


- 26 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ทุนการศึกษาจากโรงเรียนทุกปี นอกจากนี้ ชุมชนและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแล สนับสนุน และติดตามอย่างต่อเนื่อง อาทิ ❖ เทศบาลเมืองดอนสัก เยี่ยมบ้าน และสอบข้อเท็จจริง เพื่อประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์มอบเงินสงเคราะห์ตามภารกิจกระทรวง พม. และ วางแผนทำบัตรประจำตัวผู้พิการให้แก่นายวิสุทธิ์ แต่ต้อง ตรวจตาซ ้าว่าบอดสนิทหรือไม่ เพื่อให้หมอออกใบรับรอง ความพิการ ❖ บ้านพักเด็กและครอบครัว เยี่ยมบ้าน มอบถุงยังชีพ สอบข้อเท็จจริงเพื่อวางแผนการช่วยเหลือและพัฒนา คุณภาพชีวิต 5 มิติ พร้อมบันทึกลงในสมุดพกครอบครัว อิเล็กทรอนิกส์ (MSO- Logbook) ❖ เจ้าของแพปลา จำหน่ายสินค้า เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง ให้ในราคาทุนที่ต ่ากว่าท้องตลาดเพื่อให้นำมาขายหน้าบ้าน


- 27 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ❖ โรงเรียนดอนสักผดุงวิทย์ ให้โควต้าเข้าศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษา ❖ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และบริบทแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เช่น การจัดตั้งกลุ่มอาชีพจำหน่ายผลิตชุมชน การเลี้ยง ปลาในกระชังธนาคารปูม้า ดูแลหน้าบ้านตัวเอง ฯลฯ เพื่อส่งเสริมด้านอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน โดยครอบครัวนายวิสุทธิ์ เข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่มและ มีส่วนร่วมกับชุมชน ❖ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดูแล ให้คำแนะนำ และตรวจสุขภาพเบื้องต้น ❖ เพื่อนบ้าน ดูแลเรื่องการเดินทางไปหาหมอตามนัด โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่าครอบครัวนายวิสุทธิ์ มีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น จากการบูรณาการงานของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกครอบครัวที่ตอบรับการช่วยเหลือ และพยายามช่วยเหลือ ตัวเอง ด้วยการยกระดับและพัฒนาศักยภาพให้สามารถพึ่งตนเองได้ อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ภาพความสำเร็จของการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิต ครัวเรือนนายวิสุทธิ์ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ทำให้เกิดบทเรียน จากการทำงานประกอบด้วย 4 ส่วน ดังนี้ 1. จิตวิญญาณของการเป็นผู้ให้ พื้นที่ชุมชนบ้านเกาะแรต ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน ท้องถิ่น หน่วยงาน และคนในพื้นที่ที่มองเห็นถึงความยากลำบากของเพื่อนมนุษย์ มีจิตอาสา (Volunteer) ให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือลงแรง ร่วมใจ ในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม


- 28 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 2. ฐานข้อมูล ชุมชนมีข้อมูลผู้ยากลำบาก มีการจัดลำดับความ เร่งด่วน และกระจายข้อมูล ทำให้สามารถชี้เป้าและสื่อสาร เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือยกระดับคุณภาพชีวิต 3. เครือข่าย เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มองค์กร ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การ มหาชน) ขบวนองค์กรชุมชน เทศบาลเมืองดอนสัก มูลนิธิพระกิตติมงคลพิพัฒน์ (หลวงพ่อจ้อย) องค์การ บริหารส่วนจังหวัด โรงเรียนดอนสักผดุงวิทย์ กองทุน สวัสดิการชุมชน 2) กลุ่มบุคคล ได้แก่ ผู้นำท้องที่ พระ ผู้มีบารมี ภาคี เครือข่าย จิตอาสา ผู้นำเดิม 4. องค์ความรู้ ในการยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับคนขับเคลื่อนงาน


- 29 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ กระบวนการที่ทำให้เกิดความสำเร็จ 1. เห็นพื้นที่ : ผู้ใหญ่บ้านเกาะแรตเป็นคนชี้เป้า ทุกคนเห็นร่วม สภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองดอนสักร่วมประเมินสภาพปัญหา เบื้องต้น วิเคราะห์ร่วมกัน และเรียงลำดับความสำคัญ 2. จับคู่ (Matching) : ระหว่างคนและองค์กรเพื่อผลลัพธ์ร่วมกัน 3. พูดคุย : หารือ แลกเปลี่ยน แบ่งปันรายละเอียดเชิงลึก เช่น งบประมาณ ต้นทุนเดิมในพื้นที่ กลไกทางสังคมที่มีอยู่ เช่น นักเรียน แผนกช่างยนต์โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1 (ดอนสักผดุงวิทย์) มาช่วยรื้อและซ่อมหลังคาใหม่ เปลี่ยนโครงสร้าง หลังคาเป็นเหล็ก โดยมีคุณครูช่วยในเรื่องการออกแบบ วิเคราะห์ โครงสร้างเชื่อมเหล็กหลังคา และนักเรียนแผนกอื่นช่วยเก็บขยะและ บริการชุมชน 4. กระจายข้อมูล : ปัญหาสู่สาธารณะ ทำให้มีมูลนิธิพระกิตติมงคลพิพัฒน์ (พ่อหลวงจ้อย) และกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองดอนสัก บริจาคเงินสมทบในโครงการบ้านพอเพียง 5. ความสัมพันธ์เดิมของ “ผู้นำ” เพื่อดึงภาคีเครือข่ายมาเป็นแนวร่วม 6. เติมงบ : ในบทบาทของตัวเอง เริ่มจากผู้นำบริจาคเงินส่วนตัว และ หน่วยงานเติมงบประมาณที่มีตามภารกิจ 7. ตีปี๊บ : เมื่อเสร็จสิ้นโครงการมีการ “มอบบ้าน” เพื่อเป็นการประกาศ ให้คนในชุมชนอื่นได้รับรู้ถึงความสำเร็จและประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ คณะกรรมการในชุมชนอื่น ๆ มีส่วนร่วมในการหาข้อมูล


- 30 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 8. ถอดบทเรียน : “AAR” ตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนางาน 9. เติม : “คน” เพื่อขับเคลื่อนให้สำเร็จ เช่น โรงเรียน ท้องถิ่น เทศบาล สภาองค์กรชุมชน ที่ทำจากแรงกระเพื่อมข้างล่างไปกระทบนโยบาย ข้างบน แล้วนโยบายจากข้างบนจะลงสู่พื้นที่ รวมทั้งสร้างการรับรู้ และตระหนักในปัญหา ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ❖ ปัจจัยภายใน 1. พื้นที่และภาคีเครือข่าย : ทั้งผู้นำในชุมชน ผู้นำท้องที่ พระ (ผู้นำศาสนา) ผู้มีบารมี อาสาสมัคร และคนในชุมชน เป็นผู้ชี้เป้า และมีจิตวิญญาณในการช่วยเหลือดูแลคน ในชุมชนร่วมกัน 2. ฐานข้อมูล : จากการร่วมกันสำรวจครัวเรือนที่มีความลำบาก มีการวิเคราะห์ร่วมกัน เรียงลำดับความสำคัญ รวมถึงการ สำรวจทุนในพื้นที่ เช่น กลไกทางสังคม ทรัพยากร และ บุคลากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ 3. ความรู้: ในการขับเคลื่อนงาน การกระจายข้อมูล การมีต้นทุน และความมั่นใจในเป้าหมายความสำเร็จ รับรู้ = เจ้าของ ตระหนักใน “ปัญหา”


- 31 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ❖ ปัจจัยภายนอก 1. การประชุมวางแผน : และกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน เพื่อลดความซ ้าซ้อนของงาน 2. การติดตามประเมินผล : และถอดบทเรียนการทำงานร่วมกัน อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนซึ่งกัน และกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการให้ความช่วยเหลือ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3. การเชื่อมโยงการบูรณาการ : ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ในทุกมิติทุกภาคส่วน เกิดการประสานงาน การส่งต่อข้อมูล ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หนุนเสริมเติมเต็มในส่วนที่ขาด ส่งเสริม และพัฒนาต่อยอด 4. การสื่อสาร : ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สังคมรับรู้ และสร้าง ความตระหนักร่วมกันในการแก้ไขปัญหาของชุมชน และเป็น ต้นแบบให้กับชุมชนอื่น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น 1. คนในชุมชนได้รับรู้และตระหนักว่าเป็นปัญหาของชุมชนที่ทุกคน ต้องร่วมแก้ไข รวมทั้งตัวเองที่มองเห็นปัญหาแล้วสามารถแก้ไข ปัญหานั้นได้ด้วยตัวเอง 2. “บารมี” : เห็นคนที่มีบารมี ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้ การขับเคลื่อนงานประสบผลสำเร็จ 3. วิสัยทัศน์ (Vision) : “พื้นที่” คนในพื้นที่มีวิสัยทัศน์ร่วมที่ดีขึ้น


- 32 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 4. ทุกคนเป็น “สมาชิก” และภาคีบริการชุมชน จากการหาแนวร่วม โรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และครูเป็นต้น 5. เกิด “คุณค่าร่วม” และส่งต่อความภาคภูมิใจที่ได้เห็นผู้ที่ได้รับ การช่วยเหลือมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตัวเอง และมีรายได้ด้วยตัวเอง รวมถึง “การส่งต่อ” ให้คนที่มาเที่ยว เกาะแรตได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจ ของคนในพื้นที่ 6. เกิด “บ้าน” เพิ่มขึ้น บ้านที่ได้รับการช่วยเหลือจากชุมชน โดยนำประสบการณ์ผ่านมาไปใช้กับชุมชนอื่น 7. เกิดการสำรวจต่อเนื่อง เติม งบประมาณ และความรู้ของภาคี เครือข่าย เป้าหมายการพัฒนา (ผลกระทบ) การเป็นมากกว่า “คน” คือ การเป็น “ชุมชน” ที่เข้มแข็ง สามารถจัดการตัวเองได้และเป็น “หมู่บ้านยั่งยืน” ข้อจำกัด ความต่อเนื่องของนโยบาย และระเบียบ กฎหมายของ แต่ละหน่วยงาน


- 33 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ภาพก่อนปรับสภาพบ้าน ภาพหลังปรับสภาพบ้าน


- 34 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ “การบูรณาการความร่วมมือที่หลากหลาย และเห็น เป็นรูปธรรม สามารถสัมผัสได้ถึงความสุขของ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือที่มีความสุขออกมาจากข้างใน สื่อสารออกมาให้เห็น น ้าตาที่ไหลคลอออกมา เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื้นตันใจ ความดีใจ และคำขอบคุณ...แค่นี้ก็สุขใจแล้ว” ...ดร.ศิริพร เพ็งจันทร์


- 35 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ บ้านบางเบิด ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางอารมณ์ ทองพรหม อายุ 73 ปี เป็นผู้พิการทางการ เคลื่อนไหว เนื่องจากเคยหกล้มทำให้สะโพกร้าว ส่งผลให้มีปัญหา เรื่องการเคลื่อนไหว ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ อาศัยอยู่กับบุตรชาย ซึ่งมีอาชีพทำประมง ต้องออกเรือหาปลาในช่วงกลางวัน อีกทั้ง นางอารมณ์มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย และด้านสุขภาพ (จิตใจ) เนื่องจาก ต้องอยู่บ้านตามลำพังในช่วงกลางวัน ต่อมาสภาองค์กรชุมชน ตำบลบางไทรได้รับงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงจากสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดย นางสินีนาฏ กษิดิประธาน สภาองค์กรชุมชนตำบลบางไทร ได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน ให้มีการสำรวจผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย และ นำเข้าคณะกรรมการชุมชนพิจารณา โดยสภาองค์กรชุมชนตำบล บางไทร และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องประเมินสภาพปัญหาเบื้องต้น เห็นว่า บ้านมีสภาพทรุดโทรม นางอารมณ์จึงได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมและ ปรับสภาพบ้าน จากความร่วมมีร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรง เหมาะสมกับผู้สูงอายุและผู้พิการ หลังจากได้รับการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยแล้ว ยังคงมี การส่งเสริมด้านอาชีพและรายได้โดยสภาองค์กรชุมชนเสนอโครงการ และได้รับการจัดสรรงบประมาณฝึกอาชีพให้แก่คนในชุมชน ฝึกอบรม การทำเสวียนหม้อ การเย็บจาก เชื่อมลูกจาก และผลิตภัณฑ์จากต้นจาก โดยครู กศน. ตำบลบางไทร จนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ ถึงแม้ว่า เงินที่ได้จะไม่ได้มากมายนัก แต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และการพัฒนาทักษะ ใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้สูงอายุอย่างนางอารมณ์รู้สึกกระตือรือร้น และท้าทายตนเองแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางจิตใจ


- 36 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ความมีคุณค่าในตัวเอง และคลายความเหงาไปได้ไม่น้อยเลย อีกทั้ง เป็นการเสริมแรงให้นางอารมณ์ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีน ้าใจ มีจิตอาสา และมีใจที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้าร่วมกิจกรรมกับคนในชุมชนเสมอ ปัจจุบันบ้านนางอารมณ์ หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ ปรับสภาพบ้านแล้ว กลายเป็นสถานที่ในการพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน และรวมตัวของสมาชิกในกลุ่มที่ฝึกอาชีพในการทำเสวียนหม้อ เย็บจาก เชื่อมลูกจาก รวมทั้งทำกิจกรรมหรือฝึกอาชีพอื่น ๆ จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้(ศาลาลาวน) และพัฒนาตนเองเป็นผู้ ถ่ายทอดอาชีพการทำเสวียนหม้อให้กับคนในชุมชน และพื้นที่อื่น ๆ เช่น ชุมชนบึงขุนทะเล นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จนกลายเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ชุมชนเสวียนหม้อ (มผช.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เห็นความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นด้วยภูมิปัญญา จึงได้ให้นักศึกษา สาขาพัฒนาชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และนำเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาพัฒนาชุมชน เกิดเป็น “โรงเรียนในป่าจาก” ซึ่งเป็นโรงเรียน ที่ไม่จำเป็นต้องมีครูแต่เป็นครูกันเอง ส่งเสริม จัดระบบ และ สร้างองค์ความรู้กันเองในโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน โดยนักศึกษารวบรวมองค์ความรู้ในการทำเสวียนหม้อ การเย็บจาก เชื่อมลูกจาก และผลิตภัณฑ์จากต้นจาก ที่มีความทันสมัยโดยใช้ เทคโนโลยีเช่น ข้อมูลภูมิปัญญาเป็นรูปแบบ QR Code แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ สื่อโซเชียล เป็นต้น


- 37 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ การทำเสวียนหม้อและการถ่ายทอดความรู้ ภาพการเย็บจากและถ่ายทอดความรู้การเย็บจาก ให้แก่คนในชุมชนและนักศึกษา


- 38 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ พึ่งตนเองได้ และพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นต่อไป “เปลี่ยนจาก ผู้รับ เป็น ผู้ให้”


- 39 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ภาพความสำเร็จของการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิต ครัวเรือนนางอารมณ์ ทองพรหม ให้สามารถพึ่งตนเองได้และพัฒนา สู่การเป็นผู้ให้ (ถ่ายทอดภูมิปัญญา) ทำให้เกิดบทเรียนจากการทำงาน 4 ส่วน ดังนี้ 1. เครือข่าย ที่เข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตคนในชุมชนแบบ องค์รวม ดังนี้ ➢ องค์กร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) หน่วยงาน พม. หนึ่งเดียว กองทุนสวัสดิการชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานพัฒนาชุมชน ➢ บุคคล ได้แก่ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ อาสาสมัครพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ประธานสภาองค์กรชุมชน ตำบลบางไทร 2. องค์ความรู้การหนุนเสริมในเรื่ององค์ความรู้ทั้งด้านทักษะ ทัศนคติ การวิเคราะห์ทุนและศักยภาพ กระบวนการทำงาน และการจัดการ ความรู้ 3. ฐานข้อมูล โดยการใช้ฐานข้อมูลร่วม เช่น จปฐ. TPMAP MSO-Logbook และฐานข้อมูลในชุมชน เช่น ทุน ทรัพยากร ภูมิปัญญา เป็นต้น 4. ทัศนคติ (attitude) การเปิดใจรับ ทัศนคติเชิงบวก และการพัฒนา ตนเองของผู้ประสบปัญหาทางสังคม


- 40 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ❖ ปัจจัยภายใน 1. พื้นที่ : ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ อาสาสมัคร และคนในชุมชน มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมทั้งเป็นชี้เป้า และเฝ้าระวังปัญหาในพื้นที่ 2. ตัวผู้ประสบปัญหามีใจที่เปิดรับการให้ความช่วยเหลือจาก ผู้อื่นและพร้อมพัฒนาตัวเองสู่การเป็นผู้ให้ตอบแทนชุมชน ❖ ปัจจัยภายนอก 1. ข้อมูล : การสำรวจกลุ่มเปราะบาง ผู้ยากลำบากในพื้นที่ จปฐ. TPMAP และ MSO-Logbook เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ และพัฒนาคุณภาพชีวิต 2. กระบวนการส่งต่อและการมีส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่ ➢ การถ่ายทอดภูมิปัญญา ➢ การแลกเปลี่ยน ➢ การวิเคราะห์ร่วม ➢ การมีส่วนร่วม ➢ ใจที่เปิดรับ ➢ ชุมชนส่งเสริม ➢ ยอมรับพื้นที่สาธารณะ ➢ ความสุข 3. ทุนและศักยภาพพื้นที่ : กอจาก ภูมิปัญญา พื้นที่ สาธารณะ และความสัมพันธ์ในชุมชน


- 41 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 4. กลไกหนุนเสริมองค์ความรู้ : สถาบันการศึกษา ได้แก่ กศน. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการเรียนรู้ ค้นหาข้อมูล สร้างการตระหนักรู้ และการ จัดการองค์ความรู้ กระบวนการที่ทำให้เกิดความสำเร็จ 1. หารือ : สภาองค์กรชุมชน ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น แกนนำชุมชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และ ประชาชน เพื่อหาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย และคนทุกช่วงวัย 2. ลงพื้นที่ : สำรวจครัวเรือนที่มีความลำบากและเรียงลำดับ ความเร่งด่วน รวมทั้งสำรวจทุนในพื้นที่ ศักยภาพของชุมชน ทุนบุคคล ทุนภูมิปัญญา และทุนอัตลักษณ์ (ต้นจาก) 3. วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน โดยคณะกรรมการดำเนินการตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน และจัดทำแผนพัฒนา ทุกหมู่บ้าน 4. ฐานข้อมูลร่วม หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการมีการใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน เช่น จปฐ. TPMAP MSO-Logbook เพื่อการประสานงาน การให้ข้อมูล การส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือ ส่งเสริมหรือพัฒนาต่อยอด รวมถึงการหนุนเสริมต่าง ๆ และ เติมเต็มในส่วนที่ต้องพัฒนา


- 42 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ 5. รักษาความสัมพันธ์ เป็นพี่เลี้ยง ติดตาม ปรึกษากันอย่างต่อเนื่อง ติดตาม และการแบ่งปันพื้นที่ส่วนรวม รวมทั้งการมีจิตสาธารณะ คืนมูลค่าให้แก่ชุมชน ผลลัพธ์ 1. ความสุขของผู้สูงอายุ เกิดการเตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัยให้กับ ชุมชน ทำให้ผู้สูงอายุไม่ติดบ้านแต่เป็นผู้สูงอายุติดสังคม ลดรายจ่าย ครัวเรือน และมีความสุขมากขึ้น เกิดสังคมใหม่ที่ทำให้ตัวผู้สูงอายุ รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง 2. เกิดกระบวนการส่งต่อ จากการจัดการองค์ความรู้ : เสวียนหม้อ ข้อมูล องค์ความรู้ Flow Chart ขั้นตอนการทำงานผ่าน QR Code จากการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในชุมชน 3. แหล่งเรียนรู้ : “โรงเรียนในป่าจาก” เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้สำหรับคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว ผู้มาศึกษาดูงาน นักศึกษา เป็นโรงเรียนที่ไม่จำเป็นต้องมีครู แต่เป็นครูกันเอง ส่งเสริมกันเอง จัดระบบกันเอง สร้างองค์ความรู้กันเองในโรงเรียน ปัญหาและอุปสรรค การเข้าไม่ถึงปัญหาที่แท้จริงของชุมชน ขาดข้อมูล และการ รับฟังเรื่องราวปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน มีรายได้ = ภูมิปัญญายังคงอยู่ = มีความสุข


- 43 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ แนวทางการพัฒนา 1. ภูมิปัญญา (เสวียนหม้อ) : ความรู้ที่มีอยู่ในตัวคนที่สามารถถ่ายทอด ออกมาให้กับผู้อื่นและมีความสัมพันธ์กับคน และวัตถุดิบ ซึ่งมี ส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตที่ส่งผลต่อการขายและมูลค่าจาก ต้นน ้า กลางน ้า และปลายน ้า ➢ ต้นน ้า : มีวัตถุดิบที่เพียงพอหรือไม่ ➢ กลางน ้า ผลิตภัณฑ์สามารถแปรรูปเป็นอย่างอื่นหรือรูปแบบ อื่นได้อีกหรือไม่ ➢ ปลายน ้า ช่องทางในการขายและจำหน่ายสินค้า 2. รายได้ : ผลิตภัณฑ์ต้นจากภูมิปัญญา เช่น ตับจาก น ้าส้มจาก ใบจาก เสวียนหม้อ ยาสูบ ลูกจากลอยแก้ว และสมุนไพร ต้องสามารถกำหนด มูลค่าและราคาเองได้ 3. การทำเสวียนหม้อและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา ทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับชุมชน จะส่งผลดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการ มีจำนวนคนที่เพียงพอต่อการผลิต องค์ความรู้ และความทันสมัย


- 44 - การพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางแบบบูรณาการ “จากผู้สูงอายุที่มีความพิการทางการเคลื่อนไหว แต่ดำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญา กับ เสวียนหม้อ พร้อมการขยับสู่ โรงเรียนในป่าจาก ที่ผ่านการ ร่วมไม้ร่วมมือ กลายมาเป็นผู้สูงอายุที่ติดสังคม ทำให้เกิดสังคมใหม่ที่ทำให้ตัวผู้สูงอายุ รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง” ....ดร.ศิริพร เพ็งจันทร์


Click to View FlipBook Version