แบบบันทึกข้อความ หน่วยงาน โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เรื่อง แบบขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ ตามที่ข้าพเจ้านายเสกสันต์ แซมกระโทก ได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา การงานอาชีพ รหัสวิชา ง15101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1.ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน ข้าพเจ้า ได้ดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานและ ตัวชี้วัด และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการจัดการเรียนการรู้เสร็จ เรียบร้อยแล้ว จึงขอนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อขออนุมัติและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป จึงเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) ครูผู้สอน ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็นของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ เห็นควร นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ เห็นควร นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ เห็นควร ปรับปรุง..................................... เห็นควร ปรับปรุง........................................ ลงชื่อ ลงชื่อ (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ อนุมัตินำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ ไม่อนุมัติปรับปรุง......................................................................................................................................... .......... ลงชื่อ (ซิสเตอร์วริญญา ศิลาโคตร) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา การงานอาชีพ รหัสวิชา ง15101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 0.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 การกำหนดการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายการตรวจสอบและกลั่นกรอง การใช้แผนการเรียนรู้ ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ ความคิดเห็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ความคิดเห็นผู้บริหาร ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (ซิสเตอร์วริญญา ศิลาโคตร) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์
คำนำ ตามที่ข้าพเจ้า ได้รับมอบหมายในการจัดการเรียนการสอน ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวนหน่วยกิตทั้งหมด 1 หน่วยกิต คิดเป็นเวลาเรียน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เวลาเรียนภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง เวลาเรียนภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง รวมเป็นเวลาเรียนทั้งหมด 40 ชั่วโมง ข้าพเจ้าได้ทำการศึกษาหลักสูตร โดยวิเคราะห์สภาพการเรียนรู้จากปีการศึกษาที่ผ่านมา ด้านผลการดำเนินการในการ จัดการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล ความพึงพอใจระหว่างผู้เรียน ผู้ปกครอง ทำให้ทราบถึงปัญหาการเรียน ด้าน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้เรียนบางคนมีผลสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้น บางคนยังไม่พัฒนาการ การดำเนินการตามแผนพัฒนาการ บริหารงาน ข้าพเจ้าได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการทุกฝ่าย อาทิเช่น คณะกรรมการบริหารหลักสูตร คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะกรรมการฝ่ายวัดผลและประเมินผล และคณะผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ข้าพเจ้าจึงได้นำผลมาปรับปรุงพัฒนาโดยใช้กระบวนการ PDCA พัฒนาหลักสูตรและยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนต่อไป ในโอกาสนี้ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ข้าพเจ้าจะนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ ประสบผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกฝ่าย ที่ให้การดูแลสนับสนุนช่วยเหลือข้าพเจ้าให้มีความรู้ความสามารถ ยิ่งขึ้น มา ณ โอกาสนี้ (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) ผู้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง 1.1เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ แก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการ ใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.5 1. อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอน ถูกต้อง ตามกระบวนการทำงาน 2. ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็น ระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ 3. ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับ สมาชิก ในครอบครัว 4. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากร อย่าง ประหยัดและคุ้มค่า ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหหนึ่งของการปฏิบัติงานตาม กระบวนการทำงาน โดยทำตามลำดับขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า - การปลูกพืช - การทำบัญชีครัวเรือน ทักษะการจัดการเป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น - การจัดโต๊ะอาหาร ตู้เย็น และห้องครัว - การทำความสะอาดห้องน้ำและห้องส้วม - การซ่อมแซมอุปกรณ์ของใช้ในบ้าน - การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ใน ท้องถิ่น - การจัดเก็บเอกสารสำคัญ - การดูแลรักษาและใช้สมบัติส่วนตัว ความคิดสร้างสรรค์มี 4 ลักษณะ ประกอบด้วย ความคิด ริเริ่ม ความคล่องในการคิด ความยืดหยุ่นในการคิด และความคิด ละเอียดลออ ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่าง ประหยัดและ คุ้มค่า เป็นคุณธรรมในการทำงาน
สาระที่ 2 การอาชีพ มาตรฐาน ง 2.1เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.5 1. สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน 2. ระบุความแตกต่างของอาชีพ อาชีพต่าง ๆ ในชุมชน - ค้าขาย - เกษตรกรรม - รับจ้าง - รับราชการ พนักงานของรัฐ - อาชีพอิสระ ความแตกต่างของอาชีพ - รายได้ - ลักษณะงาน - ประเภทกิจการ ข้อควรคำนึงเกี่ยวกับอาชีพ - ทำงานไม่เป็นเวลา - การยอมรับนับถือจากสังคม - มีความเสี่ยงต่อชีวิตสูง
คำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ใช้ทักษะการจัดการในการ ทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว มี จิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า สำรวจ ค้นหา รอบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน ระบุความแตกต่างของอาชีพ โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวนการทำงานกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และเห็นคุณค่าของการทำงาน และนำความรู้ที่เรียนไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ง 1.1 ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ง 1.1 ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ง 1.1 ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ง 2.1 ป.5/1 สำรวจข้อมูลที่เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน ง 2.1 ป.5/2 ระบุความแตกต่างของอาชีพ รวม 6 ตัวชี้วัด
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การซ่อมแซมเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญและบอกวิธีการของการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้ถูกต้อง (P) 3. สามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 4. ใช้อุปกรณ์ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างเหมาะสม (P) 5. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสื้อผ้าที่สวมใส่หรือใช้มานานอาจเกิดการชำรุด เสียหาย และถ้าเราสามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าของตนเองได้ถูกต้องตาม ขั้นตอน เรายังจะช่วยครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ของตนเองและครอบครัวได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 5. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นการสาธิต นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 1. ครูแนะนำตนเองและให้นักเรียนแนะนำตนเองพร้อมให้บอกงานอดิเรกที่ตนเองชื่นชอบ 2. ครูถามความคิดเห็นของนักเรียนว่า “จากที่นักเรียนเคยเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี มานักเรียนคิดว่าวิชานี้มีประโยชน์หรือมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียน อย่างไรบ้าง” แนวตอบ : สามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น เวลาหิวสามารถทำอาหารง่าย ๆ ด้วยตนเอง ได้ ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว ช่วยที่บ้านทำความสะอาด เช่น กวาดบ้าน ล้างจาน รู้จักการเลือกใช้เสื้อผ้า ซ่อมแซม หรือประดิษฐ์ ของใช้ของตกแต่งง่ายๆ ได้) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “การเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี จะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ มี ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว สังคมและยังช่วยให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเอง รวมทั้งเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพที่ตนเองถนัดในอนาคตได้อีกด้วย” 4. ครูถามคำถามชวนคิดเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้ากับนักเรียนว่า “เราจะดูแลเสื้อผ้าของเราให้มีอายุ การใช้งานนาน ๆ ได้อย่างไร” นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น (แนวตอบ : 1. หมั่นตรวจสอบความชำรุดของเสื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ 2. ทำการซ่อมแซมเสื้อผ้าเมื่อเกิดความชำรุดเสียหาย 3. ทำความสะอาดเสื้อผ้าทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ) ขั้นที่ 1 การเตรียมการ 1. ครูเตรียมเสื้อผ้าที่มีการชำรุดและอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าเพื่อนำมาสาธิตและอธิบายให้นักเรียนฟังว่า “เสื้อผ้าที่ครูเตรียมมามีการชำรุดอยู่หลายแห่งด้วยกัน เช่น ชายเสื้อหลุดแขนเสื้อมีทั้งรอยขาดขนาดเล็ก ใหญ่ ปะปนกัน ซึ่งแต่ละ จุดที่ชำรุดจะมีวิธีในการซ่อมแซมเสื้อผ้าที่แตกต่างกันไป” 2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ถ้าเสื้อผ้าของนักเรียนเกิดการชำรุด นักเรียนควรทำ อย่างไร” นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น (แนวตอบ : ทำการซ่อมแซมด้วยวิธีการเย็บด้วยมือเบื้องต้น ถ้าเสื้อผ้ามีความชำรุดเสียหายมาก ควรนำไปให้ผู้ปกครองทำการเย็บด้วยเจักรเย้บผ้า) ขั้นนำ ขั้นสอน
8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ดูแลเสื้อผ้า ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพจริง 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การซ่อมแซมเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ใบงานที่ 1.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การสอย - ตรวจใบงานที่ 1.1.2 - ใบงานที่ 1.1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) การซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ ชำรุด (เย็บกระดุม และตะขอ) - ตรวจใบงานที่ 1.1.3 - ใบงานที่ 1.1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง การซ่อมแซมเสื้อผ้า 3) ใบงานที่ 1.1.2 เรื่อง การสอย 4) ใบงานที่ 1.1.3 เรื่อง การเย็บกระดุมและตะขอ
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การซ่อมแซมเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญและบอกวิธีการของการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้ถูกต้อง (P) 3. สามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 4. ใช้อุปกรณ์ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างเหมาะสม (P) 5. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสื้อผ้าที่สวมใส่หรือใช้มานานอาจเกิดการชำรุด เสียหาย และถ้าเราสามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าของตนเองได้ถูกต้องตาม ขั้นตอน เรายังจะช่วยครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ของตนเองและครอบครัวได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 5. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
4. มีจิตสาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นการสาธิต ขั้นที่ 2 ก่อนการสาธิต 3. ครูขออาสาสมัครนักเรียนที่เคยซ่อมแซมเสื้อผ้าเองให้ออกมาเล่าวิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าของ ตนเองให้เพื่อนในชั้นเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนคนอื่น ๆ ที่มีวิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าที่แตกต่างกัน ออกมาเล่าวิธีการของตนเองให้เพื่อนในชั้นเรียนฟังเพิ่มเติม 4. ครูอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าและสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์แต่ละประเภทว่า “อุปกรณ์ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าบางอย่างต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน เพราะอุปกรณ์ บางอย่างเป็นของมีคม อาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น เข็ม กรรไกร และเมื่อทำงานหรือใช้ อุปกรณ์เสร็จแล้ว ควรจัดเก็บให้เรียบร้อยและมิดชิดเพื่อความปลอดภัย” 5. ครูอธิบายเกี่ยวกับการเย็บพื้นฐานพร้อมกับสาธิตวิธีการเย็บพื้นฐานกับเศษผ้าเหลือใช้ ขั้นที่ 3 การสาธิต 6. ครูสาธิตขั้นตอนการซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชายเสื้อหลุดจากที่ครูเตรียมเสื้อมาโดยใช้วิธีการสอย 7. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ เพื่อออกมาดูการสาธิตของครูในการซ่อมแซมเสื้อผ้า 8. ครูสาธิตและอธิบายวิธีการเย็บอย่างละเอียดจนครบทุกกลุ่ม พร้อมให้นักเรียนซักถามปัญหาจน เข้าใจ 9. หลังจากครูสาธิตวิธีการสอยและวิธีการเย็บกระดุมแป๊บกับตะขออย่างละเอียดจนครบทุกกลุ่ม ครูให้นักเรียนทุกคนจดอุปกรณ์เพื่อทำกิจกรรมการเย็บเสื้อผ้าที่ต้องเตรียมมาในชั่วโมงหน้า ดังนี้ - เข็มเย็บผ้า - กรรไกรตัดผ้า - ด้ายเย็บผ้า - เศษผ้าเหลือใช้ 3 ชิ้น หรือเสื้อผ้าที่ชำรุด - เข็มหมุด - กระดุมแบบไม่มีก้าน - ตะขอกางเกงหรือกระโปรง 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ดูแลเสื้อผ้า ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพจริง 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การซ่อมแซมเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ใบงานที่ 1.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การสอย - ตรวจใบงานที่ 1.1.2 - ใบงานที่ 1.1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ขั้นสอน
รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 3) การซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ ชำรุด (เย็บกระดุม และตะขอ) - ตรวจใบงานที่ 1.1.3 - ใบงานที่ 1.1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง การซ่อมแซมเสื้อผ้า 3) ใบงานที่ 1.1.2 เรื่อง การสอย 4) ใบงานที่ 1.1.3 เรื่อง การเย็บกระดุมและตะขอ
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การซ่อมแซมเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญและบอกวิธีการของการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้ถูกต้อง (P) 3. สามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 4. ใช้อุปกรณ์ในการซ่อมแซมเสื้อผ้าได้อย่างเหมาะสม (P) 5. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสื้อผ้าที่สวมใส่หรือใช้มานานอาจเกิดการชำรุด เสียหาย และถ้าเราสามารถซ่อมแซมเสื้อผ้าของตนเองได้ถูกต้องตาม ขั้นตอน เรายังจะช่วยครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ของตนเองและครอบครัวได้ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 5. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นการสาธิต 10. นักเรียนแต่ละคนนำอุปกรณ์ที่เตรียมมาแล้วจับกลุ่มเดิมและลงมือปฏิบัติซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยการสอยตาม ตัวอย่างที่ครูสาธิตให้ดูในชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นครูให้สมาชิกแต่ละกลุ่มผลัดกันตรวจสอบผลงานของสมาชิกในกลุ่มว่าผลงาน ถูกต้องและเรียบร้อยหรือไม่ กลุ่มใดที่สมาชิกในกลุ่มทำถูกต้องเรียบร้อยสวยงามให้นักเรียนยกมือขึ้น เพื่อให้ครูตรวจผลงานของ สมาชิกทั้งกลุ่ม กลุ่มใดที่ยังมีสมาชิกภายในกลุ่มทำผิดพลาดต้องแก้ไขให้ถูกต้องก่อนยกมือส่งครู 11. กลุ่มใดที่สมาชิกภายในกลุ่มทำการซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วยการสอยเสร็จแล้ว ครูให้นักเรียนออกมา ทีละกลุ่มเพื่อดูการสาธิตวิธีเย็บกระดุมแบบไม่มีก้าน และเย็บตะขอกระโปรงหรือกางเกง 12. ครูให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง การซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ชำรุด จากหนังสือเรียนการงานอาชีพ และเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า จากนั้นให้นักเรียนฝึกเย็บกระดุมแบบไม่มีก้านและเย็บตะขอ กระโปรงหรือกางเกง ตามกระบวนการขั้นตอนที่ได้ศึกษาไปแล้ว ขั้นที่ 4 การอภิปรายสรุปการเรียนรู้ 13. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิม) สรุปขั้นตอนของการสอย การเย็บกระดุมแบบไม่มีก้าน และการเย็บตะขอกระโปรงหรือกางเกง แล้วเขียนเป็นแผนผังมโนทัศน์ 1. นักเรียนและครูร่วมสรุปเกี่ยวกับการซ่อมแซมเสื้อผ้าว่า “การซ่อมแซมเสื้อผ้าเป็นการซ่อม เสื้อผ้าที่เกิดความชำรุดเสียหาย ซึ่งวิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้าก็แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับ ความชำรุดของเสื้อผ้า เช่น การสอย การด้น การเนา การปะ หรือการชุน แต่ในการซ่อมแซม เสื้อผ้าต้องระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์บางอย่างเป็นของมีคมอาจทำให้เกิด อันตรายต่อร่างกายได้ การที่เรามีทักษะในการซ่อมแซมเสื้อผ้าจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ภายในครอบครัวได้อีกด้วย” ขั้นสรุป ขั้นสอน Note วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักเรียน - มีทักษะระหว่างบุคคลและร่วมมือ โดยต้องใช้ทักษะในการสื่อสารเพื่อสร้าง ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ต้องมีการทำงานร่วมกันในเชิงบวก รวมทั้งสามารถทำงานกับผู้อื่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและร่วมมือร่วมใจกันแสวงหาความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ - มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ เพราะในการซ่อมแซมหรือดูแลเสื้อผ้าต้องมี การปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนตามกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อให้เกิดความประณีตและ สวยงาม - มีทักษะในการแก้ปัญหา เพราะในการทำงานต้องคิดวิเคราะห์ถึงประเภท ปัญหา และสาเหตุ รวมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ระหว่างการสร้างชิ้นงาน
2. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง การซ่อมแซมเสื้อผ้า ใบงานที่ 1.1.2 เรื่อง การสอย และใบงานที่ 1.1.3 เรื่อง การเย็บกระดุมและตะขอ เพื่อตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจเป็นรายบุคคลเมื่อทำเสร็จแล้วให้ส่งครูผู้สอน 3. จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่พร้อมจดอุปกรณ์เกี่ยวกับการซักเสื้อผ้า ได้แก่ กะละมัง ผงซักฟอก แปรงซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาขจัดรอยเปื้อน ไม้แขวนเสื้อ ที่หนีบผ้า กระดานซักผ้า และ เสื้อผ้าที่มีรอยคราบสกปรก โดยให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ที่จดทั้งหมดนำมาในชั่วโมงหน้า 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ดูแลเสื้อผ้า ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพจริง 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การซ่อมแซมเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ใบงานที่ 1.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การสอย - ตรวจใบงานที่ 1.1.2 - ใบงานที่ 1.1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) การซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ ชำรุด (เย็บกระดุม และตะขอ) - ตรวจใบงานที่ 1.1.3 - ใบงานที่ 1.1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง การซ่อมแซมเสื้อผ้า 3) ใบงานที่ 1.1.2 เรื่อง การสอย 4) ใบงานที่ 1.1.3 เรื่อง การเย็บกระดุมและตะขอ
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................. ............................................................. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 การซักและการพับเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญของการซักและการพับเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกวิธีการและสามารถซักและพับเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 3. บอกอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์ในการซักเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (P) 4. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรม 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสื้อผ้าถือว่าเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จึงต้องสวมใส่เสื้อผ้าในทุก ๆ วัน เสื้อผ้าที่สวม ใส่แล้วมักจะมีคราบสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นซึ่งมาจากมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมที่เราออกไปเผชิญ หรือสิ่งสกปรกจากร่างกายของ เรา เราจึงต้องทำความสะอาดโดยการซัก ตาก และจัดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อที่จะทำให้เสื้อผ้าสะอาดพร้อมนำกลับมาใช้ได้อีก และยังประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่าด้วย 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 4. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการปฏิบัติ 1. ครูกล่าวทบทวนความรู้เกี่ยวกับการซ่อมแซมเสื้อผ้าว่า “การซ่อมแซมเสื้อผ้าเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ เรามีเสื้อผ้าไว้ใช้งานได้นานมากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย” 2. ครูถามกระตุ้นความคิดว่า “นอกจากการซ่อมแซมเสื้อผ้าแล้ว นักเรียนมีวิธีการดูแลเสื้อผ้า อย่างไรบ้าง” (แนวตอบ : การซักเสื้อผ้า การตากเสื้อผ้า การพับเสื้อผ้า หรือการรีดเสื้อผ้า) 3. ครูเปิดวีดิทัศน์เกี่ยวกับการซักผ้าด้วยมือให้นักเรียนดู เมื่อวีดิทัศน์จบแล้วครูนำอุปกรณ์ การซักผ้าด้วยมือขึ้นมา จากนั้นกล่าวเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับวีดิทัศน์ที่เปิดให้ดูว่า “จากวีดิทัศน์ที่ครูเปิดให้ดู นักเรียนสังเกตเห็น อุปกรณ์การซักผ้าอะไรบ้าง” 2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “จากวีดิทัศน์ นักเรียนคิดว่าเป็นการดูแลเสื้อผ้าด้วย วิธีการแบบใด” (แนวตอบ : การซักผ้าด้วยมือ) 3. ครูนำอุปกรณ์เกี่ยวกับการซักผ้าด้วยมือออกมาพร้อมอธิบายชื่อและวิธีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ กะละมัง ผงซักฟอก แปรงซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาขจัดรอบเปื้อน ไม้แขวนเสื้อ ที่หนีบผ้า กระดานซัก ผ้า และเสื้อผ้าที่มีรอยคราบสกปรก 4. จากนั้นครูอธิบายเสริมว่า “นอกจากการซักผ้าด้วยมือแล้ว ยังมีการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติและเครื่องซักผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ ส่วนของการใช้งานจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นของเครื่องซักผ้า ซึ่งก่อนการ ใช้งานควรศึกษาวิธีการใช้งานให้เข้าใจและระมัดระวังความปลอดภัยด้วย” 5. นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง การซักเสื้อผ้าและการตากเสื้อผ้า จากหนังสือเรียนการงานอาชีพ และเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า จากนั้นครูขออาสาสมัครนักเรียน 3-5 คน ออกมาเล่าประสบการณ์การซักผ้าด้วยมือหรือการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ 6. ครูให้นักเรียนจับคู่ (คู่เดิมจากชั่วโมงที่แล้ว) จากนั้นครูสาธิตวิธีการซักเสื้อผ้าด้วยมือให้นักเรียน ศึกษาเป็นตัวอย่าง ขั้นนำ ขั้นสอน
7. เมื่อนักเรียนศึกษาการสาธิตวิธีการซักผ้าด้วยมือครบทุกคนแล้ว ครูให้นักเรียนฝึกการซักผ้าด้วย มือกับคู่ของตนเองทีละคน ส่วนนักเรียนที่รอการปฏิบัติให้ทำการตรวจสอบวิธีการซักของเพื่อน จากนั้นสลับหน้าที่กัน นักเรียนคู่ไหนทำการซักเสื้อผ้าเสร็จแล้วให้ทำความสะอาดและจัดเก็บ อุปกรณ์การซักผ้าให้เรียบร้อย 8. ครูสุ่มนักเรียนให้บอกเกี่ยวกับความสำคัญของการซักผ้าด้วยมือและการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า (แนวตอบ : การซักผ้าด้วยมือจะช่วยให้เสื้อผ้าของเราไม่สกปรกและมีความสะอาดมากกว่าเครื่องซักผ้า ส่วนการ ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า จะช่วยเราในเรื่องของความสะดวกสบาย ทำให้เรามีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ในระหว่างรอเครื่องซักผ้า ทำงานเสร็จ และเครื่องซักผ้ายังสามารถทำให้เสื้อผ้าแห้งเร็วมากกว่าการซักผ้าด้วยมือ แต่โดยรวมแล้วการซักเสื้อผ้าถือว่าเป็น วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าอย่างหนึ่ง สามารถนำเสื้อผ้ากลับมาใช้งานใหม่ได้เรื่อย ๆ ช่วยประหยัดทรัพยากรและค่าใช้จ่ายของ เราอีกด้วย) 9. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน และจดชนิดของเสื้อผ้าที่ต้องเตรียมมาในชั่วโมงถัดไป ได้แก่ ชุดนอน (เสื้อและกางเกง) ถุงเท้า และผ้าเช็ดตัว จากนั้นนักเรียนสอบถามข้อสงสัยจากครูเพิ่มเติม 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การซักเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 - ใบงานที่ 1.2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การพับเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.2.2 - ใบงานที่ 1.2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) นำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง การซักเสื้อผ้า 3) ใบงานที่ 1.2.2 เรื่อง การพับเสื้อผ้า
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................. ............................................................. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การซักและการพับเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญของการซักและการพับเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกวิธีการและสามารถซักและพับเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 3. บอกอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์ในการซักเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (P) 4. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรม 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสื้อผ้าถือว่าเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จึงต้องสวมใส่เสื้อผ้าในทุก ๆ วัน เสื้อผ้าที่สวม ใส่แล้วมักจะมีคราบสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นซึ่งมาจากมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมที่เราออกไปเผชิญ หรือสิ่งสกปรกจากร่างกายของ เรา เราจึงต้องทำความสะอาดโดยการซัก ตาก และจัดเก็บให้เรียบร้อยเพื่อที่จะทำให้เสื้อผ้าสะอาดพร้อมนำกลับมาใช้ได้อีก และยังประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรอย่าง คุ้มค่าด้วย 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 4. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
2. อยู่อย่างพอเพียง 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการปฏิบัติ 10. ครูกล่าวทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการซักเสื้อผ้าด้วยมือและเครื่อง ซักผ้า พร้อมกล่าวเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน 11. จากนั้นครูถามกระตุ้นความคิดนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการดูแลเสื้อผ้าหลังจากการตากเสื้อผ้า เสร็จแล้วว่า “เมื่อเสื้อผ้าที่ตากแห้งสนิทแล้ว สิ่งใดที่นักเรียนต้องทำต่อไป” (แนวตอบ : จัดเก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้าและแยกเสื้อผ้าที่จะนำไปพับกับนำไปรีดออกจากกัน และ ทำการพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยนำเสื้อผ้าที่ต้องรีดไปทำการรีดในลำดับต่อไป) ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ 12. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว) จากนั้นให้นักเรียนศึกษาการพับเสื้อผ้า จากหนังสือเรียนการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า หรือจาก แหล่งเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ต โดยมีเวลาศึกษา 10-15 นาที 13. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอวิธีการพับเสื้อผ้าโดยไม่มีแบบที่หน้าชั้นเรียน จากเสื้อผ้าที่นักเรียนเตรียม มา ได้แก่ ชุดนอน (เสื้อกางเกง) ถุงเท้า และผ้าเช็ดตัว เมื่อนักเรียนทำครบหมดทุกกลุ่มแล้ว ครูเฉลยขั้นตอนการพับเสื้อผ้าพร้อม ทำการพับเสื้อผ้าประกอบ การอธิบายไปด้วย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจขั้นตอนการพับเสื้อผ้าที่ถูกต้อง ขั้นที่ 4 ฝึกจนชำนาญ 14. ครูให้นักเรียนแต่ละคนซักและพับเสื้อผ้าของตนเองและคนในครอบครัว เพื่อให้เกิดความชำนาญแล้วบันทึกผล จากการปฏิบัติกิจกรรมลงในใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง การซักเสื้อผ้าและใบงานที่ 1.2.2 เรื่อง การพับเสื้อผ้า ครูและนักเรียน ร่วมกันกำหนดการส่งใบงาน ขั้นสอน Note วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักเรียน - มีทักษะระหว่างบุคคลและร่วมมือร่วมใจ เพราะการทำงานต้องมีการติดต่อสื่อสารและ สร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในเชิงบวก รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ในการทำงานนักเรียนจะต้องมีการคิดวางแผน การทำงานอย่างเป็นระบบ มีการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวทางในการทำงานได้อย่างมี ขั้นตอน - มีทักษะการใช้ชีวิตในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัว และสามารถนำทักษะการ ทำงานที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการซักและการพับเสื้อผ้าว่า “การซักเสื้อผ้าเป็นการทำความสะอาดกลิ่นที่ไม่พึง ประสงค์หรือคราบสกปรกจากการที่เราสวมใส่ในทุก ๆ วัน ในการเลือกใช้อุปกรณ์และวิธีการซักเสื้อผ้าต้องพิจารณาตามความ เหมาะสมของชนิดเสื้อผ้า เพื่อเป็นการถนอมเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานให้นานที่สุด ซึ่งนอกจากจะซักเสื้อผ้าเพื่อให้สะอาดและ สร้างสุขลักษณะที่ดีแล้ว การพับผ้าก็ถือว่าเป็นทักษะที่จำเป็นหลังจากการซักเสื้อผ้า เพราะถือว่าเป็นการจัดระเบียบให้กับ เสื้อผ้า” จากนั้นนักเรียนสอบถามข้อสงสัยเพิ่มเติม 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การซักเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 - ใบงานที่ 1.2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การพับเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.2.2 - ใบงานที่ 1.2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) นำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง การซักเสื้อผ้า 3) ใบงานที่ 1.2.2 เรื่อง การพับเสื้อผ้า ขั้นสรุป
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................. ............................................................. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 การรีดเสื้อผ้า เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความสำคัญของการรีดเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกวิธีการและสามารถรีดเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการ (P) 3. บอกอุปกรณ์ วิธีการใช้อุปกรณ์และการดูแลรักษาอุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง (P) 4. มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ เช่น - การซ่อมแซม ซัก ตาก เก็บ รีด พับ เสื้อผ้า 2) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การดูแลเสื้อผ้ามีด้วยกันหลายวิธีซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การรีดเสื้อผ้า การรีดเสื้อผ้าเป็นการทำให้เสื้อผ้าเรียบ ดูมีความเรียบร้อย น่าสวมใส่ ช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกภาพที่ดี ดังนั้นเราควรจะต้องเรียนรู้วิธีการรีด เสื้อผ้า การวิธีใช้อุปกรณ์ และการดูแล รักษาอุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าให้ถูกต้องเหมาะสมด้วย 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือ 4. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. อยู่อย่างพอเพียง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การดูแลเสื้อผ้า
3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นการสาธิต 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนพร้อมทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่แล้วเกี่ยวกับการซักและพับเสื้อผ้า พร้อมถามคำถามกระตุ้นความคิดว่า “จากชั่วโมงที่แล้ว เมื่อนักเรียนซักเสื้อผ้าเสร็จและตากจนแห้งแล้ว นักเรียนต้องทำ สิ่งใดต่อไป” (แนวตอบ : ให้เก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้าและแยกเสื้อผ้าที่จะทำการพับกับทำการรีดออกจากกัน จากนั้นให้พับเสื้อผ้าก่อนให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยทำการรีดเสื้อผ้าในลำดับต่อไป) 2. ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนคนใดเคยช่วยผู้ปกครองรีดเสื้อผ้าบ้าง” จากนั้นครูกล่าวเชื่อมโยง เข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 1 การเตรียมการ 1. ครูให้นักเรียนจัดห้องเรียนใหม่โดยนั่งเป็นครึ่งวงกลมและมีครูอยู่ตรงกลางระหว่างหัวแถวทั้ง 2 ข้าง จากนั้นครูนำอุปกรณ์เกี่ยวกับการรีดเสื้อผ้า ได้แก่ เสื้อนักเรียน กระโปรงนักเรียน กางเกงนักเรียน เตารีด กระบอกฉีดน้ำ โต๊ะรองรีด และไม้แขวนเสื้อ เพื่อเตรียมการสาธิต วิธีการรีดเสื้อผ้า ขั้นที่ 2 ก่อนการสาธิต 2. ครูให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับการรีดเสื้อผ้าจากหนังสือวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้พื้นฐานและพร้อมที่จะเรียนรู้ ด้วยวิธีการสาธิตได้เข้าใจมากขึ้น 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของการรีดเสื้อผ้า จากนั้นแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์และวิธีการดูแลรักษา อุปกรณ์การรีดเสื้อผ้า พร้อมแสดงอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบการบรรยายว่า “การรีดเสื้อผ้าเป็นการทำให้เสื้อผ้าเกิดความเรียบ และยังช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดูมีบุคลิกภาพที่ดี สร้างความมั่นใจเมื่อได้สวมใส่เสื้อผ้า อีกทั้งยังช่วยให้ผู้อื่นมองเห็นถึงความเป็น ระเบียบและความรับผิดชอบของผู้สวมใส่ด้วย” ขั้นที่ 3 การสาธิต 4. ครูทำการสาธิตการรีดเสื้อผ้าตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยมีตัวอย่างเป็นเสื้อนักเรียน จากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมาทำการรีดกระโปรงนักเรียนและกางเกงนักเรียน 5. ในระหว่างที่นักเรียนทำการสาธิตให้เพื่อน ๆ ดู ครูคอยบอกวิธีการรีดเสื้อผ้าและขั้นตอนการรีด เสื้อผ้าที่ถูกต้องประกอบการสาธิต โดยมีครูคอยดูแลระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัยและ เสร็จสิ้นการสาธิตแล้ว ครูแสดงวิธีการเก็บอุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพื่อเป็นตัวอย่างให้นักเรียนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการเก็บอุปกรณ์ ขั้นนำ ขั้นสอน
ขั้นที่ 4 การอภิปรายสรุปการเรียนรู้ 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้เรียนรู้จากวิธีการสาธิตการรีดเสื้อผ้า จากนั้นครูเปิดโอกาสให้ นักเรียนได้ซักถามข้อสงสัย 7. ครูถามทบทวนจากการสาธิตว่า “หลังจากที่นักเรียนรีดเสื้อผ้าเสร็จแล้ว สิ่งใดที่นักเรียนต้องทำ ต่อไป” (แนวตอบ : จัดเก็บอุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าและตรวจสอบการใช้งานพร้อมทำการดูแลรักษา อุปกรณ์ที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว) 8. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการรีดเสื้อผ้าว่า “การรีดเสื้อผ้าเป็นการทำให้เสื้อผ้า เกิดความเรียบ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย จากการที่เสื้อผ้าได้ผ่านการซักและตากแห้ง ในการรีด เสื้อผ้าควรปรับอุณหภูมิของเตารีดให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า เพื่อรักษาและถะนุถนอมเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานให้นานขึ้น ควรระมัดระวังการใช้อุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าอยู่เสมอ และหมั่น ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์การรีดเสื้อผ้าทุกครั้งก่อนใช้งานเพื่อ ป้องกันอันตรายจากอุปกรณ์ที่ชำรุด อีกทั้งการใส่เสื้อผ้าที่เรียบสะอาดยังช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีได้ด้วย” นักเรียนซักถาม ข้อ สงสัยเพิ่มเติม 2. จากนั้นครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง การรีดเสื้อผ้า เป็นการบ้านและ มอบหมายให้นักเรียนทำชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอดเรื่อง เสื้อผ้าหนูดูแลได้ โดยการอัดคลิป วิดีโอเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้ากับผู้ปกครองพร้อมแสดงความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครอง ลงในตารางที่กำหนดจากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดเวลาในการส่งชิ้นงาน ขั้นสรุป Note วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักเรียน - มีทักษะระหว่างบุคคลและร่วมมือร่วมใจ เพราะการทำงานต้องมีการติดต่อสื่อสารและ สร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในเชิงบวก รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ในการทำงานนักเรียนจะต้องมีการคิดวางแผน การทำงานอย่างเป็นระบบ มีการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวทางในการทำงานได้อย่างมี ขั้นตอน - มีทักษะการใช้ชีวิตในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัว และสามารถนำทักษะการ ทำงานที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การรีดเสื้อผ้า - ตรวจใบงานที่ 1.3.1 - ใบงานที่ 1.3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8.2 การประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ดูแลเสื้อผ้า ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน ประเมินตามสภาพจริง 2) การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) กิจกรรม เสื้อผ้าหนู ดูแลได้ ประเมินกิจกรรม เสื้อผ้าหนูดูแลได้ กิจกรรมเสื้อผ้าหนูดูแลได้ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ดูแลเสื้อผ้า 2) ใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง การรีดเสื้อผ้า
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 จัดเก็บให้ดี เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิด สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายถึงความสำคัญและวิธีการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวและเอกสารสำคัญในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้อง ตามกระบวนการทำงาน (K) 2. ดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวและจัดเก็บเอกสารสำคัญได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (P) 3. ใส่ใจในการดูแลรักษาและจัดเก็บเอกสารสำคัญอย่างเป็นระบบและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย (A) 4. ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาและการจัดเก็บสมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับขั้นตอน ที่วางไว้ 2) ทักษะการจัดการเป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น - การจัดเก็บเอกสารสำคัญ - การดูแลรักษาและใช้สมบัติส่วนตัว 3) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การดูแลรักษาสมบัติส่วนตัว เป็นสิ่งที่จะช่วยให้สมบัติส่วนตัวมีอายุยาวนานมากขึ้นและช่วยในการประหยัด ค่าใช้จ่ายที่ ฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นออกไปได้ และในส่วนของเอกสารสำคัญถือว่าเป็นสมบัติส่วนตัวที่จำเป็นต้อง ดูแลรักษาและจัดเก็บไว้ให้เป็น ระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 4. ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย รับผิดชอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บเสื้อผ้า
2. ใฝ่เรียนรู้ 3. อยูอย่างพอเพียง 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการนิรนัย นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บให้ดี 1. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดกับนักเรียนว่า “สิ่งของใดบ้างที่ใช้เฉพาะบุคคลและไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น” จากนั้นครูให้นักเรียนออกมาเขียนคำตอบลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน (แนวตอบ : แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว กรรไกรตัดเล็บ หวี ผ้าเช็ดหน้า ชุดชั้นใน รองเท้า ถุงเท้า แก้วน้ำ บัตรประชาชน บัตรนักเรียน กระเป๋าสตางค์) 2. ครูกล่าวเชื่อมโยงกับคำตอบบนกระดานที่นักเรียนได้ทำไปว่า “สิ่งของที่นักเรียนเขียนบนกระดาน หน้าชั้นเรียน ถือว่าเป็นสมบัติส่วนตัวที่ใช้เฉพาะบุคคล ไม่สามารถใช้ร่วมกันกับผู้อื่นได้ เพราะ สิ่งของบางชนิดมีมูลค่าหรืออาจจะเกิดความเสี่ยงต่อตนเองโดยการติดเชื้อโรคหรือโรคติดต่อได้” 3. ครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจกับนักเรียนว่า “ให้นักเรียนลองสำรวจมีสมบัติส่วนตัวของตนเอง และเอกสารสำคัญอะไรบ้างที่นักเรียนสามารถนำมาโรงเรียนได้” จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็นตามที่นักเรียนได้ทำการสำรวจ 4. ครูถามคำถามชวนคิดกับนักเรียนเกี่ยวกับการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวว่า “เราจะมีวิธีการดูแลรักษา สมบัติส่วนตัวได้อย่างไร” จากนั้นครูให้นักเรียนออกมาเขียนคำตอบลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน โดยครูอธิบายคำตอบของการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวกับคำตอบที่อยู่บนกระดานจากคำถาม กระตุ้นความคิดในข้อที่ 1 ของขั้นนำ (แนวตอบ : 1. ไม่ใช้สมบัติส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น 2. ใช้สมบัติส่วนตัวอย่างระมัดระวัง 3. ทำความสะอาด สมบัติส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ 4. จัดเก็บสมบัติส่วนตัวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย) 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติในการใช้และการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวว่า“การใช้สมบัติส่วนตัว ให้เกิดประโยชน์ ควรใช้ให้ถูกต้อง ทะนุถนอม ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย สมบัติส่วนตัว บางอย่างต้องหมั่นทำความสะอาดเพื่อให้เกิดสุขอนามัยที่ดี และไม่ควรใช้สมบัติส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ถ้าไม่ได้รับการอนุญาต อีกทั้งศึกษาและเรียนรู้วิธีการดูแลรักษา ซ่อมแซม สมบัติส่วนตัวของตนเอง เมื่อชำรุดเสียหาย” 2. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวจากหนังสือเรียนวิชา การงานอาชีพ และเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บให้ดี จากนั้นครูให้นักเรียนวางแผนเกี่ยวกับ การดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวลงในกระดาษ A4 โดยเลือกสมบัติส่วนตัวของตนเองมา 1 อย่าง และเขียนขั้นตอนกระบวนการดูแลรักษาตามตัวอย่างที่นักเรียนได้ศึกษาไป ขั้นนำ ขั้นสอน
3. ครูให้นักเรียนถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวนักเรียน และสูติบัตร และให้นำสำเนาเอกสารสำคัญดังกล่าวมาในชั่วโมงต่อไป 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง จัดเก็บให้ดี ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) สมบัติส่วนตัวหรือ เอกสารสำคัญ - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 - ใบงานที่ 2.1.1 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) นำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพียง และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8.3 การประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง จัดเก็บให้ดี ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) จัดทำแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้เรียบร้อย ตรวจการจัดทำแผนผัง มโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้ เรียบร้อย แบบประเมิน แผนผังมโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้เรียบร้อย ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บให้ดี 2) ใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง สมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 จัดเก็บให้ดี เวลา 1 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิด สร้างสรรค์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายถึงความสำคัญและวิธีการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวและเอกสารสำคัญในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้อง ตามกระบวนการทำงาน (K) 2. ดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวและจัดเก็บเอกสารสำคัญได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (P) 3. ใส่ใจในการดูแลรักษาและจัดเก็บเอกสารสำคัญอย่างเป็นระบบและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย (A) 4. ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาและการจัดเก็บสมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงานโดยทำตามลำดับขั้นตอน ที่วางไว้ 2) ทักษะการจัดการเป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น - การจัดเก็บเอกสารสำคัญ - การดูแลรักษาและใช้สมบัติส่วนตัว 3) ความประณีตเป็นลักษณะนิสัยในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การดูแลรักษาสมบัติส่วนตัว เป็นสิ่งที่จะช่วยให้สมบัติส่วนตัวมีอายุยาวนานมากขึ้นและช่วยในการประหยัด ค่าใช้จ่ายที่ ฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นออกไปได้ และในส่วนของเอกสารสำคัญถือว่าเป็นสมบัติส่วนตัวที่จำเป็นต้อง ดูแลรักษาและจัดเก็บไว้ให้เป็น ระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ทักษะการทำงานอย่างเป็นระบบ 4. ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย รับผิดชอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บเสื้อผ้า
2. ใฝ่เรียนรู้ 3. อยูอย่างพอเพียง 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการนิรนัย 4. ครูทบทวนการทำกิจกรรมจากชั่วโมงที่ผ่านมา เกี่ยวกับการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวและซักถาม การถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญตามที่ครูได้มอบหมาย 5. จากนั้นครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจกับนักเรียนว่า “นักเรียนคนใดได้ทำบัตรประจำตัว ประชาชนมาแล้วบ้าง และความรู้สึกครั้งแรกที่ทำบัตรประจำตัวประชาชนนักเรียนมีความรู้สึก อย่างไร” (แนวตอบ : นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยคำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน) 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญและการจัดเก็บของเอกสารสำคัญแต่ละประเภทว่า “เอกสารที่มีความสำคัญกับตัวเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1) เอกสารส่วนตัว เป็นเอกสารที่ใช้เฉพาะบุคคล ถือว่าเป็นเอกสารสำคัญที่จะใช้ในการติดต่อ กับหน่วยงานต่าง ๆ หรือการดำเนินกิจกรรมทางธุรกรรมต่าง ๆ 2) เอกสารส่วนรวมของครอบครัว เป็นเอกสารที่ใช้ร่วมกันภายในครอบครัว สามารถใช้เป็น หลักฐานในทางกฏหมายได้ 3) เอกสารธุรกิจ เป็นเอกสารที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้ออกให้ เมื่อดำเนินการติดต่อ ทางธุรกรรม ส่วนใหญ่มักจะเป็นหลักฐานทางการเงิน หรือหลักฐานที่แสดงถึงความเป็นสมาชิก ของหน่วยงานนั้น ในส่วนของการจัดเก็บเอกสารสำคัญ จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับการหยิบใช้งาน เช่น บัตรประจำตัว ประชาชนหรือบัตรประจำตัวนักเรียน จะมีการหยิบใช้งานที่ค่อนข้างบ่อยเพื่อติดต่อกิจธุระต่าง ๆ เพราะการแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ถือว่าเป็นการแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ใช่ คนต่างด้าว ส่วนสูติบัตร ทะเบียนบ้าน หรือสมุดเงินฝาก จะมีการหยิบใช้งานไม่ค่อยบ่อย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของเอกสารสำคัญ จึงควรจัดเก็บใส่ซองเอกสาร ซองแฟ้ม เพื่อรักษาสภาพ ของเอกสารสำคัญไม่ให้ชำรุดหรือเสียหาย และควรจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ตู้เอกสาร หรือลิ้นชักเอกสาร เพื่อความเรียบร้อยของการจัดเก็บเอกสารสำคัญ” 7. จากนั้นครูถามคำถามชวนคิดกับนักเรียนว่า “เพราะเหตุใดนักเรียนจึงต้องเก็บเอกสารสำคัญไว้ให้ดี” โดยครูเปิด โอกาสให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น (แนวตอบ : เพราะเอกสารต่าง ๆ มีความสำคัญต่อตนเอง เพราะถือว่าเป็นหลักฐานที่สามารถใช้ได้ ในทางกฏหมายหรือการดำเนินการทางธุรกรรมต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรเก็บเอกสารสำคัญให้เป็น ระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งาน) 8. ครูให้นักเรียนนำสำเนาเอกสารสำคัญตามที่ครูได้มอบหมายให้นักเรียนจัดเตรียมจากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนสืบค้นและศึกษาความรู้เกี่ยวกับความสำคัญและการจัดเก็บเอกสารสำคัญ จากหนังสือเรียนหรือจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น ขั้นสอน
9. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน หรือตามความเหมาะสม ออกมานำเสนอผลงานเกี่ยวกับความสำคัญและ การจัดเก็บเอกสารสำคัญ จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมจากสิ่งที่นักเรียนได้นำเสนอเพื่อให้นักเรียน เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 10. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการทำงานและแบบประเมินการทำงานจากหนังสือเรียน 11.ให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง สมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ รวมถึงชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยจัดทำแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้เรียบร้อย จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน กำหนดเวลาส่งงาน 12. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บให้ดี นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ ว่า “สมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญถือว่าเป็นสิ่งของที่ใช้เฉพาะบุคคล จึงไม่ควรใช้สิ่งของเหล่านี้ร่วมกับ ผู้อื่น หากต้องการใช้งานจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของก่อน เพราะสมบัติส่วนตัวบางชิ้นมีมูลค่า ดังนั้น เจ้าของจึงควรเก็บรักษาให้มีอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด อีกทั้งยังถือว่าเป็นการรู้จักใช้ทรัพยากรหรือ สิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างพอเพียงและรู้คุณค่า ส่วนเอกสารสำคัญเป็นหลักฐานที่สามารถใช้ในทางกฏหมาย เช่น ติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ หรือการดำเนินการทางธุรกรรม ดังนั้นจึงควรจัดเก็บเอกสารสำคัญไว้ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความสะดวกต่อการหยิบใช้งาน และควรดูแลรักษาไม่ให้ชำรุดเสียหาย” ขั้นสรุป Note วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักเรียน - มีทักษะในการคิดอย่างเป็นระบบ เพราะการจัดเก็บและการดูแลรักษาสมบัติ ส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญจะต้องคำนึงถึงประเภท ชนิด วัสดุ และการใช้งานเพื่อที่จะได้ จัดเก็บและดูแลรักษาอย่างเป็นระบบและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย - นักเรียนเกิดความตระหนักในการจัดเก็บและการดูแลรักษาสมบัติส่วนตัวหรือ เอกสารสำคัญของตนเองและครอบครัว โดยการนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันจนเกิดเป็น ลักษณะนิสัยที่ดี
8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง จัดเก็บให้ดี ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) สมบัติส่วนตัวหรือ เอกสารสำคัญ - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 - ใบงานที่ 2.1.1 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) นำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพียง และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8.3 การประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง จัดเก็บให้ดี ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) จัดทำแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้เรียบร้อย ตรวจการจัดทำแผนผัง มโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้ เรียบร้อย แบบประเมิน แผนผังมโนทัศน์ เรื่อง เก็บให้เรียบร้อย ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 จัดเก็บให้ดี 2) ใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง สมบัติส่วนตัวหรือเอกสารสำคัญ
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 การทำความสะอาดห้องครัว เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายและบอกเหตุผลการจัดห้องครัวและทำความสะอาดห้องครัวในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามกระบวนการทำงาน (K) 2. จัดห้องครัวและทำความสะอาดห้องครัวตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ (P) 3. ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทกับสมาชิกในครอบครัวและมีจิตสำนึกที่ดีในการทำความสะอาดห้องครัว (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงาน โดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ 2) ทักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น - การจัดโต๊ะอาหาร ตู้เย็น และห้องครัว 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ห้องครัวเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดเตรียมอาหาร ประกอบอาหาร พื้นที่ทำความสะอาดภาชนะสำหรับใส่อาหาร และเก็บ รักษาอาหาร เราจึงควรรักษาความสะอาด จัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีอากาศถ่ายเท สะดวกในขณะประกอบอาหาร เพื่อ ป้องกันกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ภายในห้องครัว และไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ให้กับสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคเข้ามาอาศัยภายในห้องครัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะการคิดการแก้ปัญหา 5. ทักษะการสรุปลงความเห็น 6. ทักษะการสำรวจค้นหา หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว
7. ทักษะในฐานะเป็นสมาชิกของสังคม 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการนิรนัย นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อเล่นเกมแข่งขันหาสิ่งของ โดยมีกติกาและวิธีการเล่น ดังนี้ 1) ให้นักเรียนแข่งขันกันหาสิ่งของที่อยู่ในห้องครัว โดยมีครูกำหนดประเภทของสิ่งของ ดังนี้ 1.1) เครื่องปรุงรส 1.2) อุปกรณ์ประกอบอาหาร 1.3) ภาชนะใส่อาหาร 1.4) ภาชนะตักอาหาร 1.5) เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัว 2) ครูกำหนดระยะเวลาให้นักเรียนได้ศึกษา ค้นคว้า และปรึกษากันภายในกลุ่ม แต่ละหัวข้อ เป็นเวลา 1 นาที 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาเขียนสิ่งของที่อยู่ในห้องครัวบนกระดานหน้าชั้นเรียน ตามหัวข้อที่ ครูกำหนดให้ได้มากที่สุด โดยจับเวลาให้นักเรียนเขียน 30 วินาที 4) ครูตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละกลุ่ม กลุ่มใดที่เขียนได้จำนวนมากและถูกต้องมากที่สุด ถือว่าเป็นผู้ชนะ 2. ครูถามคำถามชวนคิดกับนักเรียนเกี่ยวกับห้องครัวว่า “เราจะทำอย่างไรให้ห้องครัวดูสะอาดและถูกสุขอนามัย” นักเรียนร่วมกันตอบคำถามตามประสบการณ์ของตนเอง (แนวตอบ : 1) ทำความสะอาดหลังประกอบอาหารหรือรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง 2) จัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ภายในห้องครัวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย 3) หมั่นทิ้งขยะเปียกเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งผิดปกติหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์) 3. ครูกล่าวเชื่อมโยงสิ่งของที่อยู่ในห้องครัวที่นักเรียนได้เขียนบนกระดาน จากการเล่นเกมแข่งขัน หาสิ่งของกับการ จัดการห้องครัว เพื่อให้เกิดความสะอาดและมีสุขอนามัยที่ดีกับสิ่งของแต่ละชิ้น 1. นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับการจัดห้องครัวในรูปแบบต่าง ๆ และชวนนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการจัดห้องครัวให้ สวยงาม ตามวีดิทัศน์ดังกล่าว 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายกันภายในห้องเรียนเกี่ยวกับหลักการจัดห้องครัว โดยศึกษาเนื้อหาจาก หนังสือเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว ขั้นนำ ขั้นสอน
3. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนเกี่ยวกับการจัดห้องครัวว่า “หากห้องครัวมีความสกปรกและรกรุงรัง นักเรียนควรทำอย่างไร” นักเรียนร่วมกันตอบคำถามตามประสบการณ์ของตนเอง (แนวตอบ : ทำความสะอาดและจัดระเบียบให้เรียบร้อย) 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดห้องครัวว่า “ห้องครัวประกอบไปด้วยเครื่องใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องครัวควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากประกอบอาหารเสร็จเพื่อป้องกันสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมาปนเปื้อนกับอาหาร และ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ภายในห้องครัว” 8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) อธิบายและบอก เหตุผลการจัดห้องครัว และทำความสะอาด ห้องครัว - ตรวจแผนผังมโนทัศน์ - แผนผังมโนทัศน์ ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 การทำความสะอาดห้องครัว เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายและบอกเหตุผลการจัดห้องครัวและทำความสะอาดห้องครัวในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามกระบวนการทำงาน (K) 2. จัดห้องครัวและทำความสะอาดห้องครัวตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบและมีความคิดสร้างสรรค์ (P) 3. ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทกับสมาชิกในครอบครัวและมีจิตสำนึกที่ดีในการทำความสะอาดห้องครัว (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงาน โดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ 2) ทักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น - การจัดโต๊ะอาหาร ตู้เย็น และห้องครัว 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ห้องครัวเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดเตรียมอาหาร ประกอบอาหาร พื้นที่ทำความสะอาดภาชนะสำหรับใส่อาหาร และเก็บ รักษาอาหาร เราจึงควรรักษาความสะอาด จัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีอากาศถ่ายเท สะดวกในขณะประกอบอาหาร เพื่อ ป้องกันกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ภายในห้องครัว และไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ให้กับสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคเข้ามาอาศัยภายในห้องครัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะการคิดการแก้ปัญหา 5. ทักษะการสรุปลงความเห็น 6. ทักษะการสำรวจค้นหา หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว
7. ทักษะในฐานะเป็นสมาชิกของสังคม 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการนิรนัย 5. นักเรียนดูการสาธิตการทำความสะอาดเตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊ส (การพิจารณาการเลือกเตาที่จะนำมาสาธิตให้นักเรียน ดู ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและดุลยพินิจของครูผู้สอน) เพื่อให้นักเรียนได้สังเกตและเรียนรู้ขั้นตอนการทำความสะอาดเตาที่ ถูกต้อง 6. ครูแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของเตาที่ใช้ประกอบอาหารว่า “เตาที่ใช้ในการประกอบอาหารมีอยู่ 3 ประเภท ใหญ่ ๆ ได้แก่ เตาถ่าน เตาแก๊ส และเตาไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมให้เตาแก๊สและเตาไฟฟ้า ส่วนเตาถ่านไม่ค่อยนิยม ใช้ เพราะสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติและเชื้อเพลิงในการเผาไหม้” 7. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 2-3 คน ออกมาแสดงขั้นตอนการทำความสะอาดอ่างล้างภาชนะที่โรงอาหารหรือห้องคห กรรม เพื่อให้นักเรียนในชั้นเรียนได้สังเกตและเรียนรู้ขั้นตอนการทำความสะอาดอ่างล้างภาชนะที่ถูกต้อง โดยมีครูอธิบายขั้นตอน การทำความสะอาดอ่างล้างภาชนะทีละขั้นตอนประกอบการปฏิบัติของนักเรียนที่เป็นอาสาสมัคร 8. จากนั้นนักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น กลุ่มละ 4-5 คน หรือตามความเหมาะสม ร่วมกันทำความสะอาดเตาและอ่างล้าง ภาชนะทีละกลุ่ม เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้องได้มากขึ้น โดยมีครูคอยตรวจสอบและกำกับการทำความ สะอาดของแต่ละกลุ่มให้เกิดความถูกต้องและปลอดภัยจากการปฏิบัติงาน 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปความรู้เรื่อง ขั้นตอนการทำความสะอาดเตาและอ่างล้างภาชนะเป็นแผนผังมโนทัศน์ เมื่อ เสร็จแล้วส่งครูผู้สอนเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง 2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการทำความสะอาดห้องครัวว่า “ห้องครัวเป็นห้องที่ใช้ ประกอบอาหาร มักจะเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมาอาศัยอยู่ การจัด ห้องครัวและทำความสะอาดถือว่าเป็นการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีในการประกอบอาหาร และสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว” ขั้นสอน Note วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักเรียน - มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ เกิดจากการคิดวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์แนวทางในการสร้างชิ้นงานได้อย่างมีขั้นตอน - มีทักษะการสรุปลงความเห็น เป็นการสรุปเนื้อหาให้ตรงกับคำถามของการศึกษา ตามที่ระบุไว้ในขั้นต้น ผู้ศึกษาต้องวิจารณ์ผลลัพธ์ที่ได้เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการศึกษา โดยผู้ศึกษาจะต้องรายงานผลอย่างละเอียด ถูกต้อง และชัดเจน ขั้นสรุป
8. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตาม สภาพจริง 8.2 การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) อธิบายและบอก เหตุผลการจัดห้องครัว และทำความสะอาด ห้องครัว - ตรวจแผนผังมโนทัศน์ - แผนผังมโนทัศน์ ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว
บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายเสกสันต์ แซมกระโทก) หัวหน้ากลุ่มสาระการงานอาชีพ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 จัดเก็บห้องครัว เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 1.1 ตัวชี้วัด ง 1.1 ป.5/1 อธิบายเหตุผลในการทำงานแต่ละขั้นตอนถูกต้องตามกระบวนการทำงาน ป.5/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ประณีต และมีความคิดสร้างสรรค์ ป.5/3 ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว ป.5/4 มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดโต๊ะอาหารและตู้เย็นได้อย่างถูกต้อง (K) 2. บอกเหตุผลของการจัดโต๊ะอาหารและตู้เย็นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (K) 3. จัดเก็บและทำความสะอาดโต๊ะอาหารและตู้เย็นได้อย่างถูกต้องตามหลักการ (P) 3. ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทในการจัดโต๊ะอาหารกับสมาชิกในครอบครัวและมีจิตสำนึกที่ดีในการรักษา ความสะอาดตู้เย็นได้เป็นอย่างดี (A) 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) ขั้นตอนการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามกระบวนการทำงาน โดยทำตามลำดับ ขั้นตอนที่วางไว้ 2) ทักษะการจัดการ เป็นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้ทำงานสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น - การจัดโต๊ะอาหาร ตู้เย็น และห้องครัว 3) มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัว 4) การมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เป็นคุณธรรมในการทำงาน 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ห้องครัวประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องเรือนต่าง ๆ มากมาย การจัดเก็บและทำความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้แต่ละชนิดมีหลักการที่แตกต่างกันออกไป เครื่องใช้หรือเครื่องเรือนที่มีอยู่ใน ห้องครัวหลัก ๆ เช่น โต๊ะอาหาร ตู้เย็น ควรมีการจัดเก็บและทำความสะอาดให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีขณะรับประทานอาหาร และเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับสมาชิกใน ครอบครัว จากการจัดเก็บดูแลทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ภายในห้องครัว 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ห้องครัว