The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่มที่ 6 นบก 107 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wanthana Sawegwung, 2023-07-06 00:10:42

แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ

กลุ่มที่ 6 นบก 107 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปี 2566

44 6) สินค้า OTOP จังหวัดศรีสะเกษ ตารางที่ 8 ข้อมูลสินค้า OTOP ลำดับ สินค้า สังกัด ที่ตั้ง 1 ผ้าไหมยกดอกลาย พิกุลครอบแก้ว วิสาหกิจชุมชนบ้านน้อยนาเจริญ 84 หมู่ 14 ตำบลสำโรงปราสาท อำเภอปรางกู่ จังหวัดศรีสะเกษ 2 เสื้อแก็บ กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านยาง 116 หมู่ 7 ตำบลสมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 3 น้ำลูกยอผสมน้ำผึ้ง กลุ่มแม่บ้านเสียวใหม่พัฒนา 23 บ้านหนองขุนศรี ตำบลเสียว อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ 4 สมุนไพรนวลจันทร์ กลุ่มบ้านสวนสมุนไพรนวลจันทร์ 12 หมู่ 7 ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ 5 กระเป๋าถักโครเชท์ ลายมะลิซ้อน 444 หมู่ 8 ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ 6 ปลาส้ม 37/1 บ้านห้วยใต้ หมู่ 11 ตำบลหัวหุ่ง อำเภอภาษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ 7 ธูปหอมศรีลำดวน 42 หมู่ 1 ตำบลผือใหญ่ อำเภอโพธิ์ศรี สุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ 8 ผ้าไหมมัดหมี่ 106 หมู่ 1 ตำบลดินแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 7) การเพาะปลูกและผลผลิตเก็บเกี่ยวรายเดือนของสินค้าเกษตรจังหวัด ปฏิทินฤดูกาล ผลิตสินค้าเกษตรด้านพืชของจังหวัด 8 ชนิด ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง หอมแดง มันสำปะหลัง ยางพารา ทุเรียน กระเทียม และปาล์มน้ำมัน โดยมีรายละเอียด ดังตารางนี้ ตารางที่ 9 ข้อมูลการเพาะปลูกและร้อยละผลผลิตเก็บเกี่ยวรายเดือนของสินค้าเกษตรของจังหวัด สินค้า ปฏิทินฤดูกาลผลผลิต (ร้อยละ) รวม ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 1. ข้าวนาปี - - - - - - - 1.43 97.60 0.97 100 2. ข้าวนาปรัง - - 2.24 75.32 21.67 0.77 - - - - - - 100 3. หอมแดง 24.31 11.83 10.32 - 0.38 - - - - - 3.16 100 4. มัน สำปะหลัง 0.90 3.10 4.51 23.09 24.54 15.38 6.44 9.39 8.57 1.59 0.84 1.65 100 5. ยางพารา 10.94 7.30 2.88 2.31 6.36 8.83 9.03 9.39 9.76 10.45 11.01 11.74 100 6. ทุเรียน - - - - 8.56 54.50 36.67 0.27 - - - - 100 7. กระเทียม 51.89 48.11 - - - - - - - - - - 100 8. ปาล์มน้ำมัน 9.07 9.38 ร้อยละผลผลิต เดือน มี.ค.-ธ.ค= 81.55 100 ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 ณ ปี 2564


45 8) โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านซำขี้เหล็ก อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 1.2.2.5 สถาบันเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร 1) ประเภทสหกรณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์ ภาคการเกษตร (สหกรณ์การเกษตร) และสหกรณ์นอกภาคการเกษตร (สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน) จำนวน 88 แห่ง สมาชิกทั้งสิ้น จำนวน 256,171 คน ตารางที่ 10 ประเภทสหกรณ์และจำนวนสมาชิก ประเภทสหกรณ์ จำนวนสหกรณ์ (แห่ง) จำนวนสมาชิก (ราย) สหกรณ์ภาคการเกษตร 56 210,270 สหกรณ์นอกภาคการเกษตร 32 45,901 รวม 88 256,171 ที่มา : สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ 1 ต.ค.65 2) ประเภทกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท จำนวน 48 แห่ง สมาชิกทั้งสิ้น จำนวน 4,053 คน ตารางที่ 11 ประเภทกลุ่มเกษตรกรและจำนวนสมาชิก ประเภทกลุ่มเกษตรกร จำนวนสหกรณ์(แห่ง) จำนวนสมาชิก (ราย) ทำนา 16 2,080 ทำสวน 15 1,847 ทำไร่ 1 45 เลี้ยงสัตว์ 16 1,081 รวม 48 5,053 ที่มา : สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ 1 ต.ค.65 3) ผลการจัดระดับชั้นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ แบ่งออกเป็นชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 รวม 88 แห่ง และกลุ่มเกษตรกร ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 รวม 48 แห่ง ตารางที่12 ข้อมูลการจัดระดับชั้นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ผลการจัดระดับชั้นสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ระดับชั้น ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 รวม สหกรณ์ 19 66 3 88 กลุ่มเกษตรกร 3 44 1 46 ที่มา : สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ 1 ต.ค.65


46 4) เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ มีเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ดังนี้ ตารางที่ 13 จำนวนและสมาชิกเกษตรกร องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนจังหวัด ปี 2564 ที่ อำเภอ เกษตรกร (ราย) องค์กรเกษตรกร (กลุ่ม) วิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจ เกษตรกร ปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เกษตรกร รุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) อาสาสมัค รเกษตร หมู่บ้าน กลุ่มส่งเสริมอาชีพ การเกษตร กลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร กลุ่มยุวเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เครือข่าย วิสาหกิจ ชุมชน กลุ่ม สมาชิก กลุ่ม สมาชิก กลุ่ม สมาชิก แห่ง สมาชิก แห่ง สมา ชิก 1 เมือง 1,674 13 163 12 445 32 800 16 483 269 2,997 4 15 2 ยางชุมน้อย 793 9 80 6 175 25 625 8 176 106 2,206 0 0 3 กันทรารมย์ 2,787 12 175 12 345 27 675 16 451 263 5,751 1 16 4 กันทรลักษ์ 782 16 271 13 375 36 900 19 428 389 4,426 1 10 5 ขุขันธ์ 954 14 276 15 435 35 875 22 512 397 6,729 1 12 6 ไพรบึง 666 14 80 6 150 28 700 5 141 98 1,418 0 0 7 ปรางค์กู่ 561 12 141 8 225 27 675 10 216 173 4,233 2 219 8 ขุนหาญ 1,154 14 145 9 255 23 575 12 276 166 3,477 22 370 9 ราษีไศล 1,044 13 190 9 255 41 1,025 13 344 325 5,414 1 46 10 อุทุมพรพิสัย 3,007 11 232 13 375 50 1,250 19 365 490 4,554 1 12 11 บึงบูรพ์ 376 9 25 3 75 22 550 2 30 73 2,182 1 15 12 ห้วยทับทัน 1,750 13 81 5 135 24 600 6 137 197 4,184 2 37 13 โนนคูณ 610 8 80 5 135 35 875 6 152 148 2,342 0 0 14 ศรีรัตนะ 1,125 12 90 6 165 10 250 7 196 102 2,171 0 0 15 น้ำเกลี้ยง 840 12 75 5 135 15 375 5 108 129 2,218 1 12 16 วังหิน 690 12 126 8 210 5 125 9 216 207 3,699 2 19 17 ภูสิงห์ 995 13 86 6 165 63 1,575 9 219 131 2,110 3 25 18 เมืองจันทร์ 829 9 52 3 75 21 525 5 209 59 1167 0 0 19 เบญจลักษ์ 1,202 10 67 5 135 62 1,550 5 231 149 2,182 13 146 20 พยุห์ 923 12 66 6 135 9 225 5 117 139 2,354 0 0 21 โพธิ์ศรีวรรณ 903 12 80 5 135 24 600 5 122 136 1,750 0 0 22 ศิลาลาด 453 6 40 3 75 32 800 4 47 119 2,585 0 0 รวม 24,118 256 2,625 163 4,610 646 16,150 208 5,176 4,265 70,149 55 954 ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ (2565) 1.2.2.6 จำนวนปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัด ภายใต้โครงการตามแนวทฤษฎีใหม่ โดยยึดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 2 ราย ได้แก่ อำเภอกันทรารมย์ 1 ราย อำเภอกันทรลักษ์ 1 ราย


47 1.2.2.7 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 22 ศูนย์ แยก ตามประเภทของสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว 18 ศูนย์ พริก 2 ศูนย์ ทุเรียน 2 ศูนย์ ตารางที่ 14 จำนวนศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) แยกตามประเภท ที่ ชื่อ จำนวน 1 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ข้าว 18 ศูนย์ 2 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร พริก 2 ศูนย์ 3 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ทุเรียน 2 ศูนย์ ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ (2565) 1.2.2.8 แปลงใหญ่จังหวัดศรีสะเกษ ในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี2559 – 2566 รวมจำนวน 435 แปลง เกษตรกร 29,616 ราย พื้นที่ 314,946.80 ไร่ 1.2.2.9 ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษร่วมกันเปิดศูนย์เทคโนโลยี เกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ตามนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษตร 4.0 โดยมีวัตถุประสงค์ 1) พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) สนับสนุน และส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกล การเกษตร 3) เป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกร และสนับสนุน Smart Farmer รวมถึง Young Smart Farmer ในแต่ละจังหวัด 4) ผลักดันงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านการวิจัย การพัฒนา การลงทุนการแปรรูป และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ 1.2.2.10 ข้อมูลด้านการเกษตรอื่น ๆ ตารางที่15 อุตสาหกรรมส่งออก ลำดับ ที่ ชื่อโรงงาน ประเภทกิจการ 1 บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด โรงสีข้าว 2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหสยามฟาร์ม ต้มนึ่งหรืออบพืช ,การผสมแป้งและน้ำส้มสายชู (แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อการส่งออก) 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีข้าวตั้งแซเยี้ยง โรงสีข้าว 4 บริษัท เอี่ยมศิริแป้งมัน จำกัด ผลิตแป้งมันสำปะหลัง 5 บริษัท พัฒนกิจ วู๊ดชิพ จำกัด ผลิตชิ้นไม้สับจากไม้ยูคาลิปตัสเพื่อจำหน่าย


48 ตารางที่16 ตลาดกระจายสินค้า ที่ ชื่อสินค้า ตลาดกระจายสินค้า ในจังหวัด นอกจังหวัด แห่ง ชื่อ แห่ง ชื่อ 1 พริก 1 ตลาดขายส่งหอมแดง กระเทียม พริก ศรีสะเกษ 2 กระเทียม 1 ตลาดขายส่งหอมแดง กระเทียม พริก ศรีสะเกษ 3 ปาล์น้ำมัน 1 กันทรลักษ์ไทยยนต์ 4 ทุเรียน 2 ขายล้ง 1 ขายออนไลน์ ขายเองหน้าสวน 5 หอมแดง 1 ตลาดขายส่งหอมแดง กระเทียม พริก ศรีสะเกษ 1.2.3 ข้อมูลสำคัญด้านโอกาสของสินค้าเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ 1) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ (2565) รายงาน ว่า ในปี 2565 มีเกษตรกรปลูกทุเรียน 2,350 ราย พื้นที่ปลูกทุเรียน จำนวน 15,111 ไร่ มีพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว จำนวน 5,721 ไร่ ยังไม่ให้ผลผลิต จำนวน 9,390 ไร่ ทั้งนี้ การปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ (GI) มีพื้นที่ปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ กันทรลักษณ์ ขุนหาญ และศรีรัตนะ พื้นที่ที่ให้ผลผลิต จำนวน 5,596 ไร่ ผลผลิต จำนวน 8,191 ตัน คิดเป็นร้อยละ 98 ของปริมาณผลผลิตทุเรียนทั้งหมดของจังหวัดศรีสะเกษ พันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ พันธุ์ หมอนทอง สถานการณ์การผลิต ในปี 2565 มีพื้นที่ที่ให้ผลผลิต จำนวน 5,721 ไร่ จากปี 2564 จำนวน 3,613 เพิ่มขึ้น จำนวน 2,108 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 58 มีปริมาณผลผลิตทุเรียน จำนวน 8,353 ตัน เพิ่มขึ้น 3,589 ตัน คิดเป็นร้อยละ 75 (ผลผลิต 1,460 กิโลกรัม/ไร่) ช่องทางการจำหน่าย ผลผลิตทุเรียนศรีสะเกษ จำนวน 8,353 ตัน ขายล้ง จำนวน 5,346 ตัน คิดเป็นร้อยละ 64 ขายเอง จำนวน 2,255 ตัน คิดเป็นร้อยละ 27 และขายออนไลน์จำนวน 752 ตัน คิดเป็นร้อยละ 9 2) หอมแดงศรีสะเกษ (GI) สถานการณ์การผลิต สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า การผลิต หอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ แหล่งผลิตอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปีเพาะปลูก 2565/66 (ข้อมูล ณ 17 มกราคม 2566) คาดว่ามีเนื้อที่เพาะปลูกทั้งจังหวัด 22,201 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 22,874 ไร่ (ลดลง 673 ไร่ หรือร้อยละ 2.94) เนื่องจากเกษตรกรปลูกหอมแดงหลังพื้นที่ทำนาในอำเภอยางชุม น้อย และอำเภอราศีไศล ปีนี้ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู น้ำในนาแห้งช้า หัวพันธุ์ที่เตรียมไว้ปลูกบางส่วนฝ่อ ส่งผลให้หัวพันธุ์ราคาแพง ขณะที่เนื้อที่เก็บเกี่ยวรวม 22,098 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 20,077 ไร่


49 (เพิ่มขึ้น 2,021 ไร่ หรือ ร้อยละ 10 เนื่องจากปีนี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุเตี๋ยนหมู่เหมือนปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้เนื้อที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นด้านผลผลิตรวม 72,945 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 67,262 ตัน (เพิ่มขึ้น 5,683 ตันหรือร้อยละ 8) เนื่องจากเนื้อที่เก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับเกษตรกรมีการดูแลรักษา แปลงปลูกหอมแดงที่ดีสำหรับปีเพาะปลูก 2565/66 ผลผลิตได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน 2565 คิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด และผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดช่วงกลางเดือน มกราคม -กุมภาพันธ์ 2566 ประมาณ 51,061 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งหมด ราคาหอมแดงที่ เกษตรกรขายได้ ภาพรวมมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากการเปิดตลาดจากการผ่อนคลาย สถานการณ์โควิด-19 ตลาดท่าเรือมีการปรับปรุงพื้นที่ตลาดให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่าย จังหวัดศรีสะเกษมี การจัดงานรักใครให้หอม เป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าอีกช่องทางหนึ่งด้วย รวมทั้งตลาดต่างประเทศมีความ ต้องการมากขึ้น โดยราคาเฉลี่ยวันที่ 20 มกราคม 2566 หอมแดงสดแก่ (คละ) ราคา 13 - 15 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีราคา 10-12 บาท/กิโลกรัม หอมปังคละ ซึ่งเป็นหอมแดงที่เก็บเกี่ยวและแขวนตากในโรง เก็บเป็นเวลาประมาณ 14 วัน ราคา 20 - 25 บาท/กิโลกรัมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีราคา 18 - 22 บาท/ กิโลกรัม และหอมมัดจุกใหญ่ ราคา 27 -33 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีราคา 25 - 30 บาท/กิโลกรัม ด้านสถานการณ์ตลาดหอมแดง ผลผลิตเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 80) เกษตรกรจำหน่ายให้กับพ่อค้าในท้องถิ่น พ่อค้ารายใหญ่ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ร้านสิทธิกรณ์ดีพืชผล ซึ่งเป็นผู้รวบรวมและส่งหอมแดงรายใหญ่ที่สุดใน เอเชียจากปีที่แล้วที่มีราคา 10-12 บาท/กิโลกรัม แนวโน้มการตลาดหอมแดง ผลผลิตเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 80) เกษตรกรจำหน่ายให้กับ พ่อค้าในท้องถิ่น พ่อค้ารายใหญ่ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ ร้านสิทธิกรณ์ดีพืชผล ซึ่งเป็นผู้รวบรวมและส่ง หอมแดงรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะรับซื้อหอมแดงเพื่อส่งขายลูกค้าในประเทศและ ต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น ส่วนผลผลิตที่เหลือจำหน่ายให้กับพ่อค้าต่างจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ นครราชสีมา รวมถึงพ่อค้ารายย่อยในพื้นที่ ทั้งนี้ หอมแดงศรี สะเกษ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกหอมแดงมาอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน การแปรรูปเป็นชาชงหอมแดง ซึ่งเป็นการ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบางส่วนทำเป็นหอมเจียว ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ศรีสะเกษ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกัน สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการผลิตการแปรรูป และช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกร มีอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มปลูกหอมแดงอินทรีย์ ในโครงการแปลงใหญ่เพื่อทำสารสมุนไพรหรือสารอินทรีย์ใช้เป็นปุ๋ยและเป็นสารควบคุมป้องกันศัตรูหอมแดง ในการพัฒนาคุณภาพหอมแดง พร้อมให้การสนับสนุนพัฒนางานวิจัยทั้งในด้านพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และงานวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปผลผลิตหอมแดง เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้มาก ขึ้นอย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาดเกษตรกรควรหมั่นตรวจ และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อลดการสะสมเชื้อโรค และในสภาพอากาศร้อนจัด ความชื้นในอากาศน้อย รวมทั้งสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกในฤดูหนาว อาจทำให้หัวและรากเน่าเสียหาย เก็บเกี่ยวไม่ได้ หรือไปเน่าเสีย ในช่วงเก็บรักษา อย่างไรก็ตามการปลูกหอมแดงนอกฤดู มีข้อจำกัดในเรื่องของอุณหภูมิ เนื่องจากช่วง การเจริญเติบโตต้องผ่านช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมในการพัฒนารูปทรงของหัว ส่วนการปลูกหอมแดง


50 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษนิยมปลูก หลังการเก็บเกี่ยวข้าวนั้น จะมีอายุการเก็บเกี่ยว 70-80 วัน ซึ่งจะเก็บเกี่ยวหอมแดงประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปีจึงทำให้ ผลผลิตหอมแดงราคาตกต่ำ 3) พืชสมุนไพร ข้อมูลพื้นฐาน (ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2565) ในปีการผลิต 2564 จังหวัดศรีสะเกษ มีเกษตรกรที่ปลูกพืชสมุนไพรจำนวน 256 ราย พื้นที่เพาะปลูก 317 ไร่ ผลผลิตรวม 390.1 ตัน มูลค่ารวม 11,522,875 บาท โดยปลูกพืชสมุนไพร ดังนี้ ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ไพล มะขามป้อม กระเจี๊ยบแดง อัญชัญ เพชรสังฆาต หญ้าดอกขาว รางจืด กระชายขาว ข่าเหลือง และขิง พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอห้วยทับทัน กันทรลักษ์และกันทรารมย์ โดยมีเกษตรกรได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จำนวน 26 ราย ในพื้นที่ 28 ไร่ ได้รับการรับรองว่ามีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Agricultural Practice : GAP) จำนวน 7 ราย ในพื้นที่ 6 ไร่ และในฤดูกาลผลิตปี 2566 มีแผนนำร่องในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับบริษัท โอสถสภา จำกัด ในพืชสมุนไพรประเภท ขิง ไพล และฟ้าทะลายโจร ข้อมูลด้านการตลาด 1. ความต้องใช้สมุนไพรเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรและยาแผนโบราณ ภายในจังหวัดศรีสะเกษแล้ว ยังมีโรงงานในพื้นที่นำไปแปรรูปอบแห้งทำลูกประคบและผลิตเวชสำอาง 2. ความต้องการพืชสมุนไพรจากบริษัทเอกชนที่ต้องการพืชสมุนไพรจากแหล่งผลิต ในจังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพและมีมาตรฐาน ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งคาดว่า ตลาดรับซื้อสมุนไพรจากจังหวัดศรีสะเกษ ในปี 2566 เกษตรกรผู้ปลูกและผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมูลค่า และพัฒนาคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค 4) กาแฟ ข้อมูลพื้นฐาน กาแฟโรบัสตาศรีสะเกษ สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ ในทุกพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ มีผลผลิตอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น คือ มีรสหวาน ขมน้อย กลิ่นรสผลไม้สุก และมีปริมาณคาเฟอีน ร้อยละ 2.3-2.6 ของน้ำหนัก กาแฟโรบัสตาศรีสะเกษ เป็นกาแฟโรบัสตาพันธุ์ชุมพร 2 ชุมพร 84-4 ชุมพร 84-5 และพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้ ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดศรีสะ เกษ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 120 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอนและที่เนินลาดเอียง ทำให้กาแฟมี รสชาติและกลิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ การปลูกกาแฟ โรบัสตาศรีสะเกษ จะปลูกในระยะ 3x3, 3x4 หรือ 3.5x3.5 เมตร ตามสภาพพื้นที่ ส่วนการขุดหลุมปลูกใช้ขนาด 50x50x50 หรือ 30x30x30 เซนติเมตร กรณีปลูกกาแฟเป็นพืช เดี่ยว ปลูกระยะ 3x3 เมตร จะใช้ประมาณ 170-180 ต้นต่อไร่ หากปลูกแซม มะพร้าว ทุเรียน จะใช้ประมาณ 100 ต้นต่อไร่ โดยผลผลิตกาแฟโรบัสตาศรีสะเกษจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ของทุกปี มีการจัดทำมาตรฐานเมล็ดกาแฟตามมาตรฐาน สินค้าเกษตร ได้แก่ มาตรฐานเมล็ดกาแฟโรบัสตา ตาม มกษ. 5700/2552 และปัจจุบันกาแฟโรบัสตาศรีสะเกษ อยู่ในระหว่างการดำเนินการขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI)


51 ข้อมูลด้านการตลาด 1. กาแฟโรบัสตาศรีสะเกษ จะให้ผลผลิตในปีที่ 2 ของการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ประมาณ 40 ปี ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน ของทุกปี ผลผลิตรวมประมาณ 1,800 กิโลกรัม/ปี ผลผลผลิตเฉลี่ย 10 กิโลกรัม/ไร่/ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 22,500 บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 13,029 บาท/ไร่/ปี ราคากาแฟโรบัสต้า (ผลสด) ณ วันที่ 15 กันยายน 2564 อยู่ที่ 25 บาท/กิโลกรัม ถ้าเป็นผลกาแฟแห้ง ราคาอยู่ที่ 125 บาท/กิโลกรัม 2. สถานการณ์ด้านการตลาด ผลผลิตกาแฟโรบัสตา (ผลสด) จำหน่ายให้กับศูนย์วิจัย พืชสวนศรีสะเกษ โดยทางศูนย์นำผลผลิตไปแปรรูปเป็นกาแฟสด และนำไปวิจัยขยายต้นพันธุ์ต่อ 3. การแปรรูปกาแฟโรบัสตาสร้างแบรนด์กาแฟศรีสะเกษแบบครบวงจร โดยเน้นการ แปรรูปเป็นกาแฟสด ประมาณ ร้อยละ 80 ของผลผลิต ส่วนด้านการตลาดจะเน้นการขายทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ประมาณร้อยละ 20 สถานการณการผลิต เตรียมผลักดัน GI "กาแฟโรบัสต้า" สินค้า Future Crop สร้างรายได้เกษตรกร จังหวัด ศรีสะเกษ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า "กาแฟโรบัสต้า" นับเป็นสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายส่งเสริมพัฒนาการผลิตและการตลาดให้เป็นสินค้า สร้างรายได้แก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดโลก ซึ่งในปี 2563 กระทรวงเกษตรฯ โดยศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษกรมวิชาการเกษตรได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษดำเนินโครงการพัฒนา ระบบการผลิตกาแฟมาตรฐานและการแปรรูปสร้างแบรนด์กาแฟศรีสะเกษและโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน ผลิตกาแฟโรบัสต้าครบวงจร เพื่อให้จังหวัดศรีสะเกษเป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสต้าที่มีคุณภาพสูง มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค โดยเน้นการรวมกลุ่มเกษตรกรในการผลิต ประกอบกับได้รับการสนับสนุน องค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการแปรรูปสร้างแบรนด์กาแฟศรีสะเกษ ทางกลุ่มจึงมีแผน จะดำเนินการผลิตกาแฟโรบัสต้าแบบครบวงจร โดยจะเน้นการแปรรูปเป็นกาแฟสด ประมาณ ร้อยละ 80 ของผลผลิต ส่วนด้านตลาดจะเน้นการขายทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม


52 บทที่ 2 วิธีการดำเนินการศึกษา 2.1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ 2.1.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environmental Analysis : SWOT Analysis) ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1960 และต้นปี ค.ศ. 1970 Albert Humphrey จาก Stanford Research Institute ได้สร้างเครื่องมือที่ใช้ ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกขององค์กร และกระบวนการทำงานของธุรกิจในปัจจุบัน รวมไปถึงการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยจัดลำดับ ความสำคัญของสิ่งที่องค์กรต้องทำ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้ และประสบความสำเร็จ ตลอดจนเป็นการวิเคราะห์ เพื่อหาภาพรวม มุมมองของธุรกิจ เพื่อวางกลยุทธ์ ทิศทางขององค์กรในอนาคต และยังสามารถใช้ค้นหา ภัยคุกคามในตลาดได้อีกด้วย (The Wisdom Academy, 2565) ประกอบด้วย 2.1.1.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน เป็นการประเมินจุดแข็ง (Strengths : S) ซึ่ง หมายถึง ความสามารถขององค์กรที่ทำได้ดีและมีความโดดเด่น หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดความ แตกต่าง และสร้างข้อได้เปรียบที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบรรลุวัตถุประสงค์ และจุดอ่อน (Weaknesses : W) หมายถึง ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสียเปรียบในการแข่งขันของหน่วยธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย จุดแข็งและจุดอ่อนในด้านส่วนผสมการตลาด (Marketing Mix) คือเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถควบคุมได้ จุดแข็งและจุดอ่อน ด้านการเงิน ด้านการผลิต และด้านการตลาด ด้านการบริหารงาน และการจัดองค์กรเมื่อ ทราบจุดแข็ง และจุดอ่อนแล้วหน่วยธุรกิจควรแสวงหาโอกาสในการสร้างความแข็งแกร่ง โดยการพัฒนาจุดแข็ง ของตนให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด และต้องหาวิธีแก้ไขจุดอ่อนของตนต่อไป เพื่อนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ทาง การตลาด ซึ่งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาดนั้น จำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอก นอกจากนี้กลยุทธ์การตลาดจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบการวางแผน การตลาด ระบบการจัดองค์การ ระบบ การปฏิบัติการทางการตลาด ระบบควบคุมการตลาด และระบบข้อมูลทางการตลาด โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ใน การวิเคราะห์ได้แก่ McKinsey 7-S Framework แ น วคิ ด McKinsey 7-S Framework ถู ก คิ ด ค้ น โด ย Tom Peters แ ล ะ Robert Waterman ระหว่างดำรงตำแหน่งที่ McKinsey & Company ในปี ค.ศ. 1970 เพื่อประเมินสมรรถนะของ องค์กรในแต่ละมิติ อีกทั้งเป็นกรอบการพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในตลาดหรือองค์กร สำหรับการวางแผน กลยุทธ์ต่อไป โดยการหาจุดแข็งและจุดอ่อนจะพิจารณาปัจจัยหรือองค์ประกอบทั้ง 7 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย (1) กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง นโยบายหรือแนวทางที่กำหนดขึ้นจากการวางแผน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และการพิจารณา จุดแข็งและ จุดอ่อนของกิจการ โดยพิจารณาว่าองค์กรมีการกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนหรือไม่ และกลยุทธ์นั้น สร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรได้ดีหรือไม่ เป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรมีความแตกต่างจากคู่แข่งหรือไม่ (2) โครงสร้างองค์กร (Structure) หมายถึง ลักษณะโครงสร้างขององค์กรที่แสดง ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงขนาดการควบคุม การรวมและการกระจาย


53 อำนาจของผู้บริหาร โครงสร้างไม่ควรซับซ้อน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีความคล่องตัว ในการปฏิบัติงาน ไม่มีความซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งในหน้าที่ (3) รูปแบบ (Style) หมายถึง รูปแบบการบริหาร การทำงาน การสั่งงาน การควบคุม การ จูงใจพนักงานของผู้นำ เช่น มีการมอบอำนาจให้พนักงานสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง (Empowerment) ไม่จำเป็นต้องรอให้นายสั่งการ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิธีปฏิบัติในการบรรลุ เป้าหมายขององค์กร ผู้บริหารมีพฤติกรรมที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานหรือไม่ รูปแบบการบริหาร ของผู้บริหารสร้างความศรัทธาให้กับพนักงานภายในองค์กรหรือไม่ สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ให้เหมาะสม กับกลยุทธ์และผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งสามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมขององค์กรได้ส่วนหนึ่ง (4) บุ คลากร (Staff) ห มายถึง การบ ริห ารท รัพ ยากรบุ คคล (Human Capital Management) ขององค์กร เริ่มตั้งแต่การสรรหาคัดเลือก การพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึง การเกษียณ อายุ และรวมถึงหลังเกษียณอายุด้วย วิธีดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ โดยพิจารณาว่า มีการวางแผน ทรัพยากรบุคคลที่สนับสนุนต่อกลยุทธ์ขององค์กรหรือไม่ มีบุคลากรที่มีสมรรถนะเหมาะสม ต่อการเปลี่ยนแปลง หรือเป็นไปตามสมรรถนะที่องค์กรกำหนดไว้หรือไม่ (5) ทักษะ (Skills) หมายถึง ความรู้ ทักษะ พฤติกรรมของบุคลากรที่เหมาะกับกลยุทธ์ของ องค์กร แบ่งออกเป็นสมรรถนะทางด้านงานอาชีพ และสมรรถนะทางด้านพฤติกรรม ทั้งในรูปแบบ โดยรวมของ ส่วนบุคคลและของทีม เช่น ทักษะเฉพาะของสมาชิกในทีม ควรรู้ว่าสมาชิกในทีมมีความสามารถ หลักใดบ้าง เป็นต้น โดยพิจารณาว่ามีการวางระบบสมรรถนะความสามารถหรือไม่ ระบบสมรรถนะความสามารถนั้นมี ความสัมพันธ์กับกลยุทธ์ขององค์กรหรือไม่ (6) ระบบ (Systems) หมายถึง ระบบการปฏิบัติงานขององค์กรที่กระบวนการและลำดับ ขั้นการปฏิบัติงานทุกอย่างเป็นระบบ เช่น การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน มีความ ต่อเนื่องและสอดคล้องกันทุกระดับ ซึ่งต้องมีการพิจารณาการวางระบบต่าง ๆ ช่วยในการปฏิบัติงานหรือไม่ ระบบการปฏิบัติงานมีความสอดคล้องและสนับสนุนต่อโครงสร้างและกลยุทธ์ขององค์กรเป็นอย่างดีหรือไม่ และได้รับการจัดการและบำรุงรักษาอย่างเรียบร้อย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานของทีมงานหรือไม่ (7) ค่านิยมร่วม (Shared Values) หมายถึง การมีค่านิยมร่วมกันที่เป็นแนวทางของ พฤติกรรมของบุคลากรในองค์กร แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์กร โดยพิจารณาว่าค่านิยม ร่วมที่กำหนดขึ้นสนับสนุนและเอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กรหรือไม่ บุคลากรมีพฤติกรรม ที่สอดคล้องกับค่านิยมร่วมที่กำหนดหรือไม่ การละเลยค่านิยมร่วมอาจทำให้องค์กรอยู่ในภาวะเสี่ยงในการ แข่งขัน อาจไม่รู้สึกผูกพันกับบทบาทหน้าที่ของตนเอง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง 2.1.1.2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่มีอิทธิพล หรือผลกระทบต่อองค์กร เช่น คู่แข่ง ราคาวัตถุดิบ แนวโน้มตลาด เป็นต้น โดยทั่วไปหน่วยธุรกิจจะต้องติดตาม ตรวจสอบ ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมแบบมหภาค เช่น ด้านประชากรศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมือง กฎหมาย สังคม และวัฒนธรรม เป็นต้น และปัจจัยสภาพแวดล้อมแบบจุลภาค เช่น ผู้บริโภค คู่แข่ง ซัพพลาย เออร์ เป็นต้น ว่าจะมีผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในตลาดอย่างไร ดังนั้น หน่วยธุรกิจ จึงควร


54 กำหนดระบบข้อมูลด้านการตลาด เพื่อติดตามแนวโน้มและพัฒนาการที่สำคัญ เพื่อนำมาศึกษา และค้นหา โอกาสและความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในแนวโน้ม หรือพัฒนาการนั้น ๆ โดยโอกาส (Opportunities: O) หมายถึง การค้นพบโอกาสหรือคาดการณ์ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลดีต่อการ ดำเนินงาน ให้องค์กรมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้อให้การดำเนินงาน ขององค์กรบรรลุ วัตถุประสงค์ที่กำหนดเอาไว้ โดยโอกาสถือเป็นปัจจัยจากภายนอกที่เกิดขึ้นเอง และมักมีการ เปลี่ยนแปลงไป ตามกาลเวลา ในขณะที่อุปสรรคหรือภัยคุกคาม (Threats: T) หมายถึง การคาดการณ์ ผลกระทบเชิงลบที่เกิด จากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่มีแนวโน้มขัดขวางหรือเป็น ภัยคุกคามต่อการ ดำเนินงานขององค์กรในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป็นปัญหาต่อองค์กร เครื่องมือในการเคราะห์ ได้แก่ PESTEL (PESTEL Analysis) การวิเคราะห์ด้วย PESTEL เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก สำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดที่เราไม่สามารถควบคุมได้ คือ โอกาส อุปสรรคและภัยคุกคาม เครื่องมือนี้ช่วยให้นักวางแผนหรือนักกลยุทธ์วิเคราะห์ตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งโอกาสและภัยคุกคาม เพื่อใช้ประกอบในการจัดวาง กลยุทธ์ ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกดดันจากภายนอก (ปรีดี, 2565) หรือเป็นการมอง สถานการณ์ต่าง ๆ ในตลาดด้วยภาพมุมกว้างขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการวิเคราะห์ มีดังต่อไปนี้ (1) ปัจจัยทางการเมือง (Political Factors) ที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ เช่น นโยบายของภาครัฐ ความมั่นคงทางการเมือง การคอร์รัปชันทางการเมือง นโยบายการค้าระหว่างประเทศ นโยบายด้านภาษี กฎหมายแรงงาน ข้อจำกัดทางการค้า เป็นต้น (2) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors) ที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ เช่น แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยอัตราเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน เป็นต้น (3) ปัจจัยด้านสังคม (Social Factors) ที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ เช่น อัตราการ เติบโตของประชากร อายุเฉลี่ยของประชากร ทัศนคติต่อการทำงาน การใส่ใจในสุขภาพ ทัศนคติต่อการใช้ชีวิต วัฒนธรรม เป็นต้น (4) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technological Factors) ที่ส่งผลกระทบและโอกาส ต่อธุรกิจ เช่น นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การวิจัยและพัฒนา การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การรับรู้ในเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีอัตโนมัติ การเข้ามาของดิจิทัลและ AI เป็นต้น (5) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Factors) ที่ส่งผลกระทบและโอกาสต่อธุรกิจ เช่น สภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล สภาวะของโลก กฎระเบียบและนโยบาย ด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่ม NGO ต่าง ๆ เป็นต้น


55 (6) ปัจจัยด้านกฎหมาย (Legal Factors) ปัจจัยด้านกฎหมายที่ส่งผลกระทบ และโอกาส ต่อธุรกิจ เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น 2.1.2 TOWS Matrix เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างกลยุทธ์ใหม่จากสภาพแวดล้อม และสถานการณ์ ปัจจุบัน ขององค์กรที่มีการต่อยอดจาก SWOT Analysis ด้วยการจับคู่ระหว่างสภาพแวดล้อมภายใน (Internal Factors) และ สภาพแวดล้อมภายนอก (External Factors) ซึ่งในการวิเคราะห์สภาพภายในและ ภายนอกให้ครอบคลุมสามารถใช้ เครื่องมือ 2 เครื่องมือ ได้แก่ McKinsey 7-S Framework เพื่อวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายใน และเครื่องมือ PESTEL Analysis เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก หลังจากที่มีการ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก ได้จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคามจะนำข้อมูลทั้งหมดมา วิเคราะห์ในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเมตริกซ์ โดยใช้ตาราง TOWS Matrix เพื่อกำหนดทิศทางในการ พัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ซึ่งผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมดจะทำให้เกิด ประเด็นการพัฒนาเชิงรุก เชิงป้องกัน เชิงแก้ไข และเชิงรับ ทั้งนี้ การวิเคราะห์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ 1) SO ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น จุดแข็งและโอกาส มาพิจารณา ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดประเด็นการพัฒนาเชิงรุก 2) ST ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น จุดแข็งและภัยคุกคาม มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดประเด็นการพัฒนาเชิงป้องกัน 3) WO ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น จุดอ่อนและโอกาส มาพิจารณา ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดประเด็นการพัฒนาเชิงแก้ไข 4) WT ได้มาจากการนำข้อมูลการประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็น จุดอ่อนและภัยคุกคาม มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนำมากำหนดประเด็นการพัฒนาเชิงรับ ตารางที่ 17 การวิเคราะห์ TOWS Matrix ที่มา : คู่มือปฏิบัติงานการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์


56 2.1.3 ห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (Final Value Chain Thailand : FVCT) ห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (FVCT) คือ องค์ประกอบ กิจกรรม และ กระบวนการต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบตลอดกระบวนการการดำเนินงานที่จะสามารถ ส่งผล ต่อการบรรลุเป้าหมายแผนแม่บทย่อย (Y1) นั้น ๆ ได้ตามที่กำหนด และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการ ดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ (สำนักงานสภ าพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2566) ภาพที่ 12 ส่วนประกอบของห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย 2.1.4 BCG Economy Model เป็นแนวทางการพัฒนาที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ อย่างน้อย 5 เป้าหมาย ได้แก่ การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลาย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังสอดรับ กับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย 2.1.4.1 การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG การพัฒนาภายใต้สาขายุทธศาสตร์ คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุ และเคมี ชีวภาพ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ โดยเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความยั่งยืนของ ฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่


57 ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้ เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถ แข่งขันได้อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง ของโลก (สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติ, 2566) 1) แนวคิดการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อน BCG Model การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาส รายได้ และความเจริญไปสู่ ประชาชน ของประเทศอย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้เงื่อนไขการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งต้องอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปยกระดับผลิตภาพของผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่ฐาน ของปิรามิดด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนและนวัตกรรมการจัดการที่จะนำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise) ที่มีความพร้อมในส่วนยอดของปิรามิดให้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งเป้าสู่การเป็นประเทศที่เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยี (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, ม.ป.ป.) ภาพที่13 การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อน BCG Model 2) การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก 2.1) การสนับสนุนให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มมาปรับใช้ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและผลผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและยาที่เป็นต้นทุนหลัก และยังได้ผลิตผลที่ปลอดภัย ได้คุณภาพและปริมาณตรงความต้องการของตลาด สามารถนำผลผลิตมาแปรรูปให้มูลค่าสูงขึ้นได้


58 2.2) การสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น สารให้ความหวาน สารแต่งกลิ่นรส สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ อาหารเสริมสุขภาพ ช่วยดูด ซับ ผลผลิตเกษตรส่วนเกินในตลาด ลดปัญหาราคาตกต่ำในพืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ยาง และ ปาล์ม 2.3) การผลิตยาชีววัตถุ วัคซีน และชุดตรวจวินิจฉัยที่จำเป็นได้เองภายในประเทศ ทำให้ผู้ป่วย เข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่มีราคาแพงได้เพิ่มขึ้น และลดการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ 2.4) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่จากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม และระบบ บริหารสถานที่ท่องเที่ยว นำเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างเนื้อหาการท่องเที่ยว บริหารจัดการเส้นทาง และจำนวนนักท่องเที่ยว เกิดแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพแหล่งใหม่ ที่กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรองหรือชุมชน ท้องถิ่น 2.5) การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการแปลงของเสียให้เป็นรายได้สร้าง มูลค่าเพิ่ม ให้กับผู้ประกอบการเดิม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาปิดช่องว่างให้ การใช้ทรัพยากรของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2566) ภาพที่ 14 การสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจ BCG ในระดับต่าง ๆ 2.1.5 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) คือ แนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความ ต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ลิดรอนความสามารถในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นหลัง โดยการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (economic growth) ความครอบคลุมทางสังคม (social inclusion) และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (environmental protection) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 เป้าหมาย ประกอบไปด้วย 169 เป้าหมายย่อย (SDG Targets) ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน และกำหนดให้มี 247 ตัวชี้วัด เพื่อใช้ติดตามและ


59 ประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนา โดยสามารถจัดกลุ่ม SDGs ตามปัจจัยที่เชื่อมโยงกันใน 5 มิติ (5P) ได้แก่ (1) การพัฒนาคน (People) ให้ความสำคัญกับการขจัดปัญหาความยากจนและความหิวโหย และลดความ เหลื่อมล้ำในสังคม (2) สิ่งแวดล้อม (Planet) ให้ความสำคัญกับการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สภาพภูมิอากาศเพื่อพลเมืองโลกรุ่นต่อไป (3) เศรษฐกิจและ ความมั่งคั่ง (Prosperity) ส่งเสริมให้ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีและสอดคล้องกับธรรมชาติ (4) สันติภาพและความยุติธรรม (Peace) ยึดหลักการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ มีสังคมที่สงบสุข และไม่แบ่งแยก และ (5) ความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership) ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย ที่ครอบคลุมมิติการพัฒนาด้านการพัฒนาคน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สันติภาพและความยุติธรรม และความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา มีความสอดคล้องกับ แนวทางการพัฒนาของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล และเป็นกรอบในการจัดทำแผนการพัฒนาประเทศให้มีความสอดคล้องและบูรณการกัน เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมายหลัก และ 169 เป้าหมายย่อย มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน และมีความสอดคล้องกับ เป้าหมายระดับแผนย่อยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 23 ประเด็น ซึ่งหน่วยงานของรัฐสามารถ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการและแผนระดับที่ 3 ให้สามารถบรรลุได้ทั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทฯ ได้ในคราวเดียวกัน (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ, 2566) ภาพที่ 15 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 เป้าหมายเชื่อมโยงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์


60 2.1.6 การวิเคราะห์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) การวิเคราะห์ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร จะทำให้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริง (Inducement) และเข้าใจถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับ (Contribution) เพื่อให้องค์กรมีเป้าหมายในการสร้าง คุณค่า วางแผนดำเนินงาน ปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ ให้สามารถตอบสนอง ต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างตรงจุด มีขั้นตอนดังนี้ 1) ระบุว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยแบ่งออกเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน เช่น กลุ่มบุคคล องค์กร สถาบัน หรือ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางบวกและลบจากการตัดสินใจ/นโยบาย/โครงการ โดยแบ่ง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือ กลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบจากโครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางบวก หรือลบ เช่น ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได้ อาชีพ หรือกลุ่มผู้ใช้บริการ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการ ซึ่งอาจแบ่งเป็นเกี่ยวข้องโดยเงินทุน (เป็นผู้ออกทุน เช่น บริษัทคู่สัญญา ที่ได้รับสัมปทาน) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานผู้ดำเนินโครงการ (เช่น กระทรวง/ทบวง/กรม ผู้มีอำนาจ หน้าที่) หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นหน่วยงานอื่น ๆ ที่มิใช่เจ้าของโครงการโดยตรงแต่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของโครงการ หรือเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เช่น บุคคล หรือ NGOs หรือสถาบันการศึกษาที่ติดตามทำวิจัยเรื่องนั้นมาโดยเฉพาะ หรือ อาจเป็นกลุ่ม ที่ไม่เป็นทางการ เช่น นักการเมืองในท้องที่ ผู้นำชาวบ้าน ผู้อาวุโส ผู้นำทางศาสนา ฯลฯ อันเป็นบุคคล ที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเป็นผู้นำทางความคิด - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (Key Stakeholders) ได้แก่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความสำคัญ (Importance) หรือ มีบทบาทอำนาจ (Influence) ที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ 2) ระบุความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Want) คือ พวกเขามีความต้องการอะไรจาก องค์กรในกระบวนการนี้ 3) ระบุสิ่งที่เราได้ดำเนินการตอบสนองไปแล้ว ซึ่งเป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Got) และยังมีช่องว่างอะไรจากความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเราได้ดำเนินการตอบสนองไปแล้ว (Gap) 2.2 ขอบเขตการศึกษา ศึกษาและหาแนวทางหรือกลยุทธ์ ภายใต้การพัฒนาการเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีขอบเขตระยะเวลา 1 ปี ปีงบประมาณ 2567


61 2.3 วิธีการดำเนินการศึกษา 2.3.1 การเตรียมข้อมูลและวางแผนการดำเนินงาน โดยการสร้างความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สมาชิกในกลุ่มก่อนจะเริ่มกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ จัดลำดับ ความสำคัญของหัวข้อที่ต้องดำเนินการ และกำหนดผู้รับผิดชอบหลัก 2.3.2 การรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ การทบทวนเอกสาร แนวคิดและทฤษฎี แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ ในปีที่ผ่านมา 2.3.3 การวิเคราะห์ข้อมูล โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารจากและจากแหล่งต่าง ๆ จึงทำการสรุปผล การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพ และปัญหานำไปสู่การกำหนดประเด็นการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพ ปัญหาและโอกาสของพื้นที่ โดยคัดเลือกเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ ได้แก่ McKinsey 7-S Framework, PESTEL Analysis, SWOT Analysis และ TOWS Matrix ห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (Final Value Chain Thailand : FVCT) BCG Economy Model และเป้ าห มายการพั ฒ น าที่ ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การวิเคราะห์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Analysis) 2.3.4 การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ๋ของจังหวัดศรีสะเกษ


62 บทที่ 3 ผลการวิเคราะห์ 3.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการวิเคราะห์สภาพ แวดล้อมภายในและภายนอก ที่จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด โดยข้อมูล ที่ได้จากการวิเคราะห์จะนำมาเป็นพื้นฐานในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ตามเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในโดย McKinsey 7-S Framework ซึ่งจะวิเคราะห์ว่ามี จุดแข็ง จุดอ่อน อย่างไรในปัจจุบัน ทั้ง 7 ประการ ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ (Strategy) 2) โครงสร้างขององค์กร (Structure) 3) ระบบการปฏิบัติงาน (System) 4) บุคลากร (Staff) 5) ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill) 6) รูปแบบการบริหารจัดการ (Style) 7) ค่านิยมร่วม (Shared Values) ตารางที่18 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในโดย McKinsey 7-S Framework McKinsey 7-S Framework ข้อดี=จุดแข็ง : S ไม่ดี=จุดอ่อน : W 1. กลยุทธ์ (Strategy) 1. นโยบายทิศทางการขับเคลื่อน พัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ (เกษตรบูรณาการ) 2. การขับเคลื่อนสินค้าเกษตรที่เป็น อัตลักษณ์พื้นถิ่น 3. ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ตามความเหมาะสม ของพื้นที่ 4. มีแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตรทุก อำเภอ ถือเป็นช่องทางการ ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรอีกทาง หนึ่ง 1. แผนงานไม่ต่อเนื่อง 2. การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน 3. แรงงานภาคการเกษตรส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุ 4. สัดส่วนพื้นที่ชลประทานต่อพื้นที่ เกษตรกรรมค่อนข้างน้อย ทำให้ ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในบาง พื้นที่ 5. แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรยังไม่ได้ รับการพัฒนาอย่างจริงจัง 2. โครงสร้างขององค์กร (Structure) 1. มีแหล่งน้ำต้นทุน 2. สภาพพื้นที่จังหวัดเหมาะกับการ ทำการเกษตรที่หลากหลาย 3. ประชากรส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพเกษตรกรรม 4. มีสินค้าเกษตรเฉพาะถิ่น เช่น 1. ระบบชลประทานกระจายน้ำยังไม่ ครอบคลุม 2. ขาดการมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา แหล่งน้ำ 3. การรวมกลุ่มเกษตรกรไม่เข้มแข็ง ขาดอำนาจในการต่อรองซื้อขาย


63 McKinsey 7-S Framework ข้อดี=จุดแข็ง : S ไม่ดี=จุดอ่อน : W ทุเรียน (ภูเขาไฟ) ที่มีมูลค่าสูง แตกต่างจากสินค้าเกษตรทั่วไป 3. ระบบการปฏิบัติงาน (System) 1. มีการทำการเกษตรหลากหลาย รูปแบบ เช่น เกษตรแบบยังชีพ เกษตรแบบการค้า เกษตร ผสมผสานแบบประณีต วนเกษตร เกษตรปลอดสารพิษ เกษตรทฤษฎี ใหม่ เกษตรธรรมชาติ และเกษตร อินทรีย์ เป็นต้น สามารถ ตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย 2. มีเทคโนโลยี เครื่องจักรกลทาง การเกษตร เป็นเครื่องทุ่นแรงหรือ ทดแทนแรงงานคน และประหยัด เวลาในการทำเกษตรกรรม 1. เกษตรกรยังมีการใช้สารเคมีกำจัด ศัตรูพืช ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัว สินค้า ทั้งด้านคุณภาพและราคา 2. เกษตรกรเข้าสู่ระบบรับรอง มาตรฐานน้อย 3. ระบบการเกษตรส่วนใหญ่ยังพึ่งพา ธรรมชาติ 4. ขาดเทคโนโลยีและนวัตกรรม 4. บุคลากร (Staff) 1. มี Smart Farmer ต้นแบบที่ สามารถเป็นพี่เลี้ยงหรือเป็น แบบอย่างในการทำเกษตรกรรม ให้กับเกษตรกรได้ 2. มี Smart Officer ทุกสาขา 1. แรงงานภาคเกษตรส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ จึงไม่สามารถนำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาปรับใช้ในกระบวนการ ผลิตได้ 2. Smart Farmer/ Smart officer ยังมีน้อย 3. เกษตรกรขาดกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทำกิน ทำให้ไม่มีหลักประกันในการ หาเงินทุน และความไม่ยั่งยืนของ การประกอบอาชีพ 4. เกษตรกรขาดกำลังใจในการทำ การเกษตร เนื่องจากเป็นอาชีพ ที่มีรายได้ไม่แน่นอน 5. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill) 1. เกษตรกรมีประสบการณ์ในการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 2. เกษตรกรมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านในอาชีพของตนเอง 1. เกษตรกรไม่มีความรู้ที่ทันสมัย ในเรื่องการวางแผนการตลาดและ การบริหารจัดการผลผลิต (เกษตร อัจฉริยะ เกษตรแปรรูปเกษตร


64 McKinsey 7-S Framework ข้อดี=จุดแข็ง : S ไม่ดี=จุดอ่อน : W 3. มีแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่นในการ ประกอบอาชีพเกษตร ให้ศึกษา เรียนรู้ จำนวนมาก มูลค่าสูง) 2. เกษตรกรไม่สนใจพัฒนาความรู้ ใหม่ๆ หรือพัฒนาไม่ต่อเนื่อง 3. ขาดแรงจูงใจในการทำการเกษตร 6. รูปแบบการบริหาร จัดการ(Style) 1. มีผู้นำเกษตรกรในพื้นที่ 2. ให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการ กำหนดแนวทางพัฒนาในพื้นที่ 3. มีศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาเกษตรกร ทุกอำเภอ สะดวก ประหยัดทั้ง งบประมาณและเวลาในการรับ คำปรึกษา ฯลฯ 1. ขาดการบริหารจัดการข้อมูลด้าน การเกษตร 2. เกษตรกรได้รับข้อมูลข่าวสารล่าช้า ขาดการประสานงานในพื้นที่ 3. เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดการวาง แผนการผลิต การตลาด การบริหาร จัดการผลผลิตที่ดี 7. ค่านิยมร่วม (Shared Values) 1. มีประเพณีวัฒนธรรมพื้นถิ่น 1. คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอาชีพเกษตร ล้าหลังไม่มีเกียรติ 2. เกษตรกรไม่ยอมเปลี่ยนแนวคิด ยึดถือความคิดแบบเดิม ๆ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ 3.2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกโดย PESTEL Analysis ดังนี้ 3.2.1 ปัจจัยด้านการเมืองและกฎหมาย (Political Factors) เช่น นโยบายของรัฐ ระบบการปกครอง เสถียรภาพด้านการเมือง ความร่วมมือระหว่างประเทศ 3.2.2 ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors) เช่น การปรับอัตราภาษี อัตราดอกเบี้ย อัตราการจ้างงาน ภาวะทางเศรษฐกิจ 3.2.3 ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social cultural Factors) เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา ค่านิยม การบริโภคอุปโภค 3.2.4 ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technological Factors) เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร 3.2.5 ปัจจัยด้านกฎหมาย (Law/Legal Factors) เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค ระเบียบข้อบังคับด้านธุรกิจ 3.2.6 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Factors) เช่น สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ธรรมชาติ


65 ตารางที่ 19 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกโดย PESTEL Analysis PESTEL ส่งผลดี=โอกาส : O ส่งผลไม่ดี=อุปสรรค : T 1. ปัจจัยการเมืองและกฎหมาย (Political Factor) เช่น นโยบายของรัฐ ระบบ การปกครอง เสถียรภาพด้าน การเมือง ความร่วมมือ ระหว่างประเทศ 1. นโยบายและแผนพัฒนา ในระดับต่าง ๆ เอื้อต่อการ ประกอบอาชีพของเกษตรกร และสนับสนุนการขับเคลื่อน การดำเนินงานด้านเกษตรและ สหกรณ์ 2. นโยบายและมาตรการของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้าน อาหาร 1. การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการผลิต การตลาด และนโยบาย การพัฒนาภาคเกษตร 2. ความมั่นคงด้านชายแดน 3. กฎระเบียบทางการค้า กรอบนโยบายความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการ กีดกันทางการค้า 3. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors) เช่น การปรับอัตราภาษี อัตราดอกเบี้ย อัตราจ้างงาน ภาวะเศรษฐกิจ 1. สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น มีราคาสูงขึ้น 2. การปรับโครงสร้างหนี้ 3. ระบบการขนส่งมีการแข่งขันสูง 4. ช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น (Online) 1. ค่าแรงงานสูง 2. ต้นทุนการผลิตสูง 3. การนำเข้าสินค้าเกษตร จากต่างประเทศ 4. ระบบขนส่งสินค้าเกษตรไม่ครบ วงจร และไม่ครอบคลุมทั่วพื้นที่ จังหวัด 4. ปัจจัยด้านสังคมและ วัฒนธรรม (Social cultural Factors) เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา ค่านิยม การ บริโภคอุปโภค 1. ผู้บริโภคนิยมบริโภคอาหาร เพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น 2. ประชากรโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ความต้องการบริโภคสินค้า เกษตรเพิ่มขึ้น 3. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 1. แรงงานเกษตรเป็นผู้สูงอายุ 2. การเปลี่ยนแปลงสังคมเกษตร สู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น 3. คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอาชีพเกษตร ส่งผลให้ขาดแคลนแรงงานภาค เกษตร 5. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technological Factors) เช่น เครื่องจักรกลทาง การเกษตร เทคโนโลยี สารสนเทศ 1. นโยบายของรัฐในการขับเคลื่อน เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 2. การปลูกพืชตามหลักการ Zoning จะทำให้ผลผลิตมี ปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้น 3. มีงานวิจัยแลนวัตกรรมของ สถาบันการศึกษาที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต และสร้าง มูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร 1. การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปประยุกต์ใช้จะเกิดต้นทุน ที่สูงขึ้น 2. ขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีและ นวัตกรรม 3. ระบบขนส่งมีไม่ครบวงจร ครอบคลุมทั่วพื้นที่จังหวัด 4. เทคโนโลยีไม่ทันสมัย ล้าหลัง


66 PESTEL ส่งผลดี=โอกาส : O ส่งผลไม่ดี=อุปสรรค : T 6. ปัจจัยภายนอกด้านกฎหมาย (Law/Legal Factors) เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ระเบียบข้อบังคับด้านธุรกิจ 1. มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัด ระเบียบและควบคุมดูแลความ ปลอดภัย ความเป็นธรรม ให้ทั้ง ผู้ผลิตและผู้บริโภค เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานสินค้าเกษตรและ อาหาร กฎหมายเกี่ยวกับพืช สัตว์ วัตถุอันตราย และ พรบ. สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น 1. หน่วยงานที่กำกับดูแลด้าน อาหารปลอดภัยไม่เพียงพอ 2. กฎหมายการจ้างงาน 7. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Factors) เช่น สภาพภูมิอากาศ ภูมิ ประเทศ ธรรมชาติ 1. ชายแดนติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้าน 2. สภาพภูมิอากาศเหมาะสม 1. โรคระบาด คน/พืช/สัตว์ 2. ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อย 3. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ 4. เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของสภาวะ อากาศโลก ที่ยากต่อการ ควบคุม เป็นความเสี่ยงต่อภาค เกษตร 3.3 ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ SWOT Analysis, McKinsey 7-S Framework, PESTEL และ TOWS Matrix ดังนี้ 3.3.1 ประเด็นการพัฒนาเชิงรุก ได้แก่ กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร มูลค่าสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร โดยการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้า เกษตรปลอดภัย รวมถึงการแปรรูปที่ได้มาตรฐานและการเชื่อมโยงการตลาดอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่ อุปทาน เป็นการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ซึ่ง รวมถึงการพัฒนากำลังแรงงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร โดยพัฒนาบุคลากรภาครัฐ สถาบันเกษ ตรกร ตลอดจนแรงงานภาคเกษตรให้มีความรู้ และพัฒนาทักษะในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ และการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติผลผลิตพลอยได้หรือเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งสามารถทำได้ โดยเสริมสร้างความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร การแปรรูป และการใช้วัสดุ


67 เหลือใช้จากการเกษตร ตั้งแต่การดำเนินการในขั้นตอนต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเน้นด้านการผลิตสินค้าที่มี คุณภาพและมีมาตรฐานรองรับ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Economy Model และเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญสู่ภาคอุตสาหกรรมต่อไป 3.3.2 ประเด็นการพัฒนาเชิงแก้ไข ได้แก่ กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ยกระดับศักยภาพสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร มุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้และ กระบวนการทางความคิดของเกษตรกรเพื่อไปสู่การเป็นเกษตรกรมืออาชีพ (Smart Farmer) รวมทั้งสนับสนุน คนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร (Young Smart Farmer) และยกระดับศักยภาพเกษตรกรและสถาบัน เกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร (Start up) เกษตร โดยสร้างการรับรู้ในการแก้ไขปัญหา ผ่านการ สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย (easy knowledge) หรือด้วยภาพ ให้เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรสามารถเข้าถึง ความรู้ได้อย่างง่าย และเข้าใจสถานการณ์เพื่อพร้อมปรับตัวต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งส่งเสริมและ สนับสนุนการเข้าถึงงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาต่อยอดความคิดในการพัฒนาการผลิตไปสู่การแปร รูปขั้นต้น/ขั้นสูง เพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรให้มีขีดความสามารถเป็น ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรชั้นนำ ที่พร้อมสำหรับรองรับการแข่งขัน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย ในอนาคต 3.3.3 ประเด็นการพัฒนาเชิงป้องกัน ได้แก่ กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบ บูรณาการด้วยหลักธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญการสร้างผลงาน (Result) ตามแนวทางการพัฒนาเป็นหลัก บูรณาการหลายหน่วยงานโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานที่แตกต่างกันเฉพาะด้าน ปฏิบัติงาน ภายใต้เป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกัน ร่วมกันคิดร่วมกันทำโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน ให้บรรลุผลสำเร็จและ เป้าหมายของงานร่วมกันเสริมสร้างประสิทธิผลของการดำเนินงาน ทั้งในลักษณะของการทำงานข้ามหน่วยงาน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องมาร่วมในการทำงานกับภาครัฐในระบบ เครือข่าย (Network) เพื่อจัดทำแผนงาน/โครงการ เชื่อมโยงแหล่งงบประมาณ ผลักดันการพัฒนาภาคเกษตร อย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุกมิติทั้งระบบการปฏิบัติงาน การส่งเสริม การบริหาร จัดการ และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ มุ่งให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น 3.3.4 ประเด็นการพัฒนาเชิงรับ ได้แก่ กลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ecosystem) ด้าน การเกษตร มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศการเกษตรที่สนับสนุนการผลิต การแปรรูป การตลาด และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน ทั้งการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์เกษตร รวมทั้ง การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการเกษตรและเชื่อมโยงข้อมูลการสื่อสารข้อมูลด้านการเกษตรผ่านสื่อ ออนไลน์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่ ตลอดจนฟื้นฟูและอนุรักษ์ ทรัพยากรการเกษตรให้สมดุลและยั่งยืน


ตารางที่ 20 ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ SW TOWS สภาพแวดล้อมภายใน McKinsey 7-S Fram สภาพแวดล้อมภายใน 1. มีเกษตรกรต้นแบบที่มีประส 2. มีแนวทางการพัฒนาภาคกา 3. มีการส่งเสริมการทำเกษตรก 4. สภาพพื้นที่ ดิน ภูมิอากาศ การทำการเกษตร (S4) 5. ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที (S5) 6. เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกิจก ที่เอื้อเฟื้อต่อกัน (S6) 7. มีผู้นำเกษตรกรในพื้นที่ แล พัฒนาในพื้นที่ (S7) 8. มีแหล่งรับซื้อผลผลิตที่การเ 9. จังหวัดศรีสะเกษมีโรงงานแ มันสำปะหลัง ยางพารา (S9 10. มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลา 11. มีสินค้าเกษตรเฉพาะถิ่น เช่น สินค้าเกษตรทั่วไป (S11)


68 WOT Analysis, McKinsey 7-S Framework, PESTEL และ TOWS Matrix mework (Structure, Strategy, Systems, Skills, Styles, Staffs, Shared value สบการณ์ในการทำเกษตรกรรมยั่งยืน (S1) ารเกษตรของจังหวัด (S2) กรรมยั่งยืน การเพิ่มมูลค่า และการตลาด (S3) และแหล่งน้ำต้นทุนของจังหวัดเหมาะสมกับ ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก กรรมภาคการเกษตรที่หลากหลาย มีเครือข่าย ละเกษตรกรมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทาง กษตรหลากหลายรูปแบบ (S8) แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรหลัก เช่น ข้าว 9) กหลาย (S10) น ทุเรียน (ภูเขาไฟ) ที่มีมูลค่าสูง แตกต่างจาก 1. แรงงานภาคการเกษตรเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจ อาชีพเกษตร (W1) 2. เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาตนเอง พัฒนาความรู้ไม่ ต่อเนื่อง (W2) 3. เกษตรกรขาดองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมและการ แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า (W3) 4. กลุ่มหรือสถาบันเกษตรกรยังขาดความรู้และทักษะในการบริหาร จัดการธุรกิจ(W4) 5. เกษตรกรไม่เปลี่ยนแนวคิด ยึดถือความคิดแบบเดิม ๆ ไม่ประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ (W5) 6. สภาพดินเพื่อทำการเกษตรขาดความอุดมสมบูรณ์ (W6) 7. เกษตรกรปลูกพืชไม่เหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่ (W7) 8. เกษตรกรส่วนใหญ่มีรายได้น้อย จึงต้องการรับการสนับสนุนจาก ภาครัฐ (W8) 9. การผลิตทางการเกษตรเป็นแบบรายย่อย (นาครั้งเดียว) เกษตรกรย้าย ถิ่นฐานการทำงานเป็นประจำ (W9) 10. การบริหารจัดการน้ำยังไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ยังมีปัญหา อุทกภัย และภัยแล้งซ้ำซาก (W10) 11. ระบบชลประทานเพื่อการเกษตรไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แหล่งกักเก็บ น้ำยังไม่สมดุลกับความต้องการของเกษตรกร แหล่งน้ำเพื่อการ อุปโภคบริโภคยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ (W11)


TOWS สภาพแวดล้อมภายใน McKinsey 7-S Fram PESTEL 1. ผู้บริโภคนิยมบริโภคสินค้าเกษตรปลอดภัยและสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพิ่มขึ้น (O2) 2. วิกฤตความมั่นคงทางด้านอาหาร (O3) 3. กระแสนิยมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (O4) 4. เทคโนโลยีเพื่อช่วยวางแผนผลิตการเกษตรมีความก้าวหน้าขึ้น เช่น Agri – map (O5) 5. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือกฎระเบียบการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการควบคุมเรื่องการใช้สารเคมีมีความเข้มงวดมากขึ้น (O6) 6. นโยบายส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคเกษตรในรูปแบบประชารัฐ (O7) 7. ประชากรโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น (O8) 8. ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเกษตรกรหรือแหล่งผลิตได้โดยตรงผ่านสื่อออนไลน์ (O9) S&O ประเด็นการพัฒนาเชิงรุก กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพกา 1. สอดคล้องกับความต้องการขอ 2. ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร (S4, 8, 9 + O5) 3. ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสิ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (S6,11 4. ส่งเสริมให้กลุ่ม/สถาบันเกษต ร่วมกัน (S10 + O4) 1. กระแสทุนนิยมที่รุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีแนวโน้มขายที่ทำกิน มี แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน โดยปลูกพืชไม่เหมาะสมกับพื้นที่ (T1) 2. ราคาปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรสูงขึ้น (T2) 3. กระแสวัตถุนิยมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ หนี้สินเพิ่มขึ้น (T3) 4. การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาภัยธรรมชาติ ที่ยากต่อการ ควบคุม เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง และโรคระบาดอุบัติใหม่เกิดขึ้น ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ส่งผลต่อการผลิตและผลผลิตทางการเกษตร (T4) 5. ปัญหาลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน (T5) 6. การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ยังมีต้นทุนที่สูงขึ้น (T6) S&T ประเด็นการพัฒนาเชิงป้อ กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพกา ธรรมาภิบาล 1. เสริมสร้างความเข้มแข็งของเค วิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาปร T3, 1) 2. จัดทำระบบสารสนเทศเพื่อกา 3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร (S2 + T5) 4. จัดทำแผนงาน/โครงการ เชื่อ ภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ ค 5. ส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ + T6)


69 mework (Structure, Strategy, Systems, Skills, Styles, Staffs, Shared value ก ารผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง องตลาด(S1, 3, 5 + O2, 6) รและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร นค้าเกษตร และสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัด + O7) ตรกรมีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร W&O ประเด็นการพัฒนาเชิงแก้ไข กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และ สถาบันเกษตรกร ยกระดับศักยภาพสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร 1. พัฒนาระบบเตือนภัยและฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้มีความ ถูกต้องทันสมัย (W5 + O5) 2. พัฒนา/ปรับปรุงพื้นที่ชลประทานและระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อ การเกษตร ให้กระจายสู่พื้นที่เกษตรกรรมได้เต็มศักยภาพ (W11 + O1) 3. พัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้านการตลาดออนไลน์(W2, 5 + O2, 5, 8) 4. พัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้านบัญชีต้นทุน บัญชีครัวเรือน (W4 + O1, 9) องกัน ารบริหารจัดการแบบบูรณการด้วยหลัก ครือข่ายเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร/ ะสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (S1, 6, 7 + ารผลิตสินค้าเกษตรของจังหวัด (S2 + T4) จัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลแบบบูรณาการ มโยงแหล่งงบประมาณเพื่อผลักดันการพัฒนา รบวงจร (S10 + T1) ข็งเพื่อบริหารจัดการผลผลิตสินค้าเกษตร (S2 W&T ประเด็นการพัฒนาเชิงรับ กลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ecosystem) ด้านการเกษตร 1. การใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่เกษตรกร สอดคล้องกับยุค ดิจิทัล (W1, 2, 3, 4, 8, 9, 10 + T6) 2. ปรับปรุงคุณภาพดินและการแพร่กระจายน้ำในไร่นานอกเขต ชลประทานให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร (W5, 6, 10, 11 + T2, 4) 3. ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่ (W7 + T2) 4. ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรการเกษตรให้สมดุลและยั่งยืน (W6 + T4) 5. การสื่อสารข้อมูลด้านการเกษตรผ่านสื่อออนไลน์ให้เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่ (W5 + T2, 3, 4)


70 3.4 ผลการวิเคราะห์กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ (Stakeholder Analysis) 3.4.1 กลไกภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งตามกลุ่มภารกิจออกเป็น 3 กลุ่ม และกลุ่มส่วนราชการที่ไม่อยู่ภายใต้กลุ่มภารกิจตามกฎกระทรวง จำนวน 1 กลุ่ม ทั้งการบริหารส่วนกลาง และส่วนพื้นที่ ดังนี้ 3.4.1.1 กลุ่มที่ 1 กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการ และกรมหม่อนไหม 3.4.1.2 กลุ่มที่ 2 กลุ่มภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม 3.4.1.3 กลุ่มที่ 3 กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ 3.4.1.4 กลุ่มส่วนราชการที่ไม่อยู่ภายใต้กฎกระทรวงว่าด้วยกลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 3.4.1.5 รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตร แบ่งเป็น 1) รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย องค์การสะพาน ปลาองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร และองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 2) องค์การมหาชนประกอบด้วย 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3.4.2 กลไกภายนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ 1) เกษตรกรภายในจังหวัดศรีสะเกษ 2) กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ 3) กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัด 4) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ สถาบันการศึกษา 5) กลุ่มผู้บริโภค/ประชาชนทั่วไป 6) ภาคเอกชน/ผู้ประกอบการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในจังหวัด ศรีสะเกษ 7) สถาบันเกษตรกร (วิสาหกิจชุมชุม/กลุ่มเกษตรกรต้นแบบ/กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร/ปราชญ์ ชาวบ้าน) 8) สถาบัน/ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร (การเพาะปลูก แปรรูป และช่องทางการจัดจำหน่าย)


71 3.5 ผลการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับแนวคิดการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Economy Model ประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ด้านการเกษตร ภาพที่ 16 ความเชื่อมโยง BCG Economy Model จังหวัดศรีสะเกษ จะพัฒนาในด้านการเกษตร ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) ด้านการเกษตรของประเทศไทย ในเรื่อง อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรใช้ในการ พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติผลพลอยได้หรือเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรอย่าง คุ้มค่าและยั่งยืน ซึ่งสามารถทำได้โดยเสริมสร้างความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทาง การเกษตร เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เกษตรปลอดภัย เกษตรแม่นยำ การแปรรูป และการใช้วัสดุ เหลือใช้จากการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในพื้นที่ ได้แก่ หอมแดงอินทรีย์ซึ่งได้รับการรับ การจดทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึง ปลายน้ำ โดยเน้นด้านการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานรองรับ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการผลิตด้านการเกษตร เช่น ระบบชลประทาน ตลอดจนระบบ สารสนเทศและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต เชื่อมโยง ห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตร ที่เน้นการบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 3.6 ผลการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทย (Value Chain Analysis) จังหวัดศรีสะเกษมีการ พัฒนาทางด้านเกษตรและค้าขายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเพาะปลูก รวมถึงมีอาณา เขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน ยางพารา หอมแดง พริก กระเทียม ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีพืชเศรษฐกิจใหม่ที่จังหวัด มุ่งพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเฉพาะถิ่น ได้แก่ กาแฟ และสมุนไพร โดยสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมีศักยภาพ (Champion product) ในจังหวัดศรีสะเกษ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน หอมแดง และพริก


72 การพัฒนาด้านเกษตรควรพัฒนาครบทั้งห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ประกอบด้วยต้นน้ำ เป็นการพัฒนาสินค้า เกษตรให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน กลางน้ำ นำนวัตกรรมเข้ามามีส่วนสนับสนุนให้สินค้าเกษตรผลิตได้ตรง กับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และปลายน้ำ นำการตลาดมาประชาสัมพันธ์ให้สามารถขายสินค้าเกษตร อย่างแพร่หลาย เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ การพัฒนาด้านเกษตรเน้นการพัฒนาการเกษตร ปลอดภัย เกษตรยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 3.7 ผลการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : Sustainable Development Goals (SDGs) ประเด็นการพัฒนา เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs 1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่า สูง เป้าหมายที่ 3 คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมนวัตกรรม เป้าหมายที่ 11 การตั้งถิ่นฐานมีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 รูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน 2. การยกระดับศักยภาพเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรสู่ ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย เกษตรกรรมที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 4 สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมนวัตกรรม เป้าหมายที่ 11 การตั้งถิ่นฐานมีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 รูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน 3. การสร้างความเข้มแข็งให้กับ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย เกษตรกรรมที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 3 คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและ ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมายที่ 4 สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 รูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและผลกระทบ


73 ประเด็นการพัฒนา เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบ นิเวศทางบกอย่างยั่งยืน 4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ecosystem) ด้านการเกษตร เป้าหมายที่ 13 ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและผลกระทบ เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบ นิเวศทางบกอย่างยั่งยืน


74 บทที่ 4 แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ 4.1 วิสัยทัศน์ (Vision) “เมืองเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรมูลค่าสูง สืบสานอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรกรเข้มเเข็ง ภาคเกษตรยั่งยืน” 4.2 พันธกิจ (Mission) 1) พัฒนาศักยภาพการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรปลอดภัย คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์พื้นถิ่นต่อยอดในเชิง พาณิชย์ด้วยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน 2) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เหมาะสม (appropriate technology) สร้างความมั่นคงอาหาร ควบคู่ไปกับภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) ยกระดับการเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตรมืออาชีพสามารถเพิ่มผลิต ภาพการผลิตภาคเกษตรให้สูงขึ้นอย่างมีส่วนร่วม 4) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเกษตรให้เพียงพอและบริหารจัดการ ทรัพยากรการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด 5) เชื่อมโยงเครือข่ายและบูรณาการการทำงานด้านการเกษตรและสหกรณ์สร้างความเข้มแข็งในระดับ ฐานรากให้สามารถพึ่งตนเองและลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน 4.3 ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรและเกษตรแปรรูปเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 4 ต่อปี (ในปี 2570) 2) รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเกษตรไม่ต่ำกว่า 484,185 บาทต่อครัวเรือนต่อปี(ในปี 2570) 3) พื้นที่เกษตรกรรมได้รับการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินให้เกิดความสมดุลและ ยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 10 ล้านไร่ (ในปี 2570) 4) ลดการใช้สารเคมีในพื้นที่เกษตร จำนวน 1,470,000 ไร่ (ในปี 2570) 4.4 เป้าประสงค์หลักการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ (Goal) 1) สินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดได้รับการพัฒนาศักยภาพการผลิตและมีคุณภาพได้มาตรฐานสามารถ ผลักดันในเชิงธุรกิจได้ 2) เกษตรกรมีการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มมูลค่า แล การตลาด 3) เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาชีพมั่นคง และรายได้จากทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 4) ทรัพยากรทางการเกษตรมีการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่าและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


75 4.5 ประเด็นการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ (Strategic Issue) 4.5.1 ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป้าหมาย เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP และเกษตรอินทรีย์) และสินค้าเกษตรที่ได้รับความคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) หรือ GI และมีการ พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรได้รับการรับรองมาตรฐาน และมีการเชื่อมโยงการตลาดอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) ผลผลิตสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 2) ผลผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 3) อัตราการขยายตัวของมูลค่าของสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (เฉลี่ยร้อยละ) 4) อัตราการขยายตัวของมูลค่าของสินค้าเกษตรปลอดภัย (เฉลี่ยร้อยละ) 5) จำนวนเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร ได้เรียนรู้ตามแนวทางการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย (ราย/กลุ่ม) 6) จำนวนเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน (ราย/กลุ่ม) แนวทางการพัฒนา 1) การเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและ คุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าเกษตรที่ได้รับความคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน 2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยที่ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ให้ได้การรับรองมาตรฐาน ตามระบบการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สอดคล้องกับความ ต้องการของตลาด โดยพัฒนาองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกร โครงการสำคัญ 1) โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้ได้การรับรองมาตรฐาน GAP และการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า 2) โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟโรบัสตาศรีสะเกษแบบครบวงจร และพัฒนาให้เป็นกาแฟ คุณภาพสูง 3) โครงการส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพรสู่มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย 4) โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรทำการเกษตรที่ได้มาตรฐานสอดคล้อง กับความต้องการของตลาด 5) โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 6) โครงการเชื่อมโยงแหล่งงบประมาณเพื่อผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นระบบครบวงจร 7) โครงการส่งเสริมให้กลุ่ม/สถาบันเกษตรกรมีการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร


76 4.5.2 ประเด็นการพัฒนาที่ 2การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ยกระดับศักยภาพสู่ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรเป้าหมาย สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเป้าหมาย) มีความเข้มแข็งในระดับ มาตรฐานเพิ่มขึ้น มีการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญตามแผนการผลิต เกษตรกรทำการเกษตรได้เหมาะสมตาม ศักยภาพของพื้นที่ มีกลไกการจัดการปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ในมิติต่าง ๆ ได้รับ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมและนำไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer และ Young Smart Farmer บริหารจัดการฟาร์มและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อลดต้นทุน ลดการ สูญเสีย ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการส่งสินค้า ตลอดจนเตรียมความพร้อมการเข้าสูงการเป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจเกษตร เสริมทักษะการให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรนำไปสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรมือ อาชีพรองรับการเกษตรสมัยใหม่ ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทานด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน/กลุ่มแปรรูปสินค้าทางการเกษตรเพิ่มขึ้น (กลุ่ม) 2) จำนวนแปลง/สถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย (Food Safety) (แห่ง) 3) ชนิดสินค้าเกษตรที่ได้รับการปรับเปลี่ยนตามการผลิตสินค้าในพื้นที่ไม่เหมาะสม (ชนิด) 4) จำนวนสหกรณ์การเกษตรชั้นหนึ่งตามเกณฑ์การจัดระดับความเข้มแข็งสหกรณ์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 50 ภายในปี 2570 5) จำนวนผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ปีละ 15 ราย แนวทางการพัฒนา 1) การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ที่เหมาะสม กับพื้นที่และเป็นที่ยอมรับของตลาด และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าในพื้นที่ ไม่เหมาะสม 2) ส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีทักษะการให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ประกอบการแห่งอนาคต 3) สนับสนการผลิตสินค้าเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรที่สำคัญของ จังหวัด รวมทั้งทักษะด้านช่องทางการตลาดและช่องทางออนไลน์ 4) สนับสนุนองค์ความรู้ด้านบัญชีต้นทุน บัญชีครัวเรือนและเชิงธุรกิจ รวมทั้งการเข้าถึง แหล่งเงินทุนและแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร โครงการสำคัญ 1) โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่ เกษตรกร สอดคล้องกับยุคดิจิทัล 2) โครงการระบบเตือนภัยและฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้มีความถูกต้องทันสมัย 3) โครงการพัฒนา/ปรับปรุงพื้นที่ชลประทานและระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร


77 ให้กระจายสู่พื้นที่เกษตรกรรมได้เต็มศักยภาพ 4) โครงการพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ 5) โครงการพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้านบัญชีต้นทุน บัญชีครัวเรือน 6) โครงการฟาร์มแพะ-แกะ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 7) สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ด้านโคเนื้อ 8) การจัดเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 4.5.3 ประเด็นการพัฒนาที่ 3การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการแบบบูรณการด้วยหลักธรรมาภิบาล เป้าหมาย จังหวัดศรีสะเกษเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบบูรณการด้วยหลักธรรมาภิบาลตามแนว ทางการพัฒนา มุ่งให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ความสำคัญการสร้างผลงาน (Result) บูรณาการทุกภาค ส่วนในระบบเครือข่าย (Network) มีการเชื่อมโยงการดำเนินงานทุกมิติทั้งระบบการปฏิบัติงาน การส่งเสริม การบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากรภาครัฐหลายหน่วยงานโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของแต่ละ หน่วยงาน รวมทั้งแหล่งงบประมาณ ผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นระบบให้เกิดการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบให้มีความทันสมัย ถูกต้อง และเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) จัดทำแผนงาน/โครงการเพื่อผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรของจังหวัดอย่างเป็นระบบ (แผน) 2) ปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป (ฉบับ) 3) บุคลากรการเกษตรของจังหวัดได้รับการพัฒนาให้เป็นมืออาชีพพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล (ราย) แนวทางการพัฒนา 1) การจัดทำแผนงาน/โครงการ เชื่อมโยงแหล่งงบประมาณเพื่อผลักดันการพัฒนาภาค เกษตรของจังหวัดทุกมิติอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการพัฒนาการผลิต ด้านบริหารจัดการ ทรัพยากรเพื่อการผลิต ด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ 2) การทบทวน ยกเลิก ปรับปรุง แก้ไขกฎระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ หรือกฎหมายที่ ล้าสมัยหรือหมดความจำเป็น โดยพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ เปลี่ยนแปลง 3) การพัฒนาบุคลากรการเกษตรเพื่อพัฒนาให้เป็นมืออาชีพตามภารกิจ พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลง รวมทั้งพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนา บุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล 4) การใช้ข้อมูลที่สำคัญอย่างรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายนอก (External Factor) และปัจจัย ภายใน (Internal Factor) ในการสร้างแผนงานและที่สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของ


78 จังหวัดการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ ภาครัฐรูปแบบสถาบัน โครงการสำคัญ 1) โครงการจัดทำระบบสารสนเทศเพื่อการผลิตสินค้าเกษตรของจังหวัด 2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลแบบบูรณการ 3) โครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งเพื่อบริหารจัดการผลผลิตสินค้าเกษตร 4) โครงการพัฒนาฝีมือแรงงานภาคการเกษตรอย่างมีศักยภาพ เอื้อต่อการเพิ่มผลผลิต และ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน 4.5.4 ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ecosystem) ด้านการเกษตรและ บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เป้าหมาย เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศการเกษตร ที่สนับสนุนการผลิต การแปรรูป การตลาด และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน ทั้งการเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตรด้วยงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการเกษตร โดยส่งเสริมการ วิจัยและพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย การสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงทางการ เกษตร รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการเกษตรและเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตลอดจน การพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ให้ทันสมัย เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างทั่วถึงและ มีความสะดวกการพัฒนาระบบติดตามเฝ้าระวังและวางระบบเตือนภัย และ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) ปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (ล้าน ลบ.ม.) 2) จำนวนพื้นที่ชลประทานที่เพิ่มขึ้น (ไร่) 3) จำนวนพื้นที่รับประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น (ไร่) 4) จำนวนที่ดินที่ได้รับการบริหารจัดการ (ไร่) 5) จำนวนกลุ่ม/สถาบันเกษตรกรที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร 6) สัดส่วนงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร ถูกนำ ไปใช้ประโยชน์ / ต่อยอด เชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2570 7) มีระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรของจังหวัดจำนวน 1 ระบบ แนวทางการพัฒนา 1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกและเอื้อต่อการบริหารจัดการสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ตลอดโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและ นวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ภาคการเกษตร 2) ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคสินค้าเกษตรที่รักษาระบบนิเวศและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ให้เกิดการเข้าถึงอาหารที่มีอย่างเพียงพอ


79 สำ หรับการบริโภค อาหารมีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมตามความ ต้องการตามวัยเพื่อการมีสุขภาวะที่ดี รวมทั้งการมระบบการผลิตที่เกื้อหนุน รักษาความ สมดุลของระบบนิเวศและความคงอยู่ของฐานทรัพยากรอาหารทางธรรมชาติของจังหวัด 3) ส่งเสริมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Zero Waste) โดยการบริหารจัดการของเสีย / ขยะจากฟาร์ม / แปลงเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อหยุดการ เผาและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ อย่างคุ้มค่า โดยนำกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ผลผลิต ของเหลือ หรือผลพลอยได้ทางการเกษตรมาใช้เป็นพลังงาน ทดแทน เป็นต้น 4) โครงการสำคัญ 1) โครงการศึกษาแนวทางการจัดการขยะอาหารอย่างบูรณาการและพัฒนาศักยภาพการจัดขยะ อาหาร ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน 2) โครงการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (laser land leveling) 3) โครงการปรับปรุงคุณภาพดินและการแพร่กระจายน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานให้ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร 4) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำในพื้นที่เกษตรบูรณาการ 5) โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสมตามศักยภาพของพื้นที่ 6) โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรการเกษตรให้สมดุลและยั่งยืน 7) โครงการสื่อสารข้อมูลด้านการเกษตรผ่านสื่อออนไลน์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่


ประเด็นการพัฒนาด้านการเกษตรของจังหวัด แผนที่แสดงความสอดคล้องของแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดศรีสะเก แผนระดับ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เป้าหมาย ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ประเด็น การเกษตรสร้างมูลค่า ประเด็นย่อย เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษต แผนระดับ 2 (ให้กรอก เฉพาะแผนที่ สอดคล้อง แต่ อย่างน้อยต้อง ระบุความ สอดคล้องกับ แผนแม่บทฯ และแผนพัฒนา เศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การเกษตร • เป้าหมายประเด็นของแผนแม่บทฯ ผลิตภัณฑ์มวลรวมใน ประเทศในสาขาเกษตรเพิ่มขึ้น • แผนย่อยของแผนแม่บทฯ เกษตรปลอดภัย - เป้าหมายแผนย่อย สินค้าเกษตรปลอดภัยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น แนวทางการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ชุมชน ท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ ให้สามารถผลิตสินค้าเกษตรและ อาหารที่มีคุณภาพมาตรฐาน แผนการ • เรื่อง/ประเด็นกา อย่างมีส่วนร่วม • ประเด็นการยกระ - การสร้างเกษตร แผนระดับ 3 (ให้กรอก เฉพาะแผนที่ สอดคล้อง แต่ อย่างน้อยต้อง ระบุความ สอดคล้องกับ แผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ “ดินแดนเกษตรปลอดภัย การค้า และการท่องเที่ยวครบวงจร” ประเด็นการพัฒนา 1. ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรสู่ มาตรฐานอย่างครบวงจร 2. ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการ แผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนื “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประเด็นการพัฒนา 1. พัฒนาภาคเกษตรไปสู่เกษตรสมัยใหม่เพื่อต่อ เศรษฐกิจชีวภาพ 2. บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอเพื่อรับรองการพัฒ 3. พัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นไปสู่มาตรฐานสากลเพื่


80 ษ (พ.ศ. 2566-2570 ) กับแผน 3 ระดับ ตรอัจฉริยะ รปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ารปฏิรูป ความเท่าเทียมและการเติบโต ะดับรายได้และคุณภาพชีวิตในระดับบุคคล รมูลค่าสูง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ • หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้า เกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง - เป้าหมายการพัฒนา มูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปสูงขึ้น -แนวทางการพัฒนาการยกระดับขีดความสามารถของ เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร นือ ง” ยอดไปสู่ ฒนา พื่อสร้าง แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากร การเกษตรยั่งยืน” 1. สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบัน เกษตรกร 2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐาน แผนปฏิบัติการด้านการ ขับเคลื่อนการพัฒนา ประเทศไทยด้วยโมเดล เศรษฐกิจ BCG “เศรษฐกิจเติบโตอย่างมี คุณภาพและยั่งยืน ประชาชน มีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี


แผนพัฒนา จังหวัด แผน กระทรวง 5 ปี และแผน BCG) ท่องเที่ยวและกีฬาสู่ความเป็นเลิศ 3. พัฒนาเมืองน่าอยู่ สู่คุณภาพชีวิต ประชาชนในทุกมิติ 4. อนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 5. เสริมสร้างความมั่นคงและการค้า ชายแดนเชื่อมโยงอาเซียน เศรษฐกิจในชุมชน 4. พัฒนาเมืองเศรษฐกิจพิเศษและเมืองชายแดน ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5. พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและแหล่งท่องเที่ ได้มาตรฐาน 6. ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ได้มาตรฐานและแก้ปั ยากจนให้กับผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อ สังคม สาระสำคัญ แผนพัฒนา การเกษตรและ สหกรณ์ของ จังหวัด เป้าหมายการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด “เมืองเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรมูลค่าสูง สืบสานอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรกรเข้มเเข็ง ภาคเกษตรยั่งยืน” ประเด็นการ พัฒนาด้าน การเกษตรและ สหกรณ์ของ จังหวัด 1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ แปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 2. กลยุทธ์การสร้างความเข้มแข็งให้กับ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบัน เกษตรกร ยกระดับศักยภาพสู่ ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร โครงการ สำคัญ 1. โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิต หอมแดงให้ได้การรับรองมาตรฐาน GAP และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า 1. โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน เกษตรกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแล นวัตกรรมให้แก่เกษตรกร สอดคล้องกับ


81 รวมทั้งพื้นที่ ยวชุมชนให้ ปญหาความ มล้ำทาง สินค้าเกษตร 3. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วย เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4. บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลและยั่งยืน 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ รักษาและฟื้นฟูฐาน ทรัพยากรจากความ หลากหลาย ทางชีวภาพ ให้มีคุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ ความรู้ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม” การยกระดับการพัฒนา อุตสาหกรรมภายใต้ เศรษฐกิจ BCG ให้สามารถ แข่งขันได้อย่างยั่งยืน ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1.อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรและเกษตรแปรรูปเพิ่มขึ้นไม่ น้อยกว่าร้อยละ 4 ต่อปี (ในปี 2570) 2. รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเกษตรไม่ต่ำกว่า 484,185 บาทต่อครัวเรือนต่อปี (ในปี 2570) 3. พื้นที่เกษตรกรรมได้รับการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินให้เกิดความสมดุล และยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 10 ล้านไร่ (ในปี 2570) 4.ลดการใช้สารเคมีในพื้นที่เกษตร จำนวน 1,470,000 ไร่ (ในปี 2570) 3. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบ บูรณการด้วยหลักธรรมาภิบาล 4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ecosystem) ด้านการเกษตร ละ บ 1. โครงการจัดทำระบบสารสนเทศเพื่อการผลิต สินค้าเกษตรของจังหวัด 2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 1. โครงการศึกษาแนวทางการจัดการ ขยะอาหารอย่างบูรณาการและ พัฒนาศักยภาพการจัดขยะอาหาร


2. โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟโรบัสตา ศรีสะเกษแบบครบวงจร และพัฒนา ให้เป็นกาแฟคุณภาพสูง 3. โครงการส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพร สู่มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย 4. โครงการส่งเสริมให้เกษตรกรและ สถาบันเกษตรกรทำการเกษตรที่ได้ มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการ ของตลาด 5. โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้า เกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สินค้าเกษตร 6. โตรงการเชื่อมโยงแหล่งงบประมาณ เพื่อผลักดันการพัฒนาภาคเกษตร อย่างเป็นระบบ ครบวงจร 7. โครงการส่งเสริมให้กลุ่ม/สถาบัน เกษตรกรมีการบริหารจัดการ ทรัพยากรการเกษตร ยุคดิจิทัล 2. โครงการระบบเตือนภัยและฐานข้อมูล สารสนเทศการเกษตรให้มีความถูกต้อง ทันสมัย 3. โครงการพัฒนา/ปรับปรุงพื้นที่ ชลประทานและระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตร ให้กระจายสู่พื้นที่เกษตรกรรมได้เต็ม ศักยภาพ 4. โครงการพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้า การตลาดออนไลน์ 5. โครงการพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ด้า บัญชีต้นทุน บัญชีครัวเรือน 6. โครงการฟาร์มแพะ-แกะ เพื่อเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขัน 7. สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ด้านโคเนื้อ 8. การจัดเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ


82 ง ำ าน าน ษ ด้วยหลักธรรมาภิบาลแบบบูรณการ 3. โครงการส่งเสริมการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งเพื่อ บริหารจัดการผลผลิตสินค้าเกษตร ในครัวเรือนอย่างยั่งยืน 2. โครงการปรับระดับพื้นที่นาด้วย ระบบเลเซอร์ (laser land leveling) 3. โครงการปรับปรุงคุณภาพดินและ การแพร่กระจายน้ำในไร่นานอกเขต ชลประทานให้สอดคล้องกับความ ต้องการของเกษตรกร 4. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ กระจายน้ำในพื้นที่เกษตรบูรณาการ 5. โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชใน พื้นที่ไม่เหมาะสมตามศักยภาพของ พื้นที่ 6. โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากร การเกษตรให้สมดุลและยั่งยืน 7. โครงการสื่อสารข้อมูลด้าน การเกษตรผ่านสื่อออนไลน์ให้เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และ ครอบคลุมพื้นที่


84 4.6 แบบสรุปโครงการแบบย่อ (Project Idea) 4.6.1 โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้ได้การรับรองมาตรฐาน GAP และการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า แบบสรุปโครงการแบบย่อ (Project Idea) ของโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้ได้การรับรอง มาตรฐาน GAP และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง หัวข้อ รายละเอียด 1. ชื่อโครงการ การพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้ได้การรับรองมาตรฐาน GAP และ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า 2. แนวทางการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตร ปลอดภัยที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ให้ได้การรับรองมาตรฐาน ตามระบบการ ปฏิ บั ติทางการเกษตรที่ ดี (Good Agricultural Practices : GAP) และ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยพัฒนาองค์ ความรู้ด้านการทำเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกร 3. หลักการและเหตุผล หอมแดงศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูก 26,726 ไร่ มีครัวเรือนเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง 8,348 ครัวเรือน จังหวัดศรีสะเกษได้ยกระดับการพัฒนาหอมแดงศรีสะเกษ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอราษีไศล ยางชุมน้อย กันทรารมย์ วังหิน พยุห์ อุทุมพรพิสัย และอำเภอเมืองศรีสะเกษ มีผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 123 ราย พื้นที่เพาะปลูก 320.6 ไร่ (ร้อยละ 1.20 ของพื้นที่ปลูกในจังหวัด) ที่ เป็นสินค้าสินค้า GI แต่ปัญหาหลัก คือ การกระจุกตัวของการผลิตหอมแดงศรี สะเกษเพียงช่วงหลังนาปี ร้อยละ 70 เก็บเกี่ยวในช่วงเดียวกัน ส่งผลเกิด ปัญหาหอมแดงล้นตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีผลผลิตรอการระบาย มากถึง 3 – 4 หมื่นตัน ทำให้ราคาจำหน่วยสินค้าต่ำใกล้เคียงต้นทุน คือ 10.00 – 12.00 บาท/กก. ทั้งที่ช่วงต้นฤดูในราคาสูงถึง 20.00 – 50.00 บาท บางปีมีผลผลิตมากกว่าปกติรัฐต้องเข้าแทรกแซงราคาเพื่อพยุงราคาไม่ให้ ตกต่ำกว่าราคาต้นทุนเป็นเงินไม่น้อยกว่า 4 ร้อยล้านบาท อย่างไรก็ตาม หอมแดงสดมีอายุเก็บรักษาสั้นเพียง 3 – 4 เดือน ทำให้ไม่สามารถการเก็บ รักษาหอมแดงศรีสะเกษจำหน่วยได้ตลอดปี ทำให้ราคาหอมแดงแห้งมัดจุก ช่วงขาดแคลนสูงถึง 100.00 –150.00 บาท/กก. ส่งผลให้เกษตรกรเสียโอกาส จำหน่วยสินค้าในราคาที่เหมาะสม


85 หัวข้อ รายละเอียด ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รัฐบาลมุ่งเน้นการ พัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตร เพิ่มขึ้นเป็น 59,460.00 บาทต่อครัวเรือน สามารถเป็นผู้ประกอบการที่มี ความรู้และความสามารถในการยกระดับการผลิต การแปรรูป การบริหาร จัดการกระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปผลผลิตเกษตรให้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว จำเป็นต้องเร่ง ส่งเสริม ถ่ายทอดความรู้ โดยจัดทำแปลงต้นแบบการปลูกหอมแดงให้ได้การ รับรองแหล่งผลิต GAP พืช ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ (มกษ.) เพื่อให้ได้สินค้าปลอดภัย ปลอดศัตรูพืชและมีคุณภาพ เน้นวิธีการควบคุมและป้องกันการเกิดปัญหาในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะ ในประเด็นการบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ตลอดจนการแปรรูปเพื่อเพิ่ม มูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการจำหน่ายในรูปผลสด เช่น หอม เจียว เป็นต้น มุ่งเน้นดำเนินโครงการเชิงรุกเร่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูก หอมแดงศรีสะเกษเข้าสู่การผลิตหอมแดงคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย ตาม ความต้องการของผู้บริโภค ให้จำหน่ายได้ในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว และ กระจายผลผลิตไปหลายช่องทางได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาที่จะเพิ่ม มูลค่าสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น และทำให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริม โดย ดำเนินการให้สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่ม/องค์กรเกษตรกร เช่น กลุ่ม แม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ที่สามารถพัฒนาเพื่อยกระดับการแปรรูป ผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร เส้นใยของเปลือกและลำต้นหอมแดง (Zero Waste) สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ วัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ต่อไป 4. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้มีประสิทธิภาพได้การรับรอง มาตรฐาน Good Agricultural Practices : GAP 2. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปหอมแดงมูลค่าสูงที่มีคุณภาพและความ ปลอดภัย สร้างมูลค่าและยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 5. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1. เกษตรกรได้รับการศักยภาพการผลิตหอมแดงให้มีประสิทธิภาพได้ มาตรฐาน GAP จำนวน 120 ราย 2. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจาก หอมแดงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20


86 หัวข้อ รายละเอียด 3. ต้นทุนการผลิตลดลงร้อยละ 20 ในปี 2567 6. พื้นที่เป้าหมาย กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง (กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ เกษตรกร Young Smart Farmer) ในพื้นที่ 4 อำเภอ ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ อำเภอยางชุมน้อย ราษีไศล กันทรารมย์ และอำเภอวังหิน รวมพื้นที่ 600 ไร่ 7.กิจกรรมหลัก รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 1,645,600 บาท (หนึ่งล้านหกแสนสี่หมื่นห้าพันหกร้อยบาทถ้วน) 7.1 กิจกรรมหลักที่ 1 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตหอมแดงให้มีประสิทธิภาพได้ การรับรองมาตรฐาน GAP 1) คัดเลือกเกษตรกรที่มีศักยภาพ จำนวน 120 ราย โดยเกษตรกรต้องมี พื้นที่ปลูกหอมแดง กำหนดเป้าหมายแยกตามรายอำเภอ ได้แก่ 1.1) อำเภอยางชุมน้อย จำนวน 30 ราย (พื้นที่ 150 ไร่) 1.2) อำเภอราษีไศล จำนวน 30 ราย (พื้นที่ 150 ไร่) 1.3) อำเภอกันทรารมย์ จำนวน 30 ราย (พื้นที่ 150 ไร่) 1.4) อำเภอวังหิน จำนวน 30 ราย (พื้นที่ 150 ไร่) งบประมาณ 9,600 บาท (ค่าใช้จ่ายเดินทางเจ้าหน้าที่) 2) การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด จำนวน 4 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน ประกอบด้วย ความรู้เรื่อง การวางแผนการผลิต/ ปฏิทินการผลิตพืชปลอดภัย การผลิตขยายชีวภัณฑ์/การใช้สารชีวภัณฑ์ ป้องกันโรคพืชและแมลงศัตรูพืช การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธี ผสมผสาน การปรับปรุงบำรุงดิน/ธาตุอาหารพืชและการใส่ปุ๋ย ตาม เกณฑ์การตรวจประเมินระบบการผลิตพืชมาตรฐาน GAP รวมทั้งการ แปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นใยของเปลือกและลำต้นหอมแดง และ การตลาดหอมแดงศรีสะเกษ (งบประมาณ 117,600 บาท) 3) สร้างเครือข่ายการผลิตหอมแดงให้มีประสิทธิภาพได้การรับรอง มาตรฐาน GAP กิจกรรมศึกษาดูงาน แหล่งผลิต และการแปรรูป หอมแดงเพื่อเพิ่มมูลค่า (งบประมาณ 310,000 บาท) 4) สนับสนุนวัสดุทางการเกษตร/ปัจจัยการผลิตตามความต้องการในการ ส่งเสริมการปลูกพืช (งบประมาณ 200,000 บาท) 5) สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์/บรรจุภัณฑ์การแปรรูปพืชเพื่อเพิ่มมูลค่า (งบประมาณ 100,000 บาท)


87 หัวข้อ รายละเอียด งบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานที่สนับสนุน 6) กิจกรรมอบรมเกษตรอาสาเพื่อการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น แปลงละ 3 ราย รวม 12 ราย 1 วัน (งบประมาณ 10,000 บาท) 7) การตรวจประเมินการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีGAP เบื้องต้น จำนวน 12 รายๆ ละ 3 ครั้ง (งบประมาณ 300,000 บาท) 8) พัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรตามอัตลักษณ์พื้น ถิ่นในพื้นที่ของเกษตรกรต้นแบบ 9) การติดตามและประเมินผล (งบประมาณ 50,000 บาท) งบประมาณ : 1,097,200 บาท หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานที่สนับสนุน : หน่วยงานภายในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด ศูนย์วิจัยพืชสวน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี หน่วยงานเครือข่าย/สถาบันการศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 7.2 กิจกรรมหลักที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปหอมแดงมูลค่าสูงที่มีคุณภาพและความ ปลอดภัย สร้างมูลค่าและยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานโดย การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 1) การพัฒนาศักยภาพการแปรรูปด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการแก่เกษตรกรเป้าหมาย จำนวน 120 ราย (งบประมาณ 98,400 บาท) 2) สนับสนุนเครื่องอบแห้งระบบถาดหมุน ที่เป็นนวัตกรรมการผลิต หอมแดงเจียวแบบไร้น้ำมัน ที่ได้มีการส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี จนเกิดผลเชิงประจักษ์ในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ (ผลงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้) ให้แก่จังหวัด ศรีสะเกษเพื่อเป็นต้นแบบ จำนวน 1 ตู้ โดยสนับสนุนงบประมาณ 150,000 และเกษตรกรมีส่วนร่วมสมทบทุนบางส่วน (งบประมาณ 150,000 บาท) 3) สนับสนุนเครื่องจักรสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ สามารถทำการบรรจุสินค้าในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเครื่องบรรจุแนวตั้งสามารถนำมาใช้สำหรับการบรรจุสินค้าที่มี


88 หัวข้อ รายละเอียด งบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานที่สนับสนุน ลักษณะเป็นเกล็ด และสามารถควบคุมน้ำหนักของสินค้า (งบประมาณ 50,000 บาท) 4) กิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาด (งบประมาณ 200,000 บาท) 5) การติดตามและประเมินผล (งบประมาณ 50,000 บาท) งบประมาณ : 548,400 บาท 1. หน่วยงานที่รับผิดชอบ : สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ 2. หน่วยงานภายในจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด ศูนย์วิจัยพืชสวน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานพัฒนาการวิจัย การเกษตร พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี 3. หน่วยงานเครือข่าย/สถาบันการศึกษา : มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 8. หน่วยงานดำเนินงาน สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ 9. ระยะเวลาในการดำเนิน โครงการ ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567 10. งบประมาณ รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 1,645,600 บาท (หนึ่งล้านหกแสนสี่หมื่นห้าพันหกร้อยบาทถ้วน) 11. ผลผลิต (Output) 1. เกษตรกรได้รับการพัฒนาศักยภาพการผลิต จำนวน 120 ราย 2. เครื่องอบแห้งระบบถาดหมุน จำนวน 4 เครื่อง 3. ผลผลิตหอมแดงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 /ต่อไร่ (ฐานจาก ปี 2565 ผลผลิต 3,370.80 กก/ไร่) 4. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหอมแดง จำนวน 1 ชนิด 5. เพิ่มช่องทางการตลาดทุกรูปแบบ ไม่น้อยกว่า 5 ช่องทาง 6. ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรตามอัตลักษณ์พื้นถิ่น จำนวน 1 แห่ง 12. ผลลัพธ์จากการดำเนิน โครงการ (Outcome) 1. เกษตรกรผู้ผลิตหอมแดงมีความรู้ความสามารถในด้านกระบวนการ เพาะปลูกแบบปลอดภัย การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวเพื่อยืดอายุ ผลผลิต การแปรรูปมูลค่าสูง ช่องทางการตลาด การใช้นวัตกรรมและ เทคโนโลยีใหม่ ๆ 2. สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตหอมแดงที่ไม่ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ (หอมแดงตกเกรด)


89 หัวข้อ รายละเอียด 3. สร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกร/วิสาหกิจชุนชนผู้ผลิตหอมแดงใน จังหวัดศรีสะเกษ 4. ยกระดับการทำงานเชิงคุณค่าของกลุ่ม/องค์กรเกษตรกรผู้ผลิต หอมแดงอย่างเป็นรูปธรรม 5. สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม


Click to View FlipBook Version