6. ครสู ่มุ รายชอื่ นักเรยี นดว้ ยโปรแกรม Random Name Pickers หากเปน็ รายช่อื นักเรียนคนใดให้
เลอื กเพือ่ นจบั คอู่ ่านบทสนทนา
7. หากนกั เรยี นอ่านออกเสยี งผิด ใหเ้ พือ่ นในชน้ั เรียนชว่ ยกนั แกไ้ ขเสยี งใหถ้ ูกตอ้ ง แต่หากเพ่ือนท่ี
อา่ นไม่ได้ ครูจะใหเ้ พ่อื นช่วยกันอ่านพร้อมๆกัน และให้กาํ ลังใจนักเรียน
ขนั้ สรุป (Warp up)
8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอา่ นบทสนทนาพร้อมกันอีกครั้ง
9. ให้นักเรียนกลบั ไปฝึกแต่งบทสนทนาโดยใช้คําศัพทใ์ นบทเรียน มาแต่เปน็ ประโยคใหมแ่ ละ
นกั เรียนสามารถตกแตง่ ภาพได้นามใจชอบ
10. นกั เรยี นสอบถามปัญหา ข้อสงสยั กับคุณครแู ละครแู จง้ เนื้อหาทจ่ี ะสอนในช่ัวโมงถดั ไป
ชว่ั โมงท่ี 4
ขนั้ นา (Warm up)
1. ครูทกั ทายนกั เรียนดว้ ยคา้ ว่า 早上好!และให้นักเรียนแนะนา้ ตวั เองเป็นภาษาจนี สัน้ ๆ
2. ครูพดู ภาษาจีน 这是书. ครูชไ้ี ปท่หี นังสือ 那是笔.ครชู ีไ้ ปท่ีปากกา จากนั้นสอบถาม
นกั เรยี นวา่ ครูพดู วา่ อะไร ประโยคทคี่ รพู ดู เมอื่ กี้แปลวา่ อะไร
3. ครูชีไ้ ปท่ีอุปกรณ์การเรียนและใหน้ ักเรียนพูดเป็นภาษาจีนตอบกลบั ครู เพ่ือเป็นการทบทวน
คาํ ศัพท์
ขั้นสอน(Presentation
4. ครูสอนไวยากรณ์จีน การใช้ในประโยคพร้อมยกตวั อยา่ ง
这 ,那,哪 หรือ 这儿,那儿,哪儿 น่ี นน่ั ไหน หรือ ท่นี ี่ ทน่ี น้ั ท่ีไหน ขา้ งหลงั
เพิ่มคําบอกจาํ นวน สามารถใชแ้ ทนท่เี ร่อื งราว วตั ถุ ส่ิงของ หรอื สถานที่ได้ เชน่
อักษรจนี pinyin คาแปล
这个 zh= ge อนั น้ี/ส่งิ น้ี
这里 zh= l# ในน้ี
来这儿 l2i Zh=r มานี่สิ
去那儿 q* n4r ไปทน่ี น่ั
去哪儿? q* n3r ไปทไี่ หน
5. ให้นกั เรียนยกตวั อยา่ งการใช้ 这 ,那,哪 หรือ 这儿,那儿,哪儿 คนละ 2
ประโยค
6. ครูสอบถามความเข้าใจ หากนักเรยี นยังไมเ่ ข้าใจครจู ะอธิบายเพ่ิมเติมอีกครง้ั อย่างชา้ ๆ
7. ครูอธบิ ายการใช้ de เพ่ือแสดงความเป็นเจา้ ของ จากนนั้ ให้นักเรยี นยกตัวอย่างคนละ 2 ประโยค
การใช้ de
8. ครูอธกิ ารการใช้ 不 พร้อมยกตวั อย่าง จากนั้นใหน้ กั เรียนยกตวั อย่าง 2 ประโยค
不 แปลว่า ไม่ ใชใ้ นประโยคปฏเิ สธ วางไว้หนา้ คํากรยิ า เมอ่ื รวมกบั วรรณยุกต์อ่ืนจะอ่านเปน็
เสียงปกติ แตเ่ ม่ือตามดว้ ยคําทมี่ เี สียงวรรณยกุ ต์เสียง 4 不 จะออกเสียงวรรณยุกตเ์ ป็นเสียงที่ 2 อ่านวา่ ปู๋
ดงั น้ี
อกั ษรจนี pinyin คาแปล
不是 b^ sh$ ไม่ใช่
不会 b^ hu$ ไมส่ ามารถ
不错 b^ cu8 ไม่เลว
ข้นั สรปุ (Warp up)
9. ครอู ธบิ ายเนอื้ หาทัง้ หมดอีกครง้ั และสอบถามความเขา้ ใจกับนักเรียนอีกครง้ั
10. ให้นกั เรียนทาํ แบบฝกึ หัดหลงั เรียน
11. แจง้ เน้อื หาท่จี ะใชใ้ นการสอบกลางภาคและคะแนนเก็บของนักเรียน
9. การวดั และประเมนิ ผล (K-P-A)
สิง่ ท่ตี ้องการวัด วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์
การประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตจากการอา่ น - แบบสังเกตการอา่ น -นกั เรยี นอา่ น-พูดสนทนา
3. นกั เรียนเขา้ ใจการออกเสียง ออกเสียงคําศพั ทแ์ ละ -ทําแบบฝกึ หดั ไดถ้ ูกตอ้ ง ไม่น้อยกวา่ ร้อย
คาํ ศัพทแ์ ละประโยค การจบั คสู่ นทนา ละ 70 ของนกั เรียน
4. เขา้ ใจโครงสรา้ งของการใช้ -ทําแบบฝกึ หดั ทงั้ หมด
ไวยากรณ์ 这,那,哪 หรอื -นักเรียนทาํ แบบฝึกหัด
这儿,那儿,哪儿,的, หลังเรียนได้
ถูกต้องไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ
不 70 ของคะแนนทง้ั หมด
ด้านทกั ษะและกระบวนการ - ทาํ แบบฝกึ หดั -แบบฝึกหดั ออนไลน์ -นกั เรียนทําแบบฝึกหัด
(Skill/Process) ออนไลน์ หลังเรียน หลังเรยี นได้
2. สามารถเขยี นและอธิบายส่ิงของ -ใบงาน - แบบบันทึกคะแนน ถูกต้องไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ
ท่อี ยภู่ ายในห้องเรียนได้อยา่ ง -นําเสนอหนา้ ช้นั 70 ของคะแนนทัง้ หมด
ถูกต้อง เรยี น
ดา้ นเจตคติ (Attitude) - สังเกตพฤติกรรม - แบบบนั ทึกการ - นักเรยี นมพี ฤติกรรม
3. มีความใฝร่ ูใ้ ฝ่เรยี น มีสว่ นร่วม -สงั เกตพฤตกิ รรมท่ี ดังกลา่ วผ่านเกณฑ์
ในการทํากจิ กรรม และมีความ คุณภาพระดบั พอใช้ข้ึนไป
พึงประสงค์
รบั ผดิ ชอบต่องานที่ได้รับ
มอบหมาย
10. สอ่ื และอุปกรณก์ ารเรยี น/แหลง่ การเรียนรู้
10.1 ส่อื และอุปกรณก์ ารเรยี น
1. หนังสอื เรยี นวิชาภาษาจนี เพ่ือการสอ่ื สารในชีวิตประจําวัน
2. บตั รคํา
3. แบบทดสอบเร่ือง 这是什么?
4. PPT คาํ ศพั ท์
5. เกมปริศนาทายคํา
6. ป๊อปอัพสอ่ื อปุ กรณก์ ารเรยี น
10.2 แหล่งการเรียนรู้
1. เพจเรียนรู้ง่ายๆจากคําคมภาษาจนี by 老师 meily
2. youtube
3. https://www.online-stopwatch.com/random-name-pickers/
4. https://www.baamboozle.com/mygames
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ(เพิ่มเติม) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3
รายวิชา ภาษาจนี เพอื่ การส่ือสารในชีวติ ประจาวัน 1 รหัสวิชา จ 23201
หนว่ ยการเรยี นรู้ 5 เรื่อง 介绍一位新同学。 เวลา 5 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ 6 เรื่อง 你是哪国人? เวลา 2 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
นกั เรยี นได้เรยี นรู้คาํ ศัพท์ เกี่ยวกับช่อื ประเทศ สัญลักษณเ์ คร่อื งหมายของประเทศตา่ งๆ ตลอดจน
สามารถสนทนาบอกสัญชาตแิ ละสถานท่เี กิด และนักเรยี นสามารถนําความรู้ไปใชใ้ นการสื่อสารใน
ชีวิตประจําวันได้
2.ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ผลการเรียนรู้
1) ระบปุ ระโยคและข้อความ หรือตอบคําถามให้สัมพนั ธ์กบั ส่ือทไ่ี ม่ใชค่ วามเรยี งท่ีอ่าน
2) จบั ใจความสําคญั สรปุ และตอบคําถามงา่ ยๆ จากเรื่องท่ีฟงั หรอื อา่ นจากส่อื ประเภทต่างๆ
3) พดู และเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว
4) พดู และเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรือ่ งใกลต้ วั กิจกรรม และประสบการณ์ พร้อมให้
เหตผุ ลส้นั ๆประกอบ
5) บอกความเหมือนหรือความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ การใช้
เครอื่ งหมายวรรคตอน และการลาํ ดบั คาํ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาจนี และภาษาไทย
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความร้คู วามเขา้ ใจ (K)
1) นกั เรียนสามารถสนทนาถามตอบเก่ยี วกบั คุณเปน็ คนประเทศไหนโดยใช้โครงสร้างรปู
ประโยค 你是哪国人?
2) ผเู้ รียนมเี ข้าใจรูปประโยคและสามารถตอบคําถามตามเน้ือหาในบทเรยี นได้อย่างถูกต้อง
3) นกั เรยี นสามารถถามเกยี่ วกบั ประเทศและประโยคทีใ่ ช้ได้
ดา้ นทกั ษะการปฏิบัติ (P)
4) ผเู้ รียนบอกความหมายคําศัพท์ที่เก่ียวกบั ประเทศได้ถกู ต้อง รวมถึงการบอกว่าตนเองเปน็
คนประเทศอะไร เพื่อนเปน็ คนประเทศอะไร
5) ผู้เรยี นสามารถยกตวั อย่างประโยคง่ายที่ใช้ในการถามความเปน็ มาของเพ่ือนได้อยา่ ง
ถูกต้อง
6) ผู้เรียนสามารถเขยี นอักษรจนี ในบทเรียนได้อย่างถกู ต้องและเข้าใจความหมายของคาํ ศพั ท์
ด้านคุณลักษณะนิสัย (A)
7) ผู้เรียนกระตือรือร้นในการทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู้
8) ผ้เู รียนทํากจิ กรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบระเบียบ
9) ผเู้ รยี นสง่ ภาระงานตรงตามเวลาทีก่ ําหนด
3.สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ความรู้ (Knowledge : K)
1. คําศัพทใ์ หม่ 生词
อักษรจีน พนิ อนิ ภาษาไทย
ประเทศญปี่ ่นุ
日本 Rìbþn ประเทศแคนนาดา
ประเทศอังกฤษ
加拿大 Jiünádà ประเทศออสเตเรยี
ประเทศไทย
英国 Yÿngguï ประเทศจนี
ประเทศอเมริกา
澳大利亚 Àodàlìyǎ ประเทศฝรง่ั เศส
ประเทศเกาหลี
泰国 Tàiguï เด็กผู้หญงิ
ประเทศไหน
中国 Zhōngguï เกดิ
เด็กผู้ชาย
美国 Mþiguï เด็กผูห้ ญิง
ภาษาจนี
法国 Fǎ guï ปักกิ่ง
韩国 Hánguï
女孩儿 nǚhái ãr
哪国 nǎ guï
出生 chūshýng
男孩儿 nánhái ãr
同学 tïngxuã
汉语 hànyǔ
北京 Bþijÿng
2. รูปประโยค
你出生在哪儿? คณุ เกิดท่ไี หน
我的好朋友出生在曼谷。 เพือ่ นสนิทของฉนั เกดิ ท่ีกรุงเทพ
你是哪国人? คุณเปน็ คนประเทศไหน
他是英国人。 เขาเปน็ คนองั กฤษ
ประโยคทม่ี ีคําว่า 哪 และคําบพุ บท 在
2) ทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
2.1ทกั ษะการฟัง (Listening skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.2 ทักษะการพดู (Speaking skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.3 ทกั ษะการอา่ น (Reading skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.4 ทักษะการเขียน (Writing skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.5 กระบวนการกล่มุ
- จับคสู่ นทนา
- ระดมสมอง
- ฝึกกิจกรรมกลุ่มตามแผนการจัดการเรยี นรู้
3) เจตคติ (Attitude : A)
1. กลา้ แสดงออก
2. ม่ันใจในการออกเสียงคําศัพท์ ประโยคต่างๆ ตามสถานการณ์
3. มีความสขุ สนุกสนานกบั การเรยี นภาษาจีน
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่
-
4.สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
- มีพ้นื ฐานความรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะในการสื่อสารภาษาจีน
4.2 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างสรา้ งสรรค์ และคิดเปน็ ระบบ
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
- การนาํ ความร้ดู ้านทักษะภาษาจนี และหลักไวยากรณไ์ ปใชพ้ จิ ารณาหาคาํ ตอบอยา่ งมเี หตุผล
4.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- การทาํ งานกลุ่มร่วมกัน นาํ กระบวนการต่างๆ ไปใชใ้ นการดาํ เนนิ ชวี ติ ประจําวัน
4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- การแสวงหาความรู้เพ่มิ เติมจากสือ่ อิเลก็ ทรอนิคส์ เพ่ือพัฒนาตนเองในด้านภาษาจีน
5.ทักษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
- อ่านออก (Reading)
- เขยี นได้ (Riting)
- ความรว่ มมือ การทาํ งานเป็นทีม และภาวะผนู้ าํ (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- มีระเบยี บวินัย (Compassion)
6.คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มีวนิ ยั
- ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คบั และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรม
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
- เอาใจใส่ ตัง้ ใจเรียน มีความเพยี รพยายามในการเรยี นรู้ และสนใจเขา้ รว่ มกิจกรรม
6.3 มงุ่ ม่นั ในการทํางาน
- ตั้งใจ และรบั ผิดชอบท่ีไดร้ ับมอบหมาย
7.ช้ินงาน/ภาระงาน
ชนิ้ งาน - แบบฝึกหัดก่อนเรยี น 你是哪国人?
- แบบฝกึ หัดหลงั เรยี น 你是哪国人?
- ผลงานนกั เรยี น
- แบบฝึกหดั การอา่ นคําศพั ท์
ภาระงาน - แบบฝกึ คัดจีน
- ใบงาน
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ขั้นนา (Warm-up)
1. ครใู ห้นกั เรยี นดูสถานทตี่ ่างๆ จากน้ันให้นกั เรยี นทายว่าสถานทีด่ งั กล่าวตงั้ อยู่ประเทศใด
2. ครูสุ่มใหน้ กั เรียนยกตัวอยา่ งประเทศที่นักเรยี นรูจ้ ักคนละ ๓ ประเทศ
3. ครสู ุ่มใหน้ ักเรยี นพดู ประโยคทักทายเปน็ ภาษาต่างๆ ของแต่ละประเทศ
ขน้ั สอน(Presentation)
4. ครสู อนประโยคทีใ่ ชใ้ นการทกั ทาย เชน่ 你好 สวัสดี 早上好!สวสั ดีตอนเชา้ 晚上好!
สวัสดีตอนเยน็ 晚安!ราตรีสวสั ด์ิ 早安!อรณุ สวัสด์ิ 再见 ลาก่อน เป็นต้น
5. ครยู กตัวอยา่ งสถานการณใ์ ห้นกั เรียน จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นเลอื กว่าควรใช้ประโยคไหน
6. ครูสอนภาษาท่ีใช้ในห้องเรยี น เชน่ 起立!ลุกข้ึน 老师好!สวัสดคี ุณครู 请坐!เชญิ น่ัง 请
看!เชิญดู 请听!เชญิ ฟัง 请说!跟老师一起读!อ่านตามครู 安静!เงียบ เปน็ ตน้
7. ครูสอนคําศพั ทเ์ กีย่ วกับประเทศ ฝึกใหน้ กั เรียนอ่านจนคล่อง
อกั ษรจนี พินอิน ภาษาไทย
日本 Rìbþn ประเทศญ่ีปุ่น
加拿大 Jiünádà ประเทศแคนนาดา
英国 Yÿngguï ประเทศอังกฤษ
澳大利亚 Àodàlìyǎ ประเทศออสเตเรีย
泰国 Tàiguï ประเทศไทย
中国 Zhōngguï ประเทศจีน
美国 Mþiguï ประเทศอเมริกา
法国 Fǎ guï ประเทศฝรงั่ เศส
韩国 Hánguï ประเทศเกาหลี
女孩儿 nǚhái ãr เดก็ ผู้หญงิ
哪国 nǎ guï ประเทศไหน
出生 chūshýng เกิด
男孩儿 nánhái ãr เดก็ ผชู้ าย
同学 tïngxuã เด็กผูห้ ญงิ
汉语 hànyǔ ภาษาจีน
北京 Bþijÿng ปกั กิง่
8. ครแู บบกลมุ่ นักเรยี นออกเป็น 2 กลุ่มจากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนเล่นเกมคําปริศนารปู ภาพ โดยกตกิ ามี
อยู่วา่ ครูมรี ูปจกิ๊ ซอว์ ครูจะสุ่มหมายเลข จากน้นั เปดิ หมายเลขท่ีละเลข หากนักเรยี นรู้สามารถกดกระดิ่งและ
ตอบชอ่ื ประเทศไดเ้ ลย กล่มุ ไหนตอบได้มากท่ีสดุ ชนะ
ข้นั สรปุ (Warp up)
9. ครูและนกั เรยี นทบทวนคําศัพท์อีกครัง้ โดยครูจะหยิบธง ถ้าเป็นธงประเทศไหนใหน้ ักเรียนอ่าน
ออกเสียงคาํ ศัพท์ประเทศนัน้ ใหถ้ ูกต้อง
10. ครูมอบหมายการบ้านใหน้ ักเรียน โดยให้คัดคาํ ศัพทเ์ กยี่ วกับประเทศ
11. แจง้ เน้อื หาท่จี ะสอนให้ช่ัวโมงหนา้ ให้นกั เรยี นนําสีมาดว้ ย
ชว่ั โมงท่ี 2
ขน้ั นา (Warm-up)
1. ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียนดว้ ยคาํ วา่ 早上好! พร้อมครูแนะนําตัวเองเปน็ ภาษาจนี
2. ทบทวนคําศัพทป์ ระเทศ โดยครชู ูธงชาตแิ ต่ละประเทศ จากนน้ั ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ตอบเปน็
ภาษาจีน
3. ครสู อบถามนกั เรยี นวา่ หากนักเรยี นเลอื กเกดิ ได้ อยากเกดิ ท่ปี ระเทศไหนมากทสี่ ุด เพราะอะไร
ข้นั สอน(Presentation)
4. ครสู อนประโยคที่ใชถ้ ามสถานท่ีเกิด 你在哪儿出生?จากนน้ั สอนให้นกั เรียนฝึกพูดทีละ
คน คนละ ๑-๒ รอบ
5. จากนน้ั ครูสอนประโยคที่ใช้แนะนําตนเองแบบคร่าวๆ โดยให้ระบุ ชื่อ-สกลุ อายุ เกิดทไ่ี หน ทอี่ ยู่
โรงเรียน สัญชาติเปน็ ต้น
6. ครูเขยี นโครงสร้างประโยคให้นักเรียนดเู ป็นตัวอย่าง จากน้ันสอนใหผ้ เู้ รยี นได้ฝกึ สะกดและฝึกพูด
ด้วยตนเอง ๒-๓ รอบ
你好! 我叫________今年________岁 ,我出生在________我在
____________我的学校是___________我是______人。
7. ครสู ่มุ ถามนักเรียนด้วยโปรแกรม Random Name Pickers หากนักเรยี นคนใดถูกสุม่ ช่ือ ให้
ออกมาแนะนาํ ตัวหน้าช้นั เรียน
8. จากนนั้ ใหน้ ักเรียนใช้ประโยค 你是哪儿国人? ถามเพื่อนในชน้ั เรยี น และเพอ่ื นจะตอ้
ตอบช่อื ประเทศท่ตี ัวเองอยากเปน็
9. ให้นักเรยี นเขียนแนะนําประวตั ิตนเอง ลงในกระดาษ A 4 โดยนกั เรียนสามารถออกแบบและ
ตกแต่งได้ตามใจชอบและสวยงาม
ขน้ั สรุป (Warp up)
10. ครูและนกั เรยี นช่วยกนั ทบทวนคําศัพทแ์ ละรปู ประโยคอกี ครง้ั
11. แจง้ เน้ือหาทจ่ี ะเรียนในชว่ั โมงตอ่ ไป
9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A)
ส่งิ ทตี่ ้องการวัด วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์
การประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สังเกตจากการอา่ น - แบบสงั เกตการอ่าน -นักเรยี นอ่าน-พดู สนทนา
5. นกั เรียนเข้าใจการออกเสียง ออกเสียงคําศพั ทแ์ ละ -ทาํ แบบฝึกหัด ไดถ้ ูกต้อง ไม่น้อยกวา่ ร้อย
คําศัพท์และประโยค การจับค่สู นทนา ละ 70 ของนักเรียน
6. เขา้ ใจการถาม-ตอบเกีย่ วกบั -ทําแบบฝึกหดั ทง้ั หมด
เรื่องตนเองและคนรอบข้างได้ -นกั เรยี นทาํ แบบฝกึ หัด
หลงั เรยี นได้
ถูกต้องไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ
70 ของคะแนนทัง้ หมด
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ - ทําแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัดออนไลน์ -นักเรยี นทาํ แบบฝึกหัด
(Skill/Process) ออนไลน์
หลังเรียน หลังเรยี นได้
7. นักเรยี นสามารถเขยี นแนะนํา -ใบงาน - แบบบันทกึ คะแนน ถูกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ
ตนเองไดเ้ ป็นภาษาจีนได้ -นาํ เสนอหน้าชน้ั -ผลงานนักเรียน 70 ของคะแนนทั้งหมด
8. นักเรยี นสามารถอธิบาย เรยี น
เรอื่ งราวของผ้อู นื่ เปน็ ภาษาจีนได้ -การถาม-ตอบใน
ห้องเรยี น
ดา้ นเจตคติ (Attitude) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบบนั ทกึ การ - นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม
5. มีความใฝร่ ู้ใฝ่เรียน มีส่วนรว่ ม -สังเกตพฤตกิ รรมที่ ดงั กล่าวผา่ นเกณฑ์
ในการทาํ กิจกรรม และมีความ พึงประสงค์ คณุ ภาพระดบั พอใช้ขึน้ ไป
รบั ผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย
10. ส่อื และอุปกรณก์ ารเรยี น/แหล่งการเรยี นรู้
10.1 สอื่ และอปุ กรณ์การเรยี น
1. หนังสือเรยี นวิชาภาษาจีนเพอ่ื การส่ือสารในชวี ิตประจําวัน
2. ธงชาติ
3. แบบทดสอบเรื่อง 你是哪国人?
4. PPT คาํ ศัพท์
5. เกมปรศิ นาทายรูปภาพ
10.2 แหล่งการเรียนรู้
1. เพจเรียนรู้ง่ายๆจากคาํ คมภาษาจนี by 老师 meily
2. youtube
3. https://www.online-stopwatch.com/random-name-pickers/
4. https://www.baamboozle.com/mygames
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ(เพิ่มเตมิ ) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
รายวิชา ภาษาจีนเพือ่ การสือ่ สารในชวี ติ ประจาวนั 1 รหสั วชิ า จ 23201
หน่วยการเรยี นรู้ 5 เรื่อง 介绍一位新同学。 เวลา 5 ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ 7 เรือ่ ง 介绍一位新同学。 เวลา 3 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ผู้เรียนจะไดเ้ รียนร้ถู ึงการกลา่ วแนะนําตนเอง แนะนําเพ่ือนใหม่ สามารถบอกไดว้ า่ ตนเองเปน็ ใคร ช่ือ
อะไร มาจากท่ไี หน ผ้เู รียนยังสามารถเล่าเรอ่ื งของตนเองได้วา่ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร นอกจากนี้แลว้ ยงั ได้
เรยี นรถู้ ึงคาํ ศัพท์เก่ยี วกับประเทศ และเมอื งสําคัญในประเทศตา่ งๆน้นั ด้วย รวมถึงวัฒนธรรมจนี การแนะนาํ
ตนเองกับผทู้ ่ีอาวุโสกว่า
2.ผลการเรียนรู้/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ผลการเรยี นรู้
1) ปฏิบัตติ ามคําสั่ง คําแนะนํา คาํ ขอร้อง คําช้ีแจง และคําอธบิ ายที่ฟังและอา่ น
2) อา่ นออกเสียงประโยคข้อความ บทสนทนา นิทานง่ายๆ ตามหลกั การอ่านในระบบเสียง
ภาษาจนี กลาง
3) พดู หรือเขยี นแสดงความต้องการ ขอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธ ใน
สถานการณ์ต่างๆ
4) พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเรื่องใกล้ตวั
5) พดู และเขียนแสดงความรู้สกึ ความคดิ เหน็ ของตนเอง เกยี่ วกบั เรื่องราวใกล้ตัวพร้อมทั้งให้
เหตุผลประกอบ
6) เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งชีวติ ความเปน็ อยู่และ
วัฒนธรรมของจีนกับวฒั นธรรมของไทย และนําไปใชอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
1) นักเรยี นสามารถสนทนาถามตอบเกยี่ วกับที่พกั อาศยั โดยใชโ้ ครงสรา้ งรูปประโยค
我家在______? , 我来________
2) ผเู้ รียนมีเขา้ ใจรปู ประโยคและสามารถตอบคําถามตามเน้ือหาในบทเรยี นได้อยา่ งถูกต้อง
เช่น 我喜欢__________ ,
3) นักเรยี นสามารถถามเกย่ี วกบั ประเทศและประโยคท่ใี ช้ได้
ด้านทกั ษะการปฏบิ ัติ (P)
4) ผู้เรยี นบอกความหมายคาํ ศพั ท์ท่ีเกยี่ วกบั บทเรยี นได้ถูกตอ้ ง รวมถึงการบอกวา่ ตนเองเป็น
คนประเทศ มาท่นี ้ีเพราะอะไร ชอบอะไร
5) ผูเ้ รียนสามารถยกตวั อยา่ งประโยคงา่ ยท่ีใชใ้ นการถามความเป็นมาของเพ่ือนได้อย่าง
ถกู ต้อง
6) ผู้เรียนสามารถเขยี นอักษรจีนในบทเรียนได้อยา่ งถกู ต้องและเข้าใจความหมายของคาํ ศพั ท์
ดา้ นคุณลักษณะนสิ ัย (A)
7) ผ้เู รยี นกระตือรือรน้ ในการทํากจิ กรรมการเรยี นรู้
8) ผูเ้ รียนทาํ กิจกรรมการเรียนรู้อยา่ งเปน็ ระบบระเบียบ
9) ผู้เรียนสง่ ภาระงานตรงตามเวลาท่ีกาํ หนด
3.สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) ความรู้ (Knowledge : K)
คาศพั ท์ พินอิน ความหมาย
同学们 t6ng xu0 men นักเรียนทุกคน
给 g-i ให้
大家 d4 ji1 ทกุ คน
介绍 ji= sh4o แนะนํา
一位 y@ w=i ท่านหนงึ่ /หนงึ่ ท่าน
新 x!n ใหม่
自己 z$ j# ตวั เอง
人 r0n คน
学习 xu0 x# เรียน
喜欢 x# hu1n ชอบ
也 y- ก็
指着 zh# zhe ชี้
墙 qi2ng ผนงั
地图 d$ t^ แผนท่ี
家乡 ji1 xi1ng บา้ นเกิด
城市 ch0ng sh$ เมือง
วัฒนธรรม 文化
การแนะนําเพ่ือน ผู้ใหญ่ หรือบุคคลทั่วไป คนจีนให้ความสําคัญกบั ชื่อสกลุ มาก ดังน้ันเวลาแนะนาํ ต้อง
ข้ึนด้วยคาํ เรยี ก สําหรบั ผูช้ ายใชค้ าํ ว่า 先生 ผ้หู ญงิ ใช้คําวา่ 小姐 หรอื จะใชค้ ําเหลา่ น้ตี วั อยา่ งเชน่
女士 服务员 老板 美女
คณุ ผหู้ ญงิ บรกิ ร เถา้ แก่ สาวสวย
帅哥 店员 师傅 售货员
หน่มุ หล่อ พนกั งานรา้ น คนขับรถหรอื วา่ พนักงาน
ชา่ งเทคนคิ
บทสนทนา
老师:同学们好!今天我给大家
介绍一位新同学。
杰克:老师好! 老师:杰克你自己介绍一下吧。
杰克:我叫杰克,我是爱尔兰 楠楠:爱尔兰在哪?
人.我来中国学习中文,我很喜
欢中国,也很高兴认识大家。
杰克:在欧洲,在英国的旁边。
楠楠:你家在爱尔兰的哪的城市?
杰克:我家在都柏林。
楠楠:都柏林在哪?
杰克:在这儿。
คาศพั ท์เพ่ิมเตมิ
ไวยกรณจ์ นี
“一下” (y@xi4r) ในภาษาจีน
1.1 คําว่า 一下 หมายถึง “สักหนอ่ ย ” ใช้กบั การกระทําท่ีมีเวลาสัน้ ๆหรือกะทันหัน มกั รวมกบั
คาํ กรยิ าวางอยู่ด้านหลงั คาํ กริยา เวลาในการแสดงการกระทําหรือพฤติกรรมเพียงไม่นาน ตวั อยา่ งเช่น
อักษรจีน pinyin คาแปล
做一下。 zu8 y@xi4r ทําสักหน่อย
看一下。 K4n y@xi4r ดสู กั หน่อย
说一下。 Shu5 y@xi4r พดู สักหน่อย
介绍一下。 ji=sh4o y@xi4r แนะนาํ สกั หน่อย
一下就好。 y@xi4r ji* h3o อกี สักคร่กู ็ดีแล้ว
一下就没了。 y@xi4r ji* m0i le อีกสกั ครู่กห็ ายไปแล้ว
“喜欢” (x#hu1n) ในภาษาจนี
1.2 คําว่า 喜欢 หมายถึง “ชอบ ” เป็นคํากริยา โครงสรา้ งประโยคเปน็ ประธาน+喜欢+คาํ นาม
ทําหนา้ ที่เปน็ กรรม ถ้าไมช่ อบสามารถเตมิ 不 หน้า 喜欢 ได้ เพ่ือแสดงการปฏเิ สธ และสามารถทําให้เป็น
ประโยคคาํ ถามไดโ้ ดยการวาง 吗? หรือ 什么?ไว้ท้ายประโยค
อักษรจีน pinyin คาแปล
ฉนั ชอบภาษาจีน
我喜欢中文。 W7 x#hu1n zh5ngw0n
我不喜欢英文。 W7 b* x#hu1n y!ngw0n ฉันไมช่ อบภาษาอังกฤษ
你喜欢中文吗? N# x#hu1n zh5ngw0n ma? คุณชอบภาษาจีนไหม
你喜欢什么? N# x#hu1n sh0nme คณุ ชอบอะไร
2) ทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
2.1ทักษะการฟัง (Listening skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.2 ทักษะการพูด (Speaking skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.3 ทกั ษะการอ่าน (Reading skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.4 ทักษะการเขียน (Writing skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.5 กระบวนการกลุ่ม
- จับคู่สนทนา
- ระดมสมอง
- ฝึกกิจกรรมกลมุ่ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
3) เจตคติ (Attitude : A)
1. กลา้ แสดงออก
2. มั่นใจในการออกเสียงคาํ ศัพท์ ประโยคตา่ งๆ ตามสถานการณ์
3. มคี วามสขุ สนุกสนานกบั การเรยี นภาษาจนี
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
-
4.สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
- มพี ้นื ฐานความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการสื่อสารภาษาจีน
4.2 ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งสร้างสรรค์ และคิดเป็นระบบ
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
- การนําความรู้ด้านทักษะภาษาจีนและหลักไวยากรณ์ไปใชพ้ จิ ารณาหาคําตอบอย่างมีเหตผุ ล
4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- การทาํ งานกลุ่มร่วมกัน นํากระบวนการต่างๆ ไปใชใ้ นการดําเนนิ ชีวิตประจําวัน
4.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- การแสวงหาความรู้เพิม่ เติมจากสอ่ื อเิ ล็กทรอนิคส์ เพ่ือพฒั นาตนเองในด้านภาษาจีน
5.ทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
- อา่ นออก (Reading)
- เขยี นได้ (Riting)
- ความรว่ มมือ การทาํ งานเปน็ ทมี และภาวะผู้นาํ (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- มรี ะเบยี บวนิ ัย (Compassion)
6.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มวี ินยั
- ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คบั และตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
- เอาใจใส่ ตงั้ ใจเรยี น มีความเพยี รพยายามในการเรยี นรู้ และสนใจเข้ารว่ มกจิ กรรม
6.3 ม่งุ มนั่ ในการทาํ งาน
- ต้ังใจ และรับผดิ ชอบท่ีไดร้ ับมอบหมาย
7.ชิ้นงาน/ภาระงาน
ชนิ้ งาน - แบบฝึกหดั ก่อนเรยี น 介绍一位新同学。
- แบบฝึกหัดหลังเรยี น 介绍一位新同学。
- ผลงานนักเรยี น
- แบบฝึกหัดการอา่ นคาํ ศัพท์
ภาระงาน - แบบฝกึ คัดจนี
- ใบงาน
- คลปิ วีดีโอ
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี 1
ขัน้ นา (Warm-up)
1. ครทู บทวนคาํ ศพั ทป์ ระเทศ โดยครูพูดไทยให้นักเรยี นพูดจนี ครพู ูดจนี ใหน้ กั เรียนพดู ไทย
2. ครเู ปิดคลิปการสนทนา การทักทายของคนจนี
3. ครูสอบถามนกั เรียนวา่ หากนักเรยี นเจอผูใ้ หญ่นักเรยี นจะทักทาย และแนะนาํ ตวั เองอยา่ งไร และเวลา
นักเรียนเจอเพ่อื น นักเรียนทักทายอยา่ งไร
ข้นั สอน(Presentation)
4. ครูอธิบายวฒั นธรรมการทักทายของคนจนี โดยเฉพาะกบั ผู้ทม่ี ีอายุมากกว่า
วัฒนธรรม 文化
การแนะนําเพ่ือน ผู้ใหญ่ หรอื บุคคลทวั่ ไป คนจีนใหค้ วามสาํ คญั กบั ช่ือสกุลมาก ดังนัน้ เวลาแนะนําต้อง
ขึน้ ดว้ ยคาํ เรยี ก สาํ หรบั ผ้ชู ายใช้คําวา่ 先生 ผ้หู ญิงใช้คําวา่ 小姐 หรอื จะใช้คําเหล่านีต้ วั อยา่ งเช่น
女士 服务员 老板 美女
คุณผหู้ ญงิ บรกิ ร เถา้ แก่ สาวสวย
帅哥 店员 售货员 师傅
หนมุ่ หลอ่ พนกั งานรา้ น พนกั งาน คนขับรถหรอื
วา่ ชา่ งเทคนิค
5. ให้นักเรียนจับคู่ จากนัน้ ให้นักเรยี นแสดงบทบาทการทักทายแตล่ ะช่วงอายุ เช่น เพื่อนทักทายเพอ่ื น
ลกู น้องทักทายหวั หนา้ เด็กทักทายผู้ใหญ่ เป็นต้น
6. ครูแบ่งกลมุ่ นักเรยี นออกเป็น 3 กลุ่ม จากนั้นครูแจกคาํ ศพั ท์ ให้นกั เรียนหาคําแปล โดยครูจับเวลา 5
นาที เมอ่ื ครบเวลา ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ นับวา่ กลุม่ ตวั เองได้คําศัพท์กค่ี าํ ถกู ต้องหรอื ไม่ กล่มุ ไหนหาได้มาก
ทสี่ ดุ กลมุ่ นั้นชนะ
คาศพั ท์ พนิ อิน ความหมาย
同学们 t6ng xu0 men นกั เรยี นทกุ คน
给 g-i ให้
ทุกคน
大家 d4 ji1
介绍 ji= sh4o แนะนํา
一位 ท่านหนง่ึ /หนึ่งท่าน
y@ w=i
新 x!n ใหม่
自己 z$ j# ตวั เอง
r0n คน
人 เรียน
学习 xu0 x# ชอบ
喜欢 x# hu1n
ก็
也 y- ช้ี
指着 zh# zhe ผนัง
qi2ng แผนท่ี
墙
地图 d$ t^
家乡 ji1 xi1ng บา้ นเกดิ
城市 ch0ng sh$ เมือง
7. ครูสอนนกั เรียนอ่านคําศัพทอ์ ีกครัง้ จากน้นั ให้แต่ละกล่มุ อา่ นคําศัพทพ์ ร้อมกนั
ขน้ั สรุป (Warp up)
8. ใหน้ ักเรียนคดั คําศัพทล์ งสมุดคัดจีน โดยจะตอ้ งนับลาํ ดบั ขีดดว้ ย ว่าอักษรนนั้ มีกี่ ขดี
9. ครูและนกั เรียนทบทวนคําศพั ท์อีกครัง้
10. ครแู จง้ ให้นกั เรียนทําแบบฝึกหัดออนไลน์ ตามทลี่ งิ คค์ รูสง่ ให้ในไลน์กลุ่ม กําหนดเวลาสอบได้ถึงวัน
พรุ่งนี้
11. แจ้งเน้อื หาทจ่ี ะใช้สอนในชัว่ โมงหน้า ใหน้ ักเรยี นนําสีมาในชัว่ โมงหนา้ ด้วย
ชวั่ โมงท่ี 2
ขน้ั นา (Warm-up)
1. ครูทบทวนคาํ ศัพท์ชัว่ โมงทแ่ี ล้ว และให้นกั เรียนกล่าวทักทายครู โดยครจู ะแสดงบทบาทสมมุติตามวยั
ต่างๆและใหน้ ักเรียน ใชค้ าํ ทกั ทายทถ่ี ูกต้อง
2. ครเู ปดิ รปู แผนทโ่ี ลกให้นักเรยี นดู และถามนักเรียนว่านกั เรียนรหู้ รอื ไม่ ประเทศไทยอยู่ทวีปอะไร
ขนั้ สอน(Presentation)
3. ครสู อนคําศัพทเ์ ก่ยี วกับทวปี
4. .ให้นักเรยี นสืบคน้ ว่าแตล่ ะทวีปมปี ระเทศอะไรบา้ ง โดยแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ 6 กลุ่ม ศกึ ษาเกี่ยวกบั ทวปี
ทตี่ นเองได้รับผดิ ชอบ พร้อมอธิบายสน้ั ๆหนา้ ชนั้ เรยี น
5. ครูใหน้ กั เรียนเปดิ หนังสือไปหนา้ ท่ี 47 จากน้ันครูอา่ นบทสนทนาใหน้ ักเรียนฟัง 1 รอบ ใหน้ กั เรียนอ่าน
เอง 3 รอบ และใหจ้ ับคู่กันเพื่อฝึกบทสนทนา
老师:同学们好!今天我给大家
介绍一位新同学。
杰克:老师好! 老师:杰克你自己介绍一下吧。
杰克:我叫杰克,我是爱尔兰 楠楠:爱尔兰在哪?
人.我来中国学习中文,我很喜
欢中国,也很高兴认识大家。
杰克:在欧洲,在英国的旁边。
楠楠:你家在爱尔兰的哪的城市?
杰克:我家在都柏林。
楠楠:都柏林在哪?
杰克:在这儿。
6. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายประโยคท่ีละประโยค การอ่านออกเสยี งที่ถูกต้องและแปลความหมาย
7. ใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านบทสนทนากับเพ่ือนใหค้ ล่อง จากนนั้ ครจุ ะเรียกทดสอบเพ่อื ทําการเกบ็ คะแนน และ
แกไ้ ขการอา่ นให้กบั นักเรียนที่อา่ นออกเสียงผดิ
ขัน้ สรปุ (Warp up)
8. ครูแจกกระดาษให้นกั เรียนวาดภาพระบายสที วีปที่ตนเองสนใจ พร้อมบอกเหตุผลส้ันๆเป็นภาษาจีน
ตกแต่งใหส้ วยงาม
9. ครูและนักเรยี นช่วยกันทบทวนเนอื้ หาและคาํ ศัพทเ์ กยี่ วกับทวีปอกี ครั้ง
10. แจง้ เน้ือหาทจี่ ะสอนในชัว่ โมง และบอกคะแนนสอบออนไลนใ์ หก้ บั นกั เรียน
ช่วั โมงที่ 3
ขั้นนา (Warm-up)
1. ครูทบทวนบทสนทนา โดยให้นกั เรยี นอ่านพร้อมกัน 1 รอบ จากนัน้ ครูทบทวนการทักทายระหว่างชว่ ง
อายุต่างๆ
2. ครผู ู้ประโยค 老师喜欢中文 。จากนัน้ ครแู ปลให้ฟังวา่ หมายถึงอะไร สอบถามนกั เรียนมคี วามชอบ
อะไรบ้าง เพราะอะไร
3. ทาํ แบบฝึกหัดกอ่ นเรียน
ขั้นสอน(Presentation)
4. ครูสอนไวยากรณจ์ นี อธิบายพรอ้ มยกตวั อยา่ ง
“一下” (y@xi4r) ในภาษาจนี
คําวา่ 一下 หมายถึง “สักหน่อย ” ใช้กบั การกระทําที่มีเวลาสน้ั ๆหรือกะทันหัน มักรวมกับ
คํากรยิ า
วางอยู่ด้านหลังคาํ กรยิ า เวลาในการแสดงการกระทาํ หรือพฤติกรรมเพยี งไมน่ าน ตวั อย่างเชน่
อักษรจนี pinyin คาแปล
做一下。 zu8 y@xi4r ทําสักหน่อย
看一下。 K4n y@xi4r ดสู กั หนอ่ ย
说一下。 Shu5 y@xi4r พูดสักหน่อย
介绍一下。 ji=sh4o y@xi4r แนะนําสักหน่อย
一下就好。 y@xi4r ji* h3o อีกสักครู่กด็ ีแลว้
一下就没了。 y@xi4r ji* m0i le อีกสกั ครูก่ ห็ ายไปแล้ว
5. ให้นักเรยี นแตง่ ประโยค โดยใช้คําวา่ 一下 คนละ 3 ประโยค จากนัน้ คุณครูและนักเรยี นชว่ ยตรวจ
ว่าถูกตอ้ งหรือไม่
6. สอบถามความเข้าใจของนกั เรียน ว่าเข้าใจหรือไม่ หากไม่เข้าใจครูจะอธบิ ายให้ฟงั อีกรอบ
7. ครอู ธบิ ายความชอบเป็นภาษาจนี ว่าคนจีนพดู อย่างไร
“喜欢” (x# hu1n) ในภาษาจีน
คาํ ว่า 喜欢 หมายถึง “ชอบ ” เป็นคํากรยิ า โครงสรา้ งประโยคเป็น ประธาน+喜欢+คํานาม
ทําหนา้ ที่เปน็ กรรม ถ้าไมช่ อบสามารถเตมิ 不 หน้า 喜欢 ได้ เพื่อแสดงการปฏเิ สธ และสามารถทําให้เป็น
ประโยคคําถามได้โดยการวาง 吗? หรอื 什么?ไวท้ า้ ยประโยค
อกั ษรจนี pinyin คาแปล
ฉันชอบภาษาจีน
我喜欢中文。 W7 x#hu1n zh5ngw0n
我不喜欢英文。 W7 b* x#hu1n y!ngw0n ฉนั ไม่ชอบภาษาอังกฤษ
你喜欢中文吗? N# x#hu1n zh5ngw0n ma? คณุ ชอบภาษาจีนไหม
你喜欢什么? N# x#hu1n sh0nme คุณชอบอะไร
8. ใหน้ ักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คาํ วา่ 喜欢 คนละ 3 ประโยค จากน้ันคณุ ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจ
ความถกู ตอ้ ง
ขั้นสรปุ (Warp up)
9. ครูและนักเรยี นทบทวนไวยากรณ์จนี อกี ครง้ั สอบถามความเข้าใจของนักเรยี น
10. ใหน้ กั เรยี นทาํ แบบฝกึ หดั หลังเรยี น
11. แจ้งเนือ้ หาทีจ่ ะใช้สอนในชั่วโมงหนา้
9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A)
สิ่งทตี่ ้องการวัด วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์
การประเมินผล
ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตจากการอา่ น - แบบสังเกตการอา่ น -นกั เรียนอา่ น-พูดสนทนา
1. นกั เรียนเข้าใจการออกเสยี ง ออกเสยี งคาํ ศัพทแ์ ละ -ทาํ แบบฝึกหัด ไดถ้ ูกต้อง ไม่น้อยกวา่ ร้อย
คาํ ศัพทแ์ ละประโยค การจบั คสู่ นทนา -แบบสังเกตพฤติกรม ละ 70 ของนักเรยี น
2. เขา้ ใจการถาม-ตอบเกี่ยวกับ -ทําแบบฝกึ หดั ทงั้ หมด
เรื่องตนเองและคนรอบขา้ งได้ -การแสดงบทบาท -นักเรียนทาํ แบบฝึกหัด
3. เขา้ ใจวฒั นธรรมการทักทายของ สมมุติ หลังเรียนได้
คนจีนได้ ถูกต้องไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ
70 ของคะแนนท้ังหมด
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ - ทําแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หัดออนไลน์ -นกั เรยี นทาํ แบบฝกึ หัด
(Skill/Process) ออนไลน์ หลงั เรียน หลงั เรยี นได้
4. นกั เรียนสามารถเขยี นแนะนํา -ใบงาน - แบบบนั ทกึ คะแนน ถูกต้องไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ
ตนเองไดเ้ ปน็ ภาษาจีนได้ -นาํ เสนอหนา้ ชน้ั -ผลงานนักเรยี น 70 ของคะแนนท้ังหมด
5. นักเรยี นสามารถอธิบาย เรยี น
เรื่องราวของผอู้ ่ืนเป็นภาษาจีนได้ -การถาม-ตอบใน
หอ้ งเรยี น
ด้านเจตคติ (Attitude) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบบันทกึ การ - นักเรียนมพี ฤติกรรม
ดังกลา่ วผ่านเกณฑ์
6. มคี วามใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีส่วนร่วม -สงั เกตพฤติกรรมท่ี คณุ ภาพระดบั พอใช้ข้นึ ไป
ในการทํากิจกรรม และมีความ พงึ ประสงค์
รบั ผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ ับ
มอบหมาย
10. สือ่ และอุปกรณก์ ารเรียน/แหล่งการเรียนรู้
10.1 สอ่ื และอุปกรณก์ ารเรียน
1. หนงั สอื เรยี นวิชาภาษาจีนเพื่อการสอ่ื สารในชวี ติ ประจาํ วัน
2. แผนทโี่ ลก
3. แบบทดสอบเรื่องไวยากรณ์จีน
4. PPT คําศัพท์
10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. เพจเรียนรู้ง่ายๆจากคําคมภาษาจนี by 老师 meily
2. youtube
3. หอ้ งคอมพิวเตอร์
4. https://wordwall.net/th/myactivities#
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ(เพิ่มเติม) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3
รายวชิ า ภาษาจีนเพอื่ การสื่อสารในชวี ิตประจาวนั 1 รหัสวิชา จ 23201
หนว่ ยการเรยี นรู้ 6 เรื่อง 我们一起去吃饭吧。 เวลา 6 ชัว่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ 8 เรอ่ื ง 地点。 เวลา 3 ชว่ั โมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ในการเข้าสังคมหรือเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ผูเ้ รยี นจาํ เปน็ อย่างย่ิงท่จี ะต้องรู้จักสถานที่ต่างๆ นอกจาก
จะอธิบายไดว้ ่าสถานท่ใี ดอยู่ตรงไหนแลว้ ในบทเรยี นนี้ผู้เรียนจะไดเ้ รยี นรู้เกีย่ วกบั การชวนเพอื่ ไปสถานท่ีต่างๆ
เพอ่ื ไปทาํ กจิ กรรมดว้ ยกนั พร้อมทัง้ สามารถบอกเหตผุ ลในการเชิญชวนได้
2.ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ผลการเรียนรู้
1) ระบุประโยคและขอ้ ความ หรือตอบคาํ ถามใหส้ มั พันธก์ บั ส่ือท่ไี มใ่ ช่ความเรยี งที่อา่ น
2) สนทนา แลกเปล่ียนและเขียนโต้ตอบข้อมูลเพ่ือสอื่ สารอย่างต่อเน่ืองเก่ียวกบั ตนเอง
กจิ กรรม และสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั
3) พูดและเขยี นเพื่อขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเรอื่ งใกล้ตวั
4) พูดและเขยี นข้อมลู เกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจาํ วนั ประสบการณส์ งิ่ แวดลอ้ มใกลต้ วั
5) เขียนข้อมูลหรือภาพเกี่ยวกบั เร่ืองใกล้ตัว
6) เข้าร่วมหรอื จดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจนี ตามความสนใจ
2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1) นักเรยี นสามารถสนทนาถามตอบเกยี่ วกับสถานที่ได้โดยใช้โครงสรา้ งรปู ประโยค
我在_________ 我去__________ เป็นต้น
2) ผเู้ รยี นมเี ขา้ ใจรปู ประโยคและสามารถตอบคําถามตามเน้ือหาในบทเรียนได้อยา่ งถูกต้อง
เช่น 学校在医院旁边。
3) นกั เรียนสามารถถามเก่ียวกบั สถานที่และประโยคทใ่ี ช้ได้
ด้านทักษะการปฏบิ ัติ (P)
4) ผู้เรยี นบอกความหมายคาํ ศพั ท์ทเ่ี ก่ียวกบั บทเรียนได้ถกู ตอ้ ง รวมถงึ การบอกวา่ ตนเองอยู่ที่
ไหน กําลงั ไปทไ่ี หน บอกเส้นทางไปสถานทีไ่ ด้
5) ผเู้ รยี นสามารถยกตัวอย่างประโยคงา่ ยท่ีใชใ้ นการถามเส้นทาง สถานที่ได้อย่างถูกตอ้ ง
6) ผเู้ รียนสามารถเขียนอักษรจนี ในบทเรยี นได้อยา่ งถกู ต้องและเขา้ ใจความหมายของคาํ ศัพท์
ด้านคุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
7) ผู้เรียนกระตือรือรน้ ในการทาํ กิจกรรมการเรยี นรู้
8) ผเู้ รียนทาํ กจิ กรรมการเรียนร้อู ยา่ งเป็นระบบระเบยี บ
9) ผู้เรียนส่งภาระงานตรงตามเวลาท่กี ําหนด
3.สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
1) ความรู้ (Knowledge : K)
ไวยากรณจ์ ีน
2) ทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
2.1ทักษะการฟัง (Listening skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.2 ทกั ษะการพดู (Speaking skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.3 ทกั ษะการอ่าน (Reading skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.4 ทักษะการเขยี น (Writing skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.5 กระบวนการกล่มุ
- จบั คู่สนทนา
- ระดมสมอง
- ฝึกกิจกรรมกลุ่มตามแผนการจัดการเรยี นรู้
3) เจตคติ (Attitude : A)
1. กลา้ แสดงออก
2. มนั่ ใจในการออกเสียงคําศัพท์ ประโยคต่างๆ ตามสถานการณ์
3. มคี วามสขุ สนกุ สนานกบั การเรียนภาษาจนี
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
-
4.สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
- มีพนื้ ฐานความรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะในการสื่อสารภาษาจนี
4.2 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ และคิดเป็นระบบ
4.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
- การนําความร้ดู า้ นทักษะภาษาจนี และหลักไวยากรณ์ไปใช้พิจารณาหาคําตอบอย่างมเี หตผุ ล
4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- การทํางานกลุ่มร่วมกัน นํากระบวนการตา่ งๆ ไปใช้ในการดาํ เนินชวี ิตประจาํ วัน
4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- การแสวงหาความรู้เพ่มิ เติมจากส่อื อเิ ล็กทรอนิคส์ เพื่อพฒั นาตนเองในด้านภาษาจนี
5.ทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
- อ่านออก (Reading)
- เขยี นได้ (Riting)
- ความร่วมมือ การทํางานเป็นทมี และภาวะผู้นาํ (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- มรี ะเบยี บวินัย (Compassion)
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินยั
- ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบขอ้ บงั คับ และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรม
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
- เอาใจใส่ ตง้ั ใจเรยี น มีความเพยี รพยายามในการเรียนรู้ และสนใจเข้าร่วมกิจกรรม
6.3 มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน
- ตั้งใจ และรับผิดชอบที่ไดร้ ับมอบหมาย
7.ช้ินงาน/ภาระงาน
ช้ินงาน - แบบฝึกหดั ก่อนเรียน 地点。
- แบบฝกึ หดั หลงั เรยี น 地点。
- ผลงานนักเรียน
- แบบฝึกหดั การอ่านคาํ ศัพท์
ภาระงาน - แบบฝึกคัดจีน
- ใบงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1
ขั้นนา (Warm-up)
1. ครทู ักทายนกั เรียนเปน็ ภาษาจนี 同学们好!
2. ครเู อารูปภาพ มีถนน และชอื่ สถานทต่ี า่ งๆเป็นภาษาจีน แล้วใหน้ กั เรยี นบอกว่าครู รปู ภาพที่
นักเรยี นเห็นอะไร เมื่อนกั เรยี นตอบได้ว่า สถานท่ี ครจู งึ ถามต่อว่า นักเรียนรู้จักสถานที่ใดบ้าง ใหน้ ักเรยี นบอก
ช่อื สถานทีม่ าคนละ 1 ท่ี หรือครูสุ่มเลอื ก และถามต่อด้วยว่า สถานที่ทบ่ี อกมานนั้ เรามักจะไปทําอะไรทสี่ ถานท่ี
แห่งนนั้ ให้
3. นักเรยี นทําแบบฝึกหดั ก่อนเรียน
ข้นั สอน(Presentation)
4. ครอู ธิบายคําศัพท์ เกมจําศพั ท์ไปด้วย เพื่อทดสอบความจํา โดยครูจะพูดคําศัพทเ์ ปน็ ภาษาไทยให้
นักเรียนตอบเป็นภาษาจนี 10 คร้งั หากผิดกอ่ นท่จี ะครบ 10 ครั้ง ก็ทําการเริ่มใหม่ เม่ือครบแล้ว ครูจงึ ถาม
เป็นกล่มุ กลุ่มละ 2 คาํ แลว้ จึงเรยี กเปน็ รายบคุ คล ให้นกั เรยี นทุกคนได้มีโอกาสอ่านนาํ ให้เพ่อื นอา่ นตาม
หากคําไหน นกั เรยี นอา่ นไม่ได้ ครจู งึ บอกให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกนั โดยครจู ะช้ีทีละตวั ครูบอกกฎ
การอ่านให้นักเรยี นฟังเพื่อทําตามให้ถูกต้อง คอื เมื่อครูชี้ตัวไหนให้อ่านตัวนนั้ ชช้ี า้ อา่ นช้า ช้ีเร็วอา่ นเร็ว ครู
ช้ีสลบั ตัวอักษร เมอ่ื สงั เกตเห็นว่านักเรียนสว่ นใหญ่ สามารถอ่านได้แล้วจงึ พอ
5. ครถู ามคําถามกับนักเรียน แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบว่าท่ีน้ีคือสถานทีใ่ ด
家 jia(บ้าน) ถาม สถานทน่ี ักเรียนอาศยั อยู่ ใชห้ ลบั นอน อยูก่ บั คุณพ่อคณุ แมค่ ือที่ใด
超市 chao shi(ซุปเปอรม์ าเก็ต)สถานท่ีเราจะไปซื้อของ จะมชี ั้นสําหรับวางของ เรียงอย่าง เปน็
ระเบียบ มที ุกอยา่ งขายท่ีนน้ั
车站 che zhan(ป้ายรถเมล์)เมอื่ เราจะไปทีใ่ ดๆก็ตามถ้าไมม่ ีรถยนตส์ ว่ นตัวเราจะตอ้ งไปทใ่ี ด เพ่ือ
รอรถ
市场 shi chang(ตลาด)เม่ือเราจะไปซ้ือผัก ผลไม้ หรือกับข้าว อาหาร เราจะต้องไปที่ใด
公 园(สวนสาธารณะ)เม่ือเราต้องการหาท่ีพักผอ่ น มตี น้ ไม้เยอะๆ ซึง่ อย่ใู นกรุงเทพ ตอ้ งไปท่ใี ด
医院 yi yuan(โรงพยาบาล)เม่อื เราไมส่ บายเราต้องไปหาหมอ แลว้ หมออย่ทู ี่ใด
庙 miao(วัด)เมื่อเราจะไปทําบุญ ไหวพ้ ระ เราต้องไปที่ใด
学校 xue xiao(โรงเรยี น) นอกจากบ้านท่ีเราอยู่ เราต้องไปท่ใี ดทุกวนั ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์
6. ใหน้ ักเรียนทําป๊อบอพั คาํ ศัพท์สถานที่ท่เี รยี นพรอ้ มทั้งเขียนภาษาจนี และพินอินกาํ กบั
7. ใหน้ ักเรียนออกมาอ่านคําศพั ทท์ ่ีตนเองได้ทํา
ขัน้ สรปุ (Warp up)
8. ครแู ละนกั เรียนทบทวนคา้ ศัพท์อีกครง้ั ครูสอบถามความเข้าใจนักเรยี นอีกรอบ
9. ให้นกั เรยี นทาํ แบบฝกึ หดั ออนไลน์หลงั เรียน
10. แจ้งเนอื้ หาทจี่ ะสอนในชั่วโมงหนา้
ช่วั โมงท่ี 2
ขัน้ นา (Warm-up)
1. ครูทบทวนคําศพั ท์สถานท่ีของชวั่ โมงท่ีแลว้ โดยครูมเี กมให้นักเรยี นเลน่ เป็นเกมปริศนาทาย
รูปภาพโดยครูจะเปดิ แผน่ ปา้ ยท่ีละหมายเลข หากนักเรยี นรวู้ า่ เป็นสถานทีใ่ ด ให้ยกมือขึ้นตอบ
2. ครสู อบถามนักเรียนวา่ ตอนนี้เราอยทู่ ่ีไหน หมออยู่ท่ีไหน ตํารวจอยูท่ ไ่ี หน พ่อแมอ่ ยู่ที่ไหน และ
เราพักอย่ทู ่ีไหน
ขัน้ สอน(Presentation)
3. ครูอธิบายการใช้ 去 พรอ้ มโครงสร้างประโยคและยกตัวอย่างประโยคง่ายๆ
4. ครูใหน้ ักเรียนแต่งประโยค โดยใช้โครงสร้าง 去 คนละ 3 ประโยค
5. ครซู ่มุ นักเรยี นอ่านประโยคที่ตนเองแต่งใหค้ รแู ละเพ่อื นๆฟัง หากนักเรยี นแต่งผดิ ครูให้เพื่อนๆ
ชว่ ยกนั แกไ้ ขขอ้ ความให้ถกู ต้อง
6. ครูอธบิ ายการใช้ 那 กบั 做 พรอ้ มยกตวั อย่าง
7. ให้นักเรียนแตง่ ประโยค 哪 และ 做 คนละ 3 ประโยค
8. ครซู ุม่ นกั เรียนอา่ นประโยคที่ตนเองแต่งให้ครูและเพอ่ื นๆฟัง หากนกั เรียนแต่งผิด ครูใหเ้ พ่ือนๆ
ช่วยกนั แก้ไขข้อความให้ถกู ต้อง
9. ใหน้ ักเรียนแต่งบทสนทนา โดยใช้ประโยคและโครงสรา้ งไวยากรณ์จนี ท่เี รียนมาในชวั่ โมง คนที่
1 สถานการณ์ แล้วแตน่ ักเรยี น ลงสมุดของตนเอง
ขัน้ สรปุ (Warp up)
10. ครตู รวจดบู ทสนทนาทีน่ ักเรียนแต่ง หากผิดครูแก้ไขใหน้ ักเรียนและเรียกนักเรียนมาอธิบายว่าผดิ
ตรงไหน แก้ไขอย่างไรใหถ้ ูกต้อง
11. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเนื้อหาอีกครง้ั พรอ้ มสอบถามว่าเขา้ ใจของนกั เรยี น ถ้านักเรียนคนใด
ยงั ไมค่ ่อยเข้าใจ ให้ไปดคู ลปิ วีดโิ อทค่ี รูสอนๆได้
12. แจง้ เนื้อหาที่จะใชส้ อนในชัว่ โมงหน้า ให้นักเรียนนําสีมาด้วย
ชัว่ โมงท่ี 3
ข้ันนา (Warm-up)
1. ครทู บทวนเน้อื หาที่ของชว่ั โมงที่แลว้ เก่ยี วกบั การใช้ 去、哪、做 โดยให้นักเรียน
ยกตวั อย่างคนละ 1 ประโยค ครเู ดินถามนักเรยี นเร่ือย ชี้ท่ใี ครคนนั้นตอบ
2. สอบถามนักเรยี นวา่ นกั เรยี นเดนิ ทางมาโรงเรยี นอย่างไร ระหว่างทางกลับบ้านนักเรียนต้องผา่ น
อะไรบ้าง โดยครูจะสมุ่ นักเรยี นออกมาอธบิ ายทางไปบา้ นของนักเรียนให้เพื่อนๆฟงั
3. ครูมรี ปู ภาพให้นักเรียนดู จากนนั้ สอบถามนักเรียนหากครูจะไปร้านอาหาร ครจู ะต้องไปอย่างไง
ขน้ั สอน(Presentation)
4. ครอู ธิบายการใช้ 在 พรอ้ มโครงสร้างการบอกตําแหน่งและยกตวั อย่างงา่ ยๆ
5. ครูมรี ปู ภาพให้นักเรยี นดู และใหน้ ักเรียนช่วยกนั บอกตําแหน่งสถานทีน่ นั้ เช่น
6. ครเู ปลยี่ นรปู ภาพไปเรื่อยๆ โดยครูจะใชโ้ ปรแกรมสุ่มช่ือนักเรียน โดนชือ่ ใครคนนน้ั ลุกขึน้ ตอบของ
ตาํ แหน่งสถานท่ี หากนักเรยี นตอบผดิ ให้เพ่ือนๆในชั้นเรยี นช่วยกันตอบ
7. ครูอธบิ ายการถามทางและการบอกทาง จากนัน้ ครใู หน้ ักเรียนแสดงสถานการณ์เป็นผู้ถามทาง
และผู้บอกทาง
ข้ันสรุป (Warp up)
8. ครใู หน้ ักเรียนวาดรปู แผนทีบ่ ้านของตนเอง และเขียนบอกเส้นทางเป็นภาษาจนี (เปน็ การบ้าน)
9. ครแู ละนักเรียนช่วยกันสรปุ เน้ือหาอีกครง้ั สอบถามความเข้าใจของนักเรียน หากนักเรียนไม่เขา้ ใจ
ให้ดูคลิปการสอนครูย้อนหลงั ได้
9. การวัดและประเมินผล (K-P-A)
ส่ิงทตี่ ้องการวัด วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์
การประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (Knowledge) - สงั เกตจากการอา่ น - แบบสังเกตการอ่าน -นักเรียนอ่าน-พดู สนทนาได้
1. นกั เรยี นเข้าใจการออกเสยี ง ออกเสียงคําศพั ทแ์ ละ -ทําแบบฝกึ หดั ถูกต้อง ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ
คําศัพท์และประโยค การจบั ค่สู นทนา -แบบสงั เกตพฤติกรม 70 ของนักเรยี นทั้งหมด
2. เข้าใจการถามทาง-การบอกทาง -ทําแบบฝึกหัด -นกั เรยี นทําแบบฝกึ หัดหลัง
กับผ้อู น่ื ได้ -การแสดงบทบาท เรยี นได้ถูกต้องไม่น้อยกว่า
3.เขา้ ใจการบอกตําแหนง่ ของ สมมตุ ิ ร้อยละ 70 ของคะแนน
สถานท่นี ัน้ ๆได้ -กจิ กรรมในชัน้ เรยี น ทั้งหมด
ด้านทักษะและกระบวนการ - ทาํ แบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หดั ออนไลน์ -นกั เรียนทําแบบฝึกหัดหลัง
(Skill/Process) ออนไลน์ หลังเรยี น เรยี นได้
4. นักเรียนสามารถเขยี นบอก -ใบงาน - แบบบนั ทกึ คะแนน ถูกต้องไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ
ตําแหน่งสถานท่ีได้ -นําเสนอหนา้ ชนั้ -ผลงานนักเรยี น 70 ของคะแนนทง้ั หมด
5. นักเรียนสามารถอธิบายการใช้ เรยี น
ไวยากรณใ์ นการถามทาง-การบอก -การถาม-ตอบใน
ทางกบั ผู้อ่นื ได้ ห้องเรียน
ดา้ นเจตคติ (Attitude) - สังเกตพฤติกรรม - แบบบนั ทกึ การ - นักเรยี นมีพฤตกิ รรม
6. มีความใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน มีส่วนร่วม -สังเกตพฤตกิ รรมที่ ดงั กลา่ วผ่านเกณฑ์คุณภาพ
ในการทาํ กิจกรรม และมีความ พึงประสงค์ ระดับพอใช้ขึ้นไป
รับผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รับ
มอบหมาย
10. ส่อื และอุปกรณ์การเรยี น/แหล่งการเรยี นรู้
10.1 สื่อและอปุ กรณ์การเรยี น
1. หนังสือเรียนวิชาภาษาจนี เพือ่ การสื่อสารในชีวติ ประจําวัน
2. แบบทดสอบ 地点
3. PPT
4. เกมปริศนารูปภาพ
5. บตั รคาํ ศพั ท์
10.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. เพจเรียนรงู้ า่ ยๆจากคาํ คมภาษาจนี by 老师 meily
2. youtube
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ(เพิ่มเตมิ ) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
รายวชิ า ภาษาจนี เพื่อการส่อื สารในชวี ติ ประจาวัน 1 รหสั วชิ า จ 23201
หนว่ ยการเรยี นรู้ 6 เรอ่ื ง 我们一起去吃饭吧。 เวลา 6 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ 9 เรื่อง 我们一起去吃饭吧。 เวลา 3 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ในการเข้าสังคมหรือเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ผู้เรียนจาํ เปน็ อย่างยง่ิ ทีจ่ ะต้องรูจ้ ักสถานที่ตา่ งๆ นอกจาก
จะอธิบายได้วา่ สถานทใ่ี ดอยตู่ รงไหนแลว้ ในบทเรยี นนผี้ ู้เรยี นจะไดเ้ รยี นรู้เกี่ยวกบั การชวนเพือ่ ไปสถานทต่ี า่ งๆ
เพื่อไปทํากิจกรรมดว้ ยกนั พร้อมท้ังสามารถบอกเหตผุ ลในการเชิญชวนได้
2.ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ผลการเรียนรู้
1) ระบุประโยคและขอ้ ความ หรอื ตอบคาํ ถามให้สมั พนั ธก์ บั สือ่ ท่ไี มใ่ ช่ความเรียงท่ีอ่าน
2) สนทนา แลกเปลยี่ นและเขียนโตต้ อบข้อมูลเพื่อสื่อสารอย่างตอ่ เนื่องเกี่ยวกับตนเอง
กจิ กรรม และสถานการณต์ ่างๆ ในชีวิตประจาํ วัน
3) พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเรือ่ งใกลต้ วั
4) พูดและเขียนขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจําวนั ประสบการณส์ ิ่งแวดล้อมใกลต้ ัว
5) เขียนข้อมูลหรือภาพเก่ยี วกับเร่ืองใกล้ตวั
6) เขา้ ร่วมหรอื จัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจีนตามความสนใจ
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความร้คู วามเข้าใจ (K)
2) นักเรยี นสามารถสนทนาถามตอบเกยี่ วกับการเชญิ ชวนเพ่ือน เพอื่ ไปทาํ กจิ กรรมด้วยกนั
ได้
2) ผู้เรยี นมีเข้าใจรูปประโยคและสามารถตอบคําถามตามเน้ือหาในบทเรยี นได้อยา่ งถูกต้อง
เชน่ 又……又。
3) นักเรียนสามารถถามเก่ียวกับสถานที่และประโยคทีใ่ ชไ้ ด้
ด้านทกั ษะการปฏิบตั ิ (P)
4) ผู้เรียนบอกความหมายคําศพั ท์ท่เี กี่ยวกับบทเรยี นได้ถกู ตอ้ ง รวมถงึ การบอกว่าตนเองจะ
ไปที่ใด ไปทําอะไรทน่ี ั้น
5) ผู้เรียนสามารถยกตัวอย่างประโยคง่ายที่ใช้ในการแสดงเหตผุ ลเพือ่ เชิญชวนได้
6) ผ้เู รยี นสามารถเขยี นอักษรจนี ในบทเรยี นได้อย่างถกู ต้องและเข้าใจความหมายของคําศัพท์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A)
7) ผเู้ รียนกระตือรือรน้ ในการทํากจิ กรรมการเรียนรู้
8) ผเู้ รียนทาํ กจิ กรรมการเรยี นรู้อยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ
9) ผูเ้ รียนสง่ ภาระงานตรงตามเวลาทกี่ ําหนด
3.สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) ความรู้ (Knowledge : K)
คาศพั ท์ พนิ อนิ ความหมาย
中午 zh5ng w& กลางวัน
吃饭 ch! f4n ทาน/กนิ ขา้ ว
h2i
还 zh! d4o ยงั
知道 sh@ t2ng รู้
食堂 d1ngxi โรงอาหาร
东西 ส่ิงของ
ถูก
便宜 pi2n y@ อร่อย
ดว้ ยกัน
好吃 h3o ch! เสรจ็ /หมด
เถอะ
一起 y$ q# หลังจาก
แพง
完 w2n อรอ่ ย(ใชก้ ับเครื่องด่ืม)
吧 ba
然后 r2n h8u
贵 gu$
好喝 h3o h9
บทสนทนา
杰克:还不知道。 欣航:中午你去哪儿吃饭?
杰克:好!我们一起去 欣航:去食堂吃饭吧。 那
儿的东西又便宜又好吃。
欣航:吃饭完我们去图书馆吧。
杰克:不行,我想去银行。
杰克:不知道! 欣航:你知道银行在哪儿吗?
欣航:我们一起去银行然后再去
图书馆。
ไวยกรณ์จนี
“又___又” (y@xi4r) ในภาษาจนี
1.3 คาํ ว่า 又___又 หมายถงึ “ท้ัง……..ทั้ง” กล่าวคือ ประธานมีคําคณุ ศัพทท์ ้งั สองอยา่ งอยู่
ดว้ ยกัน และความหมายต้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยหา้ มใชค้ ําคุณศัพท์ทีข่ ดั กนั คือ ถ้าดีก็ตอ้ งดที ้งั คู่ ถ้าแย่ก็
ต้องแย่ท้งั คูเ่ ชน่ เดียวกันแต่สามารถใช้เชือ่ มคาํ คุณศัพท์ได้
โครงสร้าง 又...又... คือ
ประธาน + 又 + คาํ คณุ ศัพท์ 1 + 又 +คาํ คณุ ศพั ท์ 2 เช่น
อกั ษรจนี pinyin คาแปล
又好又便宜。 Y8u h3o y8u pi2ny@ ท้งั ดที ้ังถกู
又漂亮又可爱。 Y8u pi4nli4ng y8u k- 4i ทัง้ สวยทัง้ นา่ รัก
又香又好喝。 Y8u xi1ng y8u h3oh9 ทั้งหอมท้งั อร่อย
“然后” (x#hu1n) ในภาษาจีน
1.4 คําว่า 然后 หมายถงึ “หลงั จากน้ัน ” เป็นคาํ เชอื่ มสันธาน เป็นคาํ ทเ่ี นน้ ลาํ ดบั การเกิดข้นึ ของ
เหตุการณ์ ใช้บอกเม่ือมเี หตุการณแ์ รกเกนิ ข้ึนและจบลงไปแลว้ หลังจากนั้นจะมีเหตุการณท่ี 2 เกิดขน้ึ ต่อ
โครงสรา้ ง 然后 คือ
เหตกุ ารณท์ ี่ 1+ 然后+ เหตุการณที่ 2
อักษรจนี pinyin คาแปล
我们一起去银行然 W7m9n y$q# q* y@nh2ng พวกเราไปธนาคารก่อนหลงั
r2nh8u z4i q* t&sh%gu1n จากน้ันค่อยไปห้องสมุด
后再去图书馆。
我先去长城然后去 W7 xi1n q* ch2ngch0ng ฉนั ไปกาํ แพงเมืองจนี ก่อน
r2nh8u q* g*g5ng
故宫。 จากนน้ั ก็ไปพระราชวังต้องหา้ ม
我们先去吃饭然后 W7 xi1n q* ch!f4n r2nh8u พวกเราไปกินข้าวกอ่ นหลงั
q* ch1osh$ จากนนั้ ไปตลาด
去超市。
2) ทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
2.1ทักษะการฟัง (Listening skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.2 ทักษะการพูด (Speaking skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.3 ทักษะการอ่าน (Reading skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.4 ทกั ษะการเขยี น (Writing skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.5 กระบวนการกลุ่ม
- จบั คู่สนทนา
- ระดมสมอง
- ฝึกกิจกรรมกลุ่มตามแผนการจดั การเรียนรู้
3) เจตคติ (Attitude : A)
1. กล้าแสดงออก
2. มั่นใจในการออกเสียงคําศัพท์ ประโยคตา่ งๆ ตามสถานการณ์
3. มคี วามสขุ สนุกสนานกับการเรียนภาษาจนี
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
-
4.สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
- มีพนื้ ฐานความรู้ ความเข้าใจ และมที ักษะในการสื่อสารภาษาจีน
4.2 ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์ คิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ และคิดเปน็ ระบบ
4.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
- การนาํ ความรดู้ า้ นทักษะภาษาจนี และหลักไวยากรณ์ไปใช้พิจารณาหาคาํ ตอบอย่างมเี หตผุ ล
4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- การทํางานกลุ่มรว่ มกนั นาํ กระบวนการตา่ งๆ ไปใชใ้ นการดําเนนิ ชีวติ ประจําวัน
4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- การแสวงหาความรู้เพ่ิมเติมจากสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิคส์ เพ่อื พัฒนาตนเองในด้านภาษาจีน
5.ทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
- อ่านออก (Reading)
- เขียนได้ (Riting)
- ความรว่ มมือ การทํางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นาํ (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- มรี ะเบยี บวนิ ัย (Compassion)
6.คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มีวนิ ัย
- ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบขอ้ บังคบั และตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรม
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
- เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน มีความเพียรพยายามในการเรยี นรู้ และสนใจเข้ารว่ มกิจกรรม
6.3 มุง่ มนั่ ในการทาํ งาน
- ต้งั ใจ และรบั ผดิ ชอบที่ได้รบั มอบหมาย
7.ช้ินงาน/ภาระงาน
ช้ินงาน - แบบฝกึ หัดก่อนเรยี น 我们一起去吃饭吧。
- แบบฝกึ หัดหลังเรยี น 我们一起去吃饭吧。
- ผลงานนกั เรยี น
- แบบฝึกหดั การอ่านคําศัพท์
ภาระงาน - แบบฝกึ คัดจีน
- ใบงาน
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงท่ี 1
ขน้ั นา (Warm-up)
1. ทกั ทายนักเรยี นด้วยคาํ ว่า 早上好! จากนัน้ ทบทวนคาํ ศัพทเ์ รื่องสถานท่ีกับนักเรยี น 1 รอบ
โดยครูพูดสถานที่ใด ใหน้ ักเรียนพูดภาษาจีน
2. ครถู ามนักเรยี นวา่ 你们吃早饭了吗? พวกคุณทานข้าวหรือยงั ถามไปอีกว่านกั เรยี น
ทานข้าวท่ีไหน ทานกับใคร
ข้นั สอน(Presentation)
3. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนออกเปน็ 4 กลุม่ จากนน้ั ครูแจกใบคําศัพทใ์ ห้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ครูอธบิ ายให้
นกั เรยี นใชโ้ ทรศัพท์ในการค้นหาคําศัพท์ โดยจบั เวลา 5 นาที
4. เมอ่ื ครบเวลาในการหาคาํ ศพั ทแ์ ล้ว ครูแปลคาํ ศัพท์ให้นักเรียน จากนัน้ ใหน้ ักเรียนเช็กคําศพั ท์
ของกล่มุ ตวั เองว่า ถูกต้องหรือไม่ ได้ก่คี ํา กล่มุ ไหนหาไดม้ ากทส่ี ุดกลมุ่ น้ันชนะ
5. ครสู อนนักเรยี นอา่ นคําศัพทใ์ นบทเรียน โดยครใู หน้ ักเรียนอ่านตาม 2 รอบ จากน้นั ใหน้ ักเรยี นฝึก
อา่ น โดยแตล่ ะกลมุ่ จะต้องไปฝึกอา่ นกนั เอง
คาศัพท์ พนิ อิน ความหมาย
中午 zh5ng w& กลางวนั
吃饭 ch! f4n ทาน/กิน ข้าว
还 h2i ยงั
知道 zh! d4o รู้
食堂 sh@ t2ng โรงอาหาร
东西 d1ngxi สิ่งของ
便宜 pi2n y@ ถกู
好吃 h3o ch! อรอ่ ย
一起 y$ q# ด้วยกัน
完 w2n เสรจ็ /หมด
吧 ba เถอะ
然后 r2n h8u หลังจาก
贵 gu$ แพง
好喝 h3o h9 อรอ่ ย(ใช้กบั เคร่ืองดื่ม)
6. เมอื่ นักเรยี นแต่ละกลุ่มอา่ นคล่องแล้ว ครใู หอ้ อกมาอ่านคาํ ศัพทห์ น้าชนั้ เรียน กลุ่มไหนอ่านได้
ถูกต้องมากท่สี ดุ ไดร้ ับรางวลั ส่วนกลุ่มที่อ่านไมค่ ่อยได้ คณุ ครูจะชว่ ยอา่ นและแก้ไขให้ถกู ตอ้ ง
7. ครพู านักเรียนเล่นเกม โดยครูจะแจกกระดานบอรด์ และปากกาใหน้ ักเรยี นทุกคน จากน้ันครูเปดิ
คําตัวอกั ษรจีนและพินอนิ หากนักเรียนทราบความหมายให้เขียนคาํ ตอบแล้วชูข้ึน โดยครูมีเวลาให้ 1 นาที
ข้นั สรปุ (Warp up)
8. ให้นกั เรยี นคัดอกั ษรจีนลงสมุดคัดจีน พร้อมเขยี นจาํ นวนขีดอกั ษรจนี ไปด้วย
9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อ่านคําศัพท์ในหนังสอื อีกครัง้
10. แจ้งเนอื้ หาท่จี ะใช้สอนในชวั่ โมงหน้า
ช่ัวโมงท่ี 2
ขน้ั นา (Warm-up)
1. ครูทบทวนคาํ ศัพทข์ องชั่วโมงทแี่ ลว้ โดยให้นกั เรยี นทาํ แบบฝึกหัดออนไลน์ หากนักเรียนทาํ ผา่ น
ถกู 12 ข้อขึน้ ไป จะได้ใบเกยี รติบตั ร
2. ครูอ่านบทสนทนาให้นกั เรียนฟัง 1 รอบให้นักเรียนฟังและถามนักเรยี นวา่ พอจะเดาไดไ้ หมวา่
คุณครูพดู ถึงอะไร ท่ีไหน เม่ือไร
ขน้ั สอน(Presentation
3. ครูใหน้ กั เรยี นเปิดหนงั สือหน้าท่ี 59 จากน้นั ครสู อนนกั เรียนอ่านประโยค 1 รอบ จากนั้นให้
นักเรยี นอา่ นเอง 2 รอบ
杰克:还不知道。 欣航:中午你去哪儿吃饭?
杰克:好!我们一起去 欣航:去食堂吃饭吧。
那儿的东西又便宜
又好吃。
欣航:吃饭完我们去图书馆
吧。
杰克:不行,我想去银行。
杰克:不知道! 欣航:你知道银行在哪儿吗?
欣航:我们一起去银行然后再去
图书馆。
4. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันแปลประโยคเป็นภาษาไทย ทลี ะประโยค จากน้ันก็ใหน้ ักเรยี นจบั คเู่ พื่อฝกึ
บทสนทนา
5. ก่อนนักเรยี นจะแยกยา้ ยไปฝกึ บทสนทนากัน ครมู ีกิจกรรมใหน้ กั เรียนตอบคาํ ถามครูเพ่ือทาํ ให้
นักเรยี นเข้าใจและอ่านพนิ อนิ ใหค้ ลอ่ ง
6. ครูลองฝึกกับนักเรยี นทง้ั หอ้ งก่อน โดยครูจะพดู ประโยคของ 新航 จากนนั้ ให้นักเรยี นพูด
ประโยคของ 杰克 สลับกันไปมา เพ่ือใหน้ ักเรยี นคุ้นเคยกับคาํ ศัพท์มากขน้ึ
7. ใหน้ ักเรยี นแยกไปฝกึ บทสนทนากับเพือ่ น 7 นาที
8. จากนั้นครจู ับหมายเลข โดนหมายเลขใด คู่นั้นจะต้องออกมาพดู บทสนทนาให้เพื่อนและคณุ ครฟู ัง
หน้าชัน้ เรียน
ขั้นสรุป (Warp up)
9. ครูใหน้ ักเรียนกลบั ไปแตง่ บทสนทนา ยกสถานการณ์อะไรกไ็ ด้ทเ่ี ชิญชวนเพ่ือนของนักเรียนไปทํา
กจิ กรรมด้วยกนั
10. ครูสรุปเนือ้ หาการสอนอีกครงั้ และบอกเทคนิคการจาํ ภาษาจนี ใหจ้ ํางา่ ยๆและเทคนิคการแต่
ประโยค
11. แจ้งเน้อื หาทจ่ี ะสอนในชั่วโมงหน้า
ชั่วโมงที่ 3
ขน้ั นา (Warm-up)
1. ครทู ักทายนักเรียน จากน้ันให้นักเรียนทาํ แบบฝึกหัดก่อนเรียน โดยครจู ะแจกแบบฝึกหดั ให้
นกั เรียนทํา 10 นาที เมอ่ื นักเรียนทําเสรจ็ แล้ว สอบถามนักเรยี นว่าเปน็ อย่างไรบ้าง เข้าใจแบบฝึกหัดทใ่ี ห้ทาํ
หรอื ไม่
ขั้นสอน(Presentation
2. ครูให้นกั เรียนจดเน้ือหาบนกระดาน จากนน้ั ครอู ธบิ ายการใช้ 又。。。又
ไวยกรณ์จีน
“又___又” (y@xi4r) ในภาษาจนี
คําวา่ 又___又 หมายถึง “ทง้ั ……..ท้งั ” กล่าวคอื ประธานมีคาํ คุณศพั ท์ท้ังสองอย่างอยู่
ดว้ ยกัน และความหมายตอ้ งไปในทศิ ทางเดียวกัน โดยห้ามใช้คําคุณศัพท์ที่ขดั กันคือ ถ้าดีกต็ อ้ งดี
ทัง้ คู่ ถา้ แยก่ ็ต้องแย่ท้ังคูเ่ ช่นเดียวกันแตส่ ามารถใช้เชอ่ื มคําคณุ ศัพท์ได้
โครงสร้าง 又...又... คอื
ประธาน + 又 + คาํ คณุ ศัพท์ 1 + 又 +คาํ คณุ ศพั ท์ 2 เช่น
อกั ษรจนี pinyin คาแปล
又好又便宜。 Y8u h3o y8u pi2ny@ ทั้งดที งั้ ถกู
又漂亮又可爱。 Y8u pi4nli4ng y8u k- 4i ทงั้ สวยทั้งนา่ รกั
又香又好喝。 Y8u xi1ng y8u h3oh9 ทั้งหอมท้งั อร่อย
3. ครสู อบถามความเข้าใจของนักเรียน ว่านักเรียนสงสยั ตรงไหน ไม่ไดต้ รงไหน นกั เรยี นพอเข้าใจ
หรือไม่
4. จากนน้ั ครใู หน้ ักเรยี นยกตวั อย่างประโยค คนละ 1 ประโยค โดยใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งการช่ืนชม
เพ่อื นในหอ้ งเรียน ตัวอยา่ งเช่น ศริ มิ งคล 又好又帅。(ศิริมงคลทั้งดีท้งั หลอ่ )
5. ครอู ธบิ ายการใช้ 然后 พร้อมโครงสร้างและยกตัวอย่างง่ายๆ
“然后” (x#hu1n) ในภาษาจนี
คําวา่ 然后 หมายถึง “หลงั จากนัน้ ” เปน็ คําเช่ือมสันธาน เป็นคําท่ีเนน้ ลาํ ดบั การเกิดข้นึ
ของเหตุการณ์ ใช้บอกเมื่อมีเหตุการณแ์ รกเกินขน้ึ และจบลงไปแล้ว หลังจากนัน้ จะมีเหตุการณที่ 2 เกิดขึ้นต่อ
โครงสรา้ ง 然后 คอื
เหตกุ ารณ์ท่ี 1+ 然后+ เหตุการณที่ 2
อักษรจีน pinyin คาแปล
我们一起去银行然 W7m9n y$q# q* y@nh2ng พวกเราไปธนาคารก่อนหลงั
r2nh8u z4i q* t&sh%gu1n จากนั้นค่อยไปห้องสมดุ
后再去图书馆。
我先去长城然后去 W7 xi1n q* ch2ngch0ng ฉนั ไปกําแพงเมืองจนี ก่อน
r2nh8u q* g*g5ng
故宫。 จากน้นั ก็ไปพระราชวังต้องห้าม
我们先去吃饭然后 W7 xi1n q* ch!f4n r2nh8u พวกเราไปกินขา้ วก่อนหลัง
q* ch1osh$ จากน้ันไปตลาด
去超市。
6. ครูสอบถามความเขา้ ใจของนักเรียน ว่านกั เรยี นสงสยั ตรงไหน ไม่ไดต้ รงไหน นกั เรยี นพอเข้าใจ
หรือไม่
7. ให้นักเรียนแตง่ ประโยค 然后 คนละ 2 ประโยค จากน้นั ให้นกั เรียนพูดประโยคท่ีตนเองแตง่ ให้
ครแู ละเพ่ือนในชัน้ เรยี นฟงั หากนกั เรียนทําผิดครชู ่วยแกไ้ ข้ให้ หากถูกต้องครชู มเชยนักเรียน
ขั้นสรุป (Warp up)
8. ใหน้ กั เรยี นทําแบบฝกึ หดั หลังเรียน
9. ครูและนักเรียนรว่ มกนั ทบทวนเนอ้ื หาอีกคร้งั
10. แจ้งคะแนนเกบ็ ของบทเรยี นนี้ เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นทราบผลคะแนนของตนเอง นักเรียนจะได้ปรบั ปรุง
และมาขอสอบแก้ตวั ใหมไ่ ด้
9. การวัดและประเมินผล (K-P-A)
ส่งิ ทต่ี ้องการวัด วิธีการวัดผล เครือ่ งมือวัด เกณฑ์
การประเมินผล
ด้านความรู้ (Knowledge) - สังเกตจากการอ่าน - แบบสังเกตการอ่าน -นกั เรยี นอา่ น-พูดสนทนาได้
1. นักเรียนเข้าใจการออกเสยี ง
ออกเสยี งคาํ ศพั ท์และ -ทําแบบฝึกหัด ถูกต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ
คาํ ศัพท์และประโยค การจับค่สู นทนา -แบบสงั เกตพฤติกรม 70 ของนกั เรียนท้ังหมด
2. เขา้ ใจการเชญิ ชวนผูอ้ ื่นให้ร่วม -ทาํ แบบฝึกหัด -นักเรียนทาํ แบบฝกึ หัดหลัง
ทาํ กจิ กรรมดว้ ยกันได้ -การแสดงบทบาท เรียนได้ถูกต้องไมน่ ้อยกว่า
3.เข้าใจหลักการใช้ไวยากรณ์จีน สมมุติ ร้อยละ 70 ของคะแนน
-กิจกรรมในช้ันเรยี น ทง้ั หมด
ด้านทักษะและกระบวนการ - ทาํ แบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัดออนไลน์ -นกั เรยี นทําแบบฝึกหัดหลงั
(Skill/Process) ออนไลน์ หลงั เรียน เรยี นได้
4. นักเรียนสามารถเขยี นประโยค -ใบงาน - แบบบันทึกคะแนน ถกู ต้องไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ
งา่ ยทใี่ ช้ในการแสดงเหตผุ ลเพื่อ -นําเสนอหน้าช้นั -ผลงานนักเรยี น 70 ของคะแนนทงั้ หมด
เชิญชวนได้ เรียน
5. นักเรยี นสามารถอธิบายและทาํ -การถาม-ตอบใน
แบบฝกึ หัดไวยากรณไ์ ด้ ห้องเรยี น
ด้านเจตคติ (Attitude) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบบันทกึ การ - นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม
ดังกลา่ วผ่านเกณฑ์คุณภาพ
6. มคี วามใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น มสี ว่ นร่วม -สังเกตพฤติกรรมท่ี ระดับพอใช้ข้นึ ไป
ในการทาํ กิจกรรม และมีความ พงึ ประสงค์
รบั ผิดชอบต่องานที่ไดร้ ับ
มอบหมาย
10. สื่อและอุปกรณ์การเรยี น/แหลง่ การเรยี นรู้
10.1 ส่อื และอปุ กรณ์การเรียน
1. หนังสอื เรยี นวิชาภาษาจนี เพอ่ื การสือ่ สารในชวี ติ ประจาํ วัน
2. แบบทดสอบ 又。。。又、然后
3. PPT
4. แบฝึกหดั ออนไลน์
5. บตั รคาํ ศัพท์
10.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. เพจเรยี นรูง้ า่ ยๆจากคําคมภาษาจีน by 老师 meily
2. youtube
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ(เพิ่มเติม) รหสั วชิ า จ 23201
รายวิชา ภาษาจนี เพอ่ื การส่ือสารในชีวติ ประจาวนั 1
หน่วยการเรียนรู้ 7 เร่ือง 中午你吃什么。 เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ 10 เร่อื ง 中午你吃什么。 เวลา 4 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
เรอื่ งอาหารการกนิ เปน็ เรื่องที่คนจีนใหค้ วามสําคัญและพถิ ีพิถนั มาก วัฒนธรรมการรับประทานอาหาร
ก็จะแตกตา่ งกันไปในแต่ละภูมิภาคของจนี ในบทนผี้ ู้เรียนจะไดร้ บั ความรู้วัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร
จีน ตลอดจนรู้จักการสัง่ อาหารและเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ผเู้ รียนสามารถบอกได้วา่ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้ว
เรยี นรถู้ งึ การเล่าในสงิ่ ทน่ี ักเรียนเคยทํามาแล้ว เคยผา่ นมาแล้วหรือยังไม่เคย ตลอดจนได้ลงมือปฏิบัติการ
ทาํ อาหารจนี
2.ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ผลการเรียนรู้
1) อา่ นออกเสยี งประโยคข้อความ บทสนทนา นทิ านง่ายๆ ตามหลักการอา่ นในระบบเสียง
ภาษาจีนกลาง
2) ระบปุ ระโยคและข้อความ หรอื ตอบคาํ ถามให้สัมพนั ธก์ บั สือ่ ทไี่ ม่ใช่ความเรียงท่ีอา่ น
3) ใชค้ ําขอรอ้ ง คําแนะนาํ คาํ ชแี้ จง และคาํ อธิบายตามสถานการณ์
4) พูดหรือเขียนแสดงความต้องการ ขอและใหค้ วามชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธ ใน
สถานการณต์ ่างๆ
5) พูดและเขียนแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นของตนเอง เกยี่ วกับเรื่องราวใกลต้ ัวพร้อมทงั้ ให้
เหตุผลประกอบ
6) พดู และเขียนขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง กจิ วตั รประจาํ วัน ประสบการณ์ส่งิ แวดล้อมใกลต้ ัว
7) พูดและเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรื่องใกลต้ ัว กิจกรรม และประสบการณ์ พร้อมให้
เหตผุ ลสน้ั ๆประกอบ
8) เขา้ ร่วมหรือจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมของจนี ตามความสนใจ
9) เปรียบเทียบและอธิบายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของจีนกบั วฒั นธรรมของไทย และนําไปใชอ้ ย่างถูกต้อง
2.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ (K)
3) นักเรียนสามารถสนทนาถามตอบเกยี่ วกับอาหารได้
2) ผูเ้ รียนมเี ขา้ ใจรปู ประโยคและสามารถตอบคําถามตามเนื้อหาในบทเรียนได้อยา่ งถูกต้อง
เช่น 没,不
3) นักเรยี นสามารถเข้าใจวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนจีน
ด้านทกั ษะการปฏิบตั ิ (P)
4) ผูเ้ รยี นบอกความหมายคาํ ศพั ท์และประโยคท่เี ก่ยี วกบั บทเรยี นได้ถูกต้องได้
5) ผเู้ รียนสามารถยกตวั อย่างประโยคงา่ ยท่ีใชใ้ นสั่งอาหาร บอกสง่ิ ที่ตนเองชอบหรอื ไม่ชอบ
ได้
6) ผู้เรยี นสามารถเขียนอักษรจนี ในบทเรยี นได้อย่างถูกต้องและเข้าใจความหมายของคาํ ศัพท์
7) ผ้เู รยี นเข้าร่วมการทาํ อาหารจนี พร้อมอธิบายความเปน็ มาของอาหารได้
ดา้ นคุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
8) ผเู้ รียนกระตือรือร้นในการทํากจิ กรรมการเรยี นรู้
9) ผู้เรียนทาํ กจิ กรรมการเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบระเบียบ
10) ผเู้ รยี นสง่ ภาระงานตรงตามเวลาทีก่ าํ หนด
3.สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1) ความรู้ (Knowledge : K)
คาศพั ท์ พินอนิ ความหมาย
西餐 x! c1n อาหารตะวนั ตก
中餐 Zh5ng c1n อาหารจีน
泰餐 อาหารไทย
t4i c1n ล่ะ
呢 Ne ไมม่ ี
没(有)
m0i (y7u)
过 gu8 เคย
ส่ัง
点 di3n ชว่ ยเหลอื
เผ็ด
帮 b1ng เปร้ยี ว
หวาน
辣 l4 ปลาเปรยี้ วหวาน
ดม่ื
酸 su1n เลก็ น้อย
甜 ti1n
糖醋鱼 t2ng c* y^
喝 h9
点儿 di3nr
คาศพั ท์เพ่มิ เตมิ
คาศพั ท์ พนิ อนิ ความหมาย คาศพั ท์ พนิ อนิ ความหมาย
可乐 เซเว่นอพั
k-l= โคก๊ 七喜 q!x#
茶 มริ นิ ดา้
啤酒 ch2 ชา 美年达 m-i ni2n d2
หมูตนุ๋
p@ji& เบียร์ 红烧肉 h6ngsh1o r8u
คําศัพท์ พินอิน ความหมาย คาํ ศัพท์ พินอนิ ความหมาย
咖啡 k3f-i กาแฟ 饺子 Ji3o zi เกย๊ี ว
绿茶 l+ch2 ชาเขียว 清蒸鱼 q!ngzh=ng y^ ปลาน่ึง
果汁 gu7 นํ้าผลไม้ 面条 mi4nti4o
雪碧 xu-b$ สไปรท์
แปดกลุ่มอาหารท่โี ดดเด่นของจีน
วฒั นธรรมอาหารจีนเป็นประเทศท่ีมีขนาดใหญ่เปน็ เวลานานซ่งึ ในแตล่ ะพ้ืนท่ีถูกกําหนดด้วย
สภาพแวดล้อมทางภูมศิ าสตร์ภูมอิ ากาศทรัพยากรธรรมชาติวฒั นธรรมประเพณีและประเพณีเช้ือชาติและ
ปจั จยั อนื่ ๆ ทําให้การก่อตัวของความสมั พันธท์ างพนั ธกุ รรมทส่ี ืบทอดรสชาตขิ องอาหารที่คล้ายกันจนเหน็ ได้
ชดั และบางคนชอบ รสชาติประเภทที่มีช่ือเสียงในท้องถิน่ ในหมูพ่ วกเขาอย่างในกวางตุ้งเสฉวนมณฑลซานตง
อาหารเจยี งซหู ยาง โจวฝูเจีย้ น, หหู นานและ อาหารมณฑลอานฮยุ จะเพลดิ เพลินไปกบั สิง่ ที่เรยี กว่า “อาหารขน้ึ
ช่ือ 8 มลฑล.”
ไวยากรณ์จีน
“不” กบั “没(有)” มีความหมายของการ “ปฏเิ สธ” และเป็นคํากรยิ าวเิ ศษณ์ (副词) ท้ังคู่ จะ
วางไวห้ นา้ ภาคแสดง (谓语) (เชน่ คํากรยิ า หรือคําคุณศัพท์ ฯลฯ)
ขอ้ แตกต่างสาคัญของ “不” กับ “没(有)” คอื
1. “不” มกั ใช้ “ปฏิเสธ” ความปรารถนา, ความต้องการ, ความสมัครใจ, ความคิดเหน็ ฯลฯ ของผู้
พูด (ผ้กู ระทํา) ในเชงิ อตั วสิ ัย (主观意愿) คือบอก หรือแสดงความคิดเหน็ , ความร้สู ึก, ความต้องการ
ฯลฯ ของผ้พู ูด (ผู้กระทํา) เช่น ไมอ่ ยาก, ไม่ชอบ, ไมไ่ ป เปน็ ตน้
2. “没(有)” มกั ใช้ “ปฏเิ สธ” กรยิ า (การกระทํา), เหตกุ ารณ์, สภาพ, สภาวะต่างๆ ในเชิง
ภาวะวสิ ยั (客观叙述) คอื เป็นเพียงการเล่าเหตุการณ์ตามข้อเทจ็ จรงิ ทเี่ กดิ ขึน้ เทา่ น้ัน ไมไ่ ดบ้ ่งบอกความ
คดิ เห็น, ความรสู้ กึ , ความตอ้ งการ ฯลฯ ของผู้พดู (ผ้กู ระทํา)
ในแง่เวลา “不” จะใช้ “ปฏเิ สธ” กริยา (การกระทาํ ) หรอื เหตุการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตได้
หมดส่วน “没(有)” จะใช้ “ปฏิเสธ” กรยิ า (การกระทาํ ) หรือเหตุการณ์ในอดตี และปัจจุบนั เทา่ นั้น
ใช้กับอนาคตไมไ่ ด้ เช่น
我不吃早饭了。(อตั วิสัย ผูพ้ ดู ไมอ่ ยาก ไม่ต้องการกนิ , เหตกุ ารณป์ ัจจุบัน)
我没吃早饭呢。(ภาวะวิสยั ผู้พดู บอกขอ้ เท็จจรงิ ใหท้ ราบเท่านน้ั ต่อไป (อกี สักครู่)
อาจจะกิน หรือไม่กนิ กไ็ ด้, เหตกุ ารณ์ปจั จบุ ัน)
昨天他没来,*今天又没来,听说明天还不想来。(เหตกุ ารณเ์ มือ่
วาน (อดตี ) และวนั น้ี (ปจั จบุ นั ), เป็นภาวะวิสยั ผู้พดู เลา่ ตามข้อเท็จจริงท่ีเกดิ ขนึ้ , ส่วนเหตกุ ารณ์พรุ่งนี้
(อนาคต) เป็นไปตามอตั วิสัย หรอื การคาดการณ์ (การได้ยินมา) ของผู้พดู )
บทสนทนา
杰克:我吃西餐。 欣航:杰克,中午你吃什么?
欣航:我吃中餐。
杰克: 中餐在你好吃?
杰克:我帮你点吧。 欣航:好吃。
你喜欢吃辣的吗?
欣航:我没吃过,
杰克:不知道! 不知道吃什么?
欣航:不,我不太喜欢吃辣的,
我喜欢吃酸的和甜的。
2) ทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
2.1ทกั ษะการฟัง (Listening skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.2 ทักษะการพดู (Speaking skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.3 ทกั ษะการอา่ น (Reading skill)
- คาํ ศัพท์ ประโยค
2.4 ทักษะการเขยี น (Writing skill)
- คําศัพท์ ประโยค
2.5 กระบวนการกลุ่ม
- จับคสู่ นทนา
- ระดมสมอง
- ฝึกกิจกรรมกลมุ่ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
3) เจตคติ (Attitude : A)
1. กลา้ แสดงออก
2. ม่ันใจในการออกเสียงคําศัพท์ ประโยคต่างๆ ตามสถานการณ์
3. มีความสุข สนกุ สนานกับการเรยี นภาษาจนี
3.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ
-
4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
- มีพ้ืนฐานความรู้ ความเขา้ ใจ และมีทักษะในการส่ือสารภาษาจนี
4.2 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ และคิดเป็นระบบ
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
- การนาํ ความรู้ด้านทักษะภาษาจนี และหลักไวยากรณ์ไปใชพ้ จิ ารณาหาคําตอบอยา่ งมีเหตุผล
4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- การทํางานกลุ่มรว่ มกัน นาํ กระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวัน
4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- การแสวงหาความรู้เพมิ่ เติมจากส่อื อิเล็กทรอนิคส์ เพ่อื พัฒนาตนเองในด้านภาษาจนี
5.ทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
- อา่ นออก (Reading)
- เขยี นได้ (Riting)
- ความร่วมมือ การทาํ งานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ํา (Collaboration Teamwork and
Leadership)
- มรี ะเบียบวินัย (Compassion)
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
- ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บขอ้ บังคบั และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรม
6.2 ใฝ่เรียนรู้
- เอาใจใส่ ต้งั ใจเรยี น มีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ และสนใจเข้ารว่ มกิจกรรม
6.3 มงุ่ มั่นในการทํางาน
- ตั้งใจ และรับผิดชอบที่ไดร้ บั มอบหมาย
7.ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ช้ินงาน - แบบฝกึ หดั ก่อนเรียน 中午你吃什么。
- แบบฝึกหัดหลังเรียน 中午你吃什么。
- ผลงานนกั เรยี น (ป๊อบอัพ)
- แบบฝกึ หัดการอา่ นคําศพั ท์
ภาระงาน - แบบฝึกคัดจนี
- รายงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ข้นั นา (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรยี นเป็นภาษาจนี
2. ครพู ูดคยุ ถึงอาหารการกนิ ทีน่ ักเรียนมกั ทาน ว่านักเรียนชอบทานอะไร นักเรยี นรจู้ กั อาหารจนี
อะไรบ้าง
3. ครเู อารปู อาหารจนี ใหน้ ักเรียนดู จากนน้ั สอบนักเรียนวา่ รหู้ รือไม่อาหารท่ีนักเรียนเห็นชือ่ วา่ อะไร
รสชาตนิ า่ จะเป็นอย่างไร
ข้ันสอน(Presentation)
4. ครูออกเสียงคําศัพท์ในเร่ือง 中午你吃什么。ให้นักเรียนฟังและนักเรียนออกเสียงตาม
คาศัพท์ พินอนิ ความหมาย
西餐 x! c1n อาหารตะวันตก
中餐 Zh5ng c1n อาหารจีน
泰餐 t4i c1n อาหารไทย
呢 Ne ละ่
没(有) m0i (y7u) ไม่มี
过 gu8 เคย
点 di3n ส่ัง
帮 b1ng ช่วยเหลอื
辣 l4 เผด็
酸 su1n เปร้ียว
甜 ti1n หวาน
糖醋鱼 t2ng c* y^ ปลาเปร้ียวหวาน
喝 h9 ดม่ื
点儿 di3nr เลก็ น้อย
5. ครูอธิบายความหมายของคําศัพท์และการใช้แก่นักเรยี น จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสียงคาํ ศัพท์
พรอ้ มกัน
6. ครพู านกั เรยี นเลน่ เกม โดยครจู ะแจกกระดานบอร์ดและปากกาให้กับนกั เรียนทุกคน จากน้นั ครู
จะพูดคําศัพท์และใหน้ ักเรยี นเขยี นคาํ ตอบลงกระดานบอรด์
7. ครูอธบิ ายวัฒนธรรมการกนิ ของคนจีนและแปดกลมุ่ อาหารทโ่ี ดนเด่นของจีน
8. ครแู บง่ นักเรียนออกเป็น 8 กลุ่ม ให้นกั เรียนทํารายงานอาหารท้ังแปดของจีน โดยใหน้ กั เรยี นจับ
ฉลากหมายเลข เพ่ือหวั ข้อของรายงาน ซง่ึ รายงานจะต้องประกอบไปด้วยความเป็นมา ลักษณะพิเศษ รวมถึง
อาหารท่ขี ้นึ ชื่อพร้อมภาพประกอบ (ให้เวลา 1 อาทิตย)์
ขัน้ สรุป (Warp up)
9. ครูให้นักเรียนคัดคําศัพทล์ งในสมดุ คดั จนี พร้อมระบุจาํ นวนขีดของอักษรจนี น้ันด้วย
10. ครูสอบถามความเขา้ ใจของนักเรยี น
11. แจง้ เนื้อหาทจี่ ะใช้สอนในชั่วโมงหนา้ และแจง้ ให้นกั เรียนนําสมี าดว้ ย
ช่ัวโมงท่ี 2
ขั้นนา (Warm-up)
1. ครทู บทวนคาํ ศพั ท์ของช่วั โมงท่แี ล้ว และสอบถามความคบื หน้าของรายงาน
2. ครเู อารปู ภาพอาหารและเครื่องดมื่ ใหน้ ักเรียน เปน็ ภาพเปรียบเทียบระหว่างอาหารไทยกับอาหาร
จีนและเครื่องด่มื ไทยกบั เคร่ืองดื่มจนี
3. ใหน้ กั เรยี นทําแบบฝึกหดั ก่อนเรียน
ขั้นสอน(Presentation)
4. ครูแสดงรปู ภาพและคาํ ศพั ทบ์ นโปรเจคเตอร์ให้นักเรียนอา่ นตาม จากน้ันใหน้ ักเรียนเขียนคาํ ศัพท์
ลงในสมุดของตนเอง
คาศพั ท์ พนิ อนิ ความหมาย คาศัพท์ พนิ อนิ ความหมาย
可乐 k-l= โคก๊ 七喜 q!x# เซเว่นอัพ
茶 ch2 ชา 美年达 m-i ni2n มริ นิ ด้า
啤酒 p@ji&
d2
เบยี ร์ 红烧肉 h6ngsh1o หมตู นุ๋
r8u
绿茶 l+ch2 ชาเขียว 清蒸鱼 q!ngzh=ng ปลานง่ึ
咖啡 k3f-i กาแฟ y^ เก๊ียว
饺子 Ji3o zi
果汁 gu7 นํา้ ผลไม้ 面条 mi4nti4o
雪碧 xu-b$ สไปรท์
5. เพื่อใหน้ กั เรยี นจับคําศัพทไ์ ดค้ รมู กี จิ กรรมให้นักเรยี นเลน่ เป็นเกมปริศนาทายภาพ โดยครู
แบ่งกล่มุ นักเรียนออกเป็น 4 กลมุ่ จากน้นั ให้กล่มุ ท่ี 1 และ 2 แขง่ กันก่อน โดยมีกติกาวา่ ครูจะใหส้ มาชกิ กลมุ่
อื่นเปน็ คนหยิบเลขขน้ึ มา 1 หมายเลขจากนน้ั ครูจะเปดิ แผ่นป้ายหมายเลขน้ัน ถ้ากลุ่มไหนร้คู ําตอบนักเรยี น
สามารถกดกระดิ่งและตอบคาํ ศพั ทน์ ั้นให้ถกู ต้อง
6. ให้นักเรยี นทําป๊อบอัพอาหาร โดยนกั เรยี นสามารถเลอื กอาหารมาคนละ 1 เมนจู ากนน้ั ให้
นักเรียนวาดรปู รวมถึงสว่ นประกอบพร้อมคาํ ศัพทภ์ าษาจนี และตกแต่งให้สวยงาม
ขั้นสรุป (Warp up)
7. ให้นักเรยี นทา้ แบบฝึกหัดออนไลนห์ ลังเรียน ครูให้เวลาท้าถึงวนั พรงุ่ นี้ 5 โมงเย็น
8. ครูตรวจความถูกต้องของงานนกั เรยี น หานกั เรยี นทาํ ผดิ ครูชว่ ยแกไ้ ขให้
9. ทบทวนคาํ ศัพท์เรื่องอาหารอีกครง้ั และย้าํ นักเรยี นเร่ืองรายงาน
ช่ัวโมงท่ี 3
ขั้นนา (Warm-up)
1. ครูทกั ทายนักเรียนดว้ ยคาํ ว่า 早上好!
2. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนคาํ ศพั ท์เร่ืองอาหารเคร่ืองด่ืม
ขั้นสอน(Presentation)
3. ครูให้นักเรยี นเปดิ บทสนทนาหน้าที่ 69 จากนน้ั ครสู อนนกั เรียนอา่ นบทสนทนา 2 รอบ ครูและ
นกั เรยี นชว่ ยกันแปลความหมายของประโยค สอบถามนักเรียนวา่ คุน้ เคยกบั คาํ ศัพท์ไหนบา้ งในประโยค
杰克:我吃西餐。 欣航:杰克,中午你吃什么?
杰克: 中餐在你好吃? 欣航:我吃中餐。
杰克:我帮你点吧。
你喜欢吃辣的吗? 欣航:好吃。
欣航:我没吃过,
杰克:不知道! 不知道吃什么?
欣航:不,我不太喜欢吃辣的,
我喜欢吃酸的和甜的。
4. จากนั้นครสู อนนักเรียนอ่านบทสนทนาอีก1 รอบและใหน้ ักเรียนจบั คู่กับเพือ่ นเพ่ือแสดงบทบาท
สมมตุ ิ โดยนกั เรียนสามารถเอาตามเน้อื หาในบทเรยี นหรือนักเรียนจะดัดแปลงใหม่ก็ได้ แตต่ อ้ งถูกต้อง
5. ครใู ช้โปรแกรมสุม่ หนกั เรียน ถูกหมายเลขใดหมายเลขน้นั จับคู่กบั เพ่อื น เพื่อออกมาแสดงบทบาท
สมมุตหิ นา้ ช้นั เรียน
6. ครูสอนการใช้ไวยากรณ์จนี พร้อมยกตัวอยา่ งงา่ ยๆ
ไวยากรณ์จีน
“不” กบั “没(有)” มคี วามหมายของการ “ปฏิเสธ” และเป็นคาํ กรยิ าวิเศษณ์ (副
词)
ท้ังคู่ จะวางไวห้ น้าภาคแสดง (谓语) (เช่น คํากรยิ า หรือคําคณุ ศัพท์ ฯลฯ)
ขอ้ แตกต่างสาคัญของ “不” กบั “没(有)” คอื
1. “不” มกั ใช้ “ปฏเิ สธ” ความปรารถนา, ความตอ้ งการ, ความสมคั รใจ, ความคิดเหน็ ฯลฯ ของผู้
พดู (ผ้กู ระทํา) ในเชงิ อัตวิสัย (主观意愿) คือบอก หรือแสดงความคิดเห็น, ความรู้สึก, ความตอ้ งการ
ฯลฯ ของผูพ้ ูด (ผกู้ ระทํา) เช่น ไม่อยาก, ไมช่ อบ, ไมไ่ ป เปน็ ตน้
2. “没(有)” มักใช้ “ปฏเิ สธ” กริยา (การกระทํา), เหตุการณ์, สภาพ, สภาวะต่างๆ ในเชิง
ภาวะวิสยั (客观叙述) คอื เป็นเพยี งการเล่าเหตุการณ์ตามข้อเทจ็ จริงทเ่ี กดิ ขนึ้ เท่าน้ัน ไม่ไดบ้ ่งบอกความ
คิดเห็น, ความรสู้ กึ , ความตอ้ งการ ฯลฯ ของผู้พดู (ผู้กระทาํ )
ในแงเ่ วลา “不” จะใช้ “ปฏเิ สธ” กรยิ า (การกระทํา) หรือเหตกุ ารณใ์ นอดตี , ปัจจุบนั และอนาคตได้
หมดสว่ น “没(有)” จะใช้ “ปฏิเสธ” กริยา (การกระทาํ ) หรือเหตกุ ารณ์ในอดตี และปัจจุบันเท่าน้นั
ใช้กบั อนาคตไมไ่ ด้ เช่น
我不吃早饭了。(อัตวิสัย ผู้พดู ไม่อยาก ไม่ต้องการกิน, เหตุการณป์ ัจจบุ นั )
我没吃早饭呢。(ภาวะวิสยั ผู้พดู บอกขอ้ เท็จจรงิ ให้ทราบเทา่ นน้ั ต่อไป (อีกสักครู)่
อาจจะกนิ หรอื ไม่กนิ กไ็ ด้, เหตกุ ารณป์ จั จบุ ัน)
昨天他没来,*今天又没来,听说明天还不想来。เหตกุ ารณ์
เม่ือวาน (อดีต) และวนั น้ี (ปัจจบุ ัน), เปน็ ภาวะวสิ ัย ผู้พูดเลา่ ตามข้อเท็จจรงิ ท่เี กดิ ขึ้น, ส่วนเหตุการณ์พรุง่ นี้
(อนาคต) เป็นไปตามอตั วสิ ัย หรอื การคาดการณ์ (การได้ยินมา) ของผู้พดู )
7. ครใู หน้ กั เรียนอธบิ ายความแตกต่างระหว่าง 不 และ 没有。
8. ครใู หน้ ักเรียนแต่งประโยคดว้ ยใช้ 不 และ 没有 เมอื่ นักเรียนแตง่ เสร็จแล้ว ครูตรวจใหก้ บั
นักเรยี น หากผิดครเู รียกนกั เรียนมาแก้ไขพรอ้ มอธบิ ายใหน้ ักเรียนฟงั
ขน้ั สรุป (Warp up)
9. ให้นกั เรยี นทําแบบฝึกหัดหลังเรยี น
10. สอบถามความเข้าใจของนกั เรียน ว่าเขา้ ใจมากหน่อยเพียงใด
11. แจ้งเน้ือหาที่จะสอนในชวั่ โมงหนา้ และแจ้งในช่วั โมงหนา้ ให้นกั เรยี นนาํ วตั ถุดบิ การทาํ อาหารมา
ด้วย ด้วยครูแบ่งเป็นนักเรียนออกเปน็ 3 กลมุ่
ช่วั โมงท่ี 4
ขนั้ นา (Warm-up)
1. ครูนํารปู เกีย๊ ว ใหน้ กั เรยี นดู และสอบถามนักเรยี นว่านกั เรียนทาํ เป็นหรือไป เคยกนิ หรือป่าว รถ
ชาติเปน็ อยา่ งไร
2. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาํ เสนอรายงาน แปดกลมุ่ อาหารทโ่ี ดนเดน่ ของจนี กล่มุ ละ 2นาที
ขั้นสอน(Presentation)
3. ครูอธิบายสว่ นผสมของการทําไส้เก๊ียว ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง
แป้งสาลอี เนกประสงค์ 2 ถ้วย เกลอื เล็กน้อย น้าํ เปลา่ 1 ถ้วย
เนือ้ หมู เนอื้ ปู ผักโขมลวก ซีอว๊ิ ขาว น้าํ มนั
พรกิ ไทย ซอสเปรี้ยวใสซ่ อสขิง นํ้าซุป
4. ครูเปิดคลิปวีดโิ อใหน้ ักเรยี นดู จากนน้ั ครูสอนการหอ่ เกีย่ ว นักเรียนสามารถห่อไดห้ ลายรูปแบบ
แล้วแต่นักเรยี นจะทํา
5. ครูแจกกระดาษขนั้ ตอนการทําเกยี๊ ว ให้แต่ละกลุ่มลงมือปฏิบตั ิได้ โดยคณุ ครจู ะเป็นผคู้ อยดแู ล
นกั เรียนและความปลอดภยั ในการใชอ้ ุปกรณ์ต่างๆ ระหวา่ งนนั้ ครูเปิดเพลงจนี เพ่ือใหส้ ร้างบรรยากาศความ
เป็นจนี มากขึน้
6. เมือ่ นกั เรียนห่อเกี๊ยวเสร็จให้นักเรยี นนาํ ไปนึ่งให้เสร็จ
7. เม่ือเกย๊ี วสกุ แล้ว ครูให้แต่ละกลุ่มมาตกั เกีย๊ วของตนเอง และให้นักเรียนชมิ ว่ารถชาตขิ องเก๊ียวเป็น
อย่างไรบ้าง เช่น มรี ถหวาน ก็ใหน้ ักเรียนผคู้ าํ ศัพท์จนี เป็นต้น
ขนั้ สรุป (Warp up)
8. ใหน้ กั เรียนเกบ็ อุปกรณ์ของกล่มุ ตวั เองใหเ้ รียบร้อย
9. สรปุ เนอื้ หาของบทเรียนและวัฒนธรรมอาหารของจนี
9. การวดั และประเมินผล (K-P-A)
สงิ่ ที่ต้องการวดั วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์
การประเมินผล
ด้านความรู้ (Knowledge) - สงั เกตจากการอา่ น - แบบสงั เกตการอา่ น -นักเรยี นอ่าน-พดู สนทนาได้
ถกู ต้อง ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ
1. นักเรียนเข้าใจการออกเสยี ง ออกเสียงคําศพั ทแ์ ละ -ทําแบบฝึกหัด 70 ของนักเรยี นท้ังหมด
-นกั เรยี นทําแบบฝกึ หัดหลัง
คาํ ศัพท์และประโยค การจับคู่สนทนา -แบบสังเกตพฤติกรม เรียนได้ถูกต้องไม่น้อยกวา่
รอ้ ยละ 70 ของคะแนน
2. เขา้ ใจการเชญิ ชวนผู้อนื่ ให้รว่ ม -ทําแบบฝกึ หดั ทั้งหมด
-นักเรียนทําแบบฝึกหัดหลงั
ทํากจิ กรรมดว้ ยกันได้ -การแสดงบทบาท เรียนได้
ถูกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ
3.เข้าใจหลักการใช้ไวยากรณ์จนี สมมตุ ิ 70 ของคะแนนท้ังหมด
-กิจกรรมในช้ันเรยี น - นักเรียนมพี ฤติกรรม
ดงั กล่าวผา่ นเกณฑ์คุณภาพ
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ - ทําแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั ออนไลน์ ระดบั พอใชข้ นึ้ ไป
(Skill/Process) ออนไลน์ หลังเรยี น
4. นกั เรียนสามารถเขียนประโยค -ใบงาน - แบบบันทกึ คะแนน
ง่ายท่ีใชใ้ นการแสดงเหตุผลเพ่ือ -นําเสนอหน้าชนั้ -ผลงานนักเรียน
เชิญชวนได้ เรยี น
5. นักเรยี นสามารถอธบิ ายและทาํ -การถาม-ตอบใน
แบบฝึกหดั ไวยากรณ์ได้ หอ้ งเรยี น
ดา้ นเจตคติ (Attitude) - สงั เกตพฤติกรรม - แบบบันทกึ การ
6. มีความใฝร่ ใู้ ฝ่เรยี น มีสว่ นร่วม -สงั เกตพฤติกรรมท่ี
ในการทาํ กิจกรรม และมีความ พงึ ประสงค์
รับผิดชอบต่องานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
10. สื่อและอุปกรณก์ ารเรียน/แหล่งการเรียนรู้
10.1 สอื่ และอุปกรณ์การเรยี น
1. หนังสือเรยี นวชิ าภาษาจีนเพ่ือการสอื่ สารในชีวติ ประจาํ วัน
2. แบบทดสอบอาหารและไวยากรณจ์ นี
3. PPT
4. แบบฝึกหดั ออนไลน์
5. บตั รรปู ภาพ
6. เกมปรศิ นาทายภาพ
10.2 แหล่งการเรียนรู้
1. เพจเรียนรูง้ ่ายๆจากคาํ คมภาษาจีน by 老师 meily
2. youtube
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ(เพ่ิมเตมิ ) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3
รายวชิ า ภาษาจนี เพ่อื การสอ่ื สารในชีวิตประจาวัน 1 รหสั วิชา จ 23201
หน่วยการเรียนรู้ 8 เรื่อง 星期六你做什么。 เวลา 5 ชัว่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ 11 เรอื่ ง 爱好。 เวลา 2 ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
1.สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในการใชภ้ าษาจีนเกยี่ วกับงานอดเิ รกและสามารถใช้ภาษาจีนเกี่ยวกับการ
วางแผนชีวติ การทอ่ งเทีย่ ว การส่ือสาร หรือการฝกึ ฝนทักษะการใชภ้ าษาจนี เพื่อการสื่อสารโดยการอา่ นออก
เสียง การเขยี นข้อมูลของตนเองอย่างงา่ ย เช่น เร่ืองวนั หยดุ คุณจะทาํ อะไร จะทาํ ให้ผูเ้ รียนสามารถใช้ภาษาจีน
ส่อื สารในชีวิตประจําวันได้อย่างถูกต้อง
2.ผลการเรยี นรู้/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ผลการเรียนรู้
1) ระบปุ ระโยคและข้อความ หรือตอบคําถามให้สมั พนั ธก์ ับส่ือที่ไม่ใช่ความเรยี งทอ่ี ่าน
2) พูดและเขียนขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจําวนั ประสบการณ์สิ่งแวดล้อมใกล้ตวั
3) พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่อื งใกล้ตวั กจิ กรรม และประสบการณ์ พร้อมให้
เหตุผลสัน้ ๆประกอบ
4) เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชวี ติ ความเป็นอยู่และ
วัฒนธรรมของจนี กับวัฒนธรรมของไทย และนําไปใชอ้ ย่างถูกตอ้ ง
5) ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูลหรือข้อเทจ็ จรงิ ท่ีเกยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
จากแหลง่ เรียนรู้ และนาํ เสนอดว้ ยการพดู หรือการเขยี น
2.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
4) นกั เรยี นสามารถสนทนาถามตอบเก่ยี วกับงานอดเิ รกได้
2) ผูเ้ รยี นสามารถเรียนรู้คาํ ศัพท์พ้ืนฐานเก่ยี วกับงานอดิเรกง่ายๆได้
ด้านทักษะการปฏิบตั ิ (P)
3) ผู้เรยี นบอกความหมายคําศัพท์และประโยคท่เี ก่ียวกบั บทเรียนได้ถูกต้องได้
4) ผู้เรียนสามารถยกตัวอย่างประโยคงา่ ยท่ีใช้บอกความชอบและวางแผนกจิ กรรมวนั หยุดได้
5) ผู้เรยี นสามารถเขียนอักษรจนี ในบทเรียนได้อย่างถกู ต้องและเข้าใจความหมายของคาํ ศัพท์
ดา้ นคณุ ลักษณะนิสัย (A)
6) ผ้เู รยี นกระตือรือรน้ ในการทาํ กิจกรรมการเรยี นรู้
7) ผเู้ รยี นทํากิจกรรมการเรยี นรอู้ ยา่ งเป็นระบบระเบียบ
8) ผ้เู รยี นส่งภาระงานตรงตามเวลาที่กําหนด