The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1. KM การพัฒนาอาสาสมัคร สู่การพัฒนาสังคม-อพม.-พร้อม QR Code

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kaweewong88, 2020-08-21 14:52:51

1. KM การพัฒนาอาสาสมัคร สู่การพัฒนาสังคม-อพม.-พร้อม QR Code

1. KM การพัฒนาอาสาสมัคร สู่การพัฒนาสังคม-อพม.-พร้อม QR Code

Keywords: อพม,.KM

KM : การพัฒนาอาสาสมัครส่กู ารพัฒนาสงั คม

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพฒั นาสงั คม ก

คำนำ

การจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management) เรื่อง การพัฒนาอาสาสมัคร
สูก่ ารพฒั นาสังคม (อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ อพม.) เปน็ กจิ กรรม
ตามโครงการศูนย์บริการวิชาการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ซง่ึ ดำเนนิ การโดยสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๙ รว่ มกับหนว่ ยงานสงั กัดกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นการร่วมกัน
การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ความรู้ในองค์กร โดยพัฒนาระบบ
จากข้อมูล ไปสู่สารสนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้และปัญญา รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้
และเกิดการเรียนรู้ภายในองค์กร ภายใต้การดำเนินการ ๗ กระบวนการ คือ การบ่งชี้ความรู้
การสร้างและแสวงหาความรู้ การประมวลและกลั่นกรองความรู้ การจัดความรู้ให้เป็นระบบ
การเขา้ ถึงความรู้ การแลกเปล่ียนแบง่ ปันความรู้ การเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้มกี ารนำความรไู้ ปใช้
เพอื่ เกดิ การเรียนรใู้ นองค์กรและเกิดองคค์ วามรู้ใหม่

ขอขอบคุณทุกความคิด ทุกการแลกเปลี่ยน การแบ่งปันความรู้ และการเรียนรู้
จากทีมงานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่
จังหวัดเชียงใหม่ (ทีม One Home จังหวัดเชียงใหม่) ทุกท่าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการ
ขับเคลื่อนพลังการทำงานและความเข้มแข็งของทีม One Home จังหวัดเชียงใหม่ ก่อเกิด
พัฒนางานด้านการอาสาสมัคร เพื่อนำไปสู่พัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคมส่งผลต่อวิธีคิด
วิธีการทำงาน ทั้งมิติเชิงพื้นที่ เชิงประเด็น และเชิงกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงการเสริมสร้าง
นวัตกรรมทางสังคม ด้วยการจัดการความรู้ ส่งผลให้บุคลากรเกิดการพัฒนาการเรียนรู้
เกิดชุมชนการเรยี นรู้ ความรู้ขององคก์ ร เปน็ องค์กรเป็นองคก์ รแห่งการเรยี นร้ตู ่อไป

สำนกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 9
กรกฎาคม ๒๕๖3

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสังคม ข

บทสรุปผูบ้ รหิ าร

การพัฒนาอาสาสมัครสู่การพัฒนาสังคม เป็นการดำเนินงานทีส่ ่งเสริมและสนับสนนุ
โครงการเสริมพลัง อพม. (อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม.)
สานต่อการพัฒนาสังคม เป็นการพัฒนาอาสาสมัครให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง
ทางสังคมและประสานส่งต่อ/ขยายเครือข่าย และนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนา
ศักยภาพการขับเคลื่อน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับ
มอบหมายจากรัฐบาล ให้ดำเนินงานเพือ่ ให้ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์
หรือ อพม. เป็นกลไกหนุนเสริมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การขยาย
ผลไปยังพืน้ ที่อื่น ๆ อันจะสง่ ผลให้คนมคี ณุ ภาพชวี ิตท่ดี ี และมคี วามมน่ั คงในชวี ิตตอ่ ไป

การดำเนินงานกิจกรรมการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM)
เรอ่ื ง การพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพัฒนาสังคม ดำเนนิ การโดยสำนักงานสง่ เสรมิ และสนับสนุน
วิชาการ ๙ ร่วมกับ ทีมงานหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (ทีม One Home พม.จังหวัดเชียงใหม่) ภายใต้การ
ดำเนินการตามกระบวนการการจัดการความรู้โดยมีขั้นตอน การบูรณาการการจัดการความรู้
การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) การจัดทำ
เค้าโครงการดำเนินการจดั การความรู้ ในประเด็นการบ่งช้ีความรู้ การสร้างและแสวงหาความรู้
เพื่อการจัดการความรู้ และการจดั ทำแผนปฏบิ ัติการและกิจกรรมการดำเนินการจัดการความรู้
ในการพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) สู่การพัฒนาสังคม
เป็นการดำเนินงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลและคุ้มครองทางสังคมของผูป้ ระสบปัญหา
ทางสังคมในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดกลไกการส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวัง และช่วยเหลือ
ผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม อาทิ ประสบภาวะยากลำบาก ถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำความรุนแรง
ถูกหลอกลวง อันจะส่งผลให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความมั่นคง
ในชีวติ ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการและกิจกรรมในการรวบรวมองค์ความรู้ เกี่ยวกับ
งานพัฒนาสังคมที่ชัดแจ้งในพื้นที่ พัฒนาให้เป็นระบบและนำความรู้ขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน
โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับงานพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ (อพม.) และการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อขับเคลื่อนระบบการดูแล
และคุ้มครองทางสังคมของผู้ประสบปัญหาทางสังคมในระดับพ้ืนที่ เพือ่ ให้สอดคล้องกับภารกิจ
ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันจะนำไปสู่การพัฒนา ปรับปรุง
การดำเนนิ งาน เพือ่ การคุ้มครองและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ผปู้ ระสบปญั หาทางสังคมในระดับพ้ืนท่ี
ให้ได้รับการช่วยเหลือ คุ้มครองและนำไปสู่การช่วยเหลือตนเองได้ โดยอาศัยการมีส่วนร่วม
ของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) รวมไปถึงชุมชนและองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ผปู้ ระสบปญั หาทางสังคมในระดับพื้นท่ี มีการประมวลกลน่ั กรองความรู้ การจัดความรู้ให้เป็นระบบ

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพัฒนาสงั คม ค

การเข้าถึงความรู้ การแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การสรุปบทเรียนการ
ดำเนินงานการบูรณาการการจัดการความรู้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานการนำการจัดการ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ การจัดทำรายงานการจัดการความรู้ รูปเล่มองค์ความรู้ รวมถึงการ
รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน

จากการศึกษา พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยทีมงานหน่วยงานกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ หรือ ทมี One Home พม จงั หวดั เชียงใหม่ ได้มีการขบั เคล่ือน
การดำเนินงานการพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) โดยได้มี
การประชุมชี้แจงการดำเนินงาน ในทีม One Home พม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประสาน
การดำเนินงานร่วมกัน โดยเริ่มจากจัดเตรียมข้อมูล Infographic Power Point รวมถึง
คลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์โครงการในการรับสมัครอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ (อพม.) เพือ่ ให้หน่วยงานนำไปขับเคลื่อนในพ้ืนที่อำเภอทร่ี ับผิดชอบ จำนวน ๒๕ อำเภอ
๒๐๔ ตำบล ๒,๐๖๖ หม่บู ้าน โดยมเี ปา้ หมายให้มผี ู้สมคั รเป็น อพม. อยา่ งนอ้ ย หม่บู า้ นละ ๕ คน
เป้าหมายจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๐,๖๘๐ คน โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ในระดับอำเภอ
ผ่านกลไกนายอำเภอทุกอำเภอและที่ประชุมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจง ประชาสัมพันธ์
และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในพื้นที่ และเข้าประชุม อบรม เสริมสร้างความรู้ เพื่อให้ผู้สนใจ
สมัครเป็น อพม. มีความรู้ความเข้าใจภารกิจการขับเคลื่อนงาน บทบาทของ อพม. ในการ
ร่วมพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เป็นการร่วมสร้างสังคมดี คนมีคุณภาพ เป็นการ
ประสานความรว่ มมือจากทุกภาคสว่ น

ปัจจัยที่สำคัญ มีการอบรมเสริมความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจเพื่อให้
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ไปสู่การเป็น “อพม. จิตอาสา
รู้คุณค่า แทนคุณแผ่นดิน” และเกิดการบูรณาการการทำงานของบุคลากร พม. และภาคี
เครือข่ายร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในทุกพื้นท่ี
ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในจังหวัดเชียงใหม่
ให้มีความเข้มแข็งและย่งั ยนื ได้โดยการมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วนทเ่ี กีย่ วข้องอย่างแทจ้ ริง

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพัฒนาสงั คม ง

สารบัญ หนา้

๑. คำนำ ก
๒. บทสรปุ ผบู้ รหิ าร ข
๓. สารบญั ง
๔. ความเปน็ มาของการจัดการความรู้ (KM : Knowledge ๑

Management) เร่ือง การพัฒนาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสังคม ๓
(อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม.) ๔
๕. การจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management) ๗
๖. ตารางแผนการจดั การความรู้ (KM Action Plan) ๑๗
๗. แนวคิดการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ 2๐
๘. อาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์ หรือ อพม. ๓๓
๙. บทบาทหนา้ ทแ่ี ละภารกิจของ อพม. ๓๕
๑๐. สรุปภารกิจของ อพม. ตามกฎหมายท่เี กย่ี วข้อง 4๔
๑๑. สรปุ สาระสำคญั ของระเบียบกระทรวงฯ วา่ ดว้ ย อพม. พ.ศ.2557
12. การขับเคลอ่ื นการพฒั นาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสงั คม ๔๙

ภาคผนวก

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสกู่ ารพัฒนาสังคม ๑

ความเปน็ มาของการจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management)
เรื่อง การพัฒนาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสงั คม

(อาสาสมคั รพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์ หรอื อพม.)
ศกึ ษาเฉพาะกรณี : จงั หวดั เชียงใหม่

สำนักงานสง่ เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 9 (สสว.9) เป็นสว่ นราชการสว่ นกลางที่ต้ังอยู่
ในส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม
(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมีอำนาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงาน
ปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังน้ี
๑) พัฒนางานดา้ นวิชาการเกี่ยวกบั การพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ใหส้ อดคลอ้ งกบั
พ้นื ทีแ่ ละกลุ่มเปา้ หมาย ๒) สง่ เสริมและสนับสนนุ งานดา้ นวชิ าการ องคค์ วามรู้ ข้อมูสารสนเทศ
ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หน่วยงานบรกิ ารทุกกลุ่มเป้าหมายในพืน้ ทีใ่ หบ้ ริการในความรับผิดชอบ
ของกระทรวง รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรภาคเอกชน
และประชาชน ๓) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และสภาพแวดล้อมเพื่อคาดการณ์แนวโน้ม
ของสถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะการพัฒนาสังคมและจัดทำ
ยุทธศาสตร์ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด ๔) สนับสนุนการนิเทศงาน ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
เชิงวิชาการตามนโยบายและภารกิจของกระทรวงในพื้นที่กลุ่มจังหวัด ซึ่งสำนักงานส่งเสริม
และสนับสนุนวิชาการ 9 ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามภารกิจดังกล่าวในพื้นที่ ๘ จังหวัด
ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน
และเปน็ กลไกในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและส่งเสริมโอกาสทางสังคมบนพื้นฐานแห่งความพอเพียงและเสริม
ประสิทธิภาพทางสังคม ในลักษณะการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายที่ตอบสนอง
ยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ รวมทั้งเป็นหน่วย
เคลื่อนท่ีทางวิชาการพัฒนาสังคมบริการแก่หน่วยงานในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายและประชาชน และพัฒนาแหล่งเรียนรู้เป็นองค์กรต้นแบบ
ดา้ นการพัฒนาสังคมและจัดสวสั ดิการสังคม เพ่ือแลกเปล่ยี นความรู้ ส่งผลใหเ้ กดิ การปรับเปล่ียน
วธิ ีการทำงาน ทั้งมติ ิเชิงพืน้ ที่ เชงิ ประเดน็ และเชิงกลุ่มเปา้ หมาย

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม
ด้านระบบบริหารจัดการข้อมูล ทรัพยากรและบุคลากร เพื่อให้เป็นศูนย์บริการวิชาการ
เสริมสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นศูนย์รวมการให้บริการคำปรึกษาทาง
วชิ าการทีค่ รบวงจร และเปน็ หน่วยเชงิ รุกในการส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการใหก้ ารปฏิบัติงาน
ของหน่วยงานในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ท้องถิ่น ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้เกิดการขับเคลื่อนงานที่ได้มาตรฐาน
มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้ง ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสู่การพัฒนาสงั คม ๒

และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ในปี ๒๕๖3 ได้ดำเนินการโครงการศูนย์บริการวิชาการ
พัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม ประจำปี ๒๕๖3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์บริการ
งานวิชาการ ศูนย์พัฒนาศักยภาพคน ด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคม
ท่ีเหมาะสมกบั บริบทพ้ืนท่ี รวมทงั้ หนว่ ยเคลอื่ นท่ีทางวชิ าการเพื่อให้บริการแก่หน่วยงานบริการ
ทุกกลุ่มเป้าหมายในความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเป้าหมาย คือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือ
ตอนบน ประกอบด้วยวิธีการดำเนินงานโดยการรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยนและ
ประยุกต์ให้ความรู้ในองค์กร ภาคีเครือข่าย ร่วมกับการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้
เกดิ การถา่ ยทอดความรูแ้ ละปญั ญา ในพืน้ ทีร่ ับผดิ ชอบของ สสว. 9

โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM)
คือ การจัดทำแผนปฏิบัติการกิจกรรมการจัดการความรู้ เริ่มจากการเตรียมคน เตรียมภาคี
โดยการบูรณาการการจัดการความรู้ในการจัดทำ (Knowledge Management : KM)
การจัดทำเค้าโครงการดำเนินการจัดทำความรู้ ในประเด็นการบ่งชี้ความรู้ การสร้างและ
แสวงหาความรู้ เพื่อการจัดทำความรู้ และการจดั ทำแผนปฏบิ ัติการและกิจกรรมการดำเนินการ
จัดทำความรู้และการดำเนินการและกิจกรรมในการรวบรวมองค์ความรู้ เกี่ยวกับงานพัฒนา
สังคมที่ชัดแจ้งในพื้นที่ พัฒนาให้เป็นระบบและนำความรู้นั้นขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน
การประมวลกลั่นกรองความรู้ การจัดความรู้ให้เป็นระบบ การเข้าถึงความรู้ การแลกเปลี่ยน
แบ่งปันความรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การสรุปบทเรียนการดำเนินงานการบูรณาการ
การจัดการความรู้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานการนำการจัดการความรู้ไปใช้ประโยชน์
การจัดทำรายงานการจัดการความรู้ รูปเล่มองค์ความรู้ รวมถึงการรายงานความก้าวหน้า
การดำเนินงาน

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสังคม ๓

การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM)

คือ การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ความรู้ในองค์กร
โดยพัฒนาระบบจากข้อมูล ไปสู่สารสนเทศ เพอื่ ให้เกดิ ความรู้และปญั ญา รวมท้ังเพ่ือประโยชน์
ในการนำไปใช้และเกิดการเรียนรู้ภายในองคก์ ร

การดำเนินการจดั การความรู้ (KM Process)
๑. การบง่ ช้คี วามรู้ (ความรู้หลกั คือ อะไร อยทู่ ไ่ี หน ยงั ขาดอะไร)
๒. การสร้างและแสวงหาความรู้ (จะหามาไดอ้ ย่างไร สรา้ งไดอ้ ยา่ งไร)
๓. การประมวลและกล่ันกรองความรู้ (ปรับปรงุ เนอื้ หา ภาษา และรปู แบบขอ้ มลู )
๔. การจดั ความรใู้ ห้เป็นระบบ (จดั หมวดหมแู่ ละเก็บเปน็ ระบบ)
๕. การเขา้ ถงึ ความรู้ (กำหนดวธิ กี ารเข้าถงึ ความร้ทู ี่จดั เก็บไว้)
๖. การแลกเปล่ยี นแบ่งปันความรู้ (กำหนดวิธกี ารและชอ่ งทางการถ่ายทอดความรู้)
๗. การเรียนรู้ (ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ไปใช้เพื่อเกิดการเรียนรู้ในองค์กร :

เกดิ องค์ความรใู้ หม่)

ผ่านการดำเนินการจัดการความรู้ Change Management Process ด้วยการ
ปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้คนในองค์กรอยากเป็นทงั้ ผใู้ ห้และผรู้ ับความรู้ มกี ารสื่อสาร ให้ทุกคน
เข้าใจ มีกระบวนการ เคร่ืองมอื การใหค้ วามรู้เรอ่ื งการจัดการความรู้ การวดั ผล การดำเนนิ การ
ตามแผน ผลผลิตและผลลัพธ์ที่ได้ รวมถึงการยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล เพื่อเป็นแรงจูงใจให้
คนในองค์กรสนใจการจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ส่งผลให้
ผลสัมฤทธิ์ของงานดีขึ้น หรือได้นวัตกรรมใหม่ บุคลากรเกิดการพัฒนาการเรียนรู้ เกิดชุมชน
การเรยี นรู้ ความรขู้ ององคก์ ร มีการจัดระบบและสัง่ สมไวพ้ ร้อมทีจ่ ะนำไปใชป้ ระโยชน์ สอู่ งค์กร
เป็นองค์กรแหง่ การเรยี นรู้

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสงั คม ๔

ตารางแผนการจดั การความรู้ (KM Action Plan) :
กระบวนการจดั การความรู้ (KM Process)

เรื่อง การพัฒนาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสังคม
(อาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์ หรอื อพม.)

ศกึ ษาเฉพาะกรณี : จังหวดั เชียงใหม่

โดย ทีมงานหน่วยงานสงั กัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์
ในพน้ื ทจ่ี ังหวัดเชียงใหม่(ทีม One Home จังหวัดเชียงใหม่)
รว่ มกับสำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 9

ท่ี กระบวนการ กิจกรรม/วิธีการสู่ ระยะเวลา หวั ขอ้ /ข้อมูล ผู้รบั ผิดชอบ หมายเหตุ
1 การบ่งช้ี ความสำเรจ็ ดำเนนิ การ ในการสืบค้น
ธนั วาคม -สสว.9 -
ความรู้ -การประชุมทีมงาน ข้อมูล
ศูนย์บริการวิชาการ 2562 เพิ่มเตมิ -ทมี One กลมุ่ เปา้
2 การสรา้ ง พัฒนาสังคมและจัด - การจดั การ Home พม. หมาย
และแสวงหา สวัสดิการสังคมใน 30 ความรู้ จังหวัด หน่วยงาน
ความรู้ ระดับพื้นที่ ของ มกราคม รูปแบบ การ เชยี งใหม่ พม.
สำนักงานส่งเสริมและ ๒๕๖3 ดำเนินงาน -สสว.9 หน่วยละ
สนับสนุนวิชาการ 9 และ ๒ คน
เพื่อเป็นการพิจารณา เปา้ หมาย รวม ๔๐
แนวทางการจัดการใน ๑. งาน คน
การดำเนินงานการ อาสาสมัคร
จัดการความรู้ การบง่ ชี้ พฒั นาสังคม
ความรู้รูปแบบ การ และความ
ดำเนินงาน และ ม่ันคงของ
เป้าหมายการ มนุษย์
ดำเนนิ งาน ๒. การพัฒนา
- ก า ร ป ร ะ ช ุ ม ที ม สงั คม
หน่วยงานกระทรวง
การพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์
จังหวัดเชียงใหม่ (ทีม
One Home จ ั ง ห วั ด
เชียงใหม)่

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพฒั นาสงั คม ๕

ท่ี กระบวนการ กจิ กรรม/วธิ ีการสู่ ระยะเวลา หวั ขอ้ /ขอ้ มูล ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ
2 การสรา้ ง ความสำเร็จ ดำเนนิ การ ในการสืบคน้
มกราคม- -สสว.9 -
และแสวงหา - ก า ร ศ ึ ก ษ า ข ้ อมู ล มีนาคม ขอ้ มูล
ความรู้ ความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับ เพิม่ เตมิ
งานอาสาสมัครพัฒนา 2563
3 การประมวล สังคมและความมั่นคง -
และ ของมนุษย์และการ เมษายน -
กลนั่ กรอง พฒั นาสงั คม พฤษภาคม
ความรู้ - การประมวลและ ๒๕๖3
กลั่นกรองการจัดการ
ความรู้ งานอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์และ
การพฒั นาสงั คม
-การจัดทำและ
ปรับปรงุ เนอื้ หาขอ้ มลู

4 การจดั การ -การออกแบบรูปแบบ มถิ นุ ายน - -ทมี One -
ความรใู้ ห้ การจัดเก็บข้อมูล เช่น ๒๕๖3 Home พม.
เปน็ ระบบ การจัดทำเป็นหนังสือ กรกฎาคม จงั หวัด
แ ผ ่ น พ ั บ E- book/ ๒๕๖3 เชยี งใหม่
5 การเขา้ ถึง Website -สสว.9
ความรู้ -การจัดข้อมูลให้เป็น
หมวดหมู่ - -ทมี One -
- ก ิ จ ก ร ร ม ก า ร จั ด Home พม.
ช ่ อ ง ท า ง เ ผ ย แ พ ร่ จงั หวัด
ความรู้ โดยการจัด เชียงใหม่
ประชาสัมพันธ์ทาง -สสว.9
Social Media เ ช่ น
เวบ็ ไซต์/เฟสบ๊คุ
Line/E-mail
เอกสารเผยแพร่ความรู้
(รูปเลม่ รายงาน/
Infographic/
QR Code)

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสู่การพัฒนาสังคม ๖

ท่ี กระบวนการ กจิ กรรม/วิธีการสู่ ระยะเวลา หัวขอ้ /ขอ้ มลู ผรู้ ับผดิ ชอบ หมายเหตุ
6 การ ความสำเร็จ ดำเนนิ การ ในการสืบค้น -ทมี One
กรกฎาคม Home พม. -
แลกเปล่ยี น - การสรุปแลกเปลี่ยน –สิงหาคม ข้อมูล จังหวดั
และแบง่ ปัน เรียนรู้ การพัฒนา เพม่ิ เติม เชียงใหม่ -
ความรู้ อาสาสมัครสู่การ ๒๕๖3 -สสว.9
พัฒนาสังคม -
7 การเรยี นรู้ (อาสาสมัครพัฒนา สงิ หาคม- -ทีม One
สังคมและความมั่นคง กันยายน - Home พม.
ของมนุษย์ หรือ อพม.) 2563 จงั หวัด
- การขับเคล่อื นการ เชียงใหม่
ดำเนินงานการนำการ -สสว.9
จดั การความรู้ (KM :
Knowledge
Management)ไปใช้
ประโยชน์
- สง่ เสริมหน่วยงาน
One Home จงั หวัด
ในพ้นื ท่ีรบั ผิดชอบนำ
องค์ความรู้ การพฒั นา
อาสาสมัครสู่การ
พฒั นาสงั คม
(อาสาสมัครพัฒนา
สงั คมและความมน่ั คง
ของมนษุ ย์ หรอื อพม.)
ไปขยายผลในพ้นื ที่
จังหวัด

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสูก่ ารพฒั นาสังคม ๗

การจดั การความรู้
เร่อื ง การพฒั นาอาสาสมคั รส่กู ารพฒั นาสังคม
(อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์ หรือ อพม.)

ศกึ ษาเฉพาะกรณี : จังหวดั เชียงใหม่
...................................................................

แนวคิดการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์
แนวคิดการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วยเนื้อหาสาระสำคญั
ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. การพัฒนาสงั คม (Social Development) ประกอบด้วย

๑.๑ ความหมายของการพฒั นาสังคม
๑.๒ สถานการณก์ ารเปลี่ยนแปลงทีม่ ีผลต่อการพฒั นาสังคมไทย
๑.๓ การสรา้ งภูมิคุ้มกนั และเป้าหมายการพฒั นาสงั คม
๑.๔ แนวทางการพัฒนาสังคม
๒ ความมน่ั คงของมนษุ ย์ (Human Security) ประกอบด้วย
๒.๑ ความหมายของความมนั่ คงของมนษุ ย์ (Human Security)
๒.๒ องคป์ ระกอบของความมนั่ คงของมนุษย์
๒.๓ รายงานการพฒั นามนษุ ย์ ปี ๒๕๕๖
๒.๔ ความมนั่ คงของมนุษย์ในอนาคต

๑ การพฒั นาสังคม
๑.๑ ความหมายการพัฒนาสังคม (Social Development) หมายถึง

กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และ
วัฒนธรรมให้ไปสู่สภาวะที่ดีกว่าเพื่อให้เกิดความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม
ซึ่งต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ คุณภาพและระบบบนพื้นฐานการคำนึงถึงศักดิ์ศรี
ความเปน็ มนษุ ย์

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสกู่ ารพฒั นาสงั คม ๘

๑.๒ สถานการณก์ ารเปลี่ยนแปลงทมี่ ผี ลตอ่ การพัฒนาสังคมไทย

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสงั คม ๙

๑.๓ การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั และเป้าหมายการพฒั นาสงั คม

ทมี่ า : จิระพนั ธ์ กลั ลประวิทย.์ ผอู้ านวยการสานักยทุ ธศาสตรแ์ ละการวางแผนพัฒนาทางสงั คม. “ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๑ ดา้ นการพฒั นาสังคม (๒๕๕๔) สำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาต.ิ
สไลดท์ ี่ ๔ – ๒๒

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสกู่ ารพฒั นาสงั คม ๑๐

๑.๔ แนวทางการพฒั นาสังคม
จิระพันธ์ กลั ลประวทิ ย์. (๒๕๕๔) ผอู้ ำนวยการสำนกั ยุทธศาสตร์และการ

วางแผนพัฒนาทางสังคม. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กล่าวถึง แนวทางการสร้างความเป็นธรรมในสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในสังคม
ท่ีเก่ียวข้องกบั การพฒั นาสงั คมไว้ ๔ แนวทางดังน้ี

แนวทางการสรา้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม
๑. การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้ทุกคนในสังคมไทย
สามารถจดั การความเสีย่ งและสรา้ งโอกาสในชวี ติ ใหแ้ กต่ นเอง

๑.๑ สรา้ งความแขง็ แกรง่ ให้เศรษฐกิจฐานราก
๑.๒ ปรับระบบการคุ้มครองทางสังคมให้ครอบคลุมทุกคนอย่างท่ัวถึง
สอดคล้องกบั ความต้องการและความจำเป็น
๑.๓ สง่ เสรมิ การจัดสรรทรพั ยากรให้เกิดความเปน็ ธรรม
๑.๔ สง่ เสรมิ การใช้ประโยชน์เทคโนโลยสี ารสนเทศในการพัฒนาอาชีพ
และยกระดบั คณุ ภาพชีวิต
๒. การจัดบริการทางสังคมให้ทุกคนตามสิทธิพึงมีพึงได้ เน้นการสร้าง
ภูมคิ ุ้มกันระดบั ปัจเจกและสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการตดั สินใจในการพฒั นาประเทศ
๒.๑ สร้างโอกาสอย่างเป็นธรรมให้กลุ่มด้อยโอกาสสามารถเข้าถึง
บริการทางสงั คมทมี่ คี ุณภาพอยา่ งเท่าเทยี มและทั่วถงึ
๒.๒ เสริมสร้างความม่ันคงให้คนยากจนมีความพร้อมรับผลกระทบ
จากวกิ ฤตต่างๆ
๒.๓ สนับสนนุ การสรา้ งสังคมสวสั ดิการ
๓. การเสริมสร้างพลังให้ทุกภาคส่วนสามารถเพิ่มทางเลือกการใช้ชีวิต
ในสังคม และสร้างการมีส่วนร่วมในเชิงเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้อย่างมีคุณค่าและ
ศกั ดิ์ศรี
๓.๑ เสริมสรา้ งทางสังคมใหท้ กุ คนสามารถแสดงออกทางความคดิ อย่าง
อสิ ระ
๓.๒ เสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนให้สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ
ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสกู่ ารพัฒนาสงั คม ๑๑

๓.๓ สนับสนุนการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ในการสร้างค่านิยมใหม่ ๆ
ในสังคมไทย

๓.๔ สง่ เสริมใหภ้ าคเอกชนเป็นพลงั ร่วมในการพัฒนาสงั คมไทย
๓.๕ เสริมสร้างระบบบริหารราชการใหเ้ ขม้ แขง็ มีประสทิ ธิภาพ
๓.๖ ปฏริ ปู การเมอื งไทยท้ังระบบให้เป็นประชาธิปไตยของมวลชน
๔. เสริมสร้างความสัมพันธ์ของคนในสังคมให้แน่นแฟ้นเป็นน้ำหนึ่งใจ
เดยี วกัน
๔.๑ สร้างค่านิยมใหม่ที่ยอมรับร่วมกันบนฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ
และเกอื้ กลู กนั ในสังคม
๔.๒ ส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองที่มีธรรมาภิบาลนำไปสู่การเป็น
ประชาธิปไตยทถ่ี ูกตอ้ งและเหมาะสม
๔.๓ สร้างความเช่ือม่ันและความไวว้ างใจใหเ้ กดิ ขึ้นกบั คนในสังคม

สรุปได้ว่าการพัฒนาสังคมเป็นกระบวนการการสร้างความเปล่ียนแปลงทางสังคม
อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเฉพาะในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๑
(พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) เน้นที่การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ของคนไทยในชุมชน การสร้างภูมิคุ้มกันของคน การใช้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา การสร้าง
ให้คนเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขันและการปรับตัวกับภาวะการเมือง ภาวะเศรษฐกิจ
ที่มคี วามเสย่ี ง การพฒั นาคนไปสสู่ งั คมแห่งการเรียนรูอ้ ย่างยั่งยืน

๒. ความมนั่ คงของมนษุ ย์
๒.๑ ความหมายของความมน่ั คงของมนุษย์ (Human Security)

หมายถึง การที่ประชาชนได้รับหลักประกันด้านสิทธิ ความปลอดภัย การสนองตอบ
ต่อความจำเป็นข้ันพ้ืนฐาน สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักด์ิศรี ไม่ประสบปัญหา
ความยากจน ไม่สิ้นหวังและมีความสุข ตลอดจนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการพัฒนา
ศักยภาพของตนเอง ซึ่งอาจถือได้ว่า ความมั่นคงของมนุษย์เป็นเป้าหมายสูงสุดของการ
จัดสวสั ดกิ ารสงั คมนน่ั เอง (สำนกั งานคณะกรรมการการจดั สวัสดกิ ารสังคมแหง่ ชาติ, ๒๕๕๖)

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสูก่ ารพัฒนาสงั คม ๑๒

ความหมายของความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security) สำนักงานโครงการพัฒนา
แห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme - UNDP) ไดเ้ สนอแนวคดิ
“ความมั่นคงของมนุษย์” ในช่วงต้นทศวรรษ ๑๙๙๐ หลังสิ้นสดุ สงครามเยน็ ช่วงท่ีความขัดแย้ง
และความตึงเครียดทางการเมือง แนวคิดน้ีพยายามเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนความสนใจ
จากเรื่อง ความม่ันคงแห่งรัฐไปสู่ความม่ันคงของปัจเจกบุคคล และเน้นจุดสนใจในการพัฒนา
ไปที่การบรรเทาความเส่ียงและป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่ง
สหประชาชาติ (UNDP, ๒๕๕๓, น. ๒) ไดน้ ยิ ามความหมายความม่นั คงของมนุษย์ มี ๒ มิติ ได้แก่

มิติแรก คือ ความปลอดภัยจากภาวะคุกคาม (Freedom from Fear) การมีเสรีภาพ
หรือปลอดจากความขาดแคลน (Freedom from Want) การได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน
(Equal Opportunities) ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน เช่น ความหิวโหย โรคภัยไข้เจ็บ
และการกดขปี่ ราบปราม

มิติที่สอง คือ การได้รับการปกป้อง คุ้มครองจากอุบัติเหตุที่เกิดข้ึนต่อการดำรงชีวิต
ไมว่ ่าจะเปน็ ทบี่ ้าน ในการทำงาน หรือในสงั คม

๒.๒ องค์ประกอบของความม่นั คงของมนษุ ย์
องค์ประกอบของความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วย ๗ องค์ประกอบ ๓๗ ตัวชี้วัด
ได้แก่
๑. ดา้ นความมนั่ คงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ๑๐ ตัวชี้วัด ไดแ้ ก่

๑.๑ รายไดข้ นั้ พนื้ ฐาน
๑.๒ เงนิ อดุ หนุนจากภาครฐั
๑.๓ การจา้ งงาน : ผู้มีงานทำ ผู้มีงานทำแบบช่ัวคราว
๑.๔ ผไู้ มม่ งี านทำ : อตั ราการวา่ งงาน ผูก้ ำลงั หางาน
๑.๕ จำนวนคนจน
๑.๖ การมที ดี่ ินทำกนิ
๑.๗ การเข้าถงึ แหล่งเงินทุน
๑.๘ อตั ราเงินเฟอ้
๑.๙ การไม่มีทีอ่ ยอู่ าศยั
๑.๑๐ สมั ประสิทธ์ิความไมเ่ สมอภาค (Gini Coefficient)

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสังคม ๑๓

๒. ด้านความมั่นคงทางดา้ นอาหาร (Food Security) ๑ ตัวชี้วัด ได้แก่
๒.๑ ระบบการกระจายอาหาร การเข้าถงึ แหล่งอาหาร

๓. ดา้ นความมั่นคงทางด้านสขุ ภาพ (Health Security) ๗ ตวั ช้ีวดั ได้แก่
๓.๑ การตายเนอ่ื งจากโรคตา่ ง ๆ
๓.๒ การตายเนอื่ งจากการคลอดบตุ ร
๓.๓ ความไม่สะอาดของอาหาร
๓.๔ สภาพแวดลอ้ มเป็นพิษ
๓.๕ ความไม่เทา่ เทยี มในบริการสาธารณสุข
๓.๖ จำนวนแพทยต์ ่อประชากร
๓.๗ นำ้ ดืม่ ไม่สะอาด

๔. ด้านความม่ันคงด้านสงิ่ แวดลอ้ ม (Environmental Security) ๖ ตวั ช้ีวดั ไดแ้ ก่
๔.๑ การขาดแคลนน้ำ
๔.๒ สภาพนำ้ เป็นพิษ
๔.๓ การสูญเสียพน้ื ที่ปา่
๔.๔ ปญั หาดินแลง้
๔.๕ ปัญหาท่ีดนิ เค็ม
๔.๖ มลภาวะทางอากาศ

๕. ดา้ นความมั่นคงสว่ นบคุ คล (Personal Security) ๕ ตัวชี้วัด ไดแ้ ก่
๕.๑ ความไมม่ ่ันคงจากรัฐ
๕.๒ ความไมม่ ่ันคงจากอาชญากรรม
๕.๓ ภัยคุกคามตอ่ ผหู้ ญิง
๕.๔ ภัยคุกคามตอ่ ตนเอง
๕.๕ อุบัติเหตุจากการจราจร

๖. ดา้ นความม่ันคงของชมุ ชน (Communities Security) ๓ ตวั ช้ีวัด ได้แก่
๖.๑ การใช้แรงงานเด็ก
๖.๒ ปญั หาครอบครวั
๖.๓ ความขดั แย้งภายในชุมชน

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รส่กู ารพัฒนาสงั คม ๑๔

๗. ด้านความมน่ั คงทางการเมอื ง (Political Security) ๔ ตัวชี้วัด ไดแ้ ก่
๗.๑ การกดขีท่ างการเมอื ง
๗.๒ เสรภี าพในการแสดงความเห็น
๗.๓ การได้รับขา่ วสาร
๗.๔ การใหค้ วามสำคัญตอ่ การทหารมากกวา่ ประชาชน

๒.๓ รายงานการพัฒนามนุษย์ ปี ๒๕๕๖
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติหรือ UNDP (United Nations Development
Programme) ได้เปิดตัวรายงานการพัฒนามนุษย์ ปี ๒๕๕๖ ในช่ือเรื่อง Human
Development Report ๒๐๑๓ มีนัยเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การพัฒนามนุษย์ของโลก
รายงานฉบับน้ีมาพร้อมกับหัวเรื่อง The Rise of the South : Human Progress in
a Diverse World ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “ความรุ่งโรจน์ของทางใต้ : ความก้าวหน้า
ของมนุษย์ในโลกที่หลากหลาย” โดยมีประเด็นที่มาจากกระแสการพัฒนาและอัตราการเติบโต
ทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างต่อเนื่องของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเขตโลกทางใต้ โดยเฉพาะ
๓ ประเทศใหญ่ จีน บราซิลและอินเดีย รวมถึงอีกหลายประเทศซ่ึงมีโอกาสและศักยภาพที่สูง
ต่อการเตบิ โตทางเศรษฐกิจในระยะต่อจากน้ี เช่น เมก็ ซิโก แอฟรกิ าใต้ และบางประเทศในกลุ่ม
อาเซยี น ซ่ึงถกู กล่าวถึง คอื ประเทศไทย และอนิ โดนเี ซยี
ความรุ่งโรจน์ (ทางเศรษฐกิจ) ของโลกทางใต้มาพร้อม ๆ กับความซบเซาของโลก
ทางเหนือในกลุ่มประเทศพัฒนาแลว้ ท้ังสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU)
ซง่ึ ครองความเป็นมหาอำนาจ และผ้นู ำทางเศรษฐกิจของโลกมาตลอดหลังสงครามโลกครั้งท่ี ๒
ซึ่งกำลังประสบวิกฤตปัญหาและความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ท้ั งในภาคการเงิน
ภาคประกอบการ และภาครัฐ มาอย่างต่อเนื่องตลอด ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ข้อความ (Message)
สำคัญที่รายงานฉบับนี้พยายามจะส่ือก็คือ “การเตบิ โตทางเศรษฐกิจเพียงอยา่ งเดียวไม่สามารถ
ถูกตีความได้ว่า การพัฒนามนุษย์ของประเทศจะก้าวหน้าตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ” จากการ
จัดอันดับดัชนีการพัฒนามนุษย์ ปี ๒๕๕๖ น้ี จีน บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตรา
การขยายตัวของ GDP สูงที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกในขณะน้ียังคงมีการพัฒนามนุษย์ท่อี ยู่
ในระดับซึ่งต้องพัฒนาต่อไปอย่างมาก จาก ๑๘๗ ประเทศทั่วโลก HDI ของจีนอยู่ในอันดับที่
๑๐๑ บราซลิ ดกี ว่าเลก็ นอ้ ยในอนั ดบั ท่ี ๘๕ และอินเดยี อยใู่ นอันดับที่ ๑๓๖

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม ๑๕

ภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนามนุษย์ของ UNDP ดัชนี (Human Development
Index - HDI) เป็นดัชนีชี้วัดระดับการพัฒนามนุษย์ หรือพูดง่ายๆ ว่า การพัฒนาคนในแต่ละ
ประเทศซง่ึ พจิ ารณาองค์ประกอบใน ๓ ดา้ นดว้ ยกัน ได้แก่

องค์ประกอบที่หน่ึงด้านสุขภาพ ชี้วัดจากความยืนยาวของการมีชีวิตอยู่ของคน
ในประเทศดว้ ยจำนวนปีของอายคุ าดเฉลย่ี (Life Expectancy)

องค์ประกอบที่สองด้านศักยภาพ ช้ีวัดจากจำนวนปีเฉลี่ย และจำนวนปีคาดหมาย
ของการได้รับการศกึ ษาของคนในประเทศ

องค์ประกอบที่สาม ชี้วัดจากมาตรฐานการครองชีพของคนในประเทศ ชี้วัดเฉพาะ
ในมิตทิ างเศรษฐกิจ โดยดูจากระดับรายไดป้ ระชาชาติต่อหัว (GNI per Capita)

การเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวอย่างมากของ GDP ของกลุ่มประเทศกำลัง
พัฒนาในซีกโลกทางใต้ อาจทำให้รายได้ประชาชาติต่อหัวและภาพรวมมาตรฐานคุณภาพชีวิต
ของคนในประเทศดีข้ึน ซึ่งเป็นแรงผลักที่ดีต่อการเคลื่อนระดับการพัฒนามนุษย์ในประเทศ
เหลา่ นั้นใหส้ งู ยง่ิ ข้ึน อย่างไรก็ตามสงิ่ สำคญั ท่ีรายงานฉบับนี้ต้องการสื่อถึงประเทศเหล่าน้ัน ก็คือ
การให้ความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่อง
การบริการทางสุขภาพและระบบหลักประกันทางสังคม โอกาสทางการศึกษา คุณภาพ
ของระบบการศึกษา ซึ่งเป็นองค์ประกอบปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนามนุษย์
ของประเทศ อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การตระหนักถึงการกระจายผลพวงจากการพัฒนา
ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้ตกถึงประชาชนทุกกลุ่มในประเทศอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
นัยเชิงนโยบายที่สำคัญ สำหรับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อรักษาแรงผลักและกระแสเชิงบวก
ในการพฒั นามนษุ ยใ์ ห้ดียิ่งขน้ึ ท่ใี หไ้ ว้ในตอนท้ายของรายงานมอี ยู่ใน ๔ เรื่องด้วยกัน คือ

๑) การสร้างให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมมากข้ึนในสังคม (Enhancing Equity)
โดยเฉพาะความเทา่ เทยี มทางการศึกษา ทางสขุ ภาพ ทางรายได้ และความเท่าเทยี มทางเพศ

๒) การสร้างเสริมโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม (Enabling
Voice and Participation) ทง้ั ทางการเมอื งและทางสังคมของคนทุกคน

๓) การเตรียมตัวเพื่อปรับตัวและรับมือกับแรงกดดันจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
(Confronting Environmental Pressures) โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศโลก ความตึงเครียดจากปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความขาดแคลน
ของทรพั ยากร

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม ๑๖

๔) การจัดการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร (Managing Demographic
Changes) ท้ังในประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงของการได้รับการปันผลทางประชากร
(Demographic Dividend) ที่สัดส่วนประชากรขนาดใหญ่อยู่ในวัยกำลังแรงงาน (โดยมาก
ในกลุ่มประเทศในแถบแอฟริกาตอนใต้ : Sub-Saharan Africa) ประเทศที่ผ่านช่วงเวลา
ดังกล่าวมาแล้วก ำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่สัดส่วนพึ่งพิงทางประชากรเพิ่มข้ึ น
ตามจำนวนประชากรสงู วยั ทีเ่ พ่ิมข้ึนอย่างตอ่ เน่ือง (กลมุ่ ประเทศเอเชียตะวันออก) วา่ ทำอย่างไร
ให้ภายใต้โครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงน้ัน ประเทศยังสามารถรักษาระดับการผลิต
การพัฒนามนุษย์ การสร้างและใช้ประโยชน์จากศักยภาพมนุษย์ที่มีอยู่ไม่ว่าจะในวัยใดให้เกิด
ประสิทธภิ าพมากทสี่ ุด

ทั้ง ๔ ประเด็นนี้ถือเป็นการบ้านสำคัญที่รายงานการพัฒนามนุษย์ฉบับล่าสุดได้ฝาก
ไว้ ให้กับประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะกลุ่มในซีกโลกทางใต้ที่กำลังเติบโตไปสู่ความรุ่งโรจน์
นำไปคิดและดำเนินการต่อ

๒.๔ ความมัน่ คงของมนุษย์ในอนาคต
UNDP ได้ให้ข้อเสนอต่อการพัฒนาความ
ม่ันคงของมนุษย์ของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้
ไดแ้ ก่
- สร้างหลักประกันว่าผู้สูงอายุจะได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ ควรขยาย
การคมุ้ ครองใหค้ รอบคลุมแรงงานนอกระบบ โดยให้กลมุ่ ทีเ่ ปราะบางมากท่สี ดุ ได้รบั ความคุ้มกัน
โดยมีโครงข่ายความปลอดภยั
- ให้ความสำคัญเรื่องหลักประกันความมั่นคงของแรงงานนอกระบบ โดยกำหนดให้
เป็นกลุ่มเป้าหมายพิเศษเชิงนโยบายและเพิ่มการสนับสนุนเชิงสถาบันและเงินทุนให้กับ
แผนงาน/โครงการของชุมชน
- รณรงค์ให้สังคมต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ โดยการ
สรา้ งความตระหนักให้แกป่ ระชาชนและควบคุมสอื่ และธรุ กจิ บนั เทิง
- มุ่งมั่นดำเนินการขจดั การคา้ มนุษยใ์ ห้ไดผ้ ลภายในระยะเวลาอนั สั้น
- กำหนดให้การเป็นสังคมเสมอภาคเป็นวาระแห่งชาติ โดยเริ่มจากการปฏิรูประบบ
ภาษีและการใช้จ่ายภาครัฐ (ระพีพรรณ คำหอม, ๒๕๕๗)

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสงั คม ๑๗

อาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ (อพม.)

อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วยเน้ือหาสาระสำคัญ
ดงั ตอ่ ไปนี้

๑. ความหมายอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
๒. คุณสมบตั ิของอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ (อพม.)
๓. การสรรหาอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ (อพม.)
๔. การพน้ สภาพอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ (อพม.)
๕. สิทธิประโยชน์อาสาสมคั รพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.)

อาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ (อพม.) เปน็ ภารกิจเพ่ือสนับสนุน
และส่งเสริมให้อาสาสมัครที่มีอยู่อย่างหลากหลายในชุมชนและหมู่บ้านได้เข้ามามีส่วนร่วม
ในการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจากได้พิจารณาว่าภารกิจด้านการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีขอบเขตกว้างขวางเกี่ยวข้องกับประชากรทุกกลุ่ม ซึ่งในที่นี้
ได้พิจารณาจากกลุ่มอาสาสมัครที่มีอยู่ในชุมชนเป็นลำดับแรก ปัจจุบันอาสาสมัครที่มีอยู่
ในชุมชนท้องถิ่นมีหลายประเภท และปฏิบัติงานหลากหลายด้าน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุข
อาสาสมัครตอ่ ตา้ นยาเสพติด อาสาสมัครคุมประพฤติ ฯลฯ ซ่งึ อาสาสมัครเหลา่ นี้ลว้ นปฏบิ ัตงิ าน
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้งสิ้น การส่งเสริมให้กลุ่มอาสาสมัคร
เหล่านี้ได้เข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
ได้เรียนรู้ถึงบทบาทหน้าท่ีท่ีจะเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาสังคมในท้องถิ่น
ของตนเองและเป็นอาสาสมัครเพื่อพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในหมู่บ้าน
และชุมชนของตน จะทำให้เกิดเครือข่ายการทำงานในระดับพ้ืนที่ที่จะเป็นพื้นฐานพลังสำคัญ
ในการพฒั นาสงั คมไปสสู่ ังคมแห่งสันติสุข เอื้ออาทร นา่ อยแู่ ละยั่งยนื

๑. ความหมายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
หมายถึง อาสาสมคั รท่สี มคั รใจ มีจิตอาสาช่วยปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ในชุมชนอย่แู ล้ว และสนใจ
เข้ามามีสว่ นรว่ มในการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์เพอ่ื ท้องถ่ินของตนเอง

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม ๑๘

๒. คุณสมบัตขิ องอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ (อพม.)
คุณสมบัติของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)

มีดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. เปน็ คนในชมุ ชน/หมู่บ้าน
๒. บรรลนุ ติ ภิ าวะ
๓. สนใจและใสใ่ จเรยี นรดู้ า้ นการพัฒนาสงั คมและด้านขอ้ มูลขา่ วสาร
๔. รักทอ้ งถิ่น
๕. เชอื่ ม่ันในแนวคิดพง่ึ ตนเองได้
๖. การศกึ ษาอา่ นออกเขยี นได้
๗. มมี นุษยส์ ัมพันธ์ท่ีดีและสามารถส่ือสารเพ่อื ความเข้าใจ
๘. เอื้ออาทรและสนใจช่วยเหลอื ผูป้ ระสบปัญหาในชุมชนและสงั คม

๓. การสรรหาอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์ (อพม.)
การสรรหา อพม. ให้แต่ละจังหวัดพิจารณากระบวนการสรรหาเองตามความ

เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์การดำเนินงานอาสาสมัครในแต่ละจังหวัด ซึ่งอาจมีการ
แต่งตงั้ คณะกรรมการสรรหา หรอื มอบหมายใหห้ น่วยงานที่เก่ียวข้องดำเนนิ การ

๔. การพ้นสภาพอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.)
การพ้นสภาพของ อพม. มี ๓ ประการ คือ
๑. ตาย
๒. ลาออก
๓. คณะกรรมการอำนวยการโครงการระดับจังหวัดมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

เนื่องจากมีความประพฤติเสียหายอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือความบกพร่องต่อการ
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพฒั นาสังคม ๑๙

๕. สทิ ธปิ ระโยชน์อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ (อพม.)
สิทธิประโยชน์อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.)

มีดงั ต่อไปน้ี
๑. ได้รบั วุฒบิ ตั ร
๒. มีบตั รประจำตวั
๓. ไดร้ บั การเสนอช่ือเพอ่ื ประกาศเกยี รติคุณ
๔. อพม. ดีเด่น จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการพิจารณารายชื่อบุคคล

ผู้มีคุณสมบัติที่พึงจะได้รับการพิจารณาเพื่อเสนอขอพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์อันเป็นท่ี
สรรเสริญยิ่งดเิ รกคณุ ากรณ์

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสู่การพฒั นาสงั คม ๒๐

บทบาทหนา้ ท่แี ละภารกจิ ของ อพม.

บทบาทหนา้ ที่และภารกิจของ อพม. ประกอบด้วยเนื้อหาสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
๑. แนวทางปฏิบตั ิภารกิจชเ้ี ปา้ – เฝ้าระวงั
๒. แนวทางปฏบิ ตั ิการ เช่อื มกล่มุ เดิม – เสรมิ สรา้ งกลมุ่ ใหม่
๓. รว่ มใจทำแผนชมุ ชน (เพื่อการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย)์

บทบาทหนา้ ทแ่ี ละภารกจิ ของ อพม. มที งั้ หมด ๓ ข้อไดแ้ ก่

๑) ชี้เป้า – เฝ้าระวัง หมายถึง การเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่ประสบ
ปัญหา ข้อมูลด้านสถานการณ์ปัญหาที่เกิดข้ึนในชุมชน เพื่อนำไปสู่การดำเนินงาน เพื่อป้องกัน
แก้ไขปัญหา ซึ่งภารกิจที่จะนำไปสู่การชี้เป้า-เฝ้าระวัง คือ การสำรวจและรวบรวมข้อมูล
กลุ่มเป้าหมายและผู้รับบริการ การเฝ้าระวัง การส่งเสริมและแก้ไขปัญหาด้านสังคมเบื้องต้น
และการรายงานสถานการณท์ างสงั คมของชมุ ชน

๒) เชื่อมกลุ่มเดิม-เสริมสร้างกลุ่มใหม่ หมายถึง อพม. จะทำหน้าที่ประสานการ
ดำเนินงานกับเครือข่ายในระดับชุมชน นอกชุมชน ท้ังภาครัฐและเอกชน เพื่อเชื่อมกลุ่มเดิม-
เสริมสร้างกลุ่มใหม่ ร่วมกันในการดำเนินงาน เพื่อการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ของชุมชน เป็นกลไกเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐกับท้องถิ่น ภารกิจที่จะนำไปสู่
การเชื่อมกลุ่มเดิม-เสริมสร้างกลุ่มใหม่ คือ การประสานงาน แบบไม่เป็นทางการและ
เป็นทางการ การส่งต่อผู้รับบริการและการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงาน
ตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนราชการและเอกชน
ท่เี กยี่ วขอ้ ง

๓) ร่วมใจทำแผนชุมชน หมายถงึ อพม. จะทำหน้าทรี่ ่วมกบั ชุมชนในการจัดทำแผน
ชมุ ชน แผนชมุ ชนมคี วามสำคญั อย่างย่ิงในการทจี่ ะทำให้การพฒั นาสังคมและความม่ันคง

ของมนุษย์เกิดข้ึนอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นภารกิจของ อพม. คือการเป็นผู้ผลักดัน
หรือกระตุ้นให้ชุมชนร่วมมือ ร่วมใจกัน ระดมความคิด เพื่อจัดทำแผนของชุมชน โดยเฉพาะ
ในสว่ นท่เี กี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชน่ การจดั ทำแผนสวัสดิการ
ชมุ ชน

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสูก่ ารพฒั นาสังคม ๒๑
/
แนวทางปฏบิ ตั ิภารกิจชีเ้ ปา้ – เฝ้าระวงั

๑. การจัดหาข้อมูลชมุ ชน ๒. การจัดเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ๓. การนำขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชน์
(ข้อมูลสภาพชุมชน/ - บนั ทกึ ในสมุดบันทกึ - นำเสนอขอ้ มลู หนว่ ยงานที่
กลุ่มเป้าหมาย/สถานการณท์ าง เกีย่ วขอ้ งใช้ป้องกันแกไ้ ข
สังคม/ศักยภาพชมุ ชน) ประจำวัน และพัฒนาชุมชน
- จัดทำเปน็ แฟม้ ข้อมูล - ประกอบการจดั ทำแผน/
- สำรวจตามแบบฟอรม์ - ทำสมดุ ทะเบยี นแยก โครงการ/กิจกรรมของ
- ขอจากหน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง ประเภทขอ้ มูล ชุมชน
- สังเกตการณ์/วงสนทนา/การ - เก็บขอ้ มลู ใน - ขอความชว่ ยเหลือให้
กลมุ่ เป้าหมาย
ประชมุ คอมพวิ เตอร์
- จดั เกบ็ ขอ้ มูลลง

แผนผังแนวทางปฏบิ ตั ิภารกจิ ช้ีเปา้ – เฝ้าระวงั

๑. การจดั หาข้อมลู ของชมุ ชน
(๑) ข้อมูลสภาพชุมชน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เช่น ที่ตั้ง เนื้อที่ ภูมิประเทศ
อาณาเขต ประชากร สภาพทางเศรษฐกิจ สถานการณส์ ังคมและบริการพื้นฐานต่าง ๆ ซ่ึงจะทำให้
คนในชุมชนเห็นสภาพที่แท้จริงของชุมชนชัดเจนและตรงกัน และคนภายนอกเห็นสภาพ
และเข้าใจชมุ ชน
- สำรวจข้อมูลตามแบบสำรวจที่หน่วยราชการจัดให้ เช่น แบบสำรวจผู้ประสบปัญหา
ทางสังคมของ พม. หรือทำแบบสำรวจเองตามประเด็นทีต่ ้องการทราบ โดยออกเดินสำรวจเอง
หรอื หาคนชว่ ยสำรวจ
- ขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลชุมชน ข้อมูลศักยภาพชุมชน
จาก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พัฒนาชุมชน อำเภอ หรือข้อมูล กลุ่มเป้าหมายจาก อบต. พมจ.
สาธารณสุขอำเภอ/จังหวัด ซึ่งสามารถประสานขอได้ ทั้งแบบทำหนังสือติดต่อเป็นทางการ
และการเข้าไปขอโดยตรง
(๒) ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ข้อมูลผู้ด้อยโอกาสและผู้ต้องการความช่วยเหลือ
ทุกประเภท เช่น เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง เด็กยากจน เด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์
วัยร่นุ ทม่ี ีปญั หาความประพฤติ ผ้สู งู อายุ คนพกิ าร สตรหี มา้ ย ครอบครัวยากจน ผู้ติดสุราเรื้อรัง
ผู้ติดยาเสพติด เป็นต้น เนื้อหาของข้อมูลควรประกอบด้วย ชื่อ-สกุล และบัตรประจำตัว
ประชาชน วนั เดอื นปีเกดิ อายุ บ้านเลขท่ี สภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพปัญหา

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสงั คม ๒๒

/

และความต้องการ การช่วยเหลือที่ได้รับและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซ่ึงจะทำให้ทราบ
สภาพปัญหา สาเหตุ ความเดือดร้อนของผู้ประสบปัญหา และแนวโน้มของปัญหา เพื่อการ
ดำเนินงานวางแผนปอ้ งกันและแกไ้ ข

- สังเกตสถานการณ์ชุมชนโดยการเดินเยี่ยมเยียนตามบ้าน การนั่งเฝ้าดูและรับฟัง
การพูดคุยของชาวบ้านในชุมชน เช่น ศูนย์กลางของชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร วัด สถานที่ที่มี
การจดั งานต่าง ๆ ซง่ึ จะมีการพูดคยุ ถงึ เรอื่ งราวตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ขนึ้ ในชุมชน

- ร่วมเวทีประชาคมของชุมชนหรือร่วมวงสนทนาหรือการประชุมของกลุ่ม/องค์กร
ตา่ ง ๆ ของชุมชน ซึ่งจะมกี ารนำเสนอและพูดคยุ ข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชน

(๓) ข้อมูลสถานการณ์ทางสังคมและปัญหาของชุมชน ได้แก่ ข้อมูลปัญหาต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในชุมชน สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของชุมชนที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อชุมชน
เช่น ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น การตั้งครรภ์ในวัยเรียน การติดยาเสพติด
การแพรร่ ะบาดของยาเสพตดิ ในชุมชน การมีรา้ นเกมส์ สถานบันเทงิ ต่าง ๆ ในชุมชน

(๔) ข้อมูลศักยภาพของชุมชน ได้แก่ ข้อมูลสิ่งดีดีที่มีอยู่ในชุมชน เช่น คนดี คนเก่ง
คนทมี่ คี วามรู้ ความสามารถในด้านตา่ ง ๆ ผ้นู ำ/แกนนำต่าง ๆ หนว่ ยงาน กลุม่ /องค์กร/สถาบัน
ท่จี ะชว่ ยเหลือชมุ ชน รวมทั้งภูมปิ ัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และทรัพยากรธรรมชาตขิ องชุมชน
ที่จะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาคน ตลอดจนการพัฒนาสร้างความ
เข้มแข็งให้กับชุมชน ข้อมูลศักยภาพของชุมชน ทำให้ทราบถึงความสามารถของชุมชนในการ
ป้องกัน/แก้ไขปัญหา นอกจากนี้จะต้องมีการจัดหาข้อมูลที่เป็นจุดอ่อนของชุมชนที่จะเป็น
อุปสรรคหรอื ขอ้ จำกัดในการพัฒนาชุมชนดว้ ย เช่น สภาพภูมปิ ระเทศที่ไม่เอื้อต่อการทำมาหากิน
การติดต่อสือ่ สารกบั ภายนอกท่ยี ากลำบาก การแตกความสามคั คขี องชุมชน เป็นตน้

๒. การจัดเกบ็ รวบรวมข้อมูล
๒.๑ ขอ้ มูลชุมชน
แนวทางการจัดเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ชมุ ชน สามารถดำเนนิ การไดห้ ลายวิธี เชน่
- บันทึกข้อมูลชมุ ชนท่หี าไดโ้ ดยวิธกี ารต่าง ๆ ในสมดุ บันทกึ ประจำวนั (Diary)
- จัดทำเป็นแฟ้มโดยนำเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มา จัดเข้าแฟ้ม หรือคัดลอกข้อมูล
ตามประเด็นเน้ือหาที่ต้องการโดยการเขียนหรอื การพิมพ์ แล้วจัดเขา้ แฟม้ ทั้งนี้ให้ทำใบปะหนา้
แฟม้ ว่าภายในแฟ้ม มขี อ้ มลู อะไร ของใครบา้ ง รวมท้ังขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการดำเนินการสำรวจเอง

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสูก่ ารพัฒนาสงั คม ๒๓

/

- ทำสมุดทะเบียน ลงข้อมูลชุมชนต่าง ๆ ที่จำเป็น โดยออกแบบตารางสมุดทะเบียน
ตามประเดน็ หวั ข้อข้อมูลทีต่ อ้ งการจดั เก็บ

- ทำระบบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ประเด็นหัวข้อข้อมูลอาจเช่นเดียวกับสมุดทะเบียน
หรืออาจสแกนภาพเอกสารขอ้ มลู ต่าง ๆ ลงเคร่อื งคอมพวิ เตอร์

- จัดเก็บข้อมูลไว้ในแผ่นดิสก์เพื่อสะดวกต่อการพกพาข้อมูลไปร่วมประชุมชี้แจง หรือ
ประสานงานกบั หนว่ ยงาน รวมทัง้ เผยแพรห่ น่วยงาน/บคุ คลที่เกยี่ วขอ้ ง

๒.๒ ขอ้ มลู กลมุ่ เปา้ หมาย
แนวทางการจดั เกบ็ รวบรวมข้อมูลกล่มุ เป้าหมายสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น
- บันทึกข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ได้สำรวจ พบเห็นหรือดำเนินการช่วยเหลือในสมุด
บันทึกประจำวนั (Diary) ของตนเอง
- ทำสมุดทะเบียนกลุ่มเป้าหมายโดยแยกกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภท เช่น สมุด
ทะเบียน กลุ่มเป้าหมายเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเอดส์ สตรีหม้าย หรือบันทึกไว้ในสมุด
เล่มเดียวกัน แต่แบง่ หน้ากระดาษลงแตล่ ะกลมุ่ เปา้ หมาย
- จัดแฟ้มเก็บแบบบันทึกประวัติของผู้รับบริการแต่ละรายแยกแฟ้มตามประเภท
ของกลุ่มเป้าหมาย(การเก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทจะต้องมีการจัดลำดับ
ความสำคัญเร่งด่วนผู้ที่ต้องดำเนินการช่วยเหลือ และจะต้องมีการบันทึกข้อมูลการติดตามผล
การช่วยเหลือดว้ ย)

๒.๓ ข้อมลู สถานการณท์ างสังคม
- ปัญหาของชุมชน
แนวทางการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม ปัญหาของชุมชน สามารถ
ดำเนนิ การได้หลายวิธี เช่น
- บันทึกข้อมูลสถานการณ์ทางสังคมที่เป็นแนวโน้มที่จะทำให้เกิดปัญหา หรือมี
ผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ของชุมชนที่พบเห็น จากการสำรวจ การออกเดิน
เยี่ยมเยียน การสังเกต รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ลงในสมุดบันทึกประจำวัน
(Diary) ของตนเอง
- จดั แฟม้ บนั ทึกข้อมลู สถานการณท์ างสังคม

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสกู่ ารพัฒนาสังคม ๒๔

/

- ปัญหาของชุมชน แยกแฟ้มตามประเด็นของสถานการณ์หรือประเด็นปัญหา ระบุ
ช่วงเวลาการเกิดสถานการณ์ทางสังคมหรือปัญหาของชุมชนให้ชัดเจน รวมทั้งการจัดการ
ป้องกันแก้ไขปัญหาของชมุ ชนดว้ ย

- จัดเกบ็ ขอ้ มูลสถานการณท์ างสังคม
– ปัญหาของชมุ ชนลงในคอมพิวเตอร์

๒.๔ ขอ้ มลู ศักยภาพของชุมชน

แนวทางการจดั เก็บรวบรวมข้อมูลศักยภาพของชุมชน สามารถดำเนนิ การไดห้ ลายวิธี เช่น
- ทำสมดุ ทะเบียนศกั ยภาพของชุมชนแยกเปน็ ประเภท ไดแ้ ก่

๑) ทุนมนุษย์ (แกนนำ ปราชญ์ คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถ
ในดา้ นตา่ ง ๆ คนทชี่ มุ ชนเคารพเช่ือถือให้การยอมรับ ยกยอ่ ง)

๒) ทุนองค์กร/สถาบัน/กลุ่มชมรมต่าง ๆ ในชุมชน กองทุนต่าง ๆ วัด
โรงเรยี น อบต. ศพค.

๓) ทุนภมู ิปญั ญา วัฒนธรรมและประเพณตี า่ ง ๆ
๔) ทุนทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งที่คนในชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน
และช่วยกนั ดูแลรักษา (แหลง่ นำ้ ปา่ ชมุ ชน ต้นไม้ พชื ผลต่าง ๆ)
๕) จุดอ่อนของชุมชน เช่น สภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้อต่อการทำมาหากิน
การติดต่อสือ่ สารกับภายนอกทย่ี ากลำบาก การแตกความสามคั คีของชุมชน เปน็ ต้น
- จัดเก็บข้อมูลศักยภาพชุมชนลงในคอมพิวเตอร์ โดยแยกไฟล์ข้อมูลตามข้อมูล
ศกั ยภาพชุมชน
- จัดเก็บข้อมูลศักยภาพชุมชนไว้ในแฟ้ม โดยแยกข้อมูลเป็นกลุ่มๆ ตามประเภท
ของศกั ยภาพของชุมชน

๓. การนำขอ้ มูลไปใชป้ ระโยชน์
๓.๑ ข้อมูลชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม-ปัญหาของชุมชน
และข้อมูลศักยภาพของชุมชน อพม. สามารถนำเสนอเพื่อไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อการชี้เป้า-
เฝ้าระวัง โดยการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือทำหนังสือ แจ้งข้อมูลพร้อมระบุ
ความต้องการช่วยเหลือ หรือนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมของกลุ่ม-ชมรม/องค์กร ชุมชน หรือต่อ
เวทีประชาคม หรือนำเสนอข้อมูลในการจัดทำแผนชุมชนหรือการจัดทำแผนงาน/โครงการ/
กจิ กรรมของชมุ ชน

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพัฒนาสังคม ๒๕

/

- นำเสนอสถานการณ์ทางสังคมของชุมชน เพ่อื ใหห้ นว่ ยงาน/องค์กร/บคุ คลที่เก่ียวข้อง
ได้นำไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาเด็ก
วัยรุน่ ประพฤติตนไมเ่ หมาะสม หน่วยงานทเ่ี กีย่ วข้อง เช่น โรงเรยี น ตำรวจ องคก์ รท้องถิ่น และ
ฝา่ ยปกครองจะไดร้ ่วมกันหาแนวทางป้องกันและแกไ้ ขปัญหา

- นำเสนอขอ้ มลู กลุ่มเปา้ หมายและขอ้ มูลปัญหาของชุมชน เพอื่ ให้หน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้อง
เข้าไปช่วยเหลือ เช่น ข้อมูลผู้พิการผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องเร่งให้การช่วยเหลือ เรียงลำดับ
ความสำคัญเร่งดว่ น

- นำเสนอข้อมูลปัญหาความต้องการของชุมชน และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องดำเนินการ
ในการจัดทำแผนชมุ ชน เพ่ือผลกั ดันให้ได้รบั การสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ท้ังนี้โดยการนำขอ้ มูลชมุ ชน ข้อมูลศกั ยภาพชุมชนเพ่ือประกอบการจัดทำโครงการ/กิจกรรมด้วย

- ใช้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อการออกเยี่ยมเยียน ให้การช่วยเหลือ ส่งเรื่องขอความ
ชว่ ยเหลอื จากหน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง และการตดิ ตามผลการช่วยเหลือ

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสกู่ ารพัฒนาสังคม ๒๖
/
๒. แนวทางปฏบิ ตั กิ ารเช่ือมกลมุ่ เดมิ -เสริมสรา้ งกลุ่มใหม่

การเปน็ แกนนำหลกั ในการขบั เคลอ่ื น การรวบรวมและจดั ทำทะเบยี น
งานสวสั ดิการสังคมในชมุ ชน เครอื ขา่ ยภายในและภายนอกชมุ ชน

- สง่ เสริมให้มโี ครงสร้าง อพม.ในระดับ - จดบันทกึ ข้อมลู กลุ่มอาสาสมคั รและ
ตำบลท่เี ข้มแขง็ เครือขา่ ยท่มี ีการตดิ ต่อ ประสานงาน
รว่ มปฏบิ ัตงิ าน ประเดน็ ข้อมลู สถาน
- สนับสนุนเพมิ่ จำนวนระดบั หมูบ่ า้ น ทต่ี ั้ง หมายเลขโทรศัพท์ ภารกิจ/
ความสามารถ/บริการ

การประสานการปฏิบตั ิกบั เครือขา่ ย ภารกิจการเช่ือม
ภายใน กลมุ่ เดิม

- พบปะพูดคยุ แลกเปลยี่ นข้อมูล เสริมสรา้ งกลุม่ การประสานการปฏิบัติกับเครอื ขา่ ย
ขา่ วสาร ใหม่ ภายนอก
- ติดตอ่ ประสานงานขอขอ้ มลู กลมุ่
- นำเสนอขอ้ มลู เพ่ือกระตนุ้ ให้ ให้บริการ
เครือขา่ ยดำเนนิ งานเพือ่ ชุมชน - เขา้ ร่วมงาน/กจิ กรรมที่เครือข่ายขอ
ความรว่ มมอื
- ร่วมประชมุ /เวทหี ารอื ระดมความ - สนับสนุนภารกจิ ของเครอื ขา่ ย : การ
คิดเห็น สำรวจขอ้ มลู การตดิ ตามผลผู้ประสบ
ปญั หา
- สนบั สนนุ การดำเนินงานของ - ส่งเรื่องขอรบั บรกิ ารจากเครือขา่ ย
เครอื ขา่ ย

- ประสานขอรบั การสนบั สนนุ จาก
เครอื ข่าย

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รส่กู ารพฒั นาสงั คม ๒๗
/
แนวทางปฏิบัติ เชื่อมกลมุ่ เดิม-เสรมิ สรา้ งกล่มุ ใหม่

๑. การเป็นแกนนำหลักในการขับเคล่อื นงานสวสั ดิการสังคมในชุมชน
- ร่วมส่งเสริมให้มีโครงสร้าง อพม. ที่เข้มแข็งในระดับตำบล เช่น มีการจัดตั้งชมรม
อพม. ในระดบั ตำบล
- ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มจำนวน อพม.ระดับหมู่บ้านอย่างน้อยหมู่บ้านละ
๓-๕ คน
๒. การรวบรวมข้อมูลและจัดทำทะเบียนเครอื ข่ายภายในและภาย นอกชมุ ชน
เพื่อให้มีข้อมูลเครือข่ายที่สามารถประสานขอความร่วมมือสนับสนุนการปฏิบัติงาน
หรือเขา้ รว่ มปฏบิ ัติงานเพือ่ การพัฒนาคุณภาพชีวติ ประชาชนและสรา้ งความเข้มแขง็ ของชุมชน
- จดบันทึกข้อมูลกลุ่มอาสาสมัครและกลุ่มเครือข่ายทั้งภายในชุมชนและภายนอก
ชุมชนที่มีการติดต่อประสานงานการร่วมปฏิบัติงาน การเข้าร่วมประชุมหรือร่วมกิจกรรมด้วย
เพื่อเป็นทะเบียนเครือข่ายการดำเนินงานการพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม ประเด็นข้อมูล
ประกอบด้วยชื่อบุคคล/หน่วยงาน สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่ง/ภารกิจ หน้าที่
ความรับผิดชอบ/ความสามารถ/บริการ (กรณีเป็นกลุ่ม/องค์กร/หน่วยงานให้มีข้อมูลช่ือ
ผู้ที่ตดิ ต่อประสานงานด้วย)
๓. การประสานการปฏิบัติกับเครือข่ายภายใน เพื่อขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติ
ภารกิจของ อพม. หรือ อพม. เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจ/กิจกรรมของเครือข่าย หรือเป็นการ
รว่ มกันดำเนนิ งานเพื่อประชาชนและชุมชน เรอ่ื งท่ปี ระสาน เช่น เรื่องขอ้ มลู ชมุ ชน สถานการณ์
ปัญหาสังคม หาแนวทางการแก้ปัญหา การทำแผนชุมชน การประสานให้เกิดการนำแผน
ไปปฏิบัติ เปน็ ต้น
- พบปะ พูดคุย สร้างความคุ้นเคยสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล
ขา่ วสาร
- นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทภารกิจของเครือข่าย เพื่อกระตุ้นให้มีการ
ดำเนนิ งานเพ่ือชุมชน
- ร่วมจัดประชุม/เวทีหารือ ระดมความคิดเห็นเพื่อดำเนินการแก้ไข ป้องกันปัญหา
และพฒั นาชวี ิตความเป็นอยู่ของประชาชน

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสูก่ ารพัฒนาสังคม ๒๘

/

- สนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่าย เช่น การเข้าร่วมประชุม/เวทีหารือ ระดม
ความคดิ เห็น การใหข้ ้อมลู ท่ีเครือข่ายมอบหมาย เชน่ การสำรวจขอ้ มลู การเยี่ยมเยยี นตดิ ตามผล

- ประสานขอรับการสนับสนุนการปฏบิ ัติงานของ อพม. เช่น การขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
การส่งเรื่องผูป้ ระสบปญั หาขอรับความช่วยเหลือจาก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อนามัย เป็นตน้
สามารถทำได้ทั้งแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ คือ พาผู้ประสบปัญหาไปติดต่อ
ดว้ ยตนเอง

๔. การประสานการปฏิบัติกับเครือข่ายภายนอก เพื่อขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติ
ภารกจิ ของ อพม. เชน่ ข้อมลู งบประมาณ/วัสดุ อุปกรณ์ บุคลากร บริการช่วยเหลือและบริการ
ที่ดีแก่ผู้ประสบปัญหา หรือ อพม. เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจ/กิจกรรมของเครือข่าย หรือเป็น
การรว่ มกนั ดำเนนิ งานเพอ่ื ประชาชนและชมุ ชน

- เข้าไปติดต่อประสานงาน สอบถามข้อมูลการให้บริการ ทำความคุ้นเคยกับ
ผรู้ บั ผดิ ชอบงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง สร้างสมั พนั ธภาพทด่ี ีตอ่ กัน

- เข้าร่วมงาน/กิจกรรมที่เครือข่ายภายนอกเชิญ/ขอความร่วมมือ เช่น การประชุม
สมั มนา อบรม เปน็ ต้น

- สนับสนุนการปฏบิ ตั ิภารกิจของเครือขา่ ยภายนอก เชน่ การสอบขอ้ เท็จจริงผู้ประสบ
ปัญหา การตดิ ตามผล การสำรวจข้อมลู การประสานกบั เครือขา่ ยภายในชมุ ชน เปน็ ต้น

- การส่งเรื่องขอรับบริการจากเครือข่ายภายนอก สามารถประสานงานได้ทั้งแบบ
เป็นทางการและไม่เป็นทางการ อาจสอบถาม ขอคำแนะนำทางโทรศัพท์ในประเด็นทีจ่ ะขอรับ
ความช่วยเหลือจะทำได้แบบไหน อย่างไร หรือควรจะต้องขอรับบริการจากหน่วยงานไหน
โดย อพม. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างผู้ขอรับบริการกับเครือข่ายที่มีบริการ
ช่วยเหลือกรณีที่ อมพ. ไม่ทราบว่าจะติดต่อขอรับบริการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้จาก
หน่วยงานไหน ให้ขอคำแนะนำจาก สนง. พมจ. ทั้งนี้หน่วยงานภายนอกที่ อพม. ติดต่อขอรับ
บริการเปน็ ประจำ เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยจ์ ังหวดั (สนง. พมจ.)

๑. สอบประวตั ผิ ขู้ อรับบริการตามแบบทก่ี ระทรวงฯ กำหนด
๒. ส่งเรื่องผ่าน อบต. ไปยัง สนง. พมจ. หรือแนะนำให้ไปติดต่อด้วยตนเองที่ สนง.
พมจ. หรือ อพม. พาไปเอง
๓. เมื่อ สนง. พมจ. อนุมัติช่วยเหลือ อพม. แจ้งผู้ขอรับบริการให้ไปติดต่อรับความ
ชว่ ยเหลือที่ สนง. พมจ. หรือที่ อบต.

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสูก่ ารพัฒนาสังคม ๒๙

/

๔. อพม. ออกติดตามเยี่ยมเยียนผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นระยะ ๆ ตามความ
เหมาะสม เพื่อชว่ ยเหลอื เพ่ิมเติมเม่อื จำเปน็

๓. รว่ มใจทำแผนชุมชน (เพื่อการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์)
แผนชุมชน คือ การกำหนดถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาของ

ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยคนในชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกันค้นหา เรียนรู้ร่วมกัน ร่วมกันกำหนด
กิจกรรม สามารถใช้แผนชมุ ชนเปน็ กรอบในการดำเนินงาน หนว่ ยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ/เอกชน
เป็นเพยี งหนว่ ยงานท่ีคอยให้การสนบั สนุนเท่านั้น

ประโยชน์ของแผนชุมชน แผนชุมชนจะช่วยให้การดำเนินงานต่าง ๆ ของ
ชุมชนประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีเป้าหมาย กระบวนการขั้นตอน ระยะเวลาและบทบาท
หน้าที่ของผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน รวมทั้งทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ไว้อย่างชัดเจน
ดังนั้น ภารกิจของ อพม. ในการจัดทำแผนชุมชน คือการชักชวน กระตุ้นให้ประชาชนเข้าไปมี
ส่วนรว่ มในการจดั ทำแผนชุมชน ผลกั ดนั สนับสนนุ ชุมชนรว่ มมือ ร่วมใจกนั ระดมความคิดเห็น
ค้นหาปัญหาความต้องการ เรียนรู้หาแนวทางแก้ไขป้องกันปัญหา หรือพัฒนาชุมชนร่วมกัน
เพื่อกำหนดเป็นแผนของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม
และความมัน่ คงของมนุษย์ เชน่ การจดั ทำแผนสวัสดกิ ารชุมชน

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม ๓๐
/
แผนภูมิ ภารกจิ การร่วมใจทำแผนชมุ ชน

ภารกจิ การรว่ มใจทำแผนชุมชน

การรวบรวมขอ้ มูลและจัดระบบข้อมลู ท่เี ก่ียวขอ้ ง

- รวบรวมข้อมลู ทไ่ี ดจ้ ากภารกิจชเ้ี ป้า เฝา้ ระวังทส่ี ามารถบง่ ชร้ี ะดับปัญหา และเปน็ ประโยชน์ตอ่ การ

ทำแผนชุมชน

- ประสาน/หาแนวรว่ มเพอ่ื รวบรวมและจัดระบบข้อมลู ท่ีเกยี่ วขอ้ ง
- จัดทำรายงานขอ้ มลู เครือขา่ ยทีจ่ ะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การแกไ้ ขปญั หาและพฒั นาชมุ ชน

การผลกั ดนั และส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมในการทำแผนชมุ ชน

- พูดคยุ ชักชวน ให้ประชาชนเห็นความสำคญั และประโยชน์รวมท้งั เขา้ มามสี ่วนรว่ มทำแผนชุมชน
- ประสานผลักดัน กลมุ่ /แกนนำใหท้ ำความเขา้ ใจกับประชาชนและเชญิ ชวนมามสี ่วนร่วมทำแผน

ชุมชน

- สง่ เสรมิ สนับสนนุ ใหช้ ุมชนตระหนกั ถึงปญั หาของชมุ ชนเพ่อื กระตุ้นให้ประชาชนสนใจและเข้ามา

มีสว่ นรว่ มทำแผน

การรว่ มจัดทำแผนชุมชน

- รว่ มดำเนนิ การจดั เวทีชาวบา้ นเพอื่ จัดทำแผนชุมชน อาทิ เตรยี มขอ้ มูล ประสานเชญิ

ผเู้ ข้าร่วมภาคี ทปี่ รึกษาการจดั เวที เตรยี มอปุ กรณ์ เครอื่ งมือ สถานที่ กำหนดวนั เวลาและ
ดำเนนิ การจัดเวทชี าวบา้ น

- เขา้ รว่ มเวทีชาวบ้านนำเสนอประเด็นปัญหา ความคดิ เหน็ แนวทางแก้ไขป้องกนั สง่ เสรมิ

และพฒั นา

การผลักดันแผนชมุ ชนไปสปู่ ฏิบตั ิ

- ร่วมจัดทำรายละเอยี ดของแผน และเขียนโครงการ
- ประสานผลกั ดันให้ทุกภาครี ่วมดำเนินการตามแผนชมุ ชน
- ตดิ ตามผลและเผยแพรผ่ ลสำเรจ็ ให้ประชาชนรับทราบ

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพฒั นาสังคม ๓๑

/

ภารกจิ การร่วมใจทำแผนชมุ ชน

๑. การรวบรวมและจัดระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- รวบรวมขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากภารกิจการชีเ้ ป้า-เฝ้าระวัง จากขอ้ มูลกล่มุ เป้าหมาย

และข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม ปัญหาของชุมชนที่สามารถบ่งชี้ ประเด็นปัญหา สถานการณ์
ทางสังคมที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดปัญหา และข้อมูลทั่วไป ข้อมูลศักยภาพของชุมชน ที่เป็น
ประโยชน์ตอ่ การจดั ทำแผนชุมชน

- ประสานหารอื หาแนวทางรว่ มเพอ่ื รวบรวมและจดั ระบบข้อมลู ท่เี ก่ียวขอ้ ง
- จัดระบบข้อมูลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน
เพอ่ื แกไ้ ขปญั หาหรือสภาวการณ์ทีเ่ ป็นอยู่และพัฒนาชุมชน

๒. การผลักดันและส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนมสี ่วนร่วมในการทำแผนชมุ ชน
- พูดคุย ชักชวนประชาชนในชุมชนให้เห็นความสำคัญและประโยชน์

ของการจัดทำแผนชุมชน เพื่อให้เข้ามาร่วมเสนอปัญหา ความต้องการ และความคิดเห็น
ในเวทีชาวบ้าน เพ่ือรว่ มกันทำแผนชมุ ชน

- ประสานกลุ่มที่เกี่ยวข้องที่จะมีส่วนร่วมในการทำแผนชุมชน ได้แก่
กลุ่มผู้นำ กรรมการหมู่บ้าน เพื่อผลักดันให้เกิดการชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน และเชิญ
ชวนมามสี ว่ นร่วมในการทำแผนชมุ ชน

- แลกเปลี่ยนสถานการณ์ของชุมชนโดยการให้ข้อมูลแก่ประชาชน/กลุ่ม/
องค์กรในชุมชน หรือการจัดเวทีชาวบ้าน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนสนใจและเข้ามามีส่วนร่วม
ในการจดั ทำแผนชมุ ชน

๓. การร่วมจัดทำแผนชุมชน
- ร่วมมือกับกลุ่มผู้นำ กรรมการหมู่บ้านดำเนินการจัดเวทีชาวบ้าน

เพอ่ื รว่ มกนั จดั ทำแผนชุมชน เร่มิ ตงั้ แต่การเตรยี มข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วข้อง การประสานจัดหาผู้เข้าร่วม
ระดมความคิดเห็น (ประชาชนในชุมชน) การประสาน อบต. หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง
ขอสนับสนุน นักวิชาการ หรือเจ้าหน้าที่เข้ามาเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำในการ
จัดทำแผน การจัดเตรียมผู้รับผิดชอบ การจัดเวทีชาวบ้าน การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์
เครื่องมือที่ใช้ในการจัดเวทีชาวบ้าน การกำหนดวันจัดเวทีชาวบ้าน การนัดหมายผู้เข้าร่วมเวที
และการดำเนนิ การจดั เวทีชาวบา้ น

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสูก่ ารพัฒนาสงั คม ๓๒

/

- เข้าร่วมเวทีชาวบ้านนำเสนอประเด็นปัญหาความต้องการ และแนวทาง
แก้ไข ป้องกัน ส่งเสริมหรือพัฒนา โดยวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่ทุกด้านเพื่อหาแนวร่วม
สนบั สนนุ ใหน้ ำเสนอเขา้ แผนชุมชน

- รว่ มจัดทำรายละเอยี ดของแผนและเขยี นโครงการ

๔. การผลกั ดนั แผนชมุ ชนไปสู่การปฏิบตั ิ
- ประสานกับทกุ ภาคส่วนทีเ่ ก่ียวข้องกบั การดำเนินงานตามแผนเพื่อผลักดัน

ให้มกี ารปฏิบตั ติ ามแผนชุมชน
- ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนชมุ ชน นำไปประชาสัมพันธ์ใหผ้ ้มู ีส่วนได้

สว่ นเสยี และประชาชนในชมุ ชนได้รับทราบ และเห็นประโยชนท์ เ่ี ปน็ รูปธรรมของการจัดทำแผน
ชมุ ชน

KM : การพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพัฒนาสงั คม ๓๓

/

สรุปภารกจิ ของ อพม. ตามกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้อง

๑. พรบ. สง่ เสริมการจดั สวัสดิการสังคม แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ พ.ศ. ๒๕๕๐
อพม. มีบทบาทในการส่งเสริมให้กลุ่ม/องค์กรในชุมชน ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กร

สาธารณประโยชน์ตาม พรบ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งองค์กรที่ขึ้นทะเบียน
เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์จะไดร้ ับการสนบั สนนุ การจัดสวสั ดกิ ารสังคม ดงั น้ีคือ

(๑) เงินอดุ หนนุ จากกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) การช่วยเหลือจากสำนักงานในด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากร
ที่ปฏิบัติงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ตามความจำเป็นและเหมาะสมตามระเบียบ
ท่คี ณะกรรมการกำหนด
(๓) การช่วยเหลืออ่ืน ๆ ตามทคี่ ณะกรรมการกำหนด

๒. พรบ. คมุ้ ครองเดก็ พ.ศ. ๒๕๔๖
อพม. มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก

และเยาวชน (ชเ้ี ป้า-เฝา้ ระวัง) ตาม พรบ. คมุ้ ครองเดก็ เช่น เดก็ ถูกทอดท้งิ เด็กถูกกระทำทารุณ
กรรม เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า เด็กพิการและเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด และมีบทบาท
ในการประสานเครือข่ายเพื่อส่งตอ่ กลุ่มเป้าหมาย (เชื่อมกลุ่มเดิม เสริมสร้างกลุ่มใหม่) ให้ได้รับ
สวัสดกิ ารและการคุ้มครองสวัสดิภาพตามท่ีกฎหมายกำหนด

๓. พรบ. ปอ้ งกันและปราบปรามการคา้ มนษุ ย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
อพม. มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก

และสตรี (ชี้เป้า-เฝ้าระวัง)ตาม พรบ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เช่น ให้การ
ช่วยเหลอื และค้มุ ครอง สวสั ดิภาพผ้เู สียหายจากการค้ามนุษย์

๔. พรบ. คมุ้ ครองผู้ถูกกระทำดว้ ยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
อพม. มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก

และสตรี หรือบุคคลในครอบครัว (คู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภริยา
โดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุตร บุตรบุญธรรม สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งบุคคลใด ๆ ที่ต้อง
พึ่งพาอาศัยและอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน) ตาม พรบ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง
ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งถูกกระทำใหเ้ กดิ อนั ตรายแกร่ ่างกาย จติ ใจ หรอื สขุ ภาพ

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสู่การพฒั นาสงั คม ๓๔

/

๕. พรบ. ผ้สู ูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖
อพม. มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ

ตาม พรบ. ผู้สูงอายุ และทำการประสานงานเพื่อส่งต่อหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้องเพื่อจัดสวัสดิการ
ที่เหมาะสมสำหรบั ผ้สู ูงอายุ เช่น

(๑) การบริการทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสขุ
(๒) การประกอบอาชีพหรอื ฝึกอาชีพทเ่ี หมาะสม
(๓) การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรม หรือถูก
แสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบดว้ ยกฎหมาย หรือถูกทอดทง้ิ
(๔) การจัดท่พี กั อาศยั อาหารและเครื่องนุ่งห่มใหต้ ามความจำเปน็ อย่างทว่ั ถงึ
(๕) การสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี

๖. พรบ. สง่ เสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐
อพม. มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับคนพิการ

ตาม พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการพ.ศ. ๒๕๕๐ และทำการประสานงาน
เพอื่ ส่งต่อหน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ งเพ่ือจดั สวัสดกิ ารท่ีเหมาะสมสำหรบั คนพิการ เช่น

(๑) การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่าย
ในการรักษา พยาบาลค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ และสื่อส่งเสริมพัฒนาการ เพื่อปรับ
สภาพทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมพฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือเสริมสร้าง
สมรรถภาพใหด้ ขี นึ้ ตามทร่ี ัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสขุ ประกาศกำหนด

(๒) การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การให้บริการที่มีมาตรฐาน การคุ้มครอง
แรงงาน มาตรการเพื่อการมีงานทำ ตลอดจนได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ และ
บริการสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกเทคโนโลยีหรือความช่วยเหลืออื่นใด เพื่อการทำงานและ
ประกอบอาชีพของคนพิการ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
แรงงานประกาศกำหนด

(๓) การจัดสวัสดิการเบีย้ ความพิการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการทีค่ ณะกรรมการ
กำหนดในระเบียบ

(๔) การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การมีผู้ช่วยคนพิการ หรือการจัดให้มี
สวัสดกิ ารอืน่ ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการกำหนดในระเบียบ

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รส่กู ารพฒั นาสงั คม ๓๕

/

สรุปสาระสำคัญของระเบียบกระทรวงฯ ว่าด้วย อพม. พ.ศ. ๒๕๕๗

บทบาทหนา้ ทีก่ ระทรวงพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
การพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรม และความเสมอภาคในสังคม

การส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นการ
ดำเนนิ งานกับกลมุ่ เป้าหมาย คือ ประชาชนทง้ั ประเทศ

อาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ คือใคร ?
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีชื่อย่อว่า “อพม.” และมีช่ือ

เรยี กเปน็ ภาษาอังกฤษว่า “Social Development and Human Security Volunteer” และ
มีชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “SDHSV” หมายถึง บุคคลที่ทำประโยชน์เพื่อสงั คมด้วยความสมัครใจ
ได้แก่ อพม.จังหวัด อพม.กรุงเทพมหานคร และ อพม.อื่น ๆ ตามที่กระทรวงมีประกาศกำหนด
โดยผทู้ ี่จะเป็น อพม. ได้ตอ้ งผ่านการฝกึ อบรมหลักสูตรอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ และจะได้รับวุฒิบัตรอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
บัตรประจำตัวอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และขึ้นทะเบียนเป็น
อาสาสมัครพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์

คุณสมบตั ขิ องบคุ คลที่อาจได้รับการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมเป็นอาสาสมคั รพฒั นาสังคม
และความมน่ั คงของมนุษย์ ประกอบด้วย

(๑) มสี ญั ชาติไทย
(๒) มีอายตุ ั้งแตส่ บิ แปดปีบรบิ ูรณข์ ึน้ ไป
(๓) มีช่อื ในทะเบียนบ้านและอาศยั อยู่ในจงั หวดั ทปี่ ระสงคจ์ ะเป็นอาสาสมัครพัฒนา
สังคมและความมัน่ คงของมนุษยไ์ ม่น้อยกวา่ หกเดือน
(๔) มีความรใู้ นขน้ั สามารถอ่านออกเขยี นได้
(๕) เป็นบุคคลที่สมัครใจเพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวง
การพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษยด์ ว้ ยความเต็มใจ
(๖) มีความซื่อสตั ย์สุจรติ มีคณุ ธรรมและมคี วามประพฤตดิ ี
(๗) ไม่เปน็ โรคตดิ ต่อรา้ ยแรง
(๘) เป็นผูม้ คี วามจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
(๙) เป็นผู้มีเวลาให้กับการทำงานในบทบาทอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความ
มน่ั คงของมนษุ ย์

KM : การพัฒนาอาสาสมัครสู่การพัฒนาสังคม ๓๖

/

ผูร้ บั ผดิ ชอบในการคดั เลอื กบุคคลผู้มคี ณุ สมบัตเิ ขา้ รบั การฝึกอบรมเป็น อพม.
(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้กรมพัฒนาสังคมและสวสั ดกิ ารเป็นผดู้ ำเนนิ การ
(๒) ในจังหวัดอื่น ให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

เป็นผู้ดำเนินการ

สิ่งทผี่ ผู้ ่านการฝกึ อบรมหลักสตู รอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์จะไดร้ ับ คือ
(๑) วฒุ บิ ตั รอาสาสมคั รพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
(๒) บัตรประจำตัวอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (มีอายุ ๕ ปี

นับแตว่ ันที่ออกบัตร) และ
(๓) การขึน้ ทะเบียนเป็นอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์

บทบาทหน้าทแี่ ละความรบั ผิดชอบของ อพม.
(๑) ปฏิบตั ติ ามนโยบายของกระทรวง
(๒) ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาทางสังคม ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา

ความเดือดร้อนให้บริการ และดำเนินงานเพื่อพิทักษ์คุ้มครองสิทธิกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจ
ของกระทรวง ระเบียบ หรอื บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายทเี่ กี่ยวข้อง

(๓) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ และจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
โดยสอดคล้องกบั สถานการณ์ของ

(๔) เสริมสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มทางสังคมและเสริมสร้างเครือข่ายด้านการพัฒนาสังคม
(๕) เผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ จดั การรณรงค์ ใหค้ วามรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนา
สังคม และสง่ เสริมการเข้าถงึ สิทธิของประชาชนกล่มุ เป้าหมายตามภารกจิ ของกระทรวง
(๖) ศึกษา พัฒนาตนเอง เข้าร่วมกิจกรรมท่ีหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
จดั และหรอื ส่งเสริมสนับสนนุ การดำเนนิ งาน

การส้ินสภาพความเปน็ อาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรอื คนเสมือนไรค้ วามสามารถ
(๔) กอพม. จังหวัด หรือ กอพม. กทม. แล้วแต่กรณี มีคำสั่งให้พ้นสภาพ

(ตามระเบียบกระทรวง ฯ ว่าด้วย อพม. พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๓๑) อันเกิดจากการมีพฤติกรรม
ไม่รักษาจรรยาบรรณของ อพม. หรือมีความประพฤติเสียหายที่อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย
ศกั ด์ศิ รขี อง อพม.

KM : การพัฒนาอาสาสมัครส่กู ารพฒั นาสังคม ๓๗

/

(๕) ถูกจำคกุ โดยคำพิพากษาถงึ ทส่ี ุดให้จำคุก เวน้ แต่ความผดิ ลหโุ ทษ หรือความผิด
ทกี่ ระทำโดยประมาท

สิทธิประโยชนข์ อง อพม. ผู้ทเ่ี ปน็ อพม. อาจไดร้ บั การพิจารณาใหไ้ ดร้ ับ
(๑) ประกาศเกียรตคิ ุณ โล่ประกาศเกยี รติคุณ หรอื เข็มเชดิ ชูเกยี รติ ตามหลักเกณฑ์

ข้ันตอน หรอื วิธีการที่ กอพม. ประกาศกำหนด (ระเบยี บฯ ขอ้ ๓๒)
(๒) การเสนอชือ่ เพื่อขอรับพระราชทานเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ์ (ตามหลักเกณฑ์การ

ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ตามกฎหมายว่า
ดว้ ยเคร่อื งราชอิสรยิ าภรณอ์ นั เปน็ ทสี่ รรเสริญย่ิงดิเรกคณุ าภรณ)์

(๓) การพัฒนาความรู้และทักษะ เพื่อยกระดับเป็นอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญ
เฉพาะทาง (ตามระเบยี บขอ้ ๒๘) ท้ังนขี้ น้ึ อยู่กับความสนใจและศักยภาพของ อพม. นั้น

(๔) การสนับสนุนงบประมาณและหรือการเบิกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบตามระเบียบนี้ และตามประกาศกระทรวง โดยความ
เห็นชอบของกรมบญั ชีกลาง

(๕) สทิ ธปิ ระโยชนอ์ ่นื ๆ ตามที่กระทรวงหรือหนว่ ยงานอื่นจะได้กำหนด

ประชาชนท่วั ไปกับการเป็น อพม. ไดใ้ นกรณพี ิเศษ
บุคคลที่ประกอบคุณงามความดี คุณประโยชน์ และเสียสละบำเพ็ญประโยชน์

ด้านการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เป็น
“อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์กติ ติมศักดิ์” มีสิทธิไดร้ บั วฒุ บิ ัตรกิตติมศักด์ิ
และเข็มอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กิตติมศักดิ์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
ท่ี กอพม. กำหนด (ระเบยี บฯ ข้อ ๓๔)

จรรยาบรรณอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
อพม. ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยรักษาจรรยาบรรณอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความ

มั่นคงของมนุษย์ ดังต่อไปน้ี
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความศรัทธาโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเป็น

ธรรม เสมอภาคโดยไม่เลือกปฏิบัติ และมีมนุษยธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ มีจิตมุ่งบริการประชาชน
กลมุ่ เปา้ หมายดว้ ยความเต็มใจ เสยี สละ ซ่อื สัตย์ สุจริตตามบทบาทหน้าทท่ี ี่ไดร้ บั มอบหมาย

(๒) รักษาความลับของผู้รับบริการ เว้นแต่กรณีที่ข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์
ต่อผู้รับบริการกระบวนการให้บริการ และหรือได้รับอนุญาตจากผู้รับบริการเพื่อเป็นข้อมูล
ทางสงั คม และหรอื เพอื่ เปน็ วิทยาทาน โดยไม่มเี จตนาให้รา้ ยต่อผรู้ ับบริการ

(๓) ประพฤติตนให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีงาม และปฏิบัติตน
ใหเ้ ปน็ ทน่ี ับถือของประชาชน

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสกู่ ารพัฒนาสังคม ๓๘

/

(๔) ไม่เรยี กรอ้ งหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยอาศัยตำแหนง่ หรอื บทบาทหน้าท่ี
(๕) รกั ษาและเสริมสรา้ งความสามัคครี ะหวา่ งผ้รู ่วมงาน และผู้มีส่วนเกยี่ วขอ้ ง

คณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กอพม.) คอื อะไร
กอพม. คือ คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งตามระเบียบกระทรวงการพัฒนา

สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าด้วยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
พ.ศ. ๒๕๕๗ มอี ำนาจหน้าที่ ดังน้ี

(๑) เสนอนโยบายส่งเสริมศักยภาพ การกำหนดบทบาทและการสนับสนุน
สวสั ดิการให้แก่อาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ตอ่ รฐั มนตรี

(๒) กำหนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน
อาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์

(๓) ให้ความเหน็ ชอบและกำหนดหลักสูตรอบรมอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความ
มน่ั คงของมนุษย์ และเห็นชอบมาตรฐานท่ีเกีย่ วข้องกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์

(๔) ส่งเสริม พัฒนา สนับสนุนกิจกรรมตามมาตรฐานสมรรถนะของอาสาสมัคร
พฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์

(๕) ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์รวมกลุ่มในการทำงานเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

(๖) ให้คำแนะนำแก่หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งในการปฏบิ ัติการตามระเบียบนี้
(๗) แตง่ ตัง้ คณะอนกุ รรมการเพื่อปฏิบตั ิการตามระเบียบน้ี
(๘) พิจารณาหรอื ดำเนินการในเรอ่ื งอ่ืนตามทรี่ ฐั มนตรีมอบหมาย
(๙) ปฏบิ ตั ิการอืน่ ใดตามทีร่ ะเบยี บนี้กำหนดใหเ้ ปน็ อำนาจและหน้าท่ีของ กอพม.

กอพม. ประกอบดว้ ยใครบา้ ง ?
(๑) ท่ปี รกึ ษา คอื รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(๒) ประธานกรรมการ คือ ปลัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
(๓) รองประธานกรรมการ คือ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคง
ของมนุษย์ซ่งึ ปลดั กระทรวงมอบหมาย
(๔) กรรมการประกอบด้วย

๑) อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ๒) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม
สวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ๓) ผู้อำนวยการสำนักงาน
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ๔) ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรี
และสถาบนั ครอบครวั ๕) ผูว้ ่าการการเคหะแห่งชาติ ๖) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสังคม ๓๙

/

๗) หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๘) รอง
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ สำนักงาน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย
๙) ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๑๐) ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ๑๑) ผู้แทนกรมส่งเสริมการ
ปกครองท้องถิ่น ๑๒) ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ๑๓) ผู้แทน อพม. ของภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ จำนวนภาคละหนึ่งคน และกรุงเทพมหานคร
จำนวนหนงึ่ คน ๑๔) ผ้ทู รงคณุ วุฒิทีม่ ปี ระสบการณ์การทำงานด้านอาสาสมัคร จำนวนสองคน

โดยให้ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกรรมการและ
เลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มการส่งเสริมและประสานเครือข่าย สำนักมาตรฐานการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนษุ ย์ เป็นกรรมการและผชู้ ่วยเลขานุการ

ประเภทของ กอพม. มอี ะไรบา้ ง
(๑) กอพม. ระดบั ประเทศ
(๒) กอพม. ระดบั จังหวัด
(๓) กอพม. กรงุ เทพมหานคร

กอพม. ระดับจังหวดั มหี นา้ ที่อะไร ?
(๑) ดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพและสนับสนุน

สวสั ดิการแก่อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
(๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีการ

รวมกลุ่มในการทำงาน เป็นเครือขา่ ยพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์
(๓) พิจารณาตรวจสอบกรณีมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาสาสมัครพัฒนาสังคม

และความมัน่ คงของมนุษย์
(๔) ออกคำสั่งให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พ้นสภาพ

ตามระเบยี บข้อ ๓๑
(๕) แต่งตงั้ คณะอนกุ รรมการหรอื คณะทำงานเพ่อื ปฏบิ ตั ิการตามระเบียบน้ี
(๖) พิจารณาหรือดำเนินการในเร่ืองอนื่ ๆ ตามท่ีรฐั มนตรีหรอื กอพม. ระดับประเทศ

มอบหมาย
(๗) รายงานผลการดำเนินงานและสรุปผลการดำเนินงานประจำปีให้ผู้ว่าราชการ

จงั หวัด และ กอพม. ระดับประเทศทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครัง้ หรอื ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสูก่ ารพฒั นาสังคม ๔๐

/

กอพม. ระดบั จงั หวัดประกอบไปดว้ ยใครบา้ ง ?
(๑) ผู้วา่ ราชการจงั หวัด เป็นทป่ี รึกษา
(๒) รองผวู้ า่ ราชการจังหวัดซึ่งผวู้ ่าราชการจงั หวัดมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(๓) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวนหนึ่งคน

ซึ่งเลือกกันเองจากผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามระเบียบ
ข้อ (๙) เป็นรองประธานกรรมการ

(๔) นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด เปน็ กรรมการ
(๕) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวดั เป็นกรรมการ
(๖) พฒั นาการจงั หวดั เป็นกรรมการ
(๗) ท้องถ่นิ จังหวัด เป็นกรรมการ
(๘) หัวหนา้ หน่วยงานในสงั กดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์
ท่ปี ฏิบตั ิงานในจงั หวดั ไมเ่ กนิ สองคน เปน็ กรรมการ
(๙) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเลือกกันเอง
ในจังหวดั จำนวนแปดคน เป็นกรรมการ
(๑๐) พัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์จังหวดั เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร
(๑๑) เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
ที่รับผิดชอบงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวนหนึ่งคน ซึ่งพัฒนา
สงั คมและความม่ันคงของมนษุ ยจ์ ังหวดั มอบหมาย เป็นกรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
(๑๒) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวนหนึ่งคน
ซึ่งเลือกกันเองจากผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตาม (๙)
เปน็ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร
รองประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ตาม (๓) (๘)
(๙) และ (๑๒) ให้ผ้วู ่าราชการจังหวัดเป็นผูแ้ ต่งต้งั

กอพม. กรุงเทพมหานคร มีหนา้ ท่ีอะไร ?
(๑) ดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพและสนับสนุน

สวสั ดกิ ารแก่อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
(๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีการ

รวมกลุ่มในการทำงานเป็นเครอื ขา่ ยพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์
(๓) พิจารณาตรวจสอบกรณีมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและ

ความมน่ั คงของมนุษยใ์ นเขตกรงุ เทพมหานคร
(๔) ออกคำสั่งให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พ้นสภาพ

ตามข้อ ๓๑

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รส่กู ารพฒั นาสังคม ๔๑

/

(๕) แตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการและหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัตกิ ารตามระเบยี บน้ี
(๖) พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรี กอพม. หรืออธิบดี
มอบหมาย
(๗) รายงานผลการดำเนินงานและสรปุ ผลการดำเนินงานประจำปีให้ กอพม. ทราบ
อย่างน้อยปีละหนง่ึ ครัง้ หรือตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

กอพม. กรุงเทพมหานครประกอบไปด้วยใครบา้ ง ?
(๑) อธบิ ดีกรมพัฒนาสังคมและสวสั ดิการ เปน็ ที่ปรึกษา
(๒) รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการซ่ึงอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและ

สวสั ดิการมอบหมาย เปน็ ประธานกรรมการ
(๓) ผู้แทนกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง
(๔) ผู้อำนวยการสำนักบริการสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

เปน็ รองประธานกรรมการคนทสี่ อง
(๕) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร

จำนวนหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเองจากผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ตาม (๑๒) เปน็ รองประธานกรรมการคนท่ีสาม

(๖) ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ เป็นกรรมการ

(๗) ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส
และผ้สู งู อายุ จำนวนหนง่ึ คน เป็นกรรมการ

(๘) ผ้แู ทนสำนกั งานกจิ การสตรีและสถาบันครอบครวั เป็นกรรมการ
(๙) ผแู้ ทนสำนกั งานส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพกิ ารแห่งชาติ เป็นกรรมการ
(๑๐) ผู้แทนการเคหะแหง่ ชาติ เป็นกรรมการ
(๑๑) ผแู้ ทนสถาบันพัฒนาองคก์ รชุมชน (องคก์ ารมหาชน) เป็นกรรมการ
(๑๒) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร
ซึง่ เลือกกนั เองจำนวนแปดคน เปน็ กรรมการ
(๑๓) เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการ
และเลขานุการ
(๑๔) เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ได้รับมอบหมาย จำนวนหนึ่งคน
เป็นกรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร
(๑๕) ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร
จำนวนหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเองจากผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
กรุงเทพมหานคร ตาม

KM : การพัฒนาอาสาสมัครส่กู ารพฒั นาสงั คม ๔๒

/

(๑๒) เปน็ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ
รองประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ตาม (๕)
(๑๒) และ (๑๕) ใหอ้ ธิบดเี ปน็ ผแู้ ต่งต้งั

บทเฉพาะกาล
เพอื่ ใหก้ ารดำเนินงานของอาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์ท่ีมีอยู่
ก่อนหน้าระเบียบฯ นี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนษุ ย์ จงึ มีขอ้ กำหนด ดังน้ี
(๑) อพม. ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ก่อนระเบยี บปี ๒๕๕๗ ถอื วา่ เปน็ อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์
ตามระเบียบน้ี
(๒) บัตรประจำตัว อพม. ซึ่งออกก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่า
จะมกี ารออกบตั รใหม่ทดแทน
(๓) บรรดาประกาศ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่ออกตามระเบียบ อพม. พศ. ๒๕๔๘
ที่กำหนดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ารับการฝึกอบรม
เป็น อพม. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของ อพม. การรักษาจรรยาบรรณของ อพม.
ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป จนกว่าจะมีประกาศ
ข้อบังคับ หรือคำส่งั ตามระเบยี บน้ีใช้บังคับ

KM : การพัฒนาอาสาสมคั รสูก่ ารพฒั นาสังคม ๔๓

การขบั เคล่อื นการพฒั นาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม /
กระบวนการพัฒนา อพม.

การยกระดบั คุณสมบตั ิ / ความสามารถ

องคก์ รอาสาสมัครพัฒนาสงั คมฯ ซึ่งได้รับการ การบรหิ ารกล่มุ ความเขม้ แขง็ ของกลุม่ /
รับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ตาม การระดมทนุ องค์กรอาสาสมคั ร

พ.ร.บ.
สง่ เสรมิ การจัดสวสั ดกิ ารสงั คม

ผ้บู รหิ ารหรือคณะ
กรรมการบริหารกลมุ่ /

องค์กรอาสาสมัคร

อาสาสมคั รทีไ่ ด้รับการรับรอง การจัดทำแผนงานโครงการเพอ่ื ปอ้ งกนั
มาตรฐานตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการ แกไ้ ขปัญหา และชว่ ยเหลอื ผู้ประสบความ
เดอื ดร้อนผลกั ดนั เป็นแผนท้องถ่นิ และ
จดั สวัสดกิ ารสังคม
อบต.
แกนนำ
การจดั ทำฐานขอ้ มูลดา้ นสังคมของชุมชน
และนำเขา้ เชอื่ มต่อกับฐานขอ้ มูลตำบล

อำเภอ จงั หวดั

อาสาสมคั รเฉพาะดา้ น การรวมกลมุ่ และเช่ือมประสาน
เครือข่ายในการทำงาน
วทิ ยากร
การชว่ ยเหลอื ผู้ประสบ
อพม. ทั่วไป / เฉพาะพื้นที่ ปญั หาเฉพาะดา้ น

การชว่ ยเหลือผูป้ ระสบปัญหา
ความเดือดรอ้ นทวั่ ไป

“เปน็ หู เปน็ ตา” แจง้ ข่าวรายงาน
สถานการณค์ วามเคล่ือนไหวดา้ นสังคม
และสำรวจข้อมลู ผปู้ ระสบปญั หาความ

KM : การพฒั นาอาสาสมคั รสู่การพัฒนาสงั คม ๔๔

/

การขบั เคล่ือนการพัฒนาอาสาสมัครสกู่ ารพฒั นาสังคม
(อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์ หรอื อพม.)

ศึกษาเฉพาะกรณี : จังหวดั เชยี งใหม่

อาสาสมัครสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ถือเป็นอาสาสมัคร
ที่สมัครใจและมีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือบริการด้านการจัดสวัสดิการสังคมกับกลุ่มเป้าหมาย
ได้แก่ เด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นการดำเนินงาน
ภายใต้กฎหมาย พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิ่มเติม
พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบญั ญัตปิ ้องกนั และปราบปราม
การค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ.๒๕๕๐ พระราชบัญญัตผิ สู้ ูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ (ฉบบั แก้ไข พ.ศ.๒๕๕๓) และพระราชบญั ญัติ
ส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร พ.ศ. ๒๕๕๐

อพม. เปรียบเสมือน “นักปฏบิ ตั ิการ” ในชมุ ชน ท่ีทำหน้าทเี่ ข้าถึง คน พื้นท่ี จดุ เกดิ เหตุ
อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งหมายถึงบทบาทการชี้เป้า - เฝ้าระวัง การสำรวจข้อมูลในพื้นที่
เพื่อนำข้อมูลเหล่าน้ันมาใช้ในการวางแผนชุมชน รวมท้ังการประสานคน /องค์กร/ภาคี
เครือข่าย เพ่อื ช่วยเหลอื และจดั บริการทีจ่ ำเปน็ กบั ประชาชน

ดังน้ัน อพม. จึงถือเป็นกลไกในระดับชุมชนที่ส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชน
ได้รับบริการเบ้ืองต้นอย่างรวดเร็ว กรณีที่เกินกำลังความสามารถของ อพม. อพม. ก็จะต้องส่ง
ต่อหน่วยงานของรัฐ เช่น พมจ. อปท. อบต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับ
บริการทีเ่ หมาะสมและมีคณุ ภาพท่ีดี ต่อไป

จังหวัดเชียงใหม่มีการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอาสาสมัครพัฒนาสังคม
และความมนั่ คงของมนุษย์สู่การพฒั นาสังคมมาอยา่ งต่อเน่ือง โดยในปี 2563 มีการดำเนินงาน
โครงการเสริมพลัง อพม. สานต่อการพัฒนาสังคม เป็นการพัฒนาอาสาสมัครให้เข้ามามี
ส่วนร่วมในการเฝ้าระวังทางสังคมและประสานส่งต่อ/ขยายเครือข่าย และนำ IT มาสนับสนุน
การพัฒนาศักยภาพการขับเคลื่อนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล
ใหด้ ำเนนิ งานเพือ่ ให้ อพม. เปน็ กลไกหนุนเสรมิ การพัฒนาและแกไ้ ขปญั หาสงั คมรว่ มกัน


Click to View FlipBook Version