The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-26 22:05:35

โครงการเยลลี่

โครงการเยลลี่

โครงการเยลลพ่ี ดุ ดงิ้ นมเปรยี้ ว
ประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้ันสูงปที ่ี 2 สาขาวิชาการบญั ชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี

นายธนั วพฒั น์ จันทรเ์ กษม รหสั นกั เรียน 63301010024
นางสาวกนกธร แซโ่ ง้ว รหสั นกั เรยี น 63302010025

รายงานโครงการนเ้ี ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ
สาขาวชิ าการบัญชี ประเภทวิชาบรหิ ารธรุ กจิ
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบรุ ี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

โครงการเยลลพี่ ดุ ด้ิงนมเปร้ียว
ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชน้ั สูงปที ี่ 2 สาขาวชิ าการบญั ชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี

โดย

นายธนั วพฒั น์ จนั ทรเ์ กษม รหสั นกั เรียน 63301010024
นางสาวกนกธร แซโ่ ง้ว รหสั นกั เรียน 63302010025

เสนอ
อาจารย์นพิ ร จุทัยรัตน์

รายงานนีเ้ ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษา รายวชิ า โครงการ
สาขาวิชาการบญั ชี ประเภทวิชาบรหิ ารธรุ กิจ
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี



ใบรบั รองโครงการ
ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ช้นั ปีท่ี 2 (ปวส.2)

วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบุรี

โครงการ
เยลลพ่ี ุดดิง้ นมเปร้ียว
ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชัน้ สูง ชัน้ ปีที่ 2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี

นายธนั วพัฒน์ โดย รหสั นกั เรยี น 63301010024
นางสาวกนกธร จนั ทร์เกษม รหสั นกั เรียน 63302010025
แซ่โงว้
.
พิจารณาเหน็ ชอบโดย (นางนพิ ร จทุ ยั รัตน)์
อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงการ
แผนกวิขาบญั ชี คณะบริหารธุรกจิ



ชือ่ โครงการ : เยลลพี่ ดุ ดิง้ นมเปรย้ี ว
ผจู้ ดั ทำ : นายธันวพฒั น์ จนั ทรเ์ กษม, นางสาวกนกธร แซ่โง้ว
สาขาวิชา : การบัญชี
ประเภทวิชา : บรหิ ารธรุ กจิ
ปกี ารศกึ ษา : 2564

บทคดั ย่อ

โครงการ เยลลพี่ ดุ ดงิ้ นมเปรีย้ ว1. เพอื่ พัฒนาผลติ ภณั ฑข์ นมเยลลพ่ี ดุ ดง้ิ ด้วยนมเปรย้ี ว 2. เพ่อื เพม่ิ

มูลคา่ ผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ัณฑ์ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายทมี่ ีตอ่ ผลิตภณั ฑเ์ ยลลี่พดุ ดิ้

งนมเปร้ียวและบรรจุภัณฑ์ กลุ่มตวั อย่างท่ีใชใ้ นการศกึ ษาครง้ั นไ้ี ด้แก่ ประชาชนท่วั ไปในชุมชน ซอยทา่ เรอ่ื

พลี ต.บางปลาสร้อย อ. เมอื ง จ.ชลบุรี จำนวน 25 คน เคร่ืองมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา คือ แบบสอบถามเพอื่

ศึกษาความพึงพอใจตอ่ ผลิตภณั ฑ์ แบ่งเป็น 3 ดา้ น คอื ดา้ นพฒั นาผลิตภณั ฑ์ดา้ นพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ และ

ดา้ นการสง่ เสรมิ การจัดจำหนา่ ย ขอ้ มูลและสถติ ิทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาคือ 1. ค่าร้อยละ (Percentage) 2.

คา่ เฉล่ีย (Mean) 3. สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.)

ผลการศึกษาพบวา่

ตอนที่ 1 โครงการเยลลีพ่ ุดด้งิ นมเปรี้ยว เป็นการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์และบรรจุภัณฑ์ ใหเ้ ป็นที่
นา่ สนใจและเป็นทางเลอื กใหผ้ ้บู ริโภค และศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายทม่ี ีตอ่ ผลิตภัณฑแ์ ละ
บรรจุภัณฑ์สบอู่ ะโวคาโด ดา้ นขอ้ มลู ทั่วไปชองผตู้ อบแบบสอบถาม ขอ้ มูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
พบว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญเ่ ป็นเพศชาย จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 60.00 เพศหญงิ จำนวน 10 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 40.00 ส่วนใหญ่อายุ 18 – 20 ปี จำนวน 6 คน คิดเปน็ ร้อยละ 24.00 รองลงมาเป็นอายุ
26 – 30 ปี จำนวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 20.00 อายุ 15 – 17 ปี จำนวน 4 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 16.00
อายุ 31 – 35 ปี จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16.00 อายุ ตำ่ กวา่ 15 ปี จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ
8.00 อายุ 36 – 40 ปี จำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 8.00 อายุ 21 – 25 ปี จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ
4.00 และอายุ 41 ปขี น้ึ ไป จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 4.00 สว่ นใหญเ่ ปน็ นกั เรยี น / นกั ศกึ ษา จำนวน
12 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 48.00 รองลงมา รบั จ้างทั่วไป จำนวน 8 คน คิดเปน็ ร้อยละ 32.00 พนกั งานบริษทั
จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.00 และข้าราชการ จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.00



ตอนที่ 2 แบบสอบถามเพอ่ื ศกึ ษาความพงึ พอใจต่อ ผลิตภัณฑเ์ ยลลพี่ ุดดิ้งมนเปรี้ยวแบง่ เปน็ 3
ดา้ น คือ ด้านพฒั นาผลิตภณั ฑ์ ด้านพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์ และด้านสง่ เสรมิ การขาย

ดา้ นคุณภาพบรรจุภัณฑ์ โดยรวมมคี วามคดิ พึงพอใจในระดบั มาก เมอ่ื พิจารณาเปน็ รายขอ้ แลว้
มหี ลากหลายรสชาติ มีความพึงพอใจในระดบั มาก รองลงมาคือ สีสันสวยงาม น่ารับประทาน มีความพึง
พอใจในระดบั มาก ความอรอ่ ย มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก วัตถดุ บิ ของผลิตภณั ฑ์มคี ณุ ภาพ มีความพึง
พอใจในระดบั มาก และมมี าตรฐานและความปลอดภยั ต่อผบู้ รโิ ภค มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก

ด้านคุณภาพผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมีความคิดพงึ พอใจในระดบั มาก เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว มี
ความสะดวกในการพกพาของบรรจุภัณฑ์ มคี วามพึงพอใจในระดับมาก รองลงมาคือ ดงึ ดูดใหผ้ ู้บรโิ ภค
ตดั สนิ ใจซอ้ื สินค้ามีความพงึ พอใจในระดับมาก ขนาดบรรจภุ ณั ฑ์มคี วามเหมาะสม มีความพงึ พอใจใน
ระดับมาก รูปลกั ษณบ์ รรจภุ ณั ฑม์ คี ณุ ภาพและทันสมยั มีความพึงพอใจในระดบั มาก และตราสนิ ค้าบน
บรรจภุ ัณฑช์ ว่ ยจดจำงา่ ย มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก

ดา้ นการจดั จำหนา่ ย โดยรวมมีความคดิ พงึ พอใจในระดับมาก เมือ่ พจิ ารณา เป็นรายข้อแล้ว การ
บรกิ าร/การจดั สง่ รวดเรว็ มีความคดิ เห็นเหมาะสม มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากที่สุด รองลงมาคือ ราคามี
ความเหมาะสม มคี วามพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด มีปรมิ าณเพียงพอตอ่ ความต้องการตอ่ ผบู้ รโิ ภค มคี วาม
พงึ พอใจในระดับมาก รปู ลกั ษณข์ องผลิตภัณฑ์น่าสนใจ นำเปน็ ของฝากได้ มีความพึงพอใจในระดบั มาก
และความพงึ พอใจตอ่ ผลติ ภัณฑแ์ ละบรรจภุ ัณฑ์ในภาพรวม มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
คำสำคัญ : เยลลพ่ี ดุ ด้งิ นมเปรี้ยว



กติ ติกรรมประกาศ
โครงการ เยลลี่พดุ ดง้ิ นมเปร้ยี ว สำเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดี โดยความกรณุ าของหลายฝ่าย ตั้งแต่
ผู้อำนวยการฯ รองผอู้ ำนวยการ ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าท่ี วิทยาลยั อาชีวศึกษาชลบุรี ที่ได้ให้การสนบั สนุน
การดำเนินงานโครงการวิชาชีพ เพ่อื ให้นักเรยี นไดเ้ พม่ิ โอกาสทางการศึกษาวิชาชพี ดว้ ยดมี าตลอด
ขอขอบพระคณุ คุณครูนพิ ร จทุ ยั รัตน์ อาจารยป์ ระจำวชิ าโครงการ/อาจารย์ทปี่ รึกษาโครงการ
ทใี่ ห้คำแนะนำโครงการวชิ าชีพ ท้งั การแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งในสว่ นต่าง ๆ ท่ีผิดพลาด จนเปน็ รปู เลม่ สมบรู ณ์
คณุ คา่ และประโยชน์ของการทำโครงการน้ี คณะผจู้ ัดทำขอมอบเป็นความกตัญญูกตเวทแี ด่
บพุ การี ครบู าอาจารย์ และผู้มพี ระคุณทุกท่านท้งั ในอดตี และปจั จุบนั ท่ไี ดอ้ บรม สงั่ สอน ช้แี นะแนวทางใน
การศกึ ษา จนทำใหผ้ ทู้ ำโครงการไดป้ ระสบความสำเรจ็

นายธนั วพฒั น์ จันทรเ์ กษม
นางสาวกนกธร แซ่โงว้



สารบญั หน้า

ใบรบั รองโครงการ ก
บทคดั ยอ่ ข
กติ ติกรรมประกาศ ง
สารบัญ จ
สารบญั ตาราง ช
สารบญั ภาพ ซ
บทที่ 1 บทนำ
1
1. ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา 1
2. วตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา 2
3. ขอบเขตการศกึ ษา 2
4. ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับ 2
5. นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
บทท่ี 2 เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 3
1. จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า 4
2. แนวคิดการวเิ คราะหก์ ารตลาดแบบการจัดองคก์ รอตุ สาหกรรม 8
3. แนวคิดเกี่ยวกบั การขอรับรองมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน 10
4. ทฤษฎีกลยุทธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยทุ ธต์ ลาดออนไลน์ 18
5. การบรโิ ภคและทฤษฎีพฤตกิ รรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model) 21
6. แนวคดิ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ 20
7. ทฤษฎกี ลไกราคา 27
8. แนวความคิดของหลักการบญั ชีตน้ ทนุ 27
9. งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

สารบัญ (ตอ่ ) ฉ

บทที่ 3 วธิ ีดำเนนิ โครงการ หน้า
1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
2. เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการศึกษา 31
3. ข้ันตอนในการสรา้ งเคร่ืองมือ 31
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 32
5. การวเิ คราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการศึกษา 33
33
บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
4.1 ผลการดำเนนิ งานโครงการ/ผลการวิเคราะห์ข้อมลู 34
4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู 34

บทท่ี 5 สรปุ ผลการศึกษา อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ 45
5.1 สรุปผลการศกึ ษา 47
5.2 อภิปรายผล 49
5.3 ขอ้ เสนอแนะ 50
51
บรรณานุกรม 52
ภาคผนวก 58
62
ภาคผนวก ก แบบขออนุมัติโครงการ/แบบเสนอโครงการ 64
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม 77
ภาคผนวก ค งบประมาณ
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ(ภาพถ่าย)
ประวัตสิ ว่ นตัว



สารบญั ตาราง

หน้า

ตารางท่ี 1 แสดงความถี่และร้อยละของกลุ่มเป้าหมายจำแนกตามเพศ 35

ตารางที่ 2 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมายจำแนกตามช่วงอายุ 36

ตารางท่ี 3 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามสถานะ 37

ตารางท่ี 4 แสดงคา่ เฉล่ยี และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกล่มุ เปา้ หมายทมี่ ตี ่อ

เยลล่พี ุดด้ิงมนเปร้ียว สรปุ เป็นรายด้าน 38

ตารางที่ 5 แสดงคา่ เฉลีย่ และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายทม่ี ีตอ่

เยลล่พี ุดดงิ้ มนเปร้ียว ด้านคุณภาพผลิตภณั ฑ์ 40

ตารางท่ี 6 แสดงคา่ เฉล่ยี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทม่ี ีต่อ

เยลลี่พุดดง้ิ มนเปรีย้ ว ด้านคณุ ภาพบรรจุภัณฑ์ 42

ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกลุม่ เปา้ หมายทม่ี ีตอ่

เยลลี่พดุ ดิง้ มนเปรีย้ ว ดา้ นการสง่ เสรมิ การขาย 44



สารบัญภาพ หน้า

ภาพท่ี 1 วตั ถุดิบและอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทำ 65
ภาพที่ 2 เทผงเจลล้ี ใสน่ ้ำรอ้ น150ml นำ้ เย็น150ml ใหเ้ กดิ การละลาย ทิ้งไว้รอใหเ้ ย็น 66
ภาพที่ 3 หัน่ ผลไมเ้ ป็นขนาดเลก็ ๆกบั ขนานใหญ่ 67
ภาพท่ี 4 นำนำ้ ที่ไดก้ ับผลไม้ขนาดเลก็ ไปใส่พาชนะ ใส่ตูเ้ ยน็ 30นที นำออกมาทำซ้ำจนครบ
67
3ชัน้ 68
ภาพท่ี 5 นำเจลลาตินมาละลายกบั นมเปรี้ยว แล้วใส่ลงพาชนะ 68
ภาพท่ี 6 นำผลไมข้ นาดใหญใ่ สล่ งไปเพอื่ ตกแตง่ จากนั้นนำใส่ตู้เยน็ 69
ภาพท่ี 7 ขัน้ ตอนการออกแบบโลโก้ 70
ภาพท่ี 8 ทำการใส่บรรจุภัณฑ์

1

บทที่ 1

บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษา

เยลล่ี(jelly)เป็นขนมทเ่ี กิดในประเทศอังกฤษมานานมาก ปจั จุบนั พ้ืนทสี่ ่วนนีอ้ ยบู่ รเิ วณ
Midland ทางตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของ Birmingham, ในสมยั นั้นชาวบา้ นค้นพบว่า ถา้ เอานำ้ แคนตา
ลูปมาปลอ่ ยใหเ้ ยน็ ทีอ่ ณุ หภูมหิ อ้ ง น้ำแคนตาลปู น้ันจะกลายเป็นวุ้นใสๆ สเี หลอื งขนุ่ ๆ เหนียวๆ นุ่มๆ
และเปน็ ทีน่ ยิ มกนิ ในแถบน้ันมานาน

เยลล่ี(jelly)จัดเป็นอาหารวา่ งทนี่ ยิ มบรโิ ภคกนั ทัว่ ไปทำมาจากนำ้ ผลไมท้ ี่ไดจ้ ากการคน้ั หรอื
สกัดจากผลไมส้ ดผสมกบั สารทที่ ำให้เกิดเจล มคี วามข้นหนดื พอเหมาะโดยไม่มเี นือ้ ผลไมเ้ จอื ปน
การผลติ เยลลีผ่ ลไมส้ ามารถทำได้เองในระดับครัวเรือนและผลิตเพือ่ จำหนา่ ยเป็นรายได้เสริมจากงาน
ประจำ เนอื่ งจากมขี น้ั ตอนการผลิตท่ีไม่ยุง่ ยากและอาศยั เครอ่ื งมอื ทมี่ ีอยแู่ ลว้ ในครวั เรอื น เช่น เครอ่ื ง
ป่นั ไฟฟ้า เตาแกส๊ หมอ้ สแตนเลส และอปุ กรณเ์ ครอ่ื งครัวอน่ื ๆผา้ ขาวบางสำหรบั กรอง

นมเปร้ยี ว เปน็ นำ้ นมหรอื ผลติ ภัณฑ์ท่ีไดจ้ ากนม ทมี่ กี ารเตมิ เชอ้ื จลุ นิ ทรียท์ เ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่
รา่ งกาย เชน่ เชื้อแลกโตบาซลิ ลสั ทีช่ ่วยในการย่อยอาหาร ผลิตวติ ามินเค และทำให้เกิดการหมกั ตวั มี
ความเปร้ยี วข้นึ นำ้ นมท่นี ำมาใช้ทำนมเปร้ียวน้ันมีทงั้ เปน็ น้ำนมสดและนมท่ีไดส้ กัดเอามนั เนยออก
แลว้ อาจมกี ารเตมิ สี กล่นิ และรสชาติ เช่นเตมิ ผลไมเ้ ช่ือม หรอื เติมรสสม้ องุ่น ลิ้นจ่ี ฯลฯ

ดังนั้นจึงจัดทำผลติ ภัณฑ์ขนมเยลลพี่ ดุ ดิง้ นมเปร้ียวโดยมเี ยลลแี่ ละนมเปรยี้ วเป็นส่วนผสมหลกั
เป็นขนมทานเลน่ สามารถทานไดท้ กุ เพศทุกวยั

วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา

1. เพื่อพฒั นาผลติ ภณั ฑข์ นมเยลลี่พดุ ดงิ้ ดว้ ยนมเปรย้ี ว
2. เพ่ือเพมิ่ มลู ค่าผลิตภัณฑแ์ ละบรรจภุ ณั ฑ์
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกล่มุ เปา้ หมายทมี่ ีตอ่ ผลิตภณั ฑเ์ ยลลี่พุดดิ้งนมเปรีย้ วและ
บรรจภุ ณั ฑ์

ขอบเขตของการศกึ ษา

1. ด้านเนือ้ หาท่ใี ชใ้ นการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ การศึกษาคร้ังน้ีเพื่อพฒั นาผลติ ภัณฑ์ขนมเยลลี่
พุดด้งิ ดว้ ยนมเปรี้ยวใหม้ มี ูลคา่ ทางผลิตภณั ฑแ์ ละบรรจุภณั ฑม์ ากขน้ึ

2. ด้านกลมุ่ เปา้ หมายท่ีใชใ้ นการศึกษาครั้งน้ี ไดแ้ ก่ ประชาชนทวั่ ไปในชมุ ชน ซอยทา่ เรือพลี
ต.บางปลาสร้อย อ. เมอื ง จ.ชลบรุ ี จำนวน 25 คน

2

3. ขอบเขตทางด้านสถานท่ี ได้แก่
3.1 ตัง้ แต่วนั ที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันท่ี 1 ตลุ าคม 2564
3.2 ดา้ นสถานท่ี ชมุ ชนซอยท่าเร่อื พลี ต.บางปลาสร้อย อ. เมอื ง จ.ชลบุรี 20000

ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ ับ

1. ได้ผลติ ภัณฑข์ นมเยลลพี่ ดุ ดงิ้ ด้วยนมเปรย้ี ว
2. ได้เพิ่มมลู คา่ ผลิตภัณฑแ์ ละบรรจุภณั ฑ์
3. ได้รับทราบความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายทม่ี ตี อ่ ผลติ ภณั ฑ์เยลล่ีพุดดงิ้ นมเปรย้ี วและ
บรรจภุ ัณฑ์

นยิ ามศัพย์เฉพาะ

เยลล(่ี jelly)หมายถึง ผลติ ภณั ฑซ์ ่งึ ทำจากน้ำผลไมห้ รอื นำ้ ผลไมเ้ ข้มขน้ เชน่ สบั ปะรด กระ
เจ๊ียบเเดง สตรอเบอรร่ี มะนาว สม้ มะมว่ ง กบั สารทใี่ หค้ วามหวานและสารทท่ี ำใหเ้ กดิ เจล เชน่ เจ
ลาติน คาราจีแนน กลูโคแมนแนน อาจมีการผสม สี แตง่ กลน่ิ รส

นมเปรีย้ ว เป็นน้ำนมหรอื ผลติ ภัณฑ์ที่ไดจ้ ากนมมกี ารเติมเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ท์ เี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่
รา่ งกาย เชน่ เช้อื แลกโตบาซลิ ลัสทีช่ ่วยในการยอ่ ยอาหาร ผลติ วติ ามนิ เคและทำใหเ้ กิดการหมกั ตัว มี
ความเปรย้ี วขนึ้ นำ้ นมท่นี ำมาใช้ทำนมเปร้ยี วน้ันมที งั้ เปน็ นำ้ นมสดและนมทไี่ ดส้ กดั เอามนั เนยออก
แลว้ อาจมีการเตมิ สี กล่ินและรสชาติ เช่นเตมิ ผลไมเ้ ชอ่ื ม หรอื เตมิ รสสม้ องุ่น ลิ้นจ่ี ฯลฯ

เจลาติน (E441) คอื โปรตนี ชนิดหน่ึงที่เกดิ จากการสลายคอลลาเจน(collagen)ด้วยกรด
หรอื ดา่ ง มีลักษณะเปน็ ผงสีนำ้ ตาลออ่ นสามารถสกดั ได้จากกระดูกหรือหนังสัตว์ เชน่ ววั ควาย หมู
เม่อื นำผงเจลลาตินมาอ่นุ ดว้ ยนำ้ ท่ีอุณหภูมิประมาณ 32°C มนั จะหลอมกลายเป็นของเหลวหนดื ตง้ั ทง้ิ
ไว้ใหเ้ ย็น ของเหลวจะเซตตัวกลายเป็นเจลลักษณะคลา้ ยเยลล่ี

3

บทที่ 2

เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเี่ กยี่ วข้อง

การดำเนินการโครงการ เยลลีพ่ ุดดิง้ นมเปร้ียว ณ 455/ญ ซ.ท่าเรือพลี ต.บางปลาสร้อย
อ. เมอื ง จ.ชลบุรี 20000 ระหวา่ งวันที่ 1 มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ถึง 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2564 ผูด้ ำเนิน
โครงการไดร้ วบรวมเอกสาร ทฤษฎี งานวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ งมีหวั ขอ้ ตอ่ ไป

1. จดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า
2. แนวคดิ การวิเคราะหก์ ารตลาดแบบการจดั องค์กรอตุ สาหกรรม
3. แนวคิดเก่ยี วกับการขอรับรองมาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชน
4. ทฤษฎีกลยุทธก์ ารตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยทุ ธต์ ลาดออนไลน์
5. การบริโภคและทฤษฎพี ฤตกิ รรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์
7. ทฤษฎีกลไกราคา
8. แนวความคดิ ของหลกั การบญั ชตี ้นทนุ
9. งานวิจยั ที่เกีย่ วข้อง

1. จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคำอธิบายรายวชิ า
1.1 จุดประสงคร์ ายวชิ า
1.1.1 เขา้ ใจหลกั การและกระบวนการวางแผนจัดทำโครงการสรา้ งและหรือพฒั นางาน
1.1.2 ประมวลความรู้และทกั ษะในการสร้างและหรือพฒั นางานในสาขาวชิ าชพี ตาม

กระบวนการ วางแผน ดำเนินงาน แกป้ ญั หา ประเมนิ ผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.1.3 มีเจตคติและกจิ นิสัยในการทำงานด้วยความรบั ผิดชอบ มวี นิ ัย คุณธรรม จริยธรรม

ความคิด ริเรม่ิ สร้างสรรคแ์ ละสามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน
1.2 สมรรถนะรายวิชา
1.2.1 แสดงความรเู้ กี่ยวกบั การจดั ทำโครงการและการนำเสนอผลงาน
1.2.2 ดำเนนิ การจดั ทำโครงการ
1.2.3 รายงานผลการปฏิบัตงิ าน

4

1.3 คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั หลักการจัดทำโครงการ การวางแผน การดำเนินงาน การแก้ไขปญั หา การ
ประเมินผล การจดั ทำรายงานและการนำเสนอผลงาน โดยปฏบิ ตั จิ ดั ทำโครงสร้างและหรอื พฒั นางานท่ใี ช้
ความรูแ้ ละทกั ษะในระดบั ฝมี อื สอดคลอ้ งกับสาขาวิชาชพี ที่ศกึ ษา ดำเนินการเป็นรายบคุ คลหรอื กลุ่มตาม
ลักษณะของงานใหแ้ ล้วเสร็จในระยะเวลาทีก่ ำหนด

2. แนวคิดการวเิ คราะห์การตลาดแบบการจดั องค์กรอุตสาหกรรม
2.1 การวเิ คราะหด์ ้านการตลาด เปน็ การวเิ คราะหส์ ภาวการณ์ โอกาส และกลยทุ ธท์ างการตลาด

โดยพจิ ารณาถึงตลาดตามเป้าหมาย ขนาดของตลาด และสว่ นประสมทางการตลาด ตลอดจน
สภาพแวดลอ้ มตา่ งๆ ในการดำเนินธรุ กิจ รวมท้งั ปัจจัยอนื่ ทอี่ าจมผี ลตอ่ การดำเนนิ ธรุ กจิ จุดมุง่ หมายเพื่อ
การวางแผนการตลาดการจำหนา่ ย ตลอดจนคาดคะเนรายรบั จากยอดขาย โดยผลที่ไดจ้ ะเป็นส่วนหนง่ึ ที่
นำมาใชใ้ นการวเิ คราะห์ทางด้านการเงนิ เพ่อื ประโยชน์ในการประเมินผลและการตัดสินใจลงทนุ

2.2 การวิเคราะหจ์ ดุ แขง็ จุดอ่อน โอกาส และอปุ สรรคขององค์กร หมายถึง การวเิ คราะห์
สภาพแวดลอ้ มขององค์กรในลักษณะตา่ งๆ 4 ประการ ไดแ้ ก่

2.2.1 จดุ แข็ง (Strength) หมายถงึ ปจั จยั ต่างๆในองคก์ ร ซ่งึ นำไปส่คู วามแข็งแกรง่ หรอื ความ
ไดเ้ ปรยี บขององคก์ ร เมอื่ เทยี บกบั องค์กรอนื่ ๆ ในลกั ษณะเดยี วกนั

2.2.2 จุดออ่ น (Weakness) หมายถึง ปจั จยั ต่างๆ ในองคก์ ร ซ่งึ นำไปสู่ความอ่อนแอ หรอื ความ
เสยี เปรียบขององคก์ ร เมอ่ื เทยี บกับองคก์ รอนื่ ๆ ในลักษณะเดยี วกนั

2.2.3 โอกาส (Opportunity) หมายถงึ ปจั จัยต่างๆ นอกองค์กร ซ่งึ เป็นประโยชน์ต่อการ
ดำเนินงานขององค์กร และเอ้อื ตอ่ ความสำเรจ็ ขององคก์ ร

2.2.4 อปุ สรรค (Threat) หมายถงึ ปัจจัยตา่ งๆ นอกองค์กร ซึ่งเปน็ อปุ สรรคตอ่ การดำเนินงาน
ขององค์กร และอาจทำให้องคก์ รประสบความล้มเหลวได้

2.3 การศกึ ษาสภาะแวดล้อมทางอุตสาหกรรม เป็นการศึกษาปจั จยั หรอื ตวั แปรตา่ งๆ ทมี่ ีความ
เกยี่ วขอ้ งโดยตรงกบั การดำเนินการของธรุ กจิ ได้แก่ การแขง่ ขนั ระหวา่ งคู่แข่งภายในอตุ สาหกรรมเดยี วกนั
อำนาจตอ่ รองจากผูข้ ายสินคา้ อำนาจตอ่ รองของลูกค้า ภัยคกุ คามจากสินค้าทดแทน และภัยคุกคามจากผู้
แขง่ ขนั หนา้ ใหม่ในอตุ สาหกรรมที่ธุรกจิ ดำเนนิ อยู่

5

2.4 การตลาดตามเป้าหมาย หมายถงึ การจดั ผลติ ภณั ฑ์และส่วนทางการตลาดที่แตกต่างกนั เพ่ือตอบ
ความสนองความต้องการของตลาดทม่ี ลี กั ษณะและความตอ้ งการทแ่ี ตกตา่ งกัน กล่าวคือ ในการจะจดั ส่วน
ประสมทางการตลาดใหเ้ หมาะสมกบั ตลาดเป้าหมายนน้ั จำเป็นตอ้ งเรม่ิ ด้วยการแบ่งสว่ นตลาดกอ่ น แลว้
กำหนดตลาดเปา้ หมาย และกำหนดตำแหนง่ ผลิตภณั ฑใ์ นตลาดนั้นตามลำดบั โดยมรี ายละเอยี ดในแตล่ ะ
ข้ันตอนดงั น้ี

2.4.1 การแบง่ สว่ นตลาด (Market Segmentation) หมายถึง การแบ่งตลาดใหญ่ออกเปน็
ตลาดย่อยๆ ตามคุณลกั ษณะบางประการหรอื หลายประการของกลมุ่ ผซู้ ื้อ ทัง้ น้ภี ายหลงั จากการแบง่ ส่วน
ตลาดแล้วจะได้กลุ่มผซู้ ้อื ท่ีมลี กั ษณะความต้องการเหมือนกนั หรือคลา้ ยคลึงกันอยใู่ นตลาดย่อยเดยี วกัน

2.4.1.1 เกณฑก์ ารแบง่ สว่ นตลาดผบู้ ริโภค
2.4.1.1.1 ลกั ษณะทางภูมศิ าสตร์ (Geographic Segmentation) ได้แก่

ภมู ภิ าค ภมู อิ ากาศ ความหนาแนน่ ของประชากร
2.4.1.1.2 ลักษณะทางประชากร (Geographic Segmentation) ได้แก่ เพศ

อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้
2.4.1.1.3 ลกั ษณะทางจติ วิทยา (Psychographic Segmentation) ได้แก่

แบบแผนการดำรงชวี ิต บุคลิกภาพ
2.4.1.1.4 ลักษณะการแสดงพฤติกรรม (Behavioral Segmentation) ได้แก่

ลักษณะการซื้อ ปริมาณการซื้อ ความภักดี
2.4.1.2 เกณฑ์การแบง่ ส่วนตลาดธรุ กจิ
2.4.1.2.1 เกณฑล์ กั ษณะของธรุ กจิ ไดแ้ ก่ ประเภทของธรุ กจิ ขนาดของธุรกิจ
2.4.1.2.2 เกณฑก์ ารปฏบิ ตั งิ านของธุรกิจ ได้แก่ การใช้แรงงาน ลกั ษณะการ

นำไปใช้
2.4.1.2.3 วิธกี ารจดั ซอ้ื ได้แก่ จัดซือ้ โดยเงินสด จดั ซอ้ื โดยเงนิ เช่อื จดั ซอื้ โดย

การประมลู

6

2.4.2 การกำหนดตลาดเปา้ หมาย (Market Targeting) หมายถงึ การเลือกสว่ นตลาดหนง่ึ ส่วน
ตลาด หรือหลายส่วนตลาด หรอื ทงั้ หมด เพือ่ ใชเ้ ป็นตลาดเปา้ หมายสำหรบั การใช้ส่วนประสมทาง
การตลาดในการดำเนนิ การกบั ตลาดเปา้ หมายทไ่ี ด้เลือกไว้ มี 3 ทางเลือกคอื

2.4.2.1 ตลาดไม่แตกต่าง เปน็ การเลอื กตลาดรวมเปน็ ตลาดเปา้ หมาย เพราะผผู้ ลิตหรอื
ผจู้ ำหน่าย พจิ ารณาแลว้ ว่า ตลาดมีความตอ้ งการคลา้ ยคลงึ กันหรอื ไม่แตกตา่ งกนั ดงั นน้ั บริษทั จงึ สามารถ
ใช้ส่วนประสมทางการตลาดแบบเดยี วกนั กบั กลมุ่ ผซู้ ้อื ทอ่ี ยู่ในตลาดเปา้ หมายได้ การตลาดไม่แตกตา่ งจะ
เหมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑท์ ลี่ กู คา้ มคี วามต้องการในคุณสมบัติของสนิ คา้ คลา้ ยกนั เช่น สนิ คา้ ประเภทเกลอื
น้ำตาล น้ำมัน เป้นตน้

2.4.2.2 ตลาดแตกต่างหรือตลาดหลายส่วน เปน็ การเลือกตลาดย่อยทีถ่ กู แบง่ จากตลาด
ใหญ่มากกว่าหนึ่งสว่ นตลาด เน่อื งจากผผู้ ลิตหรือผู้จำหน่ายพจิ ารณาแลว้ วา่ ตลาดแตล่ ะสว่ นมคี วาม
ตอ้ งการ แตกต่างกนั ดงั น้ันบรษิ ทั จงึ ใหน้ ้ำหนกั กับส่วนประสมทางการตลาดแต่ละตลาดแตกตา่ งกัน

2.4.2.3 ตลาดสว่ นเดียว หรอื ตลาดมุ่งเฉพาะสว่ น เปน็ การเลือกตลาดยอ่ ยเพยี งหนง่ึ
ส่วนตลาดเทา่ นน้ั แล้วนำสว่ นประสมทางการตลาดเขา้ ดำเนนิ การกบั ตลาดเป้าหมายท่ถี กู เลือก บริษัท
ขนาดเลก็ นิยมเลอื กตลาดเพยี งส่วนเดยี ว เนอื่ งจากไมม่ คี วามยงุ่ ยากนัก ประกอบกับใชท้ รัพยากรค่อนข้าง
จำกดั

2.4.3 การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑ์ในตลาด (Market Positioning) หมายถึง การสร้าง
ลกั ษณะเด่นของผลติ ภัณฑ์ท่ีคาดวา่ จะตรงตามความต้องการของตลาดบรษิ ทั จำเป็นตอ้ งนำเสนอใหต้ ลาด
ได้รับรู้ และจดจำตำแหนง่ ผลติ ภัณฑ์ของตนทง้ั น้ี เพอ่ื เปน็ การตอกน้ำการนำเสนอคณุ สมบัตทิ สี่ ามารถ
ครองใจลกู ค้าได้

2.4.3.1 กลยทุ ธก์ ารกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภัณฑ์
2.4.3.1.1 การกำหนดตำแหนง่ ตามราคาและคณุ ภาพ
2.4.3.1.2 การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑต์ ามลกั ษณะ ผ้ใู ชผ้ ลติ ภัณฑเ์ ปน็ การ

กำหนดตำแหน่งท่ีแสดงใหเ้ หน็ ว่าผลติ ภัณฑด์ งั กลา่ วเหมาะกบั ผูใ้ ช้กลมุ่ ใด
2.4.3.1.3 การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑต์ ามคณุ สมบัติ หรอื ประโยชนข์ อง

ผลิตภณั ฑ์เปน็ การกำหนดตำแหน่งโดยนำเอาคณุ สมบตั หิ รอื ประโยชนข์ องผลติ ภณั ฑ์ มาเปน็ ตวั กำหนด

7

2.4.3.1.4 การกำหนดตำแหน่งผลิตภณั ฑ์ตามการใชห้ รือการนำไปใช้ เป็นการ
แสดงใหเ้ ห็นว่าผลติ ภัณฑ์น้นั นำไปใช้อย่างไร

2.4.3.1.5 การกำหนดตำแหน่งผลติ ภัณฑต์ ามระดบั ชัน้ ผลิตภัณฑ์ เปน็ การ
แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผลิตภณั ฑย์ ห่ี อ้ น้นั เปน็ ผลิตภัณฑ์ที่อยูใ่ นระดับใด

2.4.3.1.6 การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑ์เพอื่ แสดงการแข่งขัน เปน็ ความ
พยายามบอกกับตลาดวา่ ผลติ ภัณฑ์ของตนดกี วา่ คูแ่ ข่งขัน

2.4.3.1.7 การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑแ์ บบผสมผสานเปน็ การกำหนด
ตำแหนง่ ผลติ ภณั ฑ์โดยยดึ หลักเกณฑ์หลายๆ อย่างร่วมกัน

2.5 ทฤษฎีส่วนประสมทางการตลาด
2.5.1 ผลติ ภัณฑ์ (Product) หมายถงึ สิ่งที่เสนอขายโดยธรุ กิจ เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการของ

ลกู คา้ ให้พงึ พอใจ ผลิตภณั ฑ์ทเี่ สนอขายอาจจะมีตัวตนหรือไม่มีตวั ตนก็ได้ ผลติ ภณั ฑ์จงึ ประกอบด้วย
สนิ ค้า บริการ ความคดิ สถานที่ องคก์ าร หรือ บุคคล ผลติ ภณั ฑต์ อ้ งมอี รรถประโยชน์ (Utility) มีคุณค่า
(Value) ในสายตาของลกู ค้า จึงจะมผี ลทำใหผ้ ลิตภณั ฑ์สามารถขายได้

2.5.2 ราคา (Price) หมายถึง คณุ คา่ ผลิตภณั ฑใ์ นรูปตวั เงนิ ราคาเปน็ P ตัวทสี่ องทเี่ กิดขึ้นมา
ราคาเปน็ ต้นทนุ (Cost) ของลกู คา้ ผบู้ รโิ ภคจะเปรียบเทยี บระหว่างคณุ คา่ (Value) ผลติ ภัณฑ์ กับราคา
ผลิตภณั ฑน์ ้ัน ถ้าคณุ คา่ สูงกว่าราคาผบู้ รโิ ภคก็จะตดั สนิ ใจซอื้

2.5.3 การจัดจำหนา่ ย (Place หรอื Distribution) เกี่ยวขอ้ งกบั การจดั สง่ สนิ ค้าไปยงั สถานทท่ี ่ี
ถกู ตอ้ งในเวลาท่ีเหมาะสม โดยมีคา่ ใชจ้ ่ายทป่ี ระหยดั รวมถึงการใหบ้ ริการลูกคา้ ที่ดีทส่ี ดุ โครงสร้างของ
ชอ่ งทาง ประกอบด้วยสถาบนั และกจิ กรรม ใชเ้ พ่อื เคล่ือนย้ายผลิตภณั ฑ์และบริการจากองคก์ ารไปยงั
ตลาดสถาบนั ทน่ี ำผลิตภณั ฑอ์ อกสู่ตลาดเปา้ หมาย คอื สถาบนั การตลาด สว่ นกจิ กรรมทช่ี ่วยในการ
กระจายสินค้า ประกอบดว้ ย การขนส่ง การคลงั สนิ คา้ และการเกบ็ รกั ษาสินคา้ คงคลงั การจัดจำหน่ายจงึ
ประกอบดว้ ย 2 สว่ น คอื ช่องทางการจัดจำหนา่ ย และ การสนับสนุนการกระจายสนิ คา้ สูต่ ลาด

2.5.4 การสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion) เป็นการติดต่อสือ่ สารเก่ยี วกับขอ้ มลู ระหว่างผู้ขาย
กบั ผซู้ ือ้ เพอ่ื สรา้ งทศั นคติและพฤตกิ รรมการซือ้ การติดตอ่ สอ่ื สารอาจใชพ้ นักงานขายทำการขาย
(Personal Selling) และการติดตอ่ สอื่ สาร โดยไม่ใชค่ น (Non-personal Selling) เครอื่ งมอื นการ

8

ตดิ ต่อส่อื สารมหี ลายประการ ซง่ึ อาจเลอื กใช้หน่งึ หรอื หลายเคร่อื งมือ โดยพจิ ารณาถึงความเหมาะสมกบั
ลูกค้า ผลติ ภัณฑ์ คแู่ ขง่ ขัน โดยบรรลจุ ดุ มงุ่ หมายร่วมกนั ได้ เคร่อื งมือสง่ เสริมท่ีสำคญั มดี งั นี้ การโฆษณา
(Advertising) การขายโดยใช้พนักงานขาย (Personal Selling) การส่งเสริมการขาย (Sale Promotion)
การใหข้ ่าวและการประชาสมั พนั ธ์ (Publicity and Public Relation) และ การตลาดทางตรง (Direct
Marketing)
3. แนวคิดเกยี่ วกบั การขอรับรองมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน

3.1 ความหมายของมาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ มุ ชม
3.1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน คอื ข้อกําหนดดา้ นคณุ ภาพทเี่ หมาะสมกบั ผลติ ภัณฑช์ มุ ชนให้

เปน็ ทเ่ี ชือ่ ถือเป็นทีย่ อมรับและสรา้ งความม่ันใจให้กบั ผบู้ ริโภคในการเลอื กซ้ือผลิตภณั ฑ์
โดยม่งุ เนน้ ให้เกดิ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื เพ่ือยกระดบั คุณภาพของผลติ ภณั ฑ์ชุมชนใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน
ที่กำหนด และสอดคลอ้ งกบั นโยบาย OTOP โดยในแตล่ ะผลติ ภณั ฑ์ก็จะมีขอ้ กําหนดท่แี ตกตา่ งกนั ออกไป

3.2 ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับจาก มผช.
3.2.1 ผู้ผลิตผลิตภณั ฑ์ชุมชน มีความเขา้ ใจ และมีความรู้ในการผลิตสินค้าท่ีมคี ุณภาพ
3.2.2 สนิ คา้ ที่มีคุณภาพมากยิง่ ข้ึน
3.2.3 สนิ คา้ เป็นท่นี า่ เช่ือถือ และเปน็ ทตี่ ้องการของตลาด
3.2.4 สามารถนาํ ผลติ ภัณฑ์เขา้ คดั สรร OTOP Product Champion (ระดับดาว)
3.2.5 ไดร้ ับการสนับสนุนเพ่อื การพฒั นาทีเ่ หมาะสมจากหน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

3.3 หลักเกณฑแ์ ละเงือ่ นไขในการรบั รองมาตรฐานชุมชน
3.3.1 ขอบขา่ ย
3.3.1.1 เอกสารนกี้ ำหนดนยิ าม คณุ สมบัติของผู้ยนื่ คําขอ การรบั รอง การตรวจติดตาม

ผล การยกเลิกการรบั รอง และอืน่ ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ งในการรบั รองคุณภาพผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน
3.3.2 นิยาม
3.3.2.1 การรับรองคณุ ภาพผลิตภัณฑช์ มุ ชน หมายถึง การใหก้ ารรบั รองคณุ ภาพ

ผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชนของผู้ผลติ ในชมุ ชน ทเี่ กิดการรวมกล่มุ กนั ประกอบกจิ กรรมใดกจิ กรรมหนง่ึ ทั้งทีจ่ ด
ทะเบยี นอย่างเปน็ ทางการหรอื ทีไ่ มม่ กี ารจดทะเบยี นเป็นการวมกลมุ่ เองโดยธรรมชาติหรอื ชมุ ชนใน

9

โครงการหนง่ึ ตำบลหนง่ึ ผลิตภัณฑ์ทผี่ า่ นการคดั เลือกจากจังหวดั และ/หรือ หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ตาม
มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชนที่สำนกั งานมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมไดป้ ระกาศกำหนดไวแ้ ล้ว

3.3.2.2 ผ้ยู ื่นคำขอ หมายถงึ ผู้ผลิตทอี่ ยูใ่ นชมุ ชนและ/หรือจากโครงการหนึง่ ตำบลหน่งึ
ผลิตภณั ฑ์ทผี่ า่ นการคดั เลอื กจากคณะกรรมการอํานวยการหนง่ึ ตำบลหนง่ึ ผลิตภณั ฑ์แหง่ ชาติ (กอ.นตผ.)

3.3.2.3 ผู้ไดร้ บั การรับรอง หมายถงึ ผูย้ ืน่ คําขอทผ่ี ่านการตรวจประเมินแล้ว และได้รบั
การรบั รองจากคณะกรรมการ มาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ ุมชน

3.4 คณุ สมบตั ขิ องผู้ยน่ื คำขอ
3.4.1 ผูย้ นื่ คาํ ขอตอ้ งมีคุณสมบตั ใิ นขอ้ หนง่ึ ขอ้ ใด ดงั ตอ่ ไปนี้
3.4.1.1 เป็นผ้ผู ลิตในชุมชนของโครงการ หนึง่ ตำบลหนงึ่ ผลติ ภัณฑ์ ได้รับการคัดเลือก

จากคณะกรรมการอํานวยการหนง่ึ ตำบลหน่ึงผลติ ภัณฑแ์ หง่ ชาติ (กอ.นตผ.)
3.4.1.2 เป็นกลุม่ หรือสมาชิกของกลุ่มเกษตรกร กลมุ่ สหกรณ์ หรือกลมุ่ อ่นื ๆ ตาม

กฎหมายวสิ าหกิจชุมชน เช่น กลมุ่ อาชีพ กล่มุ อาชพี กา้ วหนา้ กล่มุ ธรรมชาติ เป็นตน้
3.5 การรบั รอง
3.5.1 การรับรองคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์ชุมชน ประกอบดว้ ยการดำเนินการดังน้ี
3.5.1.1 ตรวจสอบสถานทผี่ ลติ และเก็บตัวอยา่ งจากสถานทผ่ี ลติ ส่งตรวจสอบ เพอื่

พจิ ารณาออกใบรบั รอง
3.5.1.2 ตรวจตดิ ตามผลคุณภาพผลิตภัณฑช์ ุมชนทไี่ ด้รบั การรบั รอง โดยสุ่มซื้อตัวอย่าง

ทีไ่ ด้รับการรบั รองจากสถานทจี่ าํ หนา่ ยเพอ่ื ตรวจสอบ
3.5.2 การขอการรบั รอง ให้ยนื่ คำขอต่อสำนักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม หรอื

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรอื จงั หวัด พร้อมหลักฐานและเอกสารต่างๆ ตามแบบท่ีสำนักงาน
มาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมกำหนด

3.5.3 เมื่อได้รับคําขอตามข้อ 4.5.2 แลว้ สำนักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมจะนัด
หมายการตรวจสอบสถานทผ่ี ลิต เก็บตวั อย่างสง่ ทดสอบ หรอื ทดสอบ ณ สถานทผ่ี ลติ

3.5.4 ประเมนิ ผลการตรวจสอบวา่ เปน็ ไปตามมาตรฐานผลติ ภัณฑช์ ุมชนทีไ่ ด้กำหนดไวห้ รอื ไม่
3.5.5 ใบรับรองผลติ ภัณฑ์ มีอายุ 3 ปี นบั ตั้งแต่วนั ทรี่ ะบใุ นใบรับรอง

10

3.5.6 การขอต่ออายใุ บรบั รองหรอื การออกใบรับรองฉบับใหมเ่ ม่อื ใบรับรองฉบับเก่าสิ้นอายุ ให้
ดำเนินการตามข้อ 3.5.2 ถงึ 3.5.4

4. ทฤษฎกี ลยุทธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยทุ ธต์ ลาดออนไลน์
4.1 การกำหนดกลยุทธ์การตลาด โดยใชส้ ว่ นผสมทางการตลาด (4Ps) ซงึ่ มสี ่วนประกอบดังน้ี
4.3.1 กลยทุ ธผ์ ลติ ภณั ฑ์ (Product Strategy) นั้นจะเก่ียวข้องกบั กระบวนการพจิ ารณาเก่ียวกบั

ผลิตภัณฑ์
4.3.1.1 แนวความคิดดา้ นผลติ ภัณฑ์ (Product Concept) เปน็ คุณสมบัติทส่ี ำคัญของ

ผลิตภัณฑท์ ส่ี ามารถตอบสนองความต้องการของผบู้ ริโภค ได้ต้องมีความชัดเจนในตวั ผลติ ภณั ฑ์นั้นๆ
4.3.1.2 คณุ สมบตั ผิ ลติ ภณั ฑ์ (Product attribute) จะตอ้ งทราบว่าผลิตภณั ฑ์นน้ั ผลติ

มาจากอะไร มีคณุ สมบัติอย่างไร ลักษณะทางกายภาพ ฟิสกิ ส์ เคมี ชวี ะ ขนาด ความดคี วามงาม ความคง
ทนทานดา้ นรปู ร่าง รปู แบบของผลติ ภัณฑ์ทมี่ ีอยใู่ นตวั ของมนั เอง

4.3.1.3 ลกั ษณะเด่นของสินค้า (Product Feature) การนำสนิ ค้าของบรษิ ัทไป
เปรยี บเทียบกับสนิ ค้าของคู่แข่งขันแลว้ มีคณุ สมบตั ิแตกตา่ งกัน และจะตอ้ งรู้ว่าสินคา้ เรามีอะไรเด่นกวา่
เช่น ลักษณะเด่นของ Dior คอื เปน็ ผลติ ภัณฑช์ น้ั นำมาจากปารสี เป็นต้น

4.3.1.4 ประโยชนข์ องผลติ ภัณฑ์ (Product Benefit) พิจารณาว่าสนิ คา้ มลี กั ษณะเด่น
อยา่ งไรบา้ งและสนิ คา้ ใหป้ ระโยชน์อะไรกบั ลูกคา้ บา้ ง ระหวา่ งการใหส้ ัญญากบั ลกู คา้ กบั การพสิ ูจน์ด้วย
ลักษณะเดน่ ของสินค้า ตัวอยา่ งกลยุทธด์ งั ตอ่ ไปนี้

4.3.1.4.1 ขยายวธิ กี ารใช้ใหม่ๆ ของผลิตภณั ฑ์เรา เพอ่ื กลุ่มเปา้ หมายใหม่ คือ
กลมุ่ ผู้ใหญ่ที่ อายุตงั้ แต่ 35 ปีขึ้นไป

4.3.1.4.2 ละทิ้งผลิตภณั ฑซ์ งึ่ ไมส่ ามารถทำกำไรนับตง้ั แตเ่ มอื่ นำผลติ ภัณฑ์
นน้ั ๆ
สู่ตลาดเป็นเวลา 5 ปี

11

4.2 การกำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาด โดยใช้สว่ นผสมทางการตลาด (8Ps) ซง่ึ มีส่วนประกอบดงั น้ี
4.2.1 กลยุทธ์ผลติ ภณั ฑ์ (Product Strategy) คอื กลยทุ ธผ์ ลติ ภณั ฑ์น้ันจะเกี่ยวข้องกบั

กระบวนการตดั สินใจเกี่ยวกบั
4.2.1.1 คณุ สมบตั ิผลติ ภัณฑ์ (Product attribute)
4.2.1.2 สว่ นประสมผลิตภณั ฑ์ (Product mix)
4.2.1.3 สายผลติ ภัณฑ์ (Product lines)
4.2.1.4 สิง่ ที่ตอ้ งพจิ ารณาเกีย่ วกบั ผลติ ภณั ฑ์
4.2.1.4.1 แนวความคดิ ด้านผลติ ภัณฑ์ (Product Concept) เปน็ คณุ สมบตั ิท่ี

สำคญั ของผลิตภัณฑ์ทสี่ ามารถตอบสนองความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค Product ไดต้ ้องมคี วามชดั เจนในตวั
ผลิตภัณฑน์ ้ันๆ

4.2.1.4.2 คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ (Product attribute) จะตอ้ งทราบว่า
ผลิตภณั ฑ์นั้นผลิตมาจากอะไร มีคุณสมบัตอิ ยา่ งไร ลักษณะทางกายภาพ ฟสิ ิกส์ เคมี ชวี ะ ขนาด ความดี
ความงาม ความคงทนทานด้านรปู ร่าง รปู แบของผลติ ภัณฑท์ มี่ ีอยใู่ นตัวของมันเอง

4.2.1.4.3 ลกั ษณะเดน่ ของสินคา้ (Product Feature) การนำสนิ คา้ ของ
บรษิ ทั ไปเปรยี บเทยี บกับสนิ คา้ ของคู่แข่งขันแลว้ มคี ุณสมบตั แิ ตกต่างกนั และจะตอ้ งรวู้ ่าสินคา้ เรามีอะไร
เด่นกว่า เชน่ ลกั ษณะเดน่ ของ Dior คือเปน็ ผลิตภัณฑช์ ันนำจากปารีส

4.2.1.4.4 ประโยชน์ของผลิตภณั ฑ์ (Product Benefit) พจิ ารณาว่าสนิ ค้ามี
ลกั ษณะเด่นอยา่ งไรบา้ ง และสนิ คา้ ใหป้ ระโยชนอ์ ะไรกบั ลูกคา้ บา้ ง ระหว่างการใหส้ ญั ญากบั ลกู ค้ากับการ
พิสจู น์ดว้ ยลกั ษณะเด่นของสนิ คา้

4.2.2 กลยุทธ์ราคา (Price Strategy) เปน็ การกำหนดว่าเราจะตงั้ ราคาแบบใด กลยุทธร์ าคาสงู
หรอื ราคาต่ำ ส่ิงทจี่ ะตอ้ งตระหนัก คือ ราคาทไี ดก้ ำหนดไว้นนั้ เหมาะสมในการแขง่ ขนั หรือสอดคล้องกับ
ตำแหน่งผลติ ภัณฑ์ของสินค้าน้นั หรอื ไมก่ ลยุทธ์ ดา้ นราคา (Price strategy) การกำหนดกลยุทธด์ า้ นราคา
มปี ระเดน็ สำคัญทจ่ี ะตอ้ งพจิ ารณาดังนี้

4.2.2.1 ตั้งราคาตามตลาด (On going price) หรอื ตงั้ ราคาตามความพอใจ (Leading
price)

12

4.2.2.1.1 ตงั้ ราคาตามตามตลาด (On going price) เหมาะสำหรับสนิ คา้ ท่ี
สรา้ งความแตกต่างไดย้ ากจงึ ไมส่ ามารถจะตงั้ ราคาใหแ้ ตกต่างจากตลาดคู่แขง่ ขนั ได้ น่ันคอื การตัง้ ราคา
ตามค่แู ขง่ ขนั

4.2.2.1.2 ตั้งราคาตามความพอใจ (Leading price) เป็นการตง้ั ราคาตาม
ความพอใจโดยไมค่ ำนึงถงึ คแู่ ข่งขัน เหมาะสำหรับผลติ ภัณฑท์ ีม่ ีความแตกตา่ งในตราสินค้า สินค้าที่มี
เอกลกั ษณส์ ว่ นตวั มีภาพพจนท์ ี่ดจี ะตงั้ ราคาเท่าไรก็ไม่มใี ครเปรียบเทยี บ

4.2.2.2 สินค้าจะออกเปน็ แบบราคาสูง (Premium price) เมอื่ แน่ใจในคณุ ภาพท่ี
เหนือกวา่ และการยอมรบั ในราคาของลูกค้า หรอื ราคามาตรฐาน (Standard) เม่อื ใชก้ ารตั้งราคาโดย
พจิ ารณาจากราคาของค่แู ขง่ ขนั หรือตราสนิ คา้ เพอ่ื การแข่งขนั (Fighting brand) เป็นสนิ ค้าด้อยคุณภาพ
กวา่ คูแ่ ขง่ ขันเลก็ น้อยจะลงตลาดล่าง

4.2.2.3 การตง้ั ราคาเท่ากนั หมด (One pricing) คอื สินคา้ หลายอย่างทมี่ รี าคาติดอยบู่ น
กล่องหมายถงึ ไมว่ ่าจะขายอยู่ทีใ่ ดฤดหู นาวหรือฤดูรอ้ นราคาก็เท่ากันหมด หรอื ราคาแตกตา่ งกนั (
Discriminate price ) ข้อดี คือสามารถเรียกราคาไดห้ ลายราคา แต่ข้อเสียกค็ อื เราตอ้ งหาเหตผุ ลในการ
ตง้ั ราคาหลายอย่าง เพอ่ื ใหค้ นยอมรับได้

4.2.2.4 การขยายสายผลิตภณั ฑ์ (Line extension) ในกรณีน้ีการนำเสนอสนิ คา้ เร่ิมตน้
ด้วยราคาหนึ่ง แล้วมีกลยทุ ธ์เผยแพร่ความนยิ มไปยังตลาดบน หรือตลาดล่าง

4.2.2.5 การขยบั ซื้อสูงขนึ้ (Trading up) เปน็ การปรบั ราคาสูงข้นึ ทำให้ไดก้ ำไรมากข้ึน
จงึ พยายามขายให้ปริมาณมากขนึ้ หรอื การขยับซื้อต่ำลง (Trading down) เปน็ การผลติ สนิ ค้าที่มรี าคาแพง
ใหม้ คี ุณภาพกวา่ สนิ ค้าท่รี าคาถกู เลก็ นอ้ ยแต่ ตง้ั ราคาสงู กว่า เพ่ือให้คนซื้อสนิ ค้าทรี่ องลงมา

4.2.2.6 การใชก้ ลยุทธด์ า้ นขนาด (Size) คอื ไมท่ ำขนาดเท่ากับผผู้ ลิตรายอื่นๆ
4.2.3 กลยทุ ธ์การจัดจำหนา่ ย (Place Strategy) คอื กลยทุ ธเ์ กี่ยวกับวิธีการจดั จำหนา่ ย จะตอ้ ง
พิจารณาถงึ รายละเอียดดงั นี้

4.2.3.1 ช่องทางการจัดจำหนา่ ย (Channel of distribution) เปน็ เสน้ ทางทสี่ ินค้า
เคลื่อนย้ายจากผผู้ ลิตหรือผ้ขู ายไปยงั ผบู้ รโิ ภคหรอื ผใู้ ช้ ซง่ึ อาจจะผ่านคนกลางหรอื ไมฝ่ ่ายคนกลางกไ็ ด้

13

4.2.3.2 ประเภทของรา้ นค้า (Outlets) ในทุกวันนี้จะพบไดว้ า่ วิวฒั นาการของการจัด
จำหนา่ ยนน้ั เป็นสงิ่ ทเี่ จริญเติบโตรวดเรว็ มากประเภทของรา้ นค้ามีมากมายจนแทบจะตามไมท่ นั จะขอ
เรยี งลำดบั ประเภทของรา้ นค้าจากใหญ่ไปหาเล็ก

4.2.3.2.1 ร้านคา้ ส่ง (Wholesale store) เป็นร้านค้าทข่ี ายสนิ ค้าในปรมิ าณ
มาก ลูกค้าส่วนใหญเ่ ปน็ คนกลาง

4.2.3.2.2 ร้านค้าขายของถูก (Discount store) เป็นร้านค้าทีข่ ายสินคา้ ราคา
พิเศษ

4.2.3.2.3 ร้านหา้ งสรรพสนิ คา้ (Department store)
4.2.3.2.4 ซูเปอรม์ ารเ์ ก็ตท่อี ยเู่ ด่ียวๆ (Stand alone supermarket) เป็น
รา้ นทมี่ ีทำเลเด่ียวไม่ตดิ กับร้านค้าใดๆ
4.2.3.2.5 ชอ้ ปปิ้งชุมชน (Community mall) เปน็ รา้ นค้าท่ีอยใู่ นยา่ นชมุ ชน
4.2.3.2.6 Minimart จะเห็นไดจ้ ากรา้ นคา้ เล็กๆ ตามตึกอาคารสูงๆ ใน
โรงพยาบาลซึ่งต้งั ฮว่ั เสง็ เรมิ่ บกุ ตลาด Minimart พอสมควร
4.2.3.2.7 รา้ นคา้ สะดวกซือ้ (Convenience store) เปน็ รา้ นค้าทข่ี ายสินค้า
อปุ โภคบรโิ ภคหรือสนิ คา้ สะดวกซอื้ บางร้านจะเปิดบรกิ าร 24 ชวั่ โมง
4.2.3.2.8 รา้ นคา้ ในปั๊มนำ้ มัน
4.2.3.2.9 ซุ้มขายของ (Kiosk) เป็นร้านท่ีจัดเป็นซมุ้ ขายของบางคร้งั จัดเปน็
บูท
4.2.3.2.10 เครือ่ งขายอตั โนมตั ิ (Vending machine) เปน็ การขายสนิ คา้ ผ่าน
เครอื่ งจักรอัตโนมัติ
4.2.3.2.11 การขายทางไปรษณยี ์ (Mail order) เปน็ การขายสินค้าซ่ึงใช้
จดหมายสง่ ไปยังลกู คา้ มีการลงในหนงั สือพมิ พ์ นิตยสาร ถ้าพอใจกส็ ง่ ขอ้ ความสง่ั ซื้อทางไปรษณยี ์
4.2.3.2.12 ขายโดยแคตตาลอ็ ก (Catalog sales)
4.2.3.2.13 ขายทางโทรทศั น์ (T.V. Sales)

14

4.2.3.2.14 ขายตรง (Direct sales) การขายโดยใชพ้ นักงานขายออกเสนอ
ขายตามบา้ น

4.2.3.2.15 ร้านค้าสวสั ดิการ เป็นร้านค้าทต่ี ง้ั ขน้ึ เพ่ืออำนวยความสะดวกกบั
พนกั งานตามหน่วยงานราชการตา่ งๆ ของบรษิ ัทหรอื สำนกั งาน

4.2.3.2.16 ร้านคา้ สหกรณ์ เปน็ รา้ นค้าที่ตง้ั อยู่ตามมหาวทิ ยาลยั และโรงเรียน
4.2.3.3 จำนวนคนกลางในช่องทาง (Number of intermediaries) หรอื ความ
หนาแน่นของคนกลางในชอ่ งทางการจดั จำหน่าย (Intensity of distribution) ในการพจิ ารณาเลอื กช่อง
ทางการจดั จำหนา่ ยจะมกี ระบวนการ 3 ขั้นตอนดงั นี้

4.2.3.3.1 การพจิ ารณาเลือกลกู คา้ กลุม่ เปา้ หมายว่าเป็นใคร
4.2.3.3.2 พฤติกรรมในการซอ้ื ของกล่มุ เปา้ หมาย เช่น ซอ้ื เงนิ สดหรือเครดิต
ตอ้ งจดั ส่งหรอื ไม่ ซอ้ื บ่อยเพยี งใด
4.2.3.3.3 การพจิ ารณาทีต่ งั้ ของลกู คา้ ตามสภาพภูมิศาสตร์
4.2.3.4 การสนับสนุนการกระจายตวั สินคา้ เข้าสตู่ ลาด (Market logistics) เปน็
กจิ กรรมทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลติ และตวั สนิ ค้าจากแหลง่ ปจั จยั การผลติ ผ่านโรงงาน
ของผผู้ ลติ แล้วกระจายไปยงั ผบู้ รโิ ภค
4.2.4 กลยุทธก์ ารส่งเสรมิ การตลาด (Promotion Strategy) กลยทุ ธก์ ารสง่ เสรมิ การตลาด
จะต้องประสานกบั แผนการตลาดโดยรวมและควรกำหนดแผนการสง่ เสรมิ การตลาดทีเ่ ฉพาะเจาะจง
4.2.5 กลยุทธ์การบรรจุภัณฑ์ (Packaging Strategy) การตัดสนิ ใจเลือกรูปแบบการบรรจภุ ัณฑ์
และประเภทวสั ดุของบรรจภุ ณั ฑม์ กั จะใชก้ บั สินค้าอุปโภคบรโิ ภคท่ีพัฒนาใหม่หรือเมื่อมีการปรบั ปรงุ
เปลย่ี นแปลงสนิ คา้ ใหม่กลยุทธ์การบรรจภุ ณั ฑ์มหี ลักในการพิจารณาดังนี้
4.2.5.1 บรรจภุ ัณฑน์ ้ันเหมาะสมทจ่ี ะบรรจุสนิ คา้ (Put in) หรือไม่
4.2.5.2 สินค้าเมอ่ื วางบนช้นั แล้วไดเ้ ปรยี บ (Put up) หรอื ไม่
4.2.5.3 สินค้าเมอ่ื นำเอามาใช้แลว้ เก็บสะดวก (Put away) หรอื ไม่
4.2.5.4 บรรจภุ ณั ฑส์ วยงาม (Prettiness) หรอื ไม่
4.2.5.5 สามารถเชิญชวนให้ใช้ (Pleading) ได้หรือไม่

15

4.2.5.6 บรรจภุ ัณฑส์ ามารถสะทอ้ นตำแหน่งครองใจของสนิ คา้ (Positioning) ได้
หรือไม่

4.2.5.7 บรรจภุ ณั ฑส์ ามารถสะทอ้ นบคุ ลกิ ภาพของสินค้า (Personality) ไดห้ รอื ไม่
4.2.5.8 บรรจภุ ัณฑส์ ามารถปกปอ้ งสินคา้ (Protection) ไดห้ รอื ไม่
4.2.5.9 บรรจภุ ัณฑ์มคี วามสะดวกตอ่ การใช้งาน (Practicality) หรือไม่
4.2.5.10 บรรจภุ ณั ฑ์ทเี่ ลอื กนั้นสามารถทำกำไรไดม้ ากข้นึ (Profitability) ได้
หรือไม่
4.2.5.11 บรรจุภัณฑ์นัน้ สามารถนำมาใชใ้ นการสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion) ได้
หรือไม่
4.2.5.12 เปน็ การบอกถงึ วธิ กี ารใชส้ ินค้า (Preaching) ไดห้ รือไม่
4.2.5.13 สามารถดูแลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม (Preservation) ได้หรือไม่ ถา้ นำสง่ิ เหลา่ นี้มา
พิจารณาทง้ั หมดจะเห็นวา่ ในการออกแบบบรรจภุ ัณฑข์ องบริษทั จะเป็นโลโก้ ตวั หนงั สอื ตัวอกั ษรการ
เลือกเป็นกระดาษเปน็ โฟม เป็นฝาจุก หรอื เครอ่ื งหมาย สสี นั ต่างๆ บริษทั กจ็ ะไดบ้ รรจภุ ณั ฑท์ ีด่ ี
4.2.6 กลยุทธ์การใชพ้ นักงานขาย (Personal Strategy) การขายโดยใช้พนักงานขายจัดเปน็
รูปแบบการปฏิบัตติ วั ตอ่ ตวั ระหวา่ งกจิ การกบั ลกู คา้ ทงั้ นเ้ี พ่ือมุ่งหวงั คำสั่งซอ้ื ด้วยรูปแบบการขายทแ่ี ตกตา่ ง
กัน การขายโดยพนักงานขายน้นั เก่ียวขอ้ งกบั การจ้างพนกั งานขาย การจัดการทวั่ ๆไปเกย่ี วกับพนกั งาน
ขายตลอดจนการบริหารสนิ ค้าคงคลัง การเตรยี มการเสนอขายและการบรกิ ารหลงั การขายในการพฒั นา
แผนกการขายนนั้ กจิ การจะเริ่มตงั้ แต่การตงั้ วตั ถุประสงคแ์ ละปฏบิ ัตกิ ารซงึ่ ตอ้ งมีความชัดเจนและ
สอดคล้องกบั ประเภทของธุรกจิ โดยอาจเป็นธรุ กจิ ค้าปลีก ธรุ กิจการบรกิ าร หรือธุรกจิ การผลติ จากนน้ั จึง
กำหนดกลยทุ ธ์การขาย และการดำเนินงาน การขายโดยใชพ้ นกั งานขายนัน้ หวังผลลพั ธเ์ พือ่ เพมิ่ ยอดขาย
และขณะเดียวกันกเ็ พ่ือสรา้ งสมั พนั ธ์ภาพระยะยาวกับลกู ค้าอกี ดว้ ย นอกจากนีก้ ารขายโดยใช้พนักงานขาย
นน้ั ยงั มกี ารใชโ้ บวช์ ัวร์ เอกสาร ใบปลิว วสั ดอุ ุปกรณ์ต่างๆ เพือ่ ชว่ ยในการนำเสนอขายของพนกั งาน
ตลอดจนเป็นหลกั ฐานอา้ งองิ และสามารถมอบไวใ้ ห้ลกู คา้ เพอื่ ศกึ ษาข้อมูลเพิม่ เตมิ
4.2.7 กลยทุ ธก์ ารใหข้ า่ วสาร (Public Relation Strategy) การให้ขา่ วสารนนั้ คือรปู แบบหนงึ่
ของการตดิ ตอ่ ส่อื สารท่ีไมเ่ สยี คา่ ใช้จ่ายในการซอื้ สอื่ ท้ังนเี้ พอื่ สรา้ งทัศนคตทิ ่เี ปน็ บวกต่อสินค้าและกิจการ

16

ของเราแตป่ ัจจบุ ันการสื่อสารโดยวธิ ีดงั กลา่ วอาจมีค่าใช้จ่ายอ่ืนๆ รวมทง้ั ค่าใชจ้ า่ ยทางออ้ มเกี่ยวกบั สอื่ อีก
ด้วย การใหข้ า่ วสารแกส่ าธารณะชนนน้ั เปน็ รปู แบบหน่งึ ของการประชาสมั พนั ธ์ การใหข้ า่ วสารจดั ว่าเป็น
การสร้างภาพลกั ษณใ์ นระยะยาวแก่องค์กรและต้องการให้ผลลัพธน์ ี้ออกมาในเชงิ บวกแก่องค์กร สงิ่ ทเี่ รา
ต้องพจิ ารณาอยา่ งยง่ิ ในการใหข้ า่ วสารคือกลุม่ เป้าหมายทีต่ อ้ งการไดร้ ับข่าวสารและส่อื โฆษณาทีจ่ ะใช้เพือ่
การสอื่ ขา่ วสาร

4.2.8 กลยทุ ธพ์ ลงั (Power Strategy) หมายถึง อำนาจในการตอ่ รองและควบคมุ ซง่ึ ดูเหมือน
จะเปน็ สงิ่ ท่ียากท่สี ุดในการเนรมิตใหเ้ กดิ ขึ้น แตก่ ็เปน็ สง่ิ จำเป็นและขาดเสยี ไมไ่ ดใ้ นองคป์ ระกอบ P ส่วน
สดุ ท้ายน้เี พราะอำนาจตอ่ รองจะเปน็ พลังพเิ ศษทน่ี ำมาใชต้ อ่ รองแลกเปลี่ยนผลประโยชนท์ างการคา้ ให้
บรษิ ทั ไดร้ บั ขอ้ เสนอทีด่ ที ี่สุดในกรณีทไี่ มส่ ามารถตกลงกนั ตามกรอบไดอ้ ยา่ งลงตัว

4.3 กลยทุ ธ์ตลาดออนไลน์
4.3.1 การตลาดออนไลน์ หมายถึง การตลาดทพี่ ฒั นามาจากการตลาดสมัยกอ่ น โดยเปน็ การทำ

การตลาดแทบทงั้ หมดผ่านสอื่ ดจิ ทิ ัล เปน็ รปู แบบใหมข่ องการตลาดที่ใช้ชอ่ งทางดิจทิ ัลเพอ่ื สอ่ื สารกบั
ผูบ้ รโิ ภคแมว้ า่ จะเป็นสอื่ ใหม่แต่ยงั คงใชห้ ลกั การการตลาดดง้ั เดิม เพยี งแตเ่ ปลีย่ นแปลงชอ่ งทางในการ
ตดิ ต่อสอ่ื สารกบั ผบู้ รโิ ภคและการเกบ็ ข้อมลู ของผู้บริโภคหรอื วิธีการในการสง่ เสริมสนิ ค้าและบริการโดย
อาศัยช่องทางฐานขอ้ มลู ออนไลน์เพอื่ เข้าถึงผบู้ รโิ ภคในเวลาอนั รวดเรว็ มีความสมั พันธ์กบั ความตอ้ งการ มี
ความเป็นสว่ นตัว และใช้ต้นทุนอย่างมีประสทิ ธิภาพ

4.3.2 ความสำคัญของสอื่ ออนไลน์และการตลาดออนไลน์
4.3.2.1 พฤตกิ รรมการใช้งานอนิ เตอรเ์ นต็ ของคนไทยเพมิ่ ข้ึนและส่วนใหญ่ใชง้ านทุกวัน

โดยค่าเฉลย่ี การออนไลน์ต่อสปั ดาหเ์ ท่ากับ 16.6 ชัว่ โมง ซ่ึงมากกวา่ การใช้เวลากับสอ่ื ทวี แี ละดรู ายการที่
สนใจผ่านวีดีโอออนไลน์ ทำให้การใช้งานส่ือดจิ ิทลั จำเปน็ ต้องปรบั กลยุทธเ์ พอ่ื ดึงดูดผบู้ รโิ ภค ซ่ึงไม่ใช่แค่
การสรา้ งการรับรูส้ นิ ค้าแตร่ วมถงึ การบอกตอ่ และภักดกี บั แบรนด์ พรอ้ มปกปอ้ งแบรนดื และโดยภาพรวม
มูลคา่ ในส่ือดจิ ทิ ลั กเ็ ติบโตไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 30 หรอื 3,000 ลา้ นบาทในปี 2012 โดยกวา่ คร่งึ ถูกใชใ้ น
เวบ็ ไซตต์ ่างๆ ในบางรปู แบบ

4.3.3 รูปแบบของสือ่ ออนไลน์และการตลาดออนไลน์

17

4.3.3.1 อนิ เตอร์เนต็ กอ่ ใหเ้ กิดการเข้าถงึ ข้อมลู ได้อย่างสะดวกรวดเรว็ อกี ทง้ั ยงั เปน็ การ
สื่อสารตรงสผู่ ู้บริโภคทมี่ คี วามสนใจในสนิ ค้านน้ั เนอื่ งจากผทู้ ีม่ ีความสนใจในสินค้าชนิดใดนั้นจะรวมตัวกนั
และมีการพดู คุยถึงเรอื่ งราวตา่ งๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง ทำใหก้ ารส่ือสารผ่านชอ่ งทางดิจทิ ลั เปน็ การสื่อสารรปู แบบ
หนึง่ ตอ่ หนงึ่ อีกทงั้ ขอ้ มลู ของผูบ้ ริโภคจะมีการบันทึกเอาไวใ้ นระบบฐานข้อมลู ทำใหส้ ามารถตรวจสอบได้
อยตู่ ลอดเวลาโดยไมต่ ้องคอยเฝา้ ดผู ู้บรโิ ภค สื่อดิจิทลั ทไี่ ดร้ บั ความนิยมและเปน็ ช่องทางทสี่ ามารถค้นหา
ผบู้ ริโภคนัน้ มอี ยู่หลายทาง

4.3.3.2 ดจิ ทิ ัลกำลังเปลีย่ นโลกทง้ั ใบและกำลงั เปลีย่ นพ้ืนฐานการดำเนนิ ธุรกจิ ไปอยา่ ง
ส้นิ เชิงผ่าน 5 ประเด็นสำคญั ดังน้ี

4.3.3.2.1 การเช่อื มตอ่ (Connections) ช่องทางดจิ ิทลั เปลย่ี นแปลงวิถกี าร
ตดิ ตอ่ ส่อื สาร และการประสานงานของธรุ กิจใหเ้ ปน็ ไปด้วยความรวดเรว็ มากขึน้ โดยการเชอื่ มตอ่ ทวั่ โลก
แบบโลกาภวิ ตั น์ ทำใหก้ ารสื่อสารเป็นไปไดต้ ลอดเวลาและไรพ้ รมแดนอย่างแทจ้ รงิ สถานทที่ ำงานท่ี
แยกกันไม่ไดเ้ ป็นอปุ สรรคในการทำงานอีกตอ่ ไป การเดนิ ทางเพอื่ ไปประชุมลดน้อยลงอยา่ งมากด้วยระบบ
วดี ีโอคอนเฟอเรนซ์ สำหรบั การจดั ประชุมทวั่ โลก เคร่อื งมือดิจิทลั ทส่ี นบั สนุนงานขายก็ทำใหท้ ีมขาย
สามารถดแู ลลูกค้าในการสง่ั ซ้ือสินคา้ บรหิ ารสนิ ค้าคงคลงั และสรา้ งระบบส่งเสริมการขายได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ ชอ่ งทางดจิ ทิ ลั มอี ทิ ธพิ ลสงู ในการปรับเปลี่ยนการวางระบบการทำงานและการลงทนุ

4.3.3.2.2 การปฏสิ ัมพันธ์ (Conversations) ดจิ ทิ ัลเปล่ียนวิธีการปฏิสัมพนั ธ์
ระหว่างสนิ คา้ และกลมุ่ เปา้ หมาย ซง่ึ สง่ิ ทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจนคือการเปลย่ี นจากการพูดโดยผผู้ ลิตแบบการส่ือสาร
ทางเดียวไปยังผบู้ ริโภค เปน็ การสนทนาโต้ตอบกบั แบบทันทว่ งทแี ละต่อเนอื่ งระหวา่ งสนิ ค้ากบั ผบู้ รโิ ภค

4.3.3.2.3 การร่วมกนั สร้าง (Co-Creation) ชอ่ งทางดจิ ทิ ัลช่วยให้เกดิ การ
สร้างเนื้อหาทางการตลาดแบบการร่วมกนั สรา้ ง โดยเป็นการสรา้ งนวตั กรรมและแนวคิดใหมๆ่ ทเ่ี กิดจาก
การทำงานแบบประสานร่วมกนั ขององคก์ รหรอื หนว่ ยงานภายนอกกับบริษัทไมว่ า่ จะเปน็ สถาบนั การศึกษา
และผปู้ ระกอบการ ยงั หลกี หนจี ากการสือ่ สารดว้ ยเนอื้ หาทางการตลาดเดมิ ๆ มาสร้างสรรค์เป็นเนื้อหาท่ี
เกิดจากแนวคิดและความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค การเปดิ โอกาสใหผ้ บู้ รโิ ภคไดอ้ อกความคิดเหน็ หรอื
นำเสนอผลติ ภณั ฑผ์ า่ นดจิ ิทลั แพลตฟอร์ม

18

4.3.3.2.4 การพาณชิ ย์ (Commerce) กระแสความแรงของคลน่ื พาณิชย์
อีเลก็ ทรอนกิ ส์ที่มากข้นึ มาจากความนิยมของรา้ นคา้ ออนไลนห์ รอื แอพสโตร์ (AppStore) ไอทนู ส์ (iTune)
และอีคอมเมริ ซ์ เวบ็ ไซตอ์ ยา่ ง อเมซอน และรากเู ทน ทำให้แบรนดช์ น้ั นำสว่ นใหญ่ต่างใหค้ วามสนใจในการ
ใช้ประโยชน์จากพาณชิ ย์อเี ลก็ ทรอนิกส์

4.3.3.2.5 ชมุ ชน (Community) ความหมายใหมข่ องคำวา่ ชมุ ชนได้เปล่ยี น
บริบทด้วยอิทธพลของเครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ โดยการสรา้ งความสมั พันธท์ ีย่ งั่ ยืนและโครงการดา้ น
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมสามารถเชือ่ มตอ่ กบั แบรนดแ์ ละองค์กรผ่านสังคมออนไลนไ์ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

4.4 รบั รูพ้ ฤติกรรมผ้บู ริโภคออนไลน์
4.4.1 อินเตอร์เน็ตกับความต้องการของกลุม่ เป้าหมาย เปน้ การทราบถึงพฤตกิ รรมของผู้บริโภค

ท่ใี ชช้ วี ติ อยู่บนโลกออนไลน์เพอ่ื ให้เข้าถึงกลมุ่ เปา้ หมายได้และดงึ ดดู ดว้ ยความสนใจทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ผบู้ รโิ ภค
เพราะแตล่ ะกลุ่มเปา้ หมายลว้ นมคี วามตอ้ งการท่ไี มเ่ หมอื นกนั ทั้งดา้ รการบรกิ ารตลาด การประชาสมั พนั ธ์
หรอื รปู แบบการพฒั นาเว็บไซต์ เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมและเข้าถึงตามความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคบนโลกออนไลน์
มากยิง่ ข้นึ กิจกรรมออนไลนท์ ผี่ ู้บริโภคให้ความสนใจไมว่ า่ จะเป็นการติดต่อสอ่ื สาร การค้นหาข้อมลู ดว้ ย
การเสิรช์ การซอ้ื สนิ คา้ ออนไลน์

4.4.1.1 พฤติกรรมของผูบ้ รโิ ภคออนไลน์ นกั การตลาดควรยึดหลักดงั น้ี
4.4.1.1.1 เหตุผลท่ที ำใหผ้ บู้ รโิ ภคตดั สนิ ใจซอ้ื สนิ ค้า
4.4.1.1.2 ความสะดวกสบาย
4.4.1.1.3 ราคาสินค้าทพี่ ิเศษ
4.4.1.1.4 ลดการปะทะกบั ฝงู ชน
4.4.1.1.5 อยากรู้ อยากทดลอง

4.4.2 การทำตลาดออนไลน์ นอกจากการเขา้ ใจบรบิ ทของผบู้ รโิ ภคบนออนไลนแ์ ลว้ การทำ
ตลาดทมี่ ี เนอ้ื หา ดึงดดู และนา่ สนใจกเ็ ป็นสว่ นสำคญั ท่ที ำใหผ้ บู้ รโิ ภคสนใจหรอื เกดิ การซอื้ สินคา้

5. การบรโิ ภคและทฤษฎีพฤติกรรมผ้บู ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
5.1 แนวคิดและทฤษฏเี กี่ยวกับพฤตกิ รรมของผบู้ ริโภค

19

5.1.1 พฤตกิ รรมผบู้ ริโภค หมายถึง กระบวนการ หรอื พฤตกิ รรมการตัดสินใจ การซือ้ การใช้
และการประเมินผลการใชส้ นิ คา้ หรอื บรกิ ารของบุคคล ซง่ึ จะมคี วามสำคญั ต่อการซอื้ สนิ คา้ และบรกิ ารทั้ง
ในปัจจบุ ันและอนาคต

5.2 ประเภทของผ้บู รโิ ภค สามารถจำแนกได้ 4 กล่มุ ดังน้ี
5.2.1 ผบู้ รโิ ภคทเ่ี ปน็ บุคคลและองคก์ ร
5.2.1.1 ผบู้ รโิ ภคท่ีเปน็ บุคคลมักจะซือ้ สนิ ค้าไปใชใ้ นครัวเรือนของเขา เช่น ซอื้ แป้ง สบู่

ยาสฟี นั ผงซักฟอก หรอื ซ้ือไปเป็นของขวญั ให้กบั คนรัก การซ้ือและใช้นี้ตอ้ งเปน็ บุคคลสดุ ทา้ ย มไิ ด้นำไป
ผลติ หรอื ขายตอ่

5.2.1.2 องค์กรในท่ีนีค้ อื นิติบุคคลทจี่ ดั ตัง้ โดยมวี ตั ถุประสงค์มงุ่ แสวงหากำไรหรอื ไม่
แสวงหากำไร จดั ซือ้ สนิ ค้าหรอื บรกิ ารไว้ใชใ้ นกิจการของตนเอง

5.2.2 ผู้บริโภคทเ่ี ป็นบุคคลท่แี ทจ้ รงิ ผู้บรโิ ภคทมี่ ศี ักยภาพและผบู้ ริโภคทไ่ี ม่แทจ้ ริง
5.2.2.1 ผูบ้ รโิ ภคที่เปน็ บคุ คลท่ีแทจ้ ริง หมายถงึ บุคคลทซ่ี ื้อสินคา้ หรอื บรกิ ารจาก

ร้านค้าใดร้านคา้ หนึ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ
5.2.2.2 ผู้บรโิ ภคมีศักยภาพในการซอื้ หมายถงึ บุคคลที่พรอ้ มจะซอ้ื สนิ ค้าหรือบริการ

แต่ยงั ไดร้ ับการจงู ใจหรือข้อมูลในสนิ คา้ หรอื บริการยงั ไม่เพียงพอ
5.2.2.3 ผ้บู รโิ ภคไมแ่ ท้จรงิ หมายถงึ บุคคลทไ่ี ม่มคี วามตอ้ งการในสินคา้ หรอื บริการ ทงั้

ในปัจจบุ นั และในอนาคต
5.2.3 ผบู้ ริโภคทเี่ ปน็ อุตสาหกรรมและเป็นครัวเรอื น
5.2.3.1 ผูบ้ ริโภคทเี่ ป็นอุตสาหกรรม หมายถงึ ธุรกจิ ทซ่ี ้อื สินค้าหรอื บรกิ ารไปขายต่อ

หรือผลิตตอ่ อกี ทอดหนึง่ ประกอบดว้ ยพอ่ คา้ สง่ พ่อคา้ ปลกี ตวั แทนจัดจำหนา่ ยหรอื เป็นหน่วยงานรฐั บาล
ธุรกจิ ทผ่ี ลิตต่อประกอบด้วย โรงงานอตุ สาหกรรม งานเกษตรกรรม ซอ้ื วตั ถดุ บิ นำไปผลติ เป็นสนิ คา้
สำเร็จรปู อกี ทอด

5.2.3.2 ผู้บรโิ ภคทีเ่ ปน็ ครัวเรอื น หมายถงึ บุคคลที่มอี ำนาจซอื้ สนิ คา้ หรือบรกิ ารไว้ให้
สมาชกิ ในครอบครวั ใช้ เชน่ แม่บ้าน

20

5.2.4 ผู้บรโิ ภคทเี่ ปน็ ผูค้ าดหวงั ในที่น้ีคอื บคุ คลหรือกลมุ่ บุคคลที่นักการตลาดต้อง การจะเข้าถงึ
ทง้ั น้เี พราะมปี ัจจยั หลายประการท่ีสอดคลอ้ งกบั สนิ คา้ ของเขา

5.2.4.1 ลกั ษณะการประเมนิ การซื้อของผู้บรโิ ภค ผู้บริโภคทีน่ กั การตลาดต้องประเมิน
ในทน่ี ี้คอื พฤติกรรมในการตดั สินใจซอื้ ซงึ่ มพี ้นื ฐานอยู่ 5 ข้อดังนี้

5.2.4.1.1 ผู้บริโภคจะซื้อหรือไมซ่ ้ือ ก่อนทำการผลิตและจำหน่ายสินคา้ หรือ
บริการ นักธรุ กจิ ตอ้ งสำรวจตลาดก่อนวา่ ผบู้ รโิ ภคตอ้ งการมากนอ้ ยเพียงใดกอ่ นผลติ การจัดจำหนา่ ยตอ้ ง
สรา้ งแรงกระตุ้นในการซ้อื ทงั้ นอ้ี าจใช้การโฆษณาถึงเหตผุ ลของความจำเป็นต้องใช้ คุณภาพและราคา
เหมาะสมมากนอ้ ยเพียงใด สนิ คา้ ทเ่ี สนอควรเปน็ สินค้าหรือบริการทเี่ ฉพาะตวั ของลกู คา้ เท่านน้ั จะช่วย
กระตุน้ ได้

5.2.4.1.2 ผบู้ ริโภคซ้อื สินค้าหรอื บริการอะไร นกั การตลาดจะตอ้ งศึกษา
พฤติกรรมผบู้ รโิ ภคแตล่ ะกลมุ่ เพ่ือให้ทราบถงึ ปญั หา ความตอ้ งการให้แนช่ ัดว่ามนั คืออะไร พรอ้ มกบั ผลติ
หรือสรรหาสินค้าหรอื บรกิ ารมาเสนอขายให้ เพ่อื ใช้แก้ไขปญั หาหรือตอบสนองความตอ้ งการน้ันๆ ส่ิงที่
นักการตลาดต้องการทำคือ สร้างความพงึ พอใจและผลประโยชนท์ ี่ลูกคา้ จะไดร้ บั ใหม้ ากทสี่ ดุ

5.2.4.1.3 ผู้บรโิ ภคซอ้ื สินค้าหรือบรกิ ารจากที่ไหน นกั การตลาดต้องทราบ
พฤติกรรมของลูกคา้ แต่ละประเภท มีพฤติกรรมการเลอื กหาซ้อื สนิ คา้ อยา่ งไร โดยทวั่ ไปผบู้ รโิ ภคจะหาซ้อื
สินคา้ Convenience Goods ในบรเิ วณใกลท้ พ่ี กั อาศัย สินค้า Shopping Goods ผบู้ ริโภคจะ
เปรยี บเทียบในคุณภาพ ราคา กอ่ นตดั สินใจซื้อ นักการตลาดควรตัง้ รา้ นค้าอยใู่ กล้ ๆ กันเปน็ กลมุ่ สว่ น
สินค้า Special Goods นกั การตลาดควรเนน้ ท่คี วามหายากหรอื มีลักษณะที่พเิ ศษไปจากสินคา้ อืน่ ๆ โดย
ทั่วๆ ไป จนผู้บรโิ ภคยอมเสยี เวลาแสวงหาสถานทซี่ ้ือ

5.2.4.1.4 ผูบ้ รโิ ภคซอ้ื สนิ ค้าหรอื บรกิ ารเมอ่ื ไร สง่ิ ท่ีนักการตลาดจะตอ้ ง
ตัดสินใจให้ไดว้ า่ สินคา้ ที่ขายอยูผ่ บู้ รโิ ภคซ้ือและใช้เมื่อไร ทงั้ น้ีอาจเปน็ เทศกาล ฤดูกาล และตามโอกาสซอ้ื

5.2.4.1.5 ผู้บริโภคซือ้ สินคา้ หรอื บรกิ ารโดยวธิ ใี ด การซือ้ สนิ คา้ ของผู้บริโภค
มกั ข้ึนอยกู่ ับสภาพเศรษฐกิจ ความสะดวกสบาย ความใหม่สดในสินค้า เชน่ สภาพเศรษฐกิจไมด่ ี ผ้บู ริโภค
มกั ซือ้ ดว้ ยเงินผอ่ นมากกวา่ เงนิ สด ส่วนความสะดวกสบายผบู้ รโิ ภคมกั ซอ้ื สินคา้ ด้วยเงินสด และซอื้ ใน

21

ปริมาณมาก ๆ เพอื่ ให้ไดส้ ว่ นลดและประหยดั คา่ ขนส่ง อกี ทงั้ ไมต่ อ้ งทำสญั ญาให้ย่งุ ยาก การซอื้ เพอ่ื ให้ได้
ของใหมส่ ดมกั ซ้อื จากแหล่งผลติ โดยตรง อกี ทงั้ ราคามักจะถกู กวา่ ผา่ นพ่อค้าคนกลางอกี ดว้ ย

5.2.4.2 เงนิ ท่ีนำมาใชจ้ ่าย เพื่อซอ้ื สินค้าหรอื บริการของผู้บรโิ ภคน้ี รวมถงึ รายได้ ทรัพย์
สมบัติ เครดติ ความม่ันใจในรายไดข้ องผบู้ ริโภคด้วย ดงั ต่อไปนี้

5.2.4.2.1 ความม่นั ใจในรายไดข้ องผูบ้ ริโภค เกดิ จากความคาดหมายในรายได้
อันมาจากความม่นั คงในอาชีพ

5.2.4.2.2 รายไดเ้ ปน็ ตวั กำหนดอำนาจซื้อของผ้บู รโิ ภค ถา้ มีรายไดม้ าก
ตอ้ งการสง่ิ อำนวยความสะดวกมากข้นึ และถา้ มรี ายไดน้ อ้ ย ผู้บริโภคต้องการเฉพาะสง่ิ ทจ่ี ำเปน็ ต่อการ
ดำรงชวี ิตเท่านน้ั

5.2.4.2.3 ทรพั ย์สมบัติ เกดิ จากทรพั ยส์ นิ หักด้วยหนส้ี ินทั้งหมด ส่วนทเี่ หลือ
เป็นทรัพยส์ มบตั ิ สามารถนำไปใชจ้ า่ ยในการแสวงหาดอกเบยี้ หรือใช้จ่ายไปกบั เครื่องตกแตง่ บ้าน
เครื่องมือ เครอ่ื งใช้ อปุ กรณก์ ารบนั เทงิ การท่องเท่ยี ว การใชจ้ ่ายประเภทน้จี ะมมี ากกวา่ บุคคลทม่ี ฐี านะตำ่
กวา่

5.2.4.2.4 เครดิต เปน็ หลกั ฐานทเ่ี ช่อื ถอื ได้ท่ใี ช้ทางการเงนิ มกั ประกอบดว้ ย
ความทมี่ ชี ่อื เสียง มีเกียรติยศ มบี ญุ บารมี มตี ำแหน่งที่สงู ศกั ดิ์ ส่งิ ต่างๆ เหลา่ นี้ สามารถนำมาใช้ในการซ้อื
หาสนิ คา้ หรือบริการได้ในช่วงระยะเวลาหน่ึง ๆ เครดติ จงึ มตี ้นทนุ ทจ่ี ะตอ้ งนำมาหกั กบั ทรพั ยากร

6. แนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์
6.1 ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นกั ออกแบบตอ้ งคำนึงถึงศาสตร์และศิลปส์ ำหรบั ใช้แกป้ ัญหาการ

ออกแบบบรรจุภัณฑ์แตล่ ะดา้ นใหเ้ กิดผลลัพธ์การออกแบบบรรจภุ ณั ฑท์ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ในการบรรลุ
วัตถปุ ระสงคห์ ลักของบรรจุภัณฑส์ องข้อคือ การออกแบบโครงสรา้ งบรรจภุ ัณฑ์และการออกแบบบรรจุ
ภัณฑท์ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการบรรลวุ ัตถุประสงคห์ ลกั ของบรรจภุ ณั ฑ์สองข้อ คอื การออกแบบโครงสร้าง
บรรจุภณั ฑ์และการออกแบบกราฟิกบรรจุภณั ฑท์ ล่ี ว้ นมีรายละเอียดทตี่ ้องคำนงึ ถงึ ทฤษฎแี ละหลักการท่ี
เกย่ี วข้อง

6.2 ข้อกำหนดในการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์

22

6.2.1 ชนดิ ของวัสดมุ ีความเหมาะสม ปอ้ งกนั สินคา้ ไดต้ ลอดอายกุ ารวางขาย
6.2.2 รูปแบบกลมกลนื สอดคลอ้ งกบั สนิ ค้า
6.2.3 ขนาดพอดีและสามารถรบั นำ้ หนักสินคา้ ได้
6.2.4 บรรจุภณั ฑ์สามารถเปิด-ปิด สะดวก ไม่ย่งุ ยาก
6.3 ขัน้ ตอนการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์
6.3.1 กำหนดกลุม่ เปา้ หมาย ถือเปน็ เรอื่ งสำคญั ของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑเ์ พราะ
กลุ่มเป้าหมายสามารถสง่ ผลกระทบตอ่ ผลิตภัณฑ์ไดโ้ ดยตรง ผปู้ ระกอบการจะต้องศึกษาและเรียนรคู้ วาม
ตอ้ งการของตลาดและความต้องการของผบู้ ริโภค โดยกำหนดกลุ่มเปา้ หมายให้ชดั เจนเพ่อื ทจ่ี ะได้สามารถ
ออกแบบบรรจุภณั ฑ์ให้ตรงตอ่ ความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมายให้มากทส่ี ุด
6.3.2 กำหนดชือ่ ตราสินคา้ ตราสนิ คา้ ทใี่ ชเ้ ป็นชอื่ หรอื เครอื่ งหมายสำหรบั การเรยี กผลติ ภัณฑ์
ผู้ประกอบการจะต้องทำการกำหนดชอ่ื ตราสินคา้ ให้เรียบรอ้ ยกอ่ นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยกำหนดให้
ชือ่ ตราสินคา้ มีความเป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน นา่ สนใจ ที่สำคญั จะตอ้ งเป็นทจี่ ดจำได้ง่ายแกผ่ บู้ ริโภค

6.3.2.1 ลกั ษณะทดี่ ีของตราสินค้าท่ดี ี
6.3.2.1.1 สน้ั กะทัดรดั จดจำไดง้ ่าย ออกเสยี งไดง้ า่ ยมีความโดดเดน่ เปน็ เอก

ลักษณะเฉพาะตัว
6.3.2.1.2 แปลเป็นภาษาต่างประเทศไดง้ ่ายมีความหมายทเี่ หมาะสม
6.3.2.1.3 สามารถบอกคุณสมบตั ทิ ี่สำคญั ของผลติ ภัณฑ์
6.3.2.1.4 สอดคล้องกบั คา่ นยิ มและวัฒนธรรมของกลมุ่ ลูกค้าเปา้ หมาย

สามารถนำไปจดทะเบยี นการค้าไดต้ ้องไม่ซ้ำกบั ผลติ ภณั ฑท์ มี่ อี ยู่
6.3.3 วัสดทุ ่ใี ช้ทำบรรจุภณั ฑ์ วสั ดุมคี วามจำเปน็ อยา่ งยงิ่ ตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การท่ี

ผู้ประกอบการตดั สินใจว่าจะใชว้ สั ดอุ ะไรมาผลติ เป็นบรรจภุ ัณฑน์ ้ัน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของ
ผู้บรโิ ภค ความรบั ผิดชอบตอ่ สงิ่ แวดล้อม และคุณสมบัตขิ องวัสดแุ ตล่ ะประเภททจี่ ะนำมาผลิต
บรรจภุ ณั ฑเ์ ปน็ สำคญั

23

6.3.4 รูปทรง บรรจภุ ณั ฑ์ ทีม่ ีรปู รา่ งสวยงาม สามารถสร้างความประทบั ใจให้กบั ผบู้ รโิ ภคถงึ แม้
ผู้บริโภคยังไม่ไดส้ ัมผสั กับตวั ผลติ ภัณฑท์ ่ีอยภู่ ายใน รูปทรงของบรรจุภณั ฑ์สามารถสร้างความเป็น
เอกลักษณไ์ ด้

6.3.5 สสี ันและกราฟฟกิ สสี นั และกราฟฟกิ คอื การรวมของการใช้สญั ลกั ษณ์ ตวั อักษร
ภาพประกอบ ลวดลายและพ้ืนผวิ ซ่งึ สว่ นประกอบทงั้ หมดสามารถบง่ บอกถงึ ชอื่ ตราสนิ ค้า ลกั ษณะ
ผลติ ภัณฑท์ บี่ รรจอุ ยูภ่ ายในและสามารถแสดงถงึ แหล่งทม่ี าของผลิตภัณฑ์

6.4 การออกแบบบรรจภุ ัณฑท์ ่ีดี
6.4.1 ป้องกนั ผลติ ภณั ฑ์ บรรจุภณั ฑ์ท่เี หมาะสมในการบรรจผุ ลติ ภัณฑจ์ ะต้องสามารถปอ้ งกนั

ไมใ่ หส้ ัมผสั กบั อากาศภายนอก
6.4.2 เกบ็ รกั ษาคณุ ภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจภุ ณั ฑท์ ต่ี อ้ งสามารถเกบ็ รกั ษาคณุ ภาพของ

ผลิตภณั ฑ์ไมใ่ หเ้ ปลย่ี นแปลง ทง้ั กล่ินหรอื รสชาติ
6.4.3 ยดื อายุผลติ ภัณฑ์ จะตอ้ งสามารถนำเทคโนโลยที สี่ ลบั ซ้ำซ้อนมาช่วยในการออกแบบ

เพ่อื ใหบ้ รรจภุ ณั ฑส์ ามารถยดื อายกุ ารเกบ็ รกั ษาผลติ ภัณฑใ์ หม้ อี ายยุ าว
6.4.4 ความสะดวกในการใช้งาน
6.4.5 ความประหยัดในการขนสง่

6.5 สีบนบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ สีนับว่าเปน็ องคป์ ระกอบทสี่ ำคญั เพราะสงิ่ ทม่ี ผี ลตอ่
ประสาทสมั ผัสเปน็ เครื่องดึงดูดความสนใจทำใหเ้ กิดความรสู้ กึ อยากซ้ือ

6.5.1 ขอ้ ควรคำนึงในการเลอื กใชส้ บี นบรรจภุ ณั ฑ์
6.5.1.1 สีบรรจภุ ัณฑท์ เี่ ลือกใชค้ วรกระตุ้นประสาททงั้ 5 ทำให้เกดิ ความอยากซือ้
6.5.1.2 สที ใี่ ชค้ วรเป็นสที ่จี ำง่าย สามารถทำให้นกึ ถึงยห่ี ้อหรอื ผลติ ภัณฑน์ ้นั ได้ทันที
6.5.1.3 สที ใี่ ช้บนบรรจภุ ัณฑ์ควรเป็นสที ีเ่ หมาะกับผู้บริโภคในทกุ ๆ สถานการณท์ ่ี

ผูบ้ ริโภคนำมาใชง้ าน
6.5.1.4 เลอื กใชส้ คี วรเลือกตามลกั ษณะของลกู คา้ เพศ สังคม เศรษฐกิจ สภาพภมู ิ

ประเทศ ท่ตี ัง้ ลกั ษณะตลาด

24

6.5.1.5 สีทีเ่ ลอื กใช้บนบรรจภุ ัณฑค์ วรใช้สเี พอื่ ทำการเนน้ สว่ นทตี่ อ้ งการจะเน้นให้
เดน่ ชัด นอกจากนั้นใช้สีทส่ี ามารถดงึ ดูดได้รองๆ ลงมาตามลำดับความสำคัญ

6.5.1.6 สีของผลิตภัณฑแ์ ละสขี องบรรจุภณั ฑ์ควรเขา้ กันไดด้ ี มฉิ ะนัน้ จะเกดิ ความ
ขดั แย้งเกดิ ขึน้ เมื่อเปิดสินค้าออกจากบรรจุภัณฑ์

6.5.1.7 แสงทีใ่ ช้ในร้านคา้ ซปุ เปอรม์ ารเ์ กต็ ตอ้ งนำมาพจิ ารณาเพราะแสงไฟที่แตกตา่ ง
กนั สามารถเปลยี่ นความรสู้ กึ ตอ่ สี

7. ทฤษฎกี ลไกราคา
7.1 กลไกราคา (price mechanism) หมายถึง กลไกราคา หมายถงึ ภาวะการณ์เปลีย่ นแปลงใน

ระดบั ราคาสนิ ค้าและบรกิ ารอนั เกดิ จากแรงผลกั ดนั ของอุปสงค์และอปุ ทาน เม่อื ผผู้ ลิตพยายามปรับปรงุ
การผลติ และบริการให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค ดังนั้นจะเหน็ ไดว้ ่าราคาสนิ ค้าและบรกิ าร
เปน็ ตวั แปรสำคญั ในการกำหนดอุปสงค์และอปุ ทาน ตลอดจนเป็นกระบวนการปรบั เปล่ียนราคาให้เขา้ สู่
จดุ ดุลยภาพ เช่น เมื่อราคาสนิ ค้าและบรกิ ารเพิม่ ขน้ึ โดยทว่ั ไปแล้วความตอ้ งการซ้อื หรอื อุปสงค์กจ็ ะลดลง
แตอ่ ปุ ทานของสินคา้ และบริการจะเพมิ่ ขึน้ กลไกราคาจะพบได้ในทกุ ตลาด ยกเว้น ตลาดแบบผูกขาด
เพราะกลไกราคาจะเกิดไดเ้ ฉพาะตลาดท่มี กี ารดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกจิ ในลกั ษณะของตลาดเสรีหรอื
ประเทศทใี่ ช้ระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยมหรือเสรีนยิ ม หรอื ระบบเศรษฐกิจแบบผสมเทา่ น้นั โดยระบบ
เศรษฐกจิ เหลา่ นจี้ ะมกี ลไกราคาเป็นตัวกำหนดว่าจะผลติ สินคา้ ปรมิ าณเทา่ ใดและราคาเท่าใด

7.1.1 อุปสงค์ (Demand) หมายถึง ปรมิ าณความตอ้ งการซอ้ื สินค้าและบริการชนิดใดชนิดหน่ึง
ของผ้บู รโิ ภคทเ่ี ตม็ ใจจะซอื้ และซือ้ หามาได้ ณ ระดับราคาตา่ งๆทตี่ ลาดกำหนดให้ กล่าวคือ เม่ือผ้บู รโิ ภคมี
ความต้องการทจี่ ะซ้ือสินค้าและบรกิ ารนน้ั แลว้ กจ็ ะสามารถมีกำลงั ซอ้ื สินคา้ น้ันได้ แตถ่ ้าผู้บริโภคไม่
สามารถทจี่ ะซ้อื หรือไมม่ ีกำลงั ซือ้ กจ็ ะไมถ่ ือวา่ เปน็ อุปสงคต์ ามความหมายในทางเศรษฐศาสตร์

7.1.1.1 กฎของอปุ สงค์ (Law of Demand) หมายถงึ ผูบ้ รโิ ภคมีความต้องการซ้อื สนิ ค้า
และบรกิ ารในราคาตำ่ (ราคาถกู ) ในปรมิ าณมากกว่าซอื้ สินคา้ ในราคาสงู (ราคาแพง)

7.1.1.2 ปจั จัยทมี่ ผี ลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอปุ สงค์การที่ผบู้ รโิ ภคจะทำการซอ้ื สนิ ค้าชนิด
ใดชนิดหนง่ึ ในขณะใดขณะหนึ่งเป็นจำนวนเทา่ ใดน้ัน ย่อมขึ้นอยู่กับปจั จัยตา่ งๆ ดังน้ี

7.1.1.2.1 ราคาสินค้าและบรกิ าร (ตามกฎของอปุ สงค)์

25

7.1.1.2.2 รายได้ของผู้บรโิ ภค
7.1.1.2.3 รสนิยมของผบู้ ริโภค
7.1.1.2.4 สมัยนยิ ม
7.1.1.2.5 การโฆษณาและเทคนคิ การตลาด
7.1.1.2.6 ราคาสนิ คา้ หรอื บรกิ ารอื่นๆท่ตี อ้ งใชร้ ่วมกนั หรอื แทนกันได้
7.1.1.2.7 การคาดคะเนการขน้ึ ลงของราคาของผบู้ รโิ ภค
7.1.1.2.8 พฤติกรรมของผู้บริโภค เชน่ ฤดกู าล การศึกษา
7.1.1.2.9 ภาวะเศรษฐกิจขณะน้นั ๆ
7.1.2 อุปทาน (supply) หมายถึง ปรมิ าณสินค้าและบริการที่ผู้ขายหรือผผู้ ลิตยนิ ดขี ายหรอื
ผลติ ให้แกผ่ ซู้ ื้อ ณ ระดับราคาต่างๆตามท่ีตลาดกำหนดให้ กลา่ วคอื เมอื่ ราคาสินค้าชนิดใดชนิดหนึง่ เพิ่ม
สูงขึ้น ผผู้ ลิตกย็ นิ ดที ี่จะเสนอขายมากขึ้น แต่ถา้ ราคาสินคา้ ชนิดนัน้ ลดลงปริมาณของอปุ ทานกจ็ ะลดลง
ตามไปดว้ ย
7.1.2.1 กฎของอปุ ทาน (Law of Supply) หมายถึง ผูผ้ ลติ มคี วามตอ้ งการเสนอขาย
สนิ คา้ และบรกิ ารในราคาสินค้าและบริการทสี่ งู (ราคาแพง) ในปรมิ าณมากกว่าราคาสนิ คา้ และบริการท่ตี ำ่
(ราคาถูก)
7.1.2.2 ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงอปุ ทานการทผ่ี ผู้ ลติ จะผลติ สนิ คา้ เพ่อื สนอง
ความตอ้ งการของผบู้ ริโภคหรือผูซ้ ื้อมากน้อยเพียงใดข้ึนอยูก่ บั ปจั จัยหลายประการ ดงั นี้
7.1.2.2.1 ราคาสนิ คา้ และบริการในขณะน้ันๆ (กฎของอปุ ทาน)
7.1.2.2.2 ต้นทุนการผลติ ทเ่ี ปลี่ยนแปลง (วตั ถุดิบ)
7.1.2.2.3 เทคโนโลยกี ารผลติ ท่นี ำมาใช้
7.1.2.2.4 ฤดกู าล
7.1.2.2.5 สภาวะของตลาดและภาวะเศรษฐกจิ ในขณะน้ัน
7.1.2.2.6 การคาดคะเนการขนึ้ ลงของราคาสินคา้ และบริการของผผู้ ลิต
7.1.2.2.7 จำนวนผู้ผลติ ท่เี ปน็ คู่แข่ง

26

7.2 ราคาสนิ คา้ คอื มูลค่าของสินค้าและบริการท่ีผปู้ ระกอบการทำการผลิตไดแ้ ละนำมาจำหน่าย
ให้แก่ผบู้ ริโภค เช่น นาย ก. ผลติ ปากกาออกขายใหแ้ ก่นักเรยี นในราคาดา้ มละ 5 บาท เป็นต้น ในระบบ
เศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม หรือระบบเศรษฐกิจแบบผสม ซงึ่ การผลติ การบรโิ ภคสว่ นใหญเ่ ปน็ เร่ืองของ
ภาคเอกชนโดยผ่านกลไกของราคาน้นั ราคาสินคา้ และบริการจะทำหนา้ ท่ี 3 ประการ คอื

7.2.1 กำหนดมูลคา่ ของสนิ คา้ ในการซ้อื ขายแลกเปลี่ยนทใี่ ช้เงินเป็นส่อื กลางราคาจะทำหนา้ ที่
กำหนดมลู คา่ เพอื่ ให้ผซู้ อื้ ตัดสินใจทจ่ี ะซ้ือสินคา้ ในมลู ค่าทค่ี มุ้ หรอื ไม่คมุ้ กบั เงินทเ่ี ขาจะตอ้ งเสียไป ราคา
สินค้าบางแหง่ กก็ ำหนดไว้แน่นอนตายตวั แต่บางแห่งก็ตัง้ ไวเ้ ผอ่ื ตอ่ เพือ่ ใหผ้ ้ซู อ้ื ตอ่ รองราคาได้

7.2.2 กำหนดปริมาณสนิ คา้ ในการซอ้ื ขายแลกเปลี่ยนกนั น้นั ถา้ สนิ ค้ามีราคาถูก ผซู้ อ้ื จะซ้ือ
ปริมาณมากขึ้นสว่ นผู้ขายจะเสนอขายในปริมาณน้อยลงแต่ถา้ สนิ ค้ามรี าคาแพงผซู้ อื้ จะซือ้ ปรมิ าณนอ้ ยลง
สว่ นผขู้ ายจะขายในปรมิ าณมากข้นึ ราคาจึงเป็นตัวกำหนดปรมิ าณสินค้าทจ่ี ะซอื้ ขายกัน

7.1.3 กำหนดปริมาณการผลิตของผปู้ ระกอบการ ในระบบเศรษฐกจิ แบบผสมซง่ึ การผลิตส่วน
ใหญ่เปน็ เรอื่ งของเอกชนน้นั จะมปี ญั หาว่าผผู้ ลิตควรจะผลิตในปริมาณสกั เทา่ ใดจึงจะพอดีกบั ความ
ตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคเพ่ือใหเ้ ขาไดก้ ำไรสงู สุดตามทตี่ อ้ งการโดยสงั เกตความต้องการซอ้ื (อปุ สงค์) และ
ความตอ้ งการขาย (อุปทาน) ของสินค้าท่เี ราทำการผลิตในระดับราคาต่างๆ กันเพื่อหา ดุลยภาพซง่ึ เป็น
ระดับทผ่ี ซู้ อ้ื และผ้ขู ายจะทำการซ้ือขายกนั ในปรมิ าณและราคาทตี่ รงกนั ปริมาณทม่ี ีการซอ้ื ขาย ณ จุดดลุ ย
ภาพ เรียกว่า ปรมิ าณดลุ ยภาพและผซู้ ้ือมีความต้องการซือ้ สว่ นราคาที่ดุลยภาพ เรยี กวา่ ราคาดุลยภาพ
อันเป็นราคาที่ผผู้ ลติ ควรพจิ ารณาในการตง้ั ราคาขาย

7.3 ดลุ ยภาพ คอื กลไกราคาทำงานโดยได้รบั อทิ ธพิ ลจากท้ังผู้ผลติ และผูบ้ รโิ ภคซงึ่ เราจะสังเกตเห็น
ไดว้ ่า ณ เวลาใดเวลาหน่ึง ถ้าปรมิ าณความต้องการหรอื ปรมิ าณอุปสงค์ต่อสินคา้ ในตลาดมมี ากเกินกว่า
ปริมาณสนิ คา้ ทผ่ี ผู้ ลิตจะยินดีขายใหร้ าคาสินคา้ กม็ ีแนวโน้มทีจ่ ะปรบั ตัวสูงขึน้ เนอื่ งจากการขาดแคลนของ
สินค้า แตถ่ า้ ปรมิ าณสนิ ค้าทผ่ี ผู้ ลิตประสงคจ์ ะขายใหผ้ ู้บริโภค หรือปรมิ าณอปุ ทานของสนิ ค้ามมี ากกวา่
ปริมาณสนิ ค้าทีผ่ บู้ รโิ ภคประสงคจ์ ะซ้ือ ราคาสนิ ค้านัน้ ก็จะมแี นวโนม้ ลดตำ่ ลง เมื่อปริมาณอปุ สงค์และ
ปรมิ าณอปุ ทานเท่ากนั ราคาสินคา้ จงึ จะอยู่น่ิงหรือทเ่ี รียกว่า มเี สถยี รภาพไม่ปรับข้นึ ลงอกี ยกเวน้ ว่าจะมี
ปัจจัยอน่ื ๆทีท่ ำใหต้ ลาดต้องเปลยี่ นแปลงไป

27

8. แนวความคดิ ของหลักการบัญชตี น้ ทุน
8.1 ตน้ ทนุ เปน็ มูลค่าของทรพั ยากรทใ่ี ชใ้ นการผลิตหรือการใหบ้ รกิ าร เปน็ สว่ นทเี่ รียกว่ามูลคา่ ของ

ปจั จยั เข้า (Input Value) ของระบบ ตน้ ทนุ จงึ เป็นเงนิ สดหรอื ค่าใช้จา่ ยในรูปแบบอ่ืนทจ่ี า่ ยไปเพ่อื ใหไ้ ด้มา
ซ่ึงบรกิ ารหรอื ผลผลิต ในทางธรุ กจิ

8.1.1 ตน้ ทนุ คือ ค่าใช้จ่ายสว่ นที่จ่ายไฟเพื่อให้ไดม้ าซึ่งซงึ่ ผลตอบแทนหรอื รายได้ ตน้ ทนุ จงึ เปน้
ส่วนสำคญั ในการตดั สินใจทางธุรกจิ ต่างๆ

8.2 ตน้ ทุน ค่าใช้จ่าย และความสญู เสีย
8.2.1 ตน้ ทนุ ค่าใชจ้ ่าย และความสญู เสยี โดยแทจ้ รงิ เป็นสิ่งเดยี วกัน แต่จะมคี วามหมายท่ี

แตกต่างกันในด้านความหมายในารใช้งาน ต้นทุนและความสญู เสยี ต่างกเ็ ป็นคา่ ใชจ้ า่ ยท้ังส้ิน คา่ ใช้จา่ ยไม่
ว่าจะอยู่ในรปู แบบของเงินสดหรือส่งิ แลกเปลีย่ น ย่อมถือไดว้ า่ เป็นสงิ่ ทีจ่ า่ ยไปเพอื่ ใหไ้ ด้ผลผลติ

8.2.1.1 คา่ ใช้จา่ ย (Expense) หมายถงึ ตน้ ทุนในการให้ไดร้ ายไดส้ ำหรบั ชว่ งระยะเวลา
เช่น เงนิ เดือนในสำนักงาน ค่าใช้จา่ ยเป็นจำนวนเงินหรือสงิ่ แลกเปล่ียนท่จี า่ ยไปเพ่ือใชใ้ นการบริการซ่งึ ตดั
ลดทอนจากส่วนใฃรายได้ในงวดบญั ชี จงึ มกั จะใช้ในดา้ นรายได้ทางการเงนิ มากกวา่ ใชใ้ นระบบบญั ชี
ทรัพยส์ ิน

8.2.1.2 ต้นทุน (Cost) หมายถงึ ค่าใชจ้ ่ายทจ่ี ่ายไปสำหรับปัจจยั ทางการผลิตเพื่อให้
เกดิ ผลผลิต ตน้ ทุนจงึ เปน็ ส่วนท่ีใชส้ ำหรบั นิยาม อตั ราผลติ ภาพหรอื ผลติ ภาพ (Productivity) ซง่ึ เท่ากบั
ผลผลติ (Output) หารดว้ ยปจั จัยนำเขา้ (Input) ตน้ ทนุ จึงเปน็ มลู ค่าท่วี ัดไดใ้ นเชงิ เศรษฐศาสตร์ของ
ทรัพยากรทีใ่ ช้ และต้นทนุ มลี ักษณะท่ใี ชจ้ ่ายไปเพ่อื ให้ไดผ้ ลติ ภณั ฑห์ รอื การบรกิ ารท่ถี ือเปน็ สินทรัพยไ์ ด้
เชน่ คงคลงั ของวสั ดุ งานระหวา่ งทำ และสนิ ค้าสำเรจ็ รปู

8.2.1.3 ความสูญเสยี คอื ค่าใชจ้ ่ายทจี่ า่ ยไปแล้วเกดิ ผลไดน้ ้อยกว่าหรอื ค่าเสียหายที่ตอ้ ง
จา่ ยโดยไม่มผี ลตอบแทน และเปน็ ค่าใชจ้ ่ายทถ่ี กู ตดั ออกจากสว่ นของผถู้ อื หนุ้ มากกวา่ ท่ีจะหกั จากสว่ นของ
การลงทนุ

9. งานวิจยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง

28

พรทิพย์ปยิ ะสวุ รรณยง่ิ (2560) การพฒั นาสูตรพดุ ด้ิงนมสดทีท่ ดแทนด้วยน้ำนมขา้ วโพดการวิจยั น้ีมี
วัตถุประสงคเ์ พอื่ พัฒนาสตู รขนมพุดดง้ิ โดยน้ำนมข้าวโพดทดแทนนมสด ซงึ่ สูตร พ้ืนฐานท่ผี ่านการ
คดั เลอื กประกอบด้วย นมสดรอ้ ยละ 36.5 น้ำ ตาลทรายรอ้ ยละ 14 เจลาตนิ ร้อยละ 1.3 วปิ ปงิ้ ครมี ชนดิ
จืด รอ้ ยละ 36.5 ไขแ่ ดง ร้อยละ 11.6 และกล่ินวานลิ ลารอ้ ยละ 0.1 จากนั้นแปร ปรมิ าณน้ำนมข้าวโพดท่ี
ใชท้ ดแทนนม สดเปน็ รอ้ ยละ 0 (สูตรควบคุม) 75 100 และเปรยี บเทยี บกบั สูตรที่ใชน้ ้ำนมขา้ วโพดร้อยละ
100 แทนนมสดและ วิปปง้ิ ครีม พบว่า ขนมพดุ ดงิ้ ทไ่ี ดร้ ับการ ยอมรบั มากทีส่ ดุ เตรยี มจากสูตรทที่ ดแทน
ด้วยน้า นมข้าวโพดร้อยละ 100 ผลติ ภณั ฑท์ ่ไี ด้มีสมบตั ิ ทางกายภาพ ได้แก่คา่ L* a* b* ค่าความแข็ง
และคา่ ความยดื หยุ่นของเจล เท่ากบั 85.78 4.30 30.43 105.47 กรมั แรง และ 9.94 มิลลเิ มตร ตามลา
ดับขนมพดุ ดิง้ ท่ใี ชน้ ้ำนมข้าวโพดทดแทนนมสดร้อย ละ100 มคี ุณคา่ ทางโภชนาการใกลเ้ คยี งกบั พุดด้ิง
สูตรควบคมุ สว่ นสูตรทใี่ ช้น้า นมข้าวโพดร้อยละ 100 แทนนมสดและ วปิ ปิง้ ครีม มปี ริมาณพลงั งาน
คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ลดลงถงึ รอ้ ยละ 60.17 36.49 และ 73.80 ตามลาดับ พุดดง้ิ เปน็ ขนมทรี่ จู้ ักกัน
อย่างแพรห่ ลายรบั ประทานได้งา่ ย เหมาะกบั ทุกเพศทกุ วัย มสี ว่ นประกอบหลักเป็นนมสด ซึ่งใหค้ ณุ คา่
ทางอาหารสงู เช่น โปรตีน ไขมัน และ แคลเซยี ม ให้คุณประโยชนท์ ่ีดีตอ่ ร่างกาย นมสด ทน่ี ยิ มใช้คือ
นมวัว (Alamprese and Mariotti, 2011) นอกจากน้ำยงั มสี ่วนประกอบอน่ื ได้แกน่ ้า ตาลทราย และสาร
ให้ความคงตวั เชน่ เจลาติน ซงึ่ จะใหผ้ ลิตภัณฑ์ทเี่ นอื้ ละเอียด นุ่ม และคงรปู สว่ นแป้งข้าวโพดจะให้
ลักษณะทีข่ ้นเหนียว และนุ่ม (จริยา, 2546) ลักษณะของพดุ ดง้ิ ทีด่ ีควรมเี นอื้ สมั ผสั แบบก่ึงของแข็ง (Lim
and Narsimhan, 2006) เน่อื งจาก สว่ นประกอบหลักของพดุ ดงิ้ คอื นมสด แต่ผู้บรโิ ภคพุดด้ิงชาวเอเชยี
สว่ นใหญร่ อ้ ยละ 80 กลบั ขาด เอนไซม์แล็กเทสทสี่ ามารถยอ่ ยน้ำตาลแลก็ โทสในนม จึงสง่ ผลให้เกดิ อาการ
ปวดท้อง เสยี ดท้อง แนน่ ทอ้ งและท้องเสีย เมื่อรับประทานนมวัวหรอื ผลิตภณั ฑ์ที่ไดจ้ ากนมววั (ดาลัด,
2555) จากสถานการณด์ ังกล่าวผวู้ จิ ัยจงึ เกิดแนวคิดในการนาวตั ถดุ ิบอืน่ ๆ มาใชเ้ ปน็ สว่ นประกอบทดแทน
การใช้นมววั เพ่อื ลดอาการข้างเคยี งท่อี าจเกิดขน้ึ และเป็นทางเลอื กใหผ้ ู้บรโิ ภคท่มี ปี ัญหาดังกล่าว ซงึ่
ผูว้ ิจยั เลง็ เห็นวา่ ขา้ วโพดหวาน (sweet corn) มชี อื่ ทางวทิ ยาศาสตรว์ ่า Zea may L. ซง่ึ เปน็ พชื เศรษฐกจิ
ทส่ี าคญั ของประเทศไทย สามารถ ปลกู และสง่ ออกขา้ วโพดหวานไดเ้ ป็นอันดับ 4 ของ โลก(ปญั ญา, 2558)
ใหว้ ิตามินเอ 24 IU วิตามินบหี นงึ่ และ วิตามินบหี ก 0.02 มลิ ลิกรมั วิตามินบี สอง 0.03 มิลลิกรมั วติ ามิน
ซี 3.7 มลิ ลกิ รมั ไนอะซิน 0.52 มิลลกิ รัม ต่อข้าวโพด 100 กรัม (Supavitipatana, P. et al., 2008)
นอกจากนำ้ ยงั มผี ลงานวิจัยจาก มหาวิทยาลยั คอร์เนลลท์ รี่ ะบุว่า ข้าวโพดหวานทตี่ ม้ หรือปิ้งจะมสี ารตาน
อนมุ ลู อสิ ระ สามารถปอ้ งกันมะเรง็ ไดแ้ ละใหส้ ารสเี หลอื ง กลมุ่ ลูทนี และซีแซนทีน ทช่ี ่วย ชะลอปญั หาจอ

29

ประสาทตาเสอื่ มได้อีกด้วย (หนว่ ย สารสนเทศ มะเรง็ , 2553) ปัจจบุ ัน จึงมีการนำขา้ วโพด หวานมาแปร
รปู เป็นผลิตภณั ฑจ์ านวนมาก หนงึ่ ใน ผลติ ภัณฑ์ทไี่ ด้รบั ความสนใจมากคือ น้ำนมขา้ วโพดซง่ึ ใหร้ สชาติที่
หวานมนั มกี ล่นิ รสเป็นที่ ยอมรบั และไดร้ ับ ความนิยมจากผบู้ ริโภคอยา่ งแพร่หลาย (นวลนภา, 2546)
ดังนน้ั งานวจิ ัยนำ้ จึงมี แนวคดิ นา น้ำนม ขา้ วโพดมาใชท้ ดแทนนมสด ในการผลติ ขนมพดุ ด้ิง โดยศึกษา
คณุ ลักษณะ ทาง กายภาพ คุณภาพทางประสาท สมั ผสั และคุณคา่ ทางโภชนาการของขนมพดุ ดงิ้ ทใ่ี ช้
น้ำนมข้าวโพด ทดแทนนมสด ซึ่งผลทีไ่ ด้รบั จะเปน็ การลดการใช้นมววั สรา้ งทางเลือกสำหรบั ผ้บู ริโภคบาง
กลุ่ม และยงั เปน็ การเพมิ่ มลู ค่าและเพิม่ ชอ่ งทางใหก้ ับผลติ ภณั ฑ์ทไี่ ด้จากขา้ วโพดอกี ทางหนงึ่ ดว้ ย

วภิ าวี พวงมาลแี ละภัททิยา ผลอินทร์(2561) พดุ ดงิ้ ถัว่ เหลอื งออรแ์ กนิค(สหกจิ ศกึ ษา).
กรงุ เทพฯ: คณะศลิ ปศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั สยาม.การวจิ ัยครง้ั นม้ี ีวัตถุประสงคเ์ พอ่ื สร้างผลติ ภณั ฑ์ ใหม่ที่
ตอบสนองความต้องการตอ่ ผบู้ รโิ ภคที่สนใจสุขภาพ โดยมีกลุ่มตัวอยา่ ง คอื บุคลากรของ โรงแรมสาม
พราน รเิ วอรไ์ ซด์ จำนวน 30 คน การเลือกกลุม่ ตัวอยา่ งดว้ ยวิธกี ารเลอื กแบบตามความ สะดวก เครือ่ งมือ
ท่ใี ชใ้ นการเกบ็ ข้อมลู คอื แบบสอบถามและทาการเกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยสง่ แบบสอบถามในการใหต้ อบ
เอง สถติ ิทใ่ี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ไดแ้ก่ ความถกี่ ารหาคา่ รอ้ ยละ และการหาค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน ผล
วจิ ัยพบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งโดยสว่ นใหญ่ มอี ายรุ ะหว่าง 20 –40 ปี จบการศกึ ษาระดบั มัธยมศกึ ษา ในสว่ น
ของความพึงพอใจที่มีตอ่ พดุ ด้ิงถั่ว เหลืองออร์แกนิค พบวา่ คณุ ลักษณะดา้นรสชาติคุณลักษณะดา้ นเนอื้
สัมผัส และความชอบโดยรวม มรี ะดับความพงึ พอใจ มากทสี่ ดุ ส่วนคุณลักษณะดา้ นสี และคณุ ลักษณะ
ด้านกล่นิ มรี ะดบั ความพึงพอใจมาก สรปุ โดยรวม แล้ว “พดุ ดง้ิ ถั่ว เหลืองออรแ์ กนคิ (Organic Soybean
Pudding)” เป็นเมนทู ่ีตอบสนองความต้องการ ตอ่ ผูบ้ ริโภคทีร่ กั สขุ ภาพได้เป็นอย่างดี จารณิ ีอิศรางกรู ณ
อยธุ ยา (2559) ความพึงพอใจและพฤติกรรมการบรโิ ภคขนมไทยของ ลกู คา้ ชาวไทยในจงั หวัด
กรงุ เทพมหานคร งานวจิ ัยน้ีมีวตัถปุ ระสงค์เพือ่ ศกึ ษาความพงึ พอใจและ พฤติกรรมการบริโภคขนมไทย
ของ ลูกค้าชาวไทยในจังหวดั กรงุ เทพมหานคร ผู้วิจัยไดศ้ กึ ษากับ กลมุ่ ตวั อย่างทบี่ ริโภคขนมไทยและอาศยั
อย่ใู นจงั หวดั กรงุ เทพมหานคร จำนวน 400 คน โดย ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ความถ่ี คา่ ร้อยละค่าเฉล่ีย
ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และทดสอบ สมมตฐิ านดว้ ยสถติ กิ ารทดสอบแบบ T-Test และ One Way
ANOVA ผลการศกึ ษาพบว่าสว่ นใหญ่ เป็นเพศหญงิ คิดเป็นรอ้ ยละ 58.5 สว่ นใหญ่อายมุ ากกวา่ 40 ปขี ึ้น
ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ 36.3 สว่ นใหญ่ ศกึ ษาระดบั อนุปริญญาหรือเทยี บเทา่ คิดเป็ นร้อยละ 43.3 ส่วนใหญ่
ประกอบอาชีพธรุ กจิ สว่ นตัว มากทสี่ ดุ คิดเป็นรอ้ ยละ 42.0 และส่วนใหญ่มรี ายไดต้ อ่ เดือน 10,001-

30

20,000 บาท คิดเปน็ ร้อยละ 31.0 นอกจากนผ้ี ลการเปรยี บเทียบคา่ เฉลยี่ ความพึงพอใจใน ดานการ
บรกิ ารของร้านขนมไทยใน้ จังหวดั กรงุ เทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยสว่ นบคุ คล พบวา่ กลุ่ม ตัวอย่างทีม่ ี
เพศ อายุ สถานภาพ อาชพี และรายได้ตอ่ เดือน แตกต่างกัน มีความพึงพอใจในด้านการ บรกิ ารของร้าน
ขนมไทยใน จังหวัดกรุงเทพมหานคร ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านสภาพแวดล้อม ของการบริการ ดา้ น
กระบวนการบริการ และภาพรวม แตกต่างกนั อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ่ี .05 ผลการวเิ คราะห์
เปรยี บเทยี บคา่ เฉลยี่ ความพงึ พอใจในดา้ นการบริการของรา้ นขนมไทยใน จงั หวดั กรุงเทพมหานคร จำแนก
ตามพฤติกรรมผบู้ รโิ ภคขนมไทย พบว่ากลุ่มตัวอยา่ งท่ีมคี วามถี่ใน การบรโิ ภคขนมไทย ช่วงเวลาในการซอ้ื
ขนมไทย วัตถุประสงคใ์ นการเลือกซื้อขนมไทย และบุคคลทมี่ สี ่วนร่วมมาก ทสี่ ดุ แตกตา่ งกัน มรี ะดบั ความ
พงึ พอใจในด้านการบริ การของรา้ นขนมไทยในจังหวดั กรงุ เทพมหานคร ด้านผลิตภัณฑบ์ ริการ ด้านราคา
ด้านสถานที่บรกิ าร ดา้ นการสง่ เสรมิ การตลาด ด้านการสง่ เสริมและแนะนำบรกิ าร ด้านบุคลากร/ ผู้
ให้บรกิ าร ด้านสภาพแวดลอ้ มของการบริการ และดา้ นกระบวนการบรกิ าร และภาพรวม แตกตา่ งอย่างมี
นัยสำคญั ทางสถิติ .05

31

บทท่ี 3

วิธกี ารดำเนินการศึกษา

การดำเนินโครงการเยลลพ่ี ุดด้ิงด้วยนมเปรีย้ ว เป็นการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ เพ่ือเพิ่มมลู คา่ ผลิตภัณฑ์
และบรรจุภณั ฑ์ และศกึ ษาความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทีม่ ีตอ่ ผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจุภณั ฑ์ โดยผวู้ จิ ยั
ดำเนนิ งานตามลำดับข้ันตอนดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
2. เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการศึกษา
3. ข้ันตอนในการสร้างเครอื่ งมอื
4. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
5. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสถิตทิ ่ใี ช้ในการศกึ ษา

1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
กลมุ่ เป้าหมายทีใ่ ชใ้ นการศึกษาครง้ั น้ี ได้แก่ ประชาชนทวั่ ไปในชุมชน ซอยท่าเรื่อพลี ต.บางปลา

สรอ้ ย อ. เมือง จ.ชลบรุ ี จำนวน 25 คน

2. เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการศึกษา
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการศกึ ษาครัง้ นเ้ี ปน็ แบบสอบถาม ซง่ึ ประกอบด้วยแบบตรวจรายการ แบบ

มาตราสว่ นประมาณ และแบบสอบถามปลายปิดและปลายเปิด จำนวน 3 ตอนมรี ายละเอยี ด ดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 ศึกษาความพงึ พอใจผลติ ภัณฑเ์ ยลลี่พดุ ดิ้งด้วยนมเปรยี้ ว ลกั ษณะแบบสอบถามเป็น

แบบมาตราส่วนประมาณ 5 ระดับ
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะและความคดิ เห็น

32

3. ขั้นตอนในการสร้างเคร่ืองมอื

การสร้างเคร่อื งมอื จากแบบสอบถาม ซง่ึ มรี ายละเอียดแบง่ เปน็ 3 ตอน ดงั นี้

ตอนท่ี 1 ข้อมลู พ้ืนฐานทว่ั ไป

ข้อ 1 เพศ

ขอ้ 2 อายุ

ขอ้ 3 สถานะ

ตอนท่ี 2 ศึกษาความพึงพอใจผลิตเยลลีพ่ ุดดงิ้ ดว้ ยนมเปร้ยี วลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบ

มาตราส่วนประมาณ 5 ระดับ ดังน้ี

ระดบั 5 หมายถงึ ระดบั มีความพอใจมากทส่ี ดุ

ระดบั 4 หมายถงึ ระดบั มคี วามพงึ พอใจมาก

ระดับ 3 หมายถึง ระดับมีความพอใจปานกลาง

ระดับ 2 หมายถงึ ระดบั มคี วามพงึ พอใจน้อย

ระดับ 1 หมายถึง ระดับความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ุด

โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความหมายข้อมลู ทเ่ี ปน็ ค่าเฉล่ยี ตา่ งๆ คือ

คะแนนคา่ เฉล่ยี ระดับการแปลผล

4.51 – 5.00 หมายถึง มีความพงึ พอใจมากทส่ี ุด

3.51 – 4.50 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจมาก

2.51 – 3.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจปานกลาง

1.51 – 2.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจนอ้ ย

1.00 – 1.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจนอ้ ยทสี่ ุด

ตอนท่ี 3 เปน็ แนวคำถามปลายเปดิ สำหรบั ผตู้ อบแบบสอบถามแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติมและให้

ข้อเสนอแนะต่างๆ

33

4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
ผูจ้ ดั ทำโครงการได้ดำเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ตามลำดับขน้ั ตอน ดังนี้
4.1 ดำเนนิ การแจกแบบสอบถาม เยลลพี่ ดุ ดงิ้ ด้วยนมเปรี้ยว โดยแจกแบบสอบถามให้

กลุ่มเป้าหมายดว้ ยตนเอง และขอรบั แบบสอบถามคนื ดว้ ยตนเอง
4.2 เกบ็ รวบรวมแบบสอบถาม เยลล่ีพดุ ดง้ิ ด้วยนมเปรี้ยว เพื่อนำขอ้ มูลท่ไี ดม้ าวเิ คราะห์ตอ่ ไป

5. การวเิ คราะห์ข้อมลู และสถติ ิทใ่ี ชใ้ นการศึกษา

คะแนนทไ่ี ดม้ าจากแบบสอบถาม หาคา่ รอ้ ยละ(Percentage) คา่ เฉล่ยี (Arithmetic Mean) สว่ น

เบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation S.D.) โดยใช้สตู ร ดังน้ี

5.1 คา่ ร้อยละ

P = 100


เมื่อ p แทน รอ้ ยละ

F แทน ความถี่ทต่ี อ้ งการแปลงค่าใหเ้ ปน็ ร้อยละ

n แทน จำนวนความถที่ ัง้ หมด

5.2 ค่าเฉลี่ย

̅ = ∑

เมือ่ ̅
แทน ค่าเฉลย่ี

แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมดในกลมุ่
N
แทน จำนวนคะแนนในกลุม่

5.3 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน √ ∑ 2 − (∑ )2

S.D. = ( −1)
เมอื่ S.D.
แทน ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
∑ แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัว
แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม
N

34

บทท่ี 4

ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล

การดำเนินโครงการเยลลพี่ ดุ ดง้ิ นมเปรีย้ ว เป็นการพัฒนาผลติ ภัณฑ์ เพือ่ เพมิ่ มูลค่าผลติ ภณั ฑ์และ
บรรจภุ ณั ฑ์ และศึกษาความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายทม่ี ีตอ่ ผลติ ภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ โดยผ้วู ิจยั ได้
ดำเนนิ งานดงั ต่อไปน้ี

1. สัญลักษณท์ ีใ่ ชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมลู
N แทน จำนวนคะแนนในกลมุ่
̅ แทน ค่าเฉลย่ี
S.D แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

2. การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
การวเิ คราะห์ข้อมลู ในการศกึ ษานี้ ผ้ศู ึกษาไดด้ ำเนนิ การวเิ คราะห์ออกเป็น 3 ตอนดงั นี้
ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ข้อมูลแบบสอบถามเพือ่ ศึกษาความพงึ พอใจตอ่ ผลติ ภณั ฑเ์ ยลลพ่ี ดุ ดง้ิ มนเปรี้ยว
แบง่ เปน็ 3 ด้าน คือ ดา้ นพฒั นาผลติ ภัณฑ์ ด้านพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์ และดา้ นส่งเสริมการขาย
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ

35

ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล

ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม

ตารางที่ 1 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกลุ่มเปา้ หมายจำแนกตามเพศ

สถานภาพ กลุ่มเป้าหมาย N = 25

จำนวน รอ้ ยละ

เพศ

ชาย 15 60.00

หญงิ 10 40.00

รวม 25 100.00

จากตารางท่ี 1 พบว่ากลมุ่ เปา้ หมายสว่ นใหญเ่ ป็นเพศชาย จำนวน 15 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 60.00

เพศหญงิ จำนวน 10 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 40.00

ภาพท่ี 1 แสดงความถ่แึ ละรอ้ ยละของกล่มุ เปา้ หมายจำแนกตามเพศ

36

ตารางที่ 2 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามช่วงอายุ

สถานภาพ กลุม่ เปา้ หมาย N= 25

จำนวน รอ้ ยละ

อายุ

ตำ่ กวา่ 15 ปี 2 8.00

15 – 17 ปี 4 16.00

18 – 20 ปี 6 24.00

21 – 25 ปี 1 4.00

26 – 30 ปี 5 20.00

31 – 35 ปี 4 16.00

36 – 40 ปี 2 8.00

41 ปขี ึน้ ไป 1 4.00

รวม 25 100.00

จากตารางท่ี 2 พบว่ากลุม่ เป้าหมายส่วนใหญ่อายุ 18 – 20 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ

24.00 รองลงมาเปน็ อายุ 26 – 30 ปี จำนวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.00 อายุ 15 – 17 ปี จำนวน 4 คน

คดิ เป็นรอ้ ยละ 16.00 อายุ 31 – 35 ปี จำนวน 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 16.00 อายุ ตำ่ กวา่ 15 ปี จำนวน 2

คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 8.00 อายุ 36 – 40 ปี จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 8.00 อายุ 21 – 25 ปี จำนวน 1

คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.00 และอายุ 41 ปีขนึ้ ไป จำนวน 1 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 4.00

ภาพท่ี 2 แสดงความถแึ่ ละร้อยละของกล่มุ เปา้ หมายจำแนกตามช่วงอายุ

37

ตารางที่ 3 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมายจำแนกตามสถานะ

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย N = 25

จำนวน รอ้ ยละ

สถานะ

นักเรียน / นักศึกษา 12 48.00

ขา้ ราชการ 1 4.00

พนกั งานบริษัท 4 16.00

รบั จา้ งทว่ั ไป 8 32.00

รวม 25 100.00

จากตารางท่ี 3 พบวา่ กลุม่ เปา้ หมายส่วนใหญเ่ ป็นนกั เรียน / นักศึกษา จำนวน 12 คน คิดเปน็

รอ้ ยละ 48.00 รองลงมา รบั จ้างทว่ั ไป จำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 32.00 พนกั งานบริษทั จำนวน 4 คน

คดิ เป็นร้อยละ 16.00 และข้าราชการ จำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 4.00

ภาพที่ 3 แสดงความถแ่ึ ละรอ้ ยละของกล่มุ เปา้ หมายจำแนกตามสถานะ

38

ตอนที่ 2 ขอ้ มูลแบบสอบถามเพื่อศึกษาความพึงพอใจตอ่ ผลิตภณั ฑ์เยลลพ่ี ุดดงิ้ มนเปรย้ี วแบง่ เป็น 3 ดา้ น

คอื 1.ดา้ นพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. ดา้ นพัฒนาบรรจุภัณฑ์ 3. ดา้ นสง่ เสรมิ การขาย

ตารางที่ 4 แสดงคา่ เฉลีย่ และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทมี่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์

เยลล่ีพดุ ดง้ิ

สรุปเปน็ รายดา้ น

รายการ ระดับความพงึ พอใจ

1.ด้านคุณภาพผลติ ภณั ฑ์ ̅ S.D. ระดบั ความแปลผล
4.35 0.76 มาก

2.ดา้ นคุณภาพบรรจภุ ณั ฑ์ 4.4 0.77 มาก

3.ดา้ นการสง่ เสรมิ การขาย 4.43 0.79 มาก

รวม 4.39 0.77 มาก

จากตารางท่ี 4 พบวา่ ความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายสว่ นใหญท่ ม่ี ตี อ่ เยลลพี่ ดุ ดิ้งนมเปรยี้ ว

โดยรวมมคี วามคดิ เห็นเหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.39 และ S.D = 0.77) และเม่อื พจิ ารณาเป็นราย

ดา้ นแลว้ ด้านการส่งเสรมิ การขายมีความคิดเหน็ เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.43 และ S.D = 0.79)

รองลงมาคอื ด้านคณุ ภาพบรรจภุ ณั ฑม์ ีความคิดเห็นเหมาะสมในระดบั มาก ( ̅ = 4.4 และ S.D = 0.77)

และดา้ นคุณภาพผลิตภัณฑ์มีความคิดเหน็ เหมาะสมในระดบั มาก ( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.76)

ดา้ นรายดา้ น

5 S.D
4.5

4
3.5

3
2.5

2
1.5

1
0.5

0
ค่าเฉลยี

ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ ดา้ นคณุ ภาพบรรจุภณั ฑ์ ดา้ นการสง่ เสรมิ การจัดจาหน่าย

ภาพที่ 4 แสดงคา่ เฉล่ีย และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมตี อ่ เยลลี่
พดุ ด้ิงมนเปรยี้ ว สรุปเปน็ รายด้าน

39

ตารางท่ี 5 แสดงคา่ เฉลีย่ และสว่ นเบี่ยงเบนมาตฐาน ความพึงพอใจของกลุม่ เปา้ หมายท่ีมตี อ่ เยลลพ่ี ุดด้ิ

งนมเปรย้ี ว

ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์

รายการประเมิน ระดับความพงึ พอใจ

̅ S.D. ระดับความแปลผล

1.สีสันสวยงาม นา่ รบั ประทาน 4.36 0.76 มาก

2.มหี ลากหลายรสชาตใิ หเ้ ลอื ก 4.44 0.89 มาก

3.ความอร่อย 4.36 0.76 มาก

4.วตั ถดุ ิบของผลติ ภณั ฑ์มีคุณภาพ 4.32 0.75 มาก

5.มมี าตรฐานและความปลอดภัยต่อผบู้ รโิ ภค 4.28 0.73 มาก

รวม 4.35 0.76 มาก
จากตารางที่ 5 พบวาความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายทม่ี ีตอ่ เยลลพี่ ดุ ดิ้งนมเปร้ียว ดา้ นคณุ ภาพ
ผลิตภัณฑ์มีความคิดเหน็ เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.76) และเมอื่ พจิ ารณาเปน็ ราย
ขอ้ แลว้ มีหลากหลายรสชาติใหเ้ ลอื กมคี วามคดิ เหน็ เหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.44 และ S.D = 0.89)
รองลงมาคือ สสี นั สวยงาม นา่ รบั ประทานมีความคดิ เห็นเหมาะสมในระดับมาก ( ̅ = 4.36 และ S.D =
0.76) ความอรอ่ ยมีความคดิ เหน็ เหมาะสมในระดบั มาก ( ̅ = 4.36 และ S.D = 0.76) วัตถุดบิ ของ
ผลิตภัณฑม์ คี ุณภาพมีความคิดเหน็ เหมาะสมในระดบั มาก ( ̅ = 4.36 และ S.D = 0.76) มีมาตรฐานและ
ความปลอดภยั ตอ่ ผบู้ รโิ ภคมคี วามคิดเห็นเหมาะสมในระดบั มาก ( ̅ = 4.28 และ S.D = 0.73) ตามลำดบั

40

ขอ้ 5 0.73 4.28
4.32
ขอ้ 4 0.75 4.36

ขอ้ 3 0.76 4.44
4.36
ขอ้ 2 0.89

ขอ้ 1 0.76

S.D ค่าเฉลยี่

ภาพท่ี 5 แสดงคา่ เฉลย่ี และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายท่มี ีตอ่ เยลล่ี
พุดดงิ้ มนเปรีย้ ว ด้านคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์


Click to View FlipBook Version