The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sai Nan, 2023-07-06 01:19:33

การสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-based Learning

45 ป.๔ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสาร ระหว่างบุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ ข้อความที่ใช้แนะนำตนเอง เพื่อน และบุคคล ใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ เช่น Hi/Hello/Good morning/Good afternoon/Good evening/I am sorry./How are you?/I’m fine. Thank you. And you?/ Hello.I am… Hello,…I am… This is my sister.Her name is… Hello,…/Nice to see you. Nice to see you too./Goodbye./ Bye./See you soon/later./ Thanks./Thank you./Thank you very much./You’re welcome./It’s O.K. etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๒ .ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขอ อนุญาตง่ายๆ คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตที่ใช้ใน ห้องเรียน ๓. พูด/เขียนแสดงความต้องการ ของตนเอง และขอความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ง่ายๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้แสดงความ ต้องการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ ต่างๆ เช่น I want …/ Please…/ May…?/ I need your help./ Please help me./ Help me! etc. ๔. พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และ ครอบครัว คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง สิ่งใกล้ตัว เพื่อน และ ครอบครัว เช่น What’s your name? My name is… What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There is a /an…/There are… Where is the…? It is in/on/under… etc.


46 ๕. พูดแสดงความรู้สึกของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ กิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก เช่น I/You/We/They like…/He/She likes… I/You/We/They love…/He/She loves… I/You/We/They don’t like/love/feel… He/She doesn’t like/love/feel… I/You/We/They feel… etc. ป.๕ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสาร ระหว่างบุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะนำตนเอง เพื่อน และ บุคคลใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ เช่น Hi /Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am sorry./ How are you?/ I’m fine. Thank you. And you?/ Hello. I am…/ Hello,…I am… This is my sister. Her name is… /Hello,…/ Nice to see you. Nice to see you too./ Goodbye./ Bye./ See you soon/later./ Good/Very good./ Thanks./ Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome./ It’s O.K. etc.


47 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ ๒. ใช้คำสั่ง คำขอร้อง คำขอ อนุญาต และให้คำแนะนำง่ายๆ คำสั่ง คำขอร้อง คำแนะนำที่มี ๑-๒ ขั้นตอน ๓. พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้บอกความ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ เช่น Please…/ May…?/ I need…/ Help me!/ Can/ Could…?/ Yes,.../No,… etc. ๔. พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่อง ใกล้ตัว เช่น What do you do? I’m a/an… What is she/he? …is a/an (อาชีพ) How old/tall…? I am… Is/Are/Can…or…? …is/are/can… Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc. ๕. พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของ ตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้ เหตุผลสั้นๆ ประกอบ คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ เช่น I’m…/He/She/It is…/You/We/They are… I/You/We/They like…/He/She likes…because… I/You/We/They love…/He/She loves…because… I/You/We/They don’t like/love/feel…because… He/She doesn’t like/love/feel…because… I/You/We/They feel…because… etc.


48 ป.๖ ๑. พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสาร ระหว่างบุคคล บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะนำตนเอง เพื่อน และ บุคคลใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ เช่น Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ sorry./ How are you?/ I’m fine./Very well./ Thank you. And you?/ Hello. I am… Hello,…I am… This is my sister. Her name is… Hello,…/ Nice to see you. Nice to see you, too./ Goodbye./ Bye./ See you soon/later./ Great!/ Good./ Very good. Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome./ It’s O.K./ That’s O.K./ That’s all right./ Not at all./ Don’t worry./ Never mind./ Excuse me./ Excuse me, Sir./Miss./Madam. etc. ๒. ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้ คำแนะนำ คำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำที่มี ๒-๓ ขั้นตอน ๓. พูด/เขียนแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้บอกความ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ เช่น Please…/ May…?/ I need…/ Help me!/ Can/Could…?/ Yes,.../No,… etc.


49 ๔. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่อง ใกล้ตัว เช่น What do you do? I’m a/an… What is she/he? …is a/an (อาชีพ) How old/tall…? I am… Is/Are/Can…or…? …is/are/can… Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc. ๕. พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของ ตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล สั้นๆ ประกอบ คำและประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึก และการให้ เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ/ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี เช่น I’m…/He/She/It is…/You/We/They are… I/You/We/They like…/He/She likes…because… ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ I/You/We/They love…/He/She loves…because… I/You/We/They don’t like/love/feel…because… He/She doesn’t like/love/feel…because… I/You/We/They feel…because… etc. ม.๑ ๑. สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และ สถานการณ์ต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน ประโยค/ ข้อความ ที่ใช้แนะนำตนเอง เพื่อน และบุคคล ใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ การแลกเปลี่ยน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน


50 ๒. ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ และ คำชี้แจง ตามสถานการณ์ คำขอร้อง คำแนะนำ และคำชี้แจง ๓. พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ ขอความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความ ช่วยเหลือ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ๔. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่าง เหมาะสม คำศัพท์ สำนวน ประโยค และข้อความที่ใช้ใน การขอและให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน ๕. พูดและเขียนแสดงความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เช่น ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑ Nice/ Very nice./ Well done!/ Congratulations. I like… because… / I love…because…/ I feel… because… I think…/ I believe…/ I agree/disagree… I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc.


51 ม.๒ ๑. สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ใน ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน ประโยค/ ข้อความ ที่ใช้แนะนำตนเอง เพื่อน และบุคคล ใกล้ตัว และสำนวนการตอบรับ การแลกเปลี่ยน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ๒. ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตาม สถานการณ์ คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบาย ๓. พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและ ให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need… / May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./ Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ๔. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูล บรรยาย และแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน อย่างเหมาะสม คำศัพท์ สำนวน ประโยค และข้อความที่ใช้ใน การขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน


52 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๒ ๕. พูดและเขียนแสดงความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม และ ประสบการณ์พร้อมทั้งให้เหตุผล ประกอบอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เช่น Nice./ Very nice./ Well done!/ Congratulations on… / I like…because…/ I love…because…/ I feel… because…/ I think…/ I believe…/ I agree/ disagree…/ I’m afraid I don’t like…/ I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. ม.๓ ๑. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ใน ความสนใจของสังคมและสื่อสาร อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน การ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การสนทนา/ เขียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจใน ชีวิตประจำวัน ๒. ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายอย่าง เหมาะสม คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย ที่มี ขั้นตอนซับซ้อน ๓. พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความ ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการ ให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและ ให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/ Yes,../Please do./ Certainly./ Yes, of course./ Sure./ Go right ahead./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc.


53 ๔. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม คำศัพท์ สำนวน ประโยค และข้อความที่ใช้ใน การขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่าน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๕. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่าง เหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เช่น Nice./ Very nice./ Well done!/ Congratulations on... / I like…because…/ I love… because… / I feel… because…I think…/ I believe…/ I agree/disagree…/ I’m afraid …/ I don’t like… I don’t believe…/ I have no idea…/ Oh no! etc. ม.๔-๖ ๑. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูล เกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของ สังคม และสื่อสาร อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ ทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การ พูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน การ แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องใกล้ตัว สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน การสนทนา/ เขียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ข่าวเหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม ๒. เลือกและใช้คำขอร้อง ให้ คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย อย่างคล่องแคล่ว คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย ที่มี ขั้นตอนซับซ้อน


54 ๓.พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอ ตอบรับและ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์จำลองหรือ สถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและ ให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น Please…/…, please./ I’d like…/ I need…/ May/Can/Could…?/Would you please…?Yes,.. / Please do. /Certainly. / Yes, of course./Sure./ Need some help?/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ If you like I could…/ What can I do to help?/ Would you like any help?/ Would you like me to help you?/ If you need anything, please…/ Is there anything I can do?/ I’ll do it for you./ I’m afraid…/ I’m sorry, but…/ Sorry, but… etc. ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔-๖ ๔. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่อง/ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ที่ ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม คำศัพท์ สำนวน ประโยคและข้อความที่ใช้ใน การขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟังและอ่าน


55 ๕. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และแสดงความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/ เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล ภาษาที่ใช้ในการแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น และ ให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย น่าเกลียด เสียงดัง ดี ไม่ดี จากข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน เช่น Nice./Very nice./Well done!/Congratulations on… I like… because…/ I love… because…/ I feel… because…/I think…/I believe…/ I agree/disagree…/ I’m afraid I don’t like…/ I don’t believe…/I have no idea…/ Oh no! etc.


56 สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการ พูด และการเขียน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและ เรื่องใกล้ตัว คำและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอก ชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๒๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ป.๒ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและ เรื่องใกล้ตัว คำและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอก ชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๓๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ป.๓ ๑. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและ เรื่องใกล้ตัว คำและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอก ชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๕๐ สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ ๒. จัดหมวดหมู่คำตามประเภท ของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ ตามที่ ฟัง หรืออ่าน คำ กลุ่มคำที่มีความหมายเกี่ยวกับบุคคล สัตว์ และสิ่งของ เช่น การระบุ/เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของภาพกับคำ หรือกลุ่มคำ โดยใช้ ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง ป.๔ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง บุคคล สัตว์และเรื่องใกล้ตัว เช่น ชื่อ อายุ รูปร่าง สี ขนาด รูปทรง สิ่ง ต่างๆ จำนวน ๑-๑๐๐ วัน เดือน ปี ฤดูกาล ที่อยู่ ของสิ่งต่างๆ เครื่องหมายวรรคตอน ๒. พูด/วาดภาพแสดง ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว ตามที่ฟังหรืออ่าน คำ กลุ่มคำที่มีความหมายสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว เช่น การระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ ภาพกับคำ หรือกลุ่มคำ โดยใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง


57 ๓. พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๕ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ บุคคล สัตว์ สถานที่ และกิจกรรมต่างๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว จำนวน ๑- ๕๐๐ ลำดับที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่งต่างๆ เครื่องหมายวรรคตอน ๒. เขียนภาพ แผนผัง และ แผนภูมิ แสดงข้อมูลต่างๆ ตามที่ฟังหรือ อ่าน คำ กลุ่มคำ ประโยคที่แสดงข้อมูลและ ความหมายของเรื่องต่างๆ ภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง ๓. พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประโยคที่ใช้ในการพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรมหรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ป.๖ ๑. พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อมใกล้ ตัว ประโยคและข้อความที่ใช้ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง กิจวัตรประจำวัน เพื่อน สิ่งแวดล้อมใกล้ ตัว เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๑,๐๐๐ ลำดับที่ วัน เดือน ปี ฤดูกาล เวลา กิจกรรมที่ทำ สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิ่ง ต่างๆ ทิศทางง่ายๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก เครื่องหมายวรรคตอน ๒. เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตารางแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ฟัง หรืออ่าน คำ กลุ่มคำ และประโยคที่มีความหมายสัมพันธ์ กับภาพ แผนผัง แผนภูมิ และตาราง ๓. พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็น ม.๑ ๑. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับ ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประโยคและข้อความที่ใช้ในการบรรยายเกี่ยวกับ ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์


58 ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว สิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว เช่น การเดินทาง การ รับประทานอาหาร การเรียน การเล่นกีฬา ฟัง เพลง การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว ๒. พูด/เขียน สรุปใจความสำคัญ/ แก่นสาระ(theme) ที่ได้จากการ วิเคราะห์เรื่อง/เหตุการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม การจับใจความสำคัญ/แก่นสาระ การวิเคราะห์ ความเรื่อง/เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจ เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์ กีฬา เพลง ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๑ ๓. พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ การแสดงความคิดเห็นและการให้เหตุผล ประกอบเกี่ยวกับกิจกรรมหรือเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ม.๒ ๑. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับ ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม การบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตร ประจำวัน ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การ รับประทานอาหาร การเล่นกีฬา/ดนตรี การฟัง เพลง การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ ๒. พูดและเขียนสรุปใจความ สำคัญ/ แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง (topic) ที่ ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง /ข่าว / เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของ สังคม การจับใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์ที่อยู่ในความ สนใจ เช่น ประสบการณ์ ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง ๓. พูดและเขียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่อง ต่างๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ การแสดงความคิดเห็นและการให้เหตุผล ประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และ ประสบการณ์ ม.๓ ๑. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับ ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์/ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร การ เล่นกีฬา/ดนตรี การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ


59 ๒. พูดและเขียนสรุปใจความ สำคัญ/ แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จาก การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว / เหตุการณ์ / สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของ สังคม การจับใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่อง การวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์/สถานการณ์ที่ อยู่ในความสนใจ เช่น ประสบการณ์ เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ ภาพยนตร์ กีฬา ดนตรี เพลง ๓. พูดและเขียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ การแสดงความคิดเห็น และการให้เหตุผล ประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์และ เหตุการณ์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔-๖ ๑. พูดและเขียนนำเสนอข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็น ต่างๆ ตามความสนใจของสังคม การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นที่อยู่ในความ สนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การ รับประทานอาหาร การเล่นกีฬา/ดนตรี การดู ภาพยนตร์ การฟังเพลง การเลี้ยงสัตว์การอ่าน หนังสือ การท่องเที่ยว การศึกษา สภาพสังคม เศรษฐกิจ ๒. พูดและเขียนสรุปใจความ สำคัญ/ แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์ เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ การจับใจความสำคัญ/แก่นสาระ การวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ ๓. พูดและเขียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ทั้ง ในท้องถิ่น สังคม และโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ การแสดงความคิดเห็น การให้เหตุผลประกอบและ ยกตัวอย่างเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และ เหตุการณ์ในท้องถิ่น สังคม และโลก


60 สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. พูดและทำท่าประกอบ ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การใช้สีหน้า ท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การ สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงอาการตอบรับ หรือปฏิเสธ ๒. บอกชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับ เทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ป.๒ ๑. พูดและทำท่าประกอบ ตาม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การใช้สีหน้า ท่าทางประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การ สัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงอาการตอบรับ หรือปฏิเสธ ๒. บอกชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับ เทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ป.๓ ๑. พูดและทำท่าประกอบ ตาม มารยาทสังคม /วัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบ การพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การ โบกมือ การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ


61 ๒. บอกชื่อและคำศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล /วันสำคัญ /งาน ฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของ เจ้าของภาษา คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วัน คริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่อง แต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๓ ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ป.๔ ๑. พูดและทำท่าประกอบอย่าง สุภาพ ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบ การพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การ โบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การ แสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/ วันสำคัญ/ งานฉลองและชีวิตความ เป็นอยู่ง่ายๆ ของเจ้าของภาษา คำศัพท์และข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง บทบาทสมมุติ วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่วันวา เลนไทน์


62 ป.๕ ๑. ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยา ท่าทางอย่างสุภาพ ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัส มือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. ตอบคำถาม/บอกความสำคัญ ของเทศกาล /วันสำคัญ /งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆ ของ เจ้าของภาษา ข้อมูลและความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย ฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ ๑. ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยา ท่าทางอย่างสุภาพเหมาะสม ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ตาม มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัส มือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือ ปฏิเสธ ๒. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล /วัน สำคัญ /งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา ข้อมูลและความสำคัญของเทศกาล/วันสำคัญ/ งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกายตามฤดูกาล อาหาร เครื่องดื่ม


63 ๓. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ม.๑ ๑.ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยา ท่าทางสุภาพเหมาะสม ตาม มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา การใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางในการ สนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การ ชมเชย การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวย พร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. บรรยายเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่และ ประเพณีของเจ้าของภาษา ความเป็นมาและความสำคัญของเทศกาล วัน สำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของ เจ้าของภาษา ๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์


64 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๒ ๑. ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยา ท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา การใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางในการ สนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การ ชมเชย การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การพูด ขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การกล่าวอวย พร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. อธิบายเกี่ยวกับเทศกาล วัน สำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีของ เจ้าของภาษา ความเป็นมาและความสำคัญของเทศกาล วัน สำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีของ เจ้าของภาษา ๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ม.๓ ๑. เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และ กิริยาท่าทาง เหมาะกับบุคคลและ โอกาส ตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา การเลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางใน การสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ การ พูด ขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบก มือ การแสดงความ รู้สึกชอบ /ไม่ชอบ การกล่าว อวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ ๒. อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของ เจ้าของภาษา ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของเจ้าของภาษา ๓. เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์


65 ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔-๖ ๑. เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยา ท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาท สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา การเลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางใน การสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การ ขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบ การพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัส มือ การโบกมือ การแสดงความ รู้สึกชอบ/ไม่ ชอบ การกล่าวอวยพร การแสดงอาการตอบรับ หรือปฏิเสธ ๒. อธิบาย /อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของ เจ้าของภาษา วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา ๓. เข้าร่วม แนะนำ และจัดกิจกรรม ทางภาษาและวัฒนธรรมอย่าง เหมาะสม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่น เกม การร้องเพลง การเล่านิทาน/เรื่องจาก ภาพยนตร์ บทบาทสมมุติ ละครสั้น วันขอบคุณ พระเจ้า วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์


66 สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษร ของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ป.๒ ๑.ระบุตัวอักษรและเสียงตัวอักษร ของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ตัวอักษรและเสียงตัวอักษรของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ป.๓ ๑. บอกความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยค ง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และ ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ป.๔ ๑. บอกความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และ ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ๒. บอกความเหมือน/ความ แตกต่างระหว่างเทศกาลและงาน ฉลอง ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับ ของไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล และ งานฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ของไทย ป.๕ ๑. บอกความเหมือน/ความ แตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยค ชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมาย วรรคตอน และการลำดับคำ (order) ตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย


67 ๒. บอกความเหมือน/ความ แตกต่างระหว่างเทศกาลและงาน ฉลอง ของเจ้าของภาษากับของไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและ งานฉลองของเจ้าของภาษากับของไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๖ ๑. บอกความเหมือน/ความ แตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยค ชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมาย วรรคตอน และการลำดับคำตาม โครงสร้างประโยค ของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออก เสียงประโยคชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของ ไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบความเหมือน / ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจ้าของ ภาษากับของไทย การเปรียบเทียบความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างเทศกาล งานฉลอง และประเพณีของ เจ้าของภาษากับของไทย ม.๑ ๑. บอกความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้ เครื่องหมายวรรคตอน และการ ลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออก เสียงประโยคชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของ ไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิต ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับ ของไทย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของ เจ้าของภาษากับของไทย


68 ม.๒ ๑. เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมาย วรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ๒ เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๑. เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่างๆ ของเจ้าของภาษากับของไทย การใช้ เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำตาม โครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย ๒. เปรียบเทียบและอธิบายความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย และ นำไปใช้อย่างเหมาะสม การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย การนำวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาไปใช้ ม.๔-๖ ๑. อธิบาย/เปรียบเทียบความ แตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต และบทกลอนของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย การอธิบาย/การเปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำ พังเพย สุภาษิต และบทกลอนของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย


69 ๒. วิเคราะห์/อภิปราย ความ เหมือนและความแตกต่างระหว่าง วิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทยและ นำไปใช้อย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์/การอภิปรายความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย การนำ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาไปใช้


70 สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๒ ๑. บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๓ ๑. บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๔ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่นและนำเสนอด้วยการพูด / การ เขียน การค้นคว้า การรวบรวม และการนำเสนอ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๕ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่น และนำเสนอด้วยการพูด / การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม และการนำเสนอ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ป.๖ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอ ด้วยการพูด / การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม และการนำเสนอ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ม.๑ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และสรุป ข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการ นำเสนอข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น ม.๒ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน การค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการ นำเสนอข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น


71 ม.๓ ๑. ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูดและการ เขียน การค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการ นำเสนอข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๔-๖ ๑. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ อื่น จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และ นำเสนอด้วยการพูดและการเขียน การค้นคว้า/การสืบค้น การบันทึก การสรุป การ แสดงความคิดเห็น และนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ


72 สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๒ ๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๓ ๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๔ ๑. ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา การใช้ภาษาในการฟังและพูด/อ่านใน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๕ ๑. ฟัง พูด และอ่าน/เขียนใน สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถานศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูด และอ่าน/เขียนใน สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน ป.๖ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ในห้องเรียนและสถานศึกษา ม.๑ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง /สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและสถานศึกษา การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา ม.๒ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน สถานศึกษา และ ชุมชน การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน ม.๓ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้น ในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม


73 ม.๔-๖ ๑. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง /สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จำลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ที่ เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อต่างๆ ป.๔ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและการ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ป.๕ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและการ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ป.๖ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและการ รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ม.๑ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การ ค้นคว้าความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ม.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/ค้นคว้า รวบรวมและสรุป ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ใน การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การ ค้นคว้าความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ


74 ๒. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร ของโรงเรียนเป็น ภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศในการเผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน เช่น การทำหนังสือเล่มเล็กแนะนำโรงเรียน การทำแผ่นปลิว ป้ายคำขวัญ คำเชิญชวนแนะนำ โรงเรียน การนำเสนอข้อมูลข่าวสารในโรงเรียน เป็นภาษาอังกฤษ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม.๓ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุป ความรู้ /ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆในการศึกษา ต่อและประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การ ค้นคว้าความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ๒. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็น ภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศในการเผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เช่น การทำหนังสือเล่มเล็กแนะนำ โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น การทำแผ่นปลิว ป้ายคำขวัญ คำเชิญชวนแนะนำ โรงเรียนและ สถานที่สำคัญในชุมชนและท้องถิ่น การนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาอังกฤษ ม.๔-๖ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศในการ สืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ใน การศึกษาต่อและประกอบอาชีพ การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/การ ค้นคว้าความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่งการ เรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ


75 ๒. เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ ท้องถิ่น/ประเทศชาติ เป็น ภาษาต่างประเทศ การใช้ภาษาอังกฤษในการเผยแพร่/ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ เช่น การทำ หนังสือเล่มเล็กแนะนำโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น / ประเทศชาติ การทำแผ่นปลิว ป้ายคำขวัญ คำ เชิญชวนแนะนำโรงเรียน สถานที่สำคัญในชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ การนำเสนอข้อมูล ข่าวสารในโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น/ ประเทศชาติเป็นภาษาอังกฤษ


76 Flippity และการใช้งาน 1. แนะนำโปรแกรม เว็บแอปพลิเคชันที่รวบรวมเครื่องมือสร้างสื่อการสอน ที่สามารถทำได้ง่ายเพียงแค่บันทึก ข้อมูลลงในเท็มเพลตในรูปแบบ Google Sheet สามารถสร้างเกมต่างๆได้มากมาย เช่น เกมจับคู่ (Matching) เกมเกี่ยวกับคำศัพท์ เช่น Hangman, Crossword และเกมอื่นๆอีกมากมาย 2. แนวทางการสร้างสื่อของ Flippity


77 วิธีการสร้างสื่อ Flippity 1. เลือกเครื่องมือที่ต้องการ กด Demo เพื่อดูตัวอย่าง 2. กด Instruction เพื่อดูคำอธิบายการใช้งาน


78 3. กด this template เพื่อคัดลองเอกสาร จากนั้น กด ทำสำเนา เพื่อเข้าสู่การแก้ไขข้อมูล 4. แก้ไขข้อมูลใน Column ต่างๆให้เป็นเนื้อหาที่ต้องการ


79 5. กดไฟล์ และเลือก “แชร์” จากนั้นกด“เผยแพร่ไปยังเว็บ” 6. เลือก Tab “Get the link here” ในการสร้าง link สำหรับนำไปใช้ในการสอน วิธีการใส่ภาพใน Flipity 1. ใช้ link โดยตรงจากภาพที่สืบค้นใน Internet (link ต้องลงท้ายด้วย “gif”, “png”, “jpg”, “jpeg” เท่านั้น) 2. ใช้การโหลดรูปภาพที่ต้องการลงใน Web ที่รองรับการฝากไฟล์ภาพ เช่น mx7.com 2. แนวทางการสร้างสื่อของ Wordwall วิธีการสร้างสื่อ Wordwall 1. เข้าเว็บไซต์ https://wordwall.net/ เลือกเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก


80 2. คลิกที่ Create Activity จากนั้นจะพบกับรูปแบบของสื่อกิจกรรม จำนวนมาก เช่น จับคู่ ล้อสุ่ม แบบทดสอบ และอื่นๆอีกมากมาย


81 3. เลือกรูปแบบของสื่อที่ต้องการ จากกิจกรรม นั้นกรอกข้อมูลคำถาม และคำตอบลงใน ฟอร์ม 4. จากนั้นจะได้กิจกรรมที่ต้องการ


82 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยภายในประเทศ ณัฐณิชา ธนโก (2560) ได้ศึกษาผลการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษและเจตคติของนักเรียน โดยใช้เกมเป็นฐาน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกมเป็นฐานหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน และเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกมเป็นฐาน นั้น นอกจากจะช่วยให้นักเรียนสะกดคำได้แล้ว ยังช่วยให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ได้และยังช่วย สร้างบรรยากาศในการเรียนมากขึ้น นฤมล พงศโรจน์(2562) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่มี ต่อการเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกมทดสอบความรู้ Kahoot พบว่า คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกมทดสอบความรู้ Kahoot หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และ ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกม ทดสอบความรู้ Kahoot อยู่ในระดับมากที่สุด บุษรีย์ ฤกษ์เมือง (2562) ได้ศึกษาการใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน พบว่า นักเรียนที่ใช้เกทคำศัพท์ประกอบการเรียนการสอนมีคะแนน เฉลี่ยทักษะคำศัพท์ภาษาอังกฤษสูงกว่าร้อยละ 70 และนักเรียนมีความชอบในกิจกรรมเกมคำศัพท์ที่ ใช้ประกอบการสอน วิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ (2561) ได้ศึกษา การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ประเภทเกม เพื่อให้ความรู้ ในเรื่องกฎระเบียบและข้อปฏิบัติในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน พบว่า การเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เกมคอมพิวเตอร์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจในตนเองและทำให้ผู้เรียนมี แรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้น วรพงษ์ แสงประเสริฐ (2562) ได้ศึกษาผลการสอนการอ่านโดยใช้เกมิฟิเคชั่นที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและเจตคติที่มีต่อการสอนอ่านของนักเรียนมัธยม ปลาย พบว่า ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนโดยใช้เกมมิฟิเคชั่นหลังเรียนสูงกว่าก่อ เรียน และเจตคติของนักเรียนต่อการสอนอ่านโดยใช้เกมิฟิเคชั่นโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


83 งานวิจัยภายนอกประเทศ Bin-Shyan Jong ได้ศึกษาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้เกมเป็นฐานเพื่อเพิ่มแรงจูงใจใน การเรียนรู้ พบว่า ความต้องการที่จะชนะ กระตุ้นให้นักเรียนอยากศึกษาเนื้อหาก่อนการเล่นเกม ซึ่ง ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น Isyaku Hassan (2565) ได้ศึกษา ผลของการใช้การเรียนรู้แบบเกมเป็นฐานต่อแรงจูงใจและ ความวิตกกังวลของผู้เรียน EFL พบว่าการใช้การเรียนรู้แบบเกมเป็นฐานมีศักยภาพในการลดความ วิตกกังวลของผู้เรียน EFL นอกจากนี้ผลการวิจัยยังระบุว่าการใช้การเรียนรู้แบบเกมเป็นฐานเพิ่ม แรงจูงใจทางภาษาของผู้เรียน EFL ชาวอิหร่าน Ziyad Ahmed Tanni (2012) ได้ศึกษาการใช้เกมเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียน ภาษาอังกฤษ พบว่าเกมมีส่วนช่วยสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษและการใช้เกมไม่เพียงแต่ สร้างความสนุกสนานแต่ยังสามารถพัฒนาทักษะต่างๆได้ เช่น การคิดสร้างสรรค์ การคิดเชิง วิจารณญาณ การแก้ปัญหา และยังได้ทำงานร่วมกันกับผู้อื่น


บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาแรงจูงใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโป่งเกตุ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 อำเภอซับสนุ่น จังหวัดสระบุรี จากการ จัดการเรียนรู้ผ่านเว็บ โดยผู้วิจัย ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. แผนแบบการวิจัย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การดำเนินการทดลอง 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 คน อำเภอซับสนุ่น จังหวัดสระบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 6 คน อำเภอซับสนุ่น จังหวัดสระบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2 ซึ่งได้มาโดยวิธีการจากการเลือก แบบเจาะจง (Purposive sampling) แผนแบบการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลองที่มีการวัดทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน โดยผู้วิจัยได้ทำ การทดสอบกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการจัดกาเรียนรู้ โดยมีลักษณะการทดลอง ดังนี้ กลุ่มทดลอง ทดสอบก่อนเรียน ทดลอง ทดสอบหลังเรียน O1 X O2 เมื่อ X แทนการจัดการเรียนรู้ O1 แทนคะแนนแบบสอบถามก่อนเรียน O2 แทนคะแนนแบบสอบถามหลังเรียน


85 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนเตรียมความพร้อมและแผนการจัดการเรียนรู้ โดยมี รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของแผนการจัดการเรียนรู้ ส่วนประกอบของแผนการ จัดการเรียนรู้ ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 1.1 ลักษณะของแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา อ 22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ผ่านเกม มีจำนวน 6 แผน ใช้เวลาสอนแผนละ 1 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละแผน ประกอบด้วยเนื้อหาย่อยดังนี้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง In the extreme 1.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Extreme sport and equipment 1.1.2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Regular Verb and Irregular Verb 1.1.3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Present Perfect Tense 1.1.4 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง If-Clause 1.1.5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Valentine’s Day 1.1.6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Description of food 1.2 ส่วนประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1.2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัด 1.2.2 สาระสำคัญ 1.2.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.2.4 สาระการเรียนรู้ 1.2.5 กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1.2.6 สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1.2.7 การวัดและประเมินผล 1.2.8 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.3 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเว็บ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1.3.1 ศึกษาบริบทโดยรวมทั้งด้านสภาพแวดล้อม ความต้องการของผู้เรียน ขอบเขต เนื้อหา วัยของผู้เรียน


86 1.3.2 กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งการกำหนดขอบเขตเนื้อหาที่ชัดเจน จะช่วยให้ สามารถเลือกใช้เกมได้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนการสอนมากขึ้น 1.3.3 สร้างเกมที่มีความสอดคล้องกับบริบทที่ศึกษาและวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้น 1.3.4 นำเกมที่สร้างไปทดลอง โดยทดลองทั้งกลุ่มผู้สร้างและกลุ่มตัวอย่าง เพื่อสร้าง ความเข้าใจและหาข้อบกพร่อง พร้อมทั้งศึกษาความพึงพอใจเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนา 1.3.5 นำไปใช้จริงและประเมินผลการใช้งานตามวัตถุประสงค์ 1.4 การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ 1.4.1 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโป่งเกตุ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศระดับประถมศึกษา เกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดและคำอธิบาย รายวิชา อ 22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 1.4.2 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็น แนวทาง ในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา 1.4.3 คัดเลือกเนื้อหาที่จะใช้ในการสอนและวงคำศัพท์ที่อยู่ในระดับ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ตามสาระการเรียนรู้แกนกลางในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษารายละเอียดของเนื้อหาแต่ละเรื่อง 1.4.4 ศึกษาแนวคิด หลักการ วิธีการ ขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน เกมส์ 1.4.5 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ผ่านเว็บรายวิชา อ 22101 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง รวม 6 ชั่วโมง 1.4.6 นําแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาวิจัย เพื่อ ตรวจสอบความเหมาะสม แล้วปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง 1.4.7 นําแผนการจัดการเรียนรู้เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบ ความถูกต้องของภาษา ความสอดคล้องของจุดประสงค์และ กิจกรรมในแต่ละขั้นตอนการสอนเนื้อหา การวัดและประเมินผล ความถูกต้องและความสอดคล้องขององค์ประกอบของแผน การ จัดการ เรียนรู้ พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 4.02 หมายถึงมีความเหมาะสมมาก แล้วนํามา ปรับปรุงตามคำแนะนําของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการเลือกบทความที่น่าสนใจ ใกล้ตัวและปรับ จำนวนความเหมาะสมของมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด 1.4.8 แผนการจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วให้อาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย ตรวจสอบ ความถูกต้องและความเหมาะสม


87 1.4.9 นําแผนการจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขปรับปรุงแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโป่งเกตุ จำนวน 9 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 จำนวน 2 แผน เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ความสอดคล้อง และข้อบกพร่อง ของแผนการจัดการเรียนรู้ใน ด้านเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1.4.10 นําข้อบกพร่องที่ได้จากการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้ มาปรับปรุง แก้ไขให้แผนการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ 1.4.11 จัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเว็บ ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเตรียม นําไปใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามวัดแรงจูงใจของผู้เรียนในการจัดการ เรียนผ่านเกมส์ (Game-Based Learning) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 2.1 แบบสอบถามวัดแรงจูงใจของผู้เรียนในการจัดการเรียนผ่านเกมส์ (Game-Based Learning) ซึ่งมีขั้นตอนการสร้างและค่าคุณภาพ ดังนี้ 2.2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการสร้างแบบสอบถามและการสร้างเกณฑ์การให้ คะแนน (Questionnaire Score) 2.2.2 ผู้วิจัยสร้างแบบสอบถามวัดแรงจูงใจ จำนวน 10 ข้อ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนเกมส์ (Game-Based Learning)โดย ใช้ มาตร วัดของลิเคิร์ท (Likert rating Scale) 2.2.3 นําแบบสอบถามวัดแรงจูงใจขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยเพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องเชิงเนื้อหา จากนั้นนํามาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง 2.2.4 นําแบบสอบถามวัดแรงจูงใจที่ปรับปรุงแล้วเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนนําไปกับกลุ่มตัวอย่าง 2.2.5 นําแบบสอบถามวัดแรงจูงใจไปทดลองกับผู้เรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง และ นํามาวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแบบสอบถาม จากนั้นปรับปรุงให้สมบูรณ์ก่อนนําไปทดลองกับกลุ่ม ตัวอย่าง แบบสอบถามวัดแรงจูงใจมีการลำดับคะแนนตั้งแต่ 1 คะแนน ถึง 5 คะแนน ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ พึงพอใจมากที่สุด = 5 พึงพอใจมาก = 4 ปานกลาง = 3


88 พึงพอใจน้อย = 2 ไม่พึงพอใจ = 1 การดำเนินการทดลอง ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โดยดำเนินการดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบสอบถามวัดแรงจูงใจที่ผู้วิจัย สร้างขึ้น 2. ดำเนินการสอนตามแผนโดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning โดยผู้วิจัยดำเนินการทดลอง ด้วยตนเอง 3. ตรวจคะแนนจากการตอบแบบสอบถามวัดแรงจูงใจ แล้วนําไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการทาง สถิติเพื่อทดสอบสมมุติฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล จาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูปทางสถิติ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. นําคะแนนรวมของนักเรียนที่ได้จากการทำแบบสอบถามวัดแรงจูงใจในการเรียน ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (X) ร้อยละ (%) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) 2. เปรียบเทียบผลการทำแบบสอบถามวัดแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการ สอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning โดยใช้ สถิติWilcoxon signed ranks test


89 แผนปฏิบัติการวิจัย ผู้วิจัยได้จัดทําแผนการปฏิบัติการวิจัย โดยมีการระบุแผนปฏิบัติการวิจัยเป็นรายสัปดาห์ โดย มีรายละเอียด ดังนี้ เดือน กิจกรรม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1. นำเสนอ หัวข้อวิจัยต่อ อาจารย์ที่ ปรึกษาวิจัย / 2. ทำ แบบสอบถาม วัดแรงจูงใจก่อน เรียน / 3. ศึกษาเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง / 4. จัดทำบทที่ 1 บทนำ / 5. ออกแบบ แผนการจัดการ เรียนรู้และ นำเสนอ แผนการจัดการ เรียนร้ต่อ อาจารย์ ที่ปรึกษา วิจัย / 6. แก้ไขและ ปรับปรุง แผนการจัดการ /


90 เรียนรู้ให้ เหมาะสม 7. จัดทำบทที่ 3 วิธีดำเนินการ วิจัย / 8. ใช้แผนการ จัดการเรียนรู้ที่ แก้ไข และปรับปรุง แล้วใน ชั้นเรียน / 9. ทำ แบบสอบถาม วัดแรงจูงใจก่อน เรียน / 10. นำผล คะแนนที่ได้จาก การทำ แบบสอบถาม วัดแรงจูงใจก่อน เรียนวิเคราะห์ หาค่าเฉลี่ย /


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลของการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมุ่งหาคำตอบให้กับวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังต่อไปนี้ คือ 1. เพื่อศึกษาแรงจูงใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning ก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อสนองวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ตารางที่ 1 ค่าสถิติแสดงผลการเปรียบเทียบแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อน และหลังเรียนโดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning การทดลอง n S.D. ก่อนการทดลอง 6 31.67 3.67 หลังการทดลอง 6 29.33 1.21 จากตารางที่ 1 พบว่า แรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนโดยใช้วิธีการสอน โดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning ก่อนเรียนและหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยที่คะแนนก่อนการทดลองสูงกว่าหลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning โดยผู้วิจัยได้สรุปผลการค้นคว้าได้ ดังนี้ สรุปผลการวิจัย จากการจัดการเรียนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning เพื่อสร้างแรงจูงใจในการ เรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยสามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ 1. แรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ต่ำกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัย ทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนมีความรู้สึกชอบเกี่ยวกับการจัดการเรียนเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน GameBased Learning อยู่ในระดับมาก จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียน ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยสามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้ อภิปรายผล จากผลการวิจัยเรื่อง การสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning สามารถอภิปรายผลได้ ดังนี้ 1. เปรียบเทียบแรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning ก่อนเรียนและหลัง เรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ โดยคะแนน หลังการทดลองของนักเรียนต่ำกว่าการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนมี แรงจูงใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นหลังจากมีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน GameBased Learning สังเกตได้จากคำถามจากแบบวัดแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษ จากตารางที่ 2 โดยแบบสอบถามข้อที่ 1-5 ซึ่งส่งผลทางบวก มีผลรวมคะแนนเพิ่มขึ้นจากตารางที่ 1 ในขณะที่ แบบสอบถามข้อที่ 6-10 ซึ่งส่งผลทางลบ มีผลรวมคะแนนลดลงจากตารางที่ 1 ทำให้ค่าเฉลี่ยและส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนต่ำกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ นฤมล พงศโรจน์


94 (2562) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกมทดสอบความรู้ Kahoot พบว่า คะแนนเฉลี่ย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกมทดสอบความรู้ Kahoot หลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียน และ ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนและเกมทดสอบความรู้ Kahoot อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะ จาการวิจัยเรื่อง การสร้างแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยใช้เกมเป็นฐาน Game-Based Learning โรงเรียนบ้านโป่งเกตุ ผู้วิจัยมี ข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะเพื่อนำการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning) ไป ใช้ในการเรียนการสอน 1.1 ก่อนที่จะจัดการเรียนการสอนควรแจ้งจุดประสงค์ หรือความสำคัญของการจัด กิจกรรม ก่อนเพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเรียน 1.2 ผู้สอนสามารถนำการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning) ไป ประยุกต์ใช้กับระดับชั้นอื่นๆเพื่อเป็นการต่อยอด 2. ข้อเสนอแนะเพื่อการทำวิจัยต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการใช้เว็บที่หลากหลายหรือแปลกใหม่มาทดลองมากขึ้น 2.2 ควรมีการทดลองกับทักษะด้านๆอื่นๆของภาษาอังกฤษเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนที่หลากหลาย


บรรณานุกรม


Click to View FlipBook Version