The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Name : Fear and Hunger ( ความกลัวและหิวกระหาย )
Theme : ลึกลับ,ผจญภัย,ดาร์คแฟนตาซี
Character : คาฮาร่า ( ตัวเอก ) , เลอการ์ด , สัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนต่างๆ
อาชีพของตัวละคร : “คาฮาร่า” ทหารรับจ้าง , “เลอการ์ด” อัศวิน
Setting : ดันเจี้ยนลึกลับ

Plot :
คาฮาร่า เป็นทหารรับจ้าง ที่ถูกจ้างมาให้ช่วย เลอการ์ด อัศวินในตำนาน ออกมาจากคุก ที่ในตอนนี้ได้กลายเป็นดันเจี้ยน นามว่า Fear and hunger ซึ่งอุดมไปด้วยปีศาจต่างๆมากมาย ด้วยความจำเป็น ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าสลับกันระหว่าง ปัจจุบันที่คาฮาร่ากำลังเข้าไปช่วยเลอการ์ด ออกจากดันเจี้ยน สลับกับอดีตของคาฮาร่า ทำไมถึงรับงานช่วยเหลือนี้ทั้งๆที่ มีแต่เรื่องขัดแย้ง และปริศนาในสัญญาจ้าง

นอกจากนี้ จะเล่าถึง ความเป็นมาของดันเจี้ยน ทำไมคุกแห่งนี้ถึงกลายเป็นดันเจี้ยน ทำไมดันเจี้ยนแห่งนี้ ถึงมีสัตว์ประหลาด ผ่านการเจอสิ่งต่างๆ หรือการพูดคุยของตัวละครในเรื่อง โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดจะอาศัย Lore เดียวกันกับเกมในชื่อเดียวกัน ( Fear and Hunger ภาค 1 ) โดยนำเอาแผนที่ของเกมมาเป็นแบบของเรื่องสั้นนี้ หรือเรียกอีกอย่างว่าเรื่องสั้นแฟนเมดของเกม Fear and hunger

อาหารที่ข้าได้เตรียมมานั้น หายไปกับการเดินทางมากกว่าครึ่งแล้ว ทุกที่ในสายตาข้า เต็มไปด้วยหมอก ข้ามิอาจมองเห็นอะไรรอบๆได้เลย ต้นไม้ที่เดินผ่านไป กับต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้าก็ดูเหมือนกันจนแยกได้ยากในหมอกหนาเช่นนี้ อากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเบาๆ ทำให้บริเวณบรรยากาศวังเวงจนน่าวิตก คาฮาร่าได้ก้าวเข้ามาในป่าไม้ผุๆ ที่เต็มไปด้วยหมอกเช่นนี้ได้เกินครึ่งค่อนวันแล้ว นับว่าเป็นเวลาที่น่ากว่าที่คาดการ์ณไว้มากพอสมควร หมอกนี้หนาจนทำให้การรับรู้เวลาของคาฮาร่าผิดเพี้ยน จนไม่สามารถบอกเวลาได้ และอากาศที่เย็นเช่นนี้ทำให้คาฮาร่าต้อง พับเสื้อผ้าแน่นเพื่อยับยั้งลมหนาวเย็นที่พัดผ่าน ลมนี้ไม่ได้หนาวเย็นมาก ขนาดที่มนุษย์ผู้ใหญ่ปกติจะทนไม่ได้แต่กระนั้นทุกครั้งที่ลมพัดผ่านกลับทำให้รู้สึกใจเสียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ประตูไม้?” ใช่นั้นคือประตูไม้ไม่ผิดแน่ มีการตกแต่งด้วยลายสลักไม้ทางศาสนาอะไรสักอย่าง ตามที่ผู้จ้างวานบอกไว้ มาถูกที่แล้ว

ภายหน้าของข้า คือคุกที่ดูทั้งสกปรกและโสมม รอบๆปกคลุมไปด้วยหมอก จนมิอาจมองเห็นบริเวณรอบๆคุกแห่งนี้ได้เลย น่าแปลกใจที่บริเวณหน้าคุกนั้นกลับไม่มีหมอกปกคลุมเลยแม้แต่น้อยต่างกับโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ข้ามองดูที่มือของข้า และครุ่นคิด “เพื่อชีวิตของข้า และครอบครัว นี้เป็นเส้นทางเดียว” เมื่อคิดได้เช่นนั้น ข้าจึงเริ่มก้าวออกเดินอีกครั้ง ไปยังประตูไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้า รอบๆมีกล่องเรียงราย และกำแพงดันเจี้ยนที่ทำจากหินก่อหนาก่อเป็นชั้นๆ ดูเก่าและไม่มีการบำรุงรักษา ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว แต่ถึงกระนั้นกลับคงดูแข็งแรงและน่าเกรงขามดังเช่นอดีตของมัน “คงมีของอยู่ในกล่องเหล่านั้นบ้างสินะ” คงดีไม่น้อยถ้าได้เตรียมอาหารหรือของที่จำเป็นก่อนเข้าไปทำภารกิจ “อืม… ไม่น่าเชื่อกล่องพวกนี้มีไวน์ และขนมปังเก่าๆอยู่ด้วย ไม้พวกนี้ก็คงเป็นคบไฟเก่าสินะ” ระหว่างกำลังค้นของตามกล่องเหล่านั้น ก็เกิดหลงไปในความคิดของตนเองอีกครั้ง ทำไมข้าถึงได้มาที่นี้กันนะ…

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Fear and hunger งานส่งครู

Name : Fear and Hunger ( ความกลัวและหิวกระหาย )
Theme : ลึกลับ,ผจญภัย,ดาร์คแฟนตาซี
Character : คาฮาร่า ( ตัวเอก ) , เลอการ์ด , สัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนต่างๆ
อาชีพของตัวละคร : “คาฮาร่า” ทหารรับจ้าง , “เลอการ์ด” อัศวิน
Setting : ดันเจี้ยนลึกลับ

Plot :
คาฮาร่า เป็นทหารรับจ้าง ที่ถูกจ้างมาให้ช่วย เลอการ์ด อัศวินในตำนาน ออกมาจากคุก ที่ในตอนนี้ได้กลายเป็นดันเจี้ยน นามว่า Fear and hunger ซึ่งอุดมไปด้วยปีศาจต่างๆมากมาย ด้วยความจำเป็น ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าสลับกันระหว่าง ปัจจุบันที่คาฮาร่ากำลังเข้าไปช่วยเลอการ์ด ออกจากดันเจี้ยน สลับกับอดีตของคาฮาร่า ทำไมถึงรับงานช่วยเหลือนี้ทั้งๆที่ มีแต่เรื่องขัดแย้ง และปริศนาในสัญญาจ้าง

นอกจากนี้ จะเล่าถึง ความเป็นมาของดันเจี้ยน ทำไมคุกแห่งนี้ถึงกลายเป็นดันเจี้ยน ทำไมดันเจี้ยนแห่งนี้ ถึงมีสัตว์ประหลาด ผ่านการเจอสิ่งต่างๆ หรือการพูดคุยของตัวละครในเรื่อง โดยเนื้อเรื่องทั้งหมดจะอาศัย Lore เดียวกันกับเกมในชื่อเดียวกัน ( Fear and Hunger ภาค 1 ) โดยนำเอาแผนที่ของเกมมาเป็นแบบของเรื่องสั้นนี้ หรือเรียกอีกอย่างว่าเรื่องสั้นแฟนเมดของเกม Fear and hunger

อาหารที่ข้าได้เตรียมมานั้น หายไปกับการเดินทางมากกว่าครึ่งแล้ว ทุกที่ในสายตาข้า เต็มไปด้วยหมอก ข้ามิอาจมองเห็นอะไรรอบๆได้เลย ต้นไม้ที่เดินผ่านไป กับต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้าก็ดูเหมือนกันจนแยกได้ยากในหมอกหนาเช่นนี้ อากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเบาๆ ทำให้บริเวณบรรยากาศวังเวงจนน่าวิตก คาฮาร่าได้ก้าวเข้ามาในป่าไม้ผุๆ ที่เต็มไปด้วยหมอกเช่นนี้ได้เกินครึ่งค่อนวันแล้ว นับว่าเป็นเวลาที่น่ากว่าที่คาดการ์ณไว้มากพอสมควร หมอกนี้หนาจนทำให้การรับรู้เวลาของคาฮาร่าผิดเพี้ยน จนไม่สามารถบอกเวลาได้ และอากาศที่เย็นเช่นนี้ทำให้คาฮาร่าต้อง พับเสื้อผ้าแน่นเพื่อยับยั้งลมหนาวเย็นที่พัดผ่าน ลมนี้ไม่ได้หนาวเย็นมาก ขนาดที่มนุษย์ผู้ใหญ่ปกติจะทนไม่ได้แต่กระนั้นทุกครั้งที่ลมพัดผ่านกลับทำให้รู้สึกใจเสียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ประตูไม้?” ใช่นั้นคือประตูไม้ไม่ผิดแน่ มีการตกแต่งด้วยลายสลักไม้ทางศาสนาอะไรสักอย่าง ตามที่ผู้จ้างวานบอกไว้ มาถูกที่แล้ว

ภายหน้าของข้า คือคุกที่ดูทั้งสกปรกและโสมม รอบๆปกคลุมไปด้วยหมอก จนมิอาจมองเห็นบริเวณรอบๆคุกแห่งนี้ได้เลย น่าแปลกใจที่บริเวณหน้าคุกนั้นกลับไม่มีหมอกปกคลุมเลยแม้แต่น้อยต่างกับโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ข้ามองดูที่มือของข้า และครุ่นคิด “เพื่อชีวิตของข้า และครอบครัว นี้เป็นเส้นทางเดียว” เมื่อคิดได้เช่นนั้น ข้าจึงเริ่มก้าวออกเดินอีกครั้ง ไปยังประตูไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้า รอบๆมีกล่องเรียงราย และกำแพงดันเจี้ยนที่ทำจากหินก่อหนาก่อเป็นชั้นๆ ดูเก่าและไม่มีการบำรุงรักษา ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว แต่ถึงกระนั้นกลับคงดูแข็งแรงและน่าเกรงขามดังเช่นอดีตของมัน “คงมีของอยู่ในกล่องเหล่านั้นบ้างสินะ” คงดีไม่น้อยถ้าได้เตรียมอาหารหรือของที่จำเป็นก่อนเข้าไปทำภารกิจ “อืม… ไม่น่าเชื่อกล่องพวกนี้มีไวน์ และขนมปังเก่าๆอยู่ด้วย ไม้พวกนี้ก็คงเป็นคบไฟเก่าสินะ” ระหว่างกำลังค้นของตามกล่องเหล่านั้น ก็เกิดหลงไปในความคิดของตนเองอีกครั้ง ทำไมข้าถึงได้มาที่นี้กันนะ…

Keywords: Fear and hunger

เข้าสู่ดันเจี้ยน และดันเจี้ยนชั้นแรก (เล่มที่ 1)


คำ นำ สวัสดีครับ งานนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นชิ้นงานส่งครูในรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น ไม่ได้มีจุดมุ่ง หมายอื่นใด ใช้เพื่อเป็นคะแนนรายวิชาของตัวผมเอง สำ หรับเนื้อเรื่อง และแรงบันดาลใจก็มาจากเกมที่เล่นครับ เป็นเกมชื่อ Fear and Hunger ซึ่งมี 2 ภาค แต่ตัวผู้แต่งนั้นได้มีโอกาสเล่นเพียงภาคเดียว เนื่องจากมีงานการบ้าน ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ทั้งยังเป็นช่วงใกล้ สอบเข้ามหาลัยอีกด้วย เนื่องจากเกมก็มีเนื้อเรื่องและเซตติ้งที่ดีมีเอกลักษณ์มากๆ จึงคิดว่าถ้านำ มาแต่งคงเสร็จไว และง่ายดี แต่เมื่อลงมือทำ จริงๆก็พบว่า งานนี้กลายเป็นหนึ่งในงานที่ใช้เวลาทำ นานมากครับ จนเลยกำ หนดการส่งไป หลายชม เมื่อเสร็จแล้วก็รีบนอนแล้วส่งต่อในวันรุ่งขึ้นแทน เมื่อรู้ว่า ไม่ง่ายเลย ถ้านึกย้อนกลับไปคงเปลี่ยนใจ ใช้ครู เอไอ จีพีที ช่วยทำ แทนแล้วครับ (ฮา) อย่างไรก็ตามขอให้ผู้อ่านมีความสุขในการดื่มดำ หรือกล้ำ กลืนฝืนทนกับเนื้อ เรื่องที่บรรจงแต่งมาสึสุดๆนี้ครับ ขอบคุณครับ เนื้อเรื่อง และคำ พูด รวมถึงชื่อตัวละครหรือสถานที่ ล้วนมีแรงบันดาลใจ หรือนำ มาแปลจากเกม


ความกลัวและความหิวโหย (หน้าแรกของเนื้อเรื่อง) “ข้าไม่เคยครุ่นคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการฆ่าตัวตายเลยแม้แต่ครั้งเดียว… ข้าคิดและเชื่อเสมอว่า ข้าสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ในส่วนใหม่ ของโลกได้ เพียงทิ้งสิ่งสกปรกและบาปในอดีตไว้เบื้องหลัง ข้าได้ทำ เช่นนั้น ครั้ง แล้วครั้งเล่าก่อนหน้านี้… แต่ดันเจี้ยนนี้… ความวิตกกังวลและความกดดันกำ ลังกัดกินความรับรู้ของข้าอย่างช้าๆ มัน กำ ลังทำ ให้ข้ารู้สึกเยี่ยงหายใจไม่ออก ข้าไม่สามารถมองเห็นแสงแห่งความหวังได้อย่างทุกที และบัดนี้ความตายคง เป็นคำ ตอบที่ง่ายดาย…“ -คาฮาร่าบทที่ 1 ก้าวย่างสู่ความหวาดกลัว อาหารที่ข้าได้เตรียมมานั้น หายไปกับการเดินทางมากกว่าครึ่งแล้ว ทุกที่ในสายตาข้า เต็มไปด้วยหมอก ข้ามิ อาจมองเห็นอะไรรอบๆได้เลย ต้นไม้ที่เดินผ่านไป กับต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้าก็ดูเหมือนกันจนแยกได้ยากในหมอกหนาเช่น นี้ อากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเบาๆ ทำ ให้บริเวณบรรยากาศวังเวงจนน่าวิตก คาฮาร่าได้ก้าวเข้ามาในป่าไม้ผุๆ ที่เต็ม ไปด้วยหมอกเช่นนี้ได้เกินครึ่งค่อนวันแล้ว นับว่าเป็นเวลาที่น่ากว่าที่คาดการ์ณไว้มากพอสมควร หมอกนี้หนาจนทำ ให้ การรับรู้เวลาของคาฮาร่าผิดเพี้ยน จนไม่สามารถบอกเวลาได้ และอากาศที่เย็นเช่นนี้ทำ ให้คาฮาร่าต้อง พับเสื้อผ้าแน่น เพื่อยับยั้งลมหนาวเย็นที่พัดผ่าน ลมนี้ไม่ได้หนาวเย็นมาก ขนาดที่มนุษย์ผู้ใหญ่ปกติจะทนไม่ได้แต่กระนั้นทุกครั้งที่ลม พัดผ่านกลับทำ ให้รู้สึกใจเสียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ประตูไม้?” ใช่นั้นคือประตูไม้ไม่ผิดแน่ มีการตกแต่งด้วยลาย สลักไม้ทางศาสนาอะไรสักอย่าง ตามที่ผู้จ้างวานบอกไว้ มาถูกที่แล้ว ภายหน้าของข้า คือคุกที่ดูทั้งสกปรกและโสมม รอบๆปกคลุมไปด้วยหมอก จนมิอาจมองเห็นบริเวณรอบๆคุก แห่งนี้ได้เลย น่าแปลกใจที่บริเวณหน้าคุกนั้นกลับไม่มีหมอกปกคลุมเลยแม้แต่น้อยต่างกับโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ข้าม องดูที่มือของข้า และครุ่นคิด “เพื่อชีวิตของข้า และครอบครัว นี้เป็นเส้นทางเดียว” เมื่อคิดได้เช่นนั้น ข้าจึงเริ่มก้าว ออกเดินอีกครั้ง ไปยังประตูไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้า รอบๆมีกล่องเรียงราย และกำ แพงดันเจี้ยนที่ทำ จากหินก่อ หนาก่อเป็นชั้นๆ ดูเก่าและไม่มีการบำ รุงรักษา ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว แต่ถึงกระนั้นกลับคงดูแข็งแรงและน่าเกรงขาม ดังเช่นอดีตของมัน “คงมีของอยู่ในกล่องเหล่านั้นบ้างสินะ” คงดีไม่น้อยถ้าได้เตรียมอาหารหรือของที่จำ เป็นก่อน เข้าไปทำ ภารกิจ “อืม… ไม่น่าเชื่อกล่องพวกนี้มีไวน์ และขนมปังเก่าๆอยู่ด้วย ไม้พวกนี้ก็คงเป็นคบไฟเก่าสินะ” ระหว่าง กำ ลังค้นของตามกล่องเหล่านั้น ก็เกิดหลงไปในความคิดของตนเองอีกครั้ง ทำ ไมข้าถึงได้มาที่นี้กันนะ… คาฮาร่า บัดนี้เป็นชายหนุ่ม วัย 28 แล้ว หน้าตาคม หล่อเหลาเอาการเพียงแต่กลับดูซีดโทรม ผิวขาว และว่าง เปล่า รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าแผ่ออกมาจากร่างกายที่กำ ยำ เล็กน้อย มีกล้ามเนื้อพอที่จะให้รู้ว่า เป็นคนที่ทำ งานใช้ แรงกายอย่างเป็นประจำ คาฮาร่าเกิดในดินแดนทางตะวันออกของยุโรป ในเมือง เจตไทอาห์ ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ นครศักดิ์สิทธิ์ เป็นเด็กกำ พร้าแต่เกิด คาฮาร่าไม่เคยเห็นหน้าของแม่หรือพ่อผู้ให้กำ เนิดแม้แต่ครั้งเดียว การเอาชีวิต รอดของ คาฮาร่า เมื่อยังเป็นเด็กหนุ่มยากจน ผู้ไร้ที่พึ่งเช่นนี้ จึงพลักดันให้เขาต้องทำ ในสั่งที่จำ เป็นการขโมยเพื่อเอา ชีวรอดรอดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเป็นขโมยเช่นนี้ก็ทำ ให้คาฮาร่าสามารถดำ รงชีวิตรอด และมีฝีมือในการขโมย หรือสะเดาะกุญแจตั้งแต่เด็ก และเมื่อโตขึ้นได้ 7 ปี คาฮ่าร่าได้ถูกลักพา และเติบโตขึ้นมาในกลุ่มกองโจรเล็กๆ ซึ่ง ประกอบด้วยทหารเก่า หรือโจรทั่วๆไป เพื่อเดินทางออกปล้นประทั่งชีวิตไปวันๆ เวลาก้ได้ผ่านล่วงเลยไป แต่เมื่อถึง วันหนึ่ง กลุ่มโจรของคาอาร่าได้ออกปล้นตามปกติเหมือนทุกวัน แต่ครั้งนี้เมื่อกลุ่มโจรของคาฮาร่าได้เดินทางไปหยั่ง ราชอาณาจักรลอนดอน เพื่อทำ การปล้นอย่างเช่นเคย ก็ถูกดักโจมตี โอกาสในการเอาชีวิตรอดครั้งนี้ดูจะลิบหรี่เหลือ เกิน คาฮาร่าจึงได้ตัดสินใจทิ้งพวกพ้องหนีเอาชีวิตรอด และไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ทำ งานสุจริตแต่งานเช่นนี้ไม่สามารถ ทำ เงินได้เท่าที่เคยได้มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้ว่าจ้างซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอัศวินอันศักดิ์สิทธิ์ มอบหมายงานให้คาฮาร่า ซึ่งกลับมารับงานสกปรกอีกครั้ง เนื้อหาของงานคือ การพาอัศวินผู้เป็นตำ นานเมือง เลอการ์ด หนีออกมาจากคุก ใต้ดินแห่งลอนดอน ด้วยเหตุผลบางอย่างสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นคุกในช่วงสงคราม แต่เมื่อสงครามจบ พวกเขากลับจำ เป็นต้อง จ้างทหารรับจ้าง เพื่อแทรกซึมเข้าไปในคุกของพวกเขาเอง มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ภารกิจนี้ขัดแย้งกันในตัว ของมันเอง


“…” (คาฮาร่าเงียบและครุ่นคิด) (ทำ ไมกัน ทำ ไมถึงต้องจ้างทหารรับจ้าง เช่นเราไปทำ ภารกิจแบบนี้ การจ้างนี้ดูเป็นปริศนาเหลือเกิน ผู้จ้างไม่ได้เล่าราย ละเอียดของงานเลยแม้แต่น้อย ทำ ไมต้องพาตัวออกมา ทำ ไมเลอการ์ดผู้เป็นดั่งอัศวินขวัญใจชาวเมือง กลับถูก จองจำ ในคุกเช่นนี้ การตกลงจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อพาออกมาไม่ได้ผลงั้นเหรอ เงินค่าจ้างงานนี้สูงมาก ขนาดที่น่าจะทำ ให้ สามารถตกลงซื้อตัวคืนได้ง่ายๆ แต่กลับ…) “เจ้าจะรับงานนี้หรือไม่” “ข้าขอเวลาคิดดูก่อนได้หรือไม่ท่าน” “นอกจากเจ้า ยังมีคนที่พร้อมจะรับงานนี้อีกมากมาย ถ้าเจ้าไม่พร้อ” “ข้ารับ! ข้าพร้อม!” (ที่ผู้ว่าจ้างพูดนั้นเป็นเรื่องจริง หากข้าไม่รับงานนี้ ด้วยจำ นวนเงิน คงหาผู้รับได้ไม่ยากเย็นแน่นอน จะปล่อยโอกาสนี้ ไปไม่ได้) “งั้นข้าถือว่าตกลงแล้วนะ ทหารรับจ้าง เซ็นชื่อของเจ้าตรง… “โฮ่ง! กรร!” เสียงของสุนัขซึ่งฟังดูดุร้ายดังขึ้นมาจากในหมอก ซึ่งดูจะห่างออกไปจากคาฮาร่าไม่ไกล ทำ ให้เขาหลุดจากพวัง ของความคิด “นั่นสินะ แค่งานง่ายๆ เข้าไปในดันเจี้ยนนี้ แล้วพาตัวนักโทษที่ถูกไหว้วานออกมาซะก็สิ้นเรื่อง” คาฮาร่า ไม่รอช้าบัดนี้ เขาได้เปิดประตูและก้าวขาเดินเข้าไปแล้ว ภายหน้าของคาฮาร่านั้นมือสลัว พอจะมองเห็นอยู่บ้าง แต่ทำ ให้ระยะการมองเห็นก็ลงลดพอสมควร พื้นของ คุกแห่งนี้ ถูกทำ มาจากหิน ซึ่งในปัจจุบันดูเก่าแก่และทรุดโทรม ภายหน้านั้นเป็นทางตรงยาวหายไปในความมืด และ ทางด้านขวามือของคาฮาร่า มีโต๊ะไม้ผุๆ หนังสือวางอยู่บนนั้นวางชิดอยู่กับกำ แพงทางเข้าของคุกนี้ ปกหนังสือทำ มา จากหนังสัตว์อะไรสักอย่าง ดูจะมีราคาพอสมควรในยุคที่หนังสือยังไม่แพร่หลายมากเช่นนี้ แต่กลับโทรม ยับเยิน และ ถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง หยากใย่เกาะ จนมีความรู้สึกว่าความรู้ในหนังสือ นั้นไม่ถูกสนใจและส่งต่ออีกต่อไปแล้ว แต่คาฮา ร่าต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองเมื่อได้เปิดอ่าน คาฮาร่าได้ตัดสินใจเดินไปเปิดหนังสือนั้นอ่าน ด้วยความใคร่รู้ คาฮา ร่านั้นพอจะสามารถอ่านหนังสือได้อยู่บ้าง ถือเป็นเรื่องน่าแปลกสำ หรับทหารรับจ้างที่ไม่ได้รับการศึกษาเช่นนี้ หนังสือ นั้น มีข้อความเดียวเขียนอยู่สั้นๆ ด้วยน้ำ หมึกปากกาซึ่งแห้งไปนานแล้ว ว่า [ หนีออกไป ในตอนที่ยังมีโอกาส ] (ไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นสมุดบันทึกข้อความงั้นหรือ… ) (ในที่แห่งนี้มีอะไรกันแน่ ที่นี้ควรจะเป็นแค่คุกธรรมดาๆสิ) ช่างเถอะ คาฮาร่าคิดเช่นนั้นและตัดสินใจเดินตรงไปในเข้าไปในความมืด ทางในคุกแห่งนี้ถูกปูด้วยพื้นกระเบื้อง ลายตารางหมากรุก หากไม่ถูกปล่อยทิ้งร้างคงสวยน่าดู แต่บัดนี้สีขาว กลายเป็นสีเทา และดำ สกปรกไปหมดแล้ว กำ แพงยังคงเป็นกำ แพงที่ก่อด้วยบล็อคหินขนาดใหญ่ซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆดูทรุดโทรม ทางเดินมีความกว้างพอสมควร จนเมื่อมองในความมือเช่นนี้ ไม่สามารถมองเห็นอีกฝั่งของทางเดินได้อย่างชัดเจน คาฮาร่าค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ในความมืด คาฮาร่าพกคบเพลิงติดตัวมาด้วย แต่ที่ไม่สามารถใช้ได้เป็นเพราะยังไม่แน่ใจว่ามีใครอยู่ข้างในสถานที่แห่ง นี้อีกหรือไม่ ถึงที่เเห่งนี้ มืด แต่ยังคงมีแสงเข้ามาบ้างสลัวๆ จากรูระบายอากาศเล็กๆ ข้างบนใกล้กับเพดานคุก และ แล้วคาฮาร่าก็เดินมาจนถึงทางแยก ข้างหน้าไม่สามารถเดินต่อได้อีกต่อไป หลังเดินตามทางยาวมาสักพัก บัดนี้ได้พบ กับกำ แพงหินและทางแยกซ้าย ขวา ยาวไปในความมืด (มองไม่เห็นเลย ที่นี้ทั้งมืดและทิ้งร้าง คงไม่มีใครแล้ว จุดไฟคงดีกว่าเดินไปในความมืดเช่นนี้) “อือออ…” เสียงดังทุ้มต่ำ คล้ายเสียงครวญครางในลำ คอ เสียงดังมาจากทางแยกทางซ้ายใกล้ๆ คาฮาร่า เปลี่ยนใจไม่จุดคบไฟในทันที มีใครบางคนอยู่ที่นี้นอกจากเรา ในความ มืดเช่นนี้ หรือจะเป็นทหารรับจ้าง ไม่สิ ผู้ว่าจ้างไม่น่าจ้างมาพร้อมๆกัน โดยไม่บอกให้อีกฝ่ายรู้เช่นนี้แน่ (เพื่อความปลอดภัย จะเริ่มจากการสำ รวจฝั่งขวามือก่อนละกัน) ว่าแล้วคาฮาร่าก็รีบก้าวเท้าเดินต่ออย่างเงียบๆ


บทที่ 2 ผู้คุม ตึก.. ตึก.. ตึก.. เสียงฝีเท้าของคาฮาร่ากระทบกับพื้นกระเบื้อง เบาจนคนธรรมดามิอาจจะได้ยินหากไม่ตั้งใจฟัง ยังคงดังต่อ เนื่องเรื่อยๆในความมืด เอี๊ยด แอ๊ด (หืม ข้าเหยียบแผ่นไม้งั้นเหรอ) ใต้เท้าของคาฮาร่า มีแผ่นไม้ผุๆ เก่าๆวางอยู่ในความมืด ทำ ให้คาฮาร่าไม่ทัน สังเกต แต่นี้เป็นโชคดีของเขา เพราะถ้าคาฮาร่า เหยียบไปยังปลายของอีกด้านแผ่นไม้นี้ จะทำ ให้เขา ไม่ได้ออกไปจากที่ นี้อีกเลย ตะปูปลายแหลมขึ้นสนิม ซึ่งเปื้อนไปด้วยน้ำ สีดำ บางอย่าง แทงทะลุขึ้นมาเหนือแผ่นไม้ชิ้นนี้ ในความมืด คา ฮาร่าไม่ได้สังเกตเห็นมัน ข้างหน้าของคาฮาร่าตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วจากที่เป็นพื้นกระเบื้อง กำ แพงปูน กลายเป็นกำ แพง และ พื้นถูกทำ มากจากแผ่นไม้หยาบ ฝุ่นฟุ้งทั่วเต็มห้อง ดูผุพังไปมากแล้ว เป็นห้อง ซึ่งคาฮาร่าไม่รู้ขนาดของห้องนี้เพราะความมืด รอบๆตัว เมื่อเดินเข้าไป ก็เริ่มเห็นบล็อคไม้สูงอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่สิ มันคือชั้นวางหนังสือ ที่เต็มไปด้วยหนังสืออัดแน่น แต่สภาพเสียหายชำ รุดไปมาก “Ancient book, Alchemillia vol.2, … ไม่รู้จักเลยแหะ ชื่อเรื่องก็ยาก หนังสือก็เก่า ขโมยไปขายก็คง ไม่มีราคา” ทั้งห้องเต็มไปด้วยหนังสือและชั้นหนังสือ ขณะที่กำ ลังจะเดินผ่าน เพื่อตรงไปยังข้างหน้าและหาทางลงไปชั้น ใต้ดินเพื่อหาเลอการ์ดนั้น ก็ได้สังเกตุเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งดูผิดปกติ (หนังสือเล่มนั้น ไม่มีรอยฉีกขาด เก่า หรือหยากใย่เกาะเลยหรือ เหมือนพึ่งถูกนำ มาใส่) คาฮาร่า เดินไปใกล้หนังสือเล่มนั้น แล้วหยิบออกมาจากชั้นวางหนังสือ หืม… มันเป็น Mock up book หนังสือ ปลอม ทันทีที่มือไปสัมผัสโดนก็รู้ได้ทันที แข็ง ไม่ได้ทำ มาจากหนังสัตว์ และ กระดาษด้วยซ้ำ มีน้ำ หนักพอสมควรแต่ไม่ ได้หนักขนาดที่พกติดตัวแล้วจะลำ บากอะไร คาฮาร่าไม่รู้ว่าสิ่งนี้เอาไว้ทำ อะไร สิ่งที่ไว้บน หนังสือปลอมเล่มนี้ก็ไม่ใช่ ภาษาที่คาฮาร่ารู้จัก เมื่อไม่รู้ว่าทำ อะไรได้เก็บไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย นอกจากเรื่องนี้ ทั้งห้องนี้ก็ดูไม่มีอะไรน่าสนใจอีก แล้ว เมื่อเดินต่อไปเรื่อยๆ ชั้นวางหนังสือและพื้นไม้ก็อยู่ที่ด้านหลังแล้ว กลายเป็นพื้นหินแตกๆ และทางแยกสี่เส้นทาง ด้านหลังคือทางที่คาฮาร่าผ่านมา ข้างหน้าเป็นห้องซึ่งมีคบไฟจุดอยู่ ข้างในห้องมี แท่นคล้ายแท่นบูชาอะไรสักอย่าง พร้อมลายวาดสลับซับซ้อนเหมือนกำ ลังทำ พิธีทางศาสนาซึ่งคงน่าจะเป็นศาสนานอกรีตเพราะเจ้าตัวไม่เคยเห็นมาก่อน ขวาและซ้ายมือ เป็นทางตรงยาว ซึ่งพื้นทำ มาจากหินเช่นเดียวกับกำ แพง คาฮาร่าสงสัยในห้องข้างหน้าจึงเดินเข้าไปดู อย่างระแวดระวัง คบไที่จุดอยู่นั้นบอกคาฮาร่าได้เป็นอย่างดี ว่าสิ่งที่คาฮาร่ากังวลเป็นเรื่องจริง มีคนอาศัยอยู่ในที่ แห่งนี้ ภายใต้ความมืดเดียวกันกับเขา คาฮาร่าครุ่นคิด คนเช่นไรกัน ที่สามารถอาศัย ชอบพอกับบรรยากาศนี้ได้ คาฮาร่าหลบอยู่ข้างกำ แพงห้อง ยื่นหน้าเข้าไปดูฝั่งซ้าย ฝั่งขวา แล้วเช็คสิ่งผิดปกติในห้องก่อนจะเข้าไป ไม่มี อะไรที่น่าสงสัยนอกจาก แท่นบูชากลางห้องนี้อีกแล้ว แท่นบูชาทำ จากไม้มีความสวยงามน่าประทับใจ เนื้อไม้ที่ใช้ใน การสร้างแท่นนั้นอาจเป็นไม้ที่มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษ อาจเป็นไม้ราคาสูงหรือเป็นไม้ที่ผ่านกระบวนการประดิษฐ์ให้มี ลวดลายหรือลวดลายทางศาสนาที่สวยงาม แต่คาฮาร่ากลับไม่เข้าใจความหมายของลวดลายพวกนั้น ลวดลายอาจ เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาอะไรสักอย่างที่มีคนนับถือเป็นจำ นวนมากจึงได้มีการมีการทำ แท่นบูชาราคาสูง ประณีตเช่น นี้ แต่คาฮาร่ากลับไม่เคยเห็น ต่อให้เค้นความทรงจำ เท่าไหร่ก็ไม่นึกไม่ออก นั้นยิ่งทำ ให้แท่นบูชานี้มีความน่าพิศวงมาก ขึ้นไปอีก “อือ… อ้า!” เสียงตุ้มต่ำ ดังขึ้นมาจากด้านหลังของคาฮาร่า “นักโทษษษษษ!” คาฮาร่าหันหลังกลับไป (นั้นคือมนุษย์แน่เหรอ!)


สิ่งที่คาฮาร่าเห็นนั้นมิอาจเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไป ถ้าจะเรียกให้ถูกคงต้องเรียกว่า เคยเป็นมนุษย์มากกว่า นั้นคือสิ่งที่คาฮาร่าคิด มันสูงราว 2 เมตรกว่า ก้อนเนื้อบูดโปนทั่วร่างกายและใบหน้าจนปิดบังดวงตาของมันไป มากกว่าครึ่งนึง เสื้อผ้าที่สวมเป็นชุดผู้คุมซึ่งขาดหลุดหลุยแล้ว มือข้างขวาถือมีดอิโตขนาดใหญ่จนไม่คิดว่าจุด ประสงค์ในการสร้างคือหั่นเนื้อสัตว์หรือใบ้ทำ อาหาร หากแต่เป็นการใช้ฆ่าฟันเสียมากกว่า มือที่ปูดโบนกำ อิโต้เล่มนั้นไว้ แน่น ใบมืดยังคงมีความคมเหลืออยู่บ้างแต่บิ่นไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ขาของมันมี 3 ขา หากแต่ขาที่ใช้เดินนั้นมีแค่สอง ส่วนขาที่สามเป็นคำ เปรียบเปรียบขนาดของสิ่งนั้น 3 ขา เป็นคำ เปรียบเปรยที่ดี เพราะขนาดมันเท่าขาจริงๆ เส้นเลือด ของสิ่งนั้นก็ปูดโปนดูน่ารังเกียจ ในฐานะผู้ชายด้วยกันแล้ว คาฮาร่า คิดว่าสิ่งนี้มันใหญ่และน่าหวาดกลัวมากเกินไป (สัมผัสได้จากแรงกดดันเลย มันมีกลิ่นอายความต้องการบางอย่างที่น่าหวาดหวั่น ต้องระวังตัว) คาฮาร่าเอื้อมไปหยิบมีดพกที่ด้านหลังตัวอย่างอย่างระวัง พร้อมจ้องไปข้างหน้า ซึ่งผู้คุมยืนอยู่ ตอนนี้คาฮาร่าค่อยๆ ถอยหลังไป จนตัวนั้นชิดกับแท่นบูชาแล้ว ปับ! เสียงบีบมือขวาของผู้คุมที่ถือมีดอีโต้อยู่ดังขึ้น คาฮาร่ารู้ทันที นี้คือการเตรียมพร้อมจะโจมตี กำ มีดพกแน่น แล้วยื่นออกมาข้างพร้อมตั้งท่าต่อสู้ สิ่งที่ต้องฟัน จุดตายของมนุษย์ ขาที่สามทำ ให้คาฮาร่าเสียสมาธิ ถ้าต้องเลือกที่จะฟัน มันค่อนข้างดึงดูดความสนใจ แต่จุดตายนั้นสำ คัญยิ่งกว่า ในการต่อสู้นี้ หากตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ก็ถึงตาย (คอ!!!) “ฮื้ออ!” ในแวบนั้น ผู้คุมเงื้อมือขวาขึ้นอย่างรวดเร็ว มืดอีโต้นั้นสับลงมา ปลายทางคือหัวของคาฮาร่า (วะ ไว!) ในทันใดนั้น ทางเลือกที่จะฟันคอผู้คุม กลายเป็นทางเลือกของคนโง่เขลา การหลบคือทางเลือกที่ถูกต้อง คาฮาร่ากระโดดหลบไปทางซ้าย แท่นบูชาที่เคยสวยงามกลายเป็นเศษไม้กระจุย กระจายในชั่วพริบตา (เกือบไปแล้ว นั้นไม่ใช่แรงของมนุษย์) “หยุดก่อนท่าน เราไม่จำ เป็นต้องฆ่ากัน” “ฮือ ฮือ” เสียงครางในลำ คอคล้าย เสียงหัวเราะเยาะเย้ย “ท่านต้องการสิ่งใดกัน เงินหรือไม่ เราสามารถตกลงกันได้” “ข่ม… อืนนนนน!....” (ไม่เข้าใจ สิ่งที่ผู้คุมพูดฟังไม่ได้ศัพท์อีกต่อไป การเจรจานี้ไม่ได้ผล) ผู้คุมจ้องมาที่คาฮาร่า หมับ! เสียงบีบมือขวาที่มีดอีโต้ดังขึ้นอีกครั้ง คาฮาร่ากำ มีดพก ตอบสนอง พร้อมง้างมือ ก้าวขาซ้ายออกไป (เล็งไปที่ข้อมือ!) มีดอีโต้ง้างขึ้นเหนือหัว (จังหวะนี้แหละ!) ฉับ! ข้อมือขวาของผู้คุมขาดสะบั้น มีดอีโต้ตกลงมากระแทกพื้นปูน ดังแกร็ง เสียงดัง (ข้าชนะแล้ว ต่อไปคือเค้นข้อมูลของเลอการ์ด) “การต่อสู้มันจบลงแล้ว มาเจรจากันก่อนเถิด” “ข… ข่มอืนนนน!!! หมัดซ้ายของการ์ดกระแทกเข้ามาที่ลำ ตัวอย่างจัง คาฮาร่ากระเด็นไปกระแทกกับคบเพลิงที่ติดอยู่บนผนัง “อ่อก!” (ผิดถนัดเลย นี้ไม่ใช่ มนุษย์ ความคิดพื้นฐานไม่สามารถใช้กับมันได้) ขาที่สามของผู้คุมกระตุกขึ้น “แม่งเอ๊ย ต้องการอะไรกันวะ” ผู้คุมค่อยๆก้าวเดินมาหาคาฮาร่าซึ่งนั่งพิงกำ แพงอยู่อย่างช้าๆ ตอนนี้ผู้คุมยืนอยู่ข้างหน้าแล้ว มืออันบูดโบนทั้งสองข้างยืนเข้าหาคาฮาร่า ซ่าา! เสียงของน้ำ ซึ่งคาฮาร่าพกอยู่ในกระเป๋าสาดเข้าไปที่ผู้คุม “ข่ม…”


คาฮาร่าเอื้อมมือไปหยิบคบไฟที่ติดอยู่บนกำ แพงเหนือหัว แล้วโยนใส่ ไฟลุกท่วมตัวผู้คุมในทันที น้ำ ที่สาดไปนั้นไม่ใช่น้ำ เปล่าแต่เป็นน้ำ มันที่พกไว้สำ หรับใส่คบเพลิง หรือตะเกียง ผู้คุมลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย เสียงครวญ ครางดังทุ้ม ไม่เป็นภาษา ดังก้องไปทั่วห้อง “ฮือออ! ฮวา ฮวากกกก!” ไฟยังคงลุกท่วมตัวผู้คุม และดูจะไม่มีท่าทีดับลงไปง่ายๆ ในตอนนั้น ข้ายืมจ้องมองผ่านเปลวไฟ เข้าไปในดวงตาของผู้คุมอัปลักษณ์นั้น สิ่งนั้นไม่ใช่มนุษย์ ผู้คุมนอนดิ้น ทุลนทุลาย เปลวไฟโหมกระหนำ นี้ก็ผ่านมาสักพักตั้งแต่ข้าจุดไฟแล้ว แต่มันยังคงมีลมหายใจ และแผ่ดเสียงกรีดร้อง อยู่ ข้ารู้สึกแปลกๆ ข้ามองผู้คุม ซึ่งแม้จะไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่กำ ลังโดนไฟเผาทั้งเป็นได้อย่างหน้าตาเฉย ยิ่งไปกว่านั้นกลับรู้สึกถูกดึงดูดให้จ้องมอง อย่างไม่ลดลงมากกว่าเสียอีก ความมืดของคุกแห่งนี้กำ ลังหลอมรวมเข้า กับจิตใจของข้า ข้าคิดเช่นนั้น ก่อนที่ไฟจะดับลง พร้อมกับร่างยักษ์ของผู้คุม ที่บัดนี้กลายเป็นตอตะโก สีดำ สนิท บัดนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืดของที่แห่งนี้ พร้อมกับข้าได้ตายลงแล้ว ข้าคิดเช่นนั้น ก่อนจะหยิบคบเพลิงที่พกขึ้นมาจุด ด้วยน้ำ มันที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด และไม้ขีดไฟ แสงสว่างวาบขึ้น ต้องรีบเดินทางต่อแล้ว ยิ่งอยู่นาน ข้าก็ยิ่งรู้สึกเช่นเดียวกับความมืดมากขึ้นเรื่อยๆ ทำ ไมเจ้า สิ่งนั้นถึงสวมชุดผู้คุม ทำ ไมเจ้าสิ่งนั้นถึงอาศัยอยู่ในความมืดนี้ ทำ ไมคุกแห่งนี้ถึงมีสภาพเช่นนี้ได้ คำ ถามเหล่านี้วน เวียนอยู่ในหัวของข้า คาฮาร่าถือคบเพลิงขึ้นสูง แสงสว่างจากคบเพลิงทำ ให้มองเห็นทางข้างหน้าได้มากขึ้นพอสมควร คาฮาร่ากลับ ไปยังทางสี่แยก แล้วเลือกไปในทางขวามือของเขา เพื่อที่จะสำ รวจหาทางลงต่อไป เส้นทางยังคงเป็นพื้นหิน ยาวหาย ไปในความมืดเช่นเดิม เมื่อเดินไปได้สักพัก จ๋อม แจ๋ม เสียงฝีเท้าของคาฮาร่ากระทบแอ่งน้ำ เล็กๆกลางทางเดิน “ประตู” ข้างหน้าของคาฮาร่า บัดนี้ทางเดินได้สิ้นสุดลง มีประตูไม้สภาพทรุดโทรมขวางกันอยู่ คาฮาร่า เงือมมือไปจับที่ลูกบิด แล้วหมุน แกร็ก แกร็ก เปิดไม่ออก ประตูนี้ล็อคอยู่ กุญแจอาจเป็นสิ่งที่จำ เป็นถ้าต้อง ผ่านประตูนี้ไป จริงๆแล้ว กุญแจที่ว่าอยู่กับผู้คุม แต่คาฮาร่า พลาดที่จะค้นหามันก่อน เพราะเขาเชื่อว่า ซากศพที่ กลายเป็นตอตะโกแล้วนั้นคงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ข้าพบจุดสิ้นสุดของทางเดิน ในฝากฝั่งนี้แล้ว ข้าไม่กุญแจ หรืออุปกรณ์งัดแงะ ที่จะเปิดประตูไม้นี้ได้อย่าง สมบูรณ์ ก้าวถอยหลัง แล้วหยุดลง ข้ายกขาขวาซึ่งเป็นข้างที่ถนัดของข้าขึ้น แล้วถีบมันออกไปที่ประตูเต็มแรง วิธี เปิดประตูอาจจะต้องใข้กุญแจ แต่การทำ ลายลงนั้นใช้แค่ความรุนแรง เเกร็บ เปรี๊ยะ ประตูไม้แตกลงอย่างง่ายดาย มันผุเต็มที่แล้ว หากเป็นอดีต คงทำ ลายลงได้โดยยากแน่ มีเงาปริศนาหลบอยู่ในความมืด และกำ ลังจ้องมองมาหาคาฮาร่า…


บทที่ 3 ทางลงไปชั้นต่อไป คาฮาร่า ยื่นมือที่ถือคบเพลิงไปด้านหน้า เงาของสิ่งนั้นไม่ใช่คน แต่เป็นกูล คาฮาร่าเคยพบสิ่งนี้มาก่อน มันคือ สิ่งไม่มีชีวิต ที่มีชีวิตจากการฟื้นคืนชีพจากศพของคนตาย ด้วยเวทมนต์ดำ ของ พวกนอกรีต มันไม่ใช่สิ่งที่พบได้ ง่ายๆ กูลตัวนี้ ในมือเปื้อนเลือด และเศษเนื้อที่ยังดูไม่เก่า ข้างหลังของมันมี โต๊ะอาหารยาวไปในความมืด มีจานพร้อม ก้อนเนื้อดิบวางอยู่ เนื้อของตัวอะไร ทำ ไมถึงถูกจัดใส่จานให้กูลกิน ในห้องตกแต่งด้วยรูปภาพที่น่าจะเคยสวยงาม แต่กลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษสี ที่ขาดหลุดลุ่ยไปหมดแล้ว คาฮาร่ากวาดมือที่ถือคบเพลิงไปมา เพื่อให้มองเห็น ได้ทั่วห้อง แต่กระนั้น นั้นคือสิ่งทั้งหมดที่เห็น ไม่สามารถรับรู้อะไรในห้องได้มากกว่านี้แล้ว เว้นเสียแต่ จะเดินเข้าห้อง ไป กูล แม้ข้าจะเคยเห็นและรู้จัก แต่นั้นก็ยังแปลกอยู่ดี การมีกูลอยู่ไม่ใช่เรื่องปกติ กูลจะเกิดขึ้นได้ต้องมีผู้ทำ พิธี เท่านั้น การที่ข้าคิดว่าจะมีแค่ผู้คุมคนเดียว ในความมืดแห่งนี้ ไม่ถูกต้อง เป็นเพียงความคิดตื้นๆเท่านั้น ถ้าโดนมัน ข่วน หรือกันแม้เพียงนิด คงหนีไม่พ้นจุดจบคือการไม่ได้ออกไปจากที่นี้ กูลเป็นซากศพที่มีชีวิต ตัวของมันเน่าสลาย ไปแล้ว เลือดของศพเมื่อโดนกับผู้ที่ยังมีชีวิต จะทำ ให้พระเจ้ารังเกียจ “ข้าขอถาม ตัวตนของเจ้าคือสิ่งในกัน อะไรคือความดังเดิมของเจ้า” “ขะ ขะ ข้า… คือข้า” ยังไม่ได้ผลงั้นเหรอ… ต้องถามมากกว่านี้ ทันใดนั้น กูลก็กระโดด พุ่งออกมาจากความมืด โดยมีเป้าหมายคือคาฮาร่า (เกือบไป) คาฮาร่า เบี่ยงตัวหลบได้ทัน “เจ้าชื่ออะไร” “... ชื่… ชื่อ ข้าจำ ไม่ได้ ข้านึกไม่ออก!!!” “เพราะเจ้านั้นถูกเวทย์มนต์ของพวกนอกรีตควบคุมอยู่ยังไงหละ!” “เวทย์มนต์?... ข้า…” “เจ้าหนะได้ตายไปแล้ว จิตของเจ้ากลับสู่ All-mer แล้ว!” “อ้ากกกกก…” กูลแผลเสียงร้องดังก้องกังวาลชั่วครู่นึง ก่อนจะเงียบลง นัยตาไม่มีแววอีกต่อไป ตัวของกูลล้มลง กระแทกพื้นหินดัง ตุ้บ… ข้าจำ เป็นต้องรีบไปต่อ เสียงร้องของมันอาจดึงดูดเจ้านายมันมายังที่นี้ การมีปัญหากับพวกนอกรีตในที่ที่ของ มันไม่ใช่เรื่องดี เมื่อครั้งเป็นทหารรับจ้าง ก็ถูกสอนมาว่า พวกนอกรีต ไม่ใช่เป้าหมายของการปล้น เวทมนต์ อยู่เหนือ กำ ลัง และยากต่อการต่อกร ข้าเดินเข้าไปในห้องทานอาหาร ภายในมีกล่องไม้ที่ใส่ขวดไวน์เป็นจำ นวนพอสมควร ข้า หยิบขึ้นมาขวดนึงแล้วเก็บใส่กระเป๋า ก้าวเท้าเดินสำ รวจภายในห้องต่อ สิ่งที่น่าสนใจในห้องนี้ คือ บันไดทางเดินที่ ปลายสุดของห้อง ยาวลงไปในความมืด มันคือทางลง จากข้อมูลที่ได้จากการผู้ว่าจ้าง คือ เลอการ์ดอยู่ ที่ชั้น สาม หรือสี่ ของคุกแห่งนี้ ข้าหวาดเกรง ในที่แห่งนี้ อันตรายเหลือเกิน แต่จำ นวนเงินมหาศาลของงานนี้ ทำ ให้ไม่สามารถ หันหลังหนีกลับไปได้ ข้าจำ เป็นต้องไปต่อ ภารกิจนี้ หากเลอการ์ด สิ้นแล้ว อย่างน้อยก็จำ เป็นต้องยืนยันให้ได้ หากมีชีวิตอยู่ก็ต้อง รีบพาออกไป การถูกคุมขังในที่เช่นนี้ ไม่ใช่ดีแน่ ข้าต้องรีบแล้ว นี้เป็นภารกิจที่มีเวลาเป็นเรื่องสำ คัญยิ่ง กวาดคบ เพลิงไปด้านหน้า บรรได ถูกทำ มาจากหินก่อเป็นชั้นๆ ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ความมืดทำ ให้ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรออยู่… คาฮาร่าโชคดีมากนัก จริงๆแล้วในชั้นนี้ไม่ได้มีผู้คุมเพียงคนเดียว ในห้อง ในทางที่คาฮาร่าเลือกนั้นถือเป็นเส้น ทางที่ถูกต้อง และปลอดภัยที่สุดแล้ว ข้าก้าวไปยังความมืดนั้น ลงไปสู่มัน ชั้นต่อไป… คำ เปรยของคาฮาร่า “ทุกย่างก้าว ที่ดำ ดิ่งลงไปสู่ความมืดที่ลึกยิ่งขึ้น ความมืดก็เข้ามาสู่จิตใจของข้ายิ่งกว่า ที่นี้ไม่มีสิ่งใดปกติอยู่เลย ตัวข้าผู้เป็นผู้มาเยือนแล้ว… ก็นับว่าไม่ปกติเช่นเดียวกัน“


ประวัติผู้แต่ง นายภูมิพัฒน์ ภูสิทธิวรพนธ์ นักเรียนที่ชอบปั่นงานตอนใกล้ถึงเดดไลน์ ชอบอ่านิยาย แต่ไม่ชอบแต่ง ชอบเล่นเกม ชอบวาดรูป แต่ตอนนี้ไม่ว่าง ทำ เพราะใกล้เข้ามหาลัยแล้ว


Click to View FlipBook Version