The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 9adjutant, 2023-04-30 22:02:49

surasee 150final

surasee 150final

พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ถวายพานพุ฽มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จว.ก.จ. เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบวรราชเจ฾ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๖๖ พล.ร.๙ จัดงานวันชนะศึกทุ฽งลาดหญ฾า ครบรอบ ๒๓๘ ณ บริเวณพระบวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ฾ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อ ๑๗ ก.พ. ๖๖ พล.ร.๙ จัดพิธีกระท าสัตย์ปฏิญาณตนต฽อธงชัยเฉลิมพล ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ สนามบิน พล.ร.๙ เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๖๖


พล.อ. ธราพงษ์ มะละค า ปษ.พิเศษ ทบ. (๑) ตรวจเยี่ยมโครงการทหารพันธุ์ดีของ พล.ร.๙ โดยมี พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ให฾การต฾อนรับ ณ สวนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง พล.ร.๙ เมื่อ ๑๕ มี.ค. ๖๖ พล.อ. สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผช.ผบ.ทบ.(๑) ในการตรวจเยี่ยมงานด฾านก าลังพล พล.ร.๙ โดยมี พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ให฾การต฾อนรับ เมื่อ ๒๗ มี.ค. ๖๖ พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผช.ผบ.ทบ.(๒) ตรวจเยี่ยมก าลังพล ปชด. ของ กกล.สุรสีห์ โดยมี พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ให฾การต฾อนรับ ณ ร฾อย.ทพ.๑๔๐๑ เมื่อ ๒๑ มี.ค. ๖๖ พล.ต. อมฤต บุญสุยา รอง มทภ.๑ (๑) ตรวจเยี่ยมการฝึก และตรวจสอบเป็นหน฽วยกองพัน ประจ าปี ๒๕๖๖ โดยมี พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ให฾การต฾อนรับ ณ พื้นที่ฝึกทางยุทธวิธี พล.ร.๙ (เขาก าแพง) อ.พนมทวน จว.ก.จ. เมื่อ ๑๐ มี.ค. ๖๖


พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานในพิธีสรงน้ าพระ และขอพรผู฾บังคับบัญชา พล.ร.๙ เนื่องในวันเทศกาลวันสงกรานต์ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ศูนย์พักผ฽อนและนันทนาการ พล.ร.๙ เมื่อ ๑๒ เม.ย. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห฽งชาติ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ศูนย์พักผ฽อนและนันทนาการ พล.ร.๙ เมื่อ ๑๔ ม.ค. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ร฽วมพิธีเปิดการขยายผลการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย พร฾อมทั้งการช฽วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ณ โรงเรียนบ฾านบ฽อ อ.สวนผึ้ง จว.ร.บ. เมื่อ ๒๐ มี.ค. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานจัดงานวันที่ระลึก และบ าเพ็ญกุศลแก฽ก าลังพลในค฽ายสุรสีห์ จากการปฏิบัติหน฾าที่ราชการสนาม ณ ธรรมสถานค฽ายสุรสีห์ เมื่อ ๒๕ ก.พ. ๖๖


พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข฽งขันชกมวยไทยสมัครเล฽น ศึกวันชนะศึกทุ฽งลาดหญ฾า ปี ๒๕๖๖ ณ สนามมวยพระยาเสือ เมื่อ ๑๖ มี.ค. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานในพิธีปิดการแข฽งขันชกมวยไทยสมัครเล฽น ศึกวันชนะศึกทุ฽งลาดหญ฾า ปี ๒๕๖๖ ณ สนามมวยพระยาเสือ เมื่อ ๓๐ มี.ค. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ เป็นประธานมอบถ฾วยรางวัลให฾กับผู฾ชนะการแข฽งขันกอล์ฟ มูลนิธมหาสุรสิงหนาทอนุสรณ์ ณ สนามกอล์ฟ อาทิตยา จว.ก.จ. เมื่อ ๗ เม.ย. ๖๖ พล.ต. วุทธยา จันทมาศ ผบ.พล.ร.๙ ตรวจเยี่ยมการฝึกเป็นหน฽วยภาคกองร฾อยของ ร.๒๙ ณ พื้นที่ฝึกทางยุทธวิธี พล.ร.๙ เมื่อ ๑๔ ก.พ. ๖๖


พ.อ. อัษฎาวุธ ปันยารชุน รอง ผบ.พล.ร.๙ (๑) เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล฾ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ฾า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บก.พล.ร.๙ เมื่อ ๓๑ มี.ค. ๖๖ พ.อ. อัษฎาวุธ ปันยารชุน รอง ผบ.พล.ร.๙ (๑) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม การบันทึกภาพให฾กับก าลังพล นขต.พล.ร.๙/นขต.กกล.สุรสีห์ ณ ศูนย์อบรมสัมมนา พล.ร.๙ เมื่อ ๑๔ มี.ค. ๖๖ พ.อ. อัษฎาวุธ ปันยารชุน รอง ผบ.พล.ร.๙ (๑) ให฾การต฾อนรับ พล.ต. บรรยง ทองน่วม รอง จก.ยศ.ทบ. ในการตรวจการฝึกการด าเนินกลยุทธ์ด฾วยกระสุนจริง (LFX) กองพัน พร฾อมรบเคลื่อนที่เร็ว ทภ.๑ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ บก.พล.ร.๙ เมื่อ ๔ เม.ย. ๖๖ พ.อ. เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.พล.ร.๙ (๒) เป็นประธานการตรวจสอบการปฏิบัติของ ทหารเกียรติยศรับ - ส฽งเสด็จฯ ณ ลานหน฾า บก.พล.ร.๙ เมื่อ ๒๔ มี.ค. ๖๖ พ.อ. เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.พล.ร.๙ (๒) เป็นประธานตรวจความพร฾อมการต฾อนรับ ผช.ผบ.ทบ. (๑) ในการตรวจงานด฾านก าลังพล พล.ร.๙ เมื่อ ๒๓ มี.ค. ๖๖ พ.อ. เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.พล.ร.๙ (๒) เป็นประธานในพิธีปิดการแข฽งขันกีฬาภายใน กองทัพบก ครั้งที่ ๗๐ ประเภท กีฬาฟุตซอล ณ อาคารสุรสิงหนาท ค฽ายสุรสีห์ เมื่อ ๑๓ ม.ค. ๖๖ พ.อ. เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.พล.ร.๙ (๒) ตรวจเยี่ยมโรงประกอบเลี้ยง นขต.พล.ร.๙ เมื่อ ๒๐ ม.ค. ๖๖


พ.อ. พรรณศักย์ เพรียวพานิช เสธ.พล.ร.๙ ร฽วมพิธีสรงน้ าพระและขอพรผู฾บังคับบัญชา พล.ร.๙ เนื่องในวันสงกรานต์ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ศูนย์พักผ฽อนและนันทนาการ พล.ร.๙ เมื่อ ๑๒ เม.ย. ๖๖ พ.อ. พรรณศักย์ เพรียวพานิช เสธ.พล.ร.๙ ตรวจการซักซ฾อมแผนเผชิญเหตุและแผน ปูองกันอัคคีภัย ณ คลังอาวุธ ร฾อย.สร.๒ พัน.สร.กรม สน.พล.ร.๙ เมื่อ ๑๑ เม.ย. ๖๖ พ.อ. พรรณศักย์ เพรียวพานิช เสธ.พล.ร.๙ เป็นประธานตรวจความพร฾อมในการต฾อนรับ รอง จก.ยศ.ทบ. ตรวจการฝึกการด าเนินกลยุทธ์ด฾วยกระสุนจริง (LFX) กองพันพร฾อมรบเคลื่อนที่เร็ว ทภ.๑ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ พื้นที่ฝึกทางยุทธวิธี พล.ร.๙ (เขาก าแพง) อ.พนมทวน จว.ก.จ. เมื่อ ๓ เม.ย. ๖๖ พ.อ. กวินทร์ณัช เกิดสุข รอง เสธ.พล.ร.๙ (๒) ร฽วมงานวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห฽งชาติ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ศาลา ๖๐ พรรษา เทศบาลเมืองกาญจนบุรี เมื่อ ๒ มี.ค. ๖๖ . พ.อ. อภิชัย นิยมเทศ รอง เสธ.พล.ร.๙ (๑) ให฾การต฾อนรับคณะ กบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมเพื่อ เสนอความต฾องการ สป. และทราบปัญหาข฾อขัดข฾องการส฽งก าลังบ ารุง ณ บก.พล.ร.๙ เมื่อ ๒๒ ก.พ. ๖๖ พ.อ. อภิชัย นิยมเทศ รอง เสธ.พล.ร.๙ (๑) ตรวจคลังอาวุธ และคลัง สป.๕ ของ ร฾อย.นขต.บก.พล.ร.๙ ให฾เป็นไปตามแนวทางและมาตรการที่ ทบ. ก าหนด เมื่อ ๑๐ เม.ย. ๖๖ .


ร.๙ ร.๑๙ พ.อ. รณวรรณ พจน์สถิตย์ ผบ.ร.๙ เป็นประธานในพิธีท าบุญเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม฽ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อความเป็นสิริมงคลให฾กับก าลังพล และครอบครัว ณ อาคารพุทธสถาน ร.9 เมื่อ ๒๖ ธ.ค. ๖๕ พ.อ. รณวรรณ พจน์สถิตย์ผบ.ร.๙ มอบของขวัญปีใหม฽ ๒๕๖๖ ให฾กับก าลังพลของ หน฽วย เพื่อเป็นขวัญก าลังใจในการปฏิบัติงาน พร฾อมทั้งได฾กล฽าวอวยพร เนื่องในวันขึ้นปีใหม฽ ณ ที่รวมพล บก.ร.๙ เมื่อ ๒๖ ธ.ค. ๖๕ พ.อ. รณวรรณ พจน์สถิตย์ ผบ.ร.๙ และ ภริยา พร฾อมด฾วยบุตรหลานของก าลังพล ร.๙ ร฽วมกิจกรรมงานวันเด็กแห฽งชาติ ประจ าปี ๒๕๖๖ พร฾อมทั้งได฾มีกิจกรรมการแสดงมุทิตา จิตต฽อบุพการี และมอบของขวัญที่ตรงกับความต฾องการช฽วงอายุวัยของบุตรก าลังพล ณ สวนสาธารณะ พล.ร.๙ เมื่อวันที่ ๑๔ ม.ค. ๖๖ พ.อ. รณวรรณ พจน์สถิตย์ ผบ.ร.๙ ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตให฾กับ เหล฽ากาชาด จว.ก.จ. เนื่องในโอกาส "วันชนะศึกทุ฽งลาดหญ฾า ครบรอบ ๒๓๘ ปี มีก าลังพลร฽วมบริจาคโลหิตจ านวน ๑๐๙ นาย ปริมาณโลหิต รวม ๓๘,๑๕๐ ซีซี ณ อาคารอเนกประสงค์ ร.๙ เมื่อวันที่ ๑๗ ก.พ. ๖๖ พ.อ. เฉลิมพล สังข์ต้อง ผบ.ร.๑๙ จัดงานวันสถาปนา ร.๑๙ ครบรอบปีที่ ๕๑ โดย กระท าพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในหน฽วย, พิธีสงฆ์ และบริจาคโลหิต ซึ่งได฾รับเกียรติ จากอดีตผู฾บังคับบัญชา, ผู฾บังคับบัญชาภายใน พล.ร.๙ และหน฽วยงานใกล฾เคียง มาร฽วมพิธีฯ ณ บก.ร.๑๙ เมื่อ ๓ เม.ย. ๖๖ พ.อ. เฉลิมพล สังข์ต้อง ผบ.ร.๑๙ เป็นประธานการอบรมศีลธรรมวัฒนธรรมทหาร ให฾กับก าลังพล นขต.พล.ร.๙ ประจ าเดือน ก.พ. ๖๖ รวมจ านวน ๓๐๐ นาย ณ อาคารสโมสร พล.ร.๙ เมื่อ ๒๘ ก.พ. ๖๖ พ.อ. เฉลิมพล สังข์ต้อง ผบ.ร.๑๙ ให฾การต฾อนรับ พ.อ. อัษฎาวุธ ปันยารชุน รอง ผบ.พล.ร.๙ (๑) ประธานตรวจความพร฾อมของกองร฾อยบรรเทาสาธารณภัย ณ ร.๑๙ พัน.๓ เมื่อ ๒๒ มี.ค. ๖๖ พ.อ. เฉลิมพล สังข์ต้อง ผบ.ร.๑๙ มอบของรางวัล และของขวัญ ให฾กับบุตรก าลังพล ใน กิจกรรมวันเด็กแห฽งชาติ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ สวนสาธารณะ พล.ร.๙ เมื่อ ๑๔ ม.ค. ๖๖


ป.๙ ร.๒๙ พ.อ. พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ร.๒๙ พบปะและมอบแนวทางการฝึกทางทหาร ประกอบดนตรี ราชวัลลภเริงระบ า ให฾กับชุดครูฝึก ของ นขต.ร.๒๙ และ ม.พัน.๑๙ พล.ร.๙ ณ บริเวณลานรวมพล ร.๒๙ เมื่อ ๒ มี.ค. ๖๖ พ.อ. พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ร.๒๙ ร฽วมให฾การต฾อนรับ พล.ต. อมฤต บุญสุยา รอง มทภ.๑ (๒) ในการตรวจเยี่ยมการด าเนินกลยุทธ์ด฾วยกระสุนจริง ในการฝึกและ ตรวจสอบเป็นหน฽วยกองพัน ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ เขาก าแพง จว.ก.จ. เมื่อ ๑๒ มี.ค. ๖๖ พ.อ. พงศ์พัฒน์ห้องสินหลาก ผบ.ร.๒๙ เป็นวิทยากรพิเศษบรรยายประสบการณ์ การปฏิบัติงานและแนะแนวทางการรับราชการให฾กับ นนร. ชั้นปีที่ ๒ ณ ห฾องอบรม ร.๒๙ พัน.๑ เมื่อ ๒๑ มี.ค. ๖๖ พ.อ. พงศ์พัฒน์ ห้องสินหลาก ผบ.ร.๒๙ เป็นประธานพบปะก าลังพลและครอบครัว ณ บ฾านพักนายทหารชั้นประทวน ร.๒๙ เมื่อ ๙ มี.ค. ๖๖ พ.อ.ยุทธนา สุนทรมณี ผบ.ป.๙ เป็นประธาน ในพิธีมอบบ฾านโครงการ ซ฽อมแซมบ฾านพัก ให฾กับประชาชน ผู฾ยากไร฾และด฾อยโอกาส ทั้งนี้ หน฽วยได฾ด าเนินการจัดชุดช฽าง และก าลังพล จิตอาสาของหน฽วย ในการร฽วมบูรณาการกับส฽วนราชการในพื้นที่เพื่อซ฽อมแซมบ฾านพักอาศัยให฾เสร็จ สมบูรณ์ ณ ต.สระลงเรือ อ.ห฾วยกระเจา จว.ก.จ. เมื่อ ๒๓ มี.ค. ๖๖ พ.อ. ยุทธนา สุนทรมณี ผบ.ป.๙ เป็นประธานพิธีการตรวจสภาพความพร฾อมรบฝึกเป็นหน฽วย พัน.ป.สนาม ประจ าปี ๒๕๖๖ โดยคณะกรรมการประเมินผล ทบ. (ศป.) ณ ป.๙ พัน.๙ เมื่อ ๑๔ ก.พ. ๖๖


กรม สน.พล.ร.๙มทบ.๑๗ พล.ต. พฤทธิ์ จันทราสา ผบ.มทบ.๑๗ เป็นประธานน า คณะผู฾บังคับบัญชา และก าลังพลข฾าราชการ พนักงานราชการ มทบ.๑๗ ร฽วมกิจกรรมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ ลานธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ มทบ.๑๗ เมื่อ ๓ มี.ค. ๖๖ พล.ต. พฤทธิ์ จันทราสา ผบ.มทบ.๑๗ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให฾กับบุตรหลานก าลังพลที่สอบเข฾าศึกษาต฽อ มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยพยาบาลของรัฐ ประจ าปี ๒๕๖๖ ณ บก.มทบ.๑๗ เมื่อ ๓ มี.ค. ๖๖ พ.อ. ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด ผบ.กรม สน.พล.ร.๙/ ผู฾จัดการ รร.อนุบาลค฽ายสุรสีห์ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรบัณฑิตน฾อยให฾กับนักเรียนที่ส าเร็จการศึกษา ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๓ ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕ รุ฽นที่ ๓๕เพื่อเป็นขวัญก าลังใจใน การศึกษาต฽อในระดับที่สูงขึ้นต฽อไป ณ รร.อนุบาลค฽ายสุรสีห์ เมื่อ ๑๗ มี.ค. ๖๖ พ.อ. ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด ผบ.กรม สน.พล.ร.๙ ก าลังพล พร฾อมด฾วยครอบครัว จิตอาสา พระราชทานของหน฽วย ร฽วมท ากิจกรรมจิตอาสาบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวัน ส าคัญต฽างๆ ซึ่งในวันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี ตรงกับวันกองทัพบก ประจ าปี ๒๕๖๖ โดยหน฽วยได฾ด าเนินการพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ และท าความสะอาดเส฾นทางเข฾า-ออกบริเวณ บ฾านพักของก าลังพล ณ บ฾านพักใหม฽ กรม สน.พล.ร.๙ เมื่อ ๑๘ ม.ค. ๖๖ พล.ร.๙ โดย กรม สน.พล.ร.๙ ได฾ด าเนินการจัดกิจกรรมวันเด็กแห฽งชาติ ประจ าปี ๒๕๖๖ ซึ่งภายในงานมีการจัดอาหารพร฾อมเครื่องดื่ม ให฾กับเด็กๆ และผู฾ปกครอง ทั้งนี้ยังมีกิจกรรม ให฾เด็กพร฾อมผู฾ปกครองได฾ร฽วมท ากิจกรรมเพื่อรับของรางวัล และ จับสลากเพื่อมอบของ รางวัลให฾กับบุตรก าลังพล ในส฽วนของ นขต.บก.กรม สน.ฯเมื่อ ๑๔ ม.ค. ๖๖ กรม สน.พล.ร.๙ จัดพิธีรับ - มอบการบังคับบัญชา ระหว฽าง พ.อ.ธีรยุทธฑ์ เส฾งรอด ผบ.กรม สน.พล.ร.๙ (ท฽านเก฽า) กับ พ.อ.ชูพงษ์ สายอุบล ผบ.กรม สน.พล.ร.๙ (ท฽านใหม฽) เมื่อ ๓ เม.ย. ๖๖


ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม – เมษายน ๒๕๖๖ ISSN 0858 - 7019 วารสารรายสี่เดือนของกองพลทหารราบที่ ๙ สุรสิงหนาท สารบัญ หน้า วันชนะศึกทุ่งลาดหญ้า ๒ เข็มพระราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท ๙ ระเบียบ ทบ. ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิต ๑๐ ส าหรับก าลังพลของ ทบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ยามปกติ (พิทักษ์พล) โดนเบรก SpaceX ห้ามกองทัพยูเครนใช้เน็ตดาวเทียมคุมโดรน ๑๒ ไทยเปิดสนามทดสอบรถไร้คนขับประเดิมคันแรก Neolix X3 Plus ๑๓ โผล่เว็บลับข้อมูลบัตรเครดิตรั่วมากกว่า ๗ แสนรายการ ๑๔ มุมกฎหมาย ๑๕ มุมธรรมะ ๑๙ ความรู้ทางภาษา ๒๒ ความเป็นมาของจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าริ ๒๕ ราชอาณาจักรสยามแห่งแรกของไทย ๒๘ ลักษณะของการเป็นผู้น าทางทหาร ๑๕ ประการ ๓๐ และหลักการของการเป็นผู้น า ๑๑ ข้อ เศรษฐกิจโลกปี ๖๖ ป่วนไทยห่วงปัจจัยเสี่ยงศก. ๓๓ โลกถดถอย - ปมภูมิรัฐศาสตร์ การเรียนรู้ทางการเมือง ๓๖ วิถีชีวิตของคนไทย ๓๙ ไขมันพอกมันตับโรคที่ควรให้ความใส่ใจ ๔๑ ระวัง ๖ โรคที่มากับหน้าร้อน ๔๓ ฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายใกล้ตัวเรา ๔๖ ยุบสภาคืออะไรท าไมต้องยุบสภา ๔๘ QR Code ควรอยู่ตรงไหนของหนังสือราชการ ๔๙ ทหารที่มีสิทธิรับเบี้ยหวัด ๕๐ การยื่นขอรับบ าเหน็จบ านาญล่วงหน้าก่อนวันครบเกษียณของข้าราชการ ๕๑ เงินเพิ่มส าหรับต าแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการทหาร ๕๒ แม่ไม้มวยไทย ๕๓ มาดูกันว่า Fast Charge ท าลายแบตเตอรี่มือถือจริงหรือไม่ ๕๗ ก าเนิดวันสงกรานต์ ๕๙ พายุลูกเห็บ ๖๒ น้ าอุ่นผสมเกลือดื่มทุกเช้าดีต่อสุขภาพจริงหรือ ๖๓ ในรั้วค่ายสุรสีห์ ๖๔ ประกาศชมเชย ๖๕ หน้านี้มีรางวัล ๖๗ บทความในวารสารสุรสิงหนาท เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่มีพันธะต่อทางราชการ วารสารรายสี่เดือน วารสารสุรสิงหนาทวารสารเพื่อความสามัคคี ความรัก เกียรติวินัย


เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๘ ได฾เกิดสงครามครั้งส าคัญในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ฽นี้ซึ่งเป็นปีที่สถาปนา พระนครเรียบร฾อยแล฾ว พม฽าได฾ยกทัพมาตีไทย โดยการน าของพระเจ฾าปดุงกษัตริย์พม฽าในสมัยนั้น สาเหตุที่พม฽ากรีฑาทัพ มาในครั้งนี้ เพราะพระเจ฾าปดุงผู฾สร฾างราชธานีชื่อ “อมรปุระ” ได฾ท าการปราบปรามหัวเมืองใกล฾เคียงมาเรื่อย ๆ และคิด การณ์น ากอทัพมาตีไทย เป็นการสร฾างเกียรติยศดังเช฽นกษัตริย์ของพม฽าองค์ก฽อน ๆ บ฾าง จึงระดมผู฾คนจากเมืองหลวงและ ประเทศราชรวมประมาณ ๑๔๔,๐๐๐ คน จัดเป็น ๙ กองทัพ ก าหนดให฾เข฾าตีพร฾อมกันในเดือนอ฾ายของปีนั้นโดยแบ฽งก าลัง ดังนี้คือ ทัพที ๑-๒ ก าลังทัพละ ๑๐,๐๐๐ คน ยกทัพโจมตีทาด฾านใต฾ของไทย โดยแบ฽งออกเป็นทัพบกและทัพเรือ ฝุายทัพบกออกจากเมืองมะริดตีเรื่อยไปจนถึงกระบุรี ระนอง ชุมพร ไชยา จนถึงนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา สวนทัพเรือออกจากมะริดด฾วยจ านวนเรือ ๑๕ ล า ยกไปตีตะกั่วปุา ตะกั่วทุ฽ง และถลาง เพื่อตัดก าลังของไทยทางตอนใต฾ ทัพที่ ๓ ก าลัง ๓๐,๐๐๐ คน ยกเข฾าโจมตีทางด฾านเหนือเริ่มจากเมืองเชียงแสน เพื่อยึดหัวเมืองล฾านนา และลง มาสมทบกองทัพที่ ๙ ก าลัง ๕,๐๐๐ คน ซึ่งมาทางด฽านแม฽ละเมายึดเมืองตากไว฾ ทัพที่ ๔-๕-๖-๗ และ ๘ เดินมุ฽งสู฽ด฽านเจดีย์สามองค์ และด฾านบ฾องตี๊โดยมีพระเจ฾าปดุงเป็นจอมทัพ ควบคุม กองทัพที่ ๘ มาด฾วย มีก าลังดังนี้ทัพที่ ๔ จ านวน ๑๑,๐๐๐ คน ทัพที่ ๕ จ านวน ๕,๐๐๐ คน ทัพที่ ๖ จ านวน ๑๒,๐๐๐ คน ทัพที่ ๗ จ านวน ๑๑,๐๐๐ คน และทัพที่ ๘ จ านวน ๕๐,๐๐๐ คน ฝุายไทยได฾รับข฽าวกรีฑาทัพของพม฽าในปลายเดือน พฤศจิกายน ๒๓๒๘ จึงจัดทัพจ านวน ๔ ทัพ รวมพลประมาณ ๗๐,๐๐๐ คน ออกตั้งรับตามจุดที่ส าคัญดังนี้ วันชนะศึกทุ่งลาดหญ้า ครบรอบ ๒๓๘ ปี ๑๗ ภุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๒ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓ แผนการเข้าตีของพม่า เมื่อธ.ค. ๒๓๒๘ (สงคราม ๙ ทัพ)


ทัพที่ ๑ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (บุญมา) คุมก าลัง ๓๐,๐๐๐ คน ตั้งรับพม฽าที่ทุ฽งลาดหญ฾า กาญจนบุรีเพื่อรับ ทัพหลวงของพระเจ฾าปดุง ทัพที่ ๒ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข (ทองอิน) คุมทหาร ๑๕,๐๐๐ คน ตั้งรับพม฽าที่นครสวรรค์คอยขวางพม฽าไว฾ไม฽ให฾ บุกจากทางเหนือลงมายังเมืองหลวง ทัพที่ ๓ เจ฾าพระยาศรีธรรมมาราชา (บุญรอด) และพระยายมราช คุมทหาร ๔,๐๐๐ คน ตั้งรับที่ราชบุรีคอยสกัดทัพ พม฽าที่มาจากทางใต฾หรือด฾านทวาย ทัพที่ ๔ ทัพหลวงของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกทรงคุมพล ๒๐,๐๐๐ คน ไว฾ส าหรับหนุนทัพอื่น ๆ และ เป็นทัพที่รักษาพระนครด฾วย การรบครั้งนี้ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เป็นแม฽ทัพฝุายไทย ได฾เสด็จออกรบโดยน าจ านวนพล ๓๐,๐๐๐ คน เดินทัพออกจากกรุงเทพฯ ในเดือนอ฾ายพุทธศักราช ๒๓๒๘ ทรงจัดให฾พระยากลาโหมราชเสนา และพระแสนยากร เป็น กองหน฾า เจ฾าฟูากรมจักรเจษฎามณเฑียรบาล เป็นกองหลัง เดินทัพอย฽างเร฽งร฾อนที่สุด เพราะต฾องการจะสกัดทัพพม฽าที่ช฽อง เขาบรรทัด กรมพระราชวังบวรฯ แม฽ทัพไทยได฾ศึกษาภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นอย฽างดี โดยอาศัยความทรงจ าของพระยาเจ฽ง หัวหน฾ามอญสวามิภักดิ์ ทูลถวายรายงาน เมื่อค านวณแล฾วคาดว฽ากองทัพพม฽า จะเดินทัพถึงเจดีย์สามองค์ใช฾เวลา ๗ วัน ฉะนั้นถ฾าไทยเดินทัพช฾า ก็จะท าให฾กองทัพพม฽าเข฾ากาญจนบุรีได฾ ดังนั้นกองทัพไทย ต฾องเดินอย฽างเร฽งรีบ โดยเคลื่อนพลออก จากกรุงเทพฯ ทางเรือ เมื่อถึงกาญจนบุรีก็เลยไปถึงไทรโยค แล฾วขึ้นบกเดินทัพอีก ๕ วัน จึงจะถึงด฽านเจดีย์สามองค์ เพื่อที่จะไปถึงทุ฽งลาดหญ฾าก฽อนกองทัพพม฽า เพราะถ฾ากองทัพพม฽าเดินทัพถึงก฽อน ทัพพม฽าจะสามารถประดาหน฾า จ านวนพล ๘๙,๐๐๐ คน สู฾กับกองทัพไทย ซึ่งมีจ านวนเพียง ๓๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นไทยจะต฾องเสียเปรียบอย฽างแน฽นอน แต฽ถ฾าทัพไทย เดินทัพถึงก฽อน ก็จะสามารถตั้งทัพสกัดที่ช฽องเขา ทัพพม฽าก็จะต฾องทยอยพลตามความกว฾างของช฽องเขาออกมาทีละน฾อย ฉะนั้นก าลังมากก็เหมือนมีน฾อย นอกจากนั้นเมื่อทัพพม฽าพักตั้งค฽ายอยู฽บนเขาย฽อมจะหาเสบียงในปุาไม฽ได฾นับว฽าเป็นโอกาสที่ จะท าให฾ไทยมีชัยชนะได฾ เมื่อกองทัพไทยเดินทัพจวนจะถึงกาญจนบุรี ปรากฏว฽ากองทหารดาบทะลวงฟันและกองอาสา มอญสวามิภักดิ์ต฽อไทยจ านวน ๒๐๐ คน ได฾ปะทะกับพม฽าที่ด฽านเจดีย์สามองค์ ทัพไทยไม฽สามารถต฾านทานได฾จึงแตกพ฽ายเข฾า ปุาไป แต฽ก็ยังใช฾วิธีการรบกวนการเดินทัพของพม฽าให฾ช฾าลงไม฽น฾อยกว฽า ๓ วัน ขุนรัตนาวุทแม฽กองทหารดาบทะลวงฟันดั้น ด฾นอยู฽ในปุาเพื่อจู฽โจมพม฽า ส฽วนพระยามหาโยธา คุมกองมอญรั้งหน฽วยหน฽วยการเดินทัพของพม฽า ด฾วยการรบแบบร฽นถอยลง มาเรื่อย ๆ พร฾อมทั้งขอก าลังเพิ่มเติม สมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ ได฾โปรดพระยาคุมกองมอญ ๖๐๐ คน ลัดปุารีบไปช฽วย พระยามหาโยธา โดยสั่งให฾ถอยร฽นเข฾าหาด฽านกรามช฾างแล฾วยึดไว฾ ส฽วนทัพหลวงจะตั้งค฽ายที่ทุ฽งลาดหญ฾า เชิงเทือกเขาบรรทัด เพื่อเป็นการบ ารุงขวัญ ทหารไทยมิให฾ใจเสีย เมื่อรู฾ว฽าทัพพม฽าบางส฽วนเลยเข฾าด฽านเจดีย์สามองค์เข฾ามาแล฾ว ๔ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


กรมพระราชวังบวรฯ ไม฽ให฾ตั้งรับที่ด฽านเจดีย์สามองค์ซึ่งอยู฽ติดเขตแดนพม฽า เพราะจะต฾องเดินทางจากกาญจนบุรีไปอีก ๖ วัน จะท าให฾การส฽งเสบียงอาหารล าบากมาก ฉะนั้นการที่ตั้งรับที่ทุ฽งลาดหญ฾าย฽อมมีผลดีทางด฾านยุทธศาสตร์มากกว฽า เมื่อทัพ ไทยเดินทางถึงทุ฽งลาดหญ฾าแล฾วก็ให฾ไปตั้งค฽ายเรียงรายชักปีกกาถึงกัน ส าหรับทัพหลวงนั้นตั้งห฽างจากค฽ายหน฾าลงมา ๕ เส฾น ขุดสนามเพลาะปักขวากหนาม ตั้งปืนกะระยะการยิงต฽อสู฾ข฾าศึก ทางด฾านการเดินทัพของพม฽า ซึ่งประกอบด฾วย ๕ กองทัพ คือ ทัพที่ ๔-๕-๖-๗ และ ๘ ได฾ตั้งค฽ายที่เมาะตะมะ แล฾วออกเดินทัพมุ฾งหน฾าสู฽ด฽านเจดีย์สามองค์ โดยแบ฽งก าลังในแต฽ละ กองทัพดังนี้ กองทัพที่ ๔ มีเมี้ยนหวุ฽นแมงยี เป็นแม฽ทัพนายกองที่ส าคัญมี กลาวุ฽น สาลจอ กอกา จอแทงอดุงวุน ละ ไม฽วุ฽น บิลุยิง นิยาคู ลันชังโบ ปั่นยีตะจอง ซุยตองอากา พร฾อมก าลังพลประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน ท าหน฾าที่เป็นกองทัพที่ ๑ เคลื่อนที่ผ฽านช฽องด฽านเจดีย์สามองค์ มุ฽งหน฾าสู฽ที่สวามิภักดิ์ต฽อไทย ในบังคับของพระยามหาโยธาที่ส฽งมาขัดตาทัพพม฽า ฉะนั้นทัพพม฽าจึงท าอุบายให฾ทหารพม฽าถือหนังสือลับ ตอบรับการกลับใจของพระยามหาโยธาที่สวามิภักดิ์ต฽อพม฽าและ แกล฾งให฾ทหารไทยจับได฾กลางทาง เพื่อให฾ขุนรัตนาวุท แม฽กองทหารดาบทะลวงฟันของไทยจับหนังสือลับได฾แล฾ว เกิดความ กินแหนงแคลงใจระหว฽างกันและกัน และเหตุการณ์ก็เป็นไปตามแผนของพม฽า เมื่อถึงวันนัดเข฾าจู฽โจมปล฾นค฽ายพม฽าพร฾อม กัน กองทหารดาบทะลวงฟันแคลงใจว฽า ว฽าตนจะติดกับพม฽า และกองทหารอาสามอญพระยามหาโยธา เข฾าด าเนินการจู฽ โจมกองทัพพม฽า แต฽เพียงล าพังจึงเสียเปรียบ และได฾รับความเสียหายอย฽างมาก และแตกย฽นยับเยิน กองทัพพม฽าติดตาม อย฽างกระชั้นชิด บังเอิญกองอาสามอญของพระยารามยกก าลังไปหนุนไว฾ จึงท าให฾รอดพ฾นมาได฾ กองทัพไทยถอยร฽นยึด ด฽านกรามช฾างไว฾ แต฽รักษาได฾ไม฽นานก็ถูกกองทัพพม฽าซึ่งมีก าลังพลมากกว฽าตีแตก ฉะนั้นกองทัพไทยจึงถอยร฽นมาหาทัพ หลวงที่ทุ฽งลาดหญ฾า ทัพที่ ๕ ของพม฽า มีเมียนเมหยุ฽นเป็นแม฽ทัพ นายกองที่ส าคัญมี ยอยแหลกยาเยข฾อง จอกาโบจอกแยโบตะ เรียงบันยัง พร฾อมทั้งก าลังพล ๕,๐๐๐ คน เคลื่อนทัพจากเมาะตะมะ มุ฽งหน฾าสู฽ด฽านเจดีย์สามองค์ เพื่อหนุนทัพที่ ๔ ของ พม฽าที่เข฾าตีด฽านกรามช฾าง จากนั้นทัพที่ ๔ และทัพที่ ๕ ก็ติดตามมาตั้งค฽ายประจันหน฾ากับทัพหลวงไทยที่ทุ฽งลาดหญ฾า ทัพที่ ๖ ของพม฽า มีตะแคงกามะเป็นแม฽ทัพ นายกองที่ส าคัญมีกับยานจุวุ฽น จิตกองสิริยะแยแลวุ฽น พร฾อมทั้งก าลังพล ๑๒,๐๐๐ คน เคลื่อนทัพจากเมาะตะมะท าหน฾าที่ เป็นกองทัพหน฾าที่ ๑ ของทัพหลวงมุ฽งหน฾าสู฽ด฽านเจดีย์ สามองค์เพื่อแยกตั้งค฽ายที่ท฽าดินแดง ทัพที่ ๗ ของพม฽า มีตะแคงจับกุ (สะโต฿ะมังซอ) เป็นแม฽ทัพนายกองที่ส าคัญมีเมฑราโบอะกีตอ อากาปยี มะโยลักวุ฽น พร฾อมก าลังพล ๑๑,๐๐๐ คน เคลื่อนทัพจากเมาะตะมะ ท าหน฾าที่เปูนกองทัพที่ ๒ ของทัพหลวงมุ฽งหน฾าสู฽ด฽าน เจดีย์สามองค์เพื่อแยกไปตั้งค฽ายที่สามสบ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๕


แผนการเข้าตีของพม่า เมื่อธ.ค. ๒๓๒๘ (สงคราม ๙ ทัพ) ๖ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ทัพที่ ๘ ซึ่งเป็นทัพหลวงของพม฽ามีพระเจ฾าปดุงเป็นแม฽ทัพนายกอง แต฽ตั้งนายกองที่ส าคัญมีอะแซวังมูจาวาดบ ยะไข฽ดบ ปะกันวุน ยกจอกโบ งาจุวุน ด฾านปีกซ฾ายมีนายกองที่ส าคัญ คือ ตองแมงซูกัย แลกกุยมิกูแลแววุ฽น ยอกจุวุ฽น เยกีวน สิบ จอพวา กองหลังมีนายกองที่ส าคัญคือ อนอกกะวังมูกับ ระวาลักกวุ฽น ออกกะมาวุ฽น โมกองพวา โมเยียงจอพวา พร฾อมทั้ง ก าลังพล ๕๐,๐๐๐ คน เคลื่อนทัพจากเมาะตะมะ ติดตามทัพที่ ๔-๕-๖ และ ๗ มาทางด฽านเจดีย์สามองค์ เมื่อเดินทัพถึง ด฽านเจดีย์สามองค์ แล฾วก็ส฽งเสบียงเลี้ยงดูกองทัพพม฽าล฽วงหน฾ามา แต฽ปรากฏว฽าเสบียงอาหารที่ส฽งมานั้นถูกกองโจรไทยซึ่งมี จ านวนพลประมาณ ๑,๘๐๐ คน โดยบังคับของพระยาสีหราชเดโชไชยพระยาท฾ายน้ า และพระยาเพชรบุรี ท าการ ปล฾นสะดมเสบียงอาหารของพม฽าอยู฽ที่พุใคร฾ช฽องแคบของแม฽น้ าแควน฾อยท าอันตรายหอรบพม฽า ลงได฾อย฽างแม฽นย าได฾ผลเกิน คาด บรรดาแม฽ทัพนายกองเห็นได฾ทีคุมทหารไทยเปิดประตูค฽ายบุกฝุาปืนตับพม฽า เข฾าตะลุมบอนพม฽า เป็นการรบที่ทารุน ดุเดือดชุ฽มโชกด฾วยเหงื่อและเลือด ขณะนั้นปืนครกหยุดยิงเพราะรอการบรรจุกระสุนจึงท าให฾พม฽าประจันหน฾ากับทหารไทย ซึ่งมีขุนรัตนาวุธพากองทหารดาบทะลวงฟัน เข฾าต฽อสู฾พม฽าประจันอย฽างเข็มแข็ง แต฽ขุนรัตนาวุธถูกทหารพม฽ารุมจนข฾อมือขวา ของตนเองขาดสะบั้นเลือดไหลนองหมดแรงล฾มลงกลางสนามรบในยามบ฽ายวันนั้น ทหารไทยได฾น าตัวขุนรัตนาวุธเข฾าค฽าย แม฾ว฽าจะต฾องบาดเจ็บสาหัส แต฽ขุนรัตนาวุธก็มีจิตใจห฽วงใยประเทศชาติเป็นอย฽างยิ่ง ถึงกับใช฾มือซ฾ายเอานิ้วจุ฽มเลือดของมือ ขวาที่ขาดเขียนตัวหนังสือบนผ฾าปูเตียงว฽า “จงรักษาลาดหญ฾าไว฾ด฾วยเลือดและชีวิต” นับว฽าการกระท าของขุนรัตนาวุธมี ความดีสามารถแก฾ตัวจากการปล฽อยให฾พระยามหาราชโยธา ต฾องพ฽ายแพ฾ต฽อพม฽าด฽านกรามช฾างได฾เป็นอย฽างดีทางด฾านพุใคร฾ ช฽องแคบแควน฾อยที่มีพระยาสีหราชเดโชไชย พระยาท฾าย้ า และพระยาเพชรบุรีก็คมกองโจรไทยปล฾นเสบียงพม฽าอยู฽นั้น ใน ขั้นแรกสามพระยากระท าการณ์ได฾ผลดี สามารถรวบรวมเสบียงช฾างม฾า มาถวายหลายสิบเวือก และได฾รับการชมเชยปูน บ าเหน็จ แต฽ระยะหลังพม฽ารู฾ตัวจึงเตรียมปูองกันบริเวณช฽องแคบพุใคร฾อย฽างแข็งแรง กองโจรไทยไม฽สามารถเล็ดลอดช฽อง แคบ เข฾าไปได฾อย฽างที่เคยกระท า จึงหลีกหนีไปซุ฽มอยู฽ที่อื่นก฽อนพวกขุนหมื่นในกองทัพมาฟูองกล฽าวโทษจึงรับสั่งให฾พระยา มณเฑียรบาลกับข฾าหลวงหลายนายยกทัพไปจับพระยาทั้งสาม มาพิจารณาปรึกษาโทษถ฾าเป็นจริงให฾ประหารชีวิต และตัด ศีรษะมาถวาย ส฽วนปลัดทัพทั้งสองให฾เอาดาบสับศีรษะทั้งสาม สามเสี่ยง ปลัดทัพทั้งสองนายคือ พระยารามค าแหง และ พระยาเสนานนท์เมื่อน าเอาศีรษะเหล฽านั้นมาถวาย ณ ค฽ายหลวงแล฾ว ก็มีพระราชบัณฑรูให฾เอาศีรษะทั้งสามพระยาไปเสียบ ประจานไว฾หน฾าค฽าย เพื่อมิให฾ผู฾ใดขัดรับสั่งซึ่งเป็นกฎหมายในยามศึกสงคราม ซึ่งต฾องอาศัยความรวดเร็วเฉียบขาด การ กระท าครั้งนี้แม฾จะแสดงถึงความเหี้ยมโหดจนเกินไป แต฽ก็เป็นหลักส าคัญทางยุทธวิธีที่ต฾องรักษาวินับทหารให฾เข็มแข็ง จากนั้นกรมพระราชวังบวรฯ จึงแต฽งตั้งให฾พระองค์เจ฾าขุนเณรคุมกองโจรไทยไปปล฾นเสบียงอาหารของพม฽าที่พุใคร฾ช฽องแคบ แม฽น้ าแควน฾อยต฽อไป ฝุายทัพหลวงของไทยที่รักษาพระนคร ได฾รับข฽าวว฽าทางด฽านเจดีย์สามองค์ก าลังระส่ าระสาย ค฽ายไทยที่ ทุ฽งลาดหญ฾า บอบช้ าล฾มตายเป็นอันมาก ด฽านกรามช฾างก็แตก จึงท าให฾พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลก ทรงพระ วิตก เสด็จทรงเรือพระที่นั่งบัลลังค์บุษบกพิศาลประกอบพื้นแดง พระที่นั่งพิมานเมืองอินทร์ ประกอบพื้นด ารงพระไชย น า เสด็จพร฾อมด฾วยเรือท฾าวพระยา เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทโดยเสด็จมีพลโยธาทหาร ๒๐,๐๐๐ คน เสด็จยาตราพล พยุ หนาวาออกจากรุงเทพฯ ในวันขึ้น ๙ ค่ า เดือนยี่ พุทธศักราช ๒๓๒๘ รอนแรมไปทางชลมาคเข฾าสู฽กาญจนบุรี กรม พระราชวังบวรฯ (พระอนุชา) ซึ่งเป็นแม฽ทัพแห฽งทุ฽งลาดหญ฾า ถวายการรับเสด็จและรับรอง ว฽าจะรักษาทุ฽งลาดหญ฾าไว฾ให฾ถึง ที่สุด ขออัญเชิญให฾เสด็จกลับ เพื่อได฾น าทัพหลวงรักษาพระนครไว฾ในขณะที่ทัพหลวงกลับนั้นเป็นเวลากลางคืน ท าให฾พม฽า ไม฽ล฽วงรู฾ว฽าทัพหลวงกลับไปในเวลาเดียวกัน กรมพระวังบวรฯ ได฾ใช฾อุบายให฾ทหารลาดหญ฾าส฽วนหนึ่งติดตามทัพหลวงไปส฽ง พอรุ฽งเช฾าก็ให฾ทหารลาดหญ฾ากลับคืนสู฽ค฽ายแล฾วให฾โห฽ร฾องถือธงทวิตีกลองลั่นปุา และแบ฽งผลัดถอยในเวลากลางคืนพอรุ฽งเช฾าก็ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๗


ให฾โห฽ร฾องกลับสู฽ค฽าย เป็นประจ าเพื่อท าสงครามจิตวิทยา ฝุายพม฽าได฾ยินเสียงทัพไทยเข฾าหนุนทุกวันก็ครั่นคร฾ามนับว฽าสงคราม จิตวิทยาของไทยก าลังได฾ผล กล฽าวทหารพม฽าได฾น าความกราบทูลต฽อพระเจ฾าปดุงว฽าไทยเพิ่มก าลังขึ้นมากพร฾อมทั้งใช฾ไม฾ท า ลูกปืนและทางด฾านพม฽าถูกตัดการล าเลียงเสบียงอาหารและเกิดไข฾ทรพิษ เมื่อพระเจ฾าปดุงทรงทราบก็เล็งเห็นว฽าทรง คาดการณ์ผิด เดิมพระองค์ ต฾องการพม฽าเดินทัพถึงเขตกาญจนบุรี และราชบุรีแล฾วหาเสบียงในเขตของไทย แต฽ทุกอย฽าง ล฾มเหลว นอกจากนั้นก็ใช฾ยุทธวิธีเอาปืนใหญ฽ขึ้นไปยิงบนหอสูง ก็ถูกท าลายลงสิ้นจึงตัดสินพระทัยให฾ทัพพม฽าล฽าถอยกลับ ในวันศุกร์ แรม ๔ ค่ า เดือน ๓ พุทธศักราช ๒๓๒๘ กรมพระราชวังบวรฯ จึงมีพระราชด ารัสให฾ท฾าวพระยา นายทัพทั้งปวงยก พลออกระดมตีค฽ายพม฽าทุกแห฽ง แบ฽งหน฾าที่และอาวุธกันใช฾ปืนใหญ฽ยิงบนหอสูง และใช฾ปืนลากล฾อยิงพม฽าเตรียมรับศึกหนัก ตั้งแต฽เช฾าจนค่ า พม฽าใช฾ความมืดถอยออกจากค฽ายหนีไป ทหารไทยเข฾าค฽ายพม฽าได฾หมดสิ้น จับผู฾คนและเครื่องศาสตราวุธได฾ เป็นจ านวนมาก แม฾กระนั้นกรมพระราชวังบวรฯ ยังมีพระราชด ารัสให฾กองทัพทั้งปวงยกทัพติดตามซ้ าเติมพม฽าที่ถอยแตกไป จนถึงชายแดน และจับได฾พลพม฽า ช฾าง ม฾า เครื่องศาสตราวุธอีกมากมาย ทางด฾านพระองค์เจ฾าขุนเณร ซึ่งคุมกองโจรนั้นได฾ สกัดตามเส฾นทางไว฾พร฾อมทั้งติดตามรบกับทัพพม฽า ที่ท฽าดินแดงและสามารถจับผู฾คน และศาสตราวุธได฾มากเช฽นกัน ฉะนั้นทัพ พม฽าทั้งหมดก็แตกพ฽ายถอยทัพกลับไป การรบที่ทุ฽งลาดหญ฾าครั้งนี้ นับว฽าเป็นเกียรติประวัติที่ชาวไทยพึงส านึก และตระหนัก ถึงความส าคัญเป็นอย฽างยิ่ง ชัยชนะที่ได฾รับมานั้นต฾องอาศัยความกล฾าหาญ หลักแหลม วิทยายุทธ์ และการเสียสละทั้ง ทางด฾านชีวิต และจิตใจ ร฽างกาย และวิญญาณ และทหารไทยเป็นเดิมพัน เมื่อสามารถขับไล฽พม฽าไปจนถึงชายแดน แล฾ว กรมพระราชวังบวรฯ ก็ยกทัพกลับทางด฾านราชบุรี ปรากฏว฽ากองทัพหน฾าพบกองทัพพม฽าส฽วนหนึ่งที่ตั้งอยู฽ที่เขางู และล าภาชี จึงขับไล฽กองทัพพม฽าแตกกระเจิงไปอีก รวมเวลาที่ไทยสามารถรบกับพม฽าที่ทุ฽งลาดหญ฾า ประมาณ ๒ เดือน จึงสมารถเอาชัย ชนะจากพม฽าได฾ส าเร็จ จอมทัพไทยแห฽งทุ฽งลาดหญ฾า นับเป็นวีระบุรุษที่กล฾าหาญผู฾หนึ่ง แม฾จะเป็นเพียงสามัญชนนามว฽านาย บุญมา และรับราชการเป็นมหาดเล็ก ต าแหน฽งนายสุจินดา และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระมหามนตรีพระอนุชิตราชา พระยา ยมราชเจ฾าพระยาสุรสีห์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงนาท ๘ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๙ เข็มพระราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท ตราพระราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท นี้เป็นรูปพระลักษณ์แผลงศร ทรงหนุมานแผลงฤทธิ์ ออก ศึกสงคราม เป็นตราประจ าพระองค์ของ สมเด็จพระบวรราชเจ฾ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ เส฾นรัศมีที่พุ฽งออกมาโดยรอบ ภายในวงกลมสีแดง หมายถึง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ที่แสดงแสนยานุภาพแผ฽ไพศาลไปทุกสารทิศ ส฽วนขอบที่มีลักษณะเป็นเส฾นร฾อยคล฾องต฽อกันนั้น หมายถึง ความร฽วมมือ ร฽วมใจ ด฾วยความสามัคคีเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน รวมความหมายของเข็มพระราช ลัญจกรมหาสุรสิงหนาท เปรียบเสมือนภาระหน฾าที่ของก าลังพลทุกนายใน กองพลทหารราบที่ ๙ ที่จะต฾อง ปกปูองคุ฾มครองประเทศชาติ ด฾วยความ องอาจ กล฾าหาญ มีความสามัคคีเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน กระทรวงกลาโหมได฾อนุมัติให฾มีและประดับเข็มราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท ได฾ ตั้งแต฽ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๗ ส าหรับการประดับเข็มราชลัญจกรมหาสุรสิงหนาท ใช฾ประกอบกับเครื่องแบบทุกชนิด ยกเว฾น เครื่องแบบฝึก และเครื่องแบบสนาม โดยประดับที่ปกกระเป฻าเสื้อด฾านซ฾าย ชิดขอบกระเป฻าเสื้อทางด฾านขวาบน ถ฾าเป็นเสื้อเครื่องแบบที่ไม฽มีกระเป฻าบน ให฾ประดับให฾ประดับเข็มนี้บริเวณอกเบื้องซ฾าย ในแนวเดียวกับกระเป฻าบน ส าหรับเครื่องแต฽งกายประเภท อื่นๆ เช฽น ชุดพระราชทาน, ชุดสากลนิยม, ชุดซาฟารี หรือ ชุดตรวจการ ซึ่งทุกชุดต฾องเป็นชนิดผ฾า และสีเดียวกัน ส าหรับสุภาพสตรีที่แต฽งเครื่องแบบข฾าราชการ ชุดท างาน หรือชุดสุภาพ ให฾ใช฾ประดับที่คอเสื้อ หรือสาบเสื้อหรือปกเสื้อด฾านซ฾าย


ฝกพ.พล.ร.๙ ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิต ส าหรับก าลังพลของกองทัพบกที่ปฏิบัติหน้าที่ยามปกติ (พิทักษ์พล) พ.ศ. ๒๕๖๕ ------------------------------------- เพื่อเป็นการสร฾างขวัญก าลังใจและเป็นสวัสดิการแก฽ก าลังพลของ กองทัพบก ที่ปฏิบัติหน฾าที่ในยามปกติด฾วยความตั้งใจ มุ฽งมั่น เสียสละ และเหนื่อยยากตรากตร าต฽อการฝึก รวมทั้งไม฽สร฾างความ เสื่อมเสียให฾กองทัพบก จึงก าหนดให฾มีการจ฽ายเงินค฽าสินไหม ทดแทนในการประกันชีวิต โดยให฾เป็นไปตามระเบียบฯ ดังนี้ ข฾อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว฽า "ระเบียบกองทัพบก ว฽าด฾วยการ จ฽ายเงินค฽าสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตส าหรับก าลังพลของ กองทัพบกที่ปฏิบัติหน฾าที่ยามปกติ (พิทักษ์พล) พ.ศ. ๒๕๖๕" ข฾อ ๒ ระเบียบนี้ให฾ใช฾บังคับตั้งแต฽ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ เป็นต฾นไป ข฾อ ๓ ให฾ยกเลิกระเบียบกองทัพบก ว฽าด฾วยการจ฽ายเงินค฽า สินไหมทดแทนในการประกันชีวิตส าหรับข฾าราชการ ลูกจ฾าง พนักงานราชการและอาสาสมัครทหารพรานของกองทัพบก ที่ ปฏิบัติหน฾าที่ยามปกติ (พิทักษ์พลพิเศษ) พ.ศ. ๒๕๖๔ และ ระเบียบกองทัพบก ว฽าด฾วยการจ฽ายเงินค฽าสินไหมทดแทนในการ ประกันชีวิตส าหรับทหารกองประจ าการ และนักเรียนทหารของ กองทัพบก (พิทักษ์พล) พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยให฾ใช฾ระเบียบนี้แทน ข฾อ ๔ ผู฾ที่จะได฾รับเงินค฽าสินไหมทดแทนตามระเบียบนี้ ได฾แก฽ ก าลังพลของกองทัพบกที่ได฾รับอันตรายหรือปุวยเจ็บจนถึงแก฽ ความตาย หรือพิการทุพพลภาพจนเป็นเหตุให฾ต฾องถูกปลดออก จากประจ าการ หรือเลิกจ฾าง หรือถูกปลดออกจากกองประจ าการ หรือถูกปลดพ฾นสภาพความเป็นนักเรียนทหาร จากสาเหตุการ ปฏิบัติงาน การฝึกศึกษา ทางธุรการ และอื่น ๆ ทั้งนี้จะต฾องไม฽ใช฽ เกิดจากสาเหตุต฽าง ๆ ดังต฽อไปนี้ ๔.๑ ความประมาทเลินเล฽ออย฽างร฾ายแรง หรือจากการ กระท าของตนเอง ๔.๒ การเสพยาเสพติด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิน กว฽ากฎหมายก าหนด อันเป็นเหตุให฾เกิดอุบัติเหตุได฾ง฽าย ๔.๓ ปรากฏโรคซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต฽ก฽อนเข฾ารับราชการ หรือ บรรจุเป็นลูกจ฾าง หรือพนักงานราชการ หรืออาสาสมัครทหาร พราน หรือนักเรียนทหารที่ขัดต฽อการรับราชการ โดยเป็นโรคที่ ระบุในกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ. ๒๕๔๐) และที่แก฾ไขเพิ่มเติม ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๗๖ (พ.ศ. ๒๕๕๕) ออกตามความใน พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ๔.๔ กระท าผิดกฎหมาย หรือผิดวินัยร฾ายแรงจนท าให฾ เสื่อมเสียต฽อกองทัพบก ข฾อ ๕ ประเภทก าลังพล ตามข฾อ ๔ ที่จะได฾รับเงินค฽าสินไหม ทดแทนตามระเบียบนี้ ได฾แก฽ ๕.๑ ข฾าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ลูกจ฾างประจ า ชั้ น สั ญ ญ า บั ต ร แ ล ะ บุ ค ค ลที่ ท า ห น฾ า ที่ ท ห า ร ต า ม ที่ กระทรวงกลาโหมก าหนดเทียบเท฽าข฾าราชการทหารชั้นสัญญา บัตร ๕.๒ ข฾ า ร า ชก า รทห า ร ต่ าก ว฽ า ชั้ น สั ญ ญ า บั ต ร ลูกจ฾างประจ าต่ ากว฽าชั้นสัญญาบัตรพลทหารประจ าการ (พล อ า ส า ส มั ค ร) แ ล ะ บุ ค ค ล ที่ ท า ห น฾ า ที่ ท ห า ร ต า ม ที่ กระทรวงกลาโหมก าหนดเทียบเท฽าข฾าราชการทหารต่ ากว฽าชั้น สัญญาบัตร ๕.๓ อาสาสมัครทหารพราน พนักงานราชการ ลูกจ฾าง ชั่วคราว ๕.๔ ทหารกองประจ าการ ๕.๕ นักเรียนทหารเทียบเท฽าข฾าราชการทหารชั้นสัญญา บัตรของกองทัพบก ๕.๖ นักเรียนทหารเทียบเท฽าข฾าราชการทหารต่ ากว฽าชั้น สัญญาบัตรของกองทัพบก ๕.๗ บุคคลที่ท าหน฾าที่ทหารตามที่กระทรวงกลาโหม ก าหนดเทียบเท฽าทหารกองประจ าการ ข฾อ ๖ การจ฽ายเงินค฽าสินไหมทดแทนให฾ก าลังพลแต฽ละ ประเภท ตามข฾อ ๕ เป็นจ านวนเงินที่ระบุไว฾ในสัญญ า กรมธรรม์ของแต฽ละปี ซึ่งกองทัพบกท าสัญญาไว฾กับบริษัท ประกันชีวิต ตามแต฽กรณี ดังนี้ ๖.๑ กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน฾าที่ราชการในยาม ปกติ ๖.๒ กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน฾าที่การฝึก ปฏิบัติ หน฾าที่ด฾วยการใช฾อากาศยานของราชการ ปฏิบัติหน฾าที่ส าคัญ และเสี่ยงภัยตามที่กองทัพบกเห็นสมควร ๑๐ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


๖.๓ กรณีเสียชีวิตนอกเหนือจากข฾อ ๖.๑ และ ข฾อ ๖.๒ ข฾อ ๗ ผู฾ยื่นค าขอรับเงินค฽าสินไหมทดแทนตามระเบียบนี้ ได฾แก฽ ๗.๑ ผู฾พิการทุพพลภาพ ๗.๒ ผู฾ซึ่งผู฾ตายหรือผู฾พิการทุพพลภาพ ระบุให฾เป็นผู฾รับ เงินค฽าสินไหมทดแทน ๗.๓ เจ฾าหน฾าที่ซึ่งผู฾บังคับบัญชา ระดับ ผู฾บัญชาการกอง พล หรือเทียบเท฽าขึ้นไปก าหนดให฾เป็นผู฾ท าค าขอแทน ข฾อ ๘ ให฾ผู฾ยื่นค าขอรับเงินค฽าสินไหมทดแทน ยื่นหลักฐาน ประกอบ ดังนี้ ๘.๑ รายงานหรือบันทึกการสอบสวนเกี่ยวกับสาเหตุแห฽ง การเสียชีวิต (เว฾นกรณีเสียชีวิตจากการปุวยเจ็บ) ๘.๒ ส าเนารายงานการสูญเสีย ๘.๓ ส าเนาใบมรณบัตร (กรณีเสียชีวิต) ๘.๔ ส าเนาหนังสือแสดงเจตนาระบุให฾เป็นผู฾รับเงินค฽า สินไหมทดแทนฯ ค าสั่งก าหนดให฾เป็นผู฾ท าค าขอรับเงินค฽า สินไหมทดแทน หรือส าเนาสอบสวนทายาท ป.ค.๑๔ (กรณี ผู฾เสียชีวิตมิได฾ระบุใบแสดงเจตนา) ๘.๕ ส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชนและส าเนาทะเบียน บ฾านของผู฾รับเงิน ตามข฾อ ๘.๔ ๘.๖ ใบส าคัญความเห็นแพทย์ให฾ปลดพิการ (ทบ.๔๖๖ – ๖๒๐) ๘.๗ ค าสั่งปลดพ฾นราชการทหารด฾วยเหตุทุพพลภาพ ค าสั่งปลดออกจากกองประจ าการหรือปลดพ฾นสภาพความเป็น นักเรียนทหาร ๘.๘ หลักฐานพิสูจน์ระดับสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ในเลือด กรณีผู฾เสียชีวิตเป็นผู฾ขับขี่ยานพาหนะ ๘.๙ ส านวนสอบสวนของต ารวจ (กรณีเสียชีวิตผิด ธรรมชาติ ซึ่งไม฽สามารถระบุการตายที่แน฽ชัดได฾) ๘.๑๐ กรณีผู฾มีสิทธิได฾รับเงินค฽าสินไหมทดแทน ตั้งแต฽ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ให฾ส฽งหลักฐานเพิ่มเติม เป็นรูป ถ฽ายภาพสีขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ถ฽ายคู฽กับบัตรประชาชน โดยต฾อง เป็นบุคคลเดียวกัน ข฾อ ๙ ผู฾มีสิทธิได฾รับเงินค฽าสินไหมทดแทน ได฾แก฽ ๙.๑ บุคคล ตามข฾อ ๗.๑ และ ๗.๒ ๙.๒ ในกรณีที่ผู฾ตายมิได฾แสดงเจตนาระบุไว฾ให฾จ฽าย ให฾กับทายาทผู฾มีสิทธิตามพระราชบัญญัติบ าเหน็จบ านาญ ข฾าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ข฾อ ๑๐ การด าเนินการขอรับเงินค฽าสินไหมทดแทนตามระเบียบ นี้ ให฾หน฽วยต฾นสังกัดเป็นผู฾ด าเนินการจนถึงผู฾บัญชาการกองพล หรือเทียบเท฽าแล฾วจึงเสนอเรื่องถึงกรมก าลังพลทหารบกเพื่อให฾ ตรวจสอบขั้นต฾น และน าเรียนขออนุมัติต฽อผู฾บัญชาการทหารบก หรือผู฾ที่ได฾รับมอบอ านาจก฽อนส฽งเรื่องให฾กรมสวัสดิการทหารบก ด าเนินการทางธุรการเกี่ยวกับการจ฽ายเงินให฾แก฽ผู฾มีสิทธิได฾รับเงิน ตามข฾อ ๙ ต฽อไป ทั้งนี้ ให฾หน฽วยต฾นสังกัดเร฽งด าเนินการภายใน เวลา ๓๐ วัน นับแต฽วันที่ก าลังพลเสียชีวิตหรือวันที่ปลดออกจาก ประจ าการ หรือเลิกจ฾าง หรือปลดออกจากกองประจ าการ หรือ พ฾นสภาพความเป็นนักเรียนทหาร ข฾อ ๑๑ กรมก าลังพลทหารบก ตรวจสอบความถูกต฾องของการสูญเสีย ร฽วมกับหน฽วยต฾นสังกัดแล฾ว สรุปน าเรียนขออนุมัติต฽อผู฾บัญชาการทหารบก หรือผู฾ที่ได฾รับมอบ อ านาจ เพื่ออนุมัติการจ฽ายเงินค฽าสินไหมทดแทน ข฾อ ๑๒ ให฾ กรมสวัสดิการทหารบก ด าเนินการและประสานงาน กับหน฽วยที่เกี่ยวข฾องหรือบริษัทประกันชีวิตในเรื่องการจัดท า สัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตของกองทัพบก การด าเนินงาน เกี่ยวกับกองทุนส ารองฉุกเฉิน เงินคืนตามประสบการณ์ที่ระบุไว฾ ในกรมธรรม์ และการจ฽ายเงินค฽าสินไหมทดแทนให฾กับก าลังพล ให฾เป็นไปตามที่กองทัพบกก าหนด ข฾อ ๑๓ ให฾เจ฾ากรมก าลังพลทหารบก เป็นผู฾รักษาการตาม ระเบียบนี้ และให฾มีอ านาจในการก าหนดรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ไม฽ขัดหรือแย฾งกับระเบียบนี้ได฾ตามความเหมาะสม ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก฾วแท฾ (ณรงค์พันธ์ จิตต์แก฾วแท฾) ผู฾บัญชาการทหารบก ที่มา : กรมก าลังพลทหารบก --------------------------------- ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๑๑


ฝกม.พล.ร.๙ หากใครจ ากันได฾ Elon Musk เคยส฽ง Starlink บริการ อินเทอร์เน็ตผ฽านดาวเทียม ไปช฽วยเหลือยูเครนในการ สื่อสาร และการเข฾าถึงอินเทอร์เน็ต แต฽ล฽าสุดยูเครนได฾ น าบริการนี้ ไปใช฾ควบคุมโดรนทางทหาร !! SpaceX ประกาศสั่งห฾ามยูเครน น าบริการ Starlink ไปใช฾ควบคุมโดรนทางการทหาร ยกเว฾นการสื่อสาร ระหว฽างกองทัพที่ยังให฾ท าได฾ ก฽อนหน฾านี้ Elon Musk ได฾ส฽งตัวรับสัญญาณของ Starlink เป็นจ านวนกว฽า ๒๕,๐๐๐ เครื่องให฾กับยูเครน โดยจุดประสงค์หลักคือการช฽วยให฾พลเมืองยูเครนเข฾าถึง อินเทอร์เน็ตได฾ ในขณะที่รัสเซียยังคงเข฾าโจมตีอยู฽ ทว฽า กลับมีรายงายว฽า ยูเครนได฾น า Starlink ไปใช฾ควบคุม โดรนให฾ช฽วยก าหนดเปูาหมายในการโจมตีกองทัพรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดนโยบายของ SpaceX [Starlink ไม่ได้สร้างมาเพื่อใช้เป็นอาวุธ] Gwynne Shotwell ประธานและหัวหน฾าฝุายปฏิบัติการของ SpaceX กล฽าว อย฽างไรก็ตาม ทาง Gwynne Shotwell ก็ทราบดีว฽า ชาวยูเครนไม฽ได฾มีส฽วนร฽วมในการใช฾งานครั้งนี้ และต฽อไป ทาง SpaceX อาจมีการจ ากัดฟีเจอร์บางอย฽างของ Starlink ลง เพื่อปูองกันการใช฾งานดังกล฽าว ก฽ อ น ห น฾ า นี้ ท าง รั ส เ ซี ย ไ ด฾ เ ตื อ น ว฽ า SpaceX อาจกลายเป็นเปูาหมายทางการทหารที่ถูกต฾องตาม กฎหมาย (Legitimate Target) จึงมีพยายามที่จะ รบกวนสัญญาณ Starlink ในยูเครน ส฽งผลให฾ Elon Musk ได฾เพิ่มระบบปูองกันให฾กับตัวบริการโดยเฉพาะ โดนเบรค SpaceX ห้ามกองทัพยูเครน ใช้เน็ตดาวเทียมคุมโดรน ๑๒ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ฝกม.พล.ร.๙ ไทยเปิดสนามทดสอบรถไร฾คนขับ ประเดิม คันแรก Neolix X3 Plus ยานยนต์อัตโนมัติไร฾คนขับ Level 4 กรมวิทยาศาสตร์บริการ ร฽วมกับ บริษัท นากาเซ฽ผู฾ประยุกต์ใช฾ ยานยนต์อัตโนมัติNeolix เดินหน฾าทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ ไร฾คนขับจากประเทศจีนเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความ ปลอดภัย การทดสอบครั้งนี้ไทยได฾สนับสนุนผู฾เชี่ยวชาญจาก กลุ฽ม นวัตกรรมหุ฽นยนต์และระบบอัตโนมัติ พร฾อมอุปกรณ์ การทดสอบหรือเครื่องมือระบุต าแหน฽งที่มีความแม฽นย าสูง สามารถอ฾างอิงได฾กับ Euro NCAP ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก โดยใช฾พื้นที่ของศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (IOC) EECi วังจันทร์ วัลเลย์ของ ปตท. การทดสอบนี้เกิดขึ้นภายใต฾โครงการสร฾าง สน ามทดสอบ ร ถอั ตโนมัตห รื อ Connected and Autonomous Vehicle (CAV) Proving Ground ซึ่งอยู฽ ระหว฽างก฽อสร฾างเพื่อยกระดับการผลิตยานยนต์ในไทยให฾ได฾ มาตรฐานระดับสากล รวมถึงพัฒนาระบบการควบคุม ความปลอดภัยในการขับขี่ อัจฉริยะ ADAS จนถึงระบบ Driverless Car ซึ่งได฾ทดลองจริง แล฾ว เป็นเวลา ๓ วัน ภายใต฾๕ สถานการณ์ ได฾แก฽ Adaptive Cruise Control, Unprotected right turn, Unprotected left turn, Automatic Braking และ Obstacle Avoidance โดยมี รถที่เป็นเปูาล฽อทั้งที่เป็นรถอัตโนมัติและรถทั่วไปมาร฽วมทดสอบ เพื่อให฾ทราบถึงความเสถียรของยานยนต์อัตโนมัติNeolix โดยผลการทดสอบสามารถยืนยัน ได฾ถึงนวัตกรรมและความ ปลอดภัยขั้นสูงสุดของยานยนต์อัตโนมัติไร฾คนขับ Neolix ช฽วย เพิ่มความเชื่อมั่นให฾กับยานยนต์อัตโนมัติไร฾คนขับ Level 4 อย฽างมาก ไทยเปิดสนามทดสอบรถไร้คนขับ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๑๓ ประเดิมคันแรก Neolix X3 Plus


ฝกม.พล.ร.๙ มีเว็บไซต์ลับเว็บหนึ่ง เปิดให฾โหลดข฾อมูลบัตรเครดิตที่ ได฾ขโมยมาฟรี ๆ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๑ ปี ของเว็บไซต์ ซึ่งโดยปกติแล฾ว จะเป็นการขายข฾อมูล เหยื่อให฾กับคนที่ต฾องการ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว฽า ก า ร ป ล฽ อ ยใ ห฾โ ห ลดฟ รี เ ว็บ อ า จ จ ะ ต฾ อง ก า ร ประชาสัมพันธ์เพื่อให฾หลายคนรู฾ว฽ามีเว็บที่ขายข฾อมูล บัตรเครดิตนี้อยู฽ เพื่อที่จะท าให฾พวกเขามีรายได฾มาก ขึ้น (แต฽หลังจากนี้ น฽าจะโดนแบนแทน) นักวิจัยที่ขุดชุดข฾อมูลที่รั่วออกมา และพบว฽ามีบัตร เครดิตอย฽างน฾อย ๗๔๐,๘๕๘ ใบ แม฾บางข฾อมูลเป็น ข฾อมูลที่ซ้ ากัน แต฽ก็ถือว฽าเป็นจ านวนที่ไม฽น฾อยเลย เราไม฽ทางรู฾เลยว฽า จะมีข฾อมูลบัตรเครดิตของคน ไทยรั่วไปมากแค฽ไหน หรือมีข฾อมูลบัตรของเรา หรือเปล฽า แต฽สิ่งที่ระวังตัวได฾คือ บัตรอันไหนที่เรา ใช฾ซื้อของออนไลน์ หรือลงทะเบียนในเว็บต฽าง ๆ ไว฾ ให฾ก าหนดค฽าใช฾จ฽ายขั้นต่ าต฽อครั้งและต฽อวันไว฾ (ท าผ฽านแอปก็ได฾ ทุกธนาคารท าได฾หมดแล฾วล฽ะ) ยกตัวอย฽างเช฽น ผมก าหนดวงเงินในการใช฾งานไว฾ ต฽อครั้งที่ ๑,๐๐๐๐ พันบาท แต฽หากต฾องการซื้อ ของใหญ฽ ก็เข฾าไปแก฾จ านวนขั้นต่ าในแอปที่ ๑๐,๐๐๐ เมื่อซื้อของเสร็จ ก็เข฾าไปแก฾จ านวนขั้น ต่ าให฾เป็น ๑,๐๐๐ เท฽าเดิม เท฽านี้ ก็ปลอดภัยแล฾ว อาจจะดูยุ฽งยากไปนิด แต฽ถ฾าเงินหายไปตอนตี ๓ อาจจะยุ฽งยากกว฽า โผล่เว็บลับ ข้อมูลบัตรเครดิตรั่ว ๑๔ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ มากกว่า ๗ แสนรายการ


แนวทางการด าเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินซึ่งอยู่ ในความครอบครองดูแลและใช้ประโยชน์ของ ทบ. มุมกฎหมาย ฝธน.พล.ร.๙ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๑๕ เมื่อเจ฾าหน฾าที่ผู฾มีหน฾าที่ดูแลรักษาที่ดินของหน฽วย พบผู฾บุก รุกในพื้นที่ครอบครองดูแลและใช฾ประโยชน์ควรด าเนินการ ตามขั้นตอน ดังนี้ แผนภูมิดูแลรักษาที่ดินของกองทัพบก เมื่อท฽านพบผู฾บุกรุกที่ดินท฽านจะเริ่มอย฽างไร ๑. ขั้นตอนการตรวจสอบ ขั้นตอนแรก พบผู฾บุกรุก ตรวจสอบเบื้องต฾น ท าผังแปลงที่ดิน ตรวจสอบกับหน฽วยงาน เจ฾าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ในพื้นที่ๆ รับผิดชอบในการดูแลรักษาและใช฾ประโยชน์แสวงหาหลักฐาน ทั้งของ ทบ. (หน฽วย) และผู฾บุกรุก หลักฐานของหน฽วย (ทบ.) ประวัติที่ดิน พ.ร.ฎ, น.ส.ล. หนังสืออนุญาต ให฾ใช฾ที่ดิน ฯลฯ หลักฐานของผู฾บุกรุกมีเอกสารสิทธิหรือโฉนดที่ดิน, น.ส.๓ ก., น.ส.๓ ส.ค.๑, ใบ ภบท.๕ ที่ผู฾บุกรุกกล฽าวอ฾างว฽าเป็นหนังสือแสดงสิทธิ ทบ. หน฽วยท าผังแปลงของหน฽วยที่ได฾รับอนุญาตให฾ใช฾ประโยชน์ ตาม พ.ร.ฎ. ลงในแผนที่ L7018 ผู฾บุกรุก ก าหนดจุดพิกัดรอบแปลงที่บุกรุก ๔ จุด เหมือนกระดาษ A4 (ยกตัวอย่าง) ลงในแผนที่ L7018 ของหน฽วยใช฾ประโยชน์


๑๖ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ ธนารักษ์พื้นที่ สนง.ที่ดิน ปุาไม฾เขต ตรวจสอบภาพถ฽ายทางอากาศ ในระบบภูมิสารสนเทศ เมื่อตรวจเอกสารแล฾วพบว฽าเป็นการบุกรุกในที่ดินของ ทบ. ครอบครอง ดูแลและใช฾ประโยชน์ ท าหนังสือถึงธนารักษ์เพื่อตรวจว฽าพื้นที่บุกรุกนั้นอยู฽ในที่ราชพัสดุหรือไม฽ ท าหนังสือถึง สนง.ที่ดิน กรณีผู฾บุกรุกมีเอกสารสิทธิ เช฽น สด.๑, น.ส.๓, น.ส.๓ ก., โฉนดที่ดิน เพื่อหาสาระบบที่ดินว฽าออกเอกสิทธิ์ตั้งแต฽ เมื่อใด ก฽อนหรือหลังความเป็นเจ฾าของกรรมสิทธิ์ของหน฽วย (ทบ. ใช฾ประโยชน์) ตาม พ.ร.ฎ. และอื่นๆ ฯลฯ ท าหนังสือถึงปุาไม฽เขตกรณี ทบ. ขอใช฾พื้นที่จากปุาไม฾ว฽าพิกัดจุดผู฾บุกรุก อยู฽ในพื้นที่ปุาไม฾ อนุญาตให฾ ทบ. ใช฾ประโยชน์ให฾ใช฾ (กม. ที่ด าเนินคดี กับผู฾บุกรุก คนละฉบับ) เมื่อทราบแน฽ชัดแล฾วว฽าอยู฽ในพื้นที่ พ.ร.ฎ., มีเอกสารสิทธิ์ต฽างๆ ที่ออกให฾โดยทางราชการหรืออยู฽ในพื้นที่ปุาไม฾ ฯลฯ เพื่อพิสูจน์ทราบในเบื้องต฾นว฽าผู฾บุกรุกหรือ ทบ. ใครมาอยู฽ก฽อนใคร ภาพถ฽ายทางอากาศจะเป็นหลักฐานส าคัญสามารถพิสูจน์ได฾ทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถลบล฾างค ากล฽าวอ฾างของผู฾บุกรุกได฾ว฽าอยู฽มาตั้งแต฽รุ฽นปูุ, ย฽า, ตา และยาย ซึ่งภาพถ฽ายทางอากาศจะเป็นตัวบ฽งชี้ว฽าจะด าเนินคดีกับ ผู฾บุกรุกได฾หรือไม฽ อย฽างไร ผลของการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศจะหาได้ที่ไหน อย่างไร - กรมแผนที่ทหาร, ตั้งแต฽ พ.ศ. ๒๔๙๕ โดยเช็คระวางตามที่ก าหนดจุพิกัดของผู฾บุกรุกไว฾โดยขอซื้อภาพถ฽าย ย฾อนหลังไปเพื่อหาร฽องรอบการท าประโยชน์ - ส านักงานพัฒนาเทคโนโลยีและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน GISTDA) - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล฾อม - กูเกิ้ลแมพ Google MAP เป็นภาพถ฽ายทางอากาศค฽อนข฾างจะเป็นปัจจุบัน - กรณีไม฽มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ในพื้นที่บุกรุก ผลของการตรวจสอบถ฽ายทางอากาศแล฾ว ไม฽พบร฽องรอยการท าประโยชน์ใดๆ ต฾อง ด าเนินคดีกับผู฾บุกรุกทันทีเมื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานพร฾อม - กรณีมีเอกสารสิทธิ์ที่ทางราชการออกให฾ เช฽น โฉนดที่ดิน, น.ส.๓ ก., น.ส.๓, สค.๑ ใบเบื้องต฾น ต฾องถือว฽าเป็นเอกสาร สิทธิที่ออกโดยชอบด฾วยกฎหมายจนกว฽าจะมีการเพิกถอน กรณีดังกล฽าวนี้ถือเป็นการโต฾แย฾งกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ การด าเนินการทางกฎหมายและระเบียบต฽างๆ ที่เกี่ยวข฾องต฾องใช฾ระยะเวลานานน าเข฾าสู฽กระบวนการพิสูจน์สิทธิ (กบร.) ตามระเบียบส านักงานนายกรัฐมนตรี ว฽าด฾วยการแก฾ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕ - การด าเนินการ หน฽วยที่พบผู฾บุกรุกต฾องท ารูปแปลงที่เป็นเอกสารสิทธิลงพิกัด ๔ จุด ลงบนแผนที่ L7018 ท าหนังสือถึง กบร.จังหวัด เพื่อพิสูจน์สิทธิ์การเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งถือว฽าเป็นการโต฾แย฾งสิทธิ์ของผู฾ครอบครองรอผลการพิสูจน์สิทธิ์จาก กบร.จังหวัด หรือ กบร.ส฽วนกลาง เมื่อได฾ผลการพิสูจน์สิทธิ์แล฾วว฽ามีร฽องรอยการท าประโยชน์หรือไม฽มีร฽องรอย หากไม฽มีร฽องรอย ต฾องมีหนังสือแจ฾งอธิบดีกรมที่ดินขอให฾เพิกถอนการออกโฉนดที่ดินรายนี้ หากด าเนินการแล฾วไม฽เป็นผลต฾องน าเรียน ทบ. เพื่อขอให฾ฟูองศาลเพื่อให฾ศาลมีค าพิพากษาเพิกถอนการออกโฉนดของที่ดินรายนี้ และหน฽วยควรด าเนินการปรึกษาพนักงาน อัยการ, ที่ปรึกษาหรือนายทหารพระธรรมนูญของหน฽วยว฽าจะต฾องด าเนินคดี หรือฟูองเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์ของผู฾บุก รุกดังกล฽าวอย฽างไร


๒. ขั้นตอนการด าเนินการคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของ ทบ. ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๑๗ ส฽วนมากผู฾บุกรุกจะอ฾างว฽ามีใบ ภบท.๕ เสียภาษีถูกต฾อง ของหน฽วยใช฾ประโยชน์ในที่ดินถูกบุกรุก เช฽น ประวัติที่ดิน, ขอบเขตการบุกรุกพิกัดในแบบที่ L7018 รอบพื้นที่การบุกรุก ภาพถ฽ายผู฾บุกรุก รายละเอียดผู฾บุกรุก ชื่อ ที่อยู฽ มีหนังสือตรวจสอบกับธนารักษ์พื้นที่ ว฽าพื้นที่บุกรุกนั้นอยู฽ในที่ ราชพัสดุหรือไม฽ แสดงสิทธิการเป็นเจ฾าของพื้นที่ให฾เวลาแก฽ผู฾บุกรุกให฾รื้อถอน ขนย฾ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่บุกรุกภายใน ๓๐ วัน แบ฽งการ แจ฾งออกเป็นสองครั้ง โดยท าเป็นหนังสือจดหมายลงทะเบียน ตอบรับถึงผู฾บุกรุกที่ดินตามภูมิล าเนาในบัตรประชาชนและ ปิดประกาศจดหมายนั้นไว฾ในพื้นที่บุกรุกให฾ชัดเจน ๑. ขั้นตอนการร฾องทุกข์ ๒. การจัดท าให฾การผู฾กล฽าวหา คือ ผู฾ที่รู฾เห็นการ กระท าความผิดซึ่งควรเป็นนายทหารสัญญาบัตร ขั้นตอนเมื่อคดีถึงพนักงานอัยการผู฾ว฽าคดีอัยการ เห็นควรฟูองผู฾ต฾องหาสู฽ศาลเพื่อพิจารณาพิพากษา ลงโทษตามความผิดฐานบุกรุก ศาลชั้นต฾นมีค าพิพากษา ลงโทษหรือยกฟูองผู฾กระท าความผิด โจทก์ หรือจ าเลยอุทธรณ์ค าพิพากษา ฎีกา การแจ฾งความร฾องทุกข์ต฾องเป็นลักษณะแจ฾งความเพื่อประสงค์ จะด าเนินคดีไม฽ใช฽การแจ฾งความไว฾เพื่อเป็นหลักฐานการ ด าเนินคดีจะไม฽เกิดขึ้น หนังสือมอบอ านาจจาก ทบ. ให฾ดูแลรับผิดชอบและด าเนินคดีกับ ผู฾บุกรุกที่ดินของ ทบ. รายงาน ทบ. ตามสายงานที่ดินส าเนาให฾ กบ.ทบ. ทราบอีกทางหนึ่ง ด฾วยขอรับค าปรึกษากับพนักงานอัยการ ถึงการด าเนินคดีกับผู฾บุกรุก ที่เกี่ยวข฾องกับคดี นายทหารที่ดิน (พยาน) นายทหารพระธรรมนูญ (ผู฾แทนคดี) เจ฾าหน฾าที่ชุดที่พบเห็นการกระท าความผิดและแจ฾งความร฾องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน เป็นพยานขึ้นให฾การต฽อศาลในฐานะพยาน ผู฾ร฾องทุกข์กล฽าวโทษ ผู฾กระท าความผิด แสดงการกระท าความผิด ให฾ปรากฏ หากคดีถึงที่สุดหน฽วยต฾องรายงานเพื่อฟูองผู฾บุกรุก ในทางแพ฽งเรียกค฽าเสียหายต฽อผู฾บุกรุกต฽อไป กรณีผู฾บุกรุกไม฽มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ๑. เจ฾าหน฾าที่ผู฾ด าเนินการต฾องรวบรวมพยานเอกสาร หลักฐาน ๒. รวมพยานหลักฐานทุกชนิดถึงพยานบุคคล, พยานวัตถุ เช฽น เครื่องมือเครื่องจักรในการกระท า ความผิดฐานบุกรุก ๓. แจ฾งเตือนให฾ออกจากพื้นที่บุกรุก


๓. ขั้นตอนหลังจากการได้ที่ดินคืนมาจากการบุกรุก เพื่อปูองกันปัญหาการบุกรุกที่จะมีขึ้นต฽อไปใน อนาคตเมื่อได฾ที่ดินคืนมา หน฽วยต฾องท าประโยชน์ ในที่ดิน แปลงนั้น เช฽น ปลูกพืชพลังงานทดแทน ปลูกปุา โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชด าริ เป็นต฾น - ปักปูายประชาสัมพันธ์แสดงแนวเขตแปลงพื้นที่บุกรุก - มีถ฾อยค าแสดงการประสัมพันธ์ว฽า เป็นพื้นที่บุกรุก และศาลพิพากษาลงโทษผู฾กระท าความผิดแล฾ว เป็นต฾น - ท ารั้วแสดงแนวเขตให฾ชัดเจน หรือปลูกแนวรั้วต฾นไม฾ แสดงแนวเขต รวบรวมโดย พันเอก ธนพัฒน์ โชคดารา กองอสังหาริมทรัพย์ กรมส฽งก าลังบ ารุงทหารบก ....................................................... อ฾างอิง : หนังสือ เรื่อง แนวทางการด าเนินคดีกับผู฾บุกรุก ที่ดิน ซึ่งอยู฽ในความครอบครองดูแลและเป็นประโยชน์ของ กองทัพบก ๑๘ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ฝอศจ.พล.ร.๙ สูตรส าเร็จในการใช฾ชีวิต ที่พระพุทธเจ฾าทรงแนะน าไว฾ สรุป ออกมาเป็นหลักปฏิบัติง฽ายๆ ดังนี้คือ ให฾คิดดี พูดดี ท าดี คบคนดี และไปสู฽สถานที่ดี นั่นหมายถึง อย฽าไปบ฽นเพ฾อ ตัด พ฾อ นินทาว฽าร฾าย ติเตียนใคร อะไรที่เราไม฽ชอบ ไม฽ต฾องการ ก็อย฽าคิดถึง พูดถึง หรือเข฾าไปคบหาสุงสิง เหมือนที่โค฾ช ทางด฾านจิตวิทยาพัฒนาชีวิตท฽านหนึ่งกล฽าวไว฾ “แทนที่เรา จะไปบ฽นว฽าสิ่งนั้นไม฽ถูกใจเรา สิ่งนี้ไม฽ถูกใจเรา ลองเปลี่ยน มาพูดให฾ชัดเลยว฽า อะไรที่เรารู฾สึกถูกใจ และอะไรที่เรา ต฾องการให฾มันเกิดขึ้น และเอาพลังใจของเราจดจ฽อเข฾าไปที่ สิ่งนั้น ต฾นไม฾ต฾นไหนที่เรารดน้ า ต฾นไม฾ต฾นนั้นจะเติบโต เรา ทุ฽มเทพลังใจของเราไปโฟกัสอยู฽กับสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะได฾ พลังงานจากเราเพิ่มมากขึ้น” ฉะนั้น ให฾คิดเป็นสูตรส าเร็จ ง฽ายๆ ดังนี้คือ อะไรที่มันไม฽ดี จัดเป็น “อบายมุข” ก็อย฽า เข฾าใกล฾ อย฽าไปทุ฽มเทให฾ความสนใจ “อบาย” แปลว฽า ความ เสื่อม ความพินาศ “มุข” คือ ปากทาง หรือช฽องทาง ฉะนั้น “อบายมุข” จึงแปลรวมกันว฽า “ทางที่น าไปสู฽ความเสื่อม ความพินาศ” ปากทางนั้นเปิดรอเราอยู฽ตลอดเวลา มันอยู฽ ที่ว฽าเราจะเข฾าไปหรือไม฽ ขออย฽าไปยุ฽งกับเรื่องราวที่ไม฽ดี เหล฽ านี้ ชี วิตก็จะดีและเป็นคนที่มีอน าคต ประสบ ความส าเร็จยิ่งใหญ฽ พูดง฽ายๆว฽า ตัดส฽วนเกินที่ไม฽ดีทิ้งไป เหมือนที่เคยมีคนถาม “ไมเคิล แองเจโล” ศิลปินนัก แกะสลักหินอ฽อนชาวอิตาลี ชื่อก฾องโลกว฽า “ท าไมแกะสลัก รูปเดวิดได฾สวยงามสมจริงปานนั้น?” เขาตอบว฽า “ขณะที่ หินก฾อนใหญ฽ถูกส฽งมาถึง ผมมองเห็นรูปของเดวิดอยู฽ในหิน ก฾อนนั้นแล฾ว สิ่งที่ผมต฾องท าต฽อไปจากนั้นก็คือ สกัดเอาส฽วน ที่ไม฽ใช฽เดวิดทิ้งไป!” เราทุกคนล฾วนก าลังมุ฽งมั่นแกะสลักรูป ชีวิตตัวเอง ฉะนั้น ต฾องท าเหมือนแองเจโลแกะสลักรูปเดวิด คือสกัดเอาส฽วนที่เป็นลบออกไปจากชีวิต โดยเอ฽ยค าว฽า “ไม฽” ธรรมะกับชีวิตประจ าวัน กฎแห฽งการใช฾ชีวิตให฾สุขสงบส าเร็จ ตามแนว “พระพุทธเจ฾า” ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๑๙


ค าว฽า “ไม฽” ในที่นี้หากพูดถึงคนพาลก็คือไม฽คบ หรือหาก เป็นสถานที่ไม฽ดี เป็นที่อโคจรก็คือไม฽ไป เป็นต฾น ในทาง กลับกัน อะไรที่ชอบ ปรารถนา และเห็นว฽าดีเหมาะควรกับ เรา ก็จงยกย฽อง ชื่นชม สรรเสริญ พูดถึงสิ่งนั้น คิดถึงสิ่งนั้น ท าอยู฽กับสิ่งนั้น หรือคบหาสมาคมอยู฽กับบุคคลนั้น เหมือนการเลือกคัดผลไม฾ที่กองรวมกันในเข฽ง เราคัดเอาแต฽ ลูกดีไว฾ ส฽วนลูกเน฽าเสีย กินไม฽ได฾ ไม฽เอา ต฾องคัดทิ้ง เพื่อให฾ ชีวิตเราด าเนินอยู฽บนสูตรส าเร็จ ที่พระพุทธเจ฾าทรงแนะน า ไว฾ในจักกสูตร“ทรัพย์สินสมบัติ ยศ ชื่อเสียง และความสุข ย฽อมหลั่งไหลมาสู฽นรชน ผู฾อยู฽ในถิ่นที่ดี ผูกไมตรีกับอริยชน สมบูรณ์ด฾วยการตั้งตนไว฾ชอบ ได฾ท าความดีไว฾แล฾วในกาล ก฽อน” นอกจากนี้ในมงคล ๓๘ ประการ การไม฽คบคนพาล คบแต฽บัณฑิต จัดเป็นมงคลในข฾อแรกๆ ส฽วนการอยู฽อาศัย ในสถานที่ดี หรือไปสู฽สภาพแวดล฾อมที่ดี ก็จัดเป็นมงคลอีก ข฾อหนึ่งเช฽นกัน และเพื่อความกระจ฽างในเรื่องสถานที่ ค าอธิบายมีไว฾แล฾วในนิทานเรื่องต฽อไปนี้ วันหนึ่ง เณ รน฾ อ ยม าห าพ ร ะ อ า จ า ร ย์ แ ล฾ ว ถ าม ว฽ า “พระอาจารย์ คุณค฽าในตัวของผมคืออะไร?” พระอาจารย์บอก “เจ฾าจงไปที่สวนหลังวัด เก็บหินก฾อน ใหญ฽มา ๑ ก฾อน เอาไปวางขายที่ตลาด ถ฾ามีคนถามราคา เจ฾าห฾ามตอบ แค฽ชู ๒ นิ้ว ถ฾าเขาต฽อรองก็อย฽าขาย เอา กลับมา แล฾วอาจารย์จะบอกว฽า คุณค฽าในตัวของเจ฾าคืออะไร” วันรุ฽งขึ้น เณรน฾อยอุ฾มหินไปวางขายที่ตลาด คนจ฽ายตลาด เดินผ฽านไปมา ต฽างแปลกใจ แต฽แล฾วก็มีแม฽บ฾านเดินเข฾ามา ถาม “ก฾อนหินขายเท฽าไหร฽” เณรน฾อยชู ๒ นิ้ว “๒ เหรียญ” แม฽บ฾านเอ฽ยถาม แต฽เณรน฾อยสั่นหัว “งั้น ๒๐ ก็ได฾ จะเอาไป ทับผักกาดดอง” เณรน฾อยคิดในใจ “โอ฾โฮ หินไร฾ค฽านี้ขาย ได฾ตั้ง ๒๐ เหรียญ บนเขาวัดข฾ามีตั้งเยอะแยะ” เณรน฾อยไม฽ ขายตามที่พระอาจารย์บอก แล฾วอุ฾มหินกลับไปหาพระ อาจารย์ที่วัด “อาจารย์ๆ วันนี้มีแม฽บ฾านมาให฾ราคา ๒๐ เหรียญจะซื้อหินของข฾า แล฾วอาจารย์บอกได฾หรือยังว฽า คุณค฽าในตัวของข฾าคืออะไร?” อาจารย์บอก “ไม฽ต฾องรีบ พรุ฽งนี้เอาไปวางไว฾ในพิพิธภัณฑ์ ถ฾ามีคนถามราคา ไม฽ต฾อง ตอบ แค฽ชู ๒ นิ้ว ถ฾าเขาต฽อรอง อย฽าขาย เอากลับมา แล฾ว มาคุยกันใหม฽” ๒๐ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


วันต฽อมาในพิพิธภัณฑ์ ก็มีคนมุงล฾อมดูแล฾วคุยกันเองว฽า “หินธรรมดาก฾อนหนึ่ง มีค฽าอะไรมาอยู฽ในพิพิธภัณฑ์” อีก คนบอก “มาวางไว฾ในพิพิธภัณฑ์ได฾ อั๊วะว฽ามันก็ต฾องมี คุณค฽านั่นแหละ แต฽ตอนนี้เราอาจจะยังไม฽รู฾” แล฾วก็มีคน เอ฽ยถามว฽า “เณรน฾อย หินก฾อนนี้ขายเท฽าไหร฽?” เณรน฾อยชู ๒ นิ้ว “๒๐๐ เหรียญ” เณรน฾อยสั่นหัว “งั้นก็ ๒,๐๐๐ แล฾วกันขาดตัว อั๊วะ ก าลังหาหินไปแกะสลักพระพุทธรูป” เณรน฾อยตกใจแต฽ก็ไม฽ขายตามที่อาจารย์บอก อุ฾มหินวิ่งแจ฾น ไปหาพระอาจารย์ด฾วย ความดีใจ “อาจารย์ๆ โห...! วันนี้มีคนให฾ราคา ๒,๐๐๐ เหรียญ จะซื้อหินของข฾า วันนี้อาจารย์ต฾องบอกข฾าแล฾วล฽ะ ว฽าคุณค฽าในตัวของข฾าคืออะไร?” พระอาจารย์หัวเราะชอบ ใจแล฾วบอก “พรุ฽งนี้เอาไปที่ร฾านขายวัตถุโบราณ ท า เหมือนเดิม แล฾วเอากลับมา ครั้งนี้อาจารย์จะเฉลยค าตอบ แน฽นอน” วันต฽อมา เณรน฾อยเอาหินไปตั้งที่ร฾านขายวัตถุโบราณ สัก พักก็มีคนมามุงดู เสียงชายคนหนึ่งพูดว฽า “นี่มันหินอะไรวะ มาจากถิ่นไหน ของราชวงศ์ใด ใช฾ท าอะไรเนี่ยะ…?” สุดท฾ายก็มีคนมาถามราคา “เณรน฾อย หินก฾อนนี้ขาย เท฽าไหร฽?” เณรน฾อยชู ๒ นิ้ว “๒๐๐๐๐ เหรียญ” เณรน฾อย ตกใจอ฾าปากค฾าง อุทานเสียงหลง “หา!” อีตาคนนั้นนึกว฽า ตัวเองให฾ราคาต่ าไป ท าให฾เณรอารมณ์เสีย จึงรีบแก฾ไขทันที ว฽า “ไม฽ๆ ข฾าพูดผิด ข฾าจะให฾เจ฾า ๒๐๐,๐๐๐” เณรน฾อยได฾ ยินดังนั้น จึงอุ฾มหินวิ่งกลับไปหาพระอาจารย์ทันที “อาจารย์ๆ วันนี้เรารวยแล฾ว มีโยมจะให฾ราคาตั้งสองแสน เพื่อซื้อหินก฾อนนี้ แล฾วตอนเนี้ยะ อาจารย์จะบอกได฾หรือยัง ว฽าคุณค฽าในตัวของข฾าคืออะไร?” อาจารย์ลูบหัวเณรน฾อย พูดด฾วยน้ าเสียงเอ็นดูว฽า “เจ฾าหนูน฾อย คุณค฽าในตัวเจ฾าก็ เหมือนหินก฾อนนี้ ถ฾าวางตัวเองอยู฽ในตลาดสด เจ฾าก็มีค฽า ๒๐ เหรียญ ถ฾าเอาไปวางในพิพิธภัณฑ์ เจ฾าก็มีค฽า ๒,๐๐๐ ถ฾าไปอยู฽ในร฾านขายวัตถุโบราณ เจ฾าก็มีค฽า ๒ แสน จ าไว฾นะ เจ฾าหนูน฾อย คนเราเมื่อเวทีชีวิตต฽างกัน ต าแหน฽งการวางตัว ต฽างกัน คุณค฽าของคนก็เปลี่ยนไป” เหตุนี้เองพระพุทธองค์จึงทรงแนะน าให฾เราน าพาตนเอง ไปสู฽สถานที่ดี เพราะนี่เป็น “กฎ” หรือสัจธรรมที่ใช฾ได฾ผล กับทุกชีวิต หนังสืออมตะขายดีระดับเบสเซลเลอร์“๑๐ คัมภีร์นักขายผู฾ยิ่งใหญ฽ที่สุดในโลก” โดย อ฿อกแมน ดิโน฽ ถอดความภาษาไทยโดย บัณฑิต อึ้งรังษีและทีมงาน ระบุ ว฽า “ทฤษฎี หรือประสบการณ์ ก็ไม฽ต฽างจากแฟชั่น คือ หลักการที่ใช฾ได฾ผลในวันนี้ อาจใช฾ไม฽ได฾ผล และไม฽เข฾าท฽าใน วันพรุ฽งนี้ มีเพียงสัจธรรม(ความจ ริง) หรือกฎแห฽ง ความส าเร็จเท฽านั้นที่เป็นอมตะ ปรับใช฾ได฾กับทุกยุคทุกสมัย โดยที่กฎส฽วนใหญ฽ไม฽ได฾เน฾นไปที่ “ความส าเร็จ” แต฽สอน เน฾นมาที่การหลีกเลี่ยงความล฾มเหลว มากกว฽าการตักตวง ความส าเร็จ เพราะความส าเร็จก็เป็นเพียง “สภาพจิต” อย฽างหนึ่ง เท฽านั้น แม฾ในหมู฽นักปราชญ์นับพันคน ยังไม฽มี สองคนไหนที่ให฾นิยามความส าเร็จเหมือนกัน แต฽ความ ล฾มเหลวมีความหมายแค฽อย฽างเดียว คือการไม฽สามารถ บรรลุเปูาหมายต฽างๆ ในชีวิต ไม฽ว฽าเปูาหมายนั้นจะเป็น อะไร” สูตรส าเร็จแห฽งการใช฾ชีวิตนี้ก็เช฽นเดียวกัน ขอย้ าอีกครั้งว฽า “อะไรที่ไม฽ดี ก็อย฽าไปคิด อย฽าพูด อย฽าท า อย฽าไปคบหา สุงสิง จงคิด พูด ท า แต฽สิ่งที่ดี ที่เราต฾องการ ซี่งเป็น ประโยชน์ต฽อตนเองและผู฾อื่น” นี่แหละคือกฎแห฽งการใช฾ ชีวิตให฾สุขสงบส าเร็จ ตามแบบฉบับที่พระพุทธเจ฾าได฾ทรง แนะน าไว฾ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๒๑


ภาษาละติน หนึ่งในภาษาส าคัญของโลก ปัจจุบันนี้ตัวอักษรละติน หรือภาษาละตินจะไม฽ค฽อยได฾ เห็นหรือมีผู฾คนน ามาใช฾สื่อสารกันมากนัก แต฽ไม฽ว฽าจะเป็น บทต าราการเรียนการสอน ใช฾ในการสื่อสารและยังรวมไป ถึงการใช฾ตัวอักษรละตินสอดแทรกตามงานออกแบบ หรือ งานศิลปะและในหนังสือนิตยสาร หนังสือนิยายให฾มีความ สวยงามและดูให฾มีความคลาสสิกในอดีตนั้นภาษาละตินมี ความส าคัญอย฽างม ากโดยเฉพาะในยุคโรมันก าลัง เจริญรุ฽งเรือง มีการขยับขยายอาณาจักรอย฽างกว฾างขวางท า ให฾ภาษาละตินมีการเผยแพร฽มากขึ้นดังนั้น ภาษาลาตินมี ถิ่นก าเนิดมาจากแถวอาณาจักรโรมันในอดีต ส฽วนสาเหตุภาษาโรมันถึงเป็นหนึ่งในภาษาส าคัญของโลก เพราะในอดีตนั้นจักรวรรดิโรมันได฾ใช฾ภาษาละตินในการ ติดต฽อค฾าขาย รวมถึงใช฾เป็นภาษาหลักในการพูด หรือเขียน อีกด฾วยและหากสังเกตจะเห็นได฾ว฽าบางตัวอักษร หรือราก ศัพท์ต฽างๆ ของภาษาอังกฤษส฽วนใหญ฽จะมีส฽วนที่คล฾ายคลึง กับภาษาอังกฤษอยู฽มากทีเดียว แม฾ในอดีตภาษาละตินจะมี อิทธิพลอย฽างมากมายในโลก เพราะจักรวรรดิโรมันยิ่งใหญ฽ อย฽างมาก แต฽เมื่ออาณาจักรโรมันล฽มสลาย ประเทศต฽างๆที่ เคยตกเป็นอาณานิคมของโรมันก็เกิดการแบ฽งแยก ท าให฾ ภาษาละตินเริ่มจางหายไปแต฽สาเหตุที่ภาษาละตินยังมีมา จนถึงปัจจุบันอาจเป็นเพราะ ภาษาละตินได฾เป็นแบบอย฽าง หรือต฾นแบบของหลายๆภาษาบนโลก โดยเฉพาะอย฽างเช฽น สเปน ที่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในภาษาที่มีความส าคัญ และมีคนใช฾มากที่สุด ๑ ใน ๓ ของโลกอีกด฾วย หลายๆ ภาษาเองก็ได฾น าเอาตัวอักษรจากภาษาละตินมาประยุกต์ใช฾ ในภาษาของตัวเองด฾วย และในยุคของ ไอแซค นิวตัน หนึ่ง ในนักวิทยาศาสตร์คนส าคัญของโลกได฾นิยมใช฾ภาษาละติน ในการสื่อสารมาก และ ไม฽เพียงแค฽ไอแซค นิวตันเท฽านั้นที่ นิยมใช฾ภาษาละตินเพื่อการสื่อสารในอดีต รวมไปถึงวงการ วิทยาศาสตร์เองก็ใช฾ภาษาลาตินในการบันทึก และสื่อสาร กันอีกด฾วย ไม฽เพียงแค฽นั้นเพราะทั้งอดีตและจนมาถึง ปัจจุบัน วรรณกรรม หรือศิลปะในแถบยุโรป เราจะเห็น ภาษาละติน หรือตัวอักษรละติน ปะปนอยู฽รวมไปถึงคัมภีร์ ไบเบิลเองก็ยังเคยมีภาษาละตินอยู฽ ร.๙ ๒๒ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


ภาษาอังกฤษ ที่หนึ่งในภาษาสากลโลก หากพูดถึงภาษาต฽างๆ ทั่วโลกเชื่อว฽าทุกคนต฽างก็นึกถึง ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกอย฽างแน฽นอน เพราะด฾วยการที่ ใช฾เป็นภาษาในการสื่อสารสากลในด฾านการติดต฽อสื่อสาร แล฾วยังรวมไปถึงการค฾าขายระหว฽างประเทศอีกด฾วย จึงท า ให฾ภาษาอังกฤษแพร฽หลายมากที่สุดในโลกแต฽ถึงกระนั้นก็ยัง เป็นอันดับรองลงทั้งจีนกลางและสเปนอยู฽ดี โดยอังกฤษอยู฽ อันดับที่สามของโลกในการใช฾ภาษาของประชากรส฽วน เหตุผลที่ท าให฾อังกฤษขึ้นชื่อว฽าแพร฽หลายและใช฾อย฽าง กว฾างขวางเป็นเพราะประเทศใหญ฽ๆอย฽าง แคนาดา สหรัฐอเมริกาต฽างก็ใช฾ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักของ ประเทศ จึงท าให฾คนส฽วนใหญ฽หันมาใช฾ภาษาอังกฤษเป็น ภาษาหลักและภาษากลางในการสื่อสารอยู฽ทุกวันนี้ โดย ตามประวัตินั้นภาษาอังกฤษมีลากฐานมาจากภาษาละติน และจึงวิวัฒนาการมาเป็นภาษาอังกฤษอย฽างที่ได฾เห็นในทุก วันนี้ดังนั้นจึงเป็นได฾ชัดว฽าภาษาอังกฤษดูเป็นภาษาที่ ทันสมัยมากทีเดียว แต฽ถึงกระนั้นหลายฝุายเชื่อกันว฽า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาเก฽าแก฽ที่สุดในโลก บ฾างก็ว฽าในอดีต เป็นภาษาที่ใช฾ในการสื่อสาร รวมถึงติดต฽อซื้อขายกันอย฽าง ม ากในตั้ง แต฽อดีต โ ดยเชื่อ ว฽ าในปัจจุบันนี้มีผู฾ที่ใ ช฾ ภาษาอังกฤษรวมถึงพูดภาษาอังกฤษมากกว฽า ๔๐๐ ล฾านคนทั่ว แม฾ว฽าภาษาอังกฤษจะมีต฾นก าเนิดมาจากประเทศอังกฤษก็ ตามแต฽ในความเป็นจริงแล฾วนั้น ประชากรส฽วนใหญ฽ที่ใช฾ ภาษาอังกฤษอาศัยอยู฽ในสหรัฐอเมริกาเป็นส฽วนใหญ฽ ถึง 230 กว฽าล฾านคนในขณะที่ประเทศอังกฤษเจ฾าของภาษานั้น มีเพียงแค฽ 60 กว฽าล฾านคน ไม฽ใช฽เพียงแค฽ในประเทศยุโรป เท฽านั้นที่ใช฾ในทวีปยุโรป รวมถึงประเทศอย฽างอินเดียที่ใช฾ ภาษาพูดมากไม฽แพ฾ประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป ดังนั้นจะ เห็นได฾ชัดว฽าภาษาสากลของโลกต฽างก็ยกให฾ภาษอังกฤษ เพราะ ทั่วทวีปของมุมโลกต฽างก็ใช฾ภาษาอังกฤษเป็นภาษา แม฽โดยเฉพาะอย฽างยิ่งเอเชียเวลานี้ ก าลังจะมีการรวมตัว ของกลุ฽มอาเซียน หรือ “เออีซี” ที่ประกาศให฾ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาสื่อกลางในการสื่อระหว฽างประเทศเพื่อนบ฾าน โดยเฉพาะราชการ และการติดต฽อซื้อขาย ในขณะที่ภาษาจีนกลางนั้นมีถึง ๑๒๐๐ ล฾านคนที่พูดและเขียน แต฽ถึงอย฽างนั้นภาษาอังกฤษก็ได฾ขึ้นชื่อว฽าเป็นภาษาแม฽ หรือ ภาษาหลักของโลกในการสื่อสารอยู฽ดี แม฾ว฽าภาษาอังกฤษจะมี ต฾นก าเนิดมาจากประเทศอังกฤษก็ตามแต฽ในความเป็นจริงแล฾ว นั้น ประชากรส฽วนใหญ฽ที่ใช฾ภาษาอังกฤษอาศัยอยู฽ใน สหรัฐอเมริกาเป็นส฽วนใหญ฽ ถึง ๒๓๐ กว฽าล฾านคนในขณะที่ ประเทศอังกฤษเจ฾าของภาษานั้นมีเพียงแค฽ ๖๐ กว฽าล฾านคน ไม฽ใช฽เพียงแค฽ในประเทศยุโรปเท฽านั้นที่ใช฾ในทวีปยุโรป รวมถึง ประเทศอย฽างอินเดียที่ใช฾ภาษาพูดมากไม฽แพ฾ประเทศอื่นๆ ใน ทวีปยุโรป ดังนั้นจะเห็นได฾ชัดว฽าภาษาสากลของโลกต฽างก็ยก ให฾ภาษอังกฤษเพราะ ทั่วทวีปของมุมโลกต฽างก็ใช฾ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาแม฽โดยเฉพาะอย฽างยิ่งเอเชียเวลานี้ ก าลังจะมีการ รวมตัวของกลุ฽มอาเซียน หรือ “เออีซี” ที่ประกาศให฾ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อกลางในการสื่อระหว฽างประเทศ เพื่อนบ฾าน โดยเฉพาะราชการ และการติดต฽อซื้อขาย ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๒๓


ภาษาบาลี ภาษาที่ใช้ในการบันทึกในคัมภีร์ พระพุทธศาสนา หากใครหลายคนที่เคยอ฽านหรือเล฽าเรียนมาให฾ระดับชั้น ประถม หรือมัธยมน฽าจะเคยได฾ยินหรือได฾เรียนภาษาบาลีมา บ฾าง โดยแต฽เดิมนั้นภาษาบาลีมีอายุภาษาที่นานมากในอดีต จนถึงปัจจุบัน และที่ส าคัญกว฽านั้นภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช฾ จารึกข฾อความต฽างๆ ลงในคัมภีร์พระพุทธศาสนา อย฽างเช฽น พระไตรปิฎก จึงท าให฾มีส฽วนส าคัญอย฽างมากกับศาสนา พุทธจึงไม฽แปลกใจเลยว฽าท าไมประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ เป็นหลักจึงให฾ความส าคัญกับ ภาษาบาลี ถิ่นก าเนิดภาษา บาลีนั้นนักวิชาการส฽วนมากวิเคราะห์ว฽ามีถิ่นก าเนิดในชมพู ทวีป ท าให฾กลายเป็นภาษาของภาคตะวันตกอินเดีย จึงมีส฽วนท าให฾ประเทศรอบข฾างต฽างๆ ได฾รับอิทธิพลจาก ภาษาบาลีและศึกษากันมาไม฽ต฽างจากประเทศไทย เพราะ ส฽วนใหญ฽ประเทศรอบข฾างต฽างก็นับถือศาสนาพุทธด฾วยกัน เป็นส฽วนใหญ฽ เช฽นเดียวกับประเทศไทยที่ให฾ความส าคัญ และเปิดให฾มีการศึกษาภาษาบาลี ภาษาบาลีนั้นส฽วนใหญ฽ ได฾รับอิทธิพลจากอินเดีย รวมถึงภาษาสันสกฤตอีกด฾วย แต฽ ถึงอย฽างนั้นหลักภาษายังใช฾ไม฽เหมือนกัน โดยไม฽เพียงแค฽ใน ทวีปในแถบเอเชียหรืออินเดียเท฽านั้นที่มีการศึกษาบาลีแต฽ ยังมีประเทศในทวีปในยุโรปด฾วยเช฽นกัน อย฽างเยอรมัน และ อังกฤษ เพื่อเป็นการอนุลักษณ์ภาษาส฽วนหนึ่งอีกทางหนึ่งด฾วย โดย ภาษาบาลีนั้นก็มีไวยากรณ์ที่มากยิ่งกว฽าภาษาอังกฤษเสีย อีก และในประเทศไทยนั้นก็มีคนจ านวนไม฽น฾อยที่สนใจ เรียนภาษาเก฽าแก฽นี้ไม฽น฾อยและหากต฾องการจะเรียนใน ระดับที่สูงจะมีเพียงไม฽กี่มหาลัยเท฽านั้น ที่เปิดสอนภาษาบาลี ลักษณะในการเขียนภาษาบาลีนั้นส฽วนใหญ฽จะมาจากใน หลายๆประเทศอย฽างเช฽น และในแต฽ละประเทศนั้นจะเขียน ไม฽เหมือนกันเป็นส฽วนใหญ฽ อย฽างเช฽นในประเทศไทยเรานั้น จะใช฾ตัวอักษรจากขอม และเขมร ดังนั้นไม฽ใช฽เรื่องง฽ายเลย ที่จะศึกษาภาษาบาลี และในตอนนี้ก็มีคนจ านวนไม฽มาก แล฾วที่ยังใช฾ภาษาบาลีในการจดบันทึกอยู฽ อ฾างอิงhttps://www.witsnet.org/category/%e0%b8 %9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0 %b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89 %e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8 %b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2/page/2/ ๒๔ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


พระบาทสมเด็จพระเจ฾าอยู฽หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล฾า โปรดกระหม฽อม ให฾หน฽วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ร฽วมกัน จัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าริเพื่อ เป็นการ เฉลิมพระเกียรติและแสดงความส านึกในพระ มหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระบรมราช ชนนีพันปีหลวง ที่ท รงประกอบพระร าชก รณียกิจ นานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้เพื่อให฾ ประชาชนมีความ สมัครสมานสามัคคี มีความสุขและ ประเทศชาติมีความมั่นคงอย฽างยั่งยืน โดยมีหน฽วยราชการ ในพระองค์ ๙๐๔ เป็นผู฾ก ากับดูแลการปฏิบัติงานร฽วมกับ หน฽วยงาน ภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน และให฾จัดตั้ง ศูนย์อ านวยการใหญ฽โครงการจิตอาสาพระราชทานตาม แนวพระราชด าริ มีหน฾าที่ควบคุม อ านวยการและประสาน การ ปฏิบัติเพื่อให฾การจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชด าริ เป็นไปอย฽างต฽อเนื่องถูกต฾องตาม พระราโชบาย และสมพระเกียรติ ในระยะเริ่มแรก พระบาทสมเด็จพระเจ฾าอยู฽หัวได฾มีพระ ราชปณิธานในการบ าเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนโดยรอบ พระราชวังดุสิตเป็นการท าความ ดีด฾วยหัวใจถวายเป็น พระราชกุศลแด฽พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตรโดยหน฽วยทหารมหาดเล็กราช วัลลภรักษาพระองค์หน฽วยทหารรักษาพระองค์ ข฾าราช บริพารในพระองค์ฯร฽วมกับประชาชน จิตอาสา “เราท า ความ ดี ด฾วยหัวใจ” ร฽วมกันดูแลและพัฒนารักษาพื้นที่จาก ชุมชนเล็กๆ รอบพระราชวังดุสิตขยาย สู฽พื้นที่โดยรวมของ ประเทศในการพัฒนาอย฽างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป ความเป็นมาของจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าริ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๒๕ ร.๑๙


ความหมายของ “จิตอาสา” ตามพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได฾ให฾ความหมาย ของ “จิตอาสา” ดังนี้ “จิต” เป็นค านาม หมายถึง ใจ สิ่งที่มีหน฾าที่รู฾ คิด และนึก “อาสา” เป็นค ากริยาหมายถึง เสนอตัวเข฾ารับท า ดังนั้น “จิตอาสา” จึงหมายถึง จิตแห฽งการให฾ ความดีงามทั้งปวงแก฽เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจสมัครใจอิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร฾อมจะเสียสละเวลา แรงกาย แรง สติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ในการท ากิจกรรมหรือสิ่ง ที่เป็นประโยชน์แก฽ผู฾อื่นโดยไม฽หวังผลตอบแทน และมีความสุขที่ได฾ช฽วยเหลือผู฾อื่น เป็นจิตที่ไม฽นิ่งดู ดายเมื่อ พบเห็นปัญหาหรือความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับผู฾คน เป็นจิต ที่มีความสุขเมื่อได฾ท าความดีและเห็นน้ าตาเปลี่ยนแปลง เป็นรอยยิ้ม เป็นจิตที่เปี่ยมด฾วย “บุญ” คือความสงบเยือก เย็น และพลังแห฽งความดีอีกทั้งยังช฽วยลด “อัตตา” หรือ ความเป็นตัวตนของตนเองลงได฾ ความหมายของ จิตอาสา “เราท าความ ดี ด้วยหัวใจ” หมายถึง ประชาชนทุกหมู฽เหล฽าทั้งในและต฽างประเทศที่ สมัครใจช฽วยเหลือผู฾อื่นยอมเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ และสติปัญญาใน การท างานที่เป็นสาธารณประโยชน์ โดย ไม฽หวังผลตอบแทนใด ๆ จิตอาสาตามพระราโชบาย แบ่งเป็น ๓ ประเภท ดังนี้ ๑. จิตอาสาพัฒนา ได฾แก฽ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาท฾องถิ่นของแต฽ละชุมชน ให฾มีคุณภาพชีวิตและ คว ามเป็นอ ยู฽ที่ ดีขึ้นไ ม฽ ว฽ า จะ เป็นกิ จก ร ร มบ าเพ็ญ สาธารณประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล฾อม การอ านวยความสะดวกและความปลอดภัยในการ ด ารงชีวิตประจ าวันการประกอบอาชีพ รวมทั้งการ สาธารณสุข ฯลฯ แบ฽งตามภารกิจงานเป็น ๘ กลุ฽มงาน - จิตอาสาพัฒนาชุมชนเข฾มแข็ง ประชามีสุข หมายถึง กลุ฽มงานจิตอาสาที่เข฾าร฽วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาทิ การขุดลอกคูคลอง การดูแลรักษา ความสะอาดเรียบร฾อย ของศาสนสถานหรือสถานที่สาธารณะ การจัดเก็บ ผักตบชวา การปลูกต฾นไม฾ รวมทั้งการพัฒนาโครงการต฽างๆ ที่สร฾างความเป็นอยู฽ของ ชุมชนให฾เข฾มแข็ง ประชาชนมี ความสุขอย฽างยั่งยืน - จิตอาสาง านประดิษฐ์และเผยแพร฽ง าน ศิลปาชีพ หม า ย ถึง ก ลุ฽มง าน จิ ตอ าส าที่น าค ว าม รู฾ท าง ด฾ า น ศิลปหัตถกรรมพื้นบ฾าน/ภูมิ ปัญญาท฾องถิ่น มาเผย แพร฽ และถ฽ายทอดเพื่อให฾ประชาชนน าความรู฾ ที่ได฾รับไปพัฒนา ให฾เป็นประโยชน์ต฽อไป ๒๖ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


- จิตอาสาฝุายกิจกรรมการแสดงและนิทรรศการ หมายถึง กลุ฽มงานจิตอาสาที่ปฏิบัติงานสนับสนุนในการจัด งานหรือกิจกรรมการแสดงและมีนิทรรศการ เฉลิมพระ เกียรติ เพื่อเผยแพร฽พระราชกรณียกิจและเผยแพร฽กิจกรรม จิตอาสาฯ เช฽น กิจกรรมการแสดงดนตรีบริเวณพระลาน พระราชวังดุสิต การจัดงานอุ฽นไอ รัก คลายความหนาว งาน เถลิงศกสุขสันต์มหาสงกรานต์ต านานไทย เป็นต฾น - จิตอาสาฝุายแพทย์และสาธารณสุข หมายถึง กลุ฽มงาน จิตอาสาที่ปฏิบัติงานสนับสนุนและช฽วยอ านวยความ สะดวกแก฽แพทย์ พยาบาล รวมถึงช฽วยอ านวย ความ สะดวกด฾านการปฐมพยาบาลเบื้องต฾น ตลอดจนส฽งเสริมให฾ ประชาชนมีความรู฾ความเข฾าใจในการดูแลสุขภาพ - จิตอาสาฝุายทะเบียนและข฾อมูล หมายถึง กลุ฽มงานจิต อาสาที่ให฾ค าแนะน าและอ านวยความสะดวกประชาชน ที่มาลงทะเบียนจิตอาสาฯ - จิตอาสาฝุายส฽งก าลังบ ารุงและสนับสนุน หมายถึง กลุ฽ม งานจิตอาสาที่สนับสนุน อ านวยความสะดวก ดูแลความ เรียบร฾อย จัดหาหรือบริการอาหาร น้ าดื่ม ให฾กับประชาชน ที่เข฾าร฽วมกิจกรรม/จิตอาสาที่เข฾าร฽วมปฏิบัติงาน - จิตอาสาฝุายประชาสัมพันธ์ หมายถึง กลุ฽มงานจิตอาสาที่ ช฽วยงานประชาสัมพันธ์และให฾บริการข฾อมูลการจัดกิจกรรม จิตอาสาฯรวมถึงช฽วยดูแลต฾อนรับ ประชาชนที่มาเข฾าร฽วม กิจกรรม - จิตอาสาฝุายรักษาความปลอดภัยและจราจร หมายถึง กลุ฽มงานจิตอาสาที่สนับสนุนและช฽วยอ านวยความสะดวก ในการสัญจรของประชาชนการแนะน า เส฾นทางการแจ฾ง อุบัติเหตุการจราจรให฾เจ฾าพนักงานทราบ ๒. จิตอาสาภัยพิบัติ ได฾แก฽ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ เฝูา ตรวจ เตือน และเตรียมการรองรับภัยพิบัติทั้งที่เกิด จากธรรมชาติ และเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่ส฽งผลกระทบต฽อ ประชาชนในพื้นที่โดยรวมและการเข฾าช฽วยเหลือบรรเทา ความเดือดร฾อนของประชาชนจากภัยพิบัติ ดังกล฽าว เช฽น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต฾น ๓. จิตอาสาเฉพาะกิจ ได฾แก฽ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์ให฾ ปฏิบัติในงานพระราชพิธี หรือการรับเสด็จ ในโอกาสต฽างๆ เป็นการใช฾ก าลังพลจิตอาสาร฽วมปฏิบัติกับ ส฽วนราชการที่ เกี่ยวข฾องในการช฽วยเหลือหรืออ านวยความสะดวกแก฽ ประชาชนที่มาร฽วมงานรวมทั้งการเตรียมการ การเตรียม สถานที่และการฟื้นฟูสถานที่ภายหลัง การปฏิบัติใน พระราชพิธี และการเสด็จฯ นั้นๆ ให฾เป็นไปด฾วยความ เรียบร฾อย อ฾างอิง : https://www.royaloffice.th/ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๒๗


๒๘ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ ราชอาณาจักรสยาม แห฽งแรกของไทยคืออยุธยา เป็นนามที่ นานาชาติเรียกรัฐอยุธยาหลังเจ฾านครอินทร์ขึ้นเสวยราชย์ โดย ได฾ชื่อสยามจากดินแดนลุ฽มน้ าท฽าจีน - แม฽กลอง บริเวณรัฐ สุพรรณภูมิ ซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวดองถึงสยาม-ลุ฽มน้ าโขง สยาม ตรงกับเอกสารจีนเรียกเสียน, เสียม มีความหมาย ต฽างๆ ดังนี้ (๑.) ชื่อเรียกพื้นที่ หมายถึงลุ฽มน้ าท฽าจีน-แม฽กลอง และรวม ทั้งหมดฟากตะวันตกของแม฽น้ าเจ฾าพระยาต฽อเนื่องตอนบนของ คาบสมุท (๒.) ชื่อเรียกกลุ฽มชน หมายถึงคนหลากหลายชาติพันธุ์ “ร฾อยพ฽อพันแม฽” แต฽พูดภาษาไทยเป็นภาษากลาง (๓.) ชื่อทางวัฒนธรรม หมายถึงบริเวณดินด าน้ าชุ฽มหรือ พื้นที่ลุ฽มน้ า (สรุปจากหนังสือความเป็นมาของค าสยามฯ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๑๙) จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบาย ว฽าสยามมีต฾นตอรากเหง฾าเก฽าแก฽จากค าลาวว฽าซ า, ซัม หมายถึง พื้นที่มีน้ าพุหรือน้ าผุดจากใต฾ดิน ครั้นนานไปน้ าไหลนองเป็น หนองบึงขนาดใหญ฽ กลายเป็นแหล฽งปลูกข฾าวท านาทดน้ า และ ผลิตข฾าวได฾มาก แล฾วใช฾เลี้ยงคนได฾จ านวนมาก ในที่สุดตรงนั้น เติบโตเป็นบ฾านเป็นเมือง สยามเก฽าสุด “ไม฽ไทย” แต฽ใช฾ภาษาไทยเป็นภาษากลาง หลัก แหล฽งลุ฽มน้ าโขง มีศูนย์กลางการค฾า - การเมืองอยู฽เวียงจันท์ เป็นบ฾านเมืองขนาดใหญ฽ มีคูน้ าคันดินคร฽อมสองฝั่งแม฽น้ าโขง ตั้งแต฽สมัยการค฾าโลกเริ่มแรกเมื่อเรือน พ.ศ. ๑๐๐๐ (เอกสาร จีนเรียก “เหวินตาน”) มีความสัมพันธ์ทางการค฾าและเป็นเครือ ญาติใกล฾ชิดเชื้อวงศ์หลวงพระบาง (ชื่อเดิมว฽าเชียงดงเชียงทอง) และโดยเฉพาะเป็นวงศ์ญาติใกล฾ชิดกษัตริย์เมืองพระนคร (ที่โตนเลสาบ กัมพูชา) พบหลักฐานเป็นภาพสลัก “เสียมกุก” บนระเบียงปราสาทนครวัด ราว พ.ศ. ๑๖๕๐ (ข฾อมูลชุดนี้ของ อ.ศรีศักร วัลลิโภดม) “เสียมกุก” (ตรงกับ “เสียมก฿ก”) หมายถึงพวกสยามจากเวียง จันท์ ซึ่งประกอบด฾วยเจ฾านายชนชั้นน าและข฾าคนจ านวนหนึ่ง ล฾วนนุ฽งผ฾า (แบบโสร฽ง) แต฽งขบวนเกียรติยศร฽วมพิธีกรรม ศักดิ์สิทธิ์ของวงศ์เครือญาติใกล฾ชิดซึ่งเป็นกษัตริย์เมืองพระนคร (นครวัด) “เสียมกุก” ภาพสลักที่ปราสาทนครวัด เคยมี นักปราชญ์อธิบายเป็นอย฽างอื่นมาก฽อน ดังนี้ (๑.) นักปราชญ์ชาวยุโรปอธิบายว฽า “เสียมกุก” หมายถึง กองทัพสยามจากรัฐสุโขทัยที่ถูกอาณาจักรกัมพูชาเกณฑ์ไป ช฽วยรบกับจามปา (อยู฽ในเวียดนาม) เพราะชื่อว฽า “เสียม” คือ สยาม เป็นชื่อเรียกรัฐสุโขทัย แต฽หลักฐานประวัติศาสตร์ โบราณคดีไม฽สนับสนุน ดังนี้ เรื่องแรก “เสียมกุก” เป็นภาพสลักถูกท าขึ้นราว พ.ศ. ๑๖๕๐ ยังไม฽มีรัฐสุโขทัย เนื่องจากพบหลักฐานว฽ารัฐสุโขทัยสถาปนา ขึ้นหลังจากนั้นเกือบ ๑๐๐ ปี “ราชอาณาจักรสยาม” แห่งแรกของไทย ร.๒๙


เรื่องหลัง “เสียม” หรือ “เสียน” เป็นค าจีนในเอกสารจีน เรียกสยาม หมายถึง รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ไม฽ใช฽สุโขทัย (๒.) จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายว฽า “เสียมกุก” หมายถึงสยามแห฽ง ลุ฽มน้ ากก จ.เชียงราย แต฽บริเวณลุ฽มน้ ากก เมื่อ พ.ศ. ๑๖๕๐ (ช฽วงเวลาท าภาพสลักปราสาทนครวัด) ไม฽พบหลักฐานเป็น บ฾านเมืองใหญ฽โตระดับรัฐจัดตั้งกองทัพ และกว฽าจะเติบโตมี บ฾านเมืองประกอบด฾วยคูน้ าคันดินมั่นคงแข็งแรงก็หลังจากนั้น อีกนานเกือบ ๑๐๐ ปี ดังนั้น “เสียมกุก” ไม฽หมายถึงลุ฽มน้ ากก “ราชอาณาจักรสยาม” ที่ชาวยุโรปเรียกอยุธยา เป็นนามได฾ จากดินแดนสยาม-รัฐสุพรรณภูมิ พบในแผนที่เขียนโดย บาทหลวงปลาซิด เดอ แซ็งต์ เอแลน นักบวชชาวฝรั่งเศส [พิมพ์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตรงกับสมัยพระนารายณ์ พ.ศ. ๒๒๒๙ (ค.ศ. ๑๖๘๖) สยาม จากลุ฽มน้ าโขง ลงเจ฾าพระยา วัฒนธรรมและภาษาไทยของชาวสยามลุ฽มน้ าโขง เคลื่อนไหว โยกย฾ายตามเส฾นทางการค฾าดินแดนภายใน ลงไปลุ฽มน้ า เจ฾าพระยาภาคกลางของไทย บริเวณลุ฽มน้ าท฽าจีน-แม฽กลองเพชรบุรี พูดส าเนียงลุ฽มน้ าโขง แต฽คนปัจจุบันฟังเป็นเหน฽อ เป็น ต฾นเหตุ “ส าเนียงเหน฽อ” ภาษาไทยเป็นภาษากลางทางการค฾า ดินแดนภายในภาคพื้นทวีป มีต฾นตอจากตระกูลภาษาไท-ไต ของกลุ฽มจ฾วง - ผู฾ไท บริเวณพรมแดนจีน-เวียดนาม หรือกวาง สี-ดองซอนราว ๓,๐๐๐ ปีมาแล฾ว หลังจากนั้นเคลื่อนไหว โยกย฾ายพร฾อมวัฒนธรรมส าริด, พิธีศพครั้งที่ ๒, ท านาทดน้ า เป็นต฾น ไปลุ฽มน้ าโขง ลงลุ฽มน้ าเจ฾าพระยา ราว ๒,๕๐๐ ปี มาแล฾ว พบภาษาไทยอยู฽ลุ฽มน้ าท฽าจีน-แม฽กลอง - เพชรบุรี ราว ๑,๕๐๐ ปีมาแล฾ว หรือหลัง พ.ศ. ๑๐๐๐ (ในวัฒนธรรมทวารวดี) ส าเนียงลุ฽มน้ าโขง เป็นต฾นตอส าเนียง “เหน฽อ” ทั้งนี้ สืบเนื่อง จากชาวสยาม “เสียมกุก” บริเวณเวียงจันท์ถึงหลวงพระบาง พูดภาษาไท-ไต ด฾วยส าเนียงลุ฽มน้ าโขงสมัยนั้น (ที่รับมาจาก ตระกูลไท - ไต ของจ฾วง-ผู฾ไท บริเวณมณฑลกวางสีทางใต฾ของ จีน กับทางเหนือของเวียดนาม) ซึ่งน฽าจะเป็นต฾นตอส าเนียง “เหน฽อ” ของภาคกลางเมื่อภาษาไทยของชาวสยามลุ฽มน้ าโขง เคลื่อนที่ตามเส฾นทางคมน าคมการค฾าภายในถึงลุ฽มน้ า เจ฾าพระยา แล฾วแพร฽กระจายลงบริเวณคาบสมุทรถึงภาคใต฾เป็น “ส าเนียงใต฾” กลางของไทย เท฽าที่พบหลักฐานขณะนี้มี หนาแน฽นบริเวณฟากตะวันตกแม฽น้ าเจ฾าพระยา ซึ่งมีประชากร หลากหลายชาติพันธุ์ตั้งหลักแหล฽งปะปนกัน แต฽มีกลุ฽มหนึ่งพูด ภาษาไทยเป็นภาษากลาง (ขณะที่ภาษามอญและภาษาเขมร เป็นภาษาทางราชการ ส฽วนบาลี-สันสกฤต เป็นภาษาทาง ศาสนา) แล฾วถูกเรียก “สยาม” ในรูปค าต฽างๆ ได฾แก฽ สาม, ส า, เสม, เซียม เป็นต฾น ตั้งแต฽สมัยการค฾าโลกเริ่มแรก (นัก โบราณคดีไทยเรียกสมัยทวารวดี) ๑,๕๐๐ ปีมาแล฾ว หรือเมื่อ เรือน พ.ศ. ๑๐๐๐ ข฾อมูลมีมากในหนังสือ ความเป็นมาของค า สยาม, ไทย, ลาวและขอมฯ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ มูลนิธิโครงการ ต าราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๑๙ และหนังสือ (ศรี) ทวารวดี ประวัติศาสตร์ยุคต฾นของสยามประเทศ ของ ธิดา สาระยา ส านักพิมพ์เมืองโบราณ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๒) พิมพ์ครั้ง ที่สาม พ.ศ. ๒๕๓๘ สยามเป็นคน “ไม฽ไทย” เพราะสยามไม฽เรียกตนเองว฽าไทย แต฽ ใช฾ภาษาไทยเป็นภาษากลางในการสื่อสารกับคนต฽างภาษา มี เหตุจากสยามประกอบด฾วยคนหลายชาติพันธุ์ “ร฾อยพ฽อพัน แม฽” ที่มีภาษาพูดต฽างๆ ของใครของมัน ซึ่งมักสื่อกันไม฽เข฾าใจ และไม฽รู฾เรื่องทั้งหมด จึงจ าเป็นต฾องมีภาษากลางโดยเลือกใช฾ ภาษาไทยอันเป็นที่รับรู฾กันว฽าง฽ายที่สุดในการใช฾งานสื่อสารเมื่อ เทียบกับภาษาอื่นๆ ที่มีสมัยนั้น หลักฐานตัวอย฽าง ได฾แก฽ ชาวปะโอ (หรือ ตองซู฽) อยู฽ในพม฽า พูด ภาษากะเหรี่ยง (ในวัฒนธรรมกะเหรี่ยง) เมื่อค฾าขายทางไกล ด฾วยวัวต฽างไปทาง “ไทใหญ฽” ก็พูด “ภาษาไทใหญ฽” ครั้นไป ทางไทยในอีสานก็ปรับเปลี่ยนตนเองพูดภาษาลาว คนเหล฽านี้ ชาวอีสานรู฾จักในชื่อ “กุลา” (เป็นต฾นตอชื่อ “ทุ฽งกุลาร฾องไห฾”) นานไปเมื่อได฾ตั้งหลักแหล฽งในอีสานแล฾วกลายตนเป็นไทยสืบ ลูกหลานอยู฽มาจนปัจจุบัน นอกจากนั้นชาวปะหล฽องพูดตระกูล ภาษามอญ-เขมรในรัฐฉาน (พม฽า) มีอาชีพปลูกชาและขายใบ ชา ดังนั้น เพื่อประโยชน์ทางการค฾าก็ต฾องพูด “ภาษาไทใหญ฽” ซึ่งจัดอยู฽ในตระกูลภาษาไท-ไต-ลาว-ไทย ปรับปรุงใหม฽โดยสรุปจากบทความเรื่อง “รัฐเจ฾าเมือง” ข฾อเสนอเรื่อง “รัฐ” ของคนไตในเวียดนาม โดย นิติ ภวัครพันธุ์ พิมพ์ในหนังสือฟูาเดียวกัน ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๑ (มกราคมมิถุนายน ๒๕๖๔) ที่มา:https://www.matichonweekly.com/column/articl e_635271 ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๒๙


๓๐ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ ป.๙ ๑. ลักษณะท฽าทาง (Bearing) การวางตัวเหมาะสม องอาจ ๒. ความกล฾าหาญ (Courage) กล฾ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต฾อง ๓. ความเด็ดขาด (Decisiveness) ศึกษาเหตุการณ์ หรือภารกิจให฾ เข฾าใจก฽อน ๔. ความไว฾วางใจได฾ (Dependability) เหมาะสม แน฽นอนตามแผน และภารกิจ ๕. ความอดทน (Endurance) มีความบึกบึน ทั้งร฽างกาย และจิตใจ ๖.วามกระตือรือร฾น (Enthusiasm) จดจ฽อ สนใจต฽อภารกิจอย฽างจริงจัง ๗. ความริเริ่ม (Initiative) คิดก฽อนท า และใช฾ทรัพยากรที่มีอยู฽ให฾คุ฾มค฽า ๘. ความซื่อสัตย์ (Integrity) มีความสุจริตใจ มีความส า นึกในหน฾าที่ ๙. การตัดสินใจ (Judgment) ความรู฾ทางเทคนิคมีบทบาทส าคัญ ๑๐. ความยุติธรรม (Justice) เป็นกลาง หนักแน฽น และตัดสินใจทันที ๑๑. ความรู฾ (Knowledge) รอบรู฾นโยบายของหน฽วยเป็นอย฽างดี ๑๒. ความจงรักภักดี (Loyalty) มีความจริงใจ ๑๓. การรู฾จักกาลเทศะ (Tact) ความแนบเนียน รู฾จักการผ฽อนหนัก ผ฽อนเบา ๑๔. ความไม฽เห็นแก฽ตัว (Unselfishness) เสียสละและไม฽ท าให฾ผู฾อื่น เดือดร฾อน ๑๕. ความมองการณ์ไกล (Vision) ต฾องมีวิสัยทัศน์ ๑. จักตนเอง หาหนทางปรับปรุงตนเองอยู฽ตลอดเวลา ๒. มีความสามารถ ทั้งทางเทคนิค และทางยุทธวิธี ๓. แสวงหาความรับผิดชอบ มีความรับผิดชอบในงาน ๔. ตัดสินใจอย฽างถูกต฾อง และทันต฽อเหตุการณ ์ ๕. ท าตัวเป็นตัวอย฽าง ต฽อผู฾ใต฾บังคับบัญชา ๖. รู฾จักผู฾ใต฾บังคับบัญชา และให฾การสวัสดิการแก฽ ผู฾ใต฾บังคับบัญชา ๗. แจ฾งเรื่องราวที่เกี่ยวข฾อง ให฾ผู฾ใต฾บังคับบัญชาทราบ ๘. พัฒนา ผู฾ใต฾บังคับบัญชาให฾มีความรับผิดชอบ ๙. มั่นใจ ว฽าผู฾ใต฾บังคับบัญชาเข฾าใจภารกิจที่ได฾รับมอบ ๑๐. ฝึกผู฾ใต฾บังคับบัญชา ให฾รู฾จักท า งานเป็นหมู฽คณะ ๑๑. ใช฾หน฽วยปฏิบัติภารกิจ ตามขีดความสามารถที่มีอยู฽ ลักษณะของการเป็นผู้น าทางทหาร ๑๕ ประการ หลักการของการเป็นผู้น า ๑๑ ข้อ


ตารางคุณลักษณะผู฾น า ทางทหาร ๑๕ ประการและ หลักการ ของผู฾น า ทางทหาร ๑๑ ข฾อ มิได฾ชี้ให฾เห็นถึงความแตกต฽างหรือ เปรียบเทียบซึ่งกันและกันแต฽หมายความถึงว฽าผู฾น าทางทหารที่ มีคุณลักษณะ ๑๕ ประการยังต฾องมีหลักการของผู฾น าทางทหาร อีก ๑๑ ข฾อ ให฾น า ไปเป็นหลักการและปฏิบัติ ไปพร฾อมกัน ถึงแม฾ว฽าคุณลักษณะผู฾น า ทางทหารที่ก าหนดขึ้น ทั้ง ๑๕ ป ร ะ ก า ร แ ล ะห ลั ก ก า ร ข อง ผู฾ น า ท างทห า ร ๑๑ ข฾ อ เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของทหารทุกเหล฽าทัพก็ตาม ต฽อมา ภายหลังแต฽ละเหล฽าทัพได฾ก าหนดลักษณะเฉพาะอันเป็น อัตลักษณ์ของแต฽ละเหล฽าทัพไว฾เช฽นกัน โดยเรียกว฽า“ค฽านิยม หลัก” (Core Values) ตามภารกิจและลักษณะวัฒนธรรม องค์กรของทหารแต฽ละเหล฽าทัพ ยิ่งไปกว฽านั้น ในค฽านิยมหลัก ของแต฽ละเหล฽าทัพนั้น ได฾ยึดแบบมาจากคุณลักษณะผู฾น า ทาง ทหารที่ก าหนดขึ้นทั้ง ๑๕ ประการและหลักการของผู฾น า ทาง ทหาร๑๑ข฾อและยังเลียนแบบค฽านิยมหลักของกองทัพ สหรัฐอเมริกาเช฽นเดิม ดังรายละเอียดต฽อไปนี้ ค่านิยมหลักกองทัพบก (Royal Thai Army) กองทัพบก กล฽าวถึงค฽านิยมหลักของกองทัพบก เพื่อเป็นแนวทางให฾ทหาร ของกองทัพบกยึดเป็นหลักใน กา รปฏิบัติภ ารกิจของ กองทัพบก ทั้งในยามสงบและยามศึก ก าหนดไว฾ ๗ ประการ ดังนี้ (ศูนย์พัฒนาหลักนิยมและยุทธศาสตร์. กรมยุทธศึกษา ทหารบก, ๒๕๕๕) ๑) ความจงรักภักดี (Loyalty) หมายความถึงความ ศรัทธา อย฽างแท฾จริงต฽อสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็น สถาบันสูงสุดของประเทศ ตลอดจนกองทัพบกและหน฽วยของตน ๒) หน฾าที่ (Duty) หมายถึง การท าหน฾าที่ให฾ส าเร็จ และท า หน฾าที่เพื่อหน฾าที่ ๓) การให฾ความเคารพ (Respect) หมายถึง การให฾ความ เคารพและให฾การดูแลประชาชนของประเทศ และกระท าต฽อ พวกเขาเสมือนหนึ่งเป็นพี่น฾องของเรารวมทั้งการ ให฾ความ เคารพต฽อกฎหมาย ของประเทศ และไม฽กระท าการอันเป็นการ ละเมิดต฽อกฎหมายของบ฾านเมืองเป็นอันขาด ๔) การอุทิศตนโดยไม฽เห็นแก฽ตัว (Selfless Service) หมายถึง การยอมเสียสละตนเองเพื่อน าประเทศชาติไปสู฽ความ ผาสุกและรับใช฾ประเทศชาติประชาชน ตลอดจนหน฽วย ของตน อย฽างดีที่สุดโดยไม฽รู฾จักเหน็ดเหนื่อย ๕) ความมีเกียรติ (Honor) หมายถึงการด าเนินชีวิต ด฾วย การปฏิบัติตัวอย฽างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีและยึดถือค฽านิยมของ กองทัพบกเป็นหลักประจ าใจ ๖) การยึดถือหลักคุณธรรม (Integrity) หมายถึง การท าใน สิ่งที่ถูกต฾อง ทั้งกฎหมาย และศีลธรรม ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓๑


๓๒ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ ๗) ความกล฾าหาญส฽วนบุคคล (Personal Courage) หมายถึง การกล฾าที่จะเผชิญกับความกลัวอันตรายต฽าง ๆ หรือ ความ ล าบากยากแค฾นทั้งทางกายและใจและกล฾าที่จะเผชิญกับความ รับผิดชอบในสิ่งที่ตนได฾กระท าลงไป จากการสังเกตค฽านิยม หลักของแต฽ละเหล฽าทัพเปรียบเทียบกับคุณลักษณะผู฾น าทาง ทหาร ๑๕ ประการ จะเห็นได฾อย฽างชัดเจนว฽า แม฾ ข฾อก าหนดของแต฽ละเหล฽าทัพจะมีไม฽ครบ ๑๕ ประการแต฽ใน แต฽ละข฾อ มีค าอธิบายที่บรรจุ ครอบคลุมคุณลักษณะผู฾น าทาง ทหาร ๑๕ ประการ ซึ่ง สอดแทรกไว฾อยู฽ทั้งหมดอย฽างครบถ฾วน ค฽านิยมหลักของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ใช฾ตัวอักษรย฽อ ที่แสดงความหมายที่เกี่ยวข฾อง กับภารกิจของตน กล฽าวคือตัว ย฽อ AIR หมายถึง อากาศ ซึ่งแสดงความหมายเป็นนัยว฽า หมายถึง “กองทัพอากาศ”ตัวย฽อ SAIL หมายถึง การเดินเรือ ซึ่งแสดง ความหมายเป็นนัยว฽า “กองทัพเรือ” ส฽วนกองทัพบก ไม฽มีตัวย฽อก าหนด เป็นเพียงการก าหนดเป็นค฽านิยมหลักไว฾ ๗ ประการเท฽านั้น โดยมีความคล฾ายคลึงกับค฽านิยมหลัก กองทัพบกสหรัฐอเมริกาทุกประการ ได฾แก฽ Loyalty (ความ ภักดี) Duty (หน฾าที่) Respect (ความเคารพ) Selfless Service (การอุทิศตน) Honor (เกียรติ) Integrity (คุณธรรม) และ PersonalCourage (ความกล฾าหาญส฽วนบุคคล)(Reserve Officers Training corps, n.d.; The United States Army, n.d.) อย฽างไรก็ตามแม฾แต฽ละเหล฽าทัพจะก าหนดค฽านิยมหลักให฾ มีเป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจนแต฽ก็ยังคงประยุกต์จาก คุณลักษณะ ผู฾น าทางทหาร ๑๕ ประการ แม฾ว฽าคุณลักษณะผู฾น า ทางทหาร ๑๕ ประการ จะริเริ่มจากสภาวการณ์ไม฽ปกติหรือในภาวการณ์ สู฾รบ และยังได฾รับอิทธิพลจากแนวคิดจากกองทัพของ สหรัฐอเมริกาในยุคสงครามก็ตาม แต฽ในสภาวการณ์ปกติ คุณลักษณะผู฾น า ทางทหาร ๑๕ ประการ ยังคงเป็นสิ่งจ าเป็น ต฽อความเป็นทหารมืออาชีพเสมอ (Military Professionalism) ในยามสงบนั้น ทหารต฾องรับการฝึกอบรม ให฾มีความรู฾ความช านาญ เมื่อถึงคราว จ าเป็นต฾องเตรียมก าลัง รบให฾พร฾อมรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน อันอาจเกิดจากภัยทั้งภายใน และภายนอกเพื่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทหาร ต฾องปฏิบัติหน฾าที่ต฽อผู฾บังคับบัญชาโดยเคร฽งครัด ซื่อตรง และจงรักภักดีไม฽กระท าการใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต฽อความสงบ สุขและความเจริญ ท าแต฽ความดีสิ่งที่เป็นคุณ กระท าตนให฾เป็น แบบอย฽างที่ดีแก฽พลเมือง ไม฽ประพฤติการใด ๆ ให฾ถูกติเตียน และดูถูกยอมสละชีวิต เพื่อด ารงไว฾เพื่อประโยชน์โดยรวมของ ชาติในยามศึกสงคราม คุณลักษณะผู฾น าทางทหารยิ่งมีความ จ าเป็นอย฽างยิ่ง ตัวอย฽าง เช฽น ทหารต฾องปฏิบัติหน฾าที่โดย ไม฽ฝุาฝืนค าสั่ง ต฾องอดทน กล฾าหาญไม฽คิดถึงความเหนื่อยยาก ไม฽ยอมแพ฾ข฾าศึกง฽ายๆ ต฾องสามัคคีกลมเกลียวกันอย฽างจริงใจดัง เพื่อนร฽วมตาย และเมื่อถูกจับเป็นเชลยทหารต฾องไม฽ตอบ ค าถามใด ๆ แก฽ข฾าศึก นอกจากยศ นาม เครื่องหมายประจ าตัว เท฽านั้น การไม฽ตอบ ค าถามอย฽างอื่นย฽อมเป็นเกียรติศักดิ์ อันหนึ่งของทหาร (โรงเรียนจ฽าอากาศ, ๒๕๕๖) คุณลักษณะผู฾น า ทางทหาร๑๕ ประการตามที่กล฽าวมา ข฾างต฾น เพียงพอต฽อการสร฾างคุณลักษณะผู฾น าทางทหารไทย ที่พึง ประสงค์แต฽มิติที่ผู฾เขียนเห็นว฽าขาดหายไป คือ มิติความเป็น คุณลักษณะ ตามแนวคิดแบบสังคมไทย เช฽น ความจงรัก ภักดี ส าหรับทหารไทยต฾องค านึงถึงชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ เป็นต฾น สิ่งหนึ่งที่แตกต฽างอย฽างชัดเจน มากที่สุดระหว฽าง แนวคิดคุณลักษณะผู฾น าทางทหารแบบไทยกับแบบอเมริกัน คือความจงรักภักดีต฽อศาสนาและ พระมหากษัตริย์เพราะ ระบบการปกครอง กฎหมาย และสังคมวัฒนธรรมที่แตกต฽าง กัน ดังนั้น การรับเอาแนวคิดจาก อเมริกาควรประยุกต์ปฏิบัติ ให฾มีความชัดเจนเหมาะกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมแบบไทย เพื่อความเข฾าใจง฽ายและต฾องมีการประเมินผลติดตามด฾วย //แหล฽งที่มา aw๐๘.pdf (bu.ac.th)


หลังจากผ ฽านความลุ ฽มๆ ดอนๆ ในปี ๒๕๖๕ เศรษฐกิจโลก ก าลังเผชิญทั้งความเสี่ยงและโอกาสในปี ๒๕๖๖ ตั้งแต฽การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงการที่จีนเปิด ประเทศ ขณะที่ เศรษฐกิจไทยปี ๒๕๖๖ มีแนวโน฾มฟื้นตัว ต ฽อเนื ่อง และกลับมาอยู ฽ในระดับเดียวกับช ฽วงก ฽อน วิกฤตโควิดเป็นที่เรียบร฾อย แต฽ภายใต฾การฟื้นตัวดังกล฽าว ยังมีความเสี่ยงใหญ฽และความไม฽แน฽นอนอีกมากรออยู฽ ข฾างหน฾า ไม฽ว฽าจะเป็นความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่อาจเข฾าสู฽ ภาวะถดถอย (Recession) ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิ รัฐศาสตร์ ที่อาจจะแบ฽งเศรษฐกิจโลกออกเป็นสองขั้ว ทั้งหมดนี้นับเป็นความท฾าทายต฽อเศรษฐกิจไทย หากมองในภาพใหญ฽ของเศรษฐกิจโลก เว็บไซต์ อัลจาซีรา รายงานว฽าเมื ่อผลกระทบรุนแรงที่สุดจาก โควิด-๑๙ ลดน฾อยลง และนโยบายโควิดเป็นศูนย์อัน เข฾มงวดของจีน กลายเป็นตัวสร฾างความโกลาหลรอบใหม฽ ให฾กับซัพพลายเชนโลก ราคาอาหารและพลังงานพุ฽งสูง เงินเฟูอในหลายประเทศทะลุระดับสูงสุดในรอบสี่สิบปี ปี ๒๕๖๕ ถือเป็นปีแห฽งความผันผวน ขณะที่เศรษฐกิจโลกก าลังมุ฽งหน฾าสู฽ความปั่นปุวนใน ปี ๒๕๖๖ อีกเช฽นกัน ทั้งสงครามของประธานาธิบดี วลาดิ มีร์ปูตินแห฽งรัสเซีย ที่จะสร฾างความเสียหายให฾กับตลาด อาหาร และพลังงานต฽อไป และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่สร฾างความเสียหายต฽อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ส าหรับ ปัจจัยบวก การที่จีนเปิดประเทศอีกครั้งหลังปิดมาสามปี ช฽วยหนุนเศรษฐกิจโลกถูกบดบังด฾วยความกลัวว฽า โควิด๑๙ ที่แพร฽กระจายอย฽างรวดเร็วในหมู฽พลเมืองจีน ๑.๔ พันล฾านคน จะท าให฾เกิดสายพัน ธุ์ใหม ฽ที ่อันตราย กว฽าเดิม ทั้งนี้แนวโน฾มเศรษฐกิจโลกที ่ต฾องจับตาในปี ๒๕๖๖ ประกอบด฾วย ๑. เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย คาดว฽า เงินเฟูอ จะลดลงทั่วโลกในปี ๒๕๖๖ แต฽ ความเสียหายยังมีสูง กองทุนการเงินระหว฽างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว฽า เงินเฟูอโลกจะทะลุ ๖.๕% ในปีนี้ ลดลงจาก ๘.๘% ในปี ๒๕๖๖ ขณะที ่ เขตเศรษฐกิจ ก าลังพัฒนาลดลงน฾อยกว฽า เงินเฟูอน฽าจะเบาลงเล็กน฾อย มาอยู฽ที่ ๘.๑% ในปี ๒๕๖๖ เศรษฐกิจโลกปี ๖๖ ‘ป่ วน’! ไทย ห่วงปัจจัยเสี่ยง ศก.โลกถดถอย-ปมภ ู ม ิ ร ั ฐศาสตร ์ กรม สน.พล.ร.๙ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓๓


๒. เศรษฐกิจชะลอตัวและถดถอย ขณะที่เงินเฟูอคาดว฽าอ฽อนตัวลงในปีนี้ การเติบโต ทางเศรษฐกิจก าลังชะลอตัวลงอย฽างรวดเร็วควบคู฽กับ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย กองทุนการเงินระหว฽างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว฽าเศรษฐกิจโลกปี ๒๕๖๖ จะขยายตัว แค฽ ๒.๗% ลดลงจาก ๓.๒% ในปี ๒๕๖๕ องค์การเพื่อ ความร฽วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ประเมินไว฾ต่ ากว฽า ปีนี้เศรษฐกิจโลกขยายตัว ๒.๒% จาก ๓.๑% ในปี ๒๕๖๕ ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจ โลกปี ๒๕๖๕ ขยายตัว ๒.๙% ส฽วนปี ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ ก็ราวๆ นั้น นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองโลกในแง฽ร฾าย มากกว฽า เชื่อว฽าเผลอๆ ปี ๒๕๖๖ เศรษฐกิจโลกอาจถดถอย สามปี หลังเกิดความเสียหายจากโควิด - ๑๙ ระบาด เนื ่องจากการผสมโรงกันระหว฽างเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟูอสูง และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ๓. จีนเปิดประเทศ หลังล็อกดาวน์อย฽างเข฾มงวด และปิดประเทศมา เกือบสามปี หลายวันก฽อนจีนเริ่มผ฽อนคลายนโยบายโควิด เป็นศูนย์ที่เคยเข฾มงวด การที ่จีนซึ ่งมีขนาดเศรษฐกิจ ใหญ฽เป็นอันดับสองของโลกเริ่มเปิดประเทศตั้งแต฽วันที่ ๘ ม.ค. ถือเป็นโมเมนตั ่มใหม ฽ให฾การฟื้นตัวของโลก ความต฾องการของผู฾บริโภคจีนที่ฟื้นคืนมา จะสร฾างแรง หนุนให฾กับประเทศผู฾ส฽งออกรายใหญ฽ อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์ ๓๔ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


อ฾างอิง : https://www.bangkokbiznews.com ๔. บริษัทล้มละลาย แม฾เศรษฐกิจเสียหายหนักจากโควิด - ๑๙ และ การล็อกดาวน์ แต฽ในความเป็นจริงระหว฽างปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔ การล฾มละลายลดลงในหลายประเทศ เนื่องจากการ ตกลงกันนอกศาลกับผู฾ให฾กู฾และมาตรการกระตุ฾นขนาน ใหญ฽ของรัฐบาล ตัวอย฽างเช฽นในสหรัฐ ปี ๒๕๖๔ ธุรกิจ ๑๖,๑๔๐ แห฽งยื่นขอล฾มละลาย ปี ๒๕๖๓ จ านวน ๒๒,๓๙๑ รายเทียบกับ ๒๒,๙๑๐ รายในปี ๒๕๖๒ แต฽เท รนด์นี้ก าลังสวนทางในปี ๒๕๖๖ ท ฽ามกลางราคา พลังงานและอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น บริษัทประกันสินเชื่อ Allianz Trade ประเมินว฽าการล฾มละลายทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น กว฽า ๑๐% ในปี ๒๕๖๕ และ ๑๙% ในปี ๒๕๖๖ สูงกว฽า ระดับก฽อนโควิดมาก ๕. โลกาภิวัตน์สั่นคลอน ความพยายามถอยห฽างจากโลกาภิวัตน์เร฽งตัวขึ้นในปี ๒๕๖๕ ส฽อเค฾าต฽อเนื่องมาถึงปี ๒๕๖๖ เมื่อสงครามการค฾า และสงครามเทคโนโลยีระหว฽างสหรัฐกับจีน ที่เปิดตัว ภายใต฾รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป฼ร฾าวลึก ยิ่งขึ้นในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดน เดือน ส.ค. ไบเดนลงนาม กฎหมายชิพและวิทยาศาสตร์ สกัดส฽งออกชิพทันสมัย และอุปกรณ์การผลิตชิพไปยังจีน พุ฽งเปูาสกัดการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการส฽งเสริมพึ่งตนเองใน การผลิตชิพของจีน ไทยห่วง “๒ ปัจจัยเสี่ยงนอก” รั้งเติบโต นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ อาวุโส ประจ าประเทศไทย ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กล฽าวว฽าเวิลด์แบงก์ได฾คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี ๒๕๖๖ ว฽าจะขยายตัวในระดับ ๓.๖% ขณะเดียวกันยังมีสิ่งที่น฽า ห฽วงอีกคือ หนี้ครัวเรือน และหนี้เอกชนในประเทศ โดยเฉพาะหนี้เอสเอ็มอี ต฽างๆที่อยู฽ระดับสูง จากต฾นทุน ราคาสินค฾าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นมองว฽า ภาครัฐควรเร฽งเข฾าไป ดูแล แต฽การเข฾าไปดูแลจ าเป็นต฾องดูแบบเฉพาะเจาะจงมาก ขึ้น และจ ากัดกลุ฽มเปูาหมายในการช฽วยเหลือ ช็อคแรกกระทบเศรษฐกิจจากขึ้นดอกเบี้ย นายพชรพจน์ นันทราม าศ ผู฾ช ฽วยก รรมก า ร ผู฾จัดการใหญ฽ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว฽า Krungthai COMPASS คาดการณ์ เศรษฐกิจไทย ปี ๒๕๖๖ คาดว฽า จะขยายตัวอยู฽ที่ ๓.๔% ปัจจัยบวกหลักๆ ม า จ า ก ท ฽อง เ ที ่ย ว ที ่ก ลับ ม า ฟื้น ตัว ดีขึ้น ส ฽ง ผ ล คาดการณ์ท฽องเที่ยวมาสู฽ ๒๑.๔ ล฾านคนปีนี้ แต฽หากจีน เปิดประเทศเร็วขึ้น คาดนักท฽องเที่ยวอาจเพิ่มขึ้น เป็น ๒๒.๕ ล฾านคน อย ฽างไรแม฾ภาพจะมีมุมบวกมากขึ้น แต฽เศรษฐกิจไทยปีหน฾า ยังเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นเหล฽านี้อาจกระทบต ฽อการขยายตัวส฽งออกให฾ ลดลงได฾ จากที่ประเมิน ๑.๒% ดังนั้น ยังคงการคาดการณ์จี ดีพีไว฾ที ่ระดับเดิม ๓.๔% ก ฽อนจนกว ฽าจะเห็นภาพ เศรษฐกิจชัดเจนขึ้นในช฽วงต฾นปีหน฾า ห่วงส่งออกพลาดเป้า นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู฾ช฽วยผู฾ว฽าการ สายองค์กร สัมพันธ์ ธนาคารแห฽งประเทศไทย(ธปท.) กล฽าวว฽า ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยปีหน฾า หลักๆ มาจากความเสี่ยง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่อาจส฽งผลกระทบ ต฽อการขยายตัวของประเทศต฽างๆได฾ ผ฽านการส฽งออก ที่ต฾องจับตา ส฽งผลให฾ ธปท.ปรับประมาณการส฽งออก ลดลงมาก เหลือเติบโตเพียง ๑% ในปี ๒๕๖๖ อย฽างไรก็ตาม ด฾านปัจจัยบวก ที่เห็นชัดเจนส าหรับ เศรษฐกิจไทย คือตัวเลขนักท฽องเที่ยว ที่อาจมากกว฽าคาด ได฾ จากการเร฽งเปิดประเทศของจีน ดังนั้นต฾องติดตาม หาก จีนเปิดประเทศได฾เร็วโอกาสที่นักท฽องเที่ยวจะเข฾ามาไทย เพิ่มขึ้นได฾ ท าให฾ภาพรวมนักท฽องเที่ยวปีหน฾า อาจ มากกว฽าที่ ธปท.ประเมินไว฾ที่ ๒๒ ล฾านคนได฾ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓๕


การเมืองคืออะไร มีผู฾ให฾ค าจ ากัดความไว฾หลาย ลักษณะ เช฽น เพลโต (Plato) และ อริสโตเติล (Aristotle) กล฽าวว฽า การเมืองเป็นเรื่องของการแสวงหาความยุติธรรม และการด ารงชีวิตที ่ดี ส฽วนฮอบส์ (Hobbs) เห็นว฽า การเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของมนุษย์ เนื่องจากการที่มนุษย์ต฾องใช฾ชีวิตอยู฽ร฽วมกันในชุมชน การเมือง ถ฾าปล฽อยให฾ต฽างคนต฽างท าตามใจชอบแล฾ว จะ เกิดการแสวงหาประโยชน์ส฽วนตัว และจะมีลักษณะ เลวร฾าย ปุาเถื่อน น ามาซึ่งความไม฽ปลอดภัยในชุมชน นั้นๆ มนุษย์ไม฽อาจอยู฽ตามล าพัง จ าเป็นต฾องรวมกันอยู฽ เป็นสังคม จึงมีผู฾กล฽าวว฽ามนุษย์เป็น “สัตว์สังคม” ใน สังคมมนุษย์ไม฽ว฽าจะอยู฽ในสมัยใดและรูปแบบใดก็ตาม จ าเป็นต฾องมีการจัดกระบวนการในการอยู฽รวมกันภายใต฾ อ านาจแห฽งรัฐนี้ ไม฽ว฽าจะด าเนินการภายใต฾รูปแบบใดก็ ถือว฽าเป็นการเมือง ดังที่เอสตัน (Eston, ๑๙๖๕) ได฾ให฾ความหมาย ของการเมืองว฽าเป็นการกระท าของมนุษย์ที่ตอบโต฾กัน อันเกี่ยวข฾องกับอ านาจและการแจกแจงสิ่งที่มีคุณค฽า ส าหรับสังคม จะเกี่ยวข฾องกับการตัดสินใจของประชาชน หรือสิ่งที่รัฐบาลได฾ตัดสินใจให฾ประชาชน และผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ ถ฾าหากสังคมใดไม฽มีกฎเกณฑ์การแจกแจง ไม฽มีกติกาที่ตกลงเป็นที่พอใจของสมาชิกในสังคมแล฾ว ย ฽อมจะเกิดความปั ่นปุวนและอาจต฾องใช฾การตัดสิน ด฾วยก าลัง ม.พัน.๑๙ พล.ร.๙ ๓๖ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


จะเห็นได฾ว฽า การเมืองมีความหมายกว฾างขวาง ครอบคลุมถึงการปฏิบัติหรือกิจกรรมซึ ่งเกี ่ยวข฾องกับ กฎเกณฑ์ (rule) อ านาจ (power) อ านาจหน฾าที่ (authority) ในสังคม การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรสิ่ง ที่มีคุณค฽าในสังคมทั้งทรัพยากรและค฽านิยมทางสังคมให฾ เหมาะสม เมื่อน ามาพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของ การเมืองกับการศึกษา จะเห็นว฽ามีความสัมพันธ์ เกี่ยวข฾องกันอย฽างแยกไม฽ออก เพราะการศึกษาเป็น กระบวนการถ฽ายทอดความรู฾ วัฒนธรรม พัฒนาทักษะ และฝึกอบรมเพื่อน าไปสู฽การปฏิบัติงานในสังคม การ ปฏิบัติงานของสถาบันทางการเมืองและสถาบันทาง การศึกษาจึงมีอิทธิพลต฽อการวางรากฐานซึ่งกันและกัน ส฽วนสังคมที่ก าลังพัฒนา การศึกษามีส฽วนส าคัญอย฽าง มากในการสร฾างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจใน ลักษณะที่เป็นการพัฒนาให฾สภาพแวดล฾อมทางสังคมและ ชีวิตทางเศรษฐกิจของประชาชนดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะ เอื้ออ านวยต฽อการพัฒนาทางการเมืองเพราะเมื่อ ประชาชนมีสภาพชีวิตที ่ดี ก็ย ฽อมให฾ความสนใจต ฽อ การเมือง และต฾องการมีส฽วนร฽วม และเมื่อระบบการศึกษา ขยายออกไปรับใช฾ประชาชนมากขึ้น ท าให฾เกิดการ รวมกลุ฽มผลประโยชน์ เป็นกลุ฽มที่มีพลังส าคัญกลุ฽มหนึ่งใน ระดับท฾องถิ่น และระดับชาติ การเมืองของกลุ฽ม ปัญญาชนเหล฽านี้เป็นการเมืองในระดับน าที่มีผลต฽อ นโยบายการพัฒนาประเทศมากที่สุด ซึ่งแสดงให฾เห็นว฽า ระบบการศึกษาได฾ท าหน฾าที่ทางการเมืองให฾กับระบบ การเมืองหลายประการ เช฽น สถาบัน การศึกษาช฽วย ปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมืองขั้นพื้นฐานไปสู฽ประชาชน และช฽วยสร฾างสรรค์ให฾เกิดอุดมการณ์ทางการเมืองใหม฽ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะมีบทบาทอย฽างมากต฽อการพัฒนาอุดมการณ์ ของชาติ ระบบการศึกษาช฽วยเตรียมพลเมืองที่รู฾หนังสือ ท าให฾เกิดการสื่อสารทางการเมืองได฾อย฽างมีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาไปเป็นล าดับขั้นตอน ช฽วยสร฾างให฾เกิด ผู฾น าทางการเมืองที่มีคุณภาพ และคุณธรรม การอบรมกล ฽อมเกลาทางการเมือง (Political Socialization) เป็นกระบวนการสังคมประกฤตหรือ การกล฽อมเกลาทางสังคม (Socialization Process) ซึ่ง เป็นกระบวนการที่กว฾างขวางรอบด฾าน การอบรมกล฽อม เกลาทางสังคมเป็นการอบรมบ฽มนิสัย สั่งสอนสมาชิก ของสังคมทั้งด฾านครอบครัว เศรษฐกิจ อนามัย ศาสนา นันทน าก า ร ภ าษ า และก า รสื่อ สา ร ก า รศึกษ า วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีรวมทั้งเรื ่องการเมือง เปูาหมายที่ส าคัญของการอบรมกล฽อมเกลาทางสังคม คือการสร฾างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให฾แก฽สมาชิกใน สังคม และจะส฽งผลให฾สมาชิกของสังคมมีพฤติกรรมที่ เหมาะสมสอดคล฾องกับความต฾องการของสังคมนั้นๆ ใน ท านองเดียวกันการที่จะให฾คนในสังคมมีพฤติกรรมทาง การเมืองสอดคล฾องกับเปูาหมายของระบบการเมืองต฽างๆ ได฾นั้น ย฽อมต฾องมีการอบรมกล฽อมเกลาทางการเมืองให฾แก฽ สมาชิกของสังคมนั้นด฾วย โคลแมน กล฽าวไว฾ว฽า การอบรมกล฽อมเกลาทาง การเมืองเป็นกระบวนการที่บุคคลได฾มาซึ่งเจตคติ และ ความรู฾สึกต฽อระบบการเมือง และต฽อบทบาทของตนใน ระบบการเมือง ทั้งนี้รวมถึงการมีความรู฾ ความเข฾าใจ (Cognition) ความรู฾สึก (Feeling) การมีความจงรักภักดี และความส านึกผูกพันในฐานะเป็นพลเมือง (Sense of Civic Obligation) และความรู฾สึกในความสามารถ ทางการเมือง (Sense of Political Competence) รู฾ ว฽าตนเองมีบทบาททางการเมืองอย฽างไรในฐานะที่ตน เป็นสมาชิกของสังคมการเมืองนั้น อัลมอนด์และเวอร์บา (Almond and Verba) กล฽าวว฽า ประสบการณ์ก฽อนวัยผู฾ใหญ฽ (Pre-adult) เป็น แหล฽งที่มาของเจตคติทางการเมืองและแบบแผนอ านาจ สภาพการณ์ทางสังคมในช฽วงก฽อนวัยผู฾ใหญ฽มีบทบาทเป็น หัวเลี้ยวหัวต฽อเกี่ยวกับรูปแบบของความโน฾มเอียงทาง การเมือง โดยมีสถาบันที่มีอิทธิพลต฽อประสบการณ์ใน วัยเด็ก คือ ครอบครัวและโรงเรียน ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓๗


อ฾างอิง : https://edoffice.kku.ac.th จะเห็นได฾ว฽าการอบรมกล฽อมเกลาทางการเมือง มี ความส าคัญต ฽อการวางรากฐานทางการเมืองการ ปกครองให฾แก฽เยาวชนของประเทศเป็นอย฽างมาก และดัง ได฾กล฽าวแล฾วว฽า คนเราต฾องใช฾เวลาอยู฽ในสถาบันการศึกษาไม฽ น฾อยกว ฽า ๑๐ ปี ดังนั้นการให฾ความส าคัญต ฽อการ อบรมกล฽อมเกลาทางการเมืองในสถาบันการศึกษา ตั้งแต฽ระดับเริ ่มแรก คือ ระดับโรงเรียน จึงเป็นสิ ่งที่ รัฐบาลจะต฾องให฾การส฽งเสริมสนับสนุน การเรียนรู฾ทาง การเมืองการปกครองในระบบประชาธิปไตยได฾อย฽าง ถูกต฾อง จึงเป็นความจ าเป็นที่ครู ผู฾สอนจะต฾องมีความรู฾ว฽า เด็กมีความสามารถที่จะเรียนรู฾สาระทางการเมืองได฾ตาม ขั้นตอนของช฽วงอายุระดับต฽าง ๆ ซึ่งจะสอดคล฾องกับ ล าดับพัฒนาการจากวัยเด็กไปสู฽ความเป็นผู฾ใหญ฽ด฾าน การเมือง คือ วัยเด็กตอนต้น (อายุ ๕-๙ ปี) สังคมแรกที่เด็กสัมผัสคือ ครอบครัว เมื่อออกจากครอบครัว เด็กจะได฾สัมผัสกับ สังคมภายนอก เช ฽น โรงเรียน ช ฽วงนี้เด็กเริ ่มรู฾จัก สัญลักษณ์ของชาติ เช฽น ธงชาติ ถือได฾ว฽าเป็นช฽วงแรกที่ เกิดความรู฾สึกทางการเมืองและสามารถเรียนรู฾ทาง การเมืองได฾รวดเร็วมากแต฽ยังไม฽ลึกซึ้ง กระบวนการ อบรมกล฽อมเกลาในระยะแรก มีลักษณะค฽อยเป็นค฽อยไป การพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยในเด็กระดับนี้ควร เน฾นที่อารมณ์ ความรู฾สึก เจตคติ และจิตใจมากกว฽าด฾าน ความรู฾ วัยเด็กตอนปลาย (อายุ ๙-๑๓ ปี) ความคิด ความเข฾าใจการเมืองจะก฾าวไปสู฽ลักษณะคล฾ายผู฾ใหญ฽ เป็นก฾าวส าคัญที่สุดของการเรียนรู฾ทางการเมือง โดยเฉพาะเด็ก อายุ ๑๐-๑๑ ปี จะเริ่มเข฾าใจการเมืองในลักษณะ นามธรรม (abstract ideas) มีความคิดที่สัมพันธ์กัน อย฽างเป็นระบบมากขึ้น เด็กสามารถแยกบทบาททาง การเมืองของบุคคลได฾และมีความรู฾ข฽าวสารการเมือง เพิ่มขึ้น เด็กอายุ ๑๐-๑๑ ปี จะเข฾าใจระบบการเมือง รอบๆ ตัวไม฽แตกต฽างจากผู฾ใหญ฽มากนัก วัยรุ่น (อายุ ๑๓-๑๘ ปี) เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการทั่ว ๆ ไป ด฾านกายภาพ จิตภาพ และสังคม การเปลี ่ยนแปลงของวัยรุ ฽นเป็นการเปลี ่ยนแปลงเพื ่อ เตรียมตัวเข฾าสู฽วัยผู฾ใหญ฽ วัยรุ ฽นมีความต฾องการอิสระ จากครอบครัว สัมพันธภาพกับครอบครัวน฾อยลงแต฽ กลับไปมีสัมพันธภาพกับกลุ฽มเพื่อนมากขึ้น ความสัมพันธ์ แบบนี้หาไม฽ได฾ในครอบครัว เพราะในครอบครัวมีความ สัมพันธ์กันแบบเบื้องบนลงสู ฽เบื้องล ฽าง (top-down) แต ฽ในกลุ ฽มเพื ่อนเป็นความสัมพัน ธ์แบบแน วราบ (horizontal) ซึ่งเป็นการลดช฽องว฽างในครอบครัว วัยรุ฽นจึงเป็นวัยที่แสวงหาความรู฾ใหม฽ๆ ดังนั้นการเรียนรู฾ใน โรงเรียนตั้งแต฽ระดับมัธยมศึกษาตอนต฾นถึงมัธยมศึกษาตอน ปลาย สามารถจัดการเรียนการสอน เรื่องการเมืองการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยได฾โดยตรง วัยผู้ใหญ่ (อายุ ๑๘ ปีขึ้นไป) เป็นวัยที่มีพฤติกรรม ทางการเมืองจากพื้นฐานที่สั่งสมมาตั้งแต฽วัยเด็ก การอบรม กล฽อมเกลาทางการเมืองให฾เด็กตั้งแต฽ต฾น เป็นการก าหนด พฤติกรรมทางการเมืองในวัยผู฾ใหญ฽ต฽อมา มีหลักฐาน การวิจัยยืนยันว฽า การเรียนรู฾ทางการเมืองที่เด็กเรียนรู฾ ระหว฽างอยู฽ในช฽วงของการเรียนตอนต฾น ๆ มักจะมีผลต฽อ พฤติกรรม ทางด฾านการเมืองตอนเป็นผู฾ใหญ฽มากกว฽า แนวความคิดและทัศนะที่บุคคลเรียนรู฾ในช฽วงหลังของ ชีวิต ๓๘ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


วิถีชีวิตของคนไทยในสังคมไทย ซึ่งเป็นแบบแผน ของการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาน และการแสดงออกถึง ความรู฾สึกนึกคิดในสถานการณ์ต฽างๆ ที่สมาชิกในสังคมไทย สามารถรู฾ เข฾าใจ ซาบซึ้ง ยอมรับ และใช฾ปฏิบัติร฽วมกันใน สังคมไทย ได฾แก฽ ๑. ภาษา และวัฒนธรรม หมายถึง ภาษาไทยที่ใช฾ ในการพูดและการเขียนรวมทั้งงานประพันธ์ที่สร฾างสรรค์ที่ มีการบันทึกไว฾เป็นลายลักษณ์อักษร และไม฽เป็นลาย ลักษณ์อักษร ๒. มารยาท หมายถึง การประพฤติปฏิบัติระหว฽าง บุคคลตjอบุคคลที่สังคมยอมรับ ได฾แก฽ มารยาททางกาย และมารยาททางวาจา ๓. การแต฽งกาย หมายถึง เครื่องนุ฽งห฽มที่แสดงถึง ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ๔. ประเพณีและพิธีทางศาสนา หมายถึง กิจกรรมที่ ปฏิบัติในวันส าคัญต฽างๆ ๕. ศิลปกรรม หมายถึง งานศิลปหัตถกรรม จิต กรรม สถาปัตยกรรม และประติมากรรม ๖. การแสดงและการละเล฽น หมายถึง การละเล฽น และของเล฽นของไทย ดนตรีไทย เพลงไทยประเภทต฽างๆ และศิลปะการ แสดงของไทย วัฒนธรรมไทย : ด้านการแต่งกาย วัฒนธรรมไทยด฾านการแต฽งกาย ตั้งแต฽ในอดีตมานั้น คนไทยมีเอกลักษณ์ด฾านการแต฽งกายที่ใช฾ผ฾าไทยซึ่งท า จากผ฾าไหม ผ฾าทอมือต฽างๆ น ามาท าเป็นผ฾าสไบส าหรับผู฾ หญิงไทย ส฽วนผู฾ชายก็มีการแต฽งกายที่นิยมส าหรับ ชาวบ฾านก็คงหนีไม฽พ฾นผ฾าขาวม฾า ซึ่งนิยมใช฾มาตั้งแต฽สมัย โบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู฽ ตัวอย฽าง ในสมัยอยุธยาตอนปลายนั้นหญิงไทยจะ นุ฽งโจงกระเบนสวนเสื้อรัดรูปแขนกระบอก ผู฾ชายจะนุ฽ง ผ฾าม฽วงโจง สวม เสื้อคอปิด ผ฽าอกแขนยาว โดยปกติจะไม฽ นิยมใส฽เสื้อ ซึ่งในปัจจุบันนี้เราหาแทบไม฽ได฾แล฾วส าหรับการแต฽ง กายแบบนี้ เนื่องจากคนไทยสมัยปัจจุบันนิยมแต฽งกาย ตามแบบนิยม ตามชาวยุโรปซึ่งท าให฾กายแต฽งกายแบบ อดีตเริ่มเลื่อนหายไปมาก วิถีชีวิตของคนไทย ช.พัน.๙ พล.ร.๙ ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖ I ๓๙


วัฒนธรรมไทย : ด้านภาษา ประเทศไทยมีภาษาเป็นของตนเองมาตั้งแต฽อดีต จนถึงปัจจุบันเนื่องจากประเทศไทยไม฽เคยตกเป็นเมืองขึ้น ของประเทศใดในโลก ท าให฾เรามีภาษาไทยใช฾มาจนถึง ปัจจุบัน และในประเทศไทยก็มีภาษาทางการ คือภาษา กลาง ซึ่งคนในประเทศไม฽ว฽าจะอยู฽ในภาคไหนก็สามารถ สื่อสารกันได฾ด฾วยภาษากลางนั่นเอง เพราะในประเทศ ไทยเรามีถึง ๔ ภาคหลัก และในแต฽ละภาคก็ใช฾ภาษาที่ แตกต฽างกันไปบ฾าง ดังนั้นเพื่อให฾คนไทยสามารถสื่อสาร ตรงกันได฾เราจึงมีภาษากลางเกิดขึ้นนั่นเอง วัฒนธรรมไทย : ด้านอาหาร วัฒนธรรมที่มีความส าคัญกับคนไทยไม฽น฾อยไปกว฽า วัฒนธรรมด฾านการแต฽งกาย และวัฒนธรรมด฾านภาษาคือ วัฒนธรรมด฾านอาหาร ซึ่งวัฒนธรรมด฾านอาหารของคน ไทยนั้นก็มีมาตั้งแต฽สมัยอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งแต฽ละ พื้นที่จะมีลักษณะอาหารการกินที่แตกต฽างกันออกไป แต฽ โดยรวมแล฾วเราจะเรียกว฽าวัฒนธรรมอาหารไทย ซึ่ง อาหารไทยนั้นมีมากมายที่ขึ้นชื่อของไทย และโด฽งดังไปทั่ว โลก ไม฽ว฽าจะเป็น ต฾มย ากุ฾ง ผัดไทย เป็นต฾น อาหารถือ เป็นวัฒนธรรมอีกอย฽างหนึ่งของไทย ที่คนไทยควร ให฾ ความส าคัญ และถือว฽าอาหารไทยก็ไม฽แพ฾อาหารของชน ชาติใด วัฒนธรรมไทย : ด้านศิลปกรรม ถือเป็นภูมิปัญญาไทยที ่ส าคัญ โดยเป็นผลงานที่ สร฾างขึ้นเพื ่อความสวยงามก ฽อให฾เกิดความสุขทางใจ ส฽วนใหญ฽จะเป็นงานที่สร฾างสรรค์ขึ้นด฾วยแรงบันดาลใจ จากพุทธศาสนา และเป็นการแสดงความเคารพ และจงรัก ภักดีต฽อพระมหากษัตริย์ได฾แก฽ ผลงานที่ปรากฏตามวัดวา อารามต฽างๆ เรือนไทยที่มีลักษณะเฉพาะพิเศษ ศิลปกรรม ไทยที่ส าคัญได฾แก฽ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม นาฏศิลป฼ ดุริยางคศิลป฼ วรรณกรรม ประเภทของวัฒนธรรม วัฒนธรรมทางวัตถุ คือ เครื่องมือ เครื่องใช฾ ที่มนุษย์ใช฾ ในชีวิตประจ าวันเพื ่อความสุขทางก าย อันได฾แก฽ ยานพาหนะ ที่อยู฽อาศัย ตลอดจนเครื่องปูองกันตัวให฾ รอดพ฾นจากอันตรายทั้งปวง วัฒนธรรมทางจิตใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยึด เหนี่ยวจิตใจของมนุษย์ เพื่อให฾เกิดปัญญาและมีจิตใจที่ งดงาม อันได฾แก฽ ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม คติธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี และระเบียบแบบแผนของ ขนบธรรมเนียมประเพณี การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เหล฽านี้คือวัฒนธรรมหลักๆ ที่เรามีอยู฽ในประเทศไทย ซึ่งจริงๆ แล฾วเรายังมีวัฒนธรรมอีกมายมากเพียงแต฽อาจ จะใช฾กันในชุมชนหรือหมู฽บ฾านของแต฽ละท฾องถิ่น แต฽เมื่อเรามี วัฒนธรรมหลักที่เป็นของเราเองอยู฽แล฾วเราก็ควรอนุรักษ์ไว฾ ให฾เป็นเอกลักษณ์ของเรา ไม฽ควรให฾ต฽างชาติมามีอิทธิพลต฽อ เ ร าม ากเกินไป เพ ร า ะ วันหนึ ่งเ ร าอ า จไม ฽เหลือ วัฒนธรรมไทยอะไรให฾จดจ าอีกเลย ฉะนั้นเรา มาร฽วมกัน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไว฾เถิด เพื่อลูกหลานเราในอนาคต จะได฾ไม฽หลงลืมไป และพูดถึงประเทศไทยได฾อย฽างเต็ม ความภาคภูมิใจในความเป็นไทยตลอดไป ๔๐ I ปีที่ ๓๕ ฉบับที่ ๑๕๐ มกราคม - เมษายน ๒๕๖๖


Click to View FlipBook Version