43 4.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านคิดวิเคราะห์และการใช้หลักภาษาไทยของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้รูปแบบการสอนแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ .01 4.2 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อรูปแบบการสอน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ลดาวัลย์ แย้มครวญ (2559) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การออกแบบและพัฒนาเกมเพื่อการเรียนรู้ สำหรับคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาเกม เพื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และเจตคติที่ดีสำหรับวิชา คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้เกมเป็นสื่อเสริมในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีเนื้อหาเรื่อง จำนวนนับ และการบวก ลบ คูณ หารจำนวนนับ สมการและการแก้สมการ และตัวประกอบของจำนวนนับ โดยกลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนรุ่งนิวัติวิทยา จังหวัดลบบุรี ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มทดลองหรือกลุ่มที่เรียนแบบ ปกติร่วมกับเกมเพื่อการเรียนรู้ และกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มที่เรียนแบบปกติ กลุ่มละ 30 คน โดยเก็บ รวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบที่มีการระบุทักษะของคำถามแต่ละข้อ ได้แก่ 1) ทักษะการแก้ปัญหา 2) ทักษะการให้เหตุผล 3) ทักษะการเชื่อมโยง 4) ทักษะการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ และ 5) ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และแบบประเมินเจตคดิก่อนเรียน และหลังเรียน ร่วมกับเกมเพื่อการเรียนรู้ โดยแบ่งการประเมินเจตคติที่มีต่อวิชาคณิตศาสตร์เป็น 3 ด้าน ได้แก่ การประเมินเจตคติด้านความคิด ด้านความรู้สึก และด้านพฤติกรรม และแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรม ต่อวิชาคณิตศาสตร์ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินความสามารถของเกมเพื่อการเรียนรู้โดย ผู้เชี่ยวชาญโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 4.12, S.D. = 1.02) ผลคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียน และผลต่างคะแนนของทุกบทเรียนรวมทุกทักษะ ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 และกลุ่มทดลองมีเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ดีขึ้นในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 อุบลวรรณ บุญทา (2552) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการใช้ กิจกรรมเกม เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การบวก การลบ ศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่เรียนโดยการใช้กิจกรรมเกมเพื่อ พัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์การบวก การลบและศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนหลังการใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนา ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้น
44 ประถมศึกษาปีที่ 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ กิจกรรมเกมจำนวน 7 กิจกรรม แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเกม จำนวน 7 แผน จำนวน 7 ชั่วโมง พร้อมแบบฝึกทักษะโจทย์ ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแบบปรนัย มี3 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนจำนวน 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์คะแนนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมเกม โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนและทดสอบ สมมติฐานโดยค่าสถิติทดสอบ (Z-test) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเกม แล้วนำไปเทียบเกณฑ์ 80/80 วิเคราะห์แบบประเมินความ พึงพอใจหลังการใช้กิจกรรมเกมโดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอข้อมูลโดย ตารางประกอบการบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า 1.ได้แผนการจัดการเจียนรู้ โดยใช้กิจกรรมเกมเพื่อ พัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84/86 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้2.ค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมเกม เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 3. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาบีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่มีความพึงพอใจต่อการใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การ บวก การลบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24 5.2 งานวิจัยต่างประเทศ Bob Burden (2020) โรงเรียนและห้องเรียน คือสถานที่ ที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพราะ เป็นแหล่งผลิตทุนมนุษย์ป้อนเข้าสู่สังคม โรงเรียนสอนคิด (Thinking School) คือ โรงเรียนที่มุ่งสอน ให้เด็กได้รู้ถึงกระบวนการเรียนรู้ (How to Learn) เน้นพัฒนาทักษะการคิดให้กับเด็กโดยสมาชิกของ ชุมชนทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ให้ความสำคัญในการคิดอย่างรอบคอบทุกด้าน ส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียนได้รู้ และใช้กระบวนการเรียนรู้ (How to Learn) เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะการแสวงหาความรู้ มีความสามารถในการคิดตามหลักสูตร นำไปใช้ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข จากความร่วมมือของ ทุกภาคส่วน
45 Martin Bell (2012) ได้ทำการวิจัยเชิงสำรวจเกี่ยวกับ “หลักการโรงเรียนสอนคิด” ตามหลัก ของ Bob Burden ว่าเป็น ชุมชนการศึกษาที่สมาชิกทุกคนมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการให้ความคิด อย่างรอบคอบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยใช้แนวทางทั้งโรงเรียนในการสอนการคิด ฝังการคิดไว้ ในหัวใจของโรงเรียนและหลักสูตรโรงเรียนอีกหลายร้อยแห่งในสหราชอาณาจักรได้เข้าร่วมโรงเรียน สอนคิด (Thinking Schools) ผลการวิจัยพบว่า 100% ของโรงเรียนระดับประถมและ 87.5% ของ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาพึงพอใจกับหลักการโรงเรียนสอนคิด (Thinking School) (ทั้งโรงเรียน) ไม่มีใครไม่พอใจ 90% ของโรงเรียนที่ได้รับการรับรองทั้งหมดรายงานว่าคุณภาพของบทเรียนดีขึ้น ไม่มีใครเห็นว่าคุณภาพบทเรียนได้รับผลกระทบในทางลบ 89% ระบุว่าแนวทางของโรงเรียนสอนคิด (Thinking School) ช่วยเพิ่มความสำเร็จมีโรงเรียนเพียงแห่งเดียวที่ระบุว่าความสำเร็จไม่ได้ถูกเลี้ยงดู มา แต่ก็ไม่ได้ลดลงเช่นกันโปรแกรม Thinking School International หลักทั้ง 5 โปรแกรมมีรายงาน ว่ามีประสิทธิภาพสูง 82% ของโรงเรียนที่ได้รับการรับรองยินดีรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการ ประเมินมีประโยชน์มากมากมาย Greisy Winicki Lanman (2005) ได้ศึกษา รูปแบบในเกมคณิตศาสตร์พบว่า เกมทาง คณิตศาสตร์ส่งเสริมการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ การให้เกิดเหตุผลทางคณิตศาสตร์ การสื่อสารทาง คณิตศาสตร์ และสร้างพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ในระดับประถมศึกบา โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่ ทันสมัย นักเรียนสามารถกำหนดแนวคิดสามารถตัดสินใจ และยุทธวิธีของพวกเขาเองได้ Goldberg (1980) ได้ศึกษาผลของการใช้ยุทธวิธีของเกมที่มีผลต่อความสามารถในการแก้ โจทย์ปัญหาของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 100 คน แบ่งเป็นกลุ่ม ทดลองและกลุ่มควบคุม ระยะเวลาในการทดลอง 10 สัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์จะสอน 1 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที จำนวนเกมที่ใช้ทั้งหมด 16 เกม ผลการทดลองพบว่า ความสามารถในการ แก้โจทย์ปัญหา ของทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเขาได้เสนอแนะดังนี้ 1. เกมช่วยในการแก้โจทย์ปัญหาได้มาก 2. เกมช่วยให้นักเรียนมองการใช้เกมในทางบวก 3. การเพิ่ม ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหานั้นขึ้นกับวิธีการสอนและการใช้เกม ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่ใช้ได้ดีวิธี หนึ่ง
46 6. กรอบแนวคิดในการวิจัย การศึกษา เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา มีกรอบแนวคิดดังนี้ ตัวแปรต้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ
47 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา เพื่อให้การศึกษาค้นคว้าเป็นไปตาม จุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ผู้วิจัยได้กำหนดขั้นตอนในการดำเนินการศึกษาค้นคว้าตามลำดับต่อไปนี้ 3.1 แบบแผนการวิจัย 3.2 กลุ่มเป้าหมาย 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.4 วิธีการสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 แบบแผนการวิจัย การวิจัยแบบก่อนทดลอง หรือการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) ใช้กลุ่มเป้าหมายเดียว มีการวัดผล 2 ครั้ง คือ ก่อนและหลังการทดลอง (One-Group PretestPosttest Design) ซึ่งมีแบบแผนการทดลอง ดังนี้(Fitz-Gibbon and Carol T. 1987) การทดสอบก่อน การจัดการเรียนรู้ ทดลอง /การจัดการ เรียนรู้ การทดสอบหลัง การจัดการเรียนรู้ E1 X E2 ตารางที่ 3.1 แบบแผนการวิจัย เมื่อ E1 แทน การทดสอบก่อนการจัดการเรียนรู้ X แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน E2 แทน การทดสอบหลังการจัดการเรียนรู้
48 3.2 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 23 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 10 คน ได้มาจากการเจาะจง โดยการ เจาะจงเลือกห้องเรียนที่มีปัญหาทางด้านการคิดคำนวณ เรื่องการลบ 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปด้วย ดังต่อไปนี้ 3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา เวลา 8 ชั่วโมง จำนวน 8 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง 3.2.2 แบบทดสอบวัดทักษะ เรื่อง การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ 3.4 วิธีการสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ 3.4.1 การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้ 3.4.1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักสูตรสถานศึกษา สาระและ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แนวการวัดผลและประเมินผล 3.4.1.2 ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์เนื้อหา สาระสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร เพื่อนำมาสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ 3.4.1.3 ดำเนินการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ จำนวน 8 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง รวม 8 ชั่วโมง ดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การลบโดยการเอาออก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การลบโดยการเปรียบเทียบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบโดยความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การลบด้วยศูนย์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหาผลลบโดยใช้เส้นจำนวน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์
49 3.4.1.4 นำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง คำราชาศัพท์ ที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา วิจัยเพื่อตรวจสอบและให้การเสนอแนะ แก้ไข ปรับปรุง ตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ปรึกษา 3.4.1.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความ ถูกต้องและประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญมีจำนวน 3 ท่าน ดังรายนาม ต่อไปนี้ 1. นางกิติยา มณีภาค ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา 2. นางสาวลลิต เจริญอินทร์ ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนอนุบาลกิติยา 3. นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์โรงเรียนอนุบาลกิติยา โดยจากการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.00 ซึ่งอยู่ในระดับ เหมาะสมมากที่สุด 3.4.1.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ไปทดลองใช้กับ นักเรียนที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป 3.4.1.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการทดลองใช้ มาปรับปรุงแก้ไข และจัดพิมพ์แผน การจัดการเรียนรู้ฉบับสมบูรณ์เพื่อใช้กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป 3.4.2 การสร้างแบบทดสอบวัดทักษะเรื่อง การลบ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้ 3.4.2.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการสร้างแบบทดสอบวัดทักษะ เรื่อง การลบ รวมทั้งศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ) 3.4.2.2 สร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตร โดยการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลางจุดประสงค์การเรียนรู้ และระดับพฤติกรรมในแบบทดสอบวัดทักษะการ เรียนรู้ ได้แก่ด้านความรู้ความจำ ความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ 3.4.2.3 สร้างแบบทดสอบวัด เรื่อง การลบ ให้สอดคล้องกับตารางวิเคราะห์หลักสูตร จำนวน 15 ข้อ เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก มีเกณฑ์การให้คะแนนคือ ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดหรือไม่ตอบให้ 0 คะแนน 3.4.2.4 นำแบบทดสอบเรื่อง การลบ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยตรวจสอบและ ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข
50 3.4.2.5 นำแบบทดสอบวัดทักษะเรื่อง การลบ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ 1. นางกิติยา มณีภาค ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา 2. นางสาวลลิต เจริญอินทร์ ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนอนุบาลกิติยา 3. นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์โรงเรียนอนุบาลกิติยา 3.4.2.6 วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) โดยพิจารณาข้อสอบที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 - 1.0 ถือว่าเป็นข้อสอบที่มีความสอดคล้อง แล้วเทียบกับ เกณฑ์ระดับคุณภาพ ซึ่งจากการวิเคราะห์ พบว่า แบบทดสอบวัดทักษะเรื่อง การลบ ทุกข้อมีค่า IOC เฉลี่ยเท่ากับ 1.00 ถือว่าเป็นข้อคำถามที่มีความสอดคล้องเหมาะสม 3.4.2.7 นำแบบทดสอบวัดทักษะเรื่อง การลบ ที่ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของ ผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำไปทดลองใช้กับนักเรียนที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อหาค่าความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบเป็นรายข้อ โดยนำคะแนนมาจัดลำดับจากมากไปหาน้อย แล้ว วิเคราะห์หาค่าความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ 3.4.2.8 นำแบบทดสอบวัดเรื่อง การลบ ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาไปวิเคราะห์หาค่าความ เชื่อมั่น 3.4.2.9 จัดพิมพ์แบบทดสอบวัดทักษะเรื่อง การลบ เพื่อนำไปใช้จริงกับกลุ่มเป้าหมายต่อไป 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองด้วยตนเอง โดยทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จำนวน 23 คน ใช้เวลาในการดำเนินการทดลองสอน 8 ชั่วโมง วันละ 1 ชั่วโมง มีลำดับขั้นตอนดังนี้ 3.5.1 ก่อนการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของบนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ผู้วิจัยได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับนักเรียนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การเรียน ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ บทบาทของนักเรียน วิธีการประเมินผลของการเรียนรู้ จากนั้นทำการ ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ด้วยแบบทดสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 3.5.2 ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยทำการสอนจำนวน 8 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง รวม 8 ชั่วโมง
51 3.5.3 ทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) หลังจากเรียนด้วยแผนการเรียนรู้เรื่อง การลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกม เป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ที่เป็นนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ตรวจให้คะแนนและเก็บคะแนนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6.1 วิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สถิติ E1/E2 3.6.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ทำการ วิเคราะห์จากคะแนนผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คณะผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา เป็นฐานมา วิเคราะห์ โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 3.7.1 สถิตที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 3.7.1.1 วิเคราะห์หาค่าความตรงตามเนื้อหา IOC (Content Validity) โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565: 269) ดังนี้ N R IOC = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ ∑ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
52 i i i t 3.7.1.2 วิเคราะห์หาค่าความยาก (Difficulty) ของแบบทดสอบ โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565: 298) เมื่อ P แทน ระดับความยาก f แทน จำนวนผู้ที่ตอบถูก n แทน จำนวนผู้ที่สอบ 3.7.1.3 วิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของข้อสอบ รายข้อ วิเคราะห์โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565: 300) เมื่อ r แทน อำนาจจำแนกของข้อสอบ แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงที่ตอบถูก แทน จำนวนคนในกลุ่มต่ำที่ตอบถูก , แทน จำนวนคนในกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำตามลำดับ n แทน จำนวนผู้ที่สอบทั้งหมด ( n = + ) 3.7.1.4 วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565 : 288) KR20 = k −1 k − 2 t s i q i p 1 เมื่อ KR20 แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ k แทน จำนวนข้อสอบ P แทน สัดส่วนผู้ตอบถูกในข้อที่ i q แทน สัดส่วนของผู้ตอบผิดในข้อที่ i หรือ เท่ากับ 1 – P s 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม t L L H H n f n f r = − n f P = = 2(− )
53 2 3.7.2 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ใช้โปรแกรมสำเร็จรูป Excel ทำการวิเคราะห์ ข้อมูล 3.7.2.1 วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (Mean) ของคะแนนใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565: 323) 1 n i i X X n = = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย Xi แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด n แทน จำนวนคะแนน 3.7.2.2 วิเคราะห์หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร (สุรวาท ทองบุ. 2555: 104) S = 1 ( ) − − N x x เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย S แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน แทน คะแนนของนักเรียนที่ I เมื่อ I แทน 123 แทน ผลรวม N แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 3.7.2.3 วิเคราะห์หาค่าร้อยละของคะแนน (Percentage : %) โดยใช้สูตร (ไพศาล วรคำ. 2565 : 321) เมื่อ f แทน เป็นความถี่ของรายการที่สนใจ N แทน เป็นจำนวนทั้งหมด ร้อยละ (%) = x 100
54 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตามลำดับหัวข้อ ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 ลำดับขั้นในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมายและเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้อง ผู้วิจัย ได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย x แทน ค่าเฉลี่ย ∑x แทน คะแนนรวม S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน E1 แทน ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ จากคะแนนเก็บระหว่างเรียน E2 แทน ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ จากการทำแบบทดสอบหลังเรียนเนื้อหาครบถ้วนแล้ว
55 4.2 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน แบบรายบุคคล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตารางที่ 4.1 แสดงผลวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 จำนวน นักเรียน คะแนนเก็บระหว่างเรียน คะแนนหลังเรียน E1/ E2 คะแนน รวม คะแนน เต็ม E1 คะแนน รวม คะแนน เต็ม E2 83.04/84.78 23 764 920 83.04 195 230 84.78 ค่าเฉลี่ย 33.22 8.48 ค่า S.D. 6.76 0.67 ค่าร้อยละ 83.04 84.78 จากตารางที่ 4.1 พบว่า ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จำนวนนักเรียน 23 คน มีค่า ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 83.04 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 84.78 แสดงให้เห็นว่า แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการและ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
56 ตอนที่ 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน แบบรายบุคคล ตารางที่ 4.2 แสดงผลวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ระหว่างก่อนเรียนและหลัง เรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ เกมเป็นฐานแบบรายบุคคล เลขที่ ทดสอบก่อนเรียน (10) ทดสอบหลังเรียน (10) 1 2 8 2 5 8 3 5 8 4 4 8 5 5 9 6 3 8 7 2 8 8 2 8 9 4 8 10 3 8 11 4 8 12 5 10 13 5 9 14 5 8 15 5 10
57 เลขที่ ทดสอบก่อนเรียน (10) ทดสอบหลังเรียน (10) 16 5 9 17 4 9 18 4 8 19 4 8 20 2 8 21 2 9 22 2 9 23 3 9 ผลรวม 85 195 ค่าร้อยละ 36.96 84.78 ค่าเฉลี่ย 3.70 8.48 S.D. 1.22 0.67 จากตารางที่ 4.2 พบว่า ผลวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา มีนักเรียนจำนวน ทั้งหมด 23 คน ก่อนเรียนมีคนสอบได้คะแนนสูงสุด 5 คะแนน จำนวน 8 คน และได้คะแนนต่ำสุด ที่ 2 คะแนน จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.70 มีค่าเฉลี่ย 1.22 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 36.96 และหลังเรียนมีคนสอบได้คะแนนสูงสุด 10 คะแนน จำนวน 2 คน และได้คะแนนต่ำสุดที่ 8 คะแนน จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 8.84 มีค่าเฉลี่ย 0.67 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 84.78 ผลวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้การจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน
58 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยาในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีขั้นตอนในการ นำเสนอผลการวิจัย ดังนี้ 1. สรุปผลการวิจัย 2. อภิปรายผล 3. ข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยาในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัย ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัด กิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องการลบ มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/E2) เท่ากับ 83.04/84.78 ซึ่งสูง กว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จำนวน 23 คน มีคะแนนร้อยละของนักเรียนเพิ่มขึ้น 47.82 มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.78 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานลดลง 0.55 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
59 อภิปรายผล ผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ โดยใช้การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา ผู้วิจัยได้พิจารณาประเด็นที่นำมาอภิปราย สรุปได้ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จำนวนนักเรียน 23 คน มีค่าประสิทธิภาพของ กระบวนการ (E1) เท่ากับ 83.04 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 84.78แสดงให้เห็นว่า แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์ (E1/E2) สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้เนื่องจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้การจัดการ เรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นวิธีการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าว ของทิศนา แขมมณี (2554) ที่ได้กล่าวไว้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน คือ วิธีการที่ ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและ ท้าทายความสามารถ โดยผู้เรียนเป็นผู้เล่นเอง ทาให้ได้รับประสบการณ์ตรง เป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมสูง 2. ผลวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา มีนักเรียนจำนวนทั้งหมด 23 คน ก่อน เรียนมีคนสอบได้คะแนนสูงสุด 5 คะแนน จำนวน 8 คน และได้คะแนนต่ำสุดที่ 2 คะแนน จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.70 มีค่าเฉลี่ย 1.22 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 36.96 และหลังเรียนมี คนสอบได้คะแนนสูงสุด 10 คะแนน จำนวน 2 คน และได้คะแนนต่ำสุดที่ 8คะแนน จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 8.84 มีค่าเฉลี่ย 0.67 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 84.78 ผลวิเคราะห์ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการลบ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School เป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิด กระบวนการคิดด้วยตนเองผ่านเครื่องมือการคิด เมื่อผู้เรียนได้ลงมือคิดปฏิบัติด้วยตนเองผู้เรียนเกิด องค์ความรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน จึงส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น ซึ่งตรงกับคำกล่าว ของ ดร.ศราวุธ สุตะวงค์ (2562) ได้กล่าวถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ไว้ว่าเป็นรูปแบบการสอนที่นำเครื่องมือการคิดเข้ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
60 เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน การสอนแบบ Thinking School เป็นการสอนให้ ผู้เรียนเป็นนักคิดวิเคราะห์และนักคิดสร้างสรรค์ โดยมีรูปแบบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 Do now เป็น กิจกรรมขั้นนำเข้าสู่บทเรียน กระตุ้นผู้เรียน ขั้นที่ 2 Purpose เป็นการแจ้งจุดประสงค์ในการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 Work Mode เป็นขั้นสอนที่มีกิจกรรมพัฒนากระบวนการคิดผ่านเครื่องมือสอนคิด เน้นให้ ผู้เรียนลงมือทำด้วยตนเอง และขั้นที่ 4 Reflective Thinking เป็นขั้นสรุปองค์ความรู้โดยใช้เครื่องสอน คิด และนอกจากการจัดการเรียนรู้แบบ Thinking School แล้วที่ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นยังมีการ จัดการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐานที่นำมาบูรราการร่วมเข้าด้วย จึงยิ่งส่งเสริมให้การเรียนการสอนมี ประสิทธิภาพและสิทธิผลทางการเรียนสูงขึ้น เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นวิธีการจัดการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นเกมที่มีลักษณะการเล่นเพื่อการเรียนรู้ “Play to learning” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในขณะหรือหลังจากการเล่นเกม เรียนไปด้วยและก็ สนุกไปด้วยพร้อมกัน ทำให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ซึ่งจะเห็นได้จากการทดสอบ เก็บ คะแนนหลังเรียนมีผลคะแนนหลังเรียนที่สูงกว่าก่อนเรียน เพราะนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านเกม ที่ทำให้ สนุกสนานไม่ตึงเครียดและผ่อนคลาย และส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี และจดจำได้ยาวนาน ซึ่งตรงกับคำกล่าวของ ณัฐญา นาคะสันต์ และ ชวณัฐ นาคะสันต์ (2559) ที่กล่าวไว้ว่าการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game Based Learning: GBL) เป็นการนำจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับ แรงจูงใจมาใช้เป็นฐานของเกมโดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับสื่อทางการศึกษาด้วยการเล่นและมีรูปแบบที่ ไม่ตายตัว การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานไม่ได้หมายถึงการสร้างเกมสำหรับให้ผู้เรียนได้เล่น แต่เป็นการ นำองค์ประกอบของเกมมาใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถเพิ่มแนวคิด แนะนำ แนวทาง และเป้าหมายสุดท้ายให้กับผู้เรียน และสอดคล้องกับงานวิจัยของ อุบลวรรณ บุญทา (2552) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ การวิจัย ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการใช้กิจกรรมเกม เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การบวก การลบ ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่เรียนโดยการใช้ กิจกรรมเกมเพื่อ พัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบและศึกษาความพึง พอใจของนักเรียนหลังการใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่กิจกรรมเกมจำนวน 7 กิจกรรมแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเกม จำนวน 7 แผน จำนวน 7 ชั่วโมง พร้อมแบบฝึกทักษะโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ จำนวน 7 ชุด
61 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแบบปรนัย มี3 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ แบบประเมินความ พึงพอใจของนักเรียนจำนวน 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์คะแนนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมเกม โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนและทดสอบสมมติฐานโดยค่าสถิติทดสอบ (Z-test) ที่ระดับ นัยสำคัญทางสถิติ 0.05 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเกม แล้วนำไปเทียบเกณฑ์ 80/80 วิเคราะห์แบบประเมินความพึงพอใจหลังการใช้กิจกรรมเกมโดยการหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอข้อมูลโดยตารางประกอบการบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า 1.ได้แผนการจัดการเจียนรู้ โดยใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การ บวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84/86 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้2. ค่าเฉลี่ย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมเกม เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏเชียงใหม่ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาบีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีความพึงพอใจต่อการใช้ กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์การบวก การลบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.24 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ครูผู้สอนควรให้โอกาสนักเรียนเลือกเกมหรือเครืองมือการคิดที่ครูได้เตรียมไว้ อย่างหลากหลายมาประกอบการสอน ซึ่งจะทำให้นักเรียนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในด้านการเรียนการสอน มากขึ้น 1.2 ครูผู้สอนควรชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเล่นเกม วิธีการเล่นเกม และอุปกรณ์การ เล่นเกมให้ชัดเจน เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐานเป็นการให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่าน เกมด้วยความสนุกสนานและพัฒนาความสามารถด้านการเรียนรู้ให้ดีขึ้น มากกว่าการแข่งขัน
62 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สามารถนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การลบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/5 ไปปรับใช้ในการ จัดการเรียนการสอนในรายวิชาหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ 2.2 ครูผู้สอนควรศึกษาการสอนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Thinking School ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน ที่เกี่ยวกับทักษะทางคณิตศาสตร์ด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของผู้เรียนในเฉพาะด้านของผู้เรียนได้
63 บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (2546). ชุดวิชาคณิตศาสตร์ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : กลุ่มพัฒนาสื่อ สำนักพัฒนาวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560). พิมพ์ครั้งที่ 3. โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. ไข่มุก มณีศรี. (2554). การสร้างแบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบ การคูณ ทศนิยม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเมืองพัทยา. วิทยานิพนธ์ กศ.ม., มหาวิทยาลัยบูรพา คณาภรณ์ รัศมีมารีย์. (2559). การพัฒนาชุดปฏิบัติการทดลองวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติ ของสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 8(16), 125-135. ฉวีวรรณ กีรติกร. (2540). คณิตศาสตร์กับเด็กประถมศึกษา. วารสารสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 25, 20. ฉวีวรรณ เศวตมาลย์. (2559). การสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. ชนัตถ์ พูนเดช. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดเกมมิฟิเคชัน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(3): 331-339. ชุติมา สินธุวานิช. (2565). แนวคิดรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2566, จาก https://sites.google.com/a/pbn3.go.th/sn-tik/-kar-cadkar- reiyn-ru-doy-chi-kem-pen-than-gbl ชูชาติ เชิงฉลาด. (2561). เอกสารการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ฐปนนท์ สุวรรณกนิษฐ์. (2560). การออกแบบเกมการ์ด เพื่อสร้างความเข้าใจในการเรียนหลักสูตร ออกแบบสื่อสาร. การประชุมวิชาการระดับชาติ นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 13: วิจัยและนวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ, ณ อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก. ณัฐญา นาคะสันต์ และ ชวณัฐ นาคะสันต์. (2559). เกม:นวัตกรรมเพื่อการศึกษาเชิงสร้างสรรค์. วารสารร่มพฤกษ์มหาวิทยาลัยเกริก, 34(3), 159-182. ณัฐวีร์ ทวีวิเสสานนท์. (2548). คณิตคิดคำนวณ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ดอกหญ้าวิชาการ จำกัด บ.ยูแพดอินเตอร์ จำกัด.
64 ทองจันทร์ ปะสีรัมย์. (2555). ผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวกลบ เศษส่วน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ค.บ. (หลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. ทิศนา แขมมณี. (2550). รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ____________ (2554). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทีมงานทรูปลูกปัญญา (2564) ธัญรดา คงฉิม. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เรื่องการบวกและการลบ จำนวนนับที่ผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100,000 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกทักษะ. (รายงานผลการวิจัย). สงขลา : โรงเรียนบ้านฉลุง นนทลี พรธาดาวิทย์. (2559). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในวิชาการจัดการเรียนรู้ Development of Active Learning in Learning Management Subject. กรุงเทพฯ : ทริปเพิ้ลเอ็ดดูเคชั่น. นรรัชต์ ฝันเชียร. (2563). 6 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนการสอนในปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2566, จาก https://www.trueplookpanya.com/ education/ content/78212/-teaartedu-teaartบุญทัน อยู่ชมบุญ. (2559). พฤติกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. ประภาศิริ ปราโมทย์. (2561). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้รูปแบบการ เรียนรู้แบบร่วมมือควบคู่กับเกม เพื่อส่งเสริมผลการเรียนรู้และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทาง คณิตศาสตร์ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์หลักสูตรครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ : นามมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์, 2556. พรรณทิพย์ บัวชุม. (2549). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการคิดเลขเร็วการบวก การลบ การคูณ และการหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (รายงานการวิจัย). โครงการหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2549 เขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1. ไพศาล วรคำ. (2565). การวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม.
65 ไพศาล สุวรรณน้อย. (2560). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning: PBL). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการพัฒนาการเรียนการสอน สถาบันพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2566, จาก http://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/ pbl-he-58-1.pdf ภานุวัฒน์ แสงทอง ศิรสิทธิ์ ศรีประพันธ์ โนรกัสมา ทิพยานนท์ และพล เหลืองรังสี. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ โดยใช้เกม Code Math ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. มัทนา สีแสด. (2552). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะการคิด คำนวณ เรื่องการหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ม.ป.ท. ยุพิน พิพิธกุล. (2561). การสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : บพิตรการพิมพ์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ลดาวัลข์ วงศ์เยาว์. (2551). การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกิจกรรมการฝึกทักษะการบวกและ การลบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนดาราวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ลดาวัลย์ แย้มครวญ. (2559). การออกแบบและพัฒนาเกมเพื่อการเรียนรู้สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. วรรณี โสมประยูร. (2559). การสร้างเสริมศักยภาพนักเรียนกรุงเทพมหานครด้านคณิตศาสตร์. นนทบุรี: เอส อาร์พริ้นติ้ง, 2540. วิทวัส ดวงภุมเมศ และ วารีรัตน์ แก้วอุไร. (2560). การจัดการเรียนรู้ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการ เรียนรู้อย่างกระตือรือร้น Learning Management in Thailand 4.0 with Active Learning. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูล สงคราม, 11(2): 1 13. ศราวุธ สุตะวงค์. (2562). การสอนตามแนวคิดThinking School. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชันจำกัด สกุล สุขศิริ. (2550). ผลสัมฤทธิ์ของสื่อการเรียนรูแบบ Game Based Learning The Study of Effectiveness of Game Based Learning Approach. กรุงเทพฯ: สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตรสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2553) สุพรรณ สิงหนุวัฒนะ. (2558). ผลการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมโดยการใช้เทคนิค การเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน), มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
66 สุภัสสรา มาลาจันทร์. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บอร์ดเกม ประกอบการ เรียนการสอนเรื่อง เศษส่วน วิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. (รายงานผลการวิจัย). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. สุรวาท ทองบุ. (2555). การวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8. อภิชาติการพิมพ์. อัจฉรา เปรมปรีดา. (2558). ผลของการใช้เกมและการสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5Es) ประกอบการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ และเจตคติด้านพหุวัฒนธรรม เรื่องระบบร่างกายมนุษย์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและ การสอน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. อุบลวรรณ บุญทา. (2552). การใช้กิจกรรมเกมเพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การบวก การลบ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงใหม่. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. Fitz-Gibbon and Carol T. (1987). How to design a program evaluation. Newbury Park : Sagh. Goldberg. (1980). “The Effects of Playing and Analyzing Computation Strategy Game on her Problem Sloving Ability of selected Seventh Grade Students Dissertation.” Abstracts International. Greisy Winicki Lanman. (2005). Greisy Winicki Lanman. (2005). Variation on a Game. In Gardner, M. (1961). Mathematical Puzzles. New York: Thomas Y. Crowell Co, 21. Martin Bell. (2012). Social and emotional learning research: intervention studies for supporting adolescents in turkey. Procedia - Social and behavioral sciences, 69, 1469-1476.
67 ภาคผนวก
68 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การลบโดยการเอาออก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การลบโดยการเปรียบเทียบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบโดยความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การลบด้วยศูนย์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหาผลลบโดยใช้เส้นจำนวน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์
69 แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 2 เรื่อง การลบโดยการเอาออก เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 3 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ 1. การหาผลลบโดยการเอาออก 8 เอาออก 3 เหลือ 5 เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ 8 – 3 = 5 อ่านว่า แปดลบ ด้วยสาม เท่ากับห้า 8 เป็นตัวตั้ง 3 เป็นตัวลบ 5 เป็น ผลลบ 2. “ – ” เรียกว่า เครื่องหมายลบ และ “ = ” เรียกว่า เครื่องหมายเท่ากับ 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของการลบ 2. การหาผลลบ 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดง จำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด Diagram 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. เกมตบมือลบหนึ่ง 3. กะละมัง 4. ปลาจำลอง 5. ไม้ตักปลา 6. กระดานคนเก่งและไวท์บอร์ด 7. Diagram 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 72 - 74 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram วาดรูปยกตัวอย่างการลบ โดยการเอาออก 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนเล่นเกมตบมือลบหนึ่ง ตัวอย่าง ครูให้คำสั่งตบมือ 5 ครั้ง ให้นักเรียนตบมือ 4 ครั้ง เพราะ 5 - 1 = 4 ครั้ง 2. นักเรียนนำเพื่อนเล่นเกมตบมือลบหนึ่ง (สลับกันให้คำสั่งจนครบทุกคน) ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
70 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) (ต่อ) 3. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคำถามจากเกมตบลบหนึ่ง เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ตัวอย่างคำถาม จากเกมเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร / นักเรียนรู้ไหมว่าการลบคืออะไร แนวคำตอบ การลบ/การลบหรือการเอาออก Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องการลบโดยการเอาออก เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกการลบโดยการเอาออกได้ Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนเล่นเกมตักปลาโดยให้นักเรียนแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เท่า ๆ กัน ด้วยวีการนับเลขถอยหลัง 3 2 1 2. นักเรียนสังเกตอุปกรณ์ของกลุ่มตนเอง ซึ่งประกอบด้วย กะละมัง ปลาจำลอง ไม้ตักปลา และกระดานคนเก่ง 3. นักเรียนแข่งขันกันตักปลาออกจากกะละมัง ตามโจทย์ที่สุ่มได้จากวงล้อ wheel of names เช่น มีปลา 8 ตัว ตักออก 3 ตัว เหลือปลาในกะละมังกี่ตัว นักเรียนแข่งขันกันตักปลาออก 3 ตัว 4. นักเรียนแข่งขันกันเขียนประโยคสัญลักษณ์การลบ ลงในกระดานคนเก่ง เมื่อได้คำตอบจากการตักปลา 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียน Diagram วาดรูปยกตัวอย่างการลบโดยการเอาออก พร้อมนำเสนอผลงาน (Diagram) 6. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องโดยมีครูคอยแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม 7. นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน้าที่ 72 – 74 8. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 72 – 74 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องการลบโดยการเอาออก ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
71 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
72
73 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 3 เรื่อง การลบโดยการเปรียบเทียบ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 4 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ การเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนว่า มากกว่ากัน หรือน้อยกว่ากันเท่าไร ทำได้ด้วยการลบ โดยจำนวนที่มากกว่า เป็นตัวตั้ง จำนวนที่น้อยกว่าเป็นตัวลบ 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของการลบ 2. การหาผลลบ 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดง จำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด Diagram : แผนภูมิ 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. เพลงอยู่ที่ชายทะเล 3. เลโก้ 4. ปากกาเมจิก 5. กระดาษชาร์ต 6. วงล้อสุ่ม wheel of names 7. Diagram : แผนภูมิการลบโดยการ เปรียบเทียบ 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 75 - 77 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram : แผนภูมิการลบโดยการ เปรียบเทียบ 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนจับกลุ่มกลุ่มละ10 คน ด้วยเพลงอยู่ที่ชายทะเล 2. นักเรียนแข่งขันกันจัดเรียงเพื่อนในกลุ่ม ให้ตรงกับโจทย์การลบ และเปรียบเทียบการลบ 3. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคำถามเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ตัวอย่างคำถาม จากกิจกรรมนักเรียนสามารถลบได้ด้วยวิธีใด แนวคำถาม ด้วยวิธีการเปรียบเทียบ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
74 Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องการลบโดยการเปรียบเทียบ เพื่อให้นักเรียนสามารถลบโดยการเปรียบเทียบได้ Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 คน ด้วยเพลงอยู่ที่ชายทะเล 2. นักเรียนสังเกตอุปกรณ์ของกลุ่มตนเอง ได้แก่ เลโก้ ปากกาเมจิก และกระดาษชาร์ต 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันวางเลโก้แสดงการลบโดยเปรียบเทียบ ตามโจทย์ที่สุ่มได้จาก wheel of names 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวาดภาพเลโก้ที่ได้ เปรียบเทียบลงในกระดาษชาร์ต (Diagram : แผนภูมิ) 5. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยมีครูคอยแนะนำและอธิบายเพิ่มเติม 6. นักเรียนทำแบบฝึกหัด หน้าที่ 75 -77 7. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 75 – 77 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องการลบโดยการเปรียบเทียบ ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
75 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
76
77 แผนการจัดการเรียนรู้ที่3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 4 เรื่อง การลบโดยความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 5 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ เมื่อรู้จำนวนทั้งหมดที่เป็นการรวมของจำนวนสอง จำนวน (ส่วนรวม) และรู้จำนวนหนึ่งในสองจำนวน (ส่วนย่อย) เราสามารถหาอีกจำนวนหนึ่งได้ด้วยการลบโดยจำนวน ทั้งหมด เป็นตัวตั้ง 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ของการบวก และการลบ 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดง จำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด Diagram 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. ลูกบอลพลาสติก 3. ขวดน้ำ 4. กระดานคนเก่ง และไวท์บอร์ด 5. Diagram 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 78 - 79 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram กังหันลม บอกความสัมพันธ์ของการบวก และการลบ 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนเล่นเกมปาให้โดน โดยนักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆกัน ด้วยวิธีการนับเลขถอยหลัง 3 2 1 2. นักเรียนแข่งขันกันนำลูกบอลพลาสติกปาขวดน้ำให้ล้ม แสดงการลบออกของจำนวน ตามโจทย์ที่สุ่มได้จากวงล้อสุ่ม Wheel of names 3. นักเรียนร่วมกันตั้งขวดเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
78 Do Now (5 นาที) (ต่อ) 4. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคำถาม เพื่อโยงเข้าสู่บทเรียน ตัวอย่างคำถาม : จากเกมนักเรียนบอกความสัมพันธ์ของการบวกและการลบได้คืออะไร แนวคำตอบ : เช่น 6+2=8 8-6=2 8-2=6 Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องการลบโดยความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกการลบโดยความสัมพันธ์ ของการบวกและการลบได้ Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆกัน ด้วยวิธีการจับคู่เปายิงชุบ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันวาดภาพ แทนความสัมพันธ์ของการบวกและการลบลงในกระดานคนเก่ง 3. นักเรียนเขียน Diagram กังหันลม บอกความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ (Diagram) 4. นักเรียนเล่นเกม กังหันลมรวมกัน โดยแข่งขันรวมกังหันลมตามโจทย์ที่ครูให้คำสั่ง 5. นักเรียนนำเสนอผลงานและร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยมีครูคอยแนะนำหรืออธิบายเพิ่มเติม 6. นักเรียนทำแบบฝึกหัด หน้าที่ 78 – 79 7. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 78 – 79 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องการลบโดยความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
79 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
80
81 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 5 เรื่อง การลบด้วยศูนย์ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 6 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ จำนวนใดลบด้วยศูนย์ได้ผลลบเท่ากับจำนวนนั้น 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ การลบด้วยศูนย์ 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดง จำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด 1. Other People's veiws (OPV) 2. Diagram 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. สิ่งของในห้องเรียน 3. เพลง มังกรทอง 4. วงล้อหรรษา 5. Diagram 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 80 - 81 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram เส้นผม ยกตัวอย่าง ประโยคสัญลักษณ์การลบด้วยศูนย์ 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนสังเกตสิ่งของภายในห้องเรียน 2. นักเรียนรวบรวมสิ่งของไว้กับตนเองให้ได้มากที่สุด 3. นักเรียนแสดงสิ่งของตามที่ครูให้คำสั่ง เช่น แสดงสิ่งของ 3 ชิ้น นำไว้ฝั่งซ้ายของโต๊ะ และแสดงสิ่งของที่มี 0 นำไว้ฝั่งขวาของโต๊ะ 4. นักเรียนเขียนประโยคสัญลักษณ์การลบ จากคำสั่งลงในกระดาษและแข่งขันกันยกคำตอบ 5. นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และตั้งคำถามเพื่อเชื่องโยงเข้าสู่บทเรียน ตัวอย่างคำถาม จากกิจกรรม จำนวนที่นำมาลบกับ 0 จะมีค่าเท่าไร แนวคำตอบ มีค่าเท่ากับจำนวนที่นำมาลบ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
82 Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องการลบด้วยศูนย์เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกการลบด้วยศูนย์ได้ Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเท่าๆกัน โดยวิธีการจับคู่เป่ายิงชุบ เพลง มังกรทอง 2. นักเรียนแข่งขันกันเขียนประโยคสัญลักษณ์การลบด้วยศูนย์หน้ากระดาน เช่น 1-0 = 1 3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม วงล้อหรรษา โดยให้นักเรียนหมุนวงล้อเพื่อทายตัวเลขจากภาพ และให้นำตัวเลขที่ได้จากภาพ มาลบด้วยศูนย์เขียนแสดงประโยคสัญลักษณ์การลบด้วยศูนย์บนหน้ากระดานปฏิบัติเช่นนี้ให้ครบทุกคน ภายในเวลา 15 นาที หากนักเรียนทำได้จะได้รับดาวสะสมแต้มคนละ 1 ดาว เช่น หมุนได้ภาพเต่า 6 ภาพ ให้เขียน 6 - 0 = 6 บนหน้ากระดาน (Other People's veiws (OPV) 4. นักเรียนร่วมเฉลยคำตอบ โดยมีครูคอยแนะนำ และอธิบายเพิ่มเติม 5. นักเรียนเขียน Diagram เส้นผม ยกตัวอย่างประโยคสัญลักษณ์การลบด้วยศูนย์(Diagram) 6. นักเรียนนำเสนอผลงานและร่วมกันตรวจคำตอบ 7. นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน้าที่ 80 – 81 8. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 80 – 81 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องการลบด้วยศูนย์ ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
83 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
84
85 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 6 เรื่อง ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 7 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ จำนวนที่เขียนในรูปความสัมพันธ์ของจำนวนแบบ ส่วนย่อย-ส่วนรวม เมื่อรู้จำนวนที่เป็นส่วนรวมและจำนวนที่เป็น ส่วนย่อยหนึ่งจำนวน สามารถหาจำนวนที่เป็นส่วนย่อยอีกจำนวน ได้ด้วยการลบ 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ของการบวก และการลบ 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการ แสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่ เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ นำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด Diagram 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. ลูกเต๋า 3. ฝาขวดน้ำ 4. เกม ไข่พะโล้ 5. กระดาษบรู๊ฟ 6. วงล้อสุ่ม 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 82 - 83 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram ความสัมพันธ์ของจำนวน แบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนสังเกตลูกเต๋า โดยครูทอยลูกเต๋าให้นักเรียนร่วมกันบอกประโยคสัญลักษณ์การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้ง ไม่เกิน 10 จากตัวเลขที่ทอยลูกเต๋าได้ เช่น ทอยครั้งที่ 1 ได้ 8 ทอยครั้งที่ 2 ได้ 2 ลบกันเป็น 6 จะเขียนได้เป็น 8 - 2 = 6 2. นักเรียนส่งตัวแทนมาทอยลูกเต๋าเพื่อกำหนดโจทย์ให้เพื่อนแข่งขันกันบอกประโยคสัญลักษณ์การลบจำนวนสองจำนวน ที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 3. นักเรียนและครูร่วมกันตั้งคำถามจากกิจกรรม เพื่อโยงเข้าสู่บทเรียน ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
86 Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกความสัมพันธ์ของ จำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมได้ Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรมฝาขวดมหัศจรรย์ โดยวิธีการเล่นเกม ไข่พะโล้ 2. นักเรียนร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม ฝาขวดมหัศจรรย์ โดยวางฝาขวดน้ำ ตามสถานการณ์ที่ครูกำหนด เช่น คู่ลบของ 2 นักเรียนต้องวางฝาขวดน้ำ ฝั่งซ้าย 4 ฝา ฝั่งขวาอีก 2 ฝา จะได้ลบกันได้ คู่ลบของ 2 3. นักเรียนร่วมเฉลยคำตอบ โดยมีครูแนะนำ และอธิบายเพิ่มเติม 4. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขียนสร้างสรรค์ โดยร่วมกันเขียน Diagram ความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวม กับการลบ ลงในกระดาษบรู๊ฟให้ได้มากที่สุด (Diagram) 5. นักเรียนนำเสนอผลงาน และเฉลยร่วมกัน 6. นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน้าที่ 82 – 83 7. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 82 – 83 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องความสัมพันธ์ของจำนวนแบบส่วนย่อย-ส่วนรวมกับการลบ ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
87 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
88
89 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รหัสวิชาวิชา ค 11101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 10 เวลา 16 ชั่วโมง หน่วยย่อยที่ 7 เรื่อง การหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ทำการสอน 10 กรกฎาคม 2566 ผู้สอน นางสาวศศิกานต์ เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 1.สาระสำคัญ สามารถใช้กรอบสิบในการหาผลลบ 3.เนื้อหา/สาระการเรียนรู้ การหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) 2.มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดง จำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้ ค 1.1 ป.1/4 หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบ ของจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0 4.สมรรถนะสำคัญ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ 6.เครื่องมือการคิด Diagram 7.สื่อ 1. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. กรอบสิบ (Ten Frame) 3. เพลงการลบ 4. ตุ๊กตา 5. กระดาษ A4 8.วิธีวัดผล 1. สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามใน ชั้นเรียน (K) 2. สังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมใน ชั้นเรียน (S) 3. สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน (A) 9.ภาระชิ้นงาน 1. แบบฝึกหัดบทที่ 3 หน้าที่ 84 - 85 รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1 2. Diagram การหาผลลบโดยใช้กรอบ สิบ (Ten Frame) 10.กิจกรรมการเรียนรู้ Do Now (5 นาที) 1. นักเรียนร้องและเต้นประกอบเพลงการลบ (https://www.youtube.com/watch?v=JPnxA61FkcY) 2. นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเพลงการลบ และตั้งคำถามเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ตัวอย่างคำถาม จากเพลงมีโจทย์การลบอะไรบ้าง ตัวอย่างคำตอบ 3-1 ,4-1 ,5-2 Purpose (5 นาที) เราจะเรียน เรื่องการหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกการหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) ได้ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
90 Work mode (45 นาที) 1. นักเรียนนั่งเป็นวงกลม 2. นักเรียนสังเกต Ten frame ตรงกลางวงกลม และร่วมกันตั้งถามทบทวนความรู้เกี่ยวกับกรอบสิบ (Ten frame) Work mode (45 นาที) 3. นักเรียนเล่นมอญซ่อนผ้ากรอบสิบ โดยให้นักเรียนส่งตุ๊กตาเป็นวงกลม เมื่อตุ๊กตาหยุดอยู่ที่ใคร ให้จับสลาก 1 ใบ และ วางกรอบสิบให้เหมือนโจทย์ เช่น สลาก 10 – 5 กรอบสิบ 4. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยมีครูคอยแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับการหาผลลบโดยกรอบสิบ (Ten frame) เพิ่มเติม 5. นักเรียนเขียน Diagram การหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten frame) 6. นักเรียนนำเสนอผลงาน และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 7. นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน้าที่ 84 – 85 8. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดหน้าที่ 84 – 85 Reflective Thinking (5 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่องการหาผลลบโดยใช้กรอบสิบ (Ten Frame) ผลการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหาการสอน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการแก้ปัญหา/ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
91 บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ด้านความรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (จำนวน .................. คน คิดเป็นร้อยละ.....................) ด้านพฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ • ระดับคุณภาพดี จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. • ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระ (ก่อนใช้แผนการสอน) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ หัวหน้ากลุ่มสาระ (นางสาวปิยะฉัตร ไกยนารถ) ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ครูผู้สอน ลงชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวศศิกานต์เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) (นางกิตติยา มณีภาค) ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกิติยา
92