The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by quicklydad, 2022-05-11 21:09:05

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 11 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เร่อื ง A Hotel with a Difference ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
บทท่ี 3 เรอื่ ง A Hotel with a Difference ช่อื ผูส้ อน กิตตพิ ร นันตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอ่าน-เขยี น

1. มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้วี ดั ทเ่ี กย่ี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย่างมีเหตุผล
ตัวช้วี ดั ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากการฟงั

และอา่ นเร่ืองทีเ่ ป็นสารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชี้วดั ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แก่นสาระที่ไดจ้ ากการวเิ คราะห์เรื่อง กจิ กรรม ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู ับกลุ่มสาระอ่ืน และเปน็ พ้ืนฐานในการพัฒนา แสวงหา

ความรู้และเปดิ โลกทศั นข์ องตน
ตัวชี้วัด ต 3.1 ม.4/1 คน้ ควา้ /สบื คน้ บันทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ขอ้ มูลทเ่ี กีย่ วข้องกบั กลุ่มสาระอืน่

จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ และนำเสนอด้วยการพดู และการเขียน

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคญั มาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิม่ พูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกดว้ ย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 บอกความแตกตา่ งทางด้านวัฒนธรรมต่างประเทศ พร้อมทง้ั บอกวิธีในการเตรียมตัวในการเรยี นตอ่ ณ ประเทศนั้น

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ใจความ ตีความ แสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องทีฟ่ งั หรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ หลงั การอา่ นเพ่ือทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: butlers, curtains, provide, incredible, limousine, chauffeur, sail, court, etc.
5.2 Structures: The differences between there is, there are and have, has
5.3 Function: Reading passage about a hotel with a difference

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงท่ี 21

6.1 ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับโรงแรมในดูไบ

ประเทศสหรฐั อาหรับเอมิเรตส์ โดยครูถามคำถามความรทู้ ั่วไปเกีย่ วกับประเทศดงั กล่าวกบั นกั เรยี น
“What do you think about United Arab Emirates?”
“Has anybody gone there?”

6.2 ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม โดยให้เวลา 5 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากนั้นให้นักเรียนแตล่ ะคนนำประโยค main idea ทีค่ รกู ำหนดมาให้ นำมาใสใ่ นช่องวา่ งของแตล่ ะย่อหนา้ ให้ถูกตอ้ ง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำหน้าชั้นเรียน นักเรียนที่เหลือช่วยกันตอบว่าคำตอบที่เพื่อนพูด

มาน้ันถูกต้องหรือไม่ อย่างไร
ชวั่ โมงที่ 22

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามตง้ั คำถามเพื่อกระตุน้ ให้นักเรยี นคดิ แต่ละย่อหนา้ เพื่อฝึกกระบวนการคดิ ของนกั เรียนเพม่ิ เติม เชน่
“What does the hotel look like?”
“What activities can guests do there?”
“Do you think it is expensive to stay there?”
6.3.2 ครูพยายามต้งั คำถามเพิ่มเตมิ เกย่ี วกับการใช้สรรพนามอ้างองิ ทีป่ รากฏอยู่แตล่ ะย่อหน้า เช่น
“In line 2, what does pronoun “it” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Skimming and Scanning) โดยการที่ให้นักเรียนเลือกประโยค

main idea ท่ีครกู ำหนดมาใหน้ ำมาใส่ในแต่ละย่อหน้าให้ถกู ต้อง
6.3.4 ครูให้นักเรียนอ่านประโยคที่ครูกำหนดมาให้ (Inferring) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาว่าประโยค

แตล่ ะประโยคนัน้ จรงิ หรือไม่ อย่างไร
6.3.5 ครูให้นักเรียนจับคู่คำศัพท์ที่ปรากฏในบทความกับคำนิยามที่กำหนดมาให้ให้ถูกต้อง (Vocabulary in

Context)
6.3.6 ครใู หน้ กั เรียนจับคู่คำศัพทใ์ นบทความใหต้ รงกบั ความหมายที่กำหนดให้ให้ถูกตอ้ ง

6.4 ขัน้ การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกันสรุปเกี่ยวกับประเภทของโรงแรม กิจกรรมที่ทำ ลกั ษณะของโรงแรมที่อ่านในบทความ

ร่วมกนั

6.4.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนออกแบบโรงแรมในฝันของตนเอง จากนั้นให้นักเรียนเขียนเหตุผลประกอบ
ในการออกแบบโรงแรมนี้ขนึ้ มา

6.5 ขัน้ สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรียนช่วยกันอภปิ ราย สรปุ เกยี่ วกบั ประเภทของโรงแรม กจิ กรรมทท่ี ำ ลกั ษณะของโรงแรมท่ีอ่าน

ในบทความร่วมกัน
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนทำผลงานประจำบทที่ 3 คือ ออกแบบโรงแรมในฝันของตนเอง จากนั้นให้นักเรียน

เขยี นเหตุผลประกอบในการออกแบบโรงแรมนี้ขึน้ มา

7. ส่ือการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เร่อื ง A Hotel with a Difference
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวัดและประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนักเรียน
8.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.1.3 สงั เกตจากผลงานนักเรยี น
8.2 เครอื่ งมอื วัดและประเมนิ ผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.2.3 แบบประเมินผลงานนักเรียน
8.3 เกณฑใ์ นการวัดและประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน
8.3.3 ผ่านเกณฑ์ระดับดี จากแบบการตรวจผลงานนักเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

เกณฑก์ ารประเมนิ ชิ้นงาน
ช่ือ ____________________________________________ ช้ัน ______________________ เลขท่ี __________
บทเรียน ______________________________________________ วนั ที่ ______________________________

ระดบั คะแนน

ประเดน็ 4 3 2 1 คะแนน

การประเมิน

ความถกู ตอ้ ง ตรงตามเน้ือหาที่ ตรงตามเนอ้ื หาทก่ี ำหนด ตรงตามเน้ือหาทก่ี ำหนด ตรงตามเนือ้ หาที่
ของเนอ้ื หา กำหนด คำศัพทแ์ ละ
โครงสรา้ งภาษา ผดิ ไม่เกิน 2 แหง่ ผิดไมเ่ กนิ 4 แหง่ กำหนด ผดิ
สมบรู ณ์
มากกวา่ 4 แหง่

ความสามารถ ประโยคมสี ว่ นขยาย ประโยคมสี ่วนขยาย ประโยคมใี จความไม่ ประโยคมีใจความไม่
ในการเขยี น ใจความต่อเนือ่ ง ใจความ ต่อเนอ่ื ง ใชเ้ คร่อื งหมาย ตอ่ เนอื่ ง ใช้
สมั พนั ธก์ นั เขยี น ตอ่ เน่อื งเขียนตวั สะกด ตา่ ง ๆ ถกู ตอ้ งเป็นส่วน เคร่อื งหมายไมถ่ กู ตอ้ ง
ตัวสะกด ใช้ ใช้เคร่อื งหมายต่าง ๆ ได้ ใหญ่
เคร่อื งหมาย และเว้น ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่
วรรคตอนไดถ้ ูกต้อง

ชน้ิ งานมีรายละเอียดมี ช้นิ งานมรี ายละเอยี ดมี ช้นิ งานมีรายละเอียดมี ช้ินงานมีรายละเอยี ดมี
ความสมบูรณ์ โครงสร้างภาษาที่ โครงสร้างภาษาที่เรยี นเป็น โครงสร้างภาษาที่เรียน โครงสรา้ งภาษาที่เรียน
เป็นสว่ นน้อย
ของงาน ครบถ้วน ส่วนใหญ่ พอสมควร

ความคิด เปน็ ชิน้ งานทแ่ี ปลก เป็นชิน้ งานท่ไี มแ่ ปลก เปน็ ช้นิ งานท่ีปรบั ปรงุ เปน็ ชิน้ งานที่เหมือน
สร้างสรรค์ ใหม่ ไมเ่ หมอื น ใหม่คล้ายตวั อยา่ ง ดัดแปลงเล็กนอ้ ยจาก ตวั อยา่ งรายละเอยี ด
ตวั อย่าง ตกแตง่ ตกแตง่ สวยงาม ตวั อย่าง ไมค่ รบ
สวยงาม ประณตี มี รายละเอียดคอ่ นขา้ ง
รายละเอียดมาก สมบูรณ์

รวม

เกณฑก์ ารประเมิน
14-16 คะแนน = ดีมาก 11-13 คะแนน = ดี 8-10 คะแนน = พอใช้ นอ้ ยกวา่ 8 คะแนน = ควรปรบั ปรุง

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 12

หนว่ ยการเรยี นท่ี 4 เรื่อง Movies เวลา 2 คาบ
บทที่ 4 เร่ือง Movies ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
รายวชิ า ภาษาองั กฤษอา่ น-เขียน ช่ือผู้สอน กติ ตพิ ร นันต๊ะภาพ

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วดั ทีเ่ ก่ียวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอา่ นจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล
ตวั ชี้วัด ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง

และอ่านเรื่องทเ่ี ปน็ สารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมท้ังใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตวั ชี้วัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แก่นสาระท่ีได้จากการวเิ คราะหเ์ รื่อง กจิ กรรม ขา่ ว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอีกดว้ ย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ใจความ ตีความ แสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองที่ฟังหรืออ่าน

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 ตอบคำถามจากครเู กี่ยวกบั เทคนคิ การอ่าน การเดาคำศัพทจ์ ากบริบท ประเภทของคำถามท่ใี ชไ้ ด้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลงั การอา่ นเพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: distribute, scratch, scenes, audiences, seats, senses, liquid, etc.
5.2 Structures: How to use can, could, and will be able to
5.3 Function: Reading passage about movies

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่ 23

6.1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการถามนักเรียนเกี่ยวกับประเภทของภาพยนตร์ต่าง ๆ ที่นักเรียนรู้จัก จากนั้น

ครพู ยายามบอกช่อื ภาพยนตรท์ เี่ ป็นท่นี ิยม แล้วใหน้ กั เรยี นลองจดั ประเภทของภาพยนตร์เรอ่ื งน้นั ๆ
“What kinds of movies do you know?”

6.2 ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดกอ่ นการอ่าน (Pre-reading 1) โดยใหน้ ักเรยี นตอบคำถามท่ีครกู ำหนดให้
“How do you think a 4-D movie is different from a non 4-D movie?”
“Why do you think people like watching 4-D movies?”
“Why do you think movie companies make 4-D movies?”
6.2.2 ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยใหน้ กั เรยี นนำคำศัพทท์ ี่ครูกำหนดมาให้เติมลง

ในบริบทแตล่ ะข้อให้ถูกต้อง
6.2.3 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากนั้น

ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มกี ารใช้สรรพนามอ้างองิ ในแต่ละยอ่ หน้าไหม ถ้ามี ครพู ยายามให้นกั เรยี นอธิบายให้เพอ่ื นในหอ้ งฟัง

ชั่วโมงที่ 24

6.3 ข้นั ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้ังคำถามเพ่ือกระต้นุ ให้นักเรยี นคิดเก่ียวกับการนำเสนอของตัวแทนกลุม่ ท่ีนำเสนอข้อมูลแต่ละ

ย่อหนา้ เพ่ิมเตมิ เพอ่ื ฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรยี น เช่น
“Look at paragraph 1, why do people enjoy watching 4-D movies?”
“How can we make 4-D movies?”

“Do you think that spraying water to people while watching 4-d Movies can make them dissatisfied?”
6.3.2 ครพู ยายามตัง้ คำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกบั การใช้สรรพนามอา้ งอิงทปี่ รากฏอยู่แตล่ ะย่อหนา้ เช่น
“In line 8, what does pronoun “they” refer to?”

6.4 ขน้ั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ด้วยความเขา้ ใจของตนเอง

6.5 ขน้ั สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันอภิปราย สรปุ แตล่ ะยอ่ หน้าว่าพดู ถึงอะไรบ้าง
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน

หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตวั อยา่ งประโยคที่มีคำศัพท์คำนน้ั ปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมดุ ให้เรยี บรอ้ ย

7. สอื่ การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เร่อื ง Movies
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สังเกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2 เครื่องมือวดั และประเมินผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.3 เกณฑ์ในการวดั และประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วนั ท่ี ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 13

หนว่ ยการเรียนท่ี 4 เรอ่ื ง Movies เวลา 2 คาบ
บทที่ 4 เรื่อง Movies ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4
รายวิชา ภาษาองั กฤษอ่าน-เขยี น ชื่อผสู้ อน กิตติพร นนั ตะ๊ ภาพ

1. มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวช้วี ัดทีเ่ กย่ี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตุผล
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง

และอา่ นเร่ืองทเ่ี ป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตัวชีว้ ัด ต 2.2 ม.4/1 อธบิ าย/เปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค ข้อความ สำนวน คำพงั เพย

สุภาษติ และบทกลอนของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคญั มาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอกี ด้วย

3. ผลการเรียนรู้
3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพิ่มเติมหลงั การอา่ นได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 อธิบายโครงสรา้ งภาษาจากสิ่งที่อ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพิ่มเติมจากครูได้

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: distribute, scratch, scenes, audiences, seats, senses, liquid, etc.
5.2 Structures: How to use can, could, and will be able to
5.3 Function: Reading passage about movies

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงท่ี 25

6.1 ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มีองค์ความรเู้ ดิมที่เรยี นในสัปดาหท์ แ่ี ล้ว

6.2 ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ทดสอบความเข้าใจหลงั การอา่ น (Comprehension 1) โดยใหน้ ักเรียนพิจารณา

เลือกหวั ข้อของบทความท่อี ่านทีด่ ีทีส่ ดุ พร้อมทั้งอธบิ ายเหตุผลท่ีเลอื กประกอบ
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 2) โดยให้นักเรียนเติมคำ

ลงในแบบฝกึ หดั ทีค่ รูกำหนดมาใหใ้ ห้ถูกตอ้ ง
6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 3) โดยให้นักเรียน

เลือกคำตอบจากคำถามแต่ละข้อให้ถกู ต้อง พร้อมทง้ั อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ
6.2.4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 4) โดยให้นักเรียน

นำคำศพั ทท์ ่ีครูกำหนดมาให้ใส่ในบริบทแต่ละข้อให้ถูกต้อง
6.2.5 ครูอธิบายความแตกต่างระหว่างการใช้ can, could และ will be able to ว่ามีความเหมือนและแตกต่างกัน

อย่างไร
ชั่วโมงที่ 26

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด (Grammar 1) เกี่ยวกับการใช้ can, could และ will be able to เพื่อทดสอบ

ความเขา้ ใจของนักเรียน

6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครใู ห้นกั เรยี นเปลี่ยนประโยคท่ีครูกำหนดใหโ้ ดยการใช้ can, could และ will be able to

6.5 ขน้ั สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนักเรียนช่วยกนั อภิปราย สรุป หลักการใช้ can, could และ will be able to
6.5.2 ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นสรปุ หลักการใช้ can, could และ will be able to ลงสมดุ ใหเ้ รยี บร้อย

7. ส่ือการเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง movies
7.3 หนังสอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เครอื่ งมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑร์ ะดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 14

หนว่ ยการเรียนท่ี 4 เรื่อง Movies เวลา 2 คาบ
บทที่ 4 เรื่อง Movies ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น ชอื่ ผูส้ อน กติ ติพร นันตะ๊ ภาพ

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวดั ทเ่ี กี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอ่านจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อย่างมีเหตุผล
ตวั ช้วี ัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เห็นจากการฟัง

และอ่านเรื่องทเี่ ป็นสารคดีและบันเทิงคดี พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชี้วดั ต 1.3 ม.4/2 พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แก่นสาระที่ได้จากการวเิ คราะห์เร่ือง กิจกรรม ข่าว

เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชอื่ มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระอน่ื และเปน็ พน้ื ฐานในการพัฒนา แสวงหา

ความร้แู ละเปดิ โลกทศั นข์ องตน
ตัวชี้วดั ต 3.1 ม.4/1 คน้ คว้า/สบื คน้ บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับขอ้ มูลท่ีเกีย่ วข้องกับกลุ่มสาระอนื่

จากแหล่งการเรยี นร้ตู ่าง ๆ และนำเสนอดว้ ยการพูดและการเขยี น

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิม่ พูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกด้วย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 ออกแบบโปสเตอร์ภาพยนตรแ์ ละเขยี นเร่ืองย่อของภาพยนตร์น้ันได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ใจความ ตคี วาม แสดงความคดิ เห็นจากเรื่องท่ฟี งั หรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ หลงั การอา่ นเพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: settle, peak, run counter to, reputation, attention, get your fill of, etc.
5.2 Structures: How to use can, could, and will be able to
5.3 Function: Reading passage about movies

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงท่ี 27

6.1 ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์แนว

สยองขวญั จากนั้นครูถามคำถามนักเรยี นกอ่ นเร่ิมการอ่าน
“Who loves watching scary movies?”
“Why do you love to watch them?”

6.2 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม โดยให้เวลา 5 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากนัน้ ให้นักเรียนแตล่ ะคนนำประโยค main idea ท่คี รกู ำหนดมาให้ นำมาใส่ในช่องว่างของแตล่ ะย่อหนา้ ให้ถกู ตอ้ ง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำหน้าชั้นเรียน นักเรียนที่เหลือช่วยกันตอบว่าคำตอบที่เพื่อนพูด

มาน้ันถกู ตอ้ งหรอื ไม่ อย่างไร
ชั่วโมงที่ 28

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้ังคำถามเพ่ือกระตุ้นให้นักเรยี นคิดแต่ละย่อหน้าเพือ่ ฝึกกระบวนการคิดของนกั เรยี นเพ่ิมเติม เชน่
“Why do teenagers like to watch scary movies?”
“Who is the famous director from Korea?”
“Do you think it is okay to watch scary movies alone?”
6.3.2 ครูพยายามตง้ั คำถามเพมิ่ เตมิ เก่ยี วกับการใช้สรรพนามอ้างอิงทีป่ รากฏอยู่แตล่ ะย่อหน้า เช่น
“In paragraph 3, what does pronoun “they” refer to?”
6.3.3 ครูให้นักเรียนอ่านประโยคที่ครูกำหนดมาให้ (Inferring) จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันพิจารณาว่าประโยค

แตล่ ะประโยคน้นั จรงิ หรอื ไม่ อย่างไร
6.3.4 ครูให้นักเรียนจับคู่คำศัพท์ที่ปรากฏในบทความกับคำนิยามที่กำหนดมาให้ให้ถูกต้อง (Vocabulary in

Context)
6.4 ขั้นการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั สรุปเกี่ยวกับประเภทของภาพยนตร์ทอี่ า่ นในบทความ
6.4.2 ครมู อบหมายให้นักเรียนออกแบบโปสเตอร์ภาพยนตร์ทีต่ นเองชื่นชอบ พร้อมทง้ั ให้เขียนเรื่องย่อของ

ภาพยนตร์น้นั

6.5 ขั้นสรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนักเรยี นช่วยกนั อภปิ ราย สรุปเก่ียวกบั ประเภทของภาพยนตร์ที่อา่ นในบทความ
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนทำผลงานประจำบทที่ 4 คือ ออกแบบโปสเตอร์ภาพยนตร์พร้อมทั้งเขียนเรื่องย่อ

ของภาพยนตร์ท่อี อกแบบ

7. สื่อการเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง movies
7.3 หนังสือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.1.3 สังเกตจากผลงานนกั เรยี น
8.2 เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2.3 แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น
8.3 เกณฑ์ในการวัดและประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน
8.3.3 ผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี จากแบบการตรวจผลงานนักเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

เกณฑก์ ารประเมนิ ชิ้นงาน
ช่ือ ____________________________________________ ช้ัน ______________________ เลขท่ี __________
บทเรียน ______________________________________________ วนั ที่ ______________________________

ระดบั คะแนน

ประเดน็ 4 3 2 1 คะแนน

การประเมิน

ความถกู ตอ้ ง ตรงตามเน้ือหาที่ ตรงตามเนอ้ื หาทก่ี ำหนด ตรงตามเน้ือหาทก่ี ำหนด ตรงตามเนือ้ หาที่
ของเนอ้ื หา กำหนด คำศัพทแ์ ละ
โครงสรา้ งภาษา ผดิ ไม่เกิน 2 แหง่ ผิดไมเ่ กนิ 4 แหง่ กำหนด ผดิ
สมบรู ณ์
มากกวา่ 4 แหง่

ความสามารถ ประโยคมสี ว่ นขยาย ประโยคมสี ่วนขยาย ประโยคมใี จความไม่ ประโยคมีใจความไม่
ในการเขยี น ใจความต่อเนือ่ ง ใจความ ต่อเนอ่ื ง ใชเ้ คร่อื งหมาย ตอ่ เนอื่ ง ใช้
สมั พนั ธก์ นั เขยี น ตอ่ เน่อื งเขียนตวั สะกด ตา่ ง ๆ ถกู ตอ้ งเป็นส่วน เคร่อื งหมายไมถ่ กู ตอ้ ง
ตัวสะกด ใช้ ใช้เคร่อื งหมายต่าง ๆ ได้ ใหญ่
เคร่อื งหมาย และเว้น ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่
วรรคตอนไดถ้ ูกต้อง

ชน้ิ งานมีรายละเอียดมี ช้นิ งานมรี ายละเอยี ดมี ช้นิ งานมีรายละเอียดมี ช้ินงานมีรายละเอยี ดมี
ความสมบูรณ์ โครงสร้างภาษาที่ โครงสร้างภาษาที่เรยี นเป็น โครงสร้างภาษาที่เรียน โครงสรา้ งภาษาที่เรียน
เป็นสว่ นน้อย
ของงาน ครบถ้วน ส่วนใหญ่ พอสมควร

ความคิด เปน็ ชิน้ งานทแ่ี ปลก เป็นชิน้ งานท่ไี มแ่ ปลก เปน็ ช้นิ งานท่ีปรบั ปรงุ เปน็ ชิน้ งานที่เหมือน
สร้างสรรค์ ใหม่ ไมเ่ หมอื น ใหม่คล้ายตวั อยา่ ง ดัดแปลงเล็กนอ้ ยจาก ตวั อยา่ งรายละเอยี ด
ตวั อย่าง ตกแตง่ ตกแตง่ สวยงาม ตวั อย่าง ไมค่ รบ
สวยงาม ประณตี มี รายละเอียดคอ่ นขา้ ง
รายละเอียดมาก สมบูรณ์

รวม

เกณฑก์ ารประเมิน
14-16 คะแนน = ดีมาก 11-13 คะแนน = ดี 8-10 คะแนน = พอใช้ นอ้ ยกวา่ 8 คะแนน = ควรปรบั ปรุง

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 15

หน่วยการเรียนท่ี 5 เร่อื ง Addicted เวลา 2 คาบ
บทที่ 5 เรอ่ื ง Addicted ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขยี น ชื่อผสู้ อน กิตติพร นนั ตะ๊ ภาพ

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัดท่เี กี่ยวข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย่างมเี หตผุ ล
ตัวชว้ี ัด ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟัง

และอา่ นเร่ืองทเ่ี ปน็ สารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชีว้ ัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ / แก่นสาระท่ีได้จากการวเิ คราะห์เร่ือง กิจกรรม ข่าว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอีกด้วย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 จบั ใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรุปใจความ ตีความ แสดงความคดิ เหน็ จากเรื่องทฟี่ ังหรืออ่าน

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 ตอบคำถามจากครเู กีย่ วกบั เทคนคิ การอา่ น การเดาคำศัพทจ์ ากบริบท ประเภทของคำถามที่ใชไ้ ด้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลังการอ่านเพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: addict, parcel, arrive, expect, beg, spare, terrible, guilty, earn, spend, etc.
5.2 Structures: Present Simple question form
5.3 Function: Reading passage about addicted

6. กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ชวั่ โมงที่ 29

6.1 ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนดว้ ยการถามคำถามนักเรียนว่าอะไรสามารถทำให้นักเรียนเสพติดหรอื อยู่กับมันเป็นระยะ

เวลานานได้
“What can make you feel addicted?”

6.2 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 1) โดยให้นักเรียนเลือกความหมายของคำศัพท์

ประจำบทเรียน คือ addicted
6.2.2 ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยจะมบี ุคคลทีอ่ ยใู่ นบทความจำนวน 2 คน คือ

Jenny ผู้ซึ่งเสพติดการซ้ือของ และ Tracey ผู้ซง่ึ เสพติดเครื่องดื่มโคล่า ใหน้ กั เรียนพิจารณาประโยคท่ีกำหนดมาให้ และให้
นักเรยี นเลือกวา่ แต่ละประโยคนนั้ น่าจะเกีย่ วขอ้ งกับใคร

6.2.3 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากนั้น
ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มีการใชส้ รรพนามอา้ งอิงในแตล่ ะย่อหนา้ ไหม ถ้ามี ครูพยายามให้นักเรียนอธิบายให้เพื่อนในหอ้ งฟัง

ชัว่ โมงที่ 30

6.3 ขัน้ ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามตง้ั คำถามเพ่ือกระต้นุ ให้นักเรยี นคิดเกยี่ วกับการนำเสนอของตัวแทนกลมุ่ ที่นำเสนอข้อมลู แต่ละ

ย่อหน้าเพิ่มเตมิ เพือ่ ฝึกกระบวนการคิดของนักเรยี น เช่น
“Look at paragraph A, what can make Jenny become addicted to shopping?”
“If Jenny doesn’t receive her parcels, what will she feel?”
“Tracey drinks a lot of cola cans every day. Do you think it is good for his health?”

6.3.2 ครพู ยายามต้ังคำถามเพ่มิ เติมเกย่ี วกบั การใชส้ รรพนามอา้ งอิงทป่ี รากฏอยู่แตล่ ะย่อหนา้ เชน่
“In line 22, what does pronoun “they” refer to?”

6.4 ข้ันการนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ดว้ ยความเข้าใจของตนเอง

6.5 ขั้นสรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนกั เรียนช่วยกันอภปิ ราย สรปุ แตล่ ะยอ่ หนา้ ว่าพูดถงึ อะไรบา้ ง
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน

หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตวั อย่างประโยคที่มีคำศัพท์คำนน้ั ปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมุดให้เรยี บรอ้ ย

7. สอ่ื การเรียนรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง Addicted
7.3 หนงั สอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สังเกตจากการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2 เครอ่ื งมือวดั และประเมินผล
8.2.1 การสงั เกตการตอบคำถามจากนักเรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วนั ท่ี ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 16

หน่วยการเรยี นท่ี 5 เร่อื ง Addicted เวลา 2 คาบ
บทที่ 5 เรอื่ ง Addicted ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ช่ือผสู้ อน กิตติพร นนั ต๊ะภาพ

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั ทเ่ี กยี่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล
ตวั ชวี้ ัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟงั

และอ่านเร่ืองท่ีเปน็ สารคดแี ละบันเทิงคดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตัวชีว้ ดั ต 2.2 ม.4/1 อธบิ าย/เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสร้างประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย

สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคญั มาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกด้วย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหัดเพ่ิมเตมิ หลังการอา่ นได้

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 อธบิ ายโครงสรา้ งภาษาจากสงิ่ ที่อ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพม่ิ เติมจากครไู ด้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: addict, parcel, arrive, expect, beg, spare, terrible, guilty, earn, spend, etc.
5.2 Structures: Present Simple question form
5.3 Function: Reading passage about addicted

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ช่วั โมงท่ี 31

6.1 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มอี งค์ความรเู้ ดิมท่ีเรยี นในสัปดาห์ที่แลว้

6.2 ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลงั การอา่ น (Comprehension 1) โดยใหน้ กั เรยี นพิจารณา

หวั ข้อที่ครูกำหนดใหว้ ่าตรงกบั ขอ้ มลู ในประโยคยอ่ หนา้ ใด
6.2.2 ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 2) โดยใหน้ กั เรยี นพิจารณา

ประโยคทคี่ รกู ำหนดให้ว่าแต่ละประโยคน้ันเก่ยี วขอ้ งกบั Jenny หรอื Tracey
6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 3) โดยให้นักเรียนเลือก

คำตอบท่ถี กู ตอ้ งของคำถามแต่ละข้อ
6.2.4 ครอู ธบิ ายการใช้ present simple question form ใหก้ บั นกั เรยี น

ชวั่ โมงที่ 32

6.3 ขั้นฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด (Grammar 1) เกี่ยวกับการใช้ present simple question form เพื่อทดสอบ

ความเขา้ ใจของนักเรียน

6.4 ขน้ั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูใหน้ กั เรยี นฝกึ การตั้งคำถามจากประโยคบอกเล่าทค่ี รูกำหนดมาใหใ้ นรูปแบบของ present simple

6.5 ขัน้ สรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั อภิปราย สรุป หลกั การใช้ present simple question form
6.5.2 ครมู อบหมายให้นักเรียนสรปุ หลักการใช้ present simple question form ลงสมดุ ให้เรยี บร้อย

7. สอื่ การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรื่อง Addicted
7.3 หนังสอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เคร่ืองมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 17

หน่วยการเรยี นที่ 5 เร่อื ง Addicted เวลา 2 คาบ
บทท่ี 5 เร่ือง Addicted ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
รายวิชา ภาษาอังกฤษอา่ น-เขยี น ชอ่ื ผสู้ อน กิตติพร นันต๊ะภาพ

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัดทเี่ กีย่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ีฟงั และอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมีเหตุผล
ตัวชว้ี ดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง

และอ่านเรื่องที่เป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตวั ชีว้ ดั ต 2.2 ม.4/1 อธิบาย/เปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งโครงสร้างประโยค ขอ้ ความ สำนวน คำพังเพย

สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอกี ด้วย
3. ผลการเรียนรู้

3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ หลังการอา่ นได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธิบายโครงสรา้ งภาษาจากสิง่ ท่ีอา่ นได้
4.2 ตอบคำถามเพม่ิ เติมจากครูได้

5. สาระการเรยี นรู้
5.1 Vocabulary Items: prohibit, phenomenon, exhaustion, consequence, temptation, irritable, etc.
5.2 Structures: Present Simple question form
5.3 Function: Reading passage about addicted

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงท่ี 33

6.1 ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการบอกให้นักเรียนทราบว่านักเรียนกำลังจะอ่านบทความเกี่ยวกับการเสพติดเกม

ออนไลน์ โดยครูถามคำถามนักเรยี นกอ่ นจะใหน้ กั เรยี นเริ่มอ่านบทความ
“How many hours do you spend on playing games?”
“What kinds of games do you like to play?”

6.2 ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรยี น (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม โดยให้เวลา 15 นาทีในการอ่านบทความในเอกสารประกอบการเรียน

จากนั้นใหน้ ักเรียนแต่ละคนนำประโยคท่ีครูกำหนดมาให้ นำมาใส่ในช่องวา่ งของแตล่ ะย่อหน้าให้ถูกต้อง
6.2.2 ครูสุ่มนักเรียนเฉลยคำตอบจากสิ่งที่ครูให้ทำหน้าชั้นเรียน นักเรียนที่เหลือช่วยกันตอบว่าคำตอบที่เพื่อนพูด

มานั้นถกู ต้องหรือไม่ อยา่ งไร

ช่วั โมงที่ 34

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูพยายามต้งั คำถามเพ่ือกระตุ้นใหน้ ักเรยี นคดิ แตล่ ะย่อหน้าเพ่อื ฝึกกระบวนการคดิ ของนักเรียนเพม่ิ เติม เช่น

“Why aren’t people who are under 16 allowed to play online games after midnight at Internet café?”
“What is the worst effect of online game?”
“How can we manage our time wisely?”

6.3.2 ครพู ยายามตงั้ คำถามเพ่มิ เติมเก่ยี วกบั การใช้สรรพนามอ้างอิงท่ีปรากฏอยู่แต่ละย่อหนา้ เชน่
“In the third paragraph, what does pronoun “he” refer to?”

6.3.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Reading for Detail) โดยให้นักเรียนพิจารณาประโยคที่ให้มาว่า
ถกู ต้องหรอื ไม่ (True or False)

6.3.4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่าน (Inferring) โดยการให้นักเรียนเลือกข้อสรุปที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ
บทความ

6.3.5 ครูให้นักเรยี นนำคำศัพท์ท่กี ำหนดมาใหเ้ ตมิ ลงในบริบทให้ถูกต้อง

6.4 ขัน้ การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เก่ยี วกับขอ้ เสียของการเสพติดเกมออนไลน์
6.4.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนสรุปสิ่งที่ได้จากการอ่าน พร้อมทั้งให้นักเรียนหาความหมายของคำศัพท์ประจำบท

ท่นี ักเรยี นไมร่ ู้ เขยี นลงในสมุดใหเ้ รียบรอ้ ย พรอ้ มท้งั ให้นกั เรยี นหาตวั อยา่ งประกอบของคำศัพทน์ ั้น ๆ

6.5 ข้ันสรปุ (Wrap-up)
6.5.1 ครูและนกั เรยี นช่วยกันอภปิ ราย สรุป ข้อเสยี ของการเสพติดเกมออนไลน์
6.5.2 ครนู ดั หมายนักเรยี นให้ทบทวนบทเรียน อา่ นคำศัพท์ประจำบทท่ี 5 และสอบเกบ็ คะแนนย่อยในสัปดาห์หน้า

เกีย่ วกับบทความทีน่ ักเรยี นเรียนไป

7. ส่อื การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง Addicted
7.3 หนังสือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมินผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.2 เคร่อื งมอื วดั และประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวัดและประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรียน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 18 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นที่ 6 เรื่อง We Love Shopping ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
บทท่ี 6 เรื่อง We Love Shopping ชือ่ ผ้สู อน กติ ติพร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน

1. มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั ท่ีเกย่ี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
ตวั ชว้ี ัด ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วเิ คราะห์ความ สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟงั

และอ่านเร่ืองทเ่ี ป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่อื งต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชีว้ ัด ต 1.3 ม.4/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แกน่ สาระที่ได้จากการวเิ คราะห์เรื่อง กิจกรรม ขา่ ว

เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

2. สาระสำคัญ
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคญั มาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาอังกฤษอีกดว้ ย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 จับใจความสำคญั วิเคราะห์ความ สรุปใจความ ตีความ แสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองที่ฟงั หรืออ่าน

4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 ตอบคำถามจากครูเก่ยี วกบั เทคนิคการอ่าน การเดาคำศัพท์จากบริบท ประเภทของคำถามที่ใช้ได้
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลงั การอ่านเพ่ือทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียน

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: window shopping, staggering, enable, bargain, boutique, convenient, etc.
5.2 Structures: Articles
5.3 Function: Reading passage about we love shopping

6. กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ช่ัวโมงท่ี 35

6.1 ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครเู รม่ิ ตน้ บทเรียนดว้ ยการถามคำถามนักเรยี นเก่ียวกบั การซ้อื ของ
“Who likes shopping?”
“How much do you spend on shopping?”
“How many times do you go shopping a week?”

6.2 ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 1) โดยให้นักเรียนตอบคำถามที่ครูกำหนดให้ก่อน

การเรมิ่ อ่านบทความ โดยคำตอบนน้ั สามารถมีได้หลากหลายข้ึนอย่กู บั มุมมอง และประสบการณข์ องนกั เรียนแต่ละคน
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนการอ่าน (Pre-reading 2) โดยให้นักเรียนนำคำศัพท์ที่ครูกำหนดให้จับคู่

กับคำนยิ ามที่ใหม้ าใหถ้ กู ต้อง
6.2.3 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับผิดชอบในการอ่าน paragraph จากนั้น

ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มจะต้องนำเสนอว่าข้อมูลแต่ละย่อหน้านั้นเกี่ยวกับอะไร มีคำศัพท์ตัวไหนที่ยากและหมายความว่า
อะไร มีการใช้สรรพนามอ้างองิ ในแตล่ ะยอ่ หน้าไหม ถ้ามี ครพู ยายามให้นักเรยี นอธบิ ายใหเ้ พือ่ นในห้องฟัง

ชัว่ โมงท่ี 36

6.3 ขัน้ ฝกึ (Practice)
6.3.1 ครพู ยายามต้งั คำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรยี นคดิ เกี่ยวกบั การนำเสนอของตัวแทนกล่มุ ที่นำเสนอข้อมลู แต่ละ

ยอ่ หนา้ เพ่ิมเติม เพอ่ื ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียน เช่น
“Look at paragraph B, do you think it is good to run our own business through online platform?”
“Which country does Queenie import her products to sell?”
“What do you think about online shopping applications?”
6.3.2 ครพู ยายามตั้งคำถามเพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั การใช้สรรพนามอา้ งอิงทป่ี รากฏอยู่แต่ละย่อหนา้ เช่น
“In line 13, what does pronoun “they” refer to?”
6.4 ข้นั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปจากสิ่งที่ตัวแทนกลุ่มแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลของแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษ

ดว้ ยความเขา้ ใจของตนเอง

6.5 ขั้นสรปุ (Wrap-up)

6.5.1 ครูและนักเรียนชว่ ยกนั อภิปราย สรปุ แตล่ ะยอ่ หนา้ ว่าพูดถงึ อะไรบ้าง
6.5.2 ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกคำศัพท์ที่นักเรียนไม่ทราบลงในสมุด และมอบหมายให้นักเรียน
หาความหมาย (meaning) ประเภทของคำถาม (part of speech) และตวั อยา่ งประโยคท่มี ีคำศัพท์คำน้นั ปรากฏอยู่ (use)
ลงในสมุดให้เรียบรอ้ ย

7. สือ่ การเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง We Love Shopping
7.3 หนังสือ Essential Reading I (Second Edition)

8. การวัดและประเมนิ ผล
8.1 วธิ กี ารวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เครื่องมอื วดั และประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้
8.3 เกณฑ์ในการวดั และประเมนิ
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วนั ท่ี ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 19 เวลา 2 คาบ
หน่วยการเรียนท่ี 6 เร่อื ง We Love Shopping ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
บทที่ 6 เรื่อง We Love Shopping ชือ่ ผสู้ อน กิตตพิ ร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอา่ น-เขียน

1. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ดั ทีเ่ กย่ี วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตผุ ล
ตวั ชวี้ ดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากการฟงั

และอา่ นเรื่องท่เี ปน็ สารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้อง

และเหมาะสม
ตัวช้ีวดั ต 2.2 ม.4/1 อธิบาย/เปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค ขอ้ ความ สำนวน คำพงั เพย

สุภาษติ และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดีต่อ
ภาษาองั กฤษอีกด้วย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเติมหลังการอ่านได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธิบายโครงสร้างภาษาจากสิง่ ท่ีอ่านได้
4.2 ตอบคำถามเพิ่มเติมจากครไู ด้

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: window shopping, staggering, enable, bargain, boutique, convenient, etc.
5.2 Structures: Articles
5.3 Function: Reading passage about we love shopping

6. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงท่ี 37

6.1 ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
6.1.1 ครูเริ่มต้นบทเรียนด้วยการทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปในสัปดาห์ที่แล้วแบบสรุป เพื่อช่วยให้นักเรียน

มีองค์ความร้เู ดิมทเ่ี รียนในสัปดาห์ท่ีแลว้

6.2 ข้นั นำเขา้ ส่บู ทเรียน (Presentation)
6.2.1 ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 1) โดยให้นกั เรียนพิจารณา

ประโยคท่คี รกู ำหนดใหม้ าว่าถูกตอ้ งหรอื ไม่ (True or False)
6.2.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 2) โดยให้นักเรียนเลือก

คำตอบที่ถูกตอ้ งจากคำถามแต่ละขอ้ พรอ้ มท้ังใหน้ กั เรียนแสดงเหตุผลวา่ ทำไมจึงเลือกคำตอบในข้อนนั้ ๆ
6.2.3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดทดสอบความเข้าใจหลังการอ่าน (Comprehension 3) โดยให้นักเรียนเติม

ประโยคในบทความโดยการทีใ่ หเ้ ลือกชือ่ คนทีป่ รากฏในบทความให้ถกู ต้องในแต่ละข้อ
6.2.4 ครอู ธบิ ายการใช้ articles ให้กบั นักเรียน

ช่วั โมงที่ 38

6.3 ข้ันฝกึ (Practice)
6.3.1 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเกีย่ วกับการใช้ articles เพ่อื ทดสอบความเข้าใจของนักเรยี น

6.4 ข้นั การนำไปใช้ (Production)
6.4.1 ครูใหน้ ักเรยี นเติมประโยคท่คี รูกำหนดใหด้ ้วย articles ให้ถูกต้อง

6.5 ขั้นสรุป (Wrap-up)
6.5.1 ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั อภปิ ราย สรปุ หลักการใช้ articles
6.5.2 ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนสรุปหลักการใช้ articles ลงสมดุ ใหเ้ รยี บรอ้ ย

7. สื่อการเรยี นรู้
7.1 PowerPoint Presentation
7.2 เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง We Love Shopping
7.3 หนังสอื Essential Reading I (Second Edition)

8. การวดั และประเมนิ ผล
8.1 วธิ ีการวดั และประเมิน
8.1.1 สงั เกตจากการตอบคำถามจากนกั เรียน
8.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
8.2 เคร่ืองมอื วัดและประเมินผล
8.2.1 การสังเกตการตอบคำถามจากนกั เรยี น
8.2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
8.3 เกณฑใ์ นการวดั และประเมิน
8.3.1 การตอบคำถามจากครูได้
8.3.2 ผ่านเกณฑ์ระดับดี จากแบบพฤติกรรมการเรยี น

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียน
ชอ่ื ____________________________________________ ชัน้ ______________________ เลขท่ี __________
บทเรยี น ______________________________________________ วันที่ ______________________________

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ

1. เรม่ิ ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทันที
2. ทำงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยตามเวลาท่กี ำหนด
3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพ่ือนเมื่อไม่เขา้ ใจ
4. ทำกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานและเต็มใจ
5. ตั้งใจทำกจิ กรรมอย่างสมำ่ เสมอ

รวมคะแนน

หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบตั ิ ได้ คะแนน 1 คะแนน ไมป่ ฏิบัติ ได้ คะแนน 0 คะแนน
2. เกณฑก์ ารประเมิน

5 คะแนน = ดีมาก
4 คะแนน = ดี
3 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง

* อาจส่มุ สงั เกตนักเรียนเท่าท่ีสามารถสังเกตไดแ้ ต่ละครั้ง โดยหมุนเวียนไปจนครบทุกคน *

บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการสอน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปญั หาและอปุ สรรค
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แนวทางการแก้ไข / ขอ้ เสนอแนะ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ลงชื่อผ้สู อน
(นายกติ ติพร นันต๊ะภาพ)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 20 เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 6 เรื่อง We Love Shopping ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
บทท่ี 6 เร่อื ง We Love Shopping ชอื่ ผ้สู อน กิตตพิ ร นนั ตะ๊ ภาพ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษอา่ น-เขยี น

1. มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชีว้ ดั ทเ่ี กยี่ วข้อง
มาตรฐาน ต. 1.1 เข้าใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย่างมีเหตุผล
ตวั ช้ีวดั ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคญั วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง

และอ่านเร่ืองท่เี ป็นสารคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต. 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งต่าง ๆ โดยการพดู และการเขียน
ตัวชวี้ ดั ต 1.3 ม.4/2 พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญ / แกน่ สาระที่ไดจ้ ากการวเิ คราะหเ์ ร่ือง กจิ กรรม ขา่ ว

เหตุการณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ
มาตรฐาน ต. 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระอนื่ และเปน็ พ้นื ฐานในการพัฒนา แสวงหา

ความรูแ้ ละเปิดโลกทศั นข์ องตน
ตัวช้ีวัด ต 3.1 ม.4/1 ค้นควา้ /สบื คน้ บนั ทึก สรปุ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ขอ้ มลู ทเ่ี กี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระอืน่

จากแหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆ และนำเสนอดว้ ยการพดู และการเขียน

2. สาระสำคญั
การอ่านเป็นหนึ่งในทักษะทีส่ ำคัญมาก เพราะช่วยให้นักเรียนได้เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทั้งด้านคำศัพท์ ไวยากรณ์ รวมถึง

ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อ่าน นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการคิดวิเคราะห์จากบทความที่อ่าน และเพิ่มเจตคติที่ดี
ตอ่ ภาษาอังกฤษอีกด้วย
3. ผลการเรยี นรู้

3.1 ออกแบบแคทตาล็อกสินค้าออนไลนด์ ้วยการเขยี นบรรยายสรรพคุณสินค้าได้

4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จบั ใจความสำคัญ วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ใจความ ตคี วาม แสดงความคดิ เห็นจากเรื่องทีฟ่ ังหรืออ่าน
4.2 ตอบคำถามจากแบบฝึกหดั เพ่ิมเตมิ หลงั การอ่านเพื่อทดสอบความเข้าใจของนกั เรียน

5. สาระการเรียนรู้
5.1 Vocabulary Items: window shopping, staggering, enable, bargain, boutique, convenient, etc.
5.2 Structures: Articles
5.3 Function: Reading passage about we love shopping


Click to View FlipBook Version