1
โรงเรยี นบา้ นฉลอง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1
สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว14101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 สัตวแ์ ละประเภทของสตั ว์ เรื่อง การจำแนกสตั ว์
เวลา 2 ช่ัวโมง ครูผสู้ อน น.ส. ณัฎฐา ประทมุ สุวรรณ
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของส่ิงมชี วี ติ รวมท้งั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. ตัวช้ีวดั ช้ันปี
ว1.3 ป. 4/3 จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมี
กระดูกสันหลงั เปน็ เกณฑ โ์ ดยใช้ข้อมูลท่รี วบรวมได้
3.สาระสำคัญ
การจำแนกสัตว์โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์สามารถจำแนกสัตว์ได้เป็น 2 กลุ่มคือ สัตว์มี
กระดูกสนั หลงั และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลงั
4.สาระการเรยี นรู้
การจำแนกสัตว์
5. จดุ ประสงคก์ ารเรยนรู้
1) จำแนกสัตว์เป็นสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั และสัตวไ์ ม่มีกระดูกสันหลังได(้ K)
2) นำความร้เู ร่ืองการจำแนกสัตว์ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได(้ P)
3) เปน็ ผมู้ ีความใฝร่ แู้ ละมงุ่ มน่ั ในการทำงาน (A)
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
ซือ่ สัตย์สจุ รติ รักความเปน็ ไทย
มวี ินัย มจี ติ สาธารณะ
ใฝเ่ รียนรู้
7. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
8.1 ใบงานกจิ กรรมที่ 3.1 เปรียบเทียบโครงรา่ งสตั ว์มีกระดูกสันหลังและสตั วไ์ มม่ ีกระดูกสันหลัง
9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ครูดำเนินการทดสอบก่อนเรียนโดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความพร้อม
และพ้ืนฐานของนักเรยี น
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
9.1 ครใู หน้ กั เรียนดรู ูปซุปกระดูกหมู กุง้ ต้ม และปลายา่ งแล้วถามคำถามเกย่ี วกับประสบการณ์เดมิ
ของนักเรยี นว่า
– นกั เรียนเคยกนิ อาหารใดในรูปบ้าง
– นักเรียนพบกระดกู ในอาหารใดบา้ ง
รูปท่ี 1 รูปซุปกระดูกหมู รปู ท่ี 2 รปู กุ้งตม้ รูปที่ 3 รูปปลาย่าง
9.2 นกั เรยี นชว่ ยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั คำตอบของคำถาม เพื่อเชอ่ื มโยงไปสู่
การเรียนรูเ้ รื่องการจำแนกสตั ว์
ขั้นจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้(Inquiry Process) ซ่งึ มีขน้ั ตอนดงั นี้
1. ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
9.2 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน แล้วให้นักเรียนรวบรวมชนิดของสัตว์ในบริเวณ
บ้านของนกั เรยี นทนี่ กั เรยี นเจอแล้วมาแลกเปลยี่ นกนั ภายในกลมุ่
9.3 ครตู งั้ คำถามชวนคิดเพ่ือนำไปสกู่ ารจำแนกประเภทสตั ว์ ดังน้ี
– จากชนิดของสตั ว์ทีน่ ักเรยี นรวบรวมมานนั้ สัตวท์ ม่ี กี ระดูกเป็นแกนแขง็ ภายในลำตวั มีอะไรบา้ ง
– จากชนดิ ของสตั วท์ ่ีนักเรยี นรวบรวมมานน้ั สตั ว์ทีไ่ มม่ ีกระดกู เปน็ แกนแข็งภายในลำตัวมีอะไรบา้ ง
9.3 ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นตง้ั ประเดน็ คำถามท่ีนักเรียนสงสยั จากการทำภาระงานอย่างน้อยกลุ่มละ
1 คำถาม โดยให้นักเรียนชว่ ยกันตอบและแสดงความคิดเหน็
9.4 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์แต่ละชนิดมีโครงร่าง
ภายในลำตัวแตกต่างกนั และเมื่อใช้การมีกระดูกสันหลงั เปน็ เกณฑ์สามารถจำแนกสัตว์ได้เปน็ 2 กลุ่มคือสัตว์มี
กระดกู สันหลังและสัตว์ไมม่ กี ระดกู สันหลัง
3
ชว่ั โมงที่ 2
2. ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
9.5 นักเรียนแต่ละกลุ่ม ปฏิบัติกิจกรรมที่ 3.1 สังเกตเปรียบเทียบโครงร่างสัตว์มีกระดูกสันหลังและ
สตั ว์ไมม่ กี ระดกู สันหลัง แตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามข้นั ตอนท่ไี ด้วางแผนไวด้ งั น้ี
– แตล่ ะกลุ่มนำปลาทู กุ้ง และหอยแมลงภทู่ ่ีนง่ึ สกุ แลว้ มาชนิดละ 1 ตวั
– ใชช้ อ้ นและส้อมเข่ยี แยกเน้ือออกจากโครงรา่ งของสตั วท์ นี่ ำมาสงั เกต
– สงั เกตเปรยี บเทียบโครงร่างและวิเคราะห์วา่ เป็นสัตว์มีกระดกู สันหลงั หรือไม่มีกระดกู สนั หลงั
9.6 ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นักเรยี นขณะปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ หอ้ งเรียนและเปดิ โอกาส
ให้นกั เรีนทกุ คนซักถามเม่ือมีปญั หา
3. ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป(Explanation)
9.7 นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน นักเรียนและครู
ร่วมกันอภปิ รายและหาข้อสรุปจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ต่อไปน้ี
– สัตว์ที่นักเรียนนำมาสังเกตชนิดใดเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและชนิดใดเป็นสัตวไ์ ม่มีกระดูกสันหลงั
สงั เกตจากอะไร (แนวคำตอบ ปลาทเู ปน็ สัตว์มกี ระดูกสนั หลงั สังเกตจากการมีโครงรา่ งหรือกระดูกเป็นแกนแข็ง
ภายในลำตัวส่วนกุ้งและหอยแมลงภู่เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังสังเกตจากการไม่มีโครงร่างหรือกระดูกเป็ น
แกนแข็งภายในลำตัว)
– ยกตวั อย่างสัตว์มีกระดูกสนั หลงั และสตั ว์ไมม่ ีกระดูกสนั หลังท่ีนักเรยี นร้จู ักมาอยา่ งละ 3 ชนิด
(แนวคำตอบ สตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ได้แก่กบ ไก่และแมว และสตั วไ์ ม่มกี ระดกู สันหลังได้แก่ผเี สื้อไสเ้ ดือนดนิ
และหอย)
9.8 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยครูเนน้ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจว่าสตั ว์มกี ระดูกสนั
หลังมีโครงรา่ งเป็นแกนแข็งภายในลำตัวหรอื เรยี กวา่ กระดูกส่วนสัตวไ์ มม่ กี ระดูกสนั หลงั ไม่มโี ครงรา่ งเป็นแกน
แข็งภายในลำตวั
4. ขัน้ ขยายความร(ู้ Elaboration)
9.9 ครูให้นักเรียนสังเกตเพิ่มเติมจากการปฏิบัติกิจกรรมท่ี 3.1 ว่ากุ้งและหอยมีลำตัวอ่อนนิ่มจึงสร้าง
เปลือกแข็งมาหุ้มลำตัวไว้เพื่อป้องกันอันตราย และยังมีสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอีกหลายชนิดที่มีการสร้าง
เปลอื กแขง็ มาหมุ้ ลำตัวเชน่ ปู กิ้งกือ และตะขาบ
5. ข้ันประเมิน(Evaluation)
9.10 ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะคนพจิ ารณาว่าจากหัวขอ้ ท่เี รียนมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรมมีจดุ ใดบา้ งที่ยงั ไม่
เขา้ ใจหรือยงั มีขอ้ สงสัยถ้ามีครูชว่ ยอธิบายเพมิ่ เติมใหน้ ักเรียนเข้าใจ
9.11 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏบิตักิจกรรมกลุ่มวา่ มีปัญหาหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บ้าง
9.12 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการปฏิบัติกจิ กรรม และ
การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
9.13 ครทู ดสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยถามคำถามนักเรยี น เช่น
– สัตว์มีกระดกู สันหลังคอื อะไร
4
– สัตว์ไม่มกี ระดูกสนั หลงั คืออะไร
ขน้ั สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการจำแนกสัตว์โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือ
ผงั มโนทัศน์
10. สื่อการเรยี นรู้
สือ่ การเรยี นรู้
• หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
• แบบฝกึ หดั รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4
• แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
• รูปซปุ กระดูกหมู กุ้งตม้ และปลายา่ ง
• ใบงาน กจิ กรรมที่ 3.1 สงั เกตเปรยี บเทียบโครงรา่ งสตั วม์ ีกระดูกสันหลังและสตั วไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลงั
• สอ่ื การเรียนรู้PowerPoint รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปที ี่4
แหล่งการเรยี นรู้
• ห้องเรียน
•อินเทอรเ์ นต็
11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
รายการวดั วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1.ใบกจิ กรรม - ประเมินตามสภาพจริง - แบบประเมนิ การสืบ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
(Rubrics) สอบข้อมลู
2. พฤติกรรมการมีส่วน - ประเมินตามสภาพจริง แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
รว่ ม (Rubrics) การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
3. ความใฝเ่ รยี นรแู้ ละ - ประเมนิ ตามสภาพจริง แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
มุ่งมั่นในการทำงาน (Rubrics) คุณลักษณะ เกณฑ์
อันพึงประสงค์
12. กจิ กรรมบูรณาการแนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อ่านออก) (W)Riting (เขียนได้) (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )
Critical thinking&problem solving (ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
Creativity&innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์)
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ ำ
5
Communications,information&media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร,สารสนเทศและรู้เทา่ ทนั ส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร)
Career&learning skills (ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนรู้)
Compassion (มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย)
6
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มงานวิชาการ
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของนางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ แล้ว มีความเห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
2. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .................
ลงช่อื ……………………………...หวั หนา้ กล่มุ งานวิชาการ
(นางสาวกรรณิกา อรรถชยั ยะ)
7
ความคิดเหน็ ของรองผู้อำนวยการโรงเรยี น
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ องนางสาวณฎั ฐา ประทมุ สวุ รรณ มีความเหน็ ดังน้ี
1. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไม่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .................
ลงชอื่ …………………………..รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางสุพรรณี หนรู ุ่น)
8
บันทกึ ผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
นักเรียนจำนวน..................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู.้ .....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู.้ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..................
นักเรียนนีไ่ มผ่ ่าน มดี งั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทักษะ / กระบวนการ(P)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
1.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางสาวณฎั ฐา ประทุมสวุ รรณ )
ตำแหนง่ ครูผ้ชู ว่ ย
9
โรงเรยี นบา้ นฉลอง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2
สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว14101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 สัตวแ์ ละประเภทของสตั ว์ เร่ือง สัตว์มกี ระดูกสันหลงั (ปลา)
เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน น.ส. ณฎั ฐา ประทมุ สุวรรณ
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสงิ่ มีชวี ิตรวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
2. ตัวชีว้ ัดช้ันปี
ว 1.3 ป. 4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์
สะเทินนำ้ สะเทินบก กล่มุ สตั วเ์ ลือ้ ยคลาน กลมุ่ นก และกลุม่ สตั ว์เลยี้ งลูกด้วยนำ้ นม และยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใน
แต่ละกล่มุ
3.สาระสำคัญ
สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งเป็น 5 กลุ่มแต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้แตกต่างกัน สัตว์มีกระดกู
สนั หลงั ในกลุ่มปลาเป็นสัตวเ์ ลือดเยน็ ลำตวั มคี รีบและหาง ออกลูกเป็นไขห่ ายใจด้วยเหงือกและเจริญเติบโตใน
นำ้
4.สาระการเรียนรู้
สัตวม์ กี ระดกู สนั หลงั กลุม่ ปลา
5. จุดประสงคก์ ารเรยนรู้
1) บรรยายลกั ษณะเฉพาะทีส่ งั เกตไดข้ องสตั ว์มีกระดูกสันหลงั ในกลุ่มปลาได้ (K)
2) นำความรู้เรื่องสตั ว์มีกระดกู สนั หลัง(ปลา) ไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้(P)
3) เป็นผมู้ คี วามใฝร่ ู้และมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มุ่งมนั่ ในการทำงาน
ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
รกั ความเปน็ ไทย
มีวินัย มจี ติ สาธารณะ
ใฝ่เรยี นรู้
7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
10
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
8.1 การสืบค้นขอ้ มูลลกั ษณะของสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ในกลุม่ ปลา
8.2 ใบกิจกรรมที่ 3.2 ลักษณะของสตั ว์มกี ระดูกสนั หลังท้งั 5 กลุ่ม
9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
9.1 ครูทบทวนเรอ่ื งการจำแนกสตั ว์โดยถามคำถามว่าสตั วท์ ่ีจำแนกเป็นสตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ต้องมี
ลกั ษณะสำคญั อะไร (แนวคำตอบ สตั วม์ กี ระดกู สันหลังตอ้ งมีโครงร่างเป็นแกนแขง็ ภายในลำตัว)
9.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรียนรูเ้ ร่ืองสัตวม์ ีกระดกู สนั หลงั (ปลา)
ขัน้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Process) ซึ่งมขี ้ันตอนดังนี้
1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
9.3 ครกู ระต้นุ นกั เรยี นโดยการถามคำถามดังนี้
– สัตวม์ ีกระดกู สนั หลังบรเิ วณโรงเรยี นมอี ะไรบ้าง(แนวคำตอบ แมว ปลา และกบ)
– สัตว์มีกระดูกสันหลังบริเวณโรงเรียนที่พบมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันหรือไม่ยกตัวอย่าง(แนว
คำตอบ แตกต่างกนั เช่นแมวมีขนและหายใจด้วยปอด ปลามีเกล็ดและหายใจด้วยเหงือก สว่ นกบมผี ิวหนังเปียก
ชน้ื และหายใจดว้ ยปอด)
9.4 นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกบั คำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนกั เรียน
2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
9.5 ให้นกั เรียนศกึ ษาเรื่องลักษณะของสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั และสตั วม์ ีกระดกู สันหลงั ในกลมุ่ ปลา จาก
หนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งเปน็ 5 กลุ่มโดยสัตว์มีกระดูกสนั
หลงั ในกลมุ่ ปลามลี กั ษณะบางประการที่เป็นลกั ษณะเฉพาะโดยใช้โปรแกรมการนำเสนอ PowerPoint
9.6 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา โดย
ดำเนินการตามขั้นตอนดงั น้ี
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูลโดยแบ่งหัวข้อสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลาเป็นหัวข้อย่อย
เช่น อุณหภูมิ ลำตัว ลักษณะภายนอก อวัยวะในการหายใจ และการเจริญเติบโต ให้สมาชิกแตล่ ะกลุม่ ช่วยกัน
สืบคน้ ตามหวั ขอ้ ท่ีกำหนด
– สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่มของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก
หนังสอื
– สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่มฟังรวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดวา่ สมาชกิ ทุกคนมคี วามรู้ความเข้าใจทตี่ รงกนั
– สมาชิกกลุ่มชว่ ยกันสรปุ ความรทู้ ่ไี ด้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลมุ่
9.7 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสให้นกั เรียนทกุ คนซักถามเมอื่ มีปัญหา
3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป(Explanation)
9.8 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา้ ห้องเรยี น
9.9 นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ตอ่ ไปน้ี
11
– สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลามีลักษณะสำคัญอะไร (แนวคำตอบ สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่ม
ปลาเป็นสัตวเ์ ลอื ดเยน็ ลำตวั มคี รบี และหาง ออกลูกเปน็ ไข่ หายใจดว้ ยเหงอื ก และเจริญเติบโตในน้ำ)
– สตั วม์ กี ระดูกสนั หลงั ทอ่ี าศัยในนำ้ ทุกชนิดจำแนกเปน็ สัตว์มกี ระดกู สนั หลงั ในกลมุ่ ปลาหรอื ไม่เพราะ
อะไร (แนวคำตอบ ไม่เพราะสัตวม์ ีกระดูกสันหลังบางชนิดมีลักษณะไม่เหมือนสัตว์ในกลุ่มปลา เช่นวาฬ ไม่ได้
หายใจด้วยเหงือก)
9.10 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูก
สันหลังในกล่มุ ปลาเปน็ สตั วเ์ ลอื ดเยน็ ลำตัวมีครีบและหาง ออกลูกเป็นไข่ หายใจด้วยเหงอื ก และเจรญิ เติบโตใน
นำ้ สัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ทม่ี ีลกั ษณะนี้จงึ จำแนกอยู่ในกลุม่ ปลา
4. ข้ันขยายความรู้(Elaboration)
9.11 ครูขยายความรู้ให้กับนักเรียนว่าสัตว์เลือดเย็นหมายถึง สัตว์ที่มีอุณหภูมิภายในลำตัวเปลี่ยนไป
ตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม เช่นถ้านำตู้ปลาไปวางไว้ในที่ท่ีมีแสงแดดตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำจะสูงขึ้นทำ
ให้อณุ หภมู ิภายในลำตัวของปลาสงู ขึน้ ดว้ ยซง่ึ ไม่เหมาะสมตอ่ การดำรงชวี ิตของปลา อาจทำให้ปลาตายได้
9.12 นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลาจากหนังสือ
เรยี นและนำเสนอใหเ้ พ่อื นในหอ้ งฟัง
5. ขัน้ ประเมิน(Evaluation)
9.13 ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาวา่ จากหัวขอ้ ที่เรยี นมาและการปฏบิ ัติกิจกรรมมจี ดุ ใดบ้างที่ยังไม่
เขา้ ใจหรอื ยงั มีข้อสงสัยถ้ามีครชู ่วยอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ
9.14 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปญั หาหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บ้าง
9.15 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับประโยชน์ทไี่ ดร้ ับจากการปฏิบัติกจิ กรรม และ
การนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
9.16 ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนักเรยี น ดงั นี้
– สัตว์มีกระดูกสนั หลงั ในกลมุ่ ปลามีลักษณะสำคญั ใด
– ถ้าเราเจอสตั วน์ ำ้ ทมี่ คี รีบและหางเราจะสรปุ ว่า เป็นสัตว์มีกระดกู สนั หลังในกลุ่มปลาได้หรือไม่เพราะ
อะไร
ขัน้ สรปุ
9.17 ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เกี่ยวกบั สตั ว์มีกระดูกสันหลังในกลุม่ ปลา โดยรว่ มกนั เขียนเป็นแผนที่
ความคิดหรือผงั มโนทศั น์
10. ส่ือการเรยี นรู้
สอ่ื การเรียนรู้
• หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
• แบบฝึกหัด รายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4
• ส่อื การเรียนรู้PowerPoint รายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตรช์ ั้นประถมศึกษาปที ี่ 4
แหล่งการเรียนรู้
• ห้องเรียน
• อินเทอร์เน็ต
12
11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
รายการวดั วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
2.แบบฝึกหัด - ประเมินตามสภาพจริง
(Rubrics) - แบบประเมินการสืบ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2. พฤติกรรมการมสี ว่ น
รว่ ม - ประเมินตามสภาพจริง สอบข้อมูล
(Rubrics)
3. ความใฝเ่ รยี นรแู้ ละ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุง่ ม่นั ในการทำงาน - ประเมนิ ตามสภาพจริง การทำงานรายบุคคล เกณฑ์
(Rubrics)
แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คณุ ลกั ษณะ เกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
12. กจิ กรรมบูรณาการแนวคดิ การจดั การเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อ่านออก) (W)Riting (เขยี นได้) (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )
Critical thinking&problem solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา)
Creativity&innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
Communications,information&media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร,สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร)
Career&learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)
13
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มงานวิชาการ
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ องนางสาวณฎั ฐา ประทมุ สวุ รรณ แล้ว มคี วามเห็นดังนี้
5. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
6. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี ังไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
7. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ
...................................................................................................................... ..................
............................................................................................................................. ...........
ลงชือ่ ……………………………...หวั หนา้ กลมุ่ งานวิชาการ
(นางสาวกรรณิกา อรรถชัยยะ)
14
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของนางสาวณฎั ฐา ประทมุ สวุ รรณ มีความเหน็ ดังนี้
5. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทยี่ ังไมเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
7. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
.................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ...........
ลงช่อื …………………………..รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางสุพรรณี หนูรุ่น)
15
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. สรุปผลหลังการจดั การเรียนรู้
นกั เรยี นจำนวน..................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร้.ู .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
นกั เรยี นนี่ไมผ่ ่าน มดี งั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ด้านความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .........................
1.2 ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ(P)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ...
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................................ ....................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวณัฎฐา ประทมุ สุวรรณ )
ตำแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย
16
โรงเรียนบ้านฉลอง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว14101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4
1.ภมาคาตเรรยี ฐนาทน่ีก1ารเรียนรู้ ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยกมาารตเรรยีฐานนรทู้ ว่ี 31.3สัตเขว้าแ์ ใลจะกปรระะบเภวทนขกอารงสแัตลวะ์ควาเมรสอ่ื ำงคสัญตั ขวอ์มงีกกราะรดถูก่าสยันทหอลดังล(สักัตษวณ์สะะเททานิ งนพ้ำันสธะุกเทรินรมบก)สาร
พเันวธลุการรม1 กาชรว่ั เปโมลงี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสคิ่งรมูผีชสู้ ีวอิตนควนาม.สห. ลณาัฎกฐหาลปายรทะทางุมชสีววุ ภรราณพ และวิวัฒนาการ
ของสิง่ มีชวี ิตรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ตวั ชว้ี ัดชั้นปี
ว 1.3 ป. 4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์
สะเทนิ น้ำสะเทนิ บก กลุ่มสัตว์เลอื้ ยคลาน กล่มุ นก และกลมุ่ สตั ว์เลย้ี งลูกด้วยน้ำนม และยกตวั อย่างสิ่งมีชีวิตใน
แต่ละกลุม่
3.สาระสำคัญ
สัตว์มีกระดูกสนั หลงั ในกล่มุ สัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทนิ บกเป็นสัตว์เลอื ดเยน็ ออกลูกเปน็ ไขต่ ัวอ่อน มีหาง
เหมอื นปลา หายใจดว้ ยเหงือก และเจริญเตบิ โตในน้ำ สว่ นตวั เต็มวัยมีผวิ หนังเปยี กช้ืนหายใจด้วยปอดและ
ผวิ หนังและเจริญเตบิ โตบนบก
4.สาระการเรยี นรู้
สตั ว์มกี ระดูกสันหลงั กลมุ่ สัตวส์ ะเทินนำ้ สะเทินบก
5. จุดประสงคก์ ารเรยนรู้
1) บรรยายลักษณะเฉพาะทีส่ ังเกตไดข้ องสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ในกลมุ่ สัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทนิ บกได(้ K)
2) นำความรเู้ รอื่ งสัตว์มกี ระดูกสนั หลัง(กลุม่ สัตวส์ ะเทนิ น้ำสะเทินบกได้) ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได(้ P)
3) เป็นผู้มีความใฝร่ ู้และมุ่งมั่นในการทำงาน (A)
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อย่อู ยา่ งพอเพียง
ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต มงุ่ ม่ันในการทำงาน
มีวนิ ัย รักความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รยี นรู้ มจี ิตสาธารณะ
7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
8.1 การสืบคน้ ขอ้ มูลลกั ษณะของสัตวม์ ีกระดกู สนั หลังในกลมุ่ สตั วส์ ะเทนิ นำ้ สะเทินบก
17
8.2 ใบกจิ กรรมท่ี 3.2 ลักษณะของสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ทง้ั 5 กล่มุ
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
9.1 ครูทบทวนเรื่องสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา โดยให้นักเรียนบอกลักษณะของสัตว์มีกระดูก
สนั หลงั ในกล่มุ ปลามาคนละ 1 ลักษณะ (แนวคำตอบ สตั ว์มกี ระดูกสันหลังในกลมุ่ ปลาเป็นสตั ว์เลือดเย็น)
9.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรียนร้เู ร่อื งสัตวม์ กี ระดูกสันหลงั (สัตวส์ ะเทนิ นำ้ สะเทนิ บก)
ข้ันจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Process) ซง่ึ มีขัน้ ตอนดังน้ี
1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
9.3 ครูกระต้นุ นกั เรียนโดยการเขียนคำว่าสตั ว์สะเทนิ น้ำสะเทินบก บนกระดานแลว้ ถามนักเรยี นวา่
– นักเรียนร้จู ักสัตว์สะเทนิ น้ำสะเทนิ บกหรอื ไม่ ยกตัวอย่าง (แนวคำตอบ รจู้ ักเช่นกบ)
– เราเรียกสัตว์บางชนิดว่าสัตว์สะเทินนำ้ สะเทินบกเพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะสัตว์กลุ่มนี้มีชว่ ง
ชีวิตทีเ่ จริญเตบิ โตในนำ้ และบนบก)
9.4 นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกับคำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณข์ องนักเรียน
2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
9.5 ให้นักเรียนศึกษาเรื่องลักษณะของสัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทนิ นำ้ สะเทินบกจากเรยี น
โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมีลักษณะบาง
ประการท่ีเปน็ ลกั ษณะเฉพาะ
9.6 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ
สะเทินบก โดยดำเนินการตามขนั้ ตอนดงั นี้
– แตล่ ะกลุ่มวางแผนการสบื คน้ ข้อมลู โดยแบ่งหัวข้อสตั ว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทิน
บกเปน็ หวั ข้อย่อยเช่นอุณหภมู ิลำตัวลักษณะภายนอก อวยั วะในการหายใจ และการเจริญเติบโต ให้สมาชิกแต่
ละกลมุ่ ช่วยกนั สบื คน้ ตามหวั ข้อทก่ี ำหนด
– สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่มของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก
หนังสือ
– สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟังรวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดว่าสมาชกิ ทกุ คนมีความรคู้ วามเข้าใจที่ตรงกนั
– สมาชิกกลุม่ ช่วยกนั สรุปความรทู้ ีไ่ ด้ทั้งหมดเปน็ ผลงานของกลุ่ม
9.7 ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนกั เรียนขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส
ให้นกั เรยี นทกุ คนซักถามเม่ือมีปัญหา
3. ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป(Explanation)
9.8 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนกล่มุ นำเสนอผลการปฏิบตั กั จิ กรรมหน้าห้องเรยี น
9.9 นักเรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบัิตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ตอ่ ไปน้ี
9.10 สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมีลักษณะสำคัญอะไร (แนวคำตอบ สัตว์มี
กระดูกสันหลงั ในกลุ่มสัตว์สะเทนิ นำ้ สะเทินบกเปน็ สตั วเ์ ลือดเยน็ ออกลูกเปน็ ไข่ตวั อ่อนมหี างเหมือนปลา หายใจ
ด้วยเหงือก และเจริญเติบโตในน้ำสว่ นตัวเต็มวัยมีผิวหนังเปียกช้ืนหายใจดว้ ยปอดและผิวหนังและเจรญิ เติบโต
บนบก)
18
9.11 สัตว์มกี ระดกู สันหลังในกลุ่มสัตวส์ ะเทินน้ำสะเทินบกมีลกั ษณะสำคญั ใดทต่ี ่างจากสัตว์ในกลุ่มอื่น
(แนวคำตอบ ชว่ งตวั ออ่ นเจริญเตบิ โตในนำ้ และช่วงตัวเตม็ วยั เจรญิ เตบิ โตบนบก)
9.12 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูก
สันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นสัตว์เลือดเย็นออกลูกเป็นไข่ตัวอ่อนมีหางเหมือนปลาหายใจด้วย
เหงอื กและเจรญิ เติบโตในน้ำสว่ นตวั เต็มวยั มผี ิวหนังเปยี กชื้นหายใจดว้ ยปอดและผิวหนงั และเจรญิ เตบิ โตบนบก
4. ขั้นขยายความร้(ู Elaboration)
9.13 ครนู ำวฏั จักรชีวติ ของกบมาให้นักเรียนดูแลว้ อธบิ ายวา่ สตั วม์ กี ระดกู สันหลงั ในกลมุ่ สตั วส์ ะเทินนำ้
สะเทนิ บกมชี ่วงชีวติ ที่อาศยั อย่ทู งั้ ในน้ำและบนบก
9.14 นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำ
สะเทินบกจากหนงั สือเรยี นภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอร์เนต็ และนำเสนอใหเ้ พอ่ื นในหอ้ งฟัง
5. ขั้นประเมิน(Evaluation)
9.15 ครใู ห้นักเรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรยี นมาและการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมมจี ุดใดบา้ งท่ียังไม่
เข้าใจหรือยงั มีขอ้ สงสยั ถ้ามีครชู ่วยอธิบายเพิม่ เตมิ ให้นักเรยี นเขา้ ใจ
9.16 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหสหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บ้าง
9.17 ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับประโยชน์ทไี่ ดร้ ับจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม และ
การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
9.18 ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยถามคำถามนักเรียน เช่น
– สตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุม่ สัตว์สะเทนิ นำ้ สะเทินบกมลี กั ษณะสำคัญอะไรบา้ ง
– ถ้าเราเจอสัตว์มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ทั้งในน้ำและบนบก เราจะจำแนกว่าเป็นสัตว์มีกระดูกสัน
หลงั ในกลุม่ สตั ว์สะเทนิ นำ้ สะเทินบกไดห้ รือไมเ่ พราะอะไร
ขัน้ สรุป
9.19 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก โดย
รว่ มกนั เขียนเป็นแผนทค่ี วามคิดหรอื ผงั มโนทศั น์
10. ส่อื การเรยี นรู้
ส่อื การเรยี นรู้
• หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4
• แบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
• สอื่ การเรยี นรู้PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ชัน้ ประถมศึกษาปีท4ี่
แหลง่ การเรียนรู้
• ห้องเรียน
19
11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
รายการวดั วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
3.แบบฝึกหัด - ประเมินตามสภาพจริง
(Rubrics) - แบบประเมินการสืบ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2. พฤติกรรมการมสี ว่ น
รว่ ม - ประเมินตามสภาพจริง สอบข้อมูล
(Rubrics)
3. ความใฝเ่ รยี นรแู้ ละ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุง่ ม่นั ในการทำงาน - ประเมนิ ตามสภาพจริง การทำงานรายบุคคล เกณฑ์
(Rubrics)
แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คณุ ลกั ษณะ เกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
12. กจิ กรรมบูรณาการแนวคดิ การจดั การเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อ่านออก) (W)Riting (เขยี นได้) (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )
Critical thinking&problem solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา)
Creativity&innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
Communications,information&media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร,สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร)
Career&learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)
20
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ องนางสาวณฎั ฐา ประทุมสวุ รรณ แล้ว มคี วามเห็นดังนี้
9. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ทีย่ ังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
11. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
12. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
ลงชอื่ ……………………………...หวั หนา้ กลุม่ งานวิชาการ
(นางสาวกรรณิกา อรรถชัยยะ)
21
ความคดิ เห็นของรองผู้อำนวยการโรงเรียน
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ องนางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ มีความเหน็ ดังนี้
9. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทีย่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
11. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
12. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... .................
ลงชื่อ…………………………..รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางสุพรรณี หนรู นุ่ )
22
บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. สรุปผลหลังการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจำนวน..................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
นกั เรยี นน่ไี มผ่ ่าน มดี ังน้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ด้านความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ(P)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. ......
1.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
.............................................................................................................................................. ......................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................................. .......................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................
(นางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ )
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย
23
โรงเรยี นบา้ นฉลอง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4
สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวชิ า ว14101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 สัตว์และประเภทของสตั ว์ เรอ่ื ง สตั ว์มกี ระดูกสันหลงั (สตั ว์เล้ือยคลาน)
เวลา 1 ชว่ั โมง ครูผูส้ อน น.ส. ณัฎฐา ประทมุ สุวรรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสิง่ มีชวี ติ รวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ตัวชวี้ ัดช้ันปี
ว 1.3 ป. 4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์
สะเทนิ น้ำสะเทนิ บก กล่มุ สตั ว์เล้ือยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สัตว์เลย้ี งลูกดว้ ยนำ้ นม และยกตัวอย่างส่ิงมีชีวิตใน
แต่ละกลุ่ม
3.สาระสำคญั
สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเป็นสัตว์เลือดเย็นลำตัวมีเกล็ดหรือผิวหนังหนา ออกลูก
เปน็ ไข่หายใจดว้ ยปอด และเจรญิ เติบโตบนบก
4.สาระการเรยี นรู้
สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั กลุ่มสัตว์เลอื้ ยคลาน
5. จุดประสงคก์ ารเรยนรู้
1) บรรยายลกั ษณะเฉพาะท่สี งั เกตได้ของสัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกลุม่ สตั วเ์ ล้อื ยคลานได้(K)
2) จำแนกสัตวเ์ ป็นกลุ่มสัตวส์ ะเทินน้ำสะเทินบกและกลุม่ สัตว์เล้อื ยคลานได้(K)
3) นำความร้เู ร่ืองสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั (สัตวเ์ ล้ือยคลาน) ไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้(P)
4) เปน็ ผ้มู คี วามใฝร่ ู้และมุ่งมนั่ ในการทำงาน (A)
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ มงุ่ มั่นในการทำงาน
ซอื่ สตั ย์สุจริต รักความเปน็ ไทย
มวี นิ ัย มีจติ สาธารณะ
ใฝ่เรยี นรู้
7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
24
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน
8.1 การสืบคน้ ขอ้ มูลลักษณะของสัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั ในกลมุ่ สตั วเ์ ล้อื ยคลาน
8.2 ใบกจิ กรรมที่ 3.2 ลักษณะของสัตวม์ ีกระดกู สันหลังทัง้ 5 กลมุ่
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
3.สาระสำคัญ
สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเป็นสัตว์เลือดเย็นลำตัวมีเกล็ดหรือผิวหนังหนา ออกลูก
เปน็ ไข่หายใจดว้ ยปอด และเจรญิ เติบโตบนบก
4.สาระการเรียนรู้
สตั วม์ ีกระดกู สันหลงั กล่มุ สตั ว์เลื้อยคลาน
5. จุดประสงคก์ ารเรยนรู้
1) บรรยายลักษณะเฉพาะที่สงั เกตไดข้ องสัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกลุ่มสตั ว์เลอ้ื ยคลานได้(K)
2) จำแนกสตั วเ์ ป็นกลมุ่ สตั ว์สะเทินน้ำสะเทินบกและกลุ่มสัตว์เล้อื ยคลานได้(K)
3) นำความรู้เรอ่ื งสตั วม์ ีกระดูกสนั หลัง(สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน) ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้(P)
4) เป็นผูม้ ีความใฝ่รแู้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน (A)
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ อย่อู ย่างพอเพียง
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ม่งุ ม่ันในการทำงาน
ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ
มีวนิ ยั รกั ความเปน็ ไทย
ใฝ่เรยี นรู้ มีจิตสาธารณะ
7. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
8.1 การสบื ค้นข้อมลู ลักษณะของสตั วม์ กี ระดูกสนั หลังในกลุ่มสตั วเ์ ลือ้ ยคลาน
8.2 ใบงาน จำแนกสตั วม์ ีกระดกู สนั หลงั เป็นกล่มุ สัตว์เล้ือยคลาน
9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
9.1 ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก โดยให้
นักเรียนยกตัวอย่างลักษณะสำคัญของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกมาคนละ 1
ลักษณะ (แนวคำตอบ สตั วมี์กระดูกสนั หลงั ในกลมุ่ สัตว์สะเทนิ นำ้ สะเทนิ บกออกลูกเป็นไข่)
25
9.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรยี นร้เู รอื่ งสัตว์มกี ระดกู สันหลัง(สตั ว์เลอ้ื ยคลาน)
ขัน้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความร(ู้ Inquiry Process) ซึง่ มขี ั้นตอนดงั นี้
1. ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
9.3 ครูนำรูปเตา่ กำลังว่ายน้ำมาให้นักเรียนดูแล้วถามนักเรยี นว่าเต่าเป็นสัตว์มกี ระดูกสันหลงั ในกลุ่มใด
เพราะอะไร (แนวคำตอบ เตา่ เป็นสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุ่มสัตวเ์ ลื้อยคลาน เพราะเตา่ หายใจด้วยปอดและมี
ผวิ หนังหนา)
9.4 นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั คำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณ์ของนกั เรียน
2. ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
9.5 ให้นักเรียนศึกษาเรื่องลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานจากหนังสือเรียน
โดยครูชว่ ยอธิบายให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ สัตว์มีกระดกู สันหลังในกลุม่ สตั ว์เลื้อยคลานมลี กั ษณะบางประการท่เี ปน็
ลักษณะเฉพาะ
9.6 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับสัตว์มีกระดูกสนั หลงั ในกลุ่มสัตวเ์ ลื้อยคลาน
โดยดำเนินการตามขัน้ ตอนดงั นี้
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูลโดยแบ่งหัวข้อสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเป็น
หัวข้อย่อยเช่น อุณหภูมิร่างกาย ลักษณะภายนอก อวัยวะในการหายใจ และการเจริญเติบโต ให้สมาชิกแต่ละ
กล่มุ ช่วยกันสืบคน้ ตามหัวขอ้ ทกี่ ำหนด
– สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่มของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก
หนงั สอื
– สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่มฟังรวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดว่าสมาชกิ ทกุ คนมีความรคู้ วามเขา้ ใจทต่ี รงกัน
– สมาชกิ กลมุ่ ช่วยกนั สรุปความรู้ทไ่ี ด้ท้งั หมดเปน็ ผลงานของกลุ่ม
9.7 ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสให้นกั เรยี นทุกคนซกั ถามเมอ่ื มปี ัญหา
3. ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
9.8 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนา้ ห้องเรียน
26
9.9 นกั เรยี นและครูร่วมกันอภิปรายและหาขอ้ สรปุ จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปนี้
– สตั ว์มกี ระดกู สันหลงั ในกลมุ่ สัตว์เลอ้ื ยคลานมีลกั ษณะสำคญั อะไร (แนวคำตอบ สัตว์มกี ระดกู สันหลงั
ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเป็นสัตว์เลือดเย็นลำตัวมีเกล็ดหรือผิวหนังหนา ออกลูกเป็ นไข่หายใจด้วยปอด และ
เจรญิ เติบโตบนบก)
– สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตวเ์ ลือ้ ยคลานแตกต่างจากสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสตั ว์สะเทินนำ้
สะเทินบกลักษณะใด (แนวคำตอบ สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเจริญเติบโตเฉพาะบนบก
เท่านนั้ )
9.10 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูก
สนั หลังในกลุ่มสัตว์เล้ือยคลานเป็นสัตว์เลือดเยน็ ลำตัวมเี กล็ด หรอื ผิวหนงั หนา ออกลกู เป็นไข่หายใจด้วยปอด
และเจริญเติบโตบนบก
4. ขนั้ ขยายความรู(้ Elaboration)
9.11 ครูให้นักเรียนฝึกจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์มีกระดกู
สนั หลังในกล่มุ สตั วเ์ ลอ้ื ยคลานตามข้ันตอนดังนี้
– ครูเตรยี มบตั รภาพสัตว์มีกระดกู สันหลังในกลุ่มสตั ว์สะเทนิ น้ำสะเทินบกและสัตว์มีกระดูกสันหลังใน
กลุ่มสัตว์เลือ้ ยคลานมาประมาณ 12 แผ่น
– จัดนักเรียนเป็น 2 แถว หาตัวแทนถือแผ่นภาพ 1 คน โดยให้ยกขึ้นทีละแผ่นให้เพื่อนดเู พียงครูห่ นงึ่
แลว้ เกบ็ ลง
– เพ่ือนคนแรกของแต่ละแถวบอกว่าภาพท่ีเห็นเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตวส์ะเทินน้ำสะเทิน
บกหรอื สัตว์มกี ระดกู สนั หลังในกลุ่มสัตวเ์ ล้อื ยคลาน ใครตอบได้ก่อนและถูกต้องจะไดเ้ ก็บบัตรภาพไว้
– เปล่ียนใหค้ นท่ี 2 ทำกจิ กรรม และเปล่ยี นไปจนหมดแถว
27
9.12 นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน
จากหนังสือเรียนและนำเสนอให้เพอ่ื นในหอ้ งฟัง
5. ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
9.13 ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรยี นมาและการปฏิบตั ิกิจกรรมมีจุดที่ยังไม่เข้าใจ
หรือยังมีข้อสงสยั ถ้ามคี รชู ่วยอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ใหน้ กั เรียนเข้าใจ
9.14 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปญั หาหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บ้าง
9.15 ครูและนกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการปฏิบัติกจิ กรรม และ
การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
9.16 ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนักเรียน เชน่
– สัตวม์ กี ระดูกสันหลังในกลมุ่ สตั ว์เลือ้ ยคลานมลี ักษณะสำคญั อะไรบ้าง
– สัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่ม
สตั ว์เลอ้ื ยคลานมลี กั ษณะสำคญั ใดท่ีแตกตา่ งกนั
ขน้ั สรปุ
9.17 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปเกย่ี วกับสัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตวเ์ ลอ้ื ยคลาน โดยรว่ มกัน
เขยี นเป็นแผนทีค่ วามคิดหรือผังมโนทัศน์
10. ส่ือการเรียนรู้
สื่อการเรยี นรู้
• หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
• แบบฝกึ หัด รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
• สือ่ การเรยี นรู้PowerPoint รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตรช์ นั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
แหล่งการเรยี นรู้
• ห้องเรียน
28
11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
รายการวดั วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
4.แบบฝึกหัด - ประเมินตามสภาพจริง
(Rubrics) - แบบประเมินการสืบ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2. พฤติกรรมการมสี ว่ น
รว่ ม - ประเมินตามสภาพจริง สอบข้อมูล
(Rubrics)
3. ความใฝเ่ รยี นรแู้ ละ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุง่ ม่นั ในการทำงาน - ประเมนิ ตามสภาพจริง การทำงานรายบุคคล เกณฑ์
(Rubrics)
แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คณุ ลกั ษณะ เกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
12. กจิ กรรมบูรณาการแนวคดิ การจดั การเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อ่านออก) (W)Riting (เขยี นได้) (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )
Critical thinking&problem solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา)
Creativity&innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
Communications,information&media literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร,สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร)
Career&learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)
29
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู องนางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ แล้ว มคี วามเห็นดังน้ี
13. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
14. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่เี นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
15. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
16. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................... .................................
ลงชอ่ื ……………………………...หวั หน้ากลุ่มงานวิชาการ
(นางสาวกรรณกิ า อรรถชยั ยะ)
30
ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของนางสาวณฎั ฐา ประทมุ สุวรรณ มีความเหน็ ดังนี้
13. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ
14. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทยี่ ังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
15. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
16. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
.................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ...........
ลงชือ่ …………………………..รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางสพุ รรณี หนรู นุ่ )
31
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. สรุปผลหลังการจดั การเรียนรู้
นกั เรยี นจำนวน..................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร้.ู .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
นกั เรยี นนี่ไมผ่ ่าน มดี งั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ด้านความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .........................
1.2 ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ(P)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ...
1.3 ด้านคณุ ลักษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ...................................
....................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
................................................................................................................................ ....................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวณัฎฐา ประทมุ สุวรรณ )
ตำแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย
32
โรงเรยี นบา้ นฉลอง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5
สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วิชา ว14101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สตั วแ์ ละประเภทของสัตว์ เรอ่ื ง สตั วม์ ีกระดูกสันหลัง(นก)
เวลา 1 ช่วั โมง ครผู ูส้ อน น.ส. ณฎั ฐา ประทมุ สวุ รรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสงิ่ มีชีวติ รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. ตัวชีว้ ดั ช้นั ปี
ว 1.3 ป. 4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์
สะเทินน้ำสะเทินบก กลมุ่ สตั ว์เล้ือยคลาน กล่มุ นก และกลมุ่ สัตวเ์ ลยี้ งลูกดว้ ยนำ้ นม และยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตใน
แตล่ ะกลมุ่
3.สาระสำคญั
สตั ว์มีกระดูกสันหลงั ในกลุม่ นกเป็นสัตวเ์ ลอื ดอุ่นลำตวั ปกคลมุ ดว้ ยขนเป็นแผง ปากเปน็ จะงอย ไม่มี
ฟันออกลกู เปน็ ไขห่ ายใจด้วยปอด และเจรญิ เตบิ โตบนบก
4.สาระการเรียนรู้
สตั ว์มกี ระดกู สันหลัง กลมุ่ นก
5. จุดประสงคก์ ารเรยนรู้
1) บรรยายลักษณะเฉพาะทสี่ งั เกตได้ของสัตว์มีกระดูกสนั หลังในกลมุ่ นก (K)
2) นำความรู้เร่ืองสตั วม์ กี ระดูกสันหลัง(นก) ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได ้(P)
3) เปน็ ผมู้ ีความใฝร่ ้แู ละม่งุ ม่นั ในการทำงาน (A)
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
ซ่อื สัตย์สจุ รติ รกั ความเปน็ ไทย
มวี ินยั มจี ติ สาธารณะ
ใฝ่เรียนรู้
7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่อื สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแก้ปญั หา
33
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
8.1 การสบื คน้ ขอ้ มลู ลักษณะของสตั วม์ กี ระดูกสันหลงั ในกล่มุ นก
8.2 ใบกจิ กรรมท่ี 3.2 ลกั ษณะของสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ทงั้ 5 กลุ่ม
9. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
9.1 ครทู บทวนเรือ่ งสัตว์มกี ระดกู สนั หลังในกลุ่มปลา กลุ่มสตั ว์สะเทินนำ้ สะเทินบก กลมุ่ ตวเ์ ลอ้ื ยคลาน
โดยใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างสัตวใ์ นแต่ละกล่มุ (แนวคำตอบ สตั วม์ ีกระดกู สันหลังในกลมุ่ ปลา เช่นปลาดุกและ
ปลาช่อน สตั วม์ ีกระดกู สนั หลังในกลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทนิ บก เชน่ กบและคางคก และสัตว์มกี ระดกู สันหลงั ใน
กลมุ่ สัตวเ์ ลอื้ ยคลาน เช่นจระเขแ้ ละเตา่
9.2 ครูถามคำถามนกั เรียนวา่ นอกจากสตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุ่มปลา กลุ่มสตั วส์ ะเทินน้ำสะเทนิ บก
และกลมุ่ สตั ว์เล้ือยคลานแลว้ สัตว์มีกระดูกสนั หลงั ยงั จำแนกเปน็ กลุ่มใดได้อีก(แนวคำตอบ จำแนกเปน็ กลุ่มนก
และกลุ่มสัตวเ์ ลี้ยงลกู ด้วยนำ้ นม)
9.3 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรยี นรู้เรอื่ งสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั (นก)
ข้ันจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู(้ Inquiry Process) ซึง่ มขี ้ันตอนดังนี้
1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
9.4 ครกู ระตุน้ นักเรียนโดยถามคำถามวา่ นักเรยี นรจู้ กั สัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั ในกลุ่มนกหรือไม่
ยกตวั อยา่ ง (แนวคำตอบ รู้จักสตั วม์ีกระดกู สันหลังในกลุ่มนก เช่นนกกระจอกและนกนางนวล)
9.5 นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายเก่ยี วกบั คำตอบจากคำถามของครตู ามประสบการณ์ของนกั เรียน
2. ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
9.6 ให้นักเรียนศึกษาเรื่องลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มนกจากใบความรู้หรือในหนังสือ
เรยี น โดยครูชว่ ยอธิบายใหน้ กั เรียนเข้าใจว่าสัตวม์ กี ระดูกสนั หลังในกลุ่มนกมลี ักษณะบางประการทเ่ี ป็น
ลกั ษณะเฉพาะ
9.7 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มนกโดย
ดำเนินการตามขน้ั ตอนดงั นี้
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบคน้ ขอ้ มลู โดยแบ่งหัวขอ้ สตั วม์ ีกระดูกสนั หลังในกลุ่มนกเป็นหัวขอ้
ยอ่ ยเช่นอุณหภมู ิร่างกาย ลกั ษณะภายนอก อวยั วะในการหายใจ และการเจรญิ เติบโต ให้สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่
ช่วยกันสบื ค้นตามหวั ขอ้ ท่กี ำหนด
– สมาชกิ แต่ละกล่มุ ชว่ ยกนั สบื คน้ ขอ้ มูลตามหัวข้อท่ีกล่มุ ของตนเองรับผดิ ชอบโดยการสบื ค้นจาก
หนังสอื วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชน และอนิ เทอรเ์ นต็
– สมาชิกกลมุ่ นำขอ้ มูลทสี่ บื คน้ ไดม้ ารายงานให้เพื่อนๆ สมาชกิ ในกลุ่มฟงั รวมทั้งร่วมกันอภปิ ราย
ซักถามจนคาดว่าสมาชกิ ทกุ คนมีความร้คู วามเข้าใจท่ตี รงกนั
– สมาชกิ กลมุ่ ช่วยกันสรุปความรู้ทไี่ ด้ทง้ั หมดเปน็ ผลงานของกลมุ่
9.8 ครูคอยแนะนำชว่ ยเหลือนกั เรียนขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยครเู ดนิ ดูรอบๆ ห้องเรยี นและเปดิ โอกาส
ใหน้ กั เรียนทุกคนซกั ถามเมื่อมีปญั หา
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
34
9.9 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหนา้ ห้องเรียน
9.10 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม
ตอ่ ไปนี้
– สัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุ่มนกมีลกั ษณะสำคญั อะไร (แนวคำตอบ สัตว์มีกระดูกสนั หลังในกลุม่
นกเป็นสตั วเ์ ลอื ดอุ่นลำตัวปกคลมุ ด้วยขนเป็นแผง ปากเปน็ จะงอย ไม่มีฟนั ออกลูกเปน็ ไขห่ ายใจด้วยปอด
และเจรญิ เติบโตบนบก)
– เป็ดที่มปี ากแบนจำแนกเป็นสัตว์มกี ระดกู สันหลงั ในกล่มุ นกหรือไม่เพราะอะไร (แนวคำตอบ
เป็ดจำแนกเปน็ สตั ว์มีกระดูกสนั หลงั ในกลุ่มนก เพราะมีลักษณะของสัตวใ์ นกลุ่มนก เช่นมีขนเป็นแผงและ
ออกลกู เปน็ ไข่แมว้ ่าจะมีปากแบนแตก่ ็มลี ักษณะแขง็ และไม่มีฟนั )
9.11 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์มีกระดูก
สันหลังในกล่มุ นกเป็นสัตว์เลือดอนุ่ ลำตวั ปกคลุมดว้ ยขนเป็นแผง ปากเปน็ จะงอย ไม่มีฟันออกลูกเป็นไข่หายใจ
ดว้ ยปอด และเจรญิ เติบโตบนบก
4. ขั้นขยายความร(ู้ Elaboration)
9.12 ครูขยายความรใู้ ห้กบั นกั เรยี นวา่ สตั ว์เลือดอุ่นหมายถึงสตั ว์ทม่ี อี ุณหภูมิภายในลำตัวคงท่ีไม่
เปล่ยี นไปตามอุณหภมู ิของสิ่งแวดลอ้ ม แตส่ ตั ว์เลือดอนุ่ ก็มวี ธิ ีรกั ษาอุณหภมู ภิ ายในลำตวั ใหเ้ หมาะสมตอ่ การ
ดำรงชีวิตเช่นในช่วงฤดหู นาว นกบางชนิดจะยา้ ยถิ่นฐานมายงั บรเิ วณทมี่ ีอากาศอบอ่นุ หรือชว่ งฤดูร้อน นกจะ
กนิ นำ้ มากกวา่ ปกติเพ่อื ระบายความร้อน
9.13 ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ วา่ สตั ว์มีกระดกู สันหลังในกล่มุ นก นอกจากนกชนิดตา่ งๆ แลว้ ยงั รวมถงึ ไกเ่ ปด็
และห่านซึ่งมลี กั ษณะสำคัญท่ีเหมอื นกันคือเป็นสตั วเ์ ลอื ดอนุ่ ลำตัวปกคลุมด้วยขนเป็นแผง ปากเป็นจะงอย
ไม่มฟี นั (ยกเวน้ เป็ดและหา่ นที่มีปากลักษณะแบน) ออกลูกเป็นไข่หายใจดว้ ยปอด และเจรญิ เติบโตบนบก
5. ขน้ั ประเมิน(Evaluation)
9.14 ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหวั ขอ้ ทีเ่ รียนมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรมมีจุดใดบา้ งท่ยี งั ไม่
เขา้ ใจหรือยงั มขี อ้ สงสัยถา้ มีครูชว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเติมให้นักเรยี นเข้าใจ
9.15 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏบิตกั ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บา้ ง
9.16 ครแู ละนกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม และ
การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
9.17 ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยถามคำถามนักเรียน เช่น
– นอกจากนกแลว้ มีสตั ว์ชนิดใดอยู่ในกลมุ่ นกอีกหรอื ไม่ยกตวั อยา่ ง
– เป็ดและห่านจดั อยใู่ นกลมุ่ นกเพราะอะไร
ขน้ั สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มนก โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ี
ความคิดหรือผงั มโนทัศน์
10. ส่ือการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
• หนังสอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4
• แบบฝึกหดั รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
35
• ส่อื การเรียนรู้PowerPoint รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ช้ันประถมศึกษาปที 4ี่
แหล่งการเรยี นรู้
•หอ้ งเรยี น
11. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
5.แบบฝึกหดั - ประเมินตามสภาพจริง
(Rubrics) - แบบประเมินการสบื - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2. พฤติกรรมการมีส่วน
ร่วม - ประเมินตามสภาพจริง สอบข้อมูล
(Rubrics)
3. ความใฝ่เรยี นรู้และ แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุ่งมัน่ ในการทำงาน - ประเมินตามสภาพจริง การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
(Rubrics)
แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คุณลกั ษณะ เกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
12. กจิ กรรมบูรณาการแนวคดิ การจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อา่ นออก) (W)Riting (เขียนได)้ (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )
Critical thinking&problem solving (ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา)
Creativity&innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
Communications,information&media literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร,สารสนเทศและรเู้ ท่าทันส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
Career&learning skills (ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้)
Compassion (มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบยี บวินยั )
36
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู องนางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ แล้ว มคี วามเห็นดังนี้
17. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
18. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่เี นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
19. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
20. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
ลงชอ่ื ……………………………...หวั หน้ากลุ่มงานวิชาการ
(นางสาวกรรณกิ า อรรถชยั ยะ)
37
ความคดิ เห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของนางสาวณัฎฐา ประทมุ สุวรรณ มีความเห็นดังนี้
17. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
18. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียงั ไมเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
19. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
20. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
..................................................................................................................... ...................
............................................................................................................................. ...........
ลงช่ือ…………………………..รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางสพุ รรณี หนรู นุ่ )
38
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
นักเรียนจำนวน..................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .....................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้.ู .................คน คดิ เป็นร้อยละ..................
นกั เรียนนไ่ี มผ่ า่ น มดี ังนี้
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .........................
1.2 ด้านทักษะ / กระบวนการ(P)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... ...
1.3 ดา้ นคุณลักษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางสาวณฎั ฐา ประทมุ สวุ รรณ )
ตำแหน่ง ครูผูช้ ว่ ย
39
โรงเรียนบา้ นฉลอง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6
สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว14101 ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 สัตว์และประเภทของสตั ว์ เรื่อง สัตว์มีกระดูกสันหลัง(สตั วเ์ ล้ยี งลกู ด้วยนม)
เวลา 1 ช่วั โมง ครูผู้สอน น.ส. ณฎั ฐา ประทุมสวุ รรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของส่งิ มชี วี ติ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตวั ชว้ี ัดชน้ั ปี
ว 1.3 ป. 4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์
สะเทนิ น้ำสะเทินบก กลมุ่ สัตว์เลือ้ ยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สัตวเ์ ล้ียงลูกด้วยนำ้ นม และยกตวั อย่างส่ิงมีชีวิตใน
แต่ละกลมุ่
3.สาระสำคญั
สัตวม์ ีกระดูกสันหลงั ในกลมุ่ สัตว์เล้ียงลกู ด้วยน้ำนมเปน็ สัตว์เลอื ดอนุ่ ลำตวั ปกคลมุ ด้วยขนเปน็ เส้นเพศ
เมยี มตี อ่ มสรา้ งน้ำนม ออกลูกเป็นตัวหายใจดว้ ยปอด และเจริญเตบิ โตบนบก
4.สาระการเรยี นรู้
สตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง กลุ่มสัตวเ์ ลยี้ งลูกด้วยน้ำนม
5. จุดประสงค์การเรยนรู้
1) บรรยายลักษณะเฉพาะทีส่ งั เกตไดข้ องสัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกลมุ่ สตั ว์เลีย้ งลกู ด้วยน้ำนม (K)
2) นำความรู้เรื่องสตั ว์มีกระดกู สันหลัง(สัตว์เลี้ยงลูกดว้ ยนำ้ นม) ไปใช้ในชีวิตประจำวันได(้ P)
3) เปน็ ผู้มีความใฝร่ แู้ ละมุ่งมน่ั ในการทำงาน (A)
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อยู่อย่างพอเพยี ง
รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มุง่ ม่นั ในการทำงาน
ซอ่ื สัตยส์ ุจริต รักความเป็นไทย
มีวนิ ยั มจี ิตสาธารณะ
ใฝ่เรียนรู้
7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
40
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชน้ิ งานหรือภาระงาน
8.1 การสบื คน้ ข้อมูลลกั ษณะของสตั ว์มีกระดกู สันหลังในกลุม่ สัตว์เลีย้ งลกู ดว้ ยนม
8.2 ใบกิจกรรมที่ 3.2 ลักษณะของสัตวม์ ีกระดกู สันหลงั ทงั้ 5 กลุ่ม
9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรียน
9.1 ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกบั สตั วม์ กี ระดกู สนั หลังในกลุม่ นก โดยใหน้ กั เรยี นยกตวั อย่างลกั ษณะ
สำคัญของสตั ว์แตล่ ะกลุ่มมาคนละ 1 ลักษณะ (แนวคำตอบ สัตวใ์ นกลมุ่ นกมีจะงอยปากแขง็ )
9.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรยี นรเู้ ร่อื งสตั วม์ ีกระดกู สันหลัง(สัตวเ์ ลยี้ งลกู ด้วยนำ้ นม)
ขั้นจดั กิจกรรมการเรียนรู้
จดั กิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความร(ู้ Inquiry Process) ซงึ่ มขี ัน้ ตอนดังนี้
1. ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
9.3 ครูนำรูปวาฬ โลมา คา้ งคาว และตนุ่ ปากเป็ดมาใหน้ กั เรยี นดูแล้วถามคำถามวา่
– สัตว์ในรูปเรยี กวา่ อะไรบา้ ง(แนวคำตอบ วาฬ โลมา คา้ งคาว และตนุ่ ปากเปด็ )
– สัตว์ในรูปจดั เปน็ สตั ว์มกี ระดกู สันหลังในกลมุ่ ใด (แนวคำตอบ สตั ว์เลี้ยงลกู ด้วยน้ำนม)
9.4 นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั คำตอบจากคำถามของครูตามประสบการณข์ องนักเรยี น
2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
9.5 แบ่งนักเรยี นกล่มุ ละ 5 – 6 คน สบื คน้ ข้อมูลเกย่ี วกบั วาฬ โลมา ค้างคาว และตนุ่ ปากเปด็
โดยดำเนนิ การตามขัน้ ตอนดงั น้ี
– แต่ละกลมุ่ วางแผนการสบื คน้ ข้อมูลโดยแบ่งหวั ขอ้ วาฬ โลมา คา้ งคาว และต่นุ ปากเปด็ เป็นหัวขอ้
ยอ่ ยเช่นแหลง่ ทอี่ ยู่ลักษณะภายนอก และลักษณะทแ่ี สดงถงึ สตั ว์ในกลมุ่ สัตว์เลี้ยงลกู ด้วยน้ำนม ใหส้ มาชิกแต่
ละกลมุ่ ชว่ ยกนั สบื ค้นตามหวั ขอ้ ที่กำหนด
– สมาชิกแตล่ ะกลุ่มช่วยกันสบื คน้ ขอ้ มูลตามหวั ข้อที่กลุม่ ของตนเองรับผดิ ชอบโดยการสืบค้นจาก
หนังสือวารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตรส์ ารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และอนิ เทอร์เนต็
– สมาชกิ กลมุ่ นำข้อมลู ท่ีสืบค้นไดม้ ารายงานให้เพ่ือน ๆ สมาชกิ ในกลุ่มฟงั รวมท้ังรว่ มกันอภปิ ราย
ซกั ถามจนคาดวา่ สมาชิกทุกคนมคี วามรูค้ วามเข้าใจทีต่ รงกนั
– สมาชิกกลุม่ ช่วยกนั สรุปความร้ทู ไี่ ดท้ ั้งหมดเป็นผลงานของกลมุ่
9.6 ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรียนขณะปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยครเู ดินดรู อบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาส
ใหน้ ักเรยี นทุกคนซกั ถามเมอื่ มปี ญั หา
3. ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป(Explanation)
9.7 นกั เรียนแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหน้าหอ้ งเรียน
9.8 นกั เรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากการปฏบติ ักิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ต่อไปนี้
– ลักษณะสำคัญที่ทำให้สัตว์กลุ่มนี้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมคืออะไร (แนวคำตอบ เพศเมียมีต่อม
สร้างนำ้ นม)
– วาฬและโลมาไมจ่ ัดเปน็ สัตว์มกี ระดูกสันหลังในกลมุ่ ปลาเพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะวาฬ
และโลมาหายใจด้วยปอด ออกลูกเปน็ ตวั และเพศเมยี มีต่อมสร้างน้ำนม ซึ่งแตกต่างจากลกั ษณะของสัตวม์ ี
กระดกู สันหลังในกลุ่มปลาที่หายใจด้วยเหงือกออกลูกเป็นไข่และเพศเมียไม่มตี ่อมสรา้ งน้ำนม)
41
– คา้ งคาวไมจ่ ดั เปน็ สตั ว์มกี ระดกู สนั หลังในกลมุ่ นกเพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะค้างคาว
ออกลกู เป็นตวั และเพศเมยี มตี ่อมสร้างน้ำนม ซ่งึ แตกตา่ งจากลักษณะของสตั ว์มีกระดกู สันหลงั ในกลมุ่ นกที่
ออกลกู เป็นไขแ่ ละเพศเมยี ไมม่ ตี ่อมสร้างน้ำนม)
– ตุน่ ปากเป็ดแตกตา่ งจากสัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั ในกลมุ่ สัตว์เลย้ี งลูกดว้ ยนำ้ นมชนดิ อน่ื ในเร่อื งใด
(แนวคำตอบ ออกลกู เป็นไข่และปากแบนและแข็งเหมอื นปากของเป็ดท่จี ำแนกอยู่ในสตั วม์ กี ระดกู สันหลังใน
กล่มุ นก)
9.9 ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ผลการปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเนน้ ให้นกั เรียนเข้าใจวา่ สัตวม์ ีกระดกู สัน
หลังในกลมุ่ สตั ว์เลีย้ งลกู ด้วยนำ้ นมเป็นสตั วเ์ ลอื ดอุ่นลำตวั ปกคลุมด้วยขนเป็นเส้นเพศเมียมตี อ่ มสร้างนำ้ นม
ออกลูกเปน็ ตวั หายใจดว้ ยปอด และเจริญเตบิ โตบนบก
4. ข้ันขยายความร้(ู Elaboration)
9.10 ครอู ธบิ ายความรเู้ สริมให้นักเรียนว่าสัตวม์ กี ระดกู สนั หลังในกลุม่ สัตวเ์ ลยี้ งลูกด้วยนำ้ นมบางชนดิ
อาศยั ในนำ้ เชน่ โลมาและวาฬ ซงึ่ แม้จะอาศยั ในนำ้ แต่กม็ ลี ักษณะสำคัญของสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุ่มสตั ว์
เลยี้ งลูกด้วยนำ้ นม คือเพศเมียมีต่อมสรา้ งน้ำนม ออกลกู เปน็ ตวั และหายใจด้วยปอด โดยสตั วพ์ วกนีจ้ ะมปี อด
ขนาดใหญเ่ พื่อกกั เก็บอากาศไวใ้ ช้หายใจเมื่อดำนำ้
9.11 ครอู ธิบายเรอ่ื งน่ารู้วาฬ โดยให้นักเรียนเขา้ ใจวา่ วาฬสามารถดำนำ้ ไดเ้ ฉล่ีย20 นาทแี ละสามารถ
ดำน้ำได้นานถึง1 ชั่วโมง ในขณะที่คนดำน้ำได้เฉลี่ยเพียง 3 นาทีและคนที่ถูกบันทึกสถิติโลกว่าดำน้ำได้นาน
ท่สี ุดสามารถดำนำ้ ไดน้ านถึง 22 นาท2ี 2 วินาที
5. ขั้นประเมนิ (Evaluation)
9.12 ครูให้นักเรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่าจากหวั ขอ้ ท่เี รียนมาและการปฏบิ ัติกิจกรรมมจี ุดใดบ้างทย่ี ังไม่
เข้าใจหรอื ยังมีข้อสงสัยถา้ มคี รูช่วยอธิบายเพิ่มเตมิ ให้นักเรียนเข้าใจ
9.13 นักเรยี นรว่ มกันประเมินการปฏิบัติจกรรมกลมุ่ ว่ามีปีญหาใดและได้แก้ไขอย่างไร
9.14 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการปฏบิ ัติกิจกรรม และ
การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชนฃ์
9.15 ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนักเรียน เช่น
– คา้ งคาวไมจ่ ดั อยใู่ นกลุ่มนกเพราะอะไร
– เราไม่เรยี กวาฬวา่ ปลาวาฬเพราะอะไร
ขัน้ สรปุ
9.16 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม โดย
ร่วมกัน
เขยี นเป็นแผนทคี่ วามคิดหรอื ผงั มโนทัศน์
9.17 ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้าเพื่อจัดการเรียนรู้คร้ัง
ต่อไปโดยใหน้ ักเรยี นศึกษาคน้ ควา้ ลว่ งหนา้ ในหวั ขอ้ สัตว์ไมม่ ีกระดูกสนั หลังในช้นั เรยี นคร้ังต่อไป
10. สื่อการเรยี นรู้
สือ่ การเรยี นรู้
42
• หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4
• แบบฝกึ หัด รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
• ส่ือการเรียนรู้PowerPoint รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาศาสตรช์ น้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
• ใบกจิ กรรมที่ 3.6 ลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มสตั วเ์ ลย้ี งลกู ด้วยนม
แหล่งการเรยี นรู้
•ห้องเรยี น
11. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
รายการวัด วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
6.แบบฝกึ หดั
- ประเมินตามสภาพจริง - แบบประเมินการสืบ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
(Rubrics) สอบข้อมลู
2. พฤติกรรมการมสี ่วน - ประเมินตามสภาพจริง แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ร่วม (Rubrics) การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
3. ความใฝเ่ รียนรู้และ - ประเมินตามสภาพจริง แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุ่งมัน่ ในการทำงาน (Rubrics) คุณลักษณะ เกณฑ์
อนั พึงประสงค์
12. กิจกรรมบูรณาการแนวคดิ การจัดการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อา่ นออก) (W)Riting (เขียนได้) (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
Critical thinking&problem solving (ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ญั หา)
Creativity&innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ
Communications,information&media literacy (ทักษะดา้ นการสื่อสาร,สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สื่อ)
Computing&ICT literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร)
Career&learning skills (ทักษะอาชีพ และทกั ษะการเรียนร)ู้
Compassion (มีคุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย)
43
ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานวชิ าการ
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นร้ขู องนางสาวณัฎฐา ประทุมสวุ รรณ แลว้ มคี วามเห็นดังนี้
21. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
22. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่เี นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
23. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
24. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
...................................................................................................................... ..................
............................................................................................................................. ...........
ลงชอ่ื ……………………………...หวั หน้ากลุ่มงานวิชาการ
(นางสาวกรรณกิ า อรรถชยั ยะ)
44
ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของนางสาวณฎั ฐา ประทมุ สุวรรณ มีความเหน็ ดังนี้
21. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรงุ
22. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทยี่ ังไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
23. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
24. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
.................................................................................................................................... ....
............................................................................................................................. ...........
ลงชือ่ …………………………..รองผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางสพุ รรณี หนรู นุ่ )
45
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. สรุปผลหลังการจัดการเรยี นรู้
นักเรียนจำนวน..................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ .....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..................
นักเรยี นนีไ่ มผ่ ่าน มดี งั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทักษะ / กระบวนการ(P)
................................................................................................................................................... .....
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
1.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
................................................................................................................................ ........................
2. ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................................
(นางสาวณฎั ฐา ประทุมสุวรรณ )
ตำแหน่ง ครูผู้ชว่ ย
46
โรงเรยี นบ้านฉลอง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 7
สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รหัสวิชา ว14101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สัตว์และประเภทของสัตว์ เรือ่ ง สตั วไ์ ม่มีกระดูกสันหลงั (1)
เวลา 1 ช่ัวโมง ครูผ้สู อน น.ส. ณฎั ฐา ประทมุ สุวรรณ
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสิ่งมชี วี ติ รวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
2. ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี
ว1.3 ป. 4/3 จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมี
กระดูกสันหลังเป็นเกณฑ ์โดยใชข้ อ้ มูลท่ีรวบรวมได้
3.สาระสำคญั
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นสัตว์ที่ไม่มีโครงร่างเป็นแกนแข็งภายในลำตัวสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจึงมี
ลำตัวอ่อนนิ่มและบางชนิดสร้างโครงร่างแข็งหุ้มลำตัวไว้เพือ่ ป้องกันอันตราย ซึ่งลักษณะเฉพาะทีแ่ ตกต่างกันน้ี
สามารถใชเ้ ป็นเกณฑ์ในการจำแนกสัตวไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลังเปน็ กลุ่มได้
4.สาระการเรียนรู้
สตั ว์ไม่มีกระดูกสนั หลัง กลุ่มฟองนำ้ กล่มุ หนอนพยาธิ กลุ่มสัตว์ที่มีรกู ลางลำตัว
5. จดุ ประสงค์การเรยนรู้
1) บรรยายลกั ษณะเฉพาะทีส่ งั เกตไดข้ องสตั ว์ไม่มีกระดูกสนั หลงั กลมุ่ ฟองน้ำได้(K)
2) นำความรเู้ รอ่ื งสตั ว์ไม่มกี ระดูกสันหลงั กลมุ่ ฟองน้ำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได(้ P)
3) เปน็ ผูม้ คี วามใฝร่ แู้ ละม่งุ ม่ันในการทำงาน (A)
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มุง่ ม่นั ในการทำงาน
ซือ่ สตั ย์สุจริต รักความเปน็ ไทย
มีวนิ ัย มจี ติ สาธารณะ
ใฝเ่ รียนรู้
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
47
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
8.1 การสืบคน้ ขอ้ มลู ลกั ษณะของสัตว์ไม่มกี ระดกู สันหลงั
8.2 ใบกจิ กรรมที่ 3.7 ลกั ษณะของสตั วไ์ ม่มกี ระดูกสันหลงั ทั้ง 7 กล่มุ
9. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน
9.1 ครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับการจำแนกสัตว์โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์โดยถาม
นักเรียนว่างูและไส้เดือนดินจัดเป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกันหรือไม่เพราะอะไร (แนวคำตอบ งูและไส้เดือนดิน
จัดเป็นสัตวต์ ่างกลุ่มกัน เพราะงูมีโครงร่างเป็นแกนแข็งภายในลำตัว ส่วนไส้เดือนดินไม่มีโครงร่างเป็นแกนแขง็
ภายในลำตวั )
9.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่
การเรียนรู้เร่อื งสตั ว์ไมม่ กี ระดกู สันหลงั
ขนั้ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Process) ซง่ึ มีข้ันตอนดังนี้
1. ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
9.3 ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ไม่มีกระดูกสัน
หลังที่ครูมอบหมายใหไ้ ปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟังจากนั้นให้แต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมลู
หน้าห้องเรียน
9.4 ครตู รวจสอบว่านกั เรียนทำภาระงานทไี่ ด้รบั มอบหมายไปหรอื ไมโ่ ดยตรวจสอบจากการ จดบันทกึ
ของนักเรยี น และถามคำถามเกีย่ วกับภาระงาน ดงั น้ี
– สตั ว์ไม่มีกระดูกสันหลังมลี กั ษณะสำคัญอะไร (แนวคำตอบ ไม่มโี ครงรา่ งเป็นแกนแข็งภายในลำตวั )
– สัตวไ์ ม่มกี ระดูกสันหลังแบ่งเป็นกลุ่มใดบ้าง(แนวคำตอบ กลุม่ ฟองน้ำ กล่มุ สตั ว์ท่มี รี ูกลางลำตัว กลุ่ม
หนอนพยาธิ กล่มุ สตั ว์ทมีล่ ำตวั เปน็ ปล้อง กลมุ่ หอย และกล่มุ สตั ว์ท่ีมขี าเปน็ ขอ้ )
9.5 ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนต้ังประเดน็ คำถามทนี่ ักเรยี นสงสยั จากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1
คำถาม ซึ่งครใู ห้นกั เรียนเตรยี มมาลว่ งหนา้ และให้นักเรียนช่วยกันตอบและแสดงความคิดเหน็
9.6 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าสัตว์ไม่มี
กระดกู สันหลงั เปน็ สัตวท์ ีไ่ ม่มโี ครงรา่ งเปน็ แกนแข็งภายในลำตวั โดยสัตวไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลงั แต่ละชนดิ มีลักษณะ
เฉพาะทีแ่ ตกต่างกันจึงสามารถนำมาจำแนกเป็นกล่มุ ได้
2. ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
9.7 แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยดำเนินการตาม
ขนั้ ตอนดงั น้ี
– แต่ละกลุ่มวางแผนการสบื คน้ ขอ้ มลู โดยแบ่งหัวข้อสตั วไ์ ม่มีกระดูกสันหลงั ในกลุ่มฟองน้ำกลุ่มสัตว์ที่มี
รูกลางลำตัว และกลุ่มหนอนพยาธิเป็นหวั ข้อย่อยเช่น ลักษณะลำตัวของสัตว์ไมม่ ีกระดูกสันหลัง ในแต่ละกลุ่ม
และตวั อยา่ งของสัตว์ไมม่ ีกระดกู สันหลงั ในแตล่ ะกลุม่ ให้สมาชิกแตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั สบื ค้นตามหวั ข้อทกี่ ำหนด
– สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กลุ่มของตนเองรับผิดชอบโดยการสืบค้นจาก
หนังสอื
48
– สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพ่ือนๆ สมาชิกในกลุ่มฟังรวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจทต่ี รงกัน
– สมาชิกกล่มุ ช่วยกนั สรปุ ความรู้ท่ไี ด้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลมุ่
9.8 ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นักเรยี นขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครเู ดินดูรอบๆ หอ้ งเรยี นและเปดิ โอกาส
ใหน้ ักเรียนทุกคนซักถามเมอื่ มีปัญหา
3. ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
9.9 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน
9.10 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม
ตอ่ ไปนี้
– ยกตัวอย่างลักษณะลำตัวของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมา 1 กลุ่ม(แนวคำตอบ กลุ่มสัตว์ที่มีรูกลาง
ลำตวั มลี ำตวั ออ่ นนม่ิ และมีรกู ลางลำตวั )
– ยกตัวอย่างสตั ว์ในกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลงั มา 1 กลุม่ (แนวคำตอบ กลมุ่ สัตวท์ ่ีมรี ูกลางลำตัว เช่น
แมงกะพรุนปะการงั และดอกไม้ทะเล)
9.11 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปผลการปฏิบัติกจิ กรรม โดยครเู น้นใหน้ กั เรียนเข้าใจว่าสัตวไ์ ม่มีกระดูก
สันหลังเป็นสัตว์ที่ไม่มีโครงร่างเป็นแกนแข็งภายในลำตัวสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจึงมีลำตัวอ่อนนิ่มและมี
ลักษณะเฉพาะท่ีแตกตา่ งกนั ในสตั ว์แตล่ ะกลุ่มเราจึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
เป็นกล่มุ ได้
4. ขนั้ ขยายความร้(ู Elaboration)
9..12 ครูถามนักเรียนว่านักเรียนรู้จักปะการังหรือไม่ และถ้าต้องดูปะการังต้องไปที่ใด จากนั้นครูให้
ความรูเ้ สรมิ กับนักเรียนว่าปะการังเป็นสัตว์ไม่มกี ระดูกสนั หลงั ในกลุ่มสตั ว์ท่ีมีรูกลางลำตัวที่อาศัยในทะเล แต่ที่
เราเห็นว่าปะการังเป็นเหมือนก้อนแข็งเนื่องจากปะการังสร้างหินปูนขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง และภูเก็ตเป็นจังห
วักท่ีติดทะเลจึงเป็นแหล่งปะการังจำนวนมากที่ช่วยสร้างรายได้ จากธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเลให้กับคนใน
ทอ้ งถนิ่
5. ขนั้ ประเมิน(Evaluation)
9.13 ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหวั ข้อท่เี รยี นมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีจดุ ใดบ้างทีย่ ังไม่
เขา้ ใจหรอื ยงั มขี ้อสงสยั ถ้ามีครชู ว่ ยอธิบายเพม่ิ เตมิ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
9.14 นักเรียนร่วมกันประเมินการปฎิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามปี ัญหาหรืออุปสรรคใดและได้แก้ไขอย่างไร
บ้าง
9.15 ครแู ละนักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
9.16 ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยถามคำถามนักเรยี น เชน่
– ปะการังและดอกไมท้ ะเลจำแนกอยใู่ นกล่มุ เดียวกบั แมงกะพรุนเพราะอะไร
ข้นั สรปุ
9.17 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในกลุ่มฟองน้ำกลุ่มสัตว์ที่มีรูกลาง
ลำตวั และกลุ่มหนอนพยาธิ โดยรว่ มกันเขียนเป็นแผนที่ความคดิ หรอื ผงั มโนทศั น์
10. ส่ือการเรยี นรู้
สอ่ื การเรียนรู้
• หนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
49
• แบบฝกึ หดั รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
• สอ่ื การเรยี นรู้PowerPoint รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตรช์ ้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4
แหลง่ การเรียนรู้
• ห้องเรียน
11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
รายการวดั วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.แบบฝกึ หดั - ประเมนิ ตามสภาพจริง
(Rubrics) - แบบประเมินการสืบ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2. พฤติกรรมการมีสว่ น
ร่วม - ประเมินตามสภาพจริง สอบข้อมลู
(Rubrics)
3. ความใฝ่เรยี นรแู้ ละ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
มุ่งม่ันในการทำงาน - ประเมนิ ตามสภาพจริง การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
(Rubrics)
แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
คุณลักษณะ เกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
12. กิจกรรมบรู ณาการแนวคิดการจดั การเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 ( 3 R , 8 C )
Reading (อ่านออก) (W)Riting (เขยี นได)้ (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
Critical thinking&problem solving (ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา)
Creativity&innovation (ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม)
Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน)์
Collaboration, teamwork&leadership(ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ
Communications,information&media literacy (ทักษะด้านการส่ือสาร,สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันส่ือ)
Computing&ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร)
Career&learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนร)ู้
Compassion (มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบียบวินัย)
50