ก
คำนำ
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้นับเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ครูผู้สอนได้มีการเตรียมการสอน
ลว่ งหนา้ กอ่ นท่ีจะทำการสอนจรงิ โดยมีการเตรียมเนอื้ หาเตรยี มกิจกรรม เตรียมสอ่ื การเรียนการสอน
รวมทั้งวิธีการวัดผลประเมินผลซึ่งการเตรียมการสอนจะช่วยให้ครูผู้สอนมีความพร้อมที่จะสอนให้
ผเู้ รยี นบรรลตุ ามจดุ มุ่งหมายของหลกั สตู ร
การจัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ฉบบั นี้ ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช 2560) เอกสารอ่นื ๆ ท่ีเก่ียวข้อง วิเคราะห์
หลักสูตร จัดทำกำหนดการสอน โครงสร้างรายวิชา และหารูปแบบการทำแผนการจัดการเรียนรู้โดย
เน้นใหผ้ ู้เรียนได้เรียนผา่ นกระบวนการคิดด้วยตนเอง โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของผู้เรียน โรงเรียน
และชุมชนเป็นหลกั
แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเสนอข้อมูล เพื่อพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับ
สัญลกั ษณ์ และการดำเนินการต่อวชิ าคณิตศาสตร์ โดยเน้นข้นั ตอนหรือวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ จัดทำ
ไว้เพื่อสะดวกต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ไดท้ ุกปกี ารศึกษา ผู้ที่จะ
นำไปใชค้ วรอา่ นคำชี้แจงการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ใหเ้ ข้าใจก่อนนำไปใชจ้ ริง
ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จะช่วยให้การเรียนการสอน
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ดำเนินไปด้วยดี และทำให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถ มที กั ษะกระบวนการและมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ตรงตามจดุ มุ่งหมายของหลักสูตร
ต่อไป
....................................
สารaบัญ ข
เรอื่ ง หน้า
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 1
ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง 2
คำอธบิ ายรายวชิ า 7
โครงสรา้ งเวลาเรยี น 9
โครงสร้างรายวิชา 10
กำหนดแผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 10 การนำเสนอข้อมูล 11
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 12
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 16
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 21
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 25
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 31
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 37
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 44
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 49
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 54
1
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม และ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.3 ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหาที่
กำหนดให้
สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่าง
รูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้
สาระที่ 3 สถติ ิและความนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรทู้ างสถิติในการแก้ปญั หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลกั การนบั เบ้อื งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้
2
ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 จำนวนนับทม่ี ากกวา่ 100,000 และ 0
1. อ่านและเขยี นตัวเลขฮินดูอารบกิ - การอ่าน การเขยี นตัวเลขฮนิ ดอู ารบกิ
ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน
นับมากกว่า 100,000 - หลัก คา่ ประจำหลกั และคา่ ของเลขโดด
2. เปรยี บเทียบและเรยี งลำดับจำนวนนับ ในแตล่ ะหลกั และการเขยี นตวั เลข
ท่ีมากกว่า 100,000 จากสถานการณ์ แสดงจำนวนในรปู กระจาย
ต่างๆ - การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดบั จำนวน
- คา่ ประมาณของจำนวนนับและการใช้
เครอ่ื งหมาย ≈
เศษส่วน
3. บอก อ่าน และเขียนเศษส่วน จำนวน - เศษสว่ นแท้ เศษเกิน
คละแสดงปรมิ าณสง่ิ ตา่ งๆ และแสดง - จำนวนคละ
สิง่ ต่างๆ ตามเศษสว่ น จำนวนคละที่ - ความสัมพันธ์ระหวา่ งจำนวนคละและ
กำหนด เศษเกิน
4. เปรยี บเทยี บ เรียงลำดบั เศษสว่ น และ - เศษสว่ นท่เี ทา่ กัน เศษสว่ นอย่างตำ่ และ
จำนวนคละท่ีตัวส่วนตวั หนง่ึ เปน็ พหุคณู เศษสว่ นทเี่ ทา่ กบั จำนวนนับ
ของอีกตวั หน่ึง - การเปรยี บเทียบ เรยี งลำดับเศษส่วน
และจำนวนคละ
3
ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ป. 4 ทศนยิ ม
5. อา่ นและเขยี นทศนิยมไม่เกนิ 3 - การอา่ นและการเขยี นทศนิยมไมเ่ กิน 3
ตำแหนง่ แสดงปรมิ าณของส่ิงต่างๆ ตำแหน่ง ตามปริมาณท่ีกำหนด
และแสดงสงิ่ ตา่ งๆ ตามทศนยิ มที่ - หลัก คา่ ประจำหลัก คา่ ของเลขโดดใน
กำหนด แตล่ ะหลกั ของทศนยิ ม และการเขียน
6. เปรยี บเทียบและเรยี งลำดับทศนยิ มไม่ ตัวเลขแสดงทศนยิ มในรปู กระจาย
เกิน 3 ตำแหนง่ จากสถานการณต์ า่ งๆ - ทศนิยมท่เี ท่ากนั
- การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดบั ทศนิยม
การบวก การลบ การคณู ณ การหาร
จำนวนนบั ท่ีมากกว่า 100,000 และ 0
7. ปรมิ าณผลลัพธข์ องการบวก การลบ - การประมาณผลลพั ธข์ องการบวก การ
การคณู การหาร จากสถานการณ์ต่างๆ ลบ การคณู การหาร
อย่างสมเหตสุ มผล - การบวกและการลบ
8. หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยค - การคณู และการหาร
สญั ลักษณ์แสดงการบวกและประโยค - การบวก ลบ คณู หารระคน
สัญลักษณแ์ สดงการลบของจำนวนนับ - การแกโ้ จทย์ปญั หาและการสรา้ งโจทย์
ที่มากกวา่ 100,000 และ 0 ปญั หา พร้อมทัง้ หาคำตอบ
9. หาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยค
สญั ลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน
หลายหลัก 2 จำนวน ทม่ี ผี ลคณู ไม่เกนิ
6 หลกั และประโยคสัญลักษณแ์ สดง
การหารที่ตวั ต้งั ไมเ่ กนิ 6 หลัก ตวั หาร
ไม่เกนิ 2 หลัก
4
สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟังกช์ นั ลำดบั และอนุกรม และ
นำไปใช้
ชั้น ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 แบบรปู
(มกี ารจดั การเรียนการสอน เพอื่ เปน็ - แบบรปู ของจำนวนท่เี กิดจากการคูณ
พืน้ ฐาน แต่ไม่วดั ผล) การหารด้วยจำนวนเดียวกนั
สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสมั พนั ธห์ รอื ช่วยแก้ปญั หาที่
กำหนดให้
ชน้ั ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป. 4 - -
สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเก่ียวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี อ้ งการวัดและ
นำไปใช้
ช้นั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 เวลา
- การบอกเวลาเปน็ วนิ าที นาที ชั่วโมง
1. แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หา
เกย่ี วกบั เวลา วัน สปั ดาห์ เดือน ปี
- การเปรียบเทยี บระยะเวลาโดยใช้
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยเวลา
- การอ่านตารางเวลา
- การแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ียวกบั เวลา
5
ช้นั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 การวดั และสรา้ งมุม
2. วดั และสร้างมมุ โดยใชโ้ พรแทรกเตอร์ - การวัดขนาดของมมุ โดยใชโ้ พร
แทรกเตอร์
- การสรา้ งมุมเม่อื กำหนดขนาดของมุม
รูปสี่เหล่ียมมุมฉาก
3. แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหา - ความยาวรอบรปู ของรูปสีเ่ หลยี่ มมมุ
เกย่ี วกบั ความยาวรอบรปู และพืน้ ทขี่ อง ฉาก
รปู สเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก - พนื้ ทีข่ องรปู ส่เี หลยี่ มมุมฉาก
- การแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ียวกับความยาว
รอบรูป และพ้ืนท่ีของรูปสเี่ หล่ยี มมมุ
ฉาก
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหว่าง
รปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ป. 4 รูปเรขาคณิต
- ระนาบ จดุ เส้นตรง รงั สี สว่ นของ
1. จำแนกชนดิ ของมุม บอกช่อื มมุ
ส่วนประกอบของมมุ และเขียน เสน้ ตรง และสัญลกั ษณ์แสดงเส้นตรง
สญั ลกั ษณ์แสดงมมุ รงั สี ส่วนของเส้นตรง
- มมุ
2. สร้างรูปสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉากเมื่อกำหนด
ความยาวของด้าน • สว่ นประกอบของมมุ
• การเรียกช่อื มมุ
• สัญลกั ษณ์แสดงมุม
• ชนดิ ของมุม
- ชนดิ และสมบตั ิของรปู สีเ่ หล่ยี มมมุ ฉาก
- การสรา้ งรูปส่เี หลี่ยมมุมฉาก
6
สาระท่ี 3 สถติ ิและความนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแกป้ ัญหา
ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป. 4 การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และการนำเสนอ
ข้อมลู
1. ใชข้ ้อมูลจากแผนภูมิแทง่ ตารางสอง - การอา่ นและการเขยี นแผนภมู ิแทง่ (ไม่
ทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
รวมการยน่ ระยะ)
- การอา่ นตารางสองทาง (two – way
table)
สาระที่ 3 สถิตแิ ละความนา่ จะเป็น
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลักการนับเบื้องตน้ ความน่าจะเปน็ และนำไปใช้
ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป. 4 - -
7
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 เวลา 160 ชัว่ โมง/ปี
ศึกษาจำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนท่ี
มากกว่า 100,000 การหาค่าประมาณของจำนวนนบั การบวกจำนวนสองจำนวน การลบจำนวนสอง
จำนวน การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ โจทย์ปัญหาการบวก
และการลบ การสร้างโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ การคูณจำนวนที่มีหนึ่งหลักกับจำนวนที่
มากกว่าสี่หลัก การคูณจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีสามหลัก การคูณจำนวนที่มีสามหลักกับ
จำนวนทมี่ สี ามหลกั และการคูณจำนวนทมี่ หี ลายหลกั การหาตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลักษณแ์ สดง
การคูณ การแก้โจทย์ปัญหาการคณู การสร้างโจทย์ปัญหาการคณู การหารท่ีตวั หารมีหนึง่ หลกั การ
หารทีต่ ัวหารมีสองหลัก การหารทต่ี วั หารมีสามหลัก การหาตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดง
การหาร การแก้โจทยป์ ญั หาการหาร การสร้างโจทยป์ ญั หาการหาร แบบรปู ของจำนวนทีเ่ กดิ จากการ
คูณจำนวนเดียวกัน แบบรูปของจำนวนที่เกิดจากการหารจำนวนเดียวกัน ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี
สว่ นของเส้นตรง และสญั ลักษณ์ การเรียกชอ่ื มุม การวดั และการสร้างมมุ สมบัตขิ องรูปสเี่ หลย่ี มจตั ุรสั
และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า การสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวรอบรูปของรูป
สเี่ หลีย่ มมุมฉาก พืน้ ท่ขี องรูปสี่เหลยี่ มมมุ ฉาก โจทยป์ ญั หา รปู ประกอบ และการแก้โจทยป์ ัญหา
โดยการจดั ประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณ์ทีใ่ กลต้ ัวผเู้ รยี นไดศ้ ึกษา คน้ คว้า ฝึกทกั ษะ โดย
การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การเชอื่ มโยง การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้าน
ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวัน
อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มี
ระเบียบ รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์และมีความเช่ือมั่น
ในตนเอง
8
ตวั ชวี้ ัด
ค 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9, ป.4/10,
ป.4/11, ป.4/12, ป.4/13, ป.4/14, ป.4/14, ป.4/15, ป.4/16
ค 1.2 (มีการจดั การเรยี นการสอนเพอ่ื เปน็ พืน้ ฐานแตไ่ มว่ ัดผล)
ค 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
ค 2.2 ป.4/1, ป.4/2
ค 3.1 ป.4/1
รวม 23 ตัวชวี้ ดั
9
โครงสรา้ งเวลาเรียน
กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
บทที่/เรอื่ ง เวลา (ช่วั โมง)
ภาคเรยี นที่ 2
บทท่ี 6 เศษสว่ น 24
บทที่ 7 ทศนิยม 18
บทที่ 8 มุม 9
บทท่ี 9 รปู สเ่ี หลยี่ มมุมฉาก 18
บทที่ 10 การนำเสนอข้อมลู 9
78
รวมภาคเรียนที่ 2
10
โครงสรา้ งรายวชิ า
หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา
การนำเสนอข้อมลู เรยี นรู้/ตวั ชี้วดั (ชม.)
ค 3.1 แผนภมู แิ ท่ง แผนภมู ิแท่งเปรียบเทยี บ และตาราง 9
ป.4/1 สองทางเป็นวิธกี ารนำเสนอขอ้ มลู อย่างหน่ึง เพอื่
ความสะดวกในการอ่านข้อมูล ส่วนการอ่าน
ข้อมูลจากแผนภูมิแทง่ แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ
และตารางสองทาง เป็นการอ่านข้อมูล สามารถ
นำไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวนั
11
กำหนดแผนการจัดการเรยี นรู้ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 10 การนำเสนอข้อมูล
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี เร่ือง จำนวน
(ชวั่ โมง)
1 ทบทวนการอ่านแผนภมู ริ ูปภาพ
2 ทบทวนการเขยี นแผนภูมริ ปู ภาพ 1
3 การเกบ็ รวบรวมข้อมูลและการจำแนกขอ้ มูล 1
4 การอา่ นตารางสองทาง 1
5 การใช้ขอ้ มลู ตารางสองทางในการแกป้ ญั หา 1
6 การอ่านแผนภมู ิแท่ง 1
7 การใช้ข้อมลู จากแผนภูมิแทง่ ในการแกป้ ญั หา 1
8 การเขียนแผนภมู ิแท่ง 1
9 การเขยี นแผนภมู แิ ท่ง 1
1
รวม 9
12
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเสนอข้อมลู เวลาเรยี น 9 ช่ัวโมง
เร่ือง ทบทวนการอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพ เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
สอนวันท่ี....... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรทู้ างสถติ ิในการแก้ปัญหา
ตัวช้ีวัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ิแท่ง ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
สาระสำคญั
การอ่านแผนภมู ิรปู ภาพ เปน็ การอา่ นข้อมูลจากแผนภูมทิ ่ีใชร้ ูปภาพแทนจำนวนสิ่งต่างๆ โดย
จะระบุขอ้ กำหนดของรปู ภาพ ซง่ึ งา่ ยตอ่ การอา่ นรายละเอียดของขอ้ มูล
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกวธิ ีการอา่ นแผนภูมริ ูปภาพได้ (K)
2. อา่ นแผนภูมิรปู ภาพตามท่ีกำหนดให้ไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3. นำความรเู้ ก่ียวกับการอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพไปใชแ้ กป้ ัญหาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรยี นรู้
ทบทวนการอ่านแผนภูมิรูปภาพ
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
13
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครยู กตัวอย่างการอา่ นขอ้ มูลจากแผนภูมริ ูปภาพใหน้ กั เรยี นดู
2. ใหน้ ักเรยี นบอกรายละเอียดของแผนภมู ริ ูปภาพ เชน่ แผนภูมริ ปู ภาพท่แี สดงเก่ียวกับ
อะไร อ่านข้อมูลได้อย่างไร ฝึกทักษะการตั้งคำถามโดยให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนตั้งคำถามและหา
คำตอบจากแผนภูมิรปู ภาพที่ครกู ำหนดให้
ขนั้ สอน
3. ครูติดแผนภูมิรูปภาพแสดงจำนวนหนงั สอื ทนี่ กั เรียนยมื จากห้องสมุดโรงเรียนเป่ียมรัก
ตั้งแต่วันจันทรถ์ ึงวันศุกร์บนกระดาน พร้อมข้อกำหนดรูปภาพ 1 รูปภาพ แทนจำนวนหนังสือ 10 เล่ม
ดังน้ี
จำนวนหนังสอื ทนี่ ักเรียนยืมจากห้องสมดุ โรงเรียนเปี่ยมรักต้ังแต่วันจันทร์ ถึง วนั ศกุ ร์
กำหนดให้ แทนหนังสือ 10 เลม่
ครูให้นักเรียนพิจารณาแผนภูมิรูปภาพแล้วร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับส่วนประกอบ
ของแผนภูมิ จากน้นั ครใู ห้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคำถาม เชน่
14
- แผนภูมินี้แสดงอะไร ดูจากส่วนใด (จำนวนหนังสือที่นักเรียนยืมจากห้องสมุด
โรงเรียนเปยี่ มรกั ต้ังแตว่ ันจนั ทรถ์ ึงวันศุกร์ ดจู ากสว่ นบนของแผนภูมิ)
- รปู ภาพ 1 รปู แทนหนงั สือกี่เล่ม (10 เลม่ )
- หนังสอื ทถ่ี ูกยืมจากหอ้ งสมุดมากทส่ี ดุ ในวันใด (วันศกุ ร)์ จำนวนกี่เล่ม (100 เลม่ )
- หนังสือที่ถูกยืมจากห้องสมุดมากที่สุดในวันใด (วันอังคาร) จำนวนกี่เล่ม (20
เลม่ )หนังสือท่ีถูกยืมในวนั ใดมีจำนวนเทา่ กัน (วันพธุ และวันพฤหัสบดี)
4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 ทบทวนการอ่านแผนภูมิรูปภาพ เมื่อเสร็จแล้วให้
นักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากน้นั ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 1
ขน้ั สรปุ
5. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ สิง่ ทไี่ ดเ้ รยี นรรู้ ว่ มกัน ดงั นี้
- แผนภูมิรูปภาพเป็นการใช้รูปภาพแสดงจำนวนหรือปริมาณของสิ่งต่างๆ โดย
รูปภาพทแ่ี ทนส่งิ เดียวกนั ต้องเป็นรปู ภาพที่เหมือนกัน และมีขนาดเทา่ กนั
- จำนวนรูปภาพในแผนภมู ิรูปภาพ อาจไม่ใช่จำนวนทีแ่ ทจ้ ริงของสิ่งตา่ งๆ จำนวน
ที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในแผนภูมิและหาได้จากการนับเพิ่มหรือนำจำนวนรปู ใน
แผนภูมิคณู กับจำนวนรูปภาพ 1 รูป ท่ใี ช้แทนตามขอ้ กำหนด
สอื่ การเรยี นรู้
1. แผนภูมิรปู ภาพ
2. ใบงานท่ี 1 ทบทวนการอ่านแผนภูมริ ปู ภาพ
การวัดผลและประเมนิ ผล
ส่งิ ทต่ี อ้ งการวดั วธิ วี ดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ดา้ นความรู้ ตรวจใบงานท่ี 1 ใบงานท่ี 1 ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกต ผา่ นเกณฑใ์ นระดบั พอใชข้ น้ึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมด้าน ไป
ทกั ษะกระบวนการ
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกต ได้ระดบั คณุ ภาพ 2 ทกุ
ท่พี งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ น
คุณลักษณะ เกณฑ์
ที่พงึ ประสงค์
ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ าร 15
บันทึกหลงั การเรยี นการสอน ลงช่ือ.....................................ผ้ตู รวจ
1. ผลการเรยี นรู้ ()
ผู้อำนวยการโรงเรียน
..../................../........
2. ปัญหาและอุปสรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชอ่ื .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
16
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2
รายวิชาคณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเสนอข้อมูล เวลาเรียน 9 ชัว่ โมง
เรื่อง ทบทวนการเขียนแผนภูมริ ูปภาพ เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
สอนวนั ท่.ี ...... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรทู้ างสถติ ิในการแก้ปญั หา
ตวั ชว้ี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ อ้ มูลจากแผนภมู แิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
สาระสำคญั
การเขยี นแผนภมู ริ ปู ภาพ เปน็ การเขยี นขอ้ มลู โดยใชร้ ปู ภาพแทนจำนวนส่ิงต่าง ๆ โดยจะระบุ
ข้อกำหนดของรปู ภาพ ซง่ึ งา่ ยต่อการอ่านรายละเอยี ดของข้อมลู
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกวธิ กี ารเขียนแผนภูมริ ูปภาพได้ (K)
2. เขยี นแผนภูมิรปู ภาพได้อย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นำความรูเ้ กยี่ วกับการเขียนแผนภมู ิรูปภาพไปใชแ้ ก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
ทบทวนการเขียนแผนภูมิรปู ภาพ
ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตุผล
17
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
1. สนทนากับนักเรียนถึงสที ี่นกั เรียนชอบ มสี ีอะไรบา้ ง สีใดท่ีคนนยิ มมากทส่ี ดุ เราจะ
ทราบขอ้ มลู นีโ้ ดยวธิ ใี ด
2. นกั เรียนช่วยกนั เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั สีท่เี พอ่ื นชั้นชอบ โดยร่วมกนั ระดมความ
คิดเห็นวา่ ควรจะใชว้ ธิ ใี ดจึงจะเหมาะสม เช่น ถามเพื่อนทีละคนหรือถามพร้อมกนั
ข้ันสอน
3. ครูนำขอ้ มลู จำนวนดินสอทรี่ า้ นสหกรณ์โรงเรียนขายไดต้ ้ังแต่วนั จันทร์ถงึ วนั ศกุ ร์ ดงั น้ี
วนั ดินสอ (แท่ง)
จนั ทร์ 120
องั คาร 80
พธุ 60
พฤหัสบดี 100
ศุกร์ 60
รวม 420
4. ครูให้นักเรียนฝึกวิเคราะห์ข้อมูลและคิดหาแนวทางที่จะเขียนเป็นแผนภูมิรูปภาพ
จากนั้นใหช้ ว่ ยกนั เขยี นแผนภมู ริ ูปภาพบนกระดาน โดยอภปิ รายด้วยคำถาม
- กำหนดช่ือของแผนภมู วิ า่ อยา่ งไร
- กำหนดสัญลกั ษณว์ ่ารปู 1 รปู แทนดินสอก่แี ทง่
- มีกีว่ นั วันใดบา้ ง
- จะเขียนแผนภมู ิในแนวตง้ั หรือแนวนอน
5. ครูนำข้อมูลจำนวนดินสอที่สหกรณ์โรงเรียนขายได้ต้ังแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เขียน
แสดงเปน็ แผนภูมิรปู ภาพบนกระดาน ดงั น้ี
18
จำนวนดนิ สอท่ีร้านสหกรณโ์ รงเรยี นขายไดต้ ั้งแต่วนั จนั ทร์ ถงึ วันศุกร์
วนั จันทร์
วันองั คาร
วันพุธ
วันพฤหัสบดี
วันศกุ ร์
กำหนดให้ แทนหนังสอื 10 เลม่
6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 2 ทบทวนการเขียนแผนภูมิรูปภาพ เมื่อเสร็จแล้วให้
นกั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนั้นครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 2
ขั้นสรปุ
7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปสิง่ ท่ีได้เรยี นรู้ร่วมกนั ดังน้ี การเขียนแผนภูมิรูปภาพ ถ้า
เป็นข้อมูลสิ่งเดียวกัน รูปภาพที่ใช้ต้องเป็นรูปที่เหมือนกันและมีขนาดเท่ากัน การวางรูปในแผนภูมิ
รูปภาพจะวางตามแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ และการเขียนแผนภูมิรูปภาพ เป็นเขียนข้อมูลโดยใช้
รูปภาพแทนจำนวนสิ่งต่างๆ โดยจะระบุข้อกำหนดของรูปภาพ ซึ่งง่ายต่อการอ่านรายละเอียดของ
ขอ้ มลู
สอื่ การเรียนรู้
1. แผนภูมิรปู ภาพ
2. ใบงานท่ี 2 ทบทวนการเขียนแผนภมู ริ ูปภาพ
19
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิง่ ท่ีต้องการวัด วิธวี ัด เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 2 ใบงานท่ี 2 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทักษะกระบวนการ
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกต ไดร้ ะดับคุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน
คุณลักษณะ เกณฑ์
ท่ีพึงประสงค์
ความคิดเหน็ ผู้บรหิ าร
ลงชอ่ื .....................................ผตู้ รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
20
บนั ทึกหลังการเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปญั หาและอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปัญหา
ลงชอื่ .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
21
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเสนอขอ้ มูล เวลาเรียน 9 ช่ัวโมง
เรือ่ ง การเก็บรวบรวมข้อมลู และการจำแนกข้อมูล เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง
สอนวนั ที.่ ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ใิ นการแกป้ ญั หา
ตัวชี้วัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ ้อมลู จากแผนภมู แิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา
สาระสำคัญ
การเก็บรวบรวมข้อมูลมีได้หลายวิธี เช่น การสำรวจ การทดลอง การสอบถาม การสังเกต
เมือ่ เกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้แล้วจึงนำขอ้ มูลมาจำแนก แลว้ จดั เป็นหมวดหมู่ เพ่ือสะดวกตอ่ การนำไปใช้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการเกบ็ รวบรวมข้อมูลและการจำแนกข้อมลู ได้ (K)
2. เก็บรวบรวมข้อมูลและจำแนกขอ้ มลู ได้ (P)
3. นำความรู้เกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลและการจำแนกข้อมูลไปใช้แก้ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและการจำแนกขอ้ มลู
ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตุผล
22
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. นักเรียนทบทวนความรู้ เรื่อง การรวบรวมข้อมูล โดยให้ผู้แทนนักเรียน 3 คน
ออกมาสำรวจเดือนเกดิ ของเพ่อื น ๆ ในชัน้ เรยี นว่าเกิดเดอื นใดบ้าง
2. ซกั ถามวิธีการรวบรวมเดือนเกดิ ของเพื่อน ๆ ดังน้ี
- ตัวแทนนกั เรยี นถามเพ่อื นทีละคนวา่ เกดิ เดอื นอะไร
- เพอื่ นเขียนเดือนเกดิ ของตนเองใสแ่ ผ่นกระดาษสง่ ให้ตวั แทนนักเรยี น
- ตัวแทนนักเรียนถามครปู ระจำช้ันใหช้ ว่ ยดเู ดือนเกิดจากประวตั นิ กั เรียน
3. วิธกี ารต่าง ๆ ที่ผูแ้ ทนนักเรยี นปฏิบัติน้ันเรียกวา่ การรวบรวมขอ้ มลู
ข้นั สอน
4. ครูแจกตัวนับให้นักเรียนทุกคน คนละ 1 ตัว แล้วนักเรียนนำตัวนับไปวางที่รูปสัตว์
เลีย้ งทน่ี กั เรียนชอบมากที่สุด ซึง่ นกั เรียนจะต้องเลือกชนิดเดียวเท่าน้ัน
5. เมื่อนักเรียนวางตัวนับครบทุกคนแล้ว ครูและนักเรยี นช่วยกันนับจำนวนนักเรียนท่ี
ชอบสตั ว์เลีย้ งทัง้ 4 ชนิด ครอู าจใช้การถามตอบ และเขียนแสดงข้อมูลในรปู ของขอ้ ความกอ่ น จากน้ัน
จึงเขยี นแสดงข้อมูล ท่ีได้ในรปู ตารางทางเดยี ว ดังน้ี
- มนี ักเรียนท่ชี อบสุนขั กคี่ น
- มนี ักเรียนที่ชอบปลากี่คน
- มนี ักเรียนทช่ี อบนกกค่ี น
- มนี ักเรยี นที่ชอบแมวกค่ี น
ชนดิ สตั ว์เลย้ี ง จำนวน (คน)
สนุ ัข
ปลา
นก
แมว
23
ครูแนะนำเพิ่มเติมว่า เมื่อนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาจำแนกและนำเสนอในรูป
ตาราง จะทำให้เห็นภาพรวมของข้อมูลและสามารถบอกรายละเอียดและเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละ
รายการไดช้ ัดเจนยิ่งข้ึน
6. ครูให้นักเรียนทำใบงานท่ี 3 การเก็บรวบรวมข้อมลู และการจำแนกข้อมูล เมื่อเสร็จ
แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี
3
ขนั้ สรปุ
7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปสงิ่ ที่ได้เรียนรู้รว่ มกันเกี่ยวกับการเกบ็ รวบรวมข้อมูลมีได้
หลายวิธี เช่น การสำรวจ การทดลอง การสอบถาม การสังเกต เมื่อเก็บรวบรวมข้อมูลได้แล้วจึงนำ
ขอ้ มูลมาจำแนก แลว้ จดั เป็นหมวดหมู่ เพอื่ สะดวกต่อการนำไปใช้
สือ่ การเรยี นรู้
1. ภาพสัตว์เลี้ยง
2. ตัวนับ
3. ใบงานที่ 3 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และการจำแนกขอ้ มูล
การวดั ผลและประเมินผล
สง่ิ ที่ต้องการวัด วธิ วี ดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ ตรวจใบงานท่ี 3 ใบงานท่ี 3 ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ข้นึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤติกรรมดา้ น ไป
ทักษะกระบวนการ
3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกต ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ทุก
ทพ่ี ึงประสงค์ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ น
คณุ ลักษณะ เกณฑ์
ท่พี ึงประสงค์
ความคดิ เหน็ ผบู้ รหิ าร 24
บันทึกหลงั การเรยี นการสอน ลงช่ือ.....................................ผ้ตู รวจ
1. ผลการเรยี นรู้ ()
ผู้อำนวยการโรงเรียน
..../................../........
2. ปัญหาและอุปสรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชอ่ื .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
25
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4
รายวิชาคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 การนำเสนอขอ้ มลู เวลาเรียน 9 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การอ่านตารางสองทาง เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง
สอนวันที.่ ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามร้ทู างสถิติในการแก้ปญั หา
ตัวช้วี ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ อ้ มลู จากแผนภมู แิ ท่ง ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
สาระสำคัญ
ตารางทางเดยี วและตารางสองทางเปน็ การนำเสนอขอ้ มูลรปู แบบหนงึ่ ตารางทางเดียวมีการ
จำแนกข้อมลู 1 ลกั ษณะ สว่ นตารางสองทางมกี ารจำแนกข้อมลู 2 ลกั ษณะ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการอ่านตารางสองทางได้ (K)
2. อ่านตารางสองทางได้ (P)
3. นำความรู้เกีย่ วกบั การอา่ นตารางสองทางไปใชแ้ กป้ ัญหาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรยี นรู้
การอ่านตารางสองทาง
ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการส่อื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
2. ความสามารถในการใหเ้ หตุผล
26
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั การนำเสนอขอ้ มูลในรปู ตารางวา่ นักเรยี นเคยเห็นการ
นำเสนอข้อมูลลกั ษณะน้ที ีใ่ ดบ้าง เช่น สถานรี ถไฟ ธนาคาร โรงเรียน เป็นตน้
ขน้ั สอน
2. ครูติดแผนภาพตาราง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และบอกลักษณะที่
เหมือนกันและลกั ษณะทตี่ า่ งกนั ของตารางท้งั หมด
จำนวนพนกั งานชายของโรงเรียนบางปู จำนวนพนกั งานหญงิ ของโรงเรยี นบางปู
แผนก จำนวน (คน) แผนก จำนวน (คน)
การตลาด 11 การตลาด 8
การเงิน 3 การเงิน 15
จัดซือ้ 4 จดั ซื้อ 12
ผลติ 319 ผลติ 456
ควบคมุ คุณภาพ 14 ควบคุมคุณภาพ 7
บุคลากร 5 บุคลากร 10
รวม 356 รวม 508
ครูถามนักเรียนว่าตารางที่เห็นทั้งหมดนี้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอะไร (จำนวน
พนักงานของโรงงานบางปู โดยจำแนกเปน็ จำนวนพนักงานชาย และจำนวนพนกั งานหญงิ แผนกตา่ งๆ)
ครูบอกนกั เรยี นวา่ ตารางทีเ่ ห็นน้เี รยี กว่า ตารางทางเดยี ว
จากนั้นครูแนะนำนักเรียนว่า เราสามารถนำข้อมูลทั้ง 2 ตารางนี้มาเขียนรวมเป็น
ตารางเดียวกันได้ ครูตดิ แผนภาพตารางท่ีแสดงจำนวนพนักงานของโรงงานบางปู ดงั นี้
27
จำนวนพนกั งานของโรงงานบางปู
แผนก จำนวนพนกั งาน (คน)
ชาย หญิง รวม
การตลาด 11 8 19
การเงนิ 3 15 18
จดั ซ้อื 4 12 16
ผลิต 319 456 775
ควบคมุ คุณภาพ 14 7 21
บคุ ลากร 5 10 15
รวม 356 508 864
ครูแนะนำว่าตารางที่นำเสนอนี้เรียกว่า ตารางสองทาง ครูใช้การตั้งคำถามให้
นักเรียนร่วมกนั บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างตารางทางเดยี วและตารางสองทาง
เมื่อนักเรียนร่วมกันบอกความแตกต่างของตารางทั้งหมดแล้ว ครูและนักเรียน
ร่วมกนั สรุปวา่ ตารางทางเดียวและตารางสองทางเป็นการนำเสนอข้อมูลรูปแบบหนง่ึ ตารางทางเดียว
มกี ารจำแนกข้อมลู 1 ลักษณะ สว่ นตารางสองทางมกี ารจำแนกขอ้ มลู 2 ลักษณะ
3. ครูตดิ ตารางสองทางใหน้ ักเรยี นร่วมกันตอบคำถาม ดงั นี้
จำนวนนกั เรยี นท่ชี อบกีฬาชนิดต่างๆ ของโรงเรียนแหง่ หนง่ึ
แผนก จำนวนพนกั งาน (คน)
ชาย หญิง รวม
บาสเกตบอล 25 37 62
ฟุตบอล 38 16 54
วิง่ 30 45 75
ว่ายน้ำ 21 21 42
ปิงปอง 25 33 58
เทนนสิ 16 26 42
รวม 155 178 333
28
ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันตอบคำถามต่อไปน้ี
- นกั เรียนชายชอบกีฬาฟตุ บอลก่ีคน (38 คน)
- กฬี าชนดิ ใดมนี กั เรยี นชอบมากท่สี ุด (วิ่ง) จำนวนก่ีคน (75 คน)
- กฬี าชนิดใดมนี กั เรียนชายชอบมากทส่ี ุด (ฟตุ บอล)
- กีฬาชนิดใดมนี กั เรียนหญิงชอบมากทีส่ ดุ (วง่ิ )
- กฬี าปิงปองมีนักเรยี นหญงิ ชอบก่คี น (33 คน)
- กฬี าใดทน่ี กั เรยี นชายและนกั เรียนหญงิ ชอบมจี ำนวนเท่ากัน (ว่ายน้ำกับเทนนิส)
- กีฬาใดที่มีนักเรียนหญิงชอบมากกว่านักเรียนชาย (บาสเกตบอล วิ่ง ปิงปอง
และเทนนิส)
4. ครใู ห้นกั เรียนทำใบงานท่ี 4 การอ่านตารางสองทาง เม่ือเสร็จแล้วใหน้ กั เรยี นช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 4
ข้นั สรุป
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ที่ได้เรยี นรรู้ ว่ มกันเกีย่ วกบั ตารางทางเดียวและตาราง
สองทางเปน็ การนำเสนอข้อมูลรปู แบบหนง่ึ ตารางทางเดียวมกี ารจำแนกข้อมูล 1 ลกั ษณะ ส่วนตาราง
สองทางมกี ารจำแนกขอ้ มูล 2 ลักษณะ
สอื่ การเรียนรู้
1. แผนภาพตาราง
2. ตารางสองทาง
3. ใบงานที่ 4 การอา่ นตารางสองทาง
29
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิง่ ท่ีต้องการวัด วิธวี ัด เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 4 ใบงานท่ี 4 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทักษะกระบวนการ
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกต ไดร้ ะดับคุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน
คุณลักษณะ เกณฑ์
ท่ีพึงประสงค์
ความคิดเหน็ ผู้บรหิ าร
ลงชอ่ื .....................................ผตู้ รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
30
บนั ทึกหลังการเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปญั หาและอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปัญหา
ลงชอื่ .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
31
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 10 การนำเสนอข้อมูล เวลาเรยี น 9 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การใช้ข้อมลู ตารางสองทางในการแก้ปัญหา เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
สอนวนั ที่....... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ญั หา
ตัวชี้วัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ ้อมูลจากแผนภูมิแทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
สาระสำคญั
ตารางสองทาง (two-way table) เปน็ ตารางท่ีจำแนกข้อมูลเป็น 2 ลกั ษณะ การอ่านตาราง
สองทางให้อ่านขอ้ มลู ในแนวตัง้ และแนวนอนที่สัมพนั ธ์กัน
การแก้ปัญหา เริ่มจากทำความเข้าใจ วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความ
ถกู ต้อง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายการใชข้ อ้ มูลตารางสองทางในการแกป้ ญั หาได้ (K)
2. ใช้ข้อมลู ตารางสองทางในการแกป้ ัญหาได้ (P)
3. นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลตารางสองทางในการแก้ปัญหาไปใช้แก้ปัญหาทาง
คณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรยี นรู้
การใช้ขอ้ มูลตารางสองทางในการแกป้ ัญหา
ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตุผล
32
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูทบทวนเกี่ยวกับการอ่านตารางสองทาง โดยครูติดแผนภาพตารางสองทางให้
นักเรยี นใช้ข้อมูลจากตารางในการตอบคำถาม ดังน้ี
กำหนดเวลาเดินรถไฟระหว่างสถานกี รุงเทพกบั สถานีชมุ ทางบ้านภาชี
ขาไป ขากลับ
ประเภทรถ กรงุ เทพ ชุมทางบา้ นภาชี ชมุ ทางบา้ นภาชี กรุงเทพ
(ออก) (ถึง) (ออก) (ถึง)
ชานเมือง 04.20 น. 06.15 น. 05.00 น. 07.30 น.
เรว็ 06.40 น. 08.47 น. 12.56 น. 14.40 น.
ธรรมดา 09.25 น. 11.51 น. 08.02 น. 10.20 น.
ดว่ น 10.05 น. 11.43 น. 15.18 น. 17.10 น.
เรยี บเรยี งข้อมูลจาก : การรถไฟแห่งประเทศไทย (ข้อมลู ณ วนั ที่ 16 ก.พ. 2561)
- รถไฟชานเมอื งวิง่ จากสถานีกรุงเทพถงึ สถานชี ุมทางบ้านภาชใี ชเ้ วลากนี่ าที (115
นาที)
- ถ้ารถไฟดว่ นถึงสถานกี รุงเทพเวลา 17.10 น. รถไฟขบวนนอ้ี อกจากสถานีบา้ น
ภาชเี วลาใด (15.18 น.)
- หลินต้องการเดนิ ทางจากสถานีกรุงเทพและถึงสถานชี ุมทางบา้ นภาชีเวลา
ประมาณ 09.00 น. หลนิ ควรเลอื กโดยสารรถไฟประเภทใด และเวลาใด (รถไฟรถเร็ว เวลา 06.40 น.)
- เวลา 6.00 น. ปรายฟ้าโทรศพั ท์บอกภีมม์วา่ เดินทางออกจากสถานีชุมทางบ้าน
ภาชีแล้วให้ภีมม์มารีบที่สถานีกรุงเทพด้วย ภีมม์ควรมารับปลายฟ้าที่สถานีกรุงเทพก่อนเวลาใด
(07.30 น.)
33
ขน้ั สอน
2. ครูติดตารางจำนวนนักเรียนโรงเรียนเก่งวทิ ย์ที่เข้าใช้ห้องสมุดตั้งแต่วันจันทร์ถึงวนั
ศกุ ร์ โดยข้อมลู ในตารางบางส่วนเลอะเลอื นไป แล้วใหน้ ักเรียนชว่ ยกันหาคำตอบ โดยครูตั้งคำถามเพื่อ
เป็นแนวทางในการหาคำตอบ
จำนวนนักเรยี นโรงเรยี นเก่งวทิ ย์ทเ่ี ขา้ ใชห้ ้องสมุดต้ังแต่วนั จันทรถ์ ึงวันศุกร์
วัน จำนวน (คน)
ชาย หญิง รวม
จันทร์ 35 22 57
อังคาร 38 40 78
พุธ 45 75
พฤหสั บดี 25 22 47
ศกุ ร์ 28 50 78
รวม 171 164 335
- จากตารางมีข้อมูลใดบ้างที่หายไป (จำนวนนักเรียนหญิงเข้าใช้ห้องสมุดในวัน
พุธ)
- จะหาจำนวนนักเรียนหญิงที่เข้าใช้ห้องสมุดในวันพุธได้อย่างไร (นำจำนวน
นักเรยี นทง้ั หมดในวันพุธ ลบด้วยจำนวนนกั เรียนชายในวันน้นั จะได้ 75 – 45 = 30 คน)
- มวี ิธคี ดิ อื่นอีกหรอื ไม่ (มี โดยนำจำนวนนกั เรยี นหญิงท้ังหมด ลบดว้ ยผลรวมของ
จำนวนนกั เรียนหญงิ 4 วัน คอื วันจันทร์ วันองั คาร วันพฤหัสบดี และวันศกุ ร์ จะได้ 164 – (22 + 40
+ 22 + 50) = 164 – 134 = 30 คน)
3. ครูตดิ ตารางจำนวนผ้เู ขา้ ชมพพิ ธิ ภณั ฑส์ ตั ว์น้ำแห่งหน่งึ ตัง้ แต่วนั อังคารถงึ วันอาทิตย์
จำนวนผ้เู ข้าชมพพิ ธิ ภณั ฑส์ ตั ว์น้ำแห่งหนึง่ ต้ังแตว่ นั องั คารถึงวันอาทติ ย์
ผู้เขา้ ชม องั คาร วัน เสาร์ อาทิตย์ รวม
พุธ พฤหสั บดี ศกุ ร์
เด็ก (คน) 275 222 189 228 502 406 1,822
ผู้ใหญ่ (คน) 353 297 288 179 261 1,510
รวม (คน) 628 519 477 307 734 667 3,332
ถา้ เกบ็ ค่าเข้าชมของเด็กคนละ 30 บาท ผ้ใู หญ่คนละ 60 บาท วนั เสารเ์ กบ็ คา่ เข้าชมได้ทง้ั หมดเท่าใด
34
- จะหาค่าเข้าชมทั้งหมดท่ีเกบ็ ได้ในวันเสาร์ได้อย่างไร (นำค่าเข้าชมของเด็กรวม
กบั ของผใู้ หญ)่
- หาค่าเข้าชมของเดก็ ได้อยา่ งไร เปน็ เงินเทา่ ใด
(นำจำนวนเด็ก คูณกบั คา่ เข้าชมของเดก็ 1 คน
จะไดค้ ่าเข้าชมของเดก็ 502 × 30 = 15,060 คน)
- หาค่าเข้าชมของผใู้ หญ่ไดอ้ ย่างไร เป็นเงนิ เท่าใด
(นำจำนวนผใู้ หญ่ คณู กับ คา่ เขา้ ชมของผใู้ หญ่ 1 คน
ซึง่ จำนวนผู้ใหญ่หาไดจ้ าก จำนวนผูเ้ ขา้ ชมทัง้ หมดในวันเสาร์ ลบด้วยจำนวนเดก็
จะได้ 734 – 502 = 232 คน
ดังน้นั เก็บคา่ เขา้ ชมของผใู้ หญ่ 232 × 60 = 13,920 บาท)
- วนั เสาร์เก็บค่าเขา้ ชมได้ทั้งหมดเทา่ ใด (15,060 + 13,920 = 28,980 บาท)
4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 5 การใช้ข้อมูลตารางสองทางในการแก้ปัญหา เมื่อเสร็จ
แล้วให้นกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี
5
ข้นั สรปุ
5. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รียนรูร้ ่วมกัน ดงั น้ี
- ตารางสองทาง (two-way table) เป็นตารางที่จำแนกข้อมูลเป็น 2 ลักษณะ
การอา่ นตารางสองทางให้อา่ นข้อมลู ในแนวตง้ั และแนวนอนท่ีสมั พันธ์กนั
- การแก้ปัญหา เริ่มจากทำความเข้าใจ วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
สอื่ การเรยี นรู้
1. แผนภาพตารางสองทาง
2. ใบงานท่ี 5 การใช้ขอ้ มลู ตารางสองทางในการแกป้ ัญหา
35
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิง่ ท่ีต้องการวัด วิธวี ัด เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 5 ใบงานท่ี 5 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทักษะกระบวนการ
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกต ไดร้ ะดับคุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน
คุณลักษณะ เกณฑ์
ท่ีพึงประสงค์
ความคิดเหน็ ผู้บรหิ าร
ลงชอ่ื .....................................ผตู้ รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
36
บนั ทึกหลังการเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปญั หาและอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปัญหา
ลงชอื่ .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
37
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 การนำเสนอขอ้ มูล เวลาเรียน 6 ช่ัวโมง
เรื่อง การอ่านแผนภมู ิแทง่ เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง
สอนวันท่ี....... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามร้ทู างสถติ ิในการแก้ปัญหา
ตวั ชวี้ ัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ อ้ มลู จากแผนภมู ิแทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
สาระสำคัญ
แผนภูมิที่ใช้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก แสดงข้อมูล เรียกว่า “แผนภูมิแท่ง” ซึ่งแผนภูมิแท่ง
ประกอบด้วย “ชื่อแผนภูมิและตัวแผนภูมิ” ตัวแผนภูมิประกอบด้วย เส้นแสดงจำนวนเส้นแสดง
รายการ และรปู สีเ่ หลีย่ มมุมฉากทแ่ี สดงจำนวนของแต่ละรายการ ซงึ่ รูปสเี่ หล่ยี มมมุ ฉากแตล่ ะรปู ตอ้ งมี
ความกว้างเท่ากัน เริ่มต้นจากระดับเดียวกันที่ 0 และระยะระหว่างรูปสี่เหลีย่ มมุมฉากแต่ละรูปควร
เท่ากัน
การอ่านข้อมูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเสนอในแนวตั้งหรือแนวนอน มีวิธีการอ่านเช่นเดียวกัน
โดยพจิ ารณาจากสว่ นปลายสุดของรปู สเี่ หล่ียมมุมฉากของแต่ละรายการเทียบกับเสน้ แสดงจำนวน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการอ่านแผนภมู แิ ท่งได้ (K)
2. อ่านแผนภมู ิแท่งได้ (P)
3. นำความรูเ้ ก่ยี วกบั การอา่ นแผนภูมิแท่งไปใชแ้ กป้ ัญหาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรียนรู้
การอา่ นแผนภูมแิ ท่ง
38
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการสอื่ สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูติดแผนภูมิรปู ภาพแสดงจำนวนไอศกรีมที่สหกรณ์โรงเรียนขายได้ตั้งแต่วันที่ 10
ถึง 14 กรกฎาคม 2560 ดังนี้
จำนวนไอศกรีมท่ีสหกรณ์โรงเรยี นขายได้
ตงั้ แตว่ นั ท่ี 10 ถงึ 14 กรกฎาคม 2560
10 ก.ค. 11 ก.ค. 12 ก.ค. 13 ก.ค. 14 ก.ค.
กำหนดให้ แทนไอศกรมี 5 แทง่
ครสู มุ่ นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้
- วนั ท่ี 10 ก.ค. 2560 ขายไอศกรมี ได้ทง้ั หมดกี่แทง่ หาคำตอบไดอ้ ยา่ งไร (25
แทง่ หาคำตอบจากการนับจำนวน แลว้ คูณกบั 5)
39
- วันใดขายไอศกรีมไดม้ ากท่สี ดุ และขายไดก้ แี่ ทง่ หาคำตอบไดอ้ ย่างไร (วันท่ี 12
ก.ค. 2560 ขายได้ 6 × 5 = 30 แท่ง)
ข้ันสอน
2. ครสู ุ่มนักเรยี นสลับกนั ออกมาชว่ ยเปล่ยี น เปน็ ตามจำนวนจะได้แผนภมู ิ
รปู ภาพ ดังน้ี
จำนวนไอศกรีมท่สี หกรณโ์ รงเรียนขายได้
ต้ังแตว่ นั ที่ 10 ถงึ 14 กรกฎาคม 2560
10 ก.ค. 11 ก.ค. 12 ก.ค. 13 ก.ค. 14 ก.ค.
กำหนดให้ แทนไอศกรีม 5 แทง่
ครูแนะนำว่า ถ้าใช้เส้นแนวต้ังแสดงจำนวนไอศกรีมแทนข้อกำนดและเส้นแนวนอน
แสดงวันทข่ี ายไอศกรมี จะได้ดงั นี้
จำนวนไอศกรมี ทส่ี หกรณโ์ รงเรยี นขายได้ ต้ังแต่วนั ท่ี 10 ถงึ 14 กรกฎาคม 2560
40
ครุแนะนำว่าการหาจำนวนไอศกรมี ทีข่ ายได้ในแตล่ ะวัน สามารถพิจารณาจากสว่ น
ปลายสดุ ของรูปสี่เหลยี่ มมุมแกของแตล่ ะรายการเทียบกบั เส้นแสดงจำนวน ดังน้นั รูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
ของแตล่ ะรายการจงึ ไมจ่ ำเปน็ ต้องมเี ส้นคน่ั ระหวา่ งรปู และไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งมขี อ้ กำหนด ซ่ึงแสดงได้ดังนี้
จำนวนไอศกรีมที่สหกรณ์โรงเรียนขายได้ ตงั้ แต่วนั ที่ 10 ถึง 14 กรกฎาคม 2560
ครูแนะนำว่า แผนภมู ิท่ใี ช้รูปสี่เหล่ียมมุมฉากแสดงข้อมลู เรยี กวา่ “แผนภมู แิ ท่ง” ซงึ่
แผนภูมิแท่งประกอบด้วย “ชื่อแผนภูมิและตัวแผนภูมิ” ตัวแผนภูมิ ประกอบด้วยเส้นแสดงจำนวน
เสน้ แสดงรายการ และรูปสีเ่ หลี่ยมมุมฉากทีแ่ สดงจำนวนของแต่ละรายการ ซ่ึงรปู ส่ีเหลี่ยมมุมฉากแต่
ละรูปต้องมีความกวา้ งเท่ากัน เร่ิมต้นจากระดับเดียวกนั ท่ี 0 และระยะระหว่างรูปส่ีเหล่ียมมุมฉากแต่
ละรปู ควรเท่ากัน
3. ครูตดิ แผนภูมแิ ทง่ ทน่ี ำเสนอขอ้ มูลแนวนอน ดงั น้ี
จำนวนไอศกรีมท่ีสหกรณโ์ รงเรียนขายได้ ตง้ั แต่วันท่ี 10 ถึง 14 กรกฎาคม 2560
41
ครูแนะนำว่า การอ่านข้อมูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเสนอในแนวตั้งหรือแนวนอน มี
วิธีการอา่ นเช่นเดยี วกัน โดยพจิ ารณาจากสว่ นปลายสดุ ของรูปสี่เหล่ียมมุมฉากของแต่ละรายการเทียบ
กับเสน้ แสดงจำนวน
4. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 6 การอ่านแผนภูมิแท่ง เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกนั
ตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 6
ขั้นสรปุ
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปสงิ่ ทไ่ี ดเ้ รียนรูร้ ่วมกนั ดังน้ี
แผนภมู ิที่ใช้รูปสี่เหล่ียมมมุ ฉาก แสดงข้อมลู เรยี กว่า “แผนภูมแิ ทง่ ” ซ่งึ แผนภูมิแท่ง
ประกอบด้วย “ชื่อแผนภูมิและตัวแผนภูมิ” ตัวแผนภูมิประกอบด้วย เส้นแสดงจำนวนเส้นแสดง
รายการ และรปู ส่เี หลี่ยมมุมฉากที่แสดงจำนวนของแต่ละรายการ ซ่งึ รูปส่เี หล่ยี มมุมฉากแต่ละรปู ต้องมี
ความกว้างเท่ากัน เริ่มต้นจากระดับเดียวกันที่ 0 และระยะระหว่างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูปควร
เท่ากนั
การอ่านข้อมูลจากแผนภูมิแท่งที่นำเสนอในแนวตั้งหรือแนวนอน มีวิธีการอ่าน
เช่นเดียวกัน โดยพิจารณาจากส่วนปลายสุดของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากของแต่ละรายการเทียบกับเส้น
แสดงจำนวน
สอ่ื การเรยี นรู้
1. แผนภมู ริ ูปภาพ
2. แผนภมู แิ ทง่
3. ใบงานท่ี 6 การอา่ นแผนภูมแิ ทง่
42
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิง่ ท่ีต้องการวัด วิธวี ัด เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 6 ใบงานท่ี 6 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ในระดบั พอใช้ขน้ึ
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมดา้ น ไป
ทักษะกระบวนการ
3. ด้านคุณลกั ษณะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกต ไดร้ ะดับคุณภาพ 2 ทุก
ทพ่ี งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมด้าน รายการขึ้นไปถือว่าผ่าน
คุณลักษณะ เกณฑ์
ท่ีพึงประสงค์
ความคิดเหน็ ผู้บรหิ าร
ลงชอ่ื .....................................ผตู้ รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
43
บนั ทึกหลังการเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปญั หาและอุปสรรค
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปัญหา
ลงชอื่ .....................................ผู้สอน
()
..../................../........
44
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
รายวิชาคณิตศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 10 การนำเสนอข้อมลู เวลาเรียน 9 ชว่ั โมง
เร่ือง การใช้ขอ้ มูลจากแผนภูมแิ ทง่ ในการแกป้ ญั หา เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
สอนวนั ท่ี....... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 3.1 : เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความร้ทู างสถิตใิ นการแก้ปญั หา
ตวั ช้ีวัด
ค 3.1 ป.4/1 : ใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมแิ ทง่ ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา
สาระสำคัญ
การอ่านแผนภูมิแทง่ ให้พิจารณาจากส่วนปลายสดุ ของรูปสี่เหลีย่ มมมุ ฉากของแต่ละรายการ
เทียบกับเสน้ แสดงจำนวน
การแก้ปัญหาให้อ่านทำความเข้าใจ วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความ
ถกู ต้อง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายการใช้ข้อมลู จากแผนภูมิแทง่ ในการแกป้ ัญหาได้ (K)
2. ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ิแทง่ ในการแก้ปญั หาได้ (P)
3. นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่งในการแก้ปัญหาไปใช้แก้ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
การใช้ขอ้ มลู จากแผนภมู ิแท่งในการแก้ปัญหา
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการสื่อสารและการส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
45
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูทบทวนการอา่ นแผนภูมิแท่ง โดยตดิ แผนภมู ิแท่งใหน้ ักเรยี นตอบคำถาม ดังน้ี
จำนวนไมด้ อกที่นกั เรยี นชั้น ป.4 ปลูกในเรือนเพาะชำ
ดาวเรือง) - นักเรียนปลูกไม้ดอกกี่ชนิด (4 ชนิด) ได้แก่ (ชบา บานชื่น เข็ม ชวนชม และ
ตน้ )
- นักเรียนปลูกดาวเรืองก่ตี น้ (13 ตน้ )
- ไมด้ อกท่ปี ลกู มากทส่ี ุดคืออะไร (เขม็ ) มีจำนวนกตี่ น้ (19 ต้น)
- ไมด้ อกทป่ี ลกู เปน็ จำนวนเทา่ กนั คืออะไร (บานช่นื กบั ชวนชม) มีจำนวนก่ีตน้ (12
- นักเรียนปลูกชวนชมมากกวา่ ชบากก่ีตน้ (3 ต้น)
- นกั เรียนปลูกไมด้ อกทัง้ หมดกี่ตน้ (65 ต้น)
46
- เรียงลำดบั ช่ือไมด้ อกตามจำนวนท่นี ักเรียนปลูกจากมากไปน้อยได้อย่างไร (เข็ม
ดาวเรอื ง บานช่นื ชวนชม ชบา)
ขน้ั สอน
2. ครูใชข้ ้อมูลจากแผนภมู ิแท่งท่กี ำหนดให้ในขอ้ 1 ถามนักเรียนว่าไมด้ อกที่นักเรยี นชั้น
ป.4 ปลูกในเรอื นเพาะชำเฉล่ียก่ีตน้ นักเรียนจะหาคำตอบได้อยา่ งไร ครใู ห้นกั เรยี นช่วยกันคิดและใช้
การสุม่ ถามนกั เรียน ซึง่ นักเรียนอาจตอบได้วา่
หาจากการนำจำนวนน้ำผลไม้ท่ีขายไดท้ ้งั หมด หารด้วยจำนวนวันท่ีขาย
จะได้ (30 + 25 + 25 + 40) ÷ 4 = 120 ÷ 4
= 30
ดังน้นั ร้านค้าขายน้ำผลไมเ้ ฉลีย่ วนั ละ 30 ขวด
3. ครูติดแผนภูมิแท่ง แล้วให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มช่วยกันตอบคำถาม
ต่อไปนี้
จำนวนสบูแ่ ต่ละชนิดทร่ี า้ นค้าขายได้ใน 1 สปั ดาห์
- จะหาจำนวนสบู่โดยเฉลยี่ ที่ขายไดใ้ นแตล่ ะวนั ไดอ้ ย่างไร (นำจำนวนสบทู่ ัง้ หมดท่ี
ขายไดใ้ น 1 สัปดาห์ หารด้วยจำนวนวันทข่ี ายสบู่)
- หาจำนวนสบทู่ งั้ หมดได้อย่างไร เปน็ จำนวนเท่าใด และขายสบกู่ ่ีวัน (ขายสบู่ 7
วนั ได้ 50 + 25 + 20 + 30 + 15 + 5 + 30 = 175 กอ้ น)
- รา้ นคา้ ขายสบู่เฉลี่ยวนั ละกกี่ อ้ น (ร้านคา้ ขายสบู่เฉล่ยี วันละ 175 ÷ 7 = 25
ก้อน)
4. ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานที่ 7 การใชข้ อ้ มูลแผนภมู แิ ทง่ ในการแก้ปญั หา เมื่อเสร็จแล้ว
ให้นักเรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 7
47
ขน้ั สรปุ
5. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปส่ิงทีไ่ ดเ้ รียนรรู้ ว่ มกัน ดังนี้
การอา่ นแผนภมู ิแท่งให้พจิ ารณาจากสว่ นปลายสุดของรูปส่เี หลี่ยมมุมฉากของแต่ละ
รายการเทียบกบั เสน้ แสดงจำนวน
การแก้ปัญหาให้อ่านทำความเข้าใจ วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
สอ่ื การเรียนรู้
1. แผนภมู ิแท่ง
2. ใบงานที่ 7 การใช้ข้อมูลแผนภมู ิแทง่ ในการแก้ปัญหา
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สง่ิ ท่ตี ้องการวัด วิธีวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 7 ใบงานที่ 7 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบสงั เกต ผ่านเกณฑใ์ นระดับพอใช้ข้ึน
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ พฤติกรรมด้าน ไป
ทกั ษะกระบวนการ
3. ดา้ นคุณลกั ษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกต ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ทุก
ที่พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ พฤติกรรมด้าน รายการข้ึนไปถอื วา่ ผ่าน
คณุ ลักษณะ เกณฑ์
ทพ่ี ึงประสงค์