The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3
หน่วยที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่อง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูปุยฝ้าย, 2022-03-17 10:52:42

แผนการสอน

วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3
หน่วยที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ
เรื่อง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

แผนการจัดการเรยี นรู้

เทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 (วิทยาการคานวณ)

ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตัวช้ีวดั รหัสวิชา ว23104
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ฉบบั ปรังปรุง 2563

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทมุ ศรี

เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค

(ความเหมาะสมกบั ตาแหน่ง วิชาชีพ และการปฏบิ ตั งิ านในสถานศึกษา)

ตาแหนง่ ครผู ชู้ ่วย ปกี ารศกึ ษา 2564

แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3

ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ดั
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
ฉบับปรงั ปรุง 2563

นางสาวสกุลรตั น์ ประทมุ ศรี
เอกสารประกอบการประเมินภาค ค
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วชิ าชีพ และการปฏบิ ัติงานในสถานศกึ ษา)
ตำแหน่ง ครผู ูช้ ่วย

นางสาวสกุลรตั น์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค
(ความเหมาะสมกบั ตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏบิ ัตงิ านในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย

คำนำ

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดสาระเทคโนโลยี
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้สถานศึกษานำไปใช้เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา วางแผนการจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้
ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของหลักสูตร ตลอดจนให้เกิดผลสำเร็จตาม
เจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้น ขั้นตอนการนำหลักสูตรสถานศึกษาไปปฏิบัตจิ ริงในช้ันเรียนของ
ครูผสู้ อนจงึ จัดเป็นหวั ใจสำคัญในการพฒั นาผเู้ รียน

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาที่เน้นสมรรถนะแบบบรู ณาการเล่มนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียน
การสอนในรายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เพือ่ ใหก้ ิจกรรมการเรยี นการสอน
เป็นไปตามแบบแผนและขอบเขตที่กำหนด สำหรับรายวิชานี้ได้แบ่งหน่วยการเรียนรู้ออกเป็น 4 หน่วย
การเรียนรู้ ประกอบดว้ ย การจัดการข้อมลู และสารสนเทศ, ความน่าเชือ่ ถือของข้อมลู , เทคโนโลยีสารสนเทศ
และแอปพลเิ คชนั

สุดท้ายนี้ผู้จัดทำขอขอบคุณสำนักพิมพ์บริษัท อักษรเจริญทัศน์ จำกัด และเว็บไซต์เพื่อการศึกษา
ตา่ ง ๆ ที่ใหค้ วามเออื้ เฟื้อในการให้ขอ้ มูล เน้ือหาการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้เพือ่ สร้าง
ประโยชน์ต่อครูผู้สอนในการ ใช้เป็นแนวทางในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างสัมฤทธิ์ ผล
ตรงตามความต้องการหลักของการจัดการระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทง้ั นี้ผทู้ ีส่ นใจสามารถนำ
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ไปเป็นแนวทางจัดการเรียนการสอน เพื่อช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
ผู้เรียนให้สูงขึ้นตามมาตรฐานการศึกษาและการประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากมีข้อเสนอแนะ
ประการใด ผูจ้ ัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ยนิ ดนี ้อมรบั ไวด้ ้วยความขอบคุณมา ณ ทีน่ ้ี

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทุมศรี
ผจู้ ดั ทำ

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏิบัตงิ านในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย

สารบัญ หนา้

ตวั ช้วี ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง 1
คำอธิบายรายวิชา 3
โครงสร้างรายวิชา 4
Pedagogy 7
กระบวนการเรียนรู้ 8
โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ 11
แผนการจัดการเรียนรู้ 17
บนั ทกึ ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนหนว่ ยการเรียนรู้ 23
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วิชาชพี และการปฏิบตั ิงานในสถานศึกษา) ตำแหนง่ ครูผ้ชู ว่ ย

ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ิตจริงอย่างเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบ

ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่าง
มปี ระสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม

ช้ัน ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.3 1. พัฒนาแอปพลเิ คชันทีม่ กี ารบูรณาการ  ขนั้ ตอนการพัฒนาแอปพลิเคชนั
กบั วิชาอนื่ อยา่ งสรา้ งสรรค์  Internet of Things (IoT)
 ซอฟตแ์ วร์ท่ีใชใ้ นการพัฒนาแอปพลเิ คชนั เชน่

Scratch, python, java, c, AppInventor
 ตวั อยา่ งแอปพลิเคชัน เชน่ โปรแกรมแปลงสกุลเงิน

โปรแกรมผันเสียงวรรณยกุ ต์ โปรแกรมจำลอง
การแบ่งเซลล์ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ

2. รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล  การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภมู ิ
นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตาม ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผลจะทำให้ได้
วัตถุประสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือ สารสนเทศเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้
บริการบนอินเทอร์เน็ตทีห่ ลากหลาย อย่างมีประสิทธภิ าพ

 การประมวลผลเป็นการกระทำกับข้อมูล เพื่อให้ได้
ผลลพั ธ์ทีม่ คี วามหมายและมีประโยชนต์ ่อการนำไปใช้งาน

 การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ี
หลากหลายนการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก
ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยใหแ้ กป้ ัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ถูกต้อง และแมน่ ยำ

 ตัวอย่างปัญหา เช่น การเลือกโปรโมชันโทรศัพท์ให้
เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งาน สินค้าเกษตรที่ต้องการ
และสามารถปลูกได้ในสภาพดนิ ของท้องถ่นิ

นางสาวสกุลรตั น์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 1
(ความเหมาะสมกบั ตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏิบตั ิงานในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครผู ชู้ ่วย

ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

3. ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล  การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น ตรวจสอบ
วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการให้ และยืนยันข้อมูล โดยเทียบเคียงจากข้อมูลหลายแหล่ง
ข่าวสารท่ีผิด เพอื่ การใชง้ านอย่างร้เู ทา่ ทนั แยกแยะข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น หรือ
ใช้ PROMPT

 การสืบคน้ หาแหล่งต้นตอของขอ้ มลู
 เหตุผลวบิ ตั ิ (logical fallacy)
 ผลกระทบจากข่าวสารทผี่ ิดพลาด
 การรเู้ ท่าทนั ส่ือ เช่น การวิเคราะหถ์ ึงจุดประสงค์ของ

ข้อมลู และผู้ใหข้ ้อมลู ตีความ แยกแยะเนื้อหาสาระของ
ส่อื เลือกแนวปฏบิ ัตไิ ด้อยา่ งเหมาะสมเมือ่ พบข้อมลู
ต่าง ๆ

4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น
และมีความรับผิดชอบต่อสังคมปฏิบัติตาม การทำธุรกรรมออนไลน์ การซื้อสินค้า ซื้อซอฟต์แวร์
กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ใช้ลิขสิทธ์ิ คา่ บรกิ ารสมาชกิ ซอื้ ไอเท็ม
ของผ้อู ืน่ โดยชอบธรรม
 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ
เช่น ไม่สร้างข่าวลวง ไม่แชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ
ข้อเทจ็ จริง

 กฎหมายเก่ียวกับคอมพิวเตอร์
 การใชล้ ขิ สทิ ธิ์ของผูอ้ ื่นโดยชอบธรรม (fair use)

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 2
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏบิ ัติงานในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครูผูช้ ่วย

คำอธิบายรายวชิ า

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 40 ชั่วโมง/ปี

ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลและสารสารเทศ การใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การรู้เท่าทันสื่อ ศึกษาเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศและกฎหมายคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกีย่ วกบั แอปพลิเคชนั เทคโนโลยี IoT และการพัฒนาแอปพลเิ คชนั

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การ
แก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิด
และปฏบิ ัติ

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเป็น
ขั้นตอน และเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบ้ืองต้นใน
การแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และ
นำเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด
และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการ
ตัดสินใจ และเป็นผู้มจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
สร้างสรรค์

ตัวช้ีวัด
ว 4.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4

รวม 4 ตวั ชี้วัด

นางสาวสกุลรัตน์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 3
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชพี และการปฏิบตั ิงานในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย

โครงสร้างรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชั้น ม.3

ลำดบั ท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน มโนทศั นส์ ำคัญ เวลา
1. การเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด (ชม.)
การจัดการขอ้ มูล ว 4.2 ม.3/2 การรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่สำคัญ
และสารสนเทศ ที่สุดของการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ 9
ดังนั้นควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและ
ประเภทของข้อมูล ตลอดจนวิธีการรวบรวม
ข้อมูลเพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่าง
ถูกต้องและเหมาะสม

การประมวลผลขอ้ มลู เป็นการคำนวณหรือ
การเปรียบเทียบ เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบท่ี
เปน็ ประโยชน์ตรงตามความต้องการ

การจัดการข้อมูลและสารสนเทศมีการนำ
ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาช่วยในการจัดการข้อมูล
โดยมีทั้งซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และ
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการนำเสนอข้อมูลเพื่อการ
จดั การข้อมูลและสารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

2. ความน่าเชือ่ ถือ ว 4.2 ม.3/3 การสืบค้นแหล่งข้อมูลเป็นกระบวนการ 9
ของขอ้ มูล ค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการ โดยใช้เครื่องมือ
ต่าง ๆ อีกทั้งข้อมูลที่ได้จะต้องมีการประเมิน
ความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพื่อคัดเลือกข้อมูล
ที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลที่มีคุ ณ ค่า
มีความน่าเชื่อถือ เป็นการพิจารณาเพ่ือ
คัดเลือกจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งจากการ
ประเมินความน่าเชื่อถือจะทำให้เราได้ข้อมูลท่ี
มีคุณค่า และนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้อย่าง
เหมาะสม

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 4
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏิบัติงานในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย

ลำดบั ท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน มโนทศั นส์ ำคญั เวลา
การเรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด (ชม.)
การรู้เท่าทันสื่อเป็นลักษณะสมรรถนะที่
ครอบคลุมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในส่วนท่ี
เกี่ยวข้องกับความสามารถในการเข้าถึง
สารสนเทศผ่านสื่อ และเทคโนโลยีดิจิทัล การ
เลือก รับ วิเคราะห์ ประเมิน และนำข้อมูลที่
ได้รบั ไปใช้ในทางสรา้ งสรรค์

3. เทคโนโลยี ว 4.2 ม.3/4 การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยคำนึง 7
สารสนเทศ ถึงความปลอดภัยในการใช้งาน เช่นการทำธุรกรรม
ออนไลน์ การซื้อสินค้ออนไลน์และการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีจิตสำนึก และ
จริยธรรมที่ดี คำนึงผลกระทบที่อาจส่งผลต่อ
ผู้อื่น ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน
เทคโนโลย ี สารสนเทศหลายฉบ ั บ เช่ น
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติว่าด้วย
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติ
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดย
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด
เก ี ่ ยวกั บคอมพ ิ วเตอร ์ พ.ศ.2550 และ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด
เกี่ยวคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 หรือ
ลิขสิทธิ์ เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้ปัญญา
ความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน
ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง
ที่กฎหมายใหค้ วามคมุ้ ครอง

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 5
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏิบัตงิ านในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย

ลำดบั ท่ี ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน มโนทศั นส์ ำคญั เวลา
4. แอปพลิเคชนั การเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั (ชม.)
ว 4.2 ม.3/1 การทำให้อุปกรณ์หลายตัวสามารถสื่อสาร 15
แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานร่วมกันได้น้ัน
เรียกว่า เทคโนโลยี IoT ต้องอาศัยความสามารถ
ของ Smart Device ซึ่งอุปกรณ์ที่มีหน่วย
ประมวลผล หรอื เซนเซอร์ภายในตัว เพื่อส่ง
ข้อมูลผ่าน Cloud Computing หรือ Wireless
Network เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลภายใน
เครือข่ายเพ่ือประมวลผล และอาศยั Dashboard
สำหรับแสดงผลและใช้ควบคุมการทำงาน
จากผใู้ ช้

แอปพลิเคชัน เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนา
ข้นึ มาเพื่ออำนวยในด้านต่าง ๆ มีการออกแบบ
มาเพื่อใช้งานในหลายรูปแบบ ซึ่งการพัฒนา
โปรแกรมในปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรมภาษา
ไพทอน (Python) เพราะเป็นภาษาที่อ่าน
แลว้ เข้าใจง่าย ไมซ่ ับซ้อน

รวม 40

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 6
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏบิ ัตงิ านในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย

Pedagogy

สื่อการเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 ผู้จัดทำ
ไดอ้ อกแบบการสอน (Instructional Design) ซึ่งเป็นวิธกี ารจดั การเรยี นรู้และเทคนคิ การสอนทเ่ี ปย่ี มด้วยประสิทธิภาพ
และมคี วามหลากหลายให้กบั ผู้เรยี น เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนสามารถบรรลผุ ลสมั ฤทธต์ิ ามมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชี้วดั รวมถึง
สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนที่หลักสูตรกำหนดไว้ โดยครูสามารถนำไปใชส้ ำหรับจัดการเรยี นรู้
ในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในรายวิชานี้ ได้นำวิธีการสอนและรูปแบบการสอนที่หลากหลายมาใช้ในการ
ออกแบบการสอน ดงั น้ี

กระบวนการเรียนรู้

เลือกใช้วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการกลุ่ม (Group Process–Based Instruction) เนื่องจากเป็น
กระบวนการในการทำงานร่วมกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน และมีการดำเนินงาน
ร่วมกัน โดยผนู้ ำกลมุ่ และสมาชกิ กลมุ่ ต่างกท็ ำหนา้ ท่ีของตนอย่างเหมาะสม และมีกระบวนการทำงานทีด่ ี เพอ่ื นำกลุ่ม
ไปสวู่ ตั ถปุ ระสงคท์ ่ีกำหนดไว้

การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำงานกลุ่มท่ีดี จะชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นเกิดทักษะทางสังคม และขยาย
ขอบเขตของการเรยี นรู้ใหก้ วา้ งขวางข้นึ

เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เนื่องจากเป็นกระบวนการ
เรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนใช้ทักษะมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะมากขึ้น ซึ่งผู้เรียนจะสามารถอธบิ ายการคิดเชงิ คำนวณอย่างเปน็
ระบบ หรือเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยการเข้าใจปัญหาและวิธีการในการแก้ปัญหาอย่างเป็น
ระบบ เพื่อให้ได้มาซึง่ วิธีการแกไ้ ขปัญหาที่ทัง้ มนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ซึ่งประกอบด้วยลำดบั
การใชท้ ักษะย่อย 4 ทกั ษะ ดงั น้ี

123 4

แนวคดิ การแยกย่อย แนวคดิ การจดจำรูปแบบ แนวคดิ เชงิ นามธรรม แนวคิดการออกแบบขนั้ ตอน

1. แนวคิดการแยกยอ่ ย (Decomposition) เปน็ การแตกปแัญบหบาใหญ่ให้เปน็ ปญั หาย่อยท่มี ีขนาดเล็ก เพ่ือให้

สามารถจัดการไดง้ ่ายขึ้น
2. แนวคิดการจดจำรปู แบบ (Pattern Recognition) เปน็ การกำหนดแบบแผนปญั หาย่อย ๆ จากปัญหา

ทีม่ รี ูปแบบท่หี ลากหลาย โดยปัญหาตา่ ง ๆ มักมีความคล้ายคลงึ กัน กล่าวคือ เพื่อดคู วามเหมือนความ
แตกต่างของรูปแบบการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทราบแนวโน้มเพอ่ื ทำนายผลลัพธ์ข้างหน้าได้

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 7
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏบิ ัติงานในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย

3. แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) เป็นการมุ่งเน้นความสำคัญของปัญหาโดยไม่สนใจรายละเอียดที่
ไม่จำเป็น เพื่อให้สามารถเขา้ ใจถึงแกน่ แท้ของปัญหา ทักษะนี้เทียบเท่ากบั การคิดสังเคราะห์ จนได้มาซ่ึง
แบบจำลอง เชน่ แบบจำลองทางคณติ ศาสตร์ในรูปของสมการหรือสูตร

4. แนวคิดการออกแบบขั้นตอน (Algorithm Design) เป็นการออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาด้วยการคิด
เชงิ อัลกอริทมึ โดยนำไปใชใ้ นการแกป้ ญั หาทีม่ ลี กั ษณะแบบเดยี วกนั ได้ ทำใหท้ ราบขั้นตอนก่อนหลงั

เลือกใชว้ ิธกี ารสอนโดยใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) เน่อื งจากเปน็ กระบวนการที่ผู้สอน
ใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการให้ผู้เรียนสวมบทบาทในสถานการณ์ซึ่ง
มีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง และแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตน และนำเอาการแสดงออกของผู้แสดง
ทง้ั ทางด้านความรู้ ความคดิ ความร้สู กึ และพฤติกรรมทส่ี งั เกตพบมาเป็นข้อมูลในการอภิปราย เพื่อให้ผเู้ รียนเกิดการ
เรียนรู้ตามวตั ถปุ ระสงค์

วิธีการสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ เป็นวิธีการที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา
เกดิ ความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมทัง้ ของตนเองและผอู้ น่ื หรือเกดิ ความเขา้ ใจในเร่อื งต่าง ๆ เก่ียวกับบทบาท
สมมตทิ ีต่ นแสดง ซึง่ การแสดงบทบาทสมมตใิ หม้ ีประสทิ ธภิ าพประกอบไปด้วย 6 ข้นั ตอน ดังนี้

1. การเตรียมการ เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะให้ชัดเจน และสร้างสถานการณ์และบทบาทสมมติท่ี
จะช่วยสนองวตั ถปุ ระสงค์นัน้ โดยสถานการณ์และบทบาทสมมตทิ ี่กำหนดขึ้นควรมคี วามใกล้เคยี งกบั ความเปน็ จริง

2. การเริ่มบทเรียน ผู้สอนสามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้หลายวิธี เช่น โยงประสบการ ณ์ใกล้ตัว
ผู้เรียน หรือประสบการณ์ท่ผี เู้ รยี นได้รับจากการเรยี นครงั้ ก่อน ๆ เขา้ สเู่ รื่องทจ่ี ะศกึ ษา

3. การเลือกผู้แสดง ควรเลือกผู้แสดงให้เหมาะสมกับบทบาท เพื่อช่วยให้การแสดงเป็นไปอย่างราบรื่นตาม
วตั ถุประสงคไ์ ด้อย่างรวดเร็ว หรือเลือกผู้แสดงที่มลี ักษณะตรงกนั ขา้ มกับบทบาทที่กำหนดใหเ้ พื่อชว่ ยให้ผู้เรียนคนน้ัน
ได้รับประสบการณ์ใหม่ ได้ทดลองแสดงพฤติกรรมใหม่ ๆ และเกิดความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้ที่มี
ลกั ษณะแตกต่างไปจากตน

4. การเตรียมผูส้ ังเกตการณ์ ผู้สอนควรเตรียมผู้รับชมและทำความเข้าใจกบั ผชู้ มว่า การแสดงบทบาทสมมติ
จัดขึน้ มใิ ช่มุ่งท่ีความสนุก แต่ม่งุ ทจ่ี ะใหเ้ กิดการเรียนร้เู ปน็ สำคัญ

5. การแสดง เมื่อผู้สอนให้เร่ิมการแสดงและสงั เกตการแสดงอย่างใกล้ชิด ไม่ควรมีการขัดการแสดงกลางคัน
นอกจากกรณีที่มีปัญหาเมื่อการแสดงออกนอกทาง ผู้สอนอาจจำเป็นต้องให้คำแนะนำบ้าง เมื่อการแสดงดำเนินไป
พอสมควรแล้ว ผู้สอนควรตัดบท ยุติการแสดง ไมค่ วรใหก้ ารแสดงยืดยาว เย่ินเยอ้ จะทำใหผ้ ู้ชมเกิดความเบอื่ หน่าย

6. การวิเคราะห์อภิปรายผลการแสดง เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์
โดยให้ผู้เรียนอภิปรายความรู้ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการสังเกตการแสดง กรณีที่การอภิปรายเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ ผูเ้ รียนเสนอแนะแนวคดิ และแนวทางอนื่ ๆ เพิ่มเติมที่แตกตา่ งไปจากเดิม

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 8
(ความเหมาะสมกบั ตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏิบตั งิ านในสถานศึกษา) ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย

เลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) เนื่องจากเป็นกระบวนการ
ที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประสงคท์ ีก่ ำหนด โดยการจัดผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ
4-8 คน และให้ผู้เรียนในกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น และประสบการณ์ในประเด็นที่กำหนด และ
สรปุ ผลการอภปิ รายออกมาเปน็ ขอ้ สรุปของกล่มุ

การเรยี นรูแ้ บบใชก้ ารอภิปรายกลุ่มย่อย จะช่วยใหผ้ ู้เรียนมีสว่ นร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีโอกาส
แสดงความคดิ เหน็ และแลกเปล่ียนประสบการณ์ อนั จะชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรียนร้ใู นเรือ่ งทเ่ี รยี นกว้างข้ึน

เลือกใชว้ ธิ กี ารสอนโดยใช้การบรรยาย (Lecture) เนอื่ งจากเป็นกระบวนการทผี่ สู้ อนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประสงค์ทีก่ ำหนด โดยการเตรียมเนื้อหาสาระ แล้วบรรยาย คือ พูด บอก เล่า อธิบายเนื้อหา
สาระหรอื สงิ่ ทตี่ ้องการสอนแกผ่ ้เู รียน และประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องผเู้ รยี นด้วยวธิ ีใดวธิ ีหนงึ่

วิธีการสอนแบบการบรรยายจะเป็นวิธีการที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนจำนวนมากได้เรียนรู้เนื้อหาสาระหรือข้อความ
จำนวนมากพร้อม ๆ กันได้ในระยะเวลาที่จำกัด โดยอาศัยการเตรียมการที่ดีของผู้สอนก่อนที่จะบรรยายแก่ผู้เรียน
และควรแสวงหาเทคนิคตา่ ง ๆ ท่ีน่าสนใจ ทา้ ทายความคิด และเข้าใจได้งา่ ยประกอบการบรรยาย

เลือกใชว้ ธิ ีการสอนโดยเน้นการเรียนรแู้ บบร่วมมือ (Collaborative learning) เนอ่ื งจากเป็นกระบวนการ
ที่ให้ผู้เรียนเรียนรูเ้ ป็นกลุ่มย่อย โดยมีสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกันประมาณ 3-6 คน ช่วยกันเรียนรู้เพื่อ
ไปสูเ่ ปา้ หมายของกลมุ่ ซึง่ มอี งค์ประกอบของการเรียนรแู้ บบร่วมมอื 5 ประการ ดังน้ี

1. การพ่งึ พาและเกื้อกูลกัน (positive interdependence)
2. การปรกึ ษาหารอื กันอย่างใกล้ชิด (face-to-face promotive interaction)
3. ความรบั ผดิ ชอบทีต่ รวจสอบได้ของสมาชกิ แตล่ ะคน (individual accountability)
4. การใช้ทกั ษะการปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคลและทักษะการทำงานกลมุ่ ย่อย (interpersonal and small-

group skills)
5. การวิเคราะห์กระบวนการกลุ่ม (group processing)

เทคนิคคู่คิด (think Pair Share) เป็นเทคนิคที่ให้ผู้เรียนจับคู่กัน 2 คน เพื่อแลกเปลี่ยนหรือถ่ายทอดความรู้
ความเข้าใจ หรอื ความคดิ เห็นซง่ึ กันและกนั ผา่ นการจัดการเรียนรู้ทง้ั 3 ขั้นตอน คือ

ข้นั ตอนท่ี 1 ครตู งั้ ปัญหาหรอื คำถามเพอื่ ให้นกั เรยี นคิดแนวทางการแกป้ ญั หาหรือแนวคำตอบที่เปน็ ไปได้
ข้นั ตอนที่ 2 นักเรียนจบั คู่กันเพื่อรว่ มกันอภิปรายแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ หรือความคิดเห็น

ซ่ึงกนั และกนั เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ทก่ี ระชบั ของคูต่ นเอง
ขน้ั ตอนท่ี 3 ผู้เรยี นนำเสนอขอ้ สรปุ ของคตู่ นเอง เพื่อแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นกับเพื่อนรว่ มชน้ั

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 9
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏิบัตงิ านในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครูผ้ชู ่วย

เลือกใชว้ ิธกี ารสอนแบบการใชค้ ำถาม (Questioning Method) เน่อื งจากเป็นกระบวนการที่ม่งุ พฒั นาทาง
ความคดิ ของผเู้ รยี น โดยผู้สอนจะป้อนคำถามในลกั ษณะตา่ ง ๆ และให้ผู้เรียนใช้ความคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือ
ประเมินค่าคำถามนั้นเพ่อื ทจ่ี ะตอบคำถามเหลา่ นน้ั ได้อย่างเหมาะสม

วธิ กี ารสอน (Teaching Method)

ผู้จัดทำเลือกใช้วิธีสอนที่หลากหลาย เช่น การอภิปราย การใช้สถานการณ์จำลอง การใช้เกม เพื่อส่งเสริม
การเรียนรู้ให้เกิดประสิทธภิ าพมากที่สุด และยังมุ่งพัฒนาให้ผู้เรยี นเกิดองค์ความรูจ้ ากประสบการณ์ต่าง ๆ โดยการคิด
และลงมือปฏบิ ัติ ซง่ึ จะช่วยให้ผ้เู รียนมคี วามรูแ้ ละเกิดทกั ษะที่คงทน

เทคนิคการสอน (Teaching Technique)

ผู้จัดทำเลือกใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่เรียน เช่น การตั้งคำถาม การยกตัวอย่าง
การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เพื่อส่งเสริมวิธีการสอนและรูปแบบการสอนให้มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ให้
มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข สามารถปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสามารถฝกึ ทกั ษะการเรียนร้แู ละทกั ษะการปฏิบัตเิ กีย่ วกับงานต่าง ๆ ในศตวรรษท่ี 21

*ทิศนา แขมมณ,ี ศาสตรก์ ารสอน : องคค์ วามรู้เพอื่ การจดั กระบวนการเรียนรู้ที่มปี ระสิทธภิ าพ (กรุงเทพมหานคร : สำนักพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ,
2562

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 10
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏิบัตงิ านในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย

โครงสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศา

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ รหสั วชิ า ว23104 รายวชิ าเท

1. การจัดการขอ้ มูล แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 จำนวน 1 หนว่ ยกติ 2 ชว่ั โมง
และสารสนเทศ การรวบรวมข้อมลู
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษา

วธิ ีสอน/วธิ กี ารจัด
กิจกรรมการเรียนรู้

1. รปู แบบการสอน
แบบการอภิปราย

2. วธิ กี ารสอนแบบกระบวนกา
กลมุ่ (Group Process)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 1. รูปแบบการสอน
การประมวลผลขอ้ มลู แบบการอภปิ ราย

2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนกา
กล่มุ (Group Process)

3. วธิ ีการสอนโดยใชแ้ นวคิด
เชงิ คำนวณ (Computation
Thinking)

นางสาวสกุลรัตน์ ประทุมศร
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏบิ ัติง

าสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3

ทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) การประเมนิ เวลา
งต่อสปั ดาห์ เวลา 40 ชั่วโมง (ชั่วโมง)
าปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 การจดั การขอ้ มูล 2
ทักษะทไ่ี ด้ และสารสนเทศ
4
1. ทักษะการทำงานรว่ มกนั 2. ตรวจใบงานท่ี 1.1.1 เรอ่ื ง อาชีพ
2. ทักษะการสื่อสาร ในอนาคต
าร
3. ตรวจแบบฝึกหัดรายวชิ าพน้ื ฐาน
1. ทักษะการคิดวิจารณญาณ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
2. ทักษะการทำงานรว่ มกนั คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1
าร 3. ทักษะการสือ่ สาร เรื่อง การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ

nal 1. ตรวจแบบฝึกหดั รายวิชาพนื้ ฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรอ่ื ง การจดั การข้อมูลและสารสนเทศ

2. การประเมินการทำแบบฝึกหดั

รี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 11
งานในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครผู ู้ช่วย

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ วธิ สี อน/วิธีการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
การใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการจัดการ 1. รปู แบบการสอน
ขอ้ มูล แบบการอภิปราย

2. วิธีการสอนแบบกระบวนกา
กลมุ่ (Group Process)

2. ความนา่ เชอ่ื ถอื แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 1. รูปแบบการสอน
ของขอ้ มลู การสบื คน้ เพ่อื หาแหลง่ ขอ้ มลู แบบการอภิปราย

2. วธิ กี ารสอนโดยเน้นการเรยี น

แบบร่วมมอื (Collaborativ
learning) – เทคนคิ คู่คดิ
(Think Pair Share)

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 1. รปู แบบการสอน
การประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของ แบบการอภปิ ราย
ขอ้ มูล
2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนกา
กลมุ่ (Group Process)

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทุมศร
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏบิ ัติง

ทักษะทีไ่ ด้ การประเมิน เวลา
(ชั่วโมง)
1. ทักษะการคดิ วจิ ารณญาณ 1. ประเมินการนำเสนออาชพี
2. ทักษะการทำงานร่วมกัน 2. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 3
าร 3. ทักษะการสือ่ สาร 3. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
3
1. ทักษะการสอ่ื สาร หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การจดั การขอ้ มลู
2. ทักษะการทำงานรว่ มกัน และสารสนเทศ 4
นรู้ 4. ประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอด
ve เร่อื ง –
1. ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
1. ทกั ษะการสอ่ื สาร หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ความนา่ เชอื่ ถือ
2. ทกั ษะการทำงานร่วมกัน ของขอ้ มลู
าร 2. ตรวจใบงานที่ 2.1.1 เรือ่ ง คำไหน
เรว็ กวา่ กนั
3. ตรวจแบบฝกึ หัดรายวิชาพืน้ ฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการ
คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2
เร่อื ง ความนา่ เชื่อถือของข้อมลู
4. การประเมินการทำแบบฝึกหดั
1. ตรวจแบบฝึกหัดรายวิชาพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการ
คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2
เรอื่ ง ความน่าเช่ือถือของข้อมูล

รี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 12
งานในสถานศกึ ษา) ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ กี ารจัด
กิจกรรมการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3
การรู้เทา่ ทันสอ่ื 1. รูปแบบการสอน
แบบการอภิปราย

3. เทคโนโลยสี ารสนเทศ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 1. รูปแบบการสอน
การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ แบบการอภิปราย

2. วิธีการสอนแบบการใชค้ ำถา
(Questioning Method)

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทุมศร
(ความเหมาะสมกบั ตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏบิ ัตงิ

ทักษะทไี่ ด้ การประเมนิ เวลา
(ชั่วโมง)

1. ทกั ษะการส่ือสาร 1. ตรวจแบบฝกึ หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน 2

2. ทกั ษะการทำงานร่วมกัน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ

คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2

เรอ่ื ง ความนา่ เชือ่ ถอื ของข้อมลู

2. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

3. ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ความนา่ เช่อื ถอื

ของขอ้ มูล

4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

เรื่อง –

1. ทักษะการส่อื สาร 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น 3

2. ทักษะการทำงานร่วมกนั หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยี

าม 3. ทกั ษะการคดิ วจิ ารณญาณ สารสนเทศ

2. ตรวจใบงานที่ 3.1.1 เรอ่ื ง การซอ้ื สินค้า

ออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภัย

3. ตรวจแบบฝึกหดั รายวิชาพนื้ ฐาน

วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ

คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3

เรอ่ื ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ

รี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 13
งานในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วิธกี ารจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2
กฎหมายคอมพวิ เตอรแ์ ละลิขสทิ ธิ์ 1. รปู แบบการสอน
แบบการอภปิ ราย

2. วิธกี ารสอนแบบกระบวนกา
กลุม่ (Group Process)

4. แอปพลเิ คชนั แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 1. วิธกี ารสอนแบบการใชค้ ำถา
แนวคดิ และองคป์ ระกอบของ IoT (Questioning Method)

2. วิธกี ารสอนโดยใชแ้ นวคดิ
เชิงคำนวณ (Computation
Thinking)

นางสาวสกุลรตั น์ ประทมุ ศร
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏิบตั งิ

ทกั ษะท่ไี ด้ การประเมิน เวลา
(ชวั่ โมง)
1. ทักษะการส่ือสาร 1. ตรวจใบงานที่ 3.2.1 เร่ือง ใครมี
2. ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั ความผดิ 4
าร 3. ทกั ษะการคิดวจิ ารณญาณ
2. ตรวจแบบฝกึ หัดรายวิชาพน้ื ฐาน 4
าม 1. ทักษะการสอ่ื สาร วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
2. ทักษะการทำงานรว่ มกัน คำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3
3. ทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ

nal 3. ประเมนิ การนำเสนอ Activity
4. ประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
5. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยี
สารสนเทศ
6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง -
1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แอปพลิเคชนั
2. ตรวจแบบฝึกหดั รายวชิ าพน้ื ฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4
เร่อื ง แอปพลเิ คชัน
3. ประเมนิ การนำเสนองานกลมุ่

รี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 14
งานในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครผู ู้ช่วย

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ กี ารจดั
กจิ กรรมการเรียนรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 1. รูปแบบการสอน
ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ช้ในการพฒั นา แบบการอภิปราย
แอปพลิเคชัน
2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนกา
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 กลุ่ม (Group Process)
ซอฟตแ์ วรท์ ีใ่ ช้ในการพฒั นา
แอปพลเิ คชนั (2) 3. วิธีการสอนโดยใช้การแสดง
บทบาทสมมติ (Role Playin

4. วิธีการสอนโดยใช้แนวคดิ
เชิงคำนวณ (Computation
Thinking)

1. รปู แบบการสอนแบบบรรยา
(Lecture)

2. วิธกี ารสอนโดยใช้แนวคดิ
เชิงคำนวณ (Computation

Thinking)

นางสาวสกุลรัตน์ ประทุมศร
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วิชาชพี และการปฏบิ ตั ิง

ทักษะท่ไี ด้ การประเมนิ เวลา
(ช่วั โมง)
1. ทกั ษะการสื่อสาร 4. ประเมนิ แบบฝกึ หดั เรอ่ื ง เทคโนโลยี
2. ทักษะการทำงานร่วมกนั IoT (แนวคดิ และองค์ประกอบของ IoT) 5
าร 3. ทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์
5. ประเมนิ แบบฝึกหดั เร่ือง เทคโนโลยี 6
ng) IoT (การออกแบบแนวคิดในการ
nal พฒั นาเทคโนโลยี IoT)
าย 1. ทกั ษะการสือ่ สาร
1. ตรวจแบบฝึกหัดรายวชิ าพนื้ ฐาน
2. ทักษะการทำงานรว่ มกัน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการ
3. ทักษะการคิดวิจารณญาณ คำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4
nal เรอื่ ง แอปพลิเคชนั

2. ประเมินแบบฝึกหดั เรอ่ื ง แอปพลเิ คชัน
(ออกแบบการพฒั นาแอปพลเิ คชัน)

3. ประเมนิ การนำเสนองานกลมุ่
(ออกแบบแนวคดิ การพฒั นา
แอปพลเิ คชัน)

1. ตรวจใบงานที่ 4.3.1 เรื่อง ตัวแปรและ
ตวั ดำเนนิ การ

2. ตรวจใบงานท่ี 4.3.2 เร่ือง การใช้คำสัง่
แสดงผลอนิ พุตและเอาต์พตุ

3. ตรวจใบงานที่ 4.3.3 เรือ่ ง การทำงาน
แบบมเี งอ่ื นไข

4. ตรวจใบงานที่ 4.3.4 เรอ่ื ง การทำซ้ำ

รี เอกสารประกอบการประเมินภาค ค 15
งานในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ วิธสี อน/วิธีการจดั
กจิ กรรมการเรียนรู้

นางสาวสกุลรตั น์ ประทมุ ศร
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชพี และการปฏบิ ตั ิง

ทักษะท่ไี ด้ การประเมิน เวลา
(ชั่วโมง)

5. ประเมนิ ชิ้นงาน (ออกแบบและ

เขียนโปรแกรมหรอื แอปพลิเคชัน

ด้วยภาษา Python)

6. ประเมินการนำเสนอ

(ออกแบบและเขยี นโปรแกรมหรือ

แอปพลเิ คชนั ดว้ ยภาษา Python)

7. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

8. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 แอปพลิเคชนั

9. ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

เรือ่ ง -

รวม 40

รี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 16
งานในสถานศึกษา) ตำแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3

รหสั วชิ า ว23104 ชื่อวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ภาคเรียนที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 7 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ เวลา 1 ชัว่ โมง

ครผู ู้สอน นางสาวสกลุ รัตน์ ประทุมศรี

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี

ประสิทธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม

ตัวช้ีวัด ม.3/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม

กฎหมายเกย่ี วกบั คอมพวิ เตอร์ ใช้ลิขสทิ ธ์ขิ องผอู้ นื่ โดยชอบธรรม

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกลกั ษณะการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัยได้ (K)
2. สามารถใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งปลอดภยั และมีความรับผิดชอบต่อสงั คม (P) (A)

3. สาระสำคัญ
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยคำนงึ ถึงความปลอดภยั ในการใชง้ าน เช่น การทำธรุ กรรมออนไลน์

การซ้ือสินค้าออนไลน์ และการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมีจิตสำนึก และจริยธรรมที่ดี คำนึงผลกระทบ
ท่ีอาจสง่ ผลต่อผอู้ ่นื

4. สาระการเรยี นรู้
1. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งปลอดภยั
2. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งมีความรับผิดชอบ

5. รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน
1. รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
2. รูปแบบการสอนแบบการอภิปราย
3. วธิ กี ารสอนแบบการใชค้ ำถาม

นางสาวสกุลรตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 17
(ความเหมาะสมกบั ตำแหน่ง วิชาชพี และการปฏิบตั ิงานในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น  ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
 ความสามารถในการส่ือสาร  ใฝ่เรยี นรู้
 ความสามารถในการคดิ  มุ่งม่ันในการทำงาน
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา  มจี ติ สาธารณะ
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. ทักษะ 4 Cs
 ทักษะการคดิ วิจารณญาณ (Critical Thinking)
 ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
 ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill)
 ทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
 รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
 มีวินยั
 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
 รักความเป็นไทย

9. จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาผู้เรยี น ความสามารถและทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
 3R
 R1 - (R)eading (อา่ นออก)
 R2 –W(R)iting (เขยี นได)้
 R3 - A(R)ithmetics (คิดเลขเปน็ )
 8C
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving
(ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding
(ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น)์

นางสาวสกลุ รตั น์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 18
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏิบตั งิ านในสถานศึกษา) ตำแหน่ง ครูผู้ชว่ ย

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership
(ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การท้างานเป็นทมี และภาวะผนู้ ้า)

 C5 - Communications, Information and Media Literacy
(ทกั ษะดา้ นการสื่อสาร สารสนเทศและการรู้เท่าทนั สื่อ)

 C6 - Computering and ICT
(ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร)

 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนร)ู้
 C8 - Compassion (ความเมตตากรุณา มีวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม)

10. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ
 บรู ณาการกบั ศาสตร์พระราชา
 การมที ศั นคติทีถ่ ูกต้องต่อบ้านเมือง (ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ )์
 การมพี ้ืนฐานชีวติ ทม่ี น่ั คง
 การมงี าน มอี าชพี
 การเป็นพลเมืองดี มนี า้ ใจ เอ้ืออาทร มีจติ สาธารณะ

 บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 หลกั ความพอประมาณ
 หลักความมีเหตุผล
 หลักการมภี ูมคิ ุ้มกัน
 เงื่อนไขความรู้
 เงือ่ นไขคุณธรรม

 บูรณาการข้ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
(ระบุ) …………………………………………………………………….............................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………….

 อนื่ ๆ
(ระบุ) …………………………………………………………………................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….…….

นางสาวสกุลรัตน์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 19
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏบิ ัติงานในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย

11. กิจกรรมการเรยี นรู้ รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
ขั้นท่ี 1 สร้างความสนใจในการเรยี นรู้ (10 นาท)ี

1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ใช้งานจะต้อง
รจู้ ักวิธกี ารใชง้ านอย่างปลอดภัย เพื่อใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม

2. ครูถามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญ
ต่อการดำเนินชีวิตของนักเรียนอย่างไรบ้าง (แนวการตอบ ช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวันมีความ
สะดวกสบายมากขึ้น)

3. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง เทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่ือวัดความรู้
เดิมของนักเรยี นกอ่ นเขา้ ส่กู ิจกรรมการเรียนการสอน

ขน้ั ที่ 2 การค้นหาความรู้ (10 นาที)
4. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกบั นกั เรียนวา่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยควรปฏิบัติ
อย่างไร (แนวคำตอบ ใช้งานบนอปุ กรณ์เทคโนโลยสี ว่ นตัว)
5. นกั เรียนสืบคน้ หาความรทู้ างอินเทอรเ์ นต็ หัวข้อ การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้งานในดา้ นใดได้บา้ ง
6. ครอู ธบิ ายเน้อื หาหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ เรอื่ ง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งาน ดงั น้ี
• ระดับประเทศ
• ระดบั องค์กรหรือหนว่ ยงาน
• ระดับบคุ คล

ข้ันท่ี 3 การอธบิ ายเพอื่ สร้างความเข้าใจท่ถี ูกตอ้ ง (15 นาท)ี
7. ครูสนทนาและถามนักเรียนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามีบาทในทุกด้านยกตัวอย่าง เช่น ร้านค้า ต้องมี
การปรับตัวการให้บริการแบบออนไลน์ ในฐานะลูกค้าหากต้องการซ้ือสินค้าออนไลน์ นักเรียนจะ
ประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของรา้ นคา้ อย่างไร (แนวคำตอบ ร้านท่ีมรี ีวิวเยอะ รา้ นคา้ ที่มชี ่อื เสยี ง)
8. ครอู ธิบาย เรื่อง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั โดยแบง่ เป็น 2 หัวข้อ ดังนี้
• การทำธรุ กรรมออนไลน์
• การซอ้ื สนิ ค้าออนไลน์

นางสาวสกลุ รัตน์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 20
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วิชาชพี และการปฏบิ ตั งิ านในสถานศึกษา) ตำแหนง่ ครูผชู้ ่วย

9. ครูถามต่อว่าในการซ้ือสินค้าออนไลน์ในข้ันตอนการชำระเงินค่าสินค้า นอกจากต้องประเมินความ
นา่ เชื่อถอื ของรา้ นคา้ นกั เรียนจะมีวิธีการทำธรุ กรรมออนไลนห์ รือโอนเงนิ คา่ สินคา้ อย่างไรให้ปลอดภยั
(แนวคำตอบ โอนเงนิ ผา่ นอุปกรณต์ นเองเทา่ นัน้ ไมใ่ ช้ Wi-Fi สาธารณะ ใชบ้ ริการร้านคา้ ท่นี ่าเชื่อถือ)

10. ครูให้นักเรียนดูวิดีโอผ่านการสแกน QR Code เร่ือง การซื้อสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย และสรุป
เนือ้ หาวิดีโอแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นรว่ มกนั

ขั้นที่ 4 การขยายความ (15 นาท)ี
11. ครูอธิบาย เร่ือง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ ให้นักเรียนฟังว่า ในการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมีความรับผิดชอบไม่มีกฎตายตัวว่า นักเรียนจะต้องปฏิบัติอย่างไร แต่การ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นส่วนตัว ความถูกต้องแม่นยำ ความเป็น
เจ้าของ และการเขา้ ถงึ ข้อมูล
12. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-5 คน ระดมความคิด วิเคราะห์ ทำแบบฝึกหัดเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ
เรือ่ ง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ
13. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบฝึกหัด ตอนที่ 2 เรื่อง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
มีความรับผิดชอบ อภิปรายแลกเปลย่ี นความคิดเห็นรว่ มกนั
14. ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงาน เรือ่ ง การซือ้ สนิ ค้าออนไลน์อยา่ งปลอดภัย และนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น

ข้นั ที่ 5 การประเมินผล (10 นาที)
15. นักเรียนทำการประเมินหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ เร่ือง การใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการใช้เกมออนไลน์ Blooket เพื่อประเมินความรู้ของนักเรียนหลังจาก
การจัดการเรยี นการสอน และใหค้ ะแนนพเิ ศษ
16. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปนอกจากเราจะต้องระวังการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัยกับ
ตัวเราแล้วยังต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อ่ืนด้วย โดยเคารพความเป็นส่วนตัว คำนึงถึง
ความถกู ต้องแม่นยำของข้อมูล การเป็นเจ้าของ และการเข้าถึงข้อมลู ทไี่ มไ่ ด้รบั อนญุ าต

นางสาวสกุลรตั น์ ประทุมศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 21
(ความเหมาะสมกับตำแหนง่ วชิ าชพี และการปฏบิ ตั ิงานในสถานศึกษา) ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย

12. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ประเภทของสอื่
หนงั สือเรียน ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
ลำดับ ช่อื เรอ่ื ง บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จำกัด
1 หนงั สือเรียนวิชาเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) โปรแกรมงานนำเสนอ (PowerPoint)
ผูแ้ ตง่ ชนินทร เฉลมิ สุข และอภชิ าต คำปลวิ
2 ส่อื ประกอบการสอน งานนำเสนอ เว็บไซต์ https://www.youtube.com
เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยชอ่ ง Aksorn Charoentat
3 สื่อประกอบการสอน วิดโี อ เวบ็ ไซต์ https://www.blooket.com
เร่ือง การซ้ือสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภยั
4 เกมออนไลน์ Blooket เอกสารใบความรู้
เรือ่ ง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
5 ใบความรู้ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เอกสารใบงาน
เรื่อง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ
6 ใบงาน หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เอกสารแบบฝกึ หดั
เรือ่ ง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
7 แบบฝึกหดั หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เอกสารแบบทดสอบ
เรอ่ื ง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
8 แบบทดสอบ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3
เร่อื ง การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

13. การวัดและการประเมินผล

จดุ ประสงค์ วิธกี ารประเมนิ เคร่ืองมอื การประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
แบบฝกึ หดั บอกลกั ษณะการใชง้ าน
1. บอกลักษณะ ตรวจแบบฝกึ หัด หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง
การใช้งานเทคโนโลยี หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง การใช้งานเทคโนโลยี ปลอดภยั ไดถ้ ูกต้อง 80%
สารสนเทศ เร่ือง การใชง้ านเทคโนโลยี สารสนเทศ ขึ้นไป
อย่างปลอดภยั ได้ (K) สารสนเทศ
- แบบประเมนิ - ประเมินใบงาน
2. สามารถใชง้ าน - ตรวจใบงาน ใบงาน เร่ือง การใชง้ านเทคโนโลยี
เทคโนโลยีสารสนเทศ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 สารสนเทศอย่างปลอดภัย
ได้อย่างปลอดภัย เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยี เรอื่ ง การใช้งานเทคโนโลยี ระดับคณุ ภาพพอใช้ข้นึ ไป
และมคี วาม สารสนเทศอย่างปลอดภัย สารสนเทศอย่างปลอดภัย ถอื ว่าผา่ น
รบั ผิดชอบตอ่ สังคม - แบบฝกึ หดั - ประเมินการใชง้ าน
(P) (A) - ตรวจแบบฝกึ หดั หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมี
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง การใชง้ านเทคโนโลยี ความรับผิดชอบไดไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง
เรื่อง การใชง้ านเทคโนโลยี สารสนเทศ 80% ข้ึนไป
สารสนเทศ

นางสาวสกุลรตั น์ ประทมุ ศรี เอกสารประกอบการประเมนิ ภาค ค 22
(ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วชิ าชพี และการปฏิบตั งิ านในสถานศกึ ษา) ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย

บันทกึ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหน่วยการเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้

1.1 ผเู้ รียนท่ี ผา่ น ตวั ชีว้ ัดท่ี

มีจำนวน คน คดิ เปน็ ร้อยละ

1.2 ผ้เู รยี นท่ี ไม่ผ่าน ตัวช้ีวัดท่ี

มจี ำนวน คน คิดเป็นร้อยละ

1) สาเหตุ (ถ้าทราบ)

2) สาเหตุ (ถา้ ทราบ)

แนวทางแกป้ ัญหา

1.3 ผเู้ รียนทม่ี คี วามสามารถพิเศษ ได้แก่ 2)
1)

แนวทางการพฒั นา / ส่งเสริม

1.4 ผ้เู รยี นไดร้ บั ความรู้ (K)
1.5 ผ้เู รียนเกดิ ปฏบิ ตั ิอะไรได้ / ทักษะกระบวนการ (P)
1.6 ผเู้ รียนมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ / คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A)
2. ปัญหาอุปสรรค (ถา้ มี)

3. ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี)

ลงช่อื ผ้สู อน
(นางสาวสกุลรัตน์ ประทมุ ศรี)
ครผู ู้สอน

ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................................................................... ...

ลงชือ่ .....................................
()
......../................../............

ความคิดเห็นของรองวิชาการ/หัวหน้างานวชิ าการ
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................

ลงชื่อ.....................................
()
......../................../............

ความคิดเห็นของผ้บู ริหาร
............................................................................................................................. .....................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. .....................................................
.................................................................................................................................................... ..............................

ลงช่อื .....................................
()
......../................../............

ภาคผนวก

❖ ส่อื ประกอบการสอน
❖ ใบความรู้
❖ ใบงาน
❖ แบบฝึกหดั
❖ แบบทดสอบ
❖ แบบสังเกตพฤตกิ รรมทางการเรยี นรายบคุ คล
❖ แบบประเมินทักษะกระบวนการกลมุ่
❖ แบบประเมนิ การนำเสนองาน
❖ แบบประเมินชนิ้ งาน
❖ แบบประเมินใบงาน







ใบความรู้ 3

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT)
เป็นการนาเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์มาใช้ในกระบวนการทางานต่าง ๆ
เพอื่ ใช้จัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นในการทางานของบุคคล หน่วยงาน หรือ
องค์กรเพื่อให้ได้มาซึ่งสารสนเทศท่ีนาไปใช้งานตามวัตถุประสงค์
ท่ีต้องการ ซ่งึ ปัจจบุ นั เทคโนโลยสี ารสนเทศมกี ารพฒั นาอยา่ งรวดเร็ว
ประกอบกับเทคโนโลยีสารสนเทศได้สร้างการเปล่ียนแปลงต่อระบบ
ทางสังคมและองค์กรต่าง ๆ โดยมีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
ในระดับประเทศ ระดบั องค์กรหรอื หน่วยงาน และระดบั บุคคล ดังน้ี

ระดับประเทศ รัฐบาลได้มีนโยบายนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยเข้ามาใช้ใน
ทุกภาคส่วนของหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชน ท้ังการดาเนินงานและกิจกรรมต่าง ๆ
ซึ่งมีส่วนช่วยให้การทางานและการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของภาครัฐมีความสะดวกสบายมาก
ยง่ิ ขน้ึ อกี ทง้ั ยงั กอ่ ให้เกิดความม่ันคงทางด้านเศรษฐกิจท่ีสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก และ
เป็นการเสรมิ สรา้ งความมั่นคงใหก้ ับประเทศดว้ ย

ระดับองค์กรหรือหน่วยงาน การทางานต่าง ๆ ของแต่ละองค์กรหรือหน่วยงานสามารถ
ทางาน ควบคุมการทางาน ติดตามงานหรือดูผลการทางานได้จากทุกท่ี ตลอด 24 ชั่วโมง
ซ่ึงการทางานขององค์กรหรือหน่วยงานจะพบกับข้อมูลจานวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น
การดาเนนิ งานในองค์กรจงึ นาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ เพอื่ เป็นเครื่องมือช่วยในการปฏิบัติงาน
ที่รวดเร็ว หรอื ใช้เป็นกลยทุ ธเ์ พื่อความได้เปรียบในการแขง่ ขัน

ระดับบุคคล เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้คนทุก
ระดับสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ตลอด
ทุกท่ี ทุกเวลา และยังเป็นเคร่ืองมือในการสร้าง
ศักยภาพของบุคคลช่วยยกระดับคนไปสู่สังคมแห่ง
การเรยี นรู้และสามารถนาไปใชใ้ นการประกอบอาชพี
ได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากน้ีเทคโนโลยีสารสนเทศ
ยงั เป็นสว่ นหน่งึ ในการดาเนินชวี ติ ประจาวนั อกี ดว้ ย

การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

1. การทาธุรกรรมออนไลน์ เป็นการดาเนินการต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน หรือชาระเงิน
ผ่านบริการทางอินเทอร์เน็ตของธนาคาร หรือท่ีเรียกว่า
บริการ E-Banking ซึ่งการทาธุรกรรมออนไลน์นั้น
ถงึ แมว้ ่าจะมีการเขา้ รหสั ความปลอดภัยอยา่ งแน่นหนา
ในการทาธุรกรรมออนไลน์แต่ละคร้ังแล้ว แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกผู้ไม่หวังดีหรือแฮ็กเกอร์
(Hacker) โจรกรรมข้อมลู ไปแลว้ ทาให้ผูใ้ ช้งานได้รับความเดอื ดร้อน ดังน้ัน ผใู้ ชง้ านธุรกรรม
ออนไลนจ์ ะตอ้ งรจู้ ักวธิ ีการใช้ธุรกรรมออนไลนอ์ ย่างปลอดภัย ซ่งึ สามารถทาได้ ดังนี้

1) ใช้งานบนอปุ กรณเ์ ทคโนโลยสี ว่ นตวั หลกี เลย่ี งการใชง้ านบนคอมพิวเตอร์
สาธารณะหรอื อปุ กรณ์เทคโนโลยีของผอู้ น่ื

2) ไมใ่ ช้งานผา่ น Wi-Fi สาธารณะ เพ่ือลดความเสยี่ งในการถูกผู้ไมห่ วังดีดักถอดรหัสเพื่อขโมยข้อมูล

3) ตง้ั รหัสผ่านใหม้ ีความปลอดภยั โดยจะตอ้ งไมใ่ ชร้ หัสผ่านทง่ี า่ ยเกินไปหรอื
รหสั ผา่ นทค่ี าดเดาไดง้ ่าย เช่น วนั เดอื นปเี กดิ ตัวเลขหรือตวั อกั ษรทเ่ี รยี งติดกัน

4) ออกจากระบบทกุ คร้ังหลังการใช้งาน เพื่อป้องกันการถูกผู้ไม่หวังดีแอบบขโมยข้อมูล
และอาจทาใหผ้ ูใ้ ช้งานไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น

5) ใช้บริการ SMS แจง้ เตอื น เนอื่ งจากเม่ือมเี งนิ เขา้ -อออกหรอื มีการทาธุรกรรมต่าง ๆ
ผา่ นทางออนไลน์ท่มี ีความผดิ สงั เกต จะไดท้ ราบและแก้ไขได้ทนั ท่วงที

6) แจ้งเตือนผ่านอีเมล นอกจากการใช้บริการ SMS แจ้งเตือนแล้ว ควรใช้บริการแจ้ง
เตอื นผ่านอีเมลดว้ ย เน่อื งจากการแจง้ เตือนผ่านอีเมลจะละเอียดว่าการแจ้งเตือนผ่าน SMS

7) จากัดวงเงินในการทาธุรกรรมให้เหมาะสม สามารถโอนเงินหรือถอนเงินได้สูงสุด
เทา่ ใด เมื่อถกู โจรกรรมข้อมูลไป เงินในบัญชีจะไดไ้ ม่ถกู โอนหรอื ถอนไปจนหมด

2. การซ้ือสินค้าออนไลน์ เป็นการส่ังซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือท่ีเรียกว่า
อีคอมเมิรซ์ (E-Commerce) โดยเปน็ การซ้ือ-ขายสนิ ค้าโดยทผ่ี ซู้ ้ือและผู้ขายไม่ต้องพบปะกันแต่
ใชว้ ธิ ีการตดิ ตอ่ ผ่านทางอนิ เทอรเ์ น็ตแทน ซ่ึงในปัจจุบันการซื้อสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมเป็น
อยา่ งมาก เนือ่ งจากเปน็ การซือ้ สินค้าท่ไี ม่ตอ้ งเสยี เวลาออกไปเดินเลอื กซ้ือ สามารถเลือกซ้ือสินค้า
ได้ตลอดเวลา 24 ช่ัวโมง ทาให้ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ได้รับความสะดวกสบายมากย่ิงข้ึน แต่การซ้ือ
สินคา้ ออนไลน์ ผู้ซอ้ื จะตอ้ งระมดั ระวังการถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกฉ้อโกงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
สินค้าที่ได้ไม่ตรงตามที่โฆษณา สินค้ามีตาหนิ หรือชาระเงินแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้า ดังนั้น
ผซู้ อื้ สนิ ค้าออนไลนจ์ ะตอ้ งรจู้ กั ซื้อสนิ ค้าออนไลน์อย่างปลอดภยั ซึง่ สามารถทาได้ดงั นี้

1) ไม่ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Wi-Fi สาธารณะ ควรใช้อินเทอร์เน็ตบ้านหรืออินเทอร์เน็ต
ส่วนตัว เพ่อื ปอ้ งกันการถูกโจรกรรมข้อมูล

2) เลือกเว็บไซต์ท่ีข้ึนต้นด้วย https:// เท่านั้น เพราะจะมีการเข้ารหัสข้อมูลส่วนตัว
เพ่ือป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมลู ในขณะกาลงั กดสง่ั ซอื้ สินคา้

3) เก็บหลักฐานการสั่งซื้อ หลักฐานท่ีควรเก็บไว้ คือ หลักฐานการส่ังซื้อ หลักฐานการ
ชาระเงนิ และบัญชีธนาคารของผูข้ าย

4) ตรวจสอบคุณสมบัติของสินคา้ คาบรรยายคณุ สมบตั ขิ องสนิ ค้าที่ร้านค้าแจ้งไว้จะต้อง
ไมเ่ กินความจริง

5) อ่านรีวิวก่อนส่ังซื้อ เป็นการศึกษาว่าร้านนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพ่ือเป็นการลด
ความเสี่ยงในการถูกฉ้อโกง อกี ทง้ั ยังทาใหท้ ราบถงึ การบรกิ ารของรา้ นคา้ อีกด้วย

6) สารวจราคาตลาดก่อนสงั่ ซอ้ื ในบางคร้งั มิจฉาชพี จะจงู ใจผซู้ อ้ื ด้วยราคาที่ถกู กวา่ ร้านอื่น

7) ตรวจสอบการจดทะเบียนร้านค้า ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้า โดยดูจาก
รา้ นคา้ ท่ีมกี ารจดทะเบยี นพาณชิ ย์อิเล็กทรอนกิ ส์ทีถ่ กู ต้อง

8) ตรวจสอบประวัติการฉ้อโกง ควรนาช่ือและเลขบัญชีธนาคารไปตรวจสอบประวัติ
การฉ้อโกงกอ่ น

การใช้งานเทคโนโลยสี นเทศอยา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ

การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งมีความรับผิดชอบหรือการใช้งานโดยการมีจิตสานึก
และจริยธรรมท่ีดี เป็นแบบแผนความประพฤติหรือหลักเกณฑ์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งอาจไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับกลุ่มสังคม
หรือการยอมรับในสังคมน้ันเป็นหลัก โดยการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศต้องอยู่บนพ้ืนฐาน
4 ประเด็น ดงั น้ี

1. ความเปน็ ส่วนตัว (Information Privacy) เป็นสทิ ธทิ ่ีเจ้าของสามารถท่ีจะกาหนดความ
เป็นส่วนตัวของข้อมูลของตนเองในการเผยแพร่ให้กับผู้อื่น หรือนาไปใช้ประโยชน์ หากมีการกระทา
การใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของสิทธิควรจะได้รับรู้ ดังน้ัน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของผู้ใช้
สารสนเทศหรือผู้ให้บริการสารสนเทศ ก็ต้องตระหนักถึงจริยธรรมในความเป็นส่วนตัว และถ้าหาก
เราอยใู่ นฐานะของผใู้ หบ้ รกิ าร กไ็ มค่ วรละเมดิ สิทธิความเป็นสว่ นตวั ของผู้ใช้บรกิ ารในทกุ ๆ ดา้ น

2. ความถกู ตอ้ งแมน่ ยา (Information Accuracy) ในการเผยแพรข่ ้อมูลขา่ วสารต่าง ๆ
จะต้องให้ความสาคัญกับความถูกต้องแม่นยาของข้อมูลเป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลดังกล่าวจะ
เผยแพร่อยา่ งรวดเรว็ และเขา้ ถึงไดง้ า่ ย ดงั นน้ั จรยิ ธรรมสาหรบั ผทู้ ท่ี าหน้าที่เผยแพรห่ รือนาเสนอ
ขอ้ มลู ต่าง ๆ จึงควรตระหนกั ถึงความถูกต้องแมน่ ยา มกี ารคิดวิเคราะห์และกลั่นกรองข้อมูลก่อน
นาเสนอ นอกจากนี้ ผู้เผยแพรย่ งั ต้องมีความรอบคอบในการนาเสนอข้อมูล มีการปรับปรุงข้อมูล
ตา่ ง ๆ ใหเ้ ป็นปัจจบุ ัน และพร้อมทีจ่ ะรับผดิ ชอบต่อการนาเสนอหากมีความผิดพลาดเกิดขึน้

3. ความเปน็ เจา้ ของ (Information Property) เป็นกรรมสทิ ธิ์ในการถอื ครองทรพั ยส์ นิ
ซ่งึ อาจเปน็ ทรพั ย์สินท่วั ไปทจ่ี บั ต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์มือถอื อุปกรณ์เทคโนโลยี หรือ
ทรพั ย์สนิ ทจี่ บั ตอ้ งไมไ่ ด้ เช่น ทรัพยส์ นิ ทางปัญญา บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซงึ่ ในปจั จุบัน
ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีมากขึ้น เราจึงสามารถสร้างสรรค์งานในรูปแบบ
ดิจิทัล และมีการนาเสนอข้อมูลทางออนไลน์ได้ง่าย ก่อให้เกิดการละเมิดลิขสิทธ์ิ การทาซ้า
ลอกเลียนแบบ ทาให้เกิดผลเสียแก่เจ้าของผลงาน ผู้ผลิต หรือผู้จาหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นการขาย
จริยธรรมโดยไม่คานึงถึงความเป็นเจ้าของผลงานน้ัน ๆ เช่น ถ้าต้องการคัดลอกโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ของตนเองให้กับเพื่อน จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่า โปรแกรมท่ีคัดลอกน้ันมี
ลขิ สิทธิห์ รอื ไม่

4. การเข้าถึงขอ้ มลู (Data Accessibility) การเข้าถงึ ข้อมลู ของผู้อ่ืนโดยไมไ่ ดร้ ับความยนิ ยอมถอื
เป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพราะบางคร้ังในการเข้าถึงข้อมูล
การเข้าใช้บริการระบบหรือเว็บไซต์ในหน่วยงานหรือองค์กร จะมีการกาหนดสิทธิว่าใครมีสิทธิใน
การเข้าใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีหรือผู้บุกรุกที่พร้อมโจมตีระบบเครือข่ายขององค์กร
ตลอดจนการลักลอบเข้ามาใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อนาไปใช้ประโยชน์อ่ืนท่ีอาจก่อความ
เสียหายให้แก่องค์กร ดังนั้น ผู้ใช้สารสนเทศจึงควรคานึงถึงจริยธรรมในการเข้าถึงข้อมูล
ไม่ลักลอบเข้าไปใช้ข้อมูลผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่พยายามเจาะระบบเครือข่ายของผู้อื่นอันจะ
ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงการปกป้องไม่ให้สิทธิการเข้าถึงข้อมูลของตนเองแก่ผู้อื่น
เพราะอาจจะสรา้ งความเสียหายแก่องค์กรได้

สรปุ บทเรยี น

การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นการนาเทคโนโลยีสารสนเทศคอมพิวเตอร์มาใช้ใน
กระบวนการทางานต่าง ๆ เพ่ือใช้ในการจัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นในการทางาน เพื่อให้ได้มาซึ่ง
เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีสามารถนาไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยปัจจุบันเทคโนโลยี
สารสนเทศได้ถูกนามาใช้ในการทางานหลายระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ ระดับองค์กรหรือ
หน่วยงาน และระดับบุคคล ซึ่งผู้ท่ีใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศทุกระดับจะต้องรู้จักการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น การทาธุรกรรมออนไลน์ การซ้ือสินค้าออนไลน์
อย่างปลอดภัย อีกทั้งผู้ท่ีใช้เทคโนโลยีสารสนเทศยังจะใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมี
ความรบั ผดิ ชอบด้วย

ใบงาน หน้า 1/1

คะแนนทไ่ี ด้

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เรื่อง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นบอกถึงวิธีการซ้อื สนิ ค้าออนไลน์อยา่ งปลอดภัยใหถ้ กู ตอ้ ง (5 คะแนน)

ว23104 วชิ าเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) | (ครปู ยุ ฝา้ ย) 2564

เฉลยใบงาน หนา้ 1/1

คะแนนทไี่ ด้

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เร่อื ง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นบอกถึงวิธีการซ้อื สนิ ค้าออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภยั ใหถ้ กู ตอ้ ง (5 คะแนน)

ว23104 วชิ าเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) | (ครปู ุยฝ้าย) 2564

แบบฝึกหดั หนา้ 1/2

คะแนนทไ่ี ด้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เรือ่ ง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ

กิจกรรมกลุ่ม : ให้นักเรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 3-5 คน แล้วช่วยกันวเิ คราะห์แบบฝกึ หัด
ตอนที่ 1 การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั
และทาผังมโนทัศน์ (Mind Mapping)
ตอนท่ี 2 การใชง้ านเทคโนโลยสี นเทศอย่างมีความรับผิดชอบ
นาเสนอหน้าชั้นเรียน

ตอนที่ 1 เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

คาชีแ้ จง : ให้นกั เรียนวิเคราะห์การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัยตามขอ้ ความที่กาหนดให้
โดยกาเครอื่ งหมาย  ในขอ้ ทถ่ี ูก และกาเครือ่ งหมาย  ผดิ ในขอ้ ท่ีผิด (10 คะแนน)

ว23104 วชิ าเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) | (ครปู ยุ ฝา้ ย) 2564

แบบฝึกหดั หน้า 2/2

คะแนนท่ีได้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เรอื่ ง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ตอนท่ี 2 เรื่องการใชง้ านเทคโนโลยสี นเทศอยา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ

คาชแี้ จง : ให้นกั เรยี นอธิบายและยกตัวอย่าง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมคี วามรับผดิ ชอบ
โดยอธบิ ายหรอื ทาผังมโนทศั น์ (Mind Map) ลงบนกระดาษทค่ี รแู จกใหพ้ ร้อมตกแตง่ ให้
สวยงามนาเสนอหน้าชน้ั เรียน (5 คะแนน)

ว23104 วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) | (ครปู ุยฝา้ ย) 2564

เฉลยแบบฝกึ หัด หนา้ 1/2

คะแนนทีไ่ ด้

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เร่ือง การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ

กจิ กรรมกลุ่ม : ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-5 คน แลว้ ช่วยกนั วเิ คราะหแ์ บบฝึกหัด
ตอนท่ี 1 การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
และทาผงั มโนทัศน์ (Mind Mapping)
ตอนท่ี 2 การใชง้ านเทคโนโลยีสนเทศอยา่ งมคี วามรบั ผิดชอบ
นาเสนอหน้าชน้ั เรียน

ตอนท่ี 1 เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนวเิ คราะหก์ ารใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ตามขอ้ ความทีก่ าหนดให้
โดยกาเครื่องหมาย  ในขอ้ ทีถ่ กู และกาเคร่อื งหมาย  ผิดในข้อที่ผดิ (10 คะแนน)











ว23104 วชิ าเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) | (ครูปุยฝ้าย) 2564

เฉลยแบบฝึกหัด หนา้ 2/2

คะแนนทไ่ี ด้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ

เรื่อง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ตอนที่ 2 เรอื่ งการใชง้ านเทคโนโลยสี นเทศอยา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ

คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนอธิบายและยกตัวอย่าง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งมคี วามรบั ผิดชอบ
โดยอธิบายหรือทาผังมโนทัศน์ (Mind Map) ลงบนกระดาษที่ครแู จกใหพ้ รอ้ มตกแตง่ ให้
สวยงามนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน (5 คะแนน)

ว23104 วิชาเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) | (ครูปุยฝา้ ย) 2564

แบบทดสอบ

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

รหัสวิชา ว23104 ช่ือวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ภาคเรยี นที่ 1

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ เรอ่ื ง การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศ

**********************************************************************************************

คำช้ีแจง ข้อสอบชุดนม้ี ี 1 ตอน จำนวน 2 หนา้

ปรนยั จำนวน 10 ขอ้ 10 คะแนน จงเลอื กข้อท่ีถูกต้องเพยี งข้อเดยี วเท่านนั้

1. ขอ้ ใดคอื การทำธรุ กรรมทางการเงินออนไลน์ 4. บริษัท ฟ้อนมิวสิค จำกัด ได้สร้างผลงานเพลงช่ือ

ทไ่ี มป่ ลอดภยั กอดขาเถียง ขึ้นใหม่ให้กับศิลปินในสังกัด ตั้งแต่

ก. ต้ังวงเงินในการธุรกรรมให้เหมาะสม วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2542 จากนั้นทำการเผยแพร่

ข. ออกจากระบบทุกครั้งหลงั การใชง้ าน และโฆษณาบน YouTube เมื่อวันที่ 8 กันยายน

ค. ใช้บรกิ ารแจ้งเตือนเงินเข้า - ออกผา่ น SMS พ.ศ. 2562 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ง. ตง้ั รหัสผ่านโดยใช้วันเดินปเี กิดหรือชอื่ ของตนเอง ดังนั้น ผลงานดังกล่าวจะถูกเริ่มนับลิขสิทธิ์ตั้งแต่

2. ข้อใดคือการซื้อสนิ คา้ ทางออนไลน์อย่างปลอดภยั วนั ทใี่ ด

ก. เลอื กซ้ือของผา่ นเว็บไซต์ที่ข้นึ ตน้ ดว้ ย http:// ก. วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2542

ข. ตรวจสอบราคาตลาด คำอธบิ ายสนิ คา้ ไม่เกนิ จริง ข. วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562

ค. ใชง้ าน Wifi สาธารณะในการสั่งซ้อื สนิ คา้ ค. วนั ที่ 8 กนั ยายน พ.ศ. 2562

ออนไลน์ ง. วันท่ี 16 กนั ยายน พ.ศ. 2562

ง. เลอื กซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ชื่นชอบและสนใจ 5. การสร้างข่าวปลอมและเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต

โดยไม่มีการจดทะเบยี นพาณิชย์ เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่า

3. ข้อใดไมใ่ ช่การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ด้วยความรบั ผิดชอบ มาตราใด

ก. การกำหนดความเปน็ สว่ นตัวของขอ้ มลู ก. มาตรา 7 ข. มาตรา 14

ข. การเผยแพร่ขอ้ มูลขา่ วสารอย่างถกู ต้องแมน่ ยำ ค. มาตรา 15 ง. มาตรา 17

ค. การดัดแปลงผลงานผู้อ่นื และอ้างว่าเปน็ ผลงาน 6. ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้ให้
ของตนเอง
ความค้มุ ครองเก่ยี วกบั ผลงาน 9 ประเภท ผลงาน
ง. การไมเ่ ขา้ ถึงข้อมูลท่ีไม่ไดร้ ับอนญุ าต หรือ
ยนิ ยอมใหเ้ ข้าถึง ในข้อใดไมจ่ ัดอยใู่ นประเภท “งานวรรณกรรม”

ก. หนงั สอื ข. ทำนอง

ค. ส่งิ พิมพ์ ง. ซอฟต์แวร์คอมพวิ เตอร์


Click to View FlipBook Version