เอกสารประกอบการสอน
รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม
(Theory In Social Development)
ดร.ธันยากร ตดุ เก้ือ
หลกั สตู รศลิ ปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสงั คม
คณะมนษุ ศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
2564
คาํ นาํ
เอกสารประกอบการสอนฉบับนี้ ใช้สําหรับการเรียนการสอน
ในรายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม (Theory In Social
Development) ภายใต้หมวดวิชาเฉพาะในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รวมถึงนักศึกษา
สาขาต่าง ๆ และผู้ที่สนใจสามารถนําเกร็ดความรู้ที่บรรจุไปด้วย
ประวัติและทฤษฎีของการพัฒนาสังคม ทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคม
การเมืองที่สามารถนําไปสู่ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสังคมหรือพัฒนา
องค์ความรู้ในระดับปัจเจกให้เกิดผลเชิงประจักษ์ ทั้งนี้ผู้เขียน
ขอขอบคุณหนังสือ เอกสารทางวิชาการทุกเล่มสู่การพัฒนาคุณค่า
ทางความรู้ อันรวมอยู่ในเอกสารประกอบการสอนชุดน้ี รวมถึง
ขอบคุณครู อาจารย์ผู้ให้ความรู้และชีวิตและยังเป็นแรงขับต่อ
การพัฒนางานด้านวิชาการของผู้เขียน รวมถึงขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ
สําหรับการตรวจสอบเอกสารชุดน้ีเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์
ทางวิชาการ และประการสุดท้ายขอบคุณบุคคลผู้เป็นทุกอย่าง
ในมิติความจริงและความฝันของผู้เขียน กรรณิการ์ สุวรรณยุหะ
ขอบคณุ ย่งิ
ดร.ธนั ยากร ตดุ เกื้อ
(ก)
สารบญั หนา้
คํานาํ (ก)
สารบัญ (ข)
บทท่ี 1 ความรเู้ บ้อื งตน้ เกี่ยวกับทฤษฎที างสงั คม 1
บทท่ี 2 ทฤษฎีโครงสรา้ ง – หนา้ ทน่ี ยิ ม 15
บทที่ 3 ทฤษฎคี วามขัดแยง้ 29
บทท่ี 4 ทฤษฎกี ารพัฒนาสมยั ใหม่ 38
(ข)
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เกื้อ
บทที่ 1
ความรู้เบื้องตน้ เก่ยี วกบั ทฤษฎที างสังคม
ความนาํ
ก่อนเริ่มรับประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับทฤษฎีทาง
สังคมศาสตร์ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทําความเข้าใจถึงหลักคิด
พื้นฐานในมิติของความหมาย ประโยชน์ รวมถึงลักษณะของตัวบท
ทฤษฎีเพื่อสามารถเข้าถึงแก่นแท้ขององค์ความรู้จากฐานสู่การทํา
ความเขา้ ใจรายละเอยี ดของทฤษฎตี า่ ง ๆ ซง่ึ มีรายละเอียด ดงั น้ี
1. กระบวนทศั นเ์ ชิงความหมายของทฤษฎี
ความหมายของทฤษฎี
ทฤษฎีเป็นชุดคําสําหรับการอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึน
โดยอ้างอิงหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนตรรกวิทยา
มีหลักเกณฑ์เชิงเหตุผลโดยสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงหรือ
การทดสอบข้อเท็จจริงโดยปราศจากอคติ ซึ่งสามารถสรุป
เป็นกฎเกณฑ์หรือหลักการได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับ สัญญา
สัญญาวิวัฒน์ (2540) ที่กล่าวว่าทฤษฎีเป็นชุดของแนวคิดที่สามารถ
อธิบายข้อค้นพบภายใต้ฐานขององค์ความรู้ที่ผ่านการทดลองหรือ
1
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตดุ เกอ้ื
สามารถอนุมานได้ในเชิงเหตุผล อีกทั้งยังสามารถคาดการณ์
พยากรณ์ปรากฏการณ์ได้อย่างแม่นยําโดยสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริง
ในเชิงประจักษ์ นอกจากนี้ยังสามารถทําให้เกิดมุมมองที่เห็นถึง
หลักการและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบาย
ปรากฏการณ์ในสังคมอนาคตอย่างมีเหตุผล (สุภางค์ จันทวานิช,
2552)
รากฐานของทฤษฎี
ทฤษฎีมีรากฐานที่สามารถอธิบายเชิงระบบภายใต้ตรรกวิทยา
ที่แตกต่างกัน แต่ยังคงมีระบบ และสามารถอธิบายได้ชัดเจน
เชงิ หลกั การเชงิ เหตุผลโดยแบ่งเป็นมติ ิ ดงั น้ี (สนธยา พลศร,ี 2547)
การอุปมาน (Inductive) เป็นกระบวนการที่ยึดโยงกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม จากนั้นนําไปสู่การสร้างข้อสรุปที่เป็น
นามธรรมผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ นําไปสู่การสร้างข้อสรุป
ที่เกิดจากการเรียนรู้จากตัวบทเรียนภายใต้ตรรกเชิงเหตุผลของกลุ่ม
ความคิดโดยการตั้งเป็นสมมติฐาน และให้มีการตรวจสอบ
สมมติฐานกับข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเมื่อเกิด
การยอมรับนําไปสู่การตั้งแนวคิดดังกล่าวเป็นทฤษฎีที่เป็นหลักการ
ทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่มีความนา่ เชือ่ ถอื
2
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
การอนุมาน (Deductive) เป็นกระบวนการที่ยึดโยง
กับข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและนําไปสู่
การตั้งเป็นทฤษฎี โดยเริ่มต้นจากการตั้งสมมติฐานจาก
ปรากฏการณ์โดยมีการตรวจสอบสมมติฐานหรือข้อเท็จจริง
และเมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวนําไปสู่การสร้างเป็นทฤษฎี
หรอื กฎเกณฑม์ หี ลกั การคิดอยา่ งเป็นระบบและมคี วามน่าเชือ่ ถอื
ประโยชนแ์ ละความสาํ คัญของทฤษฎี
เมื่อกล่าวถึงประโยชน์และความสําคัญของตัวบททฤษฎี
มีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละมิติของความจริง ซึ่งสามารถ
สรุปภาพรวมเกี่ยวกับประโยชน์และความสําคัญในมิติของ
1) การอธิบาย (Explanation) ที่ส่งผลให้ทําความเข้าใจ
ปรากฏการณ์ภายใต้ตรรกะเชิงเหตุผลผ่านการพรรณนาความ
ที่มีการแยกย่อยข้อมูลแต่ยังคงยึดโยงกับหลักเหตุผลและนําไปสู่
การสรุปเป็นกฎเกณฑ์หรือทฤษฎี 2) การพยากรณ์ (Prediction)
ด้วยธรรมชาติของทฤษฎีที่อยู่บนฐานคิดเชิงระบบและมีความเป็น
วิทยาศาสตร์ประกอบกับความน่าเชื่อถือที่ผ่านการทดสอบจึงเป็น
จุดพิเศษท่ีทฤษฎีสามารถนํานายปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ
3
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเกื้อ
ทั้งน้ีตัวบททฤษฎียังมีประโยชน์ในการช่วยแยกประเภทของ
ปรากฏการณ์ รวมถึงสามารถกําหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์
ของการศึกษาปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน กระทั่งนําไปสู่
การสรุปข้อค้นพบของศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ อีกทั้งยัง
สามารถชี้ให้เห็นมิติช่องว่างของศาสตร์ต่าง ๆ ท่ีสามารนําไปสู่
การต่อยอดเพื่อสร้างองค์ความรู้ผ่านตัวบททฤษฎีท่ีเป็นเครื่องมือ
สําคัญสู่การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ได้
นอกจากนี้ตัวบททฤษฎียังสามารถทําหน้าที่สําคัญในการหาข้อสรุป
สําหรับข้อสงสัยต่าง ๆ และยังช่วยชี้นําการพัฒนาในมิติต่าง ๆ ได้
อยา่ งต่อเน่ือง
2. ลักษณะของทฤษฎีทางสงั คม
ภายใต้มิติของทฤษฎีทางสังคมศาสตร์สามารถแยกลักษณะ
ของตวั บททฤษฎีออกเปน็ 3 ระดบั (สภุ างค์ จนั ทวานชิ , 2552)
ทฤษฎีหลัก (Grand Theory) ทฤษฎีหลักเป็นตัวบททฤษฎี
ทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ได้รับการทดสอบ
ตรวจสอบหรือพิสูจน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสากลและเป็นที่ยอมรับ
ในวงกว้าง ในมิติทางวิทยาศาสตร์ เช่น กฎแรงดึงดูดของโลก (Law
of Gravitation) โดยนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกที่เป็นผู้คิดค้น
กฎแรงโน้มถ่วง Sir Issac Newton ด้วยความสามารถอันรอบด้าน
4
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเกือ้
ทั้งนี้การค้นพบกฎแรงดึงดูดของโลก ได้ค้นพบทฤษฎีโดยบังเอิญ
ท่ีในวันหนึ่งขณะที่กําลังนั่งดูดวงจันทร์และเกิดความสงสัยว่าทําไม
ดวงจันทร์จึงต้องหมุนรอบโลก ในระหว่างที่เขากําลังนั่งมองดวง
จันทร์อยู่เพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียง Apple ตกลงพื้น เมื่อเห็นเช่นน้ัน
ก็ให้เกิดความสงสัยไปอีกขั้นว่าทําไมวัตถุต่าง ๆ จึงต้องตกลงสู่
พื้นดินเสมอ ทําไมไม่ลอยขึ้นฟ้าบ้าง ซึ่งเขาสันนิฐานเบื้องต้นว่า
ต้องมีแรงอะไรที่ทําให้ Apple ตกลงพื้นดิน จากความสงสัยดังกล่าว
นําไปสู่การเริ่มการทดลองเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลก โดยการนํา
ก้อนหินมาผูกเชือกและทําการแกว่งไปรอบ ๆ ขึงทําให้ได้ข้อสรุปว่า
เชือกเป็นตัวการสําคัญที่ทําให้ก้อนหินแกว่งไปมารอบ ๆ ไม่หลุด
ลอยไป ดังนั้นสาเหตุที่โลกหรือดาวเคราะห์ ต้องหมุนรอบ
ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ต้องหมุนรอบโลกต้องเกิดจากแรงดึงดูด
ที่ดวงอาทิตย์ที่มีต่อโลกและดาวเคราะห์ รวมถึงแรงดึงดูดของโลก
ที่ส่งผลต่อดวงจันทร์ และสามารถอธิบายปรากกฎการณ์ที่ Apple
ตกลงพน้ื ดินซึ่งเปน็ ผลจากแรงดึงดูดของโลกด้วยเช่นกัน
ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Theory of Relativity)
ซง่ึ เป็นข้อค้นพบของ Albert Einstein ทไ่ี ดเ้ ปล่ยี นแปลงความเข้าใจ
ในมิติจักรวาลไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงต่อการกําเนิดจักรวาล วิถีโคจร
ของดาวเคราะห์ และหลุมดํา และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา
ระบบการนําทางในปัจจุบัน โดยพบว่าแสง คือ สิ่งที่มีความเร็วสูงสุด
5
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเก้อื
ในเอกภพและไร้ซึ่งสิ่งใดที่สามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงแม้แต่แรง
โน้มถ่วง ผ่านการจินตนาการถึงห้วงอวกาศแบบสามมิติที่รวมอยู่กับ
มิติของเวลาในบริบทของเส้นใย Trampoline ที่ประสานอยู่รอบตัว
เรารวมถึงสามารถเกิดขึ้นกับวัตถุอวกาศ โดยเรียกสิ่งนี้ว่า
ปริภูมิ-เวลา (Spacetime) โดยเปรียบเทียบดวงอาทิตย์เมื่อวางไว้
ตรงกลางของ Trampoline ส่งผลทําให้เกิด Trampoline จมลง
โดยพื้นผิดโค้งที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่รู้สึกได้ถึงแรงโน้มถ่วง ดังนั้นจึงมอง
ว่าโลกและดาวเคราะห์อื่น ๆ ยังคงอยู่ในวงโคจร ซ่งไม่ใช่ดวงอาทติ ย์
มีแรงดึงดูดมากกว่า แต่เกิดจากดวงอาทิตย์มีมวลมหาศาลส่งผลให้
ดาวเคราะหต์ ้องโคจรไปตามแนวโค้งของ ปริภูม-ิ เวลา (Spacetime)
ที่ดวงอาทิตย์ทําให้เกิดขึ้น ซึ่งสรุปได้ว่าแรงโมถ่วงไม่ใช่แรงดึงดูด
ระหว่างวัตถุสองชิ้นตามกฎแรงโน้มถ่วงของ Sir Issac Newton
อีกต่อไป แต่เป็นผลจากการบิดโค้งของ ปริภูมิ-เวลา (Spacetime)
ซงึ่ ผา่ นการตรวจสอบและพสิ จู นส์ คู่ วามเปน็ สากลและเปน็ ทีย่ อมรบั
ทฤษฎรี ะดบั กลาง (Mid-range Theory)
ทฤษฎีระดับกลางเป็นตัวบททฤษฎีที่ถูกสร้างขึ้นและยังอยู่
ในกระบวนการของการพิสูจน์ ส่งผลทําให้ยังขาดความเป็นสากล
ที่ถูกต้องแม่นยําสําหรับมิติของความแตกต่างของบริบท ซึ่งเห็น
ได้อย่างชัดเจนถึงข้อจํากัดในการปรับใช้หรือการอธิบายที่สามารถ
เกิดความคลาดเคลื่อนได้จากการปรับใช้และไม่มีความตายตัว และ
6
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
สามารถเกิดข้อพิสูจน์ใหม่ได้พร้อมสําหรับการหักล้างทฤษฎีดังเดิม
ตามบริบทแวดล้อมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้
ส่วนใหญ่มักเป็นทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ เนื่องจากเป็นการศึกษา
ในมิติที่ยึดโยงกับมนุษย์ และสรุปได้ว่าทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ส่วน
ใหญ่ท่ีอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมยังอยู่ในทฤษฎีระดับกลาง
ท่ีมีลักษณะความเป็นนามธรรมสูง เนื่องจากความรู้สึกนึกคิด
ของมนุษยย์ อ่ มแตกต่างกัน
ทฤษฎฐี านราก (Grounded Theory)
ทฤษฎีฐานรากเป็นตัวบททฤษฎีที่พัฒนาขึ้นด้วยวิธีการแบบ
อุปนัย (Inductive) ซึ่งยึดโยงกับปรากฏการณ์ต้นแบบเกิดเป็น
ข้อสรุปเชิงทฤษฎีในบริบทของปรากฏการณ์ ดังนั้นข้อสรุปบนฐาน
ปรากฏการณ์สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงไปได้และสะท้อน
ให้เห็นถึงความเป็นนามธรรมสูง ไม่สามารถยึดโยงปรากฏการณ์
จากที่หนึ่งสู่ที่หนึ่งได้ เป็นเพียงการอธิบายปรากฏการณ์ภายใต้
บริบทใดบริบทหนึ่งเพียงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการสรุปในลักษณะ
ผิวเผินที่สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความมั่นคงในการอธิบาย
ปรากฏการณ์หรือการพยากรณ์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของสมมติฐาน
ชั้นต้นที่สามารถนําไปสู่การต้องการพิสูจน์และตรวจสอบต่อไป
เพื่อให้เกิดการยอมรับและสามารถพัฒนาตัวบทสู่การเป็นทฤษฎี
ระดบั กลางต่อไป
7
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกื้อ
3. ทฤษฎีทางสังคมกบั การพัฒนา
ทฤษฎีทางสังคมมีการพยายามนํามาอธิบายปรากฏการณ์
ในมิติลักษณะทางสังคม วิธีการศึกษาทางด้านสังคม ซึ่งสามารถ
ยกแนวคดิ มาอธบิ ายได้ ดงั น้ี
สังคมยุคกรีกโบราณ (427-347 ปี ก่อนคริสต์ศักราช)
สามารถอธิบายได้ชัดเจนจากคํากล่าวของ Plato ศิษย์เอก
ของ Socrates ที่หยิบยกข้อคําถามเพื่อพยายามอธิบายการเกิดข้ึน
ของสังคม โดยการอธิบายเชิงย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการเกิดขึ้น
ของสังคม (Historia) ซึ่งสามารถสรุปความได้ว่าสังคมมนุษย์ได้เกิด
ขึ้นมาอย่างยาวนานเกิดกว่ามนุษย์จะจําความได้ ซึ่งมนุษย์สามารถ
สะท้อนได้เพียงความทรงจําอันใกล้ที่สามารถนําไปสู่การอธิบาย
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมทั้งด้านการเมืองและสังคม
ผ่านสงครามและขนบประเพณี ผ่านกระบวนการจัดกระทํา
ทางสังคมและความสมั พนั ธ์ทางสังคม
ต่อมา Aristotle (384-322 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) ได้พยายาม
อธิบายรูปแบบการรวมตัวกันของคนเป็นสังคมภายใต้ชื่อที่ว่า
“ระบบของชีวิตทางสังคม” ซึ่งมีความยึดโยงกับระบบการเมือง
ในปัจจุบัน โดยให้ข้อสรุปเกี่ยวกับการเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันระหว่าง
การเมืองและสังคมในร่างที่เห็นเป็นรูปธรรม คือ รัฐ ท่ีมีหลากหลาย
รูปแบบสําหรับแนวทางในการปกครองสังคม ซึ่งมีเป้าหมายในการ
8
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเกอ้ื
จัดระเบียบภายใต้ระบบสังคมผ่านการกําหนดกฎหมาย
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างชีวิตทีดี สร้างคนที่ผ่านกระบวนการ
ขัดเกลาจากวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายความแตกต่าง
ระหวา่ งคนและสตั ว์ได้เปน็ อยา่ งดี
สังคมยุคกลาง (ยุคต้นคริสตกาล - ศตวรรษที่ 17) ในมิติ
ของยุคกลางซึ่งถือเป็นยุคสมัยที่เกิดการพัฒนาต่อเนื่องจากยุคกรีก
โบราณ โดยลกั ษณะทางสังคมหรอื ลกั ษณะแนวทางการพฒั นาสังคม
รวมถึงการขับเคลื่อนสังคมอยู่ภายใต้อิทธิพลของศาสนาซึ่งมีผล
ต่อการถูกกดทับทางความคิดส่งผลให้ท่ีศาสนามีอิทธิพลกับยุคสมัย
เป็นอย่างมากและแนวคิดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นการนําเสนอความคิด
จากนักบวช ท้ังน้ีนกั บวชสาํ คญั แหง่ ยุคกลาง เช่น
St Augustin (345-430) นักบวชชาวแอฟริกาใต้ ได้อธิบาย
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สังคม ในมิติของศาสนาเป็นสําคัญ
และการมีความเชื่อต่อพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความยุติธรรม
ดังนั้นมนุษย์ท่ีเชื่อในพระเจ้าจะได้รับพรจากพระเจ้า นอกจากน้ี
ในมิติของพื้นท่ีเชิงสังคมหรือเมืองแห่งพระเจ้า (City of God)
อันเป็นผู้ซึ่งชี้นําความยุติธรรมภายใต้บทบาทของความเป็นพลเมือง
ทั้งน้ี Augustin ยังกล่าวถึงความมีคุณธรรมของคนในสังคมสะท้อน
ถึงความยุติธรรมแต่จะต้องเชื่อในพระเจ้า และได้นิยามลักษณะของ
9
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเกือ้
สังคมที่แบ่งออกเป็น การมีสิทธิร่วมกัน รวมถึงการมีผลประโยชน์
ร่วมกัน ทงั้ น้ีตวั แทนของประชาชนทด่ี ที ส่ี ุด อยูใ่ นนามของพระราชา
Thomas Aquinas (1226-1274) เป็นนักบวชชาวอิตาเลียน
ผู้ซึ่งเชื่อในเรื่องของเหตุผลที่จะต้องอยู่ควบคู่กับหลักความเชื่อหรือ
การศรัทธาและขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลที่จะต้อง
ยึดโยงกับหลักเหตุผลในการบังคับใช้กับพลเมือง ซึ่งแตกต่างไปจาก
แนวคิดของ St Augustin ที่ให้ความสําคัญกับสังคมที่อยู่ภายใต้
ความเชื่อของหลักศาสนาโดยเชื่อในเรื่องของเมืองที่ถูกจํากัด
ความคิดที่หลากหลายโดยการกําหนดของเขตของความคิดให้อยู่
ภายใต้อิทธพิ ลแห่งพระเจ้า
สังคมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (ศตวรรษท่ี 17-18) ในบริบทยุคน้ี
มีการพัฒนาระบบความคิดแบบก้าวกระโดดที่มุ่งเน้นเรื่องราวในมิติ
สังคมวทิ ยา
Thomas Hobbes (1588-1679) นักคิดชาวอังกฤษใน
ศตวรรษที่ 17 ซึ่งไดร้ บั อิทธพิ ลทางความคดิ จาก Thomas Aquinas
นักบวชชาวอิตาเลียนผู้ซึ่งเชื่อในเรื่องเหตุผลที่ที่ยึดโยงกับหลัก
ศรัทธา ทั้งนี้ Thomas Hobbes ได้เสนอทัศนะเกี่ยวกับสังคมที่อยู่
ในมิติของความจําเป็นยิ่งที่ต้องมีผู้ปกครอง เนื่องจาก Thomas
Hobbes เชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์แล้วย่อมมีการเก่งแย่งชิงดี
ชิงเด่นภายใต้โลกแห่งความเดียวดาย ขาดแคลน ซึ่งเป็นการเปิด
10
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
มุมมองให้เห็นถึงด้านลบของความเป็นมนุษย์ ดังนั้นเมื่อมนุษย์
รวมตัวกันภายในสังคมจําเป็นต้องมีผู้ปกครองเพื่อควบคุมภายใต้
การมีรัฐบาลภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Monarchy)
ภายใต้สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมัครใจ ทั้งนี้ความเชื่อ
ของ Thomas Hobbes ให้นํ้าหนักกับระบอบกษัตริย์แบบสุดโต่ง
โดยเชื่อว่าบทบาทของกษัตริย์เป็นทางเลือกเพื่อช่วยสังคมให้หลุด
พ้นจากสังคมอนาธิปไตย (Anarchy) สังคมที่ไร้ซึ่งกฎระเบียบ
ไร้กฎหมาย ไร้รัฐบาล สังคมเกิดความวุ่นวาย และนอกจากน้ี
Thomas Hobbes ไร้ซึ่งความเชื่อในเรื่องของพระเจ้า แต่ยอมรับ
ในระบบรัฐสภาที่ควบคู่ไปกับระบอบกษัตริย์ และมีมุมมองต่อ
ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ชั่วร้าย และหลีกหนีความชั่วร้าย
สู่การรวมตัวโดยมีสัญญาประชาคม (Social Contract) เพื่อทําการ
ตกลงเลือกผู้นําหรือคณะหนึ่งเป็นผู้ปกครองและมีอํานาจสูงสุด
ในการยตุ สิ งคราม
Jean Jacques Rousseau (1712-1778) เกิด ณ เมอื งเจนีวา
สาธารณรัฐเจนีวา แต่ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อการปฏิวัติฝรั่งเศส
โดยมีหลักคิดที่ว่ามนุษย์เป็นพลเมืองของสังคมและเปิดมิติมุมมองที่
มีต่อมนุษย์ในด้านบวก กล่าวคือ มีมุมมองโดยธรรมชาติของมนุษย์
เป็นคนดี และเกิดการรวมตัวกันอย่างสมัครใจเพื่อนําไปสู่การเกิด
เป็นสัญญาประชาสังคม (Social Contract) ที่มีรายละเอียด
11
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตุดเกือ้
เกี่ยวกับเรื่องราวของพลเมืองที่จะให้อะไรแก่สังคม และสังคม
ต้องการอะไรจากพลเมือง อันหมายถึงสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง
(ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวคิดของ Thomas Hobbes ที่มอง
มนุษย์โดยธรรมชาติเป็นการเก่งแย่งชิงดีชิงเด่น) ทั้งนี้ Rousseau
ยังกล่าวถึงรัฐบาลในบทบาทของผู้ที่ได้รับการมอบอํานาจโดยชอบ
ธรรมจากพลเมืองเพื่อให้ปกครอง ทั้งนี้พลเมืองจะถอดถอนอํานาจ
ดังกล่าวได้เมื่อรฐั บาลไรซ้ ่งึ การปฏบิ ัตติ ามสญั ญา
Georg Wilhelm Friedrich Hegel ( 1770-1831) “ เ พ ร า ะ
มนุษย์คิดและมีสมองทําให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง” เป็นวลีหน่ึง
ของนักปรัชญาเยอรมันในสายจิตนิยม โดยชีวิตส่วนใหญ่ของ Hegel
ให้ความสําคัญกับการศึกษาและการสอนหนังสือโดยมุ่งเน้นระบบ
คิดและจิต ทั้งนี้เป็นบุคคลผู้ซึ่งมีอิทธิพลทางความคิดของ Karl
Heinrich Marx ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ในมิติการมองมนุษย์ของ Hegel
ที่เชื่อว่าจิตใจของมนุษย์ไม่เป็นอิสระจากกันกับธรรมชาติ และโลก
คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อการเกิดการเปลี่ยนแปลง
ของสังคม “เพราะมนุษย์คิดและมีสมองทําให้สังคมเกิด
การเปลี่ยนแปลง” ทั้งนี้ในมิติของสังคม Hegel ได้สะท้อนความเป็น
สังคมที่มีอยู่จริงและให้เห็นถึงความเป็นปัจเจกของรัฐที่มีอิสรภาพ
ของตัวเองและรักษาไว้ซึ่งสถานะ ทั้งนี้พลเมืองเข้ามารวมตัวกันด้วย
ความสมัครใจและมีบทบาทหน้าที่สําคัญสําหรับการรักษาไว้ซ่ึง
12
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตดุ เก้ือ
ความเป็นอิสระและอธิปไตยของรัฐ ดังนั้น Hegel เชื่อว่าสังคมเกิด
การขับเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้เพราะคนในสังคมใช้ความคิด
และน้ันคือผลจากการทค่ี นใชส้ มอง
13
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกอ้ื
เอกสารอ้างองิ
สนธยา พลศรี. (2547). ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน.
(พมิ พ์คร้งั ที่ 5). กรุงเทพฯ: โอเดยี นสโตร.์
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2540). ทฤษฎีสังคมวิทยา เนื้อหาและแนว
ทางการใช้ประโยชน์เบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ:
สาํ นกั พมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภางค์ จันทวานิช. (2552). ทฤษฎีสังคมวิทยา. (พิมพ์ครั้งที่ 2).
กรงุ เทพฯ: สาํ นักพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
14
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเกือ้
บทที่ 2
ทฤษฎโี ครงสรา้ ง – หนา้ ที่นยิ ม
ความนาํ
ทฤษฎีโครงสร้าง – หน้าที่นิยม นับเป็นทฤษฎีบทที่ยิ่งใหญ่
ทฤษฎีหนึ่งทั้งในมิติของความคลาสสิกและในมิติของการได้รับ
ความนิยมในแวดวงสังคมวิทยาสู่การประยุกต์ใช้ ทั้งนี้เพื่อให้
เกิดความกระจ่างชัดในมิติของความเข้าใจที่ส่งผลต่อการพัฒนา
สังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยในบทนี้ได้กล่าวถึงความคิดพื้นฐาน
เชิงปรัชญาและสาระสําคัญกับการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
ภายใต้หลกั คดิ ทย่ี งิ่ ใหญ่ ซ่งึ มีเนือ้ หาและรายละเอยี ด ดงั นี้
1. ความคดิ พ้ืนฐานเชิงปรัชญาและสาระสาํ คัญทฤษฎีโครงสรา้ ง
- หนา้ ทีน่ ยิ ม
ทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่เกิดขึ้นหลังทศวรรษที่ 1960 ที่มอง
สังคมเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตรวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้เป็นองค์รวม
อันหมายถึงความเชื่อแบบปฏิฐานนิยม (Positivist) ที่เป็นแนวคิด
วิทยาศาสตร์สังคม เป็นการครอบงําด้วยกรอบหรือหลักคิด
ที่เป็นแบบวิทยาศาสตร์ โดยนําข้อมูลเชิงประจักษ์มายืนยัน
15
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตุดเก้ือ
สมมติฐานต่าง ๆ อีกทั้งความเชื่อในเรื่องของการอธิบายความจริง
ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้เสื่อมลง ซึ่งบรรดานักคิดในยุคใหม่นี้
จึงได้หันไปเน้นเรื่องของความเป็นเหตุเป็นผล (Rationality)
ที่มีฐานคิดมาตั้งแต่สมัยของ Immanuel Kant ที่เชื่อในเรื่องของ
ความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งตามทฤษฎีความรู้ของ Kant เกิดขึ้นเพื่อ
มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างปรัชญาสายเหตุผลนิยม ที่เชื่อว่า
ความรู้สามารถสร้างขึ้นได้ ไม่จําเป็นต้องใช้ประสบการณ์
กับปรัชญาสายประสบการณ์นิยม ที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารู้มา
จากประสบการณ์ Kant จึงเชื่อมประสานแนวคิดทั้งสองที่ขัดแย้ง
เข้าด้วยกัน โดยกล่าวว่า “แม้ความรู้ทั้งหมดที่เรามีจะมีจุดเริ่มต้น
จากประสบการณ์ แต่มิได้หมายความว่าความรู้ทั้งหมดนั้นเกิดข้ึน
จากประสบการณ”์
โดยบุคคลที่เน้นความเป็นเหตุเป็นผลมากบุคคลหนึ่ง คือ
Max Weber ซึ่งเป็นนักคิด นักสังคมวิทยาในทฤษฎีโครงสร้างนิยม
ที่หันมาสนใจเรื่องของสังคมในฐานะ “ระบบ” ที่เกิดจากความจริง
(หรือข้อเท็จจริง) เกี่ยวกับสังคมโดยรวม ซึ่งมีความเชื่อว่าในทุก ๆ
สังคมจะมีสิ่งที่เป็นโครงสร้างซ่อนอยู่ และโครงสร้างนั้นจะแสดง
หน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ที่เป็นระบบมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์เชื่อมโยง
เขา้ ดว้ ยกัน
16
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตดุ เกอ้ื
ทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่มองสังคมเป็นส่วนต่าง ๆ ที่มีความ
เชื่อมโยงซึ่งกันซึ่งแต่ละสังคมจะมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้
การทํางานของความคิดหรือสมอง (Human Mind) จะมีโครงสร้าง
อยู่โดยมนุษย์ไม่รู้ตัวโดยมีลักษณะเป็นโครงสร้างเดียวกันกับสิ่งที่มา
กําหนดพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งยึดโยงกับความสัมพันธ์ของสถาบัน
ทางสังคม ทั้งนี้นักคิดคนสําคัญในทฤษฎีโครงสร้างหน้าที่มีด้วยกัน
ดงั น้ี
Herbert Spencer (1820-1903)
Spencer เป็นนักปรัชญาชาวอังกฤษ ผู้นําเสนอแนวคิด
เกี่ยวกับวิวัฒนาการ (Evolution) โดยให้มิติมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่นํา
ยุคสมัยสู่การร่วมมือระหว่างกัน อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มลัทธิทางสังคม
แบบดาร์วิน (Social Darwinism) ที่สนับสนุนสังคมอุตสาหกรรม
ที่มีการผูกขาดอํานาจของการลงทุน ซึ่งมองการเอาเปรียบเป็นเรื่อง
ของความชอบธรรม ดังคํากล่าวของ Spencer ที่ว่า “คนที่แข็งแรง
ที่สุดจึงจะอยู่รอด” ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก Charles Robert
Darwin นักชีววิทยา นักธรรมชาติวิทยา ชาวอังกฤษ ผู้เสนอทฤษฎี
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและแนวคิดการดํารงอยู่ของสิ่งที่แข็งแรง
ที่สุด ซึ่งถือได้ว่า Spencer เป็นคนแรกที่ริเริ่มแนวคิดโครงสร้าง
สังคม (Social Structure) โดยให้มุมมองเกี่ยวกับ “สังคม”
คือส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นมวลรวม เปรียบเหมือนระบบ
17
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตดุ เก้ือ
อินทรีย์ของร่างกายที่ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กมาก
โดยสังคมเติบโตด้วยกระบวนการสองแบบ อันประกอบไปด้วย
1) การพอกพูนของหน่วยต่าง ๆ ตามธรรมชาติในลักษณะของ
วิวัฒนาการ 2) การประสานรวมตัวกันของส่วนต่าง ๆ ที่มิได้
เกี่ยวข้องกันมาก่อน รวมตัวกัน ส่งผลให้เกิดความสลับซับซ้อนมาก
ขึน้ ในโครงสร้าง
ทั้งนี้ Spencer ได้เสนอเกี่ยวกับองค์ประกอบของสังคม
ที่ต่างทําหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละสถาบันเกิดจากความจําเป็น
ของสถานการณเ์ กีย่ วขอ้ งกบั องคป์ ระกอบดงั นี้
1. หน้าที่และโครงสร้างในสังคม อันประกอบไปด้วย
1) สถาบันครอบครัว ที่ทําหน้าที่ผลิตและเลี้ยงดูสมาชิกใหม่
2) สถาบันพิธีกรรม ที่ทําหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ 3) สถาบัน
การเมือง ทําหน้าที่ตอบสนองความต้องการโดยมีแบบแผน
มีโครงสร้าง และมีการปฏิสัมพันธ์ในภาพของสังคมขนาดใหญ่ เช่น
ประชาธิปไตย (ระบอบการปกครองที่ประชาชนมีอํานาจ สิทธิ
เสรีภาพสูงสุด) อนาธิปไตย (การปกครอบแบบขาดผู้นํา ขาดคนกุม
อํานาจ) 4) สถาบันศาสนา มีหลักคําสอนให้คนในสังคมยึดถือ
(ขัดเกลาจิตใจคนในสังคม) 5) สถาบันอาชีพ ทําให้เกิดการแบ่งงาน
เป็นส่วนต่าง ๆ ในสังคม และ6) สถาบนั เศรษฐกจิ ท่มี ีการแบ่งระบบ
เปน็ ระบบทาส ระบบศกั ดนิ า และแรงงานเสรี ฯลฯ
18
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
2. ความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นส่วนต่าง ๆ ของสังคม
อันร่วมมือกันโดยแรงผูกพันทางกายภาพ (ที่เป็นเช่นเดียวกับระบบ
อินทรีย์ของร่างกายมนุษย์) โดยมีภาษาเป็นตัวกลางในการสื่อสาร
(ภาษาในมิตินี้หมายรวมถึง ท่าทาง การพูด และภาษาเขียน)
ส่วนต่าง ๆ ยังรวมตัวกันได้ด้วยสํานึกที่กระจายไปทั่วไปทุกส่วนแต่
ทว่าสํานึกหรือความรู้สึกทางสังคมไม่ได้อยู่ในทุกส่วนในระดับ
ที่เท่ากัน เพราะไม่มีศูนย์กลางประสาทความรู้สึกทางสังคมเหมือน
ดงั เชน่ ร่างกายของมนษุ ย์
กฎของสังคม คือ กฎธรรมชาติที่ผู้ที่แข็งแกรงที่สุดจะสามารถ
อยู่รอดได้ ยิ่งคนในสังคมมีการเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็จะเกิดการต่อสู้เพ่ือ
ความอยู่รอด โดยสังคมจะขับเบียดคนที่อ่อนแอกว่าออกไป ซึ่งรัฐ
จะไม่เข้าไปแทรกแซงความเป็นไปของกฎธรรมชาติด้วยมาตรการ
สังคมสงเคราะห์ใด ๆ เพราะถือเป็นการบิดเบือนกระบวนการ
คัดเลือกตามแนวคิดแบบลัทธิดาร์วิน ที่ซึ่งเชื่อในกระบวนการคัด
สรรตามธรรมชาตทิ ่ผี ู้แข็งแกร่งเทา่ นั้นทีจ่ ะอยรู่ อดได้ในสังคม
ระบบอินทรีย์ทางสังคม ที่กล่าวถึงทุกส่วนภายในสังคม
ซึ่งมีความสําคัญในการทําหน้าที่ของตน ทั้งนี้สังคมจะดําเนินการ
ไปได้เพราะทําหน้าที่เช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
ทําหน้าที่ระบบชีวอินทรีย์ของร่างกายซึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ในหน้าที่และเพิ่มขนาดของหน่วยต่าง ๆ ในสังคม ทั้งนี้เพื่อสามารถ
19
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เก้ือ
ทําความเข้าใจองค์กรหนึ่ง ๆ ว่ามีการดําเนินกรพัฒนาการอย่างไร
โดยจําเปน็ ต้องเขา้ ใจบทบาทหน้าทข่ี ององค์กรนน้ั ๆ
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบ
วิวัฒนาการ โดยเปลี่ยนแปลงจากภาวะที่ไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง
มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไปสู่สภาวะที่แน่นอนต่อเนื่องและ
มีความหลากหลายและมีลักษณะที่เป็นสากล ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลง
ดังกล่าวมีลักษณะเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ ขณะที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงและมีขนาดใหญ่ข้ึน
มีหน้าที่และโครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งนี้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สังคมก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ จึงมีการแบ่งแยกโครงสร้างและ
หน้าที่ของส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนชัดเจน ซึ่งเรียกว่า
ววิ ัฒนาการทางสังคมเปน็ วิวัฒนาการแนวตรงสายเดยี่ ว
3. พฤติกรรมหรือการกระทําทางสังคม
ปัจเจกชนนิยม หมายความถึง มนุษย์ต้องมีเสรีภาพ โดยสังคม
หรือรัฐควรควบคุมมนุษย์น้อยที่สุด ยกเว้นเรื่องของการคุ้มครอง
กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลและการร่วมกันป้องกันศัตรูจากภายนอกเพียง
เท่านน้ั
สถาบันทางสังคม ไม่ได้เกิดจากเจตนาของผู้กระทํา แต่เกิด
จากความจําเป็นของสถานการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ
หนา้ ท่ีและโครงสรา้ งทางสังคม
20
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเก้อื
Ferdinand de Saussure (1857-1913)
De Saussure เป็นนักภาษาศาสตร์และโครงสร้างนิยม
ชาวฝรั่งเศส ที่ได้วิเคราะห์เรื่องของภาษาว่ามีโครงสร้างของมันซ่อน
อยู่ โดยแบง่ ภาษาออกเปน็ 2 ระดับ
1) เรียกว่า “ภาษา” อันประกอบไปด้วย โครงสร้าง ไวยกรณ์
“ประธาน กริยา กรรม” ฯลฯ
2) เรียกว่า “คําพูด” ซึ่งเป็นกระบวนการเปล่งเสียงเป็นคํา
แต่ในคํานน้ั มีภาษาซอ่ นอยู่ กลา่ วคือมีโครงสร้างของภาษาซอ่ นอยู่
ทั้งนี้เมื่อบุคคลพูดมิได้มีการคํานึงถึงโครงสร้าง แต่จะคํานึงถึง
ความหมายที่เป็นถ้อยคํา ซึ่งมนุษย์ใช้โดยไม่รู้ตัวว่ามีโครงสร้างของ
ภาษาซ่อนอยู่ ทั้งนี้ De Saussure ยังมิได้ประยุกต์ความคิดเรื่อง
โครงสร้างที่เขาได้ค้นพบในภาษามาวิเคราะห์สังคม แต่ได้เริ่ม
แนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้างที่ปรากฏและโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในภาษา
ซึ่งเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่จะเป็นพื้นฐานในการทําความเข้าใจ
สงั คมต่อไป
Claude Levi-Strauss (1908-1990)
Levi-Strauss เป็นนักมานุษยวิทยาชาวฝรั่งเศสคนสําคัญ
ที่ถือได้ว่าเป็นผู้นําทางความคิดแบบโครงสร้างนิยม โดยเฉพาะการ
นําเสนอในแง่มุมเกี่ยวกับโครงสร้างความสัมพันธ์ในหมู่คนป่า
โดยยกปรากฏการณ์เกี่ยวกับข้อห้ามในการสมรสกันในหมู่เครือญาติ
21
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
ซึ่ง Levi-Strauss ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคม โดยมีความ
พยายามในการจัดระเบียบทางสังคมเพื่อมิให้ผู้หญิงขาดแคลน
ซึ่งอาศัยโครงสร้างในระดับลึกที่อยู่ในความคิดและที่มีการสั่งสม
ทั้งนี้มิใช่ความคิดของคน ๆ เดียว แต่เป็นความคิดหรือมรดกร่วม
ของคนในสังคม ประกอบกบั แนวคดิ แบบข้ัวตรงขา้ ม
ทั้งนี้ Levi-Strauss เชื่อว่าการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ไม่จําเป็นต้องหาคําอธิบาย เพราะสังคมไม่มีความเป็นเหตุเป็นผล
สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีสาเหตุแต่เป็นการค่อย ๆ
เปลี่ยนไปจากสภาพหนึ่งสู่สภาพหนึ่งด้วยตัวของมันเอง อีกทั้งยังมี
ชื่อเสียงในแง่ของการศึกษา นิทานปรัมปราเชิงโครงสร้างที่มี
การอธิบายถึงเหตุผลที่ทําให้ สามารถเข้าไปมีอิทธิพลต่อโครงสร้าง
พื้นฐานในการทําความเข้าใจความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรม ในมิติ
ที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ปรากฏในรูปแบบของคู่ตรงข้าม
(Binary Pairs or Opposition) คือ ของดิบ (Raw) ตรงข้ามกับของ
สุก (Cooked) โดยที่ของดิบนั้นมีส่วนสัมพันธ์หรือมีนัยที่สามารถ
ชี้ให้เห็นถึงความเป็นสภาพธรรมชาติ (Nature) ในขณะที่ของสุก
จะเป็นส่วนตรงข้ามที่สามารถชี้ให้เห็นถึงมิติของการแสดงถึง
ความสัมพันธ์กับวัฒนธรรม (Culture) ผ่านการกําหนความสัมพันธ์
แบบคู่ตรงข้ามนี้ ส่งผลให้ Levi-Strauss มีความเชื่อว่าเป็น
22
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตดุ เก้อื
โครงสร้างพื้นฐานสําหรับแนวคิด (Ideas) และจินตภาพ
(Concepts) ทัง้ หมดทีป่ รากฏอยใู่ นวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึง่
Talcott Parsons (1902-1979)
Parsons เป็นนักสังคมวิทยาชาวอเมริกัน ที่ได้รับแนวคิดจาก
Max Weber ซึ่งเป็นนักคิดในสํานักโครงสร้างนิยม โดยการอธิบาย
สังคมด้วยการวิเคราะห์ว่าสังคมมีระบบต่าง ๆ ที่กําลังทําหน้าท่ี
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่ Parsons ได้นําแนวคิด
ดังกล่าวมาขยายต่อให้มีความละเอียดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสม
กับการนํามาใช้กับสังคมทุนนิยมอเมริกันที่มีลักษณะทางสังคม
ในการตอ้ งการการเปลยี่ นแปลงอย่างไมถ่ อนรากถอนโคน
ทฤษฎีหน้าที่นิยมของ Parsons มีองค์ประกอบ 4 ประการ
ทจี่ ําเปน็ ต่อระบบตา่ ง ๆ ในสงั คม มีรายละเอียด ดงั นี้
1) Adaptation = การปรับตัว เป็นระบบที่จําเป็นต้องปรับ
ให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ จากตัวแปรภายนอก คือ ร่างกายปรับ
เข้ากับส่ิงแวดลอ้ มและความต้องการของสังคม
2) Goal Attainment = ก า ร บ ร ร ล ุ เ ป ้ า ห ม า ย ร ะ บ บ
บุคลิกภาพเป็นระบบที่ควบคู่ไปกับหน้าที่พื้นฐานในการนําไปสู่
การกาํ หนดและตอบสนองต่อเป้าหมายหลกั ของคนในสังคม
3) Integration = การบูรณาการ ซึ่งเป็นการกล่าวถึงระบบ
ของสังคมที่จะต้องบูรณาการองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบย่อย
23
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกือ้
ในสังคมเข้าด้วยกัน ดังนั้นพื้นฐานในเรื่องของบูรณาการเกี่ยวข้อง
กับหนา้ ท่ีของคนในสงั คม
4) Latency (Pattern Maintenance) = ระบบวัฒนธรรม
เป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ในการจะต้องธํารงและพื้นฟูแรงจูงใจ
ของปัจเจกบุคคลและแบบบรรยายทางวัฒนธรรมที่สร้าง รักษา
และแรงจูงใจ แนวทางการทําหน้าที่ในการธํารงแบบแผนภายใต้
การกําหนดบรรทดั ฐานและคา่ นิยมแกผ่ ปู้ ฏบิ ตั ใิ นสังคม
Robert Merton (1910-2003)
Merton เป็นนักปราชญ์ นักวิชาการ ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็น
ลูกศิษย์ของ Talcott Parsons แต่สิ่งที่เขาได้เสนอเพิ่มเติม
จากอาจารย์ของเขา คือ การเน้นหนักไปที่ระบบวัฒนธรรม โดยระบุ
ว่าการวิเคราะห์สังคมควรเน้นพิจารณาในมิติของหน้าที่เป็นหลัก
เพราะหน้าที่ของแต่ละสังคมมีความเป็นสากล ซึ่งทุกสังคม
มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ Merton วิเคราะห์หน้าที่ออกเป็น
3 ประการ โดยมรี ายละเอยี ด ดังนี้
1) ความเป็นเอกภาพของหน้าที่ กรณีเป็นการกระทําทาง
สังคมและวัฒนธรรม รวมตัวกันเป็นบูรณาการที่มีเอกภาพ
ของระบบสังคม
24
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตดุ เกอ้ื
2) ลักษณะสากลของทฤษฎีหน้าที่นิยม กรณีโครงสร้าง
ทางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นมาตรฐานจะต้องมีหน้าที่ในทางบวก
เสมอถ้าหากเกิดความขัดแย้งในระบบสังคม หน้าที่ในทางลบ
จะหมดความสําคญั ไปเองในทส่ี ุด
3) ความจําเป็นที่ขาดไม่ได้ของโครงสร้างหน้าท่ี กรณี
โครงสร้างและหน้าที่ที่ดําเนินการอยู่เกิดปัญหา มีโครงสร้างและ
หน้าทอี่ ่ืนเขา้ มาทาํ หน้าท่แี ทน
2. ทฤษฎีโครงสร้าง - หน้าที่นิยมกับการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ
การเมือง
ทฤษฎีโครงสร้าง - หน้าที่นิยมกับการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ
การเมือง เป็นการหยิบยกทฤษฎีเพื่อใช้ประโยชน์ในการอธิบาย
ปรากฏการณ์ รวมถึงเพื่อสร้างความรู้ความเข้าในในมิติของ
การเปิดมุมมองภายใต้บริบทของโครงสร้างทางสังคมเพื่อนําไปสู่
การบรูณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ทั้งระบบใหญ่และ
ระบบย่อยของโครงสร้างทางสังคม ทั้งนี้ทฤษฎีโครงสร้าง – หน้าท่ี
นิยมสามารถอธิบายถึงการพัฒนาสังคมในมิติต่าง ๆ ซึ่งทุกหน่วย
ย่อยในสังคมต่างมีบทบาทหน้าที่สําหรับการหนุนเสริมสู่การพัฒนา
ในทุกระดับ ตามแนวคิดของ Herbert Spencer ที่แบ่งออกเป็นมิติ
25
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเกอื้
ต่าง ๆ โดยสามารถสังเคราะห์ร่วมกับการบูรณาการทฤษฎี
ให้สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทแห่งความจรงิ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
มิติของครอบครัวที่มีบทบาทและหน้าที่ผลิตทรัพยากรอันที่ค่า
พร้อมให้ความดูแล อบรม เพื่อให้บุคคลมีคุณสมบัตินําไปสู่
การพฒั นาสังคมทต่ี รงกับความตอ้ งการของสงั คมได้
มิติศาสนาหรือพิธีกรรม มีบทบาทหน้าที่ในการควบคุม
พฤติกรรมของคนในสังคมเพื่อให้พฤติกรรมของคนยังคงอยู่ภายใต้
กรอบของจริยธรรม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยขัดเกลาจิตใจและเป็น
ที่ยึดเหนี่ยวในมิติของจิตวิญญาณของคนในสังคม และนําไปสู่
การยกระดับจติ ใจของคนได้อีกดว้ ย
มิติการเมืองหรือสถาบันการเมือง ทําหน้าที่สําคัญในการ
บริหารจัดการบ้านเมืองให้ให้เกิดความยุติธรรม โดยมีกฎหมายหรือ
ระเบียบต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการบ้านเมืองให้เกิด
ประสิทธิผลตามเป้าหมายและยังมีบทบาทสําหรับการกําหนด
ทิศทางในการพัฒนาสังคม รวมถึงรูปแบบการดําเนินงานในมิติ
เศรษฐกิจผ่านนโยบายต่าง ๆ
มิติเศรษฐกิจ โดยในระดับจุลภาคที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึง
การแยกย่อยหน้าที่ภายใต้กรอบของการแบ่งหน้าที่หรือการแบ่งงาน
เป็นส่วนต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งอยู่ภายใต้แบบแผนในระดับมหาภาค
ที่มีการกําหนดกรอบบทบาทหน้าที่ในมิติเศรษฐกิจภายใต้สถานภาพ
26
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกื้อ
และชนชั้นทางสังคมของคนในสังคม ถึงแม้ปัจจุบันได้มีการยกเลิก
ระบบศักดินา ระบบทาส แต่ภายใต้ความทับซ้อนของโครงสร้าง
ทางสังคมที่สังคมเองมีความเป็นอิสระและเสรีภาพในตัวเอง
ยงั คงซอ่ นเร้นระบบเชงิ โครงสรา้ งท่สี ามารถพบเหน็ ไดท้ วั่ ไป
ทั้งนี้สามารถกล่าวสรุปได้ว่าในแต่ละมิติของสถาบันต่างมี
หน้าที่ที่แตกต่างกัน แต่ยังคงซึ่งความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกันส่งผลให้
สังคมเกิดความสมดุล เช่นเดียวกับการทํางานของความคิดหรือ
สมอง (Human Mind) ที่มีโครงสร้างอยู่ภายในโดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัว
ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกันกับสิ่งที่จะมากําหนดพฤติกรรมของมนุษย์
อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคมและเกิด
การเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้เป็นการวิเคราะห์ทฤษฎีโครงสร้าง -
หน้าที่นิยม ในบริบทของการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในยุค
ปัจจบุ นั
27
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเก้อื
เอกสารอ'างอิง
ชาญโชติ ชมพูนุท. (2556). แนวคิดประชาสังคมในทัศนะของ อิม
มานูเอล ค9านท:. (ออนไลน7). สืบค<นจาก http://www.
thaiihdc.org/web/index.php?view=article&catid=4 %
3A2557-06-25-06-55-40&id=429%3A2556-06-13-15-
2 1 4 6 &format=pdf&option=com_content&Itemid=2
3 (สืบค<นเม่ือ 24 มกราคม 2560)
ปfญญธิดา อัตบุตร. (2558). ทฤษฎีทางการบริหาร. (ออนไลน7).
สืบค<นจาก http://punyatida.blogspot.com/2015/
08/max-weber.html (สบื คน< เมอ่ื 24 มกราคม 2560)
พระลอน เขมจิตฺโต. (2554). ทฤษฎีนักสังคมวิทยา ทัลคอตต: พาร:
สันส: Talcott Parsons’s. (ออนไลน7). สืบค<นจาก http://
dhammahappiness.blogspot.com/2011/03/talcott-
parsonss.html (สืบค<นเมอ่ื 24 มกราคม 2560)
สุเทพ สุนทรเภสัช. (2540). ทฤษฎีสังคมวิทยารPวมสมัย: พื้นฐาน
แนวความคิดทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรม. เชียงใหมw:
โกลบอลวิชนั่ .
สุภางค7 จันทวานิช. (2552). ทฤษฎีสังคมวิทยา. (พิมพ7ครั้งที่2).
กรุงเทพฯ: บริษัท ว.ี พริ้นท7 (1991) จำกดั .
28
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเก้อื
บทที่ 3
ทฤษฎีความขดั แยง้
ความนำ
ทฤษฎีการขัดแย<งเกิดขึ้นเนื่องจากมองวwาโครงสร<างในสังคม
มีความสมดุลและมีกลไกในการรักษาความสมดุลนั้นซึ่งมีความเปÇน
ระบบระเบียบมากเกินไป โดยความขัดแย<งในมิติน้ี หมายถึง
ความขัดแย<งที่ซึ่งเปÇนความขัดแย<งทางสังคม โดยในบทนี้ได<กลwาวถึง
ความคิดพื้นฐานเชิงปรัชญาและสาระสำคัญ สาเหตุ ทฤษฎีความ
ขัดแย<งกับการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ประโยชน7และ
ผลกระทบของความขัดแย<งตwอการพัฒนาสังคมทุกมิติ ซึ่งมีเนื้อหา
และรายละเอยี ด ดังนี้
1. ความคิดพื้นฐานเชิงปรัชญาและสาระสำคัญของทฤษฎี
ความขดั แยง'
ทฤษฎีการขัดแย<ง (Conflict Theory) เกิดขึ้นจากการมอง
โครงสร<างในสังคมมีความสมดุลและมีกลไกในการรักษาความสมดุล
นั้นซึ่งมีความเปÇนระบบระเบียบมากเกินไป ทั้งน้ีการขัดแย<ง
หมายถึง ความขัดแย<งที่สะท<อนความขัดแย<งทางสังคม ซึ่งเปÇน
ความขัดแย<งระหวwางมนุษย7ตั้งแตw 2 คนขึ้นไป จนไปถึงความขัดแย<ง
29
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเกื้อ
ในระดับสังคม ทั้งนี้องค7ประกอบของการขัดแย<ง คือ 1) การกระทำ
กันระหวGางสังคม กลwาวคือ คนในสังคมตั้งแตw 2 คนขึ้นไป
มีการติดตwอสัมพันธ7กันซึ่งไมwวwาอยูwในฐานะหรือสถานะใด การขัดแย<ง
ยwอมเกิดขึ้นได<เพราะมีผลประโยชน7ที่จะต<องรักษารวมถึงเปäาหมาย
ที่จะแสวงหา 2) การขัดแย'ง สภาวะการขัดแย<งเกิดขึ้นด<วยสาเหตุ
หลักคือผลประโยชน7 ซึ่งตwางคน ตwางฝåาย ต<องการรักษา และ
แสวงหาให<ได<มา จึงเกิดเปÇนการขัดแย<งเกิดขึ้น และ3) ผลลัพธL
อันหมายถึงผลที่เกิดจากการขัดแย<ง ซึ่งสwวนใหญwมักมองเห็นถึง
เรื่องราวของความเสียหายได<ชัดเจนกวwาผลลัพธ7ที่เปÇนประโยชน7
โดย Lockwood (1956) เชื่อวwาความขัดแย<งในสังคมเกิดข้ึน
อยwางหลีกเลี่ยงไมwได< ซึ่งเกิดจากการที่ 1) บุคคลในสังคมมีอำนาจ
ไมwเทwาเทียมกัน ทำให<คนที่มีอำนาจมากถือโอกาสเอารัดเอาเปรียบ
ผู<ที่มีอำนาจน<อยกวwา สwงผลให<เกิดความตึงเครียดและเกิด
ความขัดแย<งในสังคม 2) เนื่องจากในสังคมมีทรัพยากรที่จำกัด
ซึ่งเปÇนต<นเหตุสำคัญให<มีการดิ้นรนเพื่อได<รับซึ่งสwวนแบwง
จากทรัพยากรนั้น ๆ และ3) ในสังคมยwอมมีกลุwมตwาง ๆ ที่มีเปäาหมาย
แตกตwางกัน ซึ่งกลุwมตwาง ๆ ในสังคมตwางแขwงขันและชwวงชิงกัน
เพื่อให<บรรลุเปäาหมายของกลุwม อันเปÇนเหตุให<มีการกระทบกระทั่ง
กันระหวwางกลwุมได<
30
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกื้อ
Karl Heinrich Marx (1818-1883) ในมิติมุมมอง
ของ Marx ความขัดแย<งเปÇนตัวแบบที่เกี่ยวข<องกับชนชั้นและการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมซึ่งมีฐานคติ 3 ประการ ประกอบไปด<วย
1) มิติองค7การทางเศรษฐกิจ โดยมีเจ<าของทรัพย7สินเปÇนผู<ที่มี
บทบาทในการกำหนดโครงสร<างของชนชั้น มีอิทธิพลในเชิงสถาบัน
ระบบความเชื่อ ซึ่งทุกสwวนล<วนเปÇนผลจากองค7การทางเศรษฐกิจ
ของสงั คม
2) มิติองค7การทางเศรษฐกิจของสังคม ยwอมมีผลตwอการเกิด
ความขัดแย<งระหวwางชนชั้นในสังคม (การปฏิวัติ) ซึ่งแบwงสังคม
ออกเปÇนชนชั้นตwาง ๆ ออกเปÇนกลุwมหรือสองพวก เชwน ชนช้ัน
กรรมาชีพและชนชั้นนายทุน ซึ่งในวาระสุดท<ายตwางนำไปสูw
ความขัดแยง< และมีการโคwนล<มชนช้นั ทม่ี ีอำนาจเหนือกวwาเสมอ
3) มิติเชิงลักษณะ ที่พยายามแบwงความขัดแย<งออกเปÇน
2 หลักการ ได<แกw ชนชั้นที่ถูกเอาเปรียบภายใต<เศรษฐกิจที่สwงผล
ให<เกิดความตระหนัก และชนชั้นเพื่อตwอต<าน ซึ่งมีอำนาจและ
เปÇนเจ<าของทรัพย7สิน นำไปสูwการเกิดขึ้นของกระบวนการ
ความขดั แย<งในสงั คม
Georg Simmel (1858-1918) ผู<ซึ่งเสนอแนวทางแหwง
การวิเคราะห7ปรากฏการณ7ความขัดแย<งวิธีการใหมwที่ได<รับการ
ขานชื่อในหมูwนักนิยมทฤษฎีความขัดแย<ง ผwานรูปแบบของ
31
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเกอื้
กระบวนการทางสังคมขั้นพื้นฐานผwานการพยายามสร<างข<อความ
ที่เปÇนนามธรรมที่สะท<อนลักษณะของกระบวนการ รวมถึง
เหตุการณ7ตwาง ๆ ที่เกิดขึ้นในบริบทแวดล<อมตwาง ๆทางสังคม ทั้งนี้มี
เปäาหมายเพื่อสะท<อนให<เห็นถึงกระบวนการทางสังคมที่เปÇนพื้นฐาน
ที่สุดขององการณ7ทางสังคม เนื่องจาก Simmel เชื่อวwาความขัดแย<ง
เปÇนเรื่องที่มีมาอยwางช<านานและไมwสามารถหลีกเลี่ยงได<โดยมีระบบ
ของความขัดแย<งที่ต<องการแก<ปfญหาภายใต<แรงขับเชิงปฏิปfกษ7
ที่นำไปสูwการเกิดผลประโยชน7ภายใต<การสร<างกฎเกณฑ7ที่ควบคุม
ทั้งสองฝåาย ซึ่งจำเปÇนจะต<องแยกให<ได<วwาอะไรคือความขัดแย<งและ
อะไรทไี่ มใw ชw
Karl Emil Maximilian "Max" Weber (1864-1920)
ได<เสนอมิติความหมายของความขัดแย<งที่ยึดโยงกับผลประโยชน7
ระหวwางบุคคลอันสามารถพบเจอได<ในทุกหนwวยนับทางสังคม
โดยความขัดแย<งเกิดจากการกระทำของบุคคลที่ต<องการที่จะบรรลุ
ความปรารถนาสูwการเกิดการปะทะการตwอต<านของอีกฝåายหนึ่งหรือ
หลาย ๆ กลุwม และความขัดแย<งเปÇนผลมาจากการมีทรัพยากรหรือ
รางวัลอยwางจำกัด ทั้งนี้ Weber ยังถือวwาการแขwงขันยังเปÇนรูปแบบ
หนึ่งของความขัดแย<ง เนื่องจากการแขwงขันถึงจะมีกฎหรือกติกา
ที่ทุกฝåายยอมรับ แตwการแพ<-ชนะ ยังคงเปÇนชนวนสำคัญที่นำมาซึ่ง
ความขัดแยง< ได<
32
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเก้ือ
2. สาเหตุของการขัดแยง'
ด<วยความเชื่อตามธรรมชาติของทฤษฎีความขัดแยwงให<มุมมอง
ที่นwาสนใจวwาในทุกมิติของสังคมสามารถเกิดความขัดแย<งได<
เปÇนเรื่องปกติและสามารถเกิดข้ึนได<เสมอโดยไร<ซึ่งข<อยกเว<น
ทั้งระหวwางคนในครอบครัว ชุมชน (หรือคนในชนชั้น) ซึ่งสามารถ
สงั เคราะหส7 าเหตุสูwการเกดิ ความขัดแย<งได< ประกอบไปดว< ย
1) การเกิดความเหน็ ทแี่ ตกตาw ง
2) การไดร< บั ผลประโยชน7หรอื ผลตอบแทนทไ่ี มเw ปนÇ ธรรม
3) การแยงw ชิงอำนาจ
ทั้งนี้ความขัดแย<งเกิดขึ้นเมื่อกลุwมที่ไมwได<รับผลประโยชน7
เกิดความสงสัย ความข<องใจในเรื่องราวเกี่ยวกับความถูกต<อง
ของการแบwงทรัพยากรที่หายาก หรือแม<กระทั่งการไมwได<รับ
ผลประโยชน7เมื่อเกิดการเปรียบเทียบและไมwสามารถเห็นพ<อง
ต<องกันในมิติตwาง ๆ ภายใต<ความหลากหลาย ซึ่งรวมหมายถึง
ความเชื่อ คwานิยม ผwานแรงจูงใจ รวมถึงการรับรู< และอารมณ7
ที่สามารถประเมินถึงความเปÇนไปได<ของความแตกตwาง
ซ ึ ่ ง เ ป Ç น ต ั ว แ ป ร ส ำ ค ั ญ น ำ ไ ป ส ู w ก า ร ก w อ ต ั ว ข อ ง ค ว า ม ข ั ด แ ย< ง
โดย Robbins 1974 ได<แบwงความขัดแย<งในมิติของพฤติกรรม
ออกเปÇน 6 ระดบั ดังนี้
33
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกื้อ
ระดบั 0 คอื การไมwพบเจอความขัดแย<ง
ระดับ 1 คือ การไมwเหน็ ด<วยหรือเขา< ใจผดิ ทเี่ ล็กน<อย
ระดบั 2 คือ การตั้งคำถามอยwางเปñดเผยและท<าทาย
ระดบั 3 คือ การใชค< ำพดู รุนแรงในการบังคับ
ระดับ 4 คอื การขูเw ข็ญและยนื่ คำขาด
ระดบั 5 คือ การใชก< ำลังรwางกายขึ้นขนั้ แสดงความกา< วร<าว
ระดบั 6 คอื การพยายามอยwางเปดñ เผยในการทำลายกลมwุ อื่น
3. ทฤษฎีความขัดแยง' กบั การพัฒนาสงั คม เศรษฐกจิ การเมือง
ภายใต<กระบวนการพัฒนาในทุกมิติความขัดแย<งยwอมเกิดข้ึน
ได<เสมอเนื่องจากการขับเคลื่อนหรือการพัฒนาเปÇนกระบวนการ
ทำงานที่มีหลากหลายภาคสwวนเข<ามาเกี่ยวข<องและไมwสามารถ
ทำให<สำเร็จภายใต<ความสามารถของคน ๆ เดียว ดังนั้นการรwวม
ปฏิบัติงานในภาคสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองยwอมมีโอกาส
ในการแลกเปลี่ยนทัศนะ อุดมการณ7 ทั้งนี้ความขัดแย<งนอกจาก
สwงผลตwอการพัฒนาโดยตรง อีกทั้งยังต<องมีการให<ความสำคัญ
กับความขัดแย<งเพื่อปäองกัน และแก<ปfญหาเพื่อให<การปฏิบัติงาน
บรรลุประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเปäาหมายได< นอกจากน้ี
ภายใต<การพัฒนาที่ทุกฝåายต<องมีสwวนรwวมในทุกขั้นตอนตั้งแตw
34
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตดุ เก้อื
ในกระบวนการวิเคราะห7ปfญหา วางแผนการดำเนินงาน การพัฒนา
การดำเนินงาน รวมถึงการติดตามและประเมินผลจากการพัฒนา
จนถงึ การมสี วw นรwวมในการรบั ผลประโยชนจ7 ากการพฒั นา
4. ประโยชนLและผลกระทบของความขัดแย'งตGอการพัฒนาสังคม
ทุกมิติ
ด<วยสภาพตามความหมายของความขัดแย<งยwอมมีนัย
ที่สามารถสรุปได<ทันทีเมื่อได<ยินเรื่องราวในมิติตwาง ๆ เกี่ยวกับความ
ขัดแย<ง ทั้งนี้ความขัดแย<งเปÇนเรื่องธรรมชาติที่สามารถพบเจอได<
ในสังคมเนื่องจากคนในสังคมมีความสัมพันธ7ตwอกัน รวมถึงต<อง
อาศัยอยูwรวมกัน พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันนำไปสูwความเห็นตwาง
ในมิติของการแสดงทัศนคติ ความเชื่อ และผลประโยชน7
ยwอมสามารถเกิดผลที่แตกตwางกันออกไปทั้งในระดับจุลภาค
หรือระดบั มหาภาคก็ยwอมเกิดคามขดั แย<งขึ้นได<
ความขัดแย<งยwอมมีผลทั้งด<านบวกและด<านลบอยูwในตัวแบบ
เดียวกันภายใต<สถานการณ7เดียวกันความขัดแย<งสามารถนำไปสูw
การสร<างพลังบวก เชwน คนในองค7กรมีความกระตือรือร<นตwอ
การปฏิบัติงานมากขึ้น นำไปสูwการคิดค<นสิ่งใหมwที่สร<างสรรค7
หรือนวัตกรรม เกิดความสามัคคีในกลุwมมากขึ้น เกิดความรwวมมือ
35
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกอ้ื
มากขึ้น นำไปสูwการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค7กร
มากขึ้น ทั้งนี้ในมุมที่กลับกัน กรณีความขัดแย<งที่มีมวลจำนวนมาก
ยwอมสwงผลให<เกิดพลังลบ เชwน การแตกความสามัคคีกันในกลwุม
สwงผลให<องค7กรขาดความสามารถในการพัฒนาหรืออยูwในสภาวะ
ไร<เสถียรภาพ และเมื่อเกิดปfญหาที่จุดเริ่มต<นมาจากความขัดแย<ง
ยwอมทำให<องค7กรหรือในระดับปfจเจกบุคคลเสียโอกาสในการแขwงขัน
หรอื การพัฒนาใหต< นเองหรือองค7กรมีคณุ ภาพ
36
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตดุ เกอ้ื
เอกสารอ'างอิง
สุภางค7 จันทวานิช. (2552). ทฤษฎีสังคมวิทยา. (พิมพ7ครั้งที่2).
กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั วี. พร้นิ ท7 (1991) จำกดั .
สุเทพ สุนทรเภสัช. (2540). ทฤษฎีสังคมวิทยารPวมสมัย: พื้นฐาน
แนวความคิดทฤษฎีทางสังคมและวัฒนธรรม. เชียงใหมw:
โกลบอลวชิ ั่น.
ชาญโชติ ชมพูนุท. (2556). แนวคิดประชาสังคมในทัศนะของ
อิมมานูเอล ค9านท:. (ออนไลน7). สืบค<นจาก http://www
.thaiihdc.org/web/index.php?view=article&catid=4
%3A2557-06-25-06-55-40&id=429%3A2556-06-13-
15-2146&format=pdf&option=com_content&Itemid
=23 (สืบคน< เมื่อ 24 มกราคม 2560)
พระลอน เขมจิตฺโต. (2554). ทฤษฎีนักสังคมวิทยา ทัลคอตต: พาร:
ส ั น ส : Talcott Parsons’s. ( อ อ น ไ ล น 7 ) . ส ื บ ค < น จ า ก
http://dhammahappiness.blogspot.com/2011/03/ta
lcott-parsonss.html (สืบค<นเม่อื 24 มกราคม 2560)
ปfญญธิดา อัตบุตร. (2558). ทฤษฎีทางการบริหาร. (ออนไลน7).
สืบค<นจาก http://punyatida.blogspot.com/2015/
08/max-weber.html (สบื คน< เมอื่ 24 มกราคม 2560)
37
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสงั คม ดร.ธันยากร ตุดเกอื้
บทที่ 4
ทฤษฎกี ารพัฒนาสมัยใหม่
1. ทฤษฎหี ลังโครงสรา้ งนิยม (post-structuralism)
ทฤษฎีหลังโครงสร้างนิยมถือเป็นทฤษฎีการพัฒนาสมัยใหม่
ในบทนี้ได้รวบรวมเพื่อเป็นฐานคิดสู่การประยุกต์ใช้เพื่อเข้าใจ
ปรากฏการณ์ทางสังคมในมิติต่าง ๆ เพื่อนําองค์ความรู้สู่การพัฒนา
สังคมในทุกมิติ ซึ่งมีเนือ้ หาและรายละเอยี ด ดงั นี้
Jacques Derrida (1930-2004) เป็นนักปรัชญาชาวฝรั่งเศษ
ที่ได้ประมวลแนวคิดการรื้อสร้างภายใต้แนวคิดเชิงปรัชญา วรรณคดี
และภาษาศาสตร์ ซึ่งใช้ชื่อเรียกแห่งยุคหลังโครงสร้างนิยม
โดย Derrida ให้ความสําคัญและพิจารณาถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ส่งผล
ต่อตัวบท (Text) มีความหมายผ่านการเชื่อมโยงระหว่างความหมาย
และภาษาภายใต้ความหลากหลายของความหมายและลักษณะ
ที่ไม่แน่นอนตายตัวหรืออยู่ภายใต้โครงสร้างอันใดอันหนึ่งแบบ
ตายตัว ทั้งนี้ Derrida เชื่อว่า ความจริงและความหมายต่าง ๆ
ไม่มีวันที่จะเป็นความจริงสูงสุดหรือไม่มีสิ่งใดที่เป็นความจริงบริสุทธิ์
เพราะทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสังคม วัฒนธรรมและ
ภาษา จึงนําไปสู่ความจําเป็นสําหรับการรื้อสร้างขึ้นมาใหม่ โดยการ
38
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เกอ้ื
นําตัวบทนํามาย่อยหรือแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เพื่อวิเคราะห์การ
ทํางานของคู่ตรงข้าม อีกทั้งเป็นเรื่องราวของการตีความตัวบท
มากกวา่ การมงุ่ แสวงหาความจริงจากตวั บท
Pierre Bourdieu (1930-2002) เป็นนักสังคมวิทยาชาว
ฝรั่งเศษ มีความสนใจในมิติของการศึกษาโครงสร้างในรูปของชนช้ัน
และการอธิบายวิธีกําหนดชนชั้นที่ต่างไปจากเดิมซึ่งได้เสนอแนวคิด
ดงั น้ี
1) ความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์และการผลิตซํ้าทางวัฒนธรรม
โดยให้ความหมายของความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ภาวะความ
ผิดพลาดในการรับรู้ และอยู่ภายใต้ความบีบคั้นและยอมจํานน
ผ่านการสร้างภาพลวงตาที่ถูกกําหนดให้เกิดขึ้นผ่านการยินยอม
และแปรเปลี่ยนสู่สภาพของการถูกครอบงํา โดยการถูกครอบงํา
ไม่สามารถสะท้อนกลับไปสู่ผู้ครอบงําได้ทั้งนี้มีตัวแปรความรู้ที่เป็น
เครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์แบบครอบงําทําให้สภาวะ
ของการครอบงําเป็นไปโดยธรรมชาติและที่สําคัญผู้ถูกครอบงํา
ไมเ่ คยร้ตู ัว
นอกจากนี้ในมิติของการผลิตซํ้า ซึ่งจริง ๆ แล้วการผลิตซํ้าได้
ถูกใช้โดย Marx ในมิติของการผลิตซํ้าของพลังการผลิต เพื่อจัดให้มี
สวัสดิการแกชนชั้นแรงงานเพื่อให้เกิดกระบวนการหมุนวน
ในการทํางานให้กับนายทุนต่อเนื่อง ทั้งนี้ในมิติของ Bourdieu
39
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตุดเกื้อ
เป็นการนําเสนอทัศนะในมิติของการผลิตซํ้าเชิงสังคม การผลิตซํ้า
ทางวัฒนธรรมผ่านการถ่ายทอดค่านิยม อุดมการณ์ของชนชั้น
ครอบงําเพื่อให้ชนชั้นดังกล่าวสามารถครอบงําชนชั้นอื่นได้ต่อไป
ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่าการผลิตซํ้ากลายเป็นเครื่องมือหรือ
ยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ในมิติของการปฏิบัติ
ที่มีแนวโน้มในการรักษาหรือเพิ่มพูนทรัพย์สิน รวมถึงการขยับ
อย่างต่อเนื่องในมิติของตําแหน่งในโครงสร้างแห่งชนชั้นทั้งที่รู้ตัว
และไม่รูต้ วั
2) ทนุ ทส่ี ะสม
Bourdieu ได้กล่าวถึงทุน ในมิติของแรงงานที่ถูกสะสม
ในรูปแบบที่กลายเป็นวัตถุ อันเป็นส่วนของปัจเจกและสามารถสืบ
ทอดและเปลยี่ นแปลงได้ ทําให้เห็นมติ บิ รบิ ททกี่ ว้าง ท้งั นี้ Bourdieu
ได้แบง่ ทนุ ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
ทุนทางเศรษฐกิจ หมายถึง ทุนที่ช่วยเพิ่มความสามารถ
ของผู้กระทําในสังคม ทั้งนี้สามารถเปลี่ยนไปเป็นเงินได้ทันทีและถูก
ทําให้เปน็ สถาบนั ทีม่ สี ทิ ธใิ นทรัพยส์ นิ
ทุนทางวัฒนธรรม หมายถึง สามารถอธิบายออกเป็น 3 มิติ
ได้แก่ 1) ฮาบิตุส เป็นทุนที่อยู่ในตัวตนของมนุษย์ผ่านทางพันธุกรรม
ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสู่การพัฒนาไปสู่ทุนทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้
ฮาบิตุส สามารถลดลงหรือหายไปได้ 2) ทุนที่ถูกทําให้เป็นรูปธรรม
40
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสงั คม ดร.ธนั ยากร ตุดเกอื้
เป็นลักษณะของทุนวัฒนธรรมที่มีรูปแบบของวัตถุสิ่งของ ทั้งงาน
ศิลปะ งานเขียน หนงั สือ อนุสาวรยี ์ ล้วนเปน็ ทนุ ทางวฒั นธรรม และ
3) ทุนที่ถูกทําให้เป็นสถาบัน หมายถึงทุนที่มีบทบาทท่ีส่งผลต่อ
การเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นวัตถุที่เด่นชัด บางครั้งอยู่ในลักษณะ
ของประกาศนียบัตร หนังสือรับรอง การสอบวัดคุณสมบัติ ความรู้
ท้งั นี้สามารถเปลย่ี นสารไปส่กู ารเปน็ ทนุ ทางเศรษฐกจิ ได้
ทุนทางสังคม หมายถึง ทรัพยากร การรับรู้ และการยอมรับ
ทั้งในมิติของความสัมพันธ์ละคุณลักษณะหรือสัญลักษณ์ ซึ่งได้ถูก
พัฒนาหรือสร้างจากอํานาจทางสังคมที่อาศัยการคงอยู่ของ
ความสมํ่าเสมอในมิติของความไม่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้อาจเป็นผล
ของความพยายามอยา่ งไม่สน้ิ สดุ ของสถาบันทางสงั คม
ทุนทางสัญลักษณ์ หมายถึง เป็นทุนที่มีพื้นฐานจากปัจเจก
ที่มีพื้นฐานของทุนทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ทุนทางสัญลักษณ์สามารถ
เกิดขึ้นได้ในทุกที่ที่มีการรับรู้และการยอมรับ ทั้งมิติของอํานาจ
ศกั ดิศ์ รี สถานภาพ ฯลฯ
3) ฮาบิตุส หมายถึง คําที่ใช้เพื่ออธิบายกลุ่มคนในสังคม
เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของฐานทางสังคม วัฒนธรรม ชาติพันธ์ุ
รวมถึงชนชาติของปัจเจกที่แข็งแกร่ง ซึ่งอยู่ภายในตัวของบุคคลใน
จุดที่ไร้จิตสํานึก ส่งผลให้ทําสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ
41
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎกี ารพฒั นาสงั คม ดร.ธันยากร ตดุ เกื้อ
คิด มันอยู่ในตัวบุคคลโดยไม่รู้ตัว และส่งผลให้บุคคลแสดง
พฤตกิ รรมอย่างเป็นธรรมชาติ
4) พื้นที่ทางสังคม ชนชั้น รสนิยม โดยในมิติความหมาย
Bourdieu สะท้อนพื้นที่ทางสังคมที่เป็นพื้นที่มีระบบความสัมพันธ์
อยู่บนฐานของอํานาจ และตําแหน่งบนพื้นฐานดังกล่าวเป็นส่วน
สําคัญต่อการแสดงออกทางอํานาจ ทั้งนี้ในมิติของชนชั้นและ
รสนิยม Bourdieu ได้จัดอยู่ในหมวดของกลุ่มคนที่เป็นชนช้ัน
ผู้กระทําภายใต้การกําหนดเงื่อนไขภายในชนชั้นที่มีร่วมกันนําไปสู่
ความสามารถในการแยกความแตกต่างระหว่างปัจเจกบุคคลได้
ทั้งน้ีมีการยึดโยงโดยตรงกับรสนิยมด้วย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึง
ความสามารถในการประเมินคุณค่า ซึ่งถือเป็นอํานาจหรืออิทธิพล
รูปแบบหนึ่งในการตีตราความแตกต่างผ่านการแสดงออกเชิงพื้นท่ี
การแสดงออกเชงิ สัญลกั ษณ์ การแสดงออกทางวฒั นธรรม
ทั้งนี้สังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าในสังคมทุนนิยมมีความพิเศษ
ในความสามารถเลื่อนชนชั้นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ระบบการศึกษา
มีส่วนช่วยให้ปัจเจกบุคคลสามารถเลื่อนชนชั้นทางสังคมได้สังเกต
ได้ชัดเจนจากชนชั้นกระฎุมพีน้อย ซึ่งเป็นปัจเจกชนในชนชั้นกลาง
หรือชนชั้นพ่อค้าวาณิช ซึ่งได้สถานะทางสังคมหรืออํานาจมาจาก
หนา้ ที่การงาน การศึกษา และความมัน่ คงทางดา้ นเศรษฐกจิ
42
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกือ้
2. ทฤษฎีความทนั สมยั (Modernization Theory)
ทฤษฎีความทันสมัยเปÇนทฤษฎีการพัฒนาสมัยใหมw ในบทน้ี
ได<รวบรวมเพื่อเปÇนฐานคิดสูwการประยุกต7ใช<เพื่อเข<าใจปรากฏการณ7
ทางสังคมในมิติตwาง ๆ เพื่อนำองค7ความรู<ไปสูwการพัฒนาสังคมทุกมิติ
ซึง่ มีเนือ้ หาและรายละเอยี ด ดังน้ี
แกwนแท<แหwงทฤษฎีความทันสมัย (Modernization Theory)
คือ การมุwงเปลี่ยนแปลงมิติของสังคมไปสูwยุคแหwงระบบเศรษฐกิจ
แบบทุนนิยมที่มุwงเน<นการแขwงขันภายใต<ลักษณะของสังคมเมือง
โลกแหงw ยคุ อุตสาหกรรม ระบอบการเมอื งแบบประชาธิปไตย
จุดเริ่มต<นยุคสมัยของความทันสมัยกwอตัวขึ้นหลังเกิด
สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1950) เม่ือประเทศอาณานิคม รwวมกับ
การขยายตัวของสงครามเย็น ได<มีการนำแนวทางการฟôöนฟูประเทศ
ในแถบยุโรปเพื่อสร<างความมั่นคงทางการเมือง ควบคุมระบบ
เศรษฐกิจภายใต<ทุนนิยมและได<มีการแทรกแซงทางการทหาร
เศรษฐกิจ ความสัมพันธ7ทางสังคม ซึ่งอยูwภายใต<กรอบคิดของทฤษฎี
ความทันสมัยที่ได<กลายเปÇนแบบแผนอยwางเปÇนระบบเพื่อขับเคลื่อน
ประเทศโลกเสรีในนามของ "การพัฒนากระแสหลัก" ที่นำไปสูw
การประกาศให<เปÇนทศวรรษแหwงการพัฒนา โดยองค7การ
สหประชาชาติ (United Nation) ในปû 1960
43
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎกี ารพัฒนาสังคม ดร.ธนั ยากร ตุดเกื้อ
ทั้งนี้ในขณะนั้นยังคงมีรัฐที่แสดงอำนาจผwานแนวทางสังคม
นิยม ได<พยายามวิพากษ7วิจารณ7แนวคิด แนวปฏิบัติที่ตwางออกไป
ซึ่งเรียกในนาม การพัฒนากระแสรอง ซึ่งมีทฤษฎีการพึ่งพา
(Dependent Theory) ที่พยายามปฏิเสธการพัฒนาภายใต<ระบบ
ทุนนิยมที่นำไปสูwปfญหาตwาง ๆ ทางสังคมและมีเปäาหมายเพ่ือ
ให<หลุดพ<นจากการพึ่งพาและมุwงสูwแนวทางของความเทwาเทียมกัน
โดยการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง รวมถึงทฤษฎีระบบโลก (World
System Theory) ที่เชื่อในมิติการแลกเปลี่ยนที่ขาดความเปÇนธรรม
ภายใตร< ฐั ศูนย7กลางของอำนาจและการพัฒนา
หนwวยวัดภาวะแหwงความทันสมัย มีดังนี้ 1) หนPวยวัดทาง
เศรษฐกิจ เปÇนตัวกำหนดอัตราของการพัฒนา รวมถึงผลผลิต
ในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม 2) หนPวยวัดทางสังคม
ยังสามารถสะท<อนให<เห็นรูปลักษณะของการพัฒนาได<อยwางชัดเจน
ผwานกระบวนการศึกษา การพัฒนาไปสูwสังคมเมือง เทคโนโลยี และ
3) หนPวยวัดทางการเมือง ที่นำโดยระบอบประชาธิปไตย ที่พยายาม
ให<เห็นถึงการใช<อำนาจภายใต<หลักการแหwงเหตุผลและเปÇนธรรม
หลักการมีสwวนรwวม และอำนาจของประชาชนเปÇนอำนาจถูกสุด
ทีส่ ามารถใชผ< wานตัวแทนโดยชอบ
ทั้งนี้สิ่งที่สามารถสะท<อนให<เห็นกระบวนการของภาวะ
ความทันสมัย สามารถจำแนกได<ทั้งในระดับ 1) โครงสร<างทางสังคม
44
เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 428-283 ทฤษฎีการพัฒนาสังคม ดร.ธนั ยากร ตดุ เกอ้ื
เปÇนกลับกลายเปÇนสังคมเมืองที่มีการพัฒนาสูwการเปÇนสังคม
อุตสาหกรรมที่มุwงเน<นการผลิตเพื่อการขาย โดยมีเครื่องจักรและ
เทคโนโลยีเปÇนเครื่องมือสำคัญกับระบบการแขwงขันที่มุwงเปäาหมาย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานโดยมีข<อจำกัดเกี่ยวกับเงินทุน
ตwอมา 2) ในระดับปfจเจก ที่บุคคลต<องพร<อมตwอการเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้นในสังคม มีจุดยืน แสวงหาความรู<ได<อยwางอิสระ มีเหตุผล
ให<เกียรติผู<อื่น รวมถึงการมีเปäาหมายที่ชัดเจน สามารถพยากรณ7ได<
สามารถทำงานได<หลากหลายตำแหนwง เน<นการเปÇนเจ<าของกิจการ
รู<จักประยุกต7ใช<วิทยาศาสตร7เทคโนโลยี และเชื่อวwาสามารถเอาชนะ
ธรรมชาติได< (สมุ ติ ร สุวรรณ, 2554)
45
เอกสารประกอบการสอน รายวชิ า 428-283 ทฤษฎีการพฒั นาสังคม ดร.ธันยากร ตดุ เกอื้
3. ทฤษฎีการพง่ึ พา (Dependency Theory)
ทฤษฎีการพึ่งพาเปÇนทฤษฎีการพัฒนาสมัยใหมw ในบทน้ี
ได<รวบรวมเพื่อเปÇนฐานคิดสูwการประยุกต7ใช<เพื่อเข<าใจปรากฏการณ7
ทางสังคมในมิติตwาง ๆ เพื่อนำองค7ความรู<ไปสูwการพัฒนาสังคมทุกมิติ
ซ่งึ มเี นอ้ื หาและรายละเอยี ด ดงั น้ี
ทฤษฎีการพึ่งพาเปÇนแนวคิดที่เชื่อวwาสภาพด<อยพัฒนา
ในประเทศโลกที่ 3 เปÇนผลมาจากการที่ทรัพยากรตกไปอยwู
ในอำนาจการจัดการของประเทศที่พัฒนาแล<ว สืบเนื่องจากระบบ
ทุนนิยมทำให<ประเทศที่กำลังพัฒนามีความสัมพันธ7กับประเทศ
ที่พัฒนาแล<วอยwางประเทศตะวันตกมีความสัมพันธ7ในลักษณะ
การเอารัดเอาเปรียบโดยประเทศที่พัฒนาแล<วเข<าไปจัดการและ
กอบโกยผลประโยชน7ทั้งทางด<านการเมือง เศรษฐกิจ การจัดการ
ทรัพยากร ตลาดสินค<าอุตสาหกรรม และยังเปÇนแหลwงขยายตัวการ
ลงทุน เชPน การที่ต9องขายวัตถุดิบในราคาถูก แตPกลับต9องซื้อสินค9า
อุตสาหกรรมในราคาแพงโดยการถPายโอนของบรรษัทข9ามชาติ
การพัฒนาและความด9อยพัฒนาไมPแยกจากกัน เกิดในประเทศ
เดียวกันและระหวPางประเทศ สภาพด9อยพัฒนาจึงเป`นกระบวนการ
เช่อื มโยงไปสูPภูมิภาคอ่นื ๆ (สุมิตร สวุ รรณ, 2554)
ทั้งนี้ Seers ได<กลwาวถึงแนวทางในการพัฒนาเพื่อแก<ปfญหา
ความดอ< ยพัฒนา อนั ประกอบไปด<วย
46