The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru Bia parichat, 2022-08-27 23:58:18

โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์

โคลงสุภาษิตพระราชนิพนธ์

โคลงสุภาษติ

พระราชนพิ นธ์

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั

ความเปน็ มา

สภุ าษติ เป็นคาสอนทล่ี กึ ซึ้งคมคาย เป็นวธิ คี ดิ วธิ ีปฏิบตั ิทีเ่ ปน็ สากลและไม่ได้ล้าสมยั

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนพิ นธไ์ วห้ ลายเรอื่ ง ซ่ึงรวบรวมไว้ในหนังสอื
ชุดโคลงสภุ าษิต สาหรับโคลงสภุ าษิตโสฬสไตรยางค์ โคลงสภุ าษติ นฤทมุ นาการ และโคลงสภุ าษติ
อิศปปกรณาทน่ี ามาศึกษานี้ ได้ใหข้ ้อคิดคตสิ อนใจเพอื่ ให้ผอู้ า่ นนาคาสอนไปปฏิบัตแิ ละเกดิ ประโยชนแ์ ก่
ตนเองและผู้อื่น รวมทง้ั ประเทศชาตสิ ืบไป

โคลงสุภาษติ พระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
มีวรรณศิลปท์ ่ีเรียบง่าย ใช้คางา่ ย แต่เปรียบเทียบอยา่ งแยบคาย

ทาใหโ้ คลงสภุ าษติ เหลา่ นี้มคี ุณคา่ ท้ังดา้ นเนอื้ หาและวรรณศิลปเ์ ป็นอย่างดี

ความเปน็ มา

ในจดหมายเหตพุ ระราชกิจรายวนั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ ๕
วันท่ี ๔๔๕๑ (เป็นวันที่พระองค์เสดจ็ ขนึ้ ครองราชยไ์ ด้ ๔๔๕๑ วัน)
ซึง่ ตรงกบั วนั จันทร์ แรม ๓ ค่า เดอื นย่ี ปมี ะโรง จุลศกั ราช ๑๒๔๒
ไดก้ ล่าวถงึ การประพันธ์โคลงสภุ าษิตโสฬสไตรยางค์มีข้อความว่า

“...........กรมหมน่ื พชิ ติ ถวายโคลงโสฬสไตรยางค์ ซง่ึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ใหไ้ ปแตง่ แก้ใหม่ให้ถกู กบั ความ
ในภาษาอังกฤษ” รชั กาลที่ ๕ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า ใหก้ วีในราชสานกั นาสุภาษติ ภาษาองั กฤษมาแปลและประพนั ธ์

เปน็ โคลงภาษาไทย โดยพระองค์เปน็ ผตู้ รวจแกแ้ ลว้ ยงั ทรงพระราชนพิ นธ์โคลงนาบท และตรวจแก้ไขต้นฉบบั ของ
กรมหมืน่ พชิ ิตด้วยพระองคเ์ อง ตอ่ มาไดม้ กี ารรวบรวมโคลงสภุ าษิตนี้ ลงพิมพ์ในหนังสอื วชริ ญาณ เล่ม ๑ ฉบบั ที่ ๑
จลุ ศกั ราช ๑๒๔๖ (พทุ ธศักราช ๒๔๒๗) โดยใชต้ น้ ฉบับทพี่ ระเจา้ น้องยาเธอ พระองค์เจ้าดศิ วรกุมาร ไดท้ รงคัดลอกไวจ้ าก

ตน้ ฉบบั ทีม่ ีสุภาษติ ภาษาองั กฤษดว้ ย และภายหลงั ไดร้ วบรวมพิมพ์ไวใ้ นหนังสือประชุมโคลงสภุ าษิต
พระราชนพิ นธใ์ นรัชกาลท่ี ๕ ในงานศตมวารพระศพสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ สทุ ธาทพิ ยรตั น์ สขุ ุมขตั ตยิ กลั ยาวดี

กรมหลวงศรรี ัตนโกสนิ ทร์ เมื่อวนั ที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖

ประวตั ผิ ้แู ตง่
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

โคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์

(โส-รด-ไตร-ยาง)

ลักษณะคาประพนั ธ์

แตง่ ดว้ ยโคลงส่ีสุภาพ
เปน็ โคลงนา ๑ บท
เนือ้ เร่อื ง ๑๖ บท
บทสรุป ๑ บท

เรือ่ งยอ่ โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์

มาจากคาวา่ โสฬส ซงึ่ หมายถงึ สิบหก และคาวา่ ไตรยางค์ หมายถงึ สามสว่ น
โคลงสภุ าษติ โสฬสไตรยางค์ กลา่ วถงึ ข้อควรกระทาและไม่ควรกระทาสามประการ

ซึ่งมีจานวน ๑๖ ข้อดังนี้

๑. สามส่ิงทค่ี วรรกั ไดแ้ ก่ ความกล้า ความสุภาพ และความรกั ใคร่
๒. สามสิ่งทคี่ วรชม ไดแ้ ก่ อานาจปัญญา เกยี รติยศ และมารยาทดี
๓. สามสิง่ ทคี่ วรเกลยี ด ได้แก่ ความดุร้าย ความหย่งิ กาเรบิ และความอกตัญญู
๔. สามสิ่งทคี่ วรรงั เกยี จตเิ ตยี น ได้แก่ ความช่ัวเลวทราม มารยา และความริษยา
๕. สามสง่ิ ทค่ี วรเคารพ ไดแ้ ก่ ศาสนา ความยตุ ิธรรม และการสละประโยชนส์ ่วนตน
๖. สามส่งิ ท่คี วรยนิ ดี ไดแ้ ก่ ความงาม ความซื่อตรง และความอสิ รเสรี
๗. สามส่งิ ที่ควรปรารถนา ได้แก่ ความสุขสบาย มิตรท่ดี ี และจติ ใจสบาย

๘. สามสงิ่ ทค่ี วรออ้ นวอนขอ ได้แก่ ความเช่ือถือ ความสงบ และจติ ใจทบ่ี รสิ ุทธิ์
๙. สามส่ิงทคี่ วรนับถอื ได้แก่ ปัญญา ความฉลาดทนั คน และความม่ันคงไมห่ วนั่ ไหว
๑๐. สามส่ิงทค่ี วรจะชอบ ไดแ้ ก่ ความอารดี ้วยใจสจุ ริต ใจดี และความสนกุ สนานเบกิ บาน
๑๑. สามสง่ิ ทค่ี วรสงสัย ไดแ้ ก่ คายกยอ ปากกบั ใจไม่ตรงกนั และการรักง่ายหนา่ ยเรว็
๑๒. สามสิง่ ทคี่ วรละ ได้แก่ ความเกียจครา้ น การพดู จาเพอ้ เจ้อ และการพูดจาหยาบกระด้าง
๑๓. สามสง่ิ ที่ควรกระทาใหม้ ี ได้แก่ หนังสอื ดี เพื่อนดี และใจเย็น
๑๔. สามสง่ิ ทคี่ วรหวงแหน ได้แก่ ช่ือเสยี งเกียรตยิ ศ ชาตบิ ้านเมือง และมิตรสหาย
๑๕. สามสิ่งทคี่ วรครองไว้ ได้แก่ การระงับอารมณ์ การคิดก่อนพดู และวาจา
๑๖. สามสง่ิ ที่ควรเตรียมเผอื่ ไว้ ได้แก่ ความไม่เที่ยงแทแ้ น่นอน ความชรา และความตาย

โสฬส หมายถงึ สบิ หก บทนา (ก่อนเข้าเร่ือง)

ไตรยางค์ หมายถงึ สามส่วน

วา่ ด้วยความสามอยา่ ง บณั ฑิต หมายถึง
ปราชญ์แสดงดารดิ ้วย ไตรยางค์ ผูม้ ีปัญญา, ผทู้ รงความร,ู้
โสฬสหมดหมวดปาง กอ่ นอ้าง
มาติกา หมายถงึ เป็นมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเอย นักปราชญ์
บาลีที่เป็นแมบ่ ท
(สวดมาติกาบังสุกุล) หวังสวสั ด์ิขจัดทกุ ข์สรา้ ง สบื สร้องกุศล ฯ

ผูม้ ีความรแู้ สดงความคิดด้วยองคส์ าม มสี บิ หกบทเปน็ แม่บทและเป็นแนวทางให้ผ้มู ีปญั ญาแสวงหาความรู้
หวงั ใหค้ วามดีกาจดั ความยากลาบาก เพื่อก้าวต่อไปขา้ งหน้าแลว้ ร้องสรรเสรญิ ต่อผลของความดีงาม

สามสิ่งควรรัก ความกลา้ ความสุภาพ ความรักใคร่
Three Thing to love Courage Gentleness Affection

สวุ ภาพ หมายถึง ๑. ควรกลา้ กลา้ กล่าวถ้อย ทงั้ หทยั แท้แฮ
สุภาพ สุวภาพพจนภายใน จติ พรอ้ ม
ความรกั ประจักษ์ใจ จรงิ แน่ นอนฤๅ
สามสงิ่ ควรรักนอ้ ม จิตให้สนิทจรงิ ฯ

ประจกั ษ์ หมายถงึ ชดั เจน, แจม่ แจง้
ควรกล้าทจ่ี ะพูดความจรงิ ในใจทง้ั หมด มีความสภุ าพทางคาพูดหรอื วาจา ทางกาย ทางใจ

มคี วามรกั ที่แน่ชัดให้กบั ผอู้ นื่ สามส่งิ นี้ควรใหผ้ ูอ้ นื่ อย่างจรงิ ใจ

สามสงิ่ ควรชม อานาจปญั ญา เกียรตยิ ศ มีมารยาทดี
Three Thing to Admire Intellectual Dignity Gracefulness

ศฤงคาร หมายถึง ๒. ปัญญาสตลิ า้ เลศิ ญาณ ญาณ หมายถึง
ส่ิงท่ีก่อใหเ้ กดิ ความ อานาจศักด์ิศฤงคาร มัง่ ขั้ง ปรชี าหยั่งรู้
มารยาทเรยี บเสีย่ มสาร เสง่ยี มเงือ่ น งามนอ ข้งั หมายถงึ ค่งั
รัก สามสง่ิ จกั ควรตั้ง แตซ่ อ้ งสรรเสริญ ฯ

ควรทจ่ี ะช่ืนชมผ้ทู ม่ี ีทง้ั สามอยา่ งน้ี คอื ผ้ทู มี่ ปี ัญญาล้าเลิศ ผูท้ ่ีเกียรตยิ ศ ผทู้ ่ีมีมารยาทงาม
และ เราควรจะมสี ามส่ิงนี้ จะไดเ้ ป็นที่ช่นื ชมของผ้อู น่ื

สามส่ิงควรเกลยี ด ความดรุ า้ ย ความหยง่ิ กาเรบิ อกตญั ญู
Three Thing to Hate Cruelty Arrogance Ingratitude

กาเรบิ หมายถึง ๓. ใจบาปจติ หยาบรา้ ย ทารุณ ทารุณ หมายถงึ
เพิ่มข้นึ , รุนแรงขนึ้ กาเรบิ เอบิ เกินสกุล หยิง่ กอ้ หยาบชา้ , ดุร้าย
อกี หน่งึ ห่อนร้คู ุณ ใครปลกู ฝังแฮ
สามส่ิงควรเกลยี ดท้อ จติ แท้อยา่ สมาน ฯ

สามสิ่งทีค่ วรเกลียด เราไมค่ วรท่ีจะมสี ามสิง่ นี้ คือ ความดรุ า้ ย ความหยิง่ กาเรบิ และ ความอกตัญญรู ้คู ณุ

สง่ิ ควรรงั เกยี จตเิ ตยี น ชัว่ เลวทราม มารยา ริษยา
Three Thing to Despise Meanness Affectation Envy

ทุจรติ หมายถึง ๔. ใชช่ วั่ ชาติตา่ ช้า ทรชน ทรชน หมายถึงคน
ความประพฤตชิ ่ัว ทุจริตมารยาปน ปกไว้ โฉดช่ัว, คนช่วั รา้ ย
มารยา หมายถึงกิรยิ า หงึ สจ์ ิตคดิ เกลยี ดคน ดกี วา่ ตัวแฮ
วาจาที่ถือวา่ สุภาพ สามสว่ นควรเกลยี ดใกล้ เกลียดซ้องสมาคม ฯ
เรียบร้อยถูกกาลเทศะ

กลา่ วถงึ สามสงิ่ ท่คี วรจะรงั เกยี จไม่ควรเขา้ ใกล้ นน่ั คอื ความชว่ั ชา้ เลวทราม ความมารยา ความฤษยา(รษิ ยา)

สามส่งิ ควรเคารพ ศาสนา ยตุ ธิ รรม สละประโยชน์ตวั เอง
Three Thing to Religion Justice Self-denial

Reverence

๕. ศาสนาสอนส่ังให้ ประพฤติดี สวัสด์ิ หมายถึง
หนง่ึ ยตุ ิธรรมไปม่ ี เลอื กผู้ ความสุข
ประพฤตเิ พ่อื ประโยชนศ์ รี สวัสดิ์ท่วั กันแฮ
ไป่ หมายถงึ ไม่ สามส่ิงควรรอบรู้ เคารพเร้อื งเจริญคุณ ฯ

เราควรเคารพศาสนา เพราะ ศาสนาสอนให้คนประพฤตติ นเป็นคนดี
ควรจะยุติธรรมต่อทกุ คนไม่เขา้ ขา้ งฝา่ ยใดฝ่ายหน่งึ และ ควรจะประพฤตติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อสว่ นรวม

สามสิ่งควรยนิ ดี งาม ตรงตรง ไทยแกต่ น
Three Thing to Beauty Frankness Freedom

Delight in

๖. สรรพางค์โสภาคย์พร้อม ธัญลกั ษณ์ ธัญลกั ษณ์ หมายถงึ
ภาษิตจติ ประจกั ษ์ ซื่อพร้อม ลกั ษณะดี
เปน็ สขุ โสตตนรกั การชอบ ธรรมนา
โสต หมายถึงห,ู สามสงิ่ ควรชักน้อม จติ ใหย้ นิ ดี ฯ
ช่องหู

โสภาคย์ หมายถึงความสขุ เกษม, ความเจริญ
สรรพางค์ หมายถงึ ทงั้ ตัว, ท่ัวท้งั ตวั

ความงามพร้อม พูดปากกับใจตรงกนั และเป็นอสิ ระแกต่ วั ในการทจ่ี ะทาอะไรในทางที่ชอบธรรม

สามสง่ิ ควรปรารถนา ความสุขสบาย มิตรสหายทดี่ ี ดีใจสบายปรโุ ปรง่
Three Thing to Health Friends a Cheerful Spirit

Wish for

๗. สขุ กายวายโรครอ้ น ราคาญ
มากเพื่อนผวู้ านการ ชีพได้
จติ แผว้ ผ่องสาราญ รมยส์ ุข เกษมแฮ
สามส่งิ ควรจกั ให้ รีบร้อนปรารถนา ฯ

สามสิง่ ที่ควรหามาใส่ตน คอื ความสุขสบายปราศจากโรคภัยมาเบียดเบยี น มีมติ รสหายทด่ี ีตายแทนเราได้ และจิตใจผ่องใส

สามสง่ิ ควรออ้ นวอนขอ ความเช่อื ถอื ความสงบ ใจบรสิ ุทธ์ิ
Three Thing to Pray for Faith Peace Purity of Heart

๘. ศรัทธาทาจติ หมัน้ คงตรง อธิษฐาน หมายถึง
สงบระงบั ดับประสงค์ ส่ิงเศรา้ ตั้งจิตปรารถนา
วุ่นข่นุ หมองแฮ
จติ สะอาดปราศสิง่ พะวง แตต่ ้ังอธษิ ฐาน ฯ
สามส่วนควรใฝเ่ ฝ้า

พะวง หมายถงึ วิตกกงั วล

ความเชือ่ ถอื ทาใหจ้ ติ ใจเรามน่ั คงไม่วอกแวก มนั่ คงอยูก่ ับสง่ิ ที่เราจดจอ่ ไม่คดิ ฟงุ้ ซา่ นไปกับเรอ่ื งตา่ ง ๆ
ความสงบจะทาให้เรายับยง้ั ความตอ้ งการในส่ิงต่างๆทที่ าใหเ้ ราเป็นทกุ ขร์ ะทมใจ ใจบรสิ ุทธ์ิไมม่ สี ิง่ เศรา้ หมอง

สามสง่ิ น้ีควรม่งุ ดูแลรกั ษา แต่กค็ วรทีจ่ ะต้ังใจอธิษฐาน

สามสิ่งควรนับถอื ปัญญา ฉลาด ม่นั คง
Three Thing to Esteem Wisdom Prudence Firmness

๙. ปญั ญาตรองตรลิ ้า ลึกหลาย
ฉลาดย่งิ ส่ิงแยบคาย คาดรู้
มนั่ คงไมค่ ืนคลาย คลอนกลับ กลายแฮ
สามสิ่งควรกอบกู้ กับผ้นู บั ถือ ฯ

ปัญญา ฉลาด มน่ั คง ความรอบรู้ ฉลาดที่จะนาความร้ไู ปใชแ้ ละจิตใจมนั่ คงเชื่อถอื ได้
สามส่ิงนี้ควรนากลับมาใหก้ ับผทู้ เ่ี คารพนบั ถอื

สามสิ่งควรจะชอบ ใจอารสี จุ รติ ใจดี ความสนกุ เบกิ บานพรอ้ มเพรยี ง
Three Thing to Like Cordiality Good Humour Mirthfulness

สจุ รติ หมายถงึ ๑๐. สุจริตจิตโอบอ้อม อารี
ความประพฤติชอบ ใจโปร่งปราศราคี ขุ่นขอ้ ง
ส่ิงเกษมสุขเปรมปรี- ดาพรั่ง พรอ้ มแฮ
ชอบต้องยนิ ดี ฯ
สามสิง่ สมควรต้อง

ราคี หมายถึง ความมวั หมอง, มลทิน

ใจอารี สุจริต ใจดี มีความสนกุ สนานและเบกิ บาน สจุ ริต = ดี ปฏิบัตใิ นทางชอบ

สามสิ่งควรสงสัย ยอ หน้าเนื้อใจเสือ กลับกลอก
Three Thing to Suspect Flattery Hypocrisy Sudden Affection

พกั ตร์ หมายถึง หน้า ๑๑. คายอยกย่องเที้ยร ทกุ ประการ
พกั ตร์จติ ผดิ กันประมาณ ยากรู้
เรว็ รักผลกั พลันขาน คากลับ พลนั ฤๅ
สามสว่ นควรแลว้ ผู้ พะพ้องพงึ แคลง ฯ

แคลง หมายถึง ระแวง สงสัย
คายกยอ รูห้ น้าไมร่ ูใ้ จ รักงา่ ยและกลบั คาอย่างรวดเร็ว สามส่งิ นีค้ วรตง้ั ข้อสงสยั เอาไว้

สามสิง่ ควรละ เกียจครา้ น วาจาฟนั่ เฝอื หยอกหยาบแลแสลงหรอื ขดคอ
Three Thing to Avoid Idleness Loquacity Flippant Jesting

แสลง หมายถงึ ๑๒. เกยี จคร้านการท่านทง้ั การตน ก็ดี
ไมถ่ ูกกับโรค พูดมากเปลา่ เปลืองปน ปดเหลน้
คาแสลงเสยี ดแทงระคน คาหยาบ หยอกฤๅ
สามสง่ิ ควรทง้ิ เว้น ขาดสน้ิ สันดาน ฯ

สนั ดาน หมายถึงนสิ ัย
ใจคอท่ีมีมาแต่กาเนดิ
ขี้เกยี จในเรื่องของการทางานทัง้ ของตนเองและของคนอน่ื ทาไดก้ ็แคพ่ ูดมาก ไร้สาระ
ไมม่ ปี ระโยชน์ไปวนั ๆ คาพูดทพี่ ดู ก็เสยี ดแทงคนรอบข้าง ทั้ง ๓ ส่ิงนี้ไมค่ วรทาเป็นอยา่ งยง่ิ

สามส่ิงควรกระทาใหม้ ี หนงั สือดี เพอื่ นดี ใจเยน็ ดี
Three Thing to Cultivate Good Book Good Friend Good Humour

๑๓. หนังสอื สอนสั่งข้อ วิทยา
เวน้ บาปเสาะกัลยาณ์ มติ รไว้
หน่ึงขาดปราศโทษา คติหอ่ ใจเฮย
สามสงิ่ ควรมีให้ มากหยง้ั ยืนเจรญิ ฯ

กลั ยาณ์ หมายถงึ มิตรท่ดี ี (กัลยาณมิตร) โทษา หมายถงึ โทษ

สามสงิ่ ทเ่ี ราควรจะมีนั่นคือ หนังสือท่ีให้ความรู้ มิตรท่ีดี และ จิตใจทีด่ ไี มม่ คี วามโกรธ

สามส่ิงควรจะหวงแหนหรอื ช่อื เสยี งยศศกั ดิ์ บ้านเมอื งของตน มิตรสหาย
ต่อส้เู พอ่ื รกั ษา Honour Country Friends

Three Thing to Contend for

๑๔. ความดมี ีชอ่ื ทงั้ ยศถา ศักด์เิ ฮย
ประเทศเกดิ กลุ พงศา อยยู่ ัง้
คนรักร่วมอัธยา- ศัยสขุ ทุกขแ์ ฮ
สามสงิ่ ควรสงวนไว้ ต่อสู้ผู้เบยี น ฯ

อัธยาศัย หมายถงึ ลักษณะนิสยั ใจคอ
สามสง่ิ ควรจะหวงแหนฤๅตอ่ สเู้ พอ่ื รกั ษาไว้ ได้แก่ ชือ่ เสียงยศศกั ด์ิ บา้ นเมอื งของตน มติ รสหาย

สามสิ่งควรตอ้ งระวงั กริ ยิ าทเี่ ปน็ ในใจ มกั ง่าย วาจา
Three Thing to Govern Temper Impulse The Tonque

๑๕. อาการอนั เกดิ ดว้ ย น้าใจ แปรฤๅ
ใจซง่ึ รบี เร็วไว ก่อนรู้
วาจาจักพดู ใน กจิ สบ สรรพแฮ
สามสงิ่ จาท่ัวผู้ พิทักษ์หม้ันครองระวงั ฯ

พิทักษ์ หมายถงึ ดแู ลคุ้มครอง
สามสงิ่ ควรตอ้ งระวัง อันไดแ้ ก่ กริ ยิ าที่เป็นในใจ มกั งา่ ย วาจา

สามสงิ่ ควรเตรยี มเผือ่ อนจิ จงั ชรา มรณะ
Three Thing to Wait for Change Decay Death

๑๖. สิง่ ใดในโลกล้วน เปล่ยี นแปลง ประลยั หมายถงึ
หนึ่งชราหยอ่ นแรง เรง่ รน้ บรรลยั
ความตายติดตามแสวง ทาชพี ประลยั เฮย
สามส่วนควรคดิ ค้น คติร้เู ตรยี มคอย ฯ

ทกุ สิ่งบนโลกล้วนมีการเปลีย่ นแปลง อนั ไดแ้ ก่ ความไม่เท่ยี งไมแ่ นน่ อน ความชรา ความตาย

จบสารสบิ หกเค้า คะเนนับ หมวดแฮ
หมวดละสามคิดสรรพ เสร็จส้ิน
เป็นส่ีสิบแปดฉบบั บอกเยยี่ ง อย่างแฮ
ตามแบบขาดวิ่น เสร็จแล้วบรบิ รู ณ์ ฯ

สรรพ หมายถึง
ทกุ สิ่ง, ท้งั ปวง

จบสบิ หกหมวด หมวดละสามข้อ มีส่ีสิบแปดฉบับตามฉบบั จริง

เพราะเหตใุ ด ความอกตัญญู จงึ เป็นส่ิงทีค่ วรรังเกียจ ??
เพราะเหตใุ ด ความรษิ ยา จงึ เปน็ สงิ่ ท่ีควรติเตียน ??

เพราะเหตใุ ด ศาสนา จงึ เป็นสิ่งท่คี วรเคารพ ??
เพราะเหตใุ ด ความชราและความตาย จึงเป็นส่ิงท่ีควรเตรียมเผ่อื ??

ไตรลักษณ์ สามสิง่ ท่ีควรเตรียมเผอ่ื

จากโคลงสุภาษติ โสฬสไตรยางค์ สามสง่ิ ที่ควรเตรยี มเผอื่ ไดแ้ ก่ อนิจจัง ชรา มรณะ
มคี วามสอดคลอ้ งกับหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา คอื ไตรลกั ษณ์ อนั ได้แก่ อนจิ จัง ทกุ ขัง อนตั ตา ดงั น้ี

อนิจจงั ทุกขัง อนตั ตา
คอื ความไมเ่ ท่ยี ง คอื ความทนอยูใ่ นสภาพเดมิ คอื ความไมไ่ ด้เป็นของ
ไมแ่ น่นอนของทกุ สิ่ง ไม่ได้ ต้องแกช่ ราลง เก่าลง ตวั ตน ไมม่ สี ง่ิ ใดเปน็
ซึง่ เปน็ หนึ่งในสงิ่ ท่ี ของตน แม้กระท่งั ร่างกาย
ควรเตรยี มเผอ่ื สอดคล้องกับความชรา สอดคล้องกับมรณะ
ในสามสง่ิ ทค่ี วรเตรยี มเผอ่ื ในสามส่งิ ที่ควรเตรียมเผื่อ

การวิเคราะห์ คุณค่าดา้ นเนอื้ หา

๑. ใหแ้ นวทางในการดาเนินชวี ติ ว่าสงิ่ ใดควรปฏบิ ัตแิ ละส่งิ ดาไมค่ วรปฏิบตั ิ ชว่ ยให้คนผู้น้ันเปน็ คนดี เกดิ ความสุขใน

การดาเนนิ ชีวติ เช่น สามส่ิงที่ควรนบั ถอื ไดแ้ ก่ ปัญญา ฉลาด ม่ันคง ทง้ั สามสิ่งนถ้ี ้าผ้อู ่านนาไปปฏบิ ตั ิจะทาใหเ้ กดิ
การพัฒนาตนเอง เปน็ คนท่มี สี ตปิ ัญญา รคู้ ดิ มีความคิดที่มั่นคง สามารถแก้ไขปัญหาในชวี ติ ไดอ้ ยา่ งลุลว่ ง

๒. ใหข้ อ้ คดิ ในการอยรู่ ว่ มกนั ในสังคม เพื่อใหท้ ุกคนสามารถอยู่ร่วมกนั ไดอ้ ยา่ งปกติสุข เช่น สามสิ่งท่ีควรติ ไดแ้ ก่

ความชั่ว มารยา รษิ ยา สามสงิ่ นี้เป็นส่ิงไมด่ ี ทาใหค้ นในสงั คมเกดิ ความ เขา้ ใจผิดกนั เกิดความขัดแย้ง ทาใหส้ ังคมไมส่ งบ

๓. แสดงสัจธรรมของชีวิต ทาใหเ้ ขา้ ใจความเปน็ จรงิ ของชวี ิต สามารถเตรยี มใจรับมอื กับส่งิ ทเี่ กดิ ข้ึนได้ เชน่

สามสิง่ ทีค่ วรเตรยี มเผ่อื ได้แก่ อนจิ จัง ชรา มรณะ ซ่ึงถือเปน็ สัจธรรม ของชวี ติ

การวิเคราะห์ คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์

๑. ใช้คาสละสลวย เขา้ ใจง่าย แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และมกี ารขยายความส่วนท่ีแปลเปน็ ไทย ทาใหเ้ ขา้ กบั คา่ นิยมและความเขา้ ใจของคนไทย

๒. มีการใชส้ ัมผัสในวรรค ทงั้ สัมผัสสระ และสัมผัสอักษร เชน่

สุจรติ จิตโอบอ้อม อารี
ใจโปรง่ ปราศราคี ขุ่นขอ้ ง
สง่ิ เกษมสุขเปรมปรี- ดาพร่ัง พรอ้ มแฮ
สามสิง่ สมควรตอ้ ง ชอบตอ้ งยนิ ดี ฯ

การวเิ คราะห์ คุณค่าด้านสงั คม

๑. สะทอ้ นคา่ นิยม ทบี่ ุคคลในสงั คมส่วนใหญย่ ึดถือ เพอ่ื เปน็ เครอ่ื งช่วยในการตดั สนิ ใจทาบางอย่าง เช่น

สามสง่ิ ควรชม
อานาจปญั ญา, เกยี รตยิ ศ, มีมารยาทดี
ปญั ญาสตลิ า้ เลิศญาณ
อานาจศักดศิ์ ฤงคาร มง่ั ขั้ง
มารยาทเรยี บเส่ียมสาร เสง่ยี มเงอ่ื น งามนอ
สามส่ิงจกั ควรตง้ั แตซ่ ้องสรรเสรญิ ฯ

ซึง่ จากบทประพันธ์ สะท้อนให้เห็นค่านยิ ม ในเรือ่ งการช่นื ชมบคุ คลทีม่ ีอานาจ มเี กียรตยิ ศ เปน็ ทย่ี อมรับนับถอื
ของบุคคลทวั่ ไป รวมทงั้ สะทอ้ นถงึ การช่นื ชมคนท่มี ีมารยาทดี สงบเสงี่ยม เรียบรอ้ ย

๒. สอดคลอ้ งกบั ความเชอ่ื ทางศาสนา โดยเชื่อวา่ หากปฏิบัติตาม จะทาใหเ้ กดิ ความเจรญิ รุ่งเรอื งต่อตนเองในภายหน้า
หากไม่ปฏิบตั ติ ามจะทาใหเ้ กิดความทกุ ข์ต่อตนเอง ดังบทประพนั ธ์

สามสง่ิ ควรเตรียมเผือ่ เปล่ยี นแปลง
อนจิ จงั , ชรา, มรณะ เรง่ ร้น
๑๖. ส่ิงใดในโลกล้วน ทาชีพ ประลยั เฮย
หน่ึงชราหย่อนแรง คติรูเ้ ตรียมคอย ฯ
ความตายติดตามแสวง
สามสว่ นควรคดิ ค้น

ขอ้ คดิ ทสี่ ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ไดใ้ นชวี ติ ประจาวนั
โคลงสภุ าษติ โสฬสไตรยางค์ แบ่งเรอ่ื งขอ้ ควรปฏบิ ตั อิ อกเปน็ ๑๒ ข้อ และขอ้ ไม่ควรปฏบิ ตั ิออกเปน็ ๔ ข้อ

ควรปฏบิ ตั ิ ไมค่ วรปฏบิ ตั ิ
๑. สามสิง่ ทีค่ วรรัก ไดแ้ ก่ ความกลา้ ความสภุ าพ และความรักใคร่ ๑. สามสง่ิ ทคี่ วรละ ได้แก่ ความเกยี จคร้าน การ
๒. สามส่งิ ที่ควรชม ได้แก่ อานาจปัญญา เกยี รตยิ ศ และมารยาทดี
๓. สามส่งิ ที่ควรเคารพ ได้แก่ ศาสนา ความยุตธิ รรม และการสละประโยชน์ส่วนตน พูดจาเพอ้ เจอ้ และการพูดจาหยาบกระด้าง
๖. สามส่งิ ทค่ี วรยนิ ดี ไดแ้ ก่ ความงาม ความซ่ือตรง และความอิสรเสรี ๒. สามสิ่งท่ีควรเกลียด ได้แก่ ความดุรา้ ย ความ
๗. สามส่ิงทค่ี วรปรารถนา ไดแ้ ก่ ความสขุ สบาย มติ รที่ดี และจติ ใจสบาย
๘. สามส่งิ ทค่ี วรออ้ นวอนขอ ได้แก่ ความเชื่อถือ ความสงบ และจิตใจทบ่ี ริสทุ ธ์ิ หย่ิงกาเริบ และความอกตัญญู
๙. สามส่งิ ที่ควรนบั ถอื ได้แก่ ปญั ญา ความฉลาดทันคน และความมนั่ คง ๓. สามสิ่งท่คี วรสงสัย ได้แก่ คายกยอ ปากกับใจ
๑๐. สามสงิ่ ท่ีควรจะชอบ ไดแ้ ก่ ความอารดี ้วยใจ ใจดี และความสนกุ สนาน
๑๒. สามสงิ่ ทค่ี วรกระทาให้มี ไดแ้ ก่ หนงั สอื ดี เพ่ือนดี และใจเย็น ไม่ตรงกนั และการรักง่ายหน่ายเรว็
๑๔. สามสงิ่ ทค่ี วรหวงแหน ไดแ้ ก่ ชอื่ เสียงเกยี รตยิ ศ ชาติบา้ นเมอื ง และมติ รสหาย ๔. สามสิ่งทีค่ วรรงั เกยี จตเิ ตียน ได้แก่ ความช่วั เลว
๑๕. สามสงิ่ ทคี่ วรครองไว้ ได้แก่ การระงบั อารมณ์ การคดิ กอ่ นพูด และวาจา
๑๖. สามส่ิงท่ีควรเตรียมเผ่ือไว้ ไดแ้ ก่ ความไม่เทย่ี งแท้ ความชรา และความตาย ทราม มารยา และความรษิ ยา

โคลงสุภาษติ นฤทุมนาการ

ความเปน็ มา เป็นวรรณคดปี ระเภทคาสอนทพี่ ระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั

ทรงพระราชนพิ นธข์ ึน้ โดยแปลจากภาษาอังกฤษมาเป็นโคลงสี่สภุ าพ
เนอ้ื หาแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ บทนา ๑ บท เนื้อเรือ่ ง ๑๐ บท และบทสรุป ๑ บท

เริ่มจากบทนา กลา่ วว่า บทนา เน้อื หา บทสรปุ
ผูร้ ทู้ ไี่ ด้ไตร่ตรองแลว้ จะนาคาสอน ๑ บท ๑๐ บท ๑ บท
เปน็ แนวทางท่คี วรปฏิบตั ิ ๑๐ ประการ
ช่อื ว่า ทศนฤทุมนาการ หมายถงึ กจิ ๑๐
ประการที่ผูป้ ระพฤติยังไม่เคยเสยี ใจ

ประวตั ผิ แู้ ตง่
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั

ลักษณะคาประพนั ธ์

ใชค้ าประพันธป์ ระเภทโคลงสี่สุภาพ

เรือ่ งย่อ

โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ แปลความว่า “ผ้ปู ระพฤติตามกจิ ๑๐ ประการนี้ ยังไม่เคยได้รบั ความเสยี ใจเลย” ในบทประพันธ์
จะมีบทนา ๑ บท กลา่ วว่า โคลงนฤทมุ นาการ เปน็ ส่ิงที่ผูร้ ูไ้ ดพ้ ิจารณาและนามาสง่ั สอน ตอนท้ายมีบทสรุป ๑ บท
ส่วนเน้ือเร่ืองมี ๑๐ บท รวมทงั้ สน้ิ ๑๒ บท โดยเนือ้ ทงั้ ๑๐ บท มดี ังนี้

๑. ควรทาความดกี ับบคุ คลทว่ั ไป
๒. ควรระงบั ความโกรธ รษิ ยา และคาพดู ไมด่ ี
๓. ควรมคี วามหนกั แน่น คิดใครค่ รวญก่อนตัดสนิ ใจ
๔. ควรมสี ติในการพดู ลาดบั ถ้อยคาใหด้ ีกอ่ นการพดู
๕. ควรมคี วามอดกล้ัน ไม่พูดขณะยังโกรธ
๖. ควรมคี วามกรณุ าต่อผู้ทไ่ี ด้รบั ความทุกข์
๗. ควรขอโทษเมือ่ ตนทาผิด
๘. ควรอดกล้ันไมใ่ ห้โตเ้ ถยี งกนั รนุ แรง
๙. ไมพ่ ูดเพอ้ เจอ้ นินทา ใหร้ า้ ยผอู้ ่นื
๑๐. ไม่หลงเช่อื ข่าวลือไมด่ ี และไม่ตื่นเตน้ ก่อนสอบถามให้ทราบแน่ชัดก่อน

เรื่องย่อ กจิ ๑๐ ประการทผี่ ปู้ ระพฤตยิ งั ไมเ่ คยเสยี ใจ

บณั ฑิต หมายถงึ บณั ฑติ วินจิ แลว้ แถลงสาร สอนเอย
ผมู้ ีปญั ญา, ผ้ทู รง ทศนฤทมุ นาการ ชอื่ ชี้
เหตุผู้ประพฤติปาน ดังกลา่ ว นั้นนอ
ความรู้ โทมนัสเพราะกิจนี้ หอ่ นได้เคยมี

โทมนสั หมายถึงความเสยี ใจ, ความทกุ ขใ์ จ หอ่ น หมายถึง ไม่
ผรู้ ้กู ลา่ วถงึ ๑๐ ประการ ที่ผปู้ ระพฤตยิ ังไมเ่ คยเสียใจ เพราะเปน็ ความประพฤติดใี นไตรทวาร

(กาย วาจา ใจ ) อนั จะยังใหเ้ กดิ ผลดแี ก่ผู้ประพฤติเองและต่อสงั คม

๑. เพราะความดที ่วั ไป

ไมตรี หมำยถงึ ๏ ทำดีไป่เลือกเวน้ ผใู้ ด ใดเฮย
ควำมหวงั ดีตอ่ กนั แตผ่ กู ไมตรไี ป รอบขำ้ ง
ทำคณุ อดุ หนนุ ใน กำรชอบ ธรรมนำ
ไรศ้ ตั รูปองมลำ้ ง กลบั ซอ้ งสรรเสรญิ

มลำ้ ง หมำยถงึ ซอ้ ง หมำยถงึ รอ้ งขนึ้ พรอ้ ม
กนั , รอ้ งสรรเสรญิ

กำรทำควำมดีนนั้ ไมค่ วรเลอื กกระทำกบั ผใู้ ดผหู้ น่งึ ควรทำกบั คนท่วั ๆไป และทำควำมดีเพ่มิ ขึน้ ดว้ ยควำมชอบธรรม จะ
ไดไ้ มม่ ีศตั รูคิดรำ้ ย จะมีก็แตผ่ ยู้ กยอ่ งเชิดชู

โมหะ หมำยถงึ ควำมหลง, ๒. เพราะไม่พดู ร้ายต่อใครเลย รษิ ยำ หมำยถึง
อำกำรท่ีไมอ่ ยำก
ควำมโง่, ควำมเขลำ เหินหำ่ งโมหะรอ้ น รษิ ยำ ใหค้ นอ่ืนไดด้ ี

จำบจว้ ง หมำยถงึ อำจ สละสอ่ เสียดมำรษำ ใสร่ ำ้ ย อำฆำต หมำยถงึ
เอือ้ ม, ลว่ งเกินดว้ ยคำพดู คำหยำบจำบจว้ งอำ- ฆำตขู่ เข็ญเฮย ผกู ใจเจ็บ และคิด
ไปหม่นิ นินทำบำ้ ย โทษใหผ้ ใู้ ด แกแ้ คน้ , จองเวร

มำรษำ หมำยถงึ
คำปด, คำเทจ็

กำรอยหู่ ำ่ งไกลควำมหลงและควำมรษิ ยำไมพ่ ดู จำกลำ่ วเท็จให้
รำ้ ยผอู้ ่ืน ไมพ่ ดู อำฆำตใคร และไมพ่ ดู นินทำกลำ่ วโทษผใู้ ด

๓. เพราะถามฟังความก่อนตดั สิน

ยินคดีมีเรอ่ื งนอ้ ย ใหญ่ไฉน กด็ ี
ยงั บล่ งเห็นไป เดด็ ดว้ น
ฟังตอบสอบคำไข คดิ ใคร่ ครวญนำ
หอ่ นตดั สินหว้ นหว้ น เหตดุ ว้ ยเบำควำม

หว้ น หมำยถงึ เบำควำม หมำยถงึ รูไ้ ม่
สนั้ จบลงอยำ่ ง เทำ่ ทนั , ไมพ่ จิ ำรณำ
ไตรต่ รองใหร้ อบคอบ
รวบรดั

กำรไดย้ นิ ไดฟ้ ังเรอ่ื งรำวใดๆ มำไมค่ วรจะเช่ือในทนั ที ตอ้ ง
สอบสวนทวนควำม คดิ ใครค่ รวญใหด้ ีก่อนท่ีจะตดั สินใจเช่ือ

๔. เพราะคดิ เสยี ก่อนจงึ พดู

พำที หมำยถงึ พดู พำทีมีสติรงั้ รอคดิ
เจรจำ
รอบคอบชอบแลผดิ กอ่ นพรอ้ ง

คำพดู พำ่ งลขิ ิต เขียนรำ่ ง เรยี งแฮ

ฟังเพรำะเสนำะตอ้ ง โสตทงั้ หำ่ งภยั โสต หมำยถงึ ห,ู

ลิขิต หมำยถงึ ช่องหู

เขียน, กำหนด

กอ่ นท่ีจะพดู สิง่ ใดใหต้ งั้ สตใิ หร้ อบครอบกอ่ น เพรำะกำรพดู ดีก็เหมือนกบั กำรเขียนท่ีมีกำร
เรยี บเรยี งไวแ้ ลว้ ทำใหเ้ วลำฟังเกิดควำมไพเรำะเสนำะหู และไมเ่ ป็นภยั ตวั ผพู้ ดู ดว้ ย

๕. เพราะอดพูดในเวลาโกรธ

พจิ ำรณำ สำมำรถอำจหำ้ มงด วำจำ ตนเฮย
หมำยถงึ ตรวจ ปำงเม่ือยงั โกรธำ ข่นุ แคน้
ตรำ, ตรวจสอบ, หยดุ คดิ พจิ ำรณำ แพช้ นะ ก่อนนำ
ชอบผดิ คิดเห็นแมน้ ไมย่ งั้ เสียควำม
ตรติ รอง,
สอบสวน. โกรธำ หมำยถงึ โกรธ

กำรรูจ้ กั หกั หำ้ มตนเองไมใ่ หพ้ ดู ในขณะท่ียงั โกรธอยโู่ ดยใหห้ ยดุ คดิ พจิ ำรณำวำ่ พดู แลว้ จะเป็นฝ่ ำยแพห้ รอื ชนะ หรอื พดู ไป
แลว้ จะเป็นฝ่ำยถกู หรอื ฝ่ำยผดิ หำกไมร่ ูจ้ กั ยบั ยงั้ แลว้ ละกอ็ ำจทำใหเ้ สียหำยได้

กรุณำ หมำยถงึ ๖. เพราะได้กรุณาต่อคนทถี่ งึ อับจน ภยั พิบตั ิ หมำยถงึ ภยั ท่ี
ควำมปรำรถนำท่ี สรำ้ งควำมเสยี หำยลม่
จะชว่ ยใหผ้ อู้ ่ืน กรุณำนรชำตผิ ู้ พอ้ งภยั พิบตั ิเฮย จม มกั เกิดจำกธรรมชำติ

พน้ ทกุ ข์ ชว่ ยรอดปลอดควำมกษัย สว่ำงรอ้ น ไมใ่ ชอ่ บุ ตั ิเหตุ

นรชำติ หมำยถงึ ผลจกั เพ่มิ พนู ใน อนำคต กำลแฮ
คน, หมคู่ น
ชนจกั ชชู ่ือชอ้ น ป่ำงเบือ้ งปัจจุบนั

กษัย หมำยถงึ กำรสนิ้ ไป,
กำรเส่อื มถอย

กำรมีควำมเมตตำกรุณำและใหค้ วำมช่วยเหลอื แก่ผทู้ ่ีประสบภยั ทำใหเ้ ขำรอดพน้ จำก
ควำมทกุ ขย์ ำก ผลท่ีไดร้ บั คือผคู้ นจะพำกนั สรรเสรญิ ทงั้ ในปัจจบุ นั แลว้ อนำคต

๗. เพราะขอโทษบรรดาทไี่ ดผ้ ิด

ทฐิ ิ หมำยถงึ ใดกิจผดิ พลำดแลว้ ไป่ละ ลมื เลย ออ่ นนอ้ ม
ควำมอวดดือ้ ถือดี หยอ่ นทฐิ ิมำนะ ออ่ นนอ้ ม หมำยถงึ แสดง
ขอโทษเพ่ือคำรวะ วำยบำด หมำงแฮ
ดีกวำ่ ปดออ้ มคอ้ ม คิดแกโ้ ดยโกง กิรยิ ำวำจำ
เคำรพนบนอบ

ปด หมำยถงึ คำรวะ หมำยถึง
โกหก, พดู เทจ็ ควำมเคำรพ,
ควำมนบั ถือ

เม่ือกระทำกำรส่งิ ใดผิดพลำดแลว้ กค็ วรลดควำมอวดดีลง และรูจ้ กั
กลำ่ วโทษเพ่ือลดควำมบำดหมำงลง ดีกวำ่ คิดหำทำงแกด้ ว้ ยควำมคดโกง

ขนั ตี หมำยถงึ สนั ดำน หมำยถงึ
ควำมอดกลนั้ ตอ่
สิง่ ท่ีไมพ่ อใจ, ๘. เพราะอดกลัน้ ตอ่ ผู้อน่ื นิสยั ใจคอท่ีมีมำ

ควำมอดทน ขนั ตีมีมำกหมนั้ สนั ดำน แตก่ ำเนิด

ฉนุ เฉียว หมำยถงึ ใครเกะกะระรำน อดกลนั้
ฉนุ จดั , โกรธงำ่ ย,
ไป่ฉนุ เฉียวเฉกพำล พำเดือด รอ้ นพอ่
โกรธเรว็
ผปู้ ระพฤติด่งั นนั้ จกั ไดใ้ จเยน็

เฉก หมำยถึง เช่น

กำรมีควำมอดทนอดกลนั้ ตอ่ ผทู้ ่ีมำขม่ เหงรงั แก ไม่ฉนุ เฉียว
เหมือนคนพำล น่ีแหละจกั ไดช้ ่ือวำ่ เป็นคนใจเยน็

๙. เพราะไม่ฟังคาคนพูดเพศนินทา

คละเคลำ้ หมำยถงึ

ไป่ฟังคนพดู ฟงุ้ ฟ่ันเฝือ ปะปน,ผสม

เทจ็ และจรงิ จำนเจือ คละเคลำ้

คือมีดเท่ียวกรีดเถือ ทำ่ นท่วั ไปนำ

ฟังจะพำพลอยเขำ้ พวกเพอ้ รงั ควำน

จำนเจือ หมำยถงึ อดุ หนนุ , รงั ควำน หมำยถงึ รบกวนทำ
เกือ้ กลู เผ่ือแผ่ ใหร้ ำคำญ หรอื เดือดรอ้ น

กำรไมค่ วรฟังคนท่ีชอบพดู เพอ้ เจอ้ เทจ็ จรงิ บำ้ ง เพรำะเปรยี บเสมือนมีดท่ีกรดี หรือระรำน
คนท่วั ไป ฟังแลว้ จะพำเรำเขำ้ ไปอยใู่ นพวกพดู จำเหลวไหลไปดว้ ย

๑๐. เพราะไม่หลงเชอื่ ข่าวร้าย

อีกหนึ่งไป่เช่ือถอ้ ย คำคน ลอื แฮ กำรไมค่ วรด่วนหลงหรอื ต่ืนเตน้ กบั
บอกเลำ่ ขำ่ วเหตผุ ล เร่อื งรำ้ ย ขำ่ วรำ้ ยท่ีมีผนู้ ำมำบอก ควรสบื
สืบสอบประกอบจน แจ่มเทจ็ จรงิ นำ สำวเรอ่ื งรำวท่ีแทจ้ รงิ ก่อน
ยงั บด่ ว่ นยกั ยำ้ ย ต่ืนเตน้ ก่อนกำล
ท่ีกลำ่ วมำทงั้ ๑๐ ประกำรนี้
ขอ้ ควำมตำมกลำ่ วแก้ สิบประกำร นีน้ อ แมจ้ ะกระทำตำมไดไ้ มห่ มด
ควรแก่ควำมพจิ ำรณ์ ท่วั ผู้ ทกุ ขอ้ กระทำไดเ้ ป็นบำงขอ้ ก็
แมล้ ะไป่ขำดปำน โคลงกลำ่ ว กด็ ี ยงั ดี
ควรระงบั ดบั สู้ สงบบำ้ งยงั ดี

วเิ คราะห์ โคลงสภุ ำษิตนฤทมุ นำกำร เป็นสภุ ำษิตท่ีเชิญชวนใหผ้ อู้ ำ่ นคดิ และ
ประพฤตติ ำม ถำ้ ประพฤตติ ำม จะเป็นผอู้ ยใู่ นสงั คมอยำ่ งมีควำมสขุ
ผทู้ ่ีอยรู่ อบขำ้ งจะช่ืนชมยนิ ดี นบั วำ่ เป็นคนมีเสนห่ น์ ่ำคบ

คุณคา่ ดา้ นเนือ้ หา

๑. สอนวิธีท่ีจะอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่ืน เน่ืองจำกมีเนือ้ หำประกอบไปดว้ ยคำสอนในกำรดำเนินชีวิตหลำย
ประกำร ทงั้ ดำ้ นจิตใจ ควำมคิด ดำ้ นกำรพดู และกำรกระทำ เป็นคำส่งั สอนในเร่อื งกำรกระทำท่ีมี
ควำมเก่ียวขอ้ งกบั ผอู้ ่ืนทงั้ สนิ้ ทำใหอ้ ยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยำ่ งสงบสขุ

๒. สอนใหค้ ดิ อยำ่ งรอบคอบ ซง่ึ มีเนือ้ หำท่ีแสดงใหผ้ อู้ ำ่ นเหน็ ควำมสำคญั ของกำรฟังและกำรคดิ อยำ่ งมี
เหตผุ ล ไดแ้ ก่ ไมฟ่ ังคำนินทำ ไมห่ ลงเช่ือขำ่ วรำ้ ย ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ควำมสำคญั ของกำรส่อื สำรรบั รูเ้ ร่อื งรำว
ท่ีตอ้ งอำศยั กำรคดิ อยำ่ งรอบคอบ มีเหตผุ ล จงึ ทำใหเ้ กิดผลดีกบั ตนเอง

คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์

๑. ใชค้ ำเหมำะกบั ประเภทของคำประพนั ธ์ คือ มีกำรใชค้ ำโบรำณ เชน่ หอ่ น ไป่ บำ้ ย บ่ โสต ปำง ป่ำง

๒. คำบำลสี นั สกฤต ไดแ้ ก่ บณั ทติ ทศ นฤ ทมุ น โมหะ อำฆำต นรชน กษัย ทิฐิ ขนั ตี กำล

๓. คำเปรยี บเทียบ ทำใหผ้ อู้ ำ่ นเหน็ ภำพชดั เจน

๔. คำ ซำ้ เพ่ือยำ้ ควำมหมำย เช่น ใดใด หว้ นหว้ น

๕. คำซอ้ น เพ่ือยำ้ ควำมชดั เจนและเกิดสมั ผสั อกั ษร เช่น อดุ หนนุ สอ่ เสยี ด จำบจว้ ง

๖. สำนวน แสดงเนือ้ หำท่ีใหข้ อ้ คิด คติสอนใจ ตรงกบั สำนวนไทย เชน่

บทท่ี ๑ ตรงกับสานวนว่า ทาดไี ดด้ ี ทาช่ัวไดช้ ่ัว

บทที่ ๒ ตรงกับสานวนทวี่ ่า ฟังหู ไว้หู

บทที่ ๓ ตรงกับสานวนทวี่ ่า กระตา่ ยตนื่ ตูม


Click to View FlipBook Version