The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการซ่อมบำรุงรักษาครุภัณฑ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการซ่อมบำรุงรักษาครุภัณฑ์

คู่มือการซ่อมบำรุงรักษาครุภัณฑ์

Keywords: ซ่อม,ครุภัณฑ์

กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สิน คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ ของ ส านักงานศาลปกครอง


ค ำน ำ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง จัดท าขึ้นเพื่อใช้เป็น แนวทางในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรของกลุ่มบริหารพัสดุส านักบริหารทรัพย์สิน และผู้เกี่ยวข้อง ได้รับทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน ในการควบคุมดูแลรักษาครุภัณฑ์ในความรับผิดชอบของแต่ละ หน่วยงานและบริหารจัดการเกี่ยวกับครุภัณฑ์ที่ช ารุดได้อย่างเกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด แก่ทางราชการ ตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันและลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานแก่ผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการด าเนินการดังกล่าว ผู้จัดท าคู่มือหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงาน ศาลปกครองเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หากผู้น าไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานมีข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ประการใด กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สินยินดีรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาแนวทางฯ ดังกล่าว ให้มีความครบถ้วน และสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ผู้จัดท า ตุลาคม ๒๕๖๔


สารบัญ หน้า ค าน า บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็นมา ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค์ ๑ ๑.๓ ขอบเขต ๑ ๑.๔ ข้อตกลงร่วมกัน/นิยาม ๒ ๑.๕ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๒ บทที่ ๒ ภารกิจหน้าที่ของการบริหารพัสดุ ๒.๑ ภารกิจของส านักงานศาลปกครอง ๓ ๒.๒ โครงสร้างและอ านาจหน้าที่ของส านักงานศาลปกครอง ๓ ๒.๓ กฎหมาย ระเบียบ และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ๔ ๒.๓.๑ พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ๔ ๒.๓.๒ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร ๕ พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ๒.๓.๓ ค าสั่งส านักงานศาลปกครอง ที่ ๖๒๑/๒๕๖๔ เรื่อง มอบอ านาจ ๘ ให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ๒.๔ แนวคิดที่เกี่ยวข้อง ๙ ๒.๔.๑ เทคนิคการประสาน (Cooperation Technique) ๙ ๒.๔.๒ เทคนิคการเจรจาต่อรอง (Negotiation) ๑๓ ๒.๔.๓ หลักการวางแผน (Planning) ๑๕ ๒.๔.๔ ความละเอียดรอบคอบในการด าเนินงาน ๒๑ ๒.๔.๕ ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ๒๑ ๒.๔.๖ ระบบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) ๒๔ บทที่ ๓ ขั้นตอนการด าเนินงาน ๓.๑ ขั้นตอนการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ช ารุดของส านักงานศาล/ส านัก/วิทยาลัย ๓๒ ๓.๒ ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร การประสาน/ด าเนินการที่เกี่ยวข้อง ๓๘ ในการซ่อมแซมครุภัณฑ์ ๓.๓ ขั้นตอนการรวบรวมเอกสารการเบิกค่าใช้จ่าย ๖๗ บทที่ ๔ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ๔.๑ ปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงาน ๙๕ ๔.๒ แนวทางการแก้ไข ๙๕ ๔.๓ ข้อเสนอแนะ ๙๖ ภาคผนวก บรรณานุกรม


๒ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง บทที่ ๑ บทน ำ ๑.๑ ควำมเป็นมำ กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สิน มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามประกาศ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและอ านาจหน้าที่ ของส่วนราชการในส านักงานศาลปกครอง ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ และประกาศส านักงาน ศาลปกครอง เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในของส านักงานศาลปกครอง ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ในการด าเนินงานจัดหา การแจกจ่าย การควบคุม บ ารุงรักษา และการจ าหน่ายพัสดุเป็น ขั้นตอนสุดท้าย ตลอดจนสามารถหมุนเวียนจัดหาพัสดุใหม่มาทดแทนได้ เพื่อสนับสนุน การปฏิบัติงานของศาลปกครองและส านักงานศาลปกครอง การจัดท าคู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง เพื่อใช้เป็น แนวทางในการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรของกลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สิน กรณีที่จะต้องมี การสับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ได้รวบรวมขั้นตอนการด าเนินงานทุกขั้นตอนในการซ่อม บ ารุงรักษาครุภัณฑ์เพื่อให้เป็นมาตรฐานแก่ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ในการอ้างอิง ๑.๒ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการจัดจ้างซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์เป็นมาตรฐานเดียวกัน ๒. เพื่อลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานด้านการจัดจ้างซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ ของส านักงานศาลปกครอง ๓. เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ปฏิบัติงานแทนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเกิดประโยชน์สูงสุด ๑.๓ ขอบเขต คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง มีเนื้อหาครอบคลุม ขั้นตอนตั้งแต่หน่วยงานที่ครอบครองและใช้งานครุภัณฑ์ พบว่าครุภัณฑ์ช ารุด/ไม่สามารถใช้งานได้ ตามปกติและแจ้งข้อมูลความช ารุดของครุภัณฑ์ในระบบแจ้งซ่อมอาคาร การขออนุมัติจัดจ้างซ่อม การรายงานผลการจัดจ้างซ่อม ตลอดจน การเบิก – จ่ายเงินค่าจัดจ้างซ่อม รวมทั้งปัญหา อุปสรรคและ แนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างส านักบริหารทรัพย์สินกับ กลุ่มบริหารทั่วไปของทุกส านักงานศาลส านัก และวิทยาลัย รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรของ ส านักงานศาลปกครอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๒ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๑.๔ ข้อตกลงร่วมกัน/นิยำม ๑. ครุภัณฑ์ส ำนักงำน หมายถึง ครุภัณฑ์ประเภท โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร รถเข็น เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ที่ได้มีการบันทึกข้อมูลทะเบียนครุภัณฑ์ไว้ในระบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เมื่อต้องซ่อมบ ารุงรักษาต้องด าเนินการตัดงบประมาณจากเงินงบประมาณตาม แผนปฏิบัติราชการและแผนการใช้จ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ..... ของงานบริหารส านักบริหารทรัพย์สิน หมวดงบด าเนินงาน รายการค่าซ่อมแซม - บ ารุงรักษา ๒. ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์หมายถึง ครุภัณฑ์ประเภท จอภาพ CPU เครื่องส ารองไฟ เครื่องพิมพ์ ฯลฯ ที่ได้มีการบันทึกข้อมูลทะเบียนครุภัณฑ์ไว้ในระบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เมื่อต้องซ่อมบ ารุงรักษาต้องด าเนินการตัดงบประมาณจากเงินงบประมาณตาม แผนปฏิบัติราชการและแผนการใช้จ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ..... ของงานบริหารส านักวิทยาการสารสนเทศ หมวดงบด าเนินงาน รายการค่าซ่อมแซม – บ ารุงรักษา กลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ๓. ครุภัณฑ์ทุกประเภทตามข้อ ๑ และข้อ ๒ หน่วยงานสามารถจัดซ่อมบ ารุงรักษาได้ ตามขั้นตอนในคู่มือฉบับนี้โดยต้องมีหมายเลขครุภัณฑ์ที่ได้บันทึกไว้ในระบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เท่านั้น ๔. ครุภัณฑ์ยำนพำหนะและขนส่ง หมายถึง ครุภัณฑ์ประเภท รถยนต์นั่งเก๋งประจ า ต าแหน่ง รถยนต์นั่งเก๋งส่วนกลาง รถยนต์กระบะส่วนกลาง รถยนต์ตู้โดยสารส่วนกลาง ฯลฯ ที่ได้มี การบันทึกข้อมูลทะเบียนครุภัณฑ์ไว้ในระบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เมื่อต้อง ซ่อมบ ารุงรักษาต้องด าเนินการตัดงบประมาณจากเงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการและแผนการใช้ จ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. .....ของส านักบริหารทรัพย์สิน ๕. หน่วยงำน หมายถึง หน่วยงานในสังกัดส านักงานศาลปกครองในส่วนกลาง จ านวน ๑๙ หน่วยงาน ๖. หมำยเลข PR หมำยเลข SJและหมำยเลข WR หมายถึง หมายเลขอ้างอิงที่ออก ในระบบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เพื่อเบิกค่าใช่จ่ายในการซ่อมครุภัณฑ์ ๑.๕ ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ ๑. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานพัสดุเกี่ยวกับงานซ่อมบ ารุงรักษาของทุกหน่วยงาน ภายในส านักงานศาลปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ ตลอดจน สามารถน าครุภัณฑ์ที่ช ารุดกลับมาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเกิดประโยชน์และคุ้มค่าอีกครั้ง ๒. เพื่อให้หน่วยงานภายในสามารถน าแนวทางการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงาน ศาลปกครองมาเป็นแบบมาตรฐานในการปฏิบัติงานส าหรับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ปฏิบัติงานแทนได้ ๓. เพื่อให้ส านักงานศาลปกครองได้รับประโยชน์จากการใช้งานครุภัณฑ์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนที่จะขายทอดตลาดและจัดซื้อทดแทนต่อไป


๓ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง บทที่ ๒ ภารกิจหน้าที่ของการบริหารพัสดุ ๒.๑ ภารกิจของส านักงานศาลปกครอง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๕ ส านักงานศาลปกครอง มาตรา ๗๗ ส านักงานศาลปกครองมีอ านาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบในงานธุรการของศาลปกครอง ฯลฯ ๒.๒ โครงสร้างและอ านาจหน้าที่ของส านักงานศาลปกครอง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก าหนดให้ส านักงานศาลปกครองมีอ านาจหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการของศาลปกครองและ ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและอ านาจหน้าที่ของ ส่วนราชการในส านักงานศาลปกครอง ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ก าหนดให้ส านักงาน ศาลปกครองมีส่วนราชการภายใน เพื่อรับผิดชอบในงานธุรการของศาลปกครองซึ่งส านักบริหาร ทรัพย์สินเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง เรื่อง การแบ่งส่วนราชการ และอ านาจหน้าที่ของส่วนราชการในส านักงานศาลปกครอง ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ก าหนดให้ส านักบริหารทรัพย์สินมีผู้อ านวยการส านักเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติ ราชการของหน่วยงาน โดยส านักบริหารทรัพย์สินมีอ านาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ๑. ด าเนินการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ จัดซื้อ จัดจ้าง จัดหา จ้างเหมาบริการ การบริหาร สัญญาและตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญา ๒. ควบคุม ดูแลรักษา ซ่อมบ ารุงวัสดุ ครุภัณฑ์และยานพาหนะ พัฒนาระบบ การเบิกจ่าย ยืม – คืน วัสดุ ครุภัณฑ์และการจ าหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน ๓. วางระบบ และด าเนินการบริหารงานอาคารสถานที่ รวมทั้งสนับสนุนให้ ค าปรึกษาแนะน าการบริหารงานอาคารสถานที่แก่ส านักงานศาลปกครองในภูมิภาค ๔. ด าเนินการส ารวจ จัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารที่ท าการถาวร บ้านพัก และการจัดหา อาคารที่ท าการชั่วคราวศาลปกครองในภูมิภาค ลักษณะงานและอ านาจหน้าที่ของกลุ่มบริหารพัสดุ ๑. พัฒนาระบบ ระเบียบ หลักเกณฑ์ มาตรการและมาตรฐานการบริหารพัสดุ ๒. งานควบคุมวัสดุ ครุภัณฑ์ และรายงานพัสดุประจ าปี ๓. งานวิเคราะห์และจัดท ากรอบความจ าเป็นพื้นฐานในการใช้วัสดุครุภัณฑ์ของ หน่วยงาน


๔ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๔. งานก าหนดหลักเกณฑ์การจัดหาและวางแผนการจัดหาวัสดุคงคลัง ๕. งานวางระบบและพัฒนาระบบการเบิกจ่าย ยืม – คืน วัสดุ ครุภัณฑ์ และ การจ าหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สิน ๖. งานควบคุม ดูแล ซ่อมบ ารุงรักษายานพาหนะและครุภัณฑ์ ๗. งานก าหนดมาตรฐานหรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ๘. งานวิเคราะห์ความจ าเป็นในการจัดหาครุภัณฑ์ ๙. งานควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถยนต์ ๑๐. งานจัดหาและบริการจัดการเครื่องมือสื่อสารของส านักงานศาลปกครอง ๑๑. งานสนับสนุนให้ค าปรึกษาแนะน า ด้านบริหารพัสดุให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ๒.๓ กฎหมาย/ระเบียบ/ค าสั่ง ๒.๓.๑ พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก าหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งพระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ จึงมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป มาตราที่ส าคัญได้แก่ มาตรา ๔ พัสดุ หมายความว่า สินค้า งานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างที่ปรึกษาและงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งด าเนินการอื่นตามที่ก าหนด ในกฎกระทรวง การบริหารพัสดุ หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบ ารุงรักษา และการจ าหน่ายพัสดุ ฯลฯ หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กร ตามรัฐธรรมนูญ หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในก ากับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือ ในก ากับของรัฐสภา หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ฯลฯ หมวดที่ ๑๓ การบริหารพัสดุ ได้ก าหนดไว้ในมาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๓ ดังนี้ มาตรา ๑๑๒ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการควบคุมและดูแลพัสดุที่อยู่ใน ความครอบครองให้มีการใช้และการบริการพัสดุที่เหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน ของรัฐมากที่สุด มาตรา ๑๑๓ การด าเนินการตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งรวมถึงการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบ ารุงรักษา และการจ าหน่ายพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ รัฐมนตรีก าหนด


๕ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๒.๓.๒ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป ได้ก าหนดเนื้อหา เกี่ยวกับการบริหารพัสดุ ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ผู้ด ารงต าแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ดังต่อไปนี้ (๑) ราชการส่วนกลาง หมายถึง อธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่าง อื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ฯลฯ (๘) หน่วยธุรการของศาล หมายถึง เลขาธิการส านักงานศาลยุติธรรม เลขาธิการ ส านักงานศาลปกครอง เลขาธิการส านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ หมวด ๙ การบริหารพัสดุ ส่วนที่ ๑ การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย ข้อ ๒๐๒ การบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐให้ด าเนินการตามหมวดนี้ เว้นแต่มีระเบียบ ของทางราชการหรือกฎหมายก าหนดไว้เป็นอย่างอื่น การบริหารพัสดุในหมวดนี้ ไม่ใช้บังคับกับงานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างที่ปรึกษา และงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ส่วนที่ ๒ การยืม ข้อ ๒๐๗ การให้ยืม หรือน าพัสดุไปใช้ในกิจการ ซึ่งมิใช่เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะกระท ามิได้ ข้อ ๒๐๘ การยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ให้ผู้ยืมท าหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงเหตุผลและก าหนดวันส่งคืน โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) การยืมระหว่างหน่วยงานของรัฐ จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผู้ให้ยืม (๒) การให้บุคคลยืมใช้ภายในสถานที่ของหน่วยงานของรัฐเดียวกัน จะต้องได้รับอนุมัติ จากหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุนั้น แต่ถ้ายืมไปใช้นอกสถานที่ของหน่วยงานของรัฐ จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ข้อ ๒๐๙ ผู้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปจะต้องน าพัสดุนั้นมาส่งคืนให้ในสภาพที่ใช้การได้ เรียบร้อย หากเกิดช ารุดเสียหาย หรือใช้การไม่ได้หรือสูญหายไป ให้ผู้ยืมจัดการแก้ไขซ่อมแซม ให้คงสภาพเดิม โดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะและ


๖ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง คุณภาพ อย่างเดียวกัน หรือชดใช้เป็นเงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืม โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ (๑) ราชการส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระทรวง การคลังก าหนด (๒) ราชการส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี ก าหนด (๓) หน่วยงานของรัฐอื่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานของรัฐนั้นก าหนด ข้อ ๒๑๐ การยืมพัสดุประเภทใช้สิ้นเปลืองระหว่างหน่วยงานของรัฐ ให้กระท าได้เฉพาะเมื่อ หน่วยงานของรัฐผู้ยืมมีความจ าเป็นต้องใช้พัสดุนั้นเป็นการรีบด่วน จะด าเนินการจัดหาได้ไม่ทันการ และหน่วยงานของรัฐผู้ให้ยืมมีพัสดุนั้น ๆ พอที่จะให้ยืมได้ โดยไม่เป็นการเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ของตน และให้มีหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ โดยปกติหน่วยงานของรัฐผู้ยืมจะต้อง จัดหาพัสดุเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันส่งคืนให้หน่วยงานของรัฐผู้ให้ยืม ข้อ ๒๑๑ เมื่อครบก าหนดยืม ให้ผู้ให้ยืมหรือผู้รับหน้าที่แทนมีหน้าที่ติดตามทวงพัสดุที่ ให้ยืมไป คืนภายใน ๗ วัน นับแต่วันครบก าหนด การตรวจสอบพัสดุประจ าปี ข้อ ๒๑๓ ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐ หรือหัวหน้าหน่วยพัสดุตามข้อ ๒๐๕ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุซึ่งมิใช่เป็น เจ้าหน้าที่ตามความจ าเป็น เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุในงวด ๑ ปีที่ผ่านมา และตรวจนับพัสดุ ประเภทที่คงเหลืออยู่ เพียงวันสิ้นงวดนั้น ในการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มด าเนินการตรวจสอบพัสดุในวันเปิดท าการ วันแรกของปีงบประมาณเป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชี หรือทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดช ารุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไปเพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จ าเป็นต้อง ใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไป แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้แต่งตั้งภายใน ๓๐ วันท าการ นับแต่วันเริ่มด าเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุแล้ว ให้เสนอ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ๑ ชุด และส่งส าเนารายงานไปยังส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ๑ ชุด พร้อมทั้งส่งส าเนารายงาน ไปยังหน่วยงานต้นสังกัด (ถ้ามี) ๑ ชุด ด้วย ส่วนที่ ๓ การบ ารุงรักษา การตรวจสอบ การบ ารุงรักษา ข้อ ๒๑๒ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลพัสดุที่อยู่ในความครอบครองให้ อยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยให้มีการจัดท าแผนการซ่อมบ ารุงที่เหมาะสมและ ระยะเวลาในการ ซ่อมบ ารุงด้วย ในกรณีที่พัสดุเกิดการช ารุด ให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ ในสภาพ พร้อมใช้งานโดยเร็ว


๗ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ข้อ ๒๑๔ เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุตาม ข้อ ๒๑๓ และปรากฏว่ามีพัสดุช ารุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จ าเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐ ต่อไป ก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้น าความในข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการเสื่อมสภาพเนื่องมาจากการใช้ งานตามปกติหรือสูญไปตามธรรมชาติให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาสั่งการให้ด าเนินการ จ าหน่ายต่อไปได้ ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่า จะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ด าเนินการ ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทางราชการหรือของหน่วยงานของรัฐนั้นต่อไป ส่วนที่ ๔ การจ าหน่ายพัสดุ ข้อ ๒๑๕ หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจ าเป็นหรือหากใช้ใน หน่วยงานของรัฐ ต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิจารณา สั่งให้ด าเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ขาย ให้ด าเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาดแล้ว ไม่ได้ผลดีให้น าวิธีที่ก าหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (ก) การขายพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยการเจรจาตกลงราคากันโดยไม่ต้องทอดตลาดก่อนก็ได้ (ข) การขายให้แก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ขายโดยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยการเจรจาตกลงราคากัน (ค) การขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต ให้แก่ เจ้าหน้าที่ ของรัฐที่หน่วยงานของรัฐมอบให้ไว้ใช้งานในหน้าที่ เมื่อบุคคลดังกล่าวพ้นจากหน้าที่หรือ อุปกรณ์ดังกล่าว พ้นระยะเวลาการใช้งานแล้ว ให้ขายให้แก่บุคคลดังกล่าวโดยวิธีเฉพาะเจาะจงโดย การเจรจาตกลงราคากัน การขายโดยวิธีทอดตลาดให้ถือปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยให้ ผู้ที่ได้รับ มอบหมายท าการประเมินราคาทรัพย์สินก่อนการประกาศขายทอดตลาด กรณีที่เป็นพัสดุที่มี การจ าหน่าย เป็นการทั่วไปให้พิจารณาราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด หรือราคาท้องถิ่นของ สภาพปัจจุบัน ของพัสดุนั้น ณ เวลาที่จะท าการขาย และควรมีการเปรียบเทียบราคาตามความเหมาะสม กรณีที่เป็นพัสดุ ที่ไม่มีการจ าหน่ายทั่วไป ให้พิจารณาราคาตามลักษณะ ประเภท ชนิดของพัสดุ และ อายุการใช้งาน รวมทั้งสภาพและสถานที่ตั้งของพัสดุด้วย ทั้งนี้ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ราคาประเมินดังกล่าวโดยค านึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐด้วย หน่วยงานของรัฐจะจ้างผู้ประกอบการที่ให้บริการขายทอดตลาดเป็นผู้ด าเนินการก็ได้ (๒) แลกเปลี่ยน ให้ด าเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่ก าหนดไว้ในระเบียบนี้ (๓) โอน ให้โอนแก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย (๔) แปรสภาพหรือท าลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานของรัฐก าหนด การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยปกติให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้า หน่วยงาน ของรัฐสั่งการ


๘ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ข้อ ๒๑๖ เงินที่ได้จากการจ าหน่ายพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องทางการเงินของหน่วยงานของรัฐนั้น หรือข้อตกลงในส่วนที่ใช้ เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ แล้วแต่กรณี การลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน ข้อ ๒๑๘ เมื่อได้ด าเนินการตามข้อ ๒๑๕ และข้อ ๒๑๗ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ลงจ่าย พัสดุนั้น ออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที แล้วแจ้งให้ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันลงจ่ายพัสดุนั้น ส าหรับพัสดุซึ่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมายให้แจ้งแก่นายทะเบียนภายใน ระยะเวลาที่กฎหมาย ก าหนดด้วย ข้อ ๒๑๙ ในกรณีที่พัสดุของหน่วยงานของรัฐเกิดการช ารุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป หรือไม่จ าเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ ๒๑๓ และได้ด าเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือระเบียบนี้โดยอนุโลม แล้วแต่กรณี เสร็จสิ้นแล้ว ถ้าไม่มีระเบียบอื่นใดก าหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้ด าเนินการตามข้อ ๒๑๕ ข้อ ๒๑๖ ข้อ ๒๑๗ และข้อ ๒๑๘ โดยอนุโลม ๒.๓.๓ ค าสั่งส านักงานศาลปกครอง ที่ ๖๒๑/๒๕๖๔ เรื่อง มอบอ านาจให้ข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครองปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ค าสั่งส านักงานศาลปกครอง ที่ ๖๒๑/๒๕๖๔ เรื่อง มอบอ านาจให้ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองปฏิบัติราชการแทน ตามที่ส านักงานศาลปกครองได้มีค าสั่งที่ ๔๗๓/๒๕๖๒ เรื่อง มอบอ านาจให้ ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๒ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นไป นั้น เนื่องจากส านักงานศาลปกครองได้มีค าสั่งที่ ๖๑๘/๒๕๖๒ เรื่อง มอบอ านาจให้ ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองก ากับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ในส านักงานศาลปกครอง ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารราชการของส านักงานศาลปกครองเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เหมาะสม มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราชการของ ส านักงานศาลปกครอง อาศัยอ านาจความในมาตรา ๗๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๓ วรรคหนึ่ง (๑) ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการรักษาการ ในต าแหน่งของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๕ ของระเบียบ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๙ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยพนักงาน ราชการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๒๑ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการที่ดีของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๔


๙ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ข้อ ๔ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยเงินค่าตอบแทนการประเมินผลงาน พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๕ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยเงินค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายในการสอบ พ.ศ.๒๕๕๘ และข้อ ๗ ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ เลขาธิการส านักงานศาลปกครองจึงมีค าสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิกค าสั่งส านักงานศาลปกครองที่ ๔๗๓/๒๕๖๒ เรื่อง มอบอ านาจให้ ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๒ ฯลฯ ข้อ ๑๐ ให้ผู้อ านวยการส านักบริหารทรัพย์สิน ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ ส านักงานศาลปกครอง ดังนี้ ๑) อนุมัติด าเนินการหรือสั่งการตามขั้นตอนต่าง ๆ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ภายในวงเงินไม่ เกินห้าแสนบาท ๒) อนุมัติ สั่งการ เกี่ยวกับการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การบ ารุงรักษาพัสดุ ๓) อนุมัติในเรื่องการจ าหน่ายพัสดุ ทั้งกรณีที่เป็นผลจาการตรวจพัสดุประจ าปีใน งวด ๑ ปีที่ผ่านมา และการสอบหาข้อเท็จจริง ตามข้อ ๒๑๓ และข้อ ๒๑๔ ของระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และกรณีที่พัสดุ ของส านักงานศาลปกครองเกิดการช ารุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จ าเป็นต้องใช้ในราชการ ต่อไป ก่อนมีการตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุประจ าปี ตามข้อ ๒๑๙ ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วให้รายงานการด าเนินงาน ให้เลขาธิการส านักงานศาลปกครองทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่เสร็จสิ้นการจ าหน่ายพัสดุ ฯลฯ ๒.๔ แนวคิดที่เกี่ยวข้อง ๒.๔.๑ เทคนิคการประสานงาน (Cooperation Technique) ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการประสานงาน ในทางราชการได้มีนักวิชาการให้ความหมายไว้ว่า การประสานงาน หมายถึง "การจัด ระเบียบวิธีการท างาน เพื่อให้งานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆร่วมมือปฏิบัติงานเป็นน้ าหนึ่งใจเดียว ไม่ท าให้ งานซ้อนกัน ขัดแย้งกันหรือเหลื่อมล้ ากัน ทั้งนี้เพื่อให้งานด าเนินไปอย่างราบรื่น สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และนโยบายขององค์การนั้นอย่างสมานฉันท์และมีประสิทธิภาพ" ส่วนทางธุรกิจนิยมที่จะให้ความหมายว่า การประสานงาน หมายถึง "การติดต่อ สื่อสารให้เกิดความคิดความเข้าใจตรงกันในการร่วมมือปฏิบัติงานให้สอดคล้องทั้งเวลาและกิจกรรมที่ จะต้องกระท าให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมานฉันท์เพื่อให้งานด าเนินไปอย่างราบรื่นไม่เกิดการท างาน ซ้ าซ้อน ขัดแย้งหรือเหลี่อมล้ ากัน" องค์ประกอบของการประสานงาน อาจพิจารณาองค์ประกอบที่ส าคัญ ได้ดังนี้ ๑. ความร่วมมือจะต้องสร้างสัมพันธภาพในการท างานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยอาศัย ความเข้าใจ หรือการตกลงร่วมกัน มีการรวบรวมก าลังความคิด วิธีการ เทคนิค และระดมทรัพยากร มาสนับสนุนงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เต็มใจที่จะท างานร่วมกัน


๑๐ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๒.จังหวะเวลา จะต้องปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน ตามก าหนดเวลาที่ตกลงกันให้ตรงเวลา ๓. ความสอดคล้อง จะต้องพิจารณาความพอเหมาะพอดี ไม่ท างานซ้อนกัน ๔. ระบบการสื่อสาร จะต้องมีการสื่อสารที่เข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว และราบรื่น ๕. ผู้ประสานงาน จะต้องสามารถดึงทุกฝ่ายเข้าร่วมท างาน เพื่อตรงไปสู่จุดหมายเดียวกัน ตามที่ก าหนดเป็นวัตถุประสงค์ของงาน วัตถุประสงค์ของการประสานงาน การประสานงานเกิดจากความต้องการที่จะให้งาน หรือกิจกรรมย่อย ๆ ที่จะท าเกิด ผลส าเร็จ โดยปฏิบัติอย่างสอดคล้องในจังหวะ เวลาเดียวกัน ได้ผลงานที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่ เป็นไปตามข้อก าหนด ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการปฏิบัติงาน ก่อนการประสานงานเราควรก าหนดความต้องการให้แน่ชัดว่าเราจะประสานงานให้ เกิดอะไรหรือเป็นอย่างไร หรือจะท าให้ได้ผลลัพธ์อย่างไร เพราะหากว่าไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเราก็ อาจจะประสานงานผิดไปจากที่ควรจะเป็น โดยทั่วไปเราประสานงานเพื่อให้การด าเนินงานมีความสะดวก ราบรื่นไม่เกิดปัญหาข้อขัดแย้ง แต่ในการประสานงานในแต่ละครั้งหรือในแต่ละกรณี เราประสานงาน โดยวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ ๑. เพื่อแจ้งให้ผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องทราบ ๒. เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดี ๓. เพื่อขอค ายินยอมหรือความเห็นชอบ ๔. เพื่อขอความช่วยเหลือ ๕. เพื่อขจัดข้อขัดแย้งอันอาจมีขึ้น การประสานงานกับการสร้างความร่วมมือ การประสานงานต้องการความร่วมมือ ร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เรียบร้อย และสอดคล้อง กลมเกลียวกันในจังหวะเดียวกันเพื่อให้งานบรรลุผลส าเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ การประสานงานมีค าที่มีความหมายใกล้เคียงกันอยู่อีกค าหนึ่งคือ ความร่วมมือ ข้อแตกต่าง คือความร่วมมือเป็นการช่วยเหลือด้วยความสมัครใจแม้จะไม่มีหน้าที่โดยตรง อาจจะท าเรื่องเดียวกัน ในเวลาเดียวกันหรือต่างเวลาก็ได้แม้กระทั่งอาจให้ความร่วมมือท าบางเรื่องบางเวลา แต่การประสานงาน ต้องประสานจิตใจ ความสามารถ ก าลังงานในเวลาเดียวกันเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกันด้วย การแบ่งหน้าที่กันท า และต้องการความร่วมมือจนกว่างานจะบรรลุผลส าเร็จ ความหมายของความร่วมมือ การประสานงานกับความร่วมมือ มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ความหมายแตกต่างกัน มีนักบริหารและ นักวิชาการให้ความหมายของความร่วมมือ ไว้ดังนี้ ความร่วมมือ หมายถึง ความเต็มใจของแต่ละคนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความร่วมมือ หมายถึง พฤติกรรมของบุคคลที่ท าร่วมกัน หรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อไปสู่ เป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง ความร่วมมือ หมายถึง การท างานร่วมกับคนอื่นในทางต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ขององค์การหรือหน่วยงาน ความร่วมมือ หมายถึง บุคคลในหน่วยงานหรือองค์กร ซึ่งท างานช่วยเหลือซึ่งกัน ด้วยความเต็มใจ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน


๑๑ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ลักษณะของการประสานงาน จากความหมายของการประสานงานที่กล่าวถึงข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการประสานงานมีลักษณะ ดังนี้ ๑. การประสานงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดให้งานสอดคล้องกันโดยปราศจากการขัดแย้ง ๒. การประสานงาน เป็นเรื่องซึ่งเกี่ยวกับความร่วมมือของผู้น า และผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย ๓. การประสานงานเป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ในทางจัดการ ๔. การประสานงานเป็นการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสาร 2 ทาง (Two - Way Communication) จะช่วยให้มีความเข้าใจตรงกัน ๕. การประสานงานมีอยู่ทุกระดับชั้น ของสายการบังคับบัญชาทั้งในรูปที่เป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ ๖. การประสานงานมีได้ทั้งระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ระดับเดียวกัน และระหว่างหน่วยงานที่ อยู่ต่างระดับกัน วิธีที่จะให้ได้รับความร่วมมือในการประสานงาน การประสานงานไม่ควรจะกระท าโดยใช้อ านาจสั่งการแต่อย่างเดียว ควรใช้ความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกันเป็นหลัก เพราะความมีน้ าใจต่อกัน ไว้วางใจกันจะเป็นผลให้เกิดการร่วมใจมากกว่าการใช้ อ านาจหน้าที่พยายามผูกมิตรตั้งแต่ต้นและป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ มีความ หวาดระแวงหรือกินแหนงแคลงใจกัน ให้การยอมรับซึ่งกันและกัน ไม่นินทาว่าร้ายกัน ไม่โยนความผิด ให้แก่ผู้อื่น เมื่อมีสิ่งใดจะช่วยเหลือแนะน ากันได้ก็อย่าลังเล และพร้อมจะรับฟังค าแนะน าของ ผู้เกี่ยวข้องแม้จะไม่เห็นด้วยก็อย่าแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องแจ้งให้ทราบ วิธีสร้างความร่วมมืออาจใช้แนวทางปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ชี้ให้เห็นประโยชนร่วมกัน ท าให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมีความรู้สึกต่องานตรงกันด้วย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและท าความเข้าใจถึงผลงานที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกัน การชักจูงให้ เห็นประโยชน์ของส่วนรวมอาจใช้ไม่ได้กับคนบางคน จึงต้องชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ทางอ้อมที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการประสานงานจะได้รับด้วย ๒. ผูกมิตรไมตรีต่อกัน ท าให้ผู้ปฏิบัติงานมีน้ าใจที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยวิธี ให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อให้งานบรรลุผลส าเร็จให้ จงได้และย้ าให้เห็นว่าเป็นความส าเร็จร่วมกัน ๓.แนะน ากัน ท าให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกันมีความสามารถทัดเทียมกันด้วยการพิจารณา ความสามารถของผู้ร่วมปฏิบัติในการประสานงาน ทั้งด้านความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถ เฉพาะด้านหรือความถนัดในงาน และให้ข้อแนะน าที่จะเป็นทางท าให้ผู้เกี่ยวข้องมีความสามารถใน ระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกันเพื่อจะได้ท างานไปด้วยกันได้ ๔. มีการสื่อสารที่ดีท าให้ด้วยการประสบการณ์ร่วมกันหรือสร้างสภาวะคล้ายคลึง ด้วยการร่วมกันคิด หากสามารถร่วมวางแผนปฏิบัติการด้วยกันตั้งแต่ต้นก็จะช่วยให้มีกรอบแห่ง การอ้างอิง (Frame of reference) ร่วมกันท างานอยู่ในวงประสบการณ์ที่มีสภาวะคล้ายคลึงกัน ๕. เพิ่มความใกล้ชิด ท าให้มีการพบปะหารือกันอยู่เสมอเพื่อให้ไว้วางใจกันเพราะ ความใกล้ชิดจะช่วยให้ได้และเปลี่ยนความคิดเห็นและถ่ายทอดความรู้สึกถึงกันยิ่งใกล้ชิดกันมากเท่าใด ก็จะเกิดความเข้าใจและรู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น ถ้ามีความหวังดีต่อกัน มีเจตนาที่บริสุทธิ์และจริงใจก็ จะเพิ่มความเชื่อถือไว้วางใจกันยิ่งขึ้น


๑๒ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ปัจจัยในการประสานงาน ปัจจัยที่จ าเป็นต่อการประสานงานไม่ว่าจะเป็นองค์การ หรือหน่วยงานประเภทใดมีปัจจัย ที่ส าคัญ ดังนี้ ๑. คน หมายถึง ผู้ซึ่งจะท าให้งานเป็นผลขึ้นมา การประสานงานที่แท้จริง คือการประสาน คนให้ร่วมใจร่วมก าลังงานด้วยการน าเอาความสามารถของคนมาท าให้เกิดผลงานในจุดมุ่งหมาย เดียวกัน ความสามารถของคนพิจารณาได้สองด้านคือทางด้านความรู้และด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น ผู้ประสานงานต้องมีความรู้ความสามารถและการมองการไกล มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมีทัศนคติที่ดีต่อกัน ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายเข้ากันได้ดี มีการพบปะหารือกันอยู่เสมอ ๒. เงิน หมายถึง ตัวเงินและสิ่งอื่นซึ่งสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้ ในการ ประสานงานจะต้องมีก าลังเงินสนับสนุนการปฏิบัติงาน ๓. วัสดุหมายถึง สิ่งของเครื่องมือและเครื่องใช้ต่าง ๆ ในการประสานจะต้องมีวัสดุ อุปกรณ์ช่วยในการประสานงานอย่างพอเพียง ๔. วิธีการท างาน หมายถึง การบริหารงานให้สามารถบรรลุผลส าเร็จตาม จุดประสงค์ที่ก าหนดเป็นเป้าหมายไว้ มีการก าหนดอ านาจหน้าที่ และความรับผิดชอบให้ชัดเจน มีการมอบหมายงานและการควบคุมงาน การติดต่อสื่อสารดี สิ่งที่ต้องประสาน การประสานงานนั้น มีความหลากหลายในเรื่องที่จะประสานกัน ซึ่งจะต้องพิจารณา รูปแบบของการประสานงานให้เหมาะสม โดยทั่วไปมีสิ่งที่ต้องค านึงถึงในการประสานงานในแต่ละ กรณีดังต่อไปนี้ ๑. วัตถุประสงค์ การประสานงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ต้องอาศัยความร่วมมือ และจังหวะเวลาในการปฏิบัติจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตัวอย่างเช่น งานกฎหมาย ส่วนว่าคดีของ ธนาคาร ในการเตรียมฟ้องจะต้องประสานไปยังศาล เพื่อขอเอกสารและขอความร่วมมือให้จัดท า การ์ดบัญชีมาเป็นเอกสารพยาน ตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องในการคิดค านวณดอกเบี้ย ตามกฎหมาย ในประการส าคัญจะต้องส่งมาให้ทันก าหนด เพื่อจะได้ไม่ต้องเลื่อนฟ้องและทนายความ มีเวลาตรวจสอบความถูกต้องในทางกฎหมายได้ ๒. กระบวนการ การประสานงานในเรื่องที่มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างเป็นกระบวนการ จะต้องกระท าให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเพราะงานที่มี วัตถุประสงค์ดีแต่มีการปฏิบัติผิดขั้นตอนก็จะท าให้ไม่ได้รับผลตามต้องการ ตัวอย่าง เช่น การจัดให้ พนักงานร่วมบริจาคโลหิต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นกิจกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ดี จะต้อง ด าเนินการเชิญชวนพนักงานให้ร่วมบริจาคโลหิตด้วยการประสานงานกับศูนย์รับบริจาคโลหิต สภากาชาดไทยในการก าหนดวัน เวลา และสถานที่ ให้เหมาะสม มีความสะดวกทั้งทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะอนุญาตให้พนักงานละจากหน้าที่มาบริจาคโลหิตและพนักงานผู้บริจาคเองก็สะดวกในขั้นตอนต่อไป ก็จะต้องแจ้งเชิญชวนให้พนักงานทราบก าหนดวัน เวลา และสถานที่จะต้องติดต่อขออนุญาตฝ่ายสถานที่ และขอความร่วมมือในการจัดสถานที่ล่วงหน้า ติดต่อฝ่ายอาหารเพื่อจัดเลี้ยงอาหารว่าง และเครื่องดื่ม เพื่อให้เกิดความพรักพร้อม ๓. เจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่การประสานงานระหว่างคนต้องค านึงถึงความเข้าใจและ ความรู้สึกที่ดีต่อกัน ในเบื้องต้นจะต้องมีการยอมรับระหว่างกันเพื่อจะได้มีทัศนคติที่ดีต่อกัน ความร่วมมือก็จะเกิดตามมา เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบในงานที่ต้องร่วมกันท าเป็นทีมก็จะต้องให้ ความร่วมมือกันโดยลักษะของการท างานอยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ต่างหน่วยงานกันมักจะเข้าใจว่า อยู่ต่างทีมงานกัน แท้ที่จริงผู้ซึ่งอยู่ต่างหน่วยงานกันแต่ต้องติดต่อประสานงานกันก็คือเป็นทีมงาน เดียวกันได้ ทั้งนี้จะต้องท าความเข้าใจวัตถุประสงค์ให้ตรงกันและรู้บทบาทหน้าที่ของตนในงานที่จะ


๑๓ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ประสานกัน มีความร่วมมือให้แก่กัน ตัวอย่างเช่น การประสานงานในการย้ายส านักงาน ก็จะต้องท า ความเข้าใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของสถานที่เดิมกับเจ้าหน้าที่ของสถานที่ใหม่ มีการตกลงในเรื่องวัน เวลา และชี้แจงข้อมูลอันจ าเป็นให้แก่กัน เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจและมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ๔. หน่วยงานต่อหน่วยงาน การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่อหน่วยงาน ตัวอย่าง เช่น การรับงานออกแบบจากฝ่ายศิลป์ของบริษัท ส่งให้ทางโรงพิมพ์ แก้สีท าเพลท น ากลับมา ให้ฝ่ายศิลป์ปรู๊ฟสี และส่งให้ผู้บริหารอนุมติการจัดพิมพ์และบรรจุหีบห่อให้เรียบร้อย จัดส่งให้แก่ หน่วยงานต่าง ๆ ตามก าหนดเวลาที่ได้ตกลงกันเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดส่งถึงลูกค้าต่อไป ๕. นโยบายกับวิธีปฏิบัตินโยบายถูกก าหนดขึ้นโดยฝ่ายจัดการ หรือผู้บริหารสูงสุด การปฏิบัติด้วยวิธีการใด ๆ จะต้องไม่ขัดกับนโยบายแม้จะให้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ และบรรลุ เป้าหมาย ตัวอย่าง เช่น การให้สินเชื่อของธนาคาร ซึ่งก าหนดนโยบายไว้ว่าจะไม่ส่งเสริมการสร้าง อาคารชุด เพราะถ้ามีธุรกิจอาคารชุดมากเกินความจ าเป็น เมื่อประชาชนไม่ต้องการที่อยู่อาศัยใน ลักษณะนี้ ธุรกิจก็จะไม่สามารถใช้หนี้คืนธนาคารได้ ดังนั้นสาขาของธนาคารก็จะต้องไม่ให้การอนุมัติ สินเชื่อแก่ธุรกิจอาคารชุด แม้ว่าจะเป็นวิธีการที่ท าให้ยอดวงเงินสินเชื่อเข้าเป้า ๖. นโยบายกับการปฏิบัติ มีการประสานนโยบายอันได้แก่ หลักการที่ก าหนดไว้ ล่วงหน้าเพื่อใช้เป็นกรอบหรือแนวทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องท าให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับรู้มีความเข้าใจ และปฏิบัติได้ถูกต้องตรงกัน เป็นการประสานนโยบายกับการปฏิบัติ ๗. การปฏิบัติกับการปฏิบัติในการประสานงานใด ๆ จะมีการปฏิบัติหลายกิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมก็จะด าเนินไปในแนวทางที่จะให้เกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด แต่ถ้าไม่มีการประสานการปฏิบัติก็อาจจะไม่สอดคล้องกัน และไม่ถูกจังหวะเวลาเป็นผลให้งานโดย ส่วนรวมเสียหายได้ ทั้งนี้จะต้องประสานวัตถุประสงค์และนโยบายตามแผนงานโดยพิจารณาถึงระเบียบ วิธีปฏิบัติงานการใช้เวลา วัสดุอุปกรณ์ ก าลังคน ก าลังเงิน และวิธีการสื่อสาร ผู้เกี่ยวข้องในการท างานร่วมกันควรมีสิ่งที่จะยึดถือเป็นแนวปฏิบัติดังนี้ ๑. เต็มใจที่จะติดต่อกับผู้อื่นก่อน ๒. แสดงความมีน้ าใจต่อผู้อื่นก่อน สร้างสัมพันธ์ที่ดี มีความไว้วางใจกัน ๓. ฟังผู้อื่นพูดให้มาก ๔. หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง ๕. ซักซ้อมการท างานให้เข้าใจวัตถุประสงค์ตรงกัน ๖. ท าความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติและจังหวะเวลาให้รับกัน ๗. เสริมสร้างมิตร ไมตรี และความเป็นกันเอง ๘. ติดต่อตามสายงาน และช่องทางการสื่อสารที่ถูกต้อง ๙. ไม่รับการติดต่อในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาหน่วยงานอื่น ๒.๔.๒ เทคนิคการเจรจาต่อรอง (Negotiation) ความหมายของการเจรจาต่อรอง การเจรจาต่อรอง หมายถึง การเสนอต่อกันและกัน เพื่อหาข้อยุติที่แน่นอนและ ชัดเจนโดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีประโยชน์ที่ร่วมกัน และขัดแย้งกัน


๑๔ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง การเจรจาต่อรอง หมายถึง กระบวนการของบุคคลที่ต้องการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี เพื่อให้เกิดการประนีประนอม พยายามหาข้อตกลงที่ยอมรับได้ของคู่สนทนาทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีการเสนอ ข้อแลกเปลี่ยนซึ่งน าผลประโยชน์มาให้ทั้ง 2 ฝ่าย (win-win) และรู้สึกดีเห็นพ้องกันทั้ง 2 ฝ่าย เจรจาต่อรองอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ 1. ต้องเจรจาอย่างเป็นระบบ 2. ศึกษาคู่เจรจาต่อรอง คาดเดาความต้องการของคู่เจรจา 3. ควรเตรียมการล่วงหน้า วางกรอบการเจรจาต่อรองในเชิงบวก 4. เน้นย้ า เปิดกว้างที่จะรับฟังผลประโยชน์และเน้นผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย 5. เมื่อเริ่มการเจรจาต่อรองให้พูดและฟังตามปกติ 6. ต้องค านึงถึงการมีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตนด้วย 7. มีไหวพริบทั้งการโน้มน้าวใจ การจูงใจ การฟัง ตั้งค าถามการตอบค าถาม 8. มีความเหมาะสมและสามารถยืดหยุ่นได้ซึ่งน าผลประโยชน์มาให้ทั้ง 2 ฝ่าย(win-win) 9. ปิดท้ายด้วยการสรุป แม้จะไม่สามารถตกลงระหว่าง 2 ฝ่ายแต่ควรจากกันด้วยดี การเตรียมตัวก่อนการเจรจาต่อรอง 1. อะไรที่เราต้องการ 2. คู่เจรจาอยากได้อะไร 3. เหตุผลที่จะสนับสนุนข้อเสนอของเรา 4. เวลาที่เหมาะสมที่จะยอมลดเงื่อนไข 5. ใช้อะไรมาโน้มน้าวจิตใจอีกฝ่าย 6. มีค าถามอะไรบ้างที่จะถูกถาม 7. เราจะตอบค าถามเหล่านั้นได้อย่างไร 8. อะไรบ้างที่จะถูกขอ 9. อะไรบ้างที่ยอมได้และอะไรบ้างที่ยอมไม่ได้ 10. วิเคราะห์อ านาจต่อรองของอีกฝ่าย 11. หาทางเลือกไว้หลาย ๆ ทาง 12. มีวิธีการอะไรที่คู่เจรจาจะยอมรับ หนทางสู่การเจรจาต่อรองที่เป็นเลิศ 1. ขั้นตอนก่อนการเจรจา - ข้อมูลต้องชัดเจน ถูกต้องและเพียงพอ - ต้องศึกษาคู่เจรจา - การเลือกผู้เจรจาที่เหมาะสม คุณลักษณะเด่นของผู้เจรจาต่อรอง 1. ด้านบุคลิกลักษณะ 2. ด้านอารมณ์ 3. ด้านนิสัย 4. ด้านความสามารถ


๑๕ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง 5. ด้านการเป็นผู้ฟังที่ดี 2. ขั้นตอนระหว่างเจรจา - จัดการด้านอารมณ์ของตน - จัดการด้านอารมณ์ของคู่เจรจา - จัดการกับการถกเถียง ยืนกรานหรือเผชิญหน้ามาเป็นการร่วมมือ - ทักษะการเจรจามีความสัมพันธ์กับทัศนคติ ทักษะที่จ าเป็นที่ต้องใช้ในการเจรจาต่อรอง - การโน้มน้าวใจ การจูงใจ - การฟัง - วัจนภาษาและอวัจนภาษา - เทคนิคการตอบ - เทคนิคการถาม ข้อพึงระวังในการเจรจาต่อรอง 1. การเตรียมการไม่เพียงพอ 2. เมินเฉยกับการให้และรับรู้ 3. ใช้พฤติกรรมข่มขู่ 4. ขาดความอดทน 5. อารมณ์เสีย 6. พูดมากเกินไป พูดน้อยเกินไป 7. โต้เถียงแทนการจูงใจ 8. เฉยเมยกับความขัดแย้ง ๒.๔.๓ หลักการวางแผน (Planning) ความหมายของการวางแผน หน่วยงานทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชนจ าเป็นต้องมีปัจจัยที่มีความส าคัญที่จะท า ให้การด าเนินงานของหน่วยงานประสบผลส าเร็จตามเป้าหมาย สามารถด าเนินงานได้สอดคล้องกับ กระบวนการท างาน รวมทั้งทราบรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการ ระยะเวลาของการท างานนั้น ๆ หากเกิดข้อผิดพลาดจะสามารถทราบได้ทันทีว่าเกิดจากสาเหตุอะไรและสามารถท าการแก้ไข ได้ทันท่วงทีที่เกิดการผิดพลาดในกระบวนการท างาน ไม่ก่อให้เกิดการเสียเวลา รวมทั้งสามารถ ตรวจสอบการท างาน และก าหนดแนวทางการท างานในอนาคตได้เพื่อความส าเร็จของหน่วยงาน ปัจจัยดังกล่าว เรียกว่า “การวางแผน (Planning)” มาจากค าในภาษาละตินว่า “Planum” ซึ่งได้มี ผู้ให้ความหมายของการวางแผนไว้ อุทัย บุญประเสริฐ (2538 : 19) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนเป็นกิจกรรมที่ คาดหวังว่าจะต้องปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลจากการค้นหาและก าหนดวิธีท างานในอนาคตเพื่อให้บรรลุ จุดมุ่งหมาย บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ก าหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อ หน่วยงานและหน่วยงานมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าจะมีการท าอะไร ท าที่ไหน เมื่อใด ให้ใครท า ท าอย่างไร และให้รายละเอียดอื่น ๆ ที่จ าเป็นช่วยให้การปฏิบัติงานลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ


๑๖ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง วิโรจน์ สารรัตนะ (2539 : 35-36) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนเป็น กระบวนการตัดสินใจเพื่อก าหนดวัตถุประสงค์และแนวทางการกระท าไว้ล่วงหน้า เพื่อให้บุคคล ในองค์การปฏิบัติตามให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ อนันต์ เกตุวงศ์ (2541 : 3-4) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนก็คือการตัดสินใจ ล่วงหน้าในการเลือกทางเลือกเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์หรือวิธีการกระท า โดยทั่วไป จะเป็นการตอบค าถามต่อไปนี้ คือ จะท าอะไร (What) ท าไมจึงต้องท า (Why) ใครบ้าง ที่จะเป็นผู้กระท า (Who) จะกระท าเมื่อใด (When) จะกระท ากันที่ไหนบ้าง (Where) และจะกระท ากันอย่างไร (How) Simmons (อ้างถึงใน ธงชัย สันติวงษ์. 2540 : 138) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผน หมายถึง (1) ความหมายในแง่ของงานที่ต้องปฏิบัติของผู้บริหารแต่ละคน คือ การก าหนด วัตถุประสงค์ การจูงใจและสื่อความ การวัดผล และการพัฒนาบุคคล (2) ความหมายที่มีขอบเขต กว้างกว่าที่คลุมถึงการบริหารทั้งหมด คือ กระบวนการบริหารที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมถึงทุกกิจกรรม ของงาน และมุ่งสู่อนาคต Wohlstetter (อ้างถึงใน อนันต์ เกตุวงศ์. 2541 : 2) ให้ค าอธิบายความหมายของ การวางแผนไว้แตกต่างออกไปจากท่านอื่นๆ โดยให้ความหมายถึงวิธีการที่จ าเป็นของการท าให้ การตัดสินใจก้าวหน้า และเป็นสิ่งที่จะต้องมีอยู่ก่อนการกระท า การวางแผนจะต้องหาค าตอบ 2 ประการนี้ให้ได้ คือ 1) ความมุ่งหมายขององค์การหรือแผนงานคืออะไร 2) อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด จะท าให้บรรลุผลส าเร็จของความมุ่งหมายนั้น ยิ่งกว่านั้นยังเน้นอีกต่อไปว่าการวางแผนเป็นเรื่องที่ต้อง ท าอย่างต่อเนื่อง ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ และสามารถท านาย การเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ จากความหมายของการวางแผน สรุปได้ว่า การวางแผน (Planning) หมายถึง กระบวนการในการก าหนดทิศทาง เป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตขององค์การ หรือหน่วยงานโดยเลือกวิธีท างานที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้บรรลุผลตามที่ต้องการภายใน เวลาที่ก าหนด และการวางแผนนั้นจะพิจารณาในประเด็นที่ส าคัญ 3 ประการ คือ 1) จุดหมาย ปลายทาง (คืออะไร) 2) วิธีการด าเนินงาน (ท าอย่างไร) และ 3) ระยะเวลา (เสร็จสิ้นเมื่อไร) ความส าคัญของการวางแผน การวางแผนเป็นงานหลักและส าคัญในการบริหารของหน่วยงานในทุกระดับ เนื่องจากเป็นตัวก าหนดทิศทาง เป้าหมาย วิธีด าเนินการ ที่จะท าให้หน่วยงานด าเนินงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการภายในเวลาที่ก าหนด การด าเนินงานจะประสบ ผลส าเร็จมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการวางแผน หากวางแผนดีก็เท่ากับด าเนินงานส าเร็จไปแล้ว กว่าครึ่ง ดังนั้น การวางแผนจึงมีความส าคัญต่อการด าเนินงาน ดังนี้ 1. การวางแผนเป็นหน้าที่อันดับแรกของผู้บริหาร 2. การวางแผนเป็นแนวทางปฏิบัติที่ส าคัญ ผู้ปฏิบัติตามแผนสามารถศึกษาเรียนรู้ วิธีการ ขั้นตอน และกระบวนการท างานได้จากแผนก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ 3. แผนและการวางแผนเป็นตัวก าหนดทิศทางและความรู้สึกในเรื่องของความมุ่ง หมายส าหรับองค์การให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รู้ แผนเป็นกรอบส าหรับการตัดสินใจให้ผู้ปฏิบัติได้อย่างดี จึงสามารถป้องกันมิให้มีการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาแต่ละครั้งไปเท่านั้นด้วย 4. แผนและการวางแผนจะช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน มองไปในอนาคต และ เห็นโอกาสที่จะแสวงหาประโยชน์หรือกระท าการต่าง ๆ ให้ส าเร็จตามความมุ่งหมายได้ ทั้งยังมองเห็น ปัญหาอุปสรรคและภัยคุกคามต่างๆ เพื่อจะหาทางป้องกัน ตลอดจนลดภาวะความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ด้วย


๑๗ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง 5. การตัดสินใจที่มีเหตุผลในการวางแผนนั้น จะมีการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีเวลาพอที่จะใช้ทั้งหลักทฤษฎี แนวความคิด และหลักการ ประกอบกับตัวเลขสถิติและ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาตัดสินใจ จึงท าให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม มีเหตุผลและเป็นประโยชน์ตามต้องการ 6. การวางแผนในเรื่องของการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการก าหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายตามความต้องการ กิจกรรมต่างๆ ที่จะต้องกระท าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ บังเกิดผลตามเป้าหมายนั้น ๆ จะต้องได้รับการพิจารณา การตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ทั้งวิธีการ กระบวนการ ขั้นตอนของการกระท า ทรัพยากรที่ต้องใช้ เวลา สถานที่และการควบคุมดูแลการท างาน 7. การวางแผนมีส่วนช่วยให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้มาก 8. การวางแผนเป็นตัวน าในการพัฒนา ประโยชน์ของการวางแผน การวางแผนมีประโยชน์ส าคัญหลายประการทั้งต่อผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติ รวมทั้งผู้ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ 1. ป้องกันมิให้เกิดปัญหาและความผิดพลาด หรือลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นใน การปฏิบัติงานในอนาคต 2. ท าให้หน่วยงานมีกรอบหรือทิศทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนว่าจะท าอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และใครท า ท าให้นักบริหารมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานให้บรรลุผลส าเร็จได้ง่าย 3.ช่วยให้เกิดการประหยัดทรัพยากรทางการบริหาร เช่น คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ เวลา ฯลฯ 4. ช่วยให้การปฏิบัติงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพราะมีแผนเป็นแนวทาง “เปรียบเสมือนเรือที่มีหางเสือ” 5. ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นระบบ นักบริหารสามารถควบคุม ติดตามการ ปฏิบัติงานได้ง่าย ประเภทของแผน การจ าแนกประเภทของแผน ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานที่น ามาใช้ในการจ าแนกและ จัดแบ่งประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานและง่ายต่อการท าความเข้าใจ การวางแผน อาจจ าแนกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป การจ าแนกประเภทของแผน ที่ส าคัญ ๆ มีดังนี้ 1. จ าแนกตามระดับหน่วยงาน เป็นแผนซึ่งระบุถึงระดับหน่วยงานที่ก าหนดแผนและก าหนดวิธีการในการปฏิบัติ ตามแผน แผนประเภทนี้ได้แก่ แผนระดับชาติ แผนระดับกระทรวง แผนระดับกรม แผนระดับจังหวัด แผนระดับเขตพื้นที่การศึกษา แผนระดับโรงเรียน เป็นต้น 2. จ าแนกตามวัตถุประสงค์ หรือ เป้าหมาย เป็นแผนซึ่งจัดท าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายโดยเฉพาะ เช่น แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนพัฒนาชนบท แผนพัฒนาแหล่ง อุตสาหกรรมภาคตะวันออก เป็นต้น 3. จ าแนกตามระยะเวลา แผนประเภทนี้ อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้


๑๘ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง 3.1 แผนระยะสั้น (Short-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาด าเนินการ ประมาณ 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี เช่น แผนปฏิบัติการประจ าปี (Action Plan or Operation Plan) ในแผนจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการด าเนินการ สถานที่ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ การวางแผน ระยะสั้นอาจท าในรูปของแผนงาน (Program) หรือ โครงการ (Project) ซึ่งมีกิจกรรมไม่สลับซับซ้อน 3.2 แผนระยะปานกลาง (Intermediate-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลา ในการด าเนินการตั้งแต่ 3 - 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี เป็นต้น 3.แผนระยะยาว (Long-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาในการด าเนินการ มากกว่า 5 ปี ขึ้นไป ในแผนจะก าหนดขอบเขตแนวทางไว้กว้าง ๆ เช่น แผนการศึกษาแห่งชาติ 15 ปี เป็นต้น อนึ่ง อาจไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนเป็นมาตรฐานสากลส าหรับก าหนดประเภทของ แผนดังกล่าวข้างต้น แต่ระยะเวลาที่ดีที่ถูกต้องในการจ าแนกประเภทของแผนดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับ “หลักความผูกพัน” (Commitment Principle) ซึ่งได้กล่าวโดยสรุปว่า “ระยะเวลาในการก าหนดแผน การปฏิบัติงาน ควรให้เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของงานที่ต้องกระท าและเป็นระยะ เวลา ที่เพียงพอกับความผูกพันอันเกี่ยวข้องกับผลของการตัดสินใจในการกระท าตามแผนนั้น” นอกจากนั้นแผนทั้ง 3 ประเภท จะต้องประสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การก าหนด แผนระยะสั้นหรือระยะปานกลางโดยไม่ค านึงถึงแผนระยะยาว ย่อมมีผลเสียหายมากกว่าที่จะได้ผลดี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าแผนระยะสั้น หรือระยะปานกลาง อาจเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีแผนระยะยาว และในท านองเดียวกันแผนระยะยาวอาจไม่ประสบกับผลส าเร็จ หากไม่มีแผนระยะสั้นหรือระยะปานกลาง ช่วยสนับสนุน 4. จ าแนกตามลักษณะการใช้ โดยปกติองค์การหรือหน่วยงานต่าง ๆ จะมีแผนที่ใช้อยู่ 2 ประเภท คือ 4.1 แผนที่มีวัตถุประสงค์เดียว (Single - Purpose planning) เป็นแผนที่ใช้ ส าหรับเป็นแนวทางในการปฏิบัติเฉพาะงานหรือเฉพาะความรับผิดชอบหรือเป็นไปตามสภาวการณ์ ครั้นเมื่องานส าเร็จลุล่วงไปแล้วหรือสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงไป แผนนั้นก็จะถูกยกเลิกไม่ใช้อีกต่อไป หรืออาจเรียกว่า “แผนชั่วคราว” เช่น แผนลดค่าเงินบาท แผนป้องกันน้ าท่วม โครงการแพทย์ อาสาสมัครเคลื่อนที่และอื่น ๆ เป็นต้น 4.2 แผนที่ใช้อย่างต่อเนื่อง (Continuous – Use Planning) เป็นแผนที่ใช้ ส าหรับเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องและเป็นประจ าด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน แม้จะมี ผลกระทบต่าง ๆ เกิดขึ้นในขณะด าเนินงาน แผนชนิดนี้จะไม่เปลี่ยนโครงสร้างแต่จะปรับปรุง รายละเอียดให้สามารถด าเนินการต่อไปได้หรืออาจเรียกได้ว่า “แผนถาวร” หรือ “แผนงานหลัก” ได้แก่นโยบายต่าง ๆ เช่น นโยบายการพัฒนาชนบท นโยบายการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ นโยบายการลดอัตราการเกิด เป็นต้น


๑๙ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง 5. จ าแนกตามระดับการบริหารงานหน่วยงาน แผนประเภทนี้ อาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้ 5.1 แผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) เป็นแผนที่ถูกจัดท าขึ้นโดยผู้บริหาร ระดับสูง เพื่อให้สอดคล้องกับเป็นหมายกลยุทธ์ของหน่วยงานแล้วประสานไปยังผู้บริหารระดับกลาง และระดับล่าง ท าให้การวางแผนกลยุทธ์มีลักษณะการบริหารแบบลงล่าง (Top - Dow Planning) ที่ผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทส าคัญที่สุด การวางแผนกลยุทธ์จะกล่าวถึงขอบเขตกว้าง ๆ ของการจัด กิจกรรมของหน่วยงาน ซึ่งต้องครอบคลุมทรัพยากรทั้งหมดที่หน่วยงานมีอยู่ตลอดจนการพยากรณ์ สภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เป้าหมายของการวางแผนกลยุทธ์ โดยทั่วไปจะมุ่งเน้นให้ หน่วยงานเจริญเติบโตและด ารงอยู่ได้ในอนาคต กับการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ด าเนินงานของหน่วยงาน 5.2 แผนยุทธวิธี (Tactical Planning) เป็นแผนที่เกิดจากการกระท าร่วมกัน ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับผู้บริหารระดับกลางเพื่อให้หน่วยงานธุรกิจก้าวไปสู่ผลส าเร็จที่วางไว้ ซึ่ง เป็นไปตามเป้าหมายยุทธวิธีและสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ แผนยุทธวิธี จะมีลักษณะเฉพาะเจาะจง และเป็นกิจกรรมที่ต้องกระท าโดยหน่วยงานย่อยซึ่งอยู่ภายในหน่วยงาน การวางแผนยุทธวิธีต้องอยู่ ภายใต้ขอบเขตก าหนดของแผนกลยุทธ์ แต่แผนยุทธวิธีจะท าหน้าที่ในการผสมผสานสอดคล้อง ระหว่างแผน กลยุทธ์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยผู้บริหารระดับสูง กับแผนปฏิบัติการ ซึ่งเป็นแผนระดับล่าง และมักเป็นแผนระยะสั้นเข้าด้วยกันโดยเน้นให้ครอบคลุมในสิ่งที่มีความส าคัญทั้งหมด เช่น ค่าใช้จ่าย รายได้ เวลา และเครื่องมือเครื่องใช้ 5.3 แผนปฏิบัติการ (Operational Plans) ใช้อธิบายเป้าหมายในการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานในลักษณะที่เป็นหน้าที่เฉพาะของหน่วยงาน หรือมีลักษณะที่เป็นงานที่ต้องท าเป็น ประจ าวันต่อวัน การวางแผนปฏิบัติการเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับล่างที่จะต้องกระท าตาม เป้าหมายปฏิบัติการ และให้สอดคล้องกับแผนยุทธวิธี และแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการจึงมีลักษณะ การวางแผนระยะสั้น ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่าง ๆ ภายในหน่วยงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผู้บริหาร สามารถควบคุมได้ 6. การจ าแนกแผนตามหน้าที่ด าเนินงาน การวางแผนโดยจ าแนกตามหน้าที่ด าเนินงาน สามารถจ าแนกแผนออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่ 6.1 แผนแม่บท (Master Plan) เป็นแผนที่เกิดจากการรวมแผนทั้งหมดภายใน หน่วยงานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างโดยรวมของการปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน และ ใช้เป็นแม่แบบในการวางแผนระดับรองลงไปของกิจการ 6.2 แผนหน้าที่ (Functional Plan) เป็นแผนที่ถูกวางขึ้นเพื่อเฉพาะเจาะจงใช้ กับกลุ่มงาน แผนปฏิบัติงานจะเป็นแผนย่อยที่อยู่ในแผนใหญ่ที่เรียกว่าแผนแม่บท แผนปฏิบัติงานจะ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติทราบว่า หน่วยงานจะต้องท าอะไร ท าอย่างไร และท าเพื่ออะไร ตลอดจนแสดง


๒๐ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง เป้าหมายสุดท้ายที่คาดหวัง เมื่อปฏิบัติตามแผนทุกอย่างหมดแล้ว การจ าแนกการวางแผนตามหน้าที่ นี้ สามารถจ าแนกแผนย่อยออกได้เป็นแผนด้านบุคลากร แผนด้านการผลิต แผนด้านการตลาดและ แผนด้านการเงิน 6.3 แผนงานโครงการ (Project) เป็นแผนที่หน่วยงานท าขึ้นเพื่อตอบสนอง นโยบาย เกี่ยวกับกิจกรรมใหญ่ของหน่วยงานเฉพาะครั้ง (เป็นกิจกรรมที่นาน ๆ ท าที มิใช่ท าเป็น ประจ าสม่ าเสมอ) ซึ่งต้องใช้ปัจจัยเป็นจ านวนมาก จากหน่วยงานต่าง ๆ หลาย ๆ หน่วยงาน การวางแผนงานโครงการจะช่วยให้หน่วยงานย่อยแต่ละหน่วยงานรู้หน้าที่ และความรับผิดชอบ ของตนมีการประสานสัมพันธ์อันดี ซึ่งจะท าให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.4 แผนสรุป (Comprehensive Plan) เป็นแผนที่จัดท าขึ้นเพื่อสรุปรวมแผน หน้าที่ตลอดจนแผนงานโครงงานที่หน่วยงานกระท า โดยอาจจ าแนกเป็นหมวดหมู่ หรือจ าแนกตาม ขอบเขตของงานหรือระดับความซับซ้อนในการปฏิบัติ เพื่อให้ง่ายต่อการท าความเข้าใจ การวางแผน ประเภทนี้ จะเห็นได้ชัดในการวางแผนบริหารประเทศของรัฐบาล ตัวอย่างเช่น แผนสาธารณสุข แผนการจัดการศึกษา เป็นต้น 6.5 แผนกิจกรรม (Activity Planning) เป็นแผนที่จัดท าขึ้นเพื่อแสดงให้เห็น ตารางเวลาของการปฏิบัติงาน (Schedule) แผนกิจกรรมจะแสดงให้เห็นว่า แต่ละหน่วยงานย่อยใน หน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการด าเนินกิจกรรมอะไร ในช่วงเวลาใดบ้าง กิจกรรมนั้นจะเริ่มต้น เมื่อไร และจะต้องด าเนินกิจกรรมต่อเนื่องกับหน่วยงานใดบ้างหรือไม่ เพื่อให้งานนั้นแล้วเสร็จ บรรลุผลส าเร็จ ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ 7. จ าแนกตามความถี่ของการน าแผนไปใช้ การจ าแนกประเภทของแผนวิธีนี้ จะแบ่งแผนออกได้ เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 7.1 แผนหลัก (Standing Plan) (หรืออาจเรียกได้ว่าแผนยืนพื้น แผนถาวร หรือ แผนประจ า) เป็นแนวคิด หลักการ หรือแนวทางปฏิบัติในการกระท ากิจกรรมบางอย่างภายใน หน่วยงาน ซึ่งต้องมีการกระท าซ้ าบ่อย ๆ แผนหลักหรือแผนประจ านี้ จะถูกน ามาใช้ได้หลาย ๆ ครั้ง โดยไม่มีการก าหนดอายุ (ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์ทั้งภายในและภายนอกเป็นเกณฑ์) แผนหลักหรือแผนประจ าจึงต้องเป็นเครื่องมือส าหรับผู้บริหารในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาระหว่าง ฝ่ายต่าง ๆ 7.2 แผนใช้เฉพาะครั้ง (Single – Use Plan) หมายถึง แผนที่เตรียมขึ้นอย่าง เฉพาะเจาะจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก (onetime Goal) เมื่อบรรลุผลตามที่ก าหนดแล้วจะเลิกใช้แผนนั้น ๆ แต่ถ้าสถานการณ์เอื้ออ านวยจะน ากลับมาใช้ใหม่ อีกก็ได้


๒๑ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๒.๔.๔ ความละเอียดรอบคอบในการด าเนินงาน ความรอบคอบ (อังกฤษ: Prudence) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในคุณธรรมพื้นฐานสี่ ประการที่ควรเคารพ มาจากค าในภาษาฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ว่า prudence มาจากภาษา ละตินว่า prudential สายตาอันกว้างไกล ความหลักแหลม อันเป็น providential foresight มันยัง ถูกจัดรวมกับ ความรอบรู้ ความเข้าใจลึกซึ้ง และสติปัญญา ในกรณีนี้ มันเป็นความดีที่สามารถตัดสิน ระหว่างคุณความดีกับพฤติกรรมความดีได้ ไม่เพียงแต่จากความรู้สึกโดยทั่วไป แต่ด้วยการพิจารณา ไปถึงการกระท าที่ถูกต้องทั้งสถานที่และกาลเวลาด้วย ถึงแม้ว่าความรอบคอบเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถประกอบกับการกระท าใด ๆ ได้ แต่ถูกเกี่ยวข้องเป็นหนึ่งเดียวกับสติปัญญา เนื่องจากคุณ ความดีทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การวางระเบียบของมัน ความรอบคอบจะมีความจ าเป็นต้องใช้กับ ความกล้าหาญ ปัจจัยที่น าไปสู่ความรอบคอบที่สมบูรณ์ - Memorial ความทรงจ าที่เที่ยงตรง นั่นคือ ความทรงจ าที่แท้จริง - Intelligentsia ความเข้าใจในหลักธรรมแรก - Docilitas การใช้ประสบการณ์และข้อมูลจากบุคคลอื่นมาช่วยในการตัดสินใจ - Shrewdness การให้ขนาดของบุคคลหนึ่งอย่างรวดเร็ว - Discursive reasoning การค้นหาและเปรียบเทียบความเป็นไปได้ที่แตกต่างกัน - Providentia : Foresight ความสามารถที่จะวิเคราะห์ - Circumspectionความสามารถในการรวมเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว - Caution การบรรเทาความเสี่ยง การตัดสินด้วยความรอบคอบ ตามหลักธรรมะ "การตัดสินที่สามารถน าไปปฏิบัติได้จริง" นั้นต้องดูกรณีแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย เพื่อให้เกิดการกระท าที่ถูกต้อง โดยทั่วไปแล้ว มันถูกใช้ ในสถานการณ์ที่คนสองคนนั้นมีสถานการณ์แวดล้อมที่มีน้ าหนักแตกต่างกัน และตามหลักจรรยาแล้ว ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ๒.๔.๕ ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ (Microsoft Office) ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ (อังกฤษ: Microsoft Office) เป็นชุดโปรแกรมส านักงาน พัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และแอปเปิล แม็คอินทอช ไมโครซอฟท์ออฟฟิศยังมีการส่งเสริมให้ใช้บริการผ่านระบบเครื่องแม่ข่าย (Server) และ บริการผ่านหน้าเว็บ (Web Based) ในรุ่นใหม่ ๆ ของไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ เราจะเรียกมันว่า ระบบ ส านักงาน (Office system) แทนแบบเก่าคือ ชุดโปรแกรมส านักงาน (Office Suite) ซึ่งการเรียกว่า ระบบส านักงานจะรวมการท างานกับเครื่องแม่ข่ายเอาไว้ด้วย ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเรื่อง "ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007" ที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าจอ การใช้งาน (User Interface) และ รูปแบบไฟล์แบบ XML เป็นหลัก รุ่นเสถียรล่าสุด คือไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2007 ซึ่งออกจ าหน่ายในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2550


๒๒ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ออฟฟิศรุ่นแรก เกิดขึ้นราวยุค 90 เมื่อออฟฟิศออกสู่ตลาด ท าให้เข้ามาแบ่งส่วน ตลาดส่วนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย จุดขายหลักของ ออฟฟิศคือราคาที่ถูกกว่า และสามารถเลือกซื้อ เฉพาะที่ต้องการได้อีกด้วย โดยรุ่นแรกของออฟฟิศ ประกอบไปด้วย เวิร์ด เอกเซล และพาวเวอร์ พอยท์ และยังมีรุ่น "โปร (PRO)" ที่จะรวม แอคเซส และ สเคสดูลพลัส เข้าไปด้วย รุ่นของ Microsoft Office ที่เป็นที่รู้จักในตลาดซอฟท์แวร์ อาทิ Office 2010, Office 2007, Office 2003, Office XP, Office 2000, Office 95 ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศ Windows Live Hotmail โดย Chris Jones รองประธานฝ่ายองค์กรของไมโครซอฟท์ ในงานแถลงข่าวที่ซานฟรานซิสโก [2553] ว่าบริการใหม่ ช่วยแชร์ภาพถ่าย (Photo Sharing) การจัดการเอกสารไมโครซอฟท์ออฟฟิศ (MS Office documents) สามารถพรีวิวอัตโนมัติ (auto-preview) โดยไม่ต้องออกจาก Inbox สามารถแชร์ภาพ ผ่าน SkyDrive ในบริการ Cloud ของไมโครซอฟท์ รวมถึงความสามารถในการวิว แก้ไข และแชร์ เอกสารไมโครซอฟท์ออฟฟิศ แม้ว่าภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้จะไม่ได้ติดตั้ง MS Office ไว้ก็ตาม ไมโครซอฟท์ เวิร์ด Microsoft Word เป็นโปรแกรมประมวลค าเพื่อการค้า ออกแบบโดยไมโครซอฟท์ เปิดตัวเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1983 ภายใต้ชื่อ มัลติ-ทูล เวิร์ด ส าหรับระบบปฏิบัติการXenixโดยมีเวอร์ชันอื่น ๆ ออกมาอีกภายหลังเพื่อท างานเขียนส าหรับแพลตฟอร์มอื่น ๆ อาทิเช่น ไอบีเอ็มพีซีรันบนดอส (1983), แอปเปิล แมคอินทอช (1984), เอที&ที Unix PC (1985), Atari ST (1986), SCO UNIX, โอเอส/2, และไมโครซอฟท์ วินโดวส์ (1989) โดยเป็นองค์กอบหนึ่งของซอฟต์แวร์ระบบ ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายแยกต่างหาก และรวมอยู่ในไมโครซอฟท์ เวิร์ก สูท เวอร์ชันปัจจุบัน คือ ไมโครซอฟท์ เวิร์ด 2016 ส าหรับวินโดว์ และ 2016 ส าหรับแมค (Microsoft Office 2016 for Mac) นอกจากนี้ยังมีใน Word Mobile ซึ่งเป็น freeware ในกลุ่ม ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส โมบายล์ ในระบบปฏิบัติการ Windows 10, Windows Phone, iOS และ Android ส่วนประกอบ - มีระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ช่วยในการท างานสะดวกขึ้น เช่น การตรวจค าสะกด การใส่ข้อความ อัตโนมัติ เป็นต้น - สามารถใช้ Word สร้างตารางที่สลับซับซ้อนย่างไรก็ได้ - สามารถใช้สร้างจดหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถก าหนดให้ผู้วิเศษ (Wizard) ใน Word สร้างแบบฟอร์มของจดหมายได้หลายรูปแบบตามต้องการ - ตกแต่งเอกสารได้ง่ายและรวดเร็วสามารถตกแต่งเอกสารหรือเพื่อความสะดวกจะ ให้ Wordตกแต่งให้ก็ได้โดยที่สามารถเป็นผู้ - ก าหนดรูปแบบของเอกสารเอง - สามารถแทรกรูปภาพ กราฟ หรือผังองค์กรลงในเอกสารได้ - เป็นโปรแกรมที่ท างานบนวินโดว์ ดังคุณสมบัติต่าง ๆ ของวินโดว์จะมีอยู่ใน Word ด้วย เช่น สามารถย่อขยายขนาดหน้าต่างได้สามารถเรียกใช้รูปแบบอักษรที่มีอยู่มากมายในวินโดว์ได้ - ความสามารถในการเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่น ๆ ในชุดโปรแกรม Microsoft Office สามารถโอนย้ายข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างโปรแกรมได้ เช่น สามารถดึงข้อมูลใน Excel มาใส่ใน Word ได้


๒๓ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง - อยากทราบอะไรเกี่ยวกับ Word ถามผู้ช่วยเหลือที่มีชื่อว่า " Office Assistance" ตลอดเวลาขณะที่ใช้งาน Word - สร้างเอกสารให้ใช้งานในอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่าย ๆ จากที่กล่าวมานี้เป็นเพียง ความสามารถบางส่วนของ Microsoft Word เท่านั้น รายละเอียดอื่น ๆ จะขอกล่าวถึงในภายหลัง โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด ( MicrosoftWord) สามารถท างานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานประมวลค าได้ดังนี้ ๑. สามารถพิมพ์และแก้ไขเอกสาร ๒. สามารถลบ โยกย้าย และส าเนาข้อความ ๓. สามารถพิมพ์ตัวอักษรประเภทต่าง ๆ 4. สามารถขยายขนาดตัวอักษร 5. สามารถจัดตัวอักษรให้เป็นตัวหนา ตัวเอียง และ ขีดเส้นใต้ได้ 6. สามารถใส่เครื่องหมายและตัวเลขล าดับหน้าหัวข้อ 7. สามารถแบ่งคอลัมน์ 8. สามารถตีกรอบและแรเงา 9. สามารถตรวจการสะกดและแก้ไขให้ถูกต้อง 10. สามารถค้นหาและเปลี่ยนแปลงข้อความที่พิมพ์ผิด 11. สามารถจัดข้อความในเอกสารให้พิมพ์ชิดซ้าย ชิดขวาและกึ่งกลางบรรทัด 12. สามารถใส่รูปภาพในเอกสาร 13. สามารถประดิษฐ์ตัวอักษร 14. สามารถพิมพ์ตาราง 15. สามารถพิมพ์จดหมายเวียน ซองจดหมายและป้ายผนึก ไมโครซอฟท์ เอกซ์เซล Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทตารางการค านวณ (สเปรดชีต) พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นโปรแกรมหนึ่งในชุดไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ส าหรับจัดการและค านวณข้อมูลในรูปแบบตาราง อีกทั้งสามารถจัดท ากราฟ แผนภูมิเพื่อแสดงผลข้อมูลได้ โดยเวอร์ชันล่าสุดคือ ไมโครซอฟท์ เอกซ์เซล 2016 (Microsoft Excel 2016) ไมโครซอฟท์ เอกซ์เซล เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมในด้านการการค านวณทาง คณิตศาสตร์โดยใช้ฟังก์ชันพื้นฐาน บวก ลบ คูณ หาร ยกก าลัง รวมถึงฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ ระดับสูง เช่น Modulo, ตรีโกณมิติ (Sin Cos Tan) ฟังก์ชันทางสถิติ เช่น ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันทางการเงิน เช่น การคิดค่าเสื่อมราคา, การค านวณค่าปัจจุบัน ฟังก์ชันในการตัดต่อค า เช่น Concatenate ฟังก์ชันในการค้นหาข้อมูล เช่น Lookup, vlookup และ hlookup ส าหรับส่วนที่ถือ ว่าเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดของ ไมโครซอฟท์ เอกซ์เซล คือ การใช้งานในรูปแบบของฐานข้อมูล ซึ่งสามารถ จัดการฐานข้อมูลที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก คือมีประมาณไม่เกิน 65,000 ตาราง ไม่ว่าจะเป็น ตัวกรอง, การเรียงล าดับข้อมูล (Sort), ค านวณยอดรวม (Subtotal) และตารางไพวอต (Pivot Table) เป็นค าสั่งส าหรับสรุปข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ดูได้ง่าย สามารถหมุนเปลี่ยนตามต้องการ นอกจากนี้ยัง สามารถท ากราฟในแบบต่าง ๆ เช่น เส้นตรง วงกลม กราฟรูปแท่ง กราฟแท่งเทียนที่ใช้กับการ วิเคราะห์หุ้นก็ท าได้ กราฟพื้นที่ สามารถท ากราฟต่างๆให้อยู่ในรูปแบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติได้ด้วย รวมถึงท ากราฟ 2 ชนิดในรูปเดียวกันได้ด้วย


๒๔ คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ประโยชน์ของ Microsoft Excel - สร้างตารางท างาน จัดตารางสวยงาม ในรูปแบบต่างๆ - สร้างเอกสารที่ต้องมีการค านวณ เชื่อมโยงสูตร (สามารถเชื่อมโยงในไฟล์เดียวกัน ข้ามไฟล์ หรือ ข้ามเครื่องก็ได้) - งานจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นที่จ านวนข้อมูลไม่เกิน 1 ล้านแถว (ในทางปฏิบัติ แนะน า ว่าไม่เกิน หลักแสน จะท างานได้คล่องตัว) - สร้างรายงานสรุปผลในมุมมองต่างๆ เช่น ตารางสรุปยอดขาย ตารางสรุปข้อมูล สินค้า สรุปงบดุล สรุปแผนการผลิต สรุปข้อมูล ขาดลามาสาย ของพนักงาน เป็นต้น - สร้างกราฟ น าเสนอข้อมูล ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกราฟแท่ง กราฟเส้น วงกลม จุด ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติมีรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ลักษณะงานเหมาะกับ Excel - งานด้านบัญชี (Accounting) งานด้านการเงิน (Financial) - งานด้านการวางแผน (Planning) - งานด้านงบประมาณ (Budgeting) - งานด้านสถิติ (Statistic) - งานด้านวิศวกรรมศาตร์ (Engineering) ข้อจ ากัดของ Excel (.xlsx) - 1,048,576 rows by 16,384 columns - จ านวน Sheets ใน Workbook = ไม่จ ากัด - รายการที่จะอยู่ใน Dropdown = 10,000 - ฟังก์ชั่น ซ้อนกันได้ = 64 ชั้น - ตัวแปรสูงสุดในฟังก์ชั่น = 255 ตัวแปร - จ านวนคนที่เปิดพร้อมกัน = 256 คน - จ านวนขั้นของการ Undo = 100 ขั้น - จ านวน คอลัมน์ ใน Pivot = 16,384 - จ านวน แถว ใน Pivot = 1,048,576 ๒.๔.๖ ระบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) ระบบบริหารงบประมาณ การเงิน บัญชี และพัสดุ เป็นระบบที่ใช้ในการควบคุม การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ การควบคุมวงเงินงบประมาณ การบริหารจัดการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารเงินสวัสดิการ การบริหารจัดการด้านบัญชี การค านวณต้นทุนกิจกรรม และการบริหาร จัดการด้านการตรวจสอบภายใน


คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง บทที่ ๓ ขั้นตอนการด าเนินงาน ภายหลังจากที่ส านักบริหารทรัพย์สินได้จัดหา/จัดซื้อครุภัณฑ์ส่งมอบให้หน่วยงานแล้ว ส านักบริหารทรัพย์สินจะต้องด าเนินการควบคุมครุภัณฑ์ทุกประเภทโดยการก าหนดหมายเลขครุภัณฑ์ ในระบบบริหารงบประมาณการเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) และแจ้งให้หน่วยงานที่ใช้งานครุภัณฑ์ ทราบว่าครุภัณฑ์ที่จัดหา/จัดซื้อใหม่ เป็นครุภัณฑ์ประเภทใด ชนิดใด ราคาทุน วันที่ได้มา จ านวนที่ รายการ พร้อมทั้งแจ้ง ส านักบริหารการเงินและต้นทุน เพื่อทราบเป็นข้อมูลและใช้ประโยชน์ในการ ควบคุม/จัดท าฐานข้อมูลทางบัญชีที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดท าบัญชีต้นทุน/การคิดค่าเสื่อมราคา ฯลฯ เมื่อหน่วยงานได้รับครุภัณฑ์แล้วจะต้องใช้งาน/บ ารุงรักษาให้ครุภัณฑ์อยู่ในสภาพ ที่ใช้งานได้ดีและเมื่อครุภัณฑ์เกิดความช ารุดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จะต้องด าเนินการส่งเข้าสู่ กระบวนการบ ารุงรักษาโดยการแจ้งส านักบริหารทรัพย์สิน ในส่วนของการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ทั่วไป และแจ้งส านักวิทยาการสารสนเทศ ในส่วนของการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการรับแจ้งทางระบบ Intranet ของส านักงานศาลปกครอง จากนั้น ส านักบริหารทรัพย์สินต้องด าเนินการบ ารุงรักษาในภาพรวมต่อไป ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒๑๒ ได้ก าหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลพัสดุที่อยู่ใน ความครอบครองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยให้มีการจัดท าแผนการซ่อมบ ารุง ที่เหมาะสมและระยะเวลาในการซ่อมบ ารุง และในกรณีที่พัสดุเกิดการช ารุด ให้หน่วยงานของรัฐ ด าเนินการซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานโดยเร็ว ส านักงานศาลปกครองมีครุภัณฑ์จ านวนมาก โดยส านักงานศาล/ส านัก/วิทยาลัย ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลพัสดุในความรับผิดชอบให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ ตลอดเวลา โดยเฉพาะพัสดุในส่วนของครุภัณฑ์ที่ได้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว ควรมีการบ ารุงรักษา เพื่อให้ครุภัณฑ์สามารถใช้งานได้อย่างปกติตามอายุการใช้งาน หากมีครุภัณฑ์รายการใดที่ช ารุด ไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ กรณีของครุภัณฑ์ส านักงาน เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น และครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น เครื่องพิมพ์ Monitor เป็นต้น ส านักบริหารทรัพย์สิน โดยกลุ่มบริหารพัสดุจะเป็นผู้รับผิดชอบที่จะด าเนินการซ่อมแซมครุภัณฑ์ดังกล่าว ให้สามารถ น ากลับมาใช้งานได้อย่างปกติต่อไป ขั้นตอนการด าเนินงาน ๑. หน่วยงานตรวจสอบพบครุภัณฑ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติพร้อมแจ้งซ่อม ครุภัณฑ์ที่ช ารุดในระบบแจ้งซ่อมอาคารส่วนกลาง ๒. กลุ่มบริหารงานอาคาร/กลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่ายได้รับแจ้งในระบบแจ้งซ่อม อาคารส่วนกลาง/ระบบแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์ พร้อมจัดท าบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับครุภัณฑ์ที่ช ารุด พร้อมแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหรือกรรมการผู้จัดท ารายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุและผู้ตรวจรับพัสดุ ให้กลุ่มบริหารพัสดุ ๓. กลุ่มบริหารพัสดุ ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับครุภัณฑ์ที่ช ารุด เช่น หมายเลข ครุภัณฑ์ หมายเลขเครื่อง เป็นต้น กรณีถ้าไม่มีหมายเลขครุภัณฑ์ กลุ่มบริหารพัสดุจะด าเนินการส่งคืน ครุภัณฑ์ที่ช ารุดให้หน่วยงานที่ประสงค์จะซ่อมเนื่องจากไม่สามารถด าเนินการซ่อมได้ กรณีถ้ามี รายละเอียดครบถ้วน กลุ่มบริหารพัสดุจะด าเนินการประสานกลุ่มบริหารงานอาคารในเบื้องต้นอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าครุภัณฑ์ที่ช ารุดนั้น ไม่สามารถซ่อมแซมโดยนายช่างกลุ่มบริหารงานอาคารได้จริง ๆ จึงต้องติดต่อซ่อมแซมโดยผู้มีความช านาญเฉพาะด้านเท่านั้น


26 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๔. กลุ่มบริหารพัสดุ รับข้อมูลจากกลุ่มบริหารงานอาคารจะด าเนินการติดต่อ ประสานผู้รับจ้างอย่างน้อยจ านวน ๒ ราย เพื่อเข้ามาดูครุภัณฑ์ที่ช ารุด พร้อมกับให้ผู้รับจ้างน า ครุภัณฑ์ที่ช ารุดไปตรวจสอบการช ารุดเพื่อด าเนินการเสนอราคาค่าจ้างซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด ผู้รับจ้าง ด าเนินการตรวจสอบครุภัณฑ์ที่ช ารุดพร้อมแจ้งกลับมายังกลุ่มบริหารพัสดุถึงสภาพความช ารุดว่าควร จะซ่อมหรือไม่ เนื่องจากครุภัณฑ์ที่ช ารุดบางรายการเป็นรุ่นเก่าซึ่งชิ้นส่วนหรืออะไหล่บางรายการ อาจถูกยกเลิกการผลิตจากท้องตลาดไปแล้ว แต่ถ้ากรณีควรซ่อมผู้รับจ้างจะจัดท าใบเสนอราคา มายังกลุ่มบริหารพัสดุ (ในขั้นตอนนี้กลุ่มบริหารพัสดุจะเจรจาต่อรองราคาเพื่อให้เกิดประโยชน์และ คุ้มค่าสูงสุดแก่ทางราชการ) ๕. กลุ่มบริหารพัสดุ จัดท าบันทึกแจ้งกลับหน่วยงานเพื่อสอบถามความคุ้มค่าในการ ซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด ๖. หน่วยงานตรวจสอบความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด กรณีเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับส านักงาน ส านักบริหารทรัพย์สิน จะเป็นผู้ประสาน ไปยังหน่วยงานโดยตรง กรณีเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ส านักวิทยาการสารสนเทศ จะเป็น ผู้ประสานหน่วยงานอีกทางหนึ่ง ๗. หน่วยงานแจ้งกลับความคุ้มค่าในการจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด กรณีหน่วยงาน ไม่ประสงค์จะจัดจ้างซ่อม กลุ่มบริหารพัสดุจะจัดท าบันทึกแจ้งกลับ เพื่อให้หน่วยงานนั้น ด าเนินการติดเครื ่องหมายที ่เครื ่องว ่า“ครุภัณฑ์ช ารุดไม่สามารถซ่อมแซมได้ ตามหนังสือที่ ศป ๐๐๒๓.๓/.........ลงวันที่.......ตุลาคม ๒๕๖๒” เพื่อเป็นข้อมูลและหลักฐานส าหรับตรวจสอบ พัสดุประจ าปี พ.ศ. .......ต่อไป โดยกลุ่มบริหารพัสดุ ประสานผู้รับจ้างเพื่อน าครุภัณฑ์ที่ช ารุดส่งกลับคืน กรณีหน่วยงานประสงค์จะจ้างซ่อม กลุ่มบริหารพัสดุ จะท าการตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นครุภัณฑ์เกี่ยวกับอุปกรณ์ส านักงาน จะตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) จากส านักบริหารทรัพย์สิน (ค่าซ่อมแซม-บ ารุงรักษา) กลุ่มบริหารพัสดุ ถ้าเป็นครุภัณฑ์เกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) จากส านักวิทยาการสารสนเทศ (ค่าซ่อมแซม-บ ารุงรักษา) กลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่าย พร้อมส่งคืนให้กลุ่มบริหารพัสดุ ๘. กลุ่มบริหารพัสดุด าเนินการจัดท ารายงานขอจ้างซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด พร้อมรายงานผล การพิจารณาและขออนุมัติจ้างซ่อม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เมื่อผู้อ านวยการส านักบริหารทรัพย์ปฏิบัติราชการ แทนเลขาธิการส านักงานศาลปกครองลงนามอนุมัติจัดจ้างซ่อม กรณีถ้าราคาจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุด มีราคาต่ าว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องจัดท าใบสั่งจ้าง และรายชื่อกรรมการตรวจรับพัสดุ สามารถตรวจ รับพัสดุ จ านวน ๑ รายได้ แต ่กรณีราคาจัดจ้างซ ่อมครุภัณฑ์ที ่ช ารุดมีราคาเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องจัดท าใบสั่งจ้าง โดยติดอากรแสตมป์ตามจ านวนราคาที่จัดจ้างซ่อม ๑,๐๐๐ ละ ๑ บาท และรายชื ่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องมีจ านวน ๓ ราย ๙. เมื่อผู้รับจ้างด าเนินการซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุดแล้วเสร็จจะติดต่อมายังกลุ่มบริหาร พัสดุเพื ่อด าเนินการจัดส ่งครุภัณฑ์พร้อมใบแจ้งหนี้ โดยกลุ ่มบริหารพัสดุด าเนินการตรวจสอบ รายละเอียดต่าง ๆ ในใบแจ้งหนี้โดยละเอียด และตรวจสอบครุภัณฑ์จัดจ้างซ่อมแล้วเสร็จในเบื้องต้น ถ้าเป็นครุภัณฑ์เกี่ยวกับส านักงานจะประสานงานกับกลุ่มบริหารงานอาคารเพื่อตรวจสอบครุภัณฑ์ ที่ส่งคืน กรณีเป็นครุภัณฑ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะประสานกับเจ้าหน้าที่ส านักวิทยาการสารสนเทศ เพื่อท าการตรวจสอบก่อนน าไปติดตั้งยังหน่วยงานนั้น ๆ เมื่อตรวจสอบครุภัณฑ์ที่จัดจ้างเรียบร้อยแล้ว


27 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง จะด าเนินการประสานหน่วยงานนั้น มารับครุภัณฑ์ที่จัดจ้างซ่อม กรณีถ้าครุภัณฑ์ที่ส่งคืนหน่วยงาน เกิดปัญหา กลุ ่มบริหารพัสดุจะด าเนินการติดต ่อผู้รับจ้างอีกครั้งเพื ่อเข้ามาตรวจสอบครุภัณฑ์ ที่จัดจ้างซ่อมอีกครั้ง ๑๐. กลุ ่มบริหารพัสดุ รวบรวมเอกสารโดยละเอียดตั้งแต ่ขั้นตอนแรกในการ ด าเนินการจัดจ้างซ่อมตั้งแต่เอกสารที่ได้รับจากกลุ่มบริหารงานอาคาร บันทึกสอบถามหน่วยงาน รายงาน ขอจ้างซ่อม รายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติจ้างซ่อม ใบแจ้งหนี้ เพื่อจัดท ารายงานตรวจรับพัสดุ ให้คณะกรรมการ/กรรมการตรวจรับพัสดุเซ็นชื่อในวันที่ได้รับพัสดุจากผู้รับจ้าง ๑๑. กลุ่มบริหารพัสดุ ด าเนินการลงระบบบริหารงบประมาณ การเงิน บัญชี และพัสดุ (PBB) เพื่อท าการเบิกค่าใช้จ่ายให้กับผู้รับจ้าง พร้อมจัดส ่งเอกสารฉบับจริงในการเบิกค ่าใช้จ ่าย ให้กับ ส านักบริหารการเงินและต้นทุนด าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


28 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง สรุปขั้นตอนได้ดัง Work Flow ภาพรวม (๑-๑, ๑-๒ และ ๑-๓) รวม ๓ หน้า


29 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ขั้นตอนการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ภาพรวม ของส านักงานศาลปกครอง (๑-๑) หน่วยงาน (Flowchart) ขั้นตอน/ วิธีด าเนินการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา ด าเนินการ หน่วยงาน ผู้ครอบครอง - กลุ่มบริหารงานอาคารและ กลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และ เครือข่าย ตรวจสอบใบแจ้ง ซ่อมในระบบฯ - เอกสารใบแจ้งซ่อม ภายใน ๑ วันท าการ กลุ่มบริหารงาน อาคาร/ กลุ่มบริหาร คอมพิวเตอร์และ เครือข่าย - หนังสือต้องแจ้งรายชื่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้จัดท ารายละเอียด คุณลักษณะของพัสดุ - กลุ่มบริหารพัสดุตรวจสอบ อาการขัดข้องของครุภัณฑ์อีก ครั้ง - หนังสือพร้อมแบบฟอร์ม การแจ้งซ่อม ภายใน ๑ วันท าการ กลุ่มบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารทั่วไป ลงรับหนังสือ เสนอ ผู้อ านวยการ ส านักบริหารทรัพย์สิน เพื่อส่งต่อให้กลุ่มบริหารพัสดุ - หนังสือพร้อมแบบฟอร์ม การแจ้งซ่อม ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ - หนังสือพร้อมแบบฟอร์ม การแจ้งซ่อม ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ/ ผู้รับจ้าง กลุ่มบริหารพัสดุ ประสาน ผู้รับจ้างเพื่อเข้ามาตรวจสอบ ครุภัณฑ์ที่ขัดข้อง เพื่อตรวจ สภาพการช ารุดของครุภัณฑ์ ระหว่าง 1 - 3 วันท าการ ผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน กลุ่มบริหารพัสดุ รับใบเสนอราคา ระหว่าง 3 – 7 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ - หนังสือพร้อมใบ เสนอราคา ระหว่าง 1 - 3 วันท าการ หนังสือแจ้ง กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สิน ประสานหน่วยงานเพื่อสอบถาม อาการขัดข้องและตรวจสอบ ครุภัณฑ์อีกครั้ง ประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน เพื่อเข้ามาตรวจสอบอาการ ขัดข้อง ของครุภัณฑ์ เสนอ หนังสือพร้อมแบบฟอร์ม แจ้งซ่อม ผอ. ส านักบริหารทรัพย์สิน ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน ตรวจสอบอาการขัดข้อง ของครุภัณฑ์และแจ้งอาคารช ารุด ของครุภัณฑ์ให้กลุ่มบริหารพัสดุ ทราบ พร้อมส่งใบเสนอราคา แจ้งหน่วยงาน เพื่อสอบถามความคุ้มค่าใน การซ่อมแซมครุภัณฑ์ แจ้งผ่านระบบ Intranet สศป. - แจ้งซ่อมอาคารส่วนกลาง - แจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์


30 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง Work Flow ขั้นตอนการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ภาพรวม ของส านักงานศาลปกครอง (๑-๒) หน่วยงาน (Flowchart) ขั้นตอน/วิธีด าเนินการ เอกสารที่ เกี่ยวข้อง ระยะเวลา ด าเนินการ กลุ่มบริหารพัสดุ - กรณี ครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วง สวส. ด าเนินการประสาน หน่วยงานเอง ระหว่าง 1 - 3 วันท าการ หน่วยงาน/สวส. ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ หน่วยงาน/สวส. แจ้งตอบกลับ ความคุ้มค่าในการซ่อมแซม ครุภัณฑ์ (สวส. ตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายแล้วตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย แบบ บ.001 ใบเขียว ให้กลุ่ม บริหารพัสดุ) - หนังสือพร้อม แบบฟอร์มการแจ้ง ซ่อม ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ - หนังสือพร้อม เอกสารใบเสนอราคา ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ ระหว่าง 1 - 2 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ ระหว่าง 3 - 7 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ/ผู้รับ จ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ภายใน 1 วันท าการ กรณี ครุภัณฑ์ ส านักงาน สอบถามหน่วยงาน กรณี ครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วง สอบถามส านัก วิทยาการ สารสนเทศ สอบถาม หน่วยงาน หนังสือแจ้งตอบกลับ กลุ่ม บริหารพัสดุ ครุภัณฑ์ ช ารุด YES ประสานผู้รับจ้าง/ บริษัท/ห้างร้าน เพื่อส่งคืน ครุภัณฑ์ ของครุภัณฑ์ - จัดท ารายงานขอจ้างซ่อม ของครุภัณฑ์ - จัดท ารายงานผลการ พิจารณาและขออนุมัติซ่อม ครุภัณฑ์ช ารุด โดย ผอ. สบส. อนุมัติลงนาม ประสานผู้รับ จ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน เพื่อส่งคืน ครุภัณฑ์ ของครุภัณฑ์ ผอ. สบส. อนุมัติลงนามแล้ว มี 2 กรณี 1. วงเงินอนุมัติไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องจัดท า ใบสั่งจ้าง 2. วงเงินอนุมัติเกิน 10,000 ต้องจัดท าในสั่งจ้าง NO NO ประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ด าเนินการซ่อมแซม ครุภัณฑ์ YES


31 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง Work Flow ขั้นตอนการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ภาพรวม ของส านักงานศาลปกครอง (๑-๓) หน่วยงาน (Flowchart) ขั้นตอน/วิธีด าเนินการ เอกสารที่ เกี่ยวข้อง ระยะเวลา ด าเนินการ ผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ใบส่งของ/ใบแจ้ง หนี้/ใบก ากับภาษี/ /ใบวางบิล ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ/ผู้รับ จ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ/ผู้รับ จ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ระหว่าง 1 - 3 วันท าการ กลุ่มบริหารพัสดุ/ผู้รับ จ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน ระหว่าง 1 - 3 วันท าการ คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ/ ผู้ตรวจรับพัสดุ ครุภัณฑ์ที่ซ่อมแซมแล้ว เสร็จ ไม่ปกติ ปกติ จบ ผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน น าครุภัณฑ์ส่งคืน กลุ่มบริหารพัสดุอีกครั้ง ประสานกลุ่มบริหารพัสดุ เพื่อส่งคืนครุภัณฑ์ที่ด าเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ พร้อมใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้/ใบก ากับภาษี/ใบวางบิล ผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน น าครุภัณฑ์กลับไป ตรวจสอบอีกครั้ง ตรวจรับตามระเบียบฯ


32 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๑ ขั้นตอนการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ช ารุดของส านักงานศาล/ส านัก/วิทยาลัย ส านักบริหารทรัพย์สินมีภารกิจหน้าที่ด าเนินการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ จัดซื้อ จัดจ้าง จัดหา ควบคุม ดูแลรักษา ซ่อมบ ารุงวัสดุ ครุภัณฑ์และยานพาหนะ ในภาพรวมของส านักงานศาลปกครอง ให้กับหน่วยงานที่มีความต้องการใช้งาน เมื่อหน่วยงานได้รับครุภัณฑ์ที่ได้จากการจัดซื้อแล้ว กลุ่มบริหารพัสดุจะต้องด าเนินการในส่วนของการควบคุมครุภัณฑ์ในเบื้องต้นโดยการลงระบบ PBB เพื่อออกหมายเลขครุภัณฑ์ให้หน่วยงานควบคุมอีกทางหนึ่ง เมื่อหน่วยงานใช้งานครุภัณฑ์ไปสักระยะ ครุภัณฑ์ที่อยู่ในการควบคุมดูแลอาจเกิดอาการช ารุดไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการยืดอายุ การใช้งานของครุภัณฑ์ หน่วยงานที่ครอบครองครุภัณฑ์ที่ช ารุดต้องแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ที่ช ารุดเพื่อให้ สามารถใช้งานได้เป็นปกติและขั้นตอนต่อจากนี้ไปเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในการบ ารุงรักษา ครุภัณฑ์เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ทดแทน ของส านักบริหารทรัพย์สิน ซึ่งมีขั้นตอนการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ในระบบ Intranet ของส านักงาน ศาลปกครอง ดังรูป ๓.๑-๑, ๓.๑-๒, ๓.๑-๓, ๓.๑-๔, ๓.๑-๕ และ ๓.๑-๖ รูป ๓.๑-๑ แสดงขั้นตอนการเข้าระบบ Intranet ของส านักงานศาลปกครอง ซึ่งต้องใส่รหัส Intranet ID และ Password ของแต่ละบุคคล


33 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง รูป ๓.๑-๒ ขั้นตอนการเข้าระบบ Intranet ของส านักงานศาลปกครอง - แจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์ - แจ้งซ่อมอาคารส่วนกลาง รูป ๓.๑-๓ ขั้นตอนการเข้าระบบแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ทั่วไป โดยเข้าระบบแจ้งซ่อมอาคารส่วนกลางของส านักงานศาลปกครอง


34 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง รูป ๓.๑-๔ ขั้นตอนการเข้าระบบแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ส านักงาน โดยเข้าระบบแจ้งซ่อมอาคารส่วนกลาง รูป ๓.๑-๕ ขั้นตอนการเข้าระบบแจ้งซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ โดยเข้าระบบแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์


35 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง รูป ๓.๑-๖ ขั้นตอนการเข้าระบบแจ้งซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ โดยเข้าระบบแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์ ส าหรับขั้นตอนและวิธีการด าเนินงานโดยละเอียดปรากฏดัง ตารางที่ ๓.๑-๑


36 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ตารางที่ ๓.๑-๑ สรุปขั้นตอนและวิธีการด าเนินงานแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล าดับที่ หน่วยงาน/กิจกรรม การด าเนินการ ระยะเวลา เอกสาร/ หลักฐาน กฎ/ระเบียบ/ แนวปฏิบัติ 1 ส านักงานศาล/ ส านัก/วิทยาลัย/ 1. หน่วยงานแจ้งข้อขัดข้องเกี่ยวกับความ ช ารุดของครุภัณฑ์ - ครุภัณฑ์ส านักงานทั่วไป แจ้งในระบบแจ้ง ซ่อมอาคารส่วนกลาง - ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ต่อพ่วง แจ้งในระบบแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์ ภายใน 1 วันท าการ -บันทึกจาก หน่วยงาน - ใบแจ้ง ซ่อม ระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อ จัดจ้างฯ ข้อ 212 2 - กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหาร ทรัพย์สิน - กลุ่มบริหารงาน อาคาร - กลุ่มบริหาร คอมพิวเตอร์และ เครือข่าย 2. ตรวจสอบหมายเลขครุภัณฑ์ ว่ามี หมายเลขครุภัณฑ์ในทะเบียนหรือไม่ - ถ้าไม่มีส่งคืนครุภัณฑ์ฯ ให้หน่วยงาน ผู้แจ้งซ่อม เพื่อเก็บไว้ขายทอดตลาดต่อไป - ถ้ามี ครุภัณฑ์ทั่วไป ด าเนินการตรวจสอบ ข้อขัดข้องโดยนายช่างกลุ่มบริหารงาน อาคาร ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยนายช่างกลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และ เครือข่าย ภายใน 1 วันท าการ - ระบบ บริหาร งบประมาณ การเงิน บัญชี และ พัสดุ (PBB) แนวปฏิบัติของ สบส. 3 กลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหาร ทรัพย์สิน 3. ถ้าซ่อมได้ด าเนินการตรวจสอบ ข้อขัดข้องโดยนายช่างศาลปกครอง แล้ว ส่งคืนหน่วยงานผู้แจ้งซ่อม ถ้าซ่อมไม่ได้ด าเนินการส่งซ่อมภายนอก ภายใน 3 วันท าการ ใบแจ้งซ่อม ครุภัณฑ์ แนวปฏิบัติของ สบส. สามารถอธิบายขั้นตอนการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ช ารุดได้ตาม Work Flow ๓.๑-๒


37 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๑-๒ ผังกระบวนงาน (Work Flow) ขั้นตอนการแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ช ารุดของส านักงานศาลปกครอง หน่วยงาน (Flowchart) ขั้นตอน/วิธีด าเนินการ เอกสารที่ เกี่ยวข้อง ระยะเวลา ด าเนินการ หน่วยงาน หน่วยงานแจ้งซ่อมในระบบ Intarnet ของส านักงานศาลปกครอง ภายใน 1 วันท าการ หน่วยงาน พบครุภัณฑ์ ช ารุด - กลุ่มบริหารทั่วไป ของ หน่วยงานเป็นผู้แจ้งซ่อม ในระบบ - แบบฟอร์มการ แจ้งซ่อม ในระบบ Intranet ภายใน 1 วันท าการ กลุ่มบริหารงาน อาคาร/ กลุ่มบริหาร คอมพิวเตอร์และ เครือข่าย - กลุ่มบริหารงานอาคาร/กลุ่ม บริหารคอมพิวเตอร์และ เครือข่าย ด าเนินการส่งนายช่าง ส านักงานศาลปกครอง ไป ตรวจสอบอาการช ารุด ของครุภัณฑ์ - แบบฟอร์มการ แจงซ่อม ระหว่าง 1 - 2 วันท าการ กลุ่มบริหารงาน อาคาร/ กลุ่มบริหาร คอมพิวเตอร์และ เครือข่าย * กรณี ซ่อมได้ นายช่างฯ ด าเนินการซ่อมแซมครุภัณฑ์ โดยเจ้าของครุภัณฑ์ เซ็นรับ เอกสารแจ้งซ่อม เมื่อนายช่าง ฯ ด าเนินการซ่อมแซมแล้ว เสร็จ - แบบฟอร์มการ แจ้งซ่อม ภายใน 1 วันท าการ * กรณี ซ่อมไม่ได้ นายช่างฯ แจ้ง เจ้าของครุภัณฑ์ทราบ พร้อมด าเนินการส่งต่อกลุ่ม บริหารพัสดุต่อไป Work Flow ๓.๑-๒ หน่วยงานพบครุภัณฑ์ช ารุด แจ้งซ่อมในระบบ Intranet 1. ระบบซ่อมอาคารส่วนกลาง 2. ระบบซ่อมคอมพิวเตอร์ แบบฟอร์มแจ้งซ่อม 1. ระบบซ่อมอาคารส่วนกลาง 2. ระบบซ่อมคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบอาการ ขัดข้อง ของครุภัณฑ์ ซ่อม ซ่อมได้ ไม่ได้ ไม่ได้ จบ


38 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๒ ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร การประสานงาน/ด าเนินการที่เกี่ยวข้องในการซ่อมแซมครุภัณฑ์ เมื่อหน่วยงานแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ครุภัณฑ์ในระบบ ซึ่งแบ่งเป็น ๒ กรณี ดังนี้ ๑) กรณีเป็นครุภัณฑ์ทั่วไป เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร รถเข็น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น หน่วยงานต้องแจ้งซ่อมในระบบซ่อมอาคารส่วนกลาง (ใบขอรับการตรวจซ่อม/บริการ ส านักบริหาร ทรัพย์สิน ส านักงานศาลปกครอง) ๒) กรณีเป็นครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น จอภาพ CPU เครื่องส ารองไฟ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น หน่วยงานต้องแจ้งซ่อมในระบบซ่อมคอมพิวเตอร์ (ใบรับแจ้งปัญหาเครื่อง คอมพิวเตอร์/อุปกรณ์ ส านักวิทยาการสารสนเทศ ส านักงานศาลปกครอง) กลุ่มบริหารงานอาคาร ส านักบริหารทรัพย์สิน และกลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ส านักวิทยาการสารสนเทศต้องจัดท าบันทึกข้อความพร้อมแนบแบบฟอร์มแจ้งซ่อมครุภัณฑ์ รายละเอียดประกอบการแจ้งความประสงค์ พร้อมระบุรายชื่อผู้ตรวจรับพัสดุ/คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุในการจัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ถึงกลุ่มบริหารพัสดุ ส านักบริหารทรัพย์สิน จากนั้นกลุ่มบริหารพัสดุ โดยผู้ขอรับการประเมินด าเนินการประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน เพื่อด าเนินการตรวจเช็คอาการช ารุดของครุภัณฑ์ พร้อมเสนอใบเสนอราคาให้ผู้ขอรับ การประเมิน เมื่อผู้ขอรับการประเมินได้รับใบเสนอราคาจากผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน ด าเนินการ จัดท าบันทึกข้อความสอบถามประกอบการตัดสินในการจัดจ้างซ่อมถึงหน่วยงานผู้แจ้งซ่อมครุภัณฑ์ ซึ่งแบ่งเป็น ๒ กรณี ดังนี้ ๑) กรณีเป็นครุภัณฑ์ทั่วไป ผู้ขอรับการประเมินท าบันทึกข้อความสอบถามการซ่อม ครุภัณฑ์ถึงหน่วยงานผู้แจ้งซ่อมโดยตรง จากนั้นหน่วยงานประสงค์/ไม่ประสงค์จะต้องตอบกลับการ แจ้งซ่อมครุภัณฑ์ถึงส านักบริหารทรัพย์สิน หากหน่วยงานต้องการจ้างซ่อมครุภัณฑ์นั้น ส านักบริหาร ทรัพย์สิน ด าเนินการตรวจสอบวงเงินงบประมาณจากเงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการและ แผนก า รใช้จ่ ายป ระจ าปีงบป ระม าณ พ .ศ. ..... ของง านบ ริห า รส านักบ ริห า รทรัพย์สิน (ค่าซ่อมแซม - บ ารุงรักษา) หากมีเพียงพอประสานให้เจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารทั่วไป ส านักบริหารทรัพย์สิน ตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) ต่อไป ๒) กรณีเป็นครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ผู้ขอรับการประเมินท าบันทึกข้อความถึงส านักวิทยาการ สารสนเทศ โดยส านักวิทยาการสารสนเทศด าเนินการสอบถามหน่วยงานผู้แจ้งซ่อม หากหน่วยงาน ผู้แจ้งซ่อมประสงค์จัดจ้างซ่อม ส านักวิทยาการสารสนเทศด าเนินการตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) จากนั้นจัดส่งบันทึกข้อความตอบกลับ (หน่วยงานประสงค์/ไม่ประสงค์จ้างซ่อมครุภัณฑ์ต้องส่งบันทึก ข้อความตอบกลับ) ถึงส านักบริหารทรัพย์สิน ต่อไป ผู้ขอรับการประเมินจัดท ารายงานขอจ้างซ่อม ครุภัณฑ์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง และรายงานผลการพิจารณาและขออนุมัติจ้างซ่อมครุภัณฑ์ โดยวิธี เฉพาะเจาะจง โดยผู้อ านวยการส านักบริหารทรัพย์สิน ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการส านักงาน ศาลปกครองเป็นผู้อนุมัติ แล้วผู้ขอรับการประเมินประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน ให้ด าเนินการ จัดจ้างซ่อมครุภัณฑ์ เมื่อผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน ด าเนินการซ่อมครุภัณฑ์แล้วเสร็จตามเงื่อนไข ที่ก าหนด ประสานมายังผู้ขอรับการประเมินเพื่อส่งคืนครุภัณฑ์ที่จ้างซ่อม พร้อมเอกสารใบส่งของ/ใบ แจ้งหนี้/ใบก ากับภาษี/ใบวางบิล เมื่อผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน นัดส่งคืนครุภัณฑ์ผู้ขอรับการประเมิน ให้ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน ด าเนินการจัดส่ง/ติดตั้งครุภัณฑ์ซ่อมแซมให้หน่วยงานผู้แจ้งซ่อมโดยอยู่ใน สภาพปกติใช้งานได้ดี (เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของหน่วยงาน/ผู้ขอรับการประเมินด าเนินการ ตรวจสอบเบื้องต้น) จากนั้นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ/ผู้ตรวจรับพัสดุ ตรวจสอบครุภัณฑ์ดังกล่าว พร้อมลงนามในรายงานตรวจรับพัสดุ หากครุภัณฑ์ใช้งานได้ปกติ ผู้ขอรับการประเมินเซ็นรับเอกสาร ใบส่งของ/ใบแจ้งหนี้/ใบก ากับภาษี/ใบวางบิล หากครุภัณฑ์ผิดปกติ ใช้งานไม่ได้ คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุ/ผู้ตรวจรับพัสดุ และผู้ขอรับการประเมิน ส่งคืนครุภัณฑ์ดังกล่าวให้ผู้รับจ้าง/บริษัท/ ห้างร้าน น าครุภัณฑ์กลับไปตรวจสอบอาการอีกครั้ง


39 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง รูป ๓.๒-๑ ตัวอย่าง บันทึกแจ้งซ่อมครุภัณฑ์


40 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง รูป ๓.๒-๒ ตัวอย่าง ใบแจ้งซ่อมครุภัณฑ์


41 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๒-๓ ตัวอย่าง รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ


42 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง เมื่อกลุ่มบริหารงานอาคารหรือกลุ่มบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่ายด าเนินการส่งบันทึก ข้อความถึงกลุ่มบริหารพัสดุ กลุ่มบริหารพัสดุประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน เพื่อเข้ามาตรวจสอบ อาการช ารุดของครุภัณฑ์ พร้อมจัดส่งใบเสนอราคาแจ้งซ่อมของครุภัณฑ์นั้น ๆ จากนั้นกลุ่มบริหาร พัสดุจัดท าบันทึกสอบถามความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์ กรณี ซ่อมแซมครุภัณฑ์ทั่วไป จัดส่ง หน่วยงานผู้แจ้งซ่อม กรณี ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์จัดส่งส านักวิทยาการสารสนเทศเพื่อประสาน หน่วยงานแจ้งซ่อมต่อไป พร้อมใบเสนอราคาอย่างน้อย ๒ ราย ๓.๒-๔ ตัวอย่าง บันทึกสอบถามความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์ทั่วไป พร้อมใบเสนอราคา ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน จ านวน ๒ ราย


43 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๒-๔ ตัวอย่าง บันทึกสอบถามความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์ทั่วไป พร้อมใบเสนอราคา ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน จ านวน ๒ ราย


44 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๒-๕ ตัวอย่าง บันทึกสอบถามความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมใบเสนอราคา ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน จ านวน ๒ ราย


45 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ๓.๒-๕ ตัวอย่าง บันทึกสอบถามความคุ้มค่าในการจ้างซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมใบเสนอราคา ผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน จ านวน ๒ ราย จากนั้นหน่วยงานผู้แจ้งซ่อมครุภัณฑ์และส านักวิทยาการสารสนเทศ ตอบกลับการจ้างซ่อม ครุภัณฑ์ ซึ่งบางครั้งหน่วยงานผู้แจ้งซ่อมครุภัณฑ์และส านักวิทยาการสารสนเทศอาจจ้างซ่อมครุภัณฑ์ เพียงรายการเดียว หรือหลายรายการขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าของการจ้างซ่อมแต่ละครั้ง กลุ่มบริหาร พัสดุประสานผู้รับจ้าง/บริษัท/ห้างร้าน เพื่อมารับครุภัณฑ์ที่ต้องการจ้างซ่อมไปด าเนินการตรวจสอบ อาการช ารุด


46 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง ส าหรับการตอบกลับการจ้างซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ส านักวิทยาการสารสนเทศเมื่อท าการ วิเคราะห์การจ้างซ่อมแล้ว ส านักวิทยาการสารสนเทศด าเนินการตัดค่าใช้จ่ายในการจ้างซ่อม แต่ละครั้งเลยโดยการตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) แบบ บ.๐๐๑ แล้วส่งกลับพร้อมบันทึกการจ้าง ซ่อมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ๓.๒-๖ ตัวอย่าง ใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) แบบ บ.๐๐๑ ของส านักวิทยาการสารสนเทศ


47 คู่มือการซ่อมบ ารุงรักษาครุภัณฑ์ของส านักงานศาลปกครอง หลังจากได้รับบันทึกตอบกลับจากหน่วยงานผู้แจ้งซ่อมครุภัณฑ์และส านักวิทยาการ สารสนเทศ กลุ่มบริหารพัสดุ จัดท ารายงานขอจ้างซ่อมครุภัณฑ์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง (ตัวอย่าง เช่น จ.๖๓๐๒๓๐) ส าหรับกรณี จ้างซ่อมครุภัณฑ์ทั่วไป แนบใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) แบบ บ.๐๐๑ กรณีการตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) ครุภัณฑ์ทั่วไปจะต้องให้กลุ่มบริหารทั่วไป ส านักบริหารทรัพย์สิน เป็นผู้ตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย โดยผ่านผู้อ านวยการกลุ่มบริหารทั่วไป เป็นผู้ลงนาม ในการตรวจสอบงบประมาณในการเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) ก่อนส่งต่อให้ผู้อ านวยการส านักบริหาร ทรัพย์สินเป็นผู้ลงนามอนุมัติเบิกจ่าย กรณีการตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงจะต้องให้ กลุ่มบริหารทั่วไป ส านักวิทยาการสารสนเทศ เป็นผู้ตัดใบเบิกค่าใช้จ่าย โดยผ่านผู้อ านวยการ กลุ่มบริหารทั่วไป เป็นผู้ลงนามในการตรวจสอบงบประมาณในการเบิกค่าใช้จ่าย (ใบเขียว) ก่อนส่งต่อ ให้ผู้อ านวยการส านักวิทยาการสารสนเทศเป็นผู้ลงนามอนุมัติเบิกจ่าย ๓.๒-๗ ตัวอย่าง บันทึกข้อความรายงานขอจ้างซ่อมครุภัณฑ์ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง


Click to View FlipBook Version