ธ ั น ว า ค ม ๒ ๕ ๖ ๓
ิ
ู
้
ำ
ี
ู
งานราชการนั้น ต้องอาศัยความร ๓ ส่วนในการปฏิบัต คือความร้ในหลักวิชาท่ถูกต้อง แม่นยา
ู
ี
่
ี
ึ
ลึกซ้ง กว้างขวาง ความร้ในการปฏิบัติบริหารงานตามภาระหน้าท และความร้คิดวินิจฉัยท่ถูกต้องด้วยเหตุผล
ู
หลักวิชา และหลักธรรม. ข้าราชการทุกคนจึงต้องสร้างสมอบรมความร้ท้งสามส่วนน้ให้สมบูรณ์พร้อม อย่าให ้
ี
ั
ู
ี
ั
บกพร่องในส่วนใดเป็นอันขาด จะได้สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุผลเป็นประโยชน์ท่แท้ท้งแก่ประเทศชาต ิ
และประชาชน.
พระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน
วันพุธ ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓
๕ ธันวาคม วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา
วันปราบดาภิเษก
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระพุทธเจ้าข้า พระราชาผู้ยิ่งใหญ่
เลิศล้ำาน้ำาพระทัย ทุกสมัยเสมอมา
สู้ทรงลำาบากองค์ ชาติไทยจงอย่าโรยรา
ย่ำายีผู้บีฑา เพื่อรักษาประชาไทย
กรำาศึกกรำาแดดฝน ทรงสู้ทนสิ้นสงสัย
เหนื่อยหนักสักเพียงไร พระองค์ไม่ย่อท้อที
นำาหน้าฝ่าข้าศึก ปัจนึกถึงแตกหนี
มิพรั่นผองไพรี กู้กรุงศรีจนคืนคง
ตั้งกรุงธนบุรี ทำาเลดีดั่งพระประสงค์
ฟื้นชาติศาสน์ดำารง วัฒนาสถาพร
พระพุทธเจ้าข้า พระบุญญาสโมสร
ทร.ประนมกร เทิดทูนมั่นนิรันดร์กาล
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
(นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ร้อยกรอง)
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช
พลเรือตรี บัญชา บัวรอด
พลเรือตรี คณาชาติ พลายเพ็ชร์
พลเรือตรี อุทัย โสฬศ
๑๕
พลเรือตรี วราณัติ วรรธนผล ปกหน้�
พลเรือตรี สรไกร สิริกรรณะ
พลเรือตรี มนต์เดช พัวไพบูลย์
พลเรือตรี วิสาร บุญภิรมย์
พลเรือตรี สุนทร คำาคล้าย
พลเรือตรี ดนัย สุวรรณหงส์
พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ
พลเรือตรี ประสาน ประสงค์สำาเร็จ
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก สุพจน์์ สารภาพ
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุขกิจ พลัง
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา ปกหลัง
พลเรือโท สมัย ใจอินทร์
ู
ี
ื
พลเรอโท วรพล ทองปรีชา ข้อคิดเห็นในบทคว�มท่นำ�ลงนิตยส�รน�วิกศ�สตร์เป็นของผ้เขียน
มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบ�ยของหน่วยง�นใดของรัฐและมิได้ผูกพัน
พลเรอโท มนตรี รอดวิเศษ ต่อท�งร�ชก�รแต่อย�งใด ได้นำ�เสนอไปต�มท่ผ้เขียนให้คว�มคิดเห็น
ื
ี
ู
่
ื
พลเรอโท อำานวย ทองรอด เท�น้น ก�รกล�วถึงคำ�ส่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข�วส�รเบ้องต้น
ั
่
ื
ั
่
่
ื
พลเรอโท กตัญญู ศรีตังนันท์ เพื่อประโยชน์แก่ก�รค้นคว้�
บรรณาธิการ ปกหน้า จิตรกรรมฝ�ผนังเหตุก�รณ์รบท่เมืองจันทบุรี
ี
นาวาเอก สุพจน์์ สารภาพ และพระร�ชวังเดิม
้
ผู้ช่วยบรรณาธิการ ปกหลัง จิตรกรรมฝ�ผนังเหตุก�รณ์รบท�งนำ�ที่ค่�ยโพธิ์ส�มต้น
และพระร�ชวังเดิม
นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา ออกแบบปก พล.ร.ต.กรีฑ� พรรธนะแพทย์
ประจำากองบรรณาธิการ พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมส�รบรรณทห�รเรือ
นาวาเอก ก้องเกียรติ ทองอร่าม เจ้าของ ร�ชน�วิกสภ�
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง ผู้พิมพ์ น�ว�เอก ก้องเกียรติ ทองอร่�ม
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี สำ�นักง�นร�ชน�วิกสภ�
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริร�ช เขตบ�งกอกน้อย
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
อ่�นบทคว�มเอกส�รอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
สารบัญ
คลังความรู้ คู่ราชนาวี
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ประจำ เดือน ธันวาคม ๒๕๖๓
ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า
บรรณ�ธิก�รแถลง.....................................................๐๖
เรื่องเล่�จ�กปก..........................................................๐๗
เครื่องบินล�ดตระเวนท�งทะเล..................................๐๘
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
พระบรมร�ช�นุส�วรีย์ สมเด็จพระเจ้�ต�กสิน
มห�ร�ช.....................................................................๒๕
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
พัฒน�ก�รของสงคร�มทุ่นระเบิดแบบย่อยง่�ย เครื่องบินล�ดตระเวนท�งทะเล
ต�มไทม์ไลน์ของประวัติศ�สตร์จ�กอดีต
สู่ปัจจุบัน และมุ่งไปยังอน�คต...................................๕๕
นาวาตรี ธารไชยยันต์ ตันติอำานวย
บอกผมที “แบบนี้ผิดหรือถูก”...................................๖๙
สำ�นวนช�วเรือ...........................................................๗๐
เรื่องเล่�ช�วเรือ..........................................................๗๒
ข่�วน�วีรอบโลก........................................................๗๓
ภ�พกิจกรรมกองทัพเรือ............................................๗๗
ใต้ร่มประดู่.................................................................๘๕ พระบรมร�ช�นุส�วรีย์ สมเด็จพระเจ้�ต�กสินมห�ร�ช
ก�รฌ�ปนกิจสงเคร�ะห์แห่งร�ชน�วี.........................๘๗
้
ม�ตร�นำ� เดือน กุมภ�พันธ์ ๒๕๖๔
เวล�ดวงอ�ทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
เดือน มกร�คม - กุมภ�พันธ์.......................................๘๙
ื
์
์
นาวิกศาสตร นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค เพ่อเผยแพร ่
ื
วิชาการและข่าวสารทหารเรือท้งในและนอกประเทศ ตลอดจนวิทยาการอ่น ๆ
ั
ทั่วไป และเป็นสิ่งในการประชาสัมพันธ์ ของกองทัพเรือ
พัฒน�ก�รของสงคร�มทุ่นระเบิดแบบย่อยง่�ย ต�มไทม์ไลน์ของประวัติศ�สตร์
จ�กอดีตสู่ปัจจุบัน และมุ่งไปยังอน�คต
่
ี
ี
ธันวาคม เป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสท ๔ รอบของปีการค้า ปีการเงิน ปีการบัญช เป็นเดือนสุดท้ายของ
ไตรมาสแรก ของปีงบประมาณของราชการ แต่ท่เหมือนกันท่วโลก คือเป็นเดือนสุดท้ายของปีปฏิทิน ก่อนการ
ั
ี
เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่
ในห้วงเดือนธันวาคม มีวันสาคัญของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ๒ พระองค์ คือ ๕ ธันวาคม
�
วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
วันพ่อแห่งชาติ ๒๘ ธันวาคม วันปราบดาภิเษก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ส�าหรับวงการกีฬา ๑๖ ธันวาคม
ิ
ี
่
เป็นวันกีฬาแห่งชาต เป็นวันท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ทรงเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง คร้งท ๔ ณ กรุงเทพมหานคร และวันคริสต์มาส
ี
่
ั
๒๕ ธันวาคม คือการฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก
ในฉบับธันวาคม ๒๕๖๓ ยังมีบทความที่น่าอ่านอีกจ�านวนมาก อาทิ บทบาทส�าคัญของเครื่องบินลาดตระเวน
ี
�
ทางทะเล กับความหลากหลายของภารกิจ แสดงถึงความจาเป็นสาหรับกองทัพเรือท่ควรจัดหาไว้ประจาการ
�
�
ในเรื่อง “เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล” เขียนโดย พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก และยังมีเรื่องราวความเป็นมา
ั
ิ
ั
ของการจดสร้าง “พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มาให้ท่านสมาชกได้อ่านกน
เขียนโดย พลเรือตร กรีฑา พรรธนะแพทย์ และปิดท้ายด้วยบทความเร่อง “พัฒนาการของสงครามทุ่นระเบิด
ื
ี
ื
แบบย่อยง่ายตามไทม์ไลน์ ของประวัติศาสตร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน และมุ่งไปยังอนาคต” เพ่อสร้างความเข้าใจ
ื
�
้
ี
ให้กับสงครามทางเรือสาขาอ่น ๆ ถึงอันตรายของการระเบิดใต้นา ท่มีอนุภาพร้ายแรง เขียนโดย นาวาตร ี
ธารไชยยันต์ ตันติอ�านวย และส่งท้ายปีเก่ากับคอลัมน์ใหม่ “บอกผมที แบบนี้ผิดหรือถูก” โดยกองบรรณาธิการ
�
้
ิ
�
ในโอกาสปีเก่า ๒๕๖๓ กาลังผ่านพ้นไป ขอส่งศักด์สิทธ มอบพรอันลาค่าแด่ชีวิตท่านและครอบครัว
ิ
์
ิ
ั
ี
ี
ท้งสุขภาพท่แข็งแรง บ้านท่อบอุ่น จิตใจที่แข็งแกร่ง จงย้มต่อไป คิดถึงความสดใส หัวเราะเข้าไว้ ไม่ต้องใส่ใจ
ิ
ความเจ็บปวด
พบกันปีหน้าฟ้าใหม่ มกราคม ๒๕๖๔
โลกนี้จำาไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป
แต่ “จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำา”
Jack Ma
กองบรรณาธิการ
ปกหน้า - ปกหลัง : เหตุการณ์รบที่เมืองจันทบุรีของพระยาตาก (สิน) - การรบทางเรือของพระยาตาก (สิน)
เรื่องเล่าจากปกหน้า-หลัง
ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๔๑ – พ.ศ.๒๕๔๒ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ได้มอบหมายให้คณะของ
�
ี
ี
ศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดา วาดภาพกิจกรรมไว้ภายในตาหนักเก๋งคู่หลังเล็ก พระราชวังเดิม ธนบุร เป็นภาพท่แสดง
�
ถึงพระราชกรณียกิจด้านการรบครั้งส�าคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้วาดภาพ คือ นายกังวาล ไพรชมพูพื้น
ี
�
ื
ี
และเพ่อน ๆ ขนาดของภาพ ๒ เมตร x ๒ เมตร มีจานวน ๔ ภาพ ได้แก่ ๑. ภาพแสดงเหตุการณ์รบท่จันทบุร ๒. ภาพแสดง
ี
�
การรบทางเรือ ๓. ภาพแสดงการปราบชุมนุม ๔. ภาพแสดงการรบท่บางแก้ว แต่ได้นามาเสนอสมาชิกเป็นภาพปก
ิ
ุ
ื
นาวกศาสตร์ ฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เพียง ๒ ภาพ คอ ภาพแสดงเหตการณ์รบทเมืองจันทบร และ
่
ี
ุ
ี
ภาพแสดงการรบทางเรือ
ภาพปกหน้า ภาพแสดงเหตุการณ์รบที่เมืองจันทบุรี
ภายหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก พระยาตาก (สิน) ได้รวบรวมไพร่พลแล้วเดินทางมาทางทิศตะวันออกจนกระทั่ง
ี
ี
ถึงเมืองจันทบุร แต่เจ้าเมืองจันทบุรีไม่ยอมอ่อนน้อม พระองค์จึงตัดสินพระทัยเข้าโจมตีในการน้ได้ปฏิบัติการ
ั
ิ
ั
ื
ทางจิตวิทยา โดยส่งให้แม่ทัพนายกองท้งอาหารท่เหลือ พร้อมท้งทุบหม้อข้าวหม้อแกงท้งให้หมดหลังอาหารม้อเย็นวันน้น
ิ
ั
ี
แล้วเตรียมไปกินข้าวมื้อเช้าที่เมืองจันทบุรี
ในท่สุดพระยาตาก (สิน) ก็สามารถยึดเมืองจันทบุรีได้เป็นผลสาเร็จ โดยเจ้าเมืองจันทบุร พร้อมครอบครัวหนีไปได้
ี
ี
�
ภาพปกหลัง ภาพแสดงการรบทางเรือ
ในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.๒๓๑๐ พระยาตาก (สิน) ยกทัพเรือ ซ่งประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ พร้อมด้วยทหารไทย
ึ
และจีน จากจันทบุรีล่องสู่ปากอ่าวไทยเข้าแม่น�้าเจ้าพระยา เข้าโจมตีค่ายพม่าที่ป้อมวิไชยเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์)
เมืองธนบุรีเป็นผลส�าเร็จ หลังจากนั้นจึงล่องเรือขึ้นไปถึงกรุงศรีอยุธยา ท�าการสู้รบจนยึดค่ายโพธิ์สามต้นได้เมื่อวันที่ ๗
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๑๐ ซึ่งถือว่าได้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยคืนจากพม่าได้เป็นผลส�าเร็จ
(คาบรรยายภาพจากหนังสือ “นาชมพระราชวังเดิม” จัดทาโดย มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม
�
�
�
กองทัพเรือ)
ขอบพระคุณ แพทย์หญิง คุณหญิง นงนุช ศิริเดช รองประธานมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ที่อนุญาต
ให้ถ่ายภาพเพื่อท�าปกนิตยสารนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓)
นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
ข่าวจากเว็บไซต์ไทยโพสต์ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ี
ี
ในฐานะท่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงท่รับผิดชอบ จากระบบตรวจจับต่าง ๆ มาประมวลผลและใช้อาวุธ
�
ั
้
ก�าลังอากาศนาวี รวมทั้งก�าลังทางเรืออื่นของกองทัพเรือ ต่อเป้าหมายได้ท้งในการรบต่อต้านเรือผิวนา (Anti
�
�
้
�
ื
ิ
มาก่อน ใคร่ขอเรียนเพ่มเติมว่าการปฏิบัติการนาเคร่อง Surface Warfare) และการปราบเรือดานา (Anti
่
ื
บินลงในสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency landing) Submarine Warfare) การแบ่งประเภทเครองบินใน
ี
ี
�
สาหรับกรณีน้ของนักบินและลูกเรือเป็นไปอย่างถูกต้อง การปฏิบัติการทางเรือท่วไป ปัจจุบันจึงไม่นิยมท่จะ
ั
ั
ื
�
ตามข้นตอนการปฏิบัติ นามาสู่ความปลอดภัยต่อชีวิต ให้แยกเป็นเคร่องบินต่อต้านเรือผิวนา และเคร่องบิน
�
ื
้
�
และความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการน้อยสุดกว่า ปราบเรือดานา แต่จะรวมขีดความสามารถท้งสองไว้ใน
�
้
ั
ู
ทน่าจะเป็น และเป็นทกล่าวขวญในหม่สงคมการบิน เคร่องอีกประเภท เรียกว่าเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล
ี
ั
ื
่
ั
่
ื
ี
ท่วไป จึงขอชมเชยและชื่นชมไว้ ณ โอกาสน้ด้วย และ (Maritime Patrol Aircraft) โดยหน้าที่ส�าคัญที่มอบให้
ี
ั
�
้
�
้
�
ื
ื
�
้
�
จากรูปเคร่องบินต่อต้านเรือผิวนาข้างบน ทาให้คิดถึง นอกจากการต่อต้านเรือผิวนา และการปราบเรอดานา
ื
ี
เคร่องบินปราบเรือดานา (บปด.) ท่กองทัพเรือเคยมีคือ ตามท่กล่าวมาแล้ว ยังมีการค้นหาและกู้ภัย (Search
ี
�
�
้
บปด.๑ (แบบ S - 2F) ซึ่งติดตั้งระบบค้นหา ตรวจจับ and Rescue) และอื่น ๆ นับเป็นเครื่องมือหลักในการรบ
และระบบอาวุธในการปราบเรือด�าน�้า พร้อมทั้งอุปกรณ์ ทางเรือประเภทหนึ่ง
ื
ี
�
ื
ส่อสารและสงครามอิเล็กทรอนิกส์พร้อมมูล ปัจจุบันได้ บทความน้จะนาเสนอเร่องราวของเคร่องบินประเภทน ้ ี
ื
�
�
ปลดประจาการแล้ว ทาให้สภาพปัจจุบันของไทยขาด เก่ยวกับบทบาทท่สาคัญในการปฏิบัติการทางเรือแต่ละ
ี
ี
�
ื
ี
�
�
�
ื
้
เคร่องมือรบสาคัญในการปราบเรือดานา ขณะท่พ้นท ่ ี สาขา และคุณลักษณะที่ต้องการ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เต็มไปด้วยการปฏิบัติการ ส�าหรับกองทัพเรือ
ของเรือด�าน�้าชาติต่าง ๆ
๑. หน้าที่และบทบาทส�าคัญ
เน่องจากอิทธิพลของเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้รับการ
ื
พัฒนาให้เจริญรุดหน้าไปมาก แนวโน้มของการรบทางเรือ
คาดว่าการเข้าทาการยุทธจะกระทากันในระยะไกล
�
�
�
มากข้นตลอดเวลา และเม่อเข้าปะทะกันความแม่นยาและ
ึ
ื
ิ
�
ความรวดเร็วของการใช้อาวุธจะเป็นส่งสาคัญ การรบ
ี
ี
จะเป็นไปในลักษณะท่รวดเร็วแต่รุนแรง ผู้ใดท่ค้นหา
�
�
ตรวจจับ พิสูจน์ทราบ และสามารถกาหนดตาบลท ่ ี
ฝ่ายตรงข้ามได้ถูกต้องก่อน ตลอดจนมีขีดความสามารถ
เครื่องบินปราบเรือด�าน�้า แบบที่ ๑ (แบบ S- 2F)
ท่จะนาอาวุธเข้าไปโจมตีได้ ต้งแต่ระยะไกลจะเป็นฝ่าย
ั
ี
�
ด้วยขีดสมรรถนะของเคร่องบินสมัยใหม่ท่ม ี ได้เปรียบ ซ่งกาลังท่จะสามารถปฏิบัติการเพ่อให้ได้มา
�
ี
ึ
ี
ื
ื
ึ
้
ิ
่
ึ
ี
ั
ี
ึ
ความเร็วสูงข้น มีความคงทน สามารถปฏิบัติการได้ใน ถงสงท่พงปรารถนาของการรบดงกล่าวน ได้อย่างเหมาะสม
ทุกสภาพอากาศ มีระยะเวลาบิน (Endurance) นานขึ้น คือ กาลังอากาศนาวี เน่องจากมีคุณสมบัติท่ได้เปรียบ
ื
�
ี
มีขนาดใหญ่ สามารถรับภาระในการติดตั้งระบบตรวจจับ กว่าก�าลังประเภทอื่น โดยเฉพาะในเรื่องความเร็ว มีรัศมี
ระบบอาวุธ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ต้องการได้ครบ ปฏิบัติการที่ไกลครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวาง และความ
ี
สมบูรณ์ในเคร่องเดียวกัน โดยมีระบบอานวยการรบ มีจุดเด่นสูงในเร่องท่สามารถตรวจจับได้ไกล ท้งด้วย
ั
�
ื
ี
ื
ี
(Combat Management System) ที่สามารถน�าข้อมูล สายตาและอุปกรณ์ต่าง ๆ นอกจากน้ยังมีความคงทน
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
่
ี
ื
ู
้
ั
้
ี
ื
่
ี
สามารถอย่ในพนทได้นานระดบหนึง มพนท่และระวาง
ั
ี
บรรทุกท่สามารถติดต้งระบบอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ
ที่ต้องการได้
เครื่องบินเครื่องแรกของ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
บินจาก USS Bermingham เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓
ิ
�
สาหรับเคร่องบนลาดตระเวนทางทะเลท่มีต้นกาเนิด แนวความคิดในการต่อต้านเรือผิวน�้าในการฝึกผสม
�
ื
ี
เพียงไม่ก่ปีหลัง จากท่มีการคิดค้นเคร่องบิน ปัจจุบันได้ถูก ระหว่างกองทัพเรือสิงคโปร์ และกองทัพเรืออินเดีย
ี
ี
ื
ก�าหนดให้มีหน้าที่ และบทบาทในการปฏิบัติการต่าง ๆ สถานการณ์ข้าศึก พิจารณาขีดความสามารถ ตลอดจน
ที่ส�าคัญของการท�าสงครามทางเรือดังนี้ หนทางปฏิบัติของข้าศึกที่น่าเป็นไปได้ และเป็นอันตราย
ต่อฝ่ายเรามากที่สุด ก�าหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ต่าง ๆ
๑.๑ การต่อต้านเรือผิวน�้า รวมทั้งมอบภารกิจแก่หน่วยปฏิบัติต่าง ๆ
การปฏิบัติการน้นับว่าเป็นการปฏิบัติหลักของ เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลในการต่อต้าน
ี
ื
้
�
ั
ั
ี
ี
สงครามทางเรือนับต้งแต่ยังมีการรบมิติเดียว ท่การให้ เรือผิวนา ท้งท่อยู่ในอัตราการจัดหน่วยเฉพาะกิจ หรือ
�
้
้
้
้
�
ื
ึ
ึ
ี
่
ไดมาซงการครองทะเลจะตองทาลายเรอรบขาศกใหมาก ท่มาข้นการควบคุมทางยุทธการ จะมีบทบาทสาคัญใน
ึ
ที่สุด โดยอาวุธที่ส�าคัญได้แก่ ปืนใหญ่เรือ จนกระทั่งถึง ข้นตอนน้ คือ การลาดตระเวนหาข่าว (Reconnaissance)
ั
ี
ี
สงครามสามมิติ หรือสี่มิติ กรณีที่มีการขยายอ�านาจจาก โดยมีความมุ่งหมายท่จะให้ได้ข่าวสารเก่ยวกับการ
ี
ทะเลข้นสู่ฝั่งในปัจจุบันท่มีการวิวัฒนาการของเทคโนโลย ี ปฏิบัติการ ขีดความสามารถ ตลอดจนท่ต้ง และการ
ั
ี
ึ
ี
ั
ั
ด้านต่าง ๆ ได้เจริญรุดหน้าไปมากท้งระบบอาวุธ และ ประกอบกาลังต่าง ๆ ของข้าศึก รวมท้งลักษณะของพ้นท ่ ี
�
ื
ื
ิ
ี
ระบบตรวจจับ บทบาทของเคร่องบินลาดตระเวนท่เร่มต้น ปฏิบัติการ และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อที่จะน�ามาเป็น
ี
�
ด้วยการค้นหาข้าศึกหน้ากองเรือได้ทวีความสาคัญมากข้น ข้อมูลต่าง ๆ ในการวางแผน ในการน้กองทัพเรือบางชาต ิ
ึ
ิ
ั
ื
่
�
ั
�
ตามลาดับจนกระท่งอาจเรียกว่าเป็นกาลังรบส่วนหน่ง ยงได้ใช้เครองบนดงกล่าวลาดตระเวนถ่ายภาพ และ
ั
ึ
ี
ั
ท่ขาดไม่ได้ โดยจะเข้าไปมีบทบาทปฏิบัติการตามข้นตอน ลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
ี
�
พื้นฐานการรบสาขานี้ ดังนี้ ครบถ้วน ลาดตระเวนหาข้อมูลเก่ยวกับการทาสงคราม
ั
ข้นตอนแรกการเตรียมการ ในขนตอนน้เป็นการ อิเล็กทรอนิกส์ ท้งท่ได้จากการดกรับฟัง และการแพร่
ั
้
ั
ี
ี
ั
ื
เตรียมความพร้อมในการค้นหา และพิสูจน์ฝ่ายข้าศึก คล่นต่าง ๆ ของข้าศึกเก็บไว้เพ่อนามาวิเคราะห์
ื
�
พร้อมกับวางแผนในการจะเผชิญกับภัยคุกคาม ทบทวน เป็นประโยชน์ในการรบ
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
�
ขั้นค้นหา พิสูจน์ฝ่าย และแบ่งมอบเป้า ขั้นตอนนี้ หลังจากท่ทาการ Search หรือ Patrol จนพบ
ี
เป็นการปฏิบัติเมื่อทราบข่าว หรือประมาณสถานการณ์ เป้าหมายที่น่าสงสัย (Bogey) แล้วปัญหาต่อไปคือ ต้องให้
ึ
ั
ึ
ิ
�
ได้ถึงการเข้ามาซ่งภัยคุกคามผิวน้าของข้าศกในเชง แน่ใจว่าเป้าหมายน้นเป็นศัตรู (Hostile) หรือไม่ ซ่งจะ
ึ
ป้องกัน (Defensive) หรือเป็นการปฏิบัติเชิงรุก (Offensive) ต้องท�าการพิสูจน์ฝ่าย (Identify) กัน ส�าหรับการพิสูจน์
�
ี
้
ี
ั
�
ในการขจัดภัยคุกคามผิวนาจากข้าศึกท่คาดว่าอาจเข้ามา ทราบน้จะกระทากันท้งด้วยสายตา และอุปกรณ์พิเศษ
ขัดขวางการปฏิบัติของฝ่ายเรา ความมุ่งหมายที่ต้องการ ประกอบกับการวิเคราะห์เป้าทางเรดาร์
�
�
ี
่
ื
ิ
ั
คือ ค้นหาข้าศึกให้พบ พิสูจน์ฝ่าย กาหนดตาบลท่ ติดตาม แม้ว่าเครองบนลาดตระเวนทางทะเลในปัจจุบนจะ
ึ
ั
ู
ี
ให้ได้มาซ่งข้อมลรายละเอียดเป้าหมายท่จาเป็น พร้อมกับ ติดต้งระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบครัน แต่การจะเข้าไป
�
เตรียมความพร้อมต่าง ๆ ในการเข้าโจมตี พิสูจน์ทราบโดยเฉพาะเวลากลางวันอาจถูกต่อต้าน
ี
ในข้นตอนน้ การลาดตระเวนเฝ้าตรวจ (Surveillance) จากข้าศึก และอาจสูญเสียการจู่โจมได้ บทบาทในการ
ั
เพื่อตรวจพบการปรากฏตัวของข้าศึกโดยเร็วที่สุด ตั้งแต่ ปฏิบัติน้จึงมักให้เป็นของเฮลิคอปเตอร์ และอากาศยาน
ี
ในระยะไกลเท่าที่จะท�าได้ ที่จะท�าให้ฝ่ายเรามีเวลามีเสรี ไร้คนขับ (UAV)
ื
�
ในการปฏิบัติการต่าง ๆ ที่จะกระท�าต่อข้าศึก รวมทั้งจะ เม่อทาการค้นหา และพิสูจน์ทราบเป้าหมายเป็น
�
สามารถเลือกตาบลท่แรกยุทธ์ได้ ซ่งอาจเรียกว่าเป็นหัวใจ Hostile แล้ว หากเป้าหมายนั้นเป็นอันตรายต่อฝ่ายเรา
ี
ึ
ื
ี
ั
ของการรบแบบน้น้น เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล หรือฝ่ายเราก�าลังจะเข้าปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายนั้น
ที่มีรัศมีท�าการไกล มีความเร็วสูง ปฏิบัติการได้ทุกสภาพ จะต้องมีข้อมูลต่าง ๆ ทางยุทธวิธีของเป้าหมาย เช่น
�
็
ี
อากาศ ติดต้งอุปกรณ์ตรวจจับพร้อมมูล จะมีความเหมาะสม เขมความเร็ว รูปกระบวน ตลอดจนตาบลท่ตามช่วงระยะ
ั
ี
ิ
ิ
ึ
ี
ึ
ี
ท่สุดในการปฏิบัติการ ซ่งการปฏิบัติการน้สามารถแบ่ง เวลาจะเป็นส่งท่ต้องการเป็นอย่างย่ง ซ่งก็เป็นบทบาท
ื
ี
ออกได้เป็น ๒ วิธีการปฏิบัติ คือ การลาดตระเวนค้นหา ของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่จะต้องเอามา
ี
ั
ื
ี
(Search) ท่ใช้ในการปฏิบัติการเชิงรุก ค้นหาในพ้นท ี ่ ให้ได้ ดังน้นหลังจากท่พิสูจน์ทราบว่าเป็นข้าศึกแล้ว
�
ท่กาหนดโดยรูปแบบต่าง ๆ และการลาดตระเวนรักษาด่าน ก็จะมีการติดตาม (Tracking) ยุทธวิธีในการติดตามของ
ี
ั
ื
ี
ี
(Patrol) ท่ใช้ในเชิงป้องกัน เพ่อตรวจสอบในแนวด่าน เคร่องบินจะใช้ท้งสายตา และอุปกรณ์พิเศษท่ไม่มีการ
ื
ั
�
ื
ี
ึ
ี
(Barrier) หรือพ้นท่ด่านท่กาหนดข้นไม่ให้ข้าศึกผ่านไปได้ แพร่คลื่น หรืออาจใช้เรดาร์ประกอบเป็นคร้งคราวได้
ี
การลาดตระเวนแบบน้มีวิธีปฏิบัติหลายรูปแบบเช่นกัน แต่ต้องไม่เข้าไปในระยะอาวุธต่อสู้อากาศยานของข้าศึก
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางยุทธวิธีและสิ่งแวดล้อม และควรไม่ให้เขารู้ตัว
เม่อได้ประเมินค่าเป้าหมายข้าศึกแล้วเห็นว่า
ื
เป้าหมายนั้นต้องรีบท�าลายอย่างเร่งด่วน หรือต้องจ�ากัด
ื
ื
เสรีในการเคล่อนไหว การปฏิบัติจะให้เคร่องบินเข้าไป
ี
ึ
เกาะติด (Shadowing) ซ่งการเกาะติดแบบน้ข่าวสาร
ิ
ข้อมูลทางยุทธวิธีของข้าศึกเป็นส่งท่ต้องการและจาเป็น
�
ี
ี
�
ิ
อย่างย่ง การเกาะติดวิธีน้จึงไม่คานึงว่าข้าศึกจะรู้ตัวหรือไม่
ั
ี
ั
�
ข้นการโจมตี และข้นภายหลังการต่อต กาลัง
ทางเรือท่ใช้ในการโจมตีต่อต้านเรือผิวนาจะประกอบด้วย
�
ี
้
เรือผิวน�้า เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เรือด�าน�้า การโจมตี
จะแบ่งเป็นสองลักษณะ คือ การโจมตีระยะไกล และ
่
ี
ั
ื
ิ
่
ื
่
ี
ิ
เครองบนลาดตระเวนทางทะเลของสหรฐอเมรกาทตรวจพบกองเรอญปุ่นได้ก่อน
ในการยุทธที่หมู่เกาะมิดเวย์ท�าให้เป็นฝ่ายได้เปรียบตั้งแต่ต้น
นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
การจม HMS Sheffield โดยกองทัพเรืออาร์เจนตินาในสงครามฟอล์คแลนด์
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Neptune ชี้เป้าให้เครื่องบินโจมตี
ื
ั
การโจมตีในระยะใกล้ ส่วนการปฏิบัติของเคร่องบิน พิสูจน์ฝ่ายจนแน่ชัดว่าเป็นศัตรู หากเป้าหมายน้นม ี
ื
ื
จะประกอบด้วยเคร่องบินไอพ่นโจมตี และเคร่องบิน ความส�าคัญก็จะต้องติดตาม หรือเกาะติดเพื่อให้ฝ่ายเรา
ลาดตระเวนทางทะเลติดอาวุธปล่อยน�าวิถี มีข้อมูลทางยุทธวิธีที่จะด�าเนินกลยุทธ์ต่อไป
�
�
ี
นอกจากจะมีบทบาทหลักเป็นกาลังโจมตีแล้ว สาหรับกรณีท่ยานใช้อาวุธในการโจมต ี
�
บทบาทของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลในสงครามน ้ ี (Weapon Platform) ต้องการใช้อาวุธปล่อยนาวิถ ี
ื
จะเป็นกาลังสนับสนุนในการโจมตี ซ่งการปฏิบัติการ ในระยะไกลสุด (Maximum Range) โดยที่เป้าหมายนั้น
ึ
�
ี
�
ท่สาคัญนอกจากตามท่กล่าวมาแล้ว คือ ลาดตระเวน อยู่นอกระยะตรวจจับของตน คือ เกินระยะขอบฟ้าเรดาร์
ี
ั
หาข่าวในข้นการเตรียมการ จากน้นค้นหาข้าศึกให้พบ (Over the Horizontal) หรือระยะดักรับของเครื่องมือ
ั
ให้เร็วที่สุด ในระยะไกลสุดเท่าที่จะท�าได้ และหลังจากที่ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การโจมตีระยะไกลของเรือ
ภาพรวมของการโจมตีเรือผิวน�้าที่เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลท�า OTHT
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
�
้
�
ี
ั
ท่ติดต้งอาวุธปล่อยนาวิถี หรือการโจมตีเรือผิวนาของ
เคร่องบินโจมตีติดอาวุธปล่อยนาวิถีอากาศ-สู่-พ้น
ื
ื
�
ยานโจมตีแบบน้จาเป็นจะต้องมีผู้ช่วย (Third Party)
�
ี
ี
ช้เป้าพ้นระยะขอบฟ้า (Over The Horizontal
ู
ิ
Targeting/OTHT) ในการส่งข้อมลทางยุทธวธี โดยเฉพาะ
ี
�
ี
ตาบลท่ท่แน่นอนของเรือเป้าให้กับยานท่ใช้อาวุธ
ี
ื
ี
ี
ึ
ซ่งหน้าท่ในการปฏิบัติการน้เป็นของเคร่องบินลาดตระเวน
ทางทะเลที่ติดตั้งอุปกรณ์สมบูรณ์จะมีความเหมาะสม
ั
่
เมอการโจมตเสรจสนจะเป็นขนตอนของการ
ี
็
ิ
้
้
ื
ั
่
ึ
ี
�
ั
รายงานสถานภาพตาง ๆ ทงของฝายเราและขาศก ทสาคญ
่
้
้
่
คือ ผลความเสียหายของข้าศึกจากการโจมตีของฝ่ายเรา สัญลักษณ์โรงเรียนปราบเรือด�าน�้าร่วมกองทัพเรือออสเตรเลีย
้
�
ี
�
่
ี
่
ั
�
ื
่
เพอนามาประเมินค่าจะเป็นหน้าททเป็นบทบาทสาคญ ของการค้นหาได้มาก อยู่คนละมัชฌิมกับเรือดานาท่อยู่
ี
�
ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลในการปฏิบัติการนี้ ใต้น�้า อาจไม่รู้ว่าถูกตรวจพบ สามารถเลือกหาจุดปล่อย
ื
�
้
ื
�
อาวุธได้สะดวกและประณีต เน่องจากเรือดานาเม่ออยู่
๑.๒ การปราบเรือด�าน�้า ใต้น�้าไม่มีอาวุธอะไรที่จะต่อสู้
�
ี
ั
�
�
การปราบเรือดานา โดยท่วไปกาลังท่ใช้จะประกอบด้วย อย่างไรก็ดี สาหรับอากาศยานโดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์
้
�
ี
�
ื
ื
ั
เรือ อากาศยาน ท้งเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล ท่ยังมีขีดจากัดในเร่องความทนต่อสภาวะสภาพอากาศ
ั
ี
ี
และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดานา รวมท้งเรือดานา ท่รุนแรง มีขนาดเล็ก ท่ไม่สามารถติดต้งอุปกรณ์และระบบ
้
�
�
�
ั
้
�
ี
ด้วยกันเอง สาหรับอากาศยานท่มีบทบาทสาคัญ และเป็น อาวุธต่าง ๆ ได้มากนัก มีรัศมีปฏิบัติการและความเร็ว
�
�
ั
ี
ื
�
กาลังหลักในการปฏิบัติการน้ มีจุดเด่นหลายประการ ตลอดจนช่วโมงบินท่อยู่ได้ในอากาศน้อยกว่าเคร่องบิน
ี
ี
ี
ื
ั
ื
ี
เช่น มีรัศมีปฏิบัติการท่ไกลครอบคลุมพ้นท่ได้มากกว่า ดังน้นการใช้งานจึงมักถูกใช้ในพ้นท่ท่ไม่กว้างขวางมากนัก
ี
่
ี
ุ
มความเรวสง สามารถเข้าหาจดแน่ชดสดท้ายทพบ ทต้องการความแน่นอนในการตรวจพบ เช่น การเข้า
่
็
ุ
ี
ี
ั
ู
เรือด�าน�้า (Datum) ได้รวดเร็ว ลดเวลาตาย (Time late) เป็นฉากคุ้มกัน (Integrated Screen) ในพื้นที่ที่ก�าหนด
ก�าลังที่ใช้ในการปราบเรือด�าน�้า
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ั
ี
ั
ื
้
�
�
�
้
้
ร่วมกับเรือผิวนา หรือการเป็นฉากคุ้มกันหน้ากระบวน ไปลาดตระเวนเน้นหนกตามเส้นทางนน เรอดานาดเซล
(Advanced Screen) โดยใช้โซนารชักหย่อนได้ (Dipping แบบธรรมดาขณะเดินทางจะมีวงรอบของการเปิดเผยตัว
์
้
ี
ี
ื
Sonar) เป็นอุปกรณ์ตรวจจับที่ส�าคัญ หรือการเข้าไปใช้ โผล่เหนือน�าเพ่ออัดแบตเตอร่ ถ้ามีการลาดตระเวนท่ดีพอ
�
ื
ี
�
�
�
้
อาวุธทาลายเรือดานาโดยการนาทาง (Vector) จากยานอ่น โอกาสจะตรวจพบมีมาก วิธีท่นิยมกันในการไล่ล่า
การปฏิบัติมักอยู่ในพ้นท่ท่ไม่ห่างไกลเรือแม่มากนัก เรือด�าน�้าขณะเดินทาง คือ การ Control Choke Point
ี
ื
ี
ื
้
ึ
�
บทบาทในการปราบเรือดานาของเฮลิคอปเตอร์จะ ซ่งได้แก่ การส่งเคร่องบินไปต้งแนวด่าน โดยใช้ทุ่น
ั
�
ื
แตกต่างกับเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลปราบ ตรวจจับเสียง (Sonobouy) ตามช่องแคบ หรือตามแนว
�
เรือดานาพอสมควร แต่ต่างก็เป็นกาลังหลักในการ ต�าบลที่คาดว่าเรือด�าน�้าจะผ่าน
้
�
�
้
ปฏิบัติการท่ขาดไม่ได้ หลักการในการโจมตีเรือดานา สาหรับการปราบเรือดานาอีกลักษณะ คือ การปราบ
�
�
�
้
ี
�
�
�
�
ี
ึ
้
ื
�
ี
สามารถกระทาได้ใน ๓ ลักษณะ ซ่งแต่ละลักษณะ เรือดานาในพ้นท่ปฏิบัติการ ลักษณะน้คือ หากคาดว่า
�
�
้
ี
อากาศยานจะเข้าไปมีบทบาท คือ การโจมตีแหล่งกาเนิด เรือดาน�าข้าศึกสามารถเข้ามาในพ้นท่ปฏิบัติการของเขา
ื
ี
�
้
จะมีการใช้การโจมตีทางอากาศทาลายแหล่งกาเนิดของ ได้แล้ว และมีโอกาสท่จะท�าอันตราย การปราบเรือดาน�า
�
�
ึ
้
�
�
ึ
เรอดานาข้าศก เช่น อู่ซ่อมและต่อเรือ ฐานทัพ ท่าเรือ ของฝ่ายเราจะมีการปฏิบัติในเชิงรุกซ่งได้แก่ การส่งหน่วย
ื
�
้
การโจมตีขณะเรือดานาเดินทาง อาจเร่มต้นด้วยการ ไล่ล่าสังหาร (Hunter Killer Group) ออกปฏิบัติการ
�
ิ
ส่งเคร่องบินไปวางทุ่นระเบิดทางรุกเพ่อปิดช่องทาง ในพ้นท่ท่คาดว่าเรือดานาดักรอคอยอยู่ และเชิงป้องกัน
�
ื
้
ื
ี
ื
�
ี
ี
�
้
เข้า - ออกฐานทัพ แต่ถ้าเรือดานาหลุดรอดออกมาได้ ซ่งได้แก่ การให้มีการป้องกันกระบวนเรือท่มีคุณค่า
�
ึ
ี
และเดินทางเข้าสู่พ้นท่ปฏิบัติการของเขา ฝ่ายเราจะม ี โดยจัดหน่วยเรือฉากคุ้มกัน และให้มีการสนับสนุนท้ง
ื
ั
ื
การส่งก�าลังออกไปปฏิบัติการไล่ล่า ระยะใกล้และระยะไกล ท้งเคร่องบินลาดตระเวน
ั
การไล่ล่าเรือดานาดีเซลขณะเดินทางเข้าพ้นท ี ่ ทางทะเล และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดานาต่างก็เป็น
�
้
�
้
ื
�
�
ปฏิบัติการ (Transit) ก่อนอ่นจะต้องประมาณสถานการณ์ ก�าลังหลักของหน่วยก�าลังดังกล่าว
ื
ื
เส้นทางเดินเรือของข้าศึกเสียก่อน แล้วจึงให้เคร่องบิน
การตรวจจับเรือด�าน�้าโดยใช้ทุ่นเสียง Sonobouy และการวัดความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก
(MAD) ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ตัวอย่างการจัดฉากคุ้มกันกระบวนเรือที่มีคุณค่า ทั้งนี้พื้นที่หน้ากองเรือจะเป็นการลาดตระเวน
ตาม Air Plan ต่าง ๆ ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลปราบเรือด�าน�้า
�
้
�
ั
�
สาหรับข้นตอนในการปราบเรือดานาทางยุทธวิธ ี
ื
ั
แบ่งออกได้เป็น ๔ ข้นตอน โดยเคร่องบินลาดตระเวน
�
ื
ั
ิ
�
ั
ี
้
�
ทางทะเลปราบเรอดานามบทบาทสาคญในการปฏบต ิ
การแต่ละขั้นตอนดังนี้
ขั้นการหา (Search Phase) ขั้นนี้มีความมุ่งหมาย
�
ิ
�
ึ
ต้องการตรวจพบเรือดานาข้าศึก ซ่งอาจเร่มต้นในลักษณะ
้
้
�
ี
�
�
การกวาดค้นในพ้นท่ท่คาดว่าเรือดานาข้าศึกกาลัง
ื
ี
ปฏิบัติการอยู่ หรือจุดที่มีการพบครั้งสุดท้ายแล้วหายไป
ื
(Datum) โดยเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล หรือ
การค้นหาในพ้นท่ท่กาหนดให้ เพ่อป้องกันมิให้ข้าศึก
ื
ี
ี
ื
�
�
เข้ามาดักคอยทาอันตรายต่อกระบวนเรือฝ่ายเรา ตัวอย่าง
ตาม Air Plan
ขั้นการตรวจพบ (Contact Phase) ขั้นที่สองของ
ั
การปฏิบัติการปราบเรือดาน�าคือ ข้นการพบ และ
�
้
ตรวจสอบเป้าหมายว่าเป้าท่พบเป็นอะไร ฝ่ายใด มีตาบล
ี
�
ท่แน่นอนเป็นอย่างไร ซ่งหากว่าเป็นข้าศึกจะได้ข้อมูล
ี
ึ
ต่าง ๆ ไปประกอบการใช้อาวุธให้ได้ผลดี เครื่องมือส�าคัญ
ื
ั
ี
ของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่ใช้ในข้นตอนน ี ้
ื
คือ ทุ่นฟังเสียงใต้นา (Sonobouy) และเคร่องมือวัด
�
้
ตัวอย่าง Air Plan ที่ก�าหนดให้เป็นพื้นที่ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล ความผิดปกติสนามแม่เหล็กโลก (Magnetic Anomaly
ในการค้นหาเรือด�าน�้ารอบกระบวนเรือ
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
Detector/MAD.) ในการตรวจสอบยืนยัน และก�าหนด อากาศยานจะเข้าไปมีบทบาทเป็นอันมาก เครื่องบินที่มี
ต�าบลที่ของเรือด�าน�้าเป้าหมาย ขีดความสามารถในการบรรทุกพอสมควร มีความรวดเร็ว
ี
ั
ื
ข้นการโจมต (Attack Phase) เม่อตรวจพบยืนยันเป้า และแคล่วคล่องในการปฏิบัติการจะเป็นพาหนะในการ
ิ
ุ
ุ
ก�าหนดต�าบลที่จะมีการเข้าต่อตีเป้า บทบาทในขั้นตอนนี้ วางท่นระเบดทางรกทด แต่ไม่เหมาะสมใช้ในการวาง
ี
ี
่
ของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลอาจเข้าปฏิบัติการ ทางรับเชิงป้องกันที่ไม่ต้องการความรวดเร็ว แต่ต้องการ
ื
�
้
ื
�
�
ตามลาพัง หรือร่วมกับยานปราบเรือดานาอ่น แล้วแต่กรณ ี ความประณีตถูกต้อง ส่วนในการต่อต้านทุ่นระเบิด
ั
ื
แต่จุดได้เปรียบคือ ความรวดเร็วและความปลอดภัย จากการวางของข้าศึกน้น เคร่องบินและเฮลิคอปเตอร์
�
ี
ื
่
ี
ั
ในการเข้าหาเป้า อาวุธทใช้คอ ปืนกลอากาศและจรวด สามารถค้นหาทุ่นระเบิดทอดประจาท่ได้ รวมท้ง
�
เม่อเรือดานายังมีส่วนโผล่เหนือนา แต่สาหรับกรณีเรือ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์ในการกวาด
�
้
้
�
�
ื
ดังกล่าวอยู่ใต้นาอาวุธท่เหมาะสมคือ ระเบิดลึก และ และล่าท�าลายทุ่นระเบิดอีกด้วย
�
้
ี
ตอร์ปิโด
เครื่องบิน B-52 กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาฝึกวางทุ่นระเบิดทางรุก
การตรวจสอบยืนยันและก�าหนดต�าบลที่ของเรือด�าน�้าเป้าหมาย บทบาทการปฏิบัติของเคร่องบินลาดตระเวนทาง
ื
้
ิ
ี
ิ
ั
ั
ี
ุ
�
ั
ี
ข้นการติดตามและตรวจค้น (Maintain and ทะเลในการปฏบตการน ทสาคญในปัจจบนจะมเฉพาะ
ั
่
ี
Regain Contact) ภายหลังการเข้าตีหากปรากฏไม่ได้ผล การวางทุ่นทางรุก หรืออาจเป็นทางรับท่ความมุ่งหมาย
แต่ต้องการติดตามให้ตรวจพบ และเข้าโจมตีใหม่ สนามทุ่นระเบิดเป็นสนามทางยุทธวิธีในการขัดขวาง
�
�
บทบาทการปฏิบัติของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล หรือทาลายกาลังทางเรือข้าศึก มิให้เป็นอุปสรรคต่อ
ื
จะเริ่มต้นใหม่ตามที่กล่าวมาแล้ว การบรรลุภารกิจในการปฏิบัติการของฝ่ายเรา เป็นการ
�
ั
ั
หวังผลช่วคราวในการทาลายข้าศึกโดยตรง ท้งน้เป็น
ี
ี
ื
๑.๓ การปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด เพราะเคร่องบินประเภทน้ไม่สามารถมีระวางบรรทุก
�
�
ั
ในการปฏิบติการสงครามท่นระเบิด ซงประกอบด้วย ทุ่นระเบิดเป็นจานวนมากภายในได้ สามารถนาไป
ุ
ึ
่
การวางทุ่นระเบิด และการต่อต้านทุ่นระเบิดน้น และปล่อยได้เฉพาะท่จุดติดต้งอาวุธใต้ปีก และใต้ท้อง
ั
ี
ั
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
เครื่องบินประมาณ ๖ ลูก เท่านั้น (เครื่องบินแบบ P-3 เรือ อากาศนาวี ก�าลังรบยกพลขึ้นบก และอื่น ๆ ท�าการ
ี
�
ี
ึ
ื
Orion) ทั้งนี้ตามหลักนิยมกองทัพสหรัฐอเมริกาการวาง ยกพลข้นบกเข้ายึดพ้นท่ชายหาดท่เลือกสถาปนากาลัง
ทุ่นระเบิดทางรุกท่มีความมุ่งหมายสนามทุ่นระเบิดเป็น รบบนฝั่ง เพ่อขยายผลการปฏิบัติการทางทหารต่อไป ซ่ง
ี
ื
ึ
สนามทางยุทธศาสตร์ท่หวังผลให้สนามน้นมีภัยคุกคาม ปกติแล้วจะสามารถแบ่งการปฏิบัติการนี้เป็น ๕ ขั้นตอน
ั
ี
ึ
ื
ั
ั
สูงอย่างต่อเน่อง ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจ สังคม จตวิทยา คือ ข้นการวางแผน ข้นการข้นสู่เรือ ข้นการซักซ้อม
ั
ิ
ขวัญประชากร ตลอดจนศักย์สงครามของข้าศึกที่ต้อง ขั้นการเดินทางไปยังพื้นที่ที่หมาย และขั้นการบุกโจมตี
ื
ิ
ั
ใช้ทุ่นระเบิดจานวนมากน้น จะใช้เคร่องบินท้งระเบิด แต่ละข้นตอนต่าง ๆ กาลังอากาศนาวี และกาลังทาง
�
ั
�
�
ื
ขนาดใหญ่ เช่น เคร่องบิน B-52 โดยใช้ยุทธวิธีเดียวกับ อากาศอ่นท่มาสนับสนุนจะเข้าไปเก่ยวข้องตลอด ท้งน ้ ี
ื
ั
ี
ี
ื
ิ
ี
�
ึ
ื
การท้งระเบิดภาคพ้นดิน ซ่งกองทัพอากาศ และกองทัพเรือ เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลจะมีบทบาทท่สาคัญใน
สหรัฐอเมริกามีการฝึกร่วมกันเป็นประจ�า การให้ได้มาซ่งการควบคุมทะเลท่ต้องการ การป้องกัน
ี
ึ
การปล่อยทุ่นระเบิด MK62 ของเครื่องบิน P-3 Orion
ขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดทางรุกใน
ี
เชิงยุทธศาสตร์ตามท่กล่าวมาแล้ว ท่ต้องใช้เคร่องบิน
ื
ี
ท้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ (Strategic Bomber) น้น
ิ
ั
ื
ปัจจุบันกองทัพอากาศไทยยังไม่มีเคร่องบินดังกล่าว
ี
ในการน้เคยมีแนวความคิดท่จะนาเคร่องบินลาเลียงมี
�
�
ื
ี
ประตูท้ายลักษณะเคร่องบิน C-130 มาดัดแปลงโดย
ื
บรรทุกทุ่นระเบิดภายในแล้วเปิดประตูท้ายท้ง ผู้เขียน
ิ
เห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ว่าจะพยายามดัดแปลง หรือ
�
ออกแบบใด ๆ และยังไม่มีการดาเนนการมาก่อน จะม ี
ิ
แต่การใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดตามที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งใช้มา
ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ประตูท้ายเครื่องบิน C-130 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะออกแบบให้วางทุ่นระเบิด
�
้
�
ั
กองกาลังเฉพาะกิจสะเทินนาสะเทินบกในข้นการเดินทาง
ี
๑.๔ การปฏิบัติการสะเทินน�้าสะเทินบก และการป้องกันพื้นที่ท่หมาย (Amphibious Objective
้
้
ิ
�
้
การปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก คือ การโจมต ี Area) ดวยการปฏิบัตการลาดตระเวนเฝาตรวจ การปราบ
ึ
จากทะเลสู่ฝั่งด้วยการใช้กาลังทางเรือ ซ่งประกอบด้วย เรือด�าน�้า การต่อต้านเรือผิวน�้า และอื่น ๆ
�
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ี
ื
๑.๕ การปฏิบัติการทางทหารอ่น ๆ ท่มิใช่การสงคราม ๒. คุณลักษณะที่ส�าคัญ
ื
ี
นอกจากสาขาการปฏิบัติการทางเรือหลัก ท่เคร่องบิน
ลาดตระเวนทางทะเลสามารถเข้าไปมีบทบาท เป็นความ
พยายามหลัก (Main Effort) หรือความพยายามรอง
ที่มีส่วนช่วยของการปฏิบัติการนั้น ๆ ในสงครามทางเรือ
ี
�
ี
ื
ตามท่กล่าวมาแล้ว สาหรับการปฏิบัติการอ่น ๆ ท่มิใช่
การสงคราม (Military Operation Other Than War)
ท่จะต้องปฏิบัติ ต้งแต่ยามปกติตามหลักนิยมทางทะเล
ั
ี
ของกองทัพเรือไทย ท่ประกอบด้วย การใช้กาลังทางเรือ
�
ี
เพ่อรักษากฎหมายในทะเล และเพ่อภารกิจการช่วยเหลือ
ื
ื
น้น เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลจะเข้าไปมีบทบาท
ื
ั
ในหลายปฏิบัติการ เช่น การป้องกันการกระทาผิด
�
กฎหมายทางเศรษฐกิจการค้าต่าง ๆ การปราบปรามอันเป็น
โจรสลัด และการกระทาความผิดทางทะเลอ่น ๆ
ื
�
่
ึ
่
ิ
ั
การอนุรกษ์ทรัพยากรและสงแวดล้อมทางทะเล ซง
ส่วนใหญ่จะเป็นการลาดตระเวนเฝ้าตรวจสนับสนุน
การปฏิบัติ การขัดขวางทางทะเล (Maritime Interdiction
Operation) นอกจากนี้ยังเป็นก�าลังหลัก หรือช่วยเหลือ
กาลังผิวนาในการคุ้มครองเส้นทางการคมนาคมทางทะเล ห้องนักบินและศูนย์ยุทธการ ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
�
้
�
ฐานขุดเจาะ และแหล่งผลประโยชน์ของชาติอ่น ๆ แบบ P-8 Poseidon ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
ื
ในทะเล การค้นหา กู้ภัย และการบรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ จากบทบาทและความต้องการใช้งานในการ
�
ี
ี
ในทะเล ตลอดจนการปฏิบัติในการสนับสนุนการด�าเนิน ปฏิบัติการท่สาคัญตามท่กล่าวมาแล้ว ประกอบกับเป็น
ี
ั
นโยบายระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ ท่ประจักษ์และยอมรับท่วไปกันมานานแล้วว่า ในบรรดา
ี
�
�
กาลังท่ใช้ป้องกันประเทศต่าง ๆ กาลังทางเรือจะเป็น
�
ั
กาลังท่ถูกนามาใช้ต้งแต่ยามสงบ ในการปกป้องคุ้มครอง
�
ี
และส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า ตลอดจนผลประโยชน์
ิ
ของชาติทางทะเลรูปแบบต่าง ๆ ท่ามกลางส่งแวดล้อม
ี
ท่ต่างแย่งชิงเป็นเจ้าของทรัพยากรท่มีจากัด เคร่องบิน
�
ื
ี
ึ
ื
ลาดตระเวนทางทะเลซ่งเป็นเคร่องมือรบหลักเอนกประสงค์
ี
ของกาลังทางเรือจึงเป็นท่ต้องการจัดหา หรือพัฒนา
�
ให้ทันสมัยพร้อมใช้งานอยู่เสมอของกองทัพเรือแทบ
ทุกชาติ มีการสร้างออกมามากหลายแบบแต่สามารถ
แบ่งออกได้ ๓ ลักษณะ คือ ลักษณะแรก เป็นการ
ตัวอย่างรูปแบบหนึ่งที่ใช้ค้นหาผู้ประสบภัยในทะเล ออกแบบมาเพ่อวัตถุประสงค์ลาดตระเวนทางทะเล
ื
ของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล (S คือย่านการตรวจจับ)
ื
�
�
้
ท้งต่อสู้เรือผิวนา ปราบเรือดา และอ่น ๆ โดยเฉพาะ
ั
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ื
�
ื
ี
�
เช่น เคร่องบินแบบ P-3 Orion ท่เคยประจาการใน สาหรับการออกแบบเคร่องบินลาดตระเวน
ื
กองทัพเรือไทย หรือแบบ P-1 Kawasaki ของกองทัพเรือ อีกลักษณะ คือ ดัดแปลงมาจากเคร่องบินโดยสาร
ื
ั
ี
ี
ื
ญ่ปุ่น เป็นต้น ลักษณะต่อไปเป็นการนาเคร่องบินท่ใช้ ปัจจุบันได้มีการนาเคร่องบินโดยสารท้งท่ใช้เคร่องยนต์
ี
�
�
ื
ในการขนส่งทางทหาร (Military transport aircraft) แบบ Turbo prop และ Turbo fan มาดัดแปลง
ี
ื
ท่ส่วนใหญ่จะมีประตูท้ายมาดัดแปลง โดยติดต้งระบบ เช่น เคร่องบินลาดตระเวนแบบ P-8 Poseidon ของ
ั
ี
�
ุ
ึ
�
ื
ตรวจจับและระบบอาวธเข้าไป ซงมีข้อดีสาหรับผ้ใช้ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาท่นาเคร่องบินโดยสารแบบ
ู
่
คือ ง่ายสาหรับการซ่อมบารุงที่ผู้ใช้จะใช้เคร่องบินแบบ Boeing 737 หรือแบบ ATR 72 MPA ของกองทัพเรือ
�
ื
�
เดียวกันท้งกิจในการขนส่งลาเลียง และกิจในทางยุทธการ ตุรกี และอีกหลายชาติท่นาเคร่องบินโดยสารแบบ
ื
ั
ี
�
�
ิ
ั
ั
้
ั
ิ
่
ื
่
แตมใชเครองบนเครองเดยวกน จะสลบภารกจกนได ทงน ้ ี ATR 72 มาดัดแปลง
้
ั
ี
่
ื
่
ิ
เพราะระวางบรรทุกและนาหนักท่จะบรรทุกได้ (Pay load)
้
ี
�
ื
ื
�
สาหรับเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลได้ใช้เป็นพ้นท ี ่
�
ห้องศูนย์ยุทธการ และนาหนักท่จะบรรทุกถูกใช้ไปกับ
ี
้
ื
ี
ลูกเรือท่มีมากกว่าเคร่องบินปกติ อุปกรณ์ต่าง ๆ และอาวุธ
ั
ี
ี
ท่ติดต้ง (แนวความคิดน้กองทัพเรือไทยเคยใช้มาก่อน
ื
กรณีเคร่องบินต่อสู้เรือผิวนาแบบท่ ๑ และเคร่องบิน
้
ี
ื
�
ลาเลียงแบบท่ ๑ ท่ใช้เคร่องบินแบบเดียวกันคือ F 27
�
ี
ื
ี
Fokker) ตัวอย่างเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่ถูก
ื
ี
ออกแบบมาลักษณะนี้ เช่น แบบ C 130 Sea Hercules
ของกองทัพเรืออินเดีย แบบ C 295 MPA ของกองทัพเรือ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ ATR 72
หลายชาติเป็นต้น
ภายในเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ C 130
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ี
ื
แม้การออกแบบสร้างจะมีท่มาแตกต่างกันออกไป การบินด้วยเคร่องวัดประกอบการบิน (Instrument
ึ
ื
แต่คุณลักษณะของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล Flight Rule/IFR) ทนพายุฝนฟ้าคะนองได้ระดับหน่ง
ื
ื
ื
ทุกแบบจะมีมาตรฐานสาคัญ เพ่อให้มีขีดความสามารถ เน่องจากต้องปฏิบัติการเหนือทะเลเป็นประจา เคร่องยนต์
�
�
ึ
้
�
ื
�
้
�
ื
หลักซ่งได้แก่ การต่อต้านเรือผิวนา การปราบเรือดานา อย่างน้อยต้องมี ๒ เคร่อง โครงสร้างเคร่องบินต้องม ี
ื
การค้นหาและกู้ภัย และการเฝ้าตรวจทางทะเลเพ่อ การป้องกันสนิมตามมาตรฐาน ความเร็ว และเพดานบิน
ี
่
็
ิ
ิ
ู
ั
สนับสนุนการปฏิบัติการทางทะเลแบบอื่น ๆ ดังนี้ สงสดตามมาตรฐาน แต่ต้องปฏบตการทความเรว
ุ
่
�
และความสูงตาท่จะปฏิบัติการทางยุทธวิธี โดยเฉพาะ
ี
การปราบเรือด�าน�้าได้ เวลาบินได้อย่างน้อย ๑๐ ชั่วโมง
ระยะปฏิบัติการประมาณ ๒,๐๐๐ ไมล์ทะเล ระยะทาง
ี
ึ
ิ
ท่ใช้ในการว่งข้นและบินลงเป็นไปตามมาตรฐาน ภายนอก
ั
เคร่องบินนอกจากจะสามารถติดต้งอุปกรณ์ต่าง ๆ
ื
ท่ต้องการแล้ว จะต้องมีจุด (Hardpoint) ให้เลือก
ี
ติดต้งอาวุธปล่อยนาวิถีอากาศ-สู่-พ้น ตอร์ปิโดปราบ
�
ื
ั
เรือด�าน�้า และทุ่นระเบิดที่ใช้กับเครื่องบินได้
ที่เก็บทุ่นดักฟังเสียง Sonobouy ภายในเครื่องบิน
และการปล่อยจากเครื่องโดยท่อปล่อย
๒.๑ สมรรถนะทั่วไป
ื
ื
พ้นฐานของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลจะต้องม ี
ขนาดใหญ่ ที่ส�าคัญคือ พอที่จะจัดให้มีห้องศูนย์ยุทธการ
ี
ขนาดมเจ้าหน้าทประจาประมาณ ๕ สถานี มพนท ี ่
่
�
้
ื
ี
ี
ั
ี
ติดต้งอุปกรณ์ต่าง ๆ และท่เก็บทุ่นดักฟังเสียง Sonobouy
ี
ี
ี
พร้อมท่ปล่อย (Launcher) มสถานท่สาหรับยาม
�
ตรวจการณ์ (Look out) ซ้ายขวา และสถานที่ส�าหรับ
ให้นักบิน ลูกเรือ หมุนเวียนพักผ่อน ต้องเป็นเคร่องบิน
ื
ท่สามารถทาการบินได้ท้งกลางวันและกลางคืนทุกสภาพ
ี
�
ั
อากาศ ต้องมีขีดความสามารถในการบินด้วยระบบ รูปบนเป็นภายนอกเครื่องบินรูปล่างเป็นยามตรวจการณ์
นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๒.๒ ระบบตรวจจับ - อุปกรณ์ตรวจจับความผิดปกติสนามแม่เหล็ก
ื
ี
นอกจากอุปกรณ์เคร่องวัดประกอบการบิน และ โลก หรือท่ MAD (Magnetic Anomaly Detector)
เคร่องช่วยในการเดินอากาศแบบต่าง ๆ ท่ต้องม ี เป็นอุปกรณ์ตรวจหาค่าผิดปกติสนามแม่เหล็กโลกตาม
ื
ี
�
ี
�
ื
�
ี
ี
ตามมาตรฐานการบินสากลท่กาหนดแล้ว เพ่อให้ปฏิบัต ิ ตาบลท่ อันเน่องจากอานาจแม่เหล็กใหม่ท่ผิดแปลกมา
ื
่
ี
ตามขดความสามารถทต้องการ อย่างน้อยเครองบน กระท�า เป็นเครื่องมือแบบ Passive ระยะตรวจจับขึ้นกับ
่
ิ
ี
ื
ื
ลาดตระเวนจะติดตั้งระบบตรวจจับพื้นฐาน ดังนี้ ขนาดของเป้าไม่อาจใช้เป็นเคร่องมือค้นหาในข้นต้นได้
ั
่
่
ื
ื
๒.๒.๑ ระบบตรวจจับเป้าพื้นน�้า แต่จะใช้ร่วมกบเครองมออน เช่น Sonobouy ในการ
ั
ื
ี
ระบบน้ใช้ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจท่เป็น แยกเป้า ยืนยันเป้า หรือก�าหนดต�าบลที่ที่แน่นอน
ี
พ้นฐานในการปฏิบัติการสนับสนุนการรักษากฎหมาย - อุปกรณ์ที่ท�างานโดยอาศัยคลื่นเสียงใต้น�้าซึ่ง
ื
�
ี
และปกป้องผลประโยชน์ของชาติในทะเล ตลอดจน ได้แก่ ทุ่นฟังเสียงใต้นาท่เรียกว่า Sonobouy นับเป็น
้
�
้
ื
�
การค้นหากู้ภัย และช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัต ิ อุปกรณ์หลักในการตรวจจับเรือดานาของเคร่องบิน
ั
�
ต่าง ๆ ต้งแต่ยามปกติไปจนถึงการรบผิวนา ในการค้นหา ใช้ในการตรวจจับ จาแนกเป้า กาหนดตาบลท่ และยืนยันเป้า
ี
�
�
�
้
พิสูจน์ทราบ และสนับสนุนการใช้อาวุธของหน่วยทาการยิง
�
ื
หรือเป็นหน่วยยิงเอง เคร่องมือตรวจจับของระบบน ้ ี
ที่ควรมีเป็นอย่างน้อยได้แก่
ื
- อุปกรณ์ซ่งจัดได้ว่าเป็นเคร่องมือตรวจจับ
ึ
ื
ื
ี
่
่
่
ทเชอถือได้มากทสุดในการพิสูจน์ทราบ คอ สายตาของ
ี
นักบิน หรือลูกเรือ (Eyes) รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยซึ่งได้แก่
กล้องส่องทางไกล หรือที่ใช้ในเวลากลางคืน เช่น ไฟฉาย
และพลุส่องสว่าง
ี
- อุปกรณ์ท่ใช้คล่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการค้นหา
ื
ึ
ตรวจจับ ซ่งได้แก่ เรดาร์เฝ้าตรวจ (Surveillance Radar)
ี
ุ
ทมสมรรถนะการใช้งานทางยทธการในทะเลมระยะ
่
ี
ี
ี
ั
�
ี
ตรวจจบท่ไกล จาแนกและติดตามเป้าท่ต้องการได้
สามารถตรวจจับเป้าขนาดเล็กโดยเฉพาะกล้องตา
เรือด�าน�้าได้
- อุปกรณ์ตรวจจับที่ใช้ระบบ Electro Optic/
ึ
Infrared ซ่งสามารถใช้งานในสภาพอากาศและวิสัย
ที่ไม่ดีได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เครื่องมือตรวจจับเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
- ระบบ Electronic Support Measures/ ทุ่นฟังเสียงใต้น�้านี้ใช้ทิ้งจากเครื่องบิน
ESM ในการตรวจจับข้อมูลสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เม่อตกลงถึงพ้นนาโดยมีร่มชูชีพพยุงลงไปแล้ว จะม ี
ื
ื
�
้
้
�
การแพร่คลื่นเรดาร์ของฝ่ายตรงข้าม Hydrophones หลุดจากทุ่นลงไปใต้นา รับฟังเสียงต่าง ๆ
้
ื
ี
�
๒.๒.๒ ระบบตรวจจับเป้าใต้น�้า ท่เกิดจากใต้นาแล้วสัญญาณเสียงนี้จะถูกแปลงเป็นคล่น
ี
ื
้
�
ื
เคร่องมือตรวจจับเป้าใต้นาพ้นฐานท่ใช้ใน VHF ส่งต่อไปบนเครื่องรับบนเครื่องบิน ทุ่นฟังเสียงใต้น�้า
เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลมีดังนี้ มีทั้งแบบ Passive และ Active แบบ Passive ดักฟัง
นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ื
�
ี
อย่างเดียว แต่แบบ Active จะแพร่คล่นเสียงออกไป - ตอร์ปิโด เป็นอาวุธสาคัญท่ใช้ในการต่อต ี
ื
ู
�
้
�
ู
�
และคอยรับ Echo สะท้อนกลับมาหลักการเดียวกับ ใช้เมอตรวจพบเรอดานาอย่ใต้นา และได้ข้อมลทาง
่
้
ื
Sonar ข้อมูลที่ได้จะได้ทั้งระยะและทิศทางของเป้า ยุทธวิธีเพียงพอ
๒.๓ ระบบอาวุธ ๒.๔ ระบบสื่อสารและเชื่อมโยงทางยุทธวิธี
ื
ื
ี
ื
อาวุธพ้นฐานของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล พ้นฐานระบบน้ของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล
ื
มีดังนี้ ควรมีดังนี้
ื
่
๒.๓.๑ อาวุธที่ใช้โจมตีเป้าพื้นน�้า - การสอสารนอกจากระบบของอากาศยานตามปกต ิ
้
้
่
ื
ี
�
่
ื
ื
ี
่
ั
- ปืนกล และจรวดอากาศ เครื่องบินบางแบบ แลว จะตองมเครองมอ และความถพอสาหรบการสอสาร
�
ยังใช้อาวุธท้งสองแบบน้อยู่ เพ่อใช้โจมตีเป้าพ้นนา ทางยุทธวิธีกับหน่วยก�าลังอื่น ๆ ทั้งข่าย UHF VHF และ
ื
ี
้
ั
ื
ี
ขนาดเล็กระยะประชิดท่มีการป้องกันไม่เข้มแข็งนัก HF ตลอดจนระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite
หรือเรือด�าน�้าขณะอยู่บนผิวน�้าทั้งล�า หรือบางส่วน Communication)
�
ื
- อาวุธปล่อยนาวิถีอากาศ-สู่-พ้น ใช้โจมต ี - ระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี (Tactical Data Link)
ี
ื
�
เป้าหมายระยะไกล อ�านาจการท�าลายสูง ท่สามารถเช่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีกับหน่วยกาลังด้วย
ี
�
ื
- ทุ่นระเบิด อาวุธชนิดนี้ใช้ปล่อยจากเครื่องบิน กันเองกับเหล่าทัพอ่นท่มาปฏิบัติการร่วม หรือกับกาลัง
ุ
ลาดตระเวนทางทะเลในการวางทุ่นระเบิดทางรก หรือ ชาติพันธมิตรท่มาปฏิบัติการร่วม/ผสมตลอดจนกับหน่วย
ี
ทางรับที่หวังผลทางยุทธวิธีเพื่อท�าลาย หรือขัดขวางเรือ ควบคุมต่าง ๆ ทั้งบนบกในทะเล
ผิวนาข้าศึกมิให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการทางเรือ - อปกรณหมายรพสจนฝาย (Identification Friend
�
้
่
ู
์
ู
้
ิ
ุ
์
ของฝ่ายเรา or Foe/IFF)
๒.๕ ระบบอ�านวยการรบ
�
ื
ระบบอานวยการรบของเคร่องบินลาดตระเวน
�
�
้
้
�
ทางทะเลจะเหมือนกับของเรือผิวนา หรือเรือดานา คือ
่
�
ี
จะทาหน้าทเป็นศนย์กลางทเชอมต่อระหว่างระบบ
่
ื
่
ี
ู
ตรวจจับ ระบบอาวุธ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประมวลผล
แสดงภาพ วางแผน ควบคุม จัดการ และส่งการ
ั
ื
ื
เพ่อให้เคร่องบินดังกล่าวสามารถปฏิบัติงานตามขีด
ี
ิ
ิ
ี
้
่
ความสามารถทต้องการได้อย่างมประสทธภาพ ทงน ี ้
ั
ื
จะต้องมีการจัดห้องศูนย์ยุทธการภายในเคร่องบิน
อย่างเหมาะสม และเพียงพอในการปฏิบัติงาน
ทุ่นระเบิด MK 63 Quickstrike ติดตั้งใต้ปีกเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล
๒.๓.๒ อาวุธที่ใช้โจมตีเรือด�าน�้า ๓. ข้อเสนอแนะ
�
- ระเบิดลึก (Depth Bomb) ใช้สาหรับ ๓.๑ ข้อเสนอแนะส�าหรับกองทัพเรือ ประการแรก
�
้
�
เป้าหมายเรือดานาท่มองเห็นได้ขณะดา (Visible) หรือ ตามความคิดเห็นของผู้เขยนคือ ขอเรียนว่าเคร่องบิน
ี
�
ื
ี
อาจใช้ขณะที่เรือด�าน�้าก�าลังจะด�า ลาดตระเวนทางทะเลท่มีขีดความสามารถในการต่อสู้
ี
นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ี
ี
�
�
้
�
เรือผิวนา และปราบเรือดานามีความจาเป็นเป็นอย่างย่ง ิ ขององค์วัตถุ ความเป็นมืออาชีพขององค์บุคคลท่เช่ยวชาญ
้
�
โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบัน ด้วยเหตุผลดังนี้ ในองค์ยุทธวิธีจะได้ผลในเชิงป้องปราม และอาจส่งผลถึง
ื
ี
๓.๑.๑ ข้อแรกเป็นเร่องของความ เกียรติภูมิของกองทัพด้วย ในการน้มีกองทัพเรือหลายชาต ิ
ี
ื
ั
จ�าเป็นของก�าลังทางเรือ ประเทศที่ต้องการใช้ประโยชน์ รวมท้งกองทัพเรือไทยท่ใช้เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล
ี
ื
ี
ั
อย่างเต็มท่ในพ้นท่ทะเลอาณาเขต และเขตเศรษฐกิจ ดัดแปลงช่วคราว เป็นพาหนะเดินทางของผู้บังคับบัญชา
�
ั
ี
ึ
จาเพาะของตน รวมถึงในทะเลหลวงตามสิทธิท่กฎหมาย ช้นสูง โดยเฉพาะการไปต่างประเทศอย่างเป็นทางการซ่ง
ระหว่างประเทศกาหนดในการป้องกันประเทศ และรักษา เปรียบเสมือนการอวดธงราชนาวีในต่างแดนไปในตัวด้วย
�
่
ิ
์
�
�
ี
้
ี
้
ผลประโยชนของชาตทางทะเล จะตองมกาลงทไดสดสวน ๓.๑.๓ สาหรับท่กล่าวว่า “จาเป็น
�
่
ั
ี
ั
ิ
ี
ื
ทั้งสามมิติ คือ เรือผิวน�้า เรือด�าน�้า และก�าลังทางอากาศ เป็นอย่างย่งโดยเฉพาะภาวะในปัจจุบัน” ท้งน้เน่องจาก
ั
ึ
ี
ี
ื
ซ่งกาลังในส่วนหลังน้แม้บางชาติจะให้กองทัพอากาศ เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่มีขีดความสามารถ
�
้
ปฏิบัติแต่เป็นในลักษณะ Air Force for the Navy ซึ่ง ในการต่อต้านเรือผิวนา โดยเฉพาะเข้าประจาการมา
�
�
ี
�
�
มีการจัดในลักษณะ Maritime Air Group ส่วนเรือดานา ประมาณเกือบ ๔๐ ปี สมควรท่จะพิจารณาจัดหาใหม่
้
ก็ไม่ได้สาคัญน้อยไปกว่าเรือผิวนา ไม่ว่าทะเลอาณาเขต ทดแทน ส่วนเคร่องบินท่มีขีดความสามารถการปราบ
้
�
ี
ื
�
�
�
ั
ื
�
้
�
�
และเขตเศรษฐกิจจาเพาะของตน นาจะลึกต้นขนาดใด เรือดานาโดยเฉพาะน้น ได้ถูกปลดประจาการไปประมาณ
้
สงครามทางเรอเป็นสงครามการเคลอนทมใช่จะตกรอบ ๒๐ กว่าปีแล้ว ยังไม่มีการทดแทนแต่อย่างใดคงมีแต่
ิ
่
ี
ื
ี
่
ื
�
�
ื
้
ื
ึ
ี
ั
พ้นท่ปฏิบัติการเฉพาะในบ้านแล้วต้งรับได้ เน่องจาก เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดานา ซ่งตามหลักยุทธวิธีในการ
�
ั
�
้
�
�
้
�
ทะเลทุกแห่งในโลกมีสามมิติ คือ ผิวนา ใต้นา และเหนือนา ปราบเรือดานาอากาศยานท้งสองแบบไม่สามารถใช้
้
้
การขาดกาลังป้องกัน หรือใช้ในทางรุกเชิงป้องกันใน ทดแทนกันได้ การขาดเครื่องบินปราบเรือด�าน�้าจะท�าให้
�
�
ี
มิติใดมิติหน่งอาจท�าให้การป้องกันท่เหลือไร้คุณค่า ไม่มีโอกาสตรวจจับเรือดานาในระยะไกลได้ และ
�
้
ึ
คือสูญเปล่าได้ เน่องจากการขาดแคลนเคร่องบินปราบเรือดานาน ี ้
ื
�
้
�
ื
ี
๓.๑.๒ ส�าหรับเครื่องบินลาดตระเวน อยู่ในภาวะพ้นท่ทางทะเลในภูมิภาคกาลังเต็มไปด้วย
�
ื
�
�
้
ทางทะเลนอกจากความสาคัญในการปฏิบัติการร่วม การปฏิบัติการด้วยเรือดานา และอีกหลายประเทศกาลัง
�
�
�
้
ื
ในการต่อสู้เรือผิวนา โดยเฉพาะจุดเด่นเร่องการค้นหา เร่งเสริมสร้างปรับปรุงเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเล
ื
้
�
�
�
และการปราบเรือดานาในยามสงคราม ตลอดจนการ โดยเฉพาะท่มีขีดความสามารถในการปราบเรือดานา
�
ี
้
ี
ั
ั
ปฏิบัติการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ รวมท้งการ ท้งหมดท่กล่าวมาผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าเครองบิน
่
ื
ี
ั
รักษากฎหมายในทะเลต้งแต่ยามปกติแล้ว การมีหรือไม่ม ี ลาดตระเวนทางทะเลท่มีขีดความสามารถหลักในการ
ื
�
เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลยังจะส่งผลถึงการ ต่อสู้เรือผิวนา และการปราบเรือดานา จึงมีความจาเป็น
�
�
้
้
�
ื
ป้องปราม และเกียรติภูมิของกองทัพเรือไทยด้วยในเร่อง เป็นอย่างยิ่งส�าหรับกองทัพเรือไทยในภาวะปัจจุบัน
ื
การป้องปราม เช่น ในการปฏิบัติการผสมกับกองทัพเรอ ๓.๒ ข้อเสนอแนะประการต่อไป คือ ในกรณ ี
ิ
ื
ื
ื
ี
่
ั
ชาตอนในภมภาคตามพนธกรณ หรอการฝึกผสมกบ ท่มีความต้องการควรจะจัดหาลักษณะใด ในเร่องน ้ ี
ี
ั
ิ
ู
กองทัพเรือพันธมิตร การใช้เครื่องบินที่เก่าล้าสมัย หรือ ผู้เขียนมีความเห็นว่าในห้วงภาวะปัจจุบัน กองทัพเรือ
�
ไม่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติ ตลอดจนการขาดไม่ม ี อาจมีความต้องการเคร่องบินท่ใช้ในการขนส่งลาเลียง
ื
ี
�
เครื่องบินประเภทที่ต้องการเข้าปฏิบัติการ ย่อมแสดงถึง ในเวลาใกล้เคียง เพ่อเป็นการง่ายในการซ่อมบารุง
ื
ั
จุดอ่อน หรือช่องว่างของการปฏิบัติการน้น แต่ในทาง และประหยัดงบประมาณในอนาคต กองทัพเรืออาจใช้
ี
่
ี
้
ั
ึ
ิ
ั
้
้
ื
่
ิ
ื
่
ตรงขามหากแสดงออกถงขดความสามารถ และความพรอม แนวความคดทเคยใช้เมอครงจดหาเครองบนต่อต้าน
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
เครื่องบินล�าเลียงแบบที่ ๑ (F 27 MK 400)
ื
ี
เรือผิวน�้าแบบที่ ๑ และเครื่องบินล�าเลียงแบบที่ ๑ ที่ใช้ สมควรต้องได้รับการจัดหาทดแทน ส่วนเคร่องบินท่ม ี
้
ื
�
�
เคร่องบินแบบ F 27 Fokker แบบเดียวกันดัดแปลง ขีดความสามารถในการปราบเรือดานา กองทัพเรือได้
ึ
แล้วใช้ต่างภารกจกนเป็นแบบ F27 MK 200 และ ว่างเว้นการมีประจาการมาช้านานแล้ว ซ่งเคร่องมือ
ื
ิ
�
ั
ี
้
�
ี
�
แบบ F27 MK 400 รบประเภทน้เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดานาท่มีอยู่ก ็
สรุปเท่าท่ได้เรียนให้ทราบ ถึงบทบาทสาคัญ ไม่อาจทดแทนได้ ประกอบกับพ้นท่ปฏิบัติการในเอเชีย
�
ื
ี
ี
�
ี
�
้
ื
ของเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลในการลาดตระเวน ตะวันออกเฉียงใต้น้ยังเต็มไปด้วยการปฏิบัติการเรือดานา
�
เฝ้าตรวจ การปฏิบัติการต่อต้านเรือผิวนา การปราบ ของหลายชาติพร้อมกัน กับการแข่งขันการจัดหา
้
เรือด�าน�้า และอื่น ๆ ในการท�าสงครามทางเรือซึ่งอาจจะ เคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่มีขีดความสามารถหลัก
ื
ี
ี
ื
เกิดขึ้นในการรบใหญ่ครั้งต่อไป ตลอดจนการปฏิบัติการ ตามท่กล่าวไว้แล้ว ทุกท่านคงเห็นพ้องกันอีกว่าเคร่องบิน
�
�
ี
ในการเฝ้าตรวจ ในการสนับสนุนการป้องกันและ ประเภทน้น่าจะมีความจาเป็นเป็นอย่างย่งสาหรับ
ิ
�
ี
�
ี
ปราบปรามการกระทาท่อาจเป็นการกระทาผิดกฎหมาย กองทัพเรือไทยในปัจจุบัน ควรท่จะได้รับการพิจารณา
ในทะเล การรักษาผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจน ให้มประจาการในโอกาสแรกทสภาวะทางงบประมาณ
ี
่
ี
�
การช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ การค้นหาและ เอื้ออ�านวย
การกู้ภัย รวมทงอาจเป็นเคร่องมอของรัฐบาลในการ
ื
ื
ั
้
ช่วยเหลือดาเนินการใด ๆ ตามนโยบาย หรือตามพันธกรณ ี แหล่งข้อมูล
�
ระหว่างประเทศ ซ่งอาจส่งผลถึงการป้องปราม และ - เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ (อทร) หมายเลข ๘๐๐๑ “หลักนิยม
ึ
เกียรติภูมิของประเทศต้งแต่ยามปกติ ทุกวันน้ทุกท่าน ทางทะเลกองทัพเรือ”
ั
ี
- กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ
�
คงจะเห็นความสาคัญของเคร่องมือรบทางเรือประเภทน ้ ี - ค้นหาจาก www.google.com ในเรื่อง Marime Patrol Aircraft
ื
ื
ั
ี
และท้งน้เน่องจากปัจจุบันเรายังขาดแคลน ด้วยเหตุท ี ่ Anti Surface Warfare, Anti Submarine Warfare และอ่น ๆ
ื
ที่เกี่ยวข้อง
เคร่องบินประเภทน้มีขีดความสามารถเฉพาะในการ
ี
ื
ต่อต้านเรอผวนา และทมอย่ได้รบราชการมานานปีแล้ว
ี
่
ี
ั
ู
�
ื
ิ
้
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
กรุงศรีอยุธยาแตก
ปีจออัฐศก พ.ศ.๒๓๐๙
ี
ในปีจออัฐศก พม่ายกทัพขยับเข้ามา ใกล้อยุธยาเข้าทุกท ตีปล้นสดมภ์ข่มขู่ ไทยออกสู้ดูกาลังปรปักษ์
�
ั
ึ
ี
แต่เม่อประจักษ์แน่แล้ว ก็หนีแน่วกลับบ้าน มิฉน้นก็พล่านสู่ป่า อาไศรยพงเป็นท่พ่ง สึงซุ่มซ่อนนอนดิน สินทรัพย์
ื
ยับเยินย่อย ร่อยหรอกาลังวังชา ชาวอยุธยาบ่มีใจสู้ หดหู่ต่อปฏิปักษ์ หนักในจิตอิดระอา เพราะผู้บัญชาสูงสุด
�
ดุจไม้หลักปักเลน ไกวโยนโอนเอน ไม่เป็นแก้วเป็นการ ในอยุธยาวสานสมัยนั้นฯ
(พระนิพนธ์เรื่อง สามกรุง โดย น.ม.ส.พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ)
นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
คติไทย
ข้าศึกตีกระหน�่า เข้ามาล้อมพระนครแล้ว ก็ยังไม่รู้จักจะต่อสู้ จะยิงปืนใหญ่ก็กลัวผู้หญิงจะตกใจ แม่ทัพนายกอง
ผู้ใดคิดต่อรบก็ถูกคาดโทษ
ื
ี
ึ
ั
“เม่อผู้ใหญ่หฤโหดโฉดเขลาถึงเช่นน จ่งได้เสียทีเสียวงศ์กษัตรา เสียยศเสียศักด์นัคเรศ เสียท้งพระนิเวศน์วงศา
้
ิ
ั
ั
ั
ิ
เสียท้งตระกูลนานา เสียท้งไพร่ฟ้าประชากร สารพัดจะเสียส้นสุด ท้งการยุทธ์ก็ไม่ได้เตรียมฝึกสอน จึงไม่รู้กู้แก้พระนคร
เหมือนหนอนเบียนให้ประจ�ากรรม”
(แผ่นพับ การแสดงประกอบ แสง เสียง และฟ้อนร�า เรื่อง คติไทย ของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สวนอัมพร วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๓ ภาวาส บุนนาค แต่งบท)
พระราชพงศาวดาร
ี
พม่าหักกรุงได้แล้ว ก็เร่มเผาเมืองท้งเมืองในเพลาเท่ยงคืนประมาณ ๒ ยามเศษ เพลิงไหม้ไม่เลือก ต้งแต่เหย้าเรือน
ั
ิ
ั
ราษฎรไปจนถึงปราสาทราชมณเฑียร เพลิงผลาญพระนครเป็นเวลานานถึงสิบห้าวัน
(พระราชพงศาวดารฉบับกรมศึกษาธิการ ร.ศ.๑๒๐)
หลังจากที่พม่าใช้เวลาล้อมเมืองอยู่นาน ๑๔ เดือน อาณาจักรอยุธยาอันมีพระมหากษัตริย์ปกครองสืบต่อกันมา
ถึง ๓๔ พระองค์รวม ๕ พระราชวงศ์ ต้งม่นมีความเจริญรุ่งเรืองมายาวนาน รวมเป็นเวลาถึง ๔๑๗ ปี ต้งแต่เดือนเมษายน
ั
ั
ั
พ.ศ.๑๘๙๓ จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ ก็ถึงคราวดับสูญ
กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค�่า จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน นพศก เพลาค�่า ตรงกับ
วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๓๑๐
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
การรบทางเรือของพระเจ้าตากสิน
ขอบคุณ ภาพจากมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม
ต่อมาเจ้าตาก (สิน,เจ้าตาก,พระยาตาก,พระเจ้าตากสิน,สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ก็กอบกู้เอกราชของสยาม
ด้วยก�าลังทางเรือ ได้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค�่า จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน
่
่
ื
ี
ี
นพศก เพลาบ่าย ๑ โมงเศษ หลังจากรุงศรีอยุธยาแตกเป็นคร้งท ๒ เม่อวันท ๘ เมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ นับว่าเป็น
ั
พระราชภาระอันใหญ่หลวง
เรือรบเรือไล่แกล้ว การรบ
สง่าสุดยุทธนาวา แหวกเต้า
ควณคิดทิศอรณพ แนวมุ่ง
ปากอ่าวแม่น�้าเจ้า พระยา ฯ
(พระนิพนธ์เรื่อง สามกรุง โดย น.ม.ส.พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ)
พระเจ้าตากสิน สามารถกู้ชาติ นับแต่วันเสียกรุงแก่พม่าในระยะเวลาเพียง ๗ เดือน และเป็นแม่ทัพเรือ
ที่ยิ่งใหญ่ บัญชาการรบทางเรือได้อย่างยอดเยี่ยม
นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ป้อมวิไชยประสิทธิ์ และบริเวณพระราชวังเดิม
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ถ่ายภาพ ศุกร์ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๒๙
ึ
ั
ี
ี
ี
หลังจากท่อพยพผู้คนและทรัพย์สินลงมาทางใต้ และต้งราชธานีข้นใหม่ท่เมืองธนบุร เรียกนามว่า
๑
กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ทรงปราบดาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ครองราชย์ ณ กรุงธนบุรี เมื่อวันอังคาร แรม ๔ ค�่า
ั
ั
ึ
่
่
ี
ุ
ี
่
ี
ั
ุ
จลศกราช ๑๑๒๙ ซงตรงกบวนท ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ ขณะทมพระชนมาย ๓๔ พรรษา ทรงพระนามว่า
พระบรมราชาท่ ๔ แต่ประชาชนท่วไปนิยมขนานพระนามพระองค์ว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ
ี
ั
สมเด็จพระเจ้าตากสิน
เม่อทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังกรุงธนบุร หรือ
ื
ี
๒
พระราชวังเดิม ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ เป็นพระราชวังหลวง พร้อมกับปรับปรุงป้อมวิไชยเยนทร์ และเปลี่ยนชื่อใหม่
เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์
สมเด็จพระเจ้าตากสิน เสด็จสวรรคต เมื่อพระชนมพรรษา ๔๘ พรรษา อยู่ในราชสมบัติ ๑๔ ปี ๔ เดือน
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะอันแรงกล้า พร้อมด้วยความกล้าหาญอันเป็นพระอุปนิสัยของพระองค์ จึงท�าให้พระองค์
ี
ั
สามารถแผ่พระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง มีพระบรมเดชานุภาพเป็นท่คร่นคร้ามเกรงขามของอริราชศัตร ู
ทั่วไป คณะรัฐบาลและประชาชนผู้ส�านึกในพระกรุณาธิคุณ จึงได้ยกย่องถวายพระเกียรติพระองค์ว่า มหาราช
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปเป็นอเนกประการ ประชาชน
ชาวไทยผู้มีความจงรักภักดีต่อพระองค์จึงได้ด�าริที่จะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขึ้น
๑. ปราบดาภิเษก
๒. พระราชวังเดิม
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
จากหนังสือ “พระราชวังเดิม พ.ศ.๒๕๔๑”
นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ื
ู่
ั
�
์
ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ นายทองอย พุฒพัฒน ผู้แทนราษฎรจังหวัดธนบุรีขณะน้น ได้เป็นผู้นาในการเสนอเร่องให้รัฐบาล
สมัยพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ณ กลางวงเวียนใหญ่ จังหวัดธนบุรี ซึ่งคณะรัฐบาลก็เห็นชอบด้วย โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณา
การสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ี
ื
คณะกรรมการฯ ได้ประชุมกันหลายคร้ง จนโครงการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์น้ได้เร่มข้นเม่อปี พ.ศ.๒๔๘๐
ึ
ิ
ั
โดยหลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากรได้มอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ และปั้นพระบรมรูปจาลองเล็ก ๆ
�
๓
ขึ้น ๗ แบบในลักษณะท่าทางต่าง ๆ กัน แล้วน�าไปตั้งแสดงในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.๒๔๘๐ ซึ่งกรมศิลปากร
็
ิ
�
ุ
่
ื
ได้ออกร้านเป็นประจาทกปี เพอให้ประชาชนลงมตเลอกแบบทต้องการ ผ้ใดชอบแบบใดกขอให้บรจาคโดยวธ ี
ื
ี
ู
่
ิ
ิ
หยอดสตางค์แดงลงในหีบใต้ฐานพระบรมรูปจาลองน้นคนละ ๑ เหรียญ แบบใดได้เงินมากท่สุดก็แสดงว่าแบบน้น
ี
�
ั
ั
ี
ี
ี
ึ
ได้รับคะแนนนิยมมากท่สุด นับว่าเป็นการหากระแสประชามติท่ดีท่สุดวิธีหน่ง ปรากฏว่าแบบพระบรมราชานุสาวรีย์
ท่เป็นพระบรมรูปทรงม้า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระหัตถ์ขวาชูพระแสงดาบ ประดิษฐานอยู่บนแท่นฐานสูง
ี
๔
ี
ึ
ดังท่เป็นของจริงอยู่ในปัจจุบันน ได้คะแนนสูงสุดคือ ๓,๙๓๒ คะแนน ซ่งศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศร คณะบด ี
ี
้
ี
คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ออกแบบปั้น และหล่อพระบรมรูปนี้ ได้รับเงินบริจาค
จ�านวนหนึ่ง (ต่อมารัฐบาลได้มอบเงินงบประมาณในการจัดสร้างสมทบให้ ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะลงมือสร้างได้จริง)
นอกจากจะดาเนินการรับบริจาคทุนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ในงานฉลองรัฐธรรมนูญแล้วทางด้าน
�
๕
ประชาชนก็ได้จัดงานขึ้นที่วัดอินทาราม จังหวัดธนบุรี เพื่อหาทุนสมทบในการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ อีกด้วย
ึ
ั
ี
ุ
ดงนนคณะกรรมการการจดสร้างพระบรมราชานสาวรย์ฯ จงได้ให้กรมศลปากรปั้นตามแบบทได้รบคะแนน
ั
ั
ี
่
้
ิ
ั
ื
ั
สูงสุด ท้งนี้เพ่อให้เป็นไปตามมติมหาชน แต่เวลาน้นบ้านเมืองตกอยู่ในสภาวะคับขัน เน่องจากกรณีพิพาทกับ
ื
ั
�
�
็
ี
อนโดจน - ฝรงเศส และสงครามมหาเอเชยบูรพา คณะรฐมนตรกได้เปลยนแปลงไปหลายครง ทาให้การดาเนนงาน
ิ
่
ี
ั
ี
่
ิ
ั
ั
ี
้
สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว
�
ึ
ั
ึ
ื
ื
ิ
ต่อมาเม่อบ้านเมืองสงบเรียบร้อย การดาเนินงานก่อสร้างได้เร่มข้นอีกคร้งหน่งเม่อ พ.ศ.๒๔๙๑ นายทองอยู่
่
ี
้
ี
ื
ึ
้
ื
ั
้
้
ุ
ิ
ู
ิ
พฒพฒน์ และนายเพทาย โชตนชิต สมาชกสภาผ้แทนราษฎรจังหวัดธนบรในสมัยนน ได้รอฟื้นเรองนขน
ุ
ั
ุ
ื
�
่
ั
็
็
ู
่
ึ
นาเรองเสนอต่อรฐบาล จอมพล ป.พิบลสงคราม นายกรฐมนตร ซงกได้รับความเหนชอบด้วย และคณะรฐมนตร ี
ั
ั
ี
ื
ก็ได้มีมติแต่งต้งคณะกรรมการการอานวยการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ข้นเม่อวันท ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๓
ั
่
ี
�
ึ
ี
ั
�
โดยมีพระยารามราชภักด ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รัฐบาลได้ต้งงบประมาณไว้เป็นจานวนเงิน
๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) พร้อมกันน้นก็ได้เปิดการเร่ยไรจากประชาชนเพ่อสมทบทุนในการสร้าง
ี
ั
ื
ี
พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร เป็นเจ้าหน้าท่ฝ่ายพระบรมรูป และ
ม้าพระที่นั่งทรง ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ และด�าเนินการปั้น
�
ในการก่อสร้าง กรมศิลปากรได้ออกแบบ และปั้นหล่อพระบรมรูป ออกแบบแท่นฐาน เรียบเรียงคาจารึก
กรมโยธาธิการตกแต่งบริเวณวงเวียนใหญ่ และบริษัทสหการก่อสร้าง จ�ากัด ก่อสร้างแท่นฐาน
๓. งานฉองรัฐธรรมนูญ
๔. ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
๕. วัดอินทาราม
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ปั้นพระบรมรูปในลักษณะทรงม้า ก่อนท�างานปั้นพระบรมรูปของจริง ศาสตราจารย์
ศิลป์ พีระศรี ได้ท�ารูปจ�าลองด้วยปูนพลาสเตอร์ขนาด ๓ ใน ๔ ของคน การขยายรูปจริง อาจารย์สิทธิเดช แสงหิรัญ
ได้ช่วยปั้นพระองค์ของพระบรมรูป และช่วยปั้นม้าทรง ส่วนพระเศียร ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ได้ปั้นด้วยตนเอง
�
ี
ื
ส่วนม้าพระท่น่งทรง ได้ปั้นถอดแบบมาจากม้าตัวจริงของทหารท่ขอยืมมาจากกรมทหาร เพ่อทาการปั้น
ี
ั
ี
ั
แบบเดียวกับพระบรมรูป ท้งพระบรมรูป และม้าพระท่น่งทรง ต้องแบ่งปั้นเป็นท่อน เป็นตอน เป็นส่วน ๆ กันไป
ั
ั
ึ
ี
ี
แล้วจึงประกอบกันเข้าในภายหลังอีกคร้งหน่ง โดยเฉพาะในตอนท่สาคัญท่ต้องใช้ความประณีตในการปั้นคือ
�
ตอนพระเศียร และพระพักตร์ต้องให้เหมือนกับของจริง
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ปั้นพระบรมรูป แล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๔
�
ื
่
ี
คณะกรรมการฯ ได้กาหนดพิธีวางศิลาฤกษ์ และเททองส่วนพระเศียรเม่อวันท ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๔
เริ่มด�าเนินการสร้างแท่นฐาน สร้างถนน และวงเวียน ตกแต่งบริเวณสถานที่ให้แลดูสวยงามยิ่งขึ้น
ี
ึ
์
้
็
ิ
ี
ิ
เมอทกอยางเรยบรอยแลว ทางคณะกรรมการฯ จงไดกาหนดพธเปดพระบรมราชานสาวรยสมเดจพระเจาตากสน
ุ
้
�
่
ื
่
ุ
ี
้
้
ิ
มหาราช ในวันท ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๗ โดยกราบบังคมทูลฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
่
ี
รัชกาลท ๙ เสด็จพระราชดาเนินมาทรงกระทาพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
่
ี
�
�
ั
พร้อมท้งจัดให้มีงาน มหรสพสมโภชเป็นเวลา ๒ วัน ๒ คืน ประชาชนต่างก็พากันมาถวายบังคมพระบรมรูป
อย่างเนืองแน่นเป็นประวัติการณ์
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นพระบรมรูปทรงม้าพระท่น่งออกศึก ทรงฉลองพระองค์
ี
ั
ึ
กษัตริย์นักรบ ทรงพระมาลา พระหัตถ์ซ้ายทรงบังเหียน พระหัตถ์ขวาชูพระแสงดาบข้นเหนือพระเศียร พระพักตร์ผิน
�
�
ี
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสู่เมืองจันทบุร นากาลังเข้ารุกไล่ข้าศึกเพ่อกู้ชาติบ้านเมือง ม้าศึกอยู่ในอิริยาบถ
ื
๖
�
ี
ี
�
ท่กาลังจะเผ่นทะยานไปข้างหน้า พระบรมรูปหล่อด้วยสาริด ประดิษฐานบนแท่นฐานสูง ทรงสี่เหล่ยมผืนผ้า
มนมุมทั้งสองด้าน สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
๖. ส�าริด
นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ความสูงของพระบรมราชานุสาวรีย์ประมาณ ๑๕ เมตร
แท่นฐานสูง ๘.๙๐ เมตร กว้าง ๑.๘๐ เมตร ยาว ๓.๙๐ เมตร
จากแท่นที่ม้าศึกยืนถึงพระหัตถ์ขวาที่ชูพระแสงดาบ ๔.๒๐ เมตร
จากพื้นล่างสุดถึงแท่นที่ม้าศึกยืน ๙.๙๐ เมตร
ี
�
ท่แท่นฐานสูง มีรูปปั้นนูนสูง (High Relief) หล่อด้วยสาริด ตามความหมายทางประวัติศาสตร์ท้ง ๒ ด้าน
ั
ด้านละ ๒ รูป
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ด้านซ้าย รูปบน
ด้านซ้าย รูปล่าง
ด้านซ้ายของแท่นฐาน
รูปบน เป็นรูปราษฎรทุกวัย มีเด็ก ผู้หญิง ชายฉกรรจ์ และคนชราในอาการโศกเศร้า หมดหวัง เมื่อกรุงศรีอยุธยา
เสียแก่พม่าครั้งที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐
รูปล่าง เป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสิน และทหารไทยชักชวนราษฎรรวมก�าลังกันต่อสู้กู้อิสรภาพ
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ด้านขวา รูปบน
ด้านขวา รูปล่าง
ด้านขวาของแท่นฐาน
รูปบน เป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสิน กับทหารไทยท�าการต่อสู้ขับไล่ข้าศึก
รูปล่าง เป็นรูปราษฎรกรุงศรีอยุธยา มีความสุขที่กอบกู้อิสรภาพได้แล้ว
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ด้านหน้าของแท่นฐาน
ี
ี
ิ
ิ
ิ
�
ี
ี
มแผ่นป้ายสารด จารึกข้อความเทดพระเกยรต และประวัติการสร้างพระบรมราชานสาวรย์ฯ มลานกว้าง
ุ
โดยรอบแท่นฐาน ด้านหน้ามีแท่นตั้งกระถางธูป มีบันไดขึ้นลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ข้อความที่จารึกด้านหน้าของแท่นฐาน
อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์
เฉลิมพระบรมราชกฤดาภินิหาร
แห่ง
สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช
พระองค์ผู้ทรงเป็นมหาวีรบุรุษของชาติไทย
ประสูติ พ.ศ.๒๒๗๗ สวรรคต พ.ศ.๒๓๒๕
รัฐบาลไทยพร้อมด้วยประชาชนชาวไทย
ได้ร่วมกันสร้างขึ้นประดิษฐานไว้
เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๗
เพื่อเตือนใจให้ประชาชนชาวไทยร�าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ที่ได้ทรงเพียรพยายามปราบปรามอริราชศัตรู
กอบกู้เอกราชของชาติไทยให้กลับคืนคงด�ารงอิสรภาพสืบมา
้
ี
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งน มีความสง่างามมาก สมพระเกียรติท่พระองค์
ี
ได้ทรงเพียรพยายามปราบปรามอริราชศัตร กอบกู้เอกราชของชาติไทย ให้กลับคืนดารงอิสรภาพคืนมาตราบจน
ู
�
ทุกวันนี้
นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
เพื่อเป็นการน้อมร�าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทางราชการได้ก�าหนดให้วันที่
๒๘ ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันที่พระองค์ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ครองราชย์ ณ กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ ๒๘
ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ส่วนราชการและประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า
�
ื
ได้นาเคร่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน ไปถวายบังคม ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านท่วงเวียนใหญ่
ี
กรุงเทพมหานคร เป็นประจ�า ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ของทุก ๆ ปีเสมอมา
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งนี้ ออกแบบทั้งสิ้นโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
นอกจากจะเป็นผู้ออกแบบแล้ว ยังเป็นผู้ด�าเนินการจัดสร้างนับตั้งแต่เบื้องแรก
ี
ี
พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ แห่งน้นับว่าเป็นท่น่าสนใจมาก เพราะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากในทางเส่อมเสีย
ื
ของส่วนปลีกย่อย โดยบุคคลผู้มีอคติเป็นการส่วนตัวต่อศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ท�าไมศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี จึงได้ออกแบบลักษณะของม้าทรงให้เป็นไปดังที่ปรากฏอยู่
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ลักษณะม้าทรงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ื
�
ี
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศร ได้แถลงเหตุผลลบล้างคากล่าวหาไว้ในบทความเร่อง “ลักษณะม้าทรงของอนุสาวรีย์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ดังนี้
ึ
ิ
ี
“ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่เคยมีงานศิลปะช้นใดท่สร้างข้นในประเทศไทยจะประสบการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย
้
้
์
็
่
้
่
่
เหมือนอนุสาวรียของสมเด็จพระเจาตากสิน...แนนอนทีเดียวเราสามารถจะท�ามาในทาตาง ๆ ใหเปนที่ถูกใจนักวิจารณ ์
ทั้งหลายได้มากมายหลายท่า แต่เป็นผลงานของเรา จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องท�าไปตามความคิดของเราเอง
ส่วนสัด
�
ื
......เพ่อให้สอดคล้องกับความจริงในประวัติศาสตร์ เราจึงจาต้องทาม้าให้มีลักษณะเป็นม้าไทย ไม่ใช่ม้าอาหรับ
�
�
ื
ื
ม้าออสเตรเลีย ม้านอร์แมน หรือม้าพันธุ์อ่นใดเลย ถึงเราจะได้ทาม้าให้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในเม่อเปรียบเทียบ
ั
ี
กับม้าไทยธรรมดาแล้วก็ตาม แต่ถึงกระน้น ส่วนสัดระหว่างพระบรมรูปกับม้าทรงก็ยังไม่เหมือนกับส่วนสัดท่เคยเห็น
ในอนุสาวรีย์ขี่ม้าในยุโรปและอเมริกา
อากัปกิริยา
�
ี
.......คนส่วนมากก็ใคร่จะเห็นม้าในลักษณะท่กาลังยกขาก้าวเดินเหมือนกับม้าตามแบบฉบับของกรีก และโรมัน
ั
ิ
ี
ั
ึ
้
�
เราขอยาอีกคร้งหน่งว่าศิลปินแต่ละคนมีความคดเห็นเป็นของตนเอง ถ้าไม่เช่นน้นก็คงเป็นการพอเพียงท่จะ
ี
�
�
ี
ทาแบบพิมพ์ของรูปท่ถือเป็นแบบฉบับไว้ และหล่อให้เหมือนกันทุกรูปต่อไป แต่ท่ข้าพเจ้าคิดทาอนุสาวรีย์
สมเด็จพระเจ้าตากสินในลักษณะขององค์วีรบุรุษไทย มิใช่ลักษณะของจักรพรรดิโรมัน ข้าพเจ้าสร้างมโนภาพให้เห็น
ี
พระองค์ในลักษณะเปี่ยมด้วยมนุษยธรรมอย่างแท้จริง เพ่อกอบกู้อิสรภาพของชาติไทย ในยามท่ความหวังท้งหลาย
ื
ั
ดูเหมือนจะสูญไปแล้วจากจิตใจของชาวไทยทั้งมวล......
ี
องค์พระเจ้าตากสิน และม้าทรงอยู่ในอาการท่เคร่งเครียด พระองค์ทรงกระชับบังเหียนเพ่อจะรุดไปข้างหน้า และ
ื
ม้าทรงก็ต่นเต้น คึกคัก พร้อมท่จะโผนไปข้างหน้าเช่นกัน เม่อเป็นดังน้น ห และหางท่ชันจึงสอดคล้องกับความ
ื
ั
ู
ี
ี
ื
ตื่นคะนองของสัตว์” ฯลฯ
นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
กว่าศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี จะหาม้าเป็นหุ่นปั้นส�าหรับม้าทรงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ต้องใช้
เวลานานหลายเดือน พลตรี พนัส เกตุมั่นกิจ ได้เล่าไว้ว่า
ม้าที่เป็นหุ่นส�าหรับปั้นตัวแรก เป็นม้าจากประเทศออสเตรเลีย ของกองพันทหารม้า บางกระบือ (ม.พัน ๑ ร.อ.)
ื
ี
ื
ึ
ี
มีนิสัยดุร้ายมาก ช่อ “มังกรไฟ” มีนายสิบผู้หน่งจูงม้าตัวน้ไปท่กรมศิลปากรทุกวัน ไปเช้าเย็นกลับ เพ่อให้ศาสตราจารย์
ศิลป์ฯ ดู ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ ๒๐ บาท ท�าเช่นนี้อยู่หลายวัน ปรากฏว่าศาสตราจารย์ ศิลป์ฯ ไม่ชอบใจ จึงสั่งให้หาม้า
ตัวใหม่ เอาม้าไทยแท้ ๆ
เวลาผ่านไปอีกนานเป็นเดือน จึงได้ม้าของนายพันโทผู้หน่ง เป็นม้าท่มีถ่นกาเนิดจากจังหวัดราชบุร เป็นม้าไทยแท้
ึ
ี
�
ิ
ี
สีน�้าตาลแกมเทา (ตามภาษาม้าเรียกว่าสีเขียวอ่อน) ขนรอบ ๆ คอเป็นสีขาวเส้นเล็ก ๆ เหมือนใส่สายสร้อย ปรากฏว่า
ิ
ั
ศาสตราจารย์ ศลป์ฯ ชอบใจม้าตวน้มาก ม้าตวนจึงเป็นแบบให้ศาสตราจารย์ ศลป์ฯ ปั้นเป็นม้าทรงของ
ิ
้
ี
ี
ั
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
อธิบายเชิงอรรถ
๑. ปราบดาภิเษก คือพระราชพิธีอภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์หลังรบชนะข้าศึก
๒. พระราชวังเดิม
พระราชวังเดิม คือ พระราชวังกรุงธนบุรี เป็นพระราชวังหลวงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ริมฝั่ง
ื
ึ
ี
ี
ั
ี
่
้
แม่นาเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ในพ้นท ๆ เคยเป็นท่ต้งของป้อมวิไชยเยนทร์ ท่สร้างข้นในสมัย
�
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้สร้างพระราชวังน้ข้น ภายหลังจากท ี ่
ึ
ี
ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๐
ิ
ึ
ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จข้นครองราชสมบัต ได้ทรงย้ายราชธานีมาอยู่
ฝั่งพระนคร โดยสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นเป็นที่ประทับ พระราชวังกรุงธนบุรีจึงได้ชื่อว่า พระราชวังเดิม
พระราชวังเดิม
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ถ่ายภาพ มิถุนายน ๒๕๒๓
นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ต�าหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ท้องพระโรง
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ต�าหนักเก๋งคู่หลังเล็ก ต�าหนักเก๋งคู่หลังใหญ่
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชวังเดิม ธนบุรี
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ถ่ายภาพ ธันวาคม ๒๕๓๗
นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชวังเดิม ธนบุรี
หลังจากที่มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ได้ท�าการบูรณะพระราชวังเดิมแล้ว
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๓. งานฉลองรัฐธรรมนูญ
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร
�
ิ
ั
่
ี
และเร่มจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญเป็นคร้งแรกในวันท ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๕ ในปีแรกกาหนดจัดงาน ๓ วัน
โดยจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง ส�าหรับในปีต่อ ๆ มา สถานที่จัดงานก็เปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ได้แก่ วังสราญรมย์
สวนลุมพินี สวนอัมพร เขาดินวนา ช่วงเวลาของการจัดงานอยู่ในระหว่างวันที่ ๘ - ๑๔ ธันวาคมของทุกปี ส่วนราชการ
ื
และเอกชนได้ “ออกร้าน” จัดสร้างอาคารร้านต่าง ๆ โดยส่อความหมายของ “รัฐธรรมนูญ” เป็นหลัก ตลอดจน
มีมหรสพ ลิเก ละคร โขน งิ้ว ภาพยนตร์ ฯลฯ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ หรูหรา สนุกสนาน
ั
ึ
ึ
ึ
ิ
กิจกรรมหลักอย่างหน่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญ คือ “การประกวดนางสาวสยาม” ซ่งเร่มมีข้นเป็นคร้งแรก
ในงานฉลองรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๔๗๗ นางสาวสยามคนแรก คือ “นางสาว กันยา เทียนสว่าง” การแต่งกายของ
ผู้เข้าประกวดนางสาวสยามในปี พ.ศ.๒๔๗๗ - พ.ศ.๒๔๘๑ แต่งกายชุดไทย ห่มสไบเฉียง นุ่งซ่นกรอมเท้า หลังจากน้น
ั
ิ
ึ
ั
ี
ั
็
ชุดผู้เข้าประกวดกประหยดมากข้น นุ่งน้อยห่มน้อยทุกทีจนเป็นชุดวบ ๆ แวม ๆ ดังท่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ในปี
ี
ื
ี
พ.ศ.๒๔๘๒ ได้เปล่ยนช่อประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย จึงได้เปล่ยนเป็น การประกวดนางสาวไทย นับว่าเป็น
กิจกรรมหลักที่จัดต่อเนื่องมา ถึงแม้ว่างานฉลองรัฐธรรมนูญจะเลิกราไปแล้ว
จนถึงช่วงสงครามโลกคร้งท ๒ พ.ศ.๒๔๘๔ และในปี พ.ศ.๒๔๘๕ เกิดนาท่วมใหญ่ในพระนคร งานฉลอง
้
�
ั
่
ี
ั
ั
รัฐธรรมนูญ จึงหยุดชะงักลง แล้วกลับมาจัดอีกคร้งในปี พ.ศ.๒๔๘๖ แต่คร้งถึงปี พ.ศ.๒๔๘๙ เกิดเหตุการณ์
ื
ี
ู่
ิ
ี
่
็
พระบาทสมเดจพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รชกาลท ๘ เสดจสวรรคต บ้านเมืองไม่อยในสภาวะท่จะจัดงานร่นเรง
็
ั
เฉลิมฉลองได้อีกต่อไป งานฉลองรัฐธรรมนูญจึงส้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ.๒๕๐๑ กลายเป็นวันสาคัญ
�
ิ
แห่งความหลัง ที่ได้ลืมเลือนไปตั้งแต่นั้นมา
นางสาวสยาม ๕ พ.ศ.
แถวหลัง จากซ้าย
๑. มยุรี วิชัยวัฒนะ พ.ศ.๒๔๘๐
๒. วงเดือน ภูมิรัตน์ พ.ศ.๒๔๗๙
๓. พิศมัย โชติวุฒิ พ.ศ.๒๔๘๑
แถวหน้า จากซ้าย
๔. กันยา เทียนสว่าง พ.ศ.๒๔๗๗
นางสาวสยามคนแรก
๕. วณี เลาหเกียรติ พ.ศ.๒๔๗๘
*โปรดสังเกตการแต่งกาย ของผู้เข้าประกวดนางสาวสยาม ปี พ.ศ.๒๔๗๗ - พ.ศ.๒๔๘๑ ผู้เข้าประกวดแต่งกายด้วยชุดไทย
ห่มสไบเฉียง นุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า
นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
๔. ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี คือใคร
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ประเทศอิตาลี นามเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรจี
่
ี
�
(Corrado Feroci) เกิดเม่อวันท ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๕ ในตระกูลพ่อค้า ณ ตาบล ซานตา ยิโอวานน ี
ื
(Santa Giovanni) เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ท่านเป็นคนรักศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัย
เมื่อท่านเรียนจบการศึกษาชั้นประถม และมัธยมแล้ว ในปี พ.ศ.๒๔๕๐ ท่านเข้าศึกษาต่อที่สถาบันศึกษาศิลปะ
ชั้นสูงของฟลอเรนซ์ (Accademia di Belle Arti di Firenze) ท่านศึกษาศิลปะ ทฤษฎีศิลปะโดยทั่วไป และเลือกวิชา
ื
�
ประติมากรรมเป็นวิชาเอก จนกระท่งสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ๗ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๕๗ เม่ออายุได้ ๒๓ ปี หลังจากน้น
ั
ั
ก็สมัครสอบเข้าเป็นศาสตราจารย์ประจ�าสถาบันการศึกษาที่ท่านเรียนมา ได้รับเกียรติเป็นศาสตราจารย์ (Professor)
แต่เมื่ออายุยังน้อย โดยที่มีผลงานดีเด่นหลายชิ้น ท่านได้ท�างานในต�าแหน่งนั้นเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.๒๔๖๕
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
ในวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงรับศาสตราจารย์
ื
�
ี
ศิลป์ พีระศร เข้ามาทาราชการในเมืองไทย เน่องจากขณะน้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์
ั
ี
ี
�
ให้ช่างปั้นเข้ามาทางานศิลปะประเภทน้ในเมืองไทย โดยทรงคัดเลือกศิลปินอิตาเลียน ๒๐๐ คน ท่มีผลงานของตน
เข้ามาให้ทรงพระราชวินิจฉัย
ี
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศร จึงได้เข้ามารับราชการในประเทศไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดยเป็นช่างปั้นกรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๖ อายุขณะนั้นย่างเข้า ๓๒ ปี และได้น�า
ภรรยาซึ่งท�าการสมรสใหม่ ๆ มาด้วย ท่านเป็นคนรักสงบ ชอบใช้ชีวิตอย่างสันโดษ รักธรรมชาติ เป็นคนตรงต่อเวลา
�
ื
รับราชการด้วยความขยันขันแข็ง และซ่อตรง ใช้ชีวิตของการเป็นครูในวิชาประติมากรรม ทาให้กิจการช่างปั้นหล่อ
ของกรมศิลปากรเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว จัดวางหลักสูตรวิชาจิตรกรรม ประติมากรรมขึ้น และสร้างต�าราเรียน
ี
ื
ี
่
ื
ั
เม่อเกิดสงครามโลกคร้งท ๒ ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ ท่านต้องเปล่ยนสัญชาติเป็นไทย เปล่ยนช่อและนามสกุลเป็น
ี
นายศิลป์ พีระศรี เพื่อให้รอดพ้นจากการควบคุมตัวของญี่ปุ่นในประเทศไทย
ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ ท่านได้ก่อต้งโรงเรียนศิลปากร และเป็นผู้ริเร่มก่อต้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ยกฐานะโรงเรียน
ิ
ั
ั
ศิลปากรขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ โดยจัดตั้งคณะจิตรกรรม และประติมากรรม
ขึ้นเป็นคณะวิชาแรก
ในปี พ.ศ.๒๔๙๒ ท่านได้เดินทางกลับสู่ประเทศอิตาลี เนื่องจากความจ�าเป็นในการครองชีพ และได้เดินทางกลับ
ั
ึ
ี
สู่ประเทศไทยอีกคร้งหน่งในปี พ.ศ.๒๔๙๓ หลังจากท่ทางราชการได้ปรับเงินเดือนของท่านให้เหมาะสมกับ
ความเป็นอยู่ ในการกลับมาครั้งนี้ท่านมิได้น�าภรรยาซึ่งมีบุตร ๒ คน ที่เป็นชายชื่อรามาโน (RAMANO) กับที่เป็นหญิง
ชื่ออิสเบลลา (ISABELLA) กลับมาด้วย ท่านได้สมรสใหม่กับนางสาวมาลินี เคนนี แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน
ิ
�
ท่านได้ใช้ชีวิตของการเป็นครูประสิทธิประสาทวิชาความรู้ทางศิลปะในเมืองไทย และทาประโยชน์อันย่งใหญ่
ให้แก่ทางราชการหลายต่อหลายแห่งด้วยกัน ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นครู และพรหม แห่งศิษย์อย่างแท้จริง
กล่าวคือให้ความรู้อย่างเต็มที่ไม่ปิดบังวิชา รักศิษย์เช่นเดียวกับรักบุตรของตน
ท่านเป็นศิลปินแบบฮิวแมนนิสต์ (Humanist) ในสมัยเรอเนสซองส์ (Renaissance) คือ ไม่ได้รู้แค่ในสาขาเดียว
ท่านรู้และสามารถเขียน ออกแบบ การแกะสลัก การพิมพ์ภาพศิลปะ มีความรู้ในด้านมนุษยศาสตร์ เป็นนักวิจารณ์ศิลปะ
เป็นนักประวัติศาสตร์อีกด้วย
ผลงานของท่านที่ปรากฏในเมืองไทยได้แก่
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า
- พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินี
- อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่นครราชสีมา
- พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่
- พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่สุพรรณบุรี
- และที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง
นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
อนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ณ ลานอาจารย์ ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
ื
ู่
ี
เม่อศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศร ยังมีชีวิตอย ท่านได้เขียนบทความไว้ใน ข้อคิดเห็นในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาต ิ
ครั้งที่ ๑๒ มีใจความตอนหนึ่งว่า
“ชีวิตที่สลาย
อาณาจักรพินาศ
ผลประโยชน์ของบุคคลมลายสิ้นไป
แต่ศิลปะเท่านั้น
ที่ยังคงเหลือเป็นพยาน
แห่งความเป็นอัจฉริยะ
ของมนุษย์ตลอดกาล”
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๕ อายุได้ ๗๐ ปี
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
พระอุโบสถหลังเก่าวัดอินทาราม
๕.วัดอินทาราม
วัดอินทาราม กับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
้
่
ี
ู
ั
้
ั
ี
ิ
ิ
ื
่
วัดอินทาราม เป็นพระอารามหลวงชนตร ชนดวรวหาร ตงอย่ทถนนเทอดไทย แขวงบางยเรอ เขตธนบร ี
ุ
ี
กรุงเทพมหานคร
วัดอินทาราม เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมทีเป็นวัดราษฏร์ เรียกช่อว่าวัดบางย่เรือนอก
ี
ื
วัดสวนพลู และวัดบางยี่เรือไทย
เม่อคร้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีข้นเป็นราชธาน ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดน้ข้นใหม่
ั
ื
ึ
ี
ึ
ี
้
้
็
็
็
้
้
ทั้งหมด ขยายที่ทางไวเปนอันมาก แลวไดทรงสถาปนาขึ้นเปนพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ เพื่อใชเปนที่ทรงประกอบ
�
ั
พระราชกุศลใหญ่ ๆ สาคัญหลายคร้ง เช่น งานออกเมรุถวายพระเพลิงศพสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระพิทักษ์
เทพามาตย์ พระราชชนนี ในวันพฤหัสบดี แรม ๕ ค�่า เดือน ๖ พ.ศ.๒๓๑๘ ซึ่งเป็นงานใหญ่โต มีการละเล่นมหรสพ
ต่าง ๆ จ�านวน ๕๒๒ โรง แสดงรวมประมาณ ๒๙ วัน กับโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนาธุระมาอยู่ประจ�าวัดนี้
และโปรดให้ข้าละอองธุลีพระบาทปฏิบัติอุปถัมภ์พระสงฆ์ทุกรูป
ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอินทารามจึงเป็นวัดใหญ่ และมีความเจริญรุ่งเรืองมาก
่
ี
ในสมัยรัชกาลท ๑ เม่อ พ.ศ.๒๓๒๕ สมเด็จพระเจ้าตากสินสวรรคต พระบรมศพของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ื
พร้อมด้วยกรมหลวงบาทบริจา (พระนางสอน) พระอัครมเหสีของพระองค์ท่าน ได้ถูกน�ามาประดิษฐาน (ฝัง) ไว้ที่วัดนี้
�
ต่อมาเม่อมีการถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว ได้นาพระบรมอัฐิบรรจุไว้ในเจดีย์กู้ชาติท้ง ๒ พระองค์ ส่วนพระสรีรางคาร
ั
ื
(เถ้าอัฐิ) ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ได้น�าไปบรรจุไว้ในพระพุทธรูปประจ�ารัชสมัยของพระองค์ท่าน คือ พระพุทธรูป
ฉลองพระองค์
นับแต่ส้นสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินแล้ว วัดอินทารามก็ขาดการปฏิสังขรณ์ เสนาสนะชารุดทรุดโทรมลง
�
ิ
ั
ตามลาดับ คร้นถึงสมัยรัชกาลท ๓ พระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) ต้นตระกูลศรีเพ็ญ ได้ทาการปฏิสังขรณ์ และสร้างอาคาร
�
่
ี
�
เสนาสนะต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เสร็จแล้วได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ อีกครั้งหนึ่ง
ี
ั
พระองค์ทรงรับไว้ และพระราชทานเป็นพระอารามหลวงช้นตร ชนิดวรวิหาร และได้พระราชทานนามว่าวัดอินทาราม
จึงได้เรียกว่า วัดอินทารามวรวิหาร ตั้งแต่บัดนั้นจนมาถึงปัจจุบัน
ครั้นสิ้นบุญวาสนาของพระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) ที่ได้ทะนุบ�ารุงตลอดมาแล้ว วัดอินทารามก็ได้ทรุดโทรมลงอีก
เพราะขาดผู้บ�ารุง
ี
ื
ถึงสมัยรัชกาลท ๕ เม่อ พ.ศ.๒๔๔๘ ทางราชการนิมนต์ให้พระทักษิณคณิสรย้ายจากวัดโพธินิมิตรมาปกครอง
่
ได้เริ่มสร้าง และปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่าง ๆ ให้เจริญขึ้นเป็นล�าดับ พร้อมกับได้จัดการศึกษา และจัดการปกครองวัด
ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓