เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด
และครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป
พระปฐมบรมราชโองการ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันเสาร์ ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒
๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์
ด้วยสำานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได
้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา
ปิยมหาราชร�าลึก
ถวายบังคม พระปิยมหาราช
ภูวนาถ เหนือราชัน อันยิ่งใหญ่
ทรงปราดเปรื่อง เชี่ยวชาญ การเมืองไทย
ปกป้อง อธิปไตย ไทยยืนยง
พระปิยะ ทรงมีพระ วิเทโศบาย
แผ่ขยาย นานา ธ ประสงค์
เชื่อมสัมพันธ์ ไมตรีน�า ความมั่นคง
สู้ชาติไทย โดยตรง คงเสรี
ผู้รุกราน ทั้งหลาย ใจหวาดหวั่น
มิอาจบุก โรมรัน หาญกดขี่
นึกเกรงกลัว พระบุญญา บารมี
จึงหลีกหนี ถอยทัพ กลับเมืองตน
ทรงเลิกทาส ทรมานคน จนหมดสิ้น
ทั้งแผ่นดิน สงบสุข ทุกแห่งหน
มิเสียเลือด น�้าตา มาปะปน
ได้หลุดพ้น ความวิบัติ อย่างชัดเจน
ทรงส่งเสริม การรถไฟ ใช้ครั้งแรก
จึงดูแปลก งดงาม ความโดดเด่น
ทรงแก้ไข สัญญาเก่า เท่า (ที่) จ�าเป็น
บางประเด็น เสียเปรียบ (ย่อย) ยับกลับคืนมา
ไปรษณีย์ ชลประทาน ท่านทรงสร้าง
ปูเส้นทาง ต้นก�าเนิด เลิศล�้าค่า
เราชาวไทย พร้อมพรัก น้อมสักกา
พระปิยมหาราช า แห่งชาติไทย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา
(ประพันธ์โดย เรือโท สมนึก พุฒซ้อน)
คลังความรู้
ค่ราชนาวี
ู
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ประจำ�เดือน ตุล�คม ๒๕๖๓ รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
๑๕ พลเรือโท วรพล ทองปรีชา
พลเรือโท ก้องเกียรติ สัจวุฒิ
พลเรือโท กตัญญู ศรีตังนันท์
พลเรือโท ธีระยุทธ นอบน้อม
พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี ทวี ทองประยูร
พลเรือตรี เอกสิทธิ์ รอดอยู่
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก สุพจน์์ สารภาพ
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุขกิจ พลัง
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท ชนินทร์ ผดุงเกียรติ
ื
ี
พลเรอตร อำานวย ทองรอด
พลเรอตร บัญชา บัวรอด
ี
ื
ี
พลเรอตร สิทธิชัย ต่างใจ
ื
บรรณาธิการ
นาวาเอก สุพจน์์ สารภาพ
คอลัมน์ประจำ� ผู้ช่วยบรรณาธิการ
นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
๖ เรื่องเล่าจากปก ประจำากองบรรณาธิการ
พลเรือตรี วชิรพร วงศ์นครสว่าง
๗ บรรณาธิการแถลง นาวาเอก ก้องเกียรติ ทองอร่าม
นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
๘ ภาพในอดีต นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
๗๗ สำานวนชาวเรือ นาวาเอก บุญมี กาโน
นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี
๗๙ เรื่องเล่าชาวเรือ นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด
๘๐ ข่าวนาวีรอบโลก เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว
๘๔ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ ว่าที่ เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
๙๒ ใต้ร่มประดู่ เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
สำานักงานราชนาวิกสภา
๙๔ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
๙๖ มาตราน้ำา เดือน ธันวาคม ๒๕๖๓ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
เดือนพฤศจิกายน - ธ้นวาคม ๒๕๖๓ s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG
นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วิชาการ และข่าวสารทหารเรือทั้งในและนอกประเทศ
ตลอดจนวิทยาการอื่น ๆ ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ
ส�รบัญ ๓๙
บทความ
ี
๑๕ ๑๖๗ วันของจเรทหารเรือพระองค์แรก (ตอนท่ ๒ ตอนจบ)
๐๕๘๐
๓๙ บทเรียนการกลับมาของ USS. John S. McCain
(THE BIG BAD JOHN IS BACK!!)
ผึ้งบ้าน ๔๒๑
๕๔
๕๔ “เม่อข้าพเจ้าเป็นกาลังพลชุดรับ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์”
ำ
ื
นาวาโท วีรุตม์ ฉายะจินดา
๖๐ ทหารเรือไทยในน่านน้ำามังกรจีน (ตอนจบ ๑/๒)
ผึ้งบ้าน ๔๒๑
๗๑ เพื่อนทหารเรือเพื่อทหารเรือ
พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว
ปกหน้า พระบรมรูปทรงม้า
ปกหลัง พระราชลัญจกรประจำาแผ่นดิน รัชกาลที่ ๕
ออกแบบปก พลเรือตรี กรีทา พรรธนะแพทย์ (๒๙๓)
พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้พิมพ์ นาวาเอก ก้องเกียรติ ทองอร่าม
ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
กองบรรณาธิการ
้
ี
ู
ภาพปกหน้า : พระบรมรปทรงมา พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕
ณ ลานพระราชวังดุสิต
ี
ี
�
ึ
พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งแรกท่ได้สร้างข้นในขณะท่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงดารงพระชนมชีพ
ู
ั
ี
ี
อย ในวโรกาสท่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๔๐ ปี ซ่งขณะน้น
ึ
่
ี
เป็นช่วงท่พระองค์อยู่ในระหว่างเสด็จประพาสยุโรป คร้งที่ ๒ คณะเสนาบดีได้ปรึกษาเห็นพ้องกันว่าควรจะสร้างถาวรวัตถุข้น
ั
ึ
เพอเปนสงแสดงถงความกตญญกตเวทตา และความสานกในพระมหากรณาธคณ ทประชาชนมตอพระองค การสรางพระบรมรูป
ื
่
่
็
่
ิ
ุ
ู
ิ
�
ึ
ึ
ี
ุ
ั
ิ
่
้
ี
์
ี
ึ
�
ิ
ทรงม้า จึงเกิดข้น โดยช่างชาวฝร่งเศส ท่กรุงปารีส เร่มปั้นพระบรมรูป เม่อวันท่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๐ ดาเนินการหล่อ
ี
ื
ั
ื
พระบรมรูปเสร็จ และส่งเข้ามายังกรุงเทพฯ เม่อ พ.ศ.๒๔๕๑
ี
ื
�
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทาพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งน้ด้วยพระองค์เอง เม่อวันท ี ่
๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑ ซ่งเป็นวันพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
ึ
พระบรมรูปทรงม้าเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งเดียวในโลก ท่ทรงทาพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์
�
ี
ด้วยพระองค์เอง
ุ
ื
ุ
พระองคทรงมพระมหากรณาธคณ ตอชาตบานเมองเปนอเนกอนนต พสกนกรทงปวงจงพรอมใจกนถวายพระสมญญา
ั
ิ
็
ั
่
ิ
ิ
้
้
์
ั
์
ึ
ั
้
ี
ี
ิ
นามวา “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้เป็นท่รักย่งของปวงชน”
่
ื
อีก ๒๓ เดือนต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคคต เม่อวันท่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ พระบาท
ี
ี
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีวันนักขัตฤกษ์ สาหรับให้ประชาชนได้ถวายบังคม
�
ิ
ั
ี
ึ
์
ั
ั
ี
ื
่
้
พระบรมรูปทรงม้าเป็นครงแรก เม่อวนท ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๔ ซ่งตรงกบวนพระราชพธฉัตรมงคลของพระองค ต่อมา
ั
ื
เม่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ จึงเปล่ยนวันถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า เป็นวันท่ ๒๓ ตุลาคม อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาท
ี
ี
�
ี
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันท่ระลึกสาคัญของชาติเรียกว่าวันปิยมหาราช
ี
�
ี
ภาพปกหลัง : พระราชลัญจกรประจาแผ่นดิน รัชกาลท่ ๕ หรือตราแผ่นดินรัชกาลท่ ๕
�
�
เป็นตราท่ใช้ประทับกากับพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ หรือกากับนามผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ท่ลงนาม
�
ี
ี
�
ี
ในเอกสารสาคัญท่เป็นราชการแผ่นดินท้งปวง
ั
ี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสวกเอก หม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย
ื
ื
�
ี
ู
ิ
�
ี
ผกตราแผ่นดนรัชกาลท่ ๕ เป็นคร้งแรกใน พ.ศ.๒๔๑๖ เพ่อส่อความหมายอันสาคัญย่งถึงพระราชอานาจท่เกิดข้นใน
ั
ึ
ิ
รัชกาลของพระองค์ ประกอบด้วยรูปต่าง ๆ โดยสังเขปดังน ี ้
ั
พระมหาพิชัยมงกุฎ จักรและตรีศูล (ตรามหาจักรี) โล่ ฉัตรเจ็ดช้น คชสีห์ ราชสีห์ พระมหาสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์
สายสร้อยเคร่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า และคาถาภาษิต
ื
รูปโล่ ตอนกลางของตราแผ่นดิน แบ่งเป็น ๓ ห้อง
ห้องกลางตอนบน มีรูปช้างสามเศียร บนพ้นสีเหลือง หมายถึง สยามเหนือ สยามกลาง และสยามใต้
ื
ห้องล่างซ้ายมีรูปช้างเผือก บนพ้นสีแดง หมายถึง ประเทศราชลาวล้านช้าง (กรุงศรีรัตนาคนหุต)
ื
ห้องล่างขวา มีรูปกริชคดและกริชตรง ไขว้กัน บนพ้นสีชมพู หมายถึง หัวเมืองประเทศราชมลาย ู
ื
ั
ั
ั
ท้งสามส่วนประกอบกัน หมายถึง ขอบขัณฑสีมาท้งหมดของประเทศสยามในเวลาน้น
�
�
ี
คาถาภาษิต ภาษาบาลี ท่จารึกส่วนล่างของตราแผ่นดินมีข้อความว่า “สพฺเพส สงฺฆภูตาน สามคฺดี วุฑฒิสาธิกา” คาถาบทน ี ้
เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขียนในรูปภาษาไทยว่า
“สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา” แปลว่า “ความพร้อมเพรียงของบุคคลท้งปวง ผู้อยู่เป็นหมวดหมู่กัน
ั
ย่อมเป็นเคร่องทาความเจริญให้สาเร็จ”
�
�
ื
ื
ปัจจุบันได้เลิกใช้ตราแผ่นดิน เน่องจากในรัชกาลท่ ๖ ได้ใช้ตราครุฑ ประทับในหนังสือราชการแทน
ี
นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
บรรณาธิการ แถลง
นาวาเอก สุพจน์ สารภาพ
[email protected]
่
ั
่
่
ี
ั
ี
้
ี
้
ุ
้
ี
ู
สวสดครบทานสมาชก ฯ และผอานทรกทกทาน เรมตนปงบประมาณ ๒๕๖๔ น กระผม นาวาเอก สพจน สารภาพ
่
ั
ิ
์
ิ
ุ
่
ผู้อ�านวยการส�านักงานราชนาวิกสภา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้มาท�าหน้าที่เป็นบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
ั
ี
ต้งแต่ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ น้เป็นต้นไปครับ ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ ยังคงคุณค่า อัดแน่นด้วยสาระ
ี
ื
ื
อยู่เช่นเดิม ตามวัตถุประสงค์หลักของราชนาวิกสภาท่ได้สืบสานต่อเน่องกันมาอย่างยาวนาน บทความทุกเร่อง
ื
นอกจากมีความน่าสนใจในเน้อหาให้ได้เรียนรู้ ยังได้ผ่านการประเมินบทความ จากผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณา
ั
บทความ อย่างไรก็ตาม กองบรรณาธิการก็ยังมิได้หยุดย้งการปรับปรุง พัฒนานิตยสารนาวิกศาสตร์ ให้มีความ
ี
เหมาะสม ท้งในด้านรูปแบบ และคุณภาพ โดยในฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ น มีรายละเอียดของเน้อหาท่น่าสนใจ
ี
้
ั
ื
ี
ในฉบับนี อาท บทความเร่อง “๑๖๗ วัน ของจเรทหารเรือพระองค์แรก (ตอนท่ ๒ ตอนจบ)” เขียนโดย
ิ
้
ื
๐๕๐๘ และต่อด้วยบทความ “บทเรียนการกลับมาของ USS.John.S.McCain (THE BIG BAD
ึ
่
ี
ี
JOHN IS BACK !!)” เขียนโดยผ้งบ้าน ๔๒๑ นอกจากน้ยังมีบทความท นาวาโท วีรุตม์ ฉายะจินดา
�
อดีตกาลังพลชุดรับเรือ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้จรดปลายปากกา ถ่ายทอดประสบการณ์ อันน่าประทับใจ
�
ั
ั
ุ
ี
ั
ื
่
ี
ั
ให้ได้อ่านกนในบทความเรอง “เมอข้าพเจ้าเป็นกาลงพลชดรบเรือ ร.ล.ประจวบครขนธ์” ครบ นอกจากน ้ ี
ื
่
ั
�
้
้
ั
ี
ยังมบทความท่น่าสนใจ ไม่แพ้กน คอ “ทหารเรือไทยในน่านนามังกรจีน (ตอนจบ ๑/๒)” เขียนโดย ผงบ้าน ๔๒๑ ครับ
ี
ื
ึ
และปิดท้ายด้วยบทความเรื่อง “เพื่อนทหารเรือ เพื่อทหารเรือ” เขียนโดย พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว
ท้ายน้ผมหวังเป็นอย่างย่งว่า ท่านสมาชิก ฯ และผู้อ่านท่รักทุกท่านคงจะได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน
ี
ี
ิ
จากการอ่านนิตยสารนาวิกศาสตร์บ้างไม่น้อยก็มาก ท้งน้หากท่านสมาชิกมีสิ่งหน่งส่งใดท่ต้องการให้
ึ
ี
ี
ิ
ั
ิ
�
กองบรรณาธิการปรับปรุงแก้ไข หรือต้องการให้นาเสนอบทความใดเพ่ม ขอได้โปรดแจ้งมาได้ท ี ่
ื
[email protected] เพ่อท่จะพัฒนาให้นิตยสารนาวิกศาสตร์มีความน่าสนใจ น่าอ่าน และ
ี
�
ตรงใจสมาชิกทุกท่านครับ สุดท้ายน้ขอให้ท่านดูแลรักษาสุขภาพการ์ดอย่าตก ดารงชีวิตวิถีใหม่ โดยการ
ี
�
ั
ั
หม่นออกกาลังกาย สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และหม่นล้างมือครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า โชคด ี
สวัสดีครับ
“พลังสามัคคี พลังราชนาวี”
นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
น.อ.พิพัทธ์ พุกงาม
เรือด�ำน�้ำของรำชนำวีไทย
ั
๒๔๕๔ - พ.ศ.๒๔๕๗) อีกท้งยังทรงศึกษาวิชาการตอร์ปิโด
และฝึกปฏิบัติการในเรือประจัญบาน และเรือลาดตระเวน
ของกองเรือทะเลลึกของเยอรมันเพิ่มเติม เมื่อทรงส�าเร็จ
การศึกษาได้เสด็จกลับประเทศสยาม ในเดือนมีนาคม พ.ศ.
ี
๒๔๕๗ ทรงเข้าสารองราชการท่กรมเสนาธิการทหารเรือ
�
�
ขณะสารองราชการทรงพระนิพนธ์ รายงานความเห็น
เร่อง เรือ “ส” เสนอต่อพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม่น
ื
ื
สิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาธิการทหารเรือในขณะน้น
ั
ซึ่งค�าว่า เรือ “ส” ที่ทรงกล่าวถึงในรายงานความเห็นนั้น
ทรงหมายถึงเรือด�าน�้า หรือเรือใต้น�้า (Submarine หรือ
Submersible boat)
พระนิพนธ์ รายงานความเห็นเรื่อง เรือ “ส” นั้น
ได้ทรงนาความรู้ด้านวิชาการทหารเรือท่ทรงศึกษา
�
ี
ี
กับประสบการณ์ท่ทรงได้รับจากการฝึกปฏิบัติการใน
กองทัพเรือเยอรมัน มาเรียบเรียงเป็นเอกสารความเห็น
ื
�
้
�
ี
ื
เพ่อสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ยวกับเรือดานา และเพ่อ
�
ใช้เป็นแนวทางสาหรับการพิจารณาถึงประโยชน์ของ
เรือโท สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ การมีเรือด�าน�้าไว้ป้องกันประเทศ
้
�
�
ความรู้เร่องเรือดานาได้เกิดข้นเป็นคร้งแรกใน
ื
ึ
ั
ื
ื
ั
้
ั
ุ
กองทพเรอสยาม ครงเรอโท สมเดจเจ้าฟ้า ฯ กรมขน
็
สงขลานครินทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา
�
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงสาเร็จการศึกษา
วิชาการทหารบกและทหารเรือจากประเทศเยอรมนี ทรง
สนพระทัยศึกษาเก่ยวกับเรือดานาเป็นพิเศษ จนได้รับรางวัล
�
�
ี
้
�
ิ
้
�
ื
ั
ี
ยอดเย่ยมในการออกแบบเรอดานาของจกรพรรดนาว ี
เยอรมัน (ทรงศึกษาวิชาการทหารเรือในระหว่าง ปี พ.ศ.
นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ู
ผ้บังคับบัญชาระดับสูงกองทัพเรือ
พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน
ผูับัญชาการทหารเรือ
พลเรือเอก สิทธิพร มาศเกษม พลเรือเอก ทรงวุฒิ บุญอินทร์
รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์
เสนาธิการทหารเรือ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน
ผูับัญชาการทหารเรือ
ประวัติ
ผู้บัญชาการทหารเรือ
วัน เดือน ปีเกิด ๑๓ สิงหาคม ๒๕๐๔
การศึกษา
- โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
- โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๒๐
- โรงเรียนนายเรือ รุ่นที่ ๗๗
- หลักสูตรนายทหารใหม่พรรคนาวิน
- หลักสูตรนายทหารสื่อสาร
- หลักสูตรต้นปืน
- หลักสูตรนายทหารชั้นต้นพรรคนาวิน สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง รุ่นที่ ๒๙
- หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ รุ่นที่ ๕๔
- หลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร รุ่นที่ ๔๑
- หลักสูตรวิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ ๓๙
- หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๕๙
- หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ ๖
ตำาแหน่งสำาคัญ
- ผู้ควบคุมเรือ เรือ ต.๒๒๐ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ
- ผู้บังคับการเรือ เรือ ต.๑๔ กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ
- ผู้บังคับการเรือ เรือหลวงท้ายเหมือง กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ
- นายธงผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
- รักษาราชการนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำาเสนาธิการทหารเรือ
- นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
- รักษาราชการนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำาผู้บัญชาการทหารเรือ
- ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจำาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาดริด
- เสนาธิการกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือยุทธการ
- รองเจ้ากรมข่าวทหารเรือ
- ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
- เสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ
- ปลัดบัญชีทหารเรือ
- รองเสนาธิการทหารเรือ
- เสนาธิการทหารเรือ
- ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
- ผู้บัญชาการทหารเรือ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- ประถมาภรณ์ช้างเผือก
- มหาวชิรมงกุฎ
พลเรือเอก สิทธิพร มาศเกษม
รองผู้บัญชาการทหารเรือ
พลเรือเอก ทรงวุฒิ บุญอินทร์
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ
เสนาธิการทหารเรือ
พลเรือเอก สุทธินันท์ สมานรักษ์
ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
16
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ
วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ มีลายพระหัตถ์
หมายเลขที่ ๖/๔๖๓ กราบทูลนายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ที่ ๖/๔๖๓
วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๐
กราบทูล สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
๙/๒๔๖๐
ื
่
่
ั
ี
้
ื
่
ี
้
ี
ิ
่
ตามลายพระหัตถ์ฝ่าพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณา ท ลงวนท ๒๘ เดอนน วาเงนเดอนพระเจาพยาเธอ
ี
๐๔๒๒๙
ิ
ื
กรมหม่นชุมพรเขตอุดมศักด เม่อก่อนออกจากราชการได้รับพระราชทานรวมท้งเงินเพ่มวิชาพิเศษ รวมเปนเดือนละ
ั
ิ
ื
์
๑,๗๐๐ บาท แต่บัดนี้ได้ยกเลิกเงินเพิ่มค่าวิชาพิเศษแล้ว พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงควรได้รับ
ั
ี
พระราชทานเงินเดือนต่อน้ไปอย่างไร แล้วแต่จะทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้น มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้กราบทูลว่า ให้รับเงินเดือนนายพลเรือโท ช้น ๒ เดือนละ ๑,๓๐๐ บาทไปก่อนก็พอ เพราะพ่งจะเข้ารับราชการใหม่อีก
ั
ึ
และได้พระราชทานพระราชหัตถเลขาสั่งกระทรวงพระคลังมหาสมบัติให้ตั้งเงินเดือน พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพร
เขตรอุดมศักดิ์ ตามจ�านวนนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เปนต้นไปแล้ว
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง
ทหารเรือ มีลายพระหัตถ์ที่ ๓๙/๑๙๙ ทูลกรมพระจันทบุรีนฤนาถ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
ที่ ๓๙/๑๙๙
วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๐
ทูลกรมพระจันทบุรีนฤนาถ
ด้วยได้สั่งให้กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เข้ารับราชการในหน้าที่จเรทหารเรือแล้ว ให้กระทรวงพระคลัง
มหาสมบัติ ตั้งเงินเดือน ให้ในชั้นนายพลเรือโทชั้น ๒ เดือน
ละ ๑,๓๐๐ บาท ตั้งแต่เดือน สิงหาคม ปีนี้เปนต้นไป
์
ื
ี
ิ
*นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ก่อนทรงออกจากราชการได้รับพระราชทานเงินเดือน เดือนละ
๑,๗๐๐ บาท
ี
้
ั
แต่ในการกลับเข้ารับราชการคร้งน ถือว่า เพ่งจะเข้ารับราชการใหม่ จึงได้รับพระราชทานเงินเดือนข้นต้น เดือนละ
ั
ิ
๑,๓๐๐ บาท
18
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
จเรทหารเรือพระองค์แรก
๕. ตั้งกรมจเรทหารเรือ
ื
ี
ั
ึ
ั
ึ
กรมจเรทหารเรือได้ต้งข้นคร้งแรก เม่อวันท่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ โดยข้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกรมจเรทหารเรือ ก็เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ หรือเป็นตัวแทนเสนาบดี
ั
ี
ี
ั
ั
ื
ในการตรวจการทหารเรือท่วไป ท้งฝ่ายเรือ และฝ่ายบก ท้งน้เพ่อรักษาระเบียบวินัย และแบบธรรมเนียมทหารเรือท่ดีไว้
กระทรวงทหารเรือ ซึ่งมีนายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต ทรงเป็น
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ได้ ตรา ข.ท.ร. (ข้อบังคับทหารเรือ) บทที่ ๓๒๗ ว่าด้วยหน้าที่ของกรมจเรทหารเรือขึ้น
เพ่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัต ตามหนังสือศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ ท ๘/๒๔๖๐ ั ่ ี
ิ
ลงวนท ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐
ี
่
ื
๐๔๓๒๕
ึ
กรมจเรทหารเรือ มจเรทหารเรือ (ไม่เรียกว่า เจ้ากรมจเรทหารเรือ) เป็นประธานข้นตรงต่อเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ี
มีผู้ช่วย คือผู้ช่วยจเรทหารเรือ นายทหาร และเสมียนพนักงาน ประจ�ากรม ตามอัตรา
มีแต่กรมจเรทหารเรือ ยังไม่มีจเรทหารเรือ
๖. จเรทหารเรือพระองค์แรก
เม่อต้งกรมจเรทหารเรือข้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
ื
ั
ึ
๑๘๙/๒๔๖๐
ตั้งแต่
นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นจเรทหารเรือ ตามค�าสั่ง กระทรวงทหารเรือที่ ๐๔๓๓๘
วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นไป นับได้ว่านายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเป็น จเรทหารเรือ
พระองค์แรก กับให้นายนาวาตรี หลวงเริงกลางสมร (ทองดี สุวรรณพฤกษ์/นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี ต่อมาเป็นผู้
บัญชาการทหารเรือ) เป็นรั้งต�าแหน่งผู้ช่วยจเรทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นไป
กรมจเรทหารเรือจึงได้ถือเอา วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นวันสถาปนากรมจเรทหารเรือ ซึ่งมีพร้อมทั้ง
กรมจเรทหารเรือ และจเรทหารเรือ
ี
ั
ึ
ั
ี
สถานท่ต้งกรมจเรทหารเรือในคร้งแรก ได้ต้งอยู่ท่พระนิเวศน์ ซ่งเป็นท่ต้งศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ
ี
ั
ั
ในสมัยนั้น
วันที่ ๑ สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมจเรทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ี
ั
ึ
ี
ั
ั
สถานท่ต้งกรมจเรทหารเรือคร้งแรก อยู่ท่พระนิเวศน์ ซ่งเป็นท่ต้งศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือในสมัยน้น แต่เดิม
ั
ี
เป็นพระนิเวศน์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕ พระราชทานวังที่ทรงหวงแหนแห่งนี้ แก่กรมทหารเรือ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓
ต่อมาได้สร้างอาคารราชนาวิกสภาเทียม ขึ้นมาใหม่ บังพระนิเวศน์เดิมจนมิด
20
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
เครื่องหมายราชการของกรมจเรทหารเรือ
“มีทหารเรืออยู่ที่ไหน จเรทหารเรือต้องไปถึงที่นั่น”
เข็มทิศมีลักษณะเที่ยงตรง
การปฏิบัติหน้าที่ของกรมจเรทหารเรือ จะต้องด�าเนินไปด้วยความเที่ยงตรงเช่นเดียวกัน
กรมจเรทหารเรือในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่อาคารส่วนบัญชาการ ๕ พระราชวังเดิมชั้นนอก หลังป้อมวิไชยประสิทธิ์
นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
22
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
(ส�าเนาค�าสั่ง)
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการ
ที่ ๑๘๙/๒๔๖๐
๐๔๓๓๖
แพนกบาญชีพล
ศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ
วันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๐
ด้วยตามที่กระทรวงทหารเรือ ได้จัดให้มีกรมจเรทหารเรือ
ซึ่งว่าด้วยระเบียบ
ขึ้น มีน่าที่ราชการตามข้อบังคับที่ ๘/๒๔๖๐
๐๔๓๒๕
การกรมจเรทหารเรือ นั้น
บัดนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลเรือตรี พระ
เจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายทหารกองหนุน
กลับเข้ารับราชการประจ�าในต�าแหน่งจเรทหารเรือ สนองพระเดช
พระคุณ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นไป
(พระนาม) บริพัตร์
นายพลเรือเอก เสนาบดี.
๗. พระกรณียกิจของจเรทหารเรือพระองค์แรก
ื
ี
�
ึ
นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ทรงดารงตาแหน่งจเรทหารเรือได้เพียงวันเดียว พอวันรุ่งข้น
�
์
ิ
ิ
็
ิ
ี
่
ในวันท ๒ สงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายพลเรือเอก สมเดจพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินต เสนาบด ี
กระทรวงทหารเรือ ก็มีรับสั่งให้จเรทหารเรือ ตรวจอาวุธของเยอรมัน ซึ่งจับได้ในเรือเชลย
ี
ี
ี
* หมายเหต เม่อสยามได้ประกาศสงครามกับเยอรมน และออสเตรีย - ฮังการ ในคราวสงครามโลกคร้งท ๑
ุ
ื
่
ั
ี
เม่อวันท ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายนาวาตร หลวงหาญสมุท (บุญม พันธุมนาวิน) พร้อมด้วยนายทหารเรือ
ี
ี
่
ื
๓๗ นาย และก�าลังพลทหารเรือ รวม ๔๐๔ นาย ได้เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ เป็นหน่วยแรก โดยท�าการจับยึดเรือ
ของเยอรมันจ�านวน ๒๕ ล�า ซึ่งเรียกว่า เรือเชลย
๘. พระกรณียกิจแรกของจเรทหารเรือ
ึ
ี
์
ิ
ื
นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด จเรทหารเรือ ได้ตรวจอาวุธของเยอรมันซ่งจับได้ในเรือเชลย
เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ และได้มีลายพระหัตถ์กราบทูล นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า
กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
24
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
26
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ค�าอธิบาย
ี
ื
ี
ิ
เอกสารท่นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด จเรทหารเรือ กราบทูลนายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้า
์
น้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ฉบับที่ ๑ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐
และ ฉบับที่ ๒ วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐
ฉบับที่ ๑
๐๐
๐๐
๑) และ ๒) เวลา ๓ ม.ย. ม.ย. คือ โมงเย็น เวลา ๓ ม.ย. คือ เวลา ๓ โมงเย็น หรือเวลา บ่าย ๓ โมง หรือเวลา
๑๕๐๐
๓) นายนาวาตรี หลวงชาญฤทธิไกร คือ ลอย ชลายนนาวิน/หลวงชาญฤทธิไกร/พระอาษาสฤษดิการ/
พระยานาวาพลพยุหรักษ์
เป็น นายนาวาตรี เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๗ - วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๑
เป็น หลวงชาญฤทธิไกร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๔ - วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓
เป็น ผู้บังคับกองพันพาหนะ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๗ - วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๗
ดังนั้นในวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ผู้ที่ไปตรวจอาวุธของเยอรมันซึ่งจับได้ในเรือเชลย พร้อมกับนายพลเรือตรี
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ คือ
นายนาวาตรี หลวงชาญฤทธิไกร (ลอย ชลายนนาวิน) ผู้บังคับกองพันพาหนะ
ประวัติของนายนาวาตรี หลวงชาญฤทธิไกร
นาวาตรีหลวงรักษาราชทรัพย์ (รักษ์ เอกะวิภาต) ได้เล่าไว้ว่า
ึ
ี
ื
ั
“ก่อนท่เจ้าพ่อ* จะนับถือทางไสยศาสตร์ และพระพุทธศาสนาม่นคง เนื่องมาจากได้พระเคร่ององค์หน่ง
ู
ี
้
่
มาจากพระองค์เจ้าวิบูลยพรรณ*พระองค์ทได้นเป็นพระเครองของในหลวงวังหน้า*เจ้าพ่อได้ทดลองเอาไปผก
ื
่
ี
แขวนไว้ที่ต้นยางหน้าประตูใหญ่กองทัพเรือเก่า* ให้ น.อ.พระยานาวาพลพยุหรักษ์* (ลอย ชลายนนาวิน) เอาปืน
ร.ศ. ที่ทหารใช้ ใส่กระสุนยิง ๓ ทีไม่ออก แล้วหันปากกระบอกปืนขึ้นไปบนฟ้า ยิงหนึ่งทีออก เจ้าพ่อมีศรัทธาเลื่อมใส
ิ
นับถือทางไสยศาสตร์ และพระพุทธศาสนาย่งข้น ต่อมาได้เชิญพระองค์เจ้าวิบูลยพรรณ ฯ เข้ามารับราชการ
ึ
ในกรมทหารเรือ ก็เพราะพระเครื่ององค์นี้”
นี่คือ เรื่องเล่า จากนาวาตรี หลวงรักษาราชทรัพย์
ค�าอธิบายในข้อที่ ๓
ิ
*เจ้าพ่อ คือ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์) หลวงรักษาราชทรัพย์เรียกว่า
เจ้าพ่อ
*พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณฯ คือ พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษ พระโอรสลาดับท ๒๑ ในกรมพระราชวัง
ี
ี
�
่
บวรวิไชยชาญ ต้นสกุล “วิบูลยพรรณ”
กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ คือพระองค์เจ้ายอดย่งยศ (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน
ิ
พระนามว่า “ยอชวอชิงตัน”) พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระองค์เจ้ายอดย่งยศ/กรมหม่นบวรวิไชยชาญ/กรมพระบวรวิไชยชาญ/กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
ิ
ื
ผู้บัญชาการทหารเรือวังหน้า เป็นล�าดับที่ ๓
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระองค์เจ้าวิบูลยพรรณรังษี นาวาเอก พระยาวิชิตชลธี
็
ื
ู
่
ี
ั
ิ
*ในหลวงวังหน้า คอ พระบาทสมเดจพระปิ่นเกล้าเจ้าอย่หว พระเจ้าแผ่นดนองค์ทสอง (SECOND KING)
ผู้บัญชาการทหารเรือวังหน้า (ผู้บัญชาการทหารเรือพระองค์แรก)
*ประตูใหญ่กองทัพเรือเก่า กองทัพเรือเก่า คงหมายถึง พระนิเวศน์เดิม ซ่งเป็นพระนิเวศน์ของ
ึ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ท่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ๕ พระราชทาน
ี
่
ี
เป็นที่ว่าการกรมทหารเรือ ในปี พ.ศ.๒๔๔๓ หน้าประตูใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ ๒ ต้น ซ้าย - ขวา คือต้นโพธิ์กับต้นเลียบ
*น.อ.พระยานาวาพลพยุหรักษ์ (ลอย ชลายนนาวิน) คือ นายนาวาตรีหลวงชาญฤทธิไกร เป็นผู้ที่ไปตรวจ
อาวุธของเยอรมัน ซึ่งจับได้ในเรือเชลย พร้อมกับนายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ
28
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ี
๔) นายนาวาตรี หลวงเริงกลางสมร (นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี) คือ ทองด สุวรรณพฤกษ์/หลวงเริง
กลางสมร/พระเริงกลางสมร/พระยาวิชิตชลธี
เป็นนักเรียนนายเรือเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๘ ส�าเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ ชุดที่ ๕ เมื่อวันที่
๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๑ พร้อมกับ กระแส ประวาหะนาวิน (พลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี) เทียบ นายเรือ (นาวาเอก
พระยาฤทธิรุธค�ารณ) และห้อง หังสนาวิน (นาวาเอก พระยาก�าแหงณรงค์ฤทธิ์)
เป็น นายนาวาตรี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๐
เป็น หลวงเริงกลางสมร เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๗
เป็น รั้งต�าแหน่งผู้ช่วยจเรทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐
ดังนั้นในวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ผู้ที่ไปตรวจอาวุธของเยอรมัน ซึ่งจับได้ในเรือเชลย พร้อมกับนายพลเรือตรี
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ คือ
นายนาวาตรี หลวงเริงกลางสมร รั้งต�าแหน่งผู้ช่วยจเรทหารเรือ
ประวัติของ นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
่
�
ี
ั
ี
*นายนาวาตรี หลวงเริงกลางสมร เป็นผู้บังคับการเรือ เรือพระท่น่งมหาจักรีลาท ๒ นาเรือจากเมืองโกเบ
�
ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๑ มาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๑
*นายนาวาโท หลวงเริงกลางสมร เป็นต้นเรือ เรือพระร่วง น�าเรือพระร่วงเดินทางจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่
ิ
์
๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๓ กลับประเทศไทย โดยมีนายพลเรือเอก กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ
ื
*นายนาวาโท พระเริงกลางสมร เป็นนายกรรมการราชนาวิกสภาสมัยที่ ๑ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๕ ถึง พ.ศ.๒๔๖๖
*นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี เป็นนายกรรมการราชนาวิกสภาสมัยที่ ๒ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๔ ถึง พ.ศ.๒๔๗๖
เขียนบทความลงในหนังสือนาวิกศาสตร์ โดยใช้นามปากกาว่า “ตาหม้องล่าย”
นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี เป็น ผู้บัญชาการทหารเรือ
ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๖
*เป็นผู้บัญชาการทหารเรือที่มียศน้อยที่สุด คือ นาวาเอก
*เป็นผู้บัญชาการทหารเรือที่ยากจนที่สุด
ในปี พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีการเปล่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
ี
เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ทหารฝ่ายรัฐบาลได้เข้าท�าการปราบปรามฝ่ายกบฏจนเป็นที่เรียบร้อย
วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๖ นายนาวาเอก พระยาวิชิตชลธี ผู้บัญชาการทหารเรือถูกจับกุม และถูกคุมขังอยู่ที่
เรือนจ�าบางขวาง โดยถูกกล่าวหาว่าเป็น กบฏต่อรัฐบาล ขัดค�าสั่งรัฐบาล ไม่ยอมสั่งให้ ร.ล.สุโขทัย ใช้ปืนใหญ่ระดมยิง
ั
ี
ึ
กรมอากาศยานท่สนามบินดอนเมือง ซ่งเป็นท่ต้งมั่นของฝ่ายกบฏ เพราะเสียดายทรัพย์สินของชาต และชีวิตมนุษย์
ิ
ี
ี
ื
ื
เม่อถูกควบคุมตัวมาจากบางขวางโดยทางเรือ เพ่อมาพิจารณาคดีท่ศาลพิเศษ กระทรวงกลาโหม ท่านจะถูกสวม
�
ั
กุญแจมือทุกคร้ง เม่อท่านผ่านเรือลาใด ท่านจะได้รับการเคารพจากบรรดาเรือรบลาน้น ๆ ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ื
ั
�
ทุกคร้งไป แต่ในลาดับต่อมา อัยการศาลพิเศษได้ถอนฟ้อง ท่านได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสรภาพออกจากประต ู
ั
�
แดน ๖ บางขวาง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๗ รวมเวลาที่ถูกคุมขังอยู่ประมาณ ๙ เดือนเศษ
*หนังสือ “๖ แผ่นดิน” ไทยน้อย เรียกท่านว่า “เสือทะเล”
*หนังสือ “๕๐ บุคคลส�าคัญ” ไทยน้อย เรียกท่านว่า “แม่ทัพเรือผู้ขัดค�าสั่งของคณะปฏิวัติ”
*หนังสือ “นาวิกศาสตร์ มกราคม ๒๔๗๖” เรียกท่านว่า “ผู้บัญชาการเหล็กกล้าของทหารเรือ”
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
๕) นายเรือตรี เหลียง (พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ)
ี
ื
คือ เหลียง สุนาวิน ต่อมาเปล่ยนช่อเป็น พิศาล สุนาวิน/ขุนสุนาวินวัฒ/หลวงสุนาวินวิวัฒ/พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ
เป็นนายเรือตรี วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓
ี
�
ี
่
เป็นนายธงจเรทหารเรือ และทาการในหน้าท่นายเวรหนังสือกรมจเรทหารเรือ วันท ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐
ถึงวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๑
จเรทหารเรือ คือ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ั
่
ี
ึ
ี
ดังน้นในวันท ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ผู้ท่ได้ตรวจอาวุธของเยอรมันซ่งจับได้ในเรือเชลย พร้อมกับนายพลเรือตร ี
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ คือ
นายเรือตรี เหลียง สุนาวิน นายธงจเรทหารเรือ
ั
ี
นายเหลยง สนาวน สมครเข้าเป็นนกเรยนนายเรอ หมายเลข ๑๔๘ เมอวนท ๒๑ กนยายน พ.ศ.๒๔๕๓
ั
ิ
ี
ุ
่
ั
ั
ี
ื
่
ื
รุ่นเดียวกับ เจริญ ทุมมานนท์ (พลเรือโท หลวงเจริญราชนาวา) พงษ์ อาศนะเสน (พลเรือเอก หลวงชลธารพฤฒิไกร)
ส�าเร็จออกเป็นนายทหารเรือวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ เป็นนายเรือตรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๐
นายเรือตรี พิศาล สุนาวิน เป็นนายธงของนายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑
สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐
ื
ิ
์
นายเรือโท พิศาล สุนาวิน เป็นนายธงของนายพลเรือโท กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด เสนาธิการทหารเรือ
ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึง วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๑
นายเรือโท พิศาล สุนาวิน เป็นศิษย์คนโปรดของกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
นายเรือโท พิศาล สุนาวิน เป็นนายธงของสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้ทรงกากับราชการกระทรวงทหารเรือ ซ่งเป็น พระสัสสุระ (พ่อตา) ของกรมหม่นชุมพร
ึ
ื
�
เขตรอุดมศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๕
พ.ศ.๒๔๗๖ ถึง พ.ศ.๒๔๗๘ นายนาวาตร หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นเลขานุการฝ่ายทหารเรือของรัฐมนตร ี
ี
ว่าการกระทรวงกลาโหม (นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม)
เป็นผู้ช่วยชีวิตนายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ในคราวถูกลอบยิง เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๗
นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นข้าหลวงประจ�าจังหวัดชุมพร คนที่ ๑๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๘
ถึงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๑
รอดตาย จากเครื่องบินตกโหม่งโลก ในวันเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐ ที่จังหวัดชุมพร
นาวาเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพรถึง ๒ สมัย
พลเรือตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นรัฐมนตรี ถึง ๔ กระทรวง
เป็น พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๕
30
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
นายพลเรือโท พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
กับนายธง นายเรือตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ (เหลียง สุนาวิน)
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
๖) ดัมดัม (Dum Dum)
ดัมดัม หรือ ลูกกระสุนดัมดัม (Dum dum bullet)
�
�
ี
ดัมดัม (Dum dum) เป็นคาสแลง (slang) ของคาว่า Expanding bullets ลูกกระสุนชนิดขยายตัวได้ มีท่มาจาก
คลังสรรพาวุธ ดัมดัม (Dumdum Arsernal) ใกล้เมือง Culcutta ประเทศอินเดีย โดย Captain Naville Bertie – Clay
ั
ดัมดัม กระสุนลูกปราย เป็นลูกกระสุนท่ยิงจากปืนลูกซองลากล้องเรียบ (Shot gun) เอาเม็ดกระสุนตะก่ว
�
ี
จานวนมากใส่ในหัวกระสุน เวลายิงออกไป ลูกกระสุนกระทบเป้าหมายแล้ว ลูกกระสุนจะแตกกระจายออก เพ่อให้
�
ื
มีการยิงถูกเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ใช้ในการล่าสัตว์ มักจะใช้ยิงเป้าเคลื่อนที่เป็นหลัก
ตามสนธิสัญญากรุงเฮก (Hague Convention) ปี ค.ศ. ๑๘๙๙ ได้กาหนดว่า ห้ามใช้กระสุนดัมดัมในการสงคราม
�
ี
ื
่
่
ุ
ิ
ิ
็
เนองจากผู้ทถูกยงได้รับบาดเจบเกดแผลเป็นบริเวณกว้าง อาการสาหัส และทารณมาก โดยมีการลงคะแนนเสียง
ไม่ให้ใช้กระสุนดัมดัม ๒๒ ต่อ ๒ เสียง
๗) คอนติเนนต์ (Continent)
ในพจนานุกรมกล่าวแต่เพียงสั้น ๆ ว่า Continent คือ ชาติต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ยกเว้นอังกฤษ Continent คือ
ผืนแผ่นดินใหญ่ของยุโรป ซึ่งต่างจากคาบสมุทร หรือเกาะ ประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป (Europe) มีมากมายประมาณ
๓๓ ประเทศ แต่ประเทศที่ส�าคัญ ๆ หรือเป็นมหาอ�านาจ ได้แก่ ออสเตรีย (Austria) เบลเยียม (Belgium) เดนมาร์ก
ี
ั
ี
(Denmark) ฝร่งเศส (France) เยอรมน (Germany) อิตาล (Italy) เนเธอร์แลนด์ (Netherland) รัสเซีย (Russia) สเปน
(Spain) และอังกฤษ (England)
แต่ประเทศอังกฤษมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ ใน Continent จึงไม่รวมเกาะอังกฤษ
๘) ซองกระสุน คือ แม็กกาซีน (Magazine)
ี
หรือ รังกระสุน หรือ กล่องบรรจุกระสุน บรรจุกระสุนได้หลายนัด ปืนท่ไม่มีซองกระสุน ต้องบรรจุกระสุนทีละนัด
๙) เรือพิศณุโลก
สยามประกาศสงครามกับเยอรมนี ออสเตรีย - ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ในคราวสงครามโลก
ครั้งที่ ๑ ราชนาวีสยาม เป็นเหล่าแรกที่ได้กระท�าหน้าที่สงคราม คือ
ี
ี
ื
เม่อวันที ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายนาวาตร หลวงหาญสมุท (บุญม พันธุมนาวิน) เป็นผู้บังคับกอง
่
�
�
จับเรือเชลย นานายทหารเรือ ๓๗ นาย พร้อมด้วยกาลังพลทหารเรือ ๔๐๔ นาย ทาการจับยึดเรือเชลย ซ่งเป็นเรือสินค้า
�
ึ
เยอรมนี ที่หลบหนีภัยสงครามเข้ามาพักอาศัยตามล�าแม่น�้าเจ้าพระยา เรือที่จับยึดได้รวมทั้งสิ้น ๒๕ ล�า
เรือพิศณุโลก เป็นเรือล�าหนึ่งในจ�านวน ๒๕ ล�า ผู้ที่ท�าการจับเรือพิศณุโลก คือ
ปากเรือ (พรรคนาวิน) นายนาวาตรี หลวงหาญสมุท
นายเรือโท อินทร์ ศาสตริน
ท้องเรือ (พรรคกลิน) นายเรือเอก สง่า
นายเรือโท แพ อุตโมบล
เรือพิศณุโลก เป็นเรือกลไฟขนาดใหญ่ ระวางขับน�้า ๒,๐๑๙ ตัน ความเร็ว ๙ - ๑๑ นอต
ลงวันท ๒๖
่
ี
ั
ื
เม่อราชนาวีสยามได้จับเรือเชลยไว้เรียบร้อยแล้ว กระทรวงทหารเรือได้มีคาส่งท ๑๗๙/๒๔๖๐ ่ ี
�
๐๔๑๕๑
กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ให้บรรจุนายทหาร พันจ่า จ่า และพลทหาร ลงประจ�าเรือเชลยต่าง ๆ
32
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
�
�
สาหรับเรือพิศณุโลก ให้นายเรือโท อินทร์ ศาสตริน สารองราชการกรมเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้บังคับการ
เรือพิศณุโลก
ื
ี
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปล่ยนช่อเรือเชลย
่
ี
ที่จับได้เสียใหม่ ตามแจ้งความของกระทรวงทหารเรือ ที่ ๗๒/๒๔๖๐ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๐
๐๘๕๑๖
เรือพิศณุโลก (Pitsanuloke) เปลี่ยนชื่อเป็นเรือผ่านสมุท (Phan Samud)
๑๐) อาภากร มาจากอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระนามแรกประสูติของนายพลเรือตร กรมหม่นชุมพร
ื
ี
ิ
์
เขตรอุดมศักด คือ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ต่อมาคือ นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในการลงพระนาม หรือ การเซ็นชื่อ พระองค์จะใช้ว่า “อาภากร” เท่าที่
ได้พบ ลายเซ็น ของพระองค์มีดังนี้
ฉบับที่ ๒
๔๕
๑๑) เวลาเที่ยง คือเวลาเที่ยงกับอีก ๔๕ นาที หรือเวลา ๑๒๔๕
๐๐
๑๒) เวลา ๔ ม.ช. ม.ช. คือ โมงเช้า
เวลา ๐๔๐๐ ม.ช. คือเวลา ๔ โมงเช้า หรือเวลา ๑๐๐๐
๙ ทรงตรวจกองโรงเรียนพลทหารเรือ
ื
ึ
กรมทหารเรือได้เล่อนฐานะข้นเป็นกระทรวงทหารเรือ เม่อปี พ.ศ.๒๔๕๓ ได้มีการจัดส่วนราชการข้นใหม่
ึ
ื
มีหน่วยขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ (เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ) คือ
กรมบัญชาการกลาง กรมปลัดทัพเรือ กรมยกกรบัตรทัพเรือ กรมทะเบียนทหารเรือ กรมพระธรรมนูญ
กรมทหารเรือฝ่ายบก กรมยุทธศึกษา กรมเรือกล และกรมทหารชายทะเล
ในปี พ.ศ.๒๔๕๖ ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการอีกหลายหน่วย และในปีพ.ศ.๒๔๖๐ ได้จัดต้ง กรมจเรทหารเรือขึ้น
ั
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ในส่วนของ กรมทหารชายทะเล มีหน่วยขึ้นตรงคือ
- ป้อมแผลงไฟฟ้า
- ป้อมเสือซ่อนเล็บ (ที่ตั้งโรงเรียนนายเรือ สมุทรปราการ ปัจจุบัน)
- ป้อมผีเสื้อสมุทร
- ป้อมพระจุลจอมเกล้า
กองโรงเรียนพลทหารเรือ ส�าหรับฝึกหัดอบรมศึกษาพลทหารเกณฑ์ใหม่ มี ๗ กองโรงเรียน
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๑ สมุทรสงคราม
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๒ สมุทรสาคร
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๓ นครเขื่อนขันธ์ (พระประแดง)
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๔ สมุทรปราการ
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ บางพระ (ชลบุรี)
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๖ ระยอง
- กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๗ จันทบุรี
นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ขอพระราชทาน
ี
์
ิ
ื
พระบรมราชานุญาตให้ นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด จเรทหารเรือ ออกไปตรวจกองโรงเรียน
พลทหารเรือที่ ๑ สมุทรสงคราม กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๒ สมุทรสาคร กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ บางพระ
(ชลบุรี) และกองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๖ ระยอง ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐
๑๖/๒๔๖๐
ที่ ๐๕๙๙๒
แพนกปกครอง ศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ
วันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๖๐
ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
บัดนี้ ถึงก�าหนดเวลาที่นายพลเรือตรีพระเจ้าพี่ยาเธอ
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จะเรทหารเรือ จะเสด็จไปตรวจ
ในกองโรงเรียนพลทหารเรือประจ�าจังหวัดต่าง ๆ ในวันที่ ๑๙
นี้ เสด็จไปยังกองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๑ ประจ�าจังหวัด
สมุทสงคราม ต่อจากนั้นไปจะได้เสด็จ ยังกองโรงเรียนพล
ทหารเรือประจ�าจังหวัด สมุทสาคร ชลบุรี แลระยอง ขอ
พระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการที่จะเสด็จไปยังที่
ซึ่งกราบบังคมทูล พระกรุณามาแล้ว
ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกะหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า
บริพัตร์ ขอเดชะ
นายพลเรือเอก เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
34
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
วันที่ ๑๐/๖๐๒
วันที่ ๒๐ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๐
กราบทูล สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรม
หลวงนครสรรค์วรพินิต
ด้วยมีพระบรมพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้กราบทูลว่า
ฝ่าพระบาทมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาที่ ๑๖/๒๔๖๐
๐๕๙๙๒
ลงวันที่ ๑๙ เดือนนี้ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้
นายพลเรือตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพร เขตร์อุดมศักดิ์
เสด็จไปตรวจกองโรงเรียนพลทหารเรือประจ�าจังหวัดต่าง ๆ
ตั้งแต่วันที่ ๑๙ เดือนนี้ นั้น พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว
36
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
๑๐. จเรทหารเรือทรงบรรยายเรื่อง “ยุทธวิธี”
วันพฤหัสบดีที่ ๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จเรทหารเรือ ได้รับเชิญ
ให้บรรยายเรื่อง “ยุทธวิธี” ที่ราชนาวิกสภา ในการบรรยายครั้งนั้น พระองค์ท่านได้ทรงออกตัวไว้ว่า
ุ
�
่
้
�
่
ั
่
ี
ิ
ี
ี
ื
ี
เสยใจทหาเวลาจะปรงแลเรยบเรยงการบรรยายนนไม่ใคร่จะได้ โดยต้องทาการสงอนเสมอ จาใจต้องบรรยาย
ั
ปากเปล่าไม่มีคู่มือ และเป็นการบรรยายโดยย่อ ซ่งเท่ากับเป็นกล่าวแต่เพียงหัวข้อสารบาณเร่องยุทธวิธีเรือเท่าน้น
ื
ึ
ซึ่งถ้าจะบรรยายเรื่องนี้กันจริง ๆ แล้ว บรรยายทุก ๆ วันถึง ๓ เดือน ก็ยังไม่จบดี
“ยุทธวิธี เปนวิชาสูงของทหาร ผู้ที่ไม่รู้จะเผยอบรรยายหรือเรียบเรียง ย่อมไม่รู้หลักที่จะด�าเนินการ”
ั
การบรรยายปากเปล่าคร้งน พระองค์ท่านได้ให้นายนาวาตร หลวงเริงกลางสมร ร้งตาแหน่งผู้ช่วยจเรทหารเรือ
ั
้
ี
ี
�
เป็นผู้จดข้อความย่อ ๆ ในระหว่างการบรรยาย จเรทหารเรือได้ทรงกล่าวชม นายนาวาตรี หลวงเริงกลางสมร ว่า
ี
ื
ั
ี
“ได้อุตสาหะพยายามเก็บเน้อความท่บรรยายเรียบเรียงได้เรียบร้อยถึงเพียงน้ ต้องนับว่ามีความต้งใจ กตัญญู ,
กัตเวที ,ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มุ่งหมายไห้เพื่อนนายทหารได้ทราบความจริงของทหารเรือแท้”
ี
ื
ั
การบรรยายเร่อง “ยุทธวิธี” ของจเรทหารเรือได้ตีพิมพ์เป็นคร้งแรกในหนังสือนาวิกศาสตร์ฉบับแรก ปีท ๑
่
เล่ม ๑ มกราคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ ใน “เรื่องที่มีอยู่ในสมุด” (สารบาญ) ของนาวิกศาสตร์ฉบับแรกที่ได้พิมพ์
ไว้ว่า “ยุทธวิธี - - - - พ.ร.ต. *พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตร์อุดมศักดิ์” แต่พิมพ์ได้เพียง “หมวดที่ ๑”
ั
�
เพียงหมวดเดียวเท่าน้น ยังไม่จบ (ยังมีต่อไป) ต่อมานิตยสารนาวิกศาสตร์ได้นามาตีพิมพ์อีกคร้งหน่งในฉบับเดือน
ั
ึ
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๐ จบในฉบับเดียวกัน
*พ.ร.ต. คือ นายพลเรือตรี
ค�าบรรยายตอนจบของจเรทหารเรือในเรื่อง “ยุทธวิธี”
็
�
ี
ี
“ตามหลักของยทธวิธีในเวลาเข้าประจัญบาลกคือ รวบรวมกาลังให้มากท่สุด เข้าตีข้าศึกแห่งท่มกาลังน้อย
�
ี
ุ
ที่สุด เท่าที่สามารถจะท�าได้ และทุกโอกาศที่หาได้นั้น”
รวบรวมก�าลังให้มากที่สุด เข้าตีข้าศึกแห่งที่มีก�าลังน้อยที่สุด
๑๑. การเล่นยุทธกีฬาทางเรือครั้งแรก
ื
ี
่
์
ิ
วันท ๒๒ - ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๐ หลังจากท นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด จเรทหารเรือ
่
ี
ี
ได้ทรงบรรยาย ยุทธวิธีภาค ๒ ได้ทรงแนะน�าข้อบังคับและวิธีการเล่นยุทธกีฬาทางเรือ ทรงแนะน�าให้เล่นเป็นตัวอย่าง
ั
นับว่าเป็นการเล่นยุทธกีฬาทางเรือตามแบบฉบับของทหารเรือเป็นคร้งแรก
ิ
ื
ั
็
ื
ิ
ิ
ุ
ื
�
สมมตว่าเป็นการรบทางเรอระหว่างเรอพฆาตขนาดใหญ่ ๑ ลา ของฝ่ายแดง กบเรอพฆาตขนาดเลก ๒ ลา
�
ของฝ่ายเขียว เข้าประจัญบาลกัน
ได้ทรงวินิจฉัยยุทธวิธีของทั้ง ๒ ฝ่ายในด้านการเดินเรือ และการยิงปืน ทรงย�้าว่า
“ความแม่นยาในการยิง จึงเป็นของสาคัญอย่างย่งส่วนหน่งในสงคราม และในเวลาประจัญบาลกันน้น การยิง
ั
ึ
ิ
�
�
เปนการที่จะน�ามาซึ่งผลแห่งความแพ้หรือชนะโดยตรง”
ทรงกล่าวเตือนย�้าไว้ตอนสุดท้ายว่า
�
�
ื
ั
“ให้ขวนขวายฝึกหัดส่งสอนทหารให้มีความร ความชานาญ ความแม่นยาไว้เสมอ โดยอย่าได้เห็นแก่เหน็ดเหน่อย
ู้
้
ั
ซาซาก หรือความเปลืองใด ๆ ท้งส้น เพราะมิฉน้นจะต้องไปเกิดการหัวเสียในเวลารบ - - - - และจะต้องนึกเสียใจตนเอง
�
ั
ิ
ในเรื่องที่มิได้ฝึกฝนทหารไว้ให้เพียงพอในเมื่อวาระที่สุดจะมาถึงตัวนั้น”
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
๑๒. นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ี
่
วันท ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
สัญญาบัตรยศให้ นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เป็น นายพลเรือโท
๑๓. ทรงด�ารงต�าแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ ได้มีค�าสั่งกระทรวงทหารเรือที่ ๔๒๗/๒๔๖๐
๑๐๐๗๔
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ย้ายไปเป็น เสนาธิการทหารเรือ
นายพลเรือโท กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงเป็นจเรทหารเรือ
๑๔. ทรงเป็นจเรทหารเรือพระองค์แรก ๑๖๗ วัน
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงด�ารงต�าแหน่งจเรทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๑๔
มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐
๑๖๗ วัน
พ้นจากต�าแหน่งส�าหรับพักพิงผู้ที่ยังหาต�าแหน่งไม่ได้
คือ ต�าแหน่งจเรทหารเรือ
เอกสารประกอบการเขียน
๑. เอกสารราชการจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
๒. เอกสารราชการจากกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๓. หนังสือ “ประวัติการทหารเรือไทย” พ.ศ.๒๕๐๘ โดย พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์
ิ
ี
ุ
๔. หนังสือ “อนสรณ์ในงานพระราชทานเพลงศพ พล.ร.ต.พระยาหาญกลางสมุทร (บญม พนธมนาวน)”
ุ
ั
ุ
ิ
๑ กรกฎาคม ๒๕๑๗ เรื่อง “การจับเรือเชลย พ.ศ.๒๔๖๐” โดย พล.ร.ต.พระยาหาญกลางสมุทร
ื
๕. หนังสือนาวิกศาสตร์ ปีท ๑ เล่ม ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ เร่อง “ยุทธวิธี” บรรยายโดย นายพลเรือตร ี
ี
่
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
38
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
บทเรียนการกลับมาของ USS. John S. McCain
(THE BIG BAD JOHN IS BACK!!)
ผึ้งบ้าน ๔๒๑
เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓ ข่าวหน้าหนึ่ง USS. John S. McCain
ของสื่อหลายส�านักกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา พาดหัวข่าว USS. John S. McCain (DDG 56) ของกองทัพเรือ
การกลับมาของ USS. John S. McCain : THE สหรัฐฯ เป็นประเภทเรือพิฆาต (Guided-missile
BIG BAD JOHN IS BACK!! AND WE ARE Destroyer) ชั้น Arleigh Burke ประจ�าการเมื่อวันที่ ๒
ึ
READY TO TAKE THE WATCH!! ซ่งการ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๙๔ ต่อจากอู่เรือ Bath Iron Works
ี
�
คืนสภาพของเรือรบสมรรถนะสูงลาน้มีหลายประเด็น มลรัฐ Maine
้
�
ี
ั
ี
ื
ท่น่าสนใจ นับต้งแต่เหตุการณ์เม่อวันท่ ๒๑ สิงหาคม • ความยาว ๑๕๔ เมตร กว้าง ๒๐.๔ เมตร กินนาลึก
้
�
พ.ศ.๒๕๖๐ ท่เรือ USS. John S. McCain ประสบอุบัติเหต ุ ๙.๓ เมตร ระวางขับนา ๘,๓๐๐ ตัน ความเร็วสูงสุด
ี
�
้
ุ
ั
ชนกบเรอบรรทกนามัน Tanker Alnic MC ในช่องแคบ มากกว่า ๓๐ นอต
ื
ิ
์
มะละกา หางประมาณ ๕ ไมล ทางทศตะวนออกเฉยงเหนอ • ระบบขับเคลื่อน : เครื่องจักรใหญ่แก๊สเทอร์ไบน์
ื
ั
ี
่
�
จากกระโจมไฟ Horsburgh ทาให้มีลูกเรือเสียชีวิต General Electric LM 2500 จ�านวน ๔ เครื่อง ๒ เพลา
๑๐ นาย บาดเจ็บ ๔๘ นาย มูลค่าความเสียหายของเรือ ใบจักร
USS. John S. McCain ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะท ี ่ • ระบบอาวุธ
เรือบรรทุกน�้ามัน Alnic MC ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่เรือได้รับ - ปืนใหญ่เรือ Mk 45 5/54 inch caliber
ความเสียหายมูลค่าประมาณ ๒๒๕,๐๐๐ เหรียญสหรัฐฯ lightweight gun จ�านวน ๑ กระบอก
�
ึ
นามาซ่งบทเรียนของกองทัพเรือสหรัฐฯ การทบทวน - ระบบป้องกันระยะประชิด Phalanx CIWS
ี
การปฏิบัติหน้าท่ของทหารหน่วยเรือ การทบทวนผลผลิต จ�านวน ๒ ระบบ
(Output) ในหน้าท่ของหลายหน่วยงาน รวมถึงยังส่งผลให้ - แท่นยิงอาวุธปล่อยน�าวิถีทางดิ่งแบบ MK 41
ี
�
ั
�
่
ึ
�
นายพลเรือสหรัฐฯ ต้องถูกปลดออกจากตาแหน่ง ซ่งไม่เคย VLS จานวน ๒ แทน (1 x 29 cell และ 1 x 61 cell) สาหรบ
�
เกิดขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อาวุธปล่อยนาวิถี Standard missiles, Tomahawk
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
พันจ่า ๒๔ นาย จ่า และพลทหาร ๒๙๑ นาย
• เฮลิคอปเตอร์ประจ�าเรือ ๑ ล�า
• ปัจจุบันประจ�าการ ณ ฐานทัพเรือโยโกสุกะ ญี่ปุ่น
กองเรือพิฆาตที่ ๑๕ (the Destroyer Squadron 15)
กองเรือที่ ๗ (Seventh Fleet) กองก�าลังสหรัฐฯ ประจ�า
ภาคพื้นแปซิฟิก (The United States Pacific Fleet
(USPACFLT))
• USS. John S. McCain (DDG 56) ตั้งชื่อตาม
�
บุคคลสาคัญของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ พลเรือเอก John S.
ี
McCain, Sr. (ผู้ปู่) ท่เป็นนักบิน กองทัพเรือสหรัฐฯ
ิ
มีประวัตโดดเด่นในการบัญชาการรบด้วยกองเรือบรรทุก
เครื่องบินช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยเฉพาะการยุทธที่
Guadal canal และ พลเรือเอก John S. McCain, Jr. (ผู้พ่อ)
เรือ Alnic MC กับเรือ USS.John S. McCain
่
ี
ทมประวตโดดเด่นในช่วงสงครามโลกครงท ๒ เช่นกน
ี
ั
ิ
้
ี
ั
่
ั
(TLAM : Tomahawk Land Attack Missile), ASROC ในฐานะผู้บังคับการเรือดานาจมเรือรบญ่ปุ่นหลายลา
�
�
ี
�
้
- แท่นยิง Mk141 อาวุธปล่อยน�าวิถี Harpoon ในสงครามเวียดนาม เป็นผู้บัญชาการกองกาลังภาคพ้น
ื
�
จ�านวน ๒ แท่น แปซิฟิก (United States Pacific Command
- ท่อยิงตอร์ปิโดแบบ Mk32 จ�านวน ๖ ท่อยิง : USPACOM) และ John S. McCain III (ผู้ลูก) อดีตนักบิน
ส�าหรับตอร์ปิโด Mk46 กองทพเรอสหรัฐฯ ทเคยถกยงเครองบนตกและถกจบ
ิ
ื
ิ
ี
่
ื
่
ั
ั
ู
ู
- ปืนกล ๑๒.๗ มิลลิเมตร จ�านวน ๔ กระบอก เป็นเชลยศึก (POW) ในสงครามเวียดนาม ออกจากราชการ
- ปืนกล ๒๕ มิลลิเมตร จ�านวน ๒ กระบอก ในยศนาวาเอก เพ่อมาลงเล่นการเมืองเป็นวุฒิสมาชิกรัฐ
ื
• ระบบอ�านวยการรบ : AEGIS Combat System Arizona เคยลงชิงตาแหน่งประธานาธิบดสหรัฐอเมริกา
ี
�
(ACS) ในปี ค.ศ.๒๐๐๘ และเสียชีวิตในปี ค.ศ.๒๐๑๘
• ระบบตรวจจับ : AN/SPY-1D 3D radar, AN/SPY- • ได้รับรางวัลเรือพร้อมรบสูงสุด Battle “E”
6 AESA 3D radar, AN/SPS-67(V) 2 surface-search ประจาปี ค.ศ.๑๙๙๘ ค.ศ.๒๐๐๐ ค.ศ.๒๐๐๓
�
radar, AN/SPS-73(V)12 surface-search radar, AN/ ค.ศ.๒๐๐๔ ค.ศ.๒๐๐๖ และ ค.ศ.๒๐๑๐
SPG-62 fire-control radar, AN/SQS-53C sonar ar- • ปฏิบัติราชการสาคัญในสงครามอิรักปี ค.ศ.๒๐๐๓
�
ray, AN/SQR-19 tactical towed array sonar, AN/ ยิง TLMA จ�านวน ๓๙ ลูก
SQQ-28 LAMPS III shipboard system เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐
• ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง : AN/ เรอ USS. John S. McCain อย่ในระหว่างการ
ู
ื
SLQ-32(V)2 Electronic Warfare System, AN/SLQ- ปฏิบัติราชการทะเล ๖ เดือน ในพ้นท่ตะวันตกของ
ี
ื
25 Nixie Torpedo Countermeasures, MK 36 MOD มหาสมทรแปซฟิก (Western Pacific) มกาหนดการ
ี
ุ
ิ
�
12 Decoy Launching System, AN/SLQ-39 CHAFF เย่ยมเมืองท่าเวียดนาม สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และ
ี
Buoys ฟิลิปปินส์ โดยในเช้ามืดวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐
• กาลังพลประจาเรือ : นายทหารสัญญาบัตร ๒๓ นาย เรืออยู่ห่างประภาคาร Horsburgh ทางตะวันออกของ
�
�
นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
สิงคโปร์ประมาณ ๕๐ ไมล์ ถือเข็มตรงมายังช่องแคบ ถือท้ายได้เสียการควบคุมการบังคับหางเสือให้แก่
�
ี
ึ
ี
ั
มะละกาเพื่อเข้าจอดเรือ ณ ฐานทัพเรือชางยี กองทัพเรือ พนักงานส่งจักรไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ซ่งขณะท่กาลังเปล่ยน
่
สิงคโปร์ (Changi Naval Base, Singapore) สภาพอุตุนิยม ระบบการควบคุมการสงหางเสอเพอรักษาเข็มให้ตรง
่
ื
ั
ื
ี
ื
ื
ี
ั
้
้
่
วทยาในพนท่วันนนสภาพคล่นลมทะเลมคลนเล็กน้อย ไว้นั้น พนักงานถือท้ายแก้เข็มไปทางขวา ๑ – ๔ องศา
ิ
ื
ั
ื
ลักษณะเป็นลูกคล่นยาวข้น และแตกเป็นฟองขาวบ่อย แต่ระบบหางเสือ (Lee Helm station) ส่งให้หางเสือ
ึ
ขึ้น โดยมีความสูงคลื่นประมาณ ๐.๕ – ๑ เมตร ท้องฟ้า ตรงในช่วงเวลาเดียวกัน ทาให้เรือเกิดอาการเบ่ยงเข็ม
�
ี
มีเมฆมาก ฟ้ามืด เวลาดวงอาทิตย์ขึ้น ๐๖๕๘ (GMT+8) ไปทางซ้าย อีกท้งผู้บังคับการเรือส่งลดความเร็วจาก
ั
ั
อุปกรณ์เดินเรือใช้งานได้ปกติ ซึ่งเส้นทางเดินเรือบริเวณ ๒๐ นอต เป็น ๑๐ นอต และ ๕ นอต ตามลาดับ
�
ั
ปากช่องแคบมะละกาตะวันออกมีการจราจรทางนาท ่ ี แตพนกงานส่งจักรลดความเร็วแค่เพลาซ้าย แต่เพลาขวา
�
่
ั
้
คับคั่งที่มีเรือมากกว่า ๒๐๐ ล�า แล่นผ่านต่อวัน ยังคงเดินหน้าตามเดิมด้วยความเร็ว ๒๐ นอต ต่อไปอีก
ในเวลา ๐๔๑๘ USS. John S. McCain อีก ๑๐ ไมล์ ๖๘ วินาที ก่อนท่พนักงานส่งจักรจะลดความเร็วให้เหลือ
ี
ั
้
ื
ั
ึ
่
ั
ื
ึ
้
จะเข้าใกล้เขตนาตน ซงตามกฎของกองทพเรอสหรฐฯ เท่ากัน ซ่งผลพวงความผิดพลาดของการบังคับหางเสือ
�
�
ิ
จะต้องปรับระดับความพร้อมในการนาเรือ ได้แก่ การเพ่ม และการลดความเร็วไม่เท่ากันท�าให้เรือเสียการควบคุม
�
ผู้ปฏิบัติงานบนสะพานเดินเรือ เช่น ชุดนาเรือ เปล่ยนเข็มไปทางซ้ายเข้าหาเรือขนาดใหญ่ ๓ ลา ท่ว่ง
ิ
ี
ี
�
ี
ยามตรวจการณ์ ยามเรดาร์เดินเรือ เป็นต้น ผู้บังคับการเรือ อยู่ในพ้นท่ TSS ของเรือท่กินนาลึก (heavily congested
ื
ี
้
�
Cmdr. Alfredo J. Sanchez ขึ้นมาบนสะพานเดินเรือ traffic area) รวมถึงเรือน�้ามัน Alnic ด้วย
ี
ั
ต้งแต่เวลา ๐๑๑๕ เน่องจากอยู่ในพ้นท่ท่มีเรือสัญจร แม้ว่าในขณะเวลาวิกฤติเช่นนี้ ผู้บัญชาการเรือ และ
ื
ี
ื
ึ
�
จานวนมาก ต้นเรือข้นมาบนสะพานเดินเรือเวลา พนักงานบนสะพานเดินเรือขาดการตระหนักรู้ถึงสถานการณ์
๐๔๓๐ ซงเวลา ๐๕๒๐ เรือได้เรมเข้าพนทแผนแบ่ง ภายนอกตัวเรอ (lost situational awareness)
ึ
ื
้
่
ิ
่
ื
่
ี
ึ
แนวจราจร (Traffic Separation Scheme : TSS) ซ่งไม่มีใครสังเกตเห็นอาการผิดปกติของทิศทางท่เรือ
ี
ช่องแคบมะละกา ถือเข็ม ๒๓๐ ความเร็ว ๒๐ นอต กาลังแล่นไป รวมถึงข้อมูลเข็มและความเร็วสัมพันธ์
�
ี
้
ี
ั
�
�
�
้
ท้งน้ตามแผนยังไม่มีการประจาสถานีเดินเรือในร่องนา ของเรือเป้าท่อยู่ใกล้โดยเฉพาะเรือนามัน Alnic ท่เม่อ
ื
ี
(เตรียมสมอหัว เตรียมสายสูบน�้าดับเพลิง เตรียมทิ้งสมอ ผ่านไป ๓ นาที ภายหลังจากได้มีการรายงานหางเสือ
ื
เม่อเกิดเหตุคับขัน) จนกว่าเวลา ๐๖๐๐ เรือยังอยู่ในระดับ ขัดข้องแล้ว ความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์บังคับ
การผนึกน�้าขั้น ZEBRA หางเสือจากระบบหางเสืออะไหล่ (Aft Steering) พร้อม
ย้อนเวลา ๐๕๑๙ พนักงานถือท้ายและทาหน้าท ่ ี กับ พนักงานสั่งจักร (Lee Helm) ที่พยายามปรับแต่ง
�
ั
่
ื
ี
ส่งจักร (Helmsman) รายงานว่าหางเสือขัดข้อง เครองจกรใหญ่ท่ผิดพลาดให้กลับมาปกติ แต่ทุกอย่าง
ั
ั
ผู้บังคับการเรือจึงส่งให้แยกการควบคุมระหว่าง พนักงาน ก็สายไปแล้ว ในเวลา ๐๕๒๔ เรือ USS. JOHN S.
�
้
ถือท้าย (Helmsman) กับพนักงานสั่งจักร (Lee Helm McCAIN ได้แล่นไปตัดหน้าเรือนามัน ALNIC และเกิดการ
ึ
station) ซ่งไม่เป็นไปตามแบบฝึกการปฏิบัติงาน ชนเข้าบริเวณค่อนทางท้ายเรือกราบซ้ายของ USS. JOHN
�
ั
ิ
ื
้
้
บนสะพานเดินเรือท่กาหนดไว้ โดยพนักงานส่งจักร S. McCAIN นอกจากนนเรอทง ๒ ลา ยังไม่ปฏิบตตามกฎ
ั
�
ั
ั
ี
ได้ควบคุมหางเสือไว้กับตนเองด้วยตามระบบท่เคย การเดินเรือสากลในการให้สัญญาณหวูดสั้น ๕ ครั้ง หรือ
ี
ฝึกมาจึงเกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน พนักงาน แม้แต่การติดต่อสื่อสารทางวิทยุ VHF Bridge to Bridge
ี
�
ั
ั
ั
ท้งสองส่วนรวมถึงผู้บังคับการเรือไม่ทราบว่าในขณะน้น เหตุการณ์เรือโดนกันคร้งน้ทาให้เรือ USS. JOHN S.
ี
�
ตาแหน่งใดควบคุมการถือท้ายท่แท้จริง และพนักงาน McCAIN เกิดรูทะลุขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง ๘.๕ เมตร
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ภาพสรุปเหตุการณ์และหน้าจอเรดาร์ ARPA จากเรือ Alnic MC ก่อนจนถึงเรือโดนกัน
นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ทั้งเหนือและใต้แนวน�้า ตรงบริเวณห้องกลาสี ๓ และ ๕ กับเมื่อเวลา ๐๕๓๐ ขอรับการสนับสนุนเรือลากจูง และ
ี
�
�
�
ี
ทาให้กาลังพล ๑๐ นายในห้องกะลาสี ๕ เสียชีวิต กะลาส ี เจ้าหน้าท่นาร่องจากสิงคโปร์ให้นาเรือไปจอดท่ฐานทัพเรือ
�
เรือที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า เมื่อเรือโดนกันมีความรู้สึก ชางยี กองทัพเรือสิงคโปร์ ซ่งต่อมาผู้บังคับการเรือ
ึ
ี
เหมือนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หรือเหมือนระเบิดเกิด ได้ลงไปท่ศูนย์ควบคุม (Central Control Station)
ื
ี
ึ
ื
ข้นในตัวเรือ บางนายคิดว่าเกิดการก่อการร้ายหรือเรือ เพ่อรับทราบข้อมูลความเสียหายท่เกิดข้น การส่อสาร
ึ
�
เกยตื้น กะลาสีบนสะพานเดินเรือยังคงเห็นหัวเรือน�้ามัน อิเล็กทรอนิกส์บนสะพานเดินเรือดับลงทาให้ต้องใช้
�
Alnic เบียดอัดเข้ามาในตัวเรือ USS. JOHN S. McCAIN โทรศัพท์กาลังเสียง (Sound Power) และวิทยุมือถือ
ึ
ื
ทาให้เรือเสียการทรงตัวเอียงไปทางกราบขวา ซ่งภายหลัง เป็นหลักในการส่อสารภายในเรือ โดยชุดป้องกัน
�
จากนาเข้าเรือได้ ๑๕ นาที เรือมีอาการเอียงทาง ความเสียหายของเรือรายงานต่อศูนย์ป้องกันความ
้
�
ั
กราบซ้ายประมาณ ๔ องศา ในการน้ ต้นเรือได้ส่งให้ เสียหาย (Damage Control : DC) และเริ่มกระบวนการ
ี
ั
ิ
ื
้
�
�
�
สัญญาณเรือโดนกัน และประจาสถานีป้องกันความเสียหาย ผนกนา การปดการร่วไหลของนามันเช้อเพลิง การระบาย
้
ึ
กับรีบลงไปท่ห้องศูนย์ยุทธการและห้องกะลาสี ๓ ในเวลา อากาศ การปรับแตงทริมเรือ และอื่น ๆ ตามที่เจ้าหน้าที่
่
ี
ั
ต่อมาเพ่อดูจุดเกิดเหตุ ในขณะท่ผู้บังคับการเรือยังคง หน่วยซ่อมได้รับการฝึกฝนกันมา ท้งน้ในระหว่างการ
ี
ี
ื
ั
ี
ิ
ั
ส่งการอยู่บนสะพานเดินเรือให้ส่งวิทยุแจ้งเหตุการณ์เรือ ปฏิบัติหน้าท่ข้นตอนการสารวจยอดบัญชีพลก็เร่มขึ้น
�
�
ื
ั
โดนกัน เพ่อให้เรืออ่นระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณน้น และต้องกระทากันถึง ๓ คร้ง จนแน่ใจว่ากาลังพลเรือ ๑๐
ื
ั
�
พร้อมกับได้ชักสัญญาณไฟแดงสองดวง (red over red) นายหายไป และทั้งหมดอยู่ภายในห้องกะลาสี ๕ ทั้งสิ้น
สภาพความเสียหายของเรือ USS.John S. McCain และเรือ Alnic
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ตำาบลที่เกิดเหตุเรือโดนกัน
นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ห้องกะลาสี ๓ ก่อนและหลังเกิดอุบัติเหตุ
ื
ื
�
�
ั
ห้องกะลาสี ๕ ขนาดกว้างประมาณ ๔.๕ เมตร เม่อเรือ ความเสถียรทาให้ผู้นาเรือขาดความเช่อม่นในข้อมูล จึงใช้
โดนกันถูกบีบอัดเหลือเพียงขนาด ๑.๕ เมตร และเกิดรู การน�าเรือด้วยสายตาตนเอง (seaman’s eye) ให้อยู่ใน
�
ทะลุขนาดใหญ่ เวลาปกติมีกะลาสีนอนครบทุก ๑๗ เตียง เส้นทางจนสามารถนาเรือเข้าเทียบท่าได้อย่างปลอดภัย
ึ
แต่ในขณะเกิดเหตุมีจ�านวน ๕ นาย ส่วนที่เข้ายามเรือเดิน ซ่งภายหลังเรือเข้าเทียบท่า มีเรือ USS. America ได้เข้ามา
ในจ�านวน ๑๒ นาย มีเพียงกะลาสี ๒ นาย ที่สามารถหนี ให้ความช่วยเหลือด้วยการส่งทีมแพทย์ การดูแลกาลังพล
�
ึ
ออกมาได้อย่างเฉียดฉิวซ่งก็ได้รับบาดเจ็บตามกันไป ที่ได้รับบาดเจ็บ การประกอบอาหารเลี้ยงลูกเรือ รวมถึง
ี
ั
ั
ี
ื
่
ุ
โดยกะลาสเล่าว่าได้ยินเสียงเสียดสีดังมาก และไม่ก ่ ี จดหาของใช้ส่วนตวให้แก่ลูกเรอทประสบเหต โดยผ้ ู
้
�
วินาทีต่อมานาก็เข้าเรือมาถึงระดับของหน้าอกตนเอง บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น ๔๘ นาย มี ๕ นาย ที่บาดเจ็บสาหัส
จึงได้พยายามหาช่องทางท่แสงไฟฉุกเฉิน (battle ต้องส่งไปเข้ารับการรักษาพยาบาลท่โรงพยาบาลบนฝั่ง
ี
ี
lanterns) สาดแสงผ่านหลัง จากน้นได้พยายาม ในการนี้ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐
ั
ิ
�
ตะเกียกตะกายนาร่างออกมาโดยอาศัยการนาทางของ มปฏบัติการค้นหาผู้ประสบภย (SAR) ภายหลงจากท ่ ี
ี
ั
ั
�
ึ
ท่อทาง (Pipes) ที่ได้เคยรับการฝึกให้อยู่ในสถานการณ์ เรือรายงานว่าลูกเรือ ๑๐ นายได้หายไป ซ่งปฏิบัติการ
ี
ี
ิ
ื
ท่ต้องหาทางออกฉุกเฉินในสถานการณ์วิกฤติท่ช่องทาง SAR เร่มเม่อเวลา ๐๗๑๕ จากเรือ USS America
ปิดไฟมืดสนิท (Blindfolded egress training) ท�าให้ กับได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือสิงคโปร์
�
เค้ามีชีวิตรอดออกมาได้ก็ด้วยการฝึกฝนจนทาให้เกิด กองทัพอากาศสิงคโปร์ หน่วยยามฝั่งสิงคโปร์
ั
ความชานาญ และในข้นตอนสุดท้ายภายหลัง หน่วยงานการท่าเรือสิงคโปร์ กองทัพเรือมาเลเซีย
�
ี
ความพยายามค้นหาลูกเรือท่เหลือในห้องกะลาสี ๕ (มซ.) หน่วยยามฝั่งมาเลเซีย กองทัพเรืออินโดนีเซีย
�
็
�
ี
้
้
แลวไมพบ จงจาเปนตองรบผนกนาดวยการปดฝา Hatch และกองทัพอากาศออสเตรเลีย ส่งกาลังทางเรือ
ึ
่
�
ึ
้
ิ
้
และประตูห้องกะลาสี ๕ ลง ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย อากาศยาน และอุปกรณ์เครื่องมือกู้ภัยมาร่วมช่วยเหลือ
ต่อเรือส่วนรวมมากกว่านี้ ค้นหาลูกเรือท่สูญหายรวมเวลากว่า ๘๐ ช่วโมง พ้นท ่ ี
ี
ั
ื
ภายหลังการป้องกันความเสียหายผ่านไป ๖๐ นาที ค้นหากว่า ๒,๑๐๐ ตารางไมล์ จนกองเรือที่ ๗ สั่งยกเลิก
เรือ USS. JOHN.S McCAIN ก็สามารถแล่นด้วยตัวเอง ภารกจ SAR (การส่งกาลังปฏิบัติการ SAR มีเหตุผลทาง
�
ิ
ความเร็ว ๓ นอต เพื่อเดินทางไปฐานทัพเรือชางยี ทั้งนี้ การเมืองระหว่างประเทศแอบแฝงท่แสดงถึงความเป็น
ี
�
ื
ี
ี
เคร่องช่วยในการนาเรือท่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ม ี เจ้าของพ้นท่)
ื
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ื
ึ
ื
ั
เรือ USS. John S. McCain ถูกยกข้นเรือ MV ใช้เวลา ๑๐ วันต่อเน่องหรือมากกว่าน้น เพ่อทดสอบ
ี
Treasure นาไปส่งเข้ารับการซ่อมทาท่ฐานทัพเรือ ในทุกระบบและให้มีความพร้อมผ่านเกณฑ์ประเมินจาก
�
�
�
ึ
โยโกสุกะใช้เวลา ๒ ปีในการซ่อมทา รวมถงการ หลายหน่วยงาน ก่อนที่จะส่ง USS. John S. McCain
ปรับปรุงระบบต่าง ๆ และเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๒ กลับเข้ามาปฏิบัติการในกองเรือที่ ๗ (the 7th Fleet)
�
ิ
เร่มกระบวนการฝึกทบทวนกาลังพลอีกกว่า ๖ เดือน ต่อไป
ื
ิ
่
ั
ื
เพอให้ผ่านระบบการรบรองมาตรฐานการเดนเรอ สรุปบทเรียนของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ี
และความพร้อมรบ (the ship got underway for กองทัพเรือสหรัฐฯ สรุปบทเรียนท่เกิดข้นเป็น
ึ
certifications and a final battle problem) โดยการ รายงานเผยแพร่เม่อวันท่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ รวมท้ง ั
ื
ี
ั
ั
ิ
ฝึกทบทวนต้องผ่าน ๒๓ หวข้อ รบการประเมนฝึก มีการสอบสวนจาก National Transportation Safety
ั
ในเคร่องฝึกเดินเรือจาลองมากกว่า ๒๐๐ ช่วโมง และ Board (NTBS) รายงานเผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน
�
ื
การปฏิบัติการรบในทุกสาขาปฏิบัติการทางเรือ เน้นใน พ.ศ.๒๕๖๒ โดยสรุปดังนี้
เร่องการเดินเรือการเรือ และปรับปรุงระบบการบริหาร - ลูกเรือขาดซ่งการตระหนักรู้อาการเรือและ
ื
ึ
จดการภายในเรอทนาเอาบทเรยนจากอบตเหตมาแก้ไข สถานการณ์ที่เกิดขึ้น (Loss of situation awareness
ั
�
่
ิ
ุ
ื
ั
ี
ุ
ี
ี
�
เช่น การปรับปรุงและลงตาแหน่งของลูกเรือท่ต้องผ่าน in response to mistakes….) ของระบบถือท้ายและ
ี
ระบบ PQS ให้สัมพันธ์กับอุปกรณ์ท่มี การจัดระบบ สั่งจักรในสภาวะที่มีการจราจรเรือคับคั่ง
ยามเรือเดินให้สอดคล้องกับกฎใหม่ของกองทัพเรือ - ขาดการปฏิบัติตามกฎการเดินเรือสากล
สหรัฐฯ ที่ต้องการให้ลูกเรือได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ ในการให้สัญญาณ และการปฏิบัติท้งปวงเพ่อหลีกเล่ยง
ั
ี
ื
ก่อนการปฏิบัติหน้าท่ยามเรือเดิน ซ่งในระหว่างการฝึก เหตุเรือโดนกัน
ึ
ี
ทบทวนได้มีการออกเรือในทะเลหลายคร้ง แต่ละคร้ง
ั
ั
เรือ MV Treasure บรรทุกเรือรบกลับฐานทัพเพื่อซ่อมทำา
นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
ระบบถือท้ายและสั่งจักรที่ทันสมัยบนเรือรบสหรัฐฯ คนเรือบอกว่าใช้งานยาก
ี
ี
ั
- พนักงานถือท้าย และพนักงานส่งจักร ขาดความร ู้ ท่หลีกเล่ยงไม่ได้ (In the Navy, the responsibility
�
ความชานาญในระบบท่รับผิดชอบและปฏิบัติหน้าท ่ ี of the Commanding Officer for his or her ship
ี
ี
(…had insufficient proficiency and knowledge is absolute) ดังน้น ความผิดพลาดท่เกิดข้นคร้งน ี ้
ั
ึ
ั
ี
of the system) มาจากกระบวนการตัดสินใจ และการตัดสินใจท่ผิดพลาด
- ขาดการติดต่อสื่อสารด้วยวิทยุ VHF ระหว่างเรือ ของ ผบ.เรือ (...poor judgment and decision making
ทั้ง ๒ ล�า of the Commanding Officer) นอกจากน้นลูกเรือ
ั
- เรือรบกองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้เดินระบบแสดงตน ยังขาดการเตรียมการ (lack of preparation)
อัตโนมัติ (AIS : Automatic Identification System) ขาดประสิทธิภาพในการควบคุมบังคับบัญชา (ineffective
ด้วยการปฏิบัติตามกฎของกองทัพเรือสหรัฐฯ command and control) ขาดการฝึก และการเตรียม
�
ั
- ข้นตอนการส่งการของผู้บังคับการเรือ สลับ การนาเรือ (deficiencies in training and preparations
ั
ต�าแหน่งระบบถือท้ายท�าให้เจ้าหน้าที่เกิดความสับสน for navigation)
- ระบบการฝึกกาลังพลประจาเรือบนสะพาน บทเรียนจากการฝึก (Training)
�
�
�
เดินเรือมีความหละหลวม ในส่วนของการฝึกฝนกาลังพลท่ผู้บังคับการเรือ
ี
- การออกแบบระบบรวมการของเคร่องมือนาเรือ ถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าท่ สืบเน่อง
�
ื
ื
ี
ี
(integrated bridge and navigation system) ของ จากความสับสนของพนักงานอย่างน้อย ๔ นาย ท่ไม่รู้
ชุดเรือพิฆาต หน้าท่และระบบของตนเองอย่างดีพอ จากการส่งการของ
ั
ี
ื
�
�
�
- ความเหน่อยล้า ตรากตราของกาลังพลประจาเรือ ผู้บังคับการเรือในการสลับตาแหน่งการถือท้าย เม่อ
ื
�
ในระบบการจัดยามเรือเดิน หางเสือขัดข้องด้วยพนักงานถือท้าย (helm station)
กองทัพเรือสหรัฐฯ มองว่าเหตุการณ์ทุกอย่าง ตั้งต�าแหน่งตนเองเป็นระบบส�ารอง (backup manual)
บนเรือรบล้วนอยู่ท่ “ผู้บังคับการเรือ” เป็นความรับผิดชอบ จะทาให้การถือท้ายสามารถกระทาได้อีก ๔ แห่ง (Lee
�
�
ี
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
Helm, Helm forward station, Bridge Command บทเรียนภาวะผู้น�าและแบบธรรมเนียมปฏิบัติ
ั
�
and Control station, Aft Steering Unit) ซึ่งระบบ การตัดสินใจของผู้บังคับการเรือท่ไม่ส่งประจา
ี
�
ี
ั
ถูกออกแบบมาให้ท้ง ๔ แห่งสามารถกดรับการควบคุม สถานีเดินเรือในพ้นท่จากัด แม้มีต้นเรือ ต้นหน และ
ื
�
ั
�
ั
บังคับหางเสือ ท้งน้ไม่มีใครทราบว่าขณะน้นระบบ นายทหารยุทธการได้ให้คาแนะนาน้น ถือว่าเป็นการ
ี
ั
ั
ี
ั
ื
การบงคบหางเสอได้มาอยู่ท่ Lee Helm แล้ว ตัดสินใจท่ผิดพลาด อีกท้งผู้บังคับการเรือนายยามเรือเดิน
ี
ั
่
ั
ั
ุ
(ผู้บังคับการเรือก็ไม่ทราบ) นอกจากน้น เวลา ๐๕๒๑ ในผลดทเกิดเหต ไม่ได้เข้าร่วมการบรรยายสรุป
ี
�
มีการส่งประจาสถานีถือท้ายด้วยหางเสืออะไหล่ พนักงาน การเดินเรือ (Navigation Brief) ในช่วงเวลากลางวันที่มี
ั
�
�
�
หางเสืออะไหล่มีจานวนไม่ครบตามสถานี และไม่ได้ เน้อหาของการระมัดระวังการเดินเรือในน่านนาจากัด
ื
้
ตรวจสอบตาแหน่งมมหางเสอทชมมหางเสอซ้าย นอกจากน้นผู้บังคับการเรือยังถูกมองว่าละเลย
ั
�
ุ
ื
ี
่
ี
ื
ุ
้
๓๓ องศา แล้วกดรับการควบคุมหางเสือจาก Helm การคัดเลือกผู้ท่มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าท ่ ี
ี
็
้
ี
ื
ึ
่
่
ั
มาชวเวลาหนงส่งผลให้เรอเลยวไปทางซ้ายอย่างรวดเรว บนสะพานเดินเรือ (…failing to assign sufficient
ี
ก่อนเหตุการณ์เรือโดนกัน โดยพนักงานท่เก่ยวข้องกับ experienced officers to duties) รวมถึงการสั่งแยก
ี
�
ระบบหางเสือเป็นกาลังพลสมทบปฏิบัติราชการจากเรือ การปฏิบติของพนักงานถือท้าย (helm station) กับ
ั
USS. ANTIETAM (CG-54) ที่มีระบบถือท้ายไม่เหมือน พนักงานควบคุมเคร่องจักร (lee helm station)
ื
กับของชุดเรือ USS. John S. McCain ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ที่สั่งการไม่ชัดเจน ท�าให้พนักงานเกิดความสับสนในการ
�
ี
ี
ึ
ถือเป็นความผิดพลาดของผู้บังคับการเรือท่ไม่ฝึกฝน ปฏิบัติงาน และท่สาคัญอีกประการหน่งคือ ไม่มีนาย
กาลังพลเรือสมทบให้มีความรู้ และเข้าใจอย่าง ทหารอาวุโสภายในเรือคนใดให้ค�าแนะน�า หรือให้ข้อมูล
�
ถ่องแท้ในระบบการทางานของอุปกรณ์บังคับหางเสือ แก่ผู้บังคับการเรือเพ่อประกอบการตัดสินใจต่าง ๆ
ื
�
จนท�าให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ในสภาวะท่คับขัน กับไม่มีการช่วยผู้บังคับการเรือ
ี
บทเรียนความเป็นชาวเรือและการน�าเรือ ตรวจสอบความถูกต้องของพนักงานถือท้ายว่าเข้าใจ
(Seamanship and Navigation) ในค�าสั่งการของผู้บังคับการเรือหรือไม่
ผู้บังคับการเรือทราบถึงการเดินทางในช่องแคบ ผลพวงจากอุบัติเหตุเรือโดนกัน
มะละกาท่มีเรือสัญจรคับค่ง โดยเฉพาะช่องทางเข้า ๑. ก่อนหน้าเหตุการณ์ของเรือ USS.John S. McCain
ั
ี
จากตะวันออกของช่องแคบมะละกา จึงควรเตรียม เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๐ ได้เกิดเหตุการณ์เรือ
ี
�
ทีมงานบนสะพานเดินเรือด้วยกาลังพลท่มีความรู้ โดนกันของเรือ USS. FITZGERALD กับเรือสินค้า ACX
ความสามารถอย่างดี โดยเฉพาะพนักงานถือท้าย และ CRYSTAL ในทะเลญี่ปุ่นทางใต้ของฐานทัพเรือโยโกสุกะ
พนักงานควบคุมเครื่องจักร นอกจากนั้นผู้บังคับการเรือ ประมาณ ๕๖ ไมล์ เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่เรือ USS.
้
ี
�
�
ยังไม่เตรียมการประจาสถานีเดินเรือในร่องนา ท่ต้อง FITZGERALD ไม่แพ้เหตุการณ์ของ USS. John S. McCain
ี
เตรยมสมอหวเรอเมอเรอเขาสพนทจากด โดยถอวาตดสนใจ ซ่งในวันท่ USS. John S. McCain เกิดอุบัติเหตุ กระทรวง
ึ
ั
ิ
ื
้
่
ี
ั
�
่
ื
่
ื
ื
ู
้
ั
ี
ื
่
ั
่
ื
ั
ผิดพลาดในการบริหารความเส่ยง (failure in risk กลาโหมสหรฐฯ (Pentagon) สงกองทพเรอสหรฐฯ
ั
ั
ี
ิ
ั
ี
management) ท่ไม่เตรียมการแต่เน่นก่อนเข้า ให้ทุกกองเรือท่วโลกหยุดปฏิบัติการเรือรบ (Operational
ี
ั
้
ั
้
TSS อกทงไม่มการให้สญญาณหวดสัน ๕ ครง และ pause) และให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของ
ี
ั
้
ู
�
ึ
การติดต่อทางวิทยุของเรือท้งสองลา ซ่งหากมีการ เรือใหม่ (safety check) กับรายงานผลการตรวจสอบ
ั
ปฏิบัติดังกล่าวแล้วอาจไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง มาตรฐานความปลอดภัยของเรือรบทุกล�าให้ทราบ
นี้ขึ้นได้
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓