บรรณาธิการ แถลง
สวัสดีครับท่านสมาชิก ฯ และผู้อ่านทุกท่านในเดือนเมษายนนี้
เป็นช่วงของวันเทศกาลสงกรานต์ หรือเถลิงศกใหม่ตามประเพณีไทย
ิ
�
ื
้
ื
นอกเหนือจากการเล่นสาดนาเพ่อร่นเริงคลายร้อนแล้ว ส่งท่สาคัญ
ี
�
ส�าหรับเทศกาลสงกรานต์คือ การรดน�้าด�าหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์
ุ
ี
ั
ุ
ี
ู
ี
ุ
ู
่
ี
ั
และผู้มบญคณ อนเป็นประเพณทแสดงถึงความกตญญต่อผ้มพระคณ
ซึ่งเป็นสิ่งดีงามที่สืบทอดในสังคมไทยกันมาอย่างยาวนาน ในส่วนของ
กองทัพเรือนั้น วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันคล้ายวันก่อตั้ง “ราชนาวิกสภา”
�
ี
ี
อันเป็นสถาบันท่เป็นจุดกาเนิดของนิตยสารนาวิกศาสตร์น้ด้วย ซ่งปัจจุบัน
ึ
ี
ได้ก่อต้งมาแล้ว ๑๐๓ ปี โดยในฉบับน้มีบทความ “๑๐๓ ราชนาวิกสภา”
ั
ี
ั
�
ท่ได้เขียนและเรียบเรียงประวัติการก่อต้งของราชนาวิกสภาในอดีตมาเป็นลาดับจวบจนเป็นหน่วยข้นตรงกับ
ึ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือในยุคปัจจุบันโดย นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่ สาหรับท่านท่สนใจในเร่องของการฝึกร่วม
�
ี
ื
/ผสมคอบร้าโกลด์ ท่อาจนับได้ว่าเป็นการฝึกร่วม/ผสมท่มีมายาวนานท่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น้น
ั
ี
ี
ี
่
ี
ิ
่
ื
ื
ู
ี
ี
ั
พลเรอตร ชาตชาย ทองสะอาด ได้เรยบเรยงประวตการฝึก ข้อมล ตลอดจนเชอมโยงประโยชน์ทได้จากการฝึก
ี
ิ
ั
อันจะส่งผลต่อการพัฒนากองทัพเรือไทย ด้วยประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมฝึกคร้งล่าสุด ในบทความ“การฝึกร่วม
�
/ผสมคอบร้าโกลด์กับการพัฒนากองทัพเรือ” นอกจากน้นในคอลัมน์ประจานับจากฉบับเดือนน้ไป “ข่าวนาวีรอบโลก”
ี
ั
ได้ปรับเปลี่ยนผู้เขียนเป็น นาวาเอก สุวีร์ เผ่าทองศุข ซึ่งยังคงไว้ทั้งเนื้อหาข่าวสาร เกาะติดการพัฒนาเทคโนโลยีและ
ขีดความสามารถทางเรือของนานาประเทศไว้ดังเดิมครับ
ึ
ี
ท้ายสุดน้กับช่วงฤดูร้อนท่นอกเหนือจากอุณหภูมิของอากาศท่สูงข้นแล้วบางช่วงอาจเกิดพายุฤดูร้อน
ี
ี
ื
ข้นได้ ดังน้นควรต้องติดตามข่าวสารการพยากรณ์สภาพอากาศอย่างต่อเน่อง เพ่อจะได้เตรียมการป้องกัน
ั
ึ
ื
ได้ทันท่วงทีและปรับเปล่ยนแผนการเดินทางเพ่อให้เกิดความปลอดภัยท้งชีวิตและทรัพย์สินนะครับ พบกันใหม่
ั
ี
ื
ฉบับหน้า “สวัสดี โชคดี” ครับ
น.อ.
(สมนึก กรอบค�า)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
สารบัญ
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัณฑิตย์ จันทโรจวงศ์
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี โสภณ จงเรืองศรี
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ
พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ ๑๒
พลเรือตรี วิชัย มนัสศิริวิทยา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
พลเรือตรี เบญญา นาวานุเคราะห์
พลเรือตรี สุทธินันท์ สมานรักษ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี ปนต สุขนิจรัญ
พลเรือตรี สมชาติ สะตะ
พลเรือตรี สิทธิชัย ต่างใจ
พลเรือตรี กำาจร เจริญเกียรติ
พลเรือตรี สมเจตน์ คงรอด
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุพจน์ บัวดิศ
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา บทความ
พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์
พลเรือโท กาญจน์ ดีอุบล
ื
พลเรอโท พงษ์ศักดิ์ิ จุลกาญจน์
ื
พลเรอตร บัญชา บัวรอด ๑๒ ๑๐๓ ปี ราชนาวิกสภา
ี
ื
พลเรอตรี อำานวย ทองรอด
บรรณาธิการ นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
ผู้ช่วยบรรณาธิการ ๒๔ พระราชวังเดิม สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพเรือ
นาวาเอกหญิง ชไมพร วันเพ็ญ พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์
ประจำากองบรรณาธิการ
นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง ๒๙ อู่ทหารเรือธนบุรี แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบ
นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย และมรดกทางอุตสาหกรรม (ตอนที่ ๒)
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ นาวาเอกหญิง กาญจนา ทรงวรวิทย์
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด ๓๙ การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์กับการพัฒนากองทัพเรือ
เรือโท เกื้อกูล หาดแก้ว พลเรือตรี ชาติชาย ทองสะอาด
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
เรือตรีหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
เรือตรีหญิง กฤตนัท เบญจฆรณีกุล ๕๐ จารึกไว้ในสงคราม
สำานักงานราชนาวิกสภา “ปันมุนจอง” ชนวนสงครามเกาหลีครั้งใหม่
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG
คลังความรู้
คู่ราชนาวี
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำาเดือน เมษายน ๒๕๖๒
คอลัมน์ประจำา
๓๙
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ เรื่องเล่าจากปก
๗ ภาพในอดีต
๖๓ ข่าวนาวีรอบโลก
๖๖ นานาสาระ
๖๘ A Mixed Bag of English
๗๐ พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ
๗๒ สุขภาพนาวี
๗๔ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี
๗๕ กฎหมายใกล้ตัว
๕๐ ๗๗ เขตทหารน่าเท่ยว Happy Work Place
ี
๗๙ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ
๘๗ ประทีปธรรม
๘๘ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี
๙๐ มาตราน้ำา เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ - มิถุนายน ๒๕๖๒
ปกหน้า ปกหน้านิตยสารนาวิกศาสตร์ในอดีต
ปกหลัง อาคารราชนาวิกสภา (หลังเก่า)
ในปกหน้า พระราโชวาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปกหลัง เรื่องเล่าชาวเรือ
พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
ผู้พิมพ์ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
กองบรรณาธิการ
้
ปกหน้า : ปกหนานิตยสารนาวิกศาสตร์ในอดีต เมษายน ๒๕๕๑
ราชนาวิกสภา เป็นแหล่งเรียนรู้และผลิตนิตยสาร “นาวิกศาสตร์”
ี
ของกองทัพเรือท่มีความมุ่งหมายในการถ่ายทอดวิทยาการด้านการทหารเรือ
ื
ื
และวิทยาการอ่น ๆ ตลอดจนเป็นส่อเผยแพร่กิจการต่าง ๆ ของกองทัพเรือ และ
นิตยสารนาวิกศาสตร์เล่มแรกเป็นฉบับปฐมฤกษ์ ปีท่ ๑ เล่ม ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐
ี
จัดทาข้น โดย นาวาเอก พระยาวินัยสุนทร ซ่งเป็นนายกกรรมการราชนาวิกสภาคนแรก
�
ึ
ึ
ื
อันมีความมุ่งหมายเพ่อรวบรวมปาฐกถา การแปลหนังสือต่างประเทศ
ี
ท่นายทหารราชนาวีไทยเรียบเรียงมาพิมพ์ในหนังสือนาวิกศาสตร์ และ
ได้ออกจาหน่ายในราคาเล่มละ ๕๐ สตางค์
�
ื
ปัจจุบันนาวิกศาสตร์เป็นนิตยสารรายเดือนซ่งได้ตีพิมพ์มาอย่างต่อเน่อง
ึ
ี
ี
ติดต่อกันมาจนถึงทุกวันน้เกินกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว นับเป็นนิตยสารรายเดือนท่ตีพิมพ์ เมษายน ๒๕๕๙
องค์ความรู้ทางทหารเรือท่เก่าแก่ท่สุดของราชนาวีไทย ในการดาเนินกิจการ
ี
�
ี
ื
ของราชนาวิกสภา มีผู้ให้การสนับสนุนเอ้อเฟื้อจากสมาชิก ส่วนราชการ
ิ
ภาคเอกชน และบุคคลท่วไป ในรูปของการบริจาคเงินหรือส่งของต่าง ๆ
ั
ื
โดยราชนาวิกสภาได้พิจารณามอบเข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภาและ
โล่เคร่องหมายราชนาวิกสภา ตามระเบียบราชนาวิกสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์
ื
การตอบแทนผู้ท�าคุณประโยชน์ให้แก่ราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๕๒๙ ซึ่งก�าหนด
�
ให้มีของท่ระลึกมอบให้แก่ผู้ทาคุณประโยชน์ให้แก่ราชนาวิกสภาไว้ ๒ ชนิด คือ
ี
เข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภา พร้อมประกาศนียบัตร และโล่เคร่องหมาย
ื
ื
ั
ราชนาวิกสภา การมอบเข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภา ตามคาส่งกระทรวงกลาโหม
ื
�
เร่อง เข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๕๒๙ เพ่อพิจารณามอบให้กับ เมษายน ๒๕๖๑
ื
ื
ื
ี
ื
ผู้ท่มีคุณสมบัติตามระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยผู้มีสิทธิได้รับเข็มเคร่องหมาย
ี
ราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้แก่ ผู้ท่ยังไม่เคยได้รับเข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภา
ื
มาก่อน และเป็นผู้ท่ทาคุณประโยชน์ให้แก่ราชนาวิกสภา ได้แก่ คณะกรรมการ
ี
�
ราชนาวิกสภา ท่ปรึกษาราชนาวิกสภา เจ้าหน้าท่กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์
ี
ี
�
ิ
หรือผู้ท่บริจาคเงิน ส่งของ หรือทาคุณประโยชน์ให้แก่ราชนาวิกสภา
ี
่
ี
ตามทกองทพเรอเห็นสมควร นอกจากน้ ยังพิจารณามอบเข็มเคร่องหมาย
ื
ี
ื
ั
ราชนาวิกสภาให้เป็นกิตติมศักด์แก่บุคคลท่มีคุณสมบัติตรงตามระเบียบฯ
ี
ิ
ื
เพ่อเป็นเกียรติอีกด้วย
4 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ื
เคร่องหมายราชนาวิกสภา เป็นรูปสมอสอดวงชูชีพ
�
ในวงชูชีพมีคาว่า “พ.ศ. ๒๔๕๙” และมีธงราชนาวีปักอยู่
�
ในระหว่างก้านของสมอกับวงชูชีพ (ไม่จากัดสีและขนาด)
ิ
่
ื
ู
์
็
ี
ั
ั
สาหรบเข็มเครองหมายราชนาวกสภา มลกษณะเปนรปอารม
�
ทาด้วยโลหะสีทอง ขนาดกว้าง ๓ เซนติเมตร ยาว ๓ เซนติเมตร
�
�
หนา ๐.๑ เซนติเมตร พ้นลงยาสีนาเงิน ภายในอาร์มบรรจ ุ
้
ื
รูปสมอสีทองสอดวงชูชีพสีแดง ภายในวงชูชีพมีคาว่า
�
“ พ.ศ. ๒๔๕๙” สีทอง และมีธงราชนาวีปักอยู่ระหว่างก้านสมอ
ึ
กับวงชูชีพ ด้านล่างมีแถบสีทองสะบัดข้นท้งสองข้าง กลางแถบ
ั
�
�
มีคาว่า “ราชนาวิกสภา” สีดา
ื
การประดับเข็มเคร่องหมาย ใช้ประกอบกับเคร่องแบบ
ื
ื
ื
ทุกชนิด ยกเว้นเคร่องแบบฝึกและเคร่องแบบสวนสนาม
โดยประดับท่ปกกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายชิดกับขอบกระเป๋าด้านใกล้
ี
ื
�
กับกระดุมกลางลาตัวเส้อ ถ้ามีเข็มหรือเคร่องหมายพิเศษ
ื
ี
ื
ื
ชนิดอ่นประดับท่ปกกระเป๋าเส้อด้านซ้ายอยู่แล้ว ให้ประดับ
เข็มเคร่องหมายราชนาวิกสภาถัดไปทางซ้ายของเข็ม
ื
ื
ั
ื
หรือเคร่องหมายพิเศษน้น ๆ ถ้าเป็นเส้อเคร่องแบบท่ไม่ม ี
ี
ื
ปกกระเป๋าบนให้ประดับเข็มเครื่องหมายนี้บริเวณอกเสื้อ
เบ้องซ้ายในแนวเดียวกับกระเป๋าบน
ื
ี
(ท่มา : หนังสือ ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 5
ปกหลัง : อาคารราชนาวิกสภา (หลังเก่า)
้
ั
อาคารราชนาวิกสภา ต้งอยู่ริมฝั่งแม่นาเจ้าพระยา มีอายุยาวนานถึง
�
๑๑๙ ปี ต้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๓ เดิมเป็นบ้านของ พระอินทรเทพ (ทัพ)
ั
ี
ั
ภายหลังตกเป็นของพระคลังข้างท่ กองทัพเรือได้เร่มเช่ามาต้งแต่
ิ
พ.ศ. ๒๔๔๓ โดยเช่าจากสานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
�
ั
อาคารมีรูปลักษณ์แบบตะวันตก ๒ ช้น ก่ออิฐโบกปูน มีไม้ประกอบผัง
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันด้านหน้าออกสู่แม่น�้าเจ้าพระยาตรงกับ
หมู่พระมหาปราสาทของพระบรมมหาราชวัง ถือเป็นจุดสังเกต
ส�าคัญแห่งหนึ่งของแม่น�้าเจ้าพระยา
ั
การก่อต้งราชนาวิกสภามีพระมหากษัตริย์และพระบรม
วงศานุวงศ์ทรงร่วมก่อตั้งตามล�าดับเวลา ดังนี้
ี
๑) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕
ทรงพระราชทานที่ดินเพื่อตั้ง Navy Office และพระคลังข้างที่
โดยได้ให้กองทัพเรือเช่าที่ดิน
๒) นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร
พระองค์ทรงเป็นผู้ริเริ่มในการก่อตั้งราชนาวิกสภา
๓) จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตร
สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
�
ได้มีคาส่งแต่งต้งราชนาวิกสภาข้นในปกครองของกรมเสนาธิการ
ั
ึ
ั
ทหารเรือ
ี
ั
๔) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดต้ง
และพระราชทานชื่อ “ราชนาวิกสภา”
้
ิ
์
ี
ั
ุ
ุ
ิ
์
้
ื
์
๕) พลเรอเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด ทรงใชระบบสภา
์
้
ั
ั
ิ
ในการบริหารกระทรวงทหารเรือในสมัยน้น เป็นจุดเร่มต้นของการประชุมคร้งแรก
ราชนาวิกสภาถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้กองทัพเรือ
ื
ี
ท่บอกเล่าเร่องราวทางประวัติศาสตร์มายาวนานเข้าสู่ปีท่ ๑๐๓
ี
�
ี
จวบจนปัจจุบันอาคารหลังน้เป็นสานักงานราชนาวิกสภา
ซ่งเป็นหน่วยข้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีหน้าท ี ่
ึ
ึ
ในการผลิตนิตยสารรายเดือนท่ใช้ช่อว่า “นาวิกศาสตร์”
ื
ี
6 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
เรือตรีหญิง เบญจรัตน์ ดีกระจ่าง
เรือหลวงกันตัง (ลำที่ ๑)
เมื่อประมาณ ๘๒ ปีมาแล้ว ในวันที่ ๑๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ เป็นวันทำพิธีปล่อยเรือหลวงกันตังลงน้ำ
เรือหลวงกันตังเป็นเรือตอร์ปิโดเล็ก เป็นเรือชุดเดียวกับเรือหลวงคลองใหญ่ (ลำที่ ๑) และเรือหลวงตากใบ (ลำที่ ๑)
ต่อที่อู่อิชิกาวาจิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๙ ขนาดของเรือ ยาว ๔๑.๘๐ เมตร กว้าง ๔.๖๐ เมตร
ระวางขับน้ำปกติ ๑๓๕ ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ ๑๔๒ ตัน ความเร็วสูงสุด ๑๘ นอต รัศมีทำการเมื่อความเร็วสูงสุด ๔๕๐ ไมล์
ทหารประจำเรือจำนวน ๕๐ นาย ปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ ๒๖ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ตามคำสั่ง
กระทรวงกลาโหมที่ ๔๐/๑๓
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๒ 7
วันจักรี
๖ เมษายน ๒๕๖๒
วันที่ ๖ เมษายน สถาปนาจักรีวงศ์
ส�าเร็จดังประสงค์ พระสร้างสรรค์จนสดใส
องค์พระอวตาร ทรงประทานเพื่อผองไทย
วัดวังสร้างเร็วไว พัฒนาไม่ช้านาน
ทรงสร้างบ้านแปลงเมือง จนรุ่งเรืองมหาศาล
กฎหมายพระสมาน ยุติธรรมให้คงทน
พระไตรปิฎกเด่น พระทรงเฟ้นให้ฝึกฝน
สวดอ่านยังอึงอล ศาสนาทรงสนอง
พระราชปณิธาน แม้กาลผ่านยังเรืองรอง
ประเพณีเนืองนอง ทรงปรับปรุงทรงเปลี่ยนแปลง
ทรงอุปถัมภก ทรงยอยกทุกแขนง
พระศาสน์ทรงแสดง จนโดดเด่นเป็นสิ่งดี
ป้องกันขัณฑสีมา และรักษาประชาชี
ทรงตั้งเหล่ามนตรี ปรึกษาการเพื่อบ้านเมือง
ขอพระสุขสราญ ทิพย์สถานอันประเทือง
วิมานทองรองเรือง เสวยสวรรค์นิรันดร์เทอญ
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ประพันธ์
ที่มา : https://i.pinimg.com/originals/e7/d4/b4/e7d4b4e90b4108a461f68b616a803c25.jpg
อาศิรวาทเทพรัตนราชสุดาสดุดี
๒ เมษายน ๒๕๖๒
หกสิบสี่พระพรรษา ราชสุดา
บรมราชกุมารี
ทรงเมตตาปรานี ผ่านวันเดือนปี
มิมีจะผ่อนจะคลาย
พระราชกิจมากมาย ยังทรงสืบสาย
ตามรอยพระบาทยุคล
เสด็จไปทุกแห่งหน ทั่วบ้านต�าบล
มิค�านึงถึงทุกข์ใด
ขอเพียงพสกสดใส เปี่ยมสุขทั่วไทย
นี่น�้าพระทัยพระองค์
เปรื่องปราดศาสตร์ศิลป์ด�ารง พลิกฟื้นคืนคง
ให้อยู่คู่ไทยนิรันดร์
ขอพระทรงเกษมสันต์ ทุกคืนทุกวัน
เบิกบานสราญพระองค์
หวังใดสมพระประสงค์ ดังเจตน์จ�านง
แห่ง ราชนาวี เทอญ
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
(นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ร้อยกรอง)
๑๐๓ ปี ราชนาวิกสภา
นำวำเอก อำรัญ เจียมอยู่
บทน�ำ
ในวันที่ ๑ เมษายน ของทุกปี ถือได้ว่าเป็นวันคล้าย
วันก่อตั้ง “ราชนาวิกสภา” ได้ถือก�าเนิดขึ้นโดยพระบรม
ราชานุญาตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ึ
ซ่ง นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า
ื
วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร
�
ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ริเร่ม
ิ
�
ด�าเนินการจนกระทั่งก่อตั้งราชนาวิกสภาขึ้น
ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน “๑๐๐ ปี
ึ
ราชนาวิกสภา ความภาคภูมิใจของราชนาวีไทย” ซ่งก่อนท ่ ี
จะมีการจัดงานน้น คนท่วไปเข้าใจว่าราชนาวิกสภาคือ
ั
ั
สโมสรสัญญาบัตร (Navy Club) สาหรับการจัดงานต่าง ๆ
�
ของกองทัพเรือ รวมท้งงานมงคลสมรสของข้าราชการ
ั
ื
ทหารเรือ แต่อย่างไรก็ตามเม่อมีการค้นคว้าโดยเฉพาะ นำยพลเรือโท พระเจ้ำน้องยำเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร
ี
�
ในประเด็นท่ว่า ราชนาวิกสภาคืออะไร มีความสาคัญ
อย่างไรต่อกองทัพเรือ มีความโยงใยต่อนาวิกศาสตร์
อย่างไร การขยายกิจการของราชนาวิกสภาโดยเฉพาะ
การขยายลงสู่เรือหลวงต่าง ๆ ของกองทัพเรือแล้ว มีอะไร
ที่ท�าให้เราต้องภาคภูมิใจกับราชนาวิกสภา ซึ่งผู้อ่านและ
�
ี
้
สมาชิกทุกท่านสามารถหาคาตอบได้จากบทความน และ
ิ
ี
หวังเป็นอย่างย่งว่าส่งท่ท่านทราบจากบทความน้ท่านจะ
ิ
ี
หวงแหนและรักษาให้กับข้าราชการรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
ทรงริเริ่มก่อตั้งรำชนำวีสภำ
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ ที่ท�ำกำรรำชนำวิกสภำ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐
กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร (พระยศและพระนาม
ื
12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ิ
ั
ั
ึ
ื
ในขณะน้น) ทรงริเร่มก่อต้งสถาบันการศึกษาอีกลักษณะหน่ง กราบบังคมทูลฯ เสนอเร่องกรมเสนาธิการทหารเรือ
ส�าหรับนายทหารสัญญาบัตรขึ้น โดยเป็นสถานที่ในการ ขอต้งราชนาวีสภา พร้อมแนบเอกสาร “บันทึกความเห็น
ั
่
้
�
ั
ี
อานวยการฝึกฝนนายทหารสัญญาบัตรให้มีความรู้ แลรางขอบงคบสาหรบการตงราชนาวสภา” ตอพระบาท
ั
่
้
ั
ั
�
ึ
ทางวิชาการทหารเรือช้นสูงข้นไป เป็นสถานท่เพ่อการ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์
ั
ื
ี
แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันในแต่ละวิทยาการ เป็น พ.ศ. ๒๔๕๘ เป็นข้อความว่า
ั
ั
ื
่
ี
�
ี
่
สถานททมนาวีบรรณาคมเป็นทสาหรบรวบรวมหนงสอ “ด้วยกรมเสนำธิกำรทหำรเรือได้ท�ำบรรทึกควำมเห็น
่
ี
ี
ั
ให้กับนายทหารสัญญาบัตรได้อ่านหรือศึกษา เป็นสถานที่ เสนอว่ำควรต้ง รำชนำวีสภำ (เทียบ Royal Naval Institute)
ึ
ส�าหรับเล่นยุทธกีฬา รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนสมาคม ข้นเพ่อเป็นส�ำนักท่จะได้อ�ำนวยกำรฝึกฝนนำยทหำรให้ม ี
ี
ื
�
ี
ึ
ในเวลาว่าง พระองค์จึงถวายหนังสือกราบทูลเสนอพระดาร ิ ควำมรู้วิชำกำรทหำรเรือสูงข้นไป และเป็นสถำนท่ ๆ
ึ
ขอพระอนุญาตต้งเป็นหน่วยงานระดับแผนก ใช้ช่อว่า จะได้ศึกษำหรือแลกเปล่ยนควำมรู้ซ่งกันและกันในวิทยำ
ี
ื
ั
“ราชนาวีสภา” (เทียบ Royal Naval Institute) ขึ้นอีก และกำรอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์ แก่กำรด�ำเนินรำชกำร
ึ
ี
แผนกหน่ง ต่อ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในน่ำท่ กับท้งให้มีนำวีบรรณำคมเป็นท่รวบรวมหนังสือ
ั
ี
ึ
เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง ซ่งเหล่ำนำยทหำรเรือ จะได้ใช้อ่ำนหรือศึกษำ และให้เป็น
ึ
ทหารเรือ และได้รับความเห็นชอบจากเสนาบดีกระทรวง สถำนท่พักผ่อนสมำคมซ่งกันแลกันในเวลำว่ำงรำชกำรด้วย
ี
ทหารเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ อนึ่ง รำชนำวีสภำนี้จะให้อยู่ในน่ำที่อ�ำนวยกำรของ
ั
ื
กรมเสนำธกำรทหำรเรอ ไม่มีอ�ำนำจปกครองตวเองเช่น
ิ
ื
ระเบียบสโมสร ไม่มีสมำชิกลงช่อออกเงินบ�ำรุง เป็นแต่
เพียงสถำนกลำง ซ่งบรรดำนำยทหำรเรือและ ข้ำรำชกำร
ึ
ึ
ั
พลเรือนช้นสัญญำบัตรซ่งรับรำชกำรทหำรเรือเข้ำถึงได้
ทั่วไป และในกำรบำงอย่ำงจะเจำะจงเรียก เป็นรำยนำม
ให้ไปประชุมเป็นบังคับโดยทำงรำชกำรก็ได้
ข้ำพระพุทธเจ้ำเห็นด้วยเกล้ำฯ ว่ำตำมหลักควำมคิด
อันน้ เป็นกำรดีและจะได้ประโยชน์แก่รำชกำร แต่กำร
ี
ั
ท้งน้จะถือว่ำเป็นสถำนท่รำชกำรล้วนก็ไม่เชิง มีทำงเจือ
ี
ี
ไปเป็นระเบียบสมำคม ซ่งควรได้รับพระบรมรำชำนุญำตก่อน
ึ
จึงต้งข้น ข้ำพระพุทธเจ้ำได้รับพระรำชทำนทูลเกล้ำฯ
ึ
ั
ถวำยส�ำเนำบันทึกควำมเห็น ๑ ฉบับ และร่ำงข้อบังคับ
ื
ส�ำหรับกำรน้ ๑ ฉบับ มำเพ่อทรำบฝ่ำละอองธุลีพระบำท
ี
ด้วยแล้ว”
นำยพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้ำน้องยำเธอ เจ้ำฟ้ำกรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
นอกจากสาระสาคัญท่ปรากฏความมุ่งหมายในการ
ี
�
ั
ทูลเกล้ำฯ ถวำยขอพระบรมรำชำนุญำตต้งรำชนำวีสภำ เป็นสถาบันการศึกษาแล้ว ข้อความใน “บันทึกความเห็น
�
เม่อ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ แลร่างข้อบังคับสาหรับการต้งราชนาวีสภา” ได้อธิบาย
ั
ื
�
ี
เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวง ช้แจงสาระสาคัญของแผนจัดการศึกษาให้แก่นายทหารเรือ
ทหารเรือ ทรงเห็นชอบด้วยพระด�าริ จึงทูลเกล้าฯ ถวาย แผนกเดนเรือโดยทวไปว่ามีแผนจัดการศึกษาแบ่งออก
่
ั
ิ
หนงสอกระทรวงทหารเรอ ท ๑๖/๒๔๕๘/๑๒๐๓๙ กว้าง ๆ ๓ ขั้น ได้แก่
่
ี
ื
ั
ื
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 13
ขั้นที่ ๑ ได้แก่ อาชีพศึกษาสามัญ คือ วิชาเดินเรือ
และวิชาบังคับการในเรือ (การเรือ การปกครอง) และ
สรรพาวุธ
ั
ี
่
ข้นท ๒ ได้แก่ การศึกษาวิชาเฉพาะเป็นอย่าง ๆ
ให้รู้ดีกว่าขั้นที่ ๑ เช่น ปืนใหญ่ ตอร์ปิโด ทุ่นระเบิด และ
เดินเรือ ฯลฯ
ขั้นที่ ๓ ได้แก่ วิชารบ ยุทธวิธี (วิธีการใช้เรือต่าง ๆ
ใช้อาวุธต่าง ๆ ฯลฯ รบกันในระหว่างเรือต่อเรือ
น�ากระบวนเรือเข้ารบ) และยุทธศาสตร์
้
ี
่
ั
ี
โดยเฉพาะการจัดการศึกษาข้นท ๓ น คือส่งท ี ่ พระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว
ิ
กรมเสนาธิการทหารเรือเห็นว่าสามารถจัดการศึกษา
ี
ี
่
ี
ื
ั
ข้นท ๓ ได้ทันท โดยท่กรมเสนาธิการทหารเรือไม่ต้อง เอกสารแนบเร่องซ่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือทูลเกล้าฯ
ึ
ั
ต้งเป็นโรงเรียนสงครามข้นและไม่ต้องรอให้นายทหาร ถวายแล้ว โดยพระองค์ทรงมีพระบรมราชานุญาต
ึ
ั
�
่
ั
ี
ผ่านการศึกษาข้นท ๒ เสียก่อน น่นคือโดยการใช้นา โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลงลายพระราชหัตถเลขา
เน้อหาและวิธีการของ “นาวียุทธกีฬา” ซ่งมีผู้คิดข้น จดพระราชทานคาศัพท์ภาษาไทยสาหรับใช้กับคาศัพท์
ึ
ึ
�
�
�
ื
ี
ใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการรบทางเรือของประเทศ ภาษาอังกฤษท่กระทรวงทหารเรือ ตลอดจนกรมเสนาธิการ
�
ในทวีปยุโรปมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับกองทัพเรือไทย ทหารเรือใช้ในหนังสือกราบบังคมทูลฯ และสาเนา
และนาวิธีการน้มาใช้เป็นกระบวนการศึกษาของ เอกสาร “บันทึกความเห็นแลร่างข้อบังคับสาหรับ
�
ี
�
ราชนาวีสภา การตั้งราชนาวีสภา” รวม ๔ ค�า ได้แก่ ค�าว่า
และนอกจากเล่นยุทธกีฬาตามท่กล่าวข้างต้นแล้ว - Navy (Noun) ทรงพระราชทานคาศัพท์
ี
�
ื
�
ยังมีการนาระบบการศึกษาเพ่อแสดงความรู้และเรียน ภาษาไทยเป็น “นาวี”
การรบด้วยวิธีอื่น ๆ อีก คือ - Naval (Adjective) ทรงพระราชทานค�าศัพท์
๑. การแต่งเร่อง (Essays) โดยกรรมการต้งเร่อง ภาษาไทยเป็น “นาวิกะ” หรือ “นาวิก”
ั
ื
ื
ให้แต่ง หรือตั้งปัญหาให้แก้ด้วยหนังสือ - Lectures ทรงพระราชทานค�าศัพท์ภาษาไทย
๒. การบรรยาย (Lectures) โดยกรรมการตั้งเรื่อง เป็น “บรรยาย”
ี
้
�
่
ี
่
ุ
ึ
ี
ใหเตรยมมาอธบายในทประชม (ซงจะคดเรอง ทนาสนใจ - Debate ทรงพระราชทานคาศัพท์ภาษาไทย
่
่
ื
ิ
่
ั
มาปาฐกถาโดยเจ้าของเรื่องจะเป็นองค์ปาฐก) เป็น “คารม”
ั
๓. การโต้คารม (Debate) โดยกรรมการต้งเร่อง หลังจากน้นในวันท ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘
่
ี
ื
ั
ี
่
หรือปัญหาให้นายทหารแบ่งออกเป็น ๒ พวก แสดง กรมราชเลขานุการ จึงมีหนังสือท ๒๘/๑๘๓๒ แจ้ง
ความเห็นโต้ตอบกัน พระบรมราชานุญาตมายังเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ซ่งในจดหมายบันทึกกระทรวงทหารเรือระบุวันท ่ ี
ึ
ื
ทรงมีพระบรมรำชำนุญำตและทรงพระรำชทำนช่อ ได้รับหนังสือกรมราชเลขานุการในวันท ๖ มีนาคม
่
ี
“รำชนำวิกะสภำ”หรือ “รำชนำวิกสภำ” พ.ศ. ๒๔๕๘ ต่อมาวันท ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘
่
ี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า
หนังสือกราบบังคมทูลฯ ของกระทรวงทหารเรือ ตลอดจน กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
�
�
จึงแก้ไขคาศัพท์ในต้นฉบับเอกสารให้ถูกต้องดัง กรรมการอานวยการหรือเป็นกรรมการพิเศษเฉพาะ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา มีอานาจออกข้อบังคับสาหรับราชนาวิกสภาท่ไม่ขัดแย้ง
�
�
ี
ึ
�
จดพระราชทาน แล้วจัดทาเอกสารข้นใหม่เป็นเอกสาร เป็นปรปักษ์ต่อหลักส�าคัญที่วางไว้โดยข้อบังคับดังกล่าว
ิ
ื
ิ
ี
�
ิ
่
ื
พมพ์ด้วยเคร่องพมพ์ดีดใช้ชอเอกสารว่า “บรรทึก ภารกิจท่สาคัญในระยะเร่มแรกของราชนาวิกสภา
่
ึ
ื
ิ
ั
ี
ความเห็นเรองต้งราชนาวกะสภา” จากข้อความในเอกสาร ได้แก่ กิจการซ่งเป็นสถานท่สาหรับประชุมปรึกษาและ
�
ต่าง ๆ ที่ระบุมาโดยล�าดับ “ราชนาวิกสภา” ในปัจจุบัน สันทนาการของนายทหารและข้าราชการทหารเรือ
่
ี
�
ึ
จึงถือกาเนิดข้นโดยพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จ ช้นสัญญาบัตร กับกิจการห้องสมุด ดังน้น ในวันท ๑๖
ั
ั
ู
ื
พระมงกฎเกล้าเจ้าอย่หว โดยกรมเสนาธการทหารเรอ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้า
ั
ิ
ุ
ซ่งขณะน้น นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า น้องยาเธอ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบด ี
ึ
ั
วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงดารง กระทรวงทหารเรือ จึงทรงมีค�าสั่งย้ายนายทหารบรรจ ุ
ื
�
ี
ิ
�
ตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ริเร่มดาเนินการ ตาแหน่งท ๕๗๒/๕๘/๑๓๓๑๑ ลงวันท ๑๖ มีนาคม
�
�
ี
่
่
ี
จนกระทั่งก่อตั้งราชนาวิกสภาขึ้น พ.ศ. ๒๔๕๘ ให้ นายเรือตร เอ้ยม ลีนะกนิษฐ์
ี
ี
ราชนาวิกสภาท่ก่อต้งข้นโดยพระบรมราชานุญาต มาสารองราชการกรมเสนาธิการทหารเรือมีตาแหน่งเป็น
ึ
ั
�
�
จึงมีสถานะเป็นแผนกหน่งของกรมเสนาธิการทหารเรือ “บรรณำรักษ์รำชนำวิกะสภำ”
ึ
้
่
้
์
ี
้
�
�
เป็นสถานท่สาหรับรวบรวมหนังสือตาราเก่ยวกับการ สวน นายพลเรือโท พระเจานองยาเธอ พระองคเจา
ี
ื
ื
ั
ื
ทหารเรอกบรบหนงสอพมพ์ไทยและต่างประเทศให้ วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ซ่งเดิม
ั
ิ
ั
ึ
�
นายทหารอ่าน เป็นสถานที่ส�าหรับเล่นยุทธกีฬา ส�าหรับ ทรงดารงตาแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือชายทะเล
�
ื
ี
�
่
ั
ี
ประชุม ฟังการบรรยาย ฟังการแสดงเร่องท่นายทหาร และทรงร้งตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในวันท ๑
แต่งตามปัญหาที่กรมเสนาธิการตั้งให้เป็นครั้งคราว เป็น เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖ ถึงวันท ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘
่
ี
่
�
�
ี
สถานท่ประชุมหารือ หรือแสดงคารมในวิทยาการและ ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในวันท ๑ มิถุนายน
ี
ข้อราชการอันเก่ยวกับการทหารเรือเพ่อแลกเปล่ยน พ.ศ. ๒๔๕๘ จึงทรงบังคับบัญชาราชนาวิกสภาเป็นเวลา
ื
ี
ี
�
ความรู้หรือหาหนทางท่จะดาเนินราชการให้เป็นระเบียบ ประมาณ ๑ ปี ๑๐ เดือน นับแต่แรกก�าเนิด ในวันที่ ๑
ี
่
เดยวกน รวมท้งเป็นสถานท่สมาคมของนายทหารช้น เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙ จนถึงวันท ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐
ี
ี
ั
ั
ั
ี
�
ึ
สัญญาบัตรซ่งประจาการ นายทหารกองหนุนและ จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น จเรทหารเรือ
ั
่
ื
ี
�
ี
�
เบ้ยบานาญ ข้าราชการช้นสัญญาบัตรท่มีตาแหน่ง โดยม นายพลเรอโท พระเจ้าพยาเธอ กรมหมนชุมพร
ื
ี
่
ี
�
�
ประจ�าการ ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาต ที่จะ เขตรอุดมศักด ดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
์
ิ
ั
ได้พบปะสนทนาท้งในกิจราชการและกิจส่วนตัว โดย ทรงบังคับบัญชาราชนาวิกสภาต่อมา
ั
ี
ั
เสนาธิการทหารเรือมีอานาจท่จะส่งต้งนายทหารเป็น
�
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 15
้
ึ
่
ิ
ทหารเรอได้รเร่มขนในทประชุมกระทรวงทหารเรอ
ื
ิ
ื
ี
ี
่
วนท ๓ ตลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ เรมประชมครงแรก
ั
ั
ิ
่
ุ
ุ
้
วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ มี จอมพลเรือ สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยา
ั
�
ภาณุพันธุวงศ์วรเดช จเรทหารท่วไป ผู้กากับราชการ
ทหารเรอ ประทบเป็นประธาน เสนาธการทหารเรอ
ื
ิ
ั
ื
และเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ จเรทหารเรือ ปลัด
ที่ท�ำกำรรำชนำวิกสภำ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐
ทูลฉลองกระทรวงทหารเรือ ปลัดบาญชีทหารเรือ และ
นายทหารเรือระดับเจ้ากรมทุกต�าแหน่ง เข้าร่วมประชุม
ื
ี
�
เม่อประธานท่ประชุมมีพระดารัสส่งให้เลขานุการ
ั
ท่ประชุมอ่านระเบียบการประชุม “สภำบัญชำกำร
ี
ึ
�
กระทรวงทหำรเรือ” ซ่งร่างข้นสาหรับตราไว้เป็นหลัก
ึ
ปฏิบัติให้ผู้เข้าร่วมประชุมออกความเห็นและรับรอง
ที่ประชุมเห็นชอบด้วย จึงก�าหนดเป็นระเบียบการว่าด้วย
สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ พ.ศ. ๒๔๖๔ ลงวันที่
ุ
ึ
ุ
่
๑๙ ตลาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ซงแสดงความม่งหมาย
ของการประชุมสภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือว่า
“ด้วยกำรปกครองรำชกำรทหำรเรือ เท่ำท่ได้ด�ำเนิรอยู่
ี
ทุกวันนี้ ยังไม่เปนระเบียบอันสมควร ที่จะท�ำให้กำรงำน
รู้ท่วถึงกันได้ เพรำะต่ำงคนต่ำงท�ำ สมควรให้มีกำร
ั
ื
ประชุมปฤกษำหำรือรำชกำรเพ่อฟังข้อควำมคิดต่ำง ๆ
ื
ของกรมอ่น ๆ จักได้เปนโอกำสแสดง ควำมเห็นหรือ
สอบถำมควำมด�ำริห์แลโต้แย้งแนะน�ำให้เปนท่เข้ำใจ
ี
แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น แลเมื่อได้ประชุมฟังคำรม พร้อมเพรียงกัน
นำยพลเรือเอก พระเจ้ำพี่ยำเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ี
เช่นน้แล้ว รำชกำรจักด�ำเนิรเร็วข้นกับท้งควำมด�ำริห์ก ็
ึ
ั
กำรประชุมสภำบัญชำกำรกระทรวงทหำรเรือ จะเปนทสุขุมมนคงข้น โดยได้รับควำมเห็นชอบของ
ึ
ี
่
่
ั
กำรก�ำหนดนโยบำย ยุทธศำสตร์และกำรบริหำร กรมอ่น ๆ ประกอบด้วยอีกช้นหน่ง จึงสมควรให้มีกำร
ั
ึ
ื
กองทัพเรือ ประชุมประจ�ำดังจะได้ตรำเปนระเบียบ ต่อไป...”
ในระยะท นายพลเรือโท พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่น สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ กาหนดประชุม
ี
ี
่
ื
�
�
ชุมพรเขตรอุดมศักด ดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เดือนละ ๑ ครั้ง ทุกสัปดาห์แรกของเดือน ผู้มีหน้าที่เข้า
์
ิ
�
ทรงมีพระกรณียกิจที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง ได้แก่ ทรงริเริ่ม ประชุม ได้แก่
การนาการประชุมท่มีรูปแบบเรียกว่า “สภา” เข้ามาใช้ ๑. เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ขณะนั้น จอมพลเรือ
�
ี
ในการบริหารปกครองทหารเรือ ดังปรากฏการประชุม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์
ิ
“สภำบัญชำกำรกระทรวงทหำรเรือ” นับแต่เร่มการ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช จะเรทหารทั่วไป ผู้ก�ากับ
ั
ประชุมคร้งแรก การประชุมสภาบัญชาการกระทรวง ราชการทหารเรือ ท�าหน้าที่เสนาบดีกระทรวงหารเรือ
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
๒. เสนาธิการทหารเรือ คือ นายพลเรือเอก พระเจ้า กำรประชุมสภำกำรช่ำงทหำรเรือและกำรประชุมสภำ
พี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ธุรกำรทหำรเรือ ว่ำด้วยรำชนำวิกสภำ
ี
๓. จะเรทหารเรือ คือ นายพลเรือโท พระเจ้า จากหลักฐานเก่ยวกับระเบียบวาระการประชุมว่า
ี
น้องยาเธอ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ด้วยราชนาวิกสภาท่ปรากฏในการประชุมสภาธุระการ
่
ี
ั
่
๔. ปลัดทูลฉลองกระทรวงทหารเรือ คือ นายพลเรือโท ทหารเรือ คร้งท ๕/๒๔๖๕ วันท ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๕
ี
ี
ื
ื
หม่อมเจ้าตุ้ม ในวาระเร่องต่อท้ายจากหัวข้อประชุม มีเร่องเก่ยวด้วย
จากหลกฐานรายงานการประชมสภาบัญชาการ ราชนาวิกสภาซ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและ
ั
ุ
ึ
กระทรวงทหารเรือพบว่า การประชุมสภาบัญชาการ พระด�าริของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง
�
ิ
ั
ื
ุ
์
ื
กระทรวงทหารเรอจดการประชมเป็นประจาเดอน ชุมพรเขตอุดมศักด ขณะดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
�
�
ณ ห้องเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ระยะเวลาท่มีการ ทรงมีต่อราชนาวิกสภาหรือพัฒนาการของราชนาวิกสภา
ี
่
ประชุมสภาบัญชาการทหารเรือมีข้นต้งแต่วันท ๑๘ ตุลาคม ในโอกาสต่อมา ดังข้อความในรายงานการประชุมระบุถึง
ั
ึ
ี
พ.ศ. ๒๔๖๔ จนถึงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๗ ราชนาวิกสภาว่า
ั
รวม ๒๙ คร้ง จากเอกสารท่เก่ยวด้วยการประชุมสภา “เจ้ำกรมพัสดุทหำรเรือหำรือในเร่องรำชนำวิกะสภำ
ี
ื
ี
บัญชาการกระทรวงทหารเรือ พบว่า นายพลเรือเอก ว่ำ แต่ชั้นเดิมควำมเข้ำใจกันว่ำ รำชนำวิกะสภำ ยังเลี้ยง
ุ
ี
ุ
พระเจ้าพยาเธอ กรมหลวงชมพรเขตอดมศักด ์ ิ ตัวเองไม่ได้ จึงให้ใช้งบประมำณทหำรเรือช่วยเหลือจนกว่ำ
่
ื
ั
เสนาธิการทหารเรือ ทรงเข้าร่วมประชุม แล้วต่อมา จะมีรำยได้เล้ยงตัวได้ เพรำะฉะน้นเม่อรำชนำวิกะสภำ
ี
ู
ั
่
ื
ุ
ื
ั
�
ิ
่
ั
่
ั
ได้รบพระประทานจากจเรทหารทวไป ผ้กากบ ต้องกำรสงของเครองใช้อย่ำงใดกรมพสดทหำรเรอ
ื
ราชการทหารเรือให้ประทับเป็นประธานการประชุม เคยจ่ำยให้อยู่เสมอเช่นออฟฟิศรำชกำรอ่น ๆ , อยำกทรำบ
�
ทาหน้าท่แทนเสนาบดีกระทรวงทหารเรือเป็นส่วนใหญ่ หลักเดิมว่ำคงจะให้จ่ำยต่อไปเช่นออฟฟิศรำชกำร
ี
่
ั
จนถึงการประชุมคร้งท ๒๑ เม่อวันท ๙ เมษายน ครนจะขออนญำตกระทรวงทกรำยในสงของเลก ๆ
ุ
ุ
ิ
ั
็
่
ี
ื
ี
้
่
พ.ศ. ๒๔๖๖ จึงทรงประทับเป็นประธานการประชุม น้อย ๆ ก็จะเปนกำรหยุมหยิม
ในฐานะเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ นอกจากนี้ยังปรากฏ ผู้เปนประธำนอธิบำยว่ำ ในเร่องรำชนำวิกะสภำน ี ้
ื
ื
ึ
ิ
จากหลักฐานรายงานการประชุมว่าทรงริเร่มให้ม ี จ�ำเปนต้องสำวเร่องข้นมำกล่ำวถึงรำชนำวี สมำคมด้วย
ื
ื
ี
สภาการช่างทหารเรือและการประชุมสภาธุรการทหารเรือ เพ่อเร่ยรำยเงินสร้ำงเรือพระร่วง แลมีเข็มเปนเคร่องหมำย
ี
ี
ขึ้นอีกด้วย ของสมำชิก ได้เง่ยหูฟังคิดว่ำจะเปนสมำคมท่ร่วมกับ
�
�
สาหรับการประชุมสภาบัญชาการน้น จะเป็นการ รำชกำรทหำรเรือ เพ่อประโยชน์บ�ำรุงน้ำใจคนไทยให้นิยม
ั
ื
ี
ประชุมเพื่อก�าหนดนโยบายของกองทัพเรือ การก�าหนด กำรทหำรเรือย่งข้น แต่ผลแห่งควำมจริงไม่ได้เก่ยวข้องกับ
ิ
ึ
ิ
ยุทธศาสตร์ทางทะเล เช่น การมียุทธศาสตร์ในการ รำชกำรทหำรเรือเลย นับว่ำควำมคิดเดมพลำดไปจำกกำร
ป้องกันเส้นทางคมนาคมทางทะเล เรือสินค้า และการ ที่สมควรอยู่บ้ำง
โจมตีกรุงเทพฯ ของข้าศึกที่มาจากทางทะเล การบริหาร ต่ำงประเทศเขำมีรำชนำวีสมำคม (Navy League)
ื
ั
ี
่
�
ื
ื
งบประมาณกองทัพเรือ โดยนางบประมาณท่ได้รับ เหมอนกน แตเขำทำกำรตดตอกบทหำรเรอ คอ เปนสวน
ิ
่
�
ั
่
ี
การจดสรรเป็นตัวตงและให้ใช้งบประมาณอยู่ในวงเงินน ี ้ ท่เก่ยวข้องกับรำชนำวิกะสภำน้เอง เช่น ประเทศเยอร์มัน
ี
ั
ั
ี
้
ี
ี
หากเงินเหลือจะฝากเงินงบประมาณไว้ท่คลังโดย เปนต้น ประชำชนช่วยกันออกเร่ยไรให้แก่ รำชนำวีสมำคม
ไม่คิดดอกเบี้ย แล้วเอำมำต้งห้ำงขำยของเช่นรำชนำวิกะสภำของเรำ
ั
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 17
ื
ื
ั
อนุญำตให้สมำชิกได้ซ้อของรำคำถูกแล้ว เอำก�ำไร คนแรก ได้ก่อต้งหนังสือนาวิกศาสตร์ข้น เม่อ ๑ มกราคม
ึ
ื
มำอุดหนุนรำชกำรทหำรเรือเท่ำกับผู้จองซ้อหุ้น พ.ศ. ๒๔๖๐ เพ่อรวบรวมปาฐกถา การแปลหนังสือ
ื
ี
ื
ี
คงได้ประโยชน์ในกำรซ้อของถูก แทนท่จะแบ่งก�ำไร ต่างประเทศ ท่นายทหารราชนาวีไทยเรียบเรียงมาพิมพ์
้
อย่ำงหุ้นส่วนสำมัญ ส่วนก�ำไรนั้นได้มำกเท่ำใดก็สระสมไว้ ในหนังสือน จากข้อความในแจ้งความ นาวิกศาสตร์
ี
ึ
ซ้ออำวุธและเรือรบเพ่มพูนข้น แต่เวลำน้ไม่มีผู้ใดออก เล่ม ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ดังนี้ “ในกำลใด ๆ มำยัง
ี
ื
ิ
ี
เร่ยรำยแล้ว เพรำะฉะน้น ถ้ำรำชนำวิกะสภำได้ท�ำกำร ไม่เคยปรำกฏว่ำทหำรเรือ ได้เคยพิมพ์หนังสือรำยปักษ์,
ั
้
ั
ี
ึ
ั
่
รวมกบรำชนำวสมำคมเมอไร ในขณะนนจึงจะพ้นอก รำยเดือน ข้นเลย ข้ำพเจ้ำเห็นว่ำเปนโอกำศดี ในเวลำ
ื
ั
ึ
ี
ทหำรเรือ, ได้คิดอยู่เสมอว่ำ ถ้ำจัดกำรทำงรำชกำรทหำรเรือ ท่ได้ต้งรำชนำวิกะสภำข้น สมควรท่รำชนำวิกะสภำ
ี
ึ
ี
เรียบร้อยแล้วจึงจะด�ำริห์ถึงกำรที่กล่ำวแล้วต่อไป จะพิมพ์หนังสือเช่นน้ข้นบ้ำง แต่พ่งมำส�ำเร็จครำวน ี ้
ึ
ี
ี
ื
ั
ึ
ี
ในท่สุดน้ จึงเห็นว่ำทหำรเรือควรประคับประคอง จึงได้ช่อว่ำมีกำรพิมพ์ปกิรณกถำข้นคร้งน้เปนปฐม
ี
ี
ึ
รำชนำวิกะสภำต่อไปตำมเดิม แต่ไม่ใช่ฟุ่มเฟือยจนเกินเหตุ” ปกิรณกถำท่ได้รวบรวมพิมพ์ข้นน้ หวังว่ำจะเอำแต่วิชำท ี ่
ึ
�
ิ
ส่งสาคัญซ่งพึงสังเกตจากรายงานการประชุมสภา เปนประโยชน์แก่รำชนำวีโดยมำกมำพิมพ์ข้น จึงได้
ึ
ธุรการทหารเรือท่เก่ยวด้วยกิจการของราชนาวิกสภา ขนำนนำมหนังสือน้ว่ำ “นำวิกศำสตร์” ขอให้ ผู้อ่ำน
ี
ี
ี
ดังข้างต้นก็คือ การดาเนินไปในทิศทางเดียวกันกับท ี ่ พึงก�ำหนดใจไว้ว่ำ รำชนำวิกะสภำมีควำมปรำรถนำส�ำคัญ
�
�
ึ
เสนาธิการทหารเรือทรงนาระเบียบวาระการประชุม แต่เพียงจะแผ่วิชำทหำรเรือให้แพร่หลำยข้น ในคณะ
ุ
ว่าด้วยราชนาวิกสภาเข้าสู่การประชมสภาบัญชาการ รำชนำวี เพ่อเปนกำรฝึกฝนวิชำทหำรเรือของนำยทหำรเรือ
ื
ึ
กระทรวงทหารเรือ กล่าวคือ แม้กิจการราชนาวิกสภา ให้เจริญข้น จะได้เปนประโยชน์แก่รำชกำร ในรำชนำว ี
จะอยู่ในการอ�านวยการของเสนาธิการทหารเรือโดยตรง เท่ำนั้น จะได้มุ่งหมำยเลยไปถึงกำรจะน้อยหน้ำในเหตุที่
�
ึ
ก็ตาม แต่เสนาธิการทหารเรือซ่งมีอานาจหน้าท่ก็มิได้ ไม่มีหนังสือชนิดนี้ขึ้นหำมิได้เลย ส่วนทุนที่เปนเงินใช้จ่ำย
ี
�
�
ี
ดาเนินการวินิจฉัยไปเพียงลาพัง ทรงนากิจการของ ในกำรพิมพ์หนังสือน้ ได้ใช้เงินของรำชนำวิกะสภำเอง
�
ื
ึ
ราชนาวิกสภาเข้าสู่การประชุมสภาธุรการทหารเรือ เพ่อให้ หำได้เอำเงินหลวงมำใช้ไม่ ทุนท่เปนปกิรณกถำซ่งจะ
ี
�
ิ
�
ั
ึ
้
้
่
ู
้
ผเขารวมการประชุมตาแหน่งตาง ๆ ซงส่วนใหญ่มีตาแหน่ง รวบรวมมำพมพ์ขนนน ได้น�ำเอำปำฐกถำซงนำยทหำรเรอ
ึ
่
ึ
้
่
่
ื
่
่
ั
ั
้
ี
เกยวดวยวชาในการชาง แตกลบไดรบโอกาสใหมสวนทราบ ได้บรรยำยขึ้น ณ รำชนำวิกะสภำ บ้ำง แปลจำกหนังสือ
่
ิ
้
้
ี
่
ั
และร่วมตัดสินในกิจการของราชนาวิกสภาด้วย ซ่งน่น ต่ำงประเทศบ้ำง นำยทหำรรำชนำวีเรียบเรียงส่งมำให้บ้ำง
ึ
ี
�
หมายความว่า ทรงนาและใช้แนวทางในการปกครอง เปนอำทิดังน้ แต่ไม่พิมพ์ออกทุกปักษ์, ทุกเดือน, อย่ำง
ึ
ื
ึ
บริหารทหารเรือซ่งไปในแนวทางสร้างขวัญและกาลังใจ หนังสือพิมพ์ท้งหลำย จะพิมพ์ข้นเม่อเปนเวลำสดวกของ
�
ั
สร้างความรู้ให้แก่ตัวบุคคล เพ่อให้เกิดการปกครอง รำชนำวิกะสภำ สุดแต่ควำมคล่องใจเปนประมำณ
ื
ั
ึ
ื
บริหารทหารเรือในทุกระดับเพื่อให้เกิดเข้าใจร่วมกันขึ้น อน่งเม่อช้นต้นก�ำลังรวบรวมปำฐกถำมำพิมพ์ข้น
ึ
ในสมุดเล่มนี้น้น เปนกำรรีบร้อนสักหน่อย ด้วย จะให้ทัน
ั
ี
ก�ำเนิดหนังสือนำวิกศำสตร์ วันท่ ๑ มกรำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๐ อันเปนวัน
ื
ตามโครงสร้างราชนาวิกสภาท่กาหนดให้ม ี มหำมงคลสมัย ตรงกับวันพระรำชสมภพ เพ่อให้
ี
�
ี
ื
ี
นาวีบรรณาคมท่มีหน้าท่จัดให้มีหนังสือต่าง ๆ อันเน่องด้วย เปนศิริมงคลแก่รำชนำวีด้วย
ื
ั
การทหารเรือท้งในประเทศและต่างประเทศ ดังน้น ข้ำพเจ้ำขออ้อนวอนอัญเชิญเพ่อนรำชนำวีด้วยกัน
ั
นาวาเอก พระยาวินัยสุนทร นายกกรรมการราชนาวิกสภา แลผู้หวังควำมเจริญต่อรำชนำวีสยำม ช่วยกัน บ�ำรุง โดย
18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 19
ส่งปกิรณกถำนำวิกศำสตร์ให้แก่รำชนำวิกะสภำบ้ำง แล กำรปำฐกถำสู่กำรประชุมสภำบัญชำกำร
บ�ำรุงด้วยกำรซื้อสมุดนี้ไว้บ้ำง ซึ่งจะขำยเอำ รำคำแต่น้อย นอกเหนือจากการตีพิมพ์บทความของนายทหาร
ี
เพียงเล่มละ ๕๐ สตำงค์ เท่ำนั้น (ค่ำไปรสนีย์ต่ำงหำก) สัญญาบัตรท่ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐกหรือได้รับ
ั
ี
ประคองให้กำรพิมพ์หนังสือน้ประดิสถำน อยู่ได้ช่วกำลนำน มอบหมายให้เขียนบทความลงหนังสือนาวิกศาสตร์แล้ว
ั
�
หนังสือน้มีขำยท่รำชนำวิกะสภำ อันต้งอยู่ริมบริเวณ ยังปรากฏหลักฐานว่าคาบรรยายขององค์ปาฐกท ่ ี
ี
ี
ื
ศำลำว่ำกำรกระทรวงทหำรเรือ จังหวัดธนบุรี ผู้ใดต้องกำรซ้อ ราชนาวิกสภาหลายเร่องได้รับการนาเข้าสู่การพิจารณา
ื
�
ั
ให้แจ้งมำยัง นำยอิ้น สงวนพงษ์ บรรณำรักษ์ของสภำ” วางนโยบายหรือการปฏบัติในการประชมสภาบญชาการ
ุ
ิ
ี
อย่างไรก็ดีหนังสือนาวิกศาสตร์ท่ต้งใจจะออก กระทรวงทหารเรืออีกด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓
ั
ั
เป็นหนังสือรายสะดวกน้นสามารถพิมพ์เป็นนิตยสาร ราชนาวิกสภาได้เชิญ นายเรือเอก หลวงสว่างเวหา
ื
ี
ี
ื
รายเดือนอย่างต่อเน่องติดต่อกันมาจนถึงทุกวันน้เกินกว่า ในฐานะท่เป็นนักบินคนแรกและนักบินเคร่องบินทะเล
ร้อยปีแล้ว จึงนับเป็นนิตยสารรายเดือนท่ตีพิมพ์องค์ความร ู้ คนแรกของราชนาวีไทยหลังกลับจากการอาสาไปร่วมรบ
ี
ั
ี
ี
่
ั
ทางทหารเรือที่เก่าแก่ท่สุดของประเทศไทย โดยนับแต่ สงครามโลกคร้งท ๑ ในทวีปยุโรปแล้วมีคาส่งกองทัพเรือ
�
ระยะแรกในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๐ – พ.ศ. ๒๔๖๓ ให้ปรับโอนเป็นทหารบก ให้มาเป็นองค์ปาฐกแสดงปาฐกถา
ก็ปรากฏว่ามีบทความทางวิชาการหลายด้าน ซึ่งแสดงว่า เก่ยวกับเร่องนวัตกรรมด้านการบิน ซ่งในสมัยน้นถือว่า
ี
ึ
ั
ื
ี
�
ี
ี
เป็นผลท่ได้จากระบบการศึกษาหรือกระบวนการศึกษา เป็นนวัตกรรมท่นาสมัยมากท่สุด การปาฐกถาดังกล่าว
ั
�
ี
ของราชนาวิกสภา ดังจะเห็นได้จากการตีพิมพ์บทความ มีส่วนสัมพันธ์ท่นาไปสู่แนวคิดท่จะต้ง “กองบินทะเล”
ี
โดยมีการคัดเลือกนายทหารสัญญาบัตรท่มีความโดดเด่น เป็นของทหารเรือเองข้นดังปรากฏในรายงานการประชุม
ึ
ี
ั
ื
ี
่
ด้านแนวความคิดและนวัตกรรม ราชนาวิกสภาจะเชิญ สภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ คร้งท ๓ เม่อวันท ่ ี
นายทหารสัญญาบัตรดังกล่าวเป็นองค์ปาฐก และเขียน ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๔ จากการเสนอของ
ี
ลงในนาวิกศาสตร์แบ่งเป็นหมวดหมู่ทางวิชาการได้ ดังนี้ นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชุมพร
์
๑. ยุทธศาสตร์ เขตอุดมศักด (พระยศและพระนามในขณะน้น) ว่า
ั
ิ
๒. ยุทธวิธีและสรรพาวุธ เสนาธิการทหารเรือและเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ิ
ี
ึ
ั
๓. การเดินเรือ เสนอต่อท่ประชุมว่า “สมควรเร่มต้งกองบินทะเลข้นใน
๔. ต�าราดาว พ.ศ. ๒๔๖๕ โดยใช้สัตหีบเป็นถาน และควรเร่มต้งต้น
ั
ิ
๕. เครื่องยนต์ ซื้อเครื่องบินทะเลเพียง ๒ ล�าก่อน กับควรให้ นาวาเอก
�
ึ
๖. เครื่องไฟฟ้าในเรือ/ไฟฟ้า พระประดิยัตินาวายุทธ ซ่งกาลังดูงานอยู่ในยุโรปขณะน ้ ี
�
ื
๗. เครื่องจักรไอน�้า ดูระเบียบการจัดเคร่องบินทะเลไว้ด้วย สาหรับนักบินน้น
ั
๘. ต่อเรือ ควรเลอกนายทหารทเหมาะสมไปฝากฝึกหดบนท ี ่
ั
ี
ิ
ื
่
๙. ระสายนะศาสตร์ (เคมี ดินปืน ดินระเบิด) กรมอากาศยานทหารบก”
๑๐. ธรรมศาสตร์ (กฎหมาย) ข้อเสนอของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ
ี
ิ
์
๑๑. การรักษาหม้อเดินไฟฟ้า (แบตเตอร์รี่) กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ได้รับพิจารณาในการ
๑๒. วาดเขียน (โลหะวิทยา) ประชุมสภาบัญชาการกระทรวงทหารเรือ ครั้งที่ ๔ ซึ่งมี
๑๓. แพทย์ศาสตร์ จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา
ั
๑๔. ปกีรณวิทยา (เรื่องอื่น ๆ ที่เป็นเกร็ดความรู้) ภาณุพันธุวงษวรเดช จเรทหารท่วไป ผู้ทรงกากับราชการ
�
20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ี
ี
ี
กระทรวงทหารเรือ เป็นประธานในท่ประชุม ท่ประชุม ให้ไปสู่จุดท่มุ่งหมำยในแนวเดียวกันได้โดยสะดวก
ิ
ื
ี
ี
ิ
้
ึ
่
ั
ุ
ี
มมตให นายพลเรอเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชมพร ประกำรหนง อกประกำรหนงกรมกองและเรอใดทยง
ื
่
ึ
่
�
ั
ึ
ั
�
้
ึ
์
ิ
เขตอุดมศักด นาไปจัดทาโครงการ (Scheme) การต้ง มิได้จัดต้งขน จะได้มโอกำสท�ำข้นโดยท�ำนองเดียวกันและ
ี
กองบินทะเลข้นและประสานกับทหารบกเพ่อขออนุญาต หวังจะให้เป็นประโยชน์ต่อไปถึงข้ำรำชกำรทหำรเรือ
ึ
ื
ี
ี
ั
�
ั
่
ี
ื
่
ิ
ื
ส่งนายทหารไปฝึกหดทดอนเมองก่อนทเคร่องบน ท่ต่ำกว่ำช้นสัญญำบัตรด้วย จึงให้เลิกข้อควำม ในข้อบังคับ
ั
ั
จะเข้ามา แต่ทว่าราว ๕ เดือนหลังจากน้น พระองค์ ว่ำด้วยกำรต้งรำชนำวิกสภำ ท่ ๒๙/๒๔๕๘/๑๓๓๐๑
ี
สิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน ข.ท.ร.บทท่ ๘๕ น้นเสีย ใช้ข้อควำมในบันทึก ต่อไปน้แทน
ี
ี
ั
ี
ั
แต่ในส่วนท่เป็นคาบรรยายเก่ยวกับนวัตกรรมด้าน ต้งแต่วันท่ ๑ มิถุนำยน พุทธศักรำช ๒๔๗๒ ส่วนกำร
ี
�
ี
ั
ั
การบินน้นปรากฏว่ามีการตีพิมพ์บทความในนาวิกศาสตร์ สังกัดในทำงกำรปกครองน้น ให้คงขึ้นอยู่ใน กรมเสนำธิกำรณ์
ฉบับปีที่ ๓ เล่มที่ ๕ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ โดย ทหำรเรือต่อไปตำมเดิม”
ี
พระยาเฉลิมอากาศ (สุณ สุวรรณประทีป) ผู้บังคับการ จากเน้อหาโดยรวมของบันทึกระเบียบการ
ื
กองบินทหารบก เป็นผู้เขียน ราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างส�าคัญ ได้แก่
ึ
ั
�
รำชนำวิกสภำขยำยสำขำบนบกและในเรือ ๑. กาหนดให้มีการจัดต้งสาขาข้นตามกรมกอง
ื
การขยายขีดความรู้ความสามารถของนายทหาร และเรือหลวงต่าง ๆ เพ่อเป็นการเผยแผ่ประโยชน์ให้
สัญญาบัตรในรูปแบบระบบการศึกษาหรือกระบวนการ กว้างขวางออกไปเท่าที่สามารถจะท�าได้
ี
ื
ศึกษาของราชนาวิกสภา เม่อศึกษาจากความหลากหลาย ๒. กาหนดให้มีหน้าท่พิมพ์หนังสือท่เก่ยวกับ
ี
�
ี
ื
ิ
ั
ี
ี
่
ิ
ี
่
และความลมลกในขอเขยนทตพมพในหนงสอนาวกศาสตร ์ วิชาการทหารเรือออกจ�าหน่าย
ุ
้
ึ
์
ี
แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้ามาโดยลาดับ ท้งน้เม่อถึง ๓. จ�าหน่ายสิ่งของบางอย่าง เพื่อเป็นการอุดหนุน
ื
�
ั
ึ
�
ั
ี
พ.ศ. ๒๔๗๒ พบว่ามีการเปล่ยนแปลงคร้งสาคัญข้น ข้าราชการทหารเรือ ให้ได้ซื้อสิ่งของได้สะดวก ด้วยราคา
โดยขณะนั้น นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง อันสมควร
สิงหวิกรมเกรียงไกร และทรงดารงตาแหน่งเสนาบด ี ๔. การแบ่งกิจการออกเป็นแผนก แต่ละแผนกแบ่ง
�
�
ี
กระทรวงทหารเรือ มีการเปล่ยนแปลงจัดโครงสร้างสายงาน ออกเป็นหมวด ดังต่อไปนี้
ิ
ของราชนาวิกสภาจัดทาเป็นระเบียบข้อบังคับข้นใหม่ (๑) แผนกวิชชูปกรณ์ อันเป็นแผนกสาคัญย่ง
�
�
ึ
ี
เรียกว่า “บันทึกระเบียบการราชนาวิกสภา พ.ศ. ๒๔๗๒” ของราชนาวิกะสภาน้น มีหน้าท่เก่ยวกับการส่งเสริมความร ู้
ั
ี
แสดงถึงการเปล่ยนแปลงไปเพราะความเจรญก้าวหน้า ทั้งปวงที่จะเป็นประโยชน์แก่การทหารเรือ แบ่งออกเป็น
ี
ิ
ในกิจการของราชนาวิกสภามากกว่าท่เคยกาหนดไว้เดิม ๖ หมวด คือ ๑.หมวดห้องสมุด ๒.หมวดนาวิกะศาสตร์
�
ี
ึ
่
ุ
ดงจะเหนได้จากข้อความซงแสดงวตถประสงค์และ ๓.หมวดปาฐะกถา ๔.หมวดบัญญัติศัพท์ ๕.หมวดยุทธกีฬา
ั
็
ั
ี
ึ
ั
ความมุ่งหมาย ของบนทกระเบยบการราชนาวกสภา ๖.หมวดการช่าง
ิ
พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่ระบุว่า (๒) แผนกภัณฑุปกรณ์ มีหน้าที่จ�าหน่ายสิ่งของ
“ด้วยกิจกำรของรำชนำวิกสภำได้ด�ำเนิรข้น บางอย่าง เพื่อเป็นการอุดหนุนคณะข้าราชการทหารเรือ
ึ
เป็นล�ำดับมำ สมควรที่จะวำงระเบียบลงไว้เป็นหลักฐำน ให้ได้ซื้อสิ่งของได้สะดวกด้วยราคาอันสมควร
แน่นอน และขยำยกิจกำรให้กว้ำงขวำงยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ (๓) แผนกสหโภชน์ มีหน้าท่บารุงการบริโภค,
�
ี
เป็นทำงผดุงฐำนะของกำรงำนอันเป็นแบบเดียวกันกับ หลับนอน, และช�าระร่างกายในที่ซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะ
ึ
ี
รำชนำวิกสภำท่ได้จัดต้งข้นแล้วในกรมกองและเรือต่ำง ๆ
ั
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 21
�
�
ี
ี
(๔) แผนกกีฬา มีหน้าท่บารุงการกีฬาทุกประเภท ท่เรือกอง หรือท่เรือพัก เว้นแต่เรือไปราชการลาลอง
ี
ท้งในร่มและกลางแจ้ง แบ่งออกเป็น ๓ หมวด คือ เป็นการค้าให้จัดตั้งสหโภชน์ขึ้นในเรือเป็นพิเศษ
ั
ี
ี
๑.หมวดกีฬาในร่ม ๒.หมวดกีฬากลางแจ้ง ๓.หมวดบันเทิง ความเปล่ยนแปลงท่เห็นได้จากการเปล่ยนโครงสร้าง
ี
ี
(๕) แผนกกุศล มีหน้าท่เก่ยวกับการบุญหรือ ของราชนาวิกสภาและการขยายสาขาไปต้งในหน่วย
ี
ั
อุดหนุนทหารเรือเท่าท่สามารถจะทาได้ เช่น การฌาปนกิจ ทหารเรือบนบกและหน่วยเรือ ระบบการศึกษาหรือ
�
ี
�
ี
�
สาหรับนายทหารเรือ ตามระเบียบท่ราชนาวิกะสภาจักได้ กระบวนการศึกษาของราชนาวิกสภายังดาเนินไปโดย
�
ี
�
�
กาหนดไว้ และหารายได้สาหรับบารุงศพทหารท่ไม่มีญาต ิ กระบวนการของแผนก “วิชชุปกรณ์” แสดงถึงการ
ั
ื
�
เพ่อให้พ้นความสมเพศเวทนา แบ่งออกเป็น ๒ หมวด คือ ขยายการศึกษาไปสู่กาลังพลทุกระดับช้นท่ผนวกกับ
ี
๑.หมวดฌาปนกิจ ๒.หมวดของเช่า การสันทนาการ การกีฬา การสวัสดิการและกิจกรรม
ั
ในการขอต้งสาขาและวิธีดาเนินการสาขา ทางสังคม
�
ราชนาวิกสภาได้ออกเป็นระเบียบย่อยเรียกว่า “แจ้งความ
กรม กอง และเรือ ซึ่งมีหน้าที่จัดตั้งสาขาตามข้อบันทึก สรุป
�
ั
ราชนาวิกสภา ท ๑๘/๒๔๗๒/๐๒๒๐๐” กาหนดให้จัดต้ง ราชนาวิกสภาเป็นสถาบันท่ริเร่มข้นเพ่อให้เป็น
ึ
ื
ี
ิ
่
ี
ั
สาขาราชนาวิกสภาขึ้น ดังนี้ สถาบนการศกษาของนายทหารสญญาบตรเพอให้ม ี
ั
ึ
ื
ั
่
ั
- สาขาบนบก ๘ สาขา คือ ๑. สาขาโรงเรียนนายเรือ ความรู้ในด้านวิทยาการทหารเรือช้นสูงข้นไป และ
ึ
ี
ึ
๒. สาขากองพันพาหนะทหารเรือ ๓. สาขากองเรือกลชั้น เป็นการแลกเปล่ยนความรู้ซ่งกันและกันในแต่ละ
๔.สาขากรมสรรพาวุธทหารเรือ ๕.สาขากองโรงเรียนชุมพล วิทยาการ รวมท้งการมีห้องสมุดเป็นท่รวบรวมหนังสือ
ั
ี
ั
็
ั
ั
ี
๖. สาขาป้อมผีเสื้อสมุทร ๗.สาขาป้อมพระจุลจอมเกล้า ให้กบนายทหารสัญญาบตรได้ศึกษา อกท้งยงเปนสถาบน
ั
ั
๘.สาขาสัตหีบ ท่ผลิตหนังสือทางด้านวิชาการท่ช่อว่า “นาวิกศาสตร์”
ี
ื
ี
- สาขาในเรือ ๑๐ สาขา คือ ๑.สาขาเรือพระที่นั่ง ส�าหรับรวบรวมองค์ความรู้ต่าง ๆ ทางด้านวิชาการที่ได้
ี
้
ี
มหาจักร ๒.สาขาเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ๓.สาขา จากการปาฐกถา นอกจากน ราชนาวิกสภายังเป็นสถานท ี ่
�
เรือหลวงพระร่วง ๔.สาขาเรือหลวงเจ้าพระยา ๕.สาขา พักผ่อนสมาคมในเวลาว่างจากการทางานและฝึกฝนและ
ิ
ี
เรือหลวงพาลีร้งทวีป ๖.สาขาเรือหลวงสุครีพครองเมือง เป็นสถานท่จาหน่ายสินค้าส่งของต่าง ๆ ให้กับหน่วยงาน
ั
�
๗.สาขาเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ๘.สาขาเรือหลวง บนบกและในเรือ โดยมีโครงสร้างของหน่วยงานข้นตรง
ึ
�
เสือคารณสินธุ์ ๙.สาขาเรือหลวงเสือทยานชล ๑๐.สาขา กับเสนาธิการทหารเรือ โดยใช้งบประมาณท่จัดหาข้นเอง
ึ
ี
เรือหลวงวิเทศกิจการ และไม่ใช้งบประมาณของกองทัพเรือแต่อย่างใด
- สาหรับ เรือหลวงหาญทะเล เรือหลวงล่วทะเล ส่งสาคัญท่ราชนาวิกสภาได้ถือกาเนิดข้นคือระบบ
ิ
ึ
ี
�
ิ
�
�
ั
เรือหลวงเจนทะเล และ เรือหลวงพระยม ให้จัดเป็นสาขา การศึกษา ซ่งในห้วงเวลาต้งแต่ก่อต้ง ปี พ.ศ. ๒๔๖๐
ั
ึ
ขึ้นเฉพาะ คราวที่เรือไปราชการทะเล จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๒ มีระบบการศึกษาท่สามารถผลิต
ี
- ส�าหรับ เรือหลวงตอร์ปิโด เป็นเรือเล็กจะจัดเป็น บุคลากรให้กับกองทัพเรือ รวมทั้งได้น�านวัตกรรมใหม่ ๆ
ิ
สาขาไม่สะดวก ให้จัดหาซ้อส่งของเอาจากเรือหรือสาขาท ี ่ เพ่อพัฒนากองทัพเรือให้เจริญย่งข้น โดยสรุประบบ
ึ
ื
ื
ิ
ั
ื
ใกล้เคียง และการกีฬาน้นให้ได้รับความเอ้อเฟื้อจาก การศึกษาของราชนาวิกสภา ดังนี้
ื
ั
ื
ราชนาวิกะสภาหรือเรือกองบ้างตามสมควร ส่วนการ ๑. การแต่งเร่อง (Essays) โดยกรรมการต้งเร่อง
ี
สหโภชน์ให้รับประทาน ณ ท่พักทหาร (Depot) หรือ ให้แต่ง หรือตั้งปัญหาให้แก้ด้วยหนังสือ
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
�
๒. การบรรยาย (Lectures) โดยกรรมการตั้งเรื่อง จึงนับได้ว่า “ราชนาวิกสภา” เป็นจุดกาเนิดของ
ให้เตรียมมาอธิบายในที่ประชุม (ซึ่งจะคัดเรื่องที่น่าสนใจ สถาบันการศึกษาของนายทหารสัญญาบัตรแห่งแรกของ
�
มาปาฐกถาโดยเจ้าของเรื่องจะเป็นองค์ปาฐก) ประเทศไทย และเป็นจุดกาเนิดระบบการศึกษาของ
ื
ื
�
ั
ู
ี
๓. การโต้คารม (Debate) โดยกรรมการต้งเร่อง กองทพเรอทนาความคิด การพด การเขยน มาใช้
ั
่
ี
หรือปัญหาให้นายทหารแบ่งออกเป็น ๒ พวก แสดง ในการพัฒนาและเช่อมต่อกับการกาหนดนโยบาย
�
ื
�
ื
ความเห็นโต้ตอบกัน ของกองทัพเรือ เพ่อนานโยบายมาปฏิบัติอย่างเป็น
ื
�
ิ
ั
๔. การปาฐกถา คือ การนาเร่องของนายทหาร รูปธรรม ดังน้นราชนาวกสภาจึงเปรียบเสมือนเป็นสถานท ่ ี
ี
�
ี
ู้
ี
ื
สัญญาบัตรท่ผ่านการฝึกฝนจากท่ราชนาวิกสภา หรือ แลกเปล่ยนความรู้เพ่อทาให้เกิดองค์ความร และสามารถ
�
บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละด้าน มาท�าการ นาไปใช้ในการพัฒนากองทัพเรือได้ จึงเป็นความภาคภูมิใจ
ื
ึ
ึ
ปาฐกถา เพ่อบันทึกลงใน “นาวิกศาสตร์” ซ่งเป็นบทความ ของพวกเราข้าราชการกองทัพเรือ อีกประเด็นหน่งท ่ ี
ื
ทางวิชาการเผยแพร่ต่อนายทหารสัญญาบัตรของ ผู้เขียนเห็นว่าควรจะมีการศึกษาต่อเน่องไปคือระบบ
กองทัพเรือ การศึกษาของราชนาวิกสภา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๑ เมษายน
๕. นาวิกศาสตร์ เป็นบทความทางวิชาการ การน�า พ.ศ. ๒๔๖๐ กับการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดย
ี
ื
เร่องท่ได้จากการปาฐกถาลงบันทึกในนาวิกศาสตร์ พระบรมราชานุญาตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ื
เผยแพร่ต่อก�าลังพลของกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป เจ้าอยู่หัว เม่อ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ (โดยจุฬาลงกรณ์
ี
ั
ื
ั
จากระบบการศึกษาดังกล่าวข้างต้น ได้มีการเช่อมต่อ มหาวิทยาลัยก่อต้งภายหลังจากท่ราชนาวิกสภาก่อต้ง
ึ
ั
ั
ระหวางระบบการศกษากบการกาหนดนโยบาย โดยผ่าน ไปแล้ว ๑๑ เดือน ท้งน การนับเวลาตามปีปฏิทิน
่
�
้
ี
ั
ึ
การประชุมสภาบัญชาการดังตัวอย่างเช่น การเชิญ ในสมัยน้นวันท ๑ เมษายน เป็นวันข้นปีใหม่ไทย และ
่
ี
หลวงสว่างเวหา ขึ้นเป็นองค์ปาฐก เรื่อง นวัตกรรมด้าน วันที่ ๓๑ มีนาคม เป็นวันสิ้นปี) โดยทั้งสองสถาบันมีระบบ
การบิน ได้มีการประชุมสภาบัญชาการ คร้งท ๓ โดยม ี การศกษาท่มีความคล้ายคลึงกนเป็นอย่างมาก หวังว่า
ึ
ั
ี
ั
่
ี
พลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้รู้จะไขความกระจ่างในเรื่องนี้ต่อไป
ี
�
เป็นองค์ประธาน ได้มีมติในท่ประชุมในการกาหนด
ึ
ั
ึ
แนวทางการก่อต้งกองการบินทะเลข้นซ่งในเวลาต่อมา บรรณำนุกรม
กองทัพเรือได้มีการก่อต้ง “กองการบินทะเล” ตามแนวทางฯ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๑ เล่มที่ ๑ มกรำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๐
ั
อย่างเป็นรูปธรรม นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๑ เล่มที่ ๗ กรกฎำคม พระพุทธศักรำช ๒๔๖๑
นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๔ เมษำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ในปัจจุบันระบบการศึกษาของราชนาวิกสภาดังกล่าว นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๕ พฤษภำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ข้างต้นยังคงเป็นระบบการศึกษาของ กองทัพเรือ โดย นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๖ มิถุนำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ั
ในข้นตอนท ๑ – ๓ การฝึกฝนให้กับนายทหารสัญญาบัตร นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๘ สิงหำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
่
ี
นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๙ กันยำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ในหลักสูตรหลักของกองทัพเรือท กรมยุทธศึกษาทหารเรือ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
ี
่
ส�าหรับการปาฐกถาและการจัดท�านิตยสารนาวิกศาสตร์ นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกำยน พุทธศักรำช ๒๔๖๒
นั้นยังคงอยู่ที่ราชนาวิกสภา นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑๒ ธันวำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๒
นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๓ เล่มที่ ๒ กุมภำพันธ์ พุทธศักรำช ๒๔๖๓
สาหรับการท่ราชนาวิกสภาได้ขยายสาขาท้งทางบก นำวิกศำสตร์ ปีที่ ๓ เล่มที่ ๓ มีนำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๓
�
ี
ั
ั
และในเรือน้น ปัจจุบันยังคงปรากฏอยู่ในเรือหลวงต่าง ๆ หนังสือ ๑๐๐ ปี รำชนำวิกสภำ ควำมภำคภูมิใจของรำชนำวีไทย
ของกองทัพเรือ โดยมีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า “สภาเรือ”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 23
พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน
ื
บทความ“เล่าเรื่องเมืองไทย” เป็นเร่องราว ได้โปรดให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้น ภายหลังจากที่ทรงกอบกู้
ื
่
ิ
ื
่
ทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี ประสบการณ์ และสิ่งละอัน เอกราชให้ชาตไทย เมอปี พ.ศ. ๒๓๑๐ เพอใช้เป็น
ี
ื
ี
�
พันละน้อย ท่ผู้เขียนเขียนข้น โดยนาข้อมูลจากหนังสือต่าง ๆ ท่ประทับและว่าราชการ เม่อทรงสถาปนากรุงธนบุร ี
ึ
มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว และได้เคยส่งไปตีพิมพ์เผยแพร่ เป็นราชธานีพร้อมกับปรับปรุงป้อมวิไชยเยนทร์และ
ในนิตยสารต่าง ๆ หลายเล่ม เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์ ต�าแหน่งที่ตั้งของ
์
้
ื
ี
ั
ั
ี
ื
็
ต่อมาได้พิจารณาเหนว่าควรจะนาเร่องราวต่าง ๆ พระราชวงหลวงนมความส�าคญทางยุทธศาสตร เน่องจาก
�
ั
ี
ี
�
ท่เขียนไว้มารวบรวมและตีพิมพ์เป็นเล่มจึงได้จัดทา มีป้อมปราการท่ม่นคง สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล
ั
ั
ั
เป็นหนังสือ จ�านวน ๓ เล่ม ๗๐ เรื่อง โดยกองบัญชาการ อีกท้งยงใกล้กบเส้นทางคมนาคมและเส้นทางการเดินทัพ
กองทัพไทยได้สนับสนุนการจัดพิมพ์ จ�านวน ๒ ครั้ง และ ที่ส�าคัญด้วย
ั
ได้แจกจ่ายให้กบสถานศกษาต่าง ๆ ทวประเทศ แต่ อาณาเขตของพระราชวังเดิมในสมัยสมเด็จ
ึ
ั
่
ี
้
ั
ั
ิ
้
่
่
้
ี
ื
ิ
้
ไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังน้น เม่อนิตยสาร พระเจาตากสนมหาราชนน มพนทตงแตป้อมวไชยประสิทธ ์ ิ
ั
ื
ึ
ึ
�
นาวิกศาสตร์ซ่งเป็นนิตยสารสาคัญของกองทัพเรือจะนา � ข้นมาจนถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม (คลองนครบาล)
เรื่องต่าง ๆ มาตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ผู้เขียนจึงมีความยินดี โดยรวมวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด
ี
ั
เนื่องจากเห็นว่าเรื่องต่าง ๆ จะเป็นการอ�านวยประโยชน์ (วัดโมลีโลกยาราม) โดยวัดท้งสองน้ไม่มีกุฏิพระและ
ื
�
ให้ผู้อ่าน ท้งท่เป็นทหารเรือ ครอบครัว และบุคคลภายนอก ไม่มีพระภิกษุจาพรรษา ต่อมาเม่อพระบาทสมเด็จ
ี
ั
ึ
ไม่มากก็น้อย พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จข้นครองราชสมบัต ิ
ในท้ายท่สุด ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณ ครูบาอาจารย์ ได้ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ฝั่งพระนคร โดยสร้าง
ี
ึ
ี
จากสถานศึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนอ�านวยศิลป์ พระบรมมหาราชวังข้นเป็นท่ประทับ พระราชวังกรุงธนบุร ี
่
ึ
ั
้
ั
ั
ื
้
โรงเรียนเตรียมทหาร และ โรงเรียนนายเรือ จงได้ชอว่า พระราชวังเดิม ตงแต่บดนน
้
ู
ู
้
ื
�
ี
่
่
ิ
ทประสทธประสาทวชาความรใหผเขยนเพอนาเรองราวตาง ๆ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรง
ี
ิ
้
์
ิ
่
่
ื
�
ี
ี
มาถ่ายทอดให้ผู้อ่าน อย่างไรก็ด หากมีข้อคิดเห็นหรือ กาหนดเขตวังให้แคบกว่าเดิมโดยให้วัดทั้งสองท่กล่าวแล้ว
ื
ื
ข้อเสนอแนะ กรุณาแจ้งให้ผู้เขียนทราบด้วย เพ่อน�า อยู่ภายนอกพระราชวัง และเน่องจากพระราชวังกรุงธนบุรี
ั
ั
�
�
ี
ั
มาปรับปรุงและแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ หากมีข้อผิดพลาดใด ๆ มีความสาคัญในทาเลท่ต้ง จึงทรงแต่งต้งพระราชวงศ์ช้นสูง
ี
ผู้เขียนขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว ท่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมาประทับหลายพระองค์
็
ั
่
ี
พระราชวังเดิม สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพเรือ ภายหลงจากทสมเดจพระเจ้าน้องยาเธอ
ิ
ี
พระราชวังเดิมเป็นพระราชวังหลวงของสมเด็จ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศม กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ส้นพระชนม์
ั
้
พระเจ้าตากสินมหาราช ต้งอยู่ริมฝั่งแม่นาเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้
�
ั
ี
บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ ในพ้นท ๆ เคยเป็น พระราชทานพระราชวังเดิมให้เป็นท่ต้งโรงเรียนนายเรือ
ื
ี
่
�
ั
่
ี
ี
ึ
ั
ท่ต้งของป้อมวิไชยเยนทร์ท่สร้างข้นในสมัยสมเด็จ ต้งแต่วันท ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๓ ตามคาขอ
ี
พระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ของพระยาชลยุทธโยธินทร์ ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ั
ี
ั
ื
ี
ในขณะน้น แต่ทรงมีพระราชดาริว่า “แต่ของท่ปลูกสร้าง รัชกาลท ๕ เม่อคร้ง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
่
�
ี
มาแต่เดิม ซ่งควรจะรักษาให้คงไว้มีบางอย่าง คือท้องพระโรง เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศม กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ได้รับ
ึ
�
และตาหนักเก๋งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ และ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังเดิม
ศาลเจ้าตาก ศาลศีรษะปลาวาฬ ของเหล่านี้ให้ซ่อมแซม ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๒๔ - ๒๔๔๓ โดยมีพระดาริให้สร้างศาล
�
ึ
รักษาให้คงอยู่ตามเดิม” หลังปัจจุบันข้นแทนศาลหลังเดิมท่มีสภาพชารุด
ี
�
ื
กองทัพเรือในสมัยเม่อยังมีฐานะเป็นกรมทหารเรือ ทรุดโทรม
ได้ซ่อมแซมดัดแปลงและต่อเติมตาหนักและเรือนพัก
�
เป็นกองบังคับการโรงเรียนนายเรือ อาคารเรียน และ
อาคารนอนของนักเรียน
ี
�
สาหรับอาณาเขตโรงเรียนนายเรือขณะท่ได้รับ
ั
่
ู
้
ุ
้
้
็
พระราชทานจากพระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวนน
ั
ื
้
ี
่
็
ื
่
ี
ู
่
่
ื
จะเป็นพนทรปสเหลี่ยมผนผ้าเลกๆ ตอมาเมอ พลเรือเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
�
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด หรือเสด็จในกรมฯ ดารง
ิ
์
�
ตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ จึงได้โปรดเกล้าฯ
ี
ั
ิ
่
ื
ี
ให้ซอทดนเพมเตมเพอเป็นสถานทเล่นกฬาของนกเรยน
่
่
ิ
่
ื
ี
ี
้
ิ
นายเรือด้วย รูปแบบของศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ั
ี
โรงเรียนนายเรือต้งอยู่ท่พระราชวังเดิมตลอดมา เป็นอาคารทรงไทยท่มีการผสมผสานรูปแบบ
ี
จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ได้ย้ายไปอยู่ที่สัตหีบชั่วคราว สถาปัตยกรรมตะวันตก ในบางส่วนหลังคาอาคารเป็นทรงไทย
ั
่
ี
ื
ในช่วงสงครามโลกคร้งท ๒ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ มีมุขลดสามด้าน มุงด้วยกระเบ้องดินเผาสีส้มอมเหลือง
่
ี
�
ั
�
ได้ย้ายไปอยู่ท ตาบลเกล็ดแก้ว อาเภอสัตหีบ เช่นกัน หน้าจ่วประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์และนาคสะดุ้ง
ื
ี
ั
ี
ั
้
ี
ก่อนจะย้ายมาต้งท่จังหวัดสมุทรปราการ เม่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ทาดวยไมสักทาสแดง ผนงหนาบันเปนฝากออิฐฉาบปูนเรยบ
็
่
�
้
้
กองทัพเรือได้ดัดแปลงแก้ไขอาคารเดิมของ ไม่ปรากฏลวดลายตกแต่ง ตัวอาคารยกพ้นสูง มีใต้ถุนด้านล่าง
ื
็
โรงเรียนนายเรอท่พระราชวงเดม เปนแบบทรงไทยใช้เปน จากหลักฐานการสารวจทางสถาปัตยกรรมและโบราณคด ี
ี
ิ
็
ั
�
ื
ท่ต้งกองบัญชาการกองทัพเรือมาต้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ เม่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พบว่าศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ื
ั
ั
ี
ุ
ื
ึ
่
ี
้
็
้
ั
ั
ปจจบนอาคารหลงนใชเปนททาการของผบญชาการทหารเรอ หลังปัจจบันสร้างซ้อนทับลงบนฐานของอาคารอีกหลังหนง
ั
ุ
ี
�
้
ู
่
ั
ี
โบราณสถานท่ยังปรากฏอยู่ในพระราชวังเดิม ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นศาลหลังเดิม
ี
้
ในปัจจุบันน คือ ส่งปลูกสร้างท่พระบาทสมเด็จ ภายในศาลประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จ
ี
ิ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้อนุรักษ์ไว้ ได้แก่ ท้องพระโรง พระเจ้าตากสินมหาราชประทับยืน และทรงพระแสงดาบ
ึ
�
พระตาหนักเก๋งคู่ พระตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ขนาดประมาณเท่าคร่งของพระองค์จริง ในศาลของ
�
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และป้อมวิไชยประสิทธ ิ ์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะเป็นท่ประดิษฐานของ
ี
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เจ้าแม่ทับทิมด้วย ทั้งนี้ บนผนังระหว่างเจ้าแม่ทับทิมจะ
ี
ั
ต้งอย่ทางทศเหนือของอาคารเก๋งค่ และต้งประชิด มอกษร ๔ แถว เป็นภาษาจน โดย ๒ แถวด้านนอก
ู
ั
ิ
ี
ั
ู
็
�
กาแพงพระราชวังทางด้านทิศตะวันออก ศาลสมเดจ เป็นอักษร สแดง แปลความได้ว่า “ชายฝั่งยาวเหยียดช่วยเรือ
ี
ึ
พระเจ้าตากสินมหาราชหลังปัจจุบัน สร้างข้นในสมัย เข้าฝั่งอย่างปลอดภัยคอยส่งสัญญาณเตือนภัยถึงผู้คน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 25
�
ี
ั
(คาสรรเสริญเจ้าแม่ทับทิม)” ๒ แถวใน เป็นอักษร - พระท่นั่งองค์ทิศใต้ ต้งอยู่ทางทิศใต้ของพระท่น่ง
ั
ี
ึ
ี
ั
สีทอง แปลได้ว่า “ถึงวาระจากไปเหลือไว้ซ่งนามพร้อม องค์แรก เรียกกันว่า พระท่น่งขวาง เป็นส่วนพระราชมณเฑียร
ี
ั
ผลงานระบือ ได้ก่อร่างสร้างบัลลังกจอมกษัตริย หรือพระราชฐานช้นกลางอันเป็นท่ประทับส่วนพระองค์
ื
ด้วยความกล้าหาญ นามกระเดองไปแดนไกล ของพระมหากษัตริย์
่
(ค�าสรรเสริญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช)”
อาคารต�าหนักเก๋งคู่ริมประตู
อาคารท้องพระโรง เก๋งจีน ๒ หลังคู่น้เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสาน
ี
ั
อาคารท้องพระโรงเป็นอาคารทรงไทย ผงอาคาร ระหว่างสถาปัตยกรรมแบบจีนและแบบไทย ตัวอาคาร
รูปตรีมุข วัสดุมุงหลังคาเป็นกระเบ้องดินเผาสีส้ม ในปัจจุบันเป็นตึกก่ออิฐถือปูนช้นเดียวยกพ้น หลังคา
ั
ื
ื
ชนิดหางเหล่ยมไม่เคลือบส ด้านจ่วประดับด้วยช่อฟ้า ทรงจ่วแบบจีน เก๋งคู่หลังเล็ก (หลังใน) ต้งขนาน
ี
ั
ี
ั
ั
ึ
ใบระกา หางหงส์ และนาคสะดุ้ง สร้างข้นในราวปี กับ เก๋งคู่หลังใหญ่ (หลังนอก) ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ
ี
พ.ศ. ๒๓๑๐ พร้อมกับการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธาน ี หลังจากท่กองทัพเรือได้เข้ามาใช้พ้นท่แล้ว
ื
ี
อาคารท้องพระโรง ประกอบด้วยพระที่นั่งสององค์เชื่อม ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๔๗ – ๒๔๖๕ ได้ใช้อาคารหลังนี้
ต่อกัน ได้แก่ เป็นท่ต้งหน่วยงานต่าง ๆ ของโรงเรียนนายเรือ และ
ี
ั
- พระท่น่งองค์ทิศเหนือ เรียกว่า ท้องพระโรง ท้ายสุดในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ก่อนการซ่อมบูรณะไม่ม ี
ี
ั
ิ
ี
ื
อยทางทศเหนอใชเปนทออกขนนางตรงกลางมเสาไมกลม การใช้งานแต่อย่างใด ปัจจุบันมีการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว
่
ู
็
้
้
ุ
่
ี
ี
๒ แถว ๆ ละ ๘ ต้น เรียกว่า ในประธาน เป็นท่รอ อาคารต�าหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
รับเสด็จของขุนนางขณะเข้าเฝ้า ทางทิศใต้ยกพ้นสูง อาคารตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
�
ื
ึ
เรียกว่า มุขเด็จ ใช้เป็นท่ประทับของพระมหากษัตริย์ สร้างข้นเม่อคร้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ี
ื
ั
ขณะเสด็จออกว่าราชการ ขณะดารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
�
ี
กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ประทับอยู่ท่พระราชวังเดิม
ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔
อาคารตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
�
เป็นสถาปัตยกรรมท่มีรูปแบบตะวันตกหรือเรียกว่า
ี
“ตึกแบบอเมริกัน” และหากพิจารณาทางด้านประวัติศาสตร์
ี
�
สถาปัตยกรรมอาจถือได้ว่าอาคารน้เป็นตาหนักแบบ
ตะวันตกหลังแรกที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
รูปแบบโดยท่วไปของอาคารตาหนักเก๋งสมเด็จ ป้อมวิไชยประสิทธิ์
�
ั
ั
พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นตึกก่ออิฐถือปูน ๒ ช้น หลังคาทรง ป้อมนี้เดิมชื่อ ป้อมวิไชยเยนทร หรือป้อมบางกอก
ั
ปั้นหยา มีหน้าจ่วปีกนก ๒ ด้าน บริเวณช้นบนของตาหนัก สร้างข้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดย
ั
�
ึ
เป็นส่วนที่ประทับ กั้นเป็นห้องต่าง ๆ ด้วยผนังไม้ พื้นที่ เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์กราบบังคมทูลแนะนาให้สร้างข้น
�
ึ
ั
ี
ช้นล่างสันนิษฐานว่าคงจะใช้เป็นท่อยู่ของคนรับใช้ พร้อมกับป้อมทางฝั่งตะวันออกของแม่นาเจ้าพระยา
�
้
ี
ั
ึ
รวมท้งเป็นส่วนเตรียมงานถวายรับใช้ในบางกรณ ในตอนแรก ซ่งต้งอยู่บริเวณระหว่างวัดพระเชตุพนกับปากคลองตลาด
ั
�
�
้
สร้างอาคารผนังภายในและภายนอกก่ออิฐฉาบด้วยปูนด�า แล้วให้ขึงสายโซ่อันใหญ่ขวางลานาตลอดถึงกันท้งสอง
ั
้
ื
�
ขัดขาวแบบโบราณ ส่วนผนัง เพดาน พระแกล (หน้าต่าง) ฟากลานา เพ่อป้องกันข้าศึกทมาทางทะเล สมเด็จ
�
่
ี
ั
และพระทวาร (ประตู) รวมท้งส่วนประกอบตกแต่ง พระนารายณ์มหาราชทรงเห็นชอบด้วยและได้โปรดเกล้าฯ
ี
ื
อาคารอ่น ๆ ท่เป็นไม้ทาด้วยสีเขียวแก่ท้งหมด ให้เจ้าพระยาวิไชยเยนทร์เป็นแม่กองก่อสร้างป้อม
ั
�
ั
สีเขียวน้เป็นสีท่นิยมใช้สาหรับตาหนักหรืออาคารในสมัยน้น จนแล้วเสร็จในระหว่างปี พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑
ี
ี
�
ั
ั
ี
่
็
่
ั
ั
หลงจากทสมเดจพระปิ่นเกล้าเจ้าอย่หวได้รบ ตอมาในสมยสมเดจพระเพทราชา มการรบระหวาง
็
ี
่
ู
บวรราชาภิเษก ได้ทรงย้ายไปประทับ ณ พระบวรราชวัง ทหารกรุงศรีอยุธยากับทหารฝร่งเศส เน่องจากทาง
ื
ั
ี
ี
�
พระตาหนักหลังน้ได้เป็นท่ประทับของพระราชวงศ์ ฝ่ายไทยต้องการขับไล่ฝรั่งเศสออกจากกรุงศรีอยุธยา ใน
หลายพระองค์ และพระราชวงศ์พระองค์สุดท้ายท่ประทับ การรบคร้งน้นป้อมทางฝั่งตะวันออกได้รับความเสียหายมาก
ี
ั
ั
คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศม ี จึงโปรดเกล้าฯ ให้ร้อลง เม่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ื
ื
็
ั
กรมพระจกรพรรดิพงษ์ ต่อมาหลังจากท่พระบาทสมเดจ ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยและสถาปนากรุงธนบุร ี
ี
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชวัง เป็นราชธานีได้ทรงสร้างพระราชวังหลวงในบริเวณ
ี
ั
ให้จัดต้งเป็นโรงเรียนนายเรือตามท่กล่าวแล้ว ได้ม ี ป้อมวิไชยเยนทรพร้อมกับทรงปรับปรุงป้อมน้ และ
ี
การปรับปรุงอาคารตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้ามหาราช พระราชทานนามใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ว่าป้อมวิไชยประสิทธ ์ ิ
�
เพ่อใช้เป็นสถานททาการของกองทัพเรอหลายหน่วย ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของป้อมวิไชยประสิทธ ิ ์
ื
�
ี
ื
่
จนถึงปัจจุบันจึงได้มีการอนุรักษ์ไว้ ในปัจจุบันเป็นป้อมก่ออิฐฉาบปูน มีกาแพง ๒ ช้น ขนานกัน
�
ั
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 27
ุ
ี
็
ั
�
ก่อเป็นรูปแปดเหล่ยม เฉพาะกาแพงช้นในมีหอคอยกลม สมเดจพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตรนต์รัศม ี
ื
ทรงสอบสองหลังน่งบนกาแพงตรงมุมด้านทิศเหนือและ กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ส้นพระชนม์ เม่อวันท ่ ี
ั
�
ิ
ึ
ี
ทิศใต้หลังจากท่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๕ และไม่มีการสร้างข้นมาใหม่อีก
ี
�
พระราชทานวังเดิมให้กองทัพเรือในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ แต่ได้นากระดูกปลาวาฬมาเก็บรวมไว้ท่ศาลสมเด็จ
ป้อมวิไชยประสิทธ์จึงอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ พระเจ้าตากสินมหาราชเท่านั้น
ิ
ี
ื
ี
ื
เร่อยมาจนถึงปัจจุบัน กองทัพเรือได้ติดต้งปืนใหญ่โบราณ พ้นท่พระราชวังเดิม นับเป็นพ้นท่เก่าแก่และเป็น
ั
ื
สมัยรัชกาลที่ ๑ จ�านวน ๑๒ กระบอก ตรงบริเวณเชิงเทิน พระราชวังของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซ่งทรง
ึ
ั
�
ของกาแพงช้นนอก บริเวณเดียวกันทางด้านตะวันออก กอบกู้เอกราชจากพม่า รวมท้งเป็นท่ประทับของ
ั
ี
ั
ื
ึ
ั
มีปืนใหญ่ ๔ กระบอก ติดต้งเพ่อยิงสลุต (ท�าความเคารพ) พระมหากษัตริย์อีก ๒ พระองค์ เม่อคร้งยังไม่ได้ข้นครองราชย์
ื
ในพิธีสาคัญต่าง ๆ บริเวณทางเข้าป้อมทางทิศตะวันตก คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และ
�
ี
่
ื
ตรงกาแพงช้นใน ติดต้งเสาธงเพ่อชักธงราชนาว และ พระบาทสมเดจพระปิ่นเกล้าเจ้าอยหว ต่อมาเมอลนเกล้า
้
ั
ู่
�
ื
็
ั
ั
ธงต�าแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ รัชกาลท ๕ ได้พระราชทานท่ดินและอาคารให้เป็นสถานท่ตง
ี
่
ั
้
ี
ี
ื
ื
ี
�
ในการขุดสารวจพ้นท่ระหว่างศาลสมเด็จ ของโรงเรียนนายเรือ เม่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ซ่งถือว่าเป็น
ึ
�
พระเจ้าตากสินมหาราช และพระตาหนักเก๋งคู่หลังเล็ก รากฐานและกาเนิดของกองทัพเรืออย่างสมบูรณ์
�
ั
ระหว่างการบูรณะคร้งปัจจุบัน ได้พบฐานอาคารทรง และเป็นกองบัญชาการกองทัพเรือในเวลาต่อมา
�
สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๔.๕ เมตร ยาวประมาณ ๙ เมตร ยังความปลาบปลื้มและสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ
�
ทาให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นอาคารศาลศีรษะปลาวาฬ ต่อกองทัพเรือและทหารเรืออย่างหาท่สุดมิได้
ี
ึ
ี
ั
ี
ั
ิ
ิ
ึ
ซ่งบันทึกไว้ว่า เป็นเก๋งจีนช้นเดียวคล้ายศาลเจ้าจีน ท้งน จึงนับเป็สถานท่ศักด์สิทธ์ของกองทัพเรือ ซ่งจะต้อง
้
ู
ภายในเก๋งมีกระดกปลาวาฬ ศาลนได้พังลงมาในวันท ่ ี ดูแลรักษาไว้เพ่อเป็นไปตามพระราชปณิธานและ
้
ื
ี
พระมหากรุณาธิคุณต่อกองทัพเรือสืบต่อไป
อ้างอิง
๑. แผนกประวัติการทหารเรือ กองประวัติศาสตร
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ, พระราชวังเดิม
๒. มูลนิธิอนุรักษโบราณสถานในพระราชวังเดิม
๓. ข้อมูลจาก คุณวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ
๔. พระราชวังเดิมและวังในกรุงเทพฯ
(พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๕๒๕), ม.ร.ว.แน่งน้อย ศักดิ์ศรี,
ณพศร กฤตติกากุล, ดรุณี แก้วม่วง : มิถุนายน ๒๕๒๕
28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
นาวาเอกหญิง กาญจนา ทรงวรวิทย ์
ี
ึ
ผู้เขียนได้เล่าเร่องอุโบสถวัดวงศมูลวิหาร ได้ขุดปืนใหญ่กระบอกท่สองข้นมา มีขนาดเท่ากับ
ื
ิ
พระพุทธวงศมูลม่งมงคล อู่หมายเลข ๑ และ ปืนใหญ่กระบอกแรก แต่ด้านท้ายปืนมีห่วงซ่ง
ึ
ู
ั
ู
�
ู
อ่หมายเลข ๒ ให้ท่านผ้อ่านได้ทราบข้อมลสาคญ ๆ ต่างจากกระบอกแรกที่มีรอยบากบริเวณท้ายปืน และ
�
ในบทความ อู่ทหารเรือธนบุรี แหล่งเรียนรู้ทาง พบวัตถุคล้ายโซ่ขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถนาออกมาได้
ื
ึ
ประวัติศาสตร์และมรดกทางอุตสาหกรรม (ตอนที่ ๑) เน่องจากมีส่วนหน่งถูกปูนโบกทับอยู่ใต้อาคาร
ั
�
�
ี
ี
ไปแล้ว สาหรับตอนท่ ๒ น้ ขอแนะนาปืนใหญ่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ปืนใหญ่ท้งสองกระบอก
ื
ึ
โบราณซ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากส่อมวลชน มีอายุมากกว่า ๒๐๐ ปี เป็นปืนใหญ่จากป้อมปืนเล็ก ๆ
ั
�
้
ั
และประชาชนท่วไป ปล่องเหล่ยม และเตาโบราณ ท่ต้งเรียงรายอยู่ตามโค้งแม่นาเจ้าพระยา กรมอู่ทหารเรือ
ี
ี
ั
ี
ี
ั
ท่ยังไม่เป็นท่รู้จักแพร่หลาย รวมท้งพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวง ได้จัดพิธีบวงสรวงและจัดต้งวางบนฐานแท่นท ่ ี
เฉลิมพระเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา เชิญติดตามค่ะ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ปืนใหญ่โบราณ นอกจากอู่หมายเลข ๑ และ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร
ั
อู่หมายเลข ๒ จะมีความส�าคัญด้านการซ่อมและสร้าง เขตอุดมศักด์ ใกล้ ๆ กับอุโบสถวัดวงศมูลวิหาร สาหรบ
�
ิ
เรือของประเทศแล้ว ยังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ช้นส่วนถ้วย จาน ชามกระเบ้อง และเคร่องปั้นดินเผา
ื
ิ
ื
ึ
ื
ื
ท่น่าสนใจให้สืบค้นอีกหลายเร่อง เร่องหน่งคือ ปืนใหญ่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า มีอายุมากกว่า ๒๐๐ ปี
ี
�
โบราณท่ฝังอยู่ริมแม่นาเจ้าพระยาและภายในอู่ บางชิ้นอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๙ บางชิ้นอายุ
้
ี
ั
�
ี
ี
การพบคร้งสาคัญคือ วันท่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ราวศตวรรษท่ ๒๓ – ๒๔ ปัจจุบันเก็บรักษาและ
ั
ี
ี
ี
เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ขณะท่เจ้าหน้าท่บริษัท จดแสดงท่พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรต ิ
่
ี
้
ั
้
่
ู
�
ึ
ั
่
ื
อตาเล่ยนไทย จากด ซงไดรบการวาจางจากกรมอทหารเรอ ๘๔ พรรษา
ิ
�
้
�
ื
ให้สร้างเข่อนกันน้าท่วมริมฝั่งแม่นาเจ้าพระยา ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ระหว่าง
�
้
ื
�
กาลังขุดดินบริเวณท่อระบายนาติดกับอาคารแผนก การปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างเข่อนคอนกรีตบริเวณ
�
้
ช่างต่อเรือใยแก้ว กองโรงงาน ได้พบกับวัตถ ุ โค้งแม่นาเจ้าพระยาใกล้วัดระฆังโฆสิตาราม ด้าน
็
ี
รูปทรงคล้ายปืนใหญ่ จึงแจ้งให้กรมอู่ทหารเรือทราบ อาคารโรงงานต่อเรือเหลก กองโรงงาน เจ้าหน้าทได้
่
ุ
ี
ึ
้
ในท่สดได้มการขุดนาปืนใหญ่ขนมา และในบริเวณ ขุดพบปืนใหญ่โบราณ วัดขนาดความยาวได้ประมาณ
�
ี
ิ
�
เดียวกันนี้ยังพบชิ้นส่วนของถ้วย จาน ชาม กระเบื้อง ๒.๒ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางปากลากล้อง ๑๓ น้ว
ึ
ื
�
เคร่องปั้นดินเผาอีกจานวนหน่งด้วย ปืนใหญ่ ลักษณะคล้ายกับปืนใหญ่ท่พบเม่อ พ.ศ. ๒๕๔๔
ื
ี
ู
ี
ท่พบมีขนาดความยาวประมาณ ๑.๕ เมตร คร้งล่าสุด พ.ศ. ๒๕๖๐ เม่ออ่ทหารเรอธนบุร ี
ื
ั
ื
เส้นผ่าศูนย์กลางปากกระบอกลากล้อง ๑๐ เซนติเมตร ทาการปรับปรุงและซ่อมอู่หมายเลข ๑ ให้มีความม่นคง
�
�
ั
�
้
็
ี
นาหนักประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม ต่อมาวันท ี ่ แขงแรง ได้ขุดปืนใหญ่โบราณท่ฝังอยู่ข้างผนังอ่ข้นมา
ู
ึ
ั
๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. โดยท้ายปืนใหญ่อยู่พ้นจากขอบผนังอู่ในลักษณะแนวต้ง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 29
ึ
ซ่งช่างกรมอู่ทหารเรือทราบกันมานานแล้วว่า ปืนใหญ่ท้ง ๘ กระบอก ต้องอัดลูกปืนใหญ่
ั
ี
ั
้
ื
ี
ุ
้
เป็นท้ายปืนใหญ่ ทงน อ่ทหารเรอธนบรได้จดพธ ี และดินปืนใส่ทางปากกระบอก ผู้เช่ยวชาญด้าน
ู
ี
ิ
ั
บวงสรวงก่อนการขุด เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม ประวัติศาสตร์และด้านปืนใหญ่โลหะกรรมได้ศึกษา
ื
ี
�
พ.ศ. ๒๕๖๐ และเม่อขุดลึกลงไป พบว่า มีปืนใหญ่ ค้นคว้าพบว่า ปืนเหล่าน้เป็นปืนประจาเรือรบโบราณ
ี
ื
กระบอกเล็กวางอยู่ในลักษณะแนวราบด้วย รวมปืนใหญ่ และปืนท่รักษาพ้นเขตพระนคร เช่นเดียวกับท ี ่
ที่ขุดในครั้งนี้ จ�านวน ๘ กระบอก สันนิษฐานว่ามีอายุ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม
ประมาณ ๒๕๐ ปี ปืนใหญ่ขนาดใหญ่ที่สุด มีความยาว
๑๐ ฟุต ปากกระบอกปืนกว้าง ๑๐ นิ้ว หนัก ๕ ตัน
ื
มีเคร่องหมายสัญลักษณ์มงกุฎของประเทศอังกฤษ
�
ี
และมหมายเลขประจาปืนสลักอยู่บนตัวกระบอก
ส่วนปืนใหญ่ขนาดกลาง ๒ กระบอก มีขนาดความยาว
๘ ฟุต และปืนใหญ่ขนาดเล็กลงมาอีก ๕ กระบอก
มีความยาวประมาณ ๖ - ๗ ฟุต สันนิษฐานว่า ปืนใหญ่
ี
ั
ท้ง ๘ กระบอกน้ ถูกฝังอยู่ในดินมากว่า ๑๓๐ ปี ปืนใหญ่ท่ขุดได้เม่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ และ พ.ศ. ๒๕๖๐
ื
ี
ี
โดยปืนใหญ่โบราณขนาดใหญ่ท่สุดหล่อจากประเทศ ขณะน้ต้งแสดงท่พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรต ิ
ี
ั
ี
อังกฤษ จากนั้นขายต่อให้แก่ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ๘๔ พรรษา ได้รับความสนใจอย่างย่งจากผู้เข้าชม
ิ
ตอนต้น ส่วนปืนใหญ่ขนาดกลางหล่อข้นท่ประเทศ พิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะปืนใหญ่โบราณท่ขุดเม่อ
ี
ื
ี
ึ
ั
่
ั
ั
ฝร่งเศสในยุคนโปเลยนท ๑ สนนิษฐานว่า เป็นปืน พ.ศ.๒๕๖๐ เป็นท่ฮือฮามาก ท้งจากส่อมวลชนและ
ื
ี
ี
ี
่
�
ี
ึ
ั
่
่
ั
ี
ทองกฤษยดมาจากฝรงเศส เมอครงทรบชนะ แล้วนา ประชาชนทั่วไป ยิ่งกว่านั้นผู้ที่ชื่นชอบตัวเลขหลายคน
ื
่
้
ั
ั
มาขายตอใหไทยพรอมกบปนขององกฤษ สวนทเหลอ ได้จดหมายเลขประจาปืนใหญ่ไปคิดคานวณต่ออีกด้วย
่
้
้
่
�
่
ื
ื
ั
ี
�
อีก ๕ กระบอก เป็นปืนใหญ่ขนาดเล็กสันนิษฐานว่า ปล่องเหลี่ยมและเตาโบราณ
ี
ื
ี
ี
ึ
เป็นปืนท่ไทยหล่อข้นเองในสมัยกรุงธนบุรี หล่อท ่ ี ปล่องเหล่ยมเป็นช่อท่ชาวกรมอู่ทหารเรือ
โรงงานหล่อหลวง ใต้วัดระฆังโฆสิตาราม ปัจจุบันคือ ใช้เรียกขานกันมาอย่างยาวนาน และรู้จักอย่างแพร่หลาย
โรงงานหล่อหลอมและไม้แบบ กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุร ี เป็นจุดสังเกต (landmark) หนึ่งที่สูงตระหง่านเคียงคู่
อู่หมายเลข ๑ และโรงงาน ช่อเรียกอย่างอ่น ได้แก่
ื
ื
ปล่องควัน ปล่องกรมอู่ โดยมีช่อทางราชการว่า
ื
ี
ปล่องควันหม้อนา ปล่องเหล่ยมเป็นส่วนหน่งของระบบ
้
ึ
�
้
�
ื
ึ
เคร่องจักรไอนาท่สร้างข้นโดยพระบรมราชโองการ
ี
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เพ่อใช้ซ่อมและสร้างเรือรบไว้ใช้ในการป้องกันประเทศ
ื
ื
เม่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้าง
อู่ขึ้นใหม่แล้ว ถือว่าเป็นโบราณสถานส�าคัญ ประเภท
การขุดปืนใหญ่บริเวณอู่หมายเลข ๑ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๐ มรดกของอุตสาหกรรม (Industrial Heritage)
30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
และจากภาพถ่ายเก่าแก่ของกรมอู่ทหารเรือ
ที่บันทึกการสร้างอู่แห้ง หมายเลข ๑ ชั้นใน เมื่อวันที่
ี
๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๘ มีปล่องเหล่ยมปรากฏ
อยู่ในภาพด้วย
�
ในสมยนนการซ่อมทาเรอของกรมอ่ทหารเรอ
ั
้
ื
ื
ั
ู
ใช้แรงดันไอนาท่มีกาลังดันสูงไปขับเคร่องจักรไอนา ปล่องเหล่ยมมีลักษณะทางสถาปัตยกรรม
้
�
�
้
ื
ี
�
ี
ื
เพ่อใช้งานในอู่เรือและเดินอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงาน โดยม ี เป็นปล่องก่ออิฐสอปูนรูปทรงส่เหล่ยมจัตุรัสปลายสอบ
ี
ี
�
้
หม้อนา (steam boiler) เป็นอุปกรณ์สาคัญในการผลิต สูงประมาณ ๒๓.๗๕ เมตร ขนาดฐานล่างของ
�
ไอนา โดยมีส่วนประกอบต่าง ๆ หลายอย่าง รวมท้ง ปล่องประมาณ ๓.๐๕ X ๓.๐๕ เมตร ปากปล่อง
ั
�
้
เตา (furnace) และปล่องควันหม้อนา (chimney) มีขนาดประมาณ ๑.๗๐ X ๑.๗๐ เมตร มีท่อระบาย
�
้
ี
้
�
ปล่องควันหม้อนาหรือปล่องเหล่ยมและเตาโบราณ ควนทเชอมต่อกบหม้อนาจานวน ๔ หม้อ (ปัจจบน
�
ั
ุ
ี
ื
่
ั
ั
�
้
่
ของกรมอู่ทหารเรือนนไม่ทราบปีท่ก่อสร้างแน่ชัด แต่ เหลือเพียง ๒ หม้อ) ท่อระบายควันก่ออิฐสอปูน
ี
ั
้
สันนิษฐานว่าสร้างก่อนหรือในเวลาใกล้เคียงกับการนา เช่นกัน มีลักษณะเป็นท่อส่เหล่ยมย่นออกมาจากปล่อง
�
ื
ี
ี
�
ี
หม้อนามาใช้ในการผลิตไอนาท่มีกาลังดันสูง ประมาณ ๒ ด้าน ด้านละ ๒ ท่อ (สอปูน หมายถึง น�าปูนสอ
�
�
้
้
ี
พ.ศ. ๒๔๔๘ จากข้อมูลท่โรงงานเชือกรอกและการอู่ มาเชื่อมอิฐหรือหินให้ติดกัน)
แผนกโรงงานเบ็ดเตล็ด กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี
บันทึกไว้ว่า “หม้อน�้าหมายเลข ๑ และ หมายเลข ๒
�
ื
นามาใช้ราชการเม่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ เป็นหม้อนาแบบ
้
�
ี
แลงแคชไชร์ (Lancashire boiler) ชนิดเตาเกล้ยง รูปทรง
กระบอก ขนาดของหม้อน�้ากว้าง ๙ ฟุต ยาว ๓๐ ฟุต
หนา ๑/๒ นิ้ว มีเรือนไฟ ๒ เตา มีก�าลัง ๑๐๐ แรงม้า
ใช้กาลังไอนาอย่างสูงได้ ๑๒๐ ปอนด์ ต่อตารางน้ว
�
้
ิ
�
ี
�
ื
จุนาได้ ๑๙.๗๒๙ ลูกบาศก์เมตร เช้อเพลิงท่ใช้คือ ถ่าน
้
้
�
หรือฟืน (เปล่ยนมาใช้นามันเม่อ ๒๑ มีนาคม การใช้งานในอดีต ปล่องเหล่ยมและเตาโบราณ
ี
ื
ี
พ.ศ. ๒๔๙๙) บริษัทที่สร้าง คือ John Marshall & ใช้ราชการอยู่ท่โรงงานเชือกรอกและการอู่ แผนก
ี
Co., Ltd. London มีปล่องระนาดครันสูง ๒๓.๕๐ เมตร” โรงงานเบดเตลด กองโรงงาน อ่ทหารเรอธนบร ี
ุ
็
ื
็
ู
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 31
ื
ื
้
�
�
ี
�
ื
�
เตา เป็นท่สาหรับบรรจุเช้อเพลิง ทาให้เช้อเพลิงเกิดการ และเม่อหม้อนาแบบ York เกิดการชารุด
ี
เผาไหม้ เพ่อให้ความร้อนแก่หม้อนา โดยปล่องเหล่ยม ใช้ราชการไม่ได้ จึงหยุดใช้งาน อีกทงในช่วง
�
้
ั
้
ื
�
ี
�
ทาหน้าท่เป็นท่อทางนาแก๊สร้อนและควันออกท้ง เวลาเดียวกันน้ อู่ทหารเรือธนบุรีหมดความจาเป็น
ิ
ี
�
�
ี
�
�
�
�
้
้
้
สู่บรรยากาศภายนอกหม้อนา และช่วยทาให้กระแส ในการใช้ไอนาท่มีกาลังดันสูงจากเตาหม้อนาไปใช้
ึ
ลมเร่งทางธรรมชาติ (natural draft) ดีข้น ผนังเตา เดินเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงงานอีกต่อไป
ี
ื
และปล่องเหลี่ยมท�าด้วยอิฐทนไฟ (fire brick) โดย เพราะมีเคร่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ท่ไม่ต้องใช้ไอ
ช่างเดินเคร่องของโรงงานเชือกรอกและการอู่ ติดไฟ นากาลังดันสูงในการขับเคล่อนมาใช้ทดแทนแล้ว
ื
ื
�
้
�
้
หม้อน้าตอนเช้าเวลา ๐๘.๓๐ น. ดับไฟหม้อนา ปล่องเหล่ยมจึงไม่ได้ถูกใช้งานไปด้วย จนกระท่ง
�
�
ี
ั
ื
ั
ช่วงพักกลางวันเวลา ๑๑.๓๐ น. และติดไฟอีกคร้ง กองทัพเรือได้อนุมัติผังหลักการจัดแบ่งพ้นท ี ่
�
เวลา ๑๓.๐๐ น. ตอนเย็นดับไฟเลิกใช้หม้อนาเวลา ของหน่วยต่าง ๆ ในกรมอู่ทหารเรือ เม่อวันท ี ่
้
ื
ี
�
้
�
�
๑๕.๓๐ น. กาลังไอนาท่มีกาลังดันสูงจากหม้อนา ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยให้ย้ายหน่วยงานที่
�
้
ื
ิ
นาไปใช้ในการเดนอปกรณ์ในโรงงานต่าง ๆ ของ ทาให้เกดมลพษไปอย่ท อ่ทหารเรอพระจลจอมเกล้า
ี
ู
�
ิ
ู
่
�
ุ
ุ
ิ
ื
อู่ทหารเรือธนบุรี ได้แก่ ใช้เดินเคร่องขับเคล่อนของเครน กรมอู่ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ และปรับปรุงอาคาร
ื
ื
๓ ขา เดินเคร่องสูบนาของอู่หมายเลข ๑ เดินเคร่องสูบนา สถานที่อู่ทหารเรือธนบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถใน
ื
�
้
้
�
ี
ึ
�
ดับเพลิง เดินเครื่องขับเครื่องก�าเนิดไฟฟ้า น�าไปใช้กับ การสร้างเรือขนาดใหญ่ ซ่งในผังหลักน้ไม่มีการกาหนด
เคร่องดัดเหล็กและดัดกงเรือ เดินปั๊มลมของเตาเผา ปล่องเหลี่ยมไว้ด้วย
ื
ื
เหล็ก เดินเคร่องขับปุลเล่ของเคร่องเจาะและเครื่องไส เม่อปล่องเหล่ยมไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน และ
ี
ื
ื
�
�
ู
้
ไอนาท่มีกาลังดันสูงนาไปใช้อบยางและเคร่องอัดยาง ไดรบความชนจากสภาพแวดลอม จงอยในสภาพชารด
้
ื
ี
ั
้
ึ
ุ
้
�
่
�
ื
�
ี
�
ั
ใช้อบหม้อแบตเตอร่เก่าท่นามาซ่อมทาและทานากล่น ทรุดโทรม อิฐทนไฟบริเวณปากปล่องมีรอยร้าวและ
ี
้
�
�
เติมหม้อแบตเตอรี่ ร่วงหล่นตกลงมาบ่อยครั้ง ในช่วงปลาย พ.ศ. ๒๕๔๑
การข้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน กรมอู่ทหารเรือ กรมอู่ทหารเรือจึงขอให้กรมช่างโยธาทหารเรือตรวจ
ึ
็
ี
่
ั
้
�
ั
เลิกใช้หม้อนาหมายเลข ๑ และหมายเลข ๒ ต้งแต่ สภาพความม่นคงแขงแรงของปล่องเหลยม ผลการ
ิ
ี
ื
พ.ศ. ๒๕๓๓ (หม้อน�้าหมายเลข ๑ หยุดติดไฟ เมื่อ สารวจปรากฏว่า ปูนก่อเร่มเส่อมสภาพ การยึดเหน่ยว
�
วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๓ หม้อน�้าหมายเลข ๒ ของอิฐมีประสิทธิภาพลดลง มีโอกาสร่วงหล่นลงมา
�
ื
ี
หยุดติดไฟ เม่อวันท่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓) และทาความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของทางราชการ
ี
้
ั
เน่องจากหมดอายุการใช้งาน และการติดไฟหม้อนาน้น ได้ตลอดเวลา พร้อมกันน้ กรมช่างโยธาทหารเรือได้
�
ื
ั
�
จะใช้ฟืนและถ่านเป็นเช้อเพลิง จึงเกิดเขม่าและควันดา จดทาแบบและกาหนดรายละเอยดการซ่อมปรบปรง
ื
�
ี
�
ั
ุ
ในปริมาณมาก ลอยไปท่วชุมชนแถบน้น ซ่งเป็นมลพิษ และรื้อถอน โดยประมาณการค่าใช้จ่ายในการซ่อมท�า
ึ
ั
ั
ื
ิ
ี
ั
�
ต่อชีวิตและส่งแวดล้อมในบริเวณอู่ทหารเรือธนบุร ี ปล่องเหล่ยมให้ดารงสภาพเพ่อการอนุรักษ์ในคร้งแรก
�
�
ี
และพ้นท่ใกล้เคียง ต่อมาได้นาหม้อนาแบบ York และการบารุงรักษาซ่งต้องดาเนินการทุกระยะเวลา
ื
้
ึ
�
�
จานวน ๒ หม้อ มาใช้แทน หม้อนาใหม่น้ใช้นามัน ๕ ปี รวมท้งค่าใช้จ่ายในการร้อถอนด้วย กรมอู่ทหารเรอ
้
ี
้
�
ื
ื
�
�
ั
ั
ู
ี
�
ดเซลเป็นเชอเพลง ใช้ผลตไอนาทมกาลงดนสงให้แก่ พิจารณาเห็นว่า ปล่องเหล่ยมหมดความจาเป็น
ั
ี
ี
้
่
ี
�
ิ
ื
้
�
ิ
โรงงานยาง และโรงงานแบตเตอร่เพียง ๒ โรงงาน เท่าน้น ในการใช้งาน และสภาพปล่องเหล่ยมเป็นอันตราย
ี
ั
ี
32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
่
ื
ั
ิ
ิ
ต่อการปฏบัตงาน ประกอบกบค่าใช้จ่ายเพอ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถ ุ
ิ
ู
ิ
ี
ั
ี
ื
ุ
การอนุรักษ์มีราคาค่อนข้างสง นอกจากน้ หากร้อถอน ศิลปวตถ และพพิธภัณฑสถานแห่งชาต (ฉบับท่ ๒)
ื
ี
้
ี
ปล่องเหล่ยมออกไป พนท่ตงของปล่องเหล่ยม พ.ศ. ๒๕๓๕ สมควรได้รับการอนุรักษ์ และสามารถ
้
ั
ี
ประมาณ ๒๐๐ ตารางเมตร สามารถนาไปใช้ประโยชน์ พัฒนาให้ม่นคงแข็งแรงได้ โดยกรมศิลปากรยินด ี
�
ั
อย่างอ่นได้ สอดคล้องกับการพัฒนาหน่วยตามผังหลัก ประสานกับกองทัพเรือในการอนุรักษ์ การข้นทะเบียน
ื
ึ
ั
ิ
ั
ุ
ื
ึ
่
ี
จงเสนอกองทพเรอขออนมตรอถอนปล่องเหลยม รวมท้งจัดสรรงบประมาณมาสมทบกับงบประมาณเดิม
ื
้
ั
ื
ี
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่กองทัพเรือเตรียมไว้สาหรับการร้อถอน...”
�
กองทพเรอพจารณาแล้ว เหนว่าสมควรให้
ั
ื
ิ
็
ี
ความร่วมมือกับกรมศิลปากรในการอนุรักษ์ปล่องเหล่ยม
่
ี
แม้ว่าการระงบการรอถอนปล่องเหลยม จะกระทบ
้
ื
ั
ั
ั
ู
ต่อผงหลกของกรมอ่ทหารเรอ แต่สามารถปรบ
ื
ั
แต่งและออกแบบให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ได้
ื
กองทัพเรือจึงได้อนุมัติให้ยกเลิกการว่าจ้างร้อถอน
ปล่องเหลี่ยม
วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ กรมศิลปากร
มีหนังสือแจ้งให้กองทัพเรือทราบว่า “...อาคาร
ี
เมื่อกองทัพเรืออนุมัติให้รื้อถอน และอยู่ระหว่าง กรมอู่ทหารเรือเป็นโบราณสถานท่มีคุณค่าทาง
ี
การดาเนินการสอบราคาว่าจ้างเอกชนให้ร้อถอน ประวตศาสตร์ โบราณคด และศิลปสถาปัตยกรรม
ื
�
ิ
ั
�
�
ปล่องเหล่ยมน้น เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ กรมศิลปากรได้ กรมศิลปากรได้ดาเนินการจัดทาแผนผังและกาหนด
�
ั
ี
ขอเข้าดาเนินการสารวจโบราณสถานในกรมอู่ทหารเรือ เขตโบราณสถานเป็นท่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ใน
�
ี
�
ต่อมาเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ กรมศิลปากร ระหว่างดาเนินการประกาศข้นทะเบียน...” ซ่งตาม
ึ
ึ
�
ื
ึ
ี
ี
ู
ี
ื
มหนงสอเรยนผ้บญชาการทหารเรอขออนรกษ์ รายช่อโบราณสถานท่ข้นทะเบียนโดยกรมศิลปากร
ั
ั
ั
ื
ุ
้
�
ี
ปล่องเหล่ยมและเตาโบราณ เพ่อการประกาศข้นทะเบียน มีเลขทะเบียนปล่องควันหม้อนา คือ ๐๐๐๐๑๖๔
ื
ึ
ั
ื
โบราณสถาน โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า จนกระท่งมีประกาศกรมศิลปากร เร่อง ข้นทะเบียนและ
ึ
“...กรมศิลปากรได้สารวจพ้นท่กรมอู่ทหารเรือ ก�าหนดเขตที่ดินโบราณสถาน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน
ื
ี
�
ซงเป็นส่วนหน่งของพระนิเวศน์เดิมของพระบาทสมเดจ พ.ศ. ๒๕๔๕ และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
็
ึ
ึ
่
ี
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และได้ทราบว่า ปล่อง เล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง วันท่ ๒๘ ธันวาคม
ระบายควันฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหน่งของระบบ พ.ศ. ๒๕๔๕ ความว่า
ึ
เคร่องจักรไอนาท่สร้างข้นโดยพระบรมราชโองการ “...๓. โบราณสถานกรมอู่ทหารเรือ (ปล่องควัน
ี
ึ
�
้
ื
้
�
ู
ื
ของพระบาทสมเด็จพระจลจอมเกล้าเจ้าอย่หัว เพ่อ หม้อนา) แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย
ุ
ใช้ซ่อมและสร้างเรือรบไว้ใช้ในการป้องกนประเทศ กรุงเทพมหานคร พื้นที่โบราณสถาน
ั
นับว่าเป็นโบราณสถานส�าคัญประเภทมรดกของ พื้นที่ ก. ประมาณ ๒ งาน ๗๒ ตารางวา
อุตสาหกรรม (Industrial Heritage) ซ่งได้รับการ พื้นที่ ข. ประมาณ ๑๑ ไร่ ๖๒ ตารางวา ...”
ึ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 33
ื
ื
�
ั
ู
ั
โดยมีรายละเอียดแผนผังแนบท้ายตามประกาศน ี ้ เชอกรอกและการอ่ กองโรงงาน จะกาจดวชพช
่
พื้นที่ ก. คือ อุโบสถวัดวงศมูลวิหาร และ พื้นที่ ข. คือ บริเวณฐานปล่องอย่างสมาเสมอ ส่วนต้นโพธ์เล็ก ๆ
ิ
�
ี
ึ
ี
ปล่องเหลี่ยม ท่ข้นบริเวณปากปล่องเจ้าหน้าท่ต้องใช้เครนยกกระเช้า
�
�
ต่อมา กรมศิลปากรให้ความเห็นชอบแบบการ ข้นไปกาจัด เพ่อไม่ให้รากและลาต้นสร้างความเสียหาย
ึ
ื
ั
ี
อนุรักษ์ปล่องเหล่ยม รวมท้งเตาโบราณของระบบ แก่อิฐ
ี
ั
�
ื
เคร่องจักรไอนา รวมท้งประมาณการท่กรมช่างโยธา
้
�
ทหารเรือดาเนินการร่วมกับกรมศิลปากร การซ่อม
ปรับปรุงมีค่าใช้จ่ายเป็นเงิน ๔๐๓,๐๐๐ บาท โดย
กรมศิลปากรสนับสนุน จานวน ๑๓๙,๐๐๐ บาท
�
(ใช้งบประมาณปี ๒๕๔๕) สมทบกับงบประมาณ
ของกองทัพเรือ จ�านวน ๒๖๔,๐๐๐ บาท วิธีการซ่อม
ปรับปรุง คือ ใช้นายาเคลือบทาปูนและทาสีใหม่
้
�
ส่วนงบประมาณค่าซ่อมบารุงตามระยะเวลา
�
(วงรอบ ๕ ปี) ประมาณการไว้ครั้งละ ๓๔๒,๐๐๐ บาท
ี
ี
ู
ั
ำ
ี
เจ้าหน้าท่อ่ทหารเรือธนบุรีกาจัดวัชพืชท่ปากปล่องเหล่ยม คร้งล่าสุด
เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ิ
แม้ว่าปล่องเหลยมและเตาโบราณเลกใช้งาน
ี
่
ึ
ื
ไปนานแล้ว แต่เป็นส่วนหน่งของระบบเคร่องจักรไอนา
้
�
ท่สร้างข้นโดยพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จ
ี
ึ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพ่อใช้สร้างและซ่อมเรือ
ื
ในการป้องกันประเทศ มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ได้รับ
หน้าเตาหม้อนา ำ ้ การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประเภทมรดกทาง
ุ
�
ึ
ึ
ุ
่
อตสาหกรรม แสดงถงคณค่าและความสาคญ ซง
ั
�
อู่ทหารเรือธนบุรีดูแลและดารงรักษาสภาพให้คงอยู่
ื
ต่อไป เพ่อประโยชน์ทางการศึกษา คณะเย่ยมชมต่าง ๆ
ี
ั
็
ุ
ี
ุ
่
ี
หลังจากการซ่อมปรับปรุงปล่องเหล่ยมเม่อ ทกคณะทมาเยอนอ่ทหารเรอธนบรจะเหนความขลง
ี
ื
ู
ื
ื
พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้ว ยังไม่มีการซ่อมปรับปรุงตามระยะ ของปล่องเหล่ยมเฉพาะส่วนท่เป็นปล่อง ส่วน
ี
ี
เวลาอีก ปัจจุบันลักษณะภายนอกของปล่องเหล่ยม ฐานปล่องและเตาโบราณยังไม่เปิดให้บุคคลท่วไปเข้าชม
ั
ี
อยู่ในสภาพดี เห็นสีอิฐชัดเจน แต่มีวัชพืชข้นบริเวณฐาน เน่องจากต้งอยู่ภายในโรงงานเชือกรอกและการอู่
ั
ื
ึ
ของปล่องและปากปล่อง เจ้าหน้าท่และช่างของโรงงาน เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานทางช่าง อย่างไรก็ตาม ในอนาคต
ี
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ื
อู่ทหารเรือธนบุรีอาจพิจารณาเปิดให้เข้าชมเพ่อ พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วีรวัฒน์ วงษ์ดนตร ี
�
ั
�
ื
ี
ื
ื
การศึกษาเรียนรู้ เม่อปรับปรุงและจัดพ้นท่ภายในโรงงาน เม่อคร้งดารงตาแหน่งเจ้ากรมอู่ทหารเรือ ( ๒๘ เมษายน
�
เพ่อมิให้กระทบต่อการปฏิบัติงาน รวมท้งกาหนด พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑)
ื
ั
เส้นทางการชม การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งนิรภัย ใช้เวลาด�าเนินงานจัดท�าพิพิธภัณฑ์ ๓ ปี มีพิธีเปิดเมื่อ
การช่างแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจและช่างรุ่นใหม่ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ทั้งนี้กรมอู่ทหารเรือ
ที่จะได้เรียนรู้การท�างานของช่างรุ่นแรก ๆ ที่ปฏิบัติงาน ไม่ได้สร้างอาคารใหม่สาหรับจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่
�
ื
ึ
ื
กับเคร่องจักร อุปกรณ์และเคร่องมือแบบเก่า ใช้อาคารเก่าซ่งเป็นสถานท่ปฏิบัติงานของ แผนก
ี
ี
�
�
ื
ี
้
ั
นอกจากน้น ถ้าให้ช่างท่เคยทาหน้าท่ติดไฟหม้อนา โรงงานเคร่องกล กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุร ี
มาช่วยบรรยายข้นตอนการปฏิบัติงาน ก็จะย่งเสริมสร้าง มาปรับปรุงและตกแต่ง ส่วนจัดแสดงนิทรรศการ
ั
ิ
บรรยากาศการเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น อาคารหลังน้มีสถาปัตยกรรมรูปแบบเรือนขนมปังขิง
ี
สุดท้ายขอแนะนา พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวง ประดับด้วยไม้ฉลุลวดลายสวยงาม สันนิษฐานว่า
�
ื
ึ
ั
เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มีท่ต้งติดกับอู่หมายเลข ๒ สร้างข้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เม่อคร้งทรงพระกรุณา
ั
ี
ทางด้านทิศเหนือ เป็นสถานท่รวมเร่องราวของ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างอู่เรือหลวง
ื
ี
ื
โบราณสถานภายในอู่ทหารเรือธนบุรี และองค์ความรู้ เม่อผู้เขียนพูดช่อเรือนขนมปังขิง ผู้ชมส่วนใหญ่
ื
�
ด้านการซ่อมสร้างเรือรบ เรือพระท่น่ง ตลอดจน จะถามซาว่า ช่อเรือนอะไรนะ ขนมปังผิงหรือ
ื
้
ั
ี
อุตสาหกรรมต่อเรือของประเทศ ผู้เขียนต้องออกเสียงชัด ๆ ว่า เรือนขนมปังขิง
(Gingerbread Style) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ เรือนหรือ
อาคารที่ประดับตกแต่งกรอบประตู หน้าต่าง ช่องลม
ราวระเบียง เชิงชายหรือหน้าบัน ด้วยไม้ท่ฉลุเป็นลวดลาย
ี
ื
ต่างๆ ช่อเรือนขนมปังขิงแปลตรงตัวมาจากขนม
ี
ginger bread ท่ชาวยุโรปใช้ประดับในขนมรูปบ้าน
ตุ๊กตา เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งตุ๊กตา
๊
ี
ั
ู
ู
้
และลวดลายประดบอยบนบานตกตามรปทรงลกษณะ
ุ
ั
่
�
ละเอียดลออ เป็นเส้นโค้งหงิกงอคล้ายแง่งขิง เม่อนา
ื
ี
มาประดับตกแต่งอาคารท่พักอาศัยจึงเรียกบ้าน
สไตล์นี้ว่า เรือนขนมปังขิง ต้นแบบมาจากบ้านสไตล์
�
พ.ศ. ๒๕๕๑ กรมอู่ทหารเรือจัดทาโครงการ วิคตอเรียนในประเทศอังกฤษ และได้แพร่หลายเข้ามา
ิ
พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ในประเทศไทย เม่อชาวต่างชาติเร่มเข้ามามีบทบาท
ื
ึ
ี
ึ
ั
เป็นหน่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ ในไทยช่วงราวรัชกาลท่ ๔ เป็นต้นมา ซ่งโดยท่วไป
พระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คนไทยช่นชอบความงดงามของลวดลายไม้แกะสลก
ั
ิ
ื
ื
ิ
เนองในโอกาสพระราชพธมหามงคลเฉลมพระชนมพรรษา อยู่แล้ว จนเกิดเป็นกระแสนิยมนาเอาลวดลายขนมปังขิง
่
�
ี
ิ
๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ของกองทัพเรือ โดยพัฒนา มาประดับท่บ้านเรือน ต่อมามีการดัดแปลงลวดลายฉล ุ
ี
ิ
ึ
มาจากพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงซ่งเป็นความริเร่มของ เป็นลายไทยท�าให้เกิดความงดงามในอีกรูปแบบหนึ่ง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 35
การจดแสดงภายในพพิธภัณฑ์ ผ้เขยนขอเชญท่าน
ิ
ิ
ั
ี
ู
ี
ี
ท่สนใจอ่านได้จากนิตยสารนาวิกศาสตร์ ปีท่ ๑๐๐
เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ เรื่อง พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวง
เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา แหล่งเรียนรู้พระอัจฉริยภาพ
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช
ด้านนาวาสถาปัตย์ หรือสืบค้นเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์
ของพิพิธภัณฑ์ค่ะ www.rtnd-museum.com
ิ
ิ
นอกเหนอจากสาระวชาการในนทรรศการถาวร
ื
ท่ามกลางบรรยากาศ แสง สี และเสียงจากสื่อต่าง ๆ
ของพิพิธภัณฑ์แล้ว ผู้ชมยังได้สัมผัสกับเสน่ห์
ี
ของอาคารไม้ โดยเฉพาะช้นบนท่มองเห็นโครงไม้และ
ั
ั
ื
ี
ไม้ฉลุตามช่องลม รวมท้งพ้นไม้สักทองเก่าแก่ท่ยังคงสภาพด ี
มาจนถึงปัจจุบัน เด็กรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนสะดุ้ง
พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ตกใจเมื่อเดินลงเท้าหนัก ๆ แล้วเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
ี
ื
จัดแสดงประวัติศาสตร์พ้นท่อู่เรือหลวงพัฒนาการ ท่พ้น บางคนถึงกับกระโดด กลัวพ้นถล่ม ผู้เขียนจะ
ื
ี
ื
ของกรมอู่ทหารเรือจากอู่เรือหลวงในรัชสมัย บอกกับเด็ก ๆ ว่า โชคดีท่ได้เจอเสน่ห์ของเรือนไม้
ี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึง
เป็นอู่ทหารเรือธนบุรีในปัจจุบัน องค์ความรู้ด้านการ
ต่อเรือรบ เรือพระท่น่ง และอุตสาหกรรมต่อเรือของประเทศ
ี
ั
ี
ตลอดจนผลงานทางช่างท่เป็นมรดกทางปัญญา
ของชาวกรมอู่ทหารเรือท่สืบทอดและส่งต่อจากอดีต
ี
จนถึงปัจจุบัน ส่วนจัดแสดงสาคัญและเป็นไฮไลท์
�
ึ
ซ่งผู้ชมจะพลาดชมไม่ได้เลย คือ นิทรรศการแสดง
พระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ในด้านการออกแบบและต่อเรือ
�
จากพระราชดาริให้กองทัพเรือออกแบบและต่อเรือยนต์ และเป็นท่น่าภาคภูมิใจอย่างย่งของชาวกรมอู่ทหารเรือ
ิ
ี
ึ
ื
ึ
รักษาฝั่งข้นใช้เอง ซ่งเป็นท่มาของการต่อเรอ เมื่อพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา
ี
ตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด เรือ ต. ๙๑ ขยายผลสู่ ชุดเรือ ได้รบรางวลพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสดาฯ
ั
ั
ุ
ต.๙๙๑ และ ต.๙๙๔ พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวง สยามบรมราชกุมารี คือ รางวัลอนุรักษ์ศิลป
เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ท ี ่ สถาปัตยกรรมดีเด่น ประจาปี ๒๕๕๗ ประเภทอาคาร
�
ึ
ึ
�
ปวงชนชาวชาวไทยจะได้ราลกถงในหลวง รชกาลท ๙ สถาบันและอาคารสาธารณะ คัดเลือกโดย สมาคม
่
ี
ั
ในความทรงจา ด้วยความซาบซ้งใจ สาหรับรายละเอียด สถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
�
�
ึ
36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
และกาลังพลกรมอู่ทหารเรือในยุคปัจจุบัน ความขลัง
�
ของอู่หมายเลข ๑ อู่หมายเลข ๒ และปล่องเหล่ยม
ี
จากร่องรอยการใช้งานของบรรพชน อีกท้งรางวัล
ั
อนรกษ์ศลปสถาปัตยกรรมดเด่น ประจาปี ๒๕๕๗
ุ
ิ
ี
�
ั
ที่เริ่มต้นและพัฒนามาจากความคิดสร้างสรรค์ ความ
ั
ต้งใจของอดีตเจ้ากรมอู่ทหารเรือและผู้บังคับบัญชา
ี
หลายท่านท่จะธารงไว้ซ่งเกียรติภูมิของกรมอู่ทหารเรือ
ึ
�
เพ่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบสานผ่านพิพิธภัณฑ์
ื
ี
อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา เหล่าน้เป็น
ที่ประจักษ์ชัด ส่งผลให้อู่ทหารเรือธนบุรีในวันนี้กลาย
ึ
จากท่ผู้เขียนเล่ามาท้งหมดเป็นเพียงแง่มุมหน่ง เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และมรดกทาง
ี
ั
ี
ี
ี
�
ของโบราณสถานและโบราณวัตถุท่สาคัญภายใน อุตสาหกรรมท่หลายต่อหลายคนประสงค์ไปเย่ยมเยือน
ื
อู่ทหารเรือธนบุรีในมิติของประวัติศาสตร์ ความเป็นมา แต่เน่องจากอู่ทหารเรือธนบุรีเป็นหน่วยงานทางทหาร
�
ท้งน้ยังมีเร่องราวในมิติของพระพุทธศาสนา โบราณคด ี ปฏิบัติภารกิจการซ่อมบารุงเรือ จึงไม่สามารถเปิด
ื
ั
ี
ั
สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วิศวกรรม รวมท้งยังม ี ให้สาธารณชนเข้าชมแบบ walk in ได้ คณะบุคคล
�
ื
สถานที่ ตลอดจนศิลปวัตถุที่น่าสนใจให้ศึกษาค้นคว้า จะต้องทาหนังสือนัดหมายล่วงหน้าเพ่อให้ผู้บริหาร
ี
ุ
ิ
้
่
ู
ื
อีกมาก เช่น กาแพงวังเก่าข้างส�านักงานกองโรงงาน อ่ทหารเรอธนบรพจารณาชวงเวลาและเสนทางการชม
�
ี
ั
พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ท่เหมาะสม ไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน ท้งน ี ้
ื
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เพ่อให้ผู้รักการเรียนรู้ทุกท่านได้ศึกษาและสัมผัสกับ
ิ
ี
เขตอุดมศักด์ พระวิษณุกรรมท่ประดิษฐาน มนต์เสน่ห์ของโบราณสถานโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุด้วย
ึ
ข้างอุโบสถวัดวงศมูลวิหาร อนุสรณ์พลทหารผ่อง ความประทับใจ ซ่งสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูล
ี
อย่างไรก็ดีแม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไป แต่ความ ได้ท่ พิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา
ี
งดงามของอุโบสถวัดวงศมูลวิหารท่แฝงด้วยแรงศรัทธา โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๖๘ และ ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๖๙
ต่อพระพุทธศาสนาของเจ้านาย ผู้บังคับบัญชาในอดีต
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 37
บรรณานุกรม
กรมอู่ทหารเรือ. ๑๐๐ ปี กรมอู่ทหารเรือ. กรุงเทพมหานคร, อรุณการพิมพ์, ๒๕๓๔.
ข้อมูลประจ�าหม้อน้�า โรงงานเชือกรอกและการอู่ แผนกโรงงานเบ็ดเตล็ด กองโรงงาน อู่ทหารเรือธนบุรี
กรมอู่ทหารเรือ.
บันทึกกรมส่งก�าลังบ�ารุงทหารเรือ (กองการฐานทัพและอสังหาริมทรัพย์) ที่ต่อ กบ.ทร.เลขรับ ๒๗๑๑/๔๓
ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ เรื่อง การอนุรักษ์ปล่องระบายควันหม้อน้�าและเตาโบราณของระบบ
เครื่องจักรไอน้�าที่กรมอู่ทหารเรือ.
บันทึกกองจัดการ กรมอู่ทหารเรือ ที่ กจก.อร.เลขรับ ๑๑๘๘/๔๔ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๔
เรื่อง การอนุรักษ์ปล่องระบายควันหม้อน้�าและเตาโบราณของระบบเครื่องจักรไอน้�าที่กรมอู่ทหารเรือ.
ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. “วัดวงศมูลวิหาร เหลือแต่โบสถ์.” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๖๓, ฉบับที่ ๑
(๒๕๒๓) : ๕๗ - ๗๕.
ประพัฒน์ จันทวิรัช, พลเรือเอก. “วัดวงศมูลวิหารสิ้นสภาพ.” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๖๔, ฉบับที่ ๘ (๒๕๒๔) :
๘๔๗ - ๘๕๕.
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ แก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕.
รศนา สมพงษ์. “การค้นพบปืนใหญ่โบราณที่กรมอู่ทหารเรือ.” นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๘๔, ฉบับที่ ๔
เมษายน ๒๕๔๔) : ๕๒ - ๕๘.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๕.
หนังสือกรมศิลปากร ที่ ศธ ๐๗๐๘/๔๒๐๕ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๔ เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
กรมอู่ทหารเรือ.
https://www.st.ac.th
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
พลเรือตรี ชาติชาย ทองสะอาด
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์กับการพัฒนากองทัพเรือ
กล่าวน�า
เม่อกล่าวถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ เราจะถือเป็น และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ท่ชาติต่าง ๆ ต้องเผชิญ
ื
ี
่
ี
่
การฝึกร่วม/ผสมทเก่าแก่และใหญ่ทสุดในภูมิภาค จากการท่กองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์มาเป็น
ี
ี
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกองทัพเรือเข้าร่วม ระยะเวลายาวนานถง ๓๘ ปี กองทัพเรือได้อะไรจาก
ึ
ี
ิ
ั
การฝึกคอบร้าโกลด์มาต้งแต่เร่มต้นในปี ค.ศ. ๑๙๘๒ การฝึกน้ และกองทัพเรือจะใช้การฝึกคอบร้าโกลด์ใน
(พ.ศ. ๒๕๒๕) ซ่งขณะน้นมีเฉพาะการฝึกปฏิบัติการ การพัฒนากองทัพเรือได้อย่างไร คือคาถามท่ผู้เขียน
ึ
ั
�
ี
สะเทินนาสะเทินบก (Amphibious Operation) กับ ซ่งทาการฝึกคอบร้าโกลด์ติดต่อกันมา ๒ ปี ถามกับตัวเอง
�
้
ึ
�
สหรัฐฯ จนถึงปัจจุบันเป็นการฝึกครั้งที่ ๓๘ ภายใต้รหัส และได้หาคาตอบจากประสบการณ์ทได้รบ ซงจะขอ
่
�
ี
ึ
่
ั
“คอบร้าโกลด์ ๑๙” ท่จัดข้นระหว่างวันท ๑๒ - ๒๒ นาเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบเป็นลาดับในบทความน ้ ี
ี
ึ
่
ี
�
�
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ผ่านมา โดยปัจจุบัน โดยจะครอบคลุมเร่องต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูลท่วไปเก่ยวกับ
ี
ั
ี
ื
มีการยกระดับเป็นการฝึกแบบพหุภาค (Multilateral การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๙ ผลการฝึกร่วม
ี
�
ี
Exercise) มีประเทศท่เข้าร่วมการฝึกหลักจานวน /ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๙ ของกองทัพเรือและ
๗ ประเทศ (ไทย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐสิงคโปร์ การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ กับการพัฒนา
ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย) และ กองทัพเรือ ซ่งหัวข้อหลังเป็นการวิเคราะห์และเสนอ
ึ
ขยายขอบเขตการฝึกมากข้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แนวความคิดของผู้เขียน
ึ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 39
ภาพที่ ๑ การฝึกปฏิบัติการสะเทินน�้าสะเทินบกที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์
�
ั
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๙ โดยกองทัพเรือได้จัดต้งกองอานวยการฝึก
ี
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๙ ในปีน้เป็นวง คอบร้าโกลด์ ๑๙ ระดับกองทัพเรือ มีผู้บัญชาการกองเรือ
�
ึ
ี
�
ึ
รอบการฝึกแบบเบา (Light Year) ซ่งเน้นการฝึกวางแผน ยกพลข้นบกและยุทธบริการ (ผู้เขียน) ทาหน้าท่ผู้อานวย
ี
ั
ณ ท่ต้งเป็นหลักและมีการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล การฝึกคอบร้าโกลด์ ๑๙ ระดับกองทัพเรือ มีหน้าท ี ่
�
ด้วยก�าลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์จ�ากัด โดยเป็นปีแรก จัดกาลังกองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกให้เป็นไปตามแผน
ึ
ี
ี
ของการฝึกตามแผน ๖ ปี (Six Year Plan 2019 – 2024) ท่วางไว้และสอดคล้องกับงบประมาณท่ได้รับ ซ่ง
มีกองบัญชาการกองทัพไทยโดยกรมยุทธการทหาร ก�าลังกองทัพเรือที่มาจากหน่วยต่าง ๆ ได้ประกอบก�าลัง
�
�
ทาหน้าทเป็นกองอานวยการฝึกคอบร้าโกลด์ ๑๙ ร่วมกับก�าลังของชาติอื่น ๆ ที่เข้าร่วมฝึกในรูปกองก�าลัง
ี
่
�
มีการฝึกและกิจกรรมหลักได้แก่ การฝึกฝ่ายเสนาธิการ เฉพาะกิจ ได้แก่ กองกาลังทางเรือผสม (Combined Naval
�
(Staff Exercise: STAFFEX) การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล Forces: CNAVFOR) และกองกาลังนาวิกโยธินผสม
(Field Training Exercise: FTX) และโครงการช่วยเหลือ (Combined Marine Forces: CMARFOR) ท�าการฝึก
ั
�
ประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) STAFFEX และ FTX รวมท้งกองกาลังผสมทั้งสอง
ส่วนกาลังท่เข้าร่วมการฝึกได้แก่ กองทัพต่าง ๆ น้น กองกาลังมีหน้าท่รับผิดชอบดาเนินโครงการ HCA
�
�
ี
ั
ี
�
เป็นวงรอบที่กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ ๓ รับผิดชอบ กองก�าลังละ ๑ โครงการอีกด้วย
้
์
ั
่
�
ื
�
ึ
ในการจัดกาลังพลเป็นแกนหลักในกองกาลังร่วมผสม ผลการฝกรวม/ผสมคอบราโกลด ๑๙ ของกองทพเรอ
นานาชาติ (Multi National Forces: MNF) ผลการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๙ ของกาลง
�
ั
กองทัพเรือได้แก่ กองกาลังทางเรือผสมและกองกาลัง
�
�
นาวิกโยธินผสม ที่เข้าร่วมการฝึกสรุปได้ดังนี้
๑. การฝึกฝ่ายเสนาธการ (STAFFEX) จัดขึ้น
ิ
ั
ระหว่างวนท ๑๒ - ๒๑ กมภาพนธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒
่
ุ
ี
ั
ิ
่
ทค่ายสมเดจพระเอกาทศรถ จงหวัดพษณุโลก
ี
ั
็
เป็นการฝึกฝ่ายเสนาธิการของ MNF และกองกาลังต่าง ๆ
�
ในการวางแผนทางทหารตามกระบวนการตัดสินใจ
ทางทหาร (Military Decision Making Process
ภาพที่ ๒ โครงสร้างการจัดหน่วยฝึกคอบร้าโกลด์
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ื
: MDMP) เพ่อให้ได้ข้อตกลงใจเป็นหนทางปฏิบัต ิ ได้ฝึกการวางแผนทางทหารร่วมกับนายทหาร
�
ึ
ื
ั
�
ของMNF ซ่งจะนาไปจัดทาเอกสารส่งการเพ่อให้ จากมิตรประเทศภายในกองกาลังเดียวกัน และได้ฝึก
�
�
กองกาลังต่าง ๆ ไปจัดทาเอกสารส่งการในการประชุม การวางแผนร่วมกับนายทหารของกองกาลังอ่น ๆ
ั
�
�
ื
ั
วางแผนข้นต้นและการประชุมวางแผนข้นสุดท้าย เน่องจากเป็นการฝึกในสถานการณ์ท่มีการใช้กาลัง
ั
ื
ี
�
และนาเอกสารส่งการดังกล่าวไปใช้ในการฝึกปัญหา ท้งทางบก ทางนา ทางอากาศ นาวิกโยธิน และ
ั
�
ั
้
�
ที่บังคับการ (Command Post Exercise: CPX) ของ สงครามพิเศษ ของชาติต่าง ๆ รวมท้งได้รับความรู้
ั
การฝึกคอบร้าโกลด์ ๒๐ ในปี ค.ศ. ๒๐๒๐ (พ.ศ. ๒๕๖๓) เก่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรและมต UN
ี
ิ
ซึ่งเป็นวงรอบการฝึกแบบหนัก (Heavy Year) ที่เน้น ท่เก่ยวข้อง และกฎการใช้กาลัง (Rule of Engagement: ROE)
ี
�
ี
ี
ั
ท้งการฝึกปัญหาท่บังคับการและการฝึกภาคสนาม
/ภาคทะเลด้วยกาลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์จานวนมาก
�
�
ต่อไป โดยกองทัพเรือได้จัดนายทหารของกองทัพเรือ
และนายทหารของมิตรประเทศ ๖ ชาติ ที่ท�าการฝึกหลัก
�
รวม ๓๔ คน ทาหน้าท่ฝ่ายเสนาธิการของกองกาลัง
�
ี
ทางเรอผสม และจดนายทหารของหน่วยบญชาการ
ั
ื
ั
นาวกโยธนและนายทหารของมิตรประเทศ ๓ ชาต ิ
ิ
ิ
�
รวม ๒๔ คน ทาหน้าท่ฝ่ายเสนาธิการของกองกาลัง
�
ี
นาวิกโยธินผสม โดยสถานการณ์ฝึกได้สมมต ิ ภาพที่ ๓ การฝึกฝ่ายเสนาธิการในการวางแผนทางทหาร (STAFFEX)
พ้นท่ปฏิบัต การต้งอยู่ในอนุทวีปแปซิฟิกา (Pacifica) ๒. การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) การฝึก
ี
ิ
ั
ื
ซ่งม ๖ ประเทศ โดยประเทศโซโนร่า (Sonora) ภาคสนาม/ภาคทะเลของกองกาลังทางเรือผสม
ี
ึ
�
ั
มีปัญหาชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลจนถึงข้นมีการใช้ และกองกาลังนาวิกโยธินผสมมีข้นระหว่าง
�
ึ
ความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยท่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล วันที่ ๑๒ – ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ในพื้นที่รับผิดชอบ
ี
ภายในประเทศ ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบจาก ของกองทพเรอเป็นหลกได้แก่ จงหวดชลบร จงหวด
ุ
ี
ั
ั
ั
ั
ั
ั
ื
�
ี
ความขัดแย้งและมีผู้ล้ภัยเป็นจานวนมาก อพยพไปยัง ระยอง และจังหวัดจันทบุร โดยมีผลการฝึกในแต่ละ
ี
ื
ประเทศเพ่อนบ้าน ประกอบกับรฐบาลโซโนร่ามการใช้ กองก�าลังดังนี้
ี
ั
ั
อาวุธเคมีต่อชนกลุ่มน้อยจานวนหลายคร้ง ซ่งองค์การ
�
ึ
สหประชาชาต (UN) ได้มีการประณามการกระทา
ิ
�
ดังกล่าว และองค์การห้ามอาวุธเคมี (Organization for
�
Prohibition of Chemical Weapons) ขอเข้าทา
การตรวจสอบการสะสมอาวุธเคมีทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ของประเทศโซโนร่า แต่ถูกปฏิเสธความร่วมมือ ในการปฏิบัต ิ
(UN) จงมมตให้จด MNF เข้าปฏบตภารกจบงคบให้
ั
ิ
ึ
ี
ิ
ั
ั
ิ
ั
ิ
ิ
เกดสันติภาพ (Peace Enforcement Mission) โดย
�
มีภารกิจควบคุมและดาเนินการต่อแหล่งผลิตอาวุธเคม ี
และสร้างสภาพแวดล้อมท่เหมาะสมในการส่งต่อภารกิจ
ี
ให้แก่ UN ต่อไป ผลการฝึกท�าให้ก�าลังพลที่ร่วมการฝึก
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 41
ภาพที่ ๔ รถสะเทินน�้าสะเทินบกของสหรัฐฯ มาขึ้นเรือหลวงอ่างทองและน�าก�าลังนาวิกโยธินไทยไปยกพลขึ้นบก
้
�
�
ึ
�
๒.๑ กองกาลังทางเรือผสม ซ่งประกอบด้วย ให้รถสะเทินนาสะเทินบกของสหรัฐฯ จานวน ๔ คัน
ี
ึ
หมวดเรือฝึก หมวดบินฝึก และหน่วยฝึก รวม ๗ หมวด/หน่วย มาข้นท่เรือหลวงอ่างทองและรับกาลังรบยกพลข้นบก
ึ
�
มีผลการฝึกและบทเรียนดังนี้ นาวิกโยธินของไทยเป็นคล่นโจมตีไปยกพลข้น
ื
ึ
ั
ื
้
�
�
ิ
้
๒.๑.๑ หมวดเรอฝึกปฏิบติการสะเทนนาสะเทินบก บกร่วมกับรถสะเทินนาสะเทินบกของสหรัฐฯ
ี
�
ึ
ประกอบด้วยกาลังฝ่ายไทยได้แก่ เรือหลวงอ่างทอง ท่ปล่อยมาจากเรือ USS Green Bay ซ่งถือเป็น
�
เรือหลวงสีชัง เรือหลวงมันนอก เฮลิคอปเตอร์ การฝึกแลกเปลี่ยนกาลังพลและยุทโธปกรณ์ของ
๒ เคร่อง นาวิกโยธิน ๑ กองร้อย ฝ่ายสหรัฐฯ ได้แก่ ทงสองฝ่าย (Cross Deck) อย่างแท้จรง และเพ่ม
ิ
ั
ื
ิ
้
เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย USS Green Bay เฮลิคอปเตอร์ ขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง
้
๔ เคร่อง และนาวิกโยธิน ๑ กองร้อย รถสะเทินนาสะเทินบก กองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ
ื
�
(Amphibious Assault Vehicle: AAV) ๘ คัน มีผล อีกด้วย นอกจากน้นยังมีการให้นายทหารของไทยท ี ่
ั
ี
การฝึกท่สาคัญได้แก่ การฝึกปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก มาจากกองเรือตามประเภทต่าง ๆ ฝึกปฏิบัติงานบนเรือ
�
�
้
(Amphibious Exercise: Amphibex) ในวันท ่ ี USS Green Bay ซ่งออกฝึกปฏิบัติการร่วมกับเรือบรรทุก
ึ
ั
ิ
ั
ิ
ื
่
ี
ิ
๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่สนามฝึกกองทัพเรือ เครองบน USS Stennis ในช่วงหลงการฝึกปฏบตการ
หมายเลข ๑๕ หาดยาว ซ่งผู้บัญชาการทหารเรือ สะเทินน�้าสะเทินบกด้วย
ึ
กรุณาเดินทางมาเป็นประธานในการตรวจเย่ยมการฝึก ๒.๑.๒ หมวดเรือฝึกสงครามทุ่นระเบิด โดย
ี
�
ี
ด้วยการฝึก Amphibex ในปีน้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ จัดกาลัง
ี
ิ
ตามแผนท่วางไว้ และมีส่งใหม่เกิดข้นคือ มีการฝึก เข้าฝึกฝ่ายเดียวประกอบด้วย เรือหลวงท่าดินแดง
ึ
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
�
ื
้
เรือกวาดทุ่นระเบิดน�าต้น ๔ ลา กองบัญชาการ
ุ
ุ
ิ
ุ
ิ
ื
่
ต่อต้านท่นระเบด และชดต่อต้านท่นระเบดเคลอนท ่ ี
�
ี
�
ทาการฝึกท่สาคัญเช่น การนาเรือผ่านช่องทางกวาด
�
การวางแผนและฝึกการวางทุ่นระเบิด การวางแผนและ
ฝึกต่อต้านทุ่นระเบิด ท้งน้กองเรือทุ่นระเบิดมีแนวความคิด
ี
ั
ในการฝึกร่วมกับหน่วยสงครามทุ่นระเบิดของสหรัฐฯ ภาพที่ ๖ เฮลิคอปเตอร์ AH – 1 (Cobra) ของสหรัฐฯ
ในอนาคต ท�าการฝึกขึ้นลงบนเรือหลวงอ่างทอง
๒.๑.๔ หน่วยฝึกปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ
โดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ
�
้
�
กองเรือยุทธการ จัดกาลังนักทาลายใต้นาจู่โจมและ
�
เรือปฏิบัติการพิเศษความเร็วสูง (เรือ พ.) ๔ ล�า เข้าร่วม
การฝึกกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่จัดนักท�าลายใต้น�้าจู่โจม
และเรือปฏิบัติการพิเศษความเร็วสูงแบบ Combatant
�
Craft Medium (CCM) ๒ ลา และ Combatant
ี
Craft Assault (CCA) ๒ ลา ท่นามาฝึกด้วย
�
�
ื
ในพ้นท่ฝึกกองทัพเรือ อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุร ี
ี
�
ี
เช่น การกระโดดร่มทางยุทธวิธ การสนับสนุน
้
�
การปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก การปฏิบัติการ
ร่วมกับอากาศยาน การปฏิบัติการเรือ พ. เป็นต้น
ภาพที่ ๕ เรือกวาดทุ่นระเบิดน�้าตื้นขณะท�าการฝึกกวาดทุ่นระเบิด
รวมท้งจัดกาลังพลไปร่วมกับกองกาลังเฉพาะกิจปฏิบัติการ
ั
�
�
ื
ี
ิ
๒.๑.๓ หมวดบนฝึกอากาศนาว โดยกองการบิน พิเศษร่วม/ผสมเพ่อฝึกภาคสนามท่จังหวัดลพบุร และ
ี
ี
�
ี
ทหารเรือ กองเรือยุทธการ จัดกาลังเคร่องบิน ฝึก STAFFEX ท่จังหวัดพิษณุโลก ทาให้ได้รับทราบ
�
ื
ี
ื
ั
ี
F – 27 MK200 ๑ เคร่อง เฮลิคอปเตอร์ Bell 212 หลักนิยม ยุทโธปกรณ์ท่ทนสมัยและมีประสิทธิภาพท่สามารถ
๒ เครื่อง และ EC- 645 T2 ๒ เครื่อง เข้าร่วมการฝึกกับ นามาเป็นแนวทางในการพัฒนาหน่วยของกองทัพเรือได้
�
กองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่จัดเครื่องบิน P – 8
ื
ื
๑ เคร่อง เฮลิคอปเตอร์ AH – 1 (Cobra) ๔ เคร่อง
UH – 1 ๔ เคร่อง ได้แก่ การฝึกบินลาดตระเวน
ื
ื
ทางทะเล (Sea Survex) การฝึกค้นหาและช่วยเหลอ
ึ
ผู้ประสบภัยในทะเล การฝึกบินข้นลงเรือของเฮลิคอปเตอร์
(Deck Landing Qualification: DLQ) การฝึกค้นหา
และพิสูจน์ทราบโจมตีเป้าใต้นา (EMATT) การฝึก
�
้
ยกพลขึ้นบกด้วยอากาศยาน การบินลาดตระเวนหาข่าว
ี
�
ผลการฝึกทาให้นักบินและผู้ปฏิบัติงานท่เก่ยวข้อง
ี
มีความชานาญและมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการ ภาพท่ ๗ การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือปฏิบัติการพิเศษความเร็วสูง
�
ี
ร่วมกับมิตรประเทศเพิ่มขึ้น (เรือ พ.) ของไทยกับเรือ Combatant Craft Assault ของสหรัฐฯ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 43
ั
�
�
�
้
๒.๑.๕ หน่วยฝึกประดานาและถอดทาลายอมภณฑ ์ บ้านจันทเขลม อาเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุร ี
ั
โดยกรมสรรพาวุธทหารเรือ จดกาลงเข้าร่วมฝึก ผลการฝึกทาให้ได้เรียนรู้หลักนิยม อุปกรณ์และเคร่องมือ
�
ั
�
ื
กับกองทัพเรือสหรัฐฯ และกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหล ี ททันสมัยและมีประสิทธิภาพมากย่งข้น ซงสามารถใช้
ี
่
ึ
ึ
่
ิ
ุ
มีการฝึกด�าน�้า การเชื่อมใต้น�้า การถอดท�าลายอมภัณฑ์ เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์บุคคล องค์วัตถ และ
�
้
�
ได้องค์ความรู้ใหม่จากหน่วยฝึกดานาสหรัฐฯ ในเร่อง องค์ยุทธวิธีของกองทัพเรือต่อไป
ื
ี
�
้
�
ตารางการดานาท่มีความเหมาะสมและปลอดภัยสาหรับ
�
นักดานา รวมท้งสอดคล้องกับเทคโนโลยีของอุปกรณ์
ั
�
้
�
ื
�
ุ
ึ
่
ิ
่
�
้
ดานามากยงขน ซงกรมสรรพาวธทหารเรอจะนาตาราง
้
�
ึ
�
�
การดานาน้ไปพิจารณาปรับปรุงตารางการดานา
้
�
ี
้
�
ของหน่วยให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป
ี
ภาพท่ ๙ เจ้าหน้าท่กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ร่วมฝึก
ี
ต่อต้านสงครามเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ ในการฝึก Surface NEO ท่หาดยาว
ี
๒.๑.๗ หน่วยฝึกปฏิบัติการแพทย์ โดย
กรมแพทย์ทหารเรือ จัดกาลังเข้าร่วมการฝึกได้แก่
�
การฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัต ิ
(Humanitarian Assistance and Disaster Relief:
HA/DR) ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพบก
ภาพที่ ๘ นักด�าน�้าของไทยและสหรัฐฯ ท�าการฝึกเชื่อมใต้น�้าร่วมกัน และกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ศูนย์ฝึก
๒.๑.๖ หน่วยฝึกสงครามเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ บรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
�
โดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ จัดกาลังเข้าร่วมฝึก กองบัญชาการกองทัพไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา การฝึก
ต่อต้านสงครามเคม ชีวะ รังส นิวเคลียร์ (Chemical, ส่งกลับสายแพทย์ร่วมกับเรือ USS Green Bay และ
ี
ี
Biological, Radiological and Nuclear: CBRN) จัดการสัมมนาทางการแพทย์ร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ
กับเรือ USS Green Bay และนาวิกโยธินสหรัฐฯ และการฝึก
อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้งทางเรือ (Surface
Non Combatant Evacuation Operation: Surface
NEO) ร่วมกับกองกาลังนาวิกโยธินผสมภายหลังการฝึก
�
ี
ิ
ปฏบัติการสะเทินนาสะเทินบกท่หาดยาว รวมท้ง
ั
�
้
ี
ฝึกต่อต้านสงครามเคมี ชีวะ รังส นิวเคลียร์ ร่วมกับ
�
กองกาลังนาวิกโยธินผสมและกรมวิทยาศาสตร์ ภาพที่ ๑๐ การฝึกล�าเลียงผู้ป่วยของเจ้าหน้าที่กรมแพทย์ทหารเรือ
ทหารอากาศท่สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข ๑๖ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่หาดยาว
ี
44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
์
�
�
ิ
ื
ท่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ทาให้กาลังพล ๒.๒.๔ การฝึกอ่น ๆ เช่น การดารงชีพในป่า
�
ี
ิ
ู้
ได้เพ่มพูนความร ทักษะ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน การฝึกลาดตระเวนเดินเท้า การฝึกแบบรูปขบวนการ
ื
ร่วมกับหน่วยงานภายในประเทศและมิตรประเทศ เคล่อนท การยิงจรวดต่อต้านรถถังระดับหน่วยขนาดเล็ก
่
ี
ิ
ุ
�
้
้
้
้
้
๒.๒ กองกาลังนาวิกโยธินผสม หน่วยบัญชาการ การฝึกพลซมยง และการคนหาเปาหมายดวย UAV เป็นตน
�
นาวิกโยธินจัดกาลังร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ และนาวิกโยธิน
สาธารณรัฐเกาหลี สมทบด้วยก�าลังของหน่วยบัญชาการ
ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ท�าการฝึกดังนี้
๒.๒.๑ การฝึกปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก
�
้
ี
่
ื
ี
ร่วมกับกองกาลังทางเรือผสมท่หาดยาวเม่อวันท ๑๖
�
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒
๒.๒.๒ การฝึกอพยพประชาชนออกจากพ้นท ่ ี
ื
ขัดแย้งทางเรือ (Surface Non Combatant Evacuation ภาพที่ ๑๒ ครูฝึกนาวิกโยธินไทยสาธิตการด�ารงชีพในป่า
�
Operation: Surface NEO) ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์ การฝึกทาให้กาลังพลของกองทัพเรือใน
�
�
ิ
ื
�
้
ทหารเรือต่อเน่องจากการฝึกปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก กองกาลังนาวิกโยธินผสมได้เพ่มพูนความรู้ ทักษะ
ที่หาดยาว และประสบการณ์ในเร่องท่ทาการฝึก รวมท้งเพ่ม
ั
ี
ื
�
ิ
ิ
�
ิ
ุ
๒.๒.๓ การฝึกดาเนนกลยุทธ์ด้วยกระสนจรง ขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับมิตรประเทศ
(Combined Arms Live Fire Exercise: CALFEX) อีกด้วย
ในระดับกองร้อยร่วมกันระหว่างนาวิกโยธินไทยและ ๓. โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian
ิ
นาวิกโยธินสหรัฐฯ สมทบด้วยกรมรักษาฝั่งของ Civic Assistance: HCA) กองทพเรือรับผดชอบ
ั
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เม่อวันท ี ่ โครงการช่วยเหลือประชาชนจ�านวน ๒ โครงการดังนี้
ื
๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่สนามฝึกกองทัพเรือ ๓.๑ กองกาลังทางเรือผสม รับผิดชอบโครงการ
ี
�
�
หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อาเภอเขาคิชฌกูฏ ช่วยเหลือประชาชนโดยกองทัพเรือ (กรมก่อสร้าง
�
จังหวัดจันทบุรี และพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นหน่วยดาเนินการ)
ร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี
ั
ี
และกองทพบกสาธารณรฐประชาชนจน สร้างอาคาร
ั
�
อเนกประสงค์มอบให้โรงเรียนบ้านนากร่อย อาเภอ
�
้
เขาชะเมา จังหวัดระยอง
ภาพที่ ๑๑ ผู้บังคับบัญชาของทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ และไทย
เยี่ยมบ�ารุงขวัญทหารที่ฝึกด�าเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ที่สนามฝึก
กองทัพเรือหมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม ภาพที่ ๑๓ พิธีส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ในโครงการ HCA
ที่โรงเรียนบ้านน�้ากร่อย จังหวัดระยอง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 45
ภาพที่ ๑๔ พิธีส่งมอบลานกีฬาอเนกประสงค์ในโครงการ COMREL ที่โรงเรียนวัดละหารไร่ จังหวัดระยอง
๓.๒ กองก�าลังนาวิกโยธินผสม รับผิดชอบโครงการ สร้างลานกีฬาอเนกประสงค์มอบให้โรงเรียนวัดละหารไร่
ื
ั
ิ
ิ
ช่วยเหลอประชาชนโดยหน่วยบญชาการนาวกโยธน อ�าเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
�
ร่วมกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ และกองทัพบกอินเดีย สร้าง การดาเนินโครงการ HCA และ COMREL ของ
�
�
อาคารอเนกประสงค์มอบให้โรงเรียนบ้านวังไม้แดง กองกาลังทางเรือผสมและกองกาลังนาวิกโยธินผสมได้รับ
อ�าเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี การตอบรับเป็นอย่างดีและการแสดงความขอบคุณ
ี
ื
จากประชาชนในพ้นท เป็นการสร้างมวลชนของ
่
กองทัพเรือได้เป็นอย่างดี
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์กับการพัฒนากองทัพเรือ
การพัฒนากองทัพเรือมีเป้าหมายและทิศทาง
่
ู
ึ
่
�
ิ
่
ี
ั
�
ี
ทชัดเจน ซงผ้เขียนได้นาสงทเป็นองค์ประกอบสาคญ
่
ในการพฒนากองทัพเรอมาวเคราะห์ร่วมกับผลทได้
ี
ื
ิ
่
ั
จากการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ว่ามีความสอดคล้อง
หรือสนับสนุนให้เกิดการพัฒนากองทัพเรือหรือไม่
อย่างไรดังนี้
ภาพที่ ๑๕ พิธีส่งมอบอาคารอเนกประสงค์ในโครงการ HCA ๑. กองทัพเรือกาหนดวสยทศนในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ว่า
ิ
ั
์
ั
�
ที่โรงเรียนบ้านวังไม้แดง จังหวัดจันทบุรี “เป็นหน่วยงานความม่นคงทางทะเลท่มีบทบาทนา
ี
ั
�
ิ
๔. โครงการชุมชนสัมพันธ์ (Community Relation ในภมิภาคและเป็นเลิศในการบรหารจดการ” โดย
ู
ั
ี
: COMREL) เป็นโครงการท่กองกาลงทางเรือผสม มีเป้าหมายในส่วนท่เก่ยวข้องได้แก่ การเป็นหน่วยงานท่ม ี
ี
ี
�
ั
ี
โดยกองทัพเรือร่วมกับกองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ บทบาทและมีส่วนร่วมสาคญในการปฏิบัตงานเพอ
ื
่
ิ
ั
�
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒
ภาพที่ ๑๖ นายทหารไทยและสหรัฐฯ ในกองก�าลังทางเรือผสมหลังการประชุมก่อนออกเรือ (Pre-Sail Conference) บนเรือหลวงอ่างทอง
เสริมสร้างความร่วมมือด้านความม่นคงทางทะเล – ๒๕๗๙) ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์การเสริมสร้าง
ั
ท้งภายในภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ความร่วมมือด้านความม่นคงทางทะเล (Enhance
ั
ั
ผู้เขียนเห็นว่า การเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ในฐานะ Maritime Security Cooperation) ผู้เขียนเห็นว่า
ึ
ึ
ิ
กองทัพหน่งของประเทศเจ้าภาพหลักซ่งปัจจุบันม ี กองทัพเรือสามารถแสดงบทบาทในการริเร่มให้เกิด
ประเทศเข้าร่วมการฝึกในฐานะต่าง ๆ ถึง ๒๙ ประเทศ ความร่วมมือด้านความม่นคงทางทะเลในภูมิภาค
ั
(ประเทศสมาชิกหลัก ๗ ประเทศ ประเทศสมาชิกเพ่มเติม และสร้างความสัมพันธ์ทางทหารกับประเทศต่าง ๆ
ิ
�
๒ ประเทศ ประเทศในโครงการเสนาธิการร่วมผสม ในเวทีการฝึกคอบร้าโกลด์ได้ สาหรับยุทธศาสตร์
ส่วนเพ่มนานาชาต ๑๐ ประเทศ และประเทศสังเกตการณ์ การป้องปราม (Deterrence) กองทัพเรือสามารถใช้
ิ
ิ
๑๐ ประเทศ) เป็นการแสดงบทบาทและการมีส่วนร่วม การฝึกคอบร้าโกลด์ร่วมกับสหรัฐฯ และมิตรประเทศ
ู
ิ
ู
ิ
่
�
ึ
่
ี
ั
ั
ที่สาคญทงในภมภาคและนอกภมภาค ซงจะทาให้กองทพเรอ ในการแสดงขดความสามารถทเหนอกว่าหรือทดเทยม
ี
ื
ื
้
ั
ี
�
ั
ได้รับความเช่อถือจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนยุทธศาสตร์การป้องกันเชิงรุก
ื
�
ั
นอกจากน้นการดาเนินโครงการ HCA และ COMREL (Active Defense) กองทัพเรือสามารถใช้การฝึกคอบร้าโกลด์
ุ
ของกองทพเรอในการฝึกคอบร้าโกลด์เป็นคณค่า ในการพัฒนาแนวทางการใช้กาลังได้แก่ การตอบ
�
ื
ั
�
ท่กองทัพเรือมอบให้กับสังคม เพ่อเสริมสร้างให้กองทัพเรือ สนองอย่างรวดเร็ว การมีอานาจเหนือพ้นท่การรบ และ
ี
ื
ี
ื
ื
ั
ึ
ื
เป็นกองทัพท่ประชาชนเช่อม่นและภาคภูมิใจ ซ่งเป็นภาพ ความต่อเน่องในการปฏิบัติการ
ี
ท่คาดหวังตามวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ จึงมีส่วนสาคัญ ๓. แผนแม่บทพัฒนากองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี ซ่งกาหนด
ี
ึ
�
�
ในการผลักดันให้กองทัพเรือเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์ แผนแม่บทด้านกาลังพลในการพัฒนาขดความสามารถ
ี
�
ที่ก�าหนดในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้ กาลังพล ผู้เขียนเห็นว่าการเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์
�
�
ี
�
๒. ยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ จะทาให้กาลังพลท่ร่วมฝึกได้รับความรู้และประสบการณ์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒ 47
ี
ภาพท่ ๑๗ พิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ ๑๙ มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เอกอัครราชทูตประเทศท่ฝึกหลัก ๗ ประเทศและผู้บังคับบัญชาระดับสูงร่วมพิธ ี
ี
ั
ิ
ึ
ู
ั
ื
�
ึ
ื
ั
รวมท้งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ซ่งจะเป็นเคร่องมือหน่ง กบกองทพเรอประเทศในภมภาคและประเทศมหาอานาจ
�
ในการพัฒนาขีดความสามารถของกาลังพลตาม อย่างสมดุล และการพัฒนาการฝึกเตรียมความพร้อม
แผนแม่บทดังกล่าว ท่มีความสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความม่นคง
ั
ี
๔. นโยบายกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ ทางทะเลและแนวทางการใช้กาลังของกองทัพเรือและ
�
�
๔.๑ ด้านกาลังพล มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความ การปฏิบัติภารกิจตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ โดย
ี
สามารถและองค์ความรู้ในสาขาการปฏิบัติการต่าง ๆ มีเป้าหมายในการก�าหนดหัวข้อการฝึกท่ครอบคลุม
ิ
และเทคโนโลยีทางทหาร กับพัฒนาขีดความสามารถ การปฏิบัตภารกิจของกองทัพเรือและสอดคล้องกับ
ั
�
�
ในการใช้ภาษาอังกฤษของกาลังพล ผู้เขียนเห็นว่า การฝึก สถานการณ์ความม่นคงทางทะเล โดยสามารถนา
ั
�
คอบร้าโกลด์ร่วมกับสหรัฐฯ และชาติต่าง ๆ จะทาให้ ผลการฝึกไปใช้ปรบปรงหลักนยมและแนวทางการใช้กาลัง
ิ
ุ
�
�
กาลังพลกองทัพเรือท่เข้าร่วมการฝึกได้เพ่มพูนความรู้ ของกองทัพเรือได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถ
ี
ิ
ทักษะ และประสบการณ์ในสาขาการปฏิบัติการต่าง ๆ ดารงการฝึกผสมและร่วม/ผสมต่าง ๆ กับ กองทัพเรือ
�
ั
ี
ท่มีการฝึกจานวนมากและทักษะภาษาอังกฤษ รวมท้ง มิตรประเทศ และกองทัพเรือประเทศมหาอ�านาจ
�
�
ั
ี
่
ี
ก้าวทนเทคโนโลยทางทหารททนสมยทชาตต่าง ๆ ได้อย่างสมดุล รวมท้งนาหลักนิยมและเทคโนโลย ี
ั
ั
่
ิ
ั
ี
น�ามาใช้ในการฝึก มาใช้ปรับปรุงพัฒนาการฝึกและการปฏิบัติการ
ึ
๔.๒ ด้านยุทธการและการฝึก มุ่งเน้นการพัฒนา ของกองทัพเรือต่อไป ซ่งผู้เขียนเห็นว่า ผลท่ได้
ี
ื
บทบาทด้านกิจการระหว่างประเทศเพ่อสนับสนุน จากการเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์จะตอบสนองนโยบาย
�
การสร้างบทบาทนาในภูมภาค การดารงความสมพันธ์ ด้านยุทธการและการฝึกดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม
ิ
ั
�
48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๔ ประจำ�เดือน เมษ�ยน ๒๕๖๒