The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-06-17 01:37:39

นาวิกศาสตร์ เดือน พฤษภาคม ๒๕๖๕

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๕




ลงเรือ โดยมี นาวาตรี ศรณรงค์ บูรณดิลก ผู้บังคับการเรือ มีเพียงคลองเล็ก ๆ ท่เป็นท่าเรอจากพระสมทรเจดย์

กล่าวต้อนรับ” ส�าหรับการฝึกภาคทะเลของ นนร. โดย ข้ามไปสมุทรปราการคั่นอยู่เท่านั้น ส่วนพระสมุทรเจดีย์



ปกติจะจัดต้งเป็น “หมู่เรือฝึกนักเรียนนำยเรือ” ประกอบ หรือพระเจดีย์กลางนาในอดีตน้นได้เช่อมเป็นฝั่งตะวันตก




กาลังด้วยเรือรบของกองเรือยุทธการ จานวน ๒-๔ ลา กลายเป็นแผ่นดินไปแล้ว







นาเรือมาจอดเทียบท่าท่ รร.นร. ช่อว่า “ท่ำเสือซ่อนเล็บ” กลบมาท่การฝึกภาคทะเล กำรนอนในเรือฝึก ส�าหรบ








บางท่านอาจสงสยว่าทาไมชอว่าท่าเสอซ่อนเลบเหมอน เรือหลวงอ่างทอง เป็นเรือประเภทยกพลข้นบกขนาดใหญ่



กับผูเขียนก็เคยสงสัยมาก่อน เหตุที่ชื่อวาทาเสือซอนเล็บ ท่รับมาจากสหรัฐอเมริกา ต้งแต่สมัยสงครามโลกคร้งท่ ๒





มีที่มา ใน พ.ศ. ๒๓๖๒ เจ้าเมืองไซ่ง่อน ขณะเข้ายึดครอง ปัจจุบันปลดระวางประจาการไปแล้ว การฝึกภาคทะเล


เขมรอยู่ได้เกณฑ์ไพร่พลท้งคนญวนและคนเขมรผลัดละ ในเรือยกพลข้นบกของ นนร. โดยปกติจะไม่จัดห้องนอนให้







ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ขุดคลองจากทะเลสาบเสียมราฐ เนองจากมนักเรยนจานวนมาก พวกเราจงไดนอนท Tank



มาออกที่เมืองบันทายมาศ เป็นคลองกว้าง ๒๔ เมตร ลึก Deck ใต้ดาดฟ้าเรือ ซึ่ง Tank Deck เป็นที่ส�าหรับจอด
๓.๕ เมตร ฝ่ายไทยเห็นว่าการท่ญวนขุดคลองมาออก รถสะเทินนาสะเทินบกหรือรถ AAV ของนาวิกโยธิน






ใกล้ไทยเช่นน้ อาจเตรียมการยกทัพเรือมาตีกรุงเทพฯ ในการยกพลข้นบก อุปกรณ์สาหรับนอนในเรือฝึกจะม ี
และหัวเมืองชายทะเลได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ผ้าใบ หมอน และผ้าห่ม เวลาจะนอนก็ปูผ้าใบกับพื้นเรือ

นภาลัย รัชกาลท่ ๒ ทรงมีพระราชดาริว่า ท่เมือง ก็นอนได้แล้ว เวลาเรือโคลงก็ไม่ต้องห่วงมีพ้นท่ในการ




สมุทรปราการยังไม่มีท่ม่นป้องกันท่ม่นคง จึงโปรดให้ กล้งไปกล้งมาพอสมควร ตอนเช้าหลังจากได้ยินเสียง







พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่นเจษฎาบดินทร์ ซ่งต่อมาข้น นกหวีดปลุก ก็ต้องพับผ้าห่มแล้วเอาหมอนกับผ้าห่ม







ครองราชย์เป็นรัชกาลท่ ๓ เป็นแม่กองร่วมกับพระยา ใส่ไว้ในผ้าใบเกบอย่างเป็นระเบียบ ซงการทาเช่นน ้ ี







สุริยวงศ์โกษา ลงไปจัดการสร้างป้อมข้นทางฝั่งตะวันออก กเป็นการฝึกอย่างหนงเพอสร้างให้ นนร. ร้จกมความ


๔ ป้อม คือ “ป้อมประโคนชัย ป้อมนำรำยณ์ปรำบศึก เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีวินัยในตนเอง มีเร่องท ี ่

ป้อมปรำกำร และป้อมกำยสิทธิ์” ชักปีกกางถึงกันและ น่าสนใจเก่ยวกับกำรพับผ้ำห่ม คือ ในคากล่าวสุนทรพจน์


สร้างตึกดินไว้เคร่องศาสตราวุธพร้อมฉางข้าว ส่วนท ี ่ ของ พลเรือเอก William H. McRaven ซึ่งจบการศึกษา

เกาะกลางนาหน้าเมืองสมุทรปราการ ก็ให้สร้างป้อมขึ้น จากท่มหาวิทยาลัย Texas at Austin เน่องในงานวัน






อีกป้อมหน่ง เรียกว่า “ป้อมผีเส้อสมุทร” (ตรงข้าม รร.นร.) รับปริญญาของทางมหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้พูด



และท่ฝั่งด้านตะวันตกตรงกันก็สร้างข้นอีกหน่งป้อมช่อ ถึงชีวิต และข้อคิดจากการเข้าร่วมกับหน่วยซีล (Seal)

“ป้อมนำครำช” ส่วนทางด้านเหนือป้อมผีเส้อสมุทร ว่า “ทุกเช้าของหน่วยฝึกของซีล ครูผู้ฝึกจะเข้ามายัง



มีหาดทรายเกิดข้นกลางนา ทรงพระราชดาริจะสร้าง ค่ายทหาร และส่งแรกท่พวกเขาจะตรวจก็คือ “เตียงนอน”





พระเจดีย์ขึ้นที่หาดทรายนี้ แต่ยังไม่ทันได้สร้างในรัชกาล ถ้าคุณทามันได้ถูกต้อง มุมของมันจะได้เหล่ยม และผ้า


ที่ ๒ มาสร้างพระเจดีย์กลางน�้าในรัชกาลที่ ๓ และทรง คลุมเตียงจะตึงเปร๊ยะ ส่วนหมอนจะอยู่ตรงใต้หัวเตียง

สร้างป้อมข้นอีก ๓ ป้อม คือ “ป้อมตรีเพชร ป้อมคงกะพัน พอดี และผ้าห่มจะถูกพับอย่างเรียบร้อยไว้ใกล้ด้าน

และป้อมเสอซ่อนเล็บ” ป้อมรุ่นน้ได้ผุพังไปตามกาลเวลา ปลายเตียง เรียกได้ว่ามันเป็นงานง่าย ๆ ดูเหมือนว่ามันจะ




ปัจจุบันคงเหลืออยู่ในสภาพดีเพียงป้อมเดียว คือ เป็นอะไรท่ธรรมดามาก แต่ทุก ๆ วัน ส่งท่ต้องทาก็คือ


ป้อมผีเส้อสมุทรซ่งอยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ การจัดเตียงนอนให้ได้อย่างมืออาชีพ ซ่งฟังดูแล้วออกจะ














แต่ไม่ได้อยู่กลางน�าเหมือนเม่อตอนสร้าง ได้เข้ามาชิด แปลก ๆ อยซกหนอยทวาความจรงแลวพวกเรานาจะถก

ริมฝั่งด้านตะวันตก เพราะแผ่นดินจากฝั่งงอกออกไป ปลูกฝังมาให้เป็นนักรบอย่างแท้จริงมากว่า แต่ความเฉียบคม
นาวิกศาสตร์ 49
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕






ท่ซ่อนอยู่ในการกระทาง่าย ๆ น้ได้ก่อเกิดส่งท่เป็นในทุกวันน ้ ี การเดินเรือจาก รร.นร. ไปสัตหีบ มีกำรประจ�ำสถำน ี




ถ้ำคุณเก็บท่นอนในตอนเช้ำทุกวัน นั่นหมำยถึง กำรท่คุณ เดินเรือในร่องน้ำ (เจ้าพระยา) เป็นเวลานานพอสมควร ทงน ้ ี


ได้ท�ำงำนแรกของวันส�ำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว และน่น การเดินเรือในร่องน�้าโดยปกติจะชิดขวาร่องน�้า เวลาเรือ

น�ำมำซ่งควำมภูมิใจเล็ก ๆ และท�ำให้คุณรู้สึกอยำกท�ำงำน สวนกันก็จะผ่านทางซ้าย เรียกโดยทั่วไปว่า “ขวาปกติ”












ช้นต่อ ๆ ไป และต่อไป และต่อไป” ซ่งผู้เขียนได้เคย ซงจะแตกตางกบการขบรถยนตของไทย คอ ชดซายถนน


เล่าเร่องน้ให้ นรจ. นักเรียนกลาโหมพลเรือน เพ่อนร่วมงาน ขณะเดินเรือในร่องน�้าจาก รร.นร. จะผ่านสถานที่ส�าคัญ


และผู้ใต้บังคับบัญชาฟังเสมอว่า แม้แต่นักรบท่แท้จริง ได้แก่ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ จะอยู่ด้านซ้ายมือ




ก็ต้องถูกฝึกให้เก็บท่นอนตอนเช้าให้เรียบร้อยก่อน (กราบซาย) ต่อมากเป็น กองเรอทนระเบด และ อจปร.อร.



หรออย่างการขดรองเท้าให้มนกเป็นการฝึกทดเหมอน อยู่ทางขวามือ (กราบขวา) ให้สังเกตว่าจะมีเรือรบจอดอย ู่










ง่าย ๆ แต่ถ้าทาสาเร็จก็จะเกิดความภาคภูมิใจ และ หลายล�า (ตอนไปดูงานเดินทางโดยรถบัส ตอนนี้ได้เห็น



สร้างนิสัยให้เป็นคนท่มีความอดทน ละเอียดรอบคอบ อจปร.อร. เม่ออยู่บนเรือรบ) เม่อผ่าน อจปร.อร. จะเข้าโค้ง
เพราะการขัดรองเท้าที่ดีต้องมันทั้งคู่ ไม่ใช่แค่หัวรองเท้า สมุทรปราการ และออกสู่ปากแม่นาเจ้าพระยา ซ่งบริเวณ







แม้แต่ครีบรองเท้าก็ต้องทาความสะอาด และขัดด้วย ปากแม่นาเจ้าพระยาจะมองเห็นสถานีนาร่อง ข้อสังเกต

ย้อนกลับมาท่การฝึกภาคทะเลของ นนร. หลังจากลงเรือ คือ เป็นตึกสีขาวแดงต้งตระหง่านอยู่ในทะเล (ดูภาพท ่ ี

ท่ท่าเรือเสือซ่อนเล็บแล้ว หมู่เรือฝึกได้ออกเดินทางไป ๑๔ ทุ่นไฟปากร่อง และสถานีน�าร่อง) ก็เป็นอันว่า สถานี




ฐานทัพเรือสัตหีบ เพ่อรับการส่งกาลังบารุงและเตรียม เดินเรือในร่องน�้าสิ้นสุดลงแล้ว จากนั้นก็เป็นการเดินเรือ
ความพร้อมอีกครั้ง ในทะเลมุ่งหน้าไปสัตหีบ มีเรื่องเล่าการเดินเรือในร่องน�้า


“หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป โดยเฉพาะในร่องนาเจ้าพระยาท่ผู้เขียนเคยนาเรือ


ลัดไปเกำะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ เข้า-ออกหลายคร้ง ขณะท่ผู้เขียนรับราชการอยู่กองเรือ


เที่ยวหำข้ำศึกมิได้นึกจะกลับมำใน ทุ่นระเบิด ต�าบลที่จอดเรือ คือ เทียบท่าอยู่ใน อจปร.อร.
ถึงตำยตำยไป ตำยให้แก่ชำติของเรำ.....” และส่วนหนึ่งเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือ บก.กองเรือทุ่นระเบิด


สาหรบการออกเรอจากท่าเสือซ่อนเลบ มเกร็ดความร ้ ู ซ่งอยู่ใกล้ ๆ กับ อจปร.อร. เวลาจะออกเรือไปปฏิบัต ิ








ท่ผู้เขียนได้บันทึกไว้ว่า “กำรออกเรือจะต้องออกเรือ ราชการในทะเล จะต้องเดินเรือในร่องนาทุกคร้ง มีอยู่
ทวนนำเสมอ” เพ่อให้เรือเกิดความปลอดภัยสูงสุด เพราะ คร้งหน่งขณะเดินเรือในร่องนาถึงบริเวณโค้งสมุทรปราการ










การออกเรือตามนา หางเสือจะไม่กินนา ทาให้บังคับเรือยาก ยามถือท้ายรายงานว่า หำงเสือขัดข้อง ไม่สามารถบังคับ



ซ่งการปฏิบัติดังกล่าวน้ถือเป็นหลักนิยมของชาวเรือ เรือได้ ผู้เขียนจึงส่งให้ปล่อยสมอหัวเรือ (สร่งเรือจะประจา





(ศำสตร์) อย่างไรก็ตามเม่อจบมารับราชการแล้วม ี อยู่หัวเรือ และฆ้อนคอยตีเคร่องยึดโซ่สมอเพ่อปล่อยสมอ


ประสบการณ์มากข้น หากจาเป็นต้องออกเรือตามนา ได้ทันที) ชักหวูด (จ่ายาม ประจาอยู่ท่สะพานเดินเรือ)






ก็ต้องปฏิบัติได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ทุ่นและธงสัญญาณ (ยามทัศนะ ทัศนสัญญาณ ประจา �

(ศิลป์) โดยเฉพาะการออกเรือตามนาเม่อเรือจอดเทียบท่า อยู่บนดาดฟ้าทัศนะ) ตามท่ได้เรียนและฝึกปฏิบัติมา




ในแม่น้าเจ้าพระยา ฐานทัพเรือสงขลา หรือฐานทัพเรือพังงา (ในการฝึกภาคทะเล) ผลปรากฏว่าเรือไม่ได้รับอันตราย

ขณะเวลาที่น�้าลงกระแสน�้าจะแรงมาก เมื่อเรือเทียบอยู่ ใด ๆ หลังจากน้นก็ซ่อมทาหางเสือ และเดินทางต่อไป


กราบซ้ายหากถอยหลงออกโดยให้หวเรอแนบกบท่าเรอ จนถึงสัตหีบได้ ท่ต้องการจะเล่าก็เพราะว่าอยากให้เป็น








จะออกเรือยาก วิธีท่เคยทาคือปลดเชือกหัวเรือเพ่อให้ บทเรียนสาหรับเรือทุกลาท่เดินเรือในร่องนา จะต้องไม่












นาแทงหวเรอถ่างออกก่อน แล้วจงใช้เครองจกรขวา ประมาท ต้องพร้อมปฏิบัติทันทีเม่อหางเสือเรือขัดข้อง





เดินหน้าไปกลับลา จะทาให้ออกเรือได้ง่ายกว่า สาหรับ
นาวิกศาสตร์ 50
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ภาพที่ ๑๔ ทุ่นไฟปากร่องและสถานีน�าร่อง


เรือหลวงอ่างทอง ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบหนึ่งวัน ๑ รอบ และกำรฝึกกระเชียงทน ที่ รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร.

ก็เดินทางถึงและเข้าจอดท่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือ ระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร (ดูภาพที่ ๑๖ เส้นทาง



สัตหีบ ในระหว่างท่เรือจอดสัตหีบมีการทดสอบสมรรถภาพ การฝึกกระเชียงทน) ซ่งรายการท่ ๑ ถึง ๓ เป็นการทดสอบ





รางกายของ นนร. ประกอบดวย กำรว่งข้นเขำกระโจมไฟ เฉพาะตัว แต่รายการท่ ๔ เป็นการทดสอบร่วมกันของ
แหลมปู่เจ้า กำรว่ำยน�้ำข้ำมเกำะ โดยว่ายน�้าจากท่าเรือ คนในเรือกระเชียง ส�าหรับ
แหลมเทียนไปข้นบกท่เกาะพระ ระยะทางประมาณ รำยกำรท่ ๑ กำรว่งข้นเขำ ในสมุดจดหมายเหต ุ









๑ กิโลเมตร (ดูภาพท่ ๑๕ เส้นทางการว่งข้นเขาและ บันทึกไว้ว่า “วันเสาร์ท่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๐
การว่ายน�้า) กำรไต่เกำะ โดยวิ่งรอบเกาะพระ จ�านวน ตื่นนอนเช้า ๐๔๒๐ วิ่งขึ้นเขากรมหลวงฯ ข้าพเจ้ารู้สึกว่า
นาวิกศาสตร์ 51
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ภาพที่ ๑๕ เส้นทางการวิ่งขึ้นเขาและการว่ายน�้า ภาพที่ ๑๖ เส้นทางการฝึกกระเชียงทน



ตัวเองเหน่อยมากเหลือเกิน พอว่งข้นมาพร้อมหมดแล้ว รำยกำรท ๒ กำรวำยนำขำมเกำะ ในสมุดจดหมายเหต ุ







ก็ทาการสักการะกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ โดยการ บันทึกไว้ว่า “ในช้นปีท่ ๑ ใช้เวลา ๗๑ นาที” (ช้นปีท่ ๒






แจกธูปเทียนสักการะ ร้องเพลงดอกประดู่ และเพลงเดินหน้า ภาคกลางปี ไม่ได้บันทึกไว้) ชั้นปีที่ ๒ ภาคปลายปี วันที่
ซ่งเป็นเพลงพระนิพนธ์ของท่านเอง ท้งน้ในสมัยก่อน ๑๖ กมภาพนธ พ.ศ. ๒๕๓๑ “ทาเวลาได ๓๒ นาท” เวลา









จะร้องเพลงถวาย ๒ เพลง คือ เพลงดอกประดู่และเพลง ดีข้นมาก แสดงว่าหลังจากได้เรียนการว่ายนาท่โรงเรียน




เดินหน้า แต่ปัจจุบันทั้งหลักสูตร นนร. และ นรจ. จะร้อง นายเรือได้ผลดี ประกอบกับการมีประสบการณ์ในการ
เพิ่มอีก ๑ เพลง คือ เพลงดาบของชาติ การวิ่งขึ้นเขาใน ว่ายนาทาให้การว่ายนาข้ามเกาะดีข้น (เหมือนจะเร่มม ี

















ชนปท ๒ ภาคกลางป เมอวันท ๑๓ กนยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ เหล็กในคนบ้างแล้ว) ในชั้นปีที่ ๓ ภาคกลางปีและภาค




บันทึกไว้ว่าทาเวลาได้ ๒๑ นาที ในช้นปีท่ ๒ ภาคปลายปี ปลายปีไม่ได้บันทึกไว้ ในช้นปีท่ ๔ ภาคปลายปี วันท ่ ี




เม่อวันท่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ว่งข้นเป็นช้นตามลา ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ “ท�าเวลาได้ ๓๕ นาที”










ไม่มีการจับเวลา การว่งข้นเขาในช้นปีท่ ๓ ภาคกลางปีไม่ได้ และบันทึกไว้ว่าใช้เวลามากกว่าภาคปลายปีช้นปีท่ ๓

บันทึกไว้ ในช้นปีท่ ๓ ภาคปลายปี วันท่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ส�าหรับชั้นปีที่ ๕ ไม่ได้บันทึกไว้



พ.ศ. ๒๕๓๒ ท�าเวลาได้ ๑๙ นาที การวิ่งขึ้นเขาในชั้นปีที่ รำยกำรท่ ๓ กำรไต่เกำะ ในสมดจดหมายเหต ุ

๔ ภาคกลางปีไม่ได้บันทึกไว้ ในช้นปีท่ ๔ ภาคปลายปี ช้นปีท่ ๑ ไม่ได้บันทึกไว้ ช้นปีท่ ๒ ภาคกลางปี วันท ี ่






วันท่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ทาเวลาได้ ๒๓ นาที และ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ บันทึกไว้ว่า “ได้ล�าดับที่ ๖


การวิ่งขึ้นเขาชั้นปีที่ ๕ ไม่ได้บันทึกไว้ ของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๒ เวลา ๓๗ นาที” ชั้นปีที่
นาวิกศาสตร์ 52
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


๒ ภาคปลายปี วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ “ได้ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ ไม่ได้บันทึกเวลาไว้ แต่บันทึกไว้ว่า






ลาดับท่ ๓ แต่ใช้เวลาถึง ๔๑ นาที” สาเหตุท่ใช้เวลามากข้น “ลงเรือกระเชียงแล้ว เม่อเร่มตี หลักกระเชียงก็หลุด แสดงว่า






เน่องจากเป็นการไต่เกาะในเวลานาข้น ช้นปีท่ ๓ ภาค ไม่มีการตรวจสอบความพร้อมของเรือกระเชียง ซ่งไม่ทราบ


ปลายปี วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ ไม่ได้บันทึก ว่าเป็นความผิดพลาดของใคร สาหรับการตีวันน้ ข้าพเจ้า






เวลาไว้ แต่บันทึกไว้ว่า “สาหรับการไต่เกาะวันน้ มีนา คิดว่ายากท่สุดเพราะเจอท้งคล่น ลม และฝน เรือก ็







ข้นสูงมาก ทาให้การไต่เกาะมีความลาบากยากเข็ญมาก ไม่สมบูรณ์ ทาให้ได้ผลไม่ดีเท่าท่ควร แต่ก็ฝึกความอดทน


นัก และประกอบกับนักเรียนส่วนมากได้รับบาดเจ็บและ ได้ดีทีเดียว” ซ่งครูท่านท่ตรวจสมุดจดหมายเหตุ เขียน



เป็นอันตรายเป็นจานวนมาก ข้าพเจ้าจึงคิดว่า ไม่คุ้ม ตอบว่า “การคิดในแง่ดี ก็จะได้ประโยชน์” และช้นปีท่ ๔


กับการฝึกคร้งน้ เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ คร้งต่อไป ภาคปลายปี วันท่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ “เรือลาของ



ในการไต่เกาะ ข้าพเจ้าขอเสนอให้ไต่เกาะเวลาท่นาลง” ข้าพเจ้าใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที....ในการฝึกครั้งนี้ ซึ่ง




ทั้งนี้ครูผู้ตรวจได้เขียนตอบว่า “จะน�าเรียน มฝ.นนร...... เป็นเวลาท่ไม่ดีนัก แต่ข้าพเจ้าก็พอใจ เพราะชุดเรามีความ


เขียนให้มาก ๆ ไว้ทุกวัน วันข้างหน้านามาอ่านนามา สามัคคีกันดีไม่ทะเลาะกันเลย” ดังนั้น หัวใจส�าคัญของ











ปรบปรงได้” ทงนการเขยนสมดจดหมายเหตประจาตว การฝึกกระเชียงคือความอดทน และความสามัคคี ซ่ง




นนร. รวมท้งของ นรจ. หรอนักเรียนในหลักสูตรอ่น ๆ ผู้เขียนได้นาการฝึกกระเชียงทนไปใช้ในการฝึกหลักสูตร




มีประโยชน์อย่างมาก สาหรับการไต่เกาะในช้นปีท่ ๔ นักเรียนข้าราชการกลาโหมพลเรือนตากว่าช้นสัญญาบัตร



ภาคปลายปี วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ไม่ได้ ที่เข้ารับการฝึกอบรมที่ รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร. ซึ่งผลการฝึก



บันทึกเวลาไว้ แต่บันทึกไว้ว่า “วันน้ต่นต้งแต่ ๐๕๐๐ ท�าให้นักเรียนมีความอดทน (ก้นแตก มือแตก เมาคลื่น
และเร่มไต่เกาะเวลา ๐๖๑๕ การไต่เกาะก็เป็นไปด้วย แดดร้อน โดนด้ามกระเชียงกระแทกหลัง) และมีความรัก


ความยากล�าบากเพราะน�้าขึ้นสูงมาก รวมทั้งคลื่นลมแรง ความสามัคคีกันเพ่มมากข้น รวมท้งยังได้รู้จักคาว่า “ลงเรือ



จึงมีทางเลือกว่าจะปีนเขา หรือจะว่ายน�้าไป ซึ่งอันตราย ลาเดียวกัน” แล้วต้องช่วยกัน (กระเชียง) ทุกคน เพ่อให้เรือ





สาหรับนักเรียนมาก กว่าจะไต่เกาะเสร็จก็เกือบ ๐๙๐๐ ทาให้ ไปถึงจุดหมายปลายทางตามท่ต้งเป้าหมายไว้ ได้เรียนรู้










การออกเรือไปสงขลาช้ากว่าเวลาท่กาหนด ในการไตเกาะ การทาหน้าท่ของตนเองให้ดีท่สุด ท้งคนท่น่งอยู่คู่หน้าสุด


คร้งต่อไป ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ควรจะเป็นวันท่ออกเรือ” ที่ต้องเริ่มกระเชียงให้พร้อมกัน ส่วนกระเชียงที่อยู่คู่หลัง



เม่อได้กลับมาอ่านเร่องน้อีกคร้งหน่งแล้ว ทาให้คิดได้ว่า ก็ต้องคอยดู และกระเชียงให้พร้อมคู่หน้า และระมัดระวัง




การไต่เกาะในเวลานาข้นได้สร้างเหล็กในคนให้กับนักเรียน ไม่ให้ด้ามกระเชียงไปโดนหน้าหลังคู่หน้าตนเองด้วย


นายเรืออย่างมาก เช่น ต้องใช้การตัดสินใจว่าจะปีนเขา จบตอนที่ ๑

หรือว่ายนา ต้องใช้ความอดทน แต่ทุกคนต้องทาหน้าท ี ่


ตนเองต่อไปจนส�าเร็จภารกิจ ที่มำ


ส�ำหรับรำยกำรท ๔ กำรกระเชียงทน ระยะทาง - โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ

๑๓ ไมล์ทะเล ในช้นปีท่ ๑ ไม่ได้บันทึกไว้ ช้นปีท่ ๒ - การจัดการความรู้ โรงเรียนนายเรือ เข้าถึงได้จากเว็บไซต์



ภาคกลางปี วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ บันทึกไว้ว่า https://rtnakm.com/

“เรือลาข้าพเจ้าจานวน ๑๘ คน เข้าเป็นลาดับท่ ๓ ใน - สัตหีบแชนแนล สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ Youtube.com
















จานวน ๑๒ ลา” ช้นปีท่ ๒ ภาคปลายปี วันท่ ๑๕ - แผนพฒนา นรจ. ๔ ขนตอน กองนกเรยน โรงเรยนชมพลทหารเรอ
- เว็บไซต์ www.wikipedia.com


กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ เรือลาข้าพเจ้าเข้ามาเป็นลาดับท ี ่ - www.sites.google.com
๑๑ จากจ�านวน ๑๓ ล�า ชั้นปีที่ ๓ ภาคปลายปี วันที่ ๑๑ - www.youtube.com
นาวิกศาสตร์ 53
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


การทดสอบสมรรถภาพร่างกายของ นนร. และ นรจ. การฝึกภาคทะเล (สร้างเหล็กในคน) ของ นนร.






ในช่วงการฝึกภาคทะเล ได้แก่ การวงขนเขากระโจมไฟ ยังได้ประสบการณ์ท่ส�าคัญ คือ การได้มีโอกาสไปเย่ยมเยือน
แหลมปู่เจ้า การว่ายนาข้ามเกาะ การไต่เกาะ และ เมืองท่าและสถานท่สาคัญ ท้งในประเทศและต่างประเทศ









กระเชยงทน (ดภาพท ๑๗ ว่ายนาข้ามเกาะ ไต่เกาะ ซึ่งในสมุดจดหมายเหตุบันทึกไว้ ดังนี้


และกระเชียงทน) สามารถปรับให้เป็นกำรแข่งขันใน นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๑ ภำคสำธำรณะและภำค

สัปดำห์กีฬำนำวได้ โดยประเภทบุคคลประกอบด้วย ทะเล (ช้นใหม่) ได้ไปทัศนศึกษาเกาะสมุย ในตอนน้น





การว่งข้นเขา โดยเร่มต้นปล่อยตัวท่ทางข้นเขาด้านหน่วย บันทึกไว้ว่า “เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นเกาะที่







บญชาการนาวกโยธน จากน้นวงขนไปอ้อมกระโจมไฟ ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีแหล่งท่องเท่ยวสาคัญ






แล้ววงลงเขาด้านท่าเรอแหลมเทยน ฐานทพเรอสตหบ ได้แก่ หาดละไม หาดชะเวง หินตาหินยาย (ท�าไมชื่อหิน










แล้วต่อด้วยการว่ายนาข้ามเกาะ ไปส้นสุดท่การไต่เกาะ ตาหินยายต้องไปดูกับตากันเอง) วัดพระพุทธรูปองค์ใหญ่


ส�าหรับประเภททีม ก็เพิ่มกระเชียงทนไปอีก ๑ รายการ ตอนน้นการท่องเท่ยวในเกาะสมุยต้องน่งรถสองแถว หรือไม่



(๑๐ คน กระเชียง ๔ คู่ ๘ คน ถือท้าย ๑ คน และหัวเรือ/ ก็ต้องเช่ามอเตอร์ไซค์ให้พาว่งไปตามสถานท่ท่องเท่ยว


ให้สัญญาณ/สารอง ๑ คน) โดยเม่อไต่เกาะเสร็จก็ลง ที่อยู่รอบเกาะ สถานที่พักโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร


เรือกระเชียง เส้นทางอาจจะเป็นท่าเรือเกาะพระ ไปอ้อมเกาะ ก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนสมัยน้ ได้กินก๋วยเต๋ยว หรือ



เตาหม้อ แล้วกลับเข้ามาท่เป็นท่าเรือแหลมเทียน หรือจาก ข้าวราดแกงก็อร่อยแล้ว หมู่เกำะอ่ำงทอง (ดูภาพที่ ๑๘

ท่าเรือเกาะพระอ้อมเข้าด้านในผ่านกองเรือยุทธการ หมู่เกาะอ่างทอง) เป็นอุทยานแห่งชาติท่น้อยคนจะได้
เกาะเตาหม้อ กลับมาท่ท่าเรือแหลมเทียน หรือจะกาหนด ไปเยือน ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ๔๐ เกาะ ที่สะดุดตา


เส้นทางอื่น ๆ ก็ได้ คือ ชื่อเกาะแปลก ๆ เช่น เกาะวัวเตะ เกาะสามเส้า เกาะ

วัวตาหลา เกาะผี เกาะหินดิบ เกาะทองท้งแท่ง และเกาะล่ม


เป็นต้น และได้ปล่อยให้ นนร. ข้นชมเกาะวัวตาหลาท ่ ี






มีทะเลสาบนาเค็มอยู่กลางเกาะ น่าแปลกใจว่านาทะเล

ข้นมาอยู่ได้อย่างไร การเดินเรือในช่องหมู่เกาะอ่างทอง


ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะไม่มีร่องนา และน่านนา ้ �

ก็ไม่ได้กว้างมากนัก อทยำนเขำสำมร้อยยอด จังหวัด




ภาพที่ ๑๗ ว่ายน�้าข้ามเกาะ ไต่เกาะ และกระเชียงทน ประจวบคีรีขันธ์ มีถาพระยานครเป็นสถานท่ท่องเท่ยว
นาวิกศาสตร์ 54
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕



ส�าหรับอ่าวสามร้อยยอด (บางปู) บันทึกไว้ว่าเป็นสถานที่ ชาวประมง แต่ปัจจุบันเกาะช้างเป็นแหล่งท่องเท่ยว




หลบพายุ และคลื่นลมมาต้งแต่สมัยรัชกาลท่ ๑ หัวหิน ที่สาคัญในภาคตะวันออกอีกแห่งหน่ง มีท่พักจานวนมาก










สถานท่ท่องเท่ยวท่มีช่อเสียงอีกแห่งหน่งของประเทศ และมีนักท่องเท่ยวเดินทางไปเท่ยวตลอดท้งปี ในสมุด




ซ่งเคยมาคร้งหน่งสมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยมา จดหมายเหตุบันทึกไว้ว่า “วันศุกร์ท่ ๔ กันยำยน ๓๐
ทางรถยนต์ แต่คราวน้พิเศษหน่อยมาทัศนศึกษาหัวหิน เม่อคืนข้ำพเจ้ำเข้ำยำมเรือจอด ต�ำแหน่งสะพำนเดินเรือ


โดยทางเรือ” มีหน้ำท่แบร่งหำท่เรือด้วย เพ่อจะได้ทรำบว่ำสมอเกำ




หรือไม่ค�ำว่ำ “สมอเกำ” หมำยถึงสมอไม่กินดิน...จำกน้น

เวลำ ๑๘๐๐ เรือหะเบสสมอขึ้นเพื่อเดินทำงไปสงขลำ
ข้ำพเจ้ำต้องเข้ำยำมถือท้ำย กำรถือท้ำยเรือหลวงพงัน


ค่อนข้ำงล�ำบำกเพรำะคล่นลมแรง” (ดูภาพท่ ๑๙

การทอดสมอหมู่เรือฝึก นนร.และมุมแบร่งหาท่เรือจาก

เรือหลวงพงัน)




ภาพที่ ๑๘ หมู่เกาะอ่างทอง
ภาพที่ ๑๙ การทอดสมอหมู่เรือฝึก นนร.และแบริ่งหาที่เรือจาก
เรือหลวงพงัน
นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๒ ภำคกลำงปี หมู่เรือฝึก

นักเรียนนายเรือ (มฝ.นนร.) ประกอบด้วยเรือฝึกจ�านวน จากเกาะช้างเดินเรือประมาณ ๑ วัน ๒ คืน ก็ถึง จังหวัด

๓ ลา ได้แก่ เรือหลวงประแส เรือหลวงพงัน และเรือหลวง สงขลำ โดยเรือหลวงพงัน และเรือหลวงช้าง เข้าเทียบท่า

ช้าง (ปัจจุบันปลดระวางประจาการไปแล้วท้ง ๓ ลา) ท่สถานีทหารเรือสงขลา (สสข.) ส่วนเรือหลวงประแส












ผู้เขียนได้ฝึกในเรือหลวงพงัน ซ่งเป็นเรือยกพลข้นบก จอดทอดสมออยบรเวณเกาะหน ทงนการนาเรอไปเทยบทา





ขนาดใหญ่ประเภทเดียวกับเรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวง มีสถานีเดินเรือในร่องน�้าสงขลา (ตามภาพที่ ๒๐ ร่องน�้า



ช้าง สมัยน้นสถานท่ท่ได้ปล่อยให้ทัศนศึกษา ได้แก่ เกาะช้าง สงขลาและสถานีเรือสงขลา) และได้วาดภาพเกาะหน ู





ซ่งเป็นเกาะท่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ท่ต้องไปคือ และเกาะแมวท่อยู่ปากทางเข้าร่องนาสงขลา แต่ในภาพ










นาตกธารมะยม ซ่ง นนร. จะไปเล่นนาและซักผ้ากัน สมัยน้น จะเหนว่าเกาะหนใหญ่กว่าเกาะแมว อย่างนแมวกคงไม่


เกาะช้างยังมีคนอาศัยอยู่ไม่มากนัก อาชีพส่วนใหญ่เป็น สามารถจับหนูได้
นาวิกศาสตร์ 55
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕



เรือยามประจาอ่าว เพ่อระมัดระวังความปลอดภัยของ



เรือท่จอดในอ่าวเป็นส่วนรวม โดยเรือยามประจาอ่าว
จะชักธงฉำนที่เสำก๊ำฟ (Gaff) แสดงเป็นสัญลักษณ์
ซ่งธงฉานนี้ก็คือ ธงเกตุท่ชักไว้ท่หัวเรือตอนเรือจอดเทียบท่า



โดยธงฉานหรือธงเกตุจะมีลักษณะคล้ายธงชาติ และ
มีเครื่องหมายกองทัพเรืออยู่บริเวณกลางธง อีกอย่างคือ
วันนี้ (วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐) นายทหาร

ประจาเรือได้ตรวจการเขียนสมุดจดหมายเหตุของผู้เขียน

มีข้อความดังน้ “ขอให้ต้งใจเขียนและลายมืออย่าหวัด

มากนัก อ่านยากมาก” (ดูภาพท่ ๒๑ ตรวจการเขียนสมุด


จดหมายเหตุ) ซ่งผู้เขียนต้องขออภัยจาไม่ได้ว่าเป็นลายมือ


ของคุณครูท่านใด และถือเป็นข้อบกพร่องท่ไม่ต้งใจเขียน

และไม่ได้บันทึกรำยนำมนำยทหำรประจ�ำเรือฝึก และ
รำยชื่อครูฝึกในหมู่เรือฝึกไว้เป็นหลักฐาน








ภาพที่ ๒๐ ร่องน�้าสงขลาและสถานีเรือสงขลา



เม่อเรือเทียบท่าเรียบร้อย นนร. ได้ปล่อยให้


ทศนศกษาภมประเทศ โดยส่วนใหญ่จะไปทหาดใหญ่




ซ่งเป็นอาเภอท่มีความเจริญมาก มีของขายหลากหลาย



เช่น ผลไม้อบแห้ง ขนม ชา กาแฟ เป็นต้น จากสงขลาเดินเรือ


ต่อไปทชุมพร ในระหว่างการเดินทางมีการฝึกสถาน ี


พ่วงจูง ฝึกสถานีเก็บคนตกนา และฝึกยิงปืน ๔๐/๖๐
มิลลิเมตร เป้าหมายคือหินใบ (เป้าพื้นน�้า) และร่มชูชีพ

(เป้าอากาศยาน) จนวันท่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐

เรือเดินทางถึงชุมพร ได้มีโอกาสไปสักการะเสด็จเต่ยในศาล



ท่หาดทรายรี และได้เห็นเรือหลวงชุมพรท่ต้งอยู่บนอู่แห้ง
รวมท้งได้เห็นผู้คนมาท่องเท่ยว และสักการะเสด็จเต่ย



จ�านวนมาก ในสมุดจดหมายเหตุวันนี้มีค�าที่น่าสนใจคือ
“เรือยำมประจ�ำอ่ำว” ซึ่งคนทั่วไปอาจไม่ทราบว่า เวลา


ท่มีเรือหลายลาจอดอยู่ในอ่าวเดียวกันจะต้องมีการจัด ภาพที่ ๒๑ ตรวจการเขียนสมุดจดหมายเหตุ
นาวิกศาสตร์ 56
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




จากชุมพรเรือเดินทางกลับมาท่ฐานทัพเรือสัตหีบ ท่อทาง) ได้เข้ายามเคร่องส่งจักร (Telegraph) ได้เรียนร ู้





อีกคร้งหน่ง เพ่อรับการส่งกาลังบารุง และทดสอบสมรรถภาพ ระบบไฟฟ้ำ และระบบท�ำควำมเย็นในเรือ เป็นต้น ซ่ง ึ

ร่างกายของ นนร. ได้แก่ การวิ่งขึ้นเขา การกระเชียงทน การฝึกพรรคกลินน้จะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือก

รวมทั้งการฝึกยิงเครื่องยิงลูกระเบิด M.79 และยิงปืนกล พรรค-เหล่าของ นนร.ต่อไป



๒๐ มิลลิเมตร เออริคอน ท่สนามยิงอาวุธทงโปรง โดยมเปา





เป็นเคร่องบินเล็กแบบบังคับ การฝึกภาคน้มการสลบชดฝก




ผู้เขียนจากการฝึกปฏิบัติในหน้าท่พรรคนาวิน ได้สลับให้ไป


ฝึกปฏิบัติหน้ำท่เป็นพรรคกลิน (ช่ำงกล) ต้งแต่วันท ่ ี
๑๖ กันยายน ถึง ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ในเส้นทาง
เดินเรือ ฐท.สส.-สงขลา-สมุย-ประจวบฯ-รร.นร.
แต่ตื่นเช้ามาก็ยังไม่ได้ฝึกพรรคกลิน ก็ต้องเปลี่ยนชุดเป็น
ชุดฝึกนาวิกโยธินพร้อมอาวุธ แล้วฝึกเดินทางไกลจาก


ท่าเรือแหลมเทียนเดินข้นเขา ทางข้นกระโจมไฟแหลม
ปู่เจ้า ลงจากเขาไปทางกองพันลาดตระเวน นย. แล้ววนกลับ
มาขึ้นเขาใหม่กลับสู่ท่าเรือแหลมเทียน หลังจากฝึกเดิน
ทางไกลเสร็จแล้วก็เร่มการฝึกหน้าท่พรรคกลินด้วยการฝึก


“กำรป้องกันควำมเสียหำย (ปคส.)” เป็นรายการแรก
โดย ปคส.ในเรือจะแบ่งออกเป็น ๒ หน่วยซ่อม คือ หน่วย
ซ่อมหัว และหน่วยซ่อมท้าย องค์ประกอบของหน่วย
ซ่อม ได้แก่ ๑) OBA ๒) CO ๓) ช่างไฟฟ้า ๔) หัวฉีด ๑
2
๕) หัวฉีด ๒ ๖) สายสูบ ๑ ๗) สายสูบ ๒ และ ๘) เครื่อง ภาพที่ ๒๒ ระบบท่อทาง
สูบน�้าเคลื่อนที่ ทั้งนี้ผู้อ่านที่ไม่ใช่ทหารเรืออาจไม่คุ้นเคย
กับชื่อต่าง ๆ จึงขออธิบายตามความเข้าใจเพิ่มเติม ดังนี้ นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๒ ภำคปลำยปี เริ่มต้นใน


เจ้ำหน้ำที่ OBA มีหน้าท่ในการสารวจความเสียหายเม่อ วันอังคารท่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นวันต้ง มฝ.นนร.







เกดเหตในเรอ เชน ไฟไหม เจำหนำที่ CO มีหนาที่ดับไฟ ประกอบด้วย เรือหลวงสีชัง (เรือธงหรือเรือหมู่) เรือหลวง




2
เบื้องต้น ช่ำงไฟฟ้ำ มีหน้าที่ในการตัดไฟฟ้าในที่เกิดเหตุ ประแส และเรือหลวงปิ่นเกล้า สาหรับคาว่า “เรือธง








หัวฉีด มี ๒ แบบ คือ แบบหัวฉีดรวมและแบบฝอยน�้า (Flagship)” นน หมายถง เรอทผบญชาการกองเรือ หรือ



ความเร็วต�่า สำยสูบ มีสองขนาด คือ ขนาด ๑ ๑/๒ นิ้ว ผู้บังคับหมู่เรือฝึกใช้ปฏิบัติงานในเรือระหว่างการฝึก

และขนาด ๒ ๑/๒ น้ว ความยาว ๕๐ ฟุต และเคร่องสูบน้ำ ภาคทะเล การฝึกภาคทะเลครงนผ้เขยนได้ฝึกอย่บน









เคลื่อนที่ ส�าหรับไว้สูบน�้าทะเลมาช่วยดับไฟ ส�าหรับวิชา เรือหลวงปิ่นเกล้า ซ่งเป็นเรือฟริเกตปราบเรือดานา คราวน ี ้




อ่น ๆ ของพรรคกลินท่ผู้เขียนได้เข้ายามในระหว่างเรือเดิน ไม่ต้องนอนใน Tank Deck เหมือนสองคร้งท่ผ่านมา ผู้เขียน





และเรือจอด เช่น วิชาแป็กกิ้ง วิชาเครื่องจักรใหญ่แบบ ได้นอนในห้องกะลาสี ๓ ร่วมกับ นนร.ช้นปี ๑ และ
ดีเซล ที่มีองค์ประกอบ ๔ ระบบใหญ่ ได้แก่ ระบบน�้าจืด ชั้นปีที่ ๓ การเดินทางไปขึ้นเรือต้องใช้เรือด่วน ขส.ทร.


ระบบนาทะเล ระบบนามันหล่อ และระบบนามันเช้อเพลิง ไปขึ้นเรือหลวงปิ่นเกล้าท่จอดเทียบท่าอยู่ท่ อจปร.อร.










ระบบท่อทำง (Piping) ภายในเรือ (ดูภาพที่ ๒๒ ระบบ สาหรับท่าเรือเสือซ่อนเล็บ ใช้เป็นท่จอดเรือสาหรับ
นาวิกศาสตร์ 57
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





เรือหลวงสีชัง และเรือหลวงประแส การฝึกคร้งน้หมู่เรือฝึก วิชำกำรติดต่อส่อสำรภำยในเรือ วิชาสมอเรือ เชือกใหญ่



จอดเทียบท่าแค่สองวัน วันท่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ การถอดและประกอบอาวุธ และมีการอำบน้ำทะเลคร้งแรก




ก็ออกเรือเดินทางไปสัตหีบเหมือนกับทุกคร้งคือ หลังจาก มีเร่องท่ นนร. ได้ส่งต่อกันมาว่า เม่อออกฝึกภาคทะเล
ออกเรือแล้วก็มีการประจาสถานีเดินเรือในร่องนา และ ต้องเตรียม “แป้งเย็นตรำงู” ใส่ถุงทะเลไปด้วยทุกคร้ง








ประจาสถานีเดินเรือ (เม่อพ้นปากร่องนาเจ้าพระยาแล้ว) เพราะระหว่างท่เรือเดินทางในทะเลหลายวัน จะต้องมีการ

เม่อไปถึงก็มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามระเบียบ อาบน�าทะเล เน่องจากนาจืดในเรือมีไว้สาหรับด่ม และทา �











ปฏบตประจา หรอจะเรยกว่าเป็นประเพณทได้ปฏบต ิ อาหารเป็นหลัก จึงให้ นนร.อาบนาทะเลแทน หลังเสร็จ














กันมาของการฝึกภาคทะเล ได้แก่ การว่งขึ้นเขา การว่ายนา จากอาบนาทะเลแล้ว ต้องเช็ดตัวให้แห้งก่อน ต่อด้วย







ข้ามเกาะ การไต่เกาะ และกระเชียงทน ความรู้ในภาคนี้ ทาแป้งเยนตราง แล้วจะร้สกเยนสบาย ไม่เหนยวตว




ท่น่าสนใจ (ในจดหมายเหตุเขียนอย่างน้) ได้แก่ ได้เห็น ซ่งทุกอย่างก็เป็นจริงตามเร่องเล่า ดังน้น หากตรวจถุงทะเล

การสาธิตการยงระเบิดนาลก K-GUN (สาหรับปราบ ของ นนร. สมัยน้นเกือบทุกคนจะต้องมีแป้งเย็นตราง ู






เรือดานา) จานวน ๒ ลูก และการสาธิตการยิงจรวดปราบ ในถุงทะเลด้วย (ถ้าไม่มีก็ขอยืมเพื่อนใช้ไป) ในระหว่าง





เรือดานาระยะกลาง แบบ Hedgehog ความรู้และ การเดินเรือได้บันทึกไว้ว่า “ได้มองเห็นแท่นขุดเจาะน�ามัน



ประสบการณ์จากการปล่อยให้ทัศนศึกษาบนบก ได้แก่ มองเห็นกระโจมไฟปิลองลอดก์ ซ่งหมายความว่า เหลือ

สงขลำ ส่วนความรู้เก่ยวกับวิชาชีพทหารเรือใหม่ เช่น ระยะทางอีกประมาณ ๑๐๐ ไมล์ทะเลก็จะถึงบรูไน และ

การใช้เรดาร์หาท่เรือในลักษณะแบร่ง และระยะทาง ก่อนน้น จากเดิมที่ถือเข็ม ๐๙๔ ก็เปลี่ยนเป็นเข็ม ๑๒๓ ความเร็ว






จะได้ความรู้เฉพาะการหาท่เรือชายฝั่งด้วยการใช้เข็มทิศ ๑๒ นอตเหมือนเดิม” ซ่งแท่นขุดเจาะนามันถือว่าเป็น



เป็นหลก ได้เรยนการใช้ ATP (ALLIED TACTICAL ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ท่กองทัพเรอได้จัดเรือรบ


PUBLICATION) หรือประมวลสัมพันธมิตร และการ ออกลาดตระเวน สร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับ


เรียน/การฝึกทบทวนวิชาโคมไฟ ธงสองมือ จนกระท่ง เจ้าหน้าท่ท่ปฏิบัติงานบนแท่น และยังมีการฝึกป้องกัน

เรือเข้าจอดท่สงขลา คราวน้ได้เข้าไปเทียบท่าเพียง การก่อการร้ายบนแท่นขดเจาะนามนเป็นประจาทกปี












ลาเดียว คือ เรือหลวงสีชัง ส่วนอีก ๒ ลา เรือหลวงประแส นอกจากแท่นขุดเจาะนามันแล้ว ผลประโยชน์ของชาต ิ




และเรือหลวงปิ่นเกล้า ท้งสมอบริเวณแถวเกาะหนู ภายหลัง ทางทะเลยังมีอีกหลายอย่าง เช่น เรือไทยท่กาลังทา

จึงทราบว่าสาเหตุท่เรือท้งสองลาไม่เข้าเทียบท่าเรือ การประมง เรือท่องเที่ยว เรือสินค้า เป็นต้น ตาม พ.ร.บ.






สงขลา เนื่องจากมโดมโซนำร์ (ใช้ส�าหรับค้นหาเรือดานา) การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ๒๕๖๒

อยู่ท่ใต้ท้องเรือ หากจะเข้าไปจอดเทียบท่า โซนาร์อาจได้รับ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ผลประโยชน์ของชำติทำงทะเล”
ความเสียหายได้ (ถ้าน�้าไม่ลึกพอ หรือมีสิ่งกีดขวางใต้น�้า) หมายความว่า “ผลประโยชน์ของประเทศไทยอันพึง

เรือจอดอยู่สงขลาจนถึงวันท่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับจำกกิจกรรมทำงทะเล หรือประโยชน์อ่นใดในเขต


เวลา ๐๒๐๐ ออกเรือจากสงขลา ถือเข็มแรก ๐๙๔ ทำงทะเล ไม่ว่ำโดยตรงหรือโดยอ้อม เพ่อให้เกิด
ความเร็ว ๑๒ นอต มุ่งหน้าไปประเทศบรูไน ระยะทาง ประโยชน์ในทุก ๆ ด้ำน เช่น ด้ำนควำมม่นคง ด้ำน

๙๐๐ ไมล์ทะเล (ประมาณ ๑,๖๖๘ กิโลเมตร เนื่องจาก เศรษฐกิจ ด้ำนสังคม ด้ำนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
๑ ไมล์ทะเลจะเท่ากับ ๑.๘๕๒ กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นไมล์บก ด้ำนทรัพยำกรหรือด้ำนสิ่งแวดล้อม” ในวันศุกร์ที่ ๒๖


จะเท่ากบ ๑.๖๐๙ กโลเมตร) ใช้เวลาประมาณ ๓ วน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๑ เวลาประมาณ ๐๖๐๐ เรือเดินทาง


ระหว่างการเดินทางมีการเรียน การฝึกประจาสถานี และ มาถึงบรูไน แต่ยังเข้าเทียบท่าไม่ได้ ต้องรอให้สว่าง และ


การเข้ายามสลบกันไป การเรียนมีหลากหลายวิชา เช่น รอพนักงำนน�ำร่องอยู่ท่ปากร่องนา ซ่งเป็นธรรมเนียม



นาวิกศาสตร์ 58
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕






หรือประเพณีอีกอย่างหน่งของชาวเรือ หากเรือจะเข้า C-802) การเดินทางจากสงขลาไปบรูไนน้นมีส่งหน่ง


เทียบท่าประเทศอ่น ต้องใช้พนักงานนาร่องของประเทศน้น ท่ผู้เขียนจดจาฝังใจมาโดยตลอดคือ เป็นการเดินเรือ






เช่น เรือต่างชาติจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือคลองเตย ก็ต้อง ออกนอกอ่าวไทยคร้งแรก ส่งท่ต้องประสบพบเจอคือ





ใช้พนักงานนาร่องของไทยในการเดินเรือในร่องนา ต้งแต่ คล่นลมแรง โดยเฉพาะเรือหลวงปิ่นเกล้าน้นถือว่าเป็นเรือคร ู



ปากร่องนาเจ้าพระยาจนถึงท่าเทียบเรือคลองเตย เป็นต้น และเรือปราบเซียน ใครท่บอกว่า “ไม่เมำคล่นหรือเมำเรือ”



จนเวลา ๐๘๐๐ พนักงานนาร่องบรูไนก็ข้นมาบนเรือหลวง ให้ขึ้นมาที่ห้องศูนย์ยุทธการเรือหลวงปิ่นเกล้า จะได้รู้ว่า


สีชัง (เรือหมู่) แล้วนาเรือเข้าร่องนาจนไปจอดเทียบท่ำเรือ การเมาคลื่นเป็นเช่นไร ผู้เขียนเมาคลื่นจนแทบไม่มีอะไร




มัวรำ ประเทศบรูไน (ดูภาพท่ ๒๓ ร่องนาและการจอดเรือ จะอาเจียน นอกจากน�้าย่อยสีเหลือง ๆ เขียว ๆ ที่ออกมา

ที่ท่าเรือมัวรา) จากร่างกาย ตลอด ๓ วันของการเดินทางไม่สามารถ

ทานข้าวได้ตามปกติ ส่งท่ช่วยดารงชีวิตอยู่ได้ก็คือ ต้มมาม่า


(ใส่ถ่วงอก ลูกช้น) กับนาอัดลม บางคนเมาคล่นจนถึง





ขนาดต้องให้น�้าเกลือก็มี แม้จะเมาคลื่นเมาเรือแต่เมื่อถึง
เวลาเข้ายาม นนร. ทุกนายก็ต้องพยายามปฏิบัติหน้าท ี ่
ให้ได้ (เป็นการฝึกหรือสร้างเหล็กในคน) หลังจากออกยาม
แล้วก็ค่อยไปพัก เม่อจบออกมาแล้วพวกเราทหารเรือ

ท่ออกเรือบ่อย ๆ ก็คุ้นเคยกับคล่นและลมทะเลทาให้



การเมาคลื่นลดลง ส�าหรับช่วงการเดินทางนี้ การเรียน

และการฝึกในเรืออาจลดลงไปบ้าง เน่องจากสภาพ

คล่นลมแรง และความไม่พร้อมของ นนร. (เหล็กยังไม่

กล้าแกร่งพอ) ในสมุดจดหมายเหตุบันทึกเก่ยวกับ

ประเทศบรูไนว่า “ประเทศบรูไน ต้งอยู่ทางทิศตะวันออก
เฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว มีกรุงบันดาเสรี-เบกาวัน
เป็นเมืองหลวง อยู่ห่างจากท่าเรือมัวราประมาณ ๒๗
กิโลเมตร ประชาชนร้อยละ ๖๕ เป็นชาวบรูไน ร้อยละ
๒๕ เป็นชาวจีน ร้อยละ ๑๐ อื่น ๆ นับถือศาสนาอิสลาม
เป็นศาสนาประจาชาติ มีสุลต่านเป็นประมุขปกครอง

ภาพที่ ๒๓ ร่องน�้าและการจอดเรือที่ท่าเรือมัวรา
ประเทศ” เม่อเรือจอดเทียบท่าเสร็จแล้วมีธรรมเนียม


จากในภาพจะเห็นว่า การเข้าร่องนาท่าเรือมัวราจะ ปฏิบัติท่ส�าคัญ ได้แก่ กำรเย่ยมค�ำนับของผู้บังคับหมู่เรือ




มองเหนเกาะอยู่ทางด้านซ้ายของร่องนา มหลกนาเป็น และผู้บังคับการเรือต่อผู้บัญชาการทหารเรือ หรือนายทหาร






ทุ่นไฟสีเขียวทางกราบขวา ทุ่นไฟสีแดงทางกราบซ้าย ช้นผู้ใหญ่ของบรูไน การเปิดให้ประชาชนและคนไทย


และมองเห็นกระโจมไฟด้านขวา กระพริบ ๓ วาบทุก ๖ ในต่างประเทศข้นชมเรือ และงานเล้ยงรับรองบนเรือ



วินาท ได้จอดเรือเทยบกัน ๓ ลา มองเห็นเรือรบบรูไน ซ่งคร้งน้จัดงานเล้ยงรับรองบนเรือหลวงสีชัง ผู้เขียนได้เป็น




เทียบท่าอยู่ด้านหน้า เป็นเรือรบติดอาวุธปล่อยนาวิถ ี ตัวแทน นนร.ชั้นปีที่ ๒ ร่วมงานเลี้ยงด้วย มีแขกรับเชิญ











แบบ Exocet (สมัยน้นถือว่าเป็นอาวุธปล่อยนาวิถีท ่ ี เชน เอกอคราชทตไทย และทตกระทรวงตาง ๆ ผชวยทต

ทันสมัยมาก เพราะยังไม่มีท้ง Harpoon และ C-801 หรือ ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารเรือบรูไน เป็นต้น หมู่เรือฝึก

นาวิกศาสตร์ 59
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕











จัดกำรแสดงศิลปะของไทย เช่น ฟันดาบ กระบี่กระบอง ทงน้เม่อเป็น นนร.ชนปีท ๒ ควรจะร้เก่ยวกบ


มวยไทย กลองยาว ดนตรีไทย และดนตรีสากล เป็นต้น กำรหำที่เรือชำยฝั่งแบบต่ำง ๆ ได้แก่ เครื่องมือเดินเรือ




(รร.นร. ก็มีชมรมของ นนร. เช่นเดียวกับ รร.ชุมพลฯ และเคร่องใช้ การแก้เข็มและขีดเข็ม (ท่ท่องจาได้ข้นใจ คือ
ยศ.ทร. มีชมรมของ นรจ.) ความรู้อีกอย่างหน่งคือ ต้องม ี C D M V T จริงไปหลอกให้หลอกตาม และหลอกไปจริง


กำรปรับเวลำของหมู่เรือฝึกให้ตรงกับเวลาของบรูไน ให้จริงตาม) แบริงเข็มไขว้ (แบบ ๒ ท่หมาย และ ๓ ท่หมาย)


คือ เวลาของบรูไนจะเร็วกว่าไทยประมาณ ๑ ช่วโมง แบริงกับระยะทาง (ใช้เรดาร์) วัดมุมแนวนอน (ใช้ Sextant)

วันรุ่งข้นได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาในตัวเมืองหลวงของ แบริง ๔ ปอยท์ แบริงทวีมุม แบริงไม่จ�ากัดมุม และแบริง

บรูไน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์บรูไน พิพิธภัณฑ์ Cherchill ผ่านกับมุม การฝึกภาคทะเลคร้งน้มีเหตุการณ์ท่บันทึก



Brunei Monument มัสยิด ห้างสรรพสินค้าโยฮัน และ ไว้ในสมุดจดหมายเหตุอีกเหตุการณ์หน่ง คือ “พธขำมเสน




พระราชวังสุลต่าน เรือจอดที่ท่าเรือมัวราจนถึงวันที่ ๒๙ อิเควเตอร์ (เส้นศูนย์สูตร)” ซ่งมีกาหนดว่า หมู่เรือฝึก


กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๑ ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมือง จะผ่านเส้นอิเควเตอร์ ในวันพุธท่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑

สุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางประมาณ ๑,๑๐๕ ก่อนเร่มพิธี ๑ วัน ช่วงเวลากลางคืนประมาณ ๑๙๐๐

ไมล์ทะเล (ประมาณ ๒,๐๔๖ กิโลเมตร) ระหว่างการเดินทาง ปีศาจทะเลได้ข้นเรือมาทางรูโซ่สมอ มาแจ้งแก่ผู้บังคับการเรือ


มีการฝึกสถานีการตรวจค้นในทะเล การฝึกเดินเรือ ว่า “ตอนน้เรือของท่านได้เข้ามาในอาณาจักรของ


ชายฝั่ง หลักปฏิบัติที่ส�าคัญ ได้แก่ เดินเรือชายฝั่งในเวลา เจ้าสมุทรแล้ว จะต้องปฏิบัติตามท่เจ้าสมุทรส่งการตาม

กลางวันต้องห่างจากชายฝั่งอย่างน้อย ๑ ไมล์ทะเล หาก สาส์นท่จะอ่านน” (เจ้าสมทร คอ เทพเจ้าโพไซดอน)








เป็นเวลากลางคืนต้องห่างชายฝั่งอย่างน้อย ๓ ไมล์ทะเล ซงผบงคับการเรือกตอบวา “ยนดท่จะปฏบัตตาม” พร้อม


ู้







ส�าหรับการหาที่เรือนั้น การเดินเรือในร่องน�้าให้หาที่เรือ ท้งเล้ยงอาหารตอบแทนแก่ปีศาจทะเล (ดูภาพท่ ๒๕






ทก ๓๐ วนาท เดนเรอชายฝั่งให้หาทเรอทก ๓ นาท ี ปีศาจทะเลข้นมาแจ้งข่าวผู้บังคับการเรือ) และเม่อถึงเวลา






การเดินเรือในทะเลลึกต้องหาท่เรือทุก ๑๕ นาที ได้เรียนร ู้ เร่มพิธีประมาณ ๐๙๐๐ ของวันท่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑




การหาท่เรือแบบต่าง ๆ และสัญลักษณ์ในแผนท่ เช่น เจ้าสมุทร ภริยา พร้อมท้งบริวาร เช่น ผู้พิพากษา



กำรหำท่เรือโดยประมาณ (DR) ทเรือเรดาร์ ทเรอดาวเทียม ช่างตัดผม ช่างโกนหนวด หมอ และสัตว์ทะเล ได้ขึ้นมา




ท่เรือ Fix และท่เรือดาราศาสตร์ (ดูภาพท่ ๒๔ การหาท่เรือ บนเรือหลวงปิ่นเกล้า ผู้บังคับการเรือได้กล่าวต้อนรับ และ




และสัญลักษณ์) กล่าวขออภัยโทษให้แก่ก�าลังพลประจ�าเรือ และ นนร.
ภาพที่ ๒๔ การหาที่เรือและสัญลักษณ์ ภาพที่ ๒๕ ปีศาจทะเลขึ้นมาแจ้งข่าวผู้บังคับการเรือ
นาวิกศาสตร์ 60
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





ท่ได้เข้ามาในอาณาจักร และอาจล่วงเกินโดยไม่อาจ มาท่เรือของเรา เม่อเราได้รับสัญญาณแล้ว ก็จะต้องตอบ
ทราบได้ ส่วนเจ้าสมุทรก็ได้กล่าวถึงความรุ่งเรืองของ ชื่อเรือเป็น Call Sign ดังนี้ “DE (This is) H T M S
อาณาจักรตนว่าเป็นอย่างไรบ้าง และพระราชทาน (His Thai Majesty Ship) H S E D (H S คือ Call sign



อภัยโทษแก่ทุกคน ด้วยการให้ทุกคนทาการอาบนาชาระ เรือไทยหรืออำกำศยำนไทย และ E D คือ ชื่อเรือ)”

ล้างความผิดและความสกปรก ตัดผม โกนหนวดเครา แปลว่า “นี่คือ เรือหลวง....” ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ผู้เขียน


จนเสร็จเรียบร้อย เจ้าสมุทร ภริยา และบริวารก็ลงจากเรือ เคยมีประสบการณ์เม่อคร้งอยู่เรือหลวงถลาง เม่อหมู่เรือ

เป็นอันเสร็จพิธี สารวจและรวบรวมข้อมูลทางยุทธการของกองเรือ




ท้งน้ นนร. ท่ผ่านพธีน้แล้ว ก็จะถือว่าเป็นชาวเรือ ทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ (มสร.กทบ.กร.) จะเดินทางไป





โดยสมบรณ์ หรอเป็น “ทหำรเรือช้นลำยครำม” มีการมอบ ฝั่งทะเลอันดามัน ในหมู่เรือประกอบด้วย เรือหลวงถลาง


ประกาศนียบัตรให้กับ นนร. ท่ร่วมพิธีน้ด้วย (ดูภาพท ่ ี (เรือธง) เรือหลวงบางระจัน และเรือหลวงหนองสาหร่าย




๒๖ พธข้ามเส้นอเควเตอร์ (เส้นศูนย์สตร) และ เดินทางถึงสิงคโปร์ แล้วเตรียมจะเข้าจอดที่ท่าเรือบรานี


ประกาศนียบัตร) ในประกาศนียบัตรจะเห็นเจ้าสมุทร เม่อเรือไปถึงร่องนาในตอนเช้ามืด ได้สังเกตเห็นว่ามีเรือของ


ยืนถืออาวุธเป็นสามง่ามอยู่ข้างกาย มีสัตว์ทะเลล้อมรอบ สงคโปรส่งสญญาณโคมไฟว่า “วบวาบ วบวาบ วบวาบ”





มีนางเงือก และปลาโลมา เป็นต้น ผ้เขยนจงถามนายทหารสอสารว่าสญญาณอะไร?








นายทหารส่อสารขณะน้นเพ่งจะสาเร็จการศึกษา และ




อาจยังไม่มีความชานาญเร่องโคมไฟมากนักจึงยังตอบ
ไม่ได้ (เหล็กยังไม่กล้าพอ) เขาถามมาว่าเราเป็นใคร จึงให้



นายทหารส่อสารไปส่งการให้พนักงานส่อสารตีไฟตอบ


กลับไป เร่องน้จึงอยากจะให้เป็นบทเรียนว่า วิชาโคมไฟ
หรือธงสองมือ หรือวิชาธงประมวล หรือวิชาความรู้ต่าง ๆ

ท่ได้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ (ศาสตร์) เม่อคร้งอยู่ใน โรงเรียนจ่า




ทหารเรือ และ รร.นร.น้น มีความสาคัญอย่างย่ง นักเรียน


ทหารทุกคนต้องต้งใจเรยน และต้งใจฝึกให้เช่ยวชาญ หรือ



ภาพที่ ๒๖ พิธีข้ามเส้นอิเควเตอร์ (เส้นศูนย์สูตร)








และประกาศนียบัตร ชานาญจนถงขนเป็นมออาชีพ เพราะเม่อสาเรจการศึกษา
ออกมารับราชการแล้ว เราไม่ทราบแน่นอนว่าจะได้ใช้

จนถึงเช้าวันศุกร์ท่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ หมู่เรือฝึก เม่อใด ต้องมีความพร้อมท่จะใช้เสมอ เหมือนเหล็กท่ถูกต ี


















เดนทางถงปากรองนาใกล ๆ สถานนารองเมองสราบายา เปนดาบตองลบไวใหคมอยูเสมอ ดงเพลง “ดำบของชำต ิ






จนเวลา ๐๘๐๐ พนักงานนาร่องชาวอินโดนีเซียก็ข้น เล่มนี้ คือชีวิตเรำ ถึงจะคมอยู่ดีลับไว้....”
เรือหลวงสีชัง (ไม่ได้ขึ้นอีก ๒ ล�า) แล้วน�าเรือเข้าร่องน�้าที่ หลังจากเรือจอดเทียบท่ำเรือสุรำบำยำหรือท่ำเรือ
มีความยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ระหว่างการเดินเรือใน Tunjung Perak แล้ว (Tunjung ภาษาอินโดแปลว่า


ร่องนาจะมองเห็นเรือประมงอินโดนีเซีย เรือสินค้าท่จอด แหลม ซ่งท้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย นิยมนามาต้งเป็นช่อ








ทอดสมอในแม่นา เรือรบ และเรือดานา (อินโดนีเซียมีเรือ ท่าเรือ เช่น Tujung Priok ท่กรุงจาการ์ตา และ Tunjung





ดานามานานแล้ว) จอดอยู่ ในสมุดจดหมายเหตุบันทึกว่า Pelas อยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซียติดกับสิงคโปร์ ห่างจาก


“ลืมไป เมื่อเข้าใกล้สถานีน�าร่องแล้ว สถานีน�าร่องจะส่ง กัวลาลัมเปอร์ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เป็นต้น) มีการ
สัญญาณโคมไฟ “วับวำบ (A) วับวำบ (A) วับวำบ (A)” ปล่อยให้ นนร. ได้ทัศนศึกษาภูมิประเทศตัวเมืองสุราบายา
นาวิกศาสตร์ 61
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




ได้เห็นอนุสาวรีย์สูง ๆ แต่ไม่รู้ช่อ และส่งต่าง ๆ ศูนย์การค้า Block M, Ratu Pasar, Metro Pasar และ
ภายในเมือง จนตอนเย็นกลับมาเชียร์การแข่งขันกีฬา สวนสนุกคล้ายแดนเนรมิต ในสมุดจดหมายเหตุยังบันทึก








ระหว่าง นนร. ไทย กบ นนร. อนโดนเซย (หลกสูตร อกวา “ท่ำเรือ Tunjung Priok เป็นท่ำเรือท่ใหญ่โตมำก


การศึกษา ๔ ปี) ซ่งมีอยู่ประมาณ ๓๐๐ คน พออีกวันหน่ง มีกำรขนถ่ำยสินค้ำ และเรือเข้ำออกตลอดวัน ส่วน


ก็ได้ไปท่พลาซ่า มีของขายหลายอย่าง ตอนเย็นได้ไปร่วม กรุงจำกำร์ตำ เป็นเมืองท่เจริญกว่ำเมืองสุรำบำยำ ผู้คน
งานเลี้ยงที่ รร.นร. อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพ มีอาหารเป็น มำกมำยแต่ยังพูดภำษำอังกฤษไม่ค่อยได้ มีรถแท็กซ ่ ี










ถว มนฝรง โรต และนาขวด การสนทนาขณะน้นใชภาษา ติดมิเตอร์แล้ว” ส�าหรับอาหารหลักของ นนร. ที่อยู่ใน
อังกฤษ (รร.นร. อินโดนีเซีย ตั้งอยู่ที่เมืองสุราบายา และ เมืองจาการ์ตาก็คือ Dunkin Donut และไก่ทอด KFC



ตอนท่ผู้เขียนได้ไปเรียนหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ ซ่งชาวอินโดนีเซียจะใช้มอรับประทานอาหารแทนช้อนส้อม

อินโดนีเซีย ได้กลับไปดูงานท่ รร.นร. แห่งน้อีกคร้ง) ท้งนชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่ยังใช้มือรับประทานอาหาร






เลิกงานเล้ยงก็กลับเรือ ส่วนอีกวันหน่งเป็นชุดอยู่ ต้อง อยู่ เพราะเป็นวัฒนธรรมท่สืบต่อกันมา เหมือนกับคนไทย


สอบวิชาที่ตกค้าง ได้แก่ เชือกเล็ก เรือช่วยชีวิต การชัก สมัยก่อนท่ใช้มือรับประทานอาหารเหมือนกัน อยู่ท ่ ี




หย่อนเรือเล็ก การขีดเข็ม การใช้เคร่องมือเดินเรือ จากน้น จาการ์ตา ๓ วัน หมู่เรือฝึกก็ออกเดินทางต่อ ตอนน้ในสมุด

การปฏิบัติหน้าท่เวรยาม วันต่อมา ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ จดหมายเหตุบันทึกว่า “วันเสำร์ท่ ๑๒ มีนำคม ๓๑

ได้มีโอกาสไปชมเรือฝึกของ นนร. อินโดนีเซีย เป็นเรือใบ วันนี้อำกำศดี คลื่นลมสงบ ข้ำพเจ้ำพอจะมีเวลำว่ำงที่










ช่อ K.R.I.DEWARUCI ท้งน้ อักษร K.R.I. เป็นภาษา จะคดวำ อก ๑๖ วนกจะไดกลบ รร.นร. แลวซ หนงเดอน








อินโดนีเซีย เป็นคานาหน้าช่อเรือรบอินโดนีเซีย ย่อมาจาก กว่ำ ๆ ที่ผ่ำนมำ ได้สร้ำงอะไรหลำย ๆ อย่ำงให้แก่
“Kapal Republik Indonesia” ถ้าเป็นเรือรบของไทย ข้ำพเจ้ำ แก่เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ซึ่งข้ำพเจ้ำจะไม่ลืม



จะใช้ “H.T.M.S : His Thai Majesty Ship” เรือรบ ส่งเหล่ำน้นแน่ ๆ” ช่วงบ่าย ผู้ช่วยต้นปืนได้แนะนา
สหรัฐอเมริกา ใช้ “U.S.S. : United State Ship” การเดินทางเข้าช่องแคบสิงคโปร์ ส่งสาคัญ คือ กระโจมไฟ



เรอรบราชนาวีอังกฤษ ใช้ “H.M.S. : Her Majesty Horsburgh ข้อสังเกตคือ กระโจมไฟจะมีสีขำวคำดเขียว


Ship” ส่วนประเทศอ่น ๆ ก็มีเหมือนกัน เรือใบลาน ้ ี ท่จะใช้เป็นจุดเปล่ยนเข็มเข้าช่องแคบ ในช่องแคบจะม ี




สร้างเม่อ ค.ศ. ๑๙๕๒ เคยพา นนร. อินโดนีเซีย “Middle Channel” คือ พ้นท่อันตราย สังเกตจากสีชมพ ู




เดินทางไปฝึกท่สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญ่ปุ่น มะนิลา ในแผนท่ เรือจึงต้องเดินเรือข้าง Middle Channel
มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย (ในสมุดจดหมายเหต ุ ซ่งเรียกว่า “Boat Lane” โดยให้ระวังทางนาวน เรียกว่า



เม่อเดือนมิถุนำยน ๒๕๓๑ ได้บันทึกไว้ว่า “ในช่วง “Eddy” การเดินเรือในช่องแคบมะละกาแม้คล่นลม






ปลำยเดือน มีเรือฝึกของอินโดนีเซียมำเย่ยมช่อ จะสงบ แต่จะมีเรือสินค้าและเรืออ่น ๆ อีกจานวนมาก
K.R.I.DEWARUCI”) ซ่งชาวอินโดนีเซียรู้สึกมีความ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนจะมองเห็นแสงไฟหลาย



ภาคภูมิใจกับเรือฝึกลาน้มาก จากน้นเวลาประมาณ ร้อยดวง ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากที่สุด (ผู้เขียน

๑๒๐๐ ออกเรือเดินทางไปกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของ เคยมีประสบการณ์นาเรือในช่องแคบมะละกาในเวลา

อินโดนีเซีย ระยะทางประมาณ ๔๐๐ ไมล์ทะเล ในวันพุธ กลางคืน หลังจากออกเรือจากท่าเรือบรานี สิงคโปร์ ในเวลา

ที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เวลา ๐๘๑๐ เรือเดินทางถึง ประมาณ ๒๔๐๐ เม่อออกจากร่องนาแล้ว หมู่เรือก็เล้ยวขวา



ปากร่องนา มีพนักงานนาร่องมาข้นเรือ แล้วนาเรือเข้า เข้าช่องแคบมะละกาทันที แล้วได้ส่งการให้ต้นหน






เทียบท่าเรือ Tunjung Priok เสร็จเรียบร้อยก็ปล่อย หาที่เรือให้แม่นย�าที่สุด เช่น แบริ่งกับระยะทาง (เรดาร์)



นนร. ขึ้นทัศนศึกษากรุงจาการ์ตา ผู้เขียนไปหลายที่ เช่น หาท่เรือจากดาวเทียม (GPS) รวมท้งการเปรียบเทียบท่เรือ
นาวิกศาสตร์ 62
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




กับเรืออีก ๒ ล�า คือ เรือหลวงบางระจัน และเรือหลวง การทางานท้งในส่วนพรรคนาวิน (นว.) ทางานบนดาดฟ้า





หนองสาหร่าย ว่าต�าบลที่เรือถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งได้ให้ เหนือแนวนา กับพรรคกลิน (กล.) ทางานใต้แนวนาเก่ยวกับ


นายทหารประจ�าเรือมาดูการน�าเรือในช่องแคบมะละกา การกล การไฟฟ้าใต้แนวนา โดยแบ่งพรรค-เหล่า


ในเวลากลางคืนเพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ และจะได้ ออกเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑) พรรคนาวินรวมกับพรรคนาวิก

นาไปใช้ในอนาคตได้) จากสิงคโปร์ใช้เวลาเดินเรือ โยธิน โดยยังเรียนรวมกันอยู่ และจะไปแยกอีกครั้งตอน

ประมาณ ๓ วัน กับอีก ๗ ช่วโมง หมู่เรือฝึกนักเรียน ปลายปีช้นปีท่ ๔ หลังจากได้ฝึกหมู่รบหรือภาคนาวิกโยธิน



นายเรือก็เดินทางถึงปีนง ประเทศมาเลเซีย การปฏิบัต ิ ในภาคปลายปีชั้นปีที่ ๓ เรียบร้อยแล้ว ๒) พรรคนาวิน
เหมือนเดิมคือ จะมีพนักงานน�าร่องขึ้นมาบนเรือ แล้วน�า เหล่าพลาธิการ (พธ.) และ ๓) พรรคกลิน (กล.) แต่ไม่มี


เรือเข้าร่องนาจนจอดเทยบท่าเรอปีนัง จากนนกปล่อย พรรคนาวิน เหล่าอุทกศาสตร์ (อศ.) สมัยนั้นการเลือกก็





ให้ นนร. ได้ทัศนศึกษาเมืองปีนัง ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า เลือกตามผลการเรียน เหตุผลของการเลือกพรรคเหล่าก็
ในตัวเมือง ข้นเขาไปปีนังฮิลล์ โดยน่งรถเมล์สาย ๑ ต่อด้วย ไม่เหมือนกัน อย่างผู้เขียนที่เลือกพรรคนาวิน ก็เพราะไม่





รถเมล์สาย ๘ และสุดท้ายเป็นรถรางข้นเขา ใช้เวลา อยากอยู่ในห้องเคร่องจักรเคร่องไฟฟ้าท่จะมีกล่นนามัน




ประมาณ ๔๐ นาที ระหว่างรถรางวิ่งขึ้นเขา จะมองเห็น ท�าให้เมาคลื่นได้ง่าย เป็นต้น
ทิวทัศน์รอบ ๆ ปีนังทั้งหมด (ด้านหน้า) บนปีนังฮิลล์จะ
มีโรงแรม สวนนก และวัด ตอนเย็นมีงานเลี้ยงรับรองบน จบตอนที่ ๒
เรือหลวงสีชังอีกครั้ง และมีการแสดงศิลปะของไทยโดย
นนร. ให้แขกรับเชิญได้ชมจนเลิกงาน เรือจอดอยู่ที่ปีนัง

จนถึงวันเสาร์ท่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ก็เดินทาง ที่มำ
ย้อนกลับผ่านช่องแคบมะละกาเข้าสู่น่านนาไทยอีกคร้ง - โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ



- การจัดการความรู้ โรงเรียนนายเรือ เข้าถึงได้จากเว็บไซต์
ในระหว่างการเดินทางกลับก็มีการเรียน การฝึก การสอบ https://rtnakm.com/
วิชาต่าง ๆ และการเวรยามประจ�าสถานี จนวันจันทร์ที่ - สัตหีบแชนแนล สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ Youtube.com








๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ วันสุดท้ายของการบันทึก “ตื่น - แผนพฒนา นรจ. ๔ ขนตอน กองนกเรยน โรงเรยนชมพลทหารเรอ
ข้นมำประจ�ำสถำนีรบอีก ช่วงน้ประจ�ำสถำนีรบบ่อย - เว็บไซต์ www.wikipedia.com



จำกน้นกำรฝึกประจ�ำสถำนีสละเรือใหญ่ เรียนวิชำกำร - www.sites.google.com
- www.youtube.com
ปกครอง และขนบธรรมเนียมประเพณีทหำรเรือ พอตอน
สำย ๆ ก็สอบด้วย ตอนบ่ำยเรียนกำรขีดเข็ม กำรอ่ำน




แผนท่ ช่วงนเรือเร่มเข้ำอ่ำวไทยแล้ว เห็นเคร่องบิน


ตรวจกำรณ์ของรำชนำวีไทยบินผ่ำนไปมำ รู้สึกดีใจท่ได้



กลับมำในเขตน่ำนน้ำของเรำอีกคร้งหน่ง” การฝึกภาค
ทะเลคร้งน้มีความสาคญมาก คือ เป็นการเดินทางไป







ต่างประเทศ (โดยทางเรือ) คร้งแรกของผู้เขียน ทาให้ซึมซบ
กับคาว่า “ร่วมเครือนำวี จักยลปฐพีไพศำล : Join the

Navy to see the World” ได้อย่างแท้จริง มีเรื่องที่






สาคญอกอยางหน่งในชวงปลายปชนปท ๒ คอ การเลอก









พรรคเหล่าของ นนร. (สมัยน้น) หลังจากได้เรียนรู้และฝึก
นาวิกศาสตร์ 63
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๓ ภำคกลำงปี ขวา (X1) ๑ รอบ และหมุนซ้าย (Y1) ๑ รอบ ที่ละ ๑๐



วันพุธท่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ วันน้ต้งหมู่เรือฝึก องศา โดยใช้ที่หมายเดียวกันและมีระยะห่างไม่น้อยกว่า


ภาคปฏิบัติกลางปีของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑๐ ไมล์ทะเล จนเม่อเรือหันครบ ๓๖๐ องศาแล้วก็นามา
และ ๕ ประกอบด้วยเรือจานวน ๓ ลา คือ เรือหลวง คานวณ” เม่อฝึกเสร็จก็เดินทางต่อแล้วก็เข้าจอดท่ท่าเรือ








พระทอง (เรือธงหรือเรือหมู่) เรือหลวงอ่างทอง และ แหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ ต่นเช้ามาก็ว่งข้นเขาตามท ่ ี

เรือหลวงประแส ซ่งคร้งน้ผู้เขียนได้ลงฝึกในเรือหลวง ได้ปฏิบัติมาทุกครั้ง แล้วก็เรียนวิชาการยำตรำเรือ มี ๒





ประแส เปนเรอฟริเกต ชอเดม U.S.S.GALLUP มี นาวาโท ประเภท คือ การยาตราเรือภายใน และการยาตราเรือ




กมล สุทธิสารสุนทร เป็นผู้บังคับการเรือ เรือเอก สุพรรณ ภายนอก วิชำกำรตอบเรียกของพนักงำนวิทย ซ่งจะต้อง
เหมมาลา เป็นต้นเรือ และ นาวาตรี สุรชัย โภคามาส จดบนทกการเรยกตอบออกมาเปนรหส เช่น This is = DE,






เป็นต้นกลเรือ เรือมาจอดเทียบท่าเรือเสือซ่อนเล็บ ๑ วัน Roger = R, Formation = Form เป็นต้น จากน้น
ก่อนออกเดินทางไปยังฐานทัพเรือสัตหีบ ในระหว่างการ ก็ออกเรือเดินทางไปเกาะช้าง จังหวัดตราด เกาะแรด
เดินทางมีการหาโมเมนตัม (Momentum) ของเรือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ในระหว่างการเดินทาง
ดังนี้ “เอาขวดโยนที่หัวเรือ จับเวลา เมื่อได้แบริงขวดแล้ว ได้เรียนและฝึกวิชาชีพทหารเรือเหมือนที่เคยปฏิบัติ เช่น

บอกท้ายเรือ พอขวดถึงท้ายเรือตามแบริงท่ต้งไว้ ก็ให้ ธงสองมือ การถอดประกอบอาวุธประจาเรือ การยิงอาวุธ







สัญญาณ แล้วหัวเรือก็จะโยนขวดต่อไป ทาต่อเน่องไปจน ประจาเรือต่อเป้าพ้นนาและเป้าอากาศยาน การชักสลุตธง


เรือหยุดแล้วแบริงพร้อมกันท้งหัวเรือและท้ายเรือ จากน้น การรบ-ส่งส่งของในทะเล การสมอเรือ เรือช่วยชีวต




นาจานวนขวดท่โยนออกไปมาคานวณหาโมเมนตัมเรือ” การชักหย่อนเรือเล็ก กระเชียง ยังได้เรียนและฝึกกำรใช้






ซ่งต้องมีทีมงาน (Teamwork) ท่ดี เพ่อให้งานสาเร็จ Sextant หำที่เรือชำยฝั่ง การใช้ ATP การใช้ประมวล






ต้งแต่คนโยนขวด คนแบริงท่หัวเรือและท้ายเรือ คนจับ สากล และประมวลราชนาวี ซ่งจาเป็นอย่างย่งต่อการ





เวลา คนติดต่อ คนบันทึก ขออธิบายเพ่มเติมการหา เข้าเวรยาม เพราะเม่อเป็นนักเรียนนายเรือช้นปีท่ ๓



โมเมนตัมของเรือ คือ การหาระยะทางหน้าที่สั่งหยุดเรือ พรรคนาวิน จะต้องเข้ายามในตาแหน่งท่สูงข้น เช่น ผู้ช่วย

ตามความเร็วต่าง ๆ แล้วจะมีระยะทางอีกเท่าไร? ซ่ง ต้นหน ผู้ช่วยพนักงานวิทยุ พนักงานเรดาร์ พนักงานศูนย์



ค่าท่ได้จะนามาใช้ในการนาเรือต่อไป เช่น การเทียบเรือ ยุทธการ (CIC) เป็นต้น จากสงขลาเรือเดินทางกลับมา






การเก็บคนตกนา นอกจากหาโมเมนตัมแล้วยังม ี สัตหีบอีกคร้งหน่ง ผู้เขียนต้องข้นจากเรือเพ่อข้นไปฝึก

การหาดิวิเอชัน (Deviation) เป็นการหาอัตราผิด สาขานาวิกโยธินที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) อีก
ของเข็มทิศแม่เหล็ก วิธีการคือ “การหมุนเรือ ๒ รอบ หมุน ประมาณ ๑๕ วัน การฝึกภาคปฏิบัติทางทะเลจึงส้นสุดลง

นาวิกศาสตร์ 64
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๓ ภำคปลำยปี เป็นเข็ม ๑๓๕ ๒๐๓ ระหว่ำงกำรเดินทำงจำก รร.นร.




วันแรกของการฝึกภาคปฏิบัติทางทะเล เร่มต้งแต่วันท ี ่ ไปสัตหีบ จะใช้แผนท่หมำยเลข ๑๔๒ ข้ำพเจ้ำท�ำหน้ำท ่ ี
๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึง ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ พนักงำนวิทยุ ส่งควรทรำบ เช่น ออกเรือตำมแผน




รวมระยะเวลาท้งส้น ๕๒ วัน หมู่เรือฝึกประกอบด้วย (ED49-4) เร่มกำรฝึกตำมตำรำงฝึก 1605 (EX3-8
เรือหลวงสีชัง (เรือหมู่) เรือหลวงท่าจีน และเรือหลวง DESIG EVENT 1605) ขอแยกขบวนเพื่อหลบเรือแล้ว
ปิ่นเกล้า เส้นทางเดินเรือท่เป็นเมืองท่าต่างประเทศ ได้แก่ กลับเข้ำเข็มเดิม (TA87-TA92) และขอแยกขบวนไป



ท่าเรือพอร์ตกลังและท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ท่าเรือ เป่ำเขม่ำ (TA87-TA43) ซึ่งข้อควำมท่ได้รับน้จะต้องเปิด
โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา และท่าเรือบอมเบย์ ประเทศ ATP แล้วแปลควำมหมำยออกมำ จำกน้นก็รำยงำนให้


อินเดีย ครั้งนี้ผู้เขียนได้ลงฝึกในเรือหลวงสีชัง ซึ่งเป็นเรือ ผู้น�ำเรือในขณะน้นได้รับทรำบ เช่น ผู้บังคับกำรเรือ ตร.



ยกพลข้นบกขนาดใหญ่ต่อท่อู่อิตัลไทย มารีน จากัด (อู่เรือ ตห. ตป. นปร. หรือ นสส. เป็นต้น” จากนั้นก็มีการหา
เอกชนของไทย) และได้บันทึกนายทหารท่อยู่ในหมู่เรือฝึก โมเมนตัมเรือ และการหาดิวิเอชัน จนเรือเข้าเทียบท่าเรือ

ไว้ครบทุกท่าน เช่น พลเรือตรี สุวิทย์ วัฒนกุล เป็นผู้บังคับ แหลมเทียน ตื่นเช้ามาก็วิ่งขึ้นเขากระโจมไฟแหลมปู่เจ้า

หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ (ผบ.มฝ.นนร.) นาวาเอก แล้วกลับมาเรียนวิชาชีพทหารเรือ และความรู้เก่ยวกับเรือ


ประสิทธิผล หอมจันทร์ เสนาธิการหมู่เรือฝึกนักเรียน วันต่อมาขณะท่เรือยังอยู่ท่สัตหีบก็เป็นการฝึกกระเชียงทน





นายเรือ (เสธ.มฝ.นนร.) และผ้อานวยการศึกษาพรรคนาวิน ว่ายนาข้ามเกาะ และไต่เกาะ เม่อทดสอบสมรรถภาพ



(ผอ.ผอศ.นว) นาวาเอก บวร ม่งเมือง ผู้ช่วยผู้อานวยการ ร่างกาย และรับการส่งกาลังบารุงเรียบร้อย หมู่เรือฝึก



ศึกษาพรรคนาวิน (ผช.ผอศ.นว.) นาวาเอก วิรัช ศรีบุญวงศ์ ก็ออกเดินทางไปจังหวัดชุมพร มีการฝึกยิงเป้าพ้นนา



เป็นต้นกลหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ (ตก.มฝ.นนร.) เป้าอากาศยานกลางวันและกลางคืน ถึงปากนาชุมพรก็จอด



และผู้อานวยการศึกษาพรรคกลิน (ผอศ.กล.) นาวาโท ทอดสมอปล่อย นนร. ข้นบก ส่วนใหญ่จะไปสักการะเสด็จเต่ย

นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ เป็นผู้ช่วยผู้อ�านวยการศึกษาพรรค ท่หาดทรายรี เรือจอดอยู่ชุมพร ๑ วัน ออกเดินทางไป
นาวิน (ผช.ผอศ.นว.) นาวาเอก วิญชัย จารุปกรณ์ เป็น จังหวัดสงขลาต่อ มีการสาธิตการยิงลูกระเบิดลึกปราบ



นายทหารยุทธการหมู่เรือฝึกฯ (นยก.มฝ.นนร.) นาวาโท เรอดานา K-GUN โดยเรือหลวงปิ่นเกล้าและเรือหลวงท่าจีน







ดารงศักด์ ห้าวเจริญ นายทหารส่งกาลังบารุงหมู่เรือฝึกฯ การฝึกรับ-ส่งส่งของในทะเล วันท่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒

(นกบ.มฝ.นนร.) นาวาตรี จิรศักด์ ชวนะเสน เป็นนายทหาร เรือก็ถึงสงขลา และเข้าจอดเทียบท่า จอดวันเดียวก็ออกเรือ

กาลังพลหมู่เรือฝึกฯ (นกพ.มฝ.นนร.) นาวาตรี ไพทูรย์ ในวันท่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๑๔๐๐

ประสพสิน นายทหารสอสารหมเรอฝกฯ (นสส.มฝ.นนร.)






และนายทหารประจ�าเรือหลวงสีชัง เช่น นาวาตรี บุญชัย
มรินทร์พงษ์ ผู้บังคับการเรือ (ผบ.เรือ) เรือเอก กาญจน์
ดีอุบล ต้นเรือ (ตร.) และเรือเอก สุรินทร์ สวัสดิใหม่
ต้นกลเรือ (ตก.เรือ) เรือจอด ๑ วัน ก็ออกเดินทางไป
ฐานทัพเรือสัตหีบ มีการประจาสถานีเดินเรือในร่องนา



ผู้เขียนได้มีโอกาสได้เห็นการนาเรือในร่องนาบนสะพาน




เดินเรือเป็นคร้งแรก และจดบันทึกไว้ว่า “ออกจำกท่ำเรือ
เสือซ่อนเล็บเพื่อเดินทำงไปสัตหีบ ซึ่ง นนร. มีกำรชม







กำรเดนเรอในรองนำครงแรก จะใชเขม ๑๒๖ แลวเปลยน ภาพที่ ๒๗ ตัวอย่างรูปขบวนเรือ





นาวิกศาสตร์ 65
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕



เพ่อเดินทางไปพอร์ตกลัง ประเทศมาเลเซีย มีการฝึกสถาน ี
พ่วงจูง มีการฝึกการแปรขบวนของหมู่เรือ เป็นรูปขบวน
ต่าง ๆ เช่น FORM 1 FORM 2 FORM 3 และ FORM 4

(ดูภาพท่ ๒๗ ตัวอย่างรูปขบวนเรือ) มีการเรียน


การใช้โต๊ะพล็อต จากน้นเรือก็เร่มเข้าช่องแคบมะละกา

ส่งสาคัญท่ต้องเห็นก่อนเข้าช่องแคบและเคยกล่าวไปแล้ว


ก็คือ กระโจมไฟ Horsburgh และได้เคยเขียนไว้ว่า


“วันจันทร์ท่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ เรือเร่มเข้า
ช่องแคบมะละกา เพราะสังเกตได้จากกระโจมไฟฮอสเบิร์ก











ชองแคบมะละกาเปนชองแคบทสาคญในการเดนเรอทวโลก
ถ้าประเทศไทยเราขุดคอคอดกระ ข้าพเจ้าคิดว่าคงจะให้
ประโยชน์กับไทยมากทีเดียว” เรือเดินทางในช่องแคบ
มะละกาผ่านสิงคโปร์แต่ไม่ได้เข้าจอด ได้แต่เห็นอยู่ใน


สายตาจนถึงเมืองท่าพอร์ตกลังก็มีนาร่องข้นมาบนเรือ



แล้วนาเรือเดินทางในร่องนาแล้วเข้าจอดเทียบท่า (ขณะเป็น



ผู้บังคับการเรือหลวงถลาง ก็เคยนาเรือเข้าร่องนาแห่งน ้ ี

และจอดเทยบท่ำเรือพอร์ตกลัง หลงออกมาจากท่าเรอ ภาพที่ ๒๘ ท่าเรือพอร์ตกลัง และหมู่ดาวบนท้องฟ้า


บรานีท่สิงคโปร์ตามท่ได้เคยกล่าวไปแล้ว) ลักษณะท่าเรือ





พอร์ตกลัง “เป็นท่ำเรือท่สะอำด และท่ท่ำเทียบเรือ มาเลเซียในสมัยน้น วันศุกร์ท่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๒

จะติดทุ่น หรือลูกตะเพรำในกำรเทียบได้ดี เป็นระเบียบ เรือออกจากพอร์ตกลังเดินทางไปหมู่เกำะพีพี และ

และสวยงำม ควรท่เมืองไทยจะเอำไปพัฒนำใช้กับเมือง เกาะพญานาค จังหวัดกระบี่ ได้เห็นนักท่องเท่ยว











ท่ำเทียบเรือของไทยบ้ำง” (ดูภาพท ๒๘ ท่าเรอพอร์ตกลัง ชาวต่างชาตจานวนมากมาเทยวทเกาะพีพี จากน้นก ็
และหมู่ดาวบนท้องฟ้า) จากภาพจะเห็นได้ว่าไม่ได้มีการ เดินทางต่อไปท่าเรือภูเก็ต เข้าร่องน�้าภูเก็ต ถือเข็ม ๓๓๐
บันทึกไว้เฉพาะท่าเรือ แต่ได้บันทึกภาพดาวต่าง ๆ ที่ใช้ พอถึงทุ่นที่ ๓ (สีเขียว) เปลี่ยนเข็มเป็น ๐๑๒ จากนั้นก็ใช้

สาหรับการเดินเรือดาราศาสตร์ไว้ด้วย เช่น หมู่ดาวเหนือ หลักน�า น�าเรือเข้าไปจนถึงท่าเทียบเรือ เมื่อเรือเทียบท่า
(Northern Stars) มีดาวท่สาคัญ เช่นดาว Perseus เรียบร้อยกปล่อยนักเรียนให้ไปทศนศกษาตัวเมืองภูเก็ต






ดาว Vega ดาว Altair และเวลาจะหาที่เรือดาราศาสตร์ ได้รู้จักแหล่งท่องเท่ยว ได้แก่ หาดในหาน แหลมพรหมเทพ

ต้องใช้เคร่องมือท่เรียกว่า “Sextant” มาวัดดาว ขณะท ่ ี และหาดราไวย์ ตอนนั้นภูเก็ตยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนกับ




เรือจอดท่พอร์ตกลัง นนร. ได้ข้นบกไปทัศนศึกษาท ี ่ หาดใหญ่ นักท่องเท่ยวก็จะมีชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย
กรุงกัวลำลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ขณะนั้นก็ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ เรือเดินทางออกจาก

เจริญมาก มตกใหญโตผสมกบธรรมชาติคอต้นไม้ แสดงถง ภูเก็ตมุ่งหน้าสู่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ใช้เวลา







ความร่มร่น มีย่านคนจีนท่ดูเจริญกว่าคนพ้นเมืองเช้อสาย เดินทางประมาณ ๔ วัน ในเช้าวันท่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒




มาเลย์ ได้ไปดูสวนสัตว์ สาหรับชาวมาเลเซียแล้วส่วนใหญ่ เรือเดินทางเข้าเทียบท่าเรือ Queen Elizabeth กรุง


จะพูดภาษาอังกฤษได้ และได้ข้นไป Genting Highlands โคลัมโบ สภาพท่าเรือแห่งน้เก่ามาก ๆ ตามแผนแล้ว



ซ่งเป็นสถานท่ท่องเท่ยว และบ่อน Casino ท่มีช่อเสียงของ เม่อเรือเทียบท่าเสร็จจะมีการปล่อยให้นักเรียนข้นบก




นาวิกศาสตร์ 66
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕



ทัศนศึกษา แต่ขณะน้นสถานการณ์ในประเทศศรีลังกา ยังไม่ เป็นท่าเรือเก่า มีกงสุลไทย ผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย และ
สงบดีจึงยังไม่ได้ปล่อย รอจนกระทั่งเอกอัครราชทูตไทย วงดุริยางค์ของกองทัพเรืออินเดียมารอรับ เมื่อเทียบท่า













(เป็นผ้หญง) มาชแจงให้หม่เรอฝึกทราบสถานการณ์ให้ เสรจนกเรยนกไปทศนศกษาในตวเมองบอมเบย์ซงกเป็น





เรียบร้อยก่อนจึงปล่อยนักเรียนได้ นนร. จึงได้เข้าไปในเมือง เมืองเก่า การเดินทางก็ไม่มีรถปล่อย ต้องเดินจากท่าเรือ




ซ่งเป็นเมืองเก่าแก่ค่อนข้างจะทรุดโทรม ท้งน้ประเทศ ท่ค่อนข้างสกปรกเป็นเวลาเกือบช่วโมงจึงจะถึงตัวเมือง

ศรีลังกามีประชากรประมาณ ๑๗ ล้านคน ประกอบด้วย ในเมืองน้ท่ท่าเรือนอกจากจะมีเรือสินค้า แล้วยังมีฐานทัพเรือ


ชาวสิงหล ทมฬ และอก ๒ ชนชาติ นับถอศาสนา ภาคตะวันตกของอินเดียต้งอยู่ด้วย จึงมองเห็นเรือรบและ








พุทธ ฮินดู และคริสต์ และยังมีการแบ่งช้นวรรณะอยู่ เรอบรรทกเครองบนจอดเทียบทาอย่ดวย สาหรบของท่ระลึก












วันหยุดราชการไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์แต่เป็นวันพระ ดังน้น ท่พอซ้อได้จาพวกผ้าปูเตียง กาไล สร้อย กระเป๋าหนัง



ปีหน่งจึงมีวันหยุดประมาณ ๑๐๐ กว่าวัน ในระหว่าง และหนังสือต่าง ๆ ประมาณวันท่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒



เรือจอดผู้เขียนได้เป็นตัวแทนไปร่วมงานเล้ยงท่บ้าน เรือออกเดินทางอีกคร้ง “หมู่เรือฝึกออกจำกท่ำเรือ
ท่านเอกอัคราชทูต ท่านได้เล่าให้ฟังหลายเร่อง เช่น คนไทย บอมเบย์ มุ่งหน้ำกลับสู่เกำะตะรุเตำ กำรเดินทำงครั้งนี้


ท่ทางานในศรีลังกากับบริษทญปุ่น สนค้าท่มีช่อของ ใช้เวลำประมำณ ๗ วัน ๒๒ ชั่วโมง” เป็นการเดินทาง













ศรีลังกา เช่น เพชร พลอย เคร่องเทศ และชา ท่มีช่อเสียง ท่ค่อนข้างนาน ยังจาได้ว่าไม่ได้อาบนาจืด ในทุกเย็นจะได้




และนิยมซื้อ คือ ชำซีลอน ใส่กล่องไม้อย่างสวยงาม และ อาบนาทะเลและทาแป้งอังกฤษตรางู เม่อเขียนมาถึง
นอริตำเก (Noritake) ซึ่งเป็นสินค้าหัตถกรรม นอกจาก ตรงน้ก็ทาให้นึกได้ว่าตอนไปสมทบเป็นต้นหนเรือหลวง










สนค้าแล้วศรลงกาในสมัยนนยงม Casino ด้วย ในคน สายบุรี ปฏิบติราชการพ้นททัพเรือภาค ๒ กเคยออกเรือนาน





วันท่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ก่อนออกเรือมีงานเลี้ยงบน ประมาณ ๗-๘ วันเหมือนกัน โดยเส้นทางเดินเรือออกจาก


เรือหลวงสีชัง ศรีลังกาได้มีการแสดงที่มีเครื่องดนตรีหลัก ฐานทัพเรือสัตหีบก็ว่งลงใต้มุ่งหน้าออกปากอ่าวไทย
ได้แก่ กลอง ปี่ ขลุ่ย และการแสดงการร่ายร�า ซึ่งการตี แล้วออกลาดตระเวนในเส้นทางอาณาเขตทางทะเล
จังหวะจะเร่งเร้า รุนแรง รวดเร็ว ขาดความอ่อนช้อย กับประเทศเพ่อนบ้าน ต้งแต่บริเวณปลายแหลมกาเมา


งดงาม ส่วนของไทยเป็นการแสดงศิลปะป้องกันตัว ลงไปเรื่อย ๆ ได้เห็นเรือประมงหลายสิบล�าที่แสดงความ



เหมือนกับทุกคร้ง วันรุ่งข้นเรือออกเดินทางจากโคลัมโบ ดีใจท่ได้เห็นเรือรบ “พใหญ่” ออกลาดตระเวนได้ช่วยเหลือ


ไปกรุงบอมเบย์ ประเทศอินเดีย ในระหว่างการเดินทาง ลูกเรือประมงด้วยการตรวจรักษาพยาบาล และให้ยา
มีการฝึกใหม่ คือ ฝึกเก็บคนตกน�้ำด้วยเรือใหญ่ในเวลำ สามัญประจาบ้าน ส่วนพ่น้องชาวประมงก็จะให้ปลา


กลำงคืน ที่ต้องใช้วิธีการเก็บแบบ Williamson Turn เป็นของตอบแทนระหว่างกัน เหนือส่งอ่นใดคือ พ่น้อง






(กรณีไม่เห็นคนตกนา) ส่วนอีกวิธีหน่งก็คือ Full Rudder ชาวประมงได้รับความอบอุ่นใจ เพราะเป็นการป้องปรามไม่ให้





Turn (กรณีเห็นคนตกนา) สาหรับวิธีเกบแบบ Williamson เรือรบของประเทศเพ่อนบ้านมาจับ หรือยึดเรือประมงไทย
Turn ดังนี้ “ถ้าคนตกน�้ากราบขวา จะใช้เข็ม ๖๐ องศา ได้เป็นอย่างดี นอกจากได้พบกับเรือประมงแล้วยังได้พบเรือ
กับเข็มเดิม จากน้นก็หางเสือซ้ายหมด จนเรือหันกลับ สินค้า แท่นขุดเจาะนามันและก๊าซธรรมชาติอีกหลายแท่น



มาเส้นทางเดิม” เช้าวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ใกล้ ท่สว่างไสวในเวลากลางคืน ก็ถือเป็นการออกปฏิบัต ิ





อินเดียแล้ว มีเรือตรวจการณ์ของอินเดียและรัสเซีย ราชการในทะเลของทหารเรือท่ได้ทาประจาทุกวัน เพ่อ

มาลาดตระเวนให้เห็น จนเวลา ๑๐๐๐ ก็รับนาร่องข้นเรือ คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย กลับมา

นาเรือเข้าร่องนา มองเห็น GATEWAY OF INDIAN อยู่ทาง ท่การฝึกภาคทะเลระหว่างการเดินทางก็ปฏิบัติตาม




กราบซ้าย เรือเข้าเทียบท่า Prince’s Dock Bombay ตารางฝึกทุกวัน ยกเว้นวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
นาวิกศาสตร์ 67
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕










มีการฝึกประจาสถานีสละเรือใหญ่ วันท่ ๑๘ มีนาคม พธสดดวรชนในยทธนำวทเกำะชำง ซ่งวันท่เกิดเหตุจริง












พ.ศ. ๒๕๓๒ หม่เรอฝึกเดนทางถงหม่เกาะนโคบาร์ของ คือ วันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นเหตุการณ์รบ


อินเดีย ซ่งรัสเซียได้เช่าเป็นฐานทัพเรือต้งแต่ในสมัยน้น ทางเรือที่เกิดขึ้นในกรณีพิพาท ไทย-ฝรั่งเศส อันเป็นผล












จนถงวนท๑๙ มนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ หมเรอฝกกเดนทางถง ึ สืบเน่องมาจากการท่ไทยเรียกร้องให้ปรับปรุงเส้นแบ่ง



เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล ปล่อยให้ นนร. ข้นบกหน่งวันแล้ว เขตแดน ไทย-ฝร่งเศส ใหม่ โดยใช้แนวร่องนาลึกเป็นเกณฑ์




ก็ออกเรือเดินทางไปปีนัง แล้วเข้าเทียบท่าเรือ Swetting ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม


ถือเป็นการมาทัศนศึกษาปีนังคร้งท่ ๒ ของผู้เขียน เรือจอด และให้ฝร่งเศสคืนดินแดนฝั่งขวาแม่นาโขงท่ฝร่งเศส






ท่ปีนัง ๓ วัน ก็ออกเดินทางกลับสงขลา ส้นสุดการบันทึก ยึดไปจากเหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ คืนให้ไทย ผลการรบคร้งน ้ ี



การฝึกภาคปฏิบัติปลายปีในสมุดจดหมายเหตุ ฝ่ายไทยเสยเรอรบไป ๓ ลา คือ เรอหลวงธนบุรี เรือหลวง




สงขลา และเรือหลวงชลบุรี ทหารเสียชีวิตรวมท้งสิ้น ๓๖ นาย


นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๔ ภำคกลำงปี สาหรับฝ่ายฝร่งเศส แม้จะไม่เสียเรือรบลาใดเลยก็ตาม

วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นวันตั้ง แต่เรือธงลามอตต์ปิเกต์น้นก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ ประกอบด้วย เรือหลวง ส�าหรับจ�านวนทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น การข่าว
อ่างทอง (เรือหมู่) เรือหลวงท่าจีน และ เรือหลวงโพสามต้น ของฝ่ายไทยไม่ทราบจานวนแน่นอน แต่มีรายงานว่า




“ภาคน้เป็นการฝึกภาคทะเลอย่างเดียว ไม่มีการฝึกท ี ่ เม่อเรือข้าศึกกลับถึงไซ่ง่อนได้มีการขนศพทหารท่เสียชีวิต
กองการฝึก กองเรือยุทธการ ซ่งข้าพเจ้าคิดว่าไม่ดี เพราะ และทหารท่ได้รับบาดเจ็บข้นบกกันตลอดคืน และสาเหต ุ







การฝึกท่กองการฝึก กองเรือยุทธการ จะให้ได้ความรู้มาก หน่งท่ทาให้ฝร่งเศสล่าถอยคือ เกรงว่าไทยจะมีกาลัง



สาหรับ นนร.ช้นปีท่ ๔ ในเร่องศูนย์ยุทธการ และการ ทางเรือมาสมทบมากข้น โดยเฉพาะเรือดานาท่มีถึง ๔ ลา









เดินเรือ” ข้าพเจ้าได้ลงฝึกในเรือหลวงท่าจีน สังกัด กปด. เรือเดินทาง ๑ วันก็ถึงหมู่เกำะสัตกูต มีแหล่งท่องเที่ยว



กร. (กองเรือปราบเรือดานา กองเรือยุทธการ) นายทหาร สาคัญคือ ถาพระยานคร ปล่อยให้นักเรียนนายเรือ








ประจาเรอทได้บนทกไว้ เช่น นาวาโท จตพร ศรนาม ทัศนศึกษา ๑ วัน ก็ออกเดินทางไปจังหวัดนราธิวาส มีการฝึก





เป็นผู้บังคับการเรือ เรือเอก สมหมาย วงษ์จันทร์ เป็น การพ่วงจูง การเก็บคนตกนา การรับ-ส่งส่งของในทะเล



ต้นเรือ นาวาตรี ชัยยุทธ นุชดี เป็นต้นกลเรือ ส�าหรับ การฝึกยิงอาวุธต่อเป้าพ้นนาท้งกลางวันและกลางคืน



มฝ.นนร. มี นาวาเอก บวร ม่งเมือง เป็นผู้บังคับการ การฝึกยิงเป้าอากาศยานตอนกลางวัน จนวันท่ ๗ กันยายน






หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ เรือจอดอยู่ท่ท่าเรือเสือซ่อนเล็บ พ.ศ. ๒๕๓๒ เรือก็เข้าจอดทอดสมอทหน้ำร่องน้ำ จังหวัด
๒ วัน ก็ออกเดินทางไปสัตหีบ ระหว่างเส้นทางก็มีการฝึก นรำธิวำส ได้ปล่อยให้ไปเทยวชมพระราชวงทกษณ







หาโมเมนตัมและหาความเร็วเรือจนถึงท่หมายท่าเรือ ราชนิเวศน์ท่ต้งอยู่บนเขาตันหยง ได้เท่ยวชมตัวเมือง




แหลมเทยน ฐานทพเรอสัตหีบ เรอจอดแค่วนเดยวไม่ม ี นราธิวาส ที่อยู่ห่างจากชายแดนมาเลเซีย ประมาณ ๒






การฝึกท่กองการฝึก กองเรือยุทธการ ตามท่ได้กล่าวไปแล้ว กิโลเมตร แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ข้ามไปฝั่งมาเลเซีย ได้พูดคุย



เช้าวันรุ่งข้นก็ออกเรือไปอาเภอแหลมสิงห์ จังหวัด กับประชาชนซ่งใช้ภาษายาวีมากกว่าภาษาไทย และส่วนใหญ่
จันทบุรี หมู่เรือฝึกได้จอดทอดสมอระหว่างเกำะนมสำว นับถือศาสนาอิสลาม จากน้นเรือได้ออกจากนราธิวาส


และเกำะจุฬำ จากน้นก็ปล่อยข้นบก ข้าพเจ้าไปทัศนศึกษา เดินทางไปจังหวัดสงขลา แล้วกลับมาท่ รร.นร. เป็นอันส้นสุด





ตัวเมืองจันทบุรี และนาตกพล้ว จากน้นวันเสาร์ท่ ๒ การฝึกภาคทะเลครั้งนี้ ซึ่งมีระยะเวลารวม ๑๘ วัน



กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ก็ออกเรือไปเกาะสัตกูต จังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างการเดินทางผ่านเกาะช้าง ได้ทา
นาวิกศาสตร์ 68
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๔ ภำคปลำยปี วันรุ่งข้นก็มีการฝึกวิชาการนาเรือเข้าเทียบอีกวัน วันท ่ ี

วันจันทร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ หมู่เรือฝึก ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นการฝึกว่งไต่เกาะ



ภาคทะเลนักเรียนนายเรือเร่มต้นข้นอีกคร้ง คร้งน ี ้ “เริ่มไต่เกาะประมาณ ๐๖๑๕ การไต่ก็เป็นไปด้วยความ





ประกอบด้วย เรือหลวงสุรินทร์ (เรือหมู่) เรือหลวงท่าจีน ยากลาบาก เพราะนาข้นสูงมากรวมท้งคล่นลมแรง จึง





และเรือหลวงประแส มี พลเรือตรี ไพโรจน์ สันติเวชชกุล มีทางเลือกว่าจะปีนเขา หรือจะว่ายนาไปซ่งอันตราย













เปนผ้บงคบหมเรอฝก ข้าพเจาไดลงฝึกในเรอหลวงทาจน ส�าหรับนักเรียนมาก กว่าจะไต่เกาะเสร็จก็เกือบ ๐๙๐๐
เรือจอดเทียบท่าเรือเสือซ่อนเล็บ ๓ วัน วันพฤหัสบดีท ่ ี ท�าให้การออกเรือไปสงขลาช้ากว่าเวลาที่ก�าหนด ในการ
๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ก็ออกเรือเดินทางไปสัตหีบ ไต่เกาะครั้งต่อไป ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ควรจะเป็นวันท่ออกเรือ”

ระหว่างการเดินทางได้ฝึกการหาโมเมนตัม และดิวิเอชัน


แล้วเข้าจอดท่ท่าเรือแหลมเทียน ต่นเช้าก็ฝึกว่งทนจาก



ท่าเรอแหลมเทยนผ่านโรงพยาบาลอาภากรเกยรตวงศ์


ตลาดสัตหีบ หมู่บ้านกองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการ
ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สนามบินอู่ตะเภา แล้ววนกลับ

ท่าเรือ ซ่งเป็นระยะทางท่ไกลพอสมควร ทาให้ นนร.




บางนายว่งหลดจากแถว บางนายกเป็นลม ตอนช่วงบ่าย

มีการฝึกป้องกันความเสียหาย โดยการใช้หน้ากากป้องกัน

แก๊สพิษ (OBA) และฝึกดับไฟขณะเรือจอด รวมท้งการเรยน


การสอนตามตารางฝึกจนถึงเวลานอน ต่นเช้าอีกวัน เป็น
การฝึกกระเชียงทนท รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร. ซึงชดของ ภาพที่ ๒๙ การน�าเรือเข้าเทียบ




ผู้เขียนใช้เวลา ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที เช้าวันอาทิตย์ที่ ๑๘
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ ฝึกว่ายนาข้ามเกาะ ช่วงบ่ายข้นไป หลังจากน้นก็ออกเรือ มีการยิงอาวุธเป้าพ้นนา







ฝึกการส่อสารท่กองการฝึก กองเรือยุทธการ ในหัวข้อ ต่อเป้า “หินฉลาม” และเป้าอากาศยาน มีการฝึกสถานี


กำรใช้วิทยุโทรศัพท์ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รับ-ส่งส่งของในทะเล การฝึกพ่วงจูง การฝึกเก็บคนตกนา






ซ่งเคยฝึกมาบ้างแล้วในช้นปีท่ ๓ ภาคปลายปี และช้นปีท่ ๔ ด้วยเรอใหญ่ และการฝึกดาราศาสตร์ (ดภาพท ๓๐






ภาคกลางปี ต่นเช้าอีกวันหนึ่งเป็นการฝึกประจาสถานีรบ ดาวเย็นและดาวเช้า) จนวันอาทิตย์ท่ ๒๕ กุมภาพันธ์





และป้องกันความเสียหาย แล้วได้ก็เรียนวชำกำรแปรขบวน พ.ศ. ๒๕๓๓ เรือจอดทอดสมอท่สงขลา ปล่อยให้นักเรียน



ท้ง Single Multiple และ Circular อีกวันหน่งก็เป็นการ ทัศนศึกษา ๑ วัน จากน้นก็ออกเรือเดินทางมุ่งหน้าไป


ว่งข้นเขากระโจมไฟแหลมปู่เจ้า สักการะเสด็จเต่ย แล้วกลับ กรุงจาการ์ตา การฝึกหัดศึกษาส่วนใหญ่ของ นนร.


มาเรียนวิชำกำรน�ำเรือ “การกลับล�าในที่แคบ และการ ช้นปีท่ ๓ และ ๔ ก็คือการศึกษาในเร่องเดินเรือ


น�าเรือเข้าเทียบ (ดูภาพที่ ๒๙ การน�าเรือเข้าเทียบ) และ ดาราศาสตร์ (นักเรียนนิยมเรียกกันว่า “วัดแดดวัดดำว”)

ผูกทุ่น ส่งสาคัญคือ กระแสน้าและกระแสลม จากน้น เพราะต้องวัดตลอดเวลาต้งแต่ต่นนอนตอนเช้าจนกระท่ง






เป็นการฝึกเข้าเทียบจริงโดยใช้ เรือ ต.๑๕ เรือ ต.๑๘ ดวงอาทตย์ตกดน รอจนท้องฟ้ามืดจนเห็นดาวเย็นขน




และ เรือ ต.๙๒ การเข้าเทียบควรท�ามุมไม่เกิน ๔๕ องศา ชัดเจนจึงจะวัดได้ แล้วนาผลการวัดดาวมาคานวณหา




จากท่า การเล็งควรเล็งตรงกลางท่าค่อนไปทางปลายท่า ท่เรือในทะเล การฝึกภาคในทะเลแม้จะมีความลาบาก
การฝึกโดยให้ นนร. ฝึกทีละคน ซึ่งก็ฝึกได้ดีพอสมควร” แต่หากคิดดูอีกทีก็มีคนไม่มากนักท่จะได้มีโอกาสอย่างน ้ ี

นาวิกศาสตร์ 69
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


อย่างการนอนในเรือ เรือหลวงท่าจีนแม้จะจัดให้นักเรียน เข้าร่องน�้า แล้วเข้าเทียบท่าเรือ Tunjung Priok ก่อนเข้า

นอนในห้องกะลาสี แต่ส่วนหน่งก็ไม่ได้นอนในห้องกะลาส ี จะต้องแบริงทุ่นเขียว (ด้านขวา) ได้ ๑๙๐ แล้วถือเข็ม




ช่วงท่เรือเดินในทะเลหลายวัน ในเวลาท่คล่นลมสงบพวกเรา ๑๗๗-๑๘๐ เข้าร่องนา ข้อสังเกตคือ หัวเรือจะตรงกับ


ชอบหอบผ้าใบ หมอน และผ้าห่มมานอนท่ดาดฟ้าเรือ หอควบคุมสถานีน�าร่องบนฝั่ง จากนั้นก็เข้าเทียบท่าแล้ว
เช่น ท่ใต้หรือข้าง ๆ ป้อมปืน หรือดาดฟ้าท้ายเรือ สาหรับ ก็ปล่อย นนร. ข้นบกทัศนศึกษาเป็นเวลา ๓ วัน โดยมีของ





ผู้ท่มีประสบการณ์แล้วจะไม่นอนด้านหลังปล่อง เพราะ ท่นักเรียนนายเรือนิยมซ้อเป็นของท่ระลึกมากท่สุด





ต่นมาจะพบว่ามีข้เถ้าตกอยู่ตามหน้าตามตัวจานวนมาก ก็คือ “ต้นกล้วย” ท่ทาจากไม้ มีหลายขนาดท้งต้นเล็ก




ถ้าไม่มีประสบการณ์ก็ต้องโดนก่อนแล้วจึงจะจาได้ ก็เป็น ต้นใหญ่ จนถึงวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ก็อออกเรือ


เร่องสนุกสนานทีเดียว ข้อดีของการนอนบนดาดฟ้าอีก เดินทางไปเมองโคตาคินาบาร ประเทศมาเลเซีย ในระหว่าง


อย่างหนึ่ง คือ เราจะได้มองดูดาวบนท้องฟ้าอย่างชัดเจน การเดินทางก็มีการฝึกต่าง ๆ เช่น ประจาสถานีรบ การฝึก

และสวยงาม ดาวเหล่านั้นเหมือนจะอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง การส่อสาร (NAVCOMEX) ท้งธงประมวล โคมไฟ ธงสองมือ



และท่ามกลางดวงดาวเรา จะได้ยินเสียงเคร่องจักรของเรือ “ในวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ มีการเปลี่ยนเวลาจาก

และเสียงคล่นลมผสมผสานกันไป นอนฟังจนหลับไปจนเช้า ๐๐๐๑ เป็น ๐๑๐๑ ตามเวลาประเทศมาเลเซีย โดยการ

ต่นข้นมาก็รีบพบเคร่องนอนเก็บ แล้วปฏิบัตตามตารางต่อไป เปล่ยนเวลาจะใช้ ZT (Zone Time) เทียบจากเวลาท่เมือง






กรีนิช ประเทศอังกฤษเป็นหลัก เช่น ของไทยเวลาจะ


มากกว่าท่กรีนิช + ๗ แต่ท่เมืองโคตาคินาบารู จะมากกว่า
กรีนิช + ๘ ซ่งเวลาเหล่าน้มีผลในการคานวณวิชาดาราศาสตร์



ด้วย” วันพฤหัสบดีท่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เรือก็เข้าเทียบ

ท่ำเรือโคตำคินำบำรู ในการเทียบเรือครั้งนี้ได้บันทึกว่า
“การเข้าโดยให้หัวเรือเราตรงกับเรือหลวงประแส ประมาณ
เข็ม ๑๗๐ เมื่อหัวเรือซบ ก็ใช้เครื่องจักรขวาถอยหลังเพื่อ

ให้ท้ายเรือแนบ ซ่งผู้การท่านเทียบเรือได้ดีมากจริง....การ

ออกเรือ ขวาเดินหน้าเบาเพ่อให้ท้ายเรือผลักออก เม่อท้าย





ออกแล้วก็ถอยหลงท้ง ๒ เคร่อง จนเลยท่นแดง เสรจแล้ว

ปั่นเรือโดยใช้ขวาถอยหลัง ซ้ายเดินหน้า หางเสือขวาหมด
จนเรือสามารถตั้งล�าได้” โคตาคินาบารูเป็นเมืองท่าของ
รัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย ต้งอยู่บนเกาะราบวน มีสินค้า


ส่งออกท่สาคัญ ได้แก่ ไม้ ซ่งมองเห็นกองไว้ท่ท่าเรือน ้ ี





เป็นจานวนมาก เรือจอดท่น่มีการปล่อยให้ประชาชน

มาชมเรือ และมีงานเลี้ยงบนเรือหลวงสุรินทร์ ในคืนวันที่
๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ จากนั้นก็ออกเรืออีกครั้งหนึ่ง
จุดหมายปลายทางคือ กรุงมะนิลำ ประเทศฟิลิปปินส์
ภาพที่ ๓๐ ดาวเย็นและดาวเช้า
ระยะทางประมาณ ๖๐๑.๗ ไมล์ทะเล (ประมาณ ๑,๑๑๔
วันศุกร์ท่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ หมู่เรือฝึกเดินทาง กิโลเมตร) ความเร็วในการเดินทาง ๑๒ นอต แผนที่ที่ใช้

ถึงปากร่องน�้า มีน�าร่องขึ้นมาบนเรือหมู่ แล้วก็เริ่มน�าเรือ ในการเดินเรอ ประกอบด้วยหมายเลข ๗๖๒๖ ๒๑๑๑

นาวิกศาสตร์ 70
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


๒๑๑๒ ๙๖๗ ๓๘๐๗ ๒๖๖๑บี ๙๗๐ และ ๓๔๘๗ นักเรียนนำยเรือชั้นปีที่ ๕ ภำคกลำงปี



การเดินทางใช้เวลาประมาณ ๓ วัน เรือเข้าเทียบท่ำเรือ การฝึกคร้งน้เป็นการฝึกภาคทะเลระยะส้นเพียง ๗ วัน


ที่ South Harbor of Manila กรุงมะนิลำ ปล่อยขึ้น เท่าน้น “วันอาทิตย์ท่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นวันแรก

ทัศนศึกษากรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ต้งอยู่ ในการฝึกภาคทะเลปฏิบัติของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ ๕
บนเกาะมินดาเนา สภาพเป็นเมืองเก่า ของแปลกตาก็คือ พวกเราออกจากอาคารกราบพัก ๕ กองการฝึก กองเรือ
รถจี๊ปนี่ คล้าย ๆ รถบรรทุกย่อส่วนที่ใช้เป็นรถเมล์ ไปที่ ยุทธการ มาลงเรือเล็ก เพื่อไปขึ้นเรือหลวงประแส เวลา

Rizal Park (ดูภาพที่ ๓๑ ค่าเข้าชมและตั๋วรถเมล์) ไปดู ๑๓๐๐ ก็ข้นเรือเรียบร้อย ภาคน้เป็นการฝึกภาคทะเล

Port Santiago (ที่คุมขังนักโทษ) และ CASA Manila ของชั้นปีที่ ๕ โดยเฉพาะ โดยให้ นนร. ชั้นปีที่ ๕ ท�าการ
Museum (บ้านพักสร้างด้วยไม้ของ Rizal มีทั้งห้องนอน แทนนายทหาร” วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เวลา



ห้องครัว ห้องอาหาร) ซ่งท้งสองแห่งเป็นโบราณสถาน ๐๙๐๐ เรือออกจากท่าเทียบเรือเกาะพระ ขีดเข็มตรง
เก่าแก่ท่เก่ยวข้อง Rizal ผู้นาชาวฟิลิปปินส์สมัยน้นท่ต่อส ู้ ไปเกาะแรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ นนร. ได้ฝึก








กับสเปนในการเรียกร้องเอกราช ได้มีโอกาสข้นรถราง ทาเดินเรือดาราศาสตร์แต่ว่าไม่สามารถทาได้ เน่องจาก



ไฟฟ้า ซ่งขณะน้นไทยยังไม่มีรถไฟฟ้า “ข้าพเจ้า...ได้ข้นรถราง สภาพอากาศปิดจึงต้องเปล่ยนทิศทางการเดินเรือด้วย



ไฟฟ้า เสียค่าโดยสาร ๓.๕ Peso โดยต๋วจะใช้เหรียญกลม การขีดเข็มจากเกาะแรดย้อนกลับมาท่เกาะช้างและ

หยอด แล้วเดินข้นไปรอรถราง เม่อมาถึงจะจอดให้คนลง เกาะกูด จังหวัดตราด แล้วเดินเรือต่อไปถึงสงขลาจึง






เพียงช่วครู่ แล้วว่งต่อคล้าย ๆ รถเมล์ แต่รถไม่ติดเลย มีความ สามารถฝึกทาเดินเรือดาราศาสตร์ได้ นอกจากการฝึกทา

สะดวก รวดเร็ว ข้าพเจ้าคิดว่ากรุงเทพฯ น่าจะท�าบ้าง” เดินเรือดาราศาสตร์แล้ว มีการฝึกหน้าท่นายทหารต่าง ๆ
เช่น ตร. นกว. ตห. นสส. และ นวต. ซึ่ง นนร. ชั้นปีที่ ๕



เม่อสาเร็จการศึกษาก็ต้องมาทาหน้าท่เหล่าน้ จนเรือมา


จอดสงขลา ในวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ก็สิ้นสุด
การเขียนในสมุดจดหมายเหตุ ส่วนวันที่เหลือก็คือ วันที่
๖-๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เข้าใจว่าเป็นการเดินทางกลับ

มาท่ฐานทัพเรือสัตหีบแล้วก็จบการฝึกภาคทะเล และ

เป็นการจบการเขียนสมุดจดหมายเหตุประจาตัว นนร.
ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๑ ถึงชั้นปีที่ ๕ ของผู้เขียน
ท้งน้การฝึกภาคทะเลในแต่ละช้นปีของ รร.นร. ม ี






จุดมุ่งหมายท่แตกต่างกัน ต้งแต่ข้นแรกท่เป็นผู้ปฏิบัต ิ




และรอฟังคาสงอย่างเดียว จนถึงขนสดท้ายทีต้องเป็น




ผู้คิดและสั่งการได้เอง โดยเมื่อเป็น นนร.ชั้นปีที่ ๑ และ


ช้นปีท่ ๒ จะต้องได้รับการฝึกให้เป็นลูกมือในลักษณะ



“ตำด หฟัง” หน้าท่หลักคือ ทาตามคาส่งให้ดีท่สุด คาว่า





ภาพที่ ๓๑ ค่าเข้าชมและตั๋วรถเมล์ “ตำดู” หมายถึง ดูในสิ่งที่จะต้องท�าหน้าที่ เช่น สถานี


จนถึงวันเสาร์ท่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เรือออกเวลา เทียบเรือมีหน้าท่ประจาเชือก ก็ต้องดูเชือกว่าอยู่เชือก

๑๔๐๐ เดินทางไปบรูไน ซ่งเป็นท่น่าเสียดายว่าการเขียน เส้นไหน ดูเชือกว่าตึงหรือหย่อน มีรอยขาดหรือไม่ หาก


สมุดจดหมายเหตุในภาคนี้ได้สิ้นลงเพียงเท่านี้ ทาหน้าท่ประจาลูกตะเพรา ก็ต้องคอยดูลูกตะเพราหัว



นาวิกศาสตร์ 71
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





ลูกตะเพรากลางลา หรือลูกตะเพราท้ายเรือ หากทาหน้าท ี ่ จากห้องเคร่อง ฟังการรายงานจากห้องศูนย์ยุทธการ
ถือท้ายถือพังงาอยู่ ต้องดูว่าถือเข็มได้ตรงหรือไม่ เม่อได้รับ ฟังการรายงานจากยามเรดาร์ ฟังการรายงานจากจ่ายาม





ค�าสั่งหางเสือขวาแล้ว หัวเรือไปทางขวาหรือไม่ หางเสือ ส่งท่ปากต้องส่ง เช่น ส่งให้หาท่เรือ ส่งถือเข็มเรือ







กินนาหรือไม่ หากทาหน้าท่ยามตรวจการณ์ ต้องคอยด ู ส่งความเร็วเรือ ส่งตรวจสอบเป้าหัวเรือ เป้ากราบซ้าย

ความเรียบร้อยของกล้องสองตาและเข็มทิศ เป็นต้น และเป้ากราบขวา สั่งจ่ายามให้ตรวจสอบลูกยาม และ

คาว่า “หูฟัง” หมายถึง ฟังคาส่งจากหัวหน้าโดยตรง ความเรียบร้อยของเรือ สั่งเวรวิทยุให้ติดต่อสื่อสาร และ



บริเวณนั้น ๆ เช่น ถ้าปฏิบัติหน้าที่เป็นประจ�าเชือกต้อง สมองคิด เช่น ในระหว่างรับผิดชอบเข้ายาม ๔ ช่วโมง

ฟังคาส่งว่าให้เข้าเชือก หะเบส หะเรีย เก็บเชือกให้ตึง คิดว่าทาอย่างไรจะทาการเดินเรือให้ปลอดภัย เรือต้อง



















หกคอ ตง ปลอยเชอก แลวก็ปฏบตตาม เป็นตน เมอเปน ถือเข็มอะไรบ้าง เปล่ยนเข็มก่คร้ง หาท่เรือได้ด้วยวิธ ี
นนร. ชั้นปีที่ ๓ ๔ และ ๕ นอกจากจะ “ตำดู หูฟัง” ไหนบ้าง ความเร็วเรือควรเป็นเท่าไร หากคนตกนาจะต้อง




ยังต้อง “ปำกสั่ง สมองคิด” โดย นนร. ชั้นปีที่ ๓ จะเริ่ม ทาอย่างไร หากหางเสือไม่กินนาจะต้องทาอะไร หากพบเป้า




ได้รับการฝึกให้ปฏิบัติหน้าท่ เช่น หัวหน้าเชือก จ่ายาม ท่หัวเรือจะต้องทาอย่างไร ท้งน้การสร้างเหล็กในคน




ยามวิทยุ ยามเรดาร์ ประจาโต๊ะพล็อต ผู้ช่วยนายยาม ให้กับ นรจ. และ นนร. ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ คือ ควรมี
เรือเดิน ยกตัวอย่าง เมื่อเป็นหัวหน้าเชือก เมื่อได้ยินเสียง กำรจัดท�ำสมุดบันทึกประจ�ำตัวให้กับ นรจ. และ นนร.
นกหวีดให้หะเบสก็ต้องสั่ง (ปากสั่ง) ให้ นนร. ชั้นปีที่ ๑ อย่างน้อย ๒ เล่ม ส�าหรับ นรจ. เล่มที่ ๑ คือ สมุดบันทึก

และ ๒ ท่ประจาเชือกหะเบส ขณะหะเบสก็ต้องสังเกต สมรรถภาพร่างกาย เร่มใช้ต้งแต่รับราชการจนกระท่ง ั



(สมองคิด) ว่าเชือกที่ก�าลังหะเบสนั้นตึง หรือหย่อนมาก เกษียณอายุราชการ และเล่มที่ ๒ คือ สมุดบันทึกวิชาชีพ


เกินไปหรือไม่ เพ่อป้องกันอันตรายท่จะเกิดจากเชือกขาด เฉพาะทาง เช่น นรจ. เหล่าโซนาร์ บันทึกช่วโมงการเข้ายาม

หรือเชือกมาพันแขนขาของนักเรียน และเมื่อเป็น นนร. ปฏิบัติหน้าท่เป็นจ่ายามโซนาร์ หรือ นรจ. เหล่าวิทย ุ


ชั้นปีที่ ๔ และ ๕ ได้รับหน้าที่ให้เป็นนายเรือเดินก็ต้องมี บันทึกช่วโมงการเข้ายามวิทยุ หรือพรรคกลิน บันทึก

หน้าท่ส่งการท้งในสะพานเดินเรือ และการปฏิบัติท้งหมด ชั่วโมงการฝึก ปคส. ส�าหรับ นนร. เล่มที่ ๑ คือ สมุด








ขณะท่เรือเดิน ขอยกตัวอย่างเม่อคร้งเป็นนายทหาร บนทกสมรรถภาพร่างกาย เรมใช้ต้งแต่รับราชการจน




ประจาเรือออกฝึกภาคปฏิบัติกลางปีของ นนร. ในประเทศ กระท่งเกษียณอายุราชการ และเล่มท่ ๒ คือ สมุด




ขณะผู้เขียนเข้ายามเป็นนายทหารยามเรือเดิน (คร้งละ ๔ บันทึกวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น บันทึกช่วโมงการเป็น






ช่วโมง) ได้สอนให้ นนร. ช้นปีท่ ๓ (เข้าหน้าท่ผู้ช่วย นายยามเรือเดิน บันทึกช่วโมงการเข้ายามเคร่องส่งจักร




นายยามเรือเดิน) และ นนร. ช้นปีท่ ๔ (เข้าหน้าท่นายยาม หรือเครื่องไฟฟ้า บันทึกชั่วโมงการเข้ายามเรดาร์ บันทึก




เรือเดิน) ท่กาลังปฏิบัติหน้าท่อยู่สะพานเดินเรือพร้อมกับ ช่วโมงการฝึก ปคส. สาหรับสมุดบันทึกวิชาชีพเฉพาะทาง



ู่





ผู้เขียน ให้เข้าใจค�าว่า “ตำดู หูฟัง ปำกสั่ง สมองคิด” เร่มใช้เมอรบราชการจนถงเม่อไม่ได้อยปฏบัตงานในเรือแล้ว



โดยถามว่าขณะเข้ายามอยู่น้มีการ “ตาดู หูฟัง ปากส่ง


สมองคิด” อะไรบ้าง? ส่งท่ตาต้องดู เช่น ดูหัวเรือและรอบ ๆ ส�าหรับเรือฝึกที่ผู้เขียนได้ลงเรือฝึก ได้แก่ เรือหลวง


เรือ ดูท่เรือ ดูเข็มทิศ ดูเรดาร์ ดูเคร่องหย่งนา ดูข้อมูล อ่างทอง เรือหลวงพงัน เรือหลวงสีชัง เรือหลวงปิ่นเกล้า



พยากรณ์อากาศ ดูไฟ ดูสภาพอากาศ คล่น ลม เมฆ ดูเรือ เรือหลวงประแส (๒ ครั้ง) เรือหลวงท่าจีน (๒ ครั้ง) แบ่ง

และสิ่งปลูกสร้างในทะเล เป็นต้น สิ่งที่หูต้องฟัง เช่น ฟัง เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ได้แก่ เรือหลวงอ่างทอง



เสียงวิทยุ ฟังการรายงานเข็มเรือ ฟังการรายงานเคร่องส่ง ั เรือหลวงพงัน และเรือหลวงสีชัง ซ่งปัจจุบันปลดประจาการ

จักร ฟังการรายงานจากยามตรวจการณ์ ฟังการรายงาน แล้ว ๒ ลา คือ เรือหลวงพงัน และเรือหลวงอ่างทอง สาหรับ

นาวิกศาสตร์ 72
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





เรือหลวงอ่างทองท่ประจาการอยู่ปัจจุบันเป็นลาท่ต่อ ที่ส�ำคัญ” ของนักเรียนทหาร และนายทหารนักเรียนทุก







ขึ้นใหม่อีกชุดหนึ่งคือ ชุดเรือฟริเกตเก่า ได้แก่ เรือหลวง หลกสตร คร อาจารยในโรงเรยนตาง ๆ ควรจะมการอบรม

ประแส เรือหลวงท่าจีน และเรือหลวงปิ่นเกล้า ซ่งสมัยน้น และฝึกทบทวนความรู้ก่อนท่จะเปิดหลักสูตร เพ่อให้





พวกเรา นนร. เรียกว่าเป็น “เรือครู” ปัจจุบันก็ปลดระวาง การฝึกอบรมของนกเรยนเป็นไปในแนวทางเดยวกน









ประจาการไปแล้วทุกลา อาจมีผู้สงสัยว่าทาไมช่อเรือ บรรลุวัตถุประสงค์ท่ต้งไว้ได้เป็นอย่างดี เช่น ฝ่ายวิชาการ
เป็นชื่อเกาะบ้าง แม่น�้าบ้าง จึงขอเล่าเรื่องการตั้งชื่อเรือ สถาบันวิชาการทหารเรือช้นสูง (ฝวก.สรส.) เคยเปิด

สักนิดหน่อยว่า กองทัพเรือได้มีระเบียบกองทัพเรือว่าด้วย หลักสูตรการเพ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้กับ






การต้งช่อเรือ พ.ศ. ๒๕๒๗ เช่น เรือฟริเกต ให้ต้งช่อ นายทหารท่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ ก่อนท่จะทา �


ตามแม่นาสายสาคัญ ยกตัวอย่าง เรือหลวงประแส หน้าท่สอน หรือคุมสัมมนาในหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบัน





เรือหลวงท่าจีน เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง วิชาการทหารเรือช้นสูง อีกตัวอย่างหน่ง ฝ่ายวิชาการ
และเรือหลวงสายบุรี เรือด�ำน้ำ ให้ต้งช่อตามผู้มีอิทธิฤทธ ์ ิ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ร่วมกับสถาบันสอนภาษา AUA









ในนิยาย หรือวรรณคดีเก่ยวกับการดานา ซ่งไทยเคยมีมาแล้ว เปิดหลักสูตรทบทวนภาษาอังกฤษให้กับนายทหารท่จะ
ในอดีต จ�านวน ๔ ล�า ได้แก่ เรือหลวงมัจฉานุ เรือหลวง ท�าให้หน้าท่เป็นครูสอนหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ




วรณ เรอหลวงสนสมทร และ เรอหลวงพลายชมพล สองภาษา (ดูภาพท่ ๓๒ ประกาศนียบัตรการอบรม





เรือท่นระเบด ให้ต้งช่อตามสมรภูมิท่สาคัญ เช่น เรอ การเพ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการอบรม








หลวงถลาง เรือหลวงบางระจัน เรือหลวงหนองสาหร่าย ภาษาอังกฤษ) หรือ (ภาพที่ ๓๓ การเปิดอบรมหลักสูตร


และเรือหลวงดอนเจดีย์ สาหรับเรือยกพลข้นบก เพิ่มประสิทธิภาพครูปกครอง กนร.รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร.)
(landing ship) เรือระบายพล (landing craft) เรือส่ง ก่อนการฝึกภาคสาธารณะ นรจ. ใหม่ หรือการให้คร ู
ก�าลังบ�ารุง เรือน�้ามัน (oiler) เรือน�้า เรือลากจูง (harbor ในกองการศึกษาเขียนแผนการสอนในวิชาท่ตนเอง

tug) และเรือล�าเลียง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น เรือหลวงช้าง รับผิดชอบ การจัดทาคู่มือการสวนสนามในภาคสาธารณ


เรือหลวงพงัน เรือหลวงลันตา เรือหลวงสีชัง เรือหลวง ศึกษา การจัดทาคู่มือการแสดงแฟนซีดริล และการจัดทา

สุรินทร์ เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงจุฬา เรือหลวงสมุย คู่มือการสวนสนามเรือกระเชียง เพ่อให้ครูรุ่นหลังได้นา �

เรือหลวงสัตกูด ไปใช้ได้ต่อไป กเป็นแนวทางสร้างเหลกในคนให้กับ


จากที่ได้เขียนมาพอสรุปได้ว่าเป็นการ “สร้ำงเหล็ก ครู อาจารย์ และนายทหารปกครองของกองทัพเรือได้

ในคนให้กับ นรจ. และ นนร.” ให้มีคุณสมบัตินายทหารเรือ หรือเม่อคร้งรับราชการอยู่ในเรือ เม่อมีโอกาสนาเรือเขา





ไทย และค่านิยมหลักของ ทร. เป็นเรื่องส�าคัญอย่างยิ่ง เทียบท่าเรือแหลมเทียน หรือการนาเรือเก็บทุ่นหมายเขต



อีกส่วนหน่งท่ช่วยในการสร้างเหล็กในคนก็คือ “ครู ท้งทวนนาและตามนา ก็ได้ฝึกให้นายทหารพรรคนาวิน






อำจำรย์” ของ ทร. จากประสบการณ์ท่ผ่านมาครู อาจารย์ ประจาเรือ เช่น ตร. นกว. ตห. และ นสส. นาเรือเข้าเทียบท่า

ในโรงเรียนโดยท่วไปจะถูกเปรียบเปรยเหมือน “เรือจ้ำง” ทิ้งสมอ เก็บคนตกน�้า หรือเก็บทุ่นหมายเขต ไม่ว่าจะเป็น




ท่มีหน้าท่ส่งลูกศิษย์ข้นฝั่งแล้วก็จบ ส่วนครู อาจารย์ ในการฝึกยทธวธีกองเรอทนระเบดประจาปี การฝกยทธวธ ี




ุ่






ของกองทัพเรือมักจะถูกเปรียบเปรยเหมือน “เป็นช่ำง ของกองเรอยทธการ การฝกรวม/ผสม Cobra Gold การฝก



ปั้นหม้อ มีหน้ำที่ปั้นหม้อให้ออกมำให้ดีให้ได้” ไม่ว่าจะ ร่วมผสม CARAT การออกปฏิบัติราชการ ทรภ.๑ และ ทรภ.๒
เปรียบเปรยเป็นอะไรก็ตามครู อาจารย์ ถือเป็นคน หรือ การออกปฏิบัติราชการในหมู่เรือรักษาการณ์ไกลกังวล
ทรัพยากรมนุษย์ท่ควรจะได้รับการ “สร้ำงเหลกในคน การออกเรือสารวจและรวบรวมข้อมูลทางยุทธการ กองเรือ



ให้กับครู อำจำรย์” ด้วยเหมือนกัน เพราะครู อาจารย์ ทุ่นระเบิด ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างเหล็กในคน
ในหลักสูตรต่าง ๆ ของกองทัพเรือถือเป็น “แบบอย่ำง ให้กับคนประจ�าเรือ
นาวิกศาสตร์ 73
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ภาพที่ ๓๒ ประกาศนียบัตรการอบรมการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและการอบรมภาษาอังกฤษ

































ภาพที่ ๓๓ การเปิดอบรมหลักสูตรเพิ่มประสิทธิภาพครูปกครอง กนร.รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร.


นาวิกศาสตร์ 74
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





สรุป “ปรบพฤติกรรม” ขั้นที่ ๒ “การสร้างจตสานกความเป็น

ทหารเรือทุกนายถือเป็นทรัพยากรท่สาคัญของ ทหาร” ขั้นที่ ๓ “การสร้างความภาคภูมิใจในความเป็น






กองทัพเรือ ท่จาเป็นต้องสร้างให้มีเหล็กในคน เช่น ทหาร” และข้นท่ ๔ “การสร้างอุดมการณ์ในการรับราชการ
คุณสมบัตินำยทหำรเรือไทย ๕ ประกำร ได้แก่ มีความร ู้ ในกองทัพเรือ” รวมท้งการฝึกภาคปฏิบัติทางใช้การในทะเล



เป็นผู้นาทางทหาร มีความซ่อสัตย์และความจงรักภักด ี ของ นรจ. และยกตัวอย่างการสร้างเหล็กในคนจากการ
เป็นสุภาพบุรุษ และมีความละเอียดรอบคอบไม่ประมาท ฝึกภาคทะเล ท่ได้บันทึกไว้ในสมุดจดหมายเหตุประจาตัว




และค่ำนิยมหลักของกองทัพเรือ (SAIL) ได้แก่ ความเป็น นักเรียนนายเรือของผู้เขียน ต้งแต่เป็น นนร. ช้นปีท่ ๑ ถึง

ชาวเรือ ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี ความเป็นผู้มี ช้นปีท่ ๕ รวมจานวน ๘ ภาค รวมท้งประสบการณ์ในการ






คุณธรรม จริยธรรม และความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ รับราชการท่ผ่านมา นอกจากน้การสร้างเหล็กในคนไม่ได้



และความเป็นผู้นา โดยการสร้างเหล็กในคนควรจะสร้าง มีความจาเป็นเฉพาะนักเรียนทหารเท่าน้น แต่การสร้าง


ต้งแต่เม่อเร่มต้นการเข้ามารับราชการในกองทัพเรือ เหล็กในคนให้กับครู อาจารย์ ก็มีความสาคัญเช่นเดียวกัน





ยกตัวอย่างได้จากหลักสูตร นรจ. ที่เข้ารับการศึกษาที่ ท้งน้เพ่อให้กาลังพลของกองทัพเรือ มีความพร้อมในการ




รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร. ระยะเวลาประมาณ ๒ ปี ได้มีการ ปฏิบัติหน้าท่และภารกิจ ตามท่ได้รับมอบหมายให้สาเร็จ
จัดทาแผนพัฒนา นรจ. ๔ ข้นตอน ได้แก่ ข้นท่ ๑ ลุล่วงด้วยดีตลอดไป




“เหล็กในคน ต้องสร้าง ตั้งแต่เริ่ม
สะสมเพิ่ม ความแกร่งกล้า ทีละน้อย
ส�ำคัญกว่ำ สร้างตอนปลาย ได้แต่คอย
กว่าจะได้ ใช้สอย ไม่ทันการ
เหล็กในเรือ ส�าคัญ หมั่นถูขัด
คอยขจัด สนิมร้าย ไม่ให้กร่อน
ช่วยพยุง เรือไว้ คนได้นอน
บ้านคลายร้อน แสนสุขเรา เหล่าชาวเรือ
เหล็กในคน เหล็กในเรือ ดั่งเช่นดาบ
ควรหมั่นลับ ให้คม อย่ารู้เบื่อ
รู้ส�านึก ร่วมกัน ทหารเรือ
ค�้าจุนเจือ เพื่อชำติ รำชนำวี”
ที่ม�
๑. แผนพัฒนา นรจ. ๔ ขั้นตอน กองนักเรียน โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๒. การจัดการความรู้ โรงเรียนนายเรือ เข้าถึงได้จากเว็บไซต์ https://rtnakm.com/
๓. เว็บไซต์ www.wikipedia.com
๔. เว็บไซต์ www.sites.google.com
๕. สัตหีบแชนแนล สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ www.youtube.com


นาวิกศาสตร์ 75
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


นาวิกศาสตร์ 76
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ประวัติผู้เขียน


ยศ ชื่อ-สกุล: นาวาเอก วีรุตม์ ฉายะจินดา



ประวัติการศึกษา:
- โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๓๖
- โรงเรียนนายเรือ รุ่นที่ ๙๓
- โรงเรียนนายเรือเยอรมัน รุ่นที่ VII/96
- โรงเรียนวิชาชีพทหารเรือเยอรมัน
- ปริญญาโท สาขาวิศวกรรมเครื่องกลอาวุธ มหาวิทยาลัยทหารฮัมบวร์ก
- หลักสูตรวิทยาการและเทคโนโลยีเรือด�าน�้าเยอรมัน

- หลักสูตรศูนย์ยุทธการเรือด�าน�้าระดับกลาง กองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ
- หลักสูตรก�าลังพลรับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งล�าทีี่ ๒


ประวัติการรับราชการที่ส�าคัญ
- ต้นหน ร.ล.จักรีนฤเบศร
- ต้นเรือ ร.ล.ทยานชล
- ต้นเรือ ร.ล.สุโขทัย
- หน.ก�าลังพล กองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ
- หน.ยุทธการ กองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ

- ก�าลังพลเครื่องฝึกศูนย์ยุทธการเรือด�าน�้า กองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ
- ครูฝึกเรือด�าน�้า กองเรือด�าน�้า กองเรือยุทธการ
- ผู้บังคับการเรือ ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ (ก�าลังพลชุดรับเรือ)


ราชการทะเล:
- ทรภ.๑ ทรภ.๒ ทรภ.๓ มฝ.นนร. มฝ.นรจ.




- ผู้สังเกตการณ์การฝึก เรือดานา ทร.สหรัฐอเมริกา USS Key West USS Louisville และเรือดานา ทร.เยอรมัน U32



ราชการสนาม/ราชการพิเศษ
- ผู้สังเกตการณ์ทางทหาร ภารกิจรักษาสันติภาพในประเทศซูดาน (UNMO UNMISS)
- หัวหน้ายุทธการ กองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ (N3 CTF151 CMF)

ต�าแหน่งปัจจุบัน: ประจ�ากองเรือยุทธการ












นาวิกศาสตร์ 77
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ตอนที่ ๑
กล่าวน�า



“นายทหารหนุ่มผู้มานะพยายาม และมุ่งม่นท่จะได้บังคับการเรือลาหนึ่งเป็นคร้งแรกในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรือพิฆาต





เรือกวาดทุ่นระเบิด เรือดานา เรือเร็วโจมตี หรือเรือช่วยรบ มันย่อมเป็นเร่องท้าทายความรู้สึกในการเข้ารับหน้าท ่ ี





ผู้บังคับการเรือคร้งแรก เธอเป็นเรอของท่าน-ทุกส่วนของเธอ-อย่างไรก็ตามหนทางแห่งความสาเร็จน้นเต็มไปด้วย

หลุมพรางแห่งความประมาท ขาดความเอาใจใส่ และความบกพร่อง จากวินาทีท่ท่านก้าวข้นเรือในฐานะผู้บังคับการเรือ

คนใหม่ ความรับผิดชอบต่อเรือและก�าลังพลประจ�าเรือเป็นของท่าน”
COMMAND AT SEA

“ผู้บังคับการเรือ” เป็นผู้บังคับหน่วยกาลังรบท่ได้รับ ไม่เคยมีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าท่ผู้บังคับการเรือมาก่อน




การยอมรับโดยสากลว่ามีลักษณะท่พิเศษต่างจากผู้บังคับ จนเคยคิดว่าคงจะไม่มีโอกาสน้นแล้ว แต่ในท่สุดผู้เขียน


หน่วยอ่น ๆ ไม่ว่าบนพ้นดินหรือในอากาศ เน่องจาก ก็ได้ทราบข่าวว่ามีการสอบรับเรือลาหน่ง เลยลองสมัครสอบ




เป็นการน�าหน่วยที่เป็นอิสระ แยกตัว ห่างไกลจากหน่วย และสามารถสอบผ่านได้รับการคัดเลือกในตาแหน่ง

ควบคุมบังคับบัญชา ตามกฎหมายระหว่างประเทศถือว่า ผู้บังคับการเรือ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนบทความน ้ ี


เรือเสมือนเป็นดินแดนอีกดินแดนหน่ง ระยะเวลา โดยมีวัตถุประสงค์เพ่อถ่ายทอดประสบการณ์ปฏิบัต ิ











การปฏิบัติงานยาวนาน ต้องรับผิดชอบชีวิตกาลังพล หน้าทผ้บงคบการเรอ โดยเฉพาะอย่างย่งสาหรบผ้ท ่ ี

จานวนมาก และยุทโธปกรณ์ราคาสูง บางคร้งอาจเป็น ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับการเรือครั้งแรกในชีวิต ตั้งแต่




หลักพันหรือหลักหม่นล้านบาท ท่สาคัญคือการรับผิดชอบ การเตรียมการไปจนถึงการปฏิบัติงานจริงในทะเล โดยจะเน้น

ต่อความสาเร็จ ความล้มเหลวของภารกิจ รวมถึงความ การดาเนินการท่แตกต่างจากท่หลายท่านเคยเห็น





สูญเสียทงปวง ส่งเหล่าน้จึงเป็นความท้าทายสาหรับผู้ท ี ่ เพื่อเป็นข้อพิจารณาในการปรับใช้ประโยชน์ต่อไป




ได้รับแต่งต้งเป็นผู้บังคับการเรือ อันเป็นประสบการณ์ท ่ ี
นายทหารพรรคนาวินส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน การเตรียมการส่วนตัว


แม้ว่าผู้เขียนได้ใช้ชีวิตราชการเกือบท้งหมดในกองเรือ พร้อมไปกับการทบทวนประสบการณ์ในการทางาน

ยุทธการ ต้งแต่การบรรจุรับราชการคร้งแรก บางช่วง ท่ผ่านมา โดยเฉพาะในหน้าท่ต้นหนและต้นเรือ เพ่อให้





ได้มีโอกาสเป็นนายทหารประจาเรือ บางช่วงทาหน้าท ี ่ สามารถผ่านด่านแรกของการปฏิบัติการทางเรือคือ



ฝ่ายอานวยการ และครูฝึกในหลักสูตรต่าง ๆ แต่ก ็ การนาเรือโดยปลอดภัย (Safe to Sail) เพราะภารกิจแรก
นาวิกศาสตร์ 78
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




ก็คือการน�าเรือออกไปทดลองระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นาเรือ การส่งการ ไปจนถึงการนาเรือในสถานการณ์ต่าง ๆ



ระบบตัวเรือ ระบบควบคุมบังคับบัญชา และระบบอาวุธ ต้งแต่การออกจากเทียบ การเข้าเทียบ การท้งสมอ


อันหมายรวมถึงการยิงอาวุธประจาเรือทุกประเภทด้วย การรับ–ส่งส่งของในทะเล การนาเรือในสถานการณ์


อมภัณฑ์จ�านวนมาก ซึ่งอุบัติเหตุร้ายแรงสามารถเกิดขึ้น ฉุกเฉิน ฯลฯ เรียกว่าเป็นหนังสือท่ถ้าผู้นาเรือมือใหม่




ได้ตลอดเวลา รวมท้งเป็นการทดลองระบบท่เพ่งได้รับ ได้อ่านท�าความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็อาจถือเป็นดั่งคัมภีร์


การบูรณาการเข้าด้วยกัน ด้วยกาลังพลชุดใหม่ท่ยังไม่เคย ที่จะช่วยให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงเลยทีเดียว


ปฏิบัติงานร่วมกันมาก่อน ท้งหมดน้นับเป็นความท้าทาย
ไม่น้อย ผู้เขียนจึงเร่มมองหาผู้ท่สามารถให้คาปรึกษาได้





และหนังสือท่มีข้อมูลท่เป็นประโยชน์ ซ่งจากการค้นหา

ใน Internet และห้องสมุดของกองการฝึกกองเรือ
ยุทธการ ก็ได้พบว่ามีหนังสือมากมายที่สามารถใช้อ้างอิง




ในการทาหน้าท่ได้เป็นอย่างดี ส่งท่ผู้เขียนแปลกใจคือ

มีหนังสือต่างประเทศหลายเล่มทลงรายละเอียดให้


สามารถศึกษาแนวทาง ไปจนถึงเคล็ดลับ (ท่ไม่ลับ) ในการ
ปฏิบัติหน้าท่ในด้านต่าง ๆ ต้งแต่ในเร่องของการปกครอง



บังคับบัญชา การบริหารงานภายในเรือ ไปจนถึงการ หนังสือสองเล่มที่เป็นคู่มือชั้นยอด

น�าเรือในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด ควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือคือ การร้อฟื้นความรู้สึก


หนังสือท่ลงทุนไปส่งจาก Amazon เล่มแรกคือ ในการนาเรอ นบเป็นโชคดทถงแม้ผ้เขยนจะทางาน











หนังสือเรื่อง “Command at Sea” ที่เขียนโดย ADM ฝ่ายอานวยการอยู่หลายปี แต่ก็พอมีประสบการณ์ในการ
James Stavridis, USN และ RDML Robert Girrier, นาเรือขนาดใหญ่ และมีโอกาสร่วมการปฏิบัติการทางเรือ


USN เล่มนี้พี่ ๆ น้อง ๆ หลายท่านแนะน�าเลยว่าต้องลอง และการฝึกต่าง ๆ ท้งในและต่างประเทศเป็นประจา










แล้วกไม่ร้สกผดหวงจรง ๆ เพราะถงแม้จะเขยนโดย รวมท้งได้มีโอกาสเป็นท้งผู้รับการฝึก และผู้สอนใน


นายทหารเรือของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ท่มีรูปแบบการ หลักสูตรต่าง ๆ อยู่เสมอ นอกจากนั้นการเป็นก�าลังพล






ทางาน ธรรมชาติ ทัศนคติ และระเบียบปฏิบัติหลายอย่าง ชุดฝึกในเคร่องฝึกศูนย์ยุทธการเรือดาน�า ของกองเรือดานา


ท่แตกต่างจากกองทัพเรือ แต่ในภาพรวมท้งในเรื่องศิลปะ ทาให้ไม่ได้ห่างไกลจากการปฏิบัติการทางเรือในระดับ


และจิตวิทยาในการปกครองบังคับบัญชา ความสัมพันธ์ ยุทธวิธีนัก




กับเพ่อนร่วมงานระดับต่าง ๆ ภายในเรือ ความปลอดภัย แต่ด่งคาโบราณท่ว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น


การฝึก การออกปฏิบัติการ สามารถนามาประยุกต์ใช้ ไม่เท่ามือคลา ดังน้นทุกคร้งเม่อมีโอกาส ผู้เขียนจึงขอ







เป็นแนวทางในการทางานได้เป็นอย่างด การเขียนใช้วธ ี ออกเรือไปสังเกตการณ์การปฏิบัติกับเรือท่มีคุณลักษณะ

การเขียนแบบถ่ายทอดประสบการณ์อ่านแล้วไม่เครียด หรือระบบท่ใกล้เคียงกันในระยะเวลาส้น ๆ เช่น การ




หนังสืออีกเล่มหน่งท่ต้องมีติดสะพานเดินเรอ ยาตราเรือไป-กลับอู่ การออกฝึกแบบเช้าไปเย็นกลับ

และห้องโถงนายทหารคือ “Naval Shiphandler’s Guide” หรือแม้แต่การนาร่องเข้า-ออกร่องนาเจ้าพระยา ท่ต้อง



โดย CAPT James Alden Barber, USN ที่ผู้เขียนติดใจ ขอขอบคุณพี่ น้อง ผองเพื่อน ชาวเรือต่าง ๆ ที่ได้กรุณา


ในวิธีการถ่ายทอดความรู้การนาเรือในสถานการณ์ต่าง ๆ สนับสนุนผู้เขียนมา ณ โอกาสน้ โดยผู้เขียนได้
ได้อย่างเห็นภาพ โดยเริ่มตั้งแต่พื้นฐานของฟิสิกส์ในการ อัดคลิปในระหว่างการฝึกหรือการนาเรือท่สาคัญ เช่น



นาวิกศาสตร์ 79
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




การรับ-ส่งส่งของในทะเล การนาเรือเข้าเทียบ-ออก เพราะต่างคนยังสังกัดและปฏิบัติงานกับหน่วยเดิม ทาให้






จากเทียบ การนาเรือเข้า-ออกร่องนาต่าง ๆ ฯลฯ เพ่อ การรวมกลุ่มแบบเห็นหน้ากันทาได้ไม่บ่อยนัก แต่นับว่า


ป้องกันการหลงลืม และนามาเปิดทบทวนให้กับตนเอง โชคดีท่เราอยู่ในยุคดิจิทัลทาให้ติดต่อส่อสารกันได้อย่าง


และชุดน�าเรือในการ Brief ก่อนการออกเรือด้วย ง่ายดาย เพราะการต้งสานักงานเรือเร็วเกินไปก็อาจไม่ใช่











การออกเรือสังเกตการณ์กับเรือต่าง ๆ

The First Crew แนวทางการแก้ปัญหาท่ดีท่สุดเสมอไป รวมท้งในแง่ของ



กาลังพลเรือชุดแรกนับว่าเป็นกลุ่มคนท่ม ี ภาระงานอาจไม่มีความจ�าเป็นขนาดนั้น


ความสาคัญเพราะเป็นผู้วางระบบต่าง ๆ รวมท้งระเบียบ แนวทางที่ผู้เขียนและน้อง ๆ นายทหารประจ�าเรือ


และขนบธรรมเนียมประเพณีเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในเรือ ร่วมกันหารือและตกลงใจใช้คือ การรวมตัวเท่าท่จาเป็น





เพราะอะไรท่เร่มต้นดีก็มีแนวโน้มว่าจะไปด้วยดี ข้อดีของ ต่อภาระงานในแต่ละช่วงเวลา เพอไม่ให้เกดสภาวะ


กาลังพลรับเรือคือผ่านการสอบคัดเลือก จึงเป็นการ คนล้นงานซ่งไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ อีกท้งจะกระทบต่อ




รับประกันความรู้ความสามารถได้ในระดับหน่ง รวมท้ง การทางานของหน่วยเดิมท่กาลังพลแต่ละนายยังสังกัด



หากวางแผนดี ๆ ก็จะมีเวลาในการเตรียมทีม เตรียมการ อยู่โดยไม่จ�าเป็น และที่ส�าคัญอีกประการหนึ่งคือเพื่อให้

เพียงพอท่จะรับประกันความปลอดภัยในการออกเรือ ก�าลังพลยังได้รับสิทธิก�าลังพล ในส่วนของเงินเพิ่มพิเศษ
ครั้งแรก อันมีเหตุสาหรับทหารหน่วยเรือภายใต้กรอบของระเบียบ




ส่งแรกท่กาลังพลชุดแรกต้องปฏิบัติก็คือ การเข้ารับ ที่ก�าหนด โดยก่อนการออกทดลองเรือครั้งแรกประมาณ
การอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ท้งในและต่างประเทศ ท่นอกจาก ๓ เดือน จึงขอให้กองเรือเจ้าของเรือขอตัวกาลังพล



เข้ารับการอบรมแล้ว ยังต้องท�าการจัดท�าต�ารา ซึ่งก็นับ นายทหาร และประจาเรือบางส่วนท่จาเป็นต่อการเตรียมเรือ
















เปนความทาทายทตองดาเนนการใหแลวเสรจในชวงเวลา เบองต้นมาช่วยปฏบตราชการอกตาแหน่งหนง เพอให้










ท่จากัด และทุกคนยังมีภาระงานกับหน่วยเดิมอยู่ อย่างไร ทุกอย่างพร้อมสาหรับการรับกาลังพลท้งหมดมาปฏิบัติงาน






ก็ตามก็สาเร็จลุล่วงในคุณภาพท่ยอมรับได้ รวมท้งช่วง เพ่อให้เรือสามารถออกทะเลได้ตามท่กาหนด และก่อน




การอบรมยังได้มีโอกาสหารือพูดคุยกับบริษัทผู้ผลิต ออกเรือประมาณ ๑ เดือน จึงประสานหน่วยเจ้าของ




อุปกรณ์ต่าง ๆ จนนาไปสู่การปรับปรุงเปล่ยนแปลง งบประมาณในการทดลองเรือ ให้พิจารณาลงคาส่งให้


รายละเอียดหลายอย่างให้สอดคล้องกับรูปแบบการปฏิบัต ิ กาลังพลรับเรือท้งหมดเป็นเจ้าหน้าท่ในการทดสอบ


งานจริง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามรูปแบบของกองทัพเรือ ทดลองเรอ นบเป็นการรวมกลมโดยสมบรณเปนครงแรก


ุ่




ความท้าทายในช่วงน้คือ การติดต่อประสานงานกัน (ไม่นับการพบปะเล่นกีฬาท่จัดมาเป็นระยะ ๆ ต้งแต่



นาวิกศาสตร์ 80
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





ทราบผลสอบ) เพื่อท�าความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ ถ่ายทอด อุปกรณ์ ท่ได้มอบประสบการณ์ท่ดีมาก ๆ สาหรับกาลังพล





ความรู้โดยกาลังพลท่ไปรับการอบรมมา ฝึกหน้าท่ประจา � ชุดรับเรือทุกนาย ท่นอกจากการศึกษาและทาความเข้าใจ




สถานีต่าง ๆ แจกจ่ายอุปกรณ์ส่วนตัว อบรมข้อก�าหนด ต่อระบบแล้ว ส่งท่ประทับใจอีกอย่างหน่งคือ บรรยากาศ


ด้านความปลอดภัย การป้องกันความเสียหาย ด้วยวิธีการน ี ้ ในการทางานร่วมกันจากการแลกเปล่ยนเรียนรู้ และ
ท�าให้งานต่าง ๆ ด�าเนินไปได้อย่างราบรื่น และก�าลังพล ให้โอกาสชุดรับเรือในฐานะผู้ชานาญการตามสาขาอาชีพ


รับเรือท่รับเงินเพ่มพิเศษอันมีเหตุสาหรับทหารหน่วยเรือ ในการเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ซ่งได้นาไปสู่การปรับเปล่ยน






ไม่เสียสิทธิกาลังพล เพราะถ้าจะว่ากันตามความจริง หลายอย่าง ท่บางอย่างแม้อยู่นอกเหนอจากท่ตกลงไว้





การเตรียมการท้งปวงก็เป็นการปฏิบัติงานเรือตาม ในสัญญา แต่ก็เป็นส่งท่ช่วยให้การปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัต ิ

ต�าแหน่งอัตราเรือ ตามพรรคเหล่า และสาขาวิชาชีพของ เป็นไปโดยสะดวก สอดคล้อง และเพ่มประสิทธิภาพ



กาลังพลแต่ละนายโดยแท้จริง และช่วงออกทดลองเรือ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ทุกอย่างท่ทาได้ แต่หลายอย่างก็ได้เกิด
















ก็เป็นช่วงทกาลงพลรบเรือได้ทาหน้าท่กาลงพลประจาเรอ เป็นจริงข้นมา แม้ว่าจะหมายถึงงานท่เพ่มข้นมาท้งของ

รวมท้งหัวข้อในการออกทดสอบทดลองก็มีเป็นจานวนมาก บริษัทและฝ่ายเทคนิคท้ง Hardware และ Software




จนแทบจะออกเรือเช้ายันคาทุกวัน บางคร้งเป็นการ เช่น การปรับเปล่ยนตาบลท่และโครงสร้างของ Console





เดินเรือต่อเน่องติดต่อกันนานหลายวัน ดังน้นการหา การปรับ–สลับ Function การท�างานต่าง ๆ หรือเรื่อง


แนวทางการปฏิบัติเพ่อดารงสิทธิกาลังพลในกรอบของ ทว ๆ ไปทเกดขนตลอดช่วงการต่อเรอท่เราได้มโอกาส
















ระเบียบทพงกระทาได้จึงเป็นสงทควรกระทา โดยเฉพาะ ในการช้จุด ปรับตาแหน่งในการติดต้งอุปกรณ์ต่าง ๆ










อย่างย่งท่ในความเป็นจริงท่กาหนดการส่งมอบและ ให้เกิดความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน



ข้นระวางประจาการอาจล่าช้ากว่าแผนท่กาหนด มิฉะนั้น




ในอนาคตก็จะทาให้จานวนคนอยากสอบรับเรือมีน้อยลง ออกเรือครั้งแรก




ซ่งหมายถึงการขาดแรงบันดาลใจ และความกระตือรือร้น และในท่สุดวันออกทดลองเรือวันแรกก็มาถึง ทุกคน


ในการพัฒนาตนเองของก�าลังพล มาถึงเรือแต่เช้าด้วยความต่นเต้น อุปกรณ์ต่าง ๆ ท่จาเป็น

ได้รับการทยอยขนลงเรือไปแล้ว สภาพภายในตัวเรือ
ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์นัก และนอกจากกาลังพลประจาเรือ




แล้วก็มีกาลังพลจากส่วนอ่นท่เก่ยวข้องมาร่วมปฏิบัติด้วย


เป็นจ�านวนมาก ประมาณ ๒๕๐ นาย การออกจากเทียบ


เป็นไปโดยไม่ยากมากนัก เพราะมีเรือลากจงสนับสนนถง




๒ ลา เพราะตาบลท่จอดเรือ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช
น้น อยู่ปลายท่าเทียบเรือหน้าประตูทางเข้าอู่แห้งพอด ี




จึงไม่มีพ้นท่สาหรับการถอยเรือ ก่อนหน้าน้นต้นหน

ก�าลังพลชุดรับเรือกับเรือของพวกเขา ก็ได้มาเสนอแผนการเข้า-ออกร่องนา และกาหนดพ้นท ี ่






ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ สาหรับใช้ในการกลับลาหน้า และลงในระบบ Integrated

นอกจากการทางานภายในชุดรับเรือเองแล้ว Bridge Navigation System และ Blind Pilot/Parallel



การรับเรือยังทาให้มีโอกาสในการทางานร่วมกับพ่ ๆ Index ไว้อย่างเรียบร้อย ผู้เขียนเลือกใช้ความเร็วปานกลาง






น้อง ๆ และน้า ๆ ในคณะกรรมการต่าง ๆ รวมทง ค่อนข้างสูงในการนาเรือในร่องนาเพ่อรักษาอาการเรือ

หน่วยเทคนิคท่เก่ยวข้อง และเจ้าหน้าท่บริษัทผู้ผลิต กับการใช้มุมหางเสือจากเรือแบบเดียวกัน


นาวิกศาสตร์ 81
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


เช้าวันออกทดลองเรือครั้งแรก เรือยังไม่มีสถานะเป็นเรือรบ ขณะออกทดลองระบบตัวเรือและกลจักรในทะเล
สังเกตว่าธงท้ายเรือยังใช้ธงชาติ
ความสาเร็จ และอุปสรรคต่าง ๆ เราออกเรือติดต่อกัน


แทบทุกวันจนส้นสุดการทดลองระบบตัวเรือ เราได้พัก

เพ่อเตรียมการประมาณ ๒ สัปดาห์ในเดือนสิงหาคม
ก่อนจะกลับมาเร่มการทดสอบทดลองระบบควบคุม


บังคับบัญชาในเดือนกันยายนจนส้นสุดปีงบประมาณ

ระหว่างนั้นก็มีเร่องต่นเต้นประปราย แต่ทุกนายก็ช่วยกัน

แก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี จนเรียกได้ว่า


ผ่านมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน ท้งน้เพราะการทางานเป็นทีม


และการสนับสนนจากคณะกรรมการ หน่วยเทคนค


หน่วยสนับสนุน และบริษัทผู้ผลิต รวมท้งขีดความสามารถ
เรือขณะออกจากร่องน�้าจุกเสม็ด ของก�าลังพลแต่ละนายท�าให้ผู้เขียนเริ่มอุ่นใจ
เสียงนกหวีดจากจ่ายามเป่าถวายความเคารพ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร

เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ องค์บิดา

แห่งทหารเรอไทย ทางกราบซ้าย คร้งแรกบนปีกนก

ของเรือเรายังก้องอยู่ในความทรงจ�า
ออกเรือไปยังไม่ทันพ้นทุ่นไฟปากร่องก็มีการติดต่อ



มาจากแผนกช่างกลว่าขออนุญาตให้หยดเรอเพ่อ
ตรวจสอบระบบขับเคล่อน ทาให้การออกเรือคร้งแรก



ถูกขัดจังหวะด้วยการทิ้งสมอฉุกเฉินข้างร่องน�้าแทน
การทดลองระบบต่าง ๆ จะด�าเนินไปอีกเช่นนี้ มีทั้ง การยิงอาวุธประจ�าเรือ



นาวิกศาสตร์ 82
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


การยิงเป้าลวง การทดสอบระบบรับ–ส่ง อากาศยาน
แต่การออกทดลองท่ผู้เขียนจะไม่ลืมเลือนคือ

การออกเรือทดลองการเดินระบบระยะยาวหรือ Endurance

Test ท่เราได้เดินทางข้ามคืนเป็นคร้งแรกจากสัตหีบ



ไปสงขลา และแน่นอนก็มีเร่องต่นเต้นท่จะไม่มีวันลืม

ในหมู่พวกเราอีกเช่นกัน แต่ก็รอดมาได้ด้วยความร่วมแรง
ร่วมใจของทุกคน ถึงแม้จะไม่ได้เข้าจอดระหว่างทาง


เพียงแค่ทักทายกับปากร่องนาสงขลา พวกเราต่างบอก
กับตัวเองว่าอีกไม่นานจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง

หลากหลายพิธีอันทรงเกียรติท่พวกเราได้มีโอกาส
ร่วม ตั้งแต่การวางกระดูกงู การปล่อยเรือลงน�้า ล้วนเป็น
การทดลองระบบกลจักร



























ภาพถ่ายก�าลังพลภายหลังจาก Endurance Test ๗๒ ชั่วโมง



นาวิกศาสตร์ 83
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





วันท่กาลังพลชุดรับเรือทุกคนไม่มีวันลืม ซ่งนอกจาก การป้องกันความเสียหาย
จะเป็นขนบธรรมเนียมชาวเรือแล้ว ยังหมายถึงความ ผู้เขียนเคยได้มีโอกาสรับการฝึกในโรงเรียนป้องกัน

ผกพนใกล้ชดระหว่างเรือรบกบสถาบนหลกของชาต ิ ความเสียหายของกองทัพเรือต่างประเทศหลายคร้ง










ดงคาว่า H.T.M.S.-His Thai Majesty’s Ship และ ซ่งเม่อมาปฏิบัติงานในกองเรือยุทธการก็พบว่าม ี



ที่ส�าคัญคือ แนวความคิด และพระอัจฉริยภาพด้านการ รายละเอียดหลายอย่างท่ต้งใจว่าเม่อมีโอกาสจะนา

ทหารเรือของพระมหากษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชา ประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับปรุงผสมผสาน นอกจากนั้น


สามารถที่น�ามาสู่การต่อเรือล�านี้ ก็ได้เคยทาการฝึกในเรือดานาอีกถึง ๔ คร้ง เป็นระยะ

















พิธีปล่อยเรือลงน�้า






จนกระท่งถึงวันข้นระวางประจาการของเรือ ซ่ง เวลาแรมเดือน ซ่งนอกจากการฝึกปฏิบัติการเรือดานา




หมายความว่าเราไม่ได้เป็นเพียงเจ้าหน้าท่ทดลองเรือ ในยุทธวิธีหลบหลีกและการโจมตีเรือผิวนาแล้ว ก็พบว่า


อีกแล้ว แต่เราเป็นกาลังพลประจาเรือท่มีพันธะผูกพัน การป้องกันความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ในเรือ





ท้งในเชิงระเบียบข้อบังคับ กฎหมาย และจิตวิญญาณ มีความสาคัญเป็นอย่างย่ง ซ่งเม่อสังเกตก็พบว่าเคล็ด



ความเป็นชาวเรืออย่างสมบูรณ์ ท่ไม่ลับคือ การหาจุดลงตัวระหว่างการเข้าไปดับไฟให้เร็ว
สาหรับผู้เขียนเองก็จะไม่มีวันลืม เวลาไม่ถึงช่วโมง การป้องกันตนเอง และขีดความสามารถในการทางาน





ภายหลังเสร็จส้นพิธี และต้องรีบนาเรือกลับไปติดต้ง ของชุดดับไฟที่ถือเป็นหัวใจของความส�าเร็จ ผู้เขียนจึงได้




อุปกรณ์เพ่มเติมท่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ท่ผู้เขียน เร่มให้ทีมทาการสารวจอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายท ี ่




รีบข้นแหลมปู่เจ้าไปสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ได้รับมอบมาพร้อมกับเรือ และจัดแบ่งกาลังพลจากทุกส่วน

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ์ ิ ภายในเรือออกเป็นชุดดับเพลิงย่อย ๆ ภายใต้กรอบรูปแบบ
พร้อมท้งขออนุญาตท่านประดับเข็มผู้บังคับการเรือท ี ่ การดับไฟเดิมท่ทุกคนคุ้นเคย ด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงและ


หน้าอกด้านซ้ายเป็นคร้งแรกตามท่รอคอย และต้งใจไว้ ป้องกันที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ส�ารวจความเสียหาย





แสนนาน ท่จะต้องเร่งไปดูว่าเกิดอะไรข้นโดยไม่สวมชุดป้องกันใด ๆ
นาวิกศาสตร์ 84
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




นอกจาก Anti-Flash Gear ผู้สั่งการในที่เกิดเหตุ และ เพ่อป้องกันการฉีดของเหลวใส่หน้าตัวเอง การส่อสาร

ชุดดับไฟเร่งด่วนท่สวมใส่ชุดปฏิบัติงานเรือกับ SCBA– ใช้ไมโครโฟนคอแบบ Tactical ที่ช่วยให้สามารถท�าการ
Self Contained Breathing Apparatus ไปจนถึงชุด สื่อสารได้ขณะใส่หน้ากาก SCBA เป็นต้น
ดับไฟหลักที่สวมชุดดับเพลิงเต็มยศ โดยมีจุดมุ่งหมายว่า


ต้องเข้าดับไฟให้เร็วท่สุดในขณะท่อันตรายยังน้อยด้วย

เคร่องป้องกันน้อยใช้เวลาเตรียมตัวน้อย แต่เม่อยัง

ไม่สามารถดับไฟได้เคร่องป้องกันก็ต้องเพ่มข้นและ





ใช้เวลาเตรียมตัวมากข้น ในขณะท่ไฟต้องได้รับการเข้าดับ



อย่างต่อเน่อง และท่สาคัญคือในการฝึกควรใช้อุปกรณ์



จริงทุกคร้งท่ทาได้ ใช้อากาศจากขวดอากาศอัดจริง


มีแสง สี เสียง (ไฟเทียมและควันเทียม) ขวดนาร้อน
สาหรับฝึกใช้ Thermal Camera และเน้นการฝึกในท่ลึก



และแคบท่สุดของเรือ ผู้เขียนมองว่าการป้องกันความ
เสียหายเป็นหน้าท่ของทุกคนภายในเรือ มิใช่ของพรรคกลิน


หรือแผนกช่างกลฝ่ายเดียว และส่งท่มักถูกมองข้ามคือ การฝึกดับเพลิงด้วยอุปกรณ์เต็มรูปแบบประกอบ Effect ไฟและควันเทียม


การดับเพลิงภายในเรือเป็นการปฏิบัติงานในท่แคบ นอกจากไฟไหม้แล้วอันตรายจากเรือทะลุก็ไม่ใช่


และมืดซ่งการฝึกดับไฟแบบน้จะไม่ประสบความสาเร็จ เร่องท่ไกลตัว ความท้าทายของนาเข้าเรือคือ การลดอัตรา







ในการฝึกดับไฟในทโล่งแบบแถวชิดเป็นแน่ แน่นอนว่า การไหลของน�้าให้เร็วที่สุด แน่นอนว่าในสถานการณ์จริง
การปรับความเคยชินของกาลังพลประจาเรือในเร่องน ี ้ มีความวุ่นวาย และยากที่จะสามารถทาการฝึกเสมือนจริง







ไม่ใช่เรองง่าย แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมอเป็นอย่างด ี ได้บนเรือ ผู้เขียนจึงพยายามจัดการฝึกให้สมจริงท่สุด



แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการฝึกค่อนข้างนาน แต่ก็ไม่ใช่สิ่ง โดยทาการฝึกท่บริเวณใต้แนวนาส่วนท่ลึกและยากต่อการ





ท่ยากเกินท่สามารถทาได้ เพราะจริง ๆ แล้วการดับไฟ เข้าถึง เช่น ในถังต่าง ๆ ใต้อุปกรณ์ห้องเครื่องจักรใหญ่




ก็ไม่ต่างจากละครบทส้น ๆ ซา ๆ ท่หากทุกคนรู้บท หรือห้องหางเสืออะไหล่ ฯลฯ โดยหากมีโอกาสก็จะทา



ของตัวเองอย่างข้นใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ละคร ร่วมกับการล้างถัง เพ่อจาลองการทางานในสภาวะนา






ก็จะจบได้อย่างรวดเร็วแบบ Happy Ending เข้าเรือจริง และฝึกทาการวัดระยะและเล่อยไม้ทา


รายละเอียดแบบ “Tricks and Tips” หลายอย่าง โครงสร้างจริง ผู้เขียนมองว่าโครงสร้างการอุดปะคาจุนน้น



จากประสบการณ์ที่ผ่านมาถูกน�ามาปรับใช้ เช่น ผู้สั่งการ ไม่มีสูตรส�าเร็จ เพราะในเรือมีสิ่งกีดขวางมากมายพอ ๆ
ในท่เกิดเหตุต้องควบคุมภาพรวมในการอานวยการดับไฟ กับมีแง่มุมต่าง ๆ ที่สามารถใช้เป็นจุดรับแรงได้มากมาย






และสนับสนุนต่าง ๆ ท่นอกม่านก้นควัน ดังน้น ชุด เช่นกัน ดังน้นแทนท่จะยึดติดกับโครงสร้างตามตาราเพียง



ดับเพลิงหลัก Firemain (หัวฉีด–สายสูบ) ต้องสามารถ อย่างเดียว ผู้เขียนจึงเน้นการสร้างความเข้าใจในเร่องของ


เข้าดับไฟได้ด้วยตัวเองได้ โดยหัวฉีด ๑ เป็นผู้ควบคุม ฟิสิกส์ของแรงข้นพ้นฐานท่ไม่ยากในการทาความเข้าใจว่า




รวมท้งการเคล่อนท่ไปข้างหน้าของชุดดับเพลิงหลัก จะต้องขัดไม้ในทิศทางใดบ้าง เพ่อจะเกิดความแข็งแรง



ต้องเป็นการควบคุมโดยคนที่อยู่หน้าสุดไม่ใช่การดันจาก เพียงพอในเบ้องต้น และหลังจากควบคุมอัตราการไหลได้แล้ว
คนข้างหลังท่มองไม่เห็นว่าข้างหน้าเกิดอะไรข้น รวมท้ง ั จะเพ่มความแข็งแรงของโครงสร้างต่อไปได้อย่างไร





การจับหัวฉีด หรือสายถังดับเพลิงต้องจับแบบความือ (จบตอนที่ ๑)
นาวิกศาสตร์ 85
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ตอนที่ ๒




















การฝึกอุดปะค�้าจุนในพื้นที่แคบ
การสถานีเรือ แนวความคิดน้จะเป็นจริงได้ก็หมายถึงทุกคนต้อง






โชคดอีกประการหน่งของผ้เขยนคอ ได้มโอกาส ช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน จะต้องไม่มีคนว่าง ซึ่งก็

ผ่านการฝึก และปฏิบัติงานบนเรือมาหลากหลายประเภท หมายถึงหลายคนจะต้องมีหน้าท่รอง หรือ Secondary Job




ท้งเรือขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ท้งเรือผิวนา เช่น ในสถานีเทียบ-ออกจากเทียบ พันจ่าพยาบาล


และเรือด�าน�้า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีความแตกต่างคือ ระบบยาม ต้องทาหน้าท่เลเซอร์วัดระยะ และสามารถทาหน้าท ี ่


และการสถานีต่าง ๆ รวมทั้งจากประสบการณ์ในหน้าที่ ถือท้ายอะไหล่ได้ ก�าลังพลเหล่าไฟฟ้าอาวุธต้องสามารถ


ต้นเรือท่ผ่านมา ซ่งแนวความคิดท่ผู้เขียนมองว่าเป็น เป็นผู้ใช้งาน Console ระบบอ�านวยการรบ และระบบ







คาตอบทเหมาะสมคอ “ทางานให้น้อยทสด พกให้มาก หาที่เรือบนสะพาน หรือถ้าว่างจริง ๆ อย่างน้อยก็ต้องมา






ทสุด !!!” เพราะมนุษย์เราถ้ายงได้พักมากกจะทาให้ ช่วยเข้าเชือกหรือว่งลูกตะเพรา ซ่งแม้จะต้องมีการอบรม






ความตรากตราน้อยลง สามารถปฏิบัติงานได้นานข้น ความรู้พ้นฐานและการใช้งานอุปกรณ์เพ่มเติมแต่ผลท ่ ี



มีประสิทธิภาพมากข้น ผิดพลาดน้อยลง และปลอดภัย ได้รับก็คุ้มค่า คือเรือของเราสามารถแบ่งก�าลังพลได้เป็น


มากขึ้น ยามเรือเดินถึง ๔ ผลัด ซ่งส่งผลให้ทุกคนได้รับการพักผ่อน
นาวิกศาสตร์ 86
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ที่เพียงพอในเวลากลางคืนในทุก ๆ คืน แม้แต่ยามเที่ยงตี ผู้เขียนจัดสถานีเรือด้วยความสนุกสนาน (หลายคน




ท่ถือว่าโหดสุดก็จะสามารถมีเวลานอนได้ต้งแต่ ๗ ถึง อาจแย้งว่าเป็นหน้าท่ของต้นเรือ แต่งานน้ผู้เขียนได้
๙ ชั่วโมง ถ้ารีบเข้านอนตั้งแต่หัวค�่าโดยไม่โอ้เอ้ แน่นอนว่า ขออนุญาตแบ่งเบาภาระอันมหาศาลของต้นเรือรับเรือท ่ ี

ต้องมีการปรับระเบียบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เช่น เลิกระบบ ต้องวางระบบอ่น ๆ และกากับดูแลงานอ่น ๆ ในรายละเอียด





ประกาศต้งแต่ ๑๙๐๐ และกาหนดเวรทาความสะอาด อีกมากมาย) นอกจากน้นในการจัดสถานี All Hand




ให้ยามผลัดท่เหมาะสมเป็นผู้ดาเนินการ นอกจากน้น อ่น ๆ ก็ได้มุ่งเน้นแนวทางเดิมคือ ทุกคนต้องช่วยกัน





ยังช่วยให้การปรับระดับความพร้อมจากยามเรือเดิน ๔ ผลัด สงผลให้ทกรายละเอียดได้รบการเตมเต็ม เช่น เรือของเรา



เป็นยามรบ ๒ กราบ สามารถท�าได้อย่าง “อ่อนตัวและ มีนักว่ายนาช่วยชีวิตกับเรือยนต์ท่พร้อมลงนาตลอดเวลา




ตลอดเวลา” ตามความต้องการของสถานการณ์ทางยุทธวิธ ี ในสถานีช่วยคนตกนา สถานีตรวจค้น สถานีชักหย่อน

โดยไม่มีก�าลังพลส่วนหนึ่งส่วนใดต้อง “ควงยาม” ที่อาจ เรือยนต์ หรือแม้แต่สถานีรับ-ส่งอากาศยาน รวมท้ง











ยาวนานถึง ๑๐ ช่วโมง ท่จะเกิดข้นหากใช้การปรับระดับ ในยามแตละกราบมชดตรวจคนพรอมใชงานทงบนเรอใหญ ่

ความพร้อมจากยามเรือเดิน ๓ ผลัด เป็นยามรบ ๒ กราบ และเรือเล็ก เป็นต้น
ยามเรือเดิน (ยาม ๔ ผลัด) บนสะพานเดินเรือ



















สะพาน และศูนย์ยุทธการขณะประจ�าสถานีรบ บนสะพานทุกคนต้องใส่หมวกเหล็กเพื่อป้องกันอันตรายจากกระสุนและสะเก็ดระเบิด
ส�าหรับก�าลังพลที่ใส่ Anti Flash Gear คือผู้ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ชุดดับไฟเร่งด่วน


นาวิกศาสตร์ 87
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


เรือครู และเพื่อนร่วมเรือ ให้ได้แม้ร่างกายจะอ่อนล้าสักเพียงใด


ภารกิจแรกของเราคือ การฝึกภาคทางใช้การในทะเล ซ่งการท่จะฝึกนักเรียนให้มีคุณลักษณะเช่นน้ อาจไม่ได้


ของนักเรียนจ่า มาด้วยการลงโทษ หรือออกกาลังกายท้ายเรือเสมอไป
ถ้าโรงเรียนนายเรือคือแหล่งผลิตรากแก้วของ ผู้เขียนมองว่าการปฏิบัติงานในเรือมีลักษณะผสมผสาน
กองทัพเรือ โรงเรียนชุมพลทหารเรือและโรงเรียนจ่าต่าง ๆ ระหว่าง Tactician และ Technician ท่สามารถปฏิบัติงาน

ก็คงไม่ต่างอะไรกับแหล่งผลิตกระดูกสันหลัง มือไม้ และ ตรากตร�าได้อย่างยาวนาน

แขนขาของกองทัพเรือ แน่นอนว่ามันต้องมีการปรับความคิดของกาลังพล
ด้วยความท่ได้มีประสบการณ์ในการทาหน้าท่ครูฝึก ประจาเรือพอสมควร แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือด้วยด ี






มาหลายหลักสูตร ผู้เขียนจึงรับมอบภารกิจน้ด้วยความ นักเรยนจ่าได้รบการอบรมโดยเน้นส่งทเขาไม่สามารถ










ยินดี เช่นเดียวกับกาลงพลประจาเรือท่จะได้มีน้อง ๆ ทาได้ในห้องเรียนท่โรงเรียนคือ การทดลองการปฏิบัต ิ


มาทาการฝึกท่เรือ โดยผู้เขียนได้มอบนโยบายกับกาลังพล งานจริง ทดลองใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ บนเรือ การฝึกภาคทะเล



ว่านักเรียนจ่าจะต้องไม่มีวันลืมการฝึกภาคทะเลในคร้งน ี ้ ต้องไม่ใช่การยกห้องเรียนจากบนบกมาบนเรือเพ่อ
ภาพความสาเร็จท่ผู้เขียนแจ้งกับนายทหารและ น่งเรียนทฤษฎีที่ยืดยาวในขณะท่เรือแล่นใช้นามันเช้อเพลิง









กาลังพลประจาเรือคือ ต้องให้นักเรียนจ่าเห็นภาพ ไปโดยสูญเปล่า แต่ควรเป็นบทเรียนท่กระชับเน้นการ










การปฏิบัติงานจริง เน้นยาว่าการปฏิบัติงานจริงภายในเรือ นาไปสการปฏบตจรง และเนนการเรยนภาคทฤษฎเฉพาะ










และได้ทดลองทาส่งท่ควรจะต้องทาได้ซ่งก็คือ หน้าท ี ่ ท่จาเป็นขณะเรือจอด เพ่อให้สามารถใช้เวลาเรือเดิน



ความรับผิดชอบพ้นฐานของจ่าตรีใหม่ท่บรรจุลงปฏิบัติงาน ในการฝึกปฏิบัติให้มากท่สุด การลงโทษเกิดข้นเฉพาะ


ในเรือนั้นเอง ดังนั้นหากต้องการให้น้อง ๆ ท�าอะไรเป็น เมื่อมีความผิดจริง ๆ เท่านั้น
ก็ควรสอนเขาตั้งแต่ตอนนี้ เพราะหลังจากนี้อีกไม่กี่เดือน นักเรียนจ่าทุกคนได้รับการแจกหมายเลขสถานีเรือ




นกเรยนจ่าช้นปีท่ ๒ กจะจบออกมาทางานในเรือแล้ว เพื่อให้ไปรายงานตัวและฝึกกับ “พี่เลี้ยง” ที่มีหมายเลข





มนคงไม่มประโยชน์อะไรทจะปรบระเบยบการปฏบต ิ สถานีเดียวกันท้งพันจ่าและจ่าตามพรรคเหล่าของตน






ประจาวันให้ผิดแผกไปจากเดิม หรือไปเน้นการฝึก เพื่อให้เรียนรู้การใช้ชีวิตและการปฏิบัติงานจริงบนเรือ







ความอดทนท่ไม่ใช่ส่งท่เขาต้องพบเจอในชีวิตจริง ภาพท่ผู้เขียนภาคภูมิใจในตัวกาลังพลประจาเรือ




เพราะถ้าทาแบบน้นหลังจากท่เขาเรียนจบกลับมาทางาน และนักเรียนจ่าท่สุดคือภาพท่ชุดนาเรือในการน�าเรือ





ในเรือก็คงต้องเร่มต้นทุกอย่างใหม่อีกคร้ง ซ่งจาก เข้ารับการส่งกาลังบารุงในทะเล (Hi-Line) เป็นนักเรียนจ่า



ประสบการณ์ในกองทัพเรือต่างประเทศ ผู้เขียนได้สัมผัส ล้วน ๆ จะมีอะไรมากกว่านี้ที่ครูคนหนึ่งต้องการ ?


ถึงความใกล้ชิด และกลมกลืนระหว่างนักเรียนนายเรือ น่าเสียดายท่ผลกระทบจาก COVID-19 ทาให้
และนักเรียนจ่ากับกองเรือจนเมื่อจบออกมา มันเป็นการ การฝึกภาคนักเรียนนายเรือมีการเปล่ยนแปลงจนเรือ








ก้าวเดนต่อมากกว่าการเรมต้นใหม่ ส่งทเหนได้ง่าย ๆ ของเราไม่ได้เป็นเรือฝึกตามแผนท่ได้รับอนุมัติไว้ ทาให้






คือเคร่องแบบชุดแรกท่นักเรียนนายเรือได้รับแจกคือ ผ้เขยนไม่มีโอกาสนาแนวทางน้ไปปรบใช้กบนักเรียน





เครื่องแบบชุดปฏิบัติงานเรือ นายเรือท่ผู้เขียนต้งใจว่าจะทาให้นักเรียนนายเรือช้นใหม่



สาหรับผู้เขียนแล้วจุดมุ่งหมายในการฝึกความอดทน และนักเรียนนายเรือช้นปีท่ ๑ ได้เรียนรู้และทดลอง





ในแบบของทหารเรือคอ การสร้างขดความสามารถ การปฏิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างย่งในเร่องของความรู้



ในการปฏิบัติงานในทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพและ พ้นฐานการเดินเรือ การหาท่เรือ การทางานกับแผนท ่ ี




ปลอดภยด้วยจิตสานึกของความรบผิดชอบต่อเรือ มากกว่าแนวความคิดเดิม ๆ ท่นักเรียนช้นตาจะเน้นเพียง





นาวิกศาสตร์ 88
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ความเป็นชาวเรือพื้นฐานเท่านั้น ยิ่งท�าเป็นเร็ว ยิ่งเก่งเร็ว บางฉากผู้เขียนยังต้องดูย้อน ภายหลังจากชมภาพยนตร์




นอกจากน้นในเวลากลางคืนบนเรือฝึกท่เรามัก แต่ละตอนเราจะมาน่งวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ในเร่องว่า

เคยชินกับการฝึกความอดทนบนดาดฟ้าท้ายเรือ ก็ได้ มีความสมจริงเพียงใด การปฏิบัติในลักษณะน้นมีข้อดี-





กลายเปนการบรรยายความรและประสบการณในหวขอ ข้อด้อยอย่างไร

การปฏิบัติการทางเรือท่น่าสนใจต่าง ๆ เช่น ประวัติการยุทธ ผู้เขียนเช่อม่นในศักยภาพของบุคลากรท่กองทัพเรือ




การปฏิบัติการเรือด�าน�้า การตรวจค้นจับกุม ฯลฯ ที่เปิด คัดเลือกมา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนายเรือ หรือนักเรียนจ่า











โอกาสให้นักเรียนจ่าจากเรือล�าอื่น ๆ ในหมู่เรือมาร่วมฟัง โดยเฉพาะอยางยิงในยคทการศกษาหาความรถกเปดกวาง



ได้ด้วย ท่น่าสนใจอีกกิจกรรมคือ การชมภาพยนตร์ เราสามารถท่จะพัฒนาเขาได้เร็วกว่าท่เคยทามาในอดีต


ทหารเรือภาษาอังกฤษ ที่ผู้เขียนพบว่าการชมภาพยนตร์ อยู่ท่เราจะช้แนะ และเปิดโอกาสให้เขาแสดงมันออกมา

ในหัวข้อท่คุ้นเคยจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายข้น ท่น่าสนใจ ได้มากเพียงใด การฝึกภาคทะเลคร้งน้ได้พิสูจน์แล้วว่า





คือ ผู้เขียนพบว่านักเรียนจ่าบางนายมีทักษะการฟังภาษา นักเรียนจ่าสามารถทาได้มากกว่าส่งท่เราเคยคาดว่า






อังกฤษท่ดีมาก ต้องบอกว่าดีกว่าผู้เขียนด้วยเพราะเขา เขาทาได้และทาได้เป็นอย่างดี เวลาของทุกคนมีเท่ากัน

สามารถเข้าใจปมของภาพยนตร์ได้ในคร้งแรกท่ดู ในขณะท ี ่ อยู่ที่ว่าเราจะจัดสรรให้เขาท�าอะไร บางทีเราอาจได้อะไร

จากพวกเขามากกว่าเดิมจากเวลาที่ใช้ ๕ ปี ในโรงเรียน







นายเรอ และ ๒ ป ในโรงเรยนจากเปนได ถาเราทาใหนกเรยน





สนุกกับการเรียนรู้อย่างตรงวัตถุประสงค์ เขาจะเกิด


กาลังใจและความพยายาม การฝึกเรือจะไม่ใช่เร่อง


ท่น่าเบ่ออีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่งท่ท้าทายและน่าสนใจ



การนาเรือเป็นหน้าท่ของนายทหารพรรคนาวินทุกนาย...

ถ้านักบินมี DLQ - Deck Landing Qualification
เรือของเราก็มี SHQ - Ship Handing Qualification
นักเรียนจ่าฝึกหาที่เรือด้วยความสนใจ
ชุดผู้ช่วยผู้น�าเรือที่ประกอบด้วยนักเรียนจ่าล้วน ๆ
ขณะท�าหน้าที่วัดและค�านวณระยะทางข้างในการน�าเรือ
แล่นขนานเพื่อรับการส่งก�าลังบ�ารุงในทะเลด้วยวิธีการทางตรีโกณมิติ
นักเรียนจ่าในสถานีการเรือ
นาวิกศาสตร์ 89
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


“ผนังต�ารา” การอ�านวยความสะดวกในการหาข้อมูลของนักเรียนจ่า นักเรียนจ่าพรรคกลินก�าลังต่อไฟบก







หนังสือ Naval Shiphandler’s Guide เป็น ปลอดภยได้มากกว่าฝากเรอทงลาไว้กบการประเมนของ





หนงสือท่ผู้เขียนใช้เตรียมตัวและนามาวางไว้ตรงหน้า คนเพียงคนเดียว ซ่งเป็นหลักนิยมท่ผู้เขียนนามาจาก



น้อง ๆ เพ่อเป็นแนวทางในการนาเรือ พร้อมกับแลกเปล่ยน การปฏิบัติงานภายในศูนย์ยุทธการเรือดานา ท่ทุกคนม ี






ประสบการณ์ระหว่างกัน นับว่าโชคดีที่น้อง ๆ ชุดรับเรือ ข้อมูลที่จ�ากัดจากอุปกรณ์ในความรับผิดชอบของตนเอง
ของผู้เขียนมีประสบการณ์ท่โชกโชน นายทหารบางคน และต้องช่วยกันเติมเต็มข้อมูลของทีมให้สมบูรณ์มากท่สุด




อยู่เรือมาเกือบ ๑๐ ปี หลายคนเคยเป็นผู้บังคับการเรือ และถึงวันน้ ด้วยวิธีการน้ เราก็รอดกันมาแบบท่เรียก


มาแล้ว บางคนเคยน�าเรือมาแล้วในทุกพื้นที่ ได้ว่าไร้รอยขีดข่วน ความหวาดเสียวท่แม้อาจเกิดข้นบ่อย




เพราะธรรมชาติท่สาคัญท่สุดของทหารเรือคือ ในช่วงแรก ๆ ก็เริ่มห่าง ๆ ไป เสียงน้อง ๆ นายทหารและ




การทางานเป็นทีม การบริหารและรวบรวมขีดความสามารถ กาลังพลประจาเรือท่คอยแนะนาให้ระวังอันตรายในนาท ี

ของทุกคน โดยเร่มจากทีมนายทหารจึงเป็นจุดมุ่งหมาย วิกฤต จะอยู่ในความทรงจ�าของผู้เขียนเสมอ

ในการออกแบบการทางานบนสะพานของผู้เขียน เช่น นอกจากน้นเม่อสถานการณ์อานวยผู้เขียนได้เปิด






จะมีนายทหารท่ไม่ต้องปฏิบัติหน้าท่ใด ๆ อย่างน้อย โอกาสให้นายทหารพรรคนาวินทุกนายได้มีโอกาส


๑ นายเสมอ เพื่อท�าหน้าที่ Safety Officer ที่คอยสังเกต สลับสับเปลี่ยนกันนาเรือในสถานีท่ผู้เขียนได้ทดลองปฏิบัต ิ





อาการเรือ ระวังความปลอดภัย หรือพูดง่าย ๆ คือ จนมีความชานาญ และม่นใจพอท่จะให้คาแนะนาได้




คอยจับผิดผู้นาเรือรวมท้งผู้เขียนด้วย นอกจากน้นทุกคน ต้งแต่เร่องท่ง่ายไปจนถึงเร่องยากตามลาดับ ต้งแต่การ















บนสะพานท้งนายทหารและกาลังพลประจาเรือสามารถ นาเรอทวไป การเกบคนตกนา การออกจากเทยบ การนาเรอ



เสนอความเหน ขอสงเกต หรอแจงผนาเรอรวมทงผูเขยน เข้าทอดสมอ การนาเรือในร่องนา การนาเรือเข้าเทียบ



















ได้เสมอ เช่น ในสถานการณ์ท่อาจเกิดอันตราย เช่น การรับ-ส่งส่งของในทะเล เป็นต้น ซ่งหมายรวมถึง

ใกล้เกินไป ห่างเกินไป เร็วเกินไป ช้าเกินไป ซึ่งแนวทาง นายทหารพลาธการ (“พลาแท้”) ทสามารถนาเรอ






การปฏิบัตินี้อาจดูแปลกในสายตาหลายคนท่อาจใช้ เข้า-ออกร่องน�้าได้ รวมทั้งสรั่งเรือ และสรั่งปืนที่สามารถ

แนวคิดการทางานว่าผู้บังคับการเรือต้องเก่งท่สุด หรือ ทาหน้าท่นายยามเรือเดินได้ เพราะในอนาคตท้งสร่งเรือ






ต้องถูกเสมอ แต่ผู้เขียนมองว่าทุกข้อมูลจากทุกการ และสร่งปืน ก็อาจมีโอกาสได้เป็นผู้บังคับการเรือด้วย
ประมวลผลของแต่ละคนจะช่วยให้การปฏิบัติงานมีความ เช่นกัน
นาวิกศาสตร์ 90
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ไม่ต่างจากการออกปฏิบัติราชการไกล ๆ เช่นกัน ไม่ว่า



จะในเร่องของการกาลังพล การวางแผนการปฏิบัติการ
การส่งก�าลังบ�ารุง ฯลฯ
เน่องจากงานท่มักพบบ่อยคือ การปฏิบัติการตรวจค้น






ซ่งมีความเก่ยวเน่องอย่างใกล้ชิดกับการใช้อาวุธประจากาย
เราได้จดหาอปกรณ์ต่าง ๆ ทจะช่วยให้การทางาน






มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ท่หลายอย่างไม่สามารถ


เบิกได้ รวมท้งจัดการฝึกยิงปืนพกท่เป็นอาวุธท่ผู้เขียน








กาหนดใหชดตรวจค้นทกตาแหน่งใช้เปนอาวธประจากาย

นายทหารประจ�าเรือขณะน�าเรือเข้าเทียบท่าเทียบเรือ ฐานทัพเรือสงขลา


ในลักษณะของการป้องกันตนเอง สาหรับผู้ท่ทาหน้าท ่ ี


สวัสดีสงขลา รักษาความปลอดภัยน้นก็ได้รับเกียรติให้มีท้งปืนพก

ราชการต่อมาของเราหลังจากการฝึกภาคนักเรียนจ่า และปืนเล็กยาว ที่น่าเสียดายที่มีขนาดใหญ่ไปสักหน่อย
คือ การปฏิบัติราชการทัพเรือภาคท่ ๒ ซ่งภารกิจส่วนใหญ่ พวกเราทุกคนต่างต่นเต้นท่จะได้นาเรือของเรา





มุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายในทะเล และช่วยเหลือ ออกปฏิบัติงานจริงเป็นครั้งแรก แม้ว่ามันหมายถึงการที่


ู้




ผประสบภัย ซ่งโดยท่วไปมักเป็นภารกจแรกทเรือท่ต่อใหม ่ ต้องห่างหายจากครอบครัวเป็นเวลานับเดือน แต่มันก็คือ


มักได้รับมอบ เพราะเป็นการทดสอบการปฏิบัติงานจริง หน้าท่ตามวิชาชีพ และเป็นวิถีชีวิตท่ทุกคนเลือกแล้ว




ในพ้นท่จริงท่ไม่ไกลจากฐานทัพหลักท่สัตหีบมากนัก และต้องพยายามบริหารจัดการให้เหมาะสมท่สุด เท่าท ี ่

และในแง่การเตรียมความพร้อมของเรือเองก็ต้องปฏิบัต ิ จะท�าได้
ขณะเข้าตรวจค้นจับกุมเรือที่กระท�าผิดกฎหมายในทะเล บางครั้งมีอากาศยานร่วมปฏิบัติการ




นาวิกศาสตร์ 91
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕




เราจับกุมเรือประมงต่างชาติท่ทาการประมงผิดกฎหมาย




ลาแรกได้ในเช้าวันแรกท่เราเข้าสู่พ้นท่อ่าวไทยตอนล่าง

น่นเอง ด้วยความร่วมมือและการปฏิบัติงานอย่างเป็น


มืออาชีพของกาลังพลประจาเรือ และการข่าวท่ได้รับจาก

หน่วยงานท่รับผิดชอบ และการบรรยายประสบการณ์



ของผู้บังคับการเรือท่านอ่นท่เคยมาปฏิบัติหน้าท ี ่
ก่อนหน้านี้
ในความเห็นของผู้เขียน การบังคับใช้กฎหมาย
ในทะเลอย่างเคร่งครัด นอกจากจะเป็นการสงวนรักษา
ทรัพยากรอันมีค่าให้อยู่ในมือของคนไทยแล้ว ยังหมายถึง

การแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของพ้นท่อาณาเขตทางทะเล Score Board


โดยเฉพาะอย่างย่งเขตเศรษฐกิจจาเพาะท่มีทรัพยากร







อ่น ๆ อยู่อีกมากมาย เพราะเม่อการดาเนินคดีถึงท่ส้นสุด
โดยไม่มีการประท้วงใด ๆ จากรัฐเจ้าของเรือ หรือ
เจ้าของสัญชาติลูกเรือ ก็หมายถึงการยอมรับทางอ้อม
ถึงสิทธิอธิปไตยเหนือพ้นท่ดังกล่าวน่นเอง แน่นอนว่า





การทาความเข้าใจถึงเหตุผลดังกล่าวมีความสาคัญท้งต่อ




ประชาชนภายนอกให้เข้าใจเหตผลหนงของการมกาลง ั


ทางเรือ และท่ขาดไม่ได้คือให้กาลังพลประจาเรือเอง



“เข้าใจ” ว่าเขาก�าลังท�าอะไร เหนื่อยและเสี่ยงเพื่ออะไร




เพ่อเป็นการให้ความสาคัญ และดารงความทรงจา
กับงานที่พวกเราร่วมกันท�า เราได้ท�าสิ่งที่เรียกว่า Score Victory Flag
Board ที่จะบันทึกงานของเราและกาลังพลทุกรุ่น





หลังจากน้ไว้คู่กับเรือลาน้ตลอดไป นอกจากน้นเราก็ม ี น่าสนใจ ย้อนไปถึงสมัยอยุธยามีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง
ประเพณีท่ไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบใด ๆ อีกหลายอย่าง ท่น่าศึกษา โดยเฉพาะท่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา









ท่ทาให้ทุกคน “อิน” หรือ “ภาคภูมิใจ” ว่าเขากาลัง ท่ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็สามารถส่อเน้อหาความเป็นมา

ท�าอะไร เหนื่อยและเสี่ยงเพื่ออะไร ของเมืองสงขลาต้งแต่อดีตได้อย่างครบถ้วน สถานท ี ่

สาหรบผ้เขยนแล้วความเข้าใจและภาคภมใจ สะอาดสะอ้าน และอยู่ใจกลางเมือง นอกจากน้น






ของกาลังพลประจาเรือเป็นปัจจัยท่สาคัญย่งท่จะให้งาน สาหรับผู้ท่สนใจการท่องเท่ยวเชิงประวัติศาสตร์และ










ลุล่วงไปได้ ผจญภัย (เล็ก ๆ) ก็ต้องไม่พลาดการเดินข้นสารวจ










เราเข้าจอดท่สงขลาเป็นคร้งท่ ๒ ภายหลังจาก ยอดเขาแดงทมป้อมปราการตงแต่สมย “สงขลาหัวเขาแดง”


การฝึกภาคนักเรียนจ่าเม่อตอนต้นปี ในเช้าวันถัดมา ให้เยี่ยมชม นอกจากน้นบนยอดเขาแดงยังสามารถ






พร้อมกับ “ของขวัญ” ช้นแรกให้กับทัพเรือภาคท่ ๒ มองเห็นร่องนาสงขลาท่ช่วยให้ผู้นาเรือในร่องนาสามารถ


และกองทัพเรือ เหนภาพทชดเจนแบบ Top view แน่นอนว่ามนเป็น









สงขลาเป็นเมองท่น่าอย่และมประวัตศาสตร์ท ่ ี หนึ่งในกิจกรรมการ “รับน้องใหม่” ของเรา

นาวิกศาสตร์ 92
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ร่องน�้าสงขลามองจากยอดเขาแดง







ชายหาดนราทัศน์ท่ทอดยาวเร่มกลับมาคึกคัก ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างย่งการจับกุมเรือจาหน่ายนามันเถ่อน



อีกคร้งภายหลังมาตรการ Lock down ร้านอาหาร ท่มีการปฏิบัติการร่วมกันจากหลายหน่วย ไม่ว่าจะเป็น


แบบ Street Food ท่ถนนวชิรา หรือร้านสังสรรค์ การแลกเปล่ยนข้อมูล การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเรือ


หลายแห่งในเมืองก็ช่วยให้เวลาของพวกเราท่นี่เป็นไป และอากาศยานในการค้นหา และยืนยันตาบลท่เป้า


อย่างไม่หงอยเหงามากนัก แน่นอนว่าเราต้องรักษาท้ง ที่ท�าให้เราได้รับประสบการณ์เป็นอย่างดี




สภาพจิตใจและร่างกายให้พร้อมสาหรับการทางานท่ต้อง
พร้อมตลอดเวลา สถานีป้องกันฉุกเฉิน “Ship Lock Down”

หลายคร้งท่เราต้องออกเรือนอกเวลางาน หรือแม้แต่ สถานการณ์ในพื้นที่ที่อาจเกิดการโจมตีหน่วย หรือ





ในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบฉุกเฉิน เพ่อปฏิบัติภารกิจ การก่อวินาศกรรมท้งในขณะท่เรือจอดท่า หรือท้งสมอ










ในทะเล เราสามารถออกเรือได้ในเวลาไม่ถึง ๑ ช่วโมง ทถอเป็นเป้านง ได้ทาให้เราได้ช่วยกนจดทา “สถาน ี
ทุกคนกลับมาครบจากความสนุกสนานภายในเมือง ป้องกันฉุกเฉิน” ขึ้นมา โดยแนวความคิดคือต้องป้องกัน

อาวุธและอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมใช้ เป็นส่งท่ผู้เขียน การข้นเรือ โดยเร่มจากยามรักษาความปลอดภัยต้อง





ภาคภูมิใจในตัวกาลังพลทุกคน จะมีอะไรท่ผู้บังคับการเรือ มีความพร้อมอยู่เสมอในการใช้อาวุธเพ่อป้องกันเรือ

คนหน่งต้องการมากกว่าน้ ? แน่นอนว่ามีอุปสรรคและ แน่นอนว่ามันไม่ใช่การแต่งกายชุดกากีแต่เป็นชุดเกราะ



สถานการณ์ต่าง ๆ ท่ไม่คาดคิดมากมายเกิดข้นในระหว่าง พร้อมอาวุธ พร้อมไปกับการรวบรวมกาลังพลท่อยู่เรือ



การปฏิบัติงานในทะเลท่มีความเสี่ยงโดยธรรมชาติ ในขณะน้นท้งหมดไปรวมกันเพ่อมอบหมายหน้าท่และ







แต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้มีอะไรท่เสียหาย รับอาวุธ จัดเป็นทีมย่อยไปประจาจุดท่กาหนด เช่น


ร้ายแรง ทุกอย่างแก้ไขลุล่วงไปได้ด้วยความร่วมใจ หวเรอ สะพานเดินเรือ ช่องทางเข้า – ออกต่าง ๆ


ของทุกคน นอกจากน้นถ้าจะมีอะไรก็เป็นไปตามคากล่าว รวมท้งทีมสารวจผู้ท่บุกรุกข้นมาบนเรือ ท้งน้เน่องจาก









ที่ว่า “The captain carries them all - ผู้บังคับการเรือ ในสถานการณ์จริงภัยคุกคามจะมาใกล้มากแล้ว ดังน้น

แบกรับทุกสิ่ง” อันเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีชาวเรือ ความรวดเร็วจึงเป็นหัวใจส�าคัญ



ที่เป็นสากลแต่โบราณอยู่แล้ว เราฝึกสถานีน้อย่างสมาเสมอด้วยความสนุกสนาน




เราจับกุมเรือต่างชาติท่ทาการประมงผิดกฎหมาย ท้งท่ท่าเรือ และในทะเล รวมท้งจัดยามรักษาความปลอดภัย



และเรือจาหน่ายนามันเถ่อนได้ด้วยการออกเรือแบบ ในลักษณะนี้จนกระทั่งจบภารกิจ (จบตอนที่ ๒)


นาวิกศาสตร์ 93
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


ตอนจบ



















การหารือภายหลังการฝึก Ship Lock Down



ลาดตระเวน (ลว.) แรก กับ ๑๕ วัน ในทะเล ในแต่ละพ้นท่มีธรรมชาติในการกระทาผิดต่างกัน

การลาดตระเวนคร้งแรกท่ไม่นับการเดินทางมา ย้อนนึกไปถึงประสบการณ์ในการปฏิบัติงานปราบปราม




ของเรากินเวลากว่าคร่งเดือน ซ่งนอกจากจะเป็นประสบการณ์ โจรสลัดโซมาเลีย ในแต่ละพ้นท่จะมีส่งท่เรียกว่า Pattern









ท่ดีสาหรับกาลังพลแล้ว มันเป็นการทดสอบระบบท้งหมด of Life หรือการดาเนินชีวิตตามปกติ เช่น รูปแบบ

ของเรือได้เป็นอย่างดี เรามีการปฏิบัติการและการฝึก ของเรือ ลักษณะการดาเนินชีวิต และส่งท่เป็นลักษณะ



ตลอดช่วงเวลาการลาดตระเวน ท้งการบังคับใช้กฎหมาย เฉพาะของโจรสลัดไม่ว่าจะเป็นลักษณะของเรือ







ในทะเล การฝกสถานตาง ๆ ตงแตสถานรบ การตรวจคน อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น บันได อาวุธ ซึ่งหน่วยต่าง ๆ ที่ออก

การใช้อาวุธ หางเสือขัดข้อง คนตกนา การป้องกันการถูก ลาดตระเวนจะต้องทราบความแตกต่างดังกล่าว ในการ


โจมตีขณะเรือจอดทอดสมอ ฯลฯ ปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ก็เช่นกัน โชคดีที่ก�าลังพล
เราจับกุมเรือประมงต่างชาติท่ทาการประมง หลายนายมีประสบการณ์ และเรือมีอุปกรณ์ตรวจจับ




ผิดกฎหมายจานวน ๔ ลา ได้ในตอนเช้าท่ ๒ ของการ ท่ดี โดยเฉพาะอย่างย่งเรดาร์ท่สามารถแสดงผลในระบบ




ลาดตระเวน อานวยการรบได้อย่างชัดเจน และกล้องอินฟราเรดท่ช่วย









การทางานท่น่ให้ประสบการณ์กับผู้เขียนว่า ใหสามารถทาการพสจน์ทราบเปาหมายได้ในเวลากลางคน


นาวิกศาสตร์ 94
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕








เป้าหมายอนต่อไป นบเป็นเรอลาแรกทเราไม่สามารถ

ขึ้นควบคุมได้


ต้งแต่วันน้นเราก็ได้จัด Workshop เล็ก ๆ ภายในเรือ

กันหลายคร้ง ประกอบกับข้อมูลการข่าวท่ได้ เพ่อหา


วิธีการ และกาหนดเคร่องมือท่จาเป็นในการดาเนินการ





กับเป้าหมายท่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวภายใต้

กรอบของความปลอดภัย และกฎการใช้ก�าลัง เราได้น�า


ผลท่ได้รับจากการระดมสมองมาทาการซักซ้อมกบ


เรือประมงไทย ซ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างด ี
การตรวจค้นเรือและควบคุมลูกเรือ (ขอบคุณตอนหมอท่ช่วยเตรียมยาสาหรับปฏิบัติการ


บทเรียนในคืนอันมืดมิดและยาวนาน จิตวิทยาไปด้วยในตัว)

การตรวจค้นในเวลากลางคืนคร้งแรกของเรา

เป็นไปด้วยความระทึกใจ จากการข่าวท่เราได้รับในตอนเย็น
เราทาการออกเรือฉุกเฉิน และรู้ว่าเราจะเข้าสู่พ้นท่เป้าหมาย





ในช่วงเท่ยงคืน เราทา Pre Mission Brief พร้อมแจก


อาวุธและอุปกรณ์ชุดตรวจค้นให้กาลังพลท้ง ๒ ชุด
ไปให้ปรับแต่งให้พร้อมสาหรับการประจาสถานีได้ใน



ทันทีท่เรียก เรือเล็กความเร็วสูงของเราเติมนามันเต็ม



ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะรู้ว่าคืนน้ยาวแน่นอน
การตรวจค้นด้วยเรอเล็กในเวลากลางคน โดยเฉพาะอย่างย่ง การฝึกขึ้นควบคุมเรือต้องสงสัยขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว




ในพ้นท่ห่างจากฝั่งกว่า ๕๐ ไมล์ เป็นการปฏิบัติงานท่ค่อนข้าง ความร่วมใจในการระดมความคิดใหม่โดยไม่จากัด



อันตราย แต่คืนนี้เราไม่ทางเลือก ชั้นยศ และกล้าพอที่จะร่วมมือกันทดลองท�า เป็นเสน่ห์


คืนน้นเป็นคืนเดือนมืดสนิท ขนาดทระยะ ๑๐๐ หลา อันหนึ่งของพวกเรา

มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เรือเล็กพร้อมชุดตรวจค้น ๑ ชุด หลังจากน้นเราก็แค่รอเวลาสาหรับโอกาสในการ


อยู่ในนาด้วยการนาทางจากระบบแสดงภาพสถานการณ์ ออกปฏิบัติการครั้งต่อไป...




บนสะพานเดินเรือ เรือเป้าหมายลาแรกไม่ยอมหยุด

ให้ตรวจค้น แม้ว่าเราจะดาเนนมาตรการจากเบาไปหาหนก ฝึก ฝึก ฝึก





รวมท้งการยิงเตือนด้วยปืนกลประจาเรือ เสียงดัง การปฏิบัติงานในทะเลมีความเส่ยงโดยธรรมชาติ


กึกก้องทะเลในความมืด พร้อมไปกับท่ชุดตรวจค้นด้วย ท้งจากคล่นลม ฝ่ายตรงข้าม และแม้แต่จากการปฏิบัติงาน









เรือเล็กแล่นพรางไฟเข้าใกล้เพ่อทาการข้นควบคุมเรือ โดยปกต ซงผบงคบการเรอมีหน้าทบรหารจดการความเสยง









ภายหลังการยิงเตือนหยุดลง แต่เรือเป้าหมายยังเร่ง หาจุดสมดุลระหว่างความปลอดภัย และการบรรลุภารกิจ




ความเร็วถือเข็มตรงไปยังเขตแดนทางทะเล เราทาการ ไม่ใช่กลัวไปเสยทุกอย่างจนไม่ทาอะไรเลย และกไม่ใช่




แล่นขนานติดตามไปจนส้นสุดอาณาเขตทางทะเล ขาดความยับย้งช่งใจจนเกิดอันตรายต่อกาลังพลและเรือ






โดยไม่สามารถทาการหยุดเรือเพ่อข้นควบคุมได้ จนผู้เขียน ท่สาคัญคือ การตระหนักรู้ว่าเราเป็นหน่วยกาลังรบ
ต้องตัดสินใจยกเลิกการติดตาม และมาดาเนินการกับ งานของเราอยู่ในทะเล งานของเราเป็นเร่องอันตราย


นาวิกศาสตร์ 95
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕



แต่ถึงเวลาสถานการณ์จริงแล้ว เราต้องทางานของเรา ประจ�าสถานีใด ๆ สิ่งที่ส�าคัญส�าหรับผู้เขียนมี ๓ อย่าง



ให้ได้ “ถ้าเราไม่ทาแล้วใครจะทา – If not us then who” คือ ความสามารถในการปฏิบัติหน้าท่โดยเฉพาะการ

ดังน้นอันตรายและความผิดพลาดน้นลดได้ด้วยการฝึก ใช้งานอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ การส่อสารกับส่วนท ี ่








ให้เกิดความชานาญ มิใช่ละเลยงดเว้นไม่ทาการฝึกเพราะ เก่ยวข้องในวงจรท่กาหนด และการปฏิบัติตามข้อกาหนด


กลัวอันตราย แน่นอนว่าการควบคุมความปลอดภัย ด้านความปลอดภัย โดยผู้เขียนเน้นยาว่าจะต้องไม่ม ี

ในการฝึกเป็นเรื่องส�าคัญ การทาความเคารพกันในระหว่างการประจาสถาน ี

ผู้เขียนมีหลักคิดว่าย่งจัดการฝึกบ่อยมากเท่าไหร่ การรายงานใช้การมองสบตาขานรับให้แน่ใจว่าเข้าใจ



เสมือนจริงมากเท่าไหร่ เวลาปฏิบัติงานจริงก็จะต่นเต้น ซ่งกันและกัน ส่วนการยืนตรงตามองไปข้างหน้า
ขาไม่หย่อนน้นไม่ใช่ส่งท่ควรถือเป็นสาระ นอกจากน้น





ภายหลังการเลิกสถานีเดินเรือในร่องนาออกไปในทะเล


จนกลับมาประจาสถานีเดินเรือในร่องนาก่อนเข้าท่า


อีกครั้ง สัญญาณต่าง ๆ ภายในเรือ ไม่ว่าจะเป็นสถานีรบ
สถานีป้องกันความเสียหาย หรือสถานีฉุกเฉินต่าง ๆ เว้น
กรณีการทาความเคารพระหว่างลา จะมีเพียงการกด


ชุดตรวจค้นขณะพยายามเข้าควบคุมเรือเป้าหมายในเวลากลางดึก

เสียงสัญญาณผ่านระบบอัตโนมัติเท่าน้น ซ่งหมายรวมถึง




น้อยลง และปลอดภัยย่งข้นเท่าน้น-Train hard, fight สัญญาณในการฝึกป้องกันความเสียหายขณะท่เรือจอด



easy ! แม้หลายคนมองว่าการไม่ทาอะไรท่เส่ยงเลย ในท่าด้วย - “รบอย่างไรฝึกอย่างนั้น” -

ในระหว่างการเป็นผู้บังคับการเรือคือการปฏิบัติหน้าท ่ ี
















ดวยความเรยบรอย แตในทรรศนะของผเขยนแลวหนาท ่ ี ภาวะผนาของผบงคบการเรอ (ในทรรศนะของผเขยน)















ทสาคญทสดของผบงคบการเรอคือทาใหเรอมความพรอม “ชาวเรือเท่านั้นที่จะรู้ว่าเรือแต่ละล�าเปรียบเสมือน








ในการปฏิบัติการ ถ้าผู้บังคับการเรือหลีกเล่ยงภาระ กระจกเงาท่สะท้อนถึงอุปนิสัย และความสามารถ







ในการฝึกทแน่นอนว่ามนมความเสยงปะปนอย่เสมอ ของคน ๆ หน่ง ซ่งก็คือผู้บังคับการเรือ สาหรับคนบกแล้ว





ก็ไม่น่าจะเป็นการทาหน้าท่ท่สมบูรณ์แบบ แต่คือการ มันยากที่จะเข้าใจ หรือแม้แต่พวกเราเองก็ตาม





ผลักภาระและความเส่ยงท่จะเกิดอันตรายไปยังเรือและ เรือลาหน่งในทะเลเป็นเหมือนอีกโลกหน่ง ด้วย


ก�าลังพลประจ�าเรือที่อาจจ�าเป็นต้องท�าอะไรเสี่ยง ๆ โดย ธรรมชาติของการปฏิบัติการทางเรือท่ห่างไกลและยาวนาน




ไม่ได้รับการฝึกท่เพียงพอ ดังน้นบนเรือของผู้เขียนจึงม ี ส่งผลให้อานาจและความรับผิดชอบอันย่งใหญ่ถูกมอบ


การฝึกเหตุฉุกเฉินเสมือนจริงบ่อย ๆ (จนหลายคนแอบบ่น) ให้ผู้ท่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นาหน่วย-ผู้บังคับการเรือ-





แต่ในท่สุดก็ทาให้ทุกคนรู้สึกเป็นเร่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น ในช่วโมงท่วิกฤตท่สุดในทะเลมีคน ๆ หน่งท่ไม่





สถานีรบ การปะทะฉุกเฉิน (Rapid reaction engagement) สามารถหันหน้าไปพ่งใครได้อีก เขาคนเดียวเท่าน้น




ชุดตรวจค้น คนตกนา ไฟไหม้ นาท่วม หางเสือขัดข้อง ฯลฯ ท่แบกรับความรับผิดชอบสูงสุดของความปลอดภัยในการ





“รบอย่างไรฝึกอย่างน้น” เป็นคากล่าวท่ผู้เขียน เดินเรือ ความแม่นยาในการใช้อาวุธ และประสิทธิภาพ

ได้ยินต้งแต่เร่มปฏิบัติงานในเรือใหม่ ดังน้นเม่อมีโอกาส กลจักร เขาคือ - ผู้บังคับการเรือ - เขาคือ - เรือ -”



เป็นผู้บังคับการเรือผู้เขียนจึงใช้โอกาสน้ดาเนินการให้เป็น - Joseph Conrad, “The Prestige,


ไปตามนั้นมากที่สุด เช่น ในการฝึกสถานีรบ หรือในการ Privilege and the Burden of Command
นาวิกศาสตร์ 96
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


การฝึกน�าเรือใหญ่เก็บคนตกน�้าด้วยคนจริง


อาจมีคาถามว่าผู้บังคับการเรือควรอยู่ตรงไหน การป้องกันความเสียหาย การควบคุมการฝึกต่าง ๆ




ของงานหรือการฝึก เม่อไหร่ควรมองดูห่าง ๆ หรือ ท่หลังจากท่น้อง ๆ จัดทาแนวทางการปฏิบัติแล้ว
เมื่อไหร่ควรเข้าไปร่วมปฏิบัติ ? ผู้เก่ยวข้องท้งนายทหารและประจาเรือก็จะมารวมตัว










ส่งท่โชคดีท่สุดสาหรับผู้เขียนคือ การท่มีทีมท่สุดยอด น่งล้อมวงหน้ากระดานไวท์บอร์ด เพ่อหาข้อดี ข้อด้อย


ท้งนายทหารและประจาเรือท่ได้ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ต่าง ๆ ด้วยกันอีกครั้งก่อนจะไปปฏิบัติจริง และทบทวน




ทีมน้อง ๆ น้า ๆ นายทหารและก�าลังพลประจ�าเรือ ภายหลังการปฏิบัติ ซ่งแม้แต่พลทหารก็อาจมีส่วนสาคัญ

นาโดยต้นเรือ ทุกคนต่างมีประสบการณ์การทางานท ี ่ ในการเสนอข้อมูล ข้อคิดเห็นท่เป็นประโยชน์ได้ และ


บรรยากาศน้จะกลายเป็นส่งท่เกิดข้นเป็นประจา





ตลอดช่วงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เขียนบนเรือล�านี้
เพราะฉะน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนคือส่งสาคัญ




ผู้เขียนจึงให้ความสาคัญเสมอว่าทุกคนต้องมีภาพ
ความเข้าใจเดียวกัน เช่น “ค�าสั่งกลางคืน” ที่ปกติจะเป็น
สมุดเล่มเล็ก ๆ ที่เป็นการสื่อสารระหว่างผู้บังคับการเรือ
กับนายยามเรือเดินน้น ผู้เขียนได้จัดทาใหม่ในลักษณะ




ของคาส่งติดบอร์ดแบบวันต่อวันบริเวณก่อนทางเข้า






สะพานทผ้ปฏิบัตหน้าทยามบนสะพานเดนเรอและศนย์





การฝึกยิงอาวุธชุดตรวจค้นในทะเล ก�าลังพลทุกคน ยุทธการทุกนายต้องมาแวะอ่านทาความเข้าใจและลงช่อ
ไม่ว่าชั้นยศใดต้องสามารถใช้ปืนพกได้อย่างช�านาญ รับทราบ โดยคาส่งกลางคืนของผู้เขียนจะไม่ได้มีเฉพาะ







หลากหลาย มีความรับผิดชอบในงานที่มอบหมาย และ เนอหาเกยวกบการเดนเรอเท่าน้น แต่จะมเนอหา








มีความคิดริเร่มกล้าท่จะแสดงความเห็นแย้ง แต่ก็พร้อม รวมไปถึงการปฏิบัติการ จุดมุ่งหมาย ลักษณะเป้าหมาย





ท่จะดาเนินการใด ๆ ท่ผู้เขียนได้ตัดสินใจ ส่งผลให้ผู้เขียน ท่ต้องการค้นหา มาตรการการแพร่คล่นแม่เหล็กไฟฟ้า


สามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการกาหนดนโยบาย รเรม กฎการใช้กาลัง ซ่งรวมไปถึงการมอบอานาจการส่งใช้






แนวความคิดใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องหมดเวลาไปกับจัดท�า อาวุธในกรณีฉุกเฉิน มาตรการการพราง รวมทั้งสิ่งอื่น ๆ


รายละเอียดต่าง ๆ ด้วยตนเอง นอกจากน้นในบางงาน ท่ผู้เขียนต้องการส่อสารกับทุกคนของยามในแต่ละผลัด



ท่เก่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น รายละเอียดการนาเรือ ทั้งหมดไม่เกิน ๑ หน้ากระดาษ A4 นอกจากนั้นยังมีการ

ในบางสถานการณ์ ความปลอดภัยในการยิงอาวุธ แจ้งความต้งใจและนโยบายในการปฏิบัติประจาวัน


นาวิกศาสตร์ 97
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕





หรือเม่อเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านวงจรประกาศคาส่ง
ภายในเรือด้วยข้อความธรรมดา เป็นกันเอง ชัดเจน
เข้าใจง่าย


ผู้เขียนเช่อว่าถ้าสามารถสร้างบรรยากาศการทางาน
ให้ทุกคนรู้หน้าที่ และมีความคิดริเริ่มในระดับที่สามารถ




ทาหน้าท่ของตนได้โดยท่ไม่ต้องรอการส่งการ น่นคือ


การทางานร่วมกันท่มีความสุขและจะเกิดประสิทธิภาพ

อย่างแท้จริง
กลางดึกคืนหนึ่งที่เขตแดนทางทะเลตอนใต้ของอ่าวไทย
ชุดตรวจค้นทั้งหมดร่วมหารือทบทวนบทเรียนจากความผิดพลาด
และหาแนวทางที่ดีที่สุดในการปฏิบัติครั้งต่อไป










นายทหารประจาเรอ


ต้นเรือ (Second in Command)



ค�าสั่งกลางคืน


แต่เม่อใดหากผู้เขียนเห็นว่ามีโอกาสท่อาจเกิด
อันตรายมากกว่าปกติ งานที่ล�าบากตรากตร�า งานที่ผูรับ


คาส่งมีความกังวลใด ๆ ในการปฏิบัติ หรือการฝึกท่ไม่


คุ้นเคย เมื่อนั้นผู้เขียนจะพิจารณาว่าควรร่วมการปฏิบัติ
น้น ๆ ด้วยตัวเองหรือไม่ แน่นอนว่าคงมีหลายท่านเคย


ผู้ช่วยที่ดีที่สุดของผู้บังคับการเรือ ได้ยินคากล่าวว่าผู้บังคับการเรือต้องระมัดระวังตัวเอง
ขณะปฏิบัติหน้าที่ Tactical Action Officer
มิให้ได้รับอันตรายอันจะเกิดผลเสียต่อขีดความสามารถ

ด้วยเหตุน้หากเป็นงานปกติท่มีผู้รับผิดชอบโดยตรง ของเรือท้งลา ซ่งก็เป็นส่งท่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามในมุมมอง










มีความสามารถท่จะทางานน้นให้สาเร็จได้ และมีความเข้าใจ ของผู้เขียนน้น คาพูดดังกล่าวคงมิได้หมายความว่า




ท่ตรงกันถึงส่งท่ต้องการระหว่างผู้เขียนและผู้รับผิดชอบ ผู้บังคับการเรือจะต้องยืนอยู่ในท่ปลอดภัย ในขณะท่ส่ง





งานน้น ๆ แล้ว ก็ไม่มีความจาเป็นท่ผู้เขียนจะเข้าไปดาเนินการ ก�าลังพลอื่น ๆ ออกไปพบกับความเสี่ยงเสมอไป เพราะ


อะไรที่มากไปกว่าการติดตามว่ามีอุปสรรคใด ๆ ให้ช่วย ในทุก ๆ การฝึกหรือการปฏิบัติงาน ความสูญเสียเป็นสิ่ง
แก้ไขหรอไม่ แสดงให้เขาเหนว่าผ้บงคบการเรอสนใจ ท่ต้องป้องกันอย่างท่สุดมิให้เกิดข้นอยู่แล้วไม่ว่ากับใคร









และพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ ก็ตาม และเมื่อมองในมุมกลับว่าในสถานการณ์เช่นนั้น
นาวิกศาสตร์ 98
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version