ดำ�แล้วไม่โผล่
พลเรือตรี กรีฑ� พรรธนะแพทย์
ำ
ู
หะเบสสมอ เดินหน้�เต็มตัว พ.ศ.๒๔๙๑ ตอนน้นอายุ ๑๕ ปี เห็นเรือดาน้าจอดอย่แถว ๆ
ั
ำ
“เรือดำ�น�ไทย ดำ�แล้วไม่โผล่” หนากองเรือรบ ซงปจจุบนเป็นกรมกิจการพลเรอนทหารเรือ
ำ
้
ั
ั
ื
้
ึ
่
้
ำ
“อ่�วไทยน�ตื้น ใช้เรือดำ�น�ไม่ได้” ได้แต่เห็น ไม่เคยลง ต่อมาเป็นเรือเอก (๕ ธันวาคม
้
ำ
้
“มีเรือดำ�น� จะไปรบกับใคร” พ.ศ.๒๕๐๑ – ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๓) เป็นต้นกล
ำ
ำ
ฯลฯ เรอหลวงพาลี เรือปราบเรือดานำ้า (เรือ P.C.) ออกฝึก
ื
ข้อความเหล่าน้ ล้วนแล้วแต่ “น�คิด” จึงทาให้ผมต้อง ปราบเรือดาน้าหลายคร้ง เรือดาน้าท่มาเป็นเป้าให้เราฝึก
ี
ำ
่
ำ
ั
ี
ำ
ำ
ำ
ำ
้
ำ
“ขอคุยเรื่องเรือดำ�นำ�ด้วยคน” ปราบเรือดำาน้า เป็นเรือดำาน้าอเมริกัน ที่ต้องใช้เรือดำาน้า ำ
้
ำ
ำ
ำ
ำ
ื
่
้
ู
้
่
กอนอนผมตอง ขอเลาพนฐานความรเรองเรอดานา อเมริกัน ก็เพราะว่าเราไม่มีเรือดาน้าของเราเอง ฝึกกัน
ื
้
่
ื
ื
่
ของผมเสียก่อน แล้วฝึกกันอีกอยู่ในอ่าวไทย ที่บางคนบอกว่าในอ่าวไทย
ั
ู
ำ
ื
ำ
ื
ี
ำ
ผมไม่มีความร้เร่องเรือดาน้า แต่ผมมีความภูมิใจท ี ่ น้าต้นน่แหละ ฝึกจนฝร่ง (ทหารเรืออเมริกัน) ชมว่า
ำ
ี
ราชนาวีไทยเคยมีเรือดำาน้า ๔ ลำา ผมเห็นเรือดำาน้าของ “ฝีมือก�รปร�บเรือดำ�น�ของเร� เย่ยม!” ตลอดการฝึก
ำ
ำ
้
ำ
ั
ำ
ำ
ื
ี
ั
ไทยต้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมนายเรือช้นปีท่ ๑ เม่อปี ปราบเรือดานำ้ากับเรือดานำ้าอเมริกัน ไม่เคยเห็นเรือดานำ้า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 47
ี
ำ
ิ
ู
ื
ี
ี
อเมริกัน เพราะเขาดาอย่ใต้น้าตลอดเวลา ไม่โผล่มาให้เห็นเลย ส่งท่ผมชอบอีกอย่างหน่งคือ ชอบอ่านเร่องท่เก่ยวกับ
ึ
ำ
ำ
ำ
ำ
ต่อมาได้ไปเห็นเรือดาน้าของอังกฤษหลายลาจอดอย ่ ู เรือดานำ้าท้งหลาย อ่านแล้วก็บันทึกไว้ เก็บเอาไว้
ำ
ั
ตามอ่าวต่าง ๆ ของเมือง Sydney ประเทศออสเตรเลีย มาบัดน้เห็นว่าเก็บเอาไว้ได้มากพอ และเน่องด้วย
ื
ี
้
์
ั
ี
้
ิ
ี
ื
ำ
ก็ได้แค่เห็นอีกนั่นแหละ ไม่เคยลง พลเรอเอก สามารถ จาปรตน ไดเขยนไวในนตยสาร
ู
ำ
ำ
ปี พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นนาวาเอกแล้ว เป็นผ้ต่อเรือดาน้า นาวิกศาสตร์ เดือน มิถุนายน ๒๕๕๘ เรื่อง “สมเด็จ
ำ
ั
ู
ำ
ำ
ิ
แต่ได้สร้างเพียงห้องกลางลาของเรือดานำ้าเท่าน้น พระราชบิดา – เจ้าฟ้าทหารเรือ ธ ผ้ทรงริเร่ม บุกเบิก เรือดานำ้า
ำ
ำ
ำ
ำ
ื
ี
เรือดาน้าลาน้มีช่อว่า “ร.ต.ล.นนทรี” (เรือใต้น้าหลวงนนทรี) ราชนาวีไทย” ได้กล่าวถึงผมว่า “ได้ขอร้องให้ครูกรีฑ�
ื
ำ
ื
เป็นช่อเร่องของละครพูดพระราชนิพนธ์ในพระบาท รวบรวมนำ�เสนอในฉบับต่อไป” ผมจึงจาต้องเขียน
ี
ี
ู
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว รัชกาลท่ ๖ คณะทหารเรือ เผยแพร่ทางนิตยสารนาวิกศาสตร์ในฉบับ “วันท่ระลึก
ได้แสดงละครเรื่อง “ร.ต.ล.นนทรี” ที่โรงละครแห่งชาติ เรือดำ�นำ�” ๔ กันยายน ประจำาปี พ.ศ.๒๕๕๘ ลองอ่าน
้
ื
ี
ำ
่
ู
้
ำ
่
ื
ำ
ื
ำ
ี
ผมเป็นคนออกแบบและควบคุมการสร้างฉากห้องกลาง เรองเรอดานา เขยนโดยคนทไมมความรเรองเรอดานาด ู
่
้
้
ื
ี
่
ลำาของ ร.ต.ล.นนทรี ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยลงเรือดำาน้าเลย บ้างซีครับ
ำ
ผมชอบดหนงเกยวกับเรอง เรอดานา หนงเรองทชอบ
ั
่
ื
ื
ำ
้
ำ
ี
ี
่
ั
่
่
ื
ู
ที่สุดคือเรื่อง “THE ENEMY BELOW” มีชื่อภาษาไทยว่า วิวัฒน�ก�รของเรือดำ�น�
ำ
้
ิ
ิ
ี
“ศัตรูใต้สมุทร” ROBERT MITCHUM (ฉายา ๑. มนุษย์เราพยายามท่จะหาวธีเดนทางไปใต ้
ำ
ู
ำ
“โรเบิร์ตกัญช�”) เป็นผ้บังคับการเรือปราบเรือดาน้า ทะเลมานมนานแล้วดังปรากฏหลักฐานในภาพเขียน
ู
ี
ของอเมริกัน CURT JURGENS เป็นผ้บังคับการเรือ สมัยคริสต์ศตวรรษท่ ๑๓ ท่หอสมุดแห่งชาติของประเทศ
ี
๑
ั
ำ
ำ
ดาน้าเยอรมัน (เรืออู) ผมดูเร่องน้ต้งแต่ยังเป็นหนัง เบลเยียมในกรุงบรัสเซลล์ ซ่งเป็นภาพของกษัตริย์
ี
ื
ึ
์
ื
(ภาพยนตร์) ต่อมาเป็น VIDEO TAPE และปัจจุบันเป็น อเลกซานเดอรมหาราช (Alexander the Great) ทรงยนใน
็
่
ื
ึ
ั
้
DVD ว่าง ๆ ผมก็ยังดูเรื่องนี้อยู่ ดูแล้วดูอีก เพราะสนุกดี โองแกว ซงกาลงหยอนจากเรอโบตลงไปชมทวทศนใตทะเล
ำ
้
่
ิ
่
ั
์
ำ
นอกจากจะได้ดูเรือผิวนำ้าต่อส้กับเรือดานำ้า ชิงไหวชิงพริบ ๒. สาหรับการพัฒนานาเคร่องยนต์มาใช้ใต้ทะเล
ื
ำ
ำ
ู
กันแล้ว ยังได้เห็นถึงชีวิตทหารเรือ ความเป็นสุภาพบุรุษ ได้มีมาต้งแต่ปี พ.ศ.๒๑๒๑ Willium Burn
ั
ทหารเรือ และน้าใจทหารเรือของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย นักคณิตศาสตร์และนักเขียนเก่ยวกับเร่องเรือ ชาวอังกฤษ
ำ
ี
ื
ี
ได้เป็นคนแรกท่ออกแบบเรือซ่งทาด้วยโครงไม้ห้มด้วย
ำ
ุ
ึ
หนังสัตว์ และใช้พายไปใต้นำ้า (Wooden framework
covered with waterproofed leather)
๓. ต่อมาได้มีการนาเรือดานำ้ามาใช้อย่างได้ผลเป็น
ำ
ำ
ั
คร้งแรก ระหว่างปี พ.ศ.๒๑๖๓ ถึง พ.ศ.๒๓๖๗ โดย
นักประดิษฐ์ชาวเนเธอร์แลนด์ (ชาวดัทช์) ช่อ Cornelius
ื
van Drebble ปรากฏว่า เรือดานำ้าท่เขาประดิษฐ ์
ี
ำ
ื
ขับเคล่อนโดยใช้ลูกเรือ ๑๒ คน ตีกรรเชียง สามารถ
ดำาได้ลึก ๑๒ – ๑๕ ฟุต นับว่าเป็นครั้งแรกที่นำาไปสู่ความ
ำ
สนใจในการพัฒนาเรือดำาน้าทั่วโลก
THE ENEMY BELOW
๑. เรืออู U – boot, Unterseeboot,under – the – sea boat
48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
ำ
ำ
ำ
ำ
ำ
ื
๔. เม่อมีการประดิษฐ์เรือดาน้าลาแรกในปี สูบน้าเข้าออกจากถังอับเฉา ใช้กระแสน้าพัดพาให ้
ี
ื
้
พ.ศ.๒๑๖๓ โดยชาวดัทช์ กระทรวงทหารเรือแห่งอังกฤษ ยานเคล่อนท่ไป บังคับยานให้เดินหน้าและถอยหลังไดเล็ก
ได้วิจารณ์ไว้ว่า น้อยด้วยใบจักรเล็ก ๆ ที่หมุนด้วยมือ ความสามารถในการ
ิ
ื
“มันเป็นส่งแปลกใหม่ท่ไม่ได้เร่อง ซ่งไม่มีท�งเป็น ทำาการรบของเรือ Turtle นั้น มีดินปืน หนัก ๑๕๐ ปอนด์
ึ
ี
ู
ู
ี
ำ
ึ
ที่นิยมกว้�งขว�งไปได้” ซ่งอย่ในถังยึดอย่กับเรือดานำ้า โดยใช้กลไกท่ใช้เกลียว
ำ
ี
ำ
ำ
ำ
ู
“พวกเข�พูดผิดไปม�กเลยจริงไหม” ผ้ขับเรือดาน้าจะนาดินปืนน้ไปติดเข้ากับลาเรือของศัตรู
้
(จาก “หน�ต�งมหัศจรรย์” โดย “บุษบง” หนังสือพิมพ ์ แล้วจุดระเบิดโดยใช้ชนวนเวลา
่
ำ
เดลินิวส์ วันจันทร์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘) Bushnell ได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่เอายานใต้น้ามาใช้
๕. ประมาณปี พ.ศ.๒๓๑๘ Robert Fulton ในการสงคราม
นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันอายุ ๒๒ ปีได้สร้างยานดานำ้า
ำ
ิ
ชื่อ “Nautilus” ลาแรกข้น เรือยาว ๒๑ ฟุต ๔ น้ว
ำ
ึ
รูปร่างคล้ายซิการ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๗ ฟุต ตัวเรือทำาด้วย
ทองแดง ติดหางเสือนอนเป็นคร้งแรก เพ่อควบคุมและ
ั
ื
แต่งระดับลึก สามารถดาลงไปใต้นำ้าลึก ๒๕ ฟุต มีเสา
ำ
ี
ำ
ำ
ื
ู
พับได้สาหรับใช้แล่นใบเม่ออย่บนผิวนำ้า ขณะท่ดาใช้ขับ
เคลื่อนด้วยแรงคนหมุนใบจักร มีพลประจำาเรือ ๓ คน เรือดำ�น� “Turtle” ของ David Bushnell
้
ำ
๗. ในปี พ.ศ.๒๓๙๘ ชาวฝร่งเศสช่อ Goubet
ื
ั
ำ
ี
ำ
ได้สร้างเรือดานำ้าโดยใช้แบตเตอร่เป็นพลังในการทาให ้
ื
ำ
มอเตอร์ไฟฟ้าทางาน เพ่อหมุนใบจักรเรือ และมีขวด
อากาศอัดเพื่อให้เรือลอยขึ้นมาบนผิวนำ้า
๘. ในปี พ.ศ.๒๔๐๗ ในระหว่างเกิดสงครามกลางเมือง
ของสหรัฐอเมริกา (United States Civilian War)
กล่มนักประดิษฐ์นาโดย Horace L. Hunley ได้เอา
ำ
ุ
หม้อนำ้า (iron boiler) ท่มีขนาดยาว ๓๖ – ๔๐ ฟุต
ี
ำ
เรือดำ�น� “Nautilus” ของ Robert Fulton
้
ำ
๖. เรือดานำ้าถูกนาไปใช้สาหรับเป็นอาวุธในการ
ำ
ำ
สงครามคร้งแรก เม่อประมาณปี พ.ศ.๒๓๑๙ David
ั
ื
ึ
Bushnell ชาวอเมริกัน ซ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Yale
ำ
ึ
ได้ออกแบบและสร้างยานประหลาดข้นมาลาหน่ง มีรูปร่าง
ึ
คล้ายกระดองเต่า ๒ ตัว ประกบกัน จึงมีช่อเรียกว่า
ื
“Turtle” ยาน Turtle ทำาด้วยไม้ มีพลประจำาเรือเพียง
คนเดียว บังคับยานให้ลอยข้นและจมลงได้ด้วยเคร่อง เรือดำ�น�ของ Horace L. Hunley
ึ
ื
ำ
้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 49
ำ
มาประดิษฐ์เป็นเรือดำาน้า ขับเคลื่อนโดยใช้มือหมุนไปยัง
ใบจักร มีลูกเรือ ๘ คน ความเร็ว ๔ นอต ติดอาวุธตอร์ปิโด
ำ
ี
นับว่าเป็นเรือดานำ้าท่ใช้ในสงครามลาแรก สามารถดาลอดใต้
ำ
ำ
ำ
ท้องเรือข้าศึกได้ เป็นเรือดำาน้าที่ใช้งานในสงครามสำาเร็จ
ั
เป็นคร้งแรกโดยจมเรือ USS Housatonic งมพบและ
นำาขึ้นสู่ผิวน้าได้เมื่อ ค.ศ.๒๐๐๐
ำ
ำ
ำ
๙. “The Alligator” (จระเข้) เป็นเรือดาน้า
ื
ำ
ื
ลาแรกท่กองทัพเรือสหรัฐฯได้ส่งซ้อ ภายในเรือมีเคร่อง
ั
ี
กรองอากาศ ๒ เคร่อง และมีระบบผลิตออกซิเจน
ื
โดยขบวนการทางเคมี
Jules Gabriel Verne
ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ได้นำานวนิยายเรื่องนี้มาสร้างเป็น
ภาพยนตร์ สี เสียง สร้างโดย Waltz Disney ชื่อเรื่อง
“Twenty Thousand Leagues Under the Sea”
ำ
แสดงนาโดย Kirk Douglas และ James Mason
โดย James Mason แสดงเป็น “กัปตัน Nemo”
ผู้บังคับการเรือดำาน้า “Nautilus”
ำ
ุ
ี
ภาพยนตร์เร่องน้ได้รับรางวัลต๊กตาทอง Academy
ื
Awards ปี พ.ศ.๒๔๙๗ ๒ รางวัล คือ Best Art Direction
กับ Best Special Effect และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น
เรือดำ�น� The Alligator
ำ
้
ภาพยนตร์ที่มีการตัดต่อที่ดีที่สุด
๑๐.ในปี พ.ศ.๒๔๑๒ Jules Gabriel Verne ภาพยนตร์เร่องน้ได้เข้ามาฉายในประเทศไทยโดยใช ้
ื
ี
ไดเขยนนวนยายประเภท Classic tale of scientific ชอภาษาไทยวา “ใต้ทะเลสองหม่นโยชน์” เปนทนยมมาก
ี
้
ิ
ี
่
ื
่
ิ
่
ื
็
adventure คือนวนิยายวิทยาศาสตร์การผจญภัย
ำ
ั
ื
ี
เก่ยวกับเรือดานำ้า ภาษาฝร่งเศส ช่อ “Vingt mile
lieues sous les mers” ต้งช่อเรือดานำ้าว่า
ั
ำ
ื
ื
ำ
“Nautilus” ตามช่อเรือดานำ้า “Nautilus” ของ Robert
Fulton เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๘
ประดิษฐ์ เทวาวงศ์ แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย
พิมพ์ครั้งแรก เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๓
Jules Verne ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิด�แห่ง
นิย�ยวิทย�ศ�สตร์”
ในปี พ.ศ.๒๔๕๙ ได้สร้างเป็นภาพยนตร์เงียบ
บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ภ�พยนต์เรื่อง “20,000 Leagues Under the Sea”
ของ Waltz Disney นวนิย�ยประพันธ์โดย
Jules Gabriel Verne
50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
ำ
้
เรือดำ�น� Nautilus
ในภ�พยนต์เรื่อง “20,000 Leagues Under the Sea”
ของ Waltz Disney
ำ
้
ำ
๑๑. The Intelligent Whale (วาฬ) เป็นเรือดำาน้า เรือดำ�น� USS Holland (SS - 1)
ี
ื
่
้
่
ั
้
ื
่
ั
ื
ั
ขบเคลอนดวยแรงคน ทกองทพเรอสหรฐฯ สงซอใน “The Admiralty are not prepared to take
ั
ปี พ.ศ.๒๔๑๓ แต่ไม่เคยออกปฏิบัติการเลย any steps in regard to submarines, because this
vessel is only the weapon of the weaker nation.”
แต่อีก ๑ ปีต่อมา อังกฤษได้เปลี่ยนใจพร้อมกับตั้ง
ี
งบประมาณสร้างเรือดาน้าตามแบบท่ John P. Holland
ำ
ำ
คิดขึ้นจำานวน ๕ ลำาเป็นครั้งแรก สาเหตุที่อังกฤษเปลี่ยน
่
นโยบายดงกลาว กเพราะเห็นวาฝรงเศสไดสรางเรอดานา ้ ำ
่
ั
็
ื
่
ั
้
ำ
้
ขึ้นเป็นจำานวนมาก
เรือดำ�น� The Intelligent Whale ๑๔. Gustave Zele ได้สร้างเรือดำาน้าขึ้น และ
ำ
้
ำ
่
็
ื
ำ
ื
๑๒. ในวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๓ กองทัพเรือ เรอลานไดเปนขาวใหญ เพราะสามารถโจมตเรอ
้
ี
้
่
ี
ำ
สหรัฐฯ ได้ซ้อเรือดาน้าลาแรกท่สามารถปฎิบัติภารกิจ ประจัญบานชื่อ Jaureguiberry ขณะแล่นออกจากท่าเรือ
ำ
ี
ื
ำ
`
`
ได้จริง ชื่อ USS Holland (SS - 1) และเข้าประจำาการ อแจ็กซิโอ ด้วยตอร์ปิโดฝึกหัด (Dummy Torpedo)ได้
ื
ำ
ี
ำ
เม่อวันท่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ เรือดานำ้าลาน้ออกแบบ เป็นผลสำาเร็จในปี พ.ศ.๒๔๔๔
ี
`
ำ
ำ
ำ
ื
โดยนักประดิษฐ์ ช่อ John P. Holland เป็นเรือดาน้าท่ใช ้ ๑๕. เยอรมนีมีเรือดาน้าใช้เป็นลาแรกในปี
ำ
ำ
ี
ำ
แบตเตอร่เป็นพลังงานในการแล่นใต้น้า และใช้เคร่องยนต ์ พ.ศ.๒๔๔๙ หลังจากที่อังกฤษมีแล้ว ๔ ปี เป็นเรือดำาน้า ำ
ี
ื
ี
น้ามันใส (Gasoline engine) เป็นพลังงานในการแล่นบน ท่ใช้เคร่องยนต์ดีเซล ซ่งมีความทนทานและปลอดภัย
ึ
ำ
ื
ผวนา ตดอาวุธตอร์ปโด เปนเรือดานาท่ไมมีหอบงคับการ ในการใช้มากกว่าเคร่องยนต์น้ามันใส ต่อมาชาติต่าง ๆ
็
ำ
ิ
ิ
้
ิ
ำ
ำ
ี
ั
่
้
ื
ำ
(Conning tower) ไม่มีกล้องตาเรือ (Periscope) Holland ได้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกันอย่างแพร่หลาย
ำ
ำ
ได้ชื่อว่าเป็นบิดาเรือดำาน้าของสหรัฐอเมริกา ๑๖. เรือดำาน้า USS Seal ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ำ
๑๓. เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๔๓ รัฐมนตรีทบวง เป็นเรือดำาน้าสมัยใหม่ลำาแรกที่สร้างโดย Simon Lake
ำ
ี
ทหารเรือของอังกฤษได้กล่าวในสภาผู้แทนราษฎรไว้ว่า เป็นเรือดานำ้าต้นแบบของเรือดานำ้าสมัยใหม่ท่มีอุปกรณ ์
ำ
ำ
ี
ำ
“กองทัพเรือไม่คิดท่จะสร้างเรือดาน้า เพราะเห็นว่า ต่าง ๆ ได้แก่ escape trunk, conning tower, diving
เรือประเภทนี้เป็นอาวุธที่เหมาะสำาหรับชาติที่อ่อนแอกว่า” planes, control rooms และ periscope
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 51
้
เรือดำ�น� USS Seal
ำ
๑๗. เรือดำาน้า USS Flasher (SS249) เป็นเรือดำาน้า ำ
ำ
ี
ี
ำ
ำ
ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ท่นับว่าเป็นเรือดาน้าที่ดีท่สุด
ในสงครามโลกครั้งที่ ๒
้
เรือดำ�น� USS Nautilus
ำ
้
ำ
เรือดำ�น� USS Flasher (SS249)
ำ
ต่อมาได้มีการพัฒนาในการสร้างเรือดำาน้ามากขึ้น
๑๘. สหรัฐอเมริกาได้นาเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช ้
ำ
ำ
ำ
ำ
ในการขับเคล่อนเรือดาน้าพลังงานนิวเคลียร์ลาแรก
ื
้
ำ
ำ
ี
ของโลก ช่อ “Nautilus” เป็นเรือ Nautilus ลาท่ ๒ ภ�พว�ดเรือดำ�น� USS Nautilus (SSN571)
ื
ำ
ขึ้นระวางประจำาการเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๗ ๑๙. สหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเรือดำาน้าให้เป็นฐานยิง
้
ื
ำ
เรือดานา Nautilus เป็นต้นเหตุใหสงครามทางทะเล ขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ เพ่อทาลายเป้าหมายท่อย่ลึก
ู
ำ
ี
ำ
้
ื
ื
ี
ต้องเปล่ยนโฉมหน้าไปมาก เม่อเดือนสิงหาคม เข้าไปในแผ่นดินใหญ่ท่เคร่องบินจากเรือบรรทุกเคร่องบิน
ื
ี
พ.ศ.๒๕๑๐ เรือ Nautilus เดินทางจากมหาสมุทร ไม่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย เรือลำาแรกชื่อ USS George
ั
แอตแลนติกไปมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านทางข้วโลกเหนือ Washington สร้างเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๐๒ ติดขีปนาวุธ
ได้สำาเร็จเป็นครั้งแรก แบบ Polaris ระยะยิงไกล ๑,๒๕๐ ไมล์ จำานวน ๑๖ ลูก
52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
ำ
้
เรือดำ�น� USS Ohio
ี
๒๑. ในระหว่างวันท่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๓ ถึง
วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓ เรือดำาน้า USS Triton
ำ
ของสหรัฐอเมริกา ราคา ๑๐๙ ล้านเหรียญอเมริกัน
ำ
เรือดำ�น� USS George Washington เดินทางรอบโลกใต้ผิวน้า โดยไม่ต้องโผล่ข้นมาบนผิวน้าเลย
้
ึ
ำ
ำ
๒๐. ต่อมาสหรัฐอเมริกาได้สร้างเรือดานำ้า USS
ำ
Ohio (SSBN726) ระวางขับนำ้าถึง ๑๖,๖๐๐ ตัน
ึ
ข้นระวางประจาการเม่อวันท่ ๑๑ พฤศจิกายน
ำ
ื
ี
พ.ศ.๒๕๒๔ ตอนแรกติดขีปนาวุธแบบ Trident ต่อมาได้
พัฒนาเป็น SSGN726 ติดขีปนาวุธแบบ Tomahawk
๒๒ ท่อยิง ท่อละ ๑๔ ลูก
ื
ั
เม่อเดอนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ นกทาลายใต ้
ื
ำ
ี
้
ำ
นาจโจม (SEAL) ของราชนาวไทย ๖ นาย โดยม ี เรือดำ�น� USS Triton
่
ู
ำ
้
นาวาเอก ศุภชัย ธนสารสาคร เป็นผ้ควบคุม (ปัจจุบันเป็น ๒๒. เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๖ เรือดำาน้า
ำ
ู
ผ้บังคับหมวดเรือท่ ๓ กองเรือลานำ้า กองเรือยุทธการ) USS Thresher (SSN – 593) ของสหรัฐฯ ขนาด ๓,๗๗๐ ตัน
ำ
ู
ี
ได้ไปฝึกกับเรือดานำ้า USS Ohio เป็นเวลา ๗ วัน โดยฝึกร่วม ราคา ๙๐๐ ล้านบาท (๔๕ ล้านเหรียญอเมริกัน)
ำ
ั
ื
ั
่
ู
ั
ำ
ื
กบนกทาลายใตนำาจโจมของกองทพเรือสหรฐฯ ลงเรอ ขับเคล่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมด้วยพลประจาเรือ
ำ
ั
้
้
ึ
จากท่าเรือนำ้าลึกจังหวัดภูเก็ต ไปข้นเรือ USS Ohio ๑๒๙ นาย (นายทหาร ๑๖ ทหาร ๙๖ พลเรือน ๑๗)
ำ
ซ่งจอดอย่นอกฝ่งของเกาะภูเก็ต และทาการฝึกท่บริเวณ ดาลงไปใต้ทะเลบริเวณนำ้าลึก ๗,๘๐๐ – ๘,๕๐๐ ฟุต
ั
ำ
ี
ู
ึ
เกาะดอกไม้ใกล้ ๆ เกาะภูเก็ด เป็นการฝึกดำาน้าออกจาก ท่บริเวณ Cape Cod, Massachusetts แล้วไม่ได้โผล ่
ำ
ี
ำ
ำ
เรือดานำ้า และดานำ้ากลับเข้ามาท่ความลึกระหว่าง ขึ้นมาอีกเลย
ี
ำ
๓๐ – ๖๐ ฟุต การนำาเรือยางออกและเข้ามายังเรือดำาน้า
ำ
ที่ผิวน้า และฝึกออกลาดตระเวนพิเศษ
ำ
ำ
ในปัจจุบัน รัฐสภาสหรัฐฯ กาลังจัดหาเรือดาน้า
ำ
SSBN จำานวน ๑๒ ลำา เข้าประจำาการทดแทนเรือดำาน้า
ำ
ชุด Ohio จานวน ๑๕ ลา ท่ประจาการอย่ในขณะน ี ้
ำ
ำ
ี
ู
ำ
ำ
ิ
ั
โดยจะเร่มทยอยเข้าประจาการต้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๗๐
ำ
ำ
ำ
เรือดาน้าแต่ละลาจะมีค่าประมาณลาละ ๑๙๒,๐๐๐ ล้านบาท เรือดำ�น� USS Thresher (SSN593)
ำ
ำ
้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 53
ำ
ี
๒๓. เรือดำานำ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อจากน้ไป เรือดานำ้าจะพัฒนา ก้าวหน้า มีความ
ำ
ี
ู
เรือดำาน้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยมีการสร้างมา เปล่ยนแปลงอย่างไร ผมขอให้ท่านผ้อ่านโปรดติดตามเอาเอง
ำ
ำ
ำ
ำ
ำ
ื
ั
คือ เรือดาน้าช้น Typhoon เป็นเรือดาน้าขับเคล่อนด้วย ผมขอหยุดเรื่อง วิวัฒนาการของเรือดำาน้าเอาไว้ตรงนี้
ั
ื
พลังงานนิวเคลียร์และติดต้งขีปนาวุธ (Nuclear – Powered และขอเสนอเร่อง “อภินิห�รของเรือดำ�น�” ต่อ
ำ
้
Ballistic Missile Submarine) ที่ได้รับการพัฒนาโดย เพอให้ทราบถึงอภินิหารของเรือดาน้าในอดีตเร่มต้งแต่ตอน
ิ
่
ื
ำ
ำ
ั
๒
สหภาพโซเวียต ในปี พ.ศ.๒๕๒๓ ข้นระวางประจาการ “สงคร�มโลกครั้งที่ ๑”
ึ
ำ
เม่อวันท่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๔ ระวางขับนำ้า
ี
ื
๔๘,๐๐๐ ตัน ยาว ๑๗๕ เมตร กว้าง ๒๓ เมตร อภินิห�รของเรือดำ�น�
ำ
้
กินน้าลึก ๑๒ เมตร ความเร็วใต้นำ้า ๒๗ นอต สามารถ จะเรียกว่า อภินิหาร อานุภาพ ความร้ายกาจ ความ
ำ
ำ
ำ
ดาได้ลึกท่สุด ๔๐๐ เมตร ดาอย่ใต้นำ้าได้นานถึง เก่งกาจ ฤทธิ์เดช หรือพิษสงของเรือดำาน้าก็ได้
ู
ำ
ี
๑๒๐ วัน ลูกเรือ ๑๖๓ นาย เนื่องจากความใหญ่โตมหึมา ในสงคร�มโลกครั้งที่ ๑
เช่นน้ ภายในตัวเรือนอกจากเพียบพร้อมไปด้วยอาวุธ อังกฤษ มีเรือดำาน้าที่ประจำาการ ๒๐๓ ลำา ทำาลาย
ำ
ี
ำ
ยุทโธปกรณ์แล้วยังมีห้องออกกาลังกาย สระว่ายน้า เรือข้าศึกได้ ๕๔ ลำา และเรืออื่น ๆ อีก ๒๗๔ ลำา อังกฤษ
ำ
้
ำ
ี
้
ำ
้
ู
้
ี
่
หอง sauna ททาใหลกเรอผอนคลายความเครยดไดบาง สูญเสียเรือดำาน้าไป ๕๔ ลำา
่
ื
ำ
ื
และถึงแม้ว่าจะมีรูปร่างขนาดใหญ่โต แต่ก็สามารถขับเคล่อน เยอรมนี มีเรือดำาน้าที่ประจำาการเกือบ ๓๐๐ ลำา
่
ั
ำ
ี
้
่
ี
้
ำ
ได้อย่างดีเย่ยมและเงียบเชียบมาก (quietest Russian ในระหวางสงครามโลกครงท ๑ เรือดานา
sea vessels) ได้แสดงความสามารถในการปฏิบัติการทางเรือให้เป็นท ี ่
๓
ำ
“TYPHOON” (ไต้ฝุ่น) เป็นชื่อที่ NATO ใช้เรียก ประจักษ์แก่โลก กล่าวคือเยอรมนีได้ประสบความสาเร็จ
ี
แต่ท่ใช้เรียกเป็นภาษารัสเซีย คือ “AKULA” (native อย่างสูงในการใช้เรือดาน้าขัดขวางเส้นทางการเดินเรือของ
ำ
ำ
ำ
name) แปลว่า “SHARK” (ฉลาม) ฝ่ายพันธมิตรสามารถจมเรือฝ่ายพันธมิตรได้เป็นจานวนมาก
ำ
เรือดำาน้าชั้น Typhoon มีด้วยกัน ๖ ลำา แต่ปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการต่อต้านเรือดำาน้า ำ
ั
ำ
ได้ปลดประจาการไปแล้วทงหมด เม่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ การปฏิบัติการคร้งสาคัญได้แก่ การปฏิบัติการ
้
ั
ำ
ื
แล้วมาเริ่มสร้างเรือดำาน้าชั้น Borei จำานวน ๒ ลำา ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๕๗ ของเรือ U 9 เพียงลำาเดียว
ำ
ู
มี นาวาตรี OTTO WEDDINGEN เป็นผ้บังคับการเรือ
สามารถจมเรือลาดตระเวนห้มเกราะขององกฤษขนาด
ั
ุ
๑๒,๐๐๐ ตัน ในเวลาเดียวกันถึง ๓ ลำา ภายในเวลา ๑
ั
ช่วโมง คือ เรือ ABOUKIR, HOGUE, GRESSY ซ่งแล่นอย ่ ู
ึ
ทางเหนือห่างจากฝั่งประเทศฮอลันดาประมาณ ๘ ไมล์
ในสงคร�มโลกครั้งที่ ๒
อังกฤษ มีเรือดำาน้า ๑๖๒ ลำา ทำาลายเรือรบข้าศึกได้
ำ
ำ
เรือดำ�น�ชั้น Typhoon ๑๖๙ ลำา (รวมทั้งเรือดำาน้า ๓ ลำา) และเรือสินค้าอีก ๔๙๓ ลำา
้
ำ
ำ
อังกฤษสูญเสียเรือดำาน้าไป ๗๔ ลำา
ื
๒. สหภ�พโซเวียต U.S.S.R. : Union of Soviet Socialist Republics : สหภ�พส�ธ�รณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ใช้ช่อน้ต้งแต่ปี
ั
ี
พ.ศ.๒๔๖๕ ถึง พ.ศ.๒๕๓๔
ิ
ิ
ั
๓. NATO North Atlantic Treaty Organization : องคก�รสนธสญญ�แอตแลนตกเหนอ (สนธสญญ�ท�งทห�รของยโรป ๑๒ ประเทศ)
ั
ุ
ื
ิ
์
ก่อตั้งวันที่ ๔ เมษ�ยน พ.ศ.๒๔๙๒ สำ�นักง�นใหญ่อยู่ที่ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
ำ
เยอรมนี มีเรือดำาน้าที่ประจำาการ ๑,๒๑๘ ลำา (เมื่อ
ำ
ำ
เร่มสงคราม มี ๕๖ ลา ต่อในระหว่างสงครามอีก ๑,๑๖๒ ลา)
ิ
ำ
ื
์
ำ
สามารถทาลายเรอพาณิชยของพันธมตรได ๒๓,๓๕๑ ลา
้
ิ
ำ
แต่เยอรมันก็สูญเสียเรือดำาน้าถึง ๗๘๔ ลำา
ำ
้
ำ
้
เรือดำ�น� U 47 เรือ U เกรด A ของเยอรมันขนาด เรือดำ�น�จำ�ลอง U 47
๗๕๓ ดัน ซึ่งมี เรือเอก กุนแธร์ พรีน (Gunther Prien)
:
เป็นผู้บังคับการเรือ ออกรบ ๑๐ ครั้ง ระหว่าง วันที่ ๑๙
ึ
สงหาคม พ.ศ.๒๔๘๒ ถงวันท่ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ มีผลงาน
ิ
ี
จมเรือขาศึกได้ ๒๙ ลา เสียหายหนก ๗ ลา เสยหาย
ี
ั
ำ
ำ
้
เล็กน้อย ๒ ลา จมเรือประจัญบาน HMS Royal Oak ของ
ำ
ราชนาวีอังกฤษขนาด ๓๕,๐๐๐ ตัน ลงสู่ก้นทะเลอย่าง
รวดเรวภายในเวลา ๑๓ นาท พรอมดวยทหารประจาเรอ
้
็
ื
ำ
้
ี
ทั้งหมด ๘๓๓ นาย รอดชีวิตเพียง ๑๕ นาย
ี
ำ
พรีน เป็นผบังคับการเรือดาน้าคนแรกท่สามารถ
ู
้
ำ
ำ
จมเรือที่มีน้าหนักรวมกันเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตัน
HMS Royal Oak
HMS Royal Oak จมอยู่ก้นทะเล
เรือเอก กุนแธร์ พรีน หลังจากปฏิบัติการรบคร้งท่ ๑๐ แล้ว เรือ U 47
ั
ี
้
ำ
ู
ี
“กระทิงบ�” ก็ดาแล้วไม่โผล่ ส่ก้นมหาสมุทรท่ลึกกว่า
๓๐,๐๐๐ ฟุต หายสาบสูญไปพร้อมกับกัปตันกุนแธร์ พรีน
และลูกเรือ ๓๘ นาย
้
ำ
เรือดำ�น� U99 เรือ U เกรด A ของเยอรมัน ซึ่งมี
เรือเอก ออตโต เครทชเมอร์ (Otto Kretschmer) เป็น
ผู้บังคับการเรือ สามารถจมเรือข้าศึกได้ถึง ๔๔ ลำา รวม
ำ
ระวางขับน้า ๒๖๖,๖๒๙ ตัน เรือ U99 ต้องจมลง และ
้
ำ
เรือดำ�น� U 47 เครทชเมอร์ ถูกจับเป็นเชลย
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 55
ั
่
ี
่
ของกองเรอองกฤษและฝรงเศสทสนบสนนอสราเอล
ื
ั
ั
ุ
ิ
ั
ปรากฏว่าเรือพิฆาตฝร่งเศสได้ตรวจพบและบังคับให ้
เรือดำาน้าสหรัฐฯ โผล่ขึ้นเหนือน้า
ำ
ำ
สงคร�มหกวัน ปี พ.ศ.๒๕๑๐ อิสราเอลได้ใช ้
ำ
เรือดาน้าลาเลียงมนุษย์กบไปส่งยังนอกท่าเรืออียิปต์
ำ
ำ
ี
เพ่อโจมตีอียิปต์ท่อย่ในท่าเรือด้วยท่นระเบิดชนิด
ู
ุ
ื
ก่อวินาศกรรม (Sabotage mines) ไม่ทราบผลการโจมต ี
สงคร�มอินเดียกับป�กีสถ�น ปี พ.ศ.๒๕๑๔
ั
ปากีสถานได้ใช้เรือดาน้าท่ต่อในฝร่งเศสยิงตอร์ปิโดชนิด
ำ
ำ
ี
ิ
่
เรือเอก ออตโต เครทชเมอร์ วงเข้าหาเปาดวยตัวเอง (Homing Torpedo) ไปยังเรอรบ
ื
้
้
วินสตัน เชอร์ชิล (Sir Winston S, Churchill) อินเดีย ผลปรากฏว่าเรือฟริเกตอินเดียจม ๑ ลำา และอีก
ำ
ั
ี
นายกรัฐมนตรีอังกฤษในสมัยสงครามโลกคร้งท่ ๒ ได ้ ๑ ลา ได้รับความเสียหาย นอกจากน้นปากีสถานยังใช ้
ั
ำ
ึ
ำ
ำ
ุ
ี
กล่าวไว้ว่า “The only thing that ever really เรือดาน้าท่ต่อในสหรัฐฯ ลาหน่งไปวางท่นระเบิด
้
ั
่
ู
ำ
่
้
ำ
ำ
ื
่
ั
่
frightened me during the war was the แตปรากฏวาเรอดานาไมกลบฐานทพ เขาใจวาถกทาลาย
U – boat peril” สงคร�มฟอล์กแลนด์ (THE FALKLANDS WAR)
ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นสงครามที่อังกฤษต้องทำาสงครามห่าง
จากบ้านถึง ๘,๐๐๐ ไมล์ การเดินทางทางเรือต้องใช้เวลานาน
ี
ถึง ๒๑ วัน กองทัพเรืออังกฤษ ท่ประกอบด้วย เรือบรรทุก
เคร่องบิน เรือลาดตระเวน เรือพิฆาต และเรือดาน้า
ำ
ื
ำ
เหนือกว่ากองทัพเรืออาร์เจนตินาอย่างเทียบกันไม่ติด
ำ
ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเคล่อนเข้าทาสงครามแย่งชิง
ื
้
็
ื
ั
ั
่
้
เกาะฟอลกแลนดได กเนองจากเกรงกลวจะพลาดพลง
์
์
ต่อเรือดำาน้าของอาร์เจนตินาที่มีเพียง ๔ ลำาเท่านั้น
ำ
ำ
Sir Winston S, Churchill แต่แล้วอังกฤษได้ส่งเรือดานำ้าพลังงานนิวเคลียร ์
ำ
นายทหารเรือไทยท่านหนึ่งแปลไว้ว่า ๓ ลา ได้แก่ SPLENDID , SPARTAN และ CONQUEROR
เชอร์ชิลได้กล่าวไว้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ว่า ไปขัดขวางเส้นทางเดินเรือของฝ่ายอาร์เจนตินา และ
้
้
“ ส่งท่เขย�ขวัญข�พเจ�ม�กท่สุดในสงคร�มโลก ต่อมาเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๕ เวลา ๑๖๐๐
่
ี
ิ
ี
ำ
้
ำ
ครั้งที่ ๒ คือเรือดำ�น�เยอรมัน” เรือดานำ้าพลังงานนิวเคลียร์คองเคอเรอร์ (HMS
ี
ำ
หลังสงคร�มโลกครั้งที่ ๒ CONQUEROR-S48) มีฉายาว่า “CONKS” ขณะท่ดาอย ่ ู
ำ
ำ
ได้มีการใช้เรือดาน้าในสงครามในลักษณะต่าง ๆ กัน ใต้นำ้า ได้ยิงตอร์ปิโด ๓ ลูก เข้าใส่เรือลาดตระเวน (LIGHT
สงคร�มเก�หลี ปี พ.ศ.๒๔๙๓ – ๒๔๙๖ สหรัฐฯ CRUISER) เยเนอราล เบลกราโน (ARA GENERAL
ำ
ใช้เรือดำาน้าลำาเลียงหน่วยคอมมานโดขึ้นบก เพื่อทำาลาย BELGRANO) ของอาร์เจนตินาขนาด ๑๐,๘๐๐ ตัน
ถนนเลียบชายหาดที่เกาหลีเหนือใช้เป็นเส้นทางส่งกำาลัง ถูกเป้า ๒ ลูก ลูกที่ ๑ ถูกที่หัวเรือกราบซ้าย ลูกที่ ๒ ถูก
ี
ำ
ำ
สงคร�มคลองสุเอช ปี พ.ศ.๒๔๙๙ สหรัฐฯ ได้ใช้ ท่กลางลา ทาให้เรือเยเนอราล เบลกราโน จมลงอย่าง
ั
ำ
ี
เรือดาน้า ๒ ลา ไปหาข่าวเก่ยวกับความเคล่อนไหว ง่ายดายในเวลาอนรวดเร็วภายใน ๒๐ นาที ลูกเรือ
ำ
ื
ำ
56 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
ำ
ำ
ี
เสียชีวิตไป ๓๒๓ คน ตอร์ปิโดท่ยิงไปจากเรือดาน้า
คองเคอเรอร์เป็นตอร์ปิโดราคาถูกแบบเก่ารุนก่อน
่
สงครามโลกครั้งที่ ๒
ำ
เรือดำาน้าคองเคอเรอร์ มีระวางขับน้า ๔,๙๐๐ ตัน
ำ
เข้าประจำาการในปี พ.ศ.๒๕๑๔
ำ
เรือเยเนอราล เบลกราโน มีระวางขับน้า ๑๐,๘๐๐ ตัน
ำ
เข้าประจาการในปี พ.ศ.๒๔๘๒ แต่ก่อนเป็นเรือของ
สหรัฐฯ ช่อ ฟีนิกซ์ (USS PHOEN IX) เป็นเรือลาดตระเวน
ื
ชั้น BROOKLYN ขายให้อาร์เจนตินา ๗.๘ ล้านดอลลาร์ เรือ GENERAL BELGRANO กำ�ลังจม
ำ
ื
เม่อเรือดานำ้าคองเคอเรอร์ของอังกฤษจมเรือ
เยเนอราล เบลกราโนของอาร์เจนตินาแล้วก็ได้เดินทาง
จากมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ (SOUTH ATLANTIC
OCEAN) กลับไปยัง ฟาสเลน (FASLANE) ซ่งเป็นฐานทัพ
ึ
ำ
เรือดานำ้า (Clyde Submarine base) ท่ Scotland
ี
ึ
ประเทศอังกฤษพร้อมกับชักธง JOLLY ROGER ข้นท ี ่
เรือเป็นการแสดงให้ร้ว่าจมเรือเยเนอราล เบลกราโนได ้
ู
แล้ว ธง JOLLY ROGER คือ “ธงสี่เหลี่ยมพื้นสีดำ�มีรูป HMS CONQUEROR
ั
ี
หวกะโหลกกระดูกไขว้สข�ว” หรือท่เรียกกันว่า
ี
“ธงโจรสลัด” แต่ธงท่เรือ CONQUEROR ชักข้นได ้
ึ
ี
่
ี
เปลยนจากรป “กระดูกไขว้” เป็นรูป “ตอร์ปิโดไขว้”
ู
ี
เป็นประเพณีของทหารเรืออังกฤษท่จะชักธง JOLLY
ROGER ขึ้นเมื่อจมเรือข้าศึกได้
จากการจมของเรือ GENERAL BELGRANO
ั
ผลท่ตามมาก็คือ กองเรืออาร์เจนตินา ท้งเรือผิวนำ้า
ี
ำ
ู
ี
ู
และเรือดานำ้าท่เหลืออย่ เอาแต่จอดอย่ในฐานทัพเรือ
ไม่กล้าออกไปส้รบกับกองเรืออังกฤษ จะส่งกาลังบารุง
ำ
ำ
ู
ได้เฉพาะใช้การปฏิบัติการทางอากาศเป็นหลักเท่าน้น
ั
อาร์เจนตินาจึงแพ้สงครามไปในที่สุด
HMS CONQUEROR ชักธง JOLLY ROGER
เรือ GENERAL BELGRANO
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 57
ไว้ใช้งาน หรืออย่างน้อยก็ขอมีไว้ เพ่อผลในการ
ื
ื
“ป้องปราม” เพ่อไม่ให้เกิดศึกสงครามท่ไม่พึงปรารถนา
ี
ในอนาคต”
้
ำ
สย�มคิดจะมีเรือดำ�น�
ู
ำ
เรือดานำ้าได้อย่ในแนวความคิดของกองทัพเรือไทย
ั
มาต้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๓ (ร.ศ.๑๒๙) แล้ว ดังจะเห็นได ้
จากพระกรณียกิจสาคัญของ นายพลเรือตรี กรมหม่น
ำ
ื
ิ
ชุมพรเขตรอุดมศักด์ใน พ.ศ.๒๔๕๓ (ร.ศ.๑๒๙) ได้แก ่
การจัดทำา “โครงก�รสร้�งกำ�ลังท�งเรือฉบับสมบูรณ์”
ธง JOLLY ROGER ของ HMS CONQUEROR ร่วมกับคณะกรรมการ คือ นายพลเรือตรี พระยาราชวังสรรค์
(ฉ่าง แสง-ชูโต ต่อมาเป็น พลเรือเอก พระยามหาโยธา)
และนายพลเรือตรี พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชย
เฉลิมลาภ (ต่อมาเป็น พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ำ
ึ
กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร) โครงการน้ได้จัดทาข้น
ี
ี
ำ
ั
ต้งแต่สมัยรัชกาลท่ ๕ แต่มาสาเร็จเรียบร้อย และเสนาบด ี
ำ
ึ
กระทรวงทหารเรอไดนาขนทลเกลาฯ ถวายพระบาท
ื
้
ู
้
้
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว รัชกาลท่ ๖ เม่อวันท่ ี
ื
ี
ู
๑๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๓ (ร.ศ.๑๒๙)
ั
วัตถุประสงค์ในการสร้างกาลังทางเรือน้น
ำ
ำ
้
เรือดำ�น�ของอังกฤษกับธง JOLLY ROGER คณะกรรมการได้กล่าวไว้ว่า
รูปหัวกะโหลกกระดูกไขว ้ “…ในก�รท่จะดำ�ริห์จัดสร�งกองทัพเรือข้นน้น
ึ
ั
ี
้
ี
ื
เก�หลีเหนือกับเก�หลีใต เม่อ ๕ ปีท่แล้ว เอ�เป็นก�รเด็ดข�ดได้ว� สร�งเรือสำ�หรับป้องกันภัย
้
้
่
เรือคอร์เวต “ซอนอัน” ของเกาหลีใต้ถูกเรือดานำ้าลำาเล็ก ๆ ไม่ใช่สำ�หรับไปท้�ท�ยต่อยุทธ์กับประเทศอื่น นอกจาก
ำ
ิ
ื
ั
์
ของเกาหลเหนอยงดวยตอรปโด ตวเรอคอรเวตของ พระราชอาณาเขตร์...”
้
ิ
ื
์
ี
ี
เกาหลีใต้ได้ขาดเป็น ๒ ท่อน ท่น่านน้าคาบเกี่ยวกัน คณะกรรมการฯ ได้แบ่งกองกำาลังกองทัพเรือสยาม
ำ
ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ลูกเรือเกาหลีใต้ตายไป ออกเป็น “๒ กองทัพ”
๔๖ คน จาก ๑๐๔ คน กองทัพที่ ๒ ใช้เรือ ๕ ประเภทคือ
ำ
พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ ได้เขียนบทความเร่อง ๑. เรือพิฆาฏขนาดใหญ่ ให้ช่อเรือประเภทน้ว่า “เรือ ร.”
ื
ี
ื
้
“อภินิห�รเรือดำ�นำ�” ตอนอวสานในนิตยสารนาวิกศาสตร์ ๒. เรือพิฆาฏขนาดเล็ก ให้ชื่อเรือประเภทนี้ว่า “เรือ ล.”
เดือน มกราคม ๒๕๕๘ ไว้ว่า ๓. เรือตอร์ปิโดชั้นที่ ๒ ให้ชื่อเรือประเภทนี้ว่า “เรือ ว.”
ำ
ำ
ำ
“เรือดานำ้าได้กลายเป็นเคร่องมือสาคัญของชาติท ี ่ ๔. เรือดำ�น� ให้ชื่อเรือประเภทนี้ว่า “เรือ ส.”
ื
้
ำ
ู
ด้อยกาลังรบ ใช้ต่อส้กับชาติท่มีนาวิกานุภาพเหนือกว่าอย่าง ๕. เรือลำาเลียง ให้ชื่อเรือประเภทนี้ว่า “เรือ ศ.”
ี
้
ำ
ได้ผลสัมฤทธิ์มาแล้ว จึงเป็นเหตุให้บรรดาชาติขนาดเล็ก เรือดำ�น� จานวน ๖ ลา สาหรับลอบทาลายเรือใหญ ่
ำ
ำ
ำ
ำ
ำ
้
ี
้
ี
ำ
่
่
ิ
ื
หรอออนแอทงหลายตางด้นรนขวนขวายทจะมเรอดานา ของข้าศึก
่
ั
ื
58 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
“…แต่ยังกล่�วให้ชัดเจนไม่ได้ เพร�ะยังไม่เคยลง
่
่
ี
และลอง แต่ท่พูดถึงด้วยน้โดยเห็นว� ต่อไปภ�ยน�
ี
กระบวรศึกสงคร�มจะต้องใช้เปนมั่นคง...”
น�ยพลเรือตรี พระเจ้�ลูกย�เธอ พระองค์เจ้�วุฒิไชยเฉลิมล�ภ
(พลเรือเอก พระเจ้�บรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร)
สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดี
น�ยพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กระทรวงทหารเรือ ได้กราบบังคมทูล สรุปในตอนท้าย
(พลเรือเอก พระเจ้�บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้�อ�ภ�กรเกียรติวงศ์ ของรายงาน มีข้อความบางตอนดังนี้
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) “การทจะตอบปญหาเรองเงนวาเสยแตเพยง
ี
่
ิ
่
ื
ี
ี
ั
่
่
คำาเดียวว่า ไม่มี เท่านั้น ย่อมเปนก�รง่�ยกว่�อย่�งอื่น
แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรต่อไปอีกด้วย...”
่
ี
้
ื
ี
ุ
่
ั
้
“ก�รทห�รนนเปนก�รทลงทนไปโดยไมมท�งไดคน
ไม่เปนการลงทุนค้ากำาไร ถ้าจะพิจารณาแต่เพียงหยาบ ๆ
ก็ต้องเห็นว่าการที่ลงทุนค้ากำาไรนั้น ไม่ว่าการใด ๆ ย่อม
เปนสิ่งที่สำาคัญกว่า...”
ำ
ผลปรากฏว่า โครงการสร้างกาลังทางเรือของ
คณะกรรมการฯ ชุดที่ “เสด็จเตี่ย” เป็นประธานต้องถูก
เก็บไว้เพราะ “ข�ดงบประม�ณ”
ี
ต่อมาในวันท่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ (ร.ศ.
ู
๑๓๐) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว
ื
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตรี กรมหม่น
ิ
ชุมพรเขตรอุดมศักด์ ออกจากประจาการ และได้จ้าง
ำ
น�ยพลเรือตรี พระย�ร�ชวังสรรค์ (ฉ่�ง แสง - ชูโต) นายนาวาเอก ชไนด์เลอร์ (J.Schneidler) นายทหาร
ี
(พลเรือเอก พระย�มห�โยธ�) เรือชาติสวีเดน เข้ามาเป็นท่ปรึกษาการทหารเรือ ในวันท่ ี
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 59
สมเด็จพระศรีพัชรินทร� บรมร�ชินีน�ถ
สมเด็จเจ้�ฟ้� กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต คว�มเห็นเรื่องเรือ ส.
ี
๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๕ (ร.ศ.๑๓๑) นายนาวาเอก วันท่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๗ นายเรือตรี สมเด็จ
๔
์
ำ
ชไนด์เลอร์ ได้เสนอโครงการจัดสร้างกาลังทางเรือสาหรับ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร
ำ
ำ
ึ
้
ป้องกันประเทศ และได้กล่าวถึง เรือดำ�น� ว่า ซ่งเรียนวิชาทหารเรือ ณ ประเทศเยอรมนีและเป็นนาย
ู
ึ
ี
ี
็
ื
ำ
่
ุ
่
ั
้
ั
“เปนเรอท่ดมากสาหรบปองกนกรงเทพฯ แตจะผาน ทหารฝึกหัดอย่ในราชนาวีเยอรมัน ซ่งเป็นประเทศ
ำ
ื
ี
ื
เข้าออกสันดอนลำาบาก ถ้าจะเก็บไว้ในแม่น้าก็ไม่คุ้มค่า” ท่มีช่อเสียงมากในเร่องเรือดานำ้า พระองค์ทรงเป็น
ำ
ู
ู
้
ำ
้
ี
่
ี
่
ั
และได้เสนอไว้ในโครงก�รให้มีเรือดำ�น� ๘ ลำ� นายทหารเรือไทยผ้เดียวในเวลาน้น ทมีความรเกยวกับ
ำ
ำ
ำ
สำ�หรับประจำ�อยู่กับกองเรือที่จันทบุร ี เรือดาน้าทรงสนพระทัยในเรือดาน้าเป็นพิเศษ เคยได้รับ
ำ
ี
่
ำ
ำ
ี
ั
ื
่
่
้
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือไม่ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย และ รางวลท ๑ ในการออกแบบเรอดานาในระหวางททรง
เม่อครบสัญญาแล้ว ก็ไม่ได้จ้างนายนาวาเอก ชไนด์เลอร์ ต่อ ศึกษาอยู่ในกองทัพเรือเยอรมันด้วย และทรงเอาพระทัย
ื
ใส่ติดตามวิวัฒนาการของเรือดำาน้าเยอรมันตลอดมา
ำ
้
คนไทยเห็นเรือดำ�น�เป็นครั้งแรก กรมขุนสงขลานครินทร์ เสด็จกลับจากยุโรปถึง
ำ
่
้
่
ั
้
ำ
ทหารเรือและคนไทยได้มีโอกาสเห็นเรือดานำ้าจริง ๆ สนดอนปากนำาเจาพระยาเวลาคำา นับวากระทรวง
ำ
ี
่
่
่
็
เปนครงแรกทไซงอน ในเดอนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๔ ทหารเรือมีนายทหารเรือสาเร็จวิชาทหารเรือจากยุโรป
ั
้
ื
ั
้
้
้
(ร.ศ.๑๓๐) ในโอกาสท่สมเด็จพระศรีพัชรินทรา (ประเทศเยอรมนี) เป็นเจ�น�ยช้นสมเด็จเจ�ฟ�เป็น
ี
บรมราชินีนาถ เสด็จประพาสอินโดจีน นายพลเรือตรี ครั้งแรกและครั้งสุดท้�ยของร�ชน�วีไทย
ี
พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) ซึ่งในเวลา วันท่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๘ ทรงพระกรุณา
นั้นเป็น นายเรือเอก เล่าว่า โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุน
ำ
“ฝร่งเศสได้จัดเรือดานำ้ามาแล่น และดาถวายให ้ สงขลานครินทร์เป็นนายเรือโท เข้าสารองราชการ ณ
ั
ำ
ำ
ทอดพระเนตรในบริเวณเรือพระท่น่งมหาจักรีเทียบท่าอย่ ู กรมเสนาธิการทหารเรือ
ั
ี
ี
ำ
ท่านและคนไทยท่ตามเสด็จฯ จึงได้มีโอกาสเห็นเรือดานำ้า พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน)
เป็นครั้งแรก” ได้เขียนเล่าไว้ว่า
๔. กรมขุนสงขลานครินทร์ สมเด็จเจ้�ฟ้�มหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขล�นครินทร์ /
จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตล�ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมร�ชชนก
60 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘
พลเรือตรี พระย�ห�ญกล�งสมุทร
น�ยเรือโท สมเด็จเจ้�ฟ้�มหิดลอดุลยเดช (บุญมี พันธุมน�วิน)
กรมขุนสงขล�นครินทร์
“เร่องน้นับว่าสาคัญมาก เพราะทหารเรือมีนักเรียน
ี
ำ
ื
เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าและสาเร็จวิชาทหารเรือจากประเทศ
ำ
ึ
เยอรมนี ซ่งเป็นมหานาวีย่งใหญ่รองจากนาวีอังกฤษ
ิ
มารับราชการในทหารเรือ ย่อมเป็นกาลังแก่กองทัพเรือ
ำ
เป็นอย่างยิ่ง เพราะกิจการทั้งหลายถ้าได้มีผู้ศักดิ์สูง เช่น
ั
ู
ู
เจ้านายช้นผ้ใหญ่รับราชการปะปนอย่ ย่อมเป็นการ
กระต้นความสนใจ และความเข้าใจอันดีต่อผ้ทรงอิทธิพล
ุ
ู
ชั้นสูง เช่น เจ้านายอื่น ๆ เป็นต้น ย่อมทำาให้กิจการนั้น ๆ
ได้รบความยกยองนบถอ หรือสนใจอยเสมอ และย่อม
ื
ั
่
ู
ั
่
สะดวกที่จะขยายกิจการนั้น ๆ ได้ไม่ยาก”
ิ
ุ
์
(จากหนงสอ “อนสรณในงานพระราชทานเพลงศพ
ั
ื
พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน)
เรื่อง “ประวัติ (สังเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑ น�ยพลเรือโท กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร
ถึง ๒๔๗๕” ข้อ ๘๑ หน้า ๖๔ เขียนโดย พลเรือตรี ทำาข้อพิจารณาเรื่อง “เรือดำ�น�” หรือเรื่อง “คว�มเห็น
ำ
้
พระยาหาญกลางสมุทร) เร่องเรือ ส.” ของกองทัพเรือเป็นเร่อง “ลับ” เสนอต่อ
ื
ื
ขณะที่นายเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า นายพลเรือโท เสนาธิการทหารเรือ (นายพลเรือโท กรม
กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงรับราชการในกรมเสนาธิการ หม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร) เม่อวันท่ ๑๕ มิถุน�ยน
ื
ื
ี
ทหารเรือได้ประมาณ ๒ เดือนเศษ พระองค์ทรงใช้ความร ้ ู พ.ศ.๒๔๕๘ ข้อพิจารณาเร่อง “ความเห็นเร่องเรือ ส.”
ื
ื
ี
ท่ได้ทรงศึกษามาจากประเทศเยอรมนี และประสบการณ ์ น้เป็นแนวความคิดท่จะใช้เรือดานำ้าในยุทธศาสตร์ทางรับ
ำ
ี
ี
ี
ู
ท่ได้รับระหว่างเป็นนายทหารฝึกหัดอย่ในราชนาวีเยอรมัน เพื่อป้องกันอ่าวไทยเป็นครั้งแรก (อ่�นต่อฉบับหน้�)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๘ 61
ดำ�แล้วไม่โผล่ ตอนที่ ๒
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
ความเห็นเรื่องเรือ ส. ถูกเก็บ “แช่เย็น” พลเรือเอก ประเสริฐ แทนขำา เมื่อครั้งมียศเป็นนาวาเอก
ปรากฏว่าเสนาธิการทหารเรือ ทรง “เก็บ” รายงาน และดารงตาแหน่งรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ได้จ้าง
ำ
ำ
“ความเห็นเร่อง เรือ ส.” ไว้โดยมิได้เสนอข้นไปตาม ช่างเอกชนมาเปิดตู้นิรภัยใบนี้ จึงได้พบ” “รายงานเรื่อง
ึ
ื
ลำาดับชั้น เรือประเภท ส.” อยู่ในตู้นิรภัยอย่างเรียบร้อย โดยไม่มี
พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิวัช ได้เขียนเล่าไว้ว่า ผ้ใดเสนอความเห็นเพ่มเติม หรือมีบันทึกส่งการแต ่
ั
ิ
ู
“เสนาธิการทหารเรือคงจะทรง “เก็บ” รายงาน อย่างใด”
ู
ิ
ั
ี
ฉบับน้ไว้ในต้นิรภยของกรมเสนาธิการทหารเรือ โดยมได ้ (จากนิตยสารนาวิกศาสตร เดือน พฤศจิกายน
์
ดำาเนินการอย่างไร เพราะปรากฏว่าตู้นิรภัยเก็บเอกสาร พ.ศ.๒๕๒๙ เร่อง “โครงการสร้างกาลังทางเรือ
ำ
ื
ใบน้ได้ตกทอดมาเป็นสมบัติของกรมยุทธการทหารเรือ ของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนสงขลานครินทร์” โดย
ี
ในปัจจุบัน (คำาว่า ปัจจุบัน คือเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ - กรีฑา) พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช)
ื
และเม่อทรัพย์สินของกองทัพเรือจะสูญหายไปเม่อ “ความเห็นเร่อง เรือ ส. ถูกเก็บแช่เย็นไว้นานถึง ๗๑ ปี ”
ื
ื
กองทัพเรือต้องถูก “ยึดครอง” ด้วยทหารเหล่าอ่นภาย (ถ้ารายงาน “ความเห็นเร่องเรือ ส.” เป็นเรอดาน้า
ื
ำ
ื
ื
ำ
หลังเหตุการณ์ร้ายแรงในวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๔ ก็เปรียบเสมือนว่า ดาลงไปจนเกือบจะไม่โผล่อย่แล้ว
ู
ำ
ก็ตาม (หมายถึง “กบฏแมนฮัตตัน” - กรีฑา) ตู้นิรภัยใบนี้ แต่ในที่สุดก็ “โผล่” ขึ้นมาจนได้ หลังจากที่ดำาจมลงไป
ู
ู
ก็คงอย่มาได้โดยไม่มีผ้ใดเปิดได จนกระท่ง พ.ศ.๒๕๑๓ นานถึง ๗๑ ปี)
ั
้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 37
พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช
ตู้นิรภัยประวัติศาสตร์
ใบที่ เก็บ รายงาน ความเห็นเรื่องเรือ ส นาน ๗๑ ปี
ปัจจุบันอยู่ที่ กรมยุทธการทหารเรือ วังนันทอุทยาน
ี
ื
รายงานความเห็นเร่องเรือ “ส.” น้มีความยาว ๙๔ หน้า
ำ
พิมพ์ ทรงจัดทารวม ๔ ฉบับ โดยได้พิมพ์ไว ๓ ฉบับ เขียนหมึก
้
อีก ๑ ฉบับ ฉบับที่พบในตู้นิรภัยของกรมยุทธการทหารเรือ
ี
ื
เม่อป พ.ศ.๒๕๑๓ มีเพียงเฉพาะฉบับท ๒ ฉบับเดียว
่
ี
ี
ซ่งมีลายพระหัตถ์ท่มุมขวาบน ของหน้า“สารบาญ”
ึ
ว่า “ฉบับที่ ๒ มหิดล”
ความเห็นเร่องเรือ “ส” น นายเรือโท สมเด็จ
ี
้
ื
์
พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร ได้ทรง
พระนิพนธ์ไว้อย่างละเอียดที่สุดนับตั้งแต่
ำ
ี
ำ
“การนาเรือดาน้ามาใช้ปฏิบัติงาน ประโยชน์ท่ได้รับ
ำ
นาวาเอก ประเสริฐ แทนขำา ขนาดและคณลกษณะของเรอดานา การนาเครองยนต ์
้
ำ
ำ
ื
่
ื
ำ
ั
ุ
(พลเรือเอก ประเสริฐ แทนขำา) ดีเซลมาใช้กับเรือดาน้า ฐานปฏิบัติการพร้อมส่งอานวย
ำ
ำ
ำ
ิ
ภาพถ่ายตอนเป็นพลเรือโท
ความสะดวก วิธีการจัดหา การศึกษาและสวัสดิการ
ำ
ื
เน้อหาสาคัญในรายงาน “ความเห็นเร่องเรือ ส.” ของพลประจาเรือ การปกครองบังคับบัญชา ตลอดจน
ื
ำ
เม่อกองทัพเรือได้ค้นพบเอกสาร “ความเห็นเร่อง งบประมาณที่จะใช้”
ื
ื
เรือ ส.”ที่เป็นเอกสาร “ลับ” และถูกเก็บแช่เย็นไว้อย่าง ผมขอคัดลอกเน้อหาสาคัญบางตอนมาไว้ดังต่อไปน ี ้
ื
ำ
“ลึกลับ” มานานถึง ๗๑ ปีแล้ว “ความเห็นเรื่องเรือ ส.” “รายงานอันนี้ ย่อมเป็นการคาดคะเน ยังจะนับว่า
ู
ก็ไม่เป็น “ความลับ” อีกต่อไป นับว่าเป็นเอกสารทาง เป็นการแน่ไม่ได เพราะหม่อมฉันเองก็ยังไม่เป็นผ้ม ี
้
ประวัติศาสตร์ที่สำาคัญยิ่งของกองทัพเรือ ความรู้พิเศษในเรื่องเรือ “ส” ผิดกับนายทหารธรรมดา”
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 39
ั
ื
ั
ำ
่
้
้
ี
้
ั
็
ื
“หนงสอนขอใหเปนหนงสอลบ เพราะไดกลาว ช่วยรบ เพื่อไม่ให้ข้าศึกเข้าแม่น้าจงได้”
่
้
ี
่
ถึงรายงานของกรรมการแลท่ปฤกษากระทรวงทหารเรือ “นายทหารเราไมใครไดออกทะเล เพราะฉนนโดย
้
ั
หลายแห่ง” มากกลัวน้าเค็ม แลไม่ชอบอย่เรือ เพราะการอย่เรือใน
ู
ำ
ู
“การเรือ ส น ถ้าจะทาแล้วเห็นควรจะทาอย่าง เมืองร้อนไม่สบายจริง ๆ เราไม่ใคร่รู้จักรักษาของให้ดีพอ
ำ
ี
ำ
้
ิ
่
แข็งแรงให้ใช้ได้จริง ๆ ถ้าไม่ทำาก็อย่าทำาเลย แต่อย่างไร เพราะสงของเป็นของหลวง เรือ ส ตองการรักษามาก
้
ก็ดีหนังสือฉบับนี้ ได้แต่งขึ้นด้วยความตั้งใจจะให้เราเห็น เพราะฉนั้นสิ่งนี้ก็ต้องเรียน”
ี
การเรือ “ส” เพื่อจะได้วินิจฉัยความเป็นประโยชน์สำาหรับ “แต่อย่างไรก็ด ถ้าจะมีเรือ ส แล้ว จะต้องฝึกหัด
ป้องกันบ้านเมืองเราให้เป็นอิศระทั้งภายนอกและ ภายใน” คนให้พอที่เราจะเชื่อได้ว่า ในเวลากระทำาสงครามเราจะ
ั
ิ
ี
ำ
ู
ั
ิ
ำ
ำ
“เรือประเภท ส น้นจะใช้เป็นคาย่อสาหรับเรือใต้น้า ไม่ร้สึกเสียดายว่า ไม่ได้หัดส่งน้นส่งน้เอาไว้พอ ถ้าเห็น
ำ
หรือ เรือดำาน้า (Submarine หรือ Submersible boat)” ว่าจะไม่มีเงินพอที่จะบำารุงเรือ ส ได้หลายลำา ก็ควรให้มี
ี
็
้
็
ึ
้
ื
ั
ำ
ุ
“อาวธสาคญของเรอ ส นเปนความตกใจของขาศกเปน แต่น้อยลำา แลถ้าถึงกระนั้นก็ยังบำารุงไม่ได้แล้วอย่ามีเสีย
แน่ถ้าถูกเข้าโจมตี” เลยดีกว่า”
ำ
“ถามว่าเรือ ส จะมีในเมืองไทยได้หรือไม่แล้ว “น่านน้าที่ข้าศึกจะต้องกลัว เรือ ส นั้น จะต้องให้
ต้องขอตอบว่าได้เป็นแน่” กว้างลงไปตลอดจนถึงเขตร์แดนฝ่ายใต้ของเรา ถ้าข้าศึก
ี
่
“แต่เราต้องตรองดก่อนว่า ประโยชน์ทจะได้จากการ จะเข้ามาในน่านน้าสยามแล้ว จะต้องคิดถึงการป้องกัน
ำ
ู
การมีเรือ ส นั้น จะคุ้มกับค่า เงิน แลชีวิตร์ แลความลำาบาก อันตรายเรือ ส เสมอ”
้
ื
ิ
ื
้
ื
ของ เราหรอไม หรอถาเอาเงนนไปซอเรอชนดอน หรอไมซอ “ถ้ารัฐบาลแลราษฎรไว้ใจทหารเรือ แลให้ทหารเรือ
่
ื
่
ื
้
ี
้
ื
่
ื
ิ
่
เรือเลย เอาไปทำาสิ่งอื่นเสียจะมีประโยชน์กว่า” เป็นทหารเรือจริงแล้ว เราเชอแนวาทางนำาใจคนแลว
้
่
ื
้
่
้
“ถ้าเรามีเรือ ส แล้ว ข้าศึกจะต้องคิดถึงเรือ ส ของเรา คงจะป้องกันความเป็นอิศระของชาติไทยให้จงได แต่เม่อ
ื
ี
ู
ำ
ด้วย ในเวลาที่เขาจะจัดกองทัพเขามาตีกรุงสยาม สงคราม จะทาการน้ให้สาเร็จได้แล้ว เราจะต้องมีหวังท่จะต่อส้ท ่ ี
ำ
ี
ั
คราวน้ได้แสดงให้เห็นความสาคัญของเรือ ส เพราะฉน้น ทะเลด้วยจึงจะพอ”
ำ
ี
ี
ุ
ื
เพ่อจะหนีอันตรายเร่องเรือ ส ข้าศึกคงจะไม่ส่งเรือใหญ ่ “ในท่สดท่น จะขอกลาวอีกทหนง ว่าเราควรจะ
ี
ึ
ี
้
่
่
ื
ี
ื
ี
่
เข้ามาเพ่อให้เป็นเป้าแก่เรือ ส ได้ แลคงจะไม่ส่งเรือท่แล่น วินิจฉัยเสียให้เด็ดขาดว่าควรจะมีเรือ ส. หรือไม เพราะถ้า
ี
ช้ามาเป็นแน เพราะเรือช้าจะเป็นอันตรายได้ง่ายกว่าเรือเร็ว จะมีแล้วเข้าใจว่า กองเรือท่จะเป็นส่วนสาคัญ ของ
่
ำ
ตามเหตุสองข้อนี้ ข้าศึกคงจะส่งเรือเล็กและเร็ว เพราะฉนั้น กองทัพเรือไทยอย่างหนึ่ง เพราะฉนั้นถ้าจะมีแล้วควรจะ
ึ
จะต้องส่งหลายลา ทาให้การจับจ่ายใช้สรอยแพงเงินข้น มีให้ใช้ได้จริง ๆ ไม่ใช้มีสาหรับประดับพระเกียรติยศ หรือ
ำ
ำ
ำ
“ความม่งหมายของเรือ ส ในเวลาสงครามน้น เห็นว่าควรจะมีไว้บ้างอย่ามีเสียเลยดีกว่า ไม่เสียเงิน”
ั
ุ
ี
จะรักษาทะเลใหญ่ไว้นานท่สุดเท่าท่จะนานได แลถ้าเห็น “แต่ถึงอย่างไรควรจะมีหรือไม่นั้น เราไม่ควรจะคิดเดา
ี
้
ู
ื
ู
เรือข้าศึกแล้ว จะเข้าโจมตีโดยไม่คิดเสียดายลูกตอรปิโด เอาเอง ควรส่งคนออกไปเรียนร้ให้ร้จริง เราจะเช่อได้ว่าเรา
ี
ำ
ี
หรือลาเรือเอง เพราะแม้ถึงเรือจะเสีย แต่ถ้าข้าศึกเสีย ประพฤติถูกในการท่มีหรือไม และการท่มีคนมีความร ู ้
่
ั
ี
้
ี
ำ
เรือด้วย ก็พอค้มกัน ความตกใจของข้าศึกน้นสาคัญมาก ในเร่องน ถึงเราจะไม่เป็นด้วยว่าควรจะม เรือ ส. หรือ
ื
ุ
ู
ื
ั
ถ้าทาอย่างน้นได้แล้ว ข้าศึกจะระวังตัวอย่เสมอ เม่อเรา ไม่มีกาลังท่จะมีได ก็จะได้ไม่เห็นเป็นของแปลกปลาด
ำ
ำ
ี
้
้
ี
้
รักษาทะเลไม่ได้แล้ว เราจึงจะถอยเข้ามาป้องกันปากน้า อะไรสมมติถ้าข้อศึกของเราจะใช้เรืออย่างน เราจะไดร ู ้
ำ
แต่ถ้าลงถึงก้าวน้แล้วก็นับว่าเรือ ส เสียทีคร่งหน่งแล้ว ทางหนีทีไล่ได้ คงไม่เสียทีโดยความเขลา”
ึ
ึ
ี
ถ้าเรือ ส ยังเหลืออยู่แม้แต่ลำาเดียวก็จะต้องพยายามเข้า
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
กรมขุนสงขลานครินทร์ทรงลาออก ฉน้นย่อมเป็นธรรมดาอย่เองท่จะเห็นความสาคัญของเหล่า
ี
ำ
ั
ู
ำ
ื
ี
ุ
่
ี
วันท ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๘ ทรงพระกรณา ทัพอ่นมีความสาคัญเสมอด้วยเหล่าทัพท่ตนเรียนมาไม่ได ้
่
ิ
ำ
โปรดเกล้าฯให้นายเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ และไม่วาจะเป็นชาตใด ความลาเอียงในอาชีพของตน
์
เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ออกจาก ย่อมมีสูงเหนือกว่าอาชีพของบุคคลอื่น เสนาธิการทหาร
ำ
ราชการทหารเรือ เป็นนายทหารพิเศษนอกประจาการ เรือในสมัยนั้นก็ได้รับการขนานนามว่า “กัปตันตาฟาง”
ั
่
ื
ั
ื
เพ่อเสด็จไปศึกษาวิชาฝ่ายพลเรือนในประเทศอเมริกา (จากหนงสอ “สามสมอ ๒๕๑๓” เรอง “ประวต ิ
ื
ู
ี
ต่อไป พระองค์ได้ตัดสินพระทัยไปศึกษาวิชาแพทย ์ โรงเรียนนายเรือ “ผ้เขียนคือ พลเรือตร พระยาหาญ
ั
ิ
้
็
่
ื
ู
ในอเมรกา ทรงรบราชการทหารเรออยไดเปนเวลา กลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) ท่านได้เป็นผู้เรียบเรียง
ี
ื
๙ เดือน ๑๘ วัน รวบรวมประวัติของโรงเรียนนายเรือไว้เม่อป พ.ศ. ๒๔๙๘
พลเรือตร พระยาหาญกลางสมุทร (บุญม พันธุมนาวิน) เก็บอยู่ที่กองประวัติศาสตร์ทหารเรือ”)
ี
ี
ี
ิ
์
ี
ได้เขียนเล่าไว้ว่า นาวาเอก สวัสด จันทน ได้เขียนเล่าถึง “เสด็จเต่ย”
ั
“นับว่าเป็นคราวเคราะห์ของทหารเรือในขณะน้น ไว้ว่า คำาว่า “พวกนี้” พระองค์หมายถึงกรมหลวงสิงหฯ
์
่
็
เพราะเสนาบดกระทรวงทหารเรอเปนทหารบก ยอมไม ่ เพราะในกรมสององค แม้จะมีอาชีพทหารเรือด้วย
ี
ื
ี
ำ
เข้าใจดีในเรื่องเรือรบและเรือดำาน้าเป็นอย่างมาก พร้อม กันก็ไม่กินสีกัน เสด็จเต่ยทรงหาว่ากรมหลวงสิงหฯ
ู
์
ั
กันน้นเสนาธิการทหารเรือ (ฉายา “กัปตันตาฟาง”) ไมร้ยุทธศาสตร ยุทธวิธีทางเรือเอาเสียเลย เก่งแต่ขัด
ก็หย่อนในความสามารถในการรอบร้กิจการทหารเรือ ทองเหลือง เช้งวับ
ู
ำ
เป็นอย่างมากด้วย เลยพากันปฏิเสธความดาริของ (จากหนังสือ “นิทานชาวไร่” เล่ม ๙ หน้า ๗๘
พระองค์ท่าน เมอเชนนนพระองคทานกหมดหนทางท ่ ี โดย นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี)
็
้
ั
่
ื
่
์
่
จะเชิดชูทหารเรือให้เข้มแข็งได้ จึงทรงผละจากทหารเรือ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ได้เขียนไว้ว่า
่
ี
ื
ตามทิษฐิของเจ้านายผู้ทรงรักชาติ” “การท “รายงานเร่องเรือประเภท ส.”
ู
ื
“เร่องน้นับว่าทหารเรือได้เสียเจ้านายท่ทรงศกด ์ ิ ของพระองค์ต้องถูก “แช่เย็น” อยู่ในต้นิรภัยดังกล่าวมาแล้ว
ั
ี
ี
ำ
ี
้
์
ึ
่
ื
จากราชการไปพระองคหนง ย่อมจะทาใหทหารเรองงงน อาจทาให้พระองค์ทรงท้อพระทัยท่จะรับราชการทหารเรือ
ำ
ั
้
้
ู
ู
ในการก้าวหน้าไปได เพราะไม่มีผ้ทรงอิทธิพลอย่ในหม ู ่ ต่อไปก็เป็นได หากพระองค์ยังทรงรับราชการทหารเรือ
ทหารเรือ ท่จะช่วยโฆษณากิจการทหารเรือให้เป็นท่เข้าใจ ต่อไปแล้ว เชื่อว่าพระองค์คงจะสร้างสรรค์ความเจริญให้
ี
ี
และสนใจต่อเจ้านายชั้นสูงได้ ย่อมทำาให้การพูดถึงความ แก่ทหารเรือของชาติได้มาก”
์
ำ
สาคัญของทหารเรือหย่อนไป และเป็นการขาดประโยชน ์ (จากนิตยสารนาวิกศาสตร เดือนพฤศจิกายน
ำ
ื
ื
ี
ี
ท่จะได้เจ้านายองค์อ่นๆท่จะมารับราชการในทหารเรือ ๒๕๒๙ เร่อง “โครงการสร้างกาลังทางเรือของ สมเด็จ
้
ุ
ิ
ื
้
์
เพราะขาดเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้นำา คือรับราชการอยู่” เจาฟากรมขนสงขลานครนทร” โดย พลเรอเอก
(จากหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ประพัฒน์ จันทวิรัช)
ั
้
่
์
้
พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) หมอมเจาประสงคสม บริพตร ในสมเด็จเจ้าฟา
ั
ั
่
เรอง “ประวต (สงเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ. ๒๔๔๑ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตได้ทรงบันทึกไว้ว่า
ิ
ื
ิ
ื
็
ถึง ๒๔๗๕ “โดยพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร)” “เม่อทูนกระหม่อมแดง (สมเดจพระราชบดา
“แต่เป็นคราวเคราะห์ของทหารเรือในขณะน้น เพราะ เจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์) ทรงศึกษาวิชาทหารเรือ
ั
ั
ู
้
่
็
ื
ำ
ึ
้
่
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือเป็นทหารบก และเป็นนักเรียน สาเรจเขามา ไดทรงรบราชการทหารเรออยคราวหนง
ั
เยอรมันเหมือนกัน (สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต) ทูนหม่อมดีพระทัยเป็นอันมาก รับส่งว่า จะให้ทรง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 41
ข้อความที่ผิด
“สมเด็จพระราชบิดาขณะดำารงพระยศเรือโท กรม
ขุนสงขลานครินทร ทรงถวายรายงานต่อ เสนาธิการ
์
ทหารเรือขณะน คือ พลเรือโท กรมหลวงชุมพรเขตร
้
ี
อุดมศักด เป็นรายงานเก่ยวกับเร่องเรือดานำ้า มีความ
ี
ำ
ื
ิ์
หนา ๙๔ หน้าพิมพ์ รายงานฉบับนั้นทรงเรียบเรียงถวาย
ื
ตามรับส่งของเสนาธิการทหารเรือ ทรงเสนอรายงานเม่อ
ั
วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘ เพียง ๗๔ วันหลังจาก
ที่ทรงเข้ารับราชการ”
“ความเห็นเร่อง เรือ ส” พ.ศ.๒๔๕๘ สมเด็จ
ื
หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร พระราชบิดาขณะดารงพระยศเรือโท กรมขุนสงขลา
ำ
ู
้
ั
่
ั
์
้
ุ
ั
ั
ำ
ทางาน รจกและคนเคยกบพวกนายทหารทวไปในราว นครินทร ทรงรายงานต่อเสนาธิการทหารเรือขณะน้น
สักปีสองป ทูนหม่อมก็จะกราบถวายบังคมลาออกจาก คือ พลเรือโท กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์”
ี
เสนาบดีทหารเรือ เพ่อถวายตาแหน่งเสนาบด แก ่ ขอเรียนชี้แจงให้ทราบดังนี้
ื
ำ
ี
ั
ั
ทูนกระหม่อมแดง เพราะทรงเห็นว่าเป็นผ้ท่ได้ทรงศึกษา ๑. รายงานฉบบดงกลาวนคอ “ความเห็นเร่องเรือ ส”
ื
ี
ู
้
่
ื
ี
วิชาทหารเรือมาโดยตรง คงจะทรงจัดการให้ทหารเรือ โดยนายเรือโท กรมขุนสงขลานครินทร์ พระพุทธศักราช
เจริญยิ่งขึ้น แต่ทูนกระหม่อมแดงทรงทำางานที่กระทรวง ๒๔๕๘
ี
ทหารเรือยังไม่ถึงป ก็เสด็จกลับไปเมืองนอกเสียอีก ๒. เสนอรายงานฉบับนี้ต่อ เสนาธิการทหารเรือ
่
ำ
ื
ี
ทูนหม่อมเลยไม่สมพระทัยท่ทรงคิดไว จาต้องทรงดารง ๓. เสนอเม่อวันท ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘
้
ำ
ี
ำ
ตาแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือต่อไป จนถึง คำาชี้แจง
่
พ.ศ.๒๔๖๓ ทูนกระหม่อมเล็กทิวงคตแล้ว พระบาทสมเด็จ ๑.พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยหว
ู
ั
ุ
พระมงกุฎเกล้าฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ย้าย รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตรี
์
ิ
ื
จากเสนาบดีทหารเรือ มาดำารงตำาแหน่งเสนาธิการทหาร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ออกจากราชการตั้งแต่
ี
่
ี
บกตามเดิม ทูนหม่อมทรงพอพระทัยท่ได้ย้ายมาทหารบก วันท ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ (ให้ออกเสียจากราชการประจา)
ำ
ั
ำ
ำ
รับส่งว่า ถ้าทรงดารงตาแหน่งเสนาบดีทหารเรือต่อไป ดังนั้น “ความเห็นเรื่องเรือ ส” เสนอเมื่อวันที่ ๑๕
ื
ี
ึ
ู
ุ
ำ
ี
อีกก็ไม่มีความร้ท่จะทาให้ทหารเรือเจริญร่งเรืองย่งข้น มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘ ซ่งเป็นเวลาท่กรมหม่นชุมพรฯ
ึ
ิ
อีกได้ จะส่งเรือรบอีกก็ไม่มีเงิน รวมเวลารับราชการ ทรงออกจากราชการไปแล้ว กรมหม่นชุมพรฯจึงไม่มีส่วน
ื
ั
ทหารเรือ ๑๖ ปี” รู้เห็นเกี่ยวกับ “ความเห็นเรื่อง เรือ ส” เลย
ื
ั
ี
่
ำ
ื
(จากหนังสือ “บันทึกความทรงจาบางเร่องของ ๒. เสนาธิการทหารเรือในขณะน้นเม่อวันท ๑๕
หม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร ใน สมเด็จเจ้าฟ้า กรม มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๘ คือ “นายพลเรือโท กรมหม่น
ื
พระนครสวรรค์วรพินิต พิมพ์ในงานเมรุ ณ สุสานหลวง สิงหวิกรมเกรียงไกร” “ไม่ใช่” นายพลเรือโท กรมหลวง
วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙”) ชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ี
ี
ี
เม่อมาถึงตอนน ผมขอทำาความเข้าใจท่ถูกต้องให ้ ๓. นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ์ ิ
้
ื
ื
ท่านผอานได้ทราบวา มีหนังสือบางเล่ม (อย่างน้อย ๓ กลับเข้าราชการอีกคร้ง เมอวนท ๑ สงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๐
ั
่
้
่
ั
ื
่
ู
ิ
่
ี
เล่มที่อ่านพบ) ได้เขียนข้อความไว้อย่าง “ผิด ๆ” ว่า ในตาแหน่งจเรทหารเรือ (พระองค์แรก) ซ่งขณะน้น
ั
ึ
ำ
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ำ
ึ
นายเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุน ซ่งพระองค์ทรงดาริว่าจะต้องจัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สงขลานครินทร ได้ทรงลาออกจากราชการทหารเรือไป และได้ทรงร่างรูปของเรือแบบ ที่ทรงเห็นว่าควรจะสร้าง
์
แล้วเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๘ ขึ้นไว้ด้วย
๔. นายพลเรือโท กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ์ ิ เรือที่จัดหาเข้ามาประจำาการตามโครงการนี้ได้แก่
ื
่
ุ
ำ
ื
ี
ำ
ทรงดารงตาแหน่ง เสนาธิการทหารเรือ เม่อวันท ๑๕ - เรือปืนห้มเกราะ Panzerkanonenboote–
มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ Armoured gunboat
จึงขอเรียนช้แจงให้ท่านผ้อ่านได้เข้าใจโดยถูกต้องด้วย - เรือลาดตระเวนตอร์ปิโด Torpedo Kreuzer
ี
ู
โครงการสร้างกำาลังทางเรือ Torpedo Cruiser
่
นอกจากนายเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ สมเด็จเจ้าฟ้า - เรือตอร์ปิโดใหญ Grosse Torpedoboote-Large
กรมขุนสงขลานครินทร์ จะได้ทำารายงาน “ความเห็น เรื่อง Torpedoboat
ิ
เรือ ส” แล้ว พระองค์ยังได้ทรงร่างโครงการสร้างกำาลังทาง - เรอตอร์ปโดเลก Kleine Torpedoboote - Small
ื
็
เรือของไทยไว้อีกด้วย แต่ยังไม่ได้ทรงจัดทาให้เรียบร้อย Torpedoboat
ำ
ำ
พระองค์ก็ทรงจากกองทัพเรือ เสด็จไปศึกษาวิชาแพทย ์ - เรือดำาน้า KI K2 ระวางขับนำ้า ๒๐๐ – ๓๐๐ ตัน
ำ
เสียก่อน - เรือดำาน้า G1 G2 ระวางขับน้า ๒๑๐ – ๒๕๐ ตัน
ำ
ื
เม่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๖ พลเรือเอก - เรือวางทุ่นระเบิด Mineleger
ี
์
ประพัฒน จันทวรัช ได้มโอกาสเฝ้าสมเด็จพระเจ้าพ่นางเธอ -เรือพระที่นั่งมหาจักรี Kgl Yacht “Mahachakri”
ี
ิ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ตามพระประสงค์ ที่หอจดหมายเหตุ
ึ
แห่งชาต ตอนหน่งพระองค์รับส่งว่า ทรงพบเอกสารฉบับ
ั
ิ
ึ
หน่งในห้องสมุดโรงพยาบาลประสาท เป็นสมุดแบบฝึกหัด
มีลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมราชชนกเป็นภาษา
เยอรมัน และมีภาพร่างของเรือรบแบบต่างด้วย ๆ
ต่อมาพระองค์ได้ประทานสาเนาเอกสารน้ให้แก ่ เรือดำานำ้า (U-Boote) แบบ KI K2 ภาพฝีพระหัตถ์
ี
ำ
พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ชุดหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์
ื
เอกสารน้มีช่อเรียกว่า “Flottenbauplan”
ี
ำ
ซ่งตรงกับคาว่า “Fleet Building Plan” ในภาษา
ึ
อังกฤษ ภาษาไทยคือ “โครงการสร้างกองเรือรบ” หรือ
“โครงการสร้างกาลังทางเรือ” เอกสารน้นับว่ามีคุณค่าใน
ี
ำ
ทางประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือมาก
ำ
โครงการสร้างกาลังทางเรือน สมเด็จเจ้าฟ้ากรม
้
ี
เรือดำานำ้า (U-Boote) แบบ GI G2 ภาพฝีพระหัตถ์
ขุนสงขลานครินทร์ทรงร่างไว้ด้วยหมึกในสมุดแบบฝึกหัด สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์
(ขนาดโตใกล้เคียงกับสมุดสมอเด่ยว) รวม ๒๖ หน้า
ี
ำ
ื
ำ
ั
ี
ุ
โครงการน้ได้กล่าวถึงจุดม่งหมายของยุทธศาสตร์ทาง ในเร่องของเรือดาน้าน้นทรงให้ความเห็นไว้ว่า
ี
ำ
ำ
เรอ การวางกาลังทางเรือ ณ จุดต่าง ๆ คุณลักษณะของ “เรือดานำ้าท่น่าสนใจก็มีแบบของครุป-เยอร์มาเนีย
ื
ี
ึ
เรือรบ และอาวุธท่จะใช ซ่งส่วนใหญ่เป็นอาวุธแบบ (KRUPP-GERMANIA) และแบบของเบอร์เมสเตอร์-ไวท์เฮด
้
ี
ั
ี
ู
และขนาดท่มีใช้อย่ในจักรพรรดินาวีเยอรมันในเวลาน้น (BURMESTER-WHITEHEAD) เท่าน้นท่เหมาะสม
ั
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 43
ำ
ำ
กับสภาพท้องทะเลในน่านน้าของเราและถ้าจะให้ดีแล้ว วิธีการเรียน การฝึกรบ และ ฯลฯ ของเรือดำาน้าอังกฤษ
ู
ื
ี
ู
ำ
ก็ควรจะมีแบบละ ๒ ลำา รายละเอียดข้อมูลดังกล่าวเป็น ท่ผ้เขียนกาลังเล่าเรียนอย่ถวาย เม่อทรงฟังแล้วทรงกัด
ำ
แนวความคิดในการจัดหากาลังทางเรือตามแนวความคิด พระทนต์ว่า ทรงเสียดายทหารเรือมาก และเสียดายที่
ำ
ของข้าพเจ้า” ทหารเรือไทยไม่มีเรือดำาน้าเป็นอาวุธ”
ำ
ำ
ื
“การสร้างเร่องดาน้าในช่วงเวลาเดียวกัน ควรจะได ้ “การเช่นนี้ย่อมแสดงว่า พระองค์ยังมีพระทัยอาลัย
ำ
่
ปีละ ๒ ลำา ๒ แบบ” ทหารเรืออย แต่จาต้องฝืนพระทัยละมาเสีย เพราะเร่องไม ่
ื
ู
ำ
้
็
ั
ื
ื
“หากการสรางเรอรบของกองทพเรอสยามสาเรจ เข้าใจกันดีนั่นเอง นับว่าเป็นการที่ทหารเรือไทยได้พลาด
้
ี
่
่
ี
้
ั
ลุลวงตามโครงการดังกลาวน้แลว จะสามารถช่วยปองกัน โอกาสอันดยงไปอยางมาก มฉะน้นถ้าพระองค์ยงทรงอย ่ ู
ั
ิ
่
ิ
่
ำ
ำ
ปากแม่น้า และขัดขวางการปฏิบัติการยกพลขึ้นบกของ และตามพระทัย คือให้มีเรือดาน้าขึ้นแล้ว ทหารเรือไทย
ำ
ำ
ั
ข้าศึกตามชายฝั่งสยามได้อย่างเด็ดขาด” จะเก่งกล้ามานานแล้วทีเดียว เพราะเรือดาน้าเท่าน้นเป็น
ำ
ี
ำ
อาวุธอันร้ายกาจและดีย่งสาหรับประเทศเล็กท่มีทุนน้อย”
ิ
ำ
ปฐมนักเรือดำาน้าของไทย (จากหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
นายนาวาตร หลวงหาญสมุท(พลเรือตร พระยาหาญ พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน)
ี
ี
กลางสมุทร-บุญม พันธุมนาวิน) เป็นนายทหารเรือไทยคน เรื่อง”ประวัติ (สังเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑
ี
ำ
แรก ที่ได้ไปศึกษาวิชาการเรือดำาน้า และได้ปฏิบัติการใน ถึง ๒๔๗๕ โดยพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร)
่
ื
เรือดำาน้าอย่างช่าชอง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก เมอผมเขียนมาถงตรงน คงเปนการตอบคาถาม
ำ
ี
้
็
ำ
ำ
ึ
ู
ี
ี
่
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัวรัชกาลท ๖ ทรง ของเพ่อนนายทหารหลายคนแล้ว ท่ได้ถามผมว่า
ื
์
้
ุ
พระกรณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วน “กรมขุนสงขลานครินทรทรงลาออกจากราชการ
ำ
ำ
พระองค์ให้ไปประจาการในกองเรือดาน้าแห่งราชนาว ี ทหารเรือเพราะอะไร”
ำ
อังกฤษ ในยามสงครามโลกครั้งที่ ๑ และศึกษาวิชาการ
ู
เรือดานำ้า ณ ประเทศอังกฤษ ต้งแต พ.ศ.๒๔๖๐ ถึง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว ทรงสน
ำ
่
ั
ำ
พ.ศ.๒๔๖๖ รวมเป็นเวลา ๖ ปี พระราชหฤทัยเรื่องเรือดำาน้า
ั
็
ู
ี
นายนาวาตร หลวงหาญสมุทจงเปน “ปฐมนก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว
ึ
ำ
ำ
เรือดาน้าของไทย” แต่ท่านไม่มีโอกาสใช้วิชาท่เรียน รัชกาลท ๖ ทรงสนพระราชหฤทัยเร่องเรือดานำ้ามาก
ี
ื
ำ
่
ี
ื
ื
มา เน่องจากท่านต้องออกจากประจาการไปต้งแต ่ ได้ทรงพระราชนิพนธ์ละครพูดเร่อง “ร.ต.ล.นนทรี”
ำ
ั
วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๕ เมื่ออายุได้ ๔๒ ปี ก่อนที่ (เรือใต้น้าหลวงนนทรี) ทรงใช้นามปากกาว่า
ำ
ประเทศไทยจะมีเรือดำาน้า “ศรีอยุธยา”ทรงพระราชนิพนธ์แปลงมาจากบท
ำ
ื
ี
ในระหว่างท นายนาวาตร หลวงหาญสมุท กาลังศึกษา ละครภาษาฝร่งเศสของ “อารทร มอเรอซ กับ ย เปราร์ด”
ำ
ั
ี
ี
์
่
วิชาเรือดำาน้าที่ประเทศอังกฤษอยู่นั้น ท่านได้เล่าไว้ว่า พระราชประสงค์ท่ทรงแปลงเร่องน้ข้นก็เพ่อส่งเสริม
ึ
ี
ื
ำ
ื
ี
ี
ี
ี
“ในขณะทผเขยน (นายนาวาตร หลวงหาญสมท) ความคิดริเร่มในกิจการเรือดานำ้า เป็นการปลุกใจให ้
ิ
ุ
ู
ำ
่
้
ำ
ไปเรียนวิชาเรือดาน้าท่ประเทศอังกฤษในระหว่าง คนไทยสนใจและกล้าหาญท่จะปฏิบัติงานในเรือดาน้า
ำ
ำ
ี
ี
ำ
ั
สงครามโลกครั้งที่ ๑ นั้น ได้เคยพบพระองค์ท่าน (กรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตีพิมพ์เผยแพร่เป็นคร้งแรก
ี
ขุนสงขลานครินทร์) ที่โรงอาหารจีนท่กรุงลอนดอน ในหนังสือ “สมุทสาร” ฉบับเดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๙
ื
้
ุ
ู
ผ้เขียนได้เฝ้าถวายความคนเคยดังแต่ก่อน คือเม่อ พระองค์ทรงมีพระราชบันทึกหมายเหตุไว้ก่อน
่
พระองค์ยังไมออกจากทหารเรือ ผ้เขียนได้เล่าถวายถึง เนื้อเรื่องว่า
ู
44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ี
ื
ำ
ื
“เร่องน้เปนเร่องแสดงเหตุการณ์เปนไปในเรือใต้น้า
ิ
และผ้ใดได้อ่านหรือได้ดูแล้วจะเข้าใจดีย่งข้น ว่าการลงเรือ
ึ
ู
ใต้น้าเปนการลำาบากปานใด”
ำ
ละครพูดพระราชนพนธ์เร่อง “ร.ต.ล.นนทรี”
ื
ิ
น ต้งแต่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เม่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ ปรากฏว่า
ั
้
ื
ี
ี
ี
ยังไม่เคยจัดแสดง ณ ท่ใดเลย จนกระทั่งในป พ.ศ.๒๕๑๘
คณะนายทหารเรือจึงได้เป็นผ้ดาเนินการและจัดการ
ู
ำ
ั
ึ
แสดงข้น ณ โรงละครแห่งชาติเป็นคร้งแรก หลังจากท ี ่ การแสดงละครของคณะนายทหารเรือ เรื่อง ร.ต.ล. นนทรี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราช
นิพนธ์ไว้เมือ ๕๙ ปี มาแล้ว
เร่องมีอย่ว่า “เรือใต้นำ้าหลวงนนทรี(ร.ต.ล.นนทรี)
ื
ู
พร้อมด้วยนายทหารและลูกเรือ ๑๒ คน กาลังแล่นอย ู ่
ำ
ใต้นำ้า ก็เกิดอุบัติเหตุชนเรือกาป่นไม ซึ่งลอยอย่ใต้นำ้า
้
ู
ำ
ั
ร.ต.ล.นนทร ตาเข้าไปอย่ใต้เรือกาป่นคร่งลา จมไปอย ่ ู
ั
ี
ำ
ำ
ำ
ู
ึ
ำ
ที่ท้องทะเลลึก ๒๒ วาครึ่ง ถ้าน้าขึ้นเต็มที่ ร.ต.ล.นนทรี
จะอยู่ลึกถึง ๒๗ วา ทนความบีบของนำ้าไม่ได้ ก็จะพากัน
ตายหมดทั้งลำา พลทหารคนหนึ่งตายไป ส่งขึ้นไปทางหอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บังคับการได้ ๓ คน อีก ๘ คนที่อยู่ในเรือหมดหวัง แต่ใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย
ำ
ที่สุด “เรือผีเสื้อน้า”ก็มาช่วยเอาโซ่คล้องท้ายเรือฉุดออก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา
ไปได้” เสด็จพระราชดำาเนินทอดพระเนตรการแสดง ละครพูด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ เรื่อง “ร.ต.ล.นนทรี” ที่โรงละครแห่งชาติ
พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๘
ิ
็
ุ
เจาฟาสรนธรเทพรตนสดา เสดจพระราชดาเนน
ำ
ิ
ั
้
้
ิ
ทอดพระเนตรละครเรื่อง “ร.ต.ล.นนทรี” เมื่อวันที่ ๑๑ กรมหมื่นชุมพรฯ ทรงคิดถึงเรื่อง “เรือดำานำ้า” เป็น
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๘ ครั้งสุดท้าย
ี
่
เม่อจบการแสดงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หัว วันท ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๗ ได้เกิดสงครามโลก
ู
ื
ทรงมีพระราชกระแสรับส่งว่า “ทาเสียงประกอบได ้ คร้งท ๑ ประเทศสยามได้เข้าส่สงครามโลกคร้งท ่ ี
ู
ั
่
ั
ี
ำ
ั
ู
ี
ำ
ดีมาก ทาให้ร้สึกว่าเห็นเป็นจริงเป็นจัง” สมเด็จพระ ๑ โดยประกาศสงครามต่อประเทศเยอรมน และ
่
นางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชเสาวณีย์วา ออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๐
ู
ี
ู
“ทุกคนแสดงได้ด ดูแล้วร้สึกอึดอัด หายใจไม่ค่อยออก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว ทรงพระกรุณา
ู
ี
ำ
เหมือนกับว่าได้ลงไปอย่ในเรือดานำ้าด้วย...ลูกสาวฉันน่ง ั โปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตร กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดม
ิ
น่งเชียว”(ลูกสาว-ทรงหมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ศักดิ์ ทรงกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือใน
เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา) ตาแหน่งจเรททหารเรือเม่อวันท ๑ สิงหาคม
ื
่
ี
ำ
ำ
“เห็นไหมครับ เรือดานำ้าของไทยในละครยัง พ.ศ.๒๔๖๐ และตอมาไดรบพระราชทานเลอนยศ
ื
่
ั
้
่
ี
่
ดำาแล้วโผล่” เป็นนายพลเรือโท ในวันท ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๐
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 45
ำ
ำ
ื
่
ี
ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เม่อวันท ๑๕ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ได้ตกลงซื้อเรือพิฆาต
ิ
ึ
ื
่
ี
มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ สงครามโลกส้นสุดลงเม่อวันท ๑๑ ตอร์ปิโดของราชนาวีอังกฤษช่อ Radiant ซ่งพระบาท
ื
ื
ู
ำ
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๑ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว พระราชทานช่อเรือลาน ้ ี
ึ
ำ
ำ
ำ
คาว่า “เรือดาน้า” ได้ปรากฏข้นอีกในลายพระหัตถ ์ ว่า “พระร่วง” พระองค์ได้ทรงนาเรือพระร่วงจากประเทศ
ำ
กราบบงคมทลขอพระราชทานพระบรมราชานญาตไป อังกฤษเดินทางกลับถึงประเทศสยามด้วยพระองค์เอง
ู
ั
ุ
ดูการทหารในยุโรป ของนายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพร เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๓ และพระองค์ก็ไม่ได้ทรง
เขตรอุดมศักดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ปรารภถึงเรื่อง “เรือดำาน้า” อีกเลย
ำ
พ.ศ.๒๔๖๒ มีความบางตอนดังนี้
ื
“...ในส่วนป้องกันอ่าวหรือท้องทะเล เคร่อง กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์สิ้นพระชนม์
ำ
ี
ท่จะทาให้กองทัพใหญ่หวาดเสียวอย่างท่สุดก็คือ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖ นายพลเรือเอก
ี
ื
้
เรือดานำ้า เร่องน นายเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ิ
์
ำ
ี
ำ
เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร ได้ทรงทารายงานต่าง ๆ สิ้นพระชนม์
์
ื
ี
เลอียดไว้ท่กระทรวงทหารเรือแล้ว น่าชมเชยพระปรีชา พลเรอตร พระยาหาญกลางสมทร (บุญม
ุ
ี
ี
้
่
ิ
ู
้
ั
่
ิ
่
สามารถอยางยง ขอความพศดารแจงอยในลายพระหตถ ์ พันธุมนาวิน) ได้เขียนไว้ว่า
ิ
ำ
นั้นทั้งสิ้นแล้ว เห็นด้วยเกล้าว่า ถ้ากรุงสยามมีเรือดำาน้า “การท่ราชนาวีไทยได้สูญเสียบุพพาจารย์อันย่งใหญ ่
ี
ึ
ื
ำ
ิ
จะเป็นเคร่องป้องกันสาคัญมาก หรือจะนับว่าเป็น ซ่งพระองค์ได้ประสิทธ์ประสาทวิชาทหารเรือ ซ่งได ้
ึ
เครื่องป้องกันอย่างดีที่สุดก็ว่าได การนี้ก็ได้ดำาเนินมาแล้ว ทรงเล่าเรียนสาเร็จมาอย่างดีเย่ยมจากราชนาวีอังกฤษ
้
ี
ำ
ี
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณท่ทรงพระราชดาริห์เองในการท ่ ี มาถ่ายทอดให้นักเรียนนายเรือ จนออกเป็นนายทหารเรือ
ำ
่
ี
่
ุ
ิ
ำ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารได้ไปเล่าเรียนใน ทสามารถนาเรือไปทะเลลึกได้ทกแหง และสามารถร้วชา
ู
ำ
ำ
การนี้ โดยเฉพะส่วนตัวเรือและเรือพี่เลี้ยงยังอยู่ในความ ยุทธศาสตร ยุทธวิธ สามารถนาเรือเข้าทาการรบได ้
ี
์
ึ
ำ
ึ
ดำาริห์เพราะจำาเป็นต้องมีคนก่อน...” ทุกโอกาส ซ่งทาให้ราชนาวีสยามเจริญข้นตลอดมา ทาให ้
ำ
ี
ในป พ.ศ.๒๔๖๒ นายพลเรือโท กรมหม่นชุมพร นายทหารและพล ตลอดจนราชนาวีไทยเก่งกาจอย่าง
ื
ี
เขตรอุดมศักดิ์ ทรงได้รับมอบหมายจากราชนาวีสมาคม เกรียงไกร จนเป็นท่ยอมรับของนานาประเทศเช่นน ้ ี
ำ
ึ
์
ั
แห่งกรุงสยาม ในพระบรมราชูปถัมถ แต่งต้งเป็นข้าหลวง นับว่าเป็นการสูญเสียอย่างสาคัญ ซ่งจะหาผ้แทนพระองค ์
ู
ำ
พิเศษออกไปจัดซื้อเรือรบในภาคพื้นยุโรป ท่านไม่ได้อีกแล้ว จึงควรท่ทหารเรือทุกคนจะระลึกจดจาไว้
ี
ี
ในระหว่างการเดินทางไปยุโรป กรมหมื่นชุมพรเขตร พระองค์ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เม่อวันท ๑
ื
่
อุดมศักด์ก็ยังทรงพระดาริเร่องเรือดาน้าอย่อีก ดังจะ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ เป็นเสนาบดีเพียง ๔๙ วัน นับว่า
ำ
ื
ู
ำ
ำ
ิ
เห็นได้จากลายพระหัตถ์ลงวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓ น้อยมาก จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง”
กราบทูลเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ (สมเด็จเจ้าฟ้า (จากหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต) ดังนี้ พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน)
่
ำ
ื
ื
“อน่งเกล้าฯ ได้นึก ๆ อย่เหมือนกันในเร่องเรือดานำ้า เรอง” ประวัต(สังเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑
ู
ึ
ิ
์
ำ
เพราะได้เห็นแล่นผ่านไปทางสิงคโปร ๓ ลา เกล้าฯ อยาก ถึง ๒๔๗๕ โดยพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร)
ำ
จะทราบว่า ถ้าเรือพระร่วงไม่สาเร็จ เรือดานำ้าจะเอาหรือ กรมหลวงชุมพรฯ “ไม่ทันได้เห็น” เรือดาน้าของ
ำ
ำ
ำ
ไม่เอา ราคาลาละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท เกล้าฯรับอาสาจะเอา ราชนาวีไทย
ำ
เข้ามาให้ได้”
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ประกอบ เช่น เสนาธิการเป็นต้น ก็เป็นผู้หย่อนต่อความ
ู
สามารถจริงร้จริง จะมีอย่เพียงสมัยเดียว คือสมัยพลเรือเอก
ู
ิ
ั
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์เท่าน้น แต่ก็เป็นวาสนาของ
ทหารเรืออีก ท่านก็ด่วนส้นพระชนม์ไปเสีย ทหารเรือ
ิ
ั
จึงลังเลเปะปะไปตามยถากรรม ในข้นสุดท้ายก็ถูกกดดันไว ้
ู
ำ
ตลอดมา เพราะผ้สามารถในปฏิภาณไหวพริบ ท่จะนา
ี
ำ
ทหารเรือให้เจริญตลอดไป ไม่ได้มาเป็นผ้นา แต่ก็เป็น
ู
ี
่
ู
ู
วาสนาอย่ทนายทหารผ้ใหญ เป็นผ้ทศึกษาฝึกหัดมาแต ่
ี
่
่
ู
คร้งในกรมหลวงชุมพรพระบุพพาจารย์เป็นหลักยืนมา
ั
การทหารเรือจึงได้คงทรงอยู่ แต่ก็ยากที่จะทำาให้เจริญได้
ทันสมัย”
(จากหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน)
รัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคต เรื่อง “ประวัติ (สังเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑
ี
วันท ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จ ถึง ๒๔๗๕ โดยพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร)
่
พระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว
ู
ำ
เสด็จสวรรคต พลเรือตร พระยาหาญกลางสมุทร พระยาราชวังสันเสนอให้มีเรือดำาน้า
ี
่
ี
(บุญมี พันธุมนาวิน) ได้เขียนเล่าไว้ว่า ต่อมาในสมัยท พลเรือเอก กรมขุนสิงหวิกรม
ำ
ำ
ี
ึ
ี
“จึงเป็นท่น่าเสียดายอย่างหน่ง ท่พระบาทสมเด็จ เกรียงไกร ทรงดารงตาแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหาร
ี
้
ู
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัวมาด่วนสวรรคตเสียเช่นน เพราะ เรือ พระองค์ได้กราบบังคมทูลลาเสด็จประพาสยุโรป
ื
ั
พระองค์ท่านมีความสนพระราชหฤทัยในทางเรือเป็น เพ่อทอดพระเนตรการทหารนานาประเทศ และรกษา
อย่างย่ง และได้เคยไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ พระองค ์ พระองค์ สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรง
ิ
่
ี
่
่
ี
ื
่
ำ
ึ
้
ั
ื
ั
จงทรงเขาพระทยเรองทหารเรอดวาสาคญตอประเทศทม ี “รักษาราชการแทน”เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ พลเรือ
ฝั่งทะเลเป็นเขตแดนเพียงใด จึงทรงบำารุงทหารเรืออย่าง ตรี พระราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน ต่อมาเป็นพลเรือโท)
ื
ื
่
่
ี
เรงรบ และยกยองทหารเรอจนขนเสมอบาไหลของทหารบก เสนาธิการทหารเรือได้ถวายรายงานเร่อง “บันทึกการจัด
ึ
่
้
่
แต่ไม่ทรงจะสามารถบังคับบัญชาทหารเรือได้โดยตรง กองทัพเรือสยาม” เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๙
เพราะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จึงทรงต้งกรมราชนาวีเสือป่า กล่าวถึงยุทธศาสตร์ทางเรือว่า ได้แบ่งกองทัพเรือ
ั
ี
ส่งนักเรียนมาอาศัยเรียนท่โรงเรียนนายทหารเรือ และขอ ออกเป็น ๒ กอง คือ “กองเรือรักษาฝั่ง” กับ “กองเรือรุกรบ”
ื
ุ
้
ื
เรือไปฝึกนายทหาร,นักเรียน ตลอดจนพลราชนาวีเสือป่า กองเรอรกรบประกอบดวย เรอลาดตระเวน ๓,๐๐๐
ำ
ำ
ำ
ำ
ี
ู
ี
ั
ท่ทรงทาเช่นน้นก็เพราะอึดอัดพระทัยเจ้าหน้าท่ผ้ใหญ ่ ตัน จานวน ๒ ลา เรือพิฆาต ๓ ลา เรือตอร์ปิโดยนต ์
ำ
้
่
ื
ทางเรอ ทนาทหารเรอกาวหนาไปเชองชามาก เพราะ ๖ ลำา เรือดำาน้ารักษาฝั่ง ๓๐๐ - ๔๐๐ ตัน ๔ ลำา ฯลฯ
้
ื
ำ
ื
้
ี
่
ี
ำ
ำ
ตั้งแต่ไหนมาแล้ว ทหารเรือย่อมมีผู้นำา คือผู้บังคับบัญชา จะเห็นได้ว่าความคิดท่จะมีเรือดานำ้าเป็นกาลังรบ
ู
ิ
ั
ช้นสูงเป็นผ้ได้ผ่านการทหารบกมาแล้วเกือบท้งส้น ความ ของไทยนั้นได้มีมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๕๓ แต่ติดขัดด้วยงบ
ั
ำ
ำ
เข้าใจในการทหารเรือจึงมีน้อยมาก และถึงจะมีเจ้าหน้าท ่ ี ประมาณเป็นปัจจัยสาคัญ จึงไม่สามารถจัดหาเรือดานำ้า
ตามที่คิดไว้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 47
เรือดำาน้าในฝันของพลเรือตรี พระยาราชวังสัน
ำ
ิ
่
“...ความเหนของชาตตาง ๆ ในการปองกนประเทศ
็
ั
้
ของตน ในส่วนทหารเรือ มีเรื่องเรือดำาน้าเป็นที่เบื้องต้น
ำ
ั
ี
ที่ขึ้นหน้า...ฯลฯ...ส่วนเรือรบน้น”ความต้องการท่การ
สงครามทางเรือพึงต้องอาศัยเป็นหลักสาคัญสาหรับชาต ิ
ำ
ำ
ั
ำ
ำ
ำ
เล็กน้น เห็นกันโดยมากว่าเรือดาน้า แลลัดลงมาก็จาพวก
ั
ำ
เรือยามฝ่ง...ฯลฯ...แต่เรือดานำ้าทำาประโยชน์ในเวลาปรกต ิ
กาลไม่ได้ท่วไป ถึงแม้ว่าพอจะสะสมเงินจัดหาสร้างข้นได ้
ั
ึ
ก็ตาม เวลาที่จะใช้จริง ๆ นั้นย่อมยังห่างไกล...”
รายงานฉบับน้แสดงให้เห็นพระดาริของ กรมขุนสิงห
ำ
ี
วิกรมเกรียงไกร เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ซึ่งในสมัย
ำ
ำ
ี
ท่พระองค์ยังทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือได ้
ทรง “เก็บ”รายงาน“ความเห็นเรื่อง เรือ ส.”ของ สมเด็จ
พระบรมราชชนกฯ เข้าตู้นิรภัยมาแล้ว และสรุปว่า
พระองค์(กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร) ทรงเห็นว่า
ี
ำ
พลเรือตรี พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) ยังไม่ถึงเวลาท่กองทัพเรือไทยควรจะมีเรือดานำ้า หรือ
(พลเรือโท พระยาราชวังสัน) ไม่ทรงยอม “ฝัน” ด้วย
(จากนิตยสารนาวิกศาสตร เดือน กันยายน พ.ศ.
์
ยังไม่ถึงเวลาที่จะมีเรือดำานำ้า ๒๕๓๘ เร่อง “เรือดานำ้าในฝันและเรือดานำ้าจริงของไทย”
ื
ำ
ำ
นายพลเรือเอก กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ๕ โดยพลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช)
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เสด็จประพาสยุโรป ระหว่าง กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์
วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๙ จนถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม นายเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดล
์
พ.ศ.๒๔๗๐ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานการดูกิจการ อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงกราบถวาย
ทหารเรอ เมอวนท ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๑ มความบาง บังคมลาออกจากทหารเรือไปต้งแต่วันท ๒๐ มกราคม
ี
่
ั
ื
่
ี
่
ี
ื
ั
ื
ำ
ตอนเกี่ยวกับ “เรือดำาน้า” ดังนี้ พ.ศ.๒๔๕๘ เพ่อเสด็จไปศึกษาวิชาการสาธารณสุขและ
๕. กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกรทรงกรมเป็นกรมหมื่น เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๕ ทรงเลื่อนขึ้นเป็น
กรมขุนเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๓ ทรงเลื่อนขึ้นเป็น กรมหลวง เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๔
48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
วิชาแพทย์ หลังจากทรงลาออกไปแล้วเกือบ ๑๐ ปี ในวันที่ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม
ื
๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๗ ทรงได้รับพระราชทานเล่อน พ.ศ.๒๔๗๗
ื
ิ
ยศเป็นนายนาวาเอก เฉลิมพระนามเม่อส้นพระชนม์แล้วเป็น สมเด็จพระ
เฉลิมพระนามเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้า มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดย
ู
มหิดลอดุลยเดช โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอย่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เม่อ
ื
รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๘ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๓
นายนาวาเอก สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชทาน
อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ พระยศ จอมพลเรือ ถวายแด่นายนาวาเอก สมเด็จพระ
๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๒ พระองค์จึง “ไม่ทันได้เห็น” มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดย
ั
ำ
เรือดำาน้าของราชนาวีไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้งแต ่
่
ี
ี
ี
พลเรือตร พระยาหาญกลางสมุทร(บุญม พันธุม วันท ๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑ ตามราชกิจจานุเบกษา
นาวิน) ได้เขียนเล่าถึงพระองค์ท่านไว้ว่า เล่ม ๑๑๕ ตอนที่ ๔ ข ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๑ หน้า ๑
ำ
“...น่าเสียดายเป็นอย่างย่ง ท่พระองค์ทรงด่วน ประกาศสานักนายกรัฐมนตร เร่องพระราชทานพระยศ
ี
ิ
ื
ี
ส้นพระชนม์เสียก่อนท่จะได้เห็นความสาเร็จท่พระองค ์ ทหาร ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑
ิ
ี
ำ
ี
ได้ทรงเป็นผู้ริเริ่มขึ้น” ในประกาศสำานักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทาน
ื
่
ื
ั
(จากหนงสอ “สามสมอ ๒๕๑๓” เรอง “ประวต ิ พระยศทหารมีความว่า
ั
ี
โรงเรียนนายเรือ โดย พลเรือตร พระยาหาญกลางสมุทร”) “มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
ำ
่
ั
“ส่วนสาหรับทหารเรือน้น ย่อมต้องเสียดายพระองค ์ พระยศ จอมพลเรือ ถวายแด นายนาวาเอก สมเด็จ
ท่านมากนัก เพราะถ้าพระองค์ท่านยังอยู่แล้ว อาจจะได้ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
ี
้
ี
ื
ั
ำ
ำ
ื
ำ
ิ
่
เป็นพระเจาแผนดนททรงเขาใจความสาคญของทหารเรอ เน่องจากได้ทรงบาเพ็ญกรณียกิจท่สาคัญ โดยทรงร่าง
่
้
ี
่
ไดอยางด เพราะพระองคทานสนใจทางทหารเรอ และ โครงสร้างกองเรือรบและโครงการสร้างกาลังทางเรือ
ื
้
ำ
่
์
สาเร็จการศึกษามาจากราชนาวีเยอรมันเป็นอย่างดีย่ง จนบังเกิดผลสามารถช่วยป้องกันแม่นำ้าและขัดขวางการ
ำ
ิ
อย่แล้ว ย่อมจะต้องพยุงฐานะของทหารเรือไทยในการ ปฏิบัติการของข้าศึกตามชายฝ่งได้อย่างเด็ดขาด ซ่งต่อ
ั
ึ
ู
ป้องกันการรุกรานทางทะเลอยู่นั่นเอง” มากองทัพเรือได้จดตงฐานทพ และสถานทหารเรือข้น
ั
ี
ั
้
ั
ึ
ั
ั
ื
(จากหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ อีกท้งยงได้ทรงถวายบันทึกรายงานความเห็นเร่อง
ำ
พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร (บุญมี พันธุมนาวิน) การนาเรือดานำ้ามาใช้ปฏิบัติงาน อันเป็นประโยชน์ต่อ
ำ
ิ
ั
เรอง “ประวัต (สงเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑ กองทัพเรือจนที่เป็นประจักษ์สืบมาจนถึงปัจจุบัน”
ื
่
์
ถึง ๒๔๗๕ โดย พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร) นาวาตร กรีฑา พรรธนะแพทย ได้ออกแบบปก
ี
ิ
นายนาวาเอก สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดล นตยสาร นาวกศาสตร เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๐๙
์
ิ
ำ
อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ “เรือดานำ้า”เป็นภาพวาดสีนำ้า“นายเรือโท สมเด็จพระเจ้า
ทรงกรมเม่อส้นพระชนม์แล้วเป็น กรมหลวงสงขลา น้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา
ิ
ื
ู
์
ำ
ำ
ื
์
นครินทร โดยพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอย่หัว นครินทร กับเรือดาน้า ในฉลองพระองค์เคร่องแบบ
รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๒ เต็มยศนายเรือตรีแห่งจักรพรรดินาวีเยอรมัน กับเรือ
ื
เฉลิมพระนามเม่อส้นพระชนม์แล้วเป็น สมเด็จพระ ดำาน้าชั้น “มัจฉาณุ” ของราชนาวีไทย
ิ
ำ
ราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช โดยพระบาทสมเด็จ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 49
50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ำ
“ปช.” คือคุณครูนาวาเอก โปร่งชื่นใจ (มหาโปร่ง) กองทัพเรือสยามสั่งต่อเรือดำาน้า
ิ
ี
่
ั
์
็
ื
้
ี
้
ำ
อดีตอนุศาสนาจารย กรมยุทธศึกษาทหารเรือ(เปรียญ ความคดทจะมเรอดานาในกองทพเรอไดกลายเปน
ื
ำ
ธรรม ๙ ประโยค พ.ศ.๒๔๘๑ วัดบวรนิเวศวิหาร : ฉายา ความจริงหลังจากการเปล่ยนแปลงการปกครองเป็น
ี
ี
โชติโก) ได้บรรยายภาพปกเป็นโคลงสี่ไว้ดังนี้ ระบอบประชาธิปไตยในป พ.ศ.๒๔๗๕ แล้ว การทหาร
สมเด็จปิตุเรศไท้ นวมินทร์ ได้รับการปรับปรุงในโอกาสแรก ทหารเรือได้เปล่ยนช่อ
ี
ื
โอรสจอมธานินทร์ ที่ห้า เป็น “กองทัพเรือ”
สงขลานครินทร์ นามพระ องค์ฤา ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๗๗ ได้มีการเสนอ
เคยอยู่ทัพเรือจ้า เจิดด้วยดลแผน “พระราชบัญญัติบารุงกาลังทางเรือ” ต่อสภาผ้แทน
ำ
ู
ำ
แปลนเรือดำาน้าท่อง ทะเลลึก
ำ
ป้องปราบปัจจนึก รุกล้า
ำ
ทัพเรือตริตรองตรึก แผนอยู่ นามฮา
ำ
จึงสั่งเรือดำาน้า เสร็จได้ดังประสงค ์
ธำารงอารักษ์เอื้อ อันดี
ปองฝึกเหล่านาวี เวี่ยไว้
เกิดวิกฤตกรณี นานับ ประการนา
จึงบ่อยู่ยึดได้ ดับสิ้นอวสาน
ทรมานดาลอกโอ้ อาลัย
เหมือนร่างขาดแขนใจ จอดขว้า
ำ
ทัพเรือขาดคือไทย ขาดคู่ กันนา
ไทยบ่เคยขาดน้า จิตเอื้ออารี นายนาวาเอก หลวงสินธุสงครามชัย
ำ
(พลเรือเอก สินธุ์ กมลนาวิน)
ำ
“เรือดำาน้า” นายนาวาเอก พระยาวิจารณ์จักรกิจ
กรมขุนสงขลานครินทร์ กับ เรือดำาน้าของราชนาวีสยาม (พลเรือตรี พระยาวิจารณ์จักรกิจ)
ำำ
ภาพปก นิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือน กันยายน พ.ศ.๒๕๐๙ (บุญชัย สวาทะสุข)
ภาพเขียนสีน้าโดย นาวาตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
ำ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 51
ำ
ำ
ำ
ำ
ราษฎรมีสาระสาคัญคือ ให้สร้างกาลังทางเรือให้เสร็จ ทหารเรือไทยเดินทางไปศึกษาการใช้เรือดาน้า
ภายในเวลา ๖ ป ประกาศใช้เป็นกฎหมายในวันท ที่ญี่ปุ่น
ี
ี
่
ิ
๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๘ แต่ให้เร่มใช้ต้งแต่วันท ๑ เมษายน วันที่ ๓๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๙ คณะนายทหาร
ั
ี
่
ี
ำ
่
ึ
ึ
พ.ศ.๒๔๗๘ (ซ่งเป็นวันข้นปีใหม และปีงบประมาณ และจ่าท่จะไปศึกษาการใช้เรือดานำ้า ออกเดินทาง
ี
ุ
ในสมัยน้น) บุคคลสาคัญในการเสนอกฎหมายน้คือ จากประเทศสยามไปประเทศญ่ป่นโดยเรือนาจิซานมาร ู
ั
ี
ำ
๖
นาวาเอก หลวงสินธุสงครามชัย(ต่อมาเป็นพลเรือเอก (NASHISAN MARU) มีนายเรือเอก สวัสดิ์ จันทนมณี
ู
ิ
์
สินธุ์ กมลนาวิน) (นาวาเอก สวัสด จันทนี) เป็น “ผ้ควบคุมทหารแผนก
ำ
ั
ำ
กองทัพเรือได้ออกคาส่งต้ง “กรรมการพิจารณา เรือดำาน้า” (หัวหน้าคณะ) ใช้เวลาเดินทางในเรือรวม ๑๒ วัน
ั
ื
ุ
ู
ี
ำ
ี
่
โครงการบารุงกองทัพเรือ ในวันท ๙ เมษายน เม่อถึงประเทศญ่ป่นแล้ว บริษัทอ่ต่อเรือได้ส่งไปเรียน
ุ
ี
ิ
ี
พ.ศ.๒๔๗๘ โดยม นาวาเอก พระยาวิจารณ์จักรกิจ ภาษาญ่ป่นในโรงเรียนท่เมือง ฟุนาบาช กรุงโตเกียว
ี
ึ
ู
ู
ี
ี
ู
่
ู
(ต่อมาเป็นพลเรือตรี) รักษาการแทนผ้บัญชาการทหารเรือ อย่ระยะเวลาหน่ง แล้วจึงไปอย ณ ท่พักในอ่ต่อเรือท่เมือง
ำ
ื
ื
ู
ำ
ี
ั
เป็นประธานกรรมการ มีนายทหารช้นผ้ใหญ่เป็น โกเบ เพ่อศึกษาการใช้เรือดาน้าต่อไป เม่อเรียนอย่ท่โกเบ
ู
ั
้
่
ั
์
ื
ิ
ี
กรรมการอีก ๑๒ ท่าน ในการประชุมคร้งแรก ได้ไมนาน นายเรอเอก สวัสด จนทนมณ หวหนาคณะ
ั
นาวาเอก หลวงสินธุสงครามชัย เสนาธิการทหารเรือ ก็ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯเพราะสุขภาพไม่ใคร่ด ี
และเป็นกรรมการ ได้แถลงให้คณะกรรมการทราบว่า วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๐ เป็นวันที่นายเรือเอก
ี
์
ิ
ำ
ั
ำ
“จะสร้างเรือดาน้าขนาด ๓๐๐ – ๔๐๐ ตัน ๓ ลา” สวัสด จันทนมณ ได้รับคาส่งให้กลับกรุงเทพฯ
ำ
ำ
แต่ถ้ามีเงินพอจะสร้างถึง ๕ ลำา จึงได้ส่งหน้าที่การปกครองให้ นายเรือเอก ซุ้ย นพคุณ ๗
ึ
ี
ำ
ในที่สุดคณะกรรมการได้ตกลงสร้างเรือดำาน้าขนาด (พลเรือตร กนก นพคุณ) ซ่งเป็นนายทหารอาวุโส
ุ
้
ำ
ื
็
้
ำ
ู
ั
๓๗๐ ตัน จำานวน ๔ ลำา โดยบริษัทมิตซูบิชิของประเทศญี่ปุ่น ถดไป เปน“ผควบคมทหารแผนกเรอดานา”
และได้ส่งนายทหารสัญญาบัตร และ ประทวนไปศึกษา แทนนายเรือเอก สวัสดิ์ จันทนมณี
่
ี
ุ
ุ
ำ
ี
การใช้เรือดาน้าที่ประเทศญ่ป่นโดยจักรพรรดินาวีญ่ป่น วันท ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๐ นายเรือเอก สวัสด ์ ิ
ี
ำ
ี
ี
ั
ี
จัดครูและเรือฝึกให ทั้งน้ต้องเรียนภาษาญ่ป่นก่อนช่ว จันทนมณ ก็ลงเรือ BATAVIA MARU ท่โกเบ เดินทางกลับ
้
ุ
ี
์
ิ
ี
ระยะเวลาหนึ่ง กรุงเทพฯ นายเรือเอก สวัสด จันทนมณ ได้จากแผนก
ั
็
้
ิ
้
ำ
ื
้
้
ำ
่
่
้
กองทัพเรือไดลงนามเซ็นสัญญากับบริษทมิตซูบช ิ เรอดานาสยามดวยความเปนหวง และอาลยยง ไดเนน
ั
ิ
ำ
ื
ู
ำ
ู
ี
่
แห่งเมืองโกเบ เม่อวันท ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๘ สร้าง คาอาลัยฝากไว้กับผ้ท่อย่ข้างหลังว่า “ทางานเพ่อชาติ”
ื
ี
ำ
ี
ำ
เรือดานำ้าจานวน ๔ ลำา เรือดานำ้าท่กองทัพเรือสยามม ี และ “กอดคอกันตาย”
ำ
ี
ิ
์
ี
ำ
ำ
เป็นครั้งแรก เป็นเรือดำาน้าขนาดเล็ก มีระวางขับน้าเพียง ขณะท่นายเรือเอก สวัสด จันทนมณ เป็นหัวหน้า
ื
ู
ั
๓๗๐ ตันเท่านั้น แต่ก็มีประสิทธิภาพสูง ถ้าเปรียบเทียบ คณะอย่น้นท่านได้เข้มงวดกวดขันมากในเร่อง ระเบียบ
่
ี
ู
ำ
ำ
ขนาดของเรือดำาน้าทั่วไปแล้ว เรือดำาน้าขนาดนี้ก็เป็นแต่ วินัย ความเป็นอย ขนบธรรมเนียมประเพณ มารยาท
เพียงเรือดำาน้าชนิดรักษาชายฝั่งทะเลเท่านั้น ตลอดจนการสังคม ขอยกตัวอย่างเช่น.
ำ
๖. นายเรือเอก สวัสดิ์ จันทนมณี (นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี) แรกทีเดียวนั้นท่านใช้นามสกุล “จันมะนี” มาตลอดจนกระทั่งเรียนถึงชั้นมัธยม ๗
ี
ี
จึงเปล่ยนนามสกุลเป็น “จันทน์มณี” แล้วใช้นามสกุล จันทน์มณี มาจนถึงนายเรือตรี จึงเปล่ยนเป็น “จันทนมณี” ใช้มาถึงจน ถึงนาวาโท
ำ
และต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผ้สาเร็จราชการแทนพระองค์ได้ประทานนามสกุล เป็น
ู
“จันทนี” ตอนท่านเป็นนาวาเอก ท่านบอกว่า “นามสกุลนี้เป็นนามสกุลที่เซ็นรับเงินเดือน ขืนเปลี่ยนไปอีกซีเงินเดือนจะได้อด”
ี
ุ
๗. นายเรือเอก ซ้ย นพคุณ (พลเรือตรี กนก นพคุณ) เปล่ยนช่อจาก “ซ้ย” เป็น “กนก” ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ขณะท่ท่านดารงยศเป็นนาวาโท
ื
ำ
ี
ุ
52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
นายเรือเอก สวัสดิ์ จันทนมณี นายเรือเอก ซุ้ย นพคุณ
(นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี) (พลเรือตรี กนก นพคุณ)
นายทหารนักเรียนเรือดำานำ้า ที่ประเทศญี่ปุ่น พ.ศ.๒๔๗๙
แถวยืน วงษ์ ศิริเกตุ ประยูร พิณสวัสดิ์ พร เดชดำารง สนอง ธนาคม จำาลอง สุวรรณอัฑฒ์
(สนอง ธนศักดิ์)
แถวนั่ง สวัสดิ์ จันทนมณี ซุ้ย นพคุณ ..........................
(สวัสดิ์ จันทนี) (กนก นพคุณ) (ไม่ทราบชื่อ)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 53
์
ู
ื
เร่องผ้หญิง ได้ขอร้องและอบรมกันอย่างหนักหนาว่า นายเรือโท ถวิล รายนานนท (พลเรือเอก ถวิล
้
อย่าไปช่วยสร้างพลเมืองให้ญี่ปุ่นเขา รายนานนท) ซงออกเดนทางตามไปภายหลง ไดเลาใหฟง ั
้
ั
่
ึ
ิ
์
่
ั
ู
ำ
ำ
มีคาส่งอย่างกวดขันว่า ถ้าปรากฏว่าผ้ใดมีภรรยา ถึงเรื่องการศึกษาการใช้เรือดำาน้าว่า
ำ
ำ
ในระหว่างศึกษานี้ เป็นต้องถูกส่งกลับสยาม “การศึกษาการใช้เรือดาน้าทางตาราคงกระทาต่อ
ำ
ำ
สุราเมรัย ถ้ามีผู้ใดเมาจนเสียกิริยา หรือจนทะเลาะ ไปรวมท้งภาษาญ่ป่นด้วย การฝึกหัดออกคาส่งประจา
ำ
ั
ุ
ี
ำ
ั
ำ
ี
ุ
วิวาท กับ คนญี่ปุ่น จะต้องถูกส่งกลับ สถานีและปฏิบัติการต่าง ๆ ในเรือดาน้าใช้ภาษาญ่ป่น
ำ
น่ายินดีว่า เจ้าเมืองฟุนาบาชิและท่านผู้ปกครองได้ ซึ่งต้องหัดกันจนคล่องแคล่ว เมื่อเรือของเราใกล้จะเสร็จ
สรรเสริญพวกเราว่า “ข้าพเจ้าแปลกใจว่าทหารเรือของ นักเรียนท้งหมดก็ไปศึกษาส่วนต่าง ๆ ของตัวเรือ และ
ั
้
ื
ท่านกินเหล้ากันไม่ใคร่เป็น” เคร่องประกอบท่เรือดานำ้าจำาลอง ซ่งสร้างด้วยไม ขนาด และ
ี
ำ
ึ
ลักษณะเหมือนของจริง ท่บริเวณอ่ต่อเรือ ตลอดจนฝึกหัด
ู
ี
ำ
ำ
การศึกษาการใช้เรือดำานำ้า ประจาสถานีด้วย การเรียนและฝึกหัดกับเรือจาลองดัง
ี
ุ
ุ
ำ
ทางจักรพรรดินาวีญ่ป่นได้จัดส่งบรรดาอาจารย ์ กล่าวได้ประโยชน์มาก เพราะทาให้เราค้นเคยกับลักษณะ
ู
และครูซ่งเป็นนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารช้น อันย่งยากของเรือ และสามารถเรียนร้วิธีปฎิบัติสถานีต่าง ๆ
ุ
ั
ึ
ำ
ประทวนจากกองเรือดาน้าของจักรพรรดินาว อันม ี ได้ก่อนที่จะลงประจำาเรือจริง ๆ”
ำ
ี
๘
ิ
ำ
ำ
นาวาเอก ยัตสุชิโร สุเกโยช ดารงตาแหน่งอาจารย ์
ำ
ำ
ี
ุ
ผ้ปกครองใหญ่ญ่ป่น อาจารย์ท่สอนวิชาเรือดาน้าฝ่ายปากเรือ พิธีปล่อยเรือลงน้า
ี
ู
ำ
ำ
ำ
ิ
ช่อ นาวาโท โกโต อาจารย์ท่สอนวิชาเรือดานำ้าฝ่ายช่างกล บริษัทมตซบิช ไดสร้างเรือดานาสองลาแรก คอ
ื
ำ
้
ิ
ู
ี
ื
ำ
้
ชื่อ นาวาโท มุระซุมิ ร.ล.มัจฉาณุและ ร.ล.วิรุณ เสร็จ จึงกระทำาพิธีปล่อยเรือ
ำ
พิธีปล่อยเรือ “ร.ล.มัจฉาณุ”ลงน้าที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙
ิ
๘. นาวาเอก ยัตสุชิโร สุเกโยช เสียชีวิตเมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในยุทธนาวี ที่มหาสมุทรแปซิฟิก
54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ื
่
ี
ั
ี
ั
ำ
ู
ี
ั
ลงน้าเม่อวันท ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๙ ผ้ท่เป็นประธาน แล้วแต่เป็นหลักของวิชาการทางน้ท้งน้น เพราะฉะน้น
ี
ในพิธีปล่อยเรือลงน้าทั้งสองลำา คือ นางมิตรกรรมรักษา จึงนับว่าเป็นตอนท่สาคัญท่สุดในการท่จะเพ่มพูล
ี
ิ
ำ
ี
ำ
ำ
ำ
ภริยาของพระมิตรกรรมรักษา อัครราชทูตไทยในเวลาน้น สมรรถภาพในการรบของเรือดาน้า อันมีส่วนประกอบ
ั
ั
ุ
ในการสร้างย่งเหยิง และละเอียดละออมากน้น ท่าน
โอวาทของนายนาวาเอก ยัตสุชิโร สุเกโยชิ ท้งหลายจะต้องอุทิศตัวเองให้แก่การหัดและการศึกษา
ั
พร้อมด้วยความมานะอันแรงกล้าและนำ้าใจอันม่นคง
ั
เด็ดเดี่ยวไม่ยอมปราชัยแก่ความยากลำาบากใด ๆ อันจะ
พึงมีพึงประสพ”
“ต้นเหตุแห่งการท่จะเกิดอันตรายข้นแก่เรือดานำ้าน้น
ั
ี
ึ
ำ
ำ
ั
ำ
มีบ่อยคร้งท่เกิดจากการท่คนประจาเรือทาการผดพลาด
ี
ิ
ี
ั
เพราะขาดความร้และขาดความระมัดระวัง เพราะฉะน้น
ู
คนประจาเรือทุกคนจาจะต้องมีความร้อย่างจะแจ้งใน
ำ
ำ
ู
ี
ื
ั
่
หน้าท และอาการของเคร่องน้นๆ ตลอดจนมีความชานาญ
ำ
ในการใช้ และควรจะพยายามตั้งใจระวังอย่างกวดขันอยู่
ื
เสมอท่จะมิให้เกิดอุปสรรคข้นแก่เคร่องได้เลยเป็นอันขาด”
ี
ึ
ทหารเรือสยามลงประจาเรือดาน้า “มัจฉาณุ” และ
ำ
ำ
ำ
นายนาวาเอก ยัตสุชิโร สุเกโยชิ “วิรุณ”
เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๘o ในโอกาสที่ทหารเรือ ต่อมาเม่อวันท ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘o ร.ล. มัจฉาณ ุ
่
ื
ี
ี
ำ
่
ึ
ิ
ุ
้
สยามซงศึกษาวชาเรือดาน้า ณ ประเทศญ่ปนจะไดลง และ ร.ล.วิรุณ ได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทางบริษัทฯ พร้อมที่
ำ
่
ำ
เรือดำาน้า “มัจฉาณุ” และ “วิรุณ” นายนาวาเอก ยัตสุชิโร จะส่งมอบให้เป็นกรรมสิทธ์แก่ราชนาวีสยาม ดังน้นทหาร
ั
ิ
ี
อาจารย์ผ้ปกครองใหญ่ญ่ป่นได้ให้โอวาทไว มีใจความ ท่ถูกจัดให้ประจาเรือท้งสองลาน้ก่อน จึงได้กระทาพิธ ี
ู
ุ
้
ั
ำ
ี
ำ
ี
ำ
สำาคัญบางตอนว่า มอบและลงประจาอย่ในเรือต้งแต่บัดน้นเป็นต้นมา
ั
ั
ู
ำ
“ขอให้ทุกคนจงมีน้าใจเต็มไปด้วยความม่นคง นับว่าเป็นคร้งแรกท่ราชนาวีสยามได้มีเรือดานำ้า
ำ
ั
ำ
ี
ั
แน่วแน จงปฏิบัติตามระเบียบและวินัยทหารโดย ด้วยเหตุน้บรรดาทหารเรือแห่งเรือดาน้า จึงถือเอาวันท ่ ี
่
ี
ำ
ำ
ี
เคร่งครัด และจงอุทิศตนให้แก่การงานในหน้าท่ของตน ๔ กันยายน เป็น “วันที่ระลึกเรือดำาน้า” นับตั้งแต่อยู่ใน
ำ
โดยความซื่อสัตย์สุจริต” ประเทศญี่ปุ่นและต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้
ำ
“เรือดำาน้าอันจะได้ชักธงสยามขึ้นนั้น เป็นเรืออัน ทางบริษัทได้กระทาพิธีปล่อย ร.ล.สินสมุทร
ำ
ั
มีเกียรติยศ เพราะฉะน้นท่านท้งหลายควรจะกระทา และ ร.ล.พลายชมพล ลงนำาเมอวนท ๑๔ พฤษภาคม
ำ
ั
ื
่
ี
ั
้
ุ
่
ตนให้เป็นผ้มีเลือดรักเกียรติยศอย่างประเสริฐ ยึดถือ พ.ศ.๒๔๘o ซ่งมีพระมิตรกรรมรักษาเป็นประธานในพิธ ี
ู
ึ
ื
และปฏิบัติวินัยทหารตลอดจนระเบียบราชการอ่น ๆ เม่อ ร.ล.สินสมุทร ร.ล.พลายชุมพลแล้วเสร็จ
ื
โดยกวดขัน” บริบูรณ ทางบริษัทฯจึงกระทาพิธีส่งมอบให้แก่ราชนาว ี
์
ำ
ื
่
ี
ี
ำ
ิ
ำ
ั
ำ
“สาหรับในส่งทเก่ยวกบวิชาการเรอดาน้าน ้ ี สยาม เมื่อวันที่ ๓o เมษายน พ.ศ.๒๔๘๑ บรรดาทหาร
ู
ิ
ึ
ั
ี
แล้ว ท่านท้งหลายยังพ่งอย่ในเขตต์ท่จะเร่มต้นเท่าน้น จึงได้ลงอย่ในเรือ และมีชีวิตเป็นนักดาเรือดานำ้าต้งแต ่
ั
ั
ำ
ำ
ู
อันการศึกษาท่ท่านพึงจะได้รับในระยะเวลาต่อจากน้ไป บัดนั้นเป็นต้นมา (อ่านต่อฉบับหน้า)
ี
ี
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 55
ดำ�แล้วไม่โผล่ ตอนที่ ๓
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
ำ
เมื่อเรือดำ�น�ทั้ง ๔ ลำ� สร้�งเสร็จแล้ว น�ยทห�ร พระราชทานนามเรือดำาน้าทั้ง ๔ ลำา
ำ
้
ื
ี
ู
และทห�รก็ลงประจำ�เรือ ศึกษ�และฝึกหัดก�รใช ้ เม่อวันท่ ๓o สิงห�คม พ.ศ.๒๔๘o คณะผ้สำ�เร็จ
์
์
้
เคร่องจักร เคร่องไฟฟ� ตลอดจนเคร่องมือ เคร่องใช้ต�ง ๆ ร�ชก�รแทนพระองค (น�ว�เอก พระเจ�วรวงศเธอ
ื
ื
ื
ื
้
่
้
้
รวมท้งก�รฝึกประจำ�สถ�นีเรือด้วย ก�รฝึกหัดน้กระทำ� พระองค์เจ�อ�ทิตย์ทิพอ�ภ� เจ�พระย�ยมร�ช และ
ี
ั
้
ู
ื
่
ื
ู
ี
อย่กับท่ โดยเรือจอดอย่ในอ�วโกเบหลังเข่อนกันคล่น พลเอก เจ�พระย�พิชเยนทร์โยธิน) ในพระปรม�ภิธัย
ู
้
็
ิ
้
ั
่
ั
เม่อทห�รประจำ�เรือคล่องแล้ว จึงฝึกออกแล่นบนผิวน� สมเดจพระเจ�อยหวอ�นนทมหดล ไดขน�นน�ม
้
ื
ำ
้
หัดก�รบังคับเรือ และใช้เครื่องจริง ๆ จนเป็นที่พอใจแล้ว เรือดำ�นำ�ทั้ง ๔ ลำ� นี้ว่�
จึงฝึกก�รดำ�ในลักษณะต�ง ๆ เป็นข้น ๆ ไปหล�ยคร้งหล�ย
ั
่
ั
หน ภ�ยใต้ก�รควบคุมอย�งใกล้ชิดของอ�จ�รย์และครู
่
จนแน่ใจว่�ทำ�ได้แน่ไม่ผิดพล�ด จึงปล่อยมือ
ก่อนหน�น้น�ยทห�รและทห�รเรือสย�ม ก็ได ้
ี
้
้
ี
ุ
ี
ไปทำ�ก�รดำ�กับเรือดำ�นำ�ญ่ป่นช่อ “โระ ๖๔” ท่ฐ�น
ื
ั
ทัพเรือไมซูรุ ท�งฝ่งตะวันตกของเก�ะฮอนซูเป็น
ก�รปฐมนิเทศด้วย นับว่�เรือ “โระ ๖๔” เป็นเรือครูของ
้
ำ
นักเรียนเรือดำ�น�สย�ม
การฝึกหัดบนเรือดำาน้า “โระ ๖๔” ของญี่ปุ่น
ำ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 27
๙
ำ
้
ุ
ั
ื
ื
ั
หม�ยเลข ๑ ร.ล.มัจฉาณ MATCHANU ต้งช่อต�ม ก�รต้งช่อเรือดำ�น� ปฏิบัติต�มระเบียบกองทัพเรือ
๑๐
ำ
ำ
ั
ั
ื
ื
“มัจฉาณุ” ในวรรณคดี เรื่อง “ร�มเกียรติ์” เป็นบุตร ที่ ๗๗ ว�ด้วยก�รต้งช่อเรือ คือ เรอดาน้า ต้งต�มช่อ
่
ื
ู
ิ
ของหนุม�นทห�รเอกของพระร�มกับน�งสุพรรณมัจฉ�ธิด� ผ้มีอิทธิฤทธ์ในนิย�ยหรือวรรณคดีมีลักษณะเก่ยวกับ
ี
ำ
ของทศกัณฐ์ มัจฉ�ณุจึงมีก�ยเป็นว�นร สีข�วผ่อง หัวโล้น ก�รดำ�น�
้
ป�กอ้� เหมือนบิด� และมีห�งเป็นปล�เหมือนม�รด�
มัจฉาณุ
ั
ื
ุ
หม�ยเลข ๒ ร.ล.วิรณ WIRUN ต้งช่อต�ม
๑๑
“วิรุณจาบัง” ในวรรณคดีเร่อง “รามเกียรต์”
ำ
ิ
ื
็
็
ั
ิ
ี
ื
์
์
็
ั
เปนยกษซงเปนเครอญ�ตของทศกณฐมก�ยเปน
ึ
่
สีมอหมึก (สีข�วเจือดำ�) ป�กขบ ต�ดั่งจระเข้ มีอิทธิฤทธิ์
ส�ม�รถห�ยตัวได้
หม�ยเลข ๓ ร.ล.สินสมุทร SINSAMUT ตั้งชื่อต�ม วิรุณจำาบัง
ิ
ี
“สนสมทร” ในวรรณคด เร่อง “พระอภัยมณี”
ุ
ื
เป็นบุตรของพระอภัยมณีและน�งผีเสื้อสมุทร สินสมุทร
มรปก�ยเหมือนมนุษยแตมเข้ยวงอกจ�กป�กเหมือนยกษ์
ี
่
์
ั
ู
ี
ี
้
่
ำ
้
้
ำ
้
่
ำ
ั
ส�ม�รถด�นำ�ว�ยน�ได มพละก�ลงมห�ศ�ล เกงกล�
ี
ส�ม�รถในก�รรบ
หม�ยเลข ๔ ร.ล.พลายชุมพล PHLAI-CHUMPHON
ั
ต้งช่อต�ม “พลายชุมพล”ในวรรณคดีเร่อง
ื
ื
“ขุนช้างขุนแผน” เป็นลูกช�ยของขุนแผนหรือพล�ยแก้ว
ำ
ไปรษณียบัตรรูปเรือดำาน้า ของราชนาวีสยาม
กับน�งแก้วกิริย� เมียคนท่ห�และคนสุดท�ยของขุนแผน พิมพ์เป็นที่ระลึก ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัท มิตซุย บุซซันไกชา
ี
้
้
พล�ยชุมพลเก่งก�จฉล�ดปร�ดเปรื่อง ล่องหนห�ยตัวได้ เป็นไปรษณียบัตรรูปเรือดำาน้าที่พิมพ์ภาพสีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ำ
แถมยังดำ�ดินได้อีก มีวิช�อยู่ยงคงกระพัน บรรยายภาพไว้ว่า “เรือใต้นำ้า ความเร็ว ๑๔ น็อต”
๙ ร.ล.มัจฉาณุ นับว่าเป็นเรือลำาที่ ๒ “เรือมัจฉาณุ” ลำาที่ ๑ เป็นเรือในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ “เรือมัจฉาณุลำาที่ ๑”
และ “เรือปักหลั่น ไม่ปรากฏว่าสร้างในปีใด เป็นเรือใบขนาดใหญ่สำาหรับบรรทุกอาหารและเสบียงไปส่งกองทัพเรือ ทั้งสองลำานี้ได้ใช้ในราชการทัพ
เมื่อ พ.ศ.๒๓๘๒ คราวปราบพวกเจ้าแขกที่ก่อการจลาจลทางปักษ์ไต้ และเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๔ คราวยกกองทัพไปรบกับญวณ
๑๐, ๑๑ มัจฉาณุและวิรุณจำาบัง คำาบรรยายภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) เขียนว่า “มัจฉานุ” และ
“วิรุญจำาบัง”
28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ำ
เรือดำาน้าของราชนาวีสยามชั้น ร.ล.มัจฉาณ ุ
รายการของเรือดำาน้าทั้ง ๔ ลำา
ำ
ำ
- ขน�ดย�ว ๕๑ ม.กว้�ง ๔.๑ ม. กินน�ลึก ๓.๖ ม
้
- ตัวเรือเป็นแบบชั้นเดียว
- ระว�งขับน�ปกติก่อนดำ� ๓๗๐ ตัน
้
ำ
- ระว�งขับน�เมื่อดำ� ๔๓๐ ตัน
ำ
้
- ระยะลึกที่สุด ดำ�ได้ ๖๐ ม.
ำ
้
- จุน�มันเชื้อเพลิง ๒๗ ตัน
ื
- รัศมีทำ�ก�รเม่อแล่นบนผิวนำ�ด้วยคว�มเร็ว ๑o นอต
้
ไปได้ ๓,ooo ไมล์
- รัศมีทำ�ก�รเมื่อดำ�แล่นด้วยคว�มเร็ว ๓.๕ นอตไปได้
เรือดำาน้าจำาลอง เรือดำาน้าชั้น ร.ล.มัจฉาณุ ของราชนาวีสยาม
ำ
ำ
๘o ไมล์
้
ำ
ำ
- คว�มเร็วสูงสุดผิวน� ๑๔.๕ นอต ใต้น� ๘.๑ นอต
้
ื
้
ื
- เคร่องจักรใช้เคร่องยนต์ดีเซลขน�ด ๑,๐๐๐ แรงม�
๒ เครื่อง
้
ำ
- มอเตอร์ไฟฟ้�ใช้ขับเคลื่อนใต้น� ๕๔o แรงม้�
- อ�วุธตอร์ปิโดขน�ด ๔๕ ซม. แบบ ฉ
- ท่อตอร์ปิโดเรียงในท�งระดับ / นอน ที่หัวเรือ ๔ ท่อ
- ตอร์ปิโดอะไหล่ประจำ�เรือ ๔ นัด
- อ�วุธปืนใหญ่ขน�ด ๗๖/๒๕ ๑ กระบอก
- ปืนกล ๘ ม.ม. ๑ กระบอก
ู
่
้
ู
ื
- ปนกลลวสส�หรบตอสอ�ก�ศย�น ขน�ด ๗.๗ มม
ั
ำ
ิ
ร.ล.มัจฉาณุ ๑ กระบอก
ำ
แล่นทดลองในน่านน้า เมืองโกเบ ประเทศญ่ี่ปุ่น - คนประจำ�เรือน�ยทห�ร ๕ พันจ่� ๔ จ่�และพลทห�ร
๒๔ รวมทั้งสิ้น ๓๓ คน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 29
ื
ิ
์
ิ
ิ
(จ�กนตยส�รน�วกศ�สตร เดอนพฤศจก�ยน
้
ำ
พ.ศ.๒๕๑๗ เรื่อง “วิวัฒน�ก�รเรือดำ�น�” โดย พลเรือตรี
สว่�ง ขันธ์นะภ�)
้
ผู้บังคับการเรือและต้นกลเรือ เรือดำ�นำ� ๔ ท่�นแรกคือ
ร.ล.มัจฉาณุ น.ต.ซุ้ย นพคุณ ผู้บังคับก�รเรือ
ร.อ.จำ�ลอง สุวรรณอัฑฒ์ ต้นกลเรือ
ร.ล.วิรุณ น.ต.พร เดชดำ�รง ผู้บังคับก�รเรือ
ร.อ.วงศ์ ศิริเกตุ ต้นกลเรือ
ร.ล.สินสมุทร น.ต.สนอง ธน�คม ผู้บังคับก�รเรือ
ร.อ.ประยูร พิณสวัสดิ์ ต้นกลเรือ
ร.ล.พลายชุมพล ร.อ.ส�คร จันทประสิทธิ์ ผู้บังคับก�รเรือ
ร.อ.ผิว มีคุณเอี่ยม ต้นกลเรือ
“นักดำา” รุ่นแรก ของราชนาวีสยาม
ำ
ภาพแห่งความทรงจำาของเรือดำาน้าราชนาวีสยาม ชั้น ร.ล.มัจฉาณุ
เรือดำาน้าอันจะได้ชักธงสยามขึ้นนั้น เป็นเรืออันมีเกียรติยศ
ำ
เชิญธงราชนาวีสยามขึ้นสู่เสาธงท้ายเรือดำานำ้า ในพิธีรับมอบเรือดำานำ้า “ร.ล.มัจฉาณุ” และ “ร.ล.วิรุณ” เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๘o
ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ฝึกการยิงตอร์ปิโดจำาลอง
อาจารย์ นายนาวาเอก ยัตสุชิโร กำาลังสอน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 31
ร.ล.มัจฉาณุ ลำาที่ ๑
ร.อ.ซุ้ย นพคุณ ผู้บังคับการเรือ คนยืนกลาง
(กนก นพคุณ)
ร.ล.วิรุณ ลำาที่ ๒
ร.อ.พร เดชดำารง ผู้บังคับการเรือ คนยืนกลาง
32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ร.ล.สินสมุทร ลำาที่ ๓
ร.อ.สนอง ธนาคม ผู้บังคับการเรือ คนยืนกลาง
(สนอง ธนศักดิ์)
ร.ล.พลายชุมพล ลำาที่ ๔
ร.อ.สาคร จันทประสิทธิ์ ผู้บังคับการเรือ คนยืนกลาง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 33
ื
่
เตรียมการเดินทางกลับประเทศสยาม ต�งพ�กันลงเรือต�มส่งจนพ้นเข่อนกันคล่นประม�ณ ๕ ไมล ์
ื
่
ั
ื
ี
ิ
้
ั
ื
ั
เมื่อก�รศึกษ�และฝึกหัดได้เสร็จส้นแล้ว ก็ได้เตรียมเรือ มเรอแตรวงต�มบรรเลง และรองไชโย บนไซกนเกอบ ๑ ชวโมง
สำ�หรับเดินท�งกลับประเทศสย�ม จ�กโกเบไปคีลุง (ท�งเหนือของเก�ะฟอร์โมซ�)
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภ�คม พ.ศ.๒๔๘๑ น�ยน�ว�เอก วันที่ ๙ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ เวล� ๑๘oo ถึงคีลุง
ี
ยัตสุชิโร สุเกโยชิ น�ยทห�รผ้ปกครอง ได้ให้โอว�ทแก ่ วันท่ ๑๒ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ ออกจ�กคีลุงไป
ู
นักเรียนเรือดำ�น�มีคว�มบ�งตอนว่� เมืองมะนิล�ประเทศฟิลิปปินส์
ำ
้
“เมื่อหวนกลับไปดู ตลอดเวล� ๒ ปีก่อนซึ่งล่วงไป วันที่ ๑๕ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ เวล� ๑๘oo จอด
แล้วน้น ท�นต้องคร�เคร่งต่อก�รศึกษ�ม�กม�ย และร้สึก ทอดสมอในเขื่อนกันคลื่นหน้�เมืองมะนิล�
ั
่
ู
่
ำ
ลำ�บ�กจ�กก�รที่จะรับรู้จ�กคว�มรู้นั้น แต่ในผลสุดท้�ย เรือดำาน้าสยามที่ประเทศฟิลิปปินส์
ำ
ด้วยคว�มม�นะพย�ย�มอันแรงกล�ของท�นและของ น�ยเรือเอก ซุ้ย นพคุณ ผู้บังคับก�ร ร.ล.มัจฉ�ณุ
้
่
ี
่
ู
่
้
ู
ู
อ�จ�รย์กับครูจ�ญ่ป่น ท�นก็ได้บรรลุผลสมประสงค ์ และผ้บังคับหม่เรือดำ�นำ�สย�ม ได้ให้สัมภ�ษณ์คณะผ้แทน
ุ
ดั่งที่ตั้งใจไว้” หนังสือพิมพ์บน ร.ล.มัจฉ�ณุว่�
ั
ื
ื
ิ
ั
ู
ี
ี
่
“น่�อัศจรรย์ย่งนัก ท่ท�นผ้ไม่เคยมีคว�มร้ในเร่อง “ด้วยคว�มเช่อม่นในหลักท่ว� แม้หวังต้งสงบ
่
ู
๑๒
ำ
้
ี
เรือดำ�น�ม�ก่อนเลย ได้กล�ยเป็นผู้ส�ม�รถบังคับเรือได้ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ เวล�น้ถึงแม้ร�ช
์
ิ
ื
โดยลำ�พัง ท้งใต้นำ�และบนพ้นนำ� ย่งกว�น้นยังจะต้องเดิน อ�ณ�จักรสย�มจะนิยมชมช่นในระบอบสันติภ�พสักเพียงใด
่
ั
ื
ั
้
้
ี
้
ท�งไปในระยะอันแสนไกลโดยปร�ศจ�กเรือพี่เลี้ยงอีก” ก็ต�ม แต่สย�มก็ไม่เพิกเฉยท่จะสร�งกำ�ลังท�งน�วี
ั
้
“สำ�หรับก�รหัดยุทธวิธีของเรือดำ�นำ�น้น ย่อมกอร์ป ใหมีสมรรถภ�พเข้มแขงพอทจะรกษ�และประกนภยใหแก่
ั
้
ั
้
็
ี
ั
่
ด้วยอันตร�ยม�กม�ย ฉะนั้นจึงย่อมไม่เป็นก�รปลอดภัย ผลประโยชน์ของรัฐในย�มเม่อบ�นเมืองเกิดเหตุฉุกเฉิน
ื
้
ท่จะเร่งหัดข้นย�กด้วยเวล�รีบด่วน จะต้องดำ�เนินก�ร ขึ้น และได้แจ้งแก่คณะผู้แทนหนังสือพิมพ์ว่� เรือดำาน้า
ำ
ั
ี
ึ
ำ
ู
่
้
เป็นข้น ๆ จ�กง�ยไปส่ย�ก ท�นจะต้องหัดซำ�หัดซ�ก เป็นเพียงส่วนหน่งของโครงการขยายกาลังทางนาว ี
ั
่
ั
หัดแล้วหัดอีกจนกระท่งเกิดคว�มชำ�น�ญจนเกิดคว�ม ของรัฐบาลสยาม”
เชื่อในตนเอง แล้วจึงหัดขั้นย�กต่อไป” (จ�กนิตยส�รกระดูกงู เดือนธันว�คม พ.ศ.๒๕๒๖
ำ
เดินทางกลับประเทศสยาม เรื่อง “เรือดำ�น�สย�ม”)
้
้
ำ
วันที่ ๕ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ ตอนเช้� เรือดำ�น� ต่อม�หนังสือพิมพ์ของมะนิล�ช่อ “กร�ฟิค” ๑๓
ื
ทั้ง ๔ ลำ� ออกเดินท�งจ�กเมืองโกเบโดยไม่มีเรือพี่เลี้ยง ประจำ�วันพฤหัสบดีที่ ๓o มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ ได้พิมพ์
้
ำ
มีน�ยเรือเอก ซุ้ย นพคุณ ผู้บังคับก�ร ร.ล.มัจฉ�ณุ เป็น บทคว�มเก่ยวกับเรือดำ�น�สย�ม มีข้อคว�มบ�งตอนดังน ้ ี
ี
หัวหน� ครูและอ�จ�รย์ญ่ป่นม�ส่งพร้อมด้วยทห�รเรือ “ในปัญห�ก�รป้องกันช�ติ ขณะเม่อเขียนเร่องน ้ ี
ื
ุ
ี
้
ื
ไทยพวกรับเรือปืนศรีอยุธย�และธนบุรี ช�วเมืองโกเบ มีเรือดำ�นำ�ของสย�ม ๔ ลำ� ได้ม�จอดทอดสมออย่ในอ�ว
ู
่
้
๑๒ แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์ พระราชนิพนธ์ภาษิตบทหนึ่งในพระบาทสมเด็จพระมุงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
“แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์
ศัตรูกล้ามาประจัน จะอาจสู้ริปูสลาย”
ภาษาไทย “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์”
ภาษาลาติน “Si vis pacem, para bellum”
ภาษาอังกฤษ “If you wish for peace, prepare for war”
๑๓ กราฟิค มีหนังสือหลายเล่มเขียนว่า “กรานิค” ข้อความที่ถูกต้องคือ “กราฟิค” (ภาษาอังกฤษเขียนว่า “GRAPHIC”) ซึ่งเขียนตาม
ในต้นฉบับเรื่อง “ดูสยาม”โดย นาวาตรี สงวน อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ประชุม ปัจจุสานนท์ ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือน สิงหาคม
พ.ศ.๒๔๘๑
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ี
้
มะนิล� ก็แสดงให้เห็นว่�สย�มได้ขึ้นหน้�เร� ในเรื่องก�ร ออกเดินท�งในอ�ก�ศร�ย และเตรียมพร้อมเสมอท่จะ
จัดก�รป้องกันศัตรู ร�ชน�วีสย�มเป็นน�วีย่อม ๆ และ ต่อต้�นคว�มร้อนและคลื่นลมอันร้�ยแรง
้
ู
้
ี
ี
่
่
ั
ำ
่
ี
่
่
ั
ี
ำ
ยงไมมก�ลงพอทจะตอสแมแตประเทศทมก�ลงท�ง “บัน – ไซ” ได้เขียนไว้ว่�
ั
ี
ั
ั
ี
เรือเป็นช้นท่ ๒ แต่สย�มก็ยังมีร�ชน�วี กำ�ลังท�งเรือ “ดังน้นในวันท่ ๕ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ เรือดำ�นำ� ้
ำ
ุ
ี
ื
ั
้
่
้
่
ี
ของฟิลลิปปินสยังคงเป็นแต่เพียงก�รร�งโครงก�ร และ ทง ๔ ลำ�ได้ถอนสมอเคล่อนทอกจ�กน�นน�ญ่ป่นส ู ่
่
.
่
ี
้
ึ
ี
ิ
ุ
ู
ฝ�ยญ่ป่นศัตรูก็คงมีก�รเพ่มกำ�ลังท�งเรืออย่เสมอ ๆ และ ประเทศไทย โดยไม่มีเรือพ่เล้ยง ซงสร�งคว�มประหล�ดใจ
่
ี
ี
ุ
่
่
ั
ท้งยังแสดงทีท�ให้เห็นว�เป็นอันตร�ยแก่ก�รรักษ�ฝ่งทะเล แก่ช�วญ่ป่นและช�วอเมริกันในประเทศฟิลิปปินส์ ขณะท ี ่
ั
ของฟิลลิปปินสอีกด้วย” เรือทั้ง ๔ ลำ� ได้แวะพักที่นั่นเป็นอันม�ก เพร�ะเรือดำ�น� ้ ำ
.
้
ี
้
ั
็
ี
่
่
“เรือดำ�น� ๔ ลำ�ของคนไทย ซึ่งจอดทอดสมออยู่ใน ขน�ดเลกเช่นน้ถ�เป็นต�งประเทศแลวจดว�เป็นเพยงเรือ
ำ
้
ื
ี
้
ำ
ิ
่
ั
่
ั
้
้
้
่
่
อ�วมะนิล�มีขน�ดเล็กและคุณค�ไม่ม�กนัก และแสดง ประจ�ช�ยฝงเท�นน ถ�เดนท�งไกล ๆ แลวตองมเรอ
ี
ิ
้
ี
ั
ำ
่
ให้เห็นว�ก�รทูตในตะวันออกไกลจะดำ�เนินไปท�งใด พ่เล้ยงท้งส้น แต่ทห�รเรือไทยเร�ขับเรือดำ�น�กลับจ�ก
ุ
้
ี
้
่
้
ี
้
เรือดำ�นำ� ๔ ลำ�น้สร�งในประเทศญ่ป่น และทห�รประจำ�เรือ ญ่ป่นเข�กรุงเทพฯ กันอย�งหน�ต�เฉย.....แสดงใหเห็น
ี
้
ุ
ึ
ื
ู
คนไทยได้รับก�รอบรมสั่งสอนจ�กประเทศญี่ปุ่น” ถงสมรรถภ�พของเรอ และ คว�มส�ม�รถของลกน�วีไทย”
ำ
ื
่
้
ั
ื
ื
(จ�กนิตยส�รน�วิกศ�สตร์เดือน สิงห�คม พ.ศ.๒๔๘๑ (จ�กหนงสอ OUT DOOR เรอง “เรอด�นำ�ไทย”
เรอง“ดูสย�ม”โดยน�ยน�ว�ตร สงวน อศร�งกร โดย “บัน – ไซ”)
ี
ู
ิ
่
ื
ำ
์
ณ อยธย� และประชุม ปจจส�นนท พิมพหลังจ�ก การต้อนรับเรือดำาน้า
ุ
ุ
์
ั
่
ี
ิ
ั
้
้
ั
หนังสือพิมพ์ “กร�ฟิค” ๓ เดือน) ก�รต้อนรบเรือดำ�นำ�ทง ๔ ลำ� ทเดนท�งถึง
ี
ั
ิ
ำ
เรือดำาน้า ๔ ลำาเดินทางถึงประเทศสยาม กรุงเทพฯ ในวนท่ ๒๙ มถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ เวล� ๐๘๓๐
ั
ี
ี
วันท่ ๑๙ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ เวล� ๑๘oo ร.ล.สุโขทัย และ เรือย�มฝ่งออกไปตอนรับท่สันดอนป�ก
้
้
ำ
เรือดำ�น�ทั้ง ๔ ลำ� ออกเดินท�งจ�กมะนิล� ผ่�นแหลม แม่นำ�เจ�พระย� โดยพันเอก หลวงพิบูลสงคร�ม รัฐมนตรี
้
่
ญวนไปยังสัตหีบ ว�ก�รกระทรวงกล�โหม และน�ว�เอก พระย�วิจ�รณ ์
ู
ี
วันท่ ๒๗ มิถุน�ยน พ.ศ. ๒๔๘๑ เวล� ๑๘oo จักรกิจ ผ้บัญช�ก�รทห�รเรือพร้อมด้วยคณะกรรมก�ร
๑๔
ึ
้
เรือดำ�น�เดินท�งถึง “สถ�นีทห�รเรือสัตหีบ” ทำ�คว�ม พิจ�รณ�โครงก�รบำ�รุงกองทัพเรือ ได้ข้น ร.ล.สุโขทัยท ี ่
ำ
้
ั
สะอ�ดเรือท้งภ�ยนอกและภ�ยใน ตกแต่งท�สีเรือ หน�โรงเรียนชุมพลทห�รเรือ สมุทรปร�ก�ร (ปัจจุบัน
เรียบร้อย จึงเดินท�งเข�กรุงเทพฯ เพ่อไปร่วมพิธีต้อนรับ เป็นโรงเรียนน�ยเรือ)
้
ื
ู
้
ั
ในวันที่ ๒๙ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๘๑ ร.ล.สุโขทัยและเรือย�มฝ่งแล่นนำ�หม่เรือดำ�นำ� ๔ ลำ�
้
ู
้
้
้
เรือดำ�นำ�ท้ง ๔ ลำ�ของสย�ม ได้เดินท�งจ�กเมืองโกเบ เข�ส่ป�กนำ�เจ�พระย�ถึงหน�จังหวัดสมุทรปร�ก�ร
้
ั
ู
ำ
้
ประเทศญ่ป่น ม�ยังกรุงเทพฯ ประเทศสย�มโดยไม่มีเรือ ผ้บังคับก�รเรือดำ�น�ได้ไปร�ยง�นแสดงตน ณ ร.ล.สุโขทัย
ุ
ี
ู
ื
ี
พ่เล้ยง เป็นระยะท�งไกลกว� ๓,ooo ไมล์ โดยสวัสดิภ�พ กองทัพอ�ก�ศได้จัดหม่เคร่องบินออกไปทำ�ก�ร
่
ี
ั
่
ในระหว�งท�งได้แวะท่เมืองคีลุงเก�ะฟอร์โมซ� และ ต้อนรับ คณะกรรมก�รจังหวัดสมุทรปร�ก�รจดดอกไม ้
ี
ี
ำ
ั
ู
ั
้
ู
้
ำ
้
ั
ื
เมืองมะนิล� ประเทศฟิลิปปินส์รวม ๒ แห่งเท่�นั้นเพื่อ ธปเทยนใหผบงคบก�รเรอด�นำ�กระท�สกก�ระ
ี
่
ี
ั
ุ
้
์
ั
ิ
ื
ิ
เพ่มเติมเสบียงอ�ห�รและเช้อเพลง ตลอดก�รเดินท�ง พระสมทรเจดย จ�กนนรฐมนตรว�ก�รกระทรวงกล�โหม
ี
จะต้องตรวจลักษณะอุตุนิยมวิทย�อย่�งถี่ถ้วน ไม่นำ�เรือ และคณะได้ไปเย่ยมเยียนและปร�ศรัยกับทห�รประจำ�
๑๔ สถานีทหารเรือสัตหีบ เรียกว่า “ฐานทัพเรือสัตหีบ” เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๗
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 35
้
ื
่
ุ
ุ
ำ
เรอดำ�น�ทกลำ� เสร็จแล้วกลับถึงโรงเรียนชมพลทห�รเรือ พันเอก หลวงพิบูลสงคร�ม รัฐมนตรีว�ก�รกระทรวง
ั
่
เวล� ๑๓๐๐ รฐมนตรีว�ก�รกระทรวงกล�โหมและคณะ กล�โหม ได้อ�นร�ยง�นกร�บทูล น�ว�เอก พระวงศ์เธอ
่
ึ
้
ออกจ�กโรงเรียนชุมพลทห�รเรือ ไปข้น ร.ล.มัจฉ�ณุ แล้ว พระองค์เจ�อ�ทิตย์ทิพอ�ภ� ประธ�นคณะผ้สำ�เร็จ
ู
กระบวนเรือเดินท�งเข้�กรุงเทพฯ ร�ชก�รแทนพระองค์ มีคว�มตอนหนึ่งว่�
้
ำ
ื
่
่
ื
่
็
ื
ิ
้
ั
เมื่อกระบวนเรือแล่นผ�นโรงเรียนชุมพลทห�รเรือ “…สวนเรองเรอด�นำ�นน ในย�มปรกตใชเปนเรอ
้
และกรมสรรพ�วุธทห�รเรือ ได้มีทห�รยืนร�ยฝั่งทำ�ก�ร สำ�หรับฝึกหัดน�ยทห�รและทห�รให้เกิดคว�มชำ�น�ญ
ื
ต้อนรับเปล่งเสียง ไชโย เพร�ะเรอชนิดนเพงจะเร่มมใชในร�ชน�วสย�มเปนคร�ว
็
้
่
ี
ิ
้
ี
ี
ึ
่
ู
เวล� ๑๖๐๐ กระบวนเรือถึงท�ร�ชวรดิฐ หม่เรือ แรก ส่วนในย�มสงคร�มจะได้ใช้ต่อตีทำ�ล�ยเรือใหญ่และ
ำ
้
้
่
จอดเทียบท�ร�ชวรดิฐ ทห�รประจำ�เรือดำ�น�ข้นไปเฝ� เรือลำ�เลียงของข�ศึกด้วยอ�วุธตอร์ปิโด และใช้เป็นเรือ
้
ึ
ู
ประธ�นคณะผ้สำ�เร็จร�ชก�รแทนพระองค์ (น�ยน�ว�เอก ล�ดตระเวนด้วย...”
ี
ี
ี
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ�อ�ทิตย์ทิพอ�ภ�) ท่พระท่น่ง ั ประเทศไทยเป็นชาติผิวเหลืองชาติท่ ๒ รองจาก
้
ร�ชกิจวินิจฉัย ญี่ปุ่น ที่มีและใช้เรือดำาน้าได้
ำ
พิธีเจิมเรือดำาน้า และขึ้นระวางประจำาการ ประเทศไทยกับเรือดำาน้า
ำ
ำ
ู
ำ
้
วันที่ ๑๙ กรกฎ�คม พ.ศ.๒๔๘๑ กองทัพเรือได้จัด น�ยน�ว�ตรี พร เดชดำ�รง ผ้บังคับก�รเรือดำ�น�
ให้มีพิธีเจิมเรือดำ�น�ทั้ง ๔ ลำ� พร้อมกับ ร.ล.ศรีอยุธย� ร.ล.วิรุณ ในขณะน้น ได้บรรย�ยท�งวิทยุกระจ�ยเสียง
ั
้
ำ
ี
ื
และเครื่องบินทะเล ๖ เครื่อง ที่ท่�ร�ชวรดิฐ ในโอก�สนี้ เม่อวันท่ ๘ กันย�ยน พ.ศ.๒๔๘๒ เร่อง “ลักษณะและ
ื
้
กองทัพอ�ก�ศได้ส่งเครื่องบินม�ต้อนรับและแสดงคว�ม หน้�ที่ของเรือดำ�นำ�”
ยินดีด้วย
นาวาเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี กำาลังลงจากเรือดำานำ้า
36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ประชาชนต้อนรับเรือดำาน้า เมื่อเดินทางถึง กรุงเทพฯ
ำ
สถ�นีวิทยุกระจ�ยเสียง เม่อเดือนกันย�ยน
ื
พ.ศ.๒๔๘๒ คือ “สถ�นีวิทยุกระจ�ยเสียงแห่งประเทศไทย”
ขึ้นอยู่กับ สำ�นกง�นโฆษณ�ก�ร” สำ�นกน�ยกรัฐมนตรี
ั
ั
(เป็น “สำ�นักง�นโฆษณ�ก�ร”เม่อวันท่ ๙ ธันว�คม
ี
ื
พ.ศ.๒๔๗๖ ยกฐ�นะเป็น “กรมโฆษณ�ก�ร”เม่อ
ื
ี
ื
ี
วันท่ ๕ กรกฎ�คม พ.ศ.๒๔๘๓ และเปล่ยนช่อเป็น
“กรมประช�สัมพันธ์”เมื่อวันที่ ๘ มีน�คม พ.ศ.๒๔๙๕)
่
นับว�กองทัพเรือได้ดำ�เนินก�ร “ประช�สัมพันธ์”
ื
ู
้
ให้ประช�ชนได้รับร้ และได้เข�ใจเร่องของเรือดำ�น�ถึง
้
ำ
ี
้
้
้
เรือดำ�นำ�คืออะไร ยุทธวิธีของเรือดำ�นำ� หน�ท่ของเรือ
้
้
ำ
ดำ�น� คว�มจำ�เป็นในก�รมีเรือดำ�นำ� เป็นต้น เป็นก�ร
ประช�สัมพันธ์ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ประเทศไทยยังไม่รู้จัก
่
คำ�ว� “ก�รประช�สัมพันธ์” คืออะไร คนไทยได้ยินคำ�
่
ื
ว� “ก�รประช�สัมพันธ์” เม่อได้เปลยนชอ “กรมโฆษณ�
ี
ื
่
่
ก�ร” เป็น “กรมประช�สัมพันธ์” ตั้งแต่วันที่ ๘ มีน�คม
กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินมาร่วมในพิธีเจิมเรือดำาน้า ๔ ลำา
ำ
พร้อมกับ ร.ล.ศรีอยุธยาและเครื่องบินทะเล ๖ เครื่อง พ.ศ.๒๔๙๕
เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๑
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 37
ึ
ู
คำ�บรรย�ยสำ�คัญตอนหน่ง ท่ผ้บังคับก�รเรือ
ี
ร.ล.วิรุณ ได้กล�วไว้ คือ ตอนจบของก�รบรรย�ย
่
ในหัวข้อ “ประเทศไทยกับเรือดำ�นำ�” มีดังน ี ้
้
“ประเทศไทยมีกำ�ลังรบไม่ม�กถึงกับจะไปรุกร�นใคร
ื
ื
ี
กำ�ลังท่มีไว้ก็เพียงเพ่อรักษ�คว�มเป็นกล�ง เว้นไว้แต่เม่อ
ใครรุกร�นก็เป็นลักษณะเหตุก�รณ์บังคับให้หลีกเลี่ยงไม่
ู
ื
ี
ได้ จำ�เป็นอย่เองท่จะต้องรบ เพ่อเกียรติยศและรักษ�
ิ
ิ
ี
ี
อิสรภ�พก่อนท่จะเสียส่งท่รักย่ง ขอให้เร�ได้เสียสละต�ม
หน�ท่ของเร�ก่อนเถิด เม่อเพ่งเล็งดูฝ่งทะเลของเร�อัน
ั
ี
ื
้
ย�วถึง ๑,๕๐๐ ไมล์ แล้วยังไม่บรรจบกันรอบเสียด้วย ๒ ฝั่ง
ำ
่
ั
้
ื
ู
้
่
ั
ื
ี
ของแหลมมล�ยูมดนแดนของผอนคน ก�ลงท�งเรอแมจะ
ิ
รีบเกิดใหม่ก็มีไม่กี่ลำ� ล้วนแต่เรือเล็ก ๆ ที่ไหนข้�ศึกจะโง่
ถึงกับเอ�เรือท่เล็กกว�หรือจำ�นวนน้อยกว�เข�ม�ป้อน
้
่
่
ี
ี
ท�งท่ส้ได้ก็ต้องใช้หลักของเรือเล็ก โดยห�ท�งเอ�เรือ
ู
เล็กเข�ไปแลกเรือใหญ่ของข�ศึก ทำ�ล�ยก�รยกพลข้นบก
้
ึ
้
นายนาวาตรี พร เดชดำารง ทอนก�รปดอ�วเหล�นเปนตน เรอด�นำ�เหม�ะกบก�รน ้ ี
ำ
ั
่
้
ี
้
ื
ิ
็
่
้
ผู้บังคับการเรือดำาน้า ร.ล.วิรุณ ย่งนัก เพร�ะอ�จจะใช้ทะเลกำ�บังตัวเข�ไปทำ�ล�ยข�ศึกได้
ำ
้
ิ
้
ำ
เรือดำาน้า ๔ ลำา ของราชนาวีไทยในแม่น้าเจ้าพระยา จอดอยู่ระหว่างท่าราชวรดิฐ (ทางซ้ายของภาพ)
ำ
กับกองเรือรบซึ่งมีที่ทำาการหมวดเรือดำาน้าอยู่ชั้นล่าง (ทางขวาของภาพ ปัจจุบันคือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ)
ำ
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
่
ั
้
้
้
ู
ั
ู
้
ิ
ู
ำ
ข�ศึกก็ร้อย่แล้วว�ไทยก็มีเรือดำ�นำ� ก�รใช้ทะเลต้อง เรอดำ�นำ�ทง ๔ ล�ไดรบใช้ช�ตอย�งสมบรณในกรณ ี
ื
่
์
้
ั
เต็มไปด้วยคว�มหว�ดหว่นและระมัดระวังต้องเปลือง พิพ�ทอินโดจีนฝรั่งเศส และในสงคร�มมห�เอเชียบูรพ�
ื
แรงม�ก เม่อจะยกเข�ม�ก็ต้องมีก�รป้องกันครบถ้วน จนตลอดสงคร�มสงบ
้
้
ั
้
้
ึ
ั
่
ิ
ื
ตองจดย�มพเศษรอบทศ ก�รเคลอนก�ลงตองช�ลง ร�ชน�วีไทยพ่งจะมีเรือดำ�น�ใช้ใน พ.ศ.๒๔๘o
ิ
ำ
้
ำ
ึ
ำ
้
้
้
ิ
้
ถ�ย่งเรือของข�ศึกถูกเรือดำ�น�ของเร�ทำ�ล�ยลงบ�งแล้ว ซ่งเป็นเวล�หลังจ�กพระดำ�ริของ น�ยเรือโท สมเด็จ
ึ
ั
จะเกิดก�รโกล�หลและขวัญเสียหนักข้น อ�จจะร้งรอก�ร พระเจ้�น้องย�เธอ กรมขุนสงขล�นครินทร์ น�นถึง ๒๓
้
ำ
บุกรุกหรือถึงกับเลิกล้มก�รกระทำ�ไปเสียเลยก็เป็นไป ปี และถึงแม้จะเป็นเรือชนิดที่เรียกว่� “เรือดำ�น�สำ�หรับ
็
็
ั
้
ถ�ย่งเร�มีเรือดำ�นำ�เป็นจำ�นวนม�กโดยมีเรืออุดหนุนพร้อม ใชในก�รฝก” กต�ม แตกยงเปนท่เกรงข�มของอรร�ช
ี
ิ
็
่
้
้
ิ
ึ
้
ำ
เพรียงสมส่วนกันแล้ว ข�ศึกจะไม่กล�ยกก�ลังท�งเรือเข� ้ ศัตรูในสงคร�มอินโดจีนอย่�งม�ก
้
ำ
ำ
่
่
ี
่
ม�ยำ�ยีเลย แต่ขอยำ�ว� ท่ได้กล�วม�แล้วน้เป็นเพียงเสนอ การปฏิบัติการของเรือดาน้าพันธมิตรในประเทศไทย
ี
้
ำ
ุ
้
่
้
่
ั
้
ั
ื
ิ
ี
่
่
คว�มจรงอนเกยวแกเรอด�นำ�เท�นน ห�ไดมงหม�ยจะให ้ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒
ั
่
ี
ี
่
ุ
ุ
ิ
้
ำ
ำ
่
ุ
ื
พ�กันทมเทม�บำ�รงแตก�ลงเรอด�นำ�ท�งเดยวไม คว�มเจรญ วันท่ ๘ ธันว�คม พ.ศ.๒๔๘๔ ญ่ป่นเปิดฉ�กสงคร�ม
ี
ในกำ�ลังรบทั้ง ๓ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพ โดยก�รโจมตีฐ�นทัพเรือเพิร์ลฮ�ร์เบอร์ (Pearl Harbour)
ี
อ�ก�ศน้น จะต้องให้ขน�นกันไปต�มปฏิภ�คท่ถูกต้อง ท ี ่ ของสหรัฐอเมริก� และได้ย�ตร�ทัพบุกเข้�ประเทศไทย
ั
ี
ี
ี
่
่
ิ
สำ�คญท่สุดไม่มีอะไรม�กไปกว�ทจักเรียนให้พ่น้องประช� ฝ่�ยพันธมิตรได้ม�ท้งระเบิดท่ประเทศไทยเป็น
ั
ี
ไทยผ้มีส่วนเป็นเจ�ของอ�วุธใหม่ท่เร�มีข้นน้ได้ทร�บว� ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๘ มกร�คม พ.ศ.๒๔๘๕
ู
่
ี
้
ี
ึ
ื
ั
เรอดำ�นำ�ของเร�นนไมใช่สงท่มข้นสำ�หรบก�รทดลอง มน ประเทศไทยประก�ศสงคร�มกับอังกฤษและ
ี
่
ึ
ั
ี
้
่
ิ
้
ั
ไม่ได้อยู่นิ่ง มันพร้อมจะทำ�ก�รสนองคว�มตั้งใจใฝ่ฝันใน สหรัฐอเมริก� เมื่อวันที่ ๒๕ มกร�คม พ.ศ.๒๔๘๕
คว�มส�ม�รถของมันอยู่ทุกขณะ” ผมได้อ�นบทคว�มท่เรียกว�เป็น “ภัยคุกค�ม”
่
ี
่
การปฏิบัติงานระหว่างสงครามของเรือดำาน้าไทย ๑๕ ที่ได้รับจ�กเรือดำ�น�ข้�ศึก คืออังกฤษและสหรัฐอเมริก�
ำ
ำ
้
เมื่อครั้งเกิดกรณีพิพ�ทอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๔ ในระหว่�งสงคร�มโลกครั้งที่ ๒ พอจะสรุปได้ว่�
หลังจ�กท่ ร.ล.ธนบุรีถูกเรือรบฝร่งเศสยิงจมเม่อวันท่ ๑๗ วันท่ ๑๕ ตุล�คม พ.ศ.๒๔๘๕ เป็นวันท่ประเทศไทย
ี
ี
ั
ื
ี
ี
้
ำ
่
ั
มกร�คม พ.ศ.๒๔๘๔ แล้ว กองทัพเรือได้ส่งเรือดำ�นำ�ทั้ง ถูกรุกร�นโดยเรือดำ�น�เป็นคร้งแรก และในระหว�ง
้
ำ
๔ ลำ�ไปล�ดตระเวนเป็น ๔ แนว อยู่บริเวณฐ�นทัพเรือ ปี พ.ศ.๒๔๘๕ ถึง พ.ศ.๒๔๘๘ เรือดำ�น�พันธมิตรได้ทำ�คว�ม
้
่
่
“เรียม” ของอนโดจนฝรงเศส ใช้เวล�ด�อยใต้นำ�ทงส้น เสียห�ยให้แก่บรรด�เรือลำ�เลียง เรือสินค� เรือยนต์ เรือใบ
ิ
้
ั
ี
้
ั
ำ
ู
้
ิ
่
ั
ุ
ี
ึ
ลำ�ละ ๑๒ ชั่วโมงขึ้นไป ระหว่�ง o๖๐๐ ถึง ๑๘๐๐ เป็น ซ่งส่วนใหญ่เป็นของไทยและญ่ป่นไม่ต�กว� ๒๓ คร้ง
ำ
่
่
ำ
เวล�หล�ยวันหล�ยคืน โดยที่เครื่องบินทะเลตรวจก�รณ์ เรือต่�ง ๆ จมไปไม่ต�กว่� ๔๗ ลำ� พื้นที่ปฏิบัติก�รก็อยู่
แบบ Loire 130 Potez 432 และ Gourdon 832 ของ ในอ่าวไทยนี่เอง
้
้
่
ฝรั่งเศสจำ�นวน ๘ ลำ�ที่สถ�นีบินแหลมญวนตรวจไม่พบ เหตุก�รณ์สำ�คัญจ�กเรือดำ�นำ�ข�ศึกรุกร�นน�นนำ�
้
้
ำ
ั
่
ี
เรือดำ�น�ไทยเลย นับว�เป็นก�รดำ�น�นท่สุดต้งแต่มีเรือ ไทยที่ควรจดจำ�ไว้ คือ
้
้
้
้
ดำ�นำ�ม� ในเวล�กล�งคืนแล่นล�ดตระเวนบนผิวนำ� ทำ�ให ้ พันธมิตรได้ส่งเรือดำ�น� THRESHER และเรือดำ�น� GAR
ำ
ำ
้
ุ
ฝรั่งเศสมีคว�มหวั่นเกรงเรือดำ�น�ทั้ง ๔ ลำ� ของไทยม�ก ม�ว�งสน�มท่นระเบิดในอ�วไทยในเดือน ตุล�คม พ.ศ.๒๔๘๕
่
ำ
๑๕ เรือดำาน้าไทย เปลี่ยนชื่อจาก “ประเทศสยาม” เป็น “ประเทศไทย”
ำ
สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ออกระเบียบรัฐนิยมฉบับที่ ๑ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๒
เปลี่ยนชื่อ “ประเทศสยาม” เป็น “ประเทศไทย” เพื่อให้ตรงกับเชื้อชาติที่เรียกว่า “คนเชื้อชาติไทย” หรือ “คนไทย”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 39
ภาพเรือดำาน้า ร.ล.มัจฉาณุ ของราชนาวีสยาม กองทัพเรือแจกเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ได้มาร่วม
ำ
งานแสดงวัธนธัม จังหวัดสงขลา ๒๔-๒๕ ก.ค.๒๔๘๖
้
ุ
เรือดำ�น� THRESHER ว�งท่นระเบิดแม่เหล็ก น�มันจ�กสิงคโปร์กลับประเทศไทย ถูกเรือดำ�นำ� SEA
ำ
้
้
ำ
่
ิ
ในระหว�งเก�ะร้นกับเก�ะล�นในวันท่ ๑๕ ตุล�คม LION II ของอเมริกัน ยิงจมที่บริเวณท�งตะวันออกของ
ี
้
พ.ศ.๒๔๘๕ จำ�นวน ๓๒ ลูก เก�ะปูโลค�ปัส (นอกตรังก�นู)
ำ
้
ุ
้
่
เรือดำ�น� GAR ว�งท่นระเบิดแม่เหล็กหน�อ�ว การส่งสายลับหรือหน่วยลาดตระเวนชายหาดขึ้นบก
ำ
สัตหีบในวันที่ ๑๙ ตุล�คม พ.ศ.๒๔๘๕ จำ�นวน ๓๒ ลูก อังกฤษได้ใช้เรือดำ�น� นำ�ส�ยลับหรือ “เสรีไทย” ๑๖
้
ึ
วันที่ ๑๒ กุมภ�พันธ์ พ.ศ.๒๔๘๗ ร.ล.รัตนโกสินทร์ รวมท้งหน่วยล�ดตระเวนช�ยห�ดม�ข้นบกท่ประเทศไทย
ั
ี
่
้
ถูกท่นระเบิดสน�มแม่เหล็กหน�อ�วสัตหีบ ในระหว�ง หล�ยครั้งคือ
่
ุ
ก�รฝึกภ�คทะเลของนักเรียนน�ยเรือ ตะเข็บท�ยเรือแตก ส่งเสรีไทยข้นบก วันท่ ๒๖ พฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๔๘๖
้
ี
ึ
ำ
ำ
ำ
้
้
ั
้
ใต้แนวน� ต้องอุดเรือช่วคร�ว และจัดย�มสูบน� (ด้วยมือ) เสรีไทยส�ยอังกฤษชุดแรกที่เดินท�งด้วยเรือดำ�น�ม�ขึ้น
่
ออกจ�กเรือตลอดคืน เรือส�ม�รถแล่นเข�จอดในอ�ว ฝั่งไทยได้สำ�เร็จ คือชุดของ เรือโท สวัสดิ์ ศรีสุข (เรเวน)
้
้
สัตหีบได้เอง และ เรือตรี พัฒนพงศ์ รินทกุล (พงศ์) ซ่งเดินท�งโดยเรือดำ�นำ�
ึ
วันที่ ๑๗ มีน�คม พ.ศ.๒๔๘๘ ร.ล.สมุย ซึ่งเป็นเรือ “เทมปล�ร์”ของอังกฤษ จ�กเมืองทริงโคม�ลี ศรีลังก�
้
ี
ี
บรรทุกนำ�มัน ขณะเดินท�งเป็นเท่ยวท่ ๑๘ ในก�รไปรับ ม�ขึ้นบกที่ท้�ยเหมือง จังหวัดพังง�
๑๖ เสรีไทย คือคนไทยที่เข้าร่วมในองค์การที่ตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเป็น “องค์การต่อต้านญี่ปุ่น”
ซึ่งต่อมาได้ใช้ชื่อว่า“ขบวนการเสรีไทย” เสรีไทยมีทั้ง “เสรีไทยสายสหรัฐอเมริกา”“เสรีไทยสายอังกฤษ “และ”เสรีไทยในประเทศไทย”
มีนายปรีดี พนมยงค์ (รู้ธ) เป็นหัวหน้าใหญ่เสรีไทย ขบวนการเสรีไทยมีพลพรรคเสรีไทยอยู่ทั่วประเทศ รับใช้ชาติมาตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม
พ.ศ.๒๔๘๔ (วันที่ญี่ปุ่นเปิดฉากสงครามโดยการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ของสหรัฐอเมริกาและกองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าประเทศไทย) และได้สลายตัว
ไปเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๘ (ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ “เยอรมนีจำานน-ญี่ปุ่นจนท่า” ญี่ปุ่นยอมแพ้เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘)
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
้
่
ึ
ุ
ั
ในเดือนพฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๔๘๖ เรือดำ�นำ� พอร่งข้นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็กระหนำ�ฝ่งพม�ทันที
่
อีกลำ�หน่งได้นำ�เสรีไทยส�ยอังกฤษคือ เรือตรี ป๋วย ภูเก็ตจึงรอดพ้นจ�กก�รถูกยึดต�มแผนยุทธก�ร “รอดเจอร์”
ึ
อึ๊งภ�กรณ์(เข้ม) เรือตรี ประท�น เปรมกมล (แดง) และ ไปได้
่
ำ
์
ึ
ำ
ี
ี
ั
ื
เรือตรี ส�ร�ญ วรรณพฤกษ (เค็ง) ไปเตรียมก�รข้นฝงท ่ ี “เร่องน้อย่างน้อยก็น่าจะทาให้คนท่เข้าใจว่า ทะเลไทย
ู
บริเวณจังหวัดพังง�โดยดำ�เรือซ่มอย่ในเวล�กล�งวัน ไม่เหมาะกับการใช้เรือดำานำ้าได้เข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้อง”
ุ
ี
ี
ึ
และโผล่ขนในเวล�กล�งคืน แต่ไม่มเสรไทยในประเทศ พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช
้
ม�คอยรับ จึงต้องยกเลิกไป แล้วเดินท�งกลับศรีลังก� เรือดำาน้าไทยจ่ายกระแสไฟฟ้าให้รถราง
ำ
้
ั
่
ในเดือนสิงห�คม พ.ศ.๒๔๘๗ เรือดำ�นำ�ได้นำ� ในระหว�งสงคร�มโลกคร้งท่ ๒ สัมพันธมิตรเอ�
ี
เรือโท บุญม�ก เทศะบุตร และ เรือตรี วิมล วิริยะวิทย์ เครื่องบิน B24 , B29 ม�ทิ้งระเบิดโจมตีกรุงเทพฯและ
ี
ี
ิ
ั
่
ื
ื
ี
้
ึ
เพ่อส่งข้นบกท่ตะก่วป� แต่ภ�ยหลังอังกฤษเปล่ยนใจไม่ส่ง บ�นเมือง (กรุงเทพฯโดนท้งระเบิดวันแรกเม่อวันท่ ๘
ขึ้นบก และนำ�กลับไปที่ทริงโคม�ลี ธันว�คม พ.ศ.๒๔๘๔) ยิ่งกว่�นั้น ยังโดนโปรยทุ่นระเบิด
้
ประม�ณต้นเดือนพฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๔๘๗ แม่เหล็กปิดเส้นท�งเดินเรือตรงป�กน�สันดอนเอ�ไว้
ำ
้
ั
ำ
้
ิ
เรือดำ�น�ได้ส่งคุณอ�นนท์ ศรีวรรธนะ กับคุณกุศะ ปันย�รชุน ทำ�ให้เรือรบทุกลำ�แม้กระท้งเรือสินค�ต้องหยุดน่งทันที
ขึ้นบนที่เก�ะกระด�น กันตัง ร.ล.พล�ยชุมพล และ ร.ล.สินสมุทรออกไปร�ชก�รทะเล
ู
(ช่อในวงเล็บเป็นช่อรหัสประจำ�ตัวท่ใช้ในขณะ และจะเดินท�งกลับกรุงเทพฯ อย่แล้ว จึงจะต้องแวะที่
ื
ี
ื
่
ปฏิบัติง�นใต้ดิน) เก�ะสีชังไปก่อนจนกว�ทำ�ก�รกว�ดท่นระเบิดเสร็จเรียบร้อย
ุ
ึ
การส่งหน่วยลาดตระเวนข้นสารวจหาดก่อนการ
ำ
ยกพลขึ้นบก
อังกฤษได้ว�งแผนยุทธก�รท่จะเข�ยึด “ร�งก้ง”และ
่
ุ
ี
้
“ภูเก็ต”ด้วยก�รยกพลขึ้นบก คือ
- แผนยุทธก�ร“แดรกคิวล�” (OPERATION
DRACULA) ยึดร่�งกุ้ง
- แผนยทธก�ร “รอดเจอร” (OPERATION RODGER)
์
ุ
ยึดภูเก็ต
ำ
อังกฤษได้ใช้เรือดำ�น�ส่งหน่วยล�ดตระเวนข้นบกท ี ่
้
ึ
ภูเก็ต ๒ ครั้ง เครื่องบิน B24
ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๙ มีน�คม พ.ศ.๒๔๘๘ ฝ่�ยเร�
จับได้ ๑ คน เป็นเรืออ�ก�ศเอก ญี่ปุ่นจับได้ ๑ คน เป็น
ึ
้
น�ยทห�รบกม�กับเรือดำ�น� และข้นบกด้วยเรือย�ง
ำ
ึ
้
่
ั
พอเข�ใกล้ฝ่งเรือก็ล่ม ต้องว�ยนำ�ข้นฝ่งและพลัดกัน
้
ั
ต้องหนีเข้�ไปซ่อนในป่� แล้วถูกจับได้ในที่สุด
ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๘ มีน�คม พ.ศ.๒๔๘๘ ฝ่�ยเร�
จับได้ทั้งหมด ๓ คน
แผนยุทธก�ร “แดรกคิวล�” ยึดร�งก้งสำ�เร็จด้วย
ุ
่
ื
ี
กำ�ลังสะเทินนำ�สะเทินบก เม่อวันท่ ๒ พฤษภ�คม พ.ศ. ๒๔๘๘ เครื่องบิน B24 กำาลังทิ้งลูกระเบิด
้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 41
เครื่องบิน B29
ี
์
ื
ั
ิ
ำ
ี
ี
ี
ิ
ั
้
สงคร�มโลกคร้งท่ ๒ น้ ท�รุณม�ก โรงไฟฟ� ๑๗ ดวยฤทธเดชของเรอด�นำ�พนธมตรเพยงล�เดยว
้
้
ำ
้
้
่
้
ส�มเสนและโรงไฟฟ�วัดเลียบท่จ�ยกระแสไฟฟ�ประจำ�วัน ที่เข�ม�อ�ละว�ดในอ�วไทย ทำ�ให้เกิดภ�วะข�วย�กหม�ก
ี
้
่
ั
ั
้
ถูกระเบิด “เรียบ”จริง ๆ กรุงเทพฯย�มร�ตรีมีแต่คว�ม แพง ป่นป่วนไปท่วประเทศ เพร�ะเรือสินค�เข�ออกไม่ได้
้
้
้
ื
ื
ิ
มืดม�ครอบงำ�ร�วกับเมืองร�ง เน่องจ�กช�วกรุงอพยพ ถึงขน�ดประช�ชนต้องเข�คิวซ้อส่งของจำ�เป็น คนไทยน้อย
่
ู
่
่
ู
ไปต�งจังหวัดกันหมด แต่ผ้จัดก�รโรงไฟฟ�ร้ได้อย�งไรว� คนนักที่จะนึกถึงเหตุก�รณ์นั้นได้
้
้
ำ
่
้
เรือดำ�น�จ�ยกระแสไฟฟ�ได้ จึง ขอร้องม�ยังกองทัพเรือ
กองทัพเรือจึงได้อนุมัติให้ ร.ล.มัจฉ�ณุกับ ร.ล.วิรุณ
ไปเทียบท�บริษัทบ�งกอกด๊อก (บริษัทอ่กรุงเทพ
ู
่
๑๘
จำ�กัด ในปัจจุบัน) ทำ�ก�รจ่�ยกระแสไฟฟ้�ให้รถร�ง
ิ
ส�ยหลักเมือง-ถนนตก ว่งได้สบ�ยม�ก ยังคว�ม
้
ประหล�ดใจแก่ช�วบ้�นเป็นอันม�ก ขณะที่เรือดำ�นำ�ทั้ง
่
๒ ลำ�จ�ยกระแสไฟฟ�อย่น้น ทห�รของเรือดำ�น�ต้อง
้
้
ำ
ู
ั
เสี่ยงอันตร�ยคอยหลบภัยท�งอ�ก�ศอยู่ตลอดเวล�
“รถราง” สายหลักเมือง – ถนนตก
กำาลังวิ่งผ่านหน้าท่าราชวรดิฐ ถนนมหาราช
๑๗ โรงไฟฟ้า ตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ มีโรงไฟฟ้าอยู่ ๒ โรง คือ โรงไฟฟ้าที่อยู่ติดกับวัดเลียบเชิงสะพานพุทธฯ ฝั่งกรุงเทพฯ
(วัดราชบูรณะวรวิหาร) เป็นของบริษัทไฟฟ้าไทยคอเปอเรชั่นจำากัด กับโรงไฟฟ้าหลวงสามเสน
๑๘ รถราง “แตรมเวย์” หรือ “รถแตรม” เรียกกันว่า “รถราง” เพราะรถวิ่งอยู่ใน “ราง” เปิดบริการวิ่งรับส่งผู้โดยสารเที่ยวแรกในสมัย
รัชกาลที่ ๕ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๑ จากหลักเมืองถึงบางคอแหลมโดยใช้รถม้าเทียม ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นใช้ไฟฟ้าเมื่อ
เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๓๗ รถรางไฟฟ้าของสยามมีก่อนอังกฤษถึง ๙ ปี เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๓o มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๗ ได้ตั้งบริษัท
รถรางสยามเป็นของขาวสยาม วันอาทิตย์ที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๘ รัชกาลที่ ๕ เสด็จฯ เปิดรถรางสายรอบเมือง เป็นรถรางของบริษัท
ี
ี
ื
รถรางสยามทาสีแดง ส่วนรถรางของฝร่งทาสเหลอง แรกมรถไฟฟ้า บางคนกลวถูกไฟฟาดูดเลยไม่กล้าขน แต่ต่อมารถรางได้เป็นท่นิยม
ั
ี
้
ึ
ั
้
ขยายหลายสายไปทั่วเมือง ใช้รถรางอยู่ถึง ๘o ปี (ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๑) จึงเลิกรถรางเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๑
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘