The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๕๙ เรื่อง ดำแล้วไม่โผล่
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2021-11-18 00:10:42

ดำแล้วไม่โผล่

รางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจำปี ๒๕๕๙ เรื่อง ดำแล้วไม่โผล่
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์

เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙)

เสด็จพระราชดำาเนินทอดพระเนตร ร.ล.ศรีอยุธยา และ เรือดำาน้าของราชนาวีไทย

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 43

สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช กำาลังสนพระทัย“กล้องตาเรือ” ของเรือดำาน้า (PERISCOPE)


(บทละครเรื่อง “ร.ต.ล.นนทรี” พระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เรียกว่า “กล้องถ้ามอง”)


44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘












ความพยายามในการซ่อมเรือดำาน้าของไทย ตอม�จงไดปลดระว�งประจ�ก�รเรอด�นำ�ทง ๔ ล�
สงคร�มโลกครั้งที่ ๒ ได้ยุติลงเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคร�ม ไป เมื่อวันที่ ๓o พฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๔๙๔ แล้วได้ข�ยเรือ




เม่อวันท ๔ สิงห�คม พ.ศ.๒๔๘๘ เรือดำ�น�ของไทยท้ง ๔ ลำ� ให้กับบริษัทปูนซีเมนต์ เหลือเพียงส่วนหอบังคับก�รของ




เร่มชำ�รุดทรุดโทรมไปต�มอ�ยุขัย ข�ดแคลนช้นส่วนท ี ่

จะใช้ในก�รซ่อม ก�รส่งซ้อจ�กผ้สร�งไม่อ�จทำ�ได้ เพร�ะ





ญ่ป่นเป็นฝ�ยแพ้สงคร�มและถูกยึดครอง(Occupied

Japan) ไม่ได้รับอนุญ�ตให้ผลิตอ�วุธยุทโธปกรณ์ข�ย

อีก กองทัพเรือจึงเร่มข�ดแคลนช้นส่วนอะไหล่ของเรือ





ดำ�น� โดยเฉพ�ะแบตเตอร่ประจำ�เรือ ซ่งได้ใช้ง�นม�
ต้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๗๙ นอกจ�กน้ช�ติพันธมิตรของเร�ก ็




ไม่มีนโยบ�ยท่จะช่วยเหลือประเทศไทยในเร่องเรือดำ�นำ�




กองทัพเรือพย�ย�มห�ท�งท่จะซ่อมแซมเรือดำ�นำ�ท้ง ๔ ลำ�
นี้ให้ใช้ก�รได้อยู่หล�ยปี ก็ไม่บรรลุผลสำ�เร็จ
ดังที่ “อัศวิน” ได้เขียนเล่�ไว้ว่�
“สงคร�มโลกยุติลง สภ�พของเรือทั้ง ๔ ลำ�

ก็ทรุดโทรมไปต�มก�ลเวล� ไม่ต�งอะไรกับคนชร�ภ�พ
นอกจ�กองค์บุคคลเท่�นั้นที่ยังมีพลังดี ท่�นผุ้ใหญ่ระดับ
เหนือจึงห�ท�งปรับปรุงเรือให้มีสภ�พใช้ง�นได้ต่อไป
ในท่สุดก็ตกลงให้ ร.ล.พล�ยชุมพลเป็นลำ�แรกไป




Modernization ท่ประเทศญ่ป่นในวงเงิน ๒,ooo,ooo
บ�ทเศษ ทำ�ให้พวกเร�ฝันหว�นว่�จะได้เยือนเมืองซ�กุระ
กันละครั้งนี้”



“ในระหว�งท่กำ�ลังร้อง เพลงรออนุมัติอย่น้น เหมือน



ส�ยฟ�ฟ�ดลงม�กล�งดวงใจอย�งไม่ค�ดฝันเพร�ะคว�ม “กล้องตาเรือดำาน้า” ของเรือดำาน้า ชั้น “มัจฉาณุ”


ผันแปรท�งก�รเมือง ๒๙ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๙๔ แล้วก ็


มีประก�ศิตม�จ�กเบ้องบนให้ยุบหมวดเรือดำ�นำ�ทันที



น่แหละคือส�เหตุท่เรือดำ�น�ต้องสล�ยไปจ�กร�ชน�วี

รวมเวล�รับใช้ร�ชน�วีเป็นเวล� ๑๒ ปีเศษ”
(จ�กนิตยส�รน�วิกศ�สตร์ เดือน พฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๕๒๕
เรื่อง “ร�ชน�วีไทยมีเรือดำ�น�เหมือนกัน” โดย อัศวิน)


ยุบหมวดเรือดำาน้าและปลดระวางประจำาการ

จ�กเหตุก�รณ์วันท่ ๒๙ มิถุน�ยน พ.ศ.๒๔๙๔

หรือที่เป็นที่รู้จักกันดีว่� “กบฏแมนฮัตตัน” ทำ�ให้มีก�ร


เปลยนแปลงในกองทัพเรืออย�งกว�งขว�ง มีผลทำ�ให ้





ต้องยุบเลิกหมวดเรือดำ�น� แล้วโอนไปรวมในหมวดเรือ หอบังคับการเรือดำาน้า ชั้น มัจฉาณุ
ตรวจฝั่งที่ตั้งขึ้นใหม่ ที่ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ สมุทรปราการ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 45








ร.ล. มัจฉ�ณุท่สน�มหญ�หน�พิพิธภัณฑ์ทห�รเรือ จังหวัด น�เช่อถือต่อรัฐบ�ลอย�งม�ก จนทำ�ให้หัวหน�รัฐบ�ล










สมทรปร�ก�ร ก�รมเรอด�นำ�ของกองทพเรอไทยจงสน ต้องออกแถลงก�รณ์แก้ข้อกล่�วห�
สุดลงตั้งแต่วันที่ ๓o พฤศจิก�ยน พ.ศ.๒๔๙๔ เร่องของโครงก�รจัดห�เรือดำ�น�จึงกล�ยเป็น ม่งไป











“รวมเวลาท่เรือดาน้าท้ง ๔ ลาได้รับใช้ประเทศชาต ิ ส่ข้อถกเถียงและแสวงห�คำ�ตอบในเร่อง ก�รติดสินบน


มาเป็นเวลานาน ๑๒ ปี” ก�รคอรัปช่น ก�รว่งเต้นเข�ห�ผ้ใหญ่ และเร่องของ






หลังจากปลดระวางประจำาการเรือดำาน้า ผลประโยชน์ แทนท่จะถกแถลงถึงเร่อง “ยุทธศ�สตร ์



หลังจ�กที่เรือดำ�น�ทั้ง ๔ ลำ� ปลดระว�งประจำ�ก�ร ท�งทะเล” “คว�มต้องก�รเรือดำ�นำ�ของกองทัพเรือ”

ไปแล้ว จนถึงปัจจุบัน คือในปี พ.ศ.๒๕๕๘ เป็นเวล� ๖๔ และ “ทำ�ไมกองทัพเรือควรจะมีเรือดำ�นำ�”



ปีแล้ว กองทัพเรือจึงไม่มีเรือดำ�นำ�เข�ประจำ�ก�รเพ่อ (ร�ยละเอียดของเร่องน้ โปรดอ�นจ�กหนังสือ







ทดแทนเรือดำ�น�ที่ปลดระว�งไปแล้วอีกเลย แต่กองทัพ “เรือดำ�น�” ตอน “เรือดำ�น�ในก�รเมือง - ก�รทห�รไทย”



เรือยังคงติดต�มวิทย�ก�รคว�มก�วหน� และศึกษ�เรียน โดย สุรช�ติ บำ�รุงสุข)





ร้เก่ยวกับเรือดำ�น�อย�งต่อเน่อง ด้วยเห็นถึงน�วิก�นุภ�พ ความหวังที่เลือนราง


ของเรือดำ�น�ที่ส�ม�รถคว�มคุมทะเลได้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ โครงก�รจัดห�เรือดำ�น�ดูจะ




ความพยายามของกองทัพเรือที่จะมีเรือดำาน้า ใกล้เคียงคว�มจริงม�กท่สุด เมือกองทัพเรือเสนอขอ



กองทัพเรือยังคงมีคว�มต้องก�รจัดห�เรือดำ�น�เข้� อนุมัติโครงก�รจัดห�เรือดำ�น� แต่กระทรวงกล�โหมขอให ้




ประจำ�ก�รเร่อยม�จนถึงปัจจุบัน แต่ดำ�เนินง�นได้แต ่ ชะลอโครงก�รไว้ก่อน และคว�มเป็นไปได้ย่งเลือนร�ง


เพียงต้งโครงก�ร แล้วก็มีมติให้ชะลอโครงก�รไปก่อน หนักข้น หลังจ�กประเทศไทยประสบกับสภ�วะวิกฤต

เนื่องจ�กข้อจำ�กัดท�งด้�นงบประม�ณ เศรษฐกิจในปี พ.ศ.๒๕๔o

ในวนท ๑ เมษ�ยน พ.ศ.๒๕๓๕ไดเกดก�ร ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ กองทัพเรือได้พิจ�รณ�เรือดำ�น�












เปล่ยนแปลงคร้งใหญ่ภ�ยในกองเรือยุทธก�ร เม่อมีก�ร ท่ผ�นก�รใช้ง�นม�แล้ว โดยเลือกเรือดำ�น�ช้น GAL




จัดตั้ง ๓ กองเรือภ�ค เป็นหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธก�ร ของอิสร�เอล แต่เร่องก็ได้เงียบห�ยไปต�มกระแสคัดค�น




และมีก�รขย�ยกองเรือจ�กเดิม ๕ กองเรือ เป็น ๙ กองเรือ ของสงคมบ�งสวน และขอจ�กดด�นงบประม�ณอกเชนเคย









และหน่งกองเรือน้นคือ “กองเรอดานา” กองเรือยุทธก�ร เม่อวันท่ ๒๓ มีน�คม พ.ศ.๒๕๕๓ กองทัพเรือ



แต่ยังไม่ได้รับก�รบรรจุอัตร�กำ�ลังพล จนกว�จะได้รับ เสนอขอคว�มเห็นชอบก�รจัดห�เรือดำ�น�แบบดีเซล





อนุมัติจัดห�เรือดำ�น� ไฟฟ้�จำ�นวน ๒-๓ ลำ� แต่เนื่องจ�กใช้งบประม�ณสูงม�ก

วิกฤตการณ์เรือดำาน้า คณะรัฐมนตรีจึงให้ทบทวนเรื่องดังกล่�ว
ระหว่�งปี พ.ศ.๒๕๓๗ - ๒๕๓๘ โครงก�รจัดห�เรือ ในเดือน มิถุน�ยน พ.ศ.๒๕๕๓ กระทรวงกล�โหม



ดำ�นำ�ของกองทัพเรือได้กล�ยเป็น “วิกฤตการณ์เรือดาน้า” สหพันธ์ส�ธ�รณรัฐเยอรมนี ได้ประก�ศว�จะปลดประจำ�



โดยเกิดปัญห�ท�งก�รเมืองภ�ยในประเทศ ท่สืบเน่องม� ก�รเรือน�แบบ 206A จำ�นวน ๖ ลำ� ในจำ�นวนนี้ยังใช้





จ�กนักวิจัยช�วต�งประเทศคนหน่ง กล�วห�ว�บริษัท ร�ชก�รอยู่ ๔ ลำ� และปลดระว�งแล้ว ๒ ลำ� กองทัพเรือ






ผ้สร�งเรือดำ�น�แห่งหน่งได้ติดสินบนผ้เป็นหัวหน�รัฐบ�ล จึงได้เสนอกระทรวงกล�โหมพิจ�รณ�เสนอคณะรัฐมนตรี




และเป็นหัวหน�พรรคก�รเมือง ด้วยเงิน “จำ�นวนม�กพอ อนุมัติโครงก�รจัดห�เรือดำ�น�ใช้แล้วแบบ 206A

สมควร” เพ่อท่มเทในก�รรณรงค์ห�เสียงเลือกตงท่ก�ลง ั จำ�นวน ๖ ลำ�พร้อมก�รซ่อมปรับปรุง ก�รฝึก ส่วนสนับสนุน






จะมีขึ้นอย่�งเร่งด่วน โดยมีเพียง ๒ พรรคก�รเมืองใหญ่ และสิ่งอำ�นวยคว�มสะดวกต่�ง ๆ (อ่านต่อฉบับหน้า)



ต่อส้กันเพ่อช่วงชิงอำ�น�จ ทำ�ให้เกิดคว�มส่นคลอนคว�ม
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ดำ�แล้วไม่โผล่ ตอนที่ ๔




พลเรือตรี กรีฑ� พรรธนะแพทย์



จัดตั้งกองเรือดำ�น�
วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ กองทัพเรืออนุมัต ิ

หลักการจัดต้งกองเรือดาน้า กองเรือยุทธการ เพ่อเตรียมการ




รอรับการมีเรือดำาน้า มีสถานที่ตั้งกองบัญชาการกองเรือ


ดานำ้าเป็นการช่วคราว อย่ท่อาคารกองบัญชาการกองเรือ


ยุทธการส่วนแยก ภายในพระนิเวศน์
เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ กองทัพเรือได้

อนุมัติเปิดบรรจุอัตรากองเรือดาน้าต้งแต่วันท่ ๑ เมษายน





พ.ศ.๒๕๕๔ เรียกว่ามีสถานท่ ท่เป็นกองเรือดานำ้าแล้ว


ถึงแม้ว่าจะเป็นกองบัญชาการช่วคราว มีกาลังพลแล้ว

แต่ที่สำาคัญที่ยังไม่มี คือ ยังไม่มีเรือดำ�น�




ก�รจัดห�เรือดำ�น� 206A ถูกระงับ





เป็นท่น่าเสียดายว่าโครงการจัดหาเรือดานำ้าช้น เรือดำ�น�ขน�ดเล็ก ชั้น U-206A ของกองทัพเรือเยอรมัน
206A ในท่สุดก็ถูกระงับไป เน่องจากไม่สามารถเสนอ กองเรือดำ�น�ในปัจจุบัน
















ใหคณะรฐมนตรพจารณาอนมตไดทนตามกาหนดททาง หลังจากท่กองเรือดาน้า (ท่ยังไม่มีเรือดาน้า) ได้จัดต้ง ั










กระทรวงกลาโหมเยอรมันกาหนดในส้นเดือนมีนาคม ข้นมาใหม่อีกคร้ง เม่อวันท่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔




พ.ศ.๒๕๕๕ ซ่งในคร้งน้ถือว่ากองทัพเรือใกล้จะมีเรือดาน้า กองเรือดำานำ้าได้รับมอบหมายภารกิจในการเตรียมการด้าน




ได้มากที่สุดตั้งแต่ทำาโครงการมา ต่าง ๆ เพื่อรองรับการมีเรือดำาน้าต่อไปในอนาคตได้แก่
10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

“การเตรียมการด้านองค์ความรู้”
“การเตรียมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน”
“การเตรียมการด้านเสริมสร้างสมรรถนะการปฏิบัต ิ

การใต้น้า”




กองเรือดาน้าได้มีอาคาร “กองบัญชาการกองเรือดาน้า”


แห่งใหม่ ซ่งสร้างข้นท่บริเวณท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือ

สัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีอาคารสำาคัญต่าง ๆ คือ


อาคารกองบัญชาการ อาคารฝึกศูนย์ยุทธการเรือดาน้า
อาคารกองร้อย กองบังคับการ อาคารโรงเล้ยง/โรงครัว

และอาคารกองรักษาการณ์
ได้มีพิธีเปิดอาคารกองบัญชาการกองเรือดานำ้า

เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗
การที่กองทัพเรือได้มี “กองเรือดำาน้า” ถือว่าเป็น


ก้าวสาคัญท่จะยืนยันความพร้อมของกองทัพเรือ ท้งด้านองค ์


ความร้ ด้านองค์บุคคล และด้านส่งอานวยความสะดวกใน พระร�ช�นุส�วรีย์






การมีเรือดาน้าประจาการในอนาคต คงเหลือแต่โครงการ น�ยเรือโท สมเด็จเจ้�ฟ้�มหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขล�นครินทร์
ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศ น�ยเรือโทแห่งร�ชน�วีไทย



จัดหาเรือดาน้าเท่าน้น หากได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล (โดยเปลี่ยนจ�กฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศน�ยเรือตรี
กองเรือดำาน้าก็พร้อมจะ “เดินหน้�เต็มตัว” เพื่อพิทักษ์ แห่งจักรพรรดิน�วีเยอรมัน)

ผลประโยชน์ของชาติ และเกียรติแห่งราชนาวี พระองค์ท่านซึ่งนับว่าเป็น “คำ�คม” ที่ “สั้น ง่�ย ได้คว�ม


“ถึงเวล�แล้วหรือยัง ท่ร�ชน�วีไทยจะมีเรือดำ�นำ�” กระทัดรัด และกินใจ” ท่ว่า “ถ�มว�เรือ ส จะมีในเมือง



“อำ�น�จใต้สมุทร พลังยุทธ์ที่ว�งใจได้” ไทยได้หรือไม่แล้ว ต้องขอตอบว�ได้เป็นแน่” ไว้ในแผ่น
จารึกที่ด้านหน้าของแท่นฐานพระราชานุสาวรีย์
แต่ผมเป็นแค่ข้าราชการบานาญกองทัพเรือ


ธรรมดา ๆ จึงขอแต่เพียงเสนอความคิดน้ต่อกองทัพเรือ



“เพ่อพิจ�รณ�” ไว้ ณ ท่น้ด้วย และถ้ากองเรือดาน้า


คิดจะสร้างพระราชานุสาวรีย์ฯ ข้นเม่อใด ขอได้โปรดแจ้ง


ให้ผมทราบด้วย ผมจะขอบริจาคเงินสมทบทุนในการสร้าง
เป็นคนแรก ถึงแม้ว่าจะเป็นจำานวนเงินเพียงน้อยนิด
ถ้าคว�มฝันของผมเป็นจริง ผมจะได้มอบเงินค่า


กองบัญช�ก�รกองเรือดำ�น� ที่ แหลมเทียน ฐ�นทัพเรือสัตหีบ จว.ชลบร ุ ี เขียนบทความเร่อง “ดำ�แล้วไม่โผล่” น้ ให้กับ กองเรือดำ�นำ�





ถ�ผมเป็น...(IF I WERE…) ผมจะสร้างพระ สมทบทุนในการสร้างพระราชานุสาวรีย์ต่อไป เพ่อ



ราชานสาวรีย์ น�ยเรือโท สมเด็จเจ�ฟ�มหิดลอดุลยเดช เป็นการถวายพระเกียรติยศแด่ “น�ยเรือโท สมด็จเจ้�ฟ้�

กรมขนสงขล�นครนทร์ องคบด�ของเรอด�นำ�ไทย มหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขล�นครินทร์” “องค์บิด�










ไว้ท่หน้ากองบัญชาการกองเรือดานำ้า และจะอัญเชิญ ของเรือดำ�น�ไทย” พระผู้ทรงริเริ่ม “ก�รนำ�เรือดำ�น�



ข้อความจากพระนิพนธ์ เร่อง คว�มเห็นเร่องเรือ “ส” ของ ม�ใช้ปฏิบัติง�น”

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 11

แผ่นจ�รึกข้อคว�มที่ด้�นหน้�พระร�ช�นุส�วรีย์



คว�มเห็นเรื่อง “เรือดำ�น�”
บทความต่อไปน้ ผมได้รวบรวมเอา ความคิดเห็น




ข้อเขียนต่าง ๆ ท่เก่ยวกับเร่องเรือดาน้า มาเสนอต่อท่าน


ผู้อ่าน เพื่อให้ทราบว่าใครคิดอะไร คิดอย่างไร เมื่อท่าน
ได้อ่านแล้วจะ “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” “จริง”
หรือ “ไม่จริง” อย่างไร ก็ขอได้โปรดใช้วิจารณญาณ
ของท่านเอาเอง

และคิดว่าคงจะตอบข้อสงสัยหรือตอบคาถามท่กล่าวกันว่า

“เรือดำาน้าไทย ดำาแล้วไม่โผล่”


“อ่าวไทยนำ้าตื้น ใช้เรือดำาน้าไม่ได้”

“มีเรือดำาน้า จะไปรบกับใคร”
“เรือดำาน้าใช้เครื่องยนต์ดีเซล เสียงดังถูกจับง่าย”


“เรือดำาน้าที่จะซื้อก็ติดขีปนาวุธไม่ได้”

“เอาเงินภาษี ๓.๖ หม่นล้านบาทไปซ้อเรือดาน้า”



ฯลฯ
๑. มอบเงินบำ�รุงกองทัพเรือ
เน่องในงานถวายบังคมพระบรมรูปพระบาท

สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หัว (พระบรมรูปทรงม้า) พวงม�ล�ของน�ยร้อยเอก คง คุปตัษเฐียร




ณ ลานพระราชวังดุสิต เม่อวันท่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๑ รูปภาพในพวงมาลาเป็นรูปเรือปืนหนัก ๒ ลา


นายร้อยเอก คง คุปตัษเฐียร เจ้าของห้างพระจันทร์โอสถ เรือดำ�น� ๑ ลำา อยู่ตรงกลาง รูปแผนที่ประเทศไทย แสดงถึง



ไดนาพวงมาลามีสตางค์ ๕ และสตางค์ ๑๐ ประดับ ไปถวาย การเสียดินแดนด้านแม่น้าโขง ฝ่งลาว และทางภาคใต้ของ











บงคม แลวอทศสตางคทงหมดทประดบนน คดเปนเงน ไทยมีข้อความกำากับว่า “เดิมเปนเขตต์ไทย” นอกจากนี้ยังมี





จำานวน ๑๐๐ บาท บำารุงกองทัพเรือ ข้อความอื่น ๆ อีกดังนี้
12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘





“รักเขตต์กลัวเสียเขตต์ทุกคนท้งประเทศต้องเร่งบารุง” ส่งต่อ เม่อเขาพร้อมเราก็ส่งคนไปรับมอบไว้ใช้ในราชการ
“เรือรบคืออำานาจ ถ้ารักชาติต้องบำารุง” ได้เลย แต่เรือดานำ้าหาเป็นเช่นน้นไม่ ทหารประจาเรือ







“สยามยังต้องการอีกมาก” ทกนายจะตองมีความร้ความสามารถในการใชอาวธ



“ห้างพระจันทร์โอสถขอมอบเงิน ๑๐๐ บาทน้บารุง หรือเครื่องมือ เครื่องใช้ประจำาเรือเป็นอย่างดี แต่ละคน

กองทัพเรือของชาติ อุทิศส่วนกุศลแด่ผูมีพระคุณย่ง ท่เชิด ต้องมีความชานาญงานในหน้าท่ของตนเองอย่างชำ่าชอง




ไทยให้เปนไททุกวันนี้” ท้งยังต้องรอบร้หน้าท่ของคนอ่น เพ่อใช้แทนกันเม่อมีความ






ถึงแม้จะเป็นเงินเพียง“๑๐๐ บาท” แต่ก็นับว่า จาเป็นเกิดข้นได้ด้วย ไม่เช่นน้นแล้ว หากคนใดคนหน่ง ึ










เป็นเงินจานวนมากในสมัยน้นและนอกเหนือส่งอ่นใด ทาผิดพลาดข้น ก็ย่อมจะพาเรือไปส่ความพินาศคือ”


คือ การเห็นความสาคัญกาลังทางเรือของกอง “ดำ�แล้วไม่โผล่”

ทัพเรือและการแสดงน้าใจท่มีต่อกองทัพเรือ ๔. จ�กนิตยส�รน�วิกศ�สตร์ เดือนพฤศจิก�ยน



๒. เรือดำ�น�ไทย ดำ�แล้วโผล่ ๒๕๒๕ “อัศวิน” ได้เขียนไว้ในเรื่อง “ราชนาวีไทยมีเรือ

จากหนังสือ “ONE OF OUR SUBMARINE” โดยนาวาตรี ดำาน้าเหมือนกัน” ว่า

EDWARD YOUNG “วฒนา” ไดเขียนไว้ในเร่อง “ชวนอ่าน” “ทุกคนต้องมีสมรรถภาพสูง สุขภาพสมบูรณ์


นิตยสารนาวิกศาสตร ฉบับเดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๘ ว่า ซื่อสัตย์ สามัคคี รักษาความลับ และมีความมั่นใจในตัวเอง

“อันตาแหน่งผ้บังคับการการเรือดาน้าน้น ผิดพลาดไม่ได้ อันหมายถึงชีวิตของคนทั้งหมด”





อย่าว่าแต่นายทหารเรือประเภทกองหนุนอาสาสมัครเลย ๕. จ�กหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
แม้แต่นายทหารเรืออาชีพก็ไม่ใช่ว่าทุกคนหรือใคร ๆ พลเรือเอก จริง จุลละสุขุม ๒๘ กันยายน ๒๕๓๙”







ก็เป็นได้ บางคนรับราชการอย่ในเรือดาน้าอย่นาน คุณครู “จริง” เคยเป็นนักดาของเรือดาน้าไทยมาแล้ว
แสนนาน แต่ก็ไม่เข้าขั้นที่จะเป็นผู้บังคับการเรือดำาน้าได้ ท้ง ๔ ลา คือ ร.ล.สินสมุทร ร.ล.พลายชุมพล ร.ล.มัจฉาณ ุ





การเป็นผ้บังคับการเรือน้นแม้แต่เรือผิวนำ้าขนาดเล็ก ร.ล.วิรุณ ในตาแหน่งต้นหน และต้นเรือ ท่านได้เล่าให้ฟัง





ทางราชการก็ต้องการคนท่มีความสามารถเป็นอย่างด ี ถึงตอนท่ท่านไปราชการทะเลกับเรือดาน้าลาหน่ง





อย่แล้ว แต่สาหรับผ้บังคับการเรือดาน้าน้น แม้ใน ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ดังท่ นาวาเอก ดนัย จุลละสุขุม บุตรชาย





ยามปกติก็เต็มไปด้วยอันตรายร้อยแปดอย่แล้ว การ คนที่ ๓ คนสุดท้องของท่านได้บันทึกไว้ว่า

ตัดสินใจพลาดเพียงคร้งเดียวของผ้บังคับการเรือ “ตอนท่นาเรือดานำ้าไปฝึกดาท่บริเวณอ�ว













อาจจะหมายถึงจุดจบของคนท้งลา โดยท่ไม่มีโอกาสได ้ ประจวบคีรีขันธ์ น้น เป็นการฝึกดากบดานกับพ้น




แก้ตัวอีก ย่งในเวลาสงคราม ในยามท่ต้องเผชิญหน้า ท้องทะเล แต่พ้นท้องทะเลบริเวณดังกล่าวเป็นโคลน ทาให ้













กบขาศกในลกษณะชิงไหวชงพริบแลว ต้องบคคล ดดทองเรือติดแน่น เมอเปาอากาศไลนำาออกเพ่อเตรยม












พิเศษเท่าน้นท่จะสามารถเผชิญกับสถานการณ์ได้อย่าง ขึ้นสู่ผวนำาแลว กไม่สามารถขยบเรอได้ จึงไลนำาออก







เยอกเยน และสามารถนาเรอรอดมาไดอยางปลอดภย ไปเร่อย ๆ จนเรือมีแรงลอยตัวหลุดพ้นจากโคลนได้








กับทั้งต้องให้บรรลุภารกิจอีกด้วย” ทนใดนน แทนทเรอจะคอย ๆ โผล เรอกลบทะลงขนส ่ ู










๓. หนังสือ “รำ�ลึก ๗๔ ปี เรือดำ�น�แห่งร�ชน�วีไทย” ผิวน้าทันที เล่นเอาเรือประมงแถวน้นตกใจไปตาม ๆ




วันเรือดำาน้าประจำาปี ๒๕๕๔ ได้บันทึกไว้ว่า กัน ดีว่า น�ไม่ลึกเท่าใด จึงไม่มีอันตราย”


“วิชาการของเรือดานำ้า เป็นวิทยาการใหม่สาหรับ เท่าทได้เลาถึงเร่องของเรอดานาไทยมา












นายทหารเรือแห่งประเทศไทย ซ่งยังไม่มีผ้ใดมีความร้ ู นี้จะเห็นได้ว่า กว่าจะได้เป็นทหารเรือดาน้า

และเรือดานำ้าก็ไม่เหมือนเรือรบประเภทอ่นท่เราซ้อหรือ ไทยน้น จะต้องได้รับการศึกษา และการฝึกหัดมา





นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 13




อย่างดีย่ง ตลอดจนต้องเป็นผ้มีระเบียบวินัย การมีอ่าวไทยได้เป็นย่านปฏิบัติการของเรือดาน้าข้าศึก



มีความเข้มแข็ง ความอดทน จนเป็นผ้ทสามารถใน อย่างได้ผลในสงครามท่แล้วมาก็ดี ย่อมเป็นเหตุผล










การใชเรือดาน้าท้งในยามปกติ และในยามสงคราม สนับสนุนแนวความคิดท่ว่าเรือดาน้าจะเป็นอารุธท่ม ี

ฉะน้นท่กล่าวว่า “เรือดานำ้าไทย ดาแล้วไม่โผล่” คุณค่ายิ่งของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน”



“จึงเป็นไปไม่ได้” ๘. พลเรือเอก ประพฒน จนทวรัช ได้เขยน










๖. “เก�ะพระ” ได้เขียนเร่อง “เห็นท่เราจะต้องมีเรือ น�วิกนิท�น เร่อง “เรือดาน้าต้องลมปาก (คนและปากกา)

ดานำ้าเสียแล้ว” ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือนกุมภาพันธ์ ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือนกันยายน ๒๕๓๘ ไว้ว่า”


๒๕๒๑ ว่า “…เรือดานำ้าไทย กาลังถูกลมปากและลมปากกาของ

“ศัตรูมีกำาลังมหาศาลและนานาชนิด แต่มีขีดความ คนไทยด้วยกันเอง และหนักพอดู ทหารเรือไทยร่นปัจจุบัน






สามารถปราบเรอดานาตำามาก ถ้าเรามหนวยเรอดานา ซ่งทราบเรือดาน้าของเราเพียงผิวเผินไม่สามารถ“โต้”








ศัตรูย่อมไม่สามารถใช้ทะเลได้ ถ้าศัตรูจะปราบหน่วยเรอ ลมเหล่านี้ได้เต็มมือ...”



ดานำ้าของเรา เขาจะต้องลงทุนมากกว่าหน่วยเรือดาน้า “...ผมได้เขียนเร่อง”เรือดานำ้ากับกองทัพเรือไทย”



ของเราหลายเท่า ตรงตามหลัก “ก้าวหนึ่งก้าว” ที่บังคับ ลงในนาวิกศาสตร์ ฉบับวันนาวี พ.ศ.๒๕๒๗ เล่าถึงความ


ให้ศัตรูต้องก้าวสิบก้าว (หรือสองก้าวก็ยังดี)” เป็นมาของความคิดเก่ยวกับเรือดานำ้าของทหารเรือไทย


















“การสรางหนวยเรอดาน้าข้นเด๋ยวน เปนส่งท่ถูก ตลอดจนความพยายามดาเนนการจนมเรอดานาไดสาเรจ









หลกการตรงตามเปาหมาย เปนไปได และสามารถยอมรบได ้ ใน พ.ศ.๒๔๘๐ และยังได้เล่าถึงก�รปฏิบัติก�รของเรือ






เป็นการลงทุนท่กาไรงามกว่าการลงทุนสร้างกาลังรบ ดำ�นำ�ต�งช�ติในอ�วไทย ในระหว่างสงครามโลกคร้ง




หน่วยใหม่ หน่วยใด” ท่สองเพ่อยืนยันว่า เรือดำ�นำ�ขน�ดใหญ่ ๑,๕๐๐ - ๒,๐๐๐ ตัน
๗. พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ได้เขียนเรื่อง เคยเข้�ม�ปฏิบัติก�รในอ่�วไทยม�แล้ว…”




“เรือดำ�นำ�กับกองทัพเรือไทย” ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ “ในสมัยท่ผมยังรับราชการอย่น้น ผมก็เคยได้พบ
เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๖ ไว้ว่า เหตุการณ์ “เรือดำ�น�ไทยต้องลมป�กคน” มาแล้วด้วย




“กองทัพเรือจะสร�งเรือดำ�นำ� เป็นข่าวท่แพร่หลาย ตนเอง จึงขอนำามาเล่าเสียด้วย”


เกรียวกราวอย่ในหน้าหนังสือพิมพ์เม่อสองสามเดือน “วัน - เวล� วันหนึ่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๖









กอน และยงเปนทสนใจกันอยจนถงปจจบนตลอดจน หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน”








ได้มีการวิจารณ์กันท่วไป ประเด็นสาคัญท่วิจารณ์กันก็คือ สถ�นท่ ห้องโถงนายทหารในเรือ “ช่วยรบท่ดำ�น�ได้” (LPSS)



กองทัพเรือไทยสมควรจะมีเรือดาน้าอันมีราคาแพงมากน ้ ี เหตุก�รณ เปนชวงเวลาหลงจากการฝก “งูเห�ทอง”










เป็นกาลังรบหรือไม่ และเรือดาน้าท่คิดจะมีน้นจะสามารถ (COBRA GOLD-กรีฑา) ในปีน้น ผมอย่ในจานวน








ปฏิบัติการในอ่าวไทยอันมีน้าไม่ลึกนักได้ละหรือ ?” “แขกรบเชญ” ไปเยยมชมและรบประทานอาหารกลาง




“เรือดาน้าของต่างชาติท่เข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทย วันในเรือดานำ้า และเป็นนายทหารเรือผ้เดียว ส่วนแขก





ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ เป็นเรือท่มีระวางขับน้าเหนือน้า ำ อื่น ๆ มี “ผู้ทรงเกียรติ” ซึ่งมีผู้ติดตาม ๒ - ๓ คน ผู้แทน











ประมาณ ๑,๕๐๐ ตันท้งส้น การท่มีบางท่านกล่าวว่า ทางการทตของสหรฐอเมรกา ซงอยในประเทศไทยมานาน


เรือดาน้าขนาดใหญ่ไม่สามารถปฏิบัติการในอ่าวไทยได ้ พอสมควร เข้าใจภาษาไทยและพูดได้”


จึงเป็นคำากล่าวที่ห่างไกลจากข้อเท็จจริงมาก” “หลังจากท่รับประทานอาหารแล้ว ท่านผ้ทรงเกียรต ิ





“แนวความคิดของบรรพบุรุษทหารเรือเก่ยวกับ ได้เอ่ยข้นว่า “มีคนเล�ให้ฟังว� เรือดำ�นำ�ไทยน้นไม่กล�








การมีเรือดำานาเป็นเขี้ยวเล็บทางทะเลดังกล่าวมาแล้วก็ดี ดำ�น�เพร�ะดำ�แล้วไม่โผล่”
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘








ผ้บังคับการเรืออเมริกันซ่งน่งร่วมโต๊ะแต่คงฟังภาษา ทหารประจาเรือดานำ้าหรือ “นักเรือดำ�น�” เพราะ


ไทยไม่ออกจึงนั่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาอย่างใด แต่ท่านผู้แทน นักเรือดาน้าร่นผ้บุกเบิกน้น แม้จะอย่ในวัยชราหรือ




ทางการทูตซ่งฟังภาษาไทยออกน้น มองหน้าผมเป็นเชิง ถึงแก่กรรมไปตามอายุขัยบ้างแล้วก็ตาม



ถามว่าจริงไหม ? ท่านท่ยังมีชีวิตอย่ ท่านก็ยังภาคภูมิใจในความ





ผมอยากจะถามท่านผ้ทรงเกียรติว่า ใครเป็นผ้เล่า เป็นนักรบใต้พ้นน้าของท่าน และไทยยังเป็นช�ติ









ใหท่านฟง เพราะเท่ากับว่าเรือดาน้าของเรานน “ด�นำ�ไมได” “ผิวเหลือง” เล็ก ๆ ช�ติแรกท่มีเรือดำ�น�ในกองทพเรือ









แต่ศักด์ศรีของนายทหารยศพลเรือเอก และดารง และ “ใช้เรือดำ�น�ทำ�ก�รรบได้”


ตาแหน่งรองบัญชาการทหารเรือในขณะน้น ยังห่าง (น่าเสียดายที่คุณครู พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช

ไกลกับศักด์ศรีของท่านผ้ทรงเกียรติมาก ผมจึงได้แต ่ ทานไม่ได้บอกไวด้วยว่า “ทานผทรงเกยรต” และ “ชางเลา”










ตอบและช้แจงว่า “เร่องน้ไม่เป็นความจริง เรือดานำ้าของ นั้นคือใคร)





เราน้น ดาน้าได้ และโผล่ได้อย่างแน่นอน และได้เคยปฏิบัติการ พุทธศาสนสุภาษิต ว่าไว้ว่า


ทางยุทธวิธีเม่อเกิดกรณีพิพาทกับอินโดจีนฯ มาแล้ว “สจเจนาลิก วาทินำ” อ่านว่า “สัจเจนาลิกะ วาทินัง”

.

โดยเฉพาะกระผมเม่อเป็นนักเรียนนายเรือช้น ๓ ใน แปลว่า “ชนะคนพูดพล่อยด้วยคำาพูดจริง”




พ.ศ.๒๔๘๖ ไดเคยไปดากบเรอดานาของเรา คอ ๙. “กระจอก” ได้เขียนเรื่อง “กองทัพเรือไทยอยากมี






ร.ล.พลายชุมพล เพื่อดูการปฏิบัติการในเรือมาแล้ว” เรือดำาน้า” ในหนังสือ ต่วยตูนพ็อกเก็ตบุ๊ค“ปีที่ ๑๔ เล่มที่







“...สรปวาในหองโถงของเรือดาน้าอเมรกันในวันนน ๙ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๘ “กระจอก” เขียนไว้ว่า






เรือดาน้าไทยและทหารเรือไทย ถูก “พ�ย (ปาก)” “เรือดานำ้าท้ง ๔ ลาน้ ถูกปลดประจาการ







จากคนชาติเดียวกันอย่างรุนแรง ถ้าไม่มีผมซ่งเคยลงดา หลังสงครามโลกคร้งท่ ๒ ยุติลงแล้วหลายปี เรือดาน้า










กับเรือดาน้าไทยมาแล้วน่งอย่ด้วย เรือดาน้าไทยอาจ ในกองทัพเรือไทยได้เงียบหายไปอีกเป็นคร้งท่สอง
“จม” เพราะ “พ�ยุป�ก” ไปแล้วก็ได้…” เป็นเวลากว่ายี่สิบปี ต่อมาเมื่อประมาณปลายเดือน มีนาคม


“...ผมไตร่ตรองดูแล้วเช่อว่า ท่านผ้ทรงเกียรติน้น พ.ศ.๒๕๒๖ ทางการประกาศว่า รัฐบาลไทยได้อนุมัต ิ


แทบจะเกิดไม่ทันเห็นเรือดานำ้าไทยเสียด้วยซำ้า แต่ท่าน โครงการจัดหาเรือดาน้ามาใช้ในราชการของกองทัพเรือ




ที่ “ช�งเล�” อาจได้เคยเห็นเรือดาน้าในสมัยท่จอดรอ ปรากฏว่ามีปฏิกิริยาจากบุคคลและกล่มบุคคลต่าง ๆ






การขายอย่ท่เข่อนด้านใต้ท่าราชวรดิฐและในสภาพท ี ่ รวมท้งทหารต่างเหล่าทัพท้งคัดค้านและสนับสนุน




เหล็กโครงภายนอกที่ครอบตัวเรือ (PRESSURE HULL) เร่องแค่น้ทหารเรือไทยถือว่าเป็นเร่องธรรมดา เพราะถือว่า


กาลังผุร่อนจนเห็นตัวเรือได้ชัดเจน ท่านเลยสรุปว่า คนไทยทุกคนย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในเร่องการ


เรือดำาน้าไทยดำาไม่ได้…” รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติได้เสมอ”



“เรือดาน้าไทยกาลังถูกท้งพายุจาก“ป�กคน”และ “เราต้องการสันติภาพ เราไม่อยากเห็นการสะสมอาวุธ


“ป�กก�” โดยเฉพาะเม่อพิจารณาโครงการและ เราไม่ต้องการให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคน้”









งบประมาณทจะจดหาเรอดานา โดยเฉพาะบทความใน นักสันติภาพนิยมคนน้เป็นเพ่อนคนหน่งของผมเหมือนกัน



หนังสือพิมพ์และการให้สัมภาษณ์ของบุคคลบางคน” ผมรับรองกับมันอย่างหนักแน่นว่า ถ้ามันเขียนเรื่องแบบ


“เม่อพิจารณาไปแล้วก็จะเห็นได้ว่า ผ้สร้าง “พ�ยุป�ก” ที่พูดกับผมครั้งนี้ บ.ก. ต่วยไม่ยอมลงให้แน่ ๆ

(พูด) และสร้าง “พ�ยุป�กก�” (เขียน) เร่องทานอง “น้าในอ่าวไทยลึกพอให้เรือดานำ้าลงมิดได้รึวะ?”






เรือดำ�น�ดำ�แล้วไม่โผล่ดาแล้วจมโคลนโผล่ไม่ได้ ฯลฯ เพื่อนขี้สงสัยคนนี้บางครั้งมันสงสัยอย่างน่าเตะ…


นี้เป็นผ้ท่ไม่มีความประสงค์ดีต่อทหารเรือ โดยเฉพาะ “ตรงไหนน้าตื้นก็ไม่ดำา” ผมตอบแบบกำาปั้นทุบดิน

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 15




“แล้วเอ็งร้ได้ไงวะว่าตรงไหนต้นดาไปไม่ได้ ? ตรงไหน มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๓๘
ลึกพอดำาได้” มันถามซอกแซกต่อไปอีก “ลักษณะรูปร่างของประเทศไทยก็เสียเปรียบ



ถ้าเป็นนายทหารร่นใหม่เขาคงตอบว่า ดูแผนท ่ ี โดยเฉพะรูปร่างของอ่าวไทย ก็ไม่เก้อกูลต่อเสนทาง
แล้วหย่งความลึกของนำ้าด้วยอุปกรณ์ท่เรียกว่า คมนาคมของชาติ เพราะลักษณะปากอ่าวไทย




“เอ็คโคซาวด้ง” (ECHO SOUNDING) แต่ด้วยสันดาน ต้งแต่ปลายแหลมกาเมาถึงปัตตานี มีระยะทางเพียง
ทหารเรือยุคไดโนเสาร์เต่าล้านปี ผมจึงตอบอย่างไว้เชิงว่า ๒๐๐ ไมล์ทะเล ง่ายต่อการปิดกั้นด้วยกำาลัง ทั้งเรือผิวนำ้า




“ก็ให้ทหารมันดาลงไปดูลาดเลาก่อนชีวะ” ผมไม่คิดว่า เคร่องบิน และเรือดาน้า และเส้นทางคมนาคมหลักของไทย




เพื่อนคนนี้เชื่อคำาตอบผมหรอก ก็อย่ในอ่าวไทยด้วย ไม่ไดอย่ในฝ่งทะเลอันดามัน

๑๐. จ�กข้อมูลสังเขปเร่อง “โครงการจัดหาเรือดานำ้า ไม่ว่าจะเกิดสงครามกับชาติได อ่าวไทยก็อาจถูกปิดลง

ของ ทร.” โดย สำานักงานเลขานุการกองทัพเรือ อย่างง่ายดาย เพราะมีความกว้างของทะเลเพียง ๒๐๐
มีเรือดำ�น�ไม่ได้เอ�ไว้รุกร�นใคร ไมล์ทะเลเท่านั้น ยิ่งทำาสงครามกับประเทศที่อยู่ป�กอ่�วไทย



“การท่มีบุคคลภายนอกเข้าใจว่า เรือดานำ้าเป็น กจะตองไดรับอันตรายมากขึ้นเสมือนคนมีบ้านอยู่





อาวุธท่ใช้ในการรุกแต่เพียงอย่างเดียวน้น ความจริง ในตรอก”

แล้วอาวุธทุกชนิดมีขีดความสามารถท่จะใช้ในการ “เม่อประมาณปี ๒๕๒๕ ขณะท่สหภาพโซเวียต






ปฏิบัติการท้งทางรุกและทางรับได้ท้งส้นไม่ว่าจะเป็น ยังไม่ล่มสลาย ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือฟริเกต

เรือผิวนำ้า เครื่องบินรบ หรือแม้กระทั่งรถถัง การที่จะใช้ เข้ามาในอ่าวไทยในลักษณะคุกคามและข่มข่

อย่างไรน้นข้นกับนโยบายของประเทศเป็นสาคัญ ซ่ง เพราะไมแจงใหกองทพเรอไทยทราบถงการเขามา










ทุกประเทศก็ทราบกันเป็นอย่างดีว่าแล้วว่า ประเทศไทย และเข้ามาจนใกล้สนามบินอ่ตะเภา กองทัพเรือไทย


ไม่เคยมีนโยบ�ยท่จะรุกร�นประเทศอ่น โดยเฉพาะ ไม่มีกาลังท่จะขัดขวางการคุกคามของรัสเซียได





อย่างย่งประวัติศาสตร์ของชาติไทยก็เป็นเคร่องยืนยัน ประเทศยักษ์ใหญ่จึงทำาได้ตามอำาเภอใจ แต่ถ้าเรามีเรือดำาน้า ำ







ได้เป็นอย่างดีว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นผ้รุกรานประเทศ กมนใจได้วา รสเชยหรอประเทศมหาอานาจอนจะไมกลา ้






















ใดกอน และทสาคญทสดกคอ เรอดานาเปนอาวธทใช ้ ทำากับประเทศไทยเช่นนั้น”


ในการป้องกันประเทศทางรับได้ดีไม่น้อยไปกว่าอาวุธ “การรบทางทะเลจะต้องใช้เคร่องมือท้งสาม




ชนิดอ่น ซ่งเรือดาน้าก็ได้แสดงให้เห็นบทบาทในการ ประเภท (เรือผิวน้า เรือดาน้า เคร่องบิน) และแต่ละ








ป้องกันประเทศมาแล้ว ในระหว่างสงครามอินโดจีน” ประเภทก็ต้องทาการรบท้งสามมิติ คือการทาการรบ


“เรือดำาน้าที่ ทร.จะจัดหานี้เป็นเรือดำาน้าขนาดกลาง ในอากาศ บนพื้นดิน และใต้พื้นนำ้าด้วย ใช้ว่ามีเรือผิวน้า ำ


สามารถปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพในอ�วไทย แล้วไม่ต้องมีเครื่องบิน หรือมีเรือผิวนำ้าไม่ต้องมีเรือดำาน้า





โดยจะครอบคลุมพ้นท่ในอ่าวไทยได้ถึงประมาณ ๗๕% หรือมีเคร่องบินแล้วไม่ต้องมีเรือผิวน้า เพราะเคร่องมือ


ของพ้นท่ และยังสามารถปฏิบัติการในพ้นท่บริเวณ แต่ละอย่างใช้ไม่เหมือนกัน มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน














ทะเลจีนใต้ และทะเลอันดามัน เพ่อใช้ในภารกิจให้ความ และต้องพ่งพาอาศัยหรือเกอกลซงกนและกัน ดงนนทก ๆ





ค้มครองเสนทางคมนาคมและผลประโยชน์ของชาติทาง ชาติก็จะต้องพยายามมีเคร่องมือให้ครบท้งสามประเภท




ทะเลได้อีกด้วย” ซงเปนความจาเป็นหรอความต้องการของชาติ เพอให ้





๑๑. พลเรือตรี สมบูรณ์ สุขพันธ (พลเรอโท) เศรษฐกิจของชาติอยู่รอดปลอดภัย”
ได้เขียนบทความเร่อง “ยุทธศาสตร์และความจาเป็น พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ เขียนไว้ในหนังสือ



ในการมีเรือดานำ้าของประเทศไทย” ไว้ในหนังสือพิมพ์ “สมุททานุภาพ” ฉบับชาวบ้านไว้ว่า

16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘


“ไทยเราอาจจะเป็นได้แค่ “นักเลงใหญ่ท่ปล�ย เยอรมันได้ต่อไว้ใช้ปฏิบัติการในทะเลบอลติค (ในพื้นที่
(กน) ซอย” เท่าน้น เพราะปากซอยแคบและมีเพ่อนบ้าน ทางด้านตะวันตกของของเกาะ BORNHOLM) ซึ่งพื้นที่







ท่แม้จะดูว่าเป็นนักเลงร่นหลัง แต่ก็มีศักยภาพเหนือกว่า ดังกล่าวคว�มลึกของน�ค่อนข้�งตื้น”


เราในดานกาลงรบมตท ๓ คอ มิติใต้นำ� ทเราอยาก ระยะลึกของเรือดำ�น�ที่เครื่องบินมองเห็น


















จะได้ใจจะขาดแต่ก็มีไม่ได้สักที วันดีคืนดีถ้าเพ่อนบ้าน ขนอยกบลกษณะของผวนำา ประเภทของพนทองทะเล






เหล่าน้เกิดแปรสภาพเป็นอันธพาลหรือจ้กโก๋ปิดซอย ความลึกของน้า ความเข้มของแสงสว่างในเวลากลางวัน


เราก็คงเหนื่อย” และระยะสูงของเครื่องบิน
ก�รเห็นเรือดำ�น�จ�กเครื่องบิน ในช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ แม้ว่าจะโผล ่


๑๒. น�ยเรือโท สมเด็จพระเจ้�น้องย�เธอ สมเด็จเจ้�ฟ้� กล้องตาเรือขึ้นเหนือนำ้าก็มองไม่เห็น

กรมขนสงขล�นครนทร ทรงพระนิพนธ์ไว้ในรายงาน ในบริเวณด้านตะวันตกของชองแคบองกฤษ




“ความเห็นเรื่องเรือ ส.” ว่า ถ้าดำาลึกภายในระยะ ๓๐ ฟุต สามารถมองเห็นได้



“การเห็นน้นถ้าเวลาดานำ้า แลเห็นแต่กล้องดู แลถ้า ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถ้าดาลึกภายในระยะ ๕๐ ฟุต

มคลื่น แล้วแล่นตามคลื่นจะไม่เห็นได้เลย มีคนคิดจะดู สามารถมองเห็นได้
เรือ ส จากเรือบิน แต่โดยเหตุที่ เรือ ส ทาสีกันเสียแล้ว ๑๔. พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว ได้เล่�ไว้ว่�




เพราะฉนั้นคงเห็นได้โดยยาก” “ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ เรือดาน้าสหรฐฯ ไดลอบ






๑๓. พลเรือตรี สุดจิตต์ ทองผิว ได้เขียนเร่อง เข้าวางท่นระเบิดนอกเกาะไผ่ ก้นอ�วไทย เพ่อปิดล้อม


“เรอดานา” ไวในนิตยสารนาวกศาสตร เดอนมกราคม ท่าเรือเกาะสีชัง โดยเครื่องบินญี่ปุ่นและไทยตรวจไม่พบ







๒๕๒๗ ว่า เรือดำ�น�”





“โดยที่ความลึกของนำ้าในอ่าวไทยค่อนข้างต้น เรือดำ�น�พันธมิตรเข�ม�ปฏิบัติก�รถึงก้นอ�วไทย

(ลึกอย่างมากท่สุดประมาณ ๘๐ เมตร) และสีของนำ้า ๑๕. พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช ได้เขียน










ทะเลก็ไม่เข้มมาก ดังน้นเรือดาน้าจึงมีอันตรายจาก เรื่อง “เรือดานาพนธมตรรกรานนานนำาไทยในสมย



ท่นระเบิด และถูกเห็นจากการตรวจการณ์ทางอากาศได้ง่าย สงครามโลกครั้งที่ ๒” “ตอนที่ ๑ และตอนที่ ๒ ไว้ใน






ถ�ด�ในระยะกลองต�เรอ ด้วยเหตุน้เรือดาน้าจึงควร นิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือนสิงหาคม และกันยายน ๒๕๓๙”




มีขนาดเล็กและตัวเรือต้องทาด้วยเหล็กกล้ากาลังดึงสูง “เม่อประมาณ ๓ เดือนท่แล้วมา ผมได้อ่าน





กับไม่เป็นแม่เหล็ก (HIGH-TENSILE,NON-MAGNETIC- คาให้สมภาษณของข้าราชการผ้ใช้เคร่องแบบสกาก ี




STEEL)” เช่นเดียวกัน (แต่เป็นสีกากีท่ผิดไปจากความหมาย
“เรือดาน้าท่เราควรจะมีน้น จะต้องเป็นเรือดาน้า ด้งเดิมท่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หัว











ชายฝั่ง (COASTAL SUBMARINE) ซึ่งเรือชนิดนี้มีระวาง ทรงพระราชวิจารณ์ไว้เม่อคร้งเสนาบดีกระทรวงนครบาล
ขับน้า เมื่ออยู่บนผิวน้าประมาณ ๕๐๐ ตัน” ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ “พลตระเวน”


“เรือดานำ้าประเภทชายฝ่ง (COASTAL SUBMARINE) ใช้เคร่องแบบ“สีกากี”เม่อหลายสิบปีก่อน)








ขนาดประมาณ ๕๐๐ ตัน เป็นเรือที่ ทร.ไทย ควรจะมี ท่านผ้ให้สัมภาษณ์เป็นผ้ท่มีตาแหน่งการงานควรแก่การ

อย่างน้อยสัก ๓ ลา เพ่อใช้เป็นอาวุธรุกทางยุทธวิธีใน ให้สัมภาษณ์แต่มีส่วนเกี่ยวกับทหารเรือเล็กน้อย ท่านกล่าวว่า






น่านน้าใกล้บ้าน” “อ่�วไทยน�ลึกเพียง ๗๐ - ๘๐ เมตร เรือดำ�น�ปฏิบัติก�ร






“เรือ Type 205, 206, 207 เป็นเรือประเภทชายฝ่ง ไม่สะดวกจึงไม่น�คิดท่จะมีเรือดำ�น�” ผมไมได้จดช่อ



“Type 206” ค่อนข้างจะทันสมัยเพราะต่อล่าสุดโดย และตาแหน่งของท่านผ้ให้สัมภาษณ์ไว้ แต่เห็นว่าผม
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 17








ควรจะเขยนเรอง ก�รปฏิบัติก�รของเรือดำ�นำ�พันธมิตร ให้ถูกต้อง เรือดาน้าแบบ T ของอังกฤษก็ดี เรือดาน้า





ในอ�วไทยในสงครามโลกคร้งท่ ๒ ซ่งทาให้ไทยและ แบบ BALAO ของอเมริกันก็ดี เป็นเรือขนาดประมาณ

ญี่ปุ่นต้องสูญเสียทรัพย์สินเพราะ “ศัตรูใต้สมุทร”ประเภทน ้ ี ๑,๕๐๐ ตันทั้งสิ้น เรือดำานำ้าขนาดที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน









ไปมาก อย่างน้อยก็ทาให้ผ้ท่ไม่ร้เร่องเรือดานำ้าหรือร้อย่าง ซึ่งสามารถเข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยได้ ย่านท่เรือดาน้า ำ
งู ๆ ปลาๆ แต่ขอออกความเห็นให้เป็นที่รำาคาญของผู้อื่น พันธมิตรปฏิบัติการในอ่าวไทยในสงครามโลกคร้งท่ ๒


ได้รู้เรื่องและฉลาดขึ้น” คือ ย่านระหว่างประจวบคีรีขันธ์ กับ ชุมพร สมุย แม้อ่าว












“สหรัฐอเมริกาได้ส่งเรือดาน้า ๒ ลา มาวางท่น ระยอง กเปนแหลงปฏบตการของเรอดานาเหลานมาแลว”








ระเบิดแม่เหล็กในอ่�วไทย ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๕ “ผมได้รวบรวม เร่องเก่ยวกับเรือดานำ้าของไทย



















หลงจากนนพนธมตรไมไดสงเรอดานามาปฏบตการ และเก่ยวกับการปฏิบัติการเรือดาน้าต่างประเทศในน่านน้าไทย

ในอ่าวไทยอีกจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๘๘ เม่อ นับถึงตอนน้รวม ๔ ตอน ก็ด้วยความหวังว่า ความคิด







อังกฤษได้ย้ายเรือดานำ้าแบบ S และ แบบ T จานวน ที่ว่า “เรือดำ�น�ปฏิบัติก�รในอ�วไทยไม่ได้”




หน่งไปข้นในบังคับบัญชาทางยุทธการของอเมริกันแล้ว “เรือดำ�น�ไทยดำ�แล้วไมโผล่” (เทากบวาทหารไทย




เรือดำาน้าทั้ง ๒ ชาติจึงเข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยมากขึ้น” ไม่มีความสามารถในการใช้เรือดานำ้า) “คงจะหมดไปจาก







“เรือดาน้าท่มาปฏิบัติการคือ เรือดาน้าแบบ S สมองของคนไทยเสียที”




และ T (ได้กล่าวไว้ในตอนที่ ๑ แล้วว่าเรือดำาน้าแบบ S ๑๖. หนังสือ “ราลก ๗๒ ป เรอดาน้ากองทัพเรอไทย”





มีระวางขับนำ้า ๘๓๐ ตัน เรือดำานำ้าแบบ T มีระวางขับนำ้า วันเรือดำาน้า ๔ กันยายน ประจำาปี ๒๕๕๒ ได้บันทึกเกี่ยวกับ


๑,๓๐๐ ตัน) “เพื่อนบ้�นมีเรือดำ�น�” ไว้ดังนี้





“นอกจากเรือดาน้าอังกฤษแล้ว เรือดาน้าอเมริกัน เพื่อนบ้�นมีเรือดำ�นำ�







แบบ FLEET TYPE หรือ แบบ BALAO ได้เข้ามาปฏิบัติการด้วย เ วียดน�ม “กองทพเรอเวยดนามมเรอดานาตามแบบ



เรือเหล่านี้มีระวางขับน้า ๑,๕๒๐ ตัน ... นับว่าเป็นเรือ ขนาดเล็กท่จัดหาจากเกาหลีเหนือแบบ Sang - O จานวน






ท่มีขนาดใหญ่กว่าเรือดานำ้าอังกฤษมาก แต่ก็เข้ามา ๒ ลา แม้ว่าเรือดานำ้าแบบนี้จะไม่ทันสมัยเท่าเรือดานำ้า
ปฏิบัติก�รถึงก้นอ่�วไทยเช่นเดียวกัน” ที่สร้างจากประเทศตะวันตกก็ตาม แต่ก็เคยสร้างปัญหา
“เรองนกคงจะชวยใหผทยงสงสยหรอไมเชอถอวา ใหกองทพเรอเกาหลใตมาแลวโดยไดลอบเขาไปสง



































เรือดานำ้าจะปฏิบัติการในอ่าวไทยได้ ได้มีความเข้าใจ สายลบและหนวยปฏบัติการพเศษขนฝงเกาหลีใตเปน




เรือดำ�น� US Balao class


18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘




ประจา โดยท่กองทัพเรือเกาหลีใต้ไม่เคยตรวจจับได้ขณะ “การมีเรือดำาน้า ๑ ลำา จะทำาให้ฝ่ายตรงข้ามต้องมี



กาลังปฏิบัติการเลย เน่องจากเป็นเรือดำ�นำ�ขน�ดเล็ก เรือรบผิวน้าและอากาศยานปราบเรือดาน้าจานวนมาก






ซึ่งเหม�ะที่จะปฏิบัติก�รในเขตน�ตื้นเป็นอย่�งม�ก” ในการป้องกันและปราบเรือดานำ้า การมีเรือดานำ้าทาให ้





สิงคโปร์ “กองทัพเรือสิงคโปร์ ซ่งเป็นกองทัพเรือ โอกาสท่จะถูกจ่โจมจากฝ่ายตรงข้ามมีไม่มาก และการม ี






ที่เพงจะจัดตงข้นได้ประมาณ ๓๐ กว่าปมาน้เอง เรือดานำ้ายังช่วยป้องปรามมิให้ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจ






แต่กลับเป็นกองทัพเรือท่สามในภูมิภาคท่ได้นาเรือดาน้า แก้ปัญหาด้วยการใช้กาลัง จากประโยชน์เหล่าน้จึงนับได้ว่า







เข้าประจาการ โดยได้จัดหาเรือดานำ้าตามแบบขนาดกลาง การมีเรือดำาน้าประจำาการในกองทัพเรือมีความคุ้มค่า”
ใช้งานมาแล้วของกองทัพเรือสวีเดนชั้น “SJOORMEN” ๑๗. พันโท ทัดเทียม เยี่ยมนคร ได้เขียนบทคว�ม
`

เข้าประจำาการถึง ๔ ลำา” เร่อง “ทหารครับ...ไม่ใช่แมว” ในหนังสือ เสนาสาร
(SJOORMEN ภาษาสวีเดน อ่านว่า “เชออูเมน” (เข้าใจว่าเป็น พ.ศ.๒๕๓๘)
`
ภาษาอังกฤษ คือ “THE SEA SNAKE” ภาษาไทย คือ “ทหาร...ครับไม่ใช่แมว”

“งูทะเล”) “เพราะทหารเดิน ๒ ขา มีเคร่องแบบ มีเกียรติ



นักวิจารณ์ทางทหารหลายคนท่ไม่เข้าใจถึงศักยภาพ มีศักด์ศรี ได้รับการฝึกมาให้มีความร้ความเช่ยวชาญ

ของเรือดานำ้าและปัญหาของกองทัพเรือสิงคโปร์ต่างแสดง ในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตยของชาติ



ความแปลกใจท่กองทัพเรือสิงคโปร์ได้ตัดสินใจนาเรือดานำ้า และที่สำาคัญที่สุด “ทหารมีสมองโตกว่าแมว”










น้เข้าประจาการ ทง ๆ ทมพ้นทปฏบติก�รโดยรอบประเทศ สมองของแมวมขนาดเทาลกพทราพนธขาวแอปเปล


















เป็นช่องแคบท่มีน�ต้นม�กกว�ในอ�วไทยเสียอีก” จะเข่องกว่าลูกปิงปองนิดหน่อย ความคิดความอ่านของแมว



ม�เลเชีย “กองทัพเรือล่าสุดท่ได้จัดหาเรือดานำ้า ก็หาแต่วิธีท่จะจับหนู จับนก จับจ้งจกกินไปตามเร่อง


เข้าประจาการแล้วคือ กองทัพเรือมาเลเชีย ซ่งได้ทา ตามราว มันคงไม่มีปัญญาคิดอ่านป้องกันผลประโยชน์ของชาต ิ




สัญญาจัดหาเรือดาน้าตามแบบขนาดกลางจากอ่ต่อเรือ วางยุทธศาสตร์ชาติ มองเห็นปัญหาสำาคัญ ๆ ที่คาดว่าจะ







ฝร่งเศส จานวน ๓ ลา ในจานวนน้เป็นเรือดานำ้าใช้งานแล้ว เกิดขึ้นในระยะยาว ๕ ปี ๑๐ ปี ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปี อย่างแน่นอน







ของกองทัพเรือฝร่งเศส ๑ ลา และเรือดานำ้าใหม่ท่ทันสมัย ผมหยิบเอาสานวนไทยร่วมสมัยประโยชน์น้ข้นมา



มากช้น “สกอร์เปน” (SCORPENE) ๒ ลา การจัดหา เพ่อประชดประชันก็เพราะเวลาน้ มักจะมีคนมองทหาร


เรือดาน้าของกองทัพเรือมาเลเชีย แม้ว่าจะมีแผนการ เป็นแมวครับ











จัดหามานาน ซ่งเป็นไปตามหลักการจัดโครงสร้างกาลังรบ โดยเฉพาะเรองของการททหารขอใหรฐบาลจดซอ


ทางเรือ เพื่อให้มีกำาลังทั้งสามมิติ (Balance Fleet) แล้ว จัดหาอาวุธเพื่อใช้ในการป้องกันประเทศ”






กองทัพเรือมาเลเชีย ยังมีความจาเป็นต้องจัดหาเรือดานำ้า “…จาเป็นอย่ดี ท่ทหารจะต้องพยายามทาให้คนในกล่ม


เข้าประจาการอย่างเร่งด่วนกว่าแผน ก็เพราะการท ี ่ อ่น ๆ มองเห็นสัจธรรมให้ได้ว่า “ทห�รครับ...ไม่ใช่แมว”






กองทัพเรือสิงคโปร์ได้จัดหาเรือดาน้าเข้าประจาการไปก่อน “การซ้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารน้น แต่ละคร้ง ั

หน้าเพียงเล็กน้อย ท้งน้เพราะระหว�งก�รมีและไม่ม ี แต่ละคราว มันใช้เงินจำานวนมาก มากมายมหาศาล เห็น




เรือดำ�นำ�น้น มีคว�มได้เปรียบเสียเปรียบ ท่เห็นได ้ ตัวเลขแล้วบางทีก็ขนลุกขนพองสยองเกล้าไปตาม ๆ กัน



อย่างชัดเจน” มันเป็นพันล้านหม่นล้านอย่างน้ คนได้ยินได้ฟังก็ต้องม ี




แต่ท่น่าสนใจก็คือ ทงรฐบ�ลม�เลเชยและประช�ชน อาการเช่นว่าเป็นธรรมดา”


ต่�งก็เข้�ใจและไม่แกล้งไร้เดียงส�ที่จะคิดว่� ก�รที่จะ “โดยเฉพาะประชาชนท่เป็นเจ้าของเงินท่เขาเสีย







ปล่อยให้กองทัพเรือเพ่อนบ�นท่มีเรือดำ�น�โดยท่กองทัพเรือ ภาษีบำารุงรัฐ”
ตนเองไม่มีนั้นไม่เห็นจะเป็นอะไร”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 19




“น่นแทบไมต้องอธิบายหรอกครบ ประชาชนเสีย

อีกคอยให้กาลังใจช่วยเหลือ ท้งอธิบายความต่อ ๆ กัน

บริจาคเงินทองมาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์”

“...แล้วไอ้เรือดำาน้านี้เอาไว้ทำาอะไรล่ะครับ”


“น่ก็คือปัญหาท่ทหารเราต้องเร่งบอกให้ประชาชนท ี ่

ไม่รู้ทราบเสีย เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่า เรือดำาน้านี้มันมี
ประโยชน์”
“เพราะส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่า ทะเลอ่าวไทย

มันขุ่นคลั่กยังงั้น เรือดำาน้ามันจะมองเห็นอะไรวะ”
“ทห�รครับ...” “จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างงั้นหรอกครับ”

“ผมเป็นทหารบนดิน ก็พอมองออกว่า เรือดานำ้าน้น

ไปไหนมาไหนคนมองไม่เห็นเพราะมุดอย่ใต้นำ้าประการหนึ่ง

คลื่นแรงลมแรงอย่างไรเขาก็เอาออกไปทำางานได้ เพราะ
มันอยู่ใต้นำ้าประการหนึ่ง”
“เกิดอะไรข้นในท้องทะเล เรือดานำ้านี้แหละครับจะเป็น


พระเอกออกไปดูแลให้ได้”
“และที่สำาคัญ แถว ๆ นี้ใคร ๆ ก็มีเรือดำาน้ากันแล้ว


ท้งน้น เขาแอบเข้ามาเม่อไหร่เราก็ไม่ร้ ย่งถ้าหากวัน




ข้างหน้าใครจะรับปากประกันได้ว่าเราจะไม่มีปัญหา


“...ไม่ใช่แมว” ขัดแย้งกับใครเร่องผลประโยชน์ในอ่าวไทย การมีเรือดานำ้า


เอาไว้ก่อนนะดีแล้วครับ เขาดามาเราก็ดาออกไป



“การท่ทหารจะนาเงินของเขาไปซ้อเรือดานำ้า ถึงจะพอฟัดกันได้”

ซื้อเครื่องบิน ซื้อรถถังคราวละมาก ๆ นั้น ถ้าไม่ทำาความ “ทหารเรือเขามีหน้าท่ป้องกันประเทศทางทะเล



เข้าอกเข้าใจกันให้ดิบดีแล้ว ก็หนีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่พ้น เขารับผิดชอบตรงน้เป็นทางของเขา เม่อเขาขอมาเพราะเขา



หรอกครับ” คิดแล้วว่ามันจาเป็น ซำ้าเงินท่ขอมาก็อย่ในเกณฑ์ให้กันได ้


“การวิพากษ์วิจารณ์ถ้ากระทาโดยคนร้จริง เข้าใจจริง ก็น่าจะให้เขาไป”
ก็ดีไป” “อย่าไปดูถูกดูหม่นความคิดทหารเรือเลยครับ ว่าใช ้

“แต่ถ้าบังเอิญทานท่วิพากษ์วิจารณ์ ท่านเกิดไม ่ เงนไมถกตอง ใชเงินมาก ผมวาเปนการมองทคบแคบเกนไป”














เข้าอกเข้าใจจริง ๆ แล้ว ผลก็คือ ประชาชนก็จะมองทหาร “ทหารเรือเขาเรียนเร่องภัยคุกคามทางทะเลมา
เป็นแมวนั่นแหละครับ” ชั่วชีวิตเขา เขารู้จริง เขารู้ดี เชื่อเขาเถอะครับ เขาไม่ใช่คน
“มีสมองโตกว่าลูกปิงปองนิดเดียว” คิดไม่เป็น”

“เร่องราวของทหารค่อนข้างจะยากต่อการอธิบาย “ทหารนั้น...คนครับ...ไม่ใช่แมว”
พอสมควร โดยเฉพาะในยามบ้านเมืองสงบเรียบร้อย หม�ยเหตุ
ไม่มีภัยคุกคามจากภายนอกให้เห็นเด่นชัด แต่ถ้าเป็นเวลา ข้อเขียนวันนี้ เพื่อ “กองทัพเรือ” สักครั้งครับ
ศึกสงครามมีการรบพุ่งระหว่างประเทศแล้ว”
20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘



๑๘. รังเกียจเรือดำ�น�ดีเซล ๓.๖ หมื่นล้านบาท ก็ซื้อไม่ได้เสียแล้ว

“สุรชาติ บำารุงสุข “ได้เขียนไว้ในหนังสือ “เรือดำาน้า” ว่า สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดี
“กระดูกสันหลังของเรือดานำ้าประเทศต่าง ๆ ท่วโลก กระทรวงทหารเรือ เม่อปี พ.ศ.๒๔๕๓ ทรงแถลงไว้ใน



น้นคือ “เรือดำ�น�ดีเซล” ซ่งได้มีนักการทหารประเมิน รายงาน “โครงการสร้างกำาลังทางเรือ” ว่า









คุณค่าของเรือดาน้าแบบน้ว่า อาจจะสามารถใช้ปฏิบัต ิ “การท่จะตอบปัญหาเร่องเงินว่า เสียแต่เพียงคา







การในสภาพแวดล้อมท่เป็นบริเวณชายฝ่งทะเลได้ดีกว่า เดียวว่า “ไมม”เท่าน้น ยอมเปนก�รง�ยกว�อย�งอน








เรือดาน้าพลังงานนิวเคลียร์เสียอีก ในขณะท่เรือดาน้า แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรต่อไปอีกด้วย”



พลังงานนิวเคลียร์อาจจะมีความได้เปรียบในเร่องระยะ ตอบปัญหาเรื่องเงิน ง่ายนิดเดียวคือ “ไม่มี ก็ไม่ต้องซื้อ”


เวลาท่อย่ใต้นำ้าได้นานกว่าและความเร็วท่สูงกว่า ฉะน้น ในย�มสงบ เงินจำานวน ๓.๖ หมื่นล้านบาท เห็นว่า


กองทัพเรือในหลาย ๆ ประเทศจึงมีเรือดำาน้าดีเซลประจำาการอยู่ เป็นเงินจำานวนมาก

แม้แต่รัสเซียก็ยังมีเรือดาน้าแบบน้ ยกเว้นสหรัฐฯ ซ่งเป็น แต่เมื่อเกิดสงคร�ม จะเห็นว่าไม่มากไปเลย และก็





มหาอำานาจประเทศเดียวที่ไม่มีเรือดำาน้าดีเซลเลย” ไม่ทันได้ใช้ เพราะ “ส�ยไปเสียแล้ว”
เรือดานำ้าดีเซล หมายถึง เรือดานำ้าแบบดีเซล - ไฟฟ้า ฝึกปร�บเรือดำ�น�โดยไม่มีเรือดำ�






( Conventional Diesel Eletric Submarine ไม่ใช่เรือดานำ้า ๒๑.“อัศวิน” ได้เขียนเร่อง “ราชนาวีไทย
ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ มีเรือดาน้าเหมือนกัน” ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ เดือน



อย่าให้ “ล�หน้�” (OFF SIDE) จากเรือดำาน้าดีเซล พฤศจิกายน ๒๕๒๕



ก้าวกระโดดข้ามไปถึงเรือดานำ้าพลังงานนิวเครียร์เลยครับ “กองทัพเรือเริ่มปรับปรุงเรืออีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้รับ
ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ทีละขั้นทีละตอน...อีกนาน ความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ โดยได้รับมอบเรือ
พุทธศาสนสุภาษิต ว่าไว้ว่า เช่น PF, DE, PC เป็นเรือประเภท “ปราบเรือดาน้า”
















“โย ทนธกาเล ทนเชติ ตรณีเย จ ตารเย” มอาวธและเครองมอปราบเรอดานา เครองมอเดนเรอท ่ ี
.
.

อ่านว่า “โย ทันธะกาเล ทันเชติ ตะระณีเย จะ ตาระเย” ทันสมัย จึงตั้งชื่อว่า “กองเรือปราบเรือดำาน้า” “เป็นกองเรือ
แปลว่า “การช้าจึงค่อยช้า การเร่งจึงค่อยเร่ง” เดียวที่มีอานุภาพสูง”

เรือดำ�น�ที่จะซื้อก็ติดขีปน�วุธไม่ได้ “อย่างไรก็ตาม ก�รฝึกปร�บเรือดำ�น�มักจะไม่ได ้





๑๙. มีครับ มีอาวุธปล่อยนำาวิถีด้วย ผลเท�ท่ควร เน่องจาก เร�ไม่มีเรือดำ�น� ท่จะมา





เรือดำาน้าที่จะซื้อจากจีน ๓ ลำา โดยใช้งบประมาณ contact ดังน้นสหรัฐฯ จงส่งเรือดาน้ามาร่วมฝึกเป็นคร้งคราว







๓.๖ หม่นล้านบาทน้ ติดต้งระบบอาวุธท่ครบถ้วนหลายชนิด ผ้เขียนจาได้ว่า เม่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ สหรัฐฯ ส่ง USS SABALO






มาพร้อมกับเรือ ได้แก่ อ�วุธปล่อยนำ�วีถ ที่สามารถยิง (SS302) มายังกองเรือ เป็นเรือ Double Hull ระว�ง



จากใต้น้าส่เป้าหมายบนเรือรบผิวน้าและยังสามารถยิง ขับนำ� ๑,๒๐๐ ตัน มาร่วมฝึก PX39”



เป้าหมายบนฝ่งได้ รวมท้งอาวุธตอร์ปิโดและท่นระเบิด สำานวนไทยแต่โบราณท่านเปรียบไว้ว่า เสมือนกับ

จึงทำาให้มีขีดความสามารถที่สมบูรณ์ที่สุด “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ”
แต่ “อ�วุธหลักของเรือดำ�นำ� ยังคงเป็นตอร์ปิโด ๒๒. ข้อมูลโดยสังเขปเร่อง “โครงก�รจัดห�เรือดำ�น� ำ ้


ไม่ใช่อ�วุธปล่อยนำ�วิถี” ของ ทร.” โดยสำานักงานเลขานุการกองทัพเรือ


เอ�เงินภ�ษี ๓.๖ หมื่นล้�นบ�ทไปซื้อเรือดำ�น� “…นอกจากน้ เรือดาน้ายังใช้ในการฝึกกาลังเรือ









๒๐. แล้วจะเอ�เงินที่ไหนไปซื้อเล่�ครับ ผิวน้าท่มีหน้าท่ในการปราบเรือดาน้าได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ๓.๖ หมื่นล้านบาท ไม่ซื้อ ต่อไปวันข้างหน้า เท่าที่ผ่านมา เรือปราบเรือดำาน้าของ ทร. ได้มีโอก�สฝึก

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 21




ปร�บเรือดำ�น�จริงน้อยม�ก เพราะต้องอาศัยเรือดำาน้า ประสบการณ์ เหมือนกับฝึกกับเรือดำาน้าจริง




ของชาติพันธมิตร ฉะน้น การฝึกส่วนใหญ่จะดาเนิน ในปี ๒๕๒๙ กองทัพเรือได้แต่งต้งคณะกรรมการวิจัย




การในลักษณะฝึกปราบเรือดาน้าสมมุติ (Simulate)” เพ่อพัฒนาสร้างยานใต้น้าข้นสาหรับการฝึกดังกล่าว






ซ่งเปรียบเทียบได้กับก�รฝึกซ้อมของนักฟุตบอลท่ไม่ม ี ยานนี้มีชื่อเรียกว่า “เป้�ฝึกปร�บเรือดำ�น�” การดำาเนิน

ลูกฟุตบอลไว้ซ้อมเตะ...” การวิจัยประสบความสาเร็จ ในปี ๒๕๔๓ คณะนักวิจัย





๒๓. พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว ได้กล่�วไว้ว่� ท่ในเวลาน้นอย่ภายใต้การกากับดูแลของสานักงานวิจัย

“…มีระบบการฝึกท่เข้มข้นในการปราบเรือดานำ้า และพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ (สวพ.ทร.) สามารถ














ข้อสาคัญต้องมีเรือ ดาน้ามาหลอกล่อตามประสาเรือดาน้า ำ สรางตนแบบฝกปราบเรอดานา และสงมอบใหกองทพเรอ






ร่วมอีกด้วย การฝึกไปโทง ๆ โดยไม่มีเรือดานำ้ามาเป็น ยานใต้น้าหรือเป้าฝึกปราบเรือดาน้าท่กล่าวน ้ ี





ค่ปรับ เป็นเพียงการฝึกข้นเบสิก เหมือนนักมวยได้แต ่ ไม่มีการนาไปใช้งานเน่องจากยังมีคุณลักษณะไม่เป็นไป


ฝึกชกลมโดยข�ดค่ซ้อมน่นเอง ซ่งไม่มีวันเป็นนักมวย ตามความต้องการสาหรับการฝึกปราบเรือดานำ้า





อ�ชีพชั้นท็อปได้” ในป ๒๕๔๖ กองทัพเรือได้อนุมติงบประมาณจาก

“ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ ในการฝึกปราบเรือดาน้าของ สานักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม (สวพ.กห.)











กองเรือปราบเรือดาน้า ทางอังกฤษได้ส่งเรือดาน้ามาร่วมฝึก ให้วิจยเป้าฝึกปราบเรือดาน้าท่มสมรรถนะสูงกว่า








พ้นท่ฝึกอย่ตอนใต้ของเกาะสมุยซ่งเรือดาน้าของอังกฤษ ลาท่สาเร็จในปี ๒๕๔๓ ในเวลาต่อมาเรียกช่อว่า “ยาน




ปฏิบัติการได้อย่างคล่องตัวโดยไม่มีอุปสรรคเร่องความลึก ใต้นำ้าไร้คนขับสาหรับฝึกปราบเรือดานำ้า” โครงการ


ของน้าแต่อย่างใด” วิจัยประสบความสาเร็จในปี ๒๕๕๑ สามารถสร้าง



“…เท่าท่ผ่านมาต้งแต่สงครามโลก ทหารเรือไทยได้ฝึก ยานต้นแบบ จานวน ๓ ลา แต่ประสบอุบัติเหตุจมนำ้า





ปราบเรือดานำ้าจริงจังกับเรือดานำ้าสหรัฐฯ และอังกฤษ ขณะทาการทดสอบ ๑ ลา ส่วนอีกสองลาได้ส่งมอบ



เท่าน้น สุดแต่เขาจะกรุณา สองสามปีจึงจะมีเรือมาสักคร้ง ั ใหกองทัพเรือและอยู่ในความดูแลของกรมสรรพาวุธทหารเรือ


หนึ่ง ผลเสียที่เรือดำานำ้าต่างชาติมาฝึกให้ มีอยู่แน่นอน ยานใต้นำ้าชุดท่ ๒ มีคุณลักษณะตามความต้องการฝึก


ควบคู่กับผลดี...” ปราบเรือดาน้า ยกเว้น แต่มีความเร็วไม่สูงมาก แต่ก็ได้รับ



“…การมีเรือดานำ้าของเราเองเพ่อการฝึกปราบเรือ ความพอใจจากบุคลากรของกองเรือยุทธการ เน่องจาก




ดานำ้าจาเป็นแน่นอน ในขณะท่มีเรือดาน้าต่างชาติอย่รอบ สามารถทำาการฝึกได้


ทะเลไทย และอย่าได้เชื้อเชิญเรือดำาน้าเพื่อนบ้านมาช่วย ในปี ๒๕๕๐ กองทัพเรือ ได้รับงบประมาณ

ฝึกด้วยเป็นเด็ดขาด” จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรม
๒๔. ย�นใต้น�ไร้คนขับสำ�หรับปร�บเรือดำ�นำ� วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) ให้วิจัย





กองทัพเรือมีความตระหนักว่า ความยากลำาบากในการ และพัฒนายานใต้นำ้าประเภทมีคนขับ เพ่อเป็นจุดเร่มของ










ทำาสงครามปราบเรือดำาน้า คือ การค้นหาเรือดำาน้าให้พบ การสรางยานใตนำาสาหรบกจการของพลเรอนและพฒนา







จึงต้องอาศัยการฝึกการค้นหาและปราบเรือดานำ้าอย่าง มาเปนยานทางทหารไดดวย โครงการนประสบความสาเรจ




ช่าชอง อุปสรรคของการฝึก คือ การท่ไม่มีเรือดาน้าไว ้ ในปี ๒๕๕๖ ในปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดลองการใช้


ใช้ในราชการ จึงมีแนวความคิดท่จะจัดหายานใต้นำ้า งานโดยกองเรือยุทธการ



มีลักษณะการเคล่อนท่ใต้น้าคล้ายเรือดาน้า สาหรับฝึก (จากบันทึกของ พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ




พนักงานโซนาร์ ในการดักฟังเสียง และฝึกเจ้าหน้าท ่ ี ดร.วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี อดีตเจ้ากรมอ่ทหารเรือ อดีต



ห้องศูนย์ยุทธการของเรือปราบเรือดานำ้าให้ม ี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจาผ้บังคับบัญชา
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘


ส่วนหนึ่งของคณะวิจัยย�นใต้น�ไร้คนขับฯ ย�นใต้น�ขน�ดเล็ก มีคนขับ























ย�นใต้น�ฯ กำ�ลังดำ�ลงใต้น� ้ ำ ก�รเคลื่อนที่ใต้น�ของย�นใต้น�ไร้คนขับ







หัวหน้าคณะนักวิจัยหรือนายทหารโครงการ) “...ในการท่จะดาริห์จัดสร้างกองทัพเรือข้นน้น


กองทัพเรือจะซื้อเรือดำ�น�ไปรบกับใคร เอาเป็นการเด็ดขาดได้ว่า สร�งเรือสำ�หรับป้องกันภัย





ถ้าถามเช่นนี้ก็ควรจะถามต่อไปด้วยว่า ไม่ใช่สำ�หรับไปท�ท�ยต่อยุทธ์กับประเทศอ่นนอกจาก
“เวียดนามซื้อเรือดำาน้าไปรบกับใคร” พระราชอาณาเขตร์...”


“สิงคโปร์ซื้อเรือดำาน้าไปรบกับใคร” ๒๖. พลเรือเอก ส�ม�รถ จำ�ปีรัตน์ ได้เขียนเรื่อง



“มาเลเซียซื้อเรือดำาน้าไปรบกับใคร” “สมเด็จพระราชบิดาเจ้าฟ้าทหารเรือ ธ ผ้ทรงริเร่ม



๒๕.“คณะกรรมก�ร” โครงสร้างกาลังทางเรือ บุกเบิกเรือดาน้าราชนาวีไทย” ในนิตยสารนาวิกศาสตร์



เมอ พ.ศ.๒๔๕๓ ซงม นายพลเรอตร กรมหมนชมพร เดือน มิถุนายน ๒๕๕๘ กล่าวไว้ว่า









เขตรอุดมศักดิ์ เป็นองค์ประธานกรรมการฯ ซึ่งได้ดำาริให้ “มไว้เฝ้าบานและป้องกันร้วบ้านทางทะเลท่มีช่องโหว ่



มีเรือดำาน้าอยู่ในกำาลังกองทัพเรือสยามด้วยนั้นได้กล่าวไว้ว่า ในมิติใต้นำ้า” (อ่านต่อฉบับหน้า)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๘ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ 23

ดำ�แล้วไม่โผล่ ตอนจบ




พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์














ผ้บังคับการเรือ เรือปราบเรือดานำ้าฝีมือด ี สาหรบรกษาชอของเราทเปนไทย รกษาความเปนไทย




คนหน่งในอดีต กล่าวว่า ถ้าถามว่า “ซ้อเรือดาน้าจะไป ให้สมชื่อของเราที่เป็นไทย”

รบกับใคร” ๒๘. เรือดำาน้ากับกรมอู่ทหารเรือ
กต้องตอบว่า “ถ้ายังง้นก็เลกมีกองทพเรือไปเสยเลยสิ” “ธรรมดามีเรือแล้วต้องซ่อมได้เอง เป็นหลักยุทธศาสตร์





เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควรถามต่อไปว่า ถ้าซ่อมไม่ได้เองก็ไม่ควรจะมี”
“มีทหารจะไปรบกับใคร” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ์ ิ





เม่อมาถึงตอนน้ ก็ต้องขอนาเอาโคลง ๖ ท่ช่อ ถ้ากองทัพเรือมีเรือดาน้าไว้ประจาการแล้ว กรมอ่ทหารเรือ








“หวใจเมอง”ท ถนอม อคเศรณ ใชนามปากกาวา “อัครรักษ์” ในฐานะหน่วยเทคนิคท่รับผิดชอบในการซ่อมทา






ได้แต่งไว้มาเสนอให้ทราบ โดยจะขอนาเอาเฉพาะตอน และสร้างเรือสนับสนุนกองทัพเรือ ก็ต้องมีส่วนร่วม

สำาคัญเพียง ๒ บาทแรกของบทที่ ๑ ดังนี้ ในการดำาเนินการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า” กรมอ่ทหารเรือได้บันทึกแสดงความคิดเห็น




พระราชดารัส พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เก่ยวกับเร่องเรือดาน้าไว้ในวารสารกรมอ่ทหารเรือ ประจา ำ







เจ้าอย่หัว รัชกาลท่ ๖ วันท่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๑ ปี ๒๕๕๔ เร่อง “กรมอ่ทหารเรือกับการจัดหาเรือดาน้า”


ในการเล้ยงพระราชทาน ผ้จะไปงานพระราชสงคราม โดยคณะทางานศึกษาและเตรียมข้อมูลการจัดหา



ในคราวสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เรือดำาน้า กรมแผนการช่าง กรมอู่ทหารเรือ ไว้ว่า


“เราจะมีทหารไว้ก็ดี จะมีกาลังอย่างใดๆ ท้งปวงไว ้ “ประเทศไทยต้องมีสมุททานุภาพ (Sea Power)


ก็ดี ไม่ได้มีไว้สาหรับข่มเหงผ้อ่น ไม่ได้มีไว้สาหรับ ทพรอมสวนหนงขององคประกอบของสมททานภาพ















ที่จะเอาหมัดเที่ยวยัดปากคนอื่น เรามีไว้สำาหรับทำาไม ? และมีความสาคัญได้แก่ กองกาลังทางเรือ ซ่งประกอบไปด้วย
8 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙




ยุทโธปการณ์ในการรบท้ง ๓ มิติ ได้แก่ เรือผิวน้า การค้นหาเป้าผิวนำ้าและเป้าอากาศยาน สาหรับขีดความ


เรือดาน้า อากาศยาน เป็นต้น จะเห็นได้ว่ากองทัพเรือ สามารถข้อน้ถือเป็นขีดความสามารถหลักอันสาคัญของ





มีกำาลังเรือผิวน้า มีอากาศยานจำานวนมาก แต่ยังไม่มีเรอ เรือดำาน้า โดยในคำากล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า”


ดาน้า ซ่งถือว่าเป็นยุทโธปกรณ์ในการทาสงครามทางเรือ “Nowhere to be seen but present everywhere”


ท่มีพลังอานาจและน่าเกรงขามอย่างย่ง โดยเฉพาะ นั้น สามารถอธิบายขีดความสามารถดังกล่าวได้อย่างชัดเจน





ปัจจุบันประเทศเพ่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวัน “เม่อพิจารณาจากภูมิศาสตร์ สมุทรศาสตร์



ออกเฉียงใต้ต่างก็จัดหาเรือดาน้ามาประจาการ ไม่ว่าจะเป็น และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แล้ว อ่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช

ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นอู่แห่งเดียวของกรมอู่ทหารเรือ ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล




บางประเทศมีทะเลอาณาเขตเพียงน้อยนิด แต่ก็ยังจัดหา มีร่องน้าลึก มีการจราจรทางน้าท่ไม่พลุกพล่าน อย่ใกล ้




เรือดำาน้าไว้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง” กบฐานทพเรอหลักของกองทัพเรือ คือ ฐานทัพเรือสัตหีบ

“เรือดานาท่จะจดหาคงจะเปนระบบขบเคล่อนชนด เรือดานำ้าสามารถเดินทางเข้ารับการซ่อมทาได้อย่างสะดวก




















ดีเซล - ไฟฟ้า ส่วนเรือดาน้านิวเคลียร์เป็นเทคโนโลย ี และปลอดภย นอกจากนแลวหากพจารณาจากชออแลว



ช้นสง และใช้งบประมาณมหาศาลในการดแลรักษา นับว่ามีความพอดีท่ได้รับพระราชทานช่ออ่จาก





ในปัจจุบันประเทศไทยคงไม่มีขีดความสามารถเพียงพอท ่ ี พระนามของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม


จะมีเรือประเภทนี้ไว้ประจำาการ” พระบรมราชชนก ซ่งเม่อคร้งยงดารงพระอสริยยศเปน





“เรือดานำ้าเป็นยุทโธปกรณ์ท่เป็นภัยคุกคาม สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลา



ท่น่าเกรงขาม เน่องจากมีการปฏิบัติการท่ไม่เปิดเผย นครินทร ทรงสาเร็จการศึกษาวิชาการทหาร







และยากแก่การตรวจจับ เป็นอาวุธทางรุกท่ปฏิบัติการ เรือจากประเทศเยอรมนี ซ่งพระองค์ทรงเปน



ในทางลับท่ประเทศต่าง ๆ ปรารถนาท่จะมีไว้ในครอบ ผทมความรเรองเรอดานาเปนอยางด และกลาวไดว่าเปน



































ครอง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศ เพยงผเดยวในเมองไทยสมยนน ทมความรเกยวกบเรอดานา



ใกล้เคียงหลายประเทศมีเรือดานำ้าประจาการ จึง พระองค์ทรงสนพระทัยในวิชาการเรือดานำ้าเป็นพิเศษ





นับได้ว่าภัยคุกคามจากเรือดาน้าอย่ไม่ไกลตัวเท่าไรนัก เคยได้รับรางวัลที่ ๑ ในการออกแบบเรือดำานำ้าในระหว่าง









ประเทศเพอนบ้านท่มเรือดาน้าประจาการไดแก ่ ที่ทรงศึกษาอย่ท่เยอรมนีตามท่กล่าวไว้ข้างต้น ซ่งหากใช ้






มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย อราชนาวมหิดลอดุลยเดชเป็นอ่ซ่อมเรือดาน้าแล้ว จะเป็นการ





ทั้งหมดเปนเรือดำาน้าดีเซลไฟฟ้า และจัดหาจากต่างประเทศ ถวายพระเกียรติในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านด้วย





มีเพียงประเทศอินเดียท่สามารถสร้างเรือดาน้าได้เอง อ่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดชจึงมีความเหมาะสมในการซ่อมทา ำ
และมโครงการเชาเรือดานาพลงงานนวเคลยรจากรสเชีย เรือดำาน้าของกองทัพเรือ”
















มาประจำาการ” “เมอพจารณาจากขดความสามารถจากทกภาคสวน



“ขีดความสามารถของเรือดานำ้า สามารถใช้ทะเล ของประเทศไทยแลว เรือดาน้าท่มีความเหมาะสม







เป็นเคร่องซ่อนพรางตนเอง ท้งจากการค้นหา และการ กับกองทัพเรือ น่าจะเป็นเรือดาน้าดีเซล - ไฟฟ้า

พิสูจน์ทราบ ถึงแม้ว่าเครื่องมือค้นหาตรวจจับประเภทต่าง ๆ ภายหลังจากท่มีประสบการณ์ในการใช้งานและมีความ

ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงข้นอย ่ ู พร้อมในการดูแลรักษาระดับหน่งแล้ว จึงจะจัดหา

๑๙
ตลอดเวลา แต่การตรวจจับเป้าใต้นำ้าก็ยังประสบปัญหา เรือดานำ้าดีเซล - ไฟฟ้าชนิด AIP ซ่งมีเทคโนโลยีท่สูงกว่า



และมีความยุ่งยากอยู่อย่างมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางยุทธการ”
๑๙ AIP Air Independent Propulsion
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 9

อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช


































พระราชานุสาวรีย์จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช



10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

เสด็จพระราชสมภพ วันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๓๔
เสด็จสวรรคต วันที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๒
ทรงมีคุณูปการยิ่งใหญ่แก่กองทัพเรือ ด้วยทรงริเริ่มโครงการสร้างกองเรือรบ

ปกป้องชายฝั่งทะเลไทย ประกอบด้วย ปฏิบัติการเรือดำาน้า ก่อให้เกิด “ฐานทัพเรือ”
และ “สถานีทหารเรือ” มั่นคงสืบมา
แนวพระราชดำาริที่พระราชทานไว้เป็นประโยชน์และทันสมัย
กองทัพเรือสำานึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจกันประดิษฐาน

พระราชานุสาวรีย์นี้ เฉลิมพระเกียรติคุณให้แผ่ไพศาลตราบจิรัฐิติกาล
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำาเนินมาทรงเปิด
เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔




คำาจารึกด้านหน้าพระราชานุสาวรีย์ฯ






ผ้เช่ยวชาญด้านเรือดาน้ายุคใหม่ของกองทัพเรือคนหน่ง บ้างก็ห่วงเร่องเงิน ๆ ทอง ๆ บ้างก็ห่วงจะกระเทือนซาง



อธิบายวา “Nowhere to be seen but present เพื่อนบ้าน เราพบกันมาแล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.


everywhere” เป็น MOTTO (คติ) ของเรือดำาน้า สื่อถึง ๒๔๘๔ เวลาเช้าตร่ “คนดีเด่น อาวุธด้อย ต้องถอยส ู ้




คุณลักษณะของเรือดาน้าท่ “มองไม่เห็น จึง อยู่ได้ทุกท่่ี่” เอาท้องอ่ม หลังคาโหว่ โง่บรรลัย” พระบาทสมเด็จ
จากการ “อย่ได้ทุกที” หมายถึงคุณลักษณะของเรือดาน้า พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว พระมหาธีรราชเจ้าของชาวไทย






ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติการได้ ๓ ระดับคือ ทรงพระราชนพนธไวว่า “แม้หวังต้งสงบ จงเตรียม










ระดบยทธศาสตร ไดแกการปองปรามความคด รบให้พร้อมสรรพ์ ศัตรูกล้ามาประจัน ก็อาจส้ริปูสลาย”
ในการใช้กำาลังทางเรือ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เราพบมาแล้ว บอบซำ้าบาดเจ็บล้มตายพลัดพรากเพราะ
ระดับยุทธการ ได้แก่ ส่งผลต่อการวางแผนทางทหาร อาวุธด้อยน้แหละ บทเรียนราคาแพงท่แทบจะเอาแผ่นดินไทย







ระดับยุทธวิธี ได้แก่ ขีดความสามารถด้านการซ่อนพราง เป็นเดิมพัน แตพอสบายกนหนอยกลม ตงหนาขวางการ



ยากในการตรวจจับ ยากในการกำาหนดตำาบลที่ สะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ของกองทัพเข้าไว้โก้ดี เพื่อนบ้าน
๒๙. ปี พ.ศ.๒๔๘๔ ประเทศไทยเราได้รับบทเรียน อาจจะสรรเสริญก็ได้นะครับ”
มาแล้วจากการที่ “ญี่ปุ่นบุกไทย” เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๓๐. ประเทศสยามเม่อปี พ.ศ.๒๔๖๒ ขณะทมการ





พ.ศ.๒๔๘๔ “สรศัลย์ แพ่งสภา” ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือ เร่ยไรเงินเพ่อซ้อเรือรบ ก็มีท้งผ้สนับสนุน และผ้คัดค้าน






“สงครามมืด ญี่ปุ่นบุกไทย” ว่า นายพลเรือโท กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงได้รับ




“เรามีแต่กาลังพลขีดความสามารถสูง ส้เขาได ้ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งต้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษ







ในทุกวิถีทาง แต่เคร่องมืออาวุธยุทธภัณฑ์สิครับ มันด้อยกว่า ออกไปหาซอเรือในภาคพ้นทวปยุโรป ระหว่างทประทับ

เขาหลายรอบ เงินทองก็ไม่ใคร่จะมีจัดซ้อหามาไว้ ในเรอ “โซบราล” เดินทางระหว่างสิงคโปร์ - โคลัมโบ


ซ้าไอ้จะซ้อแต่ละคร้งมันลาบากเหลือแสน เลือดตาแทบ ทรงมีลายพระหัตถ์กราบทูลจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้า





กระเด็น ท่ผมวานมันยุคโลกาภิวตน์เสียเป็นสวนใหญ ่ น้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดี




นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 11


กระทรวงทหารเรือ ลงวันท่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๒ “ทหารครับ...ไม่ใช่แมว” ในหนังสือเสนาสาร ดังที่ได้กล่าว

ความตอนหนึ่งว่า ไวก่อนหน้านี้แล้วว่า


“หวังด้วยเกล้าฯ ทุกคนว่าเร่องเรือพระร่วง “…ย่งถ้าหากวันข้างหน้าใครจะรับปากประกันได ้




คงเป็นการสาเร็จเรียบร้อย และคลังคงจะไม่ด้อดันไม่เข้าเร่อง ว่าเราจะไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใครเร่องผลประโยชน ์
ให้ทหารเรือจาเป็นต้องงอมืองอเท้าเปลืองพระราชทรัพย ์ ในอ่าวไทย การมีเรือดานำ้าเอาไว้ก่อนนะดีแล้วครับ



หาผลไมได ถ้าจะไม่ซ้อเรืออีกต่อไป ก็ควรจะเลิกทหารเรือ เขาดำามาเราก็ดำาออกไป ถึงจะพอฟัดกันได้”



เสียเลย การไม่ให้เรือมีแต่กระทรวงทหารเรือเป็นการ *มีโคลงโลกนิติอย่บทหน่ง มีท่มาจากสุภาษิตเก่าแก ่



เปลืองอย่างท่สุด และไม่เข้าเร่องด้วย ถ้าจะให้เป็นเช่นน้แล้ว ท่นับถือกันมาช้านาน ซ่งนักปราชญ์ได้แต่งไว้แต่คร้ง





เกล้าฯ เห็นว่านายทหารเรือทั้งหมดไม่ควรจะด้านหน้า กรุงศรีอยุธยา เห็นว่าเข้ากับเหตุการณ์เช่นน้ได้ดี จึงขอนา ำ








อย่รับราชการ โดยไมมหวงผลสาเรจอยางใดอย่างหนงเลย เสนอให้ทราบไว้ดังนี้


เช่นนี้” ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา
๓๑. พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว เขียนเล่าไว้ในนิตยสาร งูเห่า กลายเป็นปลา อย่าต้อง
นาวิกศาสตร์ เดือน สิงหาคม ๒๕๕๑ เร่อง“นานาวิกาสารา ข้าเก่า เกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี

๕๑๒” ว่า เมียรัก อยู่ร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ
ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ พิพิธภัณฑ์แห่งหน่งของไทย ถ้าท่านผู้ใดอ่านแล้วยังไม่ “ซึ้ง” พอก็ขอถอดความ


ได้ติดต่อขอซื้อเรือดำาน้าในเมือง Helsingborg ประเทศ อธิบายกันให้ “แจ่มแจ้ง” ดังนี้










สวเดน ดวยมลค่า ๒๘ ลานบาท ทได้นาไปปรบปรงสภาพ ช้างตัวใหญ่โต แม้ว่างาจะหักหายไปก็ดี งูเห่าท่ม ี











ท่ประเทศโปแลนด์จากน้นได้ว่าจ้างบริษัทในสวีเดน ลากจูง พษสงรายกาจถงแมวาจะกลายเปนเชองชาเหมอนปลากด ี







เรือดำาน้ามายังประเทศไทย ที่จังหวัดอยุธยา เพื่อหวังว่า บ่าวไพร่ท่เคยรบใช้มาต้งแต่สมัย ป่ ย่า ตา ยาย ก็ดี เมียรัก



จะให้คนไทยได้เห็นเรือดาน้าของจริง เรือดาน้าลาน้เป็น ที่เคยอยู่ร่วมห้องเดียวกันก็ดี ทั้ง ๔ อย่างนี้ คือ “ช้างสาร




เรือดำาน้าชั้น Whisky ที่สหภาพโซเวียตสร้างขึ้นระหว่าง งูเห่า ข้าเก่า เมียรัก” อย่าได้ไว้วางใจว่าจะไม่มีพิษมีภัย



ช่วงสงครามเยน มขนาด ๑,๓๕๐ ตน ยาว ๗๕ เมตร นับประสาอะไรกับเพ่อนบ้านท่ไม่ใช่คนไทย



หมายเลข U - 194 อย่คนละประเทศ แม้แต่เมียรักท่อย่ร่วมห้องเดียวกัน


แต่ปรากฏว่าเรือดานำ้าท่ถูกลากจูงจากโปแลนด ์ โบราณท่านยังสอนไว้ว่า “อย่าไว้วางใจ”


มายังประเทศไทยได้จมลงเสียก่อนนอกฝั่งจัตแลนด์ ๓๓. ความพยายามในการจัดซ้อเรือดานำ้าของ


พลเรือโท พันฯ เขียนไว้ว่า กองทัพเรือครั้งล่าสุด






“เปนอนวา คนไทยหมดโอกาสทจะไดลบคลาเรอดานา ้ ำ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๘ มีข่าวว่า






ของจริงไปโดยปริยาย ส่วนเรือดานำ้าหลวงของไทยที่มี “กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซ้อเรือดานำ้า

๒๐


โครงการจะมี ๆ มานานหนักหนา และยังไม่มี ก็ลูกผีลูกคน จากประเทศจีน จานวน ๓ ลา โดยใช้งบประมาณ

ต่อไป ซึ่งปัจจุบันนี้ออกจะเป็นลูกผี มากกว่า ลูกคน” ๓.๖ หม่นล้านบาท การท่จัดซ้อเรือดาน้าจากประเทศจีน







๓๒. ซื้อเรือดำาน้าด้วยเหตุผลว่าเพื่อนบ้านก็มี มีคณะกรรมการของกองทัพเรือ และจากกองเรือดาน้า



*“ทาไมเม่อสิงคโปร์มีเรือดานำ้า มาเลเซียจึงต้องม ี กองเรือยุทธการ ๑๗ คน เป็นผ้พิจารณา ให้คะแนนเลือก


เรือดำาน้าบ้างอย่างเร่งด่วน” เรือดำาน้าจากประเทศจีน ๑๔ คน ประเทศเยอรมนี ๒ คน



*พ.ท.ทัดเทียม เย่ยมนคร เขียนบทความเร่อง และ ประเทศสวีเดน ๑ คน”
๒๐ เรือดำ�น�จ�กประเทศจีน เป็นเรือดำาน้า “ชั้นหยวน” (YUAN CLASS S26T)



12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

เรือดำาน้า “ชั้นหยวน” ของจีน (Yuan Class S26T)



การจัดซ้อเรือดานำ้าของประเทศจีนเพราะมีอาวุธครบ ระบบ AIP


งบประมาณที่จะใช้ ๗ ปี หรือ ๑๐ ปี ขึ้นอยู่กับรัฐบาล พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ ได้อธิบายไว้ใน



จะซื้อในลักษณะ จีทูจี บทความเร่อง “เรือดานำ้าอาวุธท่ต้องคร้ามเกรง” นิตยสาร
เป็นเรือดำาน้าใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาต่อเรือ ๕ - ๖ ปี นาวิกศาสตร์เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ ว่า

ถ้าซื้อจากประเทศอื่นจะได้เพียง ๒ ลำา ระบบ AIP (AIR INDEPENDENT PROPULSION
ประเทศจีนเป็นเพียงชาติเดียวท่ใช้ระบบเอไอพี SYSTEM) คือ“ระบบการขับเคล่อนแบบใหม่ ท่ไม่ต้องพ่ง ึ






(AIP) เป็นระบบท่ทาให้เรืออย่ใต้น้านานถึง ๒๑ วัน อากาศภายนอก”











โดยไมตองโผล ขณะทเรอของประเทศเกาหลใตและ เรือดานำ้าท่ติดต้งระบบน้จะสามารถซ่อน




เยอรมนีไม่มีระบบ AIP อย่ใต้นำ้าได้ ๕ - ๖ วัน ก็ต้องโผล่ข้นมา พรางตัว หรือเคล่อนไหวใต้น้าได้เป็นเวลานานหลาย


ซึ่งเรือดำาน้าต้องเงียบ พรางตัวอย่างเดียว ถ้า ๔ - ๕ วัน สัปดาห์โดยไม่ต้องโผล่ข้นส่ผิวนำ้าและจะไม่มีข้อจากัด






แล้วต้องโผล่ขึ้นผิวน้า ดาวเทียมจับได้หมด ในการใช้พลังงานขณะดำาอยู่ใต้น้าอีกต่อไป




เมื่อได้เรือมาแล้วต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างน้อย ๓ ปี เรือดานำ้าท่ไม่มีระบบ AIP เม่อปฏิบัติงานต่อเน่อง




นอกจากน้ประเทศจีน ยังให้การดูแลเป็นอย่างดี ทั้ง นานวัน แบตเตอร่ในเรือจะอ่อนกาลังเม่อต้องใช้งาน

การฝึกอบรม และเรื่องอะไหล่ของเรือดำาน้าเป็นเวลา ๘ ปี” ต่อเนื่องหรือแล่นด้วยความเร็วสูง จึงต้องหาโอกาสโผล่ขึ้นมา
กองทัพเรือได้นาเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีฝ่าย “หายใจ” คือโผล่ข้นส่ผิวนำ้า เพ่อเดินเคร่องยนต์ดีเซล










ความม่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพ่อ ชาร์จประจุแบตเตอร่ ซ่งจะเป็นช่วงเวลาอันตรายท่สุด



นำาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป สาหรับเรือดานำ้า ท่ได้ช่อว่าเป็น“ศตรทมองไมเหนตว”








(Unseen Enemy)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 13






ผ้เช่ยวชาญด้านเรือดาน้าอีกท่านหน่ง ได้อธิบายเพ่มเติมว่า การจัดซื้อเรือดำาน้าครั้งนี้






“แม้ว่าระบบ AIP” ช่วยให้เรือดาน้าดาได้นาน ๑. ไม่ร้ว่าจะ “ต้องลมปากคน และลมปากกา”



โดยไม่ต้องใช้อากาศจากภายนอก แต่ใหกาลังต่ามาก ของคนในชาติเดียวกันอีกหรือเปล่า




ทาให้เรือดาน้าต้องใช้ความเร็วต่า ๔ - ๖ นอต เหมาะกับ ๒. ไม่รู้ว่าจะเห็น “ทหารเป็นแมว” อีกหรือเปล่า




การลาดตระเวน หรอ กบดานในพนทเสยงเทานน ๓. ไม่รู้ว่าจะเกิด “วิกฤตการณ์เรือดำาน้า” อีกหรือเปล่า









ขดความสามารถของเรือดานาจงควรดท่ขนาด ท้งหลายท้งปวงน้ คงหนีไม่พ้นเร่องเดิม ๆ ก็ต้อง









ความจแบตเตอร ขนาดของมอเตอร (ซ่งเปน “คอยดู” กันต่อไป (WAIT AND SEE)






load ใหญ่ท่สุดของเรือดาน้า) และประสิทธิภาพ/ ไม่ร้ว่าจะเป็น “ลูกผีหรือลูกคน” แต่คิดว่า













ความเรวในการประจแบตเตอรดวยเครองยนตดเซล “ออกจะเป็นลูกผีมากกว่าลูกคน” มากกว่าดังท่ ี
ซ่งเรือดาน้าสมัยใหม่สามารถรักษาระดับแบตเตอร ่ ี พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว ได้กล่าวไว้แล้ว



คงท่ด้วยการใช้เคร่องยนต์ดีเซลชาร์จไฟ แค่วันละ “ถ้ารัฐบาลแลราษฎรไว้ใจทหารเรอ และให้ทหารเรอ





ไม่ก่ช่วโมง ย่งเรือใหญ่มอเตอร์ย่งกินไฟมาก ต้องใช ้ เป็นทหารเรือจริงแล้วเราเช่อแน่ว่า ทางน้าใจคนแล้ว






แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้เวลาชาร์จไฟนาน คงจะปองกนความเป็นอศระของชาตไทยใหจงได้





พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ ได้เขียนบทความ แต่เมื่อจะทำาการให้สำาเร็จได้แล้ว เราจะต้องมีหวังที่จะ

เร่อง “เรือดาน้าอาวุธต้องคร้ามเกรง” ในนิตยสารนาวิกศาสตร ์ ต่อสู้ที่ทะเลด้วยจึงจะพอ”


เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ มีความตอนหนึ่งว่า นายเรือโท สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนสงขลานครินทร์


“ได้รายงานข่าวร้อนว่ากองทัพเรือสิงคโปร์ได้ท่มเงิน จากพระนิพนธ์ “ความเห็นเร่องเรือ ส.”


จานวนมหาศาลสงตอเรอดานาททนสมยไฮเทคอก ๒ ลา (สับมารีน : Submarine : เรือดำาน้า)















โดยมีกาหนดรับมอบในปี พ.ศ.๒๔๖๓ เม่อถึงเวลาน้น ๓๔. ชะลอโครงการจัดหาเรือดำาน้า ไม่ได้ยกเลิก


กองทัพเรือของประเทศเล็ก ๆ ปากอ่าวไทยจะมีกองเรือ เม่อวันท่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๘ มีรายงานข่าว



ดำาน้าขนาดเขื่องถึง ๘ ลำา โดย ๔ ลำา ในจำานวนนั้นจะมี ว่าพลเอก ประวตร วงษสวรรณ รองนายกรฐมนตร ี







สมรรถนะสูงด้วยระบบ AIP ในเร่องน้ผมคิดว่าประเทศพ่ใหญ ่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึง
ในแหลมทองท่ต้งอย่ก้นซอยก็คงจะได้มีการประเมิน กรณีชะลอการเสนอโครงการจัดหาเรือดานำ้าเข้าส่การ





สถานการณ์และหาทางรับมือเอาไว้แล้ว” พิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ยังไม่เข้า ครม.

อาวุธท่ดีท่สุดในการต่อส้กับเรือดาน้า คือ เรือดาน้าด้วยกันเอง และยังไม่ดาเนินการ ระหว่างน้ให้กองทัพเรือไปศึกษา








โบราณเรียกว่า “เกลือจิ้มเกลือ” ให้ชัดเจนว่าผลประโยชน์ทางทะเล มูลค่า ๒ ล้านล้านบาท



“An eye for an eye, a tooth for a tooth” เม่อเปรียบเทียบกับการจัดหาเรือดานำ้าน้นมีความเหมาะสม

“ตาต่อตา ฟันตาฟัน” แค่ไหนท่จะดาเนินการ รวมถึงจะมีผลต่อศักยภาพของกองทัพ




“ทะเล มีทั้งเหนือน้า ผิวน้า และ ใต้น้า” มากน้อยขนาดไหนด้วย









“มีทั้งศัตรูเหนือน้า ศัตรูผิวน้า และศัตรูใต้น้า” ยนยนการพิจารณาตองคานงถงความเหมาะสม


“กองทัพเรือจึงจำาเป็นต้องมีกำาลังรบ ทั้ง ทางเหนือน้า กับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี เร่องน้กองทัพเรือ


ทางผิวน้า และทางใต้น้า” ยังไม่ได้ยกเลิกโครงการ และยังเป็นไปตามแผนการพัฒนา



การจัดซ้อเรือดานำ้าของกองทัพเรือคร้งน้ไม่ร้ว่าเป็น ศักยภาพของกองทัพเรือ ขอฝากส่อมวลชนช่วยช้แจง








ความพยายามคร้งท่เท่าไหร่ หลังจากท่กองทัพเรือไทย และทาความเข้าใจกับประชาชนด้วย เม่อถามว่ามอง




ไม่มีเรือดำาน้ามาเป็นเวลานาน ถึง ๖๔ ปี อย่างไรท่โครงการดังกล่าวมักถูกกระแสต้านทุกยุคทุกสมัย
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙


พลเอกประวิตร ฯ กล่าวว่า ถ้าประชาชนเข้าใจก็สามารถ เรื่อง “เรือดำาน้า” คือ



ดาเนินการได้ การใช้งบประมาณในโครงการน้เป็นการ “แม้ว่ากองทัพเรือจะได้ทาเอกสารดังกล่าวออกมา

ใชงบผูกพันจ่ายเป็นระยะ ไม่ได้ใช้งบประมาณก้อนใหญ่ใน บ้างก็ตาม แต่ก็มีจานวนไม่มาก และไม่ได้เผยแพร ่





คร้งเดียว กองทัพเรือต้องพยายามทาความเข้าใจต่อไป ส่สาธารณชนเท่าใดนัก (เว้นแต่ในกรณีท่มีหนังสือพิมพ ์

และหากประชาชนเข้าใจจะสามารถดาเนินโครงการดัง นำาเอาไปตีพิมพ์ซ้า)”





กล่าวได้ เอกสารท่ “ทร.ดนแจงยบไทยตองมเรอดานา”






ทางกองทัพเรือได้ช้แจงและมอบหมายให้หน่วยงาน ก็คงไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับไหนเอาไปตีพิมพ์ซำ้า

ทเก่ยวของจัดทาเอกสารชแจงต่อสาธารณชน และ ทั้ง ๙ หน้า อย่างเก่งก็กล่าวถึงอย่างย่อ ๆ เพียงครึ่งหน้า










ส่อมวลชน เพ่อให้เกิดความเข้าใจถึงความจาเป็นและ หนังสือพิมพ์





ความค้มค่าในการจัดซ้อเรือดาน้า ขอให้ทุกฝ่ายเช่อใจ ๓๖. ดอกไม้กับก้อนอิฐ





และเคารพในการทาหน้าท่ของกันและกัน ยืนยันเรือดานำ้า ย้อนอดีต เม่อวันท่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๑

เป็นอาวุธมีศักยภาพสูงในการป้องกันทางทะเล ท้งด้าน ๗๗ ปีที่แล้ว เรือดำาน้า ๔ ลำา ของราชนาวีสยาม เดินทาง




อ่าวไทยและด้านทะเลอันดามัน โดยเฉพาะพ้นท่อ่าวไทย จากเมืองโกเบ ประเทศญ่ป่น กลับถึงกรุงเทพ ฯ ทหารเรือไทย

ท่มีพ้นท่กว่า ๓ แสนตารางไมล์ จากการศึกษาของ ได้รับ “ดอกไม้” จากการที่สยามมีเรือดำาน้า ำ



กองทัพเรือ พบผลประโยชน์ทางทะเลของไทยไม่ได้มีมูลค่า แต่ปัจจุบัน ทหารเรือกำาลังได้รับ “ก้อนอิฐ” จากการที่
๒ ล้านล้านบาทต่อปี แต่มีมูลค่ามากกว่า ๒๔ ล้านล้านบาท “จะมีเรือดำาน้า” (ยังไม่ทันมี)


ต่อปี ซึ่งถือว่ามีมูลค่ามหาศาล เมื่อเทียบกับเรือดำาน้าที่จะซื้อ ๓ ลำา ส่อบางฉบับ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ส่อบางฉบับ


มูลค่า ๓.๖ หมื่นล้านบาท และสามารถใช้งานได้ ๓๐ ปี ค้าน ต่อต้าน ขู่ ไม่มีเหตุผล ไม่น่าฟัง
ถือว่าค้มค่ามากท่สุด ถ้าไม่ให้จัดซ้อก็ไม่เป็นไร ถือว่าได ้ “กองทพเรอจะมีเรือดาน้าไม่ได้เด็ดขาดสถานเดียว”







ทำาในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ สอนทหารเรือไว้ว่า
๓๕. กองทัพเรือออกเอกสารชี้แจงเรื่องการจัดซื้อ “วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้า ปากของใคร”
เรือดำาน้า “อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป”

ถ้าจะให้เขียนตามภาษาของหนังสือพิมพ์ฉบับหน่ง “ในช่วงเกือบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา กองทัพเรือได้เสนอ

ที่เขียนพาดหัวข่าวเอาไว้ ก็ต้องเขียนว่า ความต้องการจัดหาเรือดานำ้ามาแล้วอย่างน้อย ๕ คร้ง



ทร. ดิ้นแจงยิบไทยต้องมี “เรือดำาน้า” แต่ก็ถูกระงับทุกคร้ง ถ้าด้วยเหตุผลว่าใช้งบประมาณ



หมายความว่า “การท่กองทัพเรือจะออกเอกสาร มากเกินไป หรือประเทศกาลังประสบภาวะวิกฤต
ชี้แจงฉบับนี้ กองทัพเรือจะต้องออกอาการสะบัดฟาดตัว ทางเศรษฐกิจ นำ้าท่วม ฯลฯ ก็พอย่อมรับได้ แต่ในคร้งหลังสุด

ไปมาอย่างแรง (คือออกอาการดิ้น) เสียก่อนแล้วจึงจะ ซ่งใช้งบประมาณน้อยมาก และก็ยังเป็นเงินในส่วน









ชี้แจง อย่างถี่ยิบ” ของกองทพเรอเองแท ๆ อกทงยงมขอมลหลกฐานทแสดง





เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๘ มีรายงานข่าว ความโปร่งใส และการเตรียมการอย่างสมบูรณ์มาก ก็ยังถูก

ว่า กองทัพเรือได้ออกเอกสารช้แจงรายละเอียดถึงการจัดซ้อ ดึงเรื่องให้ช้าจนตายไปเอง “ในที่สุด”


เรือดำาน้า “ชั้นหยวน” (Yuan Class S26T) จำานวน ๓ ลำา จากหนังสือ “สมุททานุภาพ” ฉบับชาวบ้าน

มูลค่า ๓.๖ หม่นล้านบาท จากสาธารณรัฐประชาชน โดยพลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ พิมพ์คร้งแรก


จีน มีความยาวรวม ๙ หน้า ก็เป็นไปตามความคาด เดือน มิ.ย.๕๘
หมายท่ “สุรชาติ บารุงสุข”ได้เคยเขียนไว้ในหนังสือ


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 15




๓๗. ผมขอนาข้อความจากหนังสือเร่อง“เรือดาน้า” “แนวความคิดในการเสริมสร้างศักยภาพขีดความ



โดย สุรชาติ บารุงสุข มาเผยแพร่ต่อท่านผ้อ่านสัก ๒ เร่อง สามารถโดยการซื้อเรือดำาน้านั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า ภาวะ



เรื่องที่ ๑ เรื่อง “บทบาทของรัฐสภา” เศษรฐกิจในปัจจุบันจะมีข้อจากัดในหลายด้าน รัฐบาล





“ในการอภิปรายในเร่องท่เก่ยวกับความต้องการ จึงมีความจาเป็นท่จะช่วยเหลือในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ


และการจัดซื้ออาวุธของกองทัพนั้น เห็นได้ชัดว่า สมาชิก ประชาชนผ้มีรายได้น้อย เพราะฉะน้นรัฐบาลจึงต้อง
ของฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีขีดความสามารถในการตรวจสอบ ทุ่มเททรัพยากรส่วนใหญ่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว คิดว่าสิ่ง

และควบคุมฝ่ายบริหารในเรื่องนี้ เหล่าน้จะมีผลกระทบต่อการเสริมสร้างองค์วัตถุพอสมควร”





การอภิปรายส่วนใหญ่เป็นการใช้ถ้อยคาสานวนโวหาร “เรือดาน้าเป็นยุทธโธปกรณ์ท่มีความจาเป็นต่อ




หรือคำาเสียดสี ที่หาสาระไม่ค่อยได้ เวทีการอภิปรายของ กองทพเรอ อีกท้งยังมีประโยชน์ต่อประเทศ อย่างไรก็ตาม


รัฐสภาในบางคร้งจึงไม่ต่างจาก “เวทีโต้วาที”เท่าใดนัก เรายังมีปัญหาเศรษฐกิจคงจาเป็นต้องชะลอ และทบทวน



เพราะเวทีโต้วาทีน้น เป็นการถือเอาสานวนโวหารเพ่อ แล้วหันมาฝึกกำาลังพลให้มีความเชี่ยวชาญ จึงถือว่าไม่ใช่
จูงใจให้ผ้ฟังสนุก และสนับสนุนความเห็นของฝ่ายตน เป็นเรื่องที่เสียโอกาสแต่อย่างใด

โดยไม่จำาเป็นต้องนำาพากับข้อเท็จจริงเท่าใดนัก” วันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ หนังสือพิมพ์รายวัน

เรื่องที่ ๒ เรื่อง “วิกฤตการณ์เรือดำาน้า” ฉบับหนึ่ง เขียนว่า



“วกฤตการณเรือดาน้า ม่งไปส่ข้อถกเถียงและการ “ทำาดีก็ต้องชม ทันทีที่เข้ามารับตำาแหน่ง พล.ร.อ. ณะ







แสวงหาคำาตอบในเรื่องของ “สินบน” มากกว่าเรื่องของ อารีนิจ ผบ.ทร.คนใหม่ พูดถึงเร่องการซ้อเรือดาน้า...จาก

“ยุทธศาสตร์ทางทะเล” จนอาจกล่าวได้ว่าสาธารณชน สภาพการณ์ปัจจุบันด้านเศรษฐกิจมีขีดจากัดค่อนข้างมาก...



แทบจะไม่เห็นข้อถกเถียงในเร่องความจาเป็นทาง รัฐบาลจาเป็นต้องแก้ปัญหาช่วยเหลือทุก ๆ ภาคส่วน






ยุทธศาสตร์ว่า ทาไมไทยควรจะมีเรือดานำ้า ? แม้วา โดยเฉพาะประชาชน...พร้อมท่จะชะลอโครงการซ้อเรือดาน้า ำ
กองทัพเรือจะได้ทาเอกสารดังกล่าวออกมาบ้างก็ตาม ในขณะนี้...ถูกต้องที่สุด...”



แต่ก็มีจานวนไม่มากและไม่ได้เผยแพร่ส่สาธารณชนเท่าใดนัก ถูกต้องท่สุด ท่ชะลอเพราะเศรษฐกิจไม่ดี มีปัญหา


(เว้นแต่ในกรณีที่หนังสือพิมพ์นำาเอาไปตีพิมพ์ซ้า) ” เรื่องเงิน แต่ไม่ถูกต้องที่สุดหากต้องชะลอเพราะ กองทัพเรือ




เร่องน้ผมมีความเห็นว่า กองทัพเรือจาเป็นจะต้อง ไม่ควรมีเรือดำาน้า





ดาเนินการประชาสัมพันธ์ เร่อง“เรือดานำ้า” ให้กว้างขวาง ผ้บัญชาการทหารเรือยังคงกล่าวว่า “เรือดาน้า










ย่งข้น ให้หนักข้น อย่างต่อเน่อง และให้มีประสิทธิภาพย่งข้น ยังเป็นยุทธโธปกรณ์ ท่มีความจาเป็นต่อกองทัพเรือ”
จะซอเรอดานาหรอไมซอกสดแลวแตวาจะเปน “ลูกผ ี และ “มีผลกระทบต่อการเสริมสร้างองค์วัตถุพอสมควร”
















หรือลูกคน” แต่เร่องท่สาคัญคือจะต้องทาให้สาธารณชน ๔๐. ปัญหาเรื่องเงิน






เข้าใจว่า “ทำาไมไทยควรจะมีเรือดำาน้า” “การท่จะตอบปัญหาเร่องเงินว่าเสียแต ่



๓๘. สรุป พุทธศาสนสุภาษิต ว่าไว้ว่า เพียงคาเดียวว่าไม่มีเท่าน้น ย่อมเป็นการง่าย

“นตถิ โลเก อนันติโต” อ่านว่า “นัตถิโลเก อะนันติโต” กว่าอย่างอ่นแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรต่อไปอีกด้วย”
.
แปลว่า “คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก นายพลเรือเอก สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนนครสวรรค ์

๓๙. ชะลอซื้อเรือดำาน้า วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ๑๙ มกราคม
เม่อวันพฤหัสบดีท่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ร.ศ.๑๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓)


พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าว “พระดำารัสนี้ ยังคงทันสมัยอยู่จนถึงปัจจุบัน”
ต่อสื่อมวลชนว่า แต่ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเงิน
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙




เพราะ “ในประเด็นเร่องงบประมาณ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ความคืบหน้าของโครงการจัดซ้อเรือดาน้าของกองทัพเรือ










ท่จะนามาจัดหาเรือดาน้าน้น กองทัพเรือใช้การผ่อนชาระ เร่องยังไม่ได้ส่งมาท่กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือกาลัง


ในระยะยาว ๗ - ๑๐ ปี ไม่ใช่การจ่ายเงินก้อนเดียว ไปดูเร่องของการใช้เงิน เพราะเก่ยวกับการใช้งบประมาณ



ทั้งหมด จึงตกปีละประมาณ ๓,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซงเป็นเร่องสาคัญท่ต้องไปดูว่าควรจัดสรรกันอยางไร



เท่าน้น ข้นอย่กับระยะเวลาผ่อนในขณะท่กองทัพเรือ ระหว่างรัฐบาลและกองทัพ เพ่อให้เกิดความเหมาะสมในการ





จะได้รับมอบเรือมาใช้งานท้ง ๓ ลา ภายในระยะเวลา ๖ ป ี จ่ายเงิน ไม่ได้มีการชะลอ ทุกอย่างยังเป็นไม่ตามข้นตอน



จึงถือว่าเป็นเง่อนไขท่กองทัพเรือได้รับประโยชน์มาก และ โดยทางกองทัพเรือต้องทาความเข้าใจและสร้างความ







งบประมาณส่วนน้ก็มาจากงบประมาณท่กองทัพเรือได ้ รับร้กับประชาชนให้เห็นว่า มีความจาเป็นเก่ยวกับเร่อง


รับจัดสรรประจำาปีตามปกติ มิได้มาจากงบกลางหรืองบ การดูแล โดยเฉพาะอย่างย่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

พิเศษของรัฐบาลแต่อย่างใด” ที่เรามีพื้นที่ทางทะเลเยอะ
“อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่อนุมัติโครงการจัดหา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวถึงจุดยืน


เรือดานำ้าในคร้งน้ กองทัพเรือก็ต้องพัฒนากองทัพเรือด้วย ของรัฐบาลในการให้มีเรือดานำ้า กองทัพเรือเห็นว่า


งบประมาณก้อนนี้อยู่ดี แต่เปลี่ยนเป็นการจัดหายุทโธปกรณ์ น่าจะมี ในฐานะกระทรวงกลาโหมก็เห็นชอบว่า มันต้องม ี


ประเภทอื่นแทน เช่น เรือฟริเกต หรือ อากาศยานปราบ เพราะประเทศเพ่อนบ้านมีหมด เพราะเขามีพ้นท่ทาง

เรือดาน้าแทน เป็นต้น ซ่งก็ไม่สามารถทาให้กองทัพเรือ ทะเลท่เขาดูแลอย่ เราก็ต้องเหมือนกับเขาท่ต้องดูแล

























บรรลภารกจทสมบรณไดอยดเพราะไมมยทโธปกรณใด ส่วนจะซ้อเรือดาน้าจากประเทศจีนตามท่คณะกรรมการ
สามารถมาทำางานแทนที่เรือดำาน้าได้ พิจารณาโครงการจัดซ้อเรือดานำ้าเลือกไว้หรือไม่ ก็ต้อง






(จากเร่อง “โครงการจัดหาเรือดาน้าของกองทัพเรือ” แล้วแต่ทางคณะกรรมการท่ต้งข้นพิจารณา รองนายก



โดย กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือน รัฐมนตรีด้านความม่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘) กลาโหมบอกว่า “ไม่ก้าวก่าย”

เศรษฐกิจไม่ดีเพราะอะไร กองทัพเรือจำาเป็นต้องมีเรือดำาน้า
ทำาไมเศรษฐกิจจึงไม่ดี เฮฮาประสาเรือดำาน้า


ใครทำาให้เศรษฐกิจไม่ดี พูดกันถึงเร่องเรือดานำ้ากันมามากแล้ว นับว่าเป็น

ทำาไมเศรษฐกิจจึงจะดี เรื่องที่ “หนักสมอง”แล้วทำาให้ “เครียด”(serious) มาก
ใครจะทำาให้เศรษฐกิจดี พอสมควร ผมว่าอย่าไปเครียดให้มากเลยครับ ปลงเสีย
เมื่อใดเศรษฐกิจจึงจะดี ว่า“อะไรมันจะเกิด มันก็ต้องเกิด” อะไรมันจะไม่เกิด
๔๑. นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มันก็ไม่เกิด “ดำาแล้วไม่โผล่ มันก็ไม่โผล่” “ดำาแล้วโผล่


กลาโหม ยืนยันยังไม่มีแผนชะลอโครงการจัดซ้อเรือดาน้า มันก็โผล่” มาคลายเครียดกันด้วย “เฮฮาประสาเรือ

มีข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ว่า โครงการจัดซ้อ ดำาน้า” กันสักหน่อยดีกว่า เป็นการ์ตูน “เฮฮานาวี” ที่


เรือดาน้ายังเป็นประเด็นท่สังคมให้ความสนใจ ผมเขียนไว้ใน นาวิกศาสตร์เมื่อหลายปีก่อน คงจะทำาให้



พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คลายเครียดไปได้บ้าง แต่ถ้าดูแล้วยังไม่หายเครียด ก็ขอ


คสช. ยืนยันยังไม่มีแผนชะลอโครงการจัดซ้อเรือดาน้า ให้เครียดต่อไป

เช่นเดียวกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตร ี

ด้านความม่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


ย้าหนักแน่นถึงความจาเป็นในการจัดซ้อเรือดาน้า



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 17

18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 19

20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

ทิ้งสมอ วรชาต มชบท ไดบรรยายไวในหนงสอ “เกรด









หากเรือดำาน้าไทย “ต้องลมปากคน และ ปากกา” พงศาวดาร รัชกาลที่ ๖” ว่า



ของคนไทยเอง จนถึงกับทาให้กองทัพเรือต้องขาดเรือดาน้า ำ “ได้โปรดกล้าฯ ให้จัดทาป้ายประกาศโฆษณาขนาด
นานต่อไปอีกกว่า ๖๔ ปี และจะ “กว่า” ต่อไปอีกกี่ปีก็ กว้างประมาณ ๑ เมตร ยาวประมาณ ๑.๗๕ เมตร ติดไว้







ไม่ร ทาให้ผมต้องคดถึงเรองในอดีต เม่อปี พ.ศ.๒๔๖๓ ตามส่แยกต่าง ๆ ท่วพระนคร ในแผ่นป้ายโฆษนาน้นมีภาพ





“เรือหลวงพระร่วง” เป็นเรือรบลาแรกและลาเดียวจน เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร (ม.ร.ว .ลพ สุทัศน์)

ปัจจุบันน้ ท่คนไทยท้งประเทศพร้อมใจกันเร่ยไรออกทุนทรัพย ์ สภานายกราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม ในพระบรม





โดยเริ่มเรี่ยไร ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๗ แม้แต่ ราชปถมภ กาลงแบบมอขอรบความชวยเหลอจาก









“หมา” (ถ้าใครรังเกียจ “หมา”จะให้เปลี่ยนเป็น “สุนัข” ก็ได้) ประชาชนในการสร้างร้วของชาติ อย่ทางด้านซ้ายของ


ยังออกเงินถึง ๑๐๐ บาท ก็ “ย่าเหล” สุนัขทรงเล้ยงของ แผ่นป้ายส่วนด้านขวาน้นเป็นภาพย่าเหลในท่าน่งยก ๒


ในหลวง รัชกาลท่ ๖ ยังไงล่ะครับ เพ่อซ้อเรือรบถวาย ขาหน้า มีตัวหนังสือว่า “ฉันออกเงินช่วยซื้อเรือรบหลวง




พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัว เป็นร้วทางทะเล พระร่วง ๑๐๐.๐๐ บาท” อีกด้วย

ให้กองทัพเรือไว้ป้องกันพระราชอาณาจักรทางทะเล










ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 21

ในท่สุดผมขอนา “เพลง ท่น่าสนใจ” มาเสนอสัก ๒ แต่งและแสดงเม่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ เป็นเพลงหน่งในจานวน









เพลง เพลงแรกเป็นเพลงท่มีเน้อร้องและทานอง โดย ๘ เพลงของละครเรื่อง “ศึกถลาง”
“ทวีพงศ์ มณีนิล” ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ บันทึก “ศึกถลาง” เป็นการรบกันระหว่างไทยกับพม่าท่ ี

แผ่นเสียงคร้งแรกเม่อ พ.ศ.๒๕๐๖ เพลงน้คือเพลง “เมืองถลาง”เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘ นับว่าเป็นการสงคราม


“ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก” มีเนื้อเพลงตอนหนึ่งว่า คร้งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ

วันได้ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑
วันไหนสำานึกแล้วเธอจะเสียใจ “เมืองถลาง”คือ เกาะภูเก็ต ปัจจุบัน “ถลาง” เป็น


วันไหนจะ“ร้สึก” วันไหนจะ“สานึก” วันไหนจะ“เสียใจ” อำาเภอหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต
ไม่รู้ ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ “รู้เอง” แล้วก็ “สายเสียแล้ว” พม่าได้ยกกาลังทางเรือ ส่งพลข้นบกท่เมืองถลาง




เพลงท่สองคือเพลง “ศึกถลาง” เป็นเพลงท่ พลตรี ล้อมเมืองถลางเอาไว้ได้ เพราะกาลังทางเรือของไทย




หลวงวิจิตรวาทการ ได้แต่งไว้สาหรับละครเร่อง “ศึกถลาง” ไม่เข้มแข็ง
เพลง “ศึกถลาง”มีเนื้อร้องดังนี้
ศึกถลาง ปางศัตรูมาย่า

ด้วยกำาลังทางน้า ไทยยังไม่แน่นหนา

ศึกถลางปางนี้ไทยต้องจำา กำาลังรบทางน้าต้องรีบหา

เมื่อศัตรูเหี้ยมฮึกศึกมีมา ถึงไทยกล้าขาดอาวุธก็สุดกัน
เขตสยามทางทะเลยาวไม่น้อย ต้องมีีเรือรบคอยเป็นรั้วกั้น
หากมัวรออยู่บนฝั่งตั้งประจัน คงตายก่อนไม่ทันได้รบเลย
เมื่อนาวีข้าศึกมาโจมจู่ ต้องมีเรือออกไปสู้ไม่อยู่เฉย
พวกเราชาวไทยอย่าได้ไว้ใจเลย เรานี้เคยถูกเจ็บจึงต้องจำา

หากมัวรออยู่บนฝั่งตั้งประจัน
คงตายก่อนไม่ทันได้รบเลย

เรือดำาน้าไทย ดำาแล้วไม่โผล่ ๖๔ ปีแล้ว


สวัสดี เรือดำาน้า
















22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙

เอกสารประกอบการเขียน
๑. พระนิพนธ์ในนายเรือโท กรมขุนสงขลานครินทร์ เรื่อง “ความเห็นเรื่องเรือ ส.” พระพุทธศักราช ๒๔๕๘

๒. นิตยสารนาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๔๘๐ เรื่อง “ทหารเรือดำาน้าไทยในประเทศญี่ปุ่น” โดย นายเรือเอก สวัสดิ์ จันทนมณี
๓. นิตยสารนาวิกศาสตร์ ธันวาคม ๒๔๘๐ เรื่อง “โอวาทของ นายนาวาเอก ยัตสุชิโร จักรพรรดินาวีญี่ปุ่น”

๔. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๘๑ เร่อง “ดูสยาม” โดย นาวาตรี สงวน อิศรางกูร ณ อยุธยา ประชุม ปัจจุสานนท ์
๕. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ เรื่อง “ศึกถลาง” โดย พล.ร.ต.เอกไชย อิศรางกูร ณ อยุธยา


๖. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ เรื่อง “วิวัฒนาการเรือดำาน้า โดย พลเรือตรี สว่าง ขันธ์นะภา”
๗. นิตยสารนาวิกศาสตร์ มิถุนายน ๒๕๑๘ คอลัมน์ “ชวนอ่าน” โดย วัฒนา
๘. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ เรื่อง “เห็นทีเราจะต้องมีกองเรือดำาน้าเสียแล้ว” โดย บางพระ


๙. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ เรื่อง “ราชนาวีไทยก็มีเรือดำาน้าเหมือนกัน” โดย อัศวิน

๑๐. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ เรื่อง “เรือดำาน้ากับกองทัพเรือไทย” โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช

๑๑. นิตยสารนาวิกศาสตร์ มกราคม ๒๕๒๗ เรื่อง “เรือดำาน้า” โดย พลเรือตรี สุดจิตต์ ทองผิว
๑๒. นิตยสารนาวิกศาสตร์ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เรื่อง “โครงการสร้างกำาลังทางเรือ ของ สมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนสงขลานครินทร์”

โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช

๑๓. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๓๘ เรื่อง “เรือดำาน้าไทยต้องลมปาก” (คนและปากกา) โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช


๑๔. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๓๘ เรื่อง “เรือดำาน้าในฝันและเรือดำาน้าจริงของไทย” โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช


๑๕. นิตยสารนาวิกศาสตร์ สิงหาคม , กันยายน ๒๕๓๙ เรื่อง “เรือดำาน้าพันธมิตรรุกรานน่านน้าไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒”
ตอนที่ ๑ และตอนที่ ๒ โดย พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช
๑๖. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ “ภาพในอดีต”

๑๗. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กันยายน ๒๕๕๗ เรื่อง “บันทึกไว้ในราชนาวี” ตอน “พิธีเปิดอาคารกองบัญชาการกองเรือดำาน้า
กองเรือยุทธการ” โดย นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร
๑๘. นิตยสารนาวิกศาสตร์ ตุลาคม ๒๕๕๗ เรื่อง “ข่าวนาวีรอบโลก” โดย พลเรือตรี จรินทร์ บุญเหมาะ

๑๙. นิตยสารนาวิกศาสตร์ กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม ๒๕๕๗ และ มกราคม ๒๕๕๘ เรื่อง “อภินิหารเรือดำาน้า”

โดย พลเรือเอก สามารถ จำาปีรัตน์

๒๐. นิตยสารนาวิกศาสตร์ มิถุนายน ๒๕๕๘ เรื่อง “สมเด็จพระราชบิดา-เจ้าฟ้าทหารเรือ ธ ผู้ทรงริเริ่ม/บุกเบิก เรือดำาน้าราชนาวีไทย”
โดย พลเรือเอก สามารถ จำาปีรัตน์
๒๑. นิตยสารนาวิกศาสตร์ สิงหาคม ๒๕๕๑ เรื่อง “นานาวิกาสารา ๕๑๒” โดย พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว
๒๒. นิตยสารกระดูกงู ธันวาคม ๒๕๒๖ ประวัติศาสตร์ชาวเรือ ตอน” การต้อนรับเรือหลวงต่อใหม่จากต่างประเทศในอดีต”
๒๓. นิตยสารกระดูกงู ธันวาคม ๒๕๒๖ เรื่อง “เรือดำาน้าสยาม”


๒๔. นิตยสารกระดูกงู สิงหาคม ๒๕๒๖ เรื่อง “วันเรือดำาน้า” ประวัติศาสตร์เรือดำาน้าแห่งราชนาวีไทย

๒๕. หนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ร.ต.พระยาหาญกลางสมุทร ร.น. (บุญมี พันรุมนาวิน) ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๗
เรื่อง ประวัติ (สังเขป) ของโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๔๔๑ ถึง ๒๔๗๖”
๒๖. หนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือตรี กนก นพคุณ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๒๔

๒๗. หนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก สนอง ธนศักดิ์” ๑ มีนาคม ๒๕๓๑ เรื่อง “ประวัติเรือดำาน้า
ในกองทัพเรือไทย” นันทริกา คุ้มไพโรจน์ ผู้เรียบเรียง



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ 23

๒๘. หนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก จริง จุลละสุขุม” ๒๘ กันยายน ๒๕๓๙
๒๙. หนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี” ๑๑ มีนาคม ๒๕๑๒

๓๐. หนังสือ “บันทึกความทรงจำาบ่างเรื่องของ หม่อนเจ้าหญิง ประสงค์สม บริพัตร” ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต”
พิมพ์ในงานเมรุ ณ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๙
๓๑. หนังสือ “จอมทัพไทยกับราชนาวี” ของกองทัพเรือ พ.ศ.๒๕๓๙
๓๒. หนังสือ “สามสมอ ๒๕๑๓” เรื่อง “ประวัติโรงเรียนนายเรือ”


๓๓. หนังสือ “ที่ระลึก ๗๔ ปี เรือดำาน้าแห่งราชนาวีไทย” “วันเรือดำาน้า ประจำาปี ๒๕๕๔”
๓๔. หนังสือ “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” ที่ระลึกในพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ณ วังนันทอุทยาน ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๒

เรื่อง“เกร็ด เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีความหมายมากเกี่ยวกับ กรมหลวงชุมพร ฯ” พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ รวบรวม
๓๕. หนังสือ “เสรีไทยสายอังกฤษ” เรียบเรียง โดย พ.อ.สุทิน สัมปัตตะวนิช พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยการสนับสนุนข้อมูลจากความ
ทรงจำาของศาสตราจารย์ ดร.อรุณ สรเทศน์ “ไก่ฟ้า” อดีตเสรีไทยสายอังกฤษ
๓๖. หนังสือ “เรือดำาน้า” โดย สุรชาติ บำารุงสุข

๓๗. หนังสือ “สงครามมืด ญี่ปุ่นบุกไทย” โดย สรศัลย์ แพ่งสภา
๓๘. หนังสือ “เสนาสาร” เรื่อง “ทหารครับ...ไม่ใช่แมว” โดย พ.ท.ทัดเทียม เยี่ยมนคร





๓๙. หนังสือ “ต่วยตูนพ็อกเก็ตบ๊ค” ปีท่ ๑๔ เล่มท่ ๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๘ เร่อง “กองทัพเรือไทยอยากมีเรือดานำ้า” โดย กระจอก

๔๐. หนังสือ “Out Door” เรื่อง “เรือดำาน้า” โดย บัน-ไซ
๔๑. หนังสือ “Atomic Submarine” By Norman Polmar
๔๒. หนังสือ “The Second World War” By Winston S, Churchill and The Editors of Life
๔๓. Submarines in Colours: Bill Gunston
๔๔. วารสาร ส.ต.ท. เมษายน - มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ เรื่อง “เรือดำาน้าแห่งราชนาวีสยาม” โดย บุญพิสิฐ ศรีหงส์

๔๕. หนังสือ “สมุททานุภาพ” ฉบับชาวบ้านโดย พลเรือเอก สามารถ จำาปีรัตน์
๔๖. ข้อมูลเกี่ยวกับเรือดำาน้า อภิสมัยโรจนชีวะ รวบรวม



ขอบคุณ พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์ ท่ช่วยเป็นท่ปรึกษาในการเขียนบทความเร่องน ้ ี







และนาวาเอก ฉัตรชัย ศุกระศร อดีตผ้อานวยการกองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ท่ช่วยหาภาพ

“ชุดเรือดำาน้าสยาม ๔ ลำา ในอดีต” ให้













24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙


Click to View FlipBook Version