“...การทำางานนั้น ทฤษฎี บทเรียนบทปฏิบัติ ตัวบทกฎหมายก็มี แต่ในทางปฏิบัติ กาลเทศะ ศีลธรรม
ื
ี
ความถูกต้อง หรือในเร่องของเมตตาธรรม ก็มีส่วนเก่ยวข้อง. บางที การปฏิบัติก็ต้องใช้การประยุกต์ในทฤษฎีต่าง ๆ
ิ
ำ
ื
เพ่อให้เกิดความเหมาะสมและเท่ยงธรรม โดยไม่ใช้กฎหมายหรือช่องโหว่ช่องลวงกฎหมาย ทาในส่งใด
ี
ที่เป็นอคติหรือความรู้สึกที่ไม่ดี หรือเป็นทาสของสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ดีที่มากดดัน. ก็คือรู้จักตัวเอง รู้จักความถูกต้อง
รู้จักศีลธรรม หรือเมตตาธรรม. ...”
พระราชดำารัส
ในโอกาสที่อัยการสูงสุด นำาอัยการประจำากอง สำานักงานอัยการสูงสุด
เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
วันอังคาร ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑
๕ ธันวาคม วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท อรรถพล เพชรฉาย
กสภา
รองนายกกรรมการราชนาวิ
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
์
พลเรือตรี อดิศักดิ แจงเล็ก
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี โสภณ รัชตาภิรักษ
่
พลเรือตรี คมสัน กลินสุคนธ
พลเรือตรี วัชระ พัฒนรัฐ
ุ
พลเรือตรี จรูญ คลองยทธ
พลเรือตรี ณัฐชัย วรรณบูรณ
พลเรือตรี สุวัจ ดอนสกุล
พลเรือตรี สมรภูมิ จันโท ปกหน้า
พลเรือตรี ประสาน ประสงคสําเร็จ
พลเรือตรี ปยบุตร เนียมประดิษฐ
พลเรือตรี เกือกูล กลินเอียม
่
้
่
พลเรือตรี ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
พลเรือตรี พนม ควรประดิษฐ
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก ชัชวาลย โตรุง
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง ปาริชาติ เชื้อจิตรนุกูล
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือเอก สุรนันท แสงรัตนกูล
พลเรือเอก อํานวย ทองรอด
พลเรือโท เบญญา นาวานุเคราะห ปกหลัง
พลเรือโท อัตตะวีร ทักษรานุพงศ ขอคิดเห็นในบทความท่นําลงนิตยสารนาวิกศาสตรเปนของผูเขียน
ี
พลเรือตรี ไชยา เตียมฉายพันธ มิใชขอคิดเห็นหรือนโยบายของหนวยงานใดของรัฐและมิไดผูกพัน
้
ี
บรรณาธิการ ตอทางราชการแตอยางใด ไดนําเสนอไปตามท่ผูเขียนใหความคิดเห็น
ื
ั
ั
นาวาเอก ชัชวาลย โตรุง เทาน้น การกลาวถึงคําส่ง กฎ ระเบียบ เปนเพียงขาวสารเบ้องตน
ผูชวยบรรณาธิการ เพื่อประโยชนแกการคนควา
นาวาเอกหญิง วรนันท สุริยกุล ณ อยุธยา ปกหนา-ปกหลัง
ั
ิ
ั
ุ
ประจํากองบรรณาธิการ ภาพวาดจตรกรรมฝาผนงพระราชวงพระเจากรงธนบร ุ ี
ิ
ิ
นาวาเอก ณรงค หาญพล (พระราชวังเดิม) และปอมวิชัยประสิทธ์ (วิไชยประสทธ์) ิ
นาวาเอกหญิง รักชนก เชือวงษ ภายในพระอโบสถวดอมพวนเจตยาราม จงหวดสมทรสงคราม
้
ุ
ั
ั
ุ
ั
ั
ั
ิ
นาวาเอกหญิง แจมใส พันทวี ออกแบบปก กองบรรณาธิการ
นาวาโทหญิง ศรัญญา ศาสโนปถัมภ พิมพที กองโรงพิมพ กรมสารบรรณทหารเรือ
่
่
นาวาโทหญิง สรารัตน จันกลิน เจาของ ราชนาวิกสภา
นาวาตรี ปญญา ประเสริฐจินดา สํานักงานราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด ถนนอรุณอมรินทร แขวงศิริราช เขตบางกอกนอย
เรือเอก วิทยา ภูประดิษฐ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
่
วาทีเรือโท ชัยพันธ ไกรศิริ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
สงขอมูล/ตนฉบับไดที่ [email protected]
นาวิกศาสตร 4 เว็บไซตราชนาวิกสภา WWW.RTNI.NAVY.MI.TH
ุ
ปที่ ๑๐๓ เลมที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ Fanpage : ราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยทธศึกษาทหารเรือ
สารบัญ
คลังความรู้ คู่ราชนาวี
่
่
ปที ๑๐๕ เลมที ๑๒ ประจําเดือน ธันวาคม ๒๕๖๕
ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า
บรรณาธิการแถลง ............................................................................๖
่
เรืองเลาจากปก .................................................................................๗
ุ
ยทธวิธี (นาวิกศาสตร มกราคม ๒๔๖๐) ...........................................๘
พลเรือตรี พระเจาพียาเธอ กรมหมืนชุมพรเขตรอุดมศักดิ ์
่
่
ยทธวิธี (นาวิกศาสตร กุมภาพันธ ๒๔๖๐) .....................................๑๗
ุ
่
่
พลเรือตรี พระเจาพียาเธอ กรมหมืนชุมพรเขตรอุดมศักดิ ์
ยทธกิฬา (นาวิกศาสตร กุมภาพันธ ๒๔๖๐) ..................................๒๔
ุ
่
่
พลเรือตรี พระเจาพียาเธอ กรมหมืนชุมพรเขตรอุดมศักดิ ์
พระกรณียกิจในปแรกของ นายเรือโท
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ......................................................๓๕
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย
จระเขขวางคลอง บทเรียนจากคลองสุเอซ-คลองปานามา
ถึงอนาคตไทย (ตอนจบ) ................................................................๔๗
นาวาเอก ภาณุพันธุ รักษแกว
สานวนชาวเรอ ................................................................................๖๙
ํ
ื
เรืองเลาชาวเรือ ..............................................................................๗๑
่
นอมรําลึก เสด็จเตีย ณ หาดทรายรี ๑๐๐ ปไมมีลืม ......................๗๓
่
ิ
ํ
ู
ิ
ขอคดปลกจตสานกจรยธรรม .........................................................๗๗
ิ
ึ
ี
ขาวนาวรอบโลก .............................................................................๗๙
ิ
ั
ภาพกจกรรมกองทพเรอ .................................................................๘๓
ื
การฌาปนกิจสงเคราะหแหงราชนาวี .............................................๙๒
มาตรานา เดือน กุมภาพันธ ๒๕๖๖ .............................................๙๖
ํ
เวลาดวงอาทิตย และ ดวงจันทร ขึน-ตก
้
เดือน มกราคม-กุมภาพันธ ๒๕๖๖ ..............................................๑๐๐
ื
ุ
ิ
ั
ั
นาวกศาสตร นตยสารของกองทพเรอ มวตถประสงคเพอเผยแพร
่
ี
ื
ิ
่
ิ
ื
วชาการและขาวสารทหารเรอทงในและนอกประเทศ ตลอดจนวทยาการอน ๆ นาวิกศาสตร 5
ิ
ื
้
ั
่
่
ทัวไป และเปนสือในการประชาสัมพันธของกองทัพเรือ ปที่ ๑๐๓ เลมที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓
่
้
สวัสดีครับสมาชิกทีรักทุกทาน นาวิกศาสตรฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๖๕ นี เปนฉบับสงทายปพุทธศักราช ๒๕๖๕
ุ
ี
่
ั
ั
ี
ี
ั
่
ํ
ั
่
ี
ทกาลงจะผานพนไป และกาวสปใหมทจะเขามา เปรยบดงเชนนาวกศาสตรของเราทมการพฒนาอยางไมหยดยง
ี
ิ
้
ู
ื
ุ
่
ื
ั
ี
ั
ิ
่
ั
้
ื
้
ทงเนอหา สาระ และบทความตาง ๆ ตามวัตถประสงคหลกของราชนาวกสภาทไดสืบสานตอเน่องกนมา เพอใหบทความ
ตาง ๆ ในนาวิกศาสตรมีความนาอาน นาสนใจ และนาติดตาม ทําใหผูอานไดทังความรู และความเพลิดเพลิน
้
ี
้
ื
ํ
ั
ั
ี
ั
ิ
ิ
ั
็
ในหวงเดอนธนวาคมน มวนสาคญของสมเดจพระบรพมหากษตรยาธราชเจา ๒ พระองค คอ ๕ ธนวาคม
ื
ู
ั
วันคลายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ิ
ั
วนพอแหงชาต และ ๒๘ ธนวาคม วนคลายวนปราบดาภเษกสมเดจพระเจาตากสนมหาราช สาหรบวงการกฬา ๑๖ ธนวาคม
ี
ั
็
ั
ิ
ํ
ิ
ั
ั
ั
็
่
ี
ู
ิ
ุ
ิ
ั
ิ
ิ
ั
เปนวนกฬาแหงชาต เปนวนทพระบาทสมเดจพระบรมชนกาธเบศร มหาภมพลอดลยเดชมหาราช บรมนาถบพตร
ี
ทรงเปนนักกีฬาทีมชาติไทย เขารวมการแขงขันกีฬาแหลมทอง ครังที ๔ ณ กรุงเทพมหานคร
้
่
ื
้
ิ
ั
่
่
ี
ึ
เนองในโอกาสวนท ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ปหนาทจะถงน เปนวนครบรอบ ๑๐๐ ป วนสนพระชนม
ี
่
ี
ั
ั
้
ิ
ุ
ิ
ี
พลเรอเอก พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด องคบดาของ
ื
ั
ิ
ุ
์
ี
้
ั
ํ
ิ
ทหารเรอไทย ซงกองทพเรอกาหนดจดกจกรรมเพอเทดพระเกยรตและนอมราลกในพระกรณาของพระองคทาน ตงแต
ื
ํ
ั
ั
ิ
ึ
ื
่
ึ
ิ
่
ื
ุ
้
วันที ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ จนถึงวันที ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ในโอกาสนี กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร
่
่
จึงขออญเชิญบทความท่พระองคไดนิพนธไว และลงตีพิมพในนิตยสารนาวิกศาสตรเปนฉบับปฐมฤกษ เม่อเดือน
ี
ั
ื
่
มกราคม ๒๔๖๐ คือ บทความเรือง “ยุทธวิธี” และบทความเรือง “ยุทธกิฬา” ลงในฉบับเดือนกุมภาพันธ ๒๔๖๐ ครับ
่
ั
่
้
่
นอกจากนี นิตยสารนาวิกศาสตรฉบับธันวาคม ๒๕๖๕ ยงมีบทความทีนาสนใจอีกจํานวนมาก อาทิ บทความเรือง
ื
ี
ี
ิ
ิ
“พระกรณยกจในปแรกของ นายเรอโท พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ” เขียนโดย พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย
่
้
ั
่
นักเขียนอาวุโสทีมีผลงานมากมายในนาวิกศาสตร อีกทังยงมีบทความทีเปนตอนจบ “จระเขขวางคลอง บทเรียนจาก
คลองสุเอซ-คลองปานามา ถึงอนาคตคลองไทย (ตอนจบ)” เขียนโดย นาวาเอก ภาณุพันธุ รักษแกว ครับ
ี
ุ
ี
่
ิ
ํ
สดทายน้ ในโอกาสทปเกา ๒๕๖๕ กาลังจะผานพนไป และปใหม ๒๕๖๖ จะกาวเขามา กองบรรณาธการนตยสาร
ิ
่
ิ
ุ
ั
ิ
ั
ี
ิ
์
นาวกศาสตร ขออาราธนาคณพระศรรตนตรย และสงศกดสทธทงหลายททานเคารพนบถอ ดวงพระวญญาณอนศกดสทธ ์ ิ
่
ิ
ี
ั
ั
ิ
์
ั
ิ
ิ
ั
ิ
้
ื
์
ั
ิ
ของสมเดจพระเจาตากสนมหาราช พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว และพลเรอเอก พระเจาบรมวงศเธอ
ู
ั
ุ
็
ื
็
์
ู
ี
พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด อกทงเดชะพระบารมแหงองคพระบาทสมเดจพระเจาอยหว
ิ
ุ
ี
็
ั
ิ
ุ
้
ั
ั
ี
ี
ั
ิ
ั
็
ุ
และสมเดจพระนางเจา ฯ พระบรมราชน ไดโปรดดลบนดาลพระราชทานพรใหสมาชกทกทาน และครอบครว
ิ
่
่
ประสบแตความสุข ความเจริญ สมหวังในสิงทีพึงปรารถนาทุกประการ
พบกันใหมปหนา ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ครับ
กองบรรณาธิิการ
กองบรรณาธิิการ
ขอบคุุณภาพจาก : มติิชนออนไลน ์
ปกหน้้า-ปกหลััง : ภาพวาดพระราชวังพระเจ้้ากรุงธนบุุรี (พระราชวังเดิม) และป้้อมวิชัยป้ระสิิทธิ� (วิไชยป้ระสิิทธิ�)
ิ
ั
ุ
ุ
ั
ั
ุ
ั
ั
ั
ิ
์
ั
ั
สิมยต้้นกรงรต้นโกสิินทร ในจ้ต้รกรรมฝาผนงภายในพระอโบุสิถวดอมพวนเจ้ต้ยาราม จ้งหวดสิมทรสิงคราม
ภาพจ้ิต้รกรรมฝาผนังภายในพระอุโบุสิถวัดอัมพวนเจ้ต้ิยาราม จ้ังหวัดสิมุทรสิงคราม เป้็นภาพวาดพระราชวัง
ั
พระเจ้้ากรุงธนบุุรี (พระราชวังเดิม) และป้้อมวิชัยป้ระสิิทธิ� (วิไชยป้ระสิิทธิ�) ในสิมัยต้้นกรุงรัต้นโกสิินทร์ที�แสิดงถึง
่
้
ุ
้
ั
ุ
่
�
่
ำ
ี
ั
�
ั
ำ
ุ
ั
ั
�
การคาสิาเภา ต้ังแต้สิมยกรงศรอยธยา ป้จ้จ้ยสิาคญทีคาจ้นเศรษฐกจ้และสิรางความแข็็งแกรงแกอาณาจ้กรมาโดยต้ลอด
ิ
ำ
ุ
่
ั
�
่
้
ั
้
ั
ำ
�
ึ
ี
�
็
ำ
็
้
�
้
ี
่
ั
้
่
ุ
แมกระทังเข็าสิสิมยกรุงธนบุุรยงคงใชการคาสิาเภานีอย ซึ่งเป้นสิิงสิาคญในการสินบุสินนการสิรางกรงธนบุุรเป้นราชธาน ี
ุ
ำ
่
ื
ุ
ำ
่
ี
้
้
็
แหงใหม ภายหลงจ้ากกรงศรอยธยาแต้ก สิมเดจ้พระเจ้้าต้ากสิินทรงรวบุรวมกาลงกอบุก่บุานเมองสิาเรจ้ แต้การจ้ะสิราง
้
ั
็
ั
่
ความแข็็งแกรงใหกรงธนบุุรนันเป้นเรืองยากลาบุาก เพราะเวลานันต้้องป้ระสิบุป้ญหาดานเศรษฐกจ้หลายป้ระการ ทวา
�
่
ิ
ำ
็
�
ุ
�
ี
ั
่
้
้
่
่
ั
ื
ำ
ุ
สิิงสิาคญทีจ้ะชวยใหเศรษฐกจ้กรงธนบุุรมันคงไดนัน คอ กาไรจ้ากการคาสิาเภา นบุต้ังแต้สิมยกรงศรอยธยาถงกรงธนบุุร ี
้
�
ุ
ึ
�
้
ำ
ุ
ี
ิ
้
ำ
ุ
�
ั
ี
�
ั
�
็
�
่
ุ
้
่
ึ
้
ิ
�
่
ำ
สิินคาข็องราชสิานกทีจ้ะนาไป้คาข็ายสิาเภานันสิวนมากเป้นข็องป้าและแรธาต้ ซึ่งไดมาจ้าก “สิวย” ทีไดจ้ากผลผลต้
�
�
ำ
้
่
ั
ำ
้
ข็องชาวบุานในแต้ละทองถิ�นในอต้ราทีกาหนดไวอย่างแนนอนและสิมาเสิมอ หรอไมแลว ราชสิานกกจ้ะเกณฑ์์แรงงาน
ื
ำ
�
้
ั
้
่
�
ำ
้
ั
่
่
ำ
้
็
ำ
ั
ั
ำ
�
้
ั
์
ำ
ั
ไพรไป้หาข็องป้าสิาหรบุนามาคาข็าย จ้ากวจ้ยเรือง “การคาสิาเภาข็องไทยสิมยรต้นโกสิินทรต้อนต้้น” ข็อง วราภรณ ์
่
่
้
ิ
ทินานนท์ ระบุุว่า เนื�องจ้ากสิภาพบุ้านเมืองในระยะเวลานันทรุดโทรมในทุกด้าน และรายได้จ้ากการเก็บุภาษีอากร
�
จ้ากราษฎรก็ไม่เพียงพอต้่อการฟื้้�นฟื้่บุ้านเมือง ดังนั�น การแต้่งเรือสิำาเภาไป้ค้าข็ายจ้ึงเป้็นทางนำารายได้เข็้าสิ่่ป้ระเทศ
็
็
ั
และในข็ณะเดยวกนกเป้นรายไดข็องบุรรดาข็นนางและพอคาเอกชนต้าง ๆ ดวย
ุ
ี
่
้
้
้
่
สิมเด็จ้พระเจ้้าต้ากสิินจ้ึงทรงเลือกกรุงธนบุุรีเป้็นเมืองหลวง เนื�องจ้ากในครั�งนั�นกรุงศรีอยุธยาเสิียหายมาก
่
�
ื
จ้นไมสิามารถจ้ะบุ่รณะป้ฏิิสิงข็รณใหดเหมอนเดมได และกรงธนบุุรเหมาะสิมทังข็นาดข็องเมองทีงายต้อการด่แลรกษา
่
่
้
์
ั
ี
ื
ี
ุ
�
ิ
้
ั
่
�
่
ุ
มีป้้อมป้ราการที�สิร้างไว้ต้ั�งแต้่สิมัยกรุงศรีอยธยาหลงเหลืออย ซึ่ึ�งพอจ้ะใช้เป้็นเครืองป้้องกันเมืองได้ และมีชัยภ่มิที�ต้ั�ง
เหมาะสิมด้วยอย่่ใกล้ทะเล หากเกิดมีศึกมาแล้วต้ั�งรับุไม่ไหวก็สิามารถหลบุหนีไป้ต้ั�งมั�นทางเรือได้ จ้ึงทรงสิถาป้นา
ุ
็
ั
ี
ี
ี
็
�
่
ี
ุ
่
กรงธนบุุรเป้นราชธาน พระราชทานนามวา “กรุุงธน้บุุรุศรุมหาสมทรุ” เมือ พ.ศ. ๒๓๑๑ นบุเป้นราชธานแหงที� ๓
ี
ถัดจ้ากกรุงสิุโข็ทัย และกรุงศรีอยุธยา ทรงโป้รดเกล้าฯ ให้สิร้างพระราชวังหลวงข็ึ�นทางฝั�งต้ะวันต้กข็องแม่นำ�า
เจ้้าพระยาในพื�นที�ที�เคยเป้็นที�ต้ั�งข็องป้้อมวิไชยเยนทร์เดิม (ซึ่ึ�งภายหลังได้รับุการเป้ลี�ยนชื�อเป้็นป้้อมวิไชยป้ระสิิทธิ�)
�
�
ิ
ภายหลงเรยกข็านกนวา พรุะรุาชวัังเดิิม อาณาเข็ต้ข็องพระราชวงเดมในสิมยนัน มพืนทีต้ังแต้ป้้อมวไชยป้ระสิิทธิข็ึนมา
ี
่
ั
�
ิ
ั
�
ั
�
ั
่
�
ี
จ้นถึงคลองเหนือวัดอรุณราชวราราม (คลองนครบุาล) โดยรวมวัดแจ้้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายต้ลาด
้
(วดโมลโลกยาราม) เข็าไป้ในเข็ต้พระราชวงดวย
ั
ั
้
ี
นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 8
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 9
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 10
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 11
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 12
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 13
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 14
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 15
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 16
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 18
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 19
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 20
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 21
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 22
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 23
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 24
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 25
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 26
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 27
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 28
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 29
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 30
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 31
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 32
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 33
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 34
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
๑. พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศเสด็จกลับสูกรุงสยาม
ึ
ิ
ิ
ี
ื
็
ุ
่
ั
ื
ั
พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ทรงศกษาวชาการทหารเรอ ณ ประเทศองกฤษ โดยเสดจออกจากกรงเทพฯ เมอวนท ี ่
๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ การศึกษาในราชนาวีอังกฤษของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศไดยุติลงในเดือนพฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๔๔๒ เมื่อพระองคมีพระชันษาเกือบครบ ๑๙ ป จากนั้นไดเสด็จไปทอดพระเนตรกิจการโรงงานสรางตอปโด
และโรงงานสรางปนใหญ
พระยาประสิทธิศัลยการ (สะอาด สิงหเสนี ตอมาเปนพลตรี พระยาสิงหเสนี ศรีสยาเมนทรสวามิภักดิ) อัครราชทูต
์
ณ กรุงลอนดอน (แทนพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์) ไดมีหนังสือกราบบังคมทูลเกี่ยวกับการทอดพระเนตรกิจการในครั้งนี้วา
ิ
การศกษาของพระองคเจาอาภากรเกียรตวงศ สวนทยงขาดอยคอ การยงปนใหญ และการใชตอปโด ซงจาเปน
ี
ั
่
ู
ื
ํ
ิ
ึ
่
ึ
ตองกลับมาทรงฝกฝนตอไป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงมีพระราชหัตถเลขาท่ ๒๕/๑๔๐๖ ลงวันท ่ ี
ี
๑๖ กุมภาพันธ ร.ศ. ๑๑๘ (พ.ศ. ๒๔๔๒) ตอบพระยาประสิทธิศัลยการ ใจความสําคัญวา
“ขอบใจทีเขาจัดการ การเลาเรียนเสร็จแลวอยากใหกลับมาทําการในทหารเรือตอไป”
่
ี
และตอมาไดทรงมพระราชหตถเลขา ท ๓/๑๐๙ ลงวนท ๒๒ เมษายน ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) อนญาตให
ั
่
่
ั
ี
ี
ุ
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ กลับสยามในฤดูแลง
ในวันที ๑๗ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) กระทรวงการตางประเทศไดมีหนังสือทูลราชเลขานุการวา
่
ุ
ิ
ุ
ู
ิ
ไดรบโทรเลขจากพระยาสรยานวตร (เกด บนนาค) อครราชทต ณ กรงปารส วา พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ
ุ
ี
ั
ิ
ั
ุ
ี
ั
ไดเสดจจากเมองเยนว ประเทศฝรงเศส โดยเรอเมลเยอรมน ชอ บาเยน (Bayern) ตงแตวนท ๑๕ พฤษภาคม ร.ศ. ๑๑๙
ั
่
ื
ั
ี
้
่
ื
ั
ิ
ื
ั
ั
็
่
แลวกําหนดจะถึงสิงคโปรไมเกินวันที่ ๗ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๙
เจาจอมมารดาโหมด ไดจัดใหหลวงภักดีรมนารถ (สรรพ บุนนาค ตอมาเปน นายเรือเอกผูชวย พระอมรมหาเดช)
ไปรับเสด็จทีสิงคโปรรวมกับหลวงสุนทรโกษา (คออยเหล ณ ระนอง ตอมาเปน พระยาประดิพัทธภูบาล) พระองคเจา
ู
่
่
็
ี
ั
ิ
่
ุ
ื
ี
ื
ิ
ิ
อาภากรเกยรตวงศไดเสดจลงเรอเมลชอสงคโปรออกจากสงคโปรในวนท ๘ มถนายน ร.ศ. ๑๑๙ มาถงปากนาเจาพระยา
ํ
้
ิ
ึ
ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓)
ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระเจานองยาเธอ กรมหลวงประจักษศิลปาคม เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และรังตําแหนง
้
ุ
ผบญชาการกรมทหารเรอ พระเจานองยาเธอ กรมหมนพทยลาภพฤฒธาดาราชเลขานการ พระยาสหราชเดโชไชย
ี
ั
ู
ิ
ื
่
ิ
ื
และหลวงปฎยตนาวายทธ (ฉาง แสง-ชโต ตอมาเปน พลเรอเอก พระยามหาโยธา) นาเรอสรยมณฑล (ลาทหนง)
ู
ํ
ี
่
่
ื
ิ
ํ
ุ
ิ
ั
ึ
ิ
ุ
ื
ออกไปรับเสด็จมาถึงเมืองสมุทรปราการเวลาทุมเศษแลวประทับรถไฟสายปากนํามาถึงสเตชั่นวัวลําพอง (หัวลําโพง)
้
็
ั
ู
็
ั
็
เวลายามเศษ พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวเสดจพระราชดาเนนโดยรถพระทนงเพอเสดจไปรบ
ุ
ํ
ั
่
่
ื
ี
ิ
่
นาวิกศาสตร 35
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ิ
ึ
็
ิ
ี
่
ั
ี
ี
ู
่
พระเจาลกยาเธอ พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ทสเตชนรถไฟ พอเสดจถงแลวพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ
ี
ไดเขาเฝาทูลละอองธุลีพระบาทในรถพระท่น่งท่ถนนเจริญกรุง แลวเสด็จฯ กลับ พระบรมมหาราชวังทางถนนเจริญกรุง
ี
ั
ี
ุ
รงข้นเชาวันท่ ๑๒ มถุนายน ร.ศ. ๑๑๙ เวลาสองทมเศษ โปรดเกลาฯ ใหมีการเลยงพระบรมวงศานวงศพระราชทาน
ี
ุ
ิ
ุ
ึ
้
เปนเกียรติยศแก พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ทีพลับพลาสวนดุสิต
่
่
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ไดเสด็จกลับถึงกรุงสยาม เมือวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ นับถึงในปปจจุบัน
พ.ศ. ๒๔๖๕ เปนเวลา ๑๒๒ ป มาแลว พระองคไดทรงศึกษาวิชาการทหารเรือในประเทศอังกฤษเปนเวลา ๖ ปเศษ
เมือเสด็จกลับถึงกรุงสยามแลวจึงไดเริมเขารับราชการในกรมทหารเรือ
่
่
๒. ทรงเขารับราชการในกรมทหารเรือ
ั
็
ุ
ี
ึ
่
ั
ิ
ั
ี
ิ
ุ
่
ี
หลงจากทพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ เสดจกลบถงกรงสยาม เมื่อวนท ๑๑ มถนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ แลว ๓ วัน
่
ตอมา คือ ในวันที ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ นายพลตรี พระเจานองยาเธอ กรมหลวงประจักษศิลปาคม เสนาบดี
ั
ื
ั
ั
ู
ี
ั
กระทรวงกลาโหม และผรงตาแหนงผบญชาการกรมทหารเรอ (รกษาราชการ) ไดมลายพระหตถกราบบงคมทลพระบาท
้
ํ
ั
ู
ู
ู
ู
ั
ี
ื
ั
็
สมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ขอพระราชทานยศพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศเปน นายเรอโท ผบงคบการ
ิ
ุ
ั
(เลฟเตอรแนลคอมาลเดอร : Lieutenant Commander)
วันที ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยหัว เสด็จออกทีศาลาหนาหององครักษ
่
ู
่
ี
ั
ู
ั
ิ
ื
ในพระบรมมหาราชวง และพระราชทานสญญาบตรใหพระเจาลกยาเธอ พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ เปนนายเรอโท
ั
ในกรมทหารเรือ
้
ั
ั
ี
ี
่
ื
ั
ั
ิ
พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ จงทรงไดรบพระราชทานเลอนยศจากนกเรยนนายเรอ ททรงไดรบแตงตงจาก
ื
่
ึ
ี
่
เสนาบดกระทรวงกลาโหม เมอวนท ๕ ตลาคม ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) เปนนายเรือโท (เทยบเทานาวาตร ในปจจบน)
ี
ื
ี
ี
ี
่
ุ
ั
ุ
ั
เมือพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ทรงไดรับพระราชทานยศเปนนายเรือโทแลว ไดทรงปฏิบัติหนาที่แฟลกเลฟเตอรแนล
่
่
(นายธง) ของ นายพลตรี กรมหลวงประจักษศิลปาคม ผูรังตําแหนงผูบัญชาการกรมทหารเรือ นับวาเปนการเริมตนที ่
้
ํ
พระองคทรงเขารบราชการในกรมทหารเรอเปนครงแรก เมอวนท ๒๓ มถนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ ในตาแหนง แฟลกเลฟเตอรแนล
ุ
ิ
้
่
ั
ั
ื
ี
่
ื
ั
ของนายพลตรี กรมหลวงประจักษศิลปาคม ผูบัญชาการกรมทหารเรือ ซึงเปนผูบังคับบัญชาพระองคแรก
่
๓. พระกรณียกิจของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ
ั
ั
ี
ี
็
จะขอเลาถงพระกรณยกจแตเพยงใน พ.ศ. ๒๔๔๓ (ร.ศ. ๑๑๙) เทานน คอ หลงจากทพระองคเสดจกลบกรงสยามได ๑ ป
ิ
ี
่
้
ั
ื
ุ
ึ
่
กรมทหารเรอในสมยทพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศทรงเรมเขารบราชการ อยในสภาพทจะตองไดรบการ
ี
ี
ี
่
ู
ิ
่
ื
ิ
ั
ั
ั
ิ
ุ
ิ
ุ
ั
ิ
่
ิ
้
ุ
ั
ั
ั
้
่
ี
ั
ี
ปรบปรงทงในดานองคบคคล องควตถ และระเบยบการบรหารราชการ นอกนนยงตองรเรมกจการใหม ๆ ทจําเปน
ี
ื
ั
ิ
ู
ี
ึ
ตองมีแตยังไมมีขนอกดวย นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม ผรงตาแหนงผบญชาการ กรมทหารเรอ ทรงมราชการ
้
ี
ํ
ั
ู
ั
้
อื่นอยูดวย และไมทรงมีเวลาพอที่จะทุมเทใหแกทหารเรือไดอยางเต็มที่ ทรงแบงเวลามาปฏิบัติราชการทางทหารเรือ
ี
้
ั
“ตงแต ๒ โมงเชาถง ๕ โมงเชา” (๐๘๐๐-๑๑๐๐) พระองคจึงทรงไมมีเวลาพอท่จะกําหนด ระเบียบ ขอบังคับ
ึ
่
ทีจะตองใชเวลาในการราง และตรวจสอบใหเรียบรอยกอนทีจะนําขึนทูลเกลาฯ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
่
้
นอกจากนั้นขาราชการรอง ๆ ลงมาในเวลานัน ก็ยงขาดความรูความสามารถทีจะปฏิบัติงานเชนนี ภาระเหลานีจึงตอง
ั
้
่
้
้
ตกอยกับพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศเปนสวนใหญ
ู
นาวิกศาสตร 36
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นายพลตรี พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาทองกองกอนใหญ กรมหลวงประจักษศิลปาคม
พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ
นาวิกศาสตร 37
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
้
นายพลตรี กรมหลวงประจักษศิลปาคม ผูรังตําแหนงผูบัญชาการกรมทหารเรือ ทรงมีลายพระหัตถกราบบังคมทูล
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ มีขอความบางตอนดังนี้
ั
ั
้
ั
่
่
ึ
ื
“อนง นายเรอของเรา ถาจะใชรบในกระบวนเรอในฝรงเศสทงหลายละเราเสยแลวก็มีอย ๒ คนเทาน้น คือ
ื
ู
ี
ั
ู
ิ
ี
ิ
ู
ิ
ั
ั
ิ
ุ
ิ
พระเจาลกยาเธอ (พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ) กบหลวงปฎยต (ฉาง แสง-ชโต : หลวงปฎยตนาวายทธ :
ื
็
ู
ั
ั
้
ั
ั
ู
ื
ื
ู
้
พระยาราชวงสรรค : นายพลเรอเอก พระยามหาโยธา) รวม ๒ คน เทานน นอกมานนนอกเหนอกวากน กเหลอแตพวกถลถกง ั
้
่
ตังแตแอสมิราล (ทรงหมายถึงกรมหลวงประจักษฯ เอง) ลงไปจนถึง ตนหนหมัด ตนหนเอม เปนทีสุดก็ใชได แตวาเมือ
่
ิ
ั
ไมมใครแลวกลงเรอแลนไปพบขาศกเขา กยิงกนจนหมดลกหมดดนเทานน” คณครพลเรอเอก ประพฒน จนทวรช
ื
ึ
็
ั
็
ี
ู
ิ
ั
ุ
ั้
ื
ู
ั
ไดเขียนแสดงความเห็นไววา
ึ
ื
ั
ี
ี
ั
ึ
“เมอคานงถงวาพระองคทรงมพระชนษายงไมครบ ๒๐ ป แมจะทรงไดศกษา และฝกงานในอาชพทหารเรอ
่
ํ
ึ
ื
ี
ี
มาอยางดีท่สุดในสมัยนั้นก็ตาม ยังรูสึกวาพระองคทรงมีภาระหนักเกินไป และทรงขาด Staff หรือลูกมือท่จะชวย
ปฏิบัติงานในรายละเอียดอีกดวย”
๔. การตรวจลํานํ้าเจาพระยาของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ
ี
ุ
ิ
เมอวนท ๒๕ มถนายน ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม ผรงตาแหนง
ั
ี
่
ิ
ํ
ั
้
ู
ั
่
ื
ํ
ั
ั
ู
ิ
ี
ผบญชาการกรมทหารเรอ ไดใหพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ไปตรวจการปองกนลานาเจาพระยา และใหเสนอ
้
ํ
ื
ขอคิดเห็นในการปรับปรุงแกไข
ื
ิ
ุ
พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ไดไปตรวจปอมพระจลจอมเกลา ปอมผเสอสมทร ปอมแผลงไฟฟาและ
ี
ุ
ี
้
่
่
้
่
การตอปโด ตังแตวันที ๒๕ ถึงวันที ๒๗ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๙ และไดถวายรายงานการตรวจลํานําเจาพระยา เมือวันที ่
้
๒๘ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๙
รายงานการตรวจลํานํ้าเจาพระยาของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ
ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๙ มีสาระสําคัญดังตอไปนี้
“ดวยมจดหมายรบสงลงวนท ๒๕ เดอนน ใหเกลาไปตรวจปอมพระจลจอมเกลา ปอมผเสอสมทรแลปอมแผลงไฟฟา
้
ุ
ี
ื
้
่
ั
่
ั
ี
ี
ื
ี
ุ
ั
่
ุ
ํ
ั
แลการตอปโด แลวใหทารายงานถวายนน ทราบเกลาทกประการแลว และเกลาไดไปตรวจการตามรบสง
้
ั
ั
ตังแตวันที ๒๕ ถึง ๒๗ มิถุนายน ขอถวายรายงานดังตอไปนี ้
้
่
๑. ปอมพระจุลจอมเกลา
้
ุ
ี
ั
ปอมนตงอยบนพนดนออน ไมอกกปคงจะทรดจนตองมการซอมแซมอกเปนอนมาก แลทลวงมาแลว
่
ี
้
ิ
ี
ี
ี
ื
้
ี
ู
ั
่
ั
ึ
ู
ั
ื
ู
็
จนถงบดนกทรดอยบางแลวการทตงปนทตงไวแลวนน เหนดวยเกลาฯ วายงไมถกตองด เพราะเมอเวลาเรอแลน
่
้
ั
ี
้
่
ื
ี
ั
่
้
ี
ั
็
้
ี
ุ
ี
ี
่
่
ึ
ิ
เขามาถงทใกลทสดแลใหขางลาเรอโดยเตมนน ปนในปอมหนยงไดแตเฉพาะ ๒ กระบอก ทตกดนมความชนมาก
ี
ุ
ึ
ั
ื
้
ี
ื
้
ิ
่
็
ํ
ั
ี
่
ื
่
ี
่
ี
ี
้
ี
ี
เกบดนปนไวไมใด แลเวลานตองยายดนปนไปไวทอนอนเปนทไกลเขาไป ทอยของทหารนนเรยบรอยด แตทครวทไว
่
ิ
็
ู
่
ั
ี
ิ
่
้
ั
ี
ั
อาหารน้นร่วมาก ท่โรงพยาบาลน้นยังบกพรองมาก คือ ไมมีเตียงนอน คนเจ็บตองนอนกับเส่อ แลท้งไมมีพาหนะสาหรับ
ั
ั
ั
ํ
ั
ื
ี
่
ํ
ี
ี
ํ
นาคนท่บาดเจ็บมาสงจากปอมไดอยางรวดเร็ว พลทหารประจาปอมเปนคนชรา มอายศมไมตากวา ๕๐ ป เสียโดยมาก
ุ
ํ
๒. ปอมผีเสือสมุทร
้
ี้
ิ
ื
็
ั้
ื่
ั
ตงไมถกทศ เพราะยิงไดเตมทแตตรงไปทางนา เมอแรกขณะเรอเลยวหวแหลมยังหางปอมประมาณ ๘๐ เสน
ี่
ู
่
แตเมือเรือแลนเลยเขามาทางทิศตะวันออกของปอม ๆ ก็หันปนยงไดเพียง ๑ กระบอกเทานัน ไมมีทีปองกันปนทีจะยง ิ
้
ิ
่
่
็
ี
ึ
ื
ั
ิ
ั
ั
ั
ี
้
ี
มาจากเสาเรอ มแตหลงคาสงกะสเทานน ตกเกบดนปนใชได ทอยทหารภอสมควรแตพลทหารประจาปอมมไมพอกบปน
ํ
่
ู
ี
นาวิกศาสตร 38
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน
าคม ๒๕๖๕
ว
นาวิกศาสตร 39
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
่
ี
ั
ี
่
ุ
ี
็
ิ
ี
ู
้
ี
่
ึ
ในปอมไมมปนยงเรวเลย มปนอารมสตรองอย ๓ กระบอก นอกนนเปนปนเกาใชประโยชนไดนอยทสด อนงไมมแผนทปอม
หรือแผนที่แมนํ้าตอนนี้โดยถูกตองเลย
๓. ปอมแผลงไฟฟา
่
ี
้
ั
ํ
ํ
ั
้
ี
้
ู
ั
ั
้
ั
ํ
ํ
ี
ปอมนตงอยในทาเลอนดสาหรบการปน แตไมเปนทสมควรสาหรบการวางตอปโด เพราะแมนาตอนนนฦกมาก
ั
ไปแลไหลเฉยว แผนททถกตองของปอมแลแมนาตอนนยงไมมเลย ทางทศใตอนเปนทศสาคญของการยงนน มตนไผแล
้
้
ั
ํ
ี
้
ั
้
ี
ั
ิ
่
ี
ู
ิ
ิ
ี
ี
ี
ํ
่
ั
ู
้
ื
ึ
ั
ี
ี
้
ั
่
ึ
็
ั
็
ื
ึ
่
วดโรมนคาตอลคกดกนอย เรอแลนขนมาจากทางนน แลไปจากปอมไมเหน ตอเมอเขามาถงทตรงหนาปอมจงจะแลเหน
ิ
หรอยงไดแตตรงไป อาณาเขตของปอมนนไมมทหมายกาหนด แลไมมสงใดทจะหามกนไมใหคนเขามาดเหนการฝกซอมแล
็
ี
่
ื
ั
ู
่
ี
ิ
้
่
ํ
ี
ั
ี
ิ
ิ
ทาการตอปโด พวกวดโรมนคาตอลคทอยใกลทเหลาน ทราบเกลาฯ วาเคยเขามาดอยเนอง ๆ ทอยของทหารกยงไมเรยบรอย
ู
ื
่
ี
ู
ี
่
ี
ั
ู
้
ี
ั
ู
ํ
ั
็
่
ี
่
่
สมควรทํารางเหล็กสําหรับทหารขนตอปโดไปลงเรือ แลเรือสําหรับบรรทุกตอปโดก็ไมมีแผนทีทีวางตอปโดก็ไมมี
ความเห็น
ั
ื
ุ
้
ั
ี
ั
็
เหนดวยเกลาฯ วาปอมพระจลจอมเกลา นนมประโยชนในการสงครามนอยกลาวคอตามหนงสอสญญาทาง
ื
่
ู
่
ี
ิ
่
ี
ี
พระราชไมตร ชาตตางประเทศจะใหเรอรบเขามาจอดทอดอยททาเมองสมทรปราการซงเปนทพนจากทางปนของปอมนน
ื
้
ุ
ั
ึ
ื
ิ
ู
ุ
ู
้
็
ั
้
ั
ื
กได ถาแมนเกดสงครามขนกบชาตทมเรอเขามาจอดอยในทอนกลาวแลวเชนนน เรอนนจะไมตองสกบปอมพระจลจอมเกลาฯ
ั
่
ี
ั
ี
ี
่
ึ
้
ั
ื
ิ
ั
็
ุ
ั
้
่
ื
็
้
ี
ี
ี
ั
ํ
ั
ู
้
ื
กคงมประโยชนสาหรบสกบเรอรบทจะมหนนเขามาเมอไดทาการสงครามแลวเทานน เหตนเหนดวยเกลาฯ วา ควรตงปอม
ี
ุ
่
ํ
ึ
ู
้
ื
ทแขงแรงกวาปอมพระจลจอมเกลาขนทตาบลปอมเสอสอนเลบไวเปนทตอสกบเรอรบทจะแลนขนมารบทกรงเทพ
่
ี
้
ึ
ี
่
ั
ุ
็
็
ี
ี
ี
่
่
ื
่
ํ
ุ
ี
ิ
ํ
ี
่
แลทตาบลปอมเสอสอนเลบนเปนทตงอยในไชยภมทาเลเหมาะดมาก มทางปนยงขนมาตอนบนไดจนถงปากคลอง
ู
ิ
ู
ึ
้
ึ
ี
้
ี
ํ
้
ั
็
่
ี
ื
ี
ึ
้
่
็
ํ
ั
็
บางจาก แลตอนลางกขมทารถไฟ ษามาท จะปองกนการแยงรถไฟไดดวย ถาจะทาขนกไมตองเปลองมากพอทจะซอมแซม
ื
ํ
่
่
ู
เพิมเติมเปลียนแปลงแกไขปอมเกาก็พอใชไดอยโดยมาก
สวนปอมแผลงไฟฟานันเห็นดวยเกลาฯ วาไมสมควรเปนทีสําหรับวางตอปโด เพราะแมนําตรงนันฦกถึง ๑๐ วา
่
้
้
้
่
ึ
ี
ิ
ั
ี
่
้
ํ
ี
่
้
ี
ุ
(๑๐ ฟาตอม) ฦกเกนไปควรยายตอปโดมาวางในแมนาตอนปอมผเสอสมทรซงเปนทฦกพอดแลเปนทควรจดทปอม
ื
ี
่
ึ
้
ั
้
ั
้
ุ
้
ี
ี
่
ุ
่
ี
ื
ั
ํ
ื
ผเสอสมทรนใหเปนทรวมธระการ หรอเปนแหงทสาคญของการวางตอปโดทวไป สวนปอมแผลงไฟฟานนควรตงขน
ั
้
ี
่
่
้
้
่
เปนปอมแข็งแรง แลใหมีปนยงเร็วดวย ที ๆ มีตนไมสูง แลทีวัดโรมันคาตอลิคทีเกิดอยขาง ทิศใตนัน ควรรัฐบาลจะซือ
ู
ิ
่
้
ํ
ึ
ั
้
ึ
ํ
้
ื
่
ั
ั
่
ั
ํ
้
่
ี
หรอแลกเปลยนทนนเสย แลวทาใหเปนทเตยน กนเปนอาณาเขตสาหรบปอมขน ตาบลถดจากปากคลองบางจากขนมา
ี
ี
ี
ี
ี่
ึ้
ึ่
ึ่
ี
็
ี
มทอยูตอนหนงซงเลยงทางปนของปอมแผลงไฟฟา แลปอมเสอสอนเลบ ทตรงนควรตองมปอมยอย ขนอกแหงหนง ึ่
ื
ี
ี่
ี่
ี้
้
้
่
แลวางตอปโดในแมนําดวย (นําฦก ๕ วา) ตําบลอันเปนทีควรจัดวางตอปโดนั้น ควรใหมีวางในตอนตังแตทุนดําเขามา
้
ั
จนถงเรอตะเกยงดวยเหนดวยเกลาฯ วา ตอปโดทมอยแลวนนยงไมพอแกความตองการ ควรจะใหมขนอกมาก
้
ี
ั
ี
ี
่
ี
ื
ี
ึ
ู
็
้
ึ
ํ
่
่
ึ
ื
ี
อนง แผนทปอมแลแมนาทถกตองกยังไมมเลย เรองนเปนสาคญมาก ควรตองลงมอทาเสยกอนลงมอทาการอน ๆ
่
ี
ี
ื
็
่
ั
ื
ํ
้
ี
ํ
่
ํ
ู
ี
ื
้
ิ
พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ทรงเขยนรายงานนเมอพระชนษายังไมครบ ๒๐ ป และเนองดวยทรงจากกรงสยาม
ี้
ื่
ุ
ั
ี
ี
ื่
ไปนานถึง ๖ ปเศษ อักขรวิธีในลายพระหัตถจึงผิดแผกไปบางเปนธรรมดา เชน
อายุศม คือ อายุ
ภอสมควร คือ พอสมควร
ฦกมากไปแลไหลเฉี้ยว คือ ลึกมากไปและไหลเชี่ยว
ปอมเสือสอนเล็บ คือ ปอมเสือซอนเล็บ
ษามาท คือ สามารถ
นาวิกศาสตร 40
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
ั
็
้
็
แตรายงานของพระองคนนเปนประโยชนตอราชการทหารเรอมาก และความเหนของพระองคบางประการกแตกตางกบ
ื
ั
ี
ึ
ั
้
ี
ื
็
ํ
ื
่
นกการทหารเรอสยาม และตางประเทศ กรมทหารเรอเหนสมควรจะตองทาการแกไขเปลยนแปลงใหดขนตามเวลา
่
อันสมควร นับวาการตรวจลํานําเจาพระยาของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศเปนทีพอใจของกรมทหารเรือมาก
้
ิ
ู
ํ
นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม ไดทลเกลาฯ ถวายสาเนารายงานของพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ
ิ
ั
ี
ี
ี
ู
็
่
่
ี
พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ทรงมพระราชหตถเลขา ท ๗/๔๐๔ ลงวนท ๑ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๑๘
ั
ุ
ั
ั
ี
(พ.ศ. ๒๔๔๓) ตอบกรมหลวงประจักษศิลปาคม มีใจความสําคัญ คือ
“ไดอานรายงานแลวเห็นวาเปนความคิดทีหลักแหลมอยู”
่
้
๕. การจัดตังหนวยทัศนสัญญาณ
้
นายพลตรี กรมหลวงประจักษศิลปาคม ผูรังตําแหนงผูบัญชาการกรมทหารเรือ ทรงมีลายพระหัตถกราบบังคมทูล
ิ
ี
ี
้
พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว เมอวนท ๒๒ มถนายน ร.ศ. ๑๑๙ มขอความบางตอนดงน “อนง ความรตอง
ู
ี
ึ
่
ั
่
็
ื
่
ั
ุ
ู
ุ
ั
ุ
ู
ั
ิ
ี
ื
ั
ู
ขอรบพระราชทานกราบบงคมทลพระกรณาตามจรงวา ขาพระพทธเจาเปนคนไมรเปนแตไดอานหนงสอแลความเรยนบาง
ั
ุ
ุ
่
ู
ิ
ั
็
ั
็
ั
ื
่
ี
เลก ๆ นอย ๆ เหนสพระเจาลกยาเธอไมไดเปนแน สวนความอสาหแลความเพยรกสกนไมไดดงเชนเคย สงใหคดเรอง
็
ู
ู
ั
้
่
ั
ั
ั
ิ
ี
ั
ํ
ึ
ั
ื
ั
ุ
่
ั
ั
ี
ราตรสญญา หลวงปฎยตยงไมไดยนทกวนน เปนแตไดรบคาสงแลวสก ๑๐ วน ไดมาอธบายถงโคมมตกบแสงไฟฟาเทานน
ิ
ั
ิ
ี
้
ั
ื
ิ
แอสมราล (ทรงหมายถึงกรมหลวงประจกษฯ เอง) ไมทราบเกลาฯ คร้นเม่อไดพบนกเรยนนม (ทรงหมายถงพระองคเจา
ุ
ั
ี
ั
ึ
อากากรเกียรติวงศ) ไดถามนักเรียนนุมไดอธิบายใหฟงแจมแจงทุกอยางจนทวมความรูของแอสมิราล”
ี
ั
ื่
นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม ทรงมอบหมายใหพระองคเจาอากากรเกยรตวงศ ทรงดําเนนการในเรอง
ิ
ี
ิ
ิ
้
การฝกพลทัศนสัญญาณ และจัดตังหนวยทัศนสัญญาณขึนในกรมทหารเรือ ดังปรากฏหลักฐานในลายพระหัตถของ
้
ี
ุ
่
ั
กรมหลวงประจกษศลปาคม กราบบงคมทลพระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ลงวนท ๗ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๑๙
ู
ู
็
ั
ั
ิ
ั
มีสาระสําคัญดังนี ้
“ดวยการราตรีสัญญาของกรมทหารเรือเรายงไมมี ทีเงียบกันมาได เขาใจวามี ก็เพราะไมมีเหตุขึน ครันมีเหตุขึน
้
้
้
ั
่
ในเวลากลางคืน จึงไดรูวาไมมี ตองใชถูลูถูกังกันไปดวยความฉายโคมเทานัน”
้
ั
ี
“แลการฟอนธงแลฟอนหมวก ซงเปนสญญาของพวกทหารเรอทสาหรบพดในทใกล ๆ ของเรากยงไมมขาพระพทธเจา
ุ
ู
่
ื
ึ
ั
ี
่
่
็
ํ
ั
ี
ํ
ี
ุ
่
้
่
ื
ิ
้
ู
ั
ํ
ิ
ิ
ื
ี
ไดสงให นายเรอโท พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ เปนผดารเรองน เธอไดชแจงความดารไหขาพระพทธเจาเปนท ี ่
ี
พอใจมาก”
ิ
ี
ั
ั
ั
นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม ไดมอบให พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ฝกพลทศนสญญาณ
ี
ิ
ู
รุนแรก พลทหาร ๒๐ นาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยหัว ทรงมีพระราชหัตถเลขา ที ๑๐/๔๕๓ ลงวันที ่
่
๘ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๑๙ พระราชทานพระบรมราชานุญาต
่
“การทีจะคิดจัดขึ้นนันอนุญาต”
้
ี
่
ี
ั
ี
้
ุ
ั
ั
ื
ั
ั
การฝกพลทศนสญญาณไดผลดเปนอนมาก และมประโยชนแกราชการทหารเรอ ฉะนนในวนท ๕ ตลาคม ร.ศ. ๑๓๙
ู
ี
ั
ิ
ั
ี
นายพลตร กรมหลวงประจกษศลปาคม จงทรงมลายพระหตถกราบบงคมทลพระราชทานพระบรมราชานญาตจดกอง
ึ
ุ
ั
ั
ั
ี
ิ
สญญาณขนตามพระดารของพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ไดพระราชทาน
้
ึ
ุ
็
ิ
ํ
ั
ู
็
ี
่
ี
ั
่
ุ
ี
ั
ั
่
ั
พระบรมราชานญาตโดยพระราชหตถเลขาท ๒๖๕ /๑๓๕๕ ลงวนท ๑๕ ธนวาคม ร.ศ. ๑๑๙ “ใหจดการตามทเหนควร”
ื
ี
่
ั
่
ั
ื
ิ
ั
ํ
ั
ั
ทหารเหลาทศนสญญาณจงไดถอกาเนดขนในกองทพเรอ เมอวนท ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ อนเปนวนทไดรบ
ั
ั
ึ
่
ึ
้
ื
ี
นาวิกศาสตร 41
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ื
ั
้
ั
ั
ั
ุ
็
ุ
ู
ํ
ื
ิ
ึ
้
พระบรมราชานญาตจากพระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวสวนหนวย หรอกองทศนสญญาณนนไดถอกาเนดขน
้
่
เมือวันที ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๓ นายเรือโท พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ เปนผูทรงจัดตังและฝกสอนดวย
่
พระองคเอง ซึงเปนวิชาทหารเรือทีไมเคยมีผูใดสอนมากอน
่
่
ื
ิ
็
ี
ุ
ทหารเหลาทศนสญญาณจงเปนทหารเรอรนแรกท “เสดจเตย” กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด์ทรงฝกสอนและ
่
ั
ั
ุ
ุ
ี
่
ึ
ั
ึ
ั
ั
่
ิ
ื
ุ
ี
ุ
่
ํ
ประทานกาเนดทหารเหลาทศนสญญาณซงเปนปฐมศิษยของกรมหลวงชมพรฯ และเปนทหารเรอรนแรกทพระองคทรง
่
่
ิ
มีความสัมพันธอยางใกลชิด อันเปนเกียรติประวัติทีนาภาคภูมิใจอยางยง
๖. ทรงไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา
หลังจากทีพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ทรงมีพระกรณียกิจ หรือทรงมีผลงาน ในเรืองการตรวจลํานําเจาพระยา
่
้
่
ั
ี
่
ื
ั
่
ั
้
ั
ิ
และการจดตงหนวยทศนสญญาณแลว เมอวนท ๒๓ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๓๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ
ี
ั
ทรงไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยากรณ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ณ พระทีนังราชกิจวินิจฉัย
่
่
่
๗. ทรงไดรับเครืองราชอิสริยาภรณ มหาจักรีบรมราชวงศ (ภ.จ.ก.) และปฐมจุลจอมเกลาวิเศษ (ป.จ.ว.)
วันที ๒๑ กันยายน ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) อันเปนวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา
่
่
ู
เจาอยหัว พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ทรงไดรับพระราชทานเครืองขัตติยราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติคุณรุงเรือง
ยิงมหาจักรีบรมราชวงศ (ภ.จ.ภ.)
่
้
่
ู
และในวันเดียวกันนี เมือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยหัวเสด็จฯ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระราชพิธี
่
ิ
ุ
ิ
ื
ิ
ิ
ั
ั
ี
ศรสจจปานกาล พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศทรงไดรบพระราชทานเครองราชอสรยาภรณปฐมจลจอมเกลาวเศษ
ี
่
ั
่
ื
ั
้
ั
ั
ุ
ึ
ี
(ป.จ.ว.) เลอนชนจากปฐมจลจอมเกลา (ป.จ.) ททรงไดรบพระราชทานขณะททรงศกษาอยในประเทศองกฤษเมอวนท ่ ี
ู
่
ี
ื
่
๒๑ กันยายน ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔o)
๘. ทรงรักษาราชการเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
วันที ๙ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) นายพลตรี กรมหลวงประจักษศิลปาคม เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และ
่
ู
ั
ื
ั
ื
ั
ั
ั้
รงผบญชาการกรมทหารเรอไดกราบถวายบงคมลาราชการไปตรวจราชการทหารเรอในจงหวดชายทะเลฝงตะวนออก
ั
ี้
ี
ี
ิ
ทรงมอบหมายใหพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ทําการแทนเสนาบดกระทรวงกลาโหม ไดทรงชแจงเหตผลไวใน
ุ
่
ลายพระหัตถกราบบังคมทูล ที ๑๒๑/๒๔๑๒ ลงวันที ๙ สิงหาคม ร.ศ. ๑๑๙ ดังนี ้
่
ื
ึ
“การทเจาะจงเอาพระองคทานน เพราะเหนดวยเกลาฯ วาจะเจอไปถงกรมทหารเรอดวย เพราะวาบรรดาศกด ิ ์
ี
็
ี
ั
ื
่
้
ของเธอในกรมทหารเรือเปนผูนอย นายทหารผูใหญยังมี จะใหเปนผูแทนในกรมทหารเรือก็จะเปนผูนอยบังคับผูใหญ
ี
ู
ึ
ี
ํ
ไมงาม ถาเปนผแทนเสนาบดกระทรวงกลาโหมแลว มอานาจทจะตกเตอน หรอแนะนาโดยทสดถงตองบงคบกได เพราะ
่
ุ
ี
ื
ั
ั
ื
ี
ํ
่
็
ั
่
่
่
เปนเจากระทรวง และประสงคใหเธอไดรูจักราชการในหนาทีนีดวย เผือมีชองโอกาสทีจะทรงพระกรุณาใหรับราชการ
้
่
ในตําแหนงใดตําแหนงหนึง ก็จะไดรับราชการฉลองพระเดชพระคุณไดโดยไมขัดขวาง เพราะไดเคยแกราชการมาแลว
ถาจะทรงพระราชดําริหวายงเด็กอย หรือเพิงเขามาใหมเชนนี ถาเธอจะทําผิดลงดวยประการใด ขาพระพุทธเจาขอรับ
ั
่
ู
้
่
่
พระราชอาญาดวยกึงหนึงตามโทษานุโทษ”
่
ุ
ู
ั
ื
ั
ั
ิ
็
ั
้
็
ี
พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ทรงไดรบลายพระหตถฉบบนกตอเมอ กรมหลวงประจกษศลปาคม
ั
ํ
ิ
็
ื
็
็
ั
ู
ั
ุ
ไดเสดจออกไปตรวจราชการทหารเรอแลว พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ไมทรงเหนพองกบพระดารห
นาวิกศาสตร 42
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ว
าคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน
่
ของกรมหลวงประจักษศิลปาคม เพราะพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ เพิงกลับจากตางประเทศไดยังไมถึง ๒ เดือน
ยอมจะไมสามารถรับผิดชอบงานของกระทรวงกลาโหมได ทรงมีพระราชปรารภวา
ี
้
็
ั
ํ
ี
ี
็
็
“จดหมายมาสาหรบไมใหตอบ เพราะปานนกออกไปเสยแลวจะวากระไรกไมได จะมการอะไรบางกไมร ู
อาภากรเปนเด็กพึงมาใหมจะเขาไปเปนหนังหนาไฟอยู”
่
ุ
ั
ี
ิ
ั
่
ี
ึ
จงทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ แกปญหา แกไขสถานการณโดยทรงมพระราชหตถเลขา ลงวนท ๑๐ สงหาคม ร.ศ. ๑๑๙
ึ
ิ
ิ
ู
ั
ึ
ี
ี
ึ
ั
่
่
ึ
ั
ี
ถงพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ ฉบบหนง และถงพระศรณรงควไชย ราชปลดทลฉลองกระทรวงกลาโหม อกฉบบหนง
ฉบับถึงพระศรีณรงควิไชย ที ๒๔/๖๒๕
่
ั้
็
ั
กรมหลวงประจกษจดหมายมาขอมอบหมายกระทรวงกลาโหมในเวลาไมอยูใหชายอาภากรวาการแทนนน เหนวา
ั
่
ึ
ี
้
่
ชายอาภากรยงเปนเดกหนมไมรราชการทวถง จะใหเปนผรบผดชอบในหนาทเสนาบดกระทรวงกลาโหมทงหมดนยงไมเปน
ั
้
ี
ั
ู
ิ
ี
ั
ู
็
ั
ุ
ี
ั
ั
ู
้
่
ี
ี
ี
้
่
ทไววางใจ เพราะฉะนนในกระทรวงกลาโหมนใหปลดทลฉลองเปนผรบผดชอบแทนตามธรรมเนยมทเวลาเสนาบดไมอย ู
ี
ู
ั
ิ
เวนไวแตชายอาภากรนั้นไดยอมอนุญาตใหเขาไปตรวจตราการงานในกระทรวงกลาโหมไดตลอดไป มีราชการอันใดให
่
แจงความปฤกษาหารือกัน อาภากรจะออกความเห็นอยางหนึงอยางใดก็ได ถาเปนความชอบดวยราชการก็ใหทําตาม
ู
ถาเห็นไมชอบดวยราชการไมจําเปนตองทําตาม เพราะความผิดจะตกอยแกปลัดทูลฉลอง”
่
ฉบับถึงพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ที ๒๕/๖๒๖
่
ึ
ี
้
ู
ั
ั
ิ
ึ
ั
ี
่
ู
็
“กรมหลวงประจกษมจดหมายมาดงน เหนวาเจาเปนคนพงมาใหมไมรราชการซงเปนอยอยางไรตองใหความรบผดชอบ
ู
ู
ี
ั
ี
่
ั
ตกอยในหนาทปลดทลฉลองตามธรรมเนยม แตใหตวอาภากรเขามาตรวจตราการงานในออฟฟศกรมพระกลาโหมได
่
ทัวไป แลถาเห็นสมควรทีจะปฤกษาปลัดทูลฉลองอยางไรก็พูดได”
่
จากการทีกรมหลวงประจักษศิลปาคมทรงมอบหมายใหพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ทําการในหนาทีเสนาบดี
่
่
ิ
ี
ั
ี
กระทรวงกลาโหมเชนน จะเหนไดวากรมหลวงประจกษศลปาคมทรงมศรทธาในพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศมาก
ั
ิ
็
ี
้
เพียงใด
๙. ทรงคุมทหารทําการดับเพลิง
ุ
ึ
ื
ั
ั
ั
ั
ุ
ิ
บานเรอนราษฎรในกรงเทพฯ เวลานนยงสรางดวยไมไผขดแตะ และมงหลงคาดวยจากเปนสวนมากจงเกดเพลงไหม
ิ
้
ขึนบอย ๆ ในเดือนธันวาคม ร.ศ. ๑๑๙ ไดเกิดเพลิงไหมทีตําบลบอนหัวเม็ด พระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ ไดทรงเขา
้
่
่
ควบคุมดับเพลิงทางดานวัดบพิตรพิมุข และสังการใหหนวยดับเพลิงของทหารเรือทําการดับเพลิงอยางใกลชิด ทรงปน
่
หลังคาเพือตัดตนไฟดวยพระองคเองจนประชวรพระวาโย (เปนลม) กรมหลวงประจักษศิลปาคม ทรงมีลายพระหัตถ
่
่
เลขที ๑๙๘/๔๕๗ ลงวันที ๑๒ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๙ กราบบังคมทูลขอพระราชทานบําเหน็จ ดังมีสาระสําคัญดังตอไปนี ้
ิ
ู
ุ
“พระเจาลกยาเธอ พระองคเจาอาภากรเกยรตวงษ ไดคมพลทหารเขาดบเพลงทางดานวดบพธพมขไดทรงปหลงคา
ั
ั
ิ
ั
ี
ิ
ุ
ิ
่
แลทําการรือ เพือตัดตนไฟดวยพระองคเองจนประชวนพระวาโยถึงสองพัก ตองแกไขกันอยูชานาน”
้
ี
่
ั
“การทพระองคเจาอาภากรไดทาการโดยแข็งแรงเชนน้ ควรจะไดรบพระราชทานบาเหน็จเพอเปนเยยงอยางแก
่
ี
ํ
่
ี
ํ
ื
นายทหารแลพลทหารสืบตอไป”
(คัดลอกจากตนฉบับ)
นาวิกศาสตร 43
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 44
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน ว าคม ๒๕๖๕
นาวิกศาสตร 45
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ี
ี
ู
่
ั
ั
ั
ี
ั
็
พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหว ทรงมพระราชหตถเลขา ท ๔๒/๓๑๕๙ ลงวนท ๓ ธนวาคม
่
ุ
ร.ศ. ๑๑๙ ตอบกรมหลวงประจักษศิลปาคม สาระสําคัญวา
ี
ิ
ี
่
ึ
ั
ิ
็
้
่
ี
ั
็
ุ
“ซงชายอาภากรทาการดบเพลงโดยแขงแรงดงน เปนทยนดทไดเหนความอสาหแลความกลาหาญขอใหเธอชม
ํ
ี
่
้
่
ตามความดีทีไดทํานัน”
ื
่
ี
ั
“แตการทจะใหรางวลเฉพาะสวนดบเพลงยงหามไม ซงไดใหรางวลมาแตกอนกเปนเครองราชอศรยาภรณ แต
ิ
็
ั
ั
ี
ึ
่
ั
ิ
ิ
่
ิ
ิ
ั
ั
ิ
ั
์
ั
้
่
็
ํ
ื
่
ั
ชายอาภากรจะรบเครองราชอศรยาภรณชนตา ๆ กไมสมควรแกบรรดาศกด ควรนบไวบวกกบความชอบความด ี
่
ซึงจะมีในภายนาอันสมควรจะไดเครืองราชอิศริยาภรณอยางสูง”
่
(คัดลอกจากตนฉบับ)
ั
ั
ุ
หมายเหต ในวนท ๒ กมภาพนธ ร.ศ. ๑๒๐ พระบาทสมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ
็
ุ
ู
ี
ั
ุ
ุ
่
ี
่
ั
ิ
ิ
ี
พระราชทานเครองราชอสรยาภรณเหรยญรตนาภรณรชกาลท ๕ ชนท ๒ แกพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ
ั
ี
่
้
ิ
ั
ื
่
ี
The Royal Cypher Medal Rama V (Second Class)
๑๐. พระกรณียกิจของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศใน ร.ศ. ๑๑๙
่
่
๑๒๒ ป แกการเสด็จกลับสูกรุงสยามของพระองคเจาอาภากรเกียรติวงศ เมือวันที ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๓
ี
ั
่
ี
ทรงเขารบราชการในกรมทหารเรอเปนครงแรกเมอวนท ๒๓ มถนายน พ.ศ. ๒๔๔๓ และพระกรณยกจของพระองคทาน
ุ
ิ
่
ั
ิ
ื
้
ื
ั
ในป ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) นับตังแต
้
- การตรวจลํานํ้าเจาพระยา
- การจัดตั้งหนวยทัศนสัญญาณ
- การรักษาราชการแทนเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- การคุมทหารเขาทําการดับเพลิง
ื
ี
้
ั
ื
ดงทไดกลาวไวแลวนนแมวาพระองคจะทรงเขารบราชการในกรมทหารเรอชวเวลาไมกเดอน และยงทรงม ี
่
ั
ั
ี
ั
ั
่
่
ิ
พระชนษายงไมครบ ๒๐ ปกตาม ทหารเรอในสมยนนกเรมรกและนบถอพระองคยงกวาการเคารพนบถอผบงคบบญชา
็
้
ั
่
ิ
ั
่
ั
ั
ู
ั
ั
ื
ื
ั
็
ื
ั
ั
ั
ู
่
่
อืน ๆ เพราะพระองคเปนพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยหัวพระองคแรก ทีทรงเขาฝกสอน
ื
ํ
ํ
้
ทหารเรอดวยพระองคเองโดยใกลชิด การนาทหารเขาทาการดับเพลิงดวยพระองคเอง พระราชกรณยกิจทงหลาย
ี
ั
็
ั
ั
ุ
ู
้
ิ
ี
เหลานทาใหพระองคเจาอาภากรเกยรตวงศเปนปชนยบคคลของทหารเรอทละนอย ๆ นบตงแตเสดจกลบสกรงสยาม
ี
ู
้
ี
ํ
ุ
ื
ี
ั
่
่
จนกระทังทรงเปน “เสด็จเตีย” “องคบิดาของทหารเรือไทย” ตอมาจนปจจุบัน
เอกสารประกอบการเขียน
่
๑. หนังสือ “พระประวัติและพระกรณีกิจในสมัย” รัชกาลที ๕ ของ พลเรือเอก พระเจาบรมวงศเธอกรมหลวง
ิ
ู
ุ
ุ
ั
ชมพรเขตอดมศกด รวบรวมจากเอกสารราชการ โดย พลเรอเอก ประพฒน จนทวรช ผบญชาการทหารเรอ ๘ สงหาคม
ิ
ื
ั
ั
ั
ั
์
ิ
ื
๒๕๒๗
๒. หนังสือ “เปนดังฝรังตะวันตก” โดย ณัฐนันท สอนพรินทร
่
นาวิกศาสตร 46
ว
าคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
ปที่ ๑๐๕ เลมที่ ๑๒ ธัน
ความเดิิม
�
�
์
่
็
�
่
ี
คลองสุุเอซเริ่่มขุุดเมอ ค.ศ. ๑๘๕๙ เสุริ่จสุ่�นเปิิดใช้้งานเมอ ค.ศ. ๑๘๖๙ มริ่ะยะทาง ๑๒๐ ไมล และคลองปิานามา
�
้
เริ่่มขุุด ค.ศ. ๑๘๘๑ มาเสุริ่จสุ่นใน ค.ศ. ๑๙๑๔ มริ่ะยะทาง ๕๑ ไมล ทงสุองคลองขุุดสุริ่างความม้�นคง ม้�งค้ง ให้้แก่่
้
็
ี
�
์
�
�
มห้าอานาจอยางอ้งก่ฤษ ฝริ่้งเศสุ และสุห้ริ่้ฐอเมริ่่ก่า ทีเปินเจาขุองเง่นลงทนขุุดคลองไดเปินก่อบเปินก่า แต่่ไมไดทาให้้
�
ำ
ุ
็
ำ
็
้
่
�
้
้
่
็
ำ
�
ำ
้
ี
เจ้าขุองปิริ่ะเทศคลองริ่าริ่วยเปิ็นปิริ่ะเทศท�พัฒนาแล้วแต่่อย่างใด โดยปิริ่ะเทศอย่ปิต่ และปิริ่ะเทศปิานามา ม GDP Per the
์
ี
ี
�
ำ
้
�
ำ
่
่
International Monetary Fund อยในลาด้บที ๓๕ และ ๘๔ ขุองโลก่ต่ามลาด้บทียงต่ามห้ล้งปิริ่ะเทศไทยในอ้นด้บที �
�
้
ุ
้
ี
้
ำ
�
้
้
ำ
ุ
็
้
ุ
ี
�
์
๒๖ ขุองโลก่ นอก่จาก่นนคลองขุดทง ๒ ยงก่ลบก่ลายเปินจดยทธศาสุต่ริ่ทสุาคญทางก่าริ่ทห้าริ่ทมห้าอานาจจะต่องเขุามา
้
�
่
์
้
้
�
�
ี
มบทบาทสุำาคญในก่าริ่ควบคุมทงทางต่ริ่งห้ริ่อทางออม เพัอผลปิริ่ะโยช้นขุองช้าต่ต่นเองด้วยก่าริ่วางก่ำาลงทห้าริ่
่
้
้
่
้
้
ี
ี
ุ
�
่
่
�
ี
้
�
่
�
ุ
ในบริ่เวณใก่ลเคยงก่บจด Choke Point นน ๆ ในขุณะทก่ริ่ะแสุขุาวเริ่องก่าริ่ขุดคลองไทยเริ่มก่ลบมามออก่สุอเปินริ่ะยะ
็
่
�
้
่
่
ดวยเห้ต่ผลที�ต่่างฝายต่่างห้าเห้ต่ผลปิริ่ะก่อบโนมนาวริ่้ฐบาลและความเช้อขุองปิริ่ะช้าช้นให้้สุน้บสุนนก่าริ่ขุุดคลองไทย
้
�
้
ุ
ุ
่
้
ุ
่
ุ
่
่
ี
่
�
่
่
่
็
�
้
ี
ี
ซงแนนอนวามทงฝายเห้นดวยและไมเห้นดวยในก่าริ่ขุดคลองไทยน ซงบทความต่อไปินจะไดศก่ษาถึงผลดผลเสุย
็
่
�
ี
่
ี
�
�
้
้
้
็
่
ี
�
่
และความเปินไปิไดมาก่นอยเพัยงใดในอภิมห้าโคริ่งก่าริ่ให้ญ “ขุดคลองไทยเพัออนาคต่ห้ริ่อเพัยงแคก่ลวธเมอวานซน”
่
�
่
่
่
ี
้
่
้
ี
ุ
่
่
�
จากคลองสุุเอซ ถึึง คลองปานามา สุทางออกคลองไทย
้
่
ี
้
้
่
่
�
้
่
่
ุ
่
่
ี
�
่
่
ความคดเริ่องก่าริ่ขุดแผนดนเปินคลองให้เริ่อผานริ่ะห้วางอาวไทย-ทะเลอนดามน มมานานก่วา ๓๒๕ ปิ ต่งแต่ ่
็
้
์
ี
้
่
ริ่ช้สุมยสุมเดจพัริ่ะนาริ่ายณมห้าริ่าช้ เมอคริ่งทพัริ่ะเจาห้ลยสุท ๑๔ สุงคณะทต่มาเจริ่ญพัริ่ะริ่าช้ไมต่ริ่และคาขุาย
�
ี
�
้
่
ุ
็
์
้
่
้
�
่
ี
�
่
ำ
ี
้
็
ก่บเมองไทย มวศวก่ริ่ช้าวฝริ่งเศสุเขุามาดวยแลวสุาริ่วจเมองสุงขุลา ซงเห้นวาอาจสุริ่างทางนาจาก่ทะเลสุาบสุงขุลา
่
�
ำ
่
้
้
้
้
่
�
้
่
�
่
่
้
้
่
ออก่ไปิทางเมองมะริ่ด ต่อมาใน พั.ศ. ๒๓๓๖ ริ่ช้สุมยขุองพัริ่ะบาทสุมเด็จพัริ่ะพัุทธยอดฟ้าจุฬาโลก่มห้าริ่าช้ ทริ่งม ี
้
่
ริ่้บสุ้งให้้ก่ริ่มพัริ่ะริ่าช้ว้งบวริ่มห้าสุุริ่สุ่งห้นาทยก่ท้พัไปิต่เม่องทวายขุองพัมา โดยทานยก่ท้พัไปิถึงเม่องช้มพัริ่แลวค่ดจะ
้
�
่
ี
ุ
่
�
่
่
่
่
้
Surprise ขุาศ่ก่โดยขุุดคลองใต่คอคอดก่ริ่ะเพัอยก่ท้พัเริ่่อจาก่สุงขุลาเขุาไปิในอาวขุองพัมา ซงความค่ดนีปิริ่าก่ฏอยใน
�
�
่
้
้
่
�
่
่
พัริ่ะริ่าช้น่พันธเพัลงยาวเริ่องต่เม่องพัมาขุองทานวา
่
ี
่
์
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕
�
่
ี
่
่
“จะเริ่งริ่้ดต่้ดค่ดม้นเสุยก่่อน บ้นริ่อนอยาให้้ท้นแนนห้นา
จาจะค่ดให้้ผ่ดแต่่ก่่อนมา เปินท้พัห้นานาวายก่ไปิ
้
ำ
ต่ามทางทเลไปิสุงขุลา จะขุุดิพสุุธาเปนคลองใหญ่ �
้
้
ใหเรืือรืบออกปรืะจบเอาเมองไทรื ปิาก่ใต่ฝายทเลให้้พัริ่อมก่้น
ื
้
่
�
ำ
�
ี
ี
จ่งจะยก่ไปิต่เอามริ่่ต่ จะปิิดปิาก่นาเสุยให้้ม้น
้
่
ท้พัเริ่่อม้นจะพัลอยเขุาช้วยก่้น จะต่บ้นเก่ยท้พัให้้ยบไปิ
�
ี
้
้
่
ริ่บไห้นจะให้้ยบลงทีน้น แต่่ก่งว้นไมให้้ทนทานได ้
�
�
�
่
่
้
�
้
ี
�
ี
้
ำ
จะทาก่าริ่คริ่งนีให้้มไช้ย จะไวเก่ยริ่ต่่ให้้สุ่บทงแผนด่น”
�
(ค้ดลอก่จาก่ต่นฉบ้บ)
้
ภาพที่ ๑ ความคิดริเริ่มขุดคลองใต้คอคอดกระ เพื่อ surprise ข้าศึก ริเริ่มจากกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
่
�
้
่
์
่
้
่
่
ดงนน แนวคดในก่าริ่จะขุดคลองน�ก่เพัอใช้ปิริ่ะโยช้นทางทห้าริ่แต่เพัียงอยางเดียว พัอจบศก่ยก่ทพัเริ่อผานไปิแลวก่คงเลก่ก่น
้
้
่
็
้
�
่
่
ุ
็
้
ี
้
คลองขุุดในสุม้ยนนคงเปินคลองเลก่ ๆ ขุนาดเริ่่อใบ เริ่่อพัาย พัอผานได ทานคงไมไดค่ดจะขุุดให้้เริ่่อแพัพัาณ่ช้ยไดใช้้
็
่
็
้
์
่
�
้
่
้
ี
้
้
่
่
็
้
่
�
้
้
ุ
่
ในต่อนห้ล้งเอา “คาผานคลอง” เขุาพัริ่ะคล้ง แต่่เห้ต่ผลทีแทจริ่่งทีไมไดขุุดก่ไมไดมก่าริ่ก่ลาวไว แต่่สุ้นน่ษฐานก่้นเองวา
่
่
�
่
ี
้
่
้
ุ
ขุดคลองน “งานให้ญเก่นไปิ ไดไมคมเสุย” ห้าก่ไมคด Surprise ขุาศก่ สุแบบต่ริ่งไปิต่ริ่งมาก่พัอช้นะไดอยแลว ซงภิายห้ลง
้
�
่
�
็
่
่
้
ี
่
้
้
่
่
่
้
ุ
่
ผลก่าริ่ศ่ก่ทานก่ไดริ่้บช้้ยช้นะในเวลาต่่อมา
็
้
่
นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕