แต่เรื่องข้าว แต่เชื่อว่ากับข้าวพวกปลาต่าง ๆ ที่มีอยู่ ๒. ส่วนทางเหนือ ตั้งแต่เมืองวิเศษชัยชาญ
มากมายในนา ในหนองบึงนั้น คงได้จัดเตรียมเป็น ขึ้นไปจำเป็นต้องปล่อยทิ้ง ให้ข้าศึกยึดครองได้
ปลาแห้ง ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาย่าง ฯลฯ ไว้ด้วย ตามใจชอบ ไม่รักษาให้เปลืองกำลังผู้คน จำกัดเขต
อย่างแน่นอน รวมทั้งการสะสมอาวุธยุทธภัณฑ์ การรักษาไว้แค่ชานพระนคร เพื่อให้มีพื้นที่แนว
ให้หาซื้อจากพ่อค้าต่างชาติ ตลอดจนการสะสมดิน ป้องกันกว้างพอ ระหว่างแนวแม่น้ำและแนวป้องกัน
ปะสิว ดินดำ ชั้นแรก ให้สามารถเข้าโจมตีข้าศึกได้สะดวก
ตั้งกองโจรปฏิบัติงานหลังแนวข้าศึก ทุกครั้ง ๓. บริเวณชานพระนครโดยรอบนั้น ป้องกัน
ที่เกณฑ์คนเข้ามาประจำรักษาพระนครในศึกสงคราม รักษาไม่ให้ข้าศึกเข้ามาตั้งค่ายประชิดกำแพงเมืองได้
ต่าง ๆ จะมีประชาชนส่วนหนึ่งที่อยู่ในแขวงไกล ๆ เมือง เหมือนศึกพระเจ้าบุเรงนอง เมื่อปี พ.ศ.๒๑๑๑ - ๒๑๑๒
มักจะหลบหนีซุกซ่อนอยู่ในป่าดงเป็นอันมาก จึงคัดเลือก โดยรวมปืนใหญ่ขนาดต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในกรุง
พวกนายทหารที่ชำนาญป่า ตั้งเป็นนายกองอาสาแบบ ส่วนหนึ่งตั้งยิงบนกำแพงเมือง มีทั้งปืนขนาดใหญ่
ชุดรบของหน่วยสงครามพิเศษ กองทัพบกไทยในปัจจุบัน ระยะยิงไกล ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อทำลายข้าศึก
ให้แยกย้ายกันออกไปเกลี้ยกล่อมผู้คนที่กระจัดพลัดพราก ได้ในทุกระยะ ป้องกันมิให้ข้าศึกเข้ามาตั้งปืนใหญ่ยิง
รวมตัวกันเข้า ตั้งเป็นหน่วยกองโจร ให้คอยตีตัด เข้ามาในพระนครได้ ปืนใหญ่อีกส่วนหนึ่งจัดเป็นปืน
การลำเลียงของข้าศึก อย่าให้ส่งเสบียงอาหาร และ เคลื่อนที่ สมทบไปกับกองทัพบก กองทัพเรือ ในลักษณะ
เครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์ถึงกันได้โดยสะดวก ตลอดจน กองกำลังผสมเหล่า
ิ
ทำการรบก่อกวนมให้ฝ่ายข้าศึกส่งกำลังออกปฏิบัติการ ๔. ตั้งกองทัพบก กองทัพเรือ เป็นกองกำลัง
ได้อย่างอิสระเสรี นี่คือยุทธวิธีการรบแบบกองโจร ป้องกันพระนคร ชนิดส่งออกไปโจมตีกำลังข้าศึกที่
หรือการรบนอกแบบในสมัยปัจจุบัน ใช้คนน้อยที่ จะเอาปืนใหญ่มาตั้งยิงถล่มพระนครในระยะประชิด
กล้าหาญ มีฝีมือรบ ชำนาญภูมิประเทศ ต่อสู้กับข้าศึก หรือส่งออกไปโจมตีข้าศึกตามจุดต่าง ๆ ค่ายต่าง ๆ
จำนวนมากกว่า เป็นการลดทอนขวัญกำลังใจในการ หน่วยนี้เป็นหน่วยปฏิบัติการเชิงรุก แม้ยุทธศาสตร์
สู้รบของข้าศึกให้ลดลง ๆ เกิดความเบื่อหน่าย จนในที่สุด ป้องกันพระนครจะเน้นยุทธศาสตร์เชิงรับ แต่ยุทธวิธี
เป็นผลประโยชน์ต่อกองทัพหลักของฝ่ายเรา โจมตี ของไทยยุคนี้ก็เป็นยุทธวิธีเชิงรุก โดย
ให้พ่ายแพ้ต่อไป ยุทธวิธีนี้ยังใช้ประโยชน์ได้ทุกยุค - ทัพเรือ จัดเป็นกองเรือโจมตีเคลื่อนที่เร็ว
ทุกสมัย มาจนปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่าต้องเป็นหน่วย และเรือปืนยิงสนับสนุน
ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี และฝึกจนเป็นหน่วยที่ - ทัพบก มีหน่วยจู่โจมเดินเท้า เคลื่อนที่เร็ว
เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธทุกชนิด มีขีดความสามารถ คอยซุ่มโจมตีข้าศึกตั้งแต่ระยะไกล และหน่วยทหารม้า
ทางร่างกาย ไปได้ทุกสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ ลาดตระเวณหาข่าวข้าศึก และติดต่อประสานงานกับ
ข้อสำคัญคือ ต้องมีจิตใจเป็นนักสู้ ผู้แกล้วกล้า หน่วยกองโจร ที่ปฏิบัติงานอยู่หลังแนวข้าศึก
เหี้ยมหาญ รู้จักสู้ รู้จักถอย มิใช่สู้ตายโดยไร้ค่า เป็นไงครับ แผนป้องกันพระนครของไทยสมัย
กำหนดยุทธศาสตร์การรบป้องกันเมือง สมเด็จพระนเรศวร กองทัพคนหนุ่ม จะเห็นว่าการคบ
๑. จะรักษาพระนครให้มั่นไว้ ป้องกันเส้นทาง เด็กสร้างบ้าน ปกป้องเมืองของสมเด็จพระนเรศวรนั้น
คมนาคมทางด้านทิศใต้ คือทางน้ำจากกรุงศรีอยุธยา ยอดเยี่ยมแค่ไหน เด็กของท่านยุขึ้นทุกคนและเป็น
้
ออกทะเลอ่าวไทย ให้เรือใหญ่สามารถใชไปมาทางทะเล นักสู้ชนิด ไม่สั่งถอยไม่ถอย สั่งถอยยังไม่อยากถอย
ได้สะดวก นั่นคือรักษาเส้นทางลำเลียง และเส้นทาง
ค้าขาย ระหว่างอยุธยากับหัวเมืองชายทะเล และ ทัพกษัตริย์
ต่างประเทศเอาไว้ให้ได้ จะรบกันกี่เดือนกี่วันก็ไม่หวั่น เมื่อส่งลูกชายคุมทัพ ๕๐,๐๐๐ มาทำนา
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐49
ตุนเสบียงในแผ่นดินไทยไว้ฤดูกาลหนึ่งแล้ว เชื่อมั่น บรรจบทัพหลวงที่อยุธยา
ว่าสงครามครั้งนี้จะไม่มีคำว่าเสบียงอาหารขาดแคลน ทัพพระเจ้าตองอู เดินทัพทางบกเลียบอยู่ทาง
วางแผนศึกสงครามแรมปีกันเลย มองเห็นชัยชนะ ด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
อยู่รำไร ทัพหลวง เดินทัพทางบกอยู่ทางตะวันตกของ
พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง สั่งจัดทัพกษัตริย์ถึง แม่น้ำเจ้าพระยา ๒ ทัพเดินมาพร้อม ๆ กัน เมื่อมา
๔ ทัพ เป็นกองทัพที่มีเจ้าเมืองที่มีฐานะสวมมงกุฎ ถึงอยุธยาแล้ว ทั้ง ๓ ทัพ ตั้งล้อมกรุงอยู่ทางด้านเหนือ
คุมมาเอง คือ และด้านตะวันออก เพียง ๒ ด้าน เพราะเห็นว่าจะตี
ทัพพระเจ้ากรุงหงสาวดี เป็นทัพหลวง พระนครโดยง่าย ทัพพม่าถึงอยุธยาเมื่อวันพฤหัสบดี
ทัพพระมหาอุปราชา มังกะยอชวา เป็นทัพหน้า ขึ้น ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ พ.ศ.๒๑๒๙ นั้น ในจำนวน
ทัพพระเจ้าตองอู เป็นทัพหนุน แม่ทัพคราวนี้อย่างน้อยมีจอมทัพคือ พระเจ้านันทบุเรง
ทัพพระเจ้าเชียงใหม่ กำลัง ๑๐๐,๐๐๐ คน เคยเป็นแม่ทัพหน้ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา เมื่อ
ทำหน้าที่ส่งกำลังบำรุง ขนเสบียงให้กองทัพ พ.ศ.๒๑๑๑ - ๒๑๑๒ ในหมู่กองทัพของพระเจ้าบุเรงนอง
ข้างต้น ผู้บิดา จนกรุงศรีอยุธยาแตก ดังนั้นพระองค์จึงมอง
พม่าว่าเป็นการลงโทษ เพราะมาแพ้ไทย ๒ ครั้ง ภาพ และรู้จักพื้นที่ภูมิประเทศกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างดี
รวมกำลังเฉพาะกองทัพทั้ง ๓ (ไม่รวมทัพ ครั้งนั้นพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชา
เชียงใหม่) หลักฐานทางฝ่ายไทยว่าพม่ามีกำลังพล ๑๗ ปีต่อมา พระองค์คุมหมู่กองทัพมาในตำแหน่ง
๒๕๐,๐๐๐ แต่ประวัติศาสตร์ของพม่าว่ามีกำลังถึง จอมทัพ จะมาเอากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองขึ้นเหมือน
๕๐๐,๐๐๐ คน อย่าเพิ่งตกใจ ปี พ.ศ.๒๑๒๙ พม่า ครั้งที่มากับพ่อ ยกทัพมามีจำนวนพลใกล้เคียงกับ
ยังอยู่ในยุครุ่งเรือง พระเจ้าบุเรงนอง เพิ่งสวรรคตไป พ่อ กำลังพลของกรุงศรีอยุธยา คราวนี้มีจำนวนน้อย
เพียง ๕ ปี หัวเมืองขึ้นยังมีอยู่มาก สามารถเกณฑ์ กว่าสมัยพ่อมาก พระเจ้านันทบุเรง ทราบถึงสถานภาพ
ทัพมารบได้หลายแสนคน และศักยภาพในการทำสงครามของกรุงศรีอยุธยาดีว่า
พ่อตนเองได้ทำลายศักยภาพการทำสงครามของกรุง
พม่าเคลื่อนทัพ ศรีอยุธยาไปจนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว มาคราวนี้
พอสิ้นฤดูฝน เดือน ๑๒ (พฤศจิกายน) ปีจอ จึงหวังว่าจะต้องชนะ เอากรุงศรีอยุธยา กลับมาเป็น
พ.ศ.๒๑๒๙ ก็ยกทัพเข้าสู่ประเทศไทยทางด่าน เมืองขึ้นได้อีก เพื่อผลประโยชน์คือความมั่นคง
แม่ละเมา บางกองทัพเข้ามาอยู่ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๑๒๘ สถาพรของราชอาณาจักรพม่าหงสาวดี ถ้าปราบอยุธยา
แล้ว เช่น ทัพพระมหาอุปราชา ๕๐,๐๐๐ คน อยู่ที่ เอาเป็นเมืองขึ้นไม่ได้ หัวเมืองออกน้อยใหญ่ที่เป็น
กำแพงเพชร ทัพพระเจ้าเชียงใหม่ ๑๐๐,๐๐๐ ก็อยู่ คนต่างเผ่าพันธุ์ก็คงจะทยอยแข็งเมือง จนราชอาณาจักร
บริเวณกำแพงเพชร กองทัพทั้ง ๔ ทัพ มาตั้ง หงสาวดีอ่อนแอ ในที่สุดก็อาจจะเกิดการแย่งอำนาจ
ประชุมพลขั้นต้น ที่กำแพงเพชร กันในราชวงศ์บุเรงนอง แย่งกันเป็นหมายเลข ๑
จากกำแพงเพชร พม่าเดินทัพสู่ทุ่งอยุธยา ต่อไป พระเจ้านันทบุเรง ตั้งเป้าประสงค์มาเช่นนี้
ได้สะดวกทั้งทางบก และทางน้ำ ตั้งแต่เดือนอ้าย เพื่อความมั่นคงของราชอาณาจักรพม่าหงสาวดี
ถึงเดือนยี่ปีจอ พ.ศ.๒๑๒๙ พม่าเดินทัพจาก และเพื่อความมั่นคงในราชบัลลังก์ของตนเอง
กำแพงเพชร สู่อยุธยาโดยแยกการเดินทางทัพ ดังนี้ “ข้าต้องเอาเอ็งกลับมาเป็นเมืองขึ้นให้ได้”
ทัพพระมหาอุปราชา ทัพหน้าเดินทัพทางบก แต่องค์บุคคลของกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.๒๑๒๙
ทางฝั่งตะวันออกของแม่ปิงและเจ้าพระยา เมื่อถึง ไม่เหมือนกับปี พ.ศ.๒๑๑๑ - ๒๑๑๒ แม้จะมีกำลังน้อย
นครสวรรค์ แยกไปทางลพบุรี - สระบุรี ให้ไป นักรบตาง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มอายุเพียง ๒๐
่
๐50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
เส้นทางเดินทัพพม่า (สงคราม พ.ศ.๒๑๒๙)
เศษ ๆ แต่ทุกคนจัดอยู่ในประเภท “เล็กดี รสโต” - ทัพนันทะสู (เจ้าเก่า) ตั้งที่ขนอนบางลาง
มีผู้นำทัพที่มีความสามารถเสมือนเทพเจ้าแห่ง ด้านทิศตะวันออก
สงครามกลับชาติมาเกิด ดังนั้นผลของสงคราม - ทัพพระเจ้าตองอู ตั้งที่ทุ่งชายเคือง
จึงมิได้เป็นไปตามที่พระเจ้านันทบุเรง หวังไว้ มาดู - ทัพพระมหาอุปราชา ตั้งที่บ้านบางตะนาว
กันว่าทำไมพม่าจึงผิดหวัง (ทัพพระมหาอุปราชา เป็นทัพหน้า แต่มาถึงอยุธยา
้
ิ
ั
หลังสุด เพราะตองเดนทพออมกวา
่
้
พม่าล้อมกรุง กองทัพอื่น ๆ)
กองทัพพม่าตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยา ๒ ด้าน
ทางด้านเหนือ และด้านตะวันออก โดยตั้งทัพดังนี้ รบ รบ รบ ไม่หวั่นใคร
ด้านทิศเหนือ วินัย และ อาญาทัพ
- ทัพหลวง เจ้ายุทธจักรคุมเอง ตั้งที่ตำบล การบริหารและควบคุมการทำสงครามทั้งหมด
ขนอนปากคู ของกองทัพไทยอยุธยา สมเด็จพระมหาธรรมราชา
- ทัพมังกอด (ราชบุตรอีกองค์หนึ่ง) กับพระยา มอบให้เป็นหน้าที่ของสมเด็จพระนเรศวร ดำเนินการ
พระราม (มอญ) ตั้งที่ตำบลมะขามหย่อง สั่งการโดยเด็ดขาด พระองค์เป็นเพียงผู้กำกับการ
- ทัพพระยานคร ตั้งที่ตำบลพุทธเลา คนไทยทุกคนในยุคนั้นเรียก สมเด็จพระนเรศวร ว่า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐51
กองทัพพม่า ๖ กอง มาล้อมกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ.๒๑๒๙ - ๒๑๓๐
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์น้อย เมื่อกองทัพหลวง ต้องปืนข้าศึก ฉลองพระองค์ขาดตลอดถึงพระกร
ของพระเจ้านันทบุเรงมาถึงอยุธยา เมื่อต้นเดือนยี่ แต่หาเป็นอันตรายไม่ พม่าทนพลังกดดันของ
(มกราคม) ปีจอ นั้น ข้าวกล้าในทุ่งหันตราด้านตะวันออก กำลังทัพไทยไม่ไหว จึงยอมถอนตัวออกจากค่าย
นอกกรุง เพิ่งจะสุกยังเก็บเกี่ยวไม่เสร็จ สมเด็จพระนเรศวร เจ้าพระยากำแพงเพชร ที่เพิ่งตีได้ภายในวันนั้นเอง
โปรด ฯ ให้เจ้าพระยากำแพงเพชร ซึ่งเพิ่งจะเข้ารับ พม่าตีค่ายได้ตอนเช้า สมเด็จพระนเรศวร ตีชิงคืน
หน้าที่สมุหพระกลาโหม ใหม่ ๆ ให้คุมทหารออกไป ได้ในพลบค่ำวันเดียวกัน
ตั้งกองรักษา การเก็บเกี่ยวข้าว ย่ำอดีต เชาว์ รูปเทวินทร์ เมื่อแย่งชิงค่ายกลับคืนได้แล้ว จึงเสด็จกลับ
หน้า ๓๔๔ - ๓๔๕ เล่าไว้ว่า ทัพเจ้าพระยา พระนคร แล้วมีพระราชดำรัสตรัสสั่งให้เอาตัวพระยา
กำแพงเพชร ถูกทัพพม่าจากกองทัพหน้าตีแตกพ่าย กำแพงเพชร ไปประหารชีวิตเสีย แต่สมเด็จพระราช
หนีเข้ามาในพระนคร สมเด็จพระนเรศวร ทรงพิโรธ บิดาได้รีบเสด็จมาขอพระราชทานชีวิตไว้ จึงให้ถอด
ยิ่งนัก ตรัสว่า “ตั้งแต่รบกันมาจนถึงบัดนี้ ไทยไม่เคย ออกจากตำแหน่ง แต่นั้นมาข้าราชการทั้งปวงใน
พ่ายแพ้แก่ข้าศึกเลย” เจ้าพระยากำแพงเพชร ออกไปทำ กรุงศรีอยุธยา ก็พากันเกรงพระราชอาญา ต่างตั้งหน้า
เสียการ อันจักเป็นเหตุให้ไพร่พลกลับกลัวเกรงพม่า รบพุ่งโดยทั่วกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าสมเด็จพระนเรศวร
ข้าศึก แล้วพระองค์กับสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชา กับสมเด็จพระเอกาทศรถ ไม่เคยบาดเจ็บเป็นแผล
รีบเสด็จลงเรือพระที่นั่งลำเดียวกัน ยกออกรบพุ่ง จากการสู้รบ หรือถูกปืนข้าศึกเลย
ตะลุมบอนกับข้าศึกที่ทุ่งชายเคืองในทันทีนั้นเอง เจ้าพระยากำแพงเพชรคนนี้ ตามประวัติกล่าวว่า
สู้รบกันอยู่จนถึงพลบค่ำ จนสมเด็จพระเอกาทศรถ เคยรับราชการมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
๐52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ติดต่อกันมาจนถึงสมเด็จพระมหาธรรมราชา ท่าน ผลงานของกองกำลังนอกแบบ (กองโจร)
ทำงานฝ่ายพลเรือนทางด้านเวียง วัง คลัง นา ในระหว่างที่กองทัพในแบบกำลังสู้รบตีเมือง
มาโดยตลอด ไม่เคยว่าการกลาโหมฝ่ายทหารเลย ป้องกันเมืองกันอย่างดุเดือดเผ็ดมันนั้น กองกำลัง
เพิ่งมาว่าการกลาโหมเข้าวันแรก ก็เกือบหัวขาด นอกแบบที่ สมเด็จพระนเรศวร ให้จัดตั้งขึ้นในพื้นที่
เจ้าพระยากำแพงเพชร เป็นคนยุคเก่าที่ยังกลัวพม่า ต่าง ๆ นั้นได้ปฏิบัติงานของตนอย่างเข้มแข็งประสบ
อยู่ในจิตวิญญาณ เมื่อนายกลัวไม่สู้ลูกน้องก็ไม่สู้ ผลสำเร็จอย่างดียิ่งต่างพากันตีตัดการลำเลียงเสบียง
ด้วย สมเด็จพระนเรศวร ท่านเข้าใจจิตวิทยา ด้านนี้ดี อาหารของพม่าที่อุตส่าห์มาตั้งกองทัพทำนาอยู่ที่
สมเด็จพระนเรศวร ท่านเพ่งเล็งในด้านขวัญ เขตเมืองกำแพงเพชร ตั้งแต่ปีที่แล้ว หวังจะมีเสบียง
และกำลังใจของทหาร ถ้าเป็นนักมวยถอดใจไม่ว่า ใช้กินได้แรมปี กลับส่งจากแนวหลังสู่แนวหน้าที่
จะมีกำลังมากมายแค่ไหน ก็พ่ายแพ้ได้ง่าย ๆ อยุธยาได้ไม่สะดวก ส่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ครั้นพม่า
เจ้าพระยากำแพงเพชร ออกไปทำเสียการมาดังนี้ ส่งกองทัพขนาดใหญ่มาไล่ล่าทำลาย กองโจรก็หาย
ย่อมกระเทือนขวัญทหารไทยไปทั่วกองทัพ ที่รักษา แวบไปในพริบตา พอเผลอก็จะถูกกองโจรโจมตีตอดนิด
กรุงอยู่ในขณะนั้น เป็นถึงสมุหพระกลาโหม ประเดิม ตอดหน่อย สูญเสียกำลังพลไปเรื่อย ๆ จนพม่า
ศึกแรกก็วิ่งหนีหน้าเริดเข้ากรุงเสียแล้ว พระองค์จึง ขวัญตก ในที่สุดกองทัพใหญ่พม่าที่ตั้งประชิด
ต้องรีบพลิกสถานการณ์ ชิงความเอาเปรียบด้าน กรุงศรีอยุธยาอยู่ก็เริ่มขาดแคลนเสบียง เมื่อเกิด
กำลังใจทหารในทันที นั่นคือ ท่านจูงมือน้องชาย อัตคัดแล้ว เลยมีความเจ็บไข้เกิดขึ้นในกองทัพพม่า
ของท่าน คุมทหารออกไปโจมตีชิงค่ายกลับคืน ที่ตั้งประชิดพระนคร การขาดแคลนเสบียงอาหาร
ภายใน ๒๔ ชั่วโมง และก็ทำได้สำเร็จสมความตั้งใจ กับโรคภัยไข้เจ็บมักจะเป็นของคู่กัน
นี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่สมเด็จพระนเรศวร ท่านไม่ใช้คน ความจริงพม่าวางแผนให้กองทัพพระเจ้าเชียงใหม่
แก่ที่จิตลึก ๆ ยังกลัวพม่าอยู่ เหมือนมวยแพ้เชิงกัน ซึ่งมีกำลังพลมากมายถึงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน
มาหลายครั้ง ท่านจึงใช้คนหนุ่มรุ่นท่าน ถึงจะน้อยตัว ทำหน้าที่ส่งเสบียง กำลังพลมากมายขนาดนี้ไม่น่า
ก็ใจสู้เป็นการ “คบเด็กสร้างบ้าน กู้เมือง” จะมีปัญหาในด้านทำหน้าที่กองคาราวานลำเลียง
ศึกสงครามพระเจ้านันทบุเรง ครั้งนี้ฝ่ายพม่า เสบียง และจัดกำลังคุ้มกัน จากกำแพงเพชร ลำน้ำปิง
เตรียมกำลังทัพตั้งใจจะมาโจมตีกรุงศรีอยุธยา สามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำอย่างดี ๑ ปีเศษ
ในลักษณะเป็นฝ่ายรุกเต็มที่ พม่าพยายามโจมตี ที่มาทำนา พม่าน่าจะต่อเรือต่อแพ สำหรับใช้
เมืองหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะกองทัพไทย มิใช่ ลำเลียงเสบียงอาหารไว้มากพอสมควร น่าจะมีการต่อ
แค่รอรับอยู่ภายในกำแพงเมือง แต่ออกไปรบรุก เรือรบด้วย แต่ในประวัติศาสตร์ไม่กล่าวถึงการใช้
เป็นฝ่ายเข้าตีพม่านอกกำแพงเมืองด้วย โดยเฉพาะ กองเรือลำเลียงของฝ่ายพม่า หรือการใช้กองเรือรบ
กองทัพเรือมีบทบาทมาก ของฝ่ายพม่า มีแต่กล่าวถึงกองทัพเรือของฝ่ายไทย
พงศาวดารพม่า ฉบับหอแก้วกล่าวว่ากองทัพพม่า แสดงว่าฝ่ายไทยได้การครองลำน้ำ ชาวเรือทั้งหลาย
ตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยานานหลายเดือน ได้พยายาม คงทราบดีว่า เมื่อได้ครองลำน้ำได้ครองทะเล ก็มีเสรี
แต่งทหารฝีมือดีเข้าปล้นพระนครหลายครั้ง ทุกช่อง ในการปฎิบัติเต็มที่ นี่คือ จุดแข็งของกองทัพเรือ
ทางต่าง ๆ แต่ก็เข้าเมืองไม่ได้จนแล้วจนรอด ด้วย ประการหนึ่ง
ทหารไทยต่อสู้แข็งแกร่งอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน
พม่ายกเข้ามาคราวใด ไทยก็ตีเอา ต้องกลับถอยคืน ยุทธศาสตร์รับ ยุทธวิธีรุก
ไปค่ายที่เดิมทุกคราว พระเจ้าหงสาวดี ตีพระนครอยู่ เมื่อพม่าเริ่มอ่อนแรง เพราะขัดสนเสบียงอาหาร
กว่าเดือน ก็ไม่ประชิดเข้ามาได้ และการเจ็บไข้ได้ป่วย สมเด็จพระนเรศวรก็เริ่ม
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐53
หลวงของพระเจ้าหงสาวดี เสด็จลงจากหลังม้าพระที่นั่ง
ทรงนำทหารปีนพะเนียด จะเข้าไปในค่าย ถูกข้าศึก
เอาทวนแทงตกลงมาไม่เป็นอันตราย แล้วก็กลับปีน
ขึ้นไปใหม่อีก ทำเช่นนี้หลายครั้งเข้าค่ายไม่ได้
ทรงปีนค่าย พอทหารพม่าตื่นรู้ตัวมากขึ้นก็เฮมาป้องกันค่าย
กองทัพหงสาวดี เห็นว่าพม่ารู้ตัวแล้ว จึงถอยทัพกลับคืนพระนคร
ด้วยความกล้าหาญ พระแสงดาบที่สมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า ทรงดาบขึ้น
เด็ดเดี่ยว
ปีนค่ายในครั้งนั้น จึงปรากฏพระนามว่า “พระแสงดาบ
คาบค่าย” นับเป็นพระแสงอัษฎาวุธอยู่ในเครื่อง
ราชูปโภคอย่างหนึ่งของแผ่นดินสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้
(องค์จริงสูญหายไปเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ ๒
จิตกรรมฝาผนัง เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
โดยพระยา
อนุสาส์นจิตรกร จุฬาโลกมหาราช ได้โปรดให้สร้างขึ้นใหม่) นักประวัติศาสตร์
แสดงสมเด็จ หลายท่านวิเคราะห์วิจารณ์ว่า คำว่าพระแสงดาบ
พระนเรศวร คาบค่าย มิใช่ทรงเอาพระโอฐคาบดาบปีนค่าย น่าจะ
ทรงคาบดาบ
ปีนค่ายหงสาวดี หมายถึง พระแสงดาบที่ทรงใช้เมื่อปีนค่ายพม่า
ครั้ง (หน) นั้น (จากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
กระทำการเป็นฝ่ายรุกทางยุทธวิธี โดยจัดกำลัง ดาบ มีความหมาย ๒ นัย คือ ครั้ง หน ระยะเวลา
กองทัพเล็ก ๆ โจมตีพม่าค่ายต่าง ๆ กลางวันบ้าง เวียนรอบ และ เอาปากงับสิ่งของไว้)
กลางคืนบ้าง จนพม่าอยู่ไม่เป็นสุข ยกที่ ๓ “ล่าพญายม” สมเด็จ ฯ กรมพระยา
พระราชพงศาวดารจดรายการศึกเฉพาะที่สมเด็จ ดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนปล้นค่าย
พระนเรศวรเสด็จออกปล้นค่ายข้าศึกเองเป็นหลาย พระเจ้าหงสาวดี ไว้ในประวัติสมเด็จพระนเรศวรว่า
ครั้งไว้ดังนี้ (ไม่นับที่ทรงใช้ขุนศึก ขุนพลออกปล้น) …..พระเจ้าหงสาวดี ตรัสแก่เสนาบดีว่า “สมเด็จ
ยกที่ ๑ วันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พระนเรศวร ได้ออกมาทำการเป็นตัวอย่างพลทหาร
พ.ศ.๒๑๒๙ เวลา ๕ นาฬิกา กองทัพไทยโดยการนำ ดังนี้ เหมือนกับเอาพิมเสนมาแลกเกลือ นี่พระราช
ของสมเด็จพระนเรศวร ออกปล้นค่ายพระยานคร บิดาจะรู้หรือไม่” เสนาบดีกราบทูลว่า “พระราชบิดา
ที่ปากน้ำพุทธเลา กำลังข้าศึกกองนี้น่าจะอ่อนกว่า เห็นจะไม่ทรงทราบ ถ้าทราบคงไม่ยอมให้มาทำ
กองอื่น ๆ พระองค์เคยอยู่กรุงหงสาวดีมาก่อน คงจะ อย่างนั้น” พระเจ้าหงสาวดีตรัสว่า “พระนเรศวร ทำศึก
รู้ฝีมือของแม่ทัพนายกองของมอญพม่าเป็นอย่างดี อาจหาญนัก ถ้าออกมาอีก ถึงจะเสียทหารเท่าใด
โจมตีอยู่พักเดียวข้าศึกแตกหนี ได้ค่ายพระยานคร ก็จะแลกเอาตัวพระนเรศวรให้จงได้” จึงได้ตรัสให้
ให้เผาค่ายข้าศึก แล้วยกทัพกลับคืนพระนคร “ลักไวทำมู” ซึ่งเป็นทหารเอกคุมทหารเพิ่มเติมไป
ยกที่ ๒ “พระแสงดาบ คาบค่าย” วันขึ้น ๑๐ ค่ำ รักษาค่ายกองหน้า และได้มีรับสั่งกำชับไปว่า
เดือน ๔ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๑๒๙ เวลา “ถ้าพระนเรศวรออกมาอีก ให้คิดอ่านจับเป็นให้จงได้”
กลางคืน สมเด็จพระนเรศวร ยกทัพออกปล้นค่าย พระเจ้านันทบุเรง มีรับสั่งให้ทุกกองทัพคัดเลือก
กองทัพหน้าของพระเจ้าหงสาวดี พม่าไม่ทันรู้ตัว นายทหารฝีมือดี สันทัดจัดเจนอาวุธต่าง ๆ มาเตรียม
แตกพ่ายหนีทิ้งค่าย เมื่อได้ค่ายนั้นแล้ว เห็นเชิงศึก ไว้ ๑๐,๐๐๐ คน ให้ ลักไวทำมู แม่กองทหารทศ
เป็นที จึงไล่โจมตีฆ่าฟันพม่าข้าศึกไปจนถึงค่าย เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษนี้ ทหารทศ คือทหาร
๐54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธ ๑๐ อย่าง รวมทั้ง น่าจะลองคิดทบทวนดูว่า ควรเชิดชูวีรกรรม นี้หรือไม่
มือเปล่า มีอาวุธในการทำลายขาม้า ขาช้าง ฯลฯ
เพื่อจับเป็นคนขี่ แผนล่อพญายม
เมื่อหน่วยรบพิเศษ นำโดยสมเด็จพระนเรศวร
หน่วยรบพิเศษ จับเจ้าพยัคฆ์ ออกไปซุ่มอยู่ที่ทุ่งลุมพลีนั้น ฝ่ายพม่าลักไวทำมู
เดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำปีจอ พ.ศ.๒๑๒๙ ห่างวัน ผู้ได้รับมอบภารกิจจับเป็นพญายม ได้ตั้งกองสอดแนม
ปล้นค่ายพระเจ้าหงสาวดี ๑๕ วันพอดี เป็นคืนข้างแรม หาข่าวอยู่ตลอดเวลา จึงให้ทหารทศกองหนึ่งออกมา
เดือนมืดเกือบสนิท ได้ฤกษ์ปล้นค่ายดีนัก สมเด็จ รบล่อ สมเด็จพระนเรศวร เห็นข้าศึกมีกำลังน้อย
พระนเรศวรจึงเสด็จนำกองทัพหน่วยรบเฉพาะกิจ ก็นำกำลังเข้ารบพุ่งด้วยลำพัง ทหารม้า พวกพม่า
และหน่วยทหารองครักษ์คู่ใจ ที่ได้รับการฝึกมา สู้พลางหนีพลาง แสร้งรบล่อให้ไล่ไปจนถึงที่ลักไวทำมู
อย่างดี ออกไปตั้งซุ่มที่ทุ่งลุมพลี ตั้งใจจะปล้นค่าย วางทหารซุ่มอยู่ทั้ง ๒ ข้างทาง
พระเจ้าหงสาวดีซ้ำอีกครั้ง กะตีหัวใจกองทัพกันเลย
“จับโจรต้องจับตัวนาย” ถ้าจับพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง บุญบารมีหรือฝีมือ
มาได้เพียงพระองค์เดียว กองทัพพม่า มอญ หลาย ลักไวทำมู ได้นำทหารกรูกันออกมาโอบล้อม
สิบหมื่น ก็ต้องยอมจำนนต่อกองทัพไทย นี่มิใช่แผน ทหารม้าของไทย ตัวลักไวทำมูเองขี่ม้าตรงมาที่
ชิงตัวประกัน แต่เป็นแผนบุกจับเจ้าพยัคฆ์ในถ้ำ สมเด็จพระนเรศวร พร้อมทหารทศฝีมือดีกลุ่มหนึ่ง
ที่มีพญาเสือล้อมรอบอยู่เต็มถ้ำ ต้องการจับเป็นสมเด็จพระนเรศวร ตามคำสั่ง
ผู้ที่เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ ทุกเหล่าทัพอ่าน พระเจ้าหงสาวดี ลักไวทำมูขับม้าถือดาบเข้ามา
มาถึงตอนนี้แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างครับ พระมหากษัตริย์ จะจับพระองค์ สมเด็จพระนเรศวรทรงแทงด้วย
ที่เป็นจอมทัพ นำทัพคนห้าสิบหมื่น ย่อมจะต้อง พระแสงทวน ถูกลักไวทำมูตาย แต่ลักไวทำมูก็ใช้ดาบ
ล้อมรอบไปด้วยกำลังป้องกัน เหล่าองครักษ์ฝีมือ ของตนฟันทวนของสมเด็จพระนเรศวรติดชักไม่ออก
เยี่ยมนับพัน แถมยังอยู่ในค่ายหลวง ที่มีทหาร เมื่อทหารทศคนหนึ่งพุ่งม้าเข้ามาจะทำร้ายพระองค์
ป้องกันค่ายรายล้อมอยู่รอบนอกอีกตั้งหลายชั้นกว่า ช่วยแก้ลักไวทำมู พระองค์จึงต้องใช้พระแสงดาบฟัน
จะถึงตัวจอมทัพ แต่มหาวีรบุรุษนักรบกล้าของไทย ทหารทศคนนั้นตายลงอีกคนหนึ่ง ทหารพม่าเห็น
พระองค์หนึ่ง ผู้ที่พระนามของพระองค์ท่านอยู่ใน ไทยน้อยตัวกว่า แม้หัวหน้าจะตายแล้ว แต่ภารกิจ
จิตใจของคนไทย ทุกยุคทุกสมัยมาตลอดระยะเวลา จับเป็นยังคงต้องปฏิบัติต่อไป จึงเข้ารุมล้อมสมเด็จ
๔๐๐ ปีเศษ พระองค์กล้าที่จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พระนเรศวร และทหารม้าของไทยกลุ่มนั้น สู้รบกัน
เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยรบพิเศษ กล้าตายหน่วยนี้ อยู่กว่าชั่วโมง หน่วยรบพิเศษของไทยที่เหลือจึงตาม
ไปทำงานเสี่ยงตายที่ดูแล้วมีโอกาสสำเร็จเพียง ๑ มาทันและได้เข้าร่วมรบแก้ไขเอาสมเด็จพระนเรศวร
ใน ๑๐,๐๐๐ เท่านั้น แต่พระองค์กล้าทำ เพื่อหวังรักษา พร้อมทหารม้ากล้าตายกลุ่มนั้นออกจากที่ล้อม
ชีวิตคนไทยที่อาจต้องตายจากการสงครามครั้งนี้ กลับคืนมาพระนครได้
นับหมื่น นับแสนคน และ ถ้าไทยแพ้ศึกอีกครั้ง ทำไมลักไวทำมูจึงไม่ใช้ทวน พม่าเป็นชาติที่มี
ก็คงจะดำรงความเป็นชาติ เอกราชขึ้นอีกไม่ได้แน่ ๆ ความชำนาญในการใช้ทวนรบบนหลังม้า ส่วนมอญ
พระองค์คือ “ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ คนแรก นั้นได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญในการใช้เพลงดาบ โดยเฉพาะ
ของชาติไทย” ที่แม้จนบัดนี้ก็ยังหาคนมาเทียบเทียม ดาบสองมือ ลักไวทำมู อยู่บนหลังม้าถือดาบ อาวุธ
ไม่ได้ ไม่ทราบว่ามีวันหน่วยรบพิเศษของชาติไทย ของตนจึงสั้นกว่าทวนอาวุธของสมเด็จพระนเรศวร
หรือยัง ถ้ายังไม่มีหน่วยรบพิเศษของทั้ง ๓ เหล่าทัพ หรือลักไวทำมู เป็นทหารเอกชนิดขุนดาบ แต่ลักไวทำมู
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐55
ก็แสดงความเป็นชาติเสือ ถูกทวนแทงก่อนตายยังใช้ จากมือขวามหาราชโดย พันเอกหลักแก้ว
ดาบฟันด้ามทวนพระนเรศวรจนดาบติดชักทวนกลับ อัมโรสถ หน้า ๔๔ กล่าวไว้ว่า “พระเจ้าหงสาวดี
ไม่ได้ เมื่อทหารทศอีกคนพุ่งเข้ามา คงจะเป็นมือสอง ตั้งล้อมกรุงศรีอยุธยา มาตั้งแต่เดือนยี่ (มกราคม)
จากลักไวทำมู กะเข้ามาซ้ำต่อจากลักไวทำมู เมื่อลักไวทำมู ปีจอ พ.ศ.๒๑๒๙ จนถึง เดือน ๖ ปีกุน (พฤษภาคม)
พลาดถูกทวนแทง จึงพุ่งเข้ามาขณะที่ทวนสมเด็จ พ.ศ.๒๑๓๐ เป็นเวลาถึง ๕ เดือน ตีไม่ได้กรุงศรีอยุธยา
พระนเรศวรยังปักอกลักไวทำมู แค่เวลาเสี้ยววินาที เห็นไพร่พลป่วยเจ็บล้มตายร่อยหรอลงทุกที ก็ท้อ
ที่ทรงเปลี่ยนจากทวนเป็นดาบฆ่าทหารทศคนนั้น พระทัย ดำรัสปรึกษานายทัพนายกองทั้งปวง
การสู้รบกับลักไวทำมู และทหารทศ คงไม่ใช่แค่ เสนาบดีผู้ใหญ่จึงทูลว่า “กรุงศรีอยุธยานี้ภูมิฐาน
เพลงเดียวก็ชนะ คู่ต่อสู้ก็มือพระกาฬเหมือนกัน มั่นคงนักจะตีเอาโดยเร็วนั้นมิได้ บัดนี้เข้าฤดูฝน
พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าลักไวทำมูฟันพระแสง จะตั้งทำการต่อไป ไพร่พลก็จะลำบากยิ่งขึ้นทุกที
ทวนบิ่น แสดงว่าต้องสู้กันหลายเพลงการสู้รบใน ควรจะถอยทัพกลับไปทำนุบำรุงรี้พลเสียสักคราวหนึ่ง
ระยะประชิดบนหลังม้าเช่นนี้ นักรบจะต้องเชี่ยวชาญ ต่อฤดูแล้งหน้าจึงค่อยยกมาตีใหม่ ถึงพระนเรศวร
ทั้งการบังคับม้าให้เคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ผู้ขี่ กล้าในการศึก รี้พลมีน้อย รบรับขับเคี่ยวกันไปหลาย
ต้องการ และมีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธทั้งทวน คราวเข้าก็คงหมดกำลังที่จะต่อสู้ (หวังให้ไทยอ่อนแรง
และดาบ เพราะคนน้อย)”
ในกลุ่มทหารทศซึ่งเชี่ยวชาญการใช้อาวุธต่าง ๆ พระเจ้าหงสาวดีเห็นชอบด้วย จึงมีรับสั่งให้เตรียม
กลุ่มนี้ใช้อาวุธยาว รวมทั้งโล่ โตมร หอก ฯลฯ ถอยทัพ ให้กองทัพพระมหาอุปราชา ซึ่งลงไปตั้งอยู่
เตรียมมาจับเต็มที่ โดยเฉพาะอาวุธทำลายขาม้า ที่สุดแนวข้างใต้ด้านตะวันออกถอยกลับไปก่อน
แผนของลักไวทำมูใช้ทหารทศบางกลุ่มขวางม้า ให้กองทัพพระเจ้าตองอูถอยกลับเป็นกองหลัง
ของสมเด็จพระนเรศวร ด้วยอาวุธพิเศษต่าง ๆ ยกที่ ๕ วันศุกร์แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ (พฤษภาคม)
เมื่อม้าเข้ามาอยู่ในที่ล้อมแล้ว ไม่สามารถถอยได้ ปีกุน พ.ศ.๒๑๓๐ สมเด็จพระนเรศวร ยกทัพเรือไปที่
ี
ี
ุ
ถ้าการสู้รบติดพันเนิ่นช้า ม้าเริ่มเหนื่อย ข้าศึก บางกระดาน หมายจะตกองทพพระมหาอปราชาอก
ั
เข้าใกล้จนทำลายขาม้าได้ ผู้ขี่อยู่บนหลังม้าก็อาจถูก เห็นพระมหาอุปราชากำลังถอยทัพกลับไป จึงได้
จับเป็น ชนิดต้องบาดเจ็บด้วย งานนี้เป็นเพราะ โจมตีกองหลังของพระมหาอุปราชา ก็ทรงทราบว่า
บุญบารมีหรือฝีมือรบ ในสนามรบ มีบุญบารมี พระเจ้าหงสาวดีจะถอยทัพ จึงรีบเสด็จกลับพระนคร
อย่างเดียวไม่พอ ฝีมือรบสำคัญกว่า รีบจัดกองทัพบกยกไปตั้งที่วัดเดช ตั้งค่ายขุดคูป้องกัน
ยกที่ ๔ “กองทัพเรือ” วันจันทร์ แรม ๑๔ ค่ำ ยกที่ ๖ “ฤทธิเดชเรือปืน” เมื่อขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๗
เดือน ๕ ปีกุน พ.ศ.๒๑๓๐ สมเด็จพระนเรศวร ให้เอาปืนใหญ่ลงในเรือสำเภาขันฉ้อตามขึ้นไปหลายลำ
ยกทัพเรือไปตีทัพพระมหาอุปราชา ที่บางขนอนตะนาว ครั้งถึงวันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๗ (มิถุนายน)
แตกพ่ายจนต้องถอยไปตั้งทัพอยู่ ณ บางกระดาน พ.ศ.๒๑๓๐ ให้เอาปืนใหญ่ยิงค่ายพระเจ้าหงสาวดี
(ขนอน คือ ด่านเก็บภาษีของทางราชการ) ถูกผู้คนช้างม้าล้มตาย พระเจ้าหงสาวดีทนอยู่ไม่ได้
พม่าถอยทัพ ต้องรีบถอยทัพหลวงกลับขึ้นไปตั้งอยู่ที่ป่าโมก
เมื่อกองทัพพม่าเริ่มขาดแคลนเสบียงอาหาร เมื่อกองทัพพระเจ้าหงสาวดี ถอยกลับไปครั้งนั้น
จนเกิดความเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้น เพราะฝีมือกองโจร สมเด็จพระนเรศวร ให้กองทัพยกติดตามตีข้าศึกไป
ไทยกลุ่มต่าง ๆ สมเด็จพระนเรศวร ทราบก็ให้ทัพไทย จนทะเลมหาราชทางหนึ่ง ส่วนสมเด็จพระนเรศวร
ออกตีปล้นข้าศึกทั้งกลางวันกลางคืน มิให้อยู่เป็น กับสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงยกทัพเรือตามตีทัพหลวง
ปกติได้ ของพระเจ้าหงสาวดีขึ้นไปจนถึงป่าโมกอีกทางหนึ่ง
๐56 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
แต่ข้าศึกมากกว่ามากนัก ตีไม่แตกฉานไปได้ ก็เสด็จ มีกองทัพเรือ และได้การครองลำน้ำ จึงมีเสรีในการ
กลับคืนมายังพระนคร ทางโน้นพระเจ้าหงสาวดีก็ให้ ปฏิบัติเต็มที่ นี่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ใช้คนน้อย
เลิกทัพกลับไปยังบ้านเมือง สู้คนมากกว่าได้
วิเคราะห์การศึก สรุปผลของการสงคราม
ผู้นำทัพมีบทบาทสำคัญยิ่ง ที่สมเด็จพระนเรศวร สงครามเพื่อเอาไทยอยุธยากลับไปเป็นเมืองขึ้น
ทรงออกนำทัพด้วยพระองค์เอง ชนิดพระเจ้านันทบุเรง ตามเดิม ที่พม่าส่งทัพมากระทำต่อกรุงศรีอยุธยา ๓ ครั้ง
กล่าวว่าปฏิบัติการแบบ “เอาพิมเสนแลกเกลือ” เพราะ ใหญ่ ๆ เป็นเวลาต่อเนื่องกัน ๔ ปี ตั้งแต่ พ.ศ.๒๑๒๗
วิธีการเช่นนี้ จึงสามารถผูกจิต ผูกใจ ทหารไทยทุกผู้ ที่สมเด็จพระนเรศวร ประกาศอิสรภาพ จนถึงพระเจ้า
ทุกนาม จนทำให้คนน้อย เอาชนะคนมากกว่าได้ หงสาวดีนันทบุเรง คุมทัพใหญ่มาเอง จนถอยกลับ
ยุทธวิธีเกลือจิ้มเกลือ ยุทธวิธีการรบแบบกองโจร ในเดือน ๗ (มิถุนายน) ปีกุน พ.ศ.๒๑๓๐
ใช้คนน้อยเอาชนะคนมาก แม่ทัพนำหน้าบุกตะลุย ฝ่ายพม่าไม่บรรลุเป้าประสงค์ของตน เอาไทย
เบิกทางรุก เช่นนี้ พม่าสมัยตะเบงชะเวตี้ และบุเรงนอง ไปเป็นเมืองขึ้นไม่ได้ เจ้ายุทธจักรมาเอง ก็ยังไม่สำเร็จ
ยุคสร้างอาณาจักรพม่านั้น ได้เคยใช้มาก่อนทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ของทั้งพม่าและไทยกล่าวว่า พม่า
สมเด็จพระนเรศวร ทรงเอาความรู้จากครูบุเรงนอง พยายามโจมตีกรุงศรีอยุธยาหลายครั้งแต่ไม่ประสบ
มาใช้กับลูกครู หรือเอาความรู้จากรุ่นพ่อมาใช้ปราบ ผลสำเร็จ ไม่มีรายละเอียดการสู้รบว่า ทัพพม่าส่ง
รุ่นลูกนั่นเอง กำลังเข้ามาถึงขั้นประชิดคูเมืองหรือไม่ บอกแต่ถูก
วินัยทัพ และอาญาทัพอันเข้มงวด ชนิดที่พม่า ไทยตีโต้ถอยกลับเข้าค่ายไปทุกครั้ง ขณะเดียวกัน
็
ั
่
เองออกปากวา “ทหารไทย กลวสมเดจพระนเรศวร ฝ่ายไทยมีบันทึกว่า ไทยได้ส่งกองทัพตีปล้นค่ายพม่า
มากกว่ากลัวตาย” คนเมื่อไม่กลัวตาย พลังในการสู้รบ หลายครั้ง ไม่ให้ฝ่ายพม่าอยู่สงบสุข จนดูเหมือน
จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า วินัยทัพ และอาญาทัพ ฝ่ายไทยกลับเป็นฝ่ายรุกทางยุทธวิธี
อันเข้มงวด ทำให้ทหารทุกคนสู้ตามสั่ง สั่งบุก - บุก แม้พม่าจะรุกทางยุทธศาสตร์ แต่พม่ากลับ
สั่งตี - ตี ไม่สั่งถอย ไม่ถอย มิใช่รบแบบหุ่นยนต์ พ่ายแพ้ในทางยุทธวิธีหลายครั้ง หรือเกือบทุกครั้ง
แต่เป็นการรบของ “นักรบกล้า” โดยแท้ จนทหารพม่าไค้ยินชื่อสมเด็จพระนเรศวร ก็เกิดความ
การจัดหน่วยทัพบก ทัพเรือ เป็นหน่วย ระย่อ เสียขวัญ เพราะไม่เคยรบชนะพระองค์ท่านเลย
โจมตีเคลื่อนที่แบบรวมการเป็นยุทธวิธีใหม่ สำหรับ ฝ่ายไทย ไพร่พลรบทุกระดับชั้น เกิดความฮึกเหิม
กองทัพที่มีคนน้อย สามารถรวมพลไปโจมตีข้าศึก ไม่เกรงกลัวพม่า แม้จะน้อยตัวก็สู้ ขวัญในการสู้รบสูงยิ่ง
ตามจุดต่าง ๆ ได้ โดยทำให้มีกำลังพลรวม ไม่เสีย กองทัพไทยเชื่อมั่นในตัวผู้นำ และขีดความสามารถ
เปรียบมากนักคือการใช้หลักการรวมกำลัง หลักความ ของกองทัพ จนมีการปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ เป็น
คล่องตัว และหลักการจู่โจมร่วมกัน รับเชิงรุกและเป็นรุก ต่อไปตามลำดับ
การใช้ปืนใหญ่ ตั้งยิงบนเรือ เหมือนการใช้ ผลที่พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ปราบปราม
เรือปืนในปัจจุบัน เป็นยุทธวิธีที่เยี่ยมยอด สามารถ ไทยกรุงศรีอยุธยาไม่ได้ ทำให้บารมีตกต่ำลงมาก
เคลื่อนย้ายไปยิงค่ายพม่าตามที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หัวเมืองขึ้นกลุ่มรัฐไทยใหญ่ ๑๙ รัฐ เริ่มแข็งเมือง
อยุธยามีแม่น้ำลำคลองมากมาย การลำเลียงกระสุน ในขณะเดียวกัน เชื้อพระวงศ์ที่ครองเมืองใหญ่ต่าง ๆ
ดินปืน แม้เสบียงอาหารของพลประจำปืนก็ไม่มีปัญหา ก็มองว่าพระเจ้านันทบุเรง อ่อนแอ ไม่เหมาะสมที่
พม่าที่มีกำลังทางบกมากมายก็ไม่สามารถทำลาย จะเป็นพระมหากษัตริย์ผู้นำพม่า แต่ความรู้สึกเช่นนี้
กองทัพเรือปืนได้ เพราะพม่าไม่มีกองทัพเรือ ฝ่ายไทย ยังไม่ปรากฏออกนอกหน้า (อ่านต่อฉบับหน้า)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐57
บทความ
ตราประจำกระทรวง
ของไทยในปัจจุบัน
พลเรือโท ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์
๏ ตราพระราชลัญจกร
กล่าวนำ
ตั้งแต่โบราณกาลที่ผ่านมาการแสดงการบังคับ ตราประจำตำแหน่งให้เสนาบดีกระทรวงและส่วน
บัญชาหรือการสั่งการต่าง ๆ ชาติแต่ละชาติที่นับว่า ราชการต่าง ๆ โดยให้ลงชื่อกำกับไว้ด้วย ต่อมาหลังจาก
เจริญในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นในภูมิภาคใด จะใช้ตรา เปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.๒๔๗๕ ซึ่งได้
หรือเครื่องหมายหรือรูปลักษณ์ต่าง ๆ ซึ่งสร้างขึ้น ยกเลิกตราประจำตำแหน่งพร้อมการลงชื่อไปให้ใช้
สำหรับใช้ตีหรือประทับหรือปิดผนึกบนเอกสาร การลงชื่อในหนังสือราชการอย่างเดียว ตราประจำ
ด้วยประสงค์ให้เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ ตำแหน่งจะแปรสภาพเป็นตราประจำกระทรวง
อย่างใดอย่างหนึ่งแทนบุคคลหรือคณะบุคคลหรือ ต่าง ๆ บางกระทรวงที่ตั้งใหม่ก็คิดตราขึ้นมาใหม่
ประเทศชาติ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือเพื่อ บางกระทรวงก็ยกเลิกไป
การรับรองความถูกต้อง หรือเพื่อแสดงความสำคัญ
ของเอกสารนั้น ซึ่งโดยทั่วไปหมายเฉพาะเอกสาร ตราประจำกระทรวงต่าง ๆ ในปัจจุบัน
หรือหนังสือสำคัญทางราชการแผ่นดิน ซึ่งตราต่าง ๆ กระทรวงกลาโหม ตราพระคชสีห์
เหล่านี้เรียกว่า “ลัญจกร” หากใช้กับกษัตริย์ จะเรียกว่า ในพระธรรมนูญใช้ตรา กล่าวไว้ว่า เป็นตรา
“พระราชลัญจกร” เจ้าพระยามหาเสนาบดี สมุหพระกลาโหม ตรานี้
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ยังสืบมาจนปัจจุบัน มีทั้งหมด ๓ ดวง แต่ขาดตรา
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้จัดระบบการปกครอง คชสีห์เดินดง อันเป็นรูปคชสีห์เดินบุกอยู่ในหมู่ไม้
ใหม่แล้วได้ใช้ตราพระราชลัญจกร รวมทั้งพระราชทาน ไม่ใช่กนก เป็นตราประจำตัวเสนาบดีกรมพระกลาโหม
๐58 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
๏ ตราพระคชสีห์ ๏ ตราปักษาวายุภักษ์
์
้
อย่างตราพระราชสีห์น้อยของเสนาบดีมหาดไทย ใชตราปักษาวายุภักษเป็นตราของกระทรวงการคลัง
นอกจากนี้ยังมีตราพระคชสีห์ ฝ่ายเหนือ ซึ่งใน ในพระธรรมนูญใช้ตราว่า “ตราปักษาวายุภักษ์ เป็น
พระธรรมนูญ ใช้ตรากล่าวว่า เป็นตราหลวงธรรมไตรโลก ตราของพระยาราชภักดี ฯ เจ้ากรมพระจำนวนซึ่ง
เสนาบดีศรีสมุหพระกลาโหม มีหน้าที่เกี่ยวกับภาษีอากร”
คชสีห์ เป็นลักษณะของราชสีห์ผสมกับช้าง (คช) เมื่อกระทรวงการคลังนำตรานกวายุภักษ์มาใช้
ซึ่งคติไทยถือว่า “ช้าง” เป็นสัตว์ประจำชาติใช้ใน เป็นตราของกระทรวงตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว
ราชสงคราม ดังนั้น ตราคชสีห์จึงสอดคล้องกับ บรรดาส่วนงานภายใต้การบังคับบัญชาจึงได้นำ
ข้าราชการที่ออกสงคราม อันหมายถึงทหารนั่นเอง รูปนกวายุภักษ์มาเป็นเครื่องหมายของกรม ตลอดจน
ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ทั้งพลเรือนและทหาร รัฐวิสาหกิจบางแห่งด้วย นับได้ว่าเป็นตราที่ใช้กัน
ต่างต้องถูกเกณฑ์ไปราชการสงครามและรับราชการ กว้างขวางมากที่สุดตราหนึ่งในบรรดากระทรวง
เหมือนกัน สำคัญของประเทศ
คชสีห์ เป็นสัตว์ในวรรณคดี แสดงถึงความสมถะ กระทรวงการต่างประเทศ ตราบัวแก้ว
รักเกียรติ และสง่างาม ซึ่งเปรียบเสมือนข้าราชการ ตราบัวแก้วซึ่งเป็นรูปเทพยดานั่งในดอกบัว
กระทรวงการคลัง ตราปักษาวายุภักษ์ ถือดอกบัวข้างขวา ถือวชิระข้างซ้ายนั้น เป็นตรา
ในพระธรรมนูญใช้ตรากล่าวว่า “ตราเจ้าพระยา ของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งใช้มาตั้งแต่
ศรีธรรมราชาโกษาธิบดี ใช้ตราบัวแก้ว” ซึ่งบัดนี้ กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เป็นตรากระทรวงต่างประเทศ แต่ก่อนนี้การคลัง ตราบัวแก้วเป็นตราซึ่งเจ้าพระยาคลังใช้ประทับ
และการต่างประเทศอยู่รวมกันในรัชกาลที่ ๕ จัด ในเอกสารของกรมเจ้าท่าและที่เกี่ยวข้องกับ
ระเบียบการปกครองแยกหน้าที่ทั้งสองนี้ออกเป็น กระทรวงการต่างประเทศ เช่น สนธิสัญญาต่าง ๆ
คนละส่วน คือ ตั้งเป็นกระทรวง การต่างประเทศ ในปี พ.ศ.๒๔๑๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
ถือ “ตราบัวแก้ว” และกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้แยก
ถือ “ตราพระสุริยมณฑล” ราชการด้านการคลังออกจากกรมท่า ตราบัวแก้ว
จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน จึงเป็นตราประจำตำแหน่งเสนาบดีจตุสดมภ์ กรมท่า
พ.ศ.๒๔๗๕ แล้วในปีรุ่งขึ้น คณะรัฐมนตรี จึงมีมติให้ และต่อมาเมื่อได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐59
๏ ตราบัวแก้ว ๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จัดระบบราชการใหม่โดยแบ่งเป็น ๑๒ กระทรวง เบื้องล่างเป็นลายกนกระลอกคลื่น และมีอักษร
ตราบัวแก้ว จึงเป็นตราประจำเสนาบดีว่าการต่างประเทศ ข้อความว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”
และกลายมาเป็นตราของกระทรวงการต่างประเทศ (เป็นสีทอง) โค้งรับ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตราเรือพระที่นั่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สุพรรณหงส์ทอดบัลลังก์กัญญา และพระพลบดี ตราพระประชาบดีล้อมด้วยฤาษี ๗ ตน
ทรงช้างเอราวัณ เป็นกระทรวงที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งขึ้นตาม ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งเป็น
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กระทรวงภาคสังคมในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการ
พ.ศ.๒๕๔๕ กำหนดให้กระทรวงการท่องเที่ยวและ พัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรมและความ
กีฬา มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุน เสมอภาคในสังคม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ
และพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การกีฬา และความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน
การศึกษา ด้านกีฬา นันทนาการ และราชการอื่น เป็นองค์การและกลไกด้านสังคมในการบรรลุ
ตามที่กฎหมาย นโยบายของรัฐบาลที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย
ดังนั้นตราสัญลักษณ์ของกระทรวงจึงเป็นตรา โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน สตรี ผู้ด้อยโอกาสคนพิการ
ที่กำหนดใหม่ มีความหมาย โดยเป็นรูปตราเรือ และผู้สูงอายุ มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ให้มีการ
พระที่นั่งสุพรรณหงส์ทอดบัลลังก์กัญญา และ พิทักษ์และคุ้มครองสิทธิตามกรอบรัฐธรรมนูญ
พระพลบดีทรงช้างเอราวัณ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ โดยบูรณาการ
ตรงกลางมีภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ แนวคิด ทิศทาง และการบริหารให้เป็นระบบจาก
ทอดบัลลังก์กัญญา หมายถึง การเสด็จประพาส ภาคีทุกภาคส่วนและทุกระดับ
อย่างมีศักดิ์ศรีสง่างามตามประเพณี และอวดศิลป ดังนั้นตราสัญลักษณ์ของกระทรวงจึงเป็นตราที่
วัฒนธรรมของชาติไทย (เป็นสีน้ำเงิน) กำหนดใหม่ มีความหมายดังนี้
เบื้องบนมีภาพพระพลบดี (พระอินทร์) ทรงช้าง พระประชาบดี หมายถึง เทพผู้เป็นที่พึ่งของ
เอราวัณ พระหัตถ์ขวาถือวชิระ พระหัตถ์ซ้าย ประชาชน เป็นบุตรของพระพรหม หรือเรียกอีกชื่อ
พระขรรค์ ลอยอยู่บนเมฆ แสดงถึงพลังอันรุ่งโรจน์ หนึ่งว่า เทพมเหศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ให้การสงเคราะห์แก่
และความเจริญก้าวหน้านิรันดร สองข้างซ้ายขวา ประชาชน เป็นมนสาบุตร หมายถึง พระพรหม
มีเมฆประกอบ (เส้นสีเขียวสด) นึกให้เกิดพระประชาบดีและบริวาร ซึ่งเป็นฤาษี ๗
๐60 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๏ ตราพิรุณทรงนาค
คน หรือสัปตฤาษี ได้รับมอบหมายจากพระพรหมให้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมชลประทานและกรม
มาสร้างมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ เมื่อทรงสร้างเสร็จแล้ว พัฒนาที่ดิน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ น้ำมาอยู่
ได้ถนอมเลี้ยงดูบุตรด้วยความเมตตากรุณา โดยไม่ ในสังกัดกระทรวงเกษตร และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
คำนึงผลตอบแทนแม้แต่น้อย “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” และใช้ตราพระพิรุณ
ฤาษี ๗ ตน หรือสัปตฤาษี ซึ่งนำมาบรรจุใน ทรงนาค ซึ่งหมายความว่า
เครื่องหมายด้วยนั้น มีความหมายเกี่ยวกับการ พระพิรุณ เป็นที่นับถือกันมาแต่ครั้งโบราณว่า
พัฒนาสังคมและสวัสดิการเพื่อก่อให้เกิดความมั่นคง เป็นเจ้าแห่งน้ำ เป็นผู้บันดาลให้ฝนตก
ของมนุษย์และความมั่นคงทางสังคม ๗ ประเภท คือ พญานาค เป็นพาหนะของพระพิรุณ และเป็น
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการเด็กและ กำลังของการให้น้ำ
เยาวชน พระพิรุณทรงนาค จึงเป็นเครื่องหมายแห่งความ
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการครอบครัว อุดมสมบูรณ์
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสตรี กระทรวงคมนาคม ตราพระรามทรงรถ
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการคนพิการและ ในปี พ.ศ.๒๔๓๓ ในรัชสมัยพระจุลจอมเกล้า
ผู้สูงอายุ เจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้รวม
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการผู้ด้อยโอกาส การโยธาต่าง ๆ ที่อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ มาตั้งเป็น
และอื่น ๆ กระทรวงโยธาธิการขึ้น และรวมกรมโทรเลข
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัย ไปรษณย์เข้าในกระทรวงโยธาธิการ และใช้ตรา
ี
• การพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการชุมชน และ พระรามทรงรถเป็นตราประจำกระทรวง ต่อมาได้มี
สังคม การปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หลายครั้ง จนกระทั่ง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตราพิรุณทรงนาค พ.ศ.๒๔๘๔ ได้จัดตั้งกระทรวงคมนาคมขึ้นและได้ใช้
ในต้นรัชกาลที่ ๕ เป็นยุคของการเริ่มปรับปรุง
ส่วนราชการ และจัดตั้งกระทรวงต่าง ๆ ขึ้น เพื่อ
ให้การดำเนินการไปสู่ความเจริญก้าวหน้า กระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ได้รับการปรับปรุงเป็นครั้งแรก
ในยุคนี้เช่นกัน โดยปรับปรุงจากกระทรวงเกษตราธิการ
(กรมนา) จนกระทั่งในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕
มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๖ ให้ยุบกระทรวง
พัฒนาการแห่งชาติ โดยโอนกรมส่งเสริม สหกรณ์
๏ ตราพระรามทรงรถ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐61
ตราพระรามทรงรถ จากกระทรวงโยธาธิการเป็น
ตราประจำกระทรวงคมนาคมแทน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ในการปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะใน
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
พ.ศ.๒๕๔๕ ได้จัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมขึ้นใหม่ ให้มีอำนาจหน้าเกี่ยวกับการ
สงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม การจัดการการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ๏ ตราสัญลักษณ์
และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อำนาจหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ และลูกช้าง หมายถึง สัตว์ป่า ความเข้มแข็ง
สิ่งแวดล้อมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวง การดำรงพันธุ์ ความเมตตาของแม่ที่มีต่อลูก ลูกช้าง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากภารกิจ เป็นช้างเผือก หมายถึง ความเป็นพิเศษ เป็นตัวแทน
ที่ได้รับมอบหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ อส. โดยเฉพาะเรื่องของสัตว์ป่า อ.อ.ป. (เรื่อง คชบาล)
สิ่งแวดล้อมจึงได้กำหนดนโยบายการดำเนินงานไว้ และองค์การสวนสัตว์ (อสส.)
อย่างชัดเจน ที่จะดำเนินการให้ทรัพยากรธรรมชาติ • ปลาโลมา หมายถึง มีการปรับตัวให้เข้ากับ
ที่หลากหลายของประเทศได้อยู่คู่กับสังคมไทย สิ่งแวดล้อม (Adaptation) วิวัฒนาการ (Evolution)
ตลอดไป รวมทั้งประชาชนได้มีการดำรงชีวิตอยู่ เฉลียวฉลาด ปลาโลมา ทะเล ชายฝั่ง และ หาดทราย
อย่างมีความสุขภายใต้คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี โดย แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
มีความหมายดังนี้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
- รูปทรงของสัญลักษณ์ที่เป็นโล่ หมายถึง (อส.) ในส่วนของอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำหรับ
การปกป้อง การป้องกัน ซึ่งในหลายประเทศนิยม คลื่นน้ำจืด แทน กรมทรัพยากรน้ำ (ทน.) กรมทรัพยากร
ใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม น้ำบาดาล (ทบ.) และองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.)
- ต้นโพธิ์ และ แผ่นดิน • พระอาทิตย์ หมายถึง ผู้ก่อให้เกิดธรรมชาติ
ต้นโพธิ์ หมายถึง ต้นไม้ หรือ โพธิ์ทองของ และทุกสรรพสิ่ง เป็นอำนาจ พลังงาน ที่สะอาดและ
ชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายึดมั่น บริสุทธิ์ (Clean Development Mechanism) และ
ใบไม้ หมายถึง ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูล สิ่งแวดล้อม จึงเป็นตัวแทนกระทรวงทรัพยากร
มนุษย์เพราะมีการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.)
รวมทั้งเป็นปุ๋ยที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในโลกด้วย • เพชร หมายถึง ความแข็งแกร่ง ความ
แผ่นดิน หมายถึง ความเชื่อมต่อระหว่างต้นไม้ มีค่า สะอาด บริสุทธิ์ เป็นแร่ชนิดหนึ่งแทนกรม
ที่ต้องพึ่งพาดิน ดินต้องได้รับปุ๋ยจากต้นไม้ ภาพนี้ ทรัพยากรธรณี (ทธ.)
เป็นตัวแทนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า • หยดน้ำ หมายถึง ความสะอาดบริสุทธิ์
และพันธุ์พืช (อส.) กรมป่าไม้ (ปม.) องค์การ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนกรมทรัพยากรน้ำ
อุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) และกรมทางด้าน (ทน.) และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.)
สิ่งแวดล้อมทั้งหมด คือ กรมส่งเสริมคุณภาพ • ลายไทย หมายถึง ความเป็นไทย
สิ่งแวดล้อม (สส.) และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) • มณฑป แสดงถึง ความเป็นไทย ปลายแหลม
- ช้าง ๒ เชือก เป็น ช้างพังเพศเมีย (แม่) หมายถึง ความแหลมคม สามารถทะลุทะลวงปัญหาได้
๐62 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
• ลูกโลก เป็นโลกใบเดียวกันแต่มี ๒ ด้าน กระทรวงพลังงาน ตราโลกุตระ
ด้านตะวันออก (ประเทศไทย) และด้านตะวันตก กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานของรัฐที่
ลูกโลกทั้ง ๒ ด้าน มีไม้ค้ำ หมายถึง เรื่อง จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติ ภารกิจในการจัดหาพัฒนา
สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทั้งโลก และประเทศไทย และบริหารจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมและ
ค้ำจุนโลกใบนี้ไว้ทั้งโลก โลกมีสีฟ้า หมายถึง มีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
สิ่งแวดล้อม ที่สะอาดและบริสุทธิ์ อย่างยั่งยืน โดยใช้ตราสัญลักษณ์โลกุตระ (เริ่มใช้
• ผ้าคลุมโล่ หมายถึง การปกป้องโลก เสมือน วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐)
บรรยากาศปกคลุมโลก สัญลักษณ์ “โลกุตระ”สื่อความหมายถึง
• สีเขียว หมายถึง สิ่งแวดล้อม พุทธปัญญา ความหยั่งรู้และความเพียรพยายาม
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการทำให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร ดังเช่นการ
ตราพระพุธ ตรัสรู้ถึงหนทางแห่งนิพพาน โดยสิ่งที่กระทรวง
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พลังงานต้องการสื่อโดยสัญลักษณ์นี้คือ ความมุ่งมั่น
จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ของทุกองคาพยพที่ประกอบเป็นกระทรวงพลังงาน
ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการ ในการทุ่มเทความรู้ความสามารถและความเพียร
วางแผนส่งเสริม พัฒนา และดำเนินกิจกรรมเกี่ยว พยายามคิดค้นหากลยุทธ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศ
กับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การ ไทยมีพลังงานใช้อย่างมั่นคงเพียงพอ ปลอดภัย คุ้มค่า
อุตุนิยมวิทยา และการสถิติ และราชการอื่นตามที่ มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ในราคาที่เหมาะสมและ
มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวง เป็นธรรม อันเป็นเป้าประสงค์ของกระทรวงพลังงาน
เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นตราสัญลักษณ์ของ นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความดีอันสูงส่งเพื่อ
กระทรวงจึงเป็นตราที่กำหนดใหม่ มีความหมายดังนี้ ความเจริญรุ่งเรือง สัญลักษณ์นี้อาจดูได้ประหนึ่ง
พระพุธ เป็นเทพประจำวันพุธ มีกายสีเขียว คล้าย “เปลวไฟ” ที่กำลังลุกโชติช่วงให้ความ
เปี่ยมด้วยภูมิปัญญามีความรอบรู้เป็นเลิศ สว่างไสว และสะท้อนถึงพลังงานที่ขับเคลื่อน
พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ แสดงถึงความรอบรู้ เศรษฐกิจและความเจริญของประเทศไทย เปรียบได้
ในวิทยาการต่าง ๆ ดั่งการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานที่ยึดถือ
พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ แสดงถึงความ หลักการและเป้าหมายเป็นดั่งแสงส่องนำ เพื่อ
เฉียบคม มีอำนาจพระเศียรเปล่งรัศมี แสดงถึง ยังประโยชน์ให้เกิดแก่ชาติและประชาชน ชาวไทย
พระปัญญาญาณ โดยบริบูรณ์
๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงพลังงาน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐63
กระทรวงพาณิชย์ ตราพระวิษณุกรรม เปลี่ยนไปใช้สีมอครามตามเดิม ที่บานประตูเหล็ก
ในสมัยกระทรวงเกษตรพาณิชยการสมัยแรก ใหญ่ของตัวกระทรวงมีแผ่นโลหะกรมเป็นตราภาพงู
เสนาบดีถือตราพระพิรุณทรงนาค พระพิรุณเป็น สองตัวพันไม้ไขว้กัน ตอนบนมีปีกสองข้างติดอยู่
เทวดาเจ้าน้ำ เป็นผู้บันดาลให้ฝนตก นาคก็เกี่ยวกับน้ำ ทั้งสองบานเป็นคู่กัน เข้าใจว่าตรานั้นเป็นไม้เท้า
ตราพระพิรุณทรงนาคจึงเกี่ยวกับกสิกรรมทำไร่ไถนา กายสิทธิ์ที่เรียกว่า คาดิวซุส (Caduceus) ซึ่งเป็นไม้
ซึ่งเป็นของสำคัญมาแต่โบราณโดยตรง เมื่อตั้งเป็น ถือของเทวดากรีกมีนามว่า เฮอเมส (Hermes) และ
กระทรวงพาณิชย์ในปี พ.ศ.๒๔๖๓ มีประกาศให้ ชาวโรมันเรียกว่า เมอคิวริอุส (Mercurius) ตามประวัติ
กระทรวงพาณิชย์ใช้ตราเป็นรูปตุ้ม เครื่องชั่งทะนาน ข้างกรีกมีว่า เฮอเมสเป็นโอรสของเซอุสมหาเทพ
และไม้วัด ผูกกันเป็นลาย ตรานี้จึงเป็นความหมาย เป็นช่างเทวดาเฉลียวฉลาดในเชิงประดิษฐ์ต่าง ๆ
เกี่ยวกับการพาณิชย์สอดคล้องต้องกันกับประวัติ เช่นประดิษฐ์พิณ ประดิษฐ์ตัวอักษร ตัวเลข และ
ของกระทรวงและตัวตึกที่ว่าการดังบรรยายมาแต่ต้น ที่สำคัญก็คือ ประดิษฐ์เครื่องชั่ง ตวง วัด เฮอเมส
ในคราวเดียวกันนี้ ประกาศให้กระทรวงพาณิชย์ใช้สี เป็นที่เคารพบูชาของพ่อค้าวาณิชทั่วไป
มอครามเป็นสีเครื่องหมายกระทรวง ต่อมาเมื่อรวม กระทรวงมหาดไทย ตราพระราชสีห์
กระทรวงพาณิชย์เข้ากับกระทรวงคมนาคมเรียกว่า ตราประจำตำแหน่ง “พระราชสีห์” แบ่งเป็น
“กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม” ในปี พ.ศ.๒๔๖๙ ตราราชสีห์ใหญ่และน้อย
มีประกาศให้ใช้ตรารูปพระวิษณุกรรมเป็นตรา • ตราพระราชสีห์ใหญ่ เป็นตราสำหรับประทับ
กระทรวง สีเครื่องหมายกระทรวงเปลี่ยนเป็นสีเลือดหมู หนังสือราชการ ซึ่งเชิญพระบรมราชโองการ และ
ตราพระวิษณุกรรมเป็นตราตำแหน่งเสนาบดีกระทรวง เรียกหนังสือเช่นนั้นว่า “สารตรา” เช่น หนังสือถึง
โยธาธิการเดิม ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็นกระทรวง เจ้าประเทศราช เป็นหนังสือหรือคำสั่งถึงข้าราชการ
คมนาคม และใช้ตราพระรามทรงรถ หัวเมืองตามธรรมดาซึ่งใช้คำว่า สารตราเจ้าพระยาจักรี
เมื่อนำงานคมนาคมมารวมเข้ากับงานพาณิชย์ ศรีองครักษ์ ที่สมุหนายก ถึง...ดั่งนี้ลงท้ายเซ็นนาม
และถือว่างานพาณิชย์เป็นงานสำคัญ จึงกลับไปใช้ เสนาบดีแล้วต้องประทับตราพระราชสีห์ใหญ่นี้
ตราพระวิษณุกรรม พระวิษณุกรรมเป็นเทวดา บนนาม ตราพระราชสีห์ใหญ่นี้ต้องอยู่ประจำ ณ ที่
ชำนาญในการช่างตลอดจนการก่อสร้าง ที่มาเป็น ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เสนาบดีไปไหนนำติดตัว
ตรากระทรวงพาณิชย์ก็เนื่องจากเป็นตราเก่า และ ไปได้แต่ตราราชสีห์น้อย
งานของโยธาก็คลี่คลายมาเกี่ยวข้องกับงานพาณิชย์ • ตราพระราชสีห์น้อย เป็นดวงตราสำหรับ
เป็นลำดับมา ในปัจจุบันตราประจำกระทรวงคงเป็น ใช้ประทับข้างบนนามเสนาบดีในหนังสือคำสั่งทั้งปวง
ตราพระวิษณุกรรม แต่สีเครื่องหมายกระทรวง ที่เรียกว่าตราน้อย เป็นตราที่ต้องประทับมากกว่า
๏ ตราพระวิษณุกรรม ๏ ตราพระราชสีห์
๐64 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ดวงใด ๆ ทั้งหมดหนังสือที่ประทับตราพระราชสีห์ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๖ และต่อมา
น้อย คล้ายกับจดหมายนามของเสนาบดีตามที่ ได้มีการจัดตั้งขึ้นเป็นกระทรวง เมื่อเดือนธันวาคม
เป็นจริง และเรียกหนังสืออย่างนี้ว่า “ท้องตรา” พ.ศ.๒๔๔๓ โดยใช้ชื่อว่า “กระทรวงแรงงานและ
ปัจจุบันได้ใช้ตราของกระทรวงมหาดไทย สวัสดิการสังคม” เป็นกระทรวงในลำดับที่ ๑๕ และ
กระทรวงยุติธรรม ตราดุลพาห หลักจากการปฏิรูประบบราชการอย่างเป็นทางการ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ กระทรวงแรงงาน
เจ้าอยู่หัว เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเดิมนั้นใช้ และสวัสดิการสังคมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้
ตราจันทรมณฑล ซึ่งเป็นตราประจำตัวของสมเด็จ ชื่อใหม่ว่า “กระทรวงแรงงาน”
เจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ภายหลังพระราชทาน ภายในวงกลมมีรูปเทพบดีถือพระขรรค์รักษา
เป็นตราตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ต่อมา ความเป็นธรรมอยู่กลาง พระหัตถ์ขวาประสาทพร
ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เทวดาเบื้องซ้ายถือม้วนสารา เปรียบเหมือนนายจ้าง
(ร.๖) ปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ ได้มีการเปลี่ยนแปลง และเทวดาเบื้องขวาถือผึ่งและดิ่ง เปรียบเหมือน
ตราตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม เป็นตราดุลพาห ลูกจ้าง ทั้งสามองค์เหาะลอยเปล่งรัศมีอยู่เหนือลายเมฆ
ตราดุลพาห มีลักษณะเป็นดวงตราใหญ่ มีรูป ความหมาย
ดุลขัดอยู่ที่ด้ามพระขรรค์ ตั้งอยู่บนพานกลีบบัวสองชั้น เทพบดีสามองค์ พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์
มีฐานสิงห์รอง มีลายกนกล้อม พระราชทานนามว่า พระหัตถ์ขวาประสาทพร มีหน้าที่รักษาความเป็นธรรม
ตราดุลพาห ตามคำกราบบังคมทูลเสนอของพระเจ้า เปรียบเสมือนรัฐบาล ซึ่งทำหน้าที่รักษาความเป็น
พี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิตติบดี ธรรมและอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชน โดยมี
ตราดุลพาห แปลความตามศัพท์ว่า เครื่องมือ กฎหมายเป็นเครื่องมือ
สำหรับชั่งหรือวัด ให้เกิดความเที่ยงธรรม ได้แก่ เทพบดีผู้อยู่เบื้องขวา พระหัตถ์ขวาถือม้วนสารา
ตราชู คือเครื่องชั่งให้รู้หนักเบา แปลความตามนัย หมายถึง นายจ้าง
หมายถึง ความรับผิดชอบในการผดุงความยุติธรรม เทพบดีผู้อยู่เบื้องซ้าย พระหัตถ์ขวาถือผึ่ง
ให้สถิตเสถียร สม่ำเสมอ ไม่เอนเอียงไปข้างฝ่ายใด พระหัตถ์ซ้ายถือดิ่ง หมายถึง ลูกจ้าง
ด้วยอคติ ทั้งสามองค์เหาะลอยเปล่งรัศมีอยู่เหนือลาย
กระทรวงแรงงาน ตราเทพบดีสามองค์ เมฆภายในวงกลมเดียวกัน ซึ่งมีความหมายถึง
ที่มาของกระทรวงแรงงาน เริ่มมาจากเป็น ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันทุกฝ่ายเพื่อความ
แผนกหนึ่งของกรมการปกครอง ต่อมาเป็น เจริญก้าวหน้าในกิจการอันมีประสิทธิภาพและ
กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือกำเนิดขึ้น มีประสิทธิผลของชาติ
๏ ตราดุลพาห ๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงแรงงาน
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐65
กระทรวงวัฒนธรรม ตรารูปดวงประทีปภายใน
บุษบก
การดำเนินงานด้านวัฒนธรรมของชาติเริ่มต้น
เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๑ มีการตั้งกองวัฒนธรรม
ในสังกัดกรมศิลปากร ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๘๓
มีพระราชบัญญัติบำรุงวัฒนธรรมแห่งชาติ กำหนด
ความหมายของวัฒนธรรมว่า หมายถึงลักษณะที่
แสดงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบอันดีงาม
ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดี
ของประชาชน จากนั้นมีการออกพระราชบัญญัติ โดยศึกษาจากรูปแบบตราสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
บำรุงวัฒนธรรมแห่งชาติอีกหลายฉบับ รวมทั้งมีการ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ และนำมาดัดแปลง ปรับรูปแบบให้
จัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จนกระทั่งวันที่ ๑๒ มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น)
มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๕ จึงมีการสถาปนากระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรารูป
วัฒนธรรมขึ้น โดยมีจอมพล ป.พิบูลสงคราม ปรมาณูและฟันเฟือง
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ใน พ.ศ.๒๕๔๕ ได้มีการปฏิรูประบบราชการ
ั
ิ
ุ
ั
์
ั
้
ั
ั
กระทรวงวัฒนธรรม ใน พ.ศ.๒๕๐๑ เกิดภาวะผันแปร ใหทนสมยกบสถานการณปจจบนกระทรวงวทยาศาสตร์
ทางการเมือง กระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบ โดยลด เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จึงได้ปฏิรูปเป็นกระทรวง
ฐานะเป็นกองวัฒนธรรม สังกัดสำนักงานปลัด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมื่อ ๒ ตุลาคม
กระทรวงศึกษาธิการและกรมการศาสนาตามลำดับ พ.ศ.๒๕๔๕ ในบทบาทที่ชัดเจน ด้านวิทยาศาสตร์
จนถึง พ.ศ.๒๕๒๒ จึงจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการ และเทคโนโลยี
วัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น มีฐานะเทียบเท่ากรม โดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปปรมาณูอยู่ตรงกลาง
ต่อมารัฐบาลจึงได้สถาปนากระทรวงวัฒนธรรม ข้างล่างมีเฟืองจักรเก้าฟันเป็นฐานรองรับ ข้างบน
ขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ โดยมี มีดวงอาทิตย์ส่องรัศมีเก้าสายครอบคลุมทั้งหมด
ภารกิจสำคัญครอบคลุมงานด้านศาสนา ศิลปะ และ • จำนวนเฟืองจักรเก้าฟัน และ รัศมีอาทิตย์
วัฒนธรรม เก้าสาย หมายถึงการเปลี่ยนแปลง เพื่อความ
ตราสัญลักษณ์เป็นรูปดวงประทีปภายในบุษบก ก้าวหน้า หรือ พัฒนาการ
เหนือหมู่ลายเมฆหมอก หมายถึง ปัญญาซึ่งเป็น • ปรมาณูเป็นสัญลักษณ์ของวิทยาศาสตร์
รากฐานของวัฒนธรรม กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ อยู่ตรงกลาง หมายความว่า วิทยาศาสตร์เป็นแกน
๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงแรงงาน ๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๐66 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
กลางของการพัฒนาประดุจนิวเคลียสปรมาณูเป็น
แกนกลางของสรรพสิ่งทั้งหลาย
• เฟืองจักรเป็นสัญลักษณ์ของเทคโนโลยี
เป็นฐานรองรับ หมายความว่า เทคโนโลยีเป็น
รากฐานของการพัฒนาทั้งปวง
• ดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ของพลังงาน
ส่องรัศมีครอบคลุมทั้งหมด หมายความว่า พลังงาน
เป็นปัจจัยหลักของการพัฒนา
กระทรวงศึกษาธิการ ตราเสมาธรรมจักร
กระทรวงศึกษาธิการแต่เดิมมีชื่อว่า กระทรวง พัสดุ กระทรวงศึกษาธิการ มีตราตำแหน่งปลัด
ธรรมการตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ร.ศ.๑๑๑ ทูลฉลองเป็นรูปเสมาธรรมจักร มีอักษรขอม
ปี มะโรง ตรงกับ พ.ศ.๒๔๓๕ ในรัชกาลพระบาท ทุ.ส.นิ.ม ด้านบน ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัย
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงธรรม ของสำนัก งานเลขานุการรัฐมนตรี สำหรับใช้ประทับ
การในระยะแรกมีหน้าที่จัดการพระศาสนา เอกสารสำคัญของกระทรวง
การศึกษา การพยาบาลและพิพิธภัณฑ์ มีกรมในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข ตรารูปคบเพลิงมีปีกและ
๕ กรมคือ กรมธรรมการกลาง กรมศึกษาธิการ งูพันคบเพลิง
กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์ และกรมสังฆการี เมื่อ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๓๑ พระพุทธเจ้า
ชื่อของกระทรวงนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อกลับไปกลับมา หลวงทรงตั้ง “กรมการพยาบาล” ขึ้น เพื่อให้ควบคุม
หลายครั้ง กระทรวงศึกษาธิการ ในปัจจุบันนี้ มีหน้าที่ ดูแลกิจการศิริราชพยาบาลสืบแทนคณะกรรมการ
หลักในด้านการศึกษาและการศาสนา สร้างโรงพยาบาลวังหน้า ซึ่งพ้นหน้าที่ไปเมื่อการ
ตราเสมาธรรมจักร นั้น ปรากฏตามประกาศ จัดตั้งเสร็จแล้ว กรมพยาบาลมีหน้าที่จัดการศึกษา
ตราตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงธรรมการ พ.ศ.๒๔๕๖ วิชาแพทย์ ควบคุมโรงพยาบาลอื่น ๆ และจัด
ว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให ้ การปลูกฝีเป็นทานแก่ประชาชน สันนิษฐานว่า
สร้างขึ้น เป็นรูปวงกลม มีลายเสมาตั้งบนฐาน มีรูป กรมพยาบาลขึ้นตรงต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระธรรมจักร คือล้อรถอยู่กลางใบเสมา มีอักษรขอม เพราะ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์
ทุ.ส.นิ.ม หัวใจ พระอริยสัจอยู่ที่ขอบ เบื้องบนเสมา ราชเลขาธิการส่วนพระองค์ ทรงเป็นอธิบดี ครั้น
จากการค้นหลักฐานเก่า พบตราประทับขาด ชำรุด พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์
แกะด้วยงาช้างที่ กล่องมุกในกำปั่นเก่าของแผนก สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๒ กรม
๏ ตราเสมาธรรมจักร ๏ ตราสัญลักษณ์ กระทรวงสาธารณสุข
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐67
พยาบาลก็ย้ายมาสังกัดในกระทรวงธรรมการ อะปอลโล (Appollo)
เริ่มมีแพทย์ประจำเมืองขึ้นในบางแห่ง มีการ คธาของเอสกู
นำยาตำราหลวงออกจำหน่ายในราคาถูกและตั้ง ลาปิอุส ซึ่งมีงูพันอยู่
กองแพทย์ไปป้องกันโรคระบาด โดยรอบนั้นแพทย์
ในสมัยที่กระทรวงสาธารณสุขยังเป็นกรม สมาคมอเมริกัน
พยาบาล ราวปี พ.ศ.๒๔๕๖ นั้น ก็ตั้งอยู่ในกระทรวง ได้นำมาใช้เป็น
มหาดไทย และอยู่มาเรื่อยจนกระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น เครื่องหมายประจำ
กรมประชาภิบาล เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๙ โดยรวมงาน สมาคมอยู่แล้ว ตำนานของเครื่องหมายนี้มีว่าใน
สุขาภิบาลเข้าไว้ด้วย ต่อมาในรัชสมัยของพระบาท สมัยประมาณ ๑,๒๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล ในขณะ
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงกรม ที่เอสกูลาปิอุสกำลังทำการบำบัดโรคให้แก่ผู้ป่วย
ประชาภิบาลให้เป็นกรมสาธารณสุข ในวันที่ ๒๗ รายหนึ่ง ซึ่งมีนามว่า กลอคุส (Glovcus) ภายใน
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๑ แต่ยังคงอยู่ภายใต้สังกัด สถานที่ทำงานของเขามีงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาและ
ของกระทรวงมหาดไทย ขึ้นพันคธาของหมอโดยการปรากฏเช่นนี้จึงเป็น
ในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรง ที่เชื่อถือกันในครั้งนั้นว่า งูตัวนั้นได้บันดาลให้หมอ
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้มีการรวมกิจการแพทย์ เอสกูลาปิอุส มีความเฉลียวฉลาดสามารถในการ
และสาธารณสุขซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในหลาย บำบัดโรคยิ่งนัก เพราะในสมัยโบราณนับถือว่างู
์
หน่วยงาน เช่น กรมสาธารณสุข กรมประชาสงเคราะห เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งบันดาลให้เกิดความมั่งคั่ง
กองสุขาภิบาล โรงเรียนของ กรมพลศึกษา สมบูรณ์ของบ้านเมือง และทำให้โรคต่าง ๆ หายได้
การสาธารณสุขและการแพทย์ของเทศบาล งูในกาลก่อนจึงนับว่าเป็นเครื่องหมายแห่งสติปัญญา
แผนกอนามัย และสุขาภิบาลของกรมราชทัณฑ์ ความเฉลียวฉลาด อำนาจและสุขภาพอันดี ส่วนคธา
กองเภสัชกรรมและโรงงานเภสัชกรรมไทยของ นั้นคือ เครื่องหมายแห่งการป้องกันภัยต่าง ๆ และ
กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงการเศรษฐกิจ และ เป็นประดุจเครื่องนำและช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ศึกษา
กิจการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เกี่ยวกับ ในทางวิทยาศาสตร์
แพทยศาสตร์เหล่านี้ให้มารวมอยู่ ภายใต้การควบคุม ส่วนไม้ศักดิ์สิทธิ์ (Caduccus) ซึ่งมีลักษณะ
ของหน่วยงานเดียว โดยสถาปนาขึ้นเป็นกระทรวง เป็นคธาเกลี้ยง มีปีก และมีงูพันอยู่ ๒ ตัว มีตำนาน
สาธารณสุข เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๕ และ ว่าเมื่อประมาณ ๔,๐๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล วันหนึ่ง
จัดหาที่ตั้งกระทรวงสาธารณสุขใหม่ คือ วังศุโขทัย ในขณะที่เทพเจ้าอะปอลโลกำลังท่องเที่ยวอยู่ใน
เมื่อได้จัดตั้งกระทรวงสาธารณสุขขึ้นแล้ว อาร์คาเดีย (Arcadia) ได้พบงู ๒ ตัว กำลังกัดกันอยู่
ทางราชการ ได้กำหนดรูปคบเพลิงมีปีกและมีงูพัน โดยมิประสงค์จะให้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ต่อสู้และประหัต
คบเพลิงเป็นตรากระทรวงสาธารณสุข ประหารกัน อะปอลโลจึงได้ใช้ไม้เท้าที่ถือนั้นแยกงู
เครื่องหมายดังกล่าวมีประวัติดังนี้ คือ ในวงการ ทั้งสองออกจากกันเสีย ไม้เท้านั้นจึงได้กลายเป็น
แพทย์ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เครื่องหมายแห่งความสงบตั้งแต่นั้นมา ภายหลังได้
ปรากฏว่ามีเครื่องหมายที่แสดงถึงอาชีพอยู่ ๒ ชนิด มีผู้เติม ปีก ๒ ปีก ติดกับหัวไม้เท้านั้น ซึ่งแสดงถึง
คือ ความว่องไวและปราดเปรียว
• คธากับงูของเอสกูลาปิอุส เทพเจ้า แห่งแพทย ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ตรานารายณ์เกษียรสมุทร
สมัยกรีก กระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มจากการก่อตั้ง
• ไม้ศักดิ์สิทธิ์ หรือ Cadkuccus ของเทพเจ้า กองอุตสาหกรรม ในกรมพาณิชย์ กระทรวง
๐68 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
เศรษฐการ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙ ก่อนจะยกฐานะขึ้น บนพาน ๒ ชั้น เหนือตั่ง ซึ่งหมายถึง ระบอบ
เป็น กองอิสระรัฐพาณิชย์ ใน พ.ศ.๒๔๘๐ ถัดมา การปกครองที่มีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บทแห่ง
เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๔ ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการกอง ประชาธิปไตยที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เศรษฐการใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวง รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย
เศรษฐกิจ และจัดตั้ง กรมอุตสาหกรรม สังกัด คือรัฐธรรมนูญที่มีตราครุฑด้านบน และรัศมี ๗ ดวง
กระทรวงเศรษฐกิจ ส่วนราชสีห์ ซึ่งเป็นตราประจำตำแหน่งอัครเสนาบดี
เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๘ ประกาศ สมุหนายก ที่บังคับบัญชาปกครองข้าราชการ
ใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมจัดตั้ง พลเรือน และคชสีห์ซึ่งเป็นตราประจำตำแหน่ง
“กระทรวงการอุตสาหกรรม” อัครเสนาบดีสมุหกลาโหม ที่บังคับบัญชาปกครอง
กระทรวงการอุตสาหกรรม เปลี่ยนชื่อเป็น ข้าราชการทหารอันเป็นข้าราชการสนองเบื้อง
กระทรวงอุตสาหกรรม ใน พ.ศ.๒๔๙๕ พระยุคลบาทพระเจ้าแผ่นดินมาแต่ครั้งโบราณนั้น
ตราสัญลักษณ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นผู้ดูแลและรักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยที่มาจาก
คือ ตรานารายณ์เกษียรสมุทร ซึ่งนำจากเรื่อง ปวงชนชาวไทย คือ รัฐธรรมนูญที่ได้รับพระราชทาน
นารายณ์สิบปาง ปางที่สองหรือกูรมาวตาร โดย เมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔
ถือเอาสัญลักษณ์ขณะที่พระนารายณ์ทรงแสดง มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ดังนั้น เครื่องหมายราชการ
อิทธิฤทธิ์ประกอบพิธีกวนน้ำอมฤต ซึ่งในการกวนน้ำ ของสำนักนายกรัฐมนตรีจึงเป็นสัญลักษณ์ของ
อมฤตนี้ ก็ได้เกิดผลิตผลอย่างอื่น ๆ ขึ้นในโลก ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี ๒ ตำแหน่ง อันหมายถึง
อีกด้วย นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำการบริหารแผ่นดินที่
สำนักนายกรัฐมนตรี ประชาชนชาวไทยได้เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่ง
เครื่องหมายราชการแห่งสำนักนายกรัฐมนตรี การปกครองราชอาณาจักรไทยอันถือเป็นสัญลักษณ์
เป็นรูปกลมลายกลาง เป็นรูปรัฐธรรมนูญมีรัศมี ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ประดิษฐานอยู่บนพาน ๒ ชั้น เหนือตั่งมีรูปราชสีห์
กับคชสีห์ยืนในท่าเผ่น หันหน้าเข้าหากัน อยู่ สรุป
๒ ข้าง ตราประจำกระทรวงต่าง ๆ มีที่มาที่แตกต่างกัน
การกำหนดเครื่องหมายราชการแห่งสำนัก บางกระทรวงก็เป็นตราที่นำมาจากของเสนาบดี
นายกรัฐมนตรี ได้นำเอาสัญลักษณ์ของตราราชสีห์ ที่พระราชทานในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง
และตราคชสีห์ในท่าเผ่น หันหน้าเข้าหากันอยู่ พ.ศ.๒๔๗๕ เพื่อใช้สั่งการงานราชการ ประกอบการ
๒ ข้าง ตรงกลางมีรูปรัฐธรรมนูญที่ประดิษฐานอยู่ ลงนามกำกับ แต่เมื่อหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
๏ ตรานารายณ์เกษียรสมุทร ๏ ตราสัญลักษณ์ สำนักนายกรัฐมนตรี
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐69
ได้มีการปรับให้เป็นตราประจำกระทรวงต่าง ๆ ตามที่ เอกสารอ้างอิง
ได้กล่าวมาแล้ว สำหรับกระทรวงใหม่ก็ได้มีการ http://www.hindumeeting.com/forum/index.php?topic=1344.40,
กำหนดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์และความ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
http://th.wikipedia.org/wiki, ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
หมายสอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ แต่ตราต่าง ๆ http://www.thairegaliabychad.com/?p=205 , ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
เหล่านี้ จะสวยงามหรือมีความหมายอย่างไรก็ตาม http://www.onlinewoodmarket.com/the-revenue-department/
สิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุดมิใช่ความหมาย แต่ a-brand-a-seal-of-officethe-revenue-department.html, ๒ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๕๕๔
เป็นการปฏิบัติตนเพื่ออุทิศตนทั้งร่างกายและจิตใจ http://www.mfa.go.th/web/2699.php, ๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
เพื่อชาติ ศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์เจ้า http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4250.125;wap2,
โดยเคร่งครัดให้สมกับคำว่า “ข้าแผ่นดิน” จึงจะนับ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด http://www.moi.go.th/, ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
ขีดสมรรถนะหลัก (CORE COMPETENCY)
ของข้าราชการกองทัพเรือ
ความเป็นทหาร (Soldiership)
มีบุคลิกภาพและลักษณะทหารที่ดี มีความอดทน กล้าหาญ มีวินัย จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระ
มหากษัตริย์
คุณธรรม จริยธรรม (Ethics and Integrity)
มีจริยธรรม มีความยุติธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต
ความมุ่งมั่น (Accomplishing Mission)
มีความสม่ำเสมอในการทุ่มเทความพยามยามให้งานบรรลุตามเป้าหมายและตรงต่อเวลา มีพลังใจที่สามารถ
ควบคุมตนเองให้สงบเยือกเย็น ภายใต้ความกดดัน มีการกระทำที่มีเหตุผลตลอดเวลา และมีกำลังใจไม่คลอนแคลน
จากอารมณ์แปรปรวนหรือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่บั่นทอนทำให้เกิดความท้อแท้ในการปฏิบัติงาน
ความรู้ในสายวิชาชีพ (Vocational Knowledge)
มีความรู้และเข้าใจในระบบงาน ความก้าวหน้าของวิชาการ และพัฒนาการต่าง ๆ ในขอบเขตงานของตน
สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะต่างๆ ในการปฏิบัติงานให้เกิดผลสำเร็จได้ แสวงหาความรู้เพิ่มเติม
อยู่เสมอ สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลอื่น ๆ ได้
การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
มีการทำงานร่วมกับหมู่คณะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายหรือภารกิจของส่วนรวม ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน ยอมรับข้อโต้แย้งของบุคคลอื่น เพื่อผลของงาน ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน
การทำงานของเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มใจ
ที่มา : กรมกำลังพลทหารเรือ
๐70 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
งานแสดงยุทโธปกรณ์
เทคโนโลยีด้านการทหาร และความปลอดภัยระดับเอเชีย
วันที่ ๒ - ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ อาคาร ๗ และ อาคาร ๘
ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
ถ้าท่านใดพลาดชมงานแสดงยุทโธปกรณ์เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ (DEFENSE & SECURITY 2009)
ื
ที่ถอว่าเป็นงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี
ของเอเชียแล้วล่ะก็ คราวนี้ต้องรีบจดไว้ในบันทึกช่วยจำแล้วนะคะว่าจะได้ไม่พลาดไปงานนิทรรศการป้องกัน
ประเทศประจำปี ๒๕๕๔ (DEFENSE & SECURITY 2011) ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๒ - ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ในพื้นที่กว่า ๑๓,๕๐๐ ตารางเมตร ณ อาคาร ๗ และ ๘ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
รูปแบบการจัดงานนิทรรศการป้องกันประเทศประจำปี ๒๕๕๔ (DEFENSE & SECURITY 2011)
ที่ได้รับทราบจากแถลงข่าวในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔
ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพ ฯ ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมในฐานะเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ ได้อนุมัติ
ให้บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน โดยใช้ชื่อหัวข้องานว่า
“Defense & Security 2011: Be Prepared” ซึ่งงานในครั้งนี้คาดว่าจะยิ่งใหญ่และดีกว่าการจัดงาน
ทุกครั้งที่ผ่านมา โดยท่านจะได้พบกับพาวิลเลี่ยนนานาชาติอย่างน้อย ๑๕ พาวิลเลี่ยน (National Pavilion)
เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี สาธารณรัฐเช็ก ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เกาหลี อิสราเอล สิงคโปร์ เบลารุส
รัสเซีย โปแลนด์ จีน และ ประเทศไทย จากกลุ่มบริษัทผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมป้องประเทศระดับนานาชาติ
จำนวนมากกว่า ๓๐๐ รายการ จาก ๓๒ ประเทศทั่วโลก
ในการจัดนิทรรศการป้องกันประเทศประจำปี ๒๕๕๔ ปีนี้ นักวิชาการได้วิเคราะห์สถานการณ์ เกี่ยวกับ
ความต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ ประเทศที่ใช้งบประมาณในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์รายใหญ่ในภูมิภาคนี้
ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยโดยใช้งบประมาณประจำปี ระหว่าง ๓.๕ ถึง ๔.๕
พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ ส่วนประเทศไทยมีรายงานความต้องการคือ เครื่องบินรบใหม่ (Fighter Jets)
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (Offshore Patrol Vessel) เรือฟริเกต (Frigate) เครื่องมือจำลองยุทธ์ (Training
Simulator) เครื่องบินค้นหาและช่วยชีวิต (Search and Rescue Aircraft) ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์
ที่ใช้ในการปฏิบัติการความมั่นคงภายในที่มีความหลากหลาย (Internal Security Equipment) เป็นต้น
ในขณะที่ประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์มีความต้องการที่จะจัดหาเครื่องบินทหารเพื่อมาทดแทนกับ
เครื่องบินทหารที่ใช้งานมาเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี
ส่วนการวิเคราะห์ทางด้านเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ ดูเหมือนว่า เทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร
อิเล็กทรอนิกส์ และระบบเครือข่าย กลายเป็นศาสตร์หนึ่งที่ให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่น Wireless
Network Video ที่นำมาใช้ติดตั้งที่สนามบิน และนำมาใช้ควบคู่กับระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ในการระบุ
รูปพรรณสัณฐานของบุคคล หรือ สิ่งของโดยระบบ Biometric identification เป็นต้น นอกจากนี้
เทคโนโลยีทางด้านชีวะ ก็กลายเป็นหนึ่งศาสตร์ที่ต้องคำนึงเมื่อผู้ก่อการร้ายได้นำมาใช้เป็นอาวุธทางด้านเคมี
ทำให้ปัจจุบัน รัฐบาลส่วนใหญ่จึงได้พิจารณาว่า เทคโนโลยีทางชีวภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการ
ความมั่นคงเพื่อมาตุภูมิ
ในส่วนของความมั่นคงทางทะเล ที่ผ่านมา งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีด้านการรักษาความ
ปลอดภัย (Defense & Security) ในแต่ละปี ถือว่าเป็นงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อการปฏิบัติการด้าน
ความมั่นคงที่ทันสมัยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด มีรายงานว่า การตลาดเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่าเรือ
ปัจจุบันอยู่ที่ ๑.๙๗ พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะสูงขึ้น ๔ พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา
ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ด้วยเหตุนี้ ทำให้หน่วยงานป้องกันภัยชายฝั่งตื่นตัวในการจัดหาเทคโนโลยีทางทะเลมากขึ้น
เช่น ระบบควบคุมจราจรทางทะเล (Vessel Traffic Monitoring Systems) ระบบการพิสูจน์ทราบระยะไกล
อัตโนมัติ (Automatic and Long Range Identification Systems) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล
(Maritime Patrol Aircraft)
ที่เล่ามายังเป็นเพียงแค่อาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วนเท่านั้นที่มาเล่าสู่กันฟัง อยากเห็นอุปกรณ์จริง และ
แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ผลิตและนักวิชาการจากทั่วทุกมุมโลก ก็เรียนเชิญไปชมงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์
และเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัย ประจำปี ๒๕๕๔ (Defense & Security 2011) นอกจาก
การแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว ที่สำคัญในปีนี้ กระทรวงกลาโหมได้จัดให้มีการสัมมนา นานาชาติในหัวข้อ
“ความร่วมมือระหว่างพลเรือนและทหารในการจัดการภัยพิบัติ” (Civil Military Cooperation on Disaster
Management) อีกด้วย
สนใจเข้าชมงานเป็นหมู่คณะ ทางผู้จัดงานจะให้บริการรถรับส่งหรือค่าน้ำมันสำหรับยานพาหนะแล้วแต่กรณี
โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวิลานี จิตรังสฤษฎ์ โทรศัพท์ ๐๒-๖๔๒-๖๙๑๑ ต่อ ๗๑๑ หรือ
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.asiandefense.com
(หมายเหตุ: การเข้าร่วมชมนิทรรศการไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ) .....มิส ดีเฟ้นส์
คอลัมน์ประจำ
นานาสาระ
นาวาโทหญิง แสงแข โตษยานนท์
เนื่องจากวันที่ ๒๖ ตุลาคม เป็นวันคล้าย
วันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทรา
บรมราชชนนี ผู้เขียนขอนำเรื่องราวบางตอนที่ได้
รวบรวมจากหนังสือ สมเด็จย่า เสด็จฯ ประพาส
ทางทะเล ที่ทางกรมอุทกศาสตร์ทำขึ้น ในโอกาส
ครบรอบ ๑๐๐ วันการเสด็จสวรรคต เมื่อ ๒๖
ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๘ กับวาระที่กรมอุทกศาสตร์มีอายุ
ครบ ๙๐ ปีมาให้ผู้อ่านได้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ที่ทรงมีต่อทหารเรือ ดังนี้
ครั้งที่ ๑ กับ เรือหลวงจันทร ระหว่าง ๑๑ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๗ เพื่อทอดพระเนตร
การเปลี่ยนก๊าซกระโจมไฟของเจ้าหน้าที่กรมอุทกศาสตร์ รวมทั้งพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรจังหวัดต่าง ๆ
ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมี
นาวาตรี บรรจง ทรัพย์แสนดี เป็นผู้บังคับการเรือ
๐74 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ครั้งที่ ๒ กับ เรือหลวงจันทร ระหว่าง ๑๒ กุมภาพันธ์ – ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๐ เพื่อทอดพระเนตร
การสำรวจแผนที่และเปลี่ยนก๊าซกระโจมไฟของเจ้าหน้าที่กรมอุทกศาสตร์ รวมทั้งเสด็จ ฯ เยี่ยมราษฎร ในท้อง
ถิ่นต่าง ๆ ตามฝั่งทะเลอันดามัน โดยมี เรือเอก สมบูรณ์ โสมาภา เป็นผู้บังคับการเรือ
ครั้งที่ ๓ กับเรือหลวงจันทร ระหว่าง ๒๐ ตุลาคม – ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ เพื่อเสด็จ ฯ เยี่ยม
ราษฎรบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีแรกที่หน่วย
แพทย์อาสาสมเด็จพระราชนนีศรีสังวาลย์ ได้ร่วมตามเสด็จ ฯ ด้วยโดยมี พลเรือตรี วิรัตน์ ศรินทุ เป็น
ผู้อำนวยการรับเสด็จ ฯ และ นาวาโท วิพัฒน์ ภูมิสวัสดิ์ เป็นผู้บังคับการเรือ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐75
ครั้งที่ ๔ กับ เรือหลวงจันทร ระหว่าง ๑๗ ตุลาคม – ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๘ เพื่อเสด็จ ฯ เยี่ยม
ราษฎรจังหวัดชายทะเลบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี
และตราด โดยมี นาวาโท เชษฐ กัลยาณมิตร เป็นผู้บังคับหมู่เรือ ฯ และผู้บังคับการเรือ
ครั้งที่ ๕ กับ เรือหลวงจันทร ระหว่าง ๑๙ ตุลาคม – ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๒ เพื่อ
เยี่ยมประชาชน ทหาร ตำรวจ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์
ในจังหวัดภาคตะวันออก โดยมี พลเรือโท วิเชียร สังกรธนกิจ เป็นผู้บังคับหมู่เรือ ฯ และ
นาวาเอก ชะเอิบ สดับบัณฑิต เป็นผู้บังคับการเรือ
ครั้งที่ ๖ กับ เรือหลวงศุกร์ ระหว่าง ๒๐ ตุลาคม – ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๖ เพื่อเยี่ยมประชาชน
ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยแพทย์ แพทย์อาสาสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์
ในจังหวัด ภาคตะวันออก โดยมี พลเรือโท ธวัชชัย ตรีเพ็ชร์ เจ้ากรมอุทกศาสตร์ เป็นผู้บังคับหมู่เรือ ฯ และ
เรือเอกนคร ทนุวงษ์ เป็นผู้บังคับการเรือ
๐76 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
คอลัมน์ประจำ
อาวุธศึกษา
นาวาเอก ศูนย์ปืน โสมภีร์
เทคนิคในการลดเสียงปืน
ลองนึกดูว่าหากเราเจาะลูกโป่งด้วยเข็มเราจะ ระเบิดจากปากลำกล้องได้อย่างมาก สำหรับวิธีการที่
ได้ยินเสียงระเบิดของมันดังลั่นอย่างน่าตกใจ จะทำให้อากาศธาตุค่อย ๆ ขยายตัวที่ปากลำกล้อง
แต่หากเราเปิดรูที่หูของลูกโป่งให้ออกมาอย่างช้า ๆ เราก็สามารถเสริมปากลำกล้องด้วยกระบอก
กลับไม่ได้ยินเสียงระเบิดเลย ในการยิงปืนก็เหมือน เก็บเสียง ซึ่งภายในกระบอกนี้มีการจัดแบ่งเป็นห้อง ๆ
กันในขณะที่เข็มแทงชนวนตีไปที่จานท้ายไพลเมอร์ แต่ละห้องมีไว้เพื่อให้อากาศธาตุค่อย ๆ ขยายตัวที
ของกระสุนปืนนั้น กระสุนปืนจะถูกจุดระเบิดเผาไหม้ ละน้อย ๆ ก่อนที่อากาศธาตุจะผ่านพ้น
ดินขับในรังเพลิงเกิดแรงดันมหาศาลขับดันให้หัว ปากกระบอกเก็บเสียงโดยปกติกระบอกเก็บเสียง
กระสุนวิ่งออกไปทางปากลำกล้อง เมื่อกระสุนพ้นปาก มีการจัดแบ่งเป็น ๔ ถึง ๘ ห้อง แต่ละห้องก็จะทำ
ลำกล้องไปแรงดันนี้ก็จะขยายตัวอย่างฉับพลันหน้า หน้าที่ให้อากาศธาตุขยายตัวทีละน้อยพร้อมกับ
ลำกล้องปืนทำให้เกิดเสียงระเบิดหน้าลำกล้องอย่าง ระบายความร้อนให้เย็นลงก่อนที่จะไหลไปสู่ปาก
รุนแรง หากต้องการลดเสียงนี้ก็จะต้องออกแบบให้ กระบอกเก็บเสียง แต่ละห้องกั้นด้วยแผ่นอลูมินัม
แรงดันที่ปากลำกล้องค่อย ๆ ขยายตัวออกเพื่อลด หรือ Baffle ซึ่งเป็นแผ่นบางรูปวงกลมตรงกลางมีรู
การระเบิดอย่างฉับพลัน เท่านี้ก็จะสามารถลดเสียง ให้หัวกระสุนผ่านออกไปได้ โดยรูนี้จะมีขนาดใหญ่
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐77
กว่าหัวกระสุนเล็กน้อยเพื่อป้องกันการชนของกระสุน วิ่งด้วยความเร็วทะลุผ่านความเร็วเสียง (๓๕๐ เมตรต่อ
ขณะผ่านรูนี้ อีกเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการลดความดัง วินาที) จะทำให้เกิดเสียงดังที่เรียกว่า Sonic Boom
ของเสียงก็โดยการเปลี่ยนความถี่ของเสียงไปเป็น เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ที่ทำเสียงระเบิดด้วยการ
ความถี่ที่หูคนเราไม่สามารถได้ยินได้ด้วยวิธีแปลง บินผ่านม่านอากาศทะลุความเร็วเหนือเสียง ดังนั้น
ความถี่หรือ Frequency Shifting ซึ่งเป็นเทคนิคการ เพื่อลดความดังของเสียงประเภทนี้ เราจะต้องลด
ลดเสียงปืนขั้นแอดวานซ์มากขึ้นไปกว่าเทคนิคที่ ความเร็วของกระสุนปืนให้โคจรด้วยความเร็วที่ต่ำ
กล่าวมาแล้ว ด้วยการเก็บกักแก๊สที่ออกมาจากปาก กว่าความเร็วเสียง ลูกปืนชนิดนี้จึงได้ชื่อลูกปืน
กระบอกปืนให้อัดภายในห้องเพื่อให้โมเลกุลของแก๊ส Subsonic Bullet การลดความเร็วของลูกปืนนี้
เกิดการชนกันมากขึ้นก่อให้เกิดเสียงในความถี่สูง สามารถทำได้โดยการเพิ่มแรงต้านที่ ท้ายกระสุน
กว่า ๒ หมื่นเมกกะเฮิร์ท ซึ่งหูคนไม่สามารถได้ยิน หรือการลดดินขับให้น้อยลง อย่างไรก็ตามมันจะส่ง
เสียงนี้ได้ หรืออีกวิธีการหนึ่งก็ทำให้แก๊สผ่านรูที่มี ผลให้แรงปะทะเป้าบั้นปลายของกระสุนปืน
ขนาดพอเหมาะเพื่อสร้างความถี่เสียงใหม่ที่ Subsonic ต่ำลง การทะลุทะลวงต่อเป้าหมายไม่
อยู่นอกระยะการได้ยินของหูคน นอกจากเทคนิค เสถียรโดยเฉพาะการยิงเป้าหมายในระยะไกลสุดของ
Frequency Shifting ยังมีเทคนิค Phase Canceller ลูกปืน นอกจากนี้ยังอาจทำให้กระสุนไม่รักษา
โดยทำให้เสียงปืนกลับเฟสในทางตรงข้ามกันหรือ ทิศทางเมื่อปะทะเป้า กระสุนอาจเอาด้านข้างของ
กลับเฟส ๑๘๐ องศา ส่งผลให้เสียงปืนที่เกิดขึ้นหัก กระสุนเข้าหาเป้าทำให้เหยื่อไม่ตายทันทีโดยเฉพาะ
ล้างกันเองทำให้สามารถลดเสียงของปืนได้ แต่ใน ในการยิงสัตว์ และทำให้ไม่สามารถหาสัตว์ที่ตายได้พบ
ทางปฏิบัติวิธีการนี้กระทำได้ยากเพราะเสียงปืนนั้นมี จึงไม่เหมาะสำหรับการนำไปยิงในระยะไกลสุดของกระสุน
ลักษณะที่ประกอบด้วยคลื่นเสียงหลายความถี่และมี ดังนั้น กระสุนปืนเก็บเสียงมักจะมีน้ำหนักที่หนักขึ้น
ย่านความถี่เสียงที่กว้างมากจึงเป็นการยากที่จะ กว่าปกติ เพื่อชดเชยกับแรงปะทะสุดท้ายหากเมื่อ
ออกแบบให้เกิด Phase Canceller กระสุนปืนเก็บ กระสุนปืนเก็บเสียงร่วมกับกระบอกเก็บเสียงแล้วจะ
เสียง นอกจากเสียงดังของปืนที่เกิดจากอากาศธาตุ สามารถลดความดังของการยิงปืนได้สูงถึง ๑๓๐ ดีบี
ขยายตัวอย่างฉับพลันหน้าลำกล้องแล้ว การที่ลูกปืน ทีเดียว สวัสดีครับ พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ
ภัยพิบัติ รู้ทันรับมือได้ : น้ำท่วม
วิธีปฏิบัติ
ติดตามประกาศทางวิทยุ และโทรทัศน์ หนีไปสู่พื้นที่สูงที่ปลอดภัย
ปิดสะพานไฟฟ้าหลัก และไม่สัมผัสสวิตซ์ไฟฟ้าขณะเปียก
ให้หลีกเลี่ยงจากสายไฟฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้น
ไม่ดื่มน้ำประปาและไม่ดื่มน้ำที่ไหลมาท่วม เพราะจะเป็นอันตราย
ให้เก็บของมีค่าไว้ที่ชั้นบนของบ้าน
แนวทางป้องกัน
ตรวจสอบดูเขตแนวพื้นที่น้ำท่วม เพื่อหาที่สูงที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการปลูกบ้านบริเวณพื้นที่น้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อน
หรืออ่างเก็บน้ำ เป็นบริเวณที่ไม่ปลอดภัย
ย้ายสวิตซ์อุปกรณ์สะพานไฟฟ้า ให้อยู่สูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
ควรเตรียมกระสอบทรายไว้ทำผนังกั้นน้ำ
ควรทำความสะอาดพื้นที่อย่าให้มีเศษวัสดุที่สามารถลอยตามน้ำ และก่อให้เกิดอันตรายได้
ห้ามขับขี่ยานพาหนะ ห้ามเดิน ห้ามเล่นน้ำ ในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
มีวิทยุติดตามตัว และคอยฟังประกาศเพื่อปฏิบัติตาม
ไม่ฝ่ากระแสน้ำหลากโดยไม่มีที่ยึดเหนี่ยว
ที่มา : ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ www.ndwc.go.th
๐78 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
คอลัมน์ประจำ
ข่าวนาวีรอบโลก
นาวาเอก จรินทร์ บุญเหมาะ
ออสเตรเลีย ทร.สหราชอาณาจักรเมื่อเดือนพฤศจิกายน
การจัดหาเรือช่วยรบจากสหราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๔๙ ต่อมามีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์การ
ออสเตรเลียชนะการเสนอราคาในการซื้อเรือ ป้องกันประเทศและความมั่นคงในปี พ.ศ.๒๕๕๓
ช่วยรบสงครามสะเทินน้ำสะเทินบกชนิดมีอู่น้ำ ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร และพิจารณาว่าเรือ
(Landing Ship Dock - LSD) ชื่อ Largs Bay ดังกล่าวนี้เกินความจำเป็น ต่อมาในเดือนธันวาคม
ให้แก่ ทร.ออสเตรเลีย ทั้งนี้ตามคำแถลงของ พ.ศ.๒๕๕๓ ออสเตรเลียเข้าทำการตรวจประเมินค่าเรือ
รมว.กห.ออสเตรเลีย นาย Stephen Smith เมื่อวันที่ Largs Bay โดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Teekay
๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔ Marine ซึ่งดำเนินการในนามของทางการ
เรือซึ่งมีขนาด ๑๖,๑๖๐ ตันได้รับการจัดซื้อด้วย ออสเตรเลีย
เงินจำนวน ๓,๑๘๐ ล้านบาท และคาดว่าจะเข้า นาย Smith กล่าวว่าเรือต้องได้รับการทดสอบ
ประจำการใน ทร.ออสเตรเลียได้ราวต้นปี พ.ศ.๒๕๕๕ เต็มรูปแบบ หลังการเดินทางถึงออสเตรเลียปลายปี
ทั้งนี้นาย Smith มิได้เปิดเผยนามประเทศต่าง ๆ พ.ศ.๒๕๕๔ และจะพร้อมปฏิบัติภารกิจราวต้นปี
ที่เข้าร่วมการแข่งขันเสนอราคาประมูลเรือ แต่เป็นที่ พ.ศ.๒๕๕๕
เข้าใจกันว่าคือ บราซิล ชิลี และอินเดีย การตัดสินใจที่ค่อนข้างเร่งด่วนในการซื้อเรือ
เรือ Largs Bay ขึ้นระวางประจำการใน Largs Bay เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตัดสินใจ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐79
ปลดระวางเรือสงครามสะเทินน้ำสะเทินบกชั้น ที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น ทรานสดิวเซอร์
Kanimbla จำนวน ๒ ลำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แบบเรียงแถวที่หัวตอร์ปิโด และอุปกรณ์ควบคุม
พ.ศ.๒๕๕๔ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความพร้อม อิเล็กทรอนิกส์ Sting Ray Mod 1 ชุดแรกที่รับมานี้
ใช้งานในการลำเลียงขนาดหนักของ HMAS Tobruk ได้บรรจุลงในเรือฟริเกตชั้น Fridtj of Nansen
นอร์เวย์ ชื่อ KNM Otto Sverdrup ไปเมื่อเดือนธันวาคม
การรับมอบตอร์ปิโด Sting Rays พ.ศ.๒๕๔๓
บริษัท BAE Systems เริ่มทยอยส่งมอบ ก่อนหน้าการรับตอร์ปิโดเข้าประจำการ
ตอร์ปิโดขนาดเบา Sting Ray Mod 1 ให้แก่นอร์เวย์ ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๓ มีการทดสอบเพื่อ
ตามสัญญามูลค่า ๔,๗๔๐ ล้านบาทที่ได้ลงนามกับ การตรวจรับที่ดำเนินการร่วมกันโดยบริษัท
องค์การส่งกำลังบำรุง กห.นอร์เวย์เมื่อเดือน BAE System ทร.นอร์เวย์ คณะทำงานโครงการ
กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๒ การจัดหาเป็นไปตาม ตอร์ปิโดขององค์การส่งอุปกรณ์และการส่งกำลัง
โครงการชื่อ Project 6401 ซึ่งตอร์ปิโดดังกล่าวจะ กลาโหม และบริษัท QinetiQ การทดสอบยิงลงน้ำ
นำไปติดตั้งบนเรือฟริเกตลำใหม่ชั้น Fridtj of Nansen กระทำที่ศูนย์ทดสอบและประเมินค่าอาวุธใต้น้ำที่
จำนวน ๕ ลำ และยังนำไปใช้กับการปล่อยทาง Kyle of Lochalsh สหราชอาณาจักร การทดสอบใน
อากาศด้วยเครื่องบินลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล ทะเลดำเนินการบนเรือ Otto Sverdrup โดยใช้
P – 3 Orion ของ ทอ.นอร์เวย์ และติดตั้งบน เรือดำน้ำชั้น Ula ของ ทร.นอร์เวย์เป็นเป้าทดสอบ
ฮ.รุ่นใหม่แบบ NH90 – NFN ที่ประจำอยู่บนเรือ การทดสอบได้รับการออกแบบให้เหมือนสถานการณ์
นอร์เวย์เลือก Sting Ray Mod 1 เข้าประจำการ จริง ซึ่งการยิงจำนวน ๓ ลูกได้รับความสำเร็จด้วยดี
โดยตัดสินให้ชนะคู่แข่งขัน คือ ตอร์ปิโด MU90 โดยตอร์ปิโดได้เข้าสู่เป้าทุกลูก ตอร์ปิโดชุดต่อ
ที่เสนอโดยบริษัทร่วมค้า Franco – Italian Eurotop ไปกำหนดส่งมอบถึงนอร์เวย์ก่อนสิ้นปี พ.ศ.๒๕๕๕
เพื่อนำเข้าประจำการทดแทน Sting Ray Mod 0 Sting Ray Mod 1 ประจำการใน ทร. และ
ที่ประจำการอยู่ในขณะนี้ ทอ.สหราชอาณาจักรเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ อย่างไรก็ดี
Sting Ray Mod 1 ยังคงดำรงระบบขับเคลื่อน จากการปลดระวางของเครื่องบินลาดตระเวน
แบบไฟฟ้าของ Mod 0 ไว้เหมือนเดิม มีการปรับปรุง ตรวจการณ์ทางทะเลแบบ Nimrod ส่งผลให้ตอร์ปิโด
ระบบนำวิถีซึ่งใช้โปรแกรมประมวลผลที่ทันสมัยสิ่งอื่น ๆ นี้ถอนจากการใช้งานกับ ทอ.สหราชอาณาจักรในท้ายที่สุด
๐80 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ตุรกี บรรทุกบนดาดฟ้า และแพขนานยนต์จำนวน ๓ ลำ
การจัดหาเรือยกพลขนาดใหญ่ บริษัท Havelsan เป็นผู้ดำเนินการจัดหาและ
บริษัทต่อเรือ ADIK (Anadolu Deniz Insaat ติดตั้งระบบอำนวยการรบ GENESIS ซึ่งใช้เป็น
Kizaklari) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Tuzla ได้ลงนามใน ศูนย์กลางในการเชื่อมต่อกับอาวุธทั้งหมด อุปกรณ์
สัญญากับ กห.ตุรกี เพื่อดำเนินการออกแบบและต่อ ตรวจจับประกอบไปด้วย เรดาร์ตรวจการณ์ SMART
เรือยกพลขนาดใหญ่ (Landing Ship Tank - LST) - S Mk 2 ของ Thales Nederland ๑ ชุด ศูนย์รวบ
ขนาด ๑๓๘ เมตร จำนวน ๒ ลำ ให้แก่ ทร.ตุรกี แบบ ไฟฟ้า - ทัศนะ/อินฟราเรด Aselsan AselFLIR
มีการลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม 300 จำนวน ๒ ระบบ และอุปกรณ์สงคราม
พ.ศ.๒๕๕๔ ที่นิทรรศการ IDEF 2011 ที่กรุง อิเล็กทรอนิกส์ Aselsan’s ARES - 2N ขนาด
Istanbul โดยลำแรกของเรือขนาด ๗,๑๒๕ ตัน ๒ - ๑๘ กิกะเฮิร์ท ๑ ระบบ ติดตั้งปืน Oto Melara
นี้ กำหนดส่งมอบภายใน ๔๘ เดือนหลังจากสัญญา ขนาด ๔๐ มิลลิเมตร ๒ กระบอกที่ภาคหัว
เริ่มต้นตามกำหนดในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ อาวุธป้องกันตัวระยะประชิด Phalanx ๑ ระบบ ติดตั้ง
และลำที่สองส่งมอบในอีก ๘ เดือนถัดมาหลังจากการ ที่กึ่งกลางลำหัวเรือ
ส่งมอบเรือลำแรก บริษัท ADIK อยู่ระหว่างดำเนินการตามสัญญา
ADIK ได้รับการคัดเลือกจากการแข่งขันเข้า ที่ทำไว้กับ กห.ตุรกี ในการต่อเรือระบายพลขนาดใหญ่
ประกวดราคาในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ให้เป็น (Landing Craft Tank - LCT) ความเร็วสูงขนาด
ผู้ทำโครงการจัดหาเรือ LST โดยชนะบริษัท RMK ๘๐ เมตร จำนวน ๘ ลำ เรือได้รับการออกแบบ
Marine ซึ่งเป็นคู่แข่งขัน ซึ่งขอบเขตของโครงการ สำหรับใช้ในภารกิจการรบสะเทินน้ำสะเทินบก
ยังรวมถึง การต่อเรือระบายพลขนาดเล็ก (Landing และยกพลขึ้นบก หรือใช้สำหรับการช่วยเหลือ
Craft Vehicle and Personnel - LCVP) ผู้ประสบภัย เรือต่อด้วยเหล็กมีขนาด ๑,๑๕๕ ตัน
ด้วยอะลูมิเนียมจำนวน ๘ ลำ และการสนธิระบบ บรรทุกสัมภาระ ๒๐๐ ตัน ความเร็วสูงสุด ๑๘ นอต
ควบคุม อาวุธ และอุปกรณ์ตรวจจับต่าง ๆ เรือ LCT ลำแรกคือ C - 151 ปล่อยลงน้ำที่อู่
คุณลักษณะเฉพาะของเรือ LST ที่ออกแบบโดย ADIK กรุง Istanbul ตำบล Tuzla เมื่อวันที่
ADIK ประกอบไปด้วยประตูตอนหัวและท้ายเรือ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ออกทดสอบในทะเล
ทางลาดข้างเรือกราบซ้ายสำหรับยานพาหนะขึ้น - ลง เมื่อกลางเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ และส่งมอบ
ดาดฟ้าบินสำหรับ ฮ.ขนาด ๑๕ ตัน ระวางบรรทุก ให้แก่ ทร.ตุรกี เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
สัมภาระขนาด ๑,๒๐๐ ตัน ที่พักสำหรับ นย.จำนวน
๓๕๐ นาย เรือ LCVP จำนวน ๔ ลำ นำไปโดยการ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐81
สหรัฐ ฯ ระบบสำหรับสงครามทุ่นระเบิด สงครามปราบเรือดำน้ำ
การรวมสำนักงานบริหารโครงการเรือรบใกล้ฝั่ง และสงครามรบผิวน้ำ ซึ่งทั้งสามรายการนี้ช้าไป
ทร.สหรัฐ ฯ ดำเนินการรวบรวมเอาสำนักงาน จากแผนการที่กำหนดไว้เดิม ความล่าช้านี้สาเหตุ
ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการเรือรบใกล้ฝั่ง หลักมาจากความล้มเหลวของระบบย่อย และส่วน
(Littoral Combat Ship – LCS) เข้าเป็นสำนักงาน ใหญ่ยังไม่ได้รับการทดสอบ จากรายงานเมื่อเดือน
บริหารโครงการ (Program Executive Office – PEO) สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่น
เพียงแห่งเดียว ทั้งนี้ตามคำแถลงของ ผู้ช่วย ดินกล่าวว่า ทร.สหรัฐ ฯ ไม่น่าที่จะดำเนินการได้
รัฐมนตรีทบวงทหารเรือ ด้านงานวิจัย พัฒนา แล้วเสร็จตามแผนที่ประกาศไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐
และการจัดหา นาย Sean Stackley ในส่วนของการสนธิระบบต่าง ๆ บนเรือ
PEO LES ได้รวมเอาสำนักงานต่าง ๆ ที่ก่อน เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ทร.สหรัฐ ฯ
หน้านี้แยกกันทำงานรับผิดชอบในการพัฒนา ได้อนุมัติเงินงบประมาณจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท
Module สำหรับภารกิจเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย สำหรับการต่อเรือรบใกล้ฝั่งจำนวน ๒๐ ลำ โดยแบ่งกัน
โครงการพัฒนาสร้างตัวเรือและระบบสนับสนุนต่าง ๆ ระหว่าง ๒ บริษัท คือ Lockheed Martin และ
สำนักงานเหล่านี้ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวเมื่อ Austal USA
๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งส่วนหนึ่งของการ สหรัฐ ฯ
เปลี่ยนแปลงคือ ทร.สหรัฐ ฯ ได้ตัดสำนักงาน การจัดหาเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke
โครงการสงครามทุ่นระเบิดใกล้ฝั่งออกไป และย้าย ทร.สหรัฐ ฯ ได้ปรับแผนยุทธศาสตร์การจัดหา
่
ไปรวมกับโครงการอื่นในหน่วยงานประจำที่มีความ ใหม เริ่มจากโครงการเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถี
เกี่ยวข้องกับโครงการเรือรบใกล้ฝั่ง นาย Stackley DD 51 Arleigh Burke ตั้งนี้ตามคำแถลงของ
กล่าวเสริมว่าการย้ายรวมสำนักงานครั้งนี้ไม่ได้ ทร.เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
พิจารณาจากประสิทธิผลของงานของแต่ละ Module เพื่อดำรงไว้ซึ่งการแข่งขันระหว่างสองบริษัทคือ
และการจัดองค์กรใหม่นี้ก็มิได้มีการลดตำแหน่งงาน General Dynamics Bath Iron Works (BIW) และ
แต่อย่างใด Huntington Ingalls Industries (HII) ทร.สหรัฐฯ
ภารกิจสามประการที่ยังคงอยู่คือ การออกแบบ ได้ริเริ่มการใช้ยุทธศาสตร์ “ข้อเสนอที่ให้ผล
ตอบแทนดีที่สุด” ซึ่งในการนี้แต่ละบริษัทจะต้อง
เสนอตารางเวลาในการดำเนินการต่อเรือ โดยถือ
เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ลงนามไว้เมื่อปี
พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนที่ กห.สหรัฐ ฯ จะตกลงใจให้เริ่ม
สายการผลิตเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke ขึ้นมา
อีกครั้งหนึ่ง
ภายใต้แผนของสัญญาฉบับใหม่ HII ยังคงเป็น
ผู้ต่อเรือ DDG 114 และ BIW ต่อเรือ DDG 115 แต่
ทว่าตามยุทธศาสตร์ที่ปรับใหม่ จะมอบการต่อเรือ
DDG 116 ให้แก่บริษัทที่มีข้อเสนอที่ให้ผลประโยชน์
มากที่สุดกับ ทร.สหรัฐ ฯ ทั้งสองบริษัทต้องยื่นเสนอ
ราคาต่อเรือพร้อมแจงผลประโยชน์ที่ทางการจะได้รับ
ซึ่งบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด และให้ผลประโยชน์
๐82 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
สูงสุดจะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ทร.สหรัฐ ฯ ยังได้
เคยใช้ยุทธศาสตร์ทำนองเดียวกันนี้ ในการจัดหาเรือ
Flight IIA DDG 51 ครั้งสุดท้าย
เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ทร.สหรัฐ ฯ
ได้ประกาศให้มีการยื่นข้อเสนอสำหรับการจัดหาเรือ
ชั้น DDG 51 ตามแผนยุทธศาสตร์ที่กล่าวมาแล้ว
ข้างต้น โดยจะให้มีการลงนามในสัญญาก่อนสิ้นปี
พ.ศ.๒๕๕๔ ทั้งนี้การต่อ DDG 113 กำหนดเริ่มต้น
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ ปล่อยลงน้ำปี พ.ศ.๒๕๕๗ และส่ง
มอบเรือในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ส่วน DDG 114
และ DDG 115 กำหนดส่งมอบในปี พ.ศ.๒๕๕๙
ภาพเครื่องแบบปกติขาวคอพับ
ที่มา:กรมกำลังพลทหารเรือ
กองทัพเรือเห็นชอบปรับปรุงเครื่องแบบทหารเรือเพื่อความเป็นสากลและให้การแต่งกายมีความสง่างาม
มากยิ่งขึ้นและเพื่อให้สอดคล้องกับการแต่งเครื่องแบบของกองทัพเรือชาติอื่น ๆ ซึ่งได้พิจารณาปรับปรุงเครื่องแบบ
ปกติขาวคอพับ (เครื่องแบบหมายเลข ๒ )ให้เปลี่ยนเข็มขัดสีขาวแทนเข็มขัดสีดำของทหารชาย ส่วนทหารหญิง
และนักเรียนพยาบาล กรมแพทย์ทหารเรือ ให้ใช้วัตถุเป็นหนังหรือด้ายถักหรือผ้าหรือวัสดุเทียมสีขาวก็ได้
สำหรับรองเท้าหุ้มส้นสีขาวนั้นเพื่อเหมาะกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ ของประเทศไทยมีมติให้คงใช้พื้นดำ
ไว้เช่นเดิม อีกทั้งเห็นชอบปรับปรุงสายรัดคางสำหรับนายทหารสัญญาบัตร และนักเรียนนายเรือ จากหนังหรือ
วัสดุเทียมหนังสีดำ เป็นแถบไหมทองหรือวัสดุเทียมไหมทอง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐83
ประทีปธรรม
คอลัมน์ประจำ
กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
บูชาบุคคลที่ควรบูชา
การบูชามี ๒ ประเภท คือ บูชาด้วยเครื่องสักการะ เรียกอามิสบูชา และ บูชาด้วยประพฤติตาม
คำสอน เรียกปฏิบัติบูชา ทุกคนสามารถจะบูชาได้ทั้งสองอย่างในโอกาสเดียวกัน เช่น ขณะที่บูชาด้วยเครื่อง
สักการะก็ถือเป็นการบูชาด้วยการปฏิบัติด้วย เพราะนั่นคือการแสดงออกถึงความเป็นคนกตัญญู
การบูชาบุคคลที่ควรบูชาด้วยอามิสนั้น หากบูชา ถูกบุคคลจะมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ เช่น ในสมัยพุทธกาล
มีช่างจัดดอกไม้คนหนึ่ง ชื่อสุมนะ มีหน้าที่ต้องนำดอกมะลิ ๘ ทะนาน ไปถวายพระเจ้าพิมพิสารทุกวัน วันหนึ่ง
เขาถือดอกมะลิเดินไปพระราชวัง เห็นพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์แวดล้อมจำนวนมาก ก็มีจิตเลื่อมใส
จึงคิดว่า แม้พระราชาจะทรงประหารหรือจะเนรเทศเราจากเมืองไปก็ตาม เราจะนำดอกมะลินี้ไปบูชา
พระพุทธเจ้าให้ได้ จึงยอมสละชีวิตของตน โดยโปรยดอกมะลิทั้งหมดบูชาพระพุทธเจ้า ไม่ได้นำไปถวายพระราชา
เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบเรื่องก็ทรงเลื่อมใสในการบูชาของเขา ได้พระราชทานช้าง ม้า ทาส ทาสี และนาร ี
ผู้ประดับด้วยเครื่องประดับสวยงามพร้อมเงินทองอีกมากมาย การบูชาบุคคลที่ควรบูชาจึงมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่
กว่านี้แน่นอน ดังตัวอย่างที่พระอริยสาวกทั้งหลายได้ปฏิบัติบูชาและถึงฝั่งแห่งความพ้นทุกข์มาเป็นจำนวนมากแล้ว
แต่มีข้อพึงระวังอยู่ว่า การจะเทิดทูนบูชาใครพึงพิจารณาให้รอบคอบด้วย เพราะถ้าบูชาคนผิดจะกลายเป็น
ยกย่องคนไม่ดี ทำให้ตัวเองพลอยเดือดร้อนหรือเป็นอัปมงคลไปด้วย เพราะการบูชาที่เป็นมงคลต้องเป็นการ
“บูชาบุคคลที่ควรบูชา” เท่านั้น
๐84 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
ภาพกิจกรรม
■ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และคุณดวงพร พุ่มหิรัญ นายก ■ ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ พล.ร.ท.Nvan Tun ผบ.ทร.พม่า
สมาคมภริยาทหารเรือ ปล่อยพันธุ์ปลา ในกิจกรรม “ร้อยรวมดวงใจ และภริยา ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการ
เทิดไท้องค์ราชินี” สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะแขกของ ทร. ณ ห้องรับรอง บก.ทร. พระราชวังเดิม
ณ ท่าเทียบเรือ หอประชุม ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๑ ส.ค.๕๔ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๙ ส.ค.๕๔
■ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กห. และคณะ เดินทางมา ■ ผบ.ทร. ให้การรับรอง น.อ.Jose Maria Goyanes Blanco ผชท.
ตรวจเยี่ยม ทร. เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยมี ทหาร ราชอาณาจักรสเปน ประจำกรุงเทพ ฯ เข้าเยี่ยมคำนับ เพื่อ
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง
ให้การต้อนรับ ณ บก.ทร. พระราชวังเดิม กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๕ ก.ย.๕๔ บก.ทร. พระราชวังเดิม กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๕ ก.ย.๕๔
■ พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล รอง ผบ.ทสส. และ พล.ร.อ.นิพนธ์
จักษุดุลย์ รอง ผบ.ทร. พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการ
ปฏิบัติงานของ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน
และรัฐสุลต่านโอมาน ระหว่าง ๑๔ - ๑๕ ส.ค.๕๔
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐85
■ พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล รอง ผบ.ทสส. และ พล.ร.อ.นิพนธ์ ■ พล.ร.อ.ศุภกร บูรณดิลก ปธ.คปษ.ทร. เป็นประธานในพิธีทำบุญ
จักษุดุลย์ รอง ผบ.ทร. ร่วมหารือกับ พล.ร.ท.MARK I FOX เนื่องในงานวันที่ระลึกเรือดำน้ำ ประจำปี ๒๕๕๔ ณ ห้องชมวัง
ผบ.กองกำลังผสมทางทะเล (ผบ.Combined Maritime Forces) อาคารราชนาวิกสภา หอประชุม ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๖ ก.ย.๕๔
ระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหมู่เรือปราบปราม
โจรสลัด ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน เมื่อ ๑๔ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.อ.ณรงค์ เทศวิศาล ผบ.กร. และคณะตรวจเยี่ยม นรข. ■ พล.ร.อ.สุวิทย์ ธาระรูป ผช.ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดงาน
โดยมี พล.ร.ต.สรชา ศรประทุม ผบ.นรข. และ พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด นิทรรศการผลงานการจัดการความรู้ (KM) ของ ทร. ประจำปี ๒๕๕๔
ผบ.กลน.ทร. พร้อกำลังพลของ นรข. ให้การต้อนรับ ณ บก.นรข. และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานการจัดการความรู้ของ กพร.ทร.
อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อ ๑๕ ส.ค.๕๔ โดยมี พล.ร.ต.ชุมพล วงศ์เวคิน จก.กพร.ทร. ให้การต้อนรับ
ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุม ทร. เมื่อ ๒๙ ส.ค.๕๔
■ ผช.ผบ.ทร. เป็นประธานงานขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนงานด้าน ■ พล.ร.ท.สมหมาย ปราการสมุทร จก.ยศ.ทร. เป็นประธาน
กิจการพลเรือน และโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ การจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น ระหว่าง
ประจำปี ๒๕๕๔ โดย กพร.ทร. ได้จัดงานขอบคุณ ณ ห้องชมชลธี ยศ.ทร.กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล
หอประชุม ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๕ ก.ย.๕๔ ณ บก.ยศ.ทร. ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อ ๓๑ ส.ค.๕๔
๐86 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
■ พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.ทรภ.๑ พร้อมคณะ ฯ เยี่ยมชม ■ พล.ร.ท.วิฑูรย์ คัมภีระพันธุ์ ผบ.ทรภ.๒ และคณะนายทหาร
้
กิจการและประสานงานงานในพื้นที่ จ.ระยอง ได้แก่ การนิคม ชั้นผู้ใหญ่ ร่วมพิธีบันทึกเทปถวายพระพรสมเด็จพระนางเจา
ื
อุตสาหกรรมมาบตาพุด และสมาคมประมงระยอง เมื่อ ๒๘ ก.ค.๕๔ พระบรมราชินีนาถ เน่องในวโรกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ิ
๑๒ สงหาคม ๒๕๕๔ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ ๒๗ ก.ค.๕๔
■ ผบ.ทรภ.๒ ให้การต้อนรับและรับการเยี่ยมคำนับ จาก ■ พล.ร.ท.ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน ประธาน คพท. เป็นประธาน
พล.ต.ต.DatoIsa bin Munir ผู้บังคับการ ตำรวจน้ำมาเลเซีย กล่าวเปิดการบรรยายแนะแนวการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหาร
และคณะ และเป็นประธานร่วมพิธีเปิดการฝึก ผสมทางทะเล กองประจำการ ผลัดที่ ๒/๕๔ ณ อาคารฝึกอบรมรวม ศฝท.ยศ.ทร.
SEAEX THAMAL ครั้งที่ ๕๒/๒๐๑๑ ณ บริเวณท่าเทียบเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๗ ส.ค.๕๔
ฐท.สข.ทรภ.๒ เมื่อ ๒๖ ก.ค.๕๔
■ พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผบ.รร.นร. เป็นประธานเปิด ■ พล.ร.ท.พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผบ.นย. เป็นประธานในพิธี
นิทรรศการการจัดการความรู้ รร.นร. ครั้งที่ ๓ (RTNA Show & ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถ “อาภากร”
Share Y’2011) ณ หอประชุมภูติอนันต์ รร.นร. จ.สมุทรปราการ ณ วัดเขตอุดมศักดิ์วนาราม อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อ ๓ ก.ย.๕๔
เมื่อ ๔ ส.ค.๕๔
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐87
■ พล.ร.ท.ประยุทธ เนตรประภา จก.อศ. เป็นประธานในพิธีเปิด ■ พล.ร.ท.จักรชัย ภู่เจริญยศ ผช.เสธ.ทร.ฝขว. ประธานคณะ
ประภาคารระยองแห่งใหม่ ณ บริเวณแหลมเจริญ จ.ระยอง เมื่อ กรรมการข้อมูลข่าวสารของกองทัพเรือ (คขร.) ตรวจเยี่ยมศูนย์
๕ ก.ย.๕๔ ข้อมูลข่าวสารกลางของกองทัพเรือ (ศขร.กรุงเทพ ฯ) ณ บก.ดย.ทร.
กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๓ ส.ค.๕๔
■ ผช.เสธ.ทร.ฝขว. ประธานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ของ ■ พล.ร.ต.ณรงค์รัตน์ โพธิ์แดง รอง ผบ.ทรภ.๒ เป็นผู้แทน
กองทัพเรือ (คขร.) เยี่ยมคำนับ พล.ร.ท.ชัชรินทร์ ชูศรี ผบ.ฐท.สส. ผบ.ทรภ.๒ เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการพัฒนา
ในโอกาสไปเยี่ยมศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพเรือ ประจำพื้นที่ เพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขต ทรภ.๒ ครั้งที่ ๒ งป.๕๔
สัตหีบ ณ (ศขร.สัตหีบ)บก.ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๔ ส.ค.๕๔ เพื่อประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ในการจัดทำแผนงาน
ในปี งป.๕๕ ณ โรงแรม.บี.พี.สมิหลา บีช จ.สงขลา ระหว่าง
๕-๖ ก.ย.๕๔
■ พล.ร.ต.ธีระพงศ์ ศรีสุวรรณ เสธ.รร.นร. พร้อมด้วยข้าราชการ ■ พล.ร.ต.สุระพล ไทยพีระกุล จก.สก.ทร. พร้อมด้วย นายทหาร
ทหาร และลูกจ้าง รร.นร. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “ชุมชนน่าอยู่ ชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ
รู้รักสามัคคี องค์ราชินีไทย” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สก.ทร. ได้ร่วมกันเกี่ยวข้าว ซึ่ง สก.ทร. ได้จัดทำโครงการ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ชุมชนนาวีปากน้ำ ปลูกข้าวเพื่อพ่อ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รร.นร. จ.สมุทรปราการ เมื่อ ๑๐ ส.ค.๕๔ ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา ณ ศูนย์เกษตรกรรม ทร. โยทะกา
จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ ๒๐ ส.ค.๕๔
๐88 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
■ พล.ร.ต.ธนะรัตน์ อุบล รอง จก.ยศ.ทร. เป็นประธานการบรรยาย ■ พล.ร.ต.ทวีป สุขพินิจ รอง ผอ.ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติ
พิเศษเรื่อง “การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ” ในทะเล เขต ทรภ.๑/รอง ผบ.ทรภ.๑ เป็นประธานมอบ
ณ ห้องประชุมบริพัตร อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง ประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการประมงกับ
ยศ.ทร. อ.ศาลายา จ.นครปฐม เมื่อ ๗ ก.ย.๕๔ ความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล รุ่นที่
๑๐๔/๒๘๘ ณ วัดปากน้ำแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี เมื่อ ๑๕ ก.ค.๕๔
ั
■ พล.ร.ต.จรูญ จาตุรพงศ์ ผบ.ฐท.สข.ทรภ.๒ เป็นผู้แทน ผบ.ทรภ.๒ ■ พล.ร.ต.อภิชัย อมาตยกุล จก.ขส.ทร. เป็นประธานจด
เข้าร่วมพิธีเปิดสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตสงขลา ณ งานนิทรรศการการจดการความรู (KM) ประจำป ี ๒๕๕๔
ั
้
ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ ๗ ก.ค.๕๔ ณ ห้องศรีศิริ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพรและแสดงผลงาน
่
ั
้
ของ นขต.ขส.ทร. พร้อมทั้งมอบรางวัลและคดเลือกองค์ความรูที่
ชนะเลิศไปร่วมจัดนิทรรศการ (KM) ของ ทร. ต่อไป ระหว่างวันที่
๑๘-๑๙ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.สรชา ศรประทุม ผบ.นรข. และข้าราชการ นรข. ร่วมพิธี ■ ผบ.นรข. แถลงข่าวการตรวจยึดของกลางไม้พะยูงสำเร็จรูป
ลงนามถวายพระพรและถวายอาศิรวาทราชสดุดี ณ ศาลายงใจยุทธ จำนวน ๒๙ ท่อน ได้ที่บริเวณป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน
ศาลากลางจังหวัดนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อ ๑๒ ส.ค.๕๔ บ.กลางน้อย ก่อนนำของกลางส่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้
ที่ ๖ สาขาจังหวัดนครพนม เพื่อ ดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อไป เมื่อ ๓๐ ส.ค.๕๔
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐89
■ พล.ร.ต.สุรศิษฎ์ สว่างจันทร์ รอง ผอ.อจปร.อร. เป็นประธาน ■ พล.ร.ต.ชุมพล วงศ์เวคิน จก.กพร.ทร. ตรวจเยี่ยมการฝึก
“วันทำความสะอาดใหญ่ อจปร.อร. เฉลิมพระเกียรติ” สมเด็จ อบรมอาชีพ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพล ณ ห้องฝึกอบรม
พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคล กพร.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๗ ก.ค.๕๔
เฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ เมื่อ ๑๐ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.สุรพงษ์ อัยสานนท์ จก.สบ.ทร. เป็นประธานประกอบ ■ พล.ร.ต.ประดิษฐ์ ศิริคุปต์ รองประธานคณะกรรมการพัฒนา
พิธีประดับเครื่องหมายยศ แก่นายทหารประทวนสังกัด สบ.ทร. เพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ เขต ทรภ.๑/รอง ผบ.ทรภ.๑
ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น ณ ห้องประชุม สบ.ทร. กรุงเทพ ฯ เมื่อ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านความมั่นคง
๘ ก.ย.๕๔ เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวให้กับส่วนราชการและผู้ประกอบการ
ใน จ.สมุทรสาคร ณ ห้องประชุมสาคร ๑ รพ.เอกชัย อ.เมือง
จ.สมุทรสาคร เมื่อ ๑๔ ก.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.วทร.ยศ.ทร. มอบของที่ระลึกแด่ ■ พล.ร.ต.ไชยยศ สุนทรนาค ผบ.กฟก.๒ กร. พร้อมนายทหาร
พล.ต.ชาสร วายโสกา รอง มทภ.๒ ที่ให้การต้อนรับและจัดบรรยาย สัญญาบัตรใน กฟก.๒ กร. เดินทางชมการสาธิตการจุดดินขับ
สรุปเกี่ยวกับ ทภ.๒ ให้แก่คณะอาจารย์และนักศึกษา วทร.๔๓ ใน (Booster) อาวุธปล่อยนำวิถี C-801 ของ สพ.ทร. ณ สนาม
โอกาสดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อ ทดสอบอาวุธ สพ.ทร. ทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๑ ก.ค.๕๔
๑ ส.ค.๕๔
๐90 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
■ พล.ร.ต.โชติวัฒน์ สาริกะวณิช ผบ.มรก.ไกลกังวล/ผบ.กตอ.กร. ■ ผบ.มรก.ไกลกังวล/ผบ.กตอ.กร. พร้อมด้วยกำลังพลในสังกัด
พร้อมด้วยกำลังพลในสังกัด ร่วมกิจกรรมพัฒนาชายหาดหน้า ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาส
มรก.ไกลกังวล เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ณ บริเวณถนนหัวหิน- พระบรมราชินีนาถ ณ รพ.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
หนองเหียง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ ๓ ส.ค.๕๔ เมื่อ ๑๒ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.ไกรวุธ วัฒนธรรม จก.ขว.ทร. และ พล.ร.ต.พัลลภ ■ พล.ร.ต.พัลลภ ตมิศานนท์ จก.ยก.ทร. หน.คณะผู้แทน ทร. รวม
ตมิศานนท์ จก.ยก.ทร. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการทำบุญ ๘ นาย เดินทางเข้าร่วมประชุม Navy to Navy Staff Talks ครั้งที่
ตักบาตรพระ ๑๐๐ รูป เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาท ๔ ระหว่าง ทร.-ทร.อินเดีย (อด.) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ระหว่าง ๑๑-๑๔ ก.ค.๕๔
๒๕๕๔ และเนื่องในโอกาสมหามงคลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ
พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา ๗๙ พรรษา ๑๒ สิงหาคม
๒๕๕๔ ณ พระวิหาร วัดเครือวัลย์วรวิหาร กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๙ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.จีรพัฒน์ ปานสกุณ ผบ.กยพ.กร. ให้การต้อนรับ น.อ.ทวี ■ พล.ร.ต.ไชยณรงค์ ขาววิเศษ หน.สล.พมพ.ทรภ.๑/เสธ.ทรภ.๑
พิกุลทอง รอง ผบ.พล.นย. และคณะ เข้าฟังการบรรยายสรุป เป็นประธานจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับผู้ปฏิบัติ เพื่อรับทราบ
และดูการปฏิบัติงาน ณ บก.กยพ.กร. บางนา กรุงเทพ ฯ เมื่อ ผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนของ
๑๗ ส.ค.๕๔ ทรภ.๑ ไตรมาสที่ ๑ - ๓ ของปี งป.๕๔ ณ โรงแรมหัวหินแกรนด์
แอนด์ พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ ๕ ก.ค.๕๔
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐91
■ พล.ร.ต.พงษ์เทพ หนูเทพ จก.สสท.ทร. ให้การต้อนรับ น.อ.หญิง ■ พล.ร.ต.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.กทบ.กร.และคณะ ฯ ตรวจเยี่ยม
Maxie Y.Davis U.S.Naval Central Command N6 (NAVCENT N6) การปฏิบัติงานของหมู่เรือสำรวจและรวบรวมข้อมูลทางยุทธการ
พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคำนับ และร่วมลงนามในข้อตกลงระหว่าง ครั้งที่ ๒/๕๔ และฟังบรรยายสรุป เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน
ทร. และ NAVCENT N6 ว่าด้วยการให้การสนับสนุนระบบ CENTRIXS ณ ท่าเทียบเรือ ฐท.สข.ทรภ.๒ จ.สงขลา ระหว่าง ๑๖-๑๘ ส.ค.๕๔
ในภารกิจปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเดนและชายฝั่งโซมาเลีย
ณ อาคารเรือนเขียว พระราชวังเดิม กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑ ก.ย.๕๔
■ พล.ร.ต.ธานี ผุดผาด ผบ.กลน.กร. พร้อมด้วยกำลังพล กลน.ทร. ■ ผบ.กลน.กร. และคณะฯ ร่วมกับ พล.ร.ต.สรชา ศรประทุม
ิ
่
็
ั
รวมทำกจกรรมบำเพญสาธารณประโยชน์พฒนาวัดพระยาทำวรวิหาร ผบ.นรข. ให้การต้อนรับ ผบ.กร. ในโอกาสตรวจเยี่ยม
ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จ อำลาหน่วยและกำลังพลที่ปฏิบัติราชการหน่วยเรือรักษาความสงบ
พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ณ วัดพระยาทำวรวิหาร เรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ณ บก.นรข. จ.นครพนม ระหว่าง
บางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๐ ส.ค.๕๔ ๑๕-๑๗ ส.ค.๕๔
■ พล.ร.ต.ไพโรจน์ อุ่นใจ จก.กพ.ทร. เป็นประธานกรรมการสอบ ■ พล.ร.ต.รังสรรค์ โตอรุณ รอง ผบ.กปช.จต.(นว.) ให้การต้อนรับ
นายทหารสัญญาบัตรเพื่อเลื่อนยศเป็น น.ท. และ น.ต. ประจำปี คณะ รร.สธ.ยศ.ทร. คณะอาจารย์ พร้อม นทน.รร.สธ.ทร.รุ่นที่ ๗๑
๒๕๕๔ ณ รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๖-๗ ส.ค.๕๔ เดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคตะวันออก ณ โรงแรม
เค พี แกรนด์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ระหว่าง ๕ - ๑๐ ก.ย.๕๔
๐92 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
คอลัมน์ประจำ
พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ
พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์
drift lead ดิ่งเกาสมอ
ลูกดิ่งหนักที่ทิ้งไว้ข้างเรือ โดยที่สายดิ่งหย่อน dry run การฝึกใช้อาวุธสมมุติ
หรือเฉียงไปทางท้ายเรือ เพื่อแสดงว่าเรือที่ทอดสมอ การฝึกปฏิบัติหรือการฝึกยิงอาวุธใด ๆ (โดยไม่มี
อยู่สมอเกาหรือไม่ การใช้อาวุธจริง) ก่อนการปฏิบัติการจริง หรือ
drogue ๑. เครื่องถ่วง ๒. สมอทะเล เหตุการณ์จริง
๑. อุปกรณ์ใช้ถ่วงอัตราการเคลื่อนที่ เช่น ร่มชูชีพถ่วงการ dual purpose weapon อาวุธทวิประสงค์
ลอยในอากาศของทุ่นระเบิด ขณะปล่อยจาก เครื่องบิน อาวุธซึ่งมีขีดความสามารถที่จะใช้อย่างมีประสิทธิผลต่อ
เป้าหมายทางอากาศหรือบนผิวพื้นได้
dud ด้าน
กระสุนวัตถุระเบิดซึ่งไม่พร้อมที่จะทำงานสมดัง
เจตนาหรือไม่ระเบิดหลังจากพร้อมทำงานแล้ว
dulcimer ฆ้อง
ฆ้องใช้ประกาศบอกเวลาอาหารเย็นในห้องโถง
นายทหารเรือ
dumb compass เข็มใบ้
๒. มีความหมายเช่นเดียวกับสมอทะเล (sea anchor)
เป็นอุปกรณ์ทำด้วยไม้หรือผ้าใบหรือทั้งสองอย่าง
สำหรับเรือใหญ่ หรือเรือเล็กลากไปในน้ำเวลาคลื่นลมแรง
เพื่อให้หัวเรือเชิดสู้คลื่น ปกติใช้ในโอกาสเครื่องจักรขัดข้อง
จำเป็นต้องหยุดเรือในทะเล
drone โดรนอากาศยานควบคุมจากระยะไกล
เข็มทิศที่ไม่มีเข็มแต่ใช้มือหมุนวงเข็มเล็งเอา pelorus ก็เรียก
dump คลังพัสดุชั่วคราว
ที่เก็บพัสดุทางทหารชั่วคราว
dump, floating คลังพัสดุในเรือ
ที่เก็บพัสดุที่มีความต้องการวิกฤติบนเรือระบายพล สำหรับ
ลำเลียงขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็วให้แก่กองกำลังโจมตีระหว่าง
ปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก
dungarees ชุดดังการี
อากาศยานควบคุมจากระยะไกล หรือควบคุมโดย ชุดปฏิบัติงานผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน
อัตโนมัติเพื่อวัตถุประสงค์ในการจับเป้าหรือรวบรวมข้อมูล dunking (dunked) sonar โซนาร์แบบจม
drum head หัวกว้าน
ิ
่
สวนหัวของกว้าน ตดไวกบแกนในแนวนอน มักเปนสิ่งประกอบเข้า
็
ั
้
กับกว้านหรือหัวกว้าน ตามปกติใช้ สำหรับช่วยในการสาวเชือก
dry dock อู่แห้ง
อู่เรือแบบที่มีประตูผนึกน้ำ (watertight
entrance) เมื่อรับเรือเข้าแล้วสูบน้ำออกจนหมด
ทำให้ซ่อมตัวเรือใต้แนวน้ำได้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐93
อุปกรณ์โซนาร์ที่ลากแบบจมโดยเฮลิคอปเตอร์ dipping sonar ๑. กำแพงหนายาวสร้างเพื่อหยุดยั้งการท่วมของน้ำเข้าสู่พื้นที่
ก็เรียก ต่ำในแผ่นดิน โดยเฉพาะน้ำจากทะเล
dunnage อุปกรณ์กันกระแทก ๒. คลองระบายน้ำออกจากแผ่นดิน ditch ก็เรียก
วัสดุที่วางไว้ในระวางเรือ เช่น ไม้ ผ้ายาง สายรัด ๓. คำสแลงใช้เรียกพวกเลสเบี้ยน (Lesbian)
เป็นต้น เพื่อรองรับเป็นลิ่ม อัดให้วัสดุบนเรืออยู่กับที่ สื่อความหมายการใช้คำแบบก้าวร้าว คำนี้คนอังกฤษ
ไม่เคลื่อนไปมาป้องกันทั้งวัสดุนั้นและตัวเรือไม่ให้ถูก แถบด้านตะวันออกอ่านออกเสียง deek
กระทบ enlisted man / woman นายทหารชั้นประทวน
duplex circuit วงจรสองทาง กำลังพลทหารเรือชั้นยศต่ำกว่าพันจ่าเอกอาวุโสลงมา
วงจรที่ใช้สื่อสารทางวิทยุได้สองทิศทางในเวลาเดียวกัน ensign ๑. ธงชาติ / ธงราชนาวี ๒. เรือตรี
duplex pressure proportioner เครื่องดับเพลิงแบบโฟม
เครื่องมือดับเพลิงแบบโฟมบนเรือ
dusk ช่วงสนธยา/สายัณห์
ช่วงเวลาใกล้มืด
Dutch courage การดื่มสุราปลุกใจ
เป็นสำนวนที่ได้มาจากชาวเรือ ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพวกดัตช์
สำนวนที่ใช้อยู่ในโลกของคนที่พูดภาษาอังกฤษในสมัย
ที่ นา ย พ ล เ รื อ ช า ว ดั ต ช์ ส อ ง นา ย คื อ C o r n e l i u s
van Tromp และ De Ruyter ให้ลูกเรือดื่มเหล้า ศัพท์คำนี้มาจากภาษาดั้งเดิมของพวก Norman ว่า enseign
ที่มีชื่อเสียง “square – face gin” ก่อนทำการรบ ในภาษา Anglo-Saxon ใช้ segne หมายถึง ธง ภาษาละตินเรียกว่า
อังกฤษซึ่งเป็นศัตรูของดัตช์ ในขณะนั้น เรียกการปฏิบัติ signum แปลว่า sign หมายถึงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์
เช่นนั้นเป็นเชิงเหยียดหยามว่า “Dutch courage” คำในภาษาอังกฤษ signal มาจากรากศัพท์ของคำเดียวกัน
ในปัจจุบันหมายถึงการ สร้างความกล้า/ความเชื่อมั่นแบบผิด ๆ ๑. ราชนาวีอังกฤษยืมคำนี้จากทหารบกในศตวรรษที่ ๑๖
โดยการดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ โดยนำธงผืนใหญ่มาชักเหนือดาดฟ้ายกท้ายเรือ (poop
Dutchman ดัตช์แมน deck) ของเรือใบที่ใช้ในทะเล มีข้อความตอนหนึ่งในหนังสือ
เป็นชื่อใช้เรียกเรือพวกชาวดัตช์ ซึ่งมีอยู่หลายแบบ เรื่อง “The Theorike and Practike of Modeme Warres”
มีทั้งเป็นเรือใบเสาเดียวหรือสองเสามีหัวเรือยื่นออกมา พิมพ์ในปี ๑๕๙๘ ว่า :
และโค้งมาก พบมากบริเวณด้านฝั่งตะวันออกของ “เราชาวอังกฤษเรียก “ensigns” ในเวลาต่อมาว่า “colours”
อังกฤษสมัยก่อน ด้วยเหตุผลที่มันประกอบด้วยหลายสี ซึ่งทำให้เป็นที่สังเกตและ
duty เวรยาม/หน้าที่ รับรู้ได้ดีกว่าปัจจุบัน ธงราชนาวีอังกฤษ เรียกกันว่า The White
เป็นคำแสดงสถานะของกำลังพลที่ต้องประจำอยู่บนเรือ Ensign ส่วนชื่อที่เรียกอีกอย่างหนึ่งของธงชาติสหราชอาณาจักร
เพื่อเข้าเวรยามหรือปฏิบัติงานแทนการปล่อยขึ้นฝั่ง เช่น (The United Kingdom) คือ The Union Jack
duty officer หมายถึงนายทหารซึ่งต้องเข้ายาม เป็นต้น ๒. นายทหารสัญญาบัตรที่มีอาวุโสต่ำสุด
นอกจากนั้นยังใช้กับสิ่งอื่น นอกจากบุคคล เช่น duty ship, Ensign ในสมัยดั้งเดิมเป็นยศของทหารบกฝรั่งเศส ต่อมาคำ
duty station, duty section, duty day etc. นี้นำมาใช้ในกองทัพเรือด้วย ภายหลังจากที่อังกฤษนำยศ sub-lieu-
dye marker สีย้อมน้ำทะเล tenant มาใช้ในปี ๑๘๖๑ แทน ensign ส่วนพวกทหารเรืออเมริกัน
สารเคมีสีสดที่กระจายในวงกว้างเมื่อปล่อยลงน้ำ นำยศ ensign มาใช้ในปี ๑๘๖๒ และยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
dyke ๑. เขื่อนกั้นน้ำ ๒. คลองระบายน้ำ ๓. เลสเบี้ยน นอกจากนั้นยศ ensign มีใช้กันในบางรัฐสำหรับองค์การทางทหาร
และบางเมืองของประเทศสหรัฐฯ
ensign at half mast ลดธงลงครึ่งเสา
การชักธงไว้ที่ครึ่งเสาเพื่อเป็นการให้เกียรติต่อบุคคลที่เสียชีวิต
สำหรับการลดธงครึ่งเสาเมื่อใช้กับเรือรบหรือเรือพาณิชย์ เรือพาณิชย ์
ลดธงลงครึ่งเสาเพื่อแสดงความเคารพหรือให้เกียรติต่อเรือรบ
ก่อน เรือรบจึงปฏิบัติเช่นกันนั้นแล้วชักธงสู่ยอดเสาเช่นเดิม
เรือพาณิชย์จึงชักขึ้นสู่ยอดเสาที่หลัง สำหรับพิธีเชิญธงลงตอนเย็น
(Sunset) ต้องชักขึ้นสู่ยอดเสาก่อนแล้วจึงชักลง
๐94 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
คอลัมน์ประจำ
หนังสือน่าอ่าน
นาวาเอกหญิง กรแก้ว ตันติเวชกุล
ฉบับนี้ ห้องสมุดกลางกองทัพเรือ ขอแนะนำหนังสือ “ของสวยของดีครั้งแผ่นดินพระเจ้าหลวง” รวบรวม
ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โดยมีมากถึง ๔๖
รายการ ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง *** หนังสือ “คู่มือ วิเคราะห์ SWOT อย่างมืออาชีพ” วิเคราะห์อย่าง
เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง รวมทั้งโอกาสและภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น “รู้เขา รู้เรา รบ
ร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ดังภาษิตอมตะของ ซุนวู *** หนังสือ “บริหารการจัดซื้อและคลังพัสดุ” หนังสือดีเกี่ยว
กับงานจัดซื้อและบริหารพัสดุที่ไม่ค่อยมีให้อ่านในบ้านเรา
เนื้อหาข้างต้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชนิพนธ์
คำนำที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกุมารีพระราชทานพระราชานุญาตลงพิมพ์
ในหนังสือ “ของสวยของดีครั้งแผ่นดินพระเจ้าหลวง”
หนังสือ “ของสวยของดีครั้งแผ่นดิน
พระพุทธเจ้าหลวง” เล่มนี้ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่สาม
โดย ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ปรับปรุง
และเพิ่มเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าฉบับ
พิมพ์สองครั้งแรก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในอภิลักขิต
มงคลสมัยบรรจบกาล ๑๐๐ ปี วันสวรรคตใน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ วันที่
ของสวยของดีครั้งแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ โดยได้รวบรวมข้าวของ
ธงทอง จันทรางศุ. กรุงเทพฯ, เอส ซี เครื่องใช้ในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอม
พริ้นท์แอนด์แพค, ๒๕๕๓. ๒๗๖ หน้า. เกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โดยรวบรวมไว้มากถึง
ราคา ๒๔๐ บาท ๔๖ รายการ อาทิ ตลับงา กระโถนวังหน้า เครื่อง
เลขเรียกหนังสือ ๓๙๐.๒๒ ธ๑๒๙ข แก้ว ปั้นชา เครื่องบูชาอย่างโต๊ะจีน เครื่องถม
หนังสือเล่มนี้ นอกจากผู้เขียนจะพรรณนาถึงของสวย เครื่องเบญจรงค์ ฯลฯ ที่น่าสนใจและเป็นที่นิยม
ของงามที่ดีในประโยชน์ใช้สอยแล้ว ของส่วนมาก กันมากก็คือ เครื่องลายคราม ทั้งนี้ ส่วนหนึ่ง
ยังเป็นของเก่าที่ถือกันว่ามีคุณค่า ที่สำคัญที่สุด เป็น เนื่องจากพระองค์พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ใน
ของที่ผู้ที่เคยใช้สอย เคยมีบทบาทสำคัญใน งานด้านนี้โดยตรง ทรงส่งเสริมการเล่นเครื่องลายคราม
ประวัติศาสตร์ ได้มีบทบาทที่มีความหมายต่อคน ด้วยการจัดประกวดขึ้นหลายครั้ง นอกจากนี้
จำนวนมาก เคยทุกข์เคยสุขมาด้วยเรื่องของแผ่นดิน พระองค์เองก็ทรงสั่งประดิษฐ์เครื่องลายครามชุด
ถ้าของเหล่านี้มีชีวิตจิตใจ คงจะเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ พระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ลายอักษรจีน และ
ให้เราฟังได้ ซึ่งควรจะได้ข้อคิดและประสบการณ์ รูปภาพมงคลมาใช้ในราชการและยังคงอยู่มาจนถึง
หลายอย่างมาพัฒนา เป็นหลัก เป็นตัวอย่างในการ ทุกวันนี้
ครองชีวิตต่อไป
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐95
คู่มือ วิเคราะห์ SWOT อย่างมืออาชีพ บริหารการจัดซื้อและคลังพัสดุ
เอกชัย บุญยาทิษฐาน. กรุงเทพฯ, สุชาติ ศุภมงคล.กรุงเทพฯ, ซีเอ็ด
ปัญญาชน, ๒๕๕๓. ๒๘๐ หน้า. ยูเคชั่น, ๒๕๕๓. ๒๒๔ หน้า.
ราคา ๑๙๙ บาท ราคา ๑๖๐ บาท
เลขเรียกหนังสือ ๖๕๘.๔๐๓ อ๘๗๓ค เลขเรียกหนังสือ ๖๕๘.๗๒ ส๒๔๒บ
“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” นับเป็น หนังสือดีเกี่ยวกับงานจัดซื้อและบริหารพัสดุ
ภาษิตอมตะของ ซุนวู ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับ ที่ไม่ค่อยมีให้อ่านในบ้านเราเล่มนี้ มีเนื้อหาดี
ทุกเรื่องทุกสถานการณ์ ในการบริหารงานด้าน เขียนแบบรู้ใจคนทำงาน รู้ใจคนทุกระดับ เขียนโดย
คุณภาพก็เช่นเดียวกัน หากต้องการให้องค์กรเติบโต เรือเอกสุชาติ ศุภมงคล ซึ่งกล่าวกันว่าเป็น
อย่างยั่งยืนแล้ว จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อย่าง ปรมาจารย์ด้านการจัดซื้อและบริหารพัสดุรุ่นบุกเบิก
เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ของประเทศไทย
รวมทั้งโอกาสและภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันนี้พบว่า โรงงานหลายแห่งเผชิญกับ
ผู้เขียนหนังสือ “คู่มือวิเคราะห์ SWOT อย่าง ปัญหาการมีพัสดุไม่สมดุลกับการใช้ พัสดุที่ควรต้องมี
มืออาชีพ” เล่มนี้ ได้อาศัยประสบการณ์การเป็น ไว้ประกันเตรียมพร้อมกลับไม่มี การซ่อมบำรุงและ
ผู้บริหารและวิทยากรอบรมสัมมนาในด้านนี้มานานปี ปฏิบัติการติดขัด ตรงกันข้ามพัสดุที่ไม่ค่อยได้ใช้
มารวบรวมขึ้นให้สอดคล้องกับการบริหารงานองค์กร หรือที่ซื้อได้ง่าย ใช้เวลาจัดซื้อเร็วกลับมีมากเป็นการ
แบบไทย ๆอย่างละเอียด มีเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับ ลงทุนล่วงหน้าที่อาจสูญเปล่า ความไม่สอดคล้อง
การวิเคราะห์ SWOT การนำผลจากการวิเคราะห์ ระหว่างหน่วยปฏิบัติการด้านช่าง ด้านการผลิต กับ
มากำหนดเป็นวิสัยทัศน์ เป็นพันธกิจ และเป็น ฝ่ายสนับสนุน เป็นอุปสรรคในการลื่นไหลของระบบ
กลยุทธ์ขององค์กร การกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด ผลิต ในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ท่านได้เริ่มต้นเรียนรู้
และเป้าหมายที่สอดคล้องกับกลยุทธ์นั้น ๆ รวมทั้ง ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้แนวทางทำงานได้อย่าง
แผนงานที่ควรจะมีเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป็น มีประสิทธิภาพในเวลาที่เร็วขึ้น แสดงตัวอย่างปัญหา
หนังสือที่เหมาะสำหรับผู้บริหารองค์กรทุกระดับ กับการแก้ไข ดีกว่าการเรียนรู้ด้วยการลองผิด ลองถูก
ตลอดจนนิสิตนักศึกษาที่ศึกษาหาความรู้ในสาขา ที่ใช้เวลานาน และอาจเกิดความเสียหายได้หลาย ๆ ครั้ง
วิชาที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้แล้วในผนวกท้ายเล่ม แบบฟอร์ม
สูตรคำนวณ ข้อปฏิบัติพื้นฐานทางวิศวกรรม ไว้ให้เปิดดู
ได้ง่ายขึ้น
...นอกจากนี้ กองห้องสมุด ยศ.ทร. ยังมีหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่น่าสนใจ โดยท่านสามารถสืบค้นได้ที่
www.navy.mi.th/navedu และติดต่อขอยืมได้ที่ กองห้องสมุด ยศ.ทร. (อาคาร สรส.ยศ.ทร.) หมายเลข
โทรศัพท์ ๕๓๔๓๖ หรือ ที่แผนกห้องสมุดกลางกองทัพเรือ (อาคารราชนาวิกสภา) หมายเลขโทรศัพท์ ๕๔๙๘๘
๐96 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔
สารพัน สาระเพลง
คอลัมน์ประจำ
สีแสด
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน
โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผอง
เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วรู้สึกดีไหม ?
ขณะที่ผมพิมพ์คำร้องพร้อมกับร้องทำนองในใจเบา ๆ
ผมรู้สึกได้ว่าเพลงนี้มีพลังอำนาจมากจริง ๆ
จนทำให้ขนลุกเลยครับ !
ในหนังสือประมวลบทเพลง “ธ สถิตย์ใน
ดวงใจนิรันดร์” ที่โรงเรียนจิตรลดาจัดพิมพ์เพื่อ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในมหามงคลสมัยทรงครองสิริราชสมบัติครบ
๕๐ ปี ๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ มีคำอธิบายเพลงว่า
“เพลงนี้สืบเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จ
พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราช
ประสงค์จะพระราชทานกำลังใจแก่บรรดาข้าราชการ
ทหาร ตำรวจและพลเรือน มิให้ท้อถอยในการปฎิบัติ
หน้าที่ต่อชาติ บ้านเมือง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้
ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เขียนคำกลอนเตือนใจ
แล้วพิมพ์แจกเหล่าข้าราชการ ทหาร ตำรวจและ
พลเรือน ต่อมาทรงกราบบังคมทูลขอให้พระบาท
อัครศิลปิน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานทำนองเพลง
“ความฝันอันสูงสุด” เป็นบทเพลงพระราช “ความฝันอันสูงสุด” จึงเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลง
ปลุกใจที่มีความไพเราะและมีคุณค่าทางจิตใจอย่าง แรกที่เขียนคำร้องก่อน แล้วทรงใส่ทำนองภายหลัง”
สูงส่ง เมื่อใดเราเกิดอ่อนล้า ได้ฟังแล้วจะมีกำลังใจ คำร้องและทำนองเพลง “ความฝันอันสูงสุด”
ในการทำงานขึ้นเยอะ ลองนึกทำนองไปพร้อมกับ มีความกลมกลืนทั้งเสียงและน้ำหนักคำ ท่วงทำนอง
อ่านคำร้องดูนะครับ ดนตรีและบทกวีต่างงดงามและไพเราะ สร้างเสริม
“ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว กำลังใจและโอบอุ้มจิตใจให้เข้มแข็งพร้อมที่จะต่อสู้
ขอทนทุกขรุกโรมโหมกายใจ ขอฝาฟันผองภยดวยใจทะนง และฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อความดีงามและความอยู่รอด
ั
้
่
์
จะแน่วแน่แก้ใขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง ปลอดภัยของประเทศชาติ การเขียนคำร้องก่อน
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา แล้วใส่ทำนองภายหลัง เป็นความหนักใจของนักแต่ง
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา เพลงโดยทั่วไป โดยเฉพาะเพลงไทยที่มีเสียงสูงต่ำ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐97
ตามวรรณยุกต์ หากทำนองเพลงไม่คล้องจองกับ
เสียงวรรณยุกต์ ความไพเราะจะลดลงและความ
หมายของคำร้องอาจผิดเพี้ยนได้ แต่การผสมคีตศิลป์
และวรรณศิลป์ในบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝัน
อันสูงสุด” มีความสอดคล้อง ลงตัว และโดยเฉพาะ
เมื่อได้เรือตรี สันติ ลุนเผ่ มาเป็นผู้ขับร้องด้วยการ
ออกเสียงภาษาไทยที่ถูกต้องตามอักขระวิธีชัดเจนเป็น
ธรรมชาติ ยิ่งทำให้เพลงนี้ลึกซึ้งกินใจยิ่งนัก
สำหรับผู้อ่านที่มีความคุ้นเคยกับการประพันธ์
เพลงจะสังเกตได้ว่า กลุ่มหรือบันไดเสียงที่เป็นฐาน
เสียงของทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ มี ๕ เสียง คือ เนื้อหาของเพลง “ความฝันอันสูงสุด” แต่ละท่อน
โด เร มี ซอล และ ลา กลุ่มเสียงนี้เป็นลักษณะสำคัญ จะบ่งบอกถึงใจความสำคัญเฉพาะตัวผสมผสานกัน
ของเพลงไทย มีศัพท์เรียกทางดนตรีว่า Pentatonic อย่างแนบเนียนไม่ว่าจะเป็นทำนองหรือคำร้องโดยจะมี
ั
ั
Scale ซึ่งทำให้สามารถสร้างทำนองเพลงสอดรบกบ ประโยคหรือวรรคเพลง ในตอนท้ายที่ขมวดหรือเน้นย้ำ
วรรณยุกตไทยได้อย่างกลมกลืน นับว่าเป็นพระ และส่งทอดไปข้างหน้าเพื่อลำดับอารมณ์ความรู้สึกให้
์
อัจฉริยะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่าง ต่อเนื่องกันเป็นธรรมชาติ ท่อนสำคัญที่เป็นจุดเน้น
แท้จริง หรือ Highlight ที่มีเนื้อหาสะท้อนแนวคิดหลักของ
ั
่
่
้
่
ผมอยากใหทานลองจบทำนองเพลงแตละทอน บทเพลงพระราชนิพนธ์บทนี้ ทำนองเพลงก็เสริมรับ
ดูดี ๆ ท่านจะเห็นว่า ทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วยมีลีลาจังหวะและท่วงทำนองที่หนักแน่น ต่างไป
“ความฝันอันสูงสุด” ในแต่ละท่อนจะไม่ซ้ำกันเหมือน จากท่อนที่ผ่านมา ลักษณะดังกล่าวทำให้อารมณ์และ
เพลงไทย หรือเพลงป๊อบทั่วไป เช่นทำนองของท่อน แนวคิดหลักของบทเพลงเด่นชัดเหนือกว่าท่อนอื่น ๆ
“ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ถ้าท่านอยากสัมผัสกับอารมณ์นี้ด้วยตัวเอง ท่านลอง
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง” ร้องในใจดัง ๆ ดูสิครับ .......“นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
จะไม่ซ้ำกับ หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนาน
“จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง เท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน” ….
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” พระอัจฉริยะภาพและพระปรีชาสามารถของ
ส่วนท่อนที่เหลือก็ไม่ซ้ำกับท่อนอื่นเลย รูปแบบหรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านศิลปะ การดนตรี
โครงสร้างของเพลงพระราชนิพนธ์บทนี้ ตามหลักการ เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก สมดังพระนามที่ได้รับ
ประพันธ์เพลงเรียกว่า “Through Composed” ที่ว่า การยกย่องจากประชาชนชาวไทยว่า “อัครศิลปิน”
ทำนองแต่ละท่อนไม่ซ้ำกันนั้นไม่ได้หมายความว่า อย่างแท้จริง
ในแต่ละท่อนเพลงไม่มีความสัมพันธ์หรือความ เพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” เป็น
ี
เชื่อมโยงกันนะครับ ถ้าฟังดูด ๆ เราจะสัมผัสได้กับ บทเพลงที่มีคุณค่าทางดนตรีและภาษาอย่างสูงส่ง ถ้า
กระแสอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งมาจากท่วงทำนองและ ท่านมีโอกาสลองหาซีดีฟังนะครับ นอกจากความ
บทกวี ไหลต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย เหมือนสายธาร ไพเราะแล้ว ความปีติยินดีและกำลังใจที่ได้กลับคืนมา
มีเบาแรง มีสงบและเชี่ยวกราก สะท้อนถึงอารมณ์ จะทำให้จิตใจเราเข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะประกอบ
ความรู้สึกและความหมายของบทเพลงที่มุ่งเสริมสร้าง คุณงามความดี และต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ต่อไป
กำลังใจและศรัทธาในคุณงามความดี อย่างไม่ย่อท้อ
๐98 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๔ ฉบับที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔