The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน มีนาคม ๒๕๕๙

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-06-13 03:51:01

นาวิกศาสตร์ เดือน มีนาคม ๒๕๕๙

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน มีนาคม ๒๕๕๙

บรรณาธิการ แถลง


สวัสดีครับ
ท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน
พบกันอีกครั้งในนิตยสารนาวิก
ศาสตร์ ฉบับประจำเดือนมีนาคม

พ.ศ.๒๕๕๙ สำหรับในเดือนนี้ เมื่อประมาณ ๑๐๑ ปีที่ผ่านมา เมื่อ
วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ กรมราชเลขานุการ ได้มีหนังสือกราบทูล
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เพื่อให้ทราบว่า ตามที่ กรมเสนาธิการทหารเรือเห็นควรตั้งราชนาวีสภาขึ้นนั้น
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน พระบรมราชานุญาตตั้ง
“ราชนาวิกะสภา” ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ กระทรวงทหารเรือ ได้มีคำสั่งตั้ง “ราชนาวิกะสภา” ขึ้น
ในปกครองของกรมเสนาธิการทหารเรือ โดยเริ่มตั้งสภานี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๙ นับแต่นั้นเป็นต้นมา
จึงนับว่า การตั้ง “ราชนาวิกสภา” ได้จัดตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้มี
นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาธิการทหารเรือ
(ในขณะนั้น) เป็นผู้ริเริ่มจัดทำบันทึกความเห็นและข้อบังคับ ตั้ง “ราชนาวีสภา” (ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น

ราชนาวิกะสภา) ขึ้นกราบทูล นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ดังนั้น เพื่อให้ท่านสมาชิกฯ และกำลังพลทหารเรือทุกท่านได้เทิดพระเกียรติพระองค์ที่ทรงวาง
รากฐานในการตั้งราชนาวิกสภาขึ้น นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับราชนาวีไทยสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน กองบรรณาธิการ




จงไดอัญเชิญพระฉายาลักษณ์ของ นายพลเรือเอก พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจาวฒิไชยเฉลมลาภ กรมหลวงสิงห

วิกรมเกรียงไกร ขึ้นบนปกนิตยสารนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ทั้งนี้ ขอขอบคุณ หม่อมหลวง อภิชิต
วุฒิชัย ซึ่งท่านเป็นเหลนของ นายพลเรือเอก พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร
มา ณ โอกาสนี้
ในปีนี้ กองทัพเรือได้เห็นชอบให้จัดงาน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา ขึ้น ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านทราบว่า กำหนดการจัดงาน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๘๐๐ – ๑๕๕๐
โดยจัดให้มีพิธีบวงสรวง พิธีสงฆ์ พิธีมอบรางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ” พิธีมอบโล่และเข็มเครื่องหมายราชนาวิกสภา
การจัดนิทรรศการ และรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งจะจัดขึ้นที่ อาคารราชนาวิกสภา (หลังเก่า) ในช่วงบ่าย
ระหว่างเวลา ๑๓๐๐ - ๑๕๕๐ เป็นการปาฐกถา ที่ ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา (หลังใหม่) จึงขอเรียนเชิญท่าน
สมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่านเข้าชมนิทรรศการและฟังปาฐกถาตามวันและเวลาดังกล่าวครับ
สำหรับในเดือนมีนาคมนี้ มีบทความที่น่าสนใจคือ “การใช้เรือดำน้ำในสงครามฟอล์คแลนด์” ของ พลเรือเอก
ศุภกร บูรณดิลก “รบ ช่วยกันรบ” ของ พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว “๑๒๓ ปี เรือพระที่นั่งมหาจักรี ลำที่ ๑” ของ พลเรือโท
อุดมพร สมพงษ์ “ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทางทะเลภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วย

กฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ : กรณีศึกษาจีนและฟิลิปปินส์” ของ นาวาตรีหญิง ดอกเตอร์ กันทิมา ชะระภิญโญ
และ “การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางของกองทัพเรือ” ของ พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ รวมทั้งคอลัมน์ที่
น่าสนใจ ได้แก่ บันทึกไว้ในราชนาวี เป็นบทความเรื่อง เสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กับราชนาวิกสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่า
สนใจอย่างยิ่ง ในการนี้ คณะกรรมการราชนาวิกสภา ได้มีมติในที่ประชุมให้นำเนื้อหาในหนังสือ ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา มาลงใน
นิตยสารนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙ แทนบทความและคอลัมม์ประจำ เพื่อให้ท่านได้ทราบความเป็นมา
รวมถึงบทสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและเหตุการณ์สำคัญของราชนาวิกสภา ซึ่งท่านสมาชิกฯ
และผู้อ่านจะได้มีไว้เพื่อเป็นข้อมูลและเพื่อรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา พบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ


น.อ.

(อารัญ เจียมอยู่)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์

คุยกับกองบรรณาธิการฯ


































สวัสดีค่ะ สมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน มาพบกันอีกเช่นเคยผ่านทางนิตยสารนาวิกศาสตร์ คลังความรู้
คู่ราชนาวี มากว่า ๙๘ ปี แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ราชนาวิกสภา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่ส่งเสริมการศึกษา
เผยแพร่วิชาการ และแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิกฯ โดยมีนิตยสารนาวิกศาสตร์
เป็นสื่อกลางนำความรู้ต่าง ๆ หลากหลายประเภทที่ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน และอยู่คู่กับกองทัพเรือ กำลังก้าวย่าง
เข้าสู่ปีที่ ๑๐๐ ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙ ด้วยความเต็มร้อยนี้ราชนาวิกสภาจึงมีความน่าสนใจมากมาย
ซึ่งจะนำ “ของดี ใน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา” มาจัดแสดงนิทรรศการให้ชมในงาน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา ณ บริวณชั้นล่าง

อาคารราชนาวิกสภา ตั้งแต่วันที่ ๓๐ - ๓๑ มีนาคม และวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๙ พร้อมทั้งมีการแสดงปาฐกถา
ความเต็มร้อยของราชนาวิกสภาว่ามีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร ผ่านการบอกเล่าจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ ณ ห้องประชุม
ชั้น ๒ อาคารราชนาวิกสภา ในวันที่ ๑ เมษายน ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐ น. - ๑๕.๕๐ น. รับรองว่างานนี้พลาดไม่ได้
สิ่งที่ท่านไม่เคยรู้ ก็จะรู้ สิ่งที่ท่านไม่เคยเห็น ก็จะได้เห็น และพร้อมรับของที่ระลึกภายในงานนี้
ท้ายนี้ เพื่อให้ก้าวที่ ๑๐๐ แห่งการจัดตั้งราชนาวิกสภา และก้าวต่อ ๆ ไป เติบโตมีความเจริญรุ่งเรืองและยืนยาวอยู่
คู่กับกองทัพเรือตลอดไปนั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่านให้ความร่วมมือและสนับสนุน นิตยสารนาวิกศาสตร์ตลอดมา
สำหรับท่านใดที่มีเรื่องราวความรู้ทางวิชาการในด้านต่าง ๆ และเรื่องที่น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านสามารถสง ่

บทความเพื่อลงพิมพ์ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ได้เลยนะคะ โดยส่งข้อมูลหรือต้นฉบับไปยัง [email protected]
หรือส่งทางไปรษณีย์ ถึง สำนักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
โทร.๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘

กองบรรณาธิการฯ



กองบรรณาธิการ ขอแก้ไขคำผิดในนาวิกศาสตร์ เดือน มกราคม ๒๕๕๙ ดังนี้
- หน้าบรรณาธิการแถลง คำว่า “ราชนาวิกกะสภา” แก้ไขเป็น “ราชนาวิกะสภา”
- หน้าสารบัญ คำอธิบายปกหน้า แก้ไข “พ.ศ.๒๕๖๘” เป็น “พ.ศ.๒๔๖๘”

สารบัญ


นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท พิเชฐ ตานะเศรษฐ
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี บุญเรือง หอมขจร
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ศาสตราจารย์มนต์ชัย กาทอง
พลเรือตรี รัตนะ วงษาโรจน์
พลเรือตรี สมหมาย วงษ์จันทร์
พลเรือตรี ทิวา ดาราเมือง
พลเรือตรี สมชาย ณ บางช้าง
พลเรือตรี สมประสงค์ นิลสมัย
พลเรือตรี อาทร เคลือบมาศ
พลเรือตรี โสภณ รัตนสุมาวงศ์
พลเรือตรี สุรวิทย์ อาษานอก
พลเรือตรี สุทธิไชย รังสิโรดม์โกมล
พลเรือตรี วินัย มณีพฤกษ์
พลเรือตรี ทรงวุฒิ บุญอินทร์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
เหรัญญิกราชนาวิกสภา บทความ
เรือเอก สานิตย์ ชัยมีเขียว
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท นฤดม ชวนะเสน ๖ การประเมินผลไม่ใช่เรื่องที่เป็นการเพิ่มภาระและไม่ยุ่งยาก
พลเรือโท เจียมศักดิ์ จันทร์เสนา คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการ
พลเรือตรี จักรกฤษณ์ เสขะนันทน์ ทหารเรือ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)
นาวาเอก ธเนศ อินทรัมพรรย์
นาวาเอก ชวิช วงษ์รัตน์ ๗ การใช้เรือดำน้ำในสงครามฟอล์คแลนด์
บรรณาธิการ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
ผู้ช่วยบรรณาธิการ ๑๗ รบช่วยกันรบ
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ์ พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว
ประจำกองบรรณาธิการ
นาวาเอก ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน ๒๓ ๑๒๓ ปี เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑) (ตอนที่ ๑)
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ พลเรือโท อุดมพร สมพงษ์
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง ๓๒ ๑๐๐ ปีชาติกาล พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ “จอว์สใหญ่” แห่งราชนาวี
นาวาเอก โกศล อินทร์อุดม พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ
นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ์ ราษฎร์นิยม ๓๖ ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่
ว่าที่นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี ทางทะเลภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเล
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร ค.ศ.๑๙๘๒ กรณีศึกษาจีนและฟิลิปปินส์ (ตอนที่ ๑)
เรือโทหญิง นิพัฒน์ เพชรศิริ นาวาตรีหญิง ดอกเตอร์ กันทิมา ชะระภิญโญ
เรือโท เกื้อกูล หาดแก้ว
เรือตรี ขจรศักดิ์ กระทุ่มแก้ว ๔๑ การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางของกองทัพเรือ
สำนักงานราชนาวิกสภา พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ ๕๒ ๑๑๓ ปี กรมยุทธศึกษาทหารเรือ “ครู” ผู้ยืนหยัดอย่างสง่างาม
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected] ๕๖ Diary @ เกล็ดแก้ว
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG แม่แก้ว

คลังความรู้
คู่ราชนาวี







๕๒ คอลัมน์ประจำ



๑ บรรณาธิการแถลง

๔ คุยกับกองบรรณาธิการฯ
๕ ภาพในอดีต
๖๑ ข่าวนาวีรอบโลก
๖๔ นานาสาระ
๖๖ A Mixed Bag of English

๖๘ พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ

๒๓ ๗๐ สุขภาพนาวี
๗๒ ประทีปธรรม
๗๓ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ
๘๑ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี

๘๒ บันทึกไว้ในราชนาวี
๘๔ กฎหมายใกล้ตัว
๘๖ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี

๗ การใช้เรือดำน้ำในสงครามฟอล์คแลนด์ ๘๘ มาตราน้ำ เดือนเมษายน ๒๕๕๙
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก

๑๗ เดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๕๙
๙๓ เรื่องเล่าชาวเรือ



ปกหน้า พระรูป นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าวุฒิไชย
เฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

ปกหลัง บันทึกกรมเสนาธิการทหารเรือ กราบทูลเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ในการจะตั้งราชนาวีสภา
ในปกหน้า... พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปกหลัง... การท่าเรือแห่งประเทศไทย
จัดพิมพ์โดย... กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ... ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา... นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
ผู้พิมพ์... นาวาเอก ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน




ข้อคิดเห็นในบทความที่นำลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า...

ภาพในอดีต




เรือโทหญิง ชุติมา ฤกษ์งาม

















เรือลูแตง เรือโคแมต

















เรือแองคองสตังค์ เรือรบทั้ง ๓ ลำแล่นผ่านมาทางหน้าสถานทูตฝรั่งเศสของประเทศไทย


ในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๕ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เรือปืน
ของประเทศฝรั่งเศสชื่อ “ลูแตง” ระวางขับน้ำ ๔๙๐ ตัน ความเร็ว ๑๐ นอต ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และได้
จอดทอดสมออยู่ที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส การเดินทางเข้ามาของเรือลูแตงครั้งนี้ ก็เพื่อคอยรายงานเหตุการณ์ทางกรุงเทพฯ
ไปยังไซ่งอน ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยไม่ยอมรับว่า เขตแดนญวนมีอาณาเขตมาถึงฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งในเวลานั้น
ดินแดนของญวนเป็นของฝรั่งเศส ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสไม่พอใจจึงส่งกำลังเรือรบเข้ามา นับได้ว่าเรือลูแตงเป็นเรือรบ
ลำแรกของฝรั่งเศสที่เข้ามาจอดในกรุงเทพฯ ต่อมาอีก ๔ เดือน ฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบอีก ๒ ลำ คือ เรือแองคองสตังค์

และเรือโคแมต ตีฝ่าแนวต้านทานเรือรบของไทยเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเรียกว่า “เหตุการณ์
ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖)”
ทหารเรือไทยได้สู้รบกับเรือรบฝรั่งเศสดังกล่าวที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่งทหารเรือสูญเสียชีวิตไป
หลายนาย ฝ่ายฝรั่งเศสเสียหาย และเสียชีวิตเช่นกัน เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนฝั่งแม่น้ำโขง
พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ฝรั่งเศส เหตุการณ์ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นบทเรียนให้ประเทศไทยได้ประจักษ์ถึงภัยคุกคาม
จากตะวันตก และเห็นความสำคัญของกำลังทางเรือของกองทัพเรือ ทำให้กำลังทางเรือได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจนถึง
ปัจจุบัน




นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ ๕

เรื่อง “การประเมินผลไม่ใช่เรื่องที่เป็นการเพิ่มภาระและไม่ยุ่งยาก”

คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)


การสรางมาตรฐานการปฏิบัติงานตามนโยบาย อยูแลวเปนปกติ ทั้งในมิติดานองคความรูทุกหนวย
ผูบัญชาการทหารเรือ ประจำปงบประมาณ ๒๕๕๙ ก็ไดดําเนินการตามแผนการจัดการความรูของกองทัพเรือ
โดยเฉพาะการวิเคราะหเพื่อหางานหลัก (Core Business) (Knowledge Management : KM) ที่มุงเนนการสราง


และจัดทำเสนทางการเลื่อนไหลของงาน (Work Flow) องคความรูและแนวทางการปฏิบัติที่เปนเลิศ สวนมิติ
รวมทั้ง การตอยอดไปสูการจัดทําคูมือการปฏิบัติงาน ดานการกําลังพลและการบริหารจัดการทุกหนวย

(Work Manual) นั้น จะเปนประโยชนอยางมากตอหนวย ก็ดําเนินการตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหาร
และกําลังพลของหนวย ทั้งในเรื่องการพัฒนาองคความรู จัดการภาครัฐ (Publicsector Management Quality
การพัฒนากําลังพล และการพัฒนาระบบการบริหาร Award : PMQA) ซึ่งมีเกณฑคุณภาพที่มุงเนน


จัดการ เนื่องจากจะทําใหหัวหนาหนวยสามารถกํากับ การพัฒนาทรัพยากรบคคลและพัฒนาระบบการบรหาร
และติดตามการปฏิบัติงานภายในหนวยไดโดยสะดวก จัดการองคกรในภาพรวม รวมทั้งยังมีระบบการประเมิน
และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถใชเปน สมรรถนะทางรางกายและจิตใจที่ใชในการประเมิน
แนวทางในการพัฒนากําลังพลใหมีขีดสมรรถนะ กําลังพลและมีความเปนมาตรฐานอยูแลว

ที่เหมาะสมกับตําแหนงงานและยังเปนการถายทอด ดังนั้น “การประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย
องคความรูและประสบการณที่มีอยูในตัวคนไปสู ผูบัญชาการทหารเรือจึงไมไดเปนการเพิ่มภาระและ

การสรางองคความรูที่ชัดแจงใหอยูคูกับหนวยงาน ไมใชเรื่องที่ยุงยากซับซอนแตอยางใด” เพียงแตหนวย

ซึ่งเปนประโยชนทั้งในการใชอางอิงประกอบการปฏิบัติงาน จะตองมีความเขาใจถึงความเชื่อมโยงของระบบ
และสื่อสารถายทอดองคความรูระหวางกําลังพลเมื่อมี การประเมินตาง ๆ เหลานี้และบูรณาการระบบ
การโยกยายหรือเปลี่ยนตําแหนงงานใหมอีกดวย และกลไกการขับเคลื่อนภายในหนวยใหสอดคลองและ
สําหรับการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย รองรับการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย
ผูบัญชาการทหารเรือ ประจำปงบประมาณ ๒๕๕๙ ผูบัญชาการทหารเรือ และจัดระบบการรายงาน
ใหความสําคัญกับปจจัยที่สะทอนถึงความสําเร็จ ผลการดําเนินการใหไดอยางมีประสิทธิภาพ

ใน ๓ มิติที่สำคัญ ไดแก มิติดานองคความรู มิติดาน ซึ่งหนวยจะไดรับทราบถึงความกาวหนาและปญหา
กําลังพล และมิติดานการบริหารจัดการ ซึ่งหากเรา อุปสรรคตาง ๆ อยางตอเนื่องและสามารถกําหนด


พิจารณากันอยางถองแทแลวการประเมินใน ๓ มิติ มาตรการในการแกไขปญหาไดอยางทันทวงทีตอไป
นี้ไมใชเรื่องใหมและทุกหนวยไดมีการดําเนินการ

6 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

การใช้เรือดำน้ำในสงครามฟอล์คแลนด์




พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก


ฟอล์คแลนด์ เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ อากาศนาวี การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก
๒ เกาะ ได้แก่ เกาะฟอล์คแลนด์ตะวันออกกับ การปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ และการปฏิบัติการ
ฟอล์คแลนด์ตะวันตก และเกาะเล็ก ๆ อีก ๗๗๖ เกาะ บนฝั่งของกำลังนาวิกโยธิน รายละเอียดต่าง ๆ ตลอดจน
มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๑๒,๑๗๓ ตารางกิโลเมตร บทเรียน บทวิเคราะห์ได้ปรากฏเป็นผลงานด้านวิชาการ
ตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ห่างจาก และบทความเผยแพร่ทั่วไป ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงได้
ประเทศอาร์เจนตินาไปทางทิศตะวันออก ๔๕๐ ไมล์ทะเล ผ่านตากันมาบ้างแล้วพอสมควร
และห่างจากประเทศอังกฤษประมาณ ๘,๐๐๐ ไมล์ทะเล เนื่องจากประเด็นเรื่อง “เรือดำน้ำ” ยังเป็น
ตั้งแต่ถูกค้นพบ เมื่อประมาณ ค.ศ.๑๖๐๐ หลาย ข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในแทบทุกวงสังคม

ประเทศ ซึ่งได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เสปน และ
อาร์เจนตินา ต่างอ้างกรรมสิทธิ์แย่งกันครอบครอง
มาโดยตลอด ปัจจุบันเป็นดินแดนโพ้นทะเลอยู่ใน
ความปกครองของอังกฤษมา ตั้งแต่ ค.ศ.๑๘๓๓
เมืองหลวงชื่อ Stanley อยู่บนเกาะฟอล์คแลนด์
ตะวันออก มีประชากรประมาณ ๓,๐๐๐ คน อาชีพ
ที่สำคัญ คือ การท่องเที่ยว การเลี้ยงแกะ การประมง

และการสำรวจขุดเจาะน้ำมัน การพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะ
ครั้งสุดท้ายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ เมื่ออาร์เจนตินา
ส่งกำลังนาวิกโยธินเข้ายึดหมู่เกาะจากอังกฤษ เมื่อวันที่
๒ เมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ และ ๓ วันต่อมากำลังทางเรือ
ของอังกฤษพร้อมด้วยกำลังรบยกพลขึ้นบก และกำลัง
ทางบกได้เริ่มเดินทางเข้าเขตสงคราม การสงคราม
ใช้เวลา ๗๔ วัน อาร์เจนตินาไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค ์
ตามที่ตั้งใจไว้
สงครามฟอล์คแลนด์เป็นสงครามที่ประกอบด้วย

การยุทธหลายรูปแบบ ทั้งในทะเลและบนบกก่อให้เกิด
บทเรียนมากมาย และกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกในการรบ
ทางเรือสมัยใหม่ที่มีการปฏิบัติการเต็มรูปแบบทั้ง
การรบผิวน้ำ การปฏิบัติการเรือดำน้ำ การปฏิบัติการ



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 7

ที่สืบเนื่องมาจากการขออนุมัติรัฐบาลในการจัดหา เผด็จการของอาร์เจนตินา ต่อจากประธานาธิบดี
เรือดำน้ำของกองทัพเรือ ดังนั้นเพื่อเป็นสาระประโยชน์ Roberto Eduardo Viola ในเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๘๑

ประกอบการถกแถลงเกี่ยวกับอีกบทบาทหนึ่งของ เขาได้วางแผนกับ พลเรือเอก Jorge Anaya ผู้บัญชาการ
เรือดำน้ำในยามสงคราม และอ่านแล้วสนุกเพลิดเพลิน ทหารเรือสมัยนั้นไว้ว่า หลังจากขึ้นครองอำนาจแล้ว
ผู้เขียนจึงได้จัดทำบทความเรื่อง “การใช้เรือดำน้ำ จะใช้กองทัพเรือเป็นความพยายามหลัก (Main Effort)




















เรือดำน้ำนิวเคลียร์ HMS Conqueror พลเรือเอก Jorge Anaya ผู้บัญชาการทหารเรืออาร์เจนตินา กับ
พลเอก Leopoldo Galtieri ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา
ในสงครามฟอล์คแลนด์” นี้ขึ้น โดยใช้แหล่งข้อมูลจาก ในการยึดหมู่เกาะฟอล์คแลนด์คืนจากอังกฤษให้ได้

เอกสารและหนังสือที่เกี่ยวข้อง ๔ ฉบับ คือ เอกสาร ก่อนเดือนมกราคม ค.ศ.๑๙๘๓ ซึ่งจะเป็นปีที่ครบ
วิจัยเรื่อง “Submarine Operations During ๑๕๐ ปี ของการยึดครองของอังกฤษที่ทำความ
The Falklands War” ของนาวาตรี Steven เจ็บแค้นฝังใจอย่างรุนแรงกับประชาชนอาร์เจนตินา
R. Harper แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เสนอต่อ มาโดยตลอด เพราะก่อนหน้านั้นหมู่เกาะดังกล่าว
US. Naval War College เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน อยู่ในความปกครองของอาร์เจนตินา แต่ถูกอังกฤษ
ค.ศ.๑๙๙๔ เอกสารประกอบการนำเสนอรัฐสภา ใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้ายึด เมื่อได้เป็นประธานาธิบดี
ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอังกฤษ เมื่อเดือน ท่ามกลางความกดดันของประชาชน ที่เริ่มต่อต้าน

ธันวาคม ค.ศ.๑๙๘๒ เรื่อง “The Falklands Campaign : รัฐบาลเผด็จการทหาร ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อ
The Lessons” เอกสารแจกจ่ายของ U.S. Department ขึ้นไปถึงเกือบ ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ คนว่างงานเกือบร้อยละ
of the Navy เรื่อง “Lessons Of The Falklands” ยี่สิบและมีแนวโน้มมากขึ้นประกอบกับเห็นว่า อังกฤษ
Summary Report February 1983 และหนังสือชื่อ เริ่มมีความถดถอยในปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน
“Modern Naval Combat” แต่งโดย David Miller มีการปรับลดกำลังทหาร โดยเฉพาะที่หมู่เกาะฟอล์คแลนด ์
และ Chris Miller ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ.๑๙๘๘ โดย ทำให้คาดได้ว่าอังกฤษอาจลดความสำคัญของหมู่เกาะ
Salamander Books Ltd. ดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการลดกระแสกดดันทาง
การเมืองภายใน เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลเขาจึงเห็นว่า
เหตุการณ์ก่อนเกิดสงคราม เป็นโอกาสเหมาะที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของ

ก่อนที่ พลเอก ลีโอปอลโด กัลเทียรี (Leopoldo ประชาชนให้มาอยู่ในกระแสรักชาติ จึงได้ตัดสินใจ
Galtieri) จะทำการปฏิวัติขึ้นครองอำนาจเป็นผู้นำ เลื่อนการปฏิบัติการชิงหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ให้เร็วขึ้น


8 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

โดยส่งกำลังทหารเข้ายึดหมู่เกาะดังกล่าว ในวันที่ มีที่ตั้งกองบัญชาการอยู่ที่ กองบัญชาการกองเรือยุทธการ
๒ เมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ และวันรุ่งขึ้นได้เข้ายึดเกาะ (บก.กร.) เมือง Northwood, London โดยใช้เกาะ

South Georgia ซึ่งเป็นเกาะในความปกครองของ Ascension ซึ่งอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างอังกฤษและ
อังกฤษห่างออกไปทางตะวันออกประมาณ ๑,๐๐๐ หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ เป็นที่ตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าและ
ไมล์ทะเล (สำหรับเกาะ South Georgia นั้น อาร์เจนตินา ฐานทัพอากาศหลักในยุทธบริเวณของกองกำลังกองทัพ
ได้ส่งนาวิกโยธินประมาณ ๕๐ นาย ขึ้นเกาะเพื่อขับไล่ อากาศ ทั้งนี้ได้กำหนดขั้นตอนการยุทธไว้ ๔ ขั้น คือ
บริษัทอังกฤษ และจับกุมคนงานมาแล้ว เมื่อวันที่ ขั้นแรกทำการปิดกั้นทางทะเล (Sea blocked)
๑๙ มีนาคม ค.ศ.๑๙๘๒) รอบหมู่เกาะ จากนั้นจะทำการยึดเกาะ South Georgia
คืน แล้วทำการปฏิบัติการให้แน่ใจว่าได้การควบคุม
สถานการณ์สงครามโดยสังเขป ทะเลและการครองอากาศ (Sea and air supremacy)

หลังจากการเข้ายึดหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ของ ในยุทธบริเวณโดยสิ้นเชิง ขั้นสุดท้าย คือ การแย่งยึด
อาร์เจนตินา กองกำลังทางเรือเฉพาะกิจของอังกฤษ หมู่เกาะฟอล์คแลนด์คืนมา
ได้เริ่มออกเดินทางเข้าสู่เขตสงครามในวันที่ ๕ เมษายน วันที่ ๑๒ เมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ อังกฤษได้ประกาศ
ค.ศ.๑๙๘๒ ควบคู่กับการดำเนินการทางการเมือง “เขตควบคุมทางทะเล” (Maritime Exclusive Zone)
ระหว่างประเทศของรัฐบาลที่พยายามบีบบังคับให้ ๒๐๐ ไมล์ทะเล รอบหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ต่อมา
อาร์เจนตินาถอนกำลังทหารจากเขตยึดครอง และการ เมื่อได้จัดตั้ง กองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม
ระดมสรรพกำลังของทั้งสามเหล่าทัพ รวมทั้งภาคเอกชน ส่วนหน้า และฐานทัพอากาศที่เกาะ Ascension เสร็จสิ้น
มีการจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจร่วม/กกล.ฉก.ร่วม กำลังทางเรือเริ่มเข้าเขตสงคราม จึงได้เริ่มดำเนินการ

(Joint Task Force/JTF) โดยให้ พลเรือเอก Sir John ตามแผน โดยในวันที่ ๒๓ เมษายน ได้ประกาศเตือนว่า
Fieldhouse ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (Commander เรือและอากาศยานอาร์เจนตินาที่มีทีท่าคุกคาม หรือ
-in-Chief of The Fleet) ทำหน้าที่ ผู้บัญชาการกองกำลัง ขัดขวางการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังเฉพาะกิจร่วม
ทางเรือ และ ผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม จะต้องถูกดำเนินการอย่างเหมาะสม สองวันต่อมา
ได้เข้ายึดเกาะ South Georgia ซึ่งวันเดียวกันนั้น
เฮลิคอปเตอร์ได้ตรวจพบเรือดำน้ำ ชั้น ๒๐๙ ของ
อาร์เจนตินา ARA Santa Fe ขณะอยู่บนผิวน้ำ จึงได้

ทำการโจมตีและยึดเรือดำน้ำดังกล่าวได้ วันที่ ๑
พฤษภาคม อังกฤษได้เริ่มใช้กำลังอากาศนาวีโจมตีเกาะ
ฟอล์คแลนด์ ๒ พฤษภาคม เรือดำน้ำอังกฤษ HMS
Conqueror ได้จมเรือลาดตระเวน ARA General
Belgrano ของกองทัพเรืออาร์เจนตินา กำลังทางเรือ
ของอังกฤษภายในยุทธบริเวณก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการ
สะเทินน้ำสะเทินบกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ
พลเรือตรี Sandy Woodward ผู้บัญชาการกองเรือที่ ๑
(Flag Officer First Flotilla) ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการ

หมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๓๑๗.๘ หมวดเรือโจมตี



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 9

เมื่อเข้าพื้นที่การรบ กำลังทางเรือดังกล่าวได้แบ่ง ส่วนที่ ๓ หมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๗๙.๓ ประกอบกำลังด้วย
กำลังออกเป็น ๓ หมู่ ได้แก่ หมู่แรกหมู่เรือเฉพาะกิจที่ เรือลาดตระเวนติดอาวุธปล่อยนำวิถี Exocet ARA
๓๑๗.๘.๒ ประกอบกำลังด้วย เรือพิฆาต ๕ ลำ General Belgrano และเรือพิฆาตคุ้มกัน ๒ ลำ
เรือน้ำมัน ๑ ลำ เป็นกำลังส่วนหน้าลงไปทางใต้ของ วางกำลังทางใต้ของหมู่เกาะ ส่วนเรือดำน้ำที่ใช้ในการรบ
หมู่เกาะ หมู่ที่ ๒ หมู่เรือเฉพาะกิจที่ ๓๑๙.๙ ประกอบ ๓ ลำ ได้แก่ เรือดำน้ำที่ผลิตในเยอรมัน ชั้น ๒๐๙
กำลังด้วยเรือส่งกำลังบำรุงและเรือคุ้มกัน ปฏิบัติการ จำนวน ๒ ลำ คือ ARA Santa Fe ARA San Luis และ
ยึดเกาะ South Georgia และที่เหลือเป็นกำลังของ เรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา “Guppy-
หมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๓๑๗.๘ ซึ่งประกอบด้วย Class” ๑ ลำ คือ ARA Santiago del Estero เรือดำน้ำ

เรือบรรทุกเครื่องบิน ๒ ลำ ที่มีเครื่องบินขับไล่โจมตี ARA Santa Fe ได้กล่าวมาแล้ว ส่วนอีก ๒ ลำ นับว่า
ทางดิ่งแบบ Sea Harrier เป็นอาวุธหลัก เรือพิฆาต เป็นกำลังที่สามารถสร้างความคุกคามต่อกำลังทางเรือ
เรือฟริเกต เรือยกพลขึ้นบกและเรือส่งกำลังบำรุง อังกฤษได้ตลอดสงคราม
เป็นกำลังโจมตีหลัก สำหรับเรือดำน้ำชุดแรกเป็น การวางกำลังผิวน้ำของอาร์เจนตินาที่กล่าวมา
เรือดำน้ำนิวเคลียร์ ๓ ลำ ประกอบด้วย HMS Splendid เป็นการวางกำลังระหว่าง วันที่ ๒๐ เมษายน ถึง
HMS Spartan และ HMS Conqueror ๒ พฤษภาคม เท่านั้น กล่าวคือหลังจากกรณีที่เรือ
กำลังทางเรืออาร์เจนตินาในยุทธบริเวณอยู่ภายใต้ ARA General Belgrano ถูกเรือดำน้ำนิวเคลียร์

การบังคับบัญชาของ พลเรือตรี Allara ซึ่งมีที่สั่งการ อังกฤษจม กำลังผิวน้ำอาร์เจนตินาทั้งหมดได้กลับเข้าไป
ทางยุทธวิธีอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน ARA Veinticinco ในทะเลอาณาเขตของตน และไม่ปรากฏบทบาท
de Mayo ได้วางกำลังรบผิวน้ำแบ่งเป็น ๓ ส่วน ในการรบอีกเลย ซึ่งนอกจากเรือดำน้ำที่มีผลคุกคาม
เช่นเดียวกัน คือ ส่วนแรกหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๗๙.๑ ต่อกำลังทางเรืออังกฤษโดยตลอดแล้ว กำลังรบของ
และ ๗๙.๒ ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน ARA Veinticinco กองทัพเรืออาร์เจนตินาที่ทำการรบจนกระทั่งวาระ
de Mayo พร้อมเครื่องบินโจมตีขับไล่แบบ A-4 สุดท้ายของสงคราม คือ กำลังนาวิกโยธินบนบก และ
Skyhawk ประจำเรือ และเรือพิฆาตคุ้มกัน ๓ ลำ กำลังอากาศนาวี ซึ่งมีที่ตั้งกำลังรบหลักที่สถานีการบิน
ประกอบกำลังเป็นหมวดเรือโจมตี วางกำลังทางทิศ ทหารเรือ Rio Grande ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ
ตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะ ส่วนที่ ๒ หมวดเรือ ห่างจากหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ประมาณ ๔๕๐ ไมล์ทะเล

เฉพาะกิจที่ ๗๙.๔ ประกอบด้วย เรือฟริเกต ๓ ลำ กำลังอากาศนาวีของกองทัพเรืออาร์เจนตินาเป็นกำลัง
วางกำลังทางทิศตะวันตกของหมวดเรือโจมตี และ ทางเรือประเภทเดียว ที่สามารถทำความสูญเสีย


10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

ให้กับกำลังทางเรือของอังกฤษได้ตลอดสงคราม ทั้งที่ ได้กำหนดขั้นตอนการยุทธไว้เป็น ๔ ขั้น คือ ขั้นตอนแรก

อากาศยานรบมีความเสียเปรียบอย่างมาก จะใช้เรือดำน้ำเป็นความพยายามหลักในการบังคับใช้
เมื่อปฏิบัติใน ๓ ขั้นตอนแรกเสร็จสิ้น ขั้นตอน เขตควบคุมทางทะเล ตามที่ประกาศไว้ ขั้นตอนต่อมา
สุดท้ายในการแย่งยึดเกาะฟอล์คแลนด์คืนมาของอังกฤษ เมื่อกองเรือเฉพาะกิจเดินทางถึงจะปฏิบัติการเพื่อ
ได้เริ่มต้นในคืนวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ด้วยการปฏิบัติการ ให้ได้มาซึ่งการควบคุมทะเลและการได้เปรียบทางอากาศ
โจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibious ขั้นตอนที่ ๓ ปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อยึด
raid) ของหน่วยรบพิเศษ (Special Air Service/SAS) หมู่เกาะฟอล์คแลนด์คืน ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คือ
ต่อเกาะ Pebble Island ที่อยู่บริเวณเกาะฟอล์คแลนด์ สนับสนุนการปฏิบัติการบนบกและรักษาเส้นทาง

ตะวันตกเข้าทำลายอากาศยาน จำนวน ๑๑ เครื่อง การคมนาคมทางทะเล ซึ่งแต่ละขั้นตอนได้กำหนดการ
ที่จอดบนพื้นดิน จากนั้นหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๓๑๗.๘ ปฏิบัติของเรือดำน้ำไว้ดังนี้
ที่ได้แปรสภาพเป็นกองกำลังเฉพาะกิจสะเทินน้ำสะเทินบก ขั้นตอนแรกให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์ ๓ ลำ ในชุดแรก
(Amphibious Task Force/ATF) ได้เดินทางเข้าสู่ เฝ้าตรวจและติดตามความเคลื่อนไหวของกองกำลัง
พื้นที่ที่หมายสะเทินน้ำสะเทินบก ใน ๒๐ พฤษภาคม อาร์เจนตินาในพื้นที่ลาดตระเวน (Patrol Area) ที่กำหนด
และได้ทำการยกพลขึ้นบก ณ หาดยกพลขึ้นบกที่เลือก คือ HMS Splendid มีพื้นที่ลาดตระเวนด้านเหนือของ
คืออ่าว San Carlos ที่อยู่ทางเหนือของเกาะฟอล์คแลนด์ เขตควบคุมทางทะเลที่ประกาศ โดยเน้นช่องทางเข้า
ตะวันออก ด้านตรงข้ามของเกาะกับเมืองหลวง ออกท่าเรือ Stanley และบริเวณใกล้เคียง HMS Spartan
Stanley ในเช้ามืดของวันรุ่งขึ้นด้วยกำลังรบยกพลขึ้นบก มีพื้นที่ลาดตระเวนระหว่างชายฝั่งอาร์เจนตินาและ

(Landing Force) ซึ่งประกอบด้วยกำลังนาวิกโยธินและ หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ส่วน HMS Conqueror ปฏิบัติการ
หน่วยรบพิเศษประมาณ ๕,๐๐๐ นาย หลังจากสถาปนา ลาดตระเวนทางด้านใต้ของเขตที่ประกาศจนถึงเกาะ
กำลังเป็นที่เรียบร้อย ได้รุกคืบหน้าบรรจบกับกำลัง South Georgia สำหรับในขั้นตอนที่ ๒ เมื่อกองเรือ
กองทัพบก ซึ่งเพิ่มเติมกำลังในภายหลังเข้ายึดเมืองหลวง เฉพาะกิจเดินทางเข้าเขตสงคราม เริ่มปฏิบัติเพื่อให้ได้มา
Stanley กองกำลังอาร์เจนตินายอมจำนน เมื่อ และรักษาไว้ซึ่งการควบคุมทะเลนั้น เรือดำน้ำทั้ง ๓ ลำ
๑๔ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๘๒ จะสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าว พื้นที่ลาดตระเวน
ของเรือดำน้ำจะปรับใหม่โดยแบ่งเป็น Quadrants
แผนการใช้เรือดำน้ำของทั้งสองฝ่าย รอบเขตควบคุมทางทะเลที่ประกาศโดย HMS Splendid

เรือดำน้ำเป็นกำลังรบประเภทแรกที่ถูกส่งออกเดิน รับผิดชอบทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ HMS Spartan
ทางจากแผ่นดินแม่ประเทศอังกฤษ โดย HMS Spartan
และ HMS Splendid ซึ่งเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์ชั้น
Swiftsure ได้ออกเดินทาง ใน ๑ เมษายน ส่วนที่เหลือ
คือ HMS Conqueror ซึ่งเป็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์ชั้น
Valiant ออกเดินทางในวันที่ ๔ เมษายน และในช่วง
ระหว่าง ๑๐ - ๑๒ พฤษภาคม ยังมีเรือดำน้ำนิวเคลียร์
อีก ๒ ลำ และเรือดำน้ำดีเซล ๑ ลำ ไปเพิ่มเติมกำลัง

ในภายหลัง สำหรับการรบครั้งนี้ตามแผนยุทธการ
(Operation Plans) ของกองกำลังทางเรืออังกฤษ



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 11

ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนอีกสอง Quadrants ด้านเหนือของหมู่เกาะฟอล์คแลนด์คอยโจมตีเรือผิวน้ำ
ทางใต้เป็นความรับผิดชอบของ HMS Conqueror อังกฤษที่จะเข้ามา

ส่วนในขั้นตอนที่ ๓ และ ๔ ในการปฏิบัติการสะเทินน้ำ
สะเทินบกและการปฏิบัติการทางบกเพื่อแย่งคืน
หมู่เกาะนั้น หน้าที่หลักของเรือดำน้ำคือเฝ้าระวังและ
เตือนภัยการเข้ามาของอากาศยานข้าศึกจากแผ่นดินใหญ่
โดยให้วางตัวตามแนวชายฝั่งอาร์เจนตินาบริเวณ
สนามบินหลัก
กองทัพเรืออาร์เจนตินาขณะนั้น มีเรือดำน้ำ

ประจำการ ๔ ลำ แต่ในระหว่างสงครามมีเรือที่ต้อง
ได้รับการซ่อมทำ ๑ ลำ คงเหลือที่ปฏิบัติการได้ ๓ ลำ
คือ ARA Santa Fe ARA Santiagodel Estero
ซึ่งเดิมเป็นเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ชั้น Guppy class
และ ARA San Luis ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น ๒๐๙ ที่สร้างโดย
ประเทศเยอรมัน ในจำนวนนี้ ARA Santiagodel Estero
เป็นเรือที่เก่ามากรอปลดประจำการ ไม่สามารถดำได้
ปกติใช้เป็นเรือฝึกที่ท่า เมื่อเริ่มต้นสงครามอาร์เจนตินา
ได้เคลื่อนย้ายไปซ่อนพลาง ทำให้ภาพถ่ายที่ได้จากการ

ลาดตระเวนหาข่าวของอังกฤษ เห็นว่าเรือดำน้ำลำนี้
หายไปจากท่า จึงเข้าใจว่าออกปฏิบัติการในทะเลและ ARA San Lius
จากการที่ค้นหาเท่าไรไม่พบ เรือลำนี้จึงสามารถ
สร้างความกังวลใจให้กำลังผิวน้ำอังกฤษได้ตลอด การปฏิบัติการของเรือดำน้ำทั้งสองฝ่าย



ระยะเวลาของการรบ นอกจากการปฏบตการลวงพรางของ ARA

แนวความคิดการปฏิบัติของกองเรืออาร์เจนตินา Santiagodel Estero ตามที่กล่าวมาแล้ว การปฏิบัติ
ในการรบครั้งนี้ ใช้วิธีการรบแบบกองเรือคงชีพ (Fleet ที่สำคัญของเรือดำน้ำอาร์เจนตินาที่ปฏิบัติการได้จริง
in being) หลีกเลี่ยงการปะทะด้วยกำลังขนาดใหญ่ ทั้ง ๒ ลำ เป็นดังนี้
ไม่เข้าไปในเขตควบคุมทางทะเลหรือเขตสงคราม ARA Santa Fe เริ่มต้นด้วยการปฏิบัติภารกิจร่วม
ที่อังกฤษประกาศ โจมตีเมื่อโอกาสเหมาะสมโดยใช้ ในการบุกยึดเกาะฟอล์คแลนด์ โดยลักลอบส่ง
กำลังอากาศนาวีเป็นอาวุธหลัก ส่วนแนวความคิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นบกที่ชายหาดบริเวณ
ในการใช้เรือดำน้ำที่สามารถปฏิบัติการได้จริง ๒ ลำ กระโจมไฟ Cape Pembroke เกาะฟอล์คแลนด์
ARA Santa Fe ใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ ตะวันออกใน ๒ เมษายน สำหรับอีกภารกิจคือการ
ทางเรือและการส่งกำลังบำรุงทั้งนี้ได้เตรียมแผนที่จะให้ ส่งกำลังบำรุงในยุทธบริเวณ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่แทน
ลาดตระเวนตามแนวระหว่างเกาะ Ascension และ เรือผิวน้ำที่มีแนวความคิดให้หลีกเลี่ยงการปะทะนั้น
เกาะ South Georgia เพื่อรังควานเส้นทางคมนาคม ARA Santa Fe ได้รับมอบให้ปฏิบัติการบริเวณทางใต้

ของอังกฤษด้วย สำหรับ ARA San Luis ให้ลาดตระเวน การปฏิบัติเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งเช้าวันที่


12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

๒๕ เมษายน หลังจากที่ได้ปฏิบัติภารกิจในการส่งกำลัง ถึงพื้นที่ปฏิบัติการ Maritime Exclusive Zone
ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่บริเวณกลางเกาะ South ใน ๑๐ วัน ต่อมาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ขั้นตอนแรก

Georgia (Grytviken) ในคืนที่ผ่านมาเสร็จสิ้น กำลังจะ ในพื้นที่รับผิดชอบ HMS Splendid ที่อยู่ทางเหนือ
ออกทะเลได้ถูกตรวจพบและโจมตีโดยเฮลิคอปเตอร์ บริเวณท่าเรือเมือง Stanley เพื่อเฝ้าตรวจการเพิ่มเติม
อังกฤษเสียหายอย่างหนักจนต้องสละเรือในที่สุด กำลังได้ตรวจพบการวางทุ่นระเบิดทางรับของเรือยกพล
ส่วนเรือดำน้ำที่เหลืออีกลำ คือ ARA San Luis ขึ้นบกขนาดใหญ่ (Landing Ship Tank) อาร์เจนตินา
ได้ออกปฏิบัติการตั้งแต่สัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนเมษายน ส่วน HMS Spartan ตามที่เคยกล่าวไว้แล้ว กิจที่ได้
จนสิ้นสุดสงคราม พื้นที่รับผิดชอบ คือ บริเวณด้านเหนือ รับมอบคือ ลาดตระเวนในพื้นที่ระหว่างชายฝั่ง
ของหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ มีการปฏิบัติที่สำคัญคือ อาร์เจนตินากับหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ส่วนในขั้นต่อไป

มีโอกาสเข้าโจมตีกำลังทางเรืออังกฤษถึง ๓ ครั้ง กล่าวคือ เมื่อกำลังทางเรือเฉพาะกิจเดินทางมาถึง ได้มีการ
ในครั้งแรก เมื่อ ๑ พฤษภาคม ได้เข้าโจมตีต่อหมู่เรือ ปรับพื้นที่ลาดตระเวนใหม่เป็นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ฟริเกต HMS Brilliant และ HMS Yarmouth ตอร์ปิโด และตะวันออกเฉียงเหนือตามลำดับ HMS Splendid
พลาดเป้าหมาย จากนั้นได้ถูกเรือฟริเกตทั้ง ๒ ลำ ตีโต้ตอบ ได้ตรวจพบเรือพิฆาต Type 42 ของอาร์เจนตินา
และไล่ล่าถึง ๒๐ ชั่วโมง แต่ก็เอาตัวรอดได้ ครั้งที่ ๒ จำนวน ๓ ลำ ได้รายงานให้หน่วยเหนือทราบ
เมื่อ ๘ พฤษภาคม เป็นการต่อตีเรือดำน้ำแต่ไม่ได้ เรือดำน้ำอังกฤษชุดแรกอีก ๑ ลำ คือ HMS
รับรายงานความเสียหายจากฝ่ายตรงข้าม ส่วน Conqueror ได้ออกเดินทาง ใน ๔ เมษายน ถึงพื้นที่
ครั้งสุดท้าย เมื่อ ๑๐ พฤษภาคม ได้เข้าโจมตีหมู่เรือ ปฏิบัติการ ใน ๑๑ เมษายน วันเดียวกับเรือ ๒ ลำแรก
พิฆาต ๒ ลำ HMS Arrow และ HMS Alacrity โดยใช้ โดยมีหน่วยรบพิเศษ (Special Boat Service/SBS)

ตอร์ปิโดต่อเรือลำแรกแต่พลาดและหมดโอกาสที่จะ มากับเรือด้วย พื้นที่ลาดตระเวนที่ได้รับมอบ คือ
โจมตีซ้ำ ทั้งนี้สาเหตุการพลาดเป้าทั้งสาม ส่วนใหญ่ รอบบริเวณเกาะ South Georgia ใน ๑๙ เมษายน
มาจากความล้าสมัยและชำรุดขัดข้องขององค์วัตถุ ได้ส่งชุดลาดตะเวนชายฝั่งของ SBS ลักลอบขึ้นบก
สำหรับทางฝ่ายอังกฤษนั้น HMS Spartan และ ที่บริเวณด้านเหนือของเกาะ ใน ๒๓ เมษายน ได้รับ
HMS Splendid ได้ออกเดินทาง ใน ๑ เมษายน คำสั่งให้ไปค้นหาเรือดำน้ำ ARA Santa Fe แต่หาไม่พบ
เมื่อกำลังทางเรือเฉพาะกิจเดินทางมาถึงมีการปรับพื้นที่
ลาดตระเวนเรือดำน้ำใหม่ โดยให้ HMS Conqueror

รับผิดชอบทางด้านใต้ของหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ใน
๒ พฤษภาคม ได้ตรวจพบหมู่เรือผิวน้ำอาร์เจนตินา
โดยมีเรือลาดตระเวน ARA General Belgrano และ
เรือคุ้มกัน ๒ ลำ จึงได้ขออนุญาตเข้าตีโดยได้ยิงตอร์ปิโด
ไป ๓ ลูก ๒ ลูกแรกถูกเป้า ARA General Belgrano
และได้จมใน ๔๕ นาทีต่อมา ส่วนลูกสุดท้ายพลาดเป้า
เรือคุ้มกันไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งการจมของเรือ
ประจัญบานดังกล่าวนี้ ได้ผลทางการคุกคามมากเพราะ
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนสงครามสิ้นสุด กองเรือผิวน้ำ

อาร์เจนตินาไม่เคยออกจากฝั่งเกิน ๑๒ ไมล์ทะเลอีกเลย



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 13

นอกจากนี้ ในเรื่องการปฏิบัติการเรือดำน้ำ
ได้กล่าวว่า การรบครั้งนี้เรือดำน้ำได้แสดงให้เห็นถึงการ

เป็นกำลังรบที่เด็ดขาด รุนแรง สามารถเป็นอาวุธ
ที่ชี้ขาดการแพ้ชนะของสงครามได้ จากกรณี HMS
Conqueror จมเรือลาดตระเวน ARA General Belgrano
ซึ่งหลังจากนั้นมาเรือรบอาร์เจนตินาไม่กล้าออกนอก
ทะเลอาณาเขตของตนอีกเลย ส่วนการใช้เรือดำน้ำ
นิวเคลียร์ที่ได้เปรียบในเรื่องความเร็ว มีระยะปฏิบัติการ
ที่นาน ไม่ต้องอาศัยการส่งกำลังบำรุงจากภายนอก

สามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระจะเป็นกำลังที่เหมาะสม
มากในการแก้ปัญหาวิกฤตลักษณะนี้ เพราะจะเป็นยาน
ที่เข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติการได้ก่อน และมีศักยภาพ
ในการป้องปราม จำกัดความเคลื่อนไหวหรือการปฏิบัติ

เรือลาดตระเวน ARA Belgrano กำลังจม ของข้าศึกมิให้ขยายขอบเขตสงครามออกไปก่อนที่
บทเรียน กำลังหลักจะมาถึง รวมทั้งมีขีดความสามารถสูงในการ
เอกสารแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดทำ หาข่าวหรือปฏิบัติการในทางลับต่าง ๆ
บทความนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอกสารทางราชการ สำหรับในเอกสารของกระทรวงทหารเรือสหรัฐฯ
ที่แจกจ่ายเปิดเผยของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ได้วิจารณ์ฝ่ายอาร์เจนตินาว่าทำสงครามทั้ง ๆ ที่ยัง

ตามที่ได้เคยเรียนให้ทราบแล้วนั้น ได้นำเสนอบทเรียน ไม่พร้อมรบที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ เรือดำน้ำชั้น ๒๐๙
ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้หลายประเด็น ซึ่งสามารถสรุปได้ คือ อีก ๑ ลำ มีปัญหาเครื่องยนต์ต้องอยู่ในอู่รับการ
กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้เสนอบทเรียนที่ได้จาก ซ่อมทำตลอด ตอร์ปิโดของ ARA San Luis ทั้งหมด
ภาพรวมของการปฏิบัติการทางเรือในสงครามครั้งนี้ ที่ใช้ไปพลาดเป้าหมด เนื่องจากความบกพร่องของ
ว่าการที่การปฏิบัติการดังกล่าวของกำลังทางเรือ ระบบควบคุมการยิง แต่อย่างไรก็ดีแม้กองทัพเรือ
เฉพาะกิจได้รับผลสำเร็จเป็นอย่างสูงเพราะสาเหตุ อาร์เจนตินาจะมีเรือดำน้ำที่เก่าล้าสมัยเพียง ๔ ลำ
สำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ใช้ราชการได้เพียง ๒ ลำ สูญเสียเมื่อเริ่มต้น ๑ ลำ

- การยึดมั่นในหลักการของสงครามทางเรือที่ อีก ๑ ลำ ระบบควบคุมการยิงขัดข้อง แต่การปฏิบัติการ
สำคัญ คือ การจำกัดข้าศึกให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ของกองเรือนี้ ได้ผลการคุกคามสามารถป้องปราม
การป้องกันทางลึก และการดำรงไว้ซึ่งความเป็น ฝ่ายตรงข้ามได้พอสมควร
ฝ่ายริเริ่ม ส่วนในการปฏิบัติการของฝ่ายอังกฤษนั้น เอกสาร
- การประกอบกำลังที่ได้สัดส่วนทั้งเรือผิวน้ำ ดังกล่าวได้ให้ความเห็นคล้าย ๆ กับกระทรวงกลาโหม
เรือดำน้ำ อากาศนาวี หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ อังกฤษ แต่เพิ่มเติมว่าการประกาศพื้นที่ควบคุม
และนาวิกโยธิน ทางทะเล และใช้เรือดำน้ำนิวเคลียร์ไปปฏิบัติการ
- การได้การสนับสนุนการรบที่ดีอย่างต่อเนื่อง ควบคุมพื้นที่ดังกล่าวก่อนที่กำลังหลักจะมาถึง
ทั้งจากกองเรือยุทธบริการ และเรือสินค้า เรือเอกชน นับว่าเป็นการขัดขวางทางทะเล (Maritime Interdiction

ที่ระดมสรรพกำลังมา Operations) ที่ได้ผล ทำให้อาร์เจนตินาไม่สามารถ


14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

เพิ่มเติมกำลังในพื้นที่เป้าหมายได้ น่าที่กองทัพเรือ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปปฏิบัติการในน่านน้ำข้าศึก

สหรัฐฯ จะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤตแบบเดียวกัน ความอ่อนตัวในการดำเนินกลยุทธ์ (Maneuver)
เอกสารวิจัยของ นาวาตรี Steven R. Harper ที่สามารถเคลื่อนย้ายถ่ายเทกำลังได้ง่าย การระวัง
ที่นำเสนอวิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐฯ ได้วิเคราะห์ ป้องกัน (Security) ซึ่งตามหลักการของการรบทางเรือ
การใช้เรือดำน้ำในสงครามครั้งนี้ไว้ ดังนี้ การป้องกันการเข้ามาของข้าศึกที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน
ประการแรกได้เรียกการใช้เรือดำน้ำของอังกฤษใน ในทางลึกเข้ามาเป็นฉากระยะต่างจนถึงจุดศูนย์กลาง
ครั้งนี้ว่า เป็น “การทูตแบบเรือดำน้ำ” (Submarine การรวมกำลัง (Mass) ที่การรบแตกหักบางครั้งต้อง
Diplomacy) ทั้งนี้เนื่องจากการส่งเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เข้าตีพร้อมกันในทุกมิติ ทั้งผิวน้ำใต้น้ำและทางอากาศ

๒ ลำแรกออกเดินทางไปหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ในวันที่ การออมกำลัง (Economy of Force) ที่บางครั้ง เมื่อมี
๑ เมษายน ค.ศ.๑๙๘๒ ก่อนที่จะทราบว่าอาร์เจนตินา กำลังน้อยกว่าหรือต้องการประหยัดกำลังไว้ใช้ในยาม
จะบุกยึดหมู่เกาะโดยออกข่าวทางสื่อมวลชน ซึ่งปกติแล้ว จำเป็นอาจต้องใช้การรบแบบอสมมาตรใช้กำลังน้อย
การยาตราเรือดำน้ำนั้น น่าจะเป็นความลับ เป็นเพราะ เข้ารบกับกำลังที่มากกว่า การจู่โจม (Surprise) ที่ต้อง







องกฤษตองการใหรฐบาลอารเจนตนาทราบวา “เรอดำนำ ใช้กำลังที่มีขีดความสามารถในการซ่อนพลาง ใช้อาวุธ


มาแล้ว” อีก ๑๐ วันถึง ที่อังกฤษกระทำเช่นนี้เนื่องจาก เด็ดขาดเจาะเข้าหาศูนย์กลางหรือดักคอยโจมตี
ในช่วงเวลานั้น ได้เกิดเหตุการณ์กรณีทหารอาร์เจนตินา ณ จุดบังคับผ ่านโดยไม่ให้รู้ตัว ตลอดจนมีเอกภาพใน
บุกขึ้นขับไล่ และจับกุมคนงานบริษัทอังกฤษที่เกาะ การบังคับบัญชา (Unity of Command) และมีความ
South Georgia เมื่อ ๑๙ มีนาคม และคาดว่า ง่าย (Simplicity)
อาร์เจนตินาคงจะคิดก่อสถานการณ์วิกฤตในบริเวณนั้น
แน่นอน จึงปรามว่าให้เลิกล้มแนวความคิด ซึ่งก็ได้ผล ความคิดเห็นโดยทั่วไป
รัฐบาลทหารของอาร์เจนตินาที่มีแผนจะบุกยึดหมู่เกาะ ผู้เขียนได้เคยจัดทำบทความเกี่ยวกับเรือดำน้ำ
ฟอล์คแลนด์เมื่อพร้อม ต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อ ลงในนิตยสารนาวิกศาสตร์หลายเรื่องด้วยกัน ทั้งในเรื่อง
ตัดสินใจว่าจะยึดหมู่เกาะดังกล่าวนี้หรือไม่ ถ้ายึด ความจำเป็นที่จะต้องมีในประจำการ ขนาดที่เหมาะสม
จะต้องกระทำก่อนที่เรือดำน้ำนิวเคลียร์ทั้งสองจะมาถึง สำหรับกองทัพเรือไทย รวมทั้ง หากมีแล้วควรใช้งาน


หรอเลกลมแนวความคด เพราะถาเรอดำนำดงกลาวมาถง อย่างไร สำหรับบทความนี้ใคร่ขอเสนอความคิดเห็นที่








จะกระทำได้ยากมากหรือไม่ได้เลย ผลการประชุม ยังเป็นประเด็นถกแถลงกันอยู่ ซึ่งมี ๓ ประเด็นด้วยกัน
อาร์เจนตินาตัดสินใจยึดหมู่เกาะในวันรุ่งขึ้น ทั้งที่ยัง คือ กองทัพเรือจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำหรือไม่ หากจำเป็น
ไม่พร้อม สำหรับคุณค่าของเรือดำน้ำนั้น นอกจาก ในยามที่เศรษฐกิจประเทศยังไม่ดีพอเช่นนี้ ถึงเวลา
จะวิเคราะห์ให้เห็นถึงการเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ ที่สมควรจะต้องจัดหาแล้วหรือยัง และทำไมจะต้อง
ในเชิงป้องปรามแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเรือดำน้ำ จัดหาจากประเทศจีน
เป็นอาวุธที่มีความจำเป็นที่จะต้องถูกใช้ในระดับยุทธการ ประเด็นแรก ความจำเป็นของกองทัพเรือ ที่ต้องมี
และยุทธวิธีด้วย เพื่อให้การรบทางเรือนั้น ๆ เป็นไปตาม เรือดำน้ำ จากการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ของบทความนี้
หลักสงคราม (Principles of War) ทั้งในเรื่องการให้ได้มา ทั้งในเรื่องของการเป็นอาวุธยุทธศาสตร์ของเรือดำน้ำ
ซึ่งการบรรลุวัตถุประสงค์ (Objective) หรือสิ่งที่มุ่ง และลักษณะการใช้กำลังในสงครามทางเรือสมัยใหม่

ซึ่งสิ่งที่มุ่งในการรบทางเรือมักจะเป็นเรือหลักหรือเรือ ทุกท่านคงเห็นพ้องกับผู้เขียนว่าหากต้องการให้
ที่มีคุณค่าของข้าศึก การดำรงการเป็นฝ่ายรุก (Offensive) กองทัพเรือ มีขีดความสามารถในการป้องปรามได้จริง



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 15

เป็นที่ยอมรับของกองทัพเรือต่าง ๆ ในภูมิภาค ซึ่งจะมี จัดหาวันนี้ และถ้าเนิ่นนานไปเวลาก็ออกไปเรื่อย
ผลกระทบถึงการเจรจาต่อรองการดำเนินการทางการ สถานการณ์ของประเทศเมื่อพ้น ๒๐ ปี ออกไป ไม่มีใคร

เมืองระหว่างประเทศ และการรักษาสันติสุขในภูมิภาค ตอบได้ เพราะนอกระยะเวลาการประเมินยุทธศาสตร์
รวมไปถึงหากจำเป็นต้องเข้าสู่สภาวะสงครามแล้ว ดังนั้น เพื่อให้ประเทศนี้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด จึงขอให้
มีความต้องการให้กองทัพเรือ ทำการรบโดยไม่เป็นรองใคร ความเห็นว่า “ประเทศไทยควรจะจัดหาเรือดำน้ำทันที
กำลังทางเรือของกองทัพเรือ จะต้องเป็นกำลังที่ได้ ในโอกาสแรกที่ทำได้”
สัดส่วน ทั้งเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ กำลังอากาศนาวี ส่วนประเด็นสุดท้าย ที่ว่าทำไมจึงจัดหาจาก
หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือ และกำลังนาวิกโยธิน ประเทศจีนนั้น นอกจากการชี้แจงของกองทัพเรือตามที่
จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แม้ว่ากำลังบางประเภท ปรากฏต่อสาธารณะชน ซึ่งสรุปได้ว่าจากการพิจารณา

ของกองทัพเรือ จะมีขีดความสามารถสูงและมีจำนวน ความเหมาะสมหลายด้านในการคัดเลือกแบบจาก
มากกว่า แต่ปัจจุบันกองทัพเรือ ยังขาดเรือดำน้ำ ข้อเสนอของบริษัทผู้ผลิตจากประเทศต่าง ๆ รวม
หากจะให้ความเห็นในฐานะอดีตนายทหารที่เกี่ยวข้อง ๖ ประเทศ จีนเป็นรายเดียวที่เสนอเรือจำนวน ๓ ลำ
กับการปฏิบัติการทางเรือมาก่อน ขอเรียนว่าเมื่อพิจารณา ขณะที่รายอื่น ๆ เสนอ ๒ ลำ รวมทั้งเรือดำน้ำจีนที่
เปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคแล้ว กองทัพเรือ เสนอมีสมรรถนะและขีดความสามารถที่สำคัญต่าง ๆ
ไทยยังไม่มีขีดความสามารถในการป้องปรามพอให้เป็น เหนือกว่า หรือไม่ด้อยกว่าเรือจากประเทศอื่นด้วยแล้ว
ที่ยอมรับได้ รวมทั้งหากต้องทำการรบจริง กองทัพเรือไทย ต่อกรณีที่บางท่านยังมีข้อกังขาที่ว่า เทคโนโลยีและ
มีจุดอ่อนที่ทำให้เสียเปรียบกองทัพเรืออีกหลายประเทศ ความทันสมัยของแบบเรือดำน้ำจากประเทศที่
ดังนั้น “เรือดำน้ำจึงมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย” กองทัพเรือเลือกอาจด้อยกว่าของประเทศจากกลุ่ม

สำหรับอีกประเด็น ที่ขอเสนอความคิดเห็นในที่นี้ ตะวันตก ผู้เขียนเห็นว่า หากพิจารณาการปฏิบัติการ
คือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องจัดหา ในการนี้ขอตัด ของเรือดำน้ำอาร์เจนตินาตามบทความที่เพิ่งได้นำเสนอ
การพิจารณาในเรื่องฐานะการเงินการคลังของประเทศ ไปแล้ว แม้เรือดำน้ำที่ใช้จะเป็นเรือเก่าใช้งานมานาน
ไปก่อน ขอตอบว่าควรจะต้องจัดหาทันทีในโอกาสแรก และล้าสมัย ตลอดจนไม่ได้รับการซ่อมบำรุงเท่าที่ควร
เหตุผลก็คือ ถ้าจัดหาวันนี้ยังเรียกได้ว่าไม่ทันการ แต่เรือดำน้ำอาร์เจนตินาก็ยังเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว
กล่าวคือปัจจุบันตามที่กล่าวมาแล้ว การขาดเรือดำน้ำ เป็นภัยคุกคามที่สร้างความกังวล และจำกัดเสรีในการ
ในประจำการทำให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการ ปฏิบัติการทางเรือของอังกฤษที่มีความเหนือกว่า

ป้องปรามไม่ดีพอ และอำนาจกำลังรบยังเสียเปรียบอีก ทั้งจำนวน เทคโนโลยี และความทันสมัยได้มาก ดังนั้น
หลายประเทศ หากคิดจะแก้จุดอ่อนในวันนี้ด้วยการเริ่ม จึงสามารถสรุปเป็นความเห็นในข้อนี้คือ “ในขณะที่
กระบวนการจัดหา อาจถึงประมาณ ๕ - ๘ ปี กว่าเรือ มีความจำเป็นที่จะต้องมีประจำการในโอกาสแรก
จะกลับมาเมืองไทย และแม้ว่ากำลังพลจะได้รับการฝึก โดยงบประมาณจำกัด การที่จะจัดหาให้บรรลุตาม
มาแล้ว ความชำนาญเฉพาะแบบ ประสบการณ์และ ความต้องการ ทั้งจำนวน ขีดความสามารถ และ
ความช่ำชองทางยุทธวิธีที่มากพอและเหนือกว่า จึงจะ การสนับสนุนอื่น ๆ ที่กำหนดน่าจะเป็นหนทางปฏิบัติ
เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ต้องอีกประมาณ ๑๐ ปี จากวันที่เรือมา ที่ดีกว่าการได้เรือทันสมัยราคาแพง แต่ไม่สามารถ
รวมเป็นอีกเกือบ ๒๐ ปี กว่าเราจะมีขีดความสามารถ สนองตอบความต้องการดังกล่าวได้ หรือไม่มีการ
เป็นที่ยอมรับของเพื่อนบ้าน แม้จะเริ่มกรรมวิธีในการ จะจัดหาเลย”





16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

รบ ช่วยกันรบ





พลเรือโท พัน รักษ์แก้ว




























วัน และการตรวจสอบสมรรถภาพนักบิน เป็นผลให้คนไทย
หยุดราชการหลายวันเทศกาลสงกรานต์
ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ ที่ผ่านมา มีคนไทย กลุ่มหนึ่งต้องผิดหวังในการเดินทางไปยังญี่ปุ่น
ออกท่องเที่ยวยังต่างประเทศจำนวนมาก แต่ผู้ที่จะ และเกาหลีใต้ดังกล่าวแล้ว ซึ่งกรมการบินพลเรือน

เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จำนวนหนึ่ง ก็รู้ดีว่า ข้อบกพร่องเกิดจากสาเหตุใดที่จะต้องแก้ไข
ต้องผิดหวังเพราะทางการญี่ปุ่น และเกาหลีใต ้ โดยด่วน อาจต้องใช้เวลาถึง ๓ - ๔ เดือน และบางที
ห้ามเครื่องบินของบริษัทการบินของไทยบางบริษัท รัฐบาลอาจใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ ของ
ลงจอดที่สนามบินในประเทศของตน เนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญปัจจุบันในการเร่งแก้ไขปัญหานี้ก็ได้
ในเดือนมกราคมต้นปี ก่อนวันสงกรานต์ ทางองค์การบิน (บางกอกโพสต์ วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘)
พลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation ยิ่งไปกว่านั้นในเวลาต่อมา ในปลายเดือนเมษายน
Organization - ICAO) ได้แจ้งกรมการบินพลเรือน ก็มีข่าวว่า องค์การบริหารการบินสหพันธ์รัฐ ของสหรัฐฯ
(Department of Civil Aviation - DCA) ของไทยว่า (US Federation Aviation Administration - FAA)
การดำเนินงานของกรมการบินพลเรือน - ไม่เป็นไปตาม ได้ขอตรวจสอบการออกใบอนุญาตของการบิน

มาตรฐานความปลอดภัยการบิน - has failed to แก่เครื่องบินและนักบิน รวมทั้งขอตรวจสอบมาตรฐาน
meet aviation safety standards - ในการออก สนามบินระหว่างประเทศในเมืองไทยด้วย ซึ่ง
ใบอนุญาตผู้ประกอบการบิน การตรวจสภาพเครื่องบิน การตรวจสอบอาจกินเวลาไปถึง พ.ศ.๒๕๖๐


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 17

(บางกอกโพสต์ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘) นอกเหนือ รวมทั้งการปรับปรุงสมรรถภาพของเรือสำคัญ ๓ ลำ

โดยการตรวจสอบจากองค์การของสหประชาชาติ UN ให้สามารถติดต่อสื่อสารกับเครื่องบินแบบใหม่ของ
(ICAO) ดังกล่าวมาแล้ว นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ทหารอากาศไทยได้
พ.ศ.๒๕๕๘ หน่วยงานการบินพลเรือนของจีน ก็ขอตรวจ ในหัวข้อ “การปรับปรุง” ยุทโธปกรณ์
สอบมาตรฐานความปลอดภัยของสายการบิน ๔ สาย (Modernisation) นิตยสารบอกว่า บริษัท ซ้าบ (Saab)
ของไทย ที่ทำการบินยังเส้นทางสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังติดตั้งระบบศูนย์ยุทธการและควบคุมการยิง
อีกด้วย (บางกอกโพสต์ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ) แก่เรือฟริเกตชั้นนเรศวร ๒ ลำ มูลค่า ๗๓ ล้านดอลลาร์
ทำไมหน่วยเหนือหรือหน่วยข้างเคียงของ สหรัฐฯ (ราว ๒,๒๖๐ ล้านบาท) กำหนดแล้วเสร็จใน

กรมการบินพลเรือนไม่เห็น หรือเห็นแล้วไม่บอกว่า พ.ศ.๒๕๕๗ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูล
การดำเนินงานของกรมการบินพลเรือน ไม่ได้มาตรฐาน (Data Link) เพื่อให้เรือสามารถสื่อสารกับเครื่องบินขับไล่
เป็นประเด็นว่า เกิดเรื่องขึ้นมาโดยคนนอกประเทศ JAS 39 Gripen และเครื่องบินตรวจการณ์ทาง
หรือคนอื่นเป็นคนบอก เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย อิเล็กทรอนิกส์ Saab 340 s ของทหารอากาศไทย
ในการเดินอากาศระหว่างประเทศซึ่งมีหน้าที่บอก ที่สั่งซื้อจากสวีเดนได้ (In October 2010 Jane’ s
หน่วยงานประเทศใด ก็ตามในโลกที่ดูแลการเดินอากาศ Learned that the RTN had selected Saab to
อย่างเสี่ยงต่อความปลอดภัย แต่หน่วยงานอื่นไม่เป็น upgrade the combat management and fire -
เช่นนั้น ไม่มีใครบอกว่า หน่วยงานนั้นหรือกองทัพเรือมี control systems on its two Chinese - built
สถานภาพ และประสิทธิภาพเพียงใด อย่างปรากฏใน Type 25 Naresuan - class frigates . This was

วารสารการทหารที่แพร่หลายทั่วโลก เป็นต้นว่า confirmed in June 2011 when Saab was
Jane’s Navy International, Jane’s Defence formally awarded contracts , valued at a
Weekly เช่น บทความใน Jane’s World Navies ลง combined SEK 454 million (USD 73 million)
วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕ เรื่อง World Navies, and running from 2011 to install its 9 LV
Thailand จากต่างประเทศที่กล่าวถึง
กองทัพเรือไทย ตั้งแต่การจัด
ส่วนราชการ นามผู้บังคับบัญชาชั้นสูง

การควบคุมการบัญชาการ บทบาท
แ ล ะ ก า ร ใ ช้ ก ำ ลั ง ห ลั ก นิ ย ม
และยุทธวิธีการฝึก การกำลังพล
ของฐานทัพ ขวัญกำลังรบทางเรือ
ทางอากาศ และนาวิกโยธิน ที่สำคัญ
คือ ความเห็นเกี่ยวกับความพร้อมรบ
(Readiness) ความอึด (Sustainment)
แ ล ะ ก า ร ป รั บ ตั ว เข้ า กั บ ง า น
(Adaptability) นอกจากนั้น

เป็นเรื่องของกำลังรบหลัก การที่จะ
จัดหาเรือและเครื่องบินรุ่นใหม ่ เครื่องบินกริพเพนของกองทัพอากาศ


18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

Mk 4 combat management system and CEROS fighters and Erieye airborne early warning

200 fire - control system . Work on installing aircraft.
the system will be undertaken by a Thai
shipyard under subcontract to Saab said it will
also supply data link equipment to the ships,
which will allow communication between the
frigates and the Royal Thai Air Force’ JAS 39
Gripen fighter aircraft and Saab 340 s

turboprops , which are fitted with the Erieye
airborne early warning radar system )
นอกจากนี้ บริษัท Saab ยังได้ทำสัญญาติดตั้ง
เรดาห์ตรวจการณ์ และ Data link รวมทั้งปรับปรุง
ระบบศูนย์ยุทธการของเรือบรรทุกเครื่องบินทหารเรือไทย
ที่จะอำนวยให้เรือติดต่อสื่อสารกับเครื่องบิน กริพเพน เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของราชนาวีไทยที่ต่อจากสเปน
ของทหารอากาศไทย ด้วยมูลค่า ๒๖.๘ ล้านดอลลาร์ สรุปได้ตามนิตยสารบอกก็คือ งานปรับปรุงระบบ
สหรัฐฯ (ราว ๗๗๐ ล้านบาท) ด้วยเช่นกัน กำหนด ยุทธการ และการติดต่อสื่อสารให้เรือฟริเกตจากจีน
แล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ๖ ลำ และเรือบรรทุกเครื่องบินจากสเปนติดต่อกันได้

In April 2011 Local news sources reported กับเครื่องบินรบของทหารอากาศจากสวีเดนจะใช้เงิน
that the navy has plans to upgrade the HTMS ๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่บริษัท Saab ของสวีเดน
Chakri Naruebet at a cost of about THB 1 ผู้ผลิตเครื่องบิน และรถยนต์เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุง
billion (USD 33 million) . In April 2012 ,Swedish ส่วนเงินค่าดำเนินการไม่ทราบว่าเงินจากทหารเรือ
systems and sensors group Saab was awarded หรือทหารอากาศ แต่ที่แน่นอนคือ เงินภาษีจากประชาชน
a USD 26.8 million contract for the upgrade of ที่ต้องจ่ายหากต้องการให้ “การรบร่วม” เป็นไปได้
combat system. Saab is to equip Chakri การติดต่อสื่อสารการรบร่วมระหว่างเรือรบ

Naruebet with a 9 LV Mk 4 Combat กับเครื่องบิน Sea - Air Battle ของทหารไทย
management system , a Sea Giraffe AMBG - มีครั้งแรกในกรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝรั่งเศสใน
band 3 D surveillance radar and new data link พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๔ โดยกองทัพอากาศได้จัดตั้ง
equipment . “กองบินน้อยผสมพิเศษจันทบุรี” ซึ่งประกอบด้วย
It will also act as combat system “ฝูงบินขับไล่อิสสระ” ใช้เครื่องบิน Hawk 3 จำนวน
integrator, taking responsibility for the ๙ เครื่อง ที่เป็นเครื่องบินอันทันสมัยมากในเวลานั้น
procurement of third - party systems and กับ “ฝูงบินตรวจการณ์ ที่ ๓๒” จำนวน ๙ เครื่อง
integration of new and legacy systems . เช่นกันเป็นเครื่อง Corsair (หัวถาด) ซึ่งเครื่องบิน
Following completion in 2015 , the datalink fit ทั้ง ๒ แบบติดทั้งปืนกลอากาศ และลูกระเบิด

will enable connectivity between Chakri เป็นอาวุธโจมตี กองบินประจำอยู่ที่สนามบิน
Naruebet and Royal Thai Air Force Gripen เนินพลอยแหวน จันทบุรี


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 19

ในด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างกองบินน้อย ไม่ขาดระยะ ก็ได้แต่นึกอยู่ในใจว่า กองเรือของเรา

กับหน่วยอื่นนั้น จากรายงานกองทัพอากาศไทย ซึ่งจอดอยู่ในอ่าวเกาะช้างที่เห็นเมื่อวานตอนเย็นนั้น
(ในหนังสือ “เมื่อธนบุรีรบ” ของ พลเรือเอก จิตต์ คงถูกข้าศึกจู่โจมทำการยิงแน่ และคงอยู่ในฐานะ
สังขดุลย์) บันทึกไว้ว่า “การติดต่อสื่อสารนั้น สามารถ เสียเปรียบอย่างมาก”
ติดต่อกับกองทัพอากาศได้ โดยทางวิทยุทั้งรหัส นั่นเป็นเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือรบไทย
และคำพูด (เสียง) ส่วนการติดต่อกับฐานทัพเรือ กับเครื่องบินรบไทยใน พ.ศ.๒๔๘๔ ต่อมาระหว่างปี
ที่สัตหีบไม่ได้มีการติดต่อกัน และยิ่งกับกองเรือยิ่งไม่เคย พ.ศ.๒๕๐๑ - ๒๕๐๒ ก่อนที่ผู้เขียนจะเข้าศึกษา
ได้ติดต่อกันเลย การติดต่อระหว่างเครื่องบินกับเรือรบ ในโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ ผู้เขียนได้ร่วมการฝึก

นั้นติดต่อกันไม่ได้ อย่าว่าแต่เครื่องบินกับเรือรบเลย ยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือหลายครั้ง ขณะอยู่หน่วย
แม้เครื่องบินกับเครื่องบิน เครื่องบินกับพื้นดินก็ติดต่อกัน ทำลายใต้น้ำ เมื่อครั้งใดมีเครื่องบินทหารอากาศเข้าร่วม
ไม่ได้ เพราะเครื่องบินใช้ทัศนสัญญาณระหว่าง ฝึกด้วย จะมีรถจี๊ปสื่อสารของทหารอากาศขึ้นไป
พวกเดียวกัน เช่น นักบินชูกำปั้น หมายความว่า อยู่ดาดฟ้าเรือยกพลขึ้นบกลำใหญ่ (LST) เพื่อติดต่อ
ลงโจมตี จะให้ลงก็ใช้ผ้าปูกับพื้น การติดต่อสื่อสาร สื่อสารกับนักบิน เพราะเรือติดต่อกับเครื่องบินโดยตรง
ระหว่างฝูงบินกับส่วนราชการของจังหวัดที่จันทบุรี ไม่ได้ ข่าวสารทั้งส่งและรับจากรถจิ๊ปจะถ่ายทอดข่าวไป
และตราด โดยทางโทรศัพท์ของที่ทำการไปรษณีย์ ยังสะพานเดินเรือ LST ที่อาจต้องถ่ายทอดไปยังเรือธง
โทรเลขของจังหวัด” อีกทีหนึ่ง หากเรือ LST ไม่ใช่เรือธง ทำให้ขาดปัจจัย
“ทันเวลา” (Timeliness) ของการสื่อสาร ไปไม่น้อย

ในช่วงเวลานั้น
หันไปดูการรบทางบกบ้าง ใน พ.ศ.๒๕๓๐ ผู้เขียน
เข้าศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ในขณะทัศนศึกษาต่างจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และภาคเหนือ ได้มีโอกาสเยี่ยมทหารป่วยจากการรบ
ที่บ้านร่มเกล้าระหว่างทหารไทยกับลาว ที่โรงพยาบาล
จังหวัดอุตรดิตถ์ และฟังการบรรยายสรุปเรื่องการรบ

ที่จังหวัดพิษณุโลก อันเป็นการรบร่วมภาคพื้นดิน -
อากาศ Land - Air Battle ที่ผลการรบเป็นอย่างใด
คงทราบกันอยู่ ซึ่งมีปัจจัยการติดต่อสื่อสารภาคพื้นดิน
เครื่องบิน Hawk 3 เป็นเครื่องบินขับไล่ของทหารอากาศที่ทันสมัยมากในสมัยนั้น
- อากาศ ในการรบร่วมเป็นปัจจัยชี้ขาดปัจจัยหนึ่ง
ทั้งนี้ ในวันที่เกิดการรบที่เกาะช้าง วันที่ ๑๗ ต่อผลของการรบ
มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ นั้น ทางกองบินน้อยรู้ว่า เกิดการรบ มาถึงปัจจุบัน ก็เช่นเดียวกับการรบที่เกาะช้าง
ระหว่างหน่วยเรือรบไทยกับเรือรบฝรั่งเศส โดยได้ยิน พ.ศ.๒๔๘๔ และในการฝึกยกพลขึ้นบก หลาย ๆ ครั้ง
เสียงปืน และโดยบันทึกของทหารอากาศเช่นกันว่า ที่เรือจากจีน เรือจากสเปน ก็ติดต่อสื่อสารกับเครื่องบิน
“และแล้วในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ จากสวีเดน ที่เพิ่งเข้าประจำการเร็ว ๆ นี้ไม่ได้ นอกเสีย
ขณะที่ยังมืดอยู่ประมาณ ๐๕.๐๐ นาฬิกาเศษ พวกเรา จากจะจ่ายเงินให้บริษัท Saab ของสวีเดนผู้สร้างเครื่อง
ต้องตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องกัน บินเสียก่อน นับพันล้านบาท



20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใดก็ตาม โดยปกติ Cruiser (TDC) ขนาด ๒๐,๐๐๐ ตัน แทนเรือใหญ่

จากกองทัพไปยังระดับกระทรวงที่เห็นชอบโครงการแล้ว ขนาดมาตรฐานเชื่อว่า STOVL จะรบทางอากาศได้
ก็จะไปสู่ระดับรัฐบาลอยู่ในงบประมาณการทหาร ทัดเทียมกับเครื่องบินรบแบบอื่น คราวนี้รัฐสภาอังกฤษ
ระหว่างทางจะถูกพิจารณาซักไซ้ไล่เรียงไปตามลำดับ อนุมัติสร้าง ๒ ลำ ในขณะที่ปลดเรือเก่า ๒ ใน ๓ ลำ
เช่น เสนอมีเรือดำน้ำ ก็อาจมีคำถามกลางทางว่า ออกไปพร้อมกัน เรือใหม่ลำแรก Invincible
มีไปทำไม เอาไว้ไปรบกับใคร อ่าวไทยน้ำตื้นไม่เหมาะแก่ เข้าประจำการ ใน ค.ศ.๑๙๘๐ พอดีเกิดสงคราม
เรือดำน้ำ เรือใช้แล้วอายุตั้ง ๓๐ ปี ซื้อเรือมาแล้วใช้ได้ ฟอล์กแลนด์รบกับอาร์เจนตินา เรือใหม่ลำเล็ก Invincible
๑๐ ปี ไม่คุ้ม ไปจนถึงการป้องกันประเทศกระทำได้ กับเรือเก่าลำใหญ่ Hermes จึงได้เป็นกำลังทางอากาศ

หลายวิธีไม่ต้องใช้เรือดำน้ำ เป็นต้น หากระดับรัฐบาล ของกองเรืออังกฤษ ที่ต่อสู้กับกองทัพอากาศอาร์เจนตินา
เห็นชอบก็จะไปถึงรัฐสภาที่อาจพบคำถามเดิม ๆ ที่เมื่อ ที่ใช้เครื่องบินรบ Super Etendard ของฝรั่งเศส
รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาก็จะผ่านรัฐสภาไปได้ ได้อำนวยให้ฝ่ายอังกฤษยึดคืนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์
จัดหาเรือไปได้ตามงบประมาณการทหาร อีกหนทางหนึ่ง ได้สำเร็จ ทหารเรืออังกฤษสบโอกาสจากชัยชนะ
ที่ไป “ทางด่วน” ก็มี โดยออกกฎหมายเฉพาะเรื่องก็ได้ ขอสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ ๖,๕๕๗ ตัน
อย่าง “พระราชบัญญัติบำรุงกองทัพสยาม พ.ศ.๒๔๗๘” ๓ ลำ ตามยุทธศาสตร์ทางเรือ แต่รัฐสภาอนุมัติ ๒ ลำ
ที่เป็นงบประมาณการทหารโดยเฉพาะ ซึ่งเป็น อย่างไรก็ตามขั้นตอนการสร้างล่าช้ามาก เรือลำแรก
กรณีพิเศษ นาน ๆ มีที หรือมีครั้งเดียว (HMS Queen Elizabeth) เพิ่งลงน้ำ และตั้งชื่อเรือ
กรรมวิธีจัดหาอาวุธทุกประเทศทั้งโลกก็เป็นอย่างนั้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗ นี้เอง ซึ่งคาดว่า

กองทัพเป็น “ต้นน้ำ” ไปถึง “ปลายน้ำ” ที่นักการเมือง กว่าจะเข้าประจำการก็อีก ๕ ปี ส่วนลำที่ ๒ (HMS
หรือรัฐสภาไม่ว่าจะเป็นแบบประชาธิปไตยจ๋า Prince of Well ) ยังเป็นวุ้นอยู่ เพราะยึกยักอยู่ที่
ประชาธิปไตยแบบชี้นำ “Guided Democracy” กลางน้ำ และปลายน้ำ ตามธรรมเนียมประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยแบบนาซีเยอรมัน หรือแบบโซเวียต โดยปกตินักการเมืองทั่วโลกจะตัดงบประมาณ
รัสเซีย แบบจีนแผ่นดินใหญ่ ดังเช่นประเทศอังกฤษ ทอนการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และมักมีการกล่าวหา
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้รุเรือบรรทุกเครื่องบิน ไม่โปร่งใส แต่บางทีนักการเมืองก็เสนอเองให้จัดหา
ลำใหญ่น้อย ๑๐ กว่าลำ เหลือเรือลำใหญ่ราว อาวุธชิ้นโน้น ชิ้นนี้ โดยฝ่ายทหารไม่ได้เสนอดังเช่น

๔๐,๐๐๐ ตัน ไว้ ๓ ลำ กองทัพเรืออังกฤษตั้งใจ ใน พ.ศ.๒๕๔๕ วุฒิสภาแห่งรัฐมิสซิสซิปปีของสหรัฐฯ
สร้างเรือใหม่ ๓ ลำ แล้วทยอยปลดเรือเก่า แต่ที่ นาย ลอตต์ (Trent Lott) ได้กดดันกระทรวงกลาโหม
“กลางน้ำ” และ “ปลายน้ำ” บอกไม่มีเงิน และ เสนองบประมาณให้กองทัพเรือสั่งสร้างเรือ LHD
ประเทศชาติคงไม่ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินอีกแล้ว เพิ่มเติม ๑ ลำ จากที่มีแล้ว ๘ ลำ “Trent Lott wants
อย่างไรก็ตาม ทหารเรืออังกฤษตระหนักว่า กองเรือ the service to buy a warship it does not want”
ต้องมีอากาศนาวี (Fleet Air Arms) ประกอบกับ ด้วยเหตุผลที่อยากให้บริษัทสร้างเรือ Northrop
กำเนิดเครื่องบิน “บินขึ้นทางวิ่งสั้น บินลงทางดิ่ง” Grumman ingalls Shipbuilding ในเมือง Pascagoula
Short Take - Off Vertical Landing (STOVL) มีงานทำ แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ตกลง เพราะอยากได้
ที่ทหารอากาศใช้อยู่ (Harrier) ซึ่งทางทหารเรือ เรือแบบอื่น เพื่อรองรับเครื่องบินโจมตีรุ่นใหม่

ได้พัฒนาเป็น Sea Harrier ให้ใช้กับเรือได้ จึงขอเสนอ และเครื่องบินปีกเอียง ( V - 22 Tiltrotor ) ที่กำลังจะ
สร้าง “เรือลาดตระเวนดาดฟ้าเรียบ” Through Deck เข้าประจำการ เป็นต้น กล่าวคือ นักการเมืองบ่งชี้เลยว่า


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 21

อยากให้จัดหาอาวุธยุทธภัณฑ์แบบนี้ จากบริษัทนั้น และปลายน้ำแล้ว หนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทหารอากาศ

ประเทศโน้น โดยที่เรื่องอย่างนี้ที่เมืองไทยก็มีเช่นกัน จัดหามา คือ เครื่องบินรบตามที่ปรากฏในหนังสือ
นั่นแหละ เรือที่อยากได้แล้วไม่ได้ กลับไปได้เรือที่ไม่ได้ ของ Jane’s Defence Weekly.
อยากได้ ในเรื่องนี้เมื่อตีวงให้แคบเข้า ประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม การจัดหายุทโธปกรณ์ของประเทศ ที่มีฝั่งทะเล “หนึ่งพันห้าร้อยไมล์” นี้ มีกองทัพเรือ
ไม่ว่าจะเป็นแบบ ล่างสู่บน หรือ บนสู่ล่าง ย่อมเป็นไปตาม กองทัพอากาศ ฐานบินชายทะเลอย่างที่เป็นอยู่ ในด้าน
นโยบายและยุทธศาสตร์ทหาร ในการที่จะ “รบอย่างไร” การป้องกันและความมั่นคงของประเทศ ที่มุมหนึ่ง
แล้วจัดหาอาวุธไปตามความคิดนั้น ดังนั้น การที่เรือรบ ต้องวางแผนอย่างรอบคอบและสมเหตุสมผลว่า

ติดต่อสื่อสารกันกับเครื่องบินรบไม่ได้ มาตั้งแต่การรบ จะมีเครื่องบินรบที่ฐานบินชายทะเลสักกี่ลำที่จะ “รบร่วม”
ทางเรือที่เกาะช้าง พ.ศ.๒๔๘๔ จนถึงบัดนี้เป็นประจักษ์ว่า กับเรือรบ นั่นก็คือ เครื่องบินที่เหมาะสมแก่การบิน
เรื่อง “ช่วยกันรบ” หรือ “การรบร่วม” ไม่ได้ถูกนำมา สู่ท้องทะเลอันกว้างไกล มีอาวุธในการเสริมสร้าง
คิดกัน โดยบางทีตั้งแต่ระดับต้นน้ำ หรืออยู่ที่กลางน้ำ อานุภาพอาวุธของเรือรบ และข้อสำคัญต้องติดต่อ
และปลายน้ำ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น สื่อสารกับเรือรบในการ “รบร่วม” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน สมบูรณ์ ส่วนเครื่องบินที่มีฐานบินอยู่เชียงใหม่ หรือ
คณะรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร เดือนพฤศจิกายน อุดรธานี ไม่ได้รวมอยู่ในยุทธศาสตร์นี้
พ.ศ.๒๕๕๕ ที่นาน ๆ มีสักครั้ง ได้พาดพิงถึงการทหาร แล้วใครน่าจะเป็นเจ้าภาพในเวที “รบร่วม
ด้วยเรื่องหนึ่ง อันเป็นการวิจารณ์การจัดหาอาวุธ ในทะเล” ให้เรือรบร่วมรบกับเครื่องบินรบได้อย่าง

ยุทโธปกรณ์ของประเทศอย่างสาธารณะ ซึ่งภายหลัง แน่นแฟ้น รวมทั้งไม่เข้าใจผิดโจมตีกันเอง โดยต้องมี
วาระการอภิปรายจบสิ้นลงแล้ว ทางทหารอากาศ ระบบข่าวสารสั่งการ อย่างน้อย ๆ C3 การบังคับบัญชา
ได้แถลงออกมาเป็นข่าวว่า “สิ่งสำคัญสิ่งแรกของการ การควบคุม การสื่อสาร (Command Control,
จัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็คือ ต้องให้ตรง Communication) ที่หากเติมเต็มเป็น C 4ISR
ความต้องการที่ทางกองทัพอากาศจะนำมาใช้งาน เพิ่ม Computer Intelligence, Surveillance
ในส่วนที่สอง จะต้องให้เป็นไปตามกติกาของระเบียบการ และ Reconnaissance ก็ยิ่งสมบูรณ์ดี
จัดซื้อจัดจ้าง ส่วนที่สามจะต้องเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้องค์การการบินพลเรือนสากล ICAO

และจะต้องไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ใด ๆ มาเกี่ยวข้อง หรือองค์การระหว่างประเทศใด ๆ ก็ตามรวมทั้งหนังสือ
ซึ่งขณะนี้ก็มีหน่วยงานภายนอกมาร่วมตรวจสอบ Jane, S World Navies คงไม่ต้องบอกทหารเรือไทย
เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ ตามเนื้อเพลงราชนาวี ว่า รบ ช่วยกันรบ อำนวยให้
บางครั้งก็จะมีการเชิญที่ปรึกษาเข้ามาเพื่อประเมินผล รั้วไทยเข้มแข็ง เพราะร้องเพลงนี้กันมาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้ว
ต่าง ๆ พูดได้ว่า ค่อนข้างที่จะเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร” สำหรับการรู้จักตนเองโดยตัวเอง ไม่ใช่คนนอก หรือ
(เดลินิวส์ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ หน้า/๑๒) คนอื่นมาบอกให้ฟังนั้น หากสามสมอสมาคม และ
ซึ่งในแง่ของการจัดหาอาวุธบ่งว่า เป็นไปตามความต้องการ สองสมอ มีโอกาสพูดให้ฟังอาจถึง “บางอ้อ” ได้ไม่มาก
ที่กองทัพอากาศจะนำมาใช้งาน อันเป็นขั้นตอนขั้นต้น ก็น้อย
หรือต้นน้ำ ที่เมื่อความต้องการผ่านไปยังกลางน้ำ







22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

๑๒๓ ปี เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑)




(ตอนที่ ๑)



พลเรือโท อุดมพร สมพงษ์

คำนำ


๑๒๓ ปี เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑) เป็นเรื่องราวของเรือหลวงของกองทัพเรือเมื่อครั้ง

ยังเป็นกรมทหารเรือที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชพาหนะในการเสด็จพระราชดำเนินไปสร้างความสัมพันธ์ทางรัฐประศาสนโยบาย

ระหว่างสยามกับประเทศมหาอำนาจในยุโรปที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นเรือหลวงลำแรก
ที่ได้ “อวดธง” อันเป็นประเพณีสากลเก่าแก่ของประเทศเอกราชที่มีมาแต่ครั้งโบราณในน่านน้ำประเทศยุโรป

ภารกิจ “อวดธง” ครั้งสำคัญเมื่อ ๑๑๙ ปี สัมฤทธิผลอย่างน่าภาคภูมิใจสมศักดิ์ศรีเป็นไปตาม
พระราชประสงค์เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยทรงชื่นชมโสมนัส ถึงกับมีพระราชกระแสยกย่องสรรเสริญ

การปฏิบัติภารกิจของเรือพระที่นั่งมหาจักรี และกรมทหารเรือ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจปิติยินดี
แก่เหล่าทหารเรือและประชาชนทั่วไปตราบเท่าทุกวันนี้


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 23

“ความปรารถนาอันดีของท่านทั้งหลายผู้เป็น พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
นายทหารเรือ ซึ่งได้กล่าวแล้วด้วยถ้อยคำอันไพเราะ เจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหารเรือในคราวงานสมโภช

การรับรองทั้งหลายอันครึกครื้น ที่ท่านทั้งหลาย เมื่อเสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรก ซึ่งในครั้งนั้นมี
ได้มีน้ำใจจัดขึ้นเป็นการต้อนรับเป็นที่พอใจเราอย่างยิ่ง นายพลเรือโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์
ขอให้ท่านทั้งหลายได้รับความขอบใจของพระราชินี เป็นผู้บัญชาการทหารเรือเวลานั้นและเป็นประธาน
อันควบด้วยกับเรา อันมีต่อท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง จัดการสมโภช เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๔๐
เราไม่อาจที่จะเว้นเสียไม่กล่าวถึงความเบิกบาน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จ
ในใจเราอันได้เกิดขึ้นในเวลานี้ เมื่อระลึกถึงเวลาที่เราได้ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ไปในเรือมหาจักรี พร้อมด้วยพลทหารเรือของเราเอง ใน เสด็จมาเป็นองค์ประธาน ณ เรือพระที่นั่งมหาจักรี

ระยะทางที่ไกลถึงฝ่ายหนึ่งของโลก คิดกำหนดแต่ที่เรือ ซึ่งจัดเป็นเรือบัลลังค์ที่ประทับ จอดทอดสมอหน้า
ได้เดินถึง ๓๑,๒๑๔ ไมล์ หรือ ๓,๓๐๗ โยชน์ ๒ เส้น สถานที่ว่าการทหารเรือข้างฝั่งตะวันตก เมื่อ นายพลเรือโท
ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ชาวเราได้เดินเรือโดยระยะยาวที่สุด พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ กราบบังคมทูล
และไปท่ามกลางมหาสมุทรอันใหญ่ ถึงประเทศ ถวายชัยมงคลแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทั้งหลายที่ต่างชาติต่างภาษา เรืออันได้แขวนธงชาติ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีพระราชดำรัส
เราได้ไปทอดอยู่ในท่าแห่งประเทศทั้งหลายนั้น พระราชทานพระบรมราโชวาทดังได้อัญเชิญมาข้างต้น
โดยมีสง่างดงาม และได้เข้าในเวลาประชุมตรวจเรือที่
กรุงอิงแลนด์ เรามีเหตุอันที่ควรจะยินดี เพราะได้เห็น
พยานชัดว่า พลทหารเรือของเรามีความสามารถ

ในหน้าที่ของเขาแท้ทีเดียวและมีความยินดีที่ระลึกว่า
ตลอดเวลาที่ไปคนเหล่านั้นได้มีความสุขสบาย ไม่มีผู้ใด
เป็นอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้กลับมาถึงบ้านเมือง
โดยความสะดวก เป็นการที่ควรจะยกย่องสรรเสริญ
ว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้มีความจงรักภักดีและ
เอื้อเฟื้อต่อการงานในหน้าที่ของตัว เป็นผู้มีน้ำใจองอาจ
ไปในประชุมคนต่างประเทศโดยความกล้าหาญ และ

ประพฤติตนดีแล้ว เป็นที่พอใจอย่างยิ่ง
ฝ่ายนายทหารและพลทหารเรือ ที่อยู่รักษาพระนคร
ก็ได้รักษาการทั้งปวง เป็นที่มั่นคงเรียบร้อยดีทุกประการ
เป็นอันสมควรยกย่องสรรเสริญอีกฝ่ายหนึ่ง เราหวังใจว่า
ความสามารถของกรมทหารเรือที่ได้ปรากฏแล้วในครั้งนี้
จะไม่เป็นแต่การที่ยินดีพอใจในการที่ล่วงไปแล้วเท่านั้น นายพลเรือโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์
แต่ยังจะเป็นที่ก่อเกิดความยินดีและเป็นประโยชน์ นับตั้งแต่ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ

ต่อบ้านเมืองของเราสืบไปภายหน้า ดังตัวอย่างอันดี เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ศิริราชสมบัติ
ที่ได้เห็นมาแล้วนั้น” ๑ ในปีมะโรง พุทธศักราช ๒๔๑๑ ก็ได้ทรงมุ่งมั่น
พระราชหฤทัย อย่างแรงกล้าที่จะทำนุบำรุงพระราช



24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

อาณาจักรให้มีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานา ทั้งหมด ๓๑,๒๑๔ ไมล์ จากระยะทางที่เสด็จทั้งหมด
อารยประเทศ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทวยราษฎร์ รวมทั้งสิ้น ๓๔,๔๑๖ ไมล์ ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ถึง

ทั้งปวง จึงทรงมีพระวิริยะอุตสาหะเสด็จเยี่ยมเยือน ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๔๐ เป็นเวลารวมทั้งสิ้น
ราษฎรตามหัวเมืองเป็นนิตย์ เพื่อนำสิ่งที่พระองค์ได้ ๒๕๔ วัน ด้วยพระราโชบายหลักที่สำคัญ ๒ ประการ
ทอดพระเนตรเห็นจากการเสด็จประพาสประเทศ คือ เพื่อศึกษาเรียนรู้ถึงความเจริญก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ
เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง อาทิ สิงคโปร์ ชวา อินเดีย อันที่จะนำมาปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
และแหลมมลายู เป็นต้น มาปรับปรุงพัฒนาบ้านเมือง ประเทศ และดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์แนะนำ
ให้ก้าวหน้า ซึ่งในขณะนั้นประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการใช้เรือเป็น
ล้วนแล้วแต่เป็นเมืองขึ้นของชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ในยุโรป พระราชพาหนะชักธงชาติไทยไป “อวดธง”
ทั้งสิ้น พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำริที่จะเสด็จไปเยือน ในน่านน้ำต่างประเทศ อันเป็นประเพณีสากลดั้งเดิม

ยุโรปเพื่อดูความเจริญของประเทศต้นแบบ ดังจะเห็นได้ เก่าแก่ของประเทศเอกราชที่มีมาแต่ครั้งโบราณ
จากประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๒๒ พระบาทสมเด็จ ซึ่งนับว่าสัมฤทธิผลดังเป็นที่ทราบกันดี
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปรารภว่า (การอวดธง คือ การที่เรือรบของชาติหนึ่งเดินทาง
“จะเสด็จประเทศยุโรป โดยใช้เรือเวสาตรี เป็นเรือพระที่นั่ง ไปสู่น่านน้ำต่างประเทศในยามสงบศึก เพื่อความมุ่งหมาย

และเรือพิทยัมรณยุทธ์ เป็นเรือรบตามเสด็จ” ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางรัฐประศาสโนบาย
ในระยะนั้นลัทธิการล่าเมืองขึ้นของประเทศ แห่งประเทศเจ้าของธงนั้น และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
มหาอำนาจได้แผ่เข้ามาใกล้ประเทศไทยมากขึ้นทุกที ได้ถือหลักเดียวกันว่า เรือรบคืออาณาเขตส่วนหนึ่งของ
ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านทรงเล็งเห็น ประเทศที่เป็นเจ้าของ เป็นอาณาเขตที่เคลื่อนที่ไปได้
การณ์ภายภาคหน้าว่า หากเมืองไทยไม่ก้าวหน้าและ ในน่านน้ำสากล และเมื่อเรือรบอยู่น่านน้ำของประเทศใด

ตามทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก็อาจจะเสียทีตกเป็น จะได้รับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่ประเทศอื่นจะล่วง
เมืองขึ้นของมหาอำนาจไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่งเป็นแน่ ละเมิดมิได้ เรือรบยังเป็นส่วนหนึ่งของกำลังรบทางน้ำ
พระองค์จึงได้ดำเนินพระราโชบายด้านการเมือง การนำเรือรบเข้าไปในน่านน้ำของรัฐอื่น ตามมารยาทแล้ว
ระหว่างประเทศด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ โดยได้เสด็จ ถือเป็นการเยี่ยมเยือนโดยเกียรติยศ เป็นการบอกเล่าอวด
เยือนชาติมหาอำนาจในยุโรปที่มีพระมหากษัตริย์เป็น สมรรถนะขีดความสามารถและแสนยานุภาพของ
ประมุขในเวลานั้น อันได้แก่ เยอรมัน อิตาลี รัสเซีย กองทัพเรือประเทศนั้น ๆ อีกด้วย ทหารเรือทั่วโลก
อังกฤษ ฯลฯ เพื่อเจริญพระราชไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จึงถือว่าการอวดธงเป็นภารกิจสำคัญอันหนึ่งในยามสงบ)

ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินประมุขของมหาอำนาจต่าง ๆ ก็ได้ พระราชพาหนะที่ทรงใช้ “อวดธง” ในครั้งนั้นก็คือ
ให้การรับรองพระองค์ท่านเป็นอย่างดี ในฐานะที่ทรง “เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่ ๑)”
เป็นพระเจ้าแผ่นดินเสมอกัน การที่บรรดามิตรประเทศ ล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้เกียรติเช่นนี้ เป็นดุลอำนาจที่ทำให้ประเทศไทย รัชกาลที่ ๕ ได้เริ่มเสด็จต่างประเทศทางทะเลครั้งแรก
เอาตัวรอดจากการเป็นเมืองขึ้นในครั้งนั้นได้ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๑๓ โดยใช้เรือเป็น
การเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปของสมเด็จ พระราชพาหนะเสด็จเยือนสิงคโปร์และชวา ทรงใช้

พระพุทธเจ้าหลวงครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ เรือพระที่นั่ง “พิทยัมรณยุทธ์” (Regents) ต่อมาทรง
เป็นการเสด็จทั้งทางทะเลและทางบก โดยการเสด็จ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต่อเรือด้วยเหล็กอีกลำหนึ่ง
จากประเทศไทยข้ามน้ำข้ามทะเล เป็นระยะทาง โดย พลเรือโท พระองค์เจ้าสายสนิทวงค์ เป็นผู้รับสนอง



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 25

พระบรมราชโองการให้ดำเนินการสั่งต่อเรือที่อู่
Messrs Day Southampton ประเทศอังกฤษ
แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๒๐

พระราชทานชื่อว่า “เวสาตรี” (Vesatri) ต่อมาเรือ
เวสาตรี ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งรองในคราวเสด็จประพาส
รอบแหลมมลายู ได้แล่นไปเกยตื้นหิน Sail Rock

บริเวณกระโจมไฟ Pulau Augsa ใกล้กับ Port
Swettenham อับปาง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม
พุทธศักราช ๒๔๓๓ ๖
เรือพระที่นั่งเวสาตรี
พระยาชลยุทธโยธินทร์ (André du plesis de

Richelieu) ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นผู้รับสนองพระราชโองการในการจัดหาเรือ
ในคราวเดินทางไปราชการในภาคพื้นยุโรปเมื่อปี
พุทธศักราช ๒๔๓๔






เรือพิทยัมรณยุทธ์

(ขึ้นระวางประจำการเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๓ เป็นเรือรบ
ต่อด้วยเหล็ก ระวางขับน้ำ ๔๕๐ ตัน เป็นเรือจักรท้าย
ปืนใหญ่ ๗ กระบอก คนประจำเรือ ๑๒๐ คน ต่อจาก
อู่เรือในสกอตแลนด์ประเทศอังกฤษ เดิมชื่อเรือ Lotus
พระราชทานนามเรือลำนี้ว่า “พิทยัมรณยุทธ์” เรียกชื่อ
เป็นภาษาอังกฤษว่า Regent ปลดระวางประมาณปี

พ.ศ.๒๔๔๒)
(เป็นเรือสกูนเนอร์ยอร์ช (Schooner Yacht)
ขนาดยาว ๑๒๗ ฟุต กว้าง ๒๒ ฟุต กินน้ำลึก ๑๐.๑ ฟุต
ระวางขับน้ำ ๑๖๘ ตันกรอส เครื่องจักร Compound สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พลเรือโท พระยาชลยุทธโยธินทร์
Inverted ๒ สูบ ๔๕ แรงม้า ใบจักรเดียว ปืนใหญ่ชนิด
อาร์มสตรอง ๙ กระบอก คนประจำเรือ ๗๐ คน) กรมพระยาดำรง ฯ ได้ถวายความเห็นการต่อ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรือพระที่นั่งลำใหม่ให้มีพระราชวินิจฉัย ตามสำเนาหนังสือ
จึงทรงมีพระราชดำริที่จะต่อเรือพระที่นั่งลำใหม่ ที่ ๑๓๐๔๗ ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ร.ศ.๑๑๐ ความว่า ๗
ซึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ขณะที่ทรงฐานันดรศักดิ์เป็นกรมหมื่น ร่วมกับ พลเรือโท


26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

ทรงตัวของเรือด้วยระบบท่อและเครื่องสูบน้ำประจำเรือ
เมื่อระวางขับน้ำเต็มที่ ๒,๖๐๐ ตัน กินน้ำลึกที่หัวเรือ

๑๔ ฟุต ท้ายเรือ ๑๔ ฟุตครึ่ง

















เรื่อพระที่นั่งมหาจักรีลำที่ ๑


เครื่องจักรใหญ่เป็นเครื่องจักรไอน้ำชนิดบาน ๓ ชั้น
(Triple Expansion) ๒ เครื่องซ้ายขวา ๒ ใบจักร
มีกำลังขับเคลื่อน ๓,๐๐๐ แรงม้า ความเร็วเต็มที่ ๑๖ นอต
หม้อน้ำเป็นแบบ Multibular น้ำเดินในหลอด จำนวน
๔ หม้อ ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำ

เครื่องจักรช่วย มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ๒ เครื่อง
สำหรับจ่ายไฟกำลังและไฟแสงสว่างตลอดลำ รวมทั้ง
ไฟฉายใหญ่บนสะพานเดินเรือ ๒ ดวง มีกำลังส่องแสงสว่าง
สำเนาหนังสือกรมพระยาดำรงฯ
จำนวน ๖,๐๐๐ แรงเทียน มีเครื่องกลั่นน้ำจืดสำหรับใช้
ต่อมาได้ทำสัญญากับบริษัท Ramage and Fer- ภายในเรือวันละ ๘,๐๐๐ แกลลอน มีพัดลมเป่าอากาศ
guson ในเมืองลีธสกอตแลนด์ (Leith, Scotland) ส่งตามท่อไปยังห้องต่าง ๆ ๒ เครื่อง มีเครื่องทำน้ำแข็ง

ประเทศอังกฤษ ดำเนินการต่อเรือ ประมาณปลายปี และห้องเย็นเก็บเสบียงสด ที่หัวเรือ มีเครื่องกว้านสมอ
พุทธศักราช ๒๔๓๔ ใช้เวลาประมาณ ๑๐ เดือน อาวุธประจำเรือ มีปืนใหญ่อาร์มสตรอง บรรจุท้าย

จึงแล้วเสร็จ ลักษณะของเรือตามแบบที่กำหนดนั้น ขนาด ๔.๗ นิ้ว (๑๒๐ มม.) จำนวน ๔ กระบอก ติดตั้ง
เป็นเรือชนิดลาดตระเวนครูเซอร์ (Cruiser) ตกแต่งให้ ที่ดาดฟ้าชั้นกลางกราบละ ๒ กระบอก ระยะยิงไกลสุด
เป็นเรือพระที่นั่งมี ๒ เสา สามารถใช้ใบได้เช่นเดียวกับ ๗,๖๐๐ เมตร และมีปืนฮอทชกีสขนาด ๖ ปอนด์
เรือสกูนเนอร์ (Scooner) เสาหน้ามีพรวนใบ ๓ พรวน (๕๗ มม.) ยิงได้เร็วนาทีละ ๓๓ นัด ระยะยิงไกลสุด
ความยาวเรือตลอดลำ ๒๙๙ ฟุต ความยาวที่กระดูกงู ๔,๐๐๐ เมตร จำนวน ๘ กระบอก ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ
๒๗๕ ฟุต กว้าง ๔๐ ฟุต ความสูงจากดาดฟ้าถึงกระดูกงู บนดาดฟ้าชั้นบน
๒๐ ฟุต กินน้ำลึกหัว ๑๐ ฟุต ท้าย ๑๒ ฟุต ภายในลำเรือ ตัวเรือมีดาดฟ้า ๓ ชั้น ดาดฟ้าชั้นล่างเป็นที่พัก

ใต้ดาดฟ้าชั้นล่างกั้นเป็นห้องอับเฉาสองข้างเท่า ๆ กัน สำหรับนายทหารและพลทหารประจำเรือ ดาดฟ้าชั้นกลาง
จำนวน ๑๐ ห้อง สามารถสูบถ่ายน้ำเพื่อปรับการ เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ผู้ตามเสด็จ


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 27

รุ่งขึ้น วันที่ ๗ ธันวาคม, พระสงฆ์ ๒๐ รูป

รับพระราชทานฉัน แลจะได้ตั้งบายศรีจุลเจิมแล้วเวียน
เทียนสมโภช ทำขวัญเรือพระที่นั่งมหาจักรี” ๙
หนังสือพิมพ์บางกอกไทมส์ (The Bangkok
Times) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในสมัยนั้น ที่เริ่มออก
เป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.๑๘๘๗ (พ.ศ.๑๔๓๐) จนถึง
ปี ค.ศ.๑๙๔๒ (พ.ศ.๒๔๘๕) ได้ลงข่าวการมาถึงของเรือ
พระที่นั่งมหาจักรีไว้ ในฉบับประจำวันพุธที่ ๗ ธันวาคม
(๑๐)
ค.ศ.๑๘๙๒ “Siam New War - ship” เป็นภาษา
อังกฤษและมีผู้ถอดความเป็นภาษาไทยดังนี้
ปืนใหญ่อาร์มสตรองบรรจุท้ายขนาด ๔.๗ นิ้ว จำนวน ๔ กระบอก
ติดตั้งที่ดาดฟ้าชั้นกลาง กราบละ ๒ กระบอก

และข้าราชบริวาร ดาดฟ้าชั้นกลางและดาดฟ้าชั้นบน
บริเวณกลางลำถึงท้ายเรือเป็นส่วนที่ประทับของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรม
ราชินีนาถ
บริเวณกลางลำใต้ดาดฟ้าชั้นกลางเป็นห้องหม้อน้ำ
และห้องเครื่องจักรใหญ่ มีปล่องไฟ ๒ ปล่อง อยู่เหนือ

ห้องหม้อน้ำและมีปล่องดักอากาศสำหรับดูดอากาศ
ลงไปช่วยการเผาไหม้ในห้องหม้อน้ำ
เมื่อเรือพระที่นั่งมหาจักรีต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ได้ออกเดินทางจากเมืองลีธ (Leith Scotland) เมื่อวันที่
๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๕ มายังประเทศไทยและ
ได้เดินทางมาถึงเกาะสีชัง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน
พ.ศ.๒๔๓๕ เพื่อแล่นทดลองและส่งมอบเรือ วันที่

๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๓๕ ได้แล่นมาเทียบท่าราชวรดิษฐ
เพื่อทำพิธีขึ้นประจำการและสมโภชตามหมาย
กำหนดการ
“ด้วยพระยาบำเรอภักดี รับพระบรมราชโองการ
ใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า กำหนด
วันที่ ๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๑ เรือพระที่นั่ง
กลไฟใหม่ พระราชทานนาม “เรือพระที่นั่งมหาจักรี” หนังสือพิมพ์ BKK Times วันที่ ๗ ธันวาคม ค.ศ.๑๘๙๒
มาถึงในวันที่ ๖ ธันวาคม, ครั้นในเวลาบ่ายพระสงฆ์
๒๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ในเรือพระที่นั่งมหาจักรี





28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

เรือรบลำใหม่ของสยาม ก็มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีก ๒ เครื่อง มีเครื่องทำความเย็น
เมื่อวานนี้ กองทัพเรือสยามได้รับเรือรบลำใหม่ ชนิดขดไส้ไก่สามารถจ่ายน้ำแข็งให้กับคนประจำเรือได้
เพิ่มขึ้นมาอีกลำหนึ่งเป็นเรือลาดตระเวนชื่อ “มหาจักรี” ทั้งลำ และนอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องกว้านสำหรับ
เรือจอดอยู่ขณะนี้ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง รูปของเรือ ฮะเบสสมอตัวใหญ่และเพื่อการใช้งานอย่างอื่น
มีลักษณะน่าเกรงขามเมื่อเทียบกับเรือลำเก่าที่มีอยู่

เป็นการแสดงถึงความก้าวหน้าของประเทศสยามในยุค
อารยธรรมสมัยใหม่นี้ แม้จะเป็นการคืบหน้าอย่างช้า ๆ
แต่ทว่ามีความมั่นคงแน่นอน เพียงชั่ว ๕๐ ปี มาเท่านั้นเอง
ที่ประเทศยุโรปทั่วไปได้รู้สึกว่าเรือขนาดหนึ่งพันตันเป็น
สิ่งมหัศจรรย์แห่งมหาสมุทร เรือบริษัทมอลติมอล์
ซึ่งมีชื่อเสียงใช้เรือเดินไปลิเวอร์พูลในยุคนั้นมีเพียงไม่กี่ลำ
ที่ระวางขับน้ำสูงกว่าพันตัน และบริษัทสายการเดินเรือ
แบลคบอลอันมีชื่อเสียงในการลำเลียงคนและของข้าม
ทวีปไปสู่นิวยอร์ก ก็เป็นบริษัทที่มีเรือเพียงขนาด ๘๐๐ ตัน

เท่านั้น
แรกเห็นเรือลำนี้ รู้สึกกราบเรือนั้นสูงเด่นผงาด ห้องโถงที่ประทับ
ขึ้นมาเหนือน้ำดูสีทึม ๆ แต่ทวนหัวเรือเป็นสง่าน่าเกรงขาม ห้องที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รู้สึกเหมือนกับว่าถ้ามีอะไรมาขวางหน้าเป็นได้ชนขาด อยู่ทางส่วนท้ายเรือเป็นห้องกว้างใหญ่และโอ่อ่า เมื่อ
เป็นสองท่อนอย่างไม่ปรารมภ์เลย ส่วนท้ายเรือโค้งเป็น ผ่านเข้ามายังดาดฟ้าใหญ่จะถึงห้องโถง ถัดไปของท้ายเรือ
วงอีลิปเป็นรูปพิมพ์เดียวกันทั้งสองกราบ แฝงไว้ด้วย เป็นห้องทรงพระอักษรและห้องทรงพระสำราญแล้ว
กำลังขับอันมหาศาลจากใบจักรท้ายเรือสมกับที่เป็น จึงถึงห้องบรรทม ฝาผนังในห้องเป็นไม้สักแข็ง ไม้วอลนัท

เรือรบโดยแท้จริง โดยที่เรือนี้มีขนาดใหญ่มากขนาด และมะฮอกกานีตกแต่งสวยงาม บนเพดาน ทำเป็นรูป
สักสองเท่าที่เราเคยเห็นจอดอยู่ในแม่น้ำ ดังนั้น ดวงตรามหาจักรีและพระปรมาภิไธยย่อสลับกันโดยรอบ
จึงเป็นการไม่ง่ายนักที่จะทราบเรื่องของเรือลำนี้ คือทำเป็นรูปสามง่ามสั้น (อาวุธของเนปจูน) ซึ่งหมาย
โดยละเอียดในทันทีทันใด ตอนดาดฟ้ากลางลำเป็น ถึงตรีสอดไขว้กับจักร ซึ่งเป็นเครื่องหมายของวงล้อ
ที่ตั้งของปล่องและทางดูดลมไปช่วยการติดไฟเผาหม้อน้ำ กฎหมาย ลายประดับดังกล่าวนี้จะเห็นได้ตลอดทั่วเรือ
ให้กลายเป็นไอ นำไปใช้เป็นกำลังไปขับเคลื่อนลำเรือ ทั้งลำตามฝาไม้ของผนังตรงชิดเพดานและตามหน้าต่าง
มหึมา ให้แล่นฝ่าคลื่นและฝืนลมด้วยความเร็ว ๑๘ ไมล์ ภายในห้องมีไฟฟ้าและเชิงเทียนประดับประดาอยู่ทั่วไป
ต่อชั่วโมง ตลอดทั้งลำเรือจะพบแต่เหล็กเป็นส่วนมาก ตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่มีการนำมาใช้อย่างเด็ดขาด
และพลังงานจากเครื่องจักรใหญ่จะทำให้เรือยักษ์ลำนี้ เนื่องจากมีกลิ่น มีควันและรั่วได้ง่าย บรรดาม่าน

สั่นไหวอย่างมีชีวิตอยู่ตลอดเวลาประหนึ่งจักรเย็บผ้า ผ้าปูเก้าอี้ ตลอดจนหน้าต่างล้วนเป็นสีเหลือง อันเป็น
เจ้าหน้าที่ผู้ประจำเครื่องจักรใหญ่มีเนื้อตัวเปรอะเปื้อน สัญลักษณ์ของกษัตริย์ พรมปูพื้นหนาสีเทาแก่
ด้วยเขม่าและคราบน้ำมัน แต่ตัวเครื่องนั้นสะอาดเป็น ห้องสรงมีอ่างน้ำทำด้วยหินอ่อนและมีเครื่องประกอบ
เงางามดูราวกับจักรกลของนาฬิกาข้อมือ นอกจาก สมัยใหม่ที่จะอำนวยความสะดวกสบายด้วยประการ
เครื่องจักร ๒ เครื่อง ที่เป็นเครื่องไอน้ำบานสามชั้นแล้ว ทั้งปวง ห้องประทับของสมเด็จพระบรมราชินี


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 29

แยกอยู่ต่างหากจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สูบน้ำอับเฉาใต้ท้องเรือ ซึ่งได้ทำเป็นท้องเรือ ๒ ชั้น
แต่ในห้องนี้ประกอบฝาผนังด้วยไม้เมเปิลร่วมกับไม้สัก ตลอดความยาวของเรือ เรือพระที่นั่งมหาจักรีมี

และไม้มะฮอกกานี จากห้องประทับนี้มีบันไดซึ่งปู ระวางขับน้ำ ๒,๔๐๐ ตัน ความยาวตลอดลำมากกว่า
ด้วยลาดพระบาทยางลูกฟูกลงไปยังห้องรับแขกและ ๓๐๐ ฟุต ยาวระหว่างเส้นตั้งฉาก ๒๗๕ ฟุต ความสูง
ห้องสรง ห้องข้างล่างนี้มีฝาแสงสว่างกว้างใหญ่และ จากดาดฟ้าใหญ่จนถึงกระดูกงู ๒๐ ฟุต
สวยงาม บนดาดฟ้าใหญ่มีห้องโถงใหญ่อีกห้องหนึ่ง เครื่องจักรใหญ่ ใช้หม้อน้ำแบบน้ำเดินในหลอด
ใต้ดาดฟ้าใหญ่ค่อนไปทางหัวเรือเป็นห้องที่ประทับของ ไอน้ำบาน ๓ ชั้น ลูกสูบ ขนาด ๒๐, ๓๔, และ ๔๙ นิ้ว
มกุฎราชกุมาร มีลักษณะแบบเดียวกับห้องประทับของ ช่วงเลื่อนของลูกสูบ ๒๗ นิ้ว หม้อน้ำรูปทรงกระบอกมี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพียงแต่ว่ามีการประดับประดา ทั้งหมด ๔ หม้อ ขนาดกว้าง ๑๐ ฟุต ยาว ๑๓ ฟุต ๖ นิ้ว

ย่อมกว่า ติดกับห้องประทับเป็นห้องสูบบุหรี่ของ ให้กำลัง ๑๖๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว มีเครื่องกลั่นน้ำแยก
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทางด้านหน้าตรงข้ามเป็น ต่างหาก ๒ เครื่อง สามารถกลั่นน้ำจืดได้ ๘,๐๐๐
ห้องแผนที่และห้องผู้บังคับการเรือ มีเครื่องมือเดินเรือ แกลลลอน ใน ๒๔ ชั่วโมง
ที่ทันสมัย ดาดฟ้าชั้นล่างมีห้องเสวยพระกระยาหารของ เรือเล็กประจำเรือมีเรือยนต์พระที่นั่ง ๒ ลำ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช นายทหารประจำเรือ เรือกรรเชียงขนาดใหญ่ ๒ ลำ ขนาดเล็ก ๒ ลำ และเรือยนต์
ห้องพยาบาลและห้องที่ทำงานต่าง ๆ ประจำเรืออีก ๒ ลำ มีไฟฟ้าแสงสว่างตลอดลำและมี
ไฟฉายแบบแอดมิรัลตี ๒ ดวง ขนาด ๖,๐๐๐ แรงเทียน
สร้างโดยบริษัทโฮล์ม แห่งนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ
เครื่องพัดลมขนาดใหญ่เป่าอากาศบริสุทธิ์เข้าไปยังห้อง

ต่าง ๆ ในลำเรือ ซึ่งนอกจากนั้นแล้วยังมีพัดลมไฟฟ้า
ติดตั้งในห้องใหญ่ทุกห้องอีกด้วย นอกจากที่ได้บรรยาย
มาแล้วนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างในเรือล้วนเป็นของสมัยใหม่
และทำให้เรือนี้สมบูรณ์โดยทุกประการ สมรรถภาพของ
เรือพระที่นั่งมหาจักรีในการสู้คลื่น ได้ทดลองเห็น
ประจักษ์มาแล้วเมื่อคราวที่เรือเดินทางอยู่ในทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน ได้ผจญพายุร้ายขนาดลูกคลื่นสูงกว่า

๓๐ ฟุต ปรากฏว่ามีอาการทรงตัวดีมาก ในระหว่างที่
ห้องในส่วนที่ประทับห้องหนึ่ง เดินทางจากสิงคโปร์เข้าสู่อ่าวไทย ถึงแม้ว่าจะสู้ลมต้าน
หัวเรือแรง แต่ก็ยังสามารถทำความเร็วทิ้งเรือเดินทะเล
เรือลำนี้มี ๒ ปล่อง เสา ๒ เสา ที่ยอดเสามีปืนกล ของสายการเดินเรือปกติไว้ห่างลิบลับ ทั้ง ๆ ที่ทะเลมีแต่
บนดาดฟ้าใหญ่ติดปืนอาร์มสตรองขนาด ๔.๗ นิ้ว คลื่น แต่เรือก็แล่นอย่างปกติไม่มีอาการโคลงเลย ๑๑
กราบละ ๒ กระบอก ซึ่งเป็นปืนลูกเลื่อนปิดท้าย สำหรับพระราชพิธีขึ้นระวางและสมโภช
นอกจากนั้นได้มีปืนยิงเร็วฮอทชกิสขนาด ๖ ปอนด์ เรือพระที่นั่งมหาจักรีมีหลักฐานตามบันทึกจดหมายเหตุ
รวม ๘ กระบอก ติดตั้งไว้ตามระยะอันเหมาะสม พระราชกิจรายวัน รัชกาลที่ ๕ ดังนี้
โดยเหตุที่มีความจำเป็นในการผ่านสันดอน ดังนั้น

การออกแบบเรือนี้จึงจะต้องให้กินน้ำตื้น ทั้งนี้ โดยการ


30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

๒๕
วันที่รัชกาล ๘๗๙๒ วัน ๓ฯ๑ ค่ำ ปีมะโรง จัตวาศก ๑๒๕๔

๒๕
วันที่ ๖ ธันวาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๑
วันนี้เรือเหล็กชื่อมหาจักรี จะเข้ามาจอดเทียบท่าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้พระยายุทธโยธิน
ไปจ้างช่างทำที่เมืองเดนมาร์ก ยาว ๒ เส้น ๓ วา กว้าง ๖ วา เป็นราคาแปดพันชั่ง คิดทั้งเครื่องเรือแลเข้ามาถึง
กรุงเทพ ฯ อีกสี่พันชั่ง รวมเป็นหมื่นสองพันชั่ง วันที่ ๕ เข้ามาพักอยู่ที่ปากน้ำเจ้าพระยา วันที่ ๖
เวลาบ่าย ๓ โมง จึงเข้ามาถึงท่าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย
เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จลงทอดพระเนตรในเรือพระที่นั่ง ครั้นเวลาทุ่มเสศ โปรดเกล้าฯ ให้พนักงานนิมนต์

พระสงฆ์ ๒๐ รูป ไปเจริญพระพุทธมนต์ในเรือพระที่นั่งมหาจักรี มี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส
นำเป็นประธาน
เวลา ๒ ทุ่มเสศ เจริญพระพุทธมนต์จบเสด็จขึ้น
๒๕
วันที่รัชกาล ๘๗๙๓ วัน ๔ฯ๑ ค่ำ ปีมะโรง จัตวาศก ๑๒๕๔

๒๕
วันที่ ๗ ธันวาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๑
เวลาเช้า ๔ โมงเสศ โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จลงไปเลี้ยงพระสงฆ์ ๒๐ รูป
ในเรือพระที่นั่งมหาจักรีเสร็จแล้ว ทรงถวายเครื่องไทยทานตามสมควร แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พราหมณ์เจิมที่ศีษะเรือ

พรามหมณ์ก็เป่าสังข์ เจ้าพนักงานก็ประโคมเครื่องดุริยางค์ดนตรี เวลาเที่ยงเสศเสด็จขึ้น


(สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตามบันทึกรายงานพระราชกิจรายวันในครั้งนั้นคือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระเชษฐาพระองค์ใหญ่ ร่วมพระชนกพระชนนี จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)























สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระเชษฐาพระองค์ใหญ่ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี และจอมพลเรือ
ร่วมพระชนกพระชนนี สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม)
(อ่านต่อฉบับเดือนพฤษภาคม)

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 31

๑๐๐ ปีชาตกาล พลเรือเอก สงัด ชลออยู่


“จอว์สใหญ่” แห่งราชนาวี


พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ

วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เป็นวาระ ๑๐๐ ปี เหมือนพี่ชายคือ เรือโทหญิง สุนิตา ชลายนนาวิน และ
ชาตกาล พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เจ้าของสมญา น้องสาวของท่านอีกคนหนึ่งชื่อ นางจินดา ชลออยู่
“จอว์สใหญ่” ผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการทหาร ได้สมรสกับ พลเรือเอก โกวิทย์ วัฒนธรรม (อดีต
และการเมือง ระหว่างช่วงปี พ.ศ.๒๕๑๖ – พ.ศ.๒๕๒๒ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ บิดาของ พลเรือเอก ไกรวุธ
คุณูปการมากมายที่ท่านสร้างไว้ ทำให้ พลเรือเอก สงัดฯ วัฒนธรรม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือในปัจจุบัน)
เป็นที่ยกย่องกล่าวขานในฐานะปูชนียบุคคลของไทย ในช่วงปฐมวัย ได้เข้ารับการศึกษาเบื้องต้นที่

ผู้มีฉากชีวิตเข้มข้น ชนิดที่ไม่อาจหาใครเทียบได้ โรงเรียนวัดเขาพระ ต่อมาได้เดินทางเข้ามาศึกษาต่อที่
พลเรือเอก สงัดฯ เกิดเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ กรุงเทพฯ จนจบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ จากโรงเรียน
ที่บ้านเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี วัดบวรนิเวศ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑ โดยได้อาศัยอยู่กับ
เป็นบุตรคนที่ ๒ ในจำนวน ๙ คน ของนายแปลก ผู้เป็นลุงก่อนจะย้ายไปยังโรงเรียนประจำจังหวัดชัยนาท
และนางส้มลิ้ม ชลออยู่ เเละโรงเรียนประจำจังหวัดอุทัยธานี ตามลำดับ
ในจำนวนพี่น้องทั้ง ๙ คน ของ พลเรือเอก สงัดฯ เนื่องจากต้องติดตามไปพักอาศัยอยู่กับคุณน้า
มีน้องชาย ๓ คน ที่เป็นทหารเหมือนพี่ชาย คือ พลเรือตรี ซึ่งรับราชการเป็นอัยการจังหวัด จนกระทั่งในปี
สกล ชลออยู่ พลตรี ถนอม ชลออยู่ พลเรือตรี สงบ พ.ศ.๒๔๗๕ จึงได้กลับมาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ อีกครั้ง
ชลออยู่ (บิดา พลเรือตรีหญิง สุรัชฎา ชลออยู่ อดีต จนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียน

หัวหน้าสำนักงานทหารเรือหญิง กองทัพเรือ) นอกจากนี้ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา หรือโรงเรียนสาธิตบ้านสมเด็จฯ
ยังมีน้องสาวคนที่ ๗ ซึ่งเลือกเส้นทางชีวิตเป็นทหารเรือ ในปัจจุบัน


32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

จากนั้นจึงสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมนายเรือ แต่แล้วในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ปี พ.ศ.๒๔๙๔

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ และสำเร็จเป็นนายทหารสัญญาบัตร ได้เกิดเหตุการณ์ที่รู้จักกันในนาม “วิกฤตการณ์ แมนฮัตตัน”
ได้รับพระราชทานยศ ว่าที่เรือตรี เมื่อวันที่่ี ๑ มิถุนายน เมื่อทหารเรือกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจรัฐบาลได้เข้าจับกุม
พ.ศ.๒๔๘๓ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะทำพิธีรับมอบเรือขุด
ในช่วงเริ่มต้นของการรับราชการ วิถีชีวิตของท่าน เเมนฮัตตัน ที่ท่าราชวรดิฐ ก่อนจะนำไปเป็นตัวประกัน
ต้องพบกับความเป็นไปอันเลวร้ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน บนเรือหลวงศรีอยุธยา จนเกิดการต่อสู้ระหว่างคนไทย
กล่าวคือ ในขณะที่ถูกส่งไปทำหน้าที่ต้นหน บนเรือสินค้า ด้วยกัน
ชื่อนางเสืองนาวา ตามนโยบายของกองทัพเรือในยุคนั้น แม้นาวาตรี สงัดฯ จะมิได้รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง

ซึ่งต้องการให้นายทหารใหม่มีประสบการณ์จากการ กับความพยายามในการล้มล้างรัฐบาล แต่เมื่อรถถังของ
ปฏิบัติหน้าที่บนเรือพาณิชย์ ทหารบกได้แล่นเข้ามาในลักษณะที่เป็นภัยคุกคาม และ
แต่แล้วในวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ สงคราม พยายามโจมตีเรือหลวงสุราษฎร์ นาวาตรี สงัดฯ ซึ่งเป็น
มหาเอเชียบูรพาได้อุบัติขึ้น และหลังจากนั้นเพียง ๑ เดือน ผู้บังคับการเรือจึงทำการตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด
ขณะที่เรือนางเสืองนาวาจอดรับสินค้าอยู่ที่สิงคโปร์ ด้วยการใช้ปืนเรือยิงสกัดกั้นรถถังของทหารบกจน
เรือตรี สงัดฯ และลูกเรือได้ถูกฝ่ายอังกฤษจับกุมคุมขัง ล่าถอยกลับไป
ในฐานะเชลยศึก เมื่อรัฐบาลไทยในสมัยนั้นประกาศ การกระทำดังกล่าวทำให้นาวาตรี สงัดฯ ต้องถูก
นโยบายเข้าร่วมสงครามโดยเป็นฝ่ายเดียวกับญี่ปุ่น จับกุม คุมขังเป็นครั้งที่ ๒ ของชีวิตหลังจากเหตุการณ์
คนไทยทั้งหมดที่อยู่ในสิงคโปร์ จึงต้องตกเป็นเชลย ยุติลง อย่างไรก็ตามเมื่อฝ่ายรัฐบาลได้พิจารณาอย่าง

โดยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเฮ้าท์เเทรม เป็นเวลากว่า เป็นธรรม และเห็นว่าการกระทำของผู้บังคับการ
๒ เดือน ก่อนที่จะได้รับอิสรภาพ เมื่อกองทัพญี่ปุ่น เรือหลวงสุราษฎร์ เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องเรือรบที่อยู่
สามารถยึดสิงคโปร์ได้สำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในความรับผิดชอบของตน นาวาตรี สงัดฯ จึงได้รับ
พ.ศ.๒๔๘๕ อิสรภาพ เเละกลับเข้ารับราชการกองทัพเรืออีกครั้ง
แต่วิถีชีวิตของ เรือตรี สงัดฯ ยังคงผันผวนไปในทาง ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ นาวาตรี สงัดฯ ได้รับคำสั่งให้
ที่เลวร้ายเป็นครั้งที่ ๒ เพราะหลังจากที่เดินทางกลับสู่ เดินทางไปรับเรือหลวงตองปลิว และเรือหลวงลิ่วลม
ประเทศไทยได้ไม่นาน กรุงเทพฯ ได้ถูกโจมตีกลางอากาศ จากสหรัฐอเมริกา โดยทำหน้าที่ผู้บังคับการเรือหลวง

ทำให้บ้านพักหลังแรกของ เรือตรี สงัดฯ ถูกระเบิดพินาศ ตองปลิว เเละผู้บังคับหมู่เรืออีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งเป็น
และเรือตรี สงัดฯ ต้องสูญเสียนางเบญจมาศ อังกินันท์ ห้วงเวลาเดียวกับที่ผู้เป็นภรรยาให้กำเนิดบุตรชาย
ผู้เป็นภรรยาและบุตรในครรภ์ไปในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย จนเป็นที่มาของตั้งชื่อสมาชิกใหม่ของครอบครัวว่า
แต่ลูกประดู่ผู้ที่หัวใจเข้มแข็งอย่าง เรือตรี สงัดฯ “ตองปลิว” เเละเมื่อเรือเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย
ก็มิได้ท้อแท้สิ้นหวัง ชีวิตของนายทหารเลือดสุพรรณ นาวาตรี สงัดฯ ก็ได้เลื่อนยศเป็นนาวาโท ในตำเเหน่ง
ยังคงดำเนินต่อไป และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง เรือตรี สงัดฯ เสนาธิการกองเรือยุทธการ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม
ซึ่งได้เลื่อนยศสูงขึ้นเป็นลำดับก็ได้แต่งงานอีกครั้งกับ พ.ศ.๒๔๙๖
นางสาวสุคนธ์ สหัสสานนท์ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม จากนั้นในเดือนตุลาคม นาวาโท สงัดฯ ในตำแหน่ง
พ.ศ.๒๔๙๔ นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวเป็น ผู้บังคับการเรือหลวงท่าจีน ได้เดินทางไปร่วมรบ

ครั้งที่ ๒ อย่างอบอุ่นและมีความสุข ในสมรภูมิเกาหลี มีเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกจารึกไว้ให้จดจำกัน
จนถึงปัจจุบันก็คือ ในวันที่หมู่เรือร่วมรบสหประชาชาติ


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 33

กลับถึงมาตุภูมิ ภายหลังเสร็จราชการทัพ ณ ประเทศเกาหลี ทั้งรถกรมการขนส่งทหารเรือ เเละเรือกรมการขนส่ง

นาวาโท สงัดฯ ต้องนำเรือเข้าเทียบท่าราชวรดิฐ ทหารเรือ การปรับปรุงสนามกีฬาราชนาวี การปรับ
ตามกำหนดฤกษ์ต้อนรับ ขณะเรือจะผ่านสะพาน อัตราเบี้ยเลี้ยงทหารประจำเรือและอื่น ๆ อีกมากมาย
พระพุทธยอดฟ้า สะพานเกิดขัดข้อง เปิดได้ทางฝั่ง ในด้านการพัฒนากำลังรบ ได้จัดหาเรือเเละ
พระนครเพียงด้านเดียว แต่ด้วยการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว อากาศยานเพิ่มเติมให้เเก่กองทัพเรือ อาทิ เรือเร็วโจมตี
และด้วยความชำนาญของผู้บังคับการเรือ จึงสามารถ อาวุธปล่อยนำวิถีชุด เรือหลวงปราบปรปักษ์ เเละ
นำเรือผ่านเข้าไปได้ด้วยความปลอดภัย ไม่เกิดความ ชุดเรือหลวงราชฤทธิ์ ซึ่งเป็นเรือเร็วโจมตีชุดแรก
เสียหายใด ๆ ขึ้นเลย ของกองทัพเรือ นับเป็นการก้าวสู่ยุคของเรือที่ใช้อาวุธ

เวลาผ่านไปครอบครัวชลออยู่ มี “นุช” ซึ่งเป็น นำวิถีเป็นเขี้ยวเล็บทัดเทียมกับนานาประเทศ
บุตรสาวเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง พร้อม ๆ กับความเจริญ นอกจากนี้ยังจัดหาเครื่องบินหลายประเภท
ก้าวหน้าในชีวิตราชการของ นาวาโท สงัดฯ ซึ่งผ่าน อันเป็นผลมาจากการเจรจาระหว่าง พลเรือเอก สงัดฯ
ตำเเหน่งที่สำคัญเป็นลำดับจนกระทั่งได้รับพระมหา ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือกับเจ้าหน้าที่ของ
กรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นพลเรือตรี สหรัฐอเมริกาโดยตรง ซึ่งการพัฒนากำลังรบเเละ
ในตำเเหน่ง ผู้บังคับการกองเรือปราบเรือดำน้ำ เมื่อวันที่ อากาศนาวีในยุคนั้น นับเป็นรากฐานสำคัญอันหนึ่ง
๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๐ ที่ทำให้กองทัพเรือมีความเจริญก้าวหน้าเข้มเเข็ง ดังเช่น
พลเรือตรี สงัดฯ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มเเข็ง และ ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
เสียสละ อุทิศตนให้เเก่ประโยชน์ของกองทัพเรือเสมอมา เเต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ์

จนได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็น พลเรือโท และ ความคับขัน จนนำไปสู่การจราจลเสียเลือดเนื้อในหมู่
พลเรือเอกในเวลาต่อมา เเม้จะถูกอำนาจทางการเมือง คนไทยด้วยกัน พลเรือเอก สงัดฯ ได้ตัดสินใจแก้ไข
เข้าเเทรกเเซงเเต่ในท้ายที่สุดเเล้ว พลเรือเอก สงัดฯ ปัญหาด้วยการนำกำลังทหารสามเหล่าทัพเข้ายึด
ก็ได้กลายมาเป็น “ผู้บัญชาการทหารเรือ” เมื่อวันที่ ๑๙ อำนาจการปกครองเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๖ เเละได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โดย พลเรือเอก สงัดฯ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าคณะปฏิรูป
โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำเเหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด การปกครองเเผ่นดินได้ปฏิเสธที่จะรับตำเเหน่งนายก
เเละรักษาราชการผู้บัญชาการทหารเรืออีกตำแหน่งหนึ่ง รัฐมนตรี และได้เชิญให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เข้ารับ

เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๘ นับเป็นเกียรติสูงสุดเเก่ ตำแหน่งผู้นำรัฐบาล
วงศ์ตระกูลชลออยู่ เเละเป็นเกียรติภูมิอันยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมาสถานการณ์ความเป็นไป
ของทหารเรือทั้งมวล มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ในบ้านเมืองยังคงสับสนวุ่นวาย คณะทหารสามเหล่าทัพ
ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว พลเรือเอก สงัดฯ ได้ปฏิบัติ ภายใต้การนำของ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ซึ่งขณะนั้น
หน้าที่อย่างทุ่มเท เสียสละ นำความมั่นคงเเข็งเเกร่งมาสู่ ดำรงตำเเหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
กองทัพเเละประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ ต้องเผชิญกับความพยายามในการล้มล้างรัฐบาลของ
กองทัพเรือ พลเรือเอก สงัดฯ ได้ริเริ่มสิ่งต่าง ๆ ที่เป็น บุคคลบางคณะ แต่ พลเรือเอก สงัดฯ ก็สามารถแก้ไข
ประโยชน์เเก่ส่วนรวมกำลังพลทั้งมวลไว้อย่างมากมาย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและรักษาสถานภาพของรัฐบาลไว้ได้
เเละผลงานเหล่านั้นยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน สถานการณ์

อาทิ การสร้างที่พักอาศัย ซึ่งรู้จักกันในนามอาคาร ทางการเมืองยังคงวุ่นวายไร้เสถียรภาพ พลเรือเอก สงัดฯ
ชุดทุ่งมหาเมฆ การจัดพาหนะบริการรับ - ส่งข้าราชการ จึงได้นำกำลังเข้ายึดอำนาจการปกครองเป็นครั้งที่ ๒


34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

โดย พลเรือเอก สงัดฯ หัวหน้าคณะปฏิวัติ ยังคงปฏิเสธที่ มีความสุขอยู่กับการทำสวนและทำนุบำรุงศาสนา
จะรับตำเเหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลเดิม นั่นคือ จนกระทั่งในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๓
ทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง พลเรือเอก สงัดฯ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการ
ของประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อการก้าวขึ้นสู่อำนาจทาง หัวใจล้มเหลว สิ้นลมอย่างสงบที่บ้านไร่กลางธรรมชาติ
การเมืองของตนเอง อันเป็นสถานที่ซึ่งท่านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมา
หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเมษายน นับจากวันที่บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติและดำรงอยู่ได้
พ.ศ.๒๕๒๐ พลเรือเอก สงัดฯ ซึ่งดำรงตำแหน่ง อย่างสงบสุข ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ประธานสภานโยบายแห่งชาติ ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น อย่างสมบูรณ์
สมาชิกวุฒิสภา และนั่นเป็นตำแหน่งสุดท้ายของ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติคุณและชื่อเสียงของ
สุภาพบุรุษทหารเรือ ผู้ได้สมญาจากสื่อมวลชนว่า พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่อนุชนไทย
“จอว์สใหญ่” ผู้หลอมรวมใจทหารสามเหล่าทัพให้เป็น โดยเฉพาะทหารเรือในปัจจุบันสมัย
หนึ่งเดียวได้อย่างน่าชื่นชม ชนิดที่ไม่เคยมีทหารเรือ มูลนิธิ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ จึงกำหนดให้มีการ
คนใดกระทำได้มาก่อน จัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล “๑๐๐ ปีชาตกาล
พลเรือเอก สงัดฯ เป็นนายทหารผู้เปี่ยมไปด้วย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่” ณ โรงละครแห่งชาติ
น้ำใจและความเอื้ออาทร เป็นมิตรกับผู้คนรอบข้าง ในวันอาทิตย์ ที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ระหว่างเวลา
มีความกล้าหาญ เสียสละ ยุติธรรม ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ๑๓๐๐ – ๑๖๐๐ โดยรายได้จากการจัดการแสดงครั้งนี้

และเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ มีความองอาจ เข้มแข็ง จะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลและทุนการศึกษา
เด็ดเดี่ยว สมกับชายชาติทหารที่เป็นผู้นำกองทัพ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
ดังเหตุการณ์วีรกรรมดอนแตง เมื่อเรือตรวจการณ์ คอนเสิร์ตครั้งนี้บรรเลงโดยวงดนตรีราชนาวี
ตามลำน้ำ สังกัดหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง พร้อมด้วยนักร้องรับเชิญที่มีชื่อเสียง อาทิ เรือตรี สันติ
(นปข.) ของฝ่ายไทยถูกทหารลาวยิงจนเกยตื้นและ ลุนเผ่ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์
มีผู้เสียชีวิตติดอยู่บนเรือและทหารฝ่ายลาวยังคง คุณชลิต เฟื่องอารมย์ พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด
ระดมยิงอยู่ ดร.สมศักดิ์ ชลาชล คุณวสุ แสงสิงแก้ว เรือเอกหญิง

พลเรือเอก สงัดฯ ได้ลั่นวาจา ที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจ สมศรี ม่วงสอนเขียว คุณผ่องพรรณ จันทร์โอชา
ของทหารเรือไทยมาจนทุกวันนี้ว่า “ถ้าไม่ได้ศพคืน คุณสุดา ชื่นบาน และคุณฉันทนา กิติยพันธ์
ก็ต้องเพิ่มศพเข้าไป” จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมได้ตามวันเวลา
หลังพ้นจากภาระหน้าที่ทั้งมวล พลเรือเอก สงัดฯ ดังกล่าว บัตรมีจำหน่ายที่โรงละครแห่งชาติ ร้านน้อง
เดินทางไปใช้ชีวิตอย่างสงบที่บ้านไร่จังหวัดระยอง ท่าพระจันทร์

















นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 35

ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทางทะเล ภายใต้กรอบ


อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ : กรณีศึกษาจีนและฟิลิปปินส์ (ตอนที่๑)



นาวาตรีหญิว ดอกเตอร์ กันทิมา ชะระภิญโญ



ข้อพิพาทการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ ๑. การอ้างสิทธิ์ทางทะเลเหนือทะเลจีนใต ้
เป็นปัญหาที่มีความยืดเยื้อหลายทศวรรษ จวบจนกระทั่ง ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาสมุทร
ปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไขปัญหาให้ประสบผลสำเร็จ แปซิฟิกตะวันตกโดยมีอาณาเขตด้านตะวันตกเฉียงใต้
โดยรัฐพิพาท ปัญหากรณีพิพาทเหนือทะเลจีนใต้เป็น จากประเทศสิงคโปร์ไปจนถึงพื้นที่ทางด้านตะวันออก
ประเด็นปัญหาทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศกับ เฉียงเหนือบริเวณช่องแคบไต้หวันมีรัฐชายฝั่ง ๘ รัฐ
กฎหมายระหว่างประเทศเป็นที่ยอมรับว่าการเมือง ล้อมรอบได้แก่บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

ระหว่างประเทศเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลสูง สิงคโปร์ เวียดนาม จีน และไต้หวันในพื้นที่มีเกาะน้อย
ต่อปัญหานี้แต่ในขณะเดียวกันจำเป็นต้องทำการ ใหญ่ประมาณ ๒๐๐ เกาะ จำนวนมากเป็นเพียงโขดหิน
วิเคราะห์ถึงหลักกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ยอดแหลมโผล่ขึ้นมาจากทะเลเป็นอุปสรรคในการเดินเรือ
เพื่อพิจารณาว่าการอ้างเหตุผลและการกระทำ และไม่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานแต่ ทะเลจีนใต้เป็นเส้น
ของประเทศที่กล่าวอ้างสิทธิ์นั้นชอบด้วยกฎหมาย ทางการจราจรทางทะเลที่คับคั่งอันดับต้นของโลก
ระหว่างประเทศและมีความชอบธรรมหรือไม่ที่ผ่านมา ประมาณกันว่าครึ่งหนึ่งของเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่
มีความพยายามแก้ไขปัญหาระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี จะต้องเดินทางผ่านเส้นทางทะเลจีนใต้และเป็นเส้นทาง

ภายใต้กรอบสหประชาชาติ และอนุสัญญาสหประชาชาติ สำคัญในการลำเลียงพลังงานจากตะวันออกกลางมายัง
ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ (The United จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน อีกยังมีทรัพยากร
Nation Convention on the Law of the Sea- ธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันและสัตว์ทะเลที่อุดม
UNCLOS,1982) ซึ่งในปัจจุบันมีพัฒนาการในการใช้ สมบูรณ์ลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูด
เครื่องมือตาม UNCLOS 1982 ในการแก้ไขปัญหา รัฐชายฝั่งทั้งแปดได้อ้างสิทธิ์เข้าครอบครองเพราะหาก
บทความฉบับนี้จึงเป็นการวิเคราะห์การอ้างสิทธิ์ อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของเหนือดินแดนดังกล่าวได้ก็จะ
ทางทะเล การดำเนินการที่ผ่านมา ปัจจัยที่สำคัญ นำไปสู่การอ้างสิทธิ์ทางทะเลและทรัพยากรในพื้นที่
ที่ผลักดันให้ฟิลิปปินส์เลือกที่จะส่งเรื่องให้ศาล นั้นด้วย นอกจากนี้ทะเลจีนใต้ยังมีความสำคัญต่อ
อนุญาโตตุลาการถาวรพิจารณา ขอบเขตอำนาจของศาล สหรัฐอเมริกาในการใช้เป็นเส้นทางเคลื่อนกำลังทาง

กลยุทธ์ของจีนและฟิลิปปินส์ อุปสรรคและความท้าทาย ยุทธศาสตร์ของกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิกทั้งนี้พื้นที่
ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทั้งนี้การวิเคราะห์การอ้างสิทธิ์ ขัดแย้งหลักในทะเลจีนใต้ประกอบด้วย ๒ หมู่เกาะ
ทางทะเลในรายละเอียดของเขตทางทะเลต่าง ๆ และ ได้แก่หมู่เกาะสแปรตลีและหมู่เกาะพาราเซล
ส่วนสุดท้ายเป็นส่วนสรุป


36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

หมู่เกาะสแปรตลีประกอบด้วยกลุ่มของเกาะแนว บริเวณหมู่เกาะพาราเซลนี้ยังคงเป็นจีนกับเวียดนาม
ปะการังสันทรายโขดหินประมาณ ๓๐,๐๐๐ เกาะแต่มี ๒. การดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี

ประมาณ ๙๐ เกาะ ที่ถูกอ้างสิทธิ์ครอบครองโดยรัฐ (Peaceful Settlement of Disputes)
พิพาท ๖ รัฐ ได้แก่จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน รัฐที่มีข้อพิพาทในกรณีการอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะ
เวียดนาม และไต้หวันซึ่งจีนอ้างสิทธิ์การครอบครองโดย ในทะเลจีนใต้นั้น ทั้งหมดเป็นสมาชิกสหประชาชาติ
ยึดหลักฐานทางประวัติศาสตร์เมื่อครั้งญี่ปุ่นได้ครอบ ซึ่งมีแนวทางการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีตาม
ครองหมู่เกาะเหล่านี้บางส่วนเพื่อใช้เป็นฐานทัพเรือ กฎบัตรสหประชาชาติที่กำหนดไว้ดังนี้
ดำน้ำและหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปี กฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ ๒ (๓) สมาชิกทั้งปวง
ค.ศ.๑๙๔๕ ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม รัฐบาลเจียงไคเช็ค จะต้องระงับกรณีพิพาทระหว่างประเทศของตนโดย

ของจีนได้ส่งเรือเข้าควบคุมและอ้างสิทธิ์การครอบครอง สันติวิธีในลักษณะการเช่นนี้จะไม่เป็นอันตรายแก่
หมู่เกาะทั้งหมดในขณะที่เวียดนามถือสิทธิ์การครอบ สันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศและ
ครองโดยอ้างเหตุผลการเป็นประเทศอาณานิคมของ ความยุติธรรม
ฝรั่งเศสซึ่งฝรั่งเศสได้ประกาศการครอบครองหมู่ กฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ ๓๓ ๑) ผู้เป็นฝ่ายใน
เกาะสแปรตลีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๒๕ สำหรับฟิลิปปินส์ กรณีพิพาทใด ๆ ซึ่งหากดำเนินอยู่ต่อไปน่าจะเป็น
ได้อ้างสิทธิ์ครอบครอง ๘ เกาะ ที่เป็นแนวโขดหิน อันตรายแก่การธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง
โดยอ้างประวัติศาสตร์การค้นพบหมู่เกาะสแปรตลี ระหว่างประเทศก่อนอื่นจะต้องหาทางการแก้ไขโดย
เมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๖ โดยชาวฟิลิปปินส์จำนวน ๔๐ คน การเจรจาการไต่สวนการไกล่เกลี่ยการประนีประนอม
นำโดยนาย Tomas Clomasc โดยได้ไปปักธงชาติ อนุญาโตตุลาการ การระงับโดยทางศาล การอาศัย

บนเกาะและแนวหินทางทิศตะวันออกของเกาะปาลาวัน ทบวงการตัวแทนส่วนภูมิภาคหรือข้อตกลงส่วนภูมิภาค
หรือเรียกว่า “หมู่เกาะKalayaan Islands” ส่วนมาเลเซีย หรือสันติวิธีอื่นใดที่คู่กรณีจะพึงเลือก
ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือ ๓ เกาะ โดยบางส่วนอยู่ในพื้นที่ จะเห็นได้ว่ากฎบัตรสหประชาชาติกำหนดวิธีการ
ของรัฐซาบาห์และไต้หวันได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือ ๑ เกาะ ระงับข้อพิพาทไว้กว้างมากเพื่อให้รัฐสมาชิกเลือกหนทาง
คือ Itu Aba Island มีขนาด ๐.๔ ตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่า ปฏิบัติที่เหมาะสม แต่ถ้ารัฐที่มีข้อพิพาทได้เคยทำ
มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสแปรตลีในขณะที่บรูไน สนธิสัญญาไว้กับรัฐคู่พิพาทว่าถ้ามีข้อพิพาทเกิดขึ้น
ถือว่าบางส่วนของหมู่เกาะสแปรตลีอยู่ในเขตเศรษฐกิจ ในภายหน้าจะต้องเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ

จำเพาะของบรูไน ๑ หรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รัฐที่มีข้อพิพาทก็ต้อง
หมู่เกาะพาราเซลมีรัฐผู้อ้างสิทธิ์อยู่ ๓ รัฐ ได้แก่ ปฏิบัติตามสนธิสัญญานั้น ซึ่งรัฐสามารถเลือกดำเนิน
จีน เวียดนาม และไต้หวันโดยเฉพาะบนเกาะวู้ดดี้ซึ่งจีน การจากแนวทางดังต่อไปนี้
อ้างสิทธิ์และอนุมัติจัดตั้งกองกำลังรักษาการณ์อย่าง ๒.๑ การระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ
เป็นทางการในเขตการปกครองเมืองซานชาซึ่งเป็นเมือง ทางการทูต
บริหารหมู่เกาะนี้ของจีนในขณะที่เวียดนามก็อ้างสิทธิ์ ในการเจรจาแบบทวิภาคีนั้นอนุสัญญา
เหนือเกาะวู้ดดี้นี้รวมถึงเกาะอื่น ๆ โดยถือว่าเป็นส่วน สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒
หนึ่งของจังหวัดดานัง รวมทั้งไต้หวันที่อ้างสิทธิ์เหนือ ได้กำหนดวิธีไกล่เกลี่ยในการตีความหมายในข้อ ๒๘๔
เกาะนี้เช่นกันอย่างไรก็ตามรัฐคู่พิพาทสำคัญเหนือพื้นที่ ว่ารัฐภาคีซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งข้อพิพาทเกี่ยวกับ

๑. กระทรวงการต่างประเทศ. คำแปลอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๘๒ กรุงเทพ : เอราวัณการพิมพ์, ๒๕๕๖.



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 37

การตีความหรือการใช้บังคับอนุสัญญานี้อาจเชิญคู่กรณี Conduct of Parties in the South China Sea -

หรือบรรดาคู่กรณีอีกฝ่ายหรือให้เสนอข้อพิพาท DoC)
เพื่อการประนีประนอม โดยสอดคล้องกับวิธีพิจารณา ต่อมาที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส อาเซียน-จีน
ตามภาคผนวก ๕ ตอนที่ ๑ หรือวิธีพิจารณา ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาการปฏิบัติของภาคี
การประนีประนอมอื่น (Conciliation Commission) ในทะเลจีนใต้ (ASEAN-China Senior Officials’
ที่ผ่านมาจีนแสดงเจตจำนงชัดเจนตั้งแต่ปี Meeting on the Implementation of the DoC-
ค.ศ.๒๐๐๔ ที่ไม่เจรจาในลักษณะพหุภาคี แต่จะเจรจา SOM on DoC) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม
ในลักษณะทวิภาคีกับรัฐพิพาทเป็นกรณีไป ซึ่งอำนาจ ค.ศ.๒๐๐๔ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ได้มีมติให้จัดตั้ง

ในการเจรจาของจีนมีสูงมากอาจทำให้คู่เจรจาที่ต้อง คณะทำงานร่วม อาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตาม
พึ่งพิงจีนในทางเศรษฐกิจในฐานะที่จีนเป็นประเทศที่มี ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้
กำลังซื้อสูงและเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับต้นของโลก (ASEAN-China Joint Working Group on the
และอำนาจทางการทหารของจีนที่กำลังแผ่ขยายมา Implementation of the DoC:JWGon DoC)
ในภูมิภาค ทำให้จีนได้เปรียบและสามารถบีบบังคับ ในระยะแรกของการประชุมคณะทำงานร่วมมักจะเกิด
คู่พิพาทได้ ความขัดแย้งจนที่ประชุมไม่อาจบรรลุฉันทามติได้
๒.๒ การระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศโดย เนื่องจากจีนต้องการเจรจากับรัฐพิพาทแบบทวิภาคีใน
องค์การระหว่างประเทศ ขณะที่อาเซียนต้องการเจรจากับจีนในลักษณะพหุภาคี
ในข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ สหประชาชาติได้แสดง จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม ค.ศ.๒๐๑๑ จีนได้ยอมรับ

บทบาทเป็นผู้สนับสนุนให้แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและ หลักการ ๕ ประการเพื่อการพัฒนาความร่วมมือ
เน้นบทบาทของอาเซียนในฐานะองค์การระหว่าง ในพื้นที่ขัดแย้งตามปฏิญญาร่วม DoC
ประเทศระดับภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการแก้ไข
ตามหมวด ๘ แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งอาเซียน ปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้โดยสันติวิธีและจะร่วมกัน
ได้แสดงบทบาทในการคลี่คลายปัญหานี้ร่วมกับรัฐ ผลักดันการกำหนดแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code
พิพาทโดยมีการลงนามในข้อตกลงและความร่วมมือ of Conduct - CoC) นับตั้งแต่ปลายปี ค.ศ.๒๐๑๑
ที่สำคัญหลายฉบับนับตั้งแต่ทศวรรษที่ ๑๙๙๐ โดย จนถึงกลางปี ค.ศ.๒๐๑๒ เจ้าหน้าที่อาวุโสของอาเซียน

อาเซียนได้ออกประกาศ ASEAN Declaration on the ได้ร่วมกันร่างเอกสารที่วางเค้าโครงองค์ประกอบ
South China Sea (Manila Declaration) สำคัญของ CoC ในอนาคตแม้ว่าจีนจะไม่ค่อยพอใจนัก
ในปี ค.ศ.๑๙๙๒ มุ่งเน้นให้รัฐพิพาทแก้ปัญหาในพื้นที่ ที่กลุ่มประเทศอาเซียนจัดทำร่างนี้โดยที่จีนไม่มีส่วนร่วม
อย่างสันติวิธีภายใต้หลักการของสนธิสัญญาว่าด้วย โดยตรงแต่จีนก็ยังแสดงความเต็มใจที่จะร่วมมือกับ
ไมตรีจิตและความร่วมมือของอาเซียน (Treaty of อาเซียนต่อไปเพื่อเริ่มต้นกระบวนการ CoC โดยพื้นฐาน
Amity and Cooperation in South East Asia-TAC) แล้วกระบวนการ CoC ควรดำเนินไปควบคู่กับการนำ
แต่จีนปฏิเสธที่จะเจรจาปัญหาทะเลจีนใต้ในลักษณะ DoC มาใช้ปฏิบัติและ ในวันที่ ๑๕ กันยายน ค.ศ.๒๐๑๓
พหุภาคีและเห็นว่าปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับ ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสจีน-อาเซียน ว่าด้วยการ

อาเซียนต่อมาในปี ค.ศ.๒๐๐๒ อาเซียนกับจีนได้ลงนาม กำหนดแนวทางปฏิบัตในทะเลจีนใต้ (CoC) ได้เห็น
ในปฏิญญาร่วมว่าด้วยหลักปฏิบัติของรัฐภาคีเรื่อง พ้องต้องกันที่จะเริ่มกระบวนการ CoC บนหลักการของ
ทะเลจีนใต้ (ASEAN-China Declaration on the ฉันทามติและวิธีการแบบค่อยเป็นค่อยไป


38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

๒.๓ การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ การระงับข้อพิพาทโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
(Arbitration) ได้แก่กรณีที่ข้อพิพาทระหว่างประเทศได้รับการ

คณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศได้ให้ พิจารณาพิพากษาโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
ความหมายของ “อนุญาโตตุลาการ” ว่าหมายถึง ซึ่งมีเขตอำนาจระหว่างประเทศโดยคำพิพากษา
กระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐโดยคำตัดสิน ของศาลยึดถือกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายระหว่างประเทศ
(Award) ที่ผูกมัดบนพื้นฐานของกฎหมายและเป็นไปด้วย และก่อให้เกิดพันธกรณีแก่คู่พิพาท
ความสมัครใจยินยอมของรัฐคู่พิพาทการอนุญาโต หลักการอันเป็นพื้นฐานในการระงับข้อพิพาทโดย
ตุลาการเป็นเรื่องที่คู่กรณีตกลงเลือกบุคคลและกลไก ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศคือการพิจารณาตัดสิน
ในการระงับข้อพิพาทเป็นเรื่อง ๆ ไป กรณีพิพาทระหว่างประเทศจะกระทำได้บนพื้นฐานของ

ข้อ ๓๗ แห่งอนุสัญญากรุงเฮก (Hague เจตจำนงของรัฐซึ่งหมายความว่าการยินยอม
Conventions of 1907) ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม (Consent) ของรัฐเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนที่จะนำเรื่อง
ค.ศ.๑๙๐๗ ที่ว่าด้วยการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ให้ศาลพิจารณาดังจะเห็นได้จากธรรมนูญศาลยุติธรรม
ให้คำจำกัดความการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศข้อ ๕๙ ซึ่งบัญญัติว่า “คำวินิจฉัยชี้ขาด
โดยอนุญาโตตุลาการไว้ว่า ของศาลไม่มีผลผูกพันยกเว้นในระหว่างคู่กรณีและ
“การอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศมี ในส่วนที่เกี่ยวกับคดีนั้นโดยเฉพาะ”
วัตถุประสงค์ที่จะระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศโดย รัฐในขณะเข้าร่วมเป็นภาคีอาจเลือกวิธีพิจารณาไว้
ผู้พิพากษาที่รัฐภาคีเป็นผู้เลือกและอยู่บนรากฐาน ๑ วิธีหรือมากกว่านั้นได้ตามที่ปรากฏในข้อ ๒๘๗
แห่งการเคารพกฎหมาย” อันได้แก่

ที่ผ่านมาจีนมีท่าทีชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มี ก. ศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศซึ่งตั้งขึ้น
ประเทศที่สามหรืออนุญาโตตุลาการเข้ามาไกล่เกลี่ย ตามความในภาคผนวก ๖ (International Tribunal
หรือตัดสิน ดังนั้นการดำเนินการนี้ที่ต้องได้รับ for the Law of the Sea) คณะผู้พิพากษามี ๒๑ คน
“ความสมัครใจยินยอมของรัฐคู่พิพาท” ทำให้หนทาง แต่องค์คณะที่จะพิจารณาต้องมีอย่างน้อย ๑๑ คน
การแก้ไขข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการไม่สามารถ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี
กระทำได้ เนื่องจากจีนไม่ยอมรับการเข้ามาของบุคคล ข. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International
ที่สามในการไกล่เกลี่ย Court of Justice : JCJ) ในกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์





๒.๔ การระงบขอพพาทโดยศาลยตธรรม ค. ศาลอนุญาโตตุลาการ (Arbitral Tribunal)

ระหว่างประเทศ(The International Court of ซึ่งตั้งขึ้นตามความในภาคผนวก ๗ มีจำนวน ๕ คน
Justice) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๘๙๙ เริ่มแรกจัดตั้งเป็น
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเป็นหนึ่งในองค์กร ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศถาวร (Permanent
หลักของสหประชาชาติซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกฎบัตร Court of International Justice) ในปี ค.ศ.๑๙๒๒
สหประชาชาติและมีเขตอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติ แล้วถูกยุบเลิกและแทนที่ด้วย ICJ ในปี ค.ศ.๑๙๔๖
ในธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (Statue ทว่าแสดงบทบาทหน้าที่ต่างกัน ถึงแม้ศาลอนุญาโต
of the International Court of Justice) ตุลาการมีชื่อว่าเป็นศาล ทว่าไม่ได้เป็นศาลในแบบที่
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎบัตรสหประชาชาติ (ข้อ ๙๒ เข้าใจกันทั่วไปแต่มีลักษณะเป็นองค์กรบริหาร

กฎบัตรสหประชาชาติ) ซึ่งวัตถุประสงค์คือการเป็นเครื่องมืออันถาวรและ



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 39

พร้อมเมื่อมีการยื่นเรื่องเพื่อขอให้มีการวินิจฉัยตัดสิน ของศาลโลกดังนั้นจึงไม่สามารถแก้ปัญหาการกล่าวอ้าง

ข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลอดจนเพื่อการดำเนิน สิทธิ์ขัดแย้งกันเหนือหมู่เกาะสแปรตลีด้วยวิธีการทาง
กระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นว่า การเป็น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรืออนุญาโตตุลาการได้
คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและไกล่เกลี่ย ๓. การแผ่อำนาจของจีนในทะเลจีนใต้
ประนีประนอม โดยทั้งจีนและฟิลิปปินส์เป็นรัฐภาคีของ การแผ่อำนาจในทะเลจีนใต้ นั้นเป็นการใช้กำลัง
Hague Conventions of 1907 คดีความที่ศาล ทางทหารและมาตรการบังคับให้ชาติอื่นปฏิบัติตาม
อนุญาโตตุลาการสามารถดูแลดำเนินการได้มีขอบเขต อันเป็นการละเมิดสิทธิ์ของรัฐอื่นในการเดินเรือและ
ทางด้านประเด็นกฎหมายที่กว้างขวาง เป็นต้นว่า การเดินอากาศ ท่าทีที่จีนแสดงผ่านการใช้กำลังเข้ายึด

ข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนและเกี่ยวกับพรมแดน เกาะที่มีชาติอื่นยึดครองอยู่ก่อนโดยใช้กำลังทางทหาร
ทางทะเลอำนาจอธิปไตยเขตอำนาจศาล สิทธิมนุษยชน ทำให้จีนตกเป็นเป้าของความหวาดระแวงของรัฐ
การลงทุนระหว่างประเทศ (การวินิจฉัยชี้ขาดในกรณี คู่พิพาทหรือการขัดกันด้วยอาวุธในทะเล
พิพาทระหว่างผู้ลงทุนกับรัฐ) ตลอดจนเรื่องต่าง ๆ ในปี ค.ศ.๑๙๘๘ เมื่อทหารเรือเวียดนามทำการรบกับ
ในด้านการค้าระหว่างประเทศและการค้าในภูมิภาค ทหารเรือจีนโดยจีนได้ใช้เรือฟริเกต ๖ ลำ ยิงเรือรบ
ในการไต่สวนพิจารณาคดีของ PCA มีน้อยครั้งที่เปิดให้ เวียดนามจม ๓ ลำ ทำให้ลูกเรือเวียดนามเสียชีวิต
สาธารณชนเข้าฟัง กระทั่งคำตัดสินวินิจฉัยบางครั้ง ๗๐ คน ที่บริเวณพื้นที่ Johnson Reef ใกล้แนว
ยังเก็บเป็นความลับตามคำขอของคู่ความ ปะการัง Fiery Cross Reef ซึ่งฟิลิปปินส์ได้อ้างสิทธิ์
ง. ศาลอนุญาโตตุลาการพิเศษ (Special Arbitral ทับซ้อนกับจีนจากนั้นจีนได้ออกกฎหมายที่ชื่อว่า

Tribunal) ซึ่งตั้งขึ้นตามความในภาคผนวก ๘ มีจำนวน “Law on the Territorial Sea and Continuous
๕ คน พิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับปัญหาการประมงการ Zone of the People’s Republic of China”
คุ้มครองและการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลการวิจัย ระบุว่าหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีอยู่ใน
วิทยาศาสตร์ทางทะเลหรือการเดินเรือรวมถึงภาวะ ภายใต้อธิปไตยของจีนซึ่งเป็นการแสดงอำนาจอธิปไตย
มลพิษจากเรือและการปล่อยของเสียในทะเล เหนือดินแดนตามที่จีนได้อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้
ในกรณีข้อพิพาทระหว่างจีนและฟิลิปปินส์นั้น ผ่านแผนที่ที่รัฐบาลของจีนในปี ค.ศ.๑๙๔๗ “Map of
จีนได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวมาตลอดว่าจะไม่ยอมรับ South China Sea Islands” ซึ่งได้ระบุพื้นที่อ้างสิทธิ์

คำพิพากษาของศาลโลกหรือศาลอนุญาโตตุลาการ ของจีนผ่านแผนที่เส้นประ ๙ เส้น (9 - Dashed Line
ถาวร (Permanent Court of Arbitration: PCA) Map) โดยจีนได้ส่งกำลังเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้ง
เพื่อชี้ว่าสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือหมู่เกาะสแปรตลีเป็น กำหนดให้เรือต่างชาติต้องขออนุญาตจากทางการจีน
ของใครหรือมีแนวทางการแบ่งสิทธิ์อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมา ในการเดินเรือผ่านน่านน้ำ
ตลอดเวลาจีนไม่ไว้วางใจและไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรม
(อ่านต่อฉบับเดือนพฤษภาคม)













40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง

ของกองทัพเรือ





















พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์


คำว่า ลดต้นทุนจำนวนมาก ทำให้กำไรสูงตามไปด้วย ต่อมา
การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง
มีการพูดและใช้มานานในสหรัฐอเมริกา หลาย ๑๐ ปีแล้ว สหรัฐนาวีได้นำแนวความคิดเหล่านี้มาใช้ โดยได้
โดยเริ่มต้นมาจากฝ่ายพลเรือน คือ บริษัท วอลมาร์ท จำกัด มีการวางระบบอำนวยการรบและระบบงานต่าง ๆ
(Wal - Mart Stores, Inc.) ที่เป็นห้างสรรพสินค้า เป็นโครงข่าย ทั้งนี้ ระบบแรกได้รับการทดลองในกองเรือ
ดำเนินการขายปลีกไปทั่วสหรัฐฯ คล้ายคลึงกับ Seven บรรทุกเครื่องบินในการส่งข้อมูลทางยุทธการ
Eleven ในปัจจุบัน การดำเนินการของ Wal - Mart และธุรการผ่านทางระบบเครือข่าย รวมทั้ง Internet ด้วย
ได้ควบคุมการเบิกจ่าย ขายสิ่งของต่าง ๆ โดยดำเนินการ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดวิวัฒนาการในการเปลี่ยนแปลง

ในลักษณะเป็นโครงข่าย ยกตัวอย่างในรัฐหนึ่ง เช่น ระบบอำนวยการรบและการสั่งการอย่างรวดเร็ว
มลรัฐเวอร์จิเนีย มีการวางโครงข่ายสินค้าต่าง ๆ ในส่วนของกองทัพเรือไทย ในขั้นต้นเมื่อผู้เขียน
เชื่อมโยงกันเป็นใยแมงมุม ร้านค้าหนึ่งในเมืองหนึ่งหรือ ดำรงยศเป็น นาวาเอก ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง
ตำบลหนึ่ง จะสามารถตรวจสอบสินค้าผ่านโครงข่ายว่า ผู้อำนวยการกองการศึกษาสงครามทางเรือ ศูนย์ศึกษา
ร้านค้าอีกจุดหนึ่งมีสินค้าที่ตนเองมีหรือไม่มี ซึ่งสามารถ ยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ ในปี พ.ศ.๒๕๔๑ ผู้เขียน
แทนกันได้หากร้านไหนสินค้าหมดก็สามารถเรียกจาก ได้ศึกษาในเรื่อง การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง
ร้านอื่น ๆ หรือคลังสินค้าที่อื่นได้อย่างรวดเร็ว หรือ Network Centric Warfare อย่างจริงจัง
ทำให้การขายสินค้าไม่ขาดตอน ทุ่นเวลาระยะทาง จึงได้ทราบว่ากองทัพเรือยุคนั้นยังไม่มีการใช้ หรือ
ค่าขนส่งไปด้วย จนทำให้บริษัท วอลมาร์ท เป็นบริษัท พัฒนาระบบนี้ขึ้นมาใช้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ที่มีมูลค่าการขายสูงและมีกำไรมากที่สุดบริษัทหนึ่ง เพราะวิวัฒนาการเรื่องนี้ต้องอาศัยเวลา หลายท่าน
ทำให้ประสิทธิภาพของการขายมีประสิทธิภาพสูง ยังไม่ทราบถึงการปฏิบัติการหรือสงครามที่ใช้เครือข่าย


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 41

เป็นศูนย์กลาง รู้จักแต่เพียงคำว่า Data Link ซึ่งก็คือ ระบบอำนวยการรบเป็นของจีนเกือบทั้งหมด เพื่อใช้

การส่งข้อมูลเพียงส่วนหนึ่ง ผ่านเครื่องมือสื่อสาร ในการตั้งต้นของการพัฒนาต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม
คือ วิทยุ จะเป็นวิทยุความถี่สูง (High Frequency - กองทัพเรือก็ได้สั่งต่อเรือสำคัญอีก ๑ ชุด คือ เรือฟริเกต
HF) หรือความถี่สูงมาก (Ultra High Frequency - ชุดเรือหลวงนเรศวร (เรือหลวงนเรศวร เรือหลวง
UHF) เท่านั้น การดำเนินการโดยใช้เครือข่ายไม่มี ตากสิน) โดยซื้อตัวเรือจากจีน เครื่องยนต์จากยุโรป
กองทัพเรือพยายามพัฒนาระบบ Data Link อาวุธทั้งหมดใช้จากยุโรป สหรัฐอเมริกา และระบบ
และระบบเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นเอง โดยระดมกำลังพล อำนวยการรบจากยุโรป ปัญหาหนักอกของกรม
ที่มีความสามารถเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์มาจัดทำ อิเล็กทรอนิกส์ในยุคนั้น คือ การหลอมรวมระบบ

เครื่องฝึกศูนย์ยุทธการเครื่องฝึกยุทธวิธี นำคอมพิวเตอร์ อำนวยการรบ ระบบอาวุธ และระบบอื่น ๆ หรือ Interface
มาประกอบกันใช้ราคาไม่แพง แต่ก็น่าภูมิใจที่มี เข้าด้วยกัน ทุกคนฝากความหวังไว้ที่หน่วยเดียว
ความมุ่งมั่นได้ของราคาถูก และก็ใช้ได้ตามสภาพ คือ กรมอิเล็กทรอนิกส์ ในการหลอมรวมระบบเข้าด้วยกัน
ของดีราคาถูกไม่มีหรอกครับในโลกแห่งความเป็นจริง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขาดไปและสำคัญ คือ การใช้ความรู้
พวกเราก็หลงใหลได้กับสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ก็ลืมไปว่า ทางปฏิบัติการทางเรือหรือยุทธการทำการหลอมรวม
เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดกำลังดำเนินไปตามครรลอง เข้าด้วยกัน ขณะนั้นฝ่ายสหรัฐฯ ก็กลัวจีนคัดลอก
ของมัน อุปกรณ์ เช่น อาวุธปล่อยนำวิถี Hapoon ไม่ว่าจะเป็น
ในยุคนั้น กองทัพเรือมีปรมาจารย์ในเรื่อง Hardware หรือ Software ไป ยุโรปก็กลัวจีน
อิเล็กทรอนิกส์หลายคนรวมทั้งกองทัพเรือได้จัดหา ทุกประเทศกลัวกันหมด และไม่ให้ข้อมูลซอฟแวร์

เรือฟริเกตจากจีนหลายชุด เช่น เรือฟริเกต ชุดเรือหลวง (Protocol และ Source Code) มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน
เจ้าพระยา (เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง เพราะกลัวความลับรั่วไหล การเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน
เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงสายบุรี) ซึ่งเป็นเรือที่มี แทบเป็นไปไม่ได้ ต้องขอบคุณและเป็นความโชคดี
เทคโนโลยีแค่เพียงพื้นฐาน ระบบเก่าใช้อาวุธ และ ของกองทัพเรือที่ได้พระเอก กรมอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย




























เรือหลวงนเรศวร ภายหลังทำการตรวจรับในทะเลระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘


42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

หลังจากดำเนินการอยู่นานกรมอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถ ในปัจจุบันเรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร

เชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน และใช้กำลังพลของ เป็นเรือที่นับว่ามีขีดการรบสูงสุดชุดหนึ่งในภูมิภาคนี้
กรมอิเล็กทรอนิกส์เอง โดยจัดทำเป็นกล่องดำเชื่อมต่อ มีระบบอำนวยการรบและระบบอาวุธที่ล้ำสมัย มีระบบ
ระบบเข้าด้วยกัน แต่ก็ทำเอง ไทยเขียน ไทยใช้ ต้องการ โครงข่ายติดต่อกับเครื่องบินโจมตี (เครื่องบิน Gripen)
ของถูก และดีซึ่งก็ไม่มีในโลก ก็ได้แค่นี้แหละครับ และเครื่องบินตรวจการณ์ (เครื่องบิน Erieye) ของ
ความฝันของกรมยุทธการทหารเรือ และกองทัพเรือต่อไป กองทัพอากาศได้เป็นอย่างดี และมีโครงข่ายสามารถ
คือการติดอาวุธปล่อยสู้อากาศยานแนวตั้ง หรือ ESSM ส่งข้อมูลปฏิบัติการจากเรือหัวหน้า เช่น เรือหลวง
(Evolved SeaSparrow Missile) เพื่อเป็น ตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือฟริเกตใหม่ และเรือหลวง

เรือป้องภัยทางอากาศให้กับกองทัพเรือ ปีนั้นคือปีก่อน จักรีนฤเบศร ผ่านระบบสื่อสารดาวเทียม รวมทั้ง
พ.ศ.๒๕๔๓ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๘ หรือ ๑๕ ปี ต่อมา สามารถนำระบบถ่ายทอดทางภาพ (VTC - Video
กองทัพเรือได้ปรับปรุงเรือชุดเรือหลวงนเรศวรใหม่ Tele Conference) รวมทั้งเชื่อมต่อ Internet
โดยการปรับระบบเกือบทุกระบบทั้งหมด ทั้งระบบ ความเร็วสูงในการส่งข่าวมายังศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ
อำนวยการรบและระบบอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง และศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีจึงนับได้ว่า
ระบบอาวุธและอำนวยการรบที่มีความทันสมัยอย่างมาก เป็นเรือซึ่งสามารถปฏิบัติการทางยุทธการและยุทธวิธี
รวมทั้งได้ติดตั้ง ESSM บนเรือชุดเรือหลวงนเรศวรได้ ได้อย่างสมบูรณ์
และสามารถทดสอบยิงในทะเลกับเป้าอากาศยาน ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๒ เมื่อผู้เขียนดำรงตำแหน่ง
ของกองทัพเรือสหรัฐฯ เป็นผลสำเร็จ เมื่อเดือนกันยายน เจ้ากรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ

พ.ศ.๒๕๕๘ แต่อย่างไรก็ตามเรือชุดนี้ก็ต้องเสียเงิน ก็ได้จัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาการสงครามที่ใช้
ในการปรับปรุงทุกระบบ รวมทั้งตัวเรือให้เป็นเรือที่มี เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Warfare -
ขีดความสามารถสูง ในระดับต้น ๆ ในภูมิภาคโดยใช้ NCW) ขึ้น โดยแผนแม่บทจะกล่าวถึงแนวทางการพัฒนา
วงเงินมากกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาท การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางทั้งระยะต้น




























จานสายอากาศระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมบนเรือหลวงสิมิลัน


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 43

ระยะปานกลางและระยะยาว และนำเสนอให้ สัญญาณผ่านดาวเทียม ทั้งภาพ ข้อมูลทางยุทธการ

พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ (ผู้บัญชาการทหารเรือ ระหว่าง เรือหลวงสิมิลัน ซึ่งเป็นเรือธงกับ ศูนย์ปฏิบัติการ
ในขณะนั้น) ซึ่งท่านได้กรุณาเห็นชอบ และให้กำลังใจว่า กองทัพเรือ ได้เป็นอย่างดี
ให้ทำต่อไป เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ในเดือน เนื่องจากใกล้เวลาและกระชั้นเข้ามาแล้ว รัฐบาล
กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ปลายปีนั่นเอง กองทัพเรือ ได้รับ กำหนดให้ส่งเรือไปปฏิบัติราชการประมาณต้นเดือน
โจทย์ยากมาข้อหนึ่ง คือ การส่งเรือและกองกำลัง ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ โดยเหลือเวลาประมาณ ๓ เดือน
ไปปราบปรามโจรสลัดที่โซมาเลีย นับเป็นโจทย์ ผู้เขียนจึงได้นำเรียน ผู้บัญชาการทหารเรือ ถึงเหตุผล
ที่ท้าทาย กองทัพเรือ และกรมการสื่อสารและ ความจำเป็นในทางยุทธการ และความสามารถ

เทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ เป็นอย่างมาก ที่กระทำได้ของกำลังพลกรมการสื่อสารและเทคโนโลยี
เพราะการเดินทางไปปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกล สารสนเทศทหารเรือ โดยเบิกยืมเงินทดลองจาก
จากไทยถึง ๗,๐๐๐ กิโลเมตร หรือ ๔,๐๐๐ ไมล์ กองทัพเรือ ก่อน ๗ ล้านบาท เมื่อรัฐบาลโอนเงินมาแล้ว
การอำนวยการรบเป็นหัวใจของการปฏิบัติการ ก็จะเข้าระบบของกองทัพเรือ ต่อไป ผู้บัญชาการทหารเรือ
ผู้เขียนได้ประชุมหารือกับผู้ใต้บังคับบัญชาหลายครั้ง ท่านได้พิจารณาและกรุณาเห็นชอบให้ดำเนินการได้
และสามารถสรุปได้ว่า การติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งจุดนี้ผู้เขียนถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ NCW
จะเป็นข่ายหลักในการบังคับบัญชา การสื่อสารความถี่สูง ก็ว่าได้ เมื่อรับปากไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ ผู้เขียนและ
(High Frequency - HF) จะเป็นการสื่อสารรอง ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เร่งดำเนินการ โดยแบ่งเป็น ๓ ส่วน
เนื่องจากการสื่อสารด้วยความถี่สูงมีขีดจำกัดมากมาย การติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาพ (VTC - Video Tele

เช่น การส่งข้อมูลจะมีสัญญาณรบกวนมาก ความเร็ว Conference) มาที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ
ในการส่งข้อมูลจะใช้เวลานานเช่นกัน ฯลฯ โดยผ่านระบบดาวเทียมทุกวันตอนเช้า แม้ว่าเรือจะอยู่
โดยในเทคโนโลยียุคนั้น จะมีเทคโนโลยีใหม่สำหรับ ในทะเลจะเป็นโซมาเลีย หรือที่อื่น ๆ แม้ว่าจะห่างไกล
การปฏิบัติการในทะเล โดยเรือในทะเลสามารถติดตั้ง ถึง ๗,๐๐๐ กิโลเมตร ก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนที่ ๒
ระบบสื่อสาร VSAT (Very Small Aperture คือ การใช้โทรศัพท์จากเรือมายัง ศูนย์ปฏิบัติการ
Terminal) โดยใช้จานสายอากาศ C Band ซึ่งเป็น กองทัพเรือ และส่วนที่ ๓ คือ การติดต่อผ่านระบบ
จานสายอากาศขนาด ๒ เมตร มีระบบป้องกันการโคลง เชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธการหรือ Data Link

หรือ Stabilizer เพื่อป้องกันการโคลงของเรือ และรับ




















เป้าเรือหลวงสิมิลัน และขบวน Convoyผ่านระบบ Data Link เมื่อ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๐๙๔๕

44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

โดยมี นาวาเอก อรัญ นำผล รองเจ้ากรมสื่อสาร ภาคเที่ยงทุกวันมากกว่า ๑๐๐ สกู๊ป เมื่อกลับมาถึง

และเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ (ยศขณะนั้น) ประเทศไทยผู้สื่อข่าวจึงได้รับรางวัลนาฏราช ในเรื่อง
เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และใช้องค์ความรู้ร่วมกับ ข่าวยอดเยี่ยม - สำหรับสกู๊ปข่าว “โจรสลัดโซมาเลีย”
นายทหารของกรมการสื่อสารฯ หลายคน เมื่อเรือ ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ ผู้เขียนขอขยายความเพิ่มเติมว่า
ออกปฏิบัติการในครั้งนั้น เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับ ในการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ กองทัพเรือได้เคยติดต่อ
กองทัพเรือมากที่สุดคือ เราสามารถส่งข้อมูลทาง ไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นก่อนหน้านี้แล้ว แต่โทรทัศน์
ยุทธการโดยใช้ดาวเทียม ABS - 1 ที่เช่าจากฮ่องกง แต่ละช่องไม่มีความมั่นใจในเทคโนโลยี มีเพียงช่อง ๓
(เนื่องจากดาวเทียมไทยคม ๕ มีพื้นที่ปฏิบัติการ เท่านั้น ช่อง ๓ จึงรับไปดำเนินการทั้งหมด

หรือ Foot Print ไม่ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ) ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง
โดยใช้ Data Link ที่พัฒนาโดยกำลังพลของกองทัพเรือ ที่จะพัฒนาการสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง
เองรวมทั้งสามารถ Video Tele Conference (VTC) ต่อไป และผู้เขียนมีความมั่นใจว่าสามารถทำได้
มารายงานผลการปฏิบัติได้ ณ เวลาจริง (Real Time) ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ผู้เขียนได้รับพระบรม
และสามารถเชื่อมโยงสัญญาณโทรศัพท์ของกองทัพเรือ ราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย
และของเอกชนในประเทศไทย วางระบบไว้บน เสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธการ และกองทัพเรือ
เรือหลวงสิมิลัน และสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ ได้มอบหมายให้เป็นประธานกรรมการอำนวยการ
ได้รวดเร็ว โดยค่าใช้จ่ายเท่ากับโทรที่เมืองไทย พัฒนาขีดความสามารถสำหรับสงครามที่ใช้เครือข่าย
คือโทรศัพท์ของเอกชน (TOT หรือค่ายอื่น ราคา เป็นศูนย์กลาง (NCW) ของกองทัพเรือ (เป็นโดยชื่อ)

มาตรฐานเมืองไทย คือ ครั้งละ ๓ บาท โทรศัพท์ จึงได้จัดทำแผนแม่บท NCW ตามที่กล่าวมาแล้ว
ในกองทัพเรือเอง ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ซึ่งทำให้เกิด ขณะเดียวกันต่อมา ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังได้กรุณา
ความรวดเร็วในการสั่งการและติดต่อทางธุรการได้ง่าย แต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการบริหารโครงการปรับปรุง
สะดวก ถูก และฉับไว สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร และต่อมาเป็นประธาน
เราสามารถส่งข้อมูลเป็นภาพ เสียง ในเวลาจริง กรรมการบริหารโครงการเรือหลวงจักรีนฤเบศรด้วย
มาออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ โดยใช้ผู้สื่อข่าว เมื่อผู้เขียนเป็นประธานบริหารโครงการปรับปรุง
และช่างกล้องจากสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ ที่ไปอยู่บน เรือฟริเกต ชุดเรือหลวงนเรศวร ซึ่งเป็นการปรับปรุงเรือ

เรือหลวงสิมิลัน รายงานสดในเวลาจริงได้ตลอดเวลา ที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุดโครงการหนึ่ง ก่อนหน้านั้น
ช่อง ๓ สามารถส่งข่าวออกอากาศในช่วงเวลาข่าว การปรับปรุงเรือฟริเกตชุดนี้ มีการพิจารณาการใช้
ระบบอำนวยการรบและการปรับปรุงหลายอย่าง
สิ่งสำคัญคือ การใช้ระบบการส่งข้อมูล (Data Link)
โดยใช้ Link II ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นระบบส่งข้อมูล
ที่เก่ามาก ส่งสัญญาณด้วยความเร็วต่ำเพียง
1,800 Bit/Sec เป็น Link ในยุคอดีต โดยการ
ส่งสัญญาณจะใช้ระบบ Roll Call คือต้องส่งสัญญาณ
ทีละสถานี (เรือ) ก่อน เมื่อส่งข้อมูลแล้วหากเรือลำที่ ๑

รับข่าวได้แล้ว จึงจะส่งข้อมูลให้สถานีหรือเรือลำต่อไป


ภาพข่าวของช่อง ๓ จึงทำให้การส่งข้อมูลช้าและไม่ทันการ ประเดนปญหา
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 45


สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการใช้เครื่องมือ เขารหัส เนื่องจากทั้ง ๓ โครงการ เป็นโครงการที่มีความสลับ
ฝ่ายสหรัฐฯ เป็นผู้เก็บรหัสไว้ เมื่อถึงเวลาจะฝึกกับ ซับซ้อนและเกี่ยวเนื่องกันอย่างเป็นระบบ จากผู้ช่วย

เครื่องบินลาดตระเวน P3 ของสหรัฐฯ จึงจะขอจาก เสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธการ รองเสนาธิการทหารเรือ
สหรัฐฯ มาฝึก ซึ่งก็เท่ากับว่ากองทัพเรือจะใช้ได้ จนกระทั่ง เสนาธิการทหารเรือ ต่อมาในสมัยที่ผู้เขียน
เมื่อฝึกกับสหรัฐฯ เท่านั้น แล้วจะได้ประโยชน์อะไรล่ะครับ ดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารเรือ
มันกลายเป็นสัญญาทาส ใช่หรือไม่ ได้สั่งการให้เปลี่ยนชื่อเป็นตำแหน่ง เสนาธิการทหารเรือ
ผู้เขียนได้นำเรียน ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้ทราบ เพื่อรับงานนี้ต่อไป
ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านจึงกรุณาให้ผู้เขียน สำหรับการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางนั้น
เป็นประธานบริหารโครงการ และแก้ปัญหาโดยเร็ว ถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนให้กองทัพเรือ

คณะกรรมการบริหารโครงการจึงได้มีการดำเนินการ เป็นกองทัพเรือที่ทันสมัย ทัดเทียมกับเหล่าทัพ และ
ทั้งหมด และปรับเปลี่ยน Link II ไปด้วยจนกระทั่ง ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่
กลายเป็นระบบ เรือหลวงนเรศวร เรือหลวง กำหนดไว้ในวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ แต่อย่างไรก็ตาม
จักรีนฤเบศร ในปัจจุบัน ทั้งนี้ความสำเร็จในครั้งนี้ ก็ยังมีหลายท่านเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจเพียงพอถึงเรื่องนี้
ต้องยกให้เป็นความสามารถ และชื่นชมคณะทำงาน ซึ่งผู้เขียนขอถือโอกาสนำเสนอให้ทราบดังนี้

ของกองทัพเรือจากหน่วยต่าง ๆ โดยมี พลเรือตรี ชาลี การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCW)
ส่องสว่างธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ที่อุทิศตัว ก่อนอื่นจะขอตอบคำถามที่ว่า Data Link
ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งมีประสิทธิภาพจนทำให้ (การส่งต่อข้อมูล) คือ การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่าย
โครงการปรับปรุง เรือหลวงนเรศวร และเรือหลวง เป็นศูนย์กลางหรือไม่ คำตอบก็คือ ใช่ และไม่ใช่

จักรีนฤเบศร สำเร็จในครั้งนี้ เนื่องจาก Data Link นับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการ
โครงการ NCW โครงการเรือหลวงจักรีนฤเบศร ปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network
และโครงการเรือหลวงนเรศวร ทั้ง ๓ โครงการที่ผู้เขียน Centric Operation – NCO) คือการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานโดยชื่อทั้งหมด ทางยุทธการ โดยใช้การสื่อสารเข้าช่วยเป็นส่วน ๆ



























องค์ประกอบของ Network Centric Warfare

46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

และ NCO ล่ะ คำตอบคือ การเชื่อมต่อและส่งต่อข้อมูล ตรวจจับเป้าได้แล้วก็จะส่งข้อมูลให้ระบบควบคุมสั่งการ

โดยใช้ระบบสื่อสารเป็นโครงข่าย มิใช่เป็นจุด ๆ โดยมี ทางยุทธการ (Command Management System
การใช้ระบบสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (CMS) ) โดย CMS จะประเมินค่าและสั่งการยิงอาวุธ
(NCW) จะหลอมรวมระบบต่าง ๆ เข้าด้วย โดยแบ่ง ไปที่ระบบอาวุธ โดยใช้ CMS เป็นเครื่องมือในการ
การปฏิบัติเป็น ๓ ส่วน หรือ 3 Layer คือ ระบบ บริหารและดำเนินการ
ควบคุมสั่งการ ระบบอาวุธ และระบบตรวจการณ์ กรณีปฏิบัติการร่วมกับเรืออื่นๆ
(Command Control Layer, Decision Maker เรือทุกลำ จะส่งข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนกัน โดยใช้
Layer) - ระบบควบคุมสั่งการ ระบบเชื่อมโยงข้อมูล (Data Link) และโดยใช้วิทยุ HF/

(Shooter Layer) - ระบบอาวุธ/ระบบการยิง UHF เป็นตัวกลาง (Mean) เรือทุกลำเมื่อรับเป้าได้แล้ว
(ReconnaissanceLayer, Sensor Layer) - ระบบ ก็จะนำเป้ามาเปรียบเทียบและคำนวณ (Collerate)
ตรวจการณ์/ตรวจจับ และคัดกรองเป้า (Fusion) ให้เหลือเป้าของตนเอง
โดยทั้ง ๓ ส่วนนี้ จะอยู่ที่เดียวกันหรือต่างที่ก็ได้ เพียงเป้าเดียว ถ้าเรือมีเทคโนโลยีใหม่ก็ใช้ ระบบ CMS
จะเชื่อมต่อกันด้วยระบบสื่อสาร อาจจะเป็นทางสาย เข้าช่วยเหลือ เรือยุคเก่าก็ใช้โดยการใช้แผ่น Plot
หรือทางวิทยุ / ทางดาวเทียม เป็นต้น ด้วยมือต่อไป เมื่อเรือแต่ละลำตรวจจับเป้าแล้ว ก็จะเข้าใช้
ขอยกตัวอย่าง เรือหลวงนเรศวร ดังนี้ อาวุธต่อเป้าหมาย ตามขีดความสามารถ และระยะ
ตรงนี้จะเห็นเป็นระบบ Centric บนเรือ อาวุธของตนเอง สำหรับการดำเนินการในภาพรวมแล้ว
โดยทั้ง ๓ ส่วน อยู่ที่เดียวกัน เมื่อเรดาร์ (Radar) เรือหัวหน้า เช่น เรือหลวงตากสิน / เรือหลวงนเรศวร






































อุปกรณ์ที่ติดตั้งตามโครงการปรับปรุงเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวร

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 47

ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีอัตโนมัติระหว่างเรือกับเรือ แบบ Link RTN และประเภทข้อมูลที่แลกเปลี่ยน


ที่มีระบบสื่อสารดาวเทียมก็จะแลกเปลี่ยนกับ ทัพเรือภาคต่าง ๆ ก็จะได้รับเป้าจากโครงข่ายของกอง
ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพเรือ โดยใช้การสื่อสารดาวเทียม ทัพเรือ ผ่านทาง Micro Wave Link หรือดาวเทียมต่อ
เป็น Mean และเป็นข้อมูล ๒ ทาง (คือรับและส่ง) ไป สำหรับการส่งต่อข้อมูลให้ ศูนย์บัญชาการ ทหาร
ขณะเดียวกัน เรดาร์ชายฝั่งของกองทัพเรือ กองทัพไทย (ศบท.) หรือศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ
ที่ติดตั้งตามตำบลที่ต่าง ๆ ตามชายฝั่งและบนเกาะ หรือศูนย์ปฏิบัติการตามลำดับต่าง ๆ นั้น ศูนย์ปฏิบัติการ
รวมทั้งเรดาร์เคลื่อนที่ของกองทัพเรือ ก็จะส่งเป้า และศูนย์บัญชาการ เหล่านั้น จะมีหน้าที่ในการเฝ้าฟัง
ตามตำบลที่ของแต่ละหน่วยจับได้ ส่งข้อมูลกลับมาโดย (Monitor) ข่าวสารอย่างเดียวไม่ควรที่จะเข้ามาล้วงลูก
ใช้สายใยแก้ว (Fiber Optic) หรือการสื่อสารทางวิทยุ/ สั่งการ เนื่องจากการโจมตี/ปฏิบัติการต้องเป็นหน้าที่
ดาวเทียม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะทำการหลอมรวม ของ ผู้บังคับการยุทธบริเวณ ที่ได้รับมอบอำนาจไปตาม

เป้าเหลือเป้าเดียว แล้วส่งกลับให้กับเรือหัวหน้า เพื่อให้ กฎการใช้กำลัง (RoE หรือ Rule of Engagement)
เรือไปหลอมรวมเป้าต่อไป ขณะเดียวกันศูนย์ปฏิบัติการ ที่มอบให้ อย่าหลงแสดงบทบาทของตัวท่านเองเป็น

























ระบบสื่อสารสนับสนุนการควบคุมบังคับบัญชาระยะไกล (ประกอบด้วย ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม และ HF)

48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙

ผู้บังคับการกองพัน/ ผู้บังคับการกรม/ ผู้บังคับการเรือ/ จะเปรียบเทียบกับเรดาร์อากาศตามตำบลที่ต่าง ๆ

ผู้บังคับการกองเรือ/ หรือผู้บังคับอากาศยาน/ ของกองทัพอากาศเอง และจะทำการหลอมรวมเป้า
ผู้บังคับการหน่วยบิน เป็นอันขาด ผ่านระบบควบคุมการสั่งการของกองทัพอากาศ
สำหรับในส่วนของการปฏิบัติการทางอากาศของ (Air Command And Control System - ACCS)
กองทัพอากาศ คือ เครื่องบินโจมตี Gripen และ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับระบบควบคุมสั่งการของ
เครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ Erieye นั้นก็ไม่ใช่ กองทัพเรือ (Control Management System - CMS)
ของยาก ในการดำเนินการโดยจะแสดงให้เห็นดังนี้ บนเรือหลวงนเรศวร/ เรือหลวงจักรีนฤเบศร/
เรือฟริเกตใหม่ ส่งกลับมาให้ GES ทาง Micro Wave

และ GES จะส่งเป้าให้เครื่องบิน Gripen โดยใช้ Link T
เพื่อเข้าต่อตี/โจมตีเป้าหมาย ขณะเดียวกัน บริษัท
Gripen จะส่งข้อมูลกลับมาทาง Link T เพื่อให้ GES
ทราบว่า เครื่องบิน Gripen ตอบรับเป้าหมายนั้นแล้ว
การดำเนินการต่าง ๆ ในวงรอบ (Loop) ของกองทัพเรือ
จะดูเหมือนว่าใช้กระบวนการ (Process) นาน
แต่อันที่จริงแล้ว เมื่อมีระบบการสื่อสารที่มีความเร็วสูง
จะใช้เวลาไม่กี่ Mil Sec โดยกองทัพอากาศ ยอมให้ถึง
3 Sec (วินาที) ปัญหาใหญ่ของกองทัพอากาศ ที่ปฏิบัติการ
ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีอัตโนมัติของกองทัพอากาศ
แบบ Link E และ Link T (GADLS Improvement) ร่วมกับเรือก็ตามมาคือ กองทัพอากาศ จะสามารถ
ยืนยันเป้าหมายได้อย่างไร เพราะระบบของ กองทัพอากาศ
การปฏิบัติการเริ่มจากเครื่องบิน Erieye ซึ่งเป็น เครื่องบิน Gripen ก็เป็นเพียง Shooter เท่านั้น คือ
อากาศยานที่มีเรดาร์ลอยฟ้า ขอย้ำว่า เรดาร์ลอยฟ้า ต้อง Fire and Forgot ไม่สามารถพิสูจน์ทราบ
ไม่ใช่เครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ เนื่องจากไม่มี เป้าหมายได้
ขีดความสามารถในทาง Collerate และ Fusion เป้า กองทัพอากาศ มีอาวุธปล่อยนำวิธีอากาศสู่พื้น
เมื่อตรวจจับเป้าได้แล้ว จะส่งเป้าลงไปให้สถานีรับ - ส่ง แบบ RBS - 15 ซึ่งเป็นอาวุธปล่อยอากาศสู่พื้นระยะยิง

สัญญาณภาคพื้น (Ground Entry Station - GES) ๗๐ กิโลเมตร โดยสามารถ Stand off นอกระยะอาวุธ
ที่เกาะสมุย โดยใช้ Link E ซึ่ง GES ที่เกาะสมุยมีหน้าที่ ต่อต้านอากาศยานของเรือข้าศึกได้ แต่จะมีประโยชน์
อย่างเดียวคือส่งเป้าไปให้ SSOC - South Sector อะไรหากพิสูจน์ทราบเป้าหมายไม่ได้ การปฏิบัติการ
Operation Center ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ ร่วมกับกองทัพอากาศ คือ ศูนย์
ระบบ Micro Wave เมื่อ SSOC ได้รับข้อมูลเป้าแล้ว









อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นแบบ RBS -15
(ที่มา : SAAB และ DIEHL)


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๙ 49


Click to View FlipBook Version