พระราชดำรัส
“...ความคิดในทางส่วนตัวจะแตกต่างกัน ผลประโยชน์อันส่วนรวมคือที่ที่เรายืนอยู่นั้น
ที่ที่เราอยู่ยังมั่นคงอยู่นั้นเป็นรากฐานอันเดียวกัน ก็ขอให้ท่านระลึกถึงว่าการทำงานจะต้องช่วยกันทำ
แม้ระเบียบการจะมีความยุ่งยากปานใด แต่ละคนก็จะต้องเข้าหากันเพื่อให้หน้าที่ของตนลุล่วงไปด้วยดี...”
พระราชดำรัสพระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย
ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอังคาร ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๗
บรรณาธิการ แถลง
สวัสดีครับ ื ุ ั ์ ื ี ื
พบกันอีกครั้งในนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับ
เดอนกมภาพนธเหลอเวลาเพยงเดอนเศษ
จะถึงวันที่ราชนาวิกสภา ครบ ๑๐๐ ปี ทั้งนี้
กองทัพเรือได้กรุณาเห็นชอบให้มีการจัดงาน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา ใน
วันที่ ๑ เมษายน และแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงาน ๑๐๐ ปี ราชนาวิกสภา โดยมี
พลเรือเอก ไกรวุธ วัฒนธรรม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน
กรรมการ จึงแจ้งให้ท่านสมาชิกฯ และกำลังพลกองทัพเรือได้ทราบทั่วกัน
สำหรับในเดือน กุมภาพันธ์นี้ มีเหตุการณ์สำคัญคือ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๔๕๘ กระทรวงทหารเรือ ได้มีบันทึกกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เพื่อขอพระบรมราชานุญาตตั้ง “ราชนาวิสภา” (เทียบ Royal Naval Institute) เพื่อให้นายทหารเรือได้มีความรู้
วิชาการทหารเรือสูงขึ้น และเป็นสถานที่ที่ศึกษาหรือแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันในวิทยาและการอื่น ๆ อันจะเป็น
ประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ ต่อมาผู้ช่วยและทำการแทนราชเลขานุการได้มีบันทึกกราบทูล พลเรือเอก สมเด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ทราบว่า
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “ราชนาวิกสภา”
อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในการก่อตั้งราชนาวิกสภาขึ้นมาซึ่งในเรื่องนี้สามารถอ่านได้ในคอลัมน์บันทึกไว้ในราชนาวี
ซึ่งเขียนโดย คุณบุญพิสิฐ ศรีหงส์ นักประวัติศาสตร์ ชั้นนำของไทย ในเดือนนี้อีกเช่นเดียวกัน นิตยสารนาวิกศาสตร์ได้
ออกแบบตัวอักษรของชื่อนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นแบบใหม่ โดยได้ปรับรูปแบบตัวอักษรเป็นรูปแบบที่
เคยใช้มาในอดีต ซึ่งมีต้นแบบจากเรือหลวงหลาย ๆ ลำ ของราชนาวีไทย เช่น เรือหลวงแม่กลอง เป็นต้น ซึ่งตัวอักษร
ดังกล่าวออกแบบโดย คุณครู พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
สำหรับบทความที่น่าสนใจโดยเฉพาะบทความเรื่อง “ข้อเสนอการพัฒนาประเทศในมิติด้านทะเลฯ” ของ
กรมยุทธการทหารเรือ ซึ่งเป็นข้อเสนอของกองทัพเรือในการพัฒนาประเทศในมิติด้านทะเลของไทยในการแสวงหา การใช้
ประโยชน์และการปกป้องพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปี
โดยกองทัพเรือจะเสนอให้บรรจุยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี ต่อไป บทความเรื่อง “ศิษย์คนโปรดของกรมหลวง
ชุมพรฯ กับจังหวัดชุมพร” ของ คุณครู พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ได้กล่าวถึงใครคือศิษย์คนโปรดของกรมหลวง
ชุมพรฯ ทำไมจึงเป็นคนโปรด และเกี่ยวข้องกับจังหวัดชุมพร และบทความเรื่อง “กองทัพเรือในทศวรรษหน้า” ของ
นาวาเอก ดุลยวัฒน์ เชาว์ดี เป็นบทความที่ได้รับรางวัลจากการประกวดบทความประจำปี ๒๕๕๘ ของราชนาวิกสภา
และบทความจาก คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือและนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือ
(คยน.ทร.) ได้แก่เรื่อง “การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นเรื่องง่าย ๆ” และเรื่อง “ร่วมเดินหน้าการปฏิบัติตาม
นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ” เป็นเรื่องที่กำลังพล กองทัพเรือ ควรจะรู้เป็นอย่างยิ่งเนื่องด้วยกำลังพลกองทัพเรือ
ทุกท่าน จะต้องร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จในทุกภารกิจที่กองทัพเรือได้รับมอบหมายด้วยการปฏิบัติ
ุ
ื
ั
ื
ั
์
ั
่
หน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเพราะทุกตำแหน่งเป็นกำลังสำคัญที่จะชวยพฒนากองทพเรอตามยทธศาสตรกองทพเรอ
และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ พบกันใหม่ ฉบับหน้า....สวัสดีครับ
น.อ.
(อารัญ เจียมอยู่)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์
สารบัญ
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท พิเชฐ ตานะเศรษฐ
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี บุญเรือง หอมขจร
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ศาสตราจารย์มนต์ชัย กาทอง
พลเรือตรี รัตนะ วงษาโรจน์
พลเรือตรี สมหมาย วงษ์จันทร์
พลเรือตรี ทิวา ดาราเมือง
พลเรือตรี สมชาย ณ บางช้าง
พลเรือตรี สมประสงค์ นิลสมัย
พลเรือตรี อาทร เคลือบมาศ
พลเรือตรี โสภณ รัตนสุมาวงศ์
พลเรือตรี สุรวิทย์ อาษานอก
พลเรือตรี สุทธิไชย รังสิโรดม์โกมล
พลเรือตรี วินัย มณีพฤกษ์
พลเรือตรี ทรงวุฒิ บุญอินทร์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
เหรัญญิกราชนาวิกสภา บทความ
เรือเอก สานิตย์ ชัยมีเขียว
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท นฤดม ชวนะเสน ๖ การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นเรื่องง่าย ๆ
พลเรือโท เจียมศักดิ์ จันทร์เสนา คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
พลเรือตรี จักรกฤษณ์ เสขะนันทน์ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)
นาวาเอก ธเนศ อินทรัมพรรย์
นาวาเอก ชวิช วงษ์รัตน์ ๗ ร่วมเดินหน้าการปฏิบัติตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
บรรณาธิการ
นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่ คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
ผู้ช่วยบรรณาธิการ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ์ ๘ ข้อเสนอการพัฒนาประเทศในมิติด้านทะเล การพัฒนายุทธศาสตร์
ประจำกองบรรณาธิการ ชาติระยะ ๒๐ ปี สู่การพัฒนาที่ “มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน”
นาวาเอก ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ กรมยุทธการทหารเรือ
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง ๑๕ ศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ กับจังหวัดชุมพร
นาวาเอก โกศล อินทร์อุดม
นาวาโทหญิง ปานะรี คชโคตร พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ์ ราษฎร์นิยม
ว่าที่นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี ๓๒ ๒๔๘ ปี กับการกลับมาเป็นกองเรือยกพลขึ้นบกและ
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร ยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
เรือโทหญิง นิพัฒน์ เพชรศิริ
เรือโท เกื้อกูล หาดแก้ว กองเรือยุทธการ
เรือตรี ขจรศักดิ์ กระทุ่มแก้ว ๓๖ กองทัพเรือในทศวรรษหน้า
สำนักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย นาวาเอก ดุลยวัฒน์ เชาว์ดี
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ ๔๘ ยุทธศาสตร์ - พุทธศาสตร์ ตอนจบ
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG ๖๔ Diary @ เกล็ดแก้ว
แม่แก้ว
คลังความรู้
คู่ราชนาวี
๓๒ คอลัมน์ประจำ
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ คุยกับกองบรรณาธิการฯ
๕ ภาพในอดีต
๖๘ ข่าวนาวีรอบโลก
๗๓ นานาสาระ
๗๕ A Mixed Bag of English
๗๗ พจนานุกรมศัพท์ชาวเรือ
๔๘ ๗๙ สุขภาพนาวี
๘๑ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ
๘๙ ประทีปธรรม
๙๐ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี
๙๑ บันทึกไว้ในราชนาวี
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ๙๓ กฎหมายใกล้ตัว
กองทัพเรือ (คยน.ทร.) ๙๕ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี
๗ ร่วมเดินหน้าการปฏิบัติตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ๙๗ มาตราน้ำ เดือนมีนาคม ๒๕๕๙
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
กองทัพเรือ (คยน.ทร.) เดือนมีนาคม - เมษายน ๒๕๕๙
๘ ๑๐๒ เรื่องเล่าชาวเรือ
ปกหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์
๑๕ ศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ กับจังหวัดชุมพร กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ปกหลัง บันทึกกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เพื่อขอพระบรมราชานุญาตตั้ง “ราชนาวีสภา” (เทียบ Royal
๓๒ ๒๔๘ ปี กับการกลับมาเป็นกองเรือยกพลขึ้นบกและ Naval Institute)
ยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
ในปกหน้า... พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในปกหลัง... การท่าเรือแห่งประเทศไทย
จัดพิมพ์โดย... กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ... ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา... นาวาเอก อารัญ เจียมอยู่
ข้อคิดเห็นในบทความที่นำลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า...
คุยกับกองบรรณาธิการฯ
สวัสดีค่ะท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน เดือนมกราคมผ่านพ้นไปอีก ๑ เดือน ความสุขยังไม่ทันจางหาย
เวลาก็นำพาเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักตามแบบสากล ทุกเพศทุกวัยต่างมอบความรักให้แก่กันและกัน
ไม่ว่าจะเป็นความรักที่มอบให้กับตนเอง รักครอบครัว รักเพื่อน รักแฟน รักงาน หรือรักในสิ่งที่ทำ ล้วนเป็นความสุข
ที่น่ายินดียิ่งนัก ปราศจากความยินร้าย ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา ทั้งนี้ทั้งนั้นความสุขจะเกิดขึ้นได้จะต้องรัก
ให้เป็นด้วยรักที่มีความเมตตาและกรุณา
เมื่อเวลาล่วงเลยไปเพียง ๑ วินาที ๑ นาที ๑ ชั่วโมง ๑ วัน ๑ เดือน ๑ ปี จะพบว่าชีวิตเรานั้นมีอะไรที่น่าพอใจ
จะเกิดความภาคภูมิใจและเก็บไว้ในความทรงจำ สำหรับหลาย ๆ ท่านที่ตั้งใจตั้งต้นชีวิตในวันขึ้นปีใหม่ ท่านใดที่ยังไม่
ได้เริ่มทำสิ่งดีดีที่ตั้งใจไว้ ยังไม่สายเกินไปค่ะ เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเก่าได้ทุกเมื่อทุกเวลา ขอเพียงมีความ
ตั้งใจจริง ควรลงมือทำเสียแต่บัดนี้ แล้วเราก็จะเป็นผู้ที่ “มองไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง... เมื่อกลับไป
มองข้างหลังจะมีแต่ความภาคภูมิใจ”
ท่านผู้อ่านคะ เดือนกุมภาพันธ์ยังมีวันที่มีความสำคัญยิ่งของชาวพุทธเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นั่นคือ
“วันมาฆบูชา” ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มาฆบูชา ย่อมาจากคำว่า “มาฆบุรณมี” แปลว่า การบูชาพระใน
วันเพ็ญ ถือเป็น “วันจาตุรงคสันนิบาต” เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์สาวก
เป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้
เจริญรุ่งเรืองต่อไป โอวาทปาติโมกข์ เป็นหลักคำสอนอันเป็นหลักหรือหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่
ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ เป็นการปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ
ท้ายนี้ ขอทุกท่านจงพบแต่สิ่งที่ดีงามทุกเมื่อ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ
กองบรรณาธิการฯ
ภาพในอดีต
เรือโทหญิง ชุติมา ฤกษ์งาม
ในปี พ.ศ.๒๔๔๐ ได้มีการสร้างประภาคารที่สำคัญขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่เกาะจวง ประภาคารนี้ ตั้งอยู่บนยอดเกาะ
มีกำลังแสงสว่างมากที่สุดในบรรดาประภาคารที่ได้สร้างขึ้นในประเทศไทยในขณะนั้น และมองเห็นได้ไกลถึง
๒๙ ไมล์ บรรดาเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จากภาคตะวันออกหรือภาคตะวันตกของอ่าวไทย จะต้องมุ่งมายัง
ประภาคารนี้ก่อน ประภาคารนี้มีชื่อว่า “พาหุรัตน์” การสร้างประภาคารในขณะนั้น ทางราชการได้บอกบุญเรี่ยไร
แก่ผู้มีจิตศรัทธา เพื่องานสาธารณประโยชน์ส่วนนี้ ซึ่งมีผู้บริจาคทรัพย์เพื่อสร้างประภาคารเป็นจำนวนพอสมควร
และทางราชการก็ได้ตอบแทนเกียรติคุณของท่านเหล่านั้น โดยให้ชื่อประภาคารตามนาม หรือพระนามของผู้บริจาค
สำหรับประภาคารที่เกาะจวงนั้น เจ้าฟ้าพาหุรัตน์มณีชัย ได้บริจาคทรัพย์ในการสร้าง จึงให้ชื่อว่า “พาหุรัตน์”
ลักษณะของประภาคารเป็นหอคอยอิฐทาสีขาว สูง ๑๕ เมตร ใช้ตะเกียงชนิดเอ๊ดต้าโป๊ะตะเกียงแบบแสงจันทร์ และ
ใช้ไส้ขนาด ๘๐๐ แรงเทียน ใช้น้ำมันก๊าดเป็นเชื้อเพลิง ต่อมาได้เปลี่ยนจากใช้น้ำมันก๊าดเป็นก๊าซอะเซติลีน และ
กระแสไฟฟ้าตามลำดับ ในปัจจุบันประภาคารพาหุรัตน์ ใช้ตะเกียงไฟฟ้าเลนส์หมุน หลอดไฟขนาด ๑,๕๐๐ วัตต์
ลักษณะของไฟคงเดิม คือไฟสีขาววับเป็นหมู่ หมู่ละ ๒ วับ ทุก ๒๐ วินาที เห็นได้ไกล ๓๔ ไมล์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ๕
“การสรางมาตรฐานการปฏิบัติงานเปนเรื่องงายๆ”
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)
การปฏิบัติงานของหนวยตาง ๆ ในกองทัพเรือ งานนั้นเปนเรื่องงาย ๆ” แตเปนประโยชนอยางมากทั้งเรื่อง
เปนการปฏิบัติงานตามภารกิจหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย การพัฒนาองคความรู การพัฒนากําลังพล และการพัฒนา
ทั้งในสวนที่เปนงานสนับสนุนและงานหลักที่สงผลผลิตให ระบบการบริหารจัดการของหนวย โดยเริ่มตนจากการ
กับหนวยเหนือและประชาชน โดยมีระบบงานตาม โครง ทบทวนอัตราเฉพาะกิจและอัตราการจัดและยุทโธปกรณของ
สรางการจัดสวนราชการและกรอบอัตรากําลังพลที่ระบุไว หนวยเองวามีภารกิจขอบเขตหนาที่ความรับผิดชอบ และมี
ในอัตราเฉพาะกิจและอัตราการจัดและยุทโธปกรณของ งานหลัก (Core Business) ที่สงผลผลิตอะไรบางใหกับ
หนวยซึ่งเปนกลไกการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของหนวยงาน กองทัพเรือและพิจารณาโครงสราง และระบบการทํางานของ
นั้น ๆ นโยบายผูบัญชาการ ทหารเรือในปนี้เปรียบเสมือน หนวยวาเปนอยางไร แลวจึงวาดผังระบบการทํางานใน
เปนการจุดประกายใหทุกหนวยไดทบทวนตนเองวา “หนวย ภาพรวมของหนวยพรอมกับเขียนเสนทางการเลื่อนไหลของงาน
ไดปฏิบัติงานตามภารกิจไดอยางครบถวนสมบูรณแลว (Work Flow) วามีจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุดตรงไหนตามภารกิจ
หรือไมและกลไกการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตาม ของหนวย ซึ่งหากดําเนินการไดถึงตรงจุดนี้แลวก็สามารถ
กระบวนการตาง ๆ ของ หนวยนั้นไดมีการจัดทําเปนเอกสาร พัฒนาตอไปได จนถึงการจัดทําคูมือการปฏิบัติงาน(Work
เพื่อเปนมาตรฐานการปฏิบัติงานแลวหรือยัง” ซึ่งการจัดทํา Manual) ของกระบวนการทํางานยอย ๆ ไดทั้งในระดับหนวย
มาตรฐานการ ปฏิบัติงานนี้จะเปนประโยชนอยาง รองและระดับตัวบุคคลในแตละตําแหนงงานไดอยาง
มากทั้งตอหนวยงานที่ผูบังคับบัญชาหรือผูบริหารของหนวย ไมยากเย็น ดังนั้นการสรางมาตรฐานการปฏิบัติงานในอีก
สามารถใชประโยชนในการกํากับติดตามการปฏิบัติ นัยหนึ่ง จึงเปนการถายทอดองคความรูและ ประสบการณที่มีอยู
งาน ไดโดยสะดวก และเปนประโยชนตอกําลังพล ในตัวคน ลงสูคูมือการปฏิบัติงาน เพื่อใหเปนองคความรูที่ชัดแจง
ในตําแหนงงานตาง ๆ ที่สามารถนําไปใชอางอิงใน ซึ่งตอไปคูมือการปฏิบัติงานเหลานี้จะเปนมาตรฐานการ
การปฏิบัติงานได รวมทั้งยังเปนเอกสารที่เปนองคความรูท ี่ ปฏิบัติงานที่เปนประโยชน อยางไรก็ตาม การสรางมาตรฐาน
ชัดแจงสําหรับนําไปใชประโยชนในการรับ - สงหนาที่เมื่อ การปฏิบัติงานก็ยังไมไดจบแตเพียงเทานี้เพราะสิ่งที่สําคัญ
มีการยายบรรจุกําลังพลในตําแหนงงานตาง ๆ ตลอดจน คือ “การยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานเพื่อการมุงสูการ
ยังสามารถใชเปนแนวทางในการพัฒนากําลังพลของ เปนมืออาชีพ” ในขั้นตอนตอไปตามนโยบายผูบัญชาการ
หนวยใหมีความรูและสมรรถนะที่เหมาะสมกับตําแหนง ทหารเรือฯ ซึ่งจะใหความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพให
งานไดอีกดวย ทั้งนี้การจัดทําเอกสาร “มาตรฐานการ กับการปฏิบัติงานหลัก (Core Business) ของหนวย โดยการ
ปฏิบัติงาน” สามารถนําเอาคูมือการจัดทํา “มาตรฐาน พิจารณาปรับลดขั้นตอนที่ไมจําเปนหรือซ้ำซอนเพื่อประหยัด
การทดสอบกําลังพล” (Personal Qualification เวลาและทรัพยากร หรืออาจพิจารณาปรับเพิ่มขั้นตอนเพื่อให
Standard : PQS) ที่กองทัพเรือกําหนดใหหนวยตาง ๆ การปฏิบัติงานของหนวยมีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น ซึ่งจะ
จัดทําไวแลว มาประยุกตใชเปนแนวทางในการจัดทํา เปนการพัฒนากระบวนการเพื่อการบรรลุวิสัยทัศนของ
เอกสารนี้ไดเลย จะเห็นไดวา “การสรางมาตรฐานการปฏิบัติ กองทัพเรือที่ไดกําหนดไวตอไป
๖ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือ (คยน.ทร.)
“รวมเดินหนาการปฏิบัติตามนโยบายผูบัญชาการทหารเรือ”
นโยบายผูบัญชาการทหารเรือ ประจําปงบประมาณ หนวยที่สรางผลผลิตหลักใหกับหนวยและกองทัพเรือ ทั้งนี้
๒๕๕๙ มีความมุงหวังเพื่อที่จะสรางความชัดเจนใน เพื่อสรางการยอมรับและความเชื่อมั่นใหเกิดขึ้นกับประชาชน
กระบวนการปฏิบัติงานของหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือ ผูรับบริการและหนวยเหนือ ซึ่งนโยบายผูบัญชาการ
โดยเฉพาะงานที่ผลักดันใหกองทัพเรือมุงสูการบรรลุวิสัยทัศน ทหารเรือฯ นี้ไดกําหนดปจจัยที่มีผลตอการสรางมาตรฐาน
และสามารถสงมอบคุณคาใหกับประชาชนไดตาม การปฏิบัติงานไว ๓ ปจจัย ไดแก องคความรู สมรรถภาพ
ที่กําหนดไว โดยนโยบายผูบัญชาการทหารเรือฯ นี้ได รางกายและจิตใจของกําลังพล และการบริหารจัดการของ
กําหนดเปาหมายในการพัฒนา เพื่อใหกองทัพเรือมีการ หนวย รวมทั้งใช ๓ ปจจัย ดังกลาวนี้ ในการประเมินผล
ปฏิบัติงานอยางเปนมืออาชีพ ซึ่งถือวาเปนเปาหมายรวมกัน ความกาวหนาและความสําเร็จในแตชวงระยะเวลาอีกดวย
ของทุกหนวยของกองทัพเรือและสงเสริมใหกองทัพเรือเปน โดยสรุปแลวนโยบายผูบัญชาการทหารเรือฯ เปนเรื่องที่
หนวยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนําในภูมิภาค ทุกหนวยไดปฏิบัติเปนปกติอยูแลว และไมใชเรื่องที่ยุงยาก
และเปนเลิศในการบริหารจัดการใหไดตามวิสัยทัศน ซับซอน เพียงแตเปนการสรางความชัดเจนโดยเริ่มตั้งแต
กองทัพเรือในป ๒๕๖๗ และไดกําหนดกรอบทิศทางอยาง การสํารวจตรวจสอบตัวเองอยางจริงจัง และกําหนด
กวางตามชวงระยะเวลาตั้งแตป ๒๕๕๙ จนถึงป ๒๕๖๗ เปาหมายรวมภายในหนวยเพื่อสรางมาตรฐานการปฏิบัติงาน
รวมทั้งไดกําหนดสภาวะที่พึงประสงคในแตละหวงเวลา รวมทั้งวางแผนการพัฒนาใหไปสูเปาหมายที่กําหนดไว
โดยเนนในชวงป ๒๕๕๙ และป ๒๕๖๐ ที่มีความสําคัญอยางมาก ตลอดจนติดตามผลการดําเนินการอยางตอเนื่อง ซึ่งหาก
เนื่องจากเปนการวางรากฐานใหมั่นคงตั้งแตเริ่มการคนหา ทุกหนวยดําเนินการโดยพรอมเพรียงกันแลวก็จะเปนการ
ตนเอง การปรับปรุงการปฏิบัติงานใหมีมาตรฐาน และมี ยกระดับมาตรฐานการทํางานและสรางความเปนมืออาชีพ
ความพรอมสูการเปนมืออาชีพ “ความเปนมืออาชีพ” ตาม ใหกับกองทัพเรือตอไป
นโยบายผูบัญชาการทหารเรือฯ ใหความสําคัญกับการ
สรางมาตรฐาน การทํางาน โดยเฉพาะงานตามภารกิจของ ฝายปฏิบัติการขาวสาร คยน.ทร./ยก.ทร. ธันวาคม ๒๕๕๘
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ๗
ข้อเสนอการพัฒนาประเทศในมิติด้านทะเล
การพัฒนายุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี สู่การพัฒนาที่ “มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน”
กรมยุทธการทหารเรือ
“การพัฒนาศักยภาพทางทะเลของไทย
เป็นโอกาสที่สำคัญที่จะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศ และ
เสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไป”
การ ปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่สำคัญ
จัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี
ซึ่งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติกำลังดำเนินการ ซึ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่สามารถวัดเป็น
อยู่ในปัจจุบันนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนด มูลค่าทางเศรษฐกิจได้นั้น ในปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง
ทิศทางการพัฒนาประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
ประเทศที่ได้กำหนดไว้ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง อย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนที่เป็นทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ
มั่นคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว” การนี้ และน้ำมันในทะเล ทรัพยากรสัตว์น้ำและพืชพันธุ์
กองทัพเรือในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคง ในทะเล เส้นทางคมนาคมทางทะเลที่เป็นเส้นทางหลัก
ทางทะเล ซึ่งได้มีการศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลง ของประเทศในการนำเข้า - ส่งออกสินค้า และพลังงาน
ิ
ิ
ื
ู
่
ิ
สภาวะแวดล้อมในมิติต่าง ๆ ของการพัฒนาด้านทะเล มลคาของสนค้าและการประกอบกจการเดนเรอพาณชย ์
ิ
มาอย่างต่อเนื่อง โดยตระหนักว่าในช่วงระยะเวลา ๒๐ ปี และเรือประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้ทรัพยากร
ข้างหน้าการพัฒนาศักยภาพในมิติด้านทะเลของไทย ทางทะเลเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ฐานขุดเจาะน้ำมัน
ทั้งในการแสวงหา การใช้ประโยชน์ และการปกป้อง และก๊าซธรรมชาติในทะเล ท่าเรือพาณิชย์ และระบบ
พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จะเป็น เชื่อมโยงที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการทางทะเล รวมทั้ง
8 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
มูลค่าของการดำเนินกิจการภาคบริการ และการ ที่มีอาณาเขตทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในผิวน้ำ
ท่องเที่ยวที่ใช้ประโยชน์จากทะเล เป็นต้น และยังมี และใต้ทะเล และที่สำคัญที่ตั้งของไทยอยู่ใกล้กับ
ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในส่วนที่ไม่สามารถ เส้นทางขนส่งทางทะเลหลักของโลกและเป็นศูนย์กลาง
วัดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ แต่มีความสำคัญมากที่สุด ของภูมิภาคซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบการขนส่ง
เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความอยู่รอดของ ทางบกและทางอากาศกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
ประเทศชาติ อันได้แก่ อำนาจอธิปไตย บูรณภาพ และนอกภูมิภาคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งภาคเอกชน
แห่งดินแดน สิทธิอธิปไตย และเขตอำนาจของชาติ ของประเทศไทยมีความพร้อมและมีขีดความสามารถ
ทางทะเล ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในการแข่งขัน ซึ่งหากภาครัฐให้การส่งเสริม และสนับสนุน
และการมีสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์และ ที่ดีแล้วยิ่งจะทำให้ภาคเอกชนมีโอกาสในการพัฒนา
การดำเนินกิจกรรมทางทะเล รวมทั้งการมีเกียรติ ที่สูงขึ้น ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพทางทะเลของไทย
ศักดิ์ศรี และเป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศ จึงเป็นโอกาสที่สำคัญที่จะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการ
ด้านกิจกรรมทางทะเล อีกด้วย พัฒนาประเทศและเสริมศักยภาพในการแข่งขัน
ของประเทศไทยต่อไป
สภาวะแวดล้อมและแนวโน้มการพัฒนาในมิติ ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า ประชากรของโลกจะมี
ด้านทะเลในอีก ๒๐ ปี ข้างหน้า เพิ่มมากขึ้นทำให้ความต้องการในการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ
จากการตรวจสอบศักยภาพของประเทศไทย ก็มีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่ทรัพยากรทางบก
ในมิติการพัฒนาด้านทะเลในปัจจุบัน พบว่าประเทศไทย ที่ประเทศต่าง ๆ ใช้ประโยชน์อยู่ในปัจจุบันกลับ
มีองค์ประกอบที่สามารถพัฒนาศักยภาพในการ มีปริมาณลดลงและการแสวงหาประโยชน์จากทะเล
แสวงประโยชน์จากทะเลได้สูงมากประเทศหนึ่ง จะมีเพิ่มมากขึ้นทั้งทรัพยากรที่อยู่บริเวณผิวน้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของไทย และลึกลงไปภายใต้พื้นดินใต้ทะเล เช่น การใช้ประโยชน์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 9
จากทะเลในมิติที่เป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเล ในมิติด้านทะเลของประเทศไทยจะต้องคิดในองค์รวม
ที่มีต้นทุนต่ำและสามารถขนส่งสินค้าได้เป็นปริมาณมาก ๆ ระดับโลก สำหรับการดำเนินการจะต้องปฏิบัติทั้งในระดับ
การทำประมงเพื่อหาวัตถุดิบในการผลิตอาหาร และ ภูมิภาคและระดับประเทศควบคู่กันไป เพื่อทำให้เกิด
อุตสาหกรรมต่อเนื่องต่าง ๆ การแสวงหาทรัพยากร ความครอบคลุมผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ “Think
พลังงานในทะเลตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงาน globally and act regionally and nationally”
และแร่ธาตุจากทะเลที่มีเพิ่มมากขึ้น และการท่องเที่ยว ได้แก่
ทางทะเลเพื่อเป็นการหารายได้เข้าประเทศ เป็นต้น ๑. มิติทางยุทธศาสตร์ (Strategic) ที่จะต้อง
ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จึงได้เร่งพัฒนาศักยภาพของชาติ ครอบคลุมทั้งอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และสิทธิเสรีภาพ
ในการใช้ประโยชน์ทางทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ ในการเดินเรือ
เท่าทันกับการแข่งขันในการแสวงประโยชน์จากทะเล ๒. มิติทางการเมือง (Political) ที่จะต้อง
ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสภาวการณ์ในอนาคตจะเกิด ครอบคลุมทั้งการวางระบบระเบียบที่ดีในทะเล
ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรและการใช้ประโยชน์จากทะเล การจัดตั้งกลไกระดับชาติให้มีความเป็นสถาบันสำหรับ
รวมทั้งการแผ่อำนาจและอิทธิพลของรัฐเพื่อการ การบริหารและการพัฒนาในมิติด้านทะเลอย่างเป็น
ครอบครองสิทธิในทะเลเพิ่มมากขึ้น (Creeping รูปธรรม รวมทั้งกลไกการเชื่อมโยงกับระบบการบริหาร
Jurisdiction) ดังนั้น ในอนาคตอีก ๒๐ ปีข้างหน้า จัดการทะเลในระดับภูมิภาค
จะเกิดปรากฏการณ์ที่มีการสร้างกฎระเบียบ และ ๓. มิติทางเศรษฐกิจ (Economic) ที่จะต้อง
ข้อตกลงทางทะเลที่มีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมการที่เกี่ยวเนื่อง
ทั้งในระดับโลกและภูมิภาค โดยกฎระเบียบ และ กับทะเล การบริหารและใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
ข้อตกลงทางทะเลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะมุ่งเน้น ทางทะเลทั้งในเรื่องอาหาร พลังงาน และการนำเข้า
การรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิทักษ์ทรัพยากร และส่งออกสินค้าและพลังงานทางทะเล
ทางทะเลให้เป็นแหล่งทรัพยากรส่วนกลางของโลก ๔. มิติทางสิ่งแวดล้อม (Environmental) ที่จะต้อง
และมวลมนุษยชาติ (Heritage of mankind) ครอบคลุมทั้งการรักษาสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ
โดยมีการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์จากทะเล ให้เกิดความยั่งยืน การวางระบบการวิจัยพัฒนา
อย่างยุติธรรมและเกิดความยั่งยืนเป็นหลักสำคัญ การจัดการองค์ความรู้และการสำรวจข้อมูลทางทะเล
ในอีก ๒๐ ปี ข้างหน้าทิศทางการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง
“ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า
ทรัพยากรบนบกจะลดลง การแสวงหาทรัพยากร
และการแสวงประโยชน์จากทะเลจะมีเพิ่มมากขึ้น
ทั้งทรัพยากรที่อยู่บริเวณผิวน้ำ
และลึกลงไปในพื้นดินใต้ทะเล”
10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ทิศทางการพัฒนาในมิติด้านทะเลของประเทศไทย เสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ
ในอีก ๒๐ ปี ข้างหน้า ของประเทศ
จากการทบทวนสภาวะแวดล้อมและแนวโน้ม
การพัฒนาในมิติด้านทะเล รวมทั้งการตรวจสอบ
ศักยภาพในมิติด้านทะเลของประเทศไทย สามารถ
กำหนดทิศทางการพัฒนาตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ
ใน ๖ ยุทธศาสตร์หลักที่ใช้เป็นกรอบแนวทางในการ
พัฒนาประเทศระยะ ๒๐ ปี ดังนี้
๑. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
ประเทศไทยจะต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนา
ขีดความสามารถในด้านการข่าวกรอง การตระหนักรู้
และเท่าทันภาพสถานการณ์ทางทะเลให้ครอบคลุมกับ
พื้นที่ทางทะเลที่ประเทศไทยมีผลประโยชน์ไปถึง และ
เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศ ๒. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการ
เพื่อนบ้านและมิตรประเทศโดยมุ่งเน้นการดำเนิน แข่งขัน
กิจกรรมตามกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทาง เป้าหมายของประเทศไทยในอีก ๒๐ ปี ข้างหน้า
ทะเลทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับอาเซียน คือ ต้องการยกระดับให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว
รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางเรือให้มีขีด ดังนั้น การพัฒนาในภาคการผลิตและบริการ การพัฒนา
ความสามารถที่เหมาะสมเพื่อรักษาดุลอำนาจและ ผู้ประกอบการ การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และเมือง
สนับสนุนการเจรจาต่อรองในเวทีการเมืองระหว่าง และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้ง
ประเทศ และมีศักยภาพที่เพียงพอที่จะใช้ในการพิทักษ์ การเชื่อมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก จึงเป็น
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลทั้งภายในประเทศ เรื่องที่สำคัญและประเทศไทยจะต้องเร่งพัฒนา เพื่อเพิ่ม
และตามเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญที่เปรียบ ขีดความสามารถของประเทศ ดังนี้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 11
๒.๑ พัฒนาขีดความสามารถของระบบการขนส่ง การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในทะเล และระบบ
ทางทะเลและระบบโลจิสติกส์ โดยการพัฒนากองเรือ การบริหารจัดการแรงงานภาคการประมง ให้เป็นไป
พาณิชย์ของไทยให้มีศักยภาพในการขนส่งสินค้า ตามหลักสากล รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรม
และพลังงานให้เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ ต่อเนื่องทั้งในเรื่องการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง
และสามารถแข่งขันในการประกอบกิจการเดินเรือ และการตลาด ให้สามารถดำรงส่วนแบ่งทางการตลาด
ระหว่างประเทศ การพัฒนาศักยภาพของท่าเรือ ในระดับโลกให้ได้อย่างต่อเนื่อง
ให้ครอบคลุมทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ๒.๓ ส่งเสริมธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ โดยมุ่งเน้น
ให้สามารถรองรับเรือสินค้าและเรือเดินสมุทรขนาดใหญ ่ การนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปพัฒนา
เชื่อมโยงกับการพัฒนาระบบการขนส่งลำเลียงสินค้า ระบบอุตสาหกรรมต่อเรือ ระบบการเดินเรือพาณิชย์
ให้ได้ปริมาณมาก ๆ และเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเรือประมง ระบบโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรม
โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการบริหาร ต่อเนื่องและการประกอบกิจการทางทะเล
จัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล พัฒนา ๒.๔ พัฒนาผู้ประกอบกิจการทางทะเล และ
อุตสาหกรรมต่อเรือเพื่อส่งเสริมให้กิจการเดินเรือพาณิชย์ ยกระดับผลิตภาพแรงงาน โดยเน้นการดำเนินการ
สามารถพึ่งพาขีดความสามารถในการซ่อมสร้างเรือได้ ให้ครอบคลุมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ ทัศนคติ
ภายในประเทศและสามารถให้บริการรองรับความต้องการ และความสามารถในการสื่อสาร ให้สอดคล้องกับ
จากภายนอกประเทศ ความต้องการในการประกอบกิจการเดินเรือ
๒.๒ พัฒนาขีดความสามารถด้านการประมง อุตสาหกรรมต่อเรือ ระบบโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรม
และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเร่งพัฒนาระบบการบริหาร ต่อเนื่อง ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพชีวิตในการ
จัดการประมงของประเทศไทยควบคู่ไปกับเร่งแก้ไข ทำงาน รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดแรงงาน
ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพ ต่างชาติในการประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับทะเล
ในระบบการควบคุมและติดตามเรือประมง ระบบ และภาคการประมง
12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
๒.๕ พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายฝั่งทะเลตะวันออก สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และด้านความมั่นคง
และตะวันตกทางฝั่งทะเลอันดามัน โดยพัฒนาพื้นที่ ทางทะเล ควบคู่กันไปด้วย
เศรษฐกิจชายฝั่งทะเลตะวันออกและตะวันตกทางฝั่ง ๒.๘ พัฒนาและวางระบบให้เกิดระบบระเบียบที่ดี
ทะเลอันดามัน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่าง ในทะเล ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลเพื่อความสามารถ
สมดุลของทั้ง ๒ ฝั่งทะเล และลดความแออัดในการใช้ ในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก
ประโยชน์จากทะเลฝั่งอ่าวไทย เพื่อให้เป็นฐานการผลิต และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการ
ที่ใช้เทคโนโลยีสูงและมีมาตรฐานสากล และสามารถ บริหารจัดการทางทะเลของประเทศไทยในเวที
เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคต่าง ๆ ได้ ระหว่างประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์
ควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถของกำลัง และความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลในทุกระดับ
ทางเรือเพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ที่มี ทั้งในกรอบความร่วมมืออาเซียนและนานาชาติ
ความซับซ้อนและหลากหลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการประสานประโยชน์ในการบริหารจัดการ
ในอนาคต มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ภัยพิบัติ อุบัติเหตุทางทะเล และการแก้ไขปัญหา
ได้รับการยอมรับจากชุมชน มีการแก้ปัญหามลพิษ โจรสลัดและการปล้นเรือ ตลอดจนการแลกเปลี่ยน
และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม มีการใช้ทรัพยากร องค์ความรู้ในมิติทางทะเลระหว่างประเทศ
และพลังงานอย่างประหยัด ควบคู่กับการพัฒนา ๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
โครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ โดยการเร่งพัฒนาคนไทยให้มีศักยภาพเพียงพอ
บริการสาธารณสุขและการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศทั้งความพร้อม
และเพียงพอ ทางกาย ใจ สติปัญญา มีความเป็นสากล มีความรู้
๒.๖ การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ทักษะ วินัย และจริยธรรม ที่เหมาะสมและรองรับ
การขนส่งทางทะเล โดยเน้นการพัฒนาทั้งระบบ การพัฒนาประเทศในมิติด้านทะเล ดังนั้น การพัฒนาคน
การขนส่งทางทะเลให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากที่ผ่านมา ตลอดช่วงชีวิตให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ
ระบบการขนส่งทางทะเลได้ถูกละเลยในการพัฒนา และการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้
ทั้ง ๆ ที่การขนส่งทางทะเลเป็นวิธีการที่สามารถขนส่ง ให้มีคุณภาพ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและประเทศไทย
สินค้าได้ในปริมาณมาก มีต้นทุนต่ำ และมีความเสี่ยงน้อย จะต้องเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องเร่งพัฒนาท่าเรือ คลังสินค้า ดังนี้
ระบบการลำเลียงและขนถ่ายสินค้า และระบบ
การบริหารจัดการ ให้มีศักยภาพรองรับเรือพาณิชย์
และเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่จะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
๒.๗ พัฒนาระบบการวิจัยและพัฒนาในศาสตร์
ทางทะเล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้
และสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการประกอบกิจการ
ทางทะเลให้มีขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง
พัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ทางทะเลที่เกี่ยวข้อง
อาทิ ด้านสมุทรศาสตร์ ด้านอุทกศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา
ด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 13
๓.๑ การพัฒนาศักยภาพของคนไทยสนับสนุน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคม
การพัฒนาในมิติด้านทะเล โดยการให้ความรู้ และความมั่นคงของมนุษย์โดยส่วนรวม ดังนั้น
และปลูกจิตสำนึกให้เหมาะสมกับคนไทยทุกช่วงวัย ในมิติการพัฒนาด้านทะเลทั้งในเรื่องการแสวงประโยชน์
เพื่อให้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทะเล และมีค่านิยม และการใช้ประโยชน์จากทะเลจะต้องมีการควบคุม
ที่ถูกต้องในการแสวงหาและการใช้ประโยชน์จากทะเล และบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
อย่างยั่งยืน การปรับปรุงระบบ โครงสร้าง กลไก กฎหมาย
๓.๒ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและเรียนรู้ และระบบการบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์
ให้สอดคล้องกับการพัฒนาในมิติด้านทะเล โดยเน้น ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งสายสามัญ ทางทะเลอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการทางทะเล
และสายอาชีพให้สามารถผลิตกำลังคนให้มีจำนวน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับทะเล รวมทั้ง
และสมรรถนะตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีความเหมาะสม การท่องเที่ยวทางทะเล ให้เป็นไปตามหลักสากล
กับความต้องการในภาคสถานประกอบการทางทะเล ๖. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบ
การเดินเรือพาณิชย์ อุตสาหกรรมต่อเรือ ภาคการผลิต การบริหารจัดการภาครัฐ
และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ภาควิชาการ และการวิจัย การพัฒนาระบบการบริหารราชการภาครัฐ
ทางทะเล และภาคความมั่นคงทางทะเล มุ่งเน้นการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
๔. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาค และคุณภาพตามมาตรฐานสากล ภายใต้หลักการ
และเท่าเทียมกันทางสังคม บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล
การพัฒนาประเทศมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามา
เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึง มีส่วนร่วมในการดำเนินการ ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนา
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร บริการสาธารณะ ระบบการบริหารจัดการด้านทะเลของประเทศเป็นไป
และองค์ความรู้ ได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ดังนั้น อย่างมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาการขาดเอกภาพ
การพัฒนาธุรกิจและการประกอบกิจการทางทะเล และขาดการบูรณาการในระบบการบริหารจัดการ
อุตสาหกรรมต่อเรือ การเดินเรือพาณิชย์ และเรือประมง ทะเลในปัจจุบัน รวมทั้งลดอุปสรรคในการติดต่อ
และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับทะเล จึงจำเป็นอย่าง ประสานงานที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงกันกับหลายหน่วยงาน
ยิ่งที่จะต้องได้รับการส่งเสริมในการเข้าถึงแหล่งทุน ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่จะมีเพิ่มมากขึ้น
และได้รับการสนับสนุนในด้านการผลิตบุคลากรรองรับ ในอนาคต จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดตั้งหน่วยงาน
ความต้องการ รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมในการ ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการด้านทะเลในภาพรวม
พัฒนาองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินการ ให้มีความเป็นสถาบันและมีเอกภาพ เพื่อทำหน้าที่
ในการเสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์ทะเล
๕. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพ ของประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์
ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปสู่การปฏิบัติ บริหารควบคุมและติดตาม และ
การพัฒนาเศรษฐกิจที่มุ่งการเจริญเติบโต สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา อย่างเป็นระบบและ
เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศจะต้องให้ความสำคัญ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยให้
กับการพัฒนาที่ยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะ ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้าง กลไก ระบบการ
มุ่งเน้นการพัฒนาที่ไม่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ บริหารจัดการ กฎหมาย บุคลากร และเครื่องมือ
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความสำคัญกับการ ที่จำเป็น ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
แสวงประโยชน์อย่างมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบ
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
“ศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ กับจังหวัดชุมพร”
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
ี
ี
การเขียนบทความเร่องน้ไม่ง่ายดังท่คาดคิด พลเรือโท หลวงเจริญราชนาวา (เจริญ ทุมมานนท์) อดีตรอง
ื
ี
ึ
ถึงแม้ว่าจะเรียบเรียงข้นจากข้อความท่ท่านผ้ใหญ ่ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก หลวงชลธารพฤฒิไกร
ู
ในอดีตหลาย ๆ ท่านได้เขียนเอาไว้ท่านละนิดท่านละหน่อย (พงษ์ อาศนะเสน) อดีตรองผ้บัญชาการทหารเรือ เป็นต้น
ู
ื
แต่เม่อได้เรียบเรียงโดยพิจารณาถึงความถูกต้องของ
“เนื้อหาสาระ กาลเวลา วันเดือนปี ลำาดับเหตุการณ์ สถานที่
ยศถาบรรดาศักด์ พระนามและนาม ตลอดจนรูปภาพ
ิ
ื
ื
ี
ประกอบเร่อง” แล้ว นับว่าเป็นเร่องท่ยากเอามาก ๆ
ื
ื
ฉะน้นหากบทความเร่องน้จะผิดเพ้ยนไปบ้างหรือคลาดเคล่อน
ี
ี
ั
ไปบ้าง ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ี
ื
ื
ื
เร่องท่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปน้ เม่อดูตามช่อเร่องแล้ว
ี
ื
จะขอแบ่งออกเป็น ๓ ตอนใหญ่ ๆ คือ
๑. ใครคือศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ
๒. ทำาไมจึงเป็นคนโปรด
๓. เกี่ยวข้องกับจังหวัดชุมพรอย่างไร
๑. ใครคือศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ
บอกให้ทราบเสียแต่แรกเลยก็ได้ครับว่า “ศิษย์คนโปรด
ของกรมหลวงชุมพรฯ” ท่านผู้นี้ก็คือ
“พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ”
พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ท่านเกิดเม่อวันท่ ี
ื
๑๐ พฤษภาคม ปีมะเมีย พ.ศ.๒๔๓๗ ชื่อเดิมคือ นายเหลียง
สุนาวิน นายเหลียงสมัครเข้าเป็นนักเรียนนายเรือหมายเลข
๑๔๘ เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๓ รุ่นเดียวกับ นักเรียนนายเรือ เหลียง สุนาวิน ชั้นปีที่ ๑
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 15
ื
เวลานั้นโรงเรียนนายเรือมี ๕ ชั้น สอบเลื่อนชั้นปีละครั้ง ๒. นายพลเรือโท กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ิ์
ั
ี
ำ
ำ
แต่รุ่นที่นายเหลียงเรียนนี้ เป็นรุ่นแรกที่เรียนหกเดือนแล้ว ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ๑๕
สอบ จึงใช้เวลาเรียน ๔ ปี คร่ง สอบได้เป็นนายทหาร มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๑
ึ
ปรากฏว่าสอบได้เป็นนายทหารเพียง ๕ นาย เท่านั้น คือ นายเรือตรี พิศาล สุนาวิน เป็นนายธงเสนาธิการ
ื
์
ิ
ิ
ุ
๑. นายเจรญ ทมมานนท (พลเรอโท หลวงเจรญราช ทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่
นาวา) สอบได้ ๗๔.๔๐ % ๒๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๑
ุ
ุ
ิ
๒. นายพงษ์ อาศนะเสน (พลเรือเอก หลวงชลธารพฤฒิไกร) ๓. จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปตลาบรมพงศาภิมข
์
สอบได้ ๗๔.๓๑ % เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ ์
ั
ู
ำ
ุ
ิ
ิ
๓. นายเหลียง สนาวน (พลเรือโท หลวงสุนาวินววัฒ) วรเดช ทรงเป็นผ้กากับราชการกระทรวงทหารเรือ ต้งแต ่
สอบได้ ๗๒.๘๙ % วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม
๔. นายต่า กาญจนจูฑะ (นาวาตรี หลวงตรณีณัติการ) พ.ศ.๒๔๖๕
ู
ำ
สอบได้ ๗๒.๘๖ % นายเรือโท พิศาล สุนาวิน เป็นนายธงผ้กากับ
ั
ี
๕. นายอุ่น สอบได้ ๗๑.๕๓ % (ถึงแก่กรรมเมื่อเป็น ราชการกระทรวงทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ๔ พฤศจิกายน
นักเรียนทำาการนายเรือ) พ.ศ.๒๔๖๔ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๕
ี
ื
ท้ง ๕ นายน้ สอบไล่ได้ออกเป็นนายทหาร เม่อวันท ่ ี (นายเรือตรี พิศาล สุนาวิน เป็นนายเรือโท เมื่อวันที่
ั
ั
๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ นอกจากน้นยังมีผ้สอบได้เป็น ๒๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓)
ู
ิ
ี
ื
้
ั
นายทหารพรอมกนอก คอ พรรคนาวน ๘ นาย พรรคกลน
ิ
๕ นาย แต่นายทหารเรือดังกล่าวน้ เข้าเป็นนักเรียนนายเรือ
ี
ู
ี
ุ
และนายช่างกลก่อนร่นนายเหลียง รวมผ้ท่สอบไล่ได้เป็น
นายทหารชุดเดียวกัน ๑๘ นาย
นายเหลียง สุนาวิน ได้รับพระราชทานยศเป็น
ว่าที่นายเรือตรี เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๙ และเป็น
นายเรือตรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๐
๒. ทำาไมจึงเป็นคนโปรด
่
ื
ี
็
่
นายเรอตร เหลยง สนาวน ตอมาเปลยนช่อเปน
ี
ุ
ี
ื
ิ
ี
นายเรือตรี พิศาล สุนาวิน เป็นผ้ท่โชคดี มีตาแหน่งหน้าท ี ่
ำ
ู
ั
ู
ใกล้ชิดผ้บังคับบัญชาช้นสูง ต้งแต่มียศเป็นนายเรือตรี คือ
ั
ได้เป็นนายธงของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์
๒ พระองค์ ถึง ๓ ครั้ง ดังนี้
ี
ื
๑. นายพลเรือตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ์ ิ
ั
ำ
ี
ำ
ทรงดารงตาแหน่งจเรทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ๑ สิงหาคม
พ.ศ.๒๔๖๐ ถึงวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐
นายเรือตร พศาล สนาวน เป็นนายธงจเรทหารเรือ
ิ
ุ
ี
ิ
ต้งแต่วันท่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐ จนถึงวันท่ ๒๒
ี
ี
ั
มกราคม พ.ศ.๒๔๖๐ นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
เสนาธิการทหารเรือ กับ นายเรือตรี พิศาล สุนาวิน นายธง
ลงน้าก่อน แต่นายธงพิศาลกราบทูลว่า “ข้ารับใช้จะอาบน้า ำ
ำ
ก่อนเจ้านายไม่ถูก” กรมหม่นชุมพรฯ ทรงฟงคากราบทลแล้ว
ั
ำ
ื
ู
จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข ก็ทรงพระสรวลว่า “เออ! เออ! ฉลาดดี เอ้าลงพร้อมกัน”
เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช แล้วทรงว่ายน้าข้ามฟากไปมาหลายคร้ง จระเข้ท่ชาวบ้าน
ำ
ี
ั
เม่อ นายเรือตรี เหลียง สุนาวิน เป็นนายธงของ บอกว่าชุมและดุนักไม่เห็นมีสักตัว หายไปไหนหมด
ื
นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ พระองค์ทรงม ี ไม่ทราบ ชาวบ้านแถวน้นประหลาดใจไปตาม ๆ กัน
ิ
ื
ั
ึ
็
ึ
ื
่
ิ
็
่
ั
่
ี
้
ื
้
ั
่
ั
พระเมตตาเอ็นดู รับเป็นลูกศิษย์คนหน่ง ทรงถ่ายทอด เมอเสดจขนบนเรอแลวรบสงวา “เหนไหม วชาใดทฉน
วิชาความร้ทุกแขนงให้ นายเรือตรี พิศาล เป็นคนท่ม ี สอนให้ จำาไว้ให้ดี”
ี
ู
ความจาดี ทรงสอนวิชาอะไรก็ไม่ต้องทวนซ้าเป็นคร้งท่สอง นอกจากน้ ถ้าได้พิจารณาถึงรูปถ่ายท่ นายพลเรือโท
ำ
ี
ี
ี
ำ
ั
ื
ื
ยามมีเวลาว่าง กรมหม่นชุมพรฯ จะชวนลูกศิษย์ตามเสด็จ กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ เสนาธิการทหารเรือ ฉาย
ิ
ู
ไปตามลำาคลองต่าง ๆ แม้ว่าจะมีจระเข้ หรือมีอันตราย พระรูปค่กับ นายเรือตรี เหลียง สุนาวิน นายธงเสนาธิการ
๑
ิ
็
่
ิ
ท่คนเกรงกลัว พระองค์ท่านก็ย่งโปรดเสด็จไป วันหน่ง ทหารเรือ เมอปี พ.ศ.๒๔๖๐ ดวยแลว กยงเปนเร่องท ี ่
ื
้
ี
้
ึ
็
่
ื
เสด็จไปในคลองท่ชาวบ้านบอกว่าจระเข้ชมมาก เม่อ ยืนยันได้ว่า พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็น
ุ
ี
ื
ั
ี
ั
็
่
ั
ี
ุ
้
่
ึ
ถงทหมายกรบสงใหจอดเรอตรงนน หยดพกแลวรบสงวา ศิษย์คนโปรด โดยแท้จริง เพราะเท่าท่ได้พบเห็นเป็นหลักฐาน
ั
้
ื
้
่
ั
่
ั
ั
ู
อยากจะว่ายนำ้าเล่นให้สนุกสักที รับส่งให้นายธงพิศาล ไม่เคยปรากฏว่ากรมหลวงชุมพรฯ ฉายพระรูปค่กับศิษย ์
๑ เป็นภาพถ่ายท่ร้าน “วาย.อาโชว์” (Y.Asow) ซงเปนรานถายรปของชาวญปนทมชอเสยงรานหนง ในสมยรชกาลท ๖ อยในกรงเทพฯ
่
ู
ุ
ี
่
ั
ี
่
ี
่
ุ
ู
ึ
่
็
่
้
่
ี
ั
้
่
ึ
ี
ี
่
ื
ิ
เปิดกิจการประมาณ พ.ศ.๒๔๕๘
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 17
ี
ื
ื
ที่เป็นทหารเรือคนใดเลย ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เอก ศิษย์ผู้ใกล้ชิด และเม่อท่านได้อ่านบทความเร่องน้ต่อไป ท่านคงจะเข้าใจ
ิ
ึ
ี
หรือ ศิษย์ก้นกุฏิ นอกจากพระองค์เคยฉายพระรูปค่กับศิษย ์ มากย่งข้น ถึงการท่ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นศิษย ์
ู
ึ
ท่เป็นพลเรือนคนหน่ง คือ “หลวงชุมพรเขตอุดมศักด์” คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ
ี
ิ
่
์
ุ
ี
ุ
หรือ “เจ้ากรมรังษี” หรือ “รังษี คำาอุไร” คณหญิงอารพันธ สุนาวินวิวัฒ ซงเปนคุณหญงของ
ิ
็
ึ
ี
น่กเป็นเรองท่แสดงให้เห็นว่า พลเรือโท พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้เขียนเล่าถึงเร่องราว
่
ี
็
ื
ื
หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นศิษย์คนโปรด ของกรมหลวงชุมพรฯ ระหว่าง กรมหลวงชุมพรฯ กับ หลวงสุนาวินวิวัฒ
ั
ู
ื
ั
ต้งแต่เม่อคร้งยังเป็นนายทหารผ้น้อย คือมียศเพียง โดยเขียนว่า “คุณหลวง” หมายถึง “หลวงสุนาวินวิวัฒ”
ุ
นายเรือตรี เพ่งสาเร็จการศึกษาออกเป็นนายทหารเรือได ้ และ “ดิฉัน” หมายถึง “คุณหญิงอารีพันธ์” ผมขอคัดลอก
ิ
ำ
เพียง ๑๗ เดือน ข้อความที่คุณหญิงเขียนไว้ดังนี้
๒
ั
ึ
พลเรือโท จรูญ วิชยาภัย บุนนาค เล่าว่า “วันหน่งรับส่งกับคุณหลวงว่า ถ้ามีอะไรขัดข้อง
ื
ื
ื
“เม่อสมัยข้าพเจ้า สอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือ จะเป็นเร่องราชการหรือเร่องส่วนตัวก็ให้ทูลทรงทราบ
ื
ั
เม่อเดือนมีนาคม ปลายปี พ.ศ.๒๔๖๑ (สมัยน้นนับ ไม่ต้องกลัวเกรง คุณหลวงนึกอยู่ในใจว่า เราหรือจะกล้า
ิ
ึ
เดือนเมษายนเป็นต้นปี) วันหน่งในบริเวณท้องพระโรง กราบทูลรบกวนพระทัย พระคุณของพระองค์ท่านย่งใหญ ่
พระราชวังเดิม ซึ่งใช้เป็นที่สอบคัดเลือก มีนายทหารชั้นผู้ใหญ ่ ล้นกระหม่อม ทรงพระเมตตาไม่ทรงถือพระองค์ แม้แต่
ผ้น้อยมาชุมนุมเฝ้ารับเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ์ ชีวิตของเราก็ถวายให้ได้ จะไม่ขอรบกวนพระทัยเป็นอันขาด
ู
่
่
็
ื
ู
ั
ำ
ึ
และเปนกรรมการสอบคดเลอกอยเนืองแนน เสดจในกรมฯ (ตามคาเล่าจากคุณหลวงเอง) แต่มีเร่อง ๆ หน่งจาต้อง
ื
ำ
็
ี
โปรดการเสด็จมาทอดพระเนตรนักเรียนใหม่ท่มาสมัคร กราบทูลขอพระกรุณาให้ทรงช่วยขอลูกสาว คุณแม่ล้วน
ั
สอบเข้าเป็นนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เองเป็นคร้งคราว เลาหเกียรติ เพราะคุณแม่เป็นคนรักษาประเพณีโบราณ
ทรงสนพระทัยในการคัดเลือกครั้งนั้นมาก เพราะเป็น หวงลูกสาว หาคนเข้าถึงยาก จาเป็นต้องขอรบกวน
ำ
ครั้งแรกและคร้งใหญ่ของราชนาวี มีผ้มาสมัครสอบซ่งเป็น พระทัยเสด็จในกรมฯ โดยกราบทูลถวายให้ทรงทราบ
ึ
ั
ู
ั
ำ
ี
ผ้สาเร็จช้นมัธยมปีท่ ๖ แล้ว ประมาณ ๕๐๐ คน (มีบางคน หมดทุกอย่าง เสด็จในกรมฯ ทรงทราบเร่องแล้วก็ทรง
ู
ื
จบช้นมัธยมท่ ๘ มาแล้วก็มี) ซ่งต้องนับว่าเป็นการ พระสรวลทุบพระเพลารับส่งว่า “เออ สมเป็นลูกศิษย์เรา
ี
ั
ึ
ั
ำ
ั
ี
สอบคัดเลือกท่ใหญ่โตมากแล้วสาหรับสมัยน้น และ อย่าบอกให้ใครรู้ วันไหนฉันว่างจะไปด้วยกัน”
ำ
ื
ั
ี
้
ผู้ทีสอบได ไดรบคัดเลอกเขาเปนนกเรยนนายเรอและ (เหตุการณ์ต่อมา เป็นวันท่เท่าไรคุณหญิงจาไม่ได้
ั
่
ี
็
ื
้
้
้
นายชางกล ประมาณ ๑๐๐ คนเศษ ขาพเจาผหนงเปนผสอบ คุณแม่ล้วนได้เรียกคุณหญิงเข้าไปพบและเล่าให้ฟังว่า)
ู
้
้
็
ู
่
ึ
่
้
ื
ั
ึ
ได้เข้าเป็นนักเรียนนายเรือ ระหว่างเวลาที่ เสด็จในกรมฯ “เม่อตอนสายวันน้น มีรถยนต์คันหน่งมาจอดท ี ่
เสด็จมาทอดพระเนตรการสอบไล่ ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็น มี นอกร้ว แลเห็นคนสองคนเดินมาเคาะประตูหน้าบ้าน
ั
ุ
ู
ึ
ึ
นายทหารเรือหน่มร่างสมาร์ท (รูปหล่อ) ผ้หน่งคอยติดต่อรับใช ้ เด็กรับใช้ได้ไปเปิดประตูรับ และข้นมาเรียนคุณแม่ว่าชาย
เสด็จในกรมฯ อย่างใกล้ชิด ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจนายทหาร สองคนนั้นอยากพบคุณแม่ คุณแม่จึงลงไปที่ห้องรับแขก
ี
ี
ื
ผ้น้มาก เพราะเห็นว่าเป็นคนท่มีกิริยา ท่าทางองอาจ จาได้ว่าชายคนหน่งน้นคือ คุณพิศาล เป็นเพ่อนของลูกชาย
ำ
ั
ึ
ู
และสุภาพเรียบร้อย เป็นที่น่ารักน่านับถือ ข้าพเจ้าทราบ (ต่อมาได้เลื่อนยศ และบรรดาศักดิ์ เป็น พลเรือโท หลวง
ภายหลังว่า นายทหารผู้นี้ชื่อ ร.ท.เหลียง สุนาวิน เป็น สุนาวินวิวัฒ ซึ่ง ณ ที่นี้ ดิฉันของเรียกสรรพนามท่านว่า
นายธงคนโปรดของเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ” คุณหลวง) แต่อีกคนหน่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เม่อคุณหลวง
ึ
ื
๒ พลเรือโท จรูญ วิชยาภัย บุนนาค (จรูญ บุนนาค)
- นักเรียนนายเรือหมายเลข ๓๓๙ พ.ศ.๒๔๖๒ สำาเร็จออกเป็นนายทหารเรือชุดที่ ๓๐ เมษายน ๒๔๗๐
- อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา คนแรก (๒๘ เมษายน ๒๔๙๐ – ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๕)
18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ั
ำ
ำ
ำ
ำ
ทาความเคารพคุณแม่แล้ว ก็ได้แนะนาให้คุณแม่ทราบว่า ทีเด็ดน้น ดิฉันก็ต้องยอมจานนด้วยการพยักหน้ารับคา
ี
ี
ท่านท่มาด้วยคือ เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ์ ขอร้อง และน่เป็นการตัดสินใจท่ทาให้ชีวิตดิฉันกับคุณหลวง
ำ
ี
พอได้ยินช่อเช่นน้น คุณแม่ก็ตกตะลึง เพราะเป็นเร่อง เร่มผูกพันกัน และจากน้นทุกอย่างเป็นหน้าท่ของ
ื
ี
ั
ื
ิ
ั
๓
ิ
้
ู
ู
์
ั
่
ิ
ี
่
่
ทไมเคยคดมาก่อนเลยวาจะมีเจานายสงศกดเสด็จ ผ้ใหญ่จัดการให้เสร็จ พระยาพิพัฒธนากร และหลวง
๔
มาท่บ้าน เพราะเกรงกลัวไปว่าการต้อนรับไม่สม บารุงราชนิยม กรุณารับเป็นธุระเป็นเถ้าแก่นาของมาหม้น
ำ
ี
ั
ำ
ื
ิ
พระเกียรต เพราะคุณแม่แต่งตัวมารับแขกด้วยเส้อผ้า และแล้ววันที่สำาคัญยิ่งวันหนึ่งในชีวิตก็มาถึง นั่นคือ
แบบอยู่กับบ้าน เสด็จในกรมฯ ทรงเห็นอาการตกตะลึง วันท่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓ ได้มีการประกอบ
ี
ั
ี
ของคุณแม่ ทรงรีบรับส่งว่า “ไม่มีอะไรหรอกฉันมาท่น ี ่ พิธีมงคลสมรสระหว่าง นายเรือโท พิศาล สุนาวิน
ิ
์
ุ
ื
ั
ก็เพ่อจะมาขอลูกสาวแม่ล้วนให้ลูกศิษย์ฉัน” หลังจากน้น และนางสาว อารีพันธ เลาหเกียรต โดยมี
่
กทรงสนทนาเรองตาง ๆ ต่อไป จนคุณแม่ค่อยสบายใจแล้ว
่
ื
็
คุณแม่จึงกราบทูลว่า “บุตรสาวของหม่อมฉันยังเด็กนัก
ู
ยังเรียนหนังสืออย่ ยังไม่เป็นแม่บ้านแม่เรือน และลูกได้
ต้งใจจะเรียนหนังสือให้จบ หม่อมฉันก็รับปากกับลูกไว้แล้ว”
ั
เสด็จในกรมฯ ทรงรับส่งทันที “ไม่เป็นไร ลูกศิษย์ฉัน
ั
ำ
ื
เรียบร้อย ตานำ้าพริกก็อร่อย” แล้วก็ทรงพระสรวล เม่อเห็น
ั
่
่
คุณแมไมกราบทูลอะไรก็รับส่งต่อว่า “ค่อยคิดดูใหม่ จะให ้
มาฟังข่าววันหลัง” คุณแม่เล่าว่า พระองค์ท่านดีเหลือเกิน
รับสั่งด้วยพระสุรเสียงนุ่มนวล ไม่ทรงถือพระองค์เลย”
ี
“จากการท่เสด็จในกรมฯ ได้เสด็จมาขอดิฉันให ้
ั
คุณหลวงด้วยพระองค์เอง คุณแม่จึงได้คาดค้นกับดิฉันว่า
ี
“แม่เกรงพระทัยพระองค์ท่านอย่างท่สุด แม่ไม่บังคับลูกดอก
แต่ลูกจะตามใจแม่สักคร้งได้ไหม” (เออดูเถิดไม่บังคับ
ั
ั
แต่ขอให้ตามใจแม่สักคร้ง) ดิฉันตอบคุณแม่ว่า “คุณแม ่
อย่าพูดอะไรเลย หนูจะเรียนหนังสือให้จบก่อน” พูดจบ
ก็ลาคุณแม่ออกจากห้องโดยไม่สนใจอะไรอีก คุณแม่ได ้
พยายามอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีก ดิฉันยังไม่ตกลงปลงใจ
ึ
ี
ึ
ั
จนกระท่งวันหน่งคุณแม่ใช้ไม้เด็ดให้แม่นมพ่เล้ยงซ่งดิฉัน
ี
ำ
รักมาก มาแสดงอาการน้าตาคลอ บอกว่า “คราวนี้ ถ้าแม่หนู
่
่
้
ไมตกลง คณแมจะไมใหนมอยดวย แลวนมจะตองจาก
่
ุ
่
ู
้
้
้
แม่หนูไป” ดิฉันได้ฟังดังน้นก็ใจหาย เพราะแม่นมดูแล
ั
ั
ดิฉันต้งแต่เล็ก ๆ จนกระท่งโตเป็นสาว เวลานอนก็เข้ามา
ั
นอนเป็นเพ่อน เล่านิทานต่าง ๆ ให้ฟัง (เด็กสมัยน้นกับเด็ก
ั
ื
ี
ั
สมัยน้ช่างผิดกันมากเหลือเกิน) ฉะน้นพอได้ยินประโยค นายเรือโท พิศาล สุนาวิน
๓ พระยาพิพัฒธนากร คือ มหาอำามาตย์ตรี พระยาพิพัฒธนากร (ฉิม โปษยานนท์)
๔ หลวงบำารุงราชนิยม (สูญ สิงคาวณิช)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 19
พิธีมงคลสมรส ระหว่าง นายเรือโท พิศาล สุนาวิน และ
นางสาว อารีพันธุ์ เลาหเกียรติ
นายเรือโท พิศาล สุนาวิน เป็นนายทหารระดับก้าวหน้า
คนหน่ง เป็นผ้ท่มีความประพฤติดี สุขุมเยือกเย็น
ี
ู
ึ
สุภาพอ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดน้ว
ิ
มีสมรรถภาพสูง เม่อย้ายจากทาหน้าท่เป็นนายธงของ
ื
ี
ำ
กรมหมื่นชุมพรฯ แล้ว จึงได้รับตำาแหน่งสำาคัญ ๆ ในกรม
นายพลโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำารบ
ู
ี
ั
ทหารเรือ ได้แก่ เป็นผ้ช่วยต้นหนเรือพระท่น่งมหาจักรี
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร ผ้ช่วยนายกราบซ้ายโรงเรียนนายเรือ ผ้บังคับการเรือหลวง
ู
ู
ื
เขตอดมศกด์ ทรงเปนเจาภาพฝายชาย และ เจนทะเล และเม่อวันท่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
ี
ุ
็
ิ
้
ั
่
๕
ำ
พระองค์เจ้าคารบ ทรงเป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิง นับเป็น ได้ย้ายไปเป็นนายธงของ จอมพลเรือ สมเด็จพระราช
พิธีสมรสที่หรูหราที่สุดของปีนั้น เสด็จในกรม ฯ ได้เสด็จ ปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยา
มาที่บ้านทั้งเช้า – ค่า ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก” ภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผ้กากับราชการกระทรวงทหารเรือ
ำ
ำ
ู
๕ พระองค์เจ้าคำารบ คือ หม่อมเจ้าคำารบ ปราโมช , นายพลโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำารบ ทรงดำารงตำาแหน่งแม่ทัพกองทัพน้อยที่ ๒ (ปัจจุบันคือ
กองทัพภาคที่ ๓) ระหว่าง พ.ศ.๒๔๕๔ – ๒๔๕๗ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ จากนั้นทรงโอนย้ายไปดำารงตำาแหน่งอธิบดีกรมตำารวจภูธร และกรมตำารวจนครบาล
ระหว่าง พ.ศ.๒๔๕๘ – ๒๔๗๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีบทบาทในการปรับปรุงกิจการตำารวจ โดยทรงดำารงตำาแหน่งอธิบดีกรมตำารวจเป็นพระองค์แรก
ทรงเป็นพระบิดาของ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี คนที่ ๖ และ หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๓ มีนายกรัฐมนตรี
เพียง ๒ คน ที่เป็นเชื้อพระวงศ์
20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
นายเรือโท พิศาล สุนาวิน ได้ทำาหน้าที่นายธง รับใช ้
ู
ื
ำ
สมเด็จพระองค์ท่านด้วยความซ่อสัตย์สุจริต และผ้กากับ
ราชการทหารเรือพระองค์น้ก็มิใช่ใครอ่นไกล เพราะ
ี
ื
พระองค์ท่านก็คือ “พระสัสสุระ” (พ่อตา) ของเสด็จ
ในกรมหลวงชุมพรฯ ดังนั้น นายเรือโท พิศาล จึงเป็นที่
โปรดปรานของ สมเด็จพระราชปิตุลาฯ และพระองค์เจ้า
ชายหญิงทุกพระองค์ เสด็จท่ใดก็โปรดให้ตามเสด็จด้วย
ี
ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นทางราชการหรือส่วนพระองค์
ี
การท่จะให้นายทหารไปรับใช้เจ้านายจะต้องมีการ
คัดเลือกก่อน นอกจากจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ
แล้ว ยังต้องมีกิริยามารยาทเรียบร้อย เป็นคนซ่อสัตย ์
ื
สุจริต ไว้วางใจได้ จึงจะแต่งตั้งให้เป็น นายธง
ี
ื
ี
พ้นจากหน้าท่นายธง เม่อวันท่ ๓๑ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๔๖๕ ได้ย้ายไปสำารองราชการกรมเสนาธิการทหารเรือ
ไปทาการในบริษัทพานิชนาวีสยาม แล้วกลับเข้ามาเป็น
ำ
ี
ผ้บังคับการเรือหลวงสุริยะ เม่อวันท่ ๘ มกราคม พ.ศ.
ู
ื
๒๔๖๕ ได้รับพระราชทานเล่อนยศเป็น นายเรือเอก
ื
เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ ต่อมาอีก ๑ เดือน
ิ
นายพลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ เสนาบด ี
่
ิ
ี
้
ื
ื
ั
กระทรวงทหารเรอ ก็ได้สนพระชนม เมอวนท ๑๙
่
์
พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖ นายเรือเอก พิศาล สุนาวิน
ู
ี
เป็นผ้บังคับการเรือหลวงสุริยะ อย่จนถึงวันท่ ๓๐ มกราคม นายเรือเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ
ู
ุ
่
้
พ.ศ.๒๔๖๖ จากเรอหลวงสรยะยายไปเปนผชวย
ิ
้
ู
ื
็
หัวหน้าแผนกท่ ๑ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ต้งแต่วันท่ ี ประเทศนักเรียนนายเรือถึงท่าเรือมะนิลา ประเทศ
ั
ี
ู
ั
๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๖ ฟิลิปปินส์ และเป็นผ้บังคับการกองโรงเรียนนายเรือ ต้งแต ่
นายเรือเอก พิศาล สุนาวิน ได้รับพระราชทาน วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ ถึงวันที่ ๑๓ กรกฎาคม
บรรดาศักดิ์เป็นขุนสุนาวินวิวัฒ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๖
ั
ั
พ.ศ.๒๔๖๙ หลังจากน้นต่อมาเพียง ๑๑ เดือน ต่อจากน้น จึงย้ายไปเป็นเลขานุการฝ่ายทหารเรือ
ั
ิ
ื
เท่าน้น ก็ได้รับพระราชทานเล่อนบรรดาศักด์เป็น ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เม่อวันท่ ี
ื
ี
ื
หลวงสุนาวินวิวัฒ เม่อวันท่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๐ และได ้ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖
รับพระราชทานเล่อนยศเป็นนายนาวาตร เมื่อวันที่ ระหว่าง พ.ศ.๒๔๗๖ ถึง พ.ศ.๒๔๗๘ นายนาวาตรี
ื
ี
๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๓ หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้รับตาแหน่งเป็นเลขานุการฝ่าย
ำ
ระหว่างวันท่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๖ ถึงวันท่ ี ทหารเรือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ
ี
๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๖ นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ รักษาราชการแทนเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เป็นต้นเรอ เรือหลวงเจาพระยา ในการฝึกภาคตาง กลาโหม ซ่งในขณะน้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ื
้
ั
ึ
่
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 21
๖
คือ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม มี นายพันเอก ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ ได้มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง
พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นนายก ทหารเหล่าต่าง ๆ ของกองทัพบกในกรุงเทพ ฯ ทางการ
ั
ึ
รัฐมนตรี ทหารได้สร้างสนามฟุตบอลช่วคราวข้นทางมุมทิศเหนือ
ื
ื
ี
ด้านซ้ายของท้องสนามหลวงเป็นท่แข่งขัน เพ่อเช่อม
ความสามัคคีในระหว่างทหารเหล่าต่าง ๆ ของกองทัพบก
การแข่งขันฟุตบอลทหารได้ดาเนินการมาแล้วเป็นเวลา
ำ
ี
ู
หลายเดือน จนถึงค่สุดท้ายท่จะต้องแข่งขันกันในวันท่ ี
ำ
๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๗ เพ่อชิงตาแหน่งชนะเลิศ
ื
ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลของ นายพันเอก หลวง
พบลสงคราม รฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมไวเปน
ิ
ู
้
ั
่
ี
็
เกียรติยศ
นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นนายทหารเรือ
ี
ี
ท่มีหน้าท่ติดตาม นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม
ี
ู
เวลาไปราชการนอกสถานท่ เป็นผ้ใกล้ชิดสนิทสนมและ
เป็นที่ไว้วางใจประดุจญาติ
่
ี
่
ี
่
ั
ในวนท ๒๓ กมภาพนธ พ.ศ.๒๔๗๗ กอนท นาย
ั
ุ
์
พันเอก หลวงพิบูลสงคราม จะได้ไปชมการแข่งขัน
ฟุตบอลท่ท้องสนามหลวง นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม
ี
ั
ื
จะต้องไปงานเผาศพก่อน วันน้นจึงแต่งเคร่องแบบทหาร
ี
ื
คาดกระบ่ นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ ก็แต่งเคร่องแบบ
ี
ื
คาดกระบ่เช่นเดียวกัน เม่อถึงท้องสนามหลวง ท้งสอง
ั
ท่านก็ปลดกระบ่ออกเอาไว้ในรถ ในวันน้นมีนายทหาร
ั
ี
ช้นผ้ใหญ่และประชาชนได้มาชมการแข่งขันฟุตบอลนัด
ู
ั
ชิงชนะเลิศอย่างล้นหลาม
เม่อการแข่งขันได้ยุติลงแล้ว นายพันเอก หลวง
ื
พิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็คล้อง
ั
่
พวงมาลยให้แกนักกีฬาฟุตบอลทุกคน แล้วมอบถ้วย
นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม รางวัลให้แก่ทีมที่ชนะเลิศ และให้โอวาท เมื่อเสร็จพิธีแล้ว
้
ี
่
่
ิ
ู
ิ
๖ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม แปลก ขตตะสงคะ, แปลก พบลสงคราม, หลวงพบลสงคราม, จอมพลแปลก (ทานไมชอบใหใครเรยกวา “จอมพลแปลก”),
ี
ั
ู
่
ท่านจอมพล, จอมพล ป. ,จอมพล ป.พิบูลสงคราม (เป็นชื่อที่เรียกกันมากและเป็นที่คุ้นหูของคนไทยมากที่สุด)
ี
- วันท่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ นายพันตรี หลวงพิบูลสงคราม ได้เป็นหัวหน้าผ้หน่งในคณะราษฎร ทาการเปล่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย
ี
ำ
ึ
ู
จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
- เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ เป็นนายกรัฐมนตรี ๘ สมัย ดำารงตำาแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุด ถึง ๑๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๘ วัน
- เป็นบิดาของ พลเรือโท ประสงค์ พิบูลสงคราม (บุตรคนท่ ๒ ในจานวนบุตรธิดา ๖ คน) ซ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ, ศึกษาวิชาการ
ี
ึ
ำ
ทหารเรือที่ประเทศอังกฤษ, พลเรือจัตวา ประสงค์ พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน คนที่ ๓ (วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๘ ถึงวันที่ ๒๐
กันยายน พ.ศ.๒๕๐๐)
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ำ
นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ก็กล่าวคำาอำาลาผู้รับเชิญ มองเห็นเลือดไหลรินออกจากรูกระสุนปืนตรงลาคอโดย
ี
ุ
ั
ู
ู
ื
และบรรดานายทหารช้นผ้ใหญ่ท่มาร่วมชมการแข่งขัน ไม่หยุด ปรากฏว่าคนร้ายผ้ยิงช่อ นายพ่ม ทับสายทอง
ั
้
ั
้
ิ
จากนน นายพนเอก หลวงพิบูลสงคราม ตดตามดวย เสือร้ายแห่งนครปฐมผู้ก่อคดีปล้นฆ่ามาหลายจังหวัด
้
ี
ำ
็
ั
นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ เลขานุการฯ และ จากนนกรบนา นายพนเอก หลวงพบลสงคราม
ั
ิ
ู
ี
นายร้อยเอก ทวน วิชัยขัทคะ นายทหารคนสนิท ก็เดิน ส่งโรงพยาบาลพญาไท ซ่งในปัจจุบันน้คือโรงพยาบาล
ึ
ื
ี
ู
ุ
ม่งไปยังรถยนต์ท่จอดคอยรับอย่ใกล้กระโจมพิธี เพ่อจะ พระมงกุฎเกล้า นายพันโท พระศัลยเวชวิศิษฐ์ นายแพทย ์
เดินทางกลับ เมื่อ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ได้ขึ้น ใหญ่ทหารบก ได้รีบดำาเนินการผ่าตัดและรักษาพยาบาล
น่งบนรถยนต์เรียบร้อยแล้ว ท่านก็ร้องบอก นายนาวาตรี ทันที ผลของการตรวจบาดแผลปรากฏว่า นายพันเอก
ั
ี
หลวงสุนาวินวิวัฒ ว่า “เด๋ยว! คุณหลวงลืมกระบ่” พร้อมกับ หลวงพิบูลสงคราม ถูกกระสุนปืน ๒ แห่ง เป็นบาดแผล
ี
ู
ี
ื
่
้
ั
่
่
ี
่
ิ
ึ
้
กมลงหยบกระบทวางอยขางตวเพอสงให นายนาวาตรี ฉกรรจ์ กระสุนนัดหน่งเข้าทางแก้มซ้ายด้านหน้าทะลุออก
่
้
่
ี
ู
่
้
ั
้
ั
ื
ิ
ึ
่
ั
ิ
ุ
หลวงสนาวนววฒ ซงกาลงยนสงอยขางรถ ทนใดนนเอง ทางด้านหลังของต้นคอ กระสุนนัดท่สองเข้าทางด้านหน้า
ั
ำ
ี
ั
เสียงปืนก็ดังระเบิดข้น ๒ นัด ปัง – ปัง นายนาวาตรี ไหล่ขวาทะลุออกด้านหลัง กระสุนนัดแรกน้นได้เล่ยงส่วน
ึ
ิ
ิ
์
ั
ำ
ื
ึ
้
หลวงสุนาวินวิวัฒ เหลียวไปเห็นชายคนหน่งในระยะใกล้ชิด สาคญไปได้เหมอนปาฏหารย ทาให นายพันเอก หลวง
ำ
กาลังถือปืนพกจ้องปากกระบอกปืนตรงไปท่ร่างของ พิบูลสงคราม รอดชีวิตมาได้ นายพันโท พระศัลยเวชวิศิษฐ์
ำ
ี
นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ปากกระบอกปืนยังมีควัน นายแพทย์ใหญ่ทหารบก หายจากความวิตกเป็นปลิดทิ้ง
ู
กร่นอย่ ด้วยความรวดเร็ว นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ ทุกคนยิ้มได้ด้วยความโล่งใจ
ุ
ู
ั
็
ื
ั
กระโดดปดมอชายผ้น้นจนปืนพกตกกระเดนหลุดจากมือ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ต้องนอนรักษาแผล
ี
พร้อมกับกระสุนนัดที่ ๓ ได้ดังขึ้น ทหารหลายคนกรูกัน อย่ท่โรงพยาบาลพญาไท เป็นเวลานานประมาณ ๑ เดือน
ู
ิ
ู
้
้
้
้
ั
ั
ั
้
เขารวบตวชายผนนไวได นายรอยเอก ทวน วชยขทคะ พอแผลท่ถูกยิงหายจวนสนิทพ้นขีดอันตรายแล้ว จึงกลับ
ั
ี
้
รีบเข้าประคองร่างของ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ไปพักผ่อนที่บ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่บางซื่อ
หลวงพิบูลสงคราม ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 23
ำ
ึ
โดยปกติแล้ว นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม สาคัญอีกประการหน่งก็คือ ทหารเรือกับจังหวัดชุมพรก ็
ั
ุ
้
่
ั
ี
ั
ั
ทานจะน่งตวตรงเสมอ และเพราะเหตท่ท่านกมลงหยิบ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาต้งแต่คร้ง กรมหม่นชุมพร
ื
กระบ่ส่งให้ นายนาวาตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ น่นเอง เขตรอุดมศักดิ์ ทรงนำานักเรียนนายเรือออกฝึกภาคทะเล
ี
ั
ื
ี
ำ
ี
กระสุนปืนจึงไม่ถูกท่สาคัญ และ นายนาวาตรี หลวง และได้แวะเย่ยมจังหวัดชุมพร เม่อเดือนกรกฎาคม
สุนาวินวิวัฒ ได้แสดงความกล้าหาญอย่างเด่นชัดโดยกระโดด พ.ศ.๒๔๕๐ และทรงมีความผูกพันกับจังหวัดชุมพรตลอดมา
ั
เข้าป้องกันมิให้คนร้ายยิงซ้าท่านรัฐมนตรีฯ ท้งผ้บังคับบัญชา จนกระทั่ง กรมหลวงชุมพร ฯ สิ้นพระชนม์ที่หาดทรายรี
ู
ำ
้
ู
ี
และผ้ใตบังคับบัญชาจึงรอดตายด้วยกระบ่ทหารเพียง จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖
ื
่
่
ุ
ี
ิ
เล่มเดียวแท้ ๆ จึงนับได้ว่า หลวงสุนาวินฯ เป็นเพ่อนร่วมทุกข ์ กอนทหลวงสนาวนววฒ จะออกเดนทางไปยง
ั
ิ
ิ
ั
ร่วมสุขกับหลวงพิบูลฯ อย่างใกล้ชิดคนหนึ่ง จังหวัดชุมพร ท่านได้กราบไหว้ขอให้กรมหลวงชุมพรฯ
ุ
็
ส่วน นายพ่ม ทับสายทอง มือปืนท่ลอบยิง นาย จงค้มครองให้เปนข้าหลวงทดี ได้ปกครองราษฎรให้ม ี
่
ี
ุ
ี
ั
พันเอก หลวงพิบูลสงคราม น้น ถูกพิจารณาพิพากษา ความร่มเย็นเป็นสุขทั่วกันเถิด
ี
ลงโทษจำาคุก ๑๖ ปี ส่วนผู้จ้างวานซึ่งต่อมาทราบว่า คือ จากการท่ นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม ได้รอดชีวิต
ี
นายพันตำารวจเอก พระยาธรณีนฤเบศร์ (พิทย์ ผลเตมีย์) จากการถูกลอบยิงท่ท้องสนามหลวง ท่านได้มอบซองบุหร่ให้
ี
ี
ำ
ถูกตารวจจับกุมได้ในวันท่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๗ นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ มีข้อความจารึกว่า
ศาลมีคำาสั่งให้ประหารชีวิต แต่มีเหตุอันควรปรานี จึงได้
ำ
รับการลดหย่อนผ่อนโทษให้เหลือจาคุกตลอดชีวิต แต่ได ้
รับการลดโทษฐานสารภาพให้การเป็นประโยชน์ในการ
พิจารณาคดีจึงถูกจำาคุก ๒๐ ปี
๓ เกี่ยวข้องกับจังหวัดชุมพรอย่างไร
หลวงสุนาวินวิวัฒ เล่อนยศเป็น นายนาวาโท
ื
เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๘ วันที่ ๑ ธันวาคม
พ.ศ.๒๔๗๘ เป็นวันสิ้นสุดจากอาชีพรับราชการทหารไป
ิ
เร่มชีวิตข้าราชการพลเรือน เป็นการโอนจากกระทรวง
กลาโหมมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย ท่านได้รับคาส่ง
ำ
ั
๗
ำ
ำ
ให้ไปดารงตาแหน่งข้าหลวงประจาจังหวัด ชุมพรเป็น
ำ
ึ
คร้งแรก ซ่งมีหน้าท่ทางปกครองประชาชนและบ้านเมือง
ั
ี
ั
จงหวดชมพรมความหมายตอ นายนาวาโท หลวง
่
ุ
ั
ี
สุนาวินวิวัฒ มาก เพราะเป็นจังหวัดท่มีช่อตรงกับพระนาม
ื
ี
ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นพระนามที่
หลวงสุนาวินฯ เคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้สิ่งที่ นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ
๗ ข้าหลวงประจำาจังหวัด แต่เดิมในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เรียกว่า เจ้าเมือง มาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อตำาแหน่งนี้ไป
อีกต่างๆ นานา จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบ
ประชาธิปไตย จึงได้เปลี่ยนชื่อตำาแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ข้าหลวงประจำาจังหวัด ได้ใช้ชื่อ ข้าหลวงประจำาจังหวัด มาจนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕
จึงได้เปลี่ยนเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด อีกครั้งหนึ่ง มาจนทุกวันนี้
24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ิ
“มอบแก่ น.ท.หลวงสุนาวินวิวัฒ ร.น. ผู้ช่วยชีวิต ไม่ทราบ ในวันเร่มแรกของงาน ประชาชนส่วนมากแต่งกาย
ื
ื
ุ
ำ
คราวถูกยิงไว้เป็นที่ระลึก คราวไปเป็นข้าหลวงชุมพร” น่งผ้าโจงกระเบนเพ่อฟ้นฟูประเพณีของไทยตามคาเชิญชวน
ประชาชนชาวจังหวัดชุมพร เป็นผ้รักความสงบ ของท่านข้าหลวงฯ ต่างพากันไปทาบุญตักบาตรใน
ู
ำ
ู
ำ
ี
ทามาหากินตามปกติ การปกครองจึงปกครองกันอย่างฉันมิตร ตอนเช้าตร่ ปีน้ประชาชนมาเท่ยวงานกันมากกว่าทุกป ี
ี
ื
รักใคร่สามัคคีกันเหมือนญาติ ข้าราชการก็สามัคคีกันทุกฝ่าย เพราะต้องการจะข้นเคร่องบิน พอตอนค่อนข้างสายก็เตรียม
ึ
ื
ำ
นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เป็นข้าหลวงประจา ไปต้อนรับเคร่องบินและคณะนักบินของกองทัพอากาศ
ึ
ั
จังหวัดชุมพร คนท่ ๑๕ (ต้งแต่วันท่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ณ สนามบิน ซ่งเวลาน้นอย่ใกล้ ๆ กับศาลากลางจังหวัด
ี
ู
ั
ี
๒๔๗๘ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๑) โดยมีประชาชน พ่อค้า คหบดี นักเรียน และคณะข้าราชการ
ครั้งหนึ่งมีโจรใจเหี้ยมคนหนึ่งชื่อ เสือเขียว เล็ดลอด ไปกันมากมาย พอได้เวลา ประชาชนได้ยินเสียงของ
ำ
ื
ื
จากการจับกุมของเจ้าหน้าท่บ้านเมืองมาหลายปีแล้ว เม่อ เคร่องบินก็พากันชะเง้อมองดูว่า จะจริงตามคาประกาศ
ี
ื
หลวงสุนาวินฯ ไปเป็นข้าหลวงฯ ทราบเรื่อง ก็มีคำาสั่งให้ ของจังหวัดหรือไม่ เม่อประชาชนได้เห็นเคร่องบินมาแวะ
ื
พยายามจับตัวเสือเขียวให้ได้ ราษฎรจะได้นอนตาหลับ ลงถึงสนามบินแล้ว ก็พากันไปห้อมล้อมเคร่องบินและ
ื
ั
คาส่งออกไปไม่ถึงเดือนก็จับตัวเสือเขียวได้ โดยมีข้าหลวงฯ นักบินเพ่อต้อนรับแสดงความขอบใจและยินดี เม่อ
ื
ำ
ื
ึ
กับตำารวจอีก ๒ นาย เข้าป่าไปพบเสือเขียว ก่อนจะนำา คณะข้าราชการและประชาชนซ่งมีท่านข้าหลวงฯ
ี
ึ
เสือเขียวออกจากป่ามาข้นรถไฟท่สถานี หลวงสุนาวินฯ เป็นประธานได้ให้การต้อนรับและแสดงความขอบใจต่อ
พูดอะไรกับเสือเขียวก็ไม่ทราบ เสือเขียวจึงยอมออกมา นักบินอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ทางการก็ประกาศ
ิ
้
แต่โดยดี ตารวจจะใส่กุญแจมือ แต่หลวงสุนาวนฯ ได ้ วา ในฐานะท่ท่านขาหลวงฯ เปนประธานของจังหวด ท่าน
่
ี
็
ั
ำ
ื
ื
ึ
ห้ามไว้ว่า ไม่ต้อง ให้เขาเดินตามสบายจนถึงสถานีรถไฟ ข้าหลวงฯ จึงสมควรข้นเคร่องบินก่อนเป็นคนแรก เพ่อให ้
ุ
ผู้โดยสารในรถไฟทุกคนไม่มีใครทราบว่า ผู้ที่นั่งรถมากับ ประชาชนได้เห็นประจักษ์และจะได้อบอ่นใจ และเน่องด้วย
ื
ข้าหลวงฯ เป็นเสือเขียว ไม่มีใครสนใจ นั่งมาตามสบาย เห็นว่าประชาชนชาวจังหวัดชุมพรยังไม่เคยข้นเคร่องบิน
ึ
ื
จนรถไฟถึงสถานีชุมพร จึงนาเสือเขียวเข้าฝากไว้ในเรือนจา เลยประการหน่ง อีกประการหน่งก็ไม่เคยมีเคร่องบินมาลง
ำ
ื
ึ
ึ
ำ
พวกราษฎรทราบข่าวก็พากันมาดูหน้าเสือเขียวกัน ยังสนามบินของจังหวัดอีกด้วย
มากมาย นาน ๆ จะมีเสือสักตัวมาไว้ในเรือนจำา นายทหารหัวหน้านักบินเห็นว่า เม่อข้าหลวงฯ
ื
ครั้นมาถึงวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐ ระหว่างที่ ผ้เป็นประธานของจังหวัดข้นเคร่องบิน เพ่อให้ประชาชน
ู
ื
ึ
ื
นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ดารงตาแหน่งข้าหลวง เห็นความสาคัญก็โดดเข้าเป็นนักบินเสียเอง แต่เม่อเคร่องบิน
ื
ำ
ำ
ำ
ื
ู
ำ
ึ
ู
ประจาจังหวัดชุมพร ทางจังหวัดชุมพรได้จัดให้มีงาน ทะยานข้นส่ท้องฟ้าไปได้สักคร่ บินสูงได้ประมาณ
ู
ประจำาปีเช่นทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ๕๐๐ – ๖๐๐ เมตร เหตุการณ์อันไม่มีผ้ใดคาดฝันเห็น
ให้เอิกเกริกมโหฬาร นอกจากจะมีการละเล่น การประกวด มาก่อน เครื่องบินก็เกิดติดขัด เครื่องบินได้ทิ้งตัวลงและ
ต่างๆ และมหรสพนานาชนิดแล้ว ท่านข้าหลวงฯ ยังเป็น เอียงลงมาอย่างเห็นได้ชัด เสียการทรวงตัว เอียงลงทาง
ผู้ติดต่อนำาเครื่องบินของกองทัพอากาศ ๓ หรือ ๕ เครื่อง ซ้ายเรื่อย ๆ และปักหัวดิ่งลงมา โดยประมาณระยะของ
มาร่วมงานปีใหม่ของจังหวัดชุมพรเป็นประวัติการ โดย ความสูงจากพื้นดินประมาณครึ่งหนึ่งของต้นไม้ ในเสี้ยว
ี
เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนท่บริจาคเงินบารุงกองทัพ วินาทีนั้นเอง ประชาชนที่มองดูกันเต็มสนามบินก็ได้เห็น
ำ
ื
อากาศ (ดูเหมือนคนละ ๒๕ บาท) แล้วจะได้ข้นเคร่องบิน ภาพท่ไม่มีผ้ใดคาดฝันมาก่อน คือ มีคนคนหน่งแต่งเคร่อง
ี
ู
ื
ึ
ึ
ชมภูมิประเทศและทิวทัศน์ของจังหวัดว่า จังหวัดของตน แบบขาวทั้งชุดหลุดออกจากเครื่องบิน โดดลงมาสู่พื้นดิน
ื
ี
ิ
ื
ี
จะสวยงามสักเพียงไร เคร่องบินน้เป็นเคร่องบินชนิดใด ยืนอย่บนคันนา ก่อนท่เคร่องบินจะโหม่งโลก ตกหัวท่ม
ู
ื
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 25
ื
ื
ำ
จนเคร่องบินหักกลางลา ประชาชนต่างก็ตกใจและแตกต่นกัน มาได้ก็กนเวลานานพอดู นกบินค่อนข้างจะเจบเอามาก
ิ
ั
็
ื
ี
อย่างบอกไม่ถูก เพราะคนท่โดดลงมาจากเคร่องบินน้น เพราะเม่อกลับไปแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลอย่หลายวัน
ั
ื
ู
คือ นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ท่านข้าหลวงฯ ท่าน ท่านข้าหลวงฯ เล่าว่า ตอนที่เครื่องบินจะตกลงสู่พื้นดิน
่
ื
ี
่
่
่
่
แตงเครองแบบทหารเรอสขาว ปรากฏวารางกายของทาน รู้สึกว่าเหมือนมีใครฉุดให้ออกจากที่นั่ง จนสายรัดเอวหลุด
ื
มิได้คว่าลงบนพ้นสนามบิน ประชาชนต่างกุลีกุจอเข้าไปช่วย เหมอนมมือทแขงแรงอมใหลอยลงมา โดยอวยวะสวน
ำ
ื
ื
ี
้
ุ
ั
่
่
ี
็
้
แต่ท่านข้าหลวงฯ ก็เดินได้อย่างปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนงส่วนใดไม่เป็นอันตราย เป็นแต่ใต้คางไปกระทบ
่
ึ
อย่างปาฏิหาริย์ ท่านข้าหลวงฯ ได้รีบว่งไปท่เคร่องบิน กับขอบท่น่งก่อนจะหลุดออกมา นับเป็นเหตุการณ์ท ่ ี
ี
ิ
ื
ั
ี
ั
้
ู
่
ี
่
่
ทตกอยนน ด้วยความเป็นหวงนักบินวาจะเป็นตายรายดี ต่นเต้นท่สุดคร้งหน่งในชีวิต เขาพูดกันท่สนามบินว่า
้
่
ั
ื
ึ
ี
ี
ประการใด เดชะบุญนักบินไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต จึง คนดีพระค้มครอง ผีก็ยังค้ม เคร่องบินเสียหายใช้การไม่ได้
ื
ุ
ุ
ื
ช่วยกันเอาออกมาจากเคร่องบิน กว่าจะเอานักบินออก แต่นกบนและขาหลวงฯ พนอันตรายมาไดด้วยปาฏหารย ์
ิ
ิ
้
ิ
ั
้
้
เครื่องบินตกที่จังหวัดชุมพร
เครื่องบินตกหักกลางลำา
26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ี
ี
ึ
ี
เหตุการณ์ท่เกิดข้นคราวน้ เป็นเร่องท่ประชาชนชาว
ื
ั
ั
จังหวัดชุมพรพูดกันไปท่วในขณะน้นว่า “ปาฏิหาริย์จริงๆ”
บ้าง “ทหารเรือแน่จริง ๆ” บ้าง “เจ้าเมืองท่านแน่”
บ้าง กันให้เซ็งแซ่ไป และก็ดังอยู่อีกนาน
ื
เม่อเหตุการณ์ท่น่าต่นเต้นผ่านไปแล้ว ท่านข้าหลวงฯ
ี
ื
ื
ำ
ี
ได้ขอให้นักบินนาเคร่องบินท่มาด้วยกันข้นแสดงบินท่า
ึ
ผาดโผนต่างๆ ในอากาศทันที เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า
เคร่องบินยังสามารถบินได้ และรับประชาชนข้นบินได ้
ื
ึ
ตามที่ได้ประกาศไว้ทุกประการ เครื่องบินได้บินผาดโผน
แสดงอยู่เป็นเวลานาน จนได้รับการโห่ร้องต้อนรับ และ
หมดความหวาดระแวงในอันตรายแล้ว จึงนำาเครื่องบินลง
และรับบริการประชาชนข้นเคร่องบินต่อไปตามปกติ
ื
ึ
ิ
ึ
ั
ย่งกว่าน้นพอตกเวลากลางคืน ซ่งมีการแสดงต่างๆ บนเวท ี
ในสนามของงานวันข้นปีใหม่ ท่านข้าหลวงฯ ก็ยังไป
ึ
ั
ปรากฏตัวให้ประชาชนเห็นโดยท่วกันว่าไม่เจ็บป่วย
มากมายแต่อย่างใด ทุกคืน ตลอดงาน ๕ วัน ๕ คืน ทั้งนี้
ย่อมแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าท่านข้าหลวงฯ จะเจ็บหรือไม่เจ็บ
ี
หรือเจ็บแสนสุดท่จะทนเพียงใดก็ตาม ท่านข้าหลวงฯ นายนาวาเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ
นายนาวาเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ
ก็อดกล้น ใจส้อย่างชายชาติทหาร นับว่าเป็นผ้นาท่ด ี
ี
ั
ู
ำ
ู
อันสมควรนำาไปเป็นตัวอย่างได้ยิ่งนัก
เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๑ นายนาวาโท
ำ
หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้ย้ายไปเป็นข้าหลวงประจาจังหวัด
ปัตตานี
ึ
ี
ประเทศไทยได้เปล่ยนวันข้นปีใหม่จากวันท่ ๑
ี
เมษายน เป็นวันที่ ๑ มกราคม ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม
พ.ศ.๒๔๘๔
ื
นายนาวาโท หลวงสุนาวินวิวัฒ เล่อนยศเป็น
นายนาวาเอก เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๔
วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ สมัย จอมพล ป.พิบูล
สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี (เป็น จอมพล เมื่อวันที่ ๒๘
กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๔) กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกหลาย
จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยแบบสายฟ้าแลบ ทาง
จังหวัดปัตตานีได้ทำาการต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น
วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ รัฐบาลไทยก็ยอม
ยุติการต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 27
ี
ี
วันท่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ รัฐบาลไทยได ้ วันท่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๙ บรรดาอาชญากรสงคราม
ี
ั
ุ
ำ
ี
ู
ั
็
ี
ุ
ิ
ทาพิธีลงนามร่วมเป็นพันธมิตรกับญ่ป่นท่พระอุโบสถวัด อนม จอมพล ป.พบลสงคราม กบพวก กหลดรอดจากการ
พระศรีรัตนศาสดาราม ลงโทษไปได้ พ้นจากโทษติดคุกและไม่ต้องถูกประหารชีวิต
ั
วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๕ ฝ่ายสัมพันธมิตร เริ่ม จนกระท่งถึงวันท่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๐
ี
ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดในพระนครเป็นครั้งแรก พลโท ผิน ชุณหะวัณ (ต่อมาเป็น จอมพล ผิน ชุณหะวัณ)
ำ
ต่อมารัฐบาลของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็ได้ม ี กระทารัฐประหารเงียบ จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ั
ั
ู
ุ
่
่
่
ี
การลงนามรวมรบกบทหารญปน และประกาศสงคราม ข้นเป็นนายกรัฐมนตรี มีข่าวว่า จะมีการเลือกต้งผ้แทน
ึ
กับประเทศพันธมิตร เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๕ ราษฎรกันอีกใน ๓ – ๔ เดือนข้างหน้า มีผู้ใหญ่หลายท่าน
สงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทยได้ดำาเนินไปอย่างเต็มที่ พร้อมด้วยมิตรสหายต่างก็มาขอให้ นาวาเอก หลวง
ื
ำ
ู
ื
เม่อท่านข้าหลวงประจาจังหวัดปัตตานีได้จัดการ สุนาวินวิวัฒ ไปสมัครผ้แทนฯ ท่านก็ไม่สนใจเพราะเบ่อพวก
็
ั
้
้
ี
้
ำ
ึ
่
้
บานเมองทงจงหวดเรยบรอยดขนแลว กไดรบคาสง นักการเมือง บรรดามิตรสหายชาวจังหวัดชุมพรและปัตตานี
ั
ี
ั
้
ื
ั
ั
้
จากกระทรวงมหาดไทยให้ย้ายเข้ามาเป็นข้าหลวง ก็ได้มีจดหมายมาขอให้ไปสมัคร พร้อมกับรับรองว่า
ประจาจังหวัดพระนคร ธนบุรี เม่อวันท่ ๑ ธันวาคม ท่านต้องได้แน่ โดยเฉพาะมิตรสหายชาวชุมพรได้ข้นมาพบ
ึ
ี
ื
ำ
ึ
้
ุ
พ.ศ.๒๔๘๕ ถงกรงเทพฯ และมีหลายท่านไดส่งจดหมายมาขอให ้
ุ
้
ั
่
ื
ำ
็
เมอมาเปนขาหลวงประจาจงหวดพระนคร ธนบร ี ไปสมัครให้ได้ หลวงสุนาวินฯ ท่านบอกว่า ท่านจาก
ั
ั
ั
ำ
ำ
แล้ว ยังได้รับคาส่งแต่งต้งให้เป็นข้าหลวงประจาจังหวัด จังหวัดชุมพรมาต้ง ๑๐ ปีแล้ว ยังมีคนระลึกถึงอย่อีกหรือ
ั
ู
สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี อีก ๓ จังหวัด รวม เขาตอบว่า ความดีของท่านพวกเขายังไม่ลืมง่ายๆ
เป็น ๕ จังหวัด ชาวชุมพรยังมีน้าใจต่อท่านอยู่มาก
ำ
ี
ี
ผมขอผ่านเหตุการณ์ช่วงน้ไปอย่างรวบรัดและ ในท่สุดหลวงสุนาวินฯ ท่านก็ลงไปหาเสียงได ้
รวดเร็ว เพื่อเข้าสู่เป้าหมาย “เกี่ยวข้องกับจังหวัดชุมพร ไม่ถึง ๓ เดือน ก็ถึงวันเลือกต้ง ได้เป็นผ้แทนราษฎร
ู
ั
อย่างไร” อีกต่อไป ด้วยคะแนนเสียงท่น่าพอใจ และก็ได้เป็นสมาชิกสภา
ี
หมายเหตุ พ.ศ.๒๔๘๕ ทางการได้ประกาศตัดคำาว่า ผู้แทนราษฎรประเภทท่ ๑ จังหวัดชุมพร ถึงสองสมัย
ี
“นาย” ออกจากยศทหารเรือและทหารบกทุกยศ เช่น ติดต่อกัน คือ ต้งแต่วันท่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๑ ถึงวันท่ ี
ี
ั
่
้
ั
ั
ี
“นายเรือตรี” ให้คงไว้ แต่ “เรือตรี” “นายพลเรือตรี” ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๔ และตงแต่วนท ๒๖
คงไว้แต่ “พลเรือตรี” (จากนิตยสารนาวิกศาสตร์เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๕ ถึงวันท่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐
ี
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๑ เรื่อง “นายเรือเอกผู้ช่วย” โดย ท้งน้ ก็เพราะคุณค่าความดีของท่านตลอดระยะเวลา
ี
ั
ำ
ี
นาวาเอก สวัสดิ์ จันทนี) ท่ท่านเป็นข้าหลวงประจาจังหวัดชุมพรอันเป็นกุศลผลบุญ
ิ
ู
ั
ี
ิ
ื
สงครามโลกคร้งท่สอง ส้นสุดลงอย่างส้นเชิง เม่อวันท ่ ี จึงสนับสนุนให้ท่านได้รับเลือกต้งให้เป็นผ้แทนราษฎร
ั
ึ
๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘ เป็นสมัยที่ พันตรี ควง อภัยวงศ์ อีกแรงหน่งเป็นแน่แท้ หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้รับ
ี
ี
(หลวงโกวิทอภัยวงศ์) เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๔ พระราชทานเล่อนยศ เป็น พลเรือตร เม่อวันท่ ๑๐
ื
ื
้
ู
ู
จอมพล ป.พบลสงคราม ไดถกตงขอหาเปน ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๓
ิ
้
็
้
ั
ู
ั
ึ
“อาชญากรสงคราม” หมายเลขหน่ง หลังจากน้น หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้ทาหน้าท่ของผ้แทนราษฎร
ี
ำ
ำ
ประมาณ ๒ เดือน รัฐบาลก็มีคาส่งไปยังกระทรวง สมกับท่ราษฎรเลือกมา จนได้เป็นรัฐมนตรีถึง ๔ กระทรวง
ี
ั
มหาดไทย ให้ นาวาเอก หลวงสุนาวินวิวัฒ ออกจาก คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ
ราชการฐานรับราชการมานาน กระทรวงเกษตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์
28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
พลเรือตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ
ี
ระหว่างท่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ไปเป็น
ู
ู
ี
ขณะเดียวกัน ท่านก็อย่ในฐานะท่เป็นผ้แทนราษฎร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ในปี พ.ศ.๒๔๙๖
จังหวัดชุมพรอีกด้วย จึงมีชาวชุมพรมาติดต่ออย่ด้วยเสมอๆ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรไปเป็นรัฐมนตร ี
ู
ึ
ิ
ซ่งท่านก็ใหการต้อนรับเป็นอย่างดี มได้ถือเน้อถือตว ว่าการกระทรวงมหาดไทย ลำาดับที่ ๒๔ (ตั้งแต่วันที่ ๑๒
้
ั
ื
ี
นอกจากน้ท่านยังจะเขยนจดหมายติดต่อด้วยลายมือของ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๖ ถึงวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๘)
ี
ี
ั
ท่านเองตลอดเวลา ท้ง ๆ ท่ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ มีเลือดทหารมา
ำ
ื
ี
และในช่วงเวลาน้ ก็เกิดเหตุการณ์ท่น่าต่นเต้น คือ ตลอดชีวิต แต่วิธีการทางานของท่านไม่เป็นแบบทหาร
ี
เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๔ ได้เกิดกรณีที่เรียกว่า มากนัก ท่านฟัง ถาม อะลุ้มอล่วย และเอาความเห็นข้างมาก
ั
“กบฏแมนฮัตตัน” ขึ้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายก ฉะน้น ผ้เสนองานจึงมีความผิดหวังน้อยท่สุด และสบายใจ
ี
ู
่
้
็
้
ั
้
่
ู
้
่
ื
รัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกจับกุม เมอนายเหนดวย ทานเขากบผนอยงาย ๆ เสมอมา
ตัวไป พลเรือตรี หลวงสุนาวินวิวัฒ จึงต้องทาหน้าท่ส่งการ ทำาให้คนที่เข้าใกล้รู้สึกเป็นกันเอง ไม่ลำาบากใจ
ำ
ี
ั
ำ
แทน โดยที่รัฐมนตรีว่าการสั่งการไม่ได้เสียแล้ว ท่านได้บริหารงานในตาแหน่งรัฐมนตรีว่าการ
หลวงสุนาวินวิวัฒ ได้รับพระราชทานเล่อนยศเป็น กระทรวงมหาดไทยด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเรื่องฉาวโฉ่
ื
พลเรือโท เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๕ ในหน้าหนังสือพิมพ์ จนมีคนหลายคนเกิดความเสน่หา
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 29
พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ กับ คุณหญิง อารีพันธุ์ สุนาวินวิวัฒ พลเรือตรี ชลิต กุลกำาม์ธร
ในตาแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่งเต้นอยาก ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นรัฐมนตรี ถึง ๔ กระทรวง
ำ
ิ
จะเป็น ทำาความยุ่งยากใจให้แก่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่ท่านก็ไม่เคยใช้บารมี อานาจ สร้างความร่ารวย
ำ
ำ
ำ
นายกรัฐมนตรีในสมัยน้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม ชอบทาบุญกุศลตามต่างจังหวัดไกล ๆ ทาเงียบ ๆ โดย
ั
ำ
ำ
เกิดความราคาญ เลยมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไม่มีการโฆษณาใด ๆ ทั้งสิ้น
๘
มหาดไทยเสียเอง พลเรือตรี ชลิต กุลกาม์ธร ผู้ที่เป็นทั้งศิษย์
ำ
พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ จึงต้องย้ายไปเป็น และผ้ใตบังคับบัญชา ได้กล่าวถึง คุณครู พลเรือโท
ู
้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์ อย่กระทรวงสหกรณ ์ หลวงสุนาวินวิวัฒ ไว้ว่า
ู
ตลอดมาจนกระทั่งหมดสมัยการเป็นผู้แทนราษฎร
๘ พลเรือตรี ขลิต กุลกำาม์ธร เป็นนักเรียนนายเรือ หมายเลข ๓๒๗ รุ่นปี พ.ศ.๒๔๖๐ สำาเร็จออกเป็นนายทหาร ชุดที่ ๒๖, มกราคม พ.ศ.๒๔๖๕
- อดีต นายธงเสนาธิการทหารเรือ, ผู้บังคับการเรือหลวงตอร์ปิโด ๔ ผู้บังคับการเรือหลวงชลบุรี, ผู้บังคับการเรือหลวงพระร่วง, ผู้บังคับหมวดเรือ
ใช้ตอร์ปิโดในกรณีพิพาทกับอินโดจีน ฝรั่งเศส, ผู้บังคับหมวดเรือปืน, รองเสนาธิการทัพเรือ, เสนาธิการกองเรือรบ
- เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕
- เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๔ เกิดกบฏแมนฮัตตัน ทำาให้ต้องติดร่างแหออกจากราชการทหารเรือ โดยที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเลย
เป็นราษฎรเต็มขั้น
ี
ั
ั
- เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพ คนแรกท่ได้มาจากการเลือกต้งโดยประชาชน ท่านบริหารงานในเทศบาลนครกรุงเทพ โดยยึดม่นใน
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลัก จนได้ชื่อว่า เป็น “นายพลเรือผู้ซื่อสัตย์”
30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ู
ำ
“ครูเป็นผ้มีธรรมะประจาใจ มีใจสูง ใจเย็น ใจแข็ง หลังจากจบชีวิตทางการเมืองแล้ว พลเรือโท หลวง
ี
ำ
ั
ั
ู
ู
หนักแน่น ม่นคง ฉะน้นอารมณ์ท่จะทาให้ครูหงุดหงิด สุนาวินวิวัฒ ก็ใช้เวลาพักอย่กับบ้าน มีความสุขอย่กับ
โทโสน้น ไม่ใคร่จะได้พบเห็นกันในบรรดาลูกศิษย์ของท่าน ครอบครัวอย่างสุขใจสุขกายจริง ๆ ตลอดมา จนกระทั่ง
ั
ี
ำ
ี
เพราะหน้าท่ของครูเป็นภาระหนัก ท่านทาหน้าท่สอน วันท่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๘ ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรม
ี
ำ
อบรม ฝึกหัด และทำาหน้าที่ปกครองบังคับบัญชาให้ศิษย์ ด้วยความสงบท่โรงพยาบาลตารวจ สิริอายุได้ ๘๑ ปี
ี
ประพฤติปฏิบัติดี ตามขอบังคับ ระเบียบวินัยของกองทัพเรือ มีงานพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อ
้
ำ
และของกระทรวงกลาโหม อาจทาให้อารมณ์เสียเป็น วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๙ หนังสืออนุสรณ์ในงาน
ั
คร้งคราว แต่กระน้นเราก็ยังไม่ใคร่ได้เห็นท่านโกรธและ พระราชทานเพลิงศพของท่านจัดพิมพ์โดยกระทรวง
ั
ทำาโทษโดยไม่มีเหตุผล มหาดไทย
ข้าพเจ้าเคารพนับถือคุณครูหลวงสุนาวินวิวัฒ เพราะท่าน ละครชีวิตของ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ก็ได ้
ี
ื
๑. มีคุณธรรมโดยแท้จริง และยุติธรรมต่อศิษย์ทุกคน ปิดฉากลงแล้ว พร้อมกันน้ผมก็ขอจบบทความเร่อง
๒. ให้ความร้วิชาการทหารเรือ ท้งในห้องเรียน และในเรือรบ ศิษย์คนโปรดของกรมหลวงชุมพรฯ กับจังหวัดชุมพร
ู
ั
๓. มีอัธยาศัยน่าเล่อมใสรักใคร่ยกย่องศิษย์ของท่านอย่าง แต่เพียงนี้
ื
น่าสรรเสริญ”
เอกสารประกอบการเขียน
ี
ื
ำ
๑. บทความเร่องน้เรียบเรียงจากบางส่วนของ “คาไว้อาลัย” แด่ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ โดย คุณหญิง
อารีพันธุ์ สุนาวินวิวัฒ, พลเรือเอก หลวงชลธารพฤฒิไกร, พลเรือตรี ชลิต กุลกำาม์ธร, พลเรือโท นิรันดร์ ศิรินาวิน,
ถ.ธารงนาวาสวัสด์, รง ทัศนาญชลี, เอก วีสกุล ในหนังสือ “อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ”
ำ
ิ
๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๙
๒. หนังสือ “จอมพล ป.พิบูลสงคราม” โดย อ.พิบูลสงคราม (อ.พิบูลสงคราม คือ พลตรี อนันต์ พิบูลสงคราม
บุตรชายคนโตของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม – กรีฑา)
๓. หนังสือ “๒๓ สุดยอดผู้นำารัฐบาลอดีต – ปัจจุบัน “โดยจิรวัฒน์ รจนาวรรณ
๔. หนังสือ “ป.พิบูลสงคราม จอมพลหนังเหนียว” โดย เพลิง ภูผา
๕. หนังสือ “กบฏสะท้านแผ่นดิน” โดย เพลิง ภูผา
๖. หนังสือ “จอมพล ป.พิบูลสงคราม ครบรอบศตวรรษ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐”
๗. หนังสือ “อนุสรณ์ครบรอบ ๑๐๐ ปี ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม” ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐
๘. หนังสือ “ประวัตินายกรัฐมนตรีไทย” โดย อาจารย์ สงบ สุริยินทร์
๙. หนังสือ “๑๑ นายกรัฐมนตรีไทยผู้ขึ้นสู่ตำาแหน่งจากการปฏิวัติ – รัฐประหาร” โดย ชาดา นนทวัฒน์
๑๐. หนังสือ “อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือตรี ชลิต กุลกำาม์ธร” วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๙
ขอบคุณ
๑. เรือตรีหญิง อรพรรณ สว่างเวียง ห้องสมุดกลางกองทัพเรือ กองห้องสมุด กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ที่ช่วยหาชีวประวัต ิ
และเรื่องราวของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ให้
๒. คุณวรรษธนะ สุนาวินวิวัฒ หลานป่ พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ ท่หารูปพิธีสมรส นายเรือโท พิศาล
ู
ี
สุนาวิน กับ นางสาวอารีพันธุ์ เลาหเกียรติ และ รูป พลเรือโท หลวงสุนาวินวิวัฒ กับ คุณหญิง อารีพันธุ์ สุนาวินวิวัฒ
ให้ ซึ่งเป็นรูปที่หาดูได้ยาก
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 31
๒๔๘ ปี กับการกลับมาเป็นกองเรือยกพลขึ้นบก
และยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
แผนกยุทธการ กองเรือยกพลขึ้นบก และยุทธบริการ
กองเรือยุทธการ
เ หมวดเรือที่ ๑ เรือยกพลขนาดใหญ่ หมวดเรือที่ ๒
มื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำ
กำลังทหารเดินทางมาทางเรือจากเมืองจันทบุรีเข้าสู่ เรือระบายพลขนาดใหญ่ หมวดเรือที่ ๓ เรือส่งกำลัง
ปากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพระองค์นำทัพมาขึ้นบกและ บำรุงขนาดใหญ่ เรือน้ำมัน เรือน้ำ เรือลากจูง
เข้าโจมตีฝ่ายพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น ซึ่งเป็นค่าย ขนาดกลาง และเรือลากจูงขนาดเล็ก กองเรือยกพล
บัญชาการรบของพม่า ทัพพม่าไม่สามารถต้านทานได้ ขึ้นบกและยุทธบริการ ได้รับการสถาปนาเมื่อป ี
และแตกพ่ายไปในที่สุด ถือเป็นการยุทธสะเทินน้ำ พ.ศ.๒๔๙๖ แต่เดิมนั้นได้ใช้ชื่อว่า “กองเรือบริการ”
สะเทินบกครั้งแรกของกองทัพเรือไทย ซึ่งตรงกับ เป็นหน่วยขึ้นตรง กองเรือยุทธการ
วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ เดือน ๑๒ ปีกุน นพศก จุลศักราช
๑๑๒๙ ตรงกับวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๑๐ นั้น
กองทัพเรือจึงได้อนุมัติให้ วันที่ ๖ พฤศจิกายน ของทุกปี
เป็นวันคล้ายวันสถาปนา กองเรือยกพลขึ้นบกและ
ยุทธบริการ กองเรือยุทธการ สืบมา.........
จากวีรกรรมที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงยกทัพเรือไปโจมตีข้าศึกจากทางทะเล ในวันนั้น จน
ปัจจุบัน ในวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๘
นับได้ ๒๔๘ ปี กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ
เป็นหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ ที่ตั้งปัจจุบันของ
กองบัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ
อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางนา
กรุงเทพมหานคร แบ่งการบังคับบัญชาออกเป็น ๓ พลเรือตรี เอกราช พรหมลัมภัก
หมวดเรือ ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น ผู้บัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบก
และยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
พ.ศ.๒๕๑๐ ต่อมา กองทัพเรือ ได้จัดหาเรือประเภท
ยกพลขึ้นบกและเรือส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติมให้กับ
กองเรือยกพลขึ้นบกและบริการ ทั้งจากการให้ความ
ช่วยเหลือทางทหารและการว่าจ้างอู่เอกชนต่อเรือใหม่
ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจในการปฏิบัติการ
สะเทินน้ำสะเทินบก ประกอบกับจำนวนเรือที่ได้จัดหา
มีเพิ่มเติมขึ้น กองทัพเรือจึงได้เสนอขออนุมัติ กระทรวง
กลาโหม ขอแยก กองเรือยกพลขึ้นบกและบริการ
เป็นกองเรือยกพลขึ้นบก และกองเรือยุทธบริการ ตั้งแต่
วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ เพื่อแยกภารกิจออกจาก
กันโดยชัดเจน จนกระทั่งครั้งหลังสุด กองทัพเรือ
ได้ปรับโครงสร้างใหม่ โดยการรวม กองเรือยกพลขึ้นบก
และกองเรือยุทธบริการ เข้าด้วยกันโดยใช้ชื่อใหม่ว่า
“กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ” ตั้งแต่วันที่
โดยในขณะนั้นกองทัพเรือได้รับอนุมัติจาก ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ จวบจนถึงปัจจุบัน
กระทรวงกลาโหม ให้มีการจัดหน่วยของกองเรือ งานสำคัญที่ผ่านมา การเตรียมกำลังและจัดตั้ง
ยุทธการใหม่ โดยแบ่งเป็น ๔ กองเรือ ประกอบด้วย หมู่เรือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ
กองเรือตรวจอ่าว กองเรือปราบเรือดำน้ำ กองเรือ ให้สามารถออกปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
ทุ่นระเบิด และกองเรือบริการ ภายหลังจากการ และทันต่อเหตุการณ์
ก่อตั้งกองเรือบริการแล้ว ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๙๖ ถึง การไปปฏิบัติภารกิจหมู่เรือปราบโจรสลัด (มปจ.)
พ.ศ. ๒๕๑๐ กองทัพเรือ ได้รับเรือเพิ่ม ร่วมทั้งจัดซื้อ ในอ่าวเอเดน และชายฝั่งโซมาเลีย โดยจัดเรือหลวงสิมิลัน
เรือยกพลขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง เข้าร่วมภารกิจ และปฏิบัติภารกิจเป็นฐานปฏิบัติการ
เรือหลวงช้าง เรือหลวงพงัน เรือหลวงลันตา และ ให้กับศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือ
เรือหลวงพระทอง เรือยกพลขนาดกลาง ประกอบด้วย ด้านมนุษยธรรม แก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน แบบไม่ปกติ
เรือหลวงกูด เรือหลวงไผ่ และเรือหลวงคราม เรือยกพล ในมหาสมุทรอินเดีย โดยจัดเรือหลวงอ่างทอง เข้าร่วม
ขนาดเล็ก ประกอบด้วย เรือหลวงปราบ และเรือหลวง ภารกิจ
สัตกูด เรือสนับสนุนการยกพล ได้แก่ เรือหลวงนาคา จากภารกิจหลักทางด้านการทหารที่กล่าวมาแล้ว
เรือระบายพลขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เรือหลวงมัตโพน ขั้นต้น กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ ยังได้รับ
(ลำเก่า) เรือหลวงราวี (ลำเก่า) เรือหลวงอาดัง ความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ให้ปฏิบัติภารกิจ
เรือหลวงเภตรา เรือหลวงโกลำ และเรือหลวงตะลิบง สนับสนุน และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ
เรือน้ำมัน ได้แก่ เรือหลวงสมุย (ลำปัจจุบัน) จาก เช่น อุทกภัย วาตภัย โดยทำการลำเลียง เครื่องอุปโภค
สหรัฐอเมริกา เพิ่มเติม มาสังกัด กองเรือบริการ ทำให้ บริโภคไปแจกจ่าย ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ
จำนวนเรือที่มีใช้งานในขณะนั้นมีจำนวนมากขึ้น ความเดือดร้อนในขณะนั้น ซึ่งในอดีต กองเรือยกพล
ในเวลาต่อมาจึงได้ขอเปลี่ยนชื่อจาก กองเรือบริการเป็น ขึ้นบกและยุทธบริการ ได้รับโอกาสให้ปฏิบัติภารกิจ
กองเรือยกพลขึ้นบกและบริการ ตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ที่สำคัญ ๆ ในลักษณะเช่นนี้มาแล้วอย่างมีประสิทธิภาพ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 33
และสำเร็จลุล่วงตามความมุ่งหมายของทางราชการ ในการรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก ปี พ.ศ.๒๕๔๖
หลายครั้ง อาทิเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๓๑ เหตุการณ์ ลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือประชาชนที่
พายุใต้ฝุ่นเกย์พัดเข้ามาทางภาคใต้ ปีพ.ศ.๒๕๓๒ ประสบอุทกภัยที่กรุงโคลัมโบประเทศศรีลังกา
เหตุการณ์พายุโซนร้อนลินดา ปี พ.ศ.๒๕๓๓ เหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ เกิดเหตุการณ์คลื่น
แผ่นดินไหวในประเทศฟิลิปปินส์ ปี พ.ศ.๒๕๓๓ ยักษ์สึนามิบริเวณฝั่งทะเลอันดามัน และในปี พ.ศ.๒๕๕๔
ลำเลียงแรงงานไทยจากประเทศสิงคโปร์กลับประเทศไทย จัดเรือและกำลังพลสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน
ปี พ.ศ.๒๕๓๕ เกิดพายุไซโคลนในอ่าวเบงกอล ทำให้ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ
เกิดมหันตภัยร้ายแรงที่ประเทศบังคลาเทศ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในอาคารพักอาศัยของ
การลำเลียงข้าวสารไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
ในประเทศโซมาเลีย ปี พ.ศ.๒๕๔๓ ปฏิบัติราชการ เพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของกำลังพล
ให้การสนับสนุนด้านมนุษยธรรมกับองค์การสหประชาชาติ ในกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่ประสบอุทกภัย ในปัจจุบันที่จะผลักดันให้หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ
และไม่มีสถานที่พักพิง ตลอดจนจัดเรือในกองเรือยกพล มีบทบาทหน้าที่ในภูมิภาคแถบนี้นั้น กองเรือยกพล
ขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ ปฏิบัติราชการ ขึ้นบกและยุทธบริการ ได้ดำเนินการตอบสนองโดยใช้
ผลักดันน้ำที่บริเวณคลองลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง ภารกิจหลัก ๒ ด้าน คือ ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
จังหวัดสมุทรปราการ จัดกำลังพลและเรือระบายพล ทางทะเล และการส่งกำลังบำรุงทั้งทางทะเลและทางบก
ขนาดเล็กจาก เรือหลวงสุรินทร์ สนับสนุนการซ่อมแซม ตามนโยบายของผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและ
คันดินกั้นน้ำที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี ยุทธบริการ ได้มีการพัฒนาทั้งองค์บุคคล องค์วัตถุ และ
จังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น ยุทธวิธี ได้เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีเสมอมา
ในปัจจุบัน กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ ทั้งนี้เพื่อกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ จะได้เป็น
ได้สนองนโยบายของรัฐบาลและกองทัพเรือ ในการ กำลังของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ทั้งของนานาชาติและ ทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป...........
ในประเทศ จากนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 35
กองทัพเรือ
ในทศวรรษหน้า
นาวาเอก ดุลยวัฒน์ เชาวน์ดี
กล่าวนำ กองทัพเรือในทศวรรษหน้า สภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงและประเด็น
ควรเป็นอย่างไร ? เป็นคำถามสำคัญของกำลังพล ยุทธศาสตร์ที่มีผลกระทบในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า
กองทัพเรือในทุกระดับที่เกิดขึ้นในทุกยุคสมัย เพื่อตอบ กองทัพเรือในทศวรรษหน้าคงต้องเผชิญกับ
คำถามสำคัญคือ เราควรจะพัฒนากองทัพเรืออย่างไร ความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกอันส่งผลทั้ง
ให้มีความพร้อมในการตอบสนองต่อภารกิจสภาวะ ทางบวกและทางลบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาวะ
แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และภัยคุกคามในอนาคต แวดล้อมในภูมิภาค และประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอยู่
ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในความเป็นจริงแล้ว หลายประการ
กองทัพเรือได้ประเมินและกำหนดยุทธศาสตร์ ประการแรก การดำเนินยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ
กองทัพเรือในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าไว้แล้ว ในระหว่างปี ที่เป็นตัวแสดงสำคัญ เช่น สหรัฐฯ และจีน ยุทธศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๗ แต่การนำยุทธศาสตร์มาปฏิบัติ การสร้างสมดุลใหม่ (Rebalancing Strategy)
ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่าง หรือ Pivot to Asia ของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคเอเชีย
แท้จริงนั้น ยังต้องอาศัยขีดความสามารถของทั้ง แปซิฟิกที่นำมาสู่การปรับสมดุลกำลังทหารสหรัฐฯ
กำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการบริหารจัดการที่มี ในภูมิภาคแปซิฟิกและแอตแลนติกในอัตราส่วน
สมรรถนะสูง รวมถึงยังมีรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติ ๖๐ ต่อ ๔๐ การกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง
อีกมาก บทความนี้ จะกล่าวถึงสภาวะแวดล้อม กับพันธมิตรเดิมและสร้างพันธมิตรใหม่ รวมถึงการ
ด้านความมั่นคงและประเด็นยุทธศาสตร์ที่มีผลกระทบ ขยายความร่วมมือทางทหารและการป้องกันประเทศ
๑
ต่อกองทัพเรือในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า วิเคราะห์สภาพ อันมีนัยสำคัญในการปิดล้อมและถ่วงดุลอำนาจกับจีน
ปัญหาและข้อจำกัดที่สำคัญในการปฏิบัติงานของกอง ขณะที่จีนก็กำลังขยายอิทธิพลทั้งด้านความมั่นคง
ทัพเรือในปัจจุบัน บทบาทกองทัพเรือในอนาคต เศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศและการทหาร
รวมถึงการปรับตัวสู่กองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค อย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “โลกที่มีการประสาน
โอกาสและความคาดหวัง อันอาจจะเป็นประโยชน์ ผลประโยชน์ร่วมกัน (Harmonious World)” ๒
ตามลำดับดังต่อไปนี้ พื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทยจึงเป็น
36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
พื้นที่ปะทะของอิทธิพลจาก ๒ มหาอำนาจอย่าง มาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่ากัน (Confident
หลีกเลี่ยงไม่ได้ Building Measures; CBMs) แล้วยังนำมาสู่การ
ประการที่สอง การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กำหนดนโยบายของรัฐแบบสัจจะนิยมที่มุ่งเน้น
(ASEAN Community; AC) หลังปี พ.ศ. ๒๕๕๘ การพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคง (Self Reliance)
ตามแผนการจัดตั้งประชาคมอาเซียนทั้งด้านการเมือง และการสะสมอาวุธ (Arm race) ดังที่ปรากฏในรัฐ
เศรษฐกิจ และสังคม การขยายความร่วมมือและ พิพาทที่มีปัญหาพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก
อำนวยความสะดวกทางเศรษฐกิจ (ASEAN Economic และทะเลจีนใต้ในปัจจุบัน
Cooperation; AEC) ของอาเซียนผ่านการเชื่อมโยง ประการที่สี่ คือการความเปลี่ยนแปลงทาง
(ASEAN Connectivity) และการอำนวยความสะดวก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิด
ในการผ่านแดน ทั้งด้านการขนส่ง (Logistics) การค้า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำสงคราม
และการลงทุน (Trade and Investment) ทำให้ ทั้งขีดความสามารถของตัวอาวุธ หลักนิยมในการรบ
สภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงของอาเซียนใน และการจัดองค์การ รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล
ทศวรรษหน้ามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการ ข่าวสารและความมั่นคงของชาติทางไซเบอร์
๔
ขยายตัวของภัยคุกคามรูปแบบใหม่แบบต่าง ๆ อย่าง ประการสุดท้าย คือ ความขัดแย้งในด้านเชื้อชาติ
หลากหลายข้ามพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเล ศาสนา อารยธรรม และแนวความคิดทางการเมือง
เช่น ปัญหาผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและการค้ามนุษย์ อันนำสู่ปัญหาในเรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง
ปัญหาการลักลอบลำเลียงสินค้าต้องห้ามและเลี่ยงภาษี และการปกครองทั้งในและนอกประเทศ การก่อความ
เช่น อาวุธ และยาเสพติด ปัญหาโรคระบาด ปัญหา ไม่สงบและการก่อจลาจล รวมถึงการก่อการร้าย
โจรสลัดและการปล้นเรือ อุบัติเหตุทางทะเล การทำลาย ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อตอบโต้
สิ่งแวดล้อม รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบ ต่อการกระทำซึ่งกลุ่มตนเองมองว่าไม่เป็นธรรม
ต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในลักษณะการทำสงครามอสมมาตร (Asymmetric
๓
ประการที่สาม ปัญหาความขัดแย้งในการอ้าง Warfare)
กรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่หรือเขตเหลื่อมทับ ซึ่งประเทศ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนมากมีความขัดแย้ง สภาพปัญหาและข้อจำกัดที่สำคัญในการ
ระหว่างกัน รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย ปฏิบัติงานของกองทัพเรือในปัจจุบัน
ความขัดแย้งระหว่างประเทศดังกล่าวได้เคยขยายตัว จากสภาพการปฏิบัติงานของกองทัพเรือที่มี
จนถึงระดับการใช้อาวุธระหว่างประเทศในภูมิภาค ภารกิจอันหลากหลาย ความเปลี่ยนแปลงและความ
อาเซียนและเอเชียแปซิฟิกมาแล้วหลายครั้งในอดีต ซับซ้อนของสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง
ประเด็นอำนาจอธิปไตยและกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เหล่า ทั้งภายนอกและภายในประเทศ การขยายตัวของ
นี้ได้ฝังรากลึกลงเป็นประเด็นความกังวลด้าน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ในปัจจุบัน
ความมั่นคง (Security Concern) ระดับรัฐและ กองทัพเรือเองมีข้อจำกัดในการปฏิบัติงานที่อาจส่งผล
ความอ่อนไหวในประเด็นเรื่องอธิปไตย (Sovereignty ต่อการปฏิบัติงานในอนาคตประกอบด้วย
Issue) ระดับประชาชนในทุกประเทศ อันทำให้ปัญหา ข้อจำกัดด้านงบประมาณ สืบเนื่องมาจากความ
มีความซับซ้อน ยากต่อการแก้ไข ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ต้องการในการปฏิบัติภารกิจที่หลายหลาย ทั้งในมิติ
นอกจากจะขัดขวางความเป็นประชาคมอาเซียนและ ทางบก ทะเล และอากาศ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 37
จึงมีความหลากหลายโดยธรรมชาติทั้งเรือ อากาศยาน และกำลังใจโดยการสร้างโอกาสความก้าวหน้าในการ
รถรบ และอมภัณฑ์ อันส่งผลให้เกิดปัญหาความเพียงพอ รับราชการสำหรับกำลังพลบางส่วนที่มีความทุ่มเท
ของงบประมาณ และความซับซ้อนในงานสายส่งกำลัง เสียสละ หรือที่มีขีดความสามารถสูงยังไม่สามารถ
บำรุง ทั้งนี้กองทัพเรือได้รับงบประมาณโดยประมาณ กระทำได้อย่างเต็มที่ อันสืบเนื่องมาจากข้อจำกัดตาม
๓๕,๐๐๐ ถึง ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีระหว่างปี ระบบอาวุโส และการขาดระบบประเมินค่ากำลังพลที่มี
๒๕๕๕๖ - ๒๕๕๕๘ และมีแนวโน้มว่าจะได้รับต่างจากนี้ ประสิทธิภาพ
๕
ไม่มากนัก ซึ่งในจำนวนนี้เป็น งบประมาณบุคลากร ข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมองค์กร กองทัพเรือเป็น
ในสัดส่วนสูงถึงกว่าร้อยละ ๖๐ ของงบประมาณ หน่วยงานที่มีเกียรติภูมิ ประวัติศาสตร์ และการพัฒนา
ทั้งหมด ทำให้กองทัพเรือมีข้อจำกัดในการซ่อมบำรุง ตนเองมาอย่างยาวนาน ทัศนคติ ค่านิยมในการทำงาน
ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่และการจัดหายุทโธปกรณ์ทดแทน และแบบธรรมเนียมประเพณีที่ดีได้ถูกถ่ายทอดปลูกฝัง
ส่วนที่ชำรุดล้าสมัย การพิจารณาจัดลำดับความสำคัญ จากรุ่นสู่รุ่น การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม
และความเร่งด่วนในการจัดหายุทโธปกรณ์ในแต่ละปี ไว้นั้นเป็นสิ่งดีงาม ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดค่านิยม
เป็นไปด้วยความยากลำบาก ๖ ในการทำงานเชิงอนุรักษ์ (Conservatism) อันเป็น
ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี อันเป็นผลมาจาก ลักษณะที่ให้ความสำคัญกับการรักษากฎเกณฑ์
การเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้อมูล แบบธรรมเนียมประเพณีนิยมในเวลาเดียวกัน
ข่าวสารของโลกอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้การจัดหา ซึ่งลักษณะการทำงานเชิงอนุรักษ์นี้อาจส่งผลให้เกิด
และการใช้ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีสูงมีราคา ความล่าช้า กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าตัดสินใจ และ
แพงทำได้อย่างจำกัด และต้องการบุคลากรที่มีขีดความ กระทบต่อการพัฒนากองทัพและสร้างนวัตกรรมใหม่
สามารถสูงในการควบคุมใช้งาน รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ในที่สุด แม้ว่าการทำงานเชิงอนุรักษ์นี้จะไม่สอดคล้อง
ที่ตามมา เช่น ความเชี่ยวชาญเฉพาะในการซ่อมบำรุง กับความต้องการภาครัฐในการปฏิรูประบบราชการตาม
และดำรงสภาพ การจัดหาอะไหล่ รวมถึงความเพียงพอ แนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ต้องการ
และความต่อเนื่องในการใช้งานโดยเฉพาะในห้วงเวลา ประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และกระจายอำนาจ แต่การ
๗
วิกฤต เช่น อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารข้อมูล อมภัณฑ์ เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรในความเป็นจริงทำได้
และอาวุธปล่อยนำวิถีแบบต่าง ๆ ยากยิ่งและต้องการเวลาในการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการ
้
ขอจำกัดด้านกำลังพล กองทัพเรือมีความต้องการ ยอมรับทั้งจากผู้บริหารระดับสูงและผู้ปฏิบัติงาน
กำลังพลที่มีขีดสมรรถนะสูงในปัจจุบันและมากขึ้นใน ในองค์กร
อนาคตเพื่อปฏิบัติงานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
โดยเฉพาะหน่วยกำลังรบที่ต้องตอบสนองต่อภัยคุกคาม บทบาทกองทัพเรือในอนาคต
อย่างรวดเร็วในเวลาอันจำกัด แรงจูงใจของกำลังพล ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาบทบาทและทิศทาง
ภายใต้ค่าตอบแทนตามกรอบบัญชีเงินเดือนของทาง ของกองทัพเรือควรจะเป็นในอนาคตได้แก่ ภารกิจและ
ราชการ อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน และ ภัยคุกคาม สำหรับการวิเคราะห์ภารกิจ ภารกิจ
การเกิดปัญหาสมองไหลหรือการขาดแคลนกำลังพล กองทัพเรือที่ในอนาคตอาจมีความคล้ายกับกองทัพเรือ
ในบางชั้นยศโดยเฉพาะระดับผู้ปฏิบัติงาน เช่น นายทหาร ของชาติในกลุ่มอาเซียนที่มีลักษณะสภาวะแวดล้อม
พรรคกลิน นักบิน หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะที่ ด้านความมั่นคงคล้ายกัน แต่อาจจะมีความแตกต่าง
กำลังพลในระดับผู้บริหารมีความแออัด การสร้างขวัญ ในประเด็นของการบริหารจัดการในประเด็นที่ว่า
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
“จะทำอย่างไรให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถในการ เชิงรุก กองทัพเรือควรมีแนวคิดในการปฏิบัติการทางรุก
ปฏิบัติการที่สูงกว่า หรืออย่างน้อยเท่าเทียมกับ ที่เด็ดขาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพอย่างไร จึงมี
กองทัพเรือชั้นนำในอาเซียน ภายใต้ข้อจำกัดและ ความได้เปรียบ และที่สำคัญควรพัฒนากำลังรบให้มี
สภาวะแวดล้อมตามที่กล่าวมาข้างต้น” ทั้งนี้ กองทัพเรือ ขีดความสามารถเช่นใดและอย่างไร เช่นเดียวกับ
ได้กำหนดบทบาทของตนเองตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ การสร้างบทบาทนำในความร่วมมือด้านความมั่นคง
พ.ศ.๒๕๕๑ - ๒๕๖๐ เป็น ๓ ด้าน คือ การรักษา การประสานผลประโยชน์ภายใต้การขยายอิทธิพล
อธิปไตยของชาติ (Military Role) การรักษากฎหมาย ของประเทศมหาอำนาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ศิลป์ในการ
และช่วยเหลือประชาชน (Constabulary and ดำเนินนโยบายทั้งในระดับชาติและระดับกองทัพ
Benign Role) และด้านการทูต (Diplomatic Role) ในลักษณะที่ควรมีการกำหนดนโยบายร่วมกัน รวมถึง
๘
โดยได้มีการกำหนดแนวคิดในการปฏิบัติการในอนาคต ทิศทางการสร้างบทบาทนำ ประเด็นนี้กองทัพเรือ
ี
๑๐ ปข้างหน้า ๓ ด้านคือ การสร้างบทบาทนำใน ต้องมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะมีบทบาทนำ
ความร่วมมือด้านความมั่นคง (Active Security ในประเด็นความมั่นคงเรื่องใด และอย่างไร เนื่องจาก
Cooperation) การป้องปราม (Deterrence) และการ ต้องใช้เวลาทั้งในการพัฒนาทั้งขีดความสามารถ
ปฏิบัติการเชิงรุก (Offensive Operation) บุคลากร รวมถึงสร้างการยอมรับในประชาคม
๙
ตามรูปที่ ๑ - ๒ ระหว่างประเทศ
รูปที่ ๑ บทบาทกองทัพเรือ รูปที่ ๒ แนวคิดในการปฏิบัติการ
ที่มา ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๖๐ ที่มา นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘
แม้ว่าการกำหนดแนวคิดในการปฏิบัติการเหล่านี้มี สำหรับการวิเคราะห์ภัยคุกคามนั้น ภัยคุกคาม
ความสอดคล้องกับบทบาทกองทัพเรือที่มีอยู่เดิมและ ทางทหาร (Military or Traditional Threat) อันเกิดจาก
ทำให้เห็นทิศทางการปฏิบัติได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไร ความขัดแย้งในเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่และ
ก็ตาม แนวทางปฏิบัติเหล่านี้ยังต้องการรายละเอียด เขตเหลื่อมทับยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญและต้องการเวลา
อีกมาก รวมทั้งการนำไปปฏิบัติที่มีความยากกว่า เช่น ในการแก้ไขโดยเฉพาะกับประเทศรอบบ้าน ซึ่งหลาย
การป้องปราม กองทัพเรือควรมีขีดความสามารถ ประเทศในอาเซียนหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนา
แค่ไหน อย่างไร จึงทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกว่าเป็นการ และการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจมากกว่าการแก้
ป้องปรามหรือเกิดความยับยั้งชั่งใจ หรือการปฏิบัติการ ปัญหาอย่างจริงจัง การแก้ปัญหาข้อพิพาทในเรื่อง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 39
เขตแดนด้วยกลไกอาเซียนนั้นอาจกระทำได้เพียงการ การปรับตัวเพื่อเข้าสู่การเป็นกองทัพเรือชั้นนำ
ไกล่เกลี่ยหรือเจรจา จากข้อจำกัดตามกฎบัตรอาเซียน ในภูมิภาคภายใต้สภาวะแวดล้อมและข้อจำกัด
ทั้งเรื่องการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศ ที่มีอยู่นั้น ต้องอาศัยการปรับตัวภายในองค์การของ
เพื่อนบ้านและการใช้ฉันทามติ อันมีตัวอย่างความ กองทัพเรือเอง เพื่อให้สามารถตอบสนองทั้งบทบาท
๑๐
ล้มเหลวจากบทเรียนการแก้ปัญหาข้อพิพาทของ และแนวทางปฏิบัติตามที่ได้กล่าวข้างต้น อันมีประเด็น
ประเทศสมาชิกที่ผ่านมา ส่วนการแก้ปัญหาเขตแดน สำคัญที่ควรพัฒนาได้แก่
ด้วยกระบวนการยุติธรรมผ่านศาลยุติธรรมระหว่าง การกำหนดนโยบายกองทัพเรือให้อยู่บนพื้นฐาน
ประเทศ (International Court of Justice; ICJ) หรือ ข้อมูลทางวิชาการและการวิจัยเนื่องจากการกำหนด
ศาลอนุญาโตตุลาการกฎหมายทะเล (International นโยบายนับเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารองค์การ
Tribunal on the Law of the Sea; ITLOS) นั้น การกำหนดนโยบายที่สำคัญของกองทัพเรือในด้านต่าง ๆ
อาจมีข้อจำกัดในตัวมันเองจากผลการตัดสินคดีเหล่านี้ เช่น การกำลังพล การยุทธการ การข่าว การส่งกำลัง
ที่มักจะมีผลแพ้ชนะ (Win – Lose Situation) บำรุง และการสื่อสาร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกประชาชนและเสถียรภาพ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบอย่าง
ของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่นกรณีพิพาทหมู่ กว้างขวาง ควรวางอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทาง
เกาะสิปาดัน และลิกิตันระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย วิชาการและการวิจัยให้มากที่สุด เพื่อสร้างความคุ้มค่า
เป็นต้น ดังนั้น บทบาทในการใช้กำลังทางทหาร ลดความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
เพื่อยับยั้ง ป้องปราม หรือแก้ไขปัญหายังมีโอกาส ในอนาคตให้รอบคอบก่อนตกลงใจ ทั้งนี้ การทำวิจัย
เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เชิงนโยบาย (Policy Research) อาจใช้หน่วยงาน
ในส่วนของการขยายตัวของภัยคุกคาม ทางการวิจัยภายนอกหรือหน่วยงานภายใน
รูปแบบใหม่ (Non Traditional Threat) นั้น โดยบุคลากรของกองทัพเรือเอง เช่น กรมยุทธศึกษา
ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น ทหารเรือ หรือหน่วยงานตามสายวิทยาการที่มี
ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สภาวะโลกร้อน และ ความชำนาญเฉพาะด้านให้เป็นประโยชน์ ตามตัวอย่าง
การทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การศึกษาวิจัยในอดีต เช่น การศึกษาความเป็นไปได้
เหล่านี้ โดยแท้จริงอาจไม่ใช่ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ ในการจัดตั้งหน่วยยามฝั่ง รวมถึงการศึกษาความเป็นไป
แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่รัฐต้องการแนวคิดใหม่ ได้ในการยุบเลิกพรรคเหล่าของนายทหารที่สำเร็จการ
ในการบริหารจัดการ กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหลัก ศึกษาจากโรงเรียนนายเรือในปัจจุบัน เป็นต้น
ทางทะเลที่มีภาระในการจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้
จึงนับเป็นความท้าทายสำคัญทั้งในด้านการปรับแนวคิด การปรับปรุงกระบวนการประเมินยุทธศาสตร์
หลักนิยม และสร้างความชำนาญของกำลังพลในการ กองทัพเรือเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามทั้งรูปแบบ
ตอบสนองภัยคุกคาม ด้านการบูรณาการขีดความสามารถ เดิมและรูปแบบใหม่ สืบเนื่องมาจากภารกิจหลัก
ของหน่วยงานภายในประเทศ และด้านการสร้าง ของกองทัพเรือคือการป้องกันอธิปไตยของประเทศ
บทบาทนำในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคง แม้ว่าตัวแบบกระบวนการประเมินยุทธศาสตร์แบบเดิม
ระหว่างประเทศ โดยใช้ตัวแบบของ Richmond M Lloyd และ Henry
การปรับตัวสู่กองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาค โอกาส C Bartlet ยังสามารถนำมาใช้ได้อยู่ แต่อาจต้องมีการ
๑๑
และความคาดหวัง ปรับปรุงกระบวนการให้ทันสมัยใน ๒ ประการ
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
รูปที่ ๓ การประเมินยุทธศาสตร์ตามตัวแบบของ Henry C Bartlet
ที่มา อทร ๘๑๐๑ การกำหนดยุทธศาสตร์และกำลังรบทางเรือ พ.ศ. ๒๕๔๓
รูปที่ ๔ การประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือตามตัวแบบของ Lloyd
ที่มา อทร ๘๑๐๑ การกำหนดยุทธศาสตร์และกำลังรบทางเรือ พ.ศ. ๒๕๔๓
ประการแรก คือ การประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือ กองทัพเรือแบบเดิมที่เป็นอยู่นั้นเป็นการวิเคราะห์ปัจจัย
แบบเดิมเพื่อตอบสนองภารกิจทางทหารและการ นำเข้าโดยเน้นปัจจัยด้านความมั่นคงและด้านการทหาร
ประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือเพื่อตอบสนองต่อภัย ซึ่งจะสรุปออกมาในรูปแบบของแนวโน้ม แรงบังคับ
คุกคามรูปแบบใหม่ควรทำแบบแยกส่วน เนื่องจาก อุปสรรค และสิ่งเกื้อกูลของสภาวะแวดล้อมที่กระทบ
กระบวนการในการตรวจสอบสภาวะแวดล้อมของ ต่อวัตถุประสงค์มูลฐานและวัตถุประสงค์เฉพาะทางเรือ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 41
ตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ รวมถึงพิจารณา ทางทะเลของ ๖ หน่วยงานหลักในศูนย์ประสาน
ขีดความสามารถและหนทางปฏิบัติของประเทศที่มี การปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
แนวโน้มจะเป็นข้าศึก ทั้งหมดนี้ ทำให้การประเมิน (ศรชล.) เช่น กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร กรมประมง
ยุทธศาสตร์ทางเรือแบบเดิม อาจไม่สามารถตอบสนอง ตำรวจน้ำ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ
ต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง กองทัพเรือ รวมถึงหน่วยงานทางทะเลที่เกี่ยวข้อง
เพียงแต่สามารถประยุกต์ตัวกำลังรบที่ได้มาเพื่อปฏิบัติ สำหรับการกำหนดโครงสร้างกำลังรบที่ต้องการในการ
การรักษากฎหมายและต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลควรประเมินโดยใช้
ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์เท่านั้น และบ่อยครั้งอาจถูก ทรัพยากรที่มีขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมาย
พิจารณาถึงประเด็นความคุ้มค่า ดังนั้น หากกองทัพเรือ และช่วยเหลือประชาชนจากทั้ง ๖ หน่วยงานหลัก
ต้องดำรงภารกิจทั้งสองส่วนอย่างสมดุล การประเมิน ของ ศรชล. ที่มีอยู่เดิม เพื่อใช้งานทรัพยากรที่มีอยู่
ยุทธศาสตร์ทางเรือแบบเดิมและการประเมิน ของ ศรชล. อย่างคุ้มค่า ก่อนจะจัดหาเพิ่มเติม ซึ่งจะ
ยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เป็นการลดข้อจำกัดในด้านงบประมาณ และความซ้ำซ้อน
ของกองทัพเรือควรจะดำเนินการแบบแยกส่วนคู่ขนาน ในการจัดหา รวมทั้งทำให้เกิดโอกาสและความชัดเจน
กันไป สำหรับการประเมินยุทธศาสตร์เพื่อรักษา ในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจาก
ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ควรประเมินโดย รัฐบาลในภารกิจการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
พิจารณาจากปัจจัยภารกิจที่กองทัพเรือต้องปฏิบัติ ทางทะเลที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้
ในอนาคตตามแผนความมั่นคงของชาติทางทะเล ผลผลิตสุดท้ายในการประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือคือ
พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๖๗ และปัจจัยภัยคุกคามที่เกิดขึ้น โครงสร้างกำลังรบที่ต้องการ ความต้องการกำลังรบ
จากสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเล ของกองทัพเรือทั้งสองส่วนจะถูกนำมารวมกันเพื่อ
ตามความเป็นจริงในปัจจุบัน และที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ประเมินความเสี่ยง และพิจารณาจัดลำดับความเร่งด่วน
ในอนาคต โดยประเมินจากข้อมูลด้านความมั่นคง ในการทำแผนการจัดหาในขั้นตอนสุดท้าย
รูปที่ ๕ การกำหนดโครงสร้างกำลังรบตามตัวแบบ Owen
ที่มา Strategy and Strategic Way of Thinking, Naval War College Review Vol 60, 2007
42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ประการที่สอง การประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือ และ ศรชล. มีแนวความคิดในการควบคุมบังคับบัญชา
เพื่อตอบสนองภารกิจทางทหารในขั้นตอนการกำหนด ต่อกำลังทางเรือในพื้นที่ของตนในระดับยุทธการ และ
ความต้องการกำลังรบตามตัวแบบของ Lloyd ควรนำ ทัพเรือภาคต่าง ๆ ควบคุมกำลังทางเรือของตนในระดับ
สิ่งท้าทายทางยุทธการ (Operational Challenges) ยุทธวิธี ประเด็นปัญหาอาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต
และแนวความคิดในการปฏิบัติการทางเรือ ทัพเรือภาคหรือ ศรชล.ภาคต่าง ๆ มีขีดความสามารถ
(Operational Concepts) ตามตัวแบบแนวความคิด ในการควบคุมการยุทธให้กับกำลังทางเรือของตนได้จริง
ของ Mackubin T. Owens มาพิจารณาร่วมด้วย หรือ หรือมีประสิทธิภาพเพียงใด นอกจากนั้น เมื่อ
๑๒
ก่อนที่จะออกมาเป็นขีดความสามารถที่ต้องการ ศรชล. ภาคต่าง ๆ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
(Required Capabilities) คุณลักษณะ (Force ที่มีความซับซ้อน หรือต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
Characteristics) และความเพียงพอของกำลังรบ กำลังพลผู้ปฏิบัติงานจะสามารถตอบสนองต่อ
ตามลำดับ อันจะทำให้สามารถกำหนดแนวคิดในการ ภัยคุกคามเหล่านั้นได้ดีเพียงใด แม้ว่าในอนาคตอาจมี
ปฏิบัติด้านการป้องปรามและการป้องกันเชิงรุกตามที่ การจัดฝ่ายอำนวยการจากกำลังพลทั้ง ๖ หน่วยงาน
กองทัพเรือต้องการได้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งว่า หลักใน ศรชล. เข้าร่วมก็ตาม ดังนั้น แนวคิดการแบ่ง
กองทัพเรือจะใช้กำลังอย่างไร เมื่อไร และเท่าใด มอบอำนาจหรือการควบคุมการปฏิบัติในสภาวะปกติ
เพื่อตอบสนองภัยคุกคามตามสถานการณ์ อันจะทำให้ ตามสถานการณ์ควรจะมีการกำหนดอย่างชัดเจน
การพัฒนาทั้งโครงสร้าง ขนาดและประเภทกำลังรบ รวมทั้งแนวคิดการควบคุมสั่งการในสภาวะวิกฤตควรจะ
มีสอดคล้องกับความท้าทายในอนาคตมากขึ้น ถูกทดสอบตามแผนการฝึกกองทัพเรือหรือ ศรชล.
ประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหาจุดสมดุลในการควบคุม
การปรับปรุงโครงสร้างการจัดและการควบคุม สั่งการที่เหมาะสมที่สุด
สั่งการ (Command and Control; C2) อนึ่ง การใช้แนวความคิดในการควบคุมสั่งการและ
ความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างและการ การบูรณาการข้อมูลข่าวสารของกองทัพเรือในปัจจุบัน
ควบคุมสั่งการของกองทัพเรือได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แบบ Command Control Communication
ทั้งในส่วนบัญชาการและกำลังรบ สำหรับแนวคิดในการ Intelligent Surveillance and Reconnaissance
ควบคุมสั่งการในระดับอำนวยการใช้การควบคุมสั่งการ หรือ C4ISR ควรถูกปรับปรุงให้ปฏิบัติการได้จริงอย่าง
จากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) ส่วนกำลัง มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการเชื่อมโยงประสานเข้ากับ
ที่ปฏิบัติการในพื้นที่ใช้แนวคิดการควบคุมบังคับบัญชา แนวความคิดในเรื่องสงครามแบบใช้เครือข่าย
แบบเป็นพื้นที่ (Area Command Concept) เพื่อ เป็นศูนย์กลาง (Network Centric Warfare; NCW)
ตอบสนองต่อภัยคุกคามทั้งในรูปแบบเดิมและรูปแบบ การใช้แนวคิดเรื่อง NCW จะเป็นประโยชน์ในการรบ
ใหม่ทั้งในสภาวะปกติและยามสงคราม ในส่วนของ ร่วมระหว่างเหล่าทัพ อันทำให้ผู้บังคับบัญชาทั้ง
โครงสร้าง ศรชล.ในการตอบสนองต่อภัยคุกคาม ในระดับยุทธศาสตร์ ศูนย์อำนวยการร่วม บก.ทท.
รูปแบบใหม่ทั้งในระดับอำนวยการและระดับปฏิบัติการ ศปก.ทร. และทัพเรือภาคเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน
กำลังถูกปรับปรุงให้ดำเนินการในลักษณะศูนย์อำนวย รวมทั้งมีการประสานการใช้อาวุธเพื่อสนับสนุนภารกิจ
การการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดข้อจำกัดด้าน
๑๓
และ ศรชล. ภาค ตามลำดับโดยใช้แนวคิดการควบคุม ขีดความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาในทัพเรือ
บังคับบัญชาแบบเป็นพื้นที่เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ทั้ง ศปก.ทร. ภาคหรือหน่วยเฉพาะกิจตามที่กล่าวไว้แล้ว ยังเป็นการ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 43
ใช้ทรัพยากรของเหล่าทัพอย่างคุ้มค่าด้วย การรบร่วม การทบทวนแนวคิดในการปฏิบัติการ
ระหว่างเหล่าทัพจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ภาย (Operational Concept) กองทัพเรือในอนาคต
ใต้สภาวะแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ควรต้องทบทวนขีดความสามารถทั้งในทางรุก
และข้อจำกัดด้านทรัพยากรในอนาคต ดังนั้น กองทัพเรือ (Offensive) ตามแนวคิดทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการ
จึงควรผลักดันการใช้แนวคิด NCW ให้เกิดผล พร้อมกับสร้างสมดุลกับแนวคิดการป้องกันทางรับ
อย่างจริงจัง แม้ว่าจะมีการใช้งบประมาณสูงในการ (Defensive) อยู่เสมอ แนวคิดการปฏิบัติการในทางรุก
ลงทุนช่วงแรกก็ตาม ที่มีประสิทธิภาพในอนาคตควรจะอยู่ในรูปแบบการทำ
รูปที่ ๕ แนวความคิดสงครามแบบใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCW)
ที่มา http://www.iwar.org.uk/rma/resources/uk-mod/nec.htm
รูปที่ ๖ แนวคิดในการรักษาความมั่นคงทางทะเลหน่วยเรือยามฝั่งสหรัฐฯ
ที่มา US Homeland Security, February 2014 ๑๔
44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
สงครามอากาศทะเล (Air Sea Battle; ASB) ป้องกันพื้นที่ทางทะเลในขณะนี้ จากสภาพทางภูมิศาสตร ์
การยอมรับความสำคัญของกำลังทางอากาศและ ของอ่าวไทยที่มีลักษณะเป็นทะเลกึ่งปิด (Semi -
ประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมเพื่อเสริมขีดความสามารถ enclosed sea) ที่มีความกว้างของปากอ่าวประมาณ
ของการปฏิบัติการทางเรือมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ ๒๐๐ ไมล์ และด้านทะเลอันดามันที่มีความยาวของ
ขั้นการลาดตระเวนรวบรวมข่าวสาร (Intelligent ชายฝั่งประมาณ ๕๘๐ ไมล นั้น แนวความคิดในการ
์๑๗
Surveillance Reconnaissance; ISR Operation) ป้องกันพื้นที่ทางทะเลในอนาคตที่มีประสิทธิภาพและ
ในช่วงแรกของสภาวะวิกฤตหรือความขัดแย้งจนถึงการ เหมาะสมกับสภาพทางภูมิศาสตร์ของไทยอาจจะ
ลิดรอนทำลายกำลังทางเรือข้าศึกเพื่อสร้างความได้ เป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดการป้องกันทางทะเลแบบ
เปรียบและการควบคุมทะเล อย่างไรก็ตาม แนวคิด A2/AD ของจีน ซึ่งกองทัพเรือสามารถนำมากำหนด
ASB ที่ได้ถูกออกแบบโดยสหรัฐฯ มาเพื่อต่อต้าน แนวคิดการป้องกันทางทะเลทางลึก (Defense in
แนวคิดในการปฏิเสธการเข้าถึงพื้นที่ของจีน (Anti Depth) หรือแบบเป็นชั้น (Layer) อย่างเหมาะสมโดย
Access/Area Denial; A2/AD) มีความต้องการ ใช้ทรัพยากรในการป้องกันพื้นที่ทั้งเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ
ขีดความสามารถในการรบทั้งสามมิติโดยพื้นฐาน อากาศยานทุ่นระเบิด อาวุธรักษาฝั่ง เพื่อสร้างการโจมตี
๑๕
อนึ่ง ในสภาวะที่สนามรบเต็มไปด้วยความโกลาหล อย่างอิ่มตัวต่อเป้าหมายผู้บุกรุก
๑๘
มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนเทคโนโลยี ในส่วนของแนวคิดในการปฏิบัติการเพื่อรักษา
การตรวจการณ์และพิสูจน์ทราบได้ถูกพัฒนาไปอย่าง ความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security Operations)
รวดเร็ว ความอยู่รอดของเรือผิวน้ำในปัจจุบันและ นั้น การปฏิบัติการในสาขานี้เป็นส่วนหนึ่งของการ
อนาคตจึงเต็มไปด้วยความเสี่ยง การใช้รูปแบบการ ปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือสงคราม (MOOTW) ที่มี
เคลื่อนที่เป็นกระบวนเรือเพื่อการป้องกันภัยในทาง ความเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง แนวคิดในการรักษา
อากาศหรือต่อต้านเรือดำน้ำ แม้ว่าจะเป็นการเสริม กฎหมายในทะเลและการช่วยเหลือประชาชนมีความ
ขีดความสามารถด้านการป้องกันร่วม แต่การเคลื่อนที่ แตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากการปฏิบัติการ
ในลักษณะนี้ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากการเปิด ทางทหาร แม้ว่าสามารถประยุกต์ใช้กำลังทางเรือ
เผยตนเองตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน และความสี่ยงนี้ ร่วมกัน แต่แนวคิด ยุทธวิธี กฎหมาย และความชำนาญ
อาจมากขึ้นหากขาดความได้เปรียบทางอากาศ ของกำลังพลในการตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่
(Air Superiority) เหนือยุทธบริเวณ หากถูกพิสูจน์ ในแต่ละด้าน มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปัจจัย
ทราบก่อนและถูกโจมตีอย่างอิ่มตัว แม้จะมีระบบ สำคัญในการตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ป้องกันตนเองของเรือหรือระบบป้องกันร่วมในระดับ ในปัจจุบันและอนาคตคือ การพัฒนาระบบการรับรู้
กองเรือในทุกมิติอย่างดีแล้วก็ตาม ในสถานการณ์ เท่าทันสถานการณ์ในทะเล (Maritime Domain
ลักษณะนี้ ยุทโธปกรณ์หรือยาน (Platform) ที่มีความ Awareness; MDA) ให้สมบูรณ์ ระบบ MDA ที่ดีนั้น
อยู่รอดสูงในสภาวะวิกฤต รวมถึงมีศักยภาพในการ ต้องสามารถแสดงทั้งภาพสถานการณ์ (Situation
ยับยั้งเจตนาอันเป็นข้าศึกตั้งแต่การป้องปรามในยาม Awareness) และพิสูจน์ทราบภัยคุกคาม (Threat
สงบจนถึงการควบคุมทะเลในยามสงครามคือเรือดำน้ำ Awareness) ได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ ระบบ MDA
๑๙
๑๖
ดังนั้น การจัดเตรียมขีดความสามารถในทางรุกเพื่อ จะทำงานแบบอัตโนมัติโดยการรวบรวมภาพ
การควบคุมทะเลในทุกมิติอย่างสมดุลตั้งแต่ในยามปกติ สถานการณ์จากเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ระบบรายงาน
จึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับแนวความคิดทางรับเพื่อ ที่เรืออัตโนมัติ (Automatic Identification System;
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 45
AIS) หรือ ระบบรายงานที่เรือระยะไกล (Long Range ในการปฏิบัติการทางทหารควบคู่ไปกับการรักษา
Identification Tracking System; LRITS) เรดาร์ กฎหมายและความมั่นคงทางทะเลในลักษณะสอง
ตรวจการณ์ชายฝั่ง และการรายงานจากหน่วยเรือหรือ ภารกิจร่วมกัน (Navy Coastguard) การสร้าง
อากาศยานตรวจการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพ ความชำนาญและแนวทางการรับราชการ (Career
สถานการณ์แบบตรงเวลา (Real Time) อย่างไรก็ตาม Path) ให้กับกำลังพลทั้งสองส่วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะ
๒๐
การใช้ดุลยพินิจและประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานใน ทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ ความมั่นใจในการทำงาน
การพิสูจน์ทราบภัยคุกคามยังเป็นสิ่งจำเป็นในการ และจะทำให้การปฏิบัติการมีประสิทธิภาพมากกว่า
เติมเต็มช่องว่างที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ภัยคุกคามรูป ประการที่สาม การพัฒนาระบบการศึกษาตามแนวทาง
แบบใหม่ส่วนมากมีลักษณะเป็นภัยคุกคามข้ามชาติ การรับราชการและตามสายวิทยาการอย่างต่อเนื่อง
(Trans - boundary Threat) โดยธรรมชาติ ซึ่งรัฐหนึ่ง สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อม ภารกิจ และภัยคุกคาม
ไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความ ในอนาคต ประเด็นสุดท้าย คือการสร้างระบบประเมิน
จำเป็นต้องมีการประสานงานและบูรณาการข้อมูลข่าว กำลังพลที่มีคุณภาพเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน
สารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและต่าง คัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหาร
ประเทศเข้าสู่ระบบ MDA อย่างไร้รอยต่อ ระบบ MDA การประเมินที่ดีควรประกอบด้วยปัจจัยอย่างน้อย
ที่สมบูรณ์นี้ ในเวลาปกตินอกจากจะแสดงภาพ สามประการ คือ ประวัติการทำงาน คุณวุฒิการศึกษา
สถานการณ์เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยอันเอื้ออำนวย และผลการประเมินการปฏิบัติงาน อันจะนำไปสู่การ
ต่อการใช้ทะเลแล้ว ยังสามารถช่วยลดทรัพยากรในการ บริหารจัดการในระบบคุณธรรมที่สามารถรองรับความ
ตรวจการณ์ และการเพิ่มเวลาในการเตรียมรับ เปลี่ยนแปลง และสามารถพัฒนากองทัพเรือให้ได้
สถานการณ์อย่างเหมาะสม สำหรับในสภาวะวิกฤต มากที่สุด
ระบบ MDA จะเชื่อมโยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ป้องกันประเทศทางทะเลในยามสงครามอย่าง สรุป
สอดคล้อง กองทัพเรือในทศวรรษหน้าคงต้องเผชิญกับการ
เปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมและความท้าทาย
การปรับปรุงการบริหารจัดการกำลังพล ที่หลากหลาย การทบทวนบทบาท ยุทธศาสตร์ และ
ทรัพยากรมนุษย์นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการ การพัฒนาแนวคิดทั้งในการกำหนดนโยบายบนพื้นฐาน
พัฒนากองทัพเรือในอนาคต คำกล่าวที่ว่า “เหล็กในคน การวิจัย แนวคิดในการควบคุมสั่งการ แนวคิดใน
สำคัญกว่าเหล็กในเรือ” ยังเป็นจริงอยู่เสมอ การไปสู่ ปฏิบัติการ รวมถึงแนวคิดในการบริหารจัดการกำลังพล
ความเป็นกองทัพเรือในอนาคตควรประกอบด้วยการ ควรจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ
พัฒนากำลังพลในประเด็นสำคัญเร่งด่วน ๔ ประการ เพื่อให้สามารถเอาชนะข้อจำกัดเดิมที่มีอยู่ รวมถึง
ประการแรก การพัฒนาความรู้ของกำลังพล สามารถตอบสนองภัยคุกคามทั้งรูปแบบเดิมและรูป
(Knowledge) ทั้งตามสายวิทยาการและภาษา แบบใหม่ที่ต้องเผชิญในอนาคต อันจะทำให้สามารถ
ต่างประเทศ ประการที่สอง การพัฒนากำลังพลไปสู่ สร้างคุณค่าให้กับสังคมโดยการเป็น “กองทัพเรือ
ความเป็นมืออาชีพ (Professional) ในสายงาน ที่ประชาชนเชื่อมั่นและภูมิใจ” ได้ในที่สุด ทั้งนี้ การบรรลุ
ของตนเองเป็นสิ่งจำเป็นในทุกส่วนงาน โดยเฉพาะส่วน วิสัยทัศน์ของกองทัพเรือในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าคือ
กำลังรบ หากกองทัพเรือต้องการดำรงขีดความสามารถ การเป็น “หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำ
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
ในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ” ขึ้นอยู่กับ สำคัญในการขับเคลื่อนคือความทุ่มเท เสียสละในการ
การพัฒนาในแนวคิดเหล่านี้ รวมทั้งต้องอาศัยปัจจัย ปฏิบัติงานของกำลังพลทุกนาย
เอกสารอ้างอิง
๑ David J. Berteau, Michael J. Green and Zack Cooper, Access- ๑๒ Mackubin T. Owen, “Strategy and Strategic Way of Thinking”,
ing the Asia- Pacific Naval War College
Rebalance, Center for Strategic and International Review, Autumn 2007, Vol. 60, No. 4, p.120.
Studies CSIS, Dec 2014, p. 4-5.
๑๓ Norman Friedman, Network Centric Warfare How Navies
๒ Centre for strategic and International Studies CSIS, China Bal- Learned to Fight Smarter
ance Sheet China Foreign Policy, <http://csis.org/files/media/ Through Three World Wars, US Naval Institute,
csis/pubs/080916_cbs_1_foreignpolicyf.pdf>, 16 Aug 2015. <http://www.usni.org/store/books/clear-decks-60-70/network-
centric-warfare>, Mar 2009.
๓ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, “กองทัพไทยกับการเป็นประชาคม
อาเซียนในปี ๕๘”, วารสารหลักเมือง, ๑๔ US Homeland Security, Written Testimony of U.S. Coast
< http://lakmuangonline.com/asiandefensedetail. Guard Commandant Admiral Robert Papp Jr. for a House
php?lcid=2&cid=2>, ๑๖ ส.ค.๕๘ Committee on Homeland Security, <http://www.dhs.gov/
news/2014/02/04/written-testimony-uscg-commandant-admi-
๔ Anthony H. Cordesman, The Real Revolution in Military Af- ral-robert-papp-jr-house-homeland-security>, Feb 2014
fairs, Center for Strategic and
International Studies CSIS, <http://csis.org/publica- ๑๕ US Department of Defense, Joint Operational Access Con-
tion/real-revolution-military-affairs>, 5 Aug 2014. cept (JOAC), Ver 1.0, 17 January 2012, p.4.
๕ คมชัดลึกออนไลน์, ชำแหละงบซื้ออาวุธปี ๕ ทร.ยังต้องรอ‘เรือดำน้ำ’, ๑๖ Robert C. Rubel, “Talking About Sea Control” Naval War Col-
< ht tp://www.ko mchadluek.net/ lege Review, Autumn 2010, Vol. 63, No. 4, p.45.
detail/20150303/202315.html>, ๓ มี.ค.๕๘
๑๗ สภาความมั่นคงแห่งชาติ, แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล
๖ กองทัพเรือ, แผนยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๘ พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๖๔ น. ๑
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักการและวิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ หน้า ๑๗. ๑๘ Office of US Naval Intelligence, The PLA Navy New Capabili-
ties and Missions for the 21st Century, Washington, 2015, p. 8.
๗ เรื่องเดิม
๑๙ US Navy, Navy Maritime Domain Awareness Concept,
๘ ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๖๐, หน้า ๗. 29 May 2007, p.4.
๙ นโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘, แผนภาพ ๒๐ Commander Steven C. Boraz, “Maritime Domain Awareness
ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๘- ๒๕๖๗, หน้า ๗. Myths and Realities” Naval War College Review, Summer 2009,
Vol. 62, No. 3, p.139.
๑๐ ASEAN Charter, Respecting and Art 20-27.
๑๑ อทร ๘๑๐๑ การกำหนดยุทธศาสตร์และกำลังรบทางเรือ พ.ศ.๒๕๔๓
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 47
ตอนจบ
พลเรือเอก สามารถ จำาปีรัตน์
48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙