The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-06-13 01:58:48

นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

บทนำา : ในบทความ “ยุทธศาสตร์” – “พุทธศาสตร์” ในระดับปรัชญา ผ้เขียนได้นาเสนอว่า หลักปรัชญา


ตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้แถลงความมุ่งหมายของการเขียน ของการทาสงครามก็คือ การระดมสรรพกาลังรบ ท้งตาม





บทความน คือมีความพยายามท่จะวิเคราะห์หาความ แบบและนอกแบบ เพอบบบงคบใหขาศกหรอฝายตรงขาม












เหมือนบนความแตกต่าง ระหว่างศาสตร์แห่งการรบของ ยอมแพ ยอมจานน แล้วยอมปฏิบัติตามความต้องการ


ฝ่ายทหาร กับศาสตร์แห่งการหลุดพ้นของฝ่ายชาวพุทธ ทางการเมืองของฝ่ายเราโดยไม่มีเง่อนไข หรืออีกนัยหน่ง



โดยได้วางกรอบการวิเคราะห์แบบแยกส่วน เร่มต้งแต ่ ก็คือ “การเอาชนะใจข้าศึก” น่นเอง ในขณะท่หลัก



ระดับบนสุดคือระดับปรัชญา แล้วลดระดับลงมาถึงระดับ ธรรมะของทางฝ่ายชาวพุทธนั้น มีจุดมุ่งหมายสูงสุดอยู่ที่
หลักการ แนวคิด และทฤษฎ จนถึงท้ายท่สุด ท กรรมวิธ ี การดับทุกข์โดยส้นเชิง ซ่งความทุกข์ท่เกิดข้นในใจของ








การตัดสินใจหรือแก้ปัญหาในระดับผู้ปฏิบัติ มนุษย์น้น มีต้นเหตุมาจากการท่จิตของสามัญชนยังคง




เน่องจากในปัจจุบันพบว่า มีการใช้คาว่า ยึดติด ล่มหลง มัวเมา กับตัวกิเลส ตัณหา เคร่องเศร้า


“ยุทธศาสตร์” กันอย่างแพร่หลายกว้างขวางมาก หมองต่าง ๆ น่นเอง หากสามารถบังคบจตใจไมให้ไป




ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับทางทหาร ผู้เขียนจึงได้ขอนิยาม ล่มหลงหรือตกเป็นเหย่อได ความทุกข์ท้งหลาย






ศัพท์คาว่า “ยุทธศาสตร์” ในบทความน้ว่าเป็น “องค ์ ก็จะไม่เกิด หรือจะดับไปโดยสิ้นเชิง พูดง่าย ๆ ก็คือการ



ความร้ในการทาสงคราม เพ่อให้ได้ชัยชนะ” เท่านั้น “เอาชนะใจตนเอง” ดงนน จงสรปความเหมอนและ






ส่วนคำาว่า “พุทธศาสตร์” นั้นผู้เขียนได้นิยามตามความ ความแตกต่างของท้งสองศาสตร์ได้ว่า ฝ่ายยุทธศาสตร์คือ

เข้าใจของตัวเองว่า เป็น “องค์ความร้แห่งการเป็น การเอาชนะใจข้าศึก (ภายนอก) ในขณะท่พุทธศาสตร ์



พุทธะ” ซ่งคาว่า “พุทธะ” น้น ในภาษาธรรมแปลว่า เป็นการเอาชนะใจข้าศึก (ภายใน) ตัวเรา นั่นเอง


“ผู้รู้ – ผู้ตื่น – ผู้เบิกบาน” คือ รู้แจ้ง ในสัจธรรมของ


การดับทุกข ตื่น จากความล่มหลงมัวเมาในกิเลส
ตัณหา และ เบิกบาน ในการปฏิบัติธรรมขั้นสูง เพื่อมุ่งสู่
“ความหลุดพ้น” ในที่สุด
คาร์ล ฟอน เคล้าเซวิทซ์ – ซุนวู : ยอดนักปราชญ์ทางการทหาร เจ้าชายสิทธัตถะ : ในคืนวันตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า
บิดาแห่ง “ยุทธศาสตร์ – ยุทธศิลป์” ของโลกตะวันตก และ ตะวันออก (วันวิสาขบูชา : วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๖ เมื่อ ๒,๖๐๓ ปีที่แล้ว)
พระองค์คือศาสดาของ “พุทธศาสตร์”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 49




มาถงการเปรยบเทยบหาความเหมอนในระดบ



“หลักการ” ผ้เขียนเร่มด้วยการอธิบาย “หลักการ

สงคราม” (Principles of War) อันเป็น “คัมภีร์” ของ
นักการทหารทั่วโลก ที่อาจจะมีหัวข้อแตกต่างกันไปบ้าง


ตามพ้นฐานทางประวัติศาสตร แนวคิดในการใช้กาลัง

และบริบททางสังคมของประเทศน้น ๆ แต่ละประเทศ

ที่มีความยิ่งใหญ่ทางการทหารในอดีต ล้วนมีการกำาหนด
หลักการสงครามของตนเองโดยเฉล่ยประมาณ ๑๐ – ๑๕ ข้อ



เช่น การดารงความม่งหมาย การรุก การจ่โจม

การรวมกำาลัง ความคล่องตัว ความง่าย การระวังป้องกัน พลเอก ดักลัส แม็ค อาเธอร์ แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ
ความพร้อม และ การดำารงขวัญ เป็นต้น เจ้าของวลีอมตะ “I shall return!” เมื่อครั้งที่ถูกกองทัพบกญี่ปุ่น
ไล่ตีตกทะเล จนต้องลุยนํ้าหนีตายไปขึ้นเรือ โด่งดังจากการใช้
หลักการสงครามข้อ “Surprise” ด้วยการนําทหารยกพลขึ้นบก
แบบ “นอก - กรอบ” ที่ผาอินซอน ในสงครามเกาหลี
ถึงแม้ว่าหลักการสงครามของแต่ละประเทศจะไม ่
เหมือนกันหมดทุกข้อ แต่ก็มีสัดส่วนของความเหมือน
มากกว่าความแตกต่าง และท่เหมือนกันเกือบทุกประเทศ


ก็คือหลักการในหัวข้อ “การดารงความม่งหมาย”

(Maintainance of the Aim) ท่เป็นหลักการระดับ



สูงสุดอนเปนเป้าหมายของการปฏิบัติการทางทหาร ส่วน
ลอร์ด เนลสัน แห่งราชนาวีอังกฤษ ผู้ที่คิดริเริ่มหลักการทํา หลักการข้อที่เหลือผู้เขียนได้แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ
“Surprise” (คาดไม่ถึง) และหลัก “ความง่าย” (Simplicity) ตามลักษณะ คือ กลมแรกสาหรับใช้ปฏิบัติต่อขาศึก




ผลงานที่สุดยอดที่สุดก็คือ การแปรรูปกระบวนรบแบบ





“Crossing the T” ในยุทธนาวี ที่ทราฟัลกา ท่แม่ทัพนายกองท้งหลายจะต้องเลือกใชหัวข้อทเหมาะสม
เช่น การรุก การจ่โจม หรือการรวมกาลังเป็นต้น หลักการ




กล่มน้จึงมีลักษณะเป็น “พลศาสตร์” (Dynamic)
ถือเป็นกลุ่มปฏิบัติ ส่วนหลักการกลุ่มที่ ๒ คือหลักการ





ทมลกษณะ “นง” (Static) ทหนวยรบจะตองมพรอม









ตลอดเวลา เพราะจะต้องทาหน้าท่เป็นฐานรากท่ม่นคง


สำาหรับการปฏิบัติการรบ เช่นหลักการในข้อความพร้อม
การระวังป้องกัน การข่าว ขวัญ และเอกภาพใน
การบังคับบัญชาเป็นต้น หลักการสงครามกล่มน ี ้



ถือเป็นกล่มรากฐานเพ่อความพร้อมรบ สุดท้ายผ้เขียน

ได้ออกแบบโมเดลสามเหลี่ยมแห่งการบริหาร เพื่อแสดง
จักรพรรดิ์ นโปเลียน แห่งฝรั่งเศส ความเช่อมโยงของหลักการสงครามท้ง ๑๔ ข้อ (รายละเอียด


กวาดชัยชนะในสงครามทางบกทั่วยุโรป ด้วยหลักการรวมกําลัง โปรดดูได้ที่นาวิกศาสตร์ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๕๙)
(Concentration of Forces) และการระวังป้องกัน (Security)
50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙




หลังจากน้น ผ้เขียนได้คิด – วิเคราะห หาหลักธรรมท ่ ี
ถือกันว่า เป็นหลักการ หรือ “หัวใจของพระพุทธศาสนา”
และได้เสนอว่า “โอวาทปาฏิโมกข์” ทองค์สมเดจพระ




สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเป็นคร้งแรกในวันข้น



๑๕ ค่า เดือน ๓ (วันมาฆะบูชา) เม่อ ๒,๖๐๐ กว่าปีท่แล้ว


นแหละทคอหลกการอนเปนหวใจของพระธรรมทงหมด











(วันมาฆะบูชาจึงถือเป็นวันของพระธรรม : ผ้เขียน)
“โอวาทปาฏิโมกข์” ก็คือบทสวดท่ได้รวบรวมเอา


พระธรรมคาส่งสอนท้งหมดขององค์สมเด็จพระสัมมา


สัมพุทธเจ้า ที่มีถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ มาย่อยและย่อ
จนสามารถสกัดออกมาเป็น “ธรรมวลีทอง” ได้เพียง ๓


พลเอก เออร์วิน รอมเมล ฉายา “จิ้งจอกทะเลทราย” ผู้บัญชาการ ประโยคคือ :- ๑. การไม่ทาบาปท้งปวง ๒. การสร้างกุศล
กองทัพรถถังเยอรมันในอัฟริกา สามารถรบชนะฝ่ายพันธมิตร ให้ถึงพร้อม....และ ๓. การชำาระจิตให้บริสุทธิ์ นั่นเอง
ในหลายสมรภูมิ แม้จะด้อยกําลังรบกว่า ด้วยการใช้หลักการสงคราม
ที่หลากหลาย โดยเน้นที่หลัก การ “รุก” (Offensive) ในทุกครั้ง

ท่มีโอกาส รวมท้งการใช้ภาวะผ้นําในการสร้างและดํารงขวัญทหาร


ด้วยการขับรถถังนําขบวนทหารของเขา ทุกครั้งที่เผชิญหน้าข้าศึก


โอวาทปาฎิโมกข “ท่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง


โปรดพระภิกษุสงฆ์เป็นครั้งแรก ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๓
(วันมาฆะบูชา) คือหลักธรรมอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
เปรียบเทียบได้กับ “หลักการสงคราม” ของฝ่าย “ยุทธศาสตร์”

ในขั้นต่อไป ผู้เขียนได้พยายามสังเคราะห์เอาองค์ -
ประกอบของโอวาทปาฏิโมกข์ทั้ง ๓ ประโยคนี้ ไปบรรจุ

ขงเบ้ง ผู้มีฉายาว่า อาจารย์ ฮกหลง (มังกรซ่อนกาย) แห่งเทือกเขา ลงในโมเดลสามเหล่ยมแห่งการบริหาร เช่นเดียวกับหลัก

โงลังก๋ง สุดยอดเสนาธิการของโลกตะวันออก ผ้ท่สามารถประยุกต์ การสงครามของฝ่ายทหาร โดยในหัวข้อแรก “การไม ่


ยุทธศาสตร์ – ยุทธศิลป์ หลักการสงคราม หลักจิตวิทยา ภูมิประเทศ ทำาบาปทั้งปวง” นั้น ในทางปฏิบัติสำาหรับชาวพุทธก็คือ
ภูมิอากาศ และโหราศาสตร์ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จนสามารถ “ศีล ๕” ที่จะต้องรักษาให้เคร่งครัดทุกข้อ เปรียบเทียบ
รบเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าได้หลายครั้ง ได้กับหลักการสงครามส่วนที่ ๒ ที่ทำาหน้าที่เป็นฐานราก



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 51





ท่ม่นคง ส่วนหลักธรรมหัวข้อท ๒ “การสร้างกุศล ภาวนาเท่านั้น เทียบได้กับขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายทหาร
ให้ถึงพร้อม” อันเป็นส่วนของการปฏิบัติธรรมบาเพ็ญ คือ “ชัยชนะ” นั่นเอง





บุญน้น แตกได้เป็นหัวข้อการปฏิบัติธรรม เช่น บุญกริยา อน่งเพ่อเป็นการอานวยความสะดวกแก่ท่านผ้ท ่ ี

วัตถุ กุศลกรรมบท พรหมวิหาร ฯลฯ ที่ชาวพุทธจะต้อง ไม่ได้อ่านบทความตอนที่ ๑ (ในนาวิกศาสตร์ฉบับเดือน




เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และผ้รับ อันเปรียบ มกราคม ๒๕๕๙) หรือท่านท่จาความไม่ได้แล้ว ผ้เขียน

เทียบได้กับหลักการสงครามในกล่มปฏิบัต การสร้าง จึงขอนาภาพโมเดลเปรียบเทียบหลักการสงครามของ



บุญกุศลทั้งหมดจะเป็นฐานบารมีที่สำาคัญ เพื่อการชำาระ ฝ่ายยุทธศาสตร กับโอวาทปาฏิโมกข์ของฝ่ายพุทธศาสตร ์



จิตให้บริสุทธิ์ (คืออยู่เหนือบาปและบุญ) อันเป็นขั้นตอน มานาเสนออีกคร้ง เพ่อเป็นการทบทวนความเข้าใจ
สุดท้ายของการ “หลุดพ้น” ที่จะเข้าถึงได้ด้วยการเจริญ ดังในภาพ :-
ระดับสูงสุด







กลุ่มปฏิบัติ











กลุ่มรากฐาน





















52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙



บทสรุปของความเหมือนในระดับหลักการก็คือ สาหรับกรรมวิธีในการจัดทา “ข้อพิจารณาของ




ศาสตร์ท้งสองถึงแม้ว่าจะมีเป้าหมายและลักษณะวิธีการ ฝ่ายเสนาธิการ” น บรรดาชาติท้งหลายท่มีความเจริญ

ปฏิบัติท่แตกต่างกัน แต่กระบวนการคิดและการพัฒนา ทางการทหารในอดีต ก็คงจะมีรูปแบบการคิดของตัวเอง


ไปส่เป้าหมายกลับมีตรรกะท่เหมือนกันมาก กล่าวคือ ท่แตกต่างกันไป แต่สหรัฐอเมริกา ประเทศท่เกิดทีหลัง











ในขนแรกจะตองสรางความมนคงภายใน เพอใหเปน กลับมีความต่นตัวมากกว่า เพราะได้มีการจัดทา หลักนิยม





รากฐานท่ม่นคงก่อน แล้วจึงเลือกหัวข้อการปฏิบัติต่อ ตารา บรรณสาร และค่มือสาหรับใช้ในกิจการทางทหาร






ฝ่ายตรงข้ามท่เหมาะสมกับสถานการณ เพ่อนาไปส่ความ ออกมามากมาย โดยได้นำาเอา “ศาสตร์” สมัยใหม่เข้ามา












สาเร็จในข้นสูงสุดท่เป็นยอดปรารถนา เช่นเดียวกันท้ง เสรมเปนตวชวยอกดวย จงทาใหบรรดาชาตเลก ๆ ทงหลาย









ฝ่ายยุทธศาสตร์และพุทธศาสตร์ (จบตอนที่ ๑) ต่างพากันยึดถือเป็นสรณะ (รวมท้งประเทศไทยด้วย)



หลกการทา “ขอพจารณาของฝายเสนาธการ” ของไทย



ความเหมือนในระดับปฏิบัติการ : เป็นบทสุดท้าย จึงถือเอาของสหรัฐอเมริกา เป็นแม่แบบ


ของการวิเคราะห โดยผ้เขียนขอเร่มท่ฝ่ายทหารก่อน


เช่นเดียวกับที่ผ่านมาดังนี้ :-
ในระดับปฏิบัติการ บทบาทของฝ่ายทหาร
โดยเฉพาะตัวผู้ที่เป็นหัวหน้าหน่วย ก็คือการ “ตัดสินใจ”
หรือการทา “ข้อตกลงใจ” ในการแก้ปัญหา อันม ี

“ศาสตร์” ของมันโดยเฉพาะ ถ้าเป็นการรบในยุทธการ
ขนาดใหญ่ที่จะต้องคิดให้หนัก คิดให้รอบคอบ รอบด้าน

เพอลดความเส่ยง ก็จะมีกรรมวธีการคดโดยเฉพาะ




ท่เรียกว่า “การประมาณสถานการณ์ของผ้บังคับบัญชา”


(Commander’s Estimation of the Situation)

แต่ถ้าเป็นงานหรือปัญหาท่มิใช่การรบโดยตรง


แม้จะไม่ใช่เร่องเส่ยงเป็นเส่ยงตาย แต่ก็ดูว่าเป็นเร่อง การเขียน “ข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ/ฝ่ายอานวยการ”







ท่ตัดสินใจยาก เพราะมีปัญหาท่ย่งยาก สลับซับซ้อน (Staff Study) คืองานสําคัญของนายทหารท่ทําหน้าท ี ่
หรือเก่ยวพันกันกับหลายหน่วย ตัวผ้บังคับบัญชาหรือ ฝ่ายเสนาธิการของแม่ทัพ หรือฝ่ายอํานวยการของหน่วย


หัวหน้าหน่วย ก็อาจจะมอบให้นายทหารฝ่ายเสนาธิการ (ในภาพ นายทหารฝ่ายอํานวยการของ กองการฝึกกองเรือยุทธการ)






หรือฝ่ายอานวยการ (Staff officer) ของท่าน ไปคิด กระบวนการดงกลาวเรมตนในขนตอนแรกทการ




หาคาตอบมานาเสนอ (ภาษาทหารเรียก “โยนเร่อง”!) “ตีปัญหาให้แตก” ด้วยการหาคาตอบให้ได้ว่า......




แต่คาตอบนจะต้อง “ตอบโจทย์” และมข้อเสนอแนะ ที่สุดแล้ว “ปัญหาคืออะไร ?” หรือ “ปัญหาอยู่ที่ไหน ?”







เพ่อให้ผ้บังคับบัญชาสามารถส่งการได้พร้อมสรรพใน มีองค์ประกอบท่เป็นความสลับซับซ้อนมากแค่ไหน ?








คร้งเดียวเลย กระบวนการน้เรียกว่า การทา “ข้อพจารณา และทสาคัญท่สุดก็คือ “อะไรคือตัวต้นเหตุของปัญหา ?”











ของฝ่ายเสนาธิการ/ฝ่ายอำานวยการ” (Staff Study) ทจะตองสบคนออกมาตแผใหได มฉะนนกระบวนการ


ซ่งผ้เขียนมองเห็นว่า “ศาสตร์” ของกระบวนการน ี ้ ในขั้นต่อ ๆ ไปก็อาจจะ “หลงทาง”





น่าจะพอไปกันได้กับ “ศาสตร์” ของฝ่ายธรรมะใน คาถามเหล่าน้ดูง่าย ๆ แต่การท่จะค้นคว้าหาคาตอบ


ระดับเดียวกัน จึงขอเลือกเป็นหัวข้อในการพิจารณา ให้ได้อย่างถูกต้องชัดเจนน้น ไม่ใช่ของง่าย ! เพราะจะต้อง
เปรียบเทียบหาความเหมือนต่อไป มีการสืบเสาะ แสวงหา รวบรวม และศึกษาข้อเท็จจริง
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 53







ท่เก่ยวเน่องกับตัวปัญหามาพิจารณาร่วมกัน จึงจะ อน่ง ในกรณีท่เกิดมีหนทางปฏิบัติท่เลือกไว ้

สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ นี่เป็นขั้นตอนที่ ๒. สามารถผ่านข้นตอนการตรวจสอบท้ง ๓ เกณฑ์ได ้








ข้นตอนท ๓. ก็คือการนาเอาตัวปัญหาและตัวต้น มากกว่า ๑ ทางเลือก ก็จะต้องนาทางเลือกท่ผ่านท้งหมด

เหตุของปัญหา ข้อเท็จจริง ข้อมูลท่เก่ยวข้อง รวมท้ง ไปเข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบ ข้อดี – ข้อเสีย โดยทำา












สบสรรหาขอมูลทจาเป็นเพมเตมท้งหมด แล้วเอามา เป็นตารางเปรียบเทียบรวม พร้อมกันท้งหมดทุกทางเลือก








พจารณารวมกน (เรยกวาการอภปราย) จนสามารถ ข้นตอนน (ซ่งผ้เขียนขอกาหนดเป็นข้นตอนท ๕.) นับเป็น







สังเคราะห์ให้เกิดทางเลือกในการแก้ปัญหา โดยเน้นไป ข้นตอนท่ค่อนข้างย่งยาก ละเอียดอ่อน ท่จะต้องใช้ความคิด




ที่การแก้ที่ตัวต้นเหตุเป็นหลัก ขั้นตอนนี้จะสิ้นสุดลงด้วย จินตนาการ และประสบการณ์รอบด้านเข้ามาเป็นตัวช่วย






คาตอบท่เป็น “หนทางปฏบตในการแกปญหา” ซ่งถ้าเป็น จดสาคญคอจะตองไมลมทจะยกเอาตวปญหา (โจทย)


















ปัญหาท่ย่งยากซับซ้อน ก็จะต้องคิดทางเลือกออกมา มาเป็นตัวต้ง ซ่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการท่ชาญฉลาด

ให้ได ๒ ทางเปนอย่างนอย แต่โดยธรรมชาติแล้วกควรจะ รอบคอบ รอบด้าน จะต้องสามารถเฟ้นหาหนทาง





ต้องคิดออกในเบื้องต้นได้ ๓ ทางเลือกขึ้นไป (เช่นถ้าเรา การปฏิบัติท่ดีท่สุด ไป “ตอบโจทย์” นายใหญ่ให้ได้ในท่สุด





กาลังหลงทาง พอพบทางแยกข้างหน้าก็จะคิดตัดสินใจ ในข้นตอนต่อไป (ข้นตอนท ๖.) ก็จะง่ายและเป็นไป


เลือกไปซ้ายหรือไปขวา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะลืมทางเลือกที่ ๓ โดยอัตโนมัติ นั่นก็คือการสรุปเป็น “ข้อยุติ” คือหนทาง

คือถอยหลังกลับทางเดิม ไปตรวจหาทางแยกท่ควรจะ ปฏิบัติที่ดีที่สุด ที่สั้น ชัดเจน และเด็ดขาด เพื่อนำาเสนอ
ไปที่เราได้ผ่านมาแล้ว อันอาจจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง ต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป



ก็ได้) ข้นตอนน “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” จึงต้องการ ในกิจการทางทหารนั้น การตัดสินใจใด ๆ ไม่ได้จบ
“การระดมความคิด” จากทีมงานท้งหมด เพ่อป้องกัน แค่ที่ข้อยุติว่าจะ “บุกหรือถอย” หรือจะ “ยุบหรือย้าย”


การ มองข้าม หลงลืม หรือ หลงทาง เท่าน้น เม่อตัดสินใจได้แล้วไม่ว่าทางใดทางหน่ง ก็จะต้อง









ข้นตอนท ๔. ซ่งถือว่าเป็นหัวใจสาคัญของ มีการปฏิบัติตามมาอีกมากมาย เพ่อให้ผ้บังคับบัญชา



กระบวนการน ก็คือการนาเอาหนทางปฏิบัติท้งหมด สามารถตัดสินใจ และส่งการให้หน่วยท่เก่ยวข้องท้งหลาย









ท่ได้ช่วยกันระดมความคิดกาหนดข้นมาได มาเข้าส ู ่ (ท่อย่ภายใต้สายการบังคับบัญชา) สามารถเร่มปฏิบัต ิ








กระบวนการทดสอบอันมีหลักเกณฑ (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ท่เป็น เพ่อแก้ปัญหาได้พร้อมกันไปด้วยเลย จึงเป็นหน้าท่ของ



มาตรฐาน และสอดคล้องกับศาสตร์ในการบริหารยุคใหม ่ นายทหารฝ่ายเสนาธิการท้งหลาย ท่จะต้องจัดทาแผน






อนไดแก ๑. เกณฑ “ความเหมาะสม” (Suitability), การปฏิบัต อันเป็นข้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ

๒. เกณฑ์ “ความสามารถปฏิบัติได้” (Feasibility), และ ท่เรียกว่า “ข้อเสนอแนะ” พร้อมกันไปด้วย นับเป็น






๓. เกณฑ “ความยอมรับได้” (Acceptability) ทางเลือก ขนตอนท ๗. และขนตอนสดทายของกระบวนการ






ไหนไม่ผ่านด่าน ก็ตัดออกโดยไม่ต้องไปสนใจหรือ อน่งกระบวนการท้งหมดท่ผ้เขียนได้นาเสนอมาน ี ้


อาลยอาวรณ์กบมนอกเลย สาหรบตวเกณฑ์หรือเง่อนไข คือ “ศาสตร์” ของทางการทหาร ท่ใช้ในการแก้ปัญหาใน









ท่ใช้ในการตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่านน้น มีรายละเอียด ระดับการปฏิบัติ ในกิจการที่มิใช่การทำาสงคราม




ปลีกย่อยมากมายท่ผ้เขียนต้องขอผ่านไป มิฉะน้น ขอนาเข้าส่ทางฝ่าย “พุทธศาสตร์” บ้าง ผ้เขียน









บทความน้จะกลายสภาพเป็นตารา ท้งน้ผ้อ่านท่สนใจ มีความเห็นว่ากระบวนการแก้ปัญหาในระดับการ




หรือต้องการศึกษาโดยละเอียด ก็สามารถสืบค้นได้จาก ปฏิบัติของชาวพุทธน้น สามารถนามาเทียบเคียงเพ่อ

ตาราของสถาบันระดับโรงเรียนเสนาธิการ ของทุกเหล่าทัพ หาความเหมือน กับกระบวนการทา “ข้อพิจารณาของ

54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙










ฝายเสนาธการ” ของทางฝายทหารไดอยางชดเจนทสด เดิมอีกต่อไปได้ ที่ผ่านมาทุกสำานัก (รวมทั้งตัวของพระองค์


แต่เพ่อความสมเหตุสมผล ผ้เขียนจาเป็นจะต้องขอ ด้วย) ต่างก็ม่งท่จะหาวิธีแก้ท่สภาพความทุกข์กายทุกข์ใจ




ท้าวความเรื่องราวพระพุทธประวัติ ในช่วงของการตรัสรู้ ดังกล่าว อันเป็น “ผล” จึงไม่สามารถทาให้สภาวะเช่นน้น





ต่อจากในช่วงต้นของบทความ (ในตอนท่แล้ว) อีกสัก หมดไปโดยส้นเชิงได เท่ากับเป็นการ “หลงประเด็น
เล็กน้อย ดังนี้ :- - หลงทาง” (น่าจะในทำานองเดียวกันกับ เมื่อเรารู้สึกปวดหัว
ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไป ดูหนัง – ฟังเพลง ซึ่งเป็นการ
ทุเลา “ผล” ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ “ต้นเหตุ”)


ตราบจนเม่อพระองค์ทรงเปล่ยนวิธ มาเป็นการ







บาเพญเพยรทางจต ดวยการเจรญสมาธภาวนา วปสสนา



กรรมฐาน จนในท่สุด เม่อจิตเป็นสมาธ ปัญญาก็แหลมคม




พระองค์ก็จึงสามารถ “ตีโจทย์แตก” ด้วยตรรกะท่ว่า :
ทุกสรรพส่งในโลกย่อมมีการ เกิด – ดับ สลับกันไป



ตามเหตุและปัจจัยท่เก่ยวข้อง เป็นธรรมดา (กฎของ
อิทัปปัจจยตา : ธรรมะท่กาหนดความเปนไปของโลก/



ธรรมชาติ) ดังน้นการจะแก้ไข “การเกิด” ของความ


ทุกข์ท่ถูกต้องตรงไปตรงมาท่สุด ก็คือ “การดบ”


เจ้าชายสิทธัตถะ เจ้าฟ้า รัชทายาทแห่งกรุงกบิลพัสดิ์ ทรงสละทิ้ง (หรือป้องกัน) ท่ตัว “ต้นเหตุ” ของการเกิดทุกข์เสียต้งแต ่


ราชบัลลังก์ วังสามฤดู และลูกเมีย แล้วปลงพระเกศา ครองผ้าเป็น ต้นมือนั่นเอง เมื่อ “เหตุดับ” ความทุกข์อันเป็น “ผล”
นักบวช ตระเวนไปทั่วแดน เพื่อแสวงหาคําตอบ ของวิธีการ ก็ย่อมจะเกิดขึ้นไม่ได้ (หรือพลอยดับตามไปด้วย)
“ดับทุกข์ โดยสิ้นเชิง”


เม่อ “โจทย์” ถูกตีแตก “วิธีทา” อันเป็นตรรกะของ
การท่เจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จหนีราชบัลลังก์และ กระบวนการคิดก็ล่นไหลโดยไม่สะดุด ในท่สุดพระองค ์



วังสามฤดูไปถือบวชเป็นพระป่า ก็เพราะต้องการแสวงหา กสามารถคดคนหลกธรรมสงสด ทสามารถทาใหมนษย ์













คาตอบ ของ “การดับทุกข์โดยส้นเชิง” เจ้าชายหน่ม พ้นจากความทุกข์อย่างส้นเชิงได น่นก็คือ หลักความ





แห่งศากยวงศ์ได้ใช้เวลาถึง ๖ ป ตระเวนรำ่าเรียนวิชา จริงอันประเสริฐ ๔ ประการ หรืออริยสัจ ๔ ที่ผู้เขียนได้
เพื่อค้นหาคำาตอบ ตามสำานักต่าง ๆ ที่เขาว่าแน่ทุกสำานัก สาธยายมาในช่วงต้นของบทความ (ตอนท่แล้ว) น่นเอง






แตในทสดโรงเรยนเหลานนกไมสามารถ “ตอบโจทย” มีจุดสำาคัญในช่วงคืนวันวิสาขะบูชา ที่ผู้เขียนอยาก









ของพระองค์ท่านได ณ จุดน ผ้เขียนขอบังอาจวิเคราะห์ว่า จะขอนาเสนอ ก่อนนาเข้าส่ข้นตอนของการเปรียบเทียบ






ในช่วงน้นพระองค์ท่านยัง “ใหม่” และไม่มีประสบการณ ์ ก็คือ ตัวธรรมะข้อสุดท้ายของอริยสัจ ๔ ท่พระองค์ได ้



เม่อเรียนมากจึงเกิดการสับสนจนหลงประเด็น หรือท่ทาง คิดค้นกาหนดข้นได้แก “มรรค” น้น (มรรค/มรรคา =





ฝ่ายทหารเรียกว่า “ตีปัญหาไม่แตก” ทางเดน/หนทางปฏบัตเพอการดบทกข) หากบุคคล









ความทกข (หรือทุขขังในภาษาบาลี) คือสภาวะ จะต้องการดับทุกข์โดยเด็ดขาด ส้นเชิง ก็จะต้องใช้การ


ท่เกิดกับทุกชีวิตในโลก เป็นธรรมดาตามกฎของ เจริญสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานขั้นสูง (จนสำาเร็จอรหันต์)

ธรรมชาต อันได้แก่กฎของ “ไตรลักษณ์” (อนิจจัง ซ่งก็คงจะเป็นการยากย่ง ท่สามัญชนคนธรรมดาท้งหลาย





ทุขขัง อนัตตา) “ทุขขัง” คือสภาพของความอึดอัด จะสามารถเข้าถึงได พระองค์คงจะท้อพระทัยพอสมควร

ร้อนรุ่ม ขัดสน ทุรนทุราย จนไม่สามารถทนอยู่ในสภาวะ จึงยังคงประทับน่งอย ณ ท่เดิม และนึกทบทวนใคร่ครวญ




นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 55




หาหนทางปฏิบัติท่เหมาะสม สาหรับประชาชนคนท่วไป
จนกระทั่งรุ่งสาง
มีชาวบ้าน พ่อ – ลูก สองคนพายเรือผ่านมา




ผ้เป็นพ่อน่งพายท่ท้ายเรือ ส่วนลูกชายน่งดีดพิณอินเดีย



อย่างสบายอารมณ์อย่ท่หัวเรือ เสียงพิณท่ระคายหปลุก



พระองค์ออกจากภวังค์สมาธ จึงได้ยินเสียงของผ้เป็นพ่อ
กล่าวแนะนำาลูกชายว่า...... “ลูกเอ๋ย สายพิณของเจ้ามัน

หย่อน เกินไปจึงไม่เป็นเพลง เจ้าควรต้งเสียใหม แต่จง




ระวง ! อย่างขึงให ตึง เกินไปมันจะขาด เล่นต่อไปไม่ได !”
ถ้อยคำาสั้น ๆ ๓ ประโยคนี้เปรียบประดุจแสงสว่าง

ในยามร่งอรุณ ท่ฉายเข้าส่พระเนตรของพระองค์ท่าน


ความวิตกกังวลหมดส้นไป หนทางปฏิบัติอันเป็น




ทางเลือกท่เหมาะสมสาหรับสามัญชนคนท่วไป พระองค์ได ้


“ร้แจ้ง” อย่างชัดเจนแล้ว น่นก็คือ “ทางสายกลาง”
(มัชฌิมาปฏิปทา) อันเหมาะสม ๘ ประการ (หรือมรรค ๘)


น่นเอง ! หลังจากน้นพระองค์ก็ได้เจริญสมาธิภาวนา


ต่อไป เพ่อทบทวนทุกส่งท่พระองค์ค้นพบ จนม่นใจว่า


ด้วยหลักธรรมนี้จะไม่มีความทุกข์ใจใด ๆ สามารถเข้ามา

รังควานท่านได้อีกต่อไป เท่ากับว่าพระองค์ได้เข้าส่สภาวะ ในช่วงเช้าตรู่ของวันเพ็ญขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๖ (เดือนวิสาขะ)
ของ“การหลุดพ้น” จากสังสารวัฎโดยส้นเชิงแล้ว (หมายถึง เมื่อ ๒๖๐๓ ปีที่แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้

การสำาเร็จเป็นพระอรหันต์ ซึ่งจะรู้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น) “พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ” เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์จึงได้ทรงเปล่งวาจาว่า “เราตถาคต (ผ้ดับไม่เหลือ) และ เข้าสู่สภาวะของการ “ดับไม่เหลือ” อย่างสมบูรณ์

ได้เกิดขึ้นแล้ว และนี้จะเป็นการเกิดครั้งสุดท้าย !” เป็นการ “เกิด – รู้แจ้ง – ดับไม่เหลือ” พร้อมกัน (ในทางธรรม !)
ในความหมายทาง “ธรรม” : เมื่อ ๒๖๐๓ ปีก่อน มาถึงจุดน้ผ้เขียนม่นใจว่าท่านผ้อ่านคงจะได้รับ





พุทธกาล ในเช้าตร่ของวันเพ็ญข้น ๑๕ ค่า เดือน ๖ ข้อมูลพ้นฐานมากเพียงพอ ท่จะมาทาการวิเคราะห์หาจุด








ณ ริมฝงแม่น้าเนรัญชรา เจ้าชายสิทธัตถะได้ตายไปจากโลก เหมือนของศาสตร์ทั้งสองได้แล้ว และผลการวิเคราะห์นี้
พร้อมกับการเกิดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นาจะใกลเคียงความจรงมากท่สด เพราะในรูปแบบของ








ในช่วงของการเปล่งวาจาน้น (การตรัสร้) และพร้อมกันน้น การทา “ข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ” (หรือ

สภาวะของการ “ดับไม่เหลือ” (หรือ “นิพาน”) Staff Study) นน ในทางปฏบตกถอวาฝ่ายทหาร












กเกดตามมาในเวลาเดยวกนนนเอง นกคอการ ได้วางศาสตรา แล้วหันมาใช้ปากกาและปัญญาเป็นอาวุธ






“เกิด” – “ร้แจ้ง” และ “ตาย” พร้อมกันไปเลย เช่นเดียวกับฝ่ายพระแล้ว

ในทางธรรมหรือทางจิตวิญญาณ ส่วนใน ทาง “โลก” ขอเร่มด้วยการทบทวนกระบวนการทา Staff Study






น้น ช่วงเวลาท่สาคัญของพระองค์ท่านท้ง ๓ สถานะ ของฝ่ายทหารก่อน กรรมวิธีทั้ง ๗ ขั้นตอนตามที่ผู้เขียน
ก็คงต่างกันไปตามที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นพุทธประวัติ ได้อธิบายมาแล้วนั้น สามารถย่อยให้กระชับได้เป็นวลีว่า
56 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙


“สูตรเด็ด ๗ ขั้นตอน” เริ่มตั้งแต่ การ... (มัชฌิมาปฏิปทา) คือไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป อน่งหลัก









๑. วิเคราะห “ปัญหา”; ๒. ศึกษา “ข้อมูล”; ๓. เพ่มพูน “ทางสายกลาง” นเอง ทฝ่ายทหารและการเมองไดนามา
“วิธี”; ๔. ทดสอบ “สามตี้” (Suitability, Feasibility ใช้บ่อยครั้ง ในสถานการณ์ที่ สับสน อ่อนไหว ไม่แน่นอน
และ Acceptability); ๕. เปรียบเทียบ “ข้อดี – ขอเสีย”; เสี่ยงอันตราย หรือต้องการการประนีประนอม จึงถือได้

๖. เคลียร์ “ข้อยุติ”; และ... ๗. ตั้งดำาริ “เสนอแนะ” ว่าสอดคล้องกันทั้งสองฝ่าย











ท้งน้ผ้เขียนจะขอใช “สูตรเด็ด” น เป็นฐานในการอ้างอง ิ ขอนาเข้าส่สูตรเด็ดข้นตอนท ๔ ท่ถือว่าเป็นหัวใจ



เพ่อวิเคราะห์หาความเหมือน หรือความสอดคล้องกันกับ ของการทาข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ ก็คือเกณฑ ์


หลักธรรมในพระพุทธศาสนา ต่อไป การทดสอบ “สามต้” ซ่งผ้เขียนจาต้องขออธิบายความ


ในสองข้นตอนแรกท่เหมือนกันอย่างสมบูรณ์ก็คือ หมายโดยสังเขปดังนี้ :-
















หลกคดของทงสองฝาย ในการวเคราะหทตวปญหาเพอ “ต้ท ๑ :” คือเกณฑ “ความเหมาะสม” (Suitability)





“ตีปัญหาให้แตก” แล้วสืบหาข้อมูลท่เก่ยวข้องกับ เพื่อทำาการคัดกรองทางเลือกทั้งหมดเป็นด่านแรก ว่าทุก

ตัวปัญหา ต่อด้วยการอภิปรายเพ่อนาไปส่การหาหนทาง ทางเลือกสามารถ “ตอบโจทย์” คือสามารถแก้ปัญหา


ปฏิบัติท่เป็นไปได ในการแก้ไขท่ตัว “ต้นเหตุ” ของปัญหา ที่ตัวต้นเหตุได้หรือไม่ ? ถ้าได้จึงจะปล่อยผ่านไปสู่เกณฑ์



(“สูตรเด็ด” ข้นตอนท ๑. และ ๒. ของฝ่ายทหาร) การพิจารณาใน “ตี้ที่ ๒” ต่อไป




ซ่งสอดคลองกับหัวข้อธรรม ๒ ข้อแรกของอริยสัจ ๔ “ต้ท ๒ :” คือเกณฑ “ความสามารถกระทาได้”






ที่เจ้าชายสิทธัตถะค้นพบได้ในคืนวันตรัสรู้ นั่นก็คือ ทุกข์ (Feasibility) หมายถึงว่า หนทางปฏิบัติท่เลือกน้จะต้อง


(ตัวปัญหา) และ สมุทัย (เหตุให้เกิดทุกข์) น่นเอง สามารถกระทาให้สาเร็จได ด้วยศักยภาพหรือเคร่องไม ้






เป็นความเหมือนท่ไม่มีใครลอกใคร หากแต่เป็นความ เครื่องมือที่ตัวเองมีอยู่ หรือถ้ายังไม่มีอยู่ในขณะนั้น ก็อยู่
เหมือนที่เกิดมาจากตรรกะวิธีคิดของแต่ละฝ่าย โดยฝ่าย ในวิสัยท่จะสามารถแสวงหามาได้ด้วยตัวเองในภายหลัง


ทหารใช้ตรรกะของศาสตร์สมัยใหม ส่วนทางฝ่ายพุทธะน้น ถ้าไม่มี หรือไม่ได้ ก็ไม่ผ่าน


เจ้าชายสิทธัตถะใช้การเจริญสมาธิวิปัสสนา ซ่งก็ได้ผล “ตท ๓ :” คอเกณฑ “ความสามารถยอมรบได”








ออกมาเหมือนกัน ต่างกันท่ว่าทางฝ่ายทหารเพ่งจะคิดได ้ (Acceptability) คือการกล่นกรองทางเลือกท่เหลืออย ู ่











เมอไมถง ๑๐๐ ป มานเอง ในขณะททางฝายพระนน ในประเดนของ ความคมคาในการลงทน โอกาสเสยง

















สองข้นตอนแรกน ได้เป็นหัวข้อธรรมช้นสูงสุดของ ต่อความล้มเหลว หรือปัจจัยเวลาท่ต้องใช เป็นต้น




การดับทุกข์ เมื่อ ๒,๖๐๐ ปีมาแล้ว ! เกณฑ์ผ่านข้อน้ค่อนข้างย่งยากซับซ้อนทาให้ตัดสินยาก





มาถึงสูตรเด็ดข้นตอนท ๓ คือการ “เพ่มพูนวิธี” จึงจาเป็นท่จะต้องนาเอาศาสตร์สมัยใหม เข้ามาเป็นตัว



ได้แก่การระดมความคิดหาหนทางปฏิบัติในการแก้ปัญหา ช่วยในการวิเคราะห์หาคำาตอบด้วย


(ท่ตัวต้นเหตุ) ทุกทางเลือกเท่าท่จะหาได หรือคิดออก ข้างฝ่าย “ชาวพุทธ” นั้น มีบทสวดสำาคัญบทหนึ่ง

ฝ่ายทหารไม่มีปัญหาเพราะได้มีการศึกษาข้อมูลรอบ ท่เป็นบทเร่มต้นของการสวดมนต์ท้งมวล ได้แก่บท




ด้านอย่างเป็นระบบ เสริมด้วยตรรกะวิธีคิดท่ทันสมัย สรรเสริญพระธรรมคุณ ท่พระผ้มีพระภาคเจ้าได้ทรง


ทางเลือกท้งหลายจึงชัดเจนเป็นรูปธรรม ในขณะท ่ ี บัญญัติไว้ (ธัมมาภิถุติ) เป็นบทสวดสั้น ๆ เพียง ๖ ท่อน




เจ้าชายสิทธัตถะต้องใช้การเจริญวิปัสสนากรรมฐานข้นสูง ท่ยืนยันประสิทธิผลของพระธรรม อันมีเน้อหาเกือบท้งบท

ทางเลือกทั้งหลายจึงมีลักษณะเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ ท่สอดคล้องกับกระบวนการทดสอบเกณฑ์ผ่าน

ซ่งจะสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัต หรือญาณวิเศษ (ในข้นตอนท ๔) ของฝ่ายทหารมากท่สุด ผ้เขียนจึงขอนา ำ









เท่านั้น แต่ในที่สุดพระองค์ก็ทรงสามารถค้นพบทางเลือก บางส่วนบางตอนของบทสวดมนต์น้มานาเสนอ พร้อม



ใหม่ท่เหมาะสมท่สุด ทมีลักษณะเป็นทางสายกลาง ทั้งคำาแปลและการวิเคราะห์ประกอบโดยสังเขป ดังนี้ :-

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 57

(ท่อนแรก)
สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม ; พระธรรม (หนทางปฏิบัติในการดับทุกข์) เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้
เหมาะสมดีแล้ว

(วิเคราะห์) : คาว่า “เหมาะสมดีแล้ว” เป็นการยืนยันว่าสามารถแก้โจทย์ของการดับทุกข์ได ้
จึงผ่านเกณฑ์ “ความเหมาะสม” (“ตี้” ที่ ๑)
(ท่อนสุดท้าย)

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ....ติ ; เป็นสิ่งที่ผู้รู้ พึง (หรือสามารถ) รู้แจ้งได้ด้วยตนเอง (หรือเฉพาะตน) เท่านั้น


(วิเคราะห์) : บทสวดท่อนสุดท้ายน้มีเน้อหาแสดงการผ่านเกณฑ “ความสามารถกระทาได้”


(“ตี้” ที่ ๒) ได้อย่างชัดเจนมาก เพราะเป็นการยืนยันหนักแน่นว่า หนทางปฏิบัติ
ในการดับทุกข์นี้ วิญญูชน ทุกคน สามารถกระทำาให้สำาเร็จได้ ด้วยตนเอง


อน่งนอกจากบทสวดท่อนแรกและท่อนสุดท้ายแล้ว ท้ง “ยุทธศาสตร์” และ “พุทธศาสตร์” น้นถึงแม ้



ในท่อนอ่น ๆ เช่น “สันทิฎฐิโก;” (เป็นส่งท่สามารถ จะมีเป้าหมายปลายทาง และวิธีการปฏิบัติเพ่อบรรล ุ




เห็น – เข้าใจ ได้ด้วยตนเอง) หรือ “อะกาลิโก;” เป้าหมายท่แตกต่างกันโดยส้นเชิง แต่กระบวนการคิด






(เป็นส่งท่สามารถ ปฏิบัต และเห็นผลได โดยไม่จากัดเวลา) ท้งในระดับหลักการและการปฏิบัต กลับมีตรรกะท ่ ี



ล้วนเป็นเหตุผลเสริมท่ใช้ในการพิจารณาเกณฑ คล้ายกันเป็นส่วนใหญ และทใกลเคยงกนมากท่สดก็คอ












ผ่านใน “ต้” ท ๓ คือ “ความสามารถยอมรับได้” กระบวนการคิดแก้ปัญหาในระดับผู้ปฏิบัติ ได้แก่การทำา

รวมท้งเป็นเง่อนไขสาคัญในการพิจารณาเปรียบเทียบ “ข้อพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการ” (Staff Study)



“ข้อดี – ข้อเสีย” (ในขั้นตอนที่ ๕) ด้วย ซ่งมีความสอดคล้องกับหลักการอันเป็นหัวใจของ
ฉะน้น จึงเป็นข้อสรุปของบทความน้ได้ว่า พระธรรมในการดับทุกข์ (คืออริยสัจ ๔) มากที่สุด









พระธรรม ที่ทรงค้นพบและนํามาเผยแพร่สั่งสอน คือหนทางปฏิบัติที่เหมาะสม และเป็นไปได้ ในการดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง
ที่ผู้คนทั้งหลาย สามารถเข้าถึงและบรรลุได้ด้วตนเองทุกกาลเวลา โดยไม่มีข้อจํากัด (ในภาพ ทรงแสดงธรรมเทศนาต่อผู้คนทุกชั้นวรรณะ)


58 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙






บทส่งท้าย บทความน้เขียนข้นท่ามกลางสายฝนท่ตกพรา (Maintainance of the Aim) ท่บรรดานักการทหารชาต ิ


ตลอด ๓ วัน ๓ คืน อันสืบเน่องมาจากอิทธิพลของ ตะวันตกท้งหลาย ยึดถือว่าเป็นสุดยอดของหลักการ







พายุไต้ฝ่นทางตอนเหนือของทะเลจีนใต ทาให้ผ้เขียนต้อง ปฏิบัติการทางทหารน้น ได้ถือกาเนิดในหม่ชาติตะวันตก

ถูกกักบริเวณอย่ในอาศรมน้อยกลางป่าใหญ ของสานัก เมื่อไม่ถึง ๕๐๐ ปี มานี่เอง แต่ถ้าหากว่าเจ้าชายสิทธัตถะ


สวนโมกขพลาราม อาเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธาน ี ไม่ยึดถือหลักการหัวข้อเดียวกันน้อย่างเคร่งครัดต้งแต ่





ความวิเวก สงัด สันโดษ และความมืด ทำาให้ผู้เขียนเกิด ต้นแล้ว (เม่อคร้งหนีออกบวชและตระเวนเข้าศึกษา









“จนตนาการผานแสงเทยน” ในการท่จะเอาเร่องราวของ ในสานักต่าง ๆ เพ่อหาวิธีดับทุกข์โดยส้นเชิง เม่อ



“พระ” มาเปรียบเทียบกับ “ทหาร” ภายใต้ช่อเร่อง ๒,๖๐๐ กว่าปีท่แล้ว) พระองค์ก็คงจะหยุดความพยายาม
ของบทความน ซ่งหลายคนท่เห็นแต่ช่อเร่องก็คงจะคิดว่า ที่แสนจะยากลำาบากนี้ แค่ที่สำานักพระฤาษี อาฬารดาบส










เป็นจินตนาการท่ค่อนข้างจะ “เพ้ยน” และก็คงจะหา หรืออุทกดาบสก็เป็นได ซ่งถ้าเป็นเช่นน้น พระพุทธ

ทาง “จบยาก” ศาสนาก็คงจะไม่ได้อุบัติข้นในโลก เม่อหักลบส่วนต่าง




และก็เป็นเช่นว่าจริง ๆ เพราะเม่อเร่มลงมือเขียน ของเวลา ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ถึงความเจริญก้าวหน้า
ก็ได้พบกับความยากลาบากในการท่จะดึงเอา “ศาสตร์” ทางปัญญาความคิด ของถ่นฐานบ้านเราได อย่างไม่ม ี






ท่แตกต่างกันโดยส้นเชิง เข้ามาอย่ในมิติเดียวกัน ข้อโต้แย้ง

เพ่อวิเคราะห์หาความเหมือนในความแตกต่าง ตามท ่ ี อันที่จริงแล้ว ความเจริญก้าวหน้าของชาวตะวันออก


ได้ระบุไว้ในจุดม่งหมายของบทความ และก็เป็นความ ในอดีต ไม่ใช่มีแต่เฉพาะในด้านปรัชญา ความคิด




ทาทายอยางมาก ในการคดจะเขยนในเร่องท่ไมมตัวอย่าง และจิตวิญญาณเท่าน้น แม้กระท่งการทาศึกสงคราม







มาก่อน เม่อไม่มีต้นแบบเพ่อเป็นแนวทางในการวาง หรือการทหาร เราก็มีความเหนือกว่าชาติตะวันตก






โครงเร่อง จึงทาให้เน้อเร่องออกจะวกไปเวียนมา จนม ี เช่นกัน ถ้าท่านผ้อ่านได้ศึกษาประวัติศาสตร์โลก


ความยาวถึง ๓๐ หน้ากระดาษ กว่าที่จะหาทางจบลงได้ ระหว่างต้นคริสศตวรรษท ๑๑ จนถึงก่อนสงครามโลกคร้งท ๑







ข้อสรุปของบทความน นอกจากจะได้ช้ให้เห็นถึง (ค.ศ.๑๙๑๔) ก็จะพบว่า มหาบุรุษทางการทหารของโลก










ความสอดคล้องกันของศาสตร์ในการ “รบ” กับ ศาสตร์ ทยงใหญไรเทยมทานกมาจากทวปเอเชย นนกคอ




ในการ “หลุดพ้น” ในมิติของ ๓ ระดับ ได้แก ระดับปรัชญา เจ็งกิสข่านจอมจักรพรรด์ชาวมองโกลน่นเอง เจ็งกสข่าน











ระดับหลักการ และระดับการปฏิบัติแล้ว ยังสามารถ ตองกาวขนรบหนาทหวหนาชนเผามองโกล ตงแตเมอเขา











สะท้อนให้เห็นถึงระดับสติปัญญาของชาวตะวันออก มีอายุเพียง ๑๓ ปีเท่าน้น หลังจากน้นเขาก็ได้ต่อส ู ้



ท่มีความลึกล้า ลึกซ้ง และละเอียดอ่อน ทาให้สามารถ อย่างทรหด จนสามารถรวบรวมชนเผ่าเร่ร่อนตามท่งหญ้า



คิดค้นตรรกะทาง ปัญญา ความคิด และจิตวิญญาณ และทะเลทรายท้งหลาย เข้าเป็นอาณาจักรมองโกล


ได้ก่อนชาวตะวันตกเป็นเวลานานมากมายหลายศตวรรษ เพียงหน่งเดียว แล้วสถาปนาตนเองข้นเป็นจักรพรรด ิ ์





ดังท่ผ้เขียนได้พยายามนาเสนอในบทความน มีข้อเสีย เมื่อมีอายุเพียง ๔๖ ปีเท่านั้น จากนั้นเขาก็ได้นำากองทัพ
แต่เพียงท่ว่า ฟากฝ่ายของเรามีดีแล้วก็ได้แต่เพียงเล่าขาน มองโกล บุกไล่ต้อน กวาดตี จนสามารถยึดครองดินแดน





สืบต่อกันมา โดยไม่มการวิเคราะห วิจัย เพ่อขยายองค ์ ได้เกือบท้งหมดของทวีปเอเชีย รวมท้งส่วนหน่งของยุโรป



ความร้ให้กว้างขวางออกไป รวมท้งไม่มีการจัดทาบันทึก ตะวันออกด้วย อาณาจักรของกองทัพมองโกลในสมัย





หรือรวบรวมให้เป็นระบบเท่านั้น ของพระองคและทายาทรนตอ ๆ มา แผกว้างไกลและ




ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบท่เห็นได้ชัดเจนอีกเร่อง ย่งใหญ่ไพศาล ชนิดท่ไม่มีมหาบุรุษคนใดในโลก



คือ หลักการสงครามในหัวข้อ “การดารงความม่งหมาย” จะสามารถเทียบได ไม่ว่าจะเป็นฮันนิบาลจอมจักรพรรด ิ ์


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 59

เจ็งกิสข่าน จักรพรรดิ์มองโกล ชนเผ่าเร่ร่อนเล็ก ๆ ในเอเชีย
ที่สามารถครองครองดินแดนทางบกของโลก ได้อย่างกว้างใหญ่ไพศาล ไร้เทียมทาน


แห่งอัฟริกา อเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งมาซิโดเนีย หรือ เทศนาส่งสอนท่แปลกแหวกแนวออกไปจานวนไม่น้อย



พระเจ้านโปเลียนมหาราชแห่งฝร่งเศส และคงจะไม่มีผ้ใด แล้วจะยืนยันว่า พระธรรมเป็นอมตะ ไม่มีการ


หรือชาติใดอีกแล้ว ท่จะสามารถครอบครองดินแดนทางบก เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ?” โอกาสนี้ผู้เขียนก็ขอนำาเสนอ
ที่กว้างใหญ่ไพศาล เท่ากับชาวมองโกลในครั้งนั้นได้ ความคิดเห็นส่วนตัวว่า.....






มีประเด็นสาคัญอีกประการหน่ง ท่แสดงความแตกต่าง เม่อคร้งท่พระพุทธองค์ทรงละสังขารเสด็จดับขันธ ์
ระหว่างศาสตร์ของ “ชาวพุทธ” กับศาสตร์ของ ปรินิพพาน พระองค์ท่านไม่ได้ทรงกาหนดทายาทผ้รับ


“ชาวยุทธ์” ก็คือ ตัวพระธรรมคาส่งสอนของพระพุทธเจ้า สืบทอด แต่ทรงให้เอา “พระธรรม” เป็นสัญญ์ลักษณ ์








น้น ได้ถูกกาหนดและถ่ายทอดสืบต่อกันมา ๒,๖๐๐ กว่าป ี ของพระองค์ใหยึดถือแทน (“ผ้ใดเหน ธรรม ผนนเหน เรา”...:




โดยไม่มีการเปล่ยนแปลง แต่ศาสตร์ของ “ชาวยุทธ์” พุทธวัจนะ) ตลอดเวลา ๒๕๕๙ ปีของการถ่ายทอด


ซ่งเกิดมาทีหลังเป็นเวลานานหลายช่วงศตวรรษ ยังคงมีการ พระธรรมโดยพระภิกษุสงฆ ซ่งผ้เขียนขอประมาณการว่า









ปรับปรุงเปล่ยนแปลงอย่เสมอ ท้งน้เน่องจากวิวัฒนาการ มีไม่น้อยกว่า ๘๐ ร่น/Generation (เม่อใช้ฐานเวลาในการ



ทางเทคโนโลยีของเคร่องมือรบ และอาวุธยุทโธปกรณ ์ คาณวนวาแต่ละร่นจะมีเวลาถ่ายทอดโดยเฉล่ย ๓๐ – ๔๐ ปี)



















ทงหลาย มการพฒนากาวหนาขนไมหยดยง อกทงยงม ี จึงเป็นท่เขาใจได้ว่า มีโอกาสมากท่แก่นแทของพระธรรม












ความสลบซบซอนของระบบ และรศมกบอานาจการทาลาย อันเป็นอมตะจะถูกบิดเบือน หรือถูกนาเอาเฉพาะส่วนท่เป็น



ล้างมากข้นด้วย ทาให้หลักการ หลักนิยม และยุทธวิธใน เปลือกหรือกระพี้ ที่ห่อหุ้มผิวนอกออกมาถ่ายทอด เพราะ









การรบจาต้องมีการ ปรับ – เปล่ยนแปลงตามไปด้วย ในขณะ สอนงาย และเชอถอไดงายกวา (ตามระดบสตปญญาของผรบ)
























ท่ศาสตร์แห่งการหลุดพ้นของฝ่ายพุทธ เป็นเร่องของ ทรายไปกวานนกคอ ผมหนาทถายทอดบางคน


“จิตวิญญาณ” ท่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (รูป) พอเกิดมีผ้ศรัทธาจานวนมาก ก็เลยอุปโลกน์ตนว่า


ได้ทรงคิดค้นใคร่ครวญจนถึงท่สุดแล้ว จึงมีลักษณะเป็น เป็นร่างเงาของพระศาสดา แล้วกาหนด ทฤษฎ พิธีกรรม



สัจจธรรมของธรรมชาต ท่เป็น อมตะ ไม่มีตาย และ รูปแบบใหม่ไปเสียเลย ปรากฏการณ์เหล่าน้จึงเปรียบ








ไม่มีการเปล่ยนแปลง ตลอดวงรอบ ๕,๐๐๐ ปีของการ เสมือน เน้องอกหรือเน้อร้าย ท่ห่อห้มพอกพูนเปลือกกระพ ้ ี
มีศาสดาแต่ละพระองค์ อีกชั้นหนึ่ง ทำาให้สามัญชนคนทั่วไปที่ไม่มีความตั้งใจจริง



ท่จุดน้อาจจะมีท่านผ้อ่านบางคน เกิดความ จะมีโอกาสเข้าถึงแกนแทในพระธรรมของพระศาสดา


สงสัย หรือมีข้อขัดแย้งว่า......“ก็ในปัจจุบันยังเห็นมีวัด ที่เป็นอมตะ ได้ยากยิ่งขึ้น
หรือพระสงฆ์บางรูป ท่มีพิธีการ พิธีกรรม และวิธีการ

60 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

“แล้วแก่นแท้ของพระธรรมคืออะไร ?” ในเรื่องนี้ก็สุดแล้วแต่ความถนัด ความชอบ หรือ “จริต”






ในพุทธประวัต มีคร้งหน่งท่พระองค์ท่านเสด็จนากล่ม ของแต่ละคนซ่งย่อมไม่เหมือนกัน ข้อสาคัญอย่ท่ว่า




พระสงฆ์สาวกเดินเท้าผ่านป่ารกทึบ พระองค์ท่านได ้ จะต้องเป็นการเดินไปส่จุดหมายเดียวกัน คือ “ยอดเขา”







หยิบใบไม้จากพ้นป่าจานวนหน่งมากาไว้ในมือ แล้วตรัส ซ่งเม่อข้นไปถึงแล้ว ภาพท่เห็นจะต้องเหมือนกันหมด




กับหม่พระสงฆ์ท่ติดตามว่า “ความร้เก่ยวกับธรรมชาต ิ ไม่ว่าจะไต่ข้นมาจากทางไหนก็ตาม น่นก็คือภาพของ






ท่เราตถาคตได้ตรัสร้น้น มีมากมายประดุจใบไม้ท้งป่า “ความว่าง” (สุญญตา) ด่านสำาคัญของการ “หลุดพ้น”











แต่ท่ตถาคตได้เลือกนามาถ่ายทอดแก่สัตว์โลกท้งปวง แตทอันตรายกคือ ประเภท “ไกดผี” ทเอาแต่จะ











มีแค่เพียงกามือเดียวเท่าน้น... น่นก็คือ “ความร้เพ่อการ บอกบญ เรยไร ใหทาทาน เพอเปนบันไดไตขนสวรรค ์









ดับทุกข์” ดังน้นหลักการพ้นฐานในการวิเคราะห หรือ (หรือในกรณีน้ก็คือ บริจาคเงินสร้างกระเช้าไฟฟ้าเพ่อ



วินิจฉัยคาแนะนาส่งสอน ของบรรดาเกจิอาจารย ์ ให้ขึ้นถึงยอดเขาได้ โดยไม่ต้องเหนื่อย !) ท่านอาจจะถูก









ท้งหลายท่เราท่านนับถือว่า “ท่านได้ช้ทางสว่างอันเป็น นาลงเหวโดยไม่ทันร้สึกตัวก็ได ! วิธีการ “หย่งร้”


แก่นแท้ของพุทธศาสนาให้เราเดินตาม จริงหรือไม่ ?” ได้ง่าย ๆ กคอเมอท่านได้บรจาคเงนสรางวัตถมงคล










ก็คือ จะต้องเป็นเส้นทางเดินเพ่อ “การดับทุกข์โดยส้นเชิง” จนเกือบจะล้นวัดอย่แล้ว แต่ผ้นาทางก็ยังไม่มีการ





เท่าน้น (ไม่ใช่การ “ข้นสวรรค์” เพราะน่นเป็นเพียง อธิบายถึงแก่นแท้ของพระธรรมให้ท่านร้แจ้งสักท ี



ผลพลอยได ซ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได ต้องรอให้ตายไปเสียก่อน (อาทิ : ไตรลักษณ์ อริยสัจ ๔ ปาฏิโมกข์ อิทัปปัจจยตา



ถึงจะร และน่นก็ไม่ใช่เป้าหมายของชาวพุทธ : ผ้เขียน) สุญญตา ฯลฯ) ท่านอาจจะถูกหลอก หรือเจอของ


อน่งกรรมวิธีในการวิเคราะห์หรือพิสูจน์เร่องทานองน ี ้ ไม่จริง อย่างไรก็ตาม “ศรัทธา - ความเชื่อ” เป็นเรื่อง




ทางฝ่าย “ชาวยุทธ์” จะสามารถกระทาได้ง่ายกว่าฝ่าย จิตใจของใคร ของมัน แต่ผู้รู้ทั้งหลายก็ได้พากันเตือนว่า
“ชาวพุทธ” มาก เพราะสามารถประยุกต์เอาศาสตร์สมัยใหม่ จะยังไงก็ตาม “ปัญญา” ควรจะต้องมาก่อน “ศรัทธา”

มาเป็นตัวช่วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการท่จะทดสอบ แปลงภาษา “ชาวพุทธ” ให้เป็นภาษา “ชาวเรือ”!..
หลักนิยม หรือยุทธวิธ ของการปฏิบัติการทางทหาร คำาว่า “ศรัทธา” (ความเชื่อ - ความเลื่อมใส) เทียบได้กับ

อย่างใดอย่างหนึ่ง เราก็สามารถกำาหนด โจทย์ ตัวผู้เล่น ขุมกาลัง พลังขับเคล่อน ท่จะช่วยผลักดันให้เรือลาน้น







ทั้งสองฝ่าย แล้วนำามา “เล่นเกมส์” ในการรบ ที่เรียกว่า โลดแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด ในขณะท “ปัญญา”

“ยุทธกีฬา” ด้วยเคร่องฝึกจาลองยุทธ (Wargame (ความรอบร - ความร้ท่ว) เทียบได้กับ “เข็มทิศ” ท่จะช่วย













Simulator) เม่อเล่นซำ้าไปซำ้ามาหลาย ๆ คร้ง ก็พอท่จะหา นาทาง ให้เรือลาน้นโลดแล่นไปถึงท่หมายได้โดยปลอดภัย

คำาตอบที่น่าเชื่อถือได้แล้ว พร้อมกันน้น “สติ” ซ่งควรจะตามมาควบค่กับปัญญา



แต่สาหรับฝ่าย “ชาวพุทธ” กรรมวิธีของการดับทุกข ์ ก็จะเปรียบเสมือน “หางเสือ” เพ่อทาหน้าท่คอยคัดท้ายเรือ







โดยส้นเชิงน้น ยาวนาน ต่อเน่อง ซับซ้อน และอ่อนไหว ให้แล่น ฝ่ากระแสคล่น ฝืนกระแสลม และรักษา












เสมอนกบการปนไตขนยอดเขาวงกต จงตองพงผรคอย หัวเรือให้หันไปตรงทิศท่หมาย ท่ต้องการไปถึงอย่เสมอ










แนะนาส่งสอน ซ่งบรรดาเกจิอาจารย์หรือพระอริยสงฆ ์ ณ จุดน ผ้เขียนมีความม่นใจว่า บรรดาชาวเรือท้ง ั




ท้งหลาย ต่างก็จะช้แนะในเส้นทางท่ท่านถนัด หรือเคยบากบ่น หลายก็ควรจะนึกภาพออกว่า...เรืออะไรก็ตาม ถ้าพอแล่น



ฟันฝ่าจนสาเร็จมาแล้ว บางท่านก็ใช้วิธีไต่ข้นตรง ๆ เลย พ้นท่นปากร่อง ก็ส่งเคร่อง “เดินหน้าเต็มตัว - เต็มท่”






สูงชันอย่างไรก็ไม่ย่อท้อ บางท่านใช้วิธีเดินสบาย ๆ โดยไม่มีหรือไม่สนใจใน เข็มทิศ และหางเสือ...สุดท้ายแล้ว
ในทางทเรียบหรอสะดวกกว่า บางทานก็เลอกหาทางลด จะเกิดอะไรขึ้น ? การมีแต่ “ศรัทธา” โดยไม่มี “ปัญญา”






หรือใช้ตัวช่วย เครื่องช่วย ฯลฯ ความแตกต่างในกรรมวิธีนี้ คอยควบคุมกำากับ ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน

หลายคนอาจจะสับสน สงสัย แต่ผ้เขียนมีความเห็นว่า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 61

พาหนะของนักรบทางเรือ ! ไม่ว่าจะลํ้ายุค ลํ้าสมัย หรือใหญ่โตเพียงใดก็ตาม ถ้าเอาแต่โลดแล่นไปข้างหน้าโดยไม่มี “เข็มทิศ”
คอยชี้นําทาง และไม่มี “หางเสือ” คอยกํากับการเคลื่อนไหวแล้ว คงจะถึงที่หมายยาก !

อน่งในเร่องน้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า






ได้ทรงหย่งร้ถึงปัญหาท่จะเกิดข้น ต้งแต่ช่วงต้นของ


การตรัสร้แล้ว ดังจะเห็นได้จาก ในพระสูตรของการ

ดับทุกข (อริยสัจ ๔) ท่เป็นทางสายกลาง ๘ ประการ


(มรรค ๘) นั้น ข้อแรกหรือขั้นตอนแรกของ Road Map
ของพระองค์ ก็คือ “สัมมาทิฐิ” (ความเห็นชอบ) ซึ่งเป็น

องค์ประกอบของ “ปัญญา”ท่จะต้องทาหน้าท่เป็น





“เข็มทิศ” คอยช้นาชาวพุทธท้งหลายในการประพฤต ิ
ธรรมบาเพ็ญบุญน่นเอง จึงสรุปได้ว่า ในหัวข้อธรรม


ท่เก่ยวกับ “ศรัทธา” และ “ปัญญา” น้ท้ง “พุทธศาสตร์”




และ “นาวิกศาสตร์” ต่างก็มีหลักการท่สอดคล้องกันด้วย !


สุดท้ายผ้เขียนหวังว่าบทความน้คงจะสามารถ


นาเสนอความร ใน “ศาสตร์” ท่ท่านผ้อ่านไม่ค้นเคย “อาศรมน้อยกลางป่าใหญ่” ของวัดธารนํ้าไหล







ได้ไม่มากก็น้อย โอกาสเดียวกันน้ผ้เขียนก็ขอน้อมรับ (สวนโมกขพลาราม) สถานปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึง







และขอขอบพระคณลวงหนา สาหรบขอแนะนาใน แก่นพระพุทธศาสนา ด้วยธรรมชาติ !


การปรับปรุงแก้ไข ในส่วนท่ท่านพบเห็นข้อผิดพลาด ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของท่านผ้อ่าน




ท่น่าจะปรากฏข้นไม่น้อย เพราะเป็นการเขียนจาก จะช่วยให้ผ้เขียนสามารถนาไปแก้ไขปรับปรุงต้นฉบับ
ความทรงจาเดิมและความเข้าใจส่วนตัว โดยไม่มีโอกาส ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สำาหรับการจัดพิมพ์รวมเล่มเป็น



ค้นหาเอกสารอ้างอิง นอกจากค่มือบทสวดทาวัตร หนังสือ pocket book เพื่อแจกจ่ายเป็นธรรมทานใน


ที่มีอยู่ใน “อาศรมน้อยกลางป่าใหญ่” เท่านั้น โอกาสต่อไป เม่อเหตุและปัจจัยอานวย (จบบริบูรณ์)
62 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

เอกสารอ้างอิง
๑. พุทธทาส อินทปัญโญ , แก่นพุทธศาสน์ , ธรรมสภา
๒. สํานักสวนโมกขพลาราม ไชยา , คู่มืออุบาสกอุบาสิกา ภาค ๑ - ๒ ทําวัตร เช้า - เย็น และสวดมนต์พิเศษบางบท แปลไทย ,
ธรรมสภา , พิมพ์ครั้งที่ ๙๕ , พ.ศ.๒๕๕๗
๓. สํานัักสวนโมกขพลาราม ไชยา, สวดมนต์แปล บทพิเศษต่าง ๆ , ธรรมสภา , พิมพ์ครั้งที่ ๒๗ , พ.ศ.๒๕๕๖
๔. http://www.sookjai.com/index.php?topic=22852.0
๕. http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000132165&Html=1&TabID=2&
๖. https://th.wikipedia.org/wiki.com
๗. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1355110413
๘. http://chonburiburapa1.com/unit.php?id=133
๙. http://www.thaifighterclub.org/webboard/2--.html
๑๐. http://www.ivoschneider.de/index.php/maritimes





คำาถามเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๙




ชิงรางวัล หมวกราชนาวิกสภา จำานวน ๓ รางวัล


คำาถาม ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่สามารถ

วัดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้น้น ปัจจุบันมีมูลค่า
เท่าไร เมื่อคิดเป็นจำานวนเงิน ต่อปี

ส่งคำาตอบมาที่

>>>[email protected]
>>>จดหมายหรือไปรษณียบัตร ส่งมาที่
สำานักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์
แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
กรุณาเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้
(ภายในวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙)


ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัลที่

WWW.FACEBOOK.COM/RTNI2459







นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 63

Diary @ เกล็ดแก้ว




แม่แก้ว
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)




ตอนที่ ๑๒ ไปเที่ยวบางเสร่




การใช้ชีวิตในเกล็ดแก้วนี้ แม้ว่าจะได้ทำงาน โรงเรียนชุมพลฯ ไม่มีขายจากร้านลุงห้องแถวไม้
ริมทะเลที่มีธรรมชาติสวยงาม แต่ชีวิตค่อนข้างราบเรียบ ไปเที่ยวตลาดนัดบางเสร่ ไปกินอาหารทะเลที่โรงเรียน

พวกเราจึงมักหาโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตา พาไปเลี้ยง และไปเที่ยวงานวัด
นอกรั้วโรงเรียนเสมอ สำหรับแม่แก้วแล้ว การได้ ประวัติของหมู่บ้านบางเสร่ เดิมมีชื่อว่า “สำเหร่”
ออกนอกรั้ว โรงเรียนชุมพลทหารเรือ แต่ละครั้งจะมี แต่ก่อนยังไม่มีหมู่บ้าน ในสมัยก่อนพวกโจรสลัดหรือ
พ่อบุญเป็นตัวตั้งตัวตีมาคอยชวนออกไปเที่ยวที่โน่น ชาวบ้านเรียกว่า “สลัดน้ำ” อาศัยน่านน้ำบริเวณนี้
ที่นี่เสมอ ปล้นเรือที่สัญจรไปมาเมื่อปล้นได้ก็เอาเรือเข้าฝั่งสำเหร่
หนนี้ก็อีกเช่นเคย ในวันหยุดวันสำคัญทางพระพุทธ ทำการฆ่าและเผาเรือทิ้ง ส่วนพวกที่ไม่ถูกฆ่าก็จะปล่อย
ศาสนากลางสัปดาห์ พ่อบุญมาชวนแม่แก้ว และเพื่อน ๆ ทิ้งไว้จนกระทั่งผู้คนทั้งหลายต่างเจริญเติบโตทำมา

ไปเวียนเทียนที่ “วัดบางเสร่” (ชื่อเต็ม ๆ ว่า “วัดบางเสร่ หากินอยู่ที่สำเหร่แห่งนี้สืบต่อกันมา และต่อมามีบริวาร
คงคาราม”) พวกเราจึงดีใจที่จะได้ไปเวียนเทียน และได้ ของพระยาจันทบูรเดิมอยู่ที่เกาะเสม็ด ตำบลบ้านเพ
ไปเที่ยวบางเสร่ ซึ่งเมื่อพระยาจันทบูรถึงแก่กรรม บริวารทั้งหลาย
ในสมัยนั้นชุมชนที่เจริญมากๆที่อยู่ใกล้กับ ต่างพากันอพยพมาอยู่ที่สำเหร่ อีกเป็นจำนวนมาก
โรงเรียนชุมพลฯ มากที่สุด เห็นจะได้แก่ “บางเสร่” เรื่องเล่าเกี่ยวกับโจรสลัดในอดีตนี้ สอดคล้องกับ
(จริง ๆ คือ “ตำบลบางเสร่” แต่เรานิยมเรียกว่า เรื่องเล่าของหาดเกล็ดแก้ว ที่ว่ากันว่าโจรสลัดฆ่าคน
“บางเสร่”) ในตอนหัวค่ำ พวกเราจึงมักออกจาก ที่ปล้น แล้วนำศพมาทิ้งที่หาดเกล็ดแก้วมากมายเช่นกัน
เกล็ดแก้วเมืองหลังเขาไปเที่ยวหาแสงสีที่บางเสร่ ความทรงจำของแม่แก้วที่เกี่ยวกับบางเสร่
ไปกินของกินอร่อย ๆ จากร้านอาหารข้างทาง นอกจากเรื่องของกินแล้ว เห็นจะเป็นเรื่องการไปเวียนเทียน

จำพวกก๋วยเตี๋ยว (ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไปกินประจำนี้ และการไปเที่ยวงานวัดบางเสร่ ตอนไปเวียนเทียนนี้
เป็นร้านบ้านไม้) ข้าวต้ม ขนมไทย ๆ ไปซื้อของใช้ที่ใน นัดหมายกันขับรถมอเตอร์ไซด์ไปกันเป็นกลุ่ม โดยขับ


64 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

รถของเพื่อน ๆ ได้ขับขึ้นหน้าหายไปหมดแล้ว

สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือที่จะโทรตามใครมาช่วย
ภาระหน้าที่ในการเข็นรถจึงตกอยู่กับสุภาพบุรุษอย่าง
พ่อบุญ (เขาคงเกิดมาเพื่อดูแลเราจริง ๆ) คราวก่อน ๆ
ที่ยางแบนเป็นเวลากลางวัน แต่หนนี้เป็นเวลากลางคืน
ที่ร้านปะยางปิดหมดแล้ว พ่อบุญเลยต้องเข็นรถกลับ
โรงเรียนชุมพลฯ ก่อน
หนนี้ระยะทางที่เข็นน่าจะประมาณ ๓ - ๔ กิโลเมตร

ออกจากโรงเรียน ผ่านเนินมะค่า ลงเนินผ่านเจ้าพ่อ การเข็นรถท่ามกลางแสงจันทร์ในวันพระใหญ่นี้
เขาช้าง แล้วขึ้นเนินเข้าสู่เขตโรงเรียนพลทหาร เลี้ยวซ้าย พระจันทร์ดวงกลมโตสวยงามมาก แม่แก้วเดินไปคุยไป
ไปทางเขตบ้านพักของ โรงเรียนพลทหาร (ทางขวา อย่างสบายใจไม่เห็นเหนื่อยเลย ส่วนพ่อบุญเดินไป
เป็นกองบัญชาการและกองร้อยต่าง ๆ ของโรงเรียน เข็นรถไปคุยไป เหนื่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ช่วงเข็นรถ
พลทหาร) ก่อนถึงหาดโรงเรียนพลทหาร จะเลี้ยวขวาออก ขึ้นเนินเขานี่เห็นว่าหอบเลย คืนนั้นกว่าจะถึงบ้านพัก
“ประตูจุดรักษาการณ์บางเสร่” เป็นประตูเล็ก ๆ ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
ที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนพลทหาร และเปิดปิดเป็นเวลา ความทรงจำอีกอย่างหนึ่ง คือ การไปเที่ยวงานวัด
ประตูนี้ทำให้เราออกไปบางเสร่ได้โดยไม่ต้องออกไปที่ บางเสร่ ทุกปีจะมีงานวัด และผู้คนในโรงเรียนชุมพลฯ
ปากทางถนนสุขุมวิทซึ่งไกลกว่า พอออกจากประตูเล็ก จะต้องออกไปเที่ยวงานวัดกันอย่างน้อย ๑ ครั้ง แม่แก้ว

นี้ได้ ก็ขับลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ผ่านบางเสร่ อยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยสนใจเดินงานวัด เพราะมีห้างฯ
คอนโดมิเนียม ผ่านบ้านเรือน ร้านค้า และหมู่บ้าน ให้เดินเที่ยว แต่มาอยู่เกล็ดแก้วนี้ ไม่มีทางเลือก
ชาวประมง ที่มีการตากปลา ตากหมึก เอกลักษณ์ แสงสีอย่างเดียวที่เราจะออกจากเมืองหลังเขาไปเที่ยว
อย่างหนึ่งของบางเสร่ จึงได้แก่ กลิ่นคาวของอาหาร ได้ไม่ไกลนัก ก็เห็นจะเป็นงานวัดบางเสร่ หนนี้ก็อีก
ทะเลตากแห้ง ที่มีเป็นระยะ ๆ ตลอดทางในหมู่บ้าน เช่นกันที่เรานัดกันไปเที่ยวงานวัดเป็นกลุ่ม ไปไหว้พระ
วัดบางเสร่ เป็นวัดใหญ่ที่อยู่ใจกลางหมู่บ้านบางเสร่ แล้วหาของกินเล่นในวัด เล่นการละเล่นต่าง ๆ
ตั้งอยู่ใกล้หาดบางเสร่ มีถนนเล็กคั่นระหว่างวัดกับทะเล พวกยิงปืน และที่ขาดไม่ได้คือ การนั่งชิงช้าสวรรค์

เมื่อไปถึงวัด จอดรถเสร็จ พวกเราก็รวมตัวกันเวียนเทียน ช่วงนั้นหนุ่มสาวอย่างเราเริ่มจับคู่นับญาติกันแล้ว
เวียนเทียนเสร็จต่างก็แยกย้ายกันขึ้นรถใครรถมัน ใครคู่ใครก็นั่งชิงช้าคู่กันคุยกันไป แม่แก้วจำไม่ได้ว่า
ขับกลับเกล็ดแก้ว ขากลับนี้ทางมืดมาก แม่แก้ว นับญาติกับพ่อบุญหรือยัง แต่ก็ได้ขึ้นชิงช้าสวรรค์คู่กับ
ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์กลับกับพ่อบุญ พอออกมาจากวัด พ่อบุญ ชิงช้าสวรรค์ในงานวัดนี้เก่ามาก การขึ้น
ได้สักพัก รถก็ส่ายเสียหลัก พ่อบุญจึงจอดรถลงมาดู ชิงช้าสวรรค์จึงมีการแถมให้นั่งนานอยู่บนฟ้าเสมอ
แล้วพบว่ายางหลังแบน (อีกแล้ว) เรื่องยางแบนกับ เพราะเครื่องยนต์ที่หมุนชิงช้าขัดข้อง หนนี้ก็เช่นกัน
พ่อบุญนี่ดูจะสมพงษ์กันจริง ๆ แม่แก้วว่าถ้าสร้างสมการ พวกเราได้แถมให้นั่งนานขึ้นเพราะเครื่องขัดข้อง
ทางคณิตศาสตร์ได้ จะมีสมการ ดังนี้ แต่ไม่มีใครบ่นเพราะได้อยู่ใกล้ญาติของตนนานขึ้น
(แม่แก้ว + พ่อบุญ + รถมอเตอร์ไซด์) = ยางแบน หมู่บ้านบางเสร่มีเสน่ห์มาก ในยามเช้าจะมีตลาดเช้า

= (พ่อบุญเข็นรถไปปะยาง + แม่แก้วเดินไป และตลาดเย็น ริมถนน มีอาหารการกินร้อน ๆ จำพวก
เป็นเพื่อน) โจ๊ก หมูปิ้ง ข้าวแกง ผัก และปลาสด ๆ อยู่สัตหีบนี้


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 65

วัดบางเสร่ (ภาพปัจจุบันถ่ายเมื่อ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘
โดย เรือเอก ณัฐพร แสงเพชร)


เราได้กินอาหารทะเลสด เพราะชาวบ้านบางเสร่มีอาชีพ
ทำประมง อาหารทะเล ปลาสด ๆ หมึกสด ๆ และ
กุ้งทะเลสด ๆ (ไม่ใช่กุ้งเลี้ยงในนากุ้ง) มีให้ซื้อหา
มาทำอาหารการกิน ส่วนช่วงหัวค่ำก็มีร้านอาหารเล็ก ๆ
เปิดขายหลายร้าน รวมถึงมีร้านอาหารทะเลราคาแพง
ที่เราไม่มีเงินมากพอไปกิน แต่มีโอกาสได้ไปกิน

เวลามีงานเลี้ยงของหน่วยในโอกาสต่าง ๆ
เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ ที่ผ่านมา แม่แก้ว
ชวนพ่อบุญไปเที่ยวบางเสร่อีกครั้ง ไปตามหาร้านส้มตำ
เจ้าเก่าที่ขายอยู่ที่วัดบางเสร่ เมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้ว
หลังจากไปตามหามาหลายครั้ง จนพบว่ายังขายอยู่
จนทุกวันนี้ คนขายแก่ลง คนกินที่ยังตามมากินก็แก่ลง
เช่นกัน ส้มตำร้านนี้ย้ายลงมาอยู่ที่ถนนชายทะเลบางเสร่

คุณอาผู้ชายเจ้าของร้านยังคงคอยแบกโต๊ะ และกางร่ม
บังแดดให้เราเหมือนเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว รสชาติความอร่อย
ดั้งเดิม ส้มตำปูม้า ยำปูม้าดอง ปูม้าตัวเล็ก ๆ นี้สด
และราคาไม่แพง ร้านดั้งเดิมอีกร้าน ได้แก่ ร้านข้าวเหนียว
มะม่วงเจ้าอร่อย ยังคงขายอยู่ ข้าวเหนียวมูลใบเตย
เม็ดสวยชุ่มกระทิสีเขียว กับมะม่วงน้ำดอกไม้สุกรสชาติ
อร่อย ที่ขายดีหมดแต่วัน ถ้าไปช้าจะอดกินเช่นเดิม
บางเสร่ในวันนี้ มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
อย่างเห็นได้ชัด คือ มีตึก มีร้านค้า หมู่บ้าน ที่พัก

รีสอร์ท และคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมายจนแน่นขนัด ชายหาดบางเสร่ (ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘
มีถนนเลียบชายทะเล มีร้านนวด มีบาร์เบียร์ มีฝรั่ง โดย เรือเอก ณัฐพร แสงเพชร)


66 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ถนนเลียบชายทะเลบางเสร่และร้านค้าริมทะเล
(ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย เรือเอก ณัฐพร แสงเพชร)



























บรรยากาศร้านค้าริมถนนยามค่ำคืน
(ภาพปัจจุบัน ถ่ายเมื่อ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย คุณอมรรัตน์ แก้วกรรณ์)


เดินกันขวักไขว่ ว่ากันว่า ความเจริญจากพัทยาขยายตัว อร่อย ๆ ราคาไม่แพง และร้านอาหารทะเลหรูหรา
มาถึงบางเสร่ และเริ่มลามมาถึงสัตหีบ ฝรั่งที่มีเมียไทย ราคาแพง ผู้คนที่เป็นชาวเล บ้านไม้เล็ก ๆ ที่เบียดเสียดกัน
มาซื้อบ้านอยู่ตามหมู่บ้านมากมาย เรื่องนี้เห็นได้ชัด ริมทะเล มีทั้งท่าเทียบเรือประมง (สะพานปลา)

ตอนแม่แก้วไปหาซื้อบ้านสำหรับไว้อยู่ตอนเกษียณ อู่ต่อเรือและอู่ซ่อมเรือประมงขนาดเล็ก การไปเวียนเทียน
บ้านและที่ดินในสัตหีบราคาสูงขึ้นมากและขึ้นราคาทุกปี เที่ยวงานวัด รถยางแบน การเข็นรถ อาหารทะเลสด ๆ
นอกจากทหารเรือแล้วจะมีฝรั่งมาซื้อแซมอยู่ตามหมู่บ้าน ส้มตำ และข้าวเหนียวมะม่วง แม้ว่าเวลาผ่านไปนาน
บ้านที่แม่แก้วซื้อ มีฝรั่งมาซื้ออยู่ฝั่งตรงข้าม สำหรับ เกือบ ๓๐ ปี และบางเสร่วันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก
คนงานสร้างบ้าน เป็นคนงานชาวพม่า ที่ขยัน และ แต่ผู้คนและร้านเก่าแก่ก็ยังคงซ่อนตัวอยู่ในบางเสร่
ยิ้มแย้มแจ่มใส ที่ดินในสัตหีบที่เคยเป็นป่าเขาราคาสูงขึ้น รอให้เรากลับไปเยี่ยมเยือนอีกครั้ง ^^
และกลายเป็นหมู่บ้านผุดขึ้นมากมาย (อ่านต่อฉบับหน้า)
สำหรับแม่แก้วแล้ว ความทรงจำที่เกี่ยวกับบางเสร่ หมายเหตุ : ที่มาข้อมูล ประวัติบางเสร่ http://
คือ ความคึกคักของหมู่บ้านชาวประมง ที่มีทั้งของกิน www.sattahipbeach.com/



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 67

เอกสารอ้างอิง
๑. พุทธทาส อินทปัญโญ , แก่นพุทธศาสน์ , ธรรมสภา
๒. สำานักสวนโมกขพลาราม ไชยา , คู่มืออุบาสกอุบาสิกา ภาค ๑ - ๒ ทำาวัตร เช้า - เย็น และสวดมนต์พิเศษบางบท แปลไทย ,
ธรรมสภา , พิมพ์ครั้งที่ ๙๕ , พ.ศ.๒๕๕๗
๓. สำานัักสวนโมกขพลาราม ไชยา, สวดมนต์แปล บทพิเศษต่าง ๆ , ธรรมสภา , พิมพ์ครั้งที่ ๒๗ , พ.ศ.๒๕๕๖
๔. http://www.sookjai.com/index.php?topic=22852.0
๕. http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000132165&Html=1&TabID=2&
๖. https://th.wikipedia.org/wiki.com
๗. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1355110413
๘. http://chonburiburapa1.com/unit.php?id=133
๙. http://www.thaifighterclub.org/webboard/2--.html
๑๐. http://www.ivoschneider.de/index.php/maritimes





คำ�ถ�มเดือนกุมภ�พันธ์ พ.ศ.๒๕๕๙




ชิงรางวัล หมวกร�ชน�วิกสภ� จำ�นวน ๓ ร�งวัล


คำาถาม ผลประโยชน์ของช�ติท�งทะเลที่ส�ม�รถ




วัดเป็นมูลค�ท�งเศรษฐกิจไน้น ปัจจุบันมีมูลค�เท�ไร
เมื่อคิดเป็นจำ�นวนเงิน ต่อปี
ส่งคำาตอบมาที่
>>>[email protected]
>>>จดหม�ยหรือไปรษณียบัตร ส่งม�ที่
สำ�นักง�นร�ชน�วิกสภ� ถนนอรุณอมรินทร์
แขวงศิริร�ช เขตบ�งกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
กรุณ�เขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้
(ภ�ยในวันที่ ๒๕ มีน�คม พ.ศ.๒๕๕๙)


ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัลที่

WWW.FACEBOOK.COM/RTNI2459







64 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙


ข่าวนาวรอบโลก




นาวาเอก ฉัตรชัย เหลืองทองคำ





สาธารณรัฐฝรั่งเศส


ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี IS

























ฝรั่งเศสส่งเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์เดอโกลล์ คาดหวังของภาคส่วนต่าง ๆ และได้รับการยืนยันอย่าง

(Charles de Gaulle) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน เป็นทางการในระหว่างการประชุมสภากลาโหมในปารีส
ลำเดียวของฝรั่งเศสไปยังอ่าวเปอร์เซียสำหรับการ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๘ ตั้งแต่การเริ่มต้น
โจมตีเพื่อต่อต้านกลุ่ม IS การเคลื่อนกำลังครั้งนี้จะเป็น ปฏิบัติการ Chammal ฝรั่งเศสได้เปิดปฏิบัติการโจมตี
ครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ กว่า ๑,๓๐๐ เที่ยวบินและปล่อยระเบิด ๒๖๐ ลูก
มีส่วนร่วมในปฎิบัติการ“Chammal”ซึ่งเป็นคำที่ ถล่มกลุ่ม IS ในอิรัก หลังจากฝรั่งเศสถูกโจมตีที่
ฝรั่งเศสใช้เรียกปฏิบัติการโจมตีต่อต้านกลุ่ม IS โดยจะ CharlieHebdo ในช่วง ๗ สัปดาห์ที่เรือชาร์ลส์เดอโกลล
เข้าปฏิบัติการในช่วงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ – ๑๘ ์มีส่วนร่วมในการปฏิบัติการครั้งแรกนั้นได้ปฏิบัติการ
เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ ด้วยเครื่องบินขับไล่โจมตี Rafale โจมตีประมาณ ๒๐๐ เที่ยวบินและฝรั่งเศสยังได้เริ่มโจมตี
and Super EtendardModernise (SEM) จำนวน ๒๐ ลำ กลุ่ม IS ในซีเรียตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘

ที่ประจำการบนเรือชาร์ลส์เดอโกลล์จะช่วยบรรเทา ที่ผ่านมา ในขณะนี้เรืออยู่ในระหว่างการฝึกในทะเล
แรงกดดันต่อเครื่องบินประจำการบนฝั่งของฝรั่งเศสใน เพื่อรับรองคุณสมบัตินักบิน และจะกลับไปยังทูลง
ภูมิภาค (มิราจ2000Ds ๓ ลำ มิราจ 2000Ns ๓ ลำ ใน (Toulon) ก่อนที่จะเดินทางไปยังอ่าวเปอร์เซีย
จอร์แดนและ Rafales๖ ลำ ในอาหรับอิมิเรทส์) การ
เคลื่อนกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งนี้เป็นไปตามความ




68 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สาธารณรัฐฝรั่งเศส


ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี IS










สาธารณรัฐอินเดีย


จำกัดการจัดหาอุปกรณ์เรือจากบริษัทในประเทศ






กระทรวงกลาโหมของอินเดียได้จัดทำรายการ และยุทโธปกรณ์ซึ่งเป็นประเภท Fight จากบริษัทผู้ผลิต
ระบบบนเรือรบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะจัดหาจาก ยุทโธปกรณ์ในต่างประเทศ (Foreign Original
อุตสาหกรรมในประเทศเท่านั้น จากการตกลงใจเมื่อต้นปี equipment Manufacturer; OEM) ซึ่งตัวอย่างของ
ที่ผ่านมาว่าจะจำกัดการต่อเรือรบผิวน้ำและเรือดำน้ำ ประเภท Fight ได้แก่ เรดาร์ตรวจการณ์ระบบสื่อสาร
โดยบริษัทอุตสาหกรรมภายในประเทศ ที่ควรได้รับการ ผ่านดาวเทียม ระบบควบคุมอากาศยาน ระบบควบคุม
อุปถัมภ์ตามความต้องการในระยะยาวให้สามารถพึ่งพา การยิงขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ตอร์ปิโด และโซนาร์
ตนเองได้ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปถึงการต่อเรือเอง ลากท้าย เป็นต้น
โดยพิจารณาจากการแบ่งหมวดยุทโธปกรณ์เป็น ๓ เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์
ประเภท ได้แก่ Float Move และ Fight ตัวอย่าง นั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกองทัพเรืออินเดียไม่สามารถที่จะใช้

ประเภท Float เช่น โครงสร้างเรือ การทาสีเรือ ลิฟท์ จ่ายเวลาและเงินในการวิจัยและพัฒนาได้ ตลาดใน
ยกเครื่องบิน ส่วนตัวอย่างประเภท Move เช่น ประเทศเองก็ยังไม่พร้อมที่จะลงทุน R & D จึงเป็นหนึ่ง
เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ ระบบขับเคลื่อนหลักของ ในเหตุผลของการเลือกอาวุธยุทโธปกรณ์จาก OEM
เครื่องยนต์ดีเซล ใบจักร มอเตอร์ปั้มต่าง ๆ ระบบผลิต ที่มีเทคโนโลยีสูงในการพัฒนาระบบเหล่านี้อยู่แล้ว
กำลังดันไอน้ำ เป็นต้น แม้ว่าอุตสาหกรรมในประเทศ นำมาผสมผสานกับการต่อเรือในประเทศซึ่งส่งผลดีใน
จะสามารถผลิตอุปกรณ์ที่จำเป็นภายใต้หมวดหมู่ Float ระยะสั้นส่วนในระยะยาวกระทรวงกลาโหมอินเดีย
และ Move ของเรือได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องการให้มีการวิจัยและพัฒนาด้านอาวุธยุทโธปกรณ์จาก

กองทัพเรืออินเดียยังคงมีความจำเป็นต้องนำเข้าอาวุธ ความร่วมมือและความช่วยเหลือของ OEM ต่อไปในอนาคต



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 69

สาธารณรัฐบราซิล

ยืนยันการจัดซื้อเรือยกพลขึ้นบกจากฝรั่งเศส







กองทัพเรือบราซิลจะขึ้นระวางประจำการเรือ อเนกประสงค์ ทั้งนี้เรือจะเข้าประจำการในริโอเดอจาเนโร
ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่แบบอู่ลอย (LPD) ชั้น Foudre แพคเกจที่กองทัพเรือบราซิลจัดซื้อพร้อมกับเรือนั้น
ชื่อเรือ FS Siroco (L 9012) จากฝรั่งเศส วันที่แน่นอน รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์เดิมประกอบไปด้วย

สำหรับการขึ้นระวางประจำการยังไม่ได้รับการยืนยัน MBDASIMBAD ๒ ท่อคู่ สำหรับยิงอาวุธปล่อยต่อต้าน
แต่เอกสารที่จำเป็นสำหรับการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ของ อากาศยานระยะสั้นมาก MBDAMISTRAL อะไหล่
เรือคาดว่าจะได้รับการลงนามภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม เครื่องมือพิเศษอุปกรณ์ตรวจสอบการฝึกอบรม และ
พ.ศ. ๒๕๕๘ คู่มือทางเทคนิค ซึ่งบราซิลประกาศเมื่อเดือนกันยายน
คณะกรรมการบริหารวิศวกรรมทหารเรือ ของ พ.ศ.๒๕๕๘ ถึงการจัดตั้งคณะทำงานติดตาม สนับสนุน
กองทัพเรือบราซิลได้รับอนุมัติให้จัดหาเรือด้วย และส่งมอบเรือ ที่จะช่วยอำนวยการในขั้นตอนของการ
งบประมาณ ๒,๙๗๕ ล้านบาท โดยเรือจะถูกเปลี่ยน โอนเรือ โดยในขณะนี้ลูกเรือบราซิลกำลังได้รับการฝึก

ชื่อเป็น Bahia (G 40) และกำหนดให้เป็น NDM ปฏิบัติงานบนเรือจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือฝรั่งเศส
(NavioDocaMultipropósito) หรือเรืออู่ลอย








70 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เจรจาซื้อเรือดำน้ำกับฝรั่งเศส






เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียอยู่ในระหว่างการ น่านน้ำชายฝั่ง เรือ Scorpene1000 มีความเร็วสูงสุด

เจรจากับฝรั่งเศสเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายเรือดำน้ำ ใต้น้ำใน กว่า ๑๕ นอต ระยะปฏิบัติการไกลสุด ๔,๐๐๐
ดีเซลไฟฟ้า (SSK) Scorpene1000 ที่ต่อขึ้นโดยบริษัท ไมล์ทะเล ดำใต้น้ำตลอดเวลาได้นาน ๕ วัน รองรับ
ต่อเรือ DCNS ของฝรั่งเศส ซึ่งการเจรจาจะเกิดขึ้นใน ลูกเรือได้ ๒๑ คน สามารถบรรทุกตอร์ปิโดหนัก F21 ได้
ระดับรัฐบาลกับรัฐบาล โดยส่วนใหญ่เป็นการหารือ และสามารถรับนักดำน้ำผ่านทางฝาแฮทช์หรือท่อ
เกี่ยวกับความต้องการของกองทัพเรืออินโดนีเซียที่ระบุ ตอร์ปิโดได้ ปัจจุบันกองทัพเรืออินโดนีเซีย (Tentera
ความต้องการสำหรับการเสริมสร้างกำลังของ Nasional อินโดนีเซีย - AngkatanLaut หรือ TNI-AL)
กองเรือดำน้ำให้สามารถเติมเต็มช่องว่างตามยุทธศาสตร์ ปฏิบัติการทางเรือดำน้ำ ด้วยเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าชั้น
ของเรือดำน้ำสำหรับออกสู่มหาสมุทร และอินโดนีเซีย Cakra209/1300 SSKs ๒ ลำ และกำลังรอการส่งมอบ
กำลังพิจารณา Scorpene1000 ซึ่ง บริษัท DCNS เรือดำน้ำดีเซล209/1400 ๓ ลำ ตามที่เรียกกันอย่าง

ของฝรั่งเศสเห็นว่า Scorpene1000 เป็นแพลตฟอร์มที่ แพร่หลายในสาธารณรัฐอินโดนีเซียว่าชั้น Chang
เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย Bogo จากบริษัทต่อเรือและวิศวกรรมทางทะเล
ตามลักษณะทางธรรมชาติของประเทศหมู่เกาะ ซึ่งเรือ (DSME) Daewoo เกาหลีใต้
ได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการในน้ำตื้นและยาก
ต่อการตรวจจับเนื่องจากระดับความลึกตามสภาพของ





นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 71


สาธารณรัฐฟินแลนด
เริ่มโครงการต่อเรือ OPV







รัฐบาลฟินแลนด์ได้เริ่มโครงการ ‘Laivue 2020’ กองเรือ ๒๐๒๐ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเรือเอนกประสงค์
(กองเรือ ๒๐๒๐) ในการต่อเรือคลาสใหม่เรือตรวจการณ์ อย่างแท้จริงมีความสามารถต่อต้านเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ
ไกลฝั่งอเนกประสงค์ (OPVs) จำนวน ๔ ลำ โดยมี ป้องกันอากาศยานและวางทุ่นระเบิด เพื่อการใช้งานใน

วัตถุประสงค์เพื่อทดแทนเรือเร็วโจมตี เรืออาวุธปล่อย ทะเลบอลติกและยังมีความตั้งใจให้เรือสามารถที่จะมี
นำวิถีชั้น Rauma และเรือวางทุ่นระเบิดชั้น ส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจการจัดการวิกฤตระหว่าง
Hämeenmaa ๒ ลำ ของกองทัพเรือฟินแลนด์ ซึ่งเรือทั้ง ประเทศ กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ประมาณการว่า
สองชั้นนี้ ได้มีการวางแผนที่จะปลดระวางในช่วงกลางปี การต่อเรือใหม่ครั้งนี้จะมีค่าใช้จ่าย ๔๖,๙๐๐ ล้านบาท
พ.ศ.๒๕๖๓ เนื่องจากไม่สามารถขยายเวลาปฏิบัติการต่อ
ไปได้ตามการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
















72 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

นานาสาระ







เรือโทหญิง นิพัฒน์ เพชรศิริ





๑๑ เคล็ดลับ สำหรับคนขี้ลืม



“ยัง ไม่ทันแก่ก็ขี้หลงขี้ลืมซะแล้ว...” ถ้าคุณเคยถูกใครว่าแบบนี้ เห็นทีต้องรีบหาทางแก้ปัญหา ก่อนที่จะถูก
ตราหน้า เป็นคุณป้าทั้ง ๆ ที่หน้ายังสวยใสปิ๊ง




๒. พูดกับตัวเองดัง ๆ
“ฉันกำลังจะเอาเสื้อไปส่งซักที่ร้าน แล้วจะเลยไปซื้อไข่
กับนมที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วกลับมาล้างห้องน้ำในตอน
สาย” การพูดก็เหมือนกับจดบันทึก และที่ ๆ ดีที่สุดที่
จะพูดออกมาดัง ๆ คือในห้องน้ำ ยามเช้าก่อนเริ่มออก

จากบ้าน นึกถึงสิ่งที่คุณต้องทำในวันนั้น แล้วพูดออกมา
ดัง ๆ ซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ หน ถ้าคิดว่ายังจำไม่ได้และ
เป็นกังวลลองใช้เครื่องเทปเล็กๆ อัดเสียงที่คุณพูดและ
นำเทปติดตัวไปเปิดยามที่นึกไม่ออกว่าจะทำอะไร
๓. ติดโน้ต
เดี๋ยวนี้มีแผ่นโน้ตเล็ก ๆ ที่ติดไว้ที่ไหนก็ได้ขายอยู่ทั่วไป
ขนาดก็เหมาะกับการพกพา เวลาที่มีการนัดหมายหรือนึก
๑. จดบันทึกช่วยจำ ขึ้นมาได้ว่าต้องทำอะไรในวันที่ยังมาไม่ถึง ให้เขียนสิ่งที่

การจดบันทึกลงในสมุดที่มีวันที่กำกับ จะช่วยให้คุณแพลน จะทำลงบนกระดาษโน้ต แปะไว้ในที่ ๆ คุณต้องเห็น
เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ เป็นประจำ เช่น ที่ประตูตู้เย็น บอร์ดช่วยจำที่ติดไว้ตรง
ต้องทำในแต่ละวันแต่ละอาทิตย์ หรือที่ต้องทำในเดือน ทางเดินก่อนออกจากบ้าน หรือในรถ ทุกครั้งที่เห็นโน้ต


















ถัดไป จดเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่เพื่อนฝูง วันเกิด ข้อมูล ที่ติดไว้ คือการเตือนสมองให้จดจำเรื่องเหล่านี้แม่นยำขึ้น
เกี่ยวกับโรคที่คุณเป็นและการรักษา รวมไปถึงความ ๔. เก็บข้าวของให้เป็นที่
รู้สึกนึกคิดของคุณในแต่ละวัน คำคมที่ชอบ ฯลฯ การจด เก็บของให้เป็นที่ในที่ที่ควรจะเป็น เช่น เก็บยาที่ต้องกิน
บันทึกจะช่วยย้ำให้สมองจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีขึ้น หรือ ก่อนนอนไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ข้างขวดน้ำดื่ม เก็บกุญแจไว้
ถ้าจำไม่ได้ พกสมุดบันทึกติดตัวไปเปิดดูยามที่นึกอะไร บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างประตูทางออก ช่วยให้ไม่ต้องมานั่ง
ไม่ออก ก็ช่วยได้ดี เสียเวลานึกทุกครั้งที่จะใช้
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 73

๕. อย่าจับปลาหลายมือ

ไม่ได้หมายถึงสาว ๆ ที่มีแฟนทีเดียวหลาย ๆ คน แต่
หมายถึงคนที่ชอบทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เช่น
ดูทีวี ในขณะที่หูก็ฟังเสียงเพื่อนในโทรศัพท์ ทำให้ไม่มี
สมาธิในการจำ ควรจะเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
๖. ปฏิบัติตัวเป็นกิจวัตร

การทำซ้ำ ๆ เหมือน ๆ กัน ช่วยให้สมองจำได้เองโดยไม่
ต้องพยายาม เช่น ถ้าทุกครั้งที่อ่านหนังสือยังไม่จบ
แต่ต้องไปทำอย่างอื่น คุณวางมันไว้ที่ใดที่หนึ่งเป็น
ประจำ เมื่อเสร็จธุระจะกลับมาอ่านต่อ สมองจะสั่งการโดย
อัตโนมัติว่าจะต้องไปหยิบหนังสือที่ไหน

๙. ร่างกายแข็งแรง

ความจำก็แข็งแรง ดูแลตัวเองให้ดี กินอาหารให้ครบหมู่
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง
ความจำก็จะดีไปด้วย
๑๐. บริหารสมอง
ทำกิจกรรมที่แตกต่าง เช่น เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ เล่น

ดนตรี ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้สมองได้ออกกำลัง
ก็เหมือนกับร่างกาย เมื่อได้ออกกำลังก็จะแอคทีฟขึ้น
คิดอะไรได้ฉับไว และที่แน่ ๆ ช่วยให้ความจำดี
๑๑. เข้าใจความถนัดของตัวเอง

คนเราแต่ละคนที่ความถนัดไม่เหมือนกัน บางคนจำได้ดี
เมื่อได้มองเห็น (จดบันทึก) บางคนจำได้ดีกว่าเมื่อได้ยิน
๗. ใช้ทริคช่วยจำ เสียง (พูดดัง ๆ /อัดเทป) แต่ก็มีบางคนจะจำได้ก็ต่อเมื่อ

ทริคประเภทท่องจำคำย่อคำคล้องจอง อย่างสมัยที่เรา ได้ลงมือปฏิบัติหรือมีประสบการณ์ร่วม (เขียน/ทำ)
ทำตอนเด็ก ๆ ประเภท “ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้
คล้องคอ..” ยังใช้ได้ดีในกรณีนี้ ยิ่งถ้าต้องทำอะไร ลองสังเกตุดูว่าคุณจำได้ดีกับวิธีการไหน
หลาย ๆ อย่างในวันเดียว เอามาผูกเป็นเรื่องอย่างข้างต้น แล้วเลือกวิธีการที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวคุณเอง
หรือจะใช้ตัวย่อ เช่น ฟ–ส-น-ม (ทำฟัน - เอาหนังสือ แต่ถ้าจะให้ดี ใช้ทั้ง ๓ วิธี สลับกันก็จะช่วยให้สมอง
ไปคืนเพื่อน - เติมน้ำมันรถ - จ่ายค่ามือถือ) ก็ได้ ได้ฝึกทักษะมากขึ้น
๘. ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม ที่มา : http://campus.sanook.com/1379497/

ทำอะไรให้ช้าลงหน่อย เพราะสมองเราจะจำอะไรได้ช้า ภาพจาก : http://appliedphysics.ac.th/blog/?p=39
www.i-zar.com

ลงเมื่ออายุมากขึ้น การพูดเร็ว ทำเร็ว จนเกินไปก็มีส่วน
ทำให้สมองเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้ไม่ทัน


74 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

A Mixed Bag of English


นาวาโทหญิง เต็มเดือน ศิรินุภาพมิตร์ ศูนย์ภาษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ




เสริมสำนวนและศัพท์กับร่างกายของเรา






เราเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เป็นเด็ก ได้เรียนรู้คำศัพท์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเลข อาหาร หรือ
แม้กระทั่งอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ท่านผู้อ่านเคยสังเกตบ้างไหมคะว่ามีอะไรที่น่าสนใจแฝงอยู่ในคำศัพท์เหล่านั้น
สำหรับฉบับนี้เราจะมาเรียนรู้คำศัพท์และสำนวนที่น่าสนใจเกี่ยวกับร่างกายของคนเรากันนะคะ



Head (ศีรษะ) different ideas about what is beautiful.)
หมายถึง คนเรามีความคิดเห็นเรื่องความสวยความงาม
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสายตาของคนมอง
ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดของร่างกาย ในคำศัพท์
ภาษาอังกฤษ จะใช้ประกอบคำอื่นๆ เพื่อแสดงความ

สำคัญ เช่น คำว่า News Headlines (หัวข้อข่าวสำคัญ)
Headquarters (สำนักงานใหญ่) หรือจะเป็นสำนวนที่
ใช้กันทั่วไป เช่น From head to toe (ตั้งแต่ศีรษะจรด
ปลายเท้า) Heads or tails? (โยนหัวหรือโยนก้อย)
นอกจากนี้ยังมีสำนวนที่น่าสนใจคือ Two heads
are better than one. (Two people can achieve Mouth (ปาก)
more than one working alone.) หมายถึง คน ๒

คนสามารถทำงานสำเร็จลุล่วงได้ดีกว่าทำคนเดียว เมื่อเจออาหารดูน่าอร่อยชวนให้น้ำลายไหล เราจะ
พูดง่าย ๆ คือ คนเดียวหัวหาย ๒ คนเพื่อนตาย นั่นเอง ใช้คำว่า Mouth-watering นอกจากนี้ยังมีสำนวนเกี่ยว
กับปากที่ว่า Keep your mouth shut (To not talk
Eye (ตา) about something to somebody because it is a

secret or because it will upset or annoy them)
ดวงตาที่ใคร ๆ กล่าวว่าเป็นหน้าต่างของหัวใจ หมายความว่า อย่าพูดถึงอะไรกับใคร เพราะเป็นความ
เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีทั้งความโกรธและความ ลับหรืออาจจะทำให้คนอื่นเสียใจหรือรำคาญใจได้
เคียดแค้น มักจะทำให้นึกถึงสำนวนที่ว่า An eye for an
eye (and a tooth for a tooth) ตาต่อตา ฟันต่อฟัน Tongue (ลิ้น)

ทำอะไรกับเราไว้ เราก็ทำแบบนั้นกลับไป หรือใน
สถานการณ์เรื่องสวย ๆ งาม ๆ ที่ต้องการจะรู้ว่า ลิ้นมีไว้เพื่อรับรู้รส สำหรับภาษาอังกฤษ ลิ้นมี
ระหว่างอั้ม พัชราภา กับชมพู่ อารยา ใครสวยกว่ากัน ความสำคัญในการออกเสียงต่าง ๆ หรือในสถานการณ์
บางคนบอกว่าอั้มสวยกว่า ในขณะที่บางคนบอกว่าเป็น ที่ต้องการจะพูดชื่อคนหรือคำใดคำหนึ่งออกมา เหมือน
ชมพู่ ไม่มีใครถูกหรือผิด เพราะมีสำนวนที่ว่า Beauty จะคิดออก แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ในทันที เหมือน
is in the eye of the beholder. (People all have คำนั้นติดอยู่ที่ปลายลิ้น จะใช้สำนวนนี้คือ On the tip


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 75

of your tongue (You know it but you cannot
remember it at the time you are speaking.)
หรือสำนวนที่ว่า A slip of the tongue หมายถึง
พลั้งปากพูดออกไป หรือพูดผิดจากที่ตั้งใจไว้

Neck (คอ)
Finger (นิ้วมือ)
บางครั้งจะพบสำนวน Neck and neck with
somebody or something ที่แปลว่า คู่คี่ สูสี หายใจ เวลาที่เรามีความปรารถนาจะให้โชคดีหรือประสบ
รดต้นคอ หรือ A pain in the neck (A person or ความสำเร็จ สามารถใช้สำนวน Cross your fingers /
thing that is very annoying) หมายถึง คนหรือสิ่งใด Keep your fingers crossed ซึ่งเป็นการอวยพรให้

ก็ตามที่น่ารำคาญหรือรบกวนจิตใจ โชคดี ส่วนสำนวน Green thumb / Green fingers

Shoulder (ไหล่) ไม่ได้แปลว่า มือเขียว นิ้วเขียว แต่มีความหมายว่า
มือเย็น ปลูกต้นไม้อะไรก็เติบโต เจริญงอกงาม

สำหรับสำนวนที่เกี่ยวกับไหล่ เราสามารถใช้ Stomach (ท้อง)
A shoulder to cry on (A person who listens to
your problems and gives you sympathy) หมายถึง บางครั้งที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกปั่นป่วน
คนที่คอยรับฟังปัญหา คอยปลอบโยน และแสดงความ ในท้อง ตื่นเต้น ประหม่า ก่อนจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เห็นอกเห็นใจคุณในยามทุกข์ เราสามารถใช้สำนวน Have butterflies in your

Arm (แขน) stomach (To have a nervous feeling in your
stomach before doing something) หมายถึง

สำนวน Cost / Pay an arm and a leg มีความ มีความรู้สึกตื่นเต้นได้เลย

หมายเหมือนกับ Cost / Pay a lot of money คือ Foot (เท้า)
มีราคาแพงมาก หรือสำนวนที่ว่า Keep somebody
at arm’s length (To avoid having a close สำหรับคำนี้มีสำนวนสำคัญที่น่าสนใจ เช่นกัน คือ
relationship with somebody) หมายถึง หลีกเลี่ยงที่ Stand on your own (two) feet หมายถึง เป็นอิสระ
จะเริ่มความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ไม่ให้ความใกล้ชิด และสามารถดูแลตัวเองได้ หรือ Put your foot in
สนิทสนม มากจนเกินไป your mouth (To say or do something that

Hand (มือ) upsets, offends or embarrass somebody) หมายถึง
พูดหรือทำบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้คนอื่นเสียใจ
บางครั้งเราจะพบสำนวนที่ว่า Give someone a กล่าวหา หรือทำให้อับอาย

hand (Help in doing something) คือ ช่วยเหลือใน จะเห็นได้ว่า คำศัพท์เกี่ยวกับอวัยวะต่าง ๆ ใน
การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง Hand in hand เข้าทำนองเพลง ร่างกายของเรา มีสิ่งที่น่าสนใจและน่าเรียนรู้แฝงอยู่
จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน Have your hands tied (To มากมาย คราวต่อไปอย่าลืมลองนำไปใช้ในชีวิตประจำ
be unable to do what you want to do วันกันนะคะ
because of rules or promises) หมายถึง References
Oxford Advanced Learner’s Dictionary 7th edition. 2010. Oxford
ไม่สามารถทำอะไรตามที่ตนต้องการ เนื่องจากติดที่ University Press.
กฎเกณฑ์หรือสัญญาที่เคยให้ไว้ Macmillan English Dictionary. 2006. Macmillan Publishers
Limited.

76 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

พจนานุกรม




พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ ศัพท์ชาวเรือ





radui central ห้องศูนย์วิทยุ
เครื่องช่วยการเดินเรืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่ง

สัญญาณวิทยุไปยังเครื่องรับที่เป็นเสาอากาศบังคับทิศ














radar reflector แผ่นสะท้อนเรดาร์
อุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มสัญญาณเป้าเรดาร์ ทำด้วยแผ่น
โลหะชุบหนาจำนวนมาก ทำหน้าที่สะท้อนคลื่นเรดาร์
กลับไปยังสถานีที่ส่งคลื่นไป อาจใช้บนแพช่วยชีวิตและ
เรือยอชต์
radiated noise เสียงแพร่ใต้น้ำ
พลังงานเสียงใต้น้ำซึ่งส่งออกมาจากเรือหรือวัตถุใด ๆ
ที่อยู่ใต้น้ำ เช่น เรือดำน้ำ ตอร์ปิโด เป็นต้น radio direction finder (RDF) เครื่องหาทิศวิทยุ/
แบริ่งวิทยุ
เครื่องรับวิทยุที่มีคุณสมบัติรับสัญญาณและบอก
ทิศทางที่มาของคลื่นวิทยุ โดยใช้เสาอากาศบังคับทิศ
radio guard ยามวิทยุ
เรือหรือสถานี ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการสื่อสาร
ทางวิทยุสำหรับเรืออีกลำหนึ่ง หรือสถานีอีกแห่งหนึ่ง
radio sextant เครื่องวัดมุมด้วยวิทยุ
เครื่องวัดมุมอิเล็กทรอนิกส์รับคลื่นวิทยุจาก

ดวงอาทิตย์และวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ เปรียบได้กับคลื่นแสง
radio beacon กระโจมวิทยุ/เครื่องส่งสัญญาณ หามุมในการเดินเรือดาราศาสตร์มาตรฐาน
นำทางด้วยวิทยุ/สถานีวิทยุนำร่อง radiosonde เครื่องวิทยุหยั่งอากาศ
เครื่องช่วยการเดินเรืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่ง บัลลูนติดตั้งเครื่องส่งวิทยุขนาดเล็ก ส่งข้อมูล
สัญญาณวิทยุไปยังเครื่องรับที่เป็นเสาอากาศบังคับทิศ อุตุนิยมวิทยามายังสถานีตรวจอากาศโดยอัตโนมัติ



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 77

สำหรับบรรทุกหรือหย่อนออกจากเรือ โดยไม่ต้องขน
ขึ้นบนดาดฟ้าก่อน มักจะพบบ่อยจากเรือของพวก
สแกนดิเนเวีย (port มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า
หน้าต่าง)
rail ราว

รั้วบนเรือซึ่งมีทางออก กั้นอยู่บนดาดฟ้าเปิดบน
เรือ ทำด้วยท่อหรือวัสดุแข็งอย่างอื่น ต่างจากเชือกช่วย
ชีวิต นอกจากนั้นยังใช้กั้นพื้นที่กว้าง ๆ ในดาดฟ้าชั้น
ล่าง เช่น ห้องเครื่อง และยังหมายถึงแผ่นไม้ ท่อนไม้
radome โดมเรดาร์ หรือแท่งโลหะ ทำเป็นขอบบนของกราบอ่อน
โดม (ฝาครอบสายอากาศ) บนอากาศยาน มี (bulwark) ราวสำหรับจับ ราวบันได หรือราวกันตกน้ำ
ลักษณะครึ่งทรงกลมครอบสายอากาศเรดาร์ เพื่อ ซึ่งอยู่ที่บันไดเรือ ผ้าใบบังตาที่บางครั้งขึงกับราวข้างเรือ
ป้องกันความสึกกร่อนจากลมฟ้าอากาศ เรียก บังตาราวข้างเรือ (rail screens)
rail loading การบรรทุกที่ราวข้างเรือ

การบรรทุกของลงเรือเล็ก ซึ่งถูกหย่อนลงไปแล้ว
บางส่วนจากเรือใหญ่ โดยที่เรือเล็กยังแขวนอยู่กับเชือก
ชักหย่อนเรือบด แต่อยู่ในระดับที่ราวของเรือใหญ่ หลัง
จากบรรทุกของเรียบร้อยแล้วจึงค่อย ๆ หย่อนเรือเล็ก
ลงไปจนถึงน้ำ
raise มองเห็น
ปรากฏแก่สายตา เช่น ยามตรวจการณ์ (look

out) เห็นแผ่นดินเมื่อเรือเข้าใกล้ฝั่ง (raises land
when the ship makes a landfall)
rake ๑. มุมเอนของเสา/ปล่องเรือ ๒. ยิงกราด
raft ๑. แพ ๒. แพซุง ๑. มุมเอนระหว่างเสากระโดง/ปล่องเรือกับเส้น
๑. แพลอยน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องช่วยชีวิตคน แนวดิ่ง
ตกน้ำ ๒. ในสงครามทางเรือยุคเก่า หมายถึง ยิงกราดไป

๒. ซุงหรือท่อนไม้ที่มัดเข้าด้วยกัน ใช้ในการขนส่ง ที่หัวเรือหรือท้ายเรือข้าศึก
ทางน้ำ rakish ๑. เอน ๒. สง่างาม (เกี่ยวกับเรือ)
raft kit ปฐมพยาบาลประจำแพ ๑. เอนทำมุมกับเสากระโดง
ชุดปฐมพยาบาลซึ่งติดมากับแพ ๒. ดูสง่างาม เป็นเรือที่แล่นได้เร็ว
raft ports ช่องสี่เหลี่ยมตัวเรือ/ท้ายเรือ
ช่องสี่เหลี่ยมข้างเรือบริเวณหัวเรือ/ท้ายเรือ มีไว้




78 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

To Become The Best


ภาพกิจกรรม







































สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่ จว.จันทบุรี ณ โรงเรียนตำรวจ
ตระเวนชายแดนบ้านคลองมะลิประเวศน์วิทยา หมู่ ๘ ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จว.จันทบุรี โดยมี พล.ร.ท.ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ ผบ.นย.
และ ผบ.กปช.จต. และ นางปัญชริน ใคร่ครวญ ประธานสมาคมภริยาทหารเรือฝ่ายภูมิภาค เฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้ด้วย เมื่อ ๕ ม.ค.๕๙































พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย เป็นประธานการลงนาม
ระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การไม่ทำการประมงผิดกฎหมาย ไม่ซื้อ นำเข้า นำผ่าน ผลิต ส่งออก
จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ได้จากการทำการประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ณ ห้องรับรอง ๑
ชั้น ๒ บก.ทร. วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๕ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























ผบ.ทร. เป็นประธานในงานเลี้ยงปีใหม่สื่อมวลชน ๒๕๕๙ “ก้าวเดิน ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร
ไปด้วยกัน ผูกพันดั่งน้องพี่” เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน สังกัด ทร. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน
เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภารกิจและการปฏิบัติงานของ ทร. ให้ประชาชนได้รับรู้ ยศทหารชั้นนายพลเรือเป็นกรณีพิเศษ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของ ทร.
และรับทราบเป็นอย่างดี ณ บริเวณริมน้ำหน้าบ้านพักรับรอง ผบ.ทร. ร่วมพิธี ณ ห้องรับรอง บก.ทร. พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙ เมื่อ ๒๐ ม.ค.๕๙





















ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๙ ณ ผบ.ทร. มอบรางวัลให้แก่ ร.ต.ธรรมปพน ปรีชารณเสฏฐ์ นายทหาร
อนุสรณ์สถานเรือหลวงธนบุรี รร.นร. อ.เมืองสมุทรปราการ จว.สมุทรปราการ พลาธิการ ประจำ ร.ล.ปัตตานี ในงานพิธีสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ณ บริเวณ
เมื่อ ๑๗ ม.ค.๕๙ หน้าอนุสรณ์ ร.ล.ธนบุรี รร.นร. อ.เมืองสมุทรปราการ จว.สมุทรปราการ
เมื่อ ๑๗ ม.ค.๕๙






















ผบ.ทร. ร่วมวางพวงมาลา เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี ๒๕๕๙ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล
ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี เมื่อ ๑๘ ม.ค.๕๙ และสวนสนาม เนื่องในวันกองทัพไทย ในส่วนของกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๙
ณ ลานอเนกประสงค์ สอ.รฝ. อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๑๘ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























พล.ร.อ.ชุมพล วงศ์เวคิน ปธ.คปษ.ทร. ต้อนรับคณะเยาวชน ๓ จังหวัด มูลนิธิ “พลเรือเอก สงัด ชลออยู่” โดย พล.ร.อ.โกวิทย์ วัฒนธรรม
ชายแดนใต้ ตามโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง เพื่อรับฟังโอวาทและ ประธานฯ , พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ และคณะฯ เข้ามอบเงิน


รับของที่ระลึก ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ให้ ทร. เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐.- บาท โดยมี
เมื่อ ๑๙ ม.ค.๕๙ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ต้อนรับ ณ ห้องรับรอง ชั้น ๖ บก.ทร. นันทอุทยาน
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๕ ม.ค.๕๙




















พล.ร.อ.ไกรวุธ วัฒนธรรม ผช.ผบ.ทร. ผู้แทน ผบ.ทร. เข้าร่วม พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ เสธ.ทร. ในฐานะเสนาธิการศูนย์บัญชาการ
การประชุม The Indian Ocean Naval Symposium (IONS 2016) and แก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานการประชุม
Conclave of Chiefs (CoC) ณ เมืองธากา สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เตรียมการรับตรวจจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (EU) ณ ห้องประชุม
ระหว่าง ๑๐ - ๑๔ ม.ค.๕๙ ชั้น ๕ บก.ทร. วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อ ๕ ม.ค.๕๙




















เสธ.ทร. ในฐานะเสนาธิการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.กร. ผู้แทน ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธี
ผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดรหัสทะเบียน เปิดงานวันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ประจำปี ๒๕๕๙ โดยมี
เรือประมง ร่วมกับกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบงาน พล.ร.ท.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผบ.ทรภ.๑ ต้อนรับ ณ บริเวณอนุสรณ์สถาน


ทะเบียนและบันทึกข้อมูลเรือประมง ณ ห้องประชุม ชั้น ๕ บก.ทร. ยุทธนาวีที่เกาะช้าง อ.แหลมงอบ จว.ตราด เมื่อ ๑๗ ม.ค.๕๙

วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























พล.ร.ท.ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ ผบ.นย. เป็นประธานในพิธีวันคล้าย พล.ร.ท.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผบ.ทรภ.๑ และ ผอ.ศรชล.เขต ๑ พร้อมฝ่าย
วันสถาปนา สอ.นย. โดยมี พล.ร.ต.อาคม แตงอ่อน ประธานกรรมการ อำนวยการ ใน ทรภ.๑ เยี่ยมพบปะ นายชวลิต แสงอุทัย รอง ผวจ.ชลบุรี เพื่อให้
ดำเนินการ สอ.นย. ต้อนรับ ณ สอ.นย. ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการที่ย้ายเข้ามาบรรจุใหม่ใน ทรภ.๑ ได้เห็นภาพ
เมื่อ ๑๑ ม.ค.๕๙ การปฏิบัติงานของหน่วยงาน ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี อ.เมืองชลบุรี
จว.ชลบุรี เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙




















พล.ร.ท.พรชัย ปิ่นทอง ผบ.ทรภ.๒ และ ผอ.ศรชล.เขต ๒ เป็นประธาน พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผบ.ทรภ.๓ รับการเยี่ยมคำนับจาก
การประชุม ศรชล.เขต ๒ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙ ณ โรงแรมราชมังคลาสงขลา พล.ร.ต.เอกราช พรหมลัมภัก ผบ.กยพ.กร. และคณะฯ โอกาสเดินทางมา
เมอร์เมด อ.เมืองสงขลา จว.สงขลา เมื่อ ๑๒ ม.ค.๕๙ ตรวจเยี่ยมและตรวจการฝึกดับเพลิงเรือของ กยพ.กร. ที่ปฏิบัติราชการ ทรภ.๓
ณ บก.ทรภ.๓ อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต เมื่อ ๑๓ ม.ค.๕๙





















พล.ร.ท.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.รร.นร. เป็นประธานเปิดการจัดแสดง พล.ร.ท.วิพากษ์ น้อยจินดา ผบ.ฐท.สส. ต้อนรับ นายนรเสฏฐ์
กิจกรรมทางทหาร เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๕๙ ณ รร.นร. ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วยคณะ ที่เข้าเยี่ยม อวยพรเนื่องในโอกาส
อ.เมืองสมุทรปราการ จว.สมุทรปราการ เมื่อ ๙ ม.ค.๕๙ ขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๙ ณ ห้องรับรอง บก.ฐท.สส. อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๕ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























พล.ร.ท.สุทธินันท์ สกุลภุชพงษ์ จก.อร. เป็นประธานในการจัดงาน พล.ร.ท.จรินทร์ บุญเหมาะ จก.อศ. ให้สัมภาษณ์ทางรายการเสียงจาก
วันคล้ายวันสถาปนา อร. ครบรอบ ๑๒๖ ปี โดยจัดให้มีการประกอบพิธีทาง ทหารเรือ ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา อศ. ใน ๑๖ ม.ค.๕๙ ครบรอบ ๙๕ ปี
ศาสนา จัดเลี้ยง และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่หน่วย ณ บก.อร. ณ ห้องรับรอง จก.อศ. เขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙
(พื้นที่สัตหีบ) อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๘ ม.ค.๕๙





















พล.ร.ท.พิเชฐ ตานะเศรษฐ จก.ยศ.ทร. เป็นประธานพิธีเปิดหลักสูตร พล.ร.ท.วิโรจน์ ธันวรักษ์กิจ จก.สสท.ทร. เป็นประะธานในการจัดงาน
สธ.ทร. ๒ ภาษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุม ๕๐๔ อาคาร วันคล้ายวันสถาปนา สสท.ทร. ณ บก.สสท.ทร. อาคาร ๔ พระราชวังเดิม
สรส.ยศ.ทร. อ.พุทธมณฑล จว.นครปฐม เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๓ ม.ค.๕๙























พล.ร.ท.คณิน ชุมวรฐายี จก.พร. ผู้แทน ผบ.ทร. วางพวงมาลา พล.ร.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ยังวิจิตร จก.พธ.ทร. เป็นประธานในพิธีประดับ
ถวายราชสักการะพระบวรราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร สังกัด พธ.ทร. ที่ได้รับการเลื่อนยศ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ณ บริเวณ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร. สูงขึ้น ณ ห้องประชุม พธ.ทร.(๑) เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๒ ม.ค.๕๙
เขตธนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























พล.ร.ต.ทิวา ดาราเมือง จก.ขส.ทร. นำกำลังพลทำบุญตักบาตรและถวาย พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง ลก.ทร. และคณะเข้าอวยพรและชมกิจการ


ภัตตาหารแด่พระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๙ ณ
๒๕๕๙ ณ ลานอเนกประสงค์ ขส.ทร. เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อ ๕ ม.ค.๕๙

เมื่อ ๔ ม.ค.๕๙




















พล.ร.ต.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ฐท.กท. ต้อนรับ คุณยุทธศักดิ์ สุภสร พล.ร.ต.สานนท์ ผะเอม ผบ.สอ.รฝ. เป็นประธานในการจัดกิจกรรม
ผู้ว่าการ ททท. และ ผกก.สน.บางกอกใหญ่ ในโอกาสเข้าร่วมหารือเกี่ยวกับการ งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙ ของสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย ทร. ๘
จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๙ “นับถอยหลังสู่ปีใหม่” บริเวณ ณ สถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย ทร. ๘ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙
ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ห้องรับรอง บก.ฐท.กท. เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
เมื่อ ๕ ม.ค.๕๘



















พล.ร.ต.สุทธิไชย รังสิโรดม์โกมล จก.อล.ทร. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธี พล.ร.ต.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร จก.กง.ทร. เป็นประธานในพิธีประดับ
สดุดีวีรชนกองทัพเรือ ณ อนุสรณ์ ร.ล.ธนบุรี รร.นร. อ.เมืองสมุทรปราการ เครื่องหมายยศนายทหารประทวน สังกัด กง.ทร. ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น
จว.สมุทรปราการ เมื่อ ๑๗ ม.ค.๕๙ จำนวน ๖ นาย ณ ห้องประชุม กง.ทร. พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพฯ เมื่่อ ๑๓ ม.ค.๕๙

To Become The Best
























พล.ร.ต.บุญเรือง หอมขจร ผอ.สวพ.ทร. และคณะร่วมอวยพรในวันคล้าย พล.ร.ต.นิพร สุขเกษตร จก.ชย.ทร. เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศ

วันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) โดยมี นายทหารสัญญาบัตร สังกัด ชย.ทร. ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น จำนวน ๔ นาย
พล.อ.สมพงศ์ มุกดาสกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ณ ห้องวิสสุกรรมสรรค์ บก.ชย.ทร. เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๘
ต้อนรับ ณ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) ชั้น ๑๐
อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙





















พล.ร.ต.กำจาย ปองเงิน จก.วศ.ทร. พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พล.ร.ต.ทรงวุฒิ บุญอินทร์ จก.สบ.ทร. ประชุมพิจารณาร่างแนวทาง

วศ.ทร. เข้าเยี่ยมอวยพร คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์ เนื่องในโอกาส การรับราชการนายทหารชั้น ข. พรรค พศ.เหล่า สบ. (สายวิทยาการของ
วันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๙ ณ บ้านศรีศิริ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๒ ม.ค.๕๙ สบ.ทร.) ณ ห้องประชุม สบ.ทร. พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
เมื่อ ๘ ม.ค.๕๙





















พล.ร.ต.อนุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รอง ผบ.ฐท.สส. ร่วมกับหน่วยงาน พล.ร.ต.อรรถพร บรมสุข รอง จก.กพ.ทร. นำคู่สมรสนายทหารชั้นผู้ใหญ่
ภาครัฐ เข้าดำเนินการทางกฎหมายกับผู้บุกรุกที่ดินกองทัพเรือ ในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ณ ห้องรับรอง บก.ทร. พระราชวังเดิม
ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๒๒ ม.ค. ๕๙ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๐ ม.ค.๕๙

To Become The Best


























พล.ร.ต.ไชยชนะ อาทมาท จก.กรง.ฐท.สส. ตอนรบ พล.ร.ท.สุทธินันท์ พล.ร.ต.กล้าหาญ เพ็ชรมีศรี ผบ.พล.นย. และคณะ ร่วมกับหน่วยงาน
สกุลภุชพงษ์ จก.อร. และคณะ เนื่องในโอกาสตรวจเยี่ยม กรง.ฐท.สส. ภาครัฐ ดารานักแสดง และเอกชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับ
ณ กรง.ฐท.สส. อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อ ๑๒ ม.ค.๕๙ เด็กพิเศษ ตามโครงการแบ่งปัน ร่วมฝัน ปันรอยยิ้ม แด่น้อง...บ้านครูบุญชู
เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙ ณ บ้านครูบุญชู อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี
เมื่อ ๙ ม.ค.๕๙




















พล.ร.ต.วิพันธุ์ ชมะโชติ ผช.ผอ.อจปร.อร. ประธานจัดงานการจัดแสดง พล.ร.ต.ธีรกุล กาญจนะ ผอ.ศสท.สปช.ทร. ผู้แทน ปช.ทร. ในการรับมอบ
กิจกรรมทางทหาร เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙ อจปร.อร. โดยมี ใบรับรองผู้ผ่านการรับรอง ISO 29110 ณ ห้อง Auditorium ศูนย์ประชุม
พล.ร.ต.ธีระพงษ์ มูลละ รอง ผอ.อจปร.อร. เป็นประธานเปิดงาน เมื่อ ๙ ม.ค.๕๙ แห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๑ ม.ค.๕๙






















พล.ร.ต.เชษฐา ใจเปี่ยม ผบ.มรก.ไกลกังวล และ ผบ.กทบ.กร. นำกำลังพลใน พล.ร.ต.ภิญโญ โตเลี้ยง ผบ.นสร.กร. ต้อนรับตัวแทนกระทรวง

มรก.ไกลกังวล ร่วมบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาด อ.หัวหิน เพื่อถวายเป็น การต่างประเทศและให้สัมภาษณ์เรื่องบทบาทของไทยในการเข้าร่วมปฏิบัติการ
พระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องเริงภิรมย์ สถานพักฟื้น รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ในหัวข้อ “ประสบการณ์ในการเข้าร่วม
ทร. ส่วนกลาง อาคารนาวีภิรมย์ อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ ๑๑ ม.ค.๕๙ ปฏิบัติการรักษาสันติภาพ” ณ ห้องรับรอง บก.นสร.กร. อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี
เมื่อ ๗ ม.ค.๕๙

ประทีปธรรม







กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
























เรื่อง เกียรติของชีวิต



มีเรื่องเล่าว่า แม่ลิงตัวหนึ่งมีลูก ๒ ตัว ลูกตัวหนึ่ง มิใช่แต่เฉพาะชีวิตของเขาเท่านั้นจะเดือดร้อน ยังก่อ
เป็นลูกรัก อีกตัวหนึ่งเป็นลูกชัง แม่ลิงได้เลี้ยงดูลูกที่ตน ความยุ่งยากแก่ผู้อื่นด้วย เพราะผู้ที่ต้องรับผิดชอบ
รักไว้บนหลัง ให้กินอาหารที่ดี ๆ ส่วนลูกที่ตนชังเลี้ยง คนประเภทนี้ ย่อมจะต้องใช้กำลังกาย กำลังใจ และ
ไว้ใต้ท้อง และให้กินอาหารที่เลว เมื่อเวลาเดินไปทาง กำลังความคิด เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าเพื่อแบกรับ

ไหนลูกที่อยู่บนหลังแม่ย่อมได้รับความสะดวกสบาย ภาระคนเช่นนั้น
ขณะที่ลูกอยู่ใต้ท้องแม่มักถูกกระแทกกับพื้นดินหรือกิ่งไม้ การพึ่งตนเองได้ นักปราชญ์ถือว่าเป็นเกียรติ
ได้รับความทุกข์ทรมานอยู่ตลอดเวลา ในเวลาต่อมา แม่ลิง ของชีวิต เกียรติจะด้อยค่าลงทันที เมื่อต้องขอความ
ตายจากลูกทั้งสองไปขณะที่ลูกยังเล็ก ๆ ปรากฏว่า ช่วยเหลือจากคนอื่น หรือต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ความ
ลูกที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีบนหลังแม่นั้น ไม่สามารถ อุปถัมภ์ของคนอื่นร่ำไป ท่านจึงสอนให้ทระนงในเกียรติ
หากินด้วยตนเองได้ ในไม่ช้าก็ตายตามแม่ไป ส่วนลูกที่ ของตนเอง แม้แต่เรื่องความหิวกระหายซึ่งเป็นความ
ถูกเลี้ยงดูอยู่ใต้ท้องแม่ตลอดเวลานั้น กลับสามารถ จำเป็นของร่างกายแท้ ๆ ท่านยังสอนให้ทระนง

หากินเลี้ยงตนเองได้โดยไม่ตายตามแม่ลิงไป ดังคำโคลงโลกนิติที่ว่า
ในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปด้วยดีตลอดรอดฝั่งนั้น ถึงจนทนสู้กัด กินเกลือ
ในเบื้องต้นทุกชีวิตมักต้องพึ่งผู้อื่นก่อนเสมอ หลังจาก อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง
นั้นต้องพยายามพึ่งตนเองให้ได้ หากใครคอยแต่พึ่งผู้อื่น อดทนเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
หรือคอยรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นฝ่ายเดียวแล้ว ชีวิต โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อ กินเอง
ย่อมจะประสบกับความเดือดร้อนในบั้นปลายอย่าง
แน่นอน การไม่พึ่งตนเองหรือทำตนให้เป็นที่พึ่งไม่ได้นั้น
ภาพจาก : www.thammasatu.ne



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 89

เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี






กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ


































พิธีเวียนเทียน





คำว่า เวียนเทียน มีความหมายตรงกับภาษา หลักปฏิบัติเมื่อไปเวียนเทียนในวันสำคัญต่าง ๆ คือ
บาลีว่า ปะทักขิณัง เช่นในคำว่า ติกขัตตุง ปะทักขิณัง - งดการพูดคุยทุกอย่าง
กะโรติ แปลว่า ทำประทักษิณ ๓ รอบ - ระหว่างเดินเวียนรอบที่ ๑ สวดบทพระพุทธคุณ
การเวียนเทียนอาจทำได้ใน ๒ โอกาส คือ - ระหว่างเดินเวียนรอบที่ ๒ สวดบทพระธรรมคุณ
๑. ทำในโอกาสที่นัดหมายกันไว้ว่าเป็นวันสำคัญ - ระหว่างเดินเวียนรอบที่ ๓ สวดบทพระสังฆคุณ
ทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา เมื่อว่ากันตามจริงแล้ว การทำประทักษิณหรือเดิน

วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น เวียนขวาแสดงความเคารพนั้น ไม่จำเพาะจะต้องทำใน
๒. ทำเป็นการส่วนตัวของบุคคลหรือของหมู่ วันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น แม้เมื่อเข้าไปยังวิหารลาน
คณะในโอกาสใด ๆ ก็ได้ พระเจดีย์ใด ๆ ก็ตาม เมื่อไปถึงหรือเมื่อจะกลับ ก็ควร
การเวียนเทียนนั้น เท่าที่ปรากฏไม่ค่อยมี ทำประทักษิณก่อนด้วยโดยแท้ นี่คือการ “ฉวยโอกาส”
ข้อบกพร่องในทางพิธีกรรมของตัวพิธีกร แต่ไปมี คือการใช้โอกาสนั้นเพิ่มพูนบุญกุศลให้แก่ตนเอง
ข้อบกพร่องมากในเรื่องกิริยามารยาทของผู้ร่วมเวียนเทียน โดยการเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ และสังฆานุสติได้
ที่มักไม่สำรวมกิริยาให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เป็นอย่างดี ซ้ำยังได้บริหารร่างกายด้วยการเดินเป็น
ผลพลอยได้แถมให้อีกด้วย

ภาพจาก : www.chilldtravel.com


90 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

บันทึกไว้ในราชนาวี






คุณบุญพิสิฐ ศรีหงส์


ก่อตั้งราชนาวิกสภา



กองทัพเรือยึดถือวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๙ การตั้งราชนาวีสภา” ลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๘
(ค.ศ.๑๙๑๖) เป็นวันก่อตั้ง “ราชนาวิกสภา” ด้วย (ค.ศ.๑๙๑๖) ซึ่งมีใจความสำคัญคือ
นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า เสนาบดีกระทรวงทหารเรือทูลเกล้าฯ ได้ถวาย

บริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต หนังสือลายพระหัตถ์ที่ ๑๖/๒๔๕๘/๑๒๐๓๙ ลง
เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ลงพระนามในคำสั่ง วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๘ ต่อพระบาทสมเด็จ
กระทรวงทหารเรือที่ ๕๓๒/๒๔๕๘/๑๓๓๑๐ ลงวันที่ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อ้างถึงการเสนอเรื่องของ
๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘ (ค.ศ.๑๙๑๖) ให้ตั้ง กรมเสนาธิการทหารเรือพร้อมสำเนาบันทึกความเห็นและ
ราชนาวิกสภาขึ้น ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๙ ร่างข้อบังคับเพื่อขอพระบรมราชานุญาตตั้ง ราชนาวีสภา
ราชนาวิกสภาเมื่อแรกตั้งขึ้นอยู่ในความปกครอง ของทหารเรือขึ้น มีใจความว่า
ของกรมเสนาธิการทหารเรือ โดยเสนาธิการทหารเรือ “ด้วยกรมเสนาธิการทหารเรือได้ทำบรรทึกความ
มีอำนาจสั่งให้นายทหารจำนวนไม่เกิน ๕ นาย เห็นเสนอว่าควรตั้ง ราชนาวีสภา (เทียบ Royal Naval
เป็นกรรมการอำนวยการราชนาวิกสภาหรือเป็น Institute) ขึ้น เพื่อเป็นสำนักที่จะได้อำนวยการฝึกฝน

กรรมการพิเศษเฉพาะการใดการหนึ่ง นอกจากนี้ยัง นายทหารให้มีความรู้วิชาการทหารเรือสูงขึ้นไป แลเป็น
กำหนดให้ตั้งตำแหน่ง บรรณารักษ์ ๑ นาย ปฏิคม ๑ นาย สถานที่ ๆ จะได้ศึกษาหรือแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
และผู้ช่วยพลทหารรับใช้ตามอัตราอีกด้วย ในวิทยาแลการอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่การดำเนิร
คำสั่งกระทรวงทหารเรือดังกล่าวข้างต้นย่อมถือ ราชการในน่าที่กับทั้งให้มีนาวีบรรณาคมเป็นที่รวบรวม
เป็นมูลกำเนิดแห่งราชนาวิกสภา หากสังเกตจะเห็น หนังสือซึ่งเหล่านายทหารเรือจะได้ใช้อ่านหรือศึกษา แล
ว่ามีระยะเวลาราว ๑๖ วัน เพื่อเตรียมการตั้ง ให้เป็นสถานที่พักผ่อนสมาคมซึ่งกันแลกันในเวลาว่าง
ราชนาวิกสภาขึ้นในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๙ ดังนั้น ราชการด้วย.

วันก่อตั้งราชนาวิกสภาจึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ อนึ่งราชนาวิสภานี้จะให้อยู่ในน่าที่อำนวยการของ
(ในขณะนั้นขึ้นปีใหม่เปลี่ยนพุทธศักราชในวันที่ กรมเสนาธิการทหารเรือ ไม่มีอำนาจปกครองตัวเองเช่น
๑ เมษายน) จึงน่าสนใจว่าก่อนจะถึงวันเปิดทำการ ระเบียบสโมสร ไม่มีสมาชิกลงชื่อออกเงินบำรุง เป็นแต่
ราชนาวิกสภานั้น มีการเตรียมการเช่นใด เพียงสถานกลางซึ่งบรรดานายทหารเรือแลข้าราชการ
ก่อนกาลก่อตั้ง พลเรือนชั้นสัญญาบัตรซึ่งรับราชการทหารเรือ เข้าถึงได้
เอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมการเพื่อจัดตั้ง ทั่วไป แลในการบางอย่าง จะเจาะจงเรียกเป็นรายนามให้
ราชนาวิกสภา ได้แก่เอกสารกองประวัติศาสตร์ทหารเรือ ไปประชุมเป็นบังคับโดยทางราชการก็ได้.
มีชื่อเอกสารว่า “ขอพระบรมราชานุญาตตั้งราชนาวี ข้าพระพุทธเจ้า เห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ตามหลักความคิด
สถานของทหารเรือ” กับเอกสารหอจดหมายเหตุ อันนี้ เป็นการดีแลจะได้ประโยชน์แก่ราชการ แต่การ

แห่งชาติ มีชื่อเอกสารใกล้เคียงกัน คือ “ขอพระบรม ทั้งนี้จะถือว่าเป็นสถานที่ราชการล้วนก็ไม่เชิง มีทางเจือไป
ราชานุญาตตั้งราชนาวีของทหารเรือ”ทั้งสองฉบับ เป็นระเบียบสมาคม ซึ่งควรได้รับพระบรมราชานุญาต
กล่าวถึง “บรรทึกความเห็นแลร่างข้อบังคับสำหรับ ก่อน จึงตั้งขึ้น ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระราชทาน


๖ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ทูลเกล้าฯ ถวายสำเนาบรรทึกความเห็น ๑ ฉบับ แลร่าง ในเวลานี้ ๒ ห้อง (คือสองหน้าต่าง หรือสองประตู)
ข้อบังคับสำหรับการนี้ ๑ ฉบับ มาเพื่อทราบฝ่าลอองธุลี ตอนข้างเหนือติดผนังด้านสกัด สำหรับตั้งโต๊ะบิลเลียด

พระบาทด้วยแล้ว.” นายพลเรือเอกฯ เสนาบดี มีรับสั่งให้จัดการกันเรือในที่
สำหรับเนื้อหาสำคัญของบันทึกความเห็นเรื่องตั้ง ซึ่งกล่าวนั้นไปไว้ที่อื่น แล้วมอบที่นั้นให้แก่กรมเสนาธิการ
ราชนาวิสภากล่าวถึงแผนการศึกษาของนายทหารเรือ ทหารเรือ เพื่อจัดสถานที่ให้ทันเวลาเปิดสภานี้ซึ่ง
แผนกเดินเรือว่ามีแผนการศึกษาแบ่งออกกว้าง ๆ กำหนดว่าในเมื่อสิ้นเดือน มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘
๓ ขั้นได้แก่ หลังจากนั้นในวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘
ขั้นที่ ๑ คือ อาชีพศึกษาสามัญ คือวิชาเดินเรือและ กรมราชเลขานุการ จึงมีหนังสือที่ ๒๘/๑๘๓๒ แจ้ง
วิชาบังคับการในเรือ (การเรือการปกครอง) และ พระบรมราชานุญาต มายังเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ

สรรพาวุธ โดยระบุมาด้วยว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
ขั้นที่ ๒ คือ การศึกษาวิชาเฉพาะเป็นอย่างๆ ให้รู้ดี เจ้าอยู่หัว ทรงจดพระราชทานคำภาษาไทยที่ยังมิได้
กว่าขั้นที่ ๑ เช่น ปืนใหญ่, ตอร์ปิโด, ทุ่นระเบิด, เดินเรือ ฯลฯ แปลจากภาษาอังกฤษ คือ
ขั้นที่ ๓ คือ วิชารบ ยุทธวิธี (วิธีการใช้เรือต่างๆ Navy (Noun) ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
ใช้อาวุธต่าง ๆ ฯลฯ รบกันในระหว่างเรือต่อเรือ เป็น นาวี
นำกระบวนเรือเข้ารบ) และยุทธศาสตร์ Naval (Adjective) ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
กรมเสนาธิการทหารเรือเสนอให้ดำเนินการให้ เป็น นาวิกะ หรือ นาวิก
จัดการศึกษาขั้นที่ ๓ โดยนำวิธีการเล่น “นาวียุทธ Lectures ทรงพระราชทานคำภาษาไทย
กีฬา” ที่คิดขึ้นใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรวิชารบ เป็น บรรยาย

ทางเรือของประเทศในทวีปยุโรปนำมาให้นายทหารเรือไทย Debate ทรงพระราชทานคำภาษาไทยเป็น คารม
ฝึกใช้ เพื่อเป็นโอกาสให้นายทหารเรือได้คิดและเรียนรู้ ดังนั้นเมื่อจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ด้วยตนเองว่าเรือของทหารเรือไทยที่มีอยู่นั้นจะใช้ให้ถูก เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีได้อย่างไร และเพื่อให้ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ จึงทรงลงพระนามในคำสั่ง
สามารถประเมินล่วงหน้าจากลักษณะภูมิประเทศใน กระทรวงทหารเรือลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๘
อ่าวไทยว่าควรจะมีเรือชนิดใดจำนวนเท่าใดจึงจะ เพื่อตั้งราชนาวิสภาของทหารเรือขึ้นจึงใช้คำว่า “ราชนา
สามารถป้องกันข้าศึกชาติต่าง ๆ ได้ เนื่องจากกรม วิกะสภา”

เสนาธิการทหารเรือยังไม่มีความประสงค์ที่จะจัดตั้ง จากเอกสารต่าง ๆ ข้างต้น “ราชนาวิกสภา”
เป็นโรงเรียนสงคราม (War School) ขึ้น ดังนั้นจึงเสนอ จึงก่อตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จ
ให้จัดตั้ง “ราชนาวีสภา” ขึ้นเพื่อการนี้ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกรมเสนาธิการทหารเรือ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า
ได้ทรงพระอักษรเรื่องนี้ในวันใดนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ วุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมขุนสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงดำรง
ในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๕๘ มีหนังสือกรมปลัด ตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือเป็นผู้ริเริ่มจัดทำบันทึก
ทัพเรือที่ ๕๘/๒๔๕๘/๑๒๖๔๘ แจ้งความมายัง นายพลเรือโท ความเห็นและข้อบังคับจัดตั้งราชนาวีของทหารเรือขึ้น
พระยามหาโยธา ผู้บัญชาการกรมชุมพลทหารเรือ ใช้สถานที่ซึ่งเป็นห้องเก็บเรือแจวพายในความปกครอง
ว่ากรมเสนาธิการทหารเรือ แจ้งว่าในการที่จะตั้ง ของกรมชุมพลทหารเรือรวม ๒ ห้อง เป็นที่ตั้งทำการ

ราชนาวีสภาขึ้นจะต้องใช้ที่ชั้นล่างซึ่งเก็บเรือแจวพายอยู่ ของราชนาวิกสภานับตั้งแต่นั้นมา (อ่านต่อฉบับหน้า)



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ๗

กฎหมายใกล้ตัว





เรือโท สุทธิชัย ธรรมชาติ




ไปศาล ไม่ไปศาล






“ศาล” องค์กรศาลเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจ
ตุลาการ อันเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของ
ปวงชนชาวไทย ซึ่งได้แก่ อำนาจบริหาร อำนาจ
นิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ซึ่งการใช้อำนาจ
ตุลาการของ “ศาล” นี้ จะทำหน้าที่ตัดสินอรรถคดี ที่
คู่ความนำเสนอต่อศาล โดยเรื่องใด ๆ ที่คู่ความไม่อาจ
เจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ หรือไม่มีหนทางใด ๆ บังคับเอา

กับคู่กรณี ศาล จึงเป็นที่พึ่งสุดท้าย สำหรับบุคคล
เหล่านั้น
การไปศาลนอกจากการไปเป็นผู้พิพากษาแล้ว
คงไม่มีใครอยากไป ไม่เว้นแม้แต่ตัวผู้เขียนเอง ซึ่งใน
ศาล ก็เหมือนการแสดงละครบทหนึ่ง เพื่อประโยชน์
ของคู่ความแต่ละฝ่าย คู่ความเหล่านั้นต่างเอาเรื่องที่ พฤติการณ์การกระทำความผิด คำตัดสินที่ตัดสินจำคุก
จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ไปเล่าให้ศาลฟัง นำสืบพยาน ตลอดชีวิต ผู้เขียนก็พลอยสลดหดหู่ ไปด้วย และเชื่อว่า

เพื่อสนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงของตน โดยหวังว่า ศาล ทุก ๆ คนที่ไปศาล จะมีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับผู้เขียน
จะเชื่อ และตัดสินให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี ยิ่งในวันใด “สลด หดหู่ แล้วไปทำไม” “จำเป็นต้องไปศาลหรือไม่”
คดีที่ผู้เขียนเป็นผู้แทนคดี นัดตรงกับคดีอื่น ๆ ที่มี “ไม่ไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น”
การพิพากษา ผู้เขียนก็ได้นั่งฟังคำพิพากษาไปด้วย ซึ่ง เหล่านี้ ล้วนเป็นคำถามที่มีคำตอบในประมวล
ในระหว่างศาลท่านอ่านคำพิพากษาอยู่นั้น ทั้งสอง กฎหมายวิธีพิจารณาความอย่างชัดเจนแล้ว โดยเมื่อ
ฝ่ายต่างใจจดใจจ่อว่า สุดท้ายศาลท่านจะตัดสินว่า เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ได้มีนายทหารท่านหนึ่ง
อย่างไร ในห้องพิจารณาที่กว้างใหญ่ นอกจากจะมี นำสำนวนคดีแพ่งมาปรึกษาผู้เขียน โดยถูกฟ้องกรณี
เสียงท่านผู้พิพากษาที่กำลังอ่านคำพิพากษานั้น ยังมี “ผิดสัญญาเช่าซื้อรถ” โดยในคำฟ้องระบุว่า
เสียงสูดลมหายใจเข้าออก ของฝ่ายโจทก์ และฝ่าย “จำเลยเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ใน ราคา

จำเลย ซึ่งดังไม่แพ้เสียงอ่านคำพิพากษาของศาล ซึ่งมี ๖๐๐,๐๐๐ บาท โดยวางเงินดาวน์ ๑๔๐,๐๐๐ บาท
คดีอยู่คดีหนึ่ง เป็นคดีอาญา นัดพิพากษาตรงกับคดี ผ่อนชำระ ๖๐ งวด ในอัตราเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท โดย
ของผู้เขียน จึงได้ร่วมฟังอยู่ด้วย แม้จะไม่ใช่คดี ผ่อนมา ๒๐ งวด ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระ ๓ งวด ติดต่อ
ของตนเอง แต่เมื่อศาลท่านได้อ่านข้อเท็จจริงถึง โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา และได้ติดตามรถคันดังกล่าว



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ๙๓

ภาพจาก : www.thailandlawyer.com992
www.m.matichon.co.th

แล้วส่งตัวแทนมารับรถคันดังกล่าวคืน โดยฝ่ายจำเลย การไม่ไปศาล โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้
ยินยอมส่งมอบให้แก่ตัวแทนฝ่ายโจทก์” ซึ่งนายทหาร เลื่อนคดี กฎหมายถือว่า ท่านขาดนัดพิจารณา หาก
ท่านนั้น ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ ก็รับข้อเท็จจริงว่าเป็น ท่านเป็นโจทก์ ท่านจะแพ้คดีทันที แต่หากท่านเป็น
อย่างนั้น แต่ในคำฟ้องที่ระบุในข้อต่อ ๆ ไป ซึ่งระบุว่า จำเลย ยังดีขึ้นมาอีกนิดหน่อยเพราะศาลพิจารณาและ
โจทก์นำรถคันดังกล่าวออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงิน ชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว หากนำสืบคดีแล้วมีมูล
มาชำระหนี้ มีค่าส่วนต่าง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และมีค่า โจทก์ก็จะชนะคดี โดยที่จำเลยไม่มีโอกาสโต้แย้ง การไม่
ติดตามทวงถาม อีก ๕๐,๐๐๐ บาท มีค่าขาดประโยชน์ ไปศาล หากเป็นภาษากีฬา มักจะเรียกว่า แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

จากการไม่ได้ใช้ทรัพย์อีก ๕๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ย หรือ แพ้บาย สุดแล้วแต่จะเรียก
ของเงินดังกล่าว ซึ่งรวมแบบคร่าว ๆ ประมาณ “แล้วการไปศาลมีประโยชน์อย่างไร ?” ประโยชน์
๓๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งหากจ่ายเสียแต่ตอนนั้น คงได้รถมา ของการไปศาล นอกจากจะไม่เป็นการขาดนัดแล้ว ยังมี
ครอบครอง โดยคำฟ้อง และคำขอท้ายฟ้องในข้อนี้ โอกาสที่จะนำสืบพยานหลักฐาน โต้แย้ง คำฟ้อง
นายทหารท่านนั้นท่านรับไม่ได้ และมองว่าไม่ได้รับ ซักค้านพยานโจทก์ หรือไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล ซึ่งคดีนี้
ความเป็นธรรม และท่านมาขอคำปรึกษาด้านกฎหมาย หากเราไกล่เกลี่ย โดยอ้างว่า จำเลย เป็นข้าราชการ
แต่ลึก ๆ ในใจ ท่านไม่อยากที่จะไปศาล เงินเดือนสหกรณ์ตัดจนไม่เหลือ และเงินเดือน

“จำเป็นต้องไปศาลหรือไม่ และหากไม่ไปแล้ว จะ ข้าราชการอยู่นอกข่ายการบังคับคดี ไม่มีเงินเก็บ และ
เกิดอะไรขึ้น ?” ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ไม่มีหลักทรัพย์ใด ๆ ให้บังคับคดี ถ้าจำเลยแพ้คดี โจทก์
แพ่ง วางหลักไว้ว่า “ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มา แต่คำพิพากษา แต่ไม่สามารถไปบังคับใด ๆ เอากับ
ศาลในวันสืบพยาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ ทรัพย์สินจำเลยได้ แต่ถ้าโจทก์ยอมผ่อนให้แก่กัน
เลื่อนคดี ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา ถ้า ยอมลดหนี้เหลือ ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยจะไปกู้เงิน
โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้น สหกรณ์มาวาง ทันที
เสียจากสารบบความ เว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลใน เชื่อหรือไม่ โจทก์บางรายถือสุภาษิตไทยที่ว่า
วันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ก็ให้ “กำขี้ ดีกว่ากำตด” ได้เงินสด ๕๐,๐๐๐ บาท ดีกว่า ได้
ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้น ไปฝ่ายเดียว และ คำพิพากษาชนะคดีเต็มตามฟ้องมา ๓๕๐,๐๐๐ บาท

ถ้าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาด แต่ไปติดตามบังคับคดีไม่ได้เลย ตัดสินใจรับข้อเสนอก็มี
ตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว หากคู่ความทั้งสองฝ่ายขาด หน้าที่ท่าน เพียงแต่ไปตีหน้าเศร้า เล่าความจน ให้
นัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจาก คู่กรณีฟัง เชื่อเหลือเกินว่า สามารถลดหนี้ได้ แม้จะแพ้
สารบบความ” ตั้งแต่ในมุ้ง ได้ลุกขึ้นมาตบยุงก็ยังดีนะ


๙๔ นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

การฌาปนกิจ



สงเคราะห์แห่งราชนาวี












































































นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๙ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ 95


Click to View FlipBook Version