The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน สิงหาคม ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-09-28 04:33:44

นาวิกศาสตร์ เดือน สิงหาคม ๒๕๖๕

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน สิงหาคม ๒๕๖๕

“...กฎหมายนั้น ผู้ใดศึกษาก็ย่อมศึกษาได้ แต่ข้อที่จะท้าทายก็คือ นำากฎหมายไปใช้ให้ถูกต้อง เป็นธรรม

เหมาะแก่โอกาส เหมาะกับกาลเทศะ เพื่อความเที่ยงตรง. ...”







พระราชดำารัส
ในโอกาสที่ประธานศาลฎีกา นำาผู้พิพากษาประจำาศาล สำานักงานศาลยุติธรรม
เข้าเฝ้า ฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
วันอังคาร ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐


๑๒ สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา


สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทรงพระเจริญ




ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ


ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา


นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท ชลธิศ นาวานุเคราะห์
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี จิรพล ว่องวิทย์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ชยุต นาเวศภูติกร
พลเรือตรี ดนัย สุวรรณหงษ์
พลเรือตรี โสภณ รัชตาภิรักษ์
พลเรือตรี อัตตะวีร์ ทักษรานุพงศ์
พลเรือตรี คมสัน กลิ่นสุคนธ์
พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด ปกหน้า
พลเรือตรีหญิง วรารัตน์ สิงห์ขวา
พลเรือตรี ชัยวัฒน์ คุ้มทิม
พลเรือตรี พงษ์สันต์ สมัยคมสัน
พลเรือตรี ทรงฤทธิ์ ฉัตรเงิน
พลเรือตรี อรรณพ แจ่มศรีใส
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง ปาริชาติ เชื้อจิตรนุกูล
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือเอก วันชัย แหวนทอง
พลเรือโท คณาชาติ พลายเพ็ชร์
พลเรือโท สาธิต นาคสังข์ ปกหลัง
พลเรือตรี จักรชัย น้อยหัวหาด ข้อคิดเห็นในบทความท่นาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน


พลเรือตรี สมชาย ศิพะโย มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพัน


บรรณาธิการ ต่อทางราชการแต่อย่างใด ได้นาเสนอไปตามท่ผู้เขียนให้ความคิดเห็น




นาวาเอก จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ เท่าน้น การกล่าวถึงคาส่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบ้องต้น
ผู้ช่วยบรรณาธิการ เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า







นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา ปกหน้้า ๑๒ สงหาคมของทกป เปนวนคลายวนพระราชสมภพ









ประจ�ากองบรรณาธิการ ของสมเดจพระนางเจาสรกต พระบรมราชนนาถ








นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี พระบรมราชชนนพนปหลวง และเปน “วนแมแหงชาต”
นาวาเอก นิพนธ์ พลอยประไพ ปกหลััง สมเดจพระนางเจาสรกต พระบรมราชินนาถ พระบรม








นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง ราชชนนพนปหลวง ในโอกาสเสดจ พระราชด�าเนน





นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี ประทบ ณ อาคารราชนาวกสภา เพอทอดพระเนตร




นาวาโทหญิง ศรัญญา ศาสโนปถัมภ์ กระบวนพยหยาตราชลมารค ในอดต


นาวาโทหญิง สรารัตน์ จันกลิ่น ออกแบบปก กองบรรณาธิิการ
นาวาตรี ปัญญา ประเสริฐจินดา ส�านักงานราชนาวิกสภา
เรือเอกหญิง สุธิญา พูนเอียด ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
เรือเอก วิทยา ภู่ประดิษฐ์ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
เรือตรี ชัยพันธ์ ไกรศิริ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
นาวิกศาสตร์ 2
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓ ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
เว็บไซต์ราชนาวิกสภา WWW.RTNI.NAVY.MI.TH


สารบัญ




คลังความรู้ คู่ราชนาวี


ปีีที่่ ๑๐๕ เล่่มที่่ ๘ ปีระจำำ�เดืือน สิิงห�คม ๒๕๖๕

ลำ ดับเรื่อง ลำ ดับหน้า
บรรณาธิิการแถลง ..............................................................................๔
เรองเลาจากปก .................................................................................๕








๑๖๐ ป สมพนธิภาพ เยอรมน-ไทย ในบรบทของกจการทหารเรอ .....๖


พลเรืือเอก สามารืถ จำำาปีีรืตน์์





สงครามรสเซย-ยเครน กบ ยทธิวธิและหลกการสงครามทางเรอ ......๑๘




......


น์าวาโท สรืะ บรืรืจำงจำตรื







การพฒนาทางเทคโนโลยกบการเสรมสรางสมททานภาพ .............๒๔






น์าวาโท ธารืไชยยน์ต ตน์ตอาน์วย
Operation Weserubung การยทธิสะเทนน�าสะเทนบกครังแรก






ของสงครามโลกครังที ๒ ..................................................................๓๗


น์าวาตรื วรืกมล สวน์จำน์ทรื ์




ท�าไมตองเรอด�าน�้า: บทเรยนจากหนาประวตศาสตร ์





การปฏิิบตการเรอด�าน�้า .................................................................๔๗





น์าวาตรื วรืยทธ น์สสยพน์ธุ ์




สานวนชาวเรอ ................................................................................๖๑



เรืองเลาชาวเรอ ...............................................................................๖๓







“นอมร�าลก เสดจเตีย ณ หาดทรายร ๑๐๐ ปไมมลม”







ตอนท ๓ การรบราชการของ “เสดจเตย” ในราชนาวไทย ......๖๔









ขอคดปลกจตสานกจรยธิรรม ขอท ๗ ............................................๖๘



ข่าวนาวีรอบโลก ..............................................................................๗๐

ภาพกจกรรมกองทพเรอ .................................................................๗๔




การฌาปนกจสงเคราะหแหงราชนาว ..............................................๘๓



มาตรานา เดอน กนยายน ๒๕๖๕ ................................................๘๖



เวลาดวงอาทตย์ และ ดวงจนทร ขึน-ตก





เดอน กนยายน-ตลาคม ๒๕๖๕ ......................................................๙๐



นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพ่อเผยแพร่ นาวิกศาสตร์ 3

วิชาการและข่าวสารทหารเรือท้งในและนอกประเทศ ตลอดจนวิทยาการอ่น ๆ ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓

ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธิ์ของกองทัพเรือ ชั้นวาง E-book นาวิกศาสตร์ (QR-code)






สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้อ่านท่รักทุกท่าน เดือนสิงหาคมน้มีวันสาคัญย่งสาหรับพสกนิกรชาวไทยทุกคน




น่นก็คือวันท ๑๒ สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ




พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยังเป็น “วันแม่แห่งชาติ” อีกด้วยครับ ซ่งวันแม่แห่งชาต ได้ถูกจัดข้นคร้งแรกเม่อวันท ่ ี





๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข จนกระท่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ คณะกรรมการอานวยการ






สภาสงคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถมภ์ ได้กาหนดวนแม่แห่งชาตข้นใหม่ โดยถอเอาวนคล้าย




วันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ วันท ๑๒ สิงหาคมของทุกปี ให้เป็นวันแม่แห่งชาต เพ่อให้ลูก ๆ




ทุกคน ได้แสดงออกถึงความรัก และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณด้วย และค�าขวัญวันแม่ ปี ๒๕๖๕ มีอยู่ว่า ....
“พระคุณแม่ยิ่งใหญ่เกินใดเปรียบ จะหาใครมาเทียบยากจักหา
ประพฤติดีด้วยใจกายวาจา ประกาศคุณมารดาต่อแผ่นดิน”
ส�าหรับบทความในนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ นี้ยังคงมีบทความที่หลากหลาย ครบเครื่อง

ด้วยเน้อหาสาระ และให้ความเพลิดเพลินแก่ท่านสมาชิกและผู้อ่านเช่นเคยครับ เร่มด้วยบทความเร่องแรกคือ



“๑๖๐ ปี สัมพันธภาพเยอรมัน-ไทยในบริบทของกิจการทหารเรือ” เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์
บทความนี้กล่าวถึงปฐมบทของความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดินาวีเยอรมันกับราชนาวีสยาม ท่ได้ถือกาเนิดข้น





เปนเวลากวา ๑๐๐ ปมาแลว แตมเหตสะดดหยดไปรวม ๔๐ ป ในชวงสงครามโลกครงท ๑ ตอเนองไปจนถงสงครามโลก


















คร้งท ๒ จวบจนได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์อันดีข้นอีกคร้งในสถานภาพใหม่ คือ กองทัพเรือแห่งสหพันธ์










สาธารณรัฐเยอรมันและราชนาวีไทย ยังมีบทความท่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ บทความเร่อง “สงครามรสเซย-ยเครน
กับยุทธวิธีและหลักการสงครามทางเรือ” เขียนโดย นาวาโท สุระ บรรจงจิตร นักเขียนประจาของนิตยสารนาวิกศาสตร์

และเพิ่งได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๓ รางวัลบทความดีเด่น “พลเรือเอก กวี สิงหะ ประจ�าปี ๒๕๖๔” ที่ผ่านมาครับ

ต่อด้วยบทความเร่อง “การพัฒนาทางเทคโนโลยีกับการเสริมสร้างสมุททานุภาพ” เขียนโดย นาวาโท


ธารไชยยันต์ ตันติอานวย ซ่งเป็นนักเขียนท่เพ่งได้รับ “รางวัลนักเขียนหน้าใหม่” รางวัลบทความดีเด่นฯ เช่นเดียวกันครับ


นอกจากนี้ยังมีบทความเรื่อง “Operation Weserubung การยุทธสะเทินน�้าสะเทินบก ครั้งแรกของสงครามโลก

คร้งท ๒” เขียนโดย นาวาตร วีรกมล สวนจันทร์ ปิดท้ายด้วยบทความเร่อง “ทาไมต้องเรือดานา :








บทเรียนจากหน้าประวัติศาสตร์การปฏิบัติการทางเรือ” เขียนโดย นาวาตรี วรยุทธ นิสสัยพันธุ์
ท้ายที่สุดนี้กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ ขอฝากความห่วงใย และความปรารถนาดีมายังท่านสมาชิก



และผู้อ่านท่รักทุกท่านขอให้ทุกท่านดูแลรักษาสุขภาพ ดารงชีวิตในวิถีใหม่ ด้วยการหม่นออกกาลังกาย “อยู่ห่างไว้

ใส่แมสก์กัน หมั่นล้างมือ” พบกันใหม่ฉบับหน้า โชคดี สวัสดีครับ ...
“กยิรา เจ กยิราเถน” “จะท�าสิ่งไร ควรท�าจริง”


กองบรรณาธิการ






ปกหน้า ๑๒ สิงหาคม ของทุก ๆ ปี เป็น “วันแม่แห่งชาติ” เป็นวันส�าคัญ


อีกวันหน่ง ของชาวไทยทุกคน ท่นอกจากจะได้แสดงความกตัญญูต่อมารดาแล้ว



ก็ยังเป็นวันท่ทาให้พสกนิกรชาวไทยได้น้อมสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
อีกด้วย



สาหรับปกหน้าของนาวิกศาสตร์ ฉบับประจาเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ น ้ ี
ได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


เสด็จพระราชดาเนินไปทรงร่วมงานแข่งขันว่าว ณ งานกาชาด ท่ท้องสนามหลวง


ร่วมกับพระราชมารดา เม่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ นอกจากนน ได้นาตราสญลกษณ์




พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม
ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
อยู่ทางมุมขวาบนของปกไว้ด้วย


ปกหลัง กองทัพเรือและราชนาวิกสภา มีความสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ


ท่ได้มีโอกาสรับเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และพระราช

อาคนตกะ ประทบทอดพระเนตรกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ อาคาร


ราชนาวิกสภา และขบวนเรือพระราชพิธีในวาระต่าง ๆ หลายต่อหลายครั้ง

โดยในปกหลังนาวิกศาสตร์ฉบับนี้ กองบรรณาธิการได้อัญเชิญพระบรม
ฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนน ี

พันปีหลวง ในโอกาสเสด็จพระราชดาเนินประทับ ณ ราชนาวิกสภา



เพ่อทอดพระเนตรกระบวนพยุหยาตราชลมารค เม่อวันท่ ๒๗ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๑๐ และเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐













นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕








อารััมภบท : เมื่่อต้้นปีีที่่ผ่่านมื่า ผ่เขียนได้้รัับการัรัองขีอจากสถานเอกอครัรัาชที่้ต้ไที่ย ปีรัะจานครัเบอรัลิิน ปีรัะเที่ศ









สหพัันธ์์สาธ์ารัณรััฐเยอรัมื่น ใหชวยเขียนบที่ความื่ในหวขีอเรัอง “๑๖๐ ปีี สััมพัันธภาพั เยอรัมน-ไทย ในบรับทของ























กิจกิารัทหารัเรัอ” อนจะเปีนสวนหนงในหนงสออนสรัณที่ที่างสถานที่ต้ฯ จด้พัมื่พัขีนในภาคภาษาไที่ยแลิะเยอรัมื่น








เพัอแจกจายใหหนวยงานด้้านการัต้างปีรัะเที่ศขีองที่ังสองชาต้ ในโอกาสการัฉลิองครับรัอบ ๑๖๐ ปีี ขีองสมื่พัันธ์ภาพั










รัะหวางปีรัะเที่ศที่ังสอง ซึ่่งผ่เขียนกต้อบรัับด้้วยความื่ยนด้่ แลิะได้้จด้สงต้้นฉบบใหที่างสถานที่้ต้ฯ ด้าเนนการัจด้พัมื่พั ์








รัวมื่เลิมื่เพั่�อแจกจ่ายเรั่ยบรั้อยแลิ้ว




เนอหาภายในบที่ความื่น่จะกลิ่าวถ่งปีฐมื่บที่ขีองความื่สมื่พัันธ์์รัะหว่างจักรัพัรัรัด้ินาว่เยอรัมื่ันกับรัาชนาว่สยามื่









ที่ได้้ถ่อกำาเนด้ขีนเปี็นเวลิากว่ารั้อยปีีมื่าแลิ้ว แต้่กมื่อันต้้องสะดุ้ด้หยด้ย�งไปีเปี็นเวลิารั่วมื่ส่สิบปีีในช่วงสงครัามื่โลิก
























ครังที่ ๑ ต้อเนองไปีจนถงสงครัามื่โลิกครังที่ ๒ จนกรัะที่งได้มื่การัสถาปีนาความื่สมื่พันธ์รัะหวางกนอกครัง ในสถานภาพั




ใหมื่ค่อ กองที่พัเรั่อแหงสหพัันธ์์สาธ์ารัณรััฐเยอรัมื่น แลิะรัาชนาว่ไที่ย ซึ่่งผ่เขียนมื่่ความื่เหนวา นาจะเปีนความื่รัที่ัวไปี























ในอด้ต้ที่เปีนปีรัะโยชนสาหรับผ่อานที่วไปี รัวมื่ที่งนายที่หารัเรัอไที่ยที่จะต้องมื่กจกรัรัมื่หรัอปีฏิสมื่พันธ์กบบคลิากรั


























ขีองกองที่ัพัเรัอเยอรัมื่ันในอนาคต้ กจะสามื่ารัถใชขีอมื่ลิขีองบที่ความื่น�เปีนสะพัานในการัสรั้างบรัรัยากาศที่ด้ใน

การัที่างานรั่วมื่กันที่�งน�เพั�อยังปีรัะโยชน์ในด้้านสมื่พัันธ์ภาพัขีองที่�งสองฝ่่ายด้้วย จงได้นำาเสนอแก่ กองบรัรัณาธ์ิการั














นต้ยสารันาวกศาสต้รั เพัอลิงพัมื่พัเผ่ยแพัรัต้อไปี



นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕



บทนา: ปีฐมบทของสััมพัันธภาพั






หากจะกลิาวถงปีฐมื่บที่ขีองความื่สมื่พัันธ์รัะหวางปีรัะเที่ศไที่ยกบสาธ์ารัณรััฐเยอรัมื่น ในด้านกจการัที่ะเลิ (Maritime)













ในภาพัรัวมื่แลิ้ว ก็ควรัจะมื่่จด้เรัมื่ต้้นที่การัที่าขี้อต้กลิงมื่ต้รัภาพัแลิะการัเด้ินเรัอ รัะหว่างรััฐบาลิสยามื่กับกลิ่มื่ฮัันเซึ่ยต้ิก

(Hansastadt) คอนครัลิอเบค ฮัมื่บรัก แลิะเบรัเมื่น เมื่อวันที่ ๒๕ ต้ลิาคมื่ พั.ศ. ๒๔๐๑ (ค.ศ. ๑๘๕๘) ต้ามื่ลิายพัรัะหต้ถ ์

















นาขีองสมื่เด้จพัรัะกนษฐาธ์รัาชเจา กรัมื่สมื่เด้็จพัรัะเที่พัรัต้นรัาชสุด้าฯ ในหนงสอ ๑๕๐ ปี ความื่สัมื่พันธ์ที่าง









การัที่ต้ไที่ย-เยอรัมื่น ต้อด้วยการัลิงนามื่ในสนธ์สญญาออยเลินบวรักใน ๔ ปีต้อมื่า เมื่อวนที่ ๗ กมื่ภาพันธ์ พั.ศ. ๒๔๐๕
















(ค.ศ. ๑๘๖๒) รัะหว่างคณะที่้ต้ปีรััสเซึ่่ยเยอรัมื่ัน โด้ยมื่่ กรัาฟ ซึ่้ ฮัอยเลิินบวรั์ก ผ่้้ได้รัับการัแต้่งต้งจาก พัรัะเจ้าไกเซึ่อรั์

วิลิเฮัลิมื่ที่่� ๑ ให้เปี็นหัวหน้าคณะ (หนังสอ ๑๕๐ ปีี ความื่สัมื่พัันธ์ที่างการัที่้ต้ไที่ย-เยอรัมื่น โด้ย พัรัสรัรัค์ วัฒนางก้รั





บที่ที่ ๒) ซึ่งนับได้้ว่าเปี็นปีฐมื่บที่ขีองการัรั่วมื่มื่อในด้้านการัค้าขีายที่างที่ะเลิ รัะหว่างรัาชอาณาจักรัสยามื่กับจักรัวรัรัด้ิ



เยอรัมื่น อันมื่่แคว้นปีรััสเซึ่่ยเปี็นแกนนำา









อยางไรักต้ามื่ หากจะมื่งเนนไปีที่กจการัที่หารัเรัอเปีนการัเฉพัาะ อนเปีนความื่มื่งหมื่ายขีองบที่ความื่น� สมื่พันธ์ภาพั









ขีองที่ังสองปีรัะเที่ศกนาจะมื่่จด้เรัิมื่ต้้นที่่การัเสด้จปีรัะพัาสยุโรัปีที่ัง ๒ ครััง ขีององคพัรัะบาที่สมื่เด้จพัรัะจลิจอมื่เกลิา













เจาอยหว ในหลิวงรััชกาลิที่่ ๕ ใน พั.ศ. ๒๔๔๐ (ค.ศ.๑๘๙๗) แลิะ พั.ศ. ๒๔๕๐ (ค.ศ.๑๙๐๗) การัเสด้จฯ เยอนบรัรัด้า















ปีรัะเที่ศชนนาในภาคพันยโรัปีอยางเปีนที่างการันน นบเปีนพัรัะรัาโชบายขีองพัรัะองคในด้านกจการัต้างปีรัะเที่ศ






























ด้วยการัผ่กมื่ต้รักบชาต้มื่หาอานาจที่�งหลิายที่ไมื่่มื่เจต้จานงที่จะเขีามื่ายด้ครัองปีรัะเที่ศสยามื่ ที่งนเพัอเปีน


















การัคานอานาจปีรัะเที่ศองกฤษแลิะฝ่รังเศส ที่มื่งจะลิาอาณานคมื่ในภมื่ภาค ซึ่งที่งสองชาต้กลิวนพัยายามื่ที่จะแพัรั ่








ขียายอที่ธ์พัลิขีองต้นจากที่างที่ะเลิเปีนเสนที่างหลิก



ความื่สญเสยครังสาคญขีองปีรัะเที่ศสยามื่จากภัยคกคามื่ที่างที่ะเลิด้งกลิาว ได้เกด้ขีนใน พั.ศ. ๒๔๓๖ (ค.ศ. ๑๘๙๓)





















ที่่คนไที่ยรัจกด้่ในชอวา “เหต้การัณ รั.ศ. ๑๑๒” เมื่่อปีรัะเที่ศฝ่รัั�งเศสได้้สงเรั่อรับ ๓ ลิา แลินบกรักต้่ฝ่่าแนวต้้านที่าน









ขีองที่ะเลิปีรัะเที่ศสยามื่ที่่ปีากแมื่นาเจาพัรัะยา เขีาส้ใจกลิางพัรัะนครั แลิวบ่บบงคบกด้ด้น จนเรัาต้้องยนยอมื่ส้ญเส่ย







ด้นแด้นปีรัะเที่ศรัาชที่างฝ่งต้ะวนออกขีองแมื่นาโขีงที่งหมื่ด้ รัวมื่ที่งที่รัพัยสนในที่องพัรัะคลิงจานวนมื่าก เพัอแลิกกบ

่�

ำ�












่�



การัด้ารังรัักษาเอกรัาชขีองปีรัะเที่ศไวใหได้้
ภาพท่ ๑ ความสูญเสียคร้งใหญ่ ใน ร.ศ. ๑๑๒ เม่อฝร่งเศส ประเทศนักล่าอาณานิคม ส่งเรือรบ ๓ ลา ตีฝ่าแนวป้องกันท่ปากแม่นาเจ้าพระยา








เข้ามาจอดทอดสมอที่หน้าสถานทูตของประเทศตน แล้วบีบบังคับยึดครองดินแดนของประเทศสยาม
นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕














ขีอสรัปีด้้านจด้ออนขีองการัปีองกนที่างที่ะเลิขีองปีรัะเที่ศสยามื่ กค่อ การัที่่อาวไที่ยมื่่ลิกษณะเปีนถง มื่่ปีากแคบ






























ต้วเมื่องหลิวงต้�งอยที่กนถง จงถกขีาศกใชกาลิงที่างเรัอปีด้ลิอมื่ปีด้อาวได้งาย แลิะที่สาคญกคอ กองที่ัพัเรัอสยามื่ในเวลิาน�น





ยงอยในสภาพัที่ “องค์วัตถุยงขดสัน”-“องค์บค์ค์ลยงไมพัรัอม” จงไมื่อยในฐานะที่จะต้านที่านมื่หาอำานาจ












































ที่างที่ะเลิที่เปีนนกลิาอาณานคมื่เหลิานนได้ ด้งนน วต้ถปีรัะสงคขีองการัเสด้จเยอนมื่ต้รัปีรัะเที่ศภาคพันยโรัปีที่ง ๒ ครังนน












นอกจากจะเพัอเปีนการักรัะชบสมื่พัันธ์ไมื่ต้รักบชาต้มื่หาอานาจที่เปีนมื่ต้รักบปีรัะเที่ศสยามื่ เพัอเปีนการัคานอานาจแลิว











พัรัะองค์ยังที่รังมืุ่่งที่จะแสวงหาหนที่างในการัพััฒนาศักยภาพัขีองการัปี้องกันปีรัะเที่ศที่างที่ะเลิขีองปีรัะเที่ศสยามื่
จากปีรัะเที่ศยุโรัปีต้้นแบบเหลิ่านันด้้วย





ในการัเสด้็จเยอนปีรัะเที่ศเยอรัมื่นครังแรักในปีีพัที่ธ์ศักรัาช ๒๔๔๐ (ค.ศ. 1897) นน พัรัะองค์ได้้เสด้็จไปีเยอน
















เมื่องค่ลิ (Kiel) ซึ่งเปี็นเมื่องฐานที่พัเรัอที่สำาคัญที่างด้้านที่ะเลิบอลิต้ิก โด้ยได้้ไปีที่อด้พัรัะเนต้รักิจการัขีองอต้่อเรัอบรัิษที่



Howaldtswerk Deutsche Werft (HDW) ซึ่งมื่่ผ่ลิงานการัออกแบบแลิะสรั้างเรัอด้ำาน�าในรัะด้ับชนนำาขีองโลิก








รัวมื่ที่งได้้เสด้็จไปีที่อด้พัรัะเนต้รัคลิองค่ลิ (Nord-Ostsee Kanal) “คลิองลิด้ที่ะเลิ” ขีองปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่ที่่�เพังสรั้าง




แลิ้วเสรั็จได้้ไมื่่นาน ซึ่งการัที่�ปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่ได้้ลิงทีุ่นมื่หาศาลิขีุด้คลิองน่�ขีน ก็เพัอแก้ปี่ญหาในด้้านภ้มื่ิยุที่ธ์ศาสต้รั์



ขีองการัเปี็นปีรัะเที่ศ “ค์รั่อมทะเล” นันเอง












ภาพที ๒ ฯพณฯ ออตโต ฟอน บสมารค อดตอครมหาเสนาบดแหงเยอรมน ถวายการตอนรบลนเกลารชกาลที ๕ ทีเมองฟรดรชสรเฮอ












ขณะเสดจเยอนเยอรมนครังแรก พ.ศ. ๒๔๔๐ (ค.ศ. ๑๘๙๗)






ลิักษณะสำาคัญขีองปีรัะเที่ศ “ค์รั่อมทะเล” ก็คอ การัที่ชายฝ่่�งที่ะเลิขีองปีรัะเที่ศน�นไมื่ต้่อเน่องกันเพัรัาะมื่่ด้ินแด้น



ขีองปีรัะเที่ศอน (หรั่อหลิายปีรัะเที่ศ) ต้งขีวางกันอย่ เปี็นจุด้อ่อนที่างยุที่ธ์ศาสต้รั์ แลิะเกิด้ปี่ญหาในการัต้ด้ต้่อสัญจรั
่�




ที่างที่ะเลิ ซึ่งปีรัะเที่ศสยามื่เองกมื่่ปี่ญหาในที่ำานองเด้ยวกัน พัรัะองค์จงมื่ความื่สนพัรัะที่ัยในการัแก้ปี่ญหาขีองเยอรัมื่ัน




เปี็นพัิเศษ










อนง นอกเหนอจากที่ปีรัะเที่ศสยามื่จะมื่ลิกษณะเปีนปีรัะเที่ศ “ครัอมื่ที่ะเลิ” เชนเด้ยวกบปีรัะเที่ศเยอรัมื่นแลิว










ที่งสองปีรัะเที่ศก็ยังมื่คณลิกษณะที่างกายภาพั (Physical Conformation) ที่คลิ้ายคลิงกนมื่ากอย่างนาพัศวง ซึ่ง � ่









พัรัะองค์ที่านนาจะต้รัะหนักเปีนอยางด้ จงได้ที่รังมื่ความื่สนพัรัะที่ัยในกจการัที่หารัเรัอแลิะด้านความื่มื่นคงที่างที่ะเลิ












ขีองปีรัะเที่ศเยอรัมื่นเปี็นพัิเศษ ที่�งน� จะขีอขียายความื่ในปีรัะเด้็นความื่เหมื่อนด้้านคุณลิักษณะที่างกายภาพัด้ังน� :


นาวิกศาสตร์ 8
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕








ภาพที ๓ ภาพแผนทีประเทศไทย เปรยบเทยบกบประเทศเยอรมน โดยการกลบทศเหนอใต แลวพลกกลบซ้้าย-ขวาอกครัง กจะพบวา



















มความละมายคลายกนเปนอยางมาก ตางกนแตเพยงวา ดามขวานของประทศเยอรมนสันและหนากวาเทานัน









หากนาเอาแผ่นที่ปีรัะเที่ศเยอรัมื่น มื่าพัลิิกกลิับจากเหนอเปี็นใต้้ แลิ้วหมืุ่นอกครั�งจากต้ะวันออกเปี็นต้ะวันต้ก

















จากนนกนามื่าเที่ยบเคยงกบแผ่นที่ปีรัะเที่ศไที่ย กจะสามื่ารัถมื่องเห็นความื่ลิะมื่้ายคลิ้ายกนขีองรัปีลิักษณได้อย่าง











ชด้เจน (กรัณาด้ภาพัปีรัะกอบ) ถงแมื่จะไมื่เหมื่อนกนที่กสด้สวนแบบ “พันองฝ่าแฝ่ด้” แต้กสามื่ารัถเปีรัยบเที่ยบวาเปีน



























“พัใหญ-นองเลิก” ได้ รัปีพัรัรัณสณฐานขีองปีรัะเที่ศไที่ยมื่ลิกษณะเหมื่อน “ขีวาน” ที่มื่ด้ามื่บางแลิะยาว ยนลิงไปีในที่ะเลิ






โด้ยมื่่ปีรัะเที่ศมื่าเลิเซึ่่ยแลิะสิงคโปีรัต้ังคันอยที่่ปีลิาย ในขีณะที่่ด้้ามื่ขีวานขีองปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่นัน สันแลิะหนากว่ามื่าก











โด้ยมื่ปีรัะเที่ศเด้นมื่ารั์กต้งกนที่ะเลิอยเชนกน ที่งเยอรัมื่นแลิะไที่ยมื่พันที่ที่างบกแลิะความื่ยาวขีองแนวชายฝ่งที่ะเลิ
















แต้กต้างกนไมื่มื่ากนก แลิะที่เหมื่อนกนเปีนอย่างมื่ากกคอ ที่ะเลิด้านต้ะวันออกขีองเยอรัมื่นคอที่ะเลิบอลิต้ิก มื่ลิกษณะ





























เปีนที่ะเลินาต้นเชนเด้ยวกบอาวไที่ย ซึ่งเปีนสวนหนงขีองที่ะเลิจนใต้ ในขีณะที่ที่ะเลิเหนอที่างต้ะวนต้กขีองเยอรัมื่น ่








กมื่่ความื่ลิ่กใกลิเค่ยงกบที่ะเลิอนด้ามื่น ที่างด้้านฝ่งต้ะวนต้กขีองปีรัะเที่ศไที่ยเชนกน











ด้้วยความื่คลิายคลิ่งในด้้านภ้มื่ยที่ธ์ศาสต้รัด้งกลิาว โด้ยเฉพัาะการัเปีนปีรัะเที่ศ “ครัอมื่ที่ะเลิ” จ่งที่าใหพัรัะองค ์


















มื่ความื่สนพัรัะที่ยในการัขีด้คลิองลิด้ที่ะเลิขีองเยอรัมื่นเปีนอยางมื่าก จะเหนได้จากการัที่พัรัะองค์ได้เสด้จไปี


ที่อด้พัรัะเนต้รักจการัขีองคลิองน่�ถ่ง ๒ ครััง โด้ยครัั�งแรักใน พั.ศ. ๒๔๔๐ (ค.ศ. ๑๘๙๗) แลิะครัั�งที่่ ๒ ใน พั.ศ. ๒๔๕๐









(ค.ศ. ๑๙๐๗) เมื่�อคลิองค่ลิได้้เปีด้ใช้งานมื่ากว่า ๑๐ ปีี ซึ่�งแนวคด้ความื่เปี็นไปีได้้ ผ่ลิปีรัะโยชน์ แลิะความื่เส�ยง ขีองการัขีด้
คลิองลิด้ที่ะเลิขีองปีรัะเที่ศสยามื่ กได้กลิายเปีนขีอถกเถยงอย่างเขีมื่ขีนในหมื่ผ่บรัหารัปีรัะเที่ศสยามื่ในเวลิาหลิาย




























สบปีต้อมื่า ในที่สด้กไมื่มื่ผ่นาคนใด้กลิาเสยงต้ด้สนใจรัเรัมื่โครังการัด้งกลิาว ด้วยความื่หวนเกรังวา คลิองลิด้ที่ะเลิน ่ �
















จะกลิายเปีนจด้ยที่ธ์ศาสต้รัที่ปีรัะเที่ศมื่หาอานาจหมื่ายปีอง แลิะพัยายามื่แผ่อที่ธ์พัลิเขีามื่าครัอบครัอง ด้งเชนที่ได้ ้















เกด้ขี่นแลิวกบคลิองสเอซึ่ แลิะคลิองปีานามื่าเปีนต้วอยาง





สำาหรัับการัพััฒนาด้้านองค์บุคคลิสำาหรัับการัปี้องกันปีรัะเที่ศนัน บที่เรั่ยนจาก “วิกฤต้การัณ์ รั.ศ. ๑๑๒” อันได้ ้
ที่ำาให้ปีรัะเที่ศสยามื่ต้้องส้ญเส่ยด้ินแด้นครัังใหญ่ก็ค่อ “องค์บุคคลิยังไมื่่ถ่งพัรั้อมื่” เพัรัาะกำาลิังที่หารัขีองปีรัะเที่ศสยามื่












ในสมื่ัยนน ยังต้้องพังอาศัยนายที่หารัต้่างชาต้มื่าที่ำาหน้าที่�ผ่้บังคับบัญชาหน่วยรับในต้ำาแหน่งที่สำาคัญเกอบที่ังหมื่ด้















พัรัะองคจงมื่พัรัะรัาโชบายเพัอการัพังต้นเอง โด้ยในเบองต้นได้จด้สงพัรัะรัาชโอรัสหลิายพัรัะองคไปีเขีารัับการัศกษา

นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕














ในสถาบนที่หารัที่สาคญขีองมื่ต้รัปีรัะเที่ศในยโรัปี เพัอนาเอาวที่ยาการัสมื่ยใหมื่กลิบมื่าพัฒนากองที่พัสยามื่ สาหรัับ



















ปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่นัน ในขีันต้้นพัรัะองคได้้จด้สงเจาฟาบรัพััต้รัสขีมื่พัันธ์์พัรัะโอรัสองคโต้ ไปีเขีารัับการัศ่กษาที่่โรังเรั่ยน




นายรัอยที่หารับก แลิวต้อเนองไปีถ่ง โรังเรั่ยนเสนาธ์การัที่หารับกด้้วย




ต้อมื่าในการัเสด้็จปีรัะพัาสยุโรัปีครังที่ ๒ ใน พั.ศ. ๒๔๕๐ (ค.ศ. ๑๙๐๗) พัรัะองค์กได้ที่รังโปีรัด้เกลิ้าฯ






ให้พัรัะรัาชโอรัสองค์เลิ็ก ที่กำาลิังศกษาภาษาอังกฤษอยที่�ปีรัะเที่ศสหรัาชอาณาจักรั คอ เจ้าฟ้ามื่หด้ลิอด้ลิยเด้ชไปีเขี้ารัับ













การัศกษาที่โรังเรัยนเต้รัยมื่นายรั้อยที่หารับก จนได้้สำาเรั็จเปี็นนายที่หารัแลิ้ว ก็โปีรัด้ฯ ให้ย้ายไปีเขี้ารัับการัศ่กษา











ที่โรังเรัยนนายเรัอขีองจักรัพัรัรัด้ินาว่เยอรัมื่ันที่เพัิงสรั้างเสรั็จได้้ไมื่่นาน ด้ังนน เจ้าฟ้ามื่หด้ลิฯ จ่งเปี็นรัาชวงศ์ช�นสง





พัรัะองค์แรัก ที่ได้้เขี้ารัับการัศ่กษาที่สถาบันหลิักขีองจักรัพัรัรัด้ินาว่เยอรัมื่ันจนสำาเรั็จ แลิะสามื่ารัถกลิ่าวได้้ว่าพัรัะองค์ค่อ
ปีฐมื่บุคคลิขีองสมื่พัันธ์ภาพัอันด้ รัะหว่างรัาชนาว่ไที่ยกับกองที่ัพัเรัอสหพัันธ์์สาธ์ารัณรััฐเยอรัมื่น่เปี็นเวลิากว่ารั้อยปีต้่อมื่า




เจ้าฟ้้าทหารัเรัือ : (Der Mariene Prinz) (ขีอมื่ลิจากหนังสอ “เจาฟาที่หารัเรัอ”

















พัรัะรัาชนพันธ์์ในสมื่เด้จพัรัะเจาพันางเธ์อ เจาฟากลิยาณวฒนา กรัมื่หลิวงนรัาธ์วาสรัาชนครันที่รั) ์







ในการัเสด้็จเยอนปีรัะเที่ศเยอรัมื่นครังที่ ๒ ใน พั.ศ. ๒๔๕๐ (ค.ศ.๑๙๐๗) ขีองลินเกลิารัชกาลิที่ ๕ นน











พัรัะองค์ที่รังใช้เวลิาส่วนใหญ่ปีรัะที่บรักษาพัรัะวรักาย โด้ยได้รับการัด้แลิเปีนอย่างด้จากพัรัะเจ้าไกเซึ่อรัวลิเฮัลิ์มื่ที่ ๒









ซึ่งเปี็นพัรัะสหายสนิที่ ในโอกาสน�นพัรัะเจ้าไกเซึ่อรั์กได้้ “ที่วงถามื่” ถ่งการัจด้ส่งพัรัะโอรัสมื่าศกษาที่ รัรั.ที่หารัขีอง














เยอรัมื่ันอก (ต้ามื่ที่่�ได้ที่รังรัับปีากไว้ เมื่่�อครังเสด้็จฯ เยอนเยอรัมื่นครังแรัก เมื่่�อ ๑๐ ปีีก่อน) ด้ังนัน เมื่่�อพัรัะเจ้าไกเซึ่อรั ์








วลิเฮัลิ์มื่ที่ ๒ ได้้ถวายการัจด้งานวันเฉลิิมื่พัรัะชนมื่พัรัรัษา ๒๐ กันยายน พั.ศ. ๒๔๕๐ ที่เมื่องบาด้ฮัอมื่บอรั์ก
ซึ่งพัรัะรัาชโอรัสที่กพัรัะองค์ที่กาลิงศกษาอย่ในปีรัะเที่ศภาคพันยโรัปี ได้้มื่าเขี้าเฝ่้าแลิะรั่วมื่งานด้้วย พัรัะองค์จงได้้



















โปีรัด้เกลิาฯ ให้เจ้าฟ้ามื่หด้ลิอด้ลิยเด้ชไปีเขีารัับการัศกษาวชาที่หารัที่เยอรัมื่นเลิย โด้ยไมื่ต้องกลิับไปีปีรัะเที่ศอังกฤษอก


























ในปีลิายปีนน เจาฟามื่หด้ลิฯ จงได้เขีารับการัศกษาที่โรังเรัยนนายรัอยที่หารับกชนต้นที่เมื่องปีอต้สด้มื่ หลิงจากนน





















กศกษาต้อหลิกสต้รันายรัอยที่หารับกชนสงที่เมื่องโกรัสลิซึ่เต้อรัเฟลิเด้ จนกรัะที่งสาเรัจเปีนนายที่หารัในต้น




พั.ศ. ๒๔๕๔ จากน�นกมื่่พัรัะรัาชปีรัะสงคขีอเปีลิ�ยนเหลิ่าโด้ยย้ายไปีเขี้ารัับการัศกษาที่�โรังเรัยนนายเรัอเยอรัมื่ัน












เฟลินสบ้รั์กมื่รั์วิค ในปีลิายเด้อนมื่นาคมื่ปีีเด้ยวกัน พัรัะองค์เขี้ารัับการัศกษาพัรั้อมื่กับเพั�อนรั่วมื่รันอก ๒๔๕ คน







นบเปีนนกเรั่ยนนายเรั่อรัุนที่่ ๓ ขีองสถาบนน่� (รัุน ค.ศ. ๑๙๑๒) ซึ่่งขีณะนันที่รังมื่่พัรัะชนษา ๒๐ ปีีเที่านัน










ภาพที่ ๔ เจ้าฟ้ามหิดลฯ (องค์ที่สองจากซ้้าย) ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับการศึกษาโรงเรียนนายร้อยทหารบก
ต่อด้วยโรงเรียนนายเรือ ประเทศเยอรมนี ด้วยพระชันษา ๒๐ ปี
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕







จอมื่พัลิเรัอ ฟอน เที่ยรั์ปีิที่ซึ่์ เสนาบด้กรัะที่รัวงที่หารัเรัอ ผ่้ซึ่งได้้รัับมื่อบหมื่ายจากพัรัะเจ้าไกเซึ่อรั์ได้้กำาหนด้




แผ่นการัฝ่ึกหัด้ศกษาขีองพัรัะองค์ โด้ยเมื่่�อจบหลิักส้ต้รันายที่หารัที่่�โรังเรั่ยนนายเรั่อแลิว ก็ให้พัรัะองค์เขีารัับการัศกษา






เพั�มื่เต้มื่ในวิชาการัต้อรัปีิโด้แลิะปีืนใหญ่ จากนันก็ให้ลิงฝ่ึกปีฏิิบัต้ิงานบนเรั่อปีรัะจัญบานหรั่อเรั่อลิาด้ต้รัะเวนหนักขีอง

















“กองเรัอที่ะเลิลิก” (Hochsee Flotte) อก ๒ ลิา เปีนอนเสรัจสนสมื่บรัณ แต้ในรัะหวางที่พัรัะองคกาลิงศกษาวชาปีนใหญ ่




อยที่่เมื่่องซึ่อนเด้อรับ้รัก (Sonderburg) ใน ค.ศ. ๑๙๑๔ ปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่กได้้เขีาส้สภาวะสงครัามื่โลิกครัังที่่ ๑ โด้ยที่่ �














ปีรัะเที่ศสยามื่ในขีณะนันได้ปีรัะกาศวางต้ัวเปี็นกลิาง พัรัะองค์จงต้้องเสด้็จฯ กลิับคนพัรัะนครัก่อนกำาหนด้ ในขีณะที่่�


เพั่�อนรั่วมื่รัุ่นขีองพัรัะองค์ที่งหมื่ด้ก็ได้้เขี้ารั่วมื่รับในสงครัามื่โลิกครังที่่� ๑ ต้่อเนองไปีจนถงครังที่่� ๒ ในเวลิา ๒๐ ปีต้่อมื่า

่�















แลิะได้้พัลิช่พัเพัอปีิตุ้ภ้มื่ิเปี็นจำานวนมื่าก ซึ่งหน่งในบรัรัด้าเพัอนรั่วมื่รัุ่นขีองพัรัะองค์ ที่ได้้สรั้างว่รักรัรัมื่รัะด้ับต้ำานาน



ขีองโลิกในช่วงต้้นสงครัามื่โลิกครังที่่� ๒ (ธ์ันวาคมื่ ค.ศ. ๑๙๓๙) ก็คอนาวาเอก ฮัันส์ ลิางสด้อรั์ฟ (Hans Langsdorff)
ผ่้้บังคับการัเรั่อปีรัะจัญบานกรัะเปี๋า Admiral Graf Spee ในการัรับที่างเรั่อที่่�ปีากแมื่่นำ�าเพัลิที่ (Seabattle of River
Plate) ปีรัะเที่ศอุรัุกวัย ที่ว่ปีอเมื่รัิกาใต้้ในวันที่่� ๑๓ ธ์ันวาคมื่ ค.ศ. ๑๙๓๙ (พั.ศ. ๒๔๘๒)
ภาพที่ ๕ ลายพระหัตถ์ของพระเจ้าไกเซ้อร์วิลเฮล์มที่ ๒ แห่งเยอรมนี ภาพที่ ๖ เจ้าฟ้ามหิดลแห่งสยามในเครื่องแบบเต็มยศนายเรือตรี


โปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าฟ้ามหิดลฯ แห่งราชอาณาจักรสยาม ซ้ึ่งส�าเร็จ แหงจกรพรรดนาวเยอรมน ประดบเครืองราชอสรยาภรณไทย








การศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแล้ว ย้ายไปเข้ารับการศึกษา (ค�าบรรยายในภาพ : “เจาฟามหดลแหงสยาม” ไดรบโปรดเกลาฯ

















ต่อที่โรงเรียนนายเรือเยอรมนี ด้วยยศนายเรือตรี โดยมีจอมพลเรือ ใหเขาศกษาทีโรงเรยนนายเรอทีมรวก โดยทรงเปนนายเรอตรที ่








ฟอน เทียร์ปิตซ้์ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือเป็นผู้ลงนามรับราชโองการ อายนอยทีสดในจกรพรรดนาวเยอรมน)





นายเรัอโที่สมื่เด้็จเจ้าฟ้ามื่หด้ลิอดุ้ลิยเด้ช ที่รังเขี้ารัับรัาชการัในกรัะที่รัวงที่หารัเรัอ ต้งแต้่วันที่ ๒ เมื่ษายน






พั.ศ. ๒๔๕๘ (ค.ศ. ๑๙๑๕) โด้ยพัรัะองค์มื่่พัรัะปีรัะสงค์ที่จะลิงปีฏิิบต้ิหน้าที่ในเรัอต้อรั์ปีิโด้ เพัอจะได้้











“ออกที่ะเลิ” เช่นเด้ยวกับนายที่หารัที่จบใหมื่่ที่วไปี แต้่กรัะที่รัวงที่หารัเรัอเห็นว่าไมื่่สมื่ควรั จงได้้จด้ให้พัรัะองค์





ไปีรัับรัาชการัในกรัมื่เสนาธ์ิการัที่หารัเรัอ แลิะต้่อมื่ากได้้ย้ายไปีเปี็นอาจารัย์ในกรัมื่ยที่ธ์ศกษาที่หารัเรัอ ต้งแต้่ ๙ สิงหาคมื่






พั.ศ. ๒๔๕๘ (ค.ศ. ๑๙๑๕)
นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕










ภาพที ๗ เรอด�าน�้าชด “มจฉาน” จ�านวน ๔ ล�า เรอด�าน�้าชายฝงจ�านวน ๔ ล�า ของกองทพเรอไทย สรางในประเทศญี่ปุน




ตามข้อเสนอแนะของเจ้าฟ้ามหิดลฯ ในหลายปีต่อมา








ถงแมื่้ว่าพัรัะปีรัะสงค์ในการัขีอออกปีฏิิบต้รัาชการัที่ะเลิจะไมื่่ได้รัับการัอนุมื่ต้ิ แต้พัรัะองค์ก็ยังไมื่ลิด้ลิะความื่มืุ่่งมื่น


















ในการันาเอาวที่ยาการัที่พัรัะองคได้ที่รังศกษาเรัยนรัจากกองที่พัเรัอเยอรัมื่น มื่านาเสนอเพัอเปีนแนวที่างในการัพัฒนา










กองที่พัเรัอขีองปีรัะเที่ศสยามื่ โด้ยพัรัะองคได้รัวบรัวมื่ขีอมื่ลิเกยวกบสภาพัสมื่ที่รัศาสต้รัขีองอาวไที่ย อกที่งยังได้เสด้จฯ
























ไปีที่าการัสารัวจด้วยพัรัะองคเองด้วย แลิวจด้ที่ารัายงานเสนอต้อผ่บงคบบญชาโด้ยต้รัง คอ เสนาธ์การัที่หารัเรัอ


ด้วยความื่เห็นแลิะขีอเสนอแนะว่า สภาพัที่างภมื่ิศาสต้รัขีองอ่าวไที่ยนน เรัอด้านาขีนาด้เลิ็กสามื่ารัถปีฏิบต้งานได้ แลิะ





















จะเปีนกาลิงปีองกนที่ด้ที่สด้ โด้ยในขีนแรักควรัสรั้างเรัอด้านาขีนาด้เลิ็ก เพัอปีองกนพันที่ภายในกอน แลิวจงคอยขียาย
























ขีนาด้ออกไปีปีฏิิบต้การันอกอาว เมื่่อสภาพังบปีรัะมื่าณอานวยให ้














นอกจากนนพัรัะองคยงได้ที่รังออกแบบโครังสรัางกาลิงที่างเรัอ (Flottenbauplan) ขีองกองที่พัเรัอเรัอสยามื่


ในอนาคต้ โด้ยใชโครังสรั้างขีองจักรัพัรัรัด้ินาวเยอรัมื่นเปีนต้นแบบ แต้่ขีอเสนอแนะขีองพัรัะองค์ไมื่ได้รับการัต้อบสนอง



























จากผ่บงคบบญชารัะด้บสง (หมื่ายเหต้ : ในเรัองนผ่เขียนอนมื่านว่า ด้วยชนยศในรัะด้บลิาง คอนายเรัอโที่ แลิะพัรัะวัยวฒ ิ











คอ ๒๕ ชันษา พัรัะองคจงไมื่่สามื่ารัถที่�จะโนมื่น้าวหรัอสรั้างอที่ธ์พัลิที่างความื่คด้เหนอขี้ารัาชการัรัะด้ับสงในกองที่พัเรัอได้ ้














ปีรัะกอบกบผ่บงคบบญชาโด้ยต้รังขีองพัรัะองคได้แก เสนาธ์การัที่หารัเรัอในสมื่ยนน คอนายพัลิเรัอโที่ พัรัะเจานอง










ยาเธ์อ กรัมื่หมื่่นสงหวกรัมื่เกรั่ยงไกรั เปีนผ่สาเรัจการัศ่กษาวชาการัที่หารัเรั่อจากรัาชนาว่องกฤษ ซึ่่งมื่่หลิกนยมื่การั



















สรัางกาลิงที่างเรั่อด้้วยกองเรั่อผ่วนาขีนาด้ใหญ เพัอปีกปีองอาณานคมื่โพันที่ะเลิขีองต้นเปีนหลิก เสนาธ์การัที่หารัเรั่อ












ในขีณะนันจ่งไมื่เหนพัองด้้วย....ผ่เขียน)









เมื่อเหนวาคงจะไมื่สามื่ารัถสรัางปีรัะโยชนใหแกรัาชนาวสยามื่ได้มื่ากกวานแลิว จงที่รัง “ที่อพัรัะที่ย” แลิะขีอลิาออก
























จากรัาชการัที่หารัเรัอ ต้งแต้วนที่ ๒๐ มื่กรัาคมื่ พั.ศ.๒๔๕๙ รัวมื่เวลิารับรัาชการัที่หารัเรัอ แค ๙ เด้อน กบ ๑๘ วนเที่านน


























หลิงจากนนพัรัะองคกได้เปีลิยนไปีศกษาวชาการัแพัที่ยที่มื่หาวที่ยาลิยฮัาเวรัด้ รัฐแมื่สซึ่าชเซึ่ต้ส ปีรัะเที่ศสหรัฐอเมื่รักา


จนสาเรัจการัศกษากลิบมื่าพัฒนากิจการัแพัที่ย์ขีองปีรัะเที่ศสยามื่ให้เจรัญกาวหนา แลิะได้รับการัเที่ิด้พัรัะเกยรัต้ใหเปีน
















“พัรัะบด้าแหงการัแพัที่ย์ขีองปีรัะเที่ศไที่ย” ในเวลิาต้อมื่า
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕













หลิงจากการัลิาออกจากกองที่พัเรัอขีองนายเรัอโที่ สมื่เด้จเจาฟามื่หด้ลิอด้ลิยเด้ช ในต้น ค.ศ. ๑๙๑๖ ซึ่งเปีน








ช่วงวิกฤต้การัณ์สงครัามื่โลิกครัังที่ ๑ ต้่อเน่องไปีถ่งสงครัามื่โลิกครัังที่ ๒ (รัะหว่าง ค.ศ. ๑๙๓๙-๑๙๔๕) ที่ำาให้



การัปีฏิิสมื่พัันธ์์รัะหวางรัาชนาว่ไที่ย แลิะกองที่พัเรั่อเยอรัมื่น่ ขีาด้ชวงไปีเปีนเวลิารัวมื่ ๔๐ ปีี จนกรัะที่ั�งเมื่่อพัรัะโอรัส













พัรัะองค์เลิ็กขีองสมื่เด้็จเจ้าฟ้ามื่หด้ลิฯ คอ สมื่เด้็จพัรัะเจ้าอย่หัวภ้มื่พัลิอด้ลิยเด้ช ได้้เสด้็จฯ ขี�นครัองรัาชย์ฯ เปี็นพัรัะมื่หากษต้รัย ์






แหงปีรัะเที่ศไที่ย รัชกาลิที่ ๙ แห่งรัาชวงศ์จกรั แลิะพัรัะองค์ได้เสด้็จฯ เยอนปีรัะเที่ศเยอรัมื่นอยางเปีนที่างการั















ใน พั.ศ. ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) ซึ่งกิจการัที่พัรัะองคที่รังสนพัรัะที่ัยเปีนพัเศษกคอ การัสรัางเรัอรับขีนาด้เลิ็ก คอเรัอยนต้เรัว







โจมื่ต้ขีองอเรัอบรัษที่ลิอเซึ่น วาฟที่์ (Luersen Werft) แห่งเมื่องเบรัเมื่น ซึ่งหลิังจากนน พัรัะองคกได้มื่พัรัะรัาชด้ารัเปีน



























ขี้อความื่ว่า “กองที่พัเรัอเรัาน่าจะต้่อเรัอยนต้์รักษาฝ่่�งเช่นนได้้ เพัอให้เกด้ความื่ชานาญ แลิะรั้จกใช้เที่คนคต้่าง ๆ



อันจะปีรัะหยัด้มื่ากกว่าการัจัด้หาจากต้่างปีรัะเที่ศ”














ภาพที ๘ สมเดจพระเจาอยหวภมพลอดลยเดช (รชกาลที่ ๙) เสดจไปชมกจการของอูเรอ บรษท ลอเซ้น วาฟท (Luersen Werft)








แหงเมองเบรเมน ประเทศเยอรมน ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) ในภาพ : ทรงสนพระทยการตอเรอยนตเรวตอรปโด






ของกองทัพเรือเยอรมันเป็นพิเศษ (จุดเริ่มต้นโครงการ “พึ่งตนเอง” ของกองทัพเรือไทย)








เพัอต้อบสนองพัรัะรัาชด้ารัด้งกลิาว กองที่พัเรัอกได้รัเรัมื่โครังการัต้อเรัอยนต้รักษาฝ่งขีนใชเอง เรัมื่ต้งแต้ ่


















การัออกแบบเรั่อโด้ยใชเรั่อยนต้เรัวต้อรัปีโด้ขีองอ้ลิ่อเซึ่น วาฟที่ เยอรัมื่น่เปีนแนวที่าง แต้ได้้ปีรัับแต้งใหเขีากบลิกษณะ














ภารักิจ แลิะสภาพัแวด้ลิ้อมื่ขีองอ่าวไที่ย จนกรัะที่งแบบแปีลินขีอง เรัอ ต้.๙๑ อันเปี็นเรัอต้้นแบบได้้พััฒนา แลิะ



















ปีรับแต้งเรัยบรัอยพัรัอมื่สรัาง ในการันพัรัะองคกได้เสด้จฯ มื่าที่รังวางกรัะด้กงเรัอที่กรัมื่อที่หารัเรัอธ์นบรัด้วยพัรัะองคเอง













เมื่่อวนที่่ ๑๒ กรักฎาคมื่ พั.ศ. ๒๕๑๐ (ค.ศ. ๑๙๖๗) รัวมื่ที่ังเปีนปีรัะธ์านในพัธ์่ปีลิอยเรั่อลิงนาเมื่่อวนที่่ ๙ พัฤษภาคมื่










พั.ศ. ๒๕๑๑ (ค.ศ. ๑๙๖๘) ด้้วย แมื่กรัะที่ั�งการันาเรั่อออกแลินที่ด้สอบในที่ะเลิครัังแรัก เมื่่อ ๒๐ สงหาคมื่ ปีีเด้่ยวกน



















พัรัะองคกได้เสด้จฯ ไปีที่อด้พัรัะเนต้รัอยางใกลิชด้ กบได้พัรัะรัาชที่านคาแนะนาเกยวกบปีรัะสที่ธ์ภาพัขีองเรัอแก ่




เจ้ากรัมื่อที่หารัเรั่อแลิะเจ้าหน้าที่่�ที่่�เกยวขี้องด้้วย

่�













กาลิเวลิาลิวงไปี ๖๐ ปี นบต้งแต้เมื่อครังที่พัรัะองคได้เสด้จฯ ไปีที่อด้พัรัะเนต้รัการัสรัางเรัอยนต้เรัวต้อรัปีโด้























ที่อเรัอบรัษที่ลิอเซึ่น วาฟที่์ แลิะมื่่พัรัะรัาชด้ารัิเปี็นปีฐมื่บที่ กองที่พัเรัอก็ได้ที่ยอยสรั้างเรัอต้รัวจการัณ์รัักษาฝ่�งชด้ ต้.๙๑
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕








เปีนจานวนที่ังสิน ๙ ลิา (ต้.๙๑-ต้.๙๙) แลิะในวโรักาสเฉลิิมื่พัรัะเก่ยรัต้ ๘๐ พัรัรัษา กองที่พัเรั่อกได้้พััฒนาแลิะขียาย
















แบบเรั่อ ต้.ชด้เด้มื่ ใหใหญขี่นเปีนเรั่อต้รัวจการัณใกลิฝ่ง ชด้ เรั่อ ต้.๙๙๑ อ่ก ๓ ลิา (ต้.๙๙๑-ต้.๙๙๓) โด้ยพัรัะองคกได้้



เสด้จมื่าปีรัะกอบพัธ์่วางกรัะด้้กง้เรั่อ ต้.๙๙๑ ในวนที่่ ๙ กนยายน พั.ศ. ๒๕๔๘ (ค.ศ. ๒๐๐๕) แลิะปีลิอยเรั่อลิงนา








เมื่่อวนที่่ ๓๐ เมื่ษายน พั.ศ. ๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๗) เชนเด้่ยวกน


















ภาพที ๙ เรอตรวจการณความเรวสง ชด ต.๙๑ ล�าแรก ทีกองทพเรอไดสรางขึนตามพระราชด�ารกสรางส�าเรจใน ๗ ปตอมา








โดยไดทรงเสดจมาเปนประธานในพธปลอยเรอลงน�า เมือ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ (ค.ศ. 1967)
























ด้วยพัรัะรัาชด้ารัในการัสรัางเรัอรักษาฝ่งขีนาด้เลิกขีนใชเองในครังนน ปีจจบนกองที่พัเรัอกได้ขียาย






ขีด้ความื่สามื่ารัถในการัสรัางเรั่อที่่ใหญขี่น เปีนเรั่อต้รัวจการัณไกลิฝ่ง (Offshore Patrol Vessel : OPV) ที่่สามื่ารัถ





















ปีฏิบต้การัได้ในที่ะเลิลิก ขีนาด้ ๒,๐๐๐ ต้น อก ๒ ลิา คอ เรัอหลิวงกรัะบ แลิะเรัอหลิวงปีรัะจวบครัขีนธ์ นบเปีน





การัสนองพัรัะรัาโชบายในการั “พั�งต้นเอง” อันได้ช่วยปีรัะหยด้งบปีรัะมื่าณในการัส�งต้่อจากต้่างปีรัะเที่ศได้้เปี็นจานวนมื่าก




















อนง สาหรับบรัษที่ลิอเซึ่น วาฟที่ แหงเมื่องเบรัเมื่นนน นอกจากจะได้ถวายการัต้อนรับพัรัะบาที่สมื่เด้จ















พัรัะเจาอยหวภมื่พัลิอด้ลิยเด้ช ในการัเสด้็จฯ ที่อด้พัรัะเนต้รัการัสรั้างเรัอยนต้เรัวต้อรัปีโด้ต้ามื่ที่ได้กลิ่าวขีางต้นแลิว

























บรัษที่นกยงเปีนคสญญากบกองที่พัเรัอไที่ยในการัสงสรัางเรัอสารัวจอที่กศาสต้รั คอ “เรัอหลิวงจนที่รั” เพัอใชในกจการั





















สารัวจเกบขีอมื่ลิสาหรับสรัางแผ่นที่เด้นเรัอในที่ะเลิ รัวมื่ที่งภารักจพัเศษ คอ ใชเปีนพัรัะรัาชพัาหนะในการัเสด้จปีรัะพัาส







ที่างที่ะเลิ ขีองพัรัะบาที่สมื่เด้จพัรัะเจาอยหว ต้ลิอด้จนพัรัะบรัมื่วงศานวงศด้้วย








ภาพที ๑๐ เรอหลวงจนทร ไดรบการออกแบบและ









สรางโดยอูเรอบรษทลอเซ้น วาฟท ใหเปน
เรอส�ารวจสมทรศาสตร และเรอพระที่นัง








ป่จจบนมอาย ๖๐ ปแลว แตยงสามารถ








ใชงานไดอยางคุมคามาก


นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕














บรัษัที่ ลิอเซึ่น วาฟที่์ ได้ส่งมื่อบเรัอหลิวงจันที่รัให้กองที่พัเรัอ แลิะได้ขี�นรัะวางปีรัะจาการั เมื่อวันที่ ๓๐ พัฤษภาคมื่


















พั.ศ. ๒๕๐๔ (ค.ศ. ๑๙๖๑) เมื่อเด้นที่างกลิบถงปีรัะเที่ศไที่ยแลิวเรัอหลิวงจนที่รักได้ออกปีฏิบต้ภารักจสารัวจแผ่นที่ที่ะเลิ





อยางต้อเนอง ปีีลิะ ๑๒๐-๑๕๐ วน คด้เปีนรัะยะที่างปีีลิะปีรัะมื่าณ ๑๐,๐๐๐ ไมื่ลิที่ะเลิ จนกรัะที่ั�งมื่่อายครับ ๕๐ ปีี









ใน พั.ศ. ๒๕๕๔ (ค.ศ. ๒๐๐๑) รัวมื่ที่ั�งได้้ปีฏิิบต้ภารักจพัเศษเปีนเรั่อพัรัะรัาชพัาหนะที่างที่ะเลิ รัวมื่ที่ังสิ�น ๑๖ ครัั�ง











จนปี่จจบนแมื่จะมื่่อายุใชงานเก่อบ ๖๐ ปีีแลิว กยงสามื่ารัถด้ารังสมื่รัรัถนะในการัปีฏิิบต้ภารักจการัสารัวจอที่กศาสต้รั ์



ได้้อย่างคุ้มื่ค่าเปี็นอย่างมื่าก


















นอกจากเรัอหลิวงจนที่รัแลิว บรัษที่ลิอเซึ่น วาฟที่ กยงได้รับการัวาจางสรัางเรัอลิาที่าลิายที่นรัะเบด้ (Minenjaeger)





จากกองที่พัเรั่อไที่ย จานวน ๒ ลิา ใน พั.ศ. ๒๕๓๐ (ค.ศ. ๑๙๘๗) ค่อ เรั่อหลิวงบางรัะจน แลิะเรั่อหลิวงหนองสาหรัาย










ซึ่่งเรั่อที่ังสองลิากยังได้้ใชรัาชการัอย่างมื่่ปีรัะสที่ธ์ภาพัจนถ่งปี่จจบน


หลิงจากนนไมื่นาน ใน พั.ศ. ๒๕๓๔






(ค.ศ. ๑๙๙๑) กองที่พัเรัอกต้องพัลิาด้





โอกาสในการัสงต้อเรัอรับขีนาด้ใหญ ่



จากปีรัะเที่ศเยอรัมื่น คอ เรัอบรัรัทีุ่ก

เฮัลิิคอปีเต้อรั ขีนาด้เก่อบ ๘,๐๐๐ ต้น



จากอต้อเรัอบรัษที่เบรัเมื่อรั วลิคาน







(Bremer Vulkan) แหงเมื่องเบรัเมื่น

ซึ่�งกรัะบวนการัจด้ซึ่�อได้ด้ำาเนินการัมื่า








จนถงขีนต้อนสด้ที่าย คอการัลิงนามื่




ในสญญาวาจางอยางเปีนที่างการั






แต้แลิวกได้เกด้การัเปีลิยนแปีลิงที่าง





การัเมื่องภายในปีรัะเที่ศไที่ย อนเปีน


เง�อนไขีที่ที่าให้รััฐบาลิเยอรัมื่นไมื่ ่ ภาพที ๑๑ เรอลาท�าลายทุนระเบดชดบางระจน จ�านวน ๒ ล�า สรางจากอูเรอบรษท

















สามื่ารัถให้การัสนับสนนการัซึ่�อขีายเรัอ ลอเซ้น วาฟท ใน พ.ศ. ๒๕๓๐ (ค.ศ. ๑๙๘๗) ตวเรอท�าดวยไม















ด้งกลิาวได้ กองที่ัพัเรัอจงพัลิาด้โอกาส ยังใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในปจจุบัน


ในการัได้้ใชรัาชการัเรัอบรัรัที่กเฮัลิคอปีเต้อรัที่ผ่ลิต้จากปีรัะเที่ศเยอรัมื่น แลิะจาเปีนต้องเปีลิยนแผ่นไปีสรัางเรัอบรัรัที่ก



















เครัองบนขี่นลิงที่างด้ิงจากปีรัะเที่ศสเปีนเปีนการัที่ด้แที่น
















ความื่ผ่ด้หวงครังใหญได้เกด้ขีนอกครัง ใน พั.ศ. ๒๕๕๓ (ค.ศ. ๒๐๑๐) เมื่อกองที่พัเรัอเยอรัมื่นได้ปีรัะกาศจะ















ปีลิด้รัะวางเรัอด้านาชายฝ่งรัน 206A ที่งหมื่ด้ เพัอโยกย้ายกาลิงพัลิปีรัะจาเรัอไปีลิงบรัรัจุในเรัอด้านารันใหมื่ ่











คอรัน 212A ที่กาลิงจะสรัางแลิวเสรัจ แลิวที่ะยอยเขีาปีรัะจาการัต้ามื่แผ่น ในขีณะที่กองที่พัเรัอไที่ยกได้วางเวน
























จากการัมื่เรัอด้านาไวใชรัาชการัมื่ารัวมื่ ๗๐ ปี นบต้งแต้เมื่อเรัอด้านาชายฝ่งจานวน ๔ ลิา ต้องปีลิด้ปีรัะจาการัลิง





























ภายหลิงสินสด้สงครัามื่โลิกครัั�งที่่ ๒ ใน พั.ศ. ๒๔๙๔ (ค.ศ. ๑๙๕๑) ต้ังแต้นันมื่ากองที่พัเรั่อกได้้มื่่ความื่พัยายามื่เสนอ



ความื่ต้้องการัจด้หาเรัอด้ำานำ�ามื่าใช้รัาชการัหลิายครัง แต้่ก็ไมื่่ปีรัะสบความื่สำาเรั็จ ที่งนเนองจากปี่จจุบันเรัอด้ำานำ�า


























มื่รัาคาสงมื่าก ปีรัะกอบกบปีรัะเที่ศยงมื่ปีญหาด้านเศรัษฐกจอยอยางต้อเนอง โครังการัจด้หาเรัอด้านาที่กองที่พัเรัอ







เสนอจ่งไมื่ได้้รัับการัอนมื่ต้จากรััฐบาลิทีุ่กครัังที่่ผ่่านมื่า ด้งนัน เมื่่�อกองที่พัเรั่อเยอรัมื่นปีรัะกาศปีลิด้รัะวางเรั่อรัุน 206A











ในครัังน�น กองที่ัพัเรัอไที่ยจ่งได้้เสนอความื่ต้้องการัจด้ซึ่อเรัอด้ำานำ�าด้ังกลิ่าว จำานวน ๖ ลิำา ในรัาคามื่ิต้รัภาพัที่นับว่า









นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕







ถกมื่ากๆ แต้่ในที่สด้โครังการัด้ังกลิ่าวก็ไมื่่สามื่ารัถผ่่านการัเห็นชอบจากรััฐบาลิไที่ยได้้ภายในเวลิาที่กองที่ัพัเรัอเยอรัมื่ัน


กำาหนด้ จนมื่่อันต้้องถกยกเลิิกไปีโด้ยปีรัิยาย กองที่พัเรั่อไที่ยจงพัลิาด้โอกาสได้้ใช้งานเรั่อด้ำานำ�ามื่่อสองที่่�มื่่คุณภาพัจาก





กองที่พัเรั่อเยอรัมื่ัน ด้้วยเหต้ปี่จจัยด้้านการัเมื่่องภายในปีรัะเที่ศ












ภาพที่ ๑๒ เรือด�าน�้าชุด 206A จ�านวน ๖ ล�า ที่กองทัพเรือเยอรมันได้ปลดระวางการใช้งาน และกองทัพเรือไทยติดต่อขอรับช่วงต่อ
ด้วยราคามิตรภาพ แต่ก็มีอันต้องล้มเหลวในช่วงสุดท้ายของการตกลงท�าสัญญาซ้ื้อขาย




อนง ภายใต้้สถานการัณ์ที่างการัเมื่องภายในปีรัะเที่ศที่ค่อนขี้างอ่อนไหวในปี่จจุบัน บวกกับขี้อจำากด้ด้้าน











งบปีรัะมื่าณในการัพัฒนากองที่ัพั ที่าใหปีรัะเมื่นได้วาในอนาคต้โอกาสที่กองที่ัพัเรัอไที่ยจะสามื่ารัถจัด้ซึ่อเรัอรับปีรัะเภที่





ต้่างๆ จากปีรัะเที่ศเยอรัมื่นมื่่น้อยมื่าก ด้ังน�น ปีฏิสมื่พัันธ์รัะหว่างปีรัะเที่ศที่�งสองในด้้านองควต้ถุ จงจะยังคงด้ารังอยได้ ้













ต้ามื่สภาพัอายุการัใช้งานขีองเรั่อที่ง ๓ ลิำาต้ามื่ที่่�กลิ่าวขี้างต้้นเที่่านัน












อยางไรักต้ามื่ สมื่พันธ์ภาพัที่กองที่ัพัเรัอขีองที่�งสองปีรัะเที่ศได้มื่ต้อกนเปีนเวลิามื่ากกว่า ๑๐๐ ปี แลิะยังคงด้ารังอย ้ ่







อยางยงยนต้อไปีกคอ “สัมพันธภาพัด้านองค์บค์ค์ล” โด้ยเฉพัาะในหมื่นายที่หารัเรัอไที่ยที่สาเรัจการัศกษาจากโรังเรัยน




























นายเรั่อเฟลินสบ้รัก มื่่อรัวค (Flensburg Muerwik) กบเพัอนรัวมื่รัุนนายเรั่อเยอรัมื่น โด้ยมื่่จด้เรัิมื่ต้้นที่่เจาฟามื่หด้ลิ






แหงรัาชอาณาจกรัสยามื่ (Prinz Mahidol von Siam) ที่่ได้้ที่รังเขีารัับการัศ่กษาในรัุน ค.ศ. ๑๙๑๒ (พั.ศ. ๒๔๕๔)




แต้่เน่องจากหลิังจากน�นปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่ได้้เขี้าส้่สงครัามื่โลิกครัังที่ ๑ พัรัะองค์ต้้องเสด้็จกลิับปีรัะเที่ศสยามื่ก่อนกำาหนด้




จงที่ำาให้การัจัด้ส่งนายที่หารัไปีศกษาต้้องขีาด้ช่วงไปีด้้วย




การัขีาด้ชวง กนเวลิายาวไปีจนถ่งหลิงสงครัามื่โลิกครัั�งที่่ ๒ ต้รัาบเมื่่อปีรัะเที่ศเยอรัมื่น่ได้้จด้ต้ังกองที่พัเรั่อขี่นใหมื่ ่

















แลิะที่�งสองปีรัะเที่ศได้สถาปีนาความื่สมื่พัันธ์ที่างการัที่้ต้เปี็นที่มื่�นคงแลิ้ว กองที่พัเรัอไที่ยก็ได้รัับโอกาสจด้ส่งนักเรัยน





นายเรั่อจานวน ๒ นาย ไปีเขีารัับการัศ่กษาที่่โรังเรั่ยนนายเรั่อเยอรัมื่นอ่กครัั�ง ใน ค.ศ. ๑๙๖๓ (Crew 63) จากนั�น












ก็ได้้รัับที่น�งการัศกษาอย่างต้่อเน�องปีลิะ ๑-๒ คนมื่าโด้ยต้ลิอด้ จนถงปีจจบันมื่นายที่หารัเรัอไที่ยที่�เปี็นศิษย์เก่าโรังเรัยน



นายเรั่อเยอรัมื่ัน (MSM) รัวมื่ที่งสิน ๗๕ คนแลิ้ว



สัรัปี สมื่พัันธ์ภาพั เยอรัมื่น-ไที่ย ในบรับที่ขีองกจการัที่หารัเรั่อ มื่่จด้เรัิมื่ต้้นอยางเปีนที่างการั ใน ค.ศ. ๑๙๑๒







เมื่อสมื่เด้็จพัรัะจักรัพัรัรัด้ิวลิเฮัลิมื่ที่ ๒ ได้้โปีรัด้เกลิ้าฯ ให้ เจ้าฟ้ามื่หด้ลิแห่งสยามื่ (ซึ่งเปี็นพัรัะอัยกาขีองพัรัะบาที่สมื่เด้็จ










พัรัะเจ้าอย่หัวองค์ปี่จจุบัน) ไปีเขี้ารัับการัศกษาที่่�โรังเรั่ยนนายเรั่อขีองจักรัพัรัรัด้ินาวเยอรัมื่ัน โด้ยพัรัะองค์เปี็นรัุ่นที่่� ๓



่�
(Crew 1912) ขีองสถาบันแห่งน พัรั้อมื่กับเพั่�อนนายที่หารัเรั่อเยอรัมื่ันอก ๒๔๕ คน
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕







การัอนุเครัาะห์ด้้านการัศกษาวชาการัที่หารัเรัอขีองปีรัะเที่ศเยอรัมื่นแก่รัาชนาวไที่ย มื่อนต้้องขีาด้ช่วงไปี








ด้้วยผ่ลิกรัะที่บจากสงครัามื่โลิกครั�งที่� ๑ ต้่อเน�องไปีจนหลิังการัส�นสด้ขีองสงครัามื่โลิกครั�งที่� ๒ จนได้้เรัมื่ต้้นอกครั�ง

















ใน ค.ศ. ๑๙๖๓ (พั.ศ. ๒๕๐๖) ด้วยการัสนับสนนที่ศกษาในโรังเรัยนนายเรัอเยอรัมื่นใหแกนายที่หารัเรัอไที่ยแบบให้เปีลิา

ปีีลิะ ๑-๒ นาย อย่างต้่อเน่อง อันได้้ช่วยรัักษาสัมื่พัันธ์ภาพัอันด้่รัะหว่างกองที่ัพัเรัอที่ังสองปีรัะเที่ศ ซึ่งได้้รัิเรั�มื่ไว้






ด้้วยมื่ต้รัภาพัอันแนบแน่น รัะหว่างพัรัะปีรัะมื่ขีขีองที่งสองปีรัะเที่ศ เมื่่�อกว่า ๑๐๐ ปีที่่�แลิ้วนันเอง





พัลิเรั่อเอก สามื่ารัถ จำาปีรัต้น์


ขี้ารัาชการับำานาญ/ศิษย์เก่าโรังเรั่ยนนายเรั่อเยอรัมื่ัน รัุ่น Crew 70
แหลิ่งขี้อมื่้ลิอ้างอิง
๑. หนังส่อ “ไกลิบ้าน” พัรัะรัาชนิพันธ์์ในพัรัะบาที่สมื่เด้็จพัรัะจุลิจอมื่เกลิ้าเจ้าอย่หัว รััชกาลิที่่� ๕



๒. หนังสอ “เจ้าฟ้าที่หารัเรัอ” พัรัะนพันธ์์ในสมื่เด้็จพัรัะเจ้าพั�นางเธ์อ เจ้าฟ้ากลิยาณวัฒนา กรัมื่หลิวงนรัาธ์ิวาส




รัาชนครันที่รั ์

๓. หนงส่อ ๑๕๐ ปีี ความื่สมื่พัันธ์์ ไที่ย-เยอรัมื่น โด้ย พัรัสรัรัค วฒนางก้รั






๔. กรัมื่อุที่กศาสต้รั์ กองที่พัเรั่อ

๕. กองเรั่อทีุ่่นรัะเบิด้ กองเรั่อยุที่ธ์การั กองที่พัเรั่อ
๖. ที่ำาเนยบรัุ่น นายที่หารัเรั่อไที่ยที่่�สำาเรั็จการัศกษาจากโรังเรั่ยนนายเรั่อเยอรัมื่ัน เฟลินสบ้รั์ก มื่่อรั์วิค



นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

















การศึกษาเกยวกบยุทธวธและหลกการสงครามทางเรอ ประกอบด้วยการศึกษาควบคกนระหวางการศึกษา


่�



ทางทฤษฎี กบการศึกษาตัวอย�างทางประวตัศึาสตัรและเหตัการณ์ทเกด้ขึ้นจรง อย�างไรกด้ สงครามทางเรอสมยใหม �




































มตัวอยางเหตัการณ์ทหาได้ยากเน�องจากการรบทางเรอเกด้ขึ้นไมบอยครง และการรวบรวมขึ้อมลเมอเกด้การรบทางเรอขึ้น






















กเปนสงททาได้ยาก สงผลใหการศึกษาตัวอยางเหตัการณ์สงครามทางเรอมกไมสามารถเขึ้าถงขึ้อมลหลกฐานปฐมภูม ิ








(Primary Source) จากผ่ทเกยวขึ้องกบเหตัการณ์์โด้ยตัรง แตั�เปนการศึึกษาจากขึ้อม่ลหลกฐานทตัยภูม (Secondary


















Source) ทเกด้ขึ้นภูายหลงจากเหตัการณ์์สินสด้ไปแลว หรอขึ้อม่ลหลกฐานตัตัยภูม (Tertiary Source) ทนาเอาขึ้อม่ล




















หลกฐานทตัยภูมมาทาการศึกษาวเคราะหเพิ่มเตัม ตัวอยางเช่น การศึกษาการรบทางเรอในสงครามโลกครงท ๒





























การรบทางเรอในสงครามยมคปปร และการรบทางเรอในสงครามหมเกาะฟอลคแลนด้ ซึ่งถอเปนการศึกษาภูาคบงคบ




ในหลกส่ตัรตั�าง ๆ ขึ้องโรงเร่ยนนายทหารเรอช่ันตัน และโรงเร่ยนเสนาธการทหารเรอ

























สงครามรัสเซึ่ย-ยเครน เปนตัวอยางเหตัการณ์ทใกลเคยงกบการรบเตั็มรปแบบมากท่สด้ทกาลงด้าเนนตัอเนอง




อยในปจจบน (ถงแมว�าฝ่่ายรสเซึ่่ยจะปฏิิเสธว�าไม�ใช่สงคราม แตั�เปน “ปฏิิบตัการทางทหารพิ่เศึษ”) ในขึ้ณ์ะทผ่เขึ้่ยน






















เรมเขึ้ยนบทความนกาลงเรมเขึ้าสเด้อนท ๓ ขึ้องเหตัการณ์สงครามรสเซึ่ย-ย่เครน และยงไมเหนแนวโนมวาจะสนสด้









่�
่�






สงครามในเร็ว ๆ น ซึ่�งเทคโนโลยการส�อสารและสารสนเทศึสมัยใหมในปัจจบันช่วยให้เราสามารถเขึ้้าถึงขึ้้อมล












หลักฐานปฐมภู่มิจากผ้ท�อย�ในเหตัุการณ์ หรือขึ้้อมลหลักฐานทตัิยภู่มท�ใกล้เคยงกับช่วงเวลาท�เหตัุการณ์น�นเกด้ขึ้�น นับเป็น




















เหตัการณ์์น�าสนใจและเปนโอกาสอนด้่ทจะได้้ทาการศึึกษาเปร่ยบเท่ยบกบยุทธวธ่และหลกการสงครามทางเรอ

นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


การรบทางเรือในสงครามทางบก













จากขึ้้อมลในสอเปด้ทวไปเก่ยวกบสงครามรัสเซึ่ย-ยเครน ตั�งแตัเด้อนกมภูาพิ่ันธ ๒๕๖๕ จะเห็นวาสวนใหญ่�















เป็นขึ้้อมลเก�ยวกับสถานการณ์์การรบท�เกด้ขึ้�นบนบก ตััวอยางเช่น แผนภูาพิ่สถานการณ์์รายวันทจด้ทาขึ้�นโด้ยกระทรวง











กลาโหมอังกฤษ และภูาพิ่ความเสยหายขึ้องท�งฝ่�งรัสเซึ่ยและฝ่�งยเครนจากส�อออนไลนตัาง ๆ นอกจากนยังม่ขึ้้อมล








ปฐมภู่มิจากทหารอาสาตัางช่าตัท�เขึ้้าไปช่วยรบในยเครนท�แช่รภูาพิ่สถานการณ์์จริงในส�อทวตัเตัอร เช่น James Vasquez





(https://twitter.com/jmvasquez1974) และ The Dirty Dozen (https://twitter.com/dirtydozeneira)
ซึ่งนบเปนปรากฏิการณ์ใหมในโลกยุคขึ้อมลขึ้าวสารท่เราสามารถตัิด้ตัามขึ้าวสถานการณ์สงครามอยางใกล้ช่ด้




























จากผ่ทอยในเหตัการณ์์จรง ยงกว�าการตัด้ตัามขึ้�าวยทธการ Shock and Awe จากสานกขึ้�าว CNN ในสมยสงคราม












อาวเปอรเซึ่ย (การตัด้ตัามขึ้าวสารทางอนเทอรเนตัควรพิ่จารณ์าแหลงขึ้าวทนาเช่อถอจากหลายแหลงและระมด้ระวง ั



่�


ขึ้�าวปลอม)


ภาพที่่ ๑ แผนภาพของกระที่รวงกลาโหมองกฤษ แสดงสถานการณ์์และกาลงรบของรสเซียในยเครนเมอปลายเด่อนม่นาคม ๒๕๖๕

























อยางไรก็ด้ ขึ้อมลขึ้าวสารและภูาพิ่สถานการณ์ทเผยแพิ่รในส�อตัางๆ เปนขึ้อมลสถานการณ์ทเกด้ขึ้นบนบก



























เกอบทงสน เวนแตัเพิ่ยงขึ้อมลเหตัการณ์ทางทะเลบางอยางทเกด้ขึ้นในบรเวณ์ใกลฝ่ง เช่น เหตัการณ์ทหารยเครน















ทาทายเรอรบรสเซึ่ยทเขึ้าไปยด้เกาะ Snake Island และเหตัการณ์โจมตัเรอยกพิ่ลขึ้นบกช่น Alligator ขึ้องรสเซึ่ย









ทท�าเรอเมอง Berdyansk รวมถงเหตัการณ์์เรอลาด้ตัระเวน Moskva ทถ่กยงจมด้้วยอาวธปล�อยนาวถ่ทยงจากช่ายฝ่ัง
















ในขึ้ณ์ะทเราแทบไมมขึ้อมลขึ้องสถานการณ์ในทะเลเลย เนองจากความยากขึ้องการตัด้ตัามสถานการณ์ในทะเลทตัองใช่ ้














เครืองมือเฉพิ่าะทางมากกวา เช่�น ภูาพิ่ถายด้าวเทยม การด้ักรับการสือสารระยะไกล และขึ้้อมลจากระบบแสด้งตัน



อัตัโนมัตั หรือ Automatic Identification System (AIS) ขึ้องเรือในทะเล
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


















จากการทเราไมได้รบขึ้อมลขึ้าวสารด้านสถานการณ์ในทะเลอยางเพิ่ยงพิ่อ ทาใหหลายคนเขึ้าใจวาสงคราม













รสเซึ่ย-ยเครนในครงนเปนเพิ่ยงสงครามทางบก แตัจากการพิ่จารณ์าสถานการณ์สงครามในภูาพิ่ใหญ่�จะพิ่บวาสงคราม

รสเซึ่่ย-ยเครนยงคงม่ปจจยทางทะเลอยางม่นยสาคญ่ ทังตั�อแนวรบด้้านใตับรเวณ์แนวช่ายฝ่ังทะเลด้ากบทะเลอะซึ่อฟ














และตั�อสถานการณ์์สงครามโด้ยรวม



ภาพที่่ ๒ การโจมตีที่าเร่อ Berdyansk สงผลใหเร่อยกพลขนบกชั้น Alligator จม ๑ ลา












กบเร่อยกพลขนบกชั้น Ropucha เส่ยหาย ๒ ลา ำ

จากหลัักทฤษฎีีสการปฏิิบติิ



บรรณ์สารหลกนยมสงครามทางเรอ Naval Doctrine Publication 1 “Naval Warfare” ขึ้อง ทร. สหรฐอเมรกา






กลาวถึงคณ์ลักษณ์ะสาคญ่ขึ้องกาลังทางเรือ อาท ความคลองตััว (Mobility) การปฏิบตัิการโพิ่้นทะเล (Expeditionary)











และการอย่ในพิ่นทได้เปนเวลานาน (Sustainability) ซึ่งคณ์ลกษณ์ะเหลานทาให้กาลงทางเรอสามารถปฏิบตัการ


































ในสภูาพิ่แวด้ล้อมทางทะเลทมความซึ่ับซึ่้อนในพิ่นทหางไกล แตั�ความสามารถในการเคลอนทในพิ่นท่ปฏิิบตัิการหางไกล




ขึ้องกำาลังทางเรือก็ทำาให้เป็นเร�องยากในการรวบรวมและตัด้ตัามขึ้้อม่ลขึ้�าวสารเกยวกับสถานการณ์์ทางทะเล ถึงแม้วา �


เทคโนโลย่การสือสารและสารสนเทศึในปัจจุบันจะมความก้าวหน้าไปมากก็ตัาม








Bernard Brodie กลาวในหนงสอ A Layman’s Guide to Naval Strategy วา วตัถประสงคหลกขึ้องการใช่กาลงทางเรอ







คอ การพิ่ยายามได้มาซึ่งการครองทะเลั (Command of the Sea) หมายถง การมเสรภูาพิ่อยางสมบรณ์ในการปฏิบตัการ

























โด้ยทฝ่ายศึตัรไมสามารถขึ้ด้ขึ้วางหรอปฏิบตัการได้เลย อยางไรกด้ ในปจจบนเปนทยอมรบกนวาการครองทะเล















อยางสมบ่รณ์์ม่โอกาสเปนไปได้้นอยมาก และในทางปฏิิบตัจะม่ความเปนไปได้้ในลกษณ์ะขึ้องการควบคมทะเล (Sea








Control) หมายถง การม่เสร่ในการปฏิิบตัและการใช่ประโยช่นจากทะเลในพิ่ืนทและหวงเวลาหนึง โด้ยทฝ่่ายศึตัร่ยงม่
















โอกาสทจะปฏิบตัการได้อยางจากด้ แนวคด้ขึ้องการควบคมทะเลมความแตักตัางจากการยด้ครองพิ่นททางบก เนองจาก


























การยด้ครองพิ่นททางทะเลไมสามารถทาได้จรง แตัการควบคมทะเล หมายถง การสรางสภูาวะทางทะเลใหเกด้เสร ่

ในการปฏิิบัตัิในพิ่นทและห้วงเวลาท่�ตั้องการ
่�






ท�งน การได้้มาซึ่�งการควบคุมทะเลไมได้เป็นวตัถุประสงคสด้ท้ายขึ้องการใช่กาลังทางเรือ แตัเป็นการนาเสร ่
















ในการปฏิิบตัการในทะเลไปใช่เพิ่ือใหเกด้ประโยช่นตั�อไป ตัามท Wayne Hughes กล�าวในหนงสอ Fleet Tactics :








Theory and Practice ว�า “The Seat of the Purpose is on the Land” หรอวตัถประสงคหลก (ขึ้องการปฏิิบตั ิ





















การทางเรอ) อยบนฝ่ง กลาวคอ การนาเสรในการปฏิบตัทได้จากการควบคมทะเลไปใช่ประโยช่นทสงผลตัอสถานการณ์ ์




บนฝ่ัง ซึ่งสามารถแบ�งออกได้้เปน การปด้อ�าวเพิ่ื�อตััด้เสนทางการคมนาคมขึ้นส�งทางทะเลทหล�อเล่ยงเศึรษฐกจบนฝ่ัง















การยกพิ่ลขึ้นบกหรอการเคลือนกาลงขึ้นสฝ่ัง และการโจมตั่ฝ่ัง �






นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕
















การปฏิบตัขึ้องฝ่ายรสเซึ่ยในสงครามรสเซึ่ย-ยเครน แสด้งใหเหนตัวอยางคลาสสกขึ้องหลกการสงครามทางเรอ














ในการได้มาซึ่ึงการควบคุมทะเล และการใช่ประโยช่นอยางเสรในการปฏิบตัการทางทะเล ท่สงผลตัอสถานการณ์ ์














บนฝ่ง โด้ยกาลงทางเรอขึ้องรัสเซึ่ยมความได้เปรยบตังแตัเมอรสเซึ่ยยด้ครองไครเมยและฐานทัพิ่เรอ Sevastopol
















จากยเครนเมือป ๒๕๕๘ รวมถงการยด้ครองกาลงทางเรอขึ้องยเครนไปเกอบทั�งหมด้ เหลอเพิ่่ยงเรอฟรเกตั Hetman







Sahaidachny กบเรอขึ้นาด้เลกอน ๆ ในขึ้ณ์ะทรสเซึ่ยได้เตัรยมการเสรมกาลงทางเรอในทะเลด้าและทะเลอะซึ่อฟ












จากกองเรอบอลตักและกองเรอภูาคเหนอตัังแตั�ตันป ๒๕๖๕ ควบคไปกบการเสรมกาลงทางบกประมาณ์ ๒ แสนนาย


























ตัามแนวช่ายแด้นรสเซึ่ย-ยเครน ทาใหกาลงทางเรอขึ้องรสเซึ่ยสามารถควบคมทะเลได้อยางงายด้าย ซึ่งนบตังแตัเรมตัน






















สงครามรสเซึ่ย-ย่เครน เมอปลายเด้อนกมภูาพิ่นธ รสเซึ่ยได้วางกาลงทางเรอปด้อาวบรเวณ์ทะเลด้าและทะเลอะซึ่อฟ




















รวมถงเมองทาสาคญ่ขึ้องยเครน เช่น Odessa และ Mariupol เพิ่อจากด้การปฏิบตัการทางเรอและตัด้เส้นทางคมนาคม





ขึ้นส�งทางทะเลขึ้องยเครน ทาใหการนาเขึ้า-ส�งออกถ่กตััด้ขึ้าด้ และการสนบสนนตั�าง ๆ จากตั�างประเทศึตัองทาการ








ลาเล่ยงทางบกผ�านช่ายแด้นโปแลนด้เท�านัน

หลงจากทรสเซึ่ยได้มาซึ่งการควบคมทะเลตังแตัช่วงตันสงคราม ก็ได้ด้าเนนการตัอในสวนขึ้องการเคล�อนกาลง





























ขึ้นสฝ่งเพิ่อสนบสนนการปฏิบตัการทางบก ซึ่งถงแมวารสเซึ่ยจะสามารถทำาการควบคุมทะเลในบริเวณ์ทะเลด้ำาและทะเล














่�


่�


่�
อะซึ่อฟได้ แตั�ปฏิิบัตัิการยกพิ่ลขึ้นบกในพิ่นททมการตั�อตั้านทางบกยังคงเป็นเรืองทมความท้าทายเป็นอยางมาก และ






กำาลังรบยกพิ่ลขึ้ึนบกขึ้องรัสเซึ่ยม่ความเส่ยงท่จะถ่กโจมตั่ด้้วยอาวุธปล�อยนำาวิถ่ตั�อตั้านรถถังท่�ฝ่่ายย่เครนนำามาใช่้






















อยางได้ผลในสงครามทางบก ทำาใหรสเซึ่ยเลอกทจะใช่การเคล�อนกาลงสฝ่งผานทางทาเรอขึ้องเมืองทาทฝ่ายรสเซึ่ย

















่�





่�

ยด้ครองได้เพิ่อลด้ความเสยงขึ้องการปฏิบตัการ อย�างไรกด้ การโจมตัเรอยกพิ่ลขึ้นบกขึ้องรสเซึ่ยทกาลงขึ้นถายอาวธ










และยานเกราะลาเลยงพิ่ลททาเรอเมอง Berdyansk สงผลใหเรอยกพิ่ลขึ้นบกช่น Alligator จม ๑ ลา กบเรอยกพิ่ลขึ้นบก














ช่ัน Ropucha เส่ยหาย ๒ ลา เมือ ๒๔ ม่นาคม ๒๕๖๕ แสด้งใหเหนว�าการเคลือนกาลงสฝ่ังผ�านทางท�าเรอขึ้องเมองท�า
















ทถ่กยด้ครองได้้ยงคงม่ความเสยงทจะถ่กตั�อตัาน

ในส�วนขึ้องการโจมตั่ฝ่ัง ถงแมว�าในอด้่ตัสมยยคเรอใบจะม่คากล�าวว�า A Ship is a Fool to Fight a Fort





















หมายถง เรอรบจะเปนฝ่่ายเส่ยเปร่ยบตั�อปอมปราการทม่การปองกนแน�นหนา ซึ่งเปนขึ้อเทจจรงสาหรบเรอรบในสมย




ยุคเรือใบ แตัในสมัยปัจจบันทมการพิ่ัฒนาเทคโนโลย่ปืนใหญ่เรือและอาวุธปลอยนาวถโจมตั่ฝ่�งระยะไกลทาให้เรือรบ














ม่บทบาทในการโจมตั่ฝ่ังอยางได้้ผลมากยงขึ้น ซึ่งนอกเหนอจากการปด้อ�าวและการเคลือนกาลงสฝ่ังแลว รสเซึ่่ยยงได้้





























ใช่ประโยช่นขึ้องการควบคุมทะเลในการโจมตัฝ่�ง ทงในสวนขึ้องการสนับสนนการยึด้ครองเมองทาสาคญ่ขึ้องยเครน















เช่น เมองทา Mariupol ในช่ายฝ่งทะเลอะซึ่อฟ และในสวนขึ้องการยิงอาวธปลอยนาวถโจมตัฝ่งระยะไกล Kalibr





จากเรอผวนาและเรอด้านาในทะเลด้าตัอเปาหมายทางบกอน ๆ ลกเขึ้าไปในฝ่งยเครน ซึ่งมหลกฐานภูาพิ่ถายและคลปวด้โอ



































ขึ้องการยงอาวธปล�อยนาวถ่ Kalibr จากท�อยง Vertical Launch System ขึ้องเรอผวนาทคาด้ว�าจะเปนเรอฟรเกตั





ช่ัน Admiral Grigorovich ในเด้อนม่นาคม ทังน่ ในส�วนขึ้องเรอด้านาช่ัน Kilo (Project 636.3) ขึ้องกองเรอทะเลด้า












ถงแมว�าจะไม�ม่หลกฐานภูาพิ่ถ�ายขึ้องการยงอาวธปล�อยนาวถ่โจมตั่ฝ่ัง Kalibr จากใตันา แตั�กม่ภูาพิ่การโหลด้ล่กอาวธ














ปล�อยนาวถ่เพิ่มเตัมทฐานทพิ่เรอ Sevastopol ทช่วยยนยนว�าเรอด้านาช่ัน Kilo (Project 636.3) ขึ้องกองเรอทะเลด้า ำ














ม่ส�วนร�วมในการยงอาวธปล�อยโจมตั่ฝ่ัง Kalibr ตั�อเปาหมายในยเครนด้้วย ทั�งน่ จากสงครามรสเซึ่่ย-ยเครนจะเหนว�า




















เรอด้านาด้เซึ่ล-ไฟฟ้ายังคงมขึ้้อจากด้ในการโจมตัฝ่�งด้วยอาวธปลอยนาวถในสงครามหรือการปฏิบตัการขึ้นาด้ใหญ่�















เนืองจากม่จานวนล่กอาวธปล�อยนาวถ่ทจากด้ ทาใหตัองใช่เรอด้านาจานวนหลายลา หรอตัองกลบเขึ้ารบการโหลด้ล่ก




















อาวธปล�อยนาวถ่เพิ่มเตัมบ�อยครั�ง


นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕








ภาพที่่ ๓ ภาพถายเร่อดานาชั้น Kilo (Project 636.3) ที่าการโหลดอาวธปลอยนาวถ่ Kalibr เพิมเตีม










ที่่ฐานที่พเร่อ Sevastopol เมอเด่อนม่นาคม ๒๕๖๕





การควบคมทะเลัทีมการติ�อติาน (Disputed Sea Control) แลัะการปฏิิเสธการใช้้ทะเลั (Sea Denial)















ในกรณ์ทไมสามารถได้มาซึ่งการครองทะเลอยางสมบรณ์ จะสงผลใหการควบคมทะเลอาจมการตัอตัานจาก











ฝ่ายศึตัรได้ ไมวาจะเปนการตัอตัานด้วยกาลงทางเรอ หรอการตัอตัานด้วยกาลงปองกนฝ่ง ซึ่งในสถานการณ์การรบ





























ทางเรอทวไป การครองทะเลอยางสมบรณ์เปนสงทเปนไปได้ยาก แตัจะเปนลกษณ์ะขึ้องการควบคุมทะเลัท�มการติอติาน





















(Disputed Sea Control) มากกวา โด้ยฝ่ายทมกาลงทางเรอเหนอกวามกได้มาซึ่งการควบคมทะเลในหวงเวลา














ทตัองการในบรเวณ์ทะเลเปด้ห�างฝ่ัง แตั�มกม่การตั�อตัานจากฝ่่ายทม่กาลงทางเรอด้้อยกว�าในบรเวณ์ใกลฝ่ังและช่ายฝ่ัง �











ในกรณ์สงครามรัสเซึ่ย-ยเครน ถึงแมวากองทพิ่เรือยเครนจะส่ญ่เสยกาลังทางเรือสวนใหญ่ไป ตั�งแตัเหตัุการณ์รัสเซึ่ย













ยด้ครองไครเมยเมอป ๒๕๕๘ แตั�รสเซึ่ยกยงไมสามารถได้้มาซึ่งการครองทะเลได้้โด้ยสมบรณ์ เนองจากยงมความพิ่ยายาม





































ตัอตัานจากยเครน โด้ยเฉพิ่าะอยางยง ในสวนขึ้องกาลงปองกนฝ่งทมการโจมตักาลงทางเรอขึ้องรสเซึ่ยด้วยจรวด้หลายลากลอง



















โด้รนตัด้อาวธ และอาวธปลอยนาวถ่ ซึ่งหนึงในความส่ญ่เส่ยสาคญ่ขึ้องกาลงทางเรอรสเซึ่่ย คอ กรณ์่เรอลาด้ตัระเวน















Moskva ซึ่งเปนเรอธงขึ้องกองเรอทะเลด้าถกโจมตัด้วยอาวธปลอยนาวถ Neptune จากช่ายฝ่งยเครนจนกระทงจมลง

















ในเวลาตัอมา แสด้งใหเหนตัวอยางสาคญ่วา การได้มาซึ่งการควบคุมทะเลโด้ยสมบรณ์หรอการครองทะเลเป็นสงทเปนไป










ได้้ยาก ตัราบใด้ทฝ่่ายศึตัร่ยงม่ขึ้่ด้ความสามารถในการตั�อตัาน









อยางไรกด้่ การตั�อตัานขึ้องยเครนยงไม�ถงขึ้ันการปฏิิเสธการใช่ทะเล (Sea Denial) โด้ยกาลงทางเรอขึ้องรสเซึ่่ย




ยังคงมเสรในการปฏิิบตัิบริเวณ์ทะเลด้ำาและทะเลอะซึ่อฟในระด้ับหนง เพิ่ยงแตั�ตั้องเพิ่มความระมด้ระวังในการปฏิิบัตัิการ









ใกล้ฝ่ั�ง และม่การประเมนว�ารสเซึ่ยจะยงคงใช่้กาลงทางเรือในการปิด้อ�าว การเคลอนกาลงส�ฝ่ั�ง และการโจมตัฝ่ั�ง














เพิ่อสนับสนุนการปฏิิบัตัิการทางบกตั�อไป
นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




ภาพที่่� ๔ เรอลาดตีระเวน Moskva ของรัสเซี่ยได้รับความเสยหายจากการถูกอาวุธปล่อยนำาวิถ ก่อนจะจมลงในที่่�สุด

สรุป






















ตังแตัเรมสงครามรสเซึ่ย-ยเครน เมอเด้อนกมภูาพิ่นธ รสเซึ่ยมความได้เปรยบด้านกาลงทางเรอและสามารถ



ทาการควบคมทะเลในบรเวณ์ทะเลด้าและทะเลอะซึ่อฟอยางได้้ผล นอกจากน่ ยงม่การนาผลขึ้องการควบคมทะเลไป





















ใช่ประโยช่นเกยวขึ้องกบสถานการณ์์บนฝ่ัง ทังการปด้อ�าว การเคลือนกาลงสฝ่ัง และการโจมตั่ฝ่ัง อยางไรกด้่ ยเครน









ยังคงมความพิ่ยายามตัอตั้านการปฏิบัตัิการทางเรือขึ้องรัสเซึ่ย สงผลให้การควบคุมทะเลขึ้องรัสเซึ่ยเป็นลักษณ์ะขึ้อง








การควบคมทะเลทม่การตั�อตัาน และกาลงทางเรอขึ้องรสเซึ่่ยได้้รบความเส่ยหายอยบาง ตััวอยางเช่น เรอยกพิ่ลขึ้นบก
































ช่น Alligator ทถกจมระหวางการขึ้นถายอาวธขึ้นสฝ่ง และเรอลาด้ตัระเวน Moskva ทถกจมด้วยอาวธปลอยนาวถจาก









ช่ายฝ่ังยเครน ทังน่ การปฏิิบตัการขึ้องฝ่่ายรสเซึ่่ยในสงครามรสเซึ่่ย-ยเครนได้้เขึ้าสช่วงท ๒ ในการเนนการปฏิิบตัการ



























ทางภูาคใตัขึ้องยเครนตังแตัตันเด้อนเมษายนเป็นตันมา ในขึ้ณ์ะทนานาช่าตักาลงเพิ่มการสนบสนนอาวธยทโธปกรณ์ ์


















ใหกบยเครน ซึ่งมความเปนไปได้วาอาจทำาใหยเครนสามารถปฏิเสธการใช่ทะเลในบริเวณ์ใกลฝ่งได้ ทงน สงคราม









รสเซึ่ย-ยเครนในภูาพิ่รวมยงคงมแนวโนมทจะยด้เยอและนกสงครามทางเรอคงตัองตัด้ตัามสถานการณ์ เพิ่อศึกษา


















บทเร่ยนจากเหตัการณ์์จรงควบคกบการศึึกษาทฤษฎีตั�อไป











นาวาโท สระ บรรจงจตัร รบราช่การในกองทพิ่เรอมากว�า ๒๐ ป ได้้เคยผ�านประสบการณ์์การปฏิิบตังานสาคญ่




















ได้้แก� หลกส่ตัรวทยาการและเทคโนโลยเรอด้านาเยอรมน่ หลกส่ตัรการฝ่กหน่ภูยจากเรอด้านาเนเธอรแลนด้ กาลงพิ่ล


























รบเครองฝ่กศึนยยทธการเรอด้านา ผสงเกตัการณ์การฝ่ึกในเรอด้านาช่น Los Angeles ขึ้อง ทร.สหรัฐอเมริกา ผสงเกตัการณ์ ์



การฝ่กในเรอด้านาช่น 212A ขึ้อง ทร.เยอรมน หัวหนาช่ด้ฝ่กศึนยยทธการเรอด้านา และครฝ่กเรอด้านาขึ้องกองเรอด้านา





























กองเรอยทธการ นาวาโท สระ ได้ลาออกจากราช่การเมอป ๒๕๖๒ ปจจบนเปนทปรกษาอสระและผเช่ยวช่าญ่















ด้้านเรอด้านาท Submarine Consulting






เอกสารอ้างอิง



บรรณ์สารหลกนยม ทร.สหรฐอเมรกา “Naval Doctrine Publication 1: Naval Warfare.” April 2020.

B. J. Armstrong, “The Russo-Ukrainian War at Sea: Retrospect and Prospect.” https://warontherocks.
com/2022/04/the-russo-ukrainian-war-at-sea-retrospect-and-prospect/, April 2022.
Milan Vego, “General Naval Tactics: Theory and Practice.” Naval Institute Press, 2020.
Wayne Hughes, “Fleet Tactics and Coastal Combat.” Naval Institute Press, 2nd Edition, 1999.
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




บทความต้องการนาเสนอภาพของสมุททานุภาพ ซ่งเป็นทฤษฎีเก่าแก่ของ อัลเฟรด เทเยอร์ มาฮาน (Alfred
Thayer Mahan) ซึ่งมาฮานได้ระบุว่าสมุททานุภาพนั้น มีหลายองค์ประกอบ และต่อมาทฤษฎีของมาฮานเอง ก็ได้ถูก
ทบทวนใหม่โดยนักทฤษฎีอย่าง เซอร์ จูเลียน เอส คอร์เบตต์ (Sir Julian S. Corbett) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑






ท่เป็นยุคของการปฏิวัติอุตสหกรรมและเป็นยุคท่มีการคิดค้นเคร่องจักรไอนา ซ่งเป็นจุดเปล่ยนสาคัญของโลกจาก


สังคมเกษตรกรรมมาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ซ่งต่อมาก็ได้มีนักประวัติศาสตร์ทางเรือในยุคปัจจุบันอย่าง เจฟฟรีย์ ทิลล์




(Geoffrey Till) ซ่งยังมีชีวิตอยู่ในยุคดิจิตัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ได้นาแนวคิดของท้งมาฮานและคอร์เบต
มาทบทวน การทบทวนทางความคิดด้านการทหารเรือของท้งสามนักคิดท่กล่าวมาน้น ก็เป็นไปเพ่อให้เข้า



























ความเปล่ยนแปลงในยคสมยของแตละทาน ซงเปนเรองปกตทมนษยชาตจะมความสงสยใครร รจกทจะทบทวนสภาวะ



แวดล้อมท่เปล่ยนแปลงไป จนนาไปสู่การพัฒนาในด้านต่าง ๆ รวมท้งในด้านเทคโนโลยีทางเรือ จากท้งหมดท่กล่าวมาน้น






บทความน้มีความพยายามในการนาเสนอให้เห็นถึงความสาคัญของเทคโนโลยีท่มีผลต่อการเสริมสร้างสมุททานุภาพของชาต ิ








ซ่งประเทศไทยก็สามารถท่จะนาไปใช้และเสริมสร้างสมุททานุภาพ เพ่อเปิดโอกาสและเพ่มพูนศักยภาพของประเทศได้

การทบทวนทฤษฎีสมุททานุภาพ
ผู้เขียนเช่อว่าหากข้นช่อว่าเป็นทหารเรือ ทุกท่านคงจะได้ยินคาว่า สมุททานุภาพ หรือ Sea Power ในภาษาอังกฤษมา






ไม่มากก็น้อย ซ่งเราอาจจะแบ่งทฤษฏีสมุททานุภาพได้ออกเป็น ๓ ยุคหลัก ๆ คือ ยุคของมาฮาน เม่อสหรัฐอเมริกาเพ่งริเร่ม



ก่อต้งกองทัพเรือ ยุคของคอร์เบตต์ในยุคสงครามโลกคร้งท ๑ ซ่งอังกฤษยังคงครองความเป็นเจ้าทะเล และยุคของทิลล์






ในยุคปัจจุบันซ่งสถานะของเจ้าทะเลเปล่ยนจากอังกฤษเป็นสหรัฐอเมริกาภายหลังการส้นสุดลงของสงครามโลกคร้งท ๒




ทฤษฎีสมุททานุภาพของมาฮาน: หากเราย้อนไปดูในงานเขียนของมาฮาน ในหนังสือ The Influence of Sea

Power Upon History, 1660-1783 เราจะเห็นได้ว่า มาฮานได้สรุปใจความของแนวคิดหลักของตนเองไว้แล้วต้งแต่ใน






บทท ๑ ของหนังสือ ซ่งเป็นผลมาจากการวิเคราะห์สงครามและเหตุการณ์สาคัญท่เกิดข้นระหว่าง ค.ศ. ๑๖๖๐-๑๗๘๓
เช่น สงครามแองโกล-ดัตช์ ซึ่งมีการท�าสงครามกันถึง ๔ ครั้ง ระหว่างอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์ที่ก�าลังอยู่ในยุครวมชาติ
โดยในห้วงดังกล่าวมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ คือ เหตุการณ์ Raid on the Medway ซึ่งเรือของฝ่ายดัตช์ได้ล่องเรือเข้าไป



จนถึงพ้นท่จอดเรือหน้าอู่ทหารเรือหลักของอังกฤษในสมัยน้นอย่าง Chatham Dockyard ซ่งกองเรือเนเธอร์แลนด์

ได้สร้างความเสียหายให้กับเรือของอังกฤษท่จอดเรืออยู่นับสิบลา และสามารถลากเอาเรือ HMS Royal Charles


นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕





ซ่งนับเป็นเรือรบหลักล�าหน่งของอังกฤษกลับไปยังเนเธอร์แลนด์ได้ ซ่งได้สร้างความอับอายต่ออังกฤษเป็นอย่างมากท่ได้


ปล่อยให้เรือของเนเธอร์แลนด์ แล่นเข้ามาได้ไกลขนาดน้นแถมยังลากเรือของตนกลับไปอีก หรือเหตุการณ์อย่างสงคราม


พนธมตรอังกฤษและฝรงเศส-เนเธอรแลนด (War of England and France in Alliance against the United Provinces ๑




ซึ่งเป็นชื่อสงครามดังกล่าวตามข้อความในหนังสือของมาฮาน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสงครามฝรั่งเศส-ดัตช์)























ภาพแผนที่แสดงการเคลื่อนก�าลังของกองเรือเนเธอร์แลนด์ในเหตุการณ์ Raid on the Medwayซึ่งกองเรือที่น�าเรือโดย Michiel de Ruyter ใน









กาลังเข้าไปถึงพ้นท่อู่เรือของอังกฤษและเผาทาลายเรือท่จอดอยู่ในบริเวณน้น รวมถึงลากเอาเรือรบหลักหน่งลากลับประเทศไปด้วยซ่งสร้างความ



อับอายอย่างรุนแรงให้กับฝ่ายอังกฤษ โดยตามจินตนาการของผู้เขียนน้น ก็คงเสมือนกับการท่มีข้าศึกศัตรูล่องเรือเข้ามายังแม่นาเจ้าพระยาและ

ท�าลายเรือที่จอดอยู่บริเวณอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า
ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Raid_on_the_Medway#/media/File:MedwayRaidMap.png เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๖ มี.ค.๖๕


โดยสงครามคร้งน้เป็นสงครามท่อังกฤษได้ร่วมมือกับฝร่งเศสอย่างหลวม ๆ เพ่อต่อสู้กับชาวดัตช์ ซ่งในยุคนี้มีวีรบุรุษ




ทางทะเลชาวดัตช์ผู้โด่งดังอย่าง Michiel de Ruyter หรือเหตุการณ์อย่างการปฏิวัติอังกฤษ (English Revolution)


ซ่งเป็นการแย่งชิงบัลลังก์กันระหว่าง William of Orange แห่งเนเธอร์แลนด์ซ่งอ้างสิทธิในการปกครองอังกฤษกับ
กษัตริย์ในราชวงศ์สจ๊วตอย่างพระเจ้าเจมส์ที่ ๒ (ซึ่งต่อมากษัตริย์จากเนเธอแลนด์ผู้นี้ได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษ


ในพระนามพระเจ้าวิลเล่ยมท ๓ แห่งอังกฤษ) หรือแม้แต่เหตุการณ์สงครามสืบราชบัลลังก์โปแลนด์ สงครามสืบ

ราชบัลลังก์สเปนเร่อยมาจนถึงเหตุการณ์ในสงครามปฏิวัติอเมริกัน ซ่งอังกฤษได้ให้การยอมรับความเป็นรัฐเอกราช


ของสหรัฐอเมริกาภายใต้สนธิสัญญาปารีสที่มีการลงนามใน ๓ กันยายน ค.ศ. ๑๗๘๓ ซึ่งมาฮานได้ท�าการศึกษาข้อมูล
โดยละเอียดและวิเคราะห์ปัจจัยท่ทาให้อังกฤษมีความเป็นเจ้าทะเลในยุคก่อนการประกาศอิสรภาพของสหรัฐ และ


ก่อนก่อตั้งของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาภายใต้การออกกฎหมาย Naval Act of 1794 “Act to provide a Naval
๑. สาเหตุที่เรียกว่า United Provinces หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Republic of the Seven United Netherlands นั้น เนื่องจากในอดีต ก่อนหน้าที่จะมี




การรวมชาติเป็นราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ในยุคปัจจบัน ดินแดนในแถบน แต่ละแคว้นในพ้นท่ของประเทศเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบันในอดีตมีการปกครองตนเอง

ประกอบด้วย Groningen, Frisia, Overijssel, Guelders, Utrecht, Holland และ Zeeland ภายหลังได้ร่วมมือกันในรูปของพันธมิตรเพ่อต่อสู้กับราชอาณาจักร

สเปนในสมัยที่ราชวงศ์ Spanish Habsburg ท�าการปกครองอยู่ เพื่อแยกตนเองออกเป็นสาธารณรัฐอิสระ
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


Armament” เพื่อก�าหนดให้มีการจัดหาเรือฟริเกต ๖ ล�า เข้ามาใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา (มาฮานมีชีวิตอยู่ระหว่าง






ค.ศ. ๑๘๔๐-๑๙๑๔) ท้งหมดท้งมวลน้นก็เพ่อพัฒนากองทัพเรือ และสมุททานุภาพของสหรัฐอเมริกาซ่งอยู่ระหว่าง



การก่อต้งกองทัพเรือ โดยจะเกิดข้นไม่ได้เลยหากมาฮานไม่สามารถโน้มน้าวผู้มีอานาจทางการเมืองให้เห็นด้วยกับ
แนวความคิดของเขา


โดยมาฮานวิเคราะห์ออกมาเป็นปัจจัยท่จะส่งผลต่ออานาจทางทะเลของชาต ๖ องค์ประกอบ ท้งน ตามการ




วิเคราะห์ของมาฮาน จากการศึกษาประวัติศาสตร์ของสงครามทางเรือใน “ยุคเรือใบ” ช่วงก่อนยุคสงครามนโปเลียน
ในหนังสือของเขาเล่มนี้ ซึ่งประกอบด้วย ๖ องค์ประกอบ ดังนี้




๑. ตาบลท่ต้งทางภูมิศาสตร์ของชาต (Geographical Position) ซ่งในข้อน มาฮานได้ยกตัวอย่างจากการวิเคราะห์



ที่ตั้งของ ๓ ประเทศ ที่เป็นเป้าหมายการวิเคราะห์ คือ อังกฤษซึ่งเป็นเกาะ ฝรั่งเศสที่เป็นประเทศใหญ่ในภาคพื้นทวีป
ยุโรป และเนเธอร์แลนด์ประเทศเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดใหม่ในยุคนั้น โดยมองว่าอังกฤษเป็นฝ่ายได้เปรียบทั้ง ๒ ประเทศที่
กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากอังกฤษไม่จ�าเป็นต้องขยายดินแดนของตนเองผ่านทางบก หรือไม่จ�าเป็นต้องป้องกันตนเอง











จากการรกรานทเดนทางมาทางบก ซงมาฮานได้ให้เหตผลว่าการทต้องคงกาลงป้องกนประเทศทางบก ซงกองกาลง











ดังกล่าวน้น จาเป็นท่จะต้องมีขนาดใหญ่ด้วยแล้วน้น เป็นการบ่นทอนทรัพยากรของประเทศ ซ่งทรัพยากรดังกล่าว
สามารถนาไปใช้สนับสนุนการพัฒนากิจการทางทะเลและกิจการทางเรือเพ่อนาไปแสวงหาดินแดนใหม่หรือขยาย



ขอบเขตของรัฐ ซึ่งทั้งฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์เป็นดินแดนที่มีที่ตั้งตามการวิเคราะห์ของมาฮาน
ภาพรัฐต่าง ๆ ในทวีปยุโรปในปี ค.ศ.๑๖๔๘ โดยมี ๓ ประเทศที่มาฮานใช้เป็นตัวอย่าง คือ อังกฤษในสีชมพูอ่อน เนเธอร์แลนด์หรือสาธารณรัฐดัตช์
(Dutch Republic) ในสีส้ม และราชอาณาจักรฝรั่งเศสในสีน�้าเงิน โดยในยุคดังกล่าว
เบลเยี่ยมยังคงไม่เกิดเป็นประเทศ และยังคงเป็นอาณาเขตของสเปนที่เรียกว่า Spanish Netherlands ซึ่งแสดง
อาณาเขตของสเปนในยุครุ่งเรือด้วยสีแดง ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Europe_map_1648.PNG
เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๖ มี.ค.๖๕
๒. รปทรงทางกายภาพของชาต (Physical Conformation) ซงมาฮานกล่าวถงรฐทมชายฝั่งเสมอนเป็น











พรมแดนทางทะเล ทผ้คนสามารถไปมาหาสู่ระหว่างกัน และจะนามาสู่การค้าขายผ่านการมท่าเรอ โดยมาฮาน





ได้ยกตัวอย่างของ Gulf Coast ซ่งเป็นแนวชายฝั่งด้านทิศใต้ของสหรัฐอเมริกา บริเวณรัฐเทกซัส หลุยส์เซียน่า

นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕





มิซซิสซิปปี อลาบามา และฟลอริดา ไว้ว่าเป็นตัวอย่างของพ้นท่ชายฝั่งท่มีรูปทรงทางกายภาพเหมาะสมและส่งเสริมต่อการ
มีสมุททานุภาพ หรือจะเป็นพื้นที่บริเวณปากอ่าวอย่างพื้นที่ The Scheldt ซึ่งเป็นดินแดนของเนเธอร์แลนด์แต่เป็น





เส้นทางทางทะเลท่สาคัญท่จะเข้าสู่เมือง Antwerp เมืองสาคัญของ Spanish Netherlands (ปัจจุบัน Antwerp





เป็นเมืองท่าท่สาคัญของเบลเย่ยม) ในยุคท่พ้นท่ของเมืองยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสเปน (โปรดดูแผนท่ยุโรปในปี





ค.ศ. ๑๖๔๘ เพ่อความไม่สับสน) เน่องจากการค้าทางทะเลจะนามาซ่งความม่งค่งและกาลังทางทะเล ซ่งเหตุผล












ดังกล่าวน้มาฮานได้นามาอ้างเพ่อเปรียบเทียบกับพ้นท่บริเวณมิซซิสซิปปีเพ่อโน้มน้าวผู้มีอานาจในสหรัฐอเมริกาในยุค
ของตนเพ่อให้สนับสนุนกิจการทางเรือ นอกจากน้มาฮานยังได้กล่าวสนับสนุนอังกฤษ โดยวิเคราะห์ว่าการท่อังกฤษ



มีลักษณะเป็นเกาะทาให้การขยายดินแดนทางบกเป็นไปได้ยาก ซ่งบีบให้อังกฤษต้องแสวงหาดินแดนใหม่ทางทะเล


ซ่งทาให้เกิดประชากรท่เป็นชาวทะเลข้นเป็นจานวนมากไม่ว่าจะเป็นนักเดินเรือแบบเรือค้าหรือเรือรบ ซ่งในข้อน้ไป







สนับสนุนองค์ประกอบที่ ๔ และ ๕ ด้วย

ภาพแนวชายฝั่งของ Gulf Coast States ที่มาฮานยกตัวอย่างไว้ในหนังสือ The Influence of Sea Power Upon History, 1660-1783 ภาพ
จาก https://www.welt-atlas.de/map_of_gulf_of_mexico_7-958 เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๓ มี.ค.๖๕


๒. ในปัจจุบันพื้นที่ The Scheldt เริ่มต้นตั้งแต่ในพื้นที่ของฝรั่งเศสที่ St. Quentin โดยในส่วนของแม่น�้า Scheldt อยู่ในฝรั่งเศส ร้อยละ ๓๑ ในเบลเยี่ยม ร้อย

ละ ๖๑ และในเนเธอร์แลนด์ ร้อยละ ๘ พ้นท่ลุ่มแม่นาโดยรอบปัจจุบันเป็นพ้นท่เมืองเป็นท่อยู่อาศัยของผู้คนมากกว่า ๑๐ ล้านคน โดยมีความหนาแน่นของ






ประชากร ๔๗๗ คน ต่อ ตารางกิโลเมตร โดยในยุคกลาพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หนองบึงและเป็นพื้นที่ทางการเกษตรโดยในช่วงกลางศตวรรษที่ ๒๐ พื้นที่นี้ เริ่ม
มีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและกลายเป็นพื้นที่เมือง ในด้านเศรษฐกิจ พื้นที่ The Scheldt มีกิจกรรมทางด้านอุตสาหกรรมที่หนาแน่น โดยมีการขนส่ง
ทางเรือเป็นกิจกรรมที่ส�าคัญ โดยท่าเรือ Antwerp มีบทบาทส�าคัญด้านการค้าในพื้นที่นี้ ทั้งนี้ในปี ค.ศ.๒๐๑๗ ปริมาณการค้าทางทะเลของท่าเรือ Antwerp
คิดเป็น ๒๑๔.๒ ล้านตัน (หมายเหตุ: มีปริมาณสินค้ามากกว่าท่าเรือแหลมฉบังเกิน ๑ เท่าตัว เมื่อรวมปริมาณสินค้าขาเข้า สินค้าขาออก และสินค้าถ่ายล�า ซึ่ง
ท่าเรือแหลมฉบังรองรับสินค้าในปี ค.ศ.๒๐๒๑ รวมประมาณ ๙๘.๔๒๔ ล้านตัน) โดยนอกจากท่าเรือแล้วพื้นที่บริเวณ The Scheldt ในปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของ
โรงไฟฟ้า และพื้นที่การท่องเที่ยวทางน�้า เช่น กีฬาทางน�้า กิจกรรมชายหาด ฯลฯ สรุปข้อมูลจาก https://northsearegion.eu/immerse/project-estuaries/
the-scheldt-estuary/ และ http://www.port.co.th/cs/internet/internet/ViewNews.html?content=1487063210297 เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๖ มี.ค.๖๕

นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


๓. ขอบเขตของดินแดน (Extent of Territory) โดยในข้อนี้มาฮานเน้นว่าขอบเขตในแง่นี้ไม่ได้หมายถึง “จ�านวน







ตารางไมล์ของพ้นท่ท่ประเทศหน่ง ๆ จะม แต่เป็นความยาวของชายฝั่งของประเทศน้น ๆ และรวมถึงลักษณะของ

ท่าเรือประเทศน้น ท่เป็นปัจจัยในการพิจารณาสมุททานุภาพของชาติ” ซ่งขอบเขตของชายฝั่งน้นเป็นได้ท้งปัจจัยเก้อกูล








และเป็นจุดอ่อนของประเทศ เน่องจากในมุมมองของมาฮาน ชายฝั่งของประเทศจาเป็นท่จะต้องมีประชากรท่เพียงพอ

ในการป้องกันด้วย หากมีประชากรเพียงพอย่อมกลายเป็นจุดแข็งหากไม่เพียงพอจะกลายเป็นจุดอ่อน และประชากร
เหล่านั้นจะต้องเป็นชาวทะเลด้วย


๔. จานวนประชากร (Number of Population) สาหรับในแง่ของประชากร มาฮานเห็นสอดคล้องกับในแง่








ขอบเขตของพ้นท คือ “ไม่ได้หมายถึงจานวนประชากรท้งหมดท่ประเทศน้นมีอยู่ แต่เป็นประชากรท่มีความเป็น




ชาวทะเล และพร้อมท่จะปฏิบัติงานบนเรือ หรือสามารถสร้างสรรค์วัสดุท่เก่ยวข้องกับกิจการทางเรือเป็นสาคัญ (It is not
only the grand total, but the number following the sea, or at least readily available for employment
on shipboard and for the creation of naval material, that must be counted.)” โดยยกตัวอย่างของอังกฤษ





เปรียบเทียบกับฝร่งเศส ณ ขณะน้น ท่ประชากรฝร่งเศสสมัยน้น มีจานวนมากกว่าประชากรอังกฤษ แต่ในแง่ของ

สมุททานุภาพแล้ว อังกฤษมีความเหนือกว่าฝรั่งเศสทั้งในด้านการทหารและการค้าทางเรือ
๕. อุปนิสัยของคนในชาต (National Character) ในข้อน้ผู้เขียนขอยกคากล่าวของมาฮานจากหนังสือมาเขียนถึง







ดังน “ถ้าสมุททานุภาพน้นแท้จริงแล้วข้นอยู่กับการค้าขายอย่างสงบสุขและอย่างแพร่หลายแล้ว ความสามารถ

ในการทาการค้าจะต้องเป็นลักษณะท่โดดเด่นของชาติท่ครองความย่งใหญ่ในทะเล” (If sea power be really based



upon a peaceful and extensive commerce, aptitude for commercial pursuits must be a distinguishing
feature of the nations that have at one time or another been great upon the sea.) ซึ่งพอเขียนถึง


ตรงน้ผู้เขียนเช่อหลายท่านอาจจะรู้สึกไม่เห็นด้วยกับมาฮาน แต่มาฮานก็ได้ยกตัวอย่างของชาวอังกฤษกับชาวดัตช์




โดยระบุว่าท้งสองชาติในขณะน้น (ช่วงระหว่าง ค.ศ. ๑๖๖๐-๑๗๘๓) ต่างก็เป็นชาติท่มีหัวการค้า ซ่งท้งสองชาติน ี ้

มีลักษณะพิเศษ คือ มีความกล้า (bold) มีความกล้าได้กล้าเสีย (enterprising) มีความอดทน นอกจากนี้แล้วผสมรวม
กับสภาวะแวดล้อมท่คนท้งสองชาติต้องเผชิญซ่งมีความยากลาบากกว่าฝร่งเศส และการท่เนเธอร์แลนด์มีการส่งออก






ปลาเฮอร่งขนาดใหญ่จนเรือขนปลาของเนเธอร์แลนด์ได้รับการขนานนามว่า The Herring Bus นอกจากนี้ท้งสองชาต ิ


ยังมีความเป็นนักธุรกิจ เป็นพ่อค้า เป็นผู้ผลิต และเป็นนักเจรจา ซึ่งท�าให้การค้าของชาวอังกฤษและชาวดัตช์มีความ













ร่งเรอง เกดเป็นความมังคง และส่งผลให้กจการเดนเรอของทงสองประเทศเตบโตตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นจานวน


เรือค้า และคนประจาเรือท่เพ่มมากข้นซ่งสุดท้ายนาไปสู่ความจาเป็นท่จะต้องมีการเพ่มกาลังทางเรือเพ่อปกป้องความ









มั่งคั่งดังกล่าวจากฝ่ายศัตรู
๖. คุณลักษณะของรัฐบาล (Character of the Government) ในแง่ของคุณลักษณะของรัฐบาลน้น มาฮานมองว่า

มีองค์ประกอบจากปัจจัยของรูปแบบของรัฐบาล องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้รัฐบาล และลักษณะของผู้ปกครอง มีผลต่อ
การเพ่มพูนสมุททานุภาพของชาต โดยมาฮานได้เปรียบเทียบระหว่างการปกครองแบบอานาจนิยม โดยยกตัวอย่างการ




ปกครองในยุค Common Wealth ของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ซ่งได้ทาการประกาศ NavigationAct






ใน ค.ศ. ๑๖๖๑ ซ่งมีใจความสาคัญ คือ สินค้าท่จะนาเข้าสู่อังกฤษและอาณานิคมของอังกฤษจะต้องขนส่งด้วยเรือ
ของอังกฤษหรือเรือจากประเทศที่ที่สินค้านั้นผลิตขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งการประกาศกฎหมายนี้ถือเป็นผลเสียใหญ่หลวงต่อ
๓. โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เป็นผู้น�าของฝ่ายรัฐสภาในสงครามกลางเมืองของอังกฤษที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.๑๖๔๒-๑๖๕๑
นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




ชาวดัตช์ (ในยุคน้น) ซ่งเนเธอร์แลนด์ในขณะน้นเป็นเสมือนบริษัทเดินเรือขนส่งสินค้าให้กับชาวยุโรปในยุคดังกล่าว ๔





ผลจากการประกาศกฎหมายฉบบน้ได้ส่งผลดีต่อกจการทางทะเลของอังกฤษ คือ ทาให้องกฤษมีเรือมากข้น และ



มีชาวเรือมากข้น และมาฮานยังได้กล่าวถึงลักษณะของรัฐบาลแบบเสรีทางความคิดหรือเสรีนิยม (Free Will) เม่ออย ู่



ภายใต้การนาอย่างชาญฉลาดของรัฐบาลท่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของประชาชนซ่งก็สามารถพัฒนาสมุททานุภาพ


ของชาติได้เช่นเดียวกัน




โดยยกตวอย่างของอังกฤษท่เปิดโอกาสให้มีการเล่อนข้นของนายทหารระดับสูงท่มีต้นกาเนิดจากผู้มีชาติกาเนิด



จากชนชั้นล่างอย่างเท่าเทียม (Yet in England … their practical sense left open the way of promotion to
its highest honors to the more humbly born; and every age saw admirals who had sprung from the
lowest of the people.) ซึ่งทั้ง ๒ รูปแบบการปกครองต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น รัฐบาลแบบ


อานาจนิยมก็มักจะมีปัญหาเม่อต้องหาผู้สืบทอด ตัวอย่าง คือภายหลังการตายของครอมเวลล์ก็ได้เกิดความโกลาหล



ทางการเมืองข้นในอังกฤษ และสาหรับข้อเสียของการปกครองแบบเสรีนิยมแล้วมาฮานได้กล่าวว่า คือ ความล่าช้า





และไม่เด็ดขาด ซ่งปัจจัยต่างๆ เหล่าน้น้น แต่ละประเทศจะมีมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ท้งน้ข้นอยู่กับปัจจัย และ



เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ท่เกิดข้นกับประเทศน้น ๆ ซ่งผู้อ่านสามารถหาอ่านรายละเอียดของทฤษฎ สมุททานุภาพ




ได้เพ่มเติมจากบทความ “Sea Power สมุททานุภาพ เน้อหา-ความหมาย ทหารเรือไทย ควรรู้ให้แจ้ง ตอนท ๒



ของคุณคร พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์” ซ่งท่านได้ให้ข้อคิดเห็นท่น่าสนใจ และบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของท่าน






เพ่อใช้อธิบายองค์ประกอบต่าง ๆ ของสมุททานุภาพ เพ่อให้เกิดความเข้าใจเก่ยวกับองค์ประกอบของสมุททานุภาพ









ให้ผู้อ่านได้เข้าใจมากยงขน มาถึงตอนนจะสงเกตได้ว่ามาฮานนน แทบจะไม่ได้สรปปัจจยของผลจากการพฒนา




เทคโนโลยีไว้ให้เห็นอย่างเด่นชัดเลยในหนังสือ The Influence of Sea Power Upon History, 1660-1783 เน่องจาก


ไม่ได้มีการระบุไว้อย่างแน่ชัดเป็นข้อ ๆ ดังเช่น ๖ องค์ประกอบท่กล่าวถึงแล้วในบทท ๑ ของหนังสือ ท่เน้อหาโดยส่วนใหญ่




จะเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ และลักษณะของประชากรในประเทศนั้น ๆ แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีใน







ยุคท่เก่ยวข้องกับยุคท่มาฮานได้ทาการวิเคราะห์น้นได้ปรากกฎอยู่โดยท่วไปในเน้อหาของหนังสือ เช่น การท่อังกฤษ

ออกแบบเรือให้มีขนาดใหญ่กว่า มีเกราะที่แข็งแกร่งกว่า และการที่เรือสามารถบรรทุกปืนได้มากกว่าของฝรั่งเศสและ
เนเธอร์แลนด์ ทาให้ความคงทนต่อการถูกโจมตีและอานาจการยิงของเรืออังกฤษมีมากกว่าคู่ขัดแย้ง มีตัวอย่างเรือ


ที่เกิดจากการพัฒนาในรูปแบบนี้คือ เรือ Sovereign of the Sea ซึ่งถูกสร้างโดย Phineas Pett ใน ค.ศ. ๑๖๓๗


ณ อู่ Chatham (ก่อนท่จะเกิดเหตุการณ์ Raid on the Medway) ซ่งถือเป็นเรือท่ใหญ่ท่สุดเท่าท่เคยต่อข้นมา




ณ ขณะนั้นของอังกฤษ ซึ่งจากความส�าเร็จของอังกฤษในด้านสมุททานุภาพในอดีต ส่งผลต่อมาในอนาคต ท�าให้เกิด



๔. เนเธอร์แลนด์ในยคท่มาฮานท�าการวิเคราะห์นน ได้สร้างเครือข่ายการค้าอย่างกว้างขวาง และเป็นผู้บรการเรือขนส่งสนค้าให้กับพ่อค้าชาว สเปนใยยุคของ




Phillip II of Habsburg โดยมีเครือข่ายการค้าขยายไปถึงทั้งทวีปอเมริกาใต้อย่างพื้นที่ประเทศบราซิลในปัจจุบัน และทวีปเอเชียอย่างพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นใน
ยุคโชกุนโตกุกาวะ ที่ในญี่ปุ่นพ่อค้าชาวดัตช์เข้ามาแทนที่พ่อค้าชาวโปรตุเกส ซึ่งรัฐบาลบาคุฟุของโชกุนโตกุกาวะในยุคที่มีนโยบายปิดประเทศหลังจากเกิด “การ




กบฏชิมาบาระ” หรือท่เรียกว่า “นโยบายซะโคคุ” โดยอนุญาตให้เพียงพ่อค้าชาวดัตช์ท่เป็นชาวตะวันตกเพียงชาติเดียวเท่าน้นท่สามารถทาการค้าขายกับญ่ปุ่นได้


โดยให้ท�าการค้าขายได้เพียงแค่ที่เมืองนางาซากิ โดยสาเหตุของการแทนที่พ่อค้าชาวโปรตุเกสของชาวดัตช์ในญี่ปุ่นนั้น เนื่องมาจากพ่อค้าชาวดัตช์สนใจแต่เพียง
เร่องค้าขายเพียงอย่างเดียว แตกต่างจากพ่อค้าชาวโปรตุเกสท่ต้องการเผยแพร่ศาสนาด้วย ซ่งเร่องน้นาไปสู่การท่ญ่ปุ่นได้เรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่จากพ่อค้าชาว








ดัตช์ผ่านการอ่านต�าราวิทยาศาสตร์ด้วย เช่น ต�ารากายวิภาค (Anatomy) เป็นต้น
๕. จากสารคดี The Royal Navy: England’s Wooden Walls
๖. The end of the Protectorate, ข้อมูลจาก https://www.parliament.uk/about/living-heritage/evolutionofparliament/parliamentaryauthor-
ity/civilwar/overview/end-of-the-protectorate/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๖ มี.ค.๖๕
๗. Soverign of the Seas (1637) Warship; 100 guns, Royal Museums Greenwich , https://www.rmg.co.uk/collections/objects/rmgc-
object-66317 เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๓ มี.ค.๖๕
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕





การยอมรับแนวคิดสมุททานุภาพและเกิดการปฏิบัติตามแนวความคดของมาฮานในเร่องการทาการยุทธแบบ Decisive



Battle โดยเฉพาะท่มาฮานได้เขียนวิพากษ์อยู่บ่อยคร้งถึงความไม่เด็ดขาดของฝร่งเศสในการทาการรบทางเรือกับอังกฤษ

ซ่งต่อมาแนวคิดการครองทะเลและการรบแบบ Decisive Battle รวมถึงแนวความคิดการบริหารอาณานิคมของอังกฤษ




ท่มีความแตกต่างจากชาติอ่น ๆ โดยเน้นไปท่การสร้างให้อาณานิคมพ่งพาตนเองและสามารถพัฒนาตนเองได้

แตกต่างจากการจัดการอาณานิคมของสเปนท่เน้นไปท่การนาทรัพยากรกลับสู่ประเทศมากกว่าเน้นการพัฒนา



อาณานิคม แนวคิดเหล่านี้ก็ได้รับการยอมรับในในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ในด้านเทคโนโลยี ซึ่งตามความเข้าใจของผู้เขียนนั้น ในยุคดังกล่าว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เด่น


ชัดมากนักในการทาสงครามทางเรือในยุคเรือใบท่มาฮานได้ทาการวิเคราะห์ แต่กระน้น เทคโนโลยีกลับมีบทบาท







อย่างมีนัยสาคัญในยุคของคอร์เบตต์ ซ่งมีช่วงชีวิตอยู่ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม การเกิดข้นของเคร่องจักรไอนา





เรือตอร์ปิโด เคร่องบิน โทรเลข ฯลฯ ได้ส่งผลให้การรบทางเรือมีรูปแบบท่เปล่ยนแปลงไปจากยุคเรือใบ เช่น การส่อสาร
ที่ท�าได้รวดเร็วขึ้น ความคงทนทะเลที่มีมากขึ้นของเรือเหล็ก รวมถึงการต้องพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินที่เมื่อหมดต้อง
กลับไปเติมที่ท่าเรือ ความร้ายแรงจากตอร์ปิโดที่มีมากกว่าเรือไฟ (English Fire Ships, Explosion Ship, Antwerp
Hellburners) ในยุคเรือใบท่เป็นต้นแบบของการใช้อาวุธขนาดเล็กแต่สร้างความเสียหายหนักให้กับเรือท่มีขนาดใหญ่กว่า



เรือดานา และทุ่นระเบิด ท่สามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเรือขนาดใหญ่แบบเรือประจัญบานได้



เราจึงได้เห็นการทบทวนทฤษฎีของมาฮานจนเริ่มได้ยินแนวความคิด Sea Control และ Sea Denial ขึ้นมาในยุคนี้





จวบจนในยุคปัจจุบัน ความสาคัญท่เพ่มมากข้นของกาลังอากาศนาวีและภัยคุกคามทางอากาศ อาวุธปล่อยนาวิถ ระบบ



Data Link ดาวเทียม อาวุธนิวเคลียร์เคมีชีวะ ความเปล่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเหล่าน้ก็ก็ได้ทาให้มีนักคิดทางเรือ










ซงกได้ทาการทบทวนแนวคิดของท้งมาฮานและคอร์เบตต์และทาการต่อยอดแนวความคดของทง ๒ ท่านให้เข้ากับ

ยุคสมัยปัจจุบันอย่างทิลล์ ที่ได้ทบทวนทฤษฎีสมุททานุภาพอีกครั้งเพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

ซ่งตามแนวความคิดของทิลล์ ใน Sea Power: A Guide for the Twenty-First Century 2nd Edition ได้กล่าว
ว่ามนุษย์ใช้ทะเลใน ๔ ลักษณะ คือ ๑) การใช้ทะเลเป็นแหล่งทรัพยากร (Resources) ๒) การใช้ทะเลในการคมนาคม

ขนส่ง (Transportation) ๓) การใช้ทะเลในการกระจายข้อมูล (Information) โดยในแง่น ทิลล์ได้ยกตัวอย่างของ

การเผยแพร่ศาสนาอิสลามมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเผยแพร่มาจากตะวันออกกลางผ่านการค้าทางทะเล) และ

๔) การใช้ทะเลเพ่อครอบครอง (Dominion) ซ่งจากการใช้ทะเลใน ๔ ลักษณะนี ได้ทาให้สมุททานุภาพกลายเป็นส่วนหน่ง





ของกาลังอานาจแห่งชาต โดยสมุททานุภาพตามแนวคิดของ ทิลล์ม ๗ องค์ประกอบ ดังน องค์ประกอบท ๑







ประชากร สังคม และรัฐบาล องค์ประกอบที่ ๒ ภูมิศาสตร์ทางทะเล องค์ประกอบที่ ๓ ทรัพยากร องค์ประกอบที่ ๔






เศรษฐกจทางทะเล องคประกอบท ๕ เทคโนโลย องคประกอบท ๖ กองทพเรอ และองคประกอบท ๗ องคประกอบอน ๆ

















โดยทลล์ได้กล่าวว่า องค์ประกอบเหล่านมความเชอมโยงซงกนและกน โดยมการเปลยนแปลงอยู่เสมอ ร่วมกบ









ความหลากหลายทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลย และการพัฒนาทางการเมือง ซ่งบางคร้ง องค์ประกอบเหล่าน ข้นอยู่กับ




บริบทระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลสามารถควบคุมได้ไม่มากนัก เช่น มูลค่าของอุตสาหกรรมเดินเรือ ขีดความสามารถ
ของรัฐบาลในการมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนในประเทศ และ/หรือการให้ทรัพยากรทางทะเลซ่งสามารถอุทิศให้กับ

กองทัพเรือ ต้องข้นอยู่กับความสงบสุขในระดับระหว่างประเทศ และสภาวะของเศรษฐกิจโลก ซ่งองค์ประกอบเหล่าน ี ้


เชื่อมโยงซึ่งกันและกันและช่วยก�าหนดการพัฒนาของก�าลังทางเรือของประเทศนั้น ๆ ซึ่งเขาได้สรุปองค์ประกอบของ
สมุททานุภาพออกมาได้ตามแผนภาพต่อไปนี้
นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


แผนภาพแสดงองค์ประกอบของสมุททานุภาพซึ่งเชื่อมโยงซึ่งกันและกันตามแนวความคิดของ Geoffrey Till
ที่มา: Geoffrey Till, Seapower: A Guide for the Twenty-First Century 2nd Edition, p.84




ซ่งทิลล์เองน้นก็ได้ยอมรับว่าเทคโนโลยีระดับสูงเป็นปัจจัยเปรียบเทียบหน่งของสมุททานุภาพ เม่อเราเปรียบเทียบ


สมุททานุภาพของประเทศหน่งกับอีกประเทศหน่ง แต่เทคโนโลยีก็ไม่ได้เป็นปัจจัยตัดสินสมุททานุภาพได้ท้งหมด


ในภาพรวม หรือไม่ได้เป็นปัจจัยช้ขาดเสมอไปในการบทางเรือ โดยทิลล์ได้ยกตัวอย่างการพ่ายแพ้ของกองทัพเรือ
สหรัฐอเมริกาใน Battle of Santa Cruz ในปี ค.ศ. ๑๙๔๒ เมื่อเรือบรรทุกของสหรัฐอเมริกา USS Hornet ที่มีเรดาร์


แต่ไม่ได้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วพ่ายแพ้ให้กับกองทัพเรือจักรวรรดิญ่ปุ่นซ่งไม่มีเรดาร์ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัต ิ




การของกองทัพเรือ และความสาคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือน้น ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการเปล่ยนแปลง
ทางเทคโนโลยี ตัวอย่างคือเมื่อเราพิจารณาถึงแนวคิดการจัดหายุทโธปกรณ์อย่างเรือด�าน�้าที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง




๑๐







ของไทยท่เร่มมีมาต้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๓ ในยุคของเรือดานา ๔ ลาแรกท่จัดหาจากญ่ปุ่น เร่อยมาจนถึงการเสนอขอจัดหา
๑๑
เรือด�าน�้าสวีเดน เรือด�าน�้าเยอรมนี จนเข้าสู่ยุคการจัดหาเรือด�าน�้าจีนในปัจจุบัน หรือจะเป็นการจัดหาโดรน และ
ความพยายามในการจัดหายานค้นหาเป้าใต้น�้าอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle) เองก็ตาม
สมุททานุภาพกับเทคโนโลยีและประเทศไทย

เทคโนโลยีไม่ได้เร่มเข้ามามีบทบาทในการรบทางเรือเพียงแค่ในยุคปัจจุบันเท่าน้น แต่เทคโนโลยีได้มีบทบาทกับ

การรบทางเรือและการเดินเรือเสมอมา เช่น การต่อเรือ Carrack ซ่งมีขนาดใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่าเรือ Caravel







จนกลายมาเป็นเรอค้าทใช้กนทวไปในศตวรรษท ๑๕ และ ๑๖ (ยคก่อนหนงสอของมาฮาน) เรอมตวเรอกว้าง และ














ลึกจึงทาให้สามารถบรรทุกคนและสินค้าได้มาก ลาท่มีขนาดเล็กท่สุดมีขนาดประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ตัน ในขณะท่ลาท่ม ี






ขนาดใหญ่ท่สุดมีขนาดประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ตัน เรือ Carrack จึงเป็นเรือท่ใช้กันท่วไปใน “ยุคแห่งการสารวจ”
๑๒



(Age of Discovery) โดยมีเรือท่มีช่อเสียงโด่งดังคือ เรือ Santa Maria ซ่งเป็นพาหนะของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
ในการเดินทางไปส�ารวจทวีปอเมริกา หรือเรืออย่าง Sovereign of the Sea ที่ได้กล่าวถึงมาก่อนหน้านี้
๑๓
๘. Geoffrey Till, Routledge, Oxon 2009, Seapower A Guide for the Twenty-First Century Second Edition, p.117
๙. Ibid, p.121
๑๐. ประวัติเรือด�าน�้าของกองทัพเรือ, ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ, นาวิกาธิปัตย์สาร
๑๑. ย้อนรอยโครงการเรือด�าน�้า ๗ ทศวรรษของราชนาวีไทย, มติชนออนไลน์, ๑๓ มี.ค.๖๐ https://www.matichon.co.th/politics/news_493377 เข้าถึง
ข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕
๑๒. Carrack or Nao, The Mariner’s Museum and Park, https://exploration.marinersmuseum.org/watercraft/carrack-nao/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ
๖ มี.ค.๖๕
๑๓. Model of the Carrack Santa Maria, Museu Maritim de Bacelona, https://www.mmb.cat/en/colleccions/model-ships/model-carrack-
santa-maria/ https://exploration.marinersmuseum.org/watercraft/carrack-nao/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๖ มี.ค.๖๕
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕







อกตวอย่างหนงของการเสริมสรางสมุททานุภาพของ





องกฤษซงเปนผลจากการการพฒนาทางเทคโนโลย คอ





การคดคนนาฬิิกาทีบอกเวลาไดอยางแมนยา โดย จอหน แฮร ิ







สน (John Harrison) ซึงจากผลงานการประดษฐนาฬิิกาของ





เขาทาให้เกดการปฏิวตดานการเดินเรอระยะไกล เนองจาก










สามารถแกปญหาการคานวณเส้นลองตจตได โดยปญหา






การหลงทางในมหาสมุทรขนาดใหญถอเปนปญหารายแรง







ถึงขนทาใหต้องสูญเสียเรือและชวิตของลูกเรือ ซงในยุคเรือ

ใบทเขาอาศยอย การเดนเรอขามมหาสมทรเปนภารกจเสยง

















อนตราย โดยเฉพาอยางยงภายหลงเหตการณ Scilly Naval



Disaster 1707 ทเกดการสญเสยเรอจานวน ๔ ลา พรอม









ลกเรออกประมาณ ๑,๓๐๐ นาย ซงเปนหนงในหายนะทาง





















เรอทเลวรายทสดในประวตศาสตรองกฤษ จนถงขนทรฐสภา





องกฤษประกาศจะให้เงนรางวัลจานวน ๒๐,๐๐๐ ปอนด ์







(ในสมัยนน) กับผใดก็ตามทสามารถแกปัญหาในการคานวณ


















เสนละตจตได โดยเขาเปนผคดคนนาฬิกาทใชทางานดวย






๑๔



แรงเหวยงจากการโคลงของเรอ ทตอมาเรยกวานาฬิกา


โครโนเมตร (Marine Chronometer) ทงนเปนท ี ่



๑๕
นาประหลาดใจทการวาเขาสามารถคดคนนาฬิกาไดผานการ









เรยนรูและลองผดลองถกดวยตนเอง (Self-Taught) ภาพการพัฒนาของเรือใบจากเรือ Lugger จนถึงเรือประเภท First





สงประดษฐของแฮรสนทาใหนกเดนเรอทราบวาตนเองอย ่ ู Rate แบบเรือ Sovereign of the Sea























ทตาบลทใดของโลกผ่านการคานวณทแมนยาโดยเทียบตาบล ภาพจาก https://thewritershandbook.tumblr.com/

ี่



ทเรอกบเสนลองตจตเมองกรนนช ท�าใหไดทเรอทแมนย�ากวา post/141620233467/types-of-ships-parts-of-the-ship-wind-







ี่

ี่

directions





๑๖



ตอนทไมมนาฬิกาในอดต ซงผลจากการประดษฐนาฬิกา



มสวนชวยทาใหองกฤษสามารถสร้างตนเองจนเป็นจกรวรรดิองกฤษทมีอาณาเขตครอบคลุมไปในหลายทวีปของ






















โลกได ทงนเนองจากอังกฤษมีการเดินเรอระยะไกลซงเชอถอไดอนเปนผลมาจากการมีนาฬิกาทแฮรสนประดิษฐขน












๑๔. Eli Meixler, Who is John Harrison? Why Google Is Celebrating the English Clockmaker, Time Magazine, https://time.com/5225772/
john-harrison-longitude/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕
๑๕. ในช่วงที่เป็นนายทหารเด็ก ๆ ผู้เขียนเคยได้รับการสั่งสอนเมื่อครั้งด�ารงต�าแหน่งต้นหน ให้ท�าการไขลานนาฬิกาโครโนเมตร ซึ่งในขณะนั้นก็นึกสงสัยอยู่เส
มอๆ ว่าท�าไมจึงต้องไขลานนาฬิกาโครโนเมตรทุก ๆ วัน แต่ไม่ได้รับค�าอธิบายเหตุผลและความจ�าเป็นว่าท�าไมจึงต้องไขลานนาฬิกาเสมอ ๆ จนมาเข้าใจว่าเป็น
กุศโลบายและมาทราบความส�าคัญของนาฬิกาโครโนเมตรที่ส่งผลต่อการเพิ่มพูนของสมุททานุภาพเนื่องจากท�าให้อังกฤษสามารถเอาชนะฝรั่งเศสได้จากสารคดี




ชุดน ท้งน้ผู้เขียนอยู่ในยุคแรก ๆ ของการใช้งาน GPS ในการเดินเรือ ซ่งในขณะน้นยังมีความไม่เช่อใจ GPS และยังคงมีความกังวลถึงเหตุการณ์ในลักษณะ Worst



Case Scenario ที่ว่าหากสหรัฐอเมริกาปิดระบบ GPS จะเป็นอย่างไร? แต่แล้วกาลเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป GPS ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์ทั้งโลกในเชิง










การค้าและธรกจจนยากจะแยกออกจากชวตประจาวน ไม่ว่าจะเป็นการใช้โซเชยลมเดย การนาทางไปยงร้านค้า การเดนเรอ การเดนอากาศ ฯลฯ แต่อย่างไร




ก็ตามในความเห็นของผู้เขียนเราก็ไม่ควรพึ่งพาแต่เพียงเครื่องมือใดเพียงเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียวในการน�าเรือ จ�าเป็นต้องมีการ Cross-Check กันระหว่าง
เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น GPS DGPS เรดาร์ สายตา การหาที่เรือชายฝั่ง ประสบการณ์ แผนที่ ฯลฯ
๑๖. โลกหมุนรอบตัวเอง ๓๖๐ องศา/วัน เมื่อเอา ๒๔ ชม. มาหาร เราจะได้ ๑๕ องศา/๑ ชม. สมมติว่าเราทราบว่าเราออกเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B ในเวลา
๑๒๐๐ และเราเดินทางถึงจุด B ใน ๓ ชั่วโมงถัดมา เราก็จะทราบว่าเราได้เดินทางมา ๔๕ องศาลองติจูตแล้ว
นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕












ซงนาฬิกาโครโนเมตรสาคญถงขนาดทองกฤษจัดตงหน่วยงานข้นมาดแลโดยเฉพาะ คอ British Royal Observatory’s



Chronometer Department อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ระบบการเดินเรือด้วย GPS เริ่มมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ความส�าคัญของนาฬิกาโครโนเมตรก็ลดลงไปตามล�าดับ





































ภาพของ John Harris กับส่งประดิษฐ์นาฬิกา Marine Chronometer แบบท่ ๓ ท่ใช้ในการคานวณลองติจูต เพ่อ

แก้ปัญหาการเดินเรือให้กับอังกฤษ ลดการสูญเสียทรัพยากรท้งคนและเรือ โดยในยุคปัจจุบัน Google ได้เคยสร้างภาพการ์ตูนเพ่อเฉลิมฉลองวันเกิด

ครบรอบปีที่ ๓๒๕ ของแฮริสัน จากผลงานการแก้ปัญหาการค�านวณลองติจูตได้ ซึ่งเขาใช้เวลาถึง ๓๑ ปี ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งนี้เขาประดิษฐ์
นาฬิกาโครโนเมตรรุ่นที่ ๔ ซึ่งสามารถพกพา
(Harrison sea clock – H4) ได้ในปี ค.ศ.๑๗๕๙ ตรงกับ พ.ศ.๒๓๐๒ สมัยอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งมีเหตุการณ์ส�าคัญคือสงครามพระเจ้าอลองพญา
ภาพจาก https://time.com/5225772/john-harrison-longitude/

เป็นท่แน่นอนว่าการทหารเรือไทยในยุคแรกเร่มน้น ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากจากอังกฤษ ศักยภาพของ


กองทัพเรือไทยเกิดมีข้นมาได้ก็ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันกว้างไกล ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ




พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ ซ่งเป็นผลจากการปรับตัวของประเทศไทยเพ่อแสดงความ
เป็นอารยะประเทศให้ประจักษ์แก่สายตาของนานาอารยะประเทศ โดยเฉพาะกับชาติตะวันตก ในยุคล่าอาณานิคม








ซ่งเห็นจะเร่มต้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลท ๔ และเร่มเห็นเด่นชัดเจนมากข้นอย่างมากในรัชสมัยของล้นเกล้ารัชกาลท ๕

โดยเร่มจากการว่าจ้างชาติท่มีความก้าวหน้ากว่าทางเทคโนโลยีให้เข้ามาวางระบบและสอนคนไทยในการใช้งาน


เช่น การออกแบบผังป้อมพระจุลจอมเกล้าโดยหลวงยุทธโยธิน (อองเดร ดู เปลซี เดอ ริเชอลิเออ) เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๒๑
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


๑๗

การว่าจ้างมิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา เม่อ ๙ มี.ค.๒๔๓๔



ซ่งก็ไม่แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศในโลกท่มีจุดกาเนิดด้านการพัฒนาทางเทคโนโลยีและทักษะของคนในประเทศ






เร่มจากการต้องยอมให้ชาติท่มีวิทยาการท่ก้าวหน้ากว่าเข้ามาเป็นผู้บุกเบิกก่อนแล้วจึงเร่มท่จะดาเนินการด้วยตนเองได้
ยกตัวอย่างเช่น ความเป็นมาของบริษัท Aramco (ย่อมาจาก Arabian American Oil) บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ
ซาอุดิอาระเบีย ที่เริ่มก�าเนิดขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๓๓ (ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ และ ๒) เมื่อมีการตกลงเซ็นสัญญา
กันระหว่างซาอุดิอาระเบียและบริษัท Standard Oil Company of California (SOCAL) โดยในส่วนของบริษัท
๑๘

อเมริกันได้ก่อต้งมาก่อน Aramco ถึง ๖๓ ปี โดยเจ้าของบริษัทไม่ใช่ใครอ่น แต่คือ John D. Rockefeller ชายผู้ท่กล่าว



กันว่าเป็นชาวอเมริกันท่รารวยท่สุดตลอดกาล โดยในช่วงแรกหุ้นในบริษัทส่วนใหญ่จะถือโดยบริษัทสัญชาติอเมริกัน





จนกระท่งมาถึงในปี ค.ศ. ๑๙๗๓ ท่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้เร่มเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ท่ร้อยละ ๖๐ ซ่งต้องใช้เวลากว่า









๔๐ ปี นับต้งแต่ก่อต้งบริษัท กว่าท่รัฐบาลของประเทศท่เป็นเจ้าของทรัพยากรจะได้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทได้ ท้งน้จะเห็น




ได้ว่าการเร่มพัฒนาขีดความสามารถในการพ่งพาตนเองได้น้นจาเป็นต้องใช้เวลา เป็นกระบวนการท่มีระยะเวลายาวนาน





และจาเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเน่อง ท้งน้รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในด้านทรัพยากรบุคคลซ่งเป็น













ตวแปรสาคญของความต่อเนองในการบริหารจดการและพฒนาประเทศ เพอให้พร้อมและสามารถทจะปฏิบตงานได้

เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง โดยในปี ค.ศ. ๒๐๒๐ Aramco ได้วางเป้าหมายที่จะจ้างงานชาวซาอุดิอาระเบีย
คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ของลูกจ้างท้งหมดของบริษัท ซ่งเป็นส่วนหน่งในการสนับสนุนนโยบายปฏิรูปประเทศ Vision 2030



ของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ๑๙
ในส่วนของประเทศไทย เราเริ่มจะได้เห็นบริษัทของประเทศไทยหรือคนไทยที่เริ่มจะมีแนวความคิดในการพึ่งพา







ตนเองมากขึ้น ถึงแมจะไม่ไดเปนการพัฒนาดวยตนเองทั้งหมดตั้งแตตน เชน การตอเรือโดยบริษัทภายในประเทศหรือ

การต่อเรือโดยกองทัพเรือโดยใช้แบบของต่างประเทศ การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างบริษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน)








กบ Foxconn Technology Group เพอพฒนาธรกจรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ซงหมายรวมถงการผลตแบตเตอรท ี ่



๒๐
อาจสามารถนามาใช้ในเรือไฟฟ้าได้ หรือการท่บริษัท ปตท.สผ. บริษัทลูกของ ปตท. จับมือกับ ม.เกษตรศาสตร์



จัดทาโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนายานยนต์ใต้น�าแบบบังคับมือ (Remoteiy Operated Vehicle : ROV)












และยานยนต์ใต้นาอตโนมัต (AUV) ข้นเพ่อใช้สารวจท่อส่งปิโตรเลียมเพ่อตรวจสอบและซ่อมบารงท่อหรอเพ่อใช้สารวจ


ทะเลในระดับความลึกท่ลึกมาก ๆ ซ่งเป็นการใช้งานในลักษณะเดียวกันกับการใช้งานยานสารวจใต้นาของกองเรือ





ทุ่นระเบิด ซึ่งได้เปิดตัวบริษัทใหม่ คือ AI and Robotics Ventures (ARV) ซึ่งน่าจะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
๒๑
ซึ่งกันและกันได้ ซึ่งประเทศไทยนั้น ตามความคิดเห็นของผู้เขียน เป็นประเทศที่มีลักษณะคล้ายประเทศฝรั่งเศส คือ


เป็นประเทศท่มีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ ประชากรไม่จาเป็นต้องออกไปหาอาหารเพ่อหาเล้ยงชีพในทะเล ต่างจากอังกฤษ


ซึ่งมีอาหารประจ�าชาติ คือ Fish and Chip และเนเธอร์แลนด์ มีอาหารส่งออก คือ ปลาเฮอร์ริ่ง หมักเกลือ (Dutch
New Herring-Maatjesharing) ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของชาวดัตช์ในยุคเรือใบ
๑๗. ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย https://www.railway.co.th/AboutUs/Blog เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕
๑๘. Our history driven by curiousity to explore, https://www.aramco.com/en/who-we-are/overview/our-history#chapter2 เข้าถึงข้อมูล
เมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕
๑๙. Saudi Aramco plans to nationalize 90% of its workforce, KAWA, 2019, https://kawa-news.com/en/saudi-aramco-plans-to-nationalize-
90-of-its-workforce/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕
๒๐. ปตท.สผ. จับมือ ม.เกษตรฯ พัฒนา AUV รองรับส�ารวจปิโตรเลียมทะเลน�้าลึก, ผู้จัดการออนไลน์, ๙ ต.ค.๕๗,https://mgronline.com/business/de-
tail/9570000116360 เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๒ มี.ค.๖๕
๒๑. AI and Robotics Ventures, https://arv.co.th/news/ เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๒ มี.ค.๖๕
นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


ภาพ Fish and Chips และ Dutch New Herring – Maatjesharing ภาพจาก Wikipedia และ https://www.dutchnews.nl/
news/2017/06/first-barrel-of-this-seasons-herring-sells-for-e65000



ซ่งแน่นอนว่าทาให้ประเทศไทยมีความเป็นชาวทะเลค่อนข้างตาประกอบกับหากเราเปรียบเทียบประชากรไทยของ



จังหวัดท่มีอาณาเขตติดชายทะเลกับจังหวัดท่ไม่ติดทะเลจะพบว่า จังหวัดท่มีอาณาเขตติดชายทะเลคิดเป็นเพียง

ประมาณ ๑ ใน ๓ ของประชากรทั้งหมดในประเทศ ๒๐,๘๒๑,๔๒๔ คน เมื่อเทียบกับจ�านวนประชากรทั้งประเทศ
๒๒
ใน พ.ศ.๒๕๖๓ ที่มีประชากรรวมทั้งประเทศ ๖๖,๑๘๖,๗๒๗ คน ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกมากที่ประเทศไทย
๒๓




จะสามารถพัฒนาสมุททานุภาพให้มีมากย่งข้นได้ เน่องจากทุกภาคส่วนเร่มให้ความสาคัญ ไม่ใช่เพียงเฉพาะแต่ฝ่าย

ทหารเพียงแต่อย่างเดียว ประเทศไทยสามารถต่อเรือสินค้าของเราเองได้ มีคนประจาเรือเป็นคนไทยโดยส่วนใหญ่ได้ ซ่ง ึ



อย่างไรก็ตามกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการท่ยาวนาน และจาเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเน่อง จาเป็น



ต้องสร้างกลุ่มคนท่มีความเป็นชาวเรือชาวทะเล หรืออย่างน้อยเพ่อทาให้กิจการทางทะเลเป็นที่รู้จักและผู้คนเห็นถึง


ความส�าคัญ ซึ่ง “คน” เป็นทรัพยากรหนึ่งที่สามารถพัฒนาได้ตามหลักการของ Human Resource Management





ซ่งเข้ามาเปล่ยนมุมมองจากการจัดการกาลังพลแบบเดิมท่ใช้การตงกฎเกณฑ์เป็นการสร้างเป้าหมายให้กับกาลงพลตาม



ที่ได้ให้ค�ามั่นในการบรรลุเป้าหมายไว้









ทงหมดทงมวลกเพอการบรรลเป้าหมายในการพฒนาสมททานภาพในภาพรวมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต





ซ่งการพัฒนาคนเพ่อให้คนได้ไปทาการพัฒนาทางเทคโนโลยีต่อไปน้น จาเป็นท่จะต้องมีการวางแผนในระยะยาว



และมองไปยังเป้าหมายในอนาคต เน่องด้วยเวลาน้นเป็นสิ่งมีค่า ชนรุ่นหลังจึงหวังว่าชนรุ่นก่อนหน้าจะวางยุทธศาสตร์


การพัฒนาคนให้ก้าวหน้าและทันกับสภาวะของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในโลกยุคปัจจุบัน
๒๒. ข้อมูลจังหวัดชายทะเล, ฐานข้อมูลความรู้ทางทะเล (Marine Knowledge Hub) , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมhttp://www.mkh.in.th/
index.php?option=com_content&view=article&id=124&Itemid=222&lang=th เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๕ มี.ค.๖๕
๒๓. ประกาศส�านักทะเบียนกลาง เรื่อง จ�านวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


ภาพจังหวัดชายทะเลของประเทศไทย
ภาพจาก ข้อมูลจังหวัดชายทะเล, ฐานข้อมูลความรู้ทางทะเล
(Marine Knowledge Hub) , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม




















คุณไม่มีวันที่จะวางแผนอนาคตได้จากอตีต
YOU CAN NEVER PLAN THE FUTURE BY THE PAST
Edmund Burke


อ้างอิง
A.T. Mahan, (1918). The Influence of Sea Power upon History (A public domain book). Retrieve from

Kindle
Geoffrey Till (2004), Seapower: A Guide for the Twenty-First Century Second Edition
Geoffrey Til. (2009), Seapower A Guide for the Twenty-First Century Second Edition
ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย, เข้าถึงข้อมูลเม่อ ๑๑ มี.ค.๖๕, จาก https://www.railway.co.th/AboutUs/Blog

Our history driven by curiousity to explore, เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕, จาก https://www.aramco.
com/en/who-we-are/overview/our-history#chapter2
KAWA (2019) Saudi Aramco plans to nationalize 90% of its workforce, เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕,
จาก https://kawa-news.com/en/saudi-aramco-plans-to-nationalize-90-of-its-workforce/
Eli Meixler, Who is John Harrison? Why Google Is Celebrating the English Clockmaker, Time Magazine,

เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๑๑ มี.ค.๖๕, จาก https://time.com/5225772/john-harrison-longitude/
สารคดี The Royal Navy: England’s Wooden Walls จาก Youtube.com เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๓ มี.ค.๖๕
พล.ร.อ.สามารถ จ�าปีรัตน์, Sea Power สมุททานุภาพ เนื้อหา-ความหมาย ทหารเรือไทย ควรรู้ให้แจ้ง ตอนที่ ๒



นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




หากจะกล่าวถึงการยุทธสะเทินนาสะเทินบกในช่วงสงครามโลก



คร้งท ๒ น้น หลาย ๆ ท่านอาจนึกถึงการยกพลข้นบกท่นอร์มังด ี



หรือในสมรภูมิแปซิฟิก แต่หากจะถามว่า การยุทธสะเทินนาสะเทินบก







ในช่วงสงครามโลกคร้งที ๒ คร้งแรกเกิดข้นเม่อใด หรือท่ไหนน้น น้อยคนนัก


ที่จะสามารถตอบได้ ในบทความนี้ผมจึงขอน�าเสนอรายละเอียดของ

Operation Weserubung ซ่งมีแนวความคิดในการปฏิบัติรวมถึง
มีบทเรียนทางการรบ ท่น่าสนใจเป็นอย่างย่ง ซ่ง Operation Weserubung



นอกจากจะเป็นการยุทธสะเทินนาสะเทินบกคร้งแรกในสงครามโลก




คร้งท ๒ แล้ว ยังได้ช่อว่าเป็นคร้งแรกของการรบร่วม หรือ Joint




Operations ที่มีครบทั้ง ๓ มิติ คือ การใช้ก�าลังรบทางบก ทางทะเล
และทางอากาศ อีกด้วย
Operation Weserubung เป็นยุทธการสาคัญยุทธการหน่ง












ทเกดขนในชวงสงครามโลกครงท ๒ (๙ เม.ย.-๑๐ ม.ย. ค.ศ. ๑๙๔๐) โดย

มีคู่สงคราม คือ ฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ ฝร่งเศส และโปแลนด์) กับฝ่าย

อักษะ (เยอรมัน) ส่วนเดนมาร์ค และนอร์เวย์ประกาศตัวเป็นกลาง โดย สหรัฐอเมริกาน้น ให้การสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตร


แบบลับ ๆ ในช่วงต้นของสงครามท้งฝ่ายอักษะและฝ่ายสัมพันธมิตรต่างเห็นความสาคัญของประเทศนอร์เวย์

และเดนมาร์ค ซึ่งเป็นประเทศที่มีความส�าคัญอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ กล่าวคือ

ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศท่ฝ่ายเยอรมันใช้เป็นเส้นทางส่งกาลังบารุง โดยเฉพาะอย่างย่งแร่เหล็กท่ใช้ในการ




ผลิตอาวุธต่าง ๆ จะถูกขนส่งทางรถไฟจากสวีเดนมาที่ท่าเรือที่เมือง Narvik ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งไม่สามารถขนส่ง
ทางทะเลได้ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากทะเลบอลติกบริเวณนั้นจะกลายเป็นน�้าแข็ง การที่เยอรมันเลือกที่จะยึดนอร์เวย์




แทนท่จะเป็นสวีเดนน้น เน่องจากเม่อยึดนอร์เวย์ได้จะทาให้สวีเดนโดนปิดล้อมไปด้วยชาติท่สนับสนุนฝ่ายอักษะ



ซ่งในขณะน้นสหภาพโซเวียตท่ยังอยู่กับฝ่ายอักษะได้ยึดประเทศฟินแลนด์ไว้แล้ว รวมท้งหากยึดประเทศนอร์เวย์ได้




จะทาให้อังกฤษไม่สามารถทาการปิดทะเล (Blockade) ท่บริเวณช่องหมู่เกาะออร์กนีย์กับฝั่งนอร์เวย์ รวมถึงช่องโดเวอร์ได้


นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕







นอกจากน ยังเป็นการออมกาลังโดยไม่ต้องสูญเสียกาลังทหารโดยไม่จาเป็น หากสามารถยึดนอร์เวย์ได้และเจรจาต่อรอง
(เชิงกดดัน) กับประเทศสวีเดนได้ส�าเร็จ









































แผนที่ประเทศในแถบ Scandinavia


ในส่วนประเทศเดนมาร์คนั้น เป็นประเทศที่จะยึดเพื่อใช้เป็นฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศส่วนหน้าของเยอรมัน
รวมถึงเป็นประเทศที่มีถนนเชื่อมถึงแผ่นดินเยอรมัน จึงสามารถใช้เป็นเส้นหลักในการส่งก�าลังบ�ารุงทางบกได้



Operation Weserubung สามารถแยกการรบได้ ๒ ห้วง ดังนี้


๑. เยอรมันเข้ายึดนอร์เวย์ และเดนมาร์ค กองทัพเยอรมัน ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ

และกองทัพอากาศ ได้ใช้กาลังทางทหารเข้ายึดประเทศเดนมาร์ค และนอร์เวย์ได้ ในวันท ๙ เม.ย. ค.ศ. ๑๙๔๐










ด้วยอานาจกาลงรบทเหนอกว่าทงสองประเทศ โดยใช้หลกการจ่โจม (Surprise) เข้ายดเมองหลวง และเมองท่าทาง





ทะเลที่ส�าคัญ ๆ อย่างรวดเร็วในห้วงเวลาเดียวกัน คือ เช้ามืดของวันที่ ๙ เม.ย. ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยถูกต้านทานจากทั้ง
สองประเทศรวมถึงประเทศอังกฤษเพียงเล็กน้อย
นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


กองก�ำลังต่ำง ๆ ของเยอรมันในกำรเข้ำยึดแต่ละพื้นที่











จากภาพฝ่ายเยอรมันใช้การกระจายกาลังเข้าทาการยึดพ้นท ซงเป็นเมืองท่าท่สาคญต่าง ๆ ของ นอร์เวย์
และเดนมาร์คโดยใช้การปฏิบัติการร่วมที่สอดคล้องและเกื้อหนุนกัน ได้แก่


๑. การใช้หน่วยยานเกราะเคล่อนท่เร็วในการดาเนินกลยุทธ์แบบ Blitzkrieg ยึดพ้นท่ของนอร์เวย์ท่มีแผ่นดิน





ติดกับเยอรมัน เพ่อการใช้สนามบินในการต่อระยะปฏิบัติการให้กับอากาศยาน รวมถึงจัดต้งเป็นพ้นท่ส่งกาลังบารุง





ส่วนหน้า

๒. จากการท่มีความได้เปรียบทาง
อากาศ (Air Superiority) จึงมีการใช้

อากาศยานโจมต และการส่งทางอากาศ
เพื่อยึดสนามบินและท่าเรือต่าง ๆ ไว้ใช้ใน

การขนส่งกาลังทางบกอย่างได้ผล (หน่วย
ส่งทางอากาศ ของเยอรมัน สังกัดกองทัพ
อากาศ) กำรด�ำเนินกลยุทธ์แบบ Blitzkrieg
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


๓. ก�าลังรบยกพลขึ้นบก (ในสงครามโลกครั้งที่ ๒ เยอรมันใช้ ทบ.ในการยกพลขึ้นบก) สามารถขึ้นสู่ฝั่งได้โดยไม่มี






การโจมตีจากฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างข้นการเคล่อนย้ายกาลัง (Movement) เน่องจากใช้การลวงโดย เม่อฝ่าย


เยอรมันในขณะน้น สามารถดกฟงการสงขาวโดยเครองเขารหส Enigma จากกองทัพองกฤษได ทาใหทราบแผนการบิน












ลาดตระเวนทางทะเล จึงให้กองเรือต่าง ๆ เดินเรือให้มีทีท่าว่าจะเข้าไปโจมตีแผ่นดินอังกฤษ เม่อกองเรืออังกฤษ





โดนลวงจากผลการลาดตระเวนทางอากาศ กจะเปล่ยนเสนทางกลบเขานอร์เวย ทาให้กองเรอของฝ่ายองกฤษ ปรับแผน




ในการต่อตีไม่ทัน นอกจากนี้ ยังมีใช้การบรรทุกก�าลังพลให้มากับเรือพิฆาตแทนที่จะเป็นเรือระบายพลหรือเรือยกพล
และเรือสินค้าดัดแปลง ท�าให้ฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ทันตั้งตัว จึงไล่ตามหรือขัดขวางไม่ทัน













กำรลงเรือเล็กเพื่อขึ้นสู่ฝั่ง

๒. การตอบโต้จากฝ่ายสมพันธมตร หลังจากการเข้ายึดของเยอรมัน ฝ่ายสัมพันธมิตร ใน Operation

Weserubung นั้น ประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศส โปแลนด์ รวมถึง กองพลทหารราบที่ ๖ นอร์เวย์ ได้พยายามต่อสู้






เพ่อยึดพ้นท่คืนจากกองทัพเยอรมัน แต่ก็ประสบความล้มเหลว เน่องจากกาลังทางบกถึงแม้ว่าจะมีกาลังมากกว่าถึง ๓ เท่า
แต่ขีดความสามารถท่ด้อยกว่า เน่องจากขาดอาวุธ ยุทโธปกรณ์ทางทหารท่สาคัญในการรบ เช่น อาวุธสนับสนุน




และอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการรบพื้นที่หิมะ รวมถึงอ�านาจก�าลังรบที่ไม่มีตัวตน เช่น ขวัญ การฝึก ประสบการณ์ของทหาร
ท�าให้ไม่สามารถยึดประเทศคืนได้ จนต้องถอนก�าลังกลับไป อย่างไรก็ตาม ก�าลังรบทางเรือของอังกฤษนั้น เหนือกว่า

ฝ่ายเยอรมันค่อนข้างมาก จนมีผลให้สามารถควบคุมและยึดเมือง Narvik คืนได้ แต่ด้วยสถานการณ์สงครามท่ขณะน้น

ฝ่ายอักษะมีท่าทีท่จะยึดฝร่งเศสได้ กาลังทหารของชาติพันธมิตรท้งหมดจึงต้องถอนกาลังท้งหมดไปช่วยใน














วนท ๙ ม.ย. ค.ศ. ๑๙๔๐ ทาให้เยอรมนสามารถควบคุมประเทศนอร์เวย์และเดนมาร์ค จนกระทงถงวันทเยอรมัน



ประกาศยอมแพ้ในวันที่ ๘ พ.ค. ค.ศ. ๑๙๔๕
นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


บทวิเคราะห์การยุทธสะเทินน�้าสะเทินบก

เยอรมันมีการปฏิบัติการยุทธสะเทินน�้าสะเทินบกตามหลักนิยม Force Projection โดยท�าการยึดเมืองท่าต่าง ๆ




ของนอร์เวย์ได้สาเร็จ เน่องจากสามารถลวงกองทัพอังกฤษให้เข้าใจผิด ทาให้ไม่สามารถสกัดก้นทางทะเลได้ทันการ



รวมถึงการต่อต้านการยกพลขึ้นบกและการต้านทานตามจุดข้นบกต่าง ๆ มีอยู่ค่อนข้างน้อย และท่สาคัญท่สุด การข่าว






โดยเฉพาะการวางกาลังต่าง ๆ ของนอร์เวย์ ค่อนข้างถูกต้อง ทาให้การดาเนินกลยุทธ์หลังจากข้นการเคล่อนท่จากเรือสู่ฝั่ง

ท�าได้ตามแผน
































กำรจัดชุดลำดตระเวนเดินเท้ำของเยอรมัน


ข้อได้เปรียบเสียเปรียบ


ฝ่ายสัมพันธมิตรมีกาลังทางเรือท่มีขีดความสามารถสูงกว่าฝ่ายอักษะ กล่าวคือ ในการรบทางเรือ เรือรบของ





อังกฤษสามารถจมเรือของเยอรมันได้เป็นจานวนมาก นอกจากน ยังมีเรือบรรทุกเคร่องบินท่สามารถต่อระยะตรวจการณ์
และระยะยิงให้ได้เปรียบฝ่ายอักษะ ในพ้นท ๆ อยู่นอกระยะปฏิบัติการของกองทัพอากาศเยอรมัน แต่ค่อนข้างเสียเปรียบ




กาลังทางอากาศจากกองทัพอากาศท่มาสนับสนุน มีระยะปฏิบัติการท่จากัดจากฐานบินในประเทศ หน่วยรักษาฝั่ง





ก็ไม่สามารถหยุดย้งการเคล่อนท่จากเรือสู่ฝั่งของเยอรมันได้ ในส่วนของกาลังทางบกท่สามารถข้นฝั่งเพ่อยึดนอร์เวย์





คืนจากเยอรมันในช่วงท้ายยุทธการ ก็มีขีดความสามารถที่ด้อยกว่าเยอรมันมาก แม้จะมีก�าลังค่อนข้างมากกว่าก็ตาม
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




ฝ่ายอักษะมีการแยกกาลังเป็นกองเรือเฉพาะกิจกระจายเพ่อยึดเมืองท่าสาคัญ ทาให้ฝ่ายอังกฤษ และนอร์เวย์





เกิดการสับสนในการแก้ไขตามแผนเผชิญเหตุทได้เตรียมไว้ นอกจากน ในแต่ละกองเรือจะได้รับเรือกวาดทุ่นระเบด


ซ่งสามารถปฏิบัติได้ด แม้ว่าอังกฤษจะสามารถวางทุ่นระเบิดตามแผน Wilfred ได้ แต่ก็ไม่ปรากฏเรือเยอรมันถูกจมด้วย


ทุ่นระเบิดเลยสักล�าเดียว นอกจากนี้ เยอรมันสามารถใช้ประโยชน์จากก�าลังทางอากาศจากกองทัพอากาศ ที่สามารถ
ครองอากาศในพื้นที่ปฏิบัติการได้เกือบทั้งประเทศ ยกเว้นในช่วงแรกในพื้นที่เมือง Narvik





กาลังรบยกพลข้นบกเยอรมัน สามารถข้นบกและยึดเมืองต่าง ๆ ได้อย่างจู่โจมตามแผน นอกจากน ยังสามารถต้งรับ

จากการถูกโจมตีเพื่อยึดเมืองคืนจากอังกฤษได้ แม้ว่าจ�านวนก�าลังทหารจะน้อยกว่าอยู่มาก




เรือสินค้าดัดแปลงสาหรับขนส่งกาลังพล เป็นอีกปัจจัยสาคัญท่สามารถลวงฝั่งอังกฤษได้ จนสามารถลดความสูญเสีย
ในการถูกโจมตีทางเรือ





หน่วยทหารพลร่ม สามารถใช้การแทรกซึมทางอากาศเพ่อเข้ายึดพ้นท่สาคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ง สนามบิน
ซึ่งเอื้อต่อการปฏิบัติในขั้นต่อ ๆ ไปของเยอรมันได้เป็นอย่างดี
เจ้าหน้าที่หาข่าวต่าง ๆ เช่น สายลับ ทูต การดักฟังและถอดรหัสในการส่งข่าว ฯลฯ สามารถหาข่าวและยืนยัน
เป้าหมายได้อย่างถูกต้อง สามารถสนับสนุนการวางแผนและการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี









อำกำศยำนเยอรมันแบบ JUNKER
อังกฤษ



ใช้หลักนิยมการควบคุมทะเลในพ้นท่ทะเลเหนือ ซ่งในภาพรวมของยุทธการถือว่าประสบความสาเร็จ ยกเว้น





ห้วงท่เยอรมันสามารถยกพลข้นบกได้ เน่องจากการประมาณสถานการณ์ผิดพลาดจนนาไปสู่การตอบโต้ท่ไม่ทัน



สถานการณ์ ใน Operation Weserubung การรบระหว่างเรือผิวนาต่อเรือผิวนา ฝ่ายอังกฤษสามารถจมเรือของเยอรมัน


ได้อย่างมากมาย

ฝ่ายอังกฤษใช้การป้องกันภัยทางอากาศของเรือ เพ่อสนับสนุนการควบคุมทะเลของกาลังทางเรือ โดยมีเรือในกองเรือ


ท่มีขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือได้เป็นอย่างด ทาให้กองเรือ Home Fleet สามารถ


ที่จะปฏิบัติการทางทะเลได้โดยไม่ต้องกังวลกับภัยคุกคามทางอากาศ
















กองเรอขององกฤษใชการปราบเรอดานา เพอสนบสนนการควบคมทะเล สามารถปองกนการถกโจมตจากเรอดานา








จากเยอรมันได้เป็นอย่างด โดยเรือดานาเยอรมันไม่สามารถทาลายกองเรือ Home Fleet ของอังกฤษได้ เน่องจาก


ในกองเรือนี้มีเรือที่มีเทคโนโลยีในการปราบเรือด�าน�้าได้เป็นอย่างดี
นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕





ในยุทธการน้อังกฤษสามารถใช้เรือดานา


ได้ผลสาเร็จในหลาย ๆ เหตุการณ์ โดยเฉพาะ

ภารกิจลาดตระเวนหาข่าวความเคล่อนไหว

ของกองเรือต่าง ๆ ของเยอรมัน เพ่อสนับสนุน
การควบคุมทะเล

อังกฤษ มีการใช้กาลังทางอากาศจากกองทัพ


อากาศ และกาลังของอากาศนาว ในการหา


ข่าวและโจมตกองเรือเยอรมน โดยในช่วงก่อน
เยอรมันเข้ายึดนอร์เวย์น้น การหาข่าวจากกองทัพ







อากาศล้มเหลว เนองจากพนททางทะเลกว้าง
ไม่สามารถเกาะติดสถานการณ์ ตลอดจนทัศนวิสัย



ท่เลวร้ายในห้วงน้น จนนาไปถึงได้ข่าวสารคลุมเครือ

ทาให้หน่วยเหนือประมาณสถานการณ์ผิด


จนเยอรมันสามารถยกพลข้นบกท่นอร์เวย์ได้
แต่สาหรับการใช้อากาศนาวีในการหาข่าวน้น



ค่อนข้างสาเร็จ โดยเฉพาะพ้นท่เมือง Narvik


สามารถได้ภาพสถานการณ์ จนทาให้กองเรือ

อังกฤษควบคุมทะเลในพื้นที่นั้นได้ในที่สุด
อังกฤษมีการวางทุ่นระเบิดในชายฝั่งทะเล
ของนอร์เวย์ ซ่งเป็นการวางทุ่นระเบิดทางรับ

สนับสนุนการปิดอ่าว (Blockade) ในช่วงก่อน





เยอรมนเข้ายดนอร์เวย์ ๑-๒ วน ทไม่ประสบ

ความสาเร็จเท่าท่ควร เน่องจากไม่สามารถจมเรือ


หรือทาอันตรายกับเรือเยอรมันได้ รวมถึงเยอรมัน กำรลงเรือเล็กของกองทัพเยอรมันเพื่อขึ้นบกที่เมือง Trondheim

มีการใช้เรือกวาดทุ่นระเบิดในยุทธการนี้ จึงท�าได้แค่เพียงป้องปรามแบบหลวม ๆ เท่านั้น
เยอรมัน
ใช้หลักนิยมการควบคุมทะเล ได้ส�าเร็จในขั้นแรกในการเข้ายึดนอร์เวย์ เนื่องจากใช้การจู่โจม (Surprise) กระจาย
กองเรือต่าง ๆ ในการเข้ายึด ทาให้ตลอดเส้นทางเดินเรือจนถึงเมืองท่าต่าง ๆ ท่ทาการยกพลข้นบก อังกฤษ และ








นอร์เวย์ไม่สามารถสกัดก้นหรือยับย้งกองเรือของเยอรมันได้ ปัจจัยแห่งความสาเร็จน้นมาจากการวางแผนการ





ใช้กาลังได้เหมาะสมกับเวลาและการข่าวท่ด รวมถึงความเหนือความคาดหมาย เน่องจากช่วงน้นเป็นช่วงมรสุม

ไม่เหมาะแก่การเดินเรือ นอร์เวย์และอังกฤษจึงประมาณสถานการณ์เยอรมันผิดพลาด นอกจากน ยังใช้หลักนิยมกองเรือ

คงชีพ ในพื้นที่ปฏิบัติการยังมีเรือรบเยอรมันในพื้นที่ และคอยรบกวนการปฏิบัติการทางเรือต่ออังกฤษอยู่ประปราย

ฝ่ายเยอรมันใช้การป้องกันภัยทางอากาศของเรือ เพ่อสนับสนุนการควบคุมทะเลของกาลังทางเรือ โดยสามารถ



กระทาได้อย่างจากัด เน่องจากการกระจายกาลังเป็นกองเรือต่าง ๆ ทาให้ขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ



ในแต่ละกองเรือต�่าจนน�าไปสู่การถูกจมเรือโดยอากาศนาวีของอังกฤษในการรบที่เมือง Narvik
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


ในยุทธการ Weserubung นั้น เยอรมันไม่ประสบความส�าเร็จในการปราบเรือด�าน�้า ผลของการสูญเสียเรือด�าน�้า






ในยุทธการน้ของเยอรมันมากกว่าฝั่งอังกฤษ รวมถึงกองเรือของอังกฤษสามารถใช้เรือดานาหาข่าวความเคล่อนไหว
เรือรบในกองเรือต่าง ๆ ของเยอรมันได้

นอกจากน การใช้เรือดานาถือว่าไม่ประสบความสาเร็จ เน่องจากกองเรือของอังกฤษสามารถป้องกันการถูกโจมต ี






จากเรือด�าน�้าจากเยอรมันได้เป็นอย่างดี โดยเรือด�าน�้าเยอรมันไม่สามารถท�าลายกองเรือ Home Fleet ของอังกฤษได้
เนื่องจาก ในกองเรือนี้มีเรือที่มีเทคโนโลยีในการปราบเรือด�าน�้าได้เป็นอย่างดี

เยอรมันใช้กาลังทางอากาศจากกองทัพอากาศอย่างได้ผล อากาศยานจากกองทัพอากาศของเยอรมัน เช่น Junker น้น
















มขดสมรรถนะเหนอกวาฝงองกฤษและนอรเวยอยางมาก สามารถทาการหาขาวและโจมตกองเรอองกฤษไดเปนอยางด ี



โดยยังสามารถสร้างความยาเกรงในกรณีท่อังกฤษจะมีการเคล่อนกาลังเข้าเขตปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายเยอรมัน




อีกด้วย




ข้อเด่นของการยุทธสะเทินนาสะเทินบกท่เห็นได้ชัดคือ สามารถเลือกช่องทางท่จะเข้าปฏิบัติการได้อย่างหลากหลาย

ตลอดแนวชายฝั่ง เช่น นอร์เวย์เป็นประเทศท่มีชายฝั่งค่อนข้างยาว (ประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร) ทาให้ยาก

ที่จะวางก�าลังทั้งทางบก เรือ และอากาศ ต้านทานได้อย่างครอบคลุม
ทหำรฝรั่งเศสยอมแพ้สงครำม
สรุป
ฝ่ายเยอรมันสามารถชนะสงครามในยุทธการนี้ได้ เนื่องจากประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้






สามารถใช้หลักการสงครามในหลักการดาเนินกลยทธ (Maneuver) ทาการเคลอนทหน่วย และวางกาลงในลกษณะ





ท่ทาให้ข้าศึกอยู่ในฐานะเสียเปรียบ หลักการรักษาความปลอดภัย (Security) ทาให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถติดตาม



ความเคลื่อนไหวหรือดักรับข้อมูลต่าง ๆ ได้ จนน�าไปสู่หลักการจู่โจม (surprise) ที่ทุกพื้นที่ไม่สามารถแจ้งเตือนได้ทัน
หรือระวังป้องกันได้ รวมถึงสามารถวิเคราะห์จุดศูนย์ดุล (Center of Gravity หรือ COG) ของฝ่ายข้าศึกและฝ่ายตนเอง


ได้อย่างถูกต้อง ทาให้สามารถนาจุดแข็งไปโจมตีจุดอ่อนหรือจุดล่อแหลมวิกฤติต่าง ๆ ของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างถูกท ่ ี






ถูกเวลา นอกจากน ยังสามารถใช้การดาเนินกลยุทธ์ นากาลังรบท่น้อยกว่าชนะกาลังรบท่มากกว่าได้อีกด้วย เช่น


นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕






การป้องกันการเข้ามายึดพ้นท่คืนของกองทัพอังกฤษ โดยหน่วยนาวิกโยธิน (Royal Marine) ท่มีกาลังมากกว่าในสัดส่วน
ถึง ๖ ต่อ ๑ ก็ยังไม่สามารถยึดคืนพื้นที่ได้ เนื่องจากโดนต้านทานจากอาวุธวิถีโค้งและอากาศยาน จากการวางแผนที่ดี
ในการยิงสนับสนุนการตั้งรับของกองทัพบกเยอรมัน
สามารถใช้การรบร่วม จากกองทัพบก เรือ อากาศ อย่างมีประสิทธิภาพ มีเอกภาพในการบังคับบัญชา มีการข่าวกรอง
และการวางแผนที่ดีในการใช้ก�าลังเข้ายึดนอร์เวย์อย่างรวดเร็ว
ประเทศอังกฤษถอนก�าลัง เนื่องจากสถานการณ์สงครามในสมรภูมิต่าง ๆ ที่อังกฤษเข้าร่วมโดยเฉพาะที่ ฝรั่งเศส
ซึ่งมีท่าทีว่าฝ่ายเยอรมันจะเป็นฝ่ายชนะ จึงท�าให้ก�าลังต่าง ๆ ทั้งทางบก เรือ และอากาศ จากอังกฤษและชาติต่าง ๆ
ที่ส่งก�าลังมาช่วย ได้แก่ ฝรั่งเศส โปแลนด์ และนอร์เวย์ต้องถอนก�าลังและยอมแพ้เยอรมัน

การประมาณสถานการณ์ที่ผิดพลาดจากการลาดตระเวนทางอากาศที่ถูกฝ่ายเยอรมันลวง และการขาดเอกภาพ




ในการบังคับบัญชาในช่วงท่จะต้องใช้กาลังต่อต้านเยอรมันในการเข้ายึดนอร์เวย์ ทาให้ไม่สามารถยับย้งการยึดนอร์เวย์
ของเยอรมันได้ทั้ง ๆ ที่มีแผน Plan R4 ในการต่อต้านไว้แล้ว


ในยุทธการน้ เรือธงของกองเรือเยอรมันท่จะไปยึด Oslo ถูกจมด้วยตอร์ปิโดและปืนรักษาฝั่งของนอร์เวย์ซ่งเกิดจาก

การประมาณการข่าวกรองท่ผิดพลาด จนเสียเวลาในการแก้สถานการณ์ ทาให้กษัตริย์ และรัฐบาลนอร์เวย์หลบหนีไปต้ง



รัฐบาลพลัดถ่นได้ในเวลาต่อมา หากในขณะน้นสามารถจับผู้นาประเทศมาต่อรองทางการเมือง กองกาลังต่าง ๆ




ที่ก�าลังต้านทานหรือวางแผนต่อต้านในเวลาต่อมาอาจล้มเลิกความตั้งใจ
หลังจากยึดประเทศได้แล้ว กองทัพเยอรมันได้วางแผนใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศท่เป็นแบบ Fjord ในการป้องกัน

การใช้ก�าลังเข้าต่อต้านจากอังกฤษ เช่น การใช้ทุ่นระเบิด การเพิ่มเติมการใช้หน่วยปืนรักษาฝั่งและใช้ก�าลังทางอากาศ
มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ผลอย่างมาก แต่มีข้อจ�ากัดในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณเมือง Narvik




























ภูมิประเทศแบบ Fjord



นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕






ในบทความน้ข้อมูลส่วนใหญ่จะมาจากบทความและตาราท่เป็นภาษาอังกฤษ ซ่งหากค้นหาทาง Internet
เป็นภาษาไทยจะพบข้อมูลน้อยมาก ส�าหรับผู้ที่ชอบการศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ ผมขอแนะน�าว่า ทักษะภาษาอังกฤษ
มีความจ�าเป็นอย่างมากในชีวิตประจ�าวันสมัยนี้ แนวทางพัฒนาอีกแนวทางที่น่าจะได้ผลคือ ศึกษาในสิ่งที่ตนเองสนใจ



เช่น หากชอบสงครามหรือเร่องทางทหาร ก็ลองค้นหาโดยใช้ภาษาอังกฤษ ช่วงแรกอาจะไม่สะดวกแต่ไม่น่าเบ่อ เน่องจาก
ความชอบในเรื่องนั้น ๆ จะสามารถลดปัญหาความน่าเบื่อที่เกิดจากการไม่รู้ค�าศัพท์ได้เป็นอย่างดี
















































ปืนใหญ่ ๒๒๐ มม.ของกองทัพบกเยอรมัน

ที่มา
https://en.wikipedia.org/wiki/Norwegian_campaign#/media/File:Austrian_Gebirgsjäger_heading_for_
Snåsa.jpg
https://en.wikipedia.org/wiki/Blitzkrieg
https://en.wikipedia.org/wiki/Weser




นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕




ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “เรือดานา”




















เปนยทโธปกรณ์ทถูกหยบยกเอามาถูกเถูยงกนในสงคมอยางกวางขวาง แมวาเรอดานาจะถูกนามาใช้ในการทาสงคราม




ู้



่�



มานานกว่า ๒๕๐ ปแลวกตาม แตดวยคณ์ลกษณ์ะเรอง “การซ่อนพราง” อันโดดเด่นของเรอด�าน�้า ท�าให้คนทรจก








เรอด�าน�้าทังเรืองหลกการท�างาน และความส�าคญในการปฏบตการทางเรอทังในยามปกตและยามสงครามม่นอย










ในโลกปจจบน นกวช้าการหลากหลายคนทมช้อเสยง และนกการทหาร ไดพยายามอธบายบทบาท และ















ความสาคัญของเรือดานามาโดยตลอด แต่ด้วยลักษณ์ะของการปฏิบัติการทไกลจากสายตา มองไม่เห็นด้วยสายตา





























รวมทงความลบตาง ๆ ในการใช้งานเรอดานา (สวนใหญแลวเรอดานาจะถูกนาไปใช้ในภารกจทไมตองการใหมการเปดเผย

















ตนเอง) ทาใหการอธบายใหเหนเปนนามธรรมนนทาไดยากยง โดยเฉพาะอยางยง การอธบายใหประช้าช้นทวไปทม ่










ประสบการณ์์ในการปฏบติงานในทะเลน้อยกว่าทหารเรือย�งทาให้การอธิบายบทบาท และความสาคัญของเรือดานา




่�

จากทเป็นนามธรรมให้จับต้องได้ยิงยากเข้าไปเป็นเท่าทว ่
















ผมในฐานะทเปนนายทหารเรอช้นยศนายนาวานายหนงทผานการอบรมหลกสตรเรอดานาเบองตน (สญญาบตร)






















จงอยากจะขอเป็นสวนหนงในการอธิบายบทบาท และความสาคัญของเรอดานาจากมุมมองของผท่ยงไมไดผานหลกสตร



เสนาธการทหารเรอ ซ่งหมายความวา ผเขยนนนจะยงมสถูานะทยงไมไดเขาใจความแตกตางระหวาง “ยทธวธ ยทธการ





































ยทธศาสตร” อยางถูองแทนก ซ่งอาจจะเปนความไดเปรยบในการอธบายเรองทเปนนามธรรมน โดยหลกเลยง








ความยากในการอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายข้น โดยจะอธิบายผ่านแง่มุมทางประวัติศาสตร์ของเรือด�าน�้าในการท�าสงคราม

่�
ตลอดช้่วงเวลา ๒๕๐ ปีทผ่านมา
เมื่อฝ่ายที่น้อยกว่าอยากชนะ

















ปฏเสธไมไดวา แนวความคดของมนษยในการสรางเรอดานานนมมาตงแตช้วงศตวรรษท ๑๖ แตอยางไรกตาม












ความจาเปนอย่างย�งยวดทเรงใหมการนาเรอดานามาใช้ในการทาสงครามทางเรอนนเรมขนใน ค.ศ. ๑๗๗๖ ในขณ์ะนน

























ประเทศอยางสหรฐอเมรกา กาลงทาสงครามประกาศอสรภาพ (American Revolutionary War) จากจกรวรรดองกฤษ



















ซ่งในช้วงเวลาดงกลาว จกรวรรดองกฤษเปนมหาอานาจทางทะเลเบอรหนงของโลก ภายใตการบงคบบญช้าของ












พลเรอเอก Richard Howe ฝ่ายองกฤษไดวางกาลงปดอาวตลอดแนวช้ายฝ่งตะวนออกเพอปองกนไมใหฝ่าย

















สหรฐอเมรกาไดรบยทธปจจยเพิมเตมจากฝ่รั�งเศส






การใช้้ก�าลงเรอรบของสหรฐอเมรกา ทม่อยนอยเพือตอตานการปดอาวท�าไดยากยง เนืองจากก�าลงรบทแตกตาง



























กน ในเวลานน David Bushnell จงไดออกแบบและประดษฐ เรอดานา (Submersible Ship) ทช้อวา “The Turtle”





นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕

















ขบเคลอนดวยพลงงานมนษย์ โดยเรอดานา “The Turtle” นน ออกแบบใหสามารถูดาลงใตนาเพอหลบเลยง











่�
การโดนตรวจพบ และเขาไปเจาะรทใตแนวกระดกงกอนจะวางระเบดใสเรอเปาหมาย The Turtle สามารถูเดนเรอ





















หลบเลยงการโดนตรวจพบไปไดจนถู่งเรอเปาหมาย แตกระนั้นดวยเทคโนโลยในขณ์ะนั้นท�าใหการปฏบตการไมส�าเรจ
ภาพวาดเรือด�าน�้า The Turtle เมื่อสหรัฐอเมริกา อยากเอาชนะก�าลังทางเรือของอังกฤษ
กองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้น

















“กาลงรบทมองไมเหน” อาศยธรรมช้าตในการซ่่อนพราง ไมจาเปนตองมอาวธจานวนมาก แตหวงผลในการทาลาย




ั้

เป้าหมายทส�าคัญไดด้วยการโจมตเป้าหมายเพยงครงเดยว (One Shot One Kill) เร�มเป็นส�งท่�ประเทศทม่ก�าลังรบ

่�
่�









ทางเรอนอยกวา หนมามองมากข่น เพือจะใช้้ในการเปลยนจากฝ่่ายเส่ยเปร่ยบกลบมาใหเปนฝ่่ายไดเปร่ยบ










ตอมาใน ค.ศ. ๑๘๕๐ ฝ่งเยอรมนเองกมแนวความคดในลกษณ์ะเช้นเดยวกน เมอตองทาสงครามกบเดนมารก














ซ่งใช้กาลงทางเรอปดอาว Kiel ทางตอนเหนือของเยอรมน William Bauer นายทหารม้าช้าวปรสเซ่ย





















ไดออกแบบเรอดานาท่มช้อวา Brandtaucher เพอหวงจะใช้เรอดานาลาน ในการต่อตานการปิดอาวจากเรอรบเดนมาร์ก





































ทมมากกวาเช้นเดยวกน แตดวยงบประมาณ์ทจากดทาใหการออกแบบเรอดานา และการตอเรอไมสมพนธกน จนนามาส ่ ู


อบตเหตของ Brandtaucher จมลงในอาว Kiel

















เรอดานาของกาลงทางเรอทนอยกวา มบทบาทในการจมเรอรบลาแรกใน ค.ศ. ๑๘๖๔ ในสงครามกลางเมือง







สหรฐอเมริกา (American Civil War) ฝ่ายใต้ทมกาลงรบทางเรอนอยกว่าฝ่ายเหนืออย่างมาก หันมาใช้อาวุธใตนา
















และเรอดานาทมขนาดใหญกวายคกอนหนา CSS Hunley จงเปนเรอดานาลาแรกในประวตศาสตรทสามารถูจม
































เรอผวนาได โดยเรอลาแรกทโดนจม คอ USS Housatonic ดวย Spar Torpedo ทปากอาว Charleston สงทเกดขนจาก






เหตการณ์์น่เปนการแสดงใหเหนวา เรอรบผวน�าระวางขบน�้า ๑,๒๐๐ ตน โดนจมดวยเรอด�าน�้าเพ่ยง ๗.๕ ตน ไดดวย

















Spar Torpedo เพ่ยงลกเด่ยวเทานั้น กาลัังรบที่นอยกวาสามารถเอาชนะกาลัังรบที่มากกวา แลัะมอานาจการยง








มากกว่าได้
ของเลั่นของนายพลัฟิชเชอร์ที่สร้างความอดอยากให้อังกฤษ
แมวาเรอดานาจะผานการนามาใช้ในการทาสงครามทางเรออยางไดผลในช้วงสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา (American
























Civil War) กตาม แตยงมความสงสยถูงประสทธภาพของเรอดานาในการนามาใช้้ทาสงครามเรอในลกษณ์ะของกองเรอ



















ขนาดใหญปะทะกนในทะเล หรอทเรยกวา Major Fleet Action เนองมาจากในขณ์ะนน บรรดานกการทหารเรอ และ


นกวช้าการทางเรอตางมองวา “เรอดานา” เปนอาวธทเหมาะกบการใช้้ในการปองกนช้ายฝ่ัง (Coastal Defense) และ
















นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version