พ ฤ ษ ภ า ค ม
๒๕๖๓
ำ
ั
ั
“...การดูแลและแนะนาส่งสอนศาสนิกชน กับการให้การศึกษาอบรมเยาวชนน้น เป็นภารกิจ
ี
ท่มีความสัมพันธ์เก่ยวข้องกัน และส่งเสริมกันอย่างมาก. ด้วยเหตุว่า ความเข้าใจในหลักธรรมของศาสนา
ี
ื
อย่างถูกต้องชัดเจน กับความร้ในหลักวิชาอันหนักแน่นกว้างขวาง ต่างก็เป็นปัจจัยเก้อกูลให้บุคคล
ู
สามารถดำาเนินชีวิตและประกอบสัมมาชีพได้อย่างผาสุกมั่นคง. ...”
พระราชดำารัส
ในพิธีพระราชทานรางวัลแก่กรรมการอิสลามประจำาจังหวัด อิหม่าม
และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดภาคใต้
ณ บริเวณที่ทำาการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จังหวัดปัตตานี
วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วิชาการ และข่าวสารทหารเรือทั้งในและนอกประเทศ
ตลอดจนวิทยาการอื่น ๆ ทั่วไป และเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ
สารบัญ ๑๐
บทความ
๑๐ การบูรณะวิหารน้อย สุสานหลวง วัดราชบพิธ
สถิตมหาสีมาราม พุทธศักราช ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒
มูลนิธิราชสกุลอาภากร
๒๑ กรมหลวงชุมพรฯ กับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
๔๔ “จิตวิญญาณ..ผู้บังคับการเรือ” (ตอนอวสาน) ๒๑
พลเรือเอก สามารถ จำาปีรัตน์
๕๔ ยุทธศาสตร์ของจีนมีผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร
นาวาเอก ภาคภูมิ หมื่นศรีิ
๖๕ ความมั่นคงของมนุษย์ : รากฐานของความมั่นคง
แห่งชาติ
พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร
ปกหน้า พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร
เขตอุดมศักดิ์ ณ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (๒๙๐)
ปกหลัง อาคารวิหารน้อย ภายในสุสานหลวง
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ออกแบบปก พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์
พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้พิมพ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
์
ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า
คลังความรู้
ู
ค่ราชนาวี
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี พีระ อดุลยาศักดิ์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๓ กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
พลเรือตรี ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์
๕๔ พลเรือตรี ก้องเกียรติ สัจวุฒิ
พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี กตัญญู ศรีตังนันท์
พลเรือตรี ธีระยุทธ นอบน้อม
พลเรือตรี ทวี ทองประยูร
พลเรือตรี เอกสิทธิ์ รอดอยู่
พลเรือตรี กิตติศักดิ์ บุณย์เพิ่ม
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
พลเรือตรี ไชยา ภาตะนันท์
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุขกิจ พลัง
คอลัมน์ประจำา ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์
พลเรือโท ชนินทร์ ผดุงเกียรติ
ี
ื
๓ พลเรอตร อำานวย ทองรอด
พลเรอตร บัญชา บัวรอด
ื
ี
ื
พลเรอตรี สิทธิชัย ต่างใจ
บรรณาธิการ
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
๗๑ ผู้ช่วยบรรณาธิการ
ว่าที่ นาวาเอกหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
ประจำากองบรรณาธิการ
นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง
นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
๘๔ นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
๘๖ นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาเอก บุญมี กาโน
๘๘ นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด
เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว
เรือโทหญิง สุธิญา พูนเอียด
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
สำานักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
บรรณาธิการ แถลง
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
[email protected]
สวัสดีครับสมาชิกที่รักทุกท่าน พบกันอีกเช่นเคยนะครับ ส�าหรับเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นอีกเดือนที่มีความส�าคัญ
ี
ิ
ึ
่
ต่อทหารเรือทุกคน คือในวันท ๑๙ พฤษภาคมของทุกปี กาหนดให้เป็นวันอาภากร ซ่งเป็นวันคล้ายวันส้นพระชนม์
�
ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด องค์บิดาของ
ิ
์
ิ
�
ู
ื
ทหารเรือไทย กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์มีความภาคภูมิใจนาเสนอบทความ เร่อง “การบรณะวหารน้อย
ี
ู
สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พุทธศักราช ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒” เขยนโดย มลนธราชสกล
ุ
ิ
ิ
ื
อาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด และต่อด้วยบทความเร่อง
ิ
์
ี
“กรมหลวงชุมพรฯ กับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ” เขียนโดย พลเรือตร กรีฑา พรรธนะแพทย์ นอกจากน ี ้
ี
�
นิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ยังมีบทความท่น่าติดตามอีกจานวนมาก ได้แก่
บทความเรื่อง “จิตวิญญาณ..ผู้บังคับการเรือ” เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จ�าปีรัตน์ ซึ่งเสนอเป็นตอนจบครับ
ื
และบทความเร่อง “ยุทธศาสตร์ของจีนมีผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร” เขียนโดย
ิ
ั
นาวาเอก ภาคภูม หม่นศร เและปิดท้ายด้วยบทความเร่อง “ความม่นคงของมนุษย์ : รากฐานของความม่นคง
ื
ั
ื
ี
แห่งชาติ” เขียนโดย พลเรือเอก ไพโรจน์ แก่นสาร ครับ
กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์หวังเป็นอย่างย่งว่า ท่านสมาชิก และผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความรู้
ิ
ความเพลิดเพลิน จากการอ่านเหมือนเช่นเคย และจากที่ขณะนี้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)
อยู่ขณะนี้ จึงขอให้ทุกท่านร่วมมือกัน กินร้อน ใช้ช้อนกลางของตนเอง ดูแลรักษาความสะอาด และหมั่นออกก�าลังกาย
ิ
เพ่อช่วยกันหยุดการแพร่ระบาดเช้อไวรัสโคโรนาครับ และท้ายท่สุดน้กองบรรณาธิการฯ ได้รับเกียรติจาก “ก่งประดู่”
ื
ี
ี
ื
ื
�
ประธานชมรมกวีกานท์ วรรณศิลป์ ท่านแรกได้มอบบทกลอน เพ่อสร้างขวัญ และกาลังใจในการดารงอยู่
�
ขณะที่มีการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 ครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดี โชคดีครับ
กองบรรณาธิการ
ปกหน้า : “พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ ์
ณ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ”
พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ์ ิ
ี
ื
ุ
ณ กรมยุทธศึกษาทหารเรอ เป็นพระอนุสาวรีย์ท่เกิดจากการร่วมกันสร้างของราชสกลอาภากร กับกองทัพเรือ โดย
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ในสมัยที่ พลเรือโท สุรินทร์ เริงอารมณ์ เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
วัตถุประสงค์ในการสร้าง เพ่อเทิดพระเกียรต พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
ื
ิ
ุ
์
ั
ิ
ุ
ึ
ึ
่
กรมหลวงชมพรเขตอดมศกด “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ซงพระองค์เคยทรงดารงตาแหน่งเจ้ากรมยทธศกษา
�
�
ุ
�
ื
ั
ทหารเรือ ถึง ๒ คร้ง เพ่อเป็นศูนย์รวมจิตใจกาลังพลของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ เพ่อเป็นอนุสรณ์สาคัญในโอกาส ๑๐๑ ปี
�
ื
แห่งการสถาปนากรมยุทธศึกษาทหารเรือ และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสสักการบูชา
ั
�
�
พระอนุสาวรีย์ฯ ต้งอยู่ ณ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตาบลศาลายา อาเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
�
ึ
ึ
เป็นพระรูปขนาดหน่งเท่าคร่งของพระองค์จริง เน้อโลหะสัมฤทธ์รมดา พระอริยาบททรงยืน ทรงพระมาลา อาจารย์เศวต
ื
ิ
เทศน์ธรรม ประติมากร นาวาตร ภากร ศุภชลาศัย สถาปนิกท่ปรึกษา เรือเอก สุรินทร์ ปรีชาธรรม สถาปนิก
ี
ี
้
�
ั
พระรูปประดิษฐานบนแท่นฐาน สูง ๒.๘๕ เมตร พระอนุสาวรีย์ฯ ต้งอยู่กลางสระนาด้านหน้ากองบังคับการ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีสะพานทางเดินจากถนนไปสู่พระอนุสาวรีย์ ขนาดกว้าง ๓.๒๐ เมตร
พลเรือเอก ชุมพล ปัจจุสานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ฯ ในวันที่ ๓ มีนาคม
พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๑๐๑ ปี กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 4
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ปกหลัง : อาคารวิหารน้อย ภายในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ื
อาคารวิหารน้อย ภายในสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ช่อเดิม “พิหารน้อย” เป็นอาคารที ่
�
ื
ึ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ๕ ทรงมีพระราชดาริให้ก่อสร้างข้น เม่อปีพุทธศักราช ๒๔๒๖
่
ี
เพื่อเป็นศาลาไว้พระพุทธรูปสูงเท่าตัวเจ้าจอมมารดาแพ (เจ้าคุณพระประยูรวงศ์) พระสนมเอก และทรงโปรดเกล้าฯ
่
ื
ี
ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เสด็จไปจุดเทียนสวดมนต์ก่อพระฤกษ์ เม่อวันท ๑๐ กรกฎาคม
พ.ศ.๒๔๒๖ ใช้ระยะเวลาราว ๗ เดือน จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์
การออกแบบ และดาเนินการก่อสร้างวิหารน้อย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ
�
ิ
ื
�
ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ กรมหม่นภูธเรศธารงศักด์เป็นแม่กอง ส่วนผู้ออกแบบอาคารสันนิษฐานว่า
เป็นนายช่างชาวยุโรปซึ่งเข้ามาท�างานในสยาม ณ เวลานั้น ทั้งนี้รูปแบบอาคารเมื่อแรกสร้างเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตก
ยุคฟื้นฟูท่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบแบบโกธิก (Gothic) และแบบคลาสสิก (Classic) เข้าด้วยกัน ประต ู
ี
หน้าต่างท�าด้วยไม้เจาะช่องกรุกระจกสี เป็นลวดลายเรขาคณิตอย่างสวยงาม
ั
ื
ึ
ี
ึ
�
การใช้งานวิหารน้อยเม่อคร้งอดีต สันนิษฐานว่าเป็นท่ประกอบพิธีบาเพ็ญกุศลต่าง ๆ ซ่งจัดข้นภายในสวน
วัดราชบพิธฯ เน่องด้วยเป็นอาคารโถงที่มีขนาดพอเหมาะ หันด้านหน้าเข้าสู่กลุ่มพระเจดีย์ และอนุสาวรีย์ทุกองค์
ื
ึ
ั
อีกท้งภายในยังมีแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ประธานทางทิศตะวันตก ซ่งเปรียบเสมือน “วิหารขนาดเล็ก”
ี
ใช้ประกอบพิธีได้โดยสะดวก ปัจจุบันเป็นท่บรรจุพระสรีรธาตุของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร
์
ี
ึ
ิ
เขตอุดมศักด “องค์บิดาทหารเรือไทย” สมาชิกราชสกุลอาภากร ซ่งใน “วันอาภากร” วันท่ ๑๙ พฤษภาคมของทุกปี
�
�
กองทัพเรือ และสมาชิกราชสกุลอาภากร ได้ทาพิธีบาเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานถวายแด่ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
�
�
ิ
์
่
ี
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด และใช้เป็นสถานท่จัดพิธีบาเพ็ญกุศลของราชสกุลสุริยง และราชสกุลต่าง ๆ อย่างสมาเสมอ
่
ิ
ิ
ี
ปจจบนวหารนอยมสภาพชารดทรดโทรมตามกาลเวลามารวมรอยสามสบป มลนธิราชสกลอาภากรรวมกบกองทพเรอ
ุ
ู
�
ี
ั
ุ
้
ิ
ั
ื
ุ
ั
้
่
ุ
ั
และผู้มีจิตศรัทธาเคารพในพระองค์ท่าน ร่วมบริจาคสมทบทุนโครงการบูรณะอาคารวิหารน้อย และด�าเนินการบูรณะ
อาคารตามหลักวิชาการบูรณะอาคารโบราณ ผสมผสานวิทยาการสมัยใหม่ เพ่อรักษาอาคารให้มีความคงทน และงดงาม
ื
ดังเช่นในอดีต การดาเนินงานได้รับอนุญาตจากสานักพระราชวัง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และได้รับความอนุเคราะห์
�
�
จากกรมศิลปากรร่วมดาเนินการบูรณะ โดยได้รับงบประมาณกองทัพเรือ และผู้มีจิตศรัทธา เร่มดาเนินการบูรณะ
�
�
ิ
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒
นาวิกศาสตร์ 5
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
น.อ.พิพัทธ์ พุกงาม
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
่
ี
เม่อวันท ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๕ พิพิธภัณฑ์
ื
ทหารเรือ ได้ย้ายจากป้อมพระจุลจอมเกล้า ไปยังอาคาร
ี
ั
ึ
พิพิธภัณฑ์ท่สร้างข้นใหม่ ต้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียน
นายเรือ ถนนสุขุมวิท อ�าเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า
ั
ี
ทหารเรือ (กรมสารบรรณทหารเรือ) มีท่ต้งอยู่ช้นล่างด้านซ้าย
ั
ของอาคารกรมเสนาธิการทหารเรือ (กรมการส่อสารและ
ื
พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนนายเรือ พ.ศ.๒๕๐๖ เทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือในปัจจุบัน) จนถึง พ.ศ.
ั
๒๔๙๘ กองประวัติศาสตร์จึงได้ย้ายมาอยู่ช้นล่างด้านซ้าย
�
ของอาคารราชนาวิกสภา แผนกพิพิธภัณฑ์จึงได้มีการนา
วัตถุพิพิธภัณฑ์มาจัดแสดงข้นเป็นคร้งแรก ถือเป็นจุดเร่มต้น
ั
ิ
ึ
ของงานพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคาร ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๗
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือในปัจจุบัน อยู่ในความรับผิดชอบ
ของแผนกพิพิธภัณฑ์ กองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษา
ิ
ั
ั
ทหารเรอ แผนกพพธภณฑ์จดต้งครงแรก เม่อวันท ๑
ื
ิ
ื
ี
่
ั
ั
้
มกราคม พ.ศ.๒๔๙๖ สังกัดกองประวัติศาสตร์ กรมธุรการ อาคารราชนาวิกสภา
นาวิกศาสตร์ 6
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ี
่
ในวันท ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๙ จอมพล ป. พลเรือเอก จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือใน
ั
พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มาท�าพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ ขณะน้น ได้ให้ใช้พื้นท่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนนายเรือ เป็น
ี
ี
ั
ี
ทหารเรือ ท่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ซ่งในขณะน้นอยู่ใน สถานท่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และเปิดให้ประชาชน
ึ
การดูแลของป้อมพระจุลจอมเกล้า ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๐ นักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้าชม ตั้งแต่กลางปี พ.ศ.๒๕๑๕
ได้มีการโอนกิจการพิพิธภัณฑ์ทหารเรือให้มาข้นอยู่ใน เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๘ กองทัพเรือได้อนุมัต ิ
ึ
การปกครองของกองประวัติศาสตร์ จึงมีการรวมเอาวัตถ ุ งบประมาณสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคาร ๒ ข้น
ึ
�
พิพิธภัณฑ์ของทั้งสองแห่งเข้าด้วยกัน โดยมีสถานที่ตั้งที่ และคลังเก็บวัตถุพิพิธภัณฑ์อีก ๒ หลัง ได้ทาพิธีเปิด
ป้อมพระจุลจอมเกล้า แต่เปิดให้บริการได้ระยะหนึ่งต้อง อาคารหลังใหม่ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๐ โดยมี
ื
งดการเข้าชม เน่องจากปัญหาด้านความปลอดภัย เพราะ พลเรือเอก ธาดา ดิษฐบรรจง ผู้บัญชาการทหารเรือ
ป้อมพระจุลจอมเกล้าใช้เป็นสถานที่จัดเก็บวัตถุระเบิด ในขณะนั้น เป็นผู้ประกอบพิธี
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคาร ๑
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคาร ๒
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ทาพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
�
ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๙
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เป็นสถานท่จัดเก็บและจัดแสดง
ี
ในปี พ.ศ.๒๕๐๒ รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะให้จัดตั้ง โบราณวัตถ เช่น อาวุธปืน เรือรบจาลอง ขบวนเรือ
�
ุ
ั
ึ
พพิธภณฑ์สาขาต่าง ๆ ข้น รวมทงพิพิธภณฑ์ทางด้าน พระราชพิธี รวมทั้งจัดแสดงเครื่องแบบ เครื่องหมายยศ
ิ
ั
ั
้
ี
ั
ิ
การทหาร จนถึงปี พ.ศ.๒๕๐๔ สภากลาโหมจึงได้มีมติให้ และส่งของเคร่องใช้ในกิจการของทหารเรือ ต้งแต่อดีต
จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร ๓ เหล่าทัพขึ้น ในปี พ.ศ.๒๕๑๒ จนถึงปัจจุบัน ตลอดจนวีรกรรมต่าง ๆ ของทหารเรือ
นาวิกศาสตร์ 7
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ิ
ู
การบรณะวหารนอย สสานหลวง
ุ
้
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
พุทธศักราช ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒
โดย มูลนิธิราชสกุลอาภากร
ย้อนวันเวลากลับไปเม่อวันท่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ ผิวเผิน พิธีบาเพ็ญกุศลท่วัดราชบพิธฯ เม่อวันท่ ๑๙
ื
ี
ี
ื
�
ี
พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ น้น ก็ดูจะคล้ายคลึงกับพิธ ี
ั
หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานมูลนิธิ เดียวกันที่จัดขึ้นเป็นประจ�าในทุก ๆ ปีก่อนหน้า แต่แท้ที่
ราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ จริงแล้ว การบาเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานในวันดังกล่าว
�
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ นาคณะผู้บังคับบัญชา และ มีความหมายพิเศษท้งต่อกองทัพเรือ มูลนิธิราชสกุล
�
ิ
ั
ั
�
กาลังพลกองทัพเรือ รวมท้งสมาชิกแห่งราชสกุลอาภากร อาภากรฯ และยังนับเป็นประวัติศาสตร์ส่วนหน่งของ
ึ
�
และกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันบาเพ็ญกุศลทักษิณาน ุ วัดราชบพิธฯ เน่องจากพิธีในวันดังกล่าวได้จัดข้นเป็น
ื
ึ
ประทานเน่องในวันอาภากร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ครงแรก ภายหลงการบูรณะวิหารน้อยเป็นการใหญ่
ื
้
ั
ั
ั
จากน้นผู้ร่วมพิธีทุกท่านได้ร่วมกันสักการะ พระสรีรางคาร ระหว่างพุทธศักราช ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ โดยความร่วมมือ
(อัฐิ) พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร ระหว่างกองทัพเรือ และมูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ ทั้งใน
ึ
ิ
เขตอุดมศักด์ ซ่งประดิษฐาน ณ วิหารน้อย ในสุสานหลวง การจัดหางบประมาณ และการดาเนินการต่าง ๆ ทุกด้าน
�
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วิหารน้อย เป็นสถาปัตยกรรมภายใน “สุสานหลวง
ในฐานะสมาชิกแห่งราชนาวีไทย พลเรือเอก ลือชัย จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์” ซ่งพระบาทสมเด็จพระ
ึ
ึ
รดดษฐ์ ผ้บญชาการทหารเรอ ได้ถ่ายทอดถงความ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕ ได้ทรงพระกรุณา
ื
ุ
ู
ิ
ั
ี
ี
รู้สึกผกพันระหว่างตัวท่านเองกับวิหารน้อยแห่งน้ไว้ว่า โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างขนในท่อปจารด้านทศตะวันตก
ู
ึ
้
ิ
ี
ุ
“...กองทัพเรือ ก�าหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุก ของวัด ติดกับถนนอัษฎางค์ซ่งทอดขนานตามแนว
ึ
ิ
ื
ปี เป็นวันอาภากร เน่องจากเป็นวันคล้ายวันส้นพระชนม์ คลองคูเมืองเดิม
ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร สุสานหลวงแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ และ
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “องค์บิดาของ อนสาวรยสาหรบบรรจพระอฐ และพระองคารของพระบรม
์
ุ
ี
�
ุ
ั
ิ
ั
ั
ทหารเรือไทย” ซ่งกองทัพเรือได้จัดงานเทิดพระเกียรต ิ ราชเทว พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา เจ้าจอม พระราชโอรส
ึ
ี
�
ึ
ข้นเพ่อเป็นการน้อมราลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ และพระราชธดา ตลอดจนเชอสายแห่งราชสกลอนนบ
ื
ิ
ื
ุ
ั
ั
้
ี
ท่านท่ทรงมีต่อกองทัพเรือและประเทศชาติ ประกอบด้วย เน่องในพระองค์ เป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแก่ผู้
ื
พิธีวางพวงมาลา ณ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้า ท่ทรงรกใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดให้ได้อยู่รวมกันหลังจาก
ั
ี
บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวง ท่ล่วงลับไปแล้ว ซ่งคือผลจากการยกเลิกธรรมเนียมลอย
ี
ึ
ิ
ชุมพรเขตอุดมศักด์ หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ พระองคารในแม่นาซงกระทากนมาในอดต เปลยนมา
ี
�
ั
�
่
ี
้
ั
่
ึ
ี
พ้นท่วังนันทอุทยาน และพิธีบาเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ เป็นการบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ หรือส่งก่อสร้างท่มีความ
�
ื
ี
ิ
ี
ิ
์
พระองคท่าน ณ วหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสมาราม เหมาะสมแทน โดยสนนษฐานว่าเรมปฏิบติธรรมเนียมน ี ้
ั
ั
ิ
ิ
่
�
�
เป็นประจาทุกปี ทาให้กาลังพลทุกนายมีความรู้สึกผูกพัน เป็นคร้งแรกเม่อราว พ.ศ.๒๔๒๙ และถือปฏิบัติสืบเน่อง
�
ั
ื
ื
ั
กบวหารน้อยแห่งนมาอย่างยาวนาน...” หากมองอย่าง กันต่อมาทุกรัชกาลจนถึงปัจจุบัน
ี
้
ิ
นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ภาพวิหารน้อย สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
การบูรณะวิหารน้อย สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พุทธศักราช ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒
เรียบเรียงโดย มูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ภาพคณะกรรมการโครงการบูรณะอาคารวิหารน้อย
นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ภาพอาคารวิหารน้อย และสุสานหลวง
ื
เม่อแรกสร้างสุสานหลวงในปี พ.ศ.๒๔๒๖ พระบาท เจ้าจอมมารดาแพ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้น ต่อมาเมื่อ
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรด สร้างศาลาแล้วเสร็จจึงเปล่ยนมาเรียกว่า “พิหารน้อย”
ี
ึ
ี
�
เกล้าฯ ให้สร้างศาลาข้นหลังหนึ่ง ณ ลานริมกาแพงวัดฟาก ด้วยคงเป็นเพราะรูปทรงอาคารท่ทึบ ไม่โปร่งโล่งอย่าง
ทิศตะวันตก เพ่อเป็นอนุสาวรีย์เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ศาลา และกว้างขวางพอท่จะจัดพิธีบาเพ็ญพระกุศล
ี
�
ื
ี
หรือเจ้าจอมมารดาแพ บุนนาค พระสนมเอก โดยการ ได้อย่างวิหารท่วไป คร้นภายหลังจึงเปล่ยนมาเรียกว่า
ั
ั
ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดเท่าตัวของ “วิหารน้อย” ตามการปริวรรตของภาษา
ภาพภายในอาคารวิหารน้อย และสุสานหลวง
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
หม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธาน ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโกธิก และคลาสสิก
กรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ ได้อธิบายถึง เอกลักษณ์ กล่าวคือ มีหลังคายอดแหลม และช่องแสงกระจกสลับสี
และความส�าคัญของวิหารน้อยเอาไว้ว่า อันเป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ขณะ
ั
ู
็
ี
ั
ึ
้
“...ในบรรดาพระเจดีย์ และอนุสาวรีย์กว่า ๓๐ องค์ ท ่ ี เดยวกนกประดบด้วยซุ้มโค้งรปคร่งวงกลมทงภายนอก
ั
ั
ประดิษฐานอยู่ในสุสานหลวงน้น มีเพียงอนุสาวรีย์เจ้าคุณ และภายในอาคาร การเซาะร่องเสาตามแนวตั้ง (Flute)
ึ
ึ
พระประยูรวงศ์ หรือเจ้าจอมมารดาแพ บุนนาค ซ่งเรียกกัน และลวดบัวปูนปั้น ซ่งเป็นลักษณะของสถาปัตยกรรม
ี
ว่า “วิหารน้อย” เพียงองค์เดียว ท่มีลักษณะสถาปัตยกรรม แบบคลาสสิกอย่างชัดเจน
เป็นอาคารท่ใช้สอยได้ ภายในบรรจุสรีรางคารของเจ้าคุณ ดังท่หม่อมราชวงศ์จิยากรได้กล่าวไปในตอนต้นว่า
ี
ี
ื
ื
ั
พระประยูรวงศ์ และพระธิดา รวมท้งน้องสาวของท่าน การใช้งานวิหารน้อยต้งแต่เม่อคร้งอดีตเร่อยมา คือ เป็นท ี ่
ั
ั
ึ
ึ
�
คือ เจ้าจอมมารดาโหมด บุนนาค กับพระโอรส พระธิดา ประกอบพิธีบาเพ็ญกุศลต่าง ๆ ซ่งจัดข้นภายในสุสานหลวง
ี
ื
ตลอดจนสมาชิกราชสกุลอาภากร และราชสกุลสุริยง ซึ่ง เน่องด้วยเป็นอาคารโถงท่มีขนาดพอเหมาะ หันด้านหน้า
องค์ต้นราชสกุล คือ พระราชโอรสท่ประสูติในเจ้าจอม เข้าสู่กลุ่มพระเจดีย์ และอนุสาวรีย์ทุกองค์ อีกทั้งภายใน
ี
ี
มารดาโหมด จะเห็นได้ว่าวิหารน้อยเป็นอนุสาวรีย์ท่สร้าง ยังประดิษฐานพระพุทธรูป เปรียบเสมือน “วิหารขนาดเล็ก”
ื
พระราชทานเจ้าคุณพระประยูรวงศ์และเช้อสาย แต่ด้วย ท่ใช้ประกอบพิธีได้โดยสะดวก กระท่งปัจจุบัน วิหารน้อย
ี
ั
ื
ี
ลักษณะสถาปัตยกรรมท่เอ้อต่อการใช้ประโยชน์เพียง ก็ยังใช้เป็นสถานที่จัดพิธีบ�าเพ็ญกุศลของราชสกุลต่าง ๆ
ิ
�
แห่งเดียวในอาณาบริเวณสุสานหลวง วิหารน้อยจึงเป็น ตามวาระ โดยเฉพาะอย่างย่งการจัดพิธีบาเพ็ญกุศลเน่อง
ื
ิ
�
สถานท่สาหรับการบาเพ็ญพระกุศล และบาเพ็ญกุศล ในวันส้นพระชนม์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
�
�
ี
เนื่องในโอกาสต่าง ๆ ส�าหรับทุกราชสกุลเสมอมา...” กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ วันท่ ๑๙ พฤษภาคม
ี
ิ
ี
ื
วิหารน้อยเร่มใช้เป็นสถานท่บรรจุพระอังคารของ อันเป็นพิธีบาเพ็ญกุศลท่กองทัพเรือจัดข้นอย่างต่อเน่อง
ึ
ิ
ี
�
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบณฑรวรรณวโรภาษ ทุกปี เพื่อน้อมร�าลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
ั
พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดา
แพ บุนนาค เป็นพระองค์แรก โดยบรรจุเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕
หลังจากน้นก็ได้ใช้บรรจุพระอังคาร และพระอัฐิของ
ั
่
ื
่
ี
ั
พระราชโอรส และพระราชธดาในรชกาลท ๕ ตอเนองมา
ิ
่
อีกหลายพระองค์ รวมท้งพระราชโอรสท่ประสูติใน
ั
ี
ึ
เจ้าจอมมารดาโหมด บุนนาค ซ่งเป็นน้องเจ้าจอมมารดาแพ
ื
อีกสองพระองค์ ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหม่นไชยา
ศรีสุริโยภาส เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๒ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ิ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ เม่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ขณะ
ื
ี
เดียวกันวิหารน้อยยังใช้เป็นท่บรรจุพระอังคาร และ ภาพพิธีบำาเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน
ั
พระอัฐิของเจ้านายช้นพระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า ตลอดจน เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฏาคม ๒๕๖๒
องคาร และอฐของสมาชกราชสกลอาภากร และราชสกล พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ั
ุ
ั
ุ
ิ
ิ
�
้
�
สุริยง มาจนถึงปัจจุบัน ได้เน้นยาถึงความสาคัญของพระกรณียกิจ และพระกรุณา
ุ
ิ
ในด้านรูปแบบสถาปัตยกรรม วิหารน้อยเป็นอาคาร ธคณ ในพลเรอเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ื
ี
เพียงหลังเดียวในสุสานหลวงวัดราชบพิธฯ ท่มีรูปแบบ อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ทรง
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ี
�
ก่อคุณูปการอย่างไพศาลต่อการทหารเรือไทยเอาไว้ว่า ท่ชารุดมาก ซ่อมเปลี่ยนวงกบประตูเฉพาะที่ผุชารุด และ
�
ี
“...พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ซ่อมเปล่ยนกระจกสีประตูหน้าต่างด้วยแผ่นอะครีลิก
ิ
อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ เป็นเจ้า ยึดด้วยกาวอีพ็อกซี่ ฉาบผนังภายนอกอาคารใหม่ ติดตั้ง
ี
ั
�
นายพระองค์แรกท่สาเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือ จาก บล็อกช่องลมระบายอากาศ ทาสีใหม่ท้งภายใน และ
ั
ื
ประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงมีจุดประสงค์อันแรงกล้า ภายนอกอาคาร จากน้นจึงปรับระดับพ้นของทางเดิน
ึ
ี
ท่จะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือในทะเลได้อย่างชาวต่าง รอบอาคารให้สูงข้นราว ๑๕ เซนติเมตร ปูด้วยบล็อกซีเมนต์
ี
�
ประเทศ และสามารถทาการรบทางเรือได้ ท้งน้ พระบาท อดแรง พร้อมจดทาขอบซเมนต์ และรางระบายนาฝน
ั
ั
�
้
�
ั
ี
�
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดาริว่า ขึ้นใหม่
กิจการทหารเรือไทยเท่าท่เป็นอยู่ในขณะน้น ต้องอาศัย อย่างไรก็ตาม การบูรณะเม่อราว พ.ศ.๒๕๓๑ ก ็
ี
ั
ื
ชาวต่างชาติเป็นผู้บังคับการเรือ และป้อมอยู่เป็นอันมาก เทียบไม่ได้เลยกับการบูรณะเป็นการใหญ่ในอีก ๓๐ ปี
ั
ี
ื
จึงไม่สู้จะมีความม่นคงเท่าใดนัก ภายหลังจากท่พระองค์ ถัดมา อันเป็นภารกิจเพ่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมอัน
ท่านสาเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว ทรงคุณค่าจากเม่อกว่าหน่งศตวรรษก่อนให้คงอยู่ กับ
ื
�
ึ
้
ิ
ี
ุ
ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญาในการวาง ทงเพอเชดชพระราชเกยรตคณในพระบาทสมเดจ
็
่
ั
ื
ู
ิ
รากฐาน และพัฒนากิจการทหารเรือไทย ให้มีความเจริญ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสถาปนาสุสานหลวง
ก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ ส่งผลให้กองทัพเรือ จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์แห่งนี้ให้ปรากฏสืบไป
มีความเจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน...” พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
�
ถึงแม้ว่าวิหารน้อยจะได้รับการดูแลบารุงรักษา ได้ถ่ายทอดถึงที่มาของการบูรณะวิหารน้อย พ.ศ.๒๕๖๑
�
มาโดยตลอด แต่ระยะเวลายาวนานก็ได้ยังความชารุด เอาไว้ว่า
เสื่อมโทรมให้ปรากฏขึ้นตามอนิจลักษณ์ มูลนิธิราชสกุล “...วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นับได้
ั
ั
ี
ี
�
อาภากรฯ จึงได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพเรือ รวมท้ง ว่าเป็นโบราณสถาน ท่มีความสาคญย่ง อันเป็นทระลึกถึง
่
ิ
รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อบูรณะวิหารน้อย พระกรุณาธิคุณของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ิ
ื
เป็นการใหญ่ เร่มต้นเม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๑ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขต
ี
ลุล่วงบริบูรณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ อุดมศักด์ ท่ทรงมีต่อกองทัพเรือ ดังน้น ในการบูรณะ
ิ
ั
ึ
ั
ในอดีต วิหารน้อยเคยผ่านการบูรณะมาแล้วหลายคร้ง วิหารน้อยในคร้งน้ จึงเป็นการแสดงออกซ่งความมุทิตา
ั
ี
ึ
ึ
ั
�
หน่งในคร้งสาคัญของยุคหลังซ่งกองทัพเรือได้มีบทบาท จิตที่มีต่อพระองค์ท่าน โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๐ ภายหลัง
�
โดยตรง คือ เมื่อราว พ.ศ.๒๕๓๑ วิหารน้อยอยู่ในสภาพ จากการจัดพิธีบาเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานเน่องในวัน
ื
ั
ั
ทรุดโทรมค่อนข้างมาก ท้งจากปัญหาหลังคาร่ว และ อาภากร ณ วิหารน้อย ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น
ความช้นจากนาใต้ดิน ส่งผลให้ปูนฉาบผนังท้งภายใน ได้หารอร่วมกับประธานมลนธราชสกลอาภากรฯ และ
ิ
ุ
ิ
ู
ื
ื
้
ั
�
และภายนอกเปื่อยยุ่ย ไม้วงกบประตูหน้าต่างผุชารุด มีความเห็นสอดคล้องกันว่า อาคารวิหารน้อยแม้ว่าจะ
�
ทางกองทัพเรือจึงได้จัดหางบประมาณ พร้อมสนับสนุน ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเสมอมา แต่ด้วยระยะเวลา
ู
ิ
ั
ช่างและแรงงาน มาบรณะวหารน้อยให้กลบมาอย่ใน ทาให้อาคารมีความชารุดทรุดโทรม สมควรได้รับการ
�
�
ู
สภาพที่แข็งแรงพอจะใช้งานต่อไปได้ โดยมีการซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีความงดงามสมพระเกียรติขององค์บิดา
ี
ปรับปรุงในรายละเอียดหลายส่วน อาทิ เปล่ยนกระเบ้อง ของทหารเรือไทย กองทัพเรือจึงได้สนับสนุนงบประมาณ
ื
มุงหลังคามาเป็นกระเบ้องคอนกรีตชนิดลอน ซ่อมแซม ในการบูรณะ และประสานส�านักถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
ื
ี
ื
ิ
่
โครงสร้างหลงคา ซ่อมเปลยนพ้นหนอ่อนเฉพาะแผ่น เพ่อออกแบบ และประมาณการก่อสร้าง โดยมอบให้มูลนิธ ิ
ั
ื
นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
�
�
ั
ุ
้
ั
ั
�
�
ราชสกุลอาภากรฯ ดาเนินการขออนุญาตทาการบูรณะ “...สาหรบการดาเนนการในการบูรณะปรบปรงนน
ิ
ิ
�
ื
�
ื
จากสานักพระราชวัง และขอประทานพระอนุญาตจาก กองทพเรอ โดยกรมช่างโยธาทหารเรอได้ดาเนนการใน
ั
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกล ส่วนของโครงสร้างและรากฐาน ส่วนรูปแบบของงาน
มหาสังฆปริณายก ในการดาเนินการบูรณะปรับปรุง โดยม ี สถาปัตยกรรมและงานศิลปกรรม ทางกรมศิลปากรเป็น
�
วัตถประสงค์เพ่อเชดชูพระเกียรติคุณ ของพระบาทสมเด็จ ผู้ดาเนินการรับผิดชอบ โดยนาองค์ความรู้และเทคนิค
�
ิ
ื
�
ุ
็
่
ื
ั
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสถาปนาสุสานหลวง งานช่างฝีมอแขนงต่าง ๆ มารวมกนบูรณะให้เปนไปอยาง
่
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเทิดพระเกียรติ พล ถูกต้องตามหลักวิชาการ ท้งยังสามารถรักษางานช่าง
ั
ึ
ู
่
้
ู
ั
ื
ิ
เรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรต ิ แบบโบราณใหคงอย่ ซงแนวคดในการบรณะ กองทพเรอ
้
วงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ องค์บิดาของทหาร ได้เน้นยาในการสงวนรักษาฐานการก่อสร้าง และองค์
�
ิ
เรือไทย รวมถึงเป็นการบูรณะอาคารโบราณสถานตาม ประกอบดั้งเดิมไว้เท่าที่จะกระท�าได้ โดยรื้อถอนส่วนต่อ
ี
กระบวนการท่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยยึดแนวคิด เติมและดัดแปลงในส่วนที่สร้างปัญหา หรือท�าให้อาคาร
ื
้
ื
�
การอนุรักษ์ และพัฒนาควบคู่กันเพ่อเป็นตัวอย่าง และ เส่อมคุณค่า พร้อมทงดาเนินการซ่อมแซมและเสรมความ
ิ
ั
ื
กรณีศึกษาด้านการบูรณะอาคารโบราณสถาน ท่สร้าง ม่นคงทางโครงสร้าง เพ่อความปลอดภัยต่อการใช้งาน
ี
ั
ึ
ข้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงบูรณะองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และงาน
ุ
�
ื
ั
ิ
่
อีกทั้งยังเป็นการปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสมต่อการใช้ ศลปกรรมทชารดสูญหายหรอถูกดดแปลงให้กลับมา
ี
�
ั
ี
งาน ในการเป็นสถานท่บาเพญกศล และงานพิธต่าง ๆ ของ สมบูรณ์ดังเดิม นอกจากน้นยังได้เน้นยาการฟื้นฟูสภาพ
้
�
็
ี
ุ
ทางวัด และราชสกุล ซ่งกองทัพเรือได้ให้การสนับสนุนงบ และปรับปรุงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม และงาน
ึ
ประมาณในการบูรณะหลายคร้ง จนกระท่งเสร็จสมบูรณ์ ศิลปกรรมท่เส่อมสภาพให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ตลอดจน
ั
ื
ั
ี
เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ ที่ผ่านมา...” บูรณะปรับปรุงงานภูมิทัศน์ให้ส่งเสริมคุณค่าของ
นอกจากสนับสนุนงบประมาณแล้ว กาลังพลของ โบราณสถาน และสอดคล้องต่อการใช้งาน เพ่อสืบสาน
�
ื
กองทพเรอยงมบทบาทร่วมลงมอปฏบตในการบรณะ มรดกอันเป็นสถาปัตยกรรมของชาติให้คงอยู่ย่งยืน
ั
ู
ื
ื
ิ
ี
ั
ิ
ั
ั
อีกด้วย ดังที่พลเรือเอก ลือชัยฯ ได้เล่าเพิ่มเติมว่า สืบไป...”
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
โครงการบูรณะวิหารน้อย มูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
ี
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำาเนินไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามในวันเสาร์ท่ ๑๓ กรกฎาคม
ี
พ.ศ. ๒๕๖๒ ทรงเป็นประธานในพิธีมังคลาภิเษกเหรียญท่ระลึก พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
ึ
ื
ี
ึ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ซ่งได้จัดสร้างข้น เพ่อเป็นเหรียญท่ระลึกในโอกาสบูรณะอาคารวิหารน้อย สำาหรับมอบให้แก่ผู้มีจิต
ิ
ศรัทธาจากท่วประเทศท่ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนโครงการ
ี
ั
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ี
ึ
ิ
ี
วิหารน้อยเป็นหน่งในสถาปัตยกรรมท่มีคุณค่า ด้านงบประมาณและเวลา เป็นส่งท่น่าภาคภูมิใจของ
ิ
ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม ด้วยเหตุนี้ ทุกฝ่ายเป็นอย่างย่ง การศึกษาค้นคว้าด้านวิชาการ
ี
ี
ื
�
การดาเนินงานบูรณะวิหารน้อยในคร้งน้ จึงพยายาม เก่ยวกับวิหารน้อย และพ้นท่สุสานหลวงวัดราชบพิธ
ี
ั
ี
รักษาคุณค่าเดิมท่มีอยู่มิให้เส่อมค่าลง ขณะเดียวกัน สถิตมหาสีมาราม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงท่มา และปัจจัย
ี
ื
ก็ได้พยายามส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา และต่อยอด ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดผังบริเวณ รูปแบบสถาปัตยกรรม และ
่
ึ
ิ
ี
ั
ั
องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมให้กว้างขวางข้น งานศลปกรรมทปรากฏให้เหนในปัจจบน อนจะเป็น
็
ุ
ั
ท้งด้วยความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือกับมูลนิธิราชสกุล ประโยชน์ต่องานอนุรักษ์ และพัฒนาในอนาคต ส่วนองค์
ั
อาภากรฯ รวมท้งแรงสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา ความรู้ และเทคนิคงานช่างแขนงต่าง ๆ ทั้งจากที่ปรึกษา
ทั่วประเทศ ผนวกกับความตั้งใจทุ่มเทเสียสละของคณะ ผู้เช่ยวชาญ ตลอดจนช่างฝีมือทุกท่านทุกแขนงท่มาร่วม
ี
ี
ึ
่
ั
ี
�
ู
ู
ิ
กรรมการโครงการ ซงประกอบด้วย ผ้แทนจากมลนธ ิ กันบูรณะวิหารน้อยในคร้งน้ ก็ช่วยให้งานบูรณะดาเนินไป
ราชสกุลอาภากรฯ และกองทัพเรือ ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒ ิ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สามารถรักษางานช่างแบบ
ี
ิ
ิ
หลากแขนง ส่งผลให้โครงการบูรณะวิหารน้อยท่เร่มต้น โบราณให้คงอย่ ขณะเดยวกนกสนับสนุนการผลตวัสด ุ
ู
ั
ี
็
ี
ี
�
เม่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ สามารถดาเนินการเสร็จ หายาก และช่วยฝึกฝนบุคลากรท่เก่ยวข้องให้มีประสบการณ์
ื
�
ลลวงตามเวลาทกาหนด คอ แลวเสรจเมอเดอนพฤษภาคม และความชานาญในงานบรณะมากขน นบเป็นการนา
่
ื
ี
ื
้
ึ
่
ื
�
�
่
้
็
ั
ุ
ู
พ.ศ.๒๕๖๒ ก่อผลงานบูรณะสถาปัตยกรรมที่มีคุณภาพ หลักวิชาการบูรณะอาคารโบราณ มาผสานวิทยาการ
ั
ี
ั
ั
้
ุ
งดงาม ทงยงมคณค่าทางวชาการ โดยในศุภมงคลสมย สมัยใหม่ เพื่อบูรณะอาคารที่มีอายุเกือบ ๑๔๐ ปี หลังนี้
ิ
๑๕๐ ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้มีความคงทน และงดงาม...”
มูลนธิราชสกุลอาภากรฯ ได้จัดการบรรยายพิเศษเร่อง ท่านผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์
ื
ิ
�
ั
“วิหารน้อย สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” โดย ก็ได้ถ่ายทอดความประทับใจในโครงการบูรณะคร้งสาคัญ
คุณ วทัญญู เทพหัตถี สถาปนิกโครงการบูรณะวิหารน้อย นี้ไว้ด้วยเช่นเดียวกัน
ั
ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีรศรี โพวาทอง แห่งคณะ “...ในระหว่างการบูรณะน้น ผม และภริยา (นาวาเอก
ื
สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเม่อวัน หญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ) ได้
ั
เสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้สนใจ เคยมีโอกาสสารวจท้งภายนอกและภายในวิหารน้อย และ
�
ี
เข้าฟังอย่างล้นหลาม เห็นว่าอาคารแห่งน้ประกอบไปด้วยงานสถาปัตยกรรม
ี
หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสละเวช ประธาน ท่มีคุณค่าโดดเด่น ท้งในด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม
ั
กรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ บุคคลผู้มีบทบาท ท้งยังเช่อมโยงกับบริบทโดยรอบในเชิงกายภาพ และ
ื
ั
หลักในการขับเคลื่อนโครงการนี้ ได้กล่าวถ่ายทอดความ ความหมายเชิงสัญลักษณ์ท่ปรากฏอยู่ในสุสานหลวง ท้งยัง
ั
ี
ประทับใจจากการด�าเนินงานเอาไว้ว่า เห็นความร่วมมือร่วมใจจากหน่วยงานท่เก่ยวข้อง ตลอดจน
ี
ี
“...การบูรณะวิหารน้อยในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ คณะกรรมการท่มีส่วนร่วมในการบูรณะท่ดาเนินการด้วย
ี
ี
�
ดีของความร่วมมือร่วมใจของภาครัฐ เช่นกองทัพเรือ โดย ความเสียสละ ทุ่มเทจนท�าให้วิหารน้อยส�าเร็จลุล่วงตาม
ิ
ู
ุ
ี
ี
ั
�
�
ผ้บญชาการกองทัพเรอทกท่าน มลนธิราชสกุลอาภากรฯ ระยะเวลาท่กาหนด ทาให้เกิดผลงานบูรณะท่มีความ
ู
ื
ตลอดจนหน่วยงานภาคประชาชนผู้มีจตศรัทธาในการ งดงาม ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ และเทคนิคงานช่าง
ิ
ี
อนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมของชาติ ท่ใช้กระบวนการ ท�าให้ผม และนาวาเอกหญิง อุบลวรรณฯ รู้สึกประทับใจ
ื
ั
�
ศึกษาค้นคว้าทางด้านวิชาการบูรณาการกับองค์ความรู้ อีกท้งด้วยความมีจิตศรัทธาเล่อมใส และสานึกใน
และเทคนิคงานช่าง สร้างผลลัพธ์ที่ดีเลิศภายใต้ข้อจ�ากัด พระกรุณาธิคุณของเสด็จในกรมฯ จึงบริจาคทรัพย์ส่วนตัว
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ื
ื
ี
ื
�
ี
มาบูรณะอาคารวิหารน้อย และร่วมทาบุญปิดทองพระ สเรอรบของทหารเรอจากสีขาวเป็นสหมอกให้เหมอน
ื
พุทธรูปในวิหารน้อย วัดราชบพิธฯ จานวนเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท กับเรือรบต่างประเทศ เพ่อให้เกิดความกลมกลืนกับ
�
ี
ึ
ซ่งผลสาเร็จของการบูรณะวิหารน้อยท่เกิดจากการ ลักษณะของสีน�้าทะเลและภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้
�
ึ
�
ร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายในคร้งน้ แสดงออกซ่งความ นาสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลาของกองทัพเรือตราบจน
ี
�
ั
สานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ ปัจจุบัน ในด้านการดนตรี เพลงพระนิพนธ์ของเสด็จ
�
ื
พระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัว และพระกรุณาธิคุณของ ในกรมฯ ทุกเพลงจะมีเน้อหาปลุกใจให้มีความรักชาต ิ
ื
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร กล้าหาญ ยอมสละชีวิตเพ่อชาติ โดยเพลงปลุกใจ
ิ
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ องค์บิดาของ ของพระองค์ นับว่าเป็นเพลงอมตะของทหารเรือ เช่นเดียว
ี
ี
ทหารเรือไทย ท่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และพสกนิกร กับท่พระองค์ทรงเป็นอมตะอยู่ในจิตใจของทหารเรือ
ชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้...” ตลอดเวลา
ิ
�
เช่นเดียวกับกาลังพลแห่งราชนาวีไทยทุกนาย ความ ส่งต่าง ๆ เหล่าน้ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจ และ
ี
�
สานึกในพระปรีชาสามารถ พระกรุณาธิคุณ และ เป็นแรงผลักดันในการท�างาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ
�
พระเกียรติคุณของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม ดารงตาแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ เพ่อรักษามรดก
ื
�
ั
หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย คือ ของพระองค์ท่านไว้ให้ย่งยืน และมีความเจริญก้าวหน้า
แบบอย่าง และแรงบันดาลใจของผู้บัญชาการทหารเรือ ต่อไป...”
ิ
“...ทรงริเร่มวางรากฐานกิจการทหารเรือไทย ให้ม ี
ั
�
ั
ความเข้มแข็ง ม่นคง สามารถทาหน้าท่เป็นร้วของชาต ิ
ี
ทางทะเลได้อย่างดีตลอดมา ทรงกราบบังคมทูลพระบาท
็
สมเดจพระจลจอมเกล้าเจ้าอย่หว ให้ทรงเหนความ
ู
ุ
็
ั
สาคัญ และโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวังเดิม
�
ิ
ี
ั
ให้เป็นท่ต้งของโรงเรียนนายเรือ อันเป็นจุดเร่มต้นของ
ื
ี
การวางรากฐานทหารเรอไทยให้มความเจรญก้าวหน้า
ิ
มาจวบจนทุกวันน้ นอกจากน้น ด้วยความท่ทรงเป็น
ั
ี
ี
ี
นักยุทธศาสตร์ท่เล็งเห็นการณ์ไกล พระองค์ได้กราบ
ี
�
ั
บงคมทลขอพระราชทานทดนบรเวณ อาเภอสตหบ
ิ
ิ
ี
่
ู
ั
ึ
จังหวัดชลบุรี ซ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่
ี
ี
หัวได้พระราชทานท่ดินท่สัตหีบให้แก่กองทัพเรือ เพ่อจัด
ื
ตั้งเป็นฐานทัพเรือ เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๕
นอกจากพระกรุณาธิคุณของพลเรือเอก พระเจ้าบรม
วงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร
ี
ิ
เขตอุดมศักด์ ดังท่กล่าวมาแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระปรีชา
สามารถ และมีพระกรุณาธิคุณแก่กองทัพเรือ อาท ิ
�
ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นาเรือหลวงพระร่วงจากประเทศ
อังกฤษ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร นบเป็นคร้งแรก
ั
ั
ท่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ทรงเปล่ยน
ี
ี
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ื
�
เม่อพิธีบาเพ็ญกุศล ณ วิหารน้อย เน่องในวันอาภากร สามารถในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
ื
ั
ี
๑๙ พฤษภาคม ได้เวียนกลับมาถึงอีกคร้ง วาระน้จึงมิเพียง อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อันก่อ
เป็นการน้อมร�าลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ “องค์บิดาของ คุณูปการเหลือคณานับแก่ชาติบ้านเมือง เพ่อแปรเปล่ยน
ื
ี
ั
ทหารเรือไทย” ท่ทรงมีต่อกองทัพเรือเท่าน้น หากพิธีการ เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแรงผลักดันของการปฏิบัติหน้าท ี ่
ี
ท่วิหารน้อย ยังเป็นวาระแห่งการทบทวนถึงพระปรีชา ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีแห่ง “ราชนาวีไทย” สืบไป
ี
นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
กรมหลวงชุมพรฯ
กับ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
เทิดพระเกียรติ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
วันอาภากร
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓
พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ รวบรวม และเรียบเรียง
นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
พระอนุสาวรีย์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๑. บอกกล่าวก่อนเล่าเรื่อง
พระประวัติ และพระกรณียกิจของกรมหลวงชุมพรฯ นั้นมีมากมาย ได้มีผู้เรียบเรียงไว้แล้วหลายท่าน
จริงบ้างไม่จริงบ้าง เชื่อได้ เชื่อไม่ได้ ก็สุดแล้วแต่ท่านผู้อ่าน เรื่อง “กรมหลวงชุมพรฯ กับกรมยุทธศึกษาทหารเรือ”
ึ
ั
ี
ี
ท่ผมเขียนข้นคร้งน้ ก็ได้อาศัยจากหนังสือท่คุณครูพลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช (ผู้บัญชาการทหารเรือ
ี
๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๖ - ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๗) ท่านเขียนไว้บ้าง จากเอกสารราชการท่ลูกศิษย์ลูกหา
ี
กองประวัติศาสตร์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ช่วยหามาให้บ้าง
ี
ื
ี
ี
การเขียนบทความเร่องน้ ผมขอ “จับตอน” ท่กรมหลวงชุมพรฯ ท่านทรงเก่ยวข้องกับ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ั
ิ
่
ึ
ั
้
่
ั
ื
เท่านน เพอให้สอดคล้องกบภาพปกหน้า ของนาวกศาสตร์ฉบบ “วันอาภากร” พฤษภาคม ๒๕๖๓ ซงเป็น
ภาพ “พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ”
22
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์
เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ
๒. กรมทหารเรือตกอยู่ในสภาพวิกฤติ
ิ
�
ั
ปลายเดือนมกราคม ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖) กรมทหารเรือตกอยู่ในสภาพวิกฤต สาเหตุสาคัญประการหน่งน้น คือ
ึ
ู
้
ั
ื
ั
ื
ั
ั
ี
ั
ข้าราชการชนผ้ใหญ่ในกรมทหารเรอไม่สามคคกน แตกกนเป็น ๒ พวก คอ “พวกเก่า” กบ “พวกใหม่”
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้บัญชาการกรมทหารเรือขณะน้น ทรงดารงตาแหน่ง ผู้บัญชาการ
�
ั
�
๑
กรมทหารเรือ ควบกับเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ก็ประชวรอยู่เนืองๆ ต้องมอบหมายให้ นายเรือเอก พระองค์เจ้า
ี
ึ
ื
ั
อาภากรเกียรติวงศ์ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ทรงส่งราชการแทนอยู่เสมอ และเม่อเกิดวิกฤติการณ์เช่นน้ข้นอีกด้วย
๒
�
็
สมเดจฯ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช จึงทรงกราบถวายบังคมลาออกจากตาแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
่
คงด�ารงต�าแหนงเสนาบดีกระทรวงกลาโหมต�าแหน่งเดียว
๑
นายเรือเอก คือ นายนาวาเอก ตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ นาวาเอก ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๖ ยศนายทหารบก นายทหารเรือ
ก่อน พ.ศ.๒๔๘๖ ใช้ค�าว่านาย น�าหน้ายศ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๖ จึงตัดค�าว่า นายออก
๒
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระชนกของหม่อมเจ้าหญิงทิพยสัมพันธ์ ภาณุพันธุ์ พระชายาพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๓. กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เป็นผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
ผู้ที่จะด�ารงต�าแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ต่อไปนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ทรงพระราชด�าริว่า
ั
ื
ี
เม่อคร้งนายเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เสด็จไปทรงจัดการฝึกทหารท่บางพระใน ร.ศ.๑๒๑
�
ั
ิ
ี
ั
่
ิ
ื
้
(พ.ศ.๒๔๔๕) นน ได้ทาให้ฝรงเศสเกดความระแวงว่า นายเรอเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกยรตวงศ์ รวบรวมทหาร
ื
ั
ื
เพ่อรบกับตน ในเวลาน้นสยามกับฝร่งเศสได้ลงนามในสัญญาเน่องจากกรณีพิพาทใน ร.ศ.๑๑๒ แล้ว แต่ยังไม่ได้
ั
ให้สัตยาบัน อันจะเป็นผลให้ฝรั่งเศสต้องถอนทหารออกไปจากจันทบุรีภายใน ๔ เดือน หากนายเรือเอก พระองค์เจ้า
ั
อาภากรเกียรติวงศ์ ทรงได้รับการแต่งต้งให้เป็นผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ฝร่งเศสอาจจะระแวง และถือโอกาส “รวน”
ั
และยึดจันทบุรีไว้ต่อไปได้
ี
นอกจากน้ นายเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงเป็น “พวกใหม่” หากทรงได้รับการแต่งต้งเป็น
ั
ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ก็คงจะไม่มีทางระงับความขัดแย้งระหว่าง “พวกเก่า” กับ “พวกใหม่” ได้ จึงจ�าเป็นต้อง
หา “คนกลาง” มาเป็นผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เพื่อประสานความแตกร้าวระหว่าง “พวกเก่า” กับ “พวกใหม่”
และจะได้วางระเบียบแบบแผนการงานให้เรียบร้อยด้วย
�
พระองค์ทรงพระดาริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระปรีชาสามารถ
ี
ั
ี
และพระอัธยาศัยเหมาะสมท่จะรับภาระน้ได้ จึงมีพระบรมราชโองการแต่งต้งให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า
กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เป็นผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖)
๔. จัดระเบียบราชการในกรมทหารเรือใหม่
หลังจากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ทรงรับตาแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
�
ุ
ี
ั
ู
่
ั
ี
ั
ั
ื
ั
ได้ ๕ วน คอในวนท ๒๙ กมภาพนธ์ ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖) ทรงมลายพระหตถ์ท ๑๑/๑๕๓๔ กราบบงคมทล
ี
่
เรียนพระราชปฏิบัติ เรื่อง จัดระเบียบราชการในกรมทหารเรือ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดส่วนราชการ
ในกรมทหารเรือใหม่ โดยแบ่งส่วนราชการในกรมทหารเรือออกเป็น ๕ ส่วนใหญ่ เป็นหน่วยขึ้นตรงกรมทหารเรือ คือ
๑. กรมบัญชาการกลาง
๒. กรมบัญชาการกรมเรือกล แลป้อม
๓. กรมบัญชาการทหารเรือบกในกรุงเทพฯ
๔. กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
๕. กรมบัญชาการทหารชายทเล
๓
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ทรงถวายความเห็นว่า นายเรือเอกผู้ช่วย
๔
หม่อมไพชยนต์เทพ (หม่อมราชวงศ์ พิณ สนิทวงศ์) เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษา
ทรงมีพระราชด�าริเห็นชอบ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตโดยพระราชหัตถเลขาที่ ๑๒/๑๙๕๐ ลงวันที่
ั
๒ มีนาคม ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖) ส่วนนายเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ น้น
ทรงด�ารงต�าแหน่ง ผู้บัญชาการกรมเรือกล แลป้อม อีกต�าแหน่งหนึ่ง
๓ นายเรือเอกผู้ช่วย คือ นายนาวาโท ตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ นาวาโท ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๖
๔
หม่อมไพชยนต์เทพ คือ หม่อมราชวงศ์ พิณ สนิทวงศ์ ต่อมาเป็น พลเรือตรี พระยานาวาพลพยุหรักษ์
24
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๕. ตั้งกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ื
ี
ั
�
กรมทหารเรือได้ออกคาส่งท่ ๑/๑๕๕๒ เร่อง ระเบียบราชการกรมทหารเรือ ลงวันท่ ๒ มีนาคม ร.ศ.๑๒๒
ี
(พ.ศ.๒๔๔๖) ดังนี้ (คัดลอกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับกรมยุทธศึกษา)
๑. ด้วยลักษณปกครอง แลวิธีแบ่งน่าที่บังคับบัญชาในกรมทหารเรือตามที่เปนไปอยู่ทุกวันนี้ ยังเปนการก้าวก่าย
แลปะปนกันอยู่เปนอันมาก แลเปนการเหลือบ่ากว่าแรงอยู่บางแห่ง ยังไม่เปนวิธีที่จะน�าไปสู่ความเจริญได้ จ�าจะต้อง
จัดระเบียบบังคับบัญชาขึ้นใหม่ต่อไป ดังนี้
ก) กรมบัญชาการกลาง
ข) กรมบัญชาการเรือกล แลป้อม
ฃ) กรมบัญชาการทหารขึ้นบกในกรุงเทพฯ
ค) กรมยุทธศึกษา ให้มีเจ้ากรม ๑ ปลัดกรม ๑ ยกรบัตรกรม ๑ มีน่าที่บังคับบัญชาโรงเรียนนายเรือ อ�านวยการ
ี
�
แลเรียบเรียงแบบเรียนต่างๆ กับมีน่าท่เก็บ แลอานวยการเขียน แลพิมพ์แผนท่ ซ่งได้ใช้ในการเดินเรือ แบ่งการ
ึ
ี
บังคับบัญชาเปน ๒ แพนก
คือ ๑. กองโรงเรียนนายเรือ
๒. กองแผนที่
ฅ) กรมบัญชาการทหารชายทเล
ี
ั
ี
ี
๒.ตามท่จะได้จัดระเบียบใหม่น้ ให้เจ้าน่าท่รับตาแหน่ง แลมอบน่าท่ราชการต่อกันแลกัน ต้งแต่วันท่ ๓
ี
�
ี
มีนาคม ร.ศ.๑๒๒ เปนต้นไป
ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
นายเรือเอกผู้ช่วย หม่อมไพชยนต์เทพ จึงเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษา คนแรก ต้งแต่วันท่ ๓ มีนาคม ร.ศ.๑๒๒
ี
ั
(พ.ศ.๒๔๔๖) และกรมยุทธศึกษาได้ถือก�าเนิดเป็นกรม ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ร.ศ.๑๒๒ (พ.ศ.๒๔๔๖) เป็นหน่วย
ขึ้นตรงกรมทหารเรือ
ด้วยเหตุดังนี้ จึงก�าหนดให้
วันที่ ๓ มีนาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
นายเรือเอกผู้ช่วย หม่อมไพชยนต์เทพ เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาได้เดือนเศษ ก็ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเล่อนยศ
ื
๕
เป็น นายเรือเอก ตามค�าสั่งที่ ๒๐/๓๑๙ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ร.ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗)
๕
นายเรือเอก คือ นายนาวาเอก ตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ นาวาเอก ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๖
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายเรือเอก พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์
นายเรือเอกผู้ช่วย หม่อมไพชยนต์เทพ
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือคนแรก
(พลเรือตรี พระยานาวาพลพยุหรักษ์/ม.รว.พิณ สนิทวงศ์)
26
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๖. นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ร .ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗)
ี
ี
วันท่ ๕ พฤษภาคม ร.ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗) พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕ ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรยศให้
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เป็นนายพลเรือโท
นายเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นนายพลเรือตรี
ี
วันท่ ๑๐ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา นายพลเรือตร ี
พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามจารึกใน พระสุพรรณบัฏว่า
กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
๗. กรมหมื่นชุมพรฯ ทรงท�าการในต�าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘)
วันท่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) นายเรือเอก หม่อมไพชยนต์เทพ เจ้ากรมยุทธศึกษา ได้กราบ
ี
ี
ถวายบังคมลาออกจากราชการ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ื
ให้เป็นนายทหารกองหนุนมีเบ้ยหวัด สังกัดกรมทหารเรือ และโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพร
ี
�
�
เขตรอุดมศักด ทรงทาการในตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาอีกตาแหน่งหน่ง ตามคากราบบังคมทูล ของสมเด็จเจ้าฟ้า
�
�
ึ
ิ
์
ี
ี
ั
กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต โดยคาส่งท่ ๓๕๐/๑๐๘๖๕ ลงวันท่ ๑ มีนาคม ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) ส่วนราชการในน่าท ี ่
�
�
ั
ื
เจ้ากรมยุทธศึกษาน้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงทาการไปก่อน
ิ
จนกว่าจะมีตัวรับราชการในต�าแหน่งนั้น
ี
�
ต่อมาทางราชการได้พิจารณาหาผู้ท่สมควรดารงตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาสืบแทนต่อไป เห็นว่านายพลเรือตร ี
�
ี
�
ี
�
ื
ื
ุ
กรมหม่นชมพรเขตรอุดมศักด ทรงเหมาะสมท่จะดารงตาแหน่งน้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรอตร ี
ิ
์
�
ึ
ี
�
ั
ิ
�
กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงดารงตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาต่อไปอีกตาแหน่งหน่ง ตามคาส่งท่ ๗๖/๑๙๐๐
ื
�
ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ร.ศ.๑๒๕ (พ.ศ.๒๔๔๙)
ึ
ื
และเพ่อความสดวกในด้านการปกครองย่งข้น ในระหว่างท่นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด ิ ์
ื
ี
ิ
รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ทรงท�าการในน่าที่เจ้ากรมยุทธศึกษาอยู่ด้วย สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต
ั
�
ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ จึงได้ออกคาส่งให้รวมกองรองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ มารวมในกรมยุทธศึกษาด้วย
คงเรียกชื่อว่า “กรมยุทธศึกษา”
จึงนับได้ว่า นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงด�ารงต�าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา เป็นครั้งแรก
เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘)
ิ
ื
ี
นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ จึงต้องทรงรับผิดชอบงาน ถึง ๓ หน้าท่คือ รองผู้บัญชาการ
กรมทหารเรือ ผู้บัญชาการกรมเรือกล แลป้อม และท�าการในหน้าที่เจ้ากรมยุทธศึกษา
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
๘. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต
วันที่ ๒๓ ตุลาคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต
ี
ึ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ เสด็จข้นครองราชย์ เฉลิมพระนามพระองค์เจ้าอาภากร
เกียรติวงศ์ เป็น พระเจ้าพี่ยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงค์
28
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
๙. นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเป็นผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ในเดือนธันวาคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) หลังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖
ี
เสด็จข้นครองราชย์ได้เพียงเดือนเศษ ๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะกรมทหารเรือ ข้นเป็นกระทรวงทหารเรือ
ึ
ึ
ื
ี
้
ิ
์
่
ให นายพลเรอตร กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด เป็นผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เป็นการเปลยนตาแหน่งจาก
�
ื
ี
รองผู้บัญชาการกรมทหารเรอ เป็นผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ไม่มีอานาจการบังคับบัญชาแต่อย่างใด
�
ื
�
ั
ื
เป็นผู้ทาการแทน หรือเป็นผู้ช่วย และบังคับได้ทุกๆ กรม แต่ต้องอยู่ในบังคับเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ท้งนี้เน่องจาก
ั
�
�
ื
ิ
ไม่ต้องการให้นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ มีอานาจส่งการใด ๆ ในกระทรวงทหารเรือ ส่วนตาแหน่ง
เจ้ากรมยุทธศึกษา นั้น ยังทรงด�ารงต�าแหน่งอยู่ตามปกติ
ดังจะเห็นได้จากลายพระหัตถ์นายพลเรือโท สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ที่ ๘/๑๒๙ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) กราบบังคมทูลมีสาระส�าคัญว่า
ั
�
“ให้กรมหม่นชุมพรเป็นผู้ช่วยเสนาบด น้นคงจะใช้ได้ ด้วยเปนตาแหน่งไม่มีออฟฟิศ สุดแต่เสนาบดีจะเรียก
ื
ี
ี
ึ
ให้ช่วยในทางใด ซ่งย่อมเปนการตรงกับฐานะท่เปนจริงอยู่ด้วย เพราะข้าพระพุทธเจ้าย่อมต้องอาไศรย
ทูลปฤกษาหาฤๅ พระองค์ท่านในส่วนการทหารเรืออยู่เสมอแล้ว ส่วนต�าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ก็ให้ทรงบัญชา
ึ
ั
�
ตามปกติ แต่ในตาแหน่งผู้ช่วยเสนาบด คงเป็นตาแหน่งน่าท่เพ่มข้นส่วนพระองค์เท่าน้น ไม่มีอานาจบังคับบัญชา
ิ
�
ี
�
ี
อย่างใด”
นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงด�ารงต�าแหน่ง ผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อวันที่ ๒๓
ธันวาคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓)
นายพลเรือโท สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรยศเป็น นายพลเรือเอก
เม่อวันท่ ๑๑ มกราคม ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) และเล่อนข้นเป็น กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เม่อวันท่ ๑๑ พฤศจิกายน
ี
ื
ื
ึ
ี
ื
ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔)
นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ทรงออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน
ฉายพระรูป เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๐
30
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๑๐. นายพลเรือตรี กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงถูกออกจากราชการ
ี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตร ี
ิ
ื
�
ี
กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และเจ้ากรมยุทธศึกษา ออกจากหน้าท่ราชการประจา
เป็นนายทหารกองหนุน ตั้งแต่วันที่ ๑๔ เมษายน ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔) ขณะที่มีพระชันษา ๓๐ ปีเศษ
(วันขึ้นศักราชใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ในสมัยนั้นคือวันที่ ๑ เมษายน )
ิ
ื
นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ จึงพ้นจากตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา เม่อวันท่ ๑๔ เมษายน ร.ศ.๑๓๐
ื
ี
�
(พ.ศ.๒๔๕๔)
�
ั
�
ทรงดารงตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาคร้งแรก
ี
ั
ี
ต้งแต่วันท่ ๑ มีนาคม ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) ถึงวันท่ ๑๔ เมษายน ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔)
๑๑. ทรงกลับเข้ารับราชการเป็นจเรทหารเรือพระองค์แรก
นายพลเรือตรี กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงออกจากราชการทหารเรือเป็นเวลานานถึง ๖ ปีเศษ จึงได้
ิ
ื
ื
ี
ทรงกลับเข้ารับราชการทหารเรือใหม่ เม่อวันท่ ๑ สิงหาคม ร.ศ.๑๓๖ (พ.ศ.๒๔๖๐) ในตาแหน่งจเรทหารเรือ
�
เป็นพระองค์แรก
๑๒. นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
วันที่ ๓๐ ธันวาคม ร.ศ.๑๓๖ (พ.ศ.๒๔๖๐) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรยศให้นายพลเรือเอก กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เป็นจอมพลเรือ
และนายพลเรือตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นนายพลเรือโท
๑๓. ทรงด�ารงต�าแหน่งเสนาธิการทหารเรือ
นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงด�ารงต�าแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ร.ศ.
๑๓๖ (พ.ศ.๒๔๖๐)
๑๔. กรมยุทธศึกษาทหารเรือย้ายไปขึ้นกับกรมเสนาธิการทหารเรือได้หรือไม่
วันที่ ๗ กันยายน ร.ศ.๑๓๗ (พ.ศ.๒๔๖๑)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ มีพระบรมราชโองการให้ มหาเสวกเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ
กรมหลวงปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการ มีลายพระหัตถ์ กรมราชเลขานุการ ที่ ๒๗/๘๔๒ กราบทูล จอมพลเรือ สมเด็จ
พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือว่า
ึ
ึ
ี
“จะทรงจัดการให้ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซ่งเวลาน้ข้นอยู่กับกรมจเรทหารเรือ ย้ายไปข้นอยู่กับ
ึ
�
ี
ั
ี
กรมเสนาธิการทหารเรือ อย่างท่ฝ่ายทหารบกทาอยู่แล้วบัดน้ได้ฤๅไม่? ถ้าไม่ขัดข้อง จะทรงจัดไปเช่นน้นได้
ก็จะเปนที่พอพระราชหฤทัยมาก ทั้งจะเปนอันชอบด้วยทางการด้วย”
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
วันที่ ๒๐ กันยายน ร.ศ.๑๓๗ (พ.ศ.๒๔๖๑)
จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ได้มีลาย
๑๐/๒๔๖๑
ี
พระหัตถ์ ศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ แพนกปกครอง ท่ ทูลมหาเสวกเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวง
ี
๐๖๕๑๑
ปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการทรงทราบ
“ได้รับลายพระหัตถ์ที่ ๒๗/๘๔๒ ลงวันที่ ๗ เดือนนี้ ด�าเนิรกระแสร์พระราชด�าริห์เรื่องกรมยุทธศึกษาทหารเรือว่า
�
ถ้าจัดให้ย้ายไปข้นอยู่กับกรมเสนาธิการทหารเรืออย่างท่ฝ่ายทหารบกทาอยู่แล้ว ณะบัดน้ได้จะเปนท่พอพระราชหฤทัย
ี
ี
ึ
ี
ทั้งจะเปนอันชอบด้วยทางการด้วยนั้น พระเดชพระคุณเปนล้นเกล้าฯ”
ึ
“กรมยุทธศึกษาทหารเรือน้ เปนกรมข้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือตลอดมา หาใช่เปนกรมข้นอยู่กับกรมจะเรทหารเรือ
ี
ึ
ดังเช่นฝ่าพระบาทรับสั่งไม่ การที่มีสัมพันธ์กับกรมจะเรทหารเรืออยู่ณะบัดนี้ ก็เพียงด้วยการร่วมตัวบุคคลในต�าแหน่ง
หัวน่าเท่านั้น คือนายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ทรงทาการอยู่ในตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
�
�
ื
ี
ึ
�
ทหารเรือ แลเปนจะเรทหารเรือด้วยรวมเปน ๒ ตาแหน่ง เพราะฉน้นการท่จะยกกรมยุทธศึกษาทหารเรือไปข้น
ั
ั
กรมเสนาธิการทหารเรือ จึงจะต้องเป็นการลดฐานะของกรมอิศระลงไปเป็นกรมข้นช้นรอง ระเบียบการกระทรวงทหารเรือ
ึ
ี
ึ
ั
ึ
ต้งแต่เดิมมาจนบัดน้ ยังมิได้แบ่งกรมเปนกรมใหญ่กรมน้อย กล่าวคือ มีกรมน้อยข้นกรมใหญ่ ๆ ข้นตรงต่อ
่
ั
้
ึ
ี
ี
ี
ู
กระทรวงทหารเรอ คงมอย่แต่กรมทขนตรงต่อกระทรวง แล้วแบ่งย่อยลงเปนกองทเดยว หากจะจดให้ลด
ี
ื
ึ
ื
ึ
ี
กรมยุทธศึกษาทหารเรือลงเปนกรมน้อย ข้นต่อกรมใหญ่อีกชั้นหน่งฉน้นแล้ว จะต้องจัดเปล่ยนแปลงระเบียบการอ่น
ั
เข้าหาอีกเปนอันมาก โดยยังไม่แลเห็นว่าจะมีความจ�าเปนต้องจัดแบ่งระเบียบกรมใหญ่กรมน้อย เช่นว่านั้นขึ้นที่อื่นอิก
ึ
ึ
่
ิ
ี
่
้
ี
ั
กจะเปนการแก้ไขระเบยบการทงหลายสาหรบการนแต่รายเดยว อกประการหนง นายทหารแพนกพลรบ ซงได้
�
ี
ั
้
็
ปลูกเพาะข้นในราชการน้น ยังมีอายุราชการน้อยอยู่ตามกัน ยังเปนการยากท่จะหาตัวบุคคล ต้งแต่งเปนเจ้ากรม
ึ
ั
ี
ั
�
หากจะใช้ผู้ช่วยพลรบก็ไม่เหมาะ แลเวลาน้ก็ต้องใช้ผู้ช่วยพลรบเปนหัวน่ากรมในตาแหน่งท่ควรเปนพลรบ
ี
ี
หลายตาแหน่งอยู่แล้ว ตามพระราชดาริห์ท่จะให้เสนาธิการทหารเรือบังคับอานวยการศึกษาทหารเรือโดยตรงน้น
ี
ั
�
�
�
ิ
เปนการชอบด้วยระเบียบการแลทางการย่งนัก แต่หม่อมฉันเห็นว่าอาจจะมีทางสมพระราชประสงค์ได้ โดยไม่ต้อง
เปลี่ยนฐานะแห่งกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทั้งกลับจะเปนการง่ายแลสดวกยิ่งขึ้น กล่าวคือเปลี่ยนตัวเจ้ากรมยุทธศึกษา
�
ทหารเรือ ให้นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร ดารงต�าแหน่งจะเรทหารเรือตาแหน่งเดียว
�
แลจัดให้นายพลเรือโท พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ เสนาธิการทหารเรือ เปนเจ้ากรมยุทธศึกษา
ื
ิ
ี
�
ี
ั
ี
ึ
ทหารเรือ ด้วยอีกตาแหน่งหน่ง ดังน้หวังว่าได้ผลเท่ากับท่มีพระราชประสงค์น้นอยู่แล้ว ท้งน้การจะควรประการใด
ี
ั
แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า”
32
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ลายพระราชหัตถ์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ มีลายพระราชหัตถ์ดังนี้
ื
ึ
ั
ึ
“ฃ้าพเจ้าส่งห้วนไปเอง จ่งบังเกิดเร่องเฃ้าใจผิดข้น. แท้จริงไม่ได้ต้งใจจะให้ยกเอากรมยุทธศึกษา ไปข้นกรมเสนาธิการ
ั
ึ
ั
ั
หามิได้, เปนแต่ปรารภว่า ถ้าให้เสนาธิการได้เปนผู้บังคับบัญชากรมยุทธศึกษาด้วยจะสดวกกระมังเท่าน้น. เพราะฉน้น
เปนอันตกลงตามที่เสนาบดีว่ามา.”
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๑๕. นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
วันที่ ๒๖ กันยายน ร.ศ.๑๓๗ (พ.ศ.๒๔๖๑)
ี
มีหนังสือกรมราชเลขานุการ หมายเลขท่ ๓๐๑/๙๑๘ กราบทูล จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า
กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ว่า
�
“มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กราบทูลว่า ทรงพระราชดาริห์ว่า การบังคับบัญชากรมยุทธศึกษา
ั
ี
�
ทหารเรือน้น ถ้าเปลี่ยนให้เสนาธิการทหารเรือบังคับอานวยการด้วยอีกหน้าท่ ๑ จะชอบด้วยระเบียบทางการด ี
เพราะฉน้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือโท พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม่นสิงหวิกรมเกรียงไกร จเรทหารเรือ
ื
ั
�
�
�
ื
ี
และเจ้ากรมยุทธศึกษา ดารงแต่ตาแหน่งจเรทหารเรือ ตาแหน่งเดียว และให้นายพลเรือโท พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่น
ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เสนาธิการทหารเรือ เปนเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือด้วยอีกต�าแหน่งหนึ่ง ตั้งแต่บัดนี้ไป”
นายพลเรือโท พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงด�ารงต�าแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ครั้งที่ ๒
เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ร.ศ.๑๓๗ (พ.ศ.๒๔๖๑)
๑๖. นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทรงเป็นข้าหลวงพิเศษ ซื้อเรือพระร่วง
นายพลเรือโท กรมหม่นชุมพรเขตรอุดมศักด์ ทรงได้รับแต่งต้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษออกไปซ้อเรือในภาคพ้นยุโรป
ื
ื
ั
ิ
ื
พร้อมด้วยนายทหารอีก ๖ นาย เพื่อซื้อเรือพระร่วง ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๒
เรือหลวงพระร่วง
34
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
๑๗. นายพลเรือเอก กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ื
นายพลเรือโท กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้รับพระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็น นายพลเรอเอก เมื่อวันที่ ๒๓
เมษายน พ.ศ.๒๔๖๓
ุ
ิ
ั
่
ื
ุ
ื
�
ื
ั
์
ู
ั
นายพลเรอเอก กรมหมนชมพรเขตรอดมศกด ทรงเป็นผ้บงคบการเรอพระร่วงเอง นาเรอพระร่วงจากประเทศ
ื
อังกฤษเข้ามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๓
๑๘. ทรงเลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
วันท่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๓ มีพระบรมราชโองการดารัสส่งให้เล่อน พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหม่นชุมพร
ื
�
ั
ี
ี
ื
เขตรอุดมศักด์ ข้นเป็นกรมหลวง มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ิ
ี
ิ
ึ
(เปลี่ยนตัวสะกดพระนามกรมจากการสถาปนาครั้งนี้จาก “เขตร” เป็น “เขต”)
๑๙. กรมยุทธศึกษาทหารเรือขึ้นตรงต่อกรมเสนาธิการณ์ทหารเรือ
วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
ั
จอมพลเรือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช จะเรทหารท่วไป ผู้กากับราชการทหารเรือ
�
๒๐/๒๔๖๔
มีลายพระหัตถ์ ศาลาว่าการกระทรวงทหารเรือ แพนกปกครองท่ ลงวันท่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
ี
ี
๐๖๕๑๘
ี
ี
กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ ขอพระบรมราชานุญาตเปล่ยนแปลงการทหารเรือ
บางแพนก และบรรจุตัวคนรับราชการ เพื่อสดวกแก่การปกครองบังคับบัญชา มีใจความส�าคัญว่า
นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสนาธิการทหารเรือ เสนอความเห็นว่า
ั
ั
ั
่
ื
ี
ี
ุ
ั
่
ั
“ เพอสดวกแก่การปกครองบงคบบญชา สมควรเปลยนแปลง สงกดกองโรงเรยนบางกอง แลยบกรมใหญ่
เป็นกรมน้อย” ดังนี้
๑. ยกกองโรงเรียนจ่าเรือ ซึ่งเดิมสังกัดอยู่ในกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ไปขึ้นอยู่ในกรมทหารเรือชายทะเล เพราะ
ี
ั
ี
สถานท่อยู่ใกล้กับกองโรงเรียนพลทหารเรือท่ ๔ จักเปนการสดวกในการปกครองแลฝึกหัดส่งสอนทหารจาพวกน ้ ี
�
ได้ประโยชน์ดีกว่าแต่ก่อน
๒. ยกกองโรงเรียนพลทหารเรือกรุงเทพ จากกรมชุมพลทหารเรือ ไปขึ้นอยู่ในกรมทหารเรือชายทะเล ด้วยเป็น
กรมรับทหารเข้าใหม่อยู่แล้ว ลักษณะแห่งการสั่งสอนจะได้ลงร่องรอยเหมือนกันทุกแห่ง
๓. ยกป้อมพระจุลจอมเกล้า แลป้อมผีเส้อสมุทรจากกรมทหารเรือชายทะเล เปนกองป้อมอิศระ ข้นตรงต่อ
ึ
ื
เสนาบดี ท�านองเช่นกระบวนเรือรบหลวง
ึ
๔. กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ยังคงมีอยู่แต่กองโรงเรียนนายทหารเรือเท่าน้น เห็นควรลดจากกรมอิศระท่ข้นตรงต่อ
ี
ั
เสนาบดี เปนกรมน้อยขึ้นกรมเสนาธิการณ์ทหารเรือ
๕. รวมงานแพนกต่าง ๆ ในกรมเสนาธิการณ์ทหารเรือ นอกจากแพนก ๗ (อุทกศาสตร์, ทุ่นแลกระโจมไฟ) ซ่งจะยก
ึ
ั
ึ
ึ
ข้นเปนกรมอิศระต่อไปในข้างน่า ต้งเปนกรมยุทธศาสตร์ข้นอยู่กับกรมเสนาธิการณ์ทหารเรือ เช่นเดียวกับกรมยุทธศึกษา
ทหารเรือ ที่จะมาสังกัดใหม่
เพ่อให้ความเห็นน้ได้รับความพิสูจน์ว่าจักเปนผลดี หรือประการใด จอมพลเรือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยา
ี
ื
�
ั
ภาณุพันธุวงศ์วรเดช จะเรทหารท่วไป ผู้กากับราชการทหารเรือ ได้เรียกหัวหน้ากรมใหญ่มาประชุมปฤกษาหารือ
มีความเห็นสอดคล้องต้องกันโดยมากว่าพระดาริห์ของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ ์
�
ี
ี
เสนาธิการทหารเรือน้น ไม่เปนเหตุท่จะท�าให้ราชการทรามลงได้ อยู่ในทางเห็นผลท่จะเปนประโยชน์ดีขึ้นในทาง
ี
ั
การปกครอง ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชเอง ก็ทรงมีความเห็นพ้องด้วยเช่นเดียวกัน
สรุปความเห็นของ นายพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ คือ
ยกกองโรงเรียนจ่าเรือ จากกรมยุทธศึกษา และยกเลิกกองโรงเรียนพลทหารเรือกรุงเทพฯ จากกรมชุมพลไปขึ้น
กรมทหารเรือชายทะเล
ื
ยกป้อมพระจุลจอมเกล้า และป้อมผีเส้อสมุทรจากกรมทหารเรือชายทะเล เปนกองป้อมอิศระ ข้นตรงต่อเสนาบด ี
ึ
ลดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซ่งมีอยู่แต่กองโรงเรียนนายทหารเรือ จากกรมอิศระเปนกรมข้นของกรมเสนาธิการณ์
ึ
ึ
รวมงานแพนกต่าง ๆ ในกรมเสนาธิการณ์ นอกจากแพนกที่ ๗ ตั้งเปนกรมยุทธศาสตร์ ขึ้นกรมเสนาธิการณ์
ยุบกรมยุทธศึกษาลงเปนกรมน้อย ขึ้นกรมเสนาธิการณ์ และให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พ้นจากต�าแหน่ง
๖
�
�
เจ้ากรมยุทธศึกษา ให้นายนาวาโท พระกาจกาแหง เปนเจ้ากรมยุทธศึกษา แลทาการผู้บังคับการกองโรงเรียน
นายทหารเรืออีกต�าแหน่ง ๑
๖
นายนาวาโท พระกาจก�าแหง ก่อน ร.ศ.๑๓๐ คือนายเรือเอกผู้ช่วย ตั้งแต่ ร.ศ.๑๓๐ คือ นายนาวาโท
พระกาจก�าแหง คือ ห้อง หังสนาวิน, พระยาก�าแหงณรงค์ฤทธิ์
36
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายนาวาโท พระกาจก�าแหง
(พระยาก�าแหงณรงค์ฤทธิ์/ห้อง หังสนาวิน)
ให้นายนาวาโท พระปรีชาชลจร เปนเจ้ากรมยุทธศาสตร์
ให้นายนาวาตรี พระเรืองศักดิ์สาครเขต เปนผู้บังคับการกองป้อมอิศระ
ให้นายนาวาตรี หลวงชลัมพิไสยเสนี ผู้บังคับการ ร.ร.ล.พระร่วง เปนผู้รั้งต�าแหน่งผู้บัญชาการกระบวนเรือที่ ๒
อีกต�าแหน่งหนึ่ง
วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
ี
ี
มีหนังสือหมายเลขท่ ๕/๓๒๒ วังพญาไท ลงวันท่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔ ทูลจอมพล สมเด็จฯ เจ้าฟ้า
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช จะเรทหารทั่วไป ผู้ก�ากับราชการทหารเรือ ความว่า
๒๐/๒๔๖๔
ี
ี
ี
ลายพระหัตถ์ท่ ลงวันท่ ๑๔ เดือนพฤศจิกายนว่า เสนาธิการทหารเรือ (นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ
๐๖๕๑๘
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ทรงเห็นควรเปลี่ยนแปลงราชการทหารเรือบางแพนก
ึ
“...ทรงขอยุบกรมยุทธศึกษาลงเป็นกรมน้อยข้นกรมเสนาธิการณ์ และให้กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักด์ พ้นจาก
ิ
�
ตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ให้นายนาวาโท พระกาจกาแหงเปนเจ้ากรมยุทธศึกษา และทาการผู้บังคับการกอง
�
�
โรงเรียนนายทหารเรืออีกต�าแหน่ง ๑...”
ทราบแล้ว อนุญาต
ี
จากเอกสารฉบับน้ จึงแสดงว่า นายพลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ พ้นจากตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
ิ
�
�
�
�
�
คงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือตาแหน่งเดียว และนายนาวาโท พระกาจกาแหง เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
และท�าการผู้บังคับการกองโรงเรียนนายทหารเรืออีกต�าแหน่งหนึ่ง
�
�
ิ
นายพลเรือเอก พระเจ้าพ่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ จึงพ้นจากการดารงตาแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษา
ี
ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
สรุป
�
ิ
นายพลเรือเอก พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ทรงดารงตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา
�
๒ ครั้ง
ครั้งที่ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน ร.ศ.๑๓๐ (พ.ศ.๒๔๕๔)
ครั้งที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ร.ศ.๑๓๗ (พ.ศ.๒๔๖๑) ถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๔๐ (พ.ศ.๒๔๖๔)
นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
๒๐. เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
�
ิ
�
นายพลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ทรงดารงตาแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เป็นตาแหน่งสุดท้าย
�
รับราชการสนองพระเดชพระคุณ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖
๒๑. สิ้นพระชนม์
นายพลเรือเอก กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม
พ.ศ.๒๔๖๖ สิริพระชันษาได้ ๔๒ ปี ๕ เดือน ทรงด�ารงต�าแหน่งเสนาบดีได้เพียง ๔๙ วัน
ทรงรับราชการทหารเรือจนวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพในต�าแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
๒๒. นามสกุล “อาภากร ณ อยุธยา”
ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๒
๒๓. เฉลิมพระนามเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว
เฉลิมพระนามเม่อส้นพระชนม์แล้วเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ โดยพระบาท
ื
ิ
สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๘
38
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
อดีต กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ที่เก๋งพระปิ่น พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี
ปัจจุบัน กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ที่ศาลายา พุทธมณฑล นครปฐม
๒๔. สถานที่ท�าการของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
�
ี
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีสถานท่ทาการแห่งแรกอยู่ท่ เก๋งพระปิ่น หรือมีช่อเรียกอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน
ื
ี
ี
ั
�
ว่า ตาหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จากน้นกรมยุทธศึกษาทหารเรือก็ย้ายท่ทาการร่อนเร่พเนจรต่อไป
�
อีกหลายแห่ง กล่าวโดยสังเขป คือ จากเก๋งพระปิ่นไปตึกบวรวิไชยชาญ โรงเรียนเตรียมนายเรือ (อาคารที่สร้างขึ้นใหม่
ปัจจุบัน คือ กรมสารบรรณทหารเรือ) อาคารสถานีทหารเรือกรุงเทพ ริมแม่นาเจ้าพระยา (ได้ร้อออกสร้างเป็น
ื
�
้
หอประชุมกองทัพเรือในปัจจุบัน) ในที่สุดมาปักหลักอยู่ที่ต�าบลศาลายา อ�าเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม คงจะอยู่
ที่นี่เป็นการถาวร (ในอนาคตยังไม่แน่ว่าจะพเนจรต่อไปอีกหรือไม่)
40
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
๒๕. อนาคตของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ส่วนสายการบังคับบัญชาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ จะย้ายไปขึ้นตรงต่อหน่วยใด มีหน่วยขึ้นตรงเพิ่มขึ้น หรือ
ลดลง เป็นเรื่องที่อาจเป็นไปได้
อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป
๒๖. กรมยุทธศึกษาทหารเรือในปัจจุบัน
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ในอดีตเมื่อแรกตั้ง พ.ศ.๒๔๔๖ มีหน่วยขึ้นตรงเพียง ๒ หน่วย
ในปัจจุบันมีหน่วยขึ้นตรงถึง ๑๕ หน่วย (ยังไม่นับหน่วยย่อย)
ื
ิ
ิ
ึ
ึ
แสดงว่ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ใหญ่ ข้น มีหน่วยข้นตรงเพ่มมากข้น(มาก) เม่อมีหน่วยเพ่มมากข้น ก็ต้องม ี
ึ
ึ
ภาระ เพิ่มมากขึ้น การที่จะบริหารให้ทุกหน่วย เจริญ ขึ้นจึงเป็นการ ยาก
อุปสรรคในการบริหารที่เกิดขึ้นกับบางหน่วยได้แก่ ปัญหาในด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ งบประมาณ การปกครอง
ฯลฯ ขอยกตัวอย่างหน่วยที่เห็นกันได้ ชัดๆ
กองอนุศาสนาจารย์ คนส�าคัญในกองอนุศาสนาจารย์ คือตัว อนุศาสนาจารย์ เอง ต้องเป็นตัวอย่าง มีคุณสมบัติ
พร้อมเป็นผู้อบรมสั่งสอนในเรื่องศีลธรรม วัฒนธรรม ไม่มีประวัติด่างพร้อย เสื่อมเสียในราชการ และเรื่องส่วนตัว
ี
�
กองห้องสมุด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖ ทรงมีพระราชดารัสว่า
“ชาติใดไมมีหนังสือ ไมมีต�านาน นับว่าเป็นเหมือนคนป่า”
่
่
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ตอนหน่งว่า
ิ
ึ
“อันวิชาใดในพ้นภูมิประเทศ ไม่วิเศษโด่งดังเหมือนหนังสือ”
ื
Francis Bacon กล่าวว่า
“Reading maketh a full man”
“การอ่านท�าให้เป็นคนโดยสมบูรณ์”
นักวิชาการบอกว่า “ถ้าจะวัดความเจริญของสถาบันใดแล้ว ขอให้ไปดูห้องสมุดของสถาบันนั้นเถิด”
ห้องสมุด เป็นหน้าตาของกองทัพเรือ
กองประวัติศาสตร์/พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ให้ความส�าคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไว้ว่า
“หากประเทศชาติไม่มีประวัติศาสตร์ ก็เหมือนต้นไม้ไม่มีรากแก้ว”
“ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนที่ส�าคัญ เหมือนกระจกส่องอนาคต”
ุ
็
ิ
ี
�
พิพิธภัณฑ์เป็น หน้าตา ท่สาคญอย่างหนงของสถาบัน จอมพลเรอ สมเดจพระมหิตลาธเบศร อดลยเดชวกรม
ิ
่
ื
ั
ึ
พระบรมราชชนก ตรัสอยู่เสมอว่า “คนที่ไปถึงเมืองไหน แล้วไม่ไปดูมิวเซียม คน ๆ นั้นไม่สิวิไล”
นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ราชนาวิกสภา/นาวิกศาสตร์
ี
ิ
�
ราชนาวกสภา เป็นหน่วยสาคัญของกองทัพเรือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ ๖
พระราชทานนามเป็นภาษาอังกฤษว่า “ROYAL NAVAL INSTITUTE” หน่วยงานท่ใช้คาว่า ROYAL หรือ ราช
ี
�
น�าหน้านั้น นับว่าเป็นหน่วยงานส�าคัญที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และค�าว่า INSTITUTE หรือ สภา นั้น หมายถึง สถาบัน
เป็นหน่วยงานที่ส�าคัญ และยิ่งใหญ่
ี
�
นาวิกศาสตร์ นับว่าเป็นนิตยสารสาคัญหมายเลข ๑ ของกองทัพเรือ แต่เป็นหน่วยงานท่มีอุปสรรค และม ี
ปัญหามาก
มีผู้กล่าวว่า ถ้าจะดูว่านิตยสารฉบับไหน ดี หรือไม่ นั้น ประการแรกก็คือ นิตยสารฉบับนั้นออกตรงตามเวลา
หรือไม่
�
ิ
ึ
ี
�
ี
๑๕หน่วยของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ หน่วยใดท่ทาไว้ดีอยู่แล้ว ก็จงทาให้ดีย่งข้นไป หน่วยท่ยังไม่ดี ก็ขอให้
พิจารณาเอาเถิดว่าสมควรจะปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้นหรือไม่ เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้เพียงใด
๒๗. พระอนุสาวรีย์ กรมหลวงชุมพรฯ ที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ิ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ องค์บิดาของ
ทหารเรือไทย ทรงด�ารงต�าแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือถึง ๒ ครั้ง
ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๘ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔
ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๑ ถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๔
เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน กรมยุทธศึกษาทหารเรือในสมัยที่ พลเรือโท สุรินทร์ เริงอารมณ์ เป็น
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ จึงได้สร้างพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
ิ
�
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ เป็นอนุสรณ์สาคัญในโอกาส ๑๐๑ ปี แห่งการสถาปนากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
�
�
�
ั
พระอนุสาวรีย์ฯ ต้งอยู่กลางสระนา ด้านหน้ากองบังคับการกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตาบลศาลายา อาเภอพุทธมณฑล
้
จังหวัดนครปฐม เป็นพระรูปทรงยืน ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง
ั
พระอนุสาวรีย์ฯ แห่งน้เป็นศูนย์รวมจิตใจกาลังพลของกรมยุทธศึกษาทหารเรือ และให้ประชาชนท่วไป
�
ี
ได้สักการบูชา
พลเรือเอก ชุมพล ปัจจุสานนท์ อดีตผู้บังคับบัญชาการทหารเรือ (๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๖ - ๓๐ กันยายน พ.ศ.
่
ึ
ั
ี
ี
ี
่
ิ
ั
๒๕๔๗) เป็นประธานในพธเปิดพระอนุสาวรย์ฯ ในวนท ๓ มนาคม พ.ศ.๒๕๔๗) ซงเป็นวนครบรอบ ๑๐๑ ปี
ี
แห่งการสถาปนากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
42
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ตราประจ�าพระองค์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ลงท้าย
�
ก่อนจบ ขออัญเชิญคาถาประจาพระองค์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย มาไว้ ณ ที่นี้ คือ
หมายเหตุ บทความเรื่องนี้มีอยู่หลายตอนด้วยกันที่ได้คัดลอกมาจากต้นฉบับของจริง จึงพิมพ์ตัวสะกดต่าง ๆ ตามที่ได้คัดลอก
มาทุกประการ ไม่ได้พิมพ์ผิดหรือเขียนผิดแต่อย่างใด
44
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
“จิตวิญญาณ..ผู้บังคับการเรือ”
ตอนอวสาน
พลเรือเอก สามารถ จาปีรัตน์
�
ราชสีห์ติดบ่วงพราน
�
ี
การปิดระยะเข้าหากันด้วยความเร็วสูงสุด ทาให้ หาก Langsdorff ตัดสินใจหันเล้ยวกลับ แล้วแล่นหน ี
ั
ั
ื
ั
ระยะห่างของท้งสองฝ่ายร่นเข้าอย่างรวดเร็ว และต่อเม่อ ด้วยความเร็วสูงสุดต้งแต่ตอนน้น ถึงแม้ว่าเรือข้าศึก
ั
�
�
ั
Langsdorff สามารถแยกแยะออกว่า เรือข้าศึกท้ง ๓ ลา ท้ง ๓ ลา จะมีความเร็วเหนือกว่า แต่ก็จะต้องใช้เวลา
ี
ไม่ใช่เรือพิฆาตขนาดเล็ก แต่เป็นเรือลาดตระเวน นานพอสมควรกว่าท่จะสามารถร่นเข้าสู่ระยะยิงหวังผล
ขนาดใหญ่ท่กาลังตีวงล้อมเขาอยู่ ระยะก็ได้ร่นเข้ามา ของฝ่ายตนได้ ซึ่งในช่วงเวลาตายนั้น Graf Spee ก็จะ
�
ี
�
ต�่ากว่า ๓๐,๐๐๐ หลาแล้ว อนึ่ง ที่จุดนี้ผู้เขียนอนุมานว่า สามารถใช้ช่วงชกท่ยาวกว่ามาก “คาแล้วต่อย” สอยเรือ
้
ี
บรรยากาศบนเรือ Graf Spee ในขณะน้นก็คงจะโกลาหล ฝ่ายอังกฤษให้ร่วงไปทีละล�าได้อย่างไม่ยากเย็น
ั
พอสมควร เพราะครั้งนี้จะเป็นสถานีรบจริง ๆ ครั้งแรก อน่ง ผู้เช่ยวชาญบางท่านก็ยังได้อนุมานต่อไปอีกว่า
ึ
ี
ั
ี
ี
ในรอบ ๔ เดือนกว่าท่เรืออยู่ในทะเล ท่ผ่านมาน้น มูลเหตุของแรงบันดาลใจในการตัดสินใจแบบน้น น่าจะ
ั
�
ื
ล้วนเป็นการ “จ่อยิง” โดยไม่กดดันเพ่อทาลายเรือสินค้า มาจากสัญชาตญาณ หรือประสบการณ์ด้งเดิมของ
ั
ั
ั
ั
้
�
ิ
ั
่
ี
็
ื
ั
ด้วยหมู่ปืนรองขนาด ๕.๙ น้วกลางลาเท่าน้น ดังน้น Langsdorff ทเป็นนกรบเรอยนต์เรวมาตลอด ดงนน
�
ั
ื
ิ
�
การประจาสถานีเพ่อเข้ารบจริง ๆ ต้งแต่ตอนเช้ามืด ในยามวิกฤตจึงได้เกิดแรงผลักดันให้ตัดสินใจนาเรือว่งฝ่า
ั
ั
ี
ึ
(ซ่งเป็นช่วงเวลาล่อแหลม ท่นักรบทางเรือมืออาชีพท้งหลาย ห่ากระสุนเข้าหาอย่างไม่หว่นเกรง โดยละเลยโอวาท
ควรจะสังวรให้ด : ผู้เขียน) จึงน่าจะไม่ล่นไหลตามแบบฝึก ของผู้บัญชาการทหารเรือท่ได้ให้ไว้ก่อนออกรบ อันได้
ื
ี
ี
ั
�
โดยเฉพาะปืนหลักท้งสองป้อม ซ่งก็คงจะไม่เป็นท ี ่ นามาสู่จุดจบอันน่าสะเทือนใจของเรือ และตัวเขาเอง
ึ
สบอารมณ์ของลางส์ดอร์ฟเท่าใดนัก ในภายหลัง
ี
ท่ามกลางความสับสนกดดันของสถานการณ์รอบด้าน ด้วยระยะท่ร่นเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ทาให้ Graf Spee
�
และความคลุมเครือของข่าวสารข้อมูล วินาทีวิกฤตของ ถลาตัวเข้าสู่กลางวงล้อมของหมู่เรืออังกฤษภายในไม่ก่นาท ี
�
ี
การตัดสินใจว่า จะเลี้ยวหันหลังกลับแล้วเร่งความเร็วหนี ต่อมา Langsdorff ปรับเข็มยิงเพ่อใช้ปืนใหญ่ท้งสองป้อม
ั
ื
หรือเข้าปะทะเพ่อแหวกวงล้อมออกไปข้างหน้าก็มาถึง ระดมยิงใส่เรือลาดตระเวนหนัก Exeter ทางกราบขวา
ื
Langsdorff กได้ตดสินใจอย่างเด็ดเดยวโดยการนาเรอ และใช้หมู่ปืนรองกลางลายิงตอบโต้เรือลาดตระเวนเบา
ี
็
ั
�
ื
�
่
ื
พุ่งเข้าหา เพ่อใช้หมู่ปืนรองท้ง ๘ กระบอก ยิงต่อสู้กับ Ajax และ Achillis ทกาลงตีวงล้อมกรอบทางกราบซ้าย
่
�
ั
ี
ั
ึ
ั
�
เรือลาดตระเวนเบาท้งสองลาทางทิศตะวันออก และ ในขณะท่ฝ่ายอังกฤษก็ยิงตอบโต้อย่างทันทีทันควัน อน่ง
ี
ิ
ใช้ปืนหลักขนาด ๑๑ น้ว ท้งสองป้อมยิงทาลาย ฉากการรบปะทะกันอย่างดุเดือดในครั้งนี้ ในเวลาต่อมา
ั
�
เรือลาดตระเวนหนักที่ขวางกั้นทางทิศใต้ ก็ได้กลายเป็นตานานประวัติศาสตร์ (Sea Battle of River
�
ั
การตัดสินใจในนาทีวิกฤตของ Langsdorff ในคร้งน ี ้ Plate/Rio de la Plata) ของโลก ท่ไม่มีนักประวัติศาสตร์
ี
บรรดานักวิเคราะห์สงครามทางเรอพากนลงความเห็นว่า ทางเรือคนใดจะไม่รู้จัก สาหรับราชนาวีอังกฤษก็ได้ใช้
�
ั
ื
นับเป็นจุดผกผันของฉากสถานการณ์ เพราะในนาทีน้น ฉากน้เป็นกรณีศึกษาประกอบหลักสูตรต้นปืนของโรงเรียน
ี
ั
ู
ู
Graf Spee ยงอย่นอกระยะยงของหม่เรือไล่ล่าองกฤษ ปืนใหญ่ HMS Collingwood มาโดยตลอด เพราะถือว่า
ั
ั
ิ
ั
่
ี
ี
ิ
(ประมาณ ๒๕,๐๐๐ หลา) ในขณะท่ปืนใหญ่ขนาด ๑๑ น้ว เป็นฉากท Classic ในสายตาของนักเลงปืนเรือท้งหลาย
้
่
็
ั
ท้งสองป้อมของ Graf Spee เร่มยิงหวังผลได้แล้ว ดังน้น เนองจากเปนการดวลกนดวยปนใหญเรอลวน ๆ โดยไมม ี
ื
ิ
ั
่
ื
่
ื
ั
้
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ื
�
ิ
ึ
�
ตัวช่วยอ่นใด (นอกจากเคร่องบินทะเลประจาเรือของ จะจม หรือเรือท่กาลังช่วยเหลือ (ซ่งจะต้องหยุดเป็นเป้าน่ง)
ี
ื
ึ
�
ฝ่ายอังกฤษ ซ่งก็ทาได้แค่เพียงช่วยตรวจกระสุนตกและ สถานการณ์ก็จะกลับยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมอีกด้วย
ติดตามรายงานพฤติกรรมของ Graf Spee เท่าน้น) ส�าหรับ Langsdorff นั้น เขาก็ก�าหนดแผนการรบ
ั
�
�
ึ
ี
่
ั
เป็นการดวลกันแบบสามต่อหน่ง และด้วยจานวนกระบอกปืน ในทานองเดียวกับท Harwood คิดหรือกังวล น่นก็คือ
ึ
ึ
ื
�
โดยรวม ในอัตราส่วนสามต่อหน่งเช่นกัน (แต่หน่งเดียว เม่อถูกข้าศึกจานวนมากกว่ารุมล้อม ก็จะต้องระดม
�
ี
ของฝ่ายเยอรมันนั้น ทั้งหนักและอึด) อานาจการยิงไปยังเป้าท่อยู่ใกล้ หรือมีโอกาสทาลายได้ง่าย
�
�
ื
ี
�
ั
ื
ี
เม่ออานาจการยิงสัมพันธ์ (Rel. Fire Power) ท่สุดก่อน ท้งน้เพ่อลดความแพ้เปรียบด้านจานวนเรือ
้
ึ
ในภาพรวมกาก่งกัน จึงต้องวัดกันท “ทักษะ” (ความ ต้งแต่ต้น อีกท้ง ถ้าสามารถจมได้ก็จะมีผลทาให้ข้าศึก
�
่
ั
ั
ี
�
�
ี
่
่
�
ั
เช่ยวชาญ) และ “ประสบการณ์” (ความชาชอง) ของ ระสาระสายเสียขวัญอีกด้วย เขาจึงส่งการให้ต้นปืน
�
�
ื
�
�
ั
ผู้นาหน่วยท้งสองฝ่ายเพ่อช่วงชิงความสาเร็จ ตามคาขวัญ รวมอานาจการยงของปืนใหญ่ และปืนรองทงหมด
ั
ิ
้
ของนักเลงปืนเรือ คือยิงให้... “แม่น” ... “แน่น”...และ “นาน” ไปที่เรือ Exeter ทางหัวเรือกราบขวาเป็นหลัก ส่วนเรือ
ั
(Hit first.. Hit hard..and keep on Hitting) ท้งพลเรือจัตวา ลาดตระเวนเบาท้งสองลาทางกราบซ้าย ก็ให้ยิงสกัดด้วย
ั
�
Harwood ผู้บังคับหมู่เรือ และ นาวาเอก Langsdorff หมู่ปืนรองทั้ง ๔ กระบอก ทางกราบซ้าย และหากข้าศึก
ั
ี
ต่างระดม “ทักษะ” และ “ประสบการณ์” ท่ได้ส่งสมมา แล่นฝ่าเข้ามาใกล้เขาก็จะยิงสกัดด้วยตอร์ปิโด (Graf Spee
ตลอดชีวิต บัญชาการรบอย่างดุเดือด โดยมีชีวิตของตนเอง มีตอร์ปิโดถึง ๘ ท่อ ที่ดาดฟ้าท้ายเรือทั้ง ๒ กราบ)
ึ
ั
ั
กับลูกเรือท้งหมดเป็นเดิมพัน ซ่งนับเป็นการปะทะกัน เม่อเรือท้งสองฝ่ายต่างอยู่ในระยะยิงหวังผล ของฝ่าย
ื
ิ
ี
ในสมรภูมิไกลบ้านข้ามซีกโลกเป็นกรณีแรก ในช่วงเร่มต้น ตรงข้าม ผลลัพธ์จึงวัดกันท่ฝ่ายใดสามารถยิงได้แม่น
ั
ิ
ั
ของการประกาศสงคราม อันจะส่งผลถึงขวัญ และศักด์ศร ี หนัก และนาน รวมท้งมีลูกอึดมากกว่ากันด้วย ท้งสองฝ่าย
ี
ของกองทัพเรือทั้งสองฝ่ายด้วย ต่างก็งัดเอายุทธวิธ และฝีมือการรบท่สะสมอยู่ท้งหมด
ั
ี
ู
Harwood ฉลาดพอท่จะใช้ยุทธวิธ “ฝงหมาป่า แลกหมัดสาดกระสุนปืน สลับกับการยิงตอร์ปิโดเข้าใส่กัน
ี
ี
�
ั
ล่าสิงโต” โดยส่งการให้เรือลาดตระเวนเบาท้งสองลา อย่างไม่ย้ง แบบใครดีใครอยู่เป็นเวลากว่า ๒ ช่วโมง
ั
ั
ั
่
้
่
็
็
้
ใชความเรว และความคลองตวใหเปนประโยชนคอยหลอกลอ นับเป็นการย้อนรอยยุทธนาวีท่จัตแลนด์ (Battle of
์
ั
ี
ี
ื
และถ้ามีโอกาสก็โฉบฉวยเข้าโจมต แล้วถอยฉากออก Jutland) ระหว่างกองทัพเรือของประเทศท้งสองเม่อ
ั
ั
อย่างรวดเร็ว เป็นการก่อกวนให้ Graf Spee เกิดความ ๒๓ ปีก่อน (ค.ศ.๑๙๑๖ ในสงครามโลกคร้งท ๑)
ี
่
พะวักพะวน เพ่อเปิดโอกาสให้เรือลาดตระเวนหนัก แต่ได้ลดขนาดลงหลายสิบเท่า
ื
ู
ื
ี
�
ี
้
ื
็
ั
ิ
์
ื
ึ
่
่
Exeter เข้าโจมตีหวังผลด้วยปืนหลักท่มีคาลิเบอร์ใหญ่กว่า เมอค่ต่อส้มศกดศร และฝีมอกากงกน ผลกคอ
ั
ู
ี
ซ่งจะเป็นการโจมตีอย่างต่อเน่องยืดเย้อ จนกว่าข้าศึก บอบชาท้งสองฝ่าย จึงต้องถอยฉากออกมาคุมเชิง
ื
ึ
ื
�
ั
้
ี
จะอ่อนเปล้ยเสียหายได้ท แล้วจึงจะเข้ารุมโจมตีพร้อม ๆ กัน เพ่อประเมินความสูญเสียของฝ่ายตน ฝ่ายอังกฤษเสียหาย
ี
ื
่
ั
ึ
�
สาคัญท่สุดก็คือ จะต้องไม่ยอมให้เรือลาใดลาหน่งเสียหายหนัก ค่อนข้างมาก เรือลาดตระเวนหนัก Exeter น้นหมดสภาพ
ี
�
�
ี
�
จนมีอันจมลงเป็นอันขาด เพราะจะทาให้เรือท่เหลือลาใด ก่อนครบยก ป้อมปืนท้งส่ป้อม และสะพานเดินเรือพัง
�
ั
ี
ู้
�
ิ
�
ลาหน่งจะต้องผละจากการต่อส มาทาการช่วยชีวิตลูกเรือ เสียหายยับเยิน เกิดไฟไหม้ใต้ดาดฟ้า นาเข้าเรือจนเร่ม
ึ
้
�
ี
ท่ลอยคออยู่ในทะเล อันจะเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าศึก เอียงตะแคง ความเร็วลดต�่าลงมาก ต้องประคองเรือด้วย
ื
ื
้
สามารถแหกวงล้อมหลบหนีออกไปได้โดยง่าย หรือท่ซาร้าย เคร่องถือท้ายอะไหล่ผละออกจากพ้นท โดยมีลูกเรือ
ี
่
�
ี
ไปกว่านั้นก็คือ หากข้าศึกเกิดละเมิดกฎการปฏิบัติสากล เสียชีวิต ๖๑ คน และบาดเจ็บ ๒๓ คน เรือ Ajax เสียหาย
ิ
ั
ว่าด้วยมนุษยธรรมชาวเรือ ที่ห้ามไม่ให้ซ�้าเติมเรือที่ก�าลัง ปานกลาง ป้อมปืนท้ายขัดข้อง เสาวทยุหกใช้งานไม่ได้
46
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
่
ี
ั
ั
ุ
ุ
ี
ึ
มีทหารเสียชีวิต ๑๑ คน ส่วนเรือ Achillis (ซ่งเป็นเรือชาต ิ เมองท่าของประเทศอรกวย (ทยงคงรกษาท่าทประเทศ
ั
ื
�
�
ื
ี
นิวซีแลนด์ที่ส่งมาช่วยอังกฤษรบ) ก็เสียหายใกล้เคียงกัน เป็นกลาง) เพ่อแจ้งความจานงขอล้ภัยสงคราม โดยขอนาเรือ
�
แต่ทั้งสองล�ายังท�าความเร็วได้ดี เข้าทาการซ่อมทาฉุกเฉิน และจัดการศพ กับรักษาอาการ
�
ี
ื
ทางดานของเรอ Graf Spee เกราะทหนามสวนชวย บาดเจ็บของลูกเรือ รวมท้งตัวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
่
ี
่
่
้
ั
ึ
บรรเทาพิษสงจากลูกกระสุนปืนของฝ่ายอังกฤษได้ ระหว่างการรบอันดุเดือดรอบด้าน ซ่งโดยปกติตัว ผบ.เรือ
ั
ู่
ื
ั
เป็นอย่างมาก ปืนใหญ่ท้งหมดรวมท้งเคร่องจักรขับเคล่อน จะยืนบัญชาการอยู่ในหอรบท่มีเกราะหนาป้องกันอย แต่เขา
ี
ื
ื
่
ยงใช้การได้ปกต คงมแต่เครองจกรช่วย และห้องครว ได้เลือกท่จะเส่ยงออกมายืนบัญชาการรบบนดาดฟ้าเปิด
ี
ี
ิ
ั
ั
ี
ั
ั
ึ
ี
ื
ื
ั
ี
�
ท่เสียหายมาก รวมท้งเคร่องบินทะเล (ท่บินข้นไม่ได้ต้องจอด เพ่อให้สามารถมองเห็นพฤติกรรมของเรือข้าศึกท้ง ๓ ลา
ี
ี
ี
ื
ื
ค้างอยู่บนดาดฟ้า) ก็พังยับเยิน และท่เลวร้ายก็คือ เคร่อง ท่รุมล้อมอยู่ได้อย่างชัดเจนต่อเน่อง เพ่อท่จะได้ส่งการ
ั
ื
�
ี
้
ี
ื
ื
ั
กรองนามันเช้อเพลิงเข้าเคร่องจักรใหญ่ดีเซล โดนกระสุน ได้ทันท่วงท รวมท้งในฐานะท่เคยเป็น ผบ.หมู่เรือยนต์เร็ว
นัดหน่งทะลุผนังเรือเข้าไประเบิดพังเสียหายยับเยิน ไม่มีทาง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตอร์ปิโด เขามีความจ�าเป็นต้องมองเห็น
ึ
ุ
ิ
ิ
ี
็
ิ
่
ซ่อมทาได้ ผลก็คือ เรือจะไม่สามารถเดินทางไกลได้อีกแล้ว มมทางของเปาดวยสายตา เพอการเลงยงทมประสทธภาพดวย
ื
ี
้
่
้
้
�
Langsdorff ประเมินว่าหากจะตีฝ่าเรือลาดตระเวนเบา พอดีมีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายอังกฤษลอยตกมาแตก
ิ
�
�
ี
ั
่
ึ
�
ี
ท่เหลือ ๒ ลา ก็ยังพอจะทาได้ แต่การท่จะต้องเดินทางข้าม ระเบิดในบรเวณใกล้เคยง ซงแรงอดได้ทาให้เขาล้มฟาด
ี
ี
�
ื
ั
ื
ิ
ซีกโลกเพ่อกลับไปซ่อมทาท่เยอรมันน้นเป็นเร่องสุดวิสัย ศีรษะกระแทกพ้นอย่างแรงจนส้นสติไปพักใหญ่ และ
ื
และหากมีการปะทะข้าศึกอีกก็คงจะหมดโอกาสรอด เมื่อฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง แต่จากสภาพ
�
ี
ี
ี
เพราะกระสุนปืนท่ใช้ในการต่อสู้เหลือน้อยเต็มท ท่ส�าคัญ ความกดดันของการรบอันดุเดือดก็ทาให้เขาลืมความเจ็บปวด
้
ี
่
ทสดกคอ ทบนดาดฟาเรอมศพลกเรือเสยชวตจานวน ๓๖ ราง ไปชั่วขณะ
่
ื
ี
็
ี
ู
ุ
ี
่
ื
ี
�
ิ
�
้
และบาดเจ็บอีก ๖๐ คน ที่เขาจะต้องดูแลช่วยเหลือ ถึงแม้จะบอบชามากกว่า แต่เรือลาดตระเวนอังกฤษ
ั
จนมุมกลางสมุทร ท้งสองลาก็ยังคงไล่ตาม Graf Spee อย่างไม่ลดละ
�
่
ั
ี
ี
ในท่สุด Langsdorff ก็ตัดสินใจถอนตัวจากการสู้รบ มีหลายคร้งท Graf Spee หันเล้ยวกลับแล้วระดมยิงสวนมา
ี
้
ี
ั
�
ี
โดยเปล่ยนเข็มไปทางตะวันตก มุ่งเข้าสู่ปากแม่นาเพลท เรือท้งสองก็สามารถใช้ความเร็ว และความคล่องตัวเล้ยวหลบ
ั
ั
ี
(Plate) อันเป็นท่ต้งของกรุงมอนเตวิเดโอ (Montevideo) ไปได้ทุกคร้ง แล้วไล่ตามต่อไปอย่างชนิดกัดไม่ปล่อย
ภาพเหตุการณ์ “ฝูงหมาป่า ไล่ล่า เสือล�าบาก” ด�าเนิน
่
�
ไปจนพลบคา ในท่สุดเวลาใกล้เท่ยงคืนของวันท ี ่
ี
ี
๑๓ ธันวาคม ค.ศ.๑๙๓๙ Graf Spee ก็สามารถแล่นผ่าน
้
ร่องน�าของ River Plate เข้าจอดทอดสมอท่หน้า
ี
ท่าเทียบเรือสินค้าของเมืองท่ามอนเตวิเดโอ (Montevideo)
ประเทศอุรุกวัย โดยมีหมู่เรือไล่ล่าอังกฤษจอดคุมเชิงอยู่ท ่ ี
ปากอ่าว ความสามารถของชุดเดินเรือในการน�าเรือใหญ่
�
ท่มีสภาพบอบชา ผ่านร่องนาท่ไม่คุ้นเคยท่ามกลางความมืด
ี
ี
�
้
้
่
โดยทไม่มเจ้าหน้าทีนาร่องคอยแนะน�า แสดงถงทกษะ
ึ
�
ี
ั
่
ี
�
ลูกเรือ Graf Spee กาลังพยายามปฐมพยาบาลบาดแผลจาก
ั
ี
กระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายอังกฤษตามลาตัวเรือ ขณะจอดทอดสมอ ความเป็น “มืออาชีพ” ท่ผู้อยู่ในวงการท้งหลายพากันยอมรับ
�
ที่ในอ่าวเมือง Montevideo ฉากการต่อสู้อย่างทรหดกลางมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
ึ
ตลอด ๑ วัน และคร่งคืน ระหว่างเรือประจัญบานกระเป๋า
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ื
แก่เขาว่า ฝ่ายอังกฤษได้จัดส่งเรือบรรทุกเคร่องบิน Ark
Royal และเรือประจัญบาน Repulse เดินทางมาเสริม
�
กาลังหมู่เรือไล่ล่าของ Harwood แล้ว ซ่งข่าวสารจาก
ึ
ฝ่ายเดียวกันท�าให้เขาปักใจเชื่อ และประเมินว่าโอกาสที่
จะซ่อมทาภายในเวลาท่เหลืออยู่แล้วนาเรือตีฝ่าออกไปน้น
�
ั
�
ี
ได้สูญสิ้นไปแล้ว เขาได้เก็บข้อมูลนี้เป็นความลับไว้กับตัว
และใช้ภาวะผู้น�าในการพยายามรักษาขวัญ และก�าลังใจ
�
�
ของกาลังพลประจาเรือให้คงอยู่ ด้วยการแสดงถึงความ
เด็ดเด่ยวไม่สะทกสะท้านต่อความกดดันรอบด้าน และรักษา
ี
ความใกล้ชิดกับก�าลังพลทุกระดับ ดังเช่น ปกติวิสัยด้วย
ฉากการรบอันดุเดือดระหว่างเรือประจัญบานกระเป๋าของนาซ ี
�
เยอรมัน Admiral Graf Spee กับหมู่เรือไล่ล่าของราชนาวีอังกฤษ อย่างไรก็ตาม เขาก็ประสบความสาเร็จในการเจรจา
�
่
ท่นอกฝั่งประเทศอุรุกวัย ในเช้ามืดของวันท ๑๓ ธ.ค. ค.ศ.๑๙๓๙ ร้องขอให้ทางการของประเทศอุรุกวัย ช่วยดูแลรักษากาลังพล
ี
ี
ี
อันได้กลายเป็นตานานประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการดวลกันแบบ ท่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มท รวมท้งจัดพิธีฝังศพลูกเรือ
�
ั
่
ี
ิ
ั
่
ื
้
�
หนงต่อสามด้วยปืนเรอล้วน ๆ ยงกนสนันลนท้องนาจนกระสน ท่เสียชีวิตท้ง ๓๖ นาย อย่างสมเกียรติด้วย ซ่งฝ่ายท้องถ่น
ั
ุ
่
่
ึ
ึ
ั
ิ
ี
เกือบหมดคลังทั้งสองฝ่าย
ของเมือง Montevideo ก็ได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างด ี
ื
่
ของนาซีเยอรมัน กับหมู่เรือไล่ล่าของจ้าวทะเลอังกฤษ โดยจดทหารเรอแตงชดเตมยศมาช่วยลาเลยงโลงศพไปท ี ่
ั
�
ี
ุ
็
ก็ได้เปล่ยนไปเป็นการเชือดเฉือนกันด้วยสงครามจิตวิทยา สุสาน รวมท้งเสาะหาบาทหลวงชาวเยอรมันมากระทาพิธ ี
�
ี
ั
การเจรจาต่อรอง การข่าว (ลวง) และด้วยการใช้เล่ห์เหล่ยม ให้ด้วย (กรุณาดูภาพประกอบ) มีชาวเมืองท่รู้ข่าวมาร่วมพิธ ี
ี
ี
ึ
ี
ทางการฑูตตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างเนืองแน่น ซ่งความพยายามของเขาในเร่องน ก็ได้รับ
้
ื
่
ู
ั
ี
ในดินแดนของชาติท่ประกาศตัวเป็นกลาง โดยม ี การกล่าวขวญ และช่นชมจากผ้ทอย่ในวงการทกฝ่าย
ื
ี
ุ
ู
เอกอัครราชทูต และผู้แทนรัฐบาลของทั้งสองชาติคู่กรณี เพราะในภาวะท่ต้องแบกรับความกดดันรอบด้าน
ี
เป็นตัวแสดงเอก ตัวผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือเป็นผู้ช่วย อย่างโดดเด่ยว เขาก็ยังให้ความสาคัญในการดูแลทุกข์สุข
ี
�
�
ั
ั
รวมท้งตัวผู้บังคับกาลังรบท้งสองฝ่ายในฐานะผู้ปฏิบัต ิ
ี
ี
ึ
ซ่งในกรณีน้สหราชอาณาจักรอังกฤษ ประเทศท่ม ี
อาณานิคมท่วโลก ย่อมมีความเจนจัด (เข้ยว) และ
ั
ี
ศักยภาพเหนือกว่าฝ่ายเยอรมันมาก ในท่สุดประเทศอุรุกวัย
ี
ก็เปลี่ยนท่าทีเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายอังกฤษ โดยบีบบังคับ
้
�
ให้ Graf Spee ต้องออกจากน่านนาอาณาเขตภายใน
๗๒ ชั่วโมง
Langsdorff อยู่ในสภาพถูกกดดันอย่างโดดเด่ยว
ี
�
้
�
เพราะการทูตเยอรมันไม่ได้ช่วย มิหนาซาตัวผู้ช่วยฑูต
�
ู
ิ
ั
้
ี
ี
่
ื
ทหารเรือ (ซึ่งน่าจะบินด่วนมาจากประเทศข้างเคียง คือ ในพธฝังศพลกเรอของเขาทง ๓๖ คนทสุสานประจาเมือง Montevideo
ี
ี
ั
ึ
บราซิล หรืออาร์เจนตินา เพราะอุรุกวัยเป็นประเทศเล็ก ในวันรุ่งข้น เป็นท่น่าสังเกตว่าในขณะท่บาทหลวงชาวเยอรมันท้งสองคน
�
�
ี
กาลังแสดงความเคารพต่อศพทหารตามแบบ “นาซี” ท่ฮิตเลอร์กาหนด
�
คงจะไม่มีทูตทหารเรือเยอรมันประจาอยู่ : ผู้เขียน) แต่ Langsdorff กลับเลือกที่จะใช้การ “วันทยหัตถ์” ตามแบบดั้งเดิม
ยังได้น�าข่าวลวงที่ฝ่ายอังกฤษจงใจปล่อยให้เข้าหูมาบอก ของทหารเรือเยอรมันในสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิ
48
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓